ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร พูดเรื่องการรับผิดชอบโครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา และตอบคำถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดตรังเกี่ยวกับการทุจริตในโครงการนี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีนะครับให้มาตอบกระทู้ถามสดของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดตรัง คือคุณหมอสุกิจนะครับ คือผมต้องเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดตรังว่าเรื่องทั้งหมดที่ผมเข้ามา รับผิดชอบโครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ผมเข้ามา รับงานช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ช่วงปลายเดือนก็ได้มีการอภิปรายไม้ไว้วางใจในสภา ตัวท่านคุณหมอสุกิจนี่นะครับท่านก็เป็นคนที่มีการอภิปรายเรื่องนี้ แล้วท่านก็บอกว่า มีการสวมสิทธิของสถาบันเกษตรกร มีการนำยางมาเป็นรถสิบล้อ แล้วท่านก็ได้นำภาพวีดิทัศน์ มาแสดงในสภา ท่านประธานครับ สิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นำมาเป็นข้อท้วงติงนี่นะครับ ผมเองในฐานะคนที่รับผิดชอบโครงการ ผมไม่ได้นิ่งนอนใจเลยครับท่านประธาน ผมก็ได้พยายาม ได้แก้ไข ผมต้องเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับว่าโครงการนี้มีทั้งท่าน ส.ส. หลายท่าน รวมทั้ง ท่าน ส.ว. จากจังหวัดเดียวกับท่านด้วย ตอนที่ ส.ว. อภิปรายโดยไม่มีการลงมติ ก็ได้บอกว่า มันมีการสวมสิทธิ มีการทุจริต แล้วก็ปัญหาในเรื่องของสต็อก (Stock) รวมถึงมีการเผาโกดัง ผมต้องเรียนท่านประธานครับ ผมเข้ามานี่ต้องเข้ามาเคลียร์ (Clear) ปัญหาก่อนครับท่านประธาน เรื่องแรกที่ผมทำก็คือเรื่องสต็อกต่าง ๆ ที่มีปัญหา แล้วก็เรื่องการสวมสิทธิ ผมก็ต้องเข้ามา ตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน ก่อนที่จะดำเนินโครงการต่อไป ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ เรื่องทั้งหมด เรื่องการสวมสิทธิก็ดี เรื่องสต็อกต่าง ๆ ที่มีปัญหาก็ดี ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๖ ผมได้ส่งเรื่องทั้งหมดไปให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ ดำเนินการเลย พวกสวมสิทธิทั้งหลายรวมทั้งพวกโกงสต็อกอะไรต่าง ๆ พวกเผาโกดังด้วยนะครับ ก็คือส่งเรื่องทั้งหมดให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการใครผิดก็ว่าไปเลย คราวนี้ก็มาถึง เรื่องว่าทำไมรัฐบาลถึงยังไม่ได้จ่ายเงินให้กับสถาบันเกษตรกร ผมต้องเรียนท่านประธาน อย่างนี้คือปัญหามันเกิดจากเรื่องความไม่โปร่งใส แล้วผมต้องเรียนท่านเลยครับว่ามีผู้ว่าราชการจังหวัด ทางภาคใต้หลายจังหวัดส่งเรื่องมาถึงผมบอกว่าสถาบันเกษตรกรมีการสวมสิทธิ มีเรื่องทุจริต ผมจะยกในตัวอย่างหนึ่งให้ท่านประธานได้ทราบ ก็คือมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ส่งหนังสือมา ที่ สข ๐๐๑๖.๓/๑๓๗ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ บอกว่าได้ตรวจสอบ พบการทุจริตของสถาบันเกษตรกร ซึ่งได้ซื้อยางจากบุคคลภายนอกที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก และรายชื่อกลุ่มสมาชิกจากเอกสารซื้อขายไม่ตรงกับรายชื่อกลุ่มที่ได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการ ซึ่งผิดไปจากเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของโครงการส่งมา ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะเป็นประธานคณะอนุกรรมการโครงการในจังหวัดได้ไปดำเนินการจับกุม แล้วก็ส่งเรื่องมาให้ผม ผมก็ได้รวบรวมเรื่องนี้ส่งไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ และขณะเดียวกันก็ยังมีผู้ว่าราชการจังหวัด ในภาคใต้แถว ๆ บ้านท่านส่งมาอีกหลายจังหวัด ผมก็ส่งไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการ และขณะเดียวกันก็มีหนังสือจาก สตง. ท้วงติงถึงความไม่โปร่งใสของโครงการ ซึ่งก็ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นำเรื่องนี้ขึ้นมาหารือ ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ได้ตอบไปหมดแล้ว ถึงท่านผู้ว่า สตง. ว่าผมในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างไรบ้าง สิ่งสำคัญนะครับ คือมีสถาบันเกษตรกรมาเข้าร่วมโครงการ ที่ยังค้างเงินเขาอยู่ ๔๒๖ สถาบัน ผมต้องเรียนท่านประธานว่าที่ผมไม่ได้ปล่อยเงินไปอย่างรวดเร็ว เพราะว่ามันมีการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไปจับมาเยอะ ผมก็ต้องขอเวลาในการตรวจสอบ ให้ถูกต้องก่อนที่จะมีการปล่อยเงินไป ผมก็เรียนท่านประธานครับว่ารัฐบาลภายใต้การนำ ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ท่านมีเจตนาที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง แต่หลักการสำคัญคือต้องการให้เงินไปถึงมือเกษตรกรชาวสวนยางจริง ๆ ไม่ใช่เงินไปถึง มือพวกทุจริตหรือพวกพ่อค้าคนกลางที่ไปรับซื้อยางมาแล้วเอามาสวมสิทธิใส่ เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคมที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติเงินอีก ๕,๐๐๐ ล้านบาทให้มาจ่ายให้กับ สถาบันเกษตรกร และขณะนี้ก็ต้องเรียนท่านว่าเมื่อวานนี้ทางผู้อำนวยการ อ.ส.ย. ก็ได้ไปเซ็น สัญญาเงินกู้กับ ธ.ก.ส. แล้ว และเช้าวันนี้ก็ได้ทยอยปล่อยเงินออกจาก ธ.ก.ส. ไปเข้าบัญชีกับ สถาบันเกษตรกรที่เป็นหนี้อยู่ และผมก็ต้องเรียนว่าที่รัฐบาลไม่ได้ปล่อยเงินอย่างทันทีทันใด อย่างรวดเร็วก็เกิดจากว่ามีข้อท้วงติงโดยเฉพาะจากท่าน ซึ่งผมก็ได้ตระหนักว่าการจะดำเนินการ โครงการพวกนี้จะต้องทำให้โปร่งใส แล้วขณะเดียวกันเรื่องที่มีการทุจริตก็เป็นหลักฐาน ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดส่งมาว่ามีสถาบันเกษตรกรมีการสวมสิทธิในเรื่องนี้ เราก็ต้องขอตรวจสอบ เพื่อไม่ให้เงินงบประมาณแผ่นดินได้รั่วไหล แล้วผมต้องเรียนครับว่าจากการดำเนินนโยบาย ที่เคร่งครัดของเราก็ทำให้ราคายางพาราในขณะนี้ได้เพิ่มขึ้นมาจากช่วงที่ท่านอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอบคุณครับ