สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๗ สิงหาคม ๒๕๕๖

ชาดา ไทยเศรษฐ์ พูดถึงการชุมนุมที่มีการเปลี่ยนแปลงบทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มต่างๆ เช่น เสื้อแดง เสื้อเหลือง และผู้นำทางการเมือง เขาแสดงความไม่เห็นด้วยกับวิธีการแก้ปัญหาและเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงคําพูดและวาระ ๒ เพื่อแก้ไขปัญหาและให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ก็ถือว่าเป็นอีกมุมมองหนึ่งครับ กราบเรียนท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมจะพูดนั้นถ้าจะไปกระทบผู้ใดหรือสิ่งใดก็ต้อง กราบขออภัยแต่พูดด้วยความรู้สึก พูดจากความรู้สึกของตัวเอง ผิดถูกก็เป็นเรื่องที่ต้องขอ กราบประทานอภัยไว้ เหตุการณ์วันนี้ ขณะนี้สิ่งที่เราเห็นกันอยู่นี้ท่านรู้สึกคุ้นกันบ้างไหมครับ มันเหมือนดูหนังซ้ํา ผมกราบเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ วันนี้มันเหมือนดูวิดีโอ ดูหนังซ้ํา เมื่อวานนี้เพียงแต่เปลี่ยนบทบาทว่าคนที่เมื่อวานนี้เป็นพระเอกอยู่ฝ่ายกองกําลัง วันนี้มาเป็น นักไฮด์ปาร์ค (Hyde Park) อยู่ข้างถนน ก็สลับกันไปสลับกันมา ผมเรียนกันตรง ๆ นะครับ เมื่อวันก่อนฝ่ายหนึ่งบอกว่าเป็นไพร่ วันนี้ก็มาเป็นอํามาตย์มันก็เหมือนหนังที่เราดูกันอยู่ เป็นประจํา เพียงแต่ตัวแสดงก็เดิม ๆ เปลี่ยนบทบาทแค่นั้นเอง วันนี้ผมบอกตรง ๆ ครับ หนังเรื่องนี้มันเอียนแล้วครับ มันเอียนจริง ๆ ครับ คนไทยผมก็เชื่อว่าเอียนเหมือนกัน เราจะรวม เออีซี ๑๐ ประเทศ จะไปรวมอย่างไรเล่า รวมกันในประเทศยังรวมไม่ได้เลย แล้วจะไปรวมกับเขาอย่างไร ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แล้วเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นอีกนานไหม ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ไม่ใช่ผมไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม ผมจําเหตุการณ์ เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม เมื่อปี ๒๕๕๓ ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ ผมกลับมาจากประเทศสิงคโปร์ วันนั้นเสื้อแดงเข้ากรุงเทพมหานครมากันทั้ง ๆ ที่ฝ่ายที่ถืออํานาจรัฐอยู่ก็ทั้งขู่ทั้งปลอบ ไม่ให้เข้ามา ผมเองเห็นแล้วผมก็มีความรู้สึกเหมือนกันว่าเสื้อแดงก็มากันไม่กลัว ไม่กลัวมากัน รถราติดกันวุ่นวายหมด เสื้อแดงพื้นที่ก็มาช่วยจัดการจราจร ผมเห็นผมภูมิใจครับ ไม่ใช่ผมเห็นด้วยกับเสื้อแดงนะครับ แต่ผมภูมิใจที่ว่าประชาชนรู้จักปกป้องสิทธิของตัวเอง รู้จักพัฒนาทางการเมืองแต่หลังจากนั้นทั้ง ๆ ที่อํานาจรัฐสั่งไม่ให้มา แต่ก็มาก็ถือว่าเป็น สิทธิขั้นพื้นฐาน แต่มาก็มาเกิดเหตุการณ์อย่างที่เราทราบกัน อย่างที่เรารับรู้กันอยู่นะครับ ผมเรียนว่าวันนี้เราจะเอาอย่างไรครับ เราจะเอาอย่างไรกับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นอย่างนี้ ซ้ํา ๆ ซาก ๆ ให้มันจบไปเสียที ผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ที่ว่าใครมาทําผิดทําร้าย บ้านเมืองแล้วจะมาอภัยกัน แต่ถ้าถามว่าไม่เอานิรโทษกรรม ไม่เริ่มต้นกันวันนี้แล้วมันจะ เอาอะไรกันครับ ผมเรียนด้วยความเคารพว่าสภาปฏิรูปที่ท่านนายกรัฐมนตรี กราบเรียน ด้วยความเคารพเลย ฟังแล้วตลกครับ อย่าไปพูดถึงเลยครับ วันนี้สภานี้แก้ปัญหาได้ สภาผู้แทนราษฎรที่ประชาชนให้อํานาจมามันแก้ปัญหาได้ เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะอะไรครับ วันนี้ถ้าไม่เอานิรโทษกรรม แต่เราเห็นอยู่ครับ เสื้อเหลือง เรื่องเกิดก่อนเสื้อแดง แล้ววันนี้ มีอยู่ในคุกกันบ้างไหม คดีไปถึงไหน ไม่มีใครทราบครับ ความล่าช้าทางกระบวนการยุติธรรม คือความอยุติธรรม วันนี้อีกฝ่ายหนึ่งเรื่องเกิดขึ้นเมื่อวานซืนนี้ โดนกันเป็นระนาวหมด แต่อีกฝ่ายหนึ่งเรื่องเกิดตั้งนาน ยึดทั้งสนามบิน ยึดทั้งทําเนียบรัฐบาล มันก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมถึงบอกว่าแล้วเราจะปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้คาราคาซังกันไปจนอย่างนี้หรือครับ ผมว่า ไม่ต้องสภาปฏิรูปครับ มีอยู่ทางเดียวครับ ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผู้นําฝ่ายค้านในปัจจุบัน พรรคประชาธิปัตย์ คุยกันให้ชัดเจน ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ก็อย่าพูดคําเดิมครับ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ไม่ให้เขากลับบ้านเขาแล้วจะให้เขาไปไหน ผมเรียนด้วยความเคารพ เขาก็ต้องดิ้นรนกลับบ้านเขา เพราะเขาเป็นคนไทย เราก็มาว่ากันว่า เรื่องมันเกิด คตส. ไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา ก็มาว่ากันสิครับ เอาใหม่เลยไหม เริ่มกันตั้งแต่ ตอนนี้เลย เอา ป.ป.ช. เป็นคนสอบ เอากันเลยว่าพรรค์นั้น คือถ้าเปลี่ยนคําเดิม ๆ นี่ผมว่า คุยกันได้ แต่ถ้าไม่เปลี่ยนคําเดิม ๆ มันก็เป็นอยู่อย่างนี้ คนที่จะรับผิดชอบกับเรื่องนี้ก็มีอยู่ ไม่กี่ท่านหรอกครับ คือท่านนายกรัฐมนตรีกับพรรคเพื่อไทย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ กับพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าบ้านเมืองนี้วุ่นอย่างนี้มันก็จะคาราคาซังอยู่อย่างนี้ มันต้องเปลี่ยน คําพูดใหม่ ต้องมานั่งคุยกัน และเอาวาระ ๒ นี่ละครับ แปรญัตติให้มันชัดเจนไปเลยว่า จะเอาอย่างไร จะนิรโทษกรรมอย่างไร ถ้าไม่อย่างนั้นกระบวนการยุติธรรมก็ต้องได้รับ การกดดันจากประชาชน ต้องตัดสินทุกเรื่องภายใน ๖ เดือน บอกมาเลย เสื้อแดง ผิดอะไรบ้าง จะติดคุกจะประหารว่าไป เหลืองผิดอะไรบ้าง อ้ายนั่นอ้ายนี่ เอาไปเลย ๖ เดือน ให้มันจบ ถ้าไม่อย่างนั้นมันก็อยู่อย่างนี้นะครับ เอามาทุกเรื่องเลยครับ ไม่ว่าใครทั้งนั้นที่ว่า เอาแบบ ๓ เดือน ๖ เดือน เอาศาลชั้นต้นลงโทษไปเลย ไม่อย่างนั้นมันก็อยู่อย่างนี้ ภาพเดิม ๆ ซ้ํา ๆ ผมว่าประชาชนก็เบื่อครับ อีก ๒ ปีจะรวมอาเซียน โน้ต อุดม แต้พาณิช บอก มึงยัง รวมกันเองไม่ได้จะไปรวมกับใคร ก็จริงของมันพูดครับ แล้วเขาก็พูดถูกด้วย ผมก็กราบเรียน ด้วยความเคารพ เหมือนกันครับ วันนี้นิรโทษกรรมในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลผมก็เห็นด้วย แต่คนที่มีความผิดมาตรา ๑๑๒ ต้องไม่ได้รับการนิรโทษกรรมในครั้งนี้ ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพนะครับว่าครั้งนี้ถึงจะผ่านรับหลักการไปแล้ว ในขั้นวาระ ๒ ผมคงต้องไปเป็น กรรมาธิการด้วย ก็จะขอทางพรรคขอไปเป็นกรรมาธิการร่วม แต่ผู้ที่มีความผิดตามมาตรา ๑๑๒ ต้องไม่ได้รับการนิรโทษกรรม มันต้องชัดเจนครับ วันนี้เราต้องชัดเจน แล้วยึดสถาบัน ไว้เบื้องสูงนะครับ ไว้ในที่สูง แล้วเรามาคุยกัน ไม่อย่างนั้นไม่จบ ถ้าอย่างไม่อย่างนั้น ผมก็ภาวนาว่า ถ้ายังอยู่อย่างนี้ก็ให้นายกรัฐมนตรีทักษิณ ทําอย่างไรก็ได้ให้บ้านเมืองนี้ มันวุ่นวายกันไปเลย อะไรที่มันตกต่ําสุด ๆ มันก็อาจจะยกและพัฒนาดีขึ้นได้นะครับ เหมือนกับวันนี้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ผมก็แช่งให้แพ้ตลอด เพราะมันตกต่ําสุด เดี๋ยวมันก็จะดีเอง เรียนด้วยความเคารพ พูดด้วยความรู้สึกความเป็นคนไทยและเป็น นักการเมือง แล้วก็อยากเห็นทุกอย่างแก้ปัญหาด้วยสภาผู้แทนราษฎร มิใช่สภาอื่นใด วันนี้ประชาชนมอบอํานาจให้พวกเรา มอบให้ท่านแล้ว ท่านใช้เถอะครับ ลดทิฐิ ลดมานะ คุยกันใหม่ ภาษาใหม่ อย่าตอบคําเดิม ๆ อย่าพูดซ้ํา ๆ ซาก ๆ ไม่ว่าใครถือทางด้ามก็คิดอย่างหนึ่ง เวลาทางนี้ถือทางปลายก็คิดอย่างหนึ่ง บ้านเมืองก็อยู่อย่างนี้ละครับ เรียนด้วยความเคารพครับ กราบขอบพระคุณมากครับท่านประธาน