สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ติดราชการ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๕๘ นาฬิกา)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสัมพันธ์ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับการร้องเรียนแล้วก็ได้ยื่นเป็นหนังสือเอกสารมา คือองค์การบริหารส่วนตำบลกง องค์การบริหารส่วนตำบลท่าฉนวน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย แล้วก็องค์การบริหาร ส่วนตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย เพราะว่าทั้ง ๓ แห่งนั้นได้ใช้น้ำ ในลำคลองเดียวกันคือคลองน้ำเย็นนะครับ ได้ไปสำรวจสิ่งกีดขวางลำคลองน้ำเย็นตั้งต้น ตั้งแต่ลำน้ำในตำบลวังเฉลียง ตำบลคลองพิไกร อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชรนั้น ได้พบสิ่งกีดขวางลำน้ำที่ก่อให้เกิดน้ำไหลตามแนวคลองล่าช้า น้ำไหลไม่สะดวก และคลองบางช่วง ยังไม่ได้รับการบูรณาการ ทำให้ช่วงปลายคลองของคลองน้ำเย็นไหลไปที่อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัยนั้นล่าช้ามาก แล้วพี่น้องไม่สามารถใช้ทำการเกษตรได้ ฉะนั้นในทั้ง ๓ ตำบลจึงขอรับการสนับสนุนในเรื่องของงบประมาณในการบูรณาการ ทางคลองน้ำเย็นในช่วงที่ยังตื้นเขินสภาพคลองแคบ แล้วก็วัชพืชที่รกเป็นจำนวนมาก ก็ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะทางกรมชลประทานได้ช่วยในการแก้ไขปัญหาในเรื่องเหล่านี้ ให้กับพี่น้องโดยเฉพาะที่ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศนั้นเดือดร้อนมากครับ ก็ฝากท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเกียรติ์อุดมครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่นะครับ

ประเด็นที่จะหารือก็มีประเด็นเรื่องภัยแล้งครับท่านประธาน ภัยแล้งขณะนี้ สำคัญมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำดื่ม น้ำใช้ที่ในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงมาก

เรื่องการขยายเขตไฟฟ้าอีกประเด็นหนึ่ง ไฟแสงสว่างในถนนทางหลวงครับ ท่านประธาน มีหลายจุดที่เป็นทางโค้งบ้าง ยกตัวอย่างทางเส้นออกจากอำเภอวังสามหมอ ไปยังอำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ ถนนตรงนี้นอกจากจะแคบแล้วกลางคืนก็ยังมืด พี่น้องสัญจรไปมาลำบากมากนะครับ แล้วก็เส้นถนนจากแยกอำเภอไชยวานไปยัง อำเภอกู่แก้วนอกจากเป็นถนนที่แคบและถนนสูงแล้วก็มองไม่เห็นรถข้างหน้าบ้าง อย่างนี้ก็ยังมืด อันนี้เป็นประเด็นไฟแสงสว่างตามถนน

แล้วก็เรื่องถนนจากบ้านโยธา อำเภอกู่แก้ว ตำบลโนนทองอินทร์ ไปยัง บ้านหนองหลัก ตำบลหนองหลัก อำเภอไชยวาน เหลือระยะทางอยู่ประมาณ ๘๐๐ เมตร ก็อยากจะให้กรมทางหลวงชนบทเข้าไปดำเนินการให้พี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเรวัตครับ

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณครับที่ได้มีโอกาสหารือ

เรื่องแรก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเวลาประมาณสัก ๔ ทุ่ม ผมเองได้ขับรถ ติดไฟแดงอยู่ที่บริเวณกลางใจเมืองจังหวัดภูเก็ต แล้วหลังจากนั้นก็มีผู้หญิงเคาะประตูรถ ถามเส้นทางว่าป่าตองจะไปทางไหน ผมก็บอกว่าเส้นทางป่าตองต้องไปตรงแล้วเลี้ยวขวา แต่สิ่งที่น่าสังเกตครับ มอเตอร์ไซค์คันนี้เป็นผู้หญิงบรรทุกเด็ก ๓ ขวบ ๔ ขวบ ๕ ขวบ ๖ ขวบ มีประมาณ ๔ คน แต่จากการสังเกตด้วยสายตาว่าเด็ก ๔ คนเหล่านั้นไม่ใช่เป็นลูกหลาน ของเขาอย่างแน่นอน ผมคิดว่าเป็นเด็กต่างด้าวไม่ชาติพม่า ก็มอญ ลาว ผมคิดว่าแรงงาน พวกนี้ไปอยู่ที่ป่าตองก็เพื่อจะไปทำขอทานหรือจะไปขายดอกไม้ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า อยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีความกวดขันการใช้แรงงานเด็ก แล้วเด็กพวกนี้อาจจะ พลัดพรากจากผู้ปกครองมา

เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการที่มีนโยบายจะให้การบ้านของเด็ก ลดน้อยลง ผมเองคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยเพราะว่าผมเองได้มีโอกาสไปเจอผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง ท่านครับ ขนาดเด็กจบปริญญาตรีกรอกใบสมัครเพื่อจะเข้าสมัครงาน ๒ แผ่นหน้ากระดาษ กรอกได้ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของการกรอกเอกสารเพื่อจะเข้าทำงาน ก็แสดงให้เห็นว่า เด็กไทยที่จบปริญญาตรีมานี่ไม่มีองค์ความรู้เท่าที่ควร ผมเลยเป็นห่วงเป็นใย ที่น่าสังเกตต่อไปคือการที่อาจารย์หรือครูให้นักเรียนทำข้อสอบ ส่วนใหญ่ตั้งแต่สมัยท่านประธาน ก็ยังเป็นเด็ก ได้ทำเกี่ยวกับเรื่องของปรนัย ก ข ค ง บางทีพูดอย่างตรงไปตรงมาท่านก็เคยเดา ผมก็เคยเดาเหมือนกันว่า ข้อ ก จะถูกไหม ข้อ ข ถูกไหม สิ่งเหล่านี้ต้องเปลี่ยนครับ เปลี่ยนเป็นอัตนัย คือสมมุติว่า อะตอมคืออะไร ให้บอกไปเลยว่าอะตอมคืออะไร ได้เอาความรู้ ของเด็กมาขีดมาเขียนลงไปเพื่อจะได้จรรโลงเกี่ยวกับเรื่องของระบบการศึกษาของไทย ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์สุรสาลครับ

นายสุรสาล ผาสุข สิงห์บุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือ ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ วิหารวัดไทรตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ บ้านสวนมะปราง ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ตัววิหารตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีอายุเก่าแก่หลายพันปี สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตัววิหารได้มีหลังคา ผนังทั้ง ๔ ด้านเป็นแบบ ก่ออิฐถือปูน ถูกยึดโยงไว้ด้วยรากไทร ชาวบ้านจึงเรียกขานกันว่าวัดไทร เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวบ้าน ช่วงอุทกภัยที่ผ่านมาตัววิหารถูกน้ำท่วมสูงเกือบ ๒ เมตร นานกว่า ๒ เดือน ปัญหาคือตลิ่งด้านหลังวิหารถูกน้ำกัดเซาะพังทลายจนใกล้ถึงตัววิหาร กรมเจ้าท่าเคยส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจแล้วแต่เงียบหายไป จึงฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมและอธิบดีกรมเจ้าท่าหาทางรักษาวิหารวัดไทรไว้ให้เป็นมรดกทางศาสนา และเป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไปด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้เคยหารือกับกระทรวงคมนาคมตั้งแต่สมัยท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมท่านปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอยู่ จนปัจจุบันนี้ ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว แต่ความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องนี้ ยังไม่ได้รับการแก้ไขครับ มี ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ การติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณจุดกลับรถที่กิโลเมตร ๑๐๔+๔๕๐ และจุดกลับรถที่ ๑๑๐+๕๐๖ ทางหลวงหมายเลข ๓๒ ตอนบางปะอิน-นครสวรรค์ ที่จุดกลับรถนี้ เนื่องจากไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างจึงมีประชาชนเสียชีวิตจากการใช้จุดกลับรถมาอย่างต่อเนื่อง

เรื่องที่ ๒ การติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนถนนทางหลวงชนบทแยกบ้านไร่ บ้านไผ่ขาด บ้านทองเอน บ้านแหลมยอ อำเภออินทร์บุรี ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร ซึ่งไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างทำให้การสัญจรไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรื่องหารือเกี่ยวกับการติดตั้งไฟฟ้าบริเวณจุดกลับรถและบนถนนสายทางหลวง ชนบทดังกล่าวนั้น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายสุรพล แสวงศักดิ์ ได้มอบหมาย ให้สำนักงานบำรุงทางสิงห์บุรีและสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสิงห์บุรีพิจารณาเสนอ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมต้นสังกัดแล้ว กระผมนำมากราบเรียนท่านประธาน เพื่อผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อทราบอีกทางหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้ทุกข์ของ ประชาชนได้รับการแก้ไขได้อย่างรวดเร็วขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะองค์การบริหารส่วนตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน ๙๐ ท่าน ด้วยความยินดียิ่ง ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณา ระเบียบวาระเรื่องการหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงพื้นที่แล้วก็พบปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อจะให้ปัญหาเหล่านั้นถึงรัฐบาลก็มาผ่านสภานะครับ เชิญท่านอาจารย์ประกอบครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่สัก ๓ เรื่อง ด้วยกันนะครับ

เรื่องแรก ผลจากการที่คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ได้เรียนเชิญ ผอ. เขตพื้นที่การศึกษาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ติดจังหวัดสงขลามาร่วมหารือเรื่องการป้องกัน และบรรเทาทุกข์ที่เกิดการเผาโรงเรียนและการทำร้ายชีวิตครูใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดสงขลาบางส่วน ผลสรุปดังนี้นะครับ ที่ประชุมเห็นว่าการที่จะป้องกันได้ระดับหนึ่ง ในการที่จะทำให้ผู้ประสงค์ร้ายไปเผาโรงเรียนและไปทำร้ายชีวิตครูบาอาจารย์นั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการควรที่จะสร้างรั้วโรงเรียนให้กับโรงเรียนที่ยังไม่มีรั้วทุกโรงเรียนนะครับ เพราะบอกว่าถ้าเกิดมีรั้วรอบขอบชิดนี่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนตรงนี้ได้มากพอสมควร เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะ ส่งเรื่องนี้ไปยังกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อจัด งบประมาณ ปี ๒๕๕๗ หรืองบประมาณเหลือจ่ายปี ๒๕๕๖ ปีนี้ครับ เพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องด่วนมาก ชีวิตและทรัพย์สินมันสูญเสียอย่างมากมาย ก็กราบเรียนท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ เรื่องผลมาจากอุทกภัยปี ๒๕๕๔ โรงเรียนวัดเทวสิทธิ์ ตำบลนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช ถูกน้ำกัดเซาะตลิ่งพังแล้วก็เวิ้งเข้าไปใต้ถุนโรงเรียน และอาคารประกอบทำให้อาคารเรียนซึ่งเป็นอาคารหลักแตกชำรุดเพดานตก ผมเกรงว่า ถ้าเกิดไม่รีบไปดำเนินการป้องกันโดยการทำพนังกั้นน้ำเพื่อการกัดเซาะสักวันหนึ่งอาคาร คงจะถล่มและเกิดอุบัติภัย อุบัติเหตุกับนักเรียนถึงแก่ชีวิตก็ได้ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มี ความสำคัญ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะส่งเรื่องไปยังกระทรวงศึกษาธิการ รีบดำเนินการโดยเร่งด่วนก่อนที่จะประสบภัยกับนักเรียน

เรื่องที่ ๓ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในตำบลนาโพธิ์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในกรณีที่เอกชนไปสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าชีวมวล ประชาชน เขาคัดค้านเท่าไรก็ไม่มีผล ขณะนี้กำลังเริ่มดำเนินการและมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รีบดำเนินการไปตรวจสอบ เพราะว่าอิทธิพลมันเหนือ พลังของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสหรัฐ

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนมาปรึกษาหารือ ท่านประธานสัก ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ท่านประธานครับ เรื่องกำลังไฟฟ้าตก ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายดุล ซึ่งอยู่ทิศตะวันออกของเทศบาลตำบลบ่อกรุ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมาว่าทุก ๆ วันกำลังไฟฟ้าบริเวณดังกล่าวนั้นตกเป็นประจำ โทรทัศน์ก็ดูได้แค่ครึ่งจอ แล้วหม้อหุงข้าวก็หุงข้าวแล้วไม่สุก จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ช่วยดำเนินการแก้ไขเรื่องกำลังไฟฟ้าตกให้เรียบร้อยด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องเกี่ยวกับมีรถจักรยานยนต์ วิ่งย้อนศรครับ ผมได้รับการร้องเรียนและประสบกับตัวเองมาตลอดก็คือบริเวณตั้งแต่รังสิต จนถึงอุตสาหกรรมนวนคร บริเวณดังกล่าวจะมีรถจักรยานยนต์รับจ้างวิ่งย้อนศรกลับมาทุกครั้ง ถ้าเป็นกลางวันจะไม่มีปัญหาสามารถมองเห็นได้ แต่ถ้าเป็นกลางคืน ท่านประธานที่เคารพครับ อาจจะเกิดอุบัติเหตุและได้ทราบข่าวว่าเกิดเป็นประจำ ผมอยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดำเนินการแก้ไขโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงาน ที่รับผิดชอบช่วยจับและปรับด้วยเพื่อที่จะให้การจราจรนั้นเป็นไปตามกติกาสากล ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส เขตเลือกตั้งที่ ๒ ซึ่งประกอบด้วย อำเภอแว้ง อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงปาดี ท่านประธานครับ ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนมีทุกพื้นที่มีทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ๓ จังหวัดรวมถึงจังหวัดนราธิวาส ของผมนั้นก็ประสบกับสถานการณ์ความไม่สงบมาเป็นเวลา ๙ ปีแล้ว งบประมาณในเรื่อง การสนับสนุนด้านความมั่นคงไม่อั้น แต่ว่าด้านการพัฒนาปัญหาในเรื่องของถนนหนทาง ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน พืชผลการเกษตรก็ไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาลเลย วันนี้ผมก็มีปัญหาที่พี่น้องประชาชนนั้นได้ร้องทุกข์ร้องเรียนกันมาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถนนหนทางที่ชำรุดทรุดโทรมเป็นปัญหาอุปสรรคในเรื่องของการเดินทางแล้วก็ลำเลียง พืชผลการเกษตร ดังเช่น สายบ้านแขยง ตำบลเอราวัณ อำเภอแว้ง ไปบ้านบอเกาะ ตำบลสากอ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส

สายที่ ๒ สายเอกนิคมเก่า บ้านควนแดง บ้านตำเสา ตำบลฆอเลาะ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส

สายที่ ๓ สายหมู่บ้านโผลง ตำบลโต๊ะเด็ง ไปบ้านดาแลลูวะห์ ตำบลริโก๋ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ขอให้กรมทางหลวงชนบทรับดำเนินการแก้ไขโดยด่วน

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเคยได้หารือในสภาแห่งนี้แต่ไม่ได้รับผลแล้วก็คำตอบ อย่างชัดเจน พี่น้องประชาชนก็ได้ร้องทุกข์มาอีกครั้งหนึ่ง นั่นก็คือปัญหาสะพานแคบที่ไม่ได้ขนาด ที่เป็นปัญหาในเรื่องของเวลารถสวนกันนี่อันตรายมากเพราะว่ามันเป็นสะพานที่คับแคบมาก สะพานที่บ้านละหาน และบ้านโลโบ๊ะบาตู ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี และสะพานบ้านโคกกูโน บ้านเจาะบากง ตำบลโต๊ะเวาะ ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ก็ขอนำเรียน ต่อท่านประธานฝากไปถึงหน่วยที่รับผิดชอบดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสรรค์

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีปัญหาของพี่น้อง จังหวัดลำพูนมาหารือท่านประธาน ดังต่อไปนี้ครับ

เมื่อปี ๒๕๕๓ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ได้รับงบประมาณจากกรมชลประทาน จำนวน ๑๓.๖ ล้านบาท เพื่อก่อสร้างพนังกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำลี้ แต่ระหว่างการก่อสร้าง ปี ๒๕๕๔ ได้ถูกอุทกภัยน้ำท่วม ๒ ครั้ง ทำให้การก่อสร้างเสียหายแล้วก็หยุดชะงักไป จนบัดนี้การก่อสร้างดังกล่าวนี้ยังไม่มีใครเข้าไปก่อสร้างเพิ่มเติมอีกเลย ซึ่งก็ไม่รู้ว่างบประมาณ ๑๓.๖ ล้านบาทนี้จะไปอยู่ตรงไหน แล้วก็ตอนนี้ยังไม่มีผู้รับผิดชอบ ไม่ว่ากรมชลประทาน หรือใครไปดูแลชาวบ้าน เพราะว่าตอนนี้ตลิ่งแล้วก็ทางสาธารณะที่อยู่ติดแม่น้ำลี้พังเสียหาย ลงหมดแล้วนะครับ ชาวบ้านได้ร้องเรียนหลายครั้งแล้วจนครั้งสุดท้ายได้มาร้องเรียนต่อผม ก็ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานช่วยดูแลราษฎรหมู่ที่ ๑ ตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากบ้านสบล้อง หมู่ที่ ๑๑ ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงกานต์ประสบภัยน้ำท่วมน้ำขัง ซึ่งเมื่อวานนี้นั้น ฝนตกลงมาจำนวนมากน้ำก็ท่วมนะครับ ซึ่งแนวทางแก้ไขก็คือการสร้างคลองส่งน้ำ เป็นแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืน ซึ่งทาง อบต. เวียงกานต์ได้ขอสนับสนุนงบประมาณไปยัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน ๒.๔ ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ได้ส่งไปแล้ว ผมจึงเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ช่วยอนุมัติงบประมาณดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านโฮ่งด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเกียรติศักดิ์

นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เรื่องที่ผมนำเข้ามาหารือ ในสภาในวันนี้นั้นเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในเทศบาลเมืองลาดสวาย และเทศบาลตำบลบึงคำพร้อย ต่อกรณีน้ำประปาครับ พี่น้องประชาชนในเทศบาลดังกล่าว เมืองลาดสวายและบึงคำพร้อยนั้นเป็นเทศบาลขนาดใหญ่มีพี่น้องประชาชนอยู่อย่างหนาแน่น มีชุมชนที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ จำนวนมากมาย แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีน้ำประปาใช้ หรือที่มีนั้นก็มีไม่เพียงพอ ความดันของน้ำนั้นอ่อนมาก พี่น้องยังใช้น้ำบาดาลซึ่งใช้กันมา นานกว่า ๒๐ ปี ณ ขณะนี้ระบบของน้ำบาดาลก็เสื่อมเสียไปตามสภาพ เพราะฉะนั้น ประชาชนเดือดร้อนเรื่องน้ำประปามาก จึงขอให้ทางการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดปทุมธานี ได้ขยายเขตประปาและเพิ่มแรงดันน้ำให้กับพ่อแม่พี่น้องในเทศบาลเมืองลาดสวาย และเทศบาลตำบลบึงคำพร้อย เพื่อให้พี่น้องได้รับประโยชน์จากการใช้น้ำสะดวกมากยิ่งขึ้น ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม เวชกามา

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมนำเรื่องความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ขอให้ภาคราชการเข้าไปแก้ไขอย่างเร่งด่วน ๒ เรื่อง

เรื่องแรก เกี่ยวกับโรงเรียนไม่มีอาคารเรียนให้เด็ก ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ อยู่ ๓ แห่งด้วยกัน แห่งหนึ่งคือบ้านนาเดื่อ โรงเรียนบ้านนาเดื่อ ตำบลนาแก้ว อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร อันนี้ไม่มีอาคารเรียน เด็กไม่มีที่เรียนเลยครับ ตอนนี้เขากำลังทำผ้าป่า เพื่อจะทำกระต๊อบพอได้เรียนไปก่อนเพราะมันล้น อีกแห่งหนึ่งคือโรงเรียนบ้านวังปลาเซือม ตำบลบ้านโพน อำเภอโพนนาแก้วเหมือนกัน ตรงนี้อาคารเรียนเก่าซึ่งสร้างแต่ก่อนเป็น สปช. ๑๐๕ ผิดแบบครับ ร้าวทั้งหลังก็ทุบทิ้งมาได้ ๑๐ ปี ภาคราชการทุบทั้งหลังเลยเป็น ๒ ชั้น แต่หลังจากทุบแล้วก็ไม่ได้สร้างทดแทนให้เขา เพราะฉะนั้นไม่มีวิธีอื่นเขาก็ทำบุญผ้าป่า กับทำบุญกองข้าวเพื่อหาเงินมาสร้างเป็นอาคารอเนกประสงค์ก่อน อีกที่หนึ่งซึ่งจำเป็นคือ โรงเรียนบ้านนาจาน วันนี้เขาก็ทำบุญของเขาเหมือนกันครับ สร้างเป็นอเนกประสงค์ ซึ่งตั้งเสาอะไรเรียบร้อยแล้ว ผมอยากให้ภาคราชการซึ่งรัฐมนตรีของเราทั้ง ๒ ท่าน ไม่ว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีพงศ์เทพ ไม่ว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสริมศักดิ์ เข้าไปดูแล ส่วนที่ต้องเพิ่มเติมอีก ๒-๓ แห่ง อันนั้นเป็นเรื่องจำเป็น สถานที่เด็กเล็ก เป็นอาคารเรียนนี่ละครับ โรงเรียนประถมนี่เพียงแต่ว่าเด็กเล็กซึ่งต้องเรียนเป็นเด็กก่อนเกณฑ์ ไปเรียนตรงนั้นด้วย ๒ แห่ง คือโรงเรียนบ้านน้ำพุคุรุราษฎร์สงเคราะห์ กับโรงเรียนบ้านตองโขบ โรงเรียนอนุบาลโคกศรีสุพรรณ ๓ ที่ ก็ฝากภาคราชการเข้าไปดูแล

อีกเรื่องหนึ่งผมกราบเรียนคือ เรื่องการรับจำนำข้าวอันนี้ฝากท่าน ผมเคยพูด ครั้งหนึ่งแล้วคือการโกงตราชั่งของเจ้าหน้าที่โรงสี ฝากภาคราชการเข้าไปดูแล เพราะมันเกิน มาตรฐานครับ ๑ ตันจะหายไปเกือบ ๑๐๐ กิโลกรัม ที่อำเภอโพนนาแก้ว ฝากด้วยครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสงกรานต์ครับ

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง

เรื่องแรก เป็นเรื่องของโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ซึ่งขณะนี้มีดำริที่จะตั้ง เป็นโรงพยาบาลศูนย์ของภาคเหนือตอนล่าง และทราบจากท่าน ผอ. ว่าตอนที่ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข คุณหมอชลน่านได้ไปตรวจที่โรงพยาบาล แล้วก็แจ้งว่า จะบรรจุงบประมาณสำหรับอาคารใหม่ให้ ๑ หลัง แต่ขณะนี้ติดขัดเนื่องจากว่าที่ทำเรื่อง ขอไปยังกระทรวงกลาโหมยังไม่ได้รับอนุมัตินะครับ ประมาณ ๑๕๐ ไร่ จึงขอเรียนท่านประธาน ช่วยกรุณาประสานไปยังกระทรวงกลาโหม แจ้งท่านปลัดกระทรวงด้วยว่าอยากให้ท่านอนุมัติ เพราะว่าที่จังหวัดนครสวรรค์มีที่ของทหารเยอะ ถ้าให้ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องทั้งจังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดข้างเคียง

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของกรมทางหลวง บริเวณศูนย์ท่ารถขนส่งจังหวัดนครสวรรค์ ขณะนี้เป็นที่ต่ำแล้วก็มีปัญหามาก เนื่องจากถนนทั้ง ๒ เส้นที่ด้านหน้ากับด้านหลังของศูนย์ ไม่มีท่อระบายน้ำ เวลาฝนตกน้ำจะไหลเข้าไปในศูนย์ท่ารถแล้วทำให้น้ำท่วม ทุกวันนี้ ไม่ว่าฝนตกวันไหนก็ตามจะท่วมทันที จึงอยากเรียนฝากท่านประธานแจ้งไปยังกรมทางหลวงช่วย กรุณาจัดงบประมาณในการทำท่อระบายน้ำให้กับพี่น้องด้วยครับ

และเรื่องสุดท้าย ฝากท่านประธานครับ ผมไปพบท่านผู้นำในท้องถิ่นทราบว่า ขณะนี้งบกระจายที่จะส่งให้กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นซึ่งมีการประชุมกัน เมื่อวันที่ ๒๘ ที่ผ่านมาก็ยังไม่เรียบร้อย แล้วขณะนี้เวลาผ่านไปตอนนี้ก็เข้าเดือนที่ ๔ แล้วครับ อยากให้ท่านประธานช่วยเร่งรัดทางรัฐบาลช่วยจัดงบประมาณลงไปยังกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นเพื่อให้หน่วยราชการจะได้นำงบไปใช้ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรณเทพ

นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล กระผมมีปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ

เรื่องแรก เป็นปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ในโรงเรียน ๕ แห่งในจังหวัดชลบุรี อันประกอบไปด้วยโรงเรียนบ้านชุมนุมปรกฟ้า อำเภอเกาะจันทร์ โรงเรียนวัดโป่งตามุข อำเภอพานทอง โรงเรียนบ้านทรายมูล อำเภอพนัสนิคม โรงเรียนบ้านเขาอำนวยสุข และโรงเรียนบ้านเขาดินวังตาสี อำเภอพนัสนิคม ขอให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำโครงการน้ำบาดาลสะอาดพร้อมดื่ม ลงไปช่วยเหลือด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อใช้ ในการเกษตร เนื่องจากว่าตำบลนาเริก ตำบลหมอนนาง ตำบลทุ่งขวาง ตำบลหนองขยาด ตำบลนาวังหิน ตำบลหนองเหียง ตำบลหนองปรือ ตำบลหัวถนน และตำบลสระสี่เหลี่ยม ในเขตอำเภอพนัสนิคม ตำบลเกาะจันทร์ ตำบลท่าบุญมีในเขตอำเภอเกาะจันทร์ ตำบลมาบโป่ง ตำบลหนองหงษ์ในเขตอำเภอพานทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนแล้วก็ประสบกับภัยแล้ง อยู่เป็นประจำ ก็ขอให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโครงการน้ำบาดาลเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค และน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรลงไป แก้ปัญหาด้วยนะครับ ซึ่งส่วนรายละเอียดนั้นจะได้นำเสนอรายละเอียดไปยังกรมทรัพยากร น้ำบาดาลในโอกาสต่อไป

เรื่องที่ ๓ เป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับควัน กลิ่น แล้วก็น้ำเสีย สืบเนื่องจากว่าโรงงานผลิตชิ้นส่วนกระทะไฟฟ้า หมู่ที่ ๙ ตำบลหัวถนน อำเภอพนัสนิคม ได้มีการหลอมอลูมิเนียมเพื่อจะผลิตกระทะไฟฟ้า ซึ่งทางบริษัทนั้นมิได้มี ระบบการป้องกันในเรื่องของกลิ่น ควันที่ดี แล้วก็ไม่มีบ่อบำบัดน้ำเสียภายในโรงงาน ซึ่งชาวบ้านนั้นได้รับความเดือดร้อนมากและได้มีการร้องเรียนไปทางเทศบาลตำบลหัวถนน ซึ่งทางเทศบาลนั้นได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วก็ได้มีการสั่งห้ามมิให้มี การหลอมเพื่อให้ทางโรงงานนั้นได้มีการปรับปรุงในเรื่องของควัน กลิ่น แล้วก็สร้างในเรื่อง ของบ่อบำบัดน้ำเสีย แต่ทางบริษัทนั้นก็เพิกเฉยมิได้มีการดำเนินการแต่ประการใด ก็อยาก จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีพร้อมด้วย หน่วยงานลงไปดำเนินการแก้ไขโดยด่วนด้วยก่อนที่พี่น้องประชาชนจะเดินขบวนครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยุพราช

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องบ้านสักง่า บ้านหินโง่น ตำบลศิลา อำเภอหล่มเก่า เรื่องถนนสัญจรไปมาไม่ได้รับความสะดวก เมื่อปี ๒๕๕๕ ก็ต้องขอขอบพระคุณ กรมทางหลวงชนบทที่ได้จัดสรรงบประมาณไปดูแลพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งงบประมาณดังกล่าวนั้นก็ได้ไปก่อสร้างถนนเป็นระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตรเศษ ๆ แต่ยังขาดอีกประมาณ ๖ กิโลเมตรเศษ ๆ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กรมทางหลวงชนบทให้ดูแลพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านดังกล่าวต่อเนื่องต่อไปด้วย

เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนหมู่ที่ ๔ บ้านหนองอ้อ ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก ร้องเรียนมาว่าถนนที่ใช้สัญจรไปมาไม่สะดวก พังเสียหายตลอดเส้นทาง

เรื่องที่ ๓ ขอผลักดันให้รัฐบาลได้ประกาศใช้นโยบายประกันรายได้ให้เกษตรกร ผู้ปลูกข้าวโพดโดยเร่งด่วนก่อนที่จะมีการเปิดเสรีอาเซียนในปี ๒๕๕๘ และโดยเฉพาะแล้ว คณะรัฐมนตรีได้มีมตินำเข้าข้าวโพดจากประเทศลาวและประเทศกัมพูชาในอัตราภาษี ร้อยละ ๐ โดย อคส. ๕๐๐,๐๐๐ ตันและ ๒๐๐,๐๐๐ ตันเพื่อส่งต่อประเทศที่สาม และเพื่อ เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ ท่านประธานที่เคารพครับ ปริมาณนำเข้าทั้งสิ้นนั้นคิดเป็น ร้อยละ ๑๕ ของผลผลิตภายในประเทศของเรา ทั้งนี้หากมีการรั่วไหลในขั้นตอนหรือในการ ดำเนินการต่าง ๆ นั้นจะส่งผลต่อเสถียรภาพราคาข้าวโพดในประเทศไทยเราทันที จึงอยาก กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีให้เร่งผลักดันการเปิดใช้นโยบายประกัน รายได้สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเชิดพงศ์ครับ

นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อย่างสูงครับ ผม เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๑ ของพรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธานมีอยู่ ๒ เรื่อง ก็คือเกี่ยวกับ เรื่องไฟส่องสว่างเส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๒ ที่ผ่านจังหวัดบึงกาฬที่มีทางแยก ทางแยกไปที่บ้านพันลำ เพราะว่าคณะครูได้ทำหนังสือร้องเรียนมาที่ผมบอกว่าอยากให้มี ไฟส่องสว่างตรงทางแยกทางร่วมของถนน ๒๑๒ แยกเข้าบ้านพันลำนะครับ อันนี้ก็ฝาก ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกรุณาช่วยเหลือนำงบประมาณไฟส่องสว่างลงสู่สามแยกตรงนี้ด้วย

แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือได้รับร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนสา เช่นเดียวกัน ก็คือต้องการไฟส่องสว่างทางแยกเข้าบ้านโนนสา ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เพราะว่าตรงนี้เป็นที่เนินแล้วก็เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง ก็อยากจะให้แขวงการทางบึงกาฬ ได้ช่วยดูแลเกี่ยวกับเรื่องไฟส่องสว่างเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอลงกรณ์ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือท่านประธาน ไปถึงรัฐบาลแล้วก็กระทรวงมหาดไทยในเรื่องของการบรรเทาสาธารณภัยในเรื่องของภัยหนาว ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านแล้วก็กลุ่มแม่บ้านภาคเหนือและภาคอีสานครับ เขาเห็น พฤติกรรมและทนไม่ได้ที่มีการหากินอย่างมโหฬาร โกงอย่างมโหฬารกับความเดือดร้อนของคนจน โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคอีสาน เราพูดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่ามีการทุจริต ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ยังน้อยครับ ท่านประธานเคยได้ยินของจริงไหมครับ วันนี้โกง ๖๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเป็น ส.ส. ขึ้นปีที่ ๒๑ นะครับ ไม่เคยเห็นพฤติกรรมอย่างนี้ครับ เราจะปล่อยชาติบ้านเมืองให้เกิดการทุจริต และที่สำคัญคือคนใกล้ชิดผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาล ซื้อผ้าห่มประเทศเขมร ๔๐ บาท แล้วรัฐจ่ายให้ ๒๔๐ บาท ลงทุน ๒๐ ล้านบาท ได้ ๑๐๐ ล้านบาท ในงบประมาณป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยหนาว ๑๒๐ ล้านบาทในงวดแรก ๕๐๐,๐๐๐ ผืน ส่งไปหมดแล้วครับ ท่าน ส.ส. ลำพูนเมื่อสักครู่ที่หารือก็มีหนังสือร้องเรียน จากจังหวัดลำพูนนะครับ มันเป็นไปได้อย่างไรครับที่ราชการของเรานี่จัดซื้อจัดจ้างไม่ต้องมี ใบเสร็จ แต่ว่าจ่ายเงินกันออกไปผืนละ ๒๔๐ บาท ผ้าห่ม ท่านประธานคงทราบดีครับ เพราะท่านก็อยู่ในพื้นที่ที่ประสบภัยหนาวมาหลายปีเหมือนกัน ๒๔๐ บาท แต่ไปซื้อตลาดโรงเกลือ ๔๐ บาท ซื้อสำเพ็ง ๔๐ บาท ต้นทุน ๔๐ บาท ไปเบิก ๒๔๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ ผืน และยังมีอีก ๒,๕๐๐,๐๐๐ ผืนที่จะตามมา ผมคิดว่าสภาของเรานี่จะต้องตรวจสอบร่วมกันครับ ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล จะปล่อยให้พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้น ๒-๓ วันมานี้ก็ยังแจกกันอยู่ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องใหญ่มากครับ ซึ่งผมเองก็ตั้งใจว่าจะติดตามเรื่องนี้แล้วจะเปิดโปง พฤติกรรมครับ จะลงไปภาคเหนือ ภาคอีสาน เอาขบวนการทุจริตโกงชาติกินเมือง ๖๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นได้อย่างไร บ้านเมืองจะอยู่กันอย่างไรมะเร็งร้าย เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานนะครับ ว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้วก็ขอให้ช่วยสนับสนุนการทำงานของพวกเราด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะนักศึกษา พระภิกษุสงฆ์ และคฤหัสถ์จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหามกุฏราชวิทยาลัย จำนวน ๕๑ ท่าน ต่อไปเชิญท่านศรีเรศ โกฏคำลือ เชิญครับ

นายศรีเรศ โกฏคำลือ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายศรีเรศ โกฏคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน มีพี่น้องของผมอำเภอฮอด อำเภอแม่แจ่ม อำเภออมก๋อย อำเภอดอยเต่า ยังไม่มีไฟฟ้าใช้อีกหลายหมู่บ้าน ความเป็นอยู่ของพี่น้องเขตผมมีความลำบากมาก รวมทั้ง การเรียนการศึกษาซึ่งมีปัญหาไม่มีไฟฟ้า แต่ทางหน่วยงานท้องถิ่นเป็นเทศบาล อบต. ได้ทำเป็นโครงการแล้วก็ผ่านไปยังคณะกรรมการระดับอำเภอ มีบ้านแม่อ่างขาง หมู่ที่ ๖ บ้านกะเบอะดิน หมู่ที่ ๒๑ ตำบลอมก๋อย ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร มีบ้านขุนอมแฮดนอก และบ้านขุนอมแฮดใน หมู่ที่ ๕ ตำบลสบโขง อำเภออมก๋อย ระยะทาง ๓ กิโลเมตร มีบ้านสบลาน หมู่ที่ ๑๐ ตำบลยางเปียง ระยะทาง ๓๐ กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านใหญ่ และตั้งมานานกว่า ๕๐ ปี ยังไม่มีไฟฟ้าใช้อยู่กันอย่างลำบาก

อีกเรื่องหนึ่งครับ ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๑๐๘๘ ตอนออบหลวง-แม่แจ่ม ช่วงบ้านห้วยกลางบ้าน บ้านโม่ง ตำบลกองแขก อำเภอแม่แจ่ม ชำรุดเสียหายช่วงอุทกภัย ที่ผ่านมา ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปดำเนินการ ขอหน่วยงานที่รับผิดชอบ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการด้วย ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยุคลครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์เดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรี โดยมีปัญหาดังนี้

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านที่มีชื่อว่ากลุ่มเกลียดคนโกงชาติ ส่งมาให้ผม ส่งให้รัฐมนตรี และส่งให้ปลัดกระทรวง เพื่อให้ดำเนินการย้ายข้าราชการกลุ่มเหล่านี้ ออกจากพื้นที่เร่งด่วน ผมมีหนังสือมอบให้กับท่านประธานด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากปลัดอำเภอแก่งหางแมวว่าชาวบ้าน เดือดร้อนหนักสะพานชำรุดเสียหายการสัญจรไปมาไม่สะดวก อยู่ในเขตหมู่ที่ ๑๐ เชื่อมหมู่ที่ ๒๑ ตำบลแก่งหางแมว อำเภอแก่งหางแมว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบไปดำเนินการก่อสร้างเร่งด่วน

เรื่องที่ ๓ มีกำนันตำบลแก่งหางแมวพร้อมกับชาวบ้านของตำบลแก่งหางแมว ร้องเรียนมายังผมว่าเดือดร้อนมากในพื้นที่ขาดน้ำดื่มน้ำใช้ต้องการน้ำประปาที่มีถังขนาดใหญ่ อยู่ในเขตพื้นที่บ้านหนองบัวทอง หมู่ที่ ๙ ตำบลแก่งหางแมว จำนวน ๒๑๒ ครัวเรือน ที่เดือดร้อนหนัก

เรื่องที่ ๔ มีนายก อบต. ตำบลขุนซ่อง และกำนันตำบลแก่งหางแมวเช่นกัน ในเขตอำเภอแก่งหางแมวว่าขาดน้ำดื่มน้ำใช้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบไปขุดบ่อน้ำตื้น ในเขตตำบลขุนซ่อง มีชาวบ้านเดือดร้อนมากนะครับ แล้วก็อยู่ในเขตของตำบลแก่งหางแมว เช่นกัน ตั้งแต่หมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๒๒ จำนวน ๒๓๓ ครัวเรือน มีชาวบ้านเดือดร้อนมาก ขอบ่อบาดาลนะครับ เอกสารทั้งหมดขอส่งให้ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวันชัย

นายวันชัย บุษบา เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวันชัย บุษบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย จากการที่ผมได้ลงพื้นที่ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ฝากผ่านผมมา ผมขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมได้ให้ความช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาต่อไป ๓ เรื่อง

เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้นำหมู่บ้านใน ๔ ตำบลของเขตอำเภอเอราวัณ ว่าถนนในพื้นที่ชำรุดเสียหายเป็นอย่างมาก อันสืบเนื่องมาจากรถบรรทุกหินและรถบรรทุกอ้อย ที่เกินน้ำหนัก ผมอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังตำรวจทางหลวงแล้วก็กรมทางหลวงชนบท ได้ให้การเคร่งครัดในเรื่องดังกล่าวด้วย

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องทุกข์จากนายบาน ตันทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๖ บ้านแก่งมี้ ตำบลนาซ่าว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ว่าถนนหมายเลข ๕๑๖๘ ดังภาพครับ ขอกล้องซูม (Zoom) ด้วยครับ ถนนหมายเลข ๕๑๖๘ ระยะทาง ๒,๔๗๕ เมตร ตลอดสาย ชำรุดเสียหายทั้งสายเลย ร้องไปที่จังหวัด ร้องไปที่กรมทางหลวงชนบทก็ไม่ได้รับการแก้ไข ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบทและจังหวัดซ่อมแซมถนนสายดังกล่าวให้กับ พี่น้องด้วย สืบเนื่องมากจากว่าเด็กนักเรียนตอนเช้าใช้รถใช้ถนนไปโรงเรียนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

เรื่องที่ ๓ สืบเนื่องจากวันที่ ๓ วันที่ ๔ วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ในพื้นที่ อำเภอปากชมได้เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำป่าไหลหลากแล้วก็กัดเซาะคอสะพานเชื่อมระหว่าง อำเภอปากชม จังหวัดเลย และอำเภอสังคม จังหวัดหนองคายขาด ขณะนี้ทางกรมทางหลวงชนบท ได้สร้างสะพานชั่วคราวให้กับพี่น้องแต่ว่ารับน้ำหนักได้แค่ ๑๒ ตัน ขอให้กรมทางหลวงชนบท ได้สร้างสะพานถาวรให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นทางดังกล่าวด้วยครับ ขอขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านฉัตรพันธ์

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือถึงความเดือดร้อนของลูกหลานเยาวชนโรงเรียนในเขตจังหวัดกาญจนบุรี นอกเหนือจากที่อาคารเรียนอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมแล้ว ขาดครูผู้สอนแล้ว วันนี้ผมต้องหารือ กับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้โปรดจัดสร้างประปา น้ำดื่มที่สะอาดให้แก่ลูกหลานในโรงเรียนดังต่อไปนี้ครับ โรงเรียนแรก โรงเรียนวัดวังศาลา ตำบลวังศาลา อำเภอท่าม่วง โรงเรียนที่ ๒ โรงเรียนดิศกุล ตำบลหนองตากยา อำเภอท่าม่วง โรงเรียนที่ ๓ โรงเรียนบ้านทรายทอง ตำบลจรเข้เผือก อำเภอด่านมะขามเตี้ย โรงเรียนที่ ๔ โรงเรียนอนุบาลด่านมะขามเตี้ย และโรงเรียนที่ ๕ โรงเรียนด่านมะขามเตี้ยพิทยาคม อำเภอด่านมะขามเตี้ย โรงเรียนที่ผมได้กล่าวดังต่อไปนี้เดือดร้อนมากครับ น้ำดื่มก็ไม่มี น้ำประปาก็ขาด หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะเห็นแก่อนาคตของชาติ

เรื่องต่อไปครับ ทำดีเราก็ต้องชื่นชมครับ หลายครั้งหลายคราวที่ผมได้หารือ กับท่านประธานสภาถึงปัญหาไฟฟ้าตกในเขตจังหวัดกาญจนบุรี ก็ต้องขอขอบคุณการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค อำเภอท่าม่วง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกาญจนบุรี ที่ได้ช่วยติดตาม ดูแลแก้ไขปัญหาให้ตลอดมา ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชูวิทย์ครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เขต ๗ ผมมี เรื่องที่จะปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องปัญหาภัยแล้งในขณะนี้ โรงเรียนในชนบทโดยเฉพาะ อำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอโขงเจียม อำเภอสิรินธร เด็กไม่มีน้ำดื่มน้ำใช้นะครับ ก็อยากจะให้ รัฐบาลได้แก้ปัญหาก็คือจัดหาน้ำบาดาลหรือเครื่องกรองน้ำ ซึ่งรถน้ำมาส่งก็เป็นน้ำที่ไม่ค่อยสะอาด ก็อยากให้มีเครื่องกรองน้ำประจำโรงเรียนทุกโรงเรียน

นอกจากนั้นแล้วก็คือวัดต่าง ๆ ในชนบทลำบากมาก อยากให้สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติได้จัดเงินอุดหนุนบูรณะวัดให้กับวัดต่าง ๆ ในชนบทด้วย

และนอกจากนั้นแล้วปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือปัญหาภัยจากการตัดไม้ ทำลายป่า ซึ่งเราจะได้เห็นอยู่หน้าหนังสือพิมพ์ทุกวันครับ การเร่งรัดในการจับไม้พะยูง ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นปลายเหตุที่เรามาดักจับ เราจะต้องคิดนะครับว่าไม้พะยูงวันนี้ชั่งเป็น กิโลกรัมกิโลกรัมละ ๒๐๐ บาท ถ้าเราส่งเสริมให้ปลูกละครับ ผมกำลังบอกว่าวันนี้ผมบอก พี่น้องประชาชนว่าต้นไม้พะยูงคือต้นทองคำ ถ้าเราอยากมีเงินให้ลูกสัก ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในอนาคต เราก็เอาต้นพะยูงมาปลูกสัก ๒๐๐-๓๐๐ ต้นในที่ดินที่เรามีอยู่สัก ๔-๕ ไร่ เวลาผ่านไป ๑๐-๒๐ ปี เราจะเสียชีวิตไปลูกก็มีเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยการปลูกต้นไม้พะยูง วันนี้ผมอยากให้เร่งรัดในการปลูก ซึ่งผมได้เพาะเมล็ดพะยูงที่จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ กล้า เพื่อจะให้พี่น้องประชาชนในการที่จะไปปลูกเพื่อจะให้มีทองคำ มีเงิน ในอนาคตนะครับ

แล้วประเด็นสุดท้าย ก็คืออยากให้เร่งรัดออกเอกสารสิทธิที่หัวไร่ปลายนา ซึ่งเป็นที่ของพี่น้องประชาชนอยู่แล้วนะครับ เร่งรัดออกเอกสารสิทธิให้เขา เขาจะได้มี หลักประกันในการที่จะไปกู้เงินครับ เร่งรัดออกเอกสารสิทธิรัฐก็เก็บภาษีได้ เมื่อรัฐเก็บภาษีได้ ชาวนามีเอกสารสิทธิก็สามารถไปกู้ ธ.ก.ส. มาปรับปรุงนา มาปรับแปลงนา ทำให้เศรษฐกิจ หมุนเวียน ผมอยากจะให้รัฐบาลเร่งรัดในประเด็นที่ผมได้ฝาก ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชุมพลครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มครับว่าหลังจากที่คณะกรรมการ นโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ที่มีท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธานว่าจะช่วยเหลือ เกษตรกรให้โรงสกัดรับซื้อผลปาล์มจากพี่น้องประชาชนในราคากิโลกรัมละ ๔ บาท ณ วันนี้ เกษตรกรชาวจังหวัดชุมพรก็รออยู่ว่าเมื่อไรจะได้ตามที่รัฐบาลเขาได้ประกาศนโยบายไว้นะครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องที่ใช้รถใช้ถนน ถนนสายเขาปีบ-เขาทะลุ ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของแขวงการทางจังหวัดระนอง ซึ่งถนนสายนี้นั้นเป็นหลุมเป็นบ่อขาดการซ่อมแซม ขาดการดูแลรักษา ถนนสายนี้นั้น เป็นถนนสายหลังที่เชื่อมต่อจังหวัดระนอง ฝากให้ท่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้จัดงบประมาณ ไปดูแลด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบลขุนกระทิง ตำบลถ้ำสิงห์ ว่าถนนสายนี้นั้นเป็นถนนสายเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดชุมพร ไม่มีการดูแล ไม่มีการซ่อมแซมเลย ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลรับผิดชอบด้วยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายแพทย์เหวงครับ ตรงนั้นก็ได้ครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผมมีเรื่องของประชาชนที่เดือดร้อนมากราบเรียนท่านประธาน ประชาชนกลุ่มดังกล่าว ส่วนใหญ่เขาเป็นผู้พิการนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือผู้พิการทางสายตา เขารวมตัว เป็นองค์กรแนวร่วมผู้ค้าสลากในราคาควบคุม เขาพยายามดิ้นรนต่อสู้ชีวิตนะครับ แล้ววิธีการ ของเขาก็คือว่าพยายามที่จะไปรับสลากกินแบ่งมาขาย คราวนี้ปัญหาเดือดร้อนของเขา ที่ผมอยากขอความกรุณาจากท่านประธานโปรดช่วยเหลือพวกเขาด้วยก็คือว่า มีอย่างน้อย ประมาณ ๒,๐๐๐ ครัวเรือนที่เขาเป็นผู้พิการทางสายตาแล้วเขารับสลากมาขาย แต่ประเด็นก็คือขณะนี้เวลาเขาไปรับสลากมาขายปรากฏว่าต้นทุนที่ไปรับมา ๑๐๐ บาท แล้วครับท่านประธาน ดังนั้นเวลาเขาไปขายเพื่อให้ได้กำไรสักนิดหนึ่งก็ต้องขายคู่ละ ๑๑๐ บาท ซึ่งอันนี้มันเกิดผลเสียหาย ๒ ด้าน คือผู้ซื้อก็จะซื้อในราคาที่เกินมาตรฐานของสลาก แล้วผู้ขายเองนี่นะครับเขาก็จะได้ส่วนเหลื่อมแค่ ๑๐ บาทเท่านั้นเอง ดังนั้นเป็นไปได้ไหมครับ ท่านประธานที่จะทำให้ผู้พิการกลุ่มนี้ประมาณ ๒,๐๐๐ ครัวเรือน ซึ่งก็ไม่น้อยนะครับ เขาสามารถที่จะได้สลากในราคาทุนเช่น ๘๐ บาท หรือหากจะแพงสักนิดหนึ่งเป็น ๙๐ บาท จะได้ไหมครับ เผื่อเขาจะได้ขายในราคาควบคุมที่ ๑๐๐ บาท เพราะเขาเองก็มาบอกกับผมว่า เขาไม่อยากจะขายในราคาที่เกินควบคุม ดังนั้นท่านประธานโปรดพิจารณาได้ไหมครับ หรือไม่อีกวิธีหนึ่งก็คือว่าให้ทางกองสลากพิมพ์สลากเพิ่มขึ้นอีกสักจำนวนหนึ่งได้ไหมครับ สุดแท้แต่นะครับ อาจจะพิมพ์เพิ่มสัก ๕,๐๐๐ เล่มหรือ ๑๐,๐๐๐ เล่มได้ไหมครับ แล้วก็เจียดให้ พวกเขาครัวเรือนละ ๒ เล่ม หรือ ๕ เล่ม ๒-๕ เล่มเป็นต้น เพื่อเขาจะได้ใช้สัมมาอาชีวะ ไปเลี้ยงครอบครัวเขาจะได้ไม่เป็นภาระกับสังคมอีกต่อไป ขอท่านประธานได้โปรดกรุณา คนกลุ่มนี้ด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสิมาครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม วันนี้ดิฉันขอหารือทั้งหมด ๔ เรื่องนะคะ

เรื่องแรก คือได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวตำบลนางตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ขอให้เปลี่ยนชื่อโรงพัก สถานีตำรวจตำบลลาดใหญ่ เดิมสถานีนี้อยู่ตำบลลาดใหญ่ แต่เมื่อมีการก่อสร้างสถานีใหม่ ตำบลลาดใหญ่ไม่มีพื้นที่ ให้ก่อสร้างก็เลยย้ายไปสร้างที่ตำบลนางตะเคียน แต่ชื่อมันยังเป็นชื่อโรงพัก สภ. ลาดใหญ่ แต่ขอเปลี่ยนชื่อเป็น โรงพักนางตะเคียน เพราะว่าประชาชนสับสน คนที่สัญจรไปมาหรือว่า คนต่างจังหวัดก็จะงง

อีกประการหนึ่ง คือดิฉันได้รับการร้องเรียนจากคุณวิกานดา วิเวชศรี ทางอีเมล (e-Mail) ว่าถนนเส้นวิธานวิถีซึ่งทางไปดอนหอยหลอดเป็นเส้นการท่องเที่ยวด้วย เป็นพื้นที่ของทางหลวงชนบท ถนนชำรุดเสียหาย ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขอให้หน่วยงาน ไปแก้ไขด้วย

เรื่องต่อไป ก็คือเรื่องในสภาของเราเรื่องที่จอดรถ วันประชุมสภานี่เราจะไม่มี ที่จอดรถให้กับ ส.ส. เนื่องจากเท่าที่ดิฉันทราบบัตรที่ให้ ส.ส. ติดหน้ารถบัตรสีแดง ตอนนี้ มีการก๊อปปี้ (Copy) บัตรสีแดงเป็นจำนวนมากมันถึงได้ทำให้รถนี่ล้น เพราะว่าดิฉันเคยพูดไปแล้ว เมื่อคราวที่แล้วก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข เพราะดิฉันเจอด้วยตัวดิฉันเองว่าทำไมคู่แข่งของดิฉัน ไม่ได้เป็น ส.ส. ทำไมมีป้ายแดงมาติดแล้วสามารถเข้ามาในสภาได้ ตอนนี้ดิฉันก็เห็นเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นมันเลยทำให้ ส.ส. ไม่ที่จอดรถนะคะ ให้เอาจริงเอาจัง หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นการ์ด (Card) ไปเลยนะคะ ต้องใช้คือกันคนโกง เพราะตอนนี้คนโกงมันโกงไปทุกรูปแบบ

อีกเรื่องหนึ่งเรื่อง คือเรื่องซิม แอร์การ์ด (SIM Aircard) ที่ทางสภาแจกให้กับ สมาชิกทุกท่าน บางท่านก็ยังไม่รู้เลยว่าทางสภาแจกซิม แอร์การ์ดให้ใช้ แล้วสภาเสียเหมาจ่าย ของเอไอเอส (AIS) รายหัว แต่ว่าตอนนี้ ๒ ปีแล้วมันช้านะคะ อยากจะให้เปลี่ยนแล้วก็ ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ ส.ส. แต่ละท่านได้ทราบด้วยว่าอันนี้มันเป็นสวัสดิการ ไม่อย่างนั้นสภา ก็เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์

อีกประการหนึ่งประการสุดท้าย คือดิฉันเป็นกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ดิฉันจำได้ว่าทางสภาได้รับงบที่จะแจกไอแพดให้กับสมาชิก เพราะว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุคไม่ได้แจกแล้ว แต่นี่ผ่านมาเป็นปีที่ ๒ แล้วยังไม่คืบหน้า ก็อยากจะเรียนถามท่านประธานว่าอันนี้จะแจก หรือไม่แจก ถ้าไม่แจกก็เอาเงินคืนไปให้หน่วยงานที่เขาจำเป็นเอาไปพัฒนาอย่างอื่นอย่ามากั๊ก เอาไว้นะคะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประสิทธิ์ครับ

ท่านประสิทธิ์ครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ต่อท่านรังสิมาพอดีเลยนะครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่จังหวัดสุรินทร์

เรื่องแรก เรื่องนี้พูดไปก็เจ็บปวดในตัวเองเพราะตัวเองเคยเป็นตำรวจมาก่อน เคยเข้าใจหัวอกตำรวจดี แต่ปัญหาก็คือพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับ การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ผมเองก็เห็นใจและเข้าใจว่าตำรวจบางท่านก็ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม แต่บางท่านก็เอาเปรียบพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องรถ นักเรียนได้เงินวันละ ๒๐-๓๐ บาท บางพื้นที่ไม่มีรถโดยสารไปรับด้วยการที่บ้านอยู่ไกลคุณพ่อคุณแม่ก็ติดหนี้ติดสิน ไปดาวน์ (Down) มอเตอร์ไซค์มาให้ นักเรียนบางคนอายุไม่ถึง ๑๕ ปีไม่สามารถทำใบขับขี่ได้ พอขี่รถไปโรงเรียนก็ไปถูกตำรวจจับปรับ ๓๐๐-๔๐๐ บาท โดนอยู่เป็นประจำ ความจริงก็น่าเห็นใจ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในเขตพื้นที่โดยเฉพาะสถานีตำรวจภูธร อำเภอลำดวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอศีขรภูมิ ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้นตำรวจ สภ. ศีขรภูมิไปตั้งด่าน อยู่ใกล้ ๆ หน้าโรงพยาบาล บางครั้งผู้ป่วยเกิดอุบัติเหตุพลเมืองดีเขาไปเห็นอุบัติเหตุ ก็นำคนไข้นำผู้ป่วยไปโรงพยาบาลโดยที่เขาไม่ได้เตรียมว่าเขาจะต้องเข้าไปในอำเภอ ไม่มี ใบขับขี่ ไม่มีหมวกกันน็อก (Knock) สุดท้ายก็ไปถูกตำรวจจับ ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้นอีก ล็อก (Lock) รถไว้แล้วให้คนป่วยหารถไปต่ออีกมันเจ็บปวดในหัวใจจริง ๆ นะครับ และที่สำคัญที่สุด ผมขับรถจากจังหวัดสุรินทร์เข้ากรุงเทพฯ มาประชุมสภาเจอตลอดทางเลย รัฐบาลมีนโยบาย ตั้งด่านตรวจจับยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย แต่สุดท้ายจริง ๆ ถามใครก็ได้หลัก ๆ อยู่ที่ใบขับขี่ โดยเฉพาะรถทางภาคอีสาน พี่น้องประชาชนอยู่ในช่วงหยุดการทำนาก็มารับจ้างในกรุงเทพฯ นั่งรถอีโนงโตงเนงมา นั่งรถโดยสารมาก็ถูกล็อกถูกจับถูกกักไว้ตลอด ผมเข้าใจว่าตำรวจ ทำตามหน้าที่ แต่สำคัญที่สุดเงินรางวัลนำจับ และตำรวจบางคนทำงานไม่สุจริต บางคน ซุ่มอยู่ข้างเสาไฟฟ้า ข้างต้นไม้ พอรถมอเตอร์ไซค์มาผิดปั๊บกระโดดปั๊ว และที่แย่กว่านั้นอีก มีการเอาคนไปดักรออยู่ข้างหน้าไม่ใช่ตำรวจด้วยไปตั้งเก้าอี้นั่งอยู่ บางคนก็ปีนอยู่บนต้นไม้ แล้วโทรศัพท์วิทยุส่งให้ตำรวจข้างหน้าดักเอา ๆ อย่างนี้จะให้อยู่อย่างไรประเทศไทย ให้ประชาชนขับรถออกจากบ้านแล้วมีความสุขบ้างสิครับ ความเครียดของประชาชน ส่วนใหญ่เวลามีรถใช้ เวลาออกจากบ้านไม่มีความสุขเลย กลัวมากที่สุดคือกลัวตำรวจจับ สตางค์ก็ไม่มี ขอโทษทีผมอาจจะพูดยาวเลยไปหน่อยเพราะมันเป็นความเดือดร้อนจริง ๆ ฝากท่านไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือถ้าเป็นไปได้อยากให้สภาแห่งนี้ช่วยแก้เรื่อง รางวัลนำจับตามใบสั่งจราจร ตำรวจขยันเหลือเกินฝนจะตกแดดจะออกยืนส่องกบคนเดียว ดึก ๆ ดื่น ๆ อยู่บนถนนก็มี ฝากท่านด้วยตรงนี้ ถ้าไปแก้ได้ผมว่าประชาชนมีความสุข ขอกราบขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาธิตครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ ประเด็นครับ

เรื่องแรก ผมเรียนย้ำกับท่านประธานครับว่าทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ ทางภาคใต้มีผู้เสียชีวิต ผมจะลุกขึ้นหารือ กรณีเหตุการณ์ที่ภาคใต้ยังไม่สามารถที่จะแก้ไข ปัญหา ยังไม่ลดเหตุการณ์ร้ายแรงที่มีความสูญเสียทั้งชีวิต ทั้งร่างกาย และทรัพย์สิน โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ก็เกิดเหตุการณ์ที่พี่น้องทหารได้เสียชีวิตที่เกิดจากการคุ้มครองครูอีก ๑ ศพ เมื่อรัฐบาลยังไม่สามารถที่จะทำให้เหตุการณ์ทุเลาเบาบางลง ผมเรียนหารือแล้วว่า ต้องมีหลักประกันกับคนข้างหลังเขา ต้องมีหลักประกันสำหรับครอบครัวที่เขาได้รับ ความเดือดร้อนที่ผู้นำครอบครัวเขาไม่สามารถเป็นหลักได้อีกต่อไป นั่นก็คือการเยียวยาครับ เยียวยาให้ครอบครัวเขาซึ่งอยู่ข้างหลังซึ่งไม่ทราบว่าคนที่เป็นผู้นำครอบครัว เมื่อไรจะถูกหวย ถูกหวยก็หมายความว่าประสบเคราะห์กรรมที่เสียชีวิต รัฐบาลต้องเยียวยา ให้รวดเร็วและให้เท่าเทียมกับการเยียวยาให้กับผู้ชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ๗.๗๕ ล้านบาท ต้องรีบทำครับ อันนี้ไม่ได้เป็นการพูดเพื่อประชด แต่ว่าอันนี้เพื่อให้สร้างมาตรฐานสำหรับ คนทำงาน คนเสียสละต่อประเทศชาติ อันนี้สิครับที่สมควรจ่ายเงินภาษีให้กับบุคคล กลุ่มเหล่านี้ ผมมีความหวังที่ท่านประธานนี่ละครับ ท่านประธานต้องนำเสนอท่านนายกรัฐมนตรี ทำเถอะครับ ครู ทหาร ตำรวจ และประชาชนที่บริสุทธิ์ครับ ถ้าเสียชีวิตที่เกิดจากเหตุการณ์ ความไม่สงบนี่ต้องให้ครอบครัวเขาครับ ๗.๗๕ ล้านบาท

เรื่องที่ ๒ เรื่องพื้นที่ครับ ถนนสาย ๓๑๓๘ บ้านค่าย-บ้านบึง เป็นถนน สายยุทธศาสตร์หลักจากจังหวัดระยองผ่านจังหวัดชลบุรี ไปจังหวัดปราจีนบุรี ไปสู่ประตู อีสานคือจังหวัดนครราชสีมา เส้นทางนี้ประหยัดเส้นทางประมาณสัก ๔๐-๕๐ กิโลเมตร ที่สำคัญเส้นทางนี้ยังเป็นเส้นทางที่ใช้สัญจรไปมาของโรงงานอุตสาหกรรม พี่น้องประชาชน แต่ปรากฏว่าเส้นทางสายนี้ก่อสร้างมาประมาณสัก ๓๐ ปี ตั้งแต่ผมเด็ก ๆ อายุ ๑๐ กว่าขวบ ยังไม่เคยได้รับการปรับปรุงดูแลนะครับ ซึ่งขณะนี้เส้นทางสายนี้ก็ชำรุดทรุดโทรม พังนะครับ รถก็เกิดอุบัติเหตุ ถ้านับสถิติก็เยอะที่สุดในภาคตะวันออก ผมจำไม่ได้ว่าได้รับงบประมาณ เข้าไปดูแลถนนสายนี้บ้างหรือยัง แต่ว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับการดูแลเลยนะครับ ฝากท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าต้องไปดูแลเส้นทางสายนี้ซึ่งเป็นสายหลัก เป็นสาย ยุทธศาสตร์ของจังหวัดระยอง ซึ่งสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอันดับ ๑ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม วรปัญญา

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎร จำนวนมากว่าได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติคือตอนนี้ฝนแล้งหนัก ก็อยากจะมีการขุดลอก แม่น้ำป่าสักชลสิทธิ์ คลองลำพราก คลองลำเหียง และคลองลำสนธิ รวมทั้งหมด ๑๐๕ แห่ง

๒. ขอให้เปิดตลาดโดยให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย ได้ส่งเสริม การขายสินค้าเพื่อการเกษตรเป็นศูนย์กลาง แล้วก็ตลาดนัดที่ตลาดสะพานขาว คลองลำนารายณ์

๓. ขอให้ผลิตกล้าไม้ เช่น ไม้พะยูง ไม้สัก ไม้ยางนา ไม้ยางใหญ่นี้แก่ราษฎร ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องทุกกระทรวงนะครับ เพราะว่าไม้นี้เป็นไม้เศรษฐกิจ สมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ก็ใช้ยางจากน้ำมันยาง ก็คือจากไม้ยางพารา ไม้ยางใหญ่ ไม้ยางนา แล้วก็ไม้กวาด ไม้เหียง

๔. ขอให้เปิดสินค้าโอทอป (OTOP) ที่คลองลำนารายณ์ เพราะว่าเปิดมา หลายปีแล้วได้ผลดีแต่รัฐก็ยังไม่ได้เข้าไปส่งเสริม ขอให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย เข้าไปส่งเสริมเพราะว่ามีสินค้าเกษตรรวมอยู่ด้วย

๕. ขอให้แขวงการทางลำนารายณ์ที่ตกสำรวจ ๓๙ แห่ง เมื่อสมัยภัยพิบัติ ปีที่ผ่านมา แขวงนั้นบังเอิญท่านไม่สนใจก็เลยไม่ได้ทำการส่งรายงาน ตอนนี้ก็ส่งรายงานมาแล้ว ขอให้ช่วยติดตามประสานงานให้ทางแขวงด้วยครับ

๖. ขอให้เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม ฝากมาหมดเลยไหมครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

เป็นหนังสือนะครับ ทั้งหมด ๙ เรื่อง ด้วยกัน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาเป็น หนังสือดีกว่า

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

ครับ แล้วก็ลอตเตอรี่ (Lottery) เมื่อสักครู่นี้ ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปขอสัก ๑,๐๐๐ เล่ม ช่วยผู้พิการด้วยครับ เพราะว่าคนที่บ้านผมมีคนด้อยโอกาสและคนพิการเยอะ และหวยบนดินก็ขอให้เปิดเอามาไว้บนดิน ให้ได้เปิดดำเนินการจำหน่าย เพราะว่าประชาชนเรียกร้องรายได้จากหวยบนดินช่วยทั้งวัด ทั้งโรงเรียน ทั้งถนนหนทาง แหล่งน้ำ สมัยท่านทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีได้ช่วยไว้เยอะครับ มีประโยชน์มาก

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม ฝากมาเลยทั้งหมดดีกว่าครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิมพ์ภัทราครับ

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ มีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เรื่องแรก ท่านประธานคะ คือเรื่องของปัญหาขาดแคลนน้ำ พี่น้องหมู่ที่ ๒ บ้านน้ำตก และหมู่ที่ ๕ บ้านสระแก้ว ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา ได้ทำหนังสือถึงดิฉันเอง ขอความกรุณาไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ไปช่วยเจาะบาดาลเพิ่ม เพราะว่าจุดเดิมที่มีอยู่ไม่สามารถที่จะนำน้ำให้เพียงพอกับพี่น้องที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้ ก็เลยขอความกรุณาทางกระทรวงได้ส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเจาะบาดาลจุดใหม่เพื่อช่วยเหลือ พี่น้องทั้งเกษตรกรแล้วก็พี่น้องทั้งอุปโภคและบริโภคในบริเวณดังกล่าวค่ะ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ พี่น้องของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านคลองไทร ตำบลเขาน้อย อำเภอสิชล สอบถามดิฉันมาเรื่องของเงินที่เขาได้รวมตัวกันไปขายยางให้กับ ทางรัฐบาลตั้งแต่เดือนสิงหาคม จำนวนยอดเงินกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ยังไม่ได้รับเงินแม้แต่ บาทเดียวเลยค่ะ รอบสุดท้ายที่ได้รับก็คือตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไปประชุม ครม. ที่สมุย แต่ว่าไม่ได้รับยอดเต็มเป็นยอดที่ให้มาประปราย ตอนนี้ปัญหาของจังหวัดนครศรีธรรมราช แทบทุกกลุ่มวิสาหกิจที่ขายยางให้กับทางรัฐบาลไม่ได้รับเงินตามที่รัฐบาลได้บอกมาค่ะ

เรื่องสุดท้าย ท่านประธานคะ ก็คือเรื่องของปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ของอำเภอขนอม หมู่ที่ ๕ บริเวณดังกล่าวเกิดน้ำป่าไหลหลาก สะพานขาด ปัญหาที่สำคัญ ก็คือว่าอำเภอขนอมเองไม่ได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ดังนั้นงบซ่อมแซมสะพานที่ขาดไป ก็ไม่สามารถเบิกจากทางจังหวัดได้ ดิฉันเองนำเรียนไปยังท่านประธานเพื่อไปยัง กระทรวงมหาดไทยได้หาทางแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนบริเวณหมู่ที่ ๕ เพราะว่า พวกเขาเดือดร้อนมาก และบริเวณดังกล่าวเกิดปัญหาซ้ำซ้อนเป็นประจำทุกปีที่เกิดเหตุ อุทกภัย ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญรื่นครับ

นางบุญรื่น ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน บุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ค่ะ

เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องซึ่งเป็นสมาชิกองค์กรคนพิการ ในจังหวัดกาฬสินธุ์ และดิฉันคิดว่าพี่น้องคนพิการเหล่านี้จะต้องมีอยู่แทบทุกจังหวัด ในประเทศไทย อาจจะมีปัญหามากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป อย่างเช่นจังหวัดสกลนคร ก็ได้ทราบจากท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ท่านก็บอกว่ามีปัญหาเหมือนกัน สำหรับพี่น้อง ในจังหวัดกาฬสินธุ์คนพิการทางสายตาจะมีเป็นจำนวนมาก ดำเนินชีวิตครอบครัวด้วย เบี้ยยังชีพของคนพิการเพียง ๕๐๐ บาทต่อเดือนนะคะ ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ ต่อการดำเนินชีวิต ทำให้เขาต้องดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดโดยการไปซื้อสลากลอตเตอรี่ จากนายทุน ในราคา ๙๐ บาท หรือ ๑๐๐ บาท เพื่อจะไปขาย ๑๑๐ บาท ซึ่งเมื่อขายได้กำไร อันน้อยนิดก็ไม่สามารถที่จะให้เขาดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขเขาจึงรวมตัวกันไปหา ผู้แทนราษฎรในเขตพื้นที่ให้ความช่วยเหลือว่าจะทำอย่างไรเขาถึงจะอยู่ได้ ดิฉันก็เลย อยากจะขอหารือท่านประธานฝากไปยังกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องได้โปรด ให้ความเอื้ออาทรแก่ผู้พิการกลุ่มนี้ด้วย ท่านประธานคะ ถ้าหากว่ารัฐบาลจะมีการเพิ่มโควตา ในการออกสลากหรือลอตเตอรี่ของรัฐบาลก็น่าจะเผื่อคนพวกนี้บ้าง ดิฉันคิดว่ามีอยู่ทั่วไป ทุกจังหวัดในประเทศไทย เผื่อชีวิตเขาจะดีขึ้นบ้าง

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับฟังคำร้องเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือให้ประสานงาน ไปยังรัฐบาลของกลุ่มผู้ผลิตผ้าห่ม ๑๔ จังหวัดในภาคอีสาน เป็นจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ได้ตระเวนไปขอความช่วยเหลือจากกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ แต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือ มีผ้าห่มตกค้างอยู่ ๑,๒๖๑,๐๐๐ ผืน ยังไม่ได้จำหน่ายออกแม้แต่ผืนเดียว เพราะฉะนั้น ดิฉันอยากจะหารือท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องนะคะ โปรดได้ จัดสรรงบประมาณซื้อผ้าห่มที่ตกค้างให้เขาบ้าง เผื่อเขาจะได้เงินทุนที่ลงทุนไปกลับคืนมา เพื่อคิดหาทางประกอบวิชาชีพอื่นต่อไป ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนทรีครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ

เรื่องแรก ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือ พี่น้องประชาชน ชาวตำบลหนองบัวโคก อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิค่ะ เขาฝากดิฉันให้มากราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ท่านได้ไปแก้ไขปัญหาในเรื่องจุดกลับรถที่ก่อให้เกิด ความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้อง เนื่องจากว่าจุดกลับรถที่มีอยู่เดิมนี้ไม่ได้อยู่ใน บริเวณที่อยู่ของชุมชนจะกลับรถทีต้องใช้ระยะทางไปกลับถึง ๒ กิโลเมตร ปัจจุบันนี้ กรมทางหลวงแผ่นดินได้มีการออกไปดำเนินการย้ายจุดกลับรถให้แล้ว พี่น้องก็เลยฝากดิฉัน ให้มากราบขอบพระคุณด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือพี่น้องชาวบ้านท่าแก และท่าแกทอง ตำบลลุ่มลำชี อำเภอบ้านเขว้า ๒ หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำชี ก็ร้องเรียนกับดิฉันเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาว่าอยากจะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า ได้ออกไปช่วยดูในเรื่องการสร้าง พนังกั้นน้ำแม่น้ำชีให้ด้วย เนื่องจากว่าเมื่อคราวหน้าฝนมีฝนตกหนักมาน้ำจะท่วมออกมา เมื่อน้ำลดลงไปแล้วตลิ่งที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำชีจะเกิดการทรุดตัวสไลด์ (Slide) ลงไปค่อนข้างเยอะ ปัจจุบันก็สไลด์ลงไปเข้ามาใกล้ถึงบ้านเรือนของประชาชนเป็นอย่างมากนะคะ พี่น้องประชาชน ทั้ง ๒ หมู่บ้านนี้ก็เกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากว่า เมื่อเข้ามาใกล้บ้านเรือนก็ไม่ได้มีการป้องกันนะคะท่านประธาน เนื่องจากว่าริมตลิ่ง ก็จะเป็นดินก็กลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้น ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลในการจัดสรรงบประมาณมาก่อสร้างตลิ่งเพื่อป้องกันพนังกั้นน้ำ บริเวณบ้านท่าแก หมู่ที่ ๒ ตำบลลุ่มลำชี อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชมภูครับ

นางชมภู จันทาทอง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นำมาหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายทรงศักดิ์ สังกะสินสู่ ซึ่งเป็น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ ตำบลบ้านหม้อนั้นร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนเรื่องเกี่ยวกับไฟฟ้าแสงสว่าง ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๑ อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอสังคม ระหว่างช่วงที่ ๑ กม.๔๘+๕๐๐-กม.๔๙+๗๐๐ และช่วงที่ ๒ กม.๕๒+๐๐๐-กม.๕๓+๙๐๐ บ้านทุ่งสว่าง หน้าวัดอรัญบรรพต ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ ตำบลนี้เป็นตำบลที่อยู่ในพื้นที่ตามชายแดนมียาเสพติดมากมายค่ะ ท่านประธาน ก็มีปัญหาเรื่องแสงสว่างในการที่จะสัญจรในช่วงนี้ไปมา ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานทางหลวง ชนบทจังหวัดหนองคายได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจ แล้วก็ได้ทำแผนของบประมาณแก้ไขปัญหา พี่น้องประชาชนโดยด่วนด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ นั้นดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องบ้านด่านศรีสุข หมู่ที่ ๑ ถึงบ้านห้วยหมากพริก หมู่ที่ ๗ ตำบลด่านศรีสุข อำเภอโพธิ์ตาก ได้รับความเดือดร้อน เรื่องถนนค่ะท่านประธาน จากหมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๗ นั้นลำบากมากถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ การขนสินค้าเกษตรไปมานั้นก็ลำบากทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเหมือนกันนะคะ ดิฉันก็ฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นได้ไปสำรวจและจัดสรรงบประมาณแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ด้วยนะคะ คำว่า น้ำไหลไฟสว่างทางดี พี่น้องประชาชนนั้นสุดยอดปรารถนาค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณมากค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเปล่งมณีครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีปัญหา ของพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นความทุกข์ แล้วก็เป็นปัญหาอย่างแสนสาหัสอยู่ ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ขอให้เร่งพิจารณาตรวจสอบหาข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรม ต่อชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์ในหนองน้ำสาธารณะหนองสิม สืบเนื่องจากดิฉันได้ลงพื้นที่ และได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายสวรรค์ ทรงพุทธ ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาทุ่ม หมู่ที่ ๑๑ ว่าพี่น้องประชาชนบ้านนาทุ่ม หมู่ที่ ๑๑ บ้านหนามแท่ง หมู่ที่ ๗ บ้านนาสีเทียน หมู่ที่ ๑๐ และบ้านห้วยอ้อย หมู่ที่ ๑๓ ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ต่างใช้ประโยชน์ ในหนองน้ำสาธารณะหนองสิมนี้มาตั้งแต่ในอดีตจนปัจจุบัน ในการใช้อุปโภคบริโภค การเกษตร การปศุสัตว์ โดยไม่มีใครเป็นเจ้าของ แต่วันนี้พวกเขาร้องทุกข์ว่ามีการออกเอกสารสิทธิทับที่ สาธารณประโยชน์ของพวกเขา จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนมาหาดิฉัน ดิฉันจึงกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมที่ดิน และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริง และความเป็นธรรม ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้ขอความอนุเคราะห์โครงการน้ำประปาหมู่บ้านให้บ้านหนองสนุ่น หมู่ที่ ๗ สืบเนื่องจากดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายทวี ศรีทาสังข์ ผู้ใหญ่บ้านหนองสนุ่น หมู่ที่ ๗ ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ว่าประชาชนในหมู่บ้านดังกล่าวมีทั้งหมด ๔๘๙ คน ๑๕๖ ครัวเรือน ทุกวันนี้ประสบปัญหาความเดือดร้อน ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค ตลอดระยะเวลา สืบเนื่องจากมีแหล่งน้ำดิบห่างไกลหมู่บ้านประมาณ ๕ กิโลเมตร ต้องต่อท่อ มาในหมู่บ้านซึ่งเป็นระยะเวลาประมาณ ๓๐ ปีแล้ว ซึ่งเกิดความชำรุดทรุดโทรม ระหว่าง ที่ชำรุดทรุดโทรมนี้เขาต้องซื้อน้ำในการอุปโภคบริโภค ก็ถือว่าเป็นความทุกข์อย่างแสนสาหัส ดิฉันจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้กำกับ ดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น การประปาส่วนภูมิภาค และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยผลักดันโครงการน้ำประปาในหมู่บ้านบ้านหนองสนุ่นด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเทียบจุฑาครับ

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตท่านประธานเพื่อนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับ ท่านประธานสัก ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายวัชรินทร์ สุตลาวดี เป็นนายอำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี ท่านบอกว่าได้รับการร้องเรียนขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยเหลือราษฎร ที่ประสบปัญหาที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ใน ๔ หมู่บ้าน คือหมู่บ้านโนนศิลา หมู่ที่ ๑ ตำบลนาแค บ้านวังบง หมู่ที่ ๕ ตำบลนาแค บ้านห้วยเวียงงาม หมู่ที่ ๘ ตำบลนายูง บ้านชุมพล หมู่ที่ ๗ ตำบลนายูง สืบเนื่องมาจากเมื่อปี ๒๕๕๓ พี่น้อง ประชาชนได้ทำเรื่องขอขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตรแล้วก็ขอขยายไฟฟ้าเพิ่มเติม การไฟฟ้า อำเภอนายูงได้ออกมาสำรวจประมาณการค่าใช้จ่ายในการขยายไฟฟ้าเพิ่มเติมแล้ว แล้วเสร็จ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ปัจจุบันนี้ก็ได้ออกแบบสำรวจประมาณการค่าใช้จ่าย ทั้งหมดแล้ว แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้นระยะเวลาที่ประมาณการ ขอขยายไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ ต้องใช้เวลาตั้งเกือบ ๓ ปี จนปัจจุบันนี้พี่น้องใน ๔ หมู่บ้านก็ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แล้วเขาก็พร้อม ที่จะออกเงินเพิ่มค่าใช้จ่ายค่าขยายไฟฟ้าด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยเข้ามาแก้ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนใน ๒ ตำบลนี้ด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๒ เรื่องได้รับความเดือดร้อนจากบ้านหนองแวง หมู่ที่ ๑ กับหมู่ที่ ๑๑ ตำบลหนองแวง อำเภอน้ำโสม เดิมมีการประปาอยู่ ขาดน้ำดื่มน้ำใช้ ปัจจุบันนี้น้ำสูบไม่ขึ้นแล้วค่ะ ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลเพื่อบริการ พี่น้องในตำบลหนองแวง อำเภอน้ำโสมด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมมุติครับ

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปัตตานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้คณะกรรมาธิการการทหารได้เชิญไปนำเสนอการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สามารถที่จะมาพูดตอนที่ท่านเรียกผมในครั้งแรก วันนี้ผมมีปัญหาความต้องการของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่อยู่ด้วยกัน ๒-๓ เรื่อง

เรื่องแรก ก็คือพื้นที่ของผมนี้จะเป็นพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่ชนบทเสียส่วนใหญ่ บางพื้นที่สมควรที่จะขยายเขตเป็น ๔ เลนในบางช่วงบางจุดเพราะว่ามีเรื่องของการจราจร ติดขัดมากแล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อย จุดแรกก็คือที่อำเภอยะรัง อยากจะให้มีการขยายเป็น ๔ เลนตั้งแต่สถานีตำรวจภูธรอำเภอยะรังลงไปถึงบ้านพงสตา ซึ่งปัจจุบันนี้กรมทางหลวง ก็ได้เวนคืนที่ดิน บ้าน เพื่อที่จะให้มีการขยายเลนเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่มีงบประมาณที่จะ สร้างเพื่อขยายตรงจุดนั้น แล้วก็ขอให้มีสัญญาณไฟจราจรสี่แยกอำเภอยะรังเลยจากสถานีตำรวจ ตรงนั้นอุบัติเหตุบ่อยมากผมพูดมารอบที่ ๒ แล้วครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คือที่อำเภอมายอ บริเวณเลยที่ว่าการอำเภอมายอ ซึ่งตรงนั้นก็มี การเวนคืนเรียบร้อยแล้วอยากจะให้มีการขยาย ๔ เลนตรงนั้น เพราะว่าการจราจรติดขัดมาก ๒ จุดนี้ขอเป็นเรื่องที่เร่งด่วนประชาชนร้องมาเพื่อขอให้ทางรัฐบาลดำเนินการ

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องประปาหมู่บ้านในตำบลตรัง ซึ่งพี่น้องประชาชนมีปัญหา เรื่องน้ำดื่มน้ำใช้มาก ตำบลตรัง อำเภอมายออยากจะได้ประปาหมู่บ้าน จริง ๆ แล้วในอำเภอมายอ มีปัญหาเรื่องประปาหลายตำบล บางพื้นที่ต้องกินน้ำบ่อ สมัยก่อนอาจจะดีกว่าสมัยนี้ เพราะว่าสมัยก่อนกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดำเนินการ แต่วันนี้กรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งตัวประปาตรงนี้ไม่ค่อยได้ลงไปในพื้นที่เลย อันนี้ผมฝากท่านประธานเพื่อดำเนินการ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับคำร้องจาก นักการศึกษาหรือกลุ่มครูบาอาจารย์ในเรื่องของโครงการ ๑ ทุน ๑ อำเภอซึ่งเป็นโครงการ ฝันเป็นจริงของเด็กนักเรียนที่มันหายสาบสูญไป ๕-๖ ปีแล้ว ตั้งแต่รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ทักษิณได้ทำไว้ แล้วก็เอาเงินจากหวยใต้ดินมาเป็นหวยบนดินแล้วก็ส่งให้เด็กไปเรียนต่อ ยังต่างประเทศที่รัฐบาลหรือประเทศไทยของเรานั้นขาดแคลนในวิชาการต่าง ๆ แล้วมันได้ หายไปตั้งแต่ยุคปฏิวัติมา แล้วมายุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็เริ่มทำมาปีนี้เป็นปีที่ ๒ และปีนี้ ก็เปิดโอกาสให้นอกจากเด็กที่เรียนดีและยากจนที่ครอบครัวมีรายได้ไม่ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ต่อปีแล้วยังเปิดให้ชิงทุนทั่วไปอีก ซึ่งจัดทุนให้เท่ากัน ๙๒๘ ทุน รวมกันก็ ๑,๘๐๐ กว่าทุน ทั้งประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีของเด็กไทยที่ยากจนแล้วจะได้มีโอกาสไปเรียน ต่างประเทศกลับมาสร้างบ้านสร้างเมือง แต่ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ เขาเป็นห่วงเพราะว่า การประชาสัมพันธ์โครงการดี ๆ อย่างนี้ที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณทำมาแล้วก็หาย แล้วกลับมาทำในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เขากลัวว่าการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึงครับ ท่านประธาน เพราะมันจะปิดวันที่ ๒๘ เขาเป็นห่วงว่านักเรียนบางคน ผู้ปกครองบางคนไม่รู้ กรรมการสถานศึกษาที่มี คือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวงการทางการศึกษาที่สนับสนุนทาง การศึกษาไม่รู้ ซึ่งรัฐบาลจะปิด จะสั่งโดยกระทรวงศึกษาธิการจะให้ปิดรับสมัครภายใน วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ก็คือเดือนนี้ละครับ ก็เลยอยากให้กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงหน่อย เพราะมันเป็นเรื่องของฝันที่เป็นจริงสำหรับเด็กที่เรียนดี และยากจน แล้วก็มาเพิ่มพูน พัฒนาศักยภาพให้กับบ้านกับเมืองนี้ เป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทย ให้การสนับสนุนมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของการจัดการศึกษา ในเรื่องนี้ได้โปรดประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้ทั่วถึงเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับลูกหลานในชนบท อย่างพวกผม ป้ารื่นหรือหลาย ๆ คนที่เป็น ส.ส. มาจากบ้านนอกครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เหลืออยู่ ๓-๔ คน ผมให้แค่ท่านละ ๑ นาที ท่านวันเพ็ญ ๑ นาทีครับ เวลาไม่พอแล้วครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ มีเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน

ข้อแรก โรงเรียนบ้านวังอ่าง ตำบลบัววัฒนา อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีอาคารเรียนซึ่งเป็นอาคารไม้แอ่นไปทั้งหลังแล้วค่ะ เด็กไม่กล้าเข้าไปนั่งเรียนเพราะว่าฝ้า จะร่วงใส่ศีรษะเด็ก สร้างมา ๕๐ กว่าปี อยากได้เปลี่ยนอาคารเป็นอาคารใหม่ ก็ขอได้รับ การพิจารณาจากทางกระทรวงศึกษาธิการผ่านทาง สพป. พื้นที่ สพป. เขต ๓ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ค่ะ

อีกเรื่องหนึ่ง ขอให้ช่วยปรับปรุงผิวถนน ทล. ๒๓๙๘ ช่วงถนนเส้นนี้เป็น ๒ ช่วง ช่วงแรกกิโลเมตรที่ ๐+๐๐๐ ถึงกิโลเมตรที่ประมาณ ๑๖+๕๐๐ เป็นช่วงซึ่งต่อจากเขต เทศบาลนาเฉลียงออกไปที่ตำบลซับพุทรา ตรงนี้ปะผุกันมาตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ เป็นท้าวแสนปม ไปทั้งเส้นแล้ว แล้วก็ตรงนี้มันเป็นแหล่งส่งพืชผลทางการเกษตร พื้นที่ผิวถนนได้ใช้งานหนัก ก็อยากจะได้ปรับปรุงผิวถนนให้เรียบเหมือนกับช่วงต่อไปคือ ๑๗ ๑๘ อะไรพวกนั้นเขาได้รับ การปรับปรุงไปแล้ว แต่ช่วงกิโลเมตรที่ ๐-๑๖+๕๐๐ ยังไม่ได้ทำเลยนะคะ อีกเส้นหนึ่งค่ะ ถนนสายแยกทางหลวง ๑๑๙๑ บ้านวังหินไปบ้านใหม่วังตะเคียน อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ อันนี้ระยะทางเต็ม เมื่อก่อนนี้เป็นถนนลูกรังแล้วได้รับการบรรจุเข้าเป็นไทยเข้มแข็ง สร้างไปแล้ว ๔ กิโลเมตร เหลืออีก ๒ กิโลเมตรกับ ๕๐ เมตร ได้พยายามติดต่อกับทางหน่วยราชการ ก็มีหนังสือตอบมาว่าส่วนที่เหลือยังไม่พร้อมที่จะทำ อยากจะถ่ายโอนอำนาจให้กับท้องถิ่น ก็ขอความกรุณาว่าถ่ายโอนไปแล้วก็เป็นปัญหามากมาย เพราะฉะนั้นก่อนจะถ่ายโอนเพิ่มเข้าไปอีก ก็อยากจะให้ทำเสียให้เสร็จบริบูรณ์ก่อน ขออีก ๒ กิโลเมตรกับ ๕๐ เมตรให้เรียบร้อยด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านลีลาวดีครับ

นางสาวลีลาวดี วัชโรบล กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดุสิต-ราชเทวี พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องอยากจะขอหารือถึงเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เอาเร็ว ๆ เลยนะคะ ๓ เรื่อง

เรื่องแรก ก็คือเรื่องขอความอนุเคราะห์เรื่องของการตัดกิ่งไม้บริเวณชุมชนมั่นสิน เนื่องจากว่าช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีกรณีเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นในพื้นที่ของดิฉันหลายครั้ง ในชุมชนมั่นสินจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่แล้วเวลาลมพัดไปมาก็จะทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟฟ้าดับ หลายครั้ง ประชาชนก็เกรงว่าถ้าปล่อยไว้ก็อาจจะเกิดเหตุอัคคีภัย ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สิน เคยร้องไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบอกว่าช่วงนี้อยู่ในช่วงของการเลือกตั้ง ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องในเรื่องของการบริการประชาชน จึงฝากท่านประธานช่วยแจ้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยดูแลด้วยค่ะ

อีก ๑ เรื่องนะคะ ขณะที่ลงพื้นที่ไปก็พบว่าในซอยเพชรบุรี ๑๐ มีขยะหมักหมม กองอยู่ที่หน้าบ้านของพี่น้องประชาชนเกือบจะทุกครัวเรือนเลยที่ดิฉันเดินผ่านไป พี่น้องประชาชน บอกว่าไม่มาเก็บหลายครั้ง แจ้งมาก็ได้จะเก็บวันเว้นวันหรือจะเก็บวันไหน พี่น้องประชาชน บอกยินดีค่ะ แต่ว่าเล่นไม่เก็บเลยก็ห่วงว่าจะทำให้เกิดเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคแล้วก็มีเด็ก ๆ ที่เดินไปแถวนั้นแล้วบางทีก็ถอดรองเท้าบ้าง พี่น้องประชาชนก็กลัวว่าจะเกิดความเดือดร้อน เป็นภัยต่อเด็ก ๆ ลูกหลาน ก็ฝากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในซอยกิ่งเพชร ชุมชนกิ่งเพชร ซอยเพชรบุรี ๑๐

อีก ๑ เรื่องนะคะ ซึ่งดิฉันได้รับเรื่องร้องมาก็รู้สึกร้อนใจ เพราะว่ามีเหตุเกิด ฉกชิงวิ่งราวอยู่ในบริเวณที่เหลือเชื่อคืออยู่ตรงบริเวณด้านหน้าของ สน. พญาไท เขาบอกว่า เจอมาติด ๆ กัน ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ครั้งที่ ๒ เดือนธันวาคม ครั้งที่ ๒ นี้ ไม่ไปแจ้งความแล้ว เพราะว่าครั้งแรกไปนั้นพอแจ้งความตำรวจบอกว่าก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เกิดเป็นประจำ แล้วลักษณะก็เกิดเวลาเดียวกันประมาณ ๔ ทุ่มครึ่ง ก็อยากจะฝากให้ทางตำรวจ ได้จัดหามาตรการในการดูแลเรื่องของความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชนด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมคิดครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอหารือกับท่านประธานดังนี้

ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในตำบลวัดหลวงและตำบลสร้างนางขาว ได้ขอร้องให้ขยายคลองส่งน้ำด้วยไฟฟ้าจากบ้านภูเสด็จถึงบ้านดงม่วย บ้านเหล่าโพธิ์ศรี บ้านหนองแคน แล้วก็บ้านดอนสนุก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลด้วย

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากคุณครูหลายโรงเรียนอยากได้อาคารเรียนใหม่ คือโรงเรียนพระบาทนาหงส์ โรงเรียนสุทธสิริโสภา โรงเรียนรุจีจินตกานนท์ โรงเรียน รสรินทร์ คัคนางค์ และโรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย โรงเรียนบ้านซับปลากั้งด้วยครับ อันนี้สังกัด สพป.นค ๒ และโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด สพม. ๒๑ โรงเรียนเซิมพิทยาคม โรงเรียน ปากสวยพิทยาคมและโรงเรียนชุมพลโพนพิสัย ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอนุรักษ์ บุญศล ๑ นาที ไม่เอากลอนนะครับ ร้องขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ได้รับความเดือดร้อนมาก ถนนเป็นลูกรังค่ะท่านประธาน ร้องขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้งหลายหนก็ไม่มีใครสนใจ ดังนั้นก็เลยรวมกันเป็นขบวนการใหญ่เลยเพื่อที่จะทำให้ถนนลูกรังที่ไม่ได้รับการก่อสร้าง ซ่อมแซมย่อมมีแต่เสื่อมทรุด จึงขอให้ผุดโครงการลาดยางทั่วไทยเพื่อโฉมใหม่ของชนบท ขอบพระคุณค่ะ

ท่านมาลินีครับ

นางสาวมาลินี อินฉัตร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมาลินี อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ในทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าปัญหาสังคมนั้นมีมาก เมื่อปีที่ผ่านมาอาชญากรรม ที่เกิดจากเด็กและเยาวชนมีมากกว่า ๕๐,๐๐๐ คดี แล้วก็ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องของยาเสพติด วันนี้พ่อแม่ผู้ปกครองในชนบทนอกจากจะทำงานหนักแล้วยังจะต้องมาหนักใจ พอลูกเริ่มจะขึ้น ม. ๑ ก็ติดเกมติดเพื่อนไปมั่วสุมหนีเรียน และที่น่าเป็นห่วงคือจะมีเรื่องเพศแล้วก็ยาเสพติดตามมาด้วย ดิฉันจึงอยากจะหารือเพื่อที่จะหาทางช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครองและสนับสนุนส่งเสริม การทำงานของนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งก็ทำงานหนักอยู่แล้วว่าอยากให้มีโครงการ ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืนหรือบ้านอุ่นใจในทุกอำเภอทุกพื้นที่ ไม่ใช่ว่าในเมืองเท่านั้น ที่จะมีปัญหานี้ ในชนบทเองก็มีปัญหานี้เพื่อจะได้เป็นเหมือนศูนย์บัญชาการตลอด ๒๔ ชั่วโมง ให้ผู้รู้เบาะแสได้แจ้งข้อมูลค่ะ

ส่วนเรื่องที่ ๒ คือเรื่องของการให้โอกาสกับเด็กในชนบทได้มีสันทนาการ ไม่ว่าจะเรื่องดนตรีและกีฬา วันนี้ดิฉันได้หนังสือมา ดิฉันจะยื่นต่อท่านประธานค่ะ ขอบคุณค่ะ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่มาลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๔๗ คน
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขณะนี้ มีผู้มาลงชื่อ ๓๒๘ ท่าน ครบองค์ประชุม

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามสด

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๔๘ ส. เรื่อง ผลกระทบจากโครงการแทรกแซง ราคายางพารา (นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ

เชิญนายแพทย์สุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอตั้งกระทู้ถามสด ถามท่านนายกรัฐมนตรี เรื่อง ผลกระทบจากโครงการแทรกแซงราคายางพารา ท่านประธานครับ มีข่าวที่น่าอัปยศอดสูเกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๖ กลุ่มชาวสวนยางศรีพนา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนที่นั่งอยู่นี่ละครับ เพื่อขอยางพาราคืน คือยางพาราที่เขาได้ขายให้กับรัฐบาลในโครงการแทรกแซง จำนวน ๒,๕๐๐ ตัน ปรากฏว่าขายไปแล้ว ๕ เดือนกว่าแล้วครับท่านประธาน ยังไม่ได้เงินครับ ยังมี เหตุการณ์อย่างนี้อีกครับ ผมไม่ทราบว่าวันนั้นท่านรัฐมนตรีรับหนังสือแล้วท่านรู้สึกอย่างไร เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๖ กลุ่มตัวแทนเกษตรกรสวนยางจากหลายอำเภอในจังหวัดเชียงราย ใกล้ ๆ บ้านท่านประธาน ชุมนุมประท้วงหน้าศาลากลางเพราะรัฐบาลค้างเงิน ๒๖๐ ล้านบาท ยังมีอีกครับ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๖ ไล่เลี่ยกัน ชาวสวนยางพาราอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ร้องต่อสื่อในทำนองเดียวกันว่ารัฐบาลติดค้างเงินชาวสวนยางพาราที่นำยางพาราไปขายในโครงการ เช่นที่อำเภอวัดโบสถ์ ค้างอยู่ ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ทำให้ชาวสวนยางพาราประมาณ ๔๐๐ กว่าราย ยังไม่ได้เงิน แล้วยังมีเหตุการณ์อย่างนี้อีกมากมายเมื่อสักครู่ ส.ส. พิมพ์ภัทราก็พูดแบบเดียวกัน รัฐบาลติดหนี้ชาวสวนยางพาราครับท่านประธาน น่าขายหน้าไหมครับ โดยท่านรัฐมนตรีเอง คนนี้ครับ ท่านก็ยอมรับว่าเป็นหนี้อยู่ตอนนี้ ๒,๓๐๐ ล้านบาท เรื่องนี้อัปยศจริง ๆ รัฐบาล ทำได้อย่างไรครับ ติดเงินประชาชนอยู่ตั้ง ๕-๖ เดือน ทำให้เห็นธาตุแท้ของรัฐบาลที่พยายาม สร้างภาพว่าเห็นแก่คนยากคนจน แต่พฤติกรรมอย่างนี้มันตรงกันข้ามครับ มันเหยียบย่ำ คนยากคนจน ไม่ให้เสียเวลาครับขอถามคำถามแรกเลยว่าทำไมรัฐบาล มีนิสัยอย่างนี้ครับ ค้างเงินกลุ่มเกษตรกรคนยากคนจนเพราะสาเหตุอะไร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ ใช้เวลาไป ๒ นาที ๑๙ วินาที

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีนะครับให้มาตอบกระทู้ถามสดของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดตรัง คือคุณหมอสุกิจนะครับ คือผมต้องเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดตรังว่าเรื่องทั้งหมดที่ผมเข้ามา รับผิดชอบโครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ผมเข้ามา รับงานช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ช่วงปลายเดือนก็ได้มีการอภิปรายไม้ไว้วางใจในสภา ตัวท่านคุณหมอสุกิจนี่นะครับท่านก็เป็นคนที่มีการอภิปรายเรื่องนี้ แล้วท่านก็บอกว่า มีการสวมสิทธิของสถาบันเกษตรกร มีการนำยางมาเป็นรถสิบล้อ แล้วท่านก็ได้นำภาพวีดิทัศน์ มาแสดงในสภา ท่านประธานครับ สิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นำมาเป็นข้อท้วงติงนี่นะครับ ผมเองในฐานะคนที่รับผิดชอบโครงการ ผมไม่ได้นิ่งนอนใจเลยครับท่านประธาน ผมก็ได้พยายาม ได้แก้ไข ผมต้องเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับว่าโครงการนี้มีทั้งท่าน ส.ส. หลายท่าน รวมทั้ง ท่าน ส.ว. จากจังหวัดเดียวกับท่านด้วย ตอนที่ ส.ว. อภิปรายโดยไม่มีการลงมติ ก็ได้บอกว่า มันมีการสวมสิทธิ มีการทุจริต แล้วก็ปัญหาในเรื่องของสต็อก (Stock) รวมถึงมีการเผาโกดัง ผมต้องเรียนท่านประธานครับ ผมเข้ามานี่ต้องเข้ามาเคลียร์ (Clear) ปัญหาก่อนครับท่านประธาน เรื่องแรกที่ผมทำก็คือเรื่องสต็อกต่าง ๆ ที่มีปัญหา แล้วก็เรื่องการสวมสิทธิ ผมก็ต้องเข้ามา ตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน ก่อนที่จะดำเนินโครงการต่อไป ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ เรื่องทั้งหมด เรื่องการสวมสิทธิก็ดี เรื่องสต็อกต่าง ๆ ที่มีปัญหาก็ดี ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๖ ผมได้ส่งเรื่องทั้งหมดไปให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ ดำเนินการเลย พวกสวมสิทธิทั้งหลายรวมทั้งพวกโกงสต็อกอะไรต่าง ๆ พวกเผาโกดังด้วยนะครับ ก็คือส่งเรื่องทั้งหมดให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการใครผิดก็ว่าไปเลย คราวนี้ก็มาถึง เรื่องว่าทำไมรัฐบาลถึงยังไม่ได้จ่ายเงินให้กับสถาบันเกษตรกร ผมต้องเรียนท่านประธาน อย่างนี้คือปัญหามันเกิดจากเรื่องความไม่โปร่งใส แล้วผมต้องเรียนท่านเลยครับว่ามีผู้ว่าราชการจังหวัด ทางภาคใต้หลายจังหวัดส่งเรื่องมาถึงผมบอกว่าสถาบันเกษตรกรมีการสวมสิทธิ มีเรื่องทุจริต ผมจะยกในตัวอย่างหนึ่งให้ท่านประธานได้ทราบ ก็คือมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ส่งหนังสือมา ที่ สข ๐๐๑๖.๓/๑๓๗ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ บอกว่าได้ตรวจสอบ พบการทุจริตของสถาบันเกษตรกร ซึ่งได้ซื้อยางจากบุคคลภายนอกที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก และรายชื่อกลุ่มสมาชิกจากเอกสารซื้อขายไม่ตรงกับรายชื่อกลุ่มที่ได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการ ซึ่งผิดไปจากเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของโครงการส่งมา ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะเป็นประธานคณะอนุกรรมการโครงการในจังหวัดได้ไปดำเนินการจับกุม แล้วก็ส่งเรื่องมาให้ผม ผมก็ได้รวบรวมเรื่องนี้ส่งไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ และขณะเดียวกันก็ยังมีผู้ว่าราชการจังหวัด ในภาคใต้แถว ๆ บ้านท่านส่งมาอีกหลายจังหวัด ผมก็ส่งไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการ และขณะเดียวกันก็มีหนังสือจาก สตง. ท้วงติงถึงความไม่โปร่งใสของโครงการ ซึ่งก็ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นำเรื่องนี้ขึ้นมาหารือ ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ได้ตอบไปหมดแล้ว ถึงท่านผู้ว่า สตง. ว่าผมในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างไรบ้าง สิ่งสำคัญนะครับ คือมีสถาบันเกษตรกรมาเข้าร่วมโครงการ ที่ยังค้างเงินเขาอยู่ ๔๒๖ สถาบัน ผมต้องเรียนท่านประธานว่าที่ผมไม่ได้ปล่อยเงินไปอย่างรวดเร็ว เพราะว่ามันมีการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไปจับมาเยอะ ผมก็ต้องขอเวลาในการตรวจสอบ ให้ถูกต้องก่อนที่จะมีการปล่อยเงินไป ผมก็เรียนท่านประธานครับว่ารัฐบาลภายใต้การนำ ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ท่านมีเจตนาที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง แต่หลักการสำคัญคือต้องการให้เงินไปถึงมือเกษตรกรชาวสวนยางจริง ๆ ไม่ใช่เงินไปถึง มือพวกทุจริตหรือพวกพ่อค้าคนกลางที่ไปรับซื้อยางมาแล้วเอามาสวมสิทธิใส่ เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคมที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติเงินอีก ๕,๐๐๐ ล้านบาทให้มาจ่ายให้กับ สถาบันเกษตรกร และขณะนี้ก็ต้องเรียนท่านว่าเมื่อวานนี้ทางผู้อำนวยการ อ.ส.ย. ก็ได้ไปเซ็น สัญญาเงินกู้กับ ธ.ก.ส. แล้ว และเช้าวันนี้ก็ได้ทยอยปล่อยเงินออกจาก ธ.ก.ส. ไปเข้าบัญชีกับ สถาบันเกษตรกรที่เป็นหนี้อยู่ และผมก็ต้องเรียนว่าที่รัฐบาลไม่ได้ปล่อยเงินอย่างทันทีทันใด อย่างรวดเร็วก็เกิดจากว่ามีข้อท้วงติงโดยเฉพาะจากท่าน ซึ่งผมก็ได้ตระหนักว่าการจะดำเนินการ โครงการพวกนี้จะต้องทำให้โปร่งใส แล้วขณะเดียวกันเรื่องที่มีการทุจริตก็เป็นหลักฐาน ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดส่งมาว่ามีสถาบันเกษตรกรมีการสวมสิทธิในเรื่องนี้ เราก็ต้องขอตรวจสอบ เพื่อไม่ให้เงินงบประมาณแผ่นดินได้รั่วไหล แล้วผมต้องเรียนครับว่าจากการดำเนินนโยบาย ที่เคร่งครัดของเราก็ทำให้ราคายางพาราในขณะนี้ได้เพิ่มขึ้นมาจากช่วงที่ท่านอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้ตอบ ใช้เวลาไป ๖ นาที ๕๑ วินาที เชิญคุณหมอสุกิจคำถามที่ ๒ ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ท่านรัฐมนตรียอมรับในสิ่งที่ ผมอภิปรายไปก็ดีครับ แต่ว่าเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เห็นชัดเจนผมขอภาพที่ ๑ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

นี่ครับคือรถบรรทุกยางเป็นรถพ่วงทั้งนั้น มารออยู่หน้าโรงงานยาง แล้วเกษตรกรทั้งหลายที่รัฐบาลค้างเงินท่านไม่ต้องสงสัยหรอกครับ เงินนี่ครับพวกนี้ละครับเอาไปหมด เพราะว่าพวกนี้ได้เข้าไปขายก่อนแล้วก็ได้เงินก่อน เพราะว่าเขามีเรื่องใต้โต๊ะกันอย่างที่ท่านก็ทราบแล้ว แต่ว่าท่านต้องสืบสวน ต้องเอาจริงเรื่องนี้ ต้องเอาคนเข้าคุกให้ได้บ้าง แล้วเกษตรกรไปทีหลังไม่ได้เงินหรอกครับเพราะพวกนี้เอาไปหมด นี่ละครับกลุ่มเกษตรกรทั้งหลาย รัฐบาลดูแลอย่างนี้ละครับท่านถึงเป็นหนี้เป็นสินกันอยู่ทุกวันนี้ ขอภาพต่อไปครับ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีดูตัวเลขอันนี้ว่าเงินมันหายไปไหน มติจาก ครม. ได้เงินมาแล้วเท่าที่ผมฟังเขาโม้มา รัฐมนตรีคนก่อนเขาขี้โม้ครับ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วอย่าลืม ท่านมีเงินจากงบกลางปี ๒๕๕๕ เป็นงบบริหารจัดการอีก ๑,๓๒๒ ล้านบาท ผมนึกออก ผมจำได้ รวมกันแล้วก็ ๒๑,๓๒๒ ล้านบาท ซื้อยางไปทั้งหมด ๑๗,๔๓๘ ล้านบาทเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเงินมันไม่ควรจะหมดครับ มันควรจะเหลืออีก ๓,๘๘๔ ล้านบาท ถ้าท่านลบเลขเป็น แต่ท่านก็เป็นหนี้เกษตรกรอีก ๒,๓๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นผมใช้คำว่าเงินมันหายไปไหน ๖,๑๘๔ ล้านบาท แน่นอนถ้าท่านบอกว่าเงินนี้เป็นเงินบริหารจัดการท่านก็อาจจะต้องไป ชี้แจงกับ ป.ป.ช. นะครับ เพราะฉะนั้นท่านตอบผมหน่อยว่าเงิน ๖,๑๘๔ ล้านบาท เอาไปทำอะไร หรืออยู่ในกระเป๋าของใคร ยังไม่หมดครับ เรื่องอัปยศมีมากมายสำหรับอันนี้เป็นหนังเรื่องยาว ผมขอภาพต่อไปครับ นี่ครับไฟไหม้โรงรับซื้อยางพาราสูญ ๓๐๐ ล้านบาท นี่คือยางในโครงการ เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๕ ไฟไหม้โรงงานยางแห่งหนึ่งที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอภาพต่อไปครับ รัฐมนตรีลงไปตรวจด้วยเห็นรัฐมนตรีท่านนี้แล้วทุกคนก็นึกถึงคำพูดที่ว่า เผาเลยพี่น้องผมรับผิดชอบเอง ลงไปตรวจด้วย แต่ที่สำคัญก็คือยางนี้มันเป็นยางของพี่น้องประชาชน เป็นของประเทศ แล้วเก็บรักษาอย่างไรครับ ถึงปล่อยให้มีไฟไหม้เกิดขึ้นได้ ปรากฏว่าเวลาผ่านไปแล้ว ๔-๕ เดือน ยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการ จากรัฐบาลถึงเรื่องต่าง ๆ ความชัดเจนต่าง ๆ คล้าย ๆ กับว่าจะให้เป็นเรื่องเหมือนกับ คลื่นกระทบฝั่ง แต่ผมไม่ลืมครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ขอถามท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่งครับ

ข้อ ๑ สาเหตุของไฟไหม้คืออะไรครับ

ข้อ ๒ ยางเสียหายไปเท่าไร เป็นยางชนิดไหน

ข้อ ๓ มีบริษัทมารับประกันหรือไม่ แล้วเขาจ่ายเงินหรือยัง ถ้าประกันไม่จ่าย ใครจะรับผิดชอบครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๒ ครับ ท่านใช้เวลาไปเกือบ ๗ นาทีแล้วเมื่อสักครู่นี้

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมต้องเรียนท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกว่าให้ท่านสมาชิก ท่านสบายใจเถอะครับว่าเรื่องต่าง ๆ ของโครงการนี้ที่ท่านได้ท้วงติงมา ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้กำชับผมบอกว่าให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาเลย แล้วใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด แล้วผมก็เรียนท่านประธานครับว่าผมไม่ใช่จะมาดีแต่พูด หรือเวลาถูกตั้งกระทู้ถามแล้วผมก็มาพูด ผมมีเอกสารให้ท่านประธาน ให้ท่านสมาชิกได้เลย ว่าผมได้ส่งเรื่องนี้ทั้งหมดไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษถึงอธิบดีดีเอสไอ (DSI) ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๖ เลขที่ กษ ๒๐๙๑/๐๐๐๒ บอกว่าเรื่องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฟไหม้โกดัง เรื่องสต็อก เรื่องการสวมสิทธิต่าง ๆ ส่งไปให้ดีเอสไอจัดการเลย ซึ่งจะได้เห็นว่าทางผมเอง รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้ใส่ใจแล้วก็ต้องการทำให้เกิดความโปร่งใส แล้วที่ท่านบอกว่า ใครทุจริตเรื่องนี้ผมเชื่อว่าติดคุกแน่นอน แล้วผมก็ให้สัญญากับท่านประธานผ่านไปยังท่านเลยว่า ผมจะติดตามเรื่องนี้เอง ไม่ยอมให้ใครจะมาทุจริตหรือมาทำโครงการนี้ให้เสียหาย ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานว่าตั้งแต่ที่ผมเข้ามารับงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน ผมเองก็ได้ตรวจสอบโครงการนี้ก็ยังไม่ได้พบว่ามีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ก็ยอมรับว่า อาจจะมีฝ่ายปฏิบัติที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ แล้วก็ขณะนี้ก็ได้ดำเนินการส่งให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเรื่องนี้ทั้งหมดไปตรวจสอบ และขณะเดียวกันผมก็ต้องเรียน ผ่านท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกให้สบายใจว่าขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ได้รับเรื่อง ไปแล้วแล้วก็กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ และขณะเดียวกันผมเองก็มีคณะทำงานเข้าไปตรวจสอบ ในเรื่องของโกดังต่าง ๆ ที่มีปัญหาในเรื่องของสต็อก ไม่ว่าจะเป็นโกดังที่ขุมทะเล จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเรื่องนี้พอไปตรวจสอบพบหลักฐานเพิ่มเติมเราก็ส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขณะเดียวกัน ผมต้องเรียนท่านอย่างนี้ครับว่าเงินมันไม่ได้หายไปไหน คือเงินก้อนแรกที่รัฐบาลได้อนุมัติมา ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทให้ อ.ส.ย. อีก ๕,๐๐๐ ล้านบาทให้กับสถาบันเกษตรกร ไปดำเนินการ คราวนี้ อ.ส.ย. ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทหมดแล้ว แล้วปรากฏว่าใช้เกินมา ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ได้ไปเอาเงินของสถาบันเกษตรกรมา ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วในก้อน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังก็อนุมัติครั้งละ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ๕,๐๐๐ ล้านบาทแรก หมดไปก่อนที่ผมเข้ามา ผมเข้ามาก็เพิ่งอนุมัติ ๕,๐๐๐ ล้านบาทที่ ๒ เพื่อจะมาจ่ายหนี้ ที่ท่านทวงถาม ก็เรียนท่านว่าเงินก็ไม่ได้หายไปไหนแล้วก็ยางพาราก็ยังอยู่ครับ แต่ส่วนว่า คุณภาพจะเป็นอย่างไรผมก็ได้ติดตามทุกโกดังเนื่องจากว่ามันเยอะ และขณะเดียวกัน เรื่องไฟไหม้ก็ต้องเรียนท่านครับว่าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด เป็นคนชดใช้ทั้งหมด รัฐไม่ได้เสียหายแต่อย่างไร แล้วก็ในขณะเดียวกันการดำเนินการขณะนี้ก็อยู่ในขั้นกำลังขอคืนเงิน จากทางบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด ขอเคลม (Claim) อยู่ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คำถาม สุดท้ายนะครับ เชิญนายแพทย์สุกิจ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีตั้งใจแต่ว่าท่านตอบ คำถามไม่ได้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของไฟไหม้โรงยาง เอกสารนี้บอกชัดเจนครับว่า วันที่ ๒๖ มกราคม เขารายงานต่อท่านแล้วท่านไม่สนใจเลย ท่านจำอะไรไม่ได้เลยใช่ไหม ปรากฏว่าเมื่อวานนี้ฝ่ายสอบสวนยืนยันแล้วว่าเป็นไปได้ที่สุดคือการวางเพลิง เพราะฉะนั้น ประกันยังจะจ่ายอยู่อีกหรือ ถ้าเงินนี้มันหายไปแล้วใครจะรับผิดชอบครับ แล้วที่สำคัญก็คือ ท่านเป็นรัฐมนตรี ท่านต้องหามาให้ได้ว่าคนไหนที่มันเป็นคนไปเผาโรงงาน รับรองว่าเรื่องนี้ เกี่ยวกับเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) แน่นอน ท่านบอกว่าไม่เกี่ยวกับนักการเมือง ท่านแน่ใจได้อย่างไรครับ เกรงใจรุ่นพี่หรืออย่างไร เพราะว่าถ้าไม่เกี่ยวกับนักการเมืองแล้ว ท่านส่งดีเอสไอทำไมครับ ท่านประธานครับ ผมขอต่อเพื่อไม่ให้เสียเวลา เพราะว่า ถึงอย่างไรท่านรัฐมนตรีก็ตอบไม่ได้ เรื่องของ สตง. เมื่อสักครู่ท่านพูดนะครับ ผมอยากจะให้ รายละเอียดให้ประชาชนได้เห็นว่ารัฐบาลนี้ทำอย่างไรไปบ้าง สตง. ได้กล่าวถึงโครงการ ได้ทำ หนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เมื่อ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

ข้อ ๑ บอกว่า โครงการนี้มีแนวโน้มไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในด้านการพัฒนา ศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง

ข้อ ๒ ราคาไม่ได้ตามเป้าหมาย คือ ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัม

ข้อ ๓ การบริหารจัดการโครงการนี้มีปัญหาทั้งการแปรรูปและการเก็บรักษา ไม่ดี ทำให้ยางติดกันเป็นก้อน เป็นเชื้อรา เสื่อมคุณภาพ และส่งผลต่อราคายางเหมือนกับที่ ผมอภิปรายไว้ไม่มีผิด

ข้อ ๔ การดำเนินงานโครงการมีความเสี่ยงต่อการสวมสิทธินำยางมาขาย ให้แก่ อ.ส.ย. โดยเกษตรกรขายยางให้พ่อค้าในราคาต่ำ และพ่อค้าบางรายนำไปสวมสิทธิขาย ให้ อ.ส.ย. ในราคาสูง โดยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บางคน ท่านฟังให้ชัดเจน หรือสถาบัน เกษตรกรบางแห่ง สรุปก็คือมีการทุจริต

ข้อ ๕ จุดรับซื้อไม่เพียงพอ ไม่ทราบท่านนายกรัฐมนตรีอ่านหรือยังครับ ไม่เห็นทำอะไรเลย เห็นชอบสร้างภาพว่าจะหยุดคอร์รัปชัน นี่มันโครงการของรัฐบาลชัด ๆ สตง. ชี้มาชัด ๆ แต่เขาพูดสุภาพว่ามันมีการทุจริต ไม่เห็นทำอะไรเลยครับ แสดงว่าที่บอกว่า หยุดคอร์รัปชันนี่ก็คือพูดจาเรื่อยเปื่อยไปเหมือนกับทุกเรื่อง แต่ท่านรัฐมนตรีสิครับ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ใครก็รู้ว่าเป็นนักขุดคุ้ยทุจริตนะครับ แต่หมายถึงว่าต้องเป็นเรื่องของคนอื่นนะ เรื่องของพรรคพวก เรื่องนี้เกิดในกระทรวงของท่านเอง อยู่ใต้จมูกของท่านจะไม่ขุดคุ้ยหรือครับ เผลอ ๆ อาจเอารัฐมนตรีเข้าคุกได้สักคนนะครับ ซึ่งคนนั้นเข้าคุกแน่นอนอยู่แล้วครับ ผ่านมาก็ปรากฏว่าท่านก็ไม่ได้ทำอะไร ผมก็ต้องถามครับว่า นอกจากที่พูดมาแล้วจะแสดง ความชัดเจนให้เห็นว่าท่านเอาจริงกับทุจริตอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านช่วยตอบหน่อยเถอะครับ

อีกประเด็นหนึ่ง สำหรับยุทธพงศ์ต้องถามเยอะ ๆ เรื่องของเมื่อวานนี้ผมก็ยัง ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกรบอกว่ารัฐบาลหลอกเขา มีอยู่ ๘๐๐ กลุ่มเกษตรกรครับ ท่านหลอกให้เขาไปซื้อยางในราคาสูง แล้วปรากฏว่าพอมาขายให้รัฐบาล รัฐบาลไม่รับซื้อ ปิดจุดรับซื้อ อันนี้เป็นเพราะเขาเชื่อรัฐบาล ปรากฏว่า ๘๐๐ กว่ากลุ่มนี้เขาเสียหายไป กว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านคงทราบเรื่องนี้แล้วใช่ไหม แล้วท่านจะเยียวยาเขาหรือไม่ เพราะความเสียหายของเขาเกิดจากการกระทำของรัฐบาลเพราะเขาเชื่อรัฐบาลอย่างไรครับ ท่านจะเยียวยาเขาหรือไม่ เขารอคำตอบอยู่อย่างไรนะครับ

และคำถามสุดท้ายครับ ประชาชนยังไม่ลืม ผมก็ยังไม่ลืมครับ ที่รัฐบาลนี้ ประกาศว่าจะทำราคายางให้ได้ ๑๒๐ บาท ขอทวงถามอีกครั้งหนึ่ง ตอบสั้น ๆ ว่าทำได้ หรือไม่ได้ ถ้าได้เมื่อไร ชาตินี้หรือชาติหน้า ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คำถาม สุดท้าย เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธานครับ คำถามสุดท้ายหลายคำถามมากเลย อย่างนั้นผมต้องขออนุญาตท่านประธานว่าขอเวลาผมได้ชี้แจงนะครับ ผมเอาเรื่องสำคัญ ก่อนเลยครับ เรื่อง สตง. ที่ทาง สตง. ได้มีหนังสือไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับโครงการ ดังกล่าว ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้มีบัญชามาถึงผมในฐานะประธานคณะกรรมการบริหาร โครงการนี้บอกว่ามีข้อท้วงติงมา ๕ ข้อ อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดตรัง ได้บอก ผมเองก็ได้รีบดำเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการแล้วก็ได้ชี้แจงไปถึง ท่านผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ ในหนังสือด่วนที่สุด ที่ กษ ๒๐๙๑/๒๓๕ คือเอาเรื่องสำคัญนะครับ ก็คือในเรื่องของการสวมสิทธิแล้วก็บอกว่า ทำไมทำโครงการนี้ไปแล้วราคายางมันถึงไม่ขึ้นสักที ผมก็ต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ว่าในส่วนของการสวมสิทธิแล้วในเรื่องของสต็อกที่มีปัญหาทางผมเองในฐานะผู้บริหาร โครงการ ก็ได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานว่า คือผมและท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้หารือกันในเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าเรื่องนี้ไปเกี่ยวข้องกับใครให้ดำเนินการหมดเลยให้ส่งดีเอสไอเลย คือถ้าเราไม่มั่นใจว่า คนของเราไปร่วมกับเขาเราคงไม่กล้าส่งนะครับ เราก็คิดว่ามันคงจะเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ที่ปฏิบัติ ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็ถึงได้ส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการไปเลย และ ขณะเดียวกันเรื่องการสวมสิทธิอะไรต่าง ๆ ก็ต้องยอมรับว่ามันมีการพบจริง และก่อนที่ จะดำเนินโครงการนี้ต่อเราก็ต้องขอตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อน แต่ขณะเดียวกัน ก็อย่างที่ท่าน มาบอกว่าสถาบันเกษตรกรไปเป็นหนี้เขาอยู่ทำไมถึงไม่รีบจ่ายเงินเขา ผมก็ต้องเรียนท่านว่า ถ้าจ่ายไปแล้วนะครับ ไปถูกพวกสวมสิทธิเงินไปตกในมือพ่อค้าคนกลางผมก็ไม่สบายใจ ท่านสมาชิกเองก็คงไม่สบายใจกับเรื่องนี้

และผมก็เรียนอีกอันหนึ่งครับ ในส่วนที่ท่านบอกว่าสถาบันเกษตรกรที่ไปรับ ซื้อยาง ๘๐๐ กลุ่ม เสียหายเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าตัวเลขตรงนี้คงไม่ใช่นะครับ ท่านประธาน คือขณะนี้ราคายางพาราก็ได้ปรับตัวสูงขึ้นมาโดยลำดับตั้งแต่ผมเข้ามา รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และขณะเดียวกันขณะนี้ ท่านประธานครับ ค่าเงินบาทเราก็ได้แข็งตัวอย่างรวดเร็วเพราะว่ายางเราส่งออกเป็นส่วนใหญ่ ค่าเงินบาทตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมมาจนถึงขณะนี้เกือบ ๓๒ บาทต่อยูเอส ดอลลาร์ (US Dollar) ขณะนี้ก็เหลือประมาณ ๒๙ บาท ซึ่งก็มีผลกระทบในเรื่องของราคายาง ถึงแม้ว่าค่าเงินบาท จะแข็งอย่างไร ราคายางอาร์ ๓ (R3) แผ่นดิบรมควันชั้น ๓ ที่ส่งออก ราคาส่งออกขณะนี้ เกือบ ๑๐๐ บาท และที่ท่านถามบอกว่าแล้วเมื่อไรราคายางจะไปถึง ๑๒๐ บาท ผมก็ต้อง เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าผมเองก็ได้พยายามในเรื่องของ ความร่วมมือระหว่างประเทศในการควบคุมโควตาในการส่งออกเรื่องการใช้ยางภายใน ประเทศเพิ่มมากขึ้น ผมเชื่อว่าแนวโน้มราคายางพาราจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในปีนี้ คือถ้าขณะนี้ถ้าค่าเงินบาทเราไม่แข็งอย่างนี้ผมก็เชื่อว่าราคายางพาราขณะนี้น่าจะถึงระดับ ๑๐๐ บาทแล้วครับ เพราะว่าค่าเงินบาทแข็งตัวไปประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เรียนท่านว่า ขอให้ท่านให้เวลาอีกสักนิดหน่อย ภายในเวลาอีกไม่นานราคายางพาราจะปรับตัวสูงขึ้น เป็นลำดับ และผมก็เรียนท่านประธานว่าผมจะบริหารโครงการนี้อย่างโปร่งใสจะไม่ให้มี การทุจริตแล้วใครก็ตามที่มาทุจริตในโครงการนี้ผมจะดำเนินการอย่างเฉียบขาด ให้ท่านสบายใจได้ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุกิจครับ เกินที่ถามแล้วครับท่าน มันเกิน ท่านใช้เวลาต้อง ๑๕ นาทีเศษ ควรตอบเฉพาะคำถาม

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

นิดเดียวครับ คือที่ยาวนี่ท่านรัฐมนตรีตอบยาว ของผมนี่เกินเวลานิดเดียว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านก็เกินด้วยครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เพราะฉะนั้นผมขออีกนิดเดียวครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านฝากได้ แต่ไม่อนุญาตให้ถามมันจะผิดข้อบังคับ เขาให้ถามได้ ๓ คำถาม แต่ท่านถามหลายคำถาม

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

คือท่านรัฐมนตรียังไม่ได้ตอบประเด็นที่ พี่น้องเกษตรกรเมื่อวานนี้เขามาทวงกระผม

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านถาม เลยครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ด้วยความเดือดร้อนจริง ๆ ครับ ที่ผมถามว่า ๘๐๐ กลุ่ม จะ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือไม่อะไรนั่นมันก็เป็นข่าว แต่ท่านต้องยอมรับว่า เป็นความเดือดร้อนและเป็นความผิดของรัฐบาลจริง ๆ ผมถามท่านว่าท่านจะเยียวยา ให้เขาไหม ท่านตอบให้ชัดเจนเลยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๑๔๙ ส. เรื่อง การปรับอัตราค่ารักษาพยาบาล ของกระทรวงสาธารณสุข (นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ

เชิญท่านนายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ถามคำถามกระทู้ถามที่ ๒

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จากการที่ให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อ ๑-๒ วันที่ผ่านมา ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับพี่น้องคนไทยเป็นจำนวนมากในเรื่อง ของการประกาศขึ้นราคาค่ารักษาพยาบาลที่อยู่ในหน่วยงานของรัฐบาลนะครับ ในเนื้อหา บอกว่าการขึ้นราคาครั้งนี้ไม่เกิดผลกระทบต่อผู้มาใช้บริการทั้งหมดทั้งประเทศไทยนี่นะครับ ๖๕ ล้านคน นั่นก็หมายความว่าท่านกำลังอธิบายให้สังคมรับทราบว่าการที่ไม่เกิด ความเดือดร้อนเพราะว่าเรามีกองทุนทั้ง ๓ กองทุน นั่นก็คือกองทุนแรก กองทุนสวัสดิการ ข้าราชการ กองทุนที่ ๒ คือกองทุนประกันสังคม และกองทุนที่ ๓ ซึ่งเป็นกองทุนที่ดูแล คนเป็นจำนวนมากถึง ๔๘ ล้านคน นั่นคือกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนข้าราชการ ดูแลประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านคน ถึง ๑๐ ล้านคนคือกองทุนประกันสังคม ท่านแจ้งว่าไม่มีความเดือดร้อนกับผู้มาใช้บริการเพราะทุกคนจะเบิกได้จากกองทุน เมื่อพิจารณา ดูตามคำสัมภาษณ์นี้แล้วก็น่าจะเห็นจริงตามนั้น เพราะเหตุว่ากองทุนที่จะต้องได้รับ ผลกระทบมากที่สุดนั่นก็คือกองทุนของหน่วยงานของรัฐบาลก็คือสวัสดิการของข้าราชการ ปัญหาที่ผมถามก็คือว่า ทำไมในเมื่อพี่น้องประชาชนทั้ง ๖๕ ล้านคนไม่ได้รับผลกระทบ แล้วท่านประกาศทำไมเพื่อที่จะทำให้ราคาค่ารักษาพยาบาลนั้นสูงกว่าปกติ ท่านมีเหตุผล อะไรครับ คือคำถามข้อที่ ๑ ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชลน่านครับ ตอบได้ ๑๐ นาทีนะครับ ๓ คำถาม

นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตตอบกระทู้ถามของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่าน ส.ส. เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ที่มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องค่ารักษาพยาบาล ในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สำหรับ คำถามว่าเหตุผลอะไรที่จำเป็นต้องประกาศที่จะขึ้นหรือปรับปรุงราคาค่าบริการของ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมต้องขอเรียน ย้ำว่าการที่กระทรวงสาธารณสุขโดยฝ่ายบริหาร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตัวกระผมเอง แล้วก็ผู้บริหารระดับสูง ได้มีมติในที่ประชุมนะครับ จะให้ความเห็นชอบที่จะให้ รัฐมนตรีได้ประกาศเรื่องของการปรับปรุงอัตราค่าบริการของสถานบริการในสังกัด กระทรวงสาธารณสุข ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ออกมา บังคับใช้ในปีนี้

เหตุผลประการที่ ๑ ต้องกราบเรียนว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นปีสุดท้ายที่ กระทรวงสาธารณสุขได้มีการประกาศเรื่องของอัตราค่าบริการของสถานบริการ ในกระทรวงสาธารณสุข ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา หลังจากนั้นไม่เคยมีการปรับปรุง ก่อนปี ๒๕๔๗ มีการประกาศเมื่อปี ๒๕๓๗ นั่นคือรอบ ๑๐ ปี มันจะมีการเปลี่ยนแปลงกระทรวงสาธารณสุขเอง ได้เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ก็เลยตั้งคณะกรรมการขึ้นมา มีทั้งหมด ๘ คณะขึ้นมาพิจารณา ซึ่งแบ่งเป็นประเด็น ๆ ไป ในการที่จะพิจารณาของค่าบริการ แต่สิ่งที่สำคัญที่เป็นเหตุว่าทำไมต้องปรับ ก็คือว่าหลังจาก ปี ๒๕๔๗ มามีบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ผมเอาเฉพาะในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีบริการที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ ที่คณะกรรมการทั้งหมด ๘ คณะ ได้ไปพิจารณาว่ามันมีรายการ เพิ่มขึ้นมาใหม่ ๗๕๘ รายการ ๗๕๘ รายการคือไม่มีค่าบริการอยู่ในประกาศของปี ๒๕๔๗ เลย ผมยกตัวอย่าง ค่าบริการเวชกรรมฟื้นฟูมีถึง ๓๓๗ รายการที่ไม่มีอยู่เลย ค่าตรวจพยาธิวิทยา มีถึง ๓๐๙ รายการ ๒ รายการนี้ก็ ๖๐๐ รายการจาก ๗๕๗ รายการ เป็นรายการยาและบริการ เภสัชกรรมแค่ ๗ รายการ เป็นบริการค่าตรวจรักษาทางรังสีวิทยา และตรวจบริการรักษาโรค ทั่วไป ๓๕ รายการ ตรวจรักษาโรคด้วยวิธีพิเศษ ๒๗ รายการที่ไม่มี ค่าผ่าตัด ค่าวางยาสลบ และยาชา ๒๙ รายการที่ไม่มีการกำหนดราคาไว้นะครับ มันก็เลยเป็นเหตุว่าถ้าเราไม่ปรับ รายการค่าบริการแล้วจะทำให้การคิดบริการต่อสถานบริการของกองทุนต่าง ๆ มีความคลาดเคลื่อน และผิดพลาดไป และที่สำคัญไม่มีการคุ้มครองผู้มารับบริการ สถานบริการให้บริการแต่ไม่มี ราคากลางเก็บไว้ นี่เป็นเหตุผลอันที่ ๑ เนื่องจากมีการเพิ่มรายการใหม่ โดยเฉพาะรายการของ ทางแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกซึ่งไม่มีกำหนดไว้

