สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๗ สิงหาคม ๒๕๕๖

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม พ.ศ. ๒๕๕๗ และเรียกร้องให้เร่งพิจารณา เนื่องจากเป็นผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ให้เกียรติผมเท่ากับ คุณอภิสิทธิ์บ้างได้ไหมครับ เรากําลังเสนอคนละข้างครับ อย่าท้วงติงผมมากได้ไหมครับ ท่านประธานครับ การนําเสนอที่สักครู่นี้เป็นการนําเสนอเสมือนหนึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่เห็นด้วย กับกฎหมายนี้ เป็นเสมือนการอภิปราย แต่ผมจะนําเสนอเหตุผลว่าเวลาที่เสียไปเราควรจะรีบ ดําเนินการต่อไปเลยโดยไม่ต้องเลื่อน เริ่มต้นท่านประธานครับที่บอกว่าพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมฉบับนี้เป็นประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่งนั้นไม่ใช่ครับ ผมจะอธิบายให้เห็นว่า เราจําเป็นต้องเร่งพิจารณาเพราะเป็นผลประโยชน์ของประชาชน เป็นผลประโยชน์ ของประเทศ รวมทั้งผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องก็เป็นประโยชน์ ๗ ปีที่ผ่านมาและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิกฤต ๓-๔ ปีที่ผ่านมานี้คนที่เดือดร้อนไม่ได้อยู่เฉพาะคนที่ถูกจําคุกเท่านั้น แต่คนที่เดือดร้อน อยู่ในภาวะที่ต้องได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤต และเราไม่สามารถจะนําพาประเทศชาติ พัฒนาได้ ถ้าเราจะกล่าวว่ากฎหมายฉบับนี้เสนอทีไรมีวิกฤตทุกที ท่านประธานครับ มองความจริงด้วยว่าเรามีส่วนในนั้นหรือไม่ เริ่มต้นผมจะขอนําเสนอก่อนว่าการนําเสนอกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นสัญญาประชาคม อย่างหนึ่ง การเลือกตั้งครั้งสุดท้ายคงจําได้นะครับเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ที่เรามี การลงคะแนนกันนั้น ทั้งพรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน และทุกพรรค เราได้เสนอ ปัญหาต่อประชาชนเพื่อจะเรียกร้องให้ประชาชนไว้วางใจเรา ผมยังได้มีโอกาสไปนั่ง ออกรายการโทรทัศน์ร่วมกับเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน ท่านวินัยครับ เราต่างเห็นตรงกันว่าเราต้องหาทางปรองดองกันในบ้านนี้เมืองนี้ ด้วยวิธีการ จะเป็นอย่างไร นั่นเป็นเรื่องการนําเสนอต่อประชาชน ท่านประธานครับ การนําเสนอ แนวทางต่อประชาชนในประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นสําคัญที่ประชาชนวิตกกังวลต่อวิกฤต ของบ้านเมืองที่มีมายาวนานตั้งแต่รัฐประหารวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ การเสนอให้มี การปรองดองเป็นประเด็นสําคัญ ถ้าพรรคไหนไม่เสนอให้มีการปรองดองจะไม่ได้รับคะแนน อย่างแน่นอน แต่เมื่อต่างฝ่ายต่างเสนอให้มีการปรองดองก็เป็นสิทธิของประชาชนที่เป็น เจ้าของประเทศเขาจะลงคะแนนให้ แน่นอนที่สุดครับการนําเสนอแนวทางของพรรคเพื่อไทย