รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพฤหัสบดีที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๓
ณ ตึกรัฐสภา
ผมขอเปิดประชุม เพื่อดําเนินการประชุมครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถามทั่วไป วันนี้คงไม่เปิดโอกาสให้หารือนะครับ เพราะว่ามีกระทู้ถามทั่วไปอยู่ ๔ กระทู้ กระทู้ถามสดอีก ๓ กระทู้ เดี๋ยวกระทู้ถามสด จะไม่ได้เข้าช่วงการถ่ายทอดสดนะครับ ท่านสถาพรประท้วงเลยหรือครับ มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ประท้วงอะไรหรอกครับ ขอนิดเดียวครับท่านประธาน ใช้เวลาอันมีค่านี้ คือที่บริเวณหน้าสภาเรา
เอาอย่างนี้ก่อน ท่านสถาพรเอาอย่างนี้ เดี๋ยวท่านนั่งลงก่อน ผมก็จะเปิดโอกาสให้หารือ ก็ได้ครับ ท่านละ ๓ นาที ประธานจะพิจารณาเพื่อความเหมาะสมให้พอดี ๆ กับเวลาที่เรา จะต้องบริหารจัดการ เพราะกระทู้ถามวันนี้มีกระทู้ถามธรรมดาที่เลื่อนขึ้นมาเป็น ๔ กระทู้ เพราะฉะนั้นก็ให้ท่านสถาพรท่านแรก คนละ ๓ นาทีนะครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน คือบริเวณ หน้าสภาเรามันมีถนนอยู่เส้นหนึ่ง คืออย่างนี้ครับท่านประธาน พวกผมมาประชุมสภา ไม่มีรถประจําตําแหน่ง ไม่มีรถส่วนตัว เวลาเลิกประชุมสภารอแท็กซี่เกือบ ๓๐ นาที ผมอยากจะขอความอนุเคราะห์ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานสภาเราช่วยจัดสถานที่ จอดรถแท็กซี่หน่อยครับ คิวรถแท็กซี่ครั้งละ ๓ คัน ๕ คัน เพื่อที่จะอํานวยความสะดวก ให้กับสมาชิกหรืออํานวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาติดต่อสภา เพราะว่าถ้าหน้านี้ ก็ค่อยยังชั่วนะครับ แต่ถ้าเป็นหน้าฝนแล้วก็ทรมานมาก เพราะว่าแท็กซี่กว่าจะมาแต่ละคัน บริเวณนี้ก็รู้อยู่ในช่วงสถานการณ์อย่างนี้เขาก็ไม่อยากจะมา พวกเราก็ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์ นั่งตุ๊กตุ๊ก โน่นครับไปโบกที่สี่แยกพิชัยโน่นถึงจะได้นั่งรถแท็กซี่ แต่ถ้ายืนรอก็ขาแข็งเลยละครับ เป็นครึ่งชั่วโมง ก็นําเรียนว่าสภาเรายังมีที่ด้านหน้าสภาก็ขอคิวแท็กซี่ให้เขามาจอดรับ สมาชิกและพี่น้องเราที่มาติดต่อสภา มันก็จะอํานวยความสะดวกอีกด้านหนึ่ง อันนี้ ก็นําเรียนท่านประธานว่าถ้าเห็นสมควรมีความเหมาะสมก็ฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าทําอย่างไรที่จะจัดให้แท็กซี่เขามาจอดแล้วเราเดินกันไปขึ้นตรงนั้น
เรื่องที่ ๒ ครับ เรื่องปัญหาในพื้นที่ ช่วงนี้ในเขตพื้นที่จังหวัดลําพูนประสบ ปัญหาภัยแล้งครับ ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในจังหวัดลําพูนก็ทําให้ลําไยที่กําลังออกช่อ ชูโรงอยู่ ซึ่งคิดว่ามันจะมีผลผลิตที่ดีแล้วก็มีราคาที่ดีในอนาคต ปรากฏว่าเจอปัญหาภัยแล้ง ทีนี้การประกาศเขตภัยพิบัติหรือภัยแล้งของผู้ว่าราชการจังหวัดตามนโยบายของรัฐบาล ไม่สนองตอบต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่ก็จะเอาไปขุดลอก เอาไปทํา โน่นทํานี่ ไม่ได้นํ้าครับ ได้แต่งานขุดลอกแล้วก็ฟันหัวคิว อยากจะนําเรียนว่าทําอย่างไร ในการแก้ปัญหาภัยแล้ง ก็คือจะต้องได้นํ้าทันที ยกตัวอย่าง เช่น บ่อบาดาลเกษตร คุณเจาะได้นํ้าทันที ไม่ใช่ไปขุดลอก ขุดโน่นขุดนี่ ซึ่งผมกําลังตรวจสอบแล้วก็จะนํามา อภิปรายในช่วงไม่ไว้วางใจ หลายเรื่องครับ ที่น่าตกใจที่ใช้งบภัยแล้ง เอาไปแล้วหลายเรื่อง แล้วก็ทําให้ไม่ใช่สนองตอบต่อประชาชน สนองตอบต่อข้าราชการ นักการเมือง แล้วก็ ผู้รับเหมาแค่นั้นครับ เพราะฉะนั้นการประกาศนโยบายภัยแล้งนี่อยากให้รัฐบาลติดตาม อย่างใกล้ชิด อย่าให้รั่วไหลครับ มิฉะนั้นก็กลายเป็นว่าประกาศภัยแล้งแล้วมันก็ได้ภัย จริง ๆ ครับ นั่นก็คือภัยของการคอร์รัปชัน (Corruption) กราบขอบคุณครับ
ต่อไปท่านสุกิจ อัถโถปกรณ์ แล้วก็ต่อด้วยท่านเชาวริน เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะหารือท่านประธานเกี่ยวกับบรรทัดฐานของการเชิญ ส.ส. ออกจากสภา หรือจะเรียกว่าเป็นการให้ใบแดงอย่างนั้นนะครับ อย่างเช่น กรณีเมื่อวานท่านทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ท่านเพียงแต่พูดคําว่า ม็อบ (Mob) เท่านั้น พูดคําว่าม็อบนี่มันร้ายแรงถึงขนาด ต้องไล่ออกจากสภาเลยหรือครับ อันนี้ผมติดใจมาก เพียงแต่สมาชิกคนหนึ่งขึ้นมาพูดว่า ม็อบเป็นอย่างนั้น ๆ ไม่ใช้กับการเคลื่อนไหวการชุมนุมที่รุนแรง ท่านก็ไม่เชื่อ แล้วก็ เชิญให้ถอนคําพูด โดยที่ท่านประธานไม่ได้ ผมว่าท่านไม่ได้ใช้เหตุผลในการไตร่ตรอง เท่าที่ควรเลยนะครับ อันหนึ่งก็คือความหมายของคําว่า ม็อบ ซึ่งมันก็กว้างขวางกว่าที่ ท่านสมาชิกพูด อีกอันหนึ่งก็คือเหตุผลของการชุมนุม แกนนําอาจจะพูดว่าเป็นการชุมนุม โดยสงบก็จริง ตั้งชื่อว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบก็จริงแต่ชาวบ้านเขาไม่ได้คิดอย่างนั้น การชุมนุมโดยสงบอะไรที่ปิดกั้นการจราจรเป็นเวลาตั้งหลายวัน ชุมนุมโดยสงบอย่างไร ที่เอาเลือดซึ่งถือว่าถ้าออกมาจากร่างกายคนแล้วมันไม่ใช่ของสะอาดแล้ว มันไม่ใช่ ของดีแล้วนะครับ ไปเทหน้าสถานที่ราชการ ไปเทที่หน้าบ้านของคนอื่นเขา อย่างนี้ หรือครับคือการชุมนุมที่สงบ การเคลื่อนที่ไปที่ต่าง ๆ บีบแตรยาวดังรบกวนพี่น้อง ประชาชน อันนี้หรือครับ เพราะฉะนั้นความหมายของเมื่อวาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมว่ามันไม่ใช่เหตุสมควรที่จะเชิญท่านสมาชิกท่านนั้น บังเอิญท่านเป็นผู้อาวุโสที่ไม่อยาก ต่อล้อต่อเถียงไม่อยากมีปากเสียงเลยเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น แต่ผมไม่สบายใจว่า ถ้าเอาเรื่องแบบนี้ มาตรฐานแบบนี้ เป็นบรรทัดฐานในวันข้างหน้า โดยที่ประธานเพียงแต่ ว่าใช้อํานาจให้ถอนแล้วเขาไม่ถอน เขาไม่เต็มใจจะถอน หรือเขาจะมีเหตุผลอะไร เขารังเกียจที่จะถอนอะไรก็ตาม แล้วก็เชิญเขาออกไปโดยที่ไม่ได้ไตร่ตรองเนื้อหาว่า มันรุนแรงสักแค่ไหน ผมว่ามันเป็นมาตรฐานที่เราไม่ควรจะยึดถือปฏิบัติต่อไปครับ
เชิญท่านเชาวรินครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ ผมไม่ได้มี เรื่องหารืออะไรกับท่านประธานแต่ผมขอเรียนถามท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาเลยครับ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ เรามีการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๑๖ ซึ่งวันนั้นผมเป็น ผู้หนึ่งที่เสนอกระทู้ถามสดและได้รับการบรรจุให้ถามได้ โดยกระทู้ถามสดของผม ก็จะถามเกี่ยวกับเรื่องรัฐบาลใช้กําลังทหาร ตํารวจ คุกคามเสรีภาพของประชาชน ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้ทําหนังสือตอบมาว่าขอเลื่อน ไม่พร้อมที่จะ มาตอบกระทู้ถามสด ผมก็ได้ขอต่อรองว่าให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีอีกท่านหนึ่งคือ ท่าน พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นผู้ตอบแทนก็ได้ ผมไม่ติดใจว่าจะต้องเจาะจง ที่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในขณะเดียวกันหนังสือขอเลื่อนของท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงนั้นก็ทํามา ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับ เพราะไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่าเลื่อนไปเป็ นวันที่เท่าไร ในขณะเดียวกันผมก็ไม่สามารถถามกระทู้ถามสดได้เนื่องจากมีการขัดขวางกัน อย่างรุนแรงในห้องประชุมแห่งนี้ สุดท้ายผมก็อาศัยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๔๖ (๑) ขอเปลี่ยนเป็นเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาซึ่งมีผู้รับรองถูกต้อง แต่มาวันนี้ผมดู ในระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ญัตติด่วนของผมหายไปไหนแล้วครับ ท่านประธาน ทําไมถึงไม่ได้รับการบรรจุไว้ ความจริงจะพิจารณาเมื่อไรผมไม่ติดใจหรอก แต่ว่ามันก็ต้องรักษากติกาว่าผมเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๑) มีเพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยให้การรับรองถูกต้องแต่มันหายไป ท่านประธานครับ ผมขอทวงถามท่านประธานโดยตรงเลยครับ
อยากเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ วันนั้นผมทําหน้าที่ประธานอยู่ ก็เรียนท่านเชาวรินว่าในวันที่ ท่านกล่าวถึงเป็นวันที่ท่านได้ตั้งกระทู้ถามสดและระเบียบวาระการประชุมขณะนั้นเป็น ระเบียบวาระการประชุมว่าด้วยการถามกระทู้ถามซึ่งใช้องค์ประชุม ๑ ใน ๕ ฉะนั้น มันก็ถามได้เฉพาะกระทู้ถามและดําเนินการประชุมได้เฉพาะเรื่องของกระทู้ถาม เรายังไม่ได้เข้าวาระการประชุมปกติที่จะต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ฉะนั้นก็เป็น เหตุผลว่าทําไมท่านถามกระทู้ถามสดแล้วท่านบอกท่านขอแปลงร่างเป็นญัตติ ญัตติท่าน ถึงหายไป เพราะว่าขณะนั้นอยู่ในระเบียบวาระกระทู้ถาม ยังไม่ได้เข้าระเบียบวาระปกติ เงื่อนไขสําคัญก็คืออยู่ที่องค์ประชุมเพราะว่ากระทู้ถามเราใช้แค่ ๙๕ ท่าน แต่ถ้าเป็น ระเบียบวาระปกติซึ่งมีสิทธิยื่นญัตติได้ ไม่ว่าญัตติด้วยปากเปล่าหรือญัตติอะไรต้องใช้ เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๓๘ ท่าน ก็เรียนชี้แจงให้ท่านทราบครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ผมยอมรับคําวินิจฉัยของท่านประธานโดยดุษฎี แต่ผมจะขอใช้สิทธิ ในการยื่นญัตติด่วนเป็นลายลักษณ์อักษรในลําดับต่อไป ขอให้ท่านช่วยพิจารณารับไว้ด้วย ขอบคุณครับ
ต่อไป ท่านบรรพต เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต
ท่านบุญยอดประท้วงหรือครับ
พาดพิงครับท่าน
พาดพิงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย
ผมฟังแล้ว ท่านไม่ได้พาดพิงใครนะครับท่านบุญยอด และไม่ได้ทําให้ใครเสียหายเลยนะครับ
ท่านฟังผมอธิบายก่อนสิครับ ขออนุญาตท่านประธาน ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ส. ที่เพิ่งอภิปรายไปเมื่อสักครู่ได้พาดพิงว่าในขณะที่ท่านกําลังจะ ยื่นกระทู้ถามก็มีการขัดขวางอย่างรุนแรงในสภา ผมจดตามคําพูดของท่าน ผมเป็นคนหนึ่ง ที่ลุกขึ้นประท้วงท่านแล้วก็ทักท้วงต่อท่าน แต่ผมต้องขอยืนยันว่าเราไม่ได้ขัดขวางท่าน ในการยื่นกระทู้ถาม แต่เนื่องจากว่าในวันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีไม่ได้มอบหมายใคร ให้มาตอบ เพราะฉะนั้นท่านจะใช้คําว่า ขัดขวางอย่างรุนแรงในสภา ผมคิดว่าพวกผม ก็เสียหาย ผมทํางานตามหน้าที่ เมื่อมีข้อติติงว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีไม่ได้มอบหมายใคร จึงมีการทักท้วงกันว่าไม่ควรจะถามกระทู้ถามในวันนั้น แล้วก็ให้รอก่อนเพียงเท่านั้นเองครับ
ก็ไม่มี อะไรนะครับ เชิญท่านบรรพตครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านสัก ๒-๓ เรื่องเพียงสั้น ๆ คือ ประเด็นแรก ผมคิดว่าในขณะนี้สังคมไทยตั้งความหวังไว้กับทางรัฐสภาค่อนข้าง จะมากในการที่จะหาทางออกให้กับสังคมไทย เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนสั้น ๆ ในฐานะที่ว่าเป็นกรรมาธิการอยู่ในคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กระผมก็ได้ริเริ่มในเรื่องของการที่จะวิเคราะห์ข่าวต่าง ๆ ที่ว่าอาจจะเอาหลักของศาสนา มาช่วยในการที่จะทําให้เกิดการใช้ประโยชน์ในสภาผู้แทนราษฎรหรือว่าวุฒิสภาหรือไม่ก็ตาม จนกระทั่งเกิดคณะทํางานขึ้นมาชุดหนึ่งเรียกว่า คณะทํางานข้อมูลข่าวสารพระพุทธศาสนา กับสังคมไทย แล้วคณะของผมก็ได้ออกมาหลายฉบับแล้ว อย่างเช่นฉบับนี้เป็นต้น ก็พูดถึงความสุขของคนไทยว่าไม่ได้หายไปไหนถ้ารู้จักหยุด หรือเรื่องของเครือข่ายสันติ คณะกรรมการศาสนาไมตรีสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาวอย่างนี้เป็นต้น หรือมุมมองความรักในแบบชาวพุทธอะไรต่างๆ เหล่านี้ คือทางคณะทํางานซึ่งผมเป็น ประธานอยู่ก็พยายามที่จะเอาจากประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยนํามาวิเคราะห์ แล้วก็ใช้หลักปัญญาทางศาสนาเข้ามาออกมาเป็นวิเคราะห์ข่าว แล้วก็แจกให้กับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกครั้งโดยได้รับการอนุญาตอนุมัติจากท่านประธานสภา และท่านเลขาธิการสภาเรียบร้อยแล้ว ก็แจกไปหลายฉบับ ผมก็อยากถือโอกาสนี้ ประชาสัมพันธ์ ประเด็นที่ผมจะพูดสรุปในประเด็นนี้ก็คือว่าผมคิดว่าถ้าทุกฝ่ายที่มีหน้าที่ อยู่ในรัฐสภานี้เราทําให้ความสุขของคนไทยนี้ไม่ลดน้อยลง เพราะว่าจากสถิติมันลดน้อยลง เดือนมกราคมที่ผ่านมาก็ลดน้อยลงกว่าเดือนธันวาคมเมื่อปลายปีที่แล้ว แล้วผมก็เชื่อว่า ถ้าวิเคราะห์ในเรื่องความสุขของคนไทยในเดือนนี้ผมก็คิดว่าคงจะลดน้อยถอยลงไปอีก คงจะตํ่ากว่าค่าของเดือนมกราคมที่ผ่านมาที่บอกว่า ๖.๕๒ ด้วยซํ้า ฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าทีมวิเคราะห์ซึ่งก็ประกอบด้วยพระคุณเจ้าหลาย ๆ ท่านที่พยายามที่จะเอาศาสนา มาช่วยสังคม เพราะว่าศาสนาทางด้านพุทธจักรก็มักจะได้รับการกล่าวหาว่าไม่ได้เอาอะไร มาช่วยสังคมเสียเท่าไร เราก็พยายามจะอุดช่องว่างตรงนี้ เพราะฉะนั้นทางด้านศาสนา นี่ทางพุทธศาสนาเป็นต้นนะครับ ก็สามารถที่จะเอาพุทธธรรมมาช่วยเหลือสังคม ได้เยอะทีเดียว ตั้งแต่เรื่องการใช้สติ ความอดทน ความเมตตาแล้วก็ใช้ปัญญาแล้วก็ หามรรคออกมา อันนี้คือประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะกราบเรียนความห่วงใยของสังคมไทย ที่ฝากไว้กับรัฐสภาในการหาทางออกของบ้านเมือง ก็อยากจะเรียนท่านประธานเพื่อจะนํา ในเรื่องของการประชุมต่าง ๆ ให้เข้าสู่หลักตรงนี้
ท่านครับ ๓ นาทีนี่หมดแล้วครับ เอาไว้
๒ บรรทัดเองครับ คือปัญหา ความเดือดร้อนของเกษตรกรที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตอนนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่อําเภออุทัยเกษตรกรเป็ นหนี้สินเยอะ แล้วก็ลงทะเบียนแล้วแต่ว่ากองทุนฟื้นฟู ก็ยังไม่ได้จัดการอะไรให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนฟื้นฟูในส่วนกลาง เกษตรกรที่เป็น หนี้สิน ธ.ก.ส. แล้วก็ธนาคารพาณิชย์ยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออะไรเลยทั้ง ๆ ที่เขา ขึ้นทะเบียนไปนานมากแล้วนะครับ อันนี้ก็อยากจะเรียกร้องไปยังผู้ที่รับผิดชอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่น ขจรประศาสน์ แล้วก็ท่านผู้จัดการกองทุนฟื้นฟูให้ช่วยเร่งรัด ตรงนี้ให้เป็นธรรมกับทุก ๆ จังหวัดทั่ว ๆ ประเทศด้วย ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านอํานวย คลังผา แล้วต่อด้วยท่านขยัน วิพรหมชัย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานที่เปิดโอกาสให้ ส.ส. ได้หารือกันถึงความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ สําหรับผมนั้นวันนี้มี ๓ เรื่องด้วยกันครับ เรื่องแรก ซึ่งในขณะนี้ กราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องท้องถิ่นที่รับผิดชอบเรื่องการเจาะบ่อบาดาลให้กับพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่นี่ซึ่งในขณะนี้ท้องถิ่นไม่ได้ดําเนินการในส่วนนี้เลย ก็อยากจะเรียกร้อง ให้ทางฝ่ำยส่วนกลางนํางบประมาณจากส่วนกลางที่ลงไปในท้องถิ่นให้คืนมาอยู่ ส่วนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเจาะบ่อบาดาลให้กับพี่น้องเกษตรกร ในขณะนี้ครับ นี่คือเรื่องแรก
เรื่องที่ ๒ ในขณะนี้โครงการวางท่อนํ้าจากเขื่อนป่าสักที่วางถึง ๓ อําเภอ อําเภอโคกสําโรง อําเภอสระโบสถ์ และอําเภอโคกเจริญ นั้นในขณะนี้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ทางราชการยังไม่ยอมปล่อยนํ้าอ้างว่าจะต้องให้ถึงฤดูกาลเดือนกรกฎาคมโน่นแหละครับ ผมได้ประสานกับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนนํ้าในเรื่องของ นาข้าวในขณะนี้เป็นหลายพันไร่ ก็อยากจะเรียกร้องผ่านท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการปล่อยนํ้าให้กับพี่น้องชาวบ้าน โดยเฉพาะตําบลเกาะแก้ว ตําบลโคกสําโรง ตําบลวังจั่น ในขณะนี้ ๓ ตําบลซึ่งยังขาดแคลนนํ้าหลายพันไร่ครับ นี่เป็น เรื่องที่ ๒
เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน ในขณะนี้พี่น้องมีผลกระทบเรื่องภัยแล้ง ก็อยากจะเรียกร้องให้ประธานประสานหน่วยงานให้เร่งทําฝนเทียมในจังหวัดลพบุรี หรือจังหวัดใกล้เคียงว่าในขณะนี้มีสภาพอากาศแห้งแล้งมาก ขาดแคลนนํ้าหลายแห่ง พี่น้องเกษตรกรต้องรับการแจกนํ้าจาก อบต. ในขณะนี้ ซึ่งในขณะนี้ อบต. ก็ไม่มี งบประมาณ ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการจัดทํา ฝนเทียมโดยด่วน
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธานครับ โดยเฉพาะในขณะนี้พื้นที่จังหวัดลพบุรี เพลี้ยแป้ งซึ่งระบาดมันสําปะหลังอย่างมากก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ประธาน ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดําเนินการช่วยเหลือเกษตรกรทําไร่มันโดยด่วน ขอบคุณครับ
ต่อไป ท่านขยันครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตนําเอาปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่จังหวัดลําพูนกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลเรื่องที่ ๑ เมื่อคืนวันที่ ๒๖ มีนาคมที่ผ่านมาได้เกิดพายุพัดบ้านเรือน แล้วก็สวนลําไยในเขตพื้นที่อําเภอบ้านธิ และอําเภอเมืองจังหวัดลําพูน มีบ้านเรือน เสียหายหลายพันหลังแล้วก็มีต้นลําไยล้มเป็นจํานวนนับหลายพันต้น
เรื่องที่ ๒ เรื่องภัยแล้งเช่นเดียวกันในเขตลุ่มนํ้าแม่ทา แม่นํ้าลี้ อยากฝาก กรมชลประทานได้เร่งรัดการก่อสร้างฝายนํ้าล้น รวมทั้งระบบชลประทานในส่วนของ ลํานํ้าลี้ ลํานํ้าแม่ทา ในส่วนลํานํ้าแม่กวงขณะนี้ลํานํ้าแม่กวงแห้ง มีผักตบชวาเต็มไปหมด แล้วก็เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาทําให้ปลาในลํานํ้าแม่กวงตายหมด ก็อยากฝากไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดําเนินการแก้ไขปัญหาในส่วนของลํานํ้าทา ลํานํ้าลี้ และลํานํ้า แม่กวง
เรื่องที่ ๓ เรื่องหมอกควัน ท่านประธานที่เคารพ ในพื้นที่เขตภาคเหนือ จังหวัดลําพูน รวมทั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงรายบ้านท่านประธาน ภาวะหมอกควันยังเกิดขึ้น ส่งผลกระทบเรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของภาวะสุขภาพ และส่งผลกระทบเรื่องของ การท่องเที่ยว อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งท้องถิ่นได้รวมพลังในการแก้ไข ปัญหาหมอกควัน
เรื่องที่ ๔ หอมแดงราคาตกตํ่า ในช่วงก่อนนั้นราคาหอมแดงดิบกิโลกรัมละ ๗-๘ บาท แต่ว่าช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาหอมแดงดิบตกมา ๔-๕ บาท ซึ่งทําให้เกษตรกร ขาดทุน อยากฝากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แนวทางในการแก้ไข ปัญหาหอมแดงในส่วนของพื้นที่จังหวัดลําพูน
เรื่องที่ ๕ ลําไยกําลังออกช่อติดผล ติดดอก อยากฝากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ในการที่จะหาทางแก้ไขปัญหาลําไยรวมทั้งหาแนวทาง ในการที่จะระบายลําไยไปสู่ตลาดต่างประเทศ ทั้งลําไยสด ลําไยแห้ง และลําไยอบเนื้อสีทอง ซึ่งเกษตรกรก็ฝากความหวังกับรัฐบาล
เรื่องที่ ๖ ก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าสงกรานต์จะมาถึง อีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า เมื่อมีสงกรานต์เกิดขึ้นก็จะมีคนได้รับอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเรื่องของ การขับรถบนท้องถนนทําให้คนเสียชีวิตแล้วก็ทําให้เดือดร้อนกันไปทั่วประเทศ อยากจะ ฝากรัฐบาลในการที่จะหาทางป้ องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุในท้องถนนในช่วงสงกรานต์
เรื่องสุดท้าย ในนามของ ส.ส. จังหวัดลําพูน กราบขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่อนุมัติเงินช่วยเหลือชาวนาจังหวัดลําพูน ๒๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ในการที่ทําให้ได้รับเงินส่วนต่างในส่วนข้าวเหนียวและข้าวหอมจังหวัด ซึ่งทําให้เกษตรกร ชาวนาได้รับเงินส่วนต่าง ซึ่งพี่น้องฝากมาว่าเขาทํานามา ๓๐ ปียังไม่ได้เงินช่วยเหลือ จากรัฐบาล มารัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่เห็นความสําคัญของพี่น้องชาวนาครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสมชาย เพศประเสริฐ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตหารือท่านประธานด้วยความห่วงใยในภารกิจหน้าที่ของข้าราชการทหาร ที่กําลังปฏิบัติหน้าที่ในเวลานี้อย่างยิ่ง ท่านประธานครับ สิ่งที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ว่า การชุมนุมของผู้เรียกร้องประชาธิปไตยอาจจะมีปัญหาความรุนแรง นั่นคือสิ่งที่ตั้งเป็น โจทย์เอาไว้ ไม่แปลกหรอกครับถ้าเกิดว่ารัฐบาลจะตั้งอย่างนั้น แต่ ณ ถึงวันนี้หลังจากที่มี การเคลื่อนกําลังทหารเข้ามาเป็นจํานวนมากได้พิสูจน์ได้ชัดเจนแล้วว่าการสร้าง ความรุนแรงจากผู้ชุมนุมนี่ไม่มีปรากฏให้เห็น แต่ว่าเจ้าหน้าที่ทหารทั้งหลายก็ถูกเรียกตัว มาหลายกองพัน หลายกองร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองพลทหารราบที่ ๒ ที่จังหวัด ปราจีนบุรี ท่านประธานครับ วันนี้เคลื่อนเข้ามาแทบจะเหลือยามอยู่ไม่กี่คนในกองพล นั้น ๆ ซึ่งเป็นข่าวมาโดยตลอด มันก็เลยเป็นปรากฏการณ์ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ถ้าผมจําไม่ผิด ชื่ออาจจะผิด เป็นผู้นําทางทหารของประเทศกัมพูชาคือเจียมอน เขาประกาศต่อหน้าทหารของเขาว่า วันนี้ทหารไทยตามแนวชายแดนนี่แพ้แล้ว เพราะถอยเคลื่อนกําลังไปอยู่ที่ กรุงเทพมหานครหมดเลย วันนี้เหลือนิดเดียวที่จะปะทะกับเขา เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ตาม มันสู้กันไม่ได้ นี่ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าปัญหาเพื่อนบ้านเราก็ไม่สู้ดี ความสัมพันธ์ก็ยัง แย่ลง แล้วการที่ออกมาพูดต่อหน้านายทหารของเขาเอง แล้วพาดพิงถึงความพ่ายแพ้ ของกองทัพไทยนี่เป็นเรื่องที่น่าจะต้องวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากครับท่านประธาน นั่นคือสิ่งที่อยากจะฝากท่านประธาน ฝากไปยังกองทัพ ฝากไปยังรัฐบาล ส่งกําลังกลับไป ตรึงตามแนวชายแดนเหมือนเดิม ท่านประธานครับ วันนี้ ๒ กองพันจาก ฉก. นราธิวาส ซึ่งจะต้องดูแลทุกข์สุขของพี่น้องทั้งหลายที่จะต้องเสี่ยงภัยอันตราย ไม่ว่าจะเป็นระเบิด กระสุนปืน วันนี้ถูกส่งขึ้นมาตรึงอยู่ในกรุงเทพมหานครแล้วก็ไม่มีการส่งกําลังหมุนเวียน กลับลงไป ท่านประธานครับ แล้วที่นายทหารเขาพูดกันอยู่เรื่อย ๆ ว่าบางทีก็ส่งไปแต่ชื่อ อย่างนี้ต้องลงไปตรวจสอบครับ ที่ส่งลงไปแต่ชื่อเขาเรียกว่า ทหารแมนจู ทหารผีครับ ไปเบิกเบี้ยเลี้ยงกันอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่เป็นกังวลถึงมาเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า วันนี้ส่งกําลังกลับเถอะครับ ท่านประธานนั่งรถกว่าจะมาถึงสภานี่ผ่านหลายจุด เห็นไหมครับทหารยืนเยอะแยะ แม้กระทั่งบนโทลล์เวย์ (Tollway) ท่านประธานครับ ท่ามกลางอากาศร้อนจัด ทหารใส่เครื่องแบบมีเสื้อเกราะอีกอะไรอีก ท่านประธาน เขาอยู่ไม่ไหวหรอกครับ เอามาอยู่ที่ป่าคอนกรีตอย่างนี้ ปล่อยเขาไปอยู่ชายแดนดีกว่า ปล่อยให้เขากลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ตามตะเข็บตรงนั้นจะรักษาประโยชน์ ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองมากกว่านี้ ผมก็ฝากท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า อยากจะเห็นว่าวันนี้สถานการณ์มันคลี่คลายแล้ว ผมเชื่อได้ว่าการเจรจานั้นเกิดประโยชน์แน่ วันนี้ส่งกําลังกลับไปเถอะครับ ไปตรึงพื้นที่ อย่าให้ประเทศเพื่อนบ้านต้องดูถูกดูแคลนเลยครับ ท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านผุสดีครับ เดี๋ยวผมขานชื่อท่านที่ยกมือแล้วนะครับ จะได้จัดลําดับถูก ท่านผุสดี เสร็จแล้วก็ท่านนิยม วรปัญญา สลับมาท่านวัชระ เพชรทอง ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ แล้วก็ ท่านรังสิมา เชิญท่านผุสดีครับ
ขอบพระคุณท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธาน
เดี๋ยวหมอชลน่านประท้วงอะไรครับ พาดพิงเรื่องอะไรครับ ท่านประท้วงใช้สิทธิพาดพิง เดี๋ยวสักครู่นะครับ ท่านผุสดีเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมต้องขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ วรรคสอง ใช้สิทธิพาดพิงต่อกรณีเพื่อนสมาชิกได้กรุณาหารือต่อท่านประธาน ไม่ได้ติดใจประเด็น ข้อหารือของท่าน แต่ผมเกรงว่าถ้าผมไม่ชี้แจงแล้วอาจจะเกิดความเข้าใจผิดได้ เพราะผมเองเป็ นผู้ที่ได้ประท้วงให้ท่านสมาชิกผู้อาวุโส หมายถึงท่านทวีวัฒน์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ให้ถอนคําพูดที่ใช้คําพูดว่าม็อบ จริงอยู่ครับคําว่า ม็อบ มันมีความหมายหลายความหมาย แต่ในสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองหรือผู้ชุมนุม ผมหมายถึงนัยของการชุมนุม การพูดในลักษณะอย่างนั้นในที่ประชุมแห่งนี้ผมถือว่า มันอาจจะสร้างความสับสน สร้างความแตกแยกให้กับฝูงชนได้ ซึ่งขณะนี้เขาก็อยู่ เพียงแต่ผมขอร้องให้ท่านประธานได้วินิจฉัยให้ท่านถอนคําพูดไปเท่านั้นเอง การถอนคําพูด ไม่ใช่เป็นเรื่องเสียหายครับ เป็นการถอนเอาสิ่งที่ได้พูดในสภาแห่งนี้ออกไปจากการบันทึก รายงานการประชุมก็จะเป็ นประโยชน์กับท่านด้วย เป็ นประโยชน์กับสภาด้วย แต่การวินิจฉัยของท่านประธานนี่ครับขึ้นกับการวินิจฉัยท่านประธาน ท่านประธานครับ ท่านประธานมีอํานาจที่จะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๔ ได้ตามลําดับ ผมขออนุญาต ท่านประธานที่จะกราบเรียนและอ่านให้ท่านประธานได้รับทราบเพื่อให้ท่านผู้มีเกียรติ ที่เคารพทุกท่านได้เข้าใจร่วมกัน ผู้ใดฝ่าฝืนข้อบังคับ หมายถึงว่าถ้าประธานวินิจฉัยว่า ให้สมาชิกถอนคําพูด ประธานมีอํานาจเตือน ห้ามปรามให้ถอนคําพูด ห้ามพูดในเรื่อง ที่กําลังปรึกษากันอยู่ มาตรการครับ ให้กล่าวขอขมาในที่ประชุมหรือสั่งให้ออกไปจาก ที่ประชุมโดยไม่มีกําหนดเวลาในครั้งนั้นก็ได้ อาจจะบอกท่านขออนุญาตออกไป ๑๐ นาที ก็ได้ครับ หรือไม่มีกําหนดเวลาก็ได้ ในกรณีที่ท่านประธานสั่งให้ผู้ใดออกจากที่ประชุม หากผู้นั้นขัดขืนประธานมีอํานาจสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้นําตัวออกจาก สถานที่ประชุมหรือออกไปให้พ้นบริเวณสภา ท่านประธานครับ ตรงนี้เองนี่ผมเคยโดน มาแล้วครับ รปภ. มา ๓ คน อาศัยสมาชิกฝ่ำยค้านทั้งหมดลุกขึ้น ถ้าจะเอาผมออกไป ทั้งหมดเรื่องก็ต้องพักการประชุม
คุณหมอชลน่านครับ ท่านก็ได้ชี้แจงประเด็นพาดพิงแล้วนะครับ ก็จบแล้วครับ เมื่อวาน ท่านประธานทุกท่านก็ใช้ดุลยพินิจตามข้อบังคับไปแล้ว เป็นดุลยพินิจของประธาน และผู้ที่กล่าว ท่านไม่ถอนท่านก็เดินออกห้องประชุมไปแล้วก็จบนะครับ ท่านก็ได้ชี้แจงแล้ว เดี๋ยวจะได้ให้โอกาสท่านสมาชิกหารือต่อครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านผุสดีครับ
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานขอหารือแทนพี่น้องประชาชนซึ่งเขาได้โทรศัพท์มาแล้วก็ปรึกษาหารือ เล่าสู่กันฟังในเรื่องความรู้สึกของเขาต่อการปฏิบัติหน้าที่ของนายทหารภายใต้สังคมที่เป็น ประชาธิปไตยในทุกวันนี้ค่ะ ท่านประธานคะ คําวิพากษ์วิจารณ์ที่มีกันอยู่แล้วที่เขา ได้รับฟังอยู่ เช่น จะบอกว่าทหารอุ้มรัฐบาล ทหารอุ้มนายกรัฐมนตรี ทหารเป็นผู้ควบคุม และสั่งการ ทหารก็จะละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน และอีกหลายเรื่องเขารู้สึกว่า มันไม่เป็นธรรมเลย เขารู้สึกว่าอย่างนี้ คือถ้าเผื่อว่าจะใช้ความนิ่งแล้วก็ใช้หัวใจพิจารณา ดูเรื่องราวต่าง ๆ ดิฉันก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ภายใต้สถานการณ์ ที่ไม่ปกติเลย ประชาชนโดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครทั้งที่มีทะเบียนบ้านอยู่ และไม่มีทะเบียนบ้านอยู่ ที่มาเที่ยวหรือที่มาทําธุระก็แล้วแต่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง ซึ่งเขามาร้องเรียนที่มูลนิธิเพื่อนหญิง ในฐานะที่เป็นคุณแม่ต้องพาคุณลูกไปทําธุระ ไปเรียนหนังสือ ไปเรียนพิเศษ เขารู้สึกมากเลยว่านานวันเข้าเขาก็รู้สึกถึงความที่กังวลว่า จะพาลูก ๆ ไปได้อย่างไรด้วยความปลอดภัยภาวนาทุกวัน แต่เขาบอกว่าอย่างหนึ่ง ที่ทําให้เขาคลายกังวลได้ก็คือเรื่องของการที่มีทหารที่ไม่มีอาวุธประจําอยู่ทางที่ต่าง ๆ ยืนปฏิบัติหน้าที่ เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกก็พูดภายใต้แดดที่ร้อนเปรี้ยง ภายใต้ความมืดมิด ก็ยังอยู่ นั่นเป็นเพราะมีความกังวลว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่ทราบ แต่ตรงนี้ละค่ะดิฉันคิดว่า ประชาชนเองและดิฉันเองต้องขอขอบคุณและชื่นชมที่เขากล้าที่จะไม่ถืออาวุธ และทํางาน อย่างนี้โดยไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเขาก็ตาม ทั้งหมดนี้เขาก็ต้องการที่จะปกป้ องระบบ ของประเทศ แล้วก็ให้สังคมและให้ประชาชนนั้นได้รู้สึกมั่นคงในการใช้วิถีชีวิต ท่านประธานคะ จริง ๆ แล้วดิฉันคิดว่าอย่างนี้ต้องบอกกันต้องพูดกัน อยากจะให้ผู้ที่กําลังปฏิบัติหน้าที่ ทหาร ที่จริงก็ตํารวจด้วย อยากจะให้รับรู้ว่าเรามีความฝันด้วยกันหลายคน อยากจะเห็น สังคมที่สันติบนความหลากหลาย หากเราไม่เห็นเหมือนกันไม่เป็นไร ก็ต้องไม่ทําร้ายและ ทําลายซึ่งกันและกัน เราไม่เห็นด้วยซึ่งกันและกันก็อย่าใช้ความรุนแรง เราไม่เห็นด้วย ซึ่งกันและกันก็ใช้พูดจากันอย่างมีอารยะได้ สังคมไทยมีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว สุดท้าย ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะบอกว่ามีคําถามค่ะ ถามว่าแล้วทําไมทหารถึงไม่ปฏิบัติ อย่างนี้ในรัฐบาลก่อน ๆ ดิฉันก็อธิบายว่า สภาก็เป็นสภาชุดเดิม กฎหมายก็ยังเป็น กฎหมายเดิม สิ่งที่ต่างกันก็คือรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีอื่น ๆ ซึ่งปรารถนาอย่างยิ่งที่จะพาสังคมนั้นกลับมาสู่ การเป็นนิติรัฐที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเสมอกัน และสังคมนั้นอยู่กันได้ อย่างสันติบนความหลากหลาย ท่านประธานคะ ความไม่เป็ นธรรมนั้นก็สั่งสมมาเป็น เวลานาน ขออีกนิดเดียวค่ะ จะให้หายไปทันทีเป็นปลิดทิ้งภายในชั่วระยะเวลาสั้น ๆ เป็นไปไม่ได้ ดิฉันคิดว่าเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ เริ่มต้นจากที่องค์กรของเราก่อน ดิฉันก็ร้องขอเลยนะคะ กราบหารือท่านประธานว่า ท่านนอกจากจะต้องใช้ข้อบังคับอย่างเคร่งครัดแล้ว ช่วยกันดึงพลังสร้างสรรค์ ดึงพลังดี ๆ ของสมาชิกทุกคนออกมาในการปฏิบัติหน้าที่ ดิฉันเชื่อว่าสภาจะช่วยเป็นคําตอบให้กับ สังคมที่ดีได้ ดิฉันเชื่อว่าเพื่อนสมาชิก ดิฉันคุยกับเพื่อนสมาชิกที่อยู่พรรคฝ่ำยค้าน หลายเพลา มีความน่ารัก มีพลังสร้างสรรค์เยอะแยะ ก็เลยขอร้องว่าทุกท่านที่ทําหน้าที่ ประธานช่วยหน่อยเถอะค่ะ แล้วก็ขอขอบคุณและชื่นชมผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ทหารทุกเหล่า ทุกหมู่ด้วย ด้วยความเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง ขอบพระคุณค่ะ
ท่านนิยม วรปัญญา ๓ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎร จํานวนมาก เพราะที่อําเภอชัยบาดาลเป็นอําเภอที่เป็นศูนย์กลางของศูนย์การค้า แล้วก็ ศูนย์ทางเชื่อมระหว่างภาคต่าง ๆ เป็นชุมทาง โรงพยาบาลชัยบาดาลนั้นสมควรที่จะต้อง มีการยกระดับขยายฐานะเป็นโรงพยาบาลทั่วไปคือโรงพยาบาลลอยตัว แล้วเวลานี้ผมก็ ได้เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการไปตรวจดูแล้ว ก็ปรากฏว่า ยอมรับและเป็นความจริงก็อยากจะขยายให้ ฉะนั้นเรื่องนี้ก็อยากจะฝากท่านประธาน ให้ช่วยประสานงานต่อไปยังกระทรวง เพื่อที่จะได้ให้กระทรวงสาธารณสุขช่วยพิจารณา ขยายให้ แล้วก็โรงพยาบาลเล็กของจังหวัดลพบุรียังมีอีกตั้ง ๑๐ กว่าแห่ง ยังไม่ได้ขยาย เป็น ๑๐ เตียงก็มี บางแห่งก็มีเป็น ๓๐ เตียงอยู่แล้ว ฉะนั้นขอขยายที่ยังไม่ได้เป็น ๓๐ เตียง ก็ขอให้เป็น ๓๐ เตียง ที่เป็นอยู่แล้วก็ขอขยายเป็น ๖๐ เตียง เพราะเป็นชุมทางจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ที่ไหนใกล้เคียงนั้นมีอยู่ ๑๒ จังหวัดที่ต้องผ่านตรงนั้น แล้วก็จากภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ก็ต้องมาที่นี่เพราะว่าเป็นทางที่ลัดและตัดตรงที่สุด
ข้อ ๒ ก็ขอให้เปิดบริการรักษาโรคไต ที่อําเภอชัยบาดาลคนเป็นโรคไต มีจํานวนมากแต่ก็ไม่ได้รับบริการ เพราะอําเภอข้างเคียงมีอยู่เกือบ ๑๐ อําเภอ รู้สึก จะเป็น ๙ อําเภอ ก็ต้องอาศัยถ้าที่ชัยบาดาลเปิดก็ไม่ต้องเข้ากรุงเทพฯ เข้ากรุงเทพฯ เสียค่าใช้จ่ายมาก เพราะคนไทยเวลาติดตามพี่น้องไปรักษาโรคต่าง ๆ รักษาอาการไข้ต่าง ๆ เขาจะติดตามกันไปจํานวนมากมายหลายคน ฉะนั้นเสียทางเศรษฐกิจมาก
ข้อ ๓ ขอให้เปิดฝึกอบรมตัดผมชายหญิงทั้งตัดและแต่งด้วยครับ ซึ่งที่นั่น ไม่มีช่างก็ต้องอาศัยไปตัดที่อื่น เช่น ถ้ามาโคกสําโรงก็ตั้ง ๕๐ กิโลเมตร ถ้าในเมืองก็ ๑๐๐ กิโลเมตร ที่มีช่างอยู่บ้างก็ไม่พอ และช่างเขายังไม่ผ่านการฝึกอบรมยังไม่มีความสามารถ พอที่จะให้ประทับใจของผู้ต้องการได้
ข้อ ๔ ขอให้ฝึกอบรมช่างไฟฟ้ำ ช่างไฟฟ้ำนี่ปีหนึ่งเสียหายมากครับ เพราะว่า คนใช้เครื่องไฟฟ้ำไม่เป็นก็ไฟฟ้ำชอร์ต (Short) เกิดอันตรายบางทีก็ถึงกับไหม้อาคารบ้านเรือน บางทีคนถึงตายก็มี แล้วประการที่สําคัญที่สุดก็คือเราผลิตเองไม่ได้ ต้องซื้อจากต่างประเทศ นี่สูญเสียทางเศรษฐกิจส่วนรวมของรัฐและของเอกชน
หมดเวลาแล้วครับ
อีกนิดเดียวครับท่านประธาน
ข้อ ๕ ฝึกอบรมเครื่องยนต์ครับ เครื่องยนต์นี่เหมือนกันที่นั่นก็ไม่มีช่าง พอที่จะช่วยซ่อมหรือแนะนําวิธีใช้ให้ถูกต้องได้ทําให้เครื่องยนต์ชํารุดเสียหายเร็ว
ข้อ ๖ ขอให้ทุก อบต. แล้วก็ทุกอําเภอ จังหวัด เตรียมตัวช่วยผู้ประสบภัยแล้ง ปีนี้แล้งรุนแรงมากครับ
แล้วส่วนในรายละเอียดผมจะขอส่งเพิ่มเติมเป็นหนังสือด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านเชาวรินมีอะไรอีกครับ ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ประท้วงนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานตอนที่ผมหารือก็ไม่ได้ หารือ ผมถามคําถามท่าน แล้วผมเห็นว่าผมใช้เวลาไม่ถึง ๓ นาที บังเอิญท่าน ส.ส. นิยม ได้พูดสักครู่นี้เกี่ยวกับเรื่องโรคไตของประชาชน ผมคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นประโยชน์เหลือเกิน ผมขอเวลาแค่ ๓๐ วินาที ขณะนี้ลิ้นจี่กําลังออกแล้ว ทั้งเหนือ ทั้งใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัมพวาลิ้นจี่เริ่มออก เอาเม็ดลิ้นจี่นี่ทุบให้แตกแล้วใช้ผ้าขาวบาง ๆ มัดไว้นะครับ ตุ๋นกับนํ้าซาวข้าวโดยเอาเซี่ยงจี๊หมูหั่นเป็นแผ่น ๆ ตุ๋นกับเม็ดลิ้นจี่ ตุ๋นกินสัก ๓ ครั้งครับ ไม่ต้องฟอกไต นี่เป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งประเทศ พระผู้ใหญ่ให้ผมมา ผมก็เลยใช้โอกาสตรงนี้ ขอบคุณท่านนิยม วรปัญญา ที่ได้หยิบยกเรื่องนี้มาหารือ ท่านประธาน แล้วผมก็ขออนุญาตกราบเรียนยํ้านะครับ ปีหนึ่งมีเพียงครั้งเดียวที่ลิ้นจี่ออก ใช้เม็ดมันนะครับ แล้วใช้นํ้าซาวข้าวก่อนที่จะไปหุง แล้วก็ตุ๋นกับเซี่ยงจี๊ หายครับ หายมาเป็นร้อย ๆ พัน ๆ รายแล้วครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านวัชระครับ พอแล้วครับท่านนิยม พอแล้วครับ ไม่ต้องแล้วครับ ให้สิทธิคนอื่นบ้างครับ พอแล้วครับ เชิญท่านวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ เพิ่งได้ยินสิ่งดี ๆ จากท่านเชาวรินก็ต้องขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนไม่เคยรอคอยผู้ใด ความทุกข์ของประชาชนก็มีทุกวินาที ทุกภูมิภาค และทุกวัน ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนได้สอบถามผมเป็นอันมากว่า ทําไม สมัยประชุมนี้จึงไม่มีการพูดถึงความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนเลย ผมก็บอกว่า เพราะท่านประธานชัย ชิดชอบ และท่านรองประธานสามารถไม่ให้พูด แต่วันนี้เมื่อท่านให้ พูดก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ
ท่านประธานครับ เรื่องแรก ก็คือเรื่องของ สปสช. ที่รับผิดชอบโครงการ หลักประกันสุขภาพ ปรากฏว่ามีการยกเลิกของโรงพยาบาลศรีวิชัย เขตหนองแขม และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เขตบางแค ท่านประธานครับ รวมแล้วจํานวนถึงเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ คน ทําให้พี่น้องประชาชนย่านบางแค ภาษีเจริญ หนองแขม ได้รับ ความเดือดร้อน ก็ทราบว่าท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขได้จัดให้ไปรักษาตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ มา ณ โอกาสนี้ และทางสํานักงานเขตหนองแขมก็ได้ตั้งโต๊ะบริการเป็นอย่างดีในการให้ เลือกโรงพยาบาล ก็อยากกราบเรียนไปยังพี่น้องประชาชนว่าสามารถเลือกโรงพยาบาลได้ และไปติดต่อได้ที่สํานักงานเขตหนองแขม โดยท่านผู้อํานวยการพงษ์ศักดิ์ พันธ์สวาท ได้ดูแลเป็นอย่างดี
ท่านประธานครับ เรื่องที่สอง เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนต้องการขอพื้นที่ ในการสัญจรบนถนนราชดําเนิน เนื่องด้วยงานกาชาดก็มาถึงแล้ว อีกไม่กี่วันก็ถึงวันจักรี ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของพี่น้องปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ และถึงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยความเคารพครับท่านประธานครับ ผมนั้นเคารพพี่น้องประชาชนทุกสีที่ใส่เสื้อสีอะไร ก็สุดแท้แต่ ในฐานะเป็น ส.ส. บริการทุกสีเช่นเดียวกันครับ ก็อยากขอร้องผู้ชุมนุมว่า ได้โปรดเปิดเส้นทางการจราจรให้กับพี่น้องประชาชนด้วย
เรื่องต่อมาครับท่านประธาน เป็นเรื่องของนํ้าประปาไม่มีในเขตกรุงเทพมหานคร ท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ก็บอกว่าจะให้มีการสํารวจ พี่น้องประชาชนทั่วกรุงเทพฯ ถ้าไม่มีนํ้าประปาสามารถแจ้งได้เพื่อที่จะให้มีนํ้าประปาอย่างรวดเร็วครับ
ท่านประธานครับ ส่วนเรื่องทหารและตํารวจที่มารักษาความปลอดภัยนั้น ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณที่เขตหนองแขมก็มีครับ มีพี่น้องประชาชนเอาข้าว เอานํ้า เอาขนม ไปให้จํานวนมาก ก็ต้องขอขอบคุณแทนทหารและตํารวจเหล่านั้น
