รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา (เกียกกาย)
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ด้วยข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภาอนุญาตให้สมาชิก ปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอื่นใดได้ตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประธานสภากำหนด ให้ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรี หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงภายใน ๓๐ วันแล้วแจ้งให้สมาชิกทราบ ผมขอเรียน เพื่อนสมาชิกที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็รักษาเวลาดีนะครับ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งเศษ ๆ แต่ว่ามีบางท่านที่เกินเวลา ซึ่งขอให้ระวังนะครับ เพราะว่าประเด็นที่ท่านเสนอถ้าสมมุติว่า มันยาวเกินกว่าที่จะอธิบายได้ใน ๒ นาที ก็ทำเป็นหนังสือมา เมื่อวานนี้ก็มีท่านสมาชิก ที่ไม่มีโอกาสได้ทำหนังสือมา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีครับ ทางสภาก็จัดการส่งไปให้ครับ วันนี้มีผู้ขอปรึกษาทั้งหมด ๔๐ ท่าน ผมขอเริ่ม ๕ ท่านแรก พรรคร่วมฝ่ายค้านคือ ๑. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๒. นางสมหญิง บัวบุตร ๓. นายนิคม บุญวิเศษ ๔. นายสมคิด เชื้อคง ๕. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๕ ท่านแรกของพรรคร่วมรัฐบาล ๑. นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ ๒. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ๓. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ๔. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ๕. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ขอเชิญคุณบุญรื่นครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยในส่วนของกรมที่ดิน ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบลเหล่าอ้อย อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีบ้าน เหล่าอ้อย บ้านค้อพัฒนา บ้านกระยอม และพี่น้องตำบลหลุบ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ มีบ้านหลุบ บ้านหนองคอนชัย บ้านคอนเรียบ บ้านโคกกลาง บ้านช้างอียอ บ้านดอนสนวน บ้านดอนนาแก และบ้านดอนปอแดง และคงจะมีพี่น้องหลายจังหวัด หลายหมู่บ้านที่มี ปัญหาเหมือนพี่น้องชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ อย่างจังหวัดศรีสะเกษของท่านผ่องศรี แซ่จึง ก็มีปัญหาเช่นเดียวกันกับพี่น้องจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานคะ พี่น้องดังกล่าวมีปัญหาเรื่อง ไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน ไม่ว่าจะเป็นที่ทำนา ทำไร่ ทำสวน ตลอดจนที่ดินปลูกบ้าน ที่อยู่อาศัย อยู่กันมาตั้งแต่สมัยทวด ปู่ย่า ตายาย จนมาถึงลูกหลานรุ่นปัจจุบันเกือบ ๒๐๐ กว่าปีแล้วยังไม่มีเอกสารสิทธิ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าจะได้พึ่งพาท่านประธานในครั้งนี้ พี่น้องก็บอกว่ามีสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยของพี่น้องประชาชนก็คง จะได้พึ่งพาอาศัยอีกครั้งหนึ่ง ในสมัยรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีเจ้าหน้าที่ออกไปนัด เพื่อจะไปทำรังวัดแบ่งสรรปันส่วน แล้วก็จะทำเอกสารสิทธิให้ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ถูก คสช. ยึดอำนาจไป โครงการนี้ก็เลยหยุดชะงักไปเป็นเวลา ๔-๕ ปีแล้วค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าก็ขอพึ่งท่านประธานนั่นละค่ะ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงมหาดไทย ขอให้กระทรวงมหาดไทยดูแลในส่วนนี้ให้พี่น้องประชาชนได้รับเอกสารสิทธิ ในการที่จะเป็นเจ้าของที่ดินด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน
ยินดีครับ ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นางสาวอนุสรีครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย วันนี้ดิฉันมีประเด็นที่อยากจะปรึกษาหารือท่านประธาน เกี่ยวกับประเด็นเรื่องการที่ขอให้รัฐบาลช่วยพิจารณาในการจัดงบสนับสนุนแก่ผู้สูงอายุ ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพราะอะไรคะ ท่านประธานคะ ปี ๒๕๖๔ ประเทศไทยจะเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ คือมี ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดหรือประมาณ ๑๓ ล้านคน เมื่อผู้สูงอายุมีอายุยืนขึ้น ๆ ก็มีการใช้เงินมากขึ้น แต่ค่าของเงินก็จะลดลง เรื่อย ๆ ดังนั้นในช่วงที่ยังมีพละกำลัง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการต้องสร้างรายได้ สร้างอาชีพ ดิฉันมีโอกาสไปจังหวัดบุรีรัมย์เมื่อสัปดาห์ก่อน และได้มีโอกาสไปเยี่ยมชุมชนผู้สูงอายุ ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกที่น่าสนใจก็คือที่ตำบลบ้านด่านบุรีรัมย์ ท่านนายกเทศมนตรีท่านเป็นคนที่มี จิตใจพัฒนา แล้วก็เป็นคนที่ค่อนข้างขยัน ท่านจัดรวมกลุ่มผู้สูงอายุมาทำจักสานเกี่ยวกับ เส้นพลาสติก ได้ทำกระเป๋า ตะกร้า แต่ขณะเดียวกันนั้นรายได้ยังไม่แน่นอน เพราะยังขาด ในเรื่องการอบรมหรือคำแนะนำในด้านของรูปแบบ ดีไซน์ (Design) ตลอดจนช่องทางการขาย ซึ่งต้องการคำแนะนำและการอบรมจากภาครัฐบาล ที่ต้องเข้าไปช่วยสนับสนุน และในขณะเดียวกันที่ดิฉันไปอีกกลุ่มหนึ่งที่ตำบลเฉลิมพระเกียรติ เป็นการทำผ้าภูอัคนี หลายท่านคงไม่รู้จักคือการนำเส้นด้ายจากฝ้ายมาย้อมจากดินภูเขาไฟ แล้วทอเป็น ผ้าคลุมไหล่ เป็นเสื้อ ผลิตภัณฑ์ผ้าต่าง ๆ จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากภูมิปัญญาของ ท้องถิ่นตรงนี้สามารถขายสินค้า แล้วก็พัฒนากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเล็ก ๆ อยู่ในชุมชน สิ่งเหล่านี้เป็นการประสบความสำเร็จ จากการหาจุดเด่นในชุมชน ดิฉันอยากจะขอฝาก ท่านประธานไปยังภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการเข้าไปสนับสนุนในด้านงบประมาณแก่ชุมชน ผู้สูงอายุทั่วประเทศให้มีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ ไม่ใช่ผู้ที่ต้องการการพึ่งพิงและเป็นภาระ และยังได้เป็นพลังสังคมต่อไป เพราะชาวบ้านที่เป็นผู้สูงอายุอยู่ในชนบทนั้นรอการพึ่งพิง จากรายได้ที่ลูกหลานเข้าไปในเมือง แล้วก็มีภาระในการเลี้ยงหลานที่อยู่ในชนบท ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเข้าไปส่งเสริม ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสมหญิง บัวบุตร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสมหญิง บัวบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรกเป็นถนนสาย อจ. ๓๐๐๒ ซึ่งเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างตำบลนาวัง เชื่อมต่อไปยังตำบลนาเวียง อำเภอเสนางคนิคม มีพี่น้องประชาชนสัญจรเส้นนี้จำนวนมาก แต่ลักษณะถนนเป็นลักษณะถนนลูกรังผสมดินเหนียว ทำให้เวลาหน้าฝนการเดินทางสัญจร ไปมาลำบาก ดิฉันมีภาพประกอบแต่ยังไม่เห็นภาพ แล้วก็ระยะทาง ๕ กิโลเมตรไม่เคยได้รับ การพัฒนา เนื่องจากว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดไม่มีงบประมาณเพียงพอ อยากให้ ท่านประธานได้ประสานไปยังหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย ได้ประสานส่งงบประมาณไป เพื่อแก้ไขปัญหาถนนเส้นนี้ให้กับพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องน้ำประปาหมู่บ้าน พี่น้องบ้านหนองแคน หมู่ ๖ ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน มีปัญหาในเรื่องนำน้ำดิบจากบ่อขึ้นมาใช้น้ำประปา เนื่องจากว่าลักษณะน้ำ เป็นลักษณะน้ำขุ่น แดงและมีดิน ไม่สามารถใช้ระบบหมู่บ้านกรองน้ำได้ อันนี้ก็สร้างปัญหา ตลอดมา อยากให้ท่านประธานได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดสรรงบประมาณ สร้างเครื่องกรองน้ำขนาดใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้รับอุปโภคบริโภค น้ำที่สะอาด ต้องขอบคุณท่านประธาน และดิฉันหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ลงไปในพื้นที่ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายวัชรพล โตมรศักดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๒ พรรคชาติพัฒนา ก่อนอื่นกระผมต้องกราบขอบพระคุณไปยังพรรคพลังท้องถิ่นไท ที่ท่านกรุณาได้มอบสิทธิในการหารือให้กับกระผมในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมีเรื่องที่จะหารือท่านเพียงเรื่องเดียว ส่งต่อไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกรมชลประทาน ที่อำเภอเมืองผม ที่ตำบลโคกกรวด ที่หมู่บ้าน หนองขอน หมู่ที่ ๑๑ และบ้านหนองรังกา หมู่ที่ ๑๒ เป็นสถานที่ที่มีอ่างเก็บน้ำ ซึ่งดำเนินการ ในการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ นับเนื่องถึงเวลานี้คือ ๖๒ ปี อ่างเก็บน้ำแห่งนี้เขาเรียกว่า อ่างบ้านห้วยยาง หรืออ่างห้วยยาง ถ้าภาษาโคราชเขาเรียกกันว่า อ่างห้วยยาง บรรจุน้ำได้ ๖,๕๓๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ท่านประธานทราบไหมครับว่า ในทุกปีอ่างน้ำแห่งนี้จะต้อง ดำเนินการในการสูบน้ำเข้า ถึงแม้จะเป็นช่วงน้ำมาก หรือในช่วงน้ำน้อย เหตุผลก็เพราะว่า อ่างนี้ไม่ได้มีการบูรณะเลยจวบจนเมื่อปี ๒๕๖๑ ที่ผ่านมานี้ ท่านประธานครับ ทาง คสช. ภายใต้รัฐบาลชุดที่แล้วได้อนุมัติไปเพียง ๒๐ ล้านบาท แต่ก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการแก้ไข ได้ทั้งระบบ ผมจึงอยากจะขอความกรุณาท่านประธานนะครับ ได้ช่วยกรุณาได้ให้ทาง กรมชลประทาน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดงบเพิ่มเติมให้ เพราะอ่างแห่งนี้ สามารถที่จะช่วยเหลือพี่น้องในตำบลโคกกรวด ซึ่งมีประชากรเกือบถึง ๓๐,๐๐๐ คน แต่ในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีที่ต้องใช้น้ำถึงวันละ ๓,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ต้องใช้อ่างแห่งนี้ วันนี้ปริมาณน้ำในอ่างเหลือเพียง ๓๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ถ้าคิดกันตรง ๆ ไม่เกินสิ้นเดือนนี้อ่างแห่งนี้จะไม่มีน้ำที่จะให้กับพี่น้องประชาชนได้ทำระบบน้ำประปา เพื่ออุปโภคบริโภค เพราะฉะนั้นในวันนี้ครับ ผมได้ขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธาน ได้ส่งต่อไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กรุณาจัดสรรงบให้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นายนิคม บุญวิเศษครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ เนื่องจากว่าชาวบ้านจากคลองวัดบางไกรใน ตำบลบางขุนกอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ได้มาร้องเรียนกระผม เนื่องจากว่าบริเวณนั้นโดยเฉพาะ ในลำคลองนั้นมีการปล่อยน้ำเสียจากห้างสรรพสินค้า แล้วก็จากโรงงานต่าง ๆ เข้ามา แล้วก็ไม่มี การลอกคลองเป็นระยะเวลายาวนาน จึงทำให้มีผักตบชวาเกิดขึ้น แล้วก็มีดินทับถมกัน ดินเน่าเหม็นส่งกลิ่น ทำให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นในเวลานอนก็นอนไม่หลับครับ ท่านประธานครับ เกิดมีปัญหาเรื่องสุขภาพ จึงขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปดูหน่อยครับ คลองวัดบางไกรในช่วยไปลอกคลองให้หน่อยนะครับ เพราะว่าทราบว่าไม่มีงบประมาณ ในการมาลอกคลองเป็นเวลา ๔-๕ ปีแล้ว ขอความกรุณาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปแก้ปัญหา ด่วนครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ในเรื่องที่ ๒ ครับ อ่างเก็บน้ำห้วยตะคร้อ ตำบลหนองมะนาว อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ใช้ในการ อุปโภคบริโภค ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าเป็นทะเลน้ำจืด ใช้ในการเกษตรหลายพันไร่ครับ ท่านประธานครับ เกิดการแห้งขอด เนื่องจากว่าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลครับ ชาวบ้านก็เลย มาร้องเรียนผมว่ามีโครงการที่ได้ตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำชีมากักเก็บน้ำไว้ ที่ห้วยตะคร้อนี้ ปรากฏว่าไม่มีงบประมาณในการสูบน้ำ จึงขอความกรุณาหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องลงไปช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยด่วนด้วยครับ เนื่องจากว่าอ่างเก็บน้ำนี้ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านหลายหมู่บ้านใช้ในการอุปโภคบริโภคครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายปริญญา ฤกษ์หร่าย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายปริญญา ฤกษ์หร่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดกำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ผมได้มีโอกาส ปรึกษาหารือ ซึ่งในตลอดระยะเวลา ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นพวกเราก็เห็นแล้วครับว่าก็เริ่มมี ฝนโปรยปรายลงมาก็สามารถแก้ปัญหาภัยแล้งให้พี่น้องประชาชนได้พอสังเขป แต่อย่างไรก็ดี ในเรื่องของน้ำทำการเกษตรนั้นต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่ากระทรวงที่มีความเกี่ยวข้องกับ พี่น้องประชาชนกับเกษตรกรก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ผมได้รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์จากชาวบ้านว่าชาวบ้านนั้นมีความต้องการเกี่ยวกับเรื่อง โครงการ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และรวมถึงโครงการก่อสร้าง ท่อลอดเหลี่ยมหลายที่ด้วยกัน และวันนี้ผมก็จะมาฝากกับท่านประธานฝากไปถึงองค์กร ที่เกี่ยวข้องก็คือกรมชลประทานด้วยโครงการ ๓ โครงการในการร้องเรียน หารือกับ ท่านประธานในวันนี้นะครับ
โครงการแรกก็คือเกี่ยวกับเรื่องโครงการการสร้างท่อลอดเหลี่ยม พร้อมดาดคอนกรีตเป็นระยะทาง ๖๐๐ เมตร ในช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๑๙ หมู่ ๑ บ้านป่าเหียง ตำบลวังบัว อำเภอคลองขลุง ถ้าสร้างเสร็จพื้นที่นี้จะสามารถช่วยเกษตรกรได้ประมาณ ๘,๐๐๐ ไร่
โครงการที่ ๒ ก็คือโครงการสร้างประตูน้ำคลองเวทนา หมู่ที่ ๘ ตำบลทุ่งทราย อำเภอไทรทองวัฒนา ซึ่งห่างจากประตูน้ำบ้านป่าเหียงประมาณ ๒,๐๔๓ เมตร ถ้าสร้างเสร็จแล้ว จะสามารถช่วยเกษตรกรได้ประมาณ ๖,๕๐๐ ไร่
โครงการที่ ๓ ก็คือโครงการสร้างประตูน้ำดาดคอนกรีตเป็นระยะทาง ประมาณ ๔๐๐ เมตร ช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๒๓ บวก ๓๕ ของหมู่ที่ ๑๒ ตำบลทุ่งทราย อำเภอทรายทองวัฒนา เมื่อสร้างเสร็จแล้วเกษตรกรจะได้รับผลประโยชน์ประมาณ ๗,๐๐๐ ไร่ ขอกราบขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ ท่านสมคิด เชื้อคง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สมคิด เชื้อคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย มีเรื่องเรียน ท่านประธานความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหลายเรื่องครับ
เรื่องแรกก่อนครับ ฝากถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากรุณาช่วย ประชาสัมพันธ์จุดชมวิวตรงบริเวณสมรภูมิเนินรบช่องบกเดิม ซึ่งตอนนี้เขาทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว วิวดีมากครับ ทีนี้เขาทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นวิวดีมากครับ บริเวณนั้นเป็นบริเวณ สามเหลี่ยมมรกตอยากให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้กับ อบต. โดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน
เรื่องต่อไปก็คือว่าในเขตเทศบาลน้ำยืนจำนวนมาก ไม่มีเอกสารสิทธิ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมาหลายปี เขาอาศัยอยู่หลายปีก็อยากให้ กระทรวงมหาดไทยช่วยไปดูแลในหมู่บ้านโนนทอง ตำบลสีวิเชียร
อีกเรื่องหนึ่ง พี่น้องบ้านโคกชำแระ อำเภอทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ขอให้กรมทางหลวงชนบท ขยายถนนสาย ๒๒๑๔ เดชอุดม-น้ำยืน หลักกิโลเมตรที่ ๑๔-๑๗ เดี๋ยวนี้มันแออัด แล้วก็ขยายเป็น ๔ เลน
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือว่ากรมทางหลวงชนบทนี่ขอให้ไปดูแลที่บ้านปลาขาว ตำบลยัง อำเภอน้ำยืน ถนนสาย ๔๐๔๘ ซึ่งบริเวณข้างทางนั้นเป็นหมู่บ้านแล้วก็หน้าฝนน้ำท่วมไม่มี รางระบาย
เรื่องสุดท้าย ก็คือว่า นางปลิว โสระดา บ้านเลขที่ ๑๕๑ หมู่ ๓ ตำบลบอน อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี ได้จ่ายค่าติดตั้งไฟฟ้าที่การไฟฟ้าวารินชำราบ ๑๐,๗๐๐ บาท ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ป่านนี้ยังไม่ได้ติดตั้ง คนที่ ๒ ก็คือนายทองดำ ตาทุวัน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๙ บ้านหนองหว้า ตำบลโคกสว่าง อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี กับ ๒๑ ครอบครัว เขาไปประสานงานเรื่องไฟฟ้ากับการไฟฟ้าเดชอุดมก็ยังไม่ได้รับการดูแล ฝากการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคและกระทรวงมหาดไทยช่วยดูแลด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตท่านประธานนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในจังหวัดสตูล มาหารือกับท่านประธาน นั่นก็คือปัญหาในเรื่องของสิทธิในที่ดินทำกินครับ และการใช้พื้นที่ ในเขตป่าชายเลน ป่าไม้และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งปัญหาเหล่านี้กระทบกับพี่น้อง ในจังหวัดสตูลเป็นวงกว้างทุกอำเภอหลายหมื่นคน วันนี้ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ๒ ตัวอย่าง ชัด ๆ ให้ท่านประธานได้รับทราบ นั่นก็คือปัญหาในเรื่องของท่าเทียบเรือที่ตั้งอยู่ที่หมู่ ๑ ตำบลละงู อำเภอละงู ซึ่งวันนี้ชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมากครับ และไม่สามารถที่จะใช้ ทำมาหากินได้เพราะว่ามีความเสี่ยงที่ท่าเรือจะพังนะครับ ถึงแม้ว่าเราจะมีงบประมาณ ในการบำรุงรักษา ในการซ่อมแซมนะครับ แต่วันนี้เราก็ไม่สามารถทำได้ครับ เพราะว่า มีปัญหาในเรื่องของติดอยู่ในเขตป่าชายเลน
ปัญหาข้อที่ ๒ ครับ ก็คือชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เทือกเขาบรรทัด อำเภอมะนัง ก็อาศัยมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีการประกาศเขตครับ แต่ว่าตอนนี้ ต้องบอกว่ามีปัญหาครับ ยางพาราที่ปลูกไว้ ก็ไม่สามารถที่จะโค่นได้เมื่อครบอายุขัย เพราะว่าไม่มีสิทธิในที่ดินทำกิน รวมไปถึงไม่มีเอกสารสิทธินะครับ แต่ก็ต้องขอขอบคุณ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เข้ามาแก้ไขปัญหาตรงนี้นะครับ แต่ปัญหาก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ให้ลุล่วงไปได้ เพราะว่าในการแก้ปัญหายังขาดงบประมาณ รวมไปถึงยังขาดกำลังพลในการแก้ปัญหาให้ทันท่วงทีตามที่ระยะที่กฎหมายกำหนดไว้ครับ แล้วผมคิดว่าถ้าเราสามารถที่จะแก้ปัญหานี้ได้นะครับ จะเป็นคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวง ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดสตูลครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขอปรึกษาหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ เนื่องจากได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนจังหวัดมหาสารคาม
๑. คือปัญหาน้ำท่วมขัง และการขยายจราจรถนนทางหลวง หมายเลข มค. ๒๐๐๔ ซึ่งมีปัญหาน้ำท่วมผิวจราจรบริเวณถนนทางหลวง หมายเลข ๒๐๐๔ ซึ่งเป็น บริเวณตำบลแวงน่าง ซึ่งตรงนั้นมีตลาดแวงน่าง ที่มีประชาชนมีการมาจับจ่ายใช้สอยเยอะ แล้วมีปัญหาเรื่องของไม่มีท่อระบายน้ำ ช่วงฝนตกชุกก็ทำให้เกิดน้ำท่วมขังนะครับ แล้วเกิด จราจรติดขัด และในช่วงเขตเทศบาลตำบลแวงน่างไปถึงเขตบ้านโคกสี ตำบลหนองปลิง เกือบ ๒ กิโลเมตร ยังเป็น ๒ ช่องจราจร ซึ่งหัวและท้ายของถนนดังกล่าวเป็น ๔ ช่องจราจรแล้ว จึงขอให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการแก้ไข
๒. ปัญหาไฟฟ้าแสงสว่างถนนเลี่ยงเมืองจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด และถนนทางหลวง หมายเลข มค. ๒๓๖๗ มหาสารคาม-กมลาไสย ซึ่งผ่านตำบลลาดพัฒนา ตำบลเกิ้ง มีปัญหาเรื่องของไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณถนนเลี่ยงเมือง ทำให้เกิดปัญหาจราจร แล้วก็ปัญหาเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุ แล้วก็มีการเสียชีวิตจำนวนมาก จึงขอให้ กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการแก้ไข
๓. โครงการก่อสร้างสนามกีฬาจังหวัดมหาสารคาม เนื่องจากสนามกีฬา จังหวัดมหาสารคามได้รับงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ผูกพันถึงปี ๒๕๕๗ จำนวน ๑๗๑ ล้านบาท มี ๑๐ รายการ แต่โดนตัดไป ๒ รายการ คือ ๑. อาคารที่พักนักกีฬา ๑๘๐ เตียง ๒. สนามฟุตซอลหญ้าเทียม ซึ่งทำให้การรองรับการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ ไม่สามารถจะ ดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์แบบ จึงขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาดำเนินการ สนับสนุนงบประมาณเพื่อให้โครงการสมบูรณ์แบบ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ผมขอเรียนพรรคร่วมฝ่ายค้านลำดับต่อไปที่เตรียมตัวไว้นะครับ นายสำลี รักสุทธี นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ นายจตุพร เจริญเชื้อ นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ นางสาวธนพร โสมทองแดง พรรคร่วมรัฐบาลท่านต่อไปคือ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ หลังจากนั้นกรุณา เตรียมตัว ๕ ท่าน ก็คือ นายสุรทิน พิจารณ์ นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ นายเทพไท เสนพงศ์ นายเกษม ศุภรานนท์ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ขอเชิญท่านณัฏฐ์ชนนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลสำนักแต้ว ตำบลสำนักขามของอำเภอสะเดา ท่านประธานที่เคารพ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันนี้ผมอยากจะให้พี่น้องคนไทยที่เป็นสมาชิกและกำลังที่อยากจะเป็นสมาชิกได้ฟัง ท่านประธานที่เคารพครับ ประชากรของไทยประมาณ ๗๐ ล้านคน วันนี้มีคนยื่นขอ ความจำนงจะเป็นสมาชิก ๑๔ ล้านคน แต่ได้รับการพิจารณาประมาณ ๑๑ ล้านคน วันนี้ถ้าเรามองประเทศไทยจะมีคนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตั้งแต่จังหวัดนครปฐม จังหวัด ราชบุรี จนไปถึงสุไหงโก-ลก นี่ก็คือแผนที่ประเทศไทยที่คนไทยถือบัตรประมาณ ๑๑ ล้านคน มีคนเดินมา ๖ คน มีคนถือบัตรอยู่ ๑ คน นี่ก็แสดงให้เห็นว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้ามา มีบทบาทในประเทศไทย โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันจะนำเงินต่าง ๆ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเหล่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ มีการร้องเรียนจากพี่น้อง คุณยายอายุ ๗๒ ปี ตำบลสะท้อน ไปที่บ้านผมบอกว่า ท่าน ส.ส. มาร้องเรียนหน่อยบอกว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้รับเขาอยากได้เป็นเงินสดครับ เพราะว่าเขาจะไปซื้อข้าวสาร รัฐบอกว่าข้าวสารที่เข้าโครงการจะถูกกว่าท้องตลาด ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือหลักการ แต่ในความเป็นจริงท่านประธานครับ แพงกว่า ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ เกือบทุกชนิด ดังนั้น ผมบอกว่าวันนี้พี่น้องเกษตรกรที่ถือบัตรเหล่านี้เขาบอกว่าหลายคนยังไม่ได้บัตร แล้วก็คนที่ จนจริง ๆ ไปยื่นก็ยังไม่ได้ ผมคิดว่าอยากให้รัฐบาลเข้าไปดูแลในเรื่องของรายละเอียด คุณสมบัติของคนที่จะถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเหล่านี้ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายสำลี รักสุทธี
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน ผม นายสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ ไม่อยากให้สภาแห่งนี้เป็นเหมือนเวทีจำอวดที่สมาชิก สร้างวาทะเพื่อให้ชาวบ้านรู้ว่าได้ทำหน้าที่แล้ว แต่ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข การพูดที่เหมือน ลมผ่านเลย นอกจากไม่สร้างประโยชน์แล้วกลับทำให้ประชาชนไร้ศรัทธาอีกต่างหาก ท่านประธานครับ การที่รัฐบาลให้เงินประชาชนไปเที่ยวเมืองรองนั้นเหมือนตำน้ำพริก ละลายแม่น้ำ ไม่ยั่งยืนครับ รัฐบาลควรให้เงินกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปสร้างแหล่งน้ำให้ประชาชนจะยั่งยืนกว่า พี่น้องชาวจังหวัดมหาสารคามมีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำมาเป็นเวลานานหลายปีครับ ไม่ได้รับ การแก้ไขผมพูดผ่านสภาหลายแห่งก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ดังนั้นอยากจะให้รัฐบาลได้เพิ่ม งบประมาณให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปสร้างแหล่งน้ำให้พี่น้องครับ วันนี้มี ๓ แห่งครับ ที่ผมอยากจะนำเรียนเสนอทางสภาผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๑. อ่างเก็บน้ำบ้านหนองแวง ใช้ประโยชน์ ๒ ตำบล คือตำบลบัวมาศ ตำบลยาง อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ๒. หนองขาม บ้านโคกสูง ตำบลนาข่า อำเภอวาปีปทุม จังหวัด มหาสารคาม ๓. ห้วยบ้านยางใหญ่ ซึ่งใช้ประโยชน์ได้ ๒ ตำบล คือ ตำบลยางน้อย และ ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม กระผมในนามตัวแทนพี่น้อง ชาวจังหวัดมหาสารคามขอกราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่จะกรุณานำปัญหาพี่น้องชาวจังหวัดมหาสารคามไปแก้ไข ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ นายสุรทิน พิจารณ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อ ขอหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ๒ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ก็คือขอขยายถนนจังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธร ระยะทาง ๗๙ กิโลเมตร ท่านประธานครับ ถนนเส้นนี้เวลาฝนตกไฟจะดับทันที ทำให้มีการเกิดอุบัติเหตุ พี่น้องประชาชนในบริเวณละแวกนั้นตายทุกปีอุบัติเหตุจากถนนเส้นนี้ ปัจจุบันเป็น ๒ เลน ขอขยายเป็น ๔ เลน ฝากไปถึงกระทรวงคมนาคม ได้ยินข่าวว่าตั้งงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ มันไกลไปนะครับ อยากให้เร่งเข้ามาอีกสักนิดหนึ่ง เพราะระยะทางจากจังหวัดยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญแค่ ๗๙ กิโลเมตรแค่นั้น แต่พี่น้องเสียชีวิตทุกปีครับ อันนี้ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ พี่น้องของตำบลบ้านกลาง ตำบลแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ขอแยกอำเภอ ขอจัดตั้งอำเภอใหม่ ๒ ตำบลนี้ เนื่องจากว่า มันไกลจากอำเภอเก่า อย่างเช่น บ้านซำ ตำบลบ้านกลาง ไกลจากโรงพยาบาลของ อำเภอวังทองตั้ง ๗๗ กิโลเมตรนะครับท่านประธาน ถ้าพี่น้องเจ็บท้องคลอดบุตร คลอดลูก กว่าจะมาถึงคลอดกลางทางหลายรายแล้วนะครับ ท่านประธานครับ จึงขอแยกอำเภอมา ประชากร ๒ อำเภอ รวมกันแล้วประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่ารายแล้ว หมู่บ้านทั้งหมด ๔๐ กว่าหมู่บ้าน ขอแยกเป็นอีกอำเภอหนึ่ง คืออำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นอำเภอที่ ๑๐ ของจังหวัดพิษณุโลกครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เจนวิทย์ ไกรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ จากจังหวัด นครศรีธรรมราช จากการที่ผมได้ลงพื้นที่พร้อมกับหัวหน้าพรรค คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนอกสภา ไปดูการแปรรูปยางพาราของสหกรณ์กองทุนสวนยาง โสตประชา อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช และสหกรณ์แปรรูปยางพารา บ้านแพรกหา จังหวัดพัทลุง ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรชาวสวนยาง สหกรณ์ได้นำ ยางพารามาแปรรูปเป็นพื้นปูสนามเด็กเล่น สนามเอนกประสงค์ และแปรรูปหมอนยางพารา แต่ปรากฏว่าทางสหกรณ์ไม่มีหน่วยงานหรือบริษัทที่จะนำไปใช้ พูดง่าย ๆ ก็คือไม่มีตลาด ทำให้เกิดภาวะการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ผมเห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ทางรัฐบาลจะต้อง เร่งผลักดันให้มีการนำสินค้าที่แปรรูปจากยางพารามาใช้อย่างจริงจัง และฝากท่านประธาน ไปยังกระทรวงการคลัง ธนาคาร ธ.ก.ส. และธนาคารออมสินที่จะขยายระยะเวลา ในสัญญาเงินกู้ หรือปล่อยกู้แบบไม่มีดอกเบี้ยให้สหกรณ์ที่มีส่วนสำคัญในการดึงยางพารา มาใช้ในประเทศให้มากขึ้น การช่วยเหลือสหกรณ์เป็นการให้โอกาสกับเขาเข้าถึงแหล่งทุนหรือฟื้นฟูต่อยอดให้สามารถ อยู่ต่อ ไม่ใช่ปล่อยให้ขาดทุนจะต้องหยุดการผลิต ผมจึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินการช่วยเหลือสหกรณ์ทั้ง ๒ แห่งนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธาน
เรื่องแรก ประชาชนชาวนครชัยศรีที่ถูกเวนคืนที่ดิน เพื่อนำไปสร้างถนน มอเตอร์เวย์ (Motorway) บางใหญ่-กาญจนบุรี ได้มาสอบถามกับผมถึงเรื่องการจ่ายเงิน ค่าเวนคืนที่ดิน ซึ่งล่าช้ามา ๓ ปีเศษแล้ว เมื่อไรจะได้รับเงินค่าตอบแทนค่าใช้จ่าย ในการเวนคืนที่ดิน เดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ นายสันต์ สุภิเวก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลานตากฟ้า ได้ร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องผักตบชวาในแม่น้ำนครชัยศรีและคลองเจ๊ก ขณะนี้มีผักตบชวา จำนวนมากหนาแน่น จึงขอให้ส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยไปปรับภูมิทัศน์และเก็บผักตบชวาให้ดีขึ้น ประชาชนจะได้สัญจรไปมาอย่างสะดวกครับ
เรื่องที่ ๓ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหลายตำบลได้มาหากระผมว่า ให้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องเงินสะสมในองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีอยู่จำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ ไม่กล้านำเงินนั้นมาใช้กลัวมีความผิด เมื่อสอบถามไปยัง สตง. สตง. ก็บอกว่าใช้ได้บ้าง ใช้ไม่ได้บ้าง จึงให้กระผมสอบถามท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยว่ามีส่วนใช้ได้ หรือเปล่าครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายจตุพร เจริญเชื้อ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จตุพร เจริญเชื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้ใช้ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๓๙ เป็นถนนที่เชื่อมออกจากถนนมิตรภาพที่อำเภอน้ำพองไปยังอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น สภาพปัจจุบันเป็นถนน ๒ ช่องจราจรครับ แต่เป็น ๒ ช่องจราจรที่มีปริมาณรถเป็นจำนวนมาก ในแต่ละวัน และจะมากเป็นพิเศษก็คือในช่วงของโรงงานน้ำตาลเปิดหีบ ช่วงนั้นจะมีสภาพ ที่หนาแน่นมาก เพราะว่ารถบรรทุกอ้อยจะมาจากทั่วทุกอำเภอนะครับ แล้วก็จังหวัดใกล้เคียง บรรทุกอ้อยผ่านมาบนถนนเส้นนี้นะครับ เนื่องจากโรงงานน้ำตาลตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้พอดี ดังนั้นสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า รถจะติดเป็นจำนวนมาก พี่น้องประชาชนเกษตรกร ชาวไร่อ้อยจะเสียเวลามากเนื่องจากรถติด แล้วก็เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เสียค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาอ้อยในขณะนี้ก็ต่ำมาก เพราะฉะนั้นเหมือนกับว่าไปซ้ำเติมพี่น้องเกษตรกร จึงขอให้กรมทางหลวงได้ดำเนินการขยายถนนจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจรเพื่อเป็น การลดค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยนะครับ แล้วก็จะสามารถทำให้พี่น้อง ที่สัญจรไปมาบนถนนเส้นนี้ได้รับความสะดวกมากขึ้นนะครับ ผมขอเสนอว่าการขยายถนน จาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร ควรจะใช้เป็นในลักษณะแบบประหยัด โดยที่ไม่ต้องมี เกาะกลางถนน เพียงแต่ว่าเราขยายช่องซ้ายแล้วก็ช่องขวาอย่างละช่องให้กลายเป็น ๔ ช่องจราจรก็จะได้ประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนนะครับ ขอให้กรมทางหลวง ดำเนินการโดยเร่งด่วนครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าขณะนี้เดือดร้อนมากนะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายเทพไท เสนพงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนแล้วก็ผู้ประกอบการธุรกิจหลาย ๆ ภาคส่วน เรื่องประสิทธิภาพและความมั่นคงของการใช้ไฟของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งในหลาย หัวเมือง ในหลายจังหวัดที่มีธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองท่องเที่ยว เช่น จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ อำเภอหาดใหญ่ หรือแม้แต่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช คือ อำเภอขนอม อำเภอสิชล จะพบปัญหาก็คือว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่ได้มีระบบป้องกันไฟฟ้าดับทำให้ เกิดปัญหาไฟฟ้าดับค่อนข้างบ่อย เวลามีสัตว์เลื้อยคลาน กระรอก หรือสัตว์อื่นใดที่ทำให้เกิด ไฟฟ้าชอร์ต (Short) แล้วก็ไฟฟ้าดับ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าตรงนี้เองกระทบต่อ ความเชื่อมั่นแล้วก็การทำธุรกิจของนักลงทุน จึงอยากจะเรียกร้องไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยหรือท่าน มท. ๑ ซึ่งดูแลกำกับเรื่องการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอยู่ได้กรุณา สั่งการให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการป้องกันไฟฟ้าดับอย่างเร่งด่วน เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจกับการใช้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งผม ก็ไม่อยากที่จะให้มีการตำหนิหรือกล่าวหาว่าท่าน มท. ๑ สนใจแต่เรื่องการไฟฟ้า หรือโรงงานไฟฟ้าขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็อยากจะให้กลับมาดูแลเรื่อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสิทธิภาพในการบริการพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ แล้วก็เน้นย้ำในพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรม แล้วก็พื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในหลายจังหวัดด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านผึ้ง ตำบลทาม อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ มีความเดือดร้อนของการสัญจรไปมา ถนนลาดยางจากบ้านเกาะ ตำบลละทาย ไปบ้านผึ้ง บ้านทาม ตำบลทาม โดยเป็นถนนที่ ชาวบ้านใช้ร่วมกันหลายหมู่บ้านเป็นถนนสายหลักในการเดินทางเข้าสู่ตัวอำเภอ ไม่ว่าจะเป็น รถรับส่งนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นรถไปส่งพี่น้องไปตัดเสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งรถแม่ค้า ถนนสายนี้ เป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ฝากท่านประธานไปยังกรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านโนนดู่ หมู่ที่ ๙ ตำบลหนองกุง อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากถนนบ้านโนนดู่เป็นถนนลูกรัง ซึ่งถนนสายนี้ใช้กันเป็นจำนวนมากเดินทางไปบ้านโคกสะอาด ซึ่งถนนสายนี้มีนักเรียน สัญจรไปมา ช่วงหน้าแล้งก็เป็นฝุ่น ช่วงหน้าฝนก็เป็นหลุมเป็นบ่อ ฝากท่านประธานไปยัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากบ้านโนนดู่เหมือนกัน เนื่องจากเกี่ยวกับ การขุดลอกคลองหนองคู เนื่องจากคลองหนองคูเป็นหนองน้ำสาธารณะในหมู่บ้านโนนดู่ ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณครึ่งกิโลเมตร หนองคูมีเนื้อที่ประมาณ ๓.๒ ไร่ เคยได้ขุดลอก ตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ แต่ตอนนี้ได้ตื้นเขินทำให้ขาดแคลนน้ำใช้ในการเลี้ยงสัตว์ สร้างความ เดือดร้อนให้ชาวบ้าน ฝากท่านประธานไปยังกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ
ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านนวลงาม สืบเนื่องจากการฟื้นฟูแหล่งน้ำ ท่านประธานครับ ขออีกครึ่งนาทีครับ แหล่งน้ำนี้ชาวบ้านเขาเดือดร้อนมาก ฝากท่านประธาน ไปยังกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดี๋ยวผมมีเอกสารส่งให้ท่านครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป นายเกษม ศุภรานนท์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ วันนี้มีเรื่องที่จะนำเรียนท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการ และผังเมือง เรื่องช่วงลำตะคองของโคราชเราที่ผ่านช่วงเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ลำตะคองช่วงนี้เป็นช่วงที่มีประวัติศาสตร์ในสมัยนั้นท่านท้าวสุรนารี หรือย่าโมของเรา ได้ออกศึกที่ตำบลสัมฤทธิ์ เขตโนนสูง แล้วรบชนะชาวลาว แล้วก็มาขึ้นบกที่วัดท่าตะโก ท่านครับ แล้วท่านท้าวสุรนารี ท่านอธิษฐานว่า ลำตะคองข้าขอทำกระทงที่จะลอยกระทง ผ่านลำตะคองแห่งนี้เมื่อไปหยุดที่ไหน อย่างไร ข้าจะทำวัด ปัจจุบันก็คือวัดศาลาลอย อย่างภาพที่เห็น เพราะฉะนั้นในอดีตนั้นเขามีความสุขดี น้ำใสไหลเย็น ปัจจุบันนี้ตื้นเขิน พืช วัสดุต่าง ๆ แล้วก็มีการบุกรุกทิ้งน้ำเสีย ตลอดจนตื้นเขิน ก็เลยอยากจะขอความกรุณา ท่านประธานที่เคารพ ได้กรุณาแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้อนุเคราะห์พัฒนาคลองแห่งนี้ให้เป็นคลองเหมือนกับเกาหลี ท่านครับ ไม่ทราบว่าพวกเรา เคยไปเที่ยวกันหรือเปล่า อย่างภาพที่เห็น ชองเกชอนซึ่งอยู่ใจกลางเมืองเกาหลีใต้ สวยงามมากท่านครับ ท่านสามารถจะพัฒนาได้สักนิดหนึ่ง ให้ใกล้เคียงกับนานาชาติก็จะเป็น การที่พัฒนาชาวโคราชเขต ๑ ให้มีความสุข มีความทันสมัย สวยงาม และผมมั่นใจว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองได้กรุณาเมตตาแล้วละครับ เริ่มดำเนินการสำรวจแล้วก็จะสร้าง ในเร็ว ๆ นี้ท่านประธานครับ ก็น่าจะเป็นการรองรับความเจริญของชาวโคราชเรา ไม่ว่าจะเป็น มอเตอร์เวย์ (Motorway) ความเร็วสูง รถไฟความเร็วสูง แล้วก็รางคู่ ถ้าเราพัฒนาน้ำให้มีความสุขในการที่จะใช้ในการสัญจร และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวตลาดน้ำ ก็จะทำให้ชาวนครราชสีมา หลังเทอร์มินอล (Terminal) ท่านประธานครับ เลยไปนิดหนึ่ง วัด สุสาน แล้วออกไปประปาครับ เลยไปโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมาไปถึงโรงเรียนสุรนารี ท่านประธาน ต้องกราบขอบคุณท่านประธานในโอกาสนี้ด้วย และเรียนฝากขอบพระคุณ อีกครั้งหนึ่ง ขอบพระคุณครับ
ต่อไปนะครับ นางสาวธนพร โสมทองแดง หลังจากนั้น ๕ ท่านที่เตรียมตัวก็คือ นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน แล้วก็รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ต่อไปผมขอเชิญ นางสาวธนพร โสมทองแดง ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนพร โสมทองแดง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย มีเรื่องหารือท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงกลาโหม กรมธนารักษ์ กรมเจ้าท่า และผู้ว่าราชการจังหวัด ดิฉันได้รับแจ้งจากอดีตผู้สมัครพรรค เสรีรวมไทย เขต ๑ จังหวัดกาญจนบุรี นายเศรษฐวิชช์ อัครวราสกุล มีชาวบ้านเดือดร้อน เรื่องไม่มีที่ทำกิน ไม่มีที่อยู่อาศัย และไม่มีระบบสาธารณูปโภค เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ที่ผ่านมาดิฉันได้เดินทางไปที่ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พบชาวบ้าน มาร้องเรียน มี ๓ กลุ่มด้วยกันดังนี้ กลุ่มที่ ๑ ชาวบ้านไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีที่ทำกิน ถูกคำพิพากษาขับไล่ออกจากพื้นที่ กลุ่มที่ ๒ ชาวบ้านกำลังถูกอำนาจรัฐบีบบังคับให้ออก จากพื้นที่ด้วยการไม่อนุญาตให้ขอน้ำ ขอไฟ ทั้ง ๒ กลุ่มนี้ชาวบ้านได้เช่าอาศัยอยู่ที่ราชพัสดุ ครอบครองดูแลโดยกองทัพบก ซึ่งผู้มีอำนาจใช้พระราชกฤษฎีกา ๒๔๘๑ ขอคืนพื้นที่เพื่อไป ทำโครงการบ้านธนารักษ์ให้ข้าราชการทหารและลูกจ้างกองทัพบก กลุ่มที่ ๓ ชาวบ้านถูก จัดระบบบ้านเรือนแพ ถูกกล่าวหาว่ารุกล้ำลำน้ำ ถูกขับไล่ให้ออกไปอยู่ในสลัมซึ่งเป็นที่ คับแคบ ชาวบ้านบางคนกล่าวว่าได้เคยอยู่ที่ดินตรงนี้ อาศัยอยู่ตรงนี้ตั้งแต่หลังสงครามโลก เป็นต้นมา ผู้มีอำนาจพยายามใช้พระราชบัญญัติเดินทางทางน้ำ ปี ๒๔๕๖ ท่านประธานคะ การทวงคืนผืนป่าพระราชกฤษฎีกา พระราชบัญญัติต่าง ๆ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ขอให้ท่านประธานแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลชาวบ้านที่มีความเดือดร้อนนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย ข้อ ๑๐ (๒) ขออนุญาตอ่านนะคะ ปรับปรุงที่ดิน ลดความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองสิทธิ โดยจัดสรรที่ดินทำกินให้ราษฎรที่ยากไร้ กรณีนี้ ถามไปทางท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านได้ทำตามนโยบายที่ท่านแถลงสำหรับบริหารราชการ แผ่นดินแล้วหรือไม่อย่างไรคะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ เกินเวลาไป ต่อไปนะครับ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ หลังจากนั้นกรุณาเตรียม ๕ ท่านนะครับ นางสาวกุลวลี นพอมรบดี นายอันวาร์ สาและ นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร แล้วก็นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ต่อไปท่านอาสพลธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ อำเภออุทุมพรพิสัย อำเภอห้วยทับทัน อำเภอเมืองจันทร์ และอำเภอปรางค์กู่จากพรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องขอปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดศรีสะเกษ ๑ เรื่อง ก็คือปัญหาภัยแล้ง จากข้อมูลของสถานีอุตุนิยมวิทยา จังหวัดศรีสะเกษระบุว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคมปีนี้ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยอยู่ที่ ๖๐๒.๓ มิลลิเมตร ในขณะที่ค่าเฉลี่ย ๓๐ ปี อยู่ที่ ๗๔๕.๓ มิลลิเมตร เดิมทีจังหวัดศรีสะเกษ ก็ประสบปัญหาภัยแล้งเป็นประจำทุกปีอยู่แล้วครับ แต่ปีนี้ปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ๓๐ ปี ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ พี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส มีหมู่บ้านที่ได้รับ ความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ ๘๙๑ หมู่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอเมืองจันทร์ ได้ถูกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติทั้งอำเภอ มีพี่น้องที่เดือดร้อนทั้งหมด ๕๒ หมู่บ้าน ผมจึงขอใช้ เวทีสภาแห่งนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ก็คือกรมฝนหลวง ขอให้พิจารณาจัดทำฝนเทียมให้กับพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษเป็นกรณีพิเศษ
๒. ขอฝากไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และอธิบดีกรมชลประทาน ให้ดำเนินการก่อสร้างแหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในมือผม เรียกว่า แผนแม่บทพัฒนาลุ่มน้ำระดับ จังหวัด ซึ่งจัดทำโดยโครงการชลประทานจังหวัดศรีสะเกษ หากทำทั้งหมด มีทั้งหมด ๙๗ โครงการ ใช้งบประมาณ ๕,๙๐๐ ล้านบาท แต่ในนี้มี ๕ โครงการที่มีความสำคัญ ก็คือ โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ โดยดึงน้ำจากลำห้วยทับทันมาที่อำเภอเมืองจันทร์ ๒. โครงการก่อสร้างแก้มลิงห้วยแคน ตำบลรังแร้ง อำเภออุทมพรพิสัย ๓. โครงการก่อสร้าง แก้มลิงบ้านพะเนา ตำบลปราสาท อำเภอห้วยทับทัน ๔. โครงการก่อสร้างแก้มลิงบ้านขี้นาค ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ และ ๕. โครงการก่อสร้างแก้มลิงวังมล ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่าน
ขอประทานโทษนะครับ ผมข้าม ขออภัยครับ ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ขออภัยด้วยครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒๑ จากเขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคอนาคตใหม่ครับ ผมขอหารือในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน ของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในเขตเมืองย่านชุมชน เราจะเห็นภาพอุบัติเหตุของรถจักรยานยนต์ อยู่บ่อย ๆ แต่นั่นเป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นครับ ยังมีอุบัติเหตุส่วนมากที่ยังไม่ปรากฏอยู่บน พื้นที่สื่อหลักให้รัฐบาลและประชาชนได้รับรู้ในวงกว้าง ผมขอยกตัวอย่างถนนเส้นทางรถไฟ สายเก่าปากน้ำที่เริ่มตั้งแต่หน้าพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จังหวัดสมุทรปราการ เข้าสู่กรุงเทพฯ ที่เขตบางนาผ่านเขตพระโขนง ผ่านเขตคลองเตย สิ้นสุดที่จุดตัดถนนพระราม ๔ เป็นถนน เส้นที่มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ทั้งที่เขาไม่ได้ ใช้ความเร็วสูงเลยและไม่ได้มีสาเหตุหลักมาจากความประมาท เพราะทุกครั้งจะเห็นภาพ ผู้เสียชีวิตสวมหมวกกันน็อกอยู่ ส่วนสาเหตุหลักของปัญหานี้ก็คือถนนที่คับแคบเพียงแค่ ๒ เลนสวนกัน ถนนที่ชำรุดทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อเกือบตลอดทั้งเส้น สาเหตุหลัก ของถนนที่เป็นอย่างนี้ ก็เพราะว่าการมีท่าเรือขนาดใหญ่อยู่บริเวณนั้น ทำให้มีรถบรรทุก จำนวนมากวิ่งเข้าออกทุก ๆ วัน เมื่อมีการซ่อมแซมถนนก็จะชำรุดทรุดโทรมพังเหมือนเดิม ในเวลาไม่นาน ผมจึงขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมและกรุงเทพมหานคร ให้แก้ไขปัญหานี้ ดังนี้ครับ ในระยะกลางถึงระยะยาว ขอให้นำโครงการย้ายท่าเรือออกจาก เขตเมืองมาทบทวนอีกครั้ง เหมือนกับนานาอารยประเทศที่เขาให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยของประชาชนมาก่อน ในระยะสั้นขอให้ปรับปรุงซ่อมแซมถนนเส้นนี้ รวมถึง ไหล่ทางให้มีคุณภาพและขอให้อนุมัติงบประมาณขยายถนนเป็น ๔ เลน ที่มีการสำรวจ และทำโครงการไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับงบประมาณ
สุดท้ายครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นสนับสนุนแนวทางของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่จะปรับเปลี่ยนเวลาเข้าออกรถบรรทุกสิบล้อขึ้นไป ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นเวลาเที่ยงคืนถึงตีสี่ครับ ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ (Page) บ้านเรา บางนา ลาซาล แบริ่ง จบการหารือเพียงเท่านี้ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะคะ
เรื่องแรก เป็นเรื่องของโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี ซึ่งเป็นศูนย์รังสีรักษา และมะเร็งวิทยา รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งครอบคลุมเขตภาคกลางตอนล่าง ๔ จังหวัดนะคะ ได้แก่ จังหวัดราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครปฐม รวมถึงทั้งมีคนไข้ จากทางจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาใช้บริการด้วยนะคะ ยังคงขาดแคลนเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง อาทิเช่น เครื่อง วีแมท (VMAT) เครื่อง ซีที ซิมมูเลเตอร์ (CT Simulator) เครื่อง บีมสแกนเนอร์ (Beam Scanner) เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง รวมถึงอาคาร ที่พักสำหรับแพทย์และพยาบาลที่จะต้องอยู่ดูแลผู้ป่วยตลอด ๒๔ ชั่วโมง บ่อยครั้งที่ออกกะ ยามกลางค่ำกลางคืนแล้วก็เกิดอุบัติเหตุ เกิดการเสียชีวิต ทำให้บุคลากรทางโรงพยาบาล เสียขวัญและกำลังใจ ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขได้โปรดพิจารณางบประมาณในการดูแลโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ บนถนนทางหลวง หมายเลข ๔ ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๐๑ แยกไฟเขียว ไฟแดงจุดนี้ชาวบ้านเรียกกันว่าแยกนิสสันช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้าและตอนเย็น บ่อยครั้งที่เกิดอุบัติเหตุและการจราจรค่อนข้างหนาแน่นและติดขัด ยิ่งถ้าหากว่าเป็นช่วง ท่องเที่ยว รถติดยาวเป็นหลายกิโลเมตรค่ะ แยกไฟเขียวไฟแดงแห่งนี้เป็นแห่งสุดท้าย ของวงแหวนรอบเขตเศรษฐกิจเมืองราชบุรีที่ยังไม่มีโครงการก่อสร้างสะพานลอยข้ามแยก ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยประสานงบประมาณมาแก้ไข ปัญหาให้ด้วยค่ะ รวมถึงสะพานสิริลักษณ์ บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๐๐ อายุกว่า ๖๐ ปี ข้ามแม่น้ำแม่กลองสะพานนี้ อยากจะฝากท่านประธานประสานท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมของบประมาณในการขยายสะพานสิริลักษณ์เพื่อรองรับการระบาย การจราจรที่เป็นคอขวดหน้าห้างบิ๊กซี ราชบุรีด้วยค่ะ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ
ขอบพระคุณมากครับ ต่อไป นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดร้อยเอ็ด ผมได้รับการร้องเรียน จากชาวบ้านท่าไคร้ หมู่ที่ ๑ ตำบลกลาง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ว่าได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากถนนสายบ้านท่าไคร้ไปท่าวังเกิ้ง
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
ความยาว ๗,๒๐๐ เมตร ได้รับงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถนนลูกรังหนา ๒๐ เซนติเมตร ปรากฏว่า มีแต่ฝุ่น ชาวบ้านเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมขอฝากท่านประธานไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ช่วยสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดให้แก้ไขนำดินและลูกรัง ไปลงถนนให้ได้มาตรฐานตามสัญญาจ้าง นั่นเป็นเรื่องที่ ๑ ขอภาพลูกรังมหาดไทยอีกด้วย ขอท่านประธานได้ดูว่าเป็นลูกรังหรือเป็นดิน ขอภาพอีกครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ลูกรังมหาดไทยครับ ขอภาพฝุ่นครับ ซึ่งก่อสร้างด้วยเงิน ๓,๔๗๙,๐๐๐ บาท ปรากฏว่าเป็นดินล้วน ๆ ทีนี้ชาวบ้านเดือดร้อน มีการร้องเรียนไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งแต่เดือนมกราคมจนเดี๋ยวนี้ไม่แก้ไขครับ ก็ฝากไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการ
เรื่องที่ ๒ ครับ ปัญหาเรื่องที่ชาวบ้านเดือดร้อนเป็นประจำ ชาวบ้าน อำเภอเสลภูมิ อำเภอทุ่งเขาหลวง คือน้ำท่วมและฝนแล้ง เหตุผลในการท่วมเนื่องจากว่า ลำน้ำยาง ๒ ข้างไม่มีคันพนัง เพราะฉะนั้นขอให้กรมชลประทานได้สร้างคันพนังและฝายกั้นน้ำ เป็นช่วง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนชาวนาด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายอันวาร์ สาและ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมมีเรื่องทุกข์ใจ ของชาวบ้านในเขตพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาหารือกับท่านประธานวันนี้นะครับ ก็คือเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ครั้งใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เวลาก่อเหตุ รถที่ก่อเหตุมักจะไม่ติดป้ายทะเบียน หรือไม่ก็ติดป้ายทะเบียนปลอม ทีนี้พอเกิดหลาย ๆ ครั้ง วันนี้เกิดความทุกข์ใจของชาวบ้านก็คือว่าเขารู้สึกหวาดระแวง เขาอยากให้รถทุกคันในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ขอให้เข้มงวดกวดขันให้ติดป้ายทะเบียนทุกคันครับ เจ้าหน้าที่ที่ไปทำงานในพื้นที่บางครั้งก็อยู่ในชุดนอกเครื่องแบบ ปรากฏว่ารถที่ไปทำงาน บางครั้งรถเจ้าหน้าที่เองไม่ได้ปิดป้ายทะเบียน วันนี้ชาวบ้านเองเขาก็เลยรู้สึกว่าหวาดระแวง ว่าเขาจะช่วยในการทำงานของเจ้าหน้าที่เขาก็ทำไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าตกลงคันไหนเป็นโจร คันไหนเป็นเจ้าหน้าที่ เขาไม่ทราบครับ เพราะว่าชุด แล้วก็รถที่ก่อเหตุหรืออะไรต่าง ๆ ก็ไม่มี ป้ายทะเบียน และมิหนำซ้ำรถของเจ้าหน้าที่เองก็ไม่ติดป้ายทะเบียนด้วย ผมอยากจะเสนอ ทางกระทรวงคมนาคมนะครับ ให้เพิ่มเติมก็คือว่าต่อไปนี้ใช้เทคโนโลยีระบุในเรื่องของ เพลต (Plate) ลายเส้น หรือว่าจะเป็นระบุของตัวรถว่าเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีนี้ต้นทุนต่ำมากครับ ให้รถแต่ละคันทำอย่างไรก็ได้ครับ ให้ระบุว่าเป็นสัญลักษณ์ของประจำคันเอาไว้เลย กรณีที่มีรถ ที่ถูกขโมยหรือไปก่อการอะไรต่าง ๆ เจ้าหน้าที่สามารถจะติดตามได้นอกจากกล้องวงจรปิดแล้ว ยังใช้ในเรื่องของสัญญาณเหล่านี้ช่วยในการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะแก้ปัญหาในพื้นที่ ตรงนั้นได้ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ก็จะเป็นเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เรื่องน้ำเพื่อการเกษตร
โครงการที่ ๑ คือโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำญวน ในพื้นที่ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โครงการนี้ถ้าสร้างเสร็จแล้วจะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนทั้ง ๒ อำเภอ รวมทั้งอำเภอภูซางก็จะได้รับผลประโยชน์ ซึ่งพี่น้องประชาชนได้ติดตามโครงการ มาตั้งแต่ ๑๘ ปีที่ผ่านมา แต่ติดปัญหาเรื่องพื้นที่อยู่ในลุ่มน้ำ ชั้น ๑ เอ (1A) ๖๓ ไร่ ได้ถาม ไปทางชลประทานแล้วได้ทราบว่ามีการศึกษาสิ่งแวดล้อมมา ๒ ครั้งแล้ว ปัจจุบันเรื่องอยู่ที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักสิ่งแวดล้อม ขอท่านประธานได้ทำ หนังสือถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักสิ่งแวดล้อม เพื่อจะได้อนุมัติ ซึ่งโครงการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณรับเป็นโครงการพระราชดำริ ถ้าได้รับการอนุมัติ เรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วจะสามารถสร้าง และแก้ปัญหาฝนแล้งและน้ำท่วมให้พี่น้องอำเภอเชียงคำ และอำเภอภูซางนะครับ
อีกโครงการหนึ่งคือโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหมูโอ่ ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทราบจากชาวบ้านว่าอ่างเก็บน้ำนี้รั่ว ไม่สามารถ จะเก็บน้ำไว้ได้ ขอให้ท่านได้แจ้งกรมชลประทานทำการสำรวจแล้วก็ซ่อมแซมนะครับ และมีโครงการอยากจะให้มีการสำรวจออกแบบก็คือ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ทัง อ่างเก็บน้ำห้วยเสียม ตำบลพระธาตุขิงแกง อำเภอจุน รวมทั้งโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยห้า ตำบลฝายกวาง อำเภอเชียงคำ อีกอ่างหนึ่งคืออ่างเก็บน้ำห้วยไคร้ ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอจุน สุดท้าย เป็นอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง ตำบลห้วยข้าวก่ำ อำเภอจุน ขอให้ท่านได้ทำหนังสือถึง กรมชลประทานเร่งรัดในการสำรวจออกแบบจะเป็นความกรุณาอย่างยิ่งครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน พรรคภูมิใจไทย เรื่องที่ผมจะขอหารือกับท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงต่าง ๆ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่กระทรวงสาธารณสุขนะครับ ก็คือเรื่องความต้องการ ของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นภาพรวมของคนไทยทั้งประเทศครับ ก็คือในเรื่องของ สุขภาพ ในเรื่องของการรักษาพยาบาลครับ ซึ่งผมมั่นใจว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุก ๆ คน รับรู้แล้วก็รับทราบปัญหาเป็นอย่างดีว่าโรงพยาบาลของรัฐบาลนั้นนะครับ มีความต้องการ มีความจำเป็นที่ยังขาดแคลน ยังต้องการเครื่องไม้เครื่องมือ บุคลากร ทางการแพทย์ แล้วก็รวมถึงอาคารของผู้ป่วยที่จะใช้รองรับในการรักษา ยกตัวอย่าง โรงพยาบาลท่ามะกา อำเภอท่ามะกา ก็คือโรงพยาบาลมะการักษ์ ซึ่งอยู่ในเขตของผมนั้น เป็นโรงพยาบาลขนาดที่ ๒ ของจังหวัดกาญจนบุรี มีผู้ป่วยที่มารับบริการเป็นจำนวน ไม่ต่ำกว่า ๑,๕๐๐ คนต่อวัน แต่ในขณะเดียวกันครับสถานที่ในเรื่องของการรักษา โดยเฉพาะผู้ป่วยใน จะต้องไปนอนอยู่ตรงระเบียง ไปนอนอยู่ตรงทางเดิน ซึ่งผมมั่นใจว่า ไม่ใช่เป็นเพียงแค่โรงพยาบาลมะการักษ์ แต่เป็นโรงพยาบาลของรัฐในหลาย ๆ จังหวัด หลาย ๆ อำเภอ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ครับ สิ่งที่พวกเราทุกคนหวังเป็นอย่างยิ่งก็คือ ไม่อยากให้ประชาชนเจ็บ ไม่อยากให้ประชาชนจน ตามคำที่พวกเราทุกคนได้ให้คำอวยพรกับ ประชาชนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานสภานำเรียนไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องของสุขภาพร่างกายของคนไทยทุกคนเป็นเรื่องที่สำคัญครับ ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ตลอดระยะเวลา ๔ ปี ดิฉันได้มีโอกาสลงพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนตามภูมิภาค ได้มีโอกาส รับฟังถึงปัญหาและเรื่องราวร้องทุกข์ด้วยตัวเอง วันนี้ดิฉันจึงขออนุญาตนำหารือทั้งหมด ๒ เรื่อง โดยมีจดหมายความช่วยเหลือมาจากทั้ง ๒ แห่งนี้ค่ะ โรงเรียนแรก โรงเรียนนาอ้อวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดเลย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม เขต ๑๙ จัดการเรียนการสอน ตั้งแต่ ม. ๑ ถึง ม. ๖ มีนักเรียนทั้งหมด ๒๖๕ คน ได้ขอความอนุเคราะห์งบประมาณ ในการจัดปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์ที่มีสภาพทรุดโทรม ชำรุด และมีอายุการใช้งานที่นาน นอกเหนือจากนี้ ยังมีเรื่องของห้องน้ำนักเรียนที่มีสภาพทรุดโทรม ไม่ถูกสุขลักษณะ ดิฉันฝากเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ให้เร่งจัดสรรงบประมาณ ไปช่วยดูแลนักเรียนด้วยค่ะ โรงเรียนที่ ๒ คือโรงเรียนสานฝันปันรักมูลนิธิ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เปิดการเรียนการสอนให้นักเรียนพิเศษ ทั้งเด็กออทิสติก (Autistic) เด็กดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) พิการซับซ้อน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ได้ขอความอนุเคราะห์งบประมาณในการจัดสร้างระบบน้ำประปาเพื่ออุปโภคบริโภค ซึ่งปัจจุบัน มีเพียงน้ำบาดาล ซึ่งมีสนิมอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของนักเรียนและอาจารย์ ในระยะยาวได้ อีกทั้งยังได้รับแจ้งว่าการประปาส่วนภูมิภาคนี้ ได้เคยลงมาสำรวจเห็นว่า ไม่คุ้มทุนจึงไม่สามารถดำเนินการได้ เด็กเหล่านี้น่าสงสารมากค่ะ ดิฉันได้มาเห็นกับตัวเองแล้ว ต้องสู้ชีวิตมากกว่าเด็กปกติ ชีวิตคนมีค่าเท่ากัน จึงไม่มีคำว่า คุ้มค่า หรือ ไม่คุ้มค่า ดิฉันจึงฝาก เรียนไปทางท่านประธานไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ และการประปาส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ดิฉันขอหารือประเด็นเรื่องการของบก่อสร้างสะพานลอยหน้าโรงเรียนมะขามสรรเสริญ อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ฝั่งถนน ๓๑๗ ถนนเส้นจันทบุรี-สระแก้ว เพื่อความปลอดภัย ของนักเรียน และผู้ใช้รถใช้ถนนในบริเวณนั้นนะคะ สืบเนื่องจากดิฉันได้รับการร้องขอ จากคุณครูท่านหนึ่งว่าอยากได้สะพานลอยหน้าโรงเรียน จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ วันนี้ก็มีคลิป (Clip) สั้น ๆ เพื่อความชัดเจนให้ทุกท่านได้ชมนะคะ เพื่อที่จะได้เห็นภาพชัดเจนขึ้น รบกวน เจ้าหน้าที่ช่วยเปิดคลิป (Clip) ให้ด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปวิดีโอ)
จากในคลิป (Clip) เราจะเห็นได้ว่า เวลาที่นักเรียนข้ามถนนจะมีความอันตรายมาก เพราะว่าเป็นถนน ๔ เลน และรถขับกันมา ด้วยความเร็วสูง อาจเกิดอุบัติเหตุได้ ดิฉันคิดว่าการป้องกันดีกว่าการแก้ไข ไม่ต้องรอ ให้เกิดอุบัติเหตุก่อนแล้วค่อยคิดทำสะพานลอย ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินการก่อสร้างสะพานลอยให้ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ และหลังจากนั้นเตรียมตัว นางสาวละออง ติยะไพรัช นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ นางสาวศรีนวล บุญลือ นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร เชิญเลยครับ
เรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ผมมีประเด็นที่จะหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมทั้งสำนักงบประมาณเกี่ยวกับเงินเดือน ของข้าราชการและพนักงานในสถาบันอุดมศึกษาใน ๓ ประเด็น ดังนี้
ประเด็นที่ ๑ คือข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งรวมทั้งสายงาน การสอนและสายสนับสนุนไม่ได้มีการปรับบัญชีเงินเดือนพร้อมกับข้าราชการครูมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๔ ซึ่งเดิมทีนั้นข้าราชการเหล่านี้ส่วนหนึ่งซึ่งมีจำนวนมากก็เป็นข้าราชการครู และมีลักษณะการปฏิบัติงานเช่นเดียวกับครู แต่ว่าไม่ได้รับการปรับเงินเดือนให้เทียบเท่ากับ ครูจำนวน ๘ เปอร์เซ็นต์ มีการเรียกร้องเรื่อยมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ทุกฝ่ายเห็นว่าควรจะต้อง เยียวยา แต่ว่ามีปัญหาทางเทคนิคทางกฎหมาย แต่วันนี้รัฐบาล คสช. ได้ใช้ความพยายาม ตลอด ๕ ปี ได้มีการออกบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ให้มีการเยียวยาได้ แต่ว่าเมื่อผ่านพ้นไปแล้ว ๔-๕ เดือน ไม่ได้ดำเนินการ จึงขอให้กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสำนักงบประมาณได้พิจารณาเรื่องนี้
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา ที่มหาวิทยาลัย หลายแห่งจ่ายเงินเดือนไม่เป็นไปตามมติ ครม. คือสายการสอน ๑.๗ เท่าของอัตราเงินเดือน ก.พ. สายสนับสนุน ๑.๕ ของอัตราเงินเดือนที่ ก.พ. กำหนด ก็ขอให้ได้เยียวยา ได้กำหนด แนวทางให้มีการจ่ายเงินเดือนให้เป็นไปตาม ครม. ประเด็นที่ ๓ นิดเดียวท่านประธาน
จบนะครับ เลยเวลา ไปแล้วครับ ทำหนังสือมาผมจะส่งไปให้เหมือนกัน ต่อไป นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ด็อกเตอร์พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ ๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก เป็นเรื่องของพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิก จุดผ่อนผันในการค้าขายบนที่สาธารณะ อย่างเช่น บาทวิถี ซึ่งการจัดระเบียบบนทางเท้า นับว่าเป็นเรื่องที่ดี และดิฉันก็สนับสนุน เพราะประชาชนจะได้มีทางเดินที่สะดวก สะอาด และปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากก็ได้รับผลกระทบ พ่อค้าแม่ค้า ประกอบอาชีพที่สุจริตเพื่อที่จะต้องการหารายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องเลี้ยงครอบครัว ของตัวเอง เมื่อไม่สามารถที่จะค้าขายได้หรือว่าขายในทำเลที่ไม่เหมาะสมก็ทำให้ ขาดรายได้ไป ดิฉันจึงอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากให้ช่วยหา วิธีในเรื่องของพื้นที่ทำกิน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ในทำเลที่มีความเหมาะสม รวมถึง การทบทวนจุดผ่อนผันในบางจุดที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่สัญจรบนทางเท้า อย่างเช่น ซอยถนนจันทน์ ซอยเซนต์หลุยส์ ที่มีทางเดินที่กว้าง หรือแหล่งท่องเที่ยวอย่าง ปากคลองตลาดที่เดิมเป็นแหล่งค้าขายขนาดใหญ่ที่จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ เป็นต้น แต่ในการผ่อนผันก็ต้องทำข้อตกลงกับผู้ค้าให้มีการจัดระเบียบเรื่องความสะอาด แล้วก็ไม่รุกล้ำ บริเวณที่กำหนดไว้เพื่อให้ประชาชนมีทางเดินได้อย่างสะดวก ซึ่งการทบทวนรูปแบบ มาตรฐานหาบเร่ แผงลอยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็น ๑ ใน ๑๒ นโยบาย เร่งด่วนที่รัฐบาลได้แถลงไปแล้ว ดิฉันจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หาวิธีและมาตรการ แก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องการขอให้ประสานความร่วมมือระหว่าง กทม. กรมราชทัณฑ์ การเคหะแห่งชาติ ในการดำเนินการลอกท่อ เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะนำส่งข้อมูลต่อไป
และเรื่องสุดท้ายขอติดตามเรื่องสายไฟและสายสื่อสารค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากนะครับ ต่อไป นางสาวละออง ติยะไพรัช ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย หารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ ประชาชน สภาพที่ผ่านมาแม่น้ำจันในฤดูฝนไม่มีที่กักเก็บน้ำ น้ำจะไหลหลากท่วมในพื้นที่นา ของราษฎรในเขตตำบลจันจว้า และตำบลจันจว้าใต้ ได้รับความเสียหายเป็นประจำทุก ๆ ปี ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันน้ำท่วมและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืน ขอให้กรมชลประทานจัดทำโครงการผันน้ำเข้าเวียงหนองหล่ม โดยตั้งฝายกั้นน้ำแม่จัน ส่งน้ำผ่านแก้มลิงในบ้านป่าสักหลวง ลงลำเหมืองสาธารณะสู่เวียงหนองหล่ม ซึ่งมีพื้นที่ รับน้ำประมาณ ๑๕,๐๐๐ ไร่ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ในฤดูแล้ง และเป็นการแก้ไขปัญหาภัยแล้งค่ะ
ข้อ ๒ ซ่อมแซมประตูน้ำและขุดลอกหน้าฝาย ฝายกล้วยคำ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ก่อสร้างโดยกรมชลประทาน ต่อมาได้ส่งมอบ ภารกิจให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลศรีค้ำ ฝายแห่งนี้กั้นน้ำแม่คำ มีราษฎรผู้ใช้ ประโยชน์ส่วนใหญ่อยู่นอกเขตขององค์การบริหารส่วนตำบลศรีค้ำ ก็คือตำบลจันจว้า ตำบลจันจว้าใต้ ตำบลจอมสวรรค์ ตำบลป่าสัก พื้นที่เกษตรกรรมประมาณ ๒๕,๐๐๐ ไร่ สภาพปัจจุบันประตูระบายน้ำชำรุดและหน้าฝายตื้นเขิน ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ ที่ได้ประโยชน์จากฝายนี้ได้รับความเดือดร้อน และข้อจำกัดของงบประมาณขององค์การ บริหารส่วนตำบลศรีค้ำที่มีจำกัดไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมประตูน้ำและขุดลอกหน้าฝาย จึงขอให้กรมชลประทานได้เข้ามาดำเนินการแก้ไขและจัดงบประมาณ เพื่อสนับสนุนแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณมากนะครับ ท่านต่อไปคือท่านอิสสระ สมชัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมมีปัญหา เรื่องวิกฤตภัยแล้งภาคอีสานที่จะมาหารือต่อที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้เข้าไปแก้ไข เนื่องจากว่าปีนี้ภาคอีสานทั้งภาคเจอปัญหาวิกฤตภัยแล้งมาตั้งแต่ เดือนมิถุนายนจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ กระผมเองในฐานะเป็นผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ผมพร้อมด้วย ส.ส. แนน บุณย์ธิดา สมชัย และตัวแทนเกษตรกรในจังหวัด อุบลราชธานีได้ไปดูปฏิบัติการฝนหลวง ที่กองบิน ๒๑ ขอภาพถ่ายด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ที่นั่นนะครับ ปรากฏว่าได้ไปทำ ฝนหลวงทั้งหมด ๓ จังหวัด คือจังหวัดยโสธร จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษ ทำให้เกิดมีฝนตกขึ้นมานะครับ ก็เป็นอันว่าแก้ไขปัญหาไปได้ ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เคยให้ผมติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอีกต่อไปว่ายังมีอีกหรือไม่ ปรากฏว่า ท่านนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีหลายท่านได้ไปดูที่จังหวัดสุรินทร์ที่ว่ามีปัญหา ค่อนข้างจะมาก ผมขอกราบเรียนว่าในส่วนที่ผมไปติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในภาคอีสาน เริ่มต้นตามภาพแรกเลยครับ ที่เห็นนะครับ นั่นได้รับรายงานจากนายพงศธร งานไว ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดขอนแก่น ที่อำเภอแวงน้อยและอำเภอโคกโพธิ์ไชย และภาพต่อไปครับ ต่อไปนั้นจากจังหวัดบุรีรัมย์ คือที่อำเภอประโคนชัย ได้รับรายงานจาก นายภูมิสิทธิ์ มาประจง ต่อไปครับเป็นภาพจากจังหวัดนครราชสีมา นายสุดใจ เจริญใจ เป็นคนรายงานมาให้ทราบว่าที่บ้านโนนตาเถร อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา และภาพสุดท้ายที่จังหวัดสุรินทร์เอง ที่จังหวัดสุรินทร์นั้นบ้านแสลงพันธ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ตามภาพที่เห็นนี้แสดงว่าวิกฤตการณ์ภัยแล้งก็ยังมีอยู่ ขอให้รัฐบาลได้เข้าไป ดำเนินการการแก้ไขปัญหาต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมได้รับเรื่องจากราษฎรในหมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๑๑ หมู่ที่ ๑๙ และหมู่ที่ ๒๒ ตำบลเวียง อำเภอเทิง ให้ช่วยติดตามความคืบหน้าเรื่องของการจำหน่ายทะเบียนที่สาธารณประโยชน์แปลงป่าห้วย ป่าก้าง และออกโฉนดที่ดินให้กับราษฎรในพื้นที่ ซึ่งราษฎรได้อาศัยอยู่มาตั้งแต่ปี ๒๔๓๐ แต่ปี ๒๕๐๐ ได้มีการขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ทำให้ไม่สามารถออกโฉนดได้ แล้วก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และได้ก็พิจารณาเรื่องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางราษฎรก็เลยสอบถามว่าปัจจุบันเรื่องไปถึงไหนแล้ว แล้วก็จะได้รับโฉนดที่ดินเมื่อไรนะครับ
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลป่าแดด อำเภอป่าแดด ให้ช่วยติดตามเรื่องการขยายเขตไฟฟ้าเข้าสู่ที่ดินการเกษตร ซึ่งได้ยื่นเรื่อง ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคของอำเภอป่าแดดแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ทางผู้นำ ผู้ใหญ่บ้านจึงได้สอบถามมาให้ช่วยติดตามว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการไปถึงไหน
เรื่องที่ ๓ ได้รับเรื่องจากนายทองคำ ยาปะโลหิต นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเหล่า อำเภอเวียงเชียงรุ้ง ให้ช่วยติดตามเรื่องการขออนุญาตการเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยสักและป่าแม่กกฝั่งขวาเพื่อเป็นสถานที่ในการจัดการขยะมูลฝอย ซึ่งได้ดำเนินการ ขออนุญาตมานานนะครับ แล้วก็ได้มีหนังสือสอบถามเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม และวันที่ ๒๑ ธันวาคม ปี ๒๕๖๐ มีหนังสือจากผู้อำนวยการสำนักการจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๒ จังหวัดเชียงราย ได้ตอบกลับไปในวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๑ แต่ถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เลย ทางท่านนายกเทศมนตรีจึงได้ให้ช่วยสอบถามและติดตาม เพื่อทางเทศบาลจะได้ดำเนินการ จัดการขยะมูลฝอยให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง และไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติของกรมป่าไม้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายสุชาติ อุสาหะ ผมขออภัยไม่ได้เรียนล่วงหน้าเอาไว้ หลังจากนั้นก็จะเป็น นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี แล้วก็นายสิระ เจนจาคะ ขอเชิญ คุณสุชาติ อุสาหะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุชาติ อุสาหะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดเพชรบุรี วันนี้มีเรื่องกราบเรียนท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องแรก เป็นเรื่องถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมผ่านไปยังท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนะครับ ในเรื่องของเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตามคำสั่งของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ ๙๗/๑๕๕๘ เรื่องปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ปรากฏว่าหลังจาก ปรับปรุงแล้วปัญหาของเส้นเขตไม่สอดรับกับพระราชกฤษฎีกาประกาศก่อตั้ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ปี ๒๕๕๔ ทำให้เกิดปัญหาทับกับเขตพื้นที่ที่ราษฎร ทำกินอยู่ประมาณ ๖,๐๐๐ ไร่ ประกอบด้วย ๓ หมู่บ้าน ของตำบลยางน้ำกลัดเหนือ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ประกอบด้วย บ้านลิ้นช้าง บ้านท่าเสลา และบ้านพุน้ำร้อน เป็นเหตุให้ราษฎรทั้ง ๓ หมู่บ้านเกิดปัญหาในการออกเอกสารในเรื่องของโครงการ คทช. ซึ่งเป็นการจัดที่ดินทำกินในเขตป่าให้กับราษฎร ก็นำเรียนผ่านท่านประธานสภาถึงท่านอธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้เร่งรัดในเรื่องของการแก้ไขเรื่องนี้โดยด่วน เพื่อจะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลได้ และนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งซึ่งทำให้ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานไม่สามารถจะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้
เรื่องที่ ๒ ถึงอธิบดีกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ในเรื่องของสะพานกลับรถ ข้ามถนนเพชรเกษม สาย ๔ บริเวณหมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๓ ตำบลเขาย้อย ได้รับการร้องเรียน จากท่านนายอำเภอวิพร แววศรีผ่อง นายอำเภอเขาย้อย รวมทั้งผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ว่า เกิดปัญหาในเรื่องของสะพานกลับรถในช่วงเทศกาลต่าง ๆ มีการปิดเกาะกลางถนนเพชรเกษม สาย ๔ ก็จะเกิดปัญหาในเรื่องการสัญจรของราษฎร
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องสุดท้าย ถึงอธิบดีกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ก็เป็นเรื่องของสะพานกลับรถเหมือนกัน ข้ามถนนเพชรเกษมบริเวณหมู่ที่ ๑ ตำบลสมอพลือ เตาอิฐ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ขอให้เร่งรัดการก่อสร้างครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสาวศรีนวล บุญลือ
ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผาชาติล้วนงามตา งามล้ำค่านครพิงค์ คำขวัญของจังหวัดเชียงใหม่ค่ะ กราบเรียน ประธานสภาที่เคารพ ข้าพเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคอนาคตใหม่ ข้าพเจ้าลงพื้นที่ตำบลเวียง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มีชาวบ้านมาร้องขอเพื่อประสานงาน ที่ผ่านมาประชาชนทำโครงการ ส่งถึงกรมทางหลวงชนบท เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่พอมาถึงวันที่ ๙ กรกฎาคม กรมทางหลวงชนบทลงไปสำรวจจะเอายางพาราซอยล์ (Para Soil) ลงให้กับประชาชน ดังนั้นประชาชนในพื้นที่บอกว่าเป็นทางเขาลาดชันขึ้นเขาสูง ลงเขา แล้วก็ถนนสายนี้เป็นถนน ที่โครงการหลวงใช้เวลาขนพืชผลทางด้านการเกษตร แล้วรถจะมีน้ำหนักจำนวนมาก ดังนั้น ประชาชนจึงร้องขอผ่านมายังประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวงชนบทช่วยปรับเปลี่ยนถนนยางพารา ซอยล์ (Para Soil) เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กต่อไป เพื่อความปลอดภัยชีวิตของประชาชน จะสร้างบ้านต้องตามใจผู้อยู่ จะผูกอู่ต้องตามใจผู้นอน จะสร้างถนนจะต้องดูแล ความปลอดภัยของประชาชน สุดท้ายนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ขอขอบคุณท่านมนัส สุริยสิงห์ นายอำเภอแม่วาง และขอขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร มา ณ โอกาสนี้ด้วย ขอขอบคุณคะ
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายสมชาย ฉลาดแหลม ในนามของประธานชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลหาดบางดี และเสาเภา ให้ติดตามเรื่อง เนื่องด้วยเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ ที่ผ่านมาท่านจตุพร บุรุษพัฒน์ ขณะนั้นท่านยัง เป็นอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ลงไปรับฟังปัญหาของพี่น้องอำเภอสิชล ที่เดือดร้อน เนื่องจากเวลาหน้าน้ำท่วมบริเวณร่องน้ำบ้านท่าหมาก จะเป็นร่องน้ำที่ปิด เวลาน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมจะเอ่อล้น และมีผลกระทบ ๕ ตำบลด้วยกัน ตำบลฉลอง ตำบลเขาน้อย ตำบลทุ่งปรัง ตำบลเสาเภา และตำบลเทพราช น้ำท่วมท่านประธาน ยังไม่เท่ากับความเสียหายที่เกิดขึ้น และเป็นความเสียหายที่ซ้ำซากจำนวนครัวเรือนที่ได้รับ ผลกระทบกว่า ๑,๒๐๐ ครัวเรือน ค่าเสียหายมูลค่ากว่า ๑๐๐ ล้านบาท แล้วเป็นปัญหา ต่อเนื่องมาแบบนี้เป็นระยะเวลากว่าหลายปีด้วย ทางท่านประธานชมรมท่านสมชายได้หารือ และขณะนั้นท่านจตุพรก็ไปรับฟังปัญหามีตัวแทนผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และผู้ว่าราชการ จังหวัดก็ไปรับฟังด้วย ดิฉันเลยเป็นตัวกลางมาสอบถามความคืบหน้า และที่สำคัญคือ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั่นคือทางกรมเจ้าท่าได้ลงไปสำรวจและทำเขื่อนกั้นทราย และคลื่นบริเวณร่องปากน้ำท่าหมาก เพื่อแก้ปัญหาเป็นการถาวรไม่ได้ช่วยแค่ปลายน้ำ ไม่ได้ช่วยแค่เปิดร่องน้ำ แต่ช่วยเรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องของอาชีพ ประมงท้องถิ่น ให้ยังคงอยู่ และที่สำคัญก็คือได้ช่วยพืชผลของพี่น้องชาว ๕ ตำบลที่ได้รับผลกระทบทุกปี ให้เขาสามารถได้มีอาชีพต่อเนื่องต่อไป ดิฉันเลยนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังอธิบดี กรมเจ้าท่า ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกระทรวงมหาดไทย ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือเกี่ยวกับปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง ดิฉันได้รับร้องเรียนจากพี่น้องชาวคลองลำกอไผ่ วัดทิพพาวาส สงสัยว่าน้ำเสียที่เกิดขึ้นจะมาจากโรงงานที่ผลิตอาหารกระป๋องแห่งหนึ่งบนถนนสุวินทวงศ์ ที่อยู่ในพื้นที่เขตมีนบุรี และดิฉันได้ลงพื้นที่สำรวจแล้วพบว่าน้ำในคลองนั้นมีสีดำ มีกลิ่นเหม็นมาก ดิฉันสำรวจไปตามคลองลำกอไผ่ คลองลำนกแขวก คลองบางไทร แล้วก็คลองไผ่ผี แล้วก็ไปถึง จุดด้านหลังบริเวณของโรงงานแห่งนั้นดิฉันพบว่ามีน้ำเสียถูกปล่อยออกมาจริง ๆ ดิฉันจึงเห็นว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เร่งด่วนที่ต้องการแก้ไข ดิฉันได้ยื่นหนังสือถึงท่านประธานสภาฉบับหนึ่งแล้ว แต่ดิฉันขอประสานโดยเร่งด่วนให้สำนักการระบายน้ำเร่งผลักดันน้ำที่เสียออกจากพื้นที่ แล้วก็ ทำการบำบัดน้ำเสียเสียใหม่ รวมถึงให้สำนักสิ่งแวดล้อมสำรวจสาเหตุที่แท้จริงของน้ำเสีย ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วยค่ะ
ในส่วนข้อ ๒ ดิฉันขอให้สำนักการจราจรกรุงเทพมหานครได้สำรวจสัญญาณ ไฟจราจร รวมถึงสัญลักษณ์ทางม้าลายทางข้ามต่าง ๆ ในหลาย ๆ จุด ซึ่งในขณะนี้มีลักษณะ ที่เลือนราง เกิดอันตรายให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก เช่น ปากซอย ถนนลาดกระบัง ๕๔ ถนนหน้าหมู่บ้านเคหะนคร ๒ ถนนหน้าตลาดนำชัย รวมถึงถนนร่มเกล้า หน้าหมู่บ้านรุ่งกิจวิลล่า ๙ ด้วยค่ะ พี่น้องประสานผ่านดิฉันมาหลายช่องทางขอให้สำนัก การจราจรรีบดำเนินการแก้ไขด้วยนะคะ
ในส่วนข้อ ๓ ดิฉันขอให้การไฟฟ้านครหลวงได้เข้าสำรวจปรับปรุงซ่อมแซมถนน พัฒนาชนบท ๓๔ ที่ขณะนี้มีไฟฟ้าชำรุดหลายจุดด้วยกันนะคะ รวมถึงถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ด้วยค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ครับ
กราบสวัสดีท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ เขต ๔ หรือที่เรียกว่า คาบสมุทรสทิงพระ ประกอบด้วยอำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ และอำเภอสิงหนคร มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้งครับเมื่อต้นเดือน ที่ผ่านมากระผมได้ลงพบปะกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แล้วก็กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ต่าง ๆ เขานำเสนอเรื่องปัญหาน้ำท่วม คืออย่างนี้นะครับท่านประธาน บ้านผมลักษณะพื้นที่ จะเป็นอย่างนี้น้ำท่วม พอถึงเดือนธันวาคม เดือนมกราคมน้ำก็จะท่วมนะครับ พอหลังจาก ๒ เดือน ๓ เดือน เดือนพฤษภาคมก็เริ่มน้ำแล้งแล้ว ปัจจุบันก็ยังแล้งอยู่ เพราะปัญหา เกิดขึ้นอย่างนี้ครับท่านประธาน เพราะเราไม่มีแหล่งเก็บน้ำจืด มันเกิดอย่างนี้ครับ น้ำจะมา เวลาหน้าฝนประมาณเดือนธันวาคมฝนจะตกหนัก น้ำจะมาลงทะเลสาบสงขลา จากจังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง เพราะเป็นที่ราบสูงจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ไหลลง พอเต็มตรงนี้ปั๊บ มันก็เอ่อล้นคาบสมุทรสทิงพระผมนะครับ เอ่อล้นน้ำก็จะท่วม ถ้าเกิดมีฝนตกอีกก็จะ ท่วมหนัก ท่วมเป็นเวลา ๑-๒ เดือน ทำให้ปศุสัตว์ ไม่ว่าวัวหรือแพะต่าง ๆ ก็ไม่มีหญ้ากิน หลังจากนั้นประมาณเดือนเมษายนน้ำก็จะแห้ง จะแล้ง พอแล้งปั๊บเป็นอย่างไรครับ ข้าวก็ ไม่มีขาย แพะ วัวก็ไม่มีน้ำที่จะกิน การเกษตรก็ได้รับผลกระทบมีความเสียหาย จากการ ลงพื้นที่ทางพี่น้องประชาชนในคาบสมุทรสทิงพระเขาอยากจะได้แก้มลิงเก็บกักน้ำครับ ท่านประธานครับ คือทำจากตรงนี้ครับ จากหัวป่า ตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด ทำคันกั้นน้ำ แล้วก็ผ่านมาถึงอำเภอกระแสสินธุ์ ตรงนี้จะได้ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าลูกบาศก์เมตร ก็จะทำ เป็นที่กักเก็บน้ำให้กับพี่น้องประชาชนในเขตคาบสมุทรสทิงพระได้ ก็ฝากเรียนผ่านไปถึง กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า แล้วก็กรมทรัพยากรน้ำช่วยประสานงานด้วยครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ
ส่วนที่เหลือทำเรื่องมาครับ ผมจะส่งให้ครับ ต่อไปครับ ท่านต่อไปคือ นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก พรรคเพื่อไทย กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธาน เนื่องจากกระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านนา ชาวอำเภอองครักษ์ นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้ใช้ถนนหนทางว่าได้รับความเดือดร้อน ดังนี้ ๑. ถนน นย. ๓๐๗ แยกทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๐๕ บ้านอุโมงค์ไปยังบ้านคลอง ๓๓ ระยะทาง ๑๘ กิโลเมตร ๒. นย. ๓๐๐๑ บ้านองครักษ์ ไปยังบ้านบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยะทาง ๓๘ กิโลเมตร ถนน ๒ สายนี้อยู่ในความ รับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ถนน ๒ สายนี้ก่อสร้างมายาวนานแล้ว ปัจจุบันก็ยังก่อสร้างอยู่ ทำให้เครื่องหมายจราจรชั่วคราว ไฟเตือนต่าง ๆ ชำรุดเสียหาย ยิ่งเวลาฝนตกหรือกลางค่ำกลางคืนมักเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้สูญเสียชีวิตและ ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก แล้วก็ทำให้เกิดปัญหามลภาวะ ฝุ่นละออง ร้านค้า ๒ ข้างทางค้าขายไม่ได้ ได้รับความเดือดร้อนจึงร้องเรียนมายังกระผม กระผมจึงใคร่ ขอให้ท่านประธานสภาทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ โดยเร็วครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปนะครับ เปลี่ยนเป็นท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม รณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ
เรื่องแรกนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผู้ผลิตยาที่มีส่วนผสมสารสเตียรอยด์ (Steroids) ซึ่งห้ามจำหน่ายภายในประเทศ คือพูดง่าย ๆ ต้องเอาออกจากประเทศ ไปจำหน่ายที่ต่างประเทศแต่เพียงอย่างเดียว แต่เนื่องจากว่าผู้ผลิตยาดังกล่าวนั้นนะครับ แทนที่จะนำยาออกไปตามกระบวนการของศุลกากรนะครับ แต่ปรากฏว่าได้นำยาออกไป ทางโลจิสติกส์ (Logistics) ผ่านประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็ย้อนกลับมาเข้ามาวางจำหน่าย ภายในประเทศ ในส่วนของร้านค้าตลาดมืด รวมถึงในส่วนของห้างสรรพสินค้าดัง ๆ ที่มีอยู่ ทั้งในกรุงเทพมหานคร แล้วก็ต่างจังหวัด ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้นเป็นการกระทำ ซึ่งไม่ถูกต้อง ก็จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ในส่วนของกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนะครับ ให้ดำเนินการกับผู้ประกอบการดังกล่าว รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
เรื่องที่ ๒ นั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการขอให้ทางโรงพยาบาลเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรีนั้นเปิดบริการฟอกไต ซึ่งโรงพยาบาลดังกล่าวนั้นเป็นโรงพยาบาลที่ทาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีให้การอุดหนุนงบประมาณในการก่อสร้างทั้งหมดนะครับ ในตอนที่ผมเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และมีท่านอดีต ส.ส. วิทยา คุณปลื้ม เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งปัจจุบันนี้โรงพยาบาลดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีการ เปิดบริการในเรื่องของการฟอกเลือดล้างไตแต่ประการใด ทำให้พี่น้องประชาชนในเขต อำเภอเกาะจันทร์นั้น ต้องเดินทางไปล้างไตที่โรงพยาบาลที่อยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งจะมี ค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าโรงพยาบาลของรัฐที่ให้การบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการไปกลับ ซึ่ง ๑ ครั้งตกประมาณเกือบ ๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่งบางท่านนั้นก็ล้างไตอาทิตย์ละ ๒ ครั้ง บางท่านก็ล้างไตอาทิตย์ละ ๓ ครั้ง ซึ่งจะเห็นได้ว่า ๑ อาทิตย์ใช้จ่ายเป็นเงินประมาณ ที่สูงมาก ก็กราบเรียนฝากท่านไปทางในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขให้เปิดโครงการล้างไต ที่โรงพยาบาลเกาะจันทร์ด้วยครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ ที่วันนี้ถือว่าท่านนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่ประชาชน มาพูด แล้วก็เกือบทุกท่านรักษาเวลา มีประมาณสัก ๔ ท่าน ที่เกินเวลา ที่ผมเรียนเรื่องนี้ ก็เพื่อประสงค์ที่จะให้เราใช้เวลาให้เป็นประโยชน์จริง ๆ นะครับ คนเขาก็จับตาดูอยู่ว่าเรา มีวินัยรักษาเวลาหรือไม่ ชาวบ้านในเขตท่านเขาก็ดูอยู่ ก็เรียนไว้เพื่อพวกเราได้รับทราบ ยังไม่ได้เปิดประชุมนะครับ เชิญท่านสุทินครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ก็ได้รับมอบหมายจากเพื่อนสมาชิก ฝ่ายค้านได้หารือข้อกังวลมายังท่านประธานครับว่า วาระที่เราจะพูดคุยกันต่อไปนี้คือ ข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พวกเราเห็นว่าเกรงว่าจะล่าช้าเกินกว่าที่เรา คาดหมาย เนื่องจากว่าเราได้เคยหารือท่านประธาน จำได้ว่าเรื่องนี้จะเข้าวาระสอง เราได้ หารือกันว่าจะตั้งกรรมาธิการเต็มสภา หรือจะตั้งคณะกรรมาธิการ ด้วยเราอยากจะให้เร็วก็ได้ข้อสรุปว่า ถ้าตั้งกรรมาธิการก็จะเร็วกว่า ซึ่งตอนนั้นท่านประธานได้กรุณาคาดหมายว่าน่าจะจบสักภายในเดือนกรกฎาคม แต่ว่า ณ ขณะนี้ได้ล่วงเลยมา การล่าช้าก็จึงเป็นข้อเสียที่สมาชิกซึ่งรอที่จะเข้าทำงาน ไม่ว่าจะในรูปของคณะกรรมาธิการ อันนั้นล่าช้า
ประเด็นที่ ๒ เมื่อชาวบ้านถามว่าเรากำลังพิจารณาอะไรกันเคร่งเครียดอยู่ บอกเขาว่าเป็นข้อบังคับก็อายอยู่นะครับ ท่านประธาน มันไม่ทันต่อปัญหาชาวบ้าน เพราะฉะนั้นเป็นไปได้หรือไม่ว่าวันนี้เราจะต้องทำงานกันแบบมีเป้าหมายแล้ว เวลาที่เหลือ อยากจะขอความร่วมมือท่านประธานกับเพื่อนสมาชิกว่า ในวันนี้อยู่ในวิสัยที่จะสำเร็จ จบสิ้นได้ ก็อยากจะหารือว่า ๒ ฝ่ายที่จะทำให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ก็คือ ๑. ฝ่ายท่านสมาชิก ของเรา ถ้าจะกรุณาขอความร่วมมือกันว่าให้เสร็จได้ภายในวันนี้ โดยข้อใดที่ไม่จำเป็น เราก็ไม่อภิปรายกัน ๒. ก็คือทางฝ่ายประธานเอง ซึ่งจะได้กรุณาบริหารจัดการให้กระชับขึ้น ผมว่าน่าจะสำเร็จตามเป้าหมาย อย่างเมื่อวานก็น่าเสียดายนิดหนึ่งว่า วาระรายงานของ ไทยพีบีเอสซึ่งน่าจะไม่ใช่เร่งด่วน เราเอาวาระนั้นเข้ามาก็ทำให้กินเวลาไป ๑ วัน เพราะฉะนั้น จึงหารือท่านประธานว่าถ้าจะหารือร่วมกันขอกำหนดเป้าหมายว่าให้เสร็จภายในวันนี้ โดยขอความร่วมมือจาก ๒ ฝ่าย จะเป็นไปได้หรือไม่ กราบเรียนท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณมากนะครับ ความจริงควรจะเป็นเรื่องที่ผมขอมากกว่า เพราะว่าผมได้เรียนพวกเราไว้ตั้งแต่ต้นว่า ข้อบังคับคือกฎหมายที่บังคับให้เราปฏิบัติ ผมถึงเรียนเราตั้งแต่ต้นว่าเราจะต้องพิจารณา โดยรอบคอบและเปิดโอกาสทุกคนนะครับ เพราะจะได้ไม่บ่นเมื่อถึงเวลาที่เราใช้ข้อบังคับ มาบังคับเรา เพราะเราได้พิจารณาโดยถ่องแท้ โดยทุกฝ่ายมีโอกาสได้ใช้สิทธิเต็มที่ นี่คือสิ่งที่ได้เปิดโอกาส เมื่อวานผมก็ได้ยินตอนค่ำนะครับ ท่านรองประธานทำหน้าที่อยู่ ก็เรียนด้วยความเคารพว่าไม่มีใครคิดจะถ่วงครับ ที่ผมไม่เห็นด้วยในการพิจารณาเต็มสภา ผมรู้ว่ามีปัญหาครับ ซึ่งต่อมาผมก็ทราบว่าที่จริงก็เจตนาดีด้วยกัน แต่ว่าไปเข้าใจผิดว่า ถ้าออกมาช้าผมจะไปดูงบประมาณ ผมจะไปใช้งบประมาณ ส.ส. ซึ่งความจริงไม่มีครับ ไปสอบถามเลขาธิการแล้ว ที่เข้าใจว่ามีงบอยู่ ๑๔ ล้านบาท ไม่จริงครับ มีอยู่ล้านกว่าบาท ทั้งหมด เพราะมันช่วงปลายงบประมาณและประธานก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย แต่ว่าเราใช้วิธี พิจารณาในกรรมาธิการที่ตั้งถูกต้องแล้วครับ กฎหมายสำคัญหรือว่าข้อบังคับที่สำคัญนั้น เราจำเป็นต้องรอบคอบและเวลาที่ใช้บังคับเรา ผมถึงเปิดโอกาส แต่ว่าเรื่องที่ท่านสุทินพูดถึง เรื่องเมื่อวานไม่ใช่เรื่องด่วน มันเป็นข้อบังคับครับ ข้อบังคับในการบรรจุระเบียบวาระว่า (๑) กระทู้ถาม (๒) เรื่องประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม (๓) รับรองรายงานการประชุม (๔) เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ส่วนเรื่องเพื่อทราบที่แจ้งไปเมื่อวานนี้ก็เป็นเรื่องที่ เขากำหนดเอาไว้ เราต้องแจ้งเพื่อทราบ แต่ว่าผมก็เห็นด้วยว่าปกติเรื่องเพื่อทราบ เขาก็อภิปรายกันพอสมควร ไม่ถึงขนาดทั้งวันอย่างนั้น อันนี้ถือว่าประธานเปิดโอกาสมาก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เราจะหารือกันต่อไปหลังจากข้อบังคับนี้ใช้แล้วว่า เราจะหารือกันว่าวันนี้ เรื่องที่กองอยู่เต็มนี้คือญัตติ ญัตติด่วน ญัตติปกติ เราเพิ่งมา สภายังไม่เปิดครบสมัยประชุม เลยครับ ญัตตินี่กองเต็มแล้ว เพราะเราใช้เวลาในการอภิปรายเรื่องอื่นยาว ซึ่งเราจะหารือกัน ต่อไปว่าเราจะทำอย่างไรกับสิ่งที่ค้างอยู่ ผมจะทำตามที่ท่านพูดถึงนะครับ ก็คือจะพยายาม ทำให้เร็วด้วยการไม่ตัดสิทธิพวกเรา ขอเวลา ๑๐ นาทีนะครับ ผมหารือกับประธานกรรมาธิการ ผมขอเวลาพัก ๑๐ นาที ยังไม่ได้เปิดนะครับ แต่ว่าขอเวลาพัก ๑๐ นาที และเดี๋ยวผม จะขึ้นมาครับ
พักประชุมเวลา ๑๑.๑๔ นาฬิกา
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๙๐ คน
มีสมาชิกลงชื่อเข้าประชุมแล้ว ทั้งหมด ๔๔๙ ท่าน ผมขอเปิดประชุม ขอเวลานอกพวกเรา ๑๐ นาที แต่ว่าต้องถกกันยาว ขออภัยด้วย วาระที่เราจะเริ่มในวันนี้ ก็คือ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
เป็นเรื่องที่ค้างการพิจารณามาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๒ คือ เรื่องข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งเราจะดำเนินการต่อในวาระนี้ ในต่อไปนี้ได้เรียนถามท่านรองประธานที่ทำหน้าที่แล้วว่าครั้งที่แล้วเราได้พิจารณาถึง ข้อบังคับ ข้อ ๙๐ แล้วก็ได้มีสมาชิกที่แปรญัตติอภิปราย ทราบว่าอภิปรายหมดแล้ว อยู่ในช่วงที่คณะกรรมาธิการชี้แจงยังไม่จบ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ผมขออนุญาตให้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการได้ชี้แจง ได้สรุปต่อไป ขอเชิญครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ท่านวิรัช มีอะไร เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ตามที่ท่านประธานก่อนพักการประชุมได้ดำริเกี่ยวกับในเรื่องข้อบังคับ ในการที่เราจะพิจารณา ในขณะเดียวกันข้อหารือของท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้านก็คือ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม คือท่านสุทิน คลังแสง ผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมนิดหนึ่งก็คือ ในเรื่องข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น เป็นข้อบังคับที่เราจะใช้กัน ในห้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๕๐๐ ท่าน วันนี้เราก็มาถึงข้อที่ ๙๐ ซึ่งต้องถือว่าเป็นข้อ ที่มีรายละเอียดมากที่สุด แล้วก็เป็นข้อที่มีความแตกต่างในทางด้านความคิดมาก ผมเองก็ได้ มีโอกาสคุยกับท่านประธานกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการหลายท่าน แล้วก็มีโอกาสได้นำมา ปรึกษาทั้งท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน แล้วก็ในส่วนของตัวแทนเกือบทุก ๆ พรรค ในส่วนเรื่องปัญหาในการที่จะพิจารณาเร็วหรือช้านั้น ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า เราก็พยายามอย่างเต็มที่นะครับท่านประธาน ในส่วนตรงนี้ผมเองด้วยความเคารพก็คือ เราก็อยากได้ข้อบังคับให้รวดเร็ว ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ที่ความร่วมมือร่วมใจ ผมเห็นด้วยกับ ท่านสุทิน คลังแสง ซึ่งได้หารือไปเมื่อสักครู่ แต่ในขณะเดียวกันในเรื่องข้อบังคับก็เป็น ข้อบังคับที่เราจะใช้ร่วมกัน บางครั้งก็จะเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก บางครั้งก็จะ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เพราะฉะนั้นผมเองก็ได้คุยกับบรรดาท่านสมาชิก หลาย ๆ ท่าน บางอย่างก็อาจจะเป็นเรื่องของอิสระทางความคิดบ้าง เป็นอิสระในทาง การโหวตบ้างก็เป็นเรื่องเฉพาะตัว แต่ถึงอย่างไรก็ตามท่านประธานครับ เราก็จะร่วมมือร่วมใจกัน ในการที่จะพิจารณาข้อบังคับให้จบสิ้นโดยเร็วที่สุด ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ
ผมขอเชิญท่านประธาน กรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผม วิเชียร ชวลิต ประธานคณะกรรมาธิการ พิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... สืบเนื่องจากการพิจารณา ข้อบังคับโดยเฉพาะข้อ ๙๐ ได้มีท่านสมาชิกได้แปรญัตติแล้วก็เสนอความเห็นต่อที่ประชุม หลายประเด็นนะครับ แล้วก็ได้อภิปรายให้ความเห็นกันในสัปดาห์ที่แล้วจนเสร็จสิ้น เพียงแต่ ทางกรรมาธิการยังไม่ได้สรุปเรียน ก็ขออนุญาตใช้โอกาสนี้นำเรียนว่ากรรมาธิการได้พิจารณา แล้วก็นำข้อคิดเห็นต่าง ๆ ไป ประชุมปรึกษาหารือกันเมื่อวานนี้ตอนช่วงเช้า แล้วก็ได้สรุปยืนยันในประเด็นต่าง ๆ เพิ่มเติม ก็ขออนุญาตได้นำเรียนว่าได้แจกใบแทรกแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ที่ได้แจกกับท่านทั้งหลาย ก็ขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพว่ามีอยู่ ๔ หน้าครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียน ผมเรียนต่อไปโดยสรุปว่าโดยเฉพาะในข้อ ๙๐ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาว่า เรามีความเห็นว่าควรมีคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาจำนวนทั้งสิ้น ๓๕ คณะ ซึ่งถ้าประเมินหรือคำนวณตามจำนวนสมาชิกแต่ละคณะ คณะละ ๑๕ ท่าน รวมแล้วก็จะใช้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ๕๒๕ ท่าน เมื่อคิดสัดส่วนแล้วก็น่าจะเป็นจำนวน ที่เหมาะสม เพราะฉะนั้นกรรมาธิการโดยความเห็นร่วมกันว่าควรจะมีกรรมาธิการ ๓๕ คณะ เป็นหลัก เพราะฉะนั้นในการพิจารณาว่ากรรมาธิการควรจะมีเรื่องอะไรบ้าง ก็ได้พิจารณา โดยหลักการก็คือดูว่าภารกิจของกรรมาธิการที่จะตรวจสอบดูแลการทำงานของ ฝ่ายนิติบัญญัติในการถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหารก็จะสอดคล้องกับหลักการที่ ๑ คือหลักการ เรื่องของกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ
ประการที่ ๒ ก็คือการพิจารณาคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา ซึ่งเป็นไป ตามข้อบังคับเดิมว่าคณะกรรมาธิการที่อยู่เดิมนั้นมีกรรมาธิการชุดไหนบ้างที่ไม่มีภารกิจ หรือว่ามีภารกิจประกอบการพิจารณา
ประการที่ ๓ ก็คือว่ากรรมาธิการที่มีหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ที่จะต้องตรวจและทำหน้าที่ต่าง ๆ ตามกฎหมาย ก็จำเป็นต้องมีแล้วก็คงอยู่ เพราะฉะนั้น กรรมาธิการที่มีภารกิจบางส่วนที่ควรจะตัดอำนาจหน้าที่เราก็ปรับปรุง จึงได้เป็นที่มาว่า เราเสนอทั้งหมด ๓๕ คณะตามที่ยกร่าง แล้วก็นำเรียนท่านทั้งหลายไปนะครับ เพราะฉะนั้น โดยสรุปก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกว่าได้โปรดพิจารณาตามที่กรรมาธิการเสนอ ในข้อ ๙๑ ว่าเราคงไว้ที่ ๓๕ คณะ แล้วก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงซึ่งได้นำเรียน ท่านทั้งหลายไปเป็นแต่ละวงเล็บของกรรมาธิการแล้ว ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน โดยสรุปถึงการทำงานของกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ผมขออนุญาตประมวลให้เราได้ทราบถึงภารกิจต่อไปนี้ เมื่อท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้ชี้แจงสรุปให้ทราบแล้ว ผมขอสรุปให้ท่านฟังว่า ในข้อ ๙๐ นี้ แน่นอนนะครับ มีวงเล็บอยู่ จำนวนมาก แล้วเราก็มีความเห็นแตกต่างกัน แต่ว่ากรรมาธิการก็ทำหน้าที่อย่างดีจนได้ ข้อสรุปที่ดีมานะครับ ทำให้ความยุ่งยากอาจจะไม่มากนัก แต่ว่าถ้าท่านได้ทราบตัวเลข ต่อไปนี้การลงมติก็จะสะดวกขึ้น ง่ายขึ้น แล้วก็ครบถ้วนสมบูรณ์ ในข้อ ๙๐ ข้อที่ไม่มีการ แก้ไขและไม่มีผู้แปรญัตติ มีรวม ๒๑ วงเล็บครับ คือ (๑) (๒) (๗) (๘) (๑๐) (๑๒) (๑๓) (๑๕) (๑๗) (๑๘) (๒๐) (๒๑) (๒๒) (๒๓) (๒๔) (๒๖) (๒๗) (๒๙) (๓๐) (๓๑) (๓๒) รวมทั้งหมด ๒๑ ข้อ อันนี้กรรมาธิการไม่แก้ไข และไม่มีผู้แปรญัตติ ดังนั้นในประเด็นนี้เราแยกไว้ต่างหากครับ ประเดี๋ยวผมจะเรียนท่าน และ (๓๕) ผมตกไปหนึ่งวงเล็บ ขออภัยครับ ในประเด็นวงเล็บ ดังกล่าวนี้ ไม่มีประเด็นที่เราถกเถียงกัน เพราะกรรมาธิการเขาไม่แก้ เราก็ไม่แปรญัตติ ประเดี๋ยวผมจะถามมติท่านนะครับว่าเราจะให้ผ่านไปโดยไม่ต้องไปใช้เวลากับกรณีทั้งหมดนี้ มากนัก แต่ที่จะมีปัญหาก็คือข้อที่มีการแก้ไข มี ๙ ข้อครับ คือ (๓) (๖) (๙) (๑๔) (๑๙) (๒๘) (๓๓) (๓๔) (๓๕) มีไหมครับเจ้าหน้าที่ มีผู้สงวน (๓๕/๑) นะครับ อันนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นในข้อนี้แม้จะไม่มีผู้แปรญัตติ แต่เมื่อกรรมาธิการแก้ไขตามข้อบังคับ เขาบังคับให้เรา ต้องมีมติเพื่อรู้ว่าสมาชิกเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไร อันนี้ข้อบังคับ ข้อ ๘๐ บังคับให้เราต้อง ขอมติ เราจึงขอใช้เวลาสำหรับส่วนนี้ ส่วนประเด็นที่ ๓ คือข้อที่มีผู้แปรญัตติอยู่ใน ข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๙ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๖ ข้อ ๒๕ ข้อ ๓๕/๑ อันนี้มีผู้แปรญัตติ ซึ่งประเดี๋ยว ไล่ไปทีละรายนะครับ ทราบว่าบางท่านก็จะถอนเพื่อความรวดเร็ว แล้วก็พอใจที่กรรมาธิการ ชี้แจง เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตพวกเราว่าสิ่งแรกก็คือ ข้อที่ไม่มีการแก้ไขและไม่มี ผู้แปรญัตติ อันนี้ผมขอที่ประชุมได้ว่าไม่ต้องลงมติครับ ถ้าสมาชิกไม่แปรญัตติ ไม่มีการแก้ไข ก็คือว่าสามารถที่จะผ่านไปได้โดยไม่ต้องลงมติ เราก็จะได้จบในส่วนของ ๒๑ ข้อนี้ไป ประเด็นที่เราต้องขอมติยอมเสียเวลาสักเล็กน้อยก็คือ (๓) เป็นต้นไป ผมขออนุญาตที่ประชุม เนื่องจากมีการแก้ไข และโดยข้อบังคับ ข้อ ๘๐ บังคับให้เราต้องมีมติ จึงขอสมาชิกได้กรุณา เตรียมตัว แสดงตนลงมติทีละข้อนะครับ เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ท่านประธาน ได้สรุปเกี่ยวกับการจะลงมติในมาตรา ๙๐ อันนั้นผมเห็นพ้องด้วย แต่ว่าอยากจะขอหารืออยู่ ประเด็นหนึ่งก็คือว่าในการแปรญัตติ มาตรา ๓๕/๑ นั้น เรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการ ความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งถ้าเกิดมีการตั้งขึ้นมานั้นจะเป็น การตั้งในคณะที่ ๓๖ ถ้าการพิจารณาเรียงมาตราไปแล้ว กรณีนี้จะเป็นการแยกจาก (๕) ของ ข้อ ๙๐ กรณีนี้มันจะทำให้ถูกตัดไปทันที ดังนั้นถ้าเกิดว่าเราจะสามารถนำข้อ ๓๕/๑ ขึ้นมา พิจารณาก่อนจะได้หรือไม่ ถ้าพิจารณาเสร็จแล้วเป็นอย่างไร เราค่อยพิจารณาเรียงตามมาตรา อันนี้เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๔) สามารถที่จะแยกประเด็นก็ได้ ท่านประธานครับ
ขอเรียนให้ทราบว่า กรรมาธิการได้หารือกันเรื่องนี้ด้วยครับ แล้วเราก็ยุติด้วยว่าจะไล่ไปตามข้อนะครับ เมื่อถึง ข้อ ๓๕/๑ เราค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง ถ้ามติออกมาว่าอย่างไรเราก็มีการปรับปรุงข้อบังคับของเรา ให้สอดคล้องกับมติต่อไปครับ คุณหมอเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการ เกี่ยวกับข้อหารือในการลงมติ ผมขออนุญาตท่านประธานว่าเห็นด้วยกับการที่เราจะไล่ไปตามประเด็น ก็คือตามวงเล็บ หมายความว่า (๑) (๒) (๓) จนไปถึง (๓๕) แต่ในข้อ ๙๐ มันมีวรรคแรกของข้อ ๙๐ ว่าด้วย เรื่องจำนวนของคณะกรรมาธิการ ตรงนี้มีสมาชิกได้สงวนคำแปรญัตติเอาไว้อย่างน้อย ๒ ท่านที่จะเพิ่มเป็น ๓๖ คณะ ก็คือ ข้อ ๓๕/๑ ถ้าเราพิจารณาในการโหวต ถ้าเอาประเด็นนี้ ขึ้นมาก่อน มันก็จะได้สิ่งที่เราต้องการ คือ ๑. จำนวนคณะกรรมาธิการจะเป็น ๓๕ คณะ หรือ ๓๖ คณะ ๒. รายละเอียดของตัวกรรมาธิการที่เสนอว่าจะเป็นกรรมาธิการที่สมาชิก ได้เสนอและสงวนความเห็นเอาไว้หรือไม่ หรือสงวนความแปรญัตติเอาไว้หรือไม่ มี ๒ ท่านเองครับ มีการสงวนกรรมาธิการเรื่องความหลากหลายทางเพศ แล้วก็กรรมาธิการจัดทำงบประมาณ ประจำปี ๒ คณะกรรมาธิการ ถ้าเราโหวตตรงนี้ก่อนมันก็จะตอบคำว่า ๑. จะคง ๓๕ คณะ หรือจะเป็น ๓๖ คณะ ก็ไล่เรียงไป เพราะว่ามันเป็นเนื้อหาเดียวกัน เขาเสนอเพิ่มแต่มีเนื้อหา เพราะฉะนั้นผมว่าถ้าเราโหวตตรงนี้ก่อน ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงแก้ไขข้างมาก หรือ เห็นด้วยกับกรรมาธิการไม่ได้แก้ไขเลย คงร่างเดิมของสภารับมา มันก็จบประเด็นนี้ไป นั่นหมายความว่ากรรมาธิการความหลากหลายทางเพศกับคณะที่จะเสนอเป็นกรรมาธิการ จัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีมันก็จบไป ก็เข้าสู่วงเล็บอื่นต่อไป ผมคิดว่าน่าจะเป็น ประเด็นที่ง่าย ฝากท่านประธานช่วยพิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ประเด็นนี้ ก็เรียนซ้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าได้หารือกันเมื่อสักครู่นี้กับคณะกรรมาธิการ ได้ข้อยุติก็คือว่า เราจะไล่ไปตามลำดับ ถ้าบังเอิญว่ามติ ข้อ ๓๕/๑ เป็นที่ยอมรับ เราก็จะนำมาปรับปรุงแก้ไข ให้สอดคล้องกับ ข้อ ๓๕/๑ ต่อไป ท่านประธานจะกรุณาอธิบายให้คุณหมอฟังได้ไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิก ผม วิเชียร ชวลิต ประธานคณะกรรมาธิการ ก็ขออนุญาตเรียนว่าผมได้นำเรียน ต่อท่านประธานว่าหากมีการลงมติที่ทำให้จำนวนคณะกรรมาธิการเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ ๓๕ คณะในประเด็นที่มีผู้แปรญัตติที่จะเพิ่มกรรมาธิการว่าด้วยความหลากหลายทางเพศ ก็จะเป็นปัญหาเรื่องจำนวน ซึ่งทางท่านประธานแล้วก็ฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้เรียนว่า เนื่องจาก คำแปรญัตติระบุไว้ว่าเป็น ข้อ ๓๕/๑ เพราะฉะนั้นก็จะพิจารณาอยู่ในการลงมติในส่วนนั้น หากที่ประชุมมีความเห็นที่จะทำให้จำนวนกรรมาธิการเพิ่มจาก ๓๕ คณะ เป็น ๓๖ คณะ ก็สามารถที่จะมาทบทวนปรับแก้ในวรรคแรกจาก ๓๕ คณะ เป็น ๓๖ คณะในภายหลัง ให้สอดคล้องกับมติของสมาชิกที่จะลงมติ สามารถดำเนินการ อันนี้ก็ขออนุญาตว่าดำเนินการ ไปแต่ละวงเล็บตามที่ท่านประธานได้หารือกับสมาชิก ขออนุญาตกราบเรียนครับ
ขอบคุณนะครับ ท่านปิยบุตรเชิญเลยครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานสักเล็กน้อยครับเกี่ยวกับเรื่องประเด็นการลงมติ เห็นด้วยกับ ที่ท่านประธานกรรมาธิการว่ามานะครับว่ามันเป็นไปได้ที่เราอาจจะพิจารณาข้อ ๓๕/๑ ไว้สุดท้ายนะครับ แล้วถ้าเกิดสมมุติข้อ ๓๕/๑ เกิดขึ้นจริงก็ค่อยมาจำนวนคณะ เป็น ๓๖ คณะก็ได้ แต่มันมีประเด็นเพิ่มเติมตรงนี้ครับท่านประธานใน (๕) ที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างได้ร่างขึ้นมา มีคำว่า และผู้มีความหลากหลายทางเพศ เข้ามาด้วยอยู่ใน คณะกรรมาธิการสามัญใน (๕) แต่ทีนี้มีเพื่อนสมาชิกของเราได้แปรญัตติเอาไว้โดยตัด คำนี้ออก นั่นหมายความว่าในการลงมติ (๕) นั้นจะมีทางเลือกระหว่างเอาตามที่ คณะกรรมาธิการว่ามา ซึ่งมีคำว่า ผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือเอาตามเพื่อนสมาชิก ที่ขอตัดคำว่า ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ออก ผมเรียนแบบนี้ครับท่านประธาน นี่เป็นโอกาสของบรรดาผู้แทนที่มีเรื่องความหลากหลายทางเพศ แล้วก็เรื่องของ พี่น้องประชาชนที่มีเรื่องความหลากหลายทางเพศอยู่ด้วย ถ้าสมมุติว่าเราเอาข้อ ๓๕/๑ ไปไว้ สุดท้าย การพิจารณาใน (๕) นั่นเท่ากับว่าเราจะต้องลงมติแบบไหนครับ สมมุติว่าเราลงมติ ให้ตัดคำว่า ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ออก เพราะเราหวังว่าจะมีข้อ ๓๕/๑ เกิดขึ้น แล้วถึงเวลาไปถึง ข้อ ๓๕/๑ แล้วแพ้ละครับ มันก็เท่ากับว่าไม่มีเรื่องความหลากหลาย ทางเพศสักคณะหนึ่งเลย เพราะฉะนั้นผมเรียนจริง ๆ ว่าอยากจะขอความกรุณาเอา ข้อ ๓๕/๑ ขึ้นมาก่อนครับ อย่างน้อยที่สุดถ้าข้อ ๓๕/๑ แพ้ไป เรายังได้มี (๕) ที่มีคำว่า ความหลากหลายทางเพศอยู่ในคณะกรรมาธิการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ขออนุญาตหารือท่านประธาน และกรรมาธิการครับ
ขอบคุณมากครับ ก็มีความเป็นห่วงเรื่องจะเสียเวลาเรื่องนี้ละครับ ท่านสุทินรับทราบไว้ด้วยมีเป็นห่วง ก็เลย ทำให้ต้องใช้เวลามากหน่อยข้างนอกว่าถ้ามีปัญหานี้ขึ้นมาล่ะ ที่ประชุมข้างนอกก็ได้ข้อยุติ ร่วมกันนะครับ ไม่ใช่เฉพาะประธานกับท่านกรรมาธิการ แต่ร่วมกันในกรรมาธิการที่นั่ง ประชุมเมื่อสักครู่นี้ว่า ถ้าสมมุติ (๓๕/๑) เป็นที่ยอมรับ ทุกอย่างก็ต้องปรับปรุงให้สอดคล้อง กับมติการรับใน (๓๕/๑) ต่อไป ผมคิดว่าไม่มีปัญหาครับ ข้อห่วงใยไม่ควรจะมีปัญหา แต่ว่า ขอให้เป็นไปตามลำดับเพื่อไม่ให้เสียเวลามากนะครับ ผมขออนุญาตย้อนกลับมาเริ่ม คุณขจิตรเชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ในฐานะกรรมาธิการ ตามที่เราเคยปฏิบัติก็คือ ให้ลงมติเป็นรายข้อ เรากำลังพิจารณา ข้อ ๙๐ ไม่ว่าจะมีกี่วรรค กี่ตอนก็ตาม ผมขอเสนอ เพื่อการประหยัดเวลาให้เราปฏิบัติตามเดิม คือให้มีมติเป็นรายข้อ ข้อ ๙๐ มีผู้แปรญัตติ แตกต่างจากกรรมาธิการ กรรมาธิการได้แถลงแล้วว่าขอยืนตามร่างเดิม วิธีที่ท่านประธาน จะถามโดยปกติที่เคยปฏิบัติมา ถามว่า ใครเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ใครไม่เห็นด้วยกับ กรรมาธิการ ข้อนี้ก็จะจบไป ถ้าเสียงส่วนใหญ่ในสภานี้เห็นด้วยกับกรรมาธิการก็จะผ่าน ข้อ ๙๐ ไปเลย วิธีปฏิบัติเราเคยปฏิบัติอย่างนี้ ถ้าจะปฏิบัติแตกต่างจากนี้ผมขอความกรุณา ท่านประธานว่าใช้ข้อบังคับข้อใด แล้วอาศัยอำนาจอะไรโปรดแจ้งให้ผมทราบด้วยครับ
ท่านสมาชิกครับ ก็ขอบคุณ ที่ให้ความเห็นในการที่จะทำให้เราไม่ต้องเสียเวลามากเกินไป ผมเข้าใจว่าเราก็มีความคิด หลากหลาย แต่ว่าที่พยายามขอเวลานอกก็เพื่อจะได้ข้อยุติไม่ต้องมาเถียงในที่นี้มาก เพราะว่า มีตัวแทนของเราอยู่ในคณะกรรมาธิการหลายท่าน แล้วก็ยกสมมุติฐานอย่างนี้ที่ท่านพูดขึ้นมา เป็นประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาว่า ข้อ ๓๕/๑ ล่ะ ในที่สุดทุกฝ่าย รวมทั้งเจ้าหน้าที่บอกก็ต้องไล่ ไปตามมาตรา ไปตามข้อบังคับ อันนี้ก็เรียนให้ทราบ ท่านอย่าไปกังวลนะครับ ถ้าข้อ ๓๕/๑ ได้รับการยอมรับ ข้อบังคับนั้นก็จะต้องมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับมติที่ออกมา ไม่ว่าถ้อยคำหรือเนื้อหาสาระก็ตามก็ต้องมีการปรับปรุงครับ ผมขออนุญาตเริ่มลงมติ ในข้อ ๙๐ (๓) ได้เรียนไปแล้วว่า สำหรับประเด็นที่ไม่มีการแก้ไข ไม่มีผู้แปรญัตติ อันนั้นก็ผ่าน ไปแล้ว แต่กรณีที่ต้องถามท่านต่อไปนี้เป็นกรณีที่มีการแก้ไขโดยกรรมาธิการ แม้จะไม่มี ผู้เห็นเป็นอย่างอื่น แต่โดยข้อบังคับการประชุมจำเป็นต้องขอมติ เพราะข้อบังคับนี้มีสถานะ เหมือนกับพระราชบัญญัติครับ เชิญคุณขจิตรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร กรรมาธิการ ผมยังคงยืนยันว่าต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ไม่มีอำนาจข้อไหนที่เขียนว่า ให้กรรมาธิการหลาย ๆ ฝ่ายไปตกลงกัน แล้วทำผิดจากข้อบังคับได้ ข้อบังคับยืนยันว่าพิจารณา เป็นรายข้อ ตัวนี้คือ ข้อ ๙๐ ท่านประธานครับ ถ้าจะให้ถูกต้องต้องถามว่า ข้อ ๙๐ ทั้งหมด ใครเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ใครเห็นแตกต่างก็จะจบไป ถ้าเห็นแตกต่าง เห็นแตกต่างจากใคร วิธีปฏิบัติท่านประธานก็ปฏิบัติมาอย่างนี้ แล้วท่านแจ้งผมว่าท่านไปประชุมกัน อาศัยอำนาจ ข้อไหนที่จะให้ท่านประธานกับคนที่แปรญัตติมีความเห็นต่างจากกรรมาธิการ แล้วมาปรึกษากัน แล้วทำไม่ตรงตามข้อบังคับ ผมพยายามที่จะอนุโลมตามท่านประธาน แต่ว่าผมขอความกรุณา จากท่านประธานได้บอกด้วยว่า ท่านใช้ข้อบังคับข้อใดในการจะดำเนินการผิดจากข้อบังคับ ที่เคยกระทำมา จะได้ศึกษาไว้ จะได้รับรู้ไว้ครับ เราต้องทำตามข้อบังคับครับ ขอบคุณครับ
ยอมเสียเวลาสักนิดนะครับ อธิบายให้ฟังว่า ทุกอย่างไม่ได้มีอะไรที่ขัดต่อข้อบังคับ ไม่ได้ไปตกลงกันเป็นการภายใน แต่ว่า เป็นเรื่องที่ไปหารือว่า เมื่อประเด็นที่มีการแปรญัตติแล้วก็มีสมาชิกพูดถึงเรื่องทำอย่างไร ไม่ให้เสียเวลามากในการพิจารณา ก็เลยมาหาข้อสรุปว่ามันมีประเด็นที่เราไม่ต้องขอมติอยู่ ๒๑ ข้อ มีประเด็นที่ต้องขอมติอยู่ จำนวน ๙ ข้อ เราก็จะไล่ขอความเห็นไปทีละข้อ ทีละข้อ ที่ท่านขจิตรพูดนั้น เร็วครับ คือถามรวมเลย แต่จะมีปัญหาว่าผู้แปรญัตติหรือผู้ที่มีความเห็น ว่ากรรมาธิการแก้ไขนั้น เขาไม่เห็นด้วยก็จะมีปัญหาตามมาทีหลัง เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต ไม่มีอะไรที่ผิดข้อบังคับนะครับ ทำไปตามข้อบังคับ ไม่ใช่ทำตามข้อตกลงระหว่างกรรมาธิการ กับผมนะครับ พยายามทำให้มันถูกต้อง เพราะรู้ว่ามีการจับผิด เพราะฉะนั้นเราก็พยายาม ที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการจับผิดในประเด็นเหล่านี้ครับ ขออนุญาตไปตามลำดับนะครับ พิจารณาเรียงตามลำดับมาตราที่มีการแปรญัตติในอนุมาตราต่าง ๆ เมื่อ (๑) ไม่มีปัญหา (๒) ไม่มีปัญหา (๓) มีการแก้ไขโดยกรรมาธิการ จึงขอความเห็นที่ประชุมนะครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกแสดงตนนะครับ ฝ่ายเลขาธิการก็กรุณาเตรียมรายงานว่าข้อไหนที่มีการแก้ไขครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
อยู่ในช่วงแสดงตนนะครับ
ท่านประธานครับ ผม มานัส อ่อนอ้าย จังหวัดพิษณุโลก เขต ๕ ขออนุญาต ๒๘๔ ขอรายงานตัวครับ แสดงตนครับ
เจ้าหน้าที่กรุณา รับทราบด้วยครับ ยังมีท่านใดที่ไม่แสดงตน เชิญเลยครับ
จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ขอแสดงตนด้วยครับ
แสดงตนครับ ขลุกขลักบ้างนะครับ เพราะสถานที่จะลงแสดงตนก็เข้าใจครับ อนุญาตให้ใช้เวลาเล็กน้อย สมาชิกที่ยังไม่ได้แสดงตนแล้วก็กดบัตรไม่ได้กรุณาแจ้งนะครับ เจ้าหน้าที่จะได้บันทึกไว้ครับ ผมขอปิดการแสดงตนครับ
ต่อไปนี้ขอมติที่ประชุมนะครับว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ ในข้อ ๙๐ (๓) หรือไม่ ถ้าเห็นด้วยก็กด เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยก็กด ไม่เห็นด้วย ตามที่สมาชิก ทราบอยู่แล้วเชิญครับ ขอเชิญลงคะแนนได้ครับ
ท่านประธานครับ ขอคำถามอีกครั้ง ได้หรือไม่ครับ
ในข้อ ๙๐ (๓) นี้ กรรมาธิการแก้ไขครับ คำถามจึงอยู่ที่ว่าจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการแก้ไขหรือไม่ ถ้าเห็นด้วย ก็กด เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยก็กด ไม่เห็นด้วย ไม่มีประเด็นซับซ้อน ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า ข้อ ๙๐ (๓) กรรมาธิการแก้ไข แต่ไม่มีผู้แปรญัตติ แต่โดยข้อบังคับ ข้อ ๘๐ เราจำเป็น ต้องลงมติครับ
ท่านประธานนิดเดียวครับ จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลขสมาชิก ๖๕ เห็นด้วยครับ
ใครที่ยังไม่ได้ลงคะแนน กรุณานะครับ เพราะเดี๋ยวจะปิดการลงคะแนนครับ ถ้าไม่มีก็ขออนุญาตปิดการลงมตินะครับ ผลก็ปรากฏนะครับมีจำนวนผู้เข้าประชุม ๔๗๑ ท่าน เห็นด้วย ๔๗๐ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่านนะครับ ไม่เห็นด้วย ไม่มี ก็ที่ประชุมเห็นด้วยตามที่กรรมาธิการแก้ไข เห็นด้วยบวกอีก ๑ คะแนนครับ ท่านสมาชิกช่วงนี้จะต้องลงไปเรื่อย ๆ กรุณาอย่าไปไหนครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขสมาชิก ๓๙๕ ครับ เมื่อสักครู่นี้ผมกดแล้ว แต่ว่าไม่ทราบว่าไฟเป็นอะไรครับ
กดแล้วใช่ไหมครับ
ครับ กดแล้วครับ แต่ว่าเห็นด้วยครับ
ครับ สมาชิกผู้ใดมีปัญหา บอกนะครับ เพราะว่ามันจะมีปรากฏอยู่ในประวัติของท่านว่าลงมติแต่ละเรื่องอย่างไร มติในข้อ ๙๐ (๓) ได้ประกาศไปแล้วก็คือ ๔๗๐ บวก ๑ นะครับ มีขานชื่อ ๒ ท่าน รวม ๔๗๒ ท่านเห็นด้วยครับ
เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย คำถามที่ขึ้นบนจอไม่ตรง กับคำถามที่ท่านประธานได้ถามไว้ เพราะท่านประธานกำลังจะลงมติในส่วนที่กรรมาธิการ มีการแก้ไขเท่านั้น แต่บนจอที่ขึ้นบอกว่าถ้าเห็นด้วยกับคำแปรญัตติของผู้แปรญัตติท่านหนึ่ง โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย อันนี้ไม่ใช่นะครับท่านประธานเรายังไม่ได้ลงมติในส่วนของ ผู้แปรญัตติครับ
คำแปรญัตตินั้นเป็นอีก เรื่องหนึ่งนะครับ เป็นคนละตอน ตอนนี้จะมีมติเฉพาะเรื่องที่กรรมาธิการแก้ไขครับ
ท่านประธานครับ ผมชี้แจงว่าบนจอ ที่ขึ้นเมื่อสักครู่มันขึ้นในเรื่องของผู้แปรญัตติด้วยครับ แต่ยังไม่ใช่ครับ
ยังไม่ใช่ครับ เอาเฉพาะ เรื่องนี้ก่อนครับ ขอปิดการลงมติครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๗๖ คน เห็นด้วย ๔๗๒ คน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ คน ไม่ลงคะแนน ๓ คน อันนี้จะได้รวมที่แสดง
ท่านประธานครับ สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ เห็นด้วยนะครับ หมายเลข ๔๐๑ ครับ
อีก ๑ เสียงนะครับ ปิดลงมติแล้วนะครับ ขออนุญาตประกาศผล บัตรลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ ๔๗๒ คน ขานชื่อเพิ่ม ๒ คน รวม ๔๗๔ คน มติก็คือเห็นด้วยกับกรรมาธิการแก้ไข
คุณหมอมีอะไรเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในการลงมติ ท่านประธานได้แจ้งกับพวกเราว่าเฉพาะ ประเด็นหรือวงเล็บที่มีการแก้ไขของกรรมาธิการโดยไม่มีการสงวนความเห็นของเพื่อน สมาชิกหรือสงวนคำแปรญัตติของเพื่อนสมาชิก แต่เผอิญ (๖) เมื่อสักครู่ ถ้าตรวจสอบไปใน รายละเอียดในรายงาน ท่านจะเห็นว่าสมาชิกได้แปรญัตติตัด (๖) ออก เพราะฉะนั้น (๖) มีคำแปรญัตติอยู่ มันจะใช้เงื่อนไขของท่านประธานไม่ได้ครับ เวลาเจ้าหน้าที่ของเราขึ้น กระดานนี้ก็เลยมีคำแปรญัตติอยู่ เพราะฉะนั้นการตรวจสอบ ฝากเจ้าหน้าที่นะครับ ช่วยตรวจสอบให้ท่านประธานเอาเฉพาะที่กรรมาธิการแก้ไข แล้วไม่มีคำแปรญัตติเท่านั้น ถึงจะเข้าเงื่อนไขนี้ได้ ไม่อย่างนั้น (๖) ต้องโหวตใหม่นะครับท่านประธาน
ขออภัยครับหมอครับ เดี๋ยวผมจะย้อนมาถามเรื่องผู้แปรญัตติอีกครั้งครับ
ก็ต้องโหวต ๒ ครั้งสิครับท่านประธาน
ครับ ข้อนี้คงต้องโหวต ๒ ครั้งครับ ต่อไปนะครับ ขออนุญาตพวกเราใน (๙) มีการแก้ไขนะครับ ไม่มีผู้แปรญัตติ มีไหมเจ้าหน้าที่ (๙) ฝ่ายเลขาธิการ เลขาธิการต้องอ่านนะครับว่าข้อใดว่าอย่างไร เลขาธิการ ต้องอ่านนะครับ เชิญครับ ขออภัยนะครับเป็นรายละเอียดครับ ฝ่ายเลขาธิการต้องอ่าน แต่ละข้อแล้วผมจะถามมติครับ (๙) มีการแก้ไขใช่ไหมครับ
(๙) มีกรรมาธิการแก้ไขครับ แล้วก็มีท่านกรรมาธิการ สงวนความเห็น และท่านสมาชิกสงวนคำแปรญัตติครับ ข้อที่คณะกรรมาธิการแก้ไขโดยไม่มี การสงวนคำแปรญัตติหรือสงวนความเห็นก็จะมีใน (๑๔) และ (๑๙) ครับ
ถ้าอย่างนั้นขออนุญาต อย่างนี้นะครับ ในส่วนที่มีกรรมาธิการแก้ไขที่หมอท้วงไว้คือ (๖) และ (๙) เว้นไว้ก่อนนะครับ ข้อที่ไม่มีผู้แปรญัตติ ไม่สงวนความเห็นไว้คือข้ออะไรบ้างครับ จะได้ถามเรื่องจะได้จบไปเลย
มี (๑๔) (๑๙) (๒๘) (๓๓) (๓๔) (๓๕) มีสงวนความเห็น (๓๕/๑) ครับ
ผมขออนุญาตสมาชิก เราเอา ๕ ข้อนี้ให้จบไปครับ แล้วเดี๋ยวย้อนกลับมาในข้อที่มีผู้แปรญัตติอีกทีหนึ่งครับ (๑๔) ผมขอสมาชิกได้ลงมตินะครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนลงมติ)
เห็นด้วยกับกรรมาธิการ แก้ไขหรือไม่นะครับ ข้อ ๑๔ ถ้าเห็นด้วยกับที่กรรมาธิการแก้ไขกรุณากด เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยก็กด ไม่เห็นด้วย ข้อ ๑๔ ไม่มีผู้แปรญัตติ สมาชิกอยู่ในช่วงลงมตินะครับ ใครที่กดบัตรไม่ได้กรุณาแจ้งนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอปิดการลงมตินะครับ รายงานผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๗๘ ท่าน เห็นด้วย ๔๗๓ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๔ ท่าน เห็นด้วยมีบวกหรือไม่ ไม่มีครับ ใน (๑๔) ที่ประชุมเห็นด้วย ที่กรรมาธิการแก้ไข
ต่อไป (๑๙) ขออนุญาตที่ประชุมลงมติครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
(๑๙) กรรมาธิการแก้ไข ไม่มีผู้แปรญัตติ ก็ขอถามมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับที่กรรมาธิการแก้ไขหรือไม่ ถ้าเห็นด้วย กรุณากด เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกด ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ปิดการลงมติ รายงานผลนะครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๗๕ ท่าน เห็นด้วย ๔๖๘ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน ก็เห็นด้วยกับกรรมาธิการแก้ไข
ถือว่าในข้อ (๓) (๑๔) (๙) ด้วยใช่ไหมครับ เดี๋ยวลงมติใหม่เรื่องแปรญัตติข้อ ๖ ส่วน (๙) มีผู้แปรญัตตินะครับ มี (๖) มี (๙) ที่สงวนไว้ แล้วก็มี (๓๕) เพราะฉะนั้นเราก็ผ่าน (๓) (๑๔) (๑๙) (๒๘) (๓๓) (๓๔) ส่วนที่เหลือก็ขอไล่ไปทีละข้อนะครับ ขออนุญาตที่มีผู้แปรญัตติ ก็ขออนุญาตให้ที่ประชุม ได้มีมติ จะเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติหรือไม่ใน (๖) นะครับ ท่านชัยวุฒิ (๔) ยังยืนยันหรือไม่ครับ ท่านชัยวุฒิครับ เชิญเลยครับ
ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันขอแปรญัตติครับ
ครับ ผมเข้าใจว่าถอนไปแล้ว ถ้ายืนยันก็ต้องขอมติที่ประชุมในมาตรา ๙๐ (๔) ว่าจะเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติหรือไม่ หรือจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการ เชิญเลยครับ ท่านจิรายุเชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร สัปดาห์ที่แล้วเราฟัง ท่านชัยวุฒิได้อภิปรายในการสนับสนุนว่าตกลงแล้วทำไมจึงต้องแปรญัตติใน (๔) ผมจำได้ว่า ท่านอภิปรายไปว่าคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยไปทับซ้อนกับคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐและกิจการชายแดนไทย แล้วก็ขอแปรเป็นคณะกรรมาธิการกีฬา แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายสนับสนุนค่อนข้างหลากหลาย เพื่อที่จะได้ปะติดปะต่อเรื่องราว จากสัปดาห์ที่แล้ว ก็กราบเรียนท่านประธานสภาว่าได้อภิปรายไปแล้วว่า หลายท่านเห็นด้วย ว่าจะแปรเปลี่ยนมาเป็นคณะกรรมาธิการกีฬา จึงกราบเรียนท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
เลยต้องขอมติที่ประชุม
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนลงมติ)
ในข้อนี้ ใน (๔) มีท่านชัยวุฒิ แปรญัตติไว้ จึงต้องขอมติของที่ประชุม เป็นคำถามว่า ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคำแปรญัตติ ใน (๔) กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หมายถึงว่าเห็นด้วยกับร่างเดิมของกรรมาธิการ เข้าใจนะครับ ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ คือผมก็ให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายกฎหมายเขาทำรูปแบบมา ว่าคำถามควรจะถามว่าอย่างไร
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออภัยครับ ผม วีระกร คำประกอบ เอาตามที่ชาร์ต (Chart) ขึ้นดีหรือไม่ครับ ไม่อย่างนั้นงงตายเลยครับ
ขออภัยครับ บังเอิญชาร์ต (Chart) ที่นี่ไม่มี ใช้ไม่ได้ครับ ก็เลยมองไม่เห็นครับขออภัยนะครับ ผมขออภัยด้วย เพราะว่าข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจากการที่ฝ่ายกฎหมายให้ตั้งประเด็นคำถามมาอย่างนี้ครับ แต่ว่าขอชาร์ต (Chart) ข้างบน บังเอิญชาร์ต (Chart) ที่นี่ติดบ้างไม่ติดบ้าง ขออภัยครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคำแปรญัตติของท่านชัยวุฒิ กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ขออภัยด้วยเมื่อสักครู่นี้ครับ ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคำแปรญัตติใน (๔) ของท่านชัยวุฒิ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ขอลงมติครับ อยู่ในช่วงลงมตินะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านสมาชิกไม่มีปัญหานะครับ ยังมีผู้ไม่พร้อมลงมติหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีขอปิดการลงมติครับ รายงานผลนะครับ ผู้เข้าประชุม ๔๘๑ ท่าน เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ ๔๖๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๒ ท่าน ที่ประชุมรับทราบผลนะครับ
ท่านกรรมาธิการมีอะไรหรือไม่ครับ ต่อไป เชิญเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่แปรญัตติ
ข้อ ๙๐ (๕) มีสมาชิกสงวนคำแปรญัตติครับ
(๕) มีผู้แปรญัตติ ก็ต้อง ถามที่ประชุมแบบเดียวกัน กล่าวคือต้องถามสมาชิกว่าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับคำแปรญัตติ ของนางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เห็นด้วยหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วย กดปุ่ม เห็นด้วย กับผู้แปรญัตติ ขอเชิญลงมติครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
อยู่ในช่วงลงมติครับ
ท่านประธานครับ ยังสับสน นิดหนึ่ง อ่านอีกทีครับ
เหมือนกับเมื่อสักครู่นี้ ผู้ใดเห็นด้วยกับคำแปรญัตติใน (๕) ของนางสาวณธีภัสร์ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยกับ ผู้แปรญัตติ กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ จริง ๆ แล้วประเด็นในเรื่องของการลงมติ ในเรื่องการแปรญัตติมีการพูดคุยกันก่อนหน้าแล้ว ผมว่าคำถามแรกที่ท่านประธาน ควรจะถามก่อนที่จะลงมติ คือถามผู้แปรญัตติว่าตกลงยังยืนอยู่หรือไม่ก่อน เพื่อสภาจะได้ เดินต่อได้ ถ้าเกิดว่าเขายืนยันก็จะได้ลงมติกันครับ
คือผมไม่อาจที่จะไป ทักท้วงอะไรก็ได้ แต่ว่าได้เรียนถามทางฝ่ายคณะกรรมาธิการว่ามีผู้สงวนคำแปรญัตติ หรือมีผู้ไม่ติดใจมีหรือไม่ ก็ไม่มีคำตอบมา เพียงแต่ได้ยินว่าทางฝ่ายรัฐบาลอาจจะพอใจ ก็เลยต้องถามเมื่อสักครู่นี้ผลออกมาว่าทางนี้ยังยืนยันก็ลงมติ แต่ว่ากรณีท่านณธีภัสร์ ไม่ได้ถาม เพียงแต่ถือตามที่ทางกรรมาธิการยืนยันมา เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตปรึกษาท่านประธานนิดหนึ่งในกรณีของการโหวตข้อนี้ ถ้าสมมติว่ายืนตาม คณะกรรมาธิการ คือไม่ตัดตามที่ท่านณธีภัสร์ขอตัดเรื่องความหลากหลายทางเพศออก ถ้าไม่ตัด ยืนตามนี้ แล้วพอไปถึง (๓๕/๑) สมมติว่าทางสภาแห่งนี้ยืนยัน (๓๕/๑) ตรงนี้ จะกลับมาเปลี่ยนแปลงหรือไม่ครับ
คืออย่างที่เรียนไว้ตอนต้น ว่าอะไรก็ตามที่เราเปลี่ยนแปลงไป เราต้องกลับมาทบทวนเพื่อให้เนื้อหาของข้อบังคับ สอดคล้องกัน ขอปิดการลงมตินะครับ ยังสับสนหรือครับ เมื่อสักครู่นี้ก็คือเห็นด้วยกับ นางสาวณธีภัสร์แปรญัตติหรือไม่ที่สอบถามไปแล้ว ถ้าเห็นด้วยก็ลงมติ เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยก็ลงมติ ไม่เห็นด้วย ผลออกมาอย่างนี้ ผู้เข้าประชุม ๔๔๘ ท่าน
ท่านประธานครับ ผม ธารา ปิตุเตชะ จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยครับ
จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๔๘ ท่าน เห็นด้วย ๑๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔๐๙ ท่าน แล้วก็บวกเมื่อสักครู่นี้อีก ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒๕ ท่าน ในวงเล็บนี้ไม่เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ ก็ถือตามกรรมาธิการ
ท่านประธานครับ ผม โสภณ ซารัมย์ ลำดับที่ ๔๕๑ ไม่เห็นด้วยครับ
ท่านโสภณอีกท่านหนึ่ง ไม่เห็นด้วยอีกท่านหนึ่งครับ
ท่านประธานครับ ผม สุรทิน กรรมาธิการผมไม่เห็นด้วยนะครับ ต้องเพิ่มเติมเพราะว่ามันกดแล้วเครื่องใช้ไม่ได้ครับ
ท่านประธานครับ ผม บุญแก้ว สมวงศ์ ไม่เห็นด้วยครับ
เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึก ด้วยนะครับ
ผม สุรทิน พิจารณ์ ๔๓๘ ไม่เห็นด้วยครับ
ครับ
ท่านประธานครับ ผม กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ๐๒๑ ไม่เห็นด้วย
ท่านประธาน สยาม หัตถสงเคราะห์ ๓๙๓ ไม่เห็นด้วยครับ
ครับ
กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ๐๐๙ ไม่เห็นด้วยครับ
ครับ
ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ๒๖๒ ไม่เห็นด้วยครับ
ครับ
ท่านประธานครับ ผม สิงหภณ ดีนาง ๔๑๔ ไม่เห็นด้วยครับ
ช้า ๆ ครับ ให้เจ้าหน้าที่ ได้จดครับ ช้า ๆ ครับ
อนุชา นาคาศัย ๔๖๑ ไม่เห็นด้วยครับ
ครับ
ผม กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ไม่เห็นด้วย
จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ๖๕ ไม่เห็นด้วยครับ
ท่านประธานครับ ผม ภาคภูมิ ๒๖๕ ไม่เห็นด้วยครับ
ช้า ๆ นะครับ
ท่านประธานครับ เอกราช ช่างเหลา ๔๙๘ ไม่เห็นด้วยครับ
เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ขออนุญาต ผมขออนุญาตนะครับ สมาชิกจะได้สบายใจและไม่ต้อง ประกาศกัน ผมขออนุญาตลงคะแนนใหม่นะครับ มิฉะนั้นเราก็ต้องรายงานตัวกันหลายท่าน ขอถามมติที่ประชุมใหม่นะครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกทราบ ก่อนลงมติ)
ขออนุญาตที่ประชุมครับ ขอลงมติใหม่ว่า ผู้ใดเห็นด้วยกับคำแปรญัตติใน (๕) กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย คือเห็นด้วยกับ ผู้แปรญัตติ ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย
ท่านประธานครับ
เชิญเลยครับ
ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตถอนข้อ ๙๐ (๕ ) ขออนุญาตถอนครับ ถอนคำแปรญัตติครับ
ถอนช้าไปหน่อย
ขอผู้รับรองครับ
ครับ ท่านผู้แปรญัตติ ขอถอนนะครับ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องลงมติครับ เชิญเลขาธิการต่อครับ
ข้อ ๙๐ (๖) เมื่อสักครู่ท่านประธานถามมติไปแล้วว่า ที่ประชุมเห็นชอบกับคณะกรรมาธิการครับ แต่มีท่านสมาชิกสงวนคำแปรญัตติ ฉะนั้นต้อง ถามระหว่างกรรมาธิการครับ
ผมขอระหว่างกรรมาธิการ กับผู้แปรญัตตินะครับ
ท่านประธานคะ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันไม่ติดใจในส่วนของข้อแปรญัตตินะคะ ดิฉันขออนุญาตถอน คำแปรญัตติในส่วนของข้อ ๙๐ (๖) ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ครับ ท่านผู้แปรญัตติ ขอถอนนะครับ
ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ครับ ขอบคุณมากครับ ไม่ต้องลงมติเรื่องนี้ครับ เลขาธิการเชิญต่อครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ข้อ ๙๐ (๙) ยังไม่มี การลงมติ มีคณะกรรมาธิการแก้ไข มีท่านกรรมาธิการสงวนความเห็นและท่านสมาชิกสงวน คำแปรญัตติครับ
(๙) มีการแก้ไขนะครับ และมีผู้สงวนคำแปรญัตติไว้ และมีผู้แปรญัตติด้วยใช่ไหมครับ ขอเชิญท่านประธานครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิเชียร ชวลิต ประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธาน ว่าสืบเนื่องจากสภาได้มีมติผ่านไปแล้วใน (๔) ที่จะตัด คณะกรรมาธิการกิจการชายแดน ออกนะครับ ทีนี้เมื่อตัดภารกิจในส่วนที่อยู่ในกิจการชายแดนก็จะหายไป ก็จะขออนุญาต หารือพร้อมเสนอความเห็นว่า ถ้าจะขออนุญาตนำชื่อส่วนหนึ่งและหน้าที่และอำนาจที่เขียน ไว้ใน (๔) ในกิจการชายแดน มาเติมในส่วนของ (๙) คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ก็จะขยายความเป็น คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป ประเทศ แล้วก็ในส่วนที่ มีหน้าที่และอำนาจ ก็ไปต่อท้ายความมั่นคงแห่งรัฐ แล้วก็ขยายความ ก่อนถึงยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บทบาทหน้าที่ในส่วนของกิจการชายแดน ไม่หายไป ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับ
ที่ประชุมจะมีความเห็น อะไรไหมครับ ก็ขออนุญาตตามที่ท่านประธานได้ขออนุญาตที่ประชุมในการปรับปรุง ข้อความครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ ครับ
เชิญท่านสาทิตย์ ครับ
ท่านประธานครับ ผม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมแปรญัตติใน (๙) นี้ ไว้แล้ว ก็สงวนคำแปรญัตติ แต่ว่าได้ฟังคำชี้แจงแล้วไม่ติดใจ ขอถอนครับ
ขอบคุณมากครับ ถ้าอย่างนั้น ก็ยึดตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการขอปรับปรุงแก้ไขนะครับ ท่านผู้สงวนความเห็น เชิญเลยครับ ไม่มีแล้วนะครับ เชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ สงวนความเห็นไว้แต่กรรมาธิการได้แก้ไขพอที่จะรับได้ครับ ขอถอนครับ
ไม่ติดใจครับ ท่านเลขาธิการ ต่อไปครับ
ข้อ ๙๐ (๑๑) กรรมาธิการไม่แก้ไข แต่ท่านสาทิตย์สงวน คำแปรญัตติไว้ครับ
เชิญท่านสาทิตย์ ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ซึ่งสงวนคำแปรญัตติไว้ใน (๑๑) ผมขอถอนครับ
ท่านสาทิตย์ขอถอน คำแปรญัตติ (๑๑) นะครับ
ท่านประธานครับ
เชิญเลยครับ
ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ (๙) ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อสักครู่นี้ อย่างไรก็ตามก็มีการแก้ไขจากกรรมาธิการ แล้วก็มีการปรับแก้เติมเรื่องของความมั่นคงชายแดนซึ่งกระผมเห็นด้วย แต่ว่าเพื่อให้ กระบวนการถูกต้องต้องโหวตอยู่ดีครับ
ที่ประชุมขอให้โหวต ในที่กรรมาธิการขอปรับปรุงใช่ไหมครับ ได้ครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตข้อนี้ก่อนนะครับ (๑๑) เมื่อสักครู่นี้ท่านสาทิตย์ถอนไปแล้วนะครับ ก็จบไปครับ (๙) เมื่อสักครู่นี้กรรมาธิการแก้ไข กรรมาธิการขอปรับปรุง ที่ประชุมก็เห็นชอบ แต่ว่าเพื่อให้เป็นมติปรากฏเป็นหลักฐานว่า แต่ละท่านมีความเห็นอย่างไรนะครับ ก็ขอมตินะครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนลงมติ)
ผมขอถามอย่างนี้นะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยตามที่กรรมาธิการแก้ไข ตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนั้น กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดที่ไม่เห็นด้วยก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย กรุณาลงมติครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ปิดการลงมตินะครับ รายงานผลด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๗๗ ท่าน เห็นด้วย ๔๗๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน ที่ประชุมเห็นด้วยตามที่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการขอปรับปรุงแก้ไข ขอบคุณมากครับ
ต่อไป เชิญเลขาธิการครับ
ข้อ ๙๐ (๑๑) ท่านสาทิตย์ได้ถอนคำแปรญัตติแล้วนะครับ ต่อไป ข้อ ๙๐ (๑๖) ท่านชัยวุฒิได้สงวนคำแปรญัตติไว้ครับ
ท่านชัยวุฒิ ยังติดใจไหมครับ
เรียนท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องต่อเนื่องจากที่ผมได้สงวนแปรญัตติครับ คือเปลี่ยนแยกกระทรวงการท่องเที่ยว กับการกีฬาออกจากกัน อันนี้ก็ต้องแก้คำพูดตามไปเลยครับ ไม่ต้องลงมติก็ได้
ผมขอมติที่ประชุมนะครับ มติที่ประชุมท่านชัยวุฒิได้ขอแปรญัตติไว้นะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคำแปรญัตติในข้อนี้ ของคุณชัยวุฒิกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญสมาชิกลงมตินะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ปิดการลงมติ กรุณา รายงานผลด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๘๐ ท่าน เห็นด้วย ๔๔๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๔ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับตาม คำแปรญัตตินะครับ
ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาต ถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคำแปรญัตติของนางสาวณธีภัสร์ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ขอถามอีกครั้งนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคำแปรญัตติของ นางสาวณธีภัสร์ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคำแปรญัตติของนางสาวณธีภัสร์ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย กรุณาลงมตินะครับ อยู่ในช่วงลงมตินะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ปิดการลงมตินะครับ กรุณารายงานผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๗๙ ท่านครับ เห็นด้วย ๑๐๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๖๕ ท่าน งดออกเสียง ๑๓ ไม่ลงคะแนน ไม่มีนะครับ มติที่ประชุมไม่เห็นด้วยกับ คำแปรญัตตินะครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องเขียนไว้ กรรมาธิการก็เลยได้ตัดข้อความว่า หากมี ความจำเป็นจะตั้งคณะกรรมาธิการสามัญคณะอื่นเพิ่มเติมขึ้นอีกเมื่อใดก็ได้ ออกเสีย เพื่อให้ การทำหน้าที่ของสมาชิกเป็นไปตามข้อบังคับ คือมีคณะกรรมาธิการสามัญ ๓๕ คณะ ซึ่งเรา ก็ได้พิจารณากันโดยละเอียดรอบคอบแล้วนะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนที่มาของการตัด ในส่วนนี้ออกต่อที่ประชุม แล้วก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาด้วยความเคารพครับ
ถึงแม้ว่าจะไม่มีการแก้ไข ก็ตาม แต่ว่าโดยที่กรรมาธิการแก้ไข แม้ไม่มีผู้แปรญัตติ แต่ว่ามีกรรมาธิการแก้ไข จึงขออนุญาตขอมติที่ประชุมครับ
ขออนุญาตครับ ท่านประธาน ผมยกมือตั้งนานแล้วท่านประธานไม่มองเลยครับ
เชิญเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธาน ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ผมเป็นผู้สงวนคำแปรญัตติข้อนี้นะครับ ซึ่งในประเด็นที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญได้อธิบายนะครับ ผมก็รู้สึกว่าซาบซึ้งในประเด็นนี้มากนะครับ ด้วยความซาบซึ้งนี้ ก็เพื่อไม่ให้เสียเวลา แล้วก็คิดว่าเป็นประเด็นที่คงต้องรอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็คงขอถอน ขอบคุณครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองครับ
ขอบคุณมากครับ โดยที่กรรมาธิการแก้ไขตามข้อบังคับก็จำเป็นต้องขอมติที่ประชุมครับ ขออนุญาตที่ประชุม มีมตินะครับว่า จะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการแก้ไขหรือไม่ ถ้าเห็นชอบกรุณาลงมติ เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการก็ลงมติ ไม่เห็นด้วย กรุณาลงมติครับ อยู่ในช่วงลงมตินะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอปิดลงมตินะครับ รายงานผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๕๐ ท่าน
ท่านประธานครับ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ หมายเลข ๔๕๘ เห็นด้วยครับ
บวก ๑ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รังสิกร ทิมาตฤกะ หมายเลข ๒๙๙ เห็นด้วยครับ
บวกอีก ๑ ครับ
ผม จุติ ไกรฤกษ์ หมายเลข ๗๑ เห็นด้วยครับ
บวกอีก ๑ ครับ
ท่านประธานครับ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร หมายเลข ๔๐๐ เห็นด้วยครับ
บวกอีก ๑ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หมายเลข ๐๔๓ พรรคเพื่อไทย เห็นด้วยครับ
บวกอีก ๑ ครับ
ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ พรรคอนาคตใหม่ หมายเลข ๒๑๕ เห็นด้วยครับ
บวกอีก ๑ ครับ
ท่านประธานครับ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ หมายเลข ๓๗๕ พรรคอนาคตใหม่ เห็นด้วยครับ
บวกอีก ๑ ครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน วทันยา วงษ์โอภาสี หมายเลข ๓๐๙ เห็นด้วยค่ะ
บวกอีก ๑ ครับ
ท่านประธานคะ พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ หมายเลข ๒๔๒ เห็นด้วยค่ะ
ท่านประธานครับ ผม ณัฏฐพงษ์ จรัสรพีพงษ์ หมายเลข ๑๑๗ เห็นด้วยครับ
ขออนุญาตครับท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ คือเมื่อสักครู่ผมว่ามันเร็วไป ในการโหวตนะครับ คือเราเปิดแป๊บเดียวแล้วก็ปิด แล้วทีนี้ก็มีหลายคนเลยที่ต้องมาแสดงตัว ผ่านไมโครโฟน เพราะเราปิดโหวตเร็วมากครับ ผมเสนอว่าเราควรจะโหวตใหม่อีกรอบ น่าจะเร็วกว่า
ยินดีครับ ถึงได้ขอร้องว่า ช่วงนี้จะเป็นช่วงลงมติ กรุณาอยู่ในห้องกันนะครับ ขอลงมติใหม่เพราะว่าจะได้ไม่ต้องโหวตใหม่ แล้วบวก ๑๐ นะครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือเลยครับ ท่านประธานครับ ผม ธารา ปิตุเตชะ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ท่านประธานครับ เนื่องจากช่องเสียบบัตรไม่เพียงพอ ฉะนั้นขออนุญาตหารือท่านประธานว่าให้ชะลอนิดหนึ่ง เวลาลงมติ ไม่อย่างนั้นจะเป็นอย่างนี้ก็มาแสดงตนกันทีหลังตลอดจะเสียเวลาครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
เข้าใจครับ ขอลงมติ อีกทีนะครับ เนื่องจากวรรคสองของมาตรานี้กรรมาธิการแก้ไข แม้จะไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น แต่ว่าตามข้อบังคับก็จำเป็นต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการแก้ไขหรือไม่ สมาชิกกรุณาลงมติ ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการก็กดลงมติ เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกดลงมติ ไม่เห็นด้วย กรุณาลงมติครับ อยู่ในช่วงลงมตินะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอปิดการลงมตินะครับ รายงานครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๗๘ ท่าน เห็นด้วย ๔๗๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน มติที่ประชุมเห็นด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เลขาธิการครับ
เนื่องจากวรรคสาม วรรคสี่ วรรคห้า และวรรคหก ของข้อ ๙๐ ไม่มีการแก้ไข แต่ท่านสาทิตย์ขอแปรญัตติเพิ่มความเป็นวรรคเจ็ด และสงวน คำแปรญัตติไว้ครับ
ท่านสาทิตย์เชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขอถอนครับ
ท่านสาทิตย์ขอถอนนะครับ เชิญเลขาธิการ ท่านประธานกรรมาธิการมีอะไรหรือไม่ครับ มีเพิ่มเติมหรือไม่ในมาตรานี้ มีอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับถ้อยคำหรืออะไรต่าง ๆ จะมีหรือไม่ครับ
ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานสภา ผม วิเชียร ชวลิต ประธานคณะกรรมาธิการ ในข้อนี้เมื่อมีการลงมติไปแล้ว ในส่วนต่าง ๆ ไม่มีข้อความใดที่ขัดแย้ง ก็ขออนุญาตเห็นชอบตามนี้ครับ
ถ้าเราผ่าน ข้อ ๙๐ ไปได้ หลังจากนี้ก็คิดว่ามีโอกาสที่ข้อบังคับจะผ่านวันนี้ได้นะครับ เพราะว่าท่านก็ตั้งกรรมาธิการ ไม่ได้ยังไม่ผ่านอันนี้ สมาชิกก็บ่นกันอยู่ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าต้องพยายาม แต่ว่าอย่างไร ก็ตามก็ยืนยันว่าเปิดโอกาสเต็มที่ เพราะว่าเมื่อออกไปแล้วพวกเราคือผู้ที่จะต้องใช้ข้อบังคับนี้ ซึ่งก็มีเรื่องของกระทู้วาจาที่คงจะต้องพูดกันอีกทีหนึ่ง แต่ผมขออนุญาตว่าผ่าน ข้อ ๙๐ แล้วก็ขอต่อต่อไปนะครับ เลขาธิการเชิญต่อครับ
ข้อ ๙๑ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
มีผู้แปรญัตติที่พอใจ แล้วก็สงวนนะครับ ท่านผู้แปรญัตติที่สงวน ท่านอุบลศักดิ์ เชิญครับ ถ้าไม่ติดใจก็ถือว่า ผ่านไปนะครับ เลขาธิการครับ
ข้อ ๙๒ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ท่านผู้แปรญัตติยังติดใจ ข้อนี้ หรือไม่ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ ไม่ติดใจครับ
ท่านอาจารย์ประกอบ ไม่ติดใจนะครับ ผ่านครับ เชิญต่อครับ
ข้อ ๙๓ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ท่านผู้สงวนคำแปรญัตติ ยังติดใจไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ติดใจครับ
ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ไม่ติดใจนะครับ ผ่านข้อ ๙๓ ครับ
ข้อ ๙๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙๕ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙๗ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
มีผู้แปรญัตติไว้ ๒ ราย พอใจ ๑ ราย อีก ๑ ท่านแปรขอสงวน แต่ว่าเมื่อไม่ติดใจก็ผ่านนะครับ เชิญต่อครับ
ข้อ ๙๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙๙ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ท่านกรรมาธิการเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ในข้อ ๙๙ ข้อความเขียนว่า
ข้อ ๙๙ ภายใต้ข้อบังคับ ข้อ ๙๘ ผู้เสนอญัตตินายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้ซึ่งคณะรัฐมนตรีมอบหมาย มีสิทธิชี้แจงแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม คณะกรรมาธิการได้ตลอดเรื่อง ส่วนผู้แปรญัตติมีสิทธิชี้แจงแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะที่ แปรญัตติไว้
การชี้แจงแสดงความคิดเห็นตามวรรคหนึ่ง ผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติ อาจมอบหมายเป็นหนังสือให้สมาชิกอื่นหรือกรรมาธิการคนใดคนหนึ่งกระทำการแทนได้
ผมขอเพิ่มคำเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การมอบหมายตามวรรคหนึ่งต้องเป็นไปตามที่ กฎหมายกำหนด ท่านประธานครับ เรื่องเกิดที่สภานี้ละครับตอนที่มีการแถลงความก้าวหน้า ในการปฏิรูปประเทศ ปรากฏว่าคณะรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้เลขาธิการสภาพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้มาชี้แจง ผมได้ทักท้วง แล้วก็ขอความเห็นจาก ท่านประธาน ซึ่งท่านประธานชวน ขออนุญาต ท่านก็นั่งเป็นประธานอยู่ผมถามว่า การมอบหมายของคณะรัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ฉบับที่ใช้อยู่ และแก้ไขเป็นลำดับมานั้น ในมาตรา ๑๐ ไม่มีกฎหมายกำหนดให้คณะรัฐมนตรี มอบให้อธิบดีหรือเลขาธิการมา ถ้าคณะรัฐมนตรีจะมีมติมอบหมายในกฎหมาย บริหารราชการแผ่นดินเขียนว่าต้องมอบให้รัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งมา เพราะฉะนั้น เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของสภาแห่งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติในสภาแห่งนี้เป็นไปตามกฎหมาย ถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรีจะทำหนังสือแจ้งท่านประธานมา แต่มันเป็นหนังสือและการมอบ อำนาจที่ไม่ชอบด้วยระเบียบพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ผมจึงขอเพิ่ม ข้อความนี้เพื่อที่จะให้ฝ่ายบริหารได้ให้ความสำคัญแก่ฝ่ายนิติบัญญัติ การปฏิรูปประเทศ เป็นเรื่องสำคัญ อีก ๓ เดือนท่านก็จะเข้ามาแจ้งต่อสภานี้อีก ถ้าผมไม่เขียนไว้ท่านก็อาจจะ มอบให้เลขาธิการมาอีก โดยไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ผมจึงขอเพิ่มข้อความนี้เพื่อที่จะให้มีการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายก็ขอความกรุณา ท่านสมาชิกสภาได้พิจารณา ถ้าหากท่านเห็นว่าคณะรัฐมนตรีควรจะปฏิบัติตามระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน และเคารพต่อสภานี้ ในโอกาสต่อไปที่จะมาแถลงทุก ๓ เดือน ๓ เดือนนั้น ก็ขอความกรุณาจากท่านลงมติตามที่ผมแปรญัตตินี้ แต่ท่านคิดว่าสภาเรา ฝ่ายบริหารเอาอย่างไรก็ได้ ไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ก็ได้ สุดแท้แต่ท่านจะพิจารณา ขอบคุณครับ
ท่านกรรมาธิการมีอะไรชี้แจง หรือไม่ครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิเชียร ชวลิต แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนว่าถ้าท่านย้อนไปดูถึงข้อ ๙๙ นี้ ข้อ ๙๙ เป็นข้อที่ต่อเนื่องจากข้อ ๙๘ ข้อ ๙๘ เป็นเรื่องการประชุมคณะกรรมาธิการ ซึ่งสมาชิกก็จะมีสมาชิกนายกรัฐมนตรี และผู้ซึ่งประธานอนุญาตก็มีสิทธิเข้าฟังการประชุม แล้วก็เป็นผู้ที่จะเสนอชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ ที่กรรมาธิการสอบถามนะครับ ซึ่งโดยปกติท่านผู้ที่ถูกเรียกให้มาชี้แจงมาสอบถามก็จะเป็น บุคคลที่รัฐมนตรีมอบหมายหรือท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายมา ซึ่งการมอบหมายทางราชการ ก็ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎระเบียบของกฎหมาย อยู่แล้ว กรรมาธิการก็เลยมีความเห็นว่าในส่วนนี้เมื่อให้มาชี้แจง ผู้ที่มอบหมายก็ต้องถือปฏิบัติ ตามระเบียบกฎหมายและหลักการบริหารราชการแผ่นดินอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นจะต้อง เขียนลงไปในข้อบังคับไปบังคับบุคคลอื่นซึ่งอยู่นอกสภา ก็คือฝ่ายบริหารที่จะต้องปฏิบัติตาม ข้อบังคับนี้อีก เป็นการเขียนที่ทับซ้อน เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ได้เติมไปในส่วนที่ท่านกรรมาธิการ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านขจิตรได้เสนอที่จะเติมในส่วนนี้ ในวรรคสองของข้อ ๙๙ ขออนุญาต กราบเรียนด้วยความเคารพครับ
ขอบคุณครับ ขอมติ ที่ประชุมนะครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
รบกวนสมาชิกอีกครั้งนะครับ กรรมาธิการเขาแปรญัตติกันเองครับ ขออนุญาตที่ประชุมเพื่อลงมติอีกครั้งหนึ่ง สมาชิกกำลัง ทานข้าวกันอยู่นะครับ ขออภัยด้วย วางจานสักนิดหนึ่งครับมาลงมติข้อนี้ ผมก็เห็นใจนะครับ เพราะว่าเราก็ใช้ห้องนี้สักระยะหนึ่งนะครับ ก็พยายามติดตามกันอยู่ว่าห้องของเราจริง ๆ สิ้นปีนี้น่าจะเรียบร้อย ประเดี๋ยวพอเริ่ม ข้อ ๑๐๐ ก็จะเร็วขึ้นนะครับ ผมขออนุญาตขอมติที่ประชุม อยู่ในช่วงที่เราพิจารณาต่อเนื่อง ผมก็ไม่ขอให้ต้องแสดงตนอะไร เพราะเป็นเรื่องอยู่ในข้อบังคับเดิม เจ้าหน้าที่ขอให้แสดงตนหน่อย ขอแสดงตนด้วยครับ อยู่ในช่วงแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ขอปิดการแสดงตน มีจำนวนผู้เข้าประชุม ๔๔๘ ท่าน และวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติให้เสนอมาพร้อมบันทึก ประกอบตามวรรคหนึ่ง แต่ว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญได้แก้ไขไปนะครับ เปลี่ยนเป็น ข้อความว่า สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากร่างพระราชบัญญัติให้เสนอมาพร้อมบันทึกประกอบตามวรรคหนึ่ง ผมเข้าใจว่าท่านเขียน ข้อ ๑๑๐ ในวรรคสองกันขึ้นมานี่นะครับ เนื่องมาจากต้องการให้มันล้อกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๗๗ วรรคสอง ซึ่งเขียนเอาไว้ว่า ก่อนการตรากฎหมาย รัฐพึงจัดให้มี การรับฟังความคิดเห็นและศึกษาผลกระทบ ในมาตรา ๗๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญนี้ อยู่ในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐนี้ ในมาตรา ๖๔ บอกเอาไว้ ว่าเป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการ นั่นก็คือไม่ได้บังคับนะครับ ถ้าบังคับจะต้องไปอยู่ในหมวด หน้าที่ของรัฐ นั่นหมายความว่าก่อนการตรากฎหมายจะต้องมีการจัดรับฟังความคิดเห็น หรือไม่นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องบังคับ ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาช่วงที่เรายังใช้ สนช. อยู่นะครับ ผมเข้าใจว่า สนช. เองก็ไม่ได้ทำเรื่องนี้ แต่ว่าตัวคณะรัฐมนตรีชุดที่ผ่านมาได้ทำเรื่องนี้ โดยอาศัยกลไกช่วยเหลือของทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จัดระบบให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน จากบุคคลผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบ ทีนี้ปัญหาอยู่ตรงนี้ ครับท่านประธาน ข้อ ๑๑๐ วรรคสอง ตามร่างเดิม ใช้ถ้อยคำที่ราวกับว่ามันอาจจะมี ร่างพระราชบัญญัติบางอย่างที่ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นและอาจจะมีร่างพระราชบัญญัติ บางฉบับที่มีการรับฟังความคิดเห็น แต่พอกรรมาธิการไปเปลี่ยนข้อ ๑๑๐ วรรคสอง เป็นแบบนี้โดยตัดคำว่า ในกรณีที่มี ออก และเหลือแต่เพียงคำว่า สรุปผลการรับฟัง ความคิดเห็นนี้ หมายความว่าในความเห็นของกรรมาธิการนั้นร่างพระราชบัญญัติทุกฉบับ จำเป็นต้องมีการรับฟังความคิดเห็นใช่หรือไม่ ผมทิ้งประเด็นตรงนี้ไว้เพื่ออะไรครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรนั้น มีองค์กรต่าง ๆ ที่เสนอเข้ามาได้อยู่ ๓ ช่องทาง ช่องทางแรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๐ คนขึ้นไป ช่องทางที่ ๒ คณะรัฐมนตรี ช่องทางที่ ๓ บุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกิน ๑๐,๐๐๐ คน ซึ่งเสนอได้เฉพาะเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของรัฐ
ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติในอดีตที่ผ่านมานั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็น ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีเป็นสำคัญ เราเห็นร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ โดย ส.ส. ค่อนข้างน้อยมากนะครับ สาเหตุที่คณะรัฐมนตรีเสนอเป็นเรื่องสำคัญก็เพราะว่า ๑. ส่วนใหญ่แล้วเป็นกฎหมายการเงินต้องมีนายกรัฐมนตรีลงนามรับรอง ๒. คณะรัฐมนตรีนั้น เขามีเครื่องไม้เครื่องมือกลไกในการช่วยเขายกร่างกฎหมาย นั่นก็คือคณะกรรมการกฤษฎีกา มีข้าราชการอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาคอยช่วยเขายกร่างออกมา คณะรัฐมนตรี จึงเสนอร่างพระราชบัญญัติได้เข้าสู่การพิจารณามากเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกัน ส.ส. อย่างพวกเราเกิน ๒๐ คนนั้นเสนอร่างพระราชบัญญัติได้น้อย
ทีนี้ถ้าหากเอาตามข้อ ๑๑๐ แบบที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างมานั้น ผมเกรงเหลือเกินท่านประธานครับว่า ต่อไปนี้เราจะแทบไม่เห็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนอร่างพระราชบัญญัติเข้าสู่การพิจารณาของสภาเลย สาเหตุก็เพราะว่า สมมติพรรค ของผม ส.ส. เกิน ๒๐ คน ผมยกร่างพระราชบัญญัติมาแล้วเสร็จ จริง ๆ เตรียมเสร็จไว้แล้ว หลายฉบับ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะเริ่มทยอยเสนอแล้วนะครับ ปัญหาก็คือว่าเราต้องไปผ่าน ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นก่อน ผมถามเจ้าหน้าที่สภาแล้วบอกว่า ได้เตรียมเรื่องนี้ แล้วหรือยังในขณะที่กฤษฎีกาเขาเตรียมเรียบร้อย ก็ทราบมาว่าพยายามกำลังจะทำกันอยู่ และจำเป็นต้องใช้งบประมาณอะไรกันเพิ่มเติมเพื่อหาแผนกนี้ขึ้นมาทำ แล้วก็จะต้องเป็น ภาระงานกับเจ้าหน้าที่ประจำสภาอีกแน่นอน และผมก็ถามค่าเฉลี่ยเวลา บางท่านก็บอกว่า อาจจะขึ้นไปถึง ๒-๓ เดือน สมมุติถ้าข้อ ๑๑๐ วรรคสอง ใช้บังคับแบบที่กรรมาธิการ ยกร่างมาส่งผลอย่างไรครับท่านประธาน ส่งผลก็คือว่า ส.ส. เราเข้าชื่อกันครบ ๒๐ คน เราเสนอร่างแล้ว ร่างนั้นก็จะไม่ถูกบรรจุ แต่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะต้องไปเปิดรับฟังความคิดเห็นซึ่งจะต้องรอไปอีก ๒-๓ เดือนนะครับ ในขณะเดียวกัน ร่างที่วิ่งมาจากช่องทางของคณะรัฐมนตรีเขามากันเร็วมากเพราะเขาทำกันเป็นมืออาชีพ รับฟังความคิดเห็นเขามากันเป็นมืออาชีพเลย เขาทำกันมาบ่อยครั้งนะครับ ดังนั้นผมจึง เรียนว่า ทุกวันนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราถูกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ลดทอนอำนาจลงไปเรื่อย ๆ กฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศเราไม่ได้มีโอกาสจะมานั่งประชุมในสภาผู้แทนราษฎร ก่อนนะครับ จะต้องเข้าในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา คือ ส.ว. ๒๕๐ คนที่มาจากการแต่งตั้ง เขามานั่งพิจารณาพร้อม ๆ กับเรา นี่เราก็ถูกลดทอนอำนาจไปแล้ว ถ้าหากเราจะเอากลไกนี้ มาบังคับตัว ส.ส. อีก หมายความว่า ส.ส. อย่างพวกเราโอกาสน้อยมาก น้อยจริง ๆ ที่จะเสนอ ร่างพระราชบัญญัติเข้าสู่สภา ต่อให้พรุ่งนี้สัปดาห์หน้าผมมายื่นให้ท่านประธานผมก็ต้องรอ อีก ๒-๓ อาทิตย์ แล้วสักพักหนึ่งครับ ไม่ใช่ประทานโทษ อาจจะเป็น ๒-๓ เดือน แล้วสักพักหนึ่ง ครม. เขาก็จะเสนอร่างประกบ แล้วของเขาทำความคิดเห็นมาเรียบร้อยผ่านกลไก คณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนั้นผมจึงเรียนว่า อยากจะให้ข้อ ๑๑๐ นั้น กลับไปเป็นแบบร่างเดิม คือใช้คำว่า ในกรณีที่มี ในกรณีที่มี หมายถึงไม่บังคับ ถ้าหากมีก็เอาความคิดเห็นแนบมาด้วย ถ้าหากไม่มีการรับฟังความคิดเห็นก็ไม่ต้องแนบ ก็เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไป อย่างน้อยที่สุดพวกเราก็มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเรารณรงค์หาเสียงไว้ ผมเชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัติที่ ส.ส. ของพวกเราเสนอนั้นก็เป็นไปตามนโยบายที่หาเสียง มันก็ผ่าน การรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนมาแล้วระดับหนึ่ง อยากจะเรียนว่าอย่าเขียน ข้อบังคับกันในลักษณะที่ลดทอนอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรเลย นี่คือความเห็นที่ผม ขออนุญาตนำเสนอในที่ประชุม และอยากจะให้คณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาด้วยครับ อย่างน้อยที่สุดเปิดโอกาสออกแบบกลไกให้ ส.ส. ได้มีโอกาสเสนอร่างพระราชบัญญัติ ได้ง่ายมากพอ ๆ กับที่คณะรัฐมนตรีเขาทำกันครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมขออนุญาต ท่านรองประธานทำหน้าที่ต่อ ผมนัดวุฒิสมาชิกสหรัฐไว้บ่ายสองโมง ขออนุญาตนะครับ เชิญเลขาธิการต่อครับ เชิญกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง ในฐานะกรรมาธิการ ต่อข้อนี้จริง ๆ แล้วเรายืนตามรูปแบบเดิมของปี ๒๕๕๑ ทีนี้ฝ่ายเลขาธิการ หมายถึงว่าฝ่ายสำนักงานได้สรุปประเด็นขึ้นแล้วทางกรรมาธิการเห็นด้วย ผมเองอยากจะเรียนว่า ตอนที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ออกมา เป็นการรับฟังความเห็น มีรายละเอียดเยอะเรื่องนี้ แล้วมีข้อจำกัดพอสมควร แล้วก็ในช่วงนั้น ได้มีการหารือกันแล้วก็ทางฝ่าย กรธ. คือท่านอาจารย์มีชัยก็ดีก็เป็นห่วงเรื่องนี้ แล้วก็นำมา พูดคุยกับทางท่านประธานพรเพชรว่า มาตรา ๗๗ เป็นกฎเกณฑ์ที่บังคับโดยรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องดีมากที่จะฟังความเห็นประชาชน แต่ว่ากลไกไม่มี ในกรณีของร่างพระราชบัญญัติ ที่มาโดยตามที่ท่านปิยบุตรขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้เสนอมาว่า ถ้าเป็นรัฐบาลเขามีหน่วยงาน เขารับฟังความเห็นมา แล้วความเห็นเอียงไปในทางเห็นด้วยอยู่แล้ว แต่พอมามันจะมีอีก ๒ อย่างก็คือว่าในส่วนที่มาจาก ส.ส. เอง แล้วของประชาชนก็จะมีปัญหาว่าใครจะเป็นคน ช่วยรับฟังให้เพื่อถูกต้องตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ ก็เลยมีการออกกฎหมายมานะครับ คือกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์และการร่างกฎหมายตรงนี้เป็นกฎหมายที่เพิ่งออกมา ดังนั้น ทางกรรมาธิการก็มีความเห็นว่าเราคงต้องไปอิงตรงนั้น ทีนี้ประเด็นที่มันมีผมเจอด้วยตัวเอง ท่านคงจำได้ว่าผมยื่นสภานี้ กฎหมายฉบับแรกคือกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องร่าง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาศาลจราจร ผมยื่นแล้ว ตอนนี้ทางสำนักงานเลขาธิการได้ตอบมาว่า ได้รับเรื่องแล้ว แต่เป็น พ.ร.บ. การเงิน แต่มีประเด็นที่ทำให้กฎหมายไปไม่ได้ คือกฎหมายฉบับนี้ นี่เป็นฉบับแรก ที่เข้าเกณฑ์ตามท่านปิยบุตรพูดก็คือว่า แล้วจะไปฟังความเห็นกันที่ไหน ก็คุยกัน ทางท่านเลขาธิการก็สรุปว่า อาจจะให้สำนักการประชุมหรือสำนักกฎหมายไปฟัง ประเด็นตรงนี้ จะเป็นประเด็นสำคัญสำหรับพวกเรา กฎหมายของผมไม่ใช่กฎหมายโดย ครม. จริง ๆ แล้ว กฎหมายฉบับนี้ผมเสนอไปตอนเป็น สปท. และขณะนี้ สปท. เห็นชอบ ส่งไปให้รัฐบาล รัฐบาลกำลังดำเนินการมาแล้ว แล้วรัฐบาลเองขณะนี้กฎหมายฉบับเดียวกันที่ผมเสนอไปทาง ตอนเป็น สปท. กำลังเฮียริง (Hearing) คือ ฟังความเห็นอยู่ กำลังจะมาสมบูรณ์แล้ว ผมเสนอสวนขึ้นไป ในพรรคมีอยู่ ๑๐ เสียง แล้วก็รวบรวมรายชื่อจากท่านสมาชิกรวมได้ครบ ๓๐ ท่านเสนอไปแล้ว ก็มาติดตรงนี้ แต่ว่าเราไม่มีทางออกทางอื่น ดังนั้นในตรงนี้จะเป็นเรื่อง ที่ว่าทางสภาเองจำเป็นต้องจัดให้มีกลไกที่จะต้องไปรับฟัง เดิมในตอนนั้นเรามีความเห็นกันว่า อาจจะต้องไปขอใช้ทางสถาบันพระปกเกล้าจะได้เป็นกลาง ดังนั้นเราเองเป็น ลอว์เมกเกอร์ (Lawmaker) เป็นผู้ออกกฎหมาย เราจำเป็นต้องมีกลไกในการรับฟังความคิดเห็น ประชาชนด้วย นี่เป็นกลไกใหม่ที่เรามี แต่ถ้าเราไม่มีตรงนี้จะมีปัญหาว่า การทำกฎหมาย ของสภาเอง ของ ส.ส. เอง จะไปมีปัญหาไม่ถูกตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้นในความเห็น ตรงนี้มีอยู่ใน พ.ร.บ. อยู่แล้วที่ออกเมื่อปี ๒๕๖๒ ใน พ.ร.บ. หลักเกณฑ์การจัดทำ ร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางกฎหมาย ซึ่งอยู่ในมาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๕ ดังนั้นตรงนี้เองก็อยากจะเรียนว่าเราจำเป็นต้องยืนตรงนี้ไว้ ตามที่ทางสำนักงานเลขาธิการ เรื่องนี้กรรมาธิการเห็นตามว่าจำเป็นต้องมี ดังนั้นก็เลยมีการแก้ไขให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่อย่างนั้นเราจะสุ่มเสี่ยงมากว่าถ้าเราไม่ทำ มันอาจจะง่าย แต่กฎหมายมันอาจจะร่วง ทั้งฉบับของผมเองที่เสนอไป ผมยอม ผมก็ยอมว่าในขั้นตอนตอนแรกก็ให้ทางสภา ช่วยจัดกลไกขึ้นมา เขาก็ขอสรุปเหตุผลในการที่ผมเสนอกฎหมาย แล้วก็ออกไปฟังความเห็น เพื่อจะได้กลับมา ไม่อย่างนั้นกฎหมายมันไม่ผ่านได้ นี่เป็นเรื่องใหม่ เป็นรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งดีแต่มีข้อจำกัดสำหรับพวกเรา ฉะนั้นเราก็ต้องเขียนตามตรงนี้นำเรียนด้วยความเคารพ ครับว่า คงจะจำเป็นจะต้องมีตามนี้ ไม่อย่างนั้นเราจะไปถูกตีร่วงว่าเราไม่เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ นำเรียนด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านปิยบุตร ยังมีอะไรติดใจไหมครับ เชิญครับ
ขออนุญาตอภิปราย อีกสักเล็กน้อยท่านประธานครับ เพื่อจะได้กระจ่างกันในประเด็นนี้ ขอบคุณท่านนิกร ที่ชี้แจงมา ผมเรียนอย่างนี้ คือ ข้อ ๑๑๐ วรรคสอง ที่เราเขียนกันมา ก็คือเราพยายามอนุวัต ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง แต่อย่างที่ผมเรียนว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง มันอยู่ในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งรัฐธรรมนูญในมาตรา ๖๔ เขียนเอาไว้ว่า มันเป็นเพียงแนวทางให้รัฐดำเนินการเท่านั้น มันไม่ได้บังคับ มันไม่ได้บังคับ ซึ่งรัฐบาล ชุดที่ผ่านมาเขาก็เอาไปทำของเขา แต่ในส่วนของพวกเราในฐานะเป็นสภาผู้แทนราษฎร มันไม่ได้ถูกบังคับ ทีนี้ผมเรียนอย่างนี้นิดเดียวครับ กรณีเรื่องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้นเป็นเรื่อง สำคัญนะครับ แต่ของพวกเราเองเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ร่างพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่เราเสนอกันเข้ามาก็เป็นไปเพื่อทำตามนโยบายที่เราหาเสียงผ่านการเลือกตั้ง ผมยกตัวอย่าง เช่น พรรคของผมเองพรรคอนาคตใหม่ ผมไปรณรงค์หาเสียงไว้ว่า ถ้าผมเข้ามาใน สภาผู้แทนราษฎรผมจะเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. และคำสั่ง หัวหน้า คสช. หลายฉบับที่มีเนื้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมเองเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ ร่างเสร็จเรียบร้อย แล้วผมก็เตรียมจะเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้เข้าสู่การพิจารณาของ ประชุมสภาในสัปดาห์หน้า ปัญหาก็เกิดขึ้นนะครับ แบบที่ท่านกรรมาธิการท่านนิกร เหมือนกัน เคส (Case) เดียวกันเลย ผมก็จะต้องไปติดตรงนี้อีก กว่าจะรับฟังความคิดเห็น ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ากินเวลานานเท่าไร อาจจะเป็น ๒ เดือน ๓ เดือนนะครับ แล้วพอเสนอปุ๊บ คือของผมนี่ก็พยายามป้องกันนะครับว่าไม่เป็นกฎหมายการเงินแน่ เพราะผมไม่พูดเรื่องเงิน เรื่องทองเลยในนี้ ยกเลิกประกาศ คสช. อย่างเดียวนะครับ ทีนี้พอผมเสนอเข้ามาก็ต้องถูก ดีเลย์ (Delay) ไปอีก ๒-๓ เดือนทุกครั้งไปเพื่อรับฟังความคิดเห็นนะครับ ผมถามว่าผมรับฟัง มาแล้วหรือยัง ผมคิดว่าผมไปลงหาเสียงกันมาผมเสนอนโยบายเรื่องนี้ชัดเจน แล้วผมได้มา ๖,๓๐๐,๐๐๐ เสียง ผมว่าผมก็รับฟังมาระดับหนึ่งแล้ว ในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนประชาชน ก็เลยคิดว่าเรื่องนี้อย่างไรก็ตามถ้าหากยืนยันจะเขียนอย่างนี้ต่อไปผมเข้าใจว่ามันไม่ได้ หมายความว่าร่าง พ.ร.บ. ทุกฉบับที่ ส.ส. เสนอนะครับ ผมขอคำยืนยันตรงนี้ได้ไหมครับว่า จำเป็นไหมว่าต้องเป็นร่าง พ.ร.บ. ทุกฉบับที่ ส.ส. เสนอ ทำเป็นรูทีน (Routine) เลย เหมือนที่ ครม. ไหม ครม. ทุกฉบับที่เขาเสนอเขาไปรับฟังความคิดเห็นในเว็บไซต์ของกฤษฎีกาเสมอ แต่ของพวกเรามันทุกฉบับไหมครับ หรือว่าเฉพาะตามความจำเป็น แล้วถ้าหากพิจารณา เฉพาะตามความจำเป็นมันมีเกณฑ์อะไรที่จะบอกว่าฉบับไหนร่างที่ ส.ส. เสนอต้องไปฟัง ความเห็น ฉบับไหนร่างที่ ส.ส. เสนอไม่ต้องไปรับฟังความคิดเห็นครับ แล้วก็อยากจะ สอบถามไปทางกรรมาธิการและทางเจ้าหน้าที่ผ่านต่อไปด้วยว่าประเมินกันว่าใช้เวลา ประมาณเท่าไรครับ ขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นอันนี้นะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านกรรมาธิการ ท่านคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ ต้องขอบคุณท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านอาจารย์ปิยบุตรที่ได้ กรุณาอภิปรายในส่วนที่กรรมาธิการได้ไปปรับเปลี่ยนแก้ไข ความห่วงใยของท่านสมาชิก มีความห่วงใยว่าร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็พี่น้อง ประชาชนได้เข้าชื่อกันส่งเข้ามาจะต้องรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะ เกิดขึ้นทุกฉบับหรือไม่ อาจารย์มีความกังวลเรื่องนี้มากนะครับ สิ่งที่กรรมาธิการได้แก้ไข ต้องขออนุญาตเอาคำตอบของท่านกรรมาธิการนิกรมาเป็นหลักนะครับ เพราะว่าเราเขียน ตามรัฐธรรมนูญ จริงอยู่รัฐธรรมนูญฉบับนั้น มาตรานั้นเขียนเป็นสภาพบังคับ แต่ว่าแนวทาง ท่านสมาชิกได้กรุณาบอกชัดเจนครับว่าไม่ใช่เป็นข้อบังคับเป็นแนวทางการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นข้อยืนยันว่ามีความจำเป็นทุกฉบับหรือไม่นะครับ เรามาเขียนวรรคสี่ ถ้าท่านอาจารย์อ่านวรรคสี่ดี ๆ นะครับ มันจะตอบคำถามว่าเป็นอำนาจของท่านประธาน ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ในวรรคสี่ ก่อนบรรจุระเบียบวาระการประชุมร่างพระราชบัญญัติ ที่มีผู้เสนอตามมาตรา ๑๓๓ (๒) คือเสนอโดยสมาชิกนะครับ แล้ว (๓) นั้นก็โดย พี่น้องประชาชนตามรัฐธรรมนูญ การพิจารณาความจำเป็นที่จะต้องรับฟังความคิดเห็น และวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ประธานสภากำหนด ท่านประธานก็ไปออกระเบียบครับว่าเรามีระเบียบ เป็นตัวกำหนดไว้ พอร่างพระราชบัญญัตินั้นเสนอเข้ามา ก่อนที่จะบรรจุระเบียบวาระ ก็ไปเทียบเคียงไปดูเหตุผล ถ้ามันจำเป็นต้องไปรับฟังความคิดเห็น ไปศึกษาผลกระทบ ก็ดำเนินการ ถ้าระเบียบนั้นบอกว่าฉบับนี้ไม่จำเป็นก็ไม่จำเป็น เพราะฉะนั้นข้อห่วงใย ของท่านอาจารย์นี้ถูกแก้ด้วยวรรคสี่ครับ ไม่น่าจะเป็นไปตามที่อาจารย์มีข้อกังวล ทุกฉบับ ต้องรับฟังความเห็น ผมก็คิดว่ามันก็น่าจะครอบคลุมนะครับ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน กรรมาธิการก็น่าจะยืนยันในหลักนี้อยู่แล้วครับ กราบขอบคุณครับ
เชิญท่านนิกร ชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นิกร จำนง ในฐานะกรรมาธิการ คือประเด็นข้อนี้เราไปยืนไว้ไปโยงกับ พ.ร.บ. ที่กล่าวถึง พ.ร.บ. หลักเกณฑ์และการจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย ซึ่งออกให้ เป็นไปตามมาตรา ๗๗ ในนี้มีประเด็นที่พวกเราตั้งช่วยกันจดจำว่าเราอาจจะต้องลงไปทำต่อ ในมาตรา ๒๐ ของตรงนี้เขียนว่า สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา อาจมีมติหรือตราข้อบังคับให้มีการรับฟังความคิดเห็น หรือวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ต่อกฎหมายก่อนหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร หมายความว่า ต่อจากนี้พอข้อบังคับอะไรเราครบแล้วเราก็คงต้องไปคุยกับทางสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพราะว่ากฎหมายของเราไม่ใช่จบจากเราแล้วมันจะออกเป็น กฎหมายได้ ต้องไปขึ้นสู่วุฒิสภาอีก แล้วถ้าไม่ตกลงกันไปมันจะไปติดตรงนั้นอีก นั่นส่วนหนึ่ง ส่วนที่ ๒ ที่เขียนเอาไว้ในนี้นี่เรามาดูว่าเขาจะประเมินอะไรกันบ้างนะครับ ในส่วนนี้จะอยู่ใน มาตรา ๒๕ หมวด ๔ นะครับ ที่ตรวจสอบการรับฟังความคิดเห็นการวิเคราะห์ผลกระทบ มีบอกรายละเอียดไว้หมดว่าการเสนอร่างกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ นี่ต่อคณะรัฐมนตรีนะครับ ให้หน่วยราชการเสนอร่างกฎหมาย สาระสำคัญ สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบ ตรงนี้ที่เรามาเขียนในนี้ ดังนั้นกระผมเห็นว่านี่เป็นเรื่องใหม่มาก แล้วเราจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงในส่วนของสภาในฝ่ายนิติบัญญัติเราเอง ตอนนี้ ครม. ก็ไปแล้ว เขาออกกฎหมายแล้ว ของเรานี่ต้องออก ทีนี้เป็นเรื่องที่เชื่อมโยง เราจะต้องมีการ คุยเรื่องนี้กันโดยด่วนกับทางรัฐสภารวมกันไป แล้วออกกฎเกณฑ์ของเรา ผมเรียนยืนยันว่า ตอนนี้ไม่มีกฎเกณฑ์เลย ขณะที่จะเป็นหน่วยไหน สำนักไหนก็ยังไม่ทราบ อาจจะเป็น สำนักประชุม สำนักกฎหมาย หรือสำนักวิชาการของสภาผู้แทนราษฎร เป็นเรื่องใหม่หมด ตรงนี้จะเป็นเรื่องสำคัญในการออกกฎหมายของพวกเราเองนะครับ แต่ในส่วนของผมนี่ ผมอนุญาตว่าให้ไปฟังความเห็นเลย เพราะผมอยากจะรู้ว่ากฎหมายที่เราทำนี่การไปรับฟัง ความเห็นจากประชาชนเป็นเรื่องดีมาก แล้วความเห็นตรงนั้นจะช่วยคุ้มครองกฎหมาย ให้ไปเร็ว ไม่ต้องไปติดตรงไหน มันจะช่วยเป็นเกราะ แล้วก็มาตรา ๗๗ นี่ผมเห็นว่าเป็นเรื่อง ที่ดีมากในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ นี้ ถือว่าประชาชนได้มีส่วน ดังนั้นอยากจะขอยืนยัน ตามที่กรรมาธิการได้แก้ไขไว้ แล้วก็เราไปหาทาง ท่านปิยบุตรด้วย หรือใครด้วยนี่เราไป ร่วมกันเซตอัป (Setup) ระบบของเราขึ้นมาเพื่อจะเป็นการป้องกัน และบางอย่างที่มี หรือต้องไม่มี เราสามารถทำได้ครับ นำเรียนด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ
ท่านปิยบุตร ยังติดใจใช่ไหมครับ
ขอสุดท้ายครับ ท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียวครับ เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณท่านกรรมาธิการ ท่านนิกร จำนง และคุณหมอชลน่านที่ชี้แจงนะครับ ตามที่คุณหมอชลน่านชี้แจงมาเมื่อสักครู่นี้ ในวรรคสี่นี่นะครับ นั่นแสดงให้เห็นว่าไม่ได้บังคับทุกฉบับนะครับ โดยใช้คำว่า การพิจารณา ความจำเป็นที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นหรือวิเคราะห์ผลกระทบนั้น ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประธานสภากำหนด ในนัยนี้หมายถึงว่าไม่ใช่ทุกฉบับถูกไหมครับ ถ้านัยนี้หมายถึงไม่ใช่ทุกฉบับ อย่างนี้ผมเห็นแบบนี้ได้ไหมครับ ในวรรคสองก็กลับไปใช้ คำเดิมว่า ในกรณีที่มี ถูกไหมครับ แสดงว่ามันมีโอกาสที่บางฉบับจะไม่ต้องมีรับฟัง ความคิดเห็น มันจะชัดเจนมากขึ้น แต่พอกรรมาธิการไปแก้มาในวรรคสอง ตัดคำว่า ในกรณีที่มี ออก นี่มันก็เปรียบเสมือนว่าทุก ๆ ฉบับมันต้องมีสรุปผลรับฟังความคิดเห็น และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบเสมอนะครับ ในเมื่อวรรคสี่เป็นบทบัญญัติที่ยืดหยุ่น อาจจะมีรับฟังความคิดเห็นก็ได้ อาจจะไม่มีการรับฟังความคิดเห็นก็ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ วรรคสองไม่จำเป็นต้องเขียนมัดตัวเองแบบนั้น เขียนให้มันยืดหยุ่นหน่อยนะครับ ผมเองก็ไม่ได้ ติดใจอะไร เพียงแต่ที่เมื่อสักครู่นี้ซักถาม เพราะว่าก็เข้าใจในสภาแห่งนี้ว่านี่เป็นงานใหม่ ครั้งแรก เราก็ไม่ทราบว่าเราใช้เวลานานเท่าไร แต่ดูค่าเฉลี่ยของทางกฤษฎีกาเขาทำนี่ก็เดือน สองเดือนเหมือนกัน นั่นหมายความว่าของสภาเราก็คงไม่น้อยไปกว่านั้นนะครับ ผมกังวลใจ ตรงนี้จริง ๆ ว่าสุดท้ายแล้วร่างพระราชบัญญัติที่ ส.ส. เสนอกันเข้ามา ในทางปฏิบัติ กว่าจะได้เข้ามาสู่การพิจารณาก็ต้องถูกดึงออกไปอีก แล้วมันจะกลายเป็นว่า สภาผู้แทนราษฎรของพวกเรานั้น สุดท้ายได้พิจารณากฎหมาย เราก็จะได้คุยกันแต่เรื่อง กระทู้ ได้คุยกันแต่เรื่องญัตติ แต่งานทางนิติบัญญัติของเรากว่าจะได้คุยคือต้องรอ ครม. ส่งกฎหมายมาให้เรา พวกเราแทบจะไม่มีโอกาสได้พิจารณากฎหมายที่พวกเราทำกันเอง เสนอกันเอง เพราะฉะนั้นถ้าหากจะเอาเรื่องนี้ไว้ต่อไปนี่ต้องขอฝากตรงนี้ไว้เลยว่า ท่านประธานจะออกหลักเกณฑ์วิธีการมาควรจะต้องออกแบบยืดหยุ่น อย่าบังคับทุกฉบับ ต้องออกแบบยืดหยุ่นให้ ส.ส. ได้มีที่หายใจหายคอบ้างนะครับ เพราะว่าอย่างที่ผมเรียนคือ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ลดทอนอำนาจสภาไปมากเหลือเกิน เราอย่าลดทอนอำนาจพวกเราเองอีกเลย เพราะฉะนั้นขอฝากประเด็นนี้ด้วย แล้วก็ฝากทิ้งท้ายว่าเป็นไปตามวรรคสี่ตามที่คุณหมอชลน่าน ชี้แจงมา อย่างนี้วรรคสองอย่าไปตัดคำว่า ในกรณีที่มี ออกได้หรือไม่ เปิดให้มันยืดหยุ่น มากกว่าเดิม ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญ ท่านกรรมาธิการปิติพงศ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม ปิติพงศ์ เต็มเจริญ ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ต้องขอชี้แจงท่าน ส.ส. ท่านอาจารย์ปิยบุตรนะครับ มาตรา ๗๗ วรรคสองของกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ เขียนบังคับมัดไว้ว่า ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับรัฐพึงจัดให้มี การรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง กรรมาธิการได้เขียนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ เพราะฉะนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญได้บังคับไว้อยู่แล้วว่า รัฐพึงจัดให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นกับผู้เกี่ยวข้องก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ ดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะทำตาม เป็นอย่างอื่นได้นะครับ ขอเรียนชี้แจงให้ท่านประธานและท่านสมาชิกทราบ ขอบคุณครับ
ท่านรังสิมันต์ สั้น ๆ นะครับ ไม่อย่างนั้นข้อบังคับข้อนี้ก็จะใช้เวลาเป็นชั่วโมง ฉะนั้นเราคิดว่าจะให้จบ ภายในวันนี้มันคงเป็นไปได้ยากนะครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อนะครับ ตอนนี้ผมก็กำลังดู ในส่วนของมาตรา ๗๗ วรรคสอง ตามรัฐธรรมนูญที่ท่านกรรมาธิการได้บอกว่ามันเป็นเรื่องที่ บังคับเอาไว้นะครับ ปัญหาก็อย่างที่ท่านอาจารย์ปิยบุตรได้นำเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยัง ท่านกรรมาธิการว่า ในการที่เราจะทำในส่วนของการรับฟังมันก็จะติดปัญหาว่ามันก็ต้องทำ อยู่ตลอดเวลาทุกฉบับ ซึ่งอาจจะเกิดความล่าช้า ทีนี้ผมพยายามที่จะนำเสนออีกประเด็นหนึ่ง แล้วก็ถามไปยังทางกรรมาธิการว่า ถ้าสมมุติว่าในกรณีของพรรคอนาคตใหม่ที่อีกไม่นานเราก็จะ มีการนำเสนอในส่วนของร่างพระราชบัญญัติเพื่อยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ถ้าเป็นแบบนี้ เราในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่ ต้องการที่จะไปลงพื้นที่ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเองอย่างนี้จะได้หรือไม่นะครับ ผมคิดว่าประเด็นแบบนี้เป็นประเด็น ที่อยากจะถามไปยังท่านกรรมาธิการเหมือนกัน ผ่านทางท่านประธานว่า จะสามารถทำได้ หรือไม่ ขอบคุณครับ
เชิญคุณหมอ ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการครับ ข้อคำถามของเพื่อนสมาชิก ๒ คำถามว่า จะปรับวรรคสองออกไปใช้ถ้อยคำเดิมเพื่อลดลักษณะสภาพบังคับว่าไม่จำเป็นต้องทำทุกฉบับ ตามวรรคสี่ได้หรือไม่นะครับ ประเด็นนี้ผมขออนุญาตตอบผ่านท่านประธานนะครับ รัฐธรรมนูญเขาเขียนอย่างนั้น ข้อบังคับเราต้องตราตามรัฐธรรมนูญครับ ถ้าถ้อยคำ มันผิดเพี้ยนไปจากรัฐธรรมนูญมันจะเกิดการตีความ ส่วนสภาพบังคับ ด้วยความเคารพ ท่านอาจารย์เป็นผู้บอกกับสภาแห่งนี้เองว่า มันอยู่หมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ มันเป็นเพียง แนวปฏิบัติ มันไม่ใช่หน้าที่รัฐนะครับ เพราะฉะนั้นมันเป็นแนวปฏิบัติ เราก็เลยมาอาศัยช่อง ของวรรคสี่ที่เปิดช่องเอาไว้ มันก็เป็นเหตุเป็นผลในตรงนั้น ถามว่าความหมายของวรรคสองนี้ เป็นลักษณะทุกฉบับหรือไม่ ไม่ใช่ครับ ถ้าฉบับไหนผ่านวรรคสี่ให้ไปทำรับฟังความคิดเห็น ศึกษาผลกระทบ เราก็บอกสรุปผลจากการรับฟังความคิดเห็น แล้วก็รายงานการวิเคราะห์ ก็ต้องเอามานำเสนอเท่านั้นเอง ร้อยเรียงกันไป
ประเด็นข้อคำถามของท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณรังสิมันต์ โรม ว่า กรณีสมาชิกหรือทีมงานของสมาชิกลงไปทำกฎหมายและลงไปรับฟังความคิดเห็นกระทำได้ หรือไม่ โดยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ เขาเขียนไว้ชัดเจน เป็นหน้าที่รัฐครับ รัฐต้องจัด ครม. เสนอ ก็มีหน่วยงานของรัฐเขาลงไปทำนะครับ ถ้าสมาชิกแล้วก็พี่น้องประชาชนในส่วน ภาคประชาชนเป็นผู้เสนอ ต้องมีหน่วยงานรัฐเข้าไปดำเนินการให้ ซึ่งเราก็เขียนล้อเลียนไป ในกฎหมายและข้อบังคับเราว่า กรรมาธิการกิจการสภาจะเป็นเจ้าภาพมอบให้กับหน่วยงาน ของรัฐในส่วนของสภาเราลงไปทำให้ เป็นหน้าที่ของรัฐครับ เพราะฉะนั้นก็ยังยืนยันว่าเราเอง จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำตามรัฐธรรมนูญไปก่อน แต่มีการเปิดช่องไป ทางฝ่ายบริหาร เขาถือเคร่งครัดเลยนะครับ เขาไม่ถือแนวนโยบายแห่งรัฐมาใช้ เขาถือตามที่รัฐธรรมนูญ เขียนเลย เขาทำทุกฉบับที่ส่งเข้ามา เพราะว่าถ้าเขาไม่ทำสมาชิกเราอาจจะทักท้วงเขา เขาก็เลยแก้ปัญหาว่าต้องทำไปเลย แต่เราเองก็เปิดช่องในส่วนที่เป็นกฎหมายที่เรา คือสมาชิกเสนอและภาคประชาชนเสนอ แล้วก็เปิดรูหายใจไว้ให้ ก็ด้วยความเคารพครับ ผมคิดว่ากรรมาธิการต้องขออนุญาตยืนตามที่กรรมาธิการแก้ไข ขอบพระคุณครับ
ท่านรังสิมันต์ ยังมีอะไรอีกไหมครับ เชิญครับ
นิดเดียวนะครับ คือตัวผม ก็มีความเห็นด้วยในหลายประเด็นกับที่ท่านกรรมาธิการชลน่านได้ชี้แจงนะครับ แต่ว่า ในเมื่อมันเป็นในส่วนของมาตรา ๗๗ วรรคสอง อย่างที่ทุกท่านน่าจะทราบแล้วว่ามันเป็น แค่เพียงแนวปฏิบัตินะครับ ไม่ได้มีสภาพบังคับขนาดนั้น ทีนี้ถ้าเราดูในส่วนของ ข้อ ๑๑๐ วรรคสุดท้ายนะครับ ก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีความเคร่งครัดแบบนั้น ทำไมในส่วนของ วรรคสองเราจำเป็นต้องตัดครับ คือเพื่อไม่ให้เกิดการตีความที่มันสับสนนะครับ ผมคิดว่า การใช้คำว่า ในกรณีที่มีสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นจะสร้างความชัดเจนให้กับ เพื่อนสมาชิกได้มากกว่า และเราจะได้ไม่ต้องมาสับสนกันหรือถกเถียงกันนะครับ ผมคิดว่า ถ้าเป็นแบบนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราก็จะสามารถทำหน้าที่ในการนำเสนอกฎหมายได้ ผมเข้าใจดีครับว่าการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ แล้วในส่วนของ พรรคการเมืองต่าง ๆ ผมก็เชื่อว่าเราก็พยายามทำหน้าที่นั้นอยู่ แต่ว่าการที่จะปล่อยให้ การตรากฎหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งบางครั้งอาจจะมีเรื่องมีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งอาจจะเป็น กฎหมายที่รัฐบาลมองไม่เห็นหรือไม่ได้ให้ความสำคัญ ถ้าเช่นนี้แล้วผมคิดว่าการให้การตรา กฎหมายเร็วที่สุดผ่านฝ่ายนิติบัญญัติของเรา ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าโดยไม่จำเป็นต้องรอ รัฐบาลอยู่ตลอดเวลานะครับ ดังนั้นผมคิดว่าถ้าเราป้องกันปัญหาเรื่องการตีความเพื่อไม่ให้เกิด ความสับสนก็ไม่จำเป็นต้องตัดข้อความนี้ออกครับ ปล่อยข้อความนี้เก็บไว้เหมือนเดิมนะครับ ในกรณีที่มีการสรุปผลการรับฟังความคิดเห็น ผมคิดว่าไม่เป็นปัญหาครับ ไม่ได้ทำให้ เนื้อหาสาระจากเดิมแตกต่างกัน แต่มีผลดีทำให้เกิดความชัดเจนในการตีความต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เพื่อจะให้ได้ข้อสรุปนะครับ เราก็จำเป็นต้องขอมติ ถามมติที่ประชุม ฉะนั้นผมจึงขอเรียนเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุมเข้าสู่ห้องประชุมเพื่อมีการลงมตินะครับ
(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกครับ ในช่วงที่รอท่านสมาชิกเดินเข้าสู่ห้องประชุม ผมขออนุญาตปรึกษาหารือทำความเข้าใจกัน นิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากว่าเมื่อคืนก่อนที่จะมีการปิดประชุมผมได้ทำหน้าที่อยู่ ได้มี ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ประท้วงนะครับ แล้วก็ได้พูดถึงว่าประธาน รองประธานทั้งสอง อาจจะมีแผนอะไรที่จะทำให้การพิจารณาข้อบังคับยืดเยื้อต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งผมก็ได้ตอบ แล้วท่านก็พยายามบังคับให้ผมต้องตอบที่ประชุมว่า ตอบที่ประชุมได้ไหมว่าจะเสร็จไหม ในวันพรุ่งนี้อะไรทำนองนี้นะครับ ซึ่งผมก็ได้ตอบที่ประชุมไปว่า ทางประธาน และรองประธานทั้งสองท่านไม่ได้มีเจตนาอะไรเลยที่จะทำให้การพิจารณาข้อบังคับยืดเยื้อ เพราะท่านประธานและรองประธานก็มองเห็นว่า ข้อบังคับคือเครื่องมือในการทำหน้าที่ ของพวกเราในสภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้นเสร็จได้ไวเท่าไรยิ่งดี การจะเสร็จช้าหรือเสร็จเร็วนั้นไม่ได้อยู่ที่ประธาน แต่อยู่ที่ ท่านสมาชิกทั้งหลาย เพราะท่านสมาชิกทั้งหลายอภิปรายเยอะ ข้องใจเยอะ ก็ต้องยืดเยื้อ ต่อไป แต่ถึงอย่างไรก็ตามครับ วันนี้ผมอยากจะเรียนที่ประชุมว่า ผมได้หารือท่านประธาน ชวน หลีกภัย และท่านรองสุชาติ ตันเจริญ แล้วว่า ถึงอย่างไรการพิจารณาข้อบังคับ การประชุมสภาของพวกเรา ทั้ง ๑๙๒ ข้อ ทางประธานและรองประธานมีเจตนารมณ์ อยากให้เสร็จภายในวันนี้นะครับ จะดึกแค่ไหน อย่างไรก็ต้องเอาให้เสร็จ ฉะนั้นท่านสมาชิก ทั้งหลายขอได้เตรียมตัวเตรียมใจที่จะนอนตีสาม ตีสี่ ตีห้านะครับ เอาให้เสร็จเลย ไม่เสร็จไม่ต้อง เลิกกันละครับ ตอนนี้ผมยังไม่เห็นท่านพิเชษฐ์ ท่านพิเชษฐ์มาแล้ว ผมกลัวท่านจะต่อว่า ท่านประธานอีก ท่านพิเชษฐ์ไม่มีอะไรต้องหารือแล้วนะครับ ผมได้ชี้แจงแล้วก็ได้เรียน ท่านสมาชิกว่าเราจะเอาให้เสร็จ จากนี้ไปตอนเย็นท่านประธานมีภารกิจ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผมกับท่านรองสุชาติ ตันเจริญ เราจะทำหน้าที่จนกว่าจะเสร็จข้อบังคับทั้งหมดครับ อย่าเรียกร้องให้ปิดประชุมก็แล้วกัน ท่านพิเชษฐ์มีอะไร เชิญครับ
กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ทั้ง ๓ ท่านเป็นอย่างสูงที่ท่านได้พิจารณาแล้วเห็นว่าข้อบังคับของสภาของเรามีความสำคัญ ถ้าเสร็จแล้วเราจะได้ตั้งกรรมาธิการ แล้วก็ไปทำงานกันเพื่อพี่น้องประชาชน ผมต้องกราบขอบคุณ ท่านประธานนะครับที่ได้ให้ความสำคัญ ขอบคุณครับ
ก็ต้องขอบคุณ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ที่เข้าใจท่านประธานและรองประธานสภา โดยเจตนารมณ์ สิ่งที่ทำนี้ไม่ได้ทำตามคำขู่ท่านพิเชษฐ์ แต่เราตั้งใจอย่างนั้นอยู่แล้วนะครับ ขอบคุณที่เข้าใจ แต่ไม่เป็นไรท่านพิเชษฐ์ก็เพื่อนผมนะครับ ท่านสมาชิกครับ ตอนแรกผมคิดว่าจะลงมติ โดยไม่ต้องตรวจสอบองค์ประชุม เนื่องจากว่าเป็นวาระที่ต่อเนื่องอยู่ แต่เนื่องจากได้ทราบ จากเจ้าหน้าที่ว่าเครื่องในการแสดงตนหรือว่าลงมตินั้นมีเหตุขัดข้องบ่อย ก็ขอให้ท่านทั้งหลาย ได้เข้าใจว่าห้วงนี้เป็นห้วงของการทดลองนะครับ ยังไม่ได้เอาจริง ห้องประชุมเรา ยังไม่เอาจริง ฉะนั้นผมขออนุญาตเช็ก (Check) องค์ประชุมอีกครั้งหนึ่ง ขอท่านสมาชิกได้ร่วม เสียบบัตรแสดงตนนะครับ ท่านเสียบบัตรเข้าไปแล้วกรุณาได้กดปุ่มสีขาว ๆ ที่อยู่ด้านซ้ายมือ เชิญครับ แสดงตนเฉย ๆ ท่านอย่าเพิ่งลงมตินะครับ
ท่านประธานครับ ผม วีระกร คำประกอบ นิดเดียวครับ
เชิญท่านวีระกรครับ
ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ครับ ต้องขอบคุณท่านประธานที่จัดหา วิทยุทรานซิสเตอร์ไปตั้งในห้องน้ำนะครับ เสียงดีมากเลยครับ เข้าใจว่าเป็นยี่ห้อธานินทร์ อยากเพิ่มวิทยุในห้องอาหารอีกสักตัวครับ เพราะว่าหัวท้ายด้านนี้ไม่ได้ยิน ด้านโน้นจะได้ยิน
ทราบแล้วครับ
เพราะว่ามีทีวี (TV) ของ ท่านประธาน อยากได้วิทยุทรานซิสเตอร์อีกสักตัวหนึ่งท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ฝากท่าน เลขาธิการช่วยดำเนินการโดยเร่งด่วนเลยนะครับ ติดให้ทั่วทางเดินทางอะไร ผมก็ว่าควรจะติด เพราะผมเดินแล้วผมไม่ได้ยินเสียงนะครับ ขอบคุณท่านวีระกรที่ช่วยเสนอแนะ ท่านสมาชิก ที่ทรงเกียรติได้แสดงตนแล้ว เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ท่านสมาชิกครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ทั้งหมด ๔๓๖ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ฉะนั้นผมขออนุญาตได้ถามมติในที่ประชุมต่อเลยนะครับ ผมขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ฟังนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับร่างของ กรรมาธิการที่มีการแก้ไข โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการ ที่มีการแก้ไข โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย และท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านได้ลงมติครับ เชิญครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านสมาชิก ท่านใดขัดข้องกรุณายกมือขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ไปดูแลนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก ยังเข้ามาไม่ทันมีหรือไม่ครับ ถ้ายังเข้ามาไม่ทันก็กรุณาได้เข้าห้องประชุม เพื่อที่จะได้ร่วม กันลงมติ วันนี้เสร็จไวได้เลิกไว ถ้าเสร็จช้าตีสอง ตีสาม ก็ต้องตีสอง ตีสามด้วยกันครับ มีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างครับ ถ้ามีขอเชิญออกเสียง ลงคะแนนนะครับ ที่อาจจะมีปัญหาขัดข้องเรื่องการเสียบบัตร มีหรือไม่ครับ ไม่มี แสดงว่า ท่านสมาชิกได้ลงคะแนนกันเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลด้วยท่านรายงานตัวด้วยนะครับ เชิญครับ ท่านใช้ไมโครโฟนเผื่อจะได้ บันทึกไว้
เพิ่งเข้ามาครับ ทานข้าวครับ
ใจเย็น ๆ ไม่เป็นไร รออยู่
อำไพ กองมณี ไม่เห็นด้วยครับ
ท่านกด ไมโครโฟนพูดช้า ๆ ก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อน ท่านกดครั้งเดียวนะครับ
ผม อำไพ กองมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลำดับที่ ๔๙๐ มาเหนื่อย ๆ ขอโทษนิดหนึ่ง
ไม่เห็นด้วย
ไม่เห็นด้วยครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ
กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ลำดับที่ ๐๒๑ ไม่เห็นด้วยครับ
ลำดับที่ ๐๒๑ ไม่เห็นด้วย ความจริงผมปิดการลงคะแนนไปแล้ว แต่ว่าไม่เป็นไร ขออนุญาตที่ประชุมนะครับ มีอีกหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีก็ขอปิดการประชุม ขอโทษ ประธานขอถอนครับ ขอปิดการลงมติ ขออภัย มันผิดพลาดได้ ผมเห็นท่านสมาชิกง่วง ๆ กันหลายคน นี่แสดงว่าติดตามประธานจริง ๆ ขออภัยด้วยนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่รายงานผลมาแล้วนะครับจำนวน ผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน ๔๕๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗๙ ท่าน บวก ๒ ท่านเข้าไป เป็นไม่เห็นด้วย ๘๑ ท่าน สรุปแล้วก็คือมติที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไข ของกรรมาธิการ ซึ่งผมได้เสนอในกรรมาธิการว่า การเขียนลักษณะดังกล่าวนี้เป็นการเขียนที่ทำให้เกิดการ ตีความได้หลากหลาย เพราะว่าความผิดพลาดเล็กน้อยนี้ไม่ได้บอกถึงในรายละเอียดว่า หมายถึงเรื่องอะไร ดังนั้นผมจึงเสนอในกรรมาธิการว่าขอให้ระบุให้ชัดว่าเรื่องการผิดพลาด เล็กน้อยนี้หมายถึงเรื่องอะไรที่ถือว่าเป็นการแก้ไขเพียงเล็กน้อย จึงได้เสนอขอกรรมาธิการ เพิ่มเติมขอเป็นว่า แก้ไขเพิ่มเติมข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย ซึ่งผมถือว่าเป็นการที่ผม ได้ท้วงติงกรรมาธิการและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในที่นี้แล้วว่า ต่อไปถ้าท่านจะมีการแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัตินั้นจะต้องมีการระบุให้ชัด และเรื่องนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับเรื่อง ของสภาสมัยที่แล้วว่ามีท่านสมาชิกในสมัยที่แล้วนั้น ได้ถูกเพิกถอนสิทธิจากการตีความว่า เป็นการผิดแก้ไขเพียงเล็กน้อย ถึงขั้นโดนตัดสิทธิ เพิกถอนสิทธิจากศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ดังนั้นจึงขอสงวนคำแปรญัตติไว้เป็นข้ออ้างอิงไว้เท่านั้น แต่ไม่ได้ติดใจนะครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ท่านอดิศรยังมีอะไรติดใจไหมครับ ท่านอดิศรก็ไม่ติดใจแล้วนะครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญ ท่านสงวน พงษ์มณี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมแปรญัตติในเรื่องนี้ไว้เนื่องจากว่าเราต้องคำนึงถึงรัฐธรรมนูญ และแนวปฏิบัติซึ่งเราเคยถูกวางแนวไว้โดยศาล น่าตกใจครับท่านประธานครับ ก่อนการ บรรจุวาระการประชุม นั่นหมายความว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นยังเป็นของผู้ร่าง ผู้เสนอ สภายังไม่ได้รับเข้าวาระ การแก้ไขเพิ่มเติมก็ถือว่ามีความผิดแล้ว ถ้าหากถูกวินิจฉัยว่า เปลี่ยนแปลงหลักการ คำว่า เล็กน้อย ใครเป็นผู้วินิจฉัย ไม่ใช่เรา ไม่ใช่คนเสนอและคงไม่ใช่ สภาหรือเจ้าหน้าที่ด้วย ท่านประธานจะรับผิดชอบร่วมกันอย่างไรถ้าหากว่ารับแล้ว ถูกแก้ไขบอกว่า คนเสนอแก้ไขไม่ถูกต้อง ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่ชอบด้วยเหตุผล คนบรรจุก็จะต้องมีความผิดด้วย ผมแปรญัตติไปว่า ให้ชัดได้หรือไม่ว่าแก้ไขได้เฉพาะวรรคตอน และคำผิด เมื่อฝ่ายกรรมาธิการไม่เห็นด้วย ยังยืนยันคำว่า เล็กน้อย ท่านต้องพูดให้ชัดในที่นี้ว่า เล็กน้อยนั้นหมายความถึงอะไรบ้าง ไม่เช่นนั้นแล้วจะมีผู้ไปเบี่ยงเบนเจตนารมณ์ไปเป็น อย่างอื่นอีก เมื่อศาลท่านได้ตัดสินและวางแนวปฏิบัติไว้แล้ว ก็หมายความว่าเมื่อเสนอ จะเสนอกฎหมายใด ไม่เพียงแต่มาตรา ๗๗ มากำกับ พรรคต้องรับฟังความคิดเห็นด้วย เรายังต้องมั่นใจว่าเราทำได้อย่างครบถ้วน แล้วให้เราเป็นผู้เสนอและผู้รับรองให้ครบ ถึงต้องยื่น มันจะบังคับกันขนาดนั้นเลยหรือครับ ซ้ำไปเขียนว่า เล็กน้อย ขอแก้เล็กน้อย แล้วจะตอบคำถามสังคมอย่างไร จะตอบคำถามกับฝ่ายตรวจสอบอย่างไร อันนี้เป็นประเด็น ที่ผมขอแก้ไข ท่านครับผมจะเลยไปอีกนิดเดียว ถ้ากฎหมายฉบับนี้บรรจุแล้ว ผู้เสนอ กฎหมาย เจ้าของกฎหมายสิ้นสุดการเป็นเจ้าของเมื่อชั้นรับหลักการท่านประธานครับ พอรับหลักการเสร็จแล้วกฎหมายนี้ก็จะเป็นของสภา สภาก็ตั้งกรรมาธิการเหมือนพวกท่าน ไปทำข้อบังคับ เมื่อกฎหมายเสร็จแล้วเป็นมติของกรรมาธิการส่วนใหญ่กลับเข้ามาสู่สภา หากท่านคิดได้ว่าท่านต้องแก้ไขที่มีคนอภิปรายและท่านไปคิดได้ทีหลัง หลังจากกฎหมายนี้ เข้าสภาแล้ว มันเขียนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญหรือเปล่า อย่างเช่น มาตรา ๑๕๐ มาตรา ๗๗ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เปลี่ยนแปลงอำนาจและกระบวนการตรากฎหมาย ของสภาไปมาก ถ้าหากว่าท่านกรรมาธิการคิดว่าจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ยังทันนะครับ เพราะว่า สภาผู้แทนราษฎรต้องยึดโยงกับวุฒิสภา และยึดโยงกับรัฐสภา ตรากฎหมายยังมีพิเศษ เข้าไปอีกว่า ต่อไปนี้กฎหมายบางเรื่อง บางฉบับ ผ่านสภาเดียวนะครับ คือรัฐสภา แล้วออกมาเป็นกฎหมายเลย เมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลง ข้อบังคับไม่ค่อย เปลี่ยนแปลงอะไรเลย จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ของข้อบังคับรัฐสภาก็เหมือนกัน ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงอะไรมาก จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ท่านลองไปอ่านหนังสือรายงานของ ศาลรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัด ถ้าเสร็จจากสภาแล้วสามารถส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก แล้วถ้าเขาเห็นว่ามันไม่ถูกต้อง มันขัดรัฐธรรมนูญ เราก็จะยาวกันไปอีก ผมคิดว่าในขณะที่ สมาชิกอภิปรายในเรื่องที่เขาขอแปรญัตติ ท่านกรรมาธิการก็ต้องคิดไปว่า ท่านได้เขียน ข้อบังคับใด ข้อใดที่ยึดโยงเกี่ยวข้องกับรัฐสภาไว้บ้าง ถ้าไม่ได้เขียนมันจะชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เหมือนมาตรา ๑๕๐ เรื่องกระทู้ เขียนละเอียดขนาดนั้นว่าจะเขียนข้อบังคับอย่างไร ของท่านครบถ้วนหรือยัง ผมก็มาพูดเพื่อบันทึกไว้ในที่นี้ว่า ผมมีความเห็นอย่างนี้เพื่อเป็น เจตนารมณ์ของข้อบังคับข้อนี้ ผมไม่ติดใจว่าจะยกมือหรือเปล่า ผมไม่ยืนยันว่าจะต้องยกมือ เมื่อท่านไม่รับก็ไม่เป็นไร แต่ว่าท่านประธานต้องพูดให้ชัดว่า เล็กน้อยท่านหมายถึงอะไรบ้าง ขอบคุณครับท่านประธาน
สรุปว่า ท่านสงวนยังติดใจหรือไม่ติดใจแล้วครับ
ไม่ติดใจครับ แต่ต้องพูดก่อน บันทึกไว้เลยว่า คนอื่นจะได้ตีความตามนี้
ขอบคุณครับ เดี๋ยวกรรมาธิการก็คงจะชี้แจงครับ เชิญท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ขอแปรญัตติ ข้อ ๑๑๒ ซึ่งพิจารณาดูแล้วกระผมไม่ติดใจที่จะสงวน และขอเรียนท่านประธานว่ามีอีก ๒-๓ ข้อ ที่กระผมขอแปรญัตติ ก็ถอนการสงวนคำแปรญัตติครับ
ขอบคุณ ท่านสุทัศน์ เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกไว้ด้วยนะครับ ที่ท่านสุทัศน์ขอแปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ เอาไว้นั้นท่านไม่ติดใจ อีก ๒-๓ ข้อนั้นเขาก็ดูไปเรื่อย ๆ ท่านกรรมาธิการมีอะไรชี้แจงเพิ่มเติม ไหมครับ เชิญท่านประยุทธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิช กรรมาธิการ ก่อนอื่นกระผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกที่ได้ให้ความสนใจ ได้พยายามที่จะหาทางออก ซึ่งการตรากฎหมายให้รอบคอบ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ทางคณะกรรมาธิการก็ไม่ได้ละเลยในประเด็นนี้ ก็พยายาม หาช่องทางที่มันพอเหมาะพอควรและความเป็นไปได้ ถามว่าความคิดเห็นของท่านสมาชิก ที่ทำการแปรญัตติ กรรมาธิการได้ยกขึ้นมาพิจารณาหรือไม่ ก็ยกขึ้นมาพิจารณา เราไม่อยากจะให้บีบทางแคบ จนกระทั่งไม่มีช่องหายใจ ถ้าข้อจำกัดมันเกิดขึ้น การเสนอกฎหมาย การพิจารณาร่างกฎหมาย กระบวนการต่าง ๆ มันก็จะผิดพลาดตามมา เหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อสภาครั้งที่แล้วก็เป็นแบบอย่าง ที่เป็นสัญลักษณ์ที่ให้เกิดความรู้สึกว่าเราจะต้องร่วมกันจริง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้แปรญัตติว่า ทางคณะกรรมาธิการ คำว่า เล็กน้อยในที่นี้ใครเป็นผู้พิจารณา ผมกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่า ท่านประธานแห่งสภาหรือผู้ได้รับมอบหมายอาจจะเป็นท่านรองประธานสภา ก็จะทำหน้าที่ ตรงนี้ ซึ่งจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายอยู่แล้ว ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าเขียนอย่างท่าน ถ้าเปิดโอกาสให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น กรรมาธิการก็ไม่ได้ละเลย ในประเด็นนี้เช่นกัน ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่ได้ให้ความสนใจอีกครั้งหนึ่ง แต่กรรมาธิการก็ขอยืนยันตามที่กรรมาธิการมีมติครับท่านประธาน
ท่านสมาชิก เหลือท่านกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นอยู่ท่านเดียวคือท่านปิติพงศ์ ผมขออนุญาตหารือ ท่านปิติพงศ์อีก
ผมเรียนท่านประธานไปแล้ว ไม่ติดใจครับ
ไม่ติดใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าทั้งท่านผู้ขอสงวนความเห็นและท่านผู้สงวนคำแปรญัตติไม่ได้ติดใจแล้ว ในข้อ ๑๑๒ เชิญท่านเลขาธิการอ่านต่อเลยครับ
ข้อ ๑๑๓ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๑๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๑๕ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๑๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๑๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๑๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๑๙ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ไม่ติดใจแล้วนะครับ เชิญอ่านต่อเลยครับ
ข้อ ๑๒๐ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๒๑ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ข้อ ๑๒๑ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นไม่ติดใจแล้ว พอใจแล้ว เชิญท่านเลขาธิการครับ ท่านสมาชิก ข้อ ๑๒๑ ท่านกรรมาธิการได้มีการแก้ไข ฉะนั้นก็คงจะต้องมีการถามมติ ถึงแม้ท่านสมาชิก ไม่ได้ติดใจก็คงต้องถามมติว่าท่านเห็นด้วยกับทางกรรมาธิการมีการแก้ไขหรือไม่ ผมขออนุญาตเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกได้เข้าสู่ห้องประชุมนะครับ
(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เพื่อจะได้ลง มติครับ ผมคงขออนุญาตว่าองค์ประชุมก็น่าจะไม่มีปัญหา เพราะเนื่องจากต่อเนื่องจากการ ตรวจสอบองค์ประชุมคราวที่แล้ว เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก ท่านสมาชิกเมื่อท่าน ได้เข้าห้องประชุมแล้ว ผมขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน สมาชิกจะได้ร่วมกัน ออกเสียงลงคะแนนในข้อ ๑๒๑ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย และท่านผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ท่านสมาชิกครับท่านผู้ใดเห็นด้วยกับร่างของ กรรมาธิการที่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย หลังจากท่านกดปุ่มแสดงตนแล้วนะครับ ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ส่วนท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างครับ ถ้ามีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนขอเชิญนะครับ ถ้าเข้ามาทีหลังก็กดบัตรได้เลย แต่ถ้าท่านมีปัญหา เรื่องการเสียบบัตรก็ค่อยลงคะแนนด้วยวาจานะครับ เนื่องจากว่าท่านสมาชิกเราก็กำลัง ทยอยเดินเข้ามา อยากจะเรียนท่านสมาชิกนะครับว่าเราจะไปด้วยความเร็วสูงสักนิดหนึ่ง ฉะนั้นท่านอย่าหนีห่างห้องประชุมมากนักนะครับ โดยเฉพาะท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กรุณาอย่าได้ออกจากห้อง ท่านกับผมต้องอยู่ด้วยกันจนกว่าจะเสร็จนะครับ มีท่านผู้ใด ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนบ้างครับ เชิญครับ กำลังเดินเข้ามา ไม่เป็นไรครับรอกันนิดหนึ่ง หมดแล้วนะครับ ท่านสมาชิกครับ ถ้าไม่มีท่านผู้ใดที่ตกค้างอยู่ ยังมี เชิญครับไม่ต้องวิ่งมาก ก็ขอให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจว่าถ้าไม่มีใครติดใจ พอใจแล้ว เราก็พยายามไปให้ไว เพราะผม ได้หารือท่านแล้ว ท่านก็เห็นชอบแล้วว่าเราเอากันให้จบ ไม่จบก็ต้องอยู่กันจนจบ คงไม่มีใคร ตกค้างอีกแล้วนะครับ เมื่อท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิลงคะแนนหมดแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลด้วยครับ ท่านสมาชิกครับ มีจำนวนท่านสมาชิกเข้าร่วมประชุม ๔๖๐ ท่าน เห็นด้วย ๔๕๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนน ๑ เสียงนะครับ สรุปว่ามติที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ
เชิญ ท่านเลขาธิการอ่านข้อต่อไปครับ
ข้อ ๑๒๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๒๓ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๒๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๒๕ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ท่านสมาชิก ผู้ขอสงวนคำแปรญัตติ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ยังติดใจไหมครับ
ท่านสาทิตย์ถอนไปแล้วค่ะ
ท่านสาทิตย์ ถอนไปแล้วนะครับ เมื่อท่านสาทิตย์ถอนไปแล้ว ก็ถือว่าไม่ติดใจแล้วนะครับ เมื่อไม่มี การแก้ไข ขอผ่าน ข้อต่อไปครับ เชิญครับ
ข้อ ๑๒๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๒๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๒๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๒๙ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๓๐ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๓๑ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๓๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๓๓ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๓๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๓๕ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๓๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๓๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๓๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๓๙ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๔๐ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๗ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภามีมติเห็นชอบให้พิจารณาต่อไป ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๔๑ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๔๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๔๓ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๘ กระทู้ถาม ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๑ บททั่วไป ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๔๔ มีการแก้ไข
เนื่องจาก ข้อ ๑๔๔ มีการแก้ไขนะครับ ดังนั้นผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยกับร่างของ กรรมาธิการที่มีการแก้ไขหรือไม่นะครับ
(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ผมขออนุญาต ที่ประชุมครับ เนื่องจากว่าเป็นการลงมติต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว ฉะนั้นจึงขออนุญาตถือว่า องค์ประชุมครบนะครับ เมื่อองค์ประชุมครบ ผมขอท่านสมาชิกได้โปรดแสดงตนนะครับ เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน เชิญนะครับ ในข้อ ๑๔๔ นะครับ ท่านกรรมาธิการจะชี้แจง หรือไม่ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิเชียร ชวลิต ประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนว่าในข้อ ๑๔๔ ของร่างข้อบังคับที่นำเสนอต่อสภาเพื่อพิจารณานั้น เป็นข้อบังคับที่ระบุถึงเรื่องของกระทู้ถาม ซึ่งต้องเรียนว่าเป็นไปตามที่ท่านประธานชวน หลีกภัย ขออภัยที่เอ่ยถึงท่าน เพราะว่าท่าน ได้มอบหมายให้กรรมาธิการไปตรวจพิจารณาในประเด็นที่บัญญัติไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ซึ่งในมาตรา ๑๕๐ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการตั้งกระทู้ถามไว้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภามีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในเรื่องใดเกี่ยวกับ งานในหน้าที่ โดยจะถามเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ ตามข้อบังคับการประชุมแห่งสภานั้น ซึ่งอย่างน้อยต้องกำหนดให้มีการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจา โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้านะครับ แล้วก็วรรคสองได้บัญญัติว่า รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะไม่ตอบกระทู้เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่า เรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ด้วยเหตุดังกล่าวกรรมาธิการได้ไปประชุมหารือซ้ำอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตรวจสอบความสอดคล้อง แล้วก็เป็นไปตามบัญญัติของรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะฉะนั้นในข้อ ๑๔๔ จึงเขียนถ้อยคำ เพื่อให้สอดคล้อง แล้วก็เป็นการอ้างอิงถึงบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ จะได้ไม่มีประเด็น ที่จะโต้แย้งได้ว่าข้อบังคับนี้ได้เขียนหรือบัญญัติไว้สอดคล้อง หรือเป็นไปตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ จึงได้เพิ่มเติมกระทู้ถามว่า กระทู้ถามคือข้อซักถามที่สมาชิก มีต่อนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีเกี่ยวกับงานในหน้าที่นะครับ แล้วก็ขออนุญาตอ้างอิง ถึงถ้อยคำในรัฐธรรมนูญว่าโดยจะถามเป็นหนังสือ หรือด้วยวาจาก็ได้ตามมาตรา ๑๕๐ ของรัฐธรรมนูญ นี่คือที่มาที่ไปที่ขออนุญาตกราบเรียนว่าเราเติมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ และสอดคล้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายครับ ขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพครับ
เชิญครับ เชิญท่านชาดาครับ
เรียนท่านประธานสภา ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ผมเรียนด้วยความเคารพว่า ข้อแก้ไขนี้ผมก็ไม่ติดใจ แต่มันมีปัญหาในทางปฏิบัติ นั่นหมายถึงว่าต่อไปนี้เราจะมีกระทู้ ๔ ประเภทนะครับ ตามที่บอกว่ามีกระทู้ถามสด กระทู้ถามทั่วไป และกระทู้ถามแยกเฉพาะ จะเป็นลักษณะอย่างนั้นนะครับถ้าผมเข้าใจไม่ผิด แต่กระทู้ถามด้วยวาจาตามรัฐธรรมนูญ แห่งมาตรา ๑๕๐ เขาบอกว่า ให้เป็นกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ถ้าท่านกรรมาธิการจะตีความว่า กระทู้สดคือกระทู้ถามทั่วไปโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า แต่อย่าลืมนะครับ กระทู้สดเราทุกวันนี้ยื่น ๐๘.๐๐ นาฬิกา ไม่เกิน ๐๙.๐๐ นาฬิกา ผมกลัวว่าทางการปฏิบัติมันจะมีปัญหาในวันข้างหน้า ถ้าเกิดมีสมาชิกท่านหนึ่งท่านใด ลุกขึ้นมาถามและขอว่าด้วยวาจาโดยมีผู้รับรอง เป็นเรื่องของกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้อง แจ้งล่วงหน้า แต่ถ้าท่านจะไปตีความว่า กระทู้ถามด้วยวาจาคือกระทู้สด ผิดครับ ไม่ถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนเลยครับว่า ให้เป็นกระทู้ถามด้วยวาจาไม่ต้องแจ้ง ล่วงหน้า ผมไม่ขัดข้องอะไรนะครับ แต่อยากให้บันทึกไว้และจะเป็นข้อที่มีปัญหา ทางการปฏิบัติ ผมอยากให้มีสิ่งที่ว่าให้เราชี้ให้ชัดไปว่าเราจะมีกระทู้กี่ประเภทกันแน่ มีกระทู้ ๓ ประเภท ๔ ประเภท ก็ว่ากันไปตามข้อบังคับข้อต่อไปที่ทางกรรมาธิการร่างมา แต่กระทู้ถาม ด้วยวาจานั้นไม่ใช่กระทู้สดครับ ท่านต้องทำความเข้าใจ กระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้อง แจ้งล่วงหน้าไม่ใช่กระทู้สด กระทู้สดเรามีข้อตกลงกันว่า ๐๘.๐๐-๐๙.๐๐ นาฬิกา จะต้องมายื่น นั่นไม่ใช่ด้วยวาจาโดยไม่แจ้งล่วงหน้าแล้ว ข้อปฏิบัติเวลาปฏิบัติจะเกิดความสับสน ผมเอง มีความเห็นว่ากรณีรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ที่จะให้มีกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้อง แจ้งล่วงหน้าเป็นอีกข้อหนึ่ง เป็นอีกกระทู้หนึ่งนะครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจน ท่านอ่านในมาตรา ๑๕๐ ตามข้อบังคับของสภานั้น ๆ เรามีกระทู้เก่าอยู่แล้ว ก็คือ ๒ กระทู้ กระทู้ถามทั่วไป กระทู้สด และนี่ทางคณะกรรมาธิการได้บอกว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ แต่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าต้องมีกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้านะครับ ท่านต้อง ตีความตรงนี้ และเดี๋ยวต่อไปถ้าเกิดมีการปฏิบัติและอ้าง ผมว่ารัฐมนตรีนั่นละปวดหัวนะครับ คณะรัฐบาลใครมาเป็นรัฐบาลก็ปวดหัวครับ ผมเรียนด้วยความเคารพว่า วันหนึ่งเราก็ต้อง เป็นฝ่ายค้าน วันหนึ่งเราก็ต้องเป็นฝ่ายรัฐบาล นี่เป็นเรื่องของสภานะครับ เราต้องรับผิดชอบ ในทุกส่วน ก็เรียนด้วยความเคารพครับท่านประธาน
ท่านกรรมาธิการมีอะไรชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ เชิญท่านประธานครับ
ขออนุญาตกราบเรียนว่า ตอนนี้เรากำลังพิจารณาอยู่ในข้อ ๑๔๔ ครับ ขออนุญาตที่เอ่ยถึงท่านชาดา ท่านสมาชิก ได้อภิปราย ขออนุญาตเดี๋ยวเราจะไปตามลำดับข้อ ถ้าผมจะอธิบายไปทุกข้อรวมกันเลย มันก็จะเป็นประเด็นปัญหาว่าจะไม่ได้พิจารณาเรียงข้อตามกระบวนพิจารณาของข้อบังคับ ก็ขออนุญาตว่าเป็นข้อ ๆ ไป ในข้อนี้ก็ยืนยันว่าเราเขียนแล้วก็อ้างอิงถ้อยคำในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญเพื่อให้สอดคล้อง แล้วก็ไม่เป็นข้อโต้แย้งได้ว่าข้อบังคับเราเขียนได้ถูกต้อง ตรงตามเจตนารมณ์หรือตามสิ่งที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่นะครับ อันนี้ก็ขออนุญาต เรียนด้วยความเคารพว่า เราดูอย่างละเอียดว่าโดยกรรมาธิการทุกท่านก็ช่วยกันพิจารณา ถึงแม้ว่าจะมีเวลาจำกัด แล้วก็ได้ดูแล้วด้วยความรอบคอบว่าถ้อยคำทั้งหมด รวมถึงการที่เรา อ้างอิงว่ากระทู้ถามในข้อต่อ ๆ ไปจะต้องอยู่ภายใต้กรอบและความสอดคล้องในรัฐธรรมนูญ ว่าถามเป็นหนังสือหรือด้วยวาจา แล้วก็อ้างอิงถึงมาตรา ๑๕๐ ในรัฐธรรมนูญมาไว้ใน ข้อ ๑๔๔ ซึ่งเป็นหัวเรื่องหรือต้นทางของประเด็นกระทู้ถามไว้ด้วย เพื่อไม่ให้มีข้อโต้แย้งได้ว่า ได้บัญญัติข้อบังคับที่แตกต่างหรือขัดกับรัฐธรรมนูญ ก็ขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพ
ที่ประชุมครับ เมื่อสักครู่ผมได้แจ้งที่ประชุมไปแล้วว่าองค์ประชุมครบนะครับ เมื่อองค์ประชุมครบแล้ว ผมขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ จากนี้ไปผมก็จะขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการ ที่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไข โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ส่วนท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านใช้สิทธิลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนเชิญครับ ต้องมาเสียบบัตรข้างบน ท่านสมาชิกลงคะแนน หมดทุกท่านแล้วนะครับ ถ้าทุกท่านได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเสร็จแล้ว เชิญครับ ท่านหัวหน้าพรรค ท่านเลขที่เท่าไรนะครับ
๔๓๘ ครับท่านประธาน
๔๓๘ ท่านหัวหน้าสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนน เสร็จเป็นที่เรียบร้อยนะครับ
ยังค่ะ เหลืออีกคน เลขที่ ๑๕๐ นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ โหวตเห็นด้วยค่ะ
๑๕๐ เห็นด้วยนะครับ หมดแล้วนะครับ ถ้าหมดครับผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ช่วยส่งผล ด้วยครับ จำนวนท่านสมาชิกเข้าร่วมประชุม ๔๕๕ ท่าน เห็นด้วย ๔๕๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี เห็นด้วย ๔๕๐ บวก ๑ เป็น ๔๕๑ บวก ๒ รายงานมาให้ครบหน่อย ประธานประกาศ หลายครั้งเดี๋ยวหาว่าประธานมั่วอีก เห็นด้วย ๔๕๒ ท่านนะครับ ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน สรุปว่าในข้อบังคับ ข้อ ๑๔๔ ที่ประชุมเห็นด้วย กับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ แล้วก็เอามารวมกับกระทู้ถามสด ซึ่งเป็นคำที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำ กระทู้ถามสด กับกระทู้ถามทั่วไปที่เรามีกันอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวลาช้านาน เอามารวมกันโดยที่ไม่เข้า กันเลยครับ เหมือนน้ำกับน้ำมันอยู่ ๆ จับมารวมกันนี้ ผมยังงงอยู่ว่า แล้วแปลว่าอะไร กระทู้ถามสดด้วยวาจา ก็ขอให้กรรมาธิการช่วยชี้แจงสักหน่อย เพราะว่าฟังแล้วงงครับ
ขอบคุณ ท่านวีระกรครับ ผมว่าคงไม่งงเฉพาะท่านวีระกรกับท่านชาดาหรอกครับ กรรมาธิการก็งง เหมือนกันครับเดี๋ยวนี้เท่าที่ผมดู เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงก่อนดีไหม เชิญท่านชาดาครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ผมเรียนด้วยความเคารพ เมื่อสักครู่ที่ผมพูดในข้อ ๑๔๔ นี้ เพราะผมอยากจะให้มาแก้ก่อนข้อ ๑๔๕ เพราะว่าอันนี้ ชัดเจนเลย ที่ท่านขอแก้ไขว่า คือกระทู้ถามมี ๓ ประเภท ๑. กระทู้ถามสดด้วยวาจา แต่ใน รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่า กระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า อันนี้ชัดเจนเลย รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนเลยว่า ถ้าท่านจะมีคำว่า กระทู้ถามสด หรือว่า กระทู้ถาม ด้วยวาจา ท่านต้องแยกออกครับ ต้องกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า แต่นี่ท่าน เอากระทู้ถามสดกับกระทู้ถามด้วยวาจาตามข้อบังคับแห่งรัฐธรรมนูญนั้นมาบวกรวมกัน แล้วยังขาดความสมบูรณ์ของรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า ถามสดด้วยวาจาโดยไม่ต้อง แจ้งล่วงหน้า แต่ถ้าท่านบวกคำว่า สด กับ ด้วยวาจา เข้าด้วยกัน มีปัญหาแน่นอน ในทางปฏิบัติครับ ท่านไปถามนักกฎหมายฉบับไหนก็ได้ ผมเองเรียนภาษาไทยก็ระดับต้น ๆ เหมือนกันนะครับ แต่นี่เป็นข้อความที่จะทำให้เกิดความยุ่งยากในวันข้างหน้า ผมเรียน ท่านประธานครับว่ากรรมาธิการต้องคิดสักนิดหนึ่งครับ ท่านต้องเอาสิ่งนี้ให้ชัดเจน แต่ไม่ใช่ สร้างความคลุมเครือในข้อบังคับ นี่คือกฎหมาย แล้วเป็นกฎหมายที่ล้อจากรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ได้เขียนเรื่องด้วยวาจาไว้ทีแรก ในการทำงานของกรรมาธิการนั้น ไม่ได้หยิบเอา เรื่องของรัฐธรรมนูญเข้ามาบวกเลย จนมีคนทักท้วง ท่านก็เห็นว่า รัฐธรรมนูญทักท้วงไว้ว่า ต้องมีถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ท่านคิดง่ายมากครับ ท่านทำลายเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญหมดเลย ท่านบอกว่า กระทู้ถามสดด้วยวาจา แต่กระทู้ถามสด แจ้งล่วงหน้า นี่คือสิ่งที่เป็นข้อบกพร่องที่น่ากลัวมาก ๆ ท่านเจอข้อบกพร่องของตัวเอง ท่านไม่เพิ่มเติม ท่านกลับใช้คำภาษาไทยที่ดิ้นได้ จับมารวมกัน แล้วแถมยังไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ถ้ามีคำว่า กระทู้ถามด้วยวาจา จะต้องต่อว่า มิต้องแจ้งล่วงหน้าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ แต่ท่านพยายามบวกตรงนี้ ผมเรียนด้วยความเคารพครับ เราอย่าผ่านไปโดยที่ว่า ผมเองไม่อยากจะลุกขึ้นมาพูดเรื่องนี้ แต่มันรับไม่ได้ครับ เพราะยิ่งทำข้อแก้ไขของท่านนี้ จับคำว่า ด้วยวาจา ไปใส่เฉย ๆ หยิบมาจากรัฐธรรมนูญแต่ก็ไม่ครบถ้วน เป็นการแก้ปัญหา เฉพาะหน้าที่อาจจะเกิดปัญหาในทางการปฏิบัติในวันข้างหน้า เรียนด้วยความเคารพครับ
ขอบคุณครับ ท่านชาดาครับ คุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม นายแพทย์ จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องเรียนว่า ตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้มาตรา ๑๕๐ บอกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภามีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่โดยจะถาม เป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ ตามข้อบังคับการประชุมแห่งสภานั้น ๆ ซึ่งอย่างน้อย ต้องกำหนดให้มีการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าไว้ด้วย คือผมเรียนอย่างนี้ว่า เดิมเมื่อสมัยก่อน ๆ บางครั้งเราก็มีถามด้วยวาจาโดยที่ไม่ได้เป็นร่างหนังสือสอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมเรียนท่านประธานผ่านกรรมาธิการว่าน่าจะเขียนว่า กระทู้ถามสด แล้วก็เว้น กระทู้ถาม ด้วยวาจา อยู่ในหัวข้อ ๒ หัวข้อ เพราะไม่อย่างนั้นพอมาเป็นข้อ ๑๕๐ กลายเป็นกระทู้ถามสด การประชุมครั้งหนึ่ง ๆ ให้อยู่กระทู้ถามสดด้วยวาจาได้ไม่เกิน ๓ กระทู้ กลายเป็นว่า กระทู้ถามสดถูกกระทู้ถามด้วยวาจาครอบไปหมดเลย ต่อไปกระทู้ถามสดไม่ต้องเขียน หนังสือแล้ว เพราะฉะนั้นจึงอยากให้แยกเป็นกระทู้ถามสด แล้วก็เว้นว่า กระทู้ถามด้วยวาจา เพราะกระทู้ถามสดหรือกระทู้ถามด้วยวาจาจะแยกออกจากกัน ไม่อย่างนั้นเราก็จะกลาย เป็นว่าต่อไปกระทู้ถามสดต้องเป็นวาจาทั้งหมด แล้วมันจะล้อกันไปได้หมด คือไม่อยากให้ เขียนติดกัน เขียนว่า กระทู้ถามสด แล้วก็เว้นว่า กระทู้ถามด้วยวาจา ได้ไหมครับ เพราะว่า ไม่อย่างนั้นจะทำให้ลักลั่นกัน ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านปิยบุตรครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตอภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมของคณะกรรมาธิการในข้อ ๑๔๕ ที่เติมคำว่า กระทู้ถามสด เติมคำว่า ด้วยวาจา เข้ามา ทีนี้พอจะพูดเรื่องนี้มันจำเป็นจริง ๆ ท่านประธาน ต้องไปพูดถึงข้อที่อยู่หลัง ๆ ด้วยเพราะมันเกี่ยวเนื่องกัน นั่นก็คือข้อ ๑๕๖ ที่ทางกรรมาธิการได้แก้ไว้เช่นเดียวกัน ผมขออนุญาตเริ่มต้นแบบนี้ ที่มันมีปัญหาจนทุกวันนี้ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไปเติมถ้อยคำที่บอกว่า กระทู้ที่ถามด้วยวาจาไม่ต้องแจ้ง เป็นหนังสือล่วงหน้า มันก็เลยเกิดปัญหาว่าข้อบังคับจะเขียนอย่างไรให้สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๕๐ ที่เราเรียกกัน กระทู้สด กระทู้ทั่วไป เอาจริง ๆ แล้วไม่มีคำ ๆ นี้ ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ เราเริ่มเมื่อตอนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ บอกไว้ว่าถ้าเกิดมันเป็นปัญหาเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญ เป็นที่สนใจกระทบประโยชน์ของชาติ ของประชาชนและเป็นเรื่องเร่งด่วน อาจจะถาม ในวันนั้นได้ เสร็จแล้วข้อบังคับปี ๒๕๔๔ ซึ่งออกมาตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ไปตั้งชื่อ ให้มันว่า กระทู้สด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเราก็เลยแบ่ง ๑. เป็นกระทู้สด ๒. กระทู้ทั่วไป เราใช้ ลักษณะแบบนี้มาโดยตลอด ปี ๒๕๕๐ ก็ล้อตามกันมา ทีนี้พอมาถึงตอนนี้จะมาทำตาม รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จะทำอย่างไร ตอนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ พอดีผมเป็นแฟนหนังสือ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านไม่ได้อยู่ในที่นี้คือท่านวิษณุ เครืองาม ท่านก็บันทึกเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเอาไว้เต็มไปหมด ท่านก็เล่าให้ฟังเกี่ยวกับการตอบกระทู้ ของนายกรัฐมนตรี ท่านเล่าไว้ครั้งหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ พยายามจะให้มีกระทู้ แบบใหม่ คือถามกันสด ๆ ตรงนั้นเลย แต่ถึงเวลาในทางปฏิบัติก็คือว่าเราจะมีการให้ทำเป็น หนังสือแจ้งมาที่ประธานสภา แล้วประธานสภาก็จะส่งไปที่รัฐมนตรีดูว่าเขาจะมาตอบหรือไม่ ซึ่งทุกวันนี้เราถือปฏิบัติกันก็คือกระทู้ที่เรามายื่นกันตอนแปดโมงเช้าถึงแปดโมงครึ่งนั่นละ แล้วประมาณสัก ๑๑ โมง ท่านประธานก็จะเรียกไปนั่งเคลียร์ (Clear) กันว่าอันไหนออก อันไหนเข้า ท่านรัฐมนตรีมาตอบหรือไม่ อย่างไร อันนี้ที่เราเรียกกันมาโดยตลอดว่า เป็นกระทู้สด แต่จริง ๆ แล้วในหนังสือของท่านวิษณุ เครืองาม ก็บันทึกเอาไว้ต่อไปว่า อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว คือท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านบอกว่าเอาเข้าจริง ๆ มันไม่สดแล้ว ท่านสมัคร สุนทรเวช เรียกว่า กระทู้หมาด ๆ คือมันไม่สด เพราะว่าไม่ได้ถาม กันต่อหน้า แต่ว่ามีการไปยื่นหนังสือไว้ตอน ๘ โมง แล้วท่านก็จะไปบอกรัฐมนตรีว่าจะมา ตอบหรือไม่ ซึ่งเขาจะรู้แล้วว่าเรื่องอะไร แต่ยังไม่เห็นคำถาม ๓ ข้อ แต่รู้แล้ว พอจะรู้เลา ๆ แล้วว่าเรื่องอะไร ดังนั้นมันจึงสดไม่จริง แต่จะบอกว่ามันเป็นกระทู้แห้งที่ส่งกันเป็นล่วงหน้า แล้วรอให้รัฐมนตรีมาตอบกันในสภา หรือตอบในราชกิจจาก็ได้ ก็ไม่เชิง เพราะว่าถามวันนั้น ตอบวันนั้น ท่านสมัครก็เลยเรียกว่า กระทู้หมาด ๆ ฉะนั้นในทางปฏิบัติที่ผ่านมาพวกเรา ก็เขียนในข้อบังคับมาโดยตลอดว่าแบ่งเป็น ๑. กระทู้ถามสด ๒. กระทู้ทั่วไป กระทู้ถามสด ที่ใช้กันอยู่ ก็คือที่เรามายื่นกัน ๘ โมง ถามวันนั้น ถามเช้าตอบบ่าย ซึ่งผมยื่นไป ๒ กระทู้ถามสด ก็ยังไม่ได้เคยถามสักที เพราะท่านนายกรัฐมนตรีไม่ยอมมาตอบสักที ก็คือถามเช้าตอบบ่าย ทีนี้ที่เราต้องการจริง ๆ แล้วคืออะไรกันแน่ท่านประธาน ปัญหามาเกิดขึ้นเพราะว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เขียนไปไกลกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ ในมาตรา ๑๕๐ คือเขาไปใช้คำว่า อย่างน้อยข้อบังคับจะต้องกำหนดให้มีการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้อง แจ้งล่วงหน้า คำ ๆ นี้ละครับ คำว่า โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า จะครอบคลุมกับสิ่งที่พวกเรา เคยทำมา ที่มายื่น ๘ โมง ถึง ๘ โมงครึ่ง มันจะครอบคลุมถึงหรือไม่ อันนี้คือปัญหาจริง ๆ บ้านอื่นเมืองอื่นเขาทำกันอย่างไร ขออนุญาตชี้แจงท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้เอาไว้ว่า สิ่งที่เราไปคิดไปเขียนแล้วเราไปหยิบยืมไปลอกเขามามันคืออะไร หลายท่านพูดไปแล้วว่า เราไปหยิบไปยืมมาจากรัฐสภาอังกฤษ ซึ่งเป็นต้นแบบของการปกครองในระบบรัฐสภา มันมีกระทู้อันหนึ่งซึ่งพี่น้องประชาชนจะเฝ้าติดตามโดยตลอด เพราะมันถ่ายทอดสด ตอนเที่ยง เขาเรียกกันว่า ไพรม์ มินิสเตอร์ เควสชัน (Prime minister question) คือถาม นายกรัฐมนตรีสด ๆ ทุกเที่ยงวันพุธ มีถ่ายทอดสด ทุกคนรอดูกันหมดนะครับ และฝ่ายค้าน เขาจะถามประมาณ ๖ คำถามไล่เรียงกันไปเรื่อย ๆ แล้วตอบกันตรงนั้นเลย นี่คือสิ่งที่อังกฤษ เขาทำ ในประเทศฝรั่งเศสเขาก็ทำนะครับ แต่เขาเรียกว่าเควสชง (Question) หรือ เควสชัน (Question) ในภาษาอังกฤษนั่นละ เขาจะมีกันวันอังคารตอนบ่ายและวันพุธตอนบ่าย ถามรัฐมนตรีตรงนั้นเลยเพราะเขามากันจริง ๆ นี่คือในทางปฏิบัติที่เราอยากจะไปลอก ของเขามา คือระบบรัฐสภาของเขา รัฐมนตรีจะเข้ามาประชุมสภาด้วยกันใช้เวลาประมาณ ๑-๒ ชั่วโมงเท่านั้น แล้วรัฐมนตรีก็กลับไปปฏิบัติภารกิจต่อ แต่ของเราในทางปฏิบัติคือ เราหยิบยกมาใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๖๐ รัฐมนตรีก็มาตอบบ้าง ไม่ตอบบ้าง แล้วแต่ว่ารัฐมนตรีคนไหนจะให้ความสำคัญกับสภาผู้แทนราษฎร ผมเรียนจริง ๆ ว่า ระบบรัฐสภาสิ่งที่สำคัญ เราใช้เวลาไม่เยอะหรอกครับตอนกระทู้ถาม ถ้าท่านรัฐมนตรี แบ่งเวลากันมาให้เป็นอย่างดี มานั่งให้เต็มตอนที่สมาชิกกำลังถาม ปัญหาที่กำลังเขียน ข้อบังคับนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ปัญหาที่มันเกิดขึ้นทุกวันนี้เพราะในทางปฏิบัติเราไม่สามารถ บังคับให้รัฐมนตรีมานั่งอยู่ข้างบน รอฟังพวกเราถามแล้วตอบได้ มันเลยเกิดปัญหา เต็มไปหมด ในทางปฏิบัติท่านประธานก็แก้ไขปัญหาด้วยการ ถ้าอย่างนั้นพวกเรามายื่นกัน ๘ โมง แล้วก็โทรศัพท์ติดต่อไปถามเขาว่าเขาจะมาตอบไหม เราใช้วิธีการแบบนี้ตลอด มันก็เลยสดไม่จริง ทีนี้คำถามมาอยู่ที่ข้อบังคับที่เรากำลังจะทำครับท่านประธานครับ เราจะแก้ไขกันอย่างไร ทางกรรมาธิการก็พยายามไปปรับไปปรุงเพื่อให้มันสอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ ก็เลยไปเขียนว่ากระทู้ถามสดด้วยวาจา แล้วก็ไปขยายความรายละเอียดต่อไป ในข้อ ๑๕๖ ผมขออนุญาตต้องข้ามไปถึงตรงนั้นเลย เพราะมันเกี่ยวเนื่องกัน ข้อ ๑๕๖ ก็เขียนเอาไว้ชัดว่า ที่กรรมาธิการแก้มา การตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา สมาชิกแต่ละคน มีสิทธิตั้งกระทู้ถามได้ครั้งละ ๑ กระทู้ในวันประชุมที่มีวาระการตอบกระทู้ถามโดย ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า สมมุติว่าถ้าเราใช้แบบนี้จริง ผมก็ต้องขออนุญาตเรียนถามกรรมาธิการ ถามท่านประธานลองปรึกษาหารือกันดูว่า ถ้าแบบนี้ที่พวกเรามายื่นกัน ๘ โมง ถึง ๘ โมงครึ่ง จะไม่มีอีกแล้วใช่หรือไม่ ต่อไปคือเปิดประชุมวันพุธ บ่ายโมงปุ๊บเริ่มต้นนั่งปุ๊บ รัฐมนตรี ต้องมาตอบ รัฐมนตรีคนไหนจะโดนถามไม่รู้ ไม่มีใครรู้ทั้งสิ้นเพราะเราจะยกมือถาม ตอนนั้นเลยนะครับ แต่ถ้าเราจะยึดถือแบบนี้ซึ่งสอดคล้องรัฐธรรมนูญแน่นอน เพราะมีการ แจ้งล่วงหน้านะครับ แต่ปัญหาคือถ้ารัฐมนตรีไม่มาสักคนละครับ เหมือนที่เราเจอกันมา ตลอด ๒ เดือนที่ผ่านมา รัฐมนตรีไม่มาสักคนเลย เท่ากับว่ากระทู้ถามสดด้วยวาจา เป็นหมันทันที ไม่มีที่ให้ใช้ หรือเราจะตีความไปอีกแบบหนึ่งว่าสุดท้ายแล้วข้อ ๑๕๖ ที่ทางกรรมาธิการยกร่างมาให้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าถึงเวลาจริง ๆ ก็ใช้แบบเดิมไหม คือ ๘ โมง ส่งจดหมายน้อย โทรศัพท์น้อยไปถึงรัฐมนตรีว่าคนนี้โดนถามเรื่องนี้ เตรียมมาตอบ ก็จะเกิดปัญหาเหมือนที่ท่านสมาชิกชาดา ไทยเศรษฐ์ ตั้งคำถาม ก็คือแล้วมันสดจริง หรือเปล่าครับ มันไม่แจ้งล่วงหน้าจริงหรือเปล่า ฉะนั้นปัญหาทั้งหมดที่ผมพูดมาทั้งหลาย ทั้งปวง ผมคิดว่าไม่ใช่ปัญหาของสภาผู้แทนราษฎรเลยที่เราต้องมาปวดหัว ที่เราปวดหัว ทุกวันนี้แก้ไม่ตกก็เพราะคณะรัฐมนตรีครับ คณะรัฐมนตรีที่ไม่ให้ความสำคัญกับสภาเมื่อไร ก็จะเกิดแบบนี้ครับ กระทู้ที่เราต้องการถามสดด้วยวาจาเพื่อที่จะให้รัฐมนตรีมานั่ง ประจันหน้ากับเราแล้วตอบกันสด ๆ วัดกึ๋นรัฐมนตรีทีละคน ๆ เลยนี่ สุดท้ายจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้ารัฐมนตรีไม่ให้ความร่วมมือ แล้วทุกวันนี้รัฐธรรมนูญก็ไม่มีบทบังคับนะครับ รัฐมนตรีมา หรือไม่มาก็ได้ เพราะฉะนั้นผมเรียนจริง ๆ ว่าข้อบังคับที่เราเขียน ที่ทางกรรมาธิการแก้มา อาจจะพอเอาตัวรอดไปได้ว่ามันไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญแต่ถึงเวลาเมื่อเราประกาศใช้ไปแล้วครับ แล้วเรากำลังปฏิบัติจริง ๆ ปัญหาจะเกิดขึ้นทันที ถ้า ๑. รัฐมนตรีไม่มาประชุมกับเราในวันพุธ ตอนบ่ายโมงสักคนเดียว เราจะทำอย่างไรนะครับ เราจะไม่มีโอกาสใช้กระทู้ถามสดด้วยวาจา ตามที่กรรมาธิการปรารถนาดีเขียนมาให้เรา กับ ๒. ถ้าหากเรายืนยันใช้ประเพณีปฏิบัติเดิม แปดโมงเช้า คำถามคือแล้วมันสดจริงหรือเปล่า มันจะไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าจริงหรือเปล่า เพราะสุดท้ายประธานก็แจ้งล่วงหน้าไปที่รัฐมนตรีอยู่ดีว่าให้มาตอบนะครับ ผมคิดว่า ทางเลือกมันอยู่ตรงนี้ว่าถ้าข้อบังคับนี้ผ่านไป ข้อบังคับไม่ขัดรัฐธรรมนูญแต่เราจะปฏิบัติ อย่างไร ตัวท่านประธานเองซึ่งผมเข้าใจว่าท่านประธานรับผิดชอบเรื่องการจัดกระทู้ด้วย ท่านจะปฏิบัติอย่างไรไม่ให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ที่บอกว่า กระทู้ถามสด ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าท่านจะปฏิบัติอย่างไร อันนี้ผมทิ้งประเด็นปัญหาเอาไว้ แล้วจะเกิดปัญหาแน่นอนถ้าข้อบังคับนี้เกิดขึ้นมาไม่ขัดรัฐธรรมนูญแน่ แต่ตัวประธาน จะปฏิบัติอย่างไรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วันมูหะมัดนอร์ มะทา พรรคประชาชาติครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นเรื่องที่เรากำลังแสดงความคิดเห็น ทั้งในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ทั้งในเรื่องของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่เราร่างอยู่ ตลอดจนประเพณีความเป็นมาของการปฏิบัติ โดยเฉพาะเรื่องกระทู้ถามสด ซึ่งเกิดขึ้น ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ผมเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรในตอนนั้น ผมอยากจะเรียน ต่อท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า กระทู้ถามสดนั้นเป็นเรื่องที่เราพยายาม เอามาจากต่างประเทศ ประเทศที่เขาเป็นประชาธิปไตยค่อนข้างที่จะสมบูรณ์ แล้วเขา ให้เกียรติกับรัฐสภามากนะครับ ประเด็นตรงที่ว่าเดิมข้อบังคับเราบอกว่า กระทู้ถามสดให้มา ถามตอนเช้าเพื่อให้รัฐมนตรีได้เตรียมตัวว่าใครจะมาตอบแล้วก็ให้มาตอบ ซึ่งจริง ๆ ก็ผิดวัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ซึ่งพัฒนาไปอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งผมว่า เป็นเรื่องที่ดีมากครับ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๑๕๐ ต้องการพัฒนาว่ากระทู้ถามสดนั้น สามารถให้มาถามในทันทีด้วยวาจาในห้องประชุมเลย โดยไม่ต้องบอกล่วงหน้าว่าจะถาม นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีกระทรวงใด ซึ่งในต่างประเทศเขาปฏิบัติกันอย่างนี้เพื่อแสดงถึง ภูมิความรู้และการเตรียมตัวของรัฐมนตรีกับสภา กระทู้ถามแบบนี้สภาให้ความสนใจมาก จะมาเต็มสภา แล้วประชาชนก็ให้ความสนใจ เรียกว่าเป็นไฮไลต์ (Highlight) เลย ในกระทู้ถามสดนี้ แต่อย่างนั้นหมายความว่า คณะรัฐมนตรีต้องมีจิตสำนึกว่ารัฐสภานั้น สำคัญที่สุด ในช่วงกระทู้ถามสดนั้นรัฐมนตรีเกือบทุกคนต้องมาที่สภา แล้วถ้าหากว่ามีภารกิจใด เขาจะมาทำที่สภา แม้แต่แขกต่างประเทศที่สำคัญมาพบนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี สภาเราก็จะมีห้องสำหรับคณะรัฐมนตรีทำงาน คณะรัฐมนตรีไว้รับแขก เขาจะยกทำเนียบ กระทรวงมาอยู่ที่สภา ซึ่งผมคิดว่าขณะนี้สภาเราค่อนข้างจะมีความพร้อม เราสามารถจะจัด ให้รัฐบาลมาทำงานที่สภาในวันพุธหรือวันพฤหัสบดี โดยเฉพาะวันพุธที่มีกระทู้ถามสดนี้ มันจะได้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ซึ่งเราหลีกเลี่ยงไม่ได้นะครับ บอกว่าสมาชิก สามารถจะถามด้วยวาจาได้หรือเป็นลายลักษณ์อักษรได้ ตรงที่ว่าวาจาน่าจะเป็นเรื่องของ กระทู้ถามสด แล้วถ้าทำตรงตามรัฐธรรมนูญจะได้ประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ใช่รัฐมนตรีไม่ได้มี ความรู้อะไรก็ตอบตามที่เจ้าหน้าที่กระทรวงเขียนกันมา แต่ถ้ากระทู้ถามสดแบบนี้รัฐมนตรี ต้องรู้หมด ต้องเตรียมตัว เพราะจะไม่มีใครส่งโผมาให้ตอบในสภา แล้วถามอย่างหนึ่ง ก็ตอบอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นประเด็นนี้รัฐธรรมนูญต้องการพัฒนาประชาธิปไตย พัฒนาสภา และประการสำคัญก็คือว่ารัฐมนตรีนั้นต้องให้เกียรติกับสภา เพราะว่าเรามาจากประชาชน ผมคิดว่าเราต้องปฏิบัติตามต่างประเทศ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ผมเข้าใจว่าเขาคงไปดู ต่างประเทศมา แล้วที่เราไปดูก็เห็นกันอย่างนี้ เพราะฉะนั้นคณะรัฐมนตรีจะบอกว่าติดภารกิจ ไปเยี่ยมประชาชน สภานี่มันประชาชนทั้งประเทศอยู่แล้วนะครับ แล้วปัญหาของประชาชนนายกรัฐมนตรีไม่ต้องไปดูข้างนอก เพราะสะท้อนปัญหาของ ประชาชนในทุกปัญหา สภาจะสะท้อนให้นายกรัฐมนตรีรับรู้ เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรี วันประชุมสภาจะไปเยี่ยมหรือดูปัญหา ไม่ใช่ครับ ปัญหามันอยู่ในนี้ เห็นไหมครับ ส.ส. วันหนึ่ง ๔๐ คน สะท้อนปัญหาแต่ละภาค แต่ละภูมิภาค แต่ละปัญหามาหมดแล้ว รัฐมนตรี ต้องไปหาทำไม แล้วจริง ๆ คณะรัฐมนตรีนั้นก็สามารถจะใช้วันอื่นได้นอกจากวันพุธ สภาก็ให้เกียรติคณะรัฐบาลอยู่แล้ว วันอังคารเราจะไม่ประชุม เพราะรัฐมนตรีต้องประชุม คณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นคณะรัฐมนตรีต้องให้เกียรติสภา วันพุธนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ถ้าไม่มีรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยต้องมาสภา งานของรัฐบาลเจ้าหน้าที่ต้องมา ทำที่สภา นี่คือระบอบประชาธิปไตยที่สภาเป็นของประชาชน เรามาจากการเลือกตั้ง ท่านประธานครับประทานโทษต้องใช้เวลาหน่อย เพราะว่าเรากำลังมีปัญหาเรื่องนี้อยู่ วันกระทู้สดนายกรัฐมนตรีมาก็ได้ ไม่มาก็ได้ รัฐมนตรีมาก็ได้ ไม่มาก็ได้ มันจะไม่มีผลเลยครับ รัฐธรรมนูญนี้จะไม่บังเกิดผล และจะเป็นการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญทั้งสภา และข้อบังคับ ถ้าเราไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญเราไปเขียนว่า กระทู้สดให้มายื่น ๐๘.๐๐ นาฬิกา แล้วมันจะสดได้อย่างไร ที่เราปฏิบัติมาก่อนนั้นเป็นการผ่อนผัน เพราะเราเข้าใจว่า ถ้าสดทันที นายกรัฐมนตรีไม่มา รัฐมนตรีไม่มา ไม่รู้ใครจะตอบ จริง ๆ เป็นความรับผิดชอบ ร่วมกันในวันพุธหรือวันพฤหัสบดี รัฐบาลไม่มีทางปฏิเสธว่าไปทำงานที่กระทรวง ไปตรวจงาน งานอยู่ที่นี่ ประชาชนทั้งประเทศอยู่ที่นี่ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากแสดงความคิดว่า ขอให้ข้อบังคับนั้นสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมีทั้งถามด้วยวาจา ซึ่งเป็นกระทู้สด และไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือ และไม่ต้องแจ้งรัฐบาลล่วงหน้า ถามว่าแล้วถ้ารัฐบาลอ้างว่า ไม่รู้ตัว ไม่มา สภานี้ก็ใช้วิธีการประณามครับ ในต่างประเทศวันไหนที่มีกระทู้ถามสด รัฐมนตรีกระทรวงไหนไม่มา นายกรัฐมนตรีไม่มา ถ้ากระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรีนั้นเขาจะใช้ วิธีการประณาม ประณามไปประชาชนจะได้รู้ว่ารัฐบาลไม่สนใจสภา ไม่สนใจผู้แทน ของประชาชน และไม่รับทราบปัญหาของประชาชน ผมว่าน่าจะใช้วิธีที่ต่างประเทศเขาใช้ อย่างได้ผล แล้วมันสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ผมอยากให้ปรับเล็กน้อยในข้อบังคับที่เรากำลัง พูดถึงอยู่ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอเชิญ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากข้อบังคับที่เรากำลังพิจารณาอยู่ในหมวด ๘ เรื่องกระทู้ถามนี้เกี่ยวข้องกับ รัฐธรรมนูญโดยตรง ท่านประธานครับ เพราะจำเป็นที่จะต้องได้มีการพูดจาไว้เพื่อให้เป็น หลักฐานและบันทึก และที่สำคัญก็คือว่าคณะกรรมาธิการก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า เราต้องอนุวัตให้เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ บางเรื่องคณะกรรมาธิการชุดนี้บอกว่าต้อง ล้อคำพูดมาจากรัฐธรรมนูญ แต่ก็แปลกใจเหมือนกันว่าพอมาถึงหมวด ๘ เรื่องกระทู้ถาม ซึ่งเกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๕๐ โดยตรง แต่รู้สึกว่ายังมีปัญหาที่ทำให้เพื่อนสมาชิกจะต้อง ถกเถียงกัน ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าผมอยากจะทบทวนมาตรา ๑๕๐ อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธาน มาตรา ๑๕๐ นั้นได้มีบทบัญญัติไว้ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิก วุฒิสภามีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในเรื่องใดเกี่ยวกับการงานในหน้าที่ โดยจะถามเป็น หนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ ตามข้อบังคับการประชุมแห่งสภานั้น ๆ นี่ในส่วนแรกที่เราถือ ปฏิบัติมาก็คือว่าเมื่อเราร่างข้อบังคับ เราต้องร่างข้อบังคับว่า การตั้งกระทู้ถามนั้น ถ้าเป็น หนังสือก็คือกระทู้ถามทั่วไปตามที่เข้าใจกัน ถ้าด้วยวาจาก็คือกระทู้ถามสด ก็ไปร่างเป็นข้อบังคับกันมาตามลำดับ แล้วก็มีผลบังคับใช้ ชัดเจน แต่ว่ายังมีส่วนหนึ่งที่ต่อจากการดำเนินการที่ไปร่างตามข้อบังคับแล้ว รัฐธรรมนูญ ยังมีบทบัญญัติซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า ซึ่งอย่างน้อยต้องกำหนดให้มีการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจา โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าไว้ด้วย รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะไม่ตอบกระทู้หรือคณะรัฐมนตรีเห็นว่า เป็นเรื่องที่ยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัย หรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ตรงนี้จึงเป็นข้อถกเถียงที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านเมื่อสักครู่ได้ลุกขึ้นมาอภิปราย แล้วเห็นว่า ทำไมจึงไปตีความในการที่จะตัดสิทธิในการตรวจสอบของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่สามารถจะตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้อย่างทันท่วงที แล้วฝ่ายบริหารก็ต้อง แสดงความพร้อมที่จะมาตอบ ผมก็ไปดูว่าจริง ๆ แล้วตอนร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขาคิดกันอย่างไร ผมก็ไปดูแล้วไปค้นพบว่าคำอธิบายประกอบตอนร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนไปยังท่านประธานกรรมาธิการ ได้เขียน คำอธิบายประกอบไว้ว่าบทบัญญัติลักษณะนี้ได้บัญญัติไว้เป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕ (มาตรา ๔๐) ไว้ด้วยสมัยนั้น และได้บัญญัติ ทำนองเดียวกันในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ เพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมการบริหาร ราชการแผ่นดิน โดยให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา มีสิทธิตั้งกระทู้ถาม รัฐมนตรี การตั้งกระทู้ถามจะถามเป็นหนังสือหรือวาจาก็ได้ตามข้อบังคับการประชุม ข้ออธิบายข้อต่อไปสำคัญครับ และในข้อบังคับการประชุมนั้นอย่างน้อยต้องกำหนดให้มีการ ตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าไว้ด้วย ดังนั้นทุกคนจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม หมายถึงทั้งผู้ที่จะนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และหมายถึงผู้ที่บริหารราชการ แผ่นดินจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะต้องตอบกระทู้ถามอันเกี่ยวกับงานในหน้าที่ที่ตน รับผิดชอบ ซึ่งส่งผลให้การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภามีประสิทธิภาพ และสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ทันต่อเหตุการณ์มากขึ้น ทั้งนี้ ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับในรายละเอียดอย่างไรก็ได้ แต่ว่าอันนี้แทนที่เราจะกำหนดไว้ ในข้อบังคับก็กลับไปรวมคำว่า สด เดิม กับเอาคำว่า วาจา เข้าไป ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ยัง หมิ่นเหม่ต่อการที่จะทำให้เกิดการตีความข้อบังคับตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ได้ นี่เป็นประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่ากระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้านั้น เป็นเจตนาพิเศษของผู้ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ต้องการจะเปิดกว้างให้เพื่อนสมาชิกในสภา แห่งนี้เกิดมีเหตุการณ์เดือดร้อน เร่งด่วนสำคัญในพื้นที่ หรือเกิดเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับ บ้านเมืองสามารถที่จะลุกขึ้นพึ่งพาท่านประธาน ตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้ง ล่วงหน้า ถ้าท่านประธานจำได้ในสมัยท่านประธาน พิชัย รัตตกุล ผมลุกขึ้นใช้สิทธิในการตั้ง กระทู้ถามด้วยปากเปล่า กรรมาธิการบางท่านคงจำได้ วันนั้นเกิดเหตุการณ์ที่ กระทรวงศึกษาธิการขึ้นมา ผมไม่อยากทบทวนแล้วครับ ผมได้ลุกขึ้นขอตั้งกระทู้ถาม ด้วยปากเปล่าคือกระทู้ถามด่วนโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ขอให้เพื่อนสมาชิกได้รับรอง ท่านประธานให้ความเห็นชอบ ผมก็บอกว่าจะตั้งกระทู้ถามเรื่องอะไร ท่านประธานเห็นชอบ ท่านประธานก็ให้ฝ่ายเลขาแจ้งให้รัฐมนตรีมา ถามว่าถ้ารัฐมนตรีไม่มาจะทำอย่างไร เรื่องนี้ เป็นเรื่องวัดกันในทางการเมืองครับท่านประธาน ถ้ารัฐมนตรีไม่มีความรับผิดชอบ แล้วไม่มา รัฐมนตรีเสียหายแน่นอน เพราะเป็นเรื่องที่รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อการบริหารราชการ แผ่นดิน เหมือนในกรณีที่ผมเคยถามเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาญา ของสมาชิกสภานิติบัญญัติ ที่ไปรับเงินรางวัลโดยมิชอบ ซึ่งไม่ควรที่จะเกิดขึ้น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ไม่อยาก จะอ้างต่างประเทศครับ แต่ว่าในต่างประเทศ ถ้าหากมีเรื่องเดือดร้อนสำคัญในเขตพื้นที่ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ว่ารัฐบาลยังไม่ได้รับรายงาน ผมคิดว่าก็จะเป็นประโยชน์ ที่จะทำให้เพื่อนสมาชิกในสภานี้ไม่ต้องกำหนดแบบเป็นลายลักษณ์อักษรว่าได้ ๓ กระทู้ คนละ ๒ กระทู้ ๑ กระทู้ อันนี้ใครก็ได้ในสภานี้ ถ้าเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อน เกี่ยวข้องที่จะต้องแจ้งให้รัฐมนตรีได้รับทราบ ผมคิดว่าก็จะเป็นการ เปิดช่องทางขึ้นมาอีกช่องทางหนึ่ง และเป็นภาระไม่มากเลย เพราะว่าคนที่จะกำหนดนั้น ก็ให้ประธานสภาเป็นผู้กำหนดว่าสมควรที่จะอนุมัติหรือให้ความเห็นชอบในการตั้งกระทู้ถาม ในลักษณะนี้ขึ้นมาหรือไม่ และแน่นอนผมคิดว่าเป็นภาระน้อยกว่าที่จะเปิดตั้งกระทู้ถาม แยกเฉพาะ อย่างนั้นสิครับจะเป็นภาระกับรัฐมนตรี รัฐมนตรีต้องวิ่งตามห้องไม่ต้องทำอะไร กันเลย แต่อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ผมอยากจะให้ทบทวนว่าเพื่อควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และเพื่อแสดงความพร้อมของฝ่ายบริหารด้วย ผมไม่อยากให้กรรมาธิการชุดนี้ผสมปนเป แล้วก็คิดว่าเพื่อไม่ให้เข้าข่ายในการที่จะไม่เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ผมต้องการให้ มองถึงสารัตถะในการที่จะรักษาประโยชน์ของพี่น้องประชาชน
ประการที่ ๓ ครับ มีเพื่อนสมาชิก ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม คือท่านปิยบุตร ได้พูดถึงว่ายังติดอยู่ปัญหาหนึ่งก็คือว่าถ้าเราเกิดถามแล้วรัฐมนตรีไม่มาจะทำอย่างไร ผมคิดว่าเราจะมายกเอารัฐมนตรีในช่วง ๒-๓ สมัยที่ผ่านมาที่จนมีข่าวหนีสภา หรือว่า ไม่รับผิดชอบต่อสภานี่ไม่ได้ครับ ผมคิดว่าในช่วง ๒๐ ปีที่ผ่านมา หรือหลายสมัยที่ผ่านมา หรือแม้แต่ตั้งแต่ยุคสมัยท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ผมเข้าใจว่าท่านได้กำชับว่า ทุกวันพุธรัฐมนตรีจะต้องตรวจสอบก่อนว่าตนเองมีกระทู้ถามเรื่องอะไร จะต้องมีการเตรียม ความพร้อมและให้ความสำคัญกับสภาแห่งนี้ให้มากที่สุด เพราะตรงนี้คือตัวแทนของ พี่น้องประชาชน รัฐมนตรีก็มาจากพี่น้องประชาชน ถ้าไม่มีตัวแทนพี่น้องประชาชนที่ท่าน ได้รับเสียงข้างมาก ท่านจะไปเป็นรัฐมนตรีได้อย่างไรครับ แล้วในรัฐธรรมนูญก็มีบทบัญญัติไว้ ชัดเจนว่ารัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ต้องมีความรับผิดชอบต่อสภา ไม่ใช่ว่าเรามาเห็นเหตุการณ์ หลัง ๆ นี้รัฐมนตรีไม่มาตอบ แล้วเราบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็อย่าไปมีบทบัญญัตินี้เลย ปล่อยไปเลย ไม่มาตอบก็ไม่เป็นไร ถ้าท่านมาตอบก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ผมคิดว่าเราต้องสร้างจิตสำนึก และที่สำคัญที่สุดก็คือว่าการที่เรามีบทบัญญัติในการที่จะดำเนินการให้เพื่อนสมาชิก ได้ควบคุมการบริหารและถามตอบกัน และผมอยากจะให้ใช้เวลาในการถามตอบที่เป็นพิเศษ ถ้าสามารถกำหนดได้นี่สำหรับล่วงหน้า หมายความว่าถามเป็นประเด็นสำคัญต่อกัน ไม่เป็นประเด็นการเมือง เป็นประเด็นความเดือดร้อน เป็นประเด็นควบคุมการบริหาร เป็นตัวอย่างในการที่จะให้เห็นว่ารัฐมนตรีที่มาตอบก็มีความพร้อมจริง คนตอบก็ทำการบ้าน มาจริง เอาความเดือดร้อนจริง ๆ มา สิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดประโยชน์นะครับ และผมเชื่อว่า การสร้างจริยธรรมทางการเมืองนั้นเรามีการพูดถึงกันมา และข้อบังคับนี้ก็จะต้องมีการ กำหนดเรื่องจริยธรรมทางการเมืองต่อไป และวันนี้ถ้าเราไม่เริ่มสร้างจากจุดเล็ก ๆ ที่กฎหมายรัฐธรรมนูญได้มีบทบัญญัติไว้แล้ว เราจะไปเริ่มสร้างสิ่งเหล่านี้จากไหน ผมจึงขอเรียกร้องท่านประธาน และเรียกร้องไปยังกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกได้ให้ ความสำคัญครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สายัณห์ ยุติธรรม
เดี๋ยวนะครับ ขออนุญาตตามลำดับการยกมือครับ เดี๋ยวได้พูดทุกคน
ผมยกมา ๓ รอบแล้วครับ พูด ๓ ครั้ง ท่านไม่ชี้เลย ท่านไม่ดูทางนี้เลยครับ
ผมดูนะครับ แต่ว่ามีท่านสมาชิกยกก่อนท่านและผมบันทึกเอาไว้ ขออภัยด้วย เดี๋ยวท่านยกมือ และผมบันทึกเอาไว้และรอประธานเรียกนะครับ เชิญท่านวีระกร คำประกอบ ครับ ท่านวีระกรเสนอความเห็นครั้งที่ ๒ แล้วนะครับ เอาสั้น ๆ
ผมขอเสนอความเห็นเพื่อให้แก้ไข ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ในข้อ ๑๔๕ นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ผมเห็นสมควรให้เพิ่ม (๔) โดยที่ (๑) กระทู้ถามสดก็คงไว้ (๒) กระทู้ถามทั่วไปก็คงไว้ (๓) กระทู้ถามแยกเฉพาะก็คงไว้ (๔) เพิ่มเติมว่า กระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ตามที่ประธานสภาจะกำหนดในระเบียบวาระโดยคำนึงถึงความจำเป็นและความเหมาะสม ผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนความคิดเห็นตรงนี้ว่า ในอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยครั้งคุณพ่อผม เป็น ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ตั้งแต่ปี ๒๔๘๙ พ่อจะเล่าให้ฟังว่า กระทู้มันแบ่งเป็น กระทู้แห้งกับกระทู้สด กระทู้แห้ง ก็คือไม่ได้เร่งด่วนอะไรมากมาย ก็ทำเป็นหนังสือถามไป รัฐมนตรีพร้อมตอบเมื่อไรก็มาตอบ ส่วนกระทู้สด ก็เป็นกระทู้อย่างที่เราทำนี่ละครับ คือมันมีความเร่งด่วน มีความจำเป็น ดังนั้นจึงมาแจ้งตอนเช้าเพื่อให้รัฐมนตรีมาตอบ อันนี้เรียกว่ากระทู้สด แต่ปัจจุบันนี้อาจจะเรียกว่า การที่บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ เพราะมันอาจจะมีความจำเป็นยิ่งยวดหรือเร่งด่วน จึงได้เปิดช่องนี้ไว้ จึงได้ขอให้เพิ่ม ใน (๔) ว่า กระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า แต่อย่างไรก็ตามครับ อยู่ที่ ท่านประธานสภาจะกำหนดในระเบียบวาระโดยคำนึงถึงความจำเป็นและความเหมาะสม ซึ่งแน่นอนในช่วงนั้นมันอาจจะมีความจำเป็น เช่น น้ำท่วมใหญ่อะไรขึ้นมาอย่างนี้นะครับ ประธานสภาสามารถบรรจุเป็นระเบียบวาระ ขอให้รัฐมนตรีมาให้พร้อม ให้ครบถ้วน เพื่อที่จะได้ดำเนินการตามระเบียบวาระใน (๔) นี้ก็ได้นะครับ ซึ่งถือได้ว่าเป็นความจำเป็น เร่งด่วนยิ่งยวด ผมขอสนับสนุนอีกข้อหนึ่งก็คือว่า แม้แต่ในการเสนอญัตติ ท่านประธานครับ ยังมีญัตติซึ่งเสนอด้วยวาจาก็ได้ ซึ่งผมเคยทำเมื่อปี ๒๕๒๖ เมื่อน้ำท่วมใหญ่ จังหวัดนครสวรรค์ ผมเสนอด้วยวาจาและท่านรัฐมนตรีบังเอิญนั่งกันอยู่ แล้วก็รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยขณะนั้น คือท่านประมาณ อดิเรกสาร ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ท่านก็รับเป็นญัตติด่วนได้ในวันนั้น ประธานสภาถามมาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในที่สุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ยอม หลังจากที่ผมอภิปรายแล้ว จึงเป็นที่มา ของการมีญัตติด่วนที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าก็ได้ ถามด้วยวาจาก็ได้ ดังนั้นกระทู้สดใน (๔) ที่ผมขอเสนอเพิ่มเติมไปนี้ก็น่าจะทำได้นะครับท่านประธาน อยู่ที่ท่านประธานจะเห็น ในนี้ได้เขียนไว้เพื่อเปิดช่องให้ท่านประธานจะกำหนดในระเบียบวาระโดยคำนึงถึง ความจำเป็นและความเหมาะสมครับ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านสายัณห์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ
ท่านสายัณห์ ขออนุญาตสักครู่ ขออภัยครับ ท่านหารือเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ คือสิ่งที่ทางกรรมาธิการเสนอมา แล้วก็ มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายหลายท่าน สถานการณ์มันก็จะยาวไปเรื่อย ๆ ผมอยากเสนอ ท่านประธานว่า ท่านประธานอาจจะใช้วิธีการตัดให้ทางกรรมาธิการได้ลุกขึ้นตอบบ้าง เพื่ออาจจะได้ตอบข้อติดใจของเพื่อนสมาชิกแล้วเผื่อว่างานจะราบรื่นขึ้นครับ
เชิญ ท่านสายัณห์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สายัณห์ ยุติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ขอเรียนท่านประธานว่าตอนนี้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้กำลังพิจารณา ข้อบังคับการประชุมของสมาชิกสภา ซึ่งเป็นข้อบังคับที่ใช้ใน ๕๐๐ คนนี้ เพื่อจะเป็นแนวทาง ในการประชุมในครั้งต่อไปที่ถูกต้อง ท่านประธานครับ ตอนนี้ข้อบังคับนี้ประชุมมาแล้ว ๓ อาทิตย์ ๖ วัน ประชาชนที่ดูทางบ้านเขาก็ชักจะเบื่อครับ เพราะว่าแค่ข้อบังคับเอง ยังพูดกันยาวขนาดนี้ กฎหมายที่มีประโยชน์กับประชาชนรออยู่เยอะแยะ และบางที ประชาชนเขาไม่เข้าใจนะครับท่านประธาน เช่น เมื่อสักครู่ท่านปิยบุตร ขอโทษที่เอ่ยนาม ท่านคงไม่เสียหายอะไรครับ ท่านบอกว่ารัฐมนตรีนี้เป็นมาแล้วตั้ง ๒ เดือน ไม่มาตอบกระทู้ ที่สภาเลย ผมเรียนว่าท่านพูดเท็จครับ เพราะรัฐมนตรีแถลงนโยบายเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ที่ผ่านมายังไม่ถึง ๑ เดือนนะครับท่านประธานที่เคารพ แล้ว ๑ เดือนยังไม่ถึงดีเลยครับ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็มาตอบ รัฐมนตรี ไอซีที (ICT) ก็มาตอบ รัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็มาตอบ ท่านรัฐมนตรีวราวุธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็มาตอบ เดี๋ยวประชาชนเขาจะไปเข้าใจว่ารัฐมนตรีไม่รับผิดชอบต่อสภาอย่างนี้ไม่ได้ พูดให้สภาเสียหายนะครับ และท่านปิยบุตรที่ผมฟังมาพูดแต่รัฐธรรมนูญฝรั่งเศส รัฐธรรมนูญ อังกฤษ ที่นี่มันรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผ่านประชามติของประชาชนมาแล้ว แล้วตกลงจะไปเอารัฐธรรมนูญฝรั่งเศสหรืออย่างไรครับ ผมไม่ทราบว่าท่านหลงใหลฝรั่งเศส อย่างไร แต่ผมเรียนว่าที่นี่คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และผมอยากให้ ท่านพิจารณาข้อบังคับข้ออื่นต่อไปได้แล้วครับ ทำเพื่อประโยชน์ประชาชนต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ท่านครับ เข้าประเด็นในเรื่องข้อบังคับนะครับ จบพอดีนะครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านชาดาครับ
ท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย คือผมเองมองสายกลาง และผมเห็นด้วย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านวีระกร จริง ๆ แล้วเราจะต้องมีกระทู้ ๔ ประเภท ๑. กระทู้ถามสด ๒. กระทู้ถามทั่วไป และ ๓. กระทู้ถามแยกเฉพาะอย่างที่เราคิดขึ้นใหม่ และ ๔. กระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าโดยให้ประธานสภาเป็นผู้ชี้ ประธานสภาบอกว่าเรื่องนี้เร่งด่วนหรือไม่ จำเป็นหรือไม่ น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือเรื่องอะไร ที่สำคัญ ประธานชี้เสร็จแล้วให้ถือเป็นประเพณีเลยว่ารัฐมนตรีต้องมาตอบ ถ้าประธาน ชี้เรื่องนี้แล้วรัฐมนตรีต้องมาตอบนะครับ ถ้าไม่ตอบจะโดนประณามหรืออะไรก็ว่ากันไป แต่ถ้าเราไปปล่อยแบบนี้รัฐมนตรีไม่ต้องทำงานครับ ทุกวันจะต้องมีการถามถามสดด้วยวาจา โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า แล้วก็เกิดปัญหาในการปฏิบัติของรัฐมนตรี ที่ผมพูดคือสายกลาง ระหว่างรัฐบาล คณะรัฐมนตรี กับสภาเพื่อให้ไปกันได้ โดยเราเอาข้อนี้มาเป็นติ่งใหม่ที่ให้ คือถ้าประธานชี้ว่าเรื่องนี้สำคัญแล้วรัฐมนตรีต้องมาตอบนะครับ แต่ถ้าปล่อยไปแบบนี้ต่อไป สมาชิกจะลุกขึ้นถามทุกครั้งที่มีกระทู้ และใช้คำว่า ถามด้วยวาจาโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้าครับ
เชิญ ท่านคารมครับ ท่านสมาชิกครับ ขออนุญาตนิดเดียว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญนะครับ แม้แต่ผมเองผู้ที่ต้องบรรจุกระทู้อยู่ทุกสัปดาห์ ผมอ่านแล้วอ่านอีกผมก็งงว่าจะปฏิบัติอย่างไร ฉะนั้นพวกเราอย่าได้รำคาญนะครับ แต่ว่าขอให้ท่านสมาชิกทุกท่านได้ช่วยกันสรุปประเด็น ให้มันสั้น ๆ กระชับ ๆ และหลังจากนั้นเราค่อยฟังกรรมาธิการชี้แจง ถ้ากรรมาธิการ ชี้แจงแล้วเรายังติดใจรับไม่ได้ก็ค่อยว่ากันอีกทีหนึ่งครับ เชิญท่านคารม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด ผมก็นั่งฟัง แล้วก็นั่งฟังท่านประธานพูดเรื่องอื่นซึ่งก็ฟังได้ แต่ก็อยากให้ ท่านเร่ง เพราะว่าผมอยากให้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเสร็จ ประเด็นที่ผมจะพูดนี้ ผมเข้าใจว่ากรรมาธิการนี้เขียนเพื่อไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ จึงพบรัฐธรรมนูญ ใช้คำว่า อย่างน้อยต้องมีกระทู้ถามที่ถามด้วยวาจา แล้วผมก็ไม่เห็นด้วยที่เวลาสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่จะแสดงความคิดเห็น แล้วก็จะมีสมาชิกบอกว่าควรจะตัดให้กรรมาธิการตอบ ทีนี้ต้องมีเอกสิทธิ์ในการพูดนะครับ ความคิดเห็นที่เขาจะถกเถียง ข้อบังคับนี้ไม่ได้ใช้กับสภา ชุดนี้นะครับ แล้วไม่ได้จำเพาะจะใช้กับรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ต่อไป แล้วผมก็เชื่อว่า รัฐธรรมนูญนี้อยู่นาน แล้วก็ที่ถกเถียงกันนี้ ผมไม่เอ่ยนาม แต่อย่ามาบอกว่าจะพูดเพื่อเป็น การเมือง ไม่ใช่นะครับ เลขาธิการพรรคนี่ ผมแตะตรงนี้นิดเดียว เขายกตัวอย่างเพราะเรื่องนี้ ไม่เคยเกิด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องรับฟัง ส่วนตัวของผมเรื่องนี้ ถ้ากรรมาธิการเขียนไว้ เพื่อไม่ให้ขัดกับรัฐธรรมนูญแล้วมันจะไปวางไว้อย่างไร เขาป้องกันไว้ครับว่า เวลาที่ คณะรัฐมนตรีไม่มาตอบสภา ส.ส. จะควบคุมอย่างไร ถ้าไม่ใช่ ส.ส. รัฐบาลที่ท่านจะส่งผ่าน หน่วยงาน ผ่านรัฐมนตรีของท่านได้ ถ้าไม่ควบคุมโดยกระทู้ โดยญัตติ ผมถามประธานว่าจะ ควบคุมอย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงและเป็นประเด็นสาระสำคัญ เสียเวลาตรงนี้บ้าง ไม่ใช่เรื่องที่จะมาบอกว่าต้องให้กรรมาธิการพูดอย่างที่สมาชิกบางคน ออกมาพูด ผมไม่เห็นด้วย เพียงแต่ว่าเมื่อพูดพอแล้ว ประธานต้องควบคุมครับ ท่านต้องเอา ให้เหมาะ แล้วท่านบอกให้จบก็ต้องจบนะครับ ถ้าคืนนี้ไม่จบท่านประธานต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนว่าเรื่องนี้พอหรือไม่พอ ผมไปตัดสินไม่ได้ แต่คิดว่ากรรมาธิการ ทำถูกต้องและวางเหมาะแล้ว ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ถ้าท่านสมาชิกเรา อภิปรายน้อย ๆ หน่อยก็จบแล้วครับ เพราะผมตั้งใจแล้ว แล้วก็ปรึกษาหารือท่านประธานแล้ว ขออนุญาต ขอคุณสาลีอยู่ไหมครับ
สำลีครับ
อ๋อ คุณสำลี ขอโทษที เจ้าหน้าที่เขียนมาให้ไม่ค่อยชัดเจน เชิญคุณสำลีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงแล้ว ผมก็ไม่อยากจะพูด แต่มันเกิดกับผมจริง ๆ ครับ ในด้านการปฏิบัติ ที่ผ่านมานั้นผมเอง ได้ตั้งกระทู้สดเป็นเวลา ๑ เดือนแล้วครับ ผมมายื่นบอกว่าเต็มแล้ว พอสัปดาห์ต่อไปก็บอกว่า เป็นโควตาของพรรคนั้นพรรคนี้ เสร็จแล้วกระทู้ของผมจนขณะนี้ผมก็ยังยื่นไม่ได้เลย เป็นกระทู้สดนะครับ ผมอยากจะให้เป็นกระทู้สด ก็ปรากฏว่าครูอยู่ทั่วประเทศ เขาไลน์ มาหาผมว่าทำไมถึงนานไม่เห็นตอบสักที นี่คือผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรานี้ เป็นมาตรา ที่ก้าวหน้า ในส่วนตัวของผมแล้วผมเห็นว่าเป็นมาตราที่ดีมากเลย ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ ไม่สามารถตั้งกระทู้สดได้มีโอกาสหายใจ ผมเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ท่านเดินไปเดินมา ผมอยากจะถามท่านครับ อยากจะถามท่าน แต่ถามไม่ได้ครับ เพราะผมอยากจะถามมาออกอากาศให้ครูทั่วประเทศเขาได้รู้ ถ้าหากว่า เราเปิดโอกาสให้ถามสด ให้ถามโดยที่ไม่ต้องไปยื่น ไม่ต้องไปรอคิวมาถามอยู่ตรงนี้เลย โอกาสพอมีครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะให้มี แล้วรัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้ชัดเจน ส่วนการปฏิบัติ จะยากหรือไม่ยากเราต้องทำดู ถ้าเราไม่ทำแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ท่านครับ เรื่องกระทู้สดถามแบบปากเปล่ามีตั้งแต่บรรพกาลแล้วครับ เขาเรียกว่าปุจฉาวิสัชนาครับ ปุจฉาวิสัชนา คือเห็นกันแล้วถามเลย นี่คือการถามแบบสด ๆ เพื่อเราจะได้ดูกึ๋นของรัฐมนตรี ว่าตอบได้หรือไม่ โดยที่เราไม่ต้องไปบอกก่อนว่าเราจะถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ อยากให้มีครับ ผมจะได้มีโอกาสหายใจบ้าง กระทู้ที่ผมเตรียมมานี่เป็นเดือนแล้วครับ โครงการคูปองครู ครูเขา ถามผมมาทั่วประเทศว่าเมื่อไรจะถามให้ผม เมื่อไรจะถามให้พวกผมสักที คุณครูทั่วประเทศ รับรู้ไว้ด้วยว่าผมติดขัดหลายอย่างที่ผมไม่สามารถถามได้ เพราะฉะนั้นถ้าให้โอกาสอย่างนี้ ถ้าผมเห็นรัฐมนตรีมาผมจะกระซิบท่านว่า ผมจะถามท่านสด ๆ ก็ถาม ส่วนจะแทรกตรงไหน ก็แล้วแต่ท่านประธาน อยากจะให้มีจริง ๆ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แล้วก็สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญด้วย ขอบคุณมากครับ
ขออนุญาต ถามท่านสำลีนิดหนึ่งว่า กระทู้ที่ยื่นมาเป็นเดือน ๆ แล้วไม่ได้รับการบรรจุท่านยื่นแล้วหรือยัง
คือผมมาเขาบอกว่าเต็มแล้ว ทั้ง ๆ ที่ผมจ้างมอเตอร์ไซค์มาเพื่อที่จะมาตอนเช้า
สรุปแล้ว คือท่านสำลียังไม่ได้ยื่น เพราะผมเป็นรองประธานที่รับผิดชอบเรื่องการบรรจุกระทู้
คือมันติดอยู่ทางนี้ ติดอยู่ด่านแรกเลย
เพราะถ้าหากว่าท่านพูดบอกว่ายื่นมาเป็นเดือนแล้วยังไม่ได้รับบรรจุ ผมเสียหาย แต่ไม่เป็นไร ผมให้อภัยท่านครับ คือสรุปว่าท่านยังไม่ยื่น ท่านคิดอยากจะยื่นใช่ไหมครับ
ครับ
ฉะนั้น สัปดาห์หน้าท่านเตรียมยื่นเลย ผมบรรจุให้ครับ
คือมันติดอยู่ด่านแรกครับ
ด่านไหน
ด่านที่อยู่ฝ่ายที่รับครับ
ไม่มีด่าน เจ้าหน้าที่รับทุกกระทู้ เชิญนั่งนะครับ เชิญท่านวิรัชครับ
ขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า เราเริ่มต้นมากว่าเราจะผ่าน ข้อ ๙๐ มาก็เหนื่อยพอสมควร ผมไม่อยากเห็นในส่วนตรงนี้ที่ต้องติดขัด ผมเอง ได้มีโอกาสพบแล้วก็คุยกับบรรดาเพื่อนสมาชิกหลายท่าน เขาก็ถามคำถามมาว่า วันพุธ วันพฤหัสบดีหน้าเราหยุด แล้วข้อบังคับถ้าเสร็จวันนี้ แล้ววันพุธ วันพฤหัสบดีหน้าต่อไป หลังจากที่ประชุมเสร็จแล้ว วันพุธ วันพฤหัสบดีหน้าต้นเดือน จะมีระเบียบวิธีการอย่างไร อย่างวันนี้กระทู้สดทุกท่านทราบ ทุกพรรคได้มีโอกาสได้ยื่นกระทู้ถามสด ก็คือระหว่าง ๐๘.๐๐-๐๘.๓๐ นาฬิกา รอท่านประธานเป็นผู้วินิจฉัยอีกครั้งหนึ่งว่า ในส่วนไหน ที่ได้ประสานไปยังรัฐมนตรีแล้วรัฐมนตรีจะมาตอบ หรือเป็นไปตามข้อบังคับถูกต้อง ถ้าวันนี้ ทางคณะกรรมาธิการได้มีระเบียบออกมาได้ชัดเจนเลยว่า วิธีการของการยื่นกระทู้ถาม ทางวาจา ๑ ๒ ๓ กระทู้ถามสดทราบ กระทู้ถามทั่วไปทราบ แต่ไม่ทราบวิธีการในส่วนของ กระทู้ถามด้วยวาจา แล้วข้อกำหนดระเบียบวิธีการกระทู้ถามด้วยวาจา อะไรที่จำเป็น ที่จะต้องถามแล้วท่านประธานอนุญาต หรือว่ากระทู้ถามด้วยวาจามาถามให้รัฐมนตรี มาอยู่ตรงนี้ ตรงนี้เป็นระเบียบ ถ้าเผื่อจัดระเบียบอยู่ในส่วนตรงนี้ได้ ผมคิดว่าบรรดา ท่านสมาชิกทั้งหลายก็จะคลายแคลงความสงสัยลงไปเยอะเลย แต่ถ้าเผื่อยังเป็นอย่างนี้เราก็ จะเห็นวิธีการพูดที่วนอยู่ในลักษณะอย่างนี้ ถ้ากรรมาธิการพร้อมเรื่องระเบียบก็ให้ตอบ แต่ถ้าเผื่อกรรมาธิการยังไม่พร้อมเกี่ยวกับเรื่องระเบียบ ท่านประธานจะให้พักสัก ๑๐ นาที แล้วก็กลับมาใหม่ ผมคิดว่ายังไม่สายครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านวิรัชครับ ผมเรียนท่านทราบว่า เหลือท่านปิยบุตรกับท่านณัฐวุฒิ เหลือ ๒ ท่าน ขออนุญาตฟังความคิดเห็นของ ๒ ท่านนี้เสร็จแล้วจะให้กรรมาธิการได้มีโอกาสชี้แจง ถ้าหากท่านกรรมาธิการชี้แจงแล้วยังไม่เป็นที่พอใจเราค่อยหารือกันในที่ประชุมว่า จะทำอย่างไรต่อไป แต่ว่าขออนุญาตก่อนที่ทางท่านปิยบุตรจะอภิปราย ผมขอชี้แจง เรื่องการบรรจุกระทู้ที่ผ่านมา กระทู้เรามี ๒ อย่าง คือ กระทู้ถามสดกับกระทู้ถามทั่วไป หรือเราเรียกว่า กระทู้แห้ง กระทู้ถามสดถ้ายื่นมาแล้วเจ้าหน้าที่จะวิเคราะห์ว่ามันเป็นกระทู้ ที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนหรือไม่ เป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ เป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อประเทศชาติบ้านเมืองหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่อง ที่อยู่ในคุณสมบัติหรือว่าเข้ากับเงื่อนไข ๓ ข้อนี้เราก็จะรับบรรจุเป็นกระทู้ถามสด แต่กระทู้ถามสดนั้นเรามีกติกาตกลงร่วมกันอยู่ว่า ฝ่ายรัฐบาล ๑ กระทู้ ฝ่ายค้าน ๒ กระทู้ ถ้ายื่นมาเกินและอยู่ในเงื่อนไขของเวลา เราก็มีการจับสลากและมีการตกลงกัน ขอเรียน ให้ท่านทราบอย่างนี้ครับ แนวปฏิบัติที่ผ่านมานั้นเราต้องการไม่ให้เสียผลประโยชน์ของ สภาผู้แทนราษฎร ผลประโยชน์ของสภาผู้แทนราษฎรก็คือผลประโยชน์ของประชาชน เราจึงมีการประสานไปทางรัฐบาลก่อนว่าสามารถมาตอบกระทู้เรื่องนี้ได้หรือไม่ ถ้าเกิด ท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีติดภารกิจไม่สามารถมาตอบได้ เราก็หารือในผู้ที่ยื่นเข้ามา หลาย ๆ กระทู้ว่าถึงตั้งถามไปรัฐมนตรีติดภารกิจก็มาตอบไม่ได้ ขอปรับเป็นเอากระทู้ที่ รัฐมนตรีตอบได้จะได้ไหม นี่คือแนวปฏิบัติที่ผ่านมา เพราะว่าสัปดาห์ละ ๓ กระทู้ เราไม่อยาก ให้เสียไปครับ แต่ว่าจากนี้ไปผมขออนุญาตหารือท่านประธานแล้วว่า กระทู้ยังบรรจุจนกว่า ข้อบังคับฉบับนี้เสร็จแล้วเอามาใช้ ถ้ายังไม่เสร็จก็ยังยึดถือปฏิบัติเหมือนเดิม นั่นก็คือวันละ ๓ กระทู้เหมือนเดิม ฝ่ายค้าน ๒ กระทู้ ฝ่ายรัฐบาล ๑ กระทู้ แต่เมื่อยื่นมาแล้วผมจะบรรจุ ทันทีนะครับ จากนี้ไปผมจะไม่ต้องถามรัฐบาลแล้วนะครับ จะบรรจุทันที รัฐบาลมาตอบได้ ก็มาตอบ มาตอบไม่ได้ก็ทำหนังสือแจ้งมา ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวรัฐบาลก็ออกตัวว่า ไม่ได้บรรจุ กระทู้นี่จะหาว่าหนีตอบกระทู้ได้อย่างไร ฉะนั้นก็ขอเรียนแจ้งให้ทางฝ่ายรัฐบาลรับทราบด้วย สภาเราก็มีเกียรติมีศักดิ์ศรี ฉะนั้นก็ต้องให้ฝ่ายรัฐบาลรับรู้ว่าหน้าที่ของท่านนายกรัฐมนตรี หน้าที่ของรัฐมนตรีมีภารกิจต้องมาตอบกระทู้ในสภานะครับ ฉะนั้นก็ขอเรียนให้ท่านทราบ สัปดาห์ต่อไปนี้มีมาบรรจุทันที ๓ กระทู้ เชิญท่านปิยบุตรครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เมื่อสักครู่ถูกพาดพิงนะครับ แต่ไม่ใช้สิทธิพาดพิง หรอกครับ ข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ชัดอยู่แล้วว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบจริง ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอเข้าเรื่องดีกว่า เรากำลังถกกันเรื่องจะจัดการเรื่องกระทู้ อย่างไร ไม่อยากเสียเวลาในที่ประชุมนะครับ ผมทดลองเสนอทางออกดูว่ามันจะเป็นอย่างไร ให้สอดคล้องกับตัวรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๕๐ แล้วก็ในทางปฏิบัติจะสามารถทำได้ด้วย ลองเสนอในที่ประชุมแห่งนี้ ลองเสนอกรรมาธิการดูเผื่อจะไปพิจารณาร่วมกันนะครับ ถ้าเราเลือกใช้ทางนี้นะครับ ทางออกแรก คือเดินหน้าตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไขมา ซึ่งถ้อยคำต่าง ๆ ล้อมาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า การตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า คำนี้มีเขียนเอาไว้ชัดเจนอยู่ในข้อ ๑๕๖ นั่นเท่ากับว่ามันสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๕๐ แต่ปัญหามันจะเกิดขึ้นว่า พอข้อบังคับฉบับนี้ประกาศใช้ไป มันจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติเรื่องแรกครับ กระทู้ ๘ โมง ผมเรียกอย่างนี้แล้วกันจะได้เข้าใจกันง่าย ๆ เพราะตอนนี้มันสดหลายสดเหลือเกินนะครับ กระทู้ ๘ โมงที่พวกเรามายื่นกันนี่นะครับจะเลิกไปเลยหรือเปล่า กระทู้ ๘ โมงยังมีอยู่หรือไม่ ส่วนกระทู้ถามสดด้วยวาจาไม่แจ้งล่วงหน้าตามที่เขียนอยู่ในข้อ ๑๕๖ จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องลุ้น เอาครับว่าวันนั้นรัฐมนตรีมาประชุมสภาหรือไม่ ต้องลุ้นไปเรื่อย ๆ ถ้าท่านรัฐมนตรีไม่เคยมา ประชุมเลย หรือไม่มาประชุมสภาเลย หรือรัฐมนตรีที่สมาชิกอยากถามไม่ยอมมาประชุมสภา สักทีเลย เท่ากับว่าข้อ ๑๕๖ ก็จะไม่มีที่ใช้นะครับ นี่คือทางออกข้อแรก เดินตามกรรมาธิการ เหมือนเดิมแต่สุ่มเสี่ยงว่า กระทู้ ๘ โมงจะหายไป แล้วกระทู้สดแท้ ๆ ที่ ข้อ ๑๕๖ เขียนมา จะไม่มีที่ให้ใช้ถ้ารัฐมนตรีไม่มาสภานะครับ ทางออกข้อที่ ๒ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้พูด ไปแล้ว ก็คือว่าหรือว่าเราเพิ่มกระทู้อีกประเภทหนึ่งขึ้นมาดีครับ ตอนนี้ในร่างข้อบังคับมีอยู่ ๓ ประเภท คือ กระทู้ถามสดด้วยวาจา กระทู้ถามทั่วไป และกระทู้ถามแยกเฉพาะ ทีนี้ลอง แบบนี้ดีไหมครับ ผมเรียกชื่อเล่น ๆ ก่อนเพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ แบ่งเป็น ๔ ประเภท แบบแรก กระทู้สดแท้ ๆ นะครับ แท้ ๆ เลยมาปุ๊บถามต่อหน้าเลย สดของจริงเราอาจจะใช้คำตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ก็ได้ว่า ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า แบบที่ ๒ คือ ผมเรียกมันเล่น ๆ ว่ากระทู้สด ๘ โมง ที่พวกเราส่งหนังสือตอน ๘ โมงแล้วรอลุ้นว่าจะมาตอน บ่ายโมงหรือไม่ แบบที่ ๓ คือกระทู้ทั่วไป ซึ่งรัฐมนตรีอาจจะมาตอบในสภาหรือจะไปตอบเป็นหนังสือ ในราชกิจจานุเบกษาก็ได้นะครับ แล้วสุดท้ายซึ่งข้อบังคับมีเพิ่มขึ้นมาคือกระทู้แยกเฉพาะ หรือที่เราเรียกกันว่าไปตั้งห้องกระทู้ต่างหาก ถ้าเป็นแบบนี้มันก็จะมี ๔ ประเภท สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ แน่นอน และไม่ตัดโอกาสกระทู้ ๘ โมงเช้าด้วย อันนี้เป็นอีก ทางเลือกหนึ่งที่ผมลองเสนอดู ๒ ทางเลือกให้พิจารณากัน ทางเลือกแรกมีข้อดีคือ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญแน่ แต่ข้อเสียคือท่านต้องรอลุ้นเอาว่ารัฐมนตรีมาหรือไม่ แล้วมัน จะไปกระทบกับกระทู้ ๘ โมงหรือไม่ ต่อไปนี้เราจะไม่มีแล้วใช่ไหมกระทู้ ๘ โมงเช้า ทางเลือกที่ ๒ ข้อดีคือสอดคล้องกับมาตรา ๑๕๐ แน่นอนหมด กระทู้ ๘ โมงก็ยังอยู่ แต่ปัญหาคือท่านจะมีตั้ง ๔ กระทู้ ๔ ประเภทต่อไปนี้นะครับ ผมลองเสนอที่ประชุมแห่งนี้ ลองเสนอท่านประธาน เสนอทางคณะกรรมาธิการลองพิจารณาร่วมกันครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านณัฐวุฒิ เสร็จจากท่านณัฐวุฒิแล้วก็ฟังท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ท่านประธานครับ อ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ วรรคหนึ่ง บรรทัดสุดท้ายให้ดีนะครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ สำคัญอยู่บรรทัดสุดท้าย คำขยายครับ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ย้อนกลับมาถ้ากรรมาธิการ เขียนอย่างนี้แก้ไขอย่างนี้ผมว่าหมิ่นเหม่ต่อการขัดรัฐธรรมนูญมาตรานี้ครับ ท่านประธานครับ ดูไปที่ข้อ ๑๕๙ ครับ ข้อ ๑๕๙ วรรคสอง เขียนไว้อย่างนี้ว่า เรื่องใดที่ประธานสภาวินิจฉัยว่า ไม่เข้าลักษณะกระทู้ถามสดด้วยวาจาตามข้อ ๑๕๖ หรือไม่อนุญาตให้บรรจุระเบียบวาระ การประชุม นั่นแสดงว่าแจ้งล่วงหน้าแล้วครับ เพราะฉะนั้นเขียนอย่างนี้โดยส่วนตัว ผมไม่เห็นด้วยครับ
ประการต่อไปครับ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ผมเข้าใจอย่างนี้ จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับฝ่ายบริหารครับ การตั้งรัฐมนตรีเข้ามาบริหารชาติบ้านเมือง เข้ามาบริหารประเทศต้องสรรหาคนที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะสามารถตอบคำถามต่อ ตัวแทนของพี่น้องประชาชนในสภาแห่งนี้ได้ครับ
ประการที่ ๒ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ เขาให้ความสำคัญต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนโดยตรงของพี่น้องประชาชน รัฐมนตรีต้องมาตอบกระทู้ถามด้วยวาจา
ประการต่อไป เราจะทราบได้อย่างไรว่าในวันที่มีการประชุม ตั้งกระทู้ถาม ด้วยวาจานี่รัฐมนตรีคนไหนจะมา รัฐมนตรีคนไหนจะถูกถามกระทู้ถามด้วยวาจา มันอยู่ในข้อนี้ ท่านประธานครับ ข้อ ๑๕๖ กรรมาธิการไปดูนะครับ ข้อ ๑๕๖ เขากำหนดกรอบว่าอะไร จะเป็นกระทู้ถามด้วยวาจาบ้าง ท่านไปกำหนดตรงนี้สิครับ
ข้อ ๑ เป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน รัฐมนตรีต้องรู้ว่า สัปดาห์นี้วันนี้อะไรเป็นเรื่องที่ประชาชนเขาสนใจ
ข้อ ๒ เป็นเรื่องที่กระทบถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ขณะนั้นอะไรกระทบบ้างครับ
ข้อ ๓ เป็นเรื่องเร่งด่วน สำคัญเร่งด่วน กรอบอย่างนี้มันจะกำหนดให้รัฐมนตรี อะเลิร์ต (Alert) ว่าสัปดาห์นี้ต้องมานะ ต้องมานั่งนะเขาจะถามหรือไม่ถามก็ตาม แต่มีเรื่อง สำคัญเกี่ยวกับประเด็นที่สังคมเขาสนใจ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะเพิ่มกระทู้เป็น ๔ ประเภท เพราะอะไรครับ เมื่อเช้าท่านประธานสภาชวน หลีกภัย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพูดไว้แล้ว เราประชุมกันมาเกือบ ๆ กึ่งสมัยประชุมแล้ว เรายังไม่เคยพิจารณา พระราชบัญญัติเลย ญัตติค้างอยู่จำนวนมาก เพราะอะไรครับ เพราะเราทั้งหารือ ทั้งตั้ง กระทู้ถาม ถามว่าถ้ามัน ๔ ประเภทแล้ว มันสร้างภาระให้ใคร ๑. สร้างภาระให้สภาแห่งนี้ เรื่องอื่นไม่ต้อง ค้างอยู่ ญัตติ กฎหมาย แล้วมันสร้างภาระให้ฝ่ายบริหารเขาด้วย ฝ่ายบริหาร มีงานหลายด้านต้องทำ ท่านทั้งกระทู้สด มีทั้งกระทู้ถามด้วยวาจา จะเป็นภาระอย่างยิ่ง ของฝ่ายบริหารที่เขาต้องแบ่งเวลาไปบริหารประเทศ ไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชน จึงขออนุญาตเรียนท่านประธานและท่านกรรมาธิการ ถ้าจะมีการพักประชุมโปรดนำไป พิจารณานะครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ
ขอเชิญ ท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม วิเชียร ชวลิต ประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนว่า คราวนี้ ก็เป็นวาระพิเศษ เพราะว่าหลายฝ่ายก็ตั้งอกตั้งใจว่าประธานหรือกรรมาธิการจะชี้แจง ประเด็นนี้อย่างไร ผมเรียนว่าผมก็นั่งฟังมาโดยตลอดตั้งแต่ต้น ก็มีสมาชิกให้ความเห็น แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นต่าง ๆ ผมอยากจะเรียนท่านทั้งหลายว่าในรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันผมอยากจะเรียนว่า เขียนไว้ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ที่อยากจะให้ฝ่ายสภาได้ควบคุม หรือกำกับดูแลการทำงานของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี แล้วเราก็ได้จำหรือกำหนดแบบวิธี ซึ่งผมอยากจะเรียกว่า ไม่ครบกระบวนการ เอาไว้ใน รัฐธรรมนูญ เพราะว่ามาตรา ๑๕๐ เขียนไว้ว่า คณะรัฐมนตรี นัยเหมือนกับว่าคณะรัฐมนตรี มานั่งอยู่ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ แล้วก็ให้สมาชิกถามด้วยวาจา ผมก็จะถามว่า ในเมื่อ รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนบัญญัติให้คณะรัฐมนตรีมานั่งอยู่ในสภา แล้วเราจะเขียนข้อบังคับ บังคับให้คณะรัฐมนตรีมานั่งอยู่ แล้วเราก็ถาม ผมถามว่า ทำได้หรือไม่ เพราะข้อบังคับนี้ บังคับเราสมาชิกที่อยู่ในสภา เขียนไปอย่างไรก็ไปบังคับคณะรัฐมนตรีให้มานั่งในสภาไม่ได้ เพราะว่าถ้าท่านจะให้สภาเขียนข้อบังคับสั่งให้ ครม. มานั่งในสภาแห่งนี้เหมือนสภาอังกฤษ ผมถามท่านว่า เรามีอำนาจอะไรในการที่เขียนบังคับ ขณะนี้ก็เรียนท่านทั้งหลายว่านี่คือ ข้อจำกัดประการแรก เพราะฉะนั้นเราก็ย้อนกลับมาดูว่า ที่มาของกระทู้ที่บัญญัติแล้วก็มีวิธี ปฏิบัติที่ผมอยากจะขออนุญาตอ้างอิงที่ท่านพูดกระทู้ ๘ โมง ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กำหนดไว้ชัดเจนมาก เขียนเอาไว้กำหนดว่า ในการบริหารราชการแผ่นดินเรื่องใด ที่เป็นปัญหาสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นเรื่องที่กระทบถึงประโยชน์ของ ประเทศชาติหรือประชาชน หรือที่เป็นเรื่องเร่งด่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาจแจ้งเป็น ลายลักษณ์อักษรต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรนี่คือที่มาของ ๘ โมงเช้าใช่หรือไม่ครับ ก่อนเริ่มประชุมในวันนั้นว่าจะถามนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบในการบริหาร ราชการแผ่นดินในเรื่องนั้น โดยไม่ต้องระบุคำถาม และให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุเรื่องดังกล่าวไว้ในวาระประชุมในวันนั้น การถาม และตอบกระทู้ตามวรรคหนึ่งให้กระทำได้สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง และให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้นั้นตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินนั้นได้เรื่องละไม่เกิน ๓ ครั้ง ทั้งนี้ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทีนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ไม่มีข้อความนี้ แต่ไปเขียนในมาตรา ๑๕๐ ให้มีการถามเป็นหนังสือและเป็นวาจา ทีนี้ก็เป็นภาระของ กรรมาธิการว่าจะทำอย่างไรถึงจะให้สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ก็ขออนุญาต เรียนท่าน ก้าวล่วงตั้งแต่ข้อ ๑๔๔ เริ่มต้นที่ผมอธิบายไปแล้ว ต่อเนื่องไปข้อ ๑๕๕ ข้อ ๑๕๐ ข้อ ๑๕๗ ในเอกสารที่แจกท่านทั้งหลาย ข้อ ๑๕๖ ข้อ ๑๕๗ ข้อ ๑๕๘ ข้อ ๑๕๙ ข้อ ๑๖๐ และข้อ ๑๖๑ ทั้งหมดนี้เรียนว่ากรรมาธิการเจตนาที่จะเขียนเพื่อให้สอดคล้องกับ บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ แล้วที่เขียนไว้ต้องเรียนว่าเราบัญญัติขึ้นโดยขอให้ท่านทั้งหลาย ลืมกระทู้ถามสดในเวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกาไปเสีย เพราะในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ ไม่มีบทบัญญัติเรื่องกระทู้ถามสด โดยนัยน่าจะหมายถึงให้มาถามด้วยวาจาแทน เพราะฉะนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญไม่เขียนเราก็มาปรับในกระทู้ถามสดให้เป็นกระทู้ถามด้วยวาจา แล้วเราก็แก้ ข้อต่าง ๆ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ตามข้อ ๑๕๐ หรือเขียนให้ไม่ขัดกับข้อ ๑๕๐ ให้จงได้ ท่านก็จะเห็นว่าตั้งแต่ข้อ ๑๕๖ เขียนไว้ชัดเจนว่า การตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาสมาชิก แต่ละคนมีสิทธิตั้งกระทู้ถามได้ครั้งละ ๑ กระทู้ ในวันประชุมที่มีวาระการตอบกระทู้ถาม โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า นี่คือสาระสำคัญ และต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ แล้วก็ที่เขียนต่อเนื่องไปในข้อ ๑๕๗ ข้อ ๑๕๘ ข้อ ๑๕๙ คือการเขียนกระบวนการในการ ปฏิบัติที่ไม่ใช่กระบวนการในการแจ้งล่วงหน้าให้กับรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี แต่เป็น กระบวนการในสภาที่เขียนเพื่อให้การจัดการวาระกระทู้เดินไปได้ และที่สำคัญที่สุด ส่วนที่จะ หานายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ เป็นเรื่องของการปฏิบัติภายในที่เราควรจะทำ ให้สามารถจะทำงานต่อไปได้ภายใต้ขอบเขตของรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจ และข้อบังคับ ที่เราเขียน เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก็คือว่า การปฏิบัติภายในที่เป็นระเบียบ ๘ โมง เวลานี้ ต้องแก้ไขใหม่ แล้วก็ทำให้สอดคล้องกับกระบวนการของการเขียนข้อบังคับในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเวลานี้ถ้าถามว่า ๘ โมงต้องยื่นหนังสือหรือไม่ ข้อบังคับนี้ออกมาบังคับใช้ จะต้องไปกำหนดกระบวนวิธีให้สอดคล้องกับแนวทางที่กำหนดนี้ แล้วก็แนวทางที่กำหนดนี้ เป็นการกำหนดเพื่อให้มีนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมาอยู่ในสภาแห่งนี้ ภายใต้ที่รัฐธรรมนูญ ไม่ได้สั่งให้มา แต่ทำอย่างไรท่านมา เมื่อมาแล้วสมาชิกก็สามารถถามด้วยวาจาตามวาระของ กระทู้ว่ามี ๓ กระทู้ใน ๑ วัน สามารถดำเนินการได้ นี่คือทางออกที่กรรมาธิการพยายาม ยกร่างแล้วก็เขียนให้สามารถปฏิบัติได้ แล้วก็สามารถดำเนินการอยู่ภายใต้ขอบเขต แห่งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมเรียนยืนยันว่า ข้อความในนี้ทั้งหมดไม่มี ตรงไหนที่เขียนแล้วขัดกับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๕๐ นั่นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ก็คือลำดับของเรื่องราวทั้งหมด เป็นการอธิบายเพื่อให้สามารถ ดำเนินกระบวนการในวาระกระทู้ และการจัดกระทู้ให้เข้าสู่วาระของการประชุมสภา ให้ได้นะครับ เพราะฉะนั้นที่เราห่วงกังวลว่ากระทู้ถามสด ก็เมื่อกระทู้ถามสดไม่บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญ แล้วในที่สุดผมขออนุญาตเอ่ยนามท่าน อย่างท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ท่านได้กรุณาเสนอ ไม่อย่างนั้นเราก็จะมีแต่วาระกระทู้อย่างเดียวถ้าเรามีจำนวนมากมาย เราก็ไม่ได้ทำงานสภาในเรื่องต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เพราะฉะนั้นผมขอเรียนสรุปโดยสั้น ๆ ถึงเจตนารมณ์ แนวทาง และการจัดการที่กรรมาธิการพยายามจะปรับแก้ให้สอดคล้อง กับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญตามที่กรรมาธิการเสนอครับ ขอบคุณครับ ขอยืนยันครับ
เชิญท่านนิกร จำนง ก่อนนะครับ สักครู่หนึ่งแล้วค่อยคุณหมอ
ท่านประธานครับ ผม นิกร จำนง ในฐานะ กรรมาธิการ ผมจะขอให้ความเห็นนะครับ อาจจะไม่ใช่เป็นความเห็นของกรรมาธิการ กึ่งกรรมาธิการ กึ่งสมาชิกรัฐสภา แล้วก็กึ่งผู้ที่เคยมาตอบกระทู้ ผมตอบกระทู้อยู่ ๓ ปี ทีนี้เราจะมองเป็นองค์รวมเลยว่า ย้อนไปว่าปัญหานี้มาจากไหน ปัญหานี้ก็อยากจะรับอย่าง หน้าชื่นตาบานว่ากรรมาธิการเราทำมาเสร็จแล้ว ท่านประธานชวนกรุณา ที่ท่านแจ้งแล้วว่า มาตรา ๑๕๐ ต้องเบรก (Break) เอาไปทำใหม่ ซึ่งเราก็หยุดไปคุย เพราะมีนัยสำคัญ ก็คือว่า มันไม่ต้องตามรัฐธรรมนูญ พอไปดูกันจริง ๆ แล้วเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ปัญหาก็คือว่าประเด็น เรื่องเกี่ยวกับคำว่า กระทู้สด นี่มันไม่มีในรัฐธรรมนูญจริง ๆ แต่ว่าผมมามองหลังจาก มีการคิดแล้วคิดอีกตอนนี้ ผมมองว่ามันไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะว่ากระทู้เฉพาะที่เรากำหนดก็ไม่มี ถูกไหมครับ แสดงว่าไม่มีเราใส่ได้ แต่ว่าคำในรัฐธรรมนูญที่เขาบอกว่าอย่างน้อยต้องมีกระทู้ ที่ถามด้วยวาจาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ต้องมี แล้วในข้อบังคับเราไม่มี มันก็เลย กลายเป็นขัดรัฐธรรมนูญจริง ๆ ข้อบังคับของเรา เราก็ไปเขียนกัน ระหว่างที่ไปประชุม กันใหม่เลย ก็มีการยกร่างกันขึ้นมา นี่คือว่ามาคุยกันถึงหาทางออก ก็ยกร่างกันขึ้นมา มันติดอยู่ที่คำว่า กระทู้ถามสด คำว่า กระทู้ถามสด นี่ผมตั้งแต่อยู่ในสภานี้แล้วมันอยู่กับเรา มาประมาณ ๒๐ กว่าปีแล้ว แล้วพอพูดแล้วเป็นที่เข้าใจมันเป็นเทคนิคอลเทอม (Technical term) ที่ใช้ในสภา ประชาชนก็เข้าใจ รัฐมนตรีก็เข้าใจ สมาชิกก็เข้าใจ ว่ามันคืออะไร ทีนี้ถ้าอย่างนั้นเราก็คิดกันว่ากระทู้ถามสด เราก็ถือว่านัยนี้นะครับ ถือว่า เป็นกระทู้ที่ถามด้วย โดยไม่แจ้งล่วงหน้า ถือว่าอย่างนี้ เราก็เลยใส่คำเข้าไปเป็นที่ท่านเห็น เป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจา แล้วก็โดยไม่แจ้งล่วงหน้า เราไปเขียนไว้ในอีกข้อ ๑๕๖ กระมัง ก็อธิบายไว้ตรงนั้นแล้ว เดิมนี่ว่าจะไปอธิบายไว้ในนิยามเสียด้วยซ้ำ ก็เขียนไว้ตรงนั้น จากนั้น ในเมื่อเราคิดว่าคำที่เรากำหนดนี้เป็นกระทู้ถามด้วยวาจาที่ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ก็คือ กระทู้ถามสดนี่ละ คิดว่าอย่างนั้น เราก็ไปเรียงตรงอื่นเอาไปแทน เอาคำนี้เพื่อให้ต้อง ตามรัฐธรรมนูญว่ามีแล้ว ไปใส่ ใส่ ใส่ โดยยึดถือเอากระทู้ถามสดเป็นนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าเรา จะมีการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่สดครับ หมายถึงว่าไม่แจ้งล่วงหน้า เพราะว่า หลักการในการทำตรงนี้ก็คือต้องมาแจ้งประธานสภาก่อน แล้วประธานก็ประสานไปที่ ทำเนียบ แล้วก็ดูว่ารัฐมนตรีคนไหน ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ในฐานะมาตอบอยู่เสมอ ในวันพุธนี่รัฐมนตรีกลัวมาก คือรัฐมนตรีไม่ได้มาที่สภา แต่รัฐมนตรีทุกคนอยู่ในที่ตั้งหมดเลย ในวันพุธ เพราะไม่รู้ว่าสภาจะถามใคร ทุกคนต้องเตรียมอยู่ในที่ตั้ง พอประมาณ ๘ โมงกว่า ๆ นี่ก็ไปแล้ว พอกระทู้ออกไป ๙ โมง ก็รู้แล้วว่าเป็นใคร รัฐมนตรีก็เตรียมอย่างเร่งด่วน แล้วมันจะเป็นเรื่องสำคัญที่จะมาตอบ เพราะฉะนั้นถามว่ารัฐมนตรีอยู่ไหม อยู่ แต่อยู่ที่ทำเนียบ อยู่ที่กระทรวง โดยไม่รู้ว่าจะต้องตอบเรื่องอะไร แล้วก็มาตอบกันครั้งละ ๓ กระทู้ เป็นรายละเอียดแบบนั้น ทีนี้ถ้าหากว่าเราจะเดินหน้าใช้กระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่แจ้ง ล่วงหน้า โดยไม่มีรูปแบบประสานงานแบบนี้ ประเด็นที่จะมีก็คือว่าเราถามได้แต่ไม่มีคนมาตอบ มันจะใช้เวลายาวนานมากที่รัฐมนตรี ต้องมาครบทั้งทำเนียบเลย เพราะไม่รู้ว่าจะถามใคร จะถามคนไหน อย่างไร ท่านลองคิดดู ว่าเป็นไปได้หรือไม่ ทุกคนต้องมานั่งหมดแล้วก็พอเปิดประชุมสภาเราก็ยกมือ ผมจะถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าเรื่องนี้ ถามกันตรงนั้นสด ๆ ไม่ต้องบอกกัน ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้ากัน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
อันที่ ๒ ในปัญหาที่จะมีก็คือว่า แล้วจะถามกี่เรื่อง ถามกี่ประเด็น เพราะว่า ไม่มีระเบียบกำหนดว่าเป็นอย่างไรเลย แล้วก็ความสำคัญของเรื่องอื่นก็กลายเป็นว่า มันจะเป็นเรื่องกระทู้ยาวแค่ไหนก็ไม่รู้ คุมไม่ได้นะครับ ดังนั้นเรื่องนี้ผมไม่รู้นะบางครั้ง อาจจะต้องไปคุยกัน เพราะถ้ายาวเรื่องนี้ต่อไปมันจบไม่ได้นะครับ ผมเองส่วนตัวนะ ไม่เกี่ยวกับกรรมาธิการ ผมเห็นว่าถ้าเป็นแบบนี้ ในความเห็นส่วนตัว ณ ขณะนี้ ให้เจอกัน ตรงนี้ก็คือว่า สิ่งที่เรายังไม่มีแน่ ๆ ในข้อบังคับก็เพิ่มเข้าไปเป็นข้อ ๔ แล้วก็ไปตายเอาดาบหน้า หมายความว่าเรามาพิจารณาตรงนี้ไม่มีเสร็จหรอกเพราะว่ามันซับซ้อนมาก ก็คือว่า เขียนแขวนไว้และเป็นไปตามที่ประธานสภากำหนด หมายความว่าไปมีประเภท ๔ นี่ความเห็นส่วนตัว ยังไม่ได้คุยกับกรรมาธิการเลยนะครับ ก็คือว่าพอเป็นแบบนี้แล้วถามว่า เราจะกำหนดอย่างไร คณะกรรมการประสานงานร่วมที่เราตั้งแล้วตามข้อบังคับนี้ก็ไปคุยกัน และไปจัดการกัน ต่อจากนี้มันจะค่อย ๆ พัฒนาไปว่าจะจูน (Tune) หมายความว่า กระทู้ถามสดยังมีเพราะไม่อย่างนั้นมันจะมีช่องว่าง กระทู้ถามสดนี่ยังมีอยู่ และกระทู้ ลักษณะนี้เท่ากับว่าเรามีอย่างน้อยเป็นกระทู้ชนิดนี้อยู่ในข้อบังคับแล้ว ตามรัฐธรรมนูญแล้ว และให้ประธาน นี่เป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งเหมือนเรื่องอื่น ๆ และประธานก็ไปคิดกัน ไปคิดกับใคร เป็นกรรมการประสานงานไปเขียนขึ้นมาเป็นระเบียบว่าด้วยเรื่องนี้ และไปคุย กับทางทำเนียบด้วยใช่ไหมครับ ว่าคุณจะมากันอย่างไร บางครั้งอาจจะต้องส่ง รองนายกรัฐมนตรีมาครบในวันประชุม และทุกคนพร้อมที่จะตอบนะครับ แล้วก็รัฐมนตรี ใครจะมา คือไปจัดเวลากันใหม่ มาสภากันหน่อย แล้วก็ถามกันสด ๆ ตอบกันสด ๆ เพราะว่า เรื่องที่จะเป็น ถ้าตามกลไกนี้ ระเบียบเรายังไม่ร่าง เราค่อยไปยกร่างขึ้นมาใหม่ อาจจะเป็น เรื่องสำคัญ พอเป็นเรื่องสำคัญรัฐมนตรีทุกคนต้องรู้ว่าเรื่องของตัวเองมีปัญหาอะไรบ้าง ถ้าน้ำท่วมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ต้องมา เพราะอย่างไรก็ต้องเจอกระทู้ ถ้าเป็นแบบนี้เราสามารถจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ กระทู้ถามสดยังอยู่ ก็คือกลับไปที่เดิม นี่เป็นความเห็นส่วนตัวไม่ได้คุยกับกรรมาธิการ แล้วก็เติมตรงนี้เข้าไปและไปดีไซน์ (Design) ไปวางกัน แล้วก็มันจะพัฒนาต่อไปในอนาคต และสุดท้ายในอนาคตกระทู้ถามสดอาจจะไม่มี กลายไปเป็นกระทู้นี้มาเป็นกระทู้ถามสดตามที่เราว่าแทน ในรอยต่อตรงนี้ผมมีความเห็นว่า มันต้องหาทางออก ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ถ้าคุยกันไม่จบนะครับ เพราะว่ามันมีทั้งนิตินัย พฤตินัย และมีความเป็นจริงเรื่องการปฏิบัติ เรื่องอะไรพวกนี้ เราจะไปไม่ถูกนะครับ ก็เป็นความเห็น ที่อยากจะนำเรียนต่อที่ประชุมไว้ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมฟังท่านประธานคณะกรรมาธิการได้อธิบาย ส่วนตัวผม ผมมีความเข้าใจนะครับ ผมว่ามีแนวปฏิบัติแล้ว นั่นก็คือเราต้องลืม ต้องลืมคำว่ากระทู้ถามสดไป ยึดตามรัฐธรรมนูญ ที่เขียนเอาไว้ ก็จบ ส่วนเรื่องทางภาครัฐจะปฏิบัติได้ ปฏิบัติไม่ได้ ไม่ต้องเป็นห่วงทางรัฐบาล เพราะทุกคนต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ฉะนั้นฟังท่านกรรมาธิการชี้แจงเพิ่มเติม อีกท่าน คือคุณหมอชลน่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการครับ ขออนุญาตชี้แจงในนามกรรมาธิการนะครับ เพราะว่าท่านได้มอบ ให้พวกผมมาทำงานในนามตัวแทนของทุกท่าน เป็นอื่นไม่ได้ครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ ผมเสริมท่านประธานครับ เพราะท่านประธานชี้แจงดีมากครับ ว่าสิ่งที่เราพยายามเขียน ให้ทุกท่านยึดหลักสำคัญที่สุดต้องเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพราะถูกทักท้วงมา เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์ของการเขียนต้องเขียนไม่ให้ผิด ถ้าข้อบังคับเราเขียนถ้อยคำอะไร ออกไป สมาชิกหรือผู้ไม่เห็นด้วยมีสิทธิยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เหมือนกฎหมายเลย แม้กระทั่งกระบวนการการจัดทำข้อบังคับ ถ้าไม่ชอบเขาก็ยื่นได้ เพราะฉะนั้นในชั้นนี้ เราพิจารณาในวาระที่ ๒ ข้อคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกที่ส่งเข้ามาก็ลำบากเหมือนกันที่จะไป ปรับแก้ เว้นแต่ท่านประธานอนุญาตให้กรรมาธิการไปปรึกษาหารือกัน ไปปรับแก้ในส่วนของ กรรมาธิการเองได้ อันนี้ทำได้ครับ แต่ว่าจะไปให้ความเห็นหรือให้ความเห็นชอบตามที่ เพื่อนสมาชิกเสนอนี้ทำไม่ได้ มันผ่านขั้นตอนวาระที่ ๒ เป็นรายมาตราแล้ว เพราะฉะนั้น ผมยืนยันนะครับ เราจะทำให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญ
เรื่องที่ ๒ แนวคิดที่สอดรับกับรัฐธรรมนูญ กระทู้มี ๓ ประเภท ตามที่ เราเขียนไปชัดเจน ท่านประธานบอกชัดเจนว่าให้ตัดกระทู้สดออกไปเลย ความหมายของเรา นิยามนะครับ กระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า คือกระทู้สดถามด้วยวาจา ไม่มีประเภทที่ ๔ ครับ ไม่มีประเภทที่ ๔ อันนี้ยืนยันครับ กรรมาธิการคิดอย่างนี้จริง ๆ จะไม่มีประเภทที่ ๔ จริง ๆ ประเภทที่ ๔ ที่คิดมามีกระทู้สดและมีกระทู้ถามด้วยวาจา โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าห้อยไว้ อันนี้ก็เป็นแนวคิดอีกแนวคิดหนึ่ง แต่กรรมาธิการไม่ได้ใช้ แนวคิดนั้น ยืนยันครับว่าเรามี ๓ ประเภทจริง ๆ
เรื่องที่ ๓ วิธีการปฏิบัติให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญกับข้อบังคับเรา เราเชื่อมั่นว่า ข้อบังคับเราไม่ขัดรัฐธรรมนูญครับ เพราะฉะนั้นระเบียบปฏิบัติที่จะออกโดย ท่านประธานสภาจะต้องไม่ขัดกับข้อบังคับ และไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ทุกวันนี้ที่เราถาม กระทู้ถามสด เราปฏิบัติตามระเบียบที่ท่านประธานกำหนดว่าจะต้องมายื่นอย่างนี้ ต้องเขียนอย่างนี้ ในเงื่อนไขอย่างนี้ เราปฏิบัติอยู่ครับ เพียงแต่ว่าเหตุที่กรรมาธิการเขียน คำว่า สด ไว้เพื่อเป็นไปตามเจตนารมณ์ของเสียงข้างมากว่าคำว่า สด นี้สามารถ ขยายความของถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า แล้วก็มีวิธีปฏิบัติใหม่นะครับ ระเบียบปฏิบัติท่านประธานฟังเมื่อสักครู่ ท่านประธานบอกว่าเริ่มเห็นวิธีการในข้อ ๑๕๗ ข้อ ๑๕๘ ถ้าตีความอย่างนั้นและไปบอกว่าเป็นกระทู้สด กรรมาธิการไม่ได้ตีความอย่างนั้น เป็นวิธีการปฏิบัติเขียนไว้เพื่อไปเขียนระเบียบใหม่ ผมยกตัวอย่างครับ ในระเบียบนี้ ระเบียบต้องกำหนดว่าผู้ที่มีความประสงค์ยื่นกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ที่เราใช้ว่ากระทู้สดถามด้วยวาจา จะต้องแจ้งความจำนงครับ แจ้งความจำนงกับใคร ก็ต้องประธานครับ ภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น เหมือนเดิมก็คือ ๐๘.๓๐ นาฬิกา สมาชิกที่ได้รับมอบหมายหรือสนใจนะครับ ก็ไปแจ้งความจำนง ถ้ามีเกินมากกว่า ๓ เราเขียน ให้เป็น ๓ ถ้ามีมากกว่า ๓ ท่านประธานต้องตกลง ต้องจับฉลากออกเหลือ ๓ การไปแจ้ง ความจำนงสิ่งที่จะแตกต่างไป ไม่ต้องยื่นเป็นหนังสือครับ ไม่ต้องระบุเรื่อง ไม่ต้องระบุ รัฐมนตรีที่ถาม ถามว่าระเบียบอย่างนี้เขียนได้หรือไม่ เขียนได้ครับ ไม่ต้องระบุเรื่องที่จะถาม เดิมกระทู้ถามสดเราระบุเรื่องที่จะถาม ระบุรัฐมนตรีที่จะถามด้วย แต่ในนี้เราไม่จำเป็น เพราะว่าต้องสอดรับกับรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับเราว่าโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพราะสมาชิกหลายท่านบอกถ้าทำอย่างนั้นเป็นการแจ้งล่วงหน้าทันทีเลย เมื่อเราระบุ ไปอย่างนั้น ท่านประธานก็ตัดสินว่าได้ ๓ ท่าน ในระเบียบต้องเอื้อกับผู้ปฏิบัติ ทั้งสองฝ่ายครับ เรื่องไหนครับ เรื่องที่ท่านณัฐวุฒิเสนอเมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน นั่นเป็นความตั้งใจที่ผมคิดไว้ว่าอย่างน้อยระเบียบต้องเขียนประเด็นให้ชัดเจนว่าในสัปดาห์นี้ คุณจะถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเรื่องอะไรได้ที่เกี่ยวกับหน้าที่นะครับ ในการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นสถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน เป็นสิ่งที่กระทบผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างรุนแรงและเป็นเรื่องด่วน ไม่ถามไม่ได้ ถ้านอกเหนือจากนี้นะครับ คนที่ประสงค์จะถามกระทู้ ๓ ท่านตรงนี้ ไม่มีสิทธิที่จะถาม คำว่าไม่มีสิทธิที่จะถามวินิจฉัยล่วงหน้า สาเหตุที่เขียนว่าประธานวินิจฉัยไว้ เรายึดแนวปฏิบัติเมื่อมาถาม ถ้าเขียนระเบียบอย่างนี้คณะรัฐมนตรีรู้โจทย์ครับ รู้โจทย์ว่า สัปดาห์นี้ใครจะต้องตอบ ถ้าเป็นเรื่องฝนฟ้าถล่มรู้ครับว่าใครจะต้องตอบ เรื่องระเบิดลง ใครจะตอบ มันมีโจทย์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ครม. เองเขาก็เตรียมตัวที่จะตอบได้ ฝ่ายเราเอง โจทย์เป็นโจทย์ทั่วไปอยู่แล้ว ถ้ามาถามในสภาครับ ถ้าลุกขึ้นถาม ถ้าคำถามหรือข้อชี้แจงคำถามนั้นท่านประธานเห็นว่า อันนี้ไม่เข้าลักษณะของกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ท่านประธานมีสิทธิ วินิจฉัยครับ ก็ตัดคนนั้นออกไปทันทีเลย มันจำเป็นครับที่ให้ประธานวินิจฉัย เพราะฉะนั้น ระเบียบตรงนี้จะเอื้อกับการปฏิบัติให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะท่านที่กังวลว่าจะปฏิบัติได้อย่างไร สามารถปฏิบัติได้ เราตีความเชิงกว้างเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ท่านจะเอาข้อมูล เอาความลับไปแจ้งต่อรัฐมนตรีอันนี้เราไม่รู้ แต่ว่าโดยวิธีการที่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยข้อกฎหมายไม่มี เรายืนยันว่าไม่มี อันนี้คือวิธีการปฏิบัติที่ผมขออนุญาตเรียนด้วย ความเคารพ แต่สิ่งที่เป็นห่วงครับว่ารัฐมนตรีจะมาตอบหรือไม่ เราก็พยายามเขียนในข้อ ๑๕๑ ผมล่วงไปนิดเดียวครับ เขียนกำกับไว้เลยว่าต้องมา ถ้าไม่มามีเหตุเดียวครับที่จะต้องแจ้ง ต้องเป็นมติคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผยเพราะเกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัย เกี่ยวเนื่องกับประโยชน์สำคัญของประเทศชาติ ต้องเป็นมติคณะรัฐมนตรี แต่ถ้าเขียนอย่างนี้ เนื่องจากว่าระบบการเมืองของเรายังไม่ลงตัว มีข้อจำกัดมีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคืออะไรครับ พวกเราสามารถที่จะถามกระทู้ แต่ไม่ใช่ใครอยากถามก็ถามนะครับ เพราะเราอยู่ระบบ เสียงข้างมาก ระบบสภาที่ต้องอาศัยเสียงข้างมากตามสัดส่วน กติกาที่เราวางไว้ก็ว่ากันไป ไม่ใช่ว่าใครจะลุกขึ้นถามรัฐมนตรีท่านใดก็ได้ ไม่ใช่อย่างนั้น ระเบียบต้องไปเขียนอย่างนั้น มาตรการในข้อบังคับที่จะให้รัฐมนตรีรับผิดชอบนี้ผมเรียนกับท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพด้วยว่าการเขียนแบบนี้เสมือนดีกับฝ่ายตรวจสอบ แต่เจตนา ลึก ๆ นั้น ผมเข้าใจว่าผู้เขียนต้องการเขียนปกป้องตัวนายกรัฐมนตรีเป็นการเฉพาะ เพราะอะไรครับ เพราะการถามด้วยวาจาที่จะมาถามในสภานี้ โจทย์กว้างมาก ๓ เรื่องใหญ่ เท่านั้น ไม่ระบุว่าจะต้องถามนายกรัฐมนตรีด้วย ไม่สามารถระบุ เพราะเขาห้ามระบุล่วงหน้า นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาสภาครับ ถ้าข้อบังคับนี้ออก ท่านประณามนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เลย ใช่ไหมครับ ขนาดที่ระบุถามว่านายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมานี่เราประณาม นายกรัฐมนตรีได้ เราลงโทษทางสังคม ลงโทษทางกฎหมายกับนายกรัฐมนตรีได้ เพราะกระทู้นั้น ระบุว่าจะถามนายกรัฐมนตรี แต่กระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้านี่คนเขียนใส่ไส้ เข้าไปอย่างร้ายกาจ ลองตรองดูนะครับ คุณจะไม่มีสิทธิไปประณามนายกรัฐมนตรีได้เลย เพราะคุณไม่สามารถระบุให้นายกรัฐมนตรีมาตอบได้ ยกเว้นว่าเรื่องนั้น ในสัปดาห์นั้น มันเป็นเกี่ยวกับเรื่องนายกรัฐมนตรีโดยตรง ผู้ถามต้องถามนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รู้โจทย์แล้วไม่มา อันนั้นว่าได้ครับ แต่ต้องอาศัยสถานการณ์เหตุการณ์มาเป็นตัวกำหนด อันนี้ คือข้อเสียครับ ไม่ใช่ข้อบวกอย่างเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพท่านประธาน สิ่งที่ผมได้นำเรียนเพิ่มเติมประธานชี้แจงไปนี้ไม่ต้องกังวลว่าเราจะปฏิบัติไม่ได้ อยู่ที่ระเบียบ ที่ประธานได้กำหนดครับ แต่ต้องไม่ขัดกับข้อบังคับเรา และไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง แล้วที่สำคัญสุดท้ายครับ ร่างของกรรมาธิการที่เสนอมาถ้าท่านสมาชิกไม่รับร่างนี้ คืนนี้ไม่จบ แน่นอนเพราะว่าจะต้องเอากลับไปทำใหม่ มีทางเดียวเท่านั้นเองที่จะต้องเอากลับไปทำใหม่ เพราะว่าจะรับข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกแก้ไขในเวลานี้ก็ทำไม่ได้แล้ว เพราะอยู่ในขั้นตอน พิจารณาไปในสิ่งที่กรรมาธิการได้เสนอร่างเข้ามาแล้ว ก็ฝากท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก เท่าที่ผมกราบเรียนท่านไปนี้ ท่านประธานได้ชี้แจงไป เรามั่นใจว่าเมื่อไม่ขัดรัฐธรรมนูญแล้ว วิธีปฏิบัติไปออกระเบียบครับ ปฏิบัติได้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณ คุณหมอชลน่านครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขอหารือที่ประชุมครับ เนื่องจากว่าเราได้อภิปราย แสดงความคิดความเห็น แล้วก็ฟังกรรมาธิการชี้แจงในข้อบังคับ ข้อ ๑๔๕ มายาวนานพอสมควร ผมฟังดูทั้ง ๒ ฝ่าย ด้วยเหตุด้วยผลแล้วค่อนข้างจะชัดเจนและมีความกระจ่าง แม้แต่ผม ซึ่งเป็นรองประธานที่จะต้องบรรจุกระทู้ด้วยตัวเองนี้ ผมก็มองเห็นทางออกแล้วจากที่ฟัง ท่านประธาน แล้วก็คุณหมอชลน่านได้ชี้แจง ฉะนั้นผมจึงขอปิดการอภิปรายนะครับ ต้องขออภัย ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ยังยกมือ ถ้าท่านอภิปรายยาวอีก ท่านพิเชษฐ์พูดอีก ท่านอาจารย์ วันมูหะมัดนอร์พูดอีก ท่านสาทิตย์พูดอีก วันนี้ไม่จบ ขออนุญาตว่าจากนี้ไปผมจะขอมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นกับร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขหรือไม่
(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมได้เข้าห้องประชุม เพราะว่าเราจะได้มีการลงมติร่วมกันว่า เราจะเห็นด้วยกับที่กรรมาธิการมีการแก้ไขหรือไม่ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก เชิญครับ ก็ต้องขออภัยท่านสมาชิกจริง ๆ ท่านพิเชษฐ์ เพราะว่าถ้าไม่จบคืนนี้ ท่านคารมบอกแล้วว่า ผมต้องรับผิดชอบ ประธานต้องรับผิดชอบ ผมก็ไม่รู้จะไปรับผิดชอบอย่างไร รับผิดชอบ โดยการไม่ต้องปิดประชุม ประชุมกันยาวเลย ถ้าอย่างนั้นผมฟังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ชี้แจง ฟังคุณหมอชี้แจง ฟังท่านนิกรชี้แจง ผมคิดว่าเรามีแนวทางปฏิบัติคือยึดมั่น ในรัฐธรรมนูญที่เขียนเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องกระทู้จะกระทำเป็นอื่นไม่ได้ ที่เราไปวิตกกังวลกัน ๑. เราคิดเรื่องกระทู้ถามสดจะมีหลายกระทู้เหลือเกิน ทั้งกระทู้ถามสด ทั้งกระทู้ถาม ด้วยวาจาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ถ้าในลักษณะอย่างนี้เราก็เดินไม่ได้ ฉะนั้นเราต้องตัดทิ้ง ทุกสิ่งทุกอย่างออก ยึดรัฐธรรมนูญเป็นที่ตั้งแค่นั้นก็จบ ฉะนั้นเชิญท่านสมาชิกเข้าสู่ ห้องประชุมครับ ไม่ทราบว่ากดสัญญาณข้างนอกได้ยินไหม ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะลงมติ เนื่องจากว่าพวกเราได้มีการอภิปราย มีการแสดงความคิดเห็น แล้วท่านกรรมาธิการก็ชี้แจง ใช้เวลาค่อนข้างยาว ผมขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิก เข้าที่นั่งครับ ท่านสมาชิกเรานั่งในห้องประชุมก็เหน็ดเหนื่อย ก็ออกไปดื่มน้ำ ดื่มกาแฟ พักผ่อน อิริยาบถบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เพราะฉะนั้นช่วงนี้ผมก็ขอหารือที่ประชุมไปพลาง ๆ รอการ ที่จะแสดงตนของท่านสมาชิกเรา เชิญนะครับ วันนี้เรามีข้อตกลงร่วมกันแล้วว่าเราจะต้องทำ ข้อบังคับให้เสร็จ ผมยังยืนยัน ท่านสมาชิกอย่าหนีก็แล้วกัน ผมก็ไม่หนี วันนี้ใครมีภารกิจ อะไรที่อยู่ในพื้นที่ขอความกรุณาได้โทรศัพท์ไปยกเลิกไว้ก่อน ท่านจิรายุไม่มีภารกิจอะไรนะครับ
ไม่มีครับ
ดีแล้วครับ ต้องอยู่เป็นเพื่อนประธานครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่เราจะลงมติผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน เชิญครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมหมายเลข ๔๙๐
เดี๋ยวนะครับ ขอให้เสียบบัตรแสดงตนก่อน เสียบบัตรเข้าไปแล้วกดปุ่มแสดงตน ส่วนท่านสมาชิกที่มีปัญหา เรื่องการเสียบบัตรยกมือขึ้น ผมจะให้ทางเจ้าหน้าที่เดินไปหาท่าน เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วย เจ้าหน้าที่ช่วยเดินไปดูด้วยตรงกลาง ตรงพรรคอนาคตใหม่ คุณหมอประสงค์ก็มีปัญหา บัตรหรือครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วยครับ ท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้าง ก็ขอให้แสดงตนนะครับ ถ้าท่านแสดงตนแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ
ท่านประธานครับ กระผม หมายเลข ๔๙๐ นายอำไพ กองมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคเสรีรวมไทย
เอาแค่เลขที่ ๔๙๐ ก็ได้แล้วนะครับ มีท่านผู้ใดที่ยังแสดงตนไม่หมด เจ้าหน้าที่รายงานผลด้วยนะครับ ขณะนี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเราได้นั่งประชุมในห้องประชุมนี้จำนวน ๔๕๕ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ขณะนี้เรา กำลังใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในข้อบังคับ ข้อ ๑๕๐ นะครับ ท่านสมาชิกท่านใดมีปัญหา ในการใช้สิทธิลงคะแนนยกมือขึ้นนะครับ เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่เราได้เดินไปช่วยท่านแก้ไข ปัญหา ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างครับ ถ้ามีเชิญยกมือด้วย ท่านสุทัศน์เพิ่งเดินเข้ามา เชิญครับ ท่านครับ ยังให้โอกาสนะครับ นอกจากท่านสุทัศน์แล้ว ไม่มีท่านใดมีปัญหาเรื่องการลงคะแนนนะครับ ขอเวลาให้ท่านสุทัศน์สักครึ่งนาที เชิญครับ ขณะนี้ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเป็นที่เรียบร้อยครับ ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๔๕๙ ท่าน เห็นด้วย ๔๕๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีครับ งดออกเสียง ไม่มีครับ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน สรุปว่าที่ประชุมของเราให้ความเห็นชอบกับข้อบังคับ ข้อ ๑๕๐ ตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไข
เชิญ ท่านเลขาธิการข้อต่อไปเลยครับ
ข้อ ๑๕๖ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
เนื่องจาก ข้อ ๑๕๖ มีการแก้ไข กรรมาธิการขอสงวนความเห็น เชิญท่านพินิจ จันทรสุรินทร์ อภิปราย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายพินิจ จันทรสุรินทร์ กรรมาธิการ ท่านประธานครับ ที่กระผมขอสงวนเนื่องจากเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้อภิปรายไปหลายท่านแล้วว่ามีความสำคัญยิ่งของสภาแห่งนี้ ในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ถ้าหากเราไม่ศึกษา ไม่ติดตามก็คงจะลำบาก แต่ผมเข้าใจว่าท่านผู้มีเกียรติคงจะได้ติดตาม และรู้เรื่องรัฐธรรมนูญดีทุกท่าน แต่ที่กระผมอยากจะกราบเรียน เวลาผมจะร่วมพิจารณา กับคณะกรรมาธิการหรือกรรมการอื่นใดก็ตาม อย่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ เราจะต้องศึกษาด้วยว่าเจตนารมณ์หรือคำอธิบายของ มาตรา ๑๕๐ มีอย่างไรบ้าง เราถึงจะอนุวัตตาม หรือเราร่างข้อบังคับตาม เพราะฉะนั้น ที่ผมฟังอยู่ ท่านประธานของกระผมก็ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณนิกร จำนง ได้อภิปรายไป หลายเรื่อง ที่บอกไม่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ปรากฏ ท่านผู้มีเกียรติครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ขอโทษครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากขออนุญาตอ่านคำอธิบาย ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ของปี ๒๕๖๐ ซึ่งได้คัดลอกมาจากเอกสาร ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ หมวด ๗ รัฐสภา ว่าอย่างนี้ครับ มาตรา ๑๕๐ บทบัญญัติลักษณะนี้ได้บัญญัติไว้เป็นครั้งแรก ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕ มาตรา ๔๐ และได้บัญญัติ ทำนองเดียวกันไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับเพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมการบริหาร ราชการแผ่นดิน โดยให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภามีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี การตั้งกระทู้ถามจะถามเป็นหนังสือหรือวาจาก็ได้ตามข้อบังคับการประชุม และในข้อบังคับ การประชุมนั้นอย่างน้อยต้องกำหนดให้มีการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าด้วย ดังนั้นรัฐมนตรีทุกคนจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอในการตอบกระทู้ถามอันเกี่ยวกับงาน ในหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบ ซึ่งส่งผลให้การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของ สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภามีประสิทธิภาพ และสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ทัน ต่อเหตุการณ์มากขึ้น ทั้งนี้ ได้กำหนดข้อยกเว้นกรณีที่เป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่า ยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน รัฐมนตรี มีสิทธิไม่ตอบกระทู้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วผมอยากจะเรียนว่าในวรรคแรกและวรรคสุดท้าย มีข้อสำคัญ วรรคแรก รัฐธรรมนูญไม่จำกัด ข้อบังคับจะไปทำอย่างไรก็ได้ กระทู้ จะมีกระทู้สด กระทู้ถามหรือกระทู้อะไรก็ได้ แต่ว่าที่สำคัญที่สุดก็คือต้องหมายเหตุเอาไว้ว่า อย่างไรก็ตาม ต้องกำหนดให้มีการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กระผมต้องขอแปรญัตติก็เนื่องจากกรรมาธิการนี้ได้ร่างดังที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้อ่านแล้วว่า ได้กำหนดในมาตรา ๑๔๔ โดยเติมคำว่า ตราตามมาตรา ๑๕๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ นี้ถูกต้อง แต่ที่สำคัญในการดำเนินกิจกรรม ตามมาตรา ๑๕๖ ก็หมายความว่าในมาตรา ๑๕๖ นั้นกระผมได้ขอแปรญัตติเอาไว้ โดยตัด แต่ต้องระบุชื่อเรื่องที่จะถามพร้อมระบุถามนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผู้ใด อันนี้ ผมก็ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้กรุณาตัดออกไป ตัดออกไปแล้ว แต่ต้องมีลักษณะ อย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้ ก็คือได้กำหนดเอาไว้ว่า บุคคลใดหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะถามด้วยวาจานั้นจะต้องประกอบด้วย ๓ ประการ เรื่องสำคัญที่ ๑ คืออยู่ในความสนใจของประชาชน ๒. เป็นเรื่องที่กระทบถึงประโยชน์ของ ประเทศชาติ ๓. เป็นเรื่องด่วน สำหรับวรรคท้าย เมื่อเป็นด้วยวาจาแล้วก็บอกว่าให้อำนาจ ของประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าจะถามกระทู้ใดเป็นกระทู้ถามด้วยวาจาหรือไม่ อันนี้ เป็นปัญหาครับท่านประธาน ที่กำหนดเอาไว้ผมก็ขอตัดอันนี้ออกไป เพราะว่าในข้อบัญญัติ ข้อต่อไปจนกระทั่งสุดท้าย เมื่อเรากำหนดว่าในการที่จะถามกระทู้ถามด้วยวาจานั้น มี ๓ ประการ ประการต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าหากว่าผู้ถามในสภานี้นอกเหนือจาก ๓ ประการแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรสามารถบอกยกเลิกถามเรื่องอื่นไม่ให้ถามต่อไปก็ได้ ตามข้อ ๑๖๑ สุดท้าย และในขณะเดียวกันถ้าหากผู้ถามในสภาแห่งนี้พูดนอกเรื่องนอกราว ซึ่งไม่เป็นไปตาม ข้อกำหนดในข้อ ๑๕๖ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถประท้วงได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการที่เป็นอำนาจของประธานสภาวินิจฉัยกระทู้ถามใดเป็นกระทู้ถามด่วนหรือไม่ ผมคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องมี ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นเหมือนว่าอยากจะถามอะไรก็แจ้งไป อยากจะถามอะไรก็บอกประธาน จะถามใครด้วย เพราะเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๑๕๐ ไม่ให้แจ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญ ในหลายฉบับที่กำหนดไว้แล้ว ไม่ว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้ระบุเลยว่ากระทู้ถามด้วยวาจา ไม่ต้องระบุคำถามด้วย ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีมาตลอด แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างที่ท่านผู้มีเกียรติจากจังหวัดนครสวรรค์ได้พูดถึงกระทู้ถามสด แล้วก็กระทู้ถามแห้งก็มีถามกันมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ แห่งจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านก็เคยยืนยันว่าได้เคยกระทู้ถามด้วยวาจาในสภามาแล้ว แล้วอีกหลายท่านนะครับ อย่างเรื่องกระทู้ถามสดหรือกระทู้ถามด้วยวาจา ซึ่งท่านหัวหน้า พรรคประชาชาติก็ได้เรียนชี้แจงให้ที่ประชุมได้รับทราบแล้วว่า กระทู้ถามต่าง ๆ เหล่านี้ ก่อนที่จะมาทำกระทู้ถามสดกันได้ต้องไปศึกษาในต่างประเทศ แล้วประเทศที่เขาเป็น ประชาธิปไตยแล้วอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมไม่ต้องพูดมาก เพราะว่าการที่ไปศึกษา แล้วได้นำมาบรรจุนั้นก็เป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์แก่ชาติ แก่ประชาชน ทุกท่านก็เห็นด้วยว่า ในที่นี้ในที่ประชุมแห่งนี้คือราษฎรทั้งประเทศมานั่งแต่เขาไม่สามารถมานั่งกับท่านได้ ก็จึงเลือกท่านมาเป็นผู้แทนราษฎร ที่ท่านผมไม่ขอเอ่ยนามนะครับ ที่บอกว่าพิจารณา ข้อบังคับมาตั้ง ๒-๓ วันแล้ว กี่ชั่วโมงแล้วก็ไม่รู้ไม่จบสักที อย่างนี้เป็นต้น ท่านไม่เข้าใจครับ เพราะรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ฉบับนี้ ผมอยากจะเรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับพิสดาร ตัดสิทธิ ผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นคนของประชาชน ไม่ให้ยื่นเรื่องราว ไม่ให้ยื่นคำขอที่ประชาชน มีความทุกข์ ราษฎรไม่ได้รับความสุขอย่างนี้เป็นต้น ทำไม่ได้ จะขอถนนก็ไม่ได้ จะขออ่างเก็บน้ำก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงมาขอหารือกัน ก็ขอขอบคุณท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่ได้ให้โอกาสผู้แทนราษฎรได้มีการหารือ นี่คือทางออก เพราะรัฐธรรมนูญบังคับ รอนสิทธิไม่ให้ผู้แทนราษฎรเขายื่น มิเช่นนั้นก็จะขาดสมาชิกภาพ ดังนี้เป็นต้น และมีหลายเรื่องครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ เมื่อเขากำหนดแล้วอยากจะเรียนถามว่าจะไปตัดสินได้ตรงไหน ใช่ ไม่ใช่ ก็บอกว่า กระทู้ถาม แต่เราจะกำหนดไว้ในข้อต่อไปคือ ข้อ ๑๕๗ ซึ่งกรรมาธิการได้แก้ไข เมื่อข้อ ๑๕๗ บอกว่า ในการประชุมครั้งใดกระทู้ถามด้วยวาจาที่ประธานสภาวินิจฉัย อันนี้ผมก็จะขอแก้เพิ่มเติม ตามที่แก้ไขว่า ในข้อ ๑๕๗ ในการประชุมครั้งใดมีกระทู้ถามด้วยวาจาที่ประธานสภาได้รับ ข้อเสนอแล้วเกินจำนวน ๓ กระทู้ ถ้าหากว่าได้รับคำร้องจากผู้แทนราษฎรแล้วเกินกว่า ก็สามารถที่จะจับสลากหรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้แล้วแต่ประธานสภาจะเป็น ผู้ดำเนินวินิจฉัยและดำเนินการต่อไป เพราะฉะนั้นผมจึงขอตัดในข้อ ๑๕๖ ซึ่งไม่รู้จะไป วินิจฉัยอย่างไรนะครับ จะให้เป็นลายลักษณ์อักษรก็ไม่ได้ เพราะว่ารัฐธรรมนูญกำหนด ไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า เมื่อไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า ในความหมายหรือที่เราเรียกว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนี้ ก็ท่านบอกชัดเจนว่า ดังนั้นรัฐมนตรีทุกคนจึงต้องเตรียมตัว ให้พร้อมในการตอบกระทู้ถาม อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างที่ท่านผู้มีเกียรติได้อภิปรายไปแล้ว ว่าคนเป็นรัฐมนตรีต้องมีความรู้ ความสามารถ ต้องคิดให้ลึก คิดให้กว้าง คิดให้ไกล แต่ถ้าหากว่าวันไหนสภาผู้แทนราษฎรประชุม ฉันไม่มา ไม่ได้ ซึ่งท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ หัวหน้าพรรคประชาชาติ เขาเตรียมไว้ให้หมดแล้วห้องประชุมคณะรัฐมนตรี เขามีมา ถ้าหากว่า อยากจะประชุม อยากจะสั่งการก็สามารถมาทำที่สภาได้ ซึ่งเรื่องนี้ได้ปฏิบัติมาแล้ว เป็นสิบ ๆ ปีว่านายกรัฐมนตรีมาทำงานที่สภาในวันที่ประชุมสภาได้ แต่ถ้าหากว่าไม่มา เป็นเรื่องของสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องให้รองนายกรัฐมนตรีมาได้ รัฐมนตรีประจำกระทรวง ต่าง ๆ กระทรวงต่าง ๆ ก็มีรัฐมนตรีช่วย ก็ผลัดเปลี่ยนกันมาได้ เพราะเหตุว่ารัฐมนตรีทุกคน มีความรู้ ความสามารถ มีความคิดก้าวไกลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาจึงเลือกมาเป็นรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้ไม่ต้องห่วงหรอกครับ มีหลายคนห่วงบอกว่านี่รัฐมนตรี ต้องไปทำงานหรือ อันนี้ผมก็ได้เรียนชี้แจงว่าเราต้องดูเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และดูคำอธิบาย ไม่รู้จะพูดอย่างไรว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญก็ถือว่าเหมือนกับ พระราชบัญญัติที่เขากำหนดต่อท้ายในเรื่องของรัฐธรรมนูญไว้ ว่าเจตนารมณ์เป็นอย่างนี้นะ อย่างนี้เป็นต้น กระผมจึงขอเรียนว่าที่กระผมขอตัดออกนี้ไม่เกี่ยวข้องกับใน ข้อ ๑๕๖ ซึ่งกรรมาธิการได้แก้ไข ผมอยากจะขอต่อรองกับท่านกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง ว่าให้เป็น อำนาจของประธานสภาที่จะวินิจฉัยกระทู้ถามใดเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาหรือไม่ แต่ถ้าหากท่านประธานได้กรุณาชี้แจงชัดเจน ผมก็จะเห็นด้วย ขอขอบคุณในข้อนี้ก่อนครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านกรรมาธิการพอจะรับได้ไหม หรือจะมีอะไรชี้แจงก็เชิญครับ ถ้าขัดข้องก็ชี้แจงครับ
เรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกครับ ผม วิเชียร ชวลิต ประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนยืนตามร่างแก้ไข ที่กรรมาธิการได้นำเสนอทุกประการครับ ขอบพระคุณครับ
ก็ต้อง ขอลงมตินะครับ ท่านติดใจไหมครับท่านพินิจ ยังยืนยันไหมครับ
ประธานกรรมาธิการยินดีครับ ผมก็เห็นด้วยครับ
เมื่อสักครู่ ไม่ขัดข้องนะครับ หรืออย่างไรครับ ท่านไม่ขัดข้องนะครับ ท่านพินิจไม่ติดใจนะครับ กรรมาธิการยืนยันตามร่างของกรรมาธิการนะครับ ถ้าเช่นนั้นก็ผ่านไปนะครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ติดใจ แต่ต้องบันทึกเอาไว้ เพราะเหตุว่าถ้าหากประธานไม่ให้อิสระ โดยให้ ส.ส. หรือให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแจ้งก่อน แจ้งว่าจะพูดเรื่องอะไร รัฐมนตรีอะไรมาพูด เรื่องที่พูดนี้ มันอยู่ในเกณฑ์หรือเปล่า อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่อง ถ้าหากว่า ประธานเป็นคนไม่มีความยุติธรรม ท่านลองคิดดูครับ ในการเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร จะต้องได้รับเสียงข้างมากของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเสียงข้างมากคือการจัดตั้ง รัฐบาล เพราะฉะนั้นในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ เขาจึงระบุไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้น ก็อยากจะเรียนว่าในข้อนี้ผมจึงขอแสดงความคิดเห็น เพื่อบันทึกไว้ว่าท่านประธานเองนะครับ
เชิญต่อ ขออภัยครับ
ผมมีเพียงแต่ว่าผมไม่ได้ขัดใจ เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดไว้เราก็ไม่อยากจะให้ข้อบังคับบิดเบี้ยว ไม่ใช่หัวมังกุท้ายมังกร หรูหรา แต่ลงท้ายไปเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เดี๋ยวผมจะขอเรียนในข้อต่อไปว่ามีอะไรซ่อนไว้อยู่หรือเปล่า อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่กระผมกราบเรียนไม่มีเจตนา เพราะเห็นว่า มันเป็นเรื่องสำคัญของสภาแห่งนี้ ซึ่งท่านสมาชิกผู้มีเกียรติหลายพรรคได้อภิปรายไปแล้ว อันนี้ผมก็ภูมิใจที่ทุกคนเห็นความสำคัญของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ขอบคุณครับ
ช่วยบันทึกไว้ด้วยนะครับเหตุผลของท่านพินิจ เนื่องจากร่างนี้คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไข จากร่างเดิมที่เสนอเข้าสภา พอเราตั้งกรรมาธิการปั๊บก็แก้ไขต่างกันไป ความจริงแล้วไม่มี สมาชิกท่านใดอภิปรายว่าขอกลับไปใช้ร่างเดิมโดยไม่มีการแก้ไข ปกติก็ไม่ต้องขอมติ แต่ท่าน ยืนยันจะให้ลงมติหรืออย่างไรครับกรรมาธิการ จะลงมติก็ได้ครับ คือจะลงมติว่าจะใช้ร่างเดิม ไม่มีการแก้ไขหรือจะแก้ไขตามกรรมาธิการ เชิญท่านชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ วิธีการลงมติเท่าที่เราปฏิบัติกันมานะครับ ท่านประธาน คนที่หนึ่ง ประธานคนที่สอง ที่ขึ้นบัลลังก์ในวันนี้ได้ถือปฏิบัติว่า กรณีถ้ากรรมาธิการแก้ไข จากร่างเดิมที่รับไปจากสภาโดยที่ไม่มีสมาชิกสงวนคำแปรญัตติเอาไว้ หรือกรรมาธิการไม่ได้ สงวนความเห็นนะครับ ก็ต้องโหวต เพื่อบันทึกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๘๐ วรรคสอง ท่านประธานให้เหตุผลอย่างนั้นนะครับก็ถือปฏิบัติมา ถ้าจะไม่ทำตามกันวันนี้เดี๋ยวก็จะเกิด ข้อลักลั่นนะครับ เดี๋ยวกระบวนการไม่ชอบข้อบังคับก็ไม่ผ่านอีกครับ
ยินดีครับ ถ้าทำตามอย่างนั้นก็จะปฏิบัติต่อไปครับ ต่อไปคงจะต้องขอมติจากที่ประชุมนะครับ ว่าจะเห็นด้วยกับร่างกรรมาธิการที่แก้ไขมา หรือจะเห็นต่างไปจากนั้น ก็คือไม่เห็นด้วย คือคงไปใช้ร่างเดิมนะครับ จะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
กดแสดงตน เพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ รอสักเล็กน้อยนะครับ พอเสร็จจากข้อนี้ก็คงจะ ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ คงจะขอความกรุณาท่านสมาชิกนั่งในห้องประชุมสักเล็กน้อยเพราะจะต้อง โหวตทุกข้อ ต้องลงมติทุกข้อครับ ท่านสมาชิกเข้ามาครบหรือยังครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ได้ตัวเลข หรือไม่ครับ ปิดการแสดงตนแล้วนะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๔๖ ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับว่า เชิญท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมลงมติเพิ่มเติมครับ เสียบบัตรไม่ทันครับ
ยังไม่ได้ลงมติ นะครับ แสดงตนเฉย ๆ ครับ กำลังจะถามนี่ล่ะครับ ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมนะครับ ว่าท่านจะเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขหรือไม่นะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับ ร่างของคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไข โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับร่าง ของกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียง ก็กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพ บัตรมีปัญหา กระผม นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ลำดับที่ ๓๗๓ เห็นด้วยครับท่าน
ท่านสนอง ลำดับที่ ๓๗๓ เห็นด้วยครับ ท่านลงคะแนนครบทุกท่านหรือยังครับ ถ้าครบหมดแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ ผลการลงคะแนน มีทั้งหมด ๔๕๔ ท่าน เห็นด้วย ๔๕๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี ก็แสดงว่าเห็นด้วยทั้งหมด ๔๕๔ ท่าน บวก ๑ ท่าน เพราะฉะนั้นผู้เข้าร่วมประชุมก็ต้อง ๔๕๕ ท่าน เหมือนกันนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบกับร่างของคณะกรรมาธิการที่แก้ไขมา
ต่อไปครับ
ข้อ ๑๕๘ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
เชิญ กรรมาธิการสงวนอภิปรายครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม พินิจ จันทรสุรินทร์ กรรมาธิการ เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้แก้ไข เพิ่มเติมแล้ว ผมไม่ติดใจครับ ก็ขอขอบคุณครับ
ไม่มี สมาชิกท่านใดอภิปรายแล้ว เนื่องจากคณะกรรมาธิการมีการแก้ไข จะขอมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่แก้ไขมาหรือไม่นะครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ผมจะถาม ขอมติจากที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขมา โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่แก้ไข เห็นต่างไป โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังลงไม่ได้มีไหมครับ เครื่องลงคะแนนเสียงขัดข้องมีไหมครับ ถ้าไม่มีขอปิดการลงคะแนน เสียงนะครับ ผลการลงคะแนนเสียง จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๕๐ ท่าน เห็นด้วย ๔๔๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน มติที่ประชุม เห็นชอบตามร่างของคณะกรรมาธิการที่แก้ไขมานะครับ
เชิญต่อครับ
ข้อ ๑๖๐ มีการแก้ไข
ไม่มี สมาชิกท่านใดต้องการอภิปรายนะครับ จะขอมติต่อไปครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ในข้อ ๑๖๐ คณะกรรมาธิการแก้ไขมานะครับ ดังนั้นต้องถามมติว่าจะเห็นด้วยกับร่างของ คณะกรรมาธิการที่แก้ไขมาหรือไม่นะครับ ผมจะถามมติจากที่ประชุมนะครับ ให้ท่านใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขมาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่แก้ไขมาโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดต้องการงดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงคะแนน ครบทุกท่านหรือยังครับ ถ้าครบแล้วผมขอปิดการลงคะแนน ผลของการลงคะแนนนะครับ เห็นด้วย ๔๔๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน มติของที่ประชุม เห็นด้วยกับร่างของ คณะกรรมาธิการที่แก้ไขมานะครับ
เชิญ ท่านเลขาธิการต่อครับ ข้อ ๑๖๑
ข้อ ๑๖๑ มีการแก้ไข
ไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดต้องการอภิปรายจะขอมตินะครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ผมจะขอมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่แก้ไขมาหรือไม่นะครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการ ที่มีการแก้ไขมาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่แก้ไขมา โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดต้องการงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนเสียงมีไหมครับ มีเครื่องขัดข้องไหมครับ ถ้าไม่มีขอปิด การลงคะแนนครับ ผลการลงคะแนนครับ ท่านสมาชิกที่เห็นด้วย ๔๕๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี นะครับ มติของที่ประชุมเห็นด้วยกับร่างของ คณะกรรมาธิการที่แก้ไขมานะครับ
ต่อไป เชิญท่านเลขาธิการครับ
ส่วนที่ ๓ กระทู้ถามทั่วไป ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๖๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๖๓ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๖๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๖๕ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๖๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๖๗ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๖๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๖๙ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวน คำแปรญัตติ
ผู้สงวน คำแปรญัตติยังติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่ติดใจ ผ่านครับ ข้อ ๑๗๐ ครับ
ข้อ ๑๗๐ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๗๑ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๗๒ มีการแก้ไข
มีผู้สงวน ยังติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี ท่านใดต้องการอภิปรายนะครับ ผู้สงวนไม่ติดใจนะครับ ดังนั้นจะขอมติต่อไปว่าจะเห็นชอบ กับร่างของคณะกรรมาธิการที่แก้ไขมาหรือไม่นะครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ผมจะถาม มติจากที่ประชุมว่าท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขมา โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่แก้ไขมา คือเห็นต่างไปโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ลงคะแนนเสียงครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีสมาชิก ท่านใดยังไม่ลงคะแนนเสียงมีไหมครับ ถ้าไม่มีแล้วขอปิดการลงคะแนนเสียงครับ ผลการลงคะแนนเสียงเห็นด้วย ๔๕๓ ท่าน ไม่เห็นด้วยไม่มีนะครับ งดออกเสียง ๑ ท่าน เพราะฉะนั้นมติของที่ประชุมคือเห็นด้วยกับร่างกรรมาธิการที่แก้ไขมา
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ โนนศรีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ในข้อนี้ผมขอแปรญัตติก็เพราะว่า ๑. ผมเป็นคนพิการที่ได้รับการอนุโลมจากท่านประธานชวน แต่ว่าผมเห็นว่าข้อนี้มันยังไม่พอที่จะบังคับใช้ เพราะว่าท่านประธานชวนก็แค่ให้อนุโลม แต่ไม่ได้อนุญาตให้ใส่ขาสั้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเพิ่มเติมเรื่องการแต่งกาย ในที่ประชุมสภานี้ให้มีคำว่า หรือชุดสุภาพตามสภาพร่างกาย เพศสภาพ และอัตลักษณ์ ของชาติพันธุ์ เพิ่มเข้าไปด้วย เพราะว่า ๑. ผมเห็นว่าถ้ามีคนอย่างผมในสังคมแล้ว อย่างน้อย ๆ น่าจะมีกติกาให้ผมด้วย ผมจะเล่นกติกาเดียวกับพวกท่าน เพราะฉะนั้น ผมเห็นว่า ควรที่จะใส่ตรงนี้เข้าไปด้วย ขอบคุณครับ
เชิญท่าน กรรมาธิการ
ผม นิกร จำนง ในฐานะกรรมาธิการ เรื่องนี้ ได้มีการพิจารณากันอย่างเอาจริงเอาจัง เพราะว่ามีการอภิปรายในสภาเยอะ ทีนี้ส่วนที่ กรรมาธิการได้ระบุไปตอนร่างเดิมก็คือว่า การแต่งกายเดิมที่เป็น ๓ อย่างท่านคงจำได้ สมาชิกรัฐสภาสากลนิยมหรือชุดพระราชทาน เราก็เพิ่มไปว่า ชุดตามระเบียบที่ประธาน สภาผู้แทนราษฎรกำหนด จริงอยู่ตามที่ท่านสมาชิกได้บอกว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร อนุโลมตามของปี ๒๕๕๑ นะครับ แต่ถ้าเป็นตามนี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรสามารถจะออก ระเบียบกำหนดได้อย่างชัดเจนและเป็นไปตามข้อบังคับ ดังนั้นกรรมาธิการขอยืนยันว่า การที่เขียนเพิ่มเติมว่าชุดตามระเบียบที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรกำหนดจะครอบคลุม ต่อเนื่องไปในอนาคตด้วยครับ ก็ขอยืนตามกรรมาธิการครับ
กรรมาธิการยังยืนยันนะครับ ท่านจุลพันธ์ยังติดใจอยู่ไหมครับ ถ้าติดใจต้องขอมติครับ
ยังติดใจอยู่ครับ
ถ้ายัง ติดใจก็ต้องขอมตินะครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าจะเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่แก้ไขมา หรือจะ เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติไว้นะครับ คือของท่านจุลพันธ์นะครับ คงไม่ต้อง ตรวจสอบองค์ประชุม เพราะว่าเป็นการลงมติต่อเนื่อง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่ไม่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติ คือต้องการแก้ไขโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญลงคะแนนเสียงครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีสมาชิก ท่านใดยังไม่ลงคะแนนไหมครับ ถ้าไม่มีขอปิดการลงคะแนนเสียงครับ ผลการลงคะแนนเสียง เห็นด้วย ๓๘๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗๔ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี นะครับ เพราะฉะนั้นมติของที่ประชุมเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่ไม่มีการแก้ไข การได้อำนาจมาครั้งที่ ๒ นี่ก็โกงเขามา ท่านต้องมีสิทธิอธิบายว่าปล้นอย่างไร โกงอย่างไร แต่ว่าที่ประชุมนั้นมีคนประท้วงเยอะครับ แล้วคนที่ลุกขึ้นประท้วงอธิบายแทนรัฐมนตรี หมดเลยครับ แต่ประธานที่ประชุมวันนั้นบอกว่าพอมีคนประท้วงแล้วประธานก็บอก คนที่อภิปราย คือท่านเสรีพิศุทธ์บอกว่าพอแล้ว สรุปสั้น ๆ ก็แปลได้ว่าประธานสรุปว่า ผู้ประท้วงถูกต้อง ไม่ได้อธิบายว่าประท้วงไม่ถูกต้อง เพราะมันขัดข้อบังคับการแถลงนโยบาย ของรัฐสภาตามข้อ ๑๐๙ ไม่ได้พูดอย่างนี้ครับ ผลที่สุดผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านประธาน ก็ใช้อำนาจข้อนี้ ข้อ ๑๘๒ ใช้อำนาจให้ผู้อภิปรายออกจากที่ประชุม ทั้ง ๆ ที่ประธานไม่ได้ทำ ถูกข้อบังคับ เพราะฉะนั้นผมจึงขอเพิ่มคำว่า คำสั่งของประธานตามข้อนี้ผู้ใดจะโต้แย้งไม่ได้ เว้นแต่เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับนี้ ผมเขียนไว้อย่างนี้ แล้วมีการปฏิบัติที่ไม่ชอบชัดเจน ของท่านประธาน ผมก็เลยขอเสนอคำเพิ่ม แล้วกรรมาธิการเท่าที่จำได้เพราะว่าเป็นข้อท้าย ๆ ท่านยังไม่ได้อธิบายผมครับว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ท่านบอกผมว่าให้สงวนไว้พูด ในสภา ผมจึงมาพูดในสภาเพื่อให้สมาชิกได้ทราบครับว่าผมมีความเห็นอย่างนี้ ส่วนท่าน มีความเห็นว่าประธานจะทำแบบเดิม ใช้ข้อบังคับบ้าง ไม่ใช้บ้าง แล้วแต่ท่านนะครับ แต่ผมแปรญัตติไว้เพื่อที่จะบังคับประธานครับ ข้อบังคับต้องปฏิบัติตาม ก็เรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ผมขอฟังคำชี้แจงของกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
ท่านนิยม ยังติดใจไหมครับ เพราะท่านสงวนคำแปรญัตติไว้ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเป็นคนสงวนคำแปรญัตติไว้ในสภาทีโอที เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เกี่ยวกับการประชุมสภาวันนั้น ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติไว้ว่า ข้อ ๑๘๒ ผมตัดคำว่า ตามระเบียบ ออก ผมใส่ข้อกฎหมายมาไว้ แล้วก็ตัด ๒-๓ ตอน แต่เนื่องจากเหตุการณ์ มันเปลี่ยนไป มาถึงวันนี้สถานการณ์เปลี่ยนแล้วผมก็มีความประสงค์อยากจะให้สภาได้ทำงาน เดินหน้าต่อไป ผมขอถอนครับ
ขอบคุณ ท่านนิยมนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้อภิปรายคือท่านขจิตร ชัยนิคม ได้พูดถึงท่านประธาน ซึ่งหมายถึงท่านประธานชวน โดยใช้ข้อความว่า ใช้ข้อบังคับบ้าง ไม่ใช้บ้าง กระผมเห็นว่าน่าจะเป็นคำพูดที่ไม่ถูกต้อง อยากจะให้ขอถอนคำพูดนี้ครับ เพราะท่านประธานชวนก็เคยชี้แจงตลอดว่าท่านปฏิบัติตามข้อบังคับมาตลอด ไม่ได้มีอะไร บกพร่องแต่ประการใด อยากจะขอให้ถอนคำพูดที่บอกว่า ใช้ข้อบังคับบ้าง ไม่ใช้บ้าง
ท่านขอให้ ท่านขจิตรขอถอนคำพูดใช่ไหมครับ เมื่อสักครู่ท่านว่าอะไรครับ
ท่านไม่ได้ยินใช่ไหมครับ เผอิญผมเสียงไม่ดัง
ครับ เสียงท่านแหบไปนิดหนึ่งก็เลยฟังไม่ค่อยได้ยิน
เมื่อสักครู่นี้ท่านขจิตร ชัยนิคม ได้อภิปรายพูดถึงท่านชวน หลีกภัย ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในขณะวันที่ท่านเสรีพิศุทธ์ ขอโทษที่เอ่ยนาม อภิปราย โดยได้พูดถึงข้อความว่า ท่านชวน หลีกภัย ซึ่งเป็นประธานขณะนั้น ใช้ข้อความว่า ใช้ข้อบังคับบ้าง ไม่ใช้บ้าง ซึ่งผมถือว่าคำว่า ใช้ข้อบังคับบ้าง ไม่ใช้บ้าง น่าจะ ไม่ถูกต้อง ขอให้ถอนคำพูดนี้ครับ
ท่านขจิตรครับ ท่านสุทัศน์ประท้วงใช้สิทธิพาดพิง ให้ท่านช่วยถอนคำพูด เชิญท่านอภิปรายครับ
ผม ขจิตร ชัยนิคม ท่านประธานครับ ผมพูดไม่ผิดหรอกครับ และจะไม่ถอนโดยเด็ดขาด ข้อมูลที่ท่านเสนอก็ไม่ถูกครับ เพราะตอน เกิดเหตุการณ์ไม่ใช่ประธานคนที่ท่านอ้างครับ ไม่ใช่ครับ ท่านไปเปิดดู ท่านไปติดตามดู คนที่ทำหน้าที่ประธานรัฐสภาวันนั้นไม่ใช่คนที่ท่านอ้าง และความเป็นจริงในสภานี้ไม่ว่าใคร เป็นประธานก็ใช้ข้อบังคับบ้าง ไม่ใช้บ้าง เหตุเพราะว่าข้อบังคับมันมีเยอะครับ ท่านก็เห็นแล้ว ในสภานี้ เมื่อเช้านี้ผมก็ยังถามเลย ใช้อำนาจตามข้อบังคับใด ประธานก็ไม่ได้ชี้แจงผมครับ ว่าข้อบังคับใด แต่ผมเห็นว่าที่ประชุมแห่งนี้ควรจะผ่านไป ผมก็ทักท้วง ๒ ครั้ง ผมก็ยอมครับ ผมไม่สามารถถอนได้หรอกครับ เพราะว่าเรื่องที่ท่านพูดขึ้น เหตุการณ์วันนั้นที่เกิดขึ้น ประธานที่ทำหน้าที่ประธานไม่ใช่คนที่ท่านอ้างครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าหากท่านประธานที่ทำหน้าที่วันนั้นไม่ใช่ท่านชวน หลีกภัย ไม่ถอนก็ได้ครับ ไม่เป็นไร แต่ท่านยืนยันนะครับว่าไม่ใช่ท่านชวน หลีกภัย
ผมกล่าวแล้ว ผมยืนยันครับ และผมนี่เป็นคนจริงมากครับ จริงจังมากครับ แล้วก็ต้องการรักษาเกียรติยศชื่อเสียงของ ท่านประธานและสภา ท่านไม่เชื่อท่านสุทัศน์ไปเปิดดูนะครับ จะถามท่านเสรีพิศุทธ์ก็ได้ ท่านเสรีพิศุทธ์อยู่ครับ ขอบคุณครับ
ถ้าท่านยืนยันว่าวันนั้นไม่ใช่ท่านชวน ท่านไม่ถอนก็ได้ ไม่เป็นไร
จบแล้ว กระมังครับท่าน
ขออนุญาตครับ ท่านประธาน ผม เสรีพิศุทธ์ พรรคเสรีรวมไทย ขออนุญาตพาดพิงครับ
พาดพิง ไม่เสียหายนะครับ
เสียหายครับ
เสียหาย ตรงไหน เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม เสรีพิศุทธ์ พรรคเสรีรวมไทยครับ ถูกพาดพิงก็เลยขอกราบเรียน ท่านสุทัศน์ให้เข้าใจด้วยนะครับ ความจริงผมกับท่านสุทัศน์ผมก็เคารพนับถือท่านมานาน แต่ท่านออกมากล่าวในลักษณะเช่นนี้โดยไม่ทราบความจริง และรู้สึกจะออกมาปกป้อง พรรคพวกเดียวกันมากเกินไปนะครับ ถ้าไม่เป็นความจริงผมไม่ทำหนังสือให้ประธานรัฐสภา และรองประธานรัฐสภาพิจารณาลาออกหรอกครับ เพราะทั้ง ๒ ท่าน กระทำการ ผิดรัฐธรรมนูญในประเด็นที่สำคัญมาก ซึ่งผมแถลงข่าวไปแล้วนะครับ และกระทำผิดไป อย่างต่อเนื่อง โดยเรื่องสำคัญผมจึงจำเป็นต้องเสนอให้ท่านพิจารณาตัวเองนะครับ
ท่านทำหนังสือไปแล้วนี่ครับ
เพราะฉะนั้น ผมยืนยันว่า ท่านประธานชวนกับรองประธานรัฐสภาก็ทำผิดกฎข้อบังคับนะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านก็ยื่นหนังสือไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นการกล่าวหาของท่านฝ่ายเดียว เพราะฉะนั้นก็ต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบที่ท่านยื่นหนังสือไปวินิจฉัยต่อไปนะครับ ท่านมีอะไรประท้วงเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัด นครศรีธรรมราชครับ ผมขอประท้วงผู้ประท้วงเมื่อสักครู่นะครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงว่า ประธานสภาปฏิบัติผิดข้อบังคับ วันนั้นผมจำได้ดีท่านประธานครับ ท่านที่ทำหน้าที่ประธาน รัฐสภาวันนั้นคือท่านพรเพชร ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านครับ และผมเป็นคนที่ลุกขึ้นประท้วง พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ เนื่องจากท่านกล่าวความเท็จในสภานี้ว่า รัฐบาลปล้นประชาชนมา
ท่านใช้สิทธิพาดพิง ไม่ได้เอ่ยถึงท่านเลยนะครับ
เกี่ยวสิครับท่านประธานครับ เพราะผมเป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ และผมเป็นคนประท้วง พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส และท่านกล่าวในที่ประชุมสภาแห่งนี้อีกว่า ท่านประธานสภาได้ทำผิดข้อบังคับ ณ วันนั้น ซึ่งในข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจนครับ ถ้าผู้อภิปรายกล่าวใส่ร้ายป้ายสีบุคคลอื่น ถ้าประธาน วินิจฉัยว่าผิดถ้าไม่ถอนคำพูดประธานมีสิทธิเชิญออกนอกห้องประชุมได้ครับ ขอให้ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาต ใช้สิทธิประท้วงตามข้อ ๘ ท่านประธาน คืนนั้นตามที่ท่านเสรีพิศุทธ์พูดเรื่องต่าง ๆ ก็เป็น เรื่องจริงนะครับ และพูดถึงรัฐบาล ถ้าจะมีการแก้ตัวว่าไม่ใช่หรืออะไรก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะมาพูดว่าไม่ใช่ ไม่ได้เป็นตามนั้น ไม่ได้โกงมาก็พูดได้ รัฐบาลพูดได้ครับ
เดี๋ยวก็พาดพิงกันไปทั้งห้องนะครับ เชิญท่านนั่งลงก่อนครับ ท่านชัยชนะให้ประธานวินิจฉัย อะไรนะครับเมื่อสักครู่นี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สายัณห์ ยุติธรรม ครับ เมื่อสักครู่ท่านขจิตรไม่บอกชื่อก็จริงครับ แต่วันนั้นเหตุการณ์ เกิดตอนอภิปรายแถลงนโยบายครับท่านประธาน ผมเป็นคนพูดในสภาก่อนผู้อื่นว่า ท่านเสรีพิศุทธ์ผิดข้อบังคับ คือใส่ร้ายป้ายสีครับ และผมไปเสนอให้ท่านประธานวินิจฉัยว่า ท่านเสรีผิดหรือไม่ ท่านประธานพรเพชรนะครับ วันนั้นไม่ใช่ท่านชวน หลีกภัย เดี๋ยวท่าน เสียหายก็บอกว่าวินิจฉัยแล้วว่าผิด ผมก็บอกว่าถ้าผิดก็ต้องออก อันนี้คือผมครับไม่ใช่คนอื่น ผมเลยพาดพิงแค่นี้ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
เชิญ ท่านประธานกรรมาธิการครับ มีอะไรชี้แจงครับ
เรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกที่เคารพ ผม วิเชียร ชวลิต ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ขออนุญาตเรียนว่าตามที่ท่านสมาชิกได้สงวน คำแปรญัตติ เพื่อจะพิจารณาเกี่ยวกับประเด็นที่จะมีการให้เติมข้อความในข้อ ๑๘๒ นะครับ ในส่วนของการปฏิบัติตามข้อ ๑๘๒ นั้น ระบุเอาไว้ว่าผู้ใดฝ่าฝืนข้อบังคับนี้ประธานมีอำนาจ เตือน ห้ามปราม ให้ถอนคำพูด ห้ามพูดในเรื่องที่กำลังปรึกษากันอยู่ ให้กล่าวขออภัย ในที่ประชุม หรือสั่งให้ออกจากที่ประชุมโดยมีหรือไม่มีกำหนดเวลาในครั้งนั้นก็ได้ ผมอยากจะเรียนว่ากรรมาธิการซึ่งอยู่ร่วมในการพิจารณาได้เสนอประเด็นนี้แล้ว แต่ขอเรียนว่าได้ชี้แจงต่อท่านกรรมาธิการว่า เนื่องจากข้อบังคับนี้ผู้รักษาการตามข้อบังคับ ถ้าท่านเปิดดูย้อนไปนิดหนึ่งนะครับ ในข้อ ๔ ของข้อบังคับ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่รักษาการตามข้อบังคับและมีอำนาจออกระเบียบเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีข้อโต้แย้งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นตามข้อ ๑๘๒ ก็ต้องถือว่าท่านประธานซึ่งเป็น ผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้จะต้องเป็นผู้วินิจฉัยนะครับ แล้วก็การวินิจฉัยนั้น ถ้าไม่มีจุดสิ้นสุด เหมือนที่เขียนในวรรคท้ายว่า ไม่สามารถจะโต้แย้งได้ ถ้าเขียนไว้แล้วโต้แย้งได้ก็จะมีปัญหาว่า จะโต้กันไปมาไม่จบ การรักษาการตามข้อบังคับก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ ก็จะไม่มีจุดจบ ของเรื่องราวในการสั่งการนะครับ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการขออนุญาตยืนตามร่างที่ได้ นำเสนอต่อที่ประชุมครับ ขอบพระคุณครับ
กรรมาธิการ ท่านยืนนะครับ เชิญท่านขจิตรครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการผู้สงวนความเห็น แม้ว่าข้อนี้จะได้รับคำอธิบายจากท่านประธานกรรมาธิการ ก็ยังไม่ค่อยพอใจหรอกครับ แต่ว่าเพื่อให้การประชุมครั้งนี้บรรลุเป้าหมายตามกำหนดทั้งหมด ผมไม่ติดใจที่จะให้ลงคะแนนครับ
ก็มี ๒ ท่าน ไม่ติดใจแล้วนะครับ เนื่องจากข้อ ๑๘๒ ไม่มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นไม่ต้องขอมติใช่ไหมครับ เชิญต่อครับ
ข้อ ๑๘๓ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวน คำแปรญัตติ
ผู้สงวน คำแปรญัตติ มีใครบ้างครับ ท่านรังสิมาเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันได้สงวนคำแปรญัตติข้อ ๑๘๓ ในวรรคสอง ดิฉันขอเพิ่ม จากการรักษาระเบียบและความสงบเรียบร้อยในส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกที่จะเข้ามา ในที่ประชุม หรือบริเวณสภา หรือเข้าฟังการประชุม ตลอดจนมารยาทของบุคคลเช่นว่านั้น และการโฆษณาข้อความเกี่ยวด้วยการประชุม ให้เป็นไปตามระเบียบที่ประธานสภากำหนด แต่ดิฉันขอเพิ่มว่า หากมีเหตุอันควรสงสัยหรือมีการกล่าวหาว่าสมาชิกผู้ใดพาหรืออนุญาต ให้บุคคลภายนอกเข้ามาในเขตหวงห้าม หรือสงวนไว้สำหรับสมาชิกโดยเฉพาะ ประธานสภา ต้องเร่งสอบสวนและวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่เหตุอันควร สงสัยหรือมีการกล่าวหาสมาชิกผู้นั้น หากปรากฏว่ามีพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า สมาชิกได้พาหรืออนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาในเขตดังกล่าว ให้ประธานสภาลงโทษ สมาชิกผู้นั้น โดยการตักเตือน ตำหนิ ให้ขอโทษต่อที่ประชุม หรือประณามให้เป็นที่ประจักษ์ เหตุผลที่ดิฉันต้องขอเพิ่มในวรรคสองนี้ เพราะว่าดิฉันมองว่านี่ขนาดสภาเพิ่งจะเริ่มนะคะ ยังไม่เสร็จนี่ ท่านดูสิคะ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น ข้างหน้าห้องประชุมที่นั่งเราก็ไม่พออยู่แล้ว สมาชิกเรา ๕๐๐ คน ใช่ไหมคะ เพราะว่าเรายืมสถานที่ของ ส.ว. เขานี่มันไม่พออยู่แล้ว แต่ว่าถ้าสมาชิกทุกคน อย่างดิฉันนี่เอาผู้ช่วยเข้ามาสัก ๒ คน ท่านชินวรณ์เอาเลขาเข้ามา สักคนหนึ่ง ท่านสุทัศน์เอาภรรยามาคนหนึ่ง นี่ยกตัวอย่างค่ะ ถ้าบางคนมีภรรยาหลายคน เกิดเอามาหมดนี่จะทำอย่างไร ท่านจะให้นั่งตรงไหนคะ แล้วท่านลองคิดดูในห้องอาหาร ก็เช่นกัน ส.ส. ชายพาภรรยามานั่งทานข้าวในห้องอาหารอย่างนี้ ดิฉันก็เลยมานั่งคิดว่า ท่านประธานต้องเอาจริงเอาจังต้องเข้มงวดนะคะ ถ้าประธานปล่อยอย่างนี้ไม่ได้ค่ะ เข้ากันมา เต็มไปหมดเลย แล้วท่านมาดูสิคะ ดิฉันนั่งสังเกต ดิฉันก็ยังคิดเลยว่าการรักษาความสงบ ท่านประธานไม่เคร่งครัดเลยค่ะ ไม่ใช่ดิฉันไม่ได้ว่านะคะ คือคนอื่นพูดนะคะ ที่เขาพูด เมื่อสักครู่นี้ค่ะ คือว่าดิฉันอยากจะให้ท่านประธานเข้มงวดเกี่ยวกับบุคคลภายนอกที่จะเข้ามา ดิฉันเห็นเข้ามาถึงปากประตูห้องประชุม แล้วท่านจะมีตำรวจสภาไว้ทำอะไร แต่ท่าน ก็ต้องปกป้องตำรวจสภาด้วย เพราะว่าตำรวจสภาไม่สามารถที่จะบังคับสมาชิกได้เลย เพราะสมาชิกแต่ละท่านมันใหญ่ไปหมดเลย พอห้ามไม่ให้เอามาก็จะมีเรื่องกับตำรวจอีก ท่านต้องเอาจริงเอาจังกับสมาชิกของเราว่า ถ้ามีคนมาติดตามผู้ช่วย ภรรยา สามี อะไรก็แล้วแต่ โน่นค่ะหน้าห้องน้ำจะมีที่รับแขกได้ จะมีที่โล่งตรงที่นั่งสูบบุหรี่ได้ตรงด้านนี้ ขออย่าให้เข้ามาในส่วนนี้ เพราะถ้าเขามานั่ง พอสมาชิกจะไปนั่งก็ไม่มีที่นั่ง แล้วอาหารก็เหมือนกัน โต๊ะจะทานอาหารเราก็ไม่พออยู่แล้ว ดิฉันไม่ได้หวงกิน แต่ว่ามันไม่ถูกต้อง แล้วประตูมันเข้าได้หลายทาง ท่านให้ดักแต่ประตูหน้า มันเข้าประตูหลัง เพราะฉะนั้นประตูหลังท่านก็ต้องมีตำรวจเฝ้าด้วย ไม่ใช่ว่าเข้าทางนี้ไม่ได้ มันมีเข้าได้หลายทาง เพราะฉะนั้นความเป็นระเบียบ ความปลอดภัย สภาเราต้องมีกฎ กติกา มารยาท ไม่ใช่ใครจะทำอะไรก็ได้ มันไม่ใช่ ดิฉันก็ไม่ได้เป็นแม่บ้านสภาหรอกนะคะ แต่ดิฉัน อยากให้มันมีความเป็นระเบียบ แล้วก็มีความปลอดภัย เพราะฉะนั้นดิฉันก็ขอเติมในส่วนนี้ แต่ดิฉันดูบรรยากาศแล้วคือก็ไม่ติดใจค่ะ แต่ต้องอภิปรายเอาไว้ให้ท่านประธานเอาจริงเอาจัง ถ้าเกิดท่านประธานไม่ปฏิบัติเดี๋ยวดิฉันอภิปรายใหม่ ก็ไม่ลงมติ ไม่ติดใจ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ขอบคุณข้อเสนอแนะ จะรับไปดำเนินการ ก็เลยพูดผ่านทางไมโครโฟนเสียเลย มีสมาชิกท้วงติงมา เพราะฉะนั้นกรุณาอย่านำบุคคลภายนอกเข้ามาในเขตหวงห้ามนะครับ แล้วขอฝากเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเข้มงวดหน่อย ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวผมจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่ติดใจนะครับ เชิญต่อครับ
หมวด ๑๑ บทสุดท้าย ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๘๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๘๕ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๘๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๘๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๘๘ ไม่มีการแก้ไข บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๘๙ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๙๐ มีการแก้ไข
ข้อ ๑๙๐ มีการแก้ไข มีท่านสมาชิกท่านใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี จะต้องขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับร่างกรรมาธิการ หรือจะเห็นต่างนะครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่านสมาชิกส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ลุกไปไหน เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องตรวจสอบองค์ประชุม ต่อไป ผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่แก้ไขมา หรือจะเห็นต่าง จากนั้นนะครับ
พร้อมแล้วนะครับ ผมจะขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับ ร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับร่าง ของกรรมาธิการที่แก้ไขมา คือเห็นเป็นอย่างอื่นโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง ก็กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนได้แล้วครับ เห็นด้วยกับ กรรมาธิการ ปุ่มเขียว ไม่เห็นด้วย ปุ่มแดง งดออกเสียง ปุ่มเหลือง
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ลงคะแนนเสียงมีไหมครับ ถ้าไม่มีขอปิดการลงคะแนนนะครับ ท่านสมาชิกที่เห็นด้วย ๔๕๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน เสียง ๑ ท่านนะครับ มติของที่ประชุมก็คือเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการนะครับ
ที่ประชุม ไม่ขัดข้องนะครับ ตกลงแก้ไขถ้อยคำตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้เสนอมาสู่ ที่ประชุม
ต่อไปเป็นการพิจารณาในวาระที่ ๓ ผมต้องขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ด้วยกับร่างข้อบังคับฉบับนี้ในวาระที่ ๓ หรือไม่นะครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญ ท่านสมาชิกเข้ามาลงคะแนนเสียงด้วยนะครับ กดแสดงตนตรวจสอบองค์ประชุมหน่อยก็ดี วาระที่ ๓ ขอเชิญท่านกดแสดงตนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เมื่อกด แสดงตนทุกท่านแล้วผมขอปิดการแสดงตนนะครับ ขอแสดงจำนวนมาด้วยครับ มีทั้งหมด ๔๕๖ ท่านนะครับ