ชลน่าน ชี้แจงกรรมาธิการ ยันกระทู้สดไม่ใช่ประเภทที่ 4

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๒

ชลน่าน ศรีแก้ว ชี้แจงในนามกรรมาธิการเกี่ยวกับการร่างข้อบังคับให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันการกำหนดประเภทกระทู้คำถามไว้ 3 ประเภท ไม่รวมกระทู้สดเป็นประเภทที่ 4 และเสนอแนวทางการดำเนินการกระทู้ถามสดให้สอดคล้องกับระเบียบและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พร้อมเน้นให้รัฐมนตรีต้องมาตอบกระทู้ตามหน้าที่ เว้นแต่กรณีที่มีมติ ครม. ห้ามเปิดเผยเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติและประชาชนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการครับ ขออนุญาตชี้แจงในนามกรรมาธิการนะครับ เพราะว่าท่านได้มอบ ให้พวกผมมาทำงานในนามตัวแทนของทุกท่าน เป็นอื่นไม่ได้ครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ ผมเสริมท่านประธานครับ เพราะท่านประธานชี้แจงดีมากครับ ว่าสิ่งที่เราพยายามเขียน ให้ทุกท่านยึดหลักสำคัญที่สุดต้องเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพราะถูกทักท้วงมา เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์ของการเขียนต้องเขียนไม่ให้ผิด ถ้าข้อบังคับเราเขียนถ้อยคำอะไร ออกไป สมาชิกหรือผู้ไม่เห็นด้วยมีสิทธิยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เหมือนกฎหมายเลย แม้กระทั่งกระบวนการการจัดทำข้อบังคับ ถ้าไม่ชอบเขาก็ยื่นได้ เพราะฉะนั้นในชั้นนี้ เราพิจารณาในวาระที่ ๒ ข้อคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกที่ส่งเข้ามาก็ลำบากเหมือนกันที่จะไป ปรับแก้ เว้นแต่ท่านประธานอนุญาตให้กรรมาธิการไปปรึกษาหารือกัน ไปปรับแก้ในส่วนของ กรรมาธิการเองได้ อันนี้ทำได้ครับ แต่ว่าจะไปให้ความเห็นหรือให้ความเห็นชอบตามที่ เพื่อนสมาชิกเสนอนี้ทำไม่ได้ มันผ่านขั้นตอนวาระที่ ๒ เป็นรายมาตราแล้ว เพราะฉะนั้น ผมยืนยันนะครับ เราจะทำให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญ

เรื่องที่ ๒ แนวคิดที่สอดรับกับรัฐธรรมนูญ กระทู้มี ๓ ประเภท ตามที่ เราเขียนไปชัดเจน ท่านประธานบอกชัดเจนว่าให้ตัดกระทู้สดออกไปเลย ความหมายของเรา นิยามนะครับ กระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า คือกระทู้สดถามด้วยวาจา ไม่มีประเภทที่ ๔ ครับ ไม่มีประเภทที่ ๔ อันนี้ยืนยันครับ กรรมาธิการคิดอย่างนี้จริง ๆ จะไม่มีประเภทที่ ๔ จริง ๆ ประเภทที่ ๔ ที่คิดมามีกระทู้สดและมีกระทู้ถามด้วยวาจา โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าห้อยไว้ อันนี้ก็เป็นแนวคิดอีกแนวคิดหนึ่ง แต่กรรมาธิการไม่ได้ใช้ แนวคิดนั้น ยืนยันครับว่าเรามี ๓ ประเภทจริง ๆ

เรื่องที่ ๓ วิธีการปฏิบัติให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญกับข้อบังคับเรา เราเชื่อมั่นว่า ข้อบังคับเราไม่ขัดรัฐธรรมนูญครับ เพราะฉะนั้นระเบียบปฏิบัติที่จะออกโดย ท่านประธานสภาจะต้องไม่ขัดกับข้อบังคับ และไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ทุกวันนี้ที่เราถาม กระทู้ถามสด เราปฏิบัติตามระเบียบที่ท่านประธานกำหนดว่าจะต้องมายื่นอย่างนี้ ต้องเขียนอย่างนี้ ในเงื่อนไขอย่างนี้ เราปฏิบัติอยู่ครับ เพียงแต่ว่าเหตุที่กรรมาธิการเขียน คำว่า สด ไว้เพื่อเป็นไปตามเจตนารมณ์ของเสียงข้างมากว่าคำว่า สด นี้สามารถ ขยายความของถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า แล้วก็มีวิธีปฏิบัติใหม่นะครับ ระเบียบปฏิบัติท่านประธานฟังเมื่อสักครู่ ท่านประธานบอกว่าเริ่มเห็นวิธีการในข้อ ๑๕๗ ข้อ ๑๕๘ ถ้าตีความอย่างนั้นและไปบอกว่าเป็นกระทู้สด กรรมาธิการไม่ได้ตีความอย่างนั้น เป็นวิธีการปฏิบัติเขียนไว้เพื่อไปเขียนระเบียบใหม่ ผมยกตัวอย่างครับ ในระเบียบนี้ ระเบียบต้องกำหนดว่าผู้ที่มีความประสงค์ยื่นกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ที่เราใช้ว่ากระทู้สดถามด้วยวาจา จะต้องแจ้งความจำนงครับ แจ้งความจำนงกับใคร ก็ต้องประธานครับ ภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น เหมือนเดิมก็คือ ๐๘.๓๐ นาฬิกา สมาชิกที่ได้รับมอบหมายหรือสนใจนะครับ ก็ไปแจ้งความจำนง ถ้ามีเกินมากกว่า ๓ เราเขียน ให้เป็น ๓ ถ้ามีมากกว่า ๓ ท่านประธานต้องตกลง ต้องจับฉลากออกเหลือ ๓ การไปแจ้ง ความจำนงสิ่งที่จะแตกต่างไป ไม่ต้องยื่นเป็นหนังสือครับ ไม่ต้องระบุเรื่อง ไม่ต้องระบุ รัฐมนตรีที่ถาม ถามว่าระเบียบอย่างนี้เขียนได้หรือไม่ เขียนได้ครับ ไม่ต้องระบุเรื่องที่จะถาม เดิมกระทู้ถามสดเราระบุเรื่องที่จะถาม ระบุรัฐมนตรีที่จะถามด้วย แต่ในนี้เราไม่จำเป็น เพราะว่าต้องสอดรับกับรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับเราว่าโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพราะสมาชิกหลายท่านบอกถ้าทำอย่างนั้นเป็นการแจ้งล่วงหน้าทันทีเลย เมื่อเราระบุ ไปอย่างนั้น ท่านประธานก็ตัดสินว่าได้ ๓ ท่าน ในระเบียบต้องเอื้อกับผู้ปฏิบัติ ทั้งสองฝ่ายครับ เรื่องไหนครับ เรื่องที่ท่านณัฐวุฒิเสนอเมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน นั่นเป็นความตั้งใจที่ผมคิดไว้ว่าอย่างน้อยระเบียบต้องเขียนประเด็นให้ชัดเจนว่าในสัปดาห์นี้ คุณจะถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเรื่องอะไรได้ที่เกี่ยวกับหน้าที่นะครับ ในการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นสถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน เป็นสิ่งที่กระทบผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างรุนแรงและเป็นเรื่องด่วน ไม่ถามไม่ได้ ถ้านอกเหนือจากนี้นะครับ คนที่ประสงค์จะถามกระทู้ ๓ ท่านตรงนี้ ไม่มีสิทธิที่จะถาม คำว่าไม่มีสิทธิที่จะถามวินิจฉัยล่วงหน้า สาเหตุที่เขียนว่าประธานวินิจฉัยไว้ เรายึดแนวปฏิบัติเมื่อมาถาม ถ้าเขียนระเบียบอย่างนี้คณะรัฐมนตรีรู้โจทย์ครับ รู้โจทย์ว่า สัปดาห์นี้ใครจะต้องตอบ ถ้าเป็นเรื่องฝนฟ้าถล่มรู้ครับว่าใครจะต้องตอบ เรื่องระเบิดลง ใครจะตอบ มันมีโจทย์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ครม. เองเขาก็เตรียมตัวที่จะตอบได้ ฝ่ายเราเอง โจทย์เป็นโจทย์ทั่วไปอยู่แล้ว ถ้ามาถามในสภาครับ ถ้าลุกขึ้นถาม ถ้าคำถามหรือข้อชี้แจงคำถามนั้นท่านประธานเห็นว่า อันนี้ไม่เข้าลักษณะของกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ท่านประธานมีสิทธิ วินิจฉัยครับ ก็ตัดคนนั้นออกไปทันทีเลย มันจำเป็นครับที่ให้ประธานวินิจฉัย เพราะฉะนั้น ระเบียบตรงนี้จะเอื้อกับการปฏิบัติให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะท่านที่กังวลว่าจะปฏิบัติได้อย่างไร สามารถปฏิบัติได้ เราตีความเชิงกว้างเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ท่านจะเอาข้อมูล เอาความลับไปแจ้งต่อรัฐมนตรีอันนี้เราไม่รู้ แต่ว่าโดยวิธีการที่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยข้อกฎหมายไม่มี