สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๗ สิงหาคม ๒๕๕๖

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สภานี้มันเกิด อะไรขึ้นหนักหนาล่ะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเข้ามาทําหน้าที่ มีการกีดกันไม่ให้ ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาทํางานในสภาแห่งนี้ ผมตั้งใจจะอภิปรายกฎหมาย ซึ่งเป็นกฎหมายสําคัญ มีผู้ช่วย ๓-๔ คน เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ผู้ช่วย ส.ส. เข้ามาทําหน้าที่ ในสภา ใครจะสนับสนุนผมล่ะครับในการทําหน้าที่ในการอภิปรายในสภาแห่งนี้ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องชัดเจนนะครับ เมื่อเช้านี้พวกผมเดินเข้ามาประชุมก็ไม่มี ปัญหาอะไร แต่ว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจก็กีดกันไม่ให้ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้เชี่ยวชาญ ได้เดินเข้ามาด้วย พอเข้ามาแล้วจะมาปฏิบัติหน้าที่ เดินออกไปจะกลับเข้ามาเจ้าหน้าที่ก็ ไม่อนุญาตครับ จะกีดกันกันตั้งแต่เริ่มต้นเลยหรือครับท่านประธานที่เคารพ การถ่ายทอดสด ที่จะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้เห็นการทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิก ฝั่งฝ่ายค้านอาจจะอภิปรายให้มีความเห็นต่างกับร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่สามารถจะปฏิบัติ หน้าที่ได้ ท่านประธานต้องตอบชี้แจงให้ชัดเจนนะครับว่าท่านจะกีดกันการทําหน้าที่ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรืออย่างไรนะครับ ผมขอคําตอบครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านบุญยอด เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธานคงต้องตอบคําถามของสมาชิกก่อนไหมครับ หรืออย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นเรื่องของ เจ้าหน้าที่ที่เขาต้องทําตามหน้าที่ของเขานะครับ ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องไปตอบ แล้วส่วนที่ จะเข้าสู่ระเบียบวาระเลยก็เจตนาเพื่อพวกเราจะได้มีเวลาพิจารณากันพอสมควร ในเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมเท่านั้นเอง คงไม่มีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ เรื่องแรกที่ท่าน ส.ส. สาธิต จากจังหวัดระยองได้หารือท่านนะครับ ข้อเท็จจริงก็คือว่าเราจะมาประชุมในที่สภาแห่งนี้ ท่านประธานเห็นไหมครับว่ามีการกั้น มีเจ้าหน้าที่ มีแท่งปูน ท่านประธานจําเมื่อสมัยที่แล้ว ได้ไหมครับ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยลุกขึ้นยืนในสภาแห่งนี้แล้วบอกว่า นี่ไม่เป็นสภา อันทรงเกียรติ พวกเขาไม่เข้าร่วมการประชุม ผมจําได้ว่ามีนายสุนัย จุลพงศธร ไปอยู่ที่ บริเวณด้านนอกแล้วไม่เข้ามา ผมจําได้ว่ามีนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย จอดรถขวางทางที่จะให้เข้า แล้วไม่เข้า แล้วก็กลับมาบอกในที่ประชุมว่าไม่อยากเห็นคนทะเลาะกัน ท่านประธานครับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่อย่างชัดเจนนะครับ ถึงกิจการทั้งในสภาและนอกสภา เป็นหน้าที่ของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรโดยตรงครับ เมื่อสักครู่นี้มีสื่อมวลชน จํานวนมากที่บอกว่าอยู่ตรงเขาดินวนาเขาเข้าไม่ได้ แม้ว่าจะแสดงบัตรก็ตามก็เข้าไม่ได้ ทําหน้าที่ไม่ได้ ผู้ช่วยของฝ่ายค้านเข้าไม่ได้ แต่ผู้ช่วยของฝ่าย ส.ส. รัฐบาลเข้าได้ครับ มันเกิด ปัญหาอะไรขึ้นครับท่านประธาน ท่านประธานครับ นอกจากนั้นการถ่ายทอดสดที่มีข้อ วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ตั้งแต่เมื่อวานนี้จนถึงวันนี้ ตกลงว่าอนุญาตถ่ายทอดสดหรือไม่ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) บอกว่าจะมาขอตั้งกล้อง ผมต้องถามประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยตรงครับว่า นี่คือหน้าที่ของท่านครับ ทําไมท่านปิดกั้นการทํางานของสื่อมวลชน เสรีภาพ สื่อมวลชน เสรีภาพของประชาชนอยู่ตรงไหนครับ ท่านประธานต้องตอบคําถามต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับผมขอให้ท่านปรึกษากับรัฐบาล ปรึกษากับนายกรัฐมนตรีนะครับว่า ต้องถอน พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ ออกไปครับ เพราะนี่ไม่ใช่บรรยากาศของการจะมาเจรจาร่าง พ.ร.บ. ปรองดองแห่งชาตินะครับ ท่านจะ เจรจาหรือมาพิจารณากันเรื่องร่างพระราชบัญญัติที่ชื่อว่าปรองดองแห่งชาติ นี่คือบรรยากาศ ปรองดองได้อย่างไรครับท่านประธาน นี่คือกิจการที่ท่านต้องทําทั้งภายในและภายนอก ผมขอย้ําครับ และท่านประธานต้องทําหน้าที่อย่างเป็นกลางนะครับ ผมขอทวนคําพูดของ ท่านด้วยว่า เมื่อท่านรับหน้าที่นี้ในวันแรก ท่านประธานสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ คนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ในขณะนี้บอกกับพวกเราว่า ท่านจะเข้มงวดกับข้อบังคับการประชุมทุกข้ออย่างเคร่งครัด ผมจําได้ ผมเชื่อว่าท่านก็ต้องจําได้ เพราะเป็นคําพูดของท่านเอง ท่านประธานครับ บรรยากาศ วันนี้เริ่มต้นหารือท่านก็จะไม่ให้หารือ ซึ่งเป็นอํานาจหน้าที่ของท่าน ใช่ แต่โดยปกติแล้ว ท่านจะให้หารือเกือบ ๑ ชั่วโมงด้วยซ้ํา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน น้ําท่วม บางที่ มีปัญหาอย่างอื่น ข้าวเน่า ข้าวยากหมากแพง ทําไมพวก ส.ส. ซึ่งเป็นผู้แทนของปวงชน ไม่ได้พูดในสภาแห่งนี้ละครับ ใครล่ะครับที่เรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาพูดกัน ในสภา ผมเชื่อว่าท่านเองก็เป็นคนหนึ่งที่เรียกร้องเรื่องนี้ รองประธานของท่านก็เรียกร้อง เรื่องนี้ สมาชิกหลายคนในที่นี้ก็เรียกร้องเรื่องนี้ เราขอเวลาจากสภาแห่งนี้ให้เราทําหน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยอย่างเต็มที่ อย่าขัดขวาง การทํางานของเรา และขอให้การประชุมในครั้งนี้เป็นไปด้วยความปรองดองอย่างที่ว่าจริง ๆ ท่านประธานเท่านั้นครับที่จะเป็นผู้ที่ให้คํามั่นสัญญากับพวกเราได้ ขอบพระคุณครับ

(นายสาธิต ปิตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อะไรท่านสาธิต

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ขออนุญาต ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต ผมทวงคําถามจากท่านประธานครับ ผมคิดว่าผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขาไม่ได้เข้ามาปล้น เข้ามาเผา เขามาทําหน้าที่ แล้วตําแหน่งเขาก็เป็นตําแหน่งที่ ประธานรัฐสภาเป็นผู้ออกให้ เพราะฉะนั้นอย่าไปกีดกันเขาครับ ขอให้ท่านประธานได้ชี้แจง แล้วต้องอนุญาตให้เขาเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสาธิตครับ ประเด็นนี้เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงที่เขาดูความเรียบร้อย เพราะฉะนั้นผมคงไม่ไป ก้าวก่ายนะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ไม่ใช่ท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับ เวลาเราหารือว่ามันมีเต็นท์เสื้อแดงอยู่หน้าสภา ท่านบอกว่าที่นั่นนอกอาณาเขตรัฐสภา ถ้าอยู่ในรัฐสภานี้ท่านสั่งได้ อํานาจประธานรัฐสภา แต่วันนี้ในที่ประชุมรัฐสภาท่านบอกว่า เป็นเรื่องความมั่นคง ตกลงเอาอย่างไรครับ กี่มาตรฐานกันดีล่ะครับ สภาแห่งนี้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านจิรายุ เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านสมาชิกได้หารือเรื่องของการถ่ายทอดสดทางช่อง ๑๑ ผมว่า เราหารือท่านประธานอย่างนี้ได้ไหมครับ ยกเลิกเลยได้ไหมครับ ไม่ต้องไปถ่ายทอดช่อง ๑๑ ท่านประธานครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ วันนี้ช่อง ๑๑ เดี๋ยวผังรายการก็ไม่นิ่ง เดี๋ยวมี ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจบ้าง มีถ่ายทอดสดอะไรต่าง ๆ บ้างนี่นะครับ หลายท่านก็บอกว่า ถ่ายทอดเดี๋ยวตัดเข้าโน่นตัดเข้านี่ เดี๋ยวเข้าข่าวบ้าง แล้วที่สําคัญท่านประธานครับ โทรทัศน์รัฐสภาที่ผมถืออยู่ในมือวันนี้นี่นะครับ ทีวี พาร์เลียเมนท์ (TV Parliament) ๙๕ เปอร์เซ็นต์ในประเทศไทยท่านประธานครับ ประชาชนไม่ได้ดูหนวดกุ้ง และเสาก้างปลาแล้วนะครับ เขาดูจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GMM Grammy) ดูสามารถ (SAMART) ดูพีเอสไอ (PSI) กันหมดเกือบทั้งประเทศแล้วครับ แล้วทีวีรัฐสภานี่ ท่านประธานครับ มันอยู่ในบ้านของประชาชนมาหลายเดือนแล้วนะครับ เพียงแค่ท่านขยับ ช่องมาไว้ช่อง ๑ ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ท่านก็เรียงได้ครับ เพราะฉะนั้นที่นี่ นอน สตอพ (Non stop) ผมว่าท่านประธานรัฐสภาต้องพูดให้ชัดเรื่องเดียวครับ คือบอกเลยครับว่า ฟรี ทีวี (Free TV) ทุกช่อง สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทุกช่อง ไม่ว่าจะไทย และต่างประเทศท่านสามารถสอยสัญญาหรือที่เรียกกันว่าเกี่ยวสัญญาณดาวเทียมเอาไป ออกอากาศได้ตลอด เพราะที่นี่ไม่มีโฆษณา เพราะฉะนั้นเรื่องถ่ายทอดสด บางทีผมเห็น ท่านประธานวิปบอกว่าขอถ่ายทอดช่อง ๑๑ ช่อง ๑๑ ถ่ายทอดนี่ท่านประธานครับ ไม่ครอบคลุมด้วยนะครับ แต่ทีวีรัฐสภานี่ท่านดูทางโทรทัศน์ไม่ได้ ท่านดูผ่านแอพพลิเคชัน (Application) ได้ ท่านฟังวิทยุเอฟเอ็ม ๘๗.๕ (FM 87.5) และวิทยุทั่วประเทศได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานพูดให้ชัดนะครับเรื่องการถ่ายทอดสดช่อง ๑๑ ไม่ได้ปิดกั้นเลยครับ ทีวีรัฐสภานี่ถ่ายทอด ๒๔ ชั่วโมงด้วยเมื่อการประชุม ไม่มีโฆษณาอะไรเลย เพราะฉะนั้น ฝากบอกพี่น้องประชาชนครับ ท่านกดได้เลยนะครับ ท่านไล่ไปเรื่อย ๆ ถ้าเจอเมื่อไร ท่านก็ดูเมื่อนั้นละครับ ฝากท่านประธานบอกไปยังเคเบิล (Cable) ต่าง ๆ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ปกติเรื่องการถ่ายทอดทางทีวี วิทยุนี่นะครับ ถ้าเป็นวาระปกติเราก็มีการถ่ายทอดทุกครั้ง อยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญนะครับ ถ่ายทอดทางสถานีวิทยุของรัฐสภา แล้วก็ทีวีของรัฐสภา ซึ่งวันนี้ก็ดําเนินการตามปกติ ไม่มีอะไรผิดปกตินะครับ ซึ่งก็ถือว่าดําเนินการตามที่เคยปฏิบัติ กันมาตามปกติเท่านั้นเอง ก็ให้มีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์ของรัฐสภานะครับ ก็อย่างที่ท่านจิรายุก็ได้เรียนเมื่อสักครู่ ไม่ได้มีอะไรผิดปกติเลยครับ แล้วเรื่องของท่านสาธิต เมื่อกี้ผมก็ตอบชี้แจงไปแล้ว เป็นเรื่องของดุลยพินิจของฝ่ายความมั่นคงที่เขาต้องดูแล ความเรียบร้อย สรุปแล้วต้องการให้กวดขันดูแลในฝ่ายของรัฐบาลด้วยอย่างนั้นใช่ไหม หรืออย่างไร เชิญพูดชัด ๆ คุณสาธิตเชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ ผมพูดชัดเจนสั้น ๆ ครับ ผมหารือถึงความเดือดร้อนว่าสมาชิกฝั่งซีกฝ่ายค้านจะปฏิบัติหน้าที่ ในการอภิปรายกฎหมายที่สําคัญ แล้วเราก็เตรียมข้อมูล การนําข้อมูลมาสนับสนุน เราต้องการให้ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้เชี่ยวชาญ ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ผมไม่พูด เลยไปถึงเมื่อเช้าหรอกครับ เอาว่าขณะนี้บรรดาผู้ช่วย ส.ส. ฝั่งผมนี้ไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติ หน้าที่ในสภาได้ ผมก็เรียนปรึกษาท่านประธาน ท่านประธานบอกว่าเป็นเรื่องของ ความมั่นคง แต่ความมั่นคงของท่านประธานคือความมั่นคงของฝั่งประธานฝ่ายเดียว คือฝั่งรัฐบาล คือผู้ช่วยฝั่งรัฐบาลมาทํางานได้ แต่ฝั่งผมทํางานไม่ได้ ก็ขอให้ท่านประธาน มีความเป็นกลางเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลว่าความมั่นคงหรือเหตุผลอํานาจหน้าที่ ของท่านหรือไม่ อย่างไร แต่ขอให้ใช้ด้วยความเป็นกลางและเสมอภาคแค่นี้ละครับ ท่านจะเอาอย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ถ้าอย่างนั้นฝากทางเลขาธิการช่วยดูด้วยนะครับ ดูตามความเหมาะสม ช่วยพิจารณาด้วย ให้ความเป็นธรรมอย่างที่ท่านขอนั่นละ ดูตามความเหมาะสม ช่วยประสานด้วยนะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ชัดเจน ท่านสั่งสิครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็สั่งแล้ว อย่างไรครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

สั่งว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ท่านเลขาธิการ ดําเนินการตามนี้ แล้วดูตามความเหมาะสม สมควรแล้วครับ ผมขออนุญาตดําเนินการ ตามระเบียบวาระเลยครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานเป็นอย่างนี้หรือครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปแล้ว ประท้วงเพราะไม่ให้หารือใช่ไหม แล้วเมื่อกี้ก็พูดเองว่าเป็นอํานาจของประธาน ข้อบังคับ ก็ระบุไว้ชัดเป็นอํานาจของประธานที่จะให้หารือหรือไม่ก็ได้ เป็นอํานาจของประธาน ที่จะใช้ดุลยพินิจนะครับ คงไม่มีสิทธิที่จะมาประท้วงครับ ผมขออนุญาตดําเนินการ ตามระเบียบวาระเลยนะครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

เรื่องที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจาก การชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... (นายวรชัย เหมะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

เชิญคุณวรชัย ครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ เพื่อไทย สมุทรปราการครับ วันนี้ผมมีความรู้สึกขอบคุณท่านประธานสภา ท่านนายกรัฐมนตรี สมาชิก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวรชัยครับ ขอโทษครับ เดี๋ยวขอเวลานิดหนึ่ง ท่านสมาชิกครับ ท่านรักษามารยาทด้วยนะครับ นี่สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ท่านสมาชิกผมขออนุญาตอย่างนี้นะครับ ผมถือว่าผมให้เกียรติ ฝ่ายค้านนะครับ ผมถือว่าผมให้เกียรติฝ่ายค้าน ผมจะขออนุญาตกลับไปให้ท่านได้หารือ เมื่อสักครู่ท่านบอกจะหารือเรื่องน้ําท่วมนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่เดือดร้อนจริง ๆ ผมจะอนุญาตให้เวลาสัก ๑๐ นาทีครับ ท่านละ ๒ นาทีสัก ๕ ท่าน หารือเรื่องที่ท่านอ้าง เมื่อสักครู่ เรื่องน้ําท่วมอะไรพวกนี้ครับ ท่านวิชาญมีอะไรครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานเองได้บอกกับที่ประชุมว่าจะให้เข้าระเบียบวาระ แล้วก็เข้าระเบียบวาระแล้ว และท่านประธานเองบอกว่าให้เข้าระเบียบวาระ แล้วท่านประธานก็บอกว่าเข้าระเบียบวาระ แต่ส่วนของท่านวรชัยซึ่งเป็นผู้เสนอกฎหมาย ฉบับนี้ ท่านเพียงแต่ขานชื่อแล้วก็อนุญาตให้ท่านวรชัยนําเสนอ มันเข้าระเบียบวาระไปแล้ว ท่านประธาน ท่านประธานจะกลับไปสู่การหารือมันจะผิดข้อบังคับนะครับท่านประธาน ผมประท้วงท่านประธานในข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิชาญ ผมเข้าใจครับ แต่เพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยครับ อาจจะเสียเวลาบ้าง สัก ๑๐ นาทีคงไม่เป็นไรครับ ผมจะอนุญาตให้ประมาณสัก ๕ ท่าน เอาปัญหาที่ท่านเห็นว่า เดือดร้อนของชาวบ้าน เรื่องน้ําท่วมอะไรพวกนี้ที่ท่านได้ชี้แจงอ้างเหตุเมื่อสักครู่ครับ สัก ๕ ท่าน เชิญครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ เรื่องเมื่อสักครู่ของ ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ยังไม่จบนะครับท่านประธาน เพราะว่าท่านจะอ้างว่าเป็นเรื่องของ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบแล้วครับ ตอนนี้ให้หารือแล้วครับ เอาละครับพอแล้วครับ เชิญฝ่ายรัฐบาลบ้าง เชิญครับ

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันต้องขอประท้วงท่านผู้ที่กําลังประท้วงอยู่นะคะ เนื่องจากดิฉันเกรงว่า ท่านผู้ที่ติดตามรับชมรับฟังอยู่ทางบ้านจะเข้าผิดว่าสภาผู้แทนราษฎรของเรากีดกันไม่ให้ ผู้ช่วยของท่าน ส.ส. เข้ามาประจําหน้าที่ ดิฉันได้ติดตามข่าวสารถ้าหากว่าท่านสมาชิกทุก ๆ ท่าน ได้ติดตามเหมือนกับดิฉันก็คงจะทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ตํารวจที่รักษาความปลอดภัย อยู่ด้านนอกมิได้กีดกันผู้ช่วย ส.ส. ไม่ให้เข้ามาแต่อย่างไร เพียงแต่ว่าจะต้องโชว์ (Show) บัตรประจําตัวให้ถูกต้องตามขั้นตอนเท่านั้นเอง ดิฉันเกรงถ้าหากว่ามีการพูดเพียงแค่ ให้ตัวเองจะเอาชนะให้ได้คงจะไม่เป็นธรรมนักกับเจ้าหน้าที่ที่รักษาความปลอดภัย อยู่ด้านนอก ต้องขอให้ทางท่านประธานช่วยดุลยพินิจ แล้วก็รักษาความสงบในห้องประชุม แล้วก็ให้การประชุมนี้ดําเนินต่อไปด้วยนะคะ

อีกวาระหนึ่งท่านประธานคะ ในเรื่องของการหารือความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน ดิฉันเข้าใจว่าในการที่เราให้หารือในแต่ละอาทิตย์นั้นเพื่อที่จะรอให้ องค์ประชุมครบถ้วน ซึ่งขณะนี้องค์ประชุมของเรามีถึง ๔๒๗ ท่านแล้ว ก็สามารถที่จะ เปิดประชุมตามปกติตามวาระได้แล้ว ขอให้ท่านประธานใช้ดุลยพินิจด้วย ขอขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ประท้วงก็ต้องประท้วงให้มีเหตุ ใครทําผิดข้อบังคับ ไม่ใช่ประท้วงคําวินิจฉัยของท่านประธาน นะครับ ประเด็นเมื่อสักครู่ที่ท่านสาธิตพูดถึง เอาว่าอย่างนี้ผมใช้คําสั่งของประธานสภา นะครับ อนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญประจําตัว ส.ส. ผู้ช่วย ส.ส. เข้าในบริเวณสภาได้นะครับ เอาตามนั้นนะครับ แต่ก็ต้องขอตรวจดูบัตรตามระเบียบของเขาเท่านั้นเอง อย่างนี้จบนะครับ

(นายสาธิต ปิตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เขาพาดพิง ไม่มีอะไรเสียหายนี่ครับ เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงก็อยากจะจบ แล้วนะครับ แต่บังเอิญว่าเพื่อนสมาชิกได้พาดพิงว่าเราพูดขึ้นมาเพื่อต้องการเอาชนะ ความจริง ไม่ใช่เลยครับ เป็นการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่กับฝั่งประธานว่า ทําไมปฏิบัติ ไม่เท่าเทียมกันนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับการโชว์หลักฐานว่าเป็นผู้ช่วยหรือไม่ เพราะเขาได้โชว์ เรียบร้อยทุกอย่าง ทุกประการ ท่านกุลเดชเป็นพยานได้ครับ เพราะฉะนั้นขอให้เพื่อนสมาชิก ได้ทําความเข้าใจเสียใหม่นะครับว่าที่เรามาพูดนี่ ไม่ได้ต้องการเอาชนะ เพราะอย่างไรเราก็รู้ว่า เราสู้เสียงส่วนใหญ่ไม่ได้ แต่เป็นการทําหน้าที่ แต่เราหวังอย่างเดียวครับว่าหวังให้ฝ่ายท่าน ได้ทําหน้าที่อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม แค่นั้นเองครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สบายใจแล้ว นะครับ ข้อสรุปอนุญาตให้แล้วครับ ก็แค่ขอดูบัตรเท่านั้นเอง ก็จบแล้วนี่

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสมบูรณ์ มีอะไรครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ นะครับ และโดยเฉพาะ ท่านประธานเมื่อสักครู่ท่านประธานเห็นความเป็นกลางไหมครับ ในขณะที่ทางฝ่ายค้าน ขอหารือท่านไม่เปิดไมค์ให้ ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลขอหารือท่านเปิดให้ทั้งคู่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ท่านสมบูรณ์ครับ ท่านครับ ฝ่ายค้านพูดกัน ๔-๕ ท่านนะครับ ฝ่ายรัฐบาลพูดแค่คนสองคน เท่านั้นเอง กําลังประท้วงว่าผมไม่เป็นกลาง เข้าข้างฝ่ายค้านมากไปหรือเปล่า ก็เปิดตามที่ เห็นสมควรครับ ก็เมื่อกี้ถ้าไม่เปิดแล้วท่านจะพูดได้อย่างไร เอาละครับ สมควรแล้วครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ ผมเพียงแต่ชี้ให้ท่าน เห็นว่าท่านไม่เป็นกลางแค่นั้นละครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมควรแล้วครับ ขออนุญาต ท่านบุญยอด เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ เมื่อสักครู่ท่านก็บอกว่า ๑๐ นาที ยังไม่ ๑๐ นาทีเลยนะครับ ประเด็นที่ ๒ เรื่องถ่ายทอดสด ผมขอยกข้อบังคับ ข้อ ๑๑ ที่ท่านบอกว่าท่านจะเคร่งครัดต่อข้อบังคับว่าการถ่ายทอดนะครับ ผมอ่านสั้น ๆ ง่าย ๆ นะครับ ท่านสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชนกรุณาอ่านตามด้วยนะครับ การประชุมเปิดเผย ให้บุคคลภายนอกเข้าฟัง ไหนครับ และการประชุมได้ตามระเบียบ ที่ประธานสภากําหนด และประธานสภาต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ที่ประชาชนทั่วไปสามารถรับได้อย่างทั่วถึง ตามธรรมเนียมปฏิบัติเราใช้ช่อง ๑๑ เอ็นบีที (NBT) กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันก่อนประธาน วิป (Whip) ฝ่ายค้านทําหนังสือถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร หารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านประธานมีคําสั่งอย่างไรครับ ท่านประธานไปปรึกษาหารือกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งกํากับดูแลกรมประชาสัมพันธ์หรือไม่ เราต้องการทําตามธรรมเนียมเพราะวันนี้ท่านก็ บอกว่าเป็นการประชุมที่สําคัญ ท่านเลื่อนวาระมาประชุมเรื่องนี้สําคัญมากจําเป็นต้องเร่งรีบ ใช่ไหมครับ ทําไมพี่น้องประชาชนไม่สามารถที่จะได้รับรู้รับทราบข่าวสารนี้ล่ะครับ ทีนี่ไม่ใช่ สภาของประชาชนแล้วหรือครับ

ท่านประธานครับ ประเด็นที่ ๒ ไทยพีบีเอส ผมไม่ทราบว่าผู้กํากับรายการ ของเขามาขออนุญาตจากสภาในการตั้งกล้องถ่ายทอดสดด้วยตนเอง เพราะเขาเอง เขาอาจจะเกี่ยวสัญญาณได้ แต่การเกี่ยวสัญญาณของสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้แปลว่า นี่คือเสรีภาพครับ เสรีภาพในที่นี้คือ เมื่อเขาต้องการที่จะมีการถ่ายทอดสดด้วยตนเองนั้น เขาก็เป็นโทรทัศน์ที่มาจากภาษีประชาชนอย่างไรครับ สมาชิกแห่งนี้ก็เคยเรียกร้องว่า ถ้าถ่ายทอดช่อง ๑๑ ไม่ได้ก็ให้ไทยพีบีเอส จัดการ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ก็เคยเรียกร้องเรื่องเหล่านี้ ทําไมเขาไม่ถึงสามารถที่จะขออนุญาตท่านได้ครับ ทําไมครับ ผมสงสัยจริง ๆ ครับท่านประธาน นี่คือเรื่องของท่านโดยแท้นะครับ และเป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ อย่างชัดเจน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พวกเราทํามาโดยตลอดในการประชุม ในวาระสําคัญทุกครั้ง ทําไมครับจึงไม่ให้ถ่ายทอดสดในวันนี้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่างที่ ท่านบุญยอดพูดถึงข้อ ๑๑ นะครับ ก็ถูกต้องอย่างที่ท่านพูดทุกประการ แล้วผมก็ยึดถือ ธรรมเนียมการปฏิบัติมาอย่างที่ท่านพูดตลอด นี่เป็นวาระการประชุมตามปกติ แล้วก็มี การถ่ายทอดตามปกติที่ถือปฏิบัติกันมาโดยตลอด ก็คือให้ถ่ายทอดทั้งทีวี (TV) และวิทยุ ของรัฐสภา ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ ก็ทํากันมาอย่างนี้ตลอด ก็ไม่เห็นว่าอย่างไร นอกจากวาระ ที่เห็นว่าเป็นวาระที่จะมีการถ่ายทอดสด ก็อนุญาตให้ช่อง ๑๑ ถ่ายทอดเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง สรุปแล้วท่านจะหารือหรือจะหาเหตุประท้วงกัน เมื่อกี้นี้บอกจะขอเวลาเพื่อคุยเรื่องน้ําท่วม ภาคใต้อะไรพวกนั้น แล้วน้ําท่วมภาคใต้ไปไหนเล่า ถ้าจะหารือ ให้หารือความเดือดร้อนของ ประชาชนอย่างที่ว่านั่น ผมให้เวลา ๑๐ นาที แต่ถ้าไม่หารือ ผมจะเข้าระเบียบวาระเลย นะครับ ตกลงเอาอย่างไรครับ หารือใช่ไหม ท่านหมอสุกิจ เชิญ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมทนไม่ไหว ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อ ๖๑ ท่านชี้แจงไม่ตรงกับความเป็นจริงครับ ท่านบอกว่า ระเบียบวาระวันนี้ การประชุมวันนี้ กฎหมายวันนี้เป็นเรื่องปกติ มันปกติอย่างไรครับ ตั้งแต่เข้าสภามาแล้วท่านไปดูสิครับ ตั้งกี่ด่าน แล้วถ้าปกติจริงท่านก็เอาออกไปสิครับ เอาตํารวจออกไปให้หมด ยกเลิก พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคง แล้วพวกผมจะปฏิบัติตามที่ ท่านบอก วันนี้พวกผมขอร้องให้ท่านถ่ายทอดสด เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ พี่น้องประชาชนสนใจ ท่านเห็นไหมครับ เขาชุมนุมกันกี่แห่ง แล้วทั่วประเทศอีกกี่แห่ง แล้วท่านก็ปิดหูปิดตาประชาชน พรรคฝ่ายค้าน ท่านประธานวิปไปยื่นหนังสือเมื่อวาน ท่านไม่อยู่ครับ ยื่นกับท่านรองเจริญ เขาก็รับไปแล้วนะครับ แต่ก็ไม่ได้ทําตาม ซึ่งผมว่าตอนนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านดูแลช่อง ๑๑ เห็นคุยนักคุยหนาบอกว่าให้มาพูด มีอะไรให้มาพูดกัน ในสภา ก็นี่อย่างไรครับในสภา ให้นายกรัฐมนตรีมาตอบหน่อยสิว่าทําไมไม่ให้ถ่ายทอด มีเหตุผลอะไรครับ กฎหมายสําคัญ พี่น้องประชาชนจะฆ่ากันตายวันนี้แล้ว เอามาตอบหน่อย นายกรัฐมนตรีอยู่ไหมครับ อยู่สภาหรือเปล่า ที่ว่าอยากให้คุยในสภานั้น วันนี้อยู่สภา หรือเปล่าครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านจิรายุ เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง แล้วก็ พยายามจะทําความเข้าใจในฐานะที่ทํางานสื่อสารมวลชนเหมือนท่านบุญยอดว่านี้นะครับ การประชุมเปิดเผยตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ ครับ ให้บุคคลภายนอกเข้าฟังได้หรือไม่นี้เป็นสิ่งที่ ท่านประธานจะตัดสินนะครับ บางวันผมก็เห็นมากันเยอะ บางวันก็ไม่มา ไม่เห็นจะตื่นเต้น อะไร บางวันไม่มีใครมาเลยนะท่านประธาน ข้างหลังนี่ เรื่องสําคัญ อันนี้เป็นหน้าที่ดุลยพินิจ ของท่านประธานครับ แต่ในหัวข้อที่ท่านประธานต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ที่ประชาชนทั่วไปสามารถรับฟังได้อย่างทั่วถึง คือช่องอะไรท่านประธาน ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเขียนข้อบังคับใหม่ ให้เขียนว่า ช่อง ๑๑ ช่องไทยพีบีเอส ไว้แก้ข้อบังคับกัน เมื่อท่านประธานเขียนเช่นนี้นะครับ ทีวีรัฐสภา ตอนนี้ ผมเป็นบอร์ด (Board) ของทีวีรัฐสภา คุณบุญยอดก็เป็น ก็รู้อยู่ครับว่าวันนี้มันรับชมได้ ทั้งประเทศ และขณะที่เราพูดกันเสียเวลากันอยู่นี้ มันก็ชมทั่วประเทศอยู่แล้ว และสัญญาณ ก็ไปทั่วโลกด้วยนะครับ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นท่านยังสามารถรับชมผ่าน แอพพลิเคชั่น (Application) คนที่มีโทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์ (Android) อะไรต่าง ๆ นี่ ก็ชมได้ วิทยุทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ๘๗.๕ ก็ฟังได้ ผมไม่เข้าใจครับว่าทําไมต้อง ช่อง ๑๑ ช่อง ๑๑ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วช่อง ๑๑ ต่างจังหวัดเขาก็ไม่ค่อยได้ดูกันนะครับ เพราะฉะนั้นผมบอกว่าวันนี้ถ่ายทอดอยู่ในขณะนี้ ถ้าสถานีโทรทัศน์ช่องใดอยากจะลิงค์ (link) สัญญาณไปก็สามารถทําได้ ถือว่าวันนี้เปิดเผยมากที่สุดท่านประธานครับ เพราะว่า ทีวีรัฐสภาไม่มีโฆษณา ไม่มีข่าวคั่น ไม่มีตัดช่วงฝ่ายค้านอภิปราย ช่วงฝ่ายรัฐบาลอภิปราย ไม่มีใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นดูทีวีรัฐสภาจากโทรทัศน์ที่บ้านของท่านทั้งประเทศไทยได้ครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ก็สังเกต ๒ ข้าง ผมเห็นกล้องทีวีเต็มกันทั้ง ๒ ข้าง เพราะฉะนั้นเอาอย่างนี้ครับ เพื่อให้ ความสบายใจนะครับ เราไม่ได้ขอให้มีการถ่ายทอดสด แต่เราไม่ห้ามให้มีการถ่ายทอดสด นะครับ ซึ่งก็มีการถ่ายทอด ซึ่งช่องไหนสนใจก็ถ่ายทอดได้ เอาอย่างนี้นะครับ จบนะครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงกระผมและคณะเป็นผู้ที่ได้ทําหนังสือ อย่างเป็นทางการถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม ในวาระการพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรม ที่กระผมและคณะได้ทําหนังสือไปก็เพราะเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับหลักการปกครองสําคัญของประเทศในอนาคตในเรื่องของหลัก นิติธรรมและระบบนิติรัฐ เพราะจะมีผลกระทบกระเทือนอย่างมากมาย รวมทั้งเป็นเรื่องที่อยู่ ในความสนใจของประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นที่มาที่กระผมทําหนังสือถึง ท่านประธานเพื่อให้ท่านประธานได้กรุณาประสานงานกับรัฐบาลซึ่งเป็นผู้ดูแลช่อง ๑๑ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรีซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการสั่งปฏิบัติราชการกรมประชาสัมพันธ์ เพราะฉะนั้นที่กระผมดําเนินการก็เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ ที่พวกเราพูดกันมา หลายท่านแล้วว่าถ้าหากว่าเป็นการประชุมโดยเปิดเผย ให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุม ได้ตามระเบียบประธานสภากําหนด และสําคัญก็คือว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องจัดให้มี การถ่ายทอดสดทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ที่ประชาชนสามารถรับได้อย่างทั่วถึง คําว่า ทั่วถึง แปลว่ามันจะต้องทั่วถึงจริง ๆ ช่อง ๑๑ เราอนุมานว่าทั่วถึง เพราะฉะนั้นขอให้ ดําเนินการตามนี้ เว้นแต่มีเหตุขัดข้อง ให้แจ้งที่ประชุมทราบ

ประเด็นของกระผมก็คือว่าเมื่อกระผมได้ทําหนังสือถึงท่านประธานเมื่อวานนี้ เหตุขัดข้องคืออะไรครับ และผู้ใดเป็นผู้ขัดข้อง ตัวท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเองขัดข้อง หรือรัฐบาลซึ่งกํากับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ขัดข้อง หรือนายกรัฐมนตรีซึ่งมีการแบ่งงาน สํานักนายกรัฐมนตรี แบ่งงานให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งปฏิบัติราชการ กรมประชาสัมพันธ์ ดูแลช่อง ๑๑ เป็นผู้ขัดข้อง นี่คือสิ่งที่เป็นเบื้องต้นที่พวกกระผมควรได้รับ คําตอบจากท่านประธาน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมได้รับ การชี้แจงจากวิปฝ่ายรัฐบาลว่าได้ดําเนินการตามปกติซึ่งได้ดําเนินการกันมาโดยตลอดนะครับ เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรผิดปกติ แล้วก็มีการถ่ายทอดโดยทั่วไปทั้งทีวี วิทยุของรัฐสภา และทุกสถานี ทุกช่อง ทุกสื่อ สามารถเกี่ยวเครือข่ายโครงข่ายของสัญญาณจากรัฐสภา ไปถ่ายทอดได้ ไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ ไม่ได้ห้ามเลยครับ เชิญประธานวิป ท่านอํานวยครับ เชิญครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน วิปรัฐบาลนะครับ ขอกราบเรียนว่าในการถ่ายทอดช่อง ๑๑ นั้น เนื่องจากภารกิจ ผมขออนุญาตอ่านบันทึกข้อความให้ท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านได้ทราบนะครับ

ส่วนราชการ ฝ่ายปฏิบัติการและข้อมูลออกอากาศ ส่วนจัดและการควบคุม รายการ สทท. ช่อง ๑๑ วันที่ ๗ สิงหาคม เรื่อง แผนผังการออกอากาศรายการประจําวัน เรียน ผอ. สทท. ส่วนจัดและการควบคุมรายการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์ ขออนุมัติการบรรจุผังรายการออกอากาศประจําวันพุธที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ ภาคเช้า ค่ํา เพื่อออกอากาศตามเวลาที่กําหนดและมีรายการพิเศษดังนี้

๑. ๑๐.๓๐-๑๒.๐๐ นาฬิกา ถ่ายทอดสด พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เสด็จ ทรงเปิดงานมหกรรม ร้อยใจ ร้อยมาลัย ร้อยล้านดวงใจ เทิดไท้ราชินี ประจําปี ๒๕๕๖ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

๒. ๑๕.๐๐-๑๖.๐๐ นาฬิกา ถ่ายทอดสด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินทอดพระเนตรงานแสดงตราไปรษณียากรโลก พ.ศ. ๒๕๕๖ ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ ชั้น ๕ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

๓. ๑๙.๔๕-๒๐.๐๐ นาฬิกา ถ่ายทอดสดรายการผลการดูดวงจันทร์ ณ อาคารมัสยิดกลางประจําจังหวัดสงขลา

นี่คือเป็นขั้นตอนผังรายการของช่อง ๑๑ ดังนั้นช่อง ๑๑ จึงไม่สามารถที่จะมา ถ่ายทอดให้ในสภาได้ แต่ถึงอย่างไรตามที่ท่านประธานได้แจ้งให้กับท่านผู้ทรงเกียรติ ได้รับทราบ และพี่น้องประชาชนได้รับทราบนะครับว่าทางสภาไม่ได้มีปิดกั้นในการถ่ายทอด ทีวีแม้แต่อย่างใด ในขณะนี้ที่ผมได้นั่งนับช่องดูในขณะนี้ ๑๐ กว่าช่อง ที่มาถ่ายทอดอยู่ ในขณะนี้ ดังนั้นผมอยากให้ท่านประธานได้ดําเนินการตามระเบียบวาระ ขอเชิญท่านครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านจุรินทร์ เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนกับท่านประธานครับว่า

ประการที่ ๑ เรื่องการถ่ายทอดพระราชกรณียกิจของพระราชวงศ์ พวกกระผม ไม่ติดใจเลยครับ ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียน กับท่านประธานก็คือว่าประการที่ ๑ ภารกิจในการดําเนินการประสานงานให้มีการถ่ายทอด เป็นหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถ้าท่านเคารพข้อบังคับมันคือภารกิจของท่าน ไม่ใช่ภารกิจของวิป

ประการที่ ๒ ที่ท่านประธานวิปรัฐบาลได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ ๑. ถ่ายทอด พระราชกรณียกิจ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เวลา ๑๐.๓๐-๑๒.๐๐ นาฬิกา แปลว่า ก็ได้มีการถ่ายทอดไปแล้วใช่ไหมครับ เวลานี้คือเวลาบ่ายโมงสี่สิบห้านาทีจะมีการถ่ายทอด พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เวลาบ่ายสามโมง ถึงสี่โมงเย็น ถัดจากนั้นก็ไปทุ่มสี่สิบห้านาทีถึง ๒ ทุ่ม พวกกระผมไม่ติดใจครับ พวกกระผม เทิดทูนสถาบัน แต่ว่าสิ่งสําคัญช่วงระยะเวลาที่เหลือล่ะครับ ทําไมท่านประธานไม่ประสานงาน เปิดโอกาสให้สภาของประชาชนได้มีโอกาสทําหน้าที่ภายใต้สายตาประชาชนนี่ ไม่ใช่สภาทรราชครับ ที่จะต้องปิดหูปิดตาประชาชนทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่ มันกระทบกระเทือนต่อระบบการปกครองของประเทศในอนาคต ซึ่งเกี่ยวพันกับระบบ หลักกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จึงเป็นที่มาที่พวกกระผมต้องท้วงต่อท่านประธาน ได้กรุณาได้ทําหน้าที่ของท่าน ถ้าท่านบอกว่าขัดข้อง ท่านกรุณาแจ้งเหตุผล และใครขัดข้อง ท่านประธานขัดข้อง หรือว่ารัฐบาลขัดข้อง หรือนายกรัฐมนตรีที่สั่งปฏิบัติราชการ กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง ๑๑ ขัดข้อง ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจุรินทร์ครับ ที่จริงไม่ได้ปิดหูปิดตาเลยนะครับ เมื่อกี้นี้ผมก็ชี้ให้ดูทั้ง ๒ ฝั่ง เห็นทีวีเต็มกันไปหมด เรามีการถ่ายทอดไม่รู้กี่ช่องนะครับ แล้วช่องไทยพีบีเอสก็สามารถที่จะเกี่ยวสัญญาณ ไปถ่ายทอดได้ ก็ไม่เห็นจะมีปัญหา แล้วผมก็ใช้ดุลยพินิจของผมในฐานะประธาน เห็นว่า การประชุมก็ประชุมตามวาระปกติ เพราะฉะนั้นก็เห็นว่ามันมีการถ่ายทอดกันพอสมควร ซึ่งสามารถดูได้กันทั้งประเทศแล้ว เพียงแต่ไม่ได้มีคําสั่งให้ช่อง ๑๑ ถ่ายทอดเท่านั้นเอง ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ เชิญครับ ข้างหลังเชิญครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธาน ผมก็หน้าตาดีท่านประธานทําไมมองไม่ค่อยเห็นไม่รู้ รูปร่างก็หล่อนะครับ ก็อันดับต้น ๆ ของสภา แต่ประธานมองแต่ซ้ายแต่ขวา ตรงกลางไม่มอง ท่านประธานถึงมองอะไร ไม่ค่อยออกอย่างไรครับ การประชุมถึงมีปัญหา ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ วันนี้ตอนนี้อํานาจประธานไม่ได้สามารถทําอะไรได้แล้ว ท่านก็ประกาศไปเลยว่าให้ทุกช่องมาถ่ายทอดสดได้ ใครจะถ่ายเท่าไร อะไรก็เรื่องของเขา เพราะวันนี้ช่อง ๑๑ มีปัญหาเรื่องเวลา เพราะฉะนั้นท่านก็ประกาศเป็นการแฟร์ (Fair) ไปเลยบอกว่าทุกช่องสามารถถ่ายทอด ช่องไหนจะถ่ายหรือไม่ถ่ายให้ประชาชนไปตัดสิน เอาเอง แต่ท่านก็บอกไปเลยว่าให้ อนุญาตนะครับ เพียงแต่ตอนนี้แต่ละช่องนี้เขาไม่สามารถ ที่จะเกี่ยว คือมันไม่คอนเนคท์ (Connect) กันในระหว่างช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ นี้ มันไม่คอนเนคท์กับทีวีของสภา ช่อง ๑๑ ยังมีปัญหาเลย ยังคอนเนคท์ไม่ได้นะครับ มันเป็นทางเทคโนโลยี ซึ่งผมเองก็ไม่มีความรู้เท่าไร แต่ท่านบอกว่าอนุญาตให้ถ่ายทอดสด ทุกช่อง ก็จบแล้วครับจะได้ประชุมต่อนะครับ เรื่องแค่นี้ ทุกอย่างให้ประชาชนตัดสิน ให้ประชาชนเขาเห็น ท่านก็บอกอนุญาต แต่ทีนี้ท่านจะไปสั่งนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้แล้ว จะไปบอกช่อง ๑๑ ก็ไม่ได้ ก็บอกเลยครับอนุญาตให้ทุกช่องมาดําเนินการถ่ายทอดสดได้ ก็จบ แค่นั้นเองครับ ผมจะได้ประชุมกันต่อครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริง ผมประกาศพูดไปอย่างนั้นแล้วครับ ตามที่ท่านว่านี่ละ ก็อนุญาต ไม่ได้ห้ามเลยครับ ให้ทุกช่องสามารถถ่ายทอดสดได้ครับ ไม่ได้ห้ามเลยครับ เชิญท่าน

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานย้ําอยู่หลายครั้งว่าวันนี้เป็นการประชุมปกติ ซึ่งก็ใช้ธรรมเนียมปกติทั่วไป ของที่ประชุมสภา ผมในฐานะที่เป็นหนึ่งในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีท่านประธาน เป็นประมุข ท่านประธานเป็นสถานะหนึ่งซึ่งเป็นเสาหลักของประเทศในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ สถานะของท่านประธานไม่ได้ด้อยกว่านายกรัฐมนตรี หรือประธานศาลฎีกา แต่สิ่งหนึ่งที่วันนี้ สมาชิกฝ่ายค้านเรียกร้องก็คือจุดยืนของท่านประธานที่จะนําพารัฐสภาแห่งนี้ให้ได้รับ การยอมรับจากพี่น้องประชาชน ท่านประธานพูดได้อย่างไรครับว่าวันนี้เหตุการณ์ปกติ ตํารวจ ๔๐,๐๐๐ คน ๕๐,๐๐๐ คนทั่วกรุงเทพมหานคร แผงกั้นรอบรัฐสภา ปิดถนน ๑๐ สาย มีพี่น้องประชาชนมาลุกขึ้นเดินขบวนหลายหมื่นคนเมื่อเช้านี้ นายกรัฐมนตรี ต้องประกาศตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง นี่หรือครับเหตุการณ์ปกติครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานไม่ได้แสดงจุดยืนที่จะทําให้รัฐสภาแห่งนี้เป็นทางออกของประเทศ พวกผม ก็เสียใจครับ เมื่อเพื่อนสมาชิกลุกขึ้นกล่าวว่าวันนี้กระบวนการในการทําหน้าที่นั้นถูกขัดขวาง โดยเจ้าพนักงานของรัฐ ท่านประธานในฐานะผู้บังคับบัญชาหรือประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านต้องแสดงความรับผิดชอบที่จะให้สมาชิกทุกคนได้ทําหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อปกป้อง ระบอบรัฐสภา แต่ท่านประธานไม่ได้แสดงออกซึ่งลักษณะของการจะส่งเสริมให้สมาชิกได้ทํา หน้าที่เลย สิ่งที่เพื่อนสมาชิกเรียกร้องก็คือวันนี้มีปัญหาข้างนอก พี่น้องประชาชนสับสน แต่แทนที่รัฐสภาแห่งนี้จะพิจารณาเรื่องนี้แล้วได้ให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับฟัง และได้มีวิจารณญาณในการที่จะรับชมและพิจารณาข้อมูลข้อเท็จจริง แต่ท่านประธานก็กลับ แสดงลักษณะที่จะปิดกั้นการรับฟัง รับรู้ รับชมของพี่น้องประชาชน คนเป็นประธานรัฐสภา จะต้องทําให้สภาแห่งนี้เป็นทางออกของสังคมในยามวิกฤตครับ ถ้าจําเป็นท่านประธาน ต้องบอกไปยังนายกรัฐมนตรีซึ่งสถานะเท่าเทียมกันว่าวันนี้สภาต้องเป็นทางออก ขอให้มี การถ่ายทอดการประชุมรัฐสภา ท่านประธานอย่าชี้ครับว่ากล้องเหล่านี้เต็มไปหมด กล้องเหล่านี้เขาถ่ายไปเพื่อเก็บภาพบรรยากาศในการประชุมเท่านั้น แต่พี่น้องประชาชน เขาไม่มีโอกาสรับรู้ข้อเท็จจริงข้อมูลข่าวสารที่จะเกิดขึ้นจากการออกกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบัน

ท่านประธานที่เคารพครับ พวกผมเพียงเรียกร้องจิตสํานึกว่าเมื่อพวกผม ถูกกีดขวางในการเข้าทําหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร ผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญที่จะมาส่งเสริมการทํา หน้าที่ของพวกผม ถ้าท่านประธานได้ยินอย่างนั้นท่านประธานมีหน้าที่อย่างเดียวต้องสั่งว่า ไปบอกมาว่าตรงไหนที่ไม่สามารถเข้ามาได้ ให้เจ้าหน้าที่หรือเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปดําเนินการอํานวยความสะดวกให้นําเข้ามา แต่ไม่ใช่สั่งว่าให้ไปพิจารณาตามสมควร ท่านประธานไม่ได้ส่งเสริมการทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมแห่งนี้เลย นี่คือสิ่งที่พวกพรรคฝ่ายค้านลุกขึ้นมาด้วยความไม่สบายใจว่าเมื่อบ้านเมืองมีปัญหา เรายึดมั่น ในระบอบรัฐสภา ทําไมท่านประธานไม่ยอมให้รัฐสภาแห่งนี้เป็นหนึ่งในทางออกของประเทศ แต่ท่านทําเสมือนหนึ่งว่ารับฟังปัญหาของรัฐบาลเป็นปัญหาของรัฐสภาแห่งนี้ด้วย ท่านประธานต้องแยกสถานะสิครับ รัฐบาลจะมีปัญหาเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล รัฐบาลจะเสนอกฎหมายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล แต่เมื่อมาเข้าสู่ที่ประชุมสภาแห่งนี้ ทุกคนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องมีสิทธิที่จะทําหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อปกป้อง ระบอบรัฐสภาที่พวกเรารักและหวงแหน แต่ท่านประธานไม่ได้แสดงออกในการที่จะทํา หน้าที่ตรงนี้ให้กับพวกเราเลย ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า วันนี้พวกเราไม่สบายใจ หลายคนครับ ที่มีข่าวออกมาว่าจะปิดกั้นการทําหน้าที่ของสมาชิกฝ่ายค้านในการอภิปราย ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ผมก็ฝากท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจะยังเห็นว่ารัฐสภา แห่งนี้จะเป็นทางออกหนึ่งของประเทศ ท่านต้องพิจารณาให้ดี และท่านต้องเป็นผู้นํา ในการหาทางออกให้กับประเทศและรัฐสภาแห่งนี้จะเป็นทางออกหนึ่งของประเทศได้ แต่ถ้าท่านประธานคิดว่ารัฐสภาแห่งนี้คือส่วนหนึ่งของฝ่ายบริหารเหมือนกับที่ท่านประธาน เป็นคนหนึ่งในสมาชิกพรรครัฐบาลพวกผมก็เสียใจ แต่ผมยืนยันว่าสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน ทุกคนจะทําหน้าที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนให้ถึงที่สุด และผมกราบเรียนว่าหากจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น และสร้างความเสียหายให้กับรัฐสภา และประเทศชาติ ท่านประธานเป็นคนแรกที่จะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครูมานิตย์ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ ผมนั่งฟัง ตั้งแต่เช้า ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ปีก ทั้งฝ่ายค้านแล้วก็ฝ่ายรัฐบาล และพี่น้องประชาชน ที่อยู่ทางบ้านได้ติดตามเรื่องนี้กันมาแล้วมันก็มีมูลเหตุตั้งแต่เบื้องต้น จริง ๆ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานครับ เป็นร่าง พ.ร.บ. ฉบับปกติฉบับหนึ่งเท่านั้นเอง แล้วก็ผมตั้งแต่เป็นผู้แทนมา ผมอาจจะอยู่ในสภาน้อยนะครับ กินเงินเดือนหลวงในเรื่องของการเป็นผู้แทนนี่น้อย แต่เท่าที่ได้ติดตามการทํางานของสภาผู้แทนราษฎร จะถ่ายทอดช่องที่ประชาชนทั่วไป ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ หรืออะไรก็แล้วแต่ เฉพาะร่าง พ.ร.บ. ที่สําคัญ เช่น งบประมาณรายจ่าย แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ผมถือว่าเป็นร่าง พ.ร.บ. ปกติ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ตั้งแต่เรื่องนี้เป็นต้นไป ถ้าท่านประธานอนุญาตอย่างนี้ตามที่เขาร้องขอมา ต้องถ่ายทอดทุกร่าง พ.ร.บ. จริง ๆ เรื่องนี้มันเป็นมูลเหตุของการดําเนินการดังที่พวกเรา ทราบ ฉะนั้นผมคิดว่าได้หารือกันมาพอสมควรแล้ว ถ้าพูดกันอย่างนี้มันไม่จบหรอกครับ ท่านประธานต้องใช้อํานาจของข้อ ๘ ผมกําลังประท้วงท่านประธานเรื่องข้อ ๘ ในเรื่องของ ข้อบังคับครับ ต้องดําเนินการครับ มันไม่จบ ต้องให้เข้าประเด็นครับ ท่านจะเอาอย่างไรก็เอา จะให้พิจารณา เรื่องนี้ไม่มีจบหรอกครับ เรื่องถ่ายกับไม่ถ่าย เพราะมันเพียงยกที่ ๑ ของประเด็นในวันนี้ครับ นี่เรื่องแรกท่านประธานครับ เรื่องถ่ายทอด เดี๋ยวเรื่องอื่นจะตามมาอีก เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องรีบตัดสินใจว่าจะทําอย่างไร ท่านเป็นประมุขนะครับ อํานาจอยู่กับท่าน แล้วผมไม่สบายใจ ข้อ ๑ จะจบแล้วท่านประธานครับ เมื่อสักครู่พี่ธนา ผมเคารพนับถือกันนะครับ บอกว่าผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญของฝ่ายรัฐบาลเข้าได้ ไม่ได้ครับพี่ครับ ปฏิบัติเหมือนกัน ผมเอาศักดิ์ศรีของครูมานิตย์เป็นเดิมพัน แต่ไม่อยากให้มันเป็นกระแส ต้องให้มันเกิดความยุติธรรม พวกผมก็ไม่ได้เหมือนกัน ปฏิบัติตามกติกาของสภาแห่งนี้ เลยครับ ผมว่าท่านประธานต้องตัดสินใจแล้วครับ เรื่องถ่ายทอดท่านก็บอกมาแล้ว พี่ชาดา ของผมก็ได้แนะนําแล้ว มันน่าจะจบสิ้นแล้ว ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นมี ๒ ประเด็นนะครับ ประเด็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ช่วย ส.ส. ผมได้พูดชัดเจนไปแล้ว ก็ไม่ได้ห้าม ก็สามารถเข้ามาได้ไม่มีปัญหาทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ประเด็นนั้นจบนะครับ ส่วนประเด็นการถ่ายทอด ผมก็ไม่ได้ห้ามให้มีการถ่ายสด ซึ่งวันนี้กล้อง ผมก็ชี้แจงแล้ว ทั้ง ๒ ฝั่งก็เต็มไปหมด ไม่รู้กี่ช่องต่อกี่ช่อง อย่างนี้ก็ถือว่ามันสมควรแล้วครับ ผมขออนุญาต เข้าระเบียบวาระเลยไหมครับ อย่างนั้นเห็นบอกมีปัญหาเรื่องน้ําท่วม ผมให้เวลาสัก ๑๐ นาที ๕ ท่าน เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนะครับ

(นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ประท้วง เรื่องอะไรครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธาน ท่านผู้ทําหน้าที่ประธาน ต้องเริ่มใหม่ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมกล่าวหาเลยนะครับ ประท้วงและกล่าวหาท่านประธานผิด ทําหน้าที่ผิดข้อบังคับ แล้วก็เป็นไปได้ว่าท่านประธานไปสมคบกับรัฐบาลกระทําการที่ไม่ถูกต้อง ฟังผมช้า ๆ

๑. ในข้อ ๑๑ วรรคสอง ที่บอกว่า การประชุมเปิดเผย ให้บุคคลภายนอกเข้าฟัง การประชุมได้ รวมถึงคําชี้แจงของท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ว่าผู้ช่วย ส.ส. ผู้ช่วยดําเนินงาน ให้เข้าได้ โกหกโดยสิ้นเชิง ไม่ได้ เขาให้เฉพาะ ส.ส. ที่เดินมาเป็นคนละ ๓-๔ กิโลเมตร เข้าเท่านั้น เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องสั่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือสั่งใคร ให้อนุญาตให้เข้าเพราะเขาคอยอยู่ แปลว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายเจ้าหน้าที่มีอํานาจ เหนือฝ่ายสภา สกัดไม่ให้คนเข้ามา ท่านประธานต้องรับผิดชอบและแก้ไขนะครับ

ข้อต่อมาท่านประธานครับ ผมมีความรู้สึกว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องมีศักดิ์ศรี ต้องเป็นกลาง และต้องมีอิสระ ผมเชื่อว่าท่านไม่ได้คุกเข่าขอตําแหน่งใครมา แต่การกระทําทั้งหลายน่ากังวล ต้องขอพูดว่า การที่รัฐบาล อันนี้ไม่ใช่ว่าท่าน แต่ว่ารัฐบาล ไปออก พ.ร.ก. ตั้งจุดสกัดเต็มพื้นที่ มดสักตัวก็เข้าไม่ได้ เป็นเหตุให้ผู้ช่วยดําเนินงาน เอกสาร อยู่ในรถ รถ ส.ส. ซึ่งปกติเข้าไม่ได้ ผู้ช่วยปกติเข้าไม่ได้ ท่านประธานต้องสั่งใหม่ ต้องสั่งการ เดี๋ยวนี้ ให้บุคคลเหล่านี้ต้องสามารถเข้ามาได้ เรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ต้องให้พี่น้องประชาชนผู้ที่ถือดอกกุหลาบ พี่น้องประชาชนผู้ที่ถือ ธงชาติ สามารถเข้ามาฟังการอภิปรายในสภาได้ ไม่มีตํารวจหรือคนไหนอนุญาตได้เลย เป็นการรบกวน เป็นการทําลาย เป็นการขัดขวางการทําหน้าที่ของตัวแทนประชาชน อย่างร้ายแรง ผมขอกล่าวหาท่านประธานนะครับ

