อมรัตน์ ค้านเลื่อน พ.ร.บ.คุ้มครองอุ้มหาย ยันคุ้มครองสิทธิควรมาก่อน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อภิปรายคัดค้านการเลื่อนบังคับใช้ พ.ร.บ. ว่าด้วยการซ้อมทรมานและอุ้มหาย โดยแสดงความผิดหวังต่อการออกพระราชกำหนดระงับกฎหมายเป็นเวลา 8 เดือนในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับอนุสัญญาสิทธิมนุษยชน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเคารพสิทธิมนุษยชนและแก้ไขปัญหาการอุ้มหายและซ้อมทรมานที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรมจากกรณีเยาวชนที่อดข้าวอดน้ำเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม โดยเน้นย้ำความจำเป็นของผู้พิพากษาในการยึดมั่นนิติธรรมและจิตสำนึกความเป็นมนุษย์

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉัน ลุกขึ้นยืนเพื่ออภิปรายคัดค้านพระราชกําหนดที่จะเลื่อนการบังคับใช้พระราชบัญญัติอุ้มหาย และซ้อมทรมานที่เคยผ่านสภาผู้แทนราษฎรและผ่านวุฒิสภาไปแล้ว เราใช้เวลาในสภาชุดนี้ ต่อสู้เรื่องนี้นานถึง ๒ ป้กว่า และตลอดเส้นทางยาวนานมากกว่า ๑๕ ป้ ที่สภาแห่งนี้เคยมี พ.ร.บ. อุ้มหายและซ้อมทรมานผ่านเข้ามาในวาระหนึ่งแล้วถึง ๔ ครั้ง แล้วก็มีอันเปึนไป ไปทุกครั้งไม่เคยได้ประกาศ

ผ่านวาระสอง วาระสามแล้วประกาศใช้ได้จริง ครั้งนี้เปึนครั้งแรกที่เราใกล้ความจริงที่สุด และดิฉันผิดหวังเปึนอย่างมากที่ ครม. นําโดยนายกรัฐมนตรี คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ชิง ออกพระราชกําหนด โดยอ้างว่าเปึนเรื่องจําเปึนฉุกเฉินเร่งด่วนที่จะต้องระงับยับยั้ง ๔ มาตรา ไม่บังคับใช้ชะลอไปอีก ๘ เดือน ดิฉันรับไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญา ระหว่างประเทศของสหประชาชาติไปแล้วอย่างน้อย ๒ อนุสัญญา คือในป้ ๒๕๕๐ เราได้ ลงนามในอนุสัญญาต่อต้านการซ้อมทรมาน และในป้ ๒๕๕๕ ก็ได้ลงนามในอนุสัญญาต่อต้าน การซ้อมทรมาน แต่การไปลงนามในภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศโดยที่ในประเทศเรา ภายในประเทศยังไม่มีการออกกฎหมาย เพื่อรองรับสัญญาที่เราไปทําระหว่างประเทศเลย แสดงว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาคนก็หาย กฎหมายก็ไม่มี เหตุการณ์อุ้มฆ่านับไม่ถ้วนทั้ง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่รวมที่ไม่มีการบันทึกถูกอุ้มหายไปเฉย ๆ และมีการฌาปนกิจ ภายใน ๑ วันตามศาสนาอิสลาม การอุ้มหายครั้งแรกที่ได้ดําเนินการทางกฎหมายได้มีการ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคือทนายสมชาย นีละไพจิตร การอุ้มหายประชาชนจํานวนมาก ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ป้ ๒๕๓๕ การอุ้มหายแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ และล่าสุด คนสุดท้ายผู้ลี้ภัยจากเหตุการณ์การรัฐประหาร ป้ ๒๕๕๗ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ถูก อุ้มหายไปในประเทศเพื่อนบ้านประเทศกัมพูชา ก่อนหน้านั้นมีการอุ้มหายในประเทศ เพื่อนบ้านเราเช่นเดียวกันที่ประเทศฝัืงซ้ายแม่น้ําโขงคือการอุ้มฆ่าอุ้มหายผู้ลี้ภัยถึง ๙ คน ตั้งแต่มีการรัฐประหาร ป้ ๒๕๕๗ เปึนต้นมา และ ๓ ศพสุดท้ายเปึนการอุ้มหายอุ้มฆ่า ที่โหดเหี้ยมที่สุดคือ ๓ ศพที่ลอยในแม่น้ําโขงในป้ ๒๕๖๓ คือการอุ้มหายอาจารย์สุรชัย แซ่ด่าน สหายภูชนะและกาสะลอง เปึนการฆ่าโดยการยัดแท่งปูนแล้วก็ห่อหุ้มด้วยกระสอบ เอาไปลอยในแม่น้ําโขงและศพมาโผล่ที่จังหวัดนครพนม ซึ่งจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีเบาะแสว่า ทางการไทยจะเปึนเดือดเปึนร้อน สุดท้ายสังคมเรามาตระหนักจากการซ้อมทรมานจนกระทั่ง เสียชีวิตในเหตุการณ์ผู้กํากับโจ้ที่จังหวัดนครสวรรค์ ที่ซ้อมทรมานผู้ต้องหายาเสพติดบน สน. บนโรงพัก ทําให้สังคมตระหนักและ พ.ร.บ. นี้ก็ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรในวาระหนึ่ง ถึงวาระสามไปเรียบร้อยแล้ว ดิฉันก็ไม่ทราบว่าการเตะถ่วงอีก ๗-๘ เดือน ท่านจะไม่บังคับ ๔ มาตรานี้ ท่านจะเอาไปใช้ในการอุ้มหายหรือซ้อมทรมานใครในระหว่างที่มีการจัดเลือกตั้ง ใหญ่หรือเปล่า การอ้างว่าเปึนการเร่งด่วนฉุกเฉินดิฉันคิดว่ายังมีเรื่องเร่งด่วนกว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี้มากมายที่ประมุขทั้งฝ์ายบริหารคือนายกรัฐมนตรี และประมุขฝ์ายตุลาการ