เหตุผลอันที่ ๒ เป็นเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ต้องยอมรับว่า ใน ๑๐ ปี มีต้นทุนของราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนของค่าแรง ต้องยอมรับว่า ต้นทุนค่าแรงก็เพิ่มตามเรื่องของเศรษฐกิจและสังคม ต้นทุนของราคาวัสดุก็เพิ่มขึ้น ต้นทุน ของรายการที่เราเรียกว่าค่าลงทุน เม็ดเงินลงทุนที่เป็นค่าเสื่อมก็เพิ่มขึ้น รวมทั้งในการคิด ราคาเราเองมีการบวกราคาที่เป็นราคาพัฒนาด้วยนะครับ แต่ว่ากระทรวงสาธารณสุขเอง เราไม่ได้คำนึงถึงตรงนั้น ก็มีความจำเป็นต้องปรับตามสภาวะเศรษฐกิจสังคม และที่สำคัญ ระเบียบปี ๒๕๔๗ ไม่เอื้ออำนวยต่อการเบิกจากกองทุนต่าง ๆ เพราะคำนิยามที่กำหนดไว้ ในระเบียบนั้นประกาศนั้นไม่เอื้ออำนวยก็เลยจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนคำนิยาม นี่คือเหตุผล ที่จำเป็นต้องมีการปรับและประกาศราคาครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คำถามที่ ๒ เลยนะครับ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก

ท่านครับ เมื่อได้ฟังคำชี้แจงแล้วทำให้ ผมคิดว่าคนเราเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียว แต่การเจ็บป่วยอาจจะเกิดนับเป็นร้อยครั้ง ในช่วงชีวิตของคนคนหนึ่งนะครับ ท่านรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงนะครับ ผมก็เข้าใจว่าอาจจะ เนื่องจากการไม่ได้ปรับราคามาเป็นเวลานาน แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ขึ้น เช่น ค่าแรงขึ้น ๓๐๐ บาท ค่าเงินเดือนข้าราชการอย่างน้อยปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาทขึ้นไป และทุกสิ่งทุกอย่าง ผมต้องเรียนให้ท่านประธานทราบว่ารัฐบาลนี้ได้ยึดนโยบายจากพรรคไทยรักไทยเดิม ในการทำหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นการปฏิรูปการรักษาครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ครั้งหนึ่งนะครับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ถึงปัจจุบันคือปี ๒๕๕๖ ก็ ๑๐ กว่าปี ค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อปีเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นทุกปี ที่น่าสนใจก็คือว่าพรรคที่เป็นผู้เริ่มนโยบาย ๓๐ บาท รักษาทุกโรคขาดการเอาใจใส่กับกองทุนสุขภาพ สปสช. ค่อนข้างจะมากอยู่ ผมจะเปรียบเทียบ ให้ท่านประธานเห็นว่าในรัฐบาลที่มีท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ปรับค่าใช้จ่ายของ สปสช. ต่อหัวต่อปีเพิ่มขึ้นตลอด ยกตัวอย่าง เช่น เมื่อปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๓ งบรายจ่าย ต่อหัวเพิ่มขึ้น ๙ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นจากปีไหน เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นรัฐบาลของท่าน สมชาย เพิ่มขึ้นจาก ๒,๒๐๐ บาท เป็น ๒,๔๐๐ บาท ปี ๒๕๕๔ เพิ่มขึ้นอีก ๖ เปอร์เซ็นต์ จากปี ๒๕๕๓ เป็น ๒,๕๔๖ บาทเศษ และปี ๒๕๕๕ รัฐบาลนั้นสามารถที่จะร่างงบประมาณ และให้งบต่อหัวเพิ่มขึ้นถึง ๑๓.๘ เปอร์เซ็นต์ ก็คือต่อหัวก็ประมาณ ๒,๘๙๕ บาท ขาดไป ๑๐๕ บาทก็คือจะ ๓,๐๐๐ บาทนี่ครับ แต่เผอิญ ปี ๒๕๕๕ นายกรัฐมนตรีได้ยุบสภาก่อนครับ ทำให้ร่างงบประมาณของ สปสช. ไม่สามารถ ใช้ตัวเลขที่ผมว่าขาดอีก ๑๐๕ บาทจะเป็น ๓,๐๐๐ บาท ปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ทำงบประมาณมอบให้กับ สปสช. ครับ ให้เท่าไรครับท่านประธาน ให้ต่อหัวต่อคนต่อปี เพียงแค่ ๒,๗๕๕ บาทครับ ๒,๗๕๕ บาท ลดลงจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ทำร่างไว้ เป็นจำนวนมากครับ คำถามของผมก็คือว่ารัฐบาลทราบดีว่าพี่น้องประชาชนมีปัญหาด้าน การรักษาพยาบาล งบประมาณที่ให้แม้จะให้ตามตัวเลขที่ผมเรียนให้ทราบก็ยังไม่เพียงพอที่จะ ดูแลรักษาพี่น้องทั้ง ๔๘ ล้านคนได้ นี่ละครับเป็นสาเหตุที่ทำให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งสังกัด ในกระทรวงสาธารณสุขมีปัญหาทางด้านการเงินครับ งบประมาณในการสั่งซื้ออุปกรณ์ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ เตียงผู้ป่วย ตึก และวัสดุต่าง ๆ ไม่ได้รับการเหลียวแล เพราะเป็นงบ ให้ต่อหัว ผมเรียนว่างบ ๒,๗๕๕ บาท ที่ดำเนินมา ๒ ปีภายใต้รัฐบาลของยิ่งลักษณ์นี่นะครับ ก็คืองบประมาณ ๒,๗๕๕ บาทครับ เป็นงบที่น้อยจริง ๆ และเป็นงบที่ไปถึงมือผู้ป่วยเท่าไรครับ ท่านประธานทราบไหมครับ ไม่ใช่ ๒,๗๕๕ บาทนะครับ ๒,๗๕๕ บาทต่อหัวนี่มันหมายถึงว่า จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายให้กับยามดูแลรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด อาหาร ผู้ป่วยใน ซักผ้าให้กับผู้ป่วยใน ค่าแพทย์ ค่าพยาบาล ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ทุก ๆ อย่างครับ ท่านประธาน นี่คืออยู่ในงบของ ๒,๗๕๕ บาทที่ให้มา เพราะฉะนั้นปัญหามันจึงเกิดขึ้นว่า โรงพยาบาลของรัฐไม่สามารถที่จะบริหารให้ได้อย่างมีคุณภาพกับพี่น้องประชาชน ๔๘ ล้านคน รวมทั้งอีก ๒ กองทุนที่ผมพูดถึงด้วยครับ นี่ละครับคืองบประมาณที่ขาด เพราะฉะนั้น ผมจึงต้องข้อสังเกตว่าการที่ประกาศของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งก็คือเป็นเจ้าของสถานที่ของ โรงพยาบาลปรับขึ้นราคาเพราะว่าเขาไม่มีเงินที่จะไปดูแลคนให้อย่างมีคุณภาพได้ ในขณะที่ สปสช. ถือไม้เรียวคอยหวดถ้าไม่ทำตามระบบสาธารณสุข บ้านเรามีปัญหาครับท่านครับ เพราะฉะนั้นในคำถามนี้ผมจึงถามท่านรัฐมนตรีว่างบประมาณของรัฐบาลที่จัดให้กับ สปสช. ทำไมถึงอยู่ในอัตราไม่ก้าวหน้าเมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อ เมื่อเทียบกับค่ารักษาพยาบาล ที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับอัตราเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ทุกระดับที่จะต้องปรับเพิ่มขึ้นต่อปี อย่างน้อยปีละ ๖ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรี

นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในนามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สำหรับคำถามข้อที่ ๒ ของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เป็นห่วงเรื่องของการจัดงบประมาณค่าเหมาจ่ายรายหัวสำหรับกองทุน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งครอบคลุมประชากร ๔๙ ล้านคนนะครับ ในประเด็นที่ทำไม ถึงไม่ก้าวหน้า ทำไมถึงจัดงบประมาณได้น้อยเมื่อเทียบกับที่ท่านคิดว่าท่านตั้งไว้ที่ ๒,๘๙๕ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าค่าบริการ เมื่อปี ๒๕๔๗ ที่ใช้มามันไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง คำว่าไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ในความหมายก็คือว่าเราใช้ต้นทุนที่ถูกกำหนดให้เป็นทุนที่ต่ำ แล้วก็นำต้นทุนเหล่านั้น มาคิดเป็นค่าบริการและไปคำนวณเป็นค่าเหมาจ่ายต่อหัวที่เราเรียกว่ายูนิต คอสท์ (Unit cost) ต้องขออนุญาตท่านประธานครับ เพราะว่ายูนิต คอสท์ ตรงนี้บวกเงินเดือน บวกเงินบริการเข้าไปด้วย สัดส่วนเงินเดือน ประมาณร้อยละ ๔๐ สัดส่วนเงินบริการที่ไม่รวมงบลงทุนนะครับ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ไม่รวมงบลงทุนที่เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ จะรวมงบลงทุนเฉพาะเป็นการลงทุนที่เป็นการดูแล รักษาให้คงสภาพที่เราเรียกว่างบค่าเสื่อมไว้เท่านั้น เพราะฉะนั้นค่าบริการตรงนี้ก็บวกค่าเสื่อม เข้าไปด้วยนะครับ สิ่งที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้เมื่อปี ๒๕๕๕ ที่เราจัดสรร งบประมาณรายปีออกมาได้ที่ ๒,๗๕๕ บาท เกิดจากการที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติเรานำต้นทุนที่มีอยู่คิดคำนวณแล้วส่งไปให้สำนักงบประมาณ สำนักงบประมาณไป พิจารณารายจ่ายนะครับ ท่านขอไป ๒,๘๙๕ บาท แต่สำนักงบประมาณปรับลดให้เหลือ ได้แค่ ๒,๗๕๕ บาท นี่อย่างไรครับ นี่คือต้นทุนที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง ผมยกตัวอย่างนะครับ ค่าผ่าตัดเมื่อปี ๒๕๔๗ นะครับท่านประธาน ค่าผ่าตัดนี่คิดจากอะไรครับ คิดจากค่าแรงบวก ค่าวัสดุ บวกค่าเสื่อมของครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง กระทรวงสาธารณสุขคิด ๓ อย่างเองนะครับ ไม่คิดกำไร ไม่คิดค่าต้นทุนที่จะพัฒนา ซึ่งจริง ๆ คิดได้อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ คิดเฉพาะ ๒ เรื่องนี้ครับ เมื่อปี ๒๕๔๗ แพทย์ต่อคนคิดค่าแรงอยู่ที่ ๓.๔๐ บาทต่อนาที พยาบาล ๒.๔๐ บาทต่อนาที แต่เมื่อขยับขึ้นมาที่ปี ๒๕๕๑ ที่เราคิดคำนวณออกมา แพทย์ขึ้นมา อยู่ที่ ๗.๓๐ บาทต่อนาที พยาบาลขึ้นมาที่ ๓.๕๐ บาทต่อนาที นี่คือตัวอย่างง่าย ๆ ค่าวัสดุ ไม่ต้องพูดถึงครับ เรื่องนี้เองมันไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ก็มีความจำเป็นที่เราต้องทำต้นทุน ให้สะท้อนความเป็นจริงเพื่อที่จะมีผลต่อการคำนวณถึงงบประมาณที่พึงจะได้รับกับผู้ป่วย ทุกประเภท ไม่เฉพาะต้นทุนของ สปสช. ถ้าอย่างนี้มันก็จะเป็นธรรมกับผู้ป่วยเอง เป็นธรรมกับ พี่น้องประชาชน ถ้าเรายังใช้ตัวเลขเดิมอยู่ ปัญหาก็คือว่ามันไม่สะท้อนความเป็นจริง แต่ที่สำคัญ ที่สุดครับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขาจ่ายให้กับสถานบริการบนพื้นฐานที่คิด คำนวณเฉพาะรายจ่ายที่เกิดจากต้นทุนที่คิดจากรายจ่ายจริง คิดเฉพาะรายจ่ายของหน่วยบริการ ที่เกิดขึ้นจริงภายใต้เงื่อนไขไม่รวมต้นทุนค่าพัฒนาบริการและไม่รวมค่าแรงที่เพิ่มขึ้น พูดง่าย ๆ คือเฉพาะค่าวัสดุกับค่าเสื่อมเท่านั้นเองที่บวกให้ มันก็เลยทำให้ดูเหมือนว่ามันจะได้น้อยไป ๒๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือต้นทุนที่ สปสช. ได้จัดให้ อันนี้เป็นเหตุผลนะครับว่าทำไมบนพื้นฐาน ของการขยับขึ้นของเหมาจ่ายรายหัวมันถึงเป็นลักษณะอย่างนี้ ปีนี้เราขอไปแค่ ๒,๙๐๐ บาท ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะช่วยกรุณาให้ความเห็นชอบในสภาก็จะเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ คำถามสุดท้ายเหลืออยู่ ๑ นาที ๔๐ วินาทีนะครับ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก

ท่านประธานครับ ชัดเจนครับว่ารัฐบาล ไม่ได้ต่อสู้ในเรื่องงบประมาณเพื่อพี่น้องประชาชนคนส่วนใหญ่ ๔๘ ล้านคน ท่านเลือกที่จะ ดูแลกับผู้ที่ช่วยตัวเองได้แล้วและร่ำรวยแล้ว นั่นก็คือลดภาษีนิติบุคคลจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ และจาก ๒๓ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ต่อไป นี่คือประเด็นที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ก็คือท่านช่วยให้กับคนที่ไม่จำเป็นต้องช่วย คือรถยนต์ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อคัน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท หมดเงินอีกนับแสนล้านบาทครับ ๒ โครงการนี้ครับ เสียภาษี แทนที่จะได้ภาษีเข้ารัฐ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท กับรถยนต์อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาเงินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาเพิ่มงบประมาณให้กับ สปสช. หัวละ ๒๐๐-๓๐๐ บาทได้สบายครับ หมดไปไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด สามารถทำได้ในงบประมาณครับ แต่ถ้าท่านไปเบียดบังโดยการเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ ผมบอกว่าคนเดือดร้อนคือคน ๑๖ ล้านคนครับที่ไม่ได้ไปใช้บริการ สปสช. เหตุผลอะไรครับ เพราะเขาห่วงชีวิตเขาครับ คุณภาพก็ยังไม่มั่นใจ นี่ละครับคน ๑๖ ล้านคน จะต้องรับภาระนี้ และเช่นเดียวกันคนที่ต้องไปซื้อประกันก็จะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น คนที่ไปใช้บริการ เอกชนหนีไม่พ้นครับที่จะต้องรับภาระในเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น คำถามคือว่า ท่านได้ดูแล ปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อไปอย่างไร และในกรณีที่คน ๔๘ ล้านคน เกิดฉุกเฉินเมื่อเข้าไปในพื้นที่ ที่ใกล้ที่สุด โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เผอิญเป็นโรงพยาบาลเอกชนครับ เขาก็จะต้องรับภาระสูง ยิ่งขึ้นจะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย นี่คือคำถามครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในนาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๓ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่าน ส.ส. เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ประเด็นที่จะดูแลพี่น้องประชาชน นอกเหนือจากกองทุน หลักประกันสุขภาพ หรือกองทุนประกันสังคม หรือสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งโดยข้อเท็จจริง แล้ว ๓ กองทุนนี้ครอบคลุมประชากร ๖๔ ล้านคน จะเหลือประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ที่ไม่มีสวัสดิการใด ๆ หรือเขาอาจจะมีแต่ไม่เป็นสวัสดิการของรัฐนะครับ

ประการที่ ๑ ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับว่า ในการบูรณาการ ของการดูแลโดยเฉพาะประเด็นที่ท่านห่วงใยเรื่องอุบัติเหตุและฉุกเฉินต่าง ๆ เรื่องนี้คณะรัฐมนตรี มีมติชัดเจนครับว่าให้บูรณาการกันในการที่จะดูแล ใกล้ที่ไหนเข้าที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐ สังกัดกระทรวงสาธารณสุขหรือสังกัดกระทรวงอื่น เข้าได้ทั้งหมดครับ ของทหาร ตำรวจ หรือของ กระทรวงมหาดไทย หรือแม้แต่โรงพยาบาลเอกชน เพราะเรามีการทำข้อตกลงร่วมกันว่า อุบัติเหตุฉุกเฉินใกล้ที่ไหนเข้าที่นั่น บนพื้นฐานการตกลงที่จะมีสำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติหรือ สปสช. จะเป็นหน่วยบริหารกลาง ต้องขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษท่านประธานครับ เป็นเคลียริง เฮาส์ (Clearing house) ที่จะคอยไปดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องข้อมูลให้กับคนเหล่านั้น คนไข้ที่เข้าไปในสถานพยาบาลเหล่านั้น จะมีข้อตกลงกันครับ สปสช. เป็นคนรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายก่อนครอบคลุมถึง ๕ กลุ่ม ไม่เฉพาะ ๓ กองทุน สปสช. ๔๙ ล้านคน สวัสดิการราชการ ประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ประกันสังคมเกือบ ๑๐ ล้านคน รวมถึงข้าราชการท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ ๕ กลุ่มเข้าได้หมดทุกที่ ทุกแห่ง แล้ว สปสช. จะเป็นผู้จัดการเรื่องค่าใช้จ่าย เราก็มาเรียกเก็บกันเอง อันนั้นคือสิ่งที่เราพยายามครอบคลุม แม้แต่ต่อไปเรื่องของโรคทั่วไป เราก็จะพยายามผสมผสานลักษณะบูรณาการอย่างนี้เพื่อให้ดูแลพี่น้องประชาชน ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอเวลาอีกนิดเดียวท่านประธานครับ ในการที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติบอกว่ารัฐบาลไม่สนใจความเดือดร้อนของพี่น้องคนจนหรือคนที่ไม่มีรายได้ เรื่องนี้ถ้ารัฐบาลหรือกระทรวงสาธารณสุขไม่กล้าหาญพอหรือเรื่องนี้จับซุกใต้โต๊ะหมดเลยครับ เพราะถือเป็นประเด็นการเมือง โดยข้อเท็จจริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ คณะกรรมการพิจารณาอย่างรอบคอบมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เริ่มทำมาเรื่อย ๆ ปรับปรุง พัฒนามาเรื่อย ๆ และที่สำคัญที่สุดไม่กระทบกับค่าบริการทั่วไป เฉพาะรายการที่เป็นค่าตรวจ ค่ารักษาที่พิเศษ เท่านั้นเอง เช่น ค่าพยาธิวิทยา แพทย์แผนไทยได้เพิ่มมาใหม่ สิ่งหนึ่งที่ดีใจท่านประธานครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ เรื่องค่ายาครับ เรื่องค่ายาหลายท่านบอกว่าเมื่อกระทรวง สาธารณสุขประกาศอย่างนี้แล้ว จะทำให้ค่ายาราคาแพง ท่านประธานครับ เป็นหลักประกัน คณะกรรมการเรื่องของค่ายาและบริการทางเภสัชกรรมได้ปรับวิธีคิดค่ายาให้ใหม่ เดิมราคา ที่สถานบริการแต่ละสถานบริการ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ประกาศตรงนี้เป็นประกาศกลาง เราให้สถานบริการแต่ละสถานบริการไปตั้งคณะกรรมการบริหาร ไปพิจารณากำหนดค่าบริการของโรงพยาบาล กรรมการบริหารลงนาม ผู้อำนวยการประกาศใช้ แล้วก็ส่งให้เราดูต้องไม่เกินที่เราประกาศ อันนี้เป็นขั้นสูงสุด แต่ละที่จะไม่เหมือนกันขึ้นกับ สภาพเศรษฐกิจและสังคมแต่ละที่ ค่ายาเดิมได้ประกาศปี ๒๕๔๗ แล้วบอกว่าต้นทุนบวก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ได้เลยทุกรายการ คุณไปบวกได้เลย แต่ต้องไม่เกินที่เรากำหนด ท่านประธานครับ ตรงนี้เอง มันมีปัญหามากกับยาที่มีราคาแพง ผมยกตัวอย่าง เช่นยาต้นทุน ๒,๐๐๐ บาท เมื่อไปคิด ๒,๓๐๐ บาท แต่ราคาใหม่ที่เราประกาศเราประกาศเป็นช่วงราคาแล้วให้คำนวณราคาบวก เป็นอัตราส่วนร้อยละนะครับ ผมยกตัวอย่าง ถ้าเกิน ๑,๐๐๐ บาท ให้ตั้งที่ ๑,๑๖๑ บาท บวกกับ ๑๑๐ เปอร์เซ็นต์ของส่วนที่เกิน ๑,๐๐๐ บาท เมื่อสักครู่นี้ผมบอกว่าต้นทุน ๒,๐๐๐ บาท ถ้ายาตัวนั้นราคา ๒,๐๐๐ บาท ก็คือ ๑,๑๖๑ บาท บวกอีก ๑๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๑,๐๐๐ บาท มันก็ได้ ๒,๒๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง ไม่ถึง ๒,๓๐๐ บาท ถูกกว่าครับ วิธีคิดอย่างนี้ทำให้ ราคายาถูกกว่า เพราะฉะนั้นผู้ป่วยทั่วไปจะไม่กระทบ ด้วยความขอบคุณท่านประธาน และกราบเรียนท่านเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพนะครับว่าสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุข ทำในขณะนี้เป็นความเห็นชอบ แต่ว่าประกาศนี่รัฐมนตรีจะลงนาม ซึ่งเป็นไปตามอำนาจ การบริหารราชการแผ่นดินแล้วก็เรื่องของพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ตรงนี้ยังไม่ได้ลงนามประกาศ ข้อทักท้วงต่าง ๆ ของเพื่อนสมาชิกเราก็จะนำไปพิจารณา ปรับปรุงแก้ไขกรณีถ้ามันมีผลกระทบจริง และที่สำคัญครับ กระทรวงสาธารณสุขปรับโครงสร้าง เพื่อรองรับความเดือดร้อนที่ท่านสมาชิกเป็นห่วง เราแบ่งเป็นเขตบริการครับ ๑๒ เขตบริการ มีผู้ตรวจเป็นหัวหน้าเขต มีกรรมการบริหารเขตบริการเข้ามาดูแล เราจะมีการเน้นย้ำ เรื่องการใช้ทรัพยากรร่วมกันทั้งคน วัสดุ สิ่งของ โรงพยาบาล สถานที่ ร่วมกันทั้งหมดครับ อันไหนที่สามารถบริหารจัดการร่วมกันได้ให้นำไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน นี่ครับคือการลดต้นทุน แล้วทำให้การแบ่งแยกผู้ป่วยในพื้นที่ไม่เกิดการแบ่งแยก ไม่มีโรงพยาบาลชุมชน ไม่มีโรงพยาบาลศูนย์ ไม่มีโรงพยาบาลทั่วไป ความเป็นพี่เป็นน้องในการที่จะดูแลผู้ป่วยกลับมา ผมมั่นใจว่าจะดีเหมือนเดิม เราจะมีการแบ่งสรรทรัพยากรซึ่งกันและกัน นี่คือการแก้ปัญหาครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เป็นกระทู้ถามที่ ๓ นะครับ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก

ท่านประธานครับ ผมขอถามนิดหนึ่งครับ เพราะว่าท่านใช้เวลาเกินไปนิดหนึ่งครับ ผมขอใช้เวลาร่วมด้วยครับ คือท่านยังไม่ได้ ตอบคำถามผมในเรื่องที่ว่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถามเลยนะครับคุณหมอ ถามเลยครับ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก

ท่านจะดูแลค่ารักษาพยาบาลที่ผู้ป่วย จะต้องเสีย มีโอกาสที่จะเสียเมื่อไปใช้บริการโรงพยาบาลของเอกชนเพิ่มขึ้นได้อย่างไร และในกรณีที่ฉุกเฉินที่ท่านบอกว่ารัฐได้ดูแลไม่ว่าจะไปโรงพยาบาลเอกชนหรือรัฐบาล แต่เฉพาะแค่หมวดเดียวครับ ค่าผ่าตัดเปลี่ยนเส้นเลือดหัวใจ ๔๔,๕๐๐ บาทครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ เอาเฉพาะคำถามนะครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประเด็นที่จะดูแลผู้ป่วยที่ไปสถานพยาบาลเอกชน เป็นสิทธิที่เขาเลือกได้ครับ และสถานพยาบาลเอกชนไม่ได้ผูกพันกับการขึ้นหรือปรับราคา ของหน่วยบริการที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพราะอย่างไรนี่เขาคิดราคาที่บวกกำไร และภาษีไปอยู่แล้วนะครับ ตรงนั้นถ้าเขามีสิทธิอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข เขาไม่ใช้สิทธิที่ กระทรวงสาธารณสุขแต่เขาไปเลือกใช้สถานบริการเอกชน ตรงนี้ก็เป็นสิทธิของเขา แต่เรามี ราคาที่กรมบัญชีกลางเป็นผู้ที่จะดูแลครับ ถ้าเกินกว่านั้นก็เป็นสิทธิที่เขาจะมาฟ้องมาร้องต่อ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการที่จะดูแลและการคุ้มครองผู้บริโภค ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ในเรื่องของการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินมันเป็นข้อตกลงร่วมนะครับ รัฐร่วมเอกชน รัฐร่วมรัฐ ทุกหน่วยงานครับ ไม่ใช่เฉพาะค่าผ่าตัดครับ ทุกรายการเป็นไปตามที่คณะกรรมการ ๒ ฝ่าย มาคิดร่วมกันแล้วก็ สปสช. จะเป็นผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ ดูทุกกลุ่มครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๕๐ ส. เรื่อง ความคืบหน้าการแก้ปัญหา โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ จำนวน ๓๙๖ แห่ง และอาคารที่พักข้าราชการ ตำรวจ จำนวน ๑๖๓ แห่งทั่วประเทศ (นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บำรุง

เชิญคำถามครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ๑ เดือนที่ผ่านมาสื่อทีวี (TV) สื่ออินเทอร์เน็ต (Internet) วิทยุ โทรทัศน์แล้วก็หนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับที่เป็นหนังสือพิมพ์หลักของประเทศไทยได้แสดง ความเป็นห่วงเป็นใยต่อสถาบันตำรวจแห่งชาติ ซึ่งปัญหากำลังจะเกิดขึ้นแล้วก็จะคงอยู่ถ้าไม่ได้รับ การแก้ไขจากรัฐบาล ท่านประธานครับ วันนี้กระผมเป็นห่วงว่าสถาบันของตำรวจนั้น จะมีโรงพักหรือสถานีตำรวจเป็นอนุสาวรีย์เหมือนโฮปเวลล์ แต่คิดว่ารัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คงไม่ปล่อยให้สถานการณ์เป็นถึงขนาดนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ตำรวจในโรงพัก ๓๙๖ โรงพัก ครึ่งประเทศครับท่านประธาน เขาเดือดร้อนไม่มีอันจะทำงาน หลายคนหลายผู้กำกับได้ทำ หนังสือป้องกันตัวเกรงว่าสักวันหนึ่งเมื่อเขาปลดเกษียณไปแล้วหรือโยกย้ายจากโรงพักนั้นไปแล้ว ปัญหาคดีความการฟ้องจะตามมา เขาปรึกษาหารือประสานงานกันทั้งประเทศ ทำหนังสือป้องกันตัวไม่ให้เหตุการณ์นี้ได้มา กระทบการทำงาน กระทบกับเกียรติประวัติที่จะปลดเกษียณ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอ ทำหน้าที่แทนราษฎร เป็นผู้แทนราษฎรเต็มขั้น ขอปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน รัฐบาลที่มาจากการปล้นอำนาจจากประชาชนมักไม่ใส่ใจในความเดือดร้อน ของใครทั้งนั้น ตรงกันข้ามสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง ในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เข่นฆ่าประชาชนสร้างความหวาดกลัวและไม่ปลอดภัย คอร์รัปชันโกงกินระดับเป็นตำนานของประเทศ ท่านประธานครับ สถานีตำรวจทั้ง ๓๙๖ สถานี มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแนวทางในการจัดซื้อจัดจ้าง โดย พลตำรวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ เป็นประธานคณะกรรมการ แล้วมีมติให้มีการจัดจ้างโดยส่วนกลางแล้วแยกเสนอราคา เป็นรายภาค คือ ๙ ภาค พลตำรวจเอก พงศพัศ นำเสนอต่อ พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่านประธานครับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ นำเสนอต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ในวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เห็นชอบในฐานะรองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ สถานีตำรวจ ๓๙๖ สถานี วันนี้มีความคืบหน้าเฉลี่ย ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ความคืบหน้าน้อยที่สุดอยู่ในภาค ๘ ๕ เปอร์เซ็นต์ คืบหน้ามากที่สุด ๒๕ เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ภาค ๗ ขอขยายเวลามา ๒ ครั้ง โชคดีที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ ขยายเวลา ๑ ครั้ง โชคดีที่มหันตภัยภาคใต้

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ ท่านนิพิฏฐ์ประท้วง เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ความจริงไม่อยากรบกวน การอภิปรายของผู้อภิปรายนะครับ แต่ว่าเมื่อสักครู่ท่านผู้อภิปรายได้กล่าวคำพูดที่เสียดสี เช่น บอกว่ารัฐบาลที่มาจากการปล้นอำนาจ รัฐบาลที่มาจากการเข่นฆ่าประชาชน ผมคิดว่า คำพูดเหล่านี้เป็นคำพูดที่เสียดสีและผิดข้อบังคับ ก็อยากให้ท่านผู้อภิปรายได้กรุณา ถอนคำพูดเหล่านี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาว่า เป็นรัฐบาลที่ผ่านมาแล้วกันนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

คือผมไม่ได้เอ่ยชื่อพรรคการเมือง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าใจครับ แต่หมายความว่าเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสมนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ครับท่านประธาน ถ้าผิดพลาด ก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ วันนี้ความคืบหน้าเฉลี่ย ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ขยายเวลามา ๒ ครั้ง รัฐบาลชุดนี้มีจิตใจที่โอบอ้อมอารีปรองดองเป็นอย่างยิ่ง ขยายเวลาให้นะครับ เหตุการณ์ ที่ภาคใต้ครับ อุทกภัยเขาก็ขยายเวลาให้ทั้งประเทศ แล้วจะหมดสัญญาครั้งสุดท้าย ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๖ รวมระยะเวลา ๕๑๐ วัน ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ได้ตั้ง ข้อสังเกตไว้ว่าอย่าทำเลยในสิ่งที่มันไม่เหมาะสมที่จะรวมประมูลที่ส่วนกลาง แล้วให้มีผู้ประมูล เพียงรายเดียว แล้วไปก่อสร้าง ๓๙๖ แห่ง เขาบอกว่ามันไม่เหมาะสม มันไม่เคยมีใครทำ อดีตท่านประธานคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณนั่งอยู่ข้างบนนั้นนะครับ ท่านได้มี บันทึกชวเลข มีข้อแนะนำห้ามกระทำโดยเด็ดขาด แต่ว่าก็ยังมีการไม่เชื่อ ไม่ฟัง ทำงานต่อครับ ท่านประธานพัชรวาท วงษ์สุวรรณ ได้เสนอการจัดซื้อจัดจ้างแบบจ้างที่กรุงเทพมหานคร แต่ว่าให้แยกเสนอราคาเป็นรายภาค ภาค ๑ ถึงภาค ๙ แต่วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ พลตำรวจเอก ปทีป ตันประเสริฐ มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขออนุมัติยกเลิกที่ท่านพัชรวาทได้เสนอไป ท่านนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติตามที่ท่านปทีป ตันประเสริฐ ได้เสนอไปคือเปลี่ยนแปลงให้มีการประมูลที่ส่วนกลางแล้วรายเดียว ท่านประธานครับ มันจึงเป็นที่มาของหายนะที่มันจะเกิดขึ้น คนที่เห็นชอบคือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการแทนนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อนุมัติ เขาอนุมัติให้เห็นชอบตามข้อ ๓ ข้อ ๓ ก็คือว่าให้ยกเลิกการดำเนินการข้อ ๒.๑ และข้อ ๒.๒ และให้ดำเนินการตามข้อ ๓ ข้อ ๓.๑ ให้จัดการประมูลที่ส่วนกลางแล้วเพียงรายเดียว ทุกแห่ง ๓๙๖ แห่งเพียงรายเดียว ๓.๒ อาคารที่พักอาศัย แฟลตตำรวจ ๑๖๓ แห่ง ก็ให้จัดซื้อจัดจ้างที่กรุงเทพมหานคร แล้วมีผู้รับเหมาเพียงรายเดียวเหมือนกัน แต่ปรากฏว่าอาคารเรือนแถวตำรวจชั้นประทวน ๒๒๗ แห่ง เป็นเงิน ๗๗๑ ล้านบาท ให้ประมูลที่จังหวัดครับ

(นายชุมพล จุลใส ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ คืออย่างนี้ท่านครับ ท่านใช้เวลามา ๗ นาที ๔๓ วินาที ผมกำลังจะทักท้วงว่า อยากจะให้ตั้งคำถามเลยได้ไหมครับ ลำดับข้อเท็จจริงมาแล้วได้ไหมครับจะได้ตั้งคำถามก่อน หรือท่านจะประท้วง เชิญครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ผมกำลังจะ ประท้วงผู้กำลังอภิปรายครับว่านี่เป็นการตั้งกระทู้ถามนะครับ ไม่ใช่เป็นการอภิปราย ขอให้ ท่านประธานควบคุมด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มันก็ หลายครั้งนะครับบางท่านก็ใช้เวลาตั้ง ๘ นาที คือผมพยายามที่จะอธิบายว่าจะไม่พยายาม ที่จะไปเบรก (Brake) ท่านนะครับ แต่ให้ท่านรู้ว่าท่านต้องมี ๓ คำถามของท่านใน ๑๐ นาที ผมเห็น ๗ นาทีกว่าแล้ว เชิญถามเลยนะครับ ท่านยังเหลืออีก ๒ คำถามนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ อนุมัติตามท่านพัชรวาท วงษ์สุวรรณ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ อนุมัติตามที่ ท่านปทีป ตันประเสริฐ เสนอไป ผมถามว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บำรุง อยู่ใน ตำแหน่งเดียวกันกับท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน ถ้าเป็นท่านนะครับ ท่านคิดว่าการกระทำตรงนี้เหมาะสมหรือไม่ เข้าข่ายกฎหมาย การฮั้วประมูลหรือไม่ นี่คือคำถามที่ ๑ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ การถามกระทู้ถามสดเขาห้ามถามให้ออกความเห็นนะครับ ท่านใช้คำถามใหม่ได้ไหมครับ อันนี้ไปออกความเห็นนะครับ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ความเสียหายที่เกิดขึ้นเข้าข่าย คดีฮั้วประมูลหรือไม่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

(นายสาธิต ปิตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยว ท่านประท้วงอะไรครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตประท้วง ท่านผู้ถามกระทู้นะครับ คือการถามกระทู้ถามสดนี้ต้องห้ามถามความเห็น ถามข้อกฎหมาย เพราะฉะนั้นคำถามที่ตั้งเมื่อสักครู่ ผมอยากให้ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ประท้วงเสร็จทีละท่านก่อนนะครับ ยังไม่ทราบว่าท่านประท้วงอะไรเลยเชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

คือผมอยากให้ท่านประธานได้วินิจฉัย บรรทัดฐานการทำหน้าที่การถามกระทู้ถามสดในสภาแห่งนี้ ผมไม่สบายใจหลายครั้งนะครับ เป็นการถามกระทู้เพื่อเสียดสีหรือเพื่อหาเสียง หรือเป็นการถามกระทู้กันเอง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะประท้วงประเด็นอะไรครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ก็ถามกระทู้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ ผมเตือนแล้วบอกว่า

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

นั่นละครับ ก็เป็นประเด็นที่ท่านวินิจฉัยครับ แต่ผมประท้วงเพื่อให้ทราบว่าผู้ถามกระทู้ถามได้ทำผิดข้อบังคับเพื่อให้ท่านบันทึกไว้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ มากครับ คือหลายท่านที่ถามในสภานี้ทั้ง ๒ ฝั่ง ผมก็เคยทักท้วงไปแล้วว่าบางทีท่านก็ บรรยายข้อเท็จจริงไปตอนท่านสรุปคำถาม ไปถามความเห็นก็มี ไปถามข้อกฎหมายก็ดี ผมก็เตือนแล้วแล้วก็ให้โอกาสถามใหม่ เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพครับ คือประเด็นที่ ท่านวินิจฉัย ผมกำลังจะบอกว่าการตั้งคำถามมันมีข้อห้ามตามข้อบังคับว่าการถามกระทู้ถาม ต้องไม่ถามในความเห็นข้อกฎหมายหรือเป็นความเห็น อันนี้เป็นสิ่งที่ท่านต้องวินิจฉัย แต่ว่า สิ่งที่ฝั่งพวกผมถามแต่ละครั้งก็เป็นการถามโดยปกติ แต่ถ้าเป็นการถามกระทู้ถามโดยมี เจตนาแอบแฝงก็จะเป็นการถามให้ผู้ตอบได้ตอบคำถามเพื่อที่จะไปพาดพิง เสียดสี อันนี้ละครับที่อยากให้ประธานได้วินิจฉัยว่าการถามกระทู้ถามสดมันเป็นการตรวจสอบการทำ หน้าที่ของฝ่ายบริหารซึ่งกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นก็ต้องเป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับที่เคร่งครัดครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านสาธิตครับ ตัวประธานเองยังไม่ทราบหรอก จะทราบต่อเมื่อคำถามท่าน ผมก็จะให้ท่านใช้สิทธิของท่านในการที่จะบรรยายข้อเท็จจริง แต่พอถึงการใช้คำถาม ประธานจะต้องวินิจฉัยว่าคำถามอย่างนี้จะเป็นคำถามที่ขัดต่อข้อ ๑๔๓ หรือไม่ ถ้าขัด อย่างเมื่อสักครู่นี้ผมก็บอกว่าต้องให้ใช้คำถามใหม่ว่าห้ามถามความเห็น คราวนี้ท่านก็ใช้ คำถามใหม่ คราวนี้ผมก็กำลังจะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ตอบ ผมจะควบคุมเรื่องนี้เอง ขอบคุณมากครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านประท้วงอะไรครับ เอาทีละท่านก่อน เดี๋ยวฝั่งนี้ก่อน เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ความจริงไม่อยากให้เสียบรรยากาศในการกระทู้ถามสด ผมขอประท้วง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่ให้ เสียบรรยากาศอย่างนั้นก็นั่งลงครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธาน ด้วยมารยาทครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ท่านสาธิตท่านก็ประท้วงว่าการถามกระทู้ถามฟังดูแล้วก็คือข้อ ๑๔๓ นั่นละ เขาจะมีห้ามอยู่ประมาณ ๘ ข้อ ๑. ห้ามให้ผู้ตอบตอบความเห็น ๒. ห้ามถามข้อกฎหมาย อันนี้ท่านก็ติงมา ท่านก็ประท้วงผมก็ได้บอกไปแล้ว เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานฟังผมให้จบก่อน ผมขอประท้วงผู้ที่ลุกขึ้นมาประท้วงเมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานได้วินิจฉัยถูกต้องแล้ว ตัวเอง ไม่ได้ฟังเดินมาจากห้องน้ำยกมือมาแล้วก็มาถามอย่างนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละ เขาฟังเขาจึงประท้วง นั่งลงครับ เดี๋ยวก็ต่อความยาวกันอีก คือท่านฟังอยู่ อย่างนั้นท่านจะ ประท้วงไม่ถูกประเด็นครับ ท่านก็ฟังอยู่ เชิญชี้แจงนิดเดียวสั้น ๆ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรอตอบอยู่แล้ว เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิก พูดอย่างนี้ผมเสียหายนะครับ แล้วก็ไม่ใช่เป็นผู้แทนราษฎรแล้วพูดซั่ว ๆ มั่ว ๆ ไม่ได้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวก็ย้อนกันไปย้อนกันมาอีก

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ผมนั่งฟังกระทู้ถามตั้งแต่กระทู้ถามแรก แล้วก็เตรียมตัวฟังท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบอยู่แล้ว ผมประท้วงข้อ ๑๔๓ ท่านประธาน วินิจฉัยถูกแล้ว พอท่านประธานทักท้วงเสร็จกำลังจะตั้งคำถามใหม่ก็เข้าข่ายต้องห้าม ตามมาตรา ๑๔๓ อีก อันนี้ละครับคือเหตุผลที่ผมประท้วง เพราะฉะนั้นขอให้ท่าน เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจด้วยว่าผมปฏิบัติหน้าที่แล้วตั้งใจทำงาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับเดี๋ยวท่านย้อนกันไป พอแล้วครับท่านประสิทธิ์ เดี๋ยวจะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้ตอบ คืออย่างนี้ครับ ที่ท่านไปบอกว่าท่านไม่ฟังผมก็นั่งฟังอยู่แล้วท่านก็กำลังประท้วง ในข้อ ๑๔๓ อยู่ ผมว่าเอาข้อเท็จจริงมาว่ากันอย่าไปกล่าวหากันอย่างนั้นเลยนะครับ เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ ผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์จังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่นี้ผมชี้แจงแล้วว่าท่านประธานได้วินิจฉัยไปแล้วแต่ตัวเขามาประท้วงทีหลัง ผมไม่ได้มั่วเพราะผมเห็นผมนั่งอยู่ในสภาตลอด แล้วผมก็ฟังตลอดและผมตั้งใจฟังด้วย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับพอสมควรแล้ว

(นายณรงค์ ดูดิง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านประท้วงครับ

นายณรงค์ ดูดิง ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ อันที่จริงผมก็ไม่อยากจะประท้วง ท่านประธานครับ เพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มันยอมกันไม่ได้นะครับ มันยอมกันไม่ได้ ในหลักการ มันจะเป็นประเพณีไปนะครับ การที่ท่านประธานไปวินิจฉัยครั้งแรกว่าท่านผู้ถาม กระทู้ถามเมื่อสักครู่นี้ถามไม่ถูกต้อง ท่านถามความเห็น แต่พอพูดครั้งที่ ๒ ให้ถามใหม่ก็ยังเป็น รูปเดิมอีก ถามว่าเข้าข่ายการประมูลหรือไม่ เป็นความเห็นหรือเปล่า หรือถามในเรื่อง กฎหมายหรือเปล่า ท่านต้องถามนโยบายว่า แล้วถ้าหากเกิดปัญหาอย่างนี้รัฐมนตรีในฐานะ รองนายกรัฐมนตรีเฉลิมนี่จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ผมไม่อยากจะสอนมวยหรอกครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านก็เป็นทนายนะครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับและร่วมทำงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระผมค่อนข้างอึดอัดเล็กน้อย ถ้าเรื่องนี้ถูกต้องที่สุดต้องเป็นฝ่ายค้านถามถึงจะเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย พรรครักประเทศไทย เหมาะกว่า ผมไม่พูดถึงพรรคประชาธิปัตย์ แต่คุณพิเชษฐ์ถามก็เป็น ประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เสียหายเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศตกอยู่ในความทุกข์ทรมาน เพราะไม่มีโรงพัก ไม่มีห้องขัง รับแจ้งตามใต้ต้นไม้ ใช้มูลนิธิ แปลงห้องน้ำเป็นห้องขัง นี่ครับไม่เคยมีนับ แต่มีสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ย้อนกลับไปสมัยกรมตำรวจไม่มี ผมเรียนท่านประธานว่าโดยปกติกรมตำรวจ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ผมรับราชการก็ได้ความเอื้อเฟื้อจากฝ่ายบริหาร ให้สร้างสถานีตำรวจ อาคารที่พักเป็นระยะ ๆ แต่นั่นใช้งบประมาณประจำไม่ได้กู้ แต่กรณี ๓๙๖ โรงพัก ๑๖๓ แฟลตที่พัก รัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีน้ำใจโดยฝ่ายการเมือง ได้เรียกตำรวจที่เกี่ยวข้องบอกว่าจะให้สร้างโรงพักใหม่ ๓๙๖ โรงพัก จะให้สร้างแฟลตใหม่ ๑๖๓ แห่ง ๓๙๖ โรงพัก เป็นตัวเลขกลม ๆ ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ขาดเกินไม่มาก ๑๖๓ ที่พัก ประมาณ ๓,๐๑๐ ล้านบาท ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธาน ไปทางท่านพิเชษฐ์และพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในการจะไปร้องทุกข์แจ้งความหรือ ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวให้ได้รับทราบว่า เรื่องนี้เป็นครั้งแรกในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับไมตรีจากฝ่ายการเมือง พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พลตำรวจเอก ปทีป ตันประเสริฐ พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี กระผมส่วนตัวชอบกัน พอได้รับการชี้แนะ ชี้นำ พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ก็ได้มีหนังสือ ๐๐๙.๖/๐๑๕๘ ลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๒ ถึงนายกรัฐมนตรี เสนอโครงการดังกล่าว ผ่านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติในหลักการให้ดำเนินการตามมติ ครม. วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ต่อมา วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๒ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง บอกว่าควรดำเนินการสร้างจัดซื้อจัดจ้างตามที่รัฐบาลได้มีไมตรีให้งบประมาณมา เขามี คณะทำงานก่อนที่จะเสนอรัฐบาล คณะทำงานมีความเห็นว่าควรจัดซื้อจัดจ้างหรือเปิดประมูล เป็นรายภาค ภาค ๑ ถึงภาค ๙ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อนุมัติตามเสนอเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ อนุมัติเป็นรายภาค ต่อมาก็มีการดำเนินการแบบผิดปกติ ทำไมผมบอกว่าผิดปกติ เพราะผมตำรวจเก่า ครั้งแรกกองบัญชาการส่งกำลังบำรุงได้เป็นผู้ทำเรื่องก็ถูกต้อง คุณสุเทพก็อนุมัติ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ ตามข้อเสนอว่าอนุมัติรายภาค ภาค ๑ ถึงภาค ๙ เพื่อให้เกิดการแข่งขันระบบอีออกชัน (e-Auction) เช่นเดียวกัน แต่พอมาถึงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ พลตำรวจเอก ปทีปได้ทำหนังสือเสนอใหม่โดยไม่มีคณะกรรมการพิจารณา เสนอบอกว่าควรเปิดประมูลรายเดียว คุณสุเทพก็อนุมัติให้ใช้สัญญาเดียว ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เป็นเพียงระยะเวลาห่าง ๖ เดือน เปลี่ยนแนวทางที่สำคัญเป็นสิบ แต่ผมไม่ได้ตำหนิใครผิดใครถูก แต่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจะเป็นตัวชี้วัด สังคมมีสิทธิสงสัยว่าครั้งแรกคุณอนุมัติ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ เป็นรายภาค และเขาเสนอมีคณะกรรมการตรวจสอบเบื้องต้น แต่พอมา ครั้งที่ ๒ คุณอนุมัติ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ให้ใช้สัญญาเดียวโดยไม่มีคณะทำงานเสนอมาจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรงปึง รองนายกรัฐมนตรีผิดไหมครับ ไม่ผิดนะครับ ผมไม่ได้ว่าผิด ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นบริษัทที่ประมูลได้คือบริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้รับเหมาได้ทั้งโรงพักและที่พัก บริษัทนี้ที่ทำการตั้งอยู่จังหวัดเชียงใหม่อยู่ที่บ้านพ่อตานักการเมือง ผมเรียนต่อนะครับ เมื่อวันทำสัญญาเบิกเงินไป ๘๐๐ กว่าล้านบาท ผู้รับเหมาได้มาสารภาพแล้วครับ มาไถ่บาปบอกต้องเสียเบี้ยบ้ายรายทาง ๘๐๐ กว่าล้านบาท เลยไม่มีเงินไปทำ ไม่มีเงินไปสร้าง ก็ไม่มีงวดงาน เมื่อไม่มีงวดงานก็เบิกเงินต่อไม่ได้ ส่วนใครจะรับอะไร อย่างไรผมไม่ทราบ มันมีอยู่ ๓ กฎครับ ๑. กฎธรรมชาติ ๒. กฎหมาย ๓. กฎแห่งกรรม ใครได้เงินไปก็ให้หายนะ ให้วิบัติ มีคนร้องทุกข์ดีเอสไอ เขาดำเนินการไปแล้ว ผมบอกไม่ต้องมาบอกผม อะไรผิดถูกก็ว่าไป ณ วันนี้มันชัดเจน คุณอนุมัติรายเดียวแล้วไปซับคอนแทรคท์ (Subcontract) อีกเยอะแยะ มันผิด ผมบอก พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ยุคผมอย่าแกล้ง แต่อย่าปราณีคนชั่ว ผิดต้องว่าไปตามผิดก็ดำเนินการไป ผมขอบคุณคุณพิเชษฐ์ที่เอาเรื่องนี้มาถามในสภา เพราะผมเองก็เริ่มต้นไม่ได้ นึกแล้วยังขอบคุณคุณชูวิทย์ที่เอาเรื่องนี้มาอภิปรายไม่ไว้วางใจผม ถ้าผมเปิดประเด็น ๙๗ ศพ เฉลิมแกล้ง อ้ายนั่นเฉลิมแกล้ง อ้ายนี่เฉลิมแกล้ง มันแกล้งไม่ได้หรอกครับ มันมีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย จะบอกคุณพิเชษฐ์ว่าสัญญานี่เลิกได้แล้ว แต่ ตร. เขาอยากให้ มันรัดกุมเขาจะรอ ๑๔ ครบ ๑๕ เลิก แต่ใจผมบอกไปแล้วว่ามัน ขัด ผิดเมื่อประมูลรายเดียว แล้วไปซับคอนแทรคท์ต่อ แต่อย่างไรก็ตามความเสียหายที่เกิดคนมีส่วนร่วมต้องรับผิด แต่ในฐานะผมดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อเลิกสัญญาแล้วผมจะแนะนำตำรวจแห่งชาติ ให้ประมูลทุกภาคส่วนเขาจะได้มีโอกาสสร้างและมันจะได้เร็วขึ้น ขณะนี้ความเสียหายเกิดขึ้น มากครับ ขอตอบคำถามแรกครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเหลือ ๒ คำถาม แต่มีเวลาประมาณนาทีครึ่งนะครับ เชิญคำถามที่ ๒ ครั้ง

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ มันไม่ใช่ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล ๓๙๖ แห่ง มันครึ่งประเทศท่านประธานครับ ที่อำเภอเชียงของในพื้นที่ เลือกตั้งของผมที่ผมใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ตำรวจอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ (Container) นะครับ ไปขอใช้สำนักงานสาธารณสุขบ้าง กระจัดกระจาย แล้วชายแดนอย่างนั้นจะไปปราบปราม ยาเสพติด จะไปแก้ปัญหาได้อย่างไร ผมถึงต้องถาม แล้วคุณทำไมไม่ถามล่ะครับ บ้านคุณ ไม่เดือดร้อนก็แล้วไป ท่านประธานครับ การกระทำของนายสุเทพเหมือนกับระเบิดปรมาณู บอมบ์ (Bomb) ประเทศไทยครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติแตกกระจายหมดถูกรื้อทิ้ง บางที่ก็มีแต่เสา บางที่ก็มีแต่เหล็กเส้น ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ของท่านเหลืออยู่ ๑ นาทีขอใช้คำถามก่อนได้ไหมครับ เชิญครับ เดี๋ยวถามให้จบก่อน ได้ไหมครับ เดี๋ยวครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ คุณพิเชษฐ์ใช้คำเสียดสีท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ การกระทำเป็นเหมือนระเบิดปรมาณู ขอให้ ท่านถอนนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมตอบได้ดีมากนะครับ ท่านพูดถึงว่าเป็นการเสนอตามลำดับขั้นตอน เมื่อสักครู่ท่านพูดชัดเจนมาก ผมยังชมท่านเฉลิม ท่านพูดได้เป็นกลางมาก แต่ท่านพิเชษฐ์เสียดสี ผิดข้อบังคับครับ ให้ท่านถอนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านเชิญนั่งลงก่อนครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ คือข้อเท็จจริงที่ท่านเฉลิมได้ตอบไปแล้ว อันนั้น เป็นข้อเท็จจริงในการสั่งงานตามลำดับ แต่ที่เหมือนระเบิดที่ท่านว่านี่ให้ถอนคำนี้ออกไป แต่การกระทำนี่คือเขาได้ปฏิบัติตามขั้นตอนอยู่แล้วให้ถอนตรงนี้ไปก่อนครับ ท่านจะได้ถามเลย เชิญครับ เดี๋ยวผมขอให้ถอนตรงนี้ก่อนครับ ท่านถอนแล้ว เชิญท่านประท้วงต่อครับ

(นายสาธิต ปิตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ผมประท้วงติดไว้นิดหนึ่งครับท่าน เพราะว่า เมื่อสักครู่ท่านพิเชษฐ์พาดพิงพวกผมว่าทำไมท่านไม่ถาม เดี๋ยวผมจะต้องชี้แจงว่าเป็นเพราะเหตุไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อันนี้ เดี๋ยวให้จบก่อนนะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญถามครับ ขอลำดับว่าอย่าไปพาดพิงอีกฝั่งหนึ่ง ท่านถามเอาเฉพาะสาระกับเนื้อหา ที่ท่านประสงค์อยากจะถามนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ คำถามที่ ๒ ท่านมีแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้จบได้อย่างไร แล้วมีแผนเยียวยาในความรู้สึก ของพี่น้องตำรวจที่อยู่ตามสถานีต่าง ๆ ทั้ง ๓๙๖ สถานีอย่างไรบ้างครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง แบบบัญชีรายชื่อ รองนายกรัฐมนตรี กราบเรียนอย่างนี้ว่า เมื่อมีการผิดสัญญาก็ต้องฟ้องร้อง การเสนอมาเป็นขั้นตอนและมีการอนุมัติเปลี่ยนแปลง หลักการภายใน ๖ เดือนก็ต้องมีผู้รับผิดชอบ ต้องให้โอกาสทุกคนได้ชี้แจง ทีนี้จะเยียวยา ตำรวจอย่างไร วันนี้ตำรวจขออย่างเดียวเมื่อครบสัญญาแล้วก็ขอให้เร่งรีบก่อสร้าง และขอให้ กระจายไปทั่วประเทศเพื่อจะได้มีความรวดเร็วในการก่อสร้าง ณ ขณะนี้ แต่ผมก็สั่งท่าน ผบ.ตร. ว่า ต้องเอางบสักส่วนหนึ่งไปช่วยเหลืออุดหนุนเจือจานในระหว่างสภาพสมบูรณ์ของโรงพักแต่ละที่ ยังไร้สภาพความสมบูรณ์ ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์มากก็ให้เอาตำรวจส่วนกลางไปสนับสนุน การดำเนินการ ผมเรียนท่านประธานต่อว่าบริษัทที่รับเหมาไปได้นี่เป็นบริษัทเดียว รับเหมา ทั้งโรงพักและอาคารที่พัก และเมื่อรับเหมาไปแล้วตามข้อ ๘ ของสัญญาจ้างก่อสร้างอาคาร ทั้ง ๒ ฉบับ บริษัทผู้รับจ้างจะต้องทำงานด้วยตนเอง เขียนไปเสร็จ ไม่เอางานทั้งหมด หรือบางส่วนไปจ้างช่วงได้ ตรงนี้บริษัทต้องรับผิดชอบ ผมสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายและการทำสัญญานั้นผู้รับเหมารายเดียวก็ทราบดี แต่ไม่ปฏิบัติตาม สตช. ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ระหว่างพิจารณา ยกเลิกสัญญา เพราะผมได้รับการร้องเรียนประจำเป็นเรื่องเดียวที่มารับตำแหน่ง ๑ ปี ๖ เดือน มีคนร้องมากที่สุด เพราะมันเดือดร้อนร่วมกัน ไม่ใช่ตำรวจเดือดร้อนอย่างเดียว พี่น้องประชาชน ก็เดือดร้อนด้วย ก็เรียนคุณพิเชษฐ์ ผมจะเร่งรัดแก้ไขเปิดประมูลใหม่โดยเร็ว โดยกระจาย แข่งขันบนพื้นฐานความเป็นธรรม หลีกเลี่ยงพระราชบัญญัติฮั้ว มาตรา ๑๑ โดยเด็ดขาด ส่วนการเยียวยาก็สั่ง ผบ.ตร. ไปแล้วครับ ขอตอบคำถามที่ ๒ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามสุดท้าย เอาคำถามอย่างเดียวเลยนะครับ ท่านเหลืออยู่ประมาณ ๑๕ วินาที

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่เคารพครับ เรื่องนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีจะต้องสะสางอย่างเด็ดขาด ต้องไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวล งานนี้ต้องมีคนผิด ต้องเด็ดขาดนะครับ จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างให้ลูกหลาน ท่านประธานครับ ผมถามท่านในฐานะที่รับผิดชอบในตำแหน่งเดียวกันกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทำการแทนนายกรัฐมนตรี ท่านสามารถที่จะกล่าวผิดเอาโทษกับคนที่กระทำความผิดที่สูงสุด ตรงนี้อย่างไร นี่คือคำถามครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รองนายกรัฐมนตรี เป็นคำถาม ที่ผมฟังได้แต่ตอบไม่ได้ เพราะผมไม่ใช่ ๑ ในกระบวนการยุติธรรม กระบวนการยุติธรรม ก็พนักงานสอบสวน อัยการ และศาล แต่ในฐานะผมเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรับผิดชอบ ผมก็ต้องแสดงความเห็นได้ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าใครผิด ถูก ผมแสดงความเห็น ผมตรวจสอบ ทั้งหมด ผมมีข้อพิรุธ เรียนท่านประธานไปยังท่านพิเชษฐ์และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผมนั่งอ่านเมื่อเช้า ข้อพิรุธ ๑. ได้มีการเสนอแนวทางการจัดจ้างจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ถึง ๒ ครั้ง ทั้ง ๆ เป็นเรื่องเดียวกัน นี่คือข้อสังเกต เรื่องเดียวกัน ครั้งแรกทำไปแล้ว แล้วครั้งที่ ๒ สำนักงานตำรวจแห่งชาติธุระอะไรถึงทำมาอีก เพราะไม่ได้มี หนังสือสั่งการจากนายสุเทพ ครั้งแรกอนุมัติไปแล้ว จ้างรายภาค ๙ ภาค อยู่มาวันดีคืนดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำเรื่องเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่เพราะอะไร ดีเอสไอเขาจะจัดการ โดยสาระสำคัญก็คือว่าครั้งแรกเสนอให้จัดจ้างโดยส่วนกลาง แยกการเสนอราคาเป็นรายภาค ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองของคณะกรรมการผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน พอมาครั้งที่ ๒ พลตำรวจเอก ประทีปบอกว่าห่างเพียง ๖ เดือน แต่เปลี่ยนใจเสนอ แนวทางใหม่ให้มีการจัดจ้างก่อสร้างทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียว อันนี้เสนอตรงไม่มีการกลั่นกรอง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พวกที่มีชื่อในเอกสารคุณต้องตอบ เดี๋ยวสถานที่เขาจัดการบนพื้นฐาน ความถูกต้องของกฎหมาย ผมจัดการไม่ได้ ที่สำคัญที่สุดผมเป็นนักเรียนสืบสวนของกรมตำรวจ คุณพิเชษฐ์ การกระทำผิดที่สมบูรณ์ย่อมทิ้งร่องรอยและพยานหลักฐาน ผมนั่งเปิดเมื่อตอน ๗ โมงเศษ ๆ ปรากฏว่าครั้งแรกเขาเสนอข้อเท็จจริงเอกสารรายงานขอประมูลเป็นรายภาค เบอร์โทรศัพท์ หน้าเอกสารเป็นเบอร์โทรศัพท์ของกองบัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง นั่นเขามีหน้าที่โดยตรงต้องใส่เบอร์เขามีอะไรติดต่อได้ แต่พอมาครั้งที่ ๒ ไปเสนอเอกสาร มีเบอร์โทรศัพท์เป็นส่วนกลางหน้าห้อง ผบ.ตร. อันนี้มันทิ้งหลักฐาน ขณะนี้ท่านพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ได้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษไว้แล้ว ทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์กฎหมาย ใครไม่ผิดก็คือไม่ผิด ใครผิดละเว้นไม่ได้ คนละเว้นก็ติดคุก แต่ผมจะไปบอกใครผิดวันนี้ไม่ได้ เดี๋ยวประธานดุเอา ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานนิดหนึ่ง นาทีเดียวครับ เพื่อคุณพิเชษฐ์จะได้สบายใจ ผมไม่ได้หมายความว่าใครผิด ใครถูก ทุกคนมีสิทธิหักล้างได้ คุณสุเทพอาจจะมีสิทธิหักล้าง ผมไม่ได้สั่งคุณแล้วคุณเสนอมาใหม่ทำไม คุณพิเชษฐ์ก็ต้องตอบให้ได้ว่าครั้งแรกเสนอให้มี การประมูล ครั้งที่ ๒ ๙ ภาค ครั้งที่ ๒ รายเดียว ก็ต้องมีเหตุผลในการตอบ แต่ไม่ต้องตอบผม แต่ถ้าผมคิดนะคุณพิเชษฐ์ คุณพิเชษฐ์เคยดูละครเรื่องเปาบุ้นจิ้นไหม ที่ศาลไคฟง เปาบุ้นจิ้น เขาจะถามว่า กงซุนว่าอย่างไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่า พอสมควรกระมังท่านครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

จั่นเจาว่าอย่างไร หวังเฉา หม่าฮั่นว่าอย่างไร ถ้า ๔ คนเห็นตรงแล้วบอกเปิดมีดหัวหมาฆ่า ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญประเด็นที่พาดพิงท่านทำไมท่านไม่ถามเอง เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กรณีที่เพื่อนสมาชิกพาดพิงว่า ทำไมผมไม่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการถามกระทู้ถาม ถ้าผมไม่อธิบายประชาชนฟังอยู่ทางบ้าน ก็จะหาว่าผมไม่ปฏิบัติหน้าที่ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ จริง ๆ ผมทราบดีเพราะว่า ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจแล้วก็ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ ความจริงประเด็นที่ว่า การจัดซื้อสัญญาเดียวกับหลายสัญญาก็เป็นสิทธิเหมือนที่ท่านเฉลิมพูดละครับ มันมีข้อดี ข้อเสียครับ สมมุติว่ารวมสัญญาเป็นสัญญาเดียวก็อาจจะได้ราคาถูกกว่า หรือกรณีที่ได้สเปก (Spec) ผู้รับจ้างที่มีมาตรฐานมากกว่า หรือกรณี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านสาธิตครับ ประเด็นของท่านอยู่ที่ว่าทำไมท่านไม่ถามเอง อันนี้ท่านกำลังไปอธิบาย ว่าเหตุผลอันนั้น ผมว่าท่านไม่ได้เกี่ยวข้องประเด็นผู้มีอำนาจในขณะนั้นนะ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ครับ ผมนิดเดียวครับ ผมชี้แจง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

และจริง ๆ แล้วในขณะนี้สัญญา

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยว มีผู้ประท้วงครับ เชิญ ผมว่าให้ท่านอธิบายก่อนไม่ดีหรือครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ไม่ได้ครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ผมไม่เกินนาทีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ท่านประธานต้องควบคุมการอภิปรายและการประชุมนี้ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เขาอ้างว่าเขาเคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ ผมก็เป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการตำรวจปัจจุบัน เขามีสิทธิอะไรลุกขึ้นมาชี้แจง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ท่านฟังนิดหนึ่งประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าผู้ถามกระทู้ได้กล่าวมาตั้งแต่ต้นว่า พาดพิงมาถึงฝั่งนี้ว่าทำไมไม่ถามเองนะครับ ท่านก็ขอใช้สิทธิอธิบายข้อเสียหายของท่าน ผมก็อนุญาต แต่ให้มีการถามตอบให้จบก่อน ตอนนี้ท่านกำลังอธิบายเหตุของการที่ท่าน ไม่ถามเองเพราะอะไร ฟังอีกสักนิดหนึ่ง ผมควบคุมอยู่ ใจเย็น ๆ ครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ที่เขาชี้แจงเมื่อสักครู่เขาไม่ได้ พูดถึงเหตุและผลตรงนั้น เขาอธิบายแทนนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ท่านต้องเข้าใจว่าการที่จะนำไปสู่เหตุผลประกอบข้อเท็จจริงของท่าน ท่านก็ต้อง อธิบายความ อดทนฟังหน่อยนะครับ ผมนั่งอยู่นะครับ ผมนั่งฟังตั้งแต่เริ่มต้นผมยังฟังได้มาก อดทนหน่อยครับ นั่งลงครับ เดี๋ยวท่านจะได้ชี้แจงไป ให้ท่านชี้แจงเถอะจะได้เสร็จ ผมเห็น ท่านชุมพลท่านนั่งรอจะถามกระทู้ถามเรื่องปาล์มของท่านอยู่ตั้งแต่เช้า ท่านมาก่อนเพื่อน ไม่อนุญาตแล้วครับ เดี๋ยวจะให้ท่านอธิบาย เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ผมก็ใส่ใจในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน บ้านผมครับ ที่มาบตาพุดก็เป็นอย่างนี้ครับท่านรองนายกรัฐมนตรี แต่ที่ผมสนใจคือต้องเดิน ไปข้างหน้าครับ เพราะสัญญาอยู่ในช่วงรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ มีนาคม ๒๕๕๔ แต่ว่า หลังจากนั้นถ้าเขาผิดสัญญา ท่านต้องยกเลิกแล้วก็หาคนมาทำใหม่หรือปรับ เพื่อให้ไป ทำเสร็จตามสัญญา นี่คือสิ่งที่ท่านต้องทำครับ อันนี้ละครับที่ผมศึกษาแล้วก็เสนอไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ข้อสุดท้ายครับ ท่านอย่ามาพูดในสภาอย่างนี้ครับ มีหลักฐานตรงไหน สัญญานี้ ผูกพันใคร ผิดสัญญา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านสาธิตครับ ผมให้ท่านชี้แจงเหตุผลที่ท่านไม่ถามแล้ว จบแล้วนะครับ ผมจะได้ ไปประเด็นอื่นต่อ ท่านรองนายกรัฐมนตรีรับไปนะครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธาน อย่างนี้นะครับ มุมมองนี่ไม่เหมือนกันหรอก ไม่อย่างนั้นเขาจะมี ๓ ศาลหรือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ผมมองว่าเมื่อผิดสัญญามันก็ต้องเลิกได้ แต่เจ้าหน้าที่ประจำเขาก็ กริ่งเกรง ผมจะไปบังคับเขาได้หรือ ผมฝ่ายบริหาร เขาต้องรับผิดชอบแล้วหลายคนแม้กระทั่ง พี่น้องประชาชนทางบ้านยังเข้าใจผิด ผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพ กรรมาธิการ ไม่ใช่กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่พนักงานสอบสวน ไม่ใช่อัยการ ไม่ใช่ศาล ไม่ใช่ตำรวจ เป็นเพียงความเห็นของคณะกรรมาธิการ ไม่ใช่ตัวชี้วัด หรือมาเมกกิง วิชัน (Making vision) ผมก็เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการ บางทีเราเสนอไปเขาไม่เชื่อก็มี บางทีไม่เสนอเขาไป เชื่ออีกอย่างก็มี เพราะฉะนั้นต้องสู่กระบวนการยุติธรรม ผมยืนยันครับ ผมไม่คิดมารื้อ ที่มัน มีเรื่องขึ้นมานี่เพราะมันสร้างไม่เสร็จ ประชาชนเดือดร้อน ตำรวจเดือดร้อน ร้องระงมหมด ทั้งประเทศ มันจึงเป็นที่มา ถ้าผมจะไปบอกเลิกเลย ๆ มันก็ไม่ใช่นักบริหารที่ดี ต้องเปิดโอกาส ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมาก

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๙๓ เรื่อง ขอให้แก้ปัญหาปาล์มและน้ำมันปาล์ม อย่างยั่งยืน (นายชุมพล จุลใส เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

เชิญท่านชุมพลครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สืบเนื่องจากรัฐบาลภายใต้การนำของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บริหารประเทศ มา ๑ ปีครึ่ง ท่านประธานคงจะเห็นนะครับว่าสินค้าต่าง ๆ แพงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นของใช้ ในชีวิตประจำวัน ทุกอย่างแพงขึ้นโดยตลอด แต่ท่านประธานครับ สินค้าเกษตรของพี่น้อง โดยเฉพาะผลปาล์มของพี่น้องประชาชนและขอแถมมะพร้าวไปด้วยนะครับท่านประธาน เป็นที่มาว่ารัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ สินค้าเกษตรของพี่น้องประชาชนตกต่ำมาโดยตลอด อย่างเช่นปาล์ม อย่างเช่นมะพร้าว จนเป็นที่กล่าวขวัญกันว่ารัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ ลิงตกงานครับท่านประธาน เพราะรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กำหนดนโยบายบริหารงานผิดพลาด ผิดพลาดอย่างไรครับท่านประธาน ผิดพลาดในกรณีที่ให้นำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ ให้นำเข้าน้ำมันมะพร้าวจากต่างประเทศ นี่เรื่องใหญ่ครับท่านประธาน เพราะเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ราคามะพร้าว ตอนแรกลูกละ ๗-๘ บาท พอหลังจากมีการนำมะพร้าวเข้าจากต่างประเทศ เพราะรัฐบาล ตกใจว่าราคามะพร้าวสูง กลัวพี่น้องประชาชนจะเดือดร้อน นำเข้ามาตูมเดียวเลยครับ ๕๐,๐๐๐ ตัน ตอนนี้มะพร้าวลูกละ ๑ บาทยังไม่มีคนซื้อ นี่ครับจนถึงเป็นที่มาว่าลิงตกงานครับ ลิงภาคใต้ตกงานครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของเรื่องปาล์มที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ในวันนี้ ผมเรียนถามว่าเรื่องปาล์มนั้นรัฐบาลอยู่ ๆ ได้อนุมัติเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๕ ให้นำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศเข้ามา ๔๐,๐๐๐ ตันครับท่านประธาน ๔๐,๐๐๐ ตัน ถ้า ๔๐,๐๐๐ ตัน ท่านประธานทราบไหมครับว่าถ้าเป็นกิโลกรัมเท่าไร ๒๔๐ ล้านกิโลกรัม ผมย้ำอีกครั้งนะครับ น้ำมันปาล์มดิบ ๔๐,๐๐๐ ตัน ถ้าเป็นผลปาล์มสดนี่ก็ ๒๔๐ ล้านกิโลกรัม เพราะว่าปาล์มสด ๖ กิโลกรัมต่อน้ำมัน ๑ กิโลกรัม ๒๔๐ ล้านกิโลกรัม นี่มันเยอะนะครับท่านประธาน หลังจากที่ท่านอนุมัตินำเข้ามาเมื่อเดือนเมษายน หลังจาก วันที่ ๑๗ ท่านให้สัมภาษณ์ เป็นอย่างไรครับ ปาล์มตกทะลู่ทะลาดเลย ท่านไม่มีมาตรการใด ๆ ในการแก้ไขปัญหาเลย ท่านจะอ้างว่าสต็อกไม่พอก็ไม่ได้ เพราะตามที่เขากำหนดไว้ ท่านประธานครับ สต็อกเดือนเมษายนอยู่ที่ ๒๙๗,๐๐๐ ตัน เกินไปตั้ง ๙๗,๐๐๐ ตัน ท่านประธานทราบไหมครับ จนมาถึงเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนปาล์มเดือดร้อน จากปาล์มเมื่อประมาณต้นปี ๒๕๕๕ อยู่ที่กิโลกรัมละ ๕.๕๐-๖.๕๐ บาท ลดมาเหลือ ๒.๓๐ บาทครับท่านประธาน เกษตรกรอยู่ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้นโดยนายอาคม เอ่งฉ้วน ขออนุญาตต้องเอ่ยนาม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดกระบี่ ก็ได้กระทู้ถามสดว่าอย่านำเข้ามาเลย เพราะว่าถ้านำเข้ามานี่เกษตรกรเดือดร้อน ท่านประธานครับ นี่รัฐบาลไม่ฟังอย่างไรครับ พอไม่ฟังพี่น้องเกษตรกรไม่ว่าจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ได้ออกมาเรียกร้องราคาปาล์มต่อรัฐบาล ที่จังหวัดชุมพรวันที่ ๑๑-๑๒ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีวันที่ ๑๒ จนเป็นที่มารัฐบาลยอมรับข้อเสนอ ผมต้องขอขอบคุณ คุณสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ที่เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคมนี่จากการประชุมร่วมกันของเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ที่ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนเกษตรกรเสนอว่าขอกิโลกรัมละ ๕ บาท ตอนแรกตัวแทนเกษตรกร เสนอมา ๖ บาท ก็ตกลงกันที่ ๕ บาท ท่านรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะนำเสนอนายกรัฐมนตรีให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพราะว่าต้องเสนอคณะ คชก. โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน บอกว่าวันที่ ๑๗ ธันวาคม ให้เกษตรกรมารอคำตอบ พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดชุมพรที่ประท้วงอยู่ที่หน้าศาลากลาง ๑ คืนกับ ๒ วัน พี่น้องชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ไปรอคำตอบอยู่ที่โคออพ (Co-op) ที่สี่แยกหนองขรี วันที่ ๑๒ พอมีหนังสือสั่งการจากรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่าวันที่ ๑๗ ธันวาคม รับปากจะเข้า คณะกรรมการ คชก. โดยที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และเสนอที่กิโลกรัมละ ๕ บาทนี้ จะนำเข้าเสนอ ท่านประธานครับ วันที่ ๑๗ ท่านรองเลขาธิการสุภรณ์ท่านบอกว่าวันที่ ๑๗ ช่วงบ่ายให้ตัวแทนเกษตรกรมารอฟังคำตอบ นี่นะครับวันจันทร์ที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ให้มารอฟังคำตอบว่าเขาจะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไรที่เสนอมา ๕ บาท รัฐบาลรับได้ไหม ท่านประธานที่เคารพครับ วันที่ ๑๗ ก็แล้ว วันที่ ๑๘ ก็แล้ว ไม่มีคำตอบใด ๆ จากรัฐบาลเลย ถ้าผมพูดตรงนี้ผมถามว่ารัฐบาลโกหกประชาชนไหมครับ ถ้าอย่างนี้ผมกล่าวหาได้ว่า รัฐบาลโกหกประชาชน พูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง รับปากแล้วไม่ทำ หลังจากนั้นท่านประธานครับ พี่น้องชาวภาคใต้ได้รวมตัวกันที่จังหวัดชุมพรในวันที่ ๑๙ เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา ที่หน้าวนอุทยานเขาพาง เรียกร้องว่ารัฐบาลที่รับปากไว้ว่าจะยกระดับมาตรฐานราคาปาล์มที่กิโลกรัมละ ๕ บาท เมื่อไรคุณจะทำ พี่น้องประชาชนที่มาร่วม เพราะเขาบอกว่ารัฐบาลจะให้คำตอบวันที่ ๑๗ วันที่ ๑๗ เรารอแล้วบ่ายโมงก็ไม่ได้รับคำตอบ วันที่ ๑๘ ก็ไม่ได้รับคำตอบ วันที่ ๑๙ พี่น้องประชาชน มากันเยอะครับ ก็ออกมาปิดถนนสายเพชรเกษม สายเอเชีย ท่านประธานที่เคารพครับ พวกผม ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นไม่เห็นด้วยเลยครับ ในกรณีที่ปิดถนนเพราะจะสร้าง ความเดือดร้อนให้กับคนทั่วไป แต่สิ่งที่เขาบอกว่ารัฐบาลโกหกเขาไม่ประชุม พอพี่น้อง เกษตรกรชุมนุมปิดถนนในวันนั้นท่านทราบไหมครับ เวลาสี่โมงเย็นประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล โดยท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธาน แล้วก็มีมติออกมาช่วยเหลือ ที่กิโลกรัมละ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ๔ บาท ๑๘.๕ เปอร์เซ็นต์ที่ ๔.๓๕ บาท ท่านประธานครับ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ที่รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือมา ชุดแรกออกมา ๕๐,๐๐๐ ตันครับ ท่านประธาน ๕๐,๐๐๐ ตันชุดแรก ท่านกำหนดว่าอย่างไรครับ ท่านกำหนดบอกว่าให้โรงสกัด รับซื้อปาล์มจากพี่น้องประชาชน จากเกษตรกรรายย่อยที่กิโลกรัมละ ๔ บาท ๔.๓๕ บาท กรมการค้าภายในกำหนดครับ พวกผมว่าถ้ากำหนดอย่างนี้เกษตรกรรายย่อยที่ไหนจะไปขาย ที่โรงงานได้ เพราะเกษตรกรรายย่อยมี ๕ ไร่ ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ ไม่เอาไปโรงงานได้ครับ รัฐบาล ออกมาตรการมาช่วยเหลือ ๕๐,๐๐๐ ตัน โกลาหลวุ่นวายมากครับท่านประธาน โกลาหลวุ่นวายมาก ๕๐,๐๐๐ ตันชุดแรกจบไปแล้วครับ พี่น้องเกษตรกรได้ประโยชน์ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านอย่าได้นิ่งนอนใจ หลังจากนั้นหมดแล้วครับ ตอนนี้ ๕๐,๐๐๐ ตัน ที่ท่านอนุมัติมาหมดแล้ว หลังจากนั้นคณะ กนป. ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ก็ได้มีการ นำเสนอช่วยอีก ๕๐,๐๐๐ ตัน รวมเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ๕๐,๐๐๐ ตัน ชุดหลังท่านประธานครับ จากการประชุมร่วมกันของคณะกรรมาธิการ ๓ คณะ วันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ เข้าไปตอบชัดเจนวันที่ ๑๖ ผมจำได้ครับ แล้วก็ออกมาตรการมาว่าหลังจากนี้เกษตรกรจะขาย ปาล์มได้ที่กิโลกรัมละ ๔ บาท โกหกอีกแล้วครับ วันนี้ไม่มีเกษตรกรคนใดเลย ท่านใดเลยที่ขาย ปาล์มได้ วันนี้เขาขายปาล์มได้กิโลกรัมละเท่าไรครับท่านประธาน ๓.๑๐ บาท ๒.๙๐ บาท อยู่ระดับนี้นะครับ เป็นกลไกปกติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตถามเป็นคำถามที่ ๑ ว่า การนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศทำให้ราคาปาล์มสดตกต่ำจากเดิม ๕-๖ บาท ปัจจุบันเหลือที่กิโลกรัมละ ๒.๘๐-๓.๑๐ บาท ท่านจะแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรอย่างไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกจากจังหวัดชุมพร ที่ได้นำประเด็นเรื่องของการแก้ปัญหาผลผลิตเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปาล์มมาหารือ ในวันนี้นะครับ ก่อนอื่นท่านประธานครับ ถ้าพวกเรายังจำได้เมื่อต้นปี ๒๕๕๔ เกิดเหตุการณ์ ที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาดแล้วก็เป็นเหตุการณ์ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย ที่พี่น้องประชาชนต้องไปยืนเข้าคิวรอซื้อน้ำมันปาล์มในห้างสรรพสินค้าก็ดี ในตลาดก็ดี และราคาน้ำมันปาล์มขวดในขณะนั้นก็ขึ้นไปสูงเป็นอย่างมาก ขวดหนึ่ง ๕๐ กว่าบาท ผมจำได้ เพราะว่าแม่บ้านผมก็ไปเข้าคิวซื้อแล้วก็ซื้อได้ทีละขวดสองขวด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนั้น เราก็ทราบว่าเหตุผลก็คือการบริหารจัดการทั้งระบบของน้ำมันปาล์มมันเกิดปัญหาทำให้ น้ำมันปาล์มขาดแคลนแล้วก็แก้ปัญหาล่าช้า ดังนั้นเมื่อรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๔ ต่อเนื่องมา ก็ได้ตระหนักดีนะครับว่าการแก้ปัญหา การดูแลระบบการผลิตสินค้าเกษตรหรือว่าผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากการเกษตรจะต้องได้รับ การดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนั้นเมื่อต้นปี ๒๕๕๕ เดือนมกราคม เราเห็นว่าสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ ที่ตรวจสอบได้โดยกรมการค้าภายในตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ ๒๖๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งค่อนข้างสูงกว่า ระดับปริมาณที่ต้องเฝ้าระวัง เหตุที่กล่าวเช่นนั้นก็เพราะว่าคณะกรรมการนโยบายน้ำมันปาล์ม มีการปรึกษาหารือประชุมกัน แล้วก็มีความตกลงกันเอาไว้ว่าเมื่อไรก็แล้วแต่ที่น้ำมันปาล์ม ลดต่ำกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ตันในสต็อกทั้งประเทศ จะต้องมีการเข้าไปดูแลแล้วก็แก้ไขโดยวิธีการ ต่าง ๆ ทางกรมการค้าภายในก็มีการดูแลตัวเลขสต็อกใกล้ชิดนะครับ จะเห็นว่าในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๕ สต็อกลดลงจาก ๒๖๐,๐๐๐ ตัน เป็นเหลือ ๒๑๐,๐๐๐ ตัน เดือนมีนาคม เหลือ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ก็มีการประชุมปรึกษาหารือกันว่าเมื่อมันเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เราต้องเตรียมการ ในการแก้ไขปัญหาอย่างไร ท้ายที่สุดแล้วก็มีการตกลงกันเอาไว้ว่าหากสต็อกลดต่ำกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ตันเมื่อไรก็จะต้องมีการนำเข้าน้ำมันปาล์ม เหตุที่ต้องทำเช่นนั้นก็เพราะว่ารัฐบาล มีหน้าที่ ๒ ด้าน ด้านหนึ่งต้องดูแลราคาค่าครองชีพ สินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้สูงจนเกินไปนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องน้ำมันปาล์ม เมื่อมีการประกาศราคาแนะนำโดยกระทรวงพาณิชย์ เมื่อกลางปี ๒๕๕๔ ประมาณเดือนมิถุนายน ราคากำหนดไว้ที่ไม่เกิน ๔๒ บาทต่อขวดลิตร ดังนั้นก็เป็นหน้าที่รัฐบาลที่จะต้องดูแลราคาน้ำมันปาล์มในช่วงปี ๒๕๕๕ ให้อยู่ในอัตรา ไม่เกิน ๔๒ บาทต่อขวดลิตร กรณีถ้าปล่อยให้ราคาปาล์มดิบสูงจนเกินไป ซึ่งในขณะนั้น เดือนเมษายน ปี ๒๕๕๕ เดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๕ น้ำมันปาล์มดิบอยู่ที่ ๓๕.๙๐ บาท ซึ่งก็เป็นผลไปกดดันทำให้ราคาปลีกน้ำมันปาล์มขวดจะต้องสูงเกินกว่า ๔๒ บาท เหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่าปาล์มสดราคาที่เดือนเมษายน ๖.๒๓ บาทต่อกิโลกรัม ผมไม่ปฏิเสธนะครับว่าในขณะนั้นราคาค่อนข้างดีสำหรับเกษตรกร แต่ในขณะเดียวกัน เป็นแรงกดดันทำให้รัฐบาลต้องมาดูแลสินค้าที่ปลายทาง แล้วก็เป็นมติ กนป. นะครับว่า ถ้าหากว่าต่ำกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ตันเมื่อไรก็ให้นำเข้าได้ ก็ได้ขอกรอบเอาไว้ ๔๐,๐๐๐ ตัน แต่ในขณะที่ขอกรอบแล้วก็ได้รับการอนุมัตินั้นไม่มีการนำเข้า จวบจนกระทั่งถึงเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๕ น้ำมันปาล์มดิบในสต็อกเหลืออยู่ ๑๗๐,๐๐๐ กว่าตัน ตอนนั้นก็ด้วยความระมัดระวังครับ ท่านสมาชิก เราก็นำเข้ามาแค่เพียง ๑๐,๐๐๐ ตันเท่านั้นในเดือนพฤษภาคม ซึ่งราคาผลปาล์ม ก็ลดลงไปเหลือ ๕.๖๕ บาท ๕.๖๖ บาท ซึ่งไม่ได้กระทบกับเกษตรกรต้นทางสักเท่าไร เพราะว่า เป็นราคาที่มีกำไรค่อนข้างสูง หลังจากนั้นมาสต็อกน้ำมันปาล์มดิบเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๕ ลดเหลือ ๑๕๘,๐๐๐ ตัน เดือนกรกฎาคมลดเหลือ ๑๔๘,๐๐๐ ตัน เข้าขั้นวิกฤติครับท่าน รัฐบาลก็เลยอนุมัติให้นำเข้าตามโควตาที่ได้ขอกรอบเอาไว้เดิมนะครับ ยังเหลืออีก ๓๐,๐๐๐ ตัน ก็เลยนำเข้ามาในช่วงเดือนสิงหาคม ในช่วงนั้นผลปาล์มก็ยัง ๕.๔๔ บาท ซึ่งก็ยังสูงครับ เกษตรกรก็ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของต้นทุน เพราะกำไรค่อนข้างสูง นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เรา ดำเนินการแก้ไขในช่วงนั้นครับท่านประธาน แต่หลังจากเดือนสิงหาคมมาแล้วไม่มีการนำเข้า เลยครับ กราบเรียนต่อท่านประธาน ยืนยันว่าไม่มีการนำเข้า แต่เหตุมันเกิดขึ้นก็เพราะว่า การพยากรณ์คาดการณ์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เข้าใจว่าผลปาล์มจะออกมามาก กลับไม่ออก แล้วในช่วงปลาย ๆ ปีคิดว่าผลปาล์มจะออกมาน้อยก็กลับออกมามาก ดังจะเห็นจาก ตัวเลขว่าสต็อกน้ำมันปาล์มดิบสูงขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากเดือนกันยายนเป็นต้นมา จนกระทั่งถึง เดือนธันวาคมสต็อกน้ำมันปาล์มดิบเกิน ๓๕๐,๐๐๐ ตัน ก็เป็นเหตุให้ไปกดดันราคาต้นทาง ของเกษตรกรลงไปเหลืออยู่ ๒-๓ บาทอย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปราย ทางรัฐบาลเองโดยเฉพาะ กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน เห็นว่ามันเกิดปัญหาขึ้นจึงนำเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมการนโยบาย น้ำมันปาล์มเมื่อวันที่ ๑๙ ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์เป็นประธาน ก็ได้มีมติออกมา ตามที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ก็เป็นข้อเท็จจริงครับ ซึ่งขณะนี้ทางกรมการค้าภายใน ก็เร่งรัดดำเนินการในช่วงที่ ๒ ตามที่ได้อนุมัติมา ๕๐,๐๐๐ ตันแรกจบไปแล้ว กำลังอยู่ในระหว่าง การดำเนินการในช่วงที่ ๒ เพื่อที่จะทำให้ราคาผลปาล์มดิบในมือเกษตรกรที่ขายได้เข้าโรงงานสกัด ควรจะอยู่ไม่ต่ำกว่า ๔ บาท ซึ่งหากมีโรงสกัดที่เข้าโครงการของรัฐบาลที่จะไปรับซื้อน้ำมัน ที่จะต้องขายน้ำมันปาล์มดิบให้กับกระทรวงพาณิชย์ ๕๐,๐๐๐ ตัน โรงงานสกัดเหล่านั้น หากไม่รับซื้อที่ ๔ บาทจะมีความผิดทั้งอาญาแล้วก็ทางแพ่ง อันนี้เป็นข้อกำหนดบทลงโทษ ที่ได้มีการคุยกันเอาไว้ แล้วก็ได้แจ้งให้กับโรงงานสกัดทั้งหมด ๕๓ แห่งที่เข้าโครงการ ได้รับรู้รับทราบหมดแล้ว หากโรงงานสกัดไม่เข้าในโครงการเราก็มีการออกประกาศของ กระทรวงพาณิชย์ไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนะครับ ให้ผลปาล์มดิบเป็นสินค้าที่ต้องควบคุม และจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในต่อไปครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามสุดท้ายครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามที่ ท่านรัฐมนตรีตอบนั้นก็ไม่ถูกเสียทั้งหมดนะครับ ผมทราบว่าจากมติของคณะกรรมการนโยบาย ปาล์มน้ำมันแห่งชาติไม่เห็นด้วยที่กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในที่ให้นำเข้าน้ำมันปาล์มมา แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ในส่วนตรงนี้ในส่วนของพวกผมนั้นผมต้องการให้เกษตรกร พี่น้องเกษตรกรอยู่ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เรียนถึงรัฐมนตรีครับ ท่านทราบไหม ณ วันนี้เกษตรกรที่เขาขายปาล์มได้นี่ พอราคาเหลืออย่างนี้เกษตรกรอยู่ไม่ได้ ไหนจะเป็น ค่าเทอมลูก ไหนจะเป็นค่าผ่อนรถ เขาขายได้อยู่ประมาณกิโลกรัมละ ๕-๖ บาท พอรัฐบาลมีนโยบายอย่างนี้ ท่านมีนโยบายอย่างนี้มา แต่ท่านไม่มีมาตรการรองรับว่าถ้าหาก ราคาตกต่ำพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ไม่ได้ ท่านจะมีมาตรการรองรับว่าอย่างไร อันนี้คือปัญหา แล้วมาตรการที่ท่านออกมานี่รวมทั้งหมด ๑๐๐,๐๐๐ ตันที่ให้โรงสกัดรับซื้อ กรมการค้าภายใน ระบุว่าอย่างไรท่านประธานครับ ระบุมาว่าจะต้องซื้อปาล์มจากเกษตรกรรายย่อยเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่มีเกษตรกรรายย่อยคนไหนหรอกครับที่มีปาล์ม ๕๐๐ กิโลกรัม ต้องไปเข้าคิวที่โรงงานถึง ๓-๔ วัน เป็นไปไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ กลไกมันเดินไปไม่ได้ เพราะกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในกำหนดมาอย่างนี้ครับ โกลาหลวุ่นวาย ท่านต้องมี มาตรการสิ่งหนึ่งที่ผมนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า ท่านต้องบอกให้โรงสกัด ให้ลานเทที่เป็นตัวแทนของโรงงานเป็นผู้รับซื้อครับ ไม่ใช่ให้เกษตรกร ไปขายที่โรงสกัดโดยตรง ถ้าเกษตรไปขายที่โรงสกัดโดยตรงนั้นเกษตรกรไม่ได้ประโยชน์ครับ เพราะว่าลานเทต่าง ๆ นั้นเขาก็เป็นคู่ค้ากับโรงสกัดอยู่แล้ว และต้องบอกให้ลานเทซื้อที่เกษตรกร กิโลกรัมละ ๔ บาท ไม่ให้ซื้อที่ ๓.๑๐ บาท ท่านประธานเชื่อไหมครับ รัฐบาลออกนโยบายนี้ เขาเอาสำเนาทะเบียนบ้าน เอาบัตรประชาชน ขึ้นทะเบียนเกษตรกรเอาหมดทุกอย่าง แต่ซื้อ ที่เกษตรกร ๓.๑๐ บาท ๓.๕๐ บาท อย่างนี้มันกินค่าการตลาดเกินไป ผมเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าถ้าท่านมีนโยบายอย่างนี้ออกมาต้องกำชับโรงสกัดให้ช่วยเหลือเกษตรกร ให้ได้มากที่สุด ท่านประธานอย่าลืมว่าโรงสกัดในแต่ละพื้นที่เขาก็มีสวนปาล์มของเขาเองนะครับ บางโรงงานมี ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ไร่ บางโรงงานมี ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ไร่ กว่าจะถึงเกษตรกร ก็ถึงโรงงานก่อน อันนี้ผมขอฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ คำถามสุดท้าย ผมไม่อยากให้รัฐบาลนี้เลือกปฏิบัติ กับพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานครับ ผมลงพื้นที่ไปพี่น้องประชาชนเขาถามว่าทำไมรัฐบาล จึงเลือกปฏิบัติ ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าในยุคหนึ่งสมัยหนึ่งของรัฐบาลท่านทักษิณ ชินวัตร ในสมัยพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม ที่ท่านได้ประกาศว่าจะพัฒนา เฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคไทยรักไทยก่อน นี่ละครับชาวบ้านเขาถามมาว่าทำไมรัฐบาลชุดนี้ มาเป็นรัฐบาลแล้วสินค้าเกษตรของพี่น้องประชาชนภาคใต้ ภาคอีสาน ที่ปลูกยางพารา ปลูกปาล์ม ปาล์มนี่ปลูก ๓๕ จังหวัด ทำไมถึงตกต่ำอย่างนี้ ทำไมรัฐบาลถึงไม่มีมาตรการ ในการดูแล ตอนนี้เกษตรกรจะตายหมดแล้วนะครับท่านประธาน

คำถามที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมถามว่ารัฐบาลจะมีมาตรการในการแก้ปัญหา ราคาน้ำมันปาล์ม ผลผลิตปาล์มได้อย่างยั่งยืนอย่างไรครับ เป็นคำถามสุดท้ายครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนประจวบวิทยาลัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน ๑๘๐ ท่าน เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ตอบ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม บุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในประเด็นที่ท่านสมาชิก ได้กรุณาถามนะครับ ก่อนอื่นต้องกราบเรียนว่ารัฐบาลไม่ได้เลือกปฏิบัตินะครับ แต่ปฏิบัติต่อ เรื่องของเกษตรกรที่ทำสวนปาล์มผลปาล์มเป็นพิเศษด้วยซ้ำไป กระทรวงพาณิชย์ได้นำเสนอ ผลปาล์มสดเข้าไปเป็นสินค้าควบคุม เพื่อที่จะทำให้การดูแลระบบปาล์มทั้งหมดเป็นแบบ ครบวงจร ต้นน้ำคือผลปาล์ม กลางน้ำคือโรงสกัด แล้วก็ปลายน้ำคือโรงกลั่นเพื่อให้ทั้งหมดอยู่ใน กระบวนการที่สามารถควบคุมแล้วก็บาลานซ์ (Balance) เรื่องของต้นทุนให้เหมาะสม แล้วผมมั่นใจว่าการนำผลปาล์มเข้าสู่กระบวนการเป็นสินค้าควบคุมจะช่วยทำให้ราคาผลปาล์ม ของพี่น้องเกษตรกรดีขึ้นในอนาคตแน่นอนแล้วก็จะมีความเสถียรภาพในเรื่องของราคา อันนี้เป็นการดำเนินการเพื่อให้ทางเกษตรกรพี่น้องสวนปาล์มที่อยู่ทางภาคใต้

ประเด็นที่ ๒ เรื่องลานเท ก็กราบเรียนว่าทางคณะกรรมการนโยบายน้ำมันปาล์ม โดยคณะอนุกรรมการการตลาดได้ปรึกษาหารือประชุมกันไปแล้ว แล้วก็มีมติให้ลงไปควบคุม เรื่องลานเทเพิ่มเติมแล้ว ก็กราบเรียนให้รับทราบนะครับ

ส่วนกรณีที่จังหวัดชุมพรขายได้ไม่ถึง ๔ บาท ผมเข้าใจว่าเท่าที่ผมตรวจสอบปัญหา คือเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มมันไม่ได้ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ก็อาจจะถูกหักไป แต่ผมจะให้คนลงไป ตรวจสอบให้ชัดเจนแล้วก็จะให้ดูให้ละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบกับพี่น้องเกษตรกร

ในพื้นที่จังหวัดกระบี่กับจังหวัดสุราษฎร์ธานีไม่ค่อยมีปัญหาครับ ส่วนใหญ่ เกิน ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ราคาก็น่าจะขายได้ตามที่กระทรวงได้กำหนดไป

กรณีโรงงานมีสวนปาล์มของตนเอง เท่าที่ตรวจสอบดูมีน้อยมากนะครับ โรงสกัดมีสัก ๒-๓ แห่ง แล้วก็กราบเรียนว่าเหตุที่เราต้องกำหนดว่าต้องเป็นเกษตรกรรายย่อย แล้วต้องมีหนังสือรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น มีพื้นที่ไม่เกินรายละ ๕๐ ไร่ จึงจะสามารถเข้ามาขายผลปาล์มในโครงการของรัฐบาลคราวนี้ แล้วก็มีกระบวนการตรวจสอบว่า หากมีการรับซื้อแล้วทางโรงสกัดต้องเอาหนังสือรับรองเกษตรกรให้ทางจังหวัดยืนยันรับรอง แล้วส่งมา ทางกระทรวงจึงจะจ่ายสตางค์ให้ ถ้าไม่รับรองแล้วรับรองไม่ได้ หรือว่าตรวจสอบ แล้วว่าเป็นผลปาล์มของโรงงานสกัดที่ปลูกเองก็จะต้องถูกดำเนินคดี อันนี้ก็กราบเรียน เพื่อความชัดเจนว่าเราก็มีมาตรการในการตรวจสอบเพื่อให้เกษตรกรรายย่อยได้เข้าถึงโครงการ แล้วก็ได้รับการดูแลอย่างแท้จริง

ส่วนเรื่องที่ว่าเราจะมีโครงการในการดูแลทั้งระบบต่อไปอย่างไร ก็อย่างที่ กราบเรียนว่ามาตรการก็คือดูแลทั้งโครงการ ผู้ปลูก ผู้สกัด และก็ผู้ใส่น้ำมันขวด อันนี้ก็จะเป็น ระบบครบวงจรที่ทางกระทรวงจะลงไปควบคุมดูแลเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

อันที่ ๒ ก็คือว่าในอนาคตเรากำลังหารือกันว่าถ้าเป็นไปได้มีปริมาณผลปาล์ม น้ำมันปาล์มดิบเพียงพอที่จะดำเนินการในทำนองเดียวกับเรื่องของน้ำมันดีเซล เราก็อาจจะมี กระบวนการในการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อจะมาดูแลราคาน้ำมันปาล์มให้เป็นไปตามกลไก แล้วก็ให้เกิดความยุติธรรมทุกส่วนในอนาคต

แล้วก็ในเรื่องของการบริหารจัดการ เราก็จะมีการนำน้ำมันปาล์มที่จะ เกินความต้องการเข้าไปสู่ภาคของพลังงานให้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ กับกระทรวงพลังงานได้รับนโยบายท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไปปรึกษาหารือกันแล้วว่า ในปีนี้จะนำผลปาล์มประมาณ ๑,๖๐๐,๐๐๐ ตันให้เข้าไปสู่กระบวนการผลิตไบโอดีเซล แล้วในอนาคตจะยกระดับจากบี ๕ (B5) เป็นบี ๗ (7) อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งก็จะช่วยทำให้การ ดูแลปริมาณของน้ำมันปาล์มดิบในระบบให้มันมีความสมดุล อันนี้ก็จะเป็นแนวทางที่จะ ดำเนินการต่อไปในอนาคต แล้วขณะนี้ก็มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว เพื่อจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป กราบเรียนท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะฝากอะไรไหม เชิญครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดชุมพร ท่านประธานครับ มีอยู่นิดเดียวครับ ไม่ได้จะต่อล้อต่อเถียง กับท่านรัฐมนตรีนะครับ ในกรณีจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช มีปัญหาเหมือนกันหมด ขายปาล์มได้บางที่ก็ ๓.๑๐ บาท ๒.๙๐ บาท ณ วันนี้ท่านไปเช็ก (Check) ในพื้นที่ได้เลยครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านต้องทำให้เกิดความเป็นธรรมทุกจังหวัด จังหวัดกระบี่ ก็เหมือนกัน แล้วนโยบายที่ท่านออกมายังไม่ได้ใช้ ท่านประธานครับ เพราะปาล์มจะขาดคอ แล้วตอนนี้คือปาล์มจะน้อยลงอยู่แล้ว แล้วพี่น้องเกษตรกรก็ยังขายปาล์มไม่ได้นะครับ ท่านประธาน ณ วันนี้ยังขายปาล์มอยู่ที่กิโลกรัมละ ๓ บาท นี่ผมยืนยันชัดเจนนะครับ ทั้งที่จังหวัดชุมพร ทั้งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วก็ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่จังหวัดระนอง ท่านเช็กให้ดี ๆ เถอะครับ ผมเป็น ส.ส. ในพื้นที่ผมไม่ได้โกหกครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่รวม จังหวัดภูเก็ตนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีจะตอบไหมครับ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพครับ เดี๋ยวผมจะสั่งการให้ทางอธิบดีกรมการค้าภายในกับทีมงานลงไปในพื้นที่พรุ่งนี้ เลยนะครับ จะไปตรวจสอบให้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะ สั่งการให้นะครับ เชิญครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

ท่านประธานครับ ผม ชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดชุมพร ขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีนิดเดียวนะครับว่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ ได้ไหมครับ

นายชุมพล จุลใส ชุมพร

๔ บาท ท่านประธาน ๔ บาทที่ ๕๐,๐๐๐ ตัน ท่านจะรับซื้อได้กี่วันในขณะนี้ ทั่วทั้งที่เข้ามาร่วมโครงการครับ ถามแค่นี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไร เดี๋ยวท่านมาปรึกษากันด้านหลังนะครับ เดี๋ยวผมจะไปกระทู้ถามที่ ๒ หรือท่านจะตอบ เชิญครับ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ตอบเลยครับ ท่านประธาน ก็คือว่าใช้ในราคานี้จนกระทั่งครบ ๑๐๐,๐๐๐ ตันนะครับ ครบเมื่อไรผมก็มั่นใจว่า ราคามันจะขึ้นขนาดนี้ แล้วผลปาล์มเริ่มจะเข้าสู่กระบวนการที่มันสมดุลแล้ว ไม่ค่อยออกเยอะเท่าไร ก็หวังว่าคงจะสามารถแก้ไขปัญหาให้ได้ แต่ถ้ายัง ก็ยังมีอีก ๕๐,๐๐๐ ตัน สำรองไว้อยู่นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมาก ผมขอเอากระทู้ถามที่ ๓ ขึ้นมาก่อน เพราะท่านรัฐมนตรีที่จะมาตอบท่านบอกว่า ติดภารกิจ จะขอตอบเป็นกระทู้ถามทั่วไปที่ ๓ นะครับ ฉะนั้นผมจะเอาเรื่องที่ ๓ ขึ้นมาก่อน เสร็จแล้วจึงเอาเรื่องของการขุดลอกของท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา ขึ้นมาต่อ เพราะท่าน รัฐมนตรีไปเปิดงานเดี๋ยวท่านกลับมา

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๔๑๖ เรื่อง แนวทางการติดตั้งอินเทอร์เน็ตฟรี ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

เชิญท่าน ร้อยตำรวจเอก ดอกเตอร์นิติภูมิ นวรัตน์ ถามท่านรัฐมนตรีครับ

ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ บัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิติภูมิ นวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาต ถามท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องการให้บริการ อินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือว่าวายฟาย (Wi-Fi) ที่สนามบินสุวรรณภูมินะครับ ซึ่งเป็นสนามบิน นานาชาติที่เป็นหน้าเป็นตาอันดับ ๑ ของประเทศไทย คือถ้าเราไปที่สนามบินสุวรรณภูมินี้ เราก็จะเห็นว่ามีการให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายฟรี ๑ ชั่วโมงกับบรรดาผู้โดยสาร แต่ว่าฟรีนี่ก็จะต้องผ่านจุดตรวจด่านคนเข้าเมืองเข้าไปก่อนในอาคารเทียบเครื่องบินนะครับ ผมหมายความว่าถ้าเป็นผู้โดยสารที่ตรวจบพาสปอร์ต (Passport) ตรวจวีซ่า (Visa) เรียบร้อย แล้วจึงสามารถที่จะรับบริการวายฟายฟรี ๑ ชั่วโมงได้ ทีนี้มันมีความยุ่งยากก็คือว่าบรรดา ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไปหาเจ้าหน้าที่ ต้องไปขอความเมตตากรุณากับเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะขอ ยูสเซอร์เนม (Username) ขอบรรดาพาสเวิร์ด (Password) ในการที่จะเข้าใช้อินเทอร์เน็ต แล้วก็ไม่ได้เข้าใช้เหมือนกับสนามบินแห่งอื่น ๆ ที่เขาให้ใช้ฟรีแบบทั่ว ๆ ไปคือว่าใช้ฟรีได้เพียง ๑ ชั่วโมงเท่านั้นเอง ผมก็เคยสงสัยครับ เราก็เลยไปถามบรรดาเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ของสนามบิน ท่านก็ให้เหตุผลว่าบรรดาผู้คนที่จะมาต่อเครื่องบินนี้คือส่วนใหญ่แล้วมาต่อ เพียง ๑ ชั่วโมงเท่านั้นเอง แต่ผมอยากจะค้านนะครับ ผมเองเป็นคนที่เดินทางบ่อย บางครั้ง เราไปตกอยู่ตามสนามบินต่าง ๆ ๒-๓ ชั่วโมง ผมเคยไปที่ท่าอากาศยานออสเตรีย ๑๘ ชั่วโมง เคยไปที่ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนถึง ๘ ชั่วโมงด้วยกันนะครับ แล้วถ้าอินเทอร์เน็ต ใช้ได้เพียงแค่ ๑ ชั่วโมง ที่เหลือไม่รู้จะไปทำอะไรครับ ทีนี้การที่จะใช้บริการแบบวายฟายฟรี ๑ ชั่วโมงนี่นะครับ หลังจากการตรวจพาสปอร์ต ตรวจวีซ่าไปแล้ว อันนั้นก็ยุ่งยากแล้วนะครับ แต่ยุ่งยากยิ่งกว่านั้นก็คือว่าบรรดาผู้คนที่มาส่ง บรรดาญาติพี่น้องที่มาส่ง หรือว่าบรรดาผู้โดยสาร ที่ยังไม่ได้เข้าไปข้างในสนามบินที่นั่นไม่มีวายฟายฟรีนะครับ ถ้าอยากจะใช้ อยากจะติดต่อสื่อสาร กับโลกภายนอก โลกโลกาภิวัตน์นี่นะครับ ก็จะต้องไปซื้อการ์ดสำหรับเล่นอินเทอร์เน็ตที่สนามบินสุวรรณภูมิ การ์ด ๒๕๐ บาทแล้วก็ใช้ ไม่ได้นาน เวลาแค่ ๑ ชั่วโมงก็เท่านั้นเอง คนที่ใช้การ์ด ๑ ชั่วโมง ๒๕๐ บาท อยากจะเรียนท่านประธานนะครับ หงุดหงิดแบบรำคาญใจ คือคนที่เดินทางมาเยอะ ๆ พอมาเจอ สถานการณ์ที่กึกกัก ๆ อย่างนี้นะครับ ส่วนใหญ่แล้วก็จะรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจครับ ทีนี้ ผมอยากจะถามว่ารายได้จากการขายการ์ดอินเทอร์เน็ตแค่ ๑ ชั่วโมง ๒๕๐ บาท ว่าไปแล้ว มันเทียบไม่ได้เลยกับรายได้ของสนามบินที่เก็บภาษีจากคนที่มาใช้บริการ ดังนั้นถ้าเป็น ความคิดเห็นของผมก็ไม่มีความจำเป็นนะครับ ทีนี้ท่านรัฐมนตรีอาจจะได้รับคำชี้แจงจาก บรรดาผู้คนที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านบอกว่าตอนนี้ถ้าไปสนามบินสุวรรณภูมิก็จะมีวายฟาย พวกเอไอเอส พวกดีเทค (DTAC) พวกทีโอที (TOT) พวกทรีบีบี (3-BB) อยู่แล้วครับ แต่ผม อยากจะเรียนว่าอย่างนั้นถ้าเป็นคนไทยไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยว เป็นผู้เดินทางจากต่างชาติท่านนึกดูเถอะครับ เท้าเหยียบเข้ามายังสนามบินโอกาสจะติดต่อ โอกาสที่จะใช้บริการของพวกเอไอเอส พวกดีเทค ทีโอที หรือทรีบีบี นี่นะครับไม่มีเลย ทีนี้ท่านก็อาจจะบอกว่ามีบริการของไอซีที (ICT) ผมก็อยากจะเรียนว่าถ้าของไอซีทีกว่าจะใช้ได้ มันยุ่งยากมากครับ ต้องไปเปิดเว็บไซต์ (Web site) ต้องไปลงทะเบียน ต้องใส่ชื่อ นามสกุล จะต้องมีหมายเลขพาสปอร์ต ถ้าเป็นคนไทยก็จะต้องมีเลขบัตรประชาชนอะไรทำนองนี้ ซึ่งผมอยากจะเรียนว่าในบรรดาผู้บริหารสนามบินทั้งโลกคือจะมีอยู่ ๒ พวก ผมเดินทางมา ก็เกือบจะ ๑๐๐ ประเทศทั่วโลก แล้วก็ผ่านสนามบินมาเยอะก็จะมีอยู่ ๒ พวกครับ พวกหนึ่ง เป็นพวกคิดอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ คิดจุกจิก คิดหยุมคิดหยิม นิดหน่อยก็คิดครับ หรือบางที ที่น่าสนใจก็คือว่ามีบางสนามบินของบางประเทศทางทวีปแอฟริกา พวกประเทศโตโก ประเทศรวันดา ประเทศบุรุนดี อะไรพวกนี้มักจะให้บริการอย่างนี้กับบรรดาผู้คนที่เป็นพรรคพวก แบบตัวเอง มันเล็ก ๆ น้อย ๆ มันเปรียบเทียบไม่ได้เลยครับ แต่ความที่รับประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ คือให้พรรคพวกเล็ก ๆ น้อย ๆ มันทำลายสิ่งใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นชื่อเสียงของประเทศชาติบ้านเมือง แล้วอีกอย่างหนึ่งผู้บริหารสนามบินอีกอย่างหนึ่งเป็นพวกที่คิดในแง่ธุรกิจ คิดในแง่ว่ากุ้งฝอย ตกปลากะพง ฆ่าควายแบบไม่เสียดายพริก พวกนี้มักจะพยายามให้บริการฟรีเวลาเราเข้าไป ผมเชื่อว่าท่านประธานหรือว่าท่านรัฐมนตรีคงจะเคยไปสนามบินชางงีของประเทศสิงคโปร์ ที่นั่นเราไปยืน มองไปในระยะสายตาเจอเลยครับ เครื่องนวดเท้า เครื่องนวดหลัง จะพบแล้วไม่ใช่มีแค่เครื่อง สองเครื่องนะครับ มีบานเบอะเยอะแยะ แม้แต่คอมพิวเตอร์ก็มีเยอะนะครับ แล้วไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายเลย ท่านจะเห็นว่าในสนามบินชางงีสระว่ายน้ำก็มี สวนดอกไม้ก็มี สวนผีเสื้อก็มี อะไรอีกบานเบอะเยอะแยะ คือพยายามจะให้บริการฟรี บางอย่างอาจจะเสียสตางค์บ้าง อย่างสระว่ายน้ำเสียสตางค์ อย่างต้องการจะนอน ต้องการจะอาบน้ำชำระล้างร่างกายอย่างนี้ เสียสตางค์ แต่อินเทอร์เน็ตนี่ครับเดี๋ยวนี้ผมว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของสนามบินของโลก ไม่มีแบบเสียสตางค์แล้ว แล้วผลโหวตของผู้เดินทางท่องเที่ยวทางอากาศที่ทำการสำรวจ โดยบริษัทที่ปรึกษาด้านการเดินทางอากาศสกายแทร็กซ์ คือท่านรัฐมนตรีก็คงจะรู้จักดีนะครับ บริษัทนี้ตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร คือประกาศมาแล้ว ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่งานแพสเซนเจอร์ เทอร์มินอล เอ็กซ์โป (Passenger Terminal EXPO) ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรเลีย นักเดินทางทั่วโลกโหวตให้สนามบินดีที่สุดในโลก ๑๐ แห่ง แล้วใน ๑๐ แห่ง อยู่ในทวีปเอเชีย ๖ แห่ง แล้วใน ๖ แห่งที่ทวีปเอเชีย ๒ แห่งเป็นสนามบินของประเทศคู่แข่งของเรา เป็นเพื่อนบ้านของเราที่มีพรมแดนประชิดติดกันก็คือสนามบินของประเทศมาเลเซีย แล้วก็ สนามบินของประเทศสิงคโปร์ แต่ ๑๐ แห่งทั้งหมดเป็นอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เป็นชางงี ประเทศสิงคโปร์ เป็นฮ่องกง เป็นสคิปโฮล ที่ประเทศเนเธอแลนด์ เป็นปักกิ่ง เป็นซูริค เป็นมิวนิค เป็นกัวลาลัมเปอร์ เป็นแวนคูเวอร์ แล้วก็เป็นสนามบินนานาชาติญี่ปุ่น แล้วไหนละครับ สนามบินไทย เราสร้างสนามบินรัฐบาลสมัยนั้นลงทุนใหญ่โตมโหฬาร สร้างสนามบินดีที่สุดของโลก ในขณะนั้น แต่ปรากฏว่าการบริหารในห้วงช่วงหลัง ๆ นี่นะครับ ผมว่าบางครั้งคิดเล็กคิดน้อย คิดหยุมคิดหยิมมากเกินไปนะครับ ดังนั้นเวลาผมพูดเสร็จบางทีท่านรัฐมนตรีอาจจะขึ้นมาบอกว่าเราได้รับรางวัล ผมก็เห็นตามข่าว จากหน้าหนังสือพิมพ์ว่าสนามบินสุวรรณภูมิรับรางวัล ก ข ค ง แต่ผมอยากจะเรียนว่าในสมัยนี้ มันมีสื่อ มีนิตยสารบานเบอะเยอะแยะ สื่อออนไลน์ (Online) อะไรก็มากไปลงโฆษณากับเขา เพียงแค่ครึ่งปี ๑ ปี ท่านต้องการรางวัลอะไรไม่ต้องไปทำอะไรท่านใช้หางตาซ้ายชำเลืองเขา ก็ให้ท่านอยู่แล้วนะครับ ดังนั้นผมอยากจะเรียนว่ารางวัลแท้จริงมันต้องมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ของคนที่เข้าไปใช้บริการ ของคนที่เข้าไปต่อเครื่อง ไปใช้ชีวิต ๑ ชั่วโมง ๒ ชั่วโมง ๓ ชั่วโมง ๔ ชั่วโมง ๕ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมง ๗ ชั่วโมง แล้วรู้สึกว่าคนที่เขาให้บริการเขาให้บริการจากใจจริง ๆ ไม่คิดเล็กคิดน้อย ดังนั้นผมอยากจะขออนุญาตเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม

ในข้อที่ ๑ ว่าท่านมีนโยบายจะติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายให้ครอบคลุม ไปทั้งพื้นที่ของสนามบินทั้งชั้นนอกทั้งชั้นในของสนามบินสุวรรณภูมิหรือไม่ ผมขออนุญาต ถามท่านก่อนครับ คำถามแรกครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนประจวบวิทยาลัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๑๘๐ ท่าน ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ขออนุญาตใช้ภาพ ๑๔ ภาพ อนุญาตนะครับ เชิญตอบคำถามครับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตตอบกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องการให้บริการวายฟายที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต้องขอบพระคุณครับ เรื่องนี้ฟังเหมือนเรื่องเล็กแต่เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญก็ต้องขออนุญาต กราบเรียนขอสไลด์เลยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

คือการให้บริการ วายฟายในปัจจุบันทางท่าอากาศยานมีสัญญาอยู่กับบริษัทน่าจะเป็นบริษัท มิลคอม ซีสเต็มส์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๒ รูปแบบก็อย่างที่ท่านสมาชิกกล่าวครับ คือมันขึ้นกับคอนเซ็พต์ (Concept) ของผู้บริหารตอนนั้นเขามองว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด ไม่อยากลงทุน ก็คือว่าให้สิทธิ กับผู้ประกอบการมีสิทธิไปขายตัวการ์ดวายฟาย (Card Wi-Fi) ได้บริเวณด้านนอก ส่วนด้านใน แลกกับสิทธิในการขาย แล้วค่าตอบแทนก็ต้องทำวายฟายที่ให้กับผู้โดยสาร เพราะฉะนั้นวายฟาย ที่ให้บริการอยู่เป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจ (Package) รวม เพราะฉะนั้นพื้นที่แอร์ไซด์ (Airside) คำว่า แอร์ไซด์ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ก็คือส่วนที่เลยจาก ตม. เข้าไปที่เป็นส่วนที่ผ่าน การตรวจค้นแล้ว ภาษาเทคนิคเรียกว่าแอร์ไซด์จะมีการให้บริการฟรี ส่วนด้านแลนด์ไซด์ (Landside) หรือด้านก่อน ตม. ต้องซื้อการ์ด ซึ่งเป็นการ์ดของทางบริษัทเอกชน ๒๕๐ บาทต่อชั่วโมง ก็คือ เป็นตัวที่ทำธุรกิจอยู่ด้านนอก ส่วนด้านในเขาก็มาให้บริการฟรี ๑ ชั่วโมงต่อผู้โดยสาร ๑ คน ๑ คนใช้ได้ ๒ ครั้ง ก็คือแนวคิด แล้วก็ปัจจุบันที่เห็นสีเป็นแดง ๆ นั่นคือจุดที่ไปรับตัวพาสเวิร์ดได้ เพราะตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ของประเทศไทยเราจะไม่สามารถจะล็อกอิน (Login) ได้เลย ต้องมีพาสเวิร์ด ต้องมียูสเซอร์เนม ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน แล้วก็จะมีจุดให้บริการ อย่างด้านแอร์ไซด์ชั้น ๒ ก็มีอยู่ ๔ จุด และชั้น ๓ ก็มีอยู่ ๒ จุดอะไรอย่างนี้ ก็จะกระจายทั่วไป ในสนามบิน ซึ่งต้องกราบเรียนว่าก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไร ชั้น ๒ ก็มีอยู่บางจุด ด้านในแอร์ไซด์ ด้านนอกก็มีอยู่บางจุด ถ้าเราไปในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเห็นรูปนี้ครับ วายฟายฟรี ๖๐ นาที แต่ว่ารูปแบบคือว่าผู้โดยสารก็ต้องไปอย่างนี้ครับ ไปที่เคาน์เตอร์ (Counter) แล้วก็ไปลงชื่อ ขอตัวพาสเวิร์ด ยูสเซอร์เนมมา เห็นว่าวัน ๆ หนึ่งผู้โดยสารก็ไม่ได้มาขอเยอะ เพราะว่าหาไม่เจอ ด้วยส่วนหนึ่ง แล้วก็เป็นเรื่องลำบาก ไม่สะดวกเลยครับ ผมว่าอันนี้ก็เป็นปัญหาอย่างแท้จริง ส่วนจุดขายวายฟายก็อยู่ด้านนอก ด้านในก็มีขาย บางคนที่ไม่อยากไปลงทะเบียนหรือเสียเวลา ซื้อก็สามารถใช้วีซ่า การ์ด (Visa Card) แล้วก็ล็อกอินแต่ว่าเสียสตางค์เพิ่มได้ เพราะฉะนั้นรูปแบบนี้ เป็นที่กังวลเพราะเรามองแล้วว่ามันก็ไม่ดีกับผู้โดยสาร ซึ่งที่ท่านสมาชิกบอกว่าเราได้รางวัล มากมายสไลด์ที่ผมเอามาให้เราไม่ดีเลยครับ อันนี้เป็นตัวแรงกิง (Ranking) จากเอเอสคิว (ASQ) ก็คือแอร์พอร์ต เซอร์วิส ควอลิตี (Airport Service Quality) เราอยู่แรงกิง ๔๒ ครับ แต่ที่ ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนอยู่ที่อันดับหนึ่งครับ ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนให้บริการ อินเทอร์เน็ตฟรีไม่จำกัดเวลาทั้งในและนอกเขาได้อันดับหนึ่ง ท่าอากาศยานชางงีที่ประเทศสิงคโปร์ ได้อันดับ ๒ ของโลก เขาให้บริการฟรีทั้งในและนอกไม่จำกัดเวลา ของเราอันดับ ๔๒ ครับ เราให้บริการเฉพาะด้านใน ๑ ชั่วโมงครับ อันนี้คือข้อแตกต่างครับ ฉะนั้นตรงนี้ผมว่าเป็นจุดอ่อนสำคัญที่พอผมเข้ารับตำแหน่งปุ๊บก็ดูตรงนี้ แล้วยังมีผลจากเซอร์เวย์ (Survey) ด้วย อันนี้ทั่วโลกครับ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็คือหลัง ตม. ต้องรับยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ด ๑ ชั่วโมง ท่าอากาศยานชางงีทุกพื้นที่ ท่าอากาศยานชางงีของประเทศสิงคโปร์ ต้องรับยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ดเหมือนกัน เป็นกฎหมาย ใช้ได้ ๖ ชั่วโมง ของประเทศฮ่องกง ทุกพื้นที่ไม่ต้องรับพาสเวิร์ดเข้าได้เลยไม่จำกัดเวลา ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนทุกพื้นที่ ได้ทันทีไม่จำกัดเวลา ท่าอากาศยานปักกิ่งทุกพื้นที่ ท่าอากาศยานปักกิ่งก็ต้องรับพาสเวิร์ด ต้องรับยูสเซอร์เนม แล้วก็ใช้ได้ ๕ ชั่วโมง ๓ ครั้งต่อวัน ทุกแห่งดีกว่าเราหมดนะครับ ถามว่า ผู้โดยสารรู้สึกอย่างไร จากการเซอร์เวย์ของเราปีที่ผ่านมาเอเอสคิว เซอร์เวย์ ๓๖ หัวข้อ ฟรีอินเทอร์เน็ตต่ำสุด ได้สกอร์ (Score) ๓.๓ จาก ๕ คะแนนเต็ม ฉะนั้นตรงนี้คือจุดอ่อนที่สำคัญ แล้วเราก็ต้องรีบเร่งปรับปรุง เพราะว่าฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ตอนนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องใช้ เป็นเรื่องความสะดวกสบายที่ทุกคนต้องใช้นะครับ เพราะฉะนั้นนโยบายที่ผมให้ไปตอนรับ ตำแหน่งปุ๊บเดือนธันวาคมก็ได้มีพิจารณาเรื่องนี้ สรุปว่าเราจะให้บริการโดยครอบคลุมทั้ง แอร์ไซด์และแลนด์ไซด์ ด้านในด้านนอก แต่เผอิญมีติดสัญญากับเจ้าเก่าอยู่นิดหนึ่งก็ต้องมี กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ก็คิดว่าภายในเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๖ สามารถจะใช้ฟรีทั้งใน และนอกด้านเทอร์มินอล (Terminal) กับด้านคอนคอร์ด (Concord) ได้ ทีนี้ของเราก็มีเรื่อง แบทเทิล.เน็ต (Battle.net) เรื่องคอนเนคทิวิตี (Connectivity) อยู่ ตอนนี้ก็ลิมิท (Limit) ๒,๐๐๐ รายพร้อมกันก่อน ก็คิดว่าต้องดูก่อนว่าเพียงพอไหม ถ้าไม่พอเราอาจจะขยายเพิ่ม แล้วก็ต้องรับพาสเวิร์ด รับยูสเซอร์เนมเหมือนเดิม เพราะว่าเป็น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ๒๕๕๐ เราไม่สามารถให้ล็อกอินอิสระได้ แล้วเราก็คงจะใช้วิธีเราเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่เอาแล้ว ไม่ให้มาขายแล้วก็คือให้ใช้ฟรีเลย ก็อย่างที่ท่านให้คำแนะนำไว้นะครับ แล้วก็คงจะเพิ่ม ความเร็วขึ้นเป็นปัจจุบัน ๑ เมกะบิตต่อวินาที เราจะเพิ่มเป็น ๒ เมกะบิตต่อวินาที แล้วให้ได้ ๒ ชั่วโมง นอกจากนี้เพื่อความสะดวกครับ เราคงใช้เหมือนที่ท่าอากาศยานปักกิ่ง คือแทนที่จะต้องไป ที่เคาน์เตอร์ ไปแลกบัตรเอายูสเซอร์เนม พาสเวิร์ดไปลงชื่อ เราจะมีเครื่องที่เอาพาสปอร์ตสแกน (Scan) สแกนปุ๊บได้ยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ดเลย ทำเหมือนที่ท่าอากาศยานปักกิ่งก็จะติดลองไว้ฝั่งซ้ายฝั่งขวาก่อน เพื่อให้ผู้โดยสารสะดวกขึ้น ไม่ต้องไปรอเข้าคิวที่เคาน์เตอร์อินฟอร์เมชัน (Counter information) แล้วนอกจากที่บริเวณนี้แล้วยังจะขยายเป็นที่จอดรถด้วย เพราะบางทีมารับผู้โดยสาร ผู้โดยสารรอ ก็สามารถใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาเช็กไฟล์ท (Flight) หรือว่าหาข้อมูลได้ แล้วก็จะขยายไปที่ ท่าอากาศยานดอนเมือง แล้วก็ท่าอากาศยานภูมิภาคต่าง ๆ ด้วยครับ ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ แล้วทางกระทรวงคมนาคมก็เห็นว่าเป็นจุดที่จะต้องปรับปรุง แล้วก็ได้สั่งการเป็นนโยบาย ก็สอดคล้องกับที่ท่านมีคำถามมาพอดี ก็คงต้องรออีกนิดหนึ่งมิถุนายน ปี ๒๕๕๖ ก็คงจะได้ ใช้วายฟายฟรีกัน แล้วผมก็ต้องกราบเรียนว่าสุวรรณภูมิก็มีข้อที่ต้องปรับปรุงอีกมาก แต่เรา ก็ดูผลเซอร์เวย์ เราคุยกับผู้โดยสาร คุยกับผู้ประกอบการ แล้วก็พยายามปรับปรุงเพื่อให้การ ให้บริการดีขึ้น เราไม่คุยว่าเราได้รางวัล เราหาข้อบกพร่องและพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิติภูมิ นวรัตน์ ครับ

ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นิติภูมิ นวรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คือเดิมผมตั้งใจจะถามคำถามอีก ๒ คำถาม แต่ผมฟังท่านรัฐมนตรีแล้วคำถามเหล่านั้นไม่มีราคาค่างวดอะไรเลย เพราะท่านรัฐมนตรี ได้คิดล่วงหน้าในการพัฒนาไปไกล แล้วถ้าท่านขยายไปถึงขนาดว่าไปที่จุดจอดรถอะไรนี่นะครับ ผมคิดว่าเราทำได้ดีกว่าสนามบินของประเทศชาติบ้านเมืองอื่นแล้ว ดังนั้นผมขออนุญาตยุติ คำถามแต่เพียงเท่านี้ แล้วก็ขอขอบพระคุณท่านมากนะครับ กับวิสัยทัศน์ กับสิ่งที่ท่านกำลัง คิดจะพัฒนาให้กับสนามบินอันดับหนึ่งของประเทศไทย ขอบพระคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๔๑๑ เรื่อง การพัฒนาขุดลอกลำน้ำพุงเก่า (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รัฐมนตรีมาหรือยัง มาแล้ว เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ท่านนิยมมาตั้งแต่ ๐๘.๐๐ นาฬิกา จะถามวันนี้ เชิญท่านนิยม เวชกามา ถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมารอ แต่เช้าแล้ว แล้วก็รอโอกาสที่ท่านบรรจุกระทู้ถามทั่วไปเกี่ยวกับการพัฒนาและขุดลอกลำน้ำพุงเก่า ท่านประธานครับ ก่อนที่จะถามกระทู้ถามผมลำดับเหตุการณ์นิดเดียว เนื่องจากลำน้ำพุง ผมเคยถามไปรอบหนึ่ง แต่ทีนี้มันมีลำน้ำพุงเก่าด้วย ฉะนั้นผมขอกราบเรียนลำดับให้กับ ท่านประธานไปยังท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งให้โอกาสมาตอบกระทู้ถามผมวันนี้ครับ คือลำน้ำพุงเป็นลำน้ำสายหลักสายหนึ่งที่มาจาก สันภูพานลงมาสู่หนองหาน ซึ่งเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ในภาคอีสาน มีพื้นที่กักเก็บน้ำถึง ๗๗,๐๑๕ ไร่ เพราะฉะนั้นลำน้ำพุงจึงเป็นแม่น้ำสายหลัก เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ ๑ ซึ่งมีระยะทางจาก สันภูพานลงมายังทะเลสาบหนองหานของผม ๙๙ กิโลเมตร คราวก่อนถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปแล้วรอบหนึ่งครับ วันนี้ก็มาต่อเนื่องกัน พอมาเดี๋ยวนี้คำว่า ลำน้ำพุงเก่า ผมจึงลำดับเดี๋ยวจะไม่มีการเข้าใจ พอลงมาถึงระดับหนึ่งลำน้ำพุงทั้ง ๒ สาย คือ มาถึงหมู่บ้าน มาถึงอำเภอโคกศรีสุพรรณ ลำน้ำพุงอันนี้แยกเป็น ๒ สาย ซึ่งเดิมทีเดียวก็มี สายเดียว แต่เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ ลำน้ำพุงเก่าเลยเป็นลำน้ำพุงที่ หลงทางวันนี้ มันเหลืออยู่ลำน้ำพุงหนึ่ง ของเก่าก็ยังอยู่แต่เป็นเส้นทางน้ำที่เล็กลงกว่าเก่า เพราะลำน้ำพุงมันหลงทาง ผมจึงกราบเรียนว่าพอมาถึงอำเภอโคกศรีสุพรรณตรงบริเวณ เทศบาลตำบลตองโขบคือบ้านทามไฮลำน้ำพุงนี้แยกเป็น ๒ สาย สายหนึ่งก็ผ่านไปทางด้าน ทิศใต้ อีกสายหนึ่งขึ้นทางทิศตะวันออก นี่ละคือลำน้ำพุงเก่า แต่ทั้ง ๒ สายก็ลงสู่หนองหาน เหมือนกัน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานไว้ว่าหนองหานถึงเวลาต้องขุดลอก ต้องพัฒนา เพื่อให้เป็นแหล่งเก็บน้ำที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งความจริงก็เป็นนโยบายของรัฐบาลนี้ซึ่งมีท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้นำของรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมกราบเรียนว่าลำน้ำพุงเก่าก็มีพื้นที่ รับผิดชอบทางด้านการเกษตรถึง ๑๔ หมู่บ้าน คือบ้านทามไฮ ตำบลตองโขบหรือเทศบาลตองโขบ บ้านเหล่าระโมง บ้านกุดแข้ บ้านโพนปอหู บ้านกุดจิก บ้านนารายณ์ บ้านม่วงลาย บ้านโคกลาย บ้านอีเลิศ บ้านหนองห้าง บ้านโคกก่อง บ้านยางอาจ บ้านหนองฮูดัง และโรงสูบน้ำหนองหาน เหมือนกันครับ มีพื้นที่ทั้งหมด ๕ ตำบล ๒ เทศบาล มี ๑,๐๐๐ ครอบครัว ประชากรกว่า ๑๐,๐๐๐ คน ทั้งหมดนี้มีอาชีพเกษตรกรเป็นเกษตรกรรมทั้งนั้นครับท่านประธาน ผมจึง กราบเรียนว่าพื้นที่แห่งนี้รัฐบาลเองก็มีนโยบายค่อนข้างชัดเจนในเรื่องพัฒนาแหล่งน้ำ เพราะภาคอีสานโดยเฉพาะจังหวัดสกลนครปัจจัยหลักคือเรื่องน้ำ เดี๋ยวท่วม เดี๋ยวแล้ง พอถึงฤดูฝน ก็ท่วม พอถึงฤดูแล้งก็ไม่มีน้ำ อันนี้คือเป็นปัญหาใหญ่ วันนี้ผมจึงมากราบเรียนถามท่านประธาน ผ่านถึงท่านยุทธพงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งวันนี้มาแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าในเมื่อมันเป็นแหล่งน้ำที่ต้องมีการพัฒนา แล้วเป็นพื้นที่เกษตร ซึ่งพี่น้องประชาชนอาศัยจุดลำน้ำพุงเก่าจำนวนมากมายกว่า ๑๐,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นอาชีพเกษตรกรทั้งนั้น หมู่บ้านเหล่านี้มีความจำเป็นต้องใช้น้ำในลำห้วยลำน้ำพุงเก่า แต่ปัญหาก็มีคือว่าวันนี้น้ำไม่มี ตอนนี้น้ำฝนปีนี้มันทิ้งช่วงไกลก็แห้ง เดินข้ามได้ทุกจุด เพราะมันเป็นลำน้ำเล็ก ๆ แยกเป็น น้ำพุงเก่ามาจากลำน้ำพุงสายใหญ่ ซึ่งผมบอกว่า ๙๙ กิโลเมตร แต่อันนี้แยกมา ๑๗ กิโลเมตร ท่านประธานครับ แต่สุดท้ายก็ลงหนองหานเหมือนกัน ผมจึงกราบเรียนมาถึงรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานไปว่าเรื่องแบบนี้ท่านมียุทธศาสตร์ยุทธการอะไรก็แล้วแต่ เพราะเรื่องน้ำ เป็นปัญหาใหญ่ของคนภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดสกลนครบ้านผมในเขตเลือกตั้งผมนี่มี ๕ อำเภอ ก็มีปัญหาเรื่องน้ำแห้ง แล้งกับท่วม น้ำพุงเก่าก็เหมือนกันท่าน พอถึงฤดูฝนก็ท่วม ไหลบ่าท่วมไร่นา ท่วมหมู่บ้าน แต่ตอนนี้แล้งไม่มีน้ำเลย ปัญหาใหญ่พอถึงฤดูแล้งเขาปลูกมะเขือเทศบ้าง พืชผักธัญญาหารทั้งหลาย ซึ่งเกษตรกรต้องทำหารายได้พิเศษในช่วงฤดูแล้งก็ไม่มีน้ำ ผมจึง ถือเป็นคำถามแรกเลยว่ารัฐบาลซึ่งนำโดยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีนโยบาย อยู่แล้วจะพัฒนาแหล่งน้ำ ดังนั้นรัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนาลำน้ำพุงเก่าอย่างไร และโครงการนี้ เกิดขึ้นหรือยัง เพราะพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขาถามผมมา ผมก็ตอบไม่ได้ ผมก็นำมาถาม ท่านรัฐมนตรี นี่เป็นคำถามแรกครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ เชิญครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสกลนคร ท่านอาจารย์นิยม เวชกามา ท่านได้ เป็นห่วงเป็นใยถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสกลนครก็คือในเรื่องของ การพัฒนาขุดลอกลำน้ำพุงเก่านะครับ ซึ่งท่านประธานครับ ลำน้ำพุงนี่มีอยู่ ๒ ลำน้ำด้วยกัน ก็คือลำน้ำพุงเฉย ๆ ไม่มีคำว่า เก่า ก็คือมีต้นกำเนิดจากสันภูเหล็กในตำบลโคกภู อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ส่วนอีกเส้นหนึ่งก็คือลำน้ำพุงเก่าหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าห้วยพุงหลง เป็นลำห้วยสาขาที่แยกออกจากลำน้ำพุงอยู่บริเวณบ้านทามไฮ ตำบลดงชน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ไหลไปลงบริเวณด้านท้ายของหนองหาน นี่ครับท่านประธาน วันนี้ ผมได้เตรียมแผนที่มาด้วย ซึ่งเดี๋ยวผมจะได้มอบให้ท่านประธานผ่านไปยังอาจารย์นิยมได้ดูว่า ปัญหาที่ท่านอาจารย์นิยม ส.ส. จังหวัดสกลนคร เป็นห่วงเป็นใยว่าทำไมในฤดูแล้งถึงไม่มีน้ำไหล เนื่องจากว่าเส้นทางน้ำมันยาวแล้วมันก็คดเคี้ยว ลำน้ำก็มีความกว้างน้อย ท่านประธานครับ โดยเฉพาะลำน้ำพุงเก่าที่บอกว่ามีความกว้างเฉลี่ยเพียงแค่ ๑๒-๑๘ เมตร ลึกเพียงแค่ ๑.๕๐ เมตร ซึ่งถือว่า ๑.๕๐ เมตรนี้มันตื้นมากที่ทำให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติบอกว่ามีสภาพเป็นที่ตื้นเขิน น้ำไหลไม่สะดวก แล้วบางส่วนก็ถูกชาวบ้านบุกรุกด้วย แนวทางในการพัฒนาคือทางกรมชลประทานก็ มีแนวทางในการพัฒนาลุ่มน้ำพุงทั้งเก่าทั้งใหม่ก็คือจะพัฒนาเขื่อนน้ำพุงเพื่อเก็บกักน้ำในตอนบน แล้วช่วงท้ายเขื่อนก็จะได้พัฒนาเป็นอาคารทดน้ำในรูปแบบของฝายที่ปรับระดับสันฝายได้ ในช่วงต่าง ๆ ในลำน้ำพุงเพื่อทดน้ำให้สูงขึ้นและส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งจะช่วยชะลอ น้ำหลากในช่วงหน้าฝนด้วย นอกจากนี้กรมชลประทานก็ได้พิจารณาก่อสร้างอาคารชลประทาน ประเภทฝายยางหรือประตูระบายน้ำในลำน้ำพุงเพื่อทดน้ำเข้าสู่คลองร่องช้างเผือก โดยปรับปรุงขุดลอกร่องช้างเผือกและสร้างประตูระบายน้ำที่ร่องช้างเผือกด้วย โดยสรุป ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานก็จะดำเนินการดังนี้นะครับ ๑. พัฒนา ชลประทานในพื้นที่ ๒ ฝั่งของลำน้ำพุงตอนบนและตอนกลาง ๒. จะบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ ลุ่มน้ำพุงตอนล่างรอบ ๆ บริเวณหนองหาน ๓. ก็จะพัฒนาชลประทานในพื้นที่ระหว่าง ลุ่มน้ำพุง ลุ่มน้ำก่ำ ตามแนวร่องช้างเผือก กรมชลประทานได้พิจารณาจัดแผนโครงการศึกษา ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖ ในพื้นที่ลุ่มน้ำพุง จำนวน ๒ โครงการ ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการกำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน ๒๕๕๖ คือ ๑. โครงการศึกษาจัดทำแผนพัฒนาลุ่มน้ำพุงอย่างเต็มระบบ ๒. โครงการศึกษาวางแผน โครงการดังกล่าว โครงการเบื้องต้น รวมทั้งประตูระบายน้ำพุงเก่า ลำน้ำก่ำ ผมต้องเรียนท่านประธานครับว่า ปัญหาที่ท่าน ส.ส. จากจังหวัดสกลนครได้เป็นห่วงเป็นใยทางกรมชลประทานก็ได้ทราบปัญหานี้ แล้วก็กำลังดำเนินการในการที่จะศึกษาออกแบบตรงนี้แล้วในอันดับต่อไปผมก็จะได้ขอให้ ท่านอธิบดีกรมชลประทานได้ประสานขอข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งจากท่าน ส.ส. จังหวัดสกลนคร ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คำถาม สุดท้ายครับท่านนิยม

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็ดีใจฟังท่านรัฐมนตรียุทธพงศ์พูดก็น่าชื่นชม แต่ว่าผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน อันดับแรกบังเอิญท่านบอกว่าบ้านทามไฮ ตำบลดงชน กลัวจะเข้าใจผิดกัน เนื่องจากบ้านทามไฮ เป็น ๒ อำเภอ ๒ ตำบลในบ้านเดียวกัน คือซีกหนึ่งเป็นอำเภอโคกศรีสุพรรณขึ้นต่อตำบลตองโขบ หรือเทศบาลตำบลตองโขบ อีกซีกหนึ่งเป็นบ้านทามไฮเหมือนกันแต่ ๒ ซีกถนน ขึ้นต่ออำเภอเมือง ตำบลดงชน ทั้ง ๒ ซีกก็อยู่ในเขตเลือกตั้งผม ผมต้องกราบเรียนแบบนี้ครับ ผมถามมาตั้งแต่ เริ่มแรกของลำน้ำพุงตรงนี้ทั้งเก่าทั้งใหม่ที่ลงมาจากสันภูพานจากอำเภอภูพานซึ่งเป็นต้นน้ำ ซึ่งอำเภอภูพานไม่เดือดร้อน เพราะมันจะมีช่วงแค่อำเภอเต่างอยลงมาถึงอำเภอโคกศรีสุพรรณ และอำเภอเมือง ซึ่งเป็นปัญหาที่มันเกิดขึ้นตอนนี้ โดยข้อเท็จจริงแล้ววันนี้ก็ดีใจกรมชลประทาน จะศึกษา ความจริงตั้งแต่ถามมานี่ท่านประธาน ยังไม่ได้ทำอะไรกันเลยเพียงแต่อยู่ระหว่างศึกษา เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนถามวันนี้เป็นกระทู้ถามเพราะว่าอย่างน้อยก็ต้องการให้ท่านดูแล ส่วนโครงการทางช้างเผือกเป็นโครงการที่ศึกษาอยู่ยังไม่ได้ทำอะไรนะครับท่านรัฐมนตรี ยังไม่ได้ทำ เพราะมันอยู่ระหว่างขั้นตอนอีกยาวยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เลย อันนี้ผมต้องฝากถาม ท่านประธานเพื่อให้รัฐมนตรีเร่งรัดหน่อย เพราะว่าตอนนี้ไม่ได้ทำอะไร แล้วถามไป ๒-๓ รอบ แต่กระบวนการก็ยังไม่ได้เดินหน้ายังอยู่ขั้นศึกษาทั้งนั้น เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นว่าทำอะไรได้ ก็อยากให้ทำไปก่อน ไม่ต้องเป็นโครงการโปรเจกต์ (Project) ขนาดใหญ่ขอให้มันทำที่จะ เก็บกักน้ำโดยเฉพาะช่วงจากบ้านทามไฮลงมา ซึ่งเป็น ๒ สายของลำน้ำพุงลงสู่อำเภอหนองหาน อันนี้เป็นหัวใจในการที่จะเข้าถึงทุกหมู่บ้าน หลายหมู่บ้านที่ผมพูดถึง ๑๔ หมู่บ้าน ทั้ง ๒ สายเก่า และใหม่อยากให้มีการดูแล ผมจึงกราบเรียนว่าที่ผ่านมากำลังอยู่ระหว่างศึกษาทั้งนั้นยังไม่ได้ ดำเนินการใด ๆ เลย ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีด้วยว่าขอให้ท่านไปเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดว่าควรจะดูแลพี่น้องประชาชนอย่างไร

คำถามสุดท้ายท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีบอกว่าจะให้ทาง กรมชลประทานเข้าไปศึกษาและดำเนินการ ผมก็เป็นห่วงว่าความล่าช้าจะเกิดขึ้น เพราะที่ท่านกล่าวมาทั้งหมดนี้ผมชื่นใจนะครับ วันนี้พี่น้องประชาชนบ้านผมฟังอยู่ เขาดูทีวีได้นะครับ ทีวีของรัฐสภา พี่น้องผมดูจานดำ แล้วถ่ายทอดเป็นสถานีวิทยุครับวันนี้ ผมให้ถ่ายทอดสดเลยอยากฟังเสียงรัฐมนตรีตอบ เพื่อจะให้พี่น้องประชาชนได้ฟังว่ารัฐบาลเป็นห่วงเป็นใย เพราะเรื่องแหล่งน้ำเป็นหัวใจของ เกษตรกรครับ ผมจึงขอกราบเรียนถามท่านประธานผ่านถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ท่านยุทธพงศ์ ในเมื่อท่านบอกว่าค่อนข้างมีนโยบายอยู่ที่จะดูแลในจุดนี้ ผมถามไปเลยว่าวันนี้ที่ท่านบอกว่าจะดำเนินการท่านมีกำหนดชัดเจนอย่างไรแล้ว หรือว่าพูดไป ลม ๆ แล้ง ๆ เพื่อให้พี่น้องผมดีใจ เพราะวันนี้เขาฟังอยู่นะท่านรัฐมนตรียุทธพงศ์ เขาฟังอยู่ พวกที่ไม่มีทีวีก็ถ่ายทอดสดวิทยุ แค่ศึกษาอย่างเดียวเขาคงไม่พอใจ อย่างน้อยก็เรื่องน้ำ ท่านจะเอาน้ำจากอำเภอหนองหานขึ้นมาเลยก็ได้หรือจากลำน้ำก่ำเลยก็ได้ ก็แล้วแต่ เพียงแต่ว่า ผมอยากจะเห็นน้ำขึ้นมาให้เกษตรกรเขาดูแล ท่านดูให้ผมหน่อย ฝากถามท่านเลยว่าที่ท่าน บอกว่าศึกษา ๆ นี่ผมเป็นห่วงว่าจะศึกษาเป็น ๑๐ ปีเข้าไปดำเนินการ พี่น้องผมมันจะตาย ก่อนเท่านั้นเองครับ ก็เลยเรียนถามท่าน อ้ายที่ท่านว่าศึกษานี่เพราะว่าอำเภอหนองหานที่ ท่านบอกจะเอางบประมาณไป ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ๓๐ ล้านบาทนี่ไม่ได้ผล ผมบอก ว่าต้องเป็นพันล้านบาททำให้เป็นแก้มลิงที่ลึกกว่านี้ครับ ผมจะถามเป็นคำถามที่ ๒ เลยว่า เมื่อท่านบอกว่ากำลังจะดำเนินการท่านมีกำหนดระยะเวลาชัดเจนขนาดไหน พี่น้องเขาจะได้ ชื่นใจ ผมอยากฟังคำตอบจากรัฐมนตรียุทธพงศ์ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรียุทธพงศ์ครับ ตอบคำถามสุดท้าย

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ผมเองก็ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ซึ่งท่านกำกับดูแลกรมชลประทาน ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านอาจารย์นิยม เวชกามา ผมต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังอาจารย์นิยมว่าเรื่องนี้ทางกรมชลประทาน บอกว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปในพื้นที่ของท่าน ลำน้ำพุงเก่า วันที่ ๑๐-๑๔ กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนะครับ อย่างไรขอให้เจ้าหน้าที่ได้ประสานกับทางท่าน ส.ส. ให้ท่านได้ข้อมูลเพื่อจะได้ เป็นประโยชน์เพื่อความรวดเร็วด้วย ส่วนโครงการที่ศึกษานี้ก็จะแล้วเสร็จภายในปีนี้นะครับ ก่อนเดือนกันยายน ๒๕๕๖ แต่ว่าขณะเดียวกันในเมื่อเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วก็เป็นความจำเป็นเร่งด่วน หลังจากที่ผมตอบกระทู้ถามนี้เสร็จผมจะรีบทำบันทึกถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทันทีเลยนะครับว่าจะขอให้ท่านอธิบดี กรมชลประทานได้เข้าไปประสานกับท่าน ส.ส. นิยม เพื่อที่จะได้รีบหางบประมาณไปดำเนินการ ให้ทันในงบประมาณ ปี ๒๕๕๗ ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ก็จะได้รีบประสานไปเลยนะครับ

ขณะเดียวกันผมก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าทางรัฐบาลภายใต้การนำของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องโดยเฉพาะเรื่องแหล่งน้ำนะครับ ท่านเป็นห่วงมาก ท่านก็ได้กำชับในที่ประชุมว่าให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดูแล ในเรื่องของน้ำอย่าให้เกิดน้ำท่วม แล้วหน้าแล้งนี้ก็อย่าให้เกิดน้ำแล้ง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยมาก และพวกผมก็ได้รับนโยบายจากท่านนายกรัฐมนตรีมา แล้วก็ได้รับทราบปัญหาจากท่าน ส.ส. นิยม ยิ่งทำให้พวกผมจะต้องรีบดำเนินการเรื่องนี้ โดยเร่งด่วน และท่านอาจารย์นิยมมีอะไรท่านก็ติดต่อผมได้ตลอดอยู่แล้วนะครับ ผมก็พร้อม ที่จะประสานเรื่องนี้ให้กับท่าน เพียงแต่ว่าผมต้องไปรายงานท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เพราะว่ากรมชลประทานนี่ท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ เป็นคนดูแล แต่วันนี้เนื่องจากว่าท่านติดภารกิจรับเสด็จงานวันเกษตรที่หาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เลยมอบหมายให้ผมมาตอบกระทู้ถามชี้แจงท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา แทนครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบเรื่อง กระทู้ถาม ท่านนิยมครบ ๒ คำถามแล้วครับ ฝากได้ ถามไม่ได้ ผิดข้อบังคับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ถาม แต่ว่าต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีเพราะเมื่อสักครู่ท่านบอกว่าวันที่ ๑๐-๑๔ ท่านจะส่งเจ้าหน้าที่ทางกรมชลประทานไปสำรวจหรือไปดูพื้นที่ให้ผม ผมฝากถึงพี่น้องประชาชน ที่ฟังอยู่ว่าวันที่ ๑๐-๑๔ ท่านจะไปนะครับ เพราะฉะนั้นท่านก็รอดูให้ความร่วมมือหน่อย แต่ผมไม่รู้วันที่ ๑๐-๑๔ ตั้ง ๔ วันท่านจะไปวันไหนผมยังไม่ทราบ ผมจะประสานกับท่านอีกทีหนึ่ง เพราะมันตั้ง ๔-๕ วันจะไปวันไหน เพราะไปวันเดียวก็เสร็จ ก็ฝากขอบคุณท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธาน แล้วก็ฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยุทธพงศ์ ไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยุคลด้วยว่าขอให้ท่านสั่งการกรมชลประทาน ของท่านด้วยว่าดำเนินการโดยเร่งด่วนด้วย มันเป็นความหวังของพี่น้องเพราะตอนนี้แล้ง แบบสุด ๆ ครับ ในโซน ๑๔ หมู่บ้าน ปลูกมะเขือเทศ ปลูกถั่ว ปลูกอะไรแทบจะลำบากมากละครับ ไม่มีน้ำเลย น้ำในสระอะไรก็แห้งหมด ขอบคุณมากท่านประธานครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบระเบียบวาระกระทู้ถามแล้วนะครับ

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อ ๔๒๐ ท่าน ครบจำนวนองค์ประชุมแล้วนะครับ ขอดำเนินการ ตามระเบียบวาระ

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ลำดับที่ ๒ คือ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงประเภท ของหน่วยงานราชการที่ได้รับการยกเว้นเงินภาษีประจำปีและนิรโทษกรรมภาษีประจำปีที่ค้างชำระ ของหน่วยงานราชการ) (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณา เสร็จแล้วนะครับ

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

ท่านกรรมาธิการ ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ประจำที่นะครับ เชิญท่านประธาน และคณะกรรมาธิการทั้งหมดเข้าประจำที่นะครับ การพิจารณาในวาระที่สองนี้จะพิจารณา ตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับมาตรา และให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำ หรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือมีการแปรญัตติที่มีการสงวนคำแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่มี การสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติเป็นอย่างอื่น ถ้ามาครบแล้วเชิญท่านประธาน แถลงได้นะครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธุ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงประเภทของหน่วยงาน ราชการที่ได้รับการยกเว้นเงินภาษีประจำปีและนิรโทษกรรมภาษีประจำปีที่ค้างชำระของ หน่วยงานราชการ) ขออนุญาตนำเสนอรายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุมดังนี้

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงประเภทของหน่วยงานราชการที่ได้รับ การยกเว้นเงินภาษีประจำปีและนิรโทษกรรมภาษีประจำปีที่ค้างชำระของหน่วยงานราชการ) (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา กำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน นั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เสร็จแล้ว ปรากฏผลตามรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญตามร่างพระราชบัญญัติเดิม จึงเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๒๙ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น ผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอ สงวนความเห็นเอาไว้นะครับ ซึ่งเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย จริง ๆ การสงวนคราวนี้จำเป็นต้องอภิปรายมาก แล้วก็ อยากจะถามดุลยพินิจท่านประธานด้วยนะครับ ท่านประธานช่วยกรุณาตามผมไปสักนิดหนึ่ง เพราะสงวนคราวนี้สงวนตั้งใจจะมาคุยกับท่านประธานโดยเฉพาะเลยนะครับ อย่างนี้ครับ หัวใจหลักสำคัญของการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คราวนี้มันมี ๒ เรื่องด้วยกัน ผมขอรวมนะครับ เพราะมันเป็นเรื่องเดียวกัน อันแรกคือ ในมาตรานี้เขาจะขอยกเว้นว่าไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบการขนส่ง ซึ่งเป็นไปตาม มาตรา ๒๙ ในปัจจุบัน เดี๋ยวจะมีมาตราที่ใกล้เคียงกันคือมาตรา ๘๘ ซึ่งเป็นหัวใจของมัน หัวใจก็คือว่าไม่ต้องเสียภาษีป้ายวงกลม ท่านประธานยึดให้ดีก่อนนะครับ ผมจะขอเปรียบเทียบ ง่าย ๆ นะครับ ในกรณีของภาษีป้ายวงกลมก็จะมีกฎหมายเก่าอยู่แล้ว ซึ่งในกฎหมายเก่า ของเขาก็จะบอกว่าหน่วยงานใดบ้างที่ไม่ต้องเสียภาษีป้ายวงกลม ซึ่งโดยมากแล้วก็จะเป็น ส่วนงานราชการ มีดังต่อไปนี้ เดี๋ยวผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ หน่วยงาน ที่ไม่ต้องเสียภาษีป้ายวงกลม เช่น รถที่ใช้ในการขนส่งส่วนบุคคลของกระทรวง ทบวง กรม ราชการ ส่วนท้องถิ่น วัด มูลนิธิ สภากาชาดไทย พวกนี้ครับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีป้ายวงกลม รวมไปถึงพวกนี้เช่นเดียวกันครับไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบการขนส่ง แต่ท่านประธานครับ ความยากของมันอยู่ที่ว่ากฎหมายเดิมมันมีวัดอยู่ในนั้นครับ อันนี้ท่านประธานต๊ะเอาไว้ก่อนนะครับ ปรากฏว่ากระทรวงคมนาคมเขาทำร่างฉบับนี้ส่งไปยังคณะรัฐมนตรี และเราก็รู้อยู่แล้วว่า กฎหมายของฝ่ายบริหารคณะรัฐมนตรีจะต้องส่งต่อไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตรวจร่าง อันนี้เราเข้าใจกัน ปรากฏอย่างนี้ครับ ตอนที่กระทรวงคมนาคมทำการส่งไปก็บอกว่าหลักการ ท่านประธานอ่านหลักการให้ดีนะครับ หลักการจะขอยกเว้นการขออนุญาตประกอบการ ขนส่งส่วนบุคคลและยกเว้นภาษีประจำปีให้แก่รถส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งนะครับ ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ เหตุผลก็อธิบายต่อเนื่องมาเลยครับว่า มีความจำเป็นที่จะต้องยกเว้นภาษีหรือว่ายกเว้นเรื่องการประกอบการขนส่งให้กับหน่วยงาน ของรัฐต่าง ๆ แต่ท่านประธานครับ ไม่มีศาสนสถานอื่นใดอยู่ในนี้นะครับ ปรากฏว่าพอเรื่อง ส่งจาก ครม. อนุมัติร่างนี้ไปส่งไปตรวจร่างยังคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการกฤษฎีกา หวังดีเป็นอย่างยิ่งครับ เติมให้อีก ๒ ศาสนาเข้าไป ซึ่งศาสนาอิสลามก็คือมัสยิด แล้วก็เติมมิซซัง ที่เป็นศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ดูเหมือนจะไม่มีอะไรใช่ไหมครับ ปรากฏว่าพอเรื่องผ่านมา ตอนที่กฤษฎีกาแก้ กฤษฎีกาดันไม่ได้แก้ในเรื่องของหลักการไปด้วยครับ เพราะเราจะรู้กันอยู่ใช่ไหมครับ เวลากฤษฎีกาตรวจร่างเสร็จจะต้องส่งกลับไป ครม. อีกครั้ง เพื่อมาที่วิป (Whip) รัฐบาล ปรากฏว่ากฤษฎีกาตอนแก้ใส่มัสยิดกับมิซซังลงไปเพิ่มแจ้งกลับไป ครม. ดันไม่ได้พูดในส่วนของ หลักการครับ พอมาถึงสภาครับ มีปัญหาเลย ในวาระที่หนึ่งผมยังจำได้ครับว่าแต่ละคน อภิปรายเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าทำไมถึงใส่เพิ่มไปอีกแค่ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ บางคนบอกว่า มีอีกตั้งหลายศาสนาทำไมไม่เพิ่มเข้าไปเพื่อความหลากหลาย รับไปครับ พอผมเป็นกรรมาธิการ ตั้งใจเลยว่าจะเปลี่ยนคำนี้ให้เป็นคำว่า ศาสนสถาน นั่นหมายความว่าทุกศาสนาสามารถที่จะ ได้รับการยกเว้นในเรื่องของภาษีป้ายวงกลมหรือการขออนุญาตจดทะเบียนขนส่งได้เท่าเทียมกัน ทุกศาสนาเหมือนกัน เพราะผมเองก็เจอข้อโหว่ ถ้าใครเป็นคริสต์ที่อยู่ในนี้นะครับ ในสภานี่ ช่วยบอกทีเถอะครับ การที่เติมเข้ามาเป็นมัสยิดนี่ศาสนาอิสลาม ไม่เป็นอะไรครับ การที่เติม มิซซังเข้ามานี่ มิซซังนี่นะครับอยู่ภายใต้ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก แต่ถ้าเป็นโปรเตสแตนต์ เขาจะเรียกว่ามิชชันครับ ในนี้ก็ไม่มีมิชชันเข้ามาเราก็อยากจะเปิดให้กว้าง แต่ท่านประธานครับ ถามว่าผมสามารถจะแก้ให้เป็นทุกศาสนสถานได้เท่าเทียมกันได้ไหม ไม่ได้ครับ ทำไมไม่ได้ครับ ท่านประธานย้อนกลับไปดูหลักการไปพร้อม ๆ กันนะครับ ผมอยากจะให้ท่าน ส.ส. ได้ดู หลักการนะครับ หลักการเขียนว่า ให้ยกเว้นการขออนุญาตการประกอบการขนส่งส่วนบุคคลและยกเว้นภาษี รถประจำปีให้แก่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ นี่เลยเป็นประเด็นเลยครับ พอจะแก้ ให้เกิดมีความเท่าเทียมกันในทุกศาสนาก็แก้ไม่ได้เพราะเป็นการเกินหลักการ ผมเลยจะต้องถาม ท่านประธานช่วยคิดให้ผมหน่อยเถอะครับ ถ้าจะเป็นการเพิ่มไปยังศาสนสถานอื่น ๆ มันเกิน หลักการ แต่มันไม่ขัดหลักการใช่ไหมครับ ถ้ามันเกินหลักการแล้วไม่ขัดหลักการแปลว่า ผมจะเติมแบบนั้นได้ใช่ไหม ช่วยวินิจฉัยให้ผมก่อนได้ไหมในชั้นนี้ ไม่อย่างนั้นแล้วก็ไปกัน อีนุงตุงนัง เพราะผมเองยังติดใจอยู่ว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาเติมข้อความคำว่ามัสยิดกับ มิซซังลงไปได้อย่างไรเพราะในหลักการมันไม่มี แต่ใจอยากจะให้ทุกศาสนา คราวนี้มัน เดดล็อก (Deadlock) มันเข้าสู่ทางตัน ท่านประธานแล้วก็สภาแห่งนี้ช่วยตอบผมก่อน ได้ไหมครับในเบื้องต้นแล้วเดี๋ยวเราคุยกันต่อได้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการครับ

นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง กรรมาธิการ 🔗

ขออนุญาตท่านประธานครับ กระผม ธนาวัฒน์ สังข์ทอง ในฐานะกรรมาธิการ ขอเรียนอย่างนี้ ในเรื่องมาตรานี้ที่พิจารณาอยู่ มีการเติม นอกจากมีวัดแล้วยังเติมคำว่า มัสยิด และมิซซังเข้าไปในส่วนนี้ สืบเนื่องอย่างที่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอรรถวิชช์ได้ยกประเด็นขึ้นมาในเรื่องของหลักการว่า ร่างพระราชบัญญัตินี้นั้นได้กำหนดขึ้นคือแก้ไขเพิ่มเติมในกรณีที่มีการเพิ่มเติมส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐเพิ่มเติมขึ้นจากเดิม ซึ่งตามกฎหมายเดิมที่ใช้ในปัจจุบันนั้นจะพูดถึงกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ซึ่งในปัจจุบันนั้นส่วนราชการต่าง ๆ ได้พัฒนา ปรับปรุงรูปแบบขององค์กรมากขึ้น จากเดิมมีองค์กรเพิ่มเติมอีกหลาย ๆ รูปแบบทั้งองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ทั้งองค์การมหาชน ทั้งในองค์กรหรือรูปแบบต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในกฎหมายเดิม จึงไม่ครอบคลุมถึง แล้วก็เป็นประเด็นปัญหาในเรื่องของการที่จะต้องนำรถในเรื่องต่าง ๆ นั้นจะ ได้รับการยกเว้นหรือไม่ตามมาตรานี้

ส่วนในเรื่องของวัด มัสยิด หรือมิซซังนั้น เรียนอย่างนี้ครับ คือในชั้นที่ตรวจพิจารณา ในการที่มีการพิจารณานั้นเข้ามาพิจารณาดูว่าในเรื่องของวัดนั้นเป็นองค์กรทางศาสนา ซึ่งเป็นองค์กรหนึ่งซึ่งดำเนินการในทางสาธารณกุศล เพราะฉะนั้นการนำมาจดทะเบียน ที่วัดได้รับยกเว้นตามมาตรานี้คือไม่ต้องนำมาจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่ง ซึ่งมันจะ แปลกมากในกรณีที่เป็นวัดแล้ว แต่รถที่ใช้ในวัดนั้นต้องมาจดทะเบียนตามกฎหมายขนส่ง เป็นผู้ประกอบการขนส่ง แล้วพอพิจารณาต่อมาเนื่องด้วยในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ ในเรื่องของการรับรองสิทธิความเสมอภาคในเรื่องเดียวกันต้องไม่เลือกปฏิบัติทั้งในเรื่อง บุคคล เพศ ชาติ และศาสนา ก็มาดูว่าในเรื่องของวัดนั้น วัดเป็นองค์กรทางศาสนาในศาสนาพุทธ ก็ได้รับยกเว้นที่จะต้องไม่ดำเนินการมาขอใบอนุญาตหรือขอขึ้นทะเบียนตามมาตรานี้ ในเรื่องของผู้ประกอบการขนส่ง พอมาดูศาสนาอื่นผมเรียนอย่างนี้นะครับ ตอนพิจารณานั้น ได้พิจารณาทุกศาสนา แต่อย่างไรก็ตามหลักเกณฑ์ในการยกเว้นก็ต้องมีการยกเว้น ก็ต้อง มีหลักเกณฑ์ให้ลักษณะเช่นเดียวกันกับกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ ในเรื่องของวัดนั้น สภาพของวัด ที่ได้รับการยกเว้นอันเนื่องจากตามกฎหมายคณะสงฆ์นั้นวัดมีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจนว่าเป็นองค์กรอีกองค์กรหนึ่งขึ้นมา มิใช่เป็นรูปแบบองค์กร เหมือนเอกชนธรรมดาที่จะเป็น แต่ละคนเป็นปัจเจกชนไปไม่มีองค์กรแยกออกต่างหากมี ฐานะเป็นนิติบุคคล พอมาดูในศาสนาอื่น ไม่ว่าศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาพราหมณ์ ศาสนาฮินดู หรือศาสนาอะไรต่าง ๆ นั้น ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกันกับเรื่องของวัดที่มี กฎหมายคณะสงฆ์มีการจัดตั้งมีฐานะเป็นนิติบุคคลแล้ว ก็จะมีองค์กรทางศาสนาอยู่ ๒ ศาสนาก็คือ

ในเรื่องของมัสยิด จะมีพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ นั้นกำหนดเกี่ยวกับการจัดตั้งมัสยิดตามกฎหมายศาสนาอิสลามไว้ เมื่อจัดตั้งแล้ว เขาก็มีฐานะเป็นนิติบุคคลเช่นเดียวกันลักษณะเดียวกับวัด

ในเรื่องของศาสนาคริสต์ อย่างที่ท่านอรรถวิชช์ยกขึ้นมานั้น ขออนุญาต ที่เอ่ยนาม ในเรื่องนี้เองในองค์กรที่มีสถานะมีหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับในเรื่องของวัด แล้วก็ มัสยิดของอิสลามนั้นก็คือมิซซัง มิซซังนั้นจะมีกฎหมายรองรับในความเป็นนิติบุคคลอยู่ กฎหมาย อาจจะเก่าสักนิดหนึ่งจะเป็นกฎหมายตั้งแต่ ร.ศ. ๑๒๘ เป็นพระราชบัญญัติว่าด้วยลักษณะฐานะวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิกในกรุงสยามตามกฎหมาย ซึ่งในกฎหมายนี้นั้นจะรองรับสถานะของมิซซังเป็นนิติบุคคล แต่ในขณะนั้นจะเรียกว่าบริษัท ซึ่งพอเป็นบริษัทแล้วก็จะมีฐานะเป็นนิติบุคคลเช่นเดียวกัน แต่มาดูศาสนาอื่นนั้น ศาสนาอื่น มิได้มีลักษณะหรือกฎเกณฑ์เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการที่จะกำหนดมาให้ได้รับยกเว้น ในลักษณะเดียวกันนั้นก็จำเป็นต้องดูว่าอยู่ในหลักเกณฑ์เดียวกันหรือไม่ เมื่อไม่ได้อยู่ใน หลักเกณฑ์เดียวกันมีเพียงองค์กรศาสนา ๒ องค์กรนี้เท่านั้น ก็จึงนำมาบรรจุไว้ใน ๒ ศาสนานี้ ในเรื่องของมัสยิดและมิซซังเท่านั้น ถามว่าทำไมไม่เขียนคำอื่น เช่น ศาสนสถาน ถ้าเขียนคำว่า ศาสนสถานแล้วมันจะกลายเป็นตัวสถานที่ การเป็นสถานที่นั้นมันไม่ใช่องค์กร เมื่อเป็น สถานที่แล้วกลายเป็นสถานที่ใดสถานที่หนึ่งพอตั้งขึ้นแล้วได้รับยกเว้นนั้นก็ไม่ถูก เพราะว่า ความจริงแล้วต้องการเป็นตัวองค์กร เพราะการที่จะต้องมาจดทะเบียนหรือต้องมาขึ้นชื่อ หรือได้รับยกเว้นนั้นต้องมีสถานะความเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาอยู่ ในกรณีนี้คือ ความเป็นนิติบุคคล เพราะฉะนั้นแล้วด้วยหลักเกณฑ์เช่นนี้ก็จึงมีการเพิ่มเติมเข้ามาในเรื่อง ของมัสยิดและมิซซังเพื่อให้ได้รับยกเว้นเช่นเดียวกับลักษณะเรื่องของวัด ถามว่าในเรื่องของ หลักการ หลักการนั้นอาจจะไม่ได้เขียนถึง ก็อาจจะเป็นข้อผิดพลาดในเรื่องที่เขียนในส่วน ของหลักการ แต่ในชั้นการพิจารณาแล้วลักษณะนี้ในชั้นสภาวาระที่หนึ่ง ก็ได้รับเรื่องนี้เข้ามา แล้วการเขียนลักษณะนี้เองก็มิได้เป็นการเพิ่มเติมเข้ามาในคณะกรรมาธิการ แต่เป็นเรื่องของร่าง ที่คงมีอยู่แล้วในชั้นของ ครม. และเสนอเข้ามาในสภารับหลักการเข้ามา เพราะฉะนั้นกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่จึงเห็นว่าในเรื่องของการเพิ่มเติมลักษณะนี้และด้วยเหตุผลลักษณะดังกล่าวนั้น ที่กล่าวมาข้างต้น จึงเห็นว่าก็ไม่น่าจะกระทบต่อหลักการหรือขัดต่อหลักการลักษณะนี้แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นก็เลยจึงคงในเรื่องมัสยิดกับมิซซังไว้ แล้วก็ด้วยเหตุผลเช่นเดียวกันว่าในเหตุผล ที่กล่าวมาทำไมจึงไม่เพิ่มเติมศาสนาอื่นเข้าไป ก็ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกันที่จะรองรับในสถานะ เดียวกัน ก็เรียนมาเพื่อพิจารณาครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมกล่าวย้ำอีกครั้งนะครับ ว่าวัตถุประสงค์ของผมนั้นต้องการที่จะให้มีการยกเว้นเรื่องเกี่ยวกับการอนุญาตจดทะเบียน รวมไปถึงการเสียภาษีป้ายวงกลมให้มีการยกเว้นเหมือนกันหมดทุกศาสนาอย่างเท่าเทียม ทีนี้ประเด็นหลักของผมที่ผมต้องอภิปรายวันนี้ต้องย้ำท่านประธานว่าตั้งใจมาถามท่านประธาน รวมถึงท่านผู้อาวุโสในนี้หลายคน เป็นวัตถุประสงค์ของผมเลยครับไม่อย่างนั้นผมไม่แปรญัตติ เรื่องนี้ครับ คือมันเกินหลักการแน่นอน ท่านประธาน คือกฎหมายเก่ามันมีส่วนราชการอื่น ๆ มันมีวัดอยู่ข้างในเพียงแต่ว่าขาดศาสนาอื่น ๆ ทีนี้การที่จะบอกว่าจะมีการแก้กฎหมายแล้ว บอกว่าจะให้ครอบคลุมหมดทุกศาสนาก็ทำได้และเป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ว่ามันต้องเป็นในเรื่อง ของหลักการที่ตั้งใจมาแต่แรก คราวนี้ประเด็นมันอยู่ที่ว่าการที่กระทรวงคมนาคมนี่นะครับ ลองให้กระทรวงคมนาคมพูดสิครับ กระทรวงคมนาคมเองเสนอเฉพาะแต่ส่วนราชการ เขาไม่ได้มีสาระสำคัญในเรื่องของศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องในคราวนี้ แล้ว ครม. เองในคราวแรก ที่อนุมัตินั้นก็อนุมัติเฉพาะแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการ ปรากฏว่าตรวจร่างกันโดย คณะกรรมการกฤษฎีกามีการเติมเข้ามาคือมัสยิดกับมิซซัง ซึ่งถ้าถามผมว่าเติมครบไหม คำตอบคือเติมยังไม่ครบ แต่ว่ายังไม่เลยไปถึงขั้นนั้น ขั้นที่ต้องวินิจฉัยในขั้นนี้คือว่า เติมได้หรือเปล่า ถ้าเกิดว่าเป็นขั้นที่เติมได้แล้วมองกันว่ามันไม่ได้เป็นการขัดหลักการ แต่มันเป็น การเกินหลักการสามารถดำเนินการได้ ผมอยากให้ท่านประธานได้วางแนววินิจฉัยครับ เรายังเจอเรื่องนี้กันอีกเยอะ แล้วยังมีกฎหมายบางฉบับนะครับ ขณะนี้ผมเป็นกรรมาธิการอยู่ ในบางฉบับ เช่นร่างพระราชบัญญัติเวนคืน ในหลักการคณะกรรมการกฤษฎีกาใส่ลงไปกระทั่งถึง ขั้นว่ากี่วัน วันที่เท่าไร จำนวนวันเป็นอย่างไร ซึ่งผมคิดว่ามันค่อนข้างที่จะเลยไปจากวัตถุประสงค์ ของความต้องการไปพอสมควร ทีนี้ท่านประธานตอบผมก่อนได้ไหมครับ ต้องพูดกับท่านประธาน ตรงไปตรงมานะครับ ผมเป็นแบบนี้นะครับว่าถ้าเกิดในกรณีนี้ไม่ได้ขัดหลักการแต่เกินจาก หลักการแล้วในเหตุผลนี่ก็ไม่ได้ใส่เรื่องของศาสนสถานในเรื่องนี้ลงไปเลย การกระทำแบบนี้ กระทำได้ไหมครับท่านประธาน ท่านประธานช่วยตอบผมหน่อยได้ไหม หรือว่าถ้าเป็นไปได้นะครับ ผมไม่แน่ใจท่านประธานจะอนุญาตได้หรือไม่ เพราะในกรณีนี้ไม่มีการแก้ไขและมีผมคนเดียว ขอสงวนคำแปรญัตติ ถ้าเกิดว่าท่านประธานจะให้โอกาสท่านผู้อาวุโสสัก ๒-๓ ท่านได้บอกครับว่าไม่ขัดหลักการ แต่เกินหลักการแล้วไม่ใส่มาเลยในเหตุผลทำแบบนี้ได้หรือเปล่า ถ้าทำได้เที่ยวหน้าก็จะได้เป็น บรรทัดฐานต่อไปเวลาเราทำข้อกฎหมายครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เฉพาะผู้สงวน ท่านเชนจะตอบไหม อีกครั้งหนึ่ง

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ เราได้พูดคุยในที่ประชุมกันอย่างชัดเจนว่าเรารับหลักการมาเช่นนี้ แล้วในการพิจารณาเราก็ยืนยันในหลักการเดิมตามที่ท่านอรรถวิชช์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้มีการสงวนคำแปรญัตติไว้นั้นเราก็ได้มีการพูดคุยกันอย่างชัดเจน เพียงแต่ท่านต้องการ ทราบในประเด็นที่ว่าในหลักการที่เกินหลักการเช่นนี้จะเป็นแนวปฏิบัติอย่างไรแค่นั้นเอง ในส่วนของกรรมาธิการขอยืนยันตามรายงานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรรมาธิการ

คืออย่างนี้ครับท่านประธาน อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมต้องนำเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นะครับ เพราะว่าถ้าเกิดท่านประธาน ได้ทำการวินิจฉัยว่าไม่ได้ขัดหลักการแต่ว่าเกินจากหลักการสามารถจะทำได้ ผมก็ต้องปรึกษา ท่านข้างบนบัลลังก์ครับว่าถ้าจะใส่มัสยิดกับมิซซังกรุณาใส่ให้ครบทุกศาสนา จะเปลี่ยน ข้อความเป็นว่าองค์กรทางศาสนาก็ได้ครับ เพื่อเป็นการเท่าเทียมกันและเป็นการปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ นี่ครับผมถึงต้องถามท่านประธานไปทีละขั้นทีละตอนว่าทำได้ไหม ถ้าทำได้ ผมก็จะเสนอกับท่านประธานนะครับว่า ท่านประธานคณะกรรมาธิการลองพิจารณาดูสิครับว่า องค์กรทางศาสนาได้หรือไม่ มันจะได้เป็นการเท่าเทียมกันทั้งหมด แต่แน่นอนครับ ท่านประธานก็จะเห็นในคำแปรญัตติของผม ผมไม่ได้ใส่แบบนั้น ผมกลัวมันจะเกินหลักการ แต่ถ้าท่านวินิจฉัยว่าเรื่องนี้มันไม่ได้ขัดแต่เกินได้ อันนี้ละว่ากัน ผมถึงบอกว่าเราใจเย็น ๆ ได้ไหมครับไปทีละขั้นก่อน แล้วรัฐสภาเห็นอย่างไรก็เป็นบรรทัดฐานเท่านั้นเองครับ ท่านประธาน ท่านรองประธานวิสุทธิ์คิดว่าอย่างไรครับ และผมคิดว่าเรื่องนี้ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลนะครับ ถ้าท่านได้มีโอกาสเปิด ผมคิดว่าผู้อาวุโสหลายท่านทางฝั่งรัฐบาลก็นั่งอยู่ ได้มีการพูดคุยกันจะดีนะครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมมีหน้าที่ วินิจฉัยได้เรื่องนี้ ต้องโหวตอย่างเดียวท่านอรรถวิชช์ เชิญท่านนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในกรณีที่หลักการเขียนไว้แล้วมาแปรญัตติหรือมาพิจารณาในขั้นกรรมาธิการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักการ ก็เคยมีมานะครับ ในสภาที่วุฒิสภาแก้ไข คือตัวอย่าง ร่าง พ.ร.บ. สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ซึ่งวุฒิสภาแก้ทั้งหลักการ แก้ทั้งตัวร่างที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปเกือบ ทั้งหมดเลยครับ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรก็ยอมรับว่าแก้แล้วมันสมบูรณ์ มันครบถ้วนขึ้น ซึ่งเคยมีมา ในเรื่องเหล่านี้ ทีนี้อย่างนี้ครับ ในกรณีนี้สมมุติว่าหลักการให้หน่วยราชการแต่ก็มีเรื่องศาสนา อยู่คือในกฎหมายเก่า แล้วก็มาเพิ่มในชั้นกฤษฎีกาเสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้พิจารณาเพิ่มเติม แล้วก็รับไป ทีนี้ถ้าสมมุติว่าเจตนารมณ์ต้องการจะยกเว้นทางองค์กร ทางศาสนาด้วยก็น่าจะ ทำให้มันครบถ้วนได้โดยมติของสภาแห่งนี้สามารถทำได้และคณะกรรมาธิการยอม แต่ว่าองค์กรนั้น อาจจะต้องถูกต้องตามกฎหมายหรือมีกฎหมายรับรองอย่างที่กฤษฎีกาได้ชี้แจงไว้ อันนี้ก็น่าจะทำได้ ผมว่าลองปรึกษากันดู เพราะว่าถ้าสมมุติให้แต่ศาสนาพุทธ ให้ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม และศาสนาอื่นล่ะครับ สมมุติกรณีอย่างนี้ เพราะฉะนั้นกฎหมายมันออกมาควรจะให้ความเป็น ธรรมเท่าเทียมกันนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิในการนับถือศาสนาทุกคนมีสิทธิที่จะนับถือศาสนาใด ๆ ก็ได้ อันนี้ เป็นข้อพิจารณานะครับ อยากจะเรียนว่าในการแก้หลักการในสภาก็เคยแก้กันมา แล้วก็เกิน หลักการก็มี ก็ยอมรับ ถ้ากฎหมายนั้นทำให้สมบูรณ์ขึ้น ดีขึ้น ชัดเจนขึ้นแล้วเป็นประโยชน์ แก่ประชาชนและประเทศชาติ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ กฤษฎีกาครับ

นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานครับ กระผม นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง กรรมาธิการ เรียนอย่างนี้คือในหลักการของกฎหมายฉบับนี้ ก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อจะให้ครอบคลุมถึงตัวส่วนราชการหน่วยงานของรัฐนะครับ ส่วนในเรื่อง ของตัวร่างในมาตรานี้ก็รวมอยู่ในมาตราอีกมาตราหนึ่งซึ่งเป็นการยกเว้นเกี่ยวกับทางภาษี อันนี้เรื่องยกเว้นเกี่ยวกับการขออนุญาตประกอบการนั้น โดยหลักการแล้วก็คงจะเป็นเรื่องของ การแก้ไขเพื่อให้ครอบคลุมถึงส่วนราชการหน่วยงานของรัฐ แต่ในกฎหมายฉบับนี้ได้เพิ่มเติม อย่างที่ได้เรียนเมื่อตอนต้นว่าได้มีการเพิ่มเติมมัสยิดกับมิซซังเพิ่มเติมเข้ามาในชั้นตั้งแต่ชั้น ครม. เสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้เพื่อพิจารณานะครับ พิจารณาให้ความเห็นชอบ ต้องเรียนอย่างนี้ ถามว่ามัสยิดกับมิซซังที่เขียนอยู่ใน ๒ มาตรานี้ทั้งมาตรานี้และมาตราต่อไปนั้นอาจจะไม่อยู่ ในหลักการที่ปรากฏอยู่ในการเป็นร่างที่อยู่ในการพิจารณาของสภา แต่ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ที่เขียนไว้อย่างนี้คือเขียนมาตั้งแต่ต้นมิได้เพิ่มเติมในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งถ้าจะมีการแก้ไข ปรับปรุงหรือเพิ่มเติมอย่างไร มันต้องดูที่หลักการเป็นหลัก แต่อันนี้เป็นเรื่องที่มาปรากฏอยู่ ตั้งแต่ชั้นร่างที่ ครม. เสนอเข้ามาและสภารับหลักการ ซึ่งในการอธิบายเหตุผลนั้นในเอกสาร ประกอบการพิจารณาในการรับหลักการตามวาระที่หนึ่งก็มีระบุไว้ว่าในการเพิ่มเติมนี้เพิ่มเติมใน เรื่องมัสยิดกับมิซซังเข้ามาด้วยเหตุผลอันใด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จริง ๆ แล้วผมเรียนด้วยความเคารพครับ ถามว่ามันไม่อยู่ในหลักการไหม คงไม่อยู่ในหลักการ แต่ถามว่าที่ปรากฏอยู่นี้มันจะเกินหลักการไหม คงไม่เกิน เพราะมันไม่ได้เป็นการขอเพิ่มเติมเข้ามาใหม่ เพียงแต่ว่ามันเป็นปรากฏอยู่แล้วที่อยู่ในร่าง ที่สภารับหลักการเข้าไป แล้วกรรมาธิการก็เห็นว่าเราไม่ได้ไปแตะต้องหรือไปเพิ่มเติมแต่อย่างใด ก็จึงเห็นว่ามันไม่น่าจะกระทบต่อหลักการที่มีอยู่ ขอชี้แจงต่อในเรื่องของเหตุผลว่าถ้าจะปรับปรุงแก้ไข ในเรื่องของว่าจะเขียนให้รับกับองค์กรทางศาสนาทุกองค์กรได้หรือไม่ ก็เรียนอย่างที่ได้เรียน เมื่อสักครู่ว่าในเรื่องของการที่จะกำหนดหลักการเช่นนี้ลงไปนั้นในการพิจารณานั้นเห็นว่า ในการที่ยกเว้นให้วัดนั้น ก็เนื่องด้วยเหตุผลซึ่งมันมีอยู่ประกอบกันก็คือ ๑. การเป็นองค์กรศาสนา ๒. ตัววัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล เนื่องจากมีกฎหมายรองรับในตัวเป็นกฎหมายเฉพาะตามกฎหมาย คณะสงฆ์ เมื่อดูองค์กรศาสนาของศาสนาอื่นแล้วในชั้นการพิจารณาก็พิจารณาถึงองค์กรศาสนา ทุกศาสนา แต่โดยหลักเกณฑ์ในเมื่อจะให้ความคุ้มครองหรือรับรองนั้นก็ต้องใช้ในมาตรฐาน และหลักเกณฑ์เดียวกัน ในเมื่อองค์กรทางศาสนาอื่น ๆ นั้นมีอยู่เพียง ๒ องค์กรทางศาสนาเท่านั้น ก็คือมัสยิดตามกฎหมายบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม ซึ่งมีกฎหมายรองรับแล้วก็กำหนดให้ มัสยิดเป็นนิติบุคคล แล้วก็มีเรื่องของมิซซังนะครับ แม้จะเป็นศาสนาคริสต์อาจจะเป็นเพียง ส่วนหนึ่งของศาสนาคริสต์ แต่ก็มีกฎหมายรองรับ แล้วก็มีการรับรองฐานะมิซซังให้เป็นนิติบุคคล เช่นเดียวกัน ส่วนศาสนาอื่นนั้นมิได้มีกฎหมายรองรับเป็นการนับถือศาสนาของแต่ละบุคคลไป การที่จะอ้างเป็นองค์กรทางศาสนาซึ่งเป็นองค์กรแยกต่างหากจากบุคคลแต่ละคนนั้นมิได้มี กฎหมายรับรองไว้ เมื่อพิจารณาโดยถี่ถ้วนแล้วก็เห็นว่าการยกเว้นนั้นในขณะนี้ก็จึงมีเพียงองค์กร ๒ องค์กรนั้น ๆ ก็คือที่จะเพิ่มเติมจากวัดก็คือมัสยิดกับมิซซัง อันด้วยเหตุผลหรือหลักการเดียวกัน ที่ให้การรับรองด้วยความเสมอภาคกันก็คือการเป็นนิติบุคคลและมีกฎหมายเฉพาะในการที่จะ รองรับ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวกรรมาธิการจึงเห็นว่าการที่มีมัสยิดกับมิซซังอยู่ใน แบบเดียวกับวัดก็น่าจะสามารถเป็นไปได้ แล้วในขณะนี้ก็สามารถที่จะให้ใช้หลักการเดียวกัน ในการที่รับการยกเว้นเช่นเดียวกับวัด แล้วก็เห็นว่ามันมิได้เป็นการเพิ่มเติมหรือแก้ไขในชั้นที่จะ นอกเหนือไปจากร่างที่สภารับหลักการ จึงเห็นว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อหลักการที่สภารับไป แล้วก็กรรมาธิการพิจารณาอยู่จึงคงไว้ในเรื่องดังกล่าวโดยเห็นว่าเป็นเรื่องที่รับรองช่นเดียวกับ องค์กรศาสนาคือวัดแล้ว ก็ขอเรียนชี้แจงเหตุผลครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถวิชช์ ท่านนิพนธ์ขอพูด ให้ท่านนิพนธ์ก่อนได้ไหม

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ คือท่านผู้แทนจาก กฤษฎีกาท่านยิงแบบกึ่งยิงผ่านนะครับ จริง ๆ ผมถามชัดเจนมากว่าจะวินิจฉัยอย่างไร คืออย่างนี้ท่านประธาน ผมถามว่าหลักการต้องการจะให้แก้เฉพาะส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ เหตุผลก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ว่าในชั้นกฤษฎีกาก่อนส่งเข้ามามีการเติมมัสยิดกับมิซซัง ใส่เข้ามา ซึ่งนอกเหนือจากหลักการแน่นอน ตอนที่ผ่านวาระที่หนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร แม้ว่าจะมีข้อความนี้อยู่ในร่างพระราชบัญญัติ แต่เป็นร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านมาโดย ความเห็นชอบโดยหลักการเท่านั้นครับ ไม่ได้มีการเห็นชอบโดยในตัวบทลงไปข้างในลึก ๆ เฉพาะแต่หลักการเท่านั้น พอผ่านไปที่หลักการในวาระที่หนึ่งของสภาแห่งนี้ ก็ปรากฏ เฉพาะแต่เพียงส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ ผมถึงถามว่าถ้าตัวร่างพระราชบัญญัติ มีการเติมมาในชั้นกฤษฎีกาแล้วไม่ได้เป็นเจตนารมณ์แต่แรกถือว่าขัดกับหลักการหรือไม่ แน่นอน มันเกินหลักการ แต่ผมว่าไม่ขัดหลักการครับ แต่ท่านผู้แทนกฤษฎีกาไม่ได้ตอบว่า มันเกินหลักการได้หรือไม่ อย่างไร ท่านตอบว่ามันอยู่ในร่างพระราชบัญญัติที่สภาแห่งนี้ รับหลักการมาแล้วในวาระที่หนึ่ง ซึ่งถ้าตอบแบบนี้ก็ผิดอีก เพราะสภาแห่งนี้รับเฉพาะหลักการ ไม่ได้รับร่างพระราชบัญญัติครับ บรรทัดฐานจำเป็นต้องมีไม่อย่างนั้นเดินต่อยาก ที่ต้องยืน อภิปรายหลายครั้งเพราะต้องการจะบอกว่าถ้าเขียนแบบนี้ต้องคุยกันให้จบทีละหมวด เพราะถ้าท่านเขียนไม่จบ ท่านประธานฟังให้ดีนะครับ ถ้าท่านตกลงกันว่าไม่ขัดหลักการ แต่เกินหลักการได้ สามารถจะมีมัสยิดกับมิซซังได้ ผมก็ต้องบอกว่าถ้าเช่นนั้น ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการก็ต้องพิจารณาถึงศาสนาอื่น ๆ เพราะมิฉะนั้นแล้ว ก็จะเป็นการดำเนินการผิดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ ที่ระบุว่าการเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางร่างกาย สุขภาพ สถานะของบุคคล ความเชื่อทางศาสนา นี่คือประเด็นครับ คำชี้แจงของตัวแทนคณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อสักครู่ไม่ชัดเจน ในประเด็นแรก และประเด็นที่ ๒ ยิ่งไม่ชัดเจนเข้าไปอีก เพราะประเด็นที่ ๒ นั้นท่านกำลังจะ ยืนยันว่าสภาพความเป็นนิติบุคคลมีเฉพาะ ๒ องค์กรเท่านั้น นั่นก็คือความมีตัวตนอยู่ ของศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ แล้วก็มีศาสนาคริสต์ที่อยู่ในรูปแบบของมิซซัง ซึ่งผมก็ได้ เรียนท่านแล้วว่าถ้าเป็นศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์เขาใช้คำว่ามิชชัน (Mission) แล้วผมถามท่านอีก ศาสนาพราหมณ์ ศาสนาอื่น ๆ เอาอย่างไรครับ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ ผมถามมันมี ๒ เรื่องด้วยกันท่านประธาน ทีนี้ท่านต้องบอกผมเพราะเมื่อสักครู่ผมนึกว่า ท่านขึ้นมาจะบอกว่าโอเค (OK) มันไม่เป็นการขัดกับหลักการ แต่มันเกินหลักการไปก็สามารถ พิจารณาได้ ถ้าแบบนี้ผมก็จะได้พูดประเด็นที่ ๒ เรื่องของเอาศาสนาอื่นเข้ามาด้วย นี่คือหัวใจ ของเรื่องในวันนี้ แล้วผมอยากให้คุยกันเรื่องนี้จบในห้องประชุม แล้วท่านประธานบอกว่า ต้องไปสู่การโหวต เดี๋ยวก็ต้องว่ากันในขั้นตอนการโหวตนะครับ ผมมีเท่านี้ก่อนท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทางกรรมาธิการว่าอย่างไร ยืนยันไหม

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ตามที่ สมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านอรรถวิชช์ได้กราบเรียนท่านประธาน เกี่ยวกับเรื่องว่าหลักการที่เพิ่มมัสยิด และมิซซังเข้ามานั้นเป็นการเพิ่มเติมหลักการหรือไม่ แล้วก็ถ้ามีการเพิ่มเติมจะเปลี่ยนถ้อยคำ ให้กับศาสนาอื่น ถ้าไม่ครบถ้วนจะเป็นการขัดรัฐธรรมนูญต่อความเท่าเทียมกัน ทีนี้ในประเด็นนี้ เราได้มีการพูดคุยกันอย่างชัดเจน แล้วก็ตามหลักเกณฑ์ของการที่จะเพิ่มเข้ามาในหลักของศาสนานั้น ก็มีเพียงเป็นวัด แล้วก็มีมัสยิดและมิซซังเท่านั้นที่เป็นองค์กรทางศาสนาที่มีกฎหมายรองรับ ส่วนอื่น ๆ ที่เราพิจารณากันนั้นก็ปรากฏว่ายังไม่มีหลักฐานรองรับที่จะเป็นองค์กร เพราะฉะนั้นทางคณะกรรมาธิการขอยืนยันตามที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเห็นควร กราบเรียนท่านประธานตามนี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็จำเป็น ต้องโหวต เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องกลับเข้าห้องประชุมนะครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ คือผมดูแล้ว คงไม่มีใครเสนอความเห็นในประเด็นนี้นะครับว่าจะเกินหลักการ ไม่เกินหลักการ แล้วก็ไปตัดกัน ด้วยการโหวต อย่างนั้นผมปรึกษาครับว่าถ้าในกรณีที่ทางคณะกรรมาธิการจะเติมเป็นลักษณะที่จะ บอกว่าให้ครอบคลุมทุกศาสนานี่ได้ไหมครับ เพราะอย่างที่ผมเรียนคือท่านกรรมาธิการกำลัง จะบอกว่าความมีตัวตนนี่มีเฉพาะแต่ทางกฎหมายมีเฉพาะแต่มิซซัง แล้วก็มีเฉพาะแต่มัสยิดเท่านั้น ซึ่งท่านประธานแน่ใจนะครับว่าสิ่งที่ท่านประธานได้พูดมานี่แล้วทางกฤษฎีกาได้ยืนยันเป็นอย่างนั้น จริงนะครับ ถ้าเกิดว่าเราตัดสินใจว่าเราจะเขียนเปิดนะครับ ท่านสามารถจะเขียนเปิดได้นี่ครับ องค์กรทางศาสนาที่มีกฎหมายรองรับอย่างนี้ครับ ถ้าท่านมีการทบทวนข้อความแบบนี้ถ้ามันมี กฎหมายรองรับในศาสนาใด องค์กรใดทางศาสนาเขาก็จะได้รับอานิสงส์ได้ ท่านจะได้ไม่ต้องผิด กฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างไรครับ อันนี้ผมถามท่านประธานคณะกรรมาธิการผ่านไปยังท่านประธาน คิดให้รอบคอบครับเพราะว่าเราก็จะได้ครอบคลุมทุกศาสนา เพราะต้องมีความชัดเจนนะครับ ผมเรียนท่านแล้วนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประธานคณะกรรมาธิการ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ในเมื่อ หลักการที่เรารับจากสภาไปเป็นเช่นนี้นะครับ แล้วเราพิจารณากันจนครบถ้วนมีการพูดคุย กันอย่างชัดเจน แล้วก็มีการยืนยันว่าสิ่งที่เราดำเนินการนี้เรารับหลักการไปจากสภา เพราะฉะนั้นถ้าเราทำนอกเหนือจากตรงนี้ไปก็จะเป็นการแก้ไขในขั้นรับหลักการ เพราะฉะนั้นเราขอยืนยันนะครับว่าสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาไว้แล้วนั้นน่าจะ ครบถ้วนเหมาะสม ขอยืนยันครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านไพจิตมีอะไรครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อข้อความเห็นที่ไม่ตรงกันของ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงประเภทของหน่วยงาน ราชการที่ได้รับการยกเว้นเงินภาษีประจำปีและนิรโทษกรรมภาษีประจำปีที่ค้างชำระของ หน่วยงานราชการ) และไปเพิ่มองค์กรที่เป็นทางศาสนาเข้ามานี่ท่านประธานครับ กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยกับกรรมาธิการส่วนใหญ่มีข้อขัดแย้งโดยข้อบังคับ ท่านประธานได้วินิจฉัยให้เวลา ในการซักถามและชี้แจงเหตุผลกัน ทางกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ของสภาซึ่งยืนยันร่างที่ คณะรัฐมนตรีเสนอซึ่งเป็นร่างหลักยังคงหลักการและรายละเอียดก็ได้ไปเพิ่มหน่วยงาน ดังกล่าวแล้ว เหตุผลที่ขัดหรือไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญก็เป็นภาระที่หน่วยที่รับผิดชอบก็ทำได้ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็คือจะเอาตามเสียงของ คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่หรือจะเห็นตามท่านกรรมาธิการที่สงวนคำแปรญัตติ ความเห็นนะครับ ก็จะเป็นข้อยุติครับท่านประธาน รวมถึงการพิจารณารายมาตราต่อไปด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อขอมตินะครับ สมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณากลับเข้าห้องประชุมเพื่อขอมติ ท่านที่เข้ามาแล้วกรุณา เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านใด ยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนครับ ถ้าเรียบร้อยส่งผลด้วยนะครับ มีผู้เข้าประชุม ๒๗๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะถามมติ สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับท่านผู้สงวนคำแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่ ล้างทั้งหมดแล้วให้ลงคะแนนใหม่ ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับผู้สงวนคำแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญลงคะแนน ได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยแล้ว ส่งผลนะครับ ดูที่เสียบบัตรให้ท่านจุติด้วยครับ ผมรออยู่ครับ ขานเอานะครับ ส่งผลเลยครับเห็น ด้วยกับเสียงส่วนใหญ่ ๓๐๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน ท่านอาคมเห็นด้วยกับเสียงส่วนใหญ่ เป็น ๓๐๖ ท่านนะครับ

ท่านประธานมีอะไรครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง ผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ เนื่องจากรายงานนี้มีถ้อยคำผิด ได้มีเอกสารแนบเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอท่านประธาน ให้ที่ประชุมพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แจกไป หมดแล้วใช่ไหม เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อ

นายจเร พันธ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๘๘ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น ผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่เนื้อหาในการอภิปรายในมาตรานี้กับมาตราที่แล้วก็มีความใกล้เคียงกัน เพราะว่า ทั้ง ๒ เรื่องก็คือว่าจะยกเว้นภาษี คราวที่แล้วคือยกเว้นเรื่องของการจดทะเบียน อันนี้เป็น การยกเว้นเรื่องของภาษีป้ายวงกลมให้กับส่วนราชการ ซึ่งผมก็ได้อภิปรายไปแล้วว่าเนื้อหา ไส้ในไม่ได้มีองค์กรทางศาสนาอยู่ด้วย ซึ่งเป็นการเกินกว่าหลักการแต่ไม่ได้เป็นการขัดกับ หลักการ ผมยืนยันอย่างนั้นนะครับ แล้วผมถามที่ประชุมเพื่อให้ที่ประชุมนั้นได้มีข้อถกเถียงแล้วที่ประชุมก็ได้มีมติออกมา เมื่อที่ประชุมได้มีมติออกมาในมาตราดังกล่าวเมื่อสักครู่นี้ก็ประหนึ่งว่าบรรทัดฐานนั้นก็คือว่า ไม่ได้เป็นการขัดกับหลักการแต่เกินกับหลักการนั้นทำได้ครับ เพราะเมื่อสักครู่ก็เห็น เป็นประจักษ์แล้วในจำนวนของผู้ที่โหวตให้นะครับ เพราะฉะนั้นผมเองก็ไม่ติดใจในมาตรานี้ อีกต่อไป ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกลับเข้าห้องประชุมนะครับ ขอมติ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เสียบบัตร แสดงตนอีกครั้งนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องครับ กลับเข้าห้องประชุมขอมตินะครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ถ้าเรียบร้อยแล้วบอกผมด้วยนะครับ เสียบบัตรแสดงตน ด้วยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านใด ยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนครับ เรียบร้อยส่งผล ๒๘๖ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปจะถามนะครับ ท่านใดเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงประเภทของหน่วยงานราชการที่ได้รับการยกเว้นเงินภาษีประจำปี และนิรโทษกรรมภาษีประจำปีที่ค้างชำระของหน่วยงานราชการ) ท่านใดเห็นชอบ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิครับ เรียบร้อยขอผลด้วยนะครับ ท่านประสิทธิ์วิ่งมาแล้วเสียบบัตร ลงคะแนนด้วยครับ มีผู้เห็นด้วยทั้งหมด ๓๒๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ

ต่อไปเป็นร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุง น้ำหนักของรถที่ใช้ในการประกอบการขนส่งส่วนบุคคล) ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเสร็จแล้ว

เชิญคณะกรรมาธิการ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงน้ำหนัก ของรถที่ใช้ในการประกอบการขนส่งส่วนบุคคล) ขออนุญาตนำเสนอรายงานผลการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุมดังนี้

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงน้ำหนักของรถที่ใช้ในการประกอบการขนส่ง ส่วนบุคคล) (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่ง พิจารณากำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วันนั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เสร็จแล้ว ปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญตามร่างพระราชบัญญัติเดิม จึงเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบต่อไป ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ ไม่มี การแก้ไข มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๔ (๕) ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ มาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๕ (๒) (ข) ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๑ แก้ไข มาตรา ๑๔๔ มีการแก้ไข มาตรา ๑๒ เพิ่มมาตรา ๑๔๔/๑ มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ เพิ่ม มาตรา ๑๔๘/๑ และมาตรา ๑๔๘/๒ มีการแก้ไข มาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบการพิจารณา เรียงตามมาตราแล้ว ต่อไปพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคำหรือไม่

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าจบวาระที่สองนะครับ ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติในวาระที่สามนี้หรือไม่นะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้อง กลับเข้าห้องประชุมอีกครั้งหนึ่ง ขอมตินะครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เสียบบัตร แสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ปิดการลงคะแนนครับ ผลการลงคะแนน มีสมาชิกในที่ประชุม ๒๗๖ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ

ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ เชิญท่านอิสระครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใด ไม่ได้ใช้สิทธิครับ ปิดการลงคะแนนครับ เรียบร้อยแล้วส่งผลเลยนะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๑๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๙ ท่านนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการครับ

ต่อไปเป็นร่างพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงบทบัญญัติ เกี่ยวกับการกำหนดน้ำหนักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล) ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เสร็จแล้วครับ

เชิญท่านประธานแถลงครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับ การกำหนดน้ำหนักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล) ขออนุญาตนำเสนอรายงานผลการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุมดังนี้

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ ได้ลงมติรับหลักการแห่ง ร่างพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการกำหนด น้ำหนักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล) (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และให้คณะกรรมาธิการ คณะเดียวกันกับที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงน้ำหนักของรถที่ใช้ประกอบการขนส่งส่วนบุคคล) เป็นผู้พิจารณา กำหนดการแปรญัตติ ภายใน ๑๕ วันนั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จ เรียบร้อยแล้ว ปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญตามร่างพระราชบัญญัติเดิม จึงเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อไป

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ มีการแก้ไข

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านไพจิตครับ มาตรา ๑๘ ครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๑๘ ท่านประธานครับ ว่าด้วยอัตราค่าธรรมเนียมท้ายร่างพระราชบัญญัติรถยนต์ที่คณะกรรมาธิการ ได้แก้ไขจากร่างเดิมที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการไป จากใบอนุญาตฉบับละ ๒,๐๐๐ บาทนี้ คงไว้นะครับ เครื่องหมายพิเศษตามมาตรา ๒๗ จากเดิม ๕๐๐ บาท แก้ไขลดราคาลงมาเหลือ ฉบับละ ๓๐๐ บาท สมุดคู่มือประจำตัวรถยนต์จากฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท ที่ได้พิจารณาในชั้น สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการในวาระที่หนึ่งก็ลดลงมาเป็น ๕๐๐ บาทต่อฉบับ ผมต้องการ คำอธิบายเท่านั้นละครับท่านประธานว่าที่ลดลงจาก ๕๐๐ บาท เป็น ๓๐๐ บาท และลดลง จากฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท เป็นฉบับละ ๕๐๐ บาท มันเป็นเงินเยอะไหมครับ รถที่จะต้อง ปรับอัตราส่วนเหล่านี้ ความจริงภาระที่คนซื้อรถที่ลดจากราคา ๕๐๐ บาท เป็น ๓๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท เป็น ๕๐๐ บาท เขาซื้อรถคันละเป็นล้านบาทราคามาก แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ ที่จะเป็นรายได้เข้าเสริมต่อสภาพที่เป็นรายได้ของรัฐควรที่จะเก็บจากใคร สมควรที่จะกำหนด ราคาสักเท่าไร ซึ่งผมมองดูว่าถ้าคนมีรถราคาเป็นล้านบาท แล้วฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท ลดราคานี่ ถ้ามันมีเหตุมีผลก็ไม่ได้ขัดข้องหรอกครับ แต่ว่าอยากทราบเหตุผลเท่านั้น มีกี่คัน มีมากน้อย แค่ไหน ที่ลดราคาแล้วจะเป็นผลกระทบที่จะเกิดประโยชน์กับใคร ผมมองว่ารถเหล่านี้เป็นรถที่ คนยากคนจนคงจะไม่ได้ซื้อหรอกครับ คนระดับที่พอมีรถยนต์ได้นี่ฉบับละ ๓๐๐ บาท ลดลงมา ๒๐๐ บาท ๕๐๐ บาท เป็น ๒๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท เหลือ ๕๐๐ บาท ทำไมท่านกรรมาธิการ ท่านเป็นคนละเอียดขนาดนี้นะครับ เห็นใจคนมีรถยนต์มากขนาดนี้ ขอทราบเท่านั้นเอง ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญประธานตอบ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านไพจิต ศรีวรขาน ซึ่งกรุณาให้คำชี้แนะและคำถาม เพื่อเป็นประโยชน์ เกี่ยวกับเรื่องของการแก้ไขตรงนี้ในมาตรา ๑๘ ความเดิม เครื่องหมาย พิเศษตามมาตรา ๒๗ หมายถึงป้ายแดง ป้ายแดงที่รถทั่ว ๆ ไปซื้อใหม่แล้วก็จะมีทาง เอเยนต์ (Agent) ทางบริษัทร้านค้าต่าง ๆ เขาก็จะให้ป้ายแดงมา แล้วก็คู่มือประจำรถ เดิมทีเดียวกฎหมายเดิมก่อนที่จะแก้ไข ก่อนที่จะเข้ามาสู่สภาเขาเขียนเอาไว้เพียง ๑๐๐ บาท ป้ายแดง ๑๐๐ บาท แล้วก็คู่มือ ๑๐๐ บาท แต่ที่ทางกรมการขนส่งทางบกมาเสนอที่ประชุม แล้วก็พิจารณาเสนอร่าง พ.ร.บ. นี้เข้ามา เรามองเห็นว่าการเพิ่มจาก ๑๐๐ บาท เป็น ๕๐๐ บาท มากไป ก็มีการถกเถียงกันในที่ประชุมพอสมควร ก็ได้ข้อสรุปอยู่ที่ ๓๐๐ บาท ในส่วนของ สมุดคู่มือก็เช่นกันนะครับ เดิมทีเดียวก็ปรากฏอยู่ใน พ.ร.บ. เดิม ๑๐๐ บาท แต่พอเข้ามา สู่สภาเพื่อที่จะมีการแก้ไข ปรับปรุง พ.ร.บ. นี้ก็มาเพิ่มเป็น ๑,๐๐๐ บาท แล้วเราก็ขอแก้ ลดลงมาให้เหลือ ๕๐๐ บาทสำหรับคู่มือ เพราะฉะนั้นไม่เป็นการรบกวน ไม่เป็นการสร้าง ความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภค ทางคณะกรรมาธิการเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับที่เสนอเข้ามาก็เลย ลดลงมาจาก ๕๐๐ บาท เหลือ ๓๐๐ บาท เป็นป้ายแดง แล้วก็ลดจากสมุดคู่มือ จาก ๑,๐๐๐ บาท เหลือ ๕๐๐ บาท ขอบคุณท่านประธานมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม เวชกามา

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ผมได้ฟัง การชี้แจงจากท่านประธานคณะกรรมาธิการยิ่งข้องใจเข้าไปอีกครับ ท่านที่บอกว่าทาง กรมการขนส่งทางบกเสนอเข้ามา ๕๐๐ บาท ท่านก็ลดเหลือ ๓๐๐ บาท จาก ๑,๐๐๐ บาท เหลือ ๕๐๐ บาท ผมก็ยิ่งสงสัย ท่านคิดอย่างไรครับบรรทัดฐานของมัน กรมการขนส่งทางบก เขาเสนอมานั้นเขามีบรรทัดฐานอะไรชี้แจงท่านท่านถึงไม่พอใจท่านก็ลดไปเลย ผมก็เลยต้อง เรียนถามวันนี้มันข้องใจไม่ได้มีอย่างอื่น ท่านเอาอะไรมาคิดบรรทัดฐานว่าอยู่เฉย ๆ ท่านก็ ๕๐๐ บาท มา ๓๐๐ บาท พอใจระดับนี้ ๕๐๐ บาท เหลือ ๒๐๐ บาท พอใจนี่ระดับนี้ เอาความพอใจ มาพูดหรือท่านมีข้อมูลชัดเจนออกมาว่าเอาละ ๓๐๐ บาทไม่เดือดร้อน ความเป็นจริง ๓๐๐ บาท หรือ ๕๐๐ บาท มันก็เกี่ยวเนื่องอยู่ทั้งความเดือดร้อน ไม่เดือดร้อนอะไรก็แล้วแต่ แต่เรื่องภาษี มีส่วนได้ส่วนเสียกับประเทศชาติอยู่เหมือนกัน เพราะท่านจะบอกว่าท่านพอใจระดับนี้ ไม่พอใจระดับนี้ต้องมีข้อมูลครับ เพราะฟังท่านชี้แจงแล้วผมข้องใจเลยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเชิดชัย ประเด็นเดียวกันหรือเปล่าครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีข้อสงสัยเช่นเดียวกันนะครับ คือเรื่องรถยนต์สมัยก่อนเขาว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย ปัจจุบันนี้ ก็เป็นสิ่งจำเป็นแล้วราคารถมันก็เยอะ รถป้ายแดงมันเยอะมากอาจจะเป็นเพราะนโยบาย รถคันแรก แต่ขณะเดียวกันป้ายก็มีราคาเพิ่ม ทุกอย่างมันเพิ่มขึ้นหมดละครับ ทีนี้ในการตั้งเกณฑ์ ต่าง ๆ พวกนี้ถ้ามาแก้ใน พ.ร.บ. อยู่ใน พ.ร.บ. มันแก้ยาก แล้วเศรษฐกิจตอนนี้เงินมันก็ต้อง ใช้มากขึ้นนะครับ ท่านจะไปคิดเองโดยไม่มีบรรทัดฐานไม่ได้น่าจะคิดไปตามความเจริญ หรือค่าอะไรต้องมีอธิบายให้ได้นะครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งเงินเหล่านี้มันเยอะนะครับ ก็เหมือน ๓๐ บาทรักษาทุกโรค แล้วก็ไปเป็นฟรีหรืออะไรพวกนี้นะครับ ผมว่าโรงพยาบาลต่าง ๆ เขาเก็บ ๓๐ บาท เขาได้เงินอย่างน้อยไปจ้างพวกคนงานต่าง ๆ อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ผมอยากให้ได้ภาษีที่เพิ่มขึ้นจากคนที่มีกำลังจ่ายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น อยากฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการได้ไหมว่าให้กลับไปเหมือนร่างเดิม ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการ จริง ๆ แล้วหัวใจที่ท่านถามมาเป็นเรื่องของป้ายแดง ผมเรียนท่าน ก่อนว่าวิธีการใช้ป้ายแดงที่ถูกกฎหมาย เขาใช้กันแบบนี้ ท่านไปซื้อรถมาเขาให้ป้ายแดง เป็นป้ายเหล็ก ๒ อัน ป้ายเหล็ก ๒ อันเขาจะมาพร้อมกับคู่มือ ๑ เล่ม เวลาท่านจะขับรถ ไปไหนทุกครั้งที่ใช้ป้ายแดงท่านต้องจดบันทึกครับ เช่นท่านเพิ่งซื้อรถมาใหม่ ๆ เลยออกจาก โชว์รูม (Showroom) ท่านต้องจดว่าซื้อจากโชว์รูมกำลังจะเดินทางกลับบ้าน แล้วถ้าท่าน กลับบ้านไปแล้วท่านจะมาสภาท่านก็ต้องเขียนว่าจากบ้านท่านมาสภา แล้วต้องลงในสมุด ทุกครั้ง แต่ความเป็นจริงถ้าตำรวจเรียกจับรถป้ายแดงท่านสังเกตไหม ทำไมจับแล้วโดน ทุกคันครับ เพราะไม่เคยมีคันไหนลงบันทึก อันนี้เล่าให้ท่านฟังก่อนนะครับ ซึ่งโดยประเพณี จริง ๆ แล้วสิ่งที่ต้องเปลืองที่สุดคือคู่มือ ทีนี้พอมีการจดทะเบียนรถป้ายแดงคราวนี้ของเดิม ตัวป้ายมันแค่ ๑๐๐ บาท ร่างเสนอมา ๕๐๐ บาท เราก็บอกว่าลดเหลือ ๓๐๐ บาท ในขณะที่ ตัวคู่มือกำกับเขาเสนอมา ๑,๐๐๐ บาท จากเดิม ๑๐๐ บาท เขาเสนอเพิ่มเป็น ๑,๐๐๐ บาท เราบอกว่าอย่างนี้หนักเข้าไปเราเหลืออยู่ ๕๐๐ บาท คำถามถามว่าทำไมลด ลดเพราะ ต้องการให้เขาปฏิบัติ เพราะคุยกันว่าถ้าเขาไม่ปฏิบัติรถป้ายแดงก็จะถูกจับอยู่ร่ำไป ถึงบอกว่าถ้าลดแล้วต้องตรวจจับให้เรียบร้อยแล้วต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย คือเรา จะเอาวิธีการที่เขาบอกว่าเขาดำเนินการผิดกฎหมายอยู่แล้วแล้วเลยตามเลยมันคงไม่ได้ แล้วคุยกับกรมการขนส่งทางบกว่าเรื่องนี้ต้องรณรงค์คือให้มีการลงทะเบียนให้ถูกต้อง ท่านคิดดูสิครับถ้ามีการลงทะเบียนให้ถูกต้อง เอาตามกฎหมายเลยนะครับ ถ้าคู่มือเล่มละ ๑,๐๐๐ บาทจริงแบบที่ร่างบอกมาท่านว่ากว่าจะจดทะเบียนได้หมดไปกี่บาทแล้ว เพราะไป จากไหนก็แล้วแต่ต้องจดทะเบียนหมด ซื้อจากโชว์รูมกลับบ้านจดบันทึกหนหนึ่ง จากบ้านมาสภา จดบันทึกอีกหนหนึ่ง จากสภาไปกินข้าวจดบันทึกอีกหนหนึ่ง นี่คือความเป็นจริงที่ต้องเกิดขึ้น ในกฎหมายสภาพบังคับ เพราะฉะนั้นเวลาการพิจารณาเราก็พิจารณาตามกฎหมายที่มีสภาพ ใช้บังคับอยู่ ก็จึงเรียนคุณหมอเพื่อทราบ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมฟังท่านอรรถวิชช์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านชี้แจงผมก็เข้าใจสมุดป้ายแดง แต่ผมเข้าใจ ต่อไปอีกว่าการเสียภาษีป้ายแดงก็ต้องเสียภาษีเข้ารัฐเหมือนกัน ไม่ใช่บริษัทคิดทำขึ้นมา คนเดียว เพียงแต่ว่าเสียแล้วก็เอามาให้ผู้ซื้อใช้ ผมก็เคยซื้อรถป้ายแดงครั้งหนึ่งเหมือนกัน ไม่ได้เคยซื้อหลายครั้งหรอกแต่พอรู้อยู่ แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นอย่างเดียวผมเข้าใจ ท่านพูด เพียงแต่ว่าท่านคิดอย่างไร ท่านมีหลักการคิดอย่างไร พอเขาเสนอมา ๕๐๐ บาท ท่านบอกเอาละ ๓๐๐ บาทนี่ละ พอเสนอมา ๑,๐๐๐ บาท ท่านบอก ๕๐๐ บาท ผมสงสัย เท่านั้นเองว่าท่านมีหลักคิดอะไร มันถึงต่อรองเหมือนกับซื้อปลาในตลาดหรืออย่างไร ผมถึงถามท่านท่านต้องมีเหตุผลกว่านี้ครับ ชี้แจงให้ผมทราบหน่อย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถวิชช์จะชี้แจงหรือใครสั้น ๆ เชิญครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ ต้องเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนิยมครับว่าตรงนี้หลักคิดของเราคือเราเห็นใจผู้ใช้เพราะว่ามันจะต้องเพิ่ม ค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตามเรามีการพิจารณากันในขั้นกรรมาธิการอย่างรอบคอบ เสียงส่วนใหญ่ เป็นมติไม่มีใครไม่เห็นด้วยเลย เพราะฉะนั้นก็ขอยืนยันตามนี้ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเลขาธิการดำเนินการต่อ

ถือว่า จบการพิจารณาในวาระที่สอง ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ เชิญสมาชิกที่อยู่ นอกห้องเข้าห้องประชุมหน่อยครับ เข้ามาแล้วเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องกรุณากลับเข้าห้องประชุมอีกครั้งหนึ่ง แล้วเสียบบัตรแสดงตน ด้วยครับ เดี๋ยวจบฉบับนี้ท่านอย่าเพิ่งออกไปไหนนะครับ มีอีกฉบับหนึ่งสั้น ๆ ครับ จะได้ ไม่ต้องตรวจสอบองค์ประชุม เชิญข้างหลังเสียบบัตรแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยแล้วส่งผลด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๘๔ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปจะขอมติจากสมาชิกนะครับ ร่างพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับน้ำหนักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล) เชิญท่านสมาชิก ได้ใช้สิทธิลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านใด ยังไม่ได้ลงคะแนนบ้างครับ เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ถ้าเรียบร้อยแล้วส่งผลคะแนนครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๒๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการนะครับ

ต่อไปเรื่องที่ ๕ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ....

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๖ และครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันอังคารที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๖ ที่ประชุมมีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการให้เอกชน ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... จึงขอส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อดำเนินการ ต่อไป ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๗ (๓) ถ้าเห็นชอบด้วยกับการแก้ไข เพิ่มเติมก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว แต่ถ้าไม่เห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ให้แต่ละสภาตั้งบุคคล หรือมิได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจำนวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด ประกอบด้วยคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ

ต่อไปจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา หรือไม่ โปรดใช้สิทธิลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ยังมี ท่านใดไม่ได้ลงคะแนนบ้างครับ เชิญลงคะแนนนะครับ เรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ เรียบร้อย แล้วส่งผลคะแนนด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๒๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยนะครับ

ท่านสมาชิกครับ วันนี้ได้รับความร่วมมือทั้ง ๒ ฝ่ายดีมากครับ ผมขอ ปิดการประชุมครับ ขอบคุณทุกท่านครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๕.๔๑ นาฬิกา