ส่วนการถ่ายทอดสด ท่านอาจจะมานึกตะแบงได้ทีหลัง แต่ว่าถ้าสั่งให้ทุกช่อง ถ่ายทอดสดได้ก็ถือว่ายังพอแก้คืนได้ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ประท้วงท่านประธาน ก็ด้วยความเคารพท่านประธาน และเห็นใจท่านประธานแต่ต้องประท้วงท่านประธานครับ ตามสิทธิ ข้อ ๖๓ นั้น สมาชิกผู้ใด ต้องการประท้วงว่ามีการกระทําการฝ่าฝืนข้อบังคับ ให้ยืนและยกมือขึ้นพ้นศีรษะ ผมได้ กระทําการข้อบังคับนี้แล้วหลายครั้ง ขณะนี้มีการกระทําผิดข้อบังคับในข้อ ๖๑ ครับ ท่านประธานครับ ในข้อ ๖๑ นั้นการหารือถือเป็นการอภิปรายอย่างหนึ่ง มีการหารือกัน ซ้ําซากอยู่อย่างนี้ ท่านประธานเองก็ได้กําชับแล้วว่าจะให้เวลา ๑๐ นาทีในการหารือเรื่องน้ําท่วม ก็ไม่มีใครพูดเรื่องน้ําท่วม วนเวียนไปวนเวียนมาแล้วก็ด่าท่านประธาน ตําหนิท่านประธาน ท่านประธานครับ ตามข้อ ๑๑ นี่ก็ชัดเจนแล้วไม่มีการปิดหูปิดตา แต่ก็มีการพูดทําให้เกิด ความเข้าใจผิดตลอดเวลาว่าเป็นการปิดหูปิดตา มันก็จบไปแล้วว่าไม่มีผิดข้อบังคับนี้ จึงถึงอยู่ข้อบังคับเดียวคือ ข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ ณ ขณะนี้กระบวนการการประชุม ดําเนินการไปได้แล้วครับ แต่ท่านประธานจะให้ความกรุณาเกรงอกเกรงใจก็เกินลิมิต (Limit) แล้วครับ ขอให้ท่านประธานได้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ดําเนินการประชุมได้แล้วครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิก ผมพยายามที่จะอะลุ่มอล่วยเพื่อให้การประชุมดําเนินไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ ผมขออนุญาตพูดก่อนสิครับ เพราะฉะนั้นพยายามที่จะอะลุ่มอล่วย ถ้าจะประท้วงว่า ผมไม่ดําเนินการตามข้อบังคับ ถ้าจะให้ผมดําเนินการตามข้อบังคับผมก็ต้องอนุญาต ให้ท่านวรชัยอภิปรายต่อ แต่ทีนี้เพื่ออะลุ่มอล่วยให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผมถึงขอความกรุณาจากที่ประชุมให้เวลากับฝ่ายค้านซึ่งเมื่อกี้ทักท้วงอยากพูด ความเดือดร้อนของประชาชน ปัญหาเรื่องน้ําท่วมอะไรต่าง ๆ ผมก็อนุโลม สมาชิกก็ให้ ความกรุณา ไม่ได้ทักท้วงอะไร ก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้นผมจะ ขออนุญาตให้เวลา ๑๐ นาที ๕ ท่าน ท่านละ ๒ นาที พูดถึงปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของน้ําท่วม ถ้าท่านไม่ใช้สิทธิตรงนี้ ยังพูดเรื่องเดิม ๆ อยู่ ผมจะเข้าสู่วาระเบียบวาระเลยครับ ขออนุญาตให้หารือ ๕ ท่านเรื่องน้ําท่วม เชิญครับ ไม่พูดเรื่องเดิมแล้วนะครับ ถ้าพูดเรื่องเดิมผมจะตัดเข้าสู่ระเบียบวาระทันที เชิญท่านถาวรครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือ ท่านประธานแม้จะเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้แต่คนละประเด็น ท่านประธานครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหมายความถึง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่งดังต่อไปนี้ ใน (๒) ครับท่านประธาน การจัดสรร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ที่คุยกันเมื่อกี้เห็นโวยวายเพื่อขอสิทธิในการหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เรื่องน้ําท่วม พูดโวยกันเสียงดังเลยเรื่องน้ําท่วม เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตเพื่อไม่ให้มีปัญหา ไม่อย่างนั้นฝั่งนี้ก็จะประท้วงอีก ท่านสุนัยก็ยืนประท้วงอยู่ ฝั่งนี้ท่านก็ให้เกียรติแล้วครับ ก็จะให้โอกาสกับสมาชิกฝ่ายค้านสัก ๑๐ นาที ๕ ท่านเพื่อพูดปัญหาเรื่องน้ําท่วมอะไรของท่าน ขอเข้าประเด็นเรื่องน้ําท่วมเลยได้ไหมครับ ไม่อย่างนั้นผมลําบากใจในการทําหน้าที่ครับ ถ้าไม่ใช้สิทธิตามที่ได้พูดคุยกันผมก็จะขออนุญาตเข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขออนุญาตประท้วงครับ ประท้วงท่านถาวรที่ไม่ได้ยินที่ท่านประธานวินิจฉัยหรือว่าจงใจ ที่จะไม่ได้ยิน เสียเวลาไปพอชั่วโมงแล้วครับท่านประธาน ท่านประธานก็ได้ให้เกียรติ แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องการจะหารือเรื่องเดือดร้อน ท่านก็วินิจฉัยหลายครั้ง ต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีการปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของท่าน ผมถือว่าถ้าท่านประธานยังปล่อยอีก ท่านประธานมีข้อบกพร่องตามข้อ ๘ ครับ คําวินิจฉัยของท่านนั้นเป็นที่สุดแล้ว แต่สมาชิก ก็ยังไม่ให้เกียรติท่าน กรณีอย่างนี้ผมขอให้ดําเนินตามข้อบังคับครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ผมได้ให้เกียรติท่านสมาชิกด้วยการใช้เวลาไป ๑ ชั่วโมงกับ ๓ นาทีนะครับ ๑ ชั่วโมง กับ ๓ นาทีที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์เพื่อให้เกียรติกับสมาชิก เชิญท่านสมบูรณ์ครับ ผมขอ ๕ ท่านเรื่องน้ําท่วม เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามข้อ ๑๗ ที่ท่านประธานอนุญาตให้หารือ แต่ว่าท่านประธานยังไม่ได้ ชี้ให้ผมได้ขึ้นพูด ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในการหารือ ท่านประธาน เรื่องน้ําท่วมครับ ขณะนี้ ที่ผ่านมามีน้ําท่วมหลายจังหวัดด้วยกันตั้งแต่ภาคเหนือ ตั้งแต่จังหวัดตราด มาจังหวัดจันทบุรี มาลงสู่ภาคใต้ทั้งจังหวัดพังงาแล้วก็จังหวัดตรัง ทั้งน้ําท่วมทาง ถนนขาด พี่น้องประชาชน สัญจรไม่ได้ โดยเฉพาะที่อําเภอกันตัง ที่ตําบลบางสัก ผลปรากฏว่าสะพานขาดไป ๓ ครั้ง แล้วครับท่านประธาน วันนี้พี่น้องประชาชนยังไม่สามารถสัญจรได้ ทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมท่านก็ให้ความกรุณาครับ ทั้งลงไปพื้นที่แล้วก็ให้กรมทางหลวงชนบท ได้ก่อสร้างทางเบี่ยงให้พี่น้องประชาชนได้สัญจร แต่ผลปรากฏว่าขณะนี้ยังไม่เป็นที่เรียบร้อย อยากให้ทางรัฐบาลได้กําชับแล้วก็เร่งในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน อย่าคิดว่า พี่น้องชาวภาคใต้เป็นพี่น้องที่ไม่ได้เลือกพรรครัฐบาลแล้วไม่ให้การช่วยเหลือ เพราะว่าวันนี้ แทบจะไม่เห็นความช่วยเหลือจากทางรัฐบาลเลยครับ จังหวัดที่โดนน้ําท่วมอาจจะเห็นว่า เป็นจังหวัดของพรรคประชาธิปัตย์ท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๒ สําคัญมากครับ ก็คือเรื่องราคายางพารา วันนี้พี่น้องเดือดร้อนกัน ทุกถ้วนหน้าครับ จากราคา ๑ กิโลกรัม ๑๘๐ บาทครับท่านประธาน วันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทําราคายางพารา ๓ กิโลกรัม ๑๘๐ บาทครับท่านประธาน ราคาหมูกิโลกรัมละ ๑๘๐ บาทแล้ววันนี้ต้องขายยางพารา ๓ กิโลกรัม เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้าครับ ทั้งเด็กนักเรียน ข้าวปลาอาหารก็แพงขึ้น เพราะฉะนั้นฝากให้รัฐบาลได้กลับมาดูเรื่อง ราคายางพาราปัญหาของพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนเถอะครับ ผมรู้นะครับว่าทางรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี บ้านอาจจะไม่มียางพาราครับ แต่ก็ขอให้มียางอายสักนิดครับ ช่วยดูปัญหาพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ปัญหาน้ําท่วม นะครับ เชิญครับ ผมให้ไม่เกิน ๕ ท่านนะครับ เชิญคุณหมอสุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ ส.ส. จังหวัดตรัง นะครับ น้ําท่วมเหมือนกัน เขตผมก็มีน้ําท่วมครับ ผมขอภาพที่ ๑ ครับ ห้องโสตทัศนูปกรณ์ นี่ครับเป็นถนนสายนาโต๊ะหมิง-หนองคล้านะครับ ปรากฏว่าน้ําท่วมถนนขาด แล้วก็ข้างทาง ไหล่ทางก็ชํารุดเสียหาย นี่เป็นสายเดียวกันนะครับ แล้วนี่อีกสายหนึ่งเป็นสาย นาโต๊ะหมิง-โคกยางนะครับ อันนี้คือคอสะพาน เดี๋ยวครับอย่าเพิ่งรีบไป กลับที่รูปเดิมครับ กลับไปที่ภาพเดิมเมื่อกี้ ผมยังพูดไม่ทันครับ อันนี้ก็เป็นถนนสายโคกยาง-นาโต๊ะหมิงนะครับ คือที่คอสะพาน ทั้ง ๒ สายนี้ได้รับผลกระทบมาจากน้ําท่วมที่จังหวัดตรังเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปรากฏว่าชํารุดเสียหายอย่างนี้ละครับ ดังนั้นจึงขอให้กระทรวงคมนาคมได้รีบในการที่จะ ซ่อมแซมเพื่อจะให้พี่น้องประชาชนได้ใช้สัญจรไปมาได้ ขอภาพต่อไปครับ นอกจากถนนแล้ว บ้านของพี่น้องประชาชนได้รับความกระทบกระเทือน นี่บ้านหลังนี้ร้าวเลยนะครับ ภาพต่อไปครับ อันนี้กําแพงครับ ถูกน้ําเซาะจนพังเสียหายนะครับ ก็ขอกราบเรียนไปถึง กระทรวงมหาดไทยให้ช่วยซ่อมแซม ให้เงินซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายของพี่น้องประชาชน ด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านต่อไป เชิญครับ ท่านใดก่อนครับ เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความเดือดร้อนของกระผมคงไม่ใช่เรื่องน้ําท่วมครับท่านประธาน ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียว แต่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง ก็คือ หลังจากที่รัฐบาลได้มีการพูดคุยกับบีอาร์เอ็น (BRN) สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และการก่อเหตุอย่างรุนแรงในขณะที่นายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งรับผิดชอบในด้านความมั่นคงด้วยตัวเอง ท่านประธานครับ หลังจากพูดคุยแล้วมันล้มเหลว แล้วผลสุดท้ายอย่างไรครับ พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อน ผลกระทบคือความเป็นความตายของพี่น้องประชาชน วันนี้ผมยังไม่เห็นนายกรัฐมนตรีพูดถึงแนวทางในการแก้ไขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในกรอบในการพูดคุยของบีอาร์เอ็น วันนี้นายกรัฐมนตรีคุยเรื่องเหล่านี้ไปได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ มาไม่กี่วันนี้ก็เกิดเหตุความรุนแรง โต๊ะอิหม่ามที่จังหวัดปัตตานี ถูกยิง วันนี้ก็ยังไม่มีแนวทางและกรอบทิศทางในการแก้ไข ผมอยากจะถามว่าที่ไปพูดคุย ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ไปพูดคุยกับบีอาร์เอ็นวันนี้นี่ ถามผ่านท่านประธานไปถึง นายกรัฐมนตรีที่มีความรับผิดชอบโดยตรงว่าในการพูดคุยของท่านนายกรัฐมนตรีวันนี้ ผลในการพูดคุยกับบีอาร์เอ็น ณ ขณะวันนี้เป็นอย่างไร ท่านประธานครับ วันนี้ ๖,๐๐๐ กว่าศพ ที่เกิดเหตุมีการสูญเสียชีวิต ท่านประธานทราบไหมครับว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้ให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหา ผมอยากจะขอให้นายกรัฐมนตรี ถ้ามาสภาวันนี้ให้มานั่งหน่อย ตอบคําถามของผม ในสภาผู้แทนราษฎรหน่อย ชีวิตคนครับ ๑ ชีวิตมีความหมาย ทั้งไทย-พุทธ ทั้งไทย-มุสลิม ทั้งตํารวจ ทั้งทหาร ถูกระเบิดเป็นรายวัน วันนี้การเกิดเหตุระเบิดวันละ ๓ เวลาเลยครับ ท่านประธาน ขออนุญาตท่านประธานฝากเรื่องที่ผมสอบถามไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี และกรุณาให้คําตอบในสภาผู้แทนราษฎรด้วยครับถ้าท่านอยู่วันนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ อะไรที่เป็นประเด็นคาบเกี่ยวการเมืองก็ขอความกรุณาไว้ เมื่อกี้ขอใช้สิทธิจะพูดปัญหา เรื่องน้ําท่วม ฉะนั้นผมจะให้อีกไม่เกิน ๒ ท่าน เฉพาะเรื่องน้ําท่วมนะครับ คงให้เฉพาะ เรื่องน้ําท่วมไม่เกินอีก ๒ ท่านครับ เชิญครับ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องใคร่หารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ เรื่องแรก คือเรื่องราคายาง วันนี้มา ๖๐ บาทแล้วครับต่อ ๑ กิโลกรัม แล้วก็ยางพาราวันนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจุฤทธิ์ ขออภัยนะครับ ผมให้หารือได้ไม่เกิน ๕ ท่านนะครับ เหลือต่อจากท่านอีกท่านเดียวเท่านั้น นะครับ ไม่อย่างนั้นผมจะไม่อนุญาตอีกแล้วนะครับ แล้วจะอนุญาตเฉพาะประเด็นน้ําท่วม เท่านั้นครับ เชิญท่านจุฤทธิ์ต่อ แล้วผมจะให้อีก ๑ ท่านนะครับ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ บ้านผมตอนนี้ น้ําท่วมสวนยางหมดแล้วครับ สวนยางน้ําท่วมหมดแล้วครับ ผลผลิต คนไปกรีดยางไม่ได้ แต่ทําไมยางราคากิโลกรัมละ ๖๐ บาทครับ รัฐบาลนี้หมดเงินไปแล้ว ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทําไมรัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่ใช้เงินสักบาทหนึ่ง ยางกิโลกรัมละ ๑๘๐ บาท วันนี้ผมมาหารือ ประธานสภาครับ ท่านต้องจัดการเรื่องนี้ครับ ท่านต้องทําหนังสือหารือไปยังนายกรัฐมนตรีครับ ไม่ใช่หนูไม่รู้อย่างเดียวไม่ได้นะครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ําท่วม เมื่อเดือนที่แล้วมีการ เอาข้าวเน่าไปแจกที่พังงา อยากหารือไปยังนายกรัฐมนตรีครับ ตอนนี้ท่านจับคนผิด ได้หรือยังครับ คนที่เอาเงินทุจริตไปซื้อข้าวเน่ามาแจกชาวบ้าน นายกรัฐมนตรีจับตัวได้ หรือยัง เจ้าหน้าที่ที่เอาข้าวเน่าไปแจกจับตัวได้หรือยัง ใช้งบประมาณของรัฐไปกี่บาท สําคัญที่สุดครับ เอาข้าวไปแจก ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ถุง มีข้าวเน่า ๒๐ กว่าถุง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ถ้าอย่างนี้ผมไม่อนุญาตแล้วนะครับ ผมไม่สนใจหรอกครับถ้าพูดอย่างนี้ เราตกลงกันไว้ อย่างไรครับ ผมให้เกียรติแล้ว ท่านต้องให้เกียรติผมด้วยนะครับ ผมให้เกียรติท่านแล้ว ท่านต้องให้เกียรติผมด้วย ถ้าไม่ให้เกียรติอย่างนี้ แล้วหาเหตุอย่างนี้ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ขอความกรุณาท่านจุฤทธิ์ต่อ แล้วขอให้อยู่ในประเด็นครับ อย่าไปเกี่ยวข้องการเมืองครับ ในวาระการหารือไม่ใช่ยื่นญัตตินะครับ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ครับผม ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีใช้งบประมาณต้องมาขอจากสภาครับ ท่านครับ สภาอนุมัติงบไปให้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ได้แย้ง แต่ต้องเข้าใจว่านี่คือวาระหารือ ท่านไม่ได้ยื่นญัตติครับ เอาให้ถูกตามวาระครับ หารือก็เอา ตามข้อตกลงที่เราคุยกันไว้ เชิญต่อครับ อยู่ในประเด็น อย่าไปคาบเกี่ยวประเด็นการเมืองครับ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมใคร่ขอหารือต่อนะครับ ผมเรียนว่าตอนนี้น้ําท่วมหลายจังหวัดครับ สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือ เช่น จังหวัดภาคอีสาน ภาคเหนือหลาย ๆ ภาค ท่านระวังเขาเอาข้าวเน่าไปแจกท่านนะครับ นี่คือข้อหารือนะครับ

เรื่องสุดท้าย ผมมาประชุมสภาเมื่อเช้า ผมขับรถเข้ามาจอดไม่ได้ครับ ในสภา มีตํารวจเต็มเลยครับ ห้อยเปลนอนกันครับ ผมจอดรถไม่ได้ ไม่มีใครถอยให้ด้วย ท่านช่วย จัดการให้ด้วย ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอท่านสุดท้ายครับ จะเป็นท่านไหนครับ เชิญครับ

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งแน่นอนครับ ผมคิดว่าถ้าท่านประธานบอกว่าจะให้เกี่ยวกับเรื่องน้ําท่วมคงไม่ใช่ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่างนั้น ผมไม่อนุญาตครับ เห็นท่านบอกจะเกี่ยวกับน้ําท่วม เชิญครับ

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นอํานาจของ ประธานครับ ไม่อย่างนั้นผมเข้าระเบียบวาระเลย เขาไม่ได้ห้ามพูดครับ แต่ต้องพูดให้ถูกต้อง ตามกาลเทศะ

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

อิหม่ามซึ่งเป็นผู้นําของท้องถิ่นของผมตาย ในพื้นที่ผมครับ กํานันดีเด่นตายในระยะเวลาภายใน ๑ เดือน ไม่ถึง ๑ เดือน ๒ คน คนสําคัญ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาตามข้อตกลง นะครับ อย่างนั้นผมอนุญาตท่าน ท่านคนสุดท้าย เชิญครับ

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

ขอบคุณท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผมคงเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้อง หรือรัฐบาลเองให้ ความดูแล วันนี้เกิดความหวาดกลัวในพื้นที่ของผม ๒ ท่านที่ตายนี้เกิดในอําเภอเมือง ตัวเมืองนะครับ ๒ วันที่แล้วโต๊ะอิหม่ามซึ่งเป็นผู้นําศาสนาที่นําละหมาดในมัสยิดกลาง ของจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ถูกสังหารท่ามกลาง พี่น้องประชาชนเป็นพันคน ในขณะที่ท่านได้เดินไปซื้ออาหารเพื่อละศีลอด ก่อนหน้านั้น ๒ อาทิตย์ กํานันดีเด่นแหนบทองคําถูกถล่มตายในพื้นที่อําเภอเมือง ซึ่ง ๒ ท่านนี้ก็เป็นบุคคล ที่เป็นที่รู้จักของพี่น้องประชาชน วันนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในปัตตานีเขารู้สึกว่าเขาไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเขา ผมถึงขอ เรียกร้องนะครับว่าการหาคนผิด ไม่ว่าจะเป็นกํานัน ไม่ว่าจะปัญหาจุดที่เกี่ยวกับสาเหตุ ที่แท้จริงของทั้ง๒ ท่านนี้ ขอให้รัฐบาลได้เร่งดําเนินการหาโดยด่วน แล้วก็มีคําตอบให้กับ พี่น้องประชาชนว่าเกิดอะไรขึ้น ทําไมเหตุการณ์รุนแรงอย่างนี้ถึงเกิดขึ้นบ่อยครั้งในระยะเวลา แค่สั้น ๆ และอีกอย่างหนึ่งนะครับท่านประธาน อาวุธสงครามใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้หาซื้อได้ง่ายมาก ผมอยากให้เจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้องหรือนายกรัฐมนตรีเองมีนโยบาย ที่พิเศษออกมาว่า ต่อไปนี้อาวุธสงครามเหล่านี้แพร่ระบาดในพื้นที่ได้อย่างไร และเกิดเหตุ ในการฆ่าสังหารในพื้นที่ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในตัวใจกลางเมืองเจ้าหน้าที่อะไรต่าง ๆ นี้ขอให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ผมขอเรียกร้องว่าขอจิตสํานึกของความเป็นนายกรัฐมนตรี ของคนไทย คนใน ๓ จังหวัดก็เป็นคนไทยคนหนึ่งครับ ขอให้ท่านดูแลโดยด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมควรนะครับ ท่านรังสิมาครับสมควรแล้วกระมัง ใช้เวลาไปชั่วโมงกว่าแล้วครับ เอานะครับ ผมตัดใจ ผมให้ท่าน ท่านสุดท้ายนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันนั่งอยู่ทางโน้นประธานไม่ยอมมองเลยนะคะ คือเหมือนสั่งโอเลี้ยงแล้วได้กาแฟเย็น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาเถอะครับ เข้าประเด็นท่านเถอะครับ ไม่ใช่ขึ้นมาก็ว่าเลย เอาประเด็นเลยครับ ไม่อย่างนั้นผมไม่อนุญาต แล้วนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

คือท่านให้หารือเรื่องน้ําท่วม น้ําท่วมกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปีที่แล้ว พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดเพชรบุรี หอยเน่าทั้งหมดเลย จนป่านนี้รัฐบาลยังไม่ช่วยเหลือเลยสักบาทหนึ่งนะคะ มาเดินขบวน มาปิดถนนก็ไปดําเนินคดีกับเขา มาทําเนียบรัฐบาล ก็บอกให้ทําหนังสือ ส่งภายใน ๒ อาทิตย์ เขาก็ทําเรื่องส่งมาภายใน ๒ อาทิตย์ตามที่เลขานุการรัฐมนตรี เป็นคนกําหนด แต่นี่จะชน ๑ ปีแล้วประชาชนได้รับความเดือดร้อนก็ร้องเรียนดิฉันมา ให้มาช่วยพูด ดิฉันจะพูดถึง ๑๐ ครั้งแล้วนายกรัฐมนตรีไม่เห็นความสําคัญของ พี่น้องประชาชนเลย เห็นแต่ความสําคัญจะแก้กฎหมายล้างผิดให้คนโกงอยู่อย่างนี้หรือ ฝากท่านประธานด้วยนะคะ ให้เร่งช่วยเหลือประชาชนค่ะ ไม่ให้ช่วยเหลือพี่ตัวเอง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เวลาอนุญาต ก็อย่างนี้ เอาละครับ อย่าประท้วงเลยขอกันกินมากกว่านี้ เอาเข้าวาระเลยดีกว่า เชิญท่านวรชัยครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ วันนี้ผมมีความรู้สึกต้องขอบคุณ ท่านประธานจริง ๆ ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ขอบคุณสมาชิกและตัวแทนพรรคการเมือง ทุกท่านที่ให้โอกาสผมเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจาก การชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ตามหลักการ และเหตุผลดังนี้

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจาก การชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน

(นายถาวร เสนเนียม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวรชัย ขออภัยนิดหนึ่ง มีอะไรครับ เชิญท่านถาวรครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ๓ รอบแล้วนะครับ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม ถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ สิ่งที่ผมจะหารือท่านประธานเพื่อให้ดําเนินการถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะนํากฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภา ท่านประธานครับ ก่อนหน้านี้ ผมเคยยื่นถอดถอนท่านประธานของเรา ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ก็คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการนําเอากฎหมาย ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. .... มาพิจารณาโดยไม่ผ่านการลงนามของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เรื่องนี้ทาง ป.ป.ช. ได้รับเรื่องและตั้งอนุกรรมการสอบแล้ว ผมได้ไป ให้การแล้ว ส่วนท่านประธานจะไปให้การแล้วหรือยัง ยังไม่ทราบ ผมไม่อยากที่จะทําซ้ํากับ ท่านประธานอีกรอบหนึ่ง เพราะเป็นการเจ็บปวดจากการที่ผมได้กระทํากับท่านประมุข ของเรา แต่มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องนี้กําลังจะเกิดซ้ําครับ ท่านประธานครับ ผมหารือกับ ท่านประธานก่อนที่จะเอาเรื่องนี้เข้ามาสู่การพิจารณาในที่ประชุมแห่งนี้ ร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวด้วยการเงิน หมายความถึง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่งดังต่อไปนี้ ในมาตรา ๑๔๓ (๒) จัดสรรจ่ายเงินแผ่นดิน ผมอ่านย่อ ๆ ทีนี้เรามาดูเนื้อหาสาระของ ร่าง พ.ร.บ. ของคุณวรชัย ในมาตรา ๔ ครับ เขียนเอาไว้ว่า เมื่อพระราชบัญญัตินี้มีผล ใช้บังคับแล้ว ถ้าผู้กระทําการตามมาตรา ๓ วรรคหนึ่ง ยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาลหรืออยู่ใน ระหว่างการสอบสวน ให้พนักงานสอบสวนผู้ซึ่งมีอํานาจสอบสวนหรือพนักงานอัยการระงับ การสอบสวนหรือการฟ้องร้อง หากถูกฟ้องต่อศาลแล้วให้พนักงานอัยการหรือองค์กร ที่เกี่ยวข้องระงับการฟ้องหรือให้ถอนฟ้อง ถ้าผู้นั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีไม่ว่าจําเลย ร้องขอหรือศาลเห็นเอง ให้ศาลพิพากษาฟ้องหรือมีคําสั่งจําหน่ายคดี ในกรณีที่มีคําพิพากษา ถึงที่สุดให้ลงโทษบุคคลใดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ สําคัญครับ ท่านประธานครับ ขีดเส้นใต้ครับ ให้ถือว่าบุคคลนั้นไม่เคยต้องคําพิพากษาว่าได้กระทําความผิด ทีนี้ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าคดีที่มีศาลพิพากษาลงโทษไปแล้ว ๑. กรณีมีโทษปรับ ถ้าบุคคลนั้นกฎหมาย เขียนเอาไว้ว่าไม่เคยต้องคําพิพากษาว่าได้กระทําความผิด โทษปรับหลวงก็ต้องจ่ายเงินคืน ซึ่งเป็นเงินค่าปรับ นั่นเป็นเรื่องของการจ่ายเงินแผ่นดิน เรื่องที่ ๑ นะครับ

เรื่องที่ ๒ กรณีที่ศาลพิพากษายึดเงินของ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเป็นเช่นนี้เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ ก็ให้ถือว่าท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ไม่เคยต้องคําพิพากษามาก่อน ก็ต้องคืนเงิน ๔๖,๐๐๐ บาท ก็เป็นภาระของงบประมาณของแผ่นดิน

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ กรณีที่มีการเผาศาลากลาง รัฐบาลได้จัดสรร เงินงบประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท ไปจ่ายเพื่อก่อสร้างใหม่ทดแทน กรณีอย่างนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้รัฐบาลหรือหลวงก็ไม่สามารถไปฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจําเลยที่ ศาลพิพากษาว่าผิดไปแล้ว ไม่สามารถเรียกเงินทางแพ่งคืนได้ รัฐบาลก็ต้องจ่ายเงินแผ่นดินไป ผมขอให้ท่านประธานได้กรุณาพิจารณาให้รอบคอบครับท่านประธานว่าเป็นกฎหมาย เกี่ยวกับการเงิน เพราะฉะนั้นการท้วงติงของผมท้วงติงเพื่อความหวังดี ขอให้ท่านประธาน ได้พิจารณาตามบทบัญญัติของมาตรา ๑๔๓ ของรัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านถาวรครับ ประเด็นนี้ครับเรายึดปฏิบัติมาโดยตลอดนะครับ ก่อนที่เรื่องจะนําเสนอ มาถึงผม ก็จะมีฝ่ายประจําที่เขาพิจารณาตามขั้นตอนของเขาผ่านหลายขั้นตอน ผ่านฝ่ายกฎหมายอะไรต่าง ๆ ซึ่งเขาก็พิจารณาเรื่องนี้มาโดยตลอดนะครับ แล้วก็มีข้อสรุป นําเสนอมาที่รองประธานสภา คนที่หนึ่ง ก่อนที่จะนํามาเสนอผม ซึ่งเขาก็สรุปว่าไม่ใช่ ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ซึ่งเป็นดุลยพินิจอยู่แล้ว แล้วตัวผมก็เห็นด้วยว่ามันไม่เกี่ยวข้อง กับการเงินก็ได้ใช้ดุลยพินิจไปทุกอย่างก็เรียบร้อยบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านเห็นต่างว่ามันจะมีปัญหาประเด็นที่ท่านเป็นห่วงก็สามารถที่จะมี ช่องทางอื่นดําเนินการนะครับ โดยส่งให้ ๓๕ คณะได้พิจารณากันตามขั้นตอน ซึ่งก็มีขั้นตอน ที่ท่านสามารถดําเนินการได้อยู่แล้ว ขออนุญาตดําเนินการต่อเลยครับ ผมไม่ได้รีบร้อน อะไรเลยครับก็ใช้เวลามาชั่วโมงกว่าแล้วครับ ที่ใช้เวลาเพื่อให้เกียรติท่าน เพราะฉะนั้น ถึงเวลาพิจารณาท่านอย่าโวยวายว่ามีเวลาในการพิจารณานิรโทษกรรมน้อยก็แล้วกัน ผมต้องการสงวนรักษาผลประโยชน์ให้ท่าน เพื่อให้ท่านมีเวลาในการที่จะพิจารณา เรื่องนิรโทษกรรมมากขึ้น ท่านประเสริฐ เชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ผมอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ครับ ขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระการประชุมครับ ขอเสนอระเบียบวาระการประชุมตามลําดับที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ขึ้นมาพิจารณาก่อนร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออก ทางการเมืองของประชาชน ของท่านวรชัย เหมะ ครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประเสริฐครับ เราเข้าสู่ระเบียบวาระแล้วครับ ท่านคงจะไม่เสนอญัตติขึ้นมาซ้อนญัตติคงไม่ได้หรอกครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านถาวรมาพูดก็ซ้อนญัตติแล้วสิครับ อย่างนั้นฉบับของท่านวรชัยตกนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาหารือ แต่ท่านเสนอญัตติให้มีการเลื่อนคงไม่ได้ครับเข้าสู่ระเบียบวาระแล้วครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ยังไม่เข้าครับ ท่านประธาน เมื่อสักครู่บอกเองว่าให้กลับไปหารือเรื่องความเดือดร้อนเรื่องน้ําท่วม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กลับไปแล้ว กลับมาตั้งนานแล้วครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ยังครับ ผมยังยืนยันว่ายังไม่เข้า ระเบียบวาระครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงไม่อนุญาต หรอกครับ มาเสนอญัตติซ้อนญัตติไม่ได้หรอกครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ไม่อนุญาตได้อย่างไรครับ ผมเป็น สมาชิกคนหนึ่งในสภาครับ ผมไม่มีสิทธิเสนอญัตติหรือครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เสนอญัตติ ซ้อนญัตติ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ในสภานี้ท่านบอกสิครับ สมาชิก ไม่มีสิทธิเสนอญัตติ บอกเลยครับ ผมเสนอญัตติผิดตรงไหนครับ ผมอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ เขียนไว้ในสมุดเล่มนี้ไหมครับ เขียนในข้อบังคับการประชุมสภาหรือไม่ ผมผิดตรงไหนครับ ท่านประธานมีสิทธิอะไรมาห้ามผมเสนอญัตติครับ ผมเสนอญัตติตามข้อ ๔๖ ขอเลื่อนขึ้นมา พิจารณาก่อนระเบียบวาระที่ ๑ แล้วผมก็อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ครับ ยกเลิก ของดใช้ ข้อบังคับ ทําไมผมต้องทําอย่างนี้ ท่านประธานต้องฟังเหตุผลผมก่อนครับ ท่านประธาน เข้าใจไหมครับว่า สตง. เขาไม่มีผู้ว่าการ สตง. มากี่ปีแล้วครับ ไม่มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ และก็ไม่มีคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ครับ แล้วกฎหมายฉบับนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญเขาก็พิจารณาเสร็จแล้วเอาเข้ามาเสนอผ่านสภา เพียงแป๊บเดียว ประเทศชาติก็ไม่ได้เสียหายอะไร เป็นประโยชน์กับประเทศชาติด้วยซ้ําไป ไม่มีผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ไม่มีคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินประเทศชาติก็คอร์รัปชั่น กันฉิบหายวายป่วงหมดสิครับอย่างนี้ อย่างนี้ผมเสนอผิดตรงไหนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านพิเชษฐ์ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานได้วินิจฉัยได้ถูกต้องแล้ว การเสนอญัตติซ้อนญัตติก็คือผิดข้อบังคับอยู่แล้ว ขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยแล้ว ดําเนินการต่อได้เลยครับ ให้ท่านวรชัยดําเนินการต่อได้เลยครับมันเข้าวาระไปแล้วครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมได้วินิจฉัย ไปแล้วนะครับ เข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณาเรื่อง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมนะครับ เพราะฉะนั้น ท่านมาเสนอญัตติซ้อนญัตติคงไม่ได้ ฉะนั้นคงไม่อนุญาตนะครับ เชิญท่านวรชัยต่อเลยครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ

เหตุผล เนื่องจากสังคมไทยที่ผ่านมาอยู่ในสภาวะที่สร้างความแตกแยก ทางความคิด มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายให้แก่คนในชาติบ้านเมืองจนปัจจุบันด้วยสืบเนื่องจาก สถานการณ์บ้านเมืองตกอยู่ในความคิดที่ไม่เคารพในระบบประชาธิปไตย มีการชุมนุม ประท้วงรัฐบาลจนนําไปสู่การยึดอํานาจการปกครองเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เหตุการณ์นี้สร้างความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏ มาก่อน ทําให้เกิดการใช้บังคับกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมสร้างความรู้สึกสับสนและไม่เท่าเทียม การเลือกปฏิบัติขึ้นในทางความคิดทางการเมืองของประชาชนอย่างกว้างขวางจึงมีการชุมนุม ประท้วงทางการเมืองของประชาชน จนเกิดกระทําผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง อันนําไปสู่ การกล่าวหา และมีการดําเนินคดีกับผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมจํานวนมาก ทําให้ถูกจํากัดสิทธิ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ผมพัก ๕ นาทีเพื่อให้สงบสติอารมณ์ครับ พัก ๕ นาทีครับ ขอพักการประชุมครับ

พักประชุมเวลา ๑๔.๓๕ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๔.๕๕ นาฬิกา

เมื่อกี้ค้างกันอยู่ มีอะไรเชิญ เชิญท่านประเสริฐดีกว่า เมื่อกี้ญัตติที่เสนอมันอย่างไร เอาชัด ๆ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมขอเสนอ ญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ครับ ขอเปลี่ยนระเบียบวาระ ขึ้นมาจากระเบียบวาระลําดับที่ ๒ ขึ้นมาพิจารณาก่อนระเบียบวาระลําดับที่ ๑ ก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว มาพิจารณาก่อนร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุม ทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ฉบับของนายวรชัย เหมะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ เหตุผลที่ผมเสนอให้พิจารณากฎหมายฉบับนี้ก่อน เพราะว่าเนื่องจาก ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประเสริฐครับ เอาประเด็นเสนอญัตติตรงนี้ก่อนได้ไหมครับ และผมขอวินิจฉัยก่อน แล้วจะลงรายละเอียด เดี๋ยวค่อยว่ากัน เอาอย่างนั้นนะครับ สรุปแล้วท่านประเสริฐเสนอญัตติโดยอ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) ขอเปลี่ยนระเบียบการประชุมนะครับ แล้วเมื่อสักครู่นี้ก่อนพักประชุมผมได้ใช้ ดุลยพินิจวินิจฉัยว่ามันเป็นการเสนอญัตติซ้อนญัตติ ทําไม่ได้เพราะมันไปขัดกับข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ครับ ข้อ ๔๗ ระบุว่า เมื่อที่ประชุมกําลังพิจารณาญัตติใดอยู่ห้ามเสนอญัตติอื่นขึ้นมา พิจารณา ผมถึงใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยตามข้อ ๔๗ ครับ มันเป็นการเสนอญัตติซ้อนญัตติ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ข้อ ๔๗ นี้ก็เสนอได้ครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าท่านอ้าง ข้อ ๔๖ มันไม่ได้ครับ มันขัดข้อ ๔๗

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญหมอสุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วง ท่านประธาน ท่านประธานอ่านข้อบังคับไม่จบครับ ทําให้สมาชิกเข้าใจผิด ท่านผิด ข้อ ๖๑ ครับ จริง ๆ แล้วท่านอ่านดูข้อ ๔๗ สิครับ เขาเขียนว่า เมื่อที่ประชุมกําลังพิจารณา ญัตติใดอยู่ห้ามเสนอญัตติอื่นขึ้นมาพิจารณา เว้นแต่ญัตติดังต่อไปนี้ แล้วท่านดู (๗) ครับ ขอให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหรือพิจารณา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านประเสริฐทํานี่ถูกต้อง ตามข้อบังคับทุกอย่างครับ สามารถกระทําได้ ทีนี้ก็อยู่ที่สภาว่าสภาจะตัดสินอย่างไร จะลงมติอย่างไร ถ้าลงมติให้ท่านประเสริฐชนะ ญัตติของคุณวรชัยก็ตก ถ้าของคุณประเสริฐแพ้ ญัตติเดิมก็ดําเนินต่อไปครับ ท่านประธานต้องอ่านให้เข้าใจอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าอ่านแค่สองวรรค ที่ท่านประธานได้ผลประโยชน์อย่างนั้นแล้วก็มาบอกท่านสมาชิกอย่างนี้ ใช้ไม่ได้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่างนี้นะครับ เมื่อสักครู่ ขอโทษทีคุณหมอ มันเกี่ยวพันกับผมนิดหนึ่ง ผมไม่ได้วินิจฉัยผิดพลาดนะครับ เมื่อสักครู่ท่านประเสริฐอ้างข้อ ๔๖ (๒) เพราะฉะนั้นถ้าอ้างแค่ข้อ ๔๖ (๒) มันก็จะขัดข้อ ๔๗ เอาอย่างนี้ ผมแนะนําก็ได้ถ้าจะใช้สิทธิจริง ๆ อ้างข้อ ๔๗ สิครับ เชิญคุณหมอก่อน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ขออนุญาต ท่านประธานในประเด็นที่ท่านประธานได้กรุณาเสนอให้กับเพื่อนสมาชิกที่จะไปอ้างข้อ ๔๗ ในการเสนอญัตติ ประการแรกสุดผมเข้าใจว่าท่านประธานคงจะแนะนําให้เพื่อนสมาชิกไปใช้ ข้อ ๗ นะครับ (๗) เป็นการขอให้ยกขึ้นมาพิจารณา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขัดข้อ ๔๙ อีก

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

แต่ประเด็นสําคัญที่สุดก็คือท่านประธาน ต้องไปดูข้อ ๔๙ ครับ ข้อบังคับ ข้อ ๔๙ เขียนไว้ชัดเจนว่า ข้อ ๔๗ (๗) ห้ามเสนอ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือร่างพระราชบัญญัติ ขณะนี้ ถ้าท่านประธานวินิจฉัยว่าเราได้เข้าสู่ระเบียบในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของท่านวรชัย เหมะ แล้ว ขออนุญาตที่เอ่ยนายท่าน มันก็ใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นคําวินิจฉัยท่านประธาน ชอบด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปแล้วขั้นตอน อย่างนี้นะครับ ถ้าอ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) มันก็จะไปขัดข้อบังคับ ข้อ ๔๗ แต่ถ้าอ้าง ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๕) หรือ (๗) มันก็จะไปขัดข้อบังคับ ข้อ ๔๙ ซึ่งทําไม่ได้อยู่แล้วนะครับ ชัดเจนครับ เชิญท่านประเสริฐ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ คือผมอ้าง ข้อบังคับอยู่ ๒ ข้อ ผมอ้างข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ด้วยครับ ของดเว้นใช้ข้อบังคับ เพราะฉะนั้น แล้วผมก็เสนอแสดงเหตุผลว่าทําไมถึงต้องเอาร่างฉบับนี้ขึ้นมาก่อน เพราะผมคิดว่าร่างฉบับนี้ มันมีความจําเป็น ปี ๆ หนึ่ง เราสูญเสียงบประมาณแผ่นดินมากมายมหาศาลจากการทุจริต คอร์รัปชัน ผมคิดว่าร่างของท่านวรชัยรอไปอีก ช้าไปอีกสักเล็กน้อยวันครึ่งวันคงไม่เสียหาย อะไรนะครับ ผมก็จึงเสนออย่างนี้ ผมเสนองดใช้ข้อบังคับ เพราะฉะนั้นท่านประธานก็มีหน้าที่ อย่างเดียวครับ คือท่านประธานต้องให้สมาชิกแสดงเหตุผลให้ครบถ้วน แล้วท่านประธาน ก็ลงมติเท่านั้นเองครับ ผมคิดว่าผมมาถูกทางแล้วไม่มีอะไรผิดครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ตามที่ท่านประธาน ได้วินิจฉัยในการควบคุมการประชุมด้วยเหตุและผลที่ได้ชี้แจง ขณะนี้เราได้พิจารณา พระราชบัญญัติ ซึ่งท่านวรชัยกําลังเสนอในสาระสําคัญของพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ เพราะฉะนั้นการจะขอเปลี่ยน ขอเลื่อนทั้งหมดท่านประธานบอกว่าต้องห้าม ทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าขอให้บรรยากาศการเสนอพระราชบัญญัติ เป็นไปโดยยึดข้อบังคับเป็นหลัก ซึ่งท่านวินิจฉัยถูกต้องแล้ว การพิจารณาพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม ซึ่งท่านวรชัยอยู่ระหว่างการเสนอ ซึ่งเกือบจะสิ้นสุดแล้วนะครับ จากนั้นก็จะ เป็นการอภิปรายของทั้ง ๒ ฝ่าย ขอให้ได้เป็นไปตามข้อบังคับที่ท่านประธานได้วินิจฉัย และดําเนินการประชุมมา จนถึงก่อนจะพักการประชุมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านธนาครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้เป็นการท้าทาย ความศักดิ์สิทธิ์ในการทําหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาอีกครั้งหนึ่งครับ วันนี้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากฝ่ายค้าน ใช้สิทธิตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๖ ขอให้ที่ประชุมงดเว้น การใช้ข้อบังคับ ซึ่งเป็นสิทธิของท่านสมาชิก ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่าน เพื่อให้พี่น้องประชาชนทางบ้านได้ติดตามให้เกิดความเข้าใจไปในทางเดียวกัน ข้อ ๑๗๖ ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีจํานวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุม อนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของที่ประชุมก็ให้งดใช้ได้ แล้วก็ข้อ ๑๗๖ ที่สภาแห่งนี้ใช้มาตลอดแล้วครับท่านประธาน ในกรณีที่เราเห็นว่ามีเรื่องที่สําคัญจําเป็น ควรที่จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณา แล้วก็ติดข้อบังคับ ก็ให้มีการงดเว้นใช้ข้อบังคับตาม ข้อ ๑๗๖ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านสมาชิกประเสริฐท่านเสนอนี่ ท่านประธานต้องดําเนินการ ตามข้อบังคับการประชุม ท่านประธานอย่าไปตั้งธงเลยว่า พ.ร.บ. นิรโทษกรรมมันต้องเดิน โดยไม่มีอะไรมาหยุดมาขัดขวาง ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเถอะครับ แล้วจะเกิด ความสง่างามกับสภาแห่งนี้ สิทธิอะไรก็ตามที่เขียนในข้อบังคับแห่งนี้ก็ได้รับการรับรองแล้ว ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นท่านประธานให้ได้โปรดดําเนินการตามข้อบังคับเมื่อสมาชิกร้องขอ ตามข้อ ๑๗๖ ก็ให้ที่ประชุมแห่งนี้พิจารณาว่า สมควรจะงดเว้นใช้ข้อบังคับตามที่ท่านประเสริฐ เสนอหรือไม่ แต่ว่าก่อนที่จะขอมตินั้น ท่านประธานก็ต้องรับฟังผู้เสนอญัตติว่าเขามีเหตุผล ความจําเป็นอย่างไร ถึงเสนอให้เอาเรื่องของผู้ตรวจการ ผู้ตรวจเงินแผ่นดินมาพิจารณาก่อน และท่านสมาชิกก็มีสิทธิที่จะอภิปรายสนับสนุนหรือไม่เห็นด้วย จนกว่าที่ประชุมจะได้เห็นว่า ได้รับฟังความคิดเห็นพอแล้ว ถึงจะได้มีการลงมติ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ วันนี้พี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศ สื่อมวลชนจับตามองอยู่ครับ ทําอะไรให้เป็นหลักเป็นเกณฑ์ให้กับ พี่น้องประชาชนด้วย กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ให้เสียเวลา ผมขอวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ประเด็นที่เห็นขัดแย้งกันอยู่นี้เริ่มจากอ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) ซึ่งตรงนั้นเห็นชัดเจนแล้ว ไม่ขัดข้องแล้วนะครับว่าตรงนั้นมันไปขัดข้อบังคับข้อ ๔๗ ใช้ไม่ได้ แล้วมาอ้าง ข้อ ๔๗ (๗) มันก็จะไปขัดข้อบังคับ ข้อ ๔๙ ตรงนี้ชัดเจน แล้วทีนี้จะเบี่ยงไปใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ที่ว่ามันก็จะมาขัดข้อบังคับ ข้อ ๔๗ อยู่ดี เพราะเมื่อที่ประชุมกําลัง พิจารณาญัตติใดอยู่ห้ามเสนอญัตติอื่นขึ้นมาพิจารณา มันก็มาขัดข้อนี้อยู่ดี ชัดเจนครับ ขออนุญาตดําเนินการต่อเลย เชิญท่านธนาครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ความจริงการที่ท่านสมาชิกลุกขึ้นมาใช้สิทธิตามข้อบังคับนั้น ผมเชื่อว่าจริง ๆ แล้วการอ้างข้อบังคับมาตราใดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่สมาชิกจะไม่อ้างมาตรา ก็เป็นสิทธิของท่านสมาชิก แต่ท่านประธานจะต้องวินิจฉัยว่าสิ่งที่ท่านสมาชิกเสนอนั้นอยู่ใน ข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เมื่อเห็นว่าอยู่ในข้อบังคับแล้วก็พิจารณา ให้เป็นไปตามข้อบังคับ สิ่งที่ท่านสมาชิกประเสริฐเสนอนี้ชัดเจนครับว่าของดเว้นใช้ข้อบังคับ เพราะข้อบังคับห้ามอยู่ครับ ท่านถึงเสนอว่าของดเว้นใช้ข้อบังคับ ซึ่งข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ เปิดช่องให้ดําเนินการได้ และสภาแห่งนี้ก็ดําเนินการเรื่องนี้มาตลอดเวลาเป็นธรรมเนียม ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานเดินไปไหนไม่ได้ ท่านประธานต้องเดินอย่างที่ผม ได้บอกก็คือว่าให้ท่านประเสริฐได้อภิปรายสนับสนุนข้อเสนอของตัวเองว่าทําไมถึงต้องเอา เรื่องผู้ตรวจเงินแผ่นดินเข้ามา ซึ่งขณะนี้มันไม่มีผู้ตรวจเงินแผ่นดิน มันทําให้การตรวจสอบ เงินรัฐบาล เงินแผ่นดินดําเนินการไม่ได้ และมันสําคัญกว่า พ.ร.บ. นิรโทษกรรมอย่างไร ก็จะมีผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยลุกขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนข้อเสนอของทั้ง ๒ ฝ่าย หลังจากนั้นท่านประธานก็เรียกมติของที่ประชุม ซึ่งมติของที่ประชุมในการงดเว้นยกใช้บังคับ นั้นจะต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกในที่ประชุมอย่างไรครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ข้อบังคับนี่เขียนไว้ชัดเจน อันไหนที่เขาห้าม เขาถึงขอเสนองดเว้นใช้ข้อบังคับครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริงผมวินิจฉัย แล้วก็ชัดเจนอยู่แล้วนะครับ แต่ไม่เป็นไรเชิญท่านไพจิตอีกสักรอบ ท่านไพจิตเชิญครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าระหว่างที่ท่านประธานได้ให้คุณวรชัยเสนอร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม ซึ่งเป็นไปตามระเบียบวาระที่ได้เลื่อนกันมาแล้ว ขณะที่กําลังเสนอเกือบจะ จบแล้ว ก็มีคุณประเสริฐได้ขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาจะงดใช้ข้อบังคับหรือจะอะไร ก็ไม่สามารถทําได้ เพราะข้อบังคับต้องห้ามไว้อยู่แล้ว ธรรมเนียมปฏิบัติก็ไม่มี เพราะฉะนั้น การที่ท่านประธานได้วินิจฉัยให้ท่านวรชัยได้เสนอกฎหมายต่อให้สิ้นสุดนี้จึงเป็นขั้นตอนที่ ท่านวินิจฉัยได้ถูกต้อง หากจะเป็นอย่างอื่นก็ต้องก่อนที่จะเริ่มในการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งก็ได้เสนอเป็นครั้งที่ ๒ ครั้งแรกท่านประธานก็อนุโลมว่าให้พักไว้ก่อน แล้วก็มาขอหารือ พอหารือจบ ๑ ชั่วโมงก็อนุญาตให้คุณวรชัยเสนอร่างพระราชบัญญัติต่อก็มีทางเดียวครับ ท่านประธานก็ต้องเดินต่อให้จบ ซึ่งอย่างอื่นถ้าจบการพิจารณาแล้วจะเลื่อนอย่างไรก็ต้อง ตามข้อบังคับทั้งหมด ขอความกรุณาเถอะครับ เราก็พอที่จะเข้าใจบรรยากาศของการทํางาน ร่วมกันอยู่ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอวินิจฉัย ซ้ําอีกที ยืนคําวินิจฉัยเดิมว่าการจะเสนออ้างข้อ ๑๗๖ ขึ้นมาเป็นการเสนอญัตติใหม่ขึ้นมา ซ้อนญัตตินี้คงไม่ได้ เพราะมันขัดกับข้อ ๔๗ ชัดเจน อ่านให้ฟังอีกครั้งนะครับ เมื่อที่ประชุม กําลังพิจารณาญัตติใดอยู่ห้ามเสนอญัตติอื่นขึ้นมาพิจารณา อันนี้ชัดเจนครับ มียกเว้นไว้ เฉพาะใน ๗ เรื่องนี้เท่านั้น ผมขออนุญาตดําเนินการต่อเลย เชิญท่านวรชัยครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ขออนุญาตแสดงเหตุผลต่อจากเมื่อกี้ครับ อีกนิดเดียวครับท่านประธาน จึงสมควรให้มีการนิรโทษกรรมแก่ประชาชนในกรณีดังกล่าว เพื่อเป็นการให้โอกาสประชาชนซึ่งเป็นพลเมืองของประเทศไทย และเป็นการรักษาคุ้มครอง ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ทั้งเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองตามระบอบ ประชาธิปไตย โดยใช้หลักนิติรัฐ อันจะเป็นรากฐานที่ดีต่อการลดความขัดแย้ง และสร้าง ความปรองดองของคนในชาติ โดยต้องคํานึงถึงมูลเหตุจูงใจของการกระทําซึ่งประชาชน ได้แสดงออกทางการเมือง เพื่อจะทําให้สังคมไทยและประเทศชาติสงบสุขเรียบร้อย มีความสมัครสมานสามัคคีร่วม แรงร่วมใจกันพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคงและเข้มแข็ง อย่างยั่งยืนต่อไป จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ รายละเอียดตามร่างพระราชบัญญัติ ที่ได้เสนอต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วครับ ขอขอบคุณครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่โวยวายอยู่นี้ มีอะไรครับ ท่านบุญยอดเชิญ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่เคารพ ผมได้ลุกขึ้นประท้วงหลายครั้งว่า ท่านประธานไม่ได้วินิจฉัยตามข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ คุณวรชัย เหมะ ซึ่งเป็นผู้เสนอวาระการประชุมนี้ ญัตตินี้ ลุกขึ้นมาหลายครั้ง เท่ากับว่ายังกระทําการไม่จบ ถูกไหมครับ แต่ท่านประธานเมื่อสักครู่ก็บอกว่าญัตติเสนอแล้วมีญัตติอื่นมาซ้อนไม่ได้ หรือว่า อยู่ในระหว่างการพิจารณา ซึ่งมันไม่ใช่เหตุผลเลย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเลยครับ เพราะการเสนอ ยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้น พวกเราทักท้วงว่าให้มีการเปลี่ยนวาระการประชุม ท่านถาวร เสนเนียม บอกว่าญัตตินี้เป็น พ.ร.บ. ที่เกี่ยวด้วยการเงิน ต้องมีข้อตกลงกับประธานคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ ประธานก็ยังไม่ได้วินิจฉัยครับ ผมจึงต้องลุกขึ้นประท้วงหลายครั้ง เพราะ ท่านประธานไม่ได้ยิน ไม่ได้เห็นการประท้วงของผม คุณวรชัยก็ไม่หยุด ไม่ยุติในสิ่งที่ยังทํา ไม่จบ ผมดําเนินการประท้วงตามข้อบังคับการประชุมทุกประการ ท่านประธานจะวินิจฉัยแล้ว จะบอกว่าวินิจฉัยแล้วไม่สามารถโต้เถียงได้ แต่มันผิดข้อเท็จจริงครับ คุณวรชัยลุกขึ้นมาจนกระทั่ง สุดท้ายก็เสนอ ฟังไม่รู้เรื่องนะครับ ผมก็เชื่อว่าฝ่ายเลขานุการก็แกะเทปไม่ได้ และคําประท้วง ของพวกผมนี้ ผมประท้วงกันชัดเจนนะครับว่าท่านประธานวินิจฉัยผิด ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมได้วินิจฉัย ทุกคําประท้วง แล้วก็วินิจฉัยซ้ําแล้วซ้ําอีกหลายครั้งก็ยังยืนยันคําวินิจฉัยเดิม แล้วสมาชิก ก็ไม่มีสิทธิที่จะมาประท้วงคําวินิจฉัย เพราะข้อบังคับท่านเขียนเองบอกว่า คําวินิจฉัยถือว่า เป็นที่สุด แล้วจะให้ทําอย่างไร ก็พยายามทําความเข้าใจกับท่าน ท่านก็ไม่ยอมเข้าใจ เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ ในฐานะ เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติด้วยท่านหนึ่ง ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ครับ ท่านประธานครับ สถานการณ์บ้านเมืองของเรา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุนัยครับ เดี๋ยวรอก่อน ท่านรอก่อน รอก่อนครับ ท่านรักษามารยาทด้วยครับ

(นายชนินทร์ รุ่งแสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ใครประท้วงครับ อย่าประท้วงประเด็นเดิมนะครับ ได้วินิจฉัยแล้วครับ ขอเป็นประเด็นใหม่ครับ เชิญครับ ใครผิดข้อบังคับข้อไหนด้วยนะครบ

นายชนินทร์ รุ่งแสง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีมารยาทนะครับ แต่ท่านประธานต้องพิจารณาตัวเองเหมือนกันนะครับ เพราะว่าผมนี่รอ ให้พิจารณาเรื่องที่ท่านประเสริฐและท่านธนาได้วินิจฉัย ท่านประธานวินิจฉัยก่อน แล้วผมจึง ค่อยได้เสนอเรื่องนี้ ถ้าท่านประธานยังไม่ฟังผม ถ้าท่านประธานบอกวินิจฉัย ผมไม่แน่ใจว่า ท่านประธานเป็นเทวดา หรือท่านประธานเป็นประธาน ท่านประธานต้องฟังผมก่อนว่า ผมจะประท้วงเรื่องอะไรนะครับท่านประธาน ท่านประธานครับ จริง ๆ เรื่องผมนี้เกิดขึ้น ก่อนที่ท่านประธานจะให้ท่านวรชัย ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้พูดถึงญัตติที่ท่านเสนอ เรื่องของผมเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่เป็นพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ที่ท่านถาวร เสนเนียม ได้หารือท่านประธานก่อนที่จะเข้า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นเดิมครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง กรุงเทพมหานคร

ท่านฟังผมก่อนครับ ท่านประธาน มีมารยาทหรือเปล่าครับ ฟังผมให้จบก่อนครับ แล้วท่านประธานจะวินิจฉัยได้อย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง กรุงเทพมหานคร

ตามรัฐธรรมนูญนี้เขียนไว้ชัดเจน นะครับ กรณีที่สงสัยว่าร่างพระราชบัญญัติใดที่เป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเงิน และจะต้องมีคํารับรองของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ให้เป็นอํานาจที่ประชุมร่วมกัน ของประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ทุกคณะเป็นผู้วินิจฉัย ผมเป็นหนึ่งในประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่ได้เคยรับเชิญให้ไปประชุมร่วมเพื่อวินิจฉัยเรื่องนี้เลย และท่านประธานจะวินิจฉัยเอง ได้อย่างไรครับ ผมประท้วงประเด็นนี้ครับท่านประธานท่านประธานต้องฟังนะครับ แล้วต้องเข้าใจด้วยคําว่า มารยาท มันคืออะไร แล้วต้องปฏิบัติตามด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันเป็นอํานาจ ของประธานในการที่จะวินิจฉัยก่อนบรรจุเข้าระเบียบวาระ ผมขออนุญาตต่อเลยครับ เชิญท่านชนินทร์ครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมอธิบายขยายความ ตามรัฐธรรมนูญ แต่ท่านประธานตอบสั้น ๆ ด้วยวินิจฉัยจากอะไรไม่ทราบ ท่านบอกว่า เป็นอํานาจของท่านประธาน ท่านประธานเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่มีสิทธิที่จะ ทําเหนือรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านประธานครับ ผมยืนยันผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ๑ คณะใน ๓๕ คณะ ผมไม่ได้เคยรับเชิญให้ไปวินิจฉัยเรื่องนี้ และตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องหนึ่ง ที่ท่านประธานไม่สามารถที่จะปฏิบัติให้ขัดกับรัฐธรรมนูญได้นะครับ ท่านประธาน ต้องวินิจฉัยให้ชัดเจนว่าท่านประธานไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญอย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านธนาครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน พูดเสมอครับว่าท่านใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยแล้ว คําตัดสินท่านเป็นที่สุด ท่านเป็นประธาน ที่ประชุม ท่านมีหน้าที่ปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมที่สมาชิกได้ร่วมกันร่างขึ้นมา และท่านมีหน้าที่ต้องวินิจฉัยดําเนินการการประชุมให้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านประธานเห็นว่าตัวท่านประธานคนเดียวสามารถที่จะวินิจฉัยอะไรก็ได้ โดยไม่ได้อ้างอิง ถึงข้อบังคับการประชุม แม้ว่าเพื่อนสมาชิกจะลุกขึ้นทักท้วง ต่อไปก็ไม่ต้องเขียนข้อบังคับ สิครับท่านประธาน ก็เขียนเลยครับมาตราเดียวว่าทําทุกอย่างตามที่ท่านประธานต้องการ นี่คือสิ่งที่เรากําลังต่อสู้กันครับท่านประธาน ข้อบังคับการประชุมเพื่อให้การประชุม สามารถเดินหน้าได้ และทุกคนยอมรับ เมื่อท่านประธานปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุม แต่ท่านประธานก็ไม่วินิจฉัย เหมือนประหนึ่งว่าท่านประธานมีธงอยู่แล้วว่า พ.ร.บ. นิรโทษกรรม จะต้องเดินหน้า เมื่อเริ่มก่อนที่จะเข้าสู่วาระ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ท่านสมาชิกลุกขึ้นประท้วง ครึ่งสภา ท่านไม่มอง ท่านปล่อยให้คุณวรชัย เหมะ อ่านข้อบังคับ ถ้าอย่างนี้ท่านประธาน ก็จงใจที่จะหลีกเลี่ยงการใช้สิทธิของท่านสมาชิก เป็นการขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภา และขัดขวางการทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้รับการรับรองจากรัฐธรรมนูญ พวกเราไม่สบายใจลุกขึ้นทักท้วง ข้อทักท้วงของเพื่อนสมาชิกถามว่าเป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติไหม เขาบอกว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. การเงิน เพราะห้ามหน่วยงานรัฐ ฟ้องคนที่ไปเผาศาลากลาง คนที่ทําร้ายทรัพย์สินทางราชการ แล้วห้ามเขาฟ้อง ก็หมายถึงว่า เงินภาษีอากรก็ต้องเอามาจากงบประมาณแผ่นดินเพื่อมาก่อสร้างทดแทนในสิ่งที่ได้มี การถูกทําลายไป แล้วอย่างนี้ไม่เรียกว่า พ.ร.บ. การเงินได้อย่างไรครับท่านประธาน เพราะไปตัดสิทธิหน่วยราชการในการที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายคืนเอาจากผู้กระทําความผิด ข้อเสนอแค่นี้ท่านประธานฟังแล้วไม่เข้าใจหรือครับ ไม่ทราบมีอะไรมาบดบังความรู้สึกของ ท่านประธานวันนี้ ท่านประธานไม่ฟังเลยครับ สมาชิกจะลุกขึ้นเท่าไร สิ่งที่พรรคฝ่ายค้าน ลุกขึ้นถ้าไม่เกิดประโยชน์ในการท้วงติง พวกผมเสียหายครับ แต่ผมเชื่อว่าทุกคําท้วงติง ของพวกเราเกิดประโยชน์กับแผ่นดิน เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ท่านในฐานะประมุข ของ ๓ อํานาจในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ท่านเพิกเฉย ท่านละเลย แล้วพวกเรา จะหาที่พึ่งที่ไหนครับ พอไปถามนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็บอกว่าให้มาพูดในสภา พอจะมาพูดในสภาท่านประธานก็ตัดบท แล้วจะสู้กันตรงไหนล่ะครับ แล้วจะให้ทางออก ของประเทศอยู่ตรงไหน ท่านประธานต้องเป็นหลักครับ ถ้าท่านประธานจะดําเนินการ อะไรก็ตามที่ท่านประธานมีธงไว้ ก็เอามันแต่พอสวยงาม อย่าให้คนไทยและพี่น้องประชาชน ที่เขาติดตามอยู่เขารู้สึกว่าเขาพึ่งระบอบนี้ไม่ได้ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ ท่านถาวรลุกขึ้นสอบถามว่ามันคือ พ.ร.บ. การเงิน ท่านประธานฟังแค่นี้แล้วท่านก็ต้องฉุกคิด เพราะตัดสิทธิหน่วยงานรัฐในการฟ้องเอากับคนที่ไปเผา แล้วตึกนี้มันกี่ร้อยล้านบาทละครับ แล้วมันกี่ตึก ก็ต้องเอาเงินแผ่นดินมาใช้ ถามว่าเอาเงินแผ่นดินมาใช้อย่างนี้เป็น พ.ร.บ. การเงินหรือไม่ ผมว่าเด็ก ป. ๔ ฟังก็เข้าใจ แต่ท่านประธานรัฐสภา ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรฟังแล้วไม่เข้าใจ สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานต่อไปก็คือวันนี้ เพื่อนสมาชิกมีหลายเรื่องที่ไม่สบายใจกับ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม พี่น้องประชาชนจํานวนมาก ไม่สบายใจและเกิดประเด็นความขัดแย้งของสังคม ทําไมท่านประธานไม่เป็นตัวช่วย ในการที่จะทําให้สังคมนี้มันเกิดความสบายใจที่จะเดินหน้าไปด้วยกันโดยใช้ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แต่ท่านประธานกลับปิดปากสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน ท่านไม่ปล่อยให้ พวกผมพูดเลย ไม่ปล่อยให้แสดงความคิดเห็น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมควรแล้ว กระมังครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่า นอกจากข้อเสนอของท่านถาวรแล้วว่าเป็น พ.ร.บ. การเงิน ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องอย่างนี้ท่านประธานในฐานะประธานสภานิติบัญญัติท่านจะไม่รับฟังหรือครับ องค์กรสิทธิมนุษยชนคัดค้านร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ฉบับวรชัย เหมะ ของรัฐบาลไทย โดยเปิดเผยว่า พ.ร.บ. ดังกล่าวถือเป็นการดูถูกเหยื่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวจากเหตุการณ์ ในปี ๒๐๑๐ คือปี ๒๕๕๓ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เนื่องจากการสืบสวนก็ยัง คลุมเครือไม่ชัดเจน หลังอ้างว่าเหตุการณ์นองเลือดในครั้งนั้น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละครับ ท่านอย่ายาวไปขนาดนั้นเลย เอาพอสมควรครับ พยายามให้เกียรติแล้วก็เลยเถิด ไม่เอาแล้ว พอแล้วครับ ท่านเสนอว่าสงสัยเป็น พ.ร.บ. การเงิน

(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานประท้วงข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘ ตอนนี้ ท่านประธานเข้าสู่ระเบียบวาระแล้วท่านครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อกี้ผมอนุญาต ให้ท่านปรีชาพลครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

อย่างนั้นเดี๋ยวท่านปรีชาพล แล้วต่อผมนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมอนุญาตให้ ท่านปรีชาพลครับ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น ต่อที่มีเพื่อนสมาชิกได้ประท้วง ท่านประธานว่าท่านประธานได้ทําผิดข้อบังคับ กระผมเองขออนุญาตแสดงความคิดเห็น โดยใช้ข้อบังคับให้ท่านประธานได้วินิจฉัยนะครับ ไม่ใช้จินตนาการหรือความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น กราบเรียนท่านประธานครับว่า การที่ท่านบอกว่าเป็น พ.ร.บ. เกี่ยวด้วยกับการเงินจะต้องมี การประชุมคณะกรรมาธิการ ประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งผมเองก็เป็น ๑ ใน ๓๕ คน ประธานคณะกรรมาธิการของสภาแห่งนี้ ถ้าหากท่านจะใช้ตามข้อ ๑๑๒ ครับท่านประธาน ข้อ ๑๑๒ เขียนไว้ชัดครับว่า ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรจัดให้มีการประชุมร่วมกันของ ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะกรรมาธิการสามัญทุกคณะเพื่อพิจารณากรณี ตามข้อ ๑๑๑ วรรคสาม ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีกรณีดังกล่าว ซึ่งในวรรคสามนี้บอกไว้ ชัดว่า ในกรณีที่ท่านประธานวินิจฉัยว่าเป็นร่างการเงิน แล้วผู้ที่เสนอนี่เขาแจ้งคัดค้าน ถึงจะต้องนําเรื่องนี้ไปสู่การประชุมของประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะร่วมกับ ท่านประธาน วันนี้ขอกราบเรียนท่านประธานว่า ผู้ที่คัดค้านอยู่นี่ผมไม่แน่ใจว่าเป็นผู้เสนอ หรือเปล่า แต่เท่าที่ผมทราบ คุณวรชัยและคณะไม่ได้คัดค้านในเรื่องนี้ ฉะนั้นที่ท่านประธาน ได้วินิจฉัยนั้นถูกต้องแล้ว ขอให้ท่านประธานได้ดําเนินการประชุมต่อไปครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านถาวร เชิญ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ท่านประธาน จะเปิดโอกาสอนุญาตให้ท่านวรชัย เหมะ เสนอญัตติร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่พิจารณาอยู่นี้ ผมได้ เสนอและทักท้วงให้ท่านประธานได้วินิจฉัย นั่นคือก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ ดังนั้นข้อเสนอของผม ผมยืนยันฟันธงว่าเป็น พ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับการเงิน ท่านประธานยังท้าผมอีกด้วยซ้ําไปว่าถ้าท่านถาวรหรือใครเห็นต่างให้ไปดําเนินการตามสิทธิ หรืออํานาจตามที่กฎหมายให้ไว้ ผมก็กราบเรียนท่านว่า ผมในฐานะเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรเคยร้องถอดถอนท่านมาแล้ว ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. การเงิน และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมา ไต่สวน นั่นแสดงว่ามีมูล ซึ่งเป็นร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. .... ของ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ซึ่งเขียนไว้ในทํานองร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ดังนั้น ท่านประธานครับ ถ้าท่านไม่ดันทุรัง ผมคิดว่าท่านต้องใช้สติได้ ถ้าท่านไม่ได้รับคําสั่งใครมา ท่านต้องวินิจฉัยด้วยความเป็นธรรม หวนไปทบทวนเถอะครับไม่มีใครว่าท่านหรอก ดังนั้น ข้อท้วงติงของสมาชิกของท่านอื่น ๆ ที่ลุกขึ้นมาเพราะเห็นว่าท่านบอกว่าอํานาจเด็ดขาด อยู่กับท่าน ถ้าหากว่าเมื่อไรเราคิดแต่เรื่องของอํานาจเด็ดขาด ไม่ฟังเหตุไม่ฟังผล การเดินหน้าในการประชุมก็ดี การเดินหน้าในการพิจารณากฎหมายก็ดี ก็มีแต่จะ เข้ารกเข้าพง ผมขอความกรุณาจริง ๆ ได้ทบทวนเถอะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านก็ต้อง ฟังเหตุฟังผลด้วยนะครับ ผมขอวินิจฉัยครับ ขั้นตอนนะครับ การจะพิจารณาว่าเป็นการเงิน หรือไม่ ฝ่ายข้าราชการประจําของเราเขามีหน้าที่พิจารณากันอยู่แล้วเป็นขั้นเป็นตอน แล้วนําเสนอผ่านท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มาเพื่อให้ผมพิจารณา ซึ่งผมก็ได้พิจารณาแล้วตามหน้าที่ตามอํานาจว่าเป็นร่างที่ไม่เกี่ยวกับการเงิน ทีนี้บรรจุเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุม หลังจากบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมแล้ว ถ้าผู้เสนอญัตตินั้น เห็นว่ามันเป็นร่างที่เกี่ยวกับการเงินก็สามารถที่จะร้องมาที่ผม เพื่อที่จะเชิญประชุม คณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ประเด็นอยู่ที่ว่าผู้เสนอเขาไม่ได้เสนอ เขาไม่ได้แย้ง เพราะฉะนั้นมันก็ไม่มีเหตุที่จะต้อง นํากลับไปพิจารณาอีกทีในคณะที่ประชุมของ ๓๕ คณะ ก็แค่นี้ครับ ไม่เป็นไรครับ ผมขอต่อเลยครับ ขออนุญาตต่อเลยครับ ไม่เป็นไรผมรับผิดชอบเอง ขออนุญาตต่อเลยครับ เชิญผู้อภิปรายครับ ท่านครับ ท่านใช้วิธีอย่างนี้หรือครับ ใครจะประท้วง เอาชัด ๆ แล้วใคร ผิดข้อบังคับข้อไหน เอาให้ชัด ๆ ไม่ได้ค้างนะครับ ผมให้หยุดอภิปรายไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ ประท้วงแล้วพูดอะไรเยอะแยะก็ไม่รู้ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วครับ แล้วก็ตามข้อบังคับอธิบาย ข้อบังคับชัดเจน

(นายชนินทร์ รุ่งแสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านชนินทร์

นายชนินทร์ รุ่งแสง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมประท้วงการวินิจฉัยของท่านประธานนะครับว่าเป็นการวินิจฉัยที่จะ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมอ้างถึงไม่ใช่ข้อบังคับการประชุมนะครับ กฎหมายสูงสุดของประเทศ คือรัฐธรรมนูญแล้วทุก ๆ คนที่อยู่ในประเทศนี้ต้องเคารพและปฏิบัติตาม ผมจะอ่านชัด ๆ ช้า ๆ ชัด ๆ ให้ท่านประธานฟัง เผื่อจะได้เข้าหูท่านประธานนะครับ ในกรณีที่สงสัยว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับใดเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องด้วยการเงินที่จะต้องมี การรับรองของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ฟังนะครับ เขาให้อํานาจใครท่านประธานฟังนะครับ ไม่ใช่อํานาจประธานนะครับ ให้อํานาจของที่ประชุมร่วมกันของประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรทุกคณะเป็นผู้วินิจฉัย ไม่ใช่ทีมงานท่านประธาน ไม่ใช่ท่านประธานวินิจฉัย ชัดเจนนะครับ รัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องเรียกประชุม ให้เรียบร้อยตามรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานจะใช้การวินิจฉัยท่านประธานหรือเชื่อผู้ที่ เสนอแนะท่านประธานไม่ได้เด็ดขาดครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอย่างนี้ครับ ผมขี้เกียจแย้ง ผมวินิจฉัยไปจนไม่รู้จะเท่าไรแล้ว ผมขอให้ท่านปรีชาพลพูดซ้ําอีกที ท่านอาจารย์พีรพันธุ์ ก็ได้ เชิญครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ต่อประเด็นที่เพื่อนสมาชิกสงสัยว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายว่าด้วยการเงิน หรือไม่ แล้วท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้อ้างมาตรา ๑๔๓ ของรัฐธรรมนูญ ผมอยากจะเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกนะครับ ว่าเรื่องนี้เคยมีการพูดกันหลายครั้งแล้ว ว่าการวินิจฉัยว่ากฎหมายใดเป็นการเงินหรือไม่ เวลาอ่านกฎหมายเราต้องอ่านกฎหมาย ให้ครบทั้งหมดก็จะพบขั้นตอนของการพิจารณาของมันอยู่ ในกรณีที่เป็นกฎหมาย ว่าด้วยการเงินหรือไม่ ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๑ ที่ท่านปรีชาพลได้พูดถึงไปสักครู่นี้ก็จะเห็น ชัดเจนว่าในการวินิจฉัยว่าข้อใดเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่นะครับ ก็เมื่อสมาชิกเสนอมา สมาชิกอาจจะไม่ได้สงสัยว่ามันเป็นหรือไม่เป็นการเงิน แต่ผู้สั่งบรรจุคือท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านก็มีหน้าที่ที่จะตรวจสอบว่ามันเป็นหรือไม่เป็นการเงิน แต่ผู้สั่งบรรจุคือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็มีหน้าที่ที่จะตรวจสอบว่ามันเป็น การเงินหรือไม่ ถ้าท่านเห็นว่าเป็นกฎหมายการเงินท่านก็ต้องแจ้งให้สมาชิกทราบเพื่อให้มี การคัดค้านเหมือนที่ผมเคยเสนอกฎหมายว่าด้วย กบข. เข้าไป ท่านประธานก็แจ้งผมมาว่า เป็นกฎหมายการเงิน ผมก็ไม่ได้คัดค้านการวินิจฉัยของท่านประธานก็เป็นกฎหมายการเงิน จนขณะนี้กฎหมายที่ผมเสนอไปนั้น ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ให้การรับรอง นี่คือกระบวนการ ของมันนะครับ ก็แปลว่าผู้ที่มีหน้าที่วินิจฉัยว่าเป็นหรือไม่เป็นกฎหมายการเงินก็คือ ท่านประธาน โดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๑๑

ประเด็นต่อไปนะครับ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นถ้าเราเอากฎหมายหลักก็คือ กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น มาตรา ๑๔๓ ที่ท่านสมาชิกได้อ้างขึ้นมาว่า กฎหมายการเงินคืออะไร รัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วในมาตรา ๑๔๓ (๑) ก็คือกฎหมายที่เป็น การตั้งขึ้น ยกเลิก ลด เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือผ่อนระเบียบเกี่ยวกับภาษีอากร อันนี้ไม่ใช่ กฎหมายนิรโทษกรรมนี้ไม่ใช่แน่นอน (๒) การจัดสรรรักษาระเบียบกันเงินแผ่นดิน หรือกันงบประมาณแผ่นดิน รายจ่ายของแผ่นดิน ข้อนี้ท่านอาจจะถามได้เหมือนที่ ท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้ยกขึ้นมาพูด (๓) การกู้เงินค้ําประกัน ไม่ใช่ (๔) เป็นเรื่องเงินตรา ไม่ใช่ วรรคต่อไปนะครับ ที่เขียนไว้ชัดว่าในกรณีเป็นที่สงสัยว่าร่างกฎหมายใดเป็นกฎหมายการเงิน หรือไม่ ถามว่าเขียนไว้อย่างนี้ในกรณีเป็นที่สงสัย ถามว่าใครสงสัย พวกเราสงสัย หรือท่านประธานสงสัยก็ต้องย้อนกลับไปดูข้อบังคับว่าเวลาสั่งบรรจุเขาให้ใครเป็นผู้พิจารณา ก็คือให้ประธานสภาเป็นผู้พิจารณา เมื่อประธานเป็นผู้พิจารณาแล้วท่านไม่มีข้อสงสัย แล้วพวกเราจะไปบังคับให้ท่านสงสัยได้อย่างไร กฎหมายก็ต้องตีความกันอย่างนี้ ต่อไป ถ้าเป็นที่สงสัยต่อไปว่าเป็นกฎหมายการเงินจะต้องมีการรับรองหรือไม่ เมื่อสักครู่ ท่านประธานก็ไม่สงสัย ถ้าท่านประธานสงสัยถึงจะเดินหน้าต่อไปตามมาตรา ๑๔๓ (๒) แล้วมาตราต่อไปก็บอกว่า แม้ไม่เป็นกฎหมายทางการเงินระหว่างแก้ไข ถ้าเป็นกฎหมาย การเงินขึ้นมาก็ต้องมีการเรียกประชุม คือมาตรา ๑๔๔ กฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้บอกว่า พวกเราจะต้องมีหน้าที่สงสัยเพราะไม่รู้ แต่คนวินิจฉัยคือท่านประธาน เมื่อท่านประธาน วินิจฉัยอย่างนี้แล้วมันก็เป็นไปตามขั้นตอนนี้มีการอ้างว่ากฎหมายอันนี้เคยมีการร้องไปที่ ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช. ก็กําลังตรวจสอบอยู่ ป.ป.ช. ก็ยังไม่ได้วินิจฉัยว่าเป็นหรือไม่เป็น แต่ผมว่าถ้าอ่านตามข้อบังคับหนึ่ง อ่านตามรัฐธรรมนูญหนึ่ง ท่านก็จะเข้าใจว่าที่ท่านประธาน วินิจฉัยนั้นถูกต้องแล้ว ท่านประธานครับ กฎหมายการเงินเป็นอย่างนี้ บางท่านก็บอกว่า เอาละ ถ้ากฎหมายนิรโทษกรรมผ่านไป มีเรื่องคนที่ถูกฟ้องร้องวินิจฉัยไปแล้ว ศาลตัดสินไปแล้ว ต้องคืนหรือไม่คืนเงินนั้น มันไม่ใช่กฎหมายนี้โดยตรง แต่เป็นการดําเนินการตามกฎหมายอื่น ก็แปลว่ากฎหมายนิรโทษกรรมนี้ไม่เป็นการเงิน แต่เมื่อถ้ากฎหมายนี้ผ่านไปแล้วจะต้องมี การคืนเงินอย่างไรหรือไม่ ก็ต้องว่าตามกฎหมายฉบับอื่น แต่ไม่ใช่กฎหมายนี้ ฉะนั้นโดยผล ของกฎหมายนี้จึงไม่เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงินครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอวินิจฉัย ได้ไหม

(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานนะครับ เพราะท่านประธานกําลังวินิจฉัยแล้วขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ ประการแรกครับ การที่จะพิจารณาว่าเป็นกฎหมายการเงิน แล้วใครสงสัยได้บ้างนี้ รัฐธรรมนูญก็ระบุชัดในมาตรา ๑๔๓ ถ้าเป็นกรณีสงสัย นี่คือใครสงสัย ก็ได้ครับ พวกผมสงสัยก็ได้ ท่านประธานสงสัยนี้ไปไหนครับ ถ้าท่านประธานสงสัยว่า เป็นพระราชบัญญัติการเงินไปข้อบังคับครับ คือข้อบังคับ ข้อ ๑๑๑ ถ้าท่านประธานสงสัยไป ข้อ ๑๑๑ เลยครับ ท่านเห็นได้เองท่านเอาแบบไหนก็ว่าไป แต่ถ้าพวกผมสงสัยท่านประธาน ต้องใช้กลไกตามมาตรา ๑๔๓ ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่กลไกตาม ข้อ ๑๑๑ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๑ ตามข้อบังคับเป็นเรื่องของประธานครับ นั่นประธานสงสัย แต่ผมสงสัยต้องใช้ มาตรา ๑๔๓ ครับ ซึ่งท่านประธานจะต้องเป็นการประชุมร่วมกับท่านประธานกรรมาธิการ ๓๕ คณะ ผมเรียนท่านประธาน และท่านประธานอาจจะไม่ทราบ รวมไปถึงท่านอาจารย์พีรพันธุ์ซึ่งพูด เมื่อสักครู่ครับ เรื่องนี้สั้น ๆ ว่าที่ตัดสินแล้ว ที่เป็นสิทธิตามคําพิพากษาของรัฐมีคดีเดียว เท่านั้นครับ คือคดีเผาศาลากลางที่จังหวัดอุดรธานี ที่จังหวัดอุดรธานีเขาตัดสินจําคุกคน ๕ คน ผมมีรายชื่อครับ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ นายอาทิตย์ สายทอง ถูกจําคุก ๒๒ ปี ๖ เดือน นายเดชา คมขํา ๒๐ ปี ๖ เดือน นายบัวเรียน แพงสา ๒๐ ปี ๖ เดือน ๓ คนนี้ ถูกตัดสินจําคุกบวกเรื่องร่วมไม่ให้ชดใช้เงิน ๑๔๓ ล้านบาท บวกดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ส่วนอีก ๒ คน ที่ถูกจําคุกเหมือนกันคือนายวันชัย รักสงวนศิลป์ และนายกิตติพงษ์ ชัยกัง คนแรกถูกจําคุก ๒๐ ปี ๖ เดือน คนที่ ๒ จําคุก ๑๑ ปี ๓ เดือน ๒ คนนี้ถูกร่วมกันให้ชดใช้ ค่าเสียหาย ๕๗.๗ ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ๗.๕ ต่อปี ศาลพิพากษาเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ท่านประธานครับ เป็นสิทธิตามคําพิพากษาของรัฐที่จะติดตามเอาคืนกับบุคคลเหล่านี้ เพราะศาลมีคําพิพากษาแล้ว พอไปดูมาตรา ๑๔๓ ที่บอกว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติ ทางการเงินท่านประธานดูวงเล็บนี้ให้ดีครับ (๓) เขาใช้คําว่า การดําเนินการที่ผูกพันทรัพย์สิน ของรัฐ ทรัพย์สินของรัฐ ขีดเส้นใต้ครับ ทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมายความว่าอย่างไรครับ ไปดูตามนิยามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครับ ทรัพย์สินหมายความว่า รวมทั้งทรัพย์และวัตถุไม่มีรูปร่าง ซึ่งมีราคาและอาจถือเอาได้ สิทธิตามคําพิพากษา ตัดสินเรียบร้อยแล้วให้กลุ่มคนเหล่านั้นชําระค่าชดใช้ความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากการเผาศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ถูกได้รับการยกเว้นนิรโทษกรรมตาม ร่างฉบับของคุณวรชัย แล้วมันจะไม่ได้เป็นกรณีที่พวกผมจะสงสัยได้ไหมครับ ชัด ๆ ทุกข้อ กฎหมายข้อเท็จจริง มันเป็นคดีมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเงินชัดเจนครับ แล้วผมสงสัย ท่านประธานต้องใช้มาตรา ๑๔๓ ตามรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัย ไม่ใช่ข้อ ๑๑๑ ตามข้อบังคับ เพราะข้อ ๑๑๑ ตามข้อบังคับเป็นเรื่องของท่านประธานสงสัย เท่านั้นละครับ เหตุและผลมันมี วินิจฉัยให้ถูกต้อง อย่าผิด เพราะผิดขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมให้ ท่านสุดท้ายครับ คุณหมอเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานในประเด็นที่มีข้อถกเถียงกัน ระหว่างเพื่อนสมาชิกเกี่ยวกับว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับ การเงินหรือไม่ ผมมีอยู่ ๓ ประเด็น ท่านประธานครับ

ประเด็นที่ ๑ การตีความตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ กรณี ใช้คําว่า ผู้สงสัย เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปว่าเป็นสิทธิของผู้ใดก็ได้ ท่านประธานที่เคารพ การที่จะตีความว่าเป็นผู้ใดก็ได้ ต้องมาดูเจตนารมณ์ของการเขียนมาตรานี้ขึ้นมา และเขียน ข้อบังคับมารองรับ ๒ มาตรา ๒ ข้อบังคับ ก็คือข้อ ๑๑๑ และข้อ ๑๑๒ ท่านประธานครับ โดยเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ และเขียนโยงไปที่ข้อบังคับ การที่เขียนอย่างนั้นเจตนารมณ์ เพื่อคุ้มครองสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีหน้าที่ในการที่จะเสนอกฎหมายได้ โดยคํารับรองของเพื่อนสมาชิก ๒๐ คน สามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ แต่การเสนอ กฎหมายของเพื่อนสมาชิก สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือว่าถ้าเป็นร่างเกี่ยวกับการเงิน จะต้องได้คํา รับรองจากหัวหน้าฝ่ายบริหารคือท่านนายกรัฐมนตรี ขั้นตอนนี้โดยสามัญสํานึกทั่วไปแล้ว คือขั้นตอนการปิดกั้นการเสนอกฎหมายของเพื่อนสมาชิก เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์ รัฐธรรมนูญเขาเลยคุ้มครองว่า สมาชิกต้องเสนอกฎหมายได้โดยชอบ โดยง่าย โดยสะดวก ไม่มีการปิดกั้น ข้อความเลยเขียนชัดเจนในข้อบังคับข้อ ๑๑๑ ถ้าประธานวินิจฉัยว่า เป็นการเงิน โดยที่เพื่อนสมาชิกไม่เห็นว่าเป็นการเงิน นี่ละครับคือปัญหาที่เขาสงสัยว่าเขาถูก ปิดกั้นหรือไม่ ท่านเลยต้องส่งให้คณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ ท่านประธานกรรมาธิการ ๓๕ คณะ วินิจฉัย แน่นอนครับ ถ้าท่านประธานกรรมาธิการวินิจฉัยเข้าข้างสมาชิก กฎหมาย ฉบับนั้นเสนอได้โดยไม่ต้องผ่านคํารับรอง ซึ่งไม่ต้องเยิ่นเย้อไม่เสียเวลา เสนอได้ทันที ง่ายและสะดวก นั่นคือเจตนารมณ์ครับ เพราะฉะนั้นผู้สงสัยตรงนี้ก็คือผู้เสนอร่างว่ากฎหมายของเขาไม่ใช่การเงิน แต่ถ้าท่านยังไปบอก ไม่เป็นการเงิน นี่คือการตัดสิทธิเขา เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องกลับมาให้ชัดเจนท่านประธานครับ เกี่ยวกับเจตนารมณ์และการตีความในข้อกฎหมายให้เป็นคุณครับ ให้เป็นคุณกับผู้เสนอร่าง เมื่อเสนอไปแล้วไม่ใช่การเงินมันก็ผ่านง่ายสะดวกครับ ท่านประธานที่เคารพ

ในประเด็นที่ ๒ การที่จะไปแปลความว่า เมื่อมีผู้เสียหายถูกเรียกทรัพย์ เขาไปชดใช้หรือรัฐต้องจัดงบประมาณมาก่อสร้าง ตรงนี้ต้องดูให้ชัดท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ไม่ใช่ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ ท่านไปดูมาตรา ๕ และมาตรา ๖ สิครับ ไม่คุ้มครองเลยครับ เรียกก็เรียกไป เก็บก็เก็บไป เขียนไว้ชัดเจน เฉพาะประเด็นในมาตรา ๓ และมาตรา ๔ เท่านั้นเอง โดยเฉพาะมาตรา ๓ ท่านไปอ่านครับ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มีเขียน

และประเด็นสุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้อ้างถึงการส่งตีความและมีการส่งให้ประธานกรรมาธิการ ๓๕ คณะวินิจฉัยเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติที่อยู่ในสภา ที่เป็นปัญหากัน มีผลคําวินิจฉัยของประธาน ๓๕ คณะ ออกมาชัดเจน ท่านประธานให้ฝ่ายท่านเลขาธิการเอามาเสนอท่านประธานได้ครับ แจกสมาชิกได้ ๓๕ คณะวินิจฉัยแล้วครับ ร่างพระราชบัญญัติปรองดองไม่ใช่การเงิน ถ้าท่านอ้างว่ามันคล้ายกัน ท่านก็เทียบเคียงกลับไปได้ เพราะว่ามันไม่ใช่แล้วได้รับการวินิจฉัยแล้ว นี่คือข้อมูล เชิงประจักษ์ทั้งหมด กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอวินิจฉัย ได้ไหมครับ ผมขอวินิจฉัยเลยครับ ฟังมาจนไม่อยากจะฟังอะไรแล้ว มันเยอะแล้ว ผมให้เกียรติมาพอสมควรแล้วครับ ผมขอวินิจฉัยได้ไหมครับ ผมขอวินิจฉัยก่อนครับ ท่านประท้วงผมจนใช้ผู้อภิปรายไม่รู้กี่คนต่อกี่คนใช้เวลาไปตั้งเยอะแล้วนี่ ผมจะขอวินิจฉัย ก็ไม่อนุญาตใช่ไหม แล้วประท้วงเรื่องอะไร ประท้วงทําไมในเมื่อประธานจะวินิจฉัย ไม่อนุญาตให้วินิจฉัย ผมขอวินิจฉัยครับ ชัด ๆ นะครับ เอาง่าย ๆ สรุปง่าย ๆ เลย เอาข้อ ๑๑๑ มาอ่านนะครับ ซึ่งเป็นข้อบังคับรองรับ ก็ให้ผมวินิจฉัยก่อนสิครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัยครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัยตามอํานาจของผมครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๒ กับมาตรา ๑๔๓ ที่ท่านอ้างถึง รายละเอียดมันรองรับด้วยข้อบังคับ ข้อ ๑๑๑ เขียนรายละเอียดขั้นตอน ในการดําเนินการชัดเจน อ่านให้ฟังก็ได้ครับ ในกรณีที่ประธานสภาเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติ ที่มีผู้เสนอตามมาตรา ๑๔๒ (๒) (๓) และ (๔) ของรัฐธรรมนูญ เป็นร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวด้วยกับการเงิน ให้ประธานสภาแจ้งให้ผู้เสนอทราบ กรณีที่ประธานเห็นว่าเป็นการเงิน นะครับ ถึงแจ้งให้ผู้เสนอทราบ หากผู้เสนอไม่คัดค้านความเห็นของประธานสภาภายใน เจ็ดวันนับแต่วันส่งคําแจ้ง ให้ถือว่าไม่มีกรณีเป็นที่สงสัยตามมาตรา ๑๔๓ ของรัฐธรรมนูญ หากผู้เสนอไม่คัดค้านความเห็นของประธาน ให้ถือว่าไม่มีเหตุสงสัยตามมาตรา ๑๔๓ ของรัฐธรรมนูญ หากผู้เสนอไม่คัดค้านนะครับ เพราะฉะนั้นหากผู้เสนอไม่คัดค้านตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าไม่มีกรณีเป็นที่สงสัยตามมาตรา ๑๔๓ ของรัฐธรรมนูญ ก็ให้ประธานสภา ส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้คํารับรอง นี่เป็นกรณีที่เป็น ร่างเกี่ยวกับการเงินนะครับ แล้วระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่จะสงสัยได้นั้นก็คือผู้เสนอเท่านั้น ตรงนี้ชัดเจน ผู้เสนอไม่คัดค้านตามวรรคหนึ่งก็ถือว่าจบ ข้อ ๑๑๑ ชัดเจนครับ หากผู้เสนอ แจ้งคัดค้านตามวรรคหนึ่งให้เป็นอํานาจของที่ประชุมร่วมกันของประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมาธิการสามัญทุกคณะเป็นผู้วินิจฉัย เพราะฉะนั้นจะเข้าสู่ที่ประชุม ของ ๓๕ คณะได้ต่อเมื่อผู้เสนอเท่านั้นคือผู้สงสัยและคัดค้าน เท่านั้นครับ ตามข้อบังคับ ชัดเจน เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คือไม่แน่ใจว่า ท่านประธานวินิจฉัยเสร็จหรือยังนะครับ ที่ยกมือขึ้นนี้เพราะทราบดีว่าเมื่อท่านประธาน วินิจฉัยแล้ว ข้อบังคับก็กําหนดว่าถือเป็นเด็ดขาด ผมเพียงแต่สะดุดตรงที่เพื่อนสมาชิก ทางซีกรัฐบาลได้เตือนความจําเรา ท่านประธานครับ ว่าท่านประธานเป็นผู้ส่งพระราชบัญญัติ ปรองดองไปให้ที่ประชุมของประธานคณะกรรมาธิการเป็นผู้ตีความว่าเป็นกฎหมายการเงิน หรือไม่ ซึ่งข้อสงสัยในกรณีนั้นเหมือนกับกรณีที่พวกกระผมสงสัยในขณะนี้ทุกประการ เพราะฉะนั้นก่อนที่ท่านประธานจะวินิจฉัยนี้ ผมขอความกรุณาท่านว่าถ้าท่านจะวินิจฉัยว่า กรณีนี้ไม่ต้องส่ง ท่านช่วยกรุณาอธิบายว่าทําไมคราวที่แล้วท่านส่ง เพราะเป็นข้อเท็จจริง เรื่องเดียวกันทั้งหมด ผมคิดว่าการดําเนินการต้องมีมาตรฐาน และผมขออนุญาตกราบเรียน เบื้องต้นว่าก่อนที่ท่านประธานจะวินิจฉัย ผมขออธิบายสักนิด ผมเข้าใจดีครับว่าข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ท่านประธานอ่าน

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ผมขอประท้วงครับท่านประธาน นายสุนัยขอประท้วงครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ก็ให้สิทธิเขาไปสิครับ ไม่มีปัญหาเลยครับ พวกผมก็เคารพข้อบังคับอยู่แล้วครับ ให้สิทธิเขา ไปสิครับ เขาก็สิทธิเท่าผมนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้นําฝ่ายค้าน เมื่อกี้ก่อนหน้านี้ผมได้อนุญาตให้ท่านสุนัยได้อภิปราย แล้วก็มีการประท้วงกัน เพราะฉะนั้น ท่านอยู่ในระหว่างการอภิปรายอยู่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ผมเข้าใจว่า ท่านสุนัยต้องการประท้วง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาขอใช้สิทธิ อภิปรายตั้งแต่ก่อนโน้นแล้วครับ นานแล้วครับ และผมก็อนุญาตเขาไปแล้ว ท่านสุนัย เอาอย่างนี้ ในเมื่อฝ่ายรัฐบาลเป็นคนเสนอญัตติ และเสนอญัตติจบแล้วนี้ เห็นควรต้องให้ ฝ่ายค้านเขาเป็นฝ่ายอภิปรายก่อน เพราะฉะนั้นขออนุญาตขอท่านนั่งลงก่อน ขอให้ท่านนั่งลง ก่อนครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ ท่านจะกรุณาถามท่านสุนัยไหมครับว่าท่านจะประท้วงหรือจะอภิปราย ถ้าท่านประท้วง ท่านมีสิทธิที่จะประท้วงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสุนัย จุลพงศธร ได้ใช้สิทธิการประท้วงตามข้อ ๖๓ ที่มีการกระทําผิดข้อบังคับ ท่านประธาน ได้วินิจฉัยเรื่องนี้แล้ว และผมในฐานะเป็นผู้ใช้สิทธิโดยสุจริต ผมได้ปฏิบัติตามคําวินิจฉัย ของท่านประธานทุกอย่าง ท่านประธานได้ให้สิทธิผมแล้วในการอภิปราย แต่เมื่อมี การประท้วงขัดขวาง ท่านประธานได้ตัดสิทธิของผมไปโดยไม่ถูกต้อง ดังนั้นเมื่อตามข้อบังคับ ข้อ ๘ นี้ท่านประธานครับ ผมจึงขอประท้วงท่านประธานว่าผมได้ถูกละเมิดสิทธิในการที่จะ อภิปราย การนําเสนอของเพื่อน ส.ส. ฝ่ายค้านมีเหตุผลครับ แต่ขณะนี้เรือออกจากท่าแล้ว มีการเสนอกฎหมายแล้ว และท่านประธานก็ได้เรียกผมแล้ว ดังนั้นกรณีอย่างนี้ผมคิดว่า ความเห็นของท่านผู้มีเกียรติฝ่ายค้านเป็นสิทธิที่ควรจะได้ดีเบต (Debate) กันในสภาแล้ว เมื่อเป็นอย่างนั้น ฟังผมบ้างสิครับ ถ้าไม่อย่างนั้นผมก็จะไม่ฟังคุณอภิสิทธิ์เหมือนกัน ต้องให้เกียรติกันสิครับ คุณอภิสิทธิ์ก็ขึ้นเวทีปราศรัย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละครับ อย่าไปขยายความเลยครับ เดี๋ยวไม่จบ พอแล้วครับ ท่านประท้วงผมเข้าใจประเด็นท่านแล้ว เอาละ พอเถอะครับ เชิญต่อ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ท่านประธานต้อง ใช้หลัก การใช้สิทธิโดยสุจริตสิครับ ถ้าผมจะยอมท่านประธานก็ด้วยความเคารพท่านเท่านั้น แต่ผมขอให้ท่านประธานได้ใช้หลักคุ้มครองสิทธิ ส.ส. ผู้สุจริตที่ได้รับสิทธิแล้ว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอย่างนี้ท่านสุนัย ขอโทษที ผมให้สิทธิท่าน ไม่ต้องห่วง แต่ท่านอย่าไปแขวะกลับ เดี๋ยวมันไม่จบ ขออย่างเดียว เมื่อกี้แขวะไปทีก็ต้องปิดไมโครโฟน (Microphone) อย่างนี้ เอาใช้สิทธิของท่าน อย่าไป แขวะเลยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ทําไมทีฝั่งโน้นไม่ปิดเลยละครับ ท่านประธาน พูดฉอด ๆ พอทีฝ่ายผม ผมกําลังจะพูดเหตุผล ว่าสิทธิแห่งสุจริตชนต้องได้รับ การคุ้มครองจากท่านประธาน เมื่อท่านประธานไม่ได้ใช้หลักนี้มันก็วุ่นวายหมดอย่างนี้ครับ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องให้ผมอภิปรายก่อนแล้วก็มาประท้วงทีหลัง นี่ผมใช้สิทธิโดยสุจริต นั่งเรียบร้อย ยกมือ ท่านประธานเรียกผมก็ขึ้นอภิปราย พอพวกนั้นใช้วิธีการที่นอกระเบียบ ท่านก็ให้สิทธิทางโน้นก่อน อย่างนี้ก็เกเรกันทั้งสภาสิครับ คนที่ไม่เกเรต้องได้รับสิทธิครับ ผมเชื่อท่านประธานและจะนั่งลง และรอท่านประธานเรียกครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ระมัดระวังคําพูด ด้วยครับ กรุณาเถอะครับ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านครับ ขอเป็นท่านสุดท้ายนะครับ มันสมควร แล้วครับท่านครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาต ซักซ้อมกับท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ คือผมเห็นด้วยว่าสิทธิการอภิปรายของสมาชิกต้องมี โดยเสมอกัน แล้วก็ผมคิดว่าท่านประธานได้ยืนยันแล้วว่าสิทธิของเพื่อนสมาชิกที่ประท้วง ไปเมื่อสักครู่ในการอภิปรายมีแน่นอน แล้วก็จะได้ใช้สิทธินั้น ประเด็นอยู่ที่ว่าขณะนี้ที่สมาชิก พรรคฝ่ายค้านประท้วงเป็นเรื่องของการที่จะมีการบรรจุร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎร โดยที่มีการสงสัยว่าเป็นกฎหมายทางการเงิน และที่กระผมยกมือก่อนที่ ท่านประธานจะจบด้วยการวินิจฉัย ผมก็เพียงแต่เตือนความจําท่านประธานว่า ในกรณี เช่นเดียวกันนี้ คือมีกรณีที่พรรคฝ่ายค้านสงสัย ท่านประธานได้เคยวินิจฉัยไปครั้งหนึ่งแล้ว จนกระทั่งเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกพรรครัฐบาลมาอ้างอิงด้วยซ้ําว่ามีคําวินิจฉัยในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. .... กระผมก็กําลังกราบเรียนว่า ก่อนที่ท่านประธานจะวินิจฉัย ถ้าท่านวินิจฉัยไม่เหมือนครั้งที่แล้ว ท่านต้องช่วยกรุณาชี้แจง เหตุผลด้วย และกระผมก็ยืนยันว่าถ้าการวินิจฉัยของท่านประธานมันไม่เป็นไปตามหลัก ที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ในที่สุดกฎหมายก็จะมีปัญหาแน่นอน เพราะจะต้องมีการส่ง ตีความว่ากระบวนการตรากฎหมายนี้ชอบหรือไม่ เพื่อประกอบการพิจารณาของ ท่านประธานอีกสักนิดเท่านั้นละครับ เนื่องจากเมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลพยายาม อธิบายหลัก ผมก็กราบเรียนว่าผมเห็นไม่ตรงกับสิ่งที่ท่านอ้าง

ประการแรก เฉพาะเนื้อหาสาระของกฎหมายนะครับที่ท่านบอกว่า การนิรโทษกรรมนี้ไม่ได้เป็นเรื่องทางแพ่ง แล้วก็ไปอ้างว่ามาตรา ๕ มาตรา ๖ ไม่ได้ตัดสิทธิ เฉพาะเรื่องเอกชนฟ้องร้องกันเองครับ ยิ่งชัดเจนเข้าไปใหญ่ว่าเป็นการตัดสิทธิของรัฐ ในการ ที่จะใช้สิทธิเรียกค่าเสียหาย อันเป็นการก่อให้เกิดภาระผูกพันต่อทรัพย์สินของรัฐคือ การจัดสรรงบประมาณไปก่อสร้างศาลากลางหรืออาคารที่ถูกเผา

ประการที่ ๒ ที่จะบอกว่าจะดูเฉพาะข้อบังคับเพื่อคุ้มครองสิทธิของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ว่าสามารถเสนอกฎหมายได้หรือไม่ มิได้ครับท่านประธาน หลักเรื่อง กฎหมายการเงินนี่มันถอยไปไกลกว่านั้น คือการแบ่งอํานาจหน้าที่ระหว่างฝ่ายบริหาร กับฝ่ายสภา และหลักของการตรวจสอบ ท่านประธานจะสังเกตครับว่ารัฐบาลจะจ่ายเงินได้ สภาจะเป็นผู้อนุมัติ แต่การที่รัฐบาลจะตัดสินใจเสนอใช้จ่ายเงินอย่างไรเป็นหน้าที่ของ ฝ่ายบริหาร ดังจะเห็นได้ว่าแม้แต่เวลาที่เราพิจารณากฎหมายงบประมาณเขาไม่อนุญาต ให้พวกเราเสนอเพิ่มงบประมาณครับ จะตัดลงมา ถ้าจะต้องเพิ่มกลับเข้าไปใหม่ รัฐบาลต้อง เห็นชอบเพราะเราให้สิทธิฝ่ายบริหารตามรัฐธรรมนูญเป็นผู้กําหนดว่าถ้าจะใช้จ่ายเงินของรัฐ ต้องเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล แต่ว่าจะใช้จ่ายได้นั้นหรือไม่เราจะเป็นผู้เห็นชอบหรือไม่ เห็นชอบ ดังนั้นกฎหมายใดก็ตามซึ่งไปก่อภาระให้รัฐบาลต้องใช้จ่ายเงิน จึงต้องไปขอ คํารับรองจากนายกรัฐมนตรีว่ามันสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ ประเด็นนี้ มันสําคัญเพราะว่าบังเอิญกรณีนี้ครับ กฎหมายนิรโทษกรรมนี้ผมก็เห็นชัดเจนว่า มีความพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้คณะรัฐมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้อง และเหตุผลประการหนึ่ง ที่พวกผมสงสัยว่าไม่อยากให้คณะรัฐมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะเกรงปัญหา เรื่องผลประโยชน์ขัดกัน ก็จึงพยายามกันไม่ให้นายกรัฐมนตรีต้องมาเกี่ยวข้องกับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมจึงกราบเรียนว่าขอให้ทุกอย่างตรงไปตรงมาครับ ยืนยันว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายการเงิน และนายกรัฐมนตรีต้องลงนามรับรอง และผู้มีอํานาจ วินิจฉัยในเรื่องนี้ คือที่ประชุมร่วมระหว่างประธานคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ยืนยันว่าถ้าดําเนินการตราขึ้นโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ พวกกระผมก็ต้องใช้สิทธิ ในการส่งตีความต่อไป ขอให้ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัย และถ้าหากวินิจฉัยไม่ตรงกับ ครั้งที่แล้ว ขอความกรุณาให้เหตุผลด้วยครับว่ามันต่างกันอย่างไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านผู้นําฝ่ายค้านนะครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัยเลยจะได้จบในข้อสงสัยของท่านผู้นําฝ่ายค้าน ที่ท่านอ้างถึงคราวที่แล้ว หมายถึง พ.ร.บ. ปรองดองใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นในคราวนั้น มีผู้สงสัยว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน และตัวผมเองก็สงสัยด้วยเหมือนกันก็เลยส่งเรื่องนั้น ไปให้ ๓๕ คณะพิจารณานะครับ หลังจากพิจารณา พ.ร.บ. ปรองดองซึ่งท่านผู้นําฝ่ายค้าน ก็พูดเองว่าเนื้อหาสาระอะไรต่าง ๆ ก็คล้าย ๆ เรื่องนิรโทษกรรมนี่แหละ ประเด็นคล้าย ๆ กัน ซึ่งหลังจากส่งให้ ๓๕ คณะพิจารณาแล้ว ที่ประชุมมีมติว่าไม่ได้เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน เพราะฉะนั้นมาถึงกฎหมายนิรโทษกรรมที่จะพิจารณาในวันนี้ ผมเลยหายสงสัยแล้วครับ เพราะที่ประชุม ๓๕ คณะประชุมพิจารณาในประเด็นที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านได้พูดเองว่า เป็นกรณีคล้ายกัน ผมก็เลยไม่มีเหตุสงสัย แล้วที่สําคัญผู้เสนอก็ไม่ได้สงสัย ไม่ได้คัดค้าน ด้วยเหตุผลเท่านี้ละครับ ผมก็เลยวินิจฉัยว่าไม่เกี่ยวกับการเงิน แล้วก็ไม่ต้องส่ง ๓๕ คณะ ชัดเจนครับ ขออนุญาตดําเนินการต่อเลยนะครับ เชิญท่านสุนัยเถอะครับ เชิญครับ สมควร แล้วครับ จบเถอะครับ ไม่มีอะไรต้องประท้วงแล้วครับ ไม่มีใครผิดข้อบังคับอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมในฐานะเป็นผู้เสนอคนหนึ่ง แล้วก็ได้รับสิทธิ โดยสุจริตที่ท่านประธานให้ผม ท่าน ส.ส. ฝ่ายค้านที่เคารพครับ ผมคิดว่าขอให้อภิปราย ท่านประธานครับ เรื่องนี้เรือแห่งความสงบสุขได้ออกจากท่าแล้ว เราจะได้หาทาง ที่จะปรองดองกัน ท่านประธานครับ ขณะนี้การเสนอกฎหมายได้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ผมก็ได้ใช้สิทธิในการอภิปราย ท่านผู้นําฝ่ายค้านครับ ช่วยกําราบพวกท่านด้วยนะครับ ปฏิบัติตามหน้าที่ด้วย ไหน ๆ ก็เข้าสู่สภาแล้วนะครับ ท่านประธานครับ เหตุการณ์บ้านเมือง เรานี่ครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ นิดหนึ่ง เดี๋ยวนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ด้วยความเคารพท่านประธานครับ เชิญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านผู้ประท้วงเดี๋ยวทีละท่านนะครับ เดี๋ยวนั่งลงก่อนเดี๋ยวผมจะให้ท่านที่อยู่ข้างหน้าก่อน ท่านประท้วงเรื่องอะไร

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

เรามาโต้กันด้วยเหตุผลเถอะครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวเชิญท่านจะประท้วงเรื่องอะไรครับ ใจเย็น ๆ ครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านว่ากฎหมายนี้ไม่ดีอย่างไรท่านพูด เลยครับ อย่าไปพูดนอกสภา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใจเย็น ๆ ครับ เชิญครับ ท่านผู้ใกล้ชิดท่านผู้นําฝ่ายค้าน เชิญท่านข้างหน้านี่ละครับ

(นายศิริโชค โสภา ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานครับ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงคนละประเด็นครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานวินิจฉัยไปแล้วก็เป็นส่วนของเรื่องนั้น ผมประท้วงครับว่า ท่านประธานคนที่แล้วทําผิดข้อบังคับ มาตรา ๘ นะครับ เพราะว่าท่านไม่ได้กํากับควบคุม การรักษาความสงบเรียบร้อยในที่ประชุมสภาตลอดจนถึงบริเวณสภา เหตุที่ผมพูดอย่างนี้ เพราะว่าเมื่อประมาณสักครึ่งชั่วโมงที่แล้วมีเหตุที่เสื่อมเสียต่อสภาเป็นอย่างมากครับ เมื่อนักข่าวของช่องเนชั่น (Nation) ได้ถ่ายภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่งก็คือ จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยกรองเท้าขึ้นมาแล้วก็ชูครับ มีภาพปรากฏชัดเจน แล้วก็มีการเผยแพร่ไปทางอินเตอร์เน็ตแล้วออกข่าวสื่อมวลชนโดยทั่วไป ซึ่งเป็นการเสื่อมเสีย ต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านประธานได้มีมาตรการในการ ลงโทษนะครับ เพื่อให้มันมีความชัดเจนขึ้นครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านศิริโชค โสภา ครับ เดี๋ยวผมจะขอรวบรวมหลักฐานแล้วก็เดี๋ยวนําเรียนท่านประธาน นะครับ เดี๋ยวผมจะได้ดําเนินการตามข้อบังคับต่อไป

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ประเด็นที่ ๒ ครับ ประเด็นต่อไปนะครับ มีแกนนํา นปช. ก็คือนายขวัญชัย ไพรพนา ติดบัตรประสานงานกับสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร แล้วใส่ชุดตํารวจปลอมมาครับ นี่ครับ เพราะฉะนั้นผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเข้ามาแล้วเจอกับคนที่ไม่ได้เป็นตํารวจใส่ชุดตํารวจแล้วติดป้าย ประสานงานกับสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นี่ครับให้ดูหน่อยครับ อย่างนี้นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้นะครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานให้ผมพูดจบก่อนสิครับ ฟังก่อนสิครับ ท่านประธานครับ มีภาพชัดเจนใส่ชุดสีน้ําเงิน เขียนว่า ตํารวจภูธร จังหวัดอุดรธานี แล้วก็มาเดินอยู่บริเวณสภา พวกผมในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เห็นนะครับ ติดป้ายประสานงานสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องถามท่านประธานว่าอย่างนี้ ความปลอดภัยของพวกผมอยู่ที่ไหน มีแกนนํา นปช. คนเสื้อแดงแอบใส่ชุดตํารวจ เข้ามาในสภาและมีป้าย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ ทั้ง ๒ รายการนี้เดี๋ยวผมจะให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริง แล้วก็เดี๋ยวนําเสนอ ท่านประธาน เชิญท่านนั่งลงครับ ให้คุณหมอก่อนครับ

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณหมอประท้วงอะไรครับ ทีละท่านครับ เสร็จแล้วเดี๋ยวไปฝั่งโน้น เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมประท้วงประธาน ข้อ ๖๓ ก่อน เวลาพวกเรายืนขึ้นแล้วยกมือท่านประธานก็ไม่ชี้ เวลานั่งยกมือเฉย ๆ จะขอพูดท่านก็ไม่ให้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่ชี้ท่านจะได้พูดหรือครับ เชิญท่านประท้วงเลยครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ผมยกมือเมื่อกี้เพื่อที่จะเสนอตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) ขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม และขณะเดียวกันขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ เพื่อที่จะงดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ และข้อ ๔๙ ครับ ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะขอเลื่อน เป็นเรื่องสําคัญ ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้เสนอเองนะครับ ผมขอให้เลื่อนระเบียบวาระเรื่องที่ที่ประชุม เห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนวาระที่ ๘ นะครับ คือร่างพระราชบัญญัติความรับผิด ทางแพ่งเพื่อความเสียหายจากมลพิษน้ํามัน พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ แต่รัฐมนตรี ไม่สนใจที่จะดําเนินการตาม ผมขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนั่งลงก่อนครับ ผมวินิจฉัยก่อน

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เดี๋ยวครับ ผมยังไม่บอกเลยว่าเลื่อนไปไหน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะวินิจฉัยก่อนนะครับ นั่งลงครับ ผมฟังแล้วเข้าใจประเด็นของท่านแล้ว คราวนี้ก็จะ วินิจฉัย เดี๋ยวท่านนั่งลงก่อนผมจะวินิจฉัย เดี๋ยวกําลังวินิจฉัยอยู่ครับท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ เดี๋ยวใจเย็น ๆ คือขณะนี้เรากําลังพิจารณาในเรื่องร่างพระราชบัญญัติอยู่นะครับ แล้วก็ ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ เขาห้าม แล้วก็มีข้อยกเว้นข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ของท่านไม่ข้าข้อยกเว้นผมจึงวินิจฉัยว่าไม่สามารถดําเนินการได้ แย้งก็ไม่ได้หรอกครับ ข้อวินิจฉัยของประธานเป็นเด็ดขาดตามข้อบังคับ ก็ฟังเป็นข้อยุติแล้วนะครับ พวกเราต้อง เคารพข้อบังคับ ผมก็วินิจฉัยตามข้อบังคับ ก็ข้อวินิจฉัยยุติแล้ว คราวนี้ท่านจะประท้วง ใช่ไหมครับ เชิญท่านประท้วงครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๔๖ และข้อ ๔๗ ที่ท่านประธานอ่านและไม่เข้าใจนั่นแหละ เพราะว่า ข้อ ๔๖ ให้โอกาสที่ให้เราเสนอญัตติที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าหรือเป็นหนังสือได้ (๒) ก็คือ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้คุณหมอครับ คือประเด็นนี้นะครับ ท่านฟังก่อนครับ ประเด็นนี้ท่านประธาน สมศักดิ์ท่านได้วินิจฉัยไว้แล้วนะครับ และท่านก็มาเสนอตอนผมขึ้นมา ก็ถือว่าเป็นเด็ดขาด แล้วนะครับ ขอความกรุณาเราต้องเคารพการวินิจฉัย ไม่อย่างนั้นจะไม่จบ คือผมวินิจฉัยแล้ว มันเป็นประเด็นเดียวกันที่ท่านได้เสนอ แล้วท่านก็ประท้วงว่าผมขัดต่อข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ข้อ ๔๗ ของท่าน คําวินิจฉัยของท่านประธานถือว่าเป็นเด็ดขาด ฉะนั้นจะไปประท้วง คําวินิจฉัยของประธานมิได้ ทีนี้ผมจะให้ฝั่งนี้ประท้วงนะครับ เชิญท่านนั่งลงครับ ฝั่งนี้บ้าง เชิญท่านพายัพครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ผมยังประท้วงไม่เสร็จครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่อนุญาตแล้วครับ ท่านประท้วงประเด็นเดิมครับ ไม่อนุญาต เชิญครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมต้องประท้วงท่านผู้ประท้วงเมื่อสักครู่นี้คือคุณศิริโชค โสภา ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ด้วยความนับถือ นับถือเยอะครับคนนี้ เพราะว่าคุณศิริโชคได้กล่าวพาดพิง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่าเอาอย่างนี้นะครับ ประท้วงกันไปประท้วงกันมา

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

คือได้กล่าวพาดพิงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ คือการเสียดสีแล้วก็มีการกล่าวหาว่านายขวัญชัย ไพรพนา ซึ่งเป็น นปช. ด้วย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ได้ไหมครับ เมื่อสักครู่นี้ผมก็ได้เรียนกับท่านศิริโชคแล้วบอกว่าท่านก็ให้ข้อแนะนํา และข้อเท็จจริงมา ผมก็บอกว่าจะให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยรวบรวมมาส่งที่ ประธานก็เท่านั้นเอง

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

คือคุณขวัญชัย ไพรพนา แกแต่งชุด ตํารวจหมู่บ้าน แล้วก็คุณศิริโชคแกเป็นคนขวัญอ่อนพอเห็นตํารวจแล้วตกใจตลอด ฉะนั้น กราบเรียนให้ทราบว่าคุณขวัญชัย ไพรพนา แกแต่งชุดตํารวจหมู่บ้าน ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอดีแล้วนะครับ เชิญคุณสุนัยครับ

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วง เชิญท่านประท้วงครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงกรณีที่นายศิริโชคกล่าวหาผมนะครับ จริง ๆ แล้วผมถอดรองเท้าจริง ๆ เหตุและผลมีอยู่ ๒ ประการ ประการแรก ๑. ผมดู สถานการณ์ไม่ดีเลย ผมก็เตรียมจะวิ่งออกนอกห้อง ผมไม่สบายด้วยแขนเจ็บ ๒. ถ้าเกิด เหตุการณ์ไม่ดีผมก็จะเอารองเท้ามาป้องหน้าผมไว้ก็แค่นั้นเองครับ ไม่มีเป็นอย่างอื่นครับ

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ พอแล้วครับ เราเครียดตั้งแต่บ่ายโมงแล้ว เดี๋ยวนะ ท่านประท้วงใช่ไหมครับ ผมขอความกรุณาคุณหมอสุกิจพอแล้วนะครับ เดี๋ยวให้ท่านสมบูรณ์ประท้วงก่อนนะครับ ประเด็นเดียวกันที่ผ่านมา

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

อีกนิดเดียวครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิดเดียวก่อน ท่านสมบูรณ์นั่งก่อน ก็ตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงบ่ายสี่โมงแล้ว ก็พอสมควร แล้วนะครับ เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมลดโทนเสียงลงแล้ว นะครับท่านประธาน ท่านประธานฟังผมนิดหนึ่ง ท่านประธานคุยจบแล้วใช่ไหมครับ ท่านประธานฟังผมนิดหนึ่งครับ เที่ยวนี้ผมไม่ได้ยกข้อบังคับแบบครั้งที่แล้วนะครับ ผมยก ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ มาด้วย เพื่อที่จะมาขอยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๔๗ และข้อ ๔๙ เพราะฉะนั้น ข้อ ๔๗ และข้อ ๔๙ ถ้าถูกยกเว้นก็จะไม่ถูกเอามาใช้ ผมถึงมีสิทธิที่จะเสนอตามข้อ ๔๖ (๒) ตอนนี้ท่านเข้าใจหรือยัง ตอนนี้ผมเสนอได้หรือยังครับ ท่านเข้าใจไหมครับ ท่านตามทันไหม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้คุณหมอครับ คุณหมอจะขอเปลี่ยนระเบียบวาระตามข้อ ๔๖

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

(๒) ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพื่อที่จะขอยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ขอใช้ข้อ ๑๗๖ มายกเว้น ข้อ ๔๗ และข้อ ๔๙ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมก็ได้วินิจฉัยไปแล้วทั้งที่ท่านบอกนี่นะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านวินิจฉัยอย่างนั้นไม่ถูก ท่านอ่านใหม่ สิครับ ท่านประธานใจเย็น ๆ ครับ เรายังมีเวลาอีกหลายวัน เพิ่งเปิดสภานะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมใจเย็นอยู่แล้ว ถ้าดูมันเป็นการขัดต่อข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๗) แล้วก็ข้อ ๔๙

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ก็ยกเว้นแล้วอย่างไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยไปแล้ว

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ยกเว้นแล้ว ขอยกเว้นเมื่อไร ถ้าท่านประธาน ขอมติยกเว้นได้มันก็ไม่ขัดสิครับ แล้วจะทําอย่างไร ทุกครั้งที่ฝ่ายรัฐบาลขอเลื่อนเขาก็ทํา อย่างนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอครับ คืออย่างนี้ครับ คือหลายครั้งที่เราประชุมกัน แล้วก็ในช่วงที่ผมขึ้น ในเรื่องที่ เราขอยกเว้นกันเป็นประจําก็คือเรื่องกระทู้ถามสด แล้วก็การกระทู้ครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ต้อง ๓ กระทู้ สัปดาห์ใดมี ๔ กระทู้ ๕ กระทู้ ประธานก็ใช้สิทธิตามข้อบังคับขอปรึกษา ที่ประชุมเพื่อขอยกเว้นในเรื่องนี้ แล้วที่ประชุมก็มีมติเป็นเอกฉันท์ ก็ไม่ขัดข้อง แต่อันนี้ เป็นเรื่องที่เราพิจารณาอยู่ในระเบียบวาระแล้ว ได้พิจารณาไปแล้ว มันจึงเป็นข้อต้องห้าม ตามข้อ ๔๗ และข้อ ๔๙ ที่ท่านหยิบยกขึ้นมา ผมก็วินิจฉัยตามข้อบังคับนี่ละครับ ฉะนั้น เมื่อข้อวินิจฉัยนี้ผมวินิจฉัยแล้วก็เป็นเด็ดขาดนะครับ ถึงท่านจะพอใจ ไม่ถูกใจ ผมได้วินิจฉัย ไปแล้วขอความกรุณาเถอะครับ ขอบคุณมากครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านเข้าใจไหมว่าขอยกเว้น ข้อ ๔๗ และข้อ ๔๙ หมายถึงว่า มันจะเอามาบังคับไม่ได้ ไม่อย่างนั้นผมจะขอยกเว้นทําไมล่ะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านไปอ่าน ข้อ ๔๗ ก็แล้วกันครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ไม่ต้องอ่านแล้วครับ ในเมื่อเราขอยกเว้น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

วินิจฉัยไปแล้ว ยุติแล้วนะครับ เชิญท่านนั่งลงครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

มันไม่ถูกต้อง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ ผมวินิจฉัยไปแล้ว