ท่านประธานครับ เรื่องที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในขณะนี้ปรากฏว่าทางเว็บไซต์ (Web site) นปช. ยูเอสเอ (USA) และเว็บไซต์ของนายใจ อึ้งภากรณ์ ได้ทําการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างรุนแรง ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาล จัดการอย่างเฉียบขาดและด้วยความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งครับ
ท่านประธานครับ ส่วนที่หมู่บ้านมณฑล ๓ พุทธมณฑลสาย ๓ นั้นได้มี ปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นจากโรงงานกําจัดสิ่งปฏิกูลของกรุงเทพมหานคร ผมอยากให้ ท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ไปสูดอากาศบริเวณนั้นบ้างว่าเลวร้าย ปานใด ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ท่านรองประธานอภิวันท์บอกว่าจะมาทําหน้าที่ตอนเช้า เพื่อมาตอบคําถามถึงปัญหาที่เกี่ยวเนื่องถึงท่านประธานองคมนตรีแต่ปรากฏว่าทําไม ท่านถึงไม่มาทําหน้าที่ ขอบคุณครับ
ผมขออนุญาตที่พาดพิงนิดหนึ่งนะครับ
เรื่องการหารือ คือประธานก็จะใช้ดุลยพินิจว่าเหมาะสมจะให้หารือหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าถ้าถึงเวลานัดประชุมนี่ท่านสมาชิกครบองค์ประชุมปั๊บนี่เราก็จะ มีเวลาให้ท่านหารืออย่างเช่นวันนี้นะครับ แต่บางทีเราไม่ครบองค์ประชุมเวลามันช้าไป ก็ทําให้ไม่สามารถจะหารือได้นะครับ
ส่วนเรื่องท่านอภิวันท์ เนื่องจากท่านชัย ชิดชอบ ท่านได้มอบหมายภารกิจ ให้ผมเป็นคนแรก เพราะท่านชัยท่านมีภารกิจที่ไอพียู (IPU) ต้องไปเป็ นประธาน ในการประชุม เดี๋ยวสักครู่ก็จะกลับมา ท่านอภิวันท์ก็อยู่ลําดับต่อไปนะครับ เชิญท่านสุนทรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านประธานที่วันนี้ได้เปิดให้มีการหารือ แต่วันนี้เมื่อมาหารือ ดิฉันอยากจะรบกวนท่านประธานฝากถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากเมื่อวันที่ ๔ มีนาคมที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสถามกระทู้ถามท่านเกี่ยวกับเรื่อง สถานีสูบนํ้าด้วยพลังไฟฟ้ำที่บ้านชาด ตําบลส้มป่ อย อําเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ว่ามีสภาพค่อนข้างเสื่อมโทรมแล้วก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการพังทลาย ท่านก็มาตอบให้ว่า ได้รับการจัดสรรงบไปช่วยเหลือเบื้องต้นแล้วยังใช้การได้เป็นอย่างดี ท่านประธาน ทราบไหมคะ หลังจากนั้นไม่ถึง ๑ อาทิตย์ ประมาณอาทิตย์นิด ๆ นี่ละค่ะ ปรากฏว่า สถานีสูบนํ้าบ้านชาดพังทลายลงมา ท่อส่งนํ้าหักค่ะ เมื่อเกิดปัญหาอย่างนี้ดิฉันคงต้อง มาทวงถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ท่าน ช่วยเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่ตําบลส้มป่อยด้วยค่ะ เนื่องจากสถานีสูบนํ้าแห่งนี้ชาวบ้านใช้กันถึง ๑๔ หมู่บ้าน
เรื่องต่อมาก็คงจะต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกค่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับดิฉันได้ถามกระทู้ถามเหมือนกัน เกี่ยวกับเรื่องศูนย์เด็กเล็กวัดท่าสง่า ตําบลชีบน อําเภอบ้านเขว้า แล้วก็ที่ศูนย์เด็กเล็ก ที่อําเภอบําเหน็จณรงค์อีกศูนย์หนึ่งนะคะ ท่านบอกว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณ ในการซ่อมแซมไปให้ แต่จนผ่านมาประมาณปีกว่าแล้วยังไม่เห็นงบประมาณที่จะเข้าไป แก้ไขซ่อมแซมในศูนย์เด็กเล็กทั้ง ๒ แห่งที่ดิฉันได้ถามกระทู้ถามกับท่านรัฐมนตรีเลยค่ะ
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวตําบลหนองบัวโคก อําเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ บอกกล่าวมาว่ามีจุดกลับรถถนนสายชัยภูมิ-สีคิ้ว จุดกลับรถอยู่ห่างไกลจากทางเข้า หมู่บ้านของประชาชนเป็ นอย่างมาก บริเวณกลับรถอยู่เยื้องออกไปประมาณ ๗๐๐-๘๐๐ กิโลเมตร เกือบ ๑ กิโลเมตรค่ะท่านประธานถึงจะถึงทางเข้าหมู่บ้านเขา การจะไปมาหรือว่าทํางานที่โรงงานที่บริเวณใกล้เคียงก็ทําให้ประชาชนต้องขี่ย้อนศร กลับมาก็เกิดปัญหาทําให้ประชาชนในพื้นที่ดิฉันเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เป็นจํานวนมากค่ะ ก็อยากจะรบกวนท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงแล้วก็ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ช่วยดูแลจัดสรรงบประมาณแก้ไขจุดกลับรถ บริเวณกิโลเมตรที่ ๖๙ ถึงกิโลเมตรที่ ๗๐ ด้วยค่ะ เพื่อประชาชนในเขตตําบล หนองบัวโคก อําเภอจัตุรัส จะได้มีความปลอดภัยแล้วก็เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปทํางานได้ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันหารือนะคะ ไม่หาเรื่อง
เรื่องที่ ๑ คือดิฉันเคยหารือไว้นานแล้วเรื่องเกี่ยวกับการรถไฟแม่กลอง เรียกเก็บค่าเช่าที่ย้อนหลัง ๙ ปี แล้วก็จากราคา ๓,๐๐๐ บาท กลายเป็น ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท ตอนนี้ได้ล่วงเลยมา ๖-๗ เดือนแล้ว ประชาชนก็อยากจะทราบว่าจะเอาอย่างไร ก็ตอบมาเลย เพราะดิฉันได้ยื่นไปเมื่อคราวที่แล้วให้กับท่านประธานมาแล้ว แล้วก็ไม่ได้รับ คําตอบเลย ขอให้ทราบคําตอบโดยด่วนนะคะ
เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนพระราม ๒ ได้ทําการก่อสร้างสะพาน แต่ว่าผู้รับเหมา ได้ก่อสร้างสะพานแล้วเสาเข็มแล้วก็เศษวัสดุที่ทุบลงไปในคลองเวลาส่งงานแล้วก็ไม่ขุดออก ดิฉันก็ได้มาหารือท่านประธานก็ได้ทําการขุดออกแล้ว แต่ขุดเฉพาะนอกสะพาน ใต้สะพาน ก็ไม่ได้ขุด เพราะว่าถ้าขุดนี่มันจะต้องปิดนํ้าแล้วก็ไปรื้อเสาเข็มนี่ออก เพราะฉะนั้น ผู้รับเหมาเสียค่าใช้จ่ายมากเขาก็จะไม่ไปขุดบริเวณที่อยู่ใต้สะพาน เพราะฉะนั้นดิฉัน จึงเน้นว่าเวลารับเหมาแล้วอย่าไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน แล้วก็หน่วยงาน ทางหลวงก็ได้แจ้งมาว่าได้ดําเนินการให้เรียบร้อย แต่ประชาชนทําประชาคมแล้วว่า ไม่ได้แก้ปัญหาให้เลย เพราะว่าใต้สะพานไม่ได้ขุดเลยนะคะ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเน้นว่า ทางกรมทางหลวงนี่บริษัทไหนที่ไม่ดําเนินการอย่างนี้อย่าเพิ่งไปจ่ายเงินแล้วให้ขึ้น แบล็กลิสต์ (Blacklist) ไว้ด้วย แล้วส่วนใหญ่มันเป็นของนักการเมืองด้วย แล้วปล่อยให้ หมดประกันแล้วเอางบหลวงไปทํา ดิฉันไม่เห็นด้วยเพราะเป็นภาษีของพี่น้องประชาชน
เรื่องต่อไปเรื่องสะพานลอย ตอนนี้ประชาชนร้องเรียนมาเป็นจํานวนมากว่า ไม่มีทางข้ามเพราะเนื่องจากมีทางกั้นกลาง แล้วประชาชนข้ามถนนนี่จะถูกรถชนบ่อย กรมทางหลวงได้สร้างสะพานลอย แต่ดิฉันมองว่าสะพานลอยสร้างไปแล้วเป็นสิบ ๆ ล้านบาท คนไม่ค่อยข้ามหรอกค่ะ ส่วนใหญ่หมาจะขึ้นสะพานลอย คนไม่ค่อยขึ้น หมากลัวถูกรถชน ขึ้นสะพานลอย วันหลังดิฉันจะถ่ายรูปหมาที่ขึ้นสะพานลอยมาให้ประธานนะคะ เพราะว่า กฎหมายบ้านเรานี่มันไม่เอาจริงเอาจัง แล้วพอรถชนมันก็เกิดปัญหากับคนที่สัญจรไปมา เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้กรมทางหลวงนี่ออกแบบให้สามารถเอามอเตอร์ไซค์ขึ้นได้ แล้วก็ คนแก่ที่จะขึ้นสะพานลอยจะได้ไม่เหนื่อยมากเพราะมันชันเกินไป ท่านไปดูที่ประเทศจีนสิคะ อันนั้นได้ประโยชน์มากเลย ดิฉันไปกับท่านประธานชัยมา ดิฉันก็คิดว่าน่าจะเอามา ทําตัวอย่างให้กับประเทศไทย
เรื่องต่อไปอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องห้องทําผมของรัฐสภา ดิฉันไปนอนสระผมนี่ นํ้าหยดลงหัว ลงหน้า นี่พูดมาเป็นปีแล้วยังไม่ซ่อมให้เลย อาคาร ๓ ก็เช่นกัน ตามห้องนํ้า ท่านไปดูสิคะ ฝ้ำเพดานนี่เหมือนหนูกัดเต็มไปหมดเลย เพราะฉะนั้นงบประมาณสภา ก็ได้ไปเยอะแต่ทําไมไม่ซ่อมเสียทีหนึ่ง
อีกเรื่องหนึ่งเรื่องสุดท้าย ประชาชนร้องเรียนมาว่ามางานกาชาดนี่รถก็เข้า ลําบากนะคะ เต็นท์ก็เยอะมากเลย นี่เต็นท์กางไว้ไม่มีคนอยู่ในเต็นท์ให้ช่วยรื้อก่อนได้ไหมคะ แล้วเวลามีคนมาก็ค่อยกางใหม่ งานกาชาดนี่จะได้มีคนมาเที่ยวเยอะ เพราะฉะนั้นตอนนี้ ไม่มีใครกล้ามานะคะ การสัญจรมันไม่ดี ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านสุรพลครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุรพล เกียรติไชยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กระผม มีเรื่องขอฝากผ่านท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบในกรณีที่ราษฎรในพื้นที่ อําเภอจอมทอง ตําบลแม่สอย ได้มีความเดือดร้อนในกรณีที่ชลประทานได้สํารวจออกแบบ การสร้างประตูบังคับแม่นํ้าปิงนะครับ ซึ่งได้จัดงบประมาณและได้ผู้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว แต่ขณะนี้งบประมาณยังไม่ดําเนินการ กราบเรียนว่า พื้นที่ตําบลแม่สอยเป็นพื้นที่ที่ปลูก ลําไยมากที่สุดในพื้นที่ของอําเภอจอมทองแต่ขาดนํ้าเพื่อการเกษตรเป็นอย่างมาก กระผมในฐานะเป็ นผู้แทนราษฎรได้ให้ทางกรมชลประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมชลประทานที่ ๑ จังหวัดเชียงใหม่ ได้สํารวจออกแบบประตูบังคับแม่นํ้าปิงเพื่อกักเก็บนํ้า ชะลอนํ้าไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งซึ่งจะเป็นประโยชน์มากสําหรับราษฎร เกษตรกรชาวสวนลําไย ในพื้นที่ทั้งหมดของตําบลแม่สอย การกักเก็บนํ้าแม่นํ้าปิงถ้าสามารถเร่งดําเนินการได้ก็จะ ได้ประโยชน์ไปถึงตําบลสบเตี๊ยะซึ่งก็เป็นที่เพาะปลูกลําไยที่สําคัญของอําเภอจอมทองด้วย เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ผ่านมาราษฎรในตําบลแม่สอยทั้งหมดเกือบพันกว่าคนได้ยื่นหนังสือ พร้อมทั้งรายชื่อ เพื่อขอเร่งรัดให้กรมชลประทานได้เร่งดําเนินการสร้างประตูบังคับแม่นํ้าปิง ซึ่งออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ วันนี้ผู้นําในพื้นที่ ผู้นําเกษตรกร กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ก็เดินทางมาที่สภาผู้แทนราษฎร ได้มาพบกับคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเรียกร้องให้กรมชลประทานได้เร่งรัดการดําเนินการในเรื่องของการก่อสร้างประตู บังคับแม่นํ้าปิง ประตูบังคับแม่นํ้าปิงถ้าสร้างเสร็จแล้วก็จะได้ประโยชน์สําหรับสูบนํ้า ด้วยพลังไฟฟ้ำอีก ๔ จุด ซึ่งจะดําเนินการก่อสร้างในปี งบประมาณ ๒๕๕๒ ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านวังนํ้าหยาด บ้านสบสอย บ้านห้วยห้า และบ้านใหม่สารภี ซึ่งจะยัง ประโยชน์ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกลําไย ก็ขอความกรุณาฝากท่านประธานเร่งรัด ให้กรมชลประทานเร่งดําเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนลําไยซึ่งได้เดินทางมาเรียกร้องในครั้งนี้ด้วย
ประเด็นที่ ๒ ก็ฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานกรมทางหลวงในฐานะ ที่กระผมเป็นประธานที่ปรึกษากรรมาธิการคมนาคมได้เสนอให้กรมทางหลวงเร่งออกแบบ ก่อสร้างถนน ๔ เลน (Lane) จากอําเภอจอมทองไปถึงอําเภอฮอด กม. ที่ ๕๗ ถึง กม. ที่ ๘๗ เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ยังเป็นถนน ๒ เลนอยู่ เนื่องจากว่าอําเภอจอมทอง และอําเภอฮอดเป็นแหล่งผลิตลําไยที่มีชื่อเสียงมาก ในช่วงที่เทศกาลลําไยออกสู่ตลาดนี่ รถคอนเทนเนอร์ (Container) วันหนึ่งหลายสิบคันครับก็ทําให้เกิดอุบัติเหตุเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นอําเภอจอมทอง ตําบลบ้านแปะยังเป็นแหล่งหินที่สําคัญครับ เพราะฉะนั้น การที่เรียกร้องให้กรมทางหลวงเร่งดําเนินการถนน ๔ เลนซึ่งได้ตั้งงบประมาณไว้ ๗๐๐ ล้านบาทโดยใช้งบเอสพี ๒ (SP2) ในปีแรก ๑๔๐ ล้านบาท และงบประมาณ ในปีต่อไปทั้งหมดรวมแล้ว ๗๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันนี้ทราบว่างบประมาณเอสพี ๒ ในปีแรกที่ดําเนินการไม่ทราบว่าหายไปไหนก็อยากจะขอท่านประธานได้เร่งให้ท่านอธิบดี กรมทางหลวงได้ดําเนินการ และเพื่อความปลอดภัยและความเดือดร้อนของประชาชน ขอขอบพระคุณ
เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่มีนโยบายในการแก้หนี้นอกระบบ ให้กับพี่น้องที่ติดหนี้กับทางภาคเอกชน แล้วก็มีดอกเบี้ยที่สูงมาก ซึ่งทางรัฐบาล โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นได้มอบให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปติดตามเร่งรัดดูว่าการดําเนินการโครงการนี้ได้ผลขนาดไหนที่จังหวัดสุโขทัยและ จังหวัดพิษณุโลกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าก็ได้รับความร่วมมือไม่ว่าจะเป็น ทางจังหวัดและทางคลังจังหวัดก็ได้ดําเนินการร่วมกันกับทาง ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอิสลาม เอสเอ็มอี (SME) แล้วก็ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทั้ง ๖ ธนาคารนี้ได้ดําเนินการก็ค่อนข้างได้ผลเป็นอย่างมาก ประชาชนนั้นเขาก็ชื่นชมว่า ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงในการที่แก้หนี้นอกระบบในครั้งนี้ แต่ว่ามีอีกเป็นจํานวนมาก ที่ยังไม่ได้เข้าโครงการ เพราะว่าตอนแรกก็ไม่ทราบว่าโครงการนี้จะทําได้จริงตามที่ นโยบายได้ประกาศไว้ แต่ผลสุดท้ายจากการที่ไปติดตามของ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเมื่อวันอาทิตย์ พี่น้องก็ได้เห็นแล้วว่าการดําเนินการในครั้งนี้เป็นประโยชน์ แล้วก็ได้ผลจริง ๆ ทางประชาชนที่ยังมีปัญหาอยู่ แล้วที่ยังไม่ได้เข้าโครงการนี้ก็อยากจะ เข้าโครงการเพิ่ม ก็อยากให้ทางรัฐบาลนั้นขยายเวลาออกไปเพื่อจะได้ช่วยเหลือพี่น้อง ที่เป็นหนี้นอกระบบให้มาเข้าโครงการให้ได้ทั้งหมด เพื่อเป็นประโยชน์กับการพัฒนา ประเทศ การพัฒนาชุมชนต่อไปด้วย ก็ต้องฝากกับทางรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้โปรดสั่งการที่จะขยายเวลาสักนิดหนึ่งเพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป
แล้วเรื่องที่ ๒ เรื่องภัยแล้งที่จังหวัดสุโขทัยครับ ซึ่งแม่นํ้ายมเป็นแม่นํ้าสายหลัก ใน ๒๕ สายหลักของประเทศไทย แต่เป็นแม่นํ้ายมที่ตอนนี้ไม่มีนํ้าเลยครับ พี่น้องเกษตรกร หรือว่าพี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัยฝากมาว่าให้ชลประทาน โดยเฉพาะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์และกรมชลประทานนั้นช่วยปล่อยนํ้าจากประตูนํ้าท่อทองแดงจากแม่นํ้าปิง จังหวัดกําแพงเพชรมาลงเติมที่แม่นํ้ายมให้หน่อยครับ เพราะว่าตอนนี้แม่นํ้ายมนั้น แห้งหมดเลยครับ แล้วก็พี่น้องเกษตรกรที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้วก็ข้าวกําลังตั้งท้อง ก็ต้องการนํ้า ฉะนั้นถ้าหากว่าไม่มีนํ้าภายในเดือนนี้พี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัยที่ทําการเกษตร ก็จะเสียหายอย่างมากก็ฝากวิงวอนไปถึงสํานักงานชลประทานที่ ๔ จังหวัดกําแพงเพชร ได้ช่วยปล่อยนํ้าจากท่อทองแดงมาให้พี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะอําเภอคีรีมาส และอําเภอกงไกรลาศด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านวัชระมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอนุญาตแจ้งข่าวด่วนว่าท่านเล็ก นานา อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ท่านได้ถึงแก่กรรมและท่านนับถือ ศาสนาอิสลาม อยากกราบเรียนท่านประธานทราบครับ
ต่อไปเชิญท่านชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้เปิดโอกาสให้ท่านสมาชิก ได้หารือเนื่องจากปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมีมากมายเหลือเกิน เราดูไปแล้วน่าจะเป็นช่วงเวลาที่มีประโยชน์มากที่สุดในรอบ ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีอยู่ ๒-๓ เรื่องครับท่านประธาน
ปัญหาเรื่องของพี่น้องเกษตรกร ตอนนี้ประสบปัญหามากมาย โดยเฉพาะ ภัยแล้ง แต่ปัญหาที่ทางรัฐบาลได้ประกาศนโยบายไปเรื่องของการประกันราคาข้าว ซึ่งได้ประกาศไปว่าจะตั้งจุดรับซื้อ ปัจจุบันนี้ไม่มีการเข้าไปตั้งจุดตั้งโต๊ะรับซื้อนะครับ เพราะว่าทางโรงสีที่เข้าร่วมกับโครงการนี้น้อยเหลือเกิน เพราะฉะนั้นอยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าให้ช่วยดําเนินการตามนโยบายที่ได้แถลงไปแล้วว่า การตั้งโต๊ะรับซื้อและการแทรกแซงราคาข้าวก็ขอให้ดําเนินการอย่างเร่งด่วน นอกจากปัญหา ภัยแล้ง ปัญหาราคาข้าว ตอนนี้ปัญหาในเรื่องเพลี้ยกระโดด ซึ่งทางรัฐบาลได้ประกาศ ไปแล้วในจํานวน ๘ จังหวัด ซึ่งจะขยายเพิ่มเติมอีก ๓ จังหวัดก็คือ จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนนทบุรี แล้วก็จังหวัดนครนายก อยากจะขอให้ท่านประธานเร่งรัดไปทาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งอนุมัติในเรื่องของพื้นที่ที่จะขยายเพิ่มเติมนี้ เพราะว่าพี่น้อง ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการที่จะได้รับเงินชดเชย ๒,๒๘๐ บาทต่อไร่จะได้รีบดําเนินการ อย่างเร่งด่วน นี่คือเรื่องแรก
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับ ที่ผ่านมามีหลายพื้นที่ครับที่จะยกฐานะจาก องค์การบริหารส่วนตําบลเป็นเทศบาล มีอยู่ ๒ พื้นที่ครับในเขตพื้นที่การดูแลของ จังหวัดสุพรรณบุรี ยกฐานะมา ๘ เดือนแล้วครับยังไม่มีการเลือกตั้ง ผมก็เคยสอบถาม ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่าทําไมยังไม่ดําเนินการเรื่องนี้เพราะว่าเว้นว่าง มาระยะเวลา ๘ เดือนแล้วก็มีอยู่ ๒ ที่ครับ เทศบาลตําบลห้วยวังทอง อําเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เทศบาลตําบลบ้านแหลมพัฒนา อําเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ก็ฝากไปยังกระทรวงมหาดไทย ๒ ที่นี้ไม่มีนายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นถึงตรงนี้ ก็ประมาณ ๘ เดือน อยากให้เร่งรัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วด้วยครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
เชิญท่านไพจิต ศรีวรขาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตปรึกษา ท่านประธานเพื่อที่จะกราบเรียนเรื่องของสภา ท่านประธานครับ ผมมีภารกิจที่ได้รับ มอบหมายจากคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรในการทําหน้าที่ดูแลในเรื่อง สวัสดิการของท่านอดีตสมาชิกรัฐสภา ผมอยากกราบเรียนท่านว่าเรามีเงินกองทุน สงเคราะห์อดีตสมาชิกรัฐสภาโดยสืบเนื่องจากท่านเล็ก นานา ซึ่งถือได้ว่าเป็นทรัพยากร บุคคลที่ถึงแก่กรรม จะมีเงินสงเคราะห์ในการไปช่วยทําบุญเพื่อเป็นเกียรติให้กับ คณะญาติท่านละ ๖๐,๐๐๐ บาท แล้วก็กองทุนนี้ได้เริ่มตั้งแต่สมัยที่ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผมทําหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎรในสมัยนั้น ได้มีเงินกองทุนรวบรวมในการจัดงานสันนิบาต สมาชิกรัฐสภา ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ และจากนั้นก็ได้รับการบริจาคจากท่านสมาชิกรัฐสภา เป็นรายเดือน เดือนละ ๕๐๐ บาท แล้วก็ต้องกราบขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ เผอิญฝ่ายที่เสียชีวิตส่วนใหญ่ก็เป็นอดีต ส.ส. ของเรา ขณะนี้มีเงินทั้งสิ้นที่เหลืออยู่ประมาณ ๑๗ ล้านบาทเศษ มีการจ่ายช่วยเหลืออดีตสมาชิก ในกรณีเจ็บไข้ได้ป่วยท่านละไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาทต่อปี ผมอยากแจ้งข่าวนี้ผ่านสภา เพื่อไปยังบรรดาท่านอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งหลายท่านไม่รู้จัก พอท่านเจ็บไข้ได้ป่วย เข้าไปรักษาถ้าเกินกว่า ๒๐,๐๐๐ บาท ก็ถือว่าต้องช่วยเหลือตัวเอง มีคนที่ทุพพลภาพ ที่จะได้รับการเยียวยาช่วยเหลืออยู่เดือนละ ๕๐๐ บาท ประมาณ ๘-๙ ท่านในขณะนี้ ที่ทุพพลภาพ กองทุนนี้มีความประสงค์ที่จะขยายในการช่วยเหลืออดีตสมาชิกรัฐสภา แท้จริงแล้วถ้าหากมีบําเหน็จบํานาญของท่านสมาชิกก็จะไม่เดือดร้อน แต่เนื่องจากเรามี ข้อจํากัด ส.ส. ถ้าสิ้นสภาพไปก็จะไม่ได้รับอะไรเลย ก็มีเพียงกองทุนนี้ ท่านประธานครับ ที่ผมหารือวันนี้ต้องการแจ้งข่าวสารนี้ไปยังบรรดาท่านอดีตสมาชิกรัฐสภาที่ฟังรายการนี้อยู่ กองทุนนี้มีความประสงค์ที่อยากจะให้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลได้เงินบํารุงเข้าเป็น รายปีเหมือนกองทุนอื่น ๆ ขณะนี้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์อดีตสมาชิกรัฐสภาต่อท่านประธานสภาแล้ว ท่านประธานครับ ผมทราบว่าเนื่องจากเป็ นพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ท่านนายกรัฐมนตรีต้องให้ความเห็นชอบ ผมอยากขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดพิจารณาเห็นชอบร่างพระราชบัญญัตินี้เถอะครับ ต้องการ เงินเข้ามาช่วยปีละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท เวลาไปงานศพของท่านสมาชิก จะได้ช่วยกันในหลักหลายแสน ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ ถึงจะสมเกียรติ เพราะความยากจน เหล่านี้มีความจําเป็นโปรดได้เร่งรัดให้ด้วยครับ เร่งรัดร่างพระราชบัญญัตินี้ ถ้าหากเข้าสู่ การบรรจุในระเบียบวาระการประชุมแล้ว ผมจะขออนุญาตประสานงานท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาล เพื่อให้นําร่างพระราชบัญญัตินี้ซึ่งในคณะก็จะมี ส.ส. อาวุโสหลายท่าน ของพรรคประชาธิปัตย์ อย่างเช่น คุณหมอปรีชา มุสิกุล ท่านลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ แล้วก็ หลาย ๆ ท่านอยากจะเห็นกฎหมายฉบับนี้ได้ทันการพิจารณา ผ่านสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ผมได้ให้โอกาสท่านสมาชิกได้หารือใช้เวลามาประมาณ ๑ ชั่วโมงนะครับ ก็มีผู้หารือฝ่ายรัฐบาล ๘ ท่าน ฝ่ายค้าน ๘ ท่าน ก็เสมอภาคกัน ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีที่จะ ตอบกระทู้ถามก็พร้อมแล้วนะครับ แล้วเรามีกระทู้ถามทั่วไปถึง ๔ กระทู้ ก็อยากจะขอ ดําเนินการเข้าตามระเบียบวาระกระทู้ถามนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๘๑ เรื่อง การผันนํ้าจากจังหวัดจันทบุรีไปยัง แหล่งเก็บกักนํ้าจังหวัดระยองตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๒ (นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เชิญท่านยุคลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธีระ วงศ์สมุทร ที่ท่านให้ความสนใจ แล้วก็ใส่ใจเกี่ยวกับปัญหาพี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรีมากที่สุดท่านหนึ่งนะครับ เพราะท่าน ไปเยี่ยมจังหวัดจันทบุรี ผมทราบข่าวบ่อยครั้งนะครับ ทั้งที่ผมได้ไปต้อนรับด้วย แล้วก็ ไม่ได้ไปต้อนรับด้วย ก็กราบขออภัยจริง ๆ นะครับ ก็อยากจะเรียนบอกกับท่านทั้งหลายว่า ท่านรัฐมนตรีผู้นี้ถือว่าเป็นบุคคลที่ทําหน้าที่ทั้งในสภาและนอกสภาที่ไปเยี่ยมพี่น้องเกษตรกร หรือไปเยี่ยมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงของท่านอย่างดีเยี่ยมจริง ๆ ขอชมเชยแล้วก็ ชื่นชมด้วยใจจริง ๆ นะครับ ก็เหมาะแล้วนะครับท่านรัฐมนตรีที่นั่งกระทรวงใหญ่ ๆ อย่างนี้ อีกครั้งหนึ่ง ก็เนื่องจาก ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้พูดในสภาไปเล็กน้อยนะครับว่าให้อภัย ท่าน ๒ ครั้ง ครั้งนี้ท่านก็ได้มาตามที่ท่านต้องการ เพราะท่านไม่ได้ติดภารกิจจริง ๆ เพราะที่ ๒ สัปดาห์ท่านก็ติดภารกิจมากจริง ๆ ก็ขอบพระคุณท่านอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ มีพี่น้องจังหวัดจันทบุรีฝากให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรีมากที่สุด จังหวัดหนึ่งคืออยากจะเห็นท่านนายกรัฐมนตรีใช้ความกล้าหาญโดยไม่ต้องยุบสภานี่คือ ชาวจังหวัดจันทบุรีได้ฝากบอกกับท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เพราะท่านเป็ น นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งโดยแท้จริง โดยท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภา อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็ นผู้มอบคะแนนให้กับท่านเป็ นคะแนนสูงที่สุด และท่านได้มี การคัดเลือกได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็อย่างสมบูรณ์แบบเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ประชาชนทั้งประเทศเมื่อท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนั้น ที่ได้เลือกท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีดีใจแล้วก็มีความชื่นชม ตลอดไปถึง ฝากบอกกับท่านนายกรัฐมนตรีว่าอดทน อดกลั้น เพราะสภาพเศรษฐกิจตอนนั้นมีสภาพ เศรษฐกิจ การเมือง ที่อยู่ในเหตุการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติ การบริหารบ้านเมืองตอนนั้น ๑ ปี มันยากจริง ๆ แต่ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ มีนโยบายที่ชื่นชอบมาก ที่ผมเรียนบอกกับ ท่านประธานว่า นี่คือมีพี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรีฝากมาด้วยความจริงใจว่านโยบายโดนใจ เขาชื่นชอบมาก อาทิเช่น นโยบายอยากจะเรียนบอกกับท่านประธานอย่าเพิ่งค้านก่อนนะครับ ท่านประธานครับ มีนโยบายผู้สูงอายุ ๖๐ ปีได้ทั่วหน้าอย่างทั่วถึง นี่คือนโยบายที่เห็น ชัดเจน นโยบายค่าตอบแทน อสม. ก็ได้รับอย่างทั่วถึง
ท่านยุคลครับกรุณาเข้ากระทู้ถามท่านนะครับ
ขอบพระคุณมากครับ
มีโอกาสจะอภิปรายเรื่องเหล่านี้มากเดี๋ยวไม่มีเวลา ๔ กระทู้ เชิญครับ
โอเค (OK) เพราะมีพี่น้อง จังหวัดจันทบุรีฝากมานะครับเป็นนโยบายที่ชื่นชอบมากที่สุดเลยอยากจะเรียนบอกกับ ท่านประธานว่าเขาชื่นชอบกับรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ มีพี่น้อง ชาวสวนยางพาราทั่วทั้งประเทศไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ก็เช่นเดียวกัน ขณะนี้ราคายางกิโลกรัมหนึ่ง ๑๐๖ บาทถึง ๑๑๐ บาทแล้วนะครับ มีนักธุรกิจประธานหอการค้า หรืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็ชื่นชอบเช่นเดียวกัน ชาวจังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่ ทําการเกษตรถึงร้อยละ ๘๐ ของพื้นที่ทั้งหมด และต้องการใช้นํ้าเพื่อการเกษตรมากที่สุด เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะพี่น้องชาวสวนผลไม้ที่ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนในขณะนี้คือ ปัญหาเรื่องภัยแล้งครับ ปัญหาเรื่องภัยแล้งตอนนี้ในจังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่ทั้งสิ้น ๑๐ อําเภอ และภัยแล้งเกิดขึ้นในจังหวัดจันทบุรีถึง ๙ อําเภอ ถือว่ามากที่สุดในภาคตะวันออกก็ว่าได้ มีผู้ที่ได้รับความเสียหายทั้ง ๙ อําเภอนี้ถึง ๗๐ กว่าตําบล นี่คือข้อมูลทางจังหวัดได้เรียน ให้ผมทราบ แล้วก็มีทั้งหมดที่ได้รับความเสียหาย ๖๖๓ หมู่บ้านด้วยกัน ครอบครัวที่ได้รับ ความเสียหาย ๑๒๑,๔๘๗ ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ ๙๑.๐๗ เปอร์เซ็นต์ของหมู่บ้าน ในจังหวัดจันทบุรีที่ได้รับความเสียหายจากภัยแล้งที่เรียนให้กับท่านประธานได้รับทราบ และช่วงนี้เป็นช่วงที่มีปัญหากับพี่น้องชาวสวนผลไม้มากที่สุด เพราะว่าผลผลิตที่ออกมา ตอนนี้ต้องการนํ้ามากที่สุดเพื่อไปบํารุงต้นผลไม้ ผลผลิตจะออกสู่ท้องตลาดในไม่ช้านี้ คือ ๑ ถึง ๒ เดือนต่อไปข้างหน้า ผมในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี ห่วงใยพี่น้องชาวสวนผลไม้จังหวัดจันทบุรีมากที่สุดท่านหนึ่ง ผมเลยขอตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะ เป็นบุคคลสําคัญและในฐานะเป็นคนที่ผมเคารพนับถือและเป็นที่ยอมรับกับพี่น้อง ทั่วทั้งประเทศว่า การผันนํ้าจากลุ่มนํ้าวังโตนด จังหวัดจันทบุรีไปยังแหล่งเก็บกักนํ้า จังหวัดระยองตามมติของคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๒ นั้น โดยอนุมัติ ในหลักการให้กรมชลประทานดําเนินการก่อสร้างอ่างเก็บนํ้าจํานวน ๔ โครงการ หนึ่งในโครงการนี้มีการผันนํ้าจากจังหวัดจันทบุรีไปยังแหล่งเก็บกักนํ้าจังหวัดระยอง โดยมอบหมายให้กรมชลประทานหรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปรับฟังความคิดเห็น เพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่สําคัญประชาชนในพื้นที่และผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งลุ่มนํ้าอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะนํามาประกอบให้กับคณะรัฐมนตรีได้มาพิจารณาการก่อสร้าง อ่างเก็บนํ้าเพื่อเป็นแหล่งนํ้าต้นทุนของลุ่มนํ้าวังโตนด ซึ่งประกอบด้วย ๑. อ่างเก็บนํ้า วังโตนด ๒. อ่างเก็บนํ้าแก่งหางแมว ๓. อ่างเก็บนํ้าพะวาใหญ่ ๔. อ่างเก็บนํ้าประแกด พร้อมทั้งระบบฝายทดนํ้าในลํานํ้าด้วย ท่านประธานครับ เพื่อให้ความเป็นธรรมและ สร้างความแข็งแกร่งเข้มแข็งในพื้นที่ จากความเห็นของคนในจังหวัดจันทบุรีและ คนในพื้นที่ทั้งหมดมีความเห็นตรงกันว่าเขาต้องการให้มีอ่างเก็บนํ้าดังกล่าวก่อนและ ให้มีนํ้าใช้เพียงพอก่อน ก่อนที่จะผันนํ้าไปยังจังหวัดระยองหรือจังหวัดอื่น ๆ นี่เป็น ข้อเท็จจริงที่พี่น้องจังหวัดจันทบุรีต้องการ เลยขอเรียกร้อง ที่พี่น้องเรียกร้องมาจาก ชาวจังหวัดจันทบุรีว่าต้องการให้มีอ่างเก็บนํ้ากักตุนนํ้าไว้ก่อน ก่อนที่จะผันนํ้าไปจังหวัด อื่น ๆ ท่านประธานครับ ผมขอถามท่านรัฐมนตรีว่า ทางกระทรวงได้มีการดําเนินการรับฟัง ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ ตลอดไปถึง ผู้มีส่วนได้เสียทั้งลุ่มนํ้าตามมติของคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๒ แล้วหรือยัง และได้รับผลเป็นอย่างไรบ้างครับ ขอทราบรายละเอียดครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอตอบกระทู้ถามของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดจันทบุรี ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ก่อนอื่นผมต้องขออภัยต่อสภาแห่งนี้และต่อผู้ถามกระทู้ถาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมติดภารกิจสําคัญจริง ๆ ไม่อาจมาตอบกระทู้ถามท่านได้ แล้วก็ ต้องขอขอบคุณและชมเชยท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยุคลเช่นเดียวกันที่ท่านมี ความห่วงใยต่อพี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรี จึงได้นําปัญหาที่ท่านยังสงสัยอยู่มาถาม เพื่อที่รัฐบาลจะได้ชี้แจงการดําเนินการ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ต่อประเด็นคําถาม ที่ว่ารัฐบาลได้รับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดังกล่าว ตามมติหรือไม่ อย่างไร ผมขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงว่า ในการดําเนินการศึกษาและ ออกแบบโครงการนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้ดําเนินการรับฟังความคิดเห็นจาก ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่ขั้นตอนการศึกษาและสํารวจออกแบบระหว่างปี ๒๕๔๘-๒๕๔๙ ซึ่งก็ได้มีการจัดทําปฐมนิเทศโครงการการประชุมกลุ่มย่อยและการประชุมสัมมนา เพื่อรับฟังความคิดเห็น และเสนอผลการศึกษาเพื่อทําการชี้แจงตลอดจนรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ โดยมีผู้นําชุมชน ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ แล้วก็ภาคเอกชน ซึ่งความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าโครงการนี้ก่อให้เกิดผลดีและช่วยแก้ไขปัญหา การขาดแคลนนํ้าแล้วก็ลดปัญหานํ้าท่วมได้ แล้วก็สามารถนํานํ้าที่เหลือในฤดูฝนไปยัง แหล่งเก็บกักอื่นเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์
สําหรับประเด็นที่ว่าหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติแล้วกรมชลประทานได้ไป ดําเนินการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร ผมก็อยากกราบเรียนว่า หลังจากนั้น กรมชลประทานก็ได้ไปดําเนินการรับฟังความคิดเห็นในเรื่องของการผันนํ้าดังกล่าว จากประชาชนอีกครั้งหนึ่งคือผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ปฏิบัติตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งดําเนินการครั้งหลังสุด เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ปี ๒๕๕๒ ซึ่งผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว ทั้งนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมว่าในระหว่างดําเนินการก่อสร้างกรมชลประทานก็จะไป รับฟังความคิดเห็นแล้วก็ได้ให้ข้อมูลต่าง ๆ ให้รับทราบถึงแนวทางการผันนํ้าจาก ลุ่มนํ้าวังโตนดไปยังจังหวัดระยอง ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างต่อเนื่อง ต่อไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญผู้ตั้งกระทู้ถามครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดจันทบุรี ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี อีกครั้งหนึ่งที่ตอบกระทู้ถามผมเป็นคําถามที่ ๑ ก็ตรงประเด็นพอสมควร ผมได้ขอความกรุณา ให้ท่านตอบยืนยันเพื่อให้พี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรีได้ทราบอีกสักครั้งหนึ่งด้วย แต่ที่ผมได้รับ ข้อมูลอ้างอิงมาจากเลขานุการบริหารการจัดการนํ้าคลองวังโตนด และคณะกรรมการลุ่มนํ้า ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และคณะกรรมการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ ผมจําเป็นต้อง ขออนุญาตเอ่ยนามท่านผู้นี้และวันนี้ท่านผู้นี้ได้มอบเอกสารให้ผมส่งให้กับรัฐมนตรี เพื่อเป็นการตอบให้ท่านผู้นี้ได้รับทราบ คือท่าน ผศ. เจริญ ติยารมย์ ที่ท่านห่วงใย และติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดอย่างที่เรียนให้ทราบ ประกอบกับการให้ข้อมูลเพื่อหา แนวทางการแก้ไขปัญหา ผมขอสรุปให้กับท่านประธานและท่านรัฐมนตรีได้รับทราบ อย่างนี้ครับ
ข้อที่ ๑ ครับ ความคิดเห็นของประชาชนที่ท่านรัฐมนตรีได้เรียนให้ทราบ จากคําถามข้อที่ ๑ ที่กรมชลประทานนําเสนอนั้นเขาบอกว่าไม่ใช่ความคิดเห็นของผู้ที่ มีส่วนได้เสียทั้งลุ่มนํ้า แต่เป็นเพียงความคิดเห็นของประชาชนต้นนํ้าบางส่วนเท่านั้น นี่คือข้อที่ ๑ ข้อสังเกตของท่านผู้นี้ที่ท่านได้ออกไปสํารวจ
ข้อที่ ๒ ครับ ความคิดเห็นของประชาชนที่ท่านรัฐมนตรีตอบว่าเห็นด้วย มีเหตุผลประกอบไปด้วยที่ท่านให้พี่น้องประชาชนแสดงความคิดเห็นเขาก็มีเหตุผล ประกอบไปด้วยให้กับกรมชลประทานได้พิจารณา และถามว่าความคิดเห็นที่พี่น้อง ประชาชนในลุ่มนํ้าประกอบไปด้วยนั้นทางกรมชลประทานได้นํามาพิจารณาหรือไม่ เอกสารอยู่ที่ผมเดี๋ยวจะมอบให้กับท่านรัฐมนตรีเลย นี่คือข้อสงสัย ข้อเรียกร้อง ขอให้ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบคําถามนี้ไปให้ท่านที่เกี่ยวข้องด้วย
ท่านประธานครับ คําถามที่ ๒ ผมขอถามท่านรัฐมนตรี ตามมติคณะรัฐมนตรี ดังกล่าวได้ระบุให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปดําเนินการก่อสร้างอ่างเก็บนํ้า เพื่อเป็นแหล่งนํ้าต้นทุนของลุ่มนํ้าวังโตนด และในขณะนี้ได้มีข่าวจากสื่อแขนงต่าง ๆ ว่า กรมชลประทานจะดําเนินการผันนํ้าจากจังหวัดจันทบุรีไปยังแหล่งเก็บกักนํ้าจังหวัดระยอง ก่อนจริงหรือไม่ หากเป็นจริงเช่นนั้นก็จะก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนทั้ง ๒ จังหวัด และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะตามมาอย่างรุนแรง ผมจึงขอคํายืนยัน และข้อสรุปเป็นเอกสารในการตอบจากรัฐมนตรีด้วยว่าท่านได้เตรียมการเรื่องนี้อย่างไร และมีแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ตลอดจนยืนยันได้ไหมว่าจะดําเนินการ ก่อสร้างอ่างเก็บนํ้าทั้ง ๓-๔ อ่าง โดยเฉพาะอ่างเก็บนํ้าวังโตนด แก่งหางแมว อ่างเก็บนํ้า พะวาใหญ่ และอ่างเก็บนํ้าประแกด พร้อมทั้งระบบฝายทดนํ้าในลํานํ้าก่อนได้หรือไม่ และจะดําเนินการแล้วเสร็จเมื่อไร ผมขอทราบรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต่อคําถามที่ ๒ ของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติคือท่านยุคลนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วในการผันนํ้า จากแหล่งนํ้าจันทบุรีไปจังหวัดระยองนั้น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้แผนที่ สักนิดหนึ่ง จะเห็นได้ชัดว่าการผันนํ้าจากแหล่งนํ้าจันทบุรีไปจังหวัดระยองนั้นเป็นการผันนํ้า เฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น ถ้าเรามองดูว่าในลุ่มนํ้าจันทบุรีหรือลุ่มนํ้าวังโตนดอย่างที่ว่า ปริมาณนํ้าทั้งปีมีประมาณ ๖๗๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มันอยู่ในเฉพาะช่วงฤดูฝนคือ เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ ๖๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ทีนี้ที่เรา จะผันนํ้าไปจากแหล่งนํ้าจันทบุรีไปจังหวัดระยองนั้นมีเงื่อนไขว่าจะผันไปเฉพาะในฤดูฝน เท่านั้น ซึ่งเอาไปปีละ ๗๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ตรงนี้ผมอยากกราบเรียนว่า ๗๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเมื่อเทียบกับปริมาณนํ้านี่ประมาณ ๑๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เอานํ้าส่วนเกิน ยํ้าอีกครั้งเอานํ้าส่วนเกินที่จะผันนํ้าไปเติมให้อ่างเก็บนํ้าประแสร์ ถามว่า การเอานํ้าส่วนเกินไปนี้มีประโยชน์อย่างไร คืออย่างน้อยที่สุดในฤดูฝนก็ลดและแก้ไข ปัญหาในเรื่องของบรรเทาอุทกภัยของจังหวัดจันทบุรีไปด้วย หรือไม่ก็บรรดานํ้าเหล่านี้ ก็จะไหลลงทิ้งทะเลโดยไร้ประโยชน์ นี่คือสิ่งที่โครงการนี้คิดขึ้นมาว่าจะทําประโยชน์ให้กับ ภาคตะวันออกอย่างไร แก้ปัญหาในเรื่องของการขาดแคลนนํ้าในภาคตะวันออกอย่างไร คือเรามองว่าแหล่งนํ้าที่เหลือทิ้งโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ เอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์เสีย นี่คือประเด็นของการทําโครงการนี้
