ชวน หลีกภัย ชี้แจงการดำเนินการประชุมและขอความร่วมมือสมาชิกในการลงมติ หลังมีการแก้ไขญัตติและแจ้งความคืบหน้าด้านสถานที่ประชุม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงร่างข้อบังคับการเสนอร่างพระราชบัญญัติ โดยเฉพาะประเด็นการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบ ซึ่งอาจทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียเปรียบเมื่อเทียบกับรัฐบาลจากการมีข้อจำกัดด้านกลไกและกฎหมายการเงิน จึงเรียกร้องให้มีการปรับแก้เพื่อความเท่าเทียม ก่อนแจ้งขอลาออกจากที่ประชุมเพื่อเข้าพบวุฒิสมาชิกสหรัตถัดมา
ขอบคุณครับ ขอมติ ที่ประชุมนะครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
รบกวนสมาชิกอีกครั้งนะครับ กรรมาธิการเขาแปรญัตติกันเองครับ ขออนุญาตที่ประชุมเพื่อลงมติอีกครั้งหนึ่ง สมาชิกกำลัง ทานข้าวกันอยู่นะครับ ขออภัยด้วย วางจานสักนิดหนึ่งครับมาลงมติข้อนี้ ผมก็เห็นใจนะครับ เพราะว่าเราก็ใช้ห้องนี้สักระยะหนึ่งนะครับ ก็พยายามติดตามกันอยู่ว่าห้องของเราจริง ๆ สิ้นปีนี้น่าจะเรียบร้อย ประเดี๋ยวพอเริ่ม ข้อ ๑๐๐ ก็จะเร็วขึ้นนะครับ ผมขออนุญาตขอมติที่ประชุม อยู่ในช่วงที่เราพิจารณาต่อเนื่อง ผมก็ไม่ขอให้ต้องแสดงตนอะไร เพราะเป็นเรื่องอยู่ในข้อบังคับเดิม เจ้าหน้าที่ขอให้แสดงตนหน่อย ขอแสดงตนด้วยครับ อยู่ในช่วงแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ขอปิดการแสดงตน มีจำนวนผู้เข้าประชุม ๔๔๘ ท่าน และวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติให้เสนอมาพร้อมบันทึก ประกอบตามวรรคหนึ่ง แต่ว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญได้แก้ไขไปนะครับ เปลี่ยนเป็น ข้อความว่า สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากร่างพระราชบัญญัติให้เสนอมาพร้อมบันทึกประกอบตามวรรคหนึ่ง ผมเข้าใจว่าท่านเขียน ข้อ ๑๑๐ ในวรรคสองกันขึ้นมานี่นะครับ เนื่องมาจากต้องการให้มันล้อกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๗๗ วรรคสอง ซึ่งเขียนเอาไว้ว่า ก่อนการตรากฎหมาย รัฐพึงจัดให้มี การรับฟังความคิดเห็นและศึกษาผลกระทบ ในมาตรา ๗๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญนี้ อยู่ในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐนี้ ในมาตรา ๖๔ บอกเอาไว้ ว่าเป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการ นั่นก็คือไม่ได้บังคับนะครับ ถ้าบังคับจะต้องไปอยู่ในหมวด หน้าที่ของรัฐ นั่นหมายความว่าก่อนการตรากฎหมายจะต้องมีการจัดรับฟังความคิดเห็น หรือไม่นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องบังคับ ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาช่วงที่เรายังใช้ สนช. อยู่นะครับ ผมเข้าใจว่า สนช. เองก็ไม่ได้ทำเรื่องนี้ แต่ว่าตัวคณะรัฐมนตรีชุดที่ผ่านมาได้ทำเรื่องนี้ โดยอาศัยกลไกช่วยเหลือของทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จัดระบบให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน จากบุคคลผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบ ทีนี้ปัญหาอยู่ตรงนี้ ครับท่านประธาน ข้อ ๑๑๐ วรรคสอง ตามร่างเดิม ใช้ถ้อยคำที่ราวกับว่ามันอาจจะมี ร่างพระราชบัญญัติบางอย่างที่ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นและอาจจะมีร่างพระราชบัญญัติ บางฉบับที่มีการรับฟังความคิดเห็น แต่พอกรรมาธิการไปเปลี่ยนข้อ ๑๑๐ วรรคสอง เป็นแบบนี้โดยตัดคำว่า ในกรณีที่มี ออก และเหลือแต่เพียงคำว่า สรุปผลการรับฟัง ความคิดเห็นนี้ หมายความว่าในความเห็นของกรรมาธิการนั้นร่างพระราชบัญญัติทุกฉบับ จำเป็นต้องมีการรับฟังความคิดเห็นใช่หรือไม่ ผมทิ้งประเด็นตรงนี้ไว้เพื่ออะไรครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรนั้น มีองค์กรต่าง ๆ ที่เสนอเข้ามาได้อยู่ ๓ ช่องทาง ช่องทางแรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๐ คนขึ้นไป ช่องทางที่ ๒ คณะรัฐมนตรี ช่องทางที่ ๓ บุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกิน ๑๐,๐๐๐ คน ซึ่งเสนอได้เฉพาะเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของรัฐ
ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติในอดีตที่ผ่านมานั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็น ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีเป็นสำคัญ เราเห็นร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ โดย ส.ส. ค่อนข้างน้อยมากนะครับ สาเหตุที่คณะรัฐมนตรีเสนอเป็นเรื่องสำคัญก็เพราะว่า ๑. ส่วนใหญ่แล้วเป็นกฎหมายการเงินต้องมีนายกรัฐมนตรีลงนามรับรอง ๒. คณะรัฐมนตรีนั้น เขามีเครื่องไม้เครื่องมือกลไกในการช่วยเขายกร่างกฎหมาย นั่นก็คือคณะกรรมการกฤษฎีกา มีข้าราชการอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาคอยช่วยเขายกร่างออกมา คณะรัฐมนตรี จึงเสนอร่างพระราชบัญญัติได้เข้าสู่การพิจารณามากเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกัน ส.ส. อย่างพวกเราเกิน ๒๐ คนนั้นเสนอร่างพระราชบัญญัติได้น้อย
ทีนี้ถ้าหากเอาตามข้อ ๑๑๐ แบบที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างมานั้น ผมเกรงเหลือเกินท่านประธานครับว่า ต่อไปนี้เราจะแทบไม่เห็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนอร่างพระราชบัญญัติเข้าสู่การพิจารณาของสภาเลย สาเหตุก็เพราะว่า สมมติพรรค ของผม ส.ส. เกิน ๒๐ คน ผมยกร่างพระราชบัญญัติมาแล้วเสร็จ จริง ๆ เตรียมเสร็จไว้แล้ว หลายฉบับ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะเริ่มทยอยเสนอแล้วนะครับ ปัญหาก็คือว่าเราต้องไปผ่าน ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นก่อน ผมถามเจ้าหน้าที่สภาแล้วบอกว่า ได้เตรียมเรื่องนี้ แล้วหรือยังในขณะที่กฤษฎีกาเขาเตรียมเรียบร้อย ก็ทราบมาว่าพยายามกำลังจะทำกันอยู่ และจำเป็นต้องใช้งบประมาณอะไรกันเพิ่มเติมเพื่อหาแผนกนี้ขึ้นมาทำ แล้วก็จะต้องเป็น ภาระงานกับเจ้าหน้าที่ประจำสภาอีกแน่นอน และผมก็ถามค่าเฉลี่ยเวลา บางท่านก็บอกว่า อาจจะขึ้นไปถึง ๒-๓ เดือน สมมุติถ้าข้อ ๑๑๐ วรรคสอง ใช้บังคับแบบที่กรรมาธิการ ยกร่างมาส่งผลอย่างไรครับท่านประธาน ส่งผลก็คือว่า ส.ส. เราเข้าชื่อกันครบ ๒๐ คน เราเสนอร่างแล้ว ร่างนั้นก็จะไม่ถูกบรรจุ แต่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะต้องไปเปิดรับฟังความคิดเห็นซึ่งจะต้องรอไปอีก ๒-๓ เดือนนะครับ ในขณะเดียวกัน ร่างที่วิ่งมาจากช่องทางของคณะรัฐมนตรีเขามากันเร็วมากเพราะเขาทำกันเป็นมืออาชีพ รับฟังความคิดเห็นเขามากันเป็นมืออาชีพเลย เขาทำกันมาบ่อยครั้งนะครับ ดังนั้นผมจึง เรียนว่า ทุกวันนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราถูกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ลดทอนอำนาจลงไปเรื่อย ๆ กฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศเราไม่ได้มีโอกาสจะมานั่งประชุมในสภาผู้แทนราษฎร ก่อนนะครับ จะต้องเข้าในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา คือ ส.ว. ๒๕๐ คนที่มาจากการแต่งตั้ง เขามานั่งพิจารณาพร้อม ๆ กับเรา นี่เราก็ถูกลดทอนอำนาจไปแล้ว ถ้าหากเราจะเอากลไกนี้ มาบังคับตัว ส.ส. อีก หมายความว่า ส.ส. อย่างพวกเราโอกาสน้อยมาก น้อยจริง ๆ ที่จะเสนอ ร่างพระราชบัญญัติเข้าสู่สภา ต่อให้พรุ่งนี้สัปดาห์หน้าผมมายื่นให้ท่านประธานผมก็ต้องรอ อีก ๒-๓ อาทิตย์ แล้วสักพักหนึ่งครับ ไม่ใช่ประทานโทษ อาจจะเป็น ๒-๓ เดือน แล้วสักพักหนึ่ง ครม. เขาก็จะเสนอร่างประกบ แล้วของเขาทำความคิดเห็นมาเรียบร้อยผ่านกลไก คณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนั้นผมจึงเรียนว่า อยากจะให้ข้อ ๑๑๐ นั้น กลับไปเป็นแบบร่างเดิม คือใช้คำว่า ในกรณีที่มี ในกรณีที่มี หมายถึงไม่บังคับ ถ้าหากมีก็เอาความคิดเห็นแนบมาด้วย ถ้าหากไม่มีการรับฟังความคิดเห็นก็ไม่ต้องแนบ ก็เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไป อย่างน้อยที่สุดพวกเราก็มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเรารณรงค์หาเสียงไว้ ผมเชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัติที่ ส.ส. ของพวกเราเสนอนั้นก็เป็นไปตามนโยบายที่หาเสียง มันก็ผ่าน การรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนมาแล้วระดับหนึ่ง อยากจะเรียนว่าอย่าเขียน ข้อบังคับกันในลักษณะที่ลดทอนอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรเลย นี่คือความเห็นที่ผม ขออนุญาตนำเสนอในที่ประชุม และอยากจะให้คณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาด้วยครับ อย่างน้อยที่สุดเปิดโอกาสออกแบบกลไกให้ ส.ส. ได้มีโอกาสเสนอร่างพระราชบัญญัติ ได้ง่ายมากพอ ๆ กับที่คณะรัฐมนตรีเขาทำกันครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมขออนุญาต ท่านรองประธานทำหน้าที่ต่อ ผมนัดวุฒิสมาชิกสหรัฐไว้บ่ายสองโมง ขออนุญาตนะครับ เชิญเลขาธิการต่อครับ เชิญกรรมาธิการครับ