ได้รับความเห็นชอบจากประชาชน ได้รับความเชื่อมั่น เราจึงได้เสียงเกินครึ่ง เสียงเกินครึ่งนี้ ไม่ใช่เรื่องการซื้อเสียง เสียงเกินครึ่งนี้เป็นผลมาจากความวิตกกังวลของประชาชนทั้งประเทศ ต่อปัญหาวิกฤตของบ้านเมือง เมื่อเป็นอย่างนี้ตามรัฐธรรมนูญถ้าเราไม่นําเสนอเราก็ผิด สัญญาประชาคม ก็เป็นปัญหาข้อหนึ่งในการที่จะต้องอาจจะถูกร้องต่อกระบวนการยุติธรรมได้ ดังนั้นการนําเสนอเรื่องนี้จึงเป็นการนําเสนอถือว่าเป็นสัญญาประชาคมที่เราได้รับมาจาก ประชาชน แต่น่าเสียดายครับ ปีแรกที่รัฐบาลได้นําเสนอเรื่องนี้เข้ามา บรรยากาศต่าง ๆ ที่เราบอกว่ามันไม่ดี เกิดวิกฤตขัดแย้งนั้น บังเอิญเรามองโลกคนละมุมแต่ด้านหนึ่งเรามองแคบ เกินไป จึงทําให้เราวิตกกังวลต่อผลประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ในใจของเรา ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียกร้องวันนี้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดวิกฤตในประเทศไทยเช่นนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด ตลอดระยะเวลา ๘๐ ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครองมีกระบวนการความขัดแย้งรุนแรง กว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ด้วย แล้วเราก็มีแนวทางในการดําเนินการได้ ท่านประธานครับ เราลองวางตัวตนของเราตรงนี้ไว้สักประเดี๋ยวได้ไหมครับแล้วมองไปข้างหน้า เมื่อท่านพูดถึง เรื่องยูเอ็นผมก็จะขอกราบเรียนว่าปัญหาวิกฤตความขัดแย้งที่หาทางออกไม่ได้ในประเทศไทยนี้ ไม่ได้เป็นผลต่อประเทศเราเท่านั้น ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ได้มีโอกาสเดินทางไปหลายประเทศโดยเฉพาะในอาเซียน ท่านครับปัญหาความขัดแย้ง เหล่านี้ได้สร้างความวิตกกังวลต่อเพื่อนบ้านไม่น้อย หลายท่านก็มีโอกาสได้เดินทางไป ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน เรากําลังจะเข้าสู่เออีซี (AEC) ประเทศรอบบ้านเราขณะนี้ ได้เตรียมการพัฒนากันหมดแล้วครับ บังเอิญผมอาจจะมีประสบการณ์มากกว่าบางท่าน ในบางคนที่อภิปรายอยู่ขณะนี้ เมื่อ ๑๕ ปีก่อน ในฐานะเลขานุการ พลเอก ชาติชาย ผมได้เดินทางไปที่ประเทศลาว หลวงน้ําทา ในวันนั้นท่านเชื่อไหมครับหลวงน้ําทามีถนน เส้นเดียวครับ ไม่ลาดยางด้วยครับ สนามบิน ขอประทานโทษเถอะครับ มีควายกินหญ้าอยู่ ออฟฟิชสํานักงานสนามบินมุงด้วยแฝกครับ แต่ไปวันนี้สิครับเขาปรับปรุงกระบวนการพัฒนา ของเขาเตรียมรับมือหมด ผมได้มีโอกาสเมื่อ ๑๕ ปีก่อนได้เดินทางไปที่บ่อเต็นและบ่อหาน เพื่อจะข้ามไปชายแดนจีน ปรากฏว่าด่านชายแดนนั้นเป็นเพิงหมาแหงนครับ แต่วันนี้พัฒนาใหม่หมดแล้วครับ ใครที่เดินทางจากประเทศจีนเข้าประเทศลาวจะเห็น ชัดเจนว่าประตูเมืองของประเทศลาวที่ติดกับประเทศจีนใหญ่กว่าจังหวัดหนองคายอีกครับ อาคารสถานที่ใหญ่มาก หลังคาเป็นพระธาตุหลวง