ต่อคําถามว่าแล้วในลุ่มนํ้าวังโตนดเราจะทําอะไร แค่ไหน อย่างไร ขออนุญาตกราบเรียนว่า จะเห็นว่าในลุ่มนํ้าวังโตนดซึ่งมีอ่างขนาดกลางอยู่ทั้งหมด ๔ อ่าง ตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่ ทั้ง ๔ อ่างนี้ก็คือ อ่างเก็บนํ้าห้วยประแกด อยู่ที่อําเภอแก่งหางแมง ตรงนี้จะจุประมาณ ๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเราได้ตั้ง งบประมาณไว้ดําเนินการแล้วคือในปี ๒๕๕๔ เดิมโครงการนี้บรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็งด้วย ถามว่าตรงนี้ทําไมยังขับเคลื่อนไม่ได้ โครงการนี้เป็นโครงการแรก เนื่องจากว่าพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้มันมีส่วนที่เกี่ยวข้องโยงใยกันอยู่คือพื้นที่ป่า ซึ่งขณะนี้ โครงการอ่างเก็บนํ้าห้วยประแกดอยู่ในระหว่างการอนุมัติของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อกรมป่าไม้อนุญาตเรียบร้อยก็สามารถ ดําเนินการได้ทันที ก็เป็นการดําเนินการคู่ขนานกันไป อ่างเก็บนํ้าอีก ๓ แห่ง คือ อ่างเก็บนํ้าแก่งหางแมวที่อําเภอแก่งหางแมวตรงนี้จุประมาณ ๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร อ่างเก็บนํ้าพะวาใหญ่อยู่ที่อําเภอแก่งหางแมวเช่นกันจุอีก ๖๘ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วก็ อ่างเก็บนํ้าวังโตนดซึ่งใหญ่ที่สุดก็จุประมาณ ๙๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในกระบวนการ ที่จะเตรียมความพร้อมที่จะดําเนินการ มีแผนที่จะดําเนินการชัดเจน ผมยกตัวอย่าง เช่น อ่างเก็บนํ้าแก่งหางแมวก็จะสร้างในปี ๒๕๔๕ ถึงปี ๒๕๔๘ อ่างเก็บนํ้าพะวาใหญ่ ก็ในปี ๒๕๕๖ ถึงปี ๒๕๕๙ แล้วก็ส่วนอ่างเก็บนํ้าวังโตนดก็จะสร้างในปี ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๖๒ ขออนุญาตกราบเรียนว่า ก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริงนะครับว่าในการดําเนินการนั้นมันมี กระบวนการที่จะไปสู่การสร้างโครงการได้ เช่นในเรื่องของพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมคิดว่าถ้าเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ตรงนี้ทางราชการก็สามารถ ดําเนินการได้ ขอยืนยันนะครับว่าอ่างเก็บนํ้าทั้ง ๔ แห่งที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าว เมื่อสักครู่ดําเนินการแน่นอน แล้วก็ได้ศึกษาออกแบบไว้เรียบร้อยเพียงแต่ติดกระบวนการ ในเรื่องการขออนุญาตการใช้พื้นที่ นอกจากนั้นแล้วในลุ่มนํ้านี้เรายังมีการสร้างแหล่งเก็บนํ้า และระบบเก็บนํ้า และรวมทั้งสถานีสูบนํ้าด้วยพลังไฟฟ้ำเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนในลุ่มนํ้าวังโตนดด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ผมได้รับคําตอบจากท่านรัฐมนตรีถือว่าเป็นคําตอบที่ยืนยันว่า อ่างทั้ง ๔ อ่างสร้างแน่นอน แต่ระยะเวลาการสร้างจะไม่พร้อมกัน ที่ท่านบอกว่า สร้างคู่ขนานนั่นเอง ท่านจะสร้างอ่างเก็บนํ้าประแกดที่บรรจุนํ้าได้ ๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนั้น ในปี ๒๕๕๔ ที่จะถึงนี้ แต่ติดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกําลังสํารวจ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีกําลังจะอนุมัติอยู่ที่ท่านเรียนให้พี่น้องชาวบ้านจังหวัดจันทบุรีได้รับทราบ คืออยากจะเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ามีพี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะพี่น้องชาวอําเภอแก่งหางแมว อําเภอท่าใหม่ และอําเภอคิชฌกูฎ เขาอยากจะเห็น การสร้างอ่างเก็บนํ้าที่มีความพร้อมก่อน ความพร้อมในที่นี่ที่ออกสํารวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คืออ่างเก็บนํ้าวังโตนดที่บรรจุนํ้ามากที่สุดถึง ๙๙ ล้านลูกบาศก์เมตร มากกว่าอ่างเก็บนํ้า ทั้ง ๓ อ่าง เลยอยากจะเรียนกับท่านรัฐมนตรีว่าขอได้ไหม พี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรี ขอท่านรัฐมนตรีรีบอนุมัติหรือสั่งการไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านปลัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือท่านอธิบดีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดไปถึง กรมชลประทานว่า ให้พิจารณาสร้างอ่างเก็บนํ้าวังโตนดก่อนน่าจะดีที่สุดและ มีความพร้อมที่สุด พร้อมกับเก็บนํ้าได้มากที่สุดน่าจะเป็นสิ่งที่ดี และพี่น้องประชาชน ต้องการมากที่สุดในขณะนี้นะครับ ท่านรัฐมนตรีขอตอบยืนยันให้ผมสักครั้งหนึ่ง ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอบคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดจันทบุรี ท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา เมื่อกี้ผมเรียนข้อเท็จจริง แล้วว่าการที่ดําเนินการก่อสร้างนั้นทุกอย่างจะต้องมีความพร้อมไปพร้อมกัน ปัจจุบัน ยอมรับว่าในเรื่องของด้านวิศวกรรมเรามีความพร้อม แต่ด้านพื้นที่ก่อสร้างเรายังไม่มี ความพร้อมที่จะดําเนินการก่อสร้าง คือกระบวนการต้องขออนุญาตการใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง ตามกระบวนการกฎหมายต่าง ๆ ถึงแม้ว่าผมจะสั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดําเนินการก่อสร้าง จัดสรรงบประมาณมาผมก็ ก่อสร้างไม่ได้เพราะพื้นที่ยังไม่เรียบร้อย ตรงนี้ผมคิดว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คง เข้าใจในส่วนนี้ และพี่น้องประชาชนคงเข้าใจ ขณะนี้โครงการที่พร้อมที่สุดที่จะดําเนินการ คือโครงการอ่างเก็บนํ้าห้วยประแกดเพราะว่าอะไร เพราะว่าขั้นตอนอยู่ที่ขณะนี้ที่ผม ได้ติดตามก็รอที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอนุญาต ก็สามารถดําเนินการได้ทันทีในโครงการนี้ แล้วก็ไปสู่กระบวนการจัดหาที่ดิน เพื่อมาดําเนินการก่อสร้างตามขั้นตอนต่อไปครับ กราบเรียนท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะให้ท่านผู้ถามกระทู้ถามท่านต่อไป ผมทําความเข้าใจนิดหนึ่งนะครับ คือกระทู้ถามทั่วไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๓ เราไม่ได้ให้ถาม ๓ คําถาม แต่ที่ผ่านมา ประธานก็อนุโลม ตามข้อบังคับนี่บอกว่า ผู้ตั้งกระทู้ถามมีสิทธิถามได้ ๑ ครั้ง รัฐมนตรีก็ตอบ แต่ถ้าคําตอบนั้นมันไม่ครบประเด็น ประธานก็อาจจะอนุญาตให้ถามได้อีก กระทู้ถามสด เท่านั้นเองถามได้ ๓ ครั้ง แต่ต้องจบภายใน ๒๐ นาที
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๘๐ เรื่อง ความเสียหายของเกษตรกรผู้ปลูก ข้าวเหนียวอันเกิดจากโครงการของภาครัฐ (นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เชิญท่านผู้ถามกระทู้ถาม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นิคม เชาว์กิตติโสภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําปาง ก่อนอื่นขอกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ รัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ท่านกรุณาให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามตามมาตรา ๑๕๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก่อนจะเข้าถึงกระทู้ถามผมอยากจะกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีถึงความเมตตาของท่านที่ได้เมตตาพี่น้องชาวนาในภาคเหนือหลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะ ๒ อําเภอของจังหวัดลําปางคือ อําเภอเกาะคาและอําเภอเสริมงามที่ไม่ได้รับ เงินส่วนต่างจากการประกันรายได้จากการขายข้าว ที่ ธ.ก.ส. ปฏิเสธการจ่าย แต่ภายหลัง คณะรัฐมนตรีได้กรุณาให้ ธ.ก.ส. จ่ายให้กับพี่น้องชาวนาทั้งหมด ซึ่งชาวนาทั้งหมดก็ได้ รับเงินดังกล่าวแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นความกรุณาจาก ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่ท่านเอาใจใส่ไม่ปล่อยให้ความทุกข์ยากตกแก่พี่น้องชาวนาในเรื่องรายได้ ดังกล่าว
และอีกเรื่องหนึ่งครับ สําหรับกระทู้ถามเรื่องนี้สืบเนื่องมาจากการก่อสร้าง เขื่อนกิ่วคอหมาที่อําเภอวังเหนือ จังหวัดลําปาง ซึ่งเขื่อนดังกล่าวเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ สามารถมีประโยชน์กับพี่น้องชาวนาแล้วก็พื้นที่สําหรับทําการเกษตรในจังหวัดลําปาง จํานวนมหาศาล การก่อสร้างแล้วก็มีการขยายพื้นที่ส่งนํ้าได้สําเร็จเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันพี่น้องชาวนาและเกษตรกรในเขตอําเภอเกาะคาอีก ๓-๔ ตําบลคือ ตําบลไหล่หิน ตําบลเกาะคา ตําบลใหม่พัฒนา และตําบลนาแก้ว ได้ติดต่อประสานงานมายังผมเพื่อจะ ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้โปรดสั่งการให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือว่ากรมชลประทานได้พิจารณาขยายพื้นที่ส่งนํ้า จากบริเวณบ้านทุ่งขามส่งเข้าไปยังอีก ๔ ตําบลดังกล่าว จะทําเป็นคลองชลประทาน และเป็นเหมืองไส้ไก่ก็จะเป็นการดี เพราะว่าเหตุที่ต้องเชื่อมต่อจากบ้านทุ่งขามเพราะว่า บริเวณปลายนํ้าทิ้งของโครงการได้มีการปล่อยนํ้าทิ้งลงยังแม่นํ้าแม่ยาว ซึ่งหากได้มีการทําคันกลางหรือรางส่งนํ้ารับนํ้าทิ้งดังกล่าวข้ามแม่นํ้าแม่ยาวไปสู่อีกฝั่งหนึ่ง ก็จะสามารถเอานํ้าทิ้งดังกล่าวไปเป็นประโยชน์เพื่อจ่ายให้พื้นที่เกษตรในพื้นที่ ๔ ตําบล ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก อันนั้นเป็นเรื่องที่ผมขออนุญาตถาม นอกเหนือจากกระทู้ถามเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าตอนเมื่อกี้ก็ไม่ได้หารือนะครับ ตอนนี้ ในเรื่องของกระทู้ถามนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า โครงการเขื่อนกิ่วคอหมา ดังกล่าวนอกจากเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมหาศาลแล้วนะครับ มีการไปสร้าง ความเสียหายให้กับประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะตามกระทู้ถามเรื่องนี้นะครับ เกิดขึ้น และทําความเสียหายให้กับพี่น้องชาวนาที่ปลูกข้าวเหนียวในพื้นที่ ๓ ตําบล ในตําบลเกาะคา ตําบลไหล่หิน และตําบลลําปางหลวง ของอําเภอเกาะคา จังหวัดลําปาง เหตุเกิดเพราะว่า คลองส่งนํ้าที่ถูกสร้างขึ้นตามโครงการดังกล่าวเมื่อปี ๒๕๕๒ ได้ไปปิดกั้นลําเหมืองเดิม ซึ่งชาวนาใช้ส่งนํ้าจากลํานํ้าแม่ยาวเข้าสู่พื้นที่นาของราษฎรดังกล่าว ทําให้ไม่สามารถ จะสูบนํ้าเข้านาได้เมื่อปี ๒๕๕๒ การปลูกข้าวในฤดูการทํานาในปี ๒๕๕๒ จึงไม่สามารถที่ จะดําเนินการได้ เหตุเพราะคลองส่งนํ้าดังกล่าวไปตัดเส้นทางนํ้าเขา เกษตรกรชาวนา ทั้งหมดได้ไปพบเจ้าหน้าที่ที่กรมชลประทานที่จังหวัดลําปางที่สํานักงานชลประทานเขต ๒ ก็ได้รับการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ว่าไม่สามารถที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ได้ โดยเฉพาะ ค่าเสียหายจากการไม่ได้ทํานาของชาวนาทั้งหมดก็ไม่มีใครที่จะรับผิดชอบ จึงเป็นเหตุ ให้ผมต้องได้ตั้งกระทู้ถามเรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อปัญหาดังกล่าวว่า ปัญหาคลองส่งนํ้าที่ไปทับลําเหมืองของพี่น้องชาวนานั้นจะแก้ไข ให้กับเขาได้ทันการทํานาในฤดูการทํานาปีนี้หรือไม่ เพราะว่านี่อีกประมาณ ๒ เดือนก็จะ มีการเริ่มทํานาตกกล้ากันแล้ว หากไม่ได้รับการแก้ไขให้ทันโดยเร่งด่วนก็จะทําให้พี่น้อง ชาวนาไม่สามารถที่จะมีนํ้าเข้านาในการทํานาในฤดูกาลปีนี้ ซึ่งก็จะทําความเสียหาย ให้กับพี่น้องชาวนาซํ้าแล้วซํ้าอีกเป็นปีที่ ๒
คําถามข้อที่ ๒ คือค่าเสียหายจากการไม่ได้ทํานาในฤดูการทํานาปีที่แล้ว อันเป็นผลจากโครงการดังกล่าว คิดค่าเสียหายประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ อยากจะ ขอความกรุณา ฯพณฯ รัฐมนตรีหาทางเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องชาวนาให้ได้รับเงินชดเชย เพื่อที่จะบรรเทาความเสียหายของพี่น้องชาวนา เพราะว่ารายได้จากการทํานาสําหรับ พี่น้องชาวนาแล้วนั้นถือเป็นรายได้หลักในการดํารงชีวิต หากไม่ได้รับเงินชดเชยเลย จะสร้างความเดือดร้อนกับครอบครัวเขาเป็นอย่างมาก จึงขอเรียนถามมายัง ฯพณฯ รัฐมนตรี ได้โปรดพิจารณาหาทางแก้ไขนะครับ และสุดท้ายก็ขอขอบพระคุณ ฯพณฯ รัฐมนตรี ที่หลังจากผมได้ยื่นกระทู้ถามต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ได้มีเจ้าหน้าที่ของ กรมชลประทานลงไปในพื้นที่เพื่อไปสํารวจข้อมูลแล้วก็สอบถาม มีการนัดพี่น้องชาวนา ที่ได้รับความเสียหายมาประชุมเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและหาแนวทาง ผมคิดว่าคงเป็น ความกรุณาจาก ฯพณฯ รัฐมนตรี จึงเกิดเหตุข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้น ก็ขอขอบพระคุณ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตตอบกระทู้ถามของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนิคม เชาว์กิตติโสภณ เป็นอย่างสูงนะครับ ต่อกรณี ความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรในเขตจังหวัดลําปาง ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กล่าวไว้ว่า ในจังหวัดลําปางก็คือมีการก่อสร้างโครงการที่ดินกิ่วคอหมา ซึ่งทางอ่างเก็บนํ้า ก็ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วซึ่งมีความจุประมาณ ๑๗๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ในโครงการ เขื่อนกิ่วคอหมานี้จะมีระบบส่งนํ้า มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๙๐,๒๐๐ ไร่ ซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนคือ ระบบส่งนํ้าของชลประทานแจ้ห่มซึ่งประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ และระบบส่งนํ้าของ เขื่อนกิ่วลม ๓ อีกประมาณ ๗๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งพื้นที่บางส่วนก็ได้ดําเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว บางส่วนก็อยู่ในระหว่างดําเนินการก่อสร้าง ซึ่งบางส่วนก็จะก่อสร้างต่อไปตามแผน ที่วางไว้ชัดเจนในแต่ละปี ต่อประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับทราบ เนื่องจากว่ามีการดําเนินการปิดกั้นลํานํ้าในบางส่วนนั้น ผมขออนุญาตเรียนข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นว่าเนื่องจากในระหว่างการก่อสร้างระบบส่งนํ้าโครงการนี้คือการก่อสร้าง คลองสายใหญ่ ในคลองสายใหญ่นี้ก็ตัดผ่านลํานํ้าธรรมชาติหลายแห่งด้วยกัน ซึ่งจะต้อง ก่อสร้างท่อลอดคลองส่งนํ้าหรือไซฟอน (Syphon) ลอดคลองส่งนํ้าหรือสะพานนํ้าต่าง ๆ บางสายก็ไม่มีนํ้าไหลผ่าน บางสายก็มีนํ้าไหลผ่าน ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าว ไปเมื่อสักครู่นะครับ ซึ่งในการดําเนินการก่อสร้างนั้นผมได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่า ได้ทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนหรือเกษตรกรผู้ที่ได้ใช้นํ้าแล้วก็ร่วมกันแก้ไขปัญหา อย่างที่ท่านได้เรียนให้ทราบเมื่อสักครู่ว่าได้มีการผันนํ้าแล้วก็มีการสูบนํ้าไปช่วยแก้ไข ปัญหาในพื้นที่ที่เดือดร้อนดังกล่าวนะครับ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ผมคิดว่าอาจจะ มีบ้างบางพื้นที่ที่อาจจะได้รับผลกระทบตามที่ท่านได้กล่าวไว้นะครับ ซึ่งปัจจุบันนี้ อาคารท่อลอดคลองส่งนํ้าต่าง ๆ คลองสายใหญ่ที่ตัดขวางลํานํ้าได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย แล้วทั้ง ๓๐ แห่งโดยประมาณนะครับ เพราะฉะนั้นผลกระทบที่ท่านห่วงใยที่จะเกิดขึ้น ก็คงจะไม่เกิดขึ้นนะครับ เพราะว่าอาคารเหล่านี้ได้ถูกสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ
ต่อประเด็นคําถามที่บอกว่าจะขอให้ขยายพื้นที่เพิ่มเติมไปจากเดิมได้มากน้อย แค่ไหน อย่างไรนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า โดยปกติแล้วในการที่กําหนดพื้นที่ ชลประทานว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน อย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณนํ้ากักเก็บที่อยู่ใน อ่างเก็บนํ้า ซึ่งอ่างเก็บนํ้านี้ก็มีปริมาณนํ้ากักเก็บอยู่ประมาณ ๑๗๐ ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทานที่ถูกกําหนดไว้ก็ประมาณ ๙๐,๐๐๐ ไร่ เพราะฉะนั้นปริมาณนํ้าอาจจะ ไม่เพียงพอที่จะขยายไปในพื้นที่ที่ท่านได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ในเรื่องนี้ผมจะให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานไปตรวจสอบข้อเท็จจริงพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่า จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนบริเวณเหล่านี้ได้แค่ไหน อย่างไร ถ้าสมมุติว่าไม่สามารถ นํานํ้าจากอ่างเก็บนํ้ากิ่วคอหมามาใช้ได้ ก็จะหาแนวทางอย่างอื่นที่จะดูแลพี่น้องเกษตรกร ในบริเวณดังกล่าวตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวเมื่อสักครู่นะครับ
ต่อประเด็นว่าการจะช่วยเหลือเยียวยาอย่างไรนะครับ เรื่องนี้คงเป็น ข้อเท็จจริง ถ้าสมมุติว่าข้อเท็จจริงเกิดจากเหตุอะไร อย่างไร ตรงนี้ผมคิดว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ ลงไปพบปะกับพี่น้องเกษตรกรแล้ว ผมขอรับข้อสังเกตของท่านไปพิจารณาว่าจะสามารถ ดําเนินการแค่ไหน อย่างไร ทั้งนี้ต้องไม่ขัดกับกฎระเบียบของทางราชการที่กําหนดไว้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ถามได้อีกครั้งเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ คือผมอยากจะขอความกรุณาจากท่านให้กําชับอย่าให้ชาวนาที่ได้รับ ความเดือดร้อนในฤดูการทํานาปี ที่แล้วในปี นี้ก็ต้องเดือดร้อนซํ้าอีก เพราะมันเป็น การซํ้าแล้วซํ้าอีกเป็นครั้งที่ ๒ ในปีนี้ ถ้าทุกอย่างเป็นไปได้ดีก็คงไม่เกิดปัญหาที่ราษฎร ต้องมาพบปะผม แล้วก็เป็นเหตุให้ผมต้องกราบเรียนรบกวนทางประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการจัดทํากระทู้ถามดังกล่าว เพราะผมทราบว่านํ้าไม่สามารถจะเข้านาได้จริง ๆ หากปีนี้ นํ้าไม่เข้านาอีกผมก็รู้สึกเป็นห่วงแทนพี่น้องชาวนา เพราะว่าฟังคําชี้แจงจาก ฯพณฯ รัฐมนตรี มันไม่มีปัญหาแล้ว อย่างไรก็ขอท่านช่วยกรุณาสอดส่องดูแลให้เป็นพิเศษหน่อยครับ แล้วก็โดยเฉพาะค่าชดเชยค่าเสียหายก็เช่นกันครับหากท่านรัฐมนตรีจะกรุณาช่วยเร่งรัด ให้กับพี่น้องชาวนาด้วย เพราะว่ามันเป็นรายได้ที่พี่น้องเขาควรจะได้รับในฤดูการทํานา ปีที่แล้วแล้ว หากปล่อยช้าไปปีต่อปีเขาได้รับเงินช้าไป ๆ เขาก็ลําบากครับรอไม่ได้ ครอบครัวเขาจะได้รับความกระทบกระเทือนอย่างยิ่ง
อีกประการครับ ผมจะขออนุญาตท่านประธานขอสักเล็กน้อย ขอฝาก ฯพณฯ รัฐมนตรีอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องภัยแล้งที่จังหวัดลําปางโดยเฉพาะที่อําเภอเกาะคา อําเภอสบปราบ อําเภอเถิน เป็นพื้นที่อําเภอที่ปริมาณฝนตกน้อยมากครับ อ่างเก็บนํ้า แม่กัวะตอนนี้แห้งแล้วนะครับ เป็นอ่างที่ชาวนาใช้ทํานาทุกปีแต่ปีนี้นํ้าแห้ง ถ้าฝนปีนี้ไม่ตก ชาวบ้านจะไม่มีนํ้าทํานาเลย ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ขอฝาก ฯพณฯ ได้ช่วยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ กรมชลประทานช่วยดูแลพี่น้องชาวบ้านด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ ก่อนตอบผมขออนุญาตนิดหนึ่งนะท่านรัฐมนตรี
สภายินดีต้อนรับท่านประธานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาประชุม ไอพียู (IPU) ทั้ง ๒ ประเทศทั้งประเทศโปแลนด์และประเทศฮังการีด้วยความยินดียิ่ง ขอบคุณครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ต่อข้อฝากแล้วก็ข้อห่วงใยข้อสังเกตของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนิคม เชาว์กิตติโสภณ ผมก็จะรับไปนะครับ อยากจะ ขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับว่าพอดีปัญหาของราษฎรปลายคลอง ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้แผนที่นิดหนึ่งครับ ที่จุดปัญหาที่ตําบลไหล่หิน ซึ่งเดิมทีเดียวนั้นแนวคลองส่งนํ้าผ่านไปตอนบนซึ่งราษฎรมีปัญหาเรื่องที่ดินราษฎรต้องการ ให้เปลี่ยนแนว เราก็ได้เปลี่ยนแนวให้ตามความต้องการของราษฎรคือใช้ลําเหมืองเดิม มาลงคลองแม่ยาวตามที่ท่านว่านะครับ แล้วก็พื้นที่จุดนี้เป็นพื้นที่ที่อยู่สูงไม่สามารถรับนํ้า จากคลองได้ กรมชลประทานก็ได้แก้ไขปัญหาที่ตําบลไหล่หิน อําเภอเกาะคาให้ โดยการสร้างอาคารต้นนํ้าในลํานํ้าอีก ลําคลองแม่ยาว แล้วก็สร้างคลองส่งนํ้าอีกสายหนึ่ง เพื่อไปช่วยเหลือพี่น้องในบริเวณดังกล่าวนะครับ
ต่อประเด็นความห่วงใยในเรื่องของภัยแล้งปัญหาเรื่องนํ้านะครับ ก็ขออนุญาต กราบเรียนตรง ๆ ในปีนี้ว่าปริมาณนํ้าในอ่างเก็บนํ้าต่าง ๆ มีน้อยเพราะสาเหตุต่อเนื่อง มาจากปี ที่แล้ว จะเห็นได้ว่าเมื่อปี ที่แล้วปริมาณฝนเฉลี่ยบริเวณภาคเหนือแล้วก็ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมันตํ่ากว่าเกณฑ์ปกติมาก เพราะฉะนั้นก็มีผลกระทบ ต่อมาในปีนี้ อย่างไรก็ตามต่อประเด็นปัญหาของท่านที่ท่านห่วงใย ผมจะได้ให้เจ้าหน้าที่ ไปพบท่านโดยตรง แล้วก็ดูในรายละเอียด ประสานงานกับท่านอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน
ขอบคุณครับ จบกระทู้ถามที่ ๒ ส่วนกระทู้ถามที่ ๓ นั้นขอสับเป็นกระทู้ถามที่ ๔ นะครับท่านผู้ถาม กระทู้ถาม เนื่องจากว่ากระทู้ถามที่ ๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมติดที่จะต้องไปพบกับทางประเทศจีนเกี่ยวกับปัญหาเรื่องนํ้า ก็ขอความกรุณาเลื่อนจากอันดับ ๔ มาเป็นอันดับ ๓ นะครับ ซึ่งกระทู้ถามที่ ๔ ที่เลื่อน มาเป็นอันดับ ๓ คือ
๑.๑.๔ กระทู้ถาม ที่ ๒๙๐ เรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก (นายสามารถ มะลูลีม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เชิญเจ้าของกระทู้ถามครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายสามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร วันนี้ผมได้ตั้งกระทู้ถามถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก ซึ่งปัญหานี้นั้นพี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างมาก ผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร นั้นก็ได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะท่านสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ส.ส. พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ก็นําเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มาหารือในพรรคประชาธิปัตย์นะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนว่ากระทู้ถามนี้ เป็นปัญหาความเดือดร้อนจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ตามที่ทราบกันอยู่แล้วว่า การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่านั้นเป็นสิ่งที่ต้องมีความจําเป็น เป็นความสําคัญอย่างยิ่ง เพราะสัตว์ป่าบางชนิดนั้นเป็นเรื่องที่สมควรที่ต้องคุ้มครองและสงวนไว้ อาจจะด้วยเหตุผล ที่สัตว์ป่าเหล่านั้นมีอยู่จํานวนน้อยและมีโอกาสจะสูญพันธุ์ได้สูง อาจจะเป็นเหตุผล ที่ไม่สามารถจะเพาะพันธุ์ได้ ท่านประธานครับ แต่มีสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดหนึ่งคือนกปรอด หัวโขน หรือที่เรียกว่า นกกรงหัวจุก ซึ่งได้ถูกกําหนดให้เป็นสัตว์ป่ำคุ้มครองชนิดที่ เพาะพันธุ์ได้ ซึ่งมีกฎหมายกําหนดขั้นตอนในการครอบครองไว้อย่างรัดกุมมากมาย มีกฎหมายและระเบียบมากมายที่กําหนดไว้โทษถึงขนาดมีโทษลักษณะอาญา ท่านประธานครับ กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่มีอยู่นั้นขัดต่อหลักความเป็นจริงที่พี่น้อง ประชาชนต้องการจะให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายและระเบียบให้เข้ากับวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่เขาเหล่านั้นได้เลี้ยงนกปรอดหัวโขนหรือนกกรงหัวจุก มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษที่เลี้ยงไว้เพื่อความสวยงาม เพื่อการกีฬา ซึ่งบางท้องที่พี่น้อง ประชาชนคิดว่าเป็ นประเพณีไปเสียแล้ว ซึ่งเราเห็นว่านกเขาชวานั้น เราเข้าไปดู ในสนามนั้นเราก็ต้องเงียบ ๆ นะครับไม่ให้ส่งเสียง แต่นกปรอดชนิดนี้เจ้าของก็สามารถ ที่จะเชียร์นกของตัวเองหรือสอนนกของตัวเองให้ร้องอย่างไรได้ ผมก็ถือว่าอย่างนี้ก็นับว่า เป็นกีฬาได้นะครับ เพราะว่าคนก็ไปบังคับสัตว์ เช่นการขี่ม้าอะไรประมาณนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ต้องเรียนว่าเราก็ถือว่าเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ ทราบกันดี อยู่แล้วว่านกกรงหัวจุกมีลักษณะที่สวยงาม มีเสียงไพเราะ ขนาดที่ว่ามีการเลี้ยงกันอยู่นั้น รวมทั้งพื้นที่ที่กระผมอยู่ในกรุงเทพมหานครนั้นมีการประกวดกันทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะ พี่น้องประชาชนนั้นได้นํานกกรงหัวจุกมาประกวดกันเป็นรายได้ไปทํานุบํารุงทั้งมัสยิด ทั้งวัด ทั้งโรงเรียน ทั้งเรื่องการศาสนาได้ตลอดเวลานะครับ เพราะว่าอาทิตย์หนึ่งจัดก็จะมีคน มาแข่งขันก็จะมีเงินได้ประมาณสัก ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาท ทุกสัปดาห์นะครับ แต่ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้นภาครัฐก็ให้การสนับสนุนเป็นการแข่งขัน แต่สิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนร้องก็คือว่าตํารวจมาจับ บางทีตัวหนึ่งเลี้ยงไว้ ๔๐๐-๕๐๐ บาท เลี้ยงไปเลี้ยงมาตัวละ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท ตํารวจและกรมป่ำไม้มาจับไป เอาไปถึงปั๊บมาดูขายต่อไป ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาทให้คนต่างประเทศ พอเอานกมาให้ดู เอาตัวไหนมาให้ดูก็ไม่รู้นี่นะครับ บอกว่านี่ตัวที่จับมา พี่น้องเขาก็รู้ตัวนี้ไม่ใช่นกของเขา เขาจําเสียงได้ อย่างนี้ละครับเหมือนกับคนเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงหมา เลี้ยงแมว เลี้ยงอะไรไว้ เป็นคนก็รัก แต่ว่ามาถูกพลัดพรากไปอย่างนี้ เหมือนกับเป็นการปล้นไปซึ่ง ๆ หน้านะครับ ท่านประธานครับ นกกรงหัวจุกที่ข้อเท็จจริงขณะนี้เป็นอันยุติแล้วว่าสามารถเพาะพันธุ์ได้ เพื่อไม่ให้สูญพันธุ์ได้เป็นอย่างดี จึงเป็นประเด็นที่น่าสนับสนุนให้มีการผลักดันให้ นกกรงหัวจุกไม่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อก่อนนั้นนกเขาชวาที่เราเคยได้ยินว่าตัวละล้านสองล้านก็เป็นสัตว์สงวน อย่างนี้เหมือนกันนะครับ ต่อมาก็มีการยกเลิกไม่ให้เป็นสัตว์คุ้มครองอีกต่อไป เพราะฉะนั้น ตรงนี้เราก็เห็นแล้วว่าในอาเซียน (ASEAN) ของเรานั้นประเทศไทยก็ได้แชมป์ นกอาเซียน ๕ ประเทศ ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ พวกนี้ เขาซื้อจากประเทศไทยกันไปมากมาย นั่นก็คือนกเขาชวา แต่ปัจจุบันนี้นกกรงหัวจุกนั้น เป็นรายได้ให้พี่น้องประชาชน เป็นวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ต่างประเทศก็มาซื้อไปจาก เมืองไทยจํานวนมาก เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจ โดยเฉพาะผมไป ๔ จังหวัด ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นพี่น้องประชาชนนั้นมีปัญหาทุกข์ร้อนเรื่องภัยบ้านเมือง ก็ได้นกกรงหัวจุกนั้นเป็นการเยียวยาให้ชีวิตเขาได้ทรงคุณค่านะครับ เพราะฉะนั้น ก็ต้องเรียนว่าเราควรจะปรึกษากันอย่างเป็นระบบเพื่อหาข้อมูลผลดีผลเสีย โดยรับฟัง ปัญหาข้อเท็จจริงจากพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้องเพื่อนําไปสู่การยกเลิกบัญชีคุ้มครอง เฉพาะนกกรงหัวจุกเพื่อจะได้เป็นผลดีกับพี่น้องประชาชนได้มากที่สุด จึงอยากฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ให้แก้กฎกระทรวงเพื่อให้เป็นตามข้อเท็จจริงอย่างแท้จริง ผมขอถามคําถามที่ ๑ นะครับว่ารัฐบาลมีนโยบายที่จะเร่งรัดให้มีการดําเนินการช่วยเหลือ ประชาชนผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร และผลการศึกษาความเหมาะสม ผลกระทบในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ
เชิญ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตท่านประธานเพราะว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พาดพิงผมนิดหนึ่ง เรื่องอ่างเก็บนํ้า ห้วยประแกดที่จังหวัดระยอง เพราะท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ได้ถาม แล้วก็ท่านธวัชชัย อนามพงษ์ ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ก็เรียนว่า การอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อก่อสร้าง อ่างเก็บนํ้านั้นได้อนุมัติไปเรียบร้อยแล้วนะครับ เพราะว่าถ้าพูดถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๓ ท่านได้ติดตามอย่างใกล้ชิดก็คิดว่าทางกรมชลประทานคงจะสามารถไปดําเนินการ ให้ท่านได้ ก็เรียนให้ท่านทราบนะครับ แล้วก็พี่น้องประชาชนที่จังหวัดระยองที่รอคอยมา คงจะได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บนํ้าห้วยประแกดที่ท่านทั้ง ๓ ท่านได้พยายามผลักดัน โครงการนี้ต่อไป ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นกระทู้ถามที่ท่านสามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ถามในเรื่องนี้ ปัญหาเรื่องของนกกรงหัวจุก หรือนกปรอดหัวโขน จริง ๆ แล้วไม่ใช่ท่านคนเดียวนะครับ ก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อีกหลายท่านที่ท่านได้เอ่ยนามไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นท่านสุรเชษฐ์ ท่านวัชระ เพชรทอง แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งภาคใต้และกรุงเทพฯ ก็ได้พยายามติดตามเรื่องนี้ มาตลอด ผมก็ได้ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ทําการศึกษาแล้วก็ ตรวจสอบดูว่าปัญหาอุปสรรคมันอยู่ตรงไหนอย่างไร ก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า จริง ๆ แล้วนกกรงหัวจุกหรือนกปรอดหัวโขนเป็นสัตว์คุ้มครองซึ่งจําพวกนกที่ได้กําหนดไว้ ในกฎกระทรวงให้สัตว์ป่านานาชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ปี ๒๕๔๖ แล้วก็ในช่วงที่ผ่านมา ก็มีการนิรโทษกรรมและให้มีการแจ้งการครอบครองไปแล้ว ๒ ครั้ง คือปี ๒๕๓๕ แล้วก็ ปี ๒๕๔๖ ซึ่งทําให้มีการเลี้ยงนกกรงหัวจุกหรือนกปรอดหัวโขนอย่างเปิดเผยแล้วก็ กว้างขวางมากขึ้น เพราะจริง ๆ แล้วในกฎหมายที่กฎกระทรวงได้ประกาศใช้นี้คือ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งห้ามไม่ให้กระทําการฆ่า เพาะพันธุ์ ครอบครอง ค้า นําเข้า ส่งออก โดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนจะต้องมีโทษ ที่กําหนดไว้ ก็อยากจะเรียนว่าจริง ๆ แล้วเราก็ได้มีการอนุญาตให้มีการครอบครอง นกกรงหัวจุกหรือนกปรอดหัวโขนแล้วก็สามารถที่จะขออนุญาตในเรื่องของการเพาะพันธุ์ ขยายพันธุ์ แล้วนําไปจําหน่ายได้ ทําการค้าได้โดยการขออนุญาต เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่ได้ มีข้อห้ามแต่ประการใดนะครับ แล้วก็กระบวนการขั้นตอนที่ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสามารถแล้วก็อีกหลาย ๆ ท่านได้มาสอบถามแล้วก็อยากให้พี่น้องประชาชนได้หมด ปัญหาเพราะว่าจริง ๆ แล้วตอนนี้เขาก็มีการเลี้ยงอย่างเปิดเผยอยู่แล้ว อันนั้นเป็นการเลี้ยง โดยถูกต้องนะครับเพราะได้รับอนุญาต ไม่ได้เป็นการกระทําผิดกฎหมาย ทีนี้จะทําให้ในส่วนที่มันยังผิดกฎหมายอยู่ถูกกฎหมายนี้คงจะทําไม่ได้แต่ว่ากระบวนการ ขั้นตอนในการที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ ถ้าไปแก้กฎหมายก็คงจะต้องใช้เวลานาน กระบวนการขั้นตอนคือการต้องไปขออนุญาตในการขยายเพาะพันธุ์ ซึ่งทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก็ได้ เน้นในเรื่องของการเพาะพันธุ์พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ แล้วก็ทางพี่น้องประชาชนที่สนใจก็สามารถ ที่จะมาร่วมโครงการดังกล่าวได้เพื่อที่จะขยายพันธุ์นกกรงหัวจุกหรือนกปรอดหัวโขน ซึ่งในขณะนี้จริง ๆ แล้วเราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าจํานวนปริมาณนกในป่ำ มันก็มีผลกระทบเหมือนกันถ้าเผื่อว่ามีการปล่อยเสรี แต่ว่าเท่าที่ได้ติดตามดูผู้ที่เลี้ยง นกกรงหัวจุกหรือนกปรอดหัวโขนนี้ก็มีความเป็นห่วง แล้วก็ได้ระมัดระวังในเรื่องนี้อยู่แล้วว่า ไม่มีการซื้อขายนกกรงหัวจุกหรือนกปรอดหัวโขนที่ได้มาจากการจับในป่าที่ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นกระบวนการขั้นตอนที่ท่านสามารถเป็นห่วงแล้วก็ได้เสนอแนะมาในเรื่องของ การปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวงนั้นทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ำ และพันธุ์พืชกําลังพิจารณาดําเนินการตามที่ท่าน ได้เสนอแนะอยู่ เพื่อที่อํานวยความสะดวกกับพี่น้องประชาชนให้สามารถเลี้ยงนกกรงหัวจุก หรือนกปรอดหัวโขนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ส่วนกระบวนการที่จะต้องมี การดําเนินการต่อไป เราได้มีการประชุมผู้เกี่ยวข้องไปหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคมที่ผ่านมาเขาก็มีความเห็นว่ายังไม่มีความจําเป็นที่จะต้องถอนนกปรอดหัวโขน ออกจากบัญชีสัตว์ป่ำคุ้มครองในปัจจุบัน แต่ว่าขอให้ เร่งรัดส่งเสริมในเรื่องของ การเพาะเลี้ยงนกปรอดหัวโขนอย่างถูกต้อง โดยเน้นการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบ ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และรัดกุมยิ่งขึ้น รวมทั้งการเร่งรัด การผลิตพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของนกปรอดหัวโขนจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าของทางราชการ เพื่อให้มีคุณภาพจํานวนพอเพียงต่อความต้องการของประชาชน แล้วก็ร่วมกันในการป้ องกัน และปราบปรามในเรื่องการลักลอบค้านกปรอดหัวโขนควบคู่กันไปกับสัตว์ป่าชนิดอื่น ที่มีอยู่ในสภาพธรรมชาติ รวมทั้งการกระทําเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องเพื่อการร่วมมือกัน อย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็ให้มีการสํารวจประเมินประชากรนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติ อย่างสมํ่าเสมอ เพื่อดําเนินการร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนําผลมาใช้ในฐานข้อมูลในการจัดการแล้วก็ในการพิจารณาดําเนินการต่อไป ก็เรียน ท่านสามารถว่าทางกระทรวงเองก็เห็นสภาพปัญหาที่ท่านได้นําเสนอมาแล้วก็พยายาม ที่จะปรับปรุงกระบวนการตรงนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเลี้ยงนกกรงหัวจุก หรือนกปรอดหัวโขนแล้วก็ทําการค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งการเพาะพันธุ์ ขยายพันธุ์ เพื่อที่จะทําให้เกิดการกีฬาที่ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย แล้วก็เป็น การดําเนินการตามประเพณีต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลือและสนับสนุนกิจการสาธารณกุศล อย่างที่ท่านพูดครับ ขอบคุณครับ
เชิญถามอีกครั้ง
ท่านประธานครับ ท่าน ส.ส. สาคร เกี่ยวข้อง จังหวัดกระบี่ ท่านก็นํานกไปแข่งขันกับพี่น้องประชาชนอยู่ตลอด เขาบอกว่า ไม่กี่วันนี้ตํารวจก็มาจับอีกแล้วครับ เป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจมาก เป็นอย่างนี้อยู่ประจํา หากมีการจับกุมเกิดขึ้นก็ต้องครั้งละ ๔,๐๐๐ บาทบ้าง ๕,๐๐๐ บาทบ้าง ในการที่ นก ๑ ตัวจะผ่านไปได้โดยที่จะไม่จับกุม ซึ่งตรงนี้ทุกคนก็มีความทุกข์ใจที่เขาเลี้ยงกันมา ก็ย่อมมีความรัก ซึ่งจริง ๆ แล้วตํารวจผู้ที่จับกุมน่าจะทําอะไรที่สร้างสรรค์มากกว่านี้ โดยเฉพาะตํารวจกรมป่ำไม้ร่วมกับข้าราชการกรมป่ำไม้ของกระทรวงของท่าน ผมคิดว่าเรื่องอื่น ๆ ก็มีการที่จะดูแลอีกเยอะแยะนะครับ นกสงวนก็มีเป็นพัน ๆ ชนิด แต่ว่าสักอย่างหนึ่งที่ยกเว้นให้อย่างนี้ คือพี่น้องประชาชนบางครั้งเขาไม่เข้าใจหรอกครับ ว่าจะต้องไปขึ้นทะเบียน ออกลูกมา เพาะพันธุ์มาก็เลี้ยงอยู่ในบ้าน บางทีพอเอาไปแข่ง ถึงโดน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่ามันไม่ใช่เป็นเรื่องหนักหนาอะไรเลยครับ ถ้ากระทรวง จะมีการ ผมดูในข้อระเบียบกฎเกณฑ์ก็คือมีอธิบดี มีกระทั่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ผมยังไม่ทราบเลยมาเกี่ยวข้องกับการที่จะเป็นกรรมการ เป็นบอร์ด (Board) อยู่ในเรื่อง ของนกนี้ มีอธิบดีกรมที่ดิน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ มีอยู่ประมาณ ๗-๘ ท่าน ในการที่พิจารณาจะต้องยกเลิกในการที่จะเป็นสัตว์สงวน ที่ผมดูรายชื่อตามข้อกฎหมายมา เพราะฉะนั้นก็อยากจะถามข้อที่ ๒ ว่า รัฐบาลจะดําเนินการแก้ไขปัญหาอุปสรรคของพี่น้อง ประชาชนในการเลี้ยงนกกรงหัวจุก ไม่ว่าจะเป็นการจับกุมการตรวจค้นเพื่อช่วยเหลือ ประชาชนในระหว่างการพิจารณาหาทางออกอย่างไรบ้าง ขอทราบรายละเอียดครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ก็อยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า ถ้ามีปัญหาในเรื่องของการเรียกร้อง ผลประโยชน์อันมิควรได้ซึ่งเป็นการทุจริตประพฤติมิชอบ แล้วก็มีการดําเนินการลักษณะ อย่างนี้ อยากจะขอรบกวนพี่น้องประชาชนทุกคนและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสาครได้กรุณาแจ้งรายละเอียดให้ทราบด้วย เพราะว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้กําชับในเรื่องนี้อยู่แล้ว แล้วเราดําเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริต ประพฤติมิชอบเหล่านี้โดยเด็ดขาด ไม่มีการลดโทษอะไรให้เลย นอกจากออกแล้วยังต้อง ถูกดําเนินคดีอาญาในการกระทําความผิดด้วย ก็อยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้รับทราบด้วยนะครับ ในส่วนของกระบวนการขั้นตอนที่ท่านว่าคณะกรรมการมีผู้เกี่ยวข้องอยู่หลายส่วน รวมทั้ง กระทรวงการต่างประเทศด้วย เพราะว่าจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไปเกี่ยวข้องกับองค์การระหว่าง ประเทศด้วยคือไซเตส (CITES) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความสําคัญแล้วเราเองก็เป็นภาคีสมาชิก ขององค์การไซเตส เพราะฉะนั้นจึงมีทางกระทรวงการต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง ในส่วนนี้ด้วย แล้วก็ในส่วนที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ นั้นก็เป็นผู้เกี่ยวข้องตามระเบียบและกฎหมาย ที่เราต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดต่อไป ในส่วนของกระบวนการขั้นตอนก็เรียน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเองไม่ได้ นิ่งนอนใจเลยนะครับ เพราะว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเราต้องยอมรับว่าในขณะนี้มีการเลี้ยง อย่างกว้างขวางมาก แล้วก็วันนี้พี่น้องที่เลี้ยงนกเขาหันกลับมาเลี้ยงนกกรงหัวจุก เกือบทั้งหมดเลย มีการแข่งขันกันอย่างกว้างขวาง ทางกระทรวงเองก็เห็นสภาพแล้ว แล้วก็ เห็นว่ากระบวนการขั้นตอนทางภาคเอกชน ประชาชนเอง ก็สามารถเพาะพันธุ์ แล้วมี การคัดเลือกพันธุ์ที่ดี เพราะว่าการคัดเลือกพันธุ์ที่ดีมันก็เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับนกที่พี่น้อง ประชาชนผู้เลี้ยงนกสามารถที่จะดําเนินการได้ ดังนั้นกระบวนการในการดําเนินการ การขออนุญาต ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยง การเพาะเลี้ยง การขยายพันธุ์ รวมทั้งเรื่องของ การค้า เรากําลังปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อที่จะลดขั้นตอนกระบวนการ เพื่ออํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนไปก่อนในช่วงนี้ เพราะว่าถ้ำจะรอ แก้พระราชบัญญัตินั้นก็คงต้องใช้ระยะเวลา ประกอบกับจริง ๆ แล้วในขณะเดียวกันก็มี นักอนุรักษ์ซึ่งเขามีความเป็นห่วง นักวิชาการ นักอนุรักษ์ ซึ่งเขามีความเป็นห่วงเหมือนกันว่า ผลกระทบจะเกิดขึ้นอย่างไร เพราะฐานข้อมูลจริง ๆ ในเรื่องของปริมาณจํานวนนก ซึ่งอยู่ในธรรมชาติมันยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน ซึ่งขณะนี้ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดําเนินการสํารวจตรวจสอบแล้วนะครับว่ากระบวนการในการเลี้ยงนกกรงหัวจุก ถ้าเผื่อว่า ไม่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศ ต่อจํานวนปริมาณนกในธรรมชาติ คือไม่มีการลักลอบ จับนกกรงหัวจุกหรือนกปรอดหัวโขนในระบบนิเวศในธรรมชาติ ก็จะดําเนินการส่งเสริม แล้วก็ดําเนินการตามขั้นตอนกระบวนการเพื่อที่จะอํานวยความสะดวกแล้วก็ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมนี้ให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอแนะครับ
ก็จบกระทู้ถาม มีติดพัน อะไรครับ
คําถามที่ ๓ ครับท่านประธาน
ไม่มีที่ ๒ ที่ ๓ หรอกครับ มีครั้งเดียว นอกจากติดพันก็จะอนุญาต
มีติดพันครับ
ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๓ ท่านดูข้อบังคับ
ท่านประธานครับ กฎหมาย ในบ้านเมืองนี้ก็เป็นสิ่งที่สําคัญนะครับ แต่ผมคิดว่าถ้าเรามีการผ่อนผันกันบ้างในการที่ พี่น้องประชาชนจะได้เข้าใจในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นบางท่านยังไม่เข้าใจ เพื่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงนะครับ แต่เราไม่ได้แก้กฎหมาย ในสิ่งที่ผิดให้เป็นถูกนะครับ แต่เพื่อความเหมาะสมของพี่น้องประชาชน จึงอยากเรียน คําถามสุดท้ายว่ารัฐบาลดําเนินการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนกปรอดหัวโขนอย่างไรบ้าง เพื่อให้เป็นไปตามวิถีชีวิตของประชาชนขอทราบรายละเอียด และมีการสั่งการในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ในด้านการผ่อนผันพี่น้องประชาชนบางทีอยู่ในบ้าน ๓ ตัว ๕ ตัวก็ไปจับถึงบ้าน อันนี้เขาเลยกลัวกันทั้งประเทศครับว่าบางครั้งเขาเลี้ยงจากนกราคาไม่มีจนราคาเป็นแสน แล้วมาถูกจับไปก็เหมือนถูกปล้นครับ เพราะฉะนั้นถ้านกเขาชวาต้องคนมีสตางค์ถึงจะ เลี้ยงได้ แต่นกปรอดหัวโขนอย่างนี้ชาวบ้านมีเงิน ๔๐๐-๕๐๐ บาทก็มีสิทธิที่จะเป็น เจ้าของนกได้ เพราะฉะนั้นก็ขอถามเป็นคําถามสุดท้ายครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็อยากจะกราบเรียนท่านสามารถ มะลูลีม นะครับ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสาคร ท่านสุรเชษฐ์ ท่านวัชระ แล้วก็อีกหลายท่าน ที่นําเอาเรื่องนี้มาปรึกษาหารือผม ผมก็ต้องขอบคุณท่านที่ท่านสนใจพยายามที่จะแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นปัญหาจริง ๆ ซึ่งเราเอง ก็ทราบ แล้วก็ผมได้ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงมาเรียบร้อยแล้วถึงได้มีความพยายาม ในการที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงแก้ไขกฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่ยังเป็นปัญหา อุปสรรคอยู่ในขณะนี้นะครับ แล้วก็ปรับปรุงเพื่อที่จะให้อํานวยความสะดวก แต่ที่ท่านพูดถึง ผมเข้าใจว่าการประชาสัมพันธ์ การให้คําแนะนํากับพี่น้องประชาชนอาจจะไม่ทั่วถึง เท่าที่ควรนะครับ ก็จะเร่งรัดดําเนินการในส่วนนี้เพื่อให้เข้าถึงประชาชน เพื่อที่จะอํานวยความสะดวกกับพี่น้องประชาชน แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่า จะเป็นส่วนกลางหรือในพื้นที่ก็จะปรับกระบวนการในการทํางานเพื่อที่จะตอบสนองแล้วก็ ร่วมกันแก้ไขปัญหากับพี่น้องประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอย่างที่ท่านว่าเจ้าหน้าที่ ฉวยโอกาสไปสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ไปตรวจตราจับกุม เพราะว่าถ้าจะบอกว่าการผ่อนผันตามกฎหมายมันไม่มีกฎหมายที่จะอนุญาตให้ผ่อนผันได้ เพราะว่าถ้าไม่ดําเนินการตามกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็จะถูกกล่าวหาจากอีกฝ่ายหนึ่งว่า ละเว้นไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายก็จะมีความผิดทางอาญา ซึ่งเป็นความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็จะต้องโดนลงโทษสถานหนัก เพราะว่าละเว้นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตาม กฎหมาย แต่ว่าอย่างไรก็ตามปัญหานี้ผมเห็นว่าการปรับปรุงกฎระเบียบนั้นเร่งรัด ดําเนินการให้ท่าน การประชาสัมพันธ์ก็จะเร่งรัดดําเนินการ การอํานวยความสะดวก ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทั้งส่วนกลางแล้วก็ส่วนภูมิภาคนี่ก็จะเร่งรัดดําเนินการจัด องค์กรรูปแบบวิธีการที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ท่านไปก่อน ส่วนกระบวนการขั้นตอน ในการแก้ไขกฎหมายนั้นก็คงต้องรอข้อมูลต่าง ๆ มาประกอบ แล้วก็การหารือกับผู้ที่ เกี่ยวข้องทั้งหมดอีกครั้งหนึ่งว่ากระบวนการขั้นตอนอย่างนี้เราพิสูจน์ได้แล้วว่ามันไม่มี ผลกระทบต่อระบบนิเวศต่อจํานวนนกในป่านี่นะครับ แล้วก็สามารถที่จะเพาะพันธุ์ได้ เป็นอย่างดีนี่ การถอดนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์คุ้มครองนี่ก็คงเป็นกระบวนการ ที่ต้องดําเนินการต่อไป แต่ในขณะนี้สิ่งที่ทําได้เลยให้ท่านสบายใจก็คือการปรับปรุงแก้ไข กฎระเบียบและอํานวยความสะดวกให้ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ จบกระทู้ถามที่ ๔ ต่อไปกระทู้ถามที่ ๓ ครับ ขอเชิญคุณนายนริศ ขํานุรักษ์ถาม
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๘๘ เรื่อง การอนุรักษ์และพัฒนาด้าน ศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดพัทลุง (นายนริศ ขํานุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
เชิญเจ้าของกระทู้ถาม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะตั้งกระทู้ถามถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เรื่องการอนุรักษ์ และการพัฒนาด้านศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดพัทลุง ก่อนที่ผมจะตั้งคําถามผมขออนุญาต กราบเรียนว่า ผมได้ตรวจสอบนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ประกอบกับผมได้ไปดูการจัดงบประมาณเมื่อปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ผมพบว่าทั้งรัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรมได้ให้ความสําคัญกับงานทางด้าน ศิลปวัฒนธรรมไว้เป็นอย่างดีแล้ว มีความชัดเจนในทางนโยบาย มีเป้ำหมายที่แน่นอนว่า งานทางด้านศิลปวัฒนธรรมสามารถแก้ปัญหาพัฒนาสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของ พี่น้องประชาชนได้ กลับไปดูงบประมาณก็สอดรับกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้ำหมายของ กระทรวง และหากจะกลับไปดูความตั้งใจทํางานของท่านรัฐมนตรีธีระ สลักเพชร และทีมงาน ก็พบเห็นซึ่งความมุ่งมั่นตั้งใจ ความแน่วแน่ ในการแก้ไขปัญหาและมีผลงานในเชิงสร้างสรรค์ โดยเฉพาะท่านใช้มิติทางวัฒนธรรมเข้าไปแก้ไขปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมจึงกล่าวได้ว่าเป็นยุคทองของงานทางด้านวัฒนธรรมในการเอามิติทางศิลปวัฒนธรรม มาแก้ไขปัญหา มาพัฒนาสังคม และมายกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับจังหวัดแต่ละจังหวัด แต่ละภูมิภาค มีศักยภาพ มีความเป็นไปได้ มีเป้ำหมาย และมีความต้องการที่แตกต่างกัน บางจังหวัดมียุทธศาสตร์ และมีเป้ำหมายให้จังหวัดของตัวเองเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว อาจจะต้องเที่ยวทางทะเล เกาะแก่ง บางจังหวัดกําหนดให้จังหวัดของตัวเองเป็นจังหวัดแห่งการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงสังคม บางจังหวัดให้จังหวัดของตัวเองเป็นเมืองแห่งเกษตรอินทรีย์ เมืองแห่งพาณิชยกรรม บางจังหวัดให้จังหวัดตัวเองเป็นเมืองอุตสาหกรรมหรือเมืองการค้าชายแดน บางจังหวัด ให้จังหวัดตัวเองให้เป็นเมืองแห่งการศึกษาและเมืองแห่งการท่องเที่ยวทางสังคม แล้วก็ กราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมว่า จังหวัดพัทลุงเราได้ กําหนดตามศักยภาพจังหวัดจากความต้องการของจังหวัดว่าเราขอเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม โดยคําขวัญจังหวัดพัทลุงมีว่า พัทลุงพระบรมธาตุรุ่งเรือง เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวนํ้าตก แหล่งนกนํ้า ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ นํ้าพุร้อน เราได้ยกเอาพระบรมธาตุซึ่งเป็น พระบรมธาตุที่เก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ๑,๐๐๐ กว่าปี เรามีศิลปวัฒนธรรมหนังตะลุง มโนราห์ เราก็มีธรรมชาติที่งดงาม แต่ว่าถ้าเรามีทางเลือกเพียงทางเลือกเดียว จังหวัดพัทลุงเราเลือกเอาเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมและเรามั่นใจว่ามิติทางวัฒนธรรม จะแก้ปัญหาและพัฒนาคนจังหวัดของเราได้ ผมเรียนกับท่านประธานว่าเราพยายามทําตาม ข้อจํากัดที่เรามีไปแล้วเพื่อสนับสนุนงานทางด้านวัฒนธรรม เพราะเราเชื่อว่าจะแก้ไข ปัญหาบ้านเมืองได้ เราได้ทําโดยเราได้อนุรักษ์การแสดงหนังตะลุง มโนราห์ เอาไว้เป็น เอกลักษณ์ของจังหวัดพัทลุง ขณะนี้หนังตะลุงมีมากกว่า ๑๐๐ คณะ ทั้ง ๆ ที่ขณะนี้ การแสดงหนังตะลุงสู้หนังในโรงภาพยนตร์ไม่ได้ สู้ซีดี (CD) ไม่ได้ แต่ว่าเราอนุรักษ์เอาไว้ได้ ๑๐๐ กว่าคณะ มโนราห์ก็หลายสิบคณะ แล้วเวลามีการแสดงเขามีผู้ชมเข้าไป ชมมากมาย เราได้อนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ไว้เป็นมรดกของจังหวัดพัทลุง ๒. เราได้อนุรักษ์งาน แข่งโพนลากพระเอาไว้ ที่พัทลุงมีการแข่งโพน มีการตีโพนเหมือนกลองครับ รอบคัดเลือก จากหมู่บ้านชนะรอบคัดเลือกมา รอบตําบล รอบอําเภอ แล้วมาแข่งที่ศาลากลางจังหวัด เป็นความยาวนานมาก เป็นการแข่งโพนอยู่ในปฏิทินการท่องเที่ยวในเทศกาลแข่งโพน ไปจบในวันออกพรรษาพอดี เรามีงานย้อนรอยประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาส จังหวัดพัทลุงเมื่อ ๑๐๐ กว่าปีที่แล้ว จัดกันมาต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ในหลายอําเภอ เพราะว่าล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จจังหวัดพัทลุงหลายพื้นที่ด้วยกัน ทั้งในตัวเมือง ทั้งในตัวอําเภอ ทั้งในทะเลสาบสงขลา เราได้จัดตลาดโบราณบางแก้วในอําเภอบางแก้ว จัดมาต่อเนื่องหลายปี มีคนสนใจเข้าไปร่วมกิจกรรม มีพ่อค้าแม่ค้าสามารถขายของ สามารถเกิดรายได้ เป็นตลาดย้อนยุคเหมือนกับสามชุกที่จังหวัดสุพรรณบุรี เรากําลังทํา ตลาดนํ้า ทําแล้วนะครับแต่ว่าได้เริ่มต้นทํา ในอดีตจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดหนึ่งที่มี ความรุ่งเรืองอยู่ริมทะเลสาบสงขลาตั้งแต่ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย เมืองในจังหวัดพัทลุง หลายเมืองเป็นเมืองท่า เป็นเมืองสําคัญในการทํามาค้าขาย จึงมีตลาดนํ้าในอดีตที่รุ่งเรือง จนถึงขณะนี้วันนี้สภาพทางสังคมได้เปลี่ยนแปลงไป สภาพทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป จังหวัดพัทลุงพยายามทําตลาดนํ้าให้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะเราถือว่าจะเป็ น แหล่งท่องเที่ยว จะเป็นแหล่งวัฒนธรรม จะเป็นแหล่งเรียนรู้อีกครั้งหนึ่งแล้วก็ประการสําคัญ เราเคยมีตลาดนํ้าที่เคยรุ่งเรืองในอดีต ขณะนี้เรากําลังทําผังเมือง
ผมว่าไม่ต้องบรรยายมาก หรอกครับ ตั้งกระทู้ถาม ตั้งคําถาม จะได้ตอบ
ผมกําลังจะตั้งกระทู้ถามที่ ๑ เพียงแต่ผม กําลังบอกว่าเราได้ทําอะไรไปบ้างแล้ว หลักเมืองกําลังจะทําในเร็ว ๆ นี้และในกระทรวง วัฒนธรรมได้อนุมัติให้เรามีวิทยาลัยนาฏศิลป์ ซึ่งมีบทบาทสําคัญในการสนับสนุนภารกิจ ที่ผมบอกแล้วว่าตั้งแต่เรื่องเราอนุรักษ์หนังตะลุง เรื่องแข่งโพน เรื่องงานย้อนรอย ประวัติศาสตร์ เรื่องตลาดโบราณ เรื่องตลาดนํ้า และเรื่องหลักเมือง ทางวิทยาลัยนาฏศิลป์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงวัฒนธรรมได้สนับสนุน แต่ว่าเราได้ทําไป ๖-๗ โครงการ ๖-๗ เรื่องที่ผมกราบเรียนรัฐมนตรี เราทําภายใต้ข้อจํากัดทางองค์ความรู้ ข้อจํากัดในเรื่อง งบประมาณ จึงสรุปได้ว่าเราอยู่ท่ามกลางความขาดแคลนและเราก็ทํางานไป ทั้งความขาดแคลนด้วย ผมจึงขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีข้อที่ ๑ ว่า รัฐบาลมีนโยบาย สนับสนุนให้จังหวัดพัทลุงซึ่งเราเลือกที่จะมีผ้าไหมเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาด้านศิลปะ ของจังหวัด รัฐบาลสนับสนุนโครงการ นโยบาย และเป้ำหมายของจังหวัดพัทลุงอย่างไร เป็นคําถามที่ ๑ ครับ
ถามให้มันหมดสองสาม ไปเลยเป็นอย่างไรครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนริศ ขํานุรักษ์ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพัทลุง ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านนริศที่ให้ความสําคัญ ในเรื่องของงานด้านวัฒนธรรม แล้วก็สอบถามเรื่องนี้มาที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี วันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมมาเป็นผู้ตอบแทน ฯพณฯ ตามที่ท่านได้นําเรียน ท่านประธาน นําเรียนที่ประชุมเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดพัทลุง มียุทธศาสตร์ การพัฒนาจะให้เป็นจังหวัด เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ เพราะว่า สิ่งที่ท่านนําเรียนที่ประชุมเมื่อสักครู่เป็นองค์ประกอบที่สมบูรณ์ที่จะส่งเสริมให้จังหวัดพัทลุง ก้าวไปถึงจุดนั้นได้ และในที่สุดมูลค่าเพิ่มที่จังหวัดจะได้โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่นี่ จะสมบูรณ์อย่างยิ่ง แล้วก็เป็นการพัฒนาที่ผมมั่นใจว่ามันยั่งยืน วันนี้ทิศทางของโลก เปลี่ยนแล้วครับ ที่เราหันมาใช้ในเรื่องของทุนวัฒนธรรม วันนี้สังคมโลกจะยอมรับเลยครับ ประเทศไหน หรือเมืองไหน ท้องถิ่นไหน มีทุนทางวัฒนธรรมมาก ๆ ประเทศนั้น เมืองนั้น จะเป็นเมืองที่มั่งคั่งในอนาคต ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศออกมาแล้วครับเรื่องของนโยบาย เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประเทศไทยเราเองวันนี้เราต้องยอมรับว่าเราเป็นแชมป์ ปีที่ ๘ แล้ว จากการโหวตจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เขาบอกเขาอยากมาเที่ยวเมืองไทย อยากมาดูวิถีไทย อยากมาดูศิลปวัฒนธรรมไทย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับ แล้วก็ต้องพยายามปรับ ทุกจังหวัด ทุกเมือง ก็ต้องปรับเพื่อให้สอดรับกับทิศทางของการพัฒนาของประเทศ เพราะฉะนั้นผมชื่นชมจังหวัดพัทลุงครับ ผมอยากนําเรียนท่านนริศสําหรับภารกิจของ กระทรวงวัฒนธรรมซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่รัฐบาลมอบหมายให้ทํา สําหรับจังหวัดพัทลุง ผมประเมินว่าการทํางานของเจ้าหน้าที่ ข้าราชการที่จังหวัดพัทลุงก็ถือว่าทํางานได้เป็ นที่ น่าพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิทยาลัยนาฏศิลป์ ที่ท่านนริศได้พูดถึงเมื่อสักครู่นะครับ ผมถือว่าเขาทํางานเต็มที่ภายใต้งบประมาณที่จํากัด แล้วก็มีการบูรณาการกับจังหวัด ได้ค่อนข้างจะดี จังหวัดพัทลุงมี ๖๕ ตําบล วันนี้ตั้งสภาวัฒนธรรมตําบลครบแล้วครับ แล้วก็มีโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนครบทุกอําเภอ ๑๓ อําเภอแล้ว ก้าวต่อไป ที่เราอยากเห็นคืออยากมีสภาวัฒนธรรมหมู่บ้านให้ครบ ๖๗๐ หมู่บ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมก็ยัง พยายามขับเคลื่อนให้ทุกจังหวัดไปให้ถึงสภาวัฒนธรรมตําบลให้ได้ ลงไปให้ถึงระดับล่าง ให้ได้ เพราะว่าเขาเป็นเจ้าของวัฒนธรรม การที่รักษาคุ้มครองวัฒนธรรม ผมคิดว่าเจ้าของ พื้นที่เจ้าของภูมิปัญญาตรงนั้นจะดีที่สุด จังหวัดพัทลุงนี่ผมมองว่าที่มีแหล่งโบราณคดี ยาวนานมามากกว่า ๔,๐๐๐ ปี คงเป็นเพราะว่าเป็นจังหวัดที่อยู่ตรงกลางของลุ่มนํ้า ทะเลสาบสงขลา ระหว่างจังหวัดสงขลากับจังหวัดนครศรีธรรมราช การพัฒนาระบบนิเวศ วัฒนธรรมในอดีตทําให้จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่เก่าแก่มาก ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องของ ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะการแสดง ที่ท่านนริศพูดถึงเมื่อสักครู่นะครับ ผมอยากเพิ่มเติม ท่านว่าวันนี้ในปีที่แล้วเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๕๒ ผมได้จดทะเบียนเรื่องของโนรากับหนังตะลุงของท่านขึ้นทะเบียนแล้วเป็ นสาขา ศิลปะการแสดงประเภทการแสดงทั้งโนราและหนังตะลุง กระทรวงเรา รัฐบาลแห่งประเทศไทย ได้จดทะเบียนแล้ว พร้อมทั้งจดทะเบียนงานช่างฝีมือดั้งเดิมประเภทเครื่องหนัง ลูกหนังตะลุง จดทะเบียนแล้วเพื่อจะอนุรักษ์รักษาตรงนี้ไว้ แล้วก็เราจะเห็นว่าศิลปวัฒนธรรมเหล่านี้ มันคล้ายคลึงกันในย่านของอาเซียน เพราะฉะนั้นเราจึงได้จดทะเบียนไว้เพื่อเป็นหลักฐาน ว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทยที่เราได้พัฒนา สิ่งเหล่านี้มาเรื่อย ๆ จนเป็นวิถีชีวิต เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนที่อยู่ ในท้องถิ่นนั้น ๆ
กรณีของการอนุรักษ์และพัฒนามรดกศิลปวัฒนธรรม ผมเพิ่มเติมท่านนริศ นิดเดียว ผมทราบว่าพรุ่งนี้จนถึงวันที่ ๔ เมษายน ทางจังหวัดจะจัดงานวันอนุรักษ์ มรดกไทยที่สวนสาธารณะพัทลุง จะมีการแสดงมโนราห์ หนังตะลุง ลิเกป่า สิ่งที่ผมสนใจ ที่คงต้องหาโอกาสไปดูที่ท่านนริศพูดถึงการแข่งโพนลากพระช่วงออกพรรษาเป็นเรื่องที่ น่าสนใจผมไม่เคยเห็น น่าสนใจอยากไปดู
สําหรับเรื่องของการดูแลบูรณะฟื้นฟูสภาพโบราณสถาน เป็นที่น่ายินดีมาก ตรงที่ว่า มติ ครม. เมื่อปี ๒๕๔๘ เรามีแผนแม่บทพัฒนาลุ่มนํ้าทะเลสาบสงขลา ในแผนนั้น ได้กําหนดไว้ว่าในปี ๒๕๕๓ ถึงปี ๒๕๕๕ มีงานอนุรักษ์ฟื้นฟูโบราณสถานที่อยู่ในสภาพ ทรุดโทรมของพัทลุงอยู่ ๕ แห่ง ที่อยู่ในแผนนี้ก็ต้องดําเนินการ ซึ่งกรมศิลปากรจะต้อง ดําเนินการ คือการบูรณะเจดีย์วัดควนกรวด ตําบลปรางหมู่ บูรณะหอไตรวัดควนปรง ตําบลปรางหมู่ บูรณะอุโบสถวัดโดนคลาน ตําบลบ้านพร้าว บูรณะอุโบสถวัดยางงาม ตําบลลําปํำ แล้วก็บูรณะโบราณสถานวัดป่าขอม ตําบลลําปํำ ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในแผน สําหรับที่เราได้จัดสรรงบประจําปีให้ตลอดคือการให้ไปดูแลบํารุงรักษาวังเจ้าเมืองพัทลุง ซึ่งกรมศิลปากรเองได้ดูแลบูรณะมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าเราต้องมีเจ้าหน้าที่ไปดูแล แล้วเก็บค่าเข้าชม ที่วังเจ้าเมืองพัทลุงเราจะมีงบประจําปีให้ สําหรับในงบปี ๒๕๕๔ ผมได้ดู ในงบปี ๒๕๕๔ ที่กรมศิลปากรจะอุดหนุนให้ คือเป็นงบบูรณะพระอุโบสถวัดวิหารเบิก ตําบลลําปํำ อําเภอเมือง จํานวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งอยู่ในงบประมาณปี ๒๕๕๔