ผมว่าเข้าเนื้อหาสาระของเราที่จะต้องอภิปราย ผมอ่านลําดับอย่างนี้ก่อนนะครับท่านจะได้ เตรียมตัวได้นะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานครับ ถ้ามันไม่ถูกต้องผมไม่ยอม ปล่อยให้ผ่านหรอกครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อันนั้นก็เป็นเรื่องของท่านจะต้องลงมติกันนะครับ แต่ผมวินิจฉัยแล้ว ถ้าพวกท่านไม่เคารพ ในการวินิจฉัยผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร เดี๋ยวผมจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ หลังจากฝ่ายรัฐบาลแล้วจะเป็นท่านเชน เทือกสุบรรณ ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ท่านสามารถ แก้วมีชัย ตามลําดับนี้ครับท่านเชน คุณหมอขอความกรุณา นั่งลงก่อนนะ เดี๋ยวผมฟังท่านเชนก่อน เชิญท่านเชนครับ เดี๋ยวคุณหมอครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ผมยกมือผมเจตนาจะพูดเรื่องข้อบังคับ แต่ว่าคนที่ไม่ประท้วง ประธานเขาไม่ค่อยชี้ แล้วก็ชี้บางคนที่พูดหลายครั้ง ที่จริงสมาชิกมีสิทธิเท่าเทียมกัน ผมเลยไปประท้วง ยืนยันกับประธานว่าผมจะพูดเรื่องข้อบังคับ ท่านประธานกรุณาให้ผมพูดก่อนได้ไหม เพราะว่าผมได้พูดในเรื่องเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ติดพันกับที่ท่านประธานพูด เมื่อสักครู่นี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวเอาอย่างนี้ได้ไหมครับ เดี๋ยวผมให้คุณหมอชลน่านก่อน แล้วก็เดี๋ยวค่อยท่าน

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

คุณหมอชลน่านขณะนี้พูดไป ๔ ครั้งแล้ว ก่อนที่ท่านประธานเข้ามานี้พูด ๓ ครั้ง ถ้าพูดตอนนี้ ๔ ครั้ง ยกมือพร้อมกับผม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเชนก่อนครับ ท่านเชนจะใช้สิทธิประท้วงใช่ไหมครับ หรืออย่างไรครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ผมใช้สิทธิยกมือเมื่อกี้แล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านเชนท่านมีสิทธิอยู่แล้ว หลังจากท่านสุนัยก็ท่านอยู่แล้วนะครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ผมพูดกับท่านประธานให้ชัดเจน ก่อนนะครับ ผมไม่ได้พูดเรื่องพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขณะที่ท่านสุนัยค้างอยู่เรื่องพระราชบัญญัติ แต่เมื่อสักครู่นี้ผมพูดโต้แย้งท่านประธานในกรณีข้อบังคับ ผมพูดสั้น ๆ เท่านั้น ผมไม่พูดยาวครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาให้ท่านสุนัยเสร็จแล้วต่อท่านเลย ท่านจะเอาทั้งประเด็นของท่าน แล้วก็ในเนื้อหา ของการอภิปรายก็ว่ากันไปควบกันทีเดียวเลยมันจะได้ไปที่ละท่านได้ ดีไหมครับ ท่านสุนัย แล้วก็มาท่าน

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

คือท่านสุนัยจะพูดเรื่อง พระราชบัญญัติ เดี๋ยวพระราชบัญญัติก็จะว่ากันไปนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ ผมจะอนุญาตให้ท่านก่อนนะครับ เชิญท่านนั่งลงครับ เชิญท่านสุนัย เดี๋ยวท่านสุนัยแล้วท่านเชน

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ขอบคุณท่านเชนนะครับ ด้วยความเคารพกัน เชน คัมแบค (Comeback) เชนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เมื่อกี้ของท่านสมบูรณ์ค้างอยู่ใช่ไหม ขอโทษนะ เผอิญหลายท่านไปผมลืม ท่านสมบูรณ์ใช่ไหมครับ เชิญท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ท่านประธานแปลกใจไหมครับว่าวันนี้สภาผู้แทนราษฎรของเรา ไม่ค่อยชัดเจนครับ ทั้งการวินิจฉัย ทั้งการประท้วง ทั้งการอภิปราย แม้กระทั่งขณะนี้นะครับ ในแนวคิดผม ในความคิดผม ก็คือ พ.ร.บ. ยังไม่ได้เข้าเลย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านสมบูรณ์ครับ ท่านขอใช้สิทธิประท้วง ท่านประท้วงก่อนครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ครับ ผมเพียงแต่เอ่ยนํา ให้ท่านประธานทราบว่ามันไม่ชัดเจนครับ วันนี้มันเหมือนมีอะไรมาบังตาสภาผู้แทนราษฎร ของเรา ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่จริง ๆ แล้วผมจะประท้วงจ่าแมลงวัน แมลงหวี่ ผมนี่ครับ มันอายสภาผู้แทนราษฎรครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงได้ไหมครับ ท่านประท้วงเลยครับ ขอความกรุณาอย่างไปพาดพิงกัน

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ใช่ครับ ท่านประธานไม่ควรจะหัวเราะ ว่านี่คือการทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วใช้สติปัญญาในการตอบสภาผู้แทนราษฎร อย่างนั้น ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมยืนประท้วงข้อ ๒ ก็คือ ส.ส. ฝ่ายค้านยกมือตั้งแต่ ช่วง ๓ โมง ประธานไม่เคยอนุญาตให้พูดสักครั้งหนึ่ง เป็นประธานกรรมาธิการ เพราะฉะนั้น ผมเลยประท้วงประธานว่าท่านทําหน้าที่ให้เป็นกลาง ให้ชัดเจน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ ท่านประท้วงอะไรเชิญครับ

(นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ค่ะ ประท้วงย้อนหลังไปถึงประธานสมศักดิ์ด้วยนะคะ ดิฉันยืนจนเมื่อยมือ เมื่อยขาแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ก็ยังดีนะท่านประธาน ถ้าไม่ใช่ท่านประธานขึ้นมาดิฉันไม่ได้พูดนะคะ ก็ต้องกราบเรียนว่าตั้งแต่มันยังไม่ล่วงเลย มาจนถึงป่านนี้ ดิฉันยกมือตอนนั้นก็ต้องถือว่าตอนนี้เรายังไม่ได้เข้าวาระนะคะท่านประธาน ดิฉันสนใจมาก ก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้เรื่องนิรโทษกรรมมีภาคประชาชนเขาเสนอเข้ามาด้วย เพียงแต่บอกว่ามันไม่ทันเพราะกระบวนการมันยืดยาว ดิฉันก็เลยจะเสนอว่าจะขอให้เลื่อน ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายนี้ซึ่งมันกะทัดรัดกว่า แล้วถ้าเข้ามาแล้ว มันจะทําให้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่รับรองสิทธิของประชาชนให้เขาสามารถเข้าชื่อเสนอ กฎหมายได้มันมีความหมาย เพราะถ้าไม่ออกใหม่นี้กฎหมายฉบับเก่าเราเห็นประสบการณ์แล้ว ท่านประธานก็เห็น ท่านเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาคุยกับภาคประชาชนที่รัฐบาลหยิบกฎหมายนั้น ขึ้นมา จนป่านนี้ก็ยังค้างเติ่งอยู่นะคะ แล้วก็เมื่อไม่นานมานี้พอหยิบกฎหมายประกันสังคม ขึ้นมามันตลกมากเลยค่ะ ที่สภานี้คว่ํากฎหมายของภาคประชาชน แทนที่จะให้เขามีโอกาส ได้เข้าไปในชั้นกรรมาธิการ ดิฉันก็เลยจะขอเสนอนะคะว่า ให้ยกเว้นให้ใช้กฎหมายข้อบังคับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ เมื่อกี้ท่านใช้สิทธิประท้วงนะครับ ท่านจะประท้วงอะไร ผมนั่งฟังอยู่ว่าใครฝ่าฝืนข้อบังคับเรื่องอะไรอยู่ เอาประท้วงก่อนได้ไหมครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ก็ประท้วงว่า ดิฉันว่าประธาน เลือกปฏิบัติไม่ชี้ให้ดิฉันพูดสักที เพราะดิฉันพูดนานแล้ว แล้วก็จะเรียนให้ทราบว่าสิ่งที่ดิฉัน จะพูดนี้ก็คือย้อนหลังไป แล้วก็เพื่อเคารพภาคประชาชนที่เสนอกฎหมายฉบับนี้นะคะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเป็นว่าอย่างนี้นะครับ ผมวินิจฉัยผมได้ชี้ไปแล้วนะครับ ก็ไม่มีใครฝ่าฝืนข้อบังคับนะครับ ชี้ให้ท่านพูดแล้วนะครับ แล้วก็กฎหมายที่ประชาชนเขาเสนอเข้ามานี้ก็มีหลายท่าน ของที่ท่านพูดแล้วก็ของท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ก็อยู่กระบวนการในการพิสูจน์ตรวจสอบ ความมีอยู่และแท้จริงของประชาชนที่ร่วมกัน อันนี้ขอให้เคารพกระบวนการตามระเบียบ นะครับ ตอนนี้ผมว่าพอแล้วครับ ผมให้ท่านใช้สิทธิประท้วงแล้วครับ

(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านรังสิมาประท้วงครับ ท่านสุนัยนั่งก่อนครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันขอประท้วงท่านประธาน ข้อบังคับ หน้า ๗๙ เกี่ยวกับว่าด้วย จริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ เมื่อกี้นี้ที่ท่านศิริโชค ขออภัย ที่เอ่ยนามนะคะ ที่ได้ลุกขึ้นหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องจ่าประสิทธิ์ แล้วจ่าประสิทธิ์ ได้ลุกขึ้นตอบ ถึงแม้จะตอบแบบนั้น ดิฉันคิดว่าตอนที่ดิฉันลากเก้าอี้ก็มาสอบจริยธรรมดิฉัน ทุกอาทิตย์ แม้กระทั่งสภาปิดก็ยังสอบ แล้วดิฉันเห็นพฤติกรรมแบบนี้ของรัฐบาล คราวก่อนนี้ ก็มีคนเอาขึ้นมาวางแบบนี้ก็ไม่ผิด ให้ยกนิ้วอย่างนี้ก็ยังไม่ผิดจริยธรรม อันนี้ก็ทําอีกแล้ว เพราะฉะนั้นท่านประธานจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรมนะคะ ไม่ใช่สอบแต่ฝ่ายค้าน แต่ฝ่ายรัฐบาลท่านประธานไม่ทํา นี่ดิฉันเห็นมา ๓-๔ ครั้ง แม้กระทั่งกดบัตรแทนกัน นี่ตั้งแต่เป็นผู้แทนมาสมัยแรกจนนี่สมัยที่ ๔ ดิฉันจับได้กดบัตรแทนกัน ๒ ครั้งแล้ว ยังไม่ตั้ง กรรมการสอบฝ่ายรัฐบาลเลย สอบแต่ฝ่ายค้านนะคะ ท่านไปดูได้ตั้งแต่มีกรรมการจริยธรรมมา ท่านประธานต้องพูดบันทึกเอาไว้เลยค่ะว่าจะตั้งกรรมการหรือไม่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เมื่อกี้ผมได้กําชับแล้วสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปรวบรวมพยานหลักฐานก่อนนะครับ การจะกล่าวหาท่านใด บุคคลใด เราจะต้องมีพยานหลักฐานแล้วก็จะได้รายงานท่านประธาน ให้เวลาเรานิดหนึ่งนะครับ อย่างนี้นะครับคุณจุฤทธิ์ครับ เราจะได้เข้าเนื้อหาสาระ แล้วก็ มีหลายท่าน อย่างเช่นท่านชินวรณ์ ท่านบุญจง ท่านศุภชัย ท่านชวลิต ท่านจะใช้สิทธิ อภิปราย ผมขอความร่วมมือเถอะครับ เราจะเดินหน้าได้ เชิญท่านจุฤทธิ์ครับ พวกเรา ก็พูดคุยกัน มีอะไรปรึกษากัน เชิญครับ ค่อย ๆ ไป

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านประธานในข้อ ๘ ครับ ท่านประธานจะต้องรักษา ความสงบในที่ประชุมครับ ผมใคร่ขอย้อนหลังไปนิดเดียวไม่เกิน ๒-๓ นาที ท่านประธานครับ ก็คือว่าได้มีสมาชิกฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์อย่างน้อย ๓ ท่าน ได้พยายามเสนอเลื่อน ระเบียบวาระการประชุมขึ้นมา ในระหว่างนั้นท่านวรชัยยังเสนอกฎหมายไม่เสร็จ แล้วยังไม่ได้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม นี่คือเหตุที่พรรคฝ่ายค้านพยายามโต้เถียง ให้ท่านประธานเข้าใจนะครับ นี่คือเหตุความวุ่นวายทั้งหมดในสภาตอนนี้ครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากให้ท่านประธานใจเย็น ๆ ครับ ท่านย้อนหลังไปนิดเดียวครับ ตอนนี้ ยังไม่เข้าสู่ระเบียบวาระ และพรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ขอให้เลื่อนระเบียบวาระ เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ ๓ และเรื่องที่ ๘ ขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ถ้าท่านประธานจะสามารถดําเนินการเรื่องดังกล่าวได้ ในเมื่อมีการเสนอญัตติขึ้นมาก็มีการ ลงมติครับ ถ้าสมมุติว่าฝ่ายรัฐบาลมีคะแนนมากกว่าก็พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมต่อไป แต่ถ้าพรรคฝ่ายค้านคะแนนเสียงมากกว่าก็ให้พิจารณาเรื่องที่ ๒ เรื่องที่ ๓ และเรื่องที่ ๘ เป็นอันดับต่อไปแค่นี้เองครับ นี่คือเหตุความวุ่นวายทั้งหมด แต่เนื่องจากท่านประธานสมศักดิ์ท่านใจร้อน ตอนนี้ท่านขึ้นมาเป็นประธานแทนท่านสมศักดิ์ ผมคิดว่าอยากให้ท่านกลับไปเริ่มพิจารณาเรื่องนี้ใหม่และสภาจะไม่วุ่นวาย ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านจุฤทธิ์ครับ ก็ได้มีท่านสมาชิกขอเสนอใช้ข้อบังคับและขอยกเว้นข้อบังคับ ฉะนั้นการจะยกเว้นข้อบังคับและใช้ข้อบังคับในการเปลี่ยนระเบียบวาระจะต้องปฏิบัติตาม ข้อบังคับ ผมวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นไม่ได้เพราะข้อบังคับมันเขียนไว้เป็นอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ คราวนี้ส่วนจะวินิจฉัยแล้วไม่ถูกใจนี่ ข้อบังคับเราก็เขียนไว้ว่าถ้าประธานวินิจฉัยแล้วก็ถือว่า เป็นเด็ดขาด และข้อบังคับมันก็เขียนไว้อย่างนั้นจริง ๆ นะครับ อันนี้ผมว่าในประเด็นนี้ มันน่าจะยุติกันได้ แล้วเรามาเริ่มต้นเอาสาระที่เรามีความประสงค์ ผมก็อยากฟังอยู่เหมือนกัน หลายท่านก็นั่งรอหลายชั่วโมงแล้ว อยากจะให้ท่านได้แสดงความคิดเห็นในสาระของร่างฉบับนี้ ดีกว่านะครับ ถ้าเราเอาชนะกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมว่ามันจะเดินไปด้วยความลําบากนะครับ ขอความกรุณาเถอะ ทั้งอาจารย์รัชฎาภรณ์ คุณหมอสุกิจ คุณหมอมีอะไรติดใจอยู่ไหมครับ ให้คุณหมอหายความสงสัยเลย ให้ทีละท่าน เอาอย่างนี้ผมจะให้คุณหมอสุกิจและอาจารย์ รัชฎาภรณ์ แล้วก็จะให้ท่านสุนัย แล้วก็จะมาที่ท่านชินวรณ์ แล้วท่านนายอําเภอชวลิต แล้วก็ท่านบุญจงนะครับ ๒ ท่าน เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ จะให้ผมพูดอีกสักกี่ครั้ง ว่าสิ่งที่ผมทําไปนี่มันไม่ผิดข้อบังคับ แล้วท่านประธานต้องโหวต ต้องปฏิบัติตาม เพราะ ผมเสนอตามข้อ ๔๖ (๒) แล้วผมก็ขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ เพื่อที่จะงดเว้นข้อ ๔๗ และข้อ ๔๙ ท่านประธานตามดูให้ดีสิครับว่ามันถูกต้องไหม แล้วมันไม่มีหรอกครับที่ว่า เขาเสนอไปแล้ว แล้วก็เสนอต่อไม่ได้ ข้อบังคับไม่ได้ระบุไว้ ระบุไว้ข้อ ๔๗ แต่ในเมื่อยกเว้นแล้ว มันก็หมดสิครับ อย่างนี้เราก็ไม่ต้องทํา ทีหลังรัฐบาลก็เลื่อนระเบียบวาระไม่ได้สิครับ เพราะว่าเลื่อนทีไรก็ใช้ข้อ ๑๗๖ ยกเว้นข้อบังคับทุกครั้ง เดี๋ยวผมขอยกเว้นข้อบังคับ ข้อที่ประธานวินิจฉัยถือเป็นที่สุดด้วย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งลงครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เพราะท่านใช้อํานาจเกินไปเสียแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่หรอกครับ เชิญท่านนั่งลงครับ คุณหมอครับ ขอความร่วมมือ พวกเราก็ปรึกษาพูดคุยกัน

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ผมขอความถูกต้องหน่อยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งลงครับ ผมจะได้ชี้แจงท่าน เชิญนั่งลงก่อนครับ ใจเย็น ๆ ครับ เชิญนั่งลงก่อน

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านชี้แจงเลย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งลงก่อน ผมจะได้ชี้แจง ท่านประธานก็ได้วินิจฉัยแล้ว ผมก็อธิบายข้อบังคับ แล้วก็ ถือว่าเป็นข้อเด็ดขาด ซึ่งเราเรียกว่าข้อยุติของเรานะครับ ก็ไม่สามารถจะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นได้ เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์สุดท้ายแล้วครับ ไม่มีท่านใดแล้ว เดี๋ยวพอ อภิปรายแล้วคิวท่านเชนก่อน ขอประทานโทษ เมื่อกี้เพราะมีเจ้าหน้าที่เขียนขึ้นมา เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ ท่านบุญยอดนั่งก่อนครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ค่ะ ก็อยากจะเรียนว่าถึงตอนนี้ดิฉันก็ยังยืนยันว่าเรายังไม่ได้เข้าสู่ระเบียบวาระ นะคะ แต่อยากจะเรียนว่าดิฉันประท้วงท่านประธานเพราะว่าท่านประธานบอกว่าวินิจฉัย ไปแล้วถ้าไม่ถูกใจก็ต้องยอมรับ ท่านอย่าใช้คําว่าถูกใจสิคะ เพราะว่าเรากําลังพูดด้วยเหตุ และด้วยผล แล้วเราก็ต้องพูดกันถึงเรื่องความถูกต้องนะคะ มันอาจจะตีความต่างกันแล้วท่าน วินิจฉัย ท่านชอบพูดบ่อยคําอย่างนี้ มันดูแคลน ส.ส. ด้วยกัน มันกลายเป็นว่าเราไม่มีเหตุผล แล้วก็จะต้องเอาให้ถูกใจ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ เอาเป็นว่าผมวินิจฉัยตามข้อบังคับแล้วกันนะครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

แล้วท่านกรุณาอย่าใช้คําว่า ถูกใจ หรือไม่ถูกใจนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะไม่ใช้คํานี้ก็แล้วกันนะครับ เชิญท่านบุญยอดครับ แล้วก็ท่านจุรินทร์ เราจะเดินหน้าไปได้ครับ เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพครับ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมขอประท้วงท่านประธานนะครับ ว่าท่านประธานวินิจฉัย ข้อ ๑๗๖ ไม่ได้ ข้อ ๑๗๖ ถ้าสมาชิกเสนอญัตติ มีสมาชิกรับรอง ซึ่งเมื่อกี้มีการรับรอง เรียบร้อยนะครับ ไม่น้อยกว่า ๒๐ คนให้งดใช้ข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งทั้งหมดหรือบางส่วน เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกในที่ประชุมก็ให้งดใช้ข้อบังคับได้ หมายความว่าท่านประธานต้องขอมติจาก ที่ประชุม ที่ท่านประธานอ้างว่าประธานวินิจฉัยแล้วถือเป็นที่สิ้นสุดเป็นเรื่องการประท้วงครับ ตามข้อ ๖๓ เฉพาะเรื่องประท้วงที่ท่านประธานจะวินิจฉัยได้และประธานวินิจฉัยถือเป็น ที่สิ้นสุด แต่ข้อ ๑๗๖ ไม่ใช่ประธานวินิจฉัยเองนะครับ ต้องให้ที่ประชุมวินิจฉัยซึ่งพวกเรา ได้ยกมือรับรองการเสนอการงดใช้ข้อบังคับข้อนี้นะครับ โดยตามข้อนี้เรียบร้อยแล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนั่งลงครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานอธิบายเลยครับ ผมยืนฟังได้ครับ ด้วยความมีสติครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ โดยเรารักษาระเบียบพวกเรานิดหนึ่ง คืออย่างนี้ท่านบุญยอดครับ ท่านสมาชิก ได้ขอเปลี่ยนระเบียบวาระโดยอ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) แล้วก็ขอปรึกษาใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ เพื่อปรึกษานะครับ งดเว้นการใช้ข้อบังคับนะครับ ซึ่งขณะนี้เรากําลังพิจารณาอยู่ ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติตามข้อบังคับ ฉะนั้นท่านจะไปหยิบยกโดยยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ โดยอ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๗) นั้นไม่ได้นะครับ ฉะนั้นมันจึงต้องห้ามตามข้อบังคับ ข้อ ๔๙ ก็วินิจฉัยไปแล้วนะครับ ผมก็อธิบายไปแล้วนะครับ เชิญท่านนั่งลงครับ ผมได้ชี้แจง ไปแล้ว มันยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับ มันคนละเรื่องกันนะครับ เชิญท่านนั่งลง ท่านจุรินทร์ มีอะไรครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงมีผู้เสนอญัตติ ๓ ท่านด้วยกัน ทั้ง ๓ ท่านนี้มีความแตกต่างกัน ท่านแรกคือท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ท่านที่ ๒ คือ คุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ และก็ท่านที่ ๓ คือท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เพียงแต่ว่า ทั้ง ๓ ท่าน ได้เสนองดเว้นการใช้ข้อบังคับบวกรวมไปกับการเสนอญัตติในการขอให้เปลี่ยน ระเบียบวาระการประชุม กรณีที่มีการวินิจฉัยแล้วมีกรณีเดียว ก็คือกรณีของท่านประเสริฐ ที่วินิจฉัยโดยท่านประธานสมศักดิ์ แต่ว่ากรณีของคุณหมอสุกิจกับท่านรัชฎาภรณ์นี้ ท่านสมศักดิ์ยังไม่ได้วินิจฉัยและถ้าหากท่านประธานจะใช้อํานาจวินิจฉัย กระผมขออนุญาต กราบเรียนว่าถ้าเป็นอย่างนั้น ถ้าท่านไม่อนุญาตทั้ง ๒ ท่าน จะมีการเสนอใหม่กระทําได้ ไหมครับ คือผมเสนอให้งดเว้นการใช้ข้อบังคับตามข้อ ๑๗๖ ให้งดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๙ เท่านี้ครับ ผมมีสิทธิไหมครับ การขอให้งดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๙ ก็คือว่า ข้อ ๔๙ ระบุว่า ญัตติตามข้อ ๔๗ (๗) ห้ามเสนอในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ถ้างดเว้นการใช้ ข้อ ๔๙ ได้ ผมก็จะได้ดําเนินการต่อไปตามขั้นตอน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ต่อไปนี้ มีประเด็นเดียวครับ เสนอให้งดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๙ ผมมีสิทธิไหมครับท่านประธาน กรุณาวินิจฉัยครับ ตามข้อ ๑๗๖

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ได้ครับ เพราะเป็นญัตติและไม่เป็นไปตามข้อ ๔๗ นะครับ ฉะนั้นเดี๋ยวผมจะดําเนินการ ต่อไปนะครับ เชิญท่านผู้อภิปรายต่อนะครับ คืออย่างนี้ท่านบุญยอด ใจเย็น ๆ ครับ คือเราจะขอเปลี่ยนวาระก็ดี แล้วก็โดยขอยกเว้นข้อบังคับก็ดี ก็ต้องอาศัยข้อบังคับ แต่ข้อบังคับเขาเขียนไว้อย่างนั้น ผมก็ต้องวินิจฉัยตามข้อบังคับมันเป็นอย่างอื่นไม่ได้นะครับ ก็ผมได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ ใจเย็น ๆ สิครับ ก็ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ คือในระหว่างที่จะ พิจารณา ท่านอย่าไปอ่านแต่ข้อ ๔๗ ท่านต้องอ่านข้อบังคับทั้งฉบับสิครับว่าเขาให้อํานาจ ประธานทําอะไรบ้างครับ ถ้าพูดอย่างนี้ก็ไม่รู้จะอธิบายความอย่างไรนะครับ ใจเย็น ๆ ครับ ก็ให้ท่านจุรินทร์พูดแล้วนะครับ ก็เมื่อสักครู่ท่านจุรินทร์ก็ได้ลุกขึ้นมาปรึกษาหารือแล้ว เราก็อธิบายแล้ว

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีผู้ประท้วง เชิญท่านขจิตรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ขอประท้วงบุคคลหลายคนที่กําลังพยายามไม่ปฏิบัติตามคําวินิจฉัย ของประธานตามข้อ ๖๓ แล้วก็บวกเข้าด้วยข้อ ๖ ของข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พุทธศักราช ๒๕๕๑ ข้อความมีดังนี้ ประมวลจริยธรรม ข้อ ๖ สมาชิกและกรรมาธิการจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาไว้ และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ รวมถึงปฏิบัติตามข้อกฎหมาย และข้อบังคับในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยเคร่งครัด ท่านประธานครับ จากเช้ามานี้ ผมประท้วงหลาย ๆ คนที่พยายามยื้อข้อบังคับแล้วไม่ทําตามประธานวินิจฉัย มันผิดรวมไป ทั้งส่อแสดงถึงไม่พยายามเป็นแบบอย่าง ถ้าการประชุมแบบนี้ถ้าคําวินิจฉัยของประธาน แล้วไม่จบ ก็จะตั้งตัวเป็นประธานกันหมดมันไปไม่ได้ ตั้งแต่บ่ายโมงมาถึงนี่ มันแสดงแล้วว่า มันไปไม่ได้ แล้วมันส่อว่าขัดจริยธรรม ข้อ ๖ นี้ด้วย ท่านประธานตั้งกรรมการสอบเลย ที่พยายามมาทั้งหมดนี้เป็นรายบุคคลไปเลย แล้วชาวบ้านเขารู้ว่าความพยายามเหล่านี้ มันจะถูกตามข่าวแล้วท่านจะเสียหาย คุณประเสริฐด้วยคนหนึ่ง ชาวบ้านเขาลือกัน ข่าวเขา ลงกันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะพยายามยื้ออย่างถึงที่สุดมันจะถูกตามเขา แล้วมันจะเสียหาย สภาแห่งนี้ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๓ และมีความผิดตามจริยธรรม ข้อ ๖ ด้วย ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประเสริฐ เชิญครับ ท่านจุฤทธิ์นั่งลงก่อน คุณหมอนั่งลงก่อน คุณบุญยอดนั่งลงก่อน ทีละท่าน

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ อยากจะทําความเข้าใจกับ ท่านประธานนิดหนึ่ง กรณีท่านประธานวิปฝ่ายค้านคือ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อ้างถึง การงดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ผมจะอ่านช้า ๆ นะครับ ไม่ใช่จะเถียงกับท่านประธาน แต่ทําความเข้าใจเพื่อให้การประชุมวันนี้ไปได้นะครับ ข้อ ๑๗๖ บอกไว้ว่า ถ้าประธาน ขอปรึกษา อันนี้ไม่เกี่ยวแน่ หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีจํานวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกในที่ประชุม ก็ขอให้ งดใช้ได้ ท่านประธานจุรินทร์ขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ เพื่อให้งดเว้นข้อบังคับ ข้อ ๔๙ ทีนี้ท่านประธานก็ต้องลงคะแนนครับ ถ้าสมาชิกในที่นี่ให้เสียง ๒ ใน ๓ ก็ถือว่าที่ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เสนองดใช้ข้อ ๔๙ ก็เป็นไปได้ครับ แต่ตอนนี้ท่านประธานยังไม่ได้ทํา อันนี้ก็ต้องประท้วงท่านประธาน ทีนี้ขออนุญาตครับ เพื่อนผมครับ คุณขจิตร ชัยนิคม บอกว่าผมจะเสียหาย ผมนะครับถ้าไม่ปฏิบัติหน้าที่ เห็นสภาผิดพลาดอะไรแล้วผมปล่อยเลยไป ผมเสียหายครับ คนจังหวัดยะลาเขาจะด่าผมครับ วันนี้ผมไม่ได้ทําอะไรให้เสียหาย ผมเห็นสภาเดินหน้าไปในทางที่ผิด ผมก็ทักท้วงให้สภา กลับเข้าร่องเข้ารอย ผมคิดว่าคนจังหวัดยะลาดีใจด้วยซ้ําไปครับ เผลอ ๆ จะตําหนิคุณขจิตร ด้วยซ้ําไป ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านได้ชี้แจงแล้วครับ เอาอย่างนี้ครับ อย่างนั้นจะเดินหน้าไม่ได้นะครับ เดี๋ยวนะครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์ท่านก็ประท้วงแล้วนะครับ ขอเถอะครับ แล้วก็ฝั่งนี้ก็จะประท้วง ยืนตั้ง ๓ ท่าน ถ้าอย่างนั้นเชิญผู้ประท้วงฝั่งนี้ก่อนนะครับ สลับกัน

(นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านติด ๆ กับครูมานิตย์นะครับ เชิญครับ

นายชินวัฒน์ หาบุญพาด บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชินวัฒน์ หาบุญพาด ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมก็นั่งฟังมาตั้งแต่เปิดประชุม แล้วครับ รู้สึกว่าทนความรําคาญไม่ไหว ก็เลยจําเป็นต้องประท้วงท่านประธาน คือที่ ทางสมาชิกผู้เสนอให้งดใช้ข้อบังคับนั้นนะครับ ถ้าท่านประธานงดใช้ข้อบังคับท่านก็จะผิด ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ครับ ข้อ ๔๗ เขาบอก เมื่อที่ประชุมกําลังพิจารณาญัตติใดอยู่ห้ามเสนอ กําลังประชุมญัตติใดอยู่นะครับ นี่แสดงว่าเรากําลังพิจารณาญัตติ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ฉบับของนายวรชัย เหมะ ซึ่งก็ได้อภิปรายหลักการและเหตุผลไปแล้ว เริ่มไปแล้ว เหมือนท่านสุนัยที่บอกว่าเรือออกจากฝั่งไปแล้ว นี่คือที่ประชุมกําลัง ห้ามเสนอญัตติอื่นขึ้นมา พิจารณา เว้นแต่ญัตติดังต่อไปนี้ อันนั้นท่านคงจะทราบดีครับ คราวนี้เมื่อเช้านี้ก็อ้าง (๗) (๗) ก็ไปขัดมาตรา ๔๙ นะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อไม่สามารถจะเสนอญัตติใดได้แล้ว ปิดประตูแล้ว ฉะนั้นการที่จะไปขอให้งดใช้ข้อบังคับเพื่อจะพิจารณาญัตติอื่นนั้นมันย่อม ทําไม่ได้อยู่แล้ว ทําไม่ได้อยู่แล้วจะไปพิจารณาเพื่องดใช้ข้อบังคับนั้น จะทําทําไมเมื่อเสนอ ญัตติไม่ได้ในขณะที่กําลังพิจารณาอยู่ ขณะนี้ถือว่ากําลังพิจารณาอยู่ ที่ประชุมกําลัง พิจารณาอยู่ เสนออีกไม่ได้ แล้วจะไปเสนองดใช้ข้อบังคับได้อย่างไร จึงกราบเรียน ท่านประธานเพื่อทราบครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงประธานเรื่องอะไรครับ

นายชินวัฒน์ หาบุญพาด บัญชีรายชื่อ

ข้อ ๘ ครับ ก็คือว่าท่านประธาน ควรจะควบคุมการประชุมให้อยู่ในความเรียบร้อย ซึ่งทางสมาชิกผู้อภิปรายเสนอ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมได้อธิบายแล้วก็วินิจฉัยไปแล้วนะครับ เชิญท่านนั่งลงครับ เชิญท่านสุนัยครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านมีอะไรครับ เดี๋ยวครับท่านสุนัย รอท่านบุญยอดอีกท่านหนึ่ง เชิญ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานนะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์. บัญชีรายชื่อ ผมยังไม่ได้คําตอบนะครับว่า ข้อ ๑๗๖ ซึ่งมีการขอเป็นญัตติ สมาชิกรับรองแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ท่านบุญยอด ผมจะอธิบายข้อบังคับให้ฟังทั้งหมด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

และหากที่ประชุมอนุมัติ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกในที่ประชุมก็ให้งดใช้ได้ เป็นอํานาจของ ที่ประชุมนี้ ผมจึงเรียนถามท่านประเด็นแรกว่า ทําไมท่านจึงใช้อํานาจของตัวท่านเองวินิจฉัย

ประเด็นที่ ๒ ขออนุญาตดูเรื่องของการอภิปรายครับ ผมคิดว่าท่านสุนัย อภิปรายต่อไม่ได้นะครับ เพราะว่า ข้อ ๕๘ ผู้มีสิทธิอภิปรายก่อนคือผู้เสนอญัตติ ข้อบังคับ ข้อ ๕๙ เมื่อผู้อภิปรายก่อนได้อภิปรายแล้วการอภิปรายในลําดับต่อไปต้องเป็นการอภิปราย สลับกันระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายสนับสนุน ผู้อภิปรายก่อนเมื่อสักครู่คือฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายสนับสนุน ดังนั้นข้อ ๕๙ นะครับ ท่านสุนัยไม่มีสิทธิอภิปรายครับ ต้องรอนะครับ อันนี้ ประเด็นที่ ๒ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านอธิบายผม ๒ ประเด็นนะครับ มีคนเสนอ สมาชิกเสนอให้งดเว้นการใช้ข้อบังคับตามข้อ ๑๗๖ เป็นอํานาจของที่ประชุม ต้องลงมติกัน ท่านประธานใช้อํานาจตามข้อบังคับข้อใด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเดี๋ยวจะอธิบายข้อบังคับให้ฟังนะครับ ท่านใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ขอเปลี่ยน ระเบียบวาระ โดยท่านไปอาศัยข้อ ๑๗๖ ขอยกเว้นข้อบังคับ ถ้ายกเว้นข้อบังคับอย่างนั้น ถูกต้องอย่างที่ท่านพูด ต้องใช้มติ ๒ ใน ๓ อันนั้นถูกต้องที่ท่านเข้าใจ แต่ข้อเท็จจริง มันปรากฏว่าในที่ประชุมแห่งนี้ได้มีการพิจารณาไปแล้ว เจ้าของญัตติ ผู้เสนอร่างก็ได้อ่าน หลักการและเหตุผลเสร็จสิ้นไปแล้ว และจนถึงผู้จะอภิปราย ฉะนั้นมันจึงเกิดข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ขึ้นมาว่า ถ้าท่านเสนอญัตติเพื่อให้มีการลงมติใด ๆ นี้ขึ้นมาซ้อนญัตติที่มี การพิจารณา คือร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้ ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ เขาห้าม แต่เขามี ยกเว้นว่า เว้นแต่ (๑) ถึง (๗) ถ้าท่านไปใช้ (๗) โดยอ้างข้อ ๑๗๖ มันก็ขัดต่อข้อบังคับ ข้อ ๔๙ ผมก็อธิบายอย่างนี้ ตรงไปตรงมาอย่างนี้ครับ มันก็มีเท่านี้เองนะครับ ผมว่าเดินต่อไป เถอะครับ เดี๋ยวเสร็จท่านจุรินทร์ก็จะได้อภิปรายทีเดียวเลย ผมชี้แจงแล้วก็อธิบายแล้ว วินิจฉัยแล้วจบแล้วครับ เชิญนั่งครับ เดี๋ยวให้ท่านจุรินทร์ท่านติดใจอะไรท่านจะได้ซักถาม เชิญท่านจุรินทร์ครับ ผมไม่อนุญาตท่านอื่นแล้วครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าผมเสนองดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๙ ท่านประธาน วินิจฉัยว่าทําไม่ได้ ถ้าอย่างนั้น ถ้าผมเสนอให้ดําเนินการตามข้อ ๔๗ (๕) ผมขอสอบถาม ท่านประธานว่าผมดําเนินการได้ไหมครับ ข้อ ๔๗ ก็คือเมื่อที่ประชุมกําลังพิจารณา ญัตติใดอยู่ ห้ามเสนอญัตติอื่นขึ้นมาพิจารณา เว้นแต่ญัตติดังต่อไปนี้ (๕) ขอให้เลื่อน การปรึกษาหรือพิจารณาได้ไหมครับ ขอสอบถามท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าท่านเสนอญัตติเข้ามาเพื่อที่จะให้มีการลงมติมันไม่ได้นะครับ มันกําลังพิจารณา ในเรื่องนี้อยู่ มันจะไปดําเนินการอย่างนั้นไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องของการแปรญัตติในเรื่อง ตามข้อต่าง ๆ ในข้อยกเว้นใน ๗ ลําดับนั้นทําได้ ฉะนั้นผมวินิจฉัยแล้ว ขอความกรุณา ท่านครับ ท่านจุรินทร์มีอะไรครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ผมไม่ได้ขอให้งดใช้ข้อบังคับ นะครับท่านประธาน เมื่อท่านประธานวินิจฉัยเมื่อสักครู่ว่าผมทําไม่ได้ ประเด็นนั้นผมไม่ หยิบยกมาในขณะนี้ แต่ขอสอบถามท่านประธานว่าถ้าผมจะเสนอต่อที่ประชุมเป็นญัตติ ขอให้ดําเนินการตามข้อ ๔๗ (๕) นั่นก็คือว่าเมื่อที่ประชุมกําลังพิจารณาญัตติใดอยู่ ก็คือ กฎหมายนี้ ห้ามเสนอญัตติอื่นขึ้นมาพิจารณา เว้นแต่ญัตติดังต่อไปนี้ (๕) ขอให้เลื่อน การปรึกษาหรือพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ขอให้เลื่อนออกไป ผมทําได้ไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทําได้ครับ แต่ต้องขอมติที่ประชุม เดี๋ยวนะครับ เชิญท่านครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ท่านประธานเรียกชื่อผมนี่สิบกว่าครั้ง ยังไม่ได้อภิปรายสักที ขอประทานโทษนิดเดียวนะครับ ข้อเสนอต่าง ๆ นี้ขอให้ผมได้อภิปรายก่อน แล้วท่านค่อยเสนอได้ไหมครับ ท่านจุรินทร์ ได้ไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ได้ไหมท่านจุรินทร์ ให้เขาอภิปรายให้จบแล้วท่านเสนอขึ้นมา จะได้เสร็จทีละท่าน ผมว่าเอาทีละท่าน

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

เห็นใจผมเถอะครับ ผมก็อยากจะ เสนอความเห็นครับ ได้ไหมครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

คือถ้าท่านประธาน ขออภัยนะครับ เอ่ยนามท่านสุนัย ให้ท่านสุนัยอภิปราย ท่านบุญยอดท้วงไว้แล้วว่าถ้าอย่างนั้นท่านก็ทําผิด ข้อบังคับ ข้อ ๕๙ เพราะไม่อภิปรายสลับ เมื่อสักครู่ผู้เสนอญัตติเสนอแล้วนะครับ แต่ฝ่ายค้านยังไม่ได้อภิปรายเลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กรุณาให้ไฟแดง ผมบ่อยหน่อยเถอะครับ ผมมีเหตุผลครับ เมื่อกี้นี้ผมก็ได้ขอท่านเชนแล้วที่จะอภิปราย หลังจากผม ก็ไม่มีอะไรกัน แต่ถ้าเราจะใช้อย่างนี้ ท่านจุรินทร์ครับ ผมขอเถอะ เมื่อกี้นี้ บังเอิญผมให้คนไปดูแล้วท่านยังไม่ได้เซ็นชื่อนะครับ ยังเสนอไม่ได้นะครับท่าน ขอประทานโทษนะครับท่านครับ ถ้าจะเอาอย่างนั้นนะครับ ท่านจุรินทร์ครับ ไปเซ็นชื่อ ก่อนครับท่านครับ ท่านยังไม่ได้เซ็นชื่อเข้าประชุมครับ ยังเสนอไม่ได้ครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ เดี๋ยวเอาประเด็นนี้ก่อนนะครับ นั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมจะขอความร่วมมือจาก ซีกฝ่ายทางรัฐบาลในประเด็นของท่านก่อนนะครับ เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ เพื่อที่จะให้ การดําเนินการต่อไปได้นะครับ ผมจะให้ท่านจุรินทร์เสนอนะครับ แล้วผมก็จะขอมติจาก ที่ประชุมตามข้อเสนอของท่าน เชิญคุณหมอชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ท่านประธานจะอนุญาตให้ท่านประธานวิปฝ่ายค้านเสนอญัตติ ผมไม่ติดใจครับ และโดยตามข้อบังคับก็สามารถเสนอได้ กรณีจะใช้มาตรา ๔๗ (๕) เป็นการ ขอให้เลื่อนการปรึกษาหรือการพิจารณา นั่นหมายความว่าถ้าเป็นญัตติแล้วสภาต้องมีมติ ถ้าสมมุติว่าสภามีมติให้เลื่อนออกไปก็จะไปพิจารณาทีหลัง อาจจะกําหนดวันหรือไม่กําหนดวัน ก็แล้วแต่ แต่ถ้าไม่เลื่อนก็คือพิจารณาวันนี้ นั่นก็คือชอบนะครับ ด้วยวิธีของรัฐสภา นี่ละครับ คือการต่อสู้ในรัฐสภา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเป็นข้อกังวลนะครับ ท่านประธานครับ ข้อ ๕๐ ในข้อบังคับเขียนไว้ ผมก็ต้องท้วงท่านประธานไว้ก่อนมีการเสนอญัตติ ถ้าจะเอา (๕) และมาอ้างใช้ข้อ ๕๐ นี้สภาต้องแสดงความชัดเจนไว้อย่างชัดเจนนะครับท่านประธานว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน จะเอา (๕) มาใช้ในข้อ ๕๐ ไม่ได้ ข้อ ๕๐ นี่หมายถึงเฉพาะ (๗) เท่านั้น ผมเน้นท่านประธานดูข้อบังคับด้วยนะครับ ข้อ ๕๐ หมายถึง (๗) เท่านั้น ผมขออนุญาต อ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ ในกรณีที่ที่ประชุมลงมติให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษา หรือพิจารณา ให้ญัตติเดิมนั้นเป็นอันตกไป ความหมายถ้าแปลเชิงแคบนะครับ แค่ที่ประชุม มีมติให้ยก หลายคนอาจจะบอกว่าญัตติเดิมตกไปแล้ว แต่ถ้าผมแปลความนี่ผมบอกว่า ต้องมีมติให้ยกก่อน ก็คือมีเสียงข้างมากบอกว่าเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาได้ ถ้าเสียงข้างมาก ไม่ถึงก็ถือว่าไม่ให้ ต้องแปลความอย่างนั้น ที่ผมอภิปรายอย่างนี้ นําเรียนท่านประธานครับ รู้อยู่แล้วว่าเสียงข้างมากอย่างไรก็ไม่อนุญาต ท่านประธานโปรดวินิจฉัยประเด็นนี้ด้วยครับ ถ้าจะมีการเสนออย่างนั้นต้องมีข้อตรงนี้เป็นข้ออ้างด้วย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะตีความและมีการ นําไปส่งศาลรัฐธรรมนูญ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็นอย่างที่คุณหมอชลน่านเข้าใจนั่นละครับ เมื่อท่านใช้ข้อ ๔๗ (๕) นะครับผมก็ต้องถามมติ ที่ประชุมว่าเดี๋ยวท่านจุรินทร์จะเสนอนะครับ แต่ในข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ก็จะไม่ได้เกี่ยวกับ ข้อ ๔๗ นะครับ ท่านจุรินทร์เข้าใจประเด็นนี้นะครับ จะได้เคลียร์กันให้เข้าใจเลยนะครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมก็ไม่ขัดข้อง ถ้าท่านประธานจะวินิจฉัย แต่เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับและธรรมเนียมปฏิบัติ ท่านจุรินทร์ครับ ยังไม่ได้เซ็นชื่อไปเซ็นก่อนแล้วมาเสนอ หรือให้คนอื่นเสนอเซ็นให้คนอื่น เสนอเสีย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ เชิญท่านจุรินทร์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอสอบถามท่านประธานครับ ถ้าผมไม่ลงชื่อ มาประชุมและผมมาปรากฏตัวในห้องประชุม ผมขาดสมาชิกภาพหรือครับ ผมไม่ได้เป็น ผู้แทนราษฎรหรือครับ ถ้าผมขาดสมาชิกภาพ ผมปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ คนที่มาประชุมแล้ว ไม่ได้เซ็นชื่อ ท่านประธานอนุญาตให้เซ็นย้อนหลังวันหลังได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นอะไร ที่ทําถือว่าโมฆะทั้งหมดละครับ ไม่มีสิทธิทําให้ฐานะผู้แทนราษฎร ใครวินิจฉัยเรื่องนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอานะท่านจุรินทร์ครับ คืออย่างนี้ ผมว่าเราจะต่อล้อต่อเถียงกันเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ นะครับ ท่านจุรินทร์เข้าใจประเด็นนะครับ ที่ท่านเสนอมา ผมจะให้ท่านเสนอนะครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ผมยังไม่ได้เสนอครับเมื่อสักครู่ ผมสอบถามท่านประธานว่าผมมีสิทธิที่จะเสนอหรือไม่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ เสนอได้ แต่ท่านไม่ติดใจใช่ไหมครับ อย่างนั้นการอภิปรายเอาอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะซักซ้อม

(นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมีอะไรไหมครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมอยากจะเป็นผู้เสนอญัตติที่จะให้สภาเลื่อนการปรึกษา หรือพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ตามข้อบังคับข้อ ๔๗ (๕) แต่ก่อนที่จะขอ ผู้รับรองหรือสุดแล้วแต่ท่านประธานนะครับ ถ้าท่านประธานจะขอให้มีผู้รับรองเลย ผมขอสิทธิในการอภิปรายเหตุผลว่าทําไมเราจึงควรเลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณาในเรื่องนี้ ท่านประธานจะให้ดําเนินการอย่างไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านนั่งก่อน เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมเห็นว่าคําวินิจฉัยของท่านประธานมันจะเป็นบรรทัดฐาน เวลาเราจะเปิดประชุม องค์ประชุมอยู่ที่การเซ็นชื่อข้างหน้า เมื่อบุคคลที่มีความสําคัญถึงเป็นประธานวิปฝ่ายค้าน ไม่ยอมเซ็นชื่อ แล้วท่านประธานจะให้เสนอ ผมเองเห็นว่าไม่บังควร แต่ถ้าจะเปลี่ยนให้เป็น ท่านผู้นําฝ่ายค้าน อันนี้ไม่เป็นไรครับท่านประธานครับ แต่ในประเด็นนี้ผมอยากให้ ท่านประธานอย่าได้ละเลยหลักการนี้ทีเดียว สิทธิแห่งความเป็นผู้แทนราษฎรเราไม่ได้ ละเมิดกัน แต่การลงชื่อนั้นเป็นความสําคัญอย่างหนึ่ง นี่คือส่วนหนึ่งขององค์ประชุม ดังนั้นเรื่องนี้ขอให้ชัดเจนว่าตกลงจะให้ท่านผู้นําฝ่ายค้านเสนอใช่ไหมครับ ผมก็จะได้เป็น อีกเรื่องหนึ่ง นี่ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ประเด็นที่เสนออย่างนี้เป็นประเด็นที่เรียกชื่อ ได้เข้าใจง่าย ๆ ว่าเร้าหรือกันอยู่อย่างนี้ทั้งวัน ๔-๕ ชั่วโมงแล้ว ท่านประธานก็ได้วินิจฉัย ชี้ขาดแล้วชี้ขาดอีกไม่รู้กี่ครั้ง ถ้าท่านประธานยังจะใช้หลักความยุติธรรมที่จะให้โอกาส แก่คนที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบด้วยการให้โอกาสพูดมาก ๆ นั่นมันเป็นเรื่องที่ผิดที่สุด และเรื่องนี้ถ้าท่านทําแล้วจะมีปัญหาต่อไป ซึ่งเขาเตรียมต่อแล้วครับ ในที่สุดเกิดการเสนอ ญัตติซ้อน จะตกไปนะครับท่านประธาน ดังนั้นเรื่องนี้ท่านประธาน ถ้าท่านจะเมตตาก็เมตตา ต่อคนที่มีมารยาทและมีกติกาครับ คนที่ชัดเจนแล้วว่าเขาไม่ดําเนินการอย่างนั้น ได้แสดง เจตนามา ๔-๕ ชั่วโมง กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ผมขอให้ท่านประธานให้สิทธิผู้สุจริตในการ อภิปรายก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยว่ากันใหม่ครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ ผมไม่ทราบว่าท่านผู้ประท้วงหมายถึงใครนะครับ แต่ว่าผมอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้มาตั้งแต่ต้น ไม่ได้ทําผิดข้อบังคับเลยนะครับ แล้วก็ปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของท่านประธานหลายเรื่อง ซึ่งแม้ผมจะไม่เห็นด้วย ทีนี้ผมสันนิษฐานว่าตอนนี้ท่านประธานอนุญาตให้ผมเสนอเลย ใช่ไหมครับ และอภิปรายเลยใช่ไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังครับ ท่านจะใช้สิทธิอะไรเมื่อกี้เห็นท่านยกมือ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ก็สิทธิในการ เสนอญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๕) ขอให้เลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณาเรื่องนี้ แล้วก็จะขอ สิทธิอภิปรายชี้แจงเหตุผลต่อที่ประชุมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ได้ไหมครับท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ไม่สามารถที่จะไปบังคับ หรือห้ามได้นะครับ แต่ถ้าหากว่าท่านเสนอแล้วผมก็จะให้สิทธิฝ่ายละ ๑ ท่าน ท่านด้วย แล้วก็ทางนี้ด้วย แล้วผมจะต้องขอมติ เมื่อขอมติออกมาอย่างไรก็ขอให้ที่ประชุมปฏิบัติตาม อย่างนั้นได้ไหมครับ เดี๋ยวพอมีการโหวต (Vote) กันเสร็จ เดี๋ยวก็ไม่พอใจก็จะประท้วงกัน จะอะไรมันจะไม่เสร็จสิ้น แล้วก็จะไม่มีโอกาสได้พูดในเนื้อหาสาระนี้ได้ ผมจึงขอความร่วมมือ จากท่านผู้นําฝ่ายค้านเพื่อให้การประชุมเราดําเนินการไปด้วยความเรียบร้อยได้ไหมครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจะขอ อย่างไรนะครับ ให้เสนอแล้วก็คืออภิปราย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะขอความกรุณาท่านอย่างนี้ว่าถ้าท่านเสนอแล้วนะครับ แล้วก็จะให้สิทธิฝ่ายละ ๑ ท่าน อภิปราย พออภิปรายเสร็จก็จะต้องขอมติว่าจะให้เลื่อนเรื่องนี้หรือไม่ ตามข้อเสนอของท่าน หลังจากที่ลงมติไปแล้วถ้าฝ่ายใดชนะก็ขอให้ได้รับความร่วมมือ ถ้าหากว่ามีการลงมติไปแล้ว ว่าไม่ให้เลื่อน ท่านก็ต้องปฏิบัติว่าให้มีการดําเนินการในการอภิปรายในเนื้อหาสาระนี้ ให้เป็นปกติ ได้ไหมครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ ถ้าที่ประชุมมีมติแล้ว พวกกระผมก็ปฏิบัติเป็นอย่างอื่นไม่ได้อยู่แล้ว และไม่เคยปฏิบัติ เป็นอย่างอื่นครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนั้นนะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้น ผมขอผู้รับรองญัตติในการที่จะขอเลื่อน

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วง ท่านประท้วงอะไรครับ ข้างหลังครับ ครูมานิตย์ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ขออนุญาตท่านผู้นําฝ่ายค้านนะครับ ไม่ได้มีเจตนาอะไรกับท่าน ด้วยความเคารพกันจริง ๆ แล้วก็ขออนุญาตท่านสุนัยด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนั่งก่อนครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ตั้งแต่เช้ามา ตั้งแต่บ่ายครับ แต่เช้ามัน เกินความจริงครับ ตั้งแต่บ่ายมาจนถึงตอนนี้ผมก็เริ่มสับสน ผมว่าอย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านประธาน ด้วยความเคารพตอนเช้าในขณะที่ท่านวรชัยอภิปรายก็โดนเสียงโห่ ผมเป็นห่วงว่า เวลาท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเสนอญัตติแล้วจะมีเสียงโห่อีก ฟังให้จบก่อนครับ คุยกันด้วยเหตุผล ผมว่าเอาอย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธาน ผมไม่ทรามครับ ไม่เคยโห่ใคร ยืนยันเลยในสภา แต่ผมพูดอย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธาน ให้วิปทั้ง ๒ ฝ่ายตกลงกัน แล้วพักสัก ๕ นาทีก่อนท่านประธาน จะได้สบายใจ ผมว่ากลัวจะมีปัญหาตามมาทีหลังครับ ถ้าท่านประธานไม่เห็นด้วย ผมไม่ว่านะครับ แต่ผมนําเรียนเสนออย่างนี้ครับ ขอบพระคุณ ครับท่านประธาน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ผมขอผู้รับรองไปแล้วนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เผอิญผมขอให้เขาประท้วงนะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

คืออย่างนี้ครับ ผมถือโอกาสหารือท่านประธานเลยครับ คือเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกหารืออยากให้ ท่านประธานพักการประชุมสัก ๕ นาทีก่อนที่จะมีการพิจารณาญัตติที่ผมจะเสนอ กระผม เห็นด้วย และขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าถ้าเป็นไปได้กรุณาประสานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาฟังสิ่งที่กระผมพูด เพราะสิ่งที่กระผมกําลังจะเสนอนั้นเป็นการเสนอ ทางออกให้กับประเทศ ผมทราบข่าวว่าท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเรื่องนี้ควรจะมาว่ากัน ในสภา แล้วก็ออกข่าวว่าท่านนายกรัฐมนตรีมาสภาเพื่อจะมาร่วมพิจารณาเรื่องนี้ แต่บังเอิญ ขณะนี้ผมไม่เห็นท่านนายกรัฐมนตรี ทางโน้นก็ต่อว่าว่าทางนี้มีคนประชุมไม่เซ็นชื่อ ผมก็กําลัง ขอให้ท่านไปตามคนที่เซ็นชื่อแต่ไม่อยู่ในที่ประชุมมาที่นี่บ้างครับ พักสัก ๕ นาทีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอพัก ๑๐ นาทีนะครับ วิป ๒ ฝ่ายปรึกษากันนะครับ

พักประชุมเวลา ๑๗.๑๔ นาฬิกา

ท่านจุรินทร์ได้ปรึกษากันหรือยังครับ ปรึกษากับฝ่ายรัฐบาลเขาหรือยัง ได้หารือกันหรือยัง ไม่ได้หารือหรือครับ ไปตั้งนานนึกว่าหารือกันแล้ว ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เชิญครับ ที่ท่านจะขอใช้หารือ ให้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๕) ท่านจะเสนออย่างไรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ก่อนพักการประชุมดูเหมือนท่านประธานต้องการให้พัก ตอนนั้น บอก ๕ นาทีหรือ ๑๐ นาทีเพื่อหารือว่าการอภิปรายทําอย่างไรให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และผมก็ได้ขอความกรุณาท่านประธานให้ช่วยประสานไปว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะ มาเข้าร่วมประชุมด้วยหรือไม่ ไม่ทราบผลเป็นประการใดครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประธานวิปรัฐบาลอยู่ไหมครับ เชิญท่านอํานวย คลังผา ครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย จากการที่ ท่านประธานได้ให้พักการประชุม ทางวิปรัฐบาลได้ปรึกษาหารือกันในเรื่องดังกล่าว ก็อยากให้มีการอภิปราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามที่ท่านสุนัยได้เคยเสนอไว้ให้ท่านสุนัย ได้อภิปรายไปส่วนหนึ่ง หลังจากนั้นก็จะให้ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่ท่าน ได้ขออภิปรายไว้ ดังนั้นก็อยากจะฝากให้ท่านประธานได้ให้ท่านสุนัยได้นําเสนอการอภิปราย ตามที่ท่านได้เสนอไว้ หลังจากนั้นก็ให้ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายต่อไป เป็นข้อเสนอของผมครับ เชิญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ท่านถามว่าได้ประสานท่านนายกรัฐมนตรีไว้หรือยัง เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ ตั้งแต่เช้ามาเรายังไม่ได้เริ่มอภิปรายอะไรเลย นอกจากเสนอญัตติเท่านั้นเองครับ ผมคิดว่า บรรยากาศเราก็พยายามที่จะหาทางที่จะสร้างความเข้าใจกัน ผมคิดว่าให้ผมอภิปราย เสียก่อนได้ไหมครับ แล้วก็ประเด็นที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านจะเสนอก็ต่อจากผมไป ส่วนท่านจะ เสนอตามข้อบังคับ ข้อ ๗ (๕) ก็ว่ากันไป ผมคาราคาซังอยู่ครับ เวลาท่านอภิปรายใครมา ขัดจังหวะท่าน ท่านก็ไม่มีความสุขครับ เพราะประชาชนก็ฟังอยู่ ผมก็อยากจะให้ท่าน ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกัน ขอให้ผมอภิปรายไปก่อนได้ไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประเด็นนี้ก่อนได้ไหมครับ ประเด็นที่หารือกันค้างกันอยู่ ถ้าคุยกันได้เดี๋ยวผมจะขอ ความร่วมมือทั้ง ๒ ฝ่าย เดี๋ยวผมถามทางรัฐบาลเขานิดหนึ่ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ ที่จริงผมไม่ได้คิดว่าประเด็นที่จะหารือกันในช่วงพักเป็นเรื่องว่า ใครจะเสนอก่อนหรือใครจะอภิปรายก่อน ท่านสมาชิกกังวลว่าบรรยากาศการประชุม จะไม่เรียบร้อย จะมีเสียงโห่ จะมีอะไร ก็บอกให้ไปคุยกัน แล้วผมก็ได้ปรึกษาท่านประธาน เพื่อขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มาร่วมประชุม เพราะว่าการเสนอญัตติของผมเพื่อที่จะไม่ให้ เราเข้าไปสู่ในเนื้อหาการอภิปรายกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็เป็นปมประเด็นปัญหาที่ผมจะได้ กราบเรียนท่านประธานต่อไป เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะใช้สิทธิในการเสนอญัตติ ตามข้อ ๔๗ (๕) ขอให้เลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณาครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แล้วประเด็นข้อที่ท่านหารือไว้ไม่ติดใจนะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ก็คงไม่ใช่ ไม่ติดใจครับ แต่จะทําอย่างไรได้ครับถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาประชุม ผมก็ไม่สามารถ ไปบังคับท่านให้มาประชุมได้ ก็ได้แต่คาดหวังว่าในเรื่องซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีตระหนักดี อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องสําคัญเช่นนี้ การจะเสนอทางออก การจะเสนอปัญหาที่เกี่ยวข้อง กับกฎหมายฉบับนี้และเกี่ยวข้องกับรัฐบาลไม่ใช่การเกี่ยวข้องกับการทําหน้าที่ของสภา เพียงฝ่ายเดียว ก็คาดหวังจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีมารับฟังนะครับ เพราะมิฉะนั้นแล้วก็จะ เป็นปัญหาต่อไปเมื่อท่านไม่อยู่ผมก็ไม่สามารถบังคับให้ท่านมาได้ครับ ผมก็ต้องใช้สิทธิ ในการอภิปรายครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านขอเสนอตามข้อ ๔๗ (๕) ขอเลื่อนการพิจารณาถูกต้องไหมครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ถูกต้องครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงอะไร เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เมื่อท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอญัตติเช่นนั้นก็ขอทําความเข้าใจนะครับท่านประธาน หมายความว่าท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเสนอว่าวันนี้ยังไม่ให้พิจารณา ให้เลื่อนไปก่อนอย่างนั้นถูกไหมครับ ถูกนะครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นในญัตติเดียวกันนี้ผมก็ ขอเสนอในฐานะที่ผมอภิปรายค้างอยู่ อภิปรายไปแล้ว ขอเสนอให้มีการอภิปรายต่อไป ไม่เลื่อนครับ แต่ถ้าหลังจากผมพูดไปแล้วค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง ผมขอเสนอว่าไม่เลื่อน ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ถ้าอย่างนั้นก็ขอโหวตเลยครับ ท่านประธาน ไม่ต้องอภิปรายครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ขอความร่วมมือจากท่าน ประเด็นที่ท่านเสนอนี้ คืออย่างไรก็พิจารณาไปแล้ว เสนออะไรไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ทางท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรเองท่านก็ได้หารือก่อนที่เราจะพักประชุม เอาประเด็นของท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรก่อนได้ไหมครับว่า เราจะพิจารณาว่าเลื่อนหรือไม่เลื่อนก่อน ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๕) ท่านขอเลื่อนการพิจารณาวันนี้ออกไปก่อนเท่านั้นเอง

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ท่านประธาน ท่านประธานจะให้ผมดําเนินการอย่างไรผมก็ยินดีฟังท่านประธาน แต่ผมคิดว่า สิทธิของผู้แทนราษฎรที่มีการเสนอและได้รับเกียรติจากท่านประธานชี้แล้วนี้ควรจะได้รับสิทธินั้น ผมได้รับสิทธิตั้งแต่บ่ายสามโมง ไม่ถึงดีครับให้ผมเป็นคนอภิปราย ถ้าผมจะพูดบอกว่า ทําไมสิทธิผมจึงน้อยกว่าท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอทีหลังกลับได้พิจารณาก่อน ผมขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าถ้าเราจะทําความเข้าใจผมไม่ขัดขวางเลยครับ ขอให้ผมได้อภิปรายไป แล้วในระหว่างนั้นที่ท่านบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ฟัง ผมเชื่อว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านฟังวิทยุอยู่ พอผมพูดเสร็จนี้ท่านอาจจะมานั่งก็ได้ ก็จะหมดประเด็น ปัญหาที่ท่านอภิสิทธิ์วิตกกังวล แต่ถ้าท่านประธานยังจะยืนยันอย่างนั้นผมก็จะรับฟัง ความเห็นของท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าอย่างนั้นท่านถอนนะครับ ของท่านนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ถอนนี่ไม่ได้ตกประเด็นของผมไป นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาประเด็นของท่านอภิสิทธิ์ก่อนสิครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ ผมขอความร่วมมือจากท่านอย่างนี้นะครับ ผมก็จะให้สิทธิท่านอภิปรายเหตุผล ของท่านเพื่อสนับสนุนเฉพาะประเด็นขอเลื่อน ไม่เลื่อน แล้วก็จะให้ฝ่ายรัฐบาล ๑ ท่าน แล้วก็ฝ่ายค้านให้ท่านอภิสิทธิ์ แล้วผมก็จะขอมติจากที่ประชุม เอาเฉพาะประเด็นเหตุผล ที่จําเป็นต้องเลื่อนหรือไม่เลื่อนเท่านั้นเอง ทั้งสองฝ่ายขอความร่วมมืออย่างนี้นะครับ ท่านอภิสิทธิ์ เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอภิสิทธิ์ครับ มีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ขอประท้วง ท่านบุญยอด เชิญ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมได้ประท้วงท่านสุนัยไว้แล้วนะครับ ในประเด็นที่ท่านจะอ้างสิทธิว่าท่านจะได้เป็นคนอภิปรายก่อน ผมอ้างข้อ ๕๘ และข้อ ๕๙

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับท่านบุญยอด ผมให้จบประเด็นของท่านอภิสิทธิ์ก่อนแล้วเดี๋ยวผมจะขอ ต่อรองกันนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ไม่มีต่อรองครับ ข้อ ๕๘ ข้อ ๕๙ เป็นข้อบังคับการประชุม ท่านสุนัยไม่มีสิทธิในการอภิปรายก่อน ท่านไปดูข้อบังคับก็แล้วกัน ผมไม่ต้องอธิบายเลยครับ โต ๆ กันแล้วนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ เราให้เกียรติซึ่งกันและกันก่อน เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ เอาเฉพาะประเด็นเลื่อน ไม่เลื่อน เหตุผลนะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่กระผมได้เสนอให้มีการเลื่อนการพิจารณา พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมตามที่มีการเสนอเข้ามานั้น กระผมคิดว่าในใจของท่านประธานเอง คงทราบดีไม่ต่างจากคนไทยส่วนใหญ่ในประเทศนี้ วันนี้ท่านประธานก็ต้องยอมรับนะครับ ท่านประธานก็อยู่ในสภานี้มากว่า ๒๐ ปี การประชุมสภาผู้แทนราษฎรแต่ละครั้ง เราทราบครับว่าบรรยากาศการประชุมมันสะท้อนภาวะบ้านเมืองอย่างไร จริงอยู่ครับ เวทีของสภาผู้แทนราษฎรเป็นเวทีที่มีคนต่างความคิดเข้ามาพิจารณาและมีความคิดเห็น ที่แตกต่างกัน โอกาสการกระทบกระทั่ง โอกาสของการที่จะเกิดความขัดแย้ง มันมีเสมอครับ ไม่ใช่เฉพาะในสังคมไทย แต่ว่าในสังคมประชาธิปไตยทั่วโลก แต่ใน ๒๐ กว่าปีของท่านประธาน ท่านก็จะทราบครับว่าเวลาที่บ้านเมืองมีความขัดแย้ง ในเชิงวิกฤตและมาเกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรนี้เราก็จะเห็นบรรยากาศ เหมือนกับที่เราเห็นรอบ ๆ สภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ในช่วงต้นบ่ายมีการทักท้วงเรื่องการถ่ายทอดสด มีการทักท้วงเกี่ยวกับเรื่องของผู้ช่วย ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ชํานาญการ ผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร ได้หรือไม่ ผมเองไม่ได้อยากท้วงติงท่านผู้ทําหน้าที่ประธานในขณะนั้น ซึ่งพยายาม จะอธิบายว่าก็เป็นเรื่องการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่บ้าง เป็นเรื่องที่ทํามาตามปกติบ้าง กราบเรียนท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าลึก ๆ ในใจพวกเราทุกคนวันนี้มีใครบ้างครับ ที่กล้าพูดว่ากฎหมายฉบับนี้ที่เสนอเข้ามาในบรรยากาศอย่างนี้เหมือนการพิจารณา กฎหมายปกติทั่วไป การเสนอกฎหมายทํานองนี้เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เกิดความวุ่นวาย ในสภาผู้แทนราษฎรจนเป็นที่ทราบกันดีครับว่าเกิดปัญหามากมาย จนในที่สุด ก็ต้องมีการระงับกันไป ผลพวงจากเหตุการณ์นั้นก็ยังตกทอดมาถึงทุกวันนี้ครับ เพราะทั้งผู้สนับสนุน ทั้งผู้คัดค้านก็ต่างมีความรู้สึกที่มีความรุนแรง และท่านประธาน ก็จะเห็นว่าพอเรื่องนั้นถอนออกไป หยุดไป บ้านเมืองก็สงบเรียบร้อยเป็นส่วนใหญ่ เป็นปกติ พวกกระผมเองทําหน้าที่ฝ่ายค้านมักจะถูกพาดพิงว่าทําไมไม่รอให้ถึงการเลือกตั้ง ครั้งหน้าแล้วก็มาว่ากัน ผมก็กราบเรียนท่านประธานว่า ๒ ปีที่ผ่านมาพวกกระผมก็พิสูจน์ นะครับว่าการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลไปลงพื้นที่ที่ไหน อย่างไร เราพูดเสมอกับผู้สนับสนุน ของฝ่ายเราว่าอย่าไปขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี พวกเรา พูดเสมอว่ามีนโยบายสิ่งหนึ่งสิ่งใด แม้เราจะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ หรือทําแล้ว เกิดความเสียหายมากมาย จะเป็นนโยบายทางเศรษฐกิจ จะเป็นเรื่องเงินกู้ จะเป็นเรื่องข้าว จะเป็นเรื่องน้ํา เราคัดค้านอย่างไร แต่เราก็เคารพว่าเสียงข้างมากที่พรรคเพื่อไทยได้มา ก็เป็นความชอบธรรมในการที่จะผลักดันนโยบายเหล่านั้น แล้วก็ต้องรับผิดชอบกับผลพวง นโยบายที่เกิดขึ้น แต่กรณีของกฎหมายนิรโทษกรรมที่ว่านี้ครับ ผมพูดตั้งแต่นับคะแนน เลือกตั้งยังไม่เสร็จเลยครับ ท่านประธานครับ ตอนที่ผมได้แสดงท่าทียอมรับความพ่ายแพ้ ในการเลือกตั้ง ผมก็บอกว่าพวกกระผมก็จะเคารพการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน แต่ในช่วงระหว่างการหาเสียงมีการพูดเรื่องนิรโทษกรรม และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในขณะนั้นยืนยันว่าไม่ได้เป็นนโยบายของพรรค มีการปฏิเสธ ผมก็บอกว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งผมรู้ว่าจะสร้างความขัดแย้งอย่างสูงในสังคม และพวกกระผมก็ต้องคัดค้าน ปมนี้มันชัดเจนมาโดยตลอด และถ้าจะบอกว่ารัฐบาลไม่คิดว่ามันเป็นเช่นนี้ก็ต้องถามว่า เหตุผลกลใดละครับ รัฐบาลจึงต้องประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคง ประกาศพื้นที่ เหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงใน ๓ เขตปกครองในกรุงเทพมหานคร ในช่วงระหว่าง ที่กฎหมายนี้จะมีการพิจารณา และพื้นที่ที่ประกาศก็คือพื้นที่รอบ ๆ อาคารรัฐสภาแห่งนี้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แล้วท่านประธานก็จะเห็นครับ มีการระดมกําลังเจ้าหน้าที่ มามากมาย มีการสร้างสิ่งกีดขวางต่าง ๆ เพื่อที่จะไม่ให้การสัญจรเข้าหรือออกจากพื้นที่นี้ เป็นไปโดยสะดวก เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่พยายามจะบอกว่านี่เป็นเพียงกฎหมายฉบับหนึ่ง เป็นเรื่องปกติ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ากําลังหลอกตัวเอง และกําลังนําพาประเทศเข้าสู่ ความสุ่มเสี่ยงในหลายด้าน ผมจะใช้เหตุผลสั้น ๆ เท่านั้นละครับในการอภิปรายว่าทําไมจึง ควรจะเลื่อน ๒ เหตุผล และจริง ๆ แล้วมันควรจะมีคําตอบจากนายกรัฐมนตรี

ประเด็นแรกที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ปกติแล้วการพิจารณากฎหมายก็ถือเป็นเรื่องภายในประเทศ ถือเป็นเรื่องภายในประเทศ แล้วก็เรามักจะไม่เห็นการไปพูดถึง พาดพิง หรือก้าวก่ายการพิจารณากฎหมายหรือนโยบาย สิ่งหนึ่งสิ่งใดของประเทศอื่น ๆ แต่วันนี้เราได้ยินเสียงสะท้อนจากต่างประเทศ ตอนแรกก็เป็น องค์กรภาคเอกชนครับ อาจจะเป็นองค์กรอย่างเช่น ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ (Human Rights Watch) หรืออาจจะเป็นองค์กรอย่างเช่น แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) ซึ่งอันนั้นก็อาจจะโต้แย้งกันได้ครับว่าเป็นธรรมดานะครับ บางทีเอ็นจีโอ (NGO) ในระดับสากลเขาก็เคลื่อนไหวในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศอื่น ๆ แต่ว่า เมื่อวานนี้ครับ องค์กรของสหประชาชาติออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งผม ทราบดีครับ ใครอาจจะบอกว่ายูเอ็น (UN) ไม่ใช่พ่อ แต่ข้อเท็จจริงก็คือว่าประเทศไทยก็มี ข้อผูกพันและเป็นสมาชิกขององค์กรสหประชาชาติ การที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ (UNHCR) คือยูเอ็น ไฮ คอมมิสชันเนอร์ ฟอร์ ฮิวแมน ไรท์ส (UN High Commissioner for Human Rights) ได้ให้โฆษกออกมาแถลงถึงการพิจารณากฎหมายฉบับนี้มันมีความสําคัญ เพราะอย่าลืมว่า การแถลงนี้ก็อ้างอิงอยู่กับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นเอกสารหลัก ด้านสิทธิมนุษยชนฉบับแรกที่ที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติให้การรับรองตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๔๙๑ และประเทศไทยก็เป็นผู้ออกเสียงสนับสนุน สิ่งที่สําคัญก็คือว่าปฏิญญานี้ สะท้อนให้เห็นครับว่าสหประชาชาตินั้นถือเป็นหน้าที่โดยตรงว่าเขาต้องดูแลและกํากับ ในเรื่องของสิทธิมนุษยชน เพราะนั่นคือมาตรฐานของสากล เป็นสิทธิของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศใด แล้วในกฎบัตรสหประชาชาติก็ระบุเอาไว้ชัดเจนครับว่า รัฐสมาชิก ต้องมีการส่งเสริมความเคารพและการปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชน จนต่อมาเขาจึง ตั้งคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติขึ้น เพื่อมีการนําเสนอว่าในประเทศใดมีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนบ้าง และรัฐสมาชิกได้จัดการกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ คําแถลงของเขาเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคมปีนี้ ก็คือเมื่อวานนี้ครับ เขาระบุชัดเจนเลยว่าเขามีความห่วงใยต่อร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ซึ่งกําลังจะเข้าสู่ การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยเขาบอกว่าถ้าได้รับความเห็นชอบจะเป็น การนิรโทษกรรมบุคคลซึ่งได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงในช่วงเดือนเมษายน และเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ เขายังกล่าวอ้างอิงต่อไปด้วยครับว่าหลังจากเหตุการณ์ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น รัฐบาลในขณะนั้นได้ตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อความปรองดอง ก็คือคณะกรรมการที่เราเรียกย่อ ๆ ว่า คอป. ซึ่งได้มีการนําเสนอ รายงานขั้นสุดท้ายต่อรัฐบาลในรัฐบาลนี้เรียบร้อยแล้ว และมีข้อค้นพบจากหลักฐานต่าง ๆ ว่ามีความจําเป็นที่จะต้องเข้ามาทําให้เกิดความรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ เกิดขึ้น ไม่ว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นจะก่อขึ้นโดยฝ่ายรัฐหรือโดยฝ่าย ผู้ชุมนุมก็แล้วแต่ เขาใช้คําว่า เขาย้ําเตือนให้รัฐบาลนั้นได้ดําเนินการตามข้อเสนอแนะ ของ คอป. และสร้างความมั่นใจว่าใครก็ตามที่ได้กระทําการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นจะต้องรับผิดชอบ จากการกระทําของตน และเขาบอกว่าหากไม่มีการดําเนินการเช่นนี้ก็จะเป็นการสร้าง บรรทัดฐานในเรื่องนี้ในประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลจะมีความเห็น ต่อเรื่องนี้อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่เห็นด้วยกับเขาจริง ๆ ก็คงต้องใช้เวลาในการที่จะชี้แจง ทําความเข้าใจ แต่รัฐบาลเพิกเฉยไม่ได้ และไม่สมควรจะเพิกเฉยต่อการแสดงความคิดเห็น เช่นนี้จากองค์กรของสหประชาชาติ แล้วก็เป็นประเด็นที่องค์กรอื่น ๆ รวมทั้งกระแส การคัดค้านกฎหมายฉบับนี้ก็อยู่บนพื้นฐานตรงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือกลุ่มคนซึ่งได้รับ ผลกระทบโดยตรง เช่น ครอบครัวของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของ ผู้ชุมนุมที่เสียชีวิต หรือครอบครัวของเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อสภาว่า จะผลักดันในเรื่องของความปรองดองโดยสนับสนุนการทํางานของ คอป. ซึ่งเป็นที่รับรู้ รับทราบไปถึงองค์กรสหประชาชาติ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลเพราะเสนอโดยสมาชิกไม่ได้ครับ ความจริงพวกกระผมบอกไม่ได้ตั้งแต่ ก่อนหน้านี้ที่ท้วงติงว่ามันมีลักษณะเป็นกฎหมายการเงินด้วย แต่มันยิ่งกว่านั้นก็คือว่า มันนําไปสู่คําถามที่จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลและประเทศไทยจากสหประชาชาติ นี่คือเหตุผล ที่กระผมกราบเรียนว่าทําไม กระผมคิดว่าการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ยังไม่เหมาะสมครับ

ประการที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนก็คือเรื่องภายในของประเทศของเราเอง บรรยากาศของการคัดค้านซึ่งทําให้คนในประเทศหลายภาคส่วนวิตกกังวลว่าจะนําไปสู่ ความรุนแรงอย่างมาก มันไม่ได้หมายความว่าเรื่องนิรโทษกรรมนี้พูดคุยกันไม่ได้ แต่หลัก ก็เหมือนกับที่ผมพูดเมื่อสักครู่เกี่ยวกับองค์กรสหประชาชาติ เราบอกว่าถ้ามันมีกฎหมาย ที่มีเจตนาในการที่จะนิรโทษกรรมความผิดทางการเมืองที่เป็นความผิดทางการเมือง ตามนิยามของสากลจริง ผมเคยพูดหลายครั้ง หลายเวทีว่าพวกกระผมไม่ได้คัดค้าน ใครใช้ สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานอยู่ในขอบเขตของรัฐธรรมนูญ แต่ด้วยสถานการณ์นําไปสู่การละเมิด กฎหมาย พวกกระผมก็บอกว่าพร้อมที่จะพิจารณาดูแลคนเหล่านั้น แต่สิ่งที่พวกเรารับไม่ได้ ก็คือการใช้กฎหมายนิโทษกรรมโดยขยายขอบเขตไปถึงบุคคลซึ่งมีเจตนาในการกระทําผิด กฎหมาย ไม่ว่าการกระทําผิดกฎหมายนั้นจะอ้างว่าเป็นเรื่องของมูลเหตุจูงใจทางการเมือง หรือไม่ ท่านประธานครับ เหตุผลนี้คือที่มาของความขัดแย้งที่มันเป็นอยู่ในสังคม แต่ว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้นายกรัฐมนตรีก็ได้แถลงผ่านโทรทัศน์ไปยังพี่น้องประชาชนคนไทย บอกว่าท่านก็มีความเป็นห่วงใยในความขัดแย้งและอยากแสวงหาทางออกให้กับประเทศ ผมฟังเท่านี้ผมก็ดีใจ แล้วก็นึกว่าเราจะมาคุยกัน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ พรรคฝ่ายค้าน ก็บอกว่าเราพร้อมคุยเรื่องนิรโทษกรรม แต่ไม่ใช่ในการนิรโทษกรรมลักษณะที่กฎหมาย เขียนอย่างนี้ เหมือนกับที่องค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือกลุ่มคนทั้งในประเทศ และต่างประเทศท้วงติง นายกรัฐมนตรีหวังว่าจะเชิญพรรคการเมืองต่าง ๆ จะเชิญ กลุ่มพันธมิตร จะเชิญ นปช. จะเชิญสมาชิกวุฒิสภา จะเชิญองค์กรทางวิชาการต่าง ๆ เข้ามา ใครฟังก็บอกว่าถ้าเวทีนี้นําไปสู่ทางออกให้กับประเทศได้จริง ยุติความขัดแย้งได้จริง ผมว่า นั่นคือสิ่งที่คนทั้งประเทศรอคอย แต่เราไม่อยู่กับความเป็นจริงครับท่านประธาน ถ้าเราจะบอกว่าจะมาตั้งเวทีพูดคุยกัน แต่เราไม่คลายปมความขัดแย้งหรือไม่หยุดยั้งเรื่องที่ เป็นเงื่อนไขของความขัดแย้ง กระผมกราบเรียนกับท่านประธานมาตั้งแต่ต้นว่ามันชัดเจน อยู่แล้วโดยการกระทําของรัฐบาลเอง การออกประกาศกฎหมายความมั่นคงและการกระทํา อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ รู้นี่ครับว่าปมความขัดแย้งของประเทศขณะนี้คือกฎหมาย นิรโทษกรรม ประเด็นอื่น ๆ ก็มีครับ แต่ไม่ได้เร่งด่วนในลักษณะที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้ง รุนแรง วันนี้จึงเป็นโอกาสทองของรัฐบาลครับ ว่าถ้าหวังจะเห็นความปรองดองและการหา ทางออกให้กับประเทศจริง รัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายที่มีอํานาจ เหมือนกันทุกที่ครับ การปรองดอง ฝ่ายที่มีอํานาจสามารถเอื้อมมือแสดงเจตนาที่ดีว่าพร้อมที่จะรับฟังฝ่ายอื่น ๆ แล้วเริ่มต้น กระบวนการปรองดองที่แท้จริง การปรองดองที่เกิดขึ้นทั่วโลกไม่มีวันเกิดขึ้นจากการที่ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยัดเยียดแนวคิดคําตอบให้แล้วอาศัยการลงมติหรือเสียงข้างมาก การปรองดองที่เกิดขึ้นทั่วโลกต้องเกิดขึ้นจากการแสวงหาจุดร่วมของทุกฝ่ายแล้วร่วมกัน ผลักดันจุดร่วมนั้นให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและเป็นพื้นฐาน ในการจับมือเดินหน้าทํางานกันต่อไป นั่นคือวิธีการที่จะผลักดันประเทศให้เดินไปข้างหน้า ฉะนั้นถ้าท่านนายกรัฐมนตรีสังเกตให้ดี กลุ่มคนที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงว่าอยากจะให้ มาพูดคุยในเรื่องการปฏิรูปทางการเมืองมีอย่างน้อย ๔ กลุ่มนะครับ ที่แสดงออกว่าอยากคุย แต่หยุดเรื่องนี้ไว้ก่อน พรรคฝ่ายค้านหนึ่งละ สมาชิกวุฒิสภาอีกส่วนหนึ่งละ พันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็พูดทํานองเดียวกันอีกกลุ่มหนึ่งละ แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ยกตัวอย่างเช่น ท่านอดีตประธานรัฐสภา คุณอุทัย พิมพ์ใจชน อีกหนึ่ง ผมถามว่าถ้าเราเลื่อนการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ไป แล้วนายกรัฐมนตรีสนับสนุน ให้มีการเลื่อน พรรคเพื่อไทย สภาแห่งนี้เราลงมติร่วมกันเพื่อเลื่อน ถ้าพรุ่งนี้นายกรัฐมนตรี บอกว่าขอมาคุยกันเรื่องอนาคตประเทศไทย พวกผมไปทันทีครับ และผมจะพยายาม เชิญชวนทุกกลุ่มให้ไป แล้วเรามาหาทางออกให้กับประเทศ ผมอยากทราบเหตุผล จากนายกรัฐมนตรีว่าทําไมท่านทําเท่านี้ท่านทําไม่ได้ อะไรคือความจําเป็นเร่งด่วน คอขาดบาดตายว่าการพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรมซึ่งมีทั้งคนคัดค้านในประเทศจนถึง คําท้วงติงจากสหประชาชาติ จะต้องทําในวันนี้ พรุ่งนี้ ขนาดที่ว่าจะทําให้กระบวนการ การพูดคุยเพื่อนําไปสู่การแสวงหาทางออกของประเทศและการปรองดองแห่งชาติเกิดขึ้น ยอมที่จะทิ้งตรงนั้นไปเพื่อจะผลักดันกฎหมายฉบับนี้ อะไรคือเหตุผลครับท่านประธาน ผมนึกไม่ออกนอกเสียจากว่านายกรัฐมนตรี รัฐบาลกําลังจะบอกว่าที่จริงเรื่องทางออก ประเทศไทยที่อยากจะมาพูดคุยกันก็พูดคุยกันไปอย่างนั้นละ แต่ความขัดแย้งที่มีอยู่จะสุมไฟ เข้าไป จะเดินหน้าไป เพียงเพื่อคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งคิดว่าจะได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาที่ภาคใต้เราก็ยังบอกต้องพูดคุย เวลาจะพูดคุยในที่สุด เราก็ต้องไปบอกเขาว่าคุณต้องหยุดความรุนแรงถึงจะพูดคุยกันได้ เพราะไม่มีที่ไหน เขาพูดคุยกันไป ระเบิดไป ยิงไป ทะเลาะกันไป สร้างเงื่อนไขใหม่ให้เกิดความขัดแย้งกัน วันนี้ผมไม่ทราบนะครับกระบวนการพูดคุยยังอยู่หรือเปล่า เพราะมันก็มีข่าวว่าในที่สุด พอความรุนแรงในพื้นที่มันหยุดไม่ได้ ฝ่ายเขาเองทําท่าจะถอดใจบอกถ้าอย่างนั้นไม่รู้จะคุย ได้อย่างไร ท่านประธานครับ คนไทยก็รอคอยมานานนะครับให้ยุติความขัดแย้งต่าง ๆ วันนี้พวกกระผมไม่มีอํานาจ ๒ ปีที่ผ่านมาถูกกระทําหลายอย่างนะครับ แต่ยังพร้อมที่บอกว่า เพียงแสดงออกถึงเจตนาที่ดี ความจริงใจในการที่จะมาหาทางออกให้กับประเทศร่วมกัน ท่านนายกรัฐมนตรีลุกขึ้นยืน ขอร้องเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยว่าเลื่อนไปก่อน คุยกับ ทุกฝ่ายในสังคมก่อน นั่นคือสิ่งที่พวกกระผมอยากให้ที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ บอกกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ อย่าปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไปนะครับ เพราะ ถ้าเดินหน้าไป ผมนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าจะมีเงื่อนไขบรรยากาศใดที่จะทําให้ทุกฝ่ายสามารถ มานั่งโต๊ะร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศยุติความขัดแย้งได้อย่างแท้จริง การตัดสินในญัตติ ที่กระผมเสนอในขณะนี้จะเป็นบทพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยว่า ปรารถนาจะเห็นความสงบเรียบร้อย ความปรองดอง และความถูกต้องตามหลัก สิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริงหรือไม่ กระผมขอเสนอญัตตินี้ครับ ส่วนถ้าหากว่าที่ประชุม ไม่อนุมัติญัตติของกระผม จะพิจารณาต่อไป ผมก็จะขอใช้สิทธิในการอภิปรายในเนื้อหาสาระ ของกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะใช้สิทธิอะไรครับ แต่ฝ่ายละ ๑ ท่าน

(ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก บัญชีรายชื่อ

ขอประท้วงค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก บัญชีรายชื่อ

ประท้วงค่ะประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ เมื่อมีผู้ผิดข้อบังคับ มีการพาดพิง แล้วนอกจากนั้นยังขัดรัฐธรรมนูญ คือการกล่าวเท็จ แล้วในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๓ เราทุกคนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราได้ปฏิญาณตนว่าเราจะปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ก็คือการกล่าวความจริง ขณะนี้มีการพาดพิง ถึงผู้ชุมนุมในช่วงเมษายน พฤษภาคม ๒๕๕๓ โดยที่ใช้ข้อมูลของจากต่างประเทศมากล่าวหา ซึ่งจริง ๆ แล้วดิฉันรู้สึกว่าจะเป็นการทําให้ประเทศไทยเสียภาพลักษณ์ด้วย เพราะว่า ในแถลงการณ์ของสหประชาชาตินั้นไม่ได้กล่าวว่าผู้ชุมนุมได้กระทําผิด มีเพียงแต่ว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิทางการเมืองและสิทธิความเป็นพลเมือง ซึ่งเป็นอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิความเป็นพลเมืองและสิทธิทางการเมืองไอซีซีพีอาร์ (ICCPR) แล้วก็ขอให้นําผู้ที่ละเมิดไอซีซีพีอาร์มาลงโทษค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับท่านสมาชิกครับ ท่านขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ท่านประท้วงว่า ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรฝ่าฝืนข้อบังคับ แต่การที่จะอภิปราย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก บัญชีรายชื่อ

แล้วดิฉันขอใช้ เอกสิทธิ์ในการกล่าวข้อเท็จจริงด้วยค่ะท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะ ฟังก่อนครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรท่านกําลังแสดง เหตุผลในการขอเลื่อน แล้วก็โน้มน้าวท่านสมาชิกทั้งหลายให้เห็นสอดคล้องต้องกันกับท่าน โดยท่านหยิบยก ๒ ประเด็นขึ้นมาระหว่างภายในประเทศและต่างประเทศ ส่วนข้อเท็จจริง จะเป็นประการใดไม่ทราบหรอกครับ แต่ในขณะนี้ท่านได้แสดงเหตุผลของท่านไปแล้ว นะครับ ทีนี้ผมก็จะให้ฝ่ายอีกซีกหนึ่งได้อภิปราย ๑ ท่าน ประเด็นที่ท่านพูดแล้วผมว่า พอแล้วนะครับ ท่านดอกเตอร์เชิญนั่งลงครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก บัญชีรายชื่อ

ซึ่งก็ต้องเป็นเรื่อง สําคัญที่ต้องชี้แจงค่ะ เพราะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีความสําคัญมาก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเดี๋ยวคนนั่งอยู่ด้านบนเขาจะชี้แจงเองถ้าเกี่ยวข้องกับต่างประเทศนะครับ เชิญนั่งลงครับ ท่านสุนัยนั่งลงก่อนครับ เชิญอีกซีกหนึ่งที่จะอภิปราย ท่านใดจะอภิปรายครับ เชิญท่านสุนัยครับ เดี๋ยวให้อีกฝั่งหนึ่งเขาอภิปรายครับ

(นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญประท้วงอะไรครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง ดิฉันก็ฟังท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้พูด ณ เมื่อสักครู่นี้ก็ไม่ได้พาดพิงถึงใคร แล้วก็วันนี้ดิฉันคิดว่า ผู้ประท้วงก็ผิดข้อบังคับนะคะ เพราะว่าวันนี้เราคิดว่านายกรัฐมนตรี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงประธานหรือท่านประท้วงใคร

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

ประท้วงผู้ที่ลุกขึ้นมาประท้วงเมื่อกี้นี้ค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพราะผมวินิจฉัยไปแล้วครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

ก็เขาบอกนะคะว่าเราไปพาดพิง ถึงคนอื่น ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพาดพิงถึงคนอื่น แต่ดิฉันคิดว่าวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ได้ไหมครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วเป็นเหตุผลของท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ท่านสนับสนุนข้ออ้างของท่านเอง ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นประการใดนี้เป็นดุลยพินิจของ ที่ประชุมแห่งนี้ ฉะนั้นนั่งลงครับ ไม่มีเหตุแล้วครับ ผมวินิจฉัยแล้ว เชิญท่านสุนัยอภิปรายครับ

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านขจิตรประท้วงอะไร ผมวินิจฉัยไปแล้ว ไม่มีเหตุแล้วครับ เชิญนั่งลงครับ วินิจฉัยไปแล้ว นิดเดียวก็ไม่ได้ครับเดี๋ยวท่านค่อยเข้าในเนื้อหาแล้วกัน ท่านขจิตรประท้วงก่อนครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน เมื่อกี้นี้ผู้ประท้วงเขาอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๓ ว่าทุกคนต้องพูดความจริงเพื่อประโยชน์ ของส่วนรวม เขาประท้วงว่าผู้อภิปรายลงไปนําข้อความในยูเอ็นมาไม่ตรงกับความจริง มาเพื่อพูดให้รัฐบาลเสียหาย เขาประท้วงต้องฟังคําชี้แจงเขาให้จบครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับ ไม่มีใครทราบหรอกครับ ท่านจะนําเสนอข้อเหตุผลสนับสนุนของท่าน ผมก็ไม่ทราบนะครับ อะไรจริงอะไรเท็จยังไม่ทราบนะครับ เชิญท่านสุนัยครับ อภิปราย ใช้เวลาอภิปรายสนับสนุนข้อนั้นของท่าน จะใช้สิทธิไหมครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ก็ยุติไปแล้ว แล้วก็ผมได้วินิจฉัยไปแล้วครับ แล้วก็ข้อเท็จจริงก็ยุติไปแล้ว เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่หาทางออกให้การอภิปรายวันนี้เดินต่อไป ต้องกราบ ขอบพระคุณคุณอภิสิทธิ์ ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน ในฐานะผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ท่านได้เสนอแนวคิดที่แตกต่างกันกับฝ่ายรัฐบาล ลักษณะการอภิปรายของท่านนั้นผมคิดว่า เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราควรจะทํากันมาตั้งแต่บ่ายโมงแล้วครับ เวลาที่หายไป ๔-๕ ชั่วโมงนี้ น่าเสียดายมาก แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนะครับ อย่าไปไกลครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานครับ ให้เกียรติผมเท่ากับ คุณอภิสิทธิ์บ้างได้ไหมครับ เรากําลังเสนอคนละข้างครับ อย่าท้วงติงผมมากได้ไหมครับ ท่านประธานครับ การนําเสนอที่สักครู่นี้เป็นการนําเสนอเสมือนหนึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่เห็นด้วย กับกฎหมายนี้ เป็นเสมือนการอภิปราย แต่ผมจะนําเสนอเหตุผลว่าเวลาที่เสียไปเราควรจะรีบ ดําเนินการต่อไปเลยโดยไม่ต้องเลื่อน เริ่มต้นท่านประธานครับที่บอกว่าพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมฉบับนี้เป็นประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่งนั้นไม่ใช่ครับ ผมจะอธิบายให้เห็นว่า เราจําเป็นต้องเร่งพิจารณาเพราะเป็นผลประโยชน์ของประชาชน เป็นผลประโยชน์ ของประเทศ รวมทั้งผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องก็เป็นประโยชน์ ๗ ปีที่ผ่านมาและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิกฤต ๓-๔ ปีที่ผ่านมานี้คนที่เดือดร้อนไม่ได้อยู่เฉพาะคนที่ถูกจําคุกเท่านั้น แต่คนที่เดือดร้อน อยู่ในภาวะที่ต้องได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤต และเราไม่สามารถจะนําพาประเทศชาติ พัฒนาได้ ถ้าเราจะกล่าวว่ากฎหมายฉบับนี้เสนอทีไรมีวิกฤตทุกที ท่านประธานครับ มองความจริงด้วยว่าเรามีส่วนในนั้นหรือไม่ เริ่มต้นผมจะขอนําเสนอก่อนว่าการนําเสนอกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นสัญญาประชาคม อย่างหนึ่ง การเลือกตั้งครั้งสุดท้ายคงจําได้นะครับเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ที่เรามี การลงคะแนนกันนั้น ทั้งพรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน และทุกพรรค เราได้เสนอ ปัญหาต่อประชาชนเพื่อจะเรียกร้องให้ประชาชนไว้วางใจเรา ผมยังได้มีโอกาสไปนั่ง ออกรายการโทรทัศน์ร่วมกับเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน ท่านวินัยครับ เราต่างเห็นตรงกันว่าเราต้องหาทางปรองดองกันในบ้านนี้เมืองนี้ ด้วยวิธีการ จะเป็นอย่างไร นั่นเป็นเรื่องการนําเสนอต่อประชาชน ท่านประธานครับ การนําเสนอ แนวทางต่อประชาชนในประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นสําคัญที่ประชาชนวิตกกังวลต่อวิกฤต ของบ้านเมืองที่มีมายาวนานตั้งแต่รัฐประหารวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ การเสนอให้มี การปรองดองเป็นประเด็นสําคัญ ถ้าพรรคไหนไม่เสนอให้มีการปรองดองจะไม่ได้รับคะแนน อย่างแน่นอน แต่เมื่อต่างฝ่ายต่างเสนอให้มีการปรองดองก็เป็นสิทธิของประชาชนที่เป็น เจ้าของประเทศเขาจะลงคะแนนให้ แน่นอนที่สุดครับการนําเสนอแนวทางของพรรคเพื่อไทย ได้รับความเห็นชอบจากประชาชน ได้รับความเชื่อมั่น เราจึงได้เสียงเกินครึ่ง เสียงเกินครึ่งนี้ ไม่ใช่เรื่องการซื้อเสียง เสียงเกินครึ่งนี้เป็นผลมาจากความวิตกกังวลของประชาชนทั้งประเทศ ต่อปัญหาวิกฤตของบ้านเมือง เมื่อเป็นอย่างนี้ตามรัฐธรรมนูญถ้าเราไม่นําเสนอเราก็ผิด สัญญาประชาคม ก็เป็นปัญหาข้อหนึ่งในการที่จะต้องอาจจะถูกร้องต่อกระบวนการยุติธรรมได้ ดังนั้นการนําเสนอเรื่องนี้จึงเป็นการนําเสนอถือว่าเป็นสัญญาประชาคมที่เราได้รับมาจาก ประชาชน แต่น่าเสียดายครับ ปีแรกที่รัฐบาลได้นําเสนอเรื่องนี้เข้ามา บรรยากาศต่าง ๆ ที่เราบอกว่ามันไม่ดี เกิดวิกฤตขัดแย้งนั้น บังเอิญเรามองโลกคนละมุมแต่ด้านหนึ่งเรามองแคบ เกินไป จึงทําให้เราวิตกกังวลต่อผลประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ในใจของเรา ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียกร้องวันนี้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดวิกฤตในประเทศไทยเช่นนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด ตลอดระยะเวลา ๘๐ ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครองมีกระบวนการความขัดแย้งรุนแรง กว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ด้วย แล้วเราก็มีแนวทางในการดําเนินการได้ ท่านประธานครับ เราลองวางตัวตนของเราตรงนี้ไว้สักประเดี๋ยวได้ไหมครับแล้วมองไปข้างหน้า เมื่อท่านพูดถึง เรื่องยูเอ็นผมก็จะขอกราบเรียนว่าปัญหาวิกฤตความขัดแย้งที่หาทางออกไม่ได้ในประเทศไทยนี้ ไม่ได้เป็นผลต่อประเทศเราเท่านั้น ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ได้มีโอกาสเดินทางไปหลายประเทศโดยเฉพาะในอาเซียน ท่านครับปัญหาความขัดแย้ง เหล่านี้ได้สร้างความวิตกกังวลต่อเพื่อนบ้านไม่น้อย หลายท่านก็มีโอกาสได้เดินทางไป ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน เรากําลังจะเข้าสู่เออีซี (AEC) ประเทศรอบบ้านเราขณะนี้ ได้เตรียมการพัฒนากันหมดแล้วครับ บังเอิญผมอาจจะมีประสบการณ์มากกว่าบางท่าน ในบางคนที่อภิปรายอยู่ขณะนี้ เมื่อ ๑๕ ปีก่อน ในฐานะเลขานุการ พลเอก ชาติชาย ผมได้เดินทางไปที่ประเทศลาว หลวงน้ําทา ในวันนั้นท่านเชื่อไหมครับหลวงน้ําทามีถนน เส้นเดียวครับ ไม่ลาดยางด้วยครับ สนามบิน ขอประทานโทษเถอะครับ มีควายกินหญ้าอยู่ ออฟฟิชสํานักงานสนามบินมุงด้วยแฝกครับ แต่ไปวันนี้สิครับเขาปรับปรุงกระบวนการพัฒนา ของเขาเตรียมรับมือหมด ผมได้มีโอกาสเมื่อ ๑๕ ปีก่อนได้เดินทางไปที่บ่อเต็นและบ่อหาน เพื่อจะข้ามไปชายแดนจีน ปรากฏว่าด่านชายแดนนั้นเป็นเพิงหมาแหงนครับ แต่วันนี้พัฒนาใหม่หมดแล้วครับ ใครที่เดินทางจากประเทศจีนเข้าประเทศลาวจะเห็น ชัดเจนว่าประตูเมืองของประเทศลาวที่ติดกับประเทศจีนใหญ่กว่าจังหวัดหนองคายอีกครับ อาคารสถานที่ใหญ่มาก หลังคาเป็นพระธาตุหลวง ก้าวไปของฝั่งประเทศจีนที่บ่อหาน เป็นอาคารเหมือนสนามบิน เส้นทางจากบ่อเต็น บ่อหานไปถึงสิบสองปันนา เชียงรุ้ง เมื่อก่อนเป็นทางคดเคี้ยวหมด ประเทศจีนได้สร้างซุปเปอร์ไฮเวย์ (Super Highway) ซึ่งเป็น เทือกเขาทั้งหมด เจออุโมงค์ เจอภูเขา เจาะเป็นอุโมงค์ ออกจากอุโมงค์ทําสะพาน เป็นซุปเปอร์ไฮเวย์ตรงดิ่งเลยครับ และนั่นคือเส้นทางที่เขาเตรียมทางทํารถไฟความเร็วสูง ผ่านมาจุดนั้น สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าหลายประเทศเตรียมรับแล้ว เฉพาะที่บ่อหานของ ฝั่งประเทศลาวได้สร้างศูนย์การค้าใหญ่เตรียมรับที่พักสินค้า ของที่จะมาจากประเทศจีน และไหลเข้ามาสู่กระบวนการของอาเซียน ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ตรงนี้ก็เพื่อให้เห็นความเป็นจริงว่า เพื่อนบ้านเราเตรียมการรับมือกันหมดแล้ว ต่อการพัฒนาการเข้าสู่เออีซี แต่ประชาชนไทยในประเทศไทยยังตีกันไม่เลิก อย่างนี้จะไม่เรียกว่าการที่เราหาทางออกให้แก่บ้านเมืองด้วยการหาทางปรองดองจะไม่ใช่ ทางที่ถูกต้องหรอกหรือ ท่านประธานครับ เราเข้าใจผิดว่า การทําครั้งนี้เป็นผลประโยชน์ ของคน ๆ เดียว มีการกล่าวพาดพิงถึงนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง แต่ผมจะขออนุญาตตรงนี้ สักนิดเถอะครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นได้ใช้ความพยายามและความอดทน อย่างที่สุดในการที่จะพยายามหาทางออกด้วยทุก ๆ กระบวนการ ท่านครับ เหตุการณ์ การเสนอร่างพระราชบัญญัติการปรองดองแห่งชาติเมื่อปีที่แล้ว ว่ากันจริง ๆ เราผ่านต่อ ได้เลยครับ แต่เมื่อท่านเสนอว่าเป็นการช่วยเหลือคน ๆ เดียว ไม่เหมาะสม เพื่อให้เกิดโอกาส ทางเลือกใหม่ ๆ เราก็หยุดเรื่องนั้นไว้ก่อน เราจึงมานําเสนอในส่วนของการช่วยเหลือ เฉพาะประชาชน ตรงนี้เองเมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ส. จารุพรรณ พูด ท่านเป็นความวิตกกังวล ผมไม่ไปโต้แย้งท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรหรอกครับ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ ที่ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ คุณแบรด อดัมส์ พูดนั้น มันไม่ใช่เรื่องเขาไม่เห็นด้วยกับการปรองดอง แต่เขาวิตกกังวลต่อการฆ่าประชาชน ๙๐ กว่าศพ ที่จะได้รับการนิรโทษกรรมไปด้วย อันนั้นไม่ได้ เราก็ไปพิจารณาคนละด้านกัน ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมกําลังยืนอยู่ขณะนี้ พูดในความเห็นที่อาจจะตรงข้ามกับด้านของอีกท่านหนึ่ง นี่คือสิ่งที่เรียกว่าระบบรัฐสภา เราไม่อาจจะโกหกกันได้ครับ เมื่อพูดในสภาต้องพูดความจริงกัน เพราะยังมีการถ่วงดุล แต่ถ้าเราไปพูดนอกสภา อันนี้ต่างคนต่างตั้งเวที และไปใส่ไฟกัน โกหกกันไป ทําให้ประชาชน เกิดความเกลียดชังกันอย่างยกใหญ่ นั่นไม่ใช่ทางออก คําว่า ระบบรัฐสภา นั่นคือใช้สภา เป็นศูนย์กลางในการดําเนินการอันนี้ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าการฆ่าประชาชนนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ไว้วิตกกังวลต่อคนในประเทศไทย แต่ว่าเป็นความหวาดวิตกของคนทั้งโลก ซึ่งโลกสมัยใหม่เขาไม่ให้ทําแล้ว ท่านประธานครับ เรากําลังเข้าใจว่าเป็นการช่วยเหลือ คนกลุ่มเดียว ผมได้นําเสนอแล้วว่า เรากําลังจะหาทางออกให้กับประเทศชาติทั้งหมด ท่านประธานครับ คนที่ผิดวันนี้ไม่ได้มีอยู่พันกว่าคนนะครับ แต่มีอยู่หลายหมื่นคน ผมถามว่า คนที่ยึดทําเนียบรัฐบาลที่ประชาชนไปร่วมนั้นไม่ผิดหรือครับ เป็นคดีนะครับ มีการถ่ายรูป ทั้งตั้งใจถ่าย การออกทีวี เก็บเรคคอร์ด (Record) หมดครับ คนที่ไปยึดสนามบินทั้งที่นั่ง อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ด้วย ไม่ใช่ความผิดหรือครับ เป็นความผิดที่มีอายุความ ๒๐ กว่าปี แล้วไม่ใช่ยึดสนามบินเท่านี้ ยังไปยึดสนามบินในภาคใต้อีก ตกลงเราจะมีความสุข หรือครับที่ประชาชนจะมีชนักติดหลังกัน ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ คน อย่างนี้ ดังนั้นวันนี้ ความหวาดวิตก ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ร่างพระราชบัญญัติที่เสนออยู่ขณะนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติของคุณวรชัยนั้นเป็นความ พยายามหาทางออกในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับฉันทะจากประชาชนมา เมื่อท่านบอกว่าร่างพระราชบัญญัติปรองดองเป็นการช่วยคน ๆ เดียว เราก็จึงนํามาเสนอว่า ขอให้ช่วยประชาชนก่อนเถิด ดึงฟืนบางดุ้นออกเสียก่อน ไฟจะได้ลดลง แต่น่าเสียดายมาก ครับท่านประธาน จะด้วยความเข้าใจผิดหรืออย่างไรไม่ทราบ เราไปใส่ไฟกันใหญ่ ใส่ไฟ จนลามมาถึงในสภาแห่งนี้ เสียเวลาไป ๕-๖ ชั่วโมง ท่านประธานครับ ผมจึงมีความเห็นว่า เราไม่ควรจะเลื่อนการพิจารณา ส่วนที่ท่านได้พูดถึงว่าเป็นการละเมิดหลักนิติธรรมต่าง ๆ นั้น ท่านประธานครับ เรื่องนี้ตามความเป็นจริงผมได้เตรียมข้อมูลมา ขออนุญาตท่านประธาน ได้กล่าวสักนิดหนึ่ง ท่านครับ เมื่อปี ๒๔๙๐ ถึงปี ๒๔๙๙ ในช่วงจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี กบฏแมนฮัตตัน (Manhattan) กบฏสันติภาพ เกิดการสู้รบของคนไทย ด้วยกันเองรุนแรงกว่านี้อีก แต่ทั้งหมดจบลงได้อย่างไร เราจะบอกว่าเป็นการละเมิดหลัก นิติธรรม ละเมิดคําพิพากษา เอกสารในสภาผู้แทนราษฎรนี้ก็มีครับ พระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมในโอกาสครบ ๒๕ พุทธศตวรรษ ๒๔๙๙ ท่านดูนะครับ ในมาตรา ๔ ได้พูดถึง การปราบกบฏ การก่อจลาจล มีคําพิพากษาให้ลงโทษแล้ว ถึงที่สุดแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้น ไม่เคยต้องคําพิพากษาว่าได้กระทําความผิดนั้น ถ้าผู้นั้นรับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง และให้ผู้กระทํานั้นพ้นจากความรับผิดโดยสิ้นเชิงในมาตรา ๔ ท่านประธานครับ จะไป บอกว่ามีอํานาจเหนือผู้พิพากษา ถ้าพูดอย่างนั้นยิ่งแตกกันใหญ่ แต่ว่าสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ในโครงสร้างระบบการปกครองนั้นเราเป็นตัวแทนของประชาชน เรารับอํานาจมาจาก ประชาชนเพื่อจะมาแก้ปัญหา และได้พิสูจน์แล้วว่าในวิธีกระบวนการการเลือกตั้งนั้นเราได้ นําเสนอหนึ่งในหลาย ๆ ข้อ คือเรื่องเราจะหาทางออกให้แก่ประเทศชาติในการปรองดองกัน ให้บ้านเมืองเกิดสันติสุข ท่านครับ มาดูมาตรา ๖ ในพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ในโอกาสครบ ๒๕ พุทธศตวรรษนี้ครับ มาตรา ๖ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ ให้ผู้พิพากษาแห่งท้องที่ ๑ นาย ให้อัยการแห่งท้องที่ ๑ นาย เป็นคณะกรรมการมีหน้าที่ ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับนิรโทษกรรม ซึ่งถูกศาลพิพากษาลงโทษคดีถึงที่สุดแล้ว และยังมิได้ พ้นโทษไป หรือคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล และส่งรายชื่อต่อศาลหรืออัยการ แห่งท้องที่ เพื่อศาลหรืออัยการแห่งท้องที่นั้นออกหมายศาลสั่งปล่อยหรือถอนฟ้อง แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ให้ปล่อยตัวไปตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นต้นไป เราจะบิดเบือนความจริงหรือครับ นี่คือประวัติศาสตร์ของเรา เราก็หาทางแก้ได้ เราบอกว่า ท่านละเมิดอย่างนี้บ้านเมืองจะอยู่ไม่ได้ ก็เห็นอยู่ได้มาจนถึงวันนี้ และดีขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ขอความกรุณาท่านครับ ผมอดทนฟังหัวหน้าท่านอย่างไร ให้เกียรติกันบ้าง ท่านประธานขออนุญาตนะครับ ที่ผมต้องการให้ดําเนินการต่อไป แต่เพื่อหักล้างเหตุผลอันเป็นหัวใจแห่งสิ่งที่เรียกว่าระบบรัฐสภาคือโต้แย้งกันตรงนี้ เหตุผลที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ออกพระราชบัญญัตินี้ก็โดยอาศัยว่าบ้านเมืองได้เข้าสู่ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ แล้ว เราจะเห็นนะครับ พุทธมณฑลที่เห็นนั้นคือสัญลักษณ์ที่ท่าน จอมพล ป. พิบูลสงคราม ใช้เป็นสัญลักษณ์ว่าเมื่อกึ่งพุทธกาลเราควรจะปรองดองกันได้แล้ว คนไทย ท่านประธานครับ เฉพาะกฎหมายฉบับนี้เมื่อเปรียบเทียบกับกฎหมายที่ท่านวรชัย นําเสนอและเพื่อน ส.ส. นี้ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ เราจะไม่มอบอะไรเป็นการ ถวายสักการะแก่ท่านเลยหรือครับ การทําให้เกิดการปรองดอง หาทางปรองดองนี้น่าจะเป็น เหตุผลที่ดีที่สุด ท่านประธานครับ เพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่เราโต้แย้งกัน ไปบอกประชาชน คนละฟากนั้นเป็นเรื่องที่นั่นคือระบบนอกสภา แต่ถ้าในสภาแล้วท่านฟัง ๒ คนแล้วท่านจะ รู้ว่าอะไรถูกและอะไรควร พระราชบัญญัติอีกฉบับหนึ่งครับ ในเหตุการณ์ระหว่างวันที่ ๓๑ มีนาคม ถึงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๔ เปรียบเทียบดูนะครับ วันนั้นผมจําได้ มีการนํารถถัง ออกมายิงกองพล ๑ มีคนบาดเจ็บ นักข่าวบาดเจ็บ มีคนตาย ท่านครับ เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะมี การนิรโทษกรรมเลยครับ แต่มีการออกพระราชกําหนดเลยครับ ในระหว่างสมัยประชุมสภา มีการออกพระราชกําหนดเลยครับ ให้ทุกอย่างจบลงและคืนดีกัน คนที่เซ็นชื่อนั้นชื่อ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ครับ พอออกเสร็จไปแล้ว ออกไปเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔ บังเอิญในมาตรา ๓ วรรคสอง ไม่อภัยโทษให้แก่คนที่ไม่มารายงานตัวครับ มีทหารส่วนหนึ่ง ไม่รายงานตัว พวกรายงานตัวนี้อภัยหมด ยิงกันจนกระทั่งเสาวิทยุของกองพล ๑ หักเลยครับ ปรากฏว่ามีการรายงานตัวจับได้แล้ว อันนี้นิรโทษกรรมให้ แต่บังเอิญวรรคสอง บอกว่า ความในมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้ที่มิได้ไปรายงานตัวต่อกองอํานวยการร่วมรักษา ความสงบแห่งชาติ และพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับไว้แล้วก่อนวันที่พระราชกําหนดนี้ ใช้บังคับ ปรากฏหลังจากนั้นทําอย่างไรรู้ไหมครับ มีพระราชบัญญัติออกมาอีกครับ แก้ไขพระราชกําหนดเพิ่มขยายให้เกิดความปรองดองขึ้นไปอีก พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกําหนดนิรโทษกรรมแก่ผู้ก่อความไม่สงบเพื่อยึดอํานาจการปกครองแผ่นดินระหว่าง วันที่ ๓๑ มีนาคม ถึงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๔ เขียนไว้ในมาตรา ๓ ว่า ให้ยกเลิกความ ในวรรคสองของมาตรา ๓ แห่งพระราชกําหนดนิรโทษกรรมแก่ผู้ก่อความไม่สงบเพื่อยึด อํานาจการปกครองแผ่นดินระหว่างวันที่ ๓๑ มีนาคม ถึงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๔ ท่านครับ นั่นหมายความว่าคนไม่ไปรายงานตัวออกพระราชบัญญัติมาแก้พระราชกําหนดอีก ใครเซ็นชื่อครับ เป็นบุคคลที่หลายคนเคารพนับถือท่านเป็นแบบอย่าง นั่นคือ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ครับ นี่เป็นกฎหมายก็ออกได้ครับ และสิ่งที่ดําเนินการอันเป็นคุณูปการ แห่งประเทศไทยในสมัยที่ท่าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ออกเป็น กฎหมายด้วยครับ ออกแค่เป็นนโยบาย ๖๖/๒๓ ครับ เพื่อจะสงบคนในชาติที่รบกันมา ยาวนาน ฆ่ากัน เผาโรงพัก เผาอําเภอ ฆ่าประชาชน มีการฆ่ากันไปฆ่ากันมา ออกเป็นแค่ นโยบายครับในสมัยที่ท่าน พลเอก เปรม เป็นนายกรัฐมนตรี คือนโยบาย ๖๖/๒๓ วันนี้ พี่น้องประชาชนที่ขัดแย้งกันก็กลับมาสู่ความปรองดองกัน สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านนี้เราได้ บุคลากรหลาย ๆ คนกลับมาใหม่หมด คนหนึ่งที่ผมรู้ว่าน่าจะเข้ามาเกี่ยวข้องในทางการเมืองด้วย เคยเป็นอดีตประธานวุฒิสภาด้วย นั่นคือ พลเอก อย่าให้ผมเอ่ยชื่อท่านเลยครับ ไม่อยากจะ รบกวนใคร ก็กลับมาเป็น ท่านครับ วันนี้ครับ มันได้เวลาแล้วที่เราจะต้องนํากระบวนการ ต่าง ๆ มาช่วยกัน ท่านครับ ผมจะยกตัวอย่างอีกอันหนึ่งเพื่อให้เห็นว่ากระบวนการต่าง ๆ มีความชอบธรรมทุกด้าน แต่ที่ ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ นั้นเขาวิตกกังวลต่อการที่จะทําให้คนที่สั่งแล้วมีผลทําให้ ประชาชนตาย ๙๐ กว่าศพ บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ กว่านั้น ไม่ว่าท่านจะบอกว่าเป็นคนชุดดํา หรือคนอะไรก็แล้วแต่ เขากลัวตรงนั้นครับ และเมื่อวานนี้ครับศาลได้วินิจฉัย ไม่เห็นใคร เอามาพูดเลยครับ การฆ่าประชาชน ๖ ศพที่วัดปทุมครับ เป็นการกระทําของเจ้าหน้าที่รัฐ พิสูจน์แล้วคนตาย ๖ ศพไม่มีเขม่าดินปืน และศาลยังวินิจฉัยด้วยว่าไม่มีชายชุดดําตามที่ นําสืบกัน ท่านประธานครับ ผมพูดอย่างนี้ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกว่าผมจะมีเจตนาอยากจะ ให้ใครเอาเข้าคุก แต่ว่าการฆ่าประชาชนเป็นเรื่องใหญ่มาก ที่ผมต้องรบกวนท่านประธาน รบกวนท่านสมาชิก เพราะชีวิตผมเป็นคนหนึ่งที่คล้าย ๆ อีกหลายคนที่นี่ที่เข้าไปอยู่ในวงจร แล้วถูกไล่ฆ่ามาตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ จนถึงวันนี้เราอยากให้สิ่งเหล่านี้มันยุติสักที ด้วยเหตุที่ผมกราบเรียนท่านนี่ละครับว่าเราได้เสียเวลา ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้โอกาส พยายามคอมโพรไมส์ (Compromise) ที่สุด เสนอกฎหมายปรองดองคนในชาติก็เกิดวิกฤต ในสภา วันนี้ก็ต้องกราบขอบพระคุณที่ไม่มีใครลุกขึ้นไปทําร้ายท่านประธาน ไม่มีใคร ก่อจลาจลในสภา แม้จะไม่วุ่นวายแต่ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แสดงว่าเรากําลังเข้าสู่ดุลยภาพ แห่งความเข้าใจแล้ว แล้วก็ต้องกราบขอบพระคุณทุกท่านครับ แม้จะเสียเวลาไป ๔-๕ ชั่วโมง จากความที่เราพยายามจะใช้กลเม็ดเด็ดพรายดึงไม่ให้เกิดการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ แต่สุดท้ายเราก็ได้มีโอกาสนําเสนอข้อคิดเห็นมาถ่วงดุลกัน และนี่คือสิ่งที่เราควรจะได้บอกกับ ประชาชนด้วยเหตุผลคนละด้าน ประชาชนจะเชื่อใคร จะโหวตอยู่ที่การลงคะแนนครั้งต่อไป ท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน กราบขอบพระคุณท่านสมาชิก ที่ทําท่าจะโห่กระผม แล้วก็ไม่ดําเนินการให้กระผมได้พูด ผมกราบขอบพระคุณจริง ๆ ครับ แม้ว่าอะไรต่าง ๆ จะเกิดขึ้นก็ตามที แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่เรียกว่าระบบรัฐสภานั้น เราเชื่อมั่นในระบบรัฐสภานั่นก็คือเราต้องใช้สภาเป็นที่แก้ปัญหา จึงกราบขอบพระคุณที่ท่าน ไม่ดําเนินการในทางที่ขัดขวางมากไปกว่านี้ ขอนําเสนอต่อที่ประชุมเพื่อโน้มน้าวให้ เพื่อนสมาชิกทั้งหมดลงคะแนนให้แก่แนวคิดที่ว่าให้ดําเนินการพิจารณาต่อไป ไม่ต้องเลื่อน เราเสียเวลามายาวนานและเราต้องเร่งในการพัฒนาโลกครับ กราบขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีขอใช้สิทธิพาดพิงครับ เฉพาะประเด็นที่เสียหายนะครับ เดี๋ยวนะ ท่านวินัยครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตท่านรองนายกรัฐมนตรีใช้สิทธิพาดพิง เดี๋ยวให้โอกาส ท่านครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ก็ต้องขอชี้แจง กรณีที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดถึงกรณีที่องค์การสหประชาชาติ ได้มาท้วงติงเกี่ยวกับ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ที่จริงแล้วเขาไม่ได้ท้วงติงสิ่งเหล่านี้นะครับ ที่จริงเขาเห็นด้วย ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธาน เนื่องจากผมได้ไปถอดคํากล่าว ของโฆษกของยูเอ็น ไฮ คอมมิชชันเนอร์ ฟอร์ ฮิวแมน ไรท์ส นะครับ ซึ่งได้พูดเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม เพื่อจะเอาข้อเท็จจริงที่เขาพูดนี้นะครับให้ประชาชนได้เข้าใจว่าเขามีข้อห่วงใย อะไรบ้าง เพราะมิฉะนั้นแล้วจะมองเป็นว่ารัฐบาลต้องการนิรโทษกรรมโดยยกเว้นไม่เอา ความผิดกับผู้ก่อการหรือผู้ที่ฆ่าคน พูดง่าย ๆ หรือผู้สั่งการ อันนี้ผมจะถอนคําพูด เป็นภาษาไทย เพราะไม่อยากจะใช้ภาษาฝรั่งในสภาแห่งนี้นะครับ คือเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม นางเซซิล พูอิลลี โฆษกของข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่กรุงเจนีวา แถลงเกี่ยวกับการดําเนินการด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย เขาพูดอย่างนี้ครับ เขาพูดว่า เรามีความกังวลว่าร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่กําลังเข้าสู่การพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ หากผ่านความเห็นชอบอาจละเว้นโทษแก่ผู้ก่อเหตุละเมิด สิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงในเหตุรุนแรงทางการเมืองเมื่อเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ แล้วเขาพูดต่ออีกว่าในช่วงเวลาของเหตุรุนแรงเหล่านั้นมีผู้เสียชีวิตกว่า ๙๐ คน บาดเจ็บหลายพันคน เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓ รัฐบาลไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ ซึ่งได้ออกรายงานฉบับสุดท้าย แสดงข้อสรุปที่หนักแน่น กอร์ปด้วยหลักฐานทางนิติเวชวิทยา พร้อมกับเสนอแนะให้เร่ง ดําเนินการเพื่อประกันว่าจะเกิดการรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน พารากราฟ (Paragraph) ที่ ๓ เขาพูดต่ออีกว่าเราขอย้ําข้อเรียกร้องก่อนหน้านี้ของข้าหลวงใหญ่ ต่อประเทศไทยที่ขอให้รัฐบาลไทยปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของ คอป. และให้หลักประกันว่า เจ้าหน้าที่รัฐและคนอื่น ๆ จะต้องรับผิดชอบต่อบทบาทของตนในการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างร้ายแรง กรณีนี้จะเป็นแบบอย่างที่สําคัญสําหรับประเทศไทย ประโยคสุดท้ายนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาสรุปสั้น ๆ ครับ ท่านยาวไป