ก้าวไปของฝั่งประเทศจีนที่บ่อหาน เป็นอาคารเหมือนสนามบิน เส้นทางจากบ่อเต็น บ่อหานไปถึงสิบสองปันนา เชียงรุ้ง เมื่อก่อนเป็นทางคดเคี้ยวหมด ประเทศจีนได้สร้างซุปเปอร์ไฮเวย์ (Super Highway) ซึ่งเป็น เทือกเขาทั้งหมด เจออุโมงค์ เจอภูเขา เจาะเป็นอุโมงค์ ออกจากอุโมงค์ทําสะพาน เป็นซุปเปอร์ไฮเวย์ตรงดิ่งเลยครับ และนั่นคือเส้นทางที่เขาเตรียมทางทํารถไฟความเร็วสูง ผ่านมาจุดนั้น สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าหลายประเทศเตรียมรับแล้ว เฉพาะที่บ่อหานของ ฝั่งประเทศลาวได้สร้างศูนย์การค้าใหญ่เตรียมรับที่พักสินค้า ของที่จะมาจากประเทศจีน และไหลเข้ามาสู่กระบวนการของอาเซียน ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ตรงนี้ก็เพื่อให้เห็นความเป็นจริงว่า เพื่อนบ้านเราเตรียมการรับมือกันหมดแล้ว ต่อการพัฒนาการเข้าสู่เออีซี แต่ประชาชนไทยในประเทศไทยยังตีกันไม่เลิก อย่างนี้จะไม่เรียกว่าการที่เราหาทางออกให้แก่บ้านเมืองด้วยการหาทางปรองดองจะไม่ใช่ ทางที่ถูกต้องหรอกหรือ ท่านประธานครับ เราเข้าใจผิดว่า การทําครั้งนี้เป็นผลประโยชน์ ของคน ๆ เดียว มีการกล่าวพาดพิงถึงนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง แต่ผมจะขออนุญาตตรงนี้ สักนิดเถอะครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นได้ใช้ความพยายามและความอดทน อย่างที่สุดในการที่จะพยายามหาทางออกด้วยทุก ๆ กระบวนการ ท่านครับ เหตุการณ์ การเสนอร่างพระราชบัญญัติการปรองดองแห่งชาติเมื่อปีที่แล้ว ว่ากันจริง ๆ เราผ่านต่อ ได้เลยครับ แต่เมื่อท่านเสนอว่าเป็นการช่วยเหลือคน ๆ เดียว ไม่เหมาะสม เพื่อให้เกิดโอกาส ทางเลือกใหม่ ๆ เราก็หยุดเรื่องนั้นไว้ก่อน เราจึงมานําเสนอในส่วนของการช่วยเหลือ เฉพาะประชาชน ตรงนี้เองเมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ส. จารุพรรณ พูด ท่านเป็นความวิตกกังวล ผมไม่ไปโต้แย้งท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรหรอกครับ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ ที่ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ คุณแบรด อดัมส์ พูดนั้น มันไม่ใช่เรื่องเขาไม่เห็นด้วยกับการปรองดอง แต่เขาวิตกกังวลต่อการฆ่าประชาชน ๙๐ กว่าศพ ที่จะได้รับการนิรโทษกรรมไปด้วย อันนั้นไม่ได้ เราก็ไปพิจารณาคนละด้านกัน ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมกําลังยืนอยู่ขณะนี้ พูดในความเห็นที่อาจจะตรงข้ามกับด้านของอีกท่านหนึ่ง นี่คือสิ่งที่เรียกว่าระบบรัฐสภา เราไม่อาจจะโกหกกันได้ครับ เมื่อพูดในสภาต้องพูดความจริงกัน เพราะยังมีการถ่วงดุล แต่ถ้าเราไปพูดนอกสภา อันนี้ต่างคนต่างตั้งเวที และไปใส่ไฟกัน โกหกกันไป ทําให้ประชาชน เกิดความเกลียดชังกันอย่างยกใหญ่ นั่นไม่ใช่ทางออก คําว่า ระบบรัฐสภา นั่นคือใช้สภา เป็นศูนย์กลางในการดําเนินการอันนี้ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าการฆ่าประชาชนนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ไว้วิตกกังวลต่อคนในประเทศไทย แต่ว่าเป็นความหวาดวิตกของคนทั้งโลก ซึ่งโลกสมัยใหม่เขาไม่ให้ทําแล้ว ท่านประธานครับ เรากําลังเข้าใจว่าเป็นการช่วยเหลือ คนกลุ่มเดียว ผมได้นําเสนอแล้วว่า เรากําลังจะหาทางออกให้กับประเทศชาติทั้งหมด ท่านประธานครับ คนที่ผิดวันนี้ไม่ได้มีอยู่พันกว่าคนนะครับ แต่มีอยู่หลายหมื่นคน ผมถามว่า คนที่ยึดทําเนียบรัฐบาลที่ประชาชนไปร่วมนั้นไม่ผิดหรือครับ เป็นคดีนะครับ มีการถ่ายรูป ทั้งตั้งใจถ่าย การออกทีวี เก็บเรคคอร์ด (Record) หมดครับ คนที่ไปยึดสนามบินทั้งที่นั่ง อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ด้วย ไม่ใช่ความผิดหรือครับ เป็นความผิดที่มีอายุความ ๒๐ กว่าปี แล้วไม่ใช่ยึดสนามบินเท่านี้ ยังไปยึดสนามบินในภาคใต้อีก ตกลงเราจะมีความสุข หรือครับที่ประชาชนจะมีชนักติดหลังกัน ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ คน อย่างนี้ ดังนั้นวันนี้ ความหวาดวิตก ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ร่างพระราชบัญญัติที่เสนออยู่ขณะนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติของคุณวรชัยนั้นเป็นความ พยายามหาทางออกในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับฉันทะจากประชาชนมา เมื่อท่านบอกว่าร่างพระราชบัญญัติปรองดองเป็นการช่วยคน ๆ เดียว เราก็จึงนํามาเสนอว่า ขอให้ช่วยประชาชนก่อนเถิด ดึงฟืนบางดุ้นออกเสียก่อน ไฟจะได้ลดลง แต่น่าเสียดายมาก ครับท่านประธาน จะด้วยความเข้าใจผิดหรืออย่างไรไม่ทราบ เราไปใส่ไฟกันใหญ่ ใส่ไฟ จนลามมาถึงในสภาแห่งนี้ เสียเวลาไป ๕-๖ ชั่วโมง ท่านประธานครับ ผมจึงมีความเห็นว่า เราไม่ควรจะเลื่อนการพิจารณา ส่วนที่ท่านได้พูดถึงว่าเป็นการละเมิดหลักนิติธรรมต่าง ๆ นั้น ท่านประธานครับ เรื่องนี้ตามความเป็นจริงผมได้เตรียมข้อมูลมา ขออนุญาตท่านประธาน ได้กล่าวสักนิดหนึ่ง ท่านครับ เมื่อปี ๒๔๙๐ ถึงปี ๒๔๙๙ ในช่วงจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี กบฏแมนฮัตตัน (Manhattan) กบฏสันติภาพ เกิดการสู้รบของคนไทย ด้วยกันเองรุนแรงกว่านี้อีก แต่ทั้งหมดจบลงได้อย่างไร เราจะบอกว่าเป็นการละเมิดหลัก นิติธรรม ละเมิดคําพิพากษา เอกสารในสภาผู้แทนราษฎรนี้ก็มีครับ พระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมในโอกาสครบ ๒๕ พุทธศตวรรษ ๒๔๙๙ ท่านดูนะครับ ในมาตรา ๔ ได้พูดถึง การปราบกบฏ การก่อจลาจล มีคําพิพากษาให้ลงโทษแล้ว ถึงที่สุดแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้น ไม่เคยต้องคําพิพากษาว่าได้กระทําความผิดนั้น ถ้าผู้นั้นรับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง และให้ผู้กระทํานั้นพ้นจากความรับผิดโดยสิ้นเชิงในมาตรา ๔ ท่านประธานครับ จะไป บอกว่ามีอํานาจเหนือผู้พิพากษา ถ้าพูดอย่างนั้นยิ่งแตกกันใหญ่ แต่ว่าสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ในโครงสร้างระบบการปกครองนั้นเราเป็นตัวแทนของประชาชน เรารับอํานาจมาจาก ประชาชนเพื่อจะมาแก้ปัญหา และได้พิสูจน์แล้วว่าในวิธีกระบวนการการเลือกตั้งนั้นเราได้ นําเสนอหนึ่งในหลาย ๆ ข้อ คือเรื่องเราจะหาทางออกให้แก่ประเทศชาติในการปรองดองกัน ให้บ้านเมืองเกิดสันติสุข ท่านครับ มาดูมาตรา ๖ ในพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ในโอกาสครบ ๒๕ พุทธศตวรรษนี้ครับ มาตรา ๖ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ ให้ผู้พิพากษาแห่งท้องที่ ๑ นาย ให้อัยการแห่งท้องที่ ๑ นาย เป็นคณะกรรมการมีหน้าที่ ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับนิรโทษกรรม ซึ่งถูกศาลพิพากษาลงโทษคดีถึงที่สุดแล้ว และยังมิได้ พ้นโทษไป หรือคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล และส่งรายชื่อต่อศาลหรืออัยการ แห่งท้องที่ เพื่อศาลหรืออัยการแห่งท้องที่นั้นออกหมายศาลสั่งปล่อยหรือถอนฟ้อง แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ให้ปล่อยตัวไปตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นต้นไป เราจะบิดเบือนความจริงหรือครับ นี่คือประวัติศาสตร์ของเรา เราก็หาทางแก้ได้ เราบอกว่า ท่านละเมิดอย่างนี้บ้านเมืองจะอยู่ไม่ได้ ก็เห็นอยู่ได้มาจนถึงวันนี้ และดีขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ขอความกรุณาท่านครับ ผมอดทนฟังหัวหน้าท่านอย่างไร ให้เกียรติกันบ้าง ท่านประธานขออนุญาตนะครับ ที่ผมต้องการให้ดําเนินการต่อไป แต่เพื่อหักล้างเหตุผลอันเป็นหัวใจแห่งสิ่งที่เรียกว่าระบบรัฐสภาคือโต้แย้งกันตรงนี้ เหตุผลที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ออกพระราชบัญญัตินี้ก็โดยอาศัยว่าบ้านเมืองได้เข้าสู่ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ แล้ว เราจะเห็นนะครับ พุทธมณฑลที่เห็นนั้นคือสัญลักษณ์ที่ท่าน จอมพล ป. พิบูลสงคราม ใช้เป็นสัญลักษณ์ว่าเมื่อกึ่งพุทธกาลเราควรจะปรองดองกันได้แล้ว คนไทย ท่านประธานครับ เฉพาะกฎหมายฉบับนี้เมื่อเปรียบเทียบกับกฎหมายที่ท่านวรชัย นําเสนอและเพื่อน ส.ส. นี้ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ เราจะไม่มอบอะไรเป็นการ ถวายสักการะแก่ท่านเลยหรือครับ การทําให้เกิดการปรองดอง หาทางปรองดองนี้น่าจะเป็น เหตุผลที่ดีที่สุด ท่านประธานครับ เพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่เราโต้แย้งกัน ไปบอกประชาชน คนละฟากนั้นเป็นเรื่องที่นั่นคือระบบนอกสภา แต่ถ้าในสภาแล้วท่านฟัง ๒ คนแล้วท่านจะ รู้ว่าอะไรถูกและอะไรควร พระราชบัญญัติอีกฉบับหนึ่งครับ ในเหตุการณ์ระหว่างวันที่ ๓๑ มีนาคม ถึงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๔ เปรียบเทียบดูนะครับ วันนั้นผมจําได้ มีการนํารถถัง ออกมายิงกองพล ๑ มีคนบาดเจ็บ นักข่าวบาดเจ็บ มีคนตาย ท่านครับ เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะมี การนิรโทษกรรมเลยครับ แต่มีการออกพระราชกําหนดเลยครับ ในระหว่างสมัยประชุมสภา มีการออกพระราชกําหนดเลยครับ ให้ทุกอย่างจบลงและคืนดีกัน คนที่เซ็นชื่อนั้นชื่อ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ครับ พอออกเสร็จไปแล้ว ออกไปเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔ บังเอิญในมาตรา ๓ วรรคสอง ไม่อภัยโทษให้แก่คนที่ไม่มารายงานตัวครับ มีทหารส่วนหนึ่ง ไม่รายงานตัว พวกรายงานตัวนี้อภัยหมด ยิงกันจนกระทั่งเสาวิทยุของกองพล ๑ หักเลยครับ ปรากฏว่ามีการรายงานตัวจับได้แล้ว อันนี้นิรโทษกรรมให้ แต่บังเอิญวรรคสอง บอกว่า ความในมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้ที่มิได้ไปรายงานตัวต่อกองอํานวยการร่วมรักษา ความสงบแห่งชาติ และพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับไว้แล้วก่อนวันที่พระราชกําหนดนี้ ใช้บังคับ ปรากฏหลังจากนั้นทําอย่างไรรู้ไหมครับ มีพระราชบัญญัติออกมาอีกครับ แก้ไขพระราชกําหนดเพิ่มขยายให้เกิดความปรองดองขึ้นไปอีก พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกําหนดนิรโทษกรรมแก่ผู้ก่อความไม่สงบเพื่อยึดอํานาจการปกครองแผ่นดินระหว่าง วันที่ ๓๑ มีนาคม ถึงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๔ เขียนไว้ในมาตรา ๓ ว่า ให้ยกเลิกความ ในวรรคสองของมาตรา ๓ แห่งพระราชกําหนดนิรโทษกรรมแก่ผู้ก่อความไม่สงบเพื่อยึด อํานาจการปกครองแผ่นดินระหว่างวันที่ ๓๑ มีนาคม ถึงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๔ ท่านครับ นั่นหมายความว่าคนไม่ไปรายงานตัวออกพระราชบัญญัติมาแก้พระราชกําหนดอีก ใครเซ็นชื่อครับ เป็นบุคคลที่หลายคนเคารพนับถือท่านเป็นแบบอย่าง นั่นคือ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ครับ นี่เป็นกฎหมายก็ออกได้ครับ และสิ่งที่ดําเนินการอันเป็นคุณูปการ แห่งประเทศไทยในสมัยที่ท่าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ออกเป็น กฎหมายด้วยครับ ออกแค่เป็นนโยบาย ๖๖/๒๓ ครับ เพื่อจะสงบคนในชาติที่รบกันมา ยาวนาน ฆ่ากัน เผาโรงพัก เผาอําเภอ ฆ่าประชาชน มีการฆ่ากันไปฆ่ากันมา ออกเป็นแค่ นโยบายครับในสมัยที่ท่าน พลเอก เปรม เป็นนายกรัฐมนตรี คือนโยบาย ๖๖/๒๓ วันนี้ พี่น้องประชาชนที่ขัดแย้งกันก็กลับมาสู่ความปรองดองกัน สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านนี้เราได้ บุคลากรหลาย ๆ คนกลับมาใหม่หมด คนหนึ่งที่ผมรู้ว่าน่าจะเข้ามาเกี่ยวข้องในทางการเมืองด้วย เคยเป็นอดีตประธานวุฒิสภาด้วย นั่นคือ พลเอก อย่าให้ผมเอ่ยชื่อท่านเลยครับ ไม่อยากจะ รบกวนใคร ก็กลับมาเป็น