นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ระบุว่ารัฐธรรมนูญยังมีความศักดิ์สิทธิ์ และการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธเป็นหลักการสำคัญ ผมยังบอกว่าการชุมนุมในอดีตที่ผ่านมาทำให้บ้านเมืองได้รับความเสียหายและเป็นที่มาของการยื่นร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในวันนี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ก่อนที่กระผมจะได้อภิปรายถึงเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอต่อสภาในวันนี้ กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในเบื้องแรกว่า ตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมานี้มีการชุมนุมของพี่น้องประชาชนนอกสภาผู้แทนราษฎร หลายกลุ่มด้วยกัน ก็ต้องยอมรับกับท่านประธานว่าผมเองก็เป็นคนหนึ่งครับที่ได้ร่วมชุมนุม กับพี่น้องประชาชนในระยะหลายวันที่ผ่านมา แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ในเบื้องแรกว่าสิ่งที่พวกเราได้ร่วมชุมนุม เราต้องการแสดงให้ประเทศนี้ ให้คนในประเทศนี้ ให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้รับทราบว่า รัฐธรรมนูญนี้ยังมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ ผมต้องการบอก กับพี่น้องประชาชนว่า พี่น้องประชาชนมีสิทธิมีเสรีภาพอย่างสมบูรณ์ในการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ และการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธนั้นสามารถที่จะกระทําได้ ไม่ว่าจะมีผู้ชุมนุมจํานวนมากเท่าไรก็ตามเราสามารถที่จะกําหนดให้ผู้ชุมนุมทําการชุมนุม โดยสงบและปราศจากอาวุธได้ ถึงแม้ว่าการชุมนุมที่ผ่านมานั้นหลายท่านบอกว่าล้มเหลว หรือไม่ประสบความสําเร็จหรือจะประสบความสําเร็จอย่างไรก็ตาม แต่มันเป็นการพิสูจน์ บทบาทของพี่น้องประชาชน เป็นการพิสูจน์ว่ารัฐธรรมนูญนี้ยังมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ เพราะว่า เราชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธและบ้านเมืองไม่มีความเสียหาย ซึ่งแตกต่างจาก การชุมนุมในอดีตที่ผ่านมาทําให้บ้านเมืองได้รับความเสียหายได้รับความบอบซ้ําและเป็นที่มา ของการล้มเจ็บ เสียชีวิตมากมาย จนเป็นที่มาของการยื่นร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่าเพื่อนสมาชิกได้ยืนขึ้น แล้วกล่าวซ้ําแล้วซ้ําเล่า ว่าขอให้สมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ได้โปรดมีเมตตาธรรมที่จะร่วมกัน นิรโทษกรรมให้กับผู้กระทําความผิด แต่ว่าผมเสียดายครับว่า ผู้ที่ยืนขึ้นหลายคนและบอกว่า ให้พวกเราในสภาแห่งนี้มีเมตตาธรรมนั้นต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ามันเป็นคํากล่าว ของผู้ที่กระทําความผิดครับ และผู้กระทําความผิดนั้นวันนี้ยังไม่ได้สํานึกในการกระทํา ความผิดนั้นเลย แล้วกลับมายืนขึ้นในสภาแห่งนี้บอกว่าขอให้พวกเราได้โปรดมีเมตตาธรรม ที่ผมเศร้าใจไปมากกว่านั้นก็คือเพื่อนสมาชิกได้นําวีซีดี (VCD) เพลงของนักเรียนที่เด็กเล็ก ๆ ที่ร้องเพลงผ่านไปเมื่อสักครู่โดยบอกว่าเด็กเล็ก ๆ เหล่านั้นต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ และท่านบอกว่าท่านฟังเด็กร้องเพลงแล้วท่านถึงกับน้ําตาไหล สงสารเด็ก ผมก็เรียนว่า พวกเราไม่ได้มีส่วนทําให้เด็กมีความรู้สึกเจ็บปวดเหล่านั้นเลยนะครับ ผมต้องเรียน ท่านประธานต่อไปว่าคนที่น้ําตาไหลนั่นละครับเป็นผู้สร้างความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นให้กับเด็ก และคนที่น้ําตาไหลนั่นละครับวันนี้มายืนบอกว่าขอให้พวกเรามีเมตตาธรรมให้กับท่านทั้งหลาย ผมเสียดายเหลือเกินครับ ท่านได้กล่าวถึงพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หลายครั้งในเรื่องของความรัก ในเรื่องของความสามัคคี ผมเสียดายครับ บุคคลที่กล่าวถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นข้างกายของท่านซ้าย ขวา หน้า หลัง ของท่านคือแวดล้อมไปด้วย ผู้ที่กระทําความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก่อนที่ท่านจะบอกเพื่อนสมาชิก ก่อนที่ท่านจะ บอกพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าให้ยึดพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมอยากให้ท่านได้ตักเตือนพวกพ้องของท่านซ้าย ขวา หน้า หลังของท่านว่าอย่าละเมิด องค์พระประมุขเท่านั้นครับ แต่ว่าวันนี้ท่านพยายามอ้างพระบรมราโชวาทเพื่อให้พวกเราเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ให้คนในประเทศนี้มีความรักสามัคคีกัน ท่านประธานครับ ก็เลยมีคํากล่าวครับว่าเวลามีการกล่าวธรรมนั้นมันต้องดูว่าธรรมะนั้น กล่าวมาจากปากของใคร และบางครั้งเราต้องยอมรับความจริงว่าธรรมะนั้นกล่าวมาจากปาก ของโจรก็เยอะแยะครับ โจรก็สามารถกล่าวธรรมะได้ครับ เพราะฉะนั้นต้องระวังให้ดีนะครับ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้เรากําลังออกกฎหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง เป็นกฎมายนิรโทษกรรม ปกติแล้วกฎหมายที่เราออกมานั้นมันเป็นหลักกฎหมายทั่วไปว่า กฎหมายต้องออกมารับใช้ความยุติธรรมครับ แต่ว่าวันนี้สภาแห่งนี้กําลังจะใช้เสียงข้างมาก ผมต้องพูดตรงไปตรงมานะครับว่า สภากําลังจะออกกฎหมายมารับใช้โจรครับ ไม่ได้รับใช้ ความยุติธรรม สิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ ผมจะต้องกล่าวอย่างตรงไปตรงมาท่านอาจจะ เจ็บปวดบ้าง แต่ว่านี่คือความจริงของประเทศนี้ที่เราต้องยอมรับกัน ท่านประธานครับ ผมยอมรับความจริงว่าเมื่อมีการชุมนุมนั้นมีการชุมนุมทางการเมืองนั้นมีประชาชนส่วนหนึ่ง ต้องกระทําความผิดครับ การชุมนุมทางการเมืองเป็นไปไม่ได้ครับที่จะบรรลุผล ถ้าประชาชน ไม่กระทําความผิดเลย แต่ท่านประธานครับ