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ

เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยให้หลักประกันว่า การนิรโทษกรรมใด ๆ จะไม่ครอบคลุมถึงผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนและดําเนินการลงโทษ ผู้กระทําความผิดในเหตุละเมิดเช่นนี้ นอกจากนั้นโฆษกเขายังให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เขามองว่าเป็นสิ่งที่สําคัญยิ่งที่จะต้องผลักดันให้เกิดความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มิฉะนั้นจะไม่เกิดความสงบในสังคม อย่างไรก็ตามทางคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน แห่งสหประชาชาติได้เปิดรับผลการสืบสวนและข้อชี้แนะที่ว่าเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เป็นบุคคล สาธารณะควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้โฆษกข้าหลวงใหญ่

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมว่าพอสมควรแล้วท่านรัฐมนตรีครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ

สรุปแล้วท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องสรุปไม่อนุญาตแล้วนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ

เขาบอกว่าแนวทางการนิรโทษกรรมที่ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ผลักดันทุกอย่างนั้นเป็นการไม่มีการนิรโทษกรรมให้กับผู้สั่งการนะครับ ผู้สั่งการจะต้อง รับผิดชอบ เพราะฉะนั้นคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และท่านผู้นําฝ่ายค้านบอกว่ารัฐบาลไม่คิด จะทําอะไร ผมก็ต้องขอบคุณนะครับ ที่จริงแล้วผมได้เชิญเขามาพบผมในวันจันทร์ที่ ๑๒ เพื่อจะพูดคุยเรื่องนี้ เพราะการที่เขาให้ข่าวไปมันทําความเสียหายให้กับประเทศไทยนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เชิญท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ ท่านยกมือนานแล้ว ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรขออนุญาตแป๊บหนึ่งครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตใช้สิทธิถูกพาดพิงจากท่านสุนัย จุลพงศธร ด้วยความเคารพ ท่านได้พาดพิงได้พูดความจริงบางอย่างถ้าผมไม่ได้อธิบาย ขยายความให้ถ่องแท้ ผมมั่นใจว่าคนฟังจะเข้าใจผมผิดและก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัว กระผมและก็ต่อพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมจะใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เป็นความจริงที่กระผมได้เคยไปถกแถลง ไปดีเบท (Debate) กับท่านสุนัย จุลพงศธร ที่สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ (Spring News) เมื่อการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่แล้ว ความจริงการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่แล้วกระผมได้รับมอบ จากพรรคประชาธิปัตย์ให้ไปลง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ แต่ว่าให้ไปรับผิดชอบพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมาทั้งจังหวัดซึ่งเป็นจังหวัดที่ใหญ่โตที่สุด ท่านประธานครับ ผมได้ออก โทรทัศน์ ๗ ครั้ง ครั้งละ ๒ ชั่วโมง รวมทั้งที่สปริงนิวส์กับท่านสุนัย จุลพงศธร ตัวต่อตัว ดวลกัน ๒ คน ๒ ชั่วโมงในเรื่องการปรองดอง การสร้างความปรองดอง ท่านประธานครับ ผมได้พูดจาปราศรัยอธิบาย ได้ตั้งเวทีปราศรัยสัญจรในเขตเลือกตั้งโคราชทั้ง ๑๕ เขตเลือกตั้ง ได้อภิปรายพูดจาปราศรัย ๑๔๖ ครั้ง ครั้งละ ๕๐ นาที และทุกเวทีผมจะพูดถึงเรื่องนี้ แล้วก็ คล้าย ๆ กับที่ผมอภิปรายที่สปริงนิวส์กับท่านสุนัย จุลพงศธร ผมกราบเรียนว่าเป็นความจริงครับ ผมนั้นเห็นเหมือนคุณสุนัยว่าเราต้องการความปรองดอง ต้องการสงบ สันติให้เกิดขึ้น ในประเทศไทย แต่วิธีการจะไม่เหมือนกัน ท่านประธานครับ กระผมได้อภิปราย ได้หาเสียง ชี้ความแตกต่างระหว่าง

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่าน พันเอก วินัย สักครู่ครับ มีผู้ประท้วง ท่านพิเชษฐ์มีเรื่องอะไร ประท้วงเรื่องอะไร

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานท่านที่แล้ว ท่านเจริญ จรรย์โกมล ได้บอกว่าให้โอกาสทางฝ่ายรัฐบาล ๑ ท่าน แล้วก็ฝ่ายค้าน ๑ ท่าน วันนี้ท่านวินัย ต้องขอโทษ นะครับที่เอ่ยนาม ท่านได้ถือโอกาสพาดพิง ขอให้เป็นการนอกเหนือจากการลงมติก่อน ขอให้รีบลงมติก่อน เพราะท่านก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ก็ต้องให้ใช้สิทธิพาดพิงก่อน ก่อนลงมติ เพราะมันต่อเนื่อง ท่านนั่งลงเถอะครับ ผมควบคุมเวลาอยู่ ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายค้านอย่างดีแล้วตอนนี้ เหตุการณ์บ้านเมือง สงบเรียบร้อย ท่านนั่งลงเถอะครับ ขอความกรุณานั่งลง ท่านพิเชษฐ์พอแล้วครับ ผมเข้าใจ เดี๋ยวให้ท่านใช้สิทธิพาดพิงก่อน ท่านบอกว่าพาดพิง ผมพยายามฟังอยู่ นั่งลงนะครับ ไม่เป็นไร ท่านอดทนฟังนิดหนึ่งครับ ขอความกรุณา เชิญท่าน พันเอก วินัย ครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ บัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมจะไม่ฉวยโอกาส ผมจะพูดเฉพาะส่วนที่เป็นจริงและทําให้ผมไม่เสียหาย พรรคไม่เสียหาย ผมกราบเรียนนะครับว่าในช่วงที่ผมหาเสียงในโคราชหามรุ่งหามค่ํา ผมได้ชี้ประเด็น ความแตกต่างระหว่าง ๒ พรรคการเมือง ผมบอกว่าอีกหน่อยตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปประเทศไทย จะมี ๒ พรรคการเมืองใหญ่ ๒ ขั้ว ๒ ข้าง ซึ่งมีความแตกต่างกันชัดเจน ผมบอกว่า พี่น้องประชาชนจะเลือกใครระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย มันเป็นความ แตกต่างกันชัดเจน ผมยกตัวอย่างเพียงบางอย่างครับ เช่น พรรคหนึ่งยืนยันว่าประกันราคา พืชผลการเกษตรนั้นดีกว่า อีกพรรคหนึ่งบอกว่ารับจํานําดีกว่า เห็นไหมครับ ผมอธิบาย ชัดเจนถึง ๒ พรรคที่แตกต่างกัน จํานํากับรับประกันราคาพืชผลแตกต่างกัน อีกอันหนึ่ง ผมบอกว่าพรรคหนึ่งคือพรรคเพื่อไทย เขายืนยันมีแนวโน้มที่จะนิรโทษกรรมให้กับคนที่ กระทําผิด แต่พรรคประชาธิปัตย์ยืนหยัด ยืนยันครับ เราไม่นิรโทษกรรม เราจะเอาคนผิด มาลงโทษ เราจะไม่ยกความผิดให้กับอาชญากรที่ฆ่าคน เผาบ้านเผาเมือง ผมพูดชัดเจน เราจะไม่ยอมกับคนโกงที่ทุจริตโกงกินบ้านเมือง เอาตัวมาลงโทษ และพรรคประชาธิปัตย์ ผมพูดยืนยันว่าจะไม่ยอมให้คนที่หมิ่นสถาบันลอยนวลครับ ผมพูดชัดเจน ท่านที่เคารพครับ ผมพูดแม้กระทั่งว่าความแตกต่างระหว่าง ๒ พรรค ๒ ขั้ว พรรคหนึ่งเก่งแต่โกง อีกพรรคหนึ่งดี ซื่อสัตย์ พี่น้องจะเลือกใคร ผมพูดชัดเจนครับ เห็นไหมครับท่านโห่ได้ แต่มีอีกผมก็พูดอีก เพราะผมพูดคํานี้ออกมา ๔ ปี ๕ ปี ๖ ปีแล้ว พี่น้องที่เคารพครับ ท่านประธานครับ แต่ พันเอก วินัย และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ปฏิเสธการอภัยโทษ นิรโทษกรรมให้กับ ประชาชนคนตาดํา ๆ เสื้อแดง เสื้อเขียว เสื้อไหนก็แล้วแต่ที่มีความผิด

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่าน พันเอก วินัย ครับ ด้วยความเคารพ เอาเฉพาะประเด็นท่านเสียหาย ท่านยังไม่ถึงเวลา ท่านอภิปราย คืออย่างนี้ท่านครับ ยังมีท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรขอใช้สิทธิ พาดพิง ผมว่าท่าน พันเอก วินัย พอสมควรแล้วครับ ท่านได้ใช้สิทธิพาดพิงพอแล้ว เชิญท่านอภิสิทธิ์ครับ พอแล้วครับท่าน ผมว่าให้ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พูดดีกว่าครับ เชิญท่านอภิสิทธิ์ดีกว่าครับ เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ ผมขอใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เพราะว่าที่จริงมีเพื่อนสมาชิกที่บอกว่าผมกล่าวเท็จ แล้วก็รวมไปจนถึงที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง เดี๋ยวจะเข้าใจผิดนะครับ แล้วก็เกี่ยวข้องกับที่ เพื่อนสมาชิกอภิปรายด้วย

ประเด็นแรก ข้อห่วงใยของสหประชาชาติ ในย่อหน้าที่ ๓ ที่ท่านอ่าน คําแปลเองครับ เขายอมรับนี่ครับว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามหลักฐานต่าง ๆ เกิดขึ้น ทั้งจากเจ้าหน้าที่และคนอื่น ๆ คําว่า คนอื่น ๆ ในที่นี้ก็คือคนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ หรือฝั่งเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้กําลังจะมีการนิรโทษกรรม กฎหมายของท่าน ท่านพูดเองว่า ไม่นิรโทษกรรมฝ่ายเจ้าหน้าที่ ดังนั้นต่างชาติที่เขากําลังท้วงติง จึงท้วงติงการละเมิด สิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น โดยคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ครับ นั่นประเด็นที่ ๑ ครับ

ประเด็นที่ ๒ บังเอิญมีคําพูดด้วยว่ามันมีใครเกี่ยวข้องแอบแฝงหรือไม่ ผมยิ่งเปรียบเทียบให้เห็นชัดครับ ถ้าท่านจะพูดว่ามีผู้เสียชีวิต ในนี้ใช้คําว่า มากกว่า ๙๐ คน วันนี้เบื้องต้นมีการร้องให้ศาลไต่สวน บางคดีศาลก็ชี้ว่าเป็นการยิงจากเจ้าพนักงาน บางคดีศาลก็ไม่ชี้ชัดเช่นนั้น แล้วก็มีกรณีที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษบอกว่าน่าจะเกิดขึ้น จากฝ่ายผู้ชุมนุม สิ่งที่กระผมจะถามก็คือว่า ถ้ากฎหมายฉบับนี้บอกว่าเพื่อความปรองดอง ผมเห็นด้วยนะครับว่าท่านไม่นิรโทษกรรมฝ่ายรัฐบาลท่านจะกล่าวหาผม ท่านจะกล่าวหา คุณสุเทพหรือใครก็ตาม พวกผมไม่เคยเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรม ที่ต่อต้านกฎหมาย ปรองดองปีที่แล้ว ถ้าพูดถึงผลประโยชน์ว่าผมไม่ต้องถูกดําเนินคดี ผมต้องสนับสนุนสิครับ แต่ผมไม่สนับสนุน คําถามผมมีง่าย ๆ ครับ ทําไมถ้ามีคนเสียชีวิตจากเจ้าหน้าที่ เราบอก กําลังจะให้ความเป็นธรรมกับเขาดําเนินคดี แต่ทําไมคนอย่าง พลเอก ร่มเกล้า ถูกฆ่า คนฆ่านั้นจะถูกล้างความผิดนี่คือปรองดองแบบไหน นี่คือมาตรฐานเดียวกันอย่างไร ว่าตกลง ถ้าไต่สวนไปแล้วสรุปว่าเป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่ดําเนินคดี ถ้าไต่สวนไปแล้ว หรือสืบสวนไปแล้ว พบว่าเป็นฝ่ายชายชุดดํา หรือผู้ชุมนุม หรือประชาชน จะเรียกใครก็ตาม ล้างความผิดได้ ท่านประธานครับ นี่คือปมของความขัดแย้งว่าเรากําลังมีการนิรโทษกรรมให้กับผู้ละเมิด สิทธิมนุษยชน นี่คือสาระที่เขาพูดถึงจากองค์กรระหว่างประเทศ แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านก็ยอมรับเองว่าในที่สุดเรื่องนี้สําคัญขนาดท่านต้องชี้แจงเขา แล้วก็นัดเขาวันที่ ๑๒ ใช่ไหมครับ แล้วผมก็ถามว่าทําไมไม่เลื่อนไปก่อนละครับ ให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสําคัญ กับเขา ให้เกียรติเขาก่อนที่จะไปผลักดันเรื่องนี้ต่อ ก็จะได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับเขา จะได้รู้ว่า เขามีความเป็นห่วงเป็นใยเรื่องอะไร ผมจึงเสนอเลื่อนครับ แล้วสิ่งที่ท่านอ่านคําแปล มาทั้งหมดนี้ก็ยืนยันว่ามันเป็นประเด็นสําคัญ ผมกราบเรียนอีกครั้งครับว่าไม่มีตรงไหนเลย ที่ผมนําเสนอเมื่อสักครู่ที่เป็นการกล่าวเท็จ และเหตุผลในการสนับสนุนครั้งนี้ ไม่มีเรื่องประโยชน์แอบแฝงครับ พวกกระผมไม่มีส่วนได้เสียโดยตรงในเรื่องกฎหมาย ฉบับนี้ มีแต่เพียงในฐานะที่ว่าอยากจะผดุงความถูกต้องไว้ในประเทศไทยเท่านั้นครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีไม่ให้ตอบโต้หรอกครับ ผมจะขอมติแล้ว เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมครับ ผมจะลงมติ

(นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ตอบโต้กันไปมาไม่เอาแล้วครับ ตอบกันคนละครั้งพอแล้วท่าน ยาวไปครับท่าน ท่านรองนายกรัฐมนตรีพอแล้วครับ พอสมควรแล้ว เดี๋ยวตอบโต้นาน ๆ ไม่เอา

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมครับ ท่านสมาชิกครับ เรียนเชิญท่าน ที่อยู่นอกห้องประชุมได้โปรดนั่งประจําที่ครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ ท่านสมาชิก ที่อยู่อาคารต่าง ๆ กลับเข้าห้องประชุมด้วยนะครับ เพื่อจะขอมตินะครับ ขอเชิญนั่งประจําที่ นะครับ ท่านที่มาแล้วก็เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ กรุณานั่งประจําที่เสียบบัตรแสดงตนด้วย นะครับ ท่านที่นั่งประจําที่แล้วก็เสียบบัตรแสดงตนนะครับ ต้องตรวจสอบองค์ประชุมก่อน นะครับ ท่านที่อยู่อาคารอื่นเชิญครับ เข้าห้องประชุมนะครับ ขอมตินะครับว่าจะเลื่อน หรือไม่เลื่อน เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ท่านใดยังไม่ได้แสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งตัวเลขให้ผมด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๔๙ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะขอมติตามที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านเสนอญัตตินะครับ ๑. ท่านใด เห็นควรเลื่อนพิจารณาตามที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านเสนอ โปรดกดปุ่มเห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นสมควรให้เลื่อน ก็คือประชุมต่อ โปรดกดปุ่มไม่เห็นด้วยนะครับ เชิญลงคะแนนเสียงครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านมีอะไรครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย เมื่อสักครู่กดผิดครับ ไม่เห็นด้วยนะครับ เมื่อกี้กดไปเห็นด้วยนะครับ แต่ตั้งใจไม่เห็นด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นั่งผิดข้างหรือเปล่า เชิญครับ ของท่านเป็นอย่างไรครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ พาดไปนิด นาน ๆ กดครั้ง กดผิดครับ ผมเห็นด้วยกับ รัฐบาลครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาติว่าอย่างไรครับ ไม่กดผิดนะครับ

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง เพชรบุรี

ท่านประธานครับ ผม อภิชาติ สุภาแพ่ง จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กดผิดก็กดใหม่ได้นี่ครับ ไม่เห็นต้องบอกเลยนะครับ ก็เปลี่ยนปุ่มสิครับ เป็นผู้แทนกันมาตั้งนานแล้ว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรียบร้อยหรือยังครับ ใช้สิทธิเรียบร้อยขอผลคะแนนด้วยครับ ท่านอิสราได้กดบัตรแล้ว ใช่ไหมครับ ผู้ที่อยู่ในห้องประชุม ๔๖๓ ท่าน เห็นด้วยให้เลื่อน ๑๖๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๐๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน

เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติไม่เห็นสมควรให้เลื่อน ก็ดําเนินการต่อ เชิญท่านใด จะอภิปรายต่อจากนี้ครับ ซีกฝ่ายค้าน เชิญท่านจุรินทร์ก่อน ทางวิปฝ่ายค้าน เชิญท่านจุรินทร์ครับ สลับข้าง ให้เกียรติท่านด้วย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขออนุญาตที่จะเกริ่นนํากับท่านประธานบางประเด็น ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้

ในประการแรกขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าผมดีใจที่ได้ยิน ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศต่อสาธารณชน ถือว่าเป็นครั้งแรก ๆ ที่บอกว่าจะเข้าร่วม การประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่ากระผมเสียใจ เสียใจอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ก็คือ เสียใจที่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีมาแป๊บเดียว แล้วก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรี อยู่ในสภามาร่วมประชุมกับพวกเราหรือไม่ เสียใจประการที่ ๒ ก็คือครั้งแรก ๆ ที่ นายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะมาร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร มาในวันที่มีการพิจารณา กฎหมายที่เป็นประโยชน์กับพวกพ้องรอบตัวนายกรัฐมนตรี ผมขออนุญาตกราบเรียน กับท่านประธานว่าโดยส่วนตัวผมเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง ความจริงถ้าเรา จะได้ย้อนกลับไปดูสถานการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ยาวนัก จะเห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองน่าจะ ตกอยู่ในสภาพที่ปกติ มีเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้นบ้างก็ไม่ถึงขั้นที่เรียกว่า อยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ แต่ว่าสถานการณ์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าประเทศไทย ของเราได้ก้าวเข้าสู่ภาวะที่ไม่ปกติ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่ามันมีต้นเหตุของปัญหา แล้วก็ มีต้นตอของที่มาที่ไป ต้องยอมรับความจริงว่าต้นเหตุที่มาของความไม่ปกติทางการเมืองอยู่ที่ พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่มีความพยายามที่จะผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะแก้ปัญหาความไม่สงบที่กําลังก่อตัวขึ้น และอาจจะนับหนึ่งไปสู่การเกิดวิกฤตรอบใหม่ของประเทศ ผมคิดว่าเราต้องไปแก้ที่ต้นเหตุ ต้นเหตุง่าย ๆ สั้น ๆ ตรงไปตรงมาก็คือการถอนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ออกไปจาก การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมรู้ว่าเป็นเรื่องยาก แต่ยังมีความหวัง แล้วพวกกระผม ก็ยังใช้ความพยายามในการที่จะดําเนินการอยู่ อย่างน้อยที่สุดบุคคลคนหนึ่งที่ผมคิดว่า เป็นผู้ที่จะสามารถเข้ามามีบทบาทสําคัญในการที่จะช่วยผลักดันปลดชนวนวิกฤตของ ประเทศที่อาจจะเกิดขึ้นรอบใหม่ได้ นั่นก็คือตัวนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีอาจจะบอกว่า ท่านเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร อาจจะบอกว่าการถอน กฎหมายเป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร แต่เราต้องยอมรับความจริงเหมือนกับที่พวกเรา พูดกันโดยต่อเนื่องว่าประเทศของเราปกครองโดยระบบรัฐสภา เมื่อปกครองโดยระบบ รัฐสภา แน่นอนนอกจากเรามีผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เราก็มีผู้นําเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎร ผู้นําเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรก็คือตัวนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีย่อมอยู่ในฐานะที่จะมาขจัดปัดเป่าความไม่สงบเรียบร้อยที่กําลัง ก่อตัวและมีแนวโน้มว่าจะก่อตัวทวีความรุนแรงยืดเยื้อยาวนานออกไปได้ สิ่งหนึ่งที่กระผม ขออนุญาตที่จะกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่า ผู้เสนอกฎหมายอาจจะบอกว่าย่อมเป็น สิทธิของท่านในการเสนอกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ และนายกรัฐมนตรีอาจจะให้เหตุผลว่า ย่อมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการที่จะเสนอกฎหมาย แต่ท่านประธานต้องไม่ลืมว่า ก็ย่อมเป็นสิทธิทางการเมืองของผู้นําเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกันในการ ที่จะใช้สิทธิในทางการเมืองเพื่อร้องขอให้ผู้เสนอกฎหมายสามารถที่จะถอนกฎหมายฉบับนี้ ออกไปได้ เพื่อเห็นแก่ความสงบสุขของบ้านเมืองที่นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยตรง และเพื่อเห็นแก่หลักการบริหารราชการแผ่นดินในระบบนิติรัฐของประเทศ ในระยะยาว เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นที่มาที่กระผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่า เสียดายที่นายกรัฐมนตรียังไม่ได้ใช้สิทธิในทางการเมืองในฐานะผู้นําเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎรของท่าน เพราะฉะนั้นถ้าจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงหรือความไม่สงบ บานปลายเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ผมกราบเรียนกับท่านประธานเลยครับ คนเป่านกหวีด ไม่ใช่ผู้นําในการชุมนุม แต่คนเป่านกหวีดตัวจริงที่เรียกร้องคนออกมาชุมนุมต่อต้านกฎหมาย ฉบับนี้คือรัฐบาลและตัวผู้นําเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร หรือตัวนายกรัฐมนตรีนั่นเอง นี่คือประการเบื้องต้นที่ขออนุญาตที่จะกราบเรียนกับท่านประธาน

ขอย้อนไปอีกนิดหนึ่งถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าครับ ขออนุญาตกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าผมเสียใจที่นายกรัฐมนตรีและประธานไม่ตอบรับข้อเสนอของพวกกระผม ที่จะให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรผ่านโทรทัศน์ช่อง ๑๑ เพื่อพิจารณา กฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ ข้ออ้างก็คือ เหตุผลประการที่หนึ่ง ท่านบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่กฎหมายสําคัญ แน่นอนผมเชื่อท่านครับว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่กฎหมายสําคัญสําหรับ ประเทศและประชาชนส่วนใหญ่โดยรวม แต่ท่านประธานต้องไม่ลืมครับว่าหัวใจสําคัญ ก็คือกฎหมายฉบับนี้มันจะนําไปสู่การทําลายระบบนิติรัฐและหลักนิติธรรมของประเทศ

ท่านอ้างเหตุผลประการที่ ๒ ท่านบอกว่าที่ไม่ถ่ายทอดเพราะว่าติดกฎหมาย ความมั่นคง ผมกราบเรียนกับท่านประธานเลยครับว่าเหตุผลนี้ฟังไม่ขึ้น ที่กราบเรียนกับ ท่านประธานว่าเหตุผลนี้ฟังไม่ขึ้นก็เพราะว่าไม่ว่ากฎหมายฉบับไหนก็ไม่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญมาตรา ๕๖ ระบุไว้ชัดเจนครับ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูล หรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยราชการ แน่นอนต้องรวมถึงสิทธิในการรับรู้ ข้อมูลข่าวสารและการดําเนินการของตัวแทนของประชาชนในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วย และตามข้อบังคับข้อ ๑๑ ที่พวกเราเถียงกันเมื่อเช้าก็พูดชัดเจนว่าเป็นหน้าที่ของประธาน ในการที่จะต้องถ่ายทอดการประชุมเพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร โดยทั่วถึงทั่วประเทศ แต่ข้ออ้าง ๒ ข้อ ๑. กฎหมายไม่สําคัญ ๒. ติดพระราชบัญญัติ ความมั่นคง ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าเป็นเจตนาที่ต้องการปิดหูปิดตาประชาชน ไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับรู้หลักเหตุผลที่แท้จริงในการที่พวกเราจะทําหน้าที่ว่าเหตุใด เราจึงคัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรมของผู้แทนราษฎรซีกรัฐบาลในวันนี้ แต่ที่สําคัญที่ผม ต้องกราบเรียนกับท่านประธานเป็นเบื้องต้นตั้งแต่ตอนนี้ก็คือว่าท่านปิดหูปิดตาประชาชน ไปแล้ว แต่ที่สําคัญท่านต้องไม่ปิดปากตัวแทนประชาชน ขอกราบเรียนกับท่านประธานตรงนี้ ว่าพวกกระผมทุกคนที่เตรียมตัวมาสําหรับที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็นคัดค้านกฎหมาย ฉบับนี้ ต้องได้สิทธิในการที่จะอภิปรายเพื่อแสดงความเห็นทําหน้าที่แทนประชาชนได้ทุกคน อันนี้ก็คือเบื้องต้นที่ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธาน สุดท้ายที่ขออนุญาตเรียน ท่านประธานที่เคารพก็คือว่าที่พวกกระผมประกาศว่าเราจะคัดค้านกฎหมายฉบับนี้ถึงที่สุด ทั้งในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและนอกสภา ขออนุญาตกราบเรียนว่าที่เราทําเช่นนั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการที่จะล้มล้างรัฐบาลแต่อย่างใดทั้งสิ้น ในทางตรงกันข้ามพวกกระผม เชื่อว่าถ้าตราบใดที่รัฐบาลยังย่ามใจกระทําการทุจริตกระทําผิดกฎหมาย ไม่นานครับรัฐบาลนี้ ก็จะต้องล้มและมีอันเป็นไปด้วยพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเยี่ยงนี้ของรัฐบาล ด้วยตัวเอง แต่ที่พวกกระผมต้องคัดค้านกฎหมายฉบับนี้ทั้งในและนอกสภาที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่าพวกกระผมเห็นโดยสุจริตว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เกิดประโยชน์กับประชาชน อย่างแท้จริงโดยส่วนรวม แต่ในทางตรงกันข้ามกลับทําลายระบบนิติรัฐและหลักนิติธรรม ของประเทศ และขณะเดียวกันในการดําเนินการของพวกกระผมนอกสภา ขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธานว่าพวกเราดําเนินการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ระบุไว้ชัดเจนว่าบุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ พวกกระผมก็ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ขณะเดียวกันพวกกระผม ก็ปฏิบัติตามกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา ๑๐ ที่ระบุภารกิจหน้าที่ในฐานะที่พวกกระผม เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอย่างชัดเจนว่าพรรคการเมืองย่อมมีหน้าที่ในการที่จะต้องให้ ข้อมูลและให้ความรู้ทางการเมืองกับประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ขออนุญาต กราบเรียนเบื้องต้นกับท่านประธานว่าที่พวกเราดําเนินการคัดค้านเรื่องนี้ทั้งในและนอกสภา ก็โดยอาศัยสิทธิตามรัฐธรรมนูญและภารกิจที่เราจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายพรรคการเมือง ท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าพวกระผมไม่รับหลักการกฎหมาย นิรโทษกรรมฉบับนี้ ไม่รับหลักการด้วยเหตุผลอย่างน้อย ๗ ประการครับ

ประการที่ ๑ ที่พวกกระผมไม่รับหลักการ เพราะเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ มีเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริง เริ่มต้นตั้งแต่ระบุข้อมูลและรายละเอียดไว้ทั้งในเหตุผล และบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๒ บังคับไว้ว่าการเสนอร่างพระราชบัญญัติจะต้องมีบันทึกวิเคราะห์ สรุปสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติประกอบมาด้วย เหตุผลที่กระผมกราบเรียน กับท่านประธานว่าการระบุข้อมูลที่เขียนไว้ในเหตุผลและบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญ ของร่างพระราชบัญญัติเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงก็เพราะว่าถ้าท่านประธานไปอ่านเหตุผล ที่เขียนไว้ ท่านประธานจะเห็นข้อเท็จจริงอย่างน้อย ๒ ประการ ประการที่ ๑ เหตุผลที่ระบุว่า เนื่องจากสังคมไทยที่ผ่านมาอยู่ในสภาวะที่สร้างความแตกแยกทางความคิดมีการแบ่งฝัก แบ่งฝ่ายให้แก่คนในชาติบ้านเมืองไม่เคารพในระบอบประชาธิปไตยมีการชุมนุมประท้วง รัฐบาลนําไปสู่การยึดอํานาจการปกครอง เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ ประการนี้ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าเป็นการเจตนาบิดเบือนกล่าวข้อเท็จจริง ไม่ครบถ้วน ที่บอกว่ากล่าวข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วนก็เพราะเหตุว่าการชุมนุมประท้วง ก่อนเกิดเหตุการณ์ปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นั้นไม่ได้เกิดขึ้น เพราะเหตุสาระสําคัญของการไม่เคารพประชาธิปไตย แต่เพราะมีการประท้วงพฤติกรรม การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในยุคนั้น คือรัฐบาลทักษิณ เนื่องจากรัฐบาลในยุคนั้นมีการทุจริตคอรัปชั่นแก้กฎหมายเพื่อให้ธุรกิจตนเองและครอบครัว สามารถขายสินทรัพย์ทํากําไรได้มากมายมหาศาล มีการแทรกแซงองค์กรอิสระและ พฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลยุคนั้นนั่นเองที่กลายเป็นเงื่อนไขและสร้าง ความชอบธรรมให้ผู้ยึดอํานาจนําไปกล่าวอ้างเป็นเหตุผลในการยึดอํานาจการปกครอง แผ่นดิน โดยอ้างเหตุผล ๔ ข้อ ท่านประธานคงจําได้

ข้อที่ ๑ คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินระบุว่าที่เขาต้องยึดอํานาจเพราะ สังคมแตกแยกมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายรุนแรง

ข้อที่ ๒ มีการทุจริตคอร์รัปชันในคณะรัฐบาล

ข้อที่ ๓ การบริหารราชการแผ่นดินมีพฤติกรรมการแทรกแซงทุกองค์กร

และในข้อที่ ๔ ระบุว่ามีการปล่อยให้เกิดกรณีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง นี่คือเหตุผล ๔ ข้อที่รัฐบาลยุคนั้นสร้างเงื่อนไขจนกระทั่ง คณะยึดอํานาจการปกครองแผ่นดินนําไปเป็นเหตุผลในการยึดอํานาจ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นประการที่ ๑ ที่ผมคิดว่าต้องทําความเข้าใจและผมเห็นโดยสุจริตว่า การเขียนถ้อยคําในเหตุผลของกฎหมายฉบับนี้นับ ๑ ก็บิดเบือนกล่าวข้อเท็จจริงทั้งหมด ไม่ครบถ้วนและเป็นที่มาที่ผมกราบเรียน ผมไม่อาจรับหลักการกฎหมายนี้ได้

ประการที่ ๒ เหตุผลที่เขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้ระบุไว้อีกท่อนหนึ่งว่า จึงสมควรให้มีการนิรโทษกรรมแก่ประชาชนในกรณีดังกล่าวเพื่อการให้โอกาสแก่ประชาชน ซึ่งเป็นพลเมืองของประเทศและเป็นการรักษาคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย โดยใช้หลักนิติธรรม อันจะเป็นรากฐานที่ต่อการลดความขัดแย้งและสร้างความปรองดองของคนในชาติ แปลง่าย ๆ ว่าอ้างเหตุผลว่าสมควรนิรโทษกรรมเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ เพื่อธํารงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ๓. เพื่อสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับคนในชาติซึ่งกระผม กราบเรียนว่าผมคิดว่าไม่ใช่ทั้ง ๓ ข้อ และโดยความเป็นจริงตรงข้ามกับความเป็นจริง ทั้ง ๓ ข้อ ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลประการแรกที่กระผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าทําไมกระผม จึงไม่รับหลักการกฎหมายฉบับนี้ เหตุผลประการที่ ๒ ถ้าท่านประธานจะไปดูที่หลักการ ท่านประธานจะเห็นชัดเจนเลยครับว่า การเขียนหลักการเป็นการหมกเม็ด หมกเม็ดตั้งแต่ ชื่อร่างพระราชบัญญัติเลยครับ แล้วก็มาหมกเม็ดที่หลักการ หมกเม็ดอย่างน้อย ๒ เม็ด ท่านประธานไปดูสิครับ ชื่อร่างพระราชบัญญัติเขียนไว้อย่างไรครับ ร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออก ทางการเมืองของประชาชน

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจาก การชุมนุมทางการเมือง ขีดเส้นใต้ เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออก ทางการเมืองของประชาชน

แต่เวลาลงมาอยู่ที่เนื้อหา ไม่ใช่แล้วครับ ที่กระผมกราบเรียนว่าหมกทั้ง ๒ เม็ด เม็ดที่ ๑ การเขียนกฎหมายฉบับนี้รวมคดีก่อการร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คดีก่อการร้ายที่มีบุคคลที่อยู่นอกประเทศ เป็นผู้ต้องหารวมอยู่ด้วย นั่นก็คือมีคดีที่อัยการ ได้สั่งฟ้องแล้วทั้งหมด ๒๖ รายในคดีก่อการร้าย จําเลยที่ ๑ ในคดีนี้ก็คือบุคคลที่อยู่ นอกประเทศกับพวกอีก ๒๕ คน มาตรา ๓ เขียนว่า ให้บรรดาการกระทําใด ๆ ของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม ทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมือง หรือบุคคลซึ่งไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง ชื่อร่างบอกว่าเกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมทางการเมือง แต่พอมาถึงเนื้อหา มาตรา ๓ เขียนไว้ชัด ให้บรรดาการกระทําใด ๆ ของบุคคลที่ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองถือว่าได้รับ การนิรโทษกรรมด้วย บุคคลที่ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองอย่างน้อยที่สุด ๑ คนที่ถูก ส่งฟ้องดําเนินคดีถึงขั้นอัยการสั่งฟ้องแล้วก็คือคนที่อยู่ต่างประเทศ ผมไม่ประสงค์ จะเอ่ยนามครับ แต่ผมเชื่อว่าทุกคนทราบได้เป็นอย่างดี ตรงนี้จึงเป็นประเด็นที่กระผม กราบเรียนกับท่านประธานว่าหมกเม็ดที่ ๑ หลักการ ไม่เขียนถึงผู้อยู่นอกประเทศ ไม่ได้เขียนถึงผู้ไม่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง ชื่อร่างไม่ได้เขียนถึงผู้ไม่เข้าร่วมชุมนุม ทางการเมือง แต่เนื้อในบอกว่านิรโทษกรรมผู้ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองด้วย

เม็ดที่ ๒ ครับ ผู้ที่ไม่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองด้วยมีอยู่จํานวนหนึ่งที่กระทํา ความผิดในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตาม มาตรา ๑๑๒ หลายคนไม่ได้มาชุมนุม แต่กล่าวด้วยวาจา ไม่ว่าด้วยวิธีใดตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย มาตรา ๓ ของกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นแปลว่าบุคคลเหล่านี้ก็ย่อมเข้าข่ายในการที่จะได้รับการนิรโทษกรรมด้วย ตรงนี้จึงเป็นที่มาที่กระผมกราบเรียนกับท่านประธานว่านี่ก็คือเม็ดที่ ๒ ที่หมกไว้ ต่อไปถ้าสมมุติว่าไม่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง แต่กระทําผิดในช่วงระยะเวลาที่กําหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไม่ได้มาชุมนุมกล่าวด้วยวาจา ไม่ว่าด้วยวิธีใด ใช้โซเชียล เน็ตเวิร์ค (Social Network) รวมทั้งกรณีที่โพสต์ (Post) โจมตีสถาบันในช่วง ระยะเวลาที่กฎหมายฉบับนี้เปิดโอกาสให้นิรโทษกรรมได้ คนเหล่านี้ก็ได้รับผลพวงจาก กฎหมายฉบับนี้ และอย่างน้อยที่สุดผมมีข้อมูล ว่าอย่างน้อยก็มีอยู่ ๔-๕ คน ครับ ที่ยังต้องขัง อยู่ในเรือนจํา แล้วก็ทําผิดคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตาม มาตรา ๑๑๒ และถ้ากฎหมาย ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ๔-๕ คนที่ว่านี้ก็จะได้รับผลพวงด้วย ผมไม่เอ่ยชื่อละครับท่านประธานครับ ไม่ประสงค์จะเอ่ยชื่อ แต่อย่างน้อยที่สุดคนที่ ๑ อยู่ที่ทัณฑสถานหญิงครับวันนี้ คนที่ ๒ อยู่ที่ทัณฑสถานกรุงเทพฯ คนนี้คดีสิ้นสุดไป ๕ เหลืออีก ๒ คดี รวมคดี มาตรา ๑๑๒ ด้วย อยู่ระหว่างรอผลฎีกาพระราชทางอภัยโทษของสํานักราชเลขาธิการ อีกคนหนึ่ง มาตรา ๑๑๒ เหมือนกัน อีกคนหนึ่ง มาตรา ๑๑๒ ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกันตัวอยู่เรือนจํากรุงเทพฯ เช่นเดียวกัน นี่คือสิ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าที่ผมบอกว่าผมไม่เห็นด้วย เพราะมันหมกเม็ด ชื่อร่าง หลักการ ไม่ตรงกับเนื้อใน

และเหตุผลประการที่สามที่ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่า กระผม ไม่รับหลักการกฎหมายฉบับนี้ก็เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ส่อคัดรัฐธรรมนูญหลายมาตรา ผมคงไม่นํามากล่าวอ้างกับท่านประธานทั้งหมดทุกมาตรา แต่จะขอยกตัวอย่างบางมาตรา เช่น รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ระบุไว้ชัดเจนครับ ว่าบุคคลย่อมเสมอกัน ในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องความคิดเห็นทางการเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทํามิได้ แต่กฎหมายฉบับนี้เลือกปฏิบัติครับ ทําไมกระผมกราบเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้เลือกปฏิบัติ อย่างน้อยที่สุดถ้าท่านประธานลงไปดูลึกในรายละเอียดจะเห็นชัดเจน กฎหมายฉบับนี้ระบุ เงื่อนเวลาในการนิรโทษกรรมไว้ชัดเจน ว่าจะนิรโทษกรรมให้เฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดตั้งแต่ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ หลังยึดอํานาจ ไปจนกระทั่งถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เท่านั้น ทําไมระบุไว้เท่านี้ครับ ระบุไว้เท่านี้ก็เพราะเหตุว่าต้องการกีดกันบางคดี บางกรณีที่มีลักษณะอย่างเดียวทํานองเดียวกันออกไป ให้เฉพาะกลุ่มที่ตนเองมีความประสงค์ ต้องการเท่านั้น ได้รับการนิรโทษกรรม นี่คือการเลือกปฏิบัติ กระผมไม่ได้กล่าวลอย ๆ เลยครับ ท่านประธานครับ ผมไปค้นคว้าหาข้อมูลมา พบว่ามีเหตุกรณีการชุมนุมก่อนการยึดอํานาจ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๗ ชุมนุมมาจนถึง ปี ๒๕๔๘ แล้วก็มาจนถึงปี ๒๕๔๙ ก่อนยึดอํานาจ คือการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถ้ากฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ กรณีนี้จะไม่เข้าข่าย การนิรโทษกรรมครับ เพราะกําหนดว่าจะนิรโทษก็นับหนึ่งตั้งแต่มี คมช. แต่เงื่อนเวลา ที่ท่านกําหนดไว้ ท่านกําหนดมาถึงแค่วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ นอกจากเจตนา สกัดพันธมิตรที่ชุมนุมก่อนการยึดอํานาจแล้ว ก็ยังมีเจตนาในการที่จะไม่นิรโทษกรรม ให้กับกลุ่มที่ชุมนุมเมื่อในช่วงปลายปีที่แล้วที่ออกมาต่อต้านรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ด้วย คือกลุ่ม อพส. หรือที่เรียกกันเป็นที่เข้าใจว่าม็อบเสธ.อ้าย เพราะม็อบนี้ชุมนุมกัน ในวันที่ ๒๔ กับวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ แต่ท่านให้นิรโทษกรรมแค่วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ตรงนี้อย่างไรครับที่ผมบอกว่าเลือกปฏิบัติ และกฎหมายของท่านเสนอ เมื่อไร กฎหมายของท่านเสนอวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๖ หลังจากเกิดกรณีม็อบเสธ.อ้าย แล้ว แต่ท่านยังไม่ครอบคลุมให้เขา แสดงว่าท่านมีเจตนาเลือกปฏิบัติ สุดท้ายอย่างน้อย ถ้ากฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะนิรโทษกรรมเหตุการณ์ใดครับ

๑. เหตุการณ์วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ กรณี นปช. ปิดล้อมสภาผู้แทนราษฎร ขัดขวางการแถลงนโยบายรัฐบาลอภิสิทธิ์ ท่านประธานคงจําได้

๒. จะนิรโทษกรรมเหตุการณ์วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๒ กรณี นปช. ล้อมสภาผู้แทนราษฎร ล้อมรถท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่พัทยา

๓. จะนิรโทษกรรมเหตุการณ์ วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๒ กรณี นปช. บุกโรงแรมรอยัล คลิฟ บีซ รีสอร์ทในการประชุมอาเซียนที่พัทยา

๔. จะนิรโทษกรรมกรณีเหตุการณ์เดือนเมษายน ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๓ กรณีมีการชุมนุมที่ราชประสงค์

โดยประมาณนี้ครับ คือหลักใหญ่ของผู้ที่จะได้รับผลพวงจากการนิรโทษกรรม ฉบับนี้ ผมถึงบอกว่า นี่คือการเลือกปฏิบัติ ขัดรัฐธรรมนูญ ส่อขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐

อีกตัวอย่างหนึ่งครับ มาตรา ๒๖๖ เรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ประเด็นนี้เป็นอีกประเด็นที่มีความสําคัญ ขออนุญาตที่จะอ่านรัฐธรรมนูญสั้น ๆ ให้ท่านประธานได้รับทราบครับ มาตรา ๑๒๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ แต่กฎหมายฉบับนี้มีเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หลายกรณี ยกตัวอย่างเช่น ในบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมฉบับนี้ ปรากฏว่าเป็นผู้ที่มีการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน ชัดเจน อย่างน้อยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๕ คน ผมก็ไม่ประสงค์จะเอ่ยนามละครับ แต่สําหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมคิดว่าก็น่าจะพอพูดได้ เพราะเป็นข้อเท็จจริง และขออภัย ท่านไว้ล่วงหน้าครับ ไม่ประสงค์จะให้ท่านลุกขึ้นมาเพื่อโต้แย้ง อันนี้เป็นข้อเท็จจริงนะครับ ๑. ท่าน ส.ส. ก่อแก้ว พิกุลทอง ท่านเป็นผู้หนึ่งที่เสนอกฎหมาย และท่านอาจจะเป็นผู้หนึ่ง ที่ได้รับผลพวงจากการนิรโทษกรรมด้วย ๒. ผมขออภัยท่านจริง ๆ นะครับ ไม่อยากจะ เอ่ยชื่อเลยครับ แต่ว่าขอเถอะครับ เพราะว่าจําเป็นต้องพูดไว้ให้เป็นเหตุผล ท่านพายัพ ปั้นเกตุ อีก ๓ ท่าน ผมไม่เอ่ยชื่อก็แล้วกันครับ เอาเป็นว่าสามีท่านอาจจะได้รับผลพวงจาก กฎหมายฉบับนี้ครับ อีกท่านหนึ่ง ท่านเป็นผู้เสนอกฎหมายเช่นเดียวกัน พี่ชายครับที่จะได้รับ ผลพวง อีกท่านครับ สามีของท่านเช่นเดียวกันที่จะได้รับผลพวง โดยท่านเป็นผู้เสนอ กฎหมายครับ และนอกจากนั้นยังมีผู้มีตําแหน่งทางการเมืองอีกประมาณ ๑๐ คน ตั้งแต่ คนเป็นรัฐมนตรี เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ได้ร่วมเสนอกฎหมาย แต่จะได้รับผลพวง จากการนิรโทษกรรมครั้งนี้ด้วย รวมทั้งผู้มีตําแหน่งทางการเมืองอื่น เช่น เลขานุการรัฐมนตรี หรือตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น รวมทั้งคนที่อยู่นอกประเทศที่มีบทบาท สําคัญในพรรคการเมืองที่เป็นพรรคแกนนํารัฐบาล เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นเหตุผลที่กระผม กราบเรียนกับท่านประธานว่า ทําไมผมจึงไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้และไม่รับหลักการ เพราะมีการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ส่อขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ มาตราสุดท้าย ที่ขออนุญาตยกเป็นตัวอย่าง ก็คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ ที่เกี่ยวข้องกับการกําหนดเกณฑ์ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ว่าถ้าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินจะต้องมีการให้ขอ คํารับรองจากนายกรัฐมนตรีก่อน กฎหมายฉบับนี้พวกกระผมวินิจฉัยเบื้องต้นว่าน่าจะเป็น กฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน ที่น่าจะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินก็เพราะเหตุว่ากฎหมาย ฉบับนี้จะมีผลในการนิรโทษกรรมผู้ที่กระทําความผิดเผาทรัพย์สินของทางราชการ เช่น ศาลากลาง ซึ่งศาลได้มีคําพิพากษาให้ลงโทษจําคุกและปรับเป็นจํานวนเงิน ถ้ามีการนิรโทษกรรม โทษจําคุกงด โทษปรับก็งด สุดท้ายมีผลกระทบทางการเงินของรัฐ เข้าข่ายกรณีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหมายความถึง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่งดังต่อไปนี้ (๒) การรับหรือจ่ายเงินแผ่นดิน นี่ก็เกี่ยวอยู่แล้วครับ ถ้าไม่นิรโทษกรรมรัฐก็ต้องได้รับเงินค่าปรับ (๓) เรื่องที่เกี่ยวกับ การดําเนินการที่ผูกพันทรัพย์สินของรัฐ ก็แน่นอนมันก็ย่อมผูกพัน เพราะเมื่อได้เงินมาก็ย่อม เป็นสินทรัพย์ของรัฐ และถ้างดไปมันก็เกี่ยวพันกับทรัพย์สินของรัฐ และกรณีนี้ไม่ใช่ไม่มีครับ มีตัวตนจริงอยู่แล้ว เช่น กรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษคดีเผาศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ผมไม่เอ่ยก็แล้วกันครับ มีอยู่ ๒ ท่าน ท่านที่ ๑ ตัดสินจําคุก ๒๒ ปี ๖ เดือน ท่านที่ ๒ ตัดสินจําคุก ๒๐ ปี ๖ เดือน นอกจากนั้นทั้ง ๒ ท่านนี้ศาลตัดสินคดีถึงที่สุดแล้ว ให้ร่วมชดใช้ค่าเสียหาย ๑๔๒ ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย อย่างน้อย ๑๔๒ ล้านบาทนี้รัฐก็เสียหายไปแล้วครับ ถ้ามีการนิรโทษกรรม และจะไม่เกี่ยวกับกฎหมายการเงินได้อย่างไร อีก ๒ ท่านครับ ท่านที่ ๑ จําคุก ๒๐ ปี ๖ เดือน อีกท่านหนึ่งจําคุก ๑๑ ปี ๓ เดือน ทั้ง ๒ ท่าน ศาลพิพากษาให้ร่วมชดใช้ค่าเสียหาย ๕๗.๗ ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ชัดไหมครับท่านประธานครับ ทําไม พวกกระผมถึงสู้มาตั้งแต่ตอนบ่ายว่ากฎหมายนี้มันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ถ้าเป็น กฎหมายเกี่ยวกับการเงิน นายกรัฐมนตรีต้องให้คํารับรองก่อน จึงจะนํามาพิจารณาในสภาได้ แต่ไม่เป็นไรครับถ้าสภานี้ยังดึงดันที่จะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ท่านก็คงพอเห็นภาพว่า ท่านกําลังกระทําการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ แล้ววันหนึ่งท่านจะต้องมี ส่วนรับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทําลงไป นี่จึงเป็นเหตุผลท่านประธานครับ

ประการที่ ๓ ทําไมพวกกระผมจึงประกาศว่าจะไม่รับหลักการกฎหมาย ฉบับนี้ ก็เพราะมันส่อขัดรัฐธรรมนูญหลายมาตรา

เหตุผลประการที่ ๔ เพราะกฎหมายฉบับนี้ทําลายระบบนิติรัฐ ขัดหลัก สิทธิมนุษยชน หลักนิติรัฐคืออะไรครับ ใครผิดก็ต้องได้รับโทษครับ แต่กฎหมายฉบับนี้ กําลังทําให้คนที่กระทําความผิด และไม่ใช่ผิดธรรมดา ผิดอาญา โทษอุกฉกรรจ์ กําลังจะได้รับ การล้างผิด ถ้าเราทําอย่างนี้ได้ ต่อไปก็ไม่มีใครเกรงกลัวกฎหมาย ใครจะทุจริตก็ได้ ใครจะโกงก็ได้ ใครจะฆ่าคนตายก็ได้ ใครจะเผาทรัพย์สินราชการ เอกชนอย่างไรก็ได้ วันหนึ่ง ชนะเลือกตั้ง มีอํานาจก็เอาเสียงข้างมากมาออกกฎหมายล้างผิดให้กับตัวเองและพวกพ้อง ถ้าเป็นอย่างนี้ประเทศจะอยู่อย่างไร เราจะเรียกว่าประเทศไทยคือประเทศที่ปกครองด้วย ระบบนิติรัฐ ถือหลักกฎหมายเป็นใหญ่ได้อย่างไรครับ ตรงนี้จึงเป็นที่มาที่พวกกระผมจึงบอกว่า อย่างนี้รับหลักการไม่ได้ และฐานความผิดที่ครอบคลุมการล้างผิดนี่ ท่านประธานดูสิครับ ๑. คดีฆ่า ๒. คดีเผา ไม่ว่าจะเผาทรัพย์สินราชการหรือทรัพย์สินเอกชน ๓. คดีก่อการร้าย ๔. คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ครอบคลุมฐานความผิดนี้ทั้งหมด ทั้งที่เขียนเปิดเผย และหมกเม็ด นี่อย่างไรครับคือเหตุผลทําไมพวกกระผมจึงประกาศว่าจะไม่รับหลักการ กฎหมายฉบับนี้ องค์การนิรโทษกรรมสากลแห่งเอเชียก็ประกาศชัดเจนว่าเขาไม่เห็นด้วย กับการที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับการดําเนินการในการล้างผิดให้กับผู้ที่ละเมิด สิทธิมนุษยชน เราพูดกันมาเยอะแล้วครับ ผมอ่านย้ําให้ท่านประธานได้เห็นชัดเจนอีกนิดหนึ่งครับ ฮิวแมน ไรท์ส วอทช เรียกร้องรัฐบาลไทยทบทวน พ.ร.บ. นิรโทษกรรม นายแบรด อดัมส์ ผู้อํานวยการฝ่ายกิจกรรมเอเชียขององค์การฮิวแมน ไรท์ส วอทช ระบุว่า พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ของพรรครัฐบาลไทยคือการปล่อยให้ผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เสียชีวิตระหว่างปี ๒๐๑๐ รอดพ้นจากการถูกลงโทษ เพื่อรับประกันว่าเหยื่อความรุนแรงจะได้รับความยุติธรรม และเพื่อยุติวัฒนธรรม ยกเว้นโทษที่มีมาอย่างยาวนานของไทย พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ควรยกเว้นผู้กระทําผิดฐานกระทํารุนแรงต่าง ๆ และไม่ควรยกเว้นผู้กระทําความผิดฐาน กระทํารุนแรงต่าง ๆ และนําตัวคนเหล่านั้นมารับผิดชอบต่ออาชญากรรมที่พวกเขาก่อขึ้นแทน นี่คือความเห็น ของสหประชาชาติที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านก็ได้พูดไปแล้ว แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศได้ลุกขึ้นมาชี้แจงเมื่อสักครู่ แต่กล่าวโดยสรุปก็คือเขาไม่ต้องการเห็น การนิรโทษกรรมผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน หลักสิทธิมนุษยชนสากลชัดเจนอยู่แล้ว ๑. คดีฆ่า ๒. ทําลายทรัพย์สิน ๓. ความผิดต่อชีวิต นี่คือการละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วเข้ากรณีนี้ ทั้งหมดเขาจึงบอกว่าเขาไม่เห็นด้วย ถ้าจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับความผิดเหล่านี้ผมคิดว่า มันมีความชัดเจนแล้วครับ ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลประการที่ ๔ ที่กระผมบอกว่าผมไม่รับหลักการ กฎหมายฉบับนี้ เพราะเป็นกฎหมายที่ทําลายระบบนิติรัฐและขัดหลักสิทธิมนุษยชน

ประการที่ ๕ กราบเรียนกับท่านประธาน ผมพูดประเด็นนี้ไม่ยาวนัก กราบเรียน แต่เพียงว่ากฎหมายฉบับนี้เอาเข้าจริงไม่ได้นิรโทษกรรมคนจํานวนมากเรือนหมื่น เรือนแสน เหมือนที่พยายามกล่าวอ้างนะครับ เพราะไปดูตัวเลขจริง ๆ แล้ว มันมีไม่เท่าไรครับ และเป็น เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะ ความจริงผมมีเอกสารตัวเลขผู้ดําเนินคดีที่เข้าข่าย จะได้รับนิรโทษกรรม ผมกราบเรียนท่านประธานสักชิ้น ๒ ชิ้นเท่านั้น ความจริงมีเป็นปึ้งเลย แต่หลายหน่วยงานที่ตัวเลขบอกมาใกล้เคียงกันหรือไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญ เช่น ข้อมูลของ ปคอป. ปคอป. ก็คือหน่วยงานที่รัฐบาลตั้งนะครับตั้งมาประสานมากับ คอป. ของอาจารย์คณิต ณ นคร ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน บอกว่า นปช.ที่ถูกดําเนินคดี และอยู่ในชั้นอัยการและชั้นศาลมีทั้งหมด ๑๒๔ คดี ไม่ได้เป็นพันเป็นหมื่นนะครับ หรือตัวเลขของศูนย์ประสานงานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ข้อมูลวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖ บอกว่าจํานวนนักโทษการเมืองที่อยู่ระหว่างถูกควบคุมตัว ของ นปช. มีด้วยกันทั้งสิ้นขณะนี้ ๓๐ คน ตรงไม่ตรงผมไม่ทราบแต่ผมเอาข้อมูลมาจาก ฐานข้อมูลที่ปรากฏนี้ นี่ก็คือตัวเลขโดยประมาณ แต่จะมีเพื่อนสมาชิกลุกขึ้นมาอภิปราย อีกหลายท่านครับ เพื่อจะชี้ให้ท่านประธานได้เห็นในรายละเอียดต่อไปแต่นี่ก็คือเหตุผล อีกประการหนึ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าเป็นเหตุผลที่พวกกระผม ไม่รับหลักการ

ประการที่ ๖ พวกผมกังวลว่าถ้าหากมีการรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ สุดท้ายกฎหมายฉบับนี้จะกลายเป็นหัวเชื้อหรือเป็นบันไดขั้นแรกที่จะนําไปสู่การล้างผิดคนโกง เต็มรูปแบบต่อไปในอนาคต ที่พวกกระผมกังวลและต้องไม่เห็นด้วยตั้งแต่นับ ๑ เพราะมันไม่ มีหลักประกันใด ๆ เกิดขึ้นว่า ถ้ากฎหมายฉบับนี้รับหลักการในวาระที่ ๑ แล้วก้าวเข้าไปสู่ การพิจารณาในวาระที่ ๒ ขั้นแปรญัตติจะไม่มีความพยายามในการที่จะแปรญัตติเปลี่ยน กฎหมายฉบับนี้จากการนิรโทษกรรมครึ่งเข่งไปสู่การนิรโทษกรรมแบบยกเข่ง แล้วสุดท้าย ก็รวมการล้างผิดคนทุจริตคอร์รัปชั่นไปด้วย ไม่มีใครสามารถให้หลักประกันได้และที่เป็นห่วง ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อนายกรัฐมนตรีออกมาประกาศเรียกร้องให้จัดตั้งสภาปฏิรูป พวกกระผม ก็เลยยิ่งเห็นชัดลงไปถึงเจตนาว่าสุดท้ายการประกาศตั้งสภาปฏิรูปเพื่อเดินคู่ขนานไปกับ การออกกฎหมายนิรโทษกรรมก็เพื่อบรรลุเป้าหมายในการที่จะล้างผิดยกเข่ง เพราะว่า สภาปฏิรูปก็คือเรียกร้องให้มีการมาถกกันเรื่องปฏิรูปการเมืองอดีตมันสอนเราว่า ปฏิรูปการเมืองกี่ครั้ง ๆ สุดท้ายจบลงด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ หรือแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แล้วก็ผลที่จะปรากฏออกมาคือมาตรา ๓๐๙ ที่เป็นก้างขวางคอ การล้างผิดก็จะหายไป สุดท้ายก็ไปบรรจบพบกันที่การล้างผิดการทุจริตคนโกง ตรงนี้จึงเป็น ที่มาที่ทําไมพวกกระผมต้องระงับยับยั้งการออกกฎหมายล้างผิดตั้งแต่นับ ๑ เดี๋ยวนี้ของ การออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่เรียกว่าครึ่งเข่ง