ท่านครับ วันนี้ครับ มันได้เวลาแล้วที่เราจะต้องนํากระบวนการ ต่าง ๆ มาช่วยกัน ท่านครับ ผมจะยกตัวอย่างอีกอันหนึ่งเพื่อให้เห็นว่ากระบวนการต่าง ๆ มีความชอบธรรมทุกด้าน แต่ที่ ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ นั้นเขาวิตกกังวลต่อการที่จะทําให้คนที่สั่งแล้วมีผลทําให้ ประชาชนตาย ๙๐ กว่าศพ บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ กว่านั้น ไม่ว่าท่านจะบอกว่าเป็นคนชุดดํา หรือคนอะไรก็แล้วแต่ เขากลัวตรงนั้นครับ และเมื่อวานนี้ครับศาลได้วินิจฉัย ไม่เห็นใคร เอามาพูดเลยครับ การฆ่าประชาชน ๖ ศพที่วัดปทุมครับ เป็นการกระทําของเจ้าหน้าที่รัฐ พิสูจน์แล้วคนตาย ๖ ศพไม่มีเขม่าดินปืน และศาลยังวินิจฉัยด้วยว่าไม่มีชายชุดดําตามที่ นําสืบกัน ท่านประธานครับ ผมพูดอย่างนี้ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกว่าผมจะมีเจตนาอยากจะ ให้ใครเอาเข้าคุก แต่ว่าการฆ่าประชาชนเป็นเรื่องใหญ่มาก ที่ผมต้องรบกวนท่านประธาน รบกวนท่านสมาชิก เพราะชีวิตผมเป็นคนหนึ่งที่คล้าย ๆ อีกหลายคนที่นี่ที่เข้าไปอยู่ในวงจร แล้วถูกไล่ฆ่ามาตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ จนถึงวันนี้เราอยากให้สิ่งเหล่านี้มันยุติสักที ด้วยเหตุที่ผมกราบเรียนท่านนี่ละครับว่าเราได้เสียเวลา ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้โอกาส พยายามคอมโพรไมส์ (Compromise) ที่สุด เสนอกฎหมายปรองดองคนในชาติก็เกิดวิกฤต ในสภา วันนี้ก็ต้องกราบขอบพระคุณที่ไม่มีใครลุกขึ้นไปทําร้ายท่านประธาน ไม่มีใคร ก่อจลาจลในสภา แม้จะไม่วุ่นวายแต่ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แสดงว่าเรากําลังเข้าสู่ดุลยภาพ แห่งความเข้าใจแล้ว แล้วก็ต้องกราบขอบพระคุณทุกท่านครับ แม้จะเสียเวลาไป ๔-๕ ชั่วโมง จากความที่เราพยายามจะใช้กลเม็ดเด็ดพรายดึงไม่ให้เกิดการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ แต่สุดท้ายเราก็ได้มีโอกาสนําเสนอข้อคิดเห็นมาถ่วงดุลกัน และนี่คือสิ่งที่เราควรจะได้บอกกับ ประชาชนด้วยเหตุผลคนละด้าน ประชาชนจะเชื่อใคร จะโหวตอยู่ที่การลงคะแนนครั้งต่อไป ท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน กราบขอบพระคุณท่านสมาชิก ที่ทําท่าจะโห่กระผม แล้วก็ไม่ดําเนินการให้กระผมได้พูด ผมกราบขอบพระคุณจริง ๆ ครับ แม้ว่าอะไรต่าง ๆ จะเกิดขึ้นก็ตามที แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่เรียกว่าระบบรัฐสภานั้น เราเชื่อมั่นในระบบรัฐสภานั่นก็คือเราต้องใช้สภาเป็นที่แก้ปัญหา จึงกราบขอบพระคุณที่ท่าน ไม่ดําเนินการในทางที่ขัดขวางมากไปกว่านี้ ขอนําเสนอต่อที่ประชุมเพื่อโน้มน้าวให้ เพื่อนสมาชิกทั้งหมดลงคะแนนให้แก่แนวคิดที่ว่าให้ดําเนินการพิจารณาต่อไป ไม่ต้องเลื่อน เราเสียเวลามายาวนานและเราต้องเร่งในการพัฒนาโลกครับ กราบขอบพระคุณครับ