ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หารือเรื่องการให้บริการอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยชี้ว่ามีปัญหาการจำกัดเวลาและความไม่สะดวกในการใช้งาน และต้องการปรับปรุงให้ครอบคลุมทั้งแอร์ไซด์และแลนด์ไซด์ เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับบริการที่ดีขึ้น
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตตอบกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องการให้บริการวายฟายที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต้องขอบพระคุณครับ เรื่องนี้ฟังเหมือนเรื่องเล็กแต่เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญก็ต้องขออนุญาต กราบเรียนขอสไลด์เลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
คือการให้บริการ วายฟายในปัจจุบันทางท่าอากาศยานมีสัญญาอยู่กับบริษัทน่าจะเป็นบริษัท มิลคอม ซีสเต็มส์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๒ รูปแบบก็อย่างที่ท่านสมาชิกกล่าวครับ คือมันขึ้นกับคอนเซ็พต์ (Concept) ของผู้บริหารตอนนั้นเขามองว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด ไม่อยากลงทุน ก็คือว่าให้สิทธิ กับผู้ประกอบการมีสิทธิไปขายตัวการ์ดวายฟาย (Card Wi-Fi) ได้บริเวณด้านนอก ส่วนด้านใน แลกกับสิทธิในการขาย แล้วค่าตอบแทนก็ต้องทำวายฟายที่ให้กับผู้โดยสาร เพราะฉะนั้นวายฟาย ที่ให้บริการอยู่เป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจ (Package) รวม เพราะฉะนั้นพื้นที่แอร์ไซด์ (Airside) คำว่า แอร์ไซด์ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ก็คือส่วนที่เลยจาก ตม. เข้าไปที่เป็นส่วนที่ผ่าน การตรวจค้นแล้ว ภาษาเทคนิคเรียกว่าแอร์ไซด์จะมีการให้บริการฟรี ส่วนด้านแลนด์ไซด์ (Landside) หรือด้านก่อน ตม. ต้องซื้อการ์ด ซึ่งเป็นการ์ดของทางบริษัทเอกชน ๒๕๐ บาทต่อชั่วโมง ก็คือ เป็นตัวที่ทำธุรกิจอยู่ด้านนอก ส่วนด้านในเขาก็มาให้บริการฟรี ๑ ชั่วโมงต่อผู้โดยสาร ๑ คน ๑ คนใช้ได้ ๒ ครั้ง ก็คือแนวคิด แล้วก็ปัจจุบันที่เห็นสีเป็นแดง ๆ นั่นคือจุดที่ไปรับตัวพาสเวิร์ดได้ เพราะตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ของประเทศไทยเราจะไม่สามารถจะล็อกอิน (Login) ได้เลย ต้องมีพาสเวิร์ด ต้องมียูสเซอร์เนม ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน แล้วก็จะมีจุดให้บริการ อย่างด้านแอร์ไซด์ชั้น ๒ ก็มีอยู่ ๔ จุด และชั้น ๓ ก็มีอยู่ ๒ จุดอะไรอย่างนี้ ก็จะกระจายทั่วไป ในสนามบิน ซึ่งต้องกราบเรียนว่าก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไร ชั้น ๒ ก็มีอยู่บางจุด ด้านในแอร์ไซด์ ด้านนอกก็มีอยู่บางจุด ถ้าเราไปในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเห็นรูปนี้ครับ วายฟายฟรี ๖๐ นาที แต่ว่ารูปแบบคือว่าผู้โดยสารก็ต้องไปอย่างนี้ครับ ไปที่เคาน์เตอร์ (Counter) แล้วก็ไปลงชื่อ ขอตัวพาสเวิร์ด ยูสเซอร์เนมมา เห็นว่าวัน ๆ หนึ่งผู้โดยสารก็ไม่ได้มาขอเยอะ เพราะว่าหาไม่เจอ ด้วยส่วนหนึ่ง แล้วก็เป็นเรื่องลำบาก ไม่สะดวกเลยครับ ผมว่าอันนี้ก็เป็นปัญหาอย่างแท้จริง ส่วนจุดขายวายฟายก็อยู่ด้านนอก ด้านในก็มีขาย บางคนที่ไม่อยากไปลงทะเบียนหรือเสียเวลา ซื้อก็สามารถใช้วีซ่า การ์ด (Visa Card) แล้วก็ล็อกอินแต่ว่าเสียสตางค์เพิ่มได้ เพราะฉะนั้นรูปแบบนี้ เป็นที่กังวลเพราะเรามองแล้วว่ามันก็ไม่ดีกับผู้โดยสาร ซึ่งที่ท่านสมาชิกบอกว่าเราได้รางวัล มากมายสไลด์ที่ผมเอามาให้เราไม่ดีเลยครับ อันนี้เป็นตัวแรงกิง (Ranking) จากเอเอสคิว (ASQ) ก็คือแอร์พอร์ต เซอร์วิส ควอลิตี (Airport Service Quality) เราอยู่แรงกิง ๔๒ ครับ แต่ที่ ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนอยู่ที่อันดับหนึ่งครับ ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนให้บริการ อินเทอร์เน็ตฟรีไม่จำกัดเวลาทั้งในและนอกเขาได้อันดับหนึ่ง ท่าอากาศยานชางงีที่ประเทศสิงคโปร์ ได้อันดับ ๒ ของโลก เขาให้บริการฟรีทั้งในและนอกไม่จำกัดเวลา ของเราอันดับ ๔๒ ครับ เราให้บริการเฉพาะด้านใน ๑ ชั่วโมงครับ อันนี้คือข้อแตกต่างครับ ฉะนั้นตรงนี้ผมว่าเป็นจุดอ่อนสำคัญที่พอผมเข้ารับตำแหน่งปุ๊บก็ดูตรงนี้ แล้วยังมีผลจากเซอร์เวย์ (Survey) ด้วย อันนี้ทั่วโลกครับ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็คือหลัง ตม. ต้องรับยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ด ๑ ชั่วโมง ท่าอากาศยานชางงีทุกพื้นที่ ท่าอากาศยานชางงีของประเทศสิงคโปร์ ต้องรับยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ดเหมือนกัน เป็นกฎหมาย ใช้ได้ ๖ ชั่วโมง ของประเทศฮ่องกง ทุกพื้นที่ไม่ต้องรับพาสเวิร์ดเข้าได้เลยไม่จำกัดเวลา ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนทุกพื้นที่ ได้ทันทีไม่จำกัดเวลา ท่าอากาศยานปักกิ่งทุกพื้นที่ ท่าอากาศยานปักกิ่งก็ต้องรับพาสเวิร์ด ต้องรับยูสเซอร์เนม แล้วก็ใช้ได้ ๕ ชั่วโมง ๓ ครั้งต่อวัน ทุกแห่งดีกว่าเราหมดนะครับ ถามว่า ผู้โดยสารรู้สึกอย่างไร จากการเซอร์เวย์ของเราปีที่ผ่านมาเอเอสคิว เซอร์เวย์ ๓๖ หัวข้อ ฟรีอินเทอร์เน็ตต่ำสุด ได้สกอร์ (Score) ๓.๓ จาก ๕ คะแนนเต็ม ฉะนั้นตรงนี้คือจุดอ่อนที่สำคัญ แล้วเราก็ต้องรีบเร่งปรับปรุง เพราะว่าฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ตอนนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องใช้ เป็นเรื่องความสะดวกสบายที่ทุกคนต้องใช้นะครับ เพราะฉะนั้นนโยบายที่ผมให้ไปตอนรับ ตำแหน่งปุ๊บเดือนธันวาคมก็ได้มีพิจารณาเรื่องนี้ สรุปว่าเราจะให้บริการโดยครอบคลุมทั้ง แอร์ไซด์และแลนด์ไซด์ ด้านในด้านนอก แต่เผอิญมีติดสัญญากับเจ้าเก่าอยู่นิดหนึ่งก็ต้องมี กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ก็คิดว่าภายในเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๖ สามารถจะใช้ฟรีทั้งใน และนอกด้านเทอร์มินอล (Terminal) กับด้านคอนคอร์ด (Concord) ได้ ทีนี้ของเราก็มีเรื่อง แบทเทิล.เน็ต (Battle.net) เรื่องคอนเนคทิวิตี (Connectivity) อยู่ ตอนนี้ก็ลิมิท (Limit) ๒,๐๐๐ รายพร้อมกันก่อน ก็คิดว่าต้องดูก่อนว่าเพียงพอไหม ถ้าไม่พอเราอาจจะขยายเพิ่ม แล้วก็ต้องรับพาสเวิร์ด รับยูสเซอร์เนมเหมือนเดิม เพราะว่าเป็น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ๒๕๕๐ เราไม่สามารถให้ล็อกอินอิสระได้ แล้วเราก็คงจะใช้วิธีเราเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่เอาแล้ว ไม่ให้มาขายแล้วก็คือให้ใช้ฟรีเลย ก็อย่างที่ท่านให้คำแนะนำไว้นะครับ แล้วก็คงจะเพิ่ม ความเร็วขึ้นเป็นปัจจุบัน ๑ เมกะบิตต่อวินาที เราจะเพิ่มเป็น ๒ เมกะบิตต่อวินาที แล้วให้ได้ ๒ ชั่วโมง นอกจากนี้เพื่อความสะดวกครับ เราคงใช้เหมือนที่ท่าอากาศยานปักกิ่ง คือแทนที่จะต้องไป ที่เคาน์เตอร์ ไปแลกบัตรเอายูสเซอร์เนม พาสเวิร์ดไปลงชื่อ เราจะมีเครื่องที่เอาพาสปอร์ตสแกน (Scan) สแกนปุ๊บได้ยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ดเลย ทำเหมือนที่ท่าอากาศยานปักกิ่งก็จะติดลองไว้ฝั่งซ้ายฝั่งขวาก่อน เพื่อให้ผู้โดยสารสะดวกขึ้น ไม่ต้องไปรอเข้าคิวที่เคาน์เตอร์อินฟอร์เมชัน (Counter information) แล้วนอกจากที่บริเวณนี้แล้วยังจะขยายเป็นที่จอดรถด้วย เพราะบางทีมารับผู้โดยสาร ผู้โดยสารรอ ก็สามารถใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาเช็กไฟล์ท (Flight) หรือว่าหาข้อมูลได้ แล้วก็จะขยายไปที่ ท่าอากาศยานดอนเมือง แล้วก็ท่าอากาศยานภูมิภาคต่าง ๆ ด้วยครับ ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ แล้วทางกระทรวงคมนาคมก็เห็นว่าเป็นจุดที่จะต้องปรับปรุง แล้วก็ได้สั่งการเป็นนโยบาย ก็สอดคล้องกับที่ท่านมีคำถามมาพอดี ก็คงต้องรออีกนิดหนึ่งมิถุนายน ปี ๒๕๕๖ ก็คงจะได้ ใช้วายฟายฟรีกัน แล้วผมก็ต้องกราบเรียนว่าสุวรรณภูมิก็มีข้อที่ต้องปรับปรุงอีกมาก แต่เรา ก็ดูผลเซอร์เวย์ เราคุยกับผู้โดยสาร คุยกับผู้ประกอบการ แล้วก็พยายามปรับปรุงเพื่อให้การ ให้บริการดีขึ้น เราไม่คุยว่าเราได้รางวัล เราหาข้อบกพร่องและพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นครับ ขอบคุณครับ