และเหตุผลประการที่ ๗ ประการสุดท้าย พวกกระผมเห็นชัดเจนว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้นําไปสู่การสร้างความปรองดองอย่างที่เขียนไว้ในเหตุผล และมีความ พยายามที่จะโฆษณาชวนเชื่อในทางการเมืองมาก่อนหน้านี้แต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะแค่นับหนึ่ง ท่านประธานก็เห็นแล้วครับ ท่านถึงต้องประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคง นับหนึ่ง สภานี่ก็เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ที่จะต้องมารักษาความปลอดภัยอารักขา มีการตรวจอาวุธ มีการสกัดกั้นแม้แต่ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยากลําบาก ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นสัญญาณว่า ถ้ารัฐบาลยังดึงดันที่จะเดินหน้ากฎหมายฉบับนี้ ความปรองดองยากที่จะเกิดขึ้น และยังสุ่มเสี่ยงที่จะเดินหน้าไปสู่การก่อให้เกิดวิกฤตรอบใหม่ อีกต่างหาก ความจริงที่กระผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมเชื่อว่าความปรองดอง มันยากที่จะเกิด นอกจากความพยายามดึงดันผลักดันกฎหมายฉบับนี้แล้ว ก็เพราะเหตุว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ปฏิบัติตามคํามั่นสัญญาหรือแนวทางที่ได้ประกาศไว้ อย่างน้อยที่สุด ท่านประธานคงจําได้ครับ รัฐบาลได้ประกาศไว้ว่าจะปฏิบัติตามแนวทางของคณะกรรมการ คอป. ของชุดอาจารย์คณิต ณ นคร และรัฐบาลเคยให้สัญญากับสภานี้ไว้ว่าจะปฏิบัติตาม แนวทางของข้อเสนอสถาบันพระปกเกล้าวันที่เราพิจารณาผลการศึกษาแนวทางปรองดอง แห่งชาติของกรรมาธิการสร้างความปรองดองแห่งชาติชุด ท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน แต่ปรากฏว่าตามแนวทางข้อเสนอของทั้ง ๒ ชุดนี้รัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติตามเลยครับ สถาบัน พระปกเกล้าเสนอให้จัดสานเสวนาและเอากลไกที่เป็นกลางมาจัด แล้วก็หาความเห็นพ้อง อะไรที่เห็นไม่ตรงกันอย่าทํา เพราะมีแต่จะเกิดความขัดแย้ง ทําเฉพาะสิ่งที่เห็นต้องตรงกัน และอย่าใช้เสียงข้างมากบังคับเอาชนะเพราะมันจะเป็นความยุติธรรมของผู้ชนะเท่านั้น แต่ว่าสุดท้ายรัฐบาลก็ไม่ทําครับ รัฐบาลกลับไปตั้งคณะทํางานขึ้นมาชุดหนึ่งใช้งบประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ไปเอากรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทยมาเป็นเจ้าภาพ แล้วก็ไปเรียกคนมาแล้วก็แสดงความเห็นเพื่อหาความชอบธรรมให้กับกฎหมาย นิรโทษกรรม ทําตรงกันข้ามกับข้อเสนอสถาบันที่รัฐบาลบอกว่าจะนําไปพิจารณา ความเห็น คอป. คอป. ก็ประกาศความเห็นชัดเจนทําหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ทําหนังสือถึง นายกรัฐมนตรีชัดเจนบอกว่าขอเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐสภาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทย ซึงเป็นพรรคแกนนําในการจัดตั้งรัฐบาลและคุมเสียงข้างมากในรัฐสภา ทบทวนการเร่งรัดเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว รัฐบาลเคยปฏิบัติตามสิ่งเหล่านี้ ไหมครับ แต่กลับทําในสิ่งตรงกันข้าม ตรงนี้อย่างไรครับท่านประธานครับ กระผมถึง กราบเรียนว่ายากที่จะเกิดความปรองดองขึ้นในชาติได้ และกฎหมายฉบับนี้นอกจากไม่สร้าง ความปรองดองแล้ว ก็มีแต่จะสร้างความแตกแยกร้าวฉานให้เกิดขึ้นอย่างไม่มีวันจบสิ้น ท่านประธานคอยดูสิครับ

สุดท้ายครับ ผมคิดว่ามาถึงนาทีนี้ยังไม่สายครับที่จะมีการถอนกฎหมาย ฉบับนี้ออกไปเพื่อยุติความขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้มี บทบาทสําคัญในทางการเมืองและการบริหาร ในฐานะผู้นําเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าท่านยังสามารถตัดสินใจได้นะครับ เพื่อเห็นแก่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และเพื่อเห็นแก่ระบบนิติรัฐของประเทศระยะยาว ไม่อย่างนั้นนายกรัฐมนตรีคือคนแรก ที่จะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผมกราบเรียนมาทั้งหมดเพื่อ ชี้ทางสวรรค์ให้นายกรัฐมนตรี เพราะไม่อยากเห็นอนาคตวันหนึ่งเราต้องมานั่งถกกัน เรื่องพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร อีกวาระหนึ่งครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ใช้สิทธิพาดพิงหรือครับ สั้น ๆ นะครับ ไม่ให้อภิปราย

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี กรณีที่เพื่อนสมาชิก จากฝ่ายค้านได้ถามหาท่านนายกรัฐมนตรี ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านมาตั้งแต่เช้าจนเที่ยงเราเริ่มประชุมไปสักพักใหญ่ ๆ และเมื่อสภา มีการประท้วงกันวุ่นวาย ท่านก็ได้ออกไปทําหน้าที่ปฏิบัติภารกิจในฐานะนายกรัฐมนตรี รับใช้พี่น้องประชาชนนะครับ แล้วก็ได้มอบหมายให้ผมนั่งทําหน้าที่แทนท่านในสภา และเมื่อไรเริ่มเข้าสู่สาระแห่งการประชุมพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรมแล้ว ท่านก็จะให้ ผมแจ้งให้ท่านทราบ ซึ่งผมก็แจ้งไปแล้ว และขณะนี้ท่านก็ติดตามการอภิปรายของ เพื่อนสมาชิกอยู่ในขณะที่ปฏิบัติภารกิจไปด้วย ขอตอบสั้น ๆ ครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชวลิตครับ

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

สั้น ๆ นิดเดียวครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านมีอะไรครับ

นายพิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ

ท่านครับ ผม พิชิต ชื่นบาน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมก็สั้น ๆ ครับ ขอประท้วงผู้อภิปรายในข้อ ๖๑ ในประเด็นที่อภิปรายว่าอัยการได้สั่งฟ้อง พันตํารวจโท ทักษิณ ในข้อหาก่อการร้าย จริง ๆ แล้วพนักงานอัยการยังไม่ได้มีคําสั่งใด ๆ ในคดีนี้เลยครับ ข้อมูลจะได้ถูกต้องครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชวลิตดีกว่า เชิญครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม กระผมขออภิปรายสนับสนุนหลักการ และเหตุผลของร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุม ทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดย นายวรชัย เหมะ และคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กระผมมีสาระของการอภิปรายอยู่ ๓ ประเด็นที่จะอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้ โดย ๓ ประเด็นนั้น ประกอบด้วย ประเด็นแรก การออกกฎหมายนิรโทษกรรมของประเทศไทยในอดีต ประเด็นที่ ๒ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในต่างประเทศจะประยุกต์ใช้กับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ในประเทศไทยได้อย่างไร และประเด็นที่ ๓ การเสนอทางออกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ในปัจจุบันในแต่ละองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอเริ่มประเด็นแรก การออกกฎหมาย นิรโทษกรรมของประเทศไทยในอดีต กระผมให้ความสําคัญ ให้ความสนใจกับการตรากฎหมาย นิรโทษกรรมทั้งในหลักวิชาการและข้อเท็จจริง จึงได้ขอให้กลุ่มงานวิชาการของสภาผู้แทนราษฎร รวบรวมข้อมูลการนิรโทษกรรมในอดีตเพื่อศึกษาถึงเหตุผลในการออกกฎหมายนิรโทษกรรม รวมทั้งวิธีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งได้ข้อมูลมาระดับหนึ่งที่จะขออนุญาต ท่านประธานอภิปรายสนับสนุนการออกกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้เพื่อสร้างความสามัคคี ของคนในชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นมา มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแล้วจํานวน ๒๒ ฉบับ โดยออกเป็น พระราชบัญญัติ ๑๘ ฉบับ และเป็นพระราชกําหนด ๔ ฉบับ ทั้งนี้ไม่รวม พ.ร.บ. ล้างมลทิน ๘ ฉบับ และการพระราชทานอภัยโทษอีก ๔๐ ฉบับ ในกฎหมายนิรโทษกรรมทั้ง ๒๒ ฉบับ มีเหตุผลในการออกกฎหมายเกือบเหมือนกันทั้งหมด นั่นก็คือ ต้องการให้เกิดความสามัคคีของคนในชาติ และต้องการจรรโลงระบอบประชาธิปไตย ที่มีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กระผมเน้นย้ําแล้วนะครับท่านประธาน ต้องการให้เกิด ความสามัคคีของคนในชาติ และต้องการจรรโลงระบอบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายนิรโทษกรรมทั้ง ๒๒ ฉบับดังกล่าว อาจแบ่งเป็น ๒ ส่วนใหญ่ ๆ ส่วนแรกเป็นการนิรโทษกรรมให้กับตนเองและพวกพ้อง ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นคณะปฏิวัติรัฐประหารเสียเกินครึ่ง ที่เมื่อทําการปฏิวัติรัฐประหารแล้ว ก็นิรโทษกรรม ให้กับตนเองและพวกพ้องในส่วนที่ ๒ เป็นการนิรโทษกรรมเหตุการณ์เพื่อให้ครอบคลุม ประชาชน นิสิต นักศึกษา ซึ่งมีตัวอย่างที่เห็นชัดเจน คือ ท่านนายกรัฐมนตรีพระราชทาน คือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสัญญา ธรรมศักดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานขององคมนตรี ได้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ประชาชน นิสิต นักศึกษา ในเหตุการณ์วันมหาวิปโยค วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ และ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกกฎหมายนิรโทษกรรมนิสิต นักศึกษา ในเหตุการณ์ชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างวันที่ ๔-๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ทั้ง ๒ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องน่าเศร้าสําหรับ ประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่มีพี่น้องประชาชน นิสิต นักศึกษา บาดเจ็บล้มตาย สูญหาย เป็นจํานวนมาก กระผมไม่อยากรื้อฟื้นความเจ็บปวด แต่มีข้อน่าสังเกตประการหนึ่ง ที่อาจนํามาประยุกต์ใช้กับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบันนี้ได้ การที่ประชาชน นิสิต นักศึกษา ออกมาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องรัฐธรรมนูญจนกระทั่ง มีการปะทะกันบาดเจ็บล้มตาย มีการเผาสถานที่ราชการ เช่น กรมประชาสัมพันธ์ กองสลาก โรงพักนางเลิ้ง เป็นต้น กรณีนี้ประชาชน นิสิต นักศึกษาได้รับการนิรโทษกรรม โดยไม่มี เงื่อนไขใด ๆ เพราะเขาไม่ได้มีเถยจิตเป็นโจร เขามีแรงจูงใจทางการเมืองที่อยากเห็น บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย เขาอยากได้รัฐธรรมนูญ เมื่อเกิดแรงกดดัน ถูกปราบปราม ทําอะไรไม่ได้ จึงเกิดมิคสัญญี สุดท้ายก็ต้องให้อภัยต่อกันเพื่อให้บ้านเมืองสงบ เกิดความสามัคคี ท่านประธานที่เคารพครับ จากการตรวจสอบการตรากฎหมาย นิรโทษกรรมทั้งหมดมีข้อน่าสังเกตในทางที่จะต้องชื่นชมว่ามีหัวหน้าพรรคการเมือง พรรคหนึ่งในระบอบประชาธิปไตยได้ตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมและพระราชกําหนด นิรโทษกรรม โดยมีเหตุผลเพื่อสร้างความสามัคคีของคนในชาติ ท่านประธานครับ ฉบับแรกตราเป็นพระราชกําหนดนิรโทษกรรม แก่ผู้กระทําความผิดฐานกบฏและจลาจล พ.ศ. ๒๔๘๘ ฉบับที่ ๒ ตราเป็นพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ทําการรัฐประหาร พ.ศ. ๒๔๙๐ ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการกฎหมายนิรโทษกรรมทั้ง ๒ ฉบับนั้นก็คือ ท่านควง อภัยวงศ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นและเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ที่กระผมนําข้อมูลนี้มาอภิปรายก็เพื่อชื่นชมอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ท่านมีวิสัยทัศน์ กว้างไกลต้องการเห็นประชาชนในชาติเกิดความสมัครสมานสามัคคี ต้องการก้าวข้าม ความขัดแย้ง ต้องการหาทางออกให้กับประเทศในขณะนั้น ท่านควง อภัยวงศ์ เป็นอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ถือท่านควง อภัยวงศ์ เป็นปูชนียบุคคลที่ท่านเคารพ ผมก็เคารพท่านด้วยความจริงใจเช่นกัน เมื่อทราบ ประวัติศาสตร์ว่าท่านออกกฎหมายนิรโทษกรรมถึง ๒ ครั้ง เป็นพระราชบัญญัติ ๑ ฉบับ เป็นพระราชกําหนด ๑ ฉบับ เพื่อให้ประเทศชาติเกิดความสมัครสมานสามัคคี นับเป็น ตัวอย่างอันดีที่อนุชนรุ่นหลังอย่างพวกเราควรระลึกถึงคุณงามความดีของท่านและปฏิบัติ ตามที่เห็นสมควร ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้ดูแถลงการณ์ของกรมโฆษณาการ เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๔๘๘ กรมโฆษณาการได้ออกแถลงการณ์ถึงเหตุผลในการออก พระราชกําหนดนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทําความผิดฐานกบฏและจลาจล พ.ศ. ๒๔๘๘ สรุปว่า เพื่อส่งเสริมการปกครองแผ่นดินตามระบอบประชาธิปไตยให้มั่นคง จําเริญวัฒนาถาวรยิ่งขึ้น และเพื่อให้ประชาชนชาวไทยทั้งชาติจะได้สมัครสมานสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นี่คือเหตุผลในการออกพระราชกําหนดของท่านควง อภัยวงศ์ สําหรับพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทําการรัฐประหาร พ.ศ. ๒๔๙๐ นั้น กลุ่มงานวิชาการของสภาผู้แทนราษฎร ได้รวบรวมข้อมูลเอาไว้ว่า ในปี ๒๔๙๐ ได้มีกลุ่มทหารนอกราชการ นําโดย พลโท ผิน ชุณหะวัณ ทําการรัฐประหารรัฐบาล พลเรือตรี ถวัลย์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น แล้วให้ท่านควง อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านขึ้นดํารง ตําแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยในคําปรารภของ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมดังกล่าวได้ระบุไว้ชัดเจน ดังนี้ครับท่านประธาน ในการทํารัฐประหารครั้งนี้คณะผู้ก่อการรัฐประหารมิได้มีความ ปรารถนาเป็นอย่างอื่น นอกจากที่จะแก้ไขขจัดความเสื่อมโทรมอันบังเกิดแก่ประเทศชาติ บําบัดความเดือดร้อนของประชาชน มิได้มุ่งที่จะทําเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อบําเหน็จ ตอบแทนแต่ประการใด จึงเห็นเป็นการสมควรให้มีการนิรโทษกรรมแก่ผู้ทําการรัฐประหาร ท่านประธานครับ เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมทั้ง ๒ ฉบับ ดังกล่าว สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของหัวหน้าพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ตัดสินใจ แก้ไขปัญหาบ้านเมือง เพื่อให้เกิดความสามัคคีของคนในชาติ ผมนํามาอภิปรายก็เพื่อ เป็นอนุสติแก่ทุกฝ่ายที่จะหยิบไปใช้ประโยชน์ตามสมควรแก่วุฒิภาวะของแต่ละท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ มีการนิรโทษกรรมครั้งสําคัญอีก ๒ ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการ มิได้รวบรวมข้อมูลให้กระผม คงเห็นว่ามิได้ออกเป็นพระราชบัญญัติหรือพระราชกําหนด แต่กระผมกลับเห็นว่านี่แหละคือการนิรโทษกรรมครั้งสําคัญของประเทศไทย นั่นก็คือคําสั่ง สํานักนายกรัฐมนตรี ที่ ๖๖/๒๓ เรื่อง นโยบายการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ ลงนามโดย ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นการยุติสงครามกลางเมือง ครั้งยิ่งใหญ่ที่ทําให้คนไทยเลิกฆ่าฟันกันเอง ออกจากป่ามาร่วมมือกันพัฒนาชาติไทย ท่านประธานครับ กระผมพอจะจําเหตุการณ์ในอดีตได้พอสมควร เพราะเริ่มเข้ารับราชการ ชั้นผู้น้อยในปลายปี ๒๕๑๕ ในกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ทุก ๆ ปีในหลวง และพระราชินีของเรา ทรงทุกข์โสมนัสที่ต้องพระราชทานเพลิงศพทหาร ตํารวจ ฝ่ายปกครอง อส. รวมแล้วตายเป็นพัน ๆ ครับท่านประธาน ไม่นับรวมพี่น้องประชาชนที่จับอาวุธเข้าต่อสู้กับทางราชการ ไม่นับรวมทรัพย์สิน ของทางราชการที่เสียหาย อันไม่อาจประเมินค่าได้ เพราะฆ่าฟันกันเองนับสิบปี มีข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่ตายในหน้าที่ ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าฯ ยังถูกฆ่านะครับ นายอําเภอ ทหาร ตํารวจ แต่มีนายอําเภอท่านหนึ่งรอดมาได้ ๑ คน คือนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตนายอําเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา มีคุณงามความดีสะสมจึงได้มาเป็น มท. ๑ ในปัจจุบัน มีการฆ่ากันตายมากมายดังกล่าว แล้วทําไมเลิกแล้วต่อกันครับท่านประธาน เพราะมีการอภัยต่อกัน มาร่วมมือกันพัฒนาชาติไทย หลักคิดของคําสั่งที่ ๖๖/๒๓ ก็คือปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง คําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรีที่ ๖๖/๒๓ เป็นคําสั่ง ทางการเมือง มิใช่ออกเป็นพระราชบัญญัติหรือพระราชกําหนดอย่างไรเลย ซึ่งถ้าเป็นสมัยนี้ ก็คงมีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญกันวุ่นวายไปหมดแล้ว ทําไมเราไม่แก้ไขปัญหาการเมือง ด้วยการเมือง ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์อ้างไว้อย่างสวยหรูในรายงานของ คอป. ทําไม ไม่เอามาใช้แก้ปัญหาบ้านเมือง ผลพวงของคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรีที่ ๖๖/๒๓ ส่งผลให้มี คนดีมีคุณภาพที่ออกมาจากป่า มาประกอบสัมมาอาชีพอยู่กับครอบครัว เจริญมั่นคง ในหน้าที่การงาน หลายท่านมีโอกาสเป็น ส.ส. เป็น ส.ว. เป็นรัฐมนตรี เป็นรองนายกรัฐมนตรี เข้ามาช่วยชาติบ้านเมืองในสภา ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ในสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันนี้มีฝ่ายค้านหลายท่านได้ประโยชน์จากคําสั่ง ๖๖/๒๓ ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนาม เพราะเป็นมารยาท แต่ยืนยันได้ว่าเขาเป็นคนดีมีคุณภาพ ถึงได้รับเลือกจากพี่น้องประชาชนเข้ามา ในฝ่ายรัฐบาลก็มีหลายท่าน ผมคงจะเอ่ยชื่อได้บ้าง เพราะอยู่ฝ่ายรัฐบาลด้วยกัน กระผมเข้าใจว่าคุณหมอเหวง โตจิราการ คงไม่ได้ไปจับอาวุธปืน ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐในป่า คงจะสร้างบุญกุศลในการรักษาคนเจ็บคนป่วยในป่าเอาไว้มาก ผลบุญจึงทําให้ท่านได้รับเลือกมาเป็นผู้แทนในปัจจุบัน ส่วนอาจารย์ธิดาก็มาเป็นประธาน นปช. ทําไมคําสั่ง ๖๖/๒๓ สามารถยุติสงครามกลางเมืองลงได้ ทั้ง ๆ ที่มีคนตาย นับพัน ๆ คน ทรัพย์สินเสียหายมากมายมหาศาล เป็นคําถามที่พวกเราทุกคนควรฉุกคิด ณ ปัจจุบันอุทาหรณ์ในอดีตยังสอนเราไม่เพียงพออีกหรือ ที่เราจะเมตตาและปรารถนาดี ต่อกัน อภัยต่อกัน เพื่อความเจริญพัฒนาของประเทศชาติของเรา

อีกฉบับหนึ่งครับท่านประธาน ที่อยู่นอกระบบที่ฝ่ายวิชาการของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้รวบรวมให้กระผม เพราะมิใช่เป็นพระราชบัญญัติและมิได้เป็นพระราชกําหนด นิรโทษกรรม แต่กระผมกลับเห็นว่านี่ล่ะคือกฎหมายนิรโทษกรรมที่แปลกที่สุดในโลก นั่นก็คือบัญญัติเอาไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ คือกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ ในปัจจุบันนี้ล่ะ มาตรา ๓๐๙ ที่ประชาชนทั่วไปทราบดีว่านี่คือการนิรโทษกรรมให้กับตัวเอง และพวกพ้อง ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน ที่สําคัญครับยันอนาคต ถามว่าขัดกับหลักนิติรัฐ นิติธรรม ที่พวกท่านชอบอ้างกันไหม ขัดแน่นอน แต่ถามต่อไปว่า แล้วทําไมยังกอดกันไว้ เพราะ สมประโยชน์ใช่หรือไม่ เรามาหาทางออกให้กับบ้านเมืองได้แน่นอน ถ้ายอมรับความจริง ซึ่งกันและกัน ท่านประธานครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่กระผมจะอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ฉบับนี้ ก็คือการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในต่างประเทศจะสามารถประยุกต์ใช้กับการแก้ไข ปัญหาความขัดแย้งในประเทศไทยได้อย่างไร จากการที่ได้รับโอกาสไปเป็นกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองแห่งชาติ ได้มีโอกาสศึกษา ข้อมูลการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ซึ่งมีกรณีตัวอย่างที่เป็น ตัวแทนแต่ละทวีป เขาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ทําให้เกิดการฆ่าฟันกันบาดเจ็บล้มตาย มากมาย บางประเทศท่านประธานตายเป็นแสน ๆ เขาแก้ปัญหากันอย่างไรความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศที่กระผมจะกล่าวโดยสังเขปต่อไปนี้ แม้จะคนละสังคมคนละวัฒนธรรม แต่ผลสุดท้ายที่เหมือนกันก็คือถ้าหวังจะให้บ้านเมืองสงบจะต้องอภัยต่อกัน จะฆ่ากันต่อไป ก็เชิญ แต่ถ้าอยากสงบเขาบอกว่าจะต้องอภัยต่อกัน กระผมจะยกตัวอย่างการแก้ไขปัญหา แต่ละประเทศในทุกทวีปโดยสังเขปดังนี้ครับท่านประธาน แอฟริกาใต้มีการตั้งคณะกรรมการ นิรโทษกรรมคอมมิทที ออน แอมเนสตี้ (Committee on Amnesty) กระผมคิดว่าผู้คน ค่อนโลกรู้จัก เนลสัน มันเดลา (Nelson Mandela) รัฐบุรุษของโลก การให้อภัยของท่าน ทําให้แอฟริกาใต้สงบสุขมาจนทุกวันนี้ มีการตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูเยียวยา อินโดนีเซียกรณี อาเจะห์ปล่อยตัวนักโทษการเมืองและผู้ถูกคุมขังซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีที่เกี่ยวเนื่องกับคดี การเมืองมีการตั้งองค์กรฟื้นฟูเยียวยา สหราชอาณาจักรกรณีไอร์แลนด์เหนือมีการปล่อยตัว นักโทษการเมืองที่ถูกตัดสินจําคุกจากการกระทําที่เป็นการก่อการร้าย และมีการชดเชย เยียวยาทั้งในรูปของตัวเงินและโครงการพัฒนาอาชีพ ประการสําคัญครับท่านประธาน รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ออกมาขอโทษชาวไอริสคาทอลิกอย่างเป็นทางการต่อเหตุการณ์ อาทิตย์เลือด ซึ่งสังคมโดยรวมก็ให้อภัยและไม่มีการนําตัวผู้เกี่ยวข้องมาลงโทษบ้านเมืองเขา ถึงสงบ รวันดามีการสร้างกระบวนการทางวัฒนธรรมเพื่อเป็นการรําลึกถึงความสูญเสียจาก การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และป้องกันมิให้ความรุนแรงหวนคืนกลับมาอีก อาทิ สร้างพิพิธภัณฑ์ และอนุสรณ์สถาน การประกาศวันหยุดแห่งชาติและมีการเยียวยาผู้เสียหายตามที่ศาลกําหนด กล่าวโดยสรุปความขัดแย้งจนบาดเจ็บล้มตายจํานวนมากนั้นในต่างประเทศ บ้านเมืองสงบ ลงได้ด้วยการอภัยต่อกัน บางประเทศมีการเยียวยาทั้งทางจิตใจ อาชีพ การให้เกียรติด้วยการ ขอโทษ การทําบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดการกระทําซ้ํา ประเทศไทยของเราหาทางออก ได้บ้างไหมครับท่านประธาน หรือเราจะจมปลักอยู่กับความขัดแย้ง เราไม่ได้ทําร้ายประเทศไทย ของเราเกินไปหรือครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน การเสนอทางออกในการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งในปัจจุบันของประเทศไทย ในแต่ละองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกระผมขออนุญาต เริ่มโดยสังเขปตั้งแต่ท่านนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้ตั้ง คอป. ขึ้น และได้ออกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีที่ท่านนายกอภิสิทธิ์ลงนามดังกล่าว มีถ้อยคําและข้อความในระเบียบที่น่าสนใจอย่างยิ่งครับท่านประธาน น่าสนใจต่อการแก้ไข ปัญหาความขัดแย้ง เพียงแต่เรายังไม่ได้นํามาใช้นํามาปฏิบัติ ซึ่งถ้านํามาใช้นํามาปฏิบัติ กระผมมั่นใจว่าปัญหาจะคลี่คลายไปได้อย่างแน่นอน หัวใจสําคัญของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ลงนาม ท่านใช้คําดังนี้ครับ ต้องมุ่งเน้นการใช้มาตรการ เชิงสมานฉันท์ รวมทั้งความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์และความยุติธรรมทางสังคม การฟื้นฟู และเยียวยาเหยื่อและผู้เสียหายเพื่อสมานบาดแผลทางสังคมและสร้างวัฒนธรรม การอยู่ร่วมกันอย่างสันติถ้อยทีถ้อยอาศัย และยอมรับความแตกต่างทางความคิดเพื่อส่งเสริม ให้เกิดความปรองดองในประเทศไทย ท่านประธานครับ อ่านตามแล้วรู้สึกเคลิ้มเหมือนผม ไหมครับ ไม่เป็นไรครับ เราต้องทําตามแนวคิดของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ให้ได้ให้สําเร็จ ผมหวังว่าเวทีปฏิรูปประเทศไทยของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อาจจะนําแนวคิดนี้ ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไปดําเนินการเพื่อให้เกิดความปรองดองต่อไป ในระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีดังกล่าวมีคําอยู่ ๒ คํา ซึ่งเป็นศัพท์ทางเทคนิคกฎหมายที่จะต้องอธิบาย เพิ่มเติมและกระผมเห็นว่าอาจนํามาประยุกต์ใช้กับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบัน ถ้อยคํา ๒ ถ้อยคํานั้นคือความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ เรสโตเรทีฟ จัสติค (Restorative justice) กับหลักความยุติธรรมทางอาญา คริมินอล จัสติค (Criminal justice) มีมาตรการ ในการลงโทษต่างกันอย่างไร ท่านประธานครับ เรื่องนี้อธิบายได้ว่าผู้กระทําความผิดที่มี เหตุจูงใจทางการเมืองหากนําเอาหลักความยุติธรรมทางอาญาที่มีมาตรการในเชิงลงโทษ แต่เพียงอย่างเดียวมาใช้ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองคงจะไม่สอดคล้องต่อ ปรัชญาในการลงโทษไม่ก่อให้เกิดความยุติธรรมและไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ การให้ความยุติธรรมทางกฎหมายกับทุกฝ่ายอย่างเหมาะสมรวมถึงการนําเอาหลักวิชาการ เกี่ยวกับความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาศึกษาและปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของ ประเทศไทย โดยใช้หลักเมตตาธรรมด้วยการให้โอกาสแก่ทุกฝ่ายตามวิถีทางการเมืองระบอบ ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุขก็จะนําพาประเทศชาติไปสู่ ความปรองดองได้ ท่านประธานครับ ในอดีตมีการใช้หลักความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ในประเทศไทยหรือไม่ ผมว่ามี มีมากด้วยแต่จะขอยกตัวอย่างที่เห็นชัดเจน ๒ ครั้ง ครั้งแรก คําสั่ง ๖๖/๒๓ ท่านประธานครับ คนตายเท่าไร บาดเจ็บนับพัน ๆ ในหลวง พระราชินี ของเราจะต้องมาพระราชทานเพลิงศพทุกปี ๆ ทรัพย์สินเสียหายนับไม่ถ้วน อย่างนี้ถ้าไม่ได้ ใช้ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ไม่อาจเกิดความสงบขึ้นได้อย่างแน่นอน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ คนตายมากมาย สูญหายก็เยอะ ทรัพย์สินเสียหายมากมาย ทั้งกองสลาก กรมประชาสัมพันธ์ มีการเผาสถานที่ราชการ ถ้าไม่ได้ใช้ความยุติธรรม เชิงสมานฉันท์ปัญหาจะสงบลงไหม ท่านประธาน มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า แล้วผู้กระทําความผิดอาญา มาตรา ๑๑๒ จะหลุดด้วยหรือไม่ เมื่อสักครู่ผู้อาวุโสท่านหนึ่ง ได้อภิปรายผ่านไป พูดถึงมาตรา ๑๑๒ กระผมอยากจะทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกว่า กระผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ว่า มาตรา ๑๑๒ เป็นกฎหมายพิเศษที่บัญญัติขึ้นเพื่อปกป้องสถาบันหลักของเรา กฎหมาย นิรโทษกรรมไม่อาจครอบคลุมถึงความผิดมาตรา ๑๑๒ ส่วนการจะขอพระราชทานอภัยโทษ ในกรณีนี้เป็นอีกกรณีหนึ่ง ประการสําคัญถ้ายังจํากันได้ ในการพิจารณาญัตติการเสนอให้มี การจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ถ้าจํากันได้ แต่ละพรรคการเมืองในขณะนั้น หัวหน้าพรรคของผมในขณะนั้นท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ มาประกาศชัดเจนครับ พรรคเพื่อไทยจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การที่จะออกกฎหมายที่จะไปยกเว้นโทษในมาตรา ๑๑๒ โดยที่พรรคจะพิจารณาเรื่องนี้ อย่างถ่องแท้ไม่ได้ พรรคยืนยันชัดเจนครับ ว่าไม่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๑๒ ผมยังจําในสิ่งที่ ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ให้สัมภาษณ์ในขณะนั้นได้ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้ตั้ง คอป. โดยมีท่านคณิต ณ นคร เป็นประธาน คอป. มาถึงสมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านก็ยอมรับการดําเนินการของ คอป. มาอย่างต่อเนื่อง คอป. ได้จัดทํารายงานผลการศึกษา ซึ่งแยกออกได้ ๒ ส่วนท่านประธาน ส่วนแรกเป็นการค้นหาความจริงของเหตุการณ์ เดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ส่วนที่ ๒ เป็นรายงานสาเหตุแห่งความขัดแย้งและ ข้อเสนอแนะเพื่อยุติความขัดแย้ง เพื่อสร้างความปรองดอง มีข้อสังเกตในรายงานของ คอป. ที่คนทั่วไปมิได้กล่าวถึงมากนักในขณะนี้ ก็คือ คอป. ได้วิเคราะห์สาเหตุแห่งความขัดแย้ง ทางการเมือง เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง มิได้เกิดจากใครคนใดคนหนึ่ง นอกจากนี้ยังระบุ สาเหตุของความขัดแย้งประการหนึ่ง เกิดจากการละเมิดหลักนิติธรรม ทั้งก่อนและหลัง รัฐประหาร รายงานระบุไว้ชัดเจนในบทสรุปผู้บริหาร หน้าที่ ๒๙ ผมบันทึกไว้ คอป. เสนอ ให้มีการเยียวยาอย่างทั่วถึง รวมทั้งคืนความชอบธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก การกระทําที่ขัดกับหลักนิติธรรม ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสําคัญต่อการลดความขัดแย้ง ปรากฏ ในรายงานข้อ ๕.๒.๔ ในบทสรุปผู้บริหาร แฟ้มที่ ๒ หน้าที่ ๒๗ ประการสําคัญครับ ท่านประธาน คอป. ได้เสนอแนะให้หัวหน้ารัฐบาลขณะเกิดเหตุ ก็คือรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ และรัฐบาลปัจจุบันคือรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ออกมา ขอโทษประชาชนที่เกิดเหตุการณ์บาดเจ็บล้มตายในการชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากรัฐบาล ขาดกลไกที่มีประสิทธิภาพในการจัดความขัดแย้งโดยสันติวิธี รายงานบทสรุปผู้บริหาร หน้าที่ ๒๘ ครับท่านประธานครับ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ สาธารณชนมิได้นํามาเป็นประเด็น วิพากษ์วิจารณ์ต่อ มีแต่ข่าวของศาลของท่านประธานหรือหนังสือของท่านประธาน คอป. ที่ได้แนะนําเป็นความเห็นส่วนตัว มิได้เป็นส่วนหนึ่งของรายงาน คอป. กระผมจึงมิได้ นําความเห็นส่วนตัวของประธาน คอป. มากล่าวถึง ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ทําอย่างไรต่อกับรายงานของ คอป. รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ได้ตั้ง ปคอป. ขึ้น เพื่อพิจารณาดําเนินการตามข้อเสนอแนะของ คอป. ซึ่ง ปคอป. มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานมาตั้งแต่สมัยท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และปัจจุบันท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับช่วงต่อ ปคอป. ได้ดําเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งมาเป็นลําดับ และปัจจุบัน ปคอป. ได้ดําเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีจัดให้มีการสานเสวนาหาทางออกประเทศไทย ๑๐๘ เวทีทั่วประเทศตามข้อเสนอของ คอป. สถาบันพระปกเกล้า และคณะกรรมาธิการ พิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งกระผมจะได้กล่าวในโอกาสต่อไป ในประเด็นที่ ๓ นี้ มีองค์กรอะไรอีกที่เข้ามามีส่วนเสนอแนะต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งมีอีกหลายองค์กร แต่ผมคงจะยกองค์กรของสภาผู้แทนราษฎรเรา สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบ ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยมี พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธาน กระผมเป็นเลขานุการ ผลการศึกษาของ คณะกรรมาธิการได้รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร และรายงานไปยังคณะรัฐมนตรีสรุปได้ดังนี้ กรรมาธิการได้รับความร่วมมือจากสถาบันพระปกเกล้ารับไปศึกษาวิจัยในหัวข้อ อะไรคือ รากเหง้าของความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และมีปัจจัยหรือกระบวนการใด ที่จะทําให้คนในสังคมกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ ซึ่งสถาบันพระปกเกล้าก็ได้มี ข้อเสนอแนะทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สรุปได้ดังนี้

ในระยะสั้น ให้มีการจัดการกับความจริงของเหตุการณ์รุนแรงที่นํามาซึ่ง ความสูญเสีย การให้อภัยแก่การกระทําที่เกี่ยวข้อง ผ่านกระบวนการนิรโทษกรรม คดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง การเสริมสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการ ยุติธรรม ประการสําคัญครับท่านประธาน สถาบันพระปกเกล้าได้ขอให้นํารายงาน ของสถาบันไปจัดพูดคุยหาทางออกให้กับประเทศทั่วประเทศอย่างกว้างขวาง ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรรับทราบ และรายงานไปยังคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ คณะรัฐมนตรีทําอย่างไรครับท่านประธาน คณะรัฐมนตรีรับไปดําเนินการต่อ โดยมีมติ คณะรัฐมนตรีมอบให้ ปคอป. ไปดําเนินการสานเสวนาหาทางออกประเทศไทย ซึ่ง ปคอป. โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน รับมาเป็นหลัก แต่ไม่อยากให้เกิด ข้อโต้แย้งในสังคมว่า กินเองชงเองไม่เป็นกลาง จึงได้ขอให้สถาบันการศึกษา ระดับอุดมศึกษา หลายสถาบันรับไปดําเนินการสานเสวนา ๑๐๘ เวทีทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ ๑๐ มิถุนายน ถึงวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมาหยก ๆ ครับท่านประธาน มีผู้เข้าร่วมเวที ทั่วประเทศ ๑๐๑,๖๘๓ คน ที่จังหวัดนครพนมของผม กระผมก็ไปสังเกตการณ์ การสานเสวนา ซึ่งทําตามหลักวิชาการ ตามระเบียบวิธีวิจัย มิได้มีการแทรกแซงใด ๆ จากฝ่ายอื่น นอกจากฝ่ายวิชาการ ดําเนินการ ตามหลักระเบียบวิธีวิจัยโดยถูกต้อง ผลการ สานเสวนามีเรื่องที่น่าอัศจรรย์ครับท่านประธาน ผมฟังแล้วยังอดตื่นเต้นไม่ได้ ผลการ สานเสวนาข้อหนึ่งในหลายข้อมีความเห็นของประชาชนทั่วประเทศที่เสนอแนวทางแก้ไข ปัญหาความขัดแย้งเฉพาะหน้า ท่านประธานทราบไหมครับ ประชาชนเขาเสนออะไร ๙๓.๓๙ เปอร์เซ็นต์ คนไทยทั้งประเทศขอให้คนไทยมีเมตตา อภัย และปรารถนาดีต่อกัน ตามพระราชดํารัส ของในหลวงของเรา ท่านประธานครับ กระผมเคยอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เมื่อไม่นานมานี้ว่า ในหลวงของเราทรงอัจฉริยะ ทรงค้นพบหัวใจของปัญหาของบ้านเมือง ขณะนี้ นั่นคือปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง ทรงสะท้อนความคิดของพระองค์ท่านออกมา ให้คนไทยได้รับรู้ในเวลาสําคัญไล่เลี่ยกัน ข้อความทํานองเดียวกัน ท่านต้องกลั่นออกมาจาก พระทัยของท่านแน่นอน เพราะออกมาใน ๒ วันสําคัญ ครั้งแรกพระบรมราโชวาทในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ วันเฉลิมพระชนมพรรษา ท่านว่าสําคัญไหมวันเฉลิมพระชนมพรรษา สําคัญอย่างยิ่งสําหรับคนไทยทั้งชาติ ครั้งที่ ๒ ห่างกันไม่ถึงเดือน ไม่ถึงเดือนนะครับ ท่านประธาน วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ ในหลวงทรงพระราชทานพรปีใหม่แก่คนไทย ทั้งประเทศ สาระโดยสรุปของพระราชดํารัสของในหลวงของเราก็คือ ทรงอยากเห็นคนไทย มีเมตตาและปรารถนาดีต่อกัน เราคนไทยซึ่งเป็นลูกของพ่อหลวงนี้ อ้างว่าจงรักภักดี กันทั้งนั้น ทําถวายพระองค์ท่านได้บ้างไหม น่าเป็นเรื่องอัศจรรย์จริง ๆ ที่คนไทยที่เข้าร่วม เสวนา ๑๐๘ เวทีทั่วประเทศ มีความเห็นออกมาข้อหนึ่ง อยากเห็นคนไทยมีเมตตา และปรารถนาดีต่อกัน ท่านประธานครับ ต่อมาวันที่ ๒๕ กรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่นานนี้ครับ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ให้สัมภาษณ์ ถึงเรื่องการสร้างความปรองดอง สรุปว่า วัฒนธรรมประเพณีของเราเป็นเรื่องหนึ่งที่คิดว่า การปรองดองเป็นสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ สิ่งใดที่สามารถอภัยให้กันและกันได้เป็นสิ่งที่ดี ท่านให้ความเห็นไว้ สมกับเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง อะไรที่สะท้อนออกมาอีกที่อยากจะเห็น บ้านเมืองปรองดอง วันที่ ๔ สิงหาคมที่ผ่านมา นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อํานวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่ามีการประเมินว่า การชุมนุมระยะสั้น ๆ จะกระทบต่อตัวเลขเศรษฐกิจระดับ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ แต่หากมี การปะทะกันแต่ไม่ถึงขั้นรุนแรง จะกระทบเศรษฐกิจระดับ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะประชาชน ไม่มีอารมณ์ไปท่องเที่ยวและช้อปปิ้ง (Shopping) ซื้อของ แต่หากการชุมนุมยืดเยื้อเป็นเดือน และสถานการณ์รุนแรงขึ้นจะกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ลดลงไม่ต่ํากว่า ๐.๕ เปอร์เซ็นต์จากเดิมที่มีการประเมินไว้ ๔.๓ เปอร์เซ็นต์ ประการสําคัญครับท่านประธาน นักท่องเที่ยวจะลดลงโดยการยกเลิกแผนการเที่ยวประเทศไทย ขณะที่ภาคส่งออก ลูกค้า ก็ไม่กล้ามีคําสั่งซื้อ เพราะกังวลว่าผู้ประกอบการไม่สามารถส่งสินค้าได้ตามกําหนด ท่านประธานคงทราบดีครับว่า รายได้จากสาขาการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักที่สําคัญ ของประเทศ ปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมาทั้งปี เรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาบ้านเราถึง ๒๒.๓ ล้านคน ปี ๒๕๕๖ แต่ละเดือนนักท่องเที่ยวเข้ามาบ้านเราเดือนละไม่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน รายได้ปีละ ๒ ล้านล้านบาท ครึ่งหนึ่งของงบประมาณของแผ่นดินอยู่ใกล้แค่เอื้อม อยู่ที่ว่าเราจะทําลายอนาคตของประเทศด้วยการขัดแย้งไม่รู้จบ หรือว่าเราจะปรองดองกัน เพื่อหาทางออกให้กับประเทศไทย ให้กับลูกหลาน ท่านประธานครับ ขณะนี้มีการพยายาม ปลุกม็อบ (Mob) อภิปรายในม็อบ ยั่วยุ ใช้ถ้อยคํารุนแรง หยาบคายอย่างไม่เคยปรากฏ มาก่อน มีการยุยงให้มีการปฏิวัติรัฐประหาร โชคดีที่ท่าน ผบ.ทบ. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมาปฏิเสธถึงสองครั้งสองครา ท่านประธานที่เคารพครับ ณ สถานการณ์ วันนี้ฝ่ายประชาธิปไตยเอง ซึ่งประกาศจุดยืนมาตลอดว่ายึดมั่นในระบบรัฐสภา กลับทํา ทุกวิถีทางทั้งในและนอกสภา เพื่อไม่ให้กระบวนการทางกฎหมายเดินไปได้ตามระบบ แม้จะเกิดความรุนแรงขึ้นในบ้านเมืองก็ยังกล้ากระทํา ท่านประธานครับ ปีนี้ผมอายุ ๖๑ แล้ว เห็นความบอบช้ําของบ้านเมืองมามาก รู้สึกหดหู่ใจ บ้านเราตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ดีที่เรียกว่า สุวรรณภูมิ ในน้ํามีปลาในนามีข้าว มีความอุดมสมบูรณ์ ทุกอย่างดีหมด เสียอย่างเดียว คนไทยเราไม่สามัคคีกัน เราเสียกรุง ๒ ครั้ง ในอดีต แต่ขณะนี้ความบอบช้ําจากความขัดแย้ง ในบ้านเมืองเวียนมาซ้ําแล้วซ้ําเล่า กระผมได้มีโอกาสดูลูกหลานเยาวชนของชาติ ร้องเพลง เพลงหนึ่งครับท่านประธาน ซึ่งเข้ากับบรรยากาศ ณ ขณะนี้ ดูแล้วฟังแล้วน้ําตาไหลไม่รู้ตัว ดูแล้วฟังแล้วเป็นสิบครั้ง เราซึ่งเป็นตัวแทนประชาชน จะร่วมกันแก้ไขปัญหาของ ประเทศชาติอย่างไร เราจะผลักภาระให้กับลูกหลานตาดํา ๆ ตัวน้อย ๆ ได้รับความทุกข์ยาก จากการกระทําของพวกเราหรือ กระผมอยากให้ท่านทั้งหลายฟังความในใจของลูกหลาน เยาวชน โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ชั้น ป.๑ ถึง ป.๓ ร้องเพลงธงชาติ ซึ่งเข้ากับบรรยากาศ บ้านเมืองในปัจจุบัน ขออนุญาตท่านประธานเปิดคลิป เพราะผมขออนุญาตไว้แล้ว

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปวิดีโอ)

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้เวลา อีกเล็กน้อยครับ ประเด็นสําคัญก็คือเราจะส่งมอบประเทศให้กับลูกหลานของเราอย่างไร ผมคิดว่ามีวิธีเดียวคือยึดมั่นพระบรมราโชวาทของในหลวงที่ทรงอยากเห็นคนไทยมีเมตตา และปรารถนาดีต่อกัน

กล่าวโดยสรุปจากเหตุผล ๓ ประเด็นที่กระผมนําเสนอที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการนิรโทษกรรมในอดีต ซึ่งแม้กระทั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในอดีตก็เคยออก ทั้งพระราชกําหนดและพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเพื่อสร้างความสามัคคีในบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างกรณีศึกษาการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทั่วโลกยุติลงได้ก็ด้วยการให้อภัย ต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นการเสนอทางออกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของแต่ละองค์กร ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ประการสําคัญที่สุดเราควรน้อมนําพระบรมราโชวาทของในหลวง ที่ทรงอยากเห็นคนไทยมีเมตตาและปรารถนาดีต่อกัน ทั้งหมดทั้งปวงสอดคล้องเป็นเหตุเป็นผล ที่กระผมจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับของนายวรชัย เหมะ และคณะ ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่การปรองดอง ก้าวต่อไปคือการให้ความร่วมมือกับการปฏิรูปการเมือง ตามข้อเสนอของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อส่งมอบประเทศไทยให้กับ ลูกหลานของเรา รองรับการเป็นเออีซี รองรับการเป็นศูนย์กลางอาเซียน รองรับการเป็น ศูนย์กลางภูมิภาค กระผมขอรับหลักการร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้ครับ ขอขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ ท่านอภิชาตจะประท้วงหรือครับ ท่านสุรเชษฐ์เชิญครับ

เอาอย่างนี้ให้วิปไปคุยกันทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วก็มาแจ้งผม แต่ตอนนี้ขอท่านนิพิฏฐ์อีกท่านหนึ่งก่อน ให้วิปไปคุยกันก่อน บรรยากาศดีแล้วท่านพิเชษฐ์ให้วิปไปคุยกัน ปรึกษาหารือแล้วมาบอกผม ก็แล้วกัน ตอนนี้ขอท่านนิพิฏฐ์อีกคนเดียวครับ ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ด้วยความเคารพครับ เดี๋ยวให้วิปไปหาท่าน แล้วก็ให้ปรึกษากันแล้วมาบอกผม เชิญท่านนิพิฏฐ์ต่อนะครับคนเดียว เชิญครับท่านนิพิฏฐ์ก่อนครับ เชิญครับ ท่านสุรเชษฐ์

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ผมอยากจะให้เป็นประเพณีที่เรา ปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่อง เพราะวันนี้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้กล่าวว่าวันนี้ก็เป็น ปกติไม่ได้มีเป็นนัดพิเศษอะไรทั้งสิ้น แล้วทําไมวันนี้เราถึงจะต้องลากกันไปจนเกินกว่าเวลา ที่หนังสือนัดหมายของที่ท่านประธานออกไปก็แค่เวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา ครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าไม่ควรจะเป็นวันพิเศษอะไรหรอก เพราะเราก็ยังมีผู้ที่จะอภิปรายอีกจํานวนมาก ก็เลื่อนไปอาทิตย์หน้านะครับ ผมก็พร้อมที่จะอภิปรายอยู่ด้วย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้เดี๋ยวผมให้วิปไปคุยกัน คือว่าประธานก็ต้องฟังวิปเพราะท่านอยู่สภามาก่อนผมอีก ท่านสุรเชษฐ์รู้ดี เดี๋ยวให้ปรึกษากันแล้วก็มาบอกผมเอาอย่างไรก็ได้ ตอนนี้ก็ขอเชิญ ท่านนิพิฏฐ์ก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวให้วิปไปคุยกันครับ ๒ ฝ่าย ผมว่ามีการเจรจากันจะเอากี่นาที อะไรอย่างนี้ เชิญท่านนิพิฏฐ์ก่อนเลยครับ บรรยากาศก็ดีอยู่แล้วครับ เชิญท่านนิพิฏฐ์ ต่อเลยครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ก่อนที่กระผมจะได้อภิปรายถึงเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอต่อสภาในวันนี้ กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในเบื้องแรกว่า ตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมานี้มีการชุมนุมของพี่น้องประชาชนนอกสภาผู้แทนราษฎร หลายกลุ่มด้วยกัน ก็ต้องยอมรับกับท่านประธานว่าผมเองก็เป็นคนหนึ่งครับที่ได้ร่วมชุมนุม กับพี่น้องประชาชนในระยะหลายวันที่ผ่านมา แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ในเบื้องแรกว่าสิ่งที่พวกเราได้ร่วมชุมนุม เราต้องการแสดงให้ประเทศนี้ ให้คนในประเทศนี้ ให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้รับทราบว่า รัฐธรรมนูญนี้ยังมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ ผมต้องการบอก กับพี่น้องประชาชนว่า พี่น้องประชาชนมีสิทธิมีเสรีภาพอย่างสมบูรณ์ในการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ และการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธนั้นสามารถที่จะกระทําได้ ไม่ว่าจะมีผู้ชุมนุมจํานวนมากเท่าไรก็ตามเราสามารถที่จะกําหนดให้ผู้ชุมนุมทําการชุมนุม โดยสงบและปราศจากอาวุธได้ ถึงแม้ว่าการชุมนุมที่ผ่านมานั้นหลายท่านบอกว่าล้มเหลว หรือไม่ประสบความสําเร็จหรือจะประสบความสําเร็จอย่างไรก็ตาม แต่มันเป็นการพิสูจน์ บทบาทของพี่น้องประชาชน เป็นการพิสูจน์ว่ารัฐธรรมนูญนี้ยังมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ เพราะว่า เราชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธและบ้านเมืองไม่มีความเสียหาย ซึ่งแตกต่างจาก การชุมนุมในอดีตที่ผ่านมาทําให้บ้านเมืองได้รับความเสียหายได้รับความบอบซ้ําและเป็นที่มา ของการล้มเจ็บ เสียชีวิตมากมาย จนเป็นที่มาของการยื่นร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่าเพื่อนสมาชิกได้ยืนขึ้น แล้วกล่าวซ้ําแล้วซ้ําเล่า ว่าขอให้สมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ได้โปรดมีเมตตาธรรมที่จะร่วมกัน นิรโทษกรรมให้กับผู้กระทําความผิด แต่ว่าผมเสียดายครับว่า ผู้ที่ยืนขึ้นหลายคนและบอกว่า ให้พวกเราในสภาแห่งนี้มีเมตตาธรรมนั้นต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ามันเป็นคํากล่าว ของผู้ที่กระทําความผิดครับ และผู้กระทําความผิดนั้นวันนี้ยังไม่ได้สํานึกในการกระทํา ความผิดนั้นเลย แล้วกลับมายืนขึ้นในสภาแห่งนี้บอกว่าขอให้พวกเราได้โปรดมีเมตตาธรรม ที่ผมเศร้าใจไปมากกว่านั้นก็คือเพื่อนสมาชิกได้นําวีซีดี (VCD) เพลงของนักเรียนที่เด็กเล็ก ๆ ที่ร้องเพลงผ่านไปเมื่อสักครู่โดยบอกว่าเด็กเล็ก ๆ เหล่านั้นต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ และท่านบอกว่าท่านฟังเด็กร้องเพลงแล้วท่านถึงกับน้ําตาไหล สงสารเด็ก ผมก็เรียนว่า พวกเราไม่ได้มีส่วนทําให้เด็กมีความรู้สึกเจ็บปวดเหล่านั้นเลยนะครับ ผมต้องเรียน ท่านประธานต่อไปว่าคนที่น้ําตาไหลนั่นละครับเป็นผู้สร้างความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นให้กับเด็ก และคนที่น้ําตาไหลนั่นละครับวันนี้มายืนบอกว่าขอให้พวกเรามีเมตตาธรรมให้กับท่านทั้งหลาย ผมเสียดายเหลือเกินครับ ท่านได้กล่าวถึงพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หลายครั้งในเรื่องของความรัก ในเรื่องของความสามัคคี ผมเสียดายครับ บุคคลที่กล่าวถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นข้างกายของท่านซ้าย ขวา หน้า หลัง ของท่านคือแวดล้อมไปด้วย ผู้ที่กระทําความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก่อนที่ท่านจะบอกเพื่อนสมาชิก ก่อนที่ท่านจะ บอกพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าให้ยึดพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมอยากให้ท่านได้ตักเตือนพวกพ้องของท่านซ้าย ขวา หน้า หลังของท่านว่าอย่าละเมิด องค์พระประมุขเท่านั้นครับ แต่ว่าวันนี้ท่านพยายามอ้างพระบรมราโชวาทเพื่อให้พวกเราเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ให้คนในประเทศนี้มีความรักสามัคคีกัน ท่านประธานครับ ก็เลยมีคํากล่าวครับว่าเวลามีการกล่าวธรรมนั้นมันต้องดูว่าธรรมะนั้น กล่าวมาจากปากของใคร และบางครั้งเราต้องยอมรับความจริงว่าธรรมะนั้นกล่าวมาจากปาก ของโจรก็เยอะแยะครับ โจรก็สามารถกล่าวธรรมะได้ครับ เพราะฉะนั้นต้องระวังให้ดีนะครับ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้เรากําลังออกกฎหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง เป็นกฎมายนิรโทษกรรม ปกติแล้วกฎหมายที่เราออกมานั้นมันเป็นหลักกฎหมายทั่วไปว่า กฎหมายต้องออกมารับใช้ความยุติธรรมครับ แต่ว่าวันนี้สภาแห่งนี้กําลังจะใช้เสียงข้างมาก ผมต้องพูดตรงไปตรงมานะครับว่า สภากําลังจะออกกฎหมายมารับใช้โจรครับ ไม่ได้รับใช้ ความยุติธรรม สิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ ผมจะต้องกล่าวอย่างตรงไปตรงมาท่านอาจจะ เจ็บปวดบ้าง แต่ว่านี่คือความจริงของประเทศนี้ที่เราต้องยอมรับกัน ท่านประธานครับ ผมยอมรับความจริงว่าเมื่อมีการชุมนุมนั้นมีการชุมนุมทางการเมืองนั้นมีประชาชนส่วนหนึ่ง ต้องกระทําความผิดครับ การชุมนุมทางการเมืองเป็นไปไม่ได้ครับที่จะบรรลุผล ถ้าประชาชน ไม่กระทําความผิดเลย แต่ท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านนิพิฏฐ์

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ประท้วงอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมไม่อยากประท้วงท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านเสียดสีใส่ร้ายนะครับ ท่านบอกว่าสภาแห่งนี้กําลังจะออกกฎหมายรับใช้โจร ท่านครับเบา ๆ หน่อยก็ได้ครับ ไม่ต้องไปพาดพิงมากนะครับ เอาเนื้อหาครับ ท่านครับ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิพิฎฐ์อย่าไปถึงว่ารับใช้โจรเลยนะครับ ท่านเป็นนักกฎหมายท่านทราบดีนะครับ ผมไม่วินิจฉัยมาก เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

ท่านประธานครับ ท่านประธานก็เป็น นักกฎหมาย เราเรียนกฎหมายตั้งแต่ปี ๑ มีหลักกฎหมายว่ากฎหมายต้องออกมารับใช้ ความยุติธรรม นักกฎหมายต้องรู้หลักนี้ทุกคนนะครับ กฎหมายต้องออกมารับใช้ ความยุติธรรมครับ แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ที่เรากําลังจะลงมตินี้ครับ ผมเรียนท่านประธานว่า กฎหมายที่เรากําลังจะลงมตินี้ไม่ได้ออกมารับใช้ความยุติธรรม และผมพูดต่อไปว่า กฎหมายที่เรากําลังลงมตินี้กําลังออกมารับใช้โจรครับ แต่ผมไม่ได้กล่าวหาว่าใครเป็นโจร เลยครับ ท่านกําลังบอกว่าออกมาเพื่อนิรโทษกรรมให้กับประชาชนซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นอย่ากินปูนร้อนท้องไปเลยครับ ผมขออนุญาตท่านประธานต่อไปเลยนะครับ ท่านได้กล่าวพาดพิงถึงอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านควง อภัยวงศ์ บอกว่าท่านควง ก็ได้เคยลงนามสนองพระบรมราชโองการในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมมาแล้วอย่างน้อย ๒-๓ ฉบับ ผมเรียนท่านประธานว่าเราต้องพูดความจริงให้จบนะครับว่าการนิรโทษกรรมในอดีต อย่านํามาเปรียบเทียบกับการนิรโทษกรรมในครั้งนี้ครับ หลายคนพยายามบอกว่าในอดีตนั้น เรามีกฎหมายนิรโทษกรรมในประเทศนี้มาแล้วถึง ๒๔ ฉบับ แล้วทําไมเราจะออกฉบับที่ ๒๕ ไม่ได้ ครั้งนี้มันต่างกับทุกครั้งอย่างไร มันตรงกันครับว่าทุกคนคิดตรงกันแล้วแต่ไม่พูด ความจริงเท่านั้นเองว่าความขัดแย้งของประเทศในอดีตนั้นเวลาเราออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น ความขัดแย้งมันเกิดขึ้นระหว่างประชาชนกับรัฐ หรือระหว่างประชาชนกับทหารเท่านั้น นั่นคือ ๒๔ ครั้งของกฎหมายที่ออกมาซึ่งมันต่างจากครั้งนี้ครับ ครั้งนี้ไม่เหมือน ๒๔ ครั้ง ที่ผ่านมา เพราะว่าครั้งนี้เป็นการออกกฎหมายมาเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างคนในประเทศ ด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นครั้งนี้เลยต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา มันเลยยากครับ เวลาท่านบอกว่าขอให้พวกเราได้อโหสิต่อกัน แล้วก็อภัยให้แก่กันนั้น ท่านยกรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ บังเอิญผมติดมาด้วยครับ แต่ว่าท่านพูดไม่หมดครับ และโชคดีครับผมก็เป็นกรรมาธิการชุดนี้ ด้วยครับ ท่านพูดไม่จบจริง ๆ นะครับ และท่านได้พูดถึงรายงานของสถาบันพระปกเกล้า ท่านประธานครับ สถาบันพระปกเกล้าเขายื่นหนังสือวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๕ นะครับ ทําไมท่านไม่อ่านล่ะครับ สถาบันพระปกเกล้ายื่นหนังสือเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๕ ว่า ถ้ามีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเหมือนที่เรากําลังทําอยู่ในขณะนี้เขาจะขอถอนรายงาน การวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า เพราะเราไม่ดําเนินการตามรายงานของสถาบันพระปกเกล้า นี่อย่างไรครับ เขาขอถอนนะครับ ท่านหยิบมาไม่หมดครับ รายงานของสถาบันพระปกเกล้า และของกรรมาธิการขอบอกว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งของในประเทศมันมีอยู่ ๔ ขั้นตอน ด้วยกัน และเราต้องเดินตามลําดับ ๑ ถึง ๔ นั้นเราจะเว้นวรรคหรือข้ามขั้นที่ ๑ ไปขั้นที่ ๓ ไม่ได้ ขั้นแรกเขาบอกว่าต้องค้นหาความจริงเสียก่อน ยอมรับกันไหมล่ะครับ รายงานอยู่นี่ครับ ขั้นที่ ๒ เขาบอกว่าเมื่อเราค้นหาความจริงแล้วเราต้องเปิดเผยความจริง ขั้นที่ ๓ ก็บอกว่า เมื่อเราเปิดเผยความจริงแล้วเราต้องจัดการกับความจริงที่เกิดขึ้น แล้วขั้นที่ ๔ เป็นขั้นสุดท้าย เราต้องมีการนิรโทษกรรม หรือการบังคับให้ลืมโดยการออกกฎหมาย ผมพูดง่าย ๆ ก็คือ การออกกฎหมายนิรโทษกรรมก็คือเป็นการบังคับให้ลืมโดยกฎหมายว่าต่อไปนี้กฎหมายจะ บังคับว่าเหตุการณ์ที่เกิดมาในประเทศนั้น ในอดีตนั้นต้องลืมเสีย กฎหมายนิรโทษกรรมก็คือ กฎหมายที่บังคับให้คนลืม แต่ว่าในใจจะลืมหรือเปล่าไม่รู้ แต่กฎหมายบอกว่าเรื่องนี้เราลืมกัน ท่านประธานครับ ที่ท่านสมาชิกได้กรุณาเสนอกฎหมายขึ้นมานี้ ท่านข้ามขั้นตอนครับ ในขณะนี้มันอยู่ในขั้นตอนที่ ๒ ของ ๔ ขั้นตอนครับ การค้นหาความจริงกําลังดําเนินการอยู่ และในขณะนี้ความจริงมันเริ่มเปิดเผยขึ้นมา ความจริงมันเปิดเผยขึ้นมาว่าอย่างไรครับ ว่าใครคือผู้กระทําความผิด เมื่อเปิดเผยความจริงว่าใครกระทําความผิดบ้าง หลังจากนั้น มันต้องมีกระบวนการจัดการกับความจริง ท่านกลัวครับ ท่านกลัวจะถูกจัดการกับความจริง เพราะถ้ามีการจัดการกับความจริงที่เกิดขึ้น สมาชิกในสภาแห่งนี้หายไปไม่ต่ํากว่าสิบคน ติดคุกครับ ติดคุกไม่ต่ํากว่าสิบคนครับ แล้วลูกเมียที่บ้านของท่านบางคนก็ติดคุกไปด้วย ท่านประธานครับ เรากลัวความจริงกัน เรากลัวการเปิดเผยความจริงแล้วเรากลัวการจัดการ กับความจริงก็คือเราฆ่าตัดตอนกระบวนการยุติธรรม ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้ ผมเรียกมาหลายครั้งแล้วว่าเป็นร่างกฎหมายที่ฆ่าตัดตอนกระบวนการยุติธรรม เรากลัว ความจริงกันครับ ถ้าเราคิดว่าเราต้องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนี้ให้กับประชาชน ที่เขามาชุมนุม ทําไมท่านไม่ออกตั้งแต่วันแรกที่ท่านเป็นรัฐบาลล่ะครับ ท่านปล่อยมาถึงวันนี้ ทําไมล่ะครับ ท่านปล่อยเวลาล่วงเลยมา ๒ ปีกว่าแล้วคิดจะออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะอะไรครับ เพราะวันนี้ความจริงกําลังจะถึงตัวการครับ ความจริงมันกําลังจะถึง ตัวการใหญ่ซึ่งนั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมยอมรับจริงนะครับว่าพรรคประชาธิปัตย์เองยืนยันอีกสักครั้งหนึ่ง นะครับว่าพรรคประชาธิปัตย์มิได้ปฏิเสธการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเลยครับ และเรายินดี สนับสนุนการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับประชาชน แต่ว่าเรามีข้อยกเว้นอยู่ ๓-๔ ประการ ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ได้กรุณาอภิปรายไปแล้ว ถ้าท่านรักประชาชนจริงอย่างที่ท่านพูด ท่านต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับประชาชนตั้งแต่ปีแรกที่ท่านเป็นรัฐบาลครับ เพราะอะไรท่านประธานครับ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ที่มาชุมนุมนั้น เขาถูกฟ้องในข้อหา ฝ่าฝืนพระราชกําหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินครับ และการฝ่าฝืนกฎหมาย บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ กฎหมายจําคุก ๑ ปีครับ ท่านประธานครับ ผมสืบสวน ทวนความมาหมดแล้วครับ คนที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก. นั้น โทษจําคุก ๑ ปี ศาลจําคุก ๑ ปี แล้วลดโทษ จําคุกจริง ๆ คือ ๘ เดือนครับ แล้วก็ต่ําสุดคือ ๖ เดือน เหตุการณ์มันเกิดมา ๓ ปีแล้วครับ แล้วคนเหล่านั้นที่ถูกจําคุก ๘ เดือน วันนี้ออกจากคุกไปหมดแล้วครับ ไม่เหลือประชาชน ที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก เหลืออยู่ในคุกตารางแม้แต่คนเดียวครับ แต่ว่าวันนี้มันมีมนุษย์บางจําพวก ที่กลัวการตัดสินของศาลและถูกดําเนินคดีอยู่ ซึ่งนั่งอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ และบางคนก็หนีอยู่ต่างประเทศ ท่านกลัวติดคุก ผมเคยเรียนท่านประธานหลายครั้งว่า นักการเมืองอย่างพวกเรานี้ เราไม่กลัวหรอกครับถูกอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร เราไม่กลัว ชาวบ้านก็บอกว่าเราหน้าหนาครับ เราไม่กลัว ยกมือกันแพ้ชนะเราไม่กลัวครับ แต่สิ่งที่ นักการเมืองอย่างพวกเรากลัวก็คือกลัวติดคุกครับ วันนี้ท่านกลัวติดคุกครับ แล้วท่าน ยังบังอาจพูดว่าจะนิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่มาชุมนุม ประชาชนไหนละครับ ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านก็บอกแล้วนี่ครับ มีประชาชนถูกขังอยู่ในขณะนี้ ๓๐ คนครับ ๓๐ คนเท่านั้นละครับ แล้วออกกฎหมายเพื่อใคร ละครับ เราออกกฎหมายให้กับคนที่ถูกคดีก่อการร้าย มีหลัก ๆ อยู่ประมาณ ๒๒-๒๓ คน เท่านั้นละครับ ตายไปแล้วคนหนึ่ง ผมไม่เอ่ยนามท่านแล้วครับตายไปแล้ว หนีไปคนหนึ่งครับ วันนี้ความจริงมันกําลังจะถูกเปิดเผยมา เราเลยฆ่าตัดตอนกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากให้พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ ฟังผมด้วยใจกลาง ๆ นะครับ เราต่อสู่กันอยู่ ฝ่ายหนึ่งกล่าวหาว่ารัฐบาลสั่งฆ่าประชาชน ฝ่ายหนึ่งบอกว่าประชาชนชุมนุม โดยฝ่าฝืนกฎหมาย มีอาวุธ และฆ่าผู้บริสุทธิ์ เราเถียงกันอย่างนี้ ใครจะตัดสินละครับ ท่านประธานตัดสินหรือครับ ท่านประธานตัดสินไม่ได้ และถ้าให้รัฐสภาแห่งนี้ยกมือว่าใครผิด แน่นอนครับสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ต้องยกมือว่ารัฐบาลในขณะนั้นรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เป็นฝ่ายผิด เราตัดสินกันด้วยเสียงข้างมาก กฎของเสียงข้างมากตัดสินความผิดความถูกไม่ได้ครับ กฎของเสียงข้างมากตัดสินความต้องการของคนได้แต่ตัดสินผิดตัดสินถูกไม่ได้ครับ เมื่อเรา โต้แย้งกันอยู่อย่างนี้ ท่านประธานลองคิดดูสิครับฝ่ายหนึ่งบอกว่ารัฐบาลสั่งฆ่าประชาชน อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าผู้ชุมนุมละเมิดกฎหมายแล้วยิงผู้บริสุทธิ์ ฆ่าผู้บริสุทธิ์ เอาเอ็ม ๗๙ (M79) มาจากบ้าน เอ็ม ๗๖ (M76) มาจากบ้าน เอาระเบิดมาจากบ้าน ฆ่าผู้บริสุทธิ์ เถียงกันอย่างนี้ครับ ใครจะตัดสินครับ ต้องศาลยุติธรรมของประเทศนี้ตัดสิน ทําไมเราเดินไม่ถึงจุดนั่นละครับ เดินไปสิครับ ผมบอกหลายครั้งแล้วว่าผมอยากเห็นจุดจบของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ว่าถ้าท่านทําความผิดในข้อหาสั่งฆ่าประชาชนจริง ท่านก็ต้องรับโทษ และท่านอภิสิทธิ์เอง ก็ยืนยันในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไว้แล้ว ท่านไม่หนีครับ ท่านจะพิสูจน์ความผิดความถูก ผมว่ารับได้ไหมละครับ แล้วฝ่ายที่เป็นผู้ชุมนุมทําให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายท่านก็ขึ้นศาล พิสูจน์ความผิดความถูกกัน ที่ผมพูดนี้ไม่มีเหตุผลหรือครับ ให้กระบวนการยุติธรรมมันเดินไป แล้วผิดถูกอย่างไรเราถึงมานิรโทษกรรม แล้วผมเคยพลั้งปากไปแล้วครับเมื่อ ๒ วันที่แล้ว บอกว่าถ้าท่านรัฐมนตรีณัฐวุฒิซึ่งกําลังขึ้นศาลในคดีก่อการร้ายอยู่ถูกศาลพิพากษา ประหารชีวิต ผมพลั้งปากไปแล้วท่านประธานครับ ว่าสมมุติว่าศาลตัดสินประหารชีวิต ท่านณัฐวุฒิ ผมจะยกมือนิรโทษกรรมให้เป็นคนแรก ผมพลั้งไปแล้วครับ แต่ผมก็ต้องทําครับ แต่ผมก็อยากเห็นจุดจบของคุณณัฐวุฒิเหมือนกันครับ ผมก็อยากเห็น จุดจบของคุณทักษิณเหมือนกันครับว่าสุดท้ายแล้วคุณณัฐวุฒิ คุณทักษิณ จะพบจุดจบ อย่างไรในเส้นสุดท้ายของกระบวนการยุติธรรม ทําไมไม่เดินละครับ สิ่งที่ผมขอนี่มันหนักไป หรือเปล่าครับ มันมากไปหรือเปล่าครับสําหรับประชาชนคนไทยและสําหรับสมาชิก ในรัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมเริ่มยืนขึ้นและบอกกับท่านประธานว่าการชุมนุมที่สงบ ปราศจากอาวุธนั้นทําได้ และเราทํามาให้ท่านเห็นแล้วเมื่อเช้านี้ไงครับ ใครจะว่าเราแพ้ อย่างไรก็แล้วแต่ครับ แต่เราแสดงให้เห็นว่าการชุมนุมที่สงบและไม่มีอาวุธนั้นทําได้ ไม่ว่าประชาชนจะมีเป็นหมื่นเป็นแสนอย่างไรก็ตามทําได้ และเราทําให้ท่านเห็นแล้ว แต่ว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงหรือกลุ่ม นปช. นั้น ศาลแพ่งตัดสินมา ๓ ครั้ง มีคําพิพากษา ของศาลแพ่ง ๓ ฉบับ บอกว่าการชุมนุมของกลุ่ม นปช. หรือเสื้อแดงนั้นละเมิดรัฐธรรมนูญครับ อย่ายืนขึ้นแล้วบอกว่าเป็นการชุมนุมที่สงบ ปราศจากอาวุธนะครับ อย่ายืนขึ้นพูดแล้วบอกว่า เป็นการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญอีกเลยนะครับ เพราะศาลตัดสินถึง ๓ ครั้งว่าท่านชุมนุม โดยละเมิดรัฐธรรมนูญ อย่าเถียงผมเลยครับ ผมไม่ได้เป็นคนตัดสินเอง แต่ศาลเป็นคนตัดสิน ท่านประธานครับ ถ้าเราออกกฎหมายฉบับนี้ไป ความชอบธรรมของกฎหมายมันอยู่ตรงไหน ละครับ มันจะเป็นโมฆะหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ผมสันนิษฐานว่ากฎหมายที่เรากําลังจะออกนี้ มันไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ท่านยอมรับไหมละครับ ว่าพรรคเพื่อไทยมียุทธศาสตร์ การเดิน ๒ ขา ต้องยอมรับความจริงครับ ถ้าเราไม่ยอมรับความจริงเราพูดเรื่องนี้กัน ไม่ได้ครับ พรรคของท่านประธานนั่นแหละ มียุทธศาสตร์ทางการเมืองเรียกว่าเดิน ๒ ขา ขาแรกคือพรรคเพื่อไทย ขาที่ ๒ คือคนเสื้อแดงหรือกลุ่ม นปช. ก็ว่าไป ท่านครับ วันนี้ท่าน กําลังจะนิรโทษกรรมให้กับอีก ๑ ขาของท่านที่ทําความผิด คือขาของเสื้อแดงหรือขาของ นปช. เราก็ไม่ได้เรียกร้องครับ ผมก็ไม่ได้เรียกร้อง ท่านไม่ละอายหรือครับ ยุทธศาสตร์ ๒ ขาของท่าน วันนี้ท่านใช้อีกขาหนึ่ง คือขาของพรรคเพื่อไทยมานิรโทษกรรมให้กับ อีกขาหนึ่งคือคนเสื้อแดง มันยุติธรรมไหมละครับ ผมเลยบอกว่ากฎหมายต้องออกมารับใช้ ความยุติธรรม กฎหมายจะออกมารับใช้คนกระทําความผิดไม่ได้ครับ ผมเลยบอกว่า ผมไม่เห็นด้วยที่จะออกกฎหมายฉบับนี้

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านนิพิฏฐ์ครับ แป๊บหนึ่ง เชิญ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ โดยกล่าวให้ร้ายว่า กฎหมายนี้ ออกเพื่อนิรโทษกรรมให้กับคนเสื้อแดง ท่านได้อ่านจบแล้วหรือยัง เราอภิปรายมาตั้งแต่เช้า และมีคนพูดหลายครั้งแล้วว่าเรานิรโทษกรรมให้กับคนไทยทุกสีเสื้อ ยกเว้นแกนนําและคนสั่งฆ่า เท่านั้น แต่นี่มาพูดว่านิรโทษกรรมให้เฉพาะคนเสื้อแดง อย่างนี้ไม่ใช่ครับท่านประธาน ให้ท่านวินิจฉัยด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือสาระของร่างในมาตรา ๓ เดี๋ยวเจ้าของร่างเขาจะชี้แจงเองนะครับว่าครอบคลุมถึงใคร ผู้ใดบ้าง ส่วนถ้าจะหยิบยกบางประเด็นเพื่อมาสนับสนุนเหตุผลของท่าน ขอให้อดทนฟัง นิดหนึ่งนะครับ เชิญท่านนิพิฏฐ์ต่อครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

ผมเรียนท่านประธานตั้งแต่เบื้องต้น แล้วครับว่าความจริงมันเป็นเรื่องจะต้องเจ็บปวดกันบ้างละครับ แต่ผมไม่พูดเรื่องที่ไม่จริง ในสภาแห่งนี้ครับ ถ้าท่านปฏิเสธว่าท่านไม่มียุทธศาสตร์ ๒ ขา ก็ยืนขึ้นปฏิเสธสิครับ ยืนขึ้นสิครับ ยุทธศาสตร์ ๒ ขานี่ครับ ผมเลยบอกว่าพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นขาหนึ่งวันนี้ กําลังจะนิรโทษกรรมให้กับอีกขาหนึ่งคือคนเสื้อแดงอย่างไรครับ ผมพูดชัดนะครับ ถ้าท่านปฏิเสธ ๒ ขา ก็ตัดขาของท่านอีกสักขาหนึ่งสิครับ จะเหลือขาเดียว แล้วจะพบกับความล่มจมได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือความไม่ชอบธรรมที่จะเกิดขึ้น สภาแห่งนี้มีความเห็นต่างได้ นี่คือความสวยงามครับ ผมเองกับท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ก็มีความเห็นไม่ตรงกัน ท่านรัฐมนตรี จุรินทร์บอกเรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรีมานั่ง มาฟัง ผมไม่เรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาครับ มันมีคํากล่าวครับ ว่านักปราชญ์กับคนโง่นี่มันเหมือนกัน เวลางดออกเสียง เราแยกไม่ออกว่าคนไหนเป็นนักปราชญ์ คนไหนเป็นคนโง่ ถ้าไม่แสดง ความคิดเห็นเลย ผมไม่เรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมาไม่มีประโยชน์หรอกครับ แล้วถ้าท่านนายกรัฐมนตรีมานี้ ถ้าเกิดท่านมาผมจะถามท่านว่า ท่านนายกรัฐมนตรีครับ กฎหมายฉบับนี้ท่านนายกรัฐมนตรีลงมติเห็นชอบไหมครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า เห็นชอบ คนที่ได้ประโยชน์คือพี่ชายของท่าน ผมเกรงเหลือเกินว่ากฎหมายนี้มันจะเป็นโมฆะ เพราะมันมีผลประโยชน์ทับซ้อน มันมีการขัดกันของผลประโยชน์ ผมอยากดูเหลือเกินว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะลงมติกฎหมายฉบับนี้ว่าอย่างไรครับ มันมีจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภา คุมอยู่นะครับ สมาชิกรัฐสภาจะทําอะไรเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและครอบครัวไม่ได้ ท่านครับ ถ้าคิดถึงจริยธรรม คิดถึงหลักนิติธรรม นิติรัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ สมาชิก ในสภาแห่งนี้ลงมติไม่ได้อย่างน้อย ๕๐ คนครับ เพราะเกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดทั้งนั้น ลองดูสิครับ สามีใครได้ประโยชน์ลองยกมือดูสิครับ ลองเห็นชอบกฎหมายนี้ดูสิครับ แล้วผม จะส่งไปศาลรัฐธรรมนูญตีความ ท่านนายกรัฐมนตรีลองเห็นชอบกฎหมายฉบับนี้สิครับ แล้วผมจะส่งไปศาลรัฐธรรมนูญตีความว่ามันมีการขัดกันของผลประโยชน์ไหม เพราะพี่ชาย ของท่านได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพ มีคนกล่าวอ้างว่ากฎหมาย ฉบับนี้ไม่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมขอพูดง่าย ๆ ที่ชาวบ้านเข้าใจนะครับ คือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ความจริงคือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ แต่เราตีความอย่างนั้นนะครับ เราตีความว่ากฎหมายฉบับนี้ออกไปแล้วจะเป็น การนิรโทษกรรมให้กับคนที่ทําความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ ไม่กินความถึงความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เอาไปแก้เถอะครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ผมไม่ขอสิ่งไหนที่ท่านให้ผมไม่ได้ ผมไม่เคยขอและไม่เรียกร้องเลยว่าพรรคเพื่อไทย ถอนกฎหมายฉบับนี้ไปก่อน ผมไม่เคยพูดครับ เพราะนั่นหมายความว่าผมกําลังขอในสิ่งที่ ท่านให้ไม่ได้ ท่านให้ไม่ได้หรอกครับ เพราะท่านต้องเดินหน้ากฎหมายฉบับนี้ แต่สิ่งที่ผมกําลัง ขอท่านก็คือชะลอกฎหมายฉบับนี้ไปสัก ๑๕ วัน ๒๐ วันได้ไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่ากําลังมีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยหรือครับ ให้คณะกรรมการชุดนั้น เขาไปดูไหมละครับว่ากฎหมายกลาง ๆ ที่รับกันได้และไม่มีการนิรโทษกรรมที่พวกเรากังวลอยู่ ให้เขาไปดูเสียแล้วเสนอเข้ามาใหม่ เราก็พร้อมที่จะยกมือให้ ผมก็เรียนย้ําท่านประธานว่า เราไม่ปฏิเสธการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเลยครับ แต่การนิรโทษกรรมความผิดต่อ พระมหากษัตริย์นั้นเราค้านหัวชนฝา เรารับไม่ได้ครับ และผมเรียนท่านประธานอีกสักครั้งว่า เราจะต่อสู้ทั้งในและนอกสภาครับ ผมมีสําเนาพินัยกรรมของ คุณสุรชัย แซ่ด่าน แต่ผม ไม่อยากมาเปิดเผยตรงนี้ สุรชัย แซ่ด่าน ไม่ใช่พวกของผมนะครับ เป็นพวกของท่านครับ สุรชัย แซ่ด่าน เป็นพรรคพวกของพรรคเพื่อไทย เป็นกลุ่มของคนเสื้อแดงของท่าน นั่นแหละครับ ติดคุกอยู่ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมอยากจะแจกพินัยกรรมของ สุรชัย แซ่ด่าน ให้ท่านดู ท่านประธานคงมีแล้ว สุรชัย แซ่ด่าน บอกว่าถ้าเขาตายวันไหน อย่าเผาเขา แล้วแห่ศพของเขาไปในพื้นที่ที่มีคนเสื้อแดงพร้อมที่จะสวดบังสุกุลศพของเขา กี่วันก็ได้ สุรชัยบอกว่าให้เผาศพของเขาเมื่อท่านเหล่านี้พรรคเพื่อไทยยกเลิกกฎหมาย มาตรา ๑๑๒ เสร็จเสียก่อน เมื่อไรก็ตามที่สภาแห่งนี้ยกเลิกกฎหมาย มาตรา ๑๑๒ เมื่อนั้นละครับ สุรชัยบอกว่าอนุญาตให้เผาศพเขาได้ สุรชัย แซ่ด่าน ไม่ใช่คนของผมนะครับ เป็นคนของ พรรคเพื่อไทย แล้วคนของพรรคเพื่อไทยนี่ละครับที่พูดถึงพระบรมราโชวาทของ พระเจ้าอยู่หัวมากที่สุด และคนที่พูดถึงพระบรมราโชวาทของพระเจ้าอยู่หัวมากที่สุด เป็นคนที่ทําความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมากที่สุดครับ ผมไม่ขอให้ถอนนะครับ เอากลับไปแล้วปรับปรุงเสีย ทําในสิ่งที่มันรับกันได้ ผมไม่ขอในสิ่งที่ท่านทําไม่ได้ ผมไม่ขอให้ ท่านถอนครับ แต่ผมบอกว่าชะลอเรื่องนี้ไปก่อนได้ไหม แล้วทํากฎหมายฉบับกลาง ๆ ขึ้นมา ที่คนทั้งประเทศรับได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นต่อไปที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือ ถ้ามีคนใดคนหนึ่งทําความผิดไม่ว่าจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมาย ทั่วไปที่มีโทษหรือความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ความผิดของคนในประเทศนี้ สามารถยกเลิกหรือไม่ต้องรับโทษได้ ในทางกฎหมายมีวิธีอยู่ ๒ วิธีครับ ใครที่คิดว่าตัวเอง อาจจะต้องติดคุกฟังผมไว้นะครับ คนที่ต้องโทษนั้นมีโอกาสจะไม่รับโทษด้วยวิธี ๒ วิธี ตามกฎหมาย

๑. ออกกฎหมายนิรโทษกรรมเหมือนที่ท่านกําลังทําอยู่

๒. ขอพระราชทานอภัยโทษ

การขอพระราชทานอภัยโทษทําได้ทุกคน แต่ต้องอยู่ในที่ควบคุมของราชการ เสียก่อน ถูกคุมตัวเสียก่อน แล้วรู้สํานึกแล้วลงนามลงชื่อขอพระราชทานอภัยโทษ มันพิกลพิการเยอะครับประเทศนี้ ท่านประธานเห็นไหมครับ มีกลุ่มของคนเสื้อแดง ไปล่ารายชื่อของคนในประเทศนี้ เขาบอกว่าได้มานับล้านรายชื่อ แล้วแห่แหนไปที่ สํานักพระราชวังบอกว่าจะทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร บอกว่ามีมาประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ รายชื่อ เสียดายครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ รายชื่อที่ขอ พระราชทานอภัยโทษให้กับ คุณทักษิณ ชินวัตร นั้น มันขาดไป ๑ รายชื่อ คือรายชื่อของ คุณทักษิณ ชินวัตร เองครับ ทําไมละครับ ถ้าคุณจะขอพระราชทานอภัยโทษนะครับ มันทําได้แต่คุณต้องรู้สํานึก ผมเลยบอกท่านประธานว่าคนที่ทําความผิดตามประมวล กฎหมาย มาตรา ๑๑๒ เป็นคนที่กระทําความผิดต่อองค์พระประมุข เป็นคนที่แสดงความ อาฆาตมาดร้ายต่อองค์พระประมุข เมื่อถูกจําคุกแล้วทําไมไม่ขอพระราชทานอภัยโทษละครับ กลับมาขอนิรโทษกรรมทําไมครับ ทําไมไม่ขอพระราชทานอภัยโทษ มันไม่มีเหตุผลเลยครับ พวกเราซึ่งอยู่ในซีกของฝ่ายค้านเราเลยบอกว่าเรารับไม่ได้ครับ ที่กฎหมายฉบับนี้จะยกเลิก ยกเว้นความผิดให้กับคนทําความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งครับที่เราเถียงกันอยู่ก็คือกฎหมายฉบับนี้เขาบอกว่าให้ยกเว้นความผิด ให้นิรโทษกรรมให้กับคนกระทําความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองหรือความ ขัดแย้งทางการเมือง ความผิดทางการเมืองมันคืออะไรละครับ ท่านที่เสนอกฎหมายนี้ ประเทืองปัญญาให้ผมสักหน่อยครับ คุณวรชัยครับ ประเทืองปัญญาให้ผมสักหน่อยเถอะว่า ความผิดทางการเมืองของท่านที่กําลังจะขอนิรโทษกรรมมันคืออะไรครับ หรือท่านเขียน กฎหมายขึ้นมาตามที่มีคนบอกให้ท่านเขียน อะไรละครับ ความผิดทางการเมือง เรายังมีความเห็นต่างกันอยู่ครับ อะไรครับความผิดทางการเมือง ในประเทศนี้มีนักกฎหมายคนเดียว ท่านประธานครับ ที่อธิบายเรื่องความผิดทางการเมืองไว้ว่า มันคืออะไร แล้วเขายึดถือความคิดนี้มาตลอดครับ ความผิดทางการเมืองที่มีคนอธิบาย นักกฎหมายที่อธิบายเรื่องนี้มีคนเดียว แล้วเรายึดถือคือ ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ เอ่ยชื่อนี้ท่านประธานรู้จักดีครับเป็นนักกฎหมายใหญ่ของประเทศนี้แล้วคนยอมรับนับถือ ท่านอาจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ บอกว่าความผิดทางการเมือง คือความผิดที่ทําต่อองค์กรของรัฐ หรือองค์การของรัฐ ท่านไปล้อมทําเนียบ ท่านไปยึดสนามบินเพื่อกดดันรัฐบาล นั่นแหละครับความผิดทางการเมือง ใครก็ตามที่ไปล้อมทําเนียบผมจะนิรโทษกรรมให้ ใครก็ตามที่ไปปิดสนามบินผมพร้อมจะนิรโทษกรรมให้ ใครก็ตามที่ล้อมรัฐสภาจนเราประชุม ไม่ได้ ต้องย้ายไปประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศ ผมพร้อมที่จะนิรโทษกรรมให้ครับ เพราะท่านมีความเห็นต่างจากการเมือง และกดดันองค์กรของรัฐหรือองค์การทางการเมือง แต่คนที่ทําความผิดทางการเมืองนั้นท่านไม่มีสิทธิที่จะไปทําร้ายนายกรัฐมนตรี ไม่มีสิทธิครับ ไม่มีสิทธิที่จะไปกระทบเนื้อตัวร่างกายของมนุษย์ เมื่อไรก็ตามที่คุณคิดว่ามีความขัดแย้ง ทางการเมือง แล้วไปกระทบเนื้อตัวร่างกายของมนุษย์ ความผิดนั้นไม่ใช่ความผิดทางการเมือง แต่เป็นความผิดทางอาญาครับ นิรโทษกรรมไม่ได้ อย่าไปอ้างนิรโทษกรรม ปี ๒๕๑๖ ปี ๒๕๑๙ ไม่ตรงกันนะครับ เพราะยังไม่มีการสอบสวนทวนความเลยครับว่า ปี ๒๕๑๖ ปี ๒๕๑๙ ใครทําความผิดให้ใครได้รับบาดเจ็บให้ใครตายไม่มีครับ แต่วันนี้มันมีหมดแล้วว่า ใครทําความผิดให้คนนั้นได้รับบาดเจ็บให้คนนั้นคนนี้ตายมันมีหมดแล้ว ถ้าท่านคิดว่าท่านมี ความเห็นแย้ง มีความคิดไม่ตรงกับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านไม่มีสิทธิที่จะ ไปทําร้ายนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เลย ไม่มีครับ แล้วพวกท่านนี่แหละครับที่เสนอ กฎหมายฉบับนี้อ้างความเป็นประชาธิปไตย อ้างความเป็นประชาธิปไตยแต่ฝ่ายค้านไปที่ไหน ได้บ้างละครับ ไปไหนก็โดนหนังสติ๊กครับ นั่นหรือครับมนุษย์ในสังคมประชาธิปไตยของท่าน แล้วจะมายืนขึ้นในสภาแห่งนี้ขอให้นิรโทษกรรมทําตัวเองให้เป็นพลเมืองดีเสียก่อนเถอะครับ ถึงจะมาขอนิรโทษกรรม ท่านยังเป็นผู้ร้ายอยู่อย่างไร ท่านยังเป็นผู้ร้ายปากแข็งอยู่พวกเรา ไปไหนไม่ได้ ผมไปบ้านท่านประธานได้ไหม แต่ท่านประธานแอบไปบ้านผมหลายครั้งแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรเลยท่านครับ ได้ดอกไม้เยอะแยะไปท่านประธานไปบ้านผมไปเป็นประธาน แต่งงานตั้งหลายครั้งแล้วมีความสุขไหมครับ ผมไปบ้านท่านได้ไหม ไม่ได้ ใครละครับ ทําให้ความวุ่นวายเหล่านี้เกิดขึ้น เราเป็นรัฐบาลเราก็อยู่ไม่ได้ไปไหนก็ถูกรังควาญ วันนี้เป็น ฝ่ายค้านแล้วถูกรังควาญอีกแล้วยังมีหน้ามาขอกฎหมายนิรโทษกรรม ทําตัวเป็นพลเมืองดี เสียก่อนเถอะครับ ยอมรับผิดเสียก่อนแล้วผมพร้อมที่จะยกมือนิรโทษกรรมให้กับท่าน ท่านประธานครับ ความเห็นเรื่องความผิดทางการเมืองนี้เราเห็นต่างกันครับ ท่านไม่มีสิทธิ จะไปทําร้ายเขาถึงแม้จะมีความเห็นต่างทางการเมือง แล้วพยายามอธิบายชาวบ้านว่า เป็นความขัดแย้งทางการเมือง มีความเห็นต่างทางการเมือง ขอนิรโทษกรรม มันไม่ได้หรอกครับ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุที่ผมกราบเรียนมาตามสมควรนะครับ ผมเลยบอกท่านประธานว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ออกมาฆ่าตัดตอนกระบวนการยุติธรรม ผมย้ําอีกสักครั้งหนึ่ง ผมอยากเห็นว่าจุดจบของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นอย่างไร มันจะเป็นไปเหมือนที่ท่าน กล่าวหาหรือเปล่า และผมก็อยากเห็นจุดจบของพวกท่าน ถ้าเป็นลูกผู้ชาย เป็นสุภาพบุรุษ เป็นนักการเมืองจริง ๆ แล้ว ยกเลิกกฎหมายฉบับนี้เถอะครับ ให้กระบวนการยุติธรรม มันเดินไปมันยุติธรรมไหมละครับ ก็ต่างคนต่างกล่าวหากัน ผมเรียนท่านประธานฝากถึง ประชาชนอีกครั้งนะครับ กําลังจะจบแล้ว เราเถียงกันว่าฝ่ายนั้นผิดฝ่ายนี้ผิด ขึ้นศาลเถอะครับ แล้วศาลตัดสินแล้วว่า ใครผิดใครถูก เมื่อนั้นละครับเป็นจุดสุดท้ายของการนิรโทษกรรม ท่านบุญยอดบอกว่า ช่วยฉีกร่างกฎหมายของคุณวรชัยให้หน่อย ท่านนั่งข้างหลังผมครับ ผมจําเป็นต้องฉีก เพราะผมเห็นไม่ด้วย ท่านประธานครับ ผมรับไม่ได้ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ท่านชาดา

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนาครับ ผมจะขออภิปรายหน่อยครับท่านประธาน ต้องขออนุญาตด้วย เพราะว่าเป็นการสลับบ้างครับ เพราะว่าเราฟังซ้ายขวากันมาตลอดแล้วนะครับ ก็น่าจะฟังกลางบ้างเพื่อเป็นการผ่อนคลาย กราบเรียนท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ๆ ถ้าผ่อนคลายจริงเชิญเลยครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี 🔗

ก็ถือว่าเป็นอีกมุมมองหนึ่งครับ กราบเรียนท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมจะพูดนั้นถ้าจะไปกระทบผู้ใดหรือสิ่งใดก็ต้อง กราบขออภัยแต่พูดด้วยความรู้สึก พูดจากความรู้สึกของตัวเอง ผิดถูกก็เป็นเรื่องที่ต้องขอ กราบประทานอภัยไว้ เหตุการณ์วันนี้ ขณะนี้สิ่งที่เราเห็นกันอยู่นี้ท่านรู้สึกคุ้นกันบ้างไหมครับ มันเหมือนดูหนังซ้ํา ผมกราบเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ วันนี้มันเหมือนดูวิดีโอ ดูหนังซ้ํา เมื่อวานนี้เพียงแต่เปลี่ยนบทบาทว่าคนที่เมื่อวานนี้เป็นพระเอกอยู่ฝ่ายกองกําลัง วันนี้มาเป็น นักไฮด์ปาร์ค (Hyde Park) อยู่ข้างถนน ก็สลับกันไปสลับกันมา ผมเรียนกันตรง ๆ นะครับ เมื่อวันก่อนฝ่ายหนึ่งบอกว่าเป็นไพร่ วันนี้ก็มาเป็นอํามาตย์มันก็เหมือนหนังที่เราดูกันอยู่ เป็นประจํา เพียงแต่ตัวแสดงก็เดิม ๆ เปลี่ยนบทบาทแค่นั้นเอง วันนี้ผมบอกตรง ๆ ครับ หนังเรื่องนี้มันเอียนแล้วครับ มันเอียนจริง ๆ ครับ คนไทยผมก็เชื่อว่าเอียนเหมือนกัน เราจะรวม เออีซี ๑๐ ประเทศ จะไปรวมอย่างไรเล่า รวมกันในประเทศยังรวมไม่ได้เลย แล้วจะไปรวมกับเขาอย่างไร ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แล้วเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นอีกนานไหม ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ไม่ใช่ผมไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม ผมจําเหตุการณ์ เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม เมื่อปี ๒๕๕๓ ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ ผมกลับมาจากประเทศสิงคโปร์ วันนั้นเสื้อแดงเข้ากรุงเทพมหานครมากันทั้ง ๆ ที่ฝ่ายที่ถืออํานาจรัฐอยู่ก็ทั้งขู่ทั้งปลอบ ไม่ให้เข้ามา ผมเองเห็นแล้วผมก็มีความรู้สึกเหมือนกันว่าเสื้อแดงก็มากันไม่กลัว ไม่กลัวมากัน รถราติดกันวุ่นวายหมด เสื้อแดงพื้นที่ก็มาช่วยจัดการจราจร ผมเห็นผมภูมิใจครับ ไม่ใช่ผมเห็นด้วยกับเสื้อแดงนะครับ แต่ผมภูมิใจที่ว่าประชาชนรู้จักปกป้องสิทธิของตัวเอง รู้จักพัฒนาทางการเมืองแต่หลังจากนั้นทั้ง ๆ ที่อํานาจรัฐสั่งไม่ให้มา แต่ก็มาก็ถือว่าเป็น สิทธิขั้นพื้นฐาน แต่มาก็มาเกิดเหตุการณ์อย่างที่เราทราบกัน อย่างที่เรารับรู้กันอยู่นะครับ ผมเรียนว่าวันนี้เราจะเอาอย่างไรครับ เราจะเอาอย่างไรกับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นอย่างนี้ ซ้ํา ๆ ซาก ๆ ให้มันจบไปเสียที ผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ที่ว่าใครมาทําผิดทําร้าย บ้านเมืองแล้วจะมาอภัยกัน แต่ถ้าถามว่าไม่เอานิรโทษกรรม ไม่เริ่มต้นกันวันนี้แล้วมันจะ เอาอะไรกันครับ ผมเรียนด้วยความเคารพว่าสภาปฏิรูปที่ท่านนายกรัฐมนตรี กราบเรียน ด้วยความเคารพเลย ฟังแล้วตลกครับ อย่าไปพูดถึงเลยครับ วันนี้สภานี้แก้ปัญหาได้ สภาผู้แทนราษฎรที่ประชาชนให้อํานาจมามันแก้ปัญหาได้ เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะอะไรครับ วันนี้ถ้าไม่เอานิรโทษกรรม แต่เราเห็นอยู่ครับ เสื้อเหลือง เรื่องเกิดก่อนเสื้อแดง แล้ววันนี้ มีอยู่ในคุกกันบ้างไหม คดีไปถึงไหน ไม่มีใครทราบครับ ความล่าช้าทางกระบวนการยุติธรรม คือความอยุติธรรม วันนี้อีกฝ่ายหนึ่งเรื่องเกิดขึ้นเมื่อวานซืนนี้ โดนกันเป็นระนาวหมด แต่อีกฝ่ายหนึ่งเรื่องเกิดตั้งนาน ยึดทั้งสนามบิน ยึดทั้งทําเนียบรัฐบาล มันก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมถึงบอกว่าแล้วเราจะปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้คาราคาซังกันไปจนอย่างนี้หรือครับ ผมว่า ไม่ต้องสภาปฏิรูปครับ มีอยู่ทางเดียวครับ ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผู้นําฝ่ายค้านในปัจจุบัน พรรคประชาธิปัตย์ คุยกันให้ชัดเจน ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ก็อย่าพูดคําเดิมครับ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ไม่ให้เขากลับบ้านเขาแล้วจะให้เขาไปไหน ผมเรียนด้วยความเคารพ เขาก็ต้องดิ้นรนกลับบ้านเขา เพราะเขาเป็นคนไทย เราก็มาว่ากันว่า เรื่องมันเกิด คตส. ไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา ก็มาว่ากันสิครับ เอาใหม่เลยไหม เริ่มกันตั้งแต่ ตอนนี้เลย เอา ป.ป.ช. เป็นคนสอบ เอากันเลยว่าพรรค์นั้น คือถ้าเปลี่ยนคําเดิม ๆ นี่ผมว่า คุยกันได้ แต่ถ้าไม่เปลี่ยนคําเดิม ๆ มันก็เป็นอยู่อย่างนี้ คนที่จะรับผิดชอบกับเรื่องนี้ก็มีอยู่ ไม่กี่ท่านหรอกครับ คือท่านนายกรัฐมนตรีกับพรรคเพื่อไทย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ กับพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าบ้านเมืองนี้วุ่นอย่างนี้มันก็จะคาราคาซังอยู่อย่างนี้ มันต้องเปลี่ยน คําพูดใหม่ ต้องมานั่งคุยกัน และเอาวาระ ๒ นี่ละครับ แปรญัตติให้มันชัดเจนไปเลยว่า จะเอาอย่างไร จะนิรโทษกรรมอย่างไร ถ้าไม่อย่างนั้นกระบวนการยุติธรรมก็ต้องได้รับ การกดดันจากประชาชน ต้องตัดสินทุกเรื่องภายใน ๖ เดือน บอกมาเลย เสื้อแดง ผิดอะไรบ้าง จะติดคุกจะประหารว่าไป เหลืองผิดอะไรบ้าง อ้ายนั่นอ้ายนี่ เอาไปเลย ๖ เดือน ให้มันจบ ถ้าไม่อย่างนั้นมันก็อยู่อย่างนี้นะครับ เอามาทุกเรื่องเลยครับ ไม่ว่าใครทั้งนั้นที่ว่า เอาแบบ ๓ เดือน ๖ เดือน เอาศาลชั้นต้นลงโทษไปเลย ไม่อย่างนั้นมันก็อยู่อย่างนี้ ภาพเดิม ๆ ซ้ํา ๆ ผมว่าประชาชนก็เบื่อครับ อีก ๒ ปีจะรวมอาเซียน โน้ต อุดม แต้พาณิช บอก มึงยัง รวมกันเองไม่ได้จะไปรวมกับใคร ก็จริงของมันพูดครับ แล้วเขาก็พูดถูกด้วย ผมก็กราบเรียน ด้วยความเคารพ เหมือนกันครับ วันนี้นิรโทษกรรมในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลผมก็เห็นด้วย แต่คนที่มีความผิดมาตรา ๑๑๒ ต้องไม่ได้รับการนิรโทษกรรมในครั้งนี้ ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพนะครับว่าครั้งนี้ถึงจะผ่านรับหลักการไปแล้ว ในขั้นวาระ ๒ ผมคงต้องไปเป็น กรรมาธิการด้วย ก็จะขอทางพรรคขอไปเป็นกรรมาธิการร่วม แต่ผู้ที่มีความผิดตามมาตรา ๑๑๒ ต้องไม่ได้รับการนิรโทษกรรม มันต้องชัดเจนครับ วันนี้เราต้องชัดเจน แล้วยึดสถาบัน ไว้เบื้องสูงนะครับ ไว้ในที่สูง แล้วเรามาคุยกัน ไม่อย่างนั้นไม่จบ ถ้าอย่างไม่อย่างนั้น ผมก็ภาวนาว่า ถ้ายังอยู่อย่างนี้ก็ให้นายกรัฐมนตรีทักษิณ ทําอย่างไรก็ได้ให้บ้านเมืองนี้ มันวุ่นวายกันไปเลย อะไรที่มันตกต่ําสุด ๆ มันก็อาจจะยกและพัฒนาดีขึ้นได้นะครับ เหมือนกับวันนี้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ผมก็แช่งให้แพ้ตลอด เพราะมันตกต่ําสุด เดี๋ยวมันก็จะดีเอง เรียนด้วยความเคารพ พูดด้วยความรู้สึกความเป็นคนไทยและเป็น นักการเมือง แล้วก็อยากเห็นทุกอย่างแก้ปัญหาด้วยสภาผู้แทนราษฎร มิใช่สภาอื่นใด วันนี้ประชาชนมอบอํานาจให้พวกเรา มอบให้ท่านแล้ว ท่านใช้เถอะครับ ลดทิฐิ ลดมานะ คุยกันใหม่ ภาษาใหม่ อย่าตอบคําเดิม ๆ อย่าพูดซ้ํา ๆ ซาก ๆ ไม่ว่าใครถือทางด้ามก็คิดอย่างหนึ่ง เวลาทางนี้ถือทางปลายก็คิดอย่างหนึ่ง บ้านเมืองก็อยู่อย่างนี้ละครับ เรียนด้วยความเคารพครับ กราบขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ครับ

(นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านมีอะไรไหมครับ เดี๋ยวนะครับท่านบุญจง เชิญ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่นี้ ผมได้หารือกับท่านประธานวิสุทธิ์ไปแล้วนะครับว่า การประชุมวันนี้เป็นการประชุมนัดพิเศษ หรืออย่างไร โดยปกติแล้วท่านเจริญก็จะปฏิบัติ ก็ไม่เกินเวลาที่เราเคยกําหนด โดยวันปกติแล้ว ที่ไม่มีวาระพิเศษก็แค่ไม่เกินสามทุ่ม แต่วันนี้ทําไมเราไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดที่เราเคยปฏิบัติ แล้วก็หนังสือเอกสารนัดประชุมของท่านก็ได้กําหนดไว้บ่ายโมงถึงยี่สิบเอ็ด วันนี้ทําไม ต้องลากกันจนเกินเวลาที่เราได้กําหนดไว้แล้ว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมก็มีความจําเป็น นะครับ เพราะว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนแล้ว ผมจําเป็นจะต้องเดินทาง ที่จะต้องกลับไปร่วมพิธีทางศาสนา เพราะฉะนั้นขอความเห็นใจเถอะครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าอาทิตย์หน้าเราสามารถที่จะพิจารณากันได้อีก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านสุรเชษฐ์ครับ เมื่อกี้ผมให้ทางฝ่ายเลขาประสานทางวิปรัฐบาลในข้อหารือ ของท่าน ขณะนี้ผมกําลังรออยู่นะครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ไม่ใช่อันนี้ครับ ท่านประธานวิป

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าท่านตกลง ก็เหลืออยู่ท่านเดียว ให้ท่านบุญจงอภิปรายก่อน ท่านรอตั้งแต่บ่ายโมงแล้วครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

เอาอย่างไรเอาให้ชัดเจน เมื่อสักครู่นี้ บอกว่าท่านนิพิฏฐ์ท่านสุดท้าย และนี่ก็ท่านชาดา แล้วก็จะมาขอท่านบุญจง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งก่อนครับ เชิญท่านอํานวยครับ ให้ท่านบุญจงพูดก่อนได้ไหมครับ ผมเห็นท่านรอตั้งแต่ บ่ายโมง

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ต่อไปถ้าหากท่านประธานนัดประชุม นี่เชื่อถืออะไรไม่ได้เลยใช่ไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอํานวยครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย จากการที่ผมได้ไป หารือกับท่านประธานวิปฝ่ายค้านนะครับ ซึ่งท่านก็ให้ความเห็นว่าขอเป็นวันพรุ่งนี้นะครับ และสําหรับผมนั้นก็ขอที่จะให้ท่านณัฐวุฒิพูดอีกคนหนึ่งเป็นคนสุดท้ายของวันนี้ ท่านก็ขอร้องว่า ขอเป็นวันพรุ่งนี้ที่จะเริ่มประชุมกัน ก็มีเหตุผล ๒ ประการนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ถูกไหมครับ เดี๋ยวท่านบุญจงเสร็จนะครับ พรุ่งนี้งดการประชุมในวันที่ ๘ แล้วก็ เอาเรื่องนี้ต่อในการประชุมวันพรุ่งนี้ ถูกต้องไหมครับ ฉะนั้นเหลือท่านบุญจงท่านเดียวนะครับ เอาตามกติกาแล้วกันครับ ขอท่านบุญจงท่านเดียวนะครับ ท่านณัฐวุฒิไปพรุ่งนี้แล้วกันนะครับ เชิญท่านบุญจงครับ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับท่านบุญจงครับ วิปรัฐบาลเอาอย่างไรให้ชัดเจนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านประธานครับ ก็ต่างคนก็ต่างขอนะครับ ก็ขอท่านณัฐวุฒิอีกท่านหนึ่งครับ ทางท่านที่จะไปธุระก็ไปได้นะครับ ถ้าจะนับองค์ประชุมก็นับได้ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ ก็ขออีกคนเดียวครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ คืออย่างนี้เราก็คุยกันอย่างนี้ คืออย่างนี้ได้ไหมครับ ก็เหลือท่านบุญจง ๑ นะครับ ท่านก็รอนานแล้วนะครับ และเราก็เลื่อนการประชุมไปวันพรุ่งนี้ต่อ แล้วก็เริ่มจากท่านณัฐวุฒิ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ขอท่านณัฐวุฒิ เตรียมตัวมาแล้ว อีกท่านเดียวครับ เพราะพรุ่งนี้เขาไม่ว่างครับ พรุ่งนี้ต้องไปตรวจงานครับ ขอเป็นคนสุดท้ายครับ แล้วก็จะปิดวันนี้ก็เลื่อนไปวันพรุ่งนี้ก็ได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประเสริฐเชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านที่จะกลับภาคใต้ก็กลับได้ นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประเสริฐเชิญครับ เดี๋ยวท่านพิเชษฐ์นั่งลงครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ด้วยความเห็นใจเพื่อนที่เป็นมุสลิมครับ จริง ๆ ทั้งชีวิต ของเขาก็วันสําคัญที่สุดก็คือวันพรุ่งนี้ครับ อันนี้พูดด้วยความเต็มใจ พวกเราทํางานกัน เที่ยงคืน ตีหนึ่งเราก็เคย สว่างเราก็เคย แต่เพื่อนสมาชิกเราที่พี่น้องที่เป็นมุสลิมเขาต้องไป ปฏิบัติทางหลักศาสนาจริง ๆ ครับ แล้ววันพรุ่งนี้ก็เป็นวันสําคัญยิ่งใหญ่ของเขา ผมคิดว่า จําเป็นครับ ให้เขาเถอะครับ พักเพียงแค่นี้เถอะครับ และเลื่อนไปเป็นพรุ่งนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ท่านประเสริฐครับ เดี๋ยวให้ท่านบุญจงท่านพูดก่อน เดี๋ยวผมลงไปเจรจาให้จะได้ จบ ๆ เชิญท่านบุญจงครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ผมว่าเอาแค่นี้เถอะครับ ขอเป็น วันพรุ่งนี้เถอะครับ ให้เขาไปปฏิบัติภารกิจอยู่กับครอบครัว ไปปฏิบัติทางหลักศาสนาของเขา ให้ถูกต้องนะครับ พวกเราอย่าเป็นคนบาปเลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเมื่อกี้ได้พูดคุยกันแล้วนะครับ ก็มีท่านบุญจงท่านสุดท้าย ท่านก็ได้เตรียมมาแล้ว อดทน อีกสักหน่อยหนึ่ง ฟังหลายท่านแล้ว ก็ฟังท่านบุญจงหน่อยนะครับ พรรคภูมิใจไทยท่านก็ขอ มาเหมือนกัน ท่านสุรเชษฐ์ครับ ท่านจุรินทร์นะครับ อีกท่านหนึ่ง เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อกี้ท่านประธานวิปรัฐบาลท่านก็พูดแล้วชัดเจน ท่านมอบหมายให้ผมเจรจากับท่าน ท่านก็พูดตรงกันกับผม แล้วไม่จบได้อย่างไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมายความว่าอย่างไรครับ ท่านอํานวยครับ วันนี้เอาเท่านี้ใช่ไหมครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านก็ฟังอยู่นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลือท่านบุญจงก่อน แล้วก็ค่อยว่ากัน เชิญครับ เอาให้ชัด

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม อํานวย คลังผา ตามที่ผมได้คุยกับท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ท่านก็ขอร้องว่าขอให้จบท่านณัฐวุฒิ ขอให้จบ นายนิพิฏฐ์ ซึ่งผมก็ขอให้ท่านณัฐวุฒิจบ ท่านก็ไม่ยอม ผมก็เลยออกมานี้นะครับ ก็ได้มาคุยกันตรงนี้ ว่าจะคุยก็ขอร้องว่าอยากให้ท่านณัฐวุฒิได้พูดในวันพรุ่งนี้ ท้ายที่สุดก็ตกลงกันไม่ได้ท่านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุรินทร์ครับ เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ผมขอท่านบุญจงไปก่อน และเดี๋ยวผมจะลงไปเจรจาให้ จะได้จบ ๆ ก็ยังตกลงกันไม่ได้ อย่างนั้นเชิญท่านบุญจงครับ เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพท่านประธานและท่านสมาชิก ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า พวกผมซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสัดส่วนซึ่งเป็นมุสลิม ไม่ใช่มีแค่ ๒ ท่านนะครับ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีหลายสิบท่านที่ต้องไปปฏิบัติภารกิจด้านศาสนกิจวันฮารีรายอ ท่านประธานที่เคารพครับ ครั้งหนึ่งในชีวิตที่พวกผมจะต้องอยู่กับญาติโกโหติกา จะต้องอยู่ ปฏิบัติศาสนกิจ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้ เขาหยุดราชการหมดเลยครับ ท่านประธาน ด้วยความเห็นใจจริง ๆ ครับ พวกผมต้องขับรถวันนี้เพื่อพรุ่งนี้ไปถึงเพื่อปฏิบัติ หน้าที่ในด้านศาสนกิจครับท่านประธาน ด้วยความเคารพจริง ๆ ถ้าพูดต่อไปอีกท่านหนึ่ง ผมเชื่อไม่จบครับ ท่านประธานครับ เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างวิปฝ่ายค้าน และรัฐบาลได้พูดเมื่อสักครู่ กระผมขออนุญาตท่านประธานด้วยความเห็นใจจริง ๆ ครับ พวกผมกําลังรออยู่ครับ ขออนุญาตท่านประธานได้กรุณาปิด เพื่อเห็นใจพวกผมได้ไปปฏิบัติ ศาสนกิจครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ผมได้ปรึกษากับ ท่านบุญจงแล้วนะครับ ผมคิดว่าเพื่อให้พี่น้องมุสลิมได้มีโอกาสได้กลับไปประกอบศาสนกิจ ในวันสําคัญพรุ่งนี้ ก็จะขออนุญาตให้ท่านบุญจงได้มีการอภิปรายในวันพรุ่งนี้ครับ ก็ขออนุญาตเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอํานวยครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรีนะครับ ผมขออนุญาตให้ ท่านณัฐวุฒิพูดอีกคนหนึ่งแล้วก็ปิดประชุมวันนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนั้นขออีกท่านหนึ่งแล้วกันนะครับ จะได้จบ ๆ เชิญครับ เชิญทางพรรคภูมิใจไทยก่อน

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ศุภชัย ใจสมุทร ครับ เหตุผลที่ทางพรรคภูมิใจไทยได้ยินยอมในการที่จะไปอภิปรายในวันพรุ่งนี้ เหตุผลก็คือเนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันตรุษอีดิลฟิตรี ซึ่งผมก็เป็นมุสลิม เพราะฉะนั้นผมเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่สภาผู้แทนราษฎรเองต้องให้ความสําคัญ เราได้เชิญทูตทั่วโลก ที่เป็นมุสลิมมาร่วมละศีลอดที่นี่ และอยู่ ๆ วันนี้พอเราบอกว่าผมได้ยอมในเรื่องประเด็น เหตุผลตรงนี้แล้ว ท่านกลับบอกว่าให้อภิปรายอีก ๑ ท่าน ผมเกรงว่าจะไม่เหมาะสมครับ ผมยังคิดว่าโควตาเวลานี้เป็นของพรรคภูมิใจไทยอยู่ เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณาท่านครับ พรุ่งนี้ท่านบุญจงจะได้สดชื่น ได้อภิปรายให้พี่น้องที่กําลังรอฟัง แล้วก็พอท่านบุญจงเสร็จ ก็ท่านรัฐมนตรี สมน้ําสมเนื้อกันดีครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ผมจะขอหารือที่ประชุมว่าถ้าพรุ่งนี้เราจะจบสักกี่โมงครับ จะได้บริหาร เวลาได้ถูก ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เชิญครับ ถ้าจะเลื่อนไปวันพรุ่งนี้ พักการประชุมแล้วไป พรุ่งนี้ต่อ เอาสักกี่โมงจะได้เสร็จสิ้นครับ ในวันพรุ่งนี้ครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ วันนี้ท่านประธาน นัดพวกผมมาประชุมบ่ายโมงถึงสามทุ่มครับ นี่มันสี่ทุ่มครึ่งแล้วครับ และพรุ่งนี้ท่านถามผมว่า กี่โมง ท่านนัดพวกผมกี่โมงครับ ท่านนัดพวกผมประชุมตั้งแต่สิบโมงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมก็จะเริ่มพรุ่งนี้สิบโมงเช้า และเราคิดว่าจะเสร็จสักกี่โมงครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ก็เป็นไปตามที่ท่านนัดครับ ท่านนัดมาแล้วนะครับ ผมไม่คิดว่าต้องใช้ดุลพินิจอะไรพิเศษเลยครับ ท่านก็บอกผมแล้ว กฎหมายนี้กฎหมายปกติ ปกติก็ปกติครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เหตุการณ์ในคืนนี้ก็ผ่านไป พวกผมก็ไม่ติดใจครับ ผมก็พูดในฐานะวิปคนหนึ่งเหมือนกันครับ แต่พรุ่งนี้เมื่อท่านประธาน มีบัญชาว่านัดกันสิบโมงแล้ว จะเลิกกันกี่โมงครับโดยประมาณ มันจะได้วางแผนกันถูกครับ เพราะอยู่ ๆ มาคืนนี้ ผมก็เห็นใจครับ อยู่ ๆ พี่น้องมุสลิม ผมก็กินในบ้านมุสลิมมายาวนาน พี่ชาดาก็พี่ชายของผมก็มุสลิม เขาบอกเขามีธุระเราก็รับได้ แต่พรุ่งนี้มันต้องคุยกันไว้ล่วงหน้า ก่อนครับ อยู่ ๆ คืนนี้มีงานบอกว่ามีภาระ ผมเข้าใจ พรรคภูมิใจไทยเขาก็บอกเป็นโควตา ของเขาเมื่อกี้ เขาไม่ยอมอภิปรายก็ไม่ว่ากัน แต่พรุ่งนี้อย่างน้อย ๆ ต้องมีธงให้ผมบ้างครับ เมื่อท่านประธานพูดออกมาในลักษณะอย่างนี้ครับ ผมอยากกราบเรียนถามท่านประธาน เป็นเบื้องต้นไว้เหมือนกันครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประเสริฐครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับ เอาตามที่ นัดหมายไว้ตรงแล้วครับ คือท่านประธานนัดไว้ว่าวันพรุ่งนี้จะประชุม ๑๐.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา ก็ให้เป็นไปตามนี้ครับ ก็ไม่มีอะไรที่มันผิดปกติไปมากกว่านี้ เพราะทุกสัปดาห์ เราก็ทํากันอย่างนี้ บางสัปดาห์เรายังไม่ถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา เราก็เลิกด้วยซ้ําไปนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้นะครับ เชิญท่านครูมานิตย์ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานครับ ผมฟังจาก ท่านประเสริฐเมื่อกี้ ท่านบอกว่านัดสิบโมง ก็ตรงกันครับ ในเบื้องต้นพวกผมก็ฟังเข้าใจได้ว่า พรุ่งนี้สิบโมงเริ่ม แต่ต้องนัดเวลาที่จะปิดพรุ่งนี้ครับ เพราะโดยปกติ ฟังก่อนสิครับ ผมไม่เคย ส่งเสียง ไม่เคยโห่เลย ผมก็พอเข้าใจการเมือง แล้วไม่เคยถ่อยในสภาแห่งนี้ ศึกษาประวัติได้ คนที่ชื่อสังข์พุ่มเกิดมาจากพัทลุงไม่เคยถ่อย ผมหารือกับประธานครับ ผมอนุมานได้ครับ ท่านประธานครับ แต่ขอเวลาพอคร่าว ๆ พรุ่งนี้ จะได้วางแผนถูกเหมือนกัน เพราะพรุ่งนี้ พวกผมก็มีงานในพื้นที่ วันกํานัน วันหลาย ๆ วัน วันแม่ บางพื้นที่เขาจัดก่อน เชิญพวกเราไป วันศุกร์ไปเปิดงาน ก็จะได้วางแผนถูกครับ อย่างน้อยก็เป็นอนุมานไว้ครับท่านประธานครับ สักบ่ายสามโมงได้ไหมครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอย่างนี้ครับ วิป ๒ ฝ่ายลองคุยกัน ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องในกรณีหาเวลาที่จะยุติการอภิปราย

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานครับ ผมไม่ได้เถียง ท่านประธานครับ ผมเคารพท่านประธาน เมื่อกี้วิปก็คุยกันไม่รู้เรื่องครับระหว่างประธานวิป กับประธานวิป ก็เป็นเบื้องต้นแล้วครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาว่า อย่างนี้ครับ ประเด็นที่จะขอไปพิจารณาต่อพรุ่งนี้ ก็คิดว่าน่าจะได้ข้อยุติแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็จะงดการประชุมของวันพรุ่งนี้ แล้วก็ไปพิจารณาเรื่องนี้ต่อในวันพรุ่งนี้ นะครับ เพราะฉะนั้นเวลาที่จะพิจารณาจบสิ้นตอนไหนเท่าที่ฟังแล้ว ก็วิปลองไปหารือกัน ถ้าหารือในข้อสรุปไม่ได้ ก็ค่อยว่าตามบรรยากาศของที่ประชุมอย่างนั้นก็แล้วกัน

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ได้ครับ ตกลงครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าเห็นตรงกัน ตามนี้ ท่านบุญยอดมีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อครับ คําถามผม ก็คือว่าพรุ่งนี้ถ้า ๑๐.๐๐ นาฬิกา แล้วท่านบอกว่าวาระนี้เป็นวาระปกติ พรุ่งนี้ก็ต้องมี กระทู้ถาม ทั้งกระทู้ถามสด กระทู้ถามทั่วไป ถูกไหมครับ แล้วค่อยกลับมาพิจารณาเรื่องนี้ ในตอนหลังจากนั้นถูกไหมครับ แล้วรวมทั้งมีการถ่ายทอดสดด้วยใช่ไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านบุญยอดครับ ถ้าอย่างนั้นการที่จะขอเลื่อนไปพรุ่งนี้ แล้วหยุดการพิจารณาก็จะมีการโต้แย้งกันอีก

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ไม่ ผมถามเพียงแค่ว่ากระทู้ถามสด ยังมีหรือไม่ กระทู้ถามธรรมดาทั่วไปมีหรือไม่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจตนาอย่างนี้ ท่านเจตนาอย่างนี้อยากให้มีเวลาในการอภิปรายกันมากพอสมควรนะครับ ทีนี้ผมมองว่า ๔ ทุ่มครึ่ง เรายังพอมีเวลา แต่ทีนี้สมาชิกบอกว่าอยากจะให้ไปว่ากันต่อพรุ่งนี้ ถ้าไปว่าต่อ พรุ่งนี้ก็งดการประชุมวันพรุ่งนี้เสียเลย จะได้เอาเรื่องนี้ไปว่ากันต่อ เจตนาอย่างนั้น ถ้าไม่อย่างนั้นฝั่งนี้ก็จะไม่ยอมอีกครับ มันก็หาข้อยุติไม่ได้ ถ้าหาข้อยุติไม่ได้ผมก็ใช้อํานาจ ของผมนะครับ เชิญท่านอํานวยครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย จากการที่ผม ได้หารือกับท่านณัฐวุฒิ เดิมนั้นท่านติดภารกิจ แต่วันนี้ผมได้ประสานท่านแล้วว่าวันพรุ่งนี้ ท่านสามารถที่จะมาร่วมประชุมได้ ผมก็ถือโอกาส คือวันนี้ก็ขอปิดการประชุมแล้วต่อ วันพรุ่งนี้ครับ ขอเลื่อนการประชุมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ของดการประชุม ของวันพรุ่งนี้นะครับ และขอเลื่อนการประชุมวันนี้ไปต่อพรุ่งนี้ ๑๐.๐๐ นาฬิกาครับ ปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๒.๔๐ นาฬิกา