เรายืนยันว่าไม่มี อันนี้คือวิธีการปฏิบัติที่ผมขออนุญาตเรียนด้วย ความเคารพ แต่สิ่งที่เป็นห่วงครับว่ารัฐมนตรีจะมาตอบหรือไม่ เราก็พยายามเขียนในข้อ ๑๕๑ ผมล่วงไปนิดเดียวครับ เขียนกำกับไว้เลยว่าต้องมา ถ้าไม่มามีเหตุเดียวครับที่จะต้องแจ้ง ต้องเป็นมติคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผยเพราะเกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัย เกี่ยวเนื่องกับประโยชน์สำคัญของประเทศชาติ ต้องเป็นมติคณะรัฐมนตรี แต่ถ้าเขียนอย่างนี้ เนื่องจากว่าระบบการเมืองของเรายังไม่ลงตัว มีข้อจำกัดมีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคืออะไรครับ พวกเราสามารถที่จะถามกระทู้ แต่ไม่ใช่ใครอยากถามก็ถามนะครับ เพราะเราอยู่ระบบ เสียงข้างมาก ระบบสภาที่ต้องอาศัยเสียงข้างมากตามสัดส่วน กติกาที่เราวางไว้ก็ว่ากันไป ไม่ใช่ว่าใครจะลุกขึ้นถามรัฐมนตรีท่านใดก็ได้ ไม่ใช่อย่างนั้น ระเบียบต้องไปเขียนอย่างนั้น มาตรการในข้อบังคับที่จะให้รัฐมนตรีรับผิดชอบนี้ผมเรียนกับท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพด้วยว่าการเขียนแบบนี้เสมือนดีกับฝ่ายตรวจสอบ แต่เจตนา ลึก ๆ นั้น ผมเข้าใจว่าผู้เขียนต้องการเขียนปกป้องตัวนายกรัฐมนตรีเป็นการเฉพาะ เพราะอะไรครับ เพราะการถามด้วยวาจาที่จะมาถามในสภานี้ โจทย์กว้างมาก ๓ เรื่องใหญ่ เท่านั้น ไม่ระบุว่าจะต้องถามนายกรัฐมนตรีด้วย ไม่สามารถระบุ เพราะเขาห้ามระบุล่วงหน้า นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาสภาครับ ถ้าข้อบังคับนี้ออก ท่านประณามนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เลย ใช่ไหมครับ ขนาดที่ระบุถามว่านายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมานี่เราประณาม นายกรัฐมนตรีได้ เราลงโทษทางสังคม ลงโทษทางกฎหมายกับนายกรัฐมนตรีได้ เพราะกระทู้นั้น ระบุว่าจะถามนายกรัฐมนตรี แต่กระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้านี่คนเขียนใส่ไส้ เข้าไปอย่างร้ายกาจ ลองตรองดูนะครับ คุณจะไม่มีสิทธิไปประณามนายกรัฐมนตรีได้เลย เพราะคุณไม่สามารถระบุให้นายกรัฐมนตรีมาตอบได้ ยกเว้นว่าเรื่องนั้น ในสัปดาห์นั้น มันเป็นเกี่ยวกับเรื่องนายกรัฐมนตรีโดยตรง ผู้ถามต้องถามนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รู้โจทย์แล้วไม่มา อันนั้นว่าได้ครับ แต่ต้องอาศัยสถานการณ์เหตุการณ์มาเป็นตัวกำหนด อันนี้ คือข้อเสียครับ ไม่ใช่ข้อบวกอย่างเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพท่านประธาน สิ่งที่ผมได้นำเรียนเพิ่มเติมประธานชี้แจงไปนี้ไม่ต้องกังวลว่าเราจะปฏิบัติไม่ได้ อยู่ที่ระเบียบ ที่ประธานได้กำหนดครับ แต่ต้องไม่ขัดกับข้อบังคับเรา และไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง แล้วที่สำคัญสุดท้ายครับ ร่างของกรรมาธิการที่เสนอมาถ้าท่านสมาชิกไม่รับร่างนี้ คืนนี้ไม่จบ แน่นอนเพราะว่าจะต้องเอากลับไปทำใหม่ มีทางเดียวเท่านั้นเองที่จะต้องเอากลับไปทำใหม่ เพราะว่าจะรับข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกแก้ไขในเวลานี้ก็ทำไม่ได้แล้ว เพราะอยู่ในขั้นตอน พิจารณาไปในสิ่งที่กรรมาธิการได้เสนอร่างเข้ามาแล้ว ก็ฝากท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก เท่าที่ผมกราบเรียนท่านไปนี้ ท่านประธานได้ชี้แจงไป เรามั่นใจว่าเมื่อไม่ขัดรัฐธรรมนูญแล้ว วิธีปฏิบัติไปออกระเบียบครับ ปฏิบัติได้ครับ กราบขอบพระคุณครับ