ชุมพล จุลใส หารือเรื่องราคาปาล์มที่ตกต่ำ รัฐบาลนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน และรัฐบาลไม่ฟังข้อเสนอของเกษตรกรที่จะยกระดับมาตรฐานราคาปาล์มที่กิโลกรัมละ ๕ บาท
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สืบเนื่องจากรัฐบาลภายใต้การนำของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บริหารประเทศ มา ๑ ปีครึ่ง ท่านประธานคงจะเห็นนะครับว่าสินค้าต่าง ๆ แพงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นของใช้ ในชีวิตประจำวัน ทุกอย่างแพงขึ้นโดยตลอด แต่ท่านประธานครับ สินค้าเกษตรของพี่น้อง โดยเฉพาะผลปาล์มของพี่น้องประชาชนและขอแถมมะพร้าวไปด้วยนะครับท่านประธาน เป็นที่มาว่ารัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ สินค้าเกษตรของพี่น้องประชาชนตกต่ำมาโดยตลอด อย่างเช่นปาล์ม อย่างเช่นมะพร้าว จนเป็นที่กล่าวขวัญกันว่ารัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ ลิงตกงานครับท่านประธาน เพราะรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กำหนดนโยบายบริหารงานผิดพลาด ผิดพลาดอย่างไรครับท่านประธาน ผิดพลาดในกรณีที่ให้นำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ ให้นำเข้าน้ำมันมะพร้าวจากต่างประเทศ นี่เรื่องใหญ่ครับท่านประธาน เพราะเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ราคามะพร้าว ตอนแรกลูกละ ๗-๘ บาท พอหลังจากมีการนำมะพร้าวเข้าจากต่างประเทศ เพราะรัฐบาล ตกใจว่าราคามะพร้าวสูง กลัวพี่น้องประชาชนจะเดือดร้อน นำเข้ามาตูมเดียวเลยครับ ๕๐,๐๐๐ ตัน ตอนนี้มะพร้าวลูกละ ๑ บาทยังไม่มีคนซื้อ นี่ครับจนถึงเป็นที่มาว่าลิงตกงานครับ ลิงภาคใต้ตกงานครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของเรื่องปาล์มที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ในวันนี้ ผมเรียนถามว่าเรื่องปาล์มนั้นรัฐบาลอยู่ ๆ ได้อนุมัติเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๕ ให้นำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศเข้ามา ๔๐,๐๐๐ ตันครับท่านประธาน ๔๐,๐๐๐ ตัน ถ้า ๔๐,๐๐๐ ตัน ท่านประธานทราบไหมครับว่าถ้าเป็นกิโลกรัมเท่าไร ๒๔๐ ล้านกิโลกรัม ผมย้ำอีกครั้งนะครับ น้ำมันปาล์มดิบ ๔๐,๐๐๐ ตัน ถ้าเป็นผลปาล์มสดนี่ก็ ๒๔๐ ล้านกิโลกรัม เพราะว่าปาล์มสด ๖ กิโลกรัมต่อน้ำมัน ๑ กิโลกรัม ๒๔๐ ล้านกิโลกรัม นี่มันเยอะนะครับท่านประธาน หลังจากที่ท่านอนุมัตินำเข้ามาเมื่อเดือนเมษายน หลังจาก วันที่ ๑๗ ท่านให้สัมภาษณ์ เป็นอย่างไรครับ ปาล์มตกทะลู่ทะลาดเลย ท่านไม่มีมาตรการใด ๆ ในการแก้ไขปัญหาเลย ท่านจะอ้างว่าสต็อกไม่พอก็ไม่ได้ เพราะตามที่เขากำหนดไว้ ท่านประธานครับ สต็อกเดือนเมษายนอยู่ที่ ๒๙๗,๐๐๐ ตัน เกินไปตั้ง ๙๗,๐๐๐ ตัน ท่านประธานทราบไหมครับ จนมาถึงเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนปาล์มเดือดร้อน จากปาล์มเมื่อประมาณต้นปี ๒๕๕๕ อยู่ที่กิโลกรัมละ ๕.๕๐-๖.๕๐ บาท ลดมาเหลือ ๒.๓๐ บาทครับท่านประธาน เกษตรกรอยู่ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้นโดยนายอาคม เอ่งฉ้วน ขออนุญาตต้องเอ่ยนาม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดกระบี่ ก็ได้กระทู้ถามสดว่าอย่านำเข้ามาเลย เพราะว่าถ้านำเข้ามานี่เกษตรกรเดือดร้อน ท่านประธานครับ นี่รัฐบาลไม่ฟังอย่างไรครับ พอไม่ฟังพี่น้องเกษตรกรไม่ว่าจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ได้ออกมาเรียกร้องราคาปาล์มต่อรัฐบาล ที่จังหวัดชุมพรวันที่ ๑๑-๑๒ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีวันที่ ๑๒ จนเป็นที่มารัฐบาลยอมรับข้อเสนอ ผมต้องขอขอบคุณ คุณสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ที่เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคมนี่จากการประชุมร่วมกันของเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ที่ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนเกษตรกรเสนอว่าขอกิโลกรัมละ ๕ บาท ตอนแรกตัวแทนเกษตรกร เสนอมา ๖ บาท ก็ตกลงกันที่ ๕ บาท ท่านรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะนำเสนอนายกรัฐมนตรีให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพราะว่าต้องเสนอคณะ คชก. โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน บอกว่าวันที่ ๑๗ ธันวาคม ให้เกษตรกรมารอคำตอบ พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดชุมพรที่ประท้วงอยู่ที่หน้าศาลากลาง ๑ คืนกับ ๒ วัน พี่น้องชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ไปรอคำตอบอยู่ที่โคออพ (Co-op) ที่สี่แยกหนองขรี วันที่ ๑๒ พอมีหนังสือสั่งการจากรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่าวันที่ ๑๗ ธันวาคม รับปากจะเข้า คณะกรรมการ คชก. โดยที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และเสนอที่กิโลกรัมละ ๕ บาทนี้ จะนำเข้าเสนอ ท่านประธานครับ วันที่ ๑๗ ท่านรองเลขาธิการสุภรณ์ท่านบอกว่าวันที่ ๑๗ ช่วงบ่ายให้ตัวแทนเกษตรกรมารอฟังคำตอบ นี่นะครับวันจันทร์ที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ให้มารอฟังคำตอบว่าเขาจะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไรที่เสนอมา ๕ บาท รัฐบาลรับได้ไหม ท่านประธานที่เคารพครับ วันที่ ๑๗ ก็แล้ว วันที่ ๑๘ ก็แล้ว ไม่มีคำตอบใด ๆ จากรัฐบาลเลย ถ้าผมพูดตรงนี้ผมถามว่ารัฐบาลโกหกประชาชนไหมครับ ถ้าอย่างนี้ผมกล่าวหาได้ว่า รัฐบาลโกหกประชาชน พูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง รับปากแล้วไม่ทำ หลังจากนั้นท่านประธานครับ พี่น้องชาวภาคใต้ได้รวมตัวกันที่จังหวัดชุมพรในวันที่ ๑๙ เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา ที่หน้าวนอุทยานเขาพาง เรียกร้องว่ารัฐบาลที่รับปากไว้ว่าจะยกระดับมาตรฐานราคาปาล์มที่กิโลกรัมละ ๕ บาท เมื่อไรคุณจะทำ พี่น้องประชาชนที่มาร่วม เพราะเขาบอกว่ารัฐบาลจะให้คำตอบวันที่ ๑๗ วันที่ ๑๗ เรารอแล้วบ่ายโมงก็ไม่ได้รับคำตอบ วันที่ ๑๘ ก็ไม่ได้รับคำตอบ วันที่ ๑๙ พี่น้องประชาชน มากันเยอะครับ ก็ออกมาปิดถนนสายเพชรเกษม สายเอเชีย ท่านประธานที่เคารพครับ พวกผม ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นไม่เห็นด้วยเลยครับ ในกรณีที่ปิดถนนเพราะจะสร้าง ความเดือดร้อนให้กับคนทั่วไป แต่สิ่งที่เขาบอกว่ารัฐบาลโกหกเขาไม่ประชุม พอพี่น้อง เกษตรกรชุมนุมปิดถนนในวันนั้นท่านทราบไหมครับ เวลาสี่โมงเย็นประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล โดยท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธาน แล้วก็มีมติออกมาช่วยเหลือ ที่กิโลกรัมละ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ๔ บาท ๑๘.๕ เปอร์เซ็นต์ที่ ๔.๓๕ บาท ท่านประธานครับ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ที่รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือมา ชุดแรกออกมา ๕๐,๐๐๐ ตันครับ ท่านประธาน ๕๐,๐๐๐ ตันชุดแรก ท่านกำหนดว่าอย่างไรครับ ท่านกำหนดบอกว่าให้โรงสกัด รับซื้อปาล์มจากพี่น้องประชาชน จากเกษตรกรรายย่อยที่กิโลกรัมละ ๔ บาท ๔.๓๕ บาท กรมการค้าภายในกำหนดครับ พวกผมว่าถ้ากำหนดอย่างนี้เกษตรกรรายย่อยที่ไหนจะไปขาย ที่โรงงานได้ เพราะเกษตรกรรายย่อยมี ๕ ไร่ ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ ไม่เอาไปโรงงานได้ครับ รัฐบาล ออกมาตรการมาช่วยเหลือ ๕๐,๐๐๐ ตัน โกลาหลวุ่นวายมากครับท่านประธาน โกลาหลวุ่นวายมาก ๕๐,๐๐๐ ตันชุดแรกจบไปแล้วครับ พี่น้องเกษตรกรได้ประโยชน์ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านอย่าได้นิ่งนอนใจ หลังจากนั้นหมดแล้วครับ ตอนนี้ ๕๐,๐๐๐ ตัน ที่ท่านอนุมัติมาหมดแล้ว หลังจากนั้นคณะ กนป. ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ก็ได้มีการ นำเสนอช่วยอีก ๕๐,๐๐๐ ตัน รวมเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ๕๐,๐๐๐ ตัน ชุดหลังท่านประธานครับ จากการประชุมร่วมกันของคณะกรรมาธิการ ๓ คณะ วันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ เข้าไปตอบชัดเจนวันที่ ๑๖ ผมจำได้ครับ แล้วก็ออกมาตรการมาว่าหลังจากนี้เกษตรกรจะขาย ปาล์มได้ที่กิโลกรัมละ ๔ บาท โกหกอีกแล้วครับ วันนี้ไม่มีเกษตรกรคนใดเลย ท่านใดเลยที่ขาย ปาล์มได้ วันนี้เขาขายปาล์มได้กิโลกรัมละเท่าไรครับท่านประธาน ๓.๑๐ บาท ๒.๙๐ บาท อยู่ระดับนี้นะครับ เป็นกลไกปกติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตถามเป็นคำถามที่ ๑ ว่า การนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศทำให้ราคาปาล์มสดตกต่ำจากเดิม ๕-๖ บาท ปัจจุบันเหลือที่กิโลกรัมละ ๒.๘๐-๓.๑๐ บาท ท่านจะแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรอย่างไรครับ