นิกร เสนอปรับขั้นตอนกระทู้ถามสด ให้สอดคล้องรัฐธรรมนูญและมีประสิทธิภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๒

นิกร จำนง หารือปัญหาข้อบังคับการตั้งกระทู้ถามสดที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้ตีความคำว่า "กระทู้ถามสด" ว่าเป็นการตั้งคำถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อความสอดคล้องกับหลักการรัฐธรรมนูญ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมในการปฏิบัติจริง และเสนอแนวทางปรับปรุงขั้นตอนการตั้งกระทู้ผ่านการจัดทำระเบียบใหม่ร่วมกับคณะกรรมการประสานงานและฝ่ายบริหาร เพื่อให้การตอบกระทู้มีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง และยังคงรักษารูปแบบการตั้งกระทู้สดไว้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

นายนิกร จำนง กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม นิกร จำนง ในฐานะ กรรมาธิการ ผมจะขอให้ความเห็นนะครับ อาจจะไม่ใช่เป็นความเห็นของกรรมาธิการ กึ่งกรรมาธิการ กึ่งสมาชิกรัฐสภา แล้วก็กึ่งผู้ที่เคยมาตอบกระทู้ ผมตอบกระทู้อยู่ ๓ ปี ทีนี้เราจะมองเป็นองค์รวมเลยว่า ย้อนไปว่าปัญหานี้มาจากไหน ปัญหานี้ก็อยากจะรับอย่าง หน้าชื่นตาบานว่ากรรมาธิการเราทำมาเสร็จแล้ว ท่านประธานชวนกรุณา ที่ท่านแจ้งแล้วว่า มาตรา ๑๕๐ ต้องเบรก (Break) เอาไปทำใหม่ ซึ่งเราก็หยุดไปคุย เพราะมีนัยสำคัญ ก็คือว่า มันไม่ต้องตามรัฐธรรมนูญ พอไปดูกันจริง ๆ แล้วเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ปัญหาก็คือว่าประเด็น เรื่องเกี่ยวกับคำว่า กระทู้สด นี่มันไม่มีในรัฐธรรมนูญจริง ๆ แต่ว่าผมมามองหลังจาก มีการคิดแล้วคิดอีกตอนนี้ ผมมองว่ามันไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะว่ากระทู้เฉพาะที่เรากำหนดก็ไม่มี ถูกไหมครับ แสดงว่าไม่มีเราใส่ได้ แต่ว่าคำในรัฐธรรมนูญที่เขาบอกว่าอย่างน้อยต้องมีกระทู้ ที่ถามด้วยวาจาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ต้องมี แล้วในข้อบังคับเราไม่มี มันก็เลย กลายเป็นขัดรัฐธรรมนูญจริง ๆ ข้อบังคับของเรา เราก็ไปเขียนกัน ระหว่างที่ไปประชุม กันใหม่เลย ก็มีการยกร่างกันขึ้นมา นี่คือว่ามาคุยกันถึงหาทางออก ก็ยกร่างกันขึ้นมา มันติดอยู่ที่คำว่า กระทู้ถามสด คำว่า กระทู้ถามสด นี่ผมตั้งแต่อยู่ในสภานี้แล้วมันอยู่กับเรา มาประมาณ ๒๐ กว่าปีแล้ว แล้วพอพูดแล้วเป็นที่เข้าใจมันเป็นเทคนิคอลเทอม (Technical term) ที่ใช้ในสภา ประชาชนก็เข้าใจ รัฐมนตรีก็เข้าใจ สมาชิกก็เข้าใจ ว่ามันคืออะไร ทีนี้ถ้าอย่างนั้นเราก็คิดกันว่ากระทู้ถามสด เราก็ถือว่านัยนี้นะครับ ถือว่า เป็นกระทู้ที่ถามด้วย โดยไม่แจ้งล่วงหน้า ถือว่าอย่างนี้ เราก็เลยใส่คำเข้าไปเป็นที่ท่านเห็น เป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจา แล้วก็โดยไม่แจ้งล่วงหน้า เราไปเขียนไว้ในอีกข้อ ๑๕๖ กระมัง ก็อธิบายไว้ตรงนั้นแล้ว เดิมนี่ว่าจะไปอธิบายไว้ในนิยามเสียด้วยซ้ำ ก็เขียนไว้ตรงนั้น จากนั้น ในเมื่อเราคิดว่าคำที่เรากำหนดนี้เป็นกระทู้ถามด้วยวาจาที่ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ก็คือ กระทู้ถามสดนี่ละ คิดว่าอย่างนั้น เราก็ไปเรียงตรงอื่นเอาไปแทน เอาคำนี้เพื่อให้ต้อง ตามรัฐธรรมนูญว่ามีแล้ว ไปใส่ ใส่ ใส่ โดยยึดถือเอากระทู้ถามสดเป็นนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าเรา จะมีการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่สดครับ หมายถึงว่าไม่แจ้งล่วงหน้า เพราะว่า หลักการในการทำตรงนี้ก็คือต้องมาแจ้งประธานสภาก่อน แล้วประธานก็ประสานไปที่ ทำเนียบ แล้วก็ดูว่ารัฐมนตรีคนไหน ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ในฐานะมาตอบอยู่เสมอ ในวันพุธนี่รัฐมนตรีกลัวมาก คือรัฐมนตรีไม่ได้มาที่สภา แต่รัฐมนตรีทุกคนอยู่ในที่ตั้งหมดเลย ในวันพุธ เพราะไม่รู้ว่าสภาจะถามใคร ทุกคนต้องเตรียมอยู่ในที่ตั้ง พอประมาณ ๘ โมงกว่า ๆ นี่ก็ไปแล้ว พอกระทู้ออกไป ๙ โมง ก็รู้แล้วว่าเป็นใคร รัฐมนตรีก็เตรียมอย่างเร่งด่วน แล้วมันจะเป็นเรื่องสำคัญที่จะมาตอบ เพราะฉะนั้นถามว่ารัฐมนตรีอยู่ไหม อยู่ แต่อยู่ที่ทำเนียบ อยู่ที่กระทรวง โดยไม่รู้ว่าจะต้องตอบเรื่องอะไร แล้วก็มาตอบกันครั้งละ ๓ กระทู้ เป็นรายละเอียดแบบนั้น ทีนี้ถ้าหากว่าเราจะเดินหน้าใช้กระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่แจ้ง ล่วงหน้า โดยไม่มีรูปแบบประสานงานแบบนี้ ประเด็นที่จะมีก็คือว่าเราถามได้แต่ไม่มีคนมาตอบ มันจะใช้เวลายาวนานมากที่รัฐมนตรี ต้องมาครบทั้งทำเนียบเลย เพราะไม่รู้ว่าจะถามใคร จะถามคนไหน อย่างไร ท่านลองคิดดู ว่าเป็นไปได้หรือไม่ ทุกคนต้องมานั่งหมดแล้วก็พอเปิดประชุมสภาเราก็ยกมือ ผมจะถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าเรื่องนี้ ถามกันตรงนั้นสด ๆ ไม่ต้องบอกกัน ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้ากัน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

อันที่ ๒ ในปัญหาที่จะมีก็คือว่า แล้วจะถามกี่เรื่อง ถามกี่ประเด็น เพราะว่า ไม่มีระเบียบกำหนดว่าเป็นอย่างไรเลย แล้วก็ความสำคัญของเรื่องอื่นก็กลายเป็นว่า มันจะเป็นเรื่องกระทู้ยาวแค่ไหนก็ไม่รู้ คุมไม่ได้นะครับ ดังนั้นเรื่องนี้ผมไม่รู้นะบางครั้ง อาจจะต้องไปคุยกัน เพราะถ้ายาวเรื่องนี้ต่อไปมันจบไม่ได้นะครับ ผมเองส่วนตัวนะ ไม่เกี่ยวกับกรรมาธิการ ผมเห็นว่าถ้าเป็นแบบนี้ ในความเห็นส่วนตัว ณ ขณะนี้ ให้เจอกัน ตรงนี้ก็คือว่า สิ่งที่เรายังไม่มีแน่ ๆ ในข้อบังคับก็เพิ่มเข้าไปเป็นข้อ ๔ แล้วก็ไปตายเอาดาบหน้า หมายความว่าเรามาพิจารณาตรงนี้ไม่มีเสร็จหรอกเพราะว่ามันซับซ้อนมาก ก็คือว่า เขียนแขวนไว้และเป็นไปตามที่ประธานสภากำหนด หมายความว่าไปมีประเภท ๔ นี่ความเห็นส่วนตัว ยังไม่ได้คุยกับกรรมาธิการเลยนะครับ ก็คือว่าพอเป็นแบบนี้แล้วถามว่า เราจะกำหนดอย่างไร คณะกรรมการประสานงานร่วมที่เราตั้งแล้วตามข้อบังคับนี้ก็ไปคุยกัน และไปจัดการกัน ต่อจากนี้มันจะค่อย ๆ พัฒนาไปว่าจะจูน (Tune) หมายความว่า กระทู้ถามสดยังมีเพราะไม่อย่างนั้นมันจะมีช่องว่าง กระทู้ถามสดนี่ยังมีอยู่ และกระทู้ ลักษณะนี้เท่ากับว่าเรามีอย่างน้อยเป็นกระทู้ชนิดนี้อยู่ในข้อบังคับแล้ว ตามรัฐธรรมนูญแล้ว และให้ประธาน นี่เป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งเหมือนเรื่องอื่น ๆ และประธานก็ไปคิดกัน ไปคิดกับใคร เป็นกรรมการประสานงานไปเขียนขึ้นมาเป็นระเบียบว่าด้วยเรื่องนี้ และไปคุย กับทางทำเนียบด้วยใช่ไหมครับ ว่าคุณจะมากันอย่างไร บางครั้งอาจจะต้องส่ง รองนายกรัฐมนตรีมาครบในวันประชุม และทุกคนพร้อมที่จะตอบนะครับ แล้วก็รัฐมนตรี ใครจะมา คือไปจัดเวลากันใหม่ มาสภากันหน่อย แล้วก็ถามกันสด ๆ ตอบกันสด ๆ เพราะว่า เรื่องที่จะเป็น ถ้าตามกลไกนี้ ระเบียบเรายังไม่ร่าง เราค่อยไปยกร่างขึ้นมาใหม่ อาจจะเป็น เรื่องสำคัญ พอเป็นเรื่องสำคัญรัฐมนตรีทุกคนต้องรู้ว่าเรื่องของตัวเองมีปัญหาอะไรบ้าง ถ้าน้ำท่วมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ต้องมา เพราะอย่างไรก็ต้องเจอกระทู้ ถ้าเป็นแบบนี้เราสามารถจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ กระทู้ถามสดยังอยู่ ก็คือกลับไปที่เดิม นี่เป็นความเห็นส่วนตัวไม่ได้คุยกับกรรมาธิการ แล้วก็เติมตรงนี้เข้าไปและไปดีไซน์ (Design) ไปวางกัน แล้วก็มันจะพัฒนาต่อไปในอนาคต และสุดท้ายในอนาคตกระทู้ถามสดอาจจะไม่มี กลายไปเป็นกระทู้นี้มาเป็นกระทู้ถามสดตามที่เราว่าแทน ในรอยต่อตรงนี้ผมมีความเห็นว่า มันต้องหาทางออก ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ถ้าคุยกันไม่จบนะครับ เพราะว่ามันมีทั้งนิตินัย พฤตินัย และมีความเป็นจริงเรื่องการปฏิบัติ เรื่องอะไรพวกนี้ เราจะไปไม่ถูกนะครับ ก็เป็นความเห็น ที่อยากจะนำเรียนต่อที่ประชุมไว้ ขอบคุณครับ