สําหรับการปกป้ องแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม เป็นที่น่ายินดี และผมก็ ไม่แปลกใจ โบราณคดี โบราณสถาน แหล่งโบราณคดีของจังหวัดพัทลุงมีถึง ๕๔ แห่ง วันนี้ได้ขึ้นทะเบียนแล้วครึ่งหนึ่งคือ ๒๗ แห่ง แล้วก็แหล่งโบราณสถาน แหล่งโบราณคดี ตรงนี้เราจะมีอาสาสมัครท้องถิ่นดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม ดูแลทั้งหมดทั้ง ๕๔ แห่ง โดยได้รับการประสานงานจากวัฒนธรรมจังหวัด เราจะมีงบประมาณโอนไปให้ เพื่อให้อาสาสมัครเหล่านี้เขามีเบี้ยเลี้ยง มีกําลังใจในการทํางาน ในปี ๒๕๕๓ เราจะขึ้น ทะเบียนโบราณสถานที่วัดพังกิ่ง อําเภอกงหรา โบราณสถานที่วัดห้วยลึก อําเภอ ปากพะยูน โบราณสถานวัดไทรน้อย อําเภอเมือง แล้วก็ในงบปี ๒๕๕๔ เราจะขึ้นทะเบียน โบราณสถานเขาชัยบุรี จะเป็นเรื่องที่ทางกระทรวงพยายามจะช่วยส่งเสริมให้เป็นไปตาม ยุทธศาสตร์ของจังหวัดพัทลุง จะให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมให้ได้ ในชั้นนี้เพียงเท่านี้ก่อนครับ เชิญครับ
ถามได้อีกครั้งหนึ่งครับ สั้น ๆ หน่อยครับ เพราะว่าระยะเวลากระทู้ถามสดนะครับ เดี๋ยวถ่ายทอดหมดแล้ว เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ผมตั้งคําถามที่ ๑ ผมได้ เรียนกับรัฐมนตรีว่าพัทลุงได้ทําอะไรไปบ้างแล้ว ๗ รายการ แล้วก็ก่อนที่จะตั้งคําถามที่ ๒ ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่า สิ่งที่เรายังขาดแคลน สิ่งที่เรายังขอรับการสนับสนุนจาก รัฐบาล โดยเฉพาะจากกระทรวงวัฒนธรรมนั้นมีอยู่เพียงไม่กี่รายการ ผมจึงขออนุญาต ตั้งเป็นคําถามในข้อที่ ๒ นี้ และส่วนหนึ่งก็จะเป็นการเรียกร้องขอได้รับการสนับสนุน เราจังหวัดพัทลุงมีความยาวนานในทางประวัติศาสตร์หลายพันปี แต่ว่าท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เรายังไม่ได้มีการชําระประวัติศาสตร์อย่างจริงจัง จังหวัดพัทลุงอยากให้ ทางรัฐบาลโดยเฉพาะรัฐมนตรีได้กรุณาสนับสนุนการชําระประวัติศาสตร์พัทลุง ปีนี้รัฐบาล ได้อนุมัติงบประมาณยุทธศาสตร์จังหวัดให้เราไปจัดทําหมู่บ้านวัฒนธรรมประมาณ ๓๐ ล้านบาท เป็นงบยุทธศาสตร์จังหวัด ผมคิดว่าทางวัฒนธรรมจังหวัด ทางกระทรวง วัฒนธรรมจะได้เข้าไปมีส่วนสําคัญในการให้ความรู้ในการแนะนําเรื่องยุทธศาสตร์จังหวัด ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสม ถูกต้อง แล้วก็เป็นไปตามหลักวิชาการ เรื่องมัสยิด ประจําจังหวัดพัทลุง พัทลุงมีมุสลิม ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ ขณะนี้ เราไม่มีมัสยิดประจําจังหวัด คือก่อสร้างแล้วยังไม่แล้วเสร็จ ขาดงบประมาณอยู่บางส่วน แล้วก็ผมคิดว่าทางกระทรวงวัฒนธรรมซึ่งเป็นผู้ดูแลมัสยิดอยู่น่าจะสนับสนุนเราได้ การอนุรักษ์ศิลปะอย่างถูกต้อง อย่างถูกวิธี ทั้งวิชาการและมีงบประมาณที่เพียงพอก็ถือว่า เป็ นเรื่องที่เรายังขาดแคลน พัทลุงเรามีศิลปะการแสดงมากมาย มีโบราณสถาน มีโบราณวัตถุมากมายที่ผมกราบเรียนไปแล้ว และรัฐมนตรีได้กรุณาตอบไปแล้ว แต่ว่า ขณะนี้อีกหลายส่วนชํารุดทรุดโทรมได้เวลาในการบูรณะ เพราะว่าถ้าไม่บูรณะปี นี้ ไม่บูรณะในช่วงนี้ก็จะชํารุดสูญเสียไปเลย แต่ว่าสิ่งที่ทางจังหวัดพัทลุงยังต้องการมากกว่า ทุกอย่างก็คือเราต้องการหอจดหมายเหตุและหอเกียรติยศ จังหวัดพัทลุงเรามีซีไรต์ (S.E.A. Write) ๓ คน เรามีศิลปิ นแห่งชาติหลายคน และเรามีผู้มีผลงานทางด้าน วัฒนธรรม แต่เราไม่มีสถานที่สําหรับรวบรวมเป็นหอจดหมายเหตุ หอเกียรติยศ เพื่อประกาศเกียรติคุณของบุคคลเหล่านี้ และสิ่งที่จังหวัดพัทลุงโดยเฉพาะผมมาร้องขอ จากรัฐมนตรีก็คือพิพิธภัณฑ์ประจําเมืองพัทลุง เรามีความยาวนาน ๔,๐๐๐ ปี แต่ว่า เราศึกษาไม่ได้ครับ ไม่รู้จะไปศึกษาพัทลุงที่ตรงไหนครับ ผมคิดว่าพิพิธภัณฑ์ประจําเมือง ท่านรัฐมนตรีควรจะให้มีทุกจังหวัดนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าจะมีครบทุกจังหวัดหรือยัง แต่ว่า จังหวัดพัทลุงผมไม่มีครับ ผมคิดว่าพิพิธภัณฑ์ประจําเมืองจะเป็นที่รวบรวมศิลปวัฒนธรรม ของเมืองนั้น ๆ เป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนรุ่นนี้ คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของแต่ละเมือง ของแต่ละชุมชนและผมคิดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญของจังหวัดนั้น ๆ ด้วย ผมจึง กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการชําระประวัติศาสตร์หมู่บ้านวัฒนธรรม มัสยิดประจําจังหวัด การอนุรักษ์ที่ถูกวิธีและงบประมาณที่เพียงพอหอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ สิ่งที่เป็น สิ่งสําคัญในการบรรลุเรื่องการอนุรักษ์และพัฒนาด้านศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดพัทลุงและ ของสังคมไทย ผมจึงขอสอบถามรัฐมนตรีว่าท่านมีความเห็นต่อเรื่องนี้ และรัฐบาล ได้สนับสนุนการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์และสิ่งที่กระผมได้กราบเรียนมาทั้ง ๖-๗ รายการนี้ อย่างไรครับ ขออนุญาตเรียนถามเป็นคําถามสุดท้ายครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม สําหรับ คําถามของท่านสมาชิกเรื่องการชําระประวัติศาสตร์ ผมคิดว่าไม่อยากให้มองข้ามเรื่องของ งบพัฒนาจังหวัดที่ท่านสมาชิกได้นําเรียนเมื่อสักครู่ที่ได้มา ๓๐ ล้านบาท ถือว่าจังหวัด ไม่ได้ตั้งยุทธศาสตร์ไว้เก๋ ๆ ตั้งแล้วทํา ตัวเลข ๓๐ ล้านบาทนี่ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูง พอสมควร สําหรับมัสยิดประจําจังหวัด เรื่องนี้ท่านนริศกับเพื่อน ส.ส. ในจังหวัดของท่าน ทั้งท่านนิพิฏฐ์ ท่านสุพัชรี ก็เคยพูดคุยกับผมแล้วก็พยายามประสานไปทางกรมการศาสนา เงื่อนไข มันไม่ได้นะครับ เราไม่สามารถสร้างมัสยิดขึ้นได้ นอกจากไปมีงบในการบูรณะซ่อมแซมได้ แต่การสร้างไม่ได้นะครับ สําหรับหอจดหมายเหตุหรือพิพิธภัณฑ์ ผมเห็นด้วยว่าควรจะมี อายุเก่าแก่มากกว่า ๔,๐๐๐ ปีควรจะมีอย่างยิ่ง แล้วก็เป็นแหล่งเรียนรู้ แต่ว่าเงื่อนไขมันก็มี ข้อจํากัด กรมศิลปากรของเรามีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอยู่ ๔๔ แห่งทั่วประเทศ ใกล้ ๆ บ้านท่านก็มีที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเขามีแนวทางที่ดี อย่างหนึ่ง ผมอยากให้ทางจังหวัดพัทลุงเดินตาม เขามีพิพิธภัณฑ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เกิดขึ้นโดยความร่วมมือร่วมใจกันในจังหวัด ผมอยากแนะนําท่านนริศว่าลองหารือกับ ทุกภาคส่วนในจังหวัด ทั้งจังหวัดทั้งท้องถิ่นถ้าสามารถกําเนิดพิพิธภัณฑ์ของจังหวัดพัทลุง ขึ้นได้ภายใต้งบประมาณ ซึ่งวันนี้หลายจังหวัดทํา จังหวัดพิษณุโลกล่าสุดก็ทํา เป็นงบพัฒนา จังหวัด งบ อบจ. งบเทศบาล แล้วทางกรมศิลปากรพร้อมที่จะไปออกแบบให้ การจัด การแสดงภายในอาคารเราพร้อมจะทําให้ แต่ว่าเงื่อนไขของการไปสร้างพิพิธภัณฑ์ให้นี่ โดยกรอบของงบประมาณทําไม่ได้ แต่เราพร้อมและยินดีที่จะไปช่วยและเห็นด้วยอย่างยิ่ง ว่าควรจะมี ผมดูข้อมูลที่ได้มานี่นะครับ มีพิพิธภัณฑ์ของวัดอยู่ที่วัดภูผาภิมุข เขาประสบ ความสําเร็จในการรวบรวมโบราณวัตถุไว้ได้มากกว่า ๑๐,๐๐๐ ชิ้น แต่สภาพปัจจุบัน อยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมที่จะเปิดให้บริการ มีการซ่อมแซมหลังคาและฝ้ำเพดานอยู่ แต่ผมถือว่าถ้าเรากําเนิดพิพิธภัณฑ์ลักษณะนี้ขึ้นได้ ผมถือว่าจะเป็นแนวทางที่ยั่งยืนกว่า เพราะเกิดขึ้นจากความต้องการความร่วมมือการลงแรงทํากันเอง ผมมั่นใจว่าเจ้าของ วัฒนธรรมจะมีความเข้าใจในวัฒนธรรมของตัวเองมากที่สุด และสามารถถ้าสร้าง ขึ้นมาเองด้วย ปั้นขึ้นมากับมือได้นี่ความยั่งยืนจะเกิดขึ้น ก็ให้กําลังใจอยากให้ท่าน ไปพูดคุยกับคณะกรรมการพัฒนาจังหวัด ในเมื่อจังหวัดมีเป้ำหมายยุทธศาสตร์ชัดเจนว่า จะเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม ศูนย์แห่งการเรียนรู้ เขาไปจังหวัดพัทลุงก่อนไปไหนเลยนะครับ ถ้าจะไปจังหวัดพัทลุง แห่งแรกต้องไปพิพิธภัณฑ์จังหวัดพัทลุง เพราะฉะนั้นผลักดัน ให้เกิดตรงนี้ให้ได้ ทางกรมศิลปากรพร้อมที่จะไปออกแบบแล้วก็อํานวยความสะดวก ในเรื่องของวิชาการ การจัดการแสดงภายใน แล้วก็ในขั้นเริ่มต้นถ้าขาดหลักวิชาการ จะให้พร้อมไปประชุมร่วมกับจังหวัดก็ได้ ยินดีนะครับ ในชั้นนี้ต้องกราบขอบพระคุณ ทางท่านนริศที่เห็นความสําคัญของงานวัฒนธรรม แล้วก็ให้กําลังใจ ผมได้รับข้อมูลว่า มีนักวิชาการในพื้นที่ที่สนใจงานวัฒนธรรมของพัทลุงมีเยอะมาก เพราะฉะนั้นอยากให้ บูรณาการในการขับเคลื่อนงานด้านนี้ ขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับ
ก็ถือว่าจบนะคุณนริศ เป็นที่พอใจนะครับ กระทู้ถามทั่วไป ๔ กระทู้จบแล้วนะครับ
๒.๑ กระทู้ถามสด
๒.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๔ ส. เรื่อง ทหาร ตํารวจตระเวนชายแดน พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ปิดล้อมรัฐสภา บริเวณรัฐสภา และเขตพระราชฐาน (นายไพจิต ศรีวรขาน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี
ท่านนายกรัฐมนตรีมอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ตอบ เรียนเชิญเจ้าของกระทู้ถามสด ๒๐ นาที เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอตั้งกระทู้ถาม ถามท่านนายกรัฐมนตรีกรณีที่ทหารและตํารวจตระเวนชายแดนใช้กําลังเข้าคุกคาม แทรกแซงกระบวนการนิติบัญญัติเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว กระผมต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า ผมทําหน้าที่ด้วยความจริงใจ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ในการที่จะรักษาสถาบันนิติบัญญัติซึ่งเป็นเหมือนกับครอบครัวที่กระผมทุ่มเทที่จะเป็น ผู้สร้างเกียรติศักดิ์แห่งงานนิติบัญญัติในสภานี้มาเป็นเวลายาวนาน และมิได้มีสิ่งใดที่โกรธเคืองต่อท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี แม้แต่นิดเดียว ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า กระผมมีความมั่นใจว่าระบอบประชาธิปไตย ที่อํานาจสูงสุด ทั้งอํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ คือสิ่งที่สุดยอด ในการที่จะทําให้ชาติบ้านเมืองประสบความสําเร็จ คือสิ่งที่หวงแหนที่สุดของปวงชน ชาวไทย กระผมรังเกียจเผด็จการ รังเกียจการปฏิวัติ รังเกียจรัฐประหาร ที่เข้ามาทําลาย กระบวนการประชาธิปไตย การพัฒนาในทางการเมืองของสากลโลก ที่ถือว่าจะทําให้เกิด ประโยชน์สูงสุด แล้วกระผมก็รังเกียจไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น กระผมเชิดชู การทําหน้าที่ของทหารและฝ่ายความมั่นคงในการที่จะปกป้ องอธิปไตยและศักดิ์ศรีของ ความเป็นประเทศไทยที่ตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ แล้วไม่เคยเกิดเหตุการณ์ เช่นนี้เลยในช่วงชีวิตที่ผมทําหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ ไม่เคยมีกําลังที่จะเข้ามา เหมือน ๆ กับที่เป็นภาวะสงคราม ท่านประธานครับ เหตุที่เกิดขึ้นความจริงทหารทําภาระ ในการปกป้ องเอกราชและอธิปไตยเป็นหลัก อาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหลายเป็นภาษีอากรของ ประชาชนที่จะใช้ในการปกป้ องเอกราชอธิปไตยเป็นสําคัญ ความมั่นคงภายในประเทศ ความสงบเรียบร้อยที่พึงจะเกิดขึ้นเป็นหน้าที่ของตํารวจ ตามวิชาทางการเมืองที่ผมพอมี ความรู้ ผมสงสัยว่ากองกําลังทหารพร้อมยุทโธปกรณ์ เครื่องกีดขวาง ที่เขาใช้ในการสงคราม มันเข้ามาอยู่ในสภา หน้าสภา และบริเวณรอบ ๆ สภาได้อย่างไร แม้ท่านประธาน จะบอกว่าผมเป็นคนสั่ง เป็นคนขอ ความจริงวันนี้ถามท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ต้องกราบขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีคงจะมีความประสงค์ที่จะต้องตอบผมด้วยตนเอง แม้ท่านประธานจะบอกเมื่อวานนี้นะครับ ผมฟังในสภาท่านบอกว่า ผมสั่งให้เลขาธิการขอ ขอให้ทหารเข้ามา ท่านคงจะบอกว่าผมเองเป็นคนขอให้เอาบังเกอร์ (Bunker) คอนกรีต แท่งคอนกรีตมหึมา แล้วสั่งให้เอาลวดหนามเข้ามาด้วย เอารถผมเข้าใจว่ารถดูดส้วม ไม่ใช่รถนํ้า ส่งกลิ่นเหม็นโฉ่วางไว้เป็นล็อก ๆ ผมไม่ได้เรียนวิชาการรบ แต่มองดูแล้ว มันเหมือนกับจะไปสงคราม ถ้าจะเข้ามาตามซอก ตามประตู วิกฤตการณ์แบบนี้ไม่ควร เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ก็กราบเรียนว่าก่อนหน้านี้ ในวันพุธที่แล้วบ่าย ๆ ท่านเลขาธิการ พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะที่เป็นรองผู้อํานวยการศูนย์รักษาความมั่นคงของประเทศนี้ มาพบท่านประธาน อาทิตย์นั้นฝ่ายรัฐบาลไม่เข้าสภา ไม่เข้าสภาเลย ผมทราบเพราะว่า คุณวิทยา บุรณศิริ ถูกเชิญเข้าไปพบเช่นเดียวกัน บอกว่าขอให้อย่าได้มีการนัดประชุมสภา ท่านประธานสภาได้ยืนยันว่าขอให้รักษาระบบสภา แล้วก็นัดประชุมสภา จะวางแผนกันไว้ หรือเปล่า พออาทิตย์ต่อมาก็มีการนัด ผมก็ดีใจที่ท่านไม่เป็ นไปตามฝ่ำยบริหาร เขาแทรกแซงมา ท่านรักษาเกียรติศักดิ์ของสภา แต่ว่าผมก็เสียใจถ้าท่านเป็นคนสั่งให้ เอาบังเกอร์ ลวดหนาม เอารถนํ้าหรือรถส้วมก็สุดแท้แต่ของ กทม. ผู้ว่าราชการก็เป็น คนของพรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผู้ว่าราชการเป็นคนสาย ไม่ใช่สายเหยี่ยวนะครับ สายที่รักประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน ผมก็สงสัยว่ามาได้อย่างไร พวกกระผมเห็นว่าภาระ แบบนี้มันเป็นคล้าย ๆ กับภาวะที่หวาดวิตกครับท่านประธาน ผมว่าจิตภวังค์ผมนี่ไม่อยาก ให้เป็นเมษาเลือด ผมกลัวจะใช้กําลังทหารเข้าปราบ เข้าทําการยึดอํานาจปฏิวัติ จะเป็น รัฐประหารเต็มรูปหรือซ่อนรูปผมรังเกียจทั้งนั้น ท่านประธานครับ ด้วยความตั้งใจอยากจะ ให้กระบวนการนิติบัญญัติและให้งานสภาเป็นไปตามปกติสุข ปัญหาที่อยู่ในสภานี่มันใช้ สมอง ใช้ความละเอียดอ่อน ใช้ความจริงใจ ในการแก้ปัญหา ผมต้องกราบขอบคุณนะครับ มาถึงวันนี้สัปดาห์นี้มีการประชุมได้โดยไม่มีบังเกอร์ ไม่มีลวดหนาม ไม่มีอาวุธ ของฝ่ายความมั่นคงมาระราน ก็กราบเรียนท่านประธานแล้วว่าถ้าอาทิตย์นี้ยังมีอยู่ก็ไม่มี การประชุม ผมอับอายสังคมโลกเขา ผมทราบว่าภารกิจท่านประธานต้องประชุมกับ ประธานรัฐสภาทั่วโลก ๑๓๐-๑๔๐ ประเทศ เขาชมเชยประเทศไทยนะครับ มีมากันมากมาย แล้วก็บรรยากาศแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลย ต้องขอบคุณที่สั่งให้เขาเอาออก ไม่ทราบว่า ตอนสั่งนี่ท่านประธานสั่งเอาออกเองหรือเปล่า เพราะไม่ได้บอกพวกผมในสภา ตอนสั่งเข้านี่ ท่านประธานบอกให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรขอมา แต่ผมอยากจะฟังจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งท่านประธานด้วย ความจริงวันนี้ได้ยื่นญัตติเพื่อให้ท่านประธาน ชี้แจงเรื่องกรณีทหารมาปิดล้อมสภาของคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานก็ต่อว่าผมว่าท่านรับผิดชอบ
ไม่ได้ต่อว่าครับ ท่านทํา ถูกระเบียบแล้ว ท่านยื่นไปก็ต้องขออนุมัติที่ประชุมคณะกรรมาธิการก่อน ถ้าที่ประชุม คณะกรรมาธิการเห็นชอบญัตติที่ท่านเสนอก็จึงจะแจ้งให้ผู้ไปชี้แจง แต่ท่านยื่นวันที่ ๓๑ แล้วก็ประธานคณะกรรมาธิการก็สั่งทันที แต่ยังไม่ได้ประชุมคณะกรรมาธิการเลย อย่างนี้ มันก็ผิดระเบียบ กระผมก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร จะไปแจ้งที่ไหน ชี้แจงอย่างไร ผมไป ทุกประการเลยไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่ได้วิตกกังวลอะไรเรื่องนี้ครับ ให้ผมตอบเลยไหม
ท่านประธานครับ ต้องกราบ ขอบพระคุณครับ อย่าใช้อารมณ์นะครับ
ไม่ได้ใช้อารมณ์เลย คุณไพจิต
ท่านประธานคือผู้ใหญ่ที่ผมเคารพท่าน ขอให้ทําตามข้อบังคับ ให้ผมถามให้เสร็จสิ้นกระแสความ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีจะตอบ หรือท่านประธานจะชี้แจงเพราะเป็นผู้บงการที่สําคัญ ก็สุดแท้แต่ ผมอยากให้พี่น้องประชาชนได้ฟังนะครับว่าทุกคนมีความจริงใจในการที่จะ รักษาอํานาจอธิปไตยที่ยิ่งใหญ่สูงสุด ท่านประธานครับ การจะอ้างพระราชบัญญัติ ความมั่นคง แล้วมาบอกว่าประกาศตามข้อ ๑๘ พื้นที่ต้องควบคุม ในมือผมนี่ลวดหนามครับ ท่านประธาน นี่คุณวิทยา บุรณศิริ และพวกผมมาก่อนวันประชุมนะครับท่านประธาน ผมมาก่อนวันประชุม พอเช้าวันที่ ๑๒ นี่รู้แล้วว่าทหารเข้ามาจัดสถานการณ์สงคราม เราก็ กลัวว่าวันนี้เดี๋ยวไปเกิดมีปัญหาจะทําให้สถานการณ์เกิดประกาศภาวะฉุกเฉิน บริหาร ราชการฉุกเฉินละก็จะล้อมปราบจะเสียหายกันอีก นี่นะครับนี่แท่งคอนกรีต คุณวิทยา จะยื่นหนังสือถึงท่านประธาน เพื่อขอให้เอาสิ่งเหล่านี้ออกเสีย มันทําลายบรรยากาศ มันคุกคาม มันแทรกแซง ภาวะจิตใจของพวกผมซึ่งเป็นนักการเมืองฝ่ายค้านนี่นะครับ นี่ลวดหนามครับ ด้วยความต้องการที่อยากให้มีการแก้ไข นี่ท่านผู้อํานวยการกองรักษา ความปลอดภัยต้องฝ่าลวดหนามรับหนังสือกันนะครับนี่ เป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ ส่งหนังสือถึงท่านประธานว่าขอให้เอาสิ่งกีดขวางเหล่านี้ออกไปเสีย กําลังทหารให้ถอนไป ทั้งหมด เพราะไม่ใช่ภาวะสงคราม ไม่ได้มีอะไรที่ต้องมาระมัดระวังรักษาความปลอดภัย อะไรมากมาย ท่านประธานครับ ผ่านได้เฉพาะ ครม. ครม. คือคณะท่านนายกรัฐมนตรี ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ส.ว. ส.ว. เขาไม่มาหรอกครับเขาคิดไม่เหมือนท่านประธาน ไม่เหมือนรัฐบาล ผ่านได้เฉพาะนะครับ นี่รูปของท่านสุนัย ท่านประชา ประสพดี และคณะอยู่ที่ทางเข้า เต็มไปด้วยลวดหนาม และรถขยะ บังเกอร์ ผมไม่ได้ดูอาวุธเห็นโล่เขา คงเป็นกระสุนปลอม แต่กระสุนจริงซ่อนที่ไหนฝ่ำยทหารเขารู้ดี นี่ก็มีรูปทั้งหมด มีทหารที่เป็ นลูกน้อง ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพนี่แหละครับถ่ายรูปไว้หมด นี่ผมเห็นหมดรูปวิทยา รูปวิชาญ หลาย ๆ ท่านเจอกันหมดนะครับถ่ายกันใกล้ชิดเอาทุกตารางนิ้ว พวกผมก็แอ่นอก ให้ถ่ายเลยนะครับไม่เป็นผู้ร้ายชายโจร พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ออกในสมัยรัฐบาลปฏิวัติ คมช. นี่แหละออก ผมจําได้สมัยผมเป็นนักเรียนมันใช้ในตอน รักษาความมั่นคง ตอนบ้านเมืองลุกเป็นไฟ เป็นคอมมิวนิสต์ บ้านผมก็ตายกันเป็นกี่ร้อย กี่พันศพ เขาเลิกแล้วกองทัพ เลิกแล้วตอนใช้การเมืองนําการทหาร ประกาศมาใช้อีกเราก็ ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาคัดค้านอะไรด้วย ไม่นึกไม่ฝันว่าวันนี้รัฐบาลประชาธิปไตยที่มี ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นคนหนุ่ม เป็นนักการเมืองที่มีอนาคตไกล หัวหน้าพรรคการเมือง เก่าแก่ที่ชูบอกว่าต้านเผด็จการจะเอามาเป็นเครื่องมือในการรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินในสภา ท่านประธานครับ ท่านตอบผมว่าไม่ได้ปิดกั้นสามารถเข้าออกได้ ที่ฟัง ๆ นะครับ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลก็เข้ามาเต็มเพียบ เจ้าหน้าที่ของสภาต้องมุดลวดหนาม เดินเท้าตามช่องแคบ ๆ ส.ส. บางคนถูกลวดหนามเกี่ยวต้องไปโรงพยาบาล ก็เลย ต้องสงสัยว่าสถานการณ์แบบนี้คิดได้อย่างไร ใครไม่ปลอดภัยไม่ทราบเมื่อมาสภา พวกผมนี่ปลอดภัย ส.ส. รัฐบาลเองก็ปลอดภัย ผมสงสัยอย่างเดียวท่านนายกรัฐมนตรี กลัวไม่ปลอดภัยใช่ไหมหรือว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นฝ่ายอํานวยการเอาใจ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเอามาหน่อย แล้ววันนี้พอไม่มีเป็นอย่างไร ผมว่าทุกอย่างก็ปกติ ผมอยากให้บรรยากาศแบบนี้ทํากันตามเหมาะตามควร อย่าได้มีจิตพะว้าพะวง ในเบื้องหน้าเบื้องหลังไม่มีใครมาคิดคดทรยศต่อบ้านต่อเมืองเกินความจําเป็นที่ควรจะเป็น ในสามัญสํานึกความเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยครับ ท่านประธานครับ วันนี้ไม่มาสัปดาห์หน้าก็อย่ามานะครับถ้ามาพวกผมไม่เอาