อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่..) พ.ศ..... โดยอภิปรายถึงเรื่องการยกเว้นภาษีป้ายวงกลมและขออนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลให้กับหน่วยงานของรัฐและศาสนสถาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอ สงวนความเห็นเอาไว้นะครับ ซึ่งเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย จริง ๆ การสงวนคราวนี้จำเป็นต้องอภิปรายมาก แล้วก็ อยากจะถามดุลยพินิจท่านประธานด้วยนะครับ ท่านประธานช่วยกรุณาตามผมไปสักนิดหนึ่ง เพราะสงวนคราวนี้สงวนตั้งใจจะมาคุยกับท่านประธานโดยเฉพาะเลยนะครับ อย่างนี้ครับ หัวใจหลักสำคัญของการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คราวนี้มันมี ๒ เรื่องด้วยกัน ผมขอรวมนะครับ เพราะมันเป็นเรื่องเดียวกัน อันแรกคือ ในมาตรานี้เขาจะขอยกเว้นว่าไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบการขนส่ง ซึ่งเป็นไปตาม มาตรา ๒๙ ในปัจจุบัน เดี๋ยวจะมีมาตราที่ใกล้เคียงกันคือมาตรา ๘๘ ซึ่งเป็นหัวใจของมัน หัวใจก็คือว่าไม่ต้องเสียภาษีป้ายวงกลม ท่านประธานยึดให้ดีก่อนนะครับ ผมจะขอเปรียบเทียบ ง่าย ๆ นะครับ ในกรณีของภาษีป้ายวงกลมก็จะมีกฎหมายเก่าอยู่แล้ว ซึ่งในกฎหมายเก่า ของเขาก็จะบอกว่าหน่วยงานใดบ้างที่ไม่ต้องเสียภาษีป้ายวงกลม ซึ่งโดยมากแล้วก็จะเป็น ส่วนงานราชการ มีดังต่อไปนี้ เดี๋ยวผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ หน่วยงาน ที่ไม่ต้องเสียภาษีป้ายวงกลม เช่น รถที่ใช้ในการขนส่งส่วนบุคคลของกระทรวง ทบวง กรม ราชการ ส่วนท้องถิ่น วัด มูลนิธิ สภากาชาดไทย พวกนี้ครับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีป้ายวงกลม รวมไปถึงพวกนี้เช่นเดียวกันครับไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบการขนส่ง แต่ท่านประธานครับ ความยากของมันอยู่ที่ว่ากฎหมายเดิมมันมีวัดอยู่ในนั้นครับ อันนี้ท่านประธานต๊ะเอาไว้ก่อนนะครับ ปรากฏว่ากระทรวงคมนาคมเขาทำร่างฉบับนี้ส่งไปยังคณะรัฐมนตรี และเราก็รู้อยู่แล้วว่า กฎหมายของฝ่ายบริหารคณะรัฐมนตรีจะต้องส่งต่อไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตรวจร่าง อันนี้เราเข้าใจกัน ปรากฏอย่างนี้ครับ ตอนที่กระทรวงคมนาคมทำการส่งไปก็บอกว่าหลักการ ท่านประธานอ่านหลักการให้ดีนะครับ หลักการจะขอยกเว้นการขออนุญาตประกอบการ ขนส่งส่วนบุคคลและยกเว้นภาษีประจำปีให้แก่รถส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งนะครับ ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ เหตุผลก็อธิบายต่อเนื่องมาเลยครับว่า มีความจำเป็นที่จะต้องยกเว้นภาษีหรือว่ายกเว้นเรื่องการประกอบการขนส่งให้กับหน่วยงาน ของรัฐต่าง ๆ แต่ท่านประธานครับ ไม่มีศาสนสถานอื่นใดอยู่ในนี้นะครับ ปรากฏว่าพอเรื่อง ส่งจาก ครม. อนุมัติร่างนี้ไปส่งไปตรวจร่างยังคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการกฤษฎีกา หวังดีเป็นอย่างยิ่งครับ เติมให้อีก ๒ ศาสนาเข้าไป ซึ่งศาสนาอิสลามก็คือมัสยิด แล้วก็เติมมิซซัง ที่เป็นศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ดูเหมือนจะไม่มีอะไรใช่ไหมครับ ปรากฏว่าพอเรื่องผ่านมา ตอนที่กฤษฎีกาแก้ กฤษฎีกาดันไม่ได้แก้ในเรื่องของหลักการไปด้วยครับ เพราะเราจะรู้กันอยู่ใช่ไหมครับ เวลากฤษฎีกาตรวจร่างเสร็จจะต้องส่งกลับไป ครม. อีกครั้ง เพื่อมาที่วิป (Whip) รัฐบาล ปรากฏว่ากฤษฎีกาตอนแก้ใส่มัสยิดกับมิซซังลงไปเพิ่มแจ้งกลับไป ครม. ดันไม่ได้พูดในส่วนของ หลักการครับ พอมาถึงสภาครับ มีปัญหาเลย ในวาระที่หนึ่งผมยังจำได้ครับว่าแต่ละคน อภิปรายเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าทำไมถึงใส่เพิ่มไปอีกแค่ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ บางคนบอกว่า มีอีกตั้งหลายศาสนาทำไมไม่เพิ่มเข้าไปเพื่อความหลากหลาย รับไปครับ พอผมเป็นกรรมาธิการ ตั้งใจเลยว่าจะเปลี่ยนคำนี้ให้เป็นคำว่า ศาสนสถาน นั่นหมายความว่าทุกศาสนาสามารถที่จะ ได้รับการยกเว้นในเรื่องของภาษีป้ายวงกลมหรือการขออนุญาตจดทะเบียนขนส่งได้เท่าเทียมกัน ทุกศาสนาเหมือนกัน เพราะผมเองก็เจอข้อโหว่ ถ้าใครเป็นคริสต์ที่อยู่ในนี้นะครับ ในสภานี่ ช่วยบอกทีเถอะครับ การที่เติมเข้ามาเป็นมัสยิดนี่ศาสนาอิสลาม ไม่เป็นอะไรครับ การที่เติม มิซซังเข้ามานี่ มิซซังนี่นะครับอยู่ภายใต้ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก แต่ถ้าเป็นโปรเตสแตนต์ เขาจะเรียกว่ามิชชันครับ ในนี้ก็ไม่มีมิชชันเข้ามาเราก็อยากจะเปิดให้กว้าง แต่ท่านประธานครับ ถามว่าผมสามารถจะแก้ให้เป็นทุกศาสนสถานได้เท่าเทียมกันได้ไหม ไม่ได้ครับ ทำไมไม่ได้ครับ ท่านประธานย้อนกลับไปดูหลักการไปพร้อม ๆ กันนะครับ ผมอยากจะให้ท่าน ส.ส. ได้ดู หลักการนะครับ หลักการเขียนว่า ให้ยกเว้นการขออนุญาตการประกอบการขนส่งส่วนบุคคลและยกเว้นภาษี รถประจำปีให้แก่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ นี่เลยเป็นประเด็นเลยครับ พอจะแก้ ให้เกิดมีความเท่าเทียมกันในทุกศาสนาก็แก้ไม่ได้เพราะเป็นการเกินหลักการ ผมเลยจะต้องถาม ท่านประธานช่วยคิดให้ผมหน่อยเถอะครับ ถ้าจะเป็นการเพิ่มไปยังศาสนสถานอื่น ๆ มันเกิน หลักการ แต่มันไม่ขัดหลักการใช่ไหมครับ ถ้ามันเกินหลักการแล้วไม่ขัดหลักการแปลว่า ผมจะเติมแบบนั้นได้ใช่ไหม ช่วยวินิจฉัยให้ผมก่อนได้ไหมในชั้นนี้ ไม่อย่างนั้นแล้วก็ไปกัน อีนุงตุงนัง เพราะผมเองยังติดใจอยู่ว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาเติมข้อความคำว่ามัสยิดกับ มิซซังลงไปได้อย่างไรเพราะในหลักการมันไม่มี แต่ใจอยากจะให้ทุกศาสนา คราวนี้มัน เดดล็อก (Deadlock) มันเข้าสู่ทางตัน ท่านประธานแล้วก็สภาแห่งนี้ช่วยตอบผมก่อน ได้ไหมครับในเบื้องต้นแล้วเดี๋ยวเราคุยกันต่อได้ครับ