คือประธานศาลฎีกา แสร้งแกล้งทําเปึนมองไม่เห็นค่ะ คือมีการอุ้มหายหลักการของกฎหมาย ที่บอกว่าให้ถือเปึนผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคําพิพากษา และการอุ้มหายหลักนิติรัฐ อุ้มหายหลักนิติธรรมในประเทศนี้ที่อุ้มหายไปนานแล้ว และทวีความรุนแรงภายหลัง รัฐประหารเมื่อป้ ๒๕๕๗ คือเกือบ ๙ ป้มาแล้ว การอุ้มหายสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เปึนสิทธิ พลเมืองที่เราได้ลงนามในภาคีระหว่างประเทศ เหยื่อจากการทรมานจิตใจจากการไม่เปึนธรรม ทางกฎหมาย จากกฎหมายไม่เปึนกฎหมาย ศาลไม่เปึนศาล และการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงเกิดกรณีที่เยาวชน ๒ คน ตะวัน ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และน้องแบม อรวรรณ ภู่พงษ์ เรื่องนี้กําลังเกิดขึ้นในปัจจุบันวันนี้เลยค่ะ น้องกําลังอดข้าวอดอาหาร และตอนนี้ย้ายออกจาก โรงพยาบาลธรรมศาสตร์มาอยู่ที่หน้าศาลฎีกาที่ท้องสนามหลวง เพื่อให้ท่านตุลาการที่ผ่านไป ผ่านมาได้มองเห็น เกิดในใจกลางมหานครนี้เองเยาวชน ๒ คน อดข้าวอดอาหารมาเปึนเวลา กว่า ๑ เดือนแล้ว และกําลังจะเสียชีวิตจากการอดอาหารเพื่อเรียกร้องให้ศาลทําตาม กฎหมายในประเทศนี้มากกว่า ๑ เดือนแล้ว เรียกร้องจิตสํานึก มโนธรรมสํานึก ความเปึนมนุษย์ ที่ผู้พิพากษาจะต้องมีกันทุกคนก่อนที่จะมาเปึนศาล ก่อนที่จะมาเปึนผู้พิพากษา

เขาถูกข้อหาเพียงเพราะออกไปทําโพลล์ (Poll) สอบถามความคิดเห็นเรื่องขบวนเสด็จว่า ประชาชนมีความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จหรือไม่ และกระบวนการยุติธรรมก็ยังไม่มีการ ตัดสินจากศาลชั้นต้นเลย เด็ก ๒ คนนี้กําลังรอให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้เห็น แล้ววันนี้ถ้าดิฉัน ไม่ได้พูดดิฉันจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต ดิฉันจะขอพูดแทนเธอทั้งสอง ทั้งตะวันและแบม ให้ประธานรัฐสภาฟังและให้ถูกบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ให้ประธานศาลฎีกาได้รู้สึกอดสู ละอายใจที่ท่านเปึนประธานฝ์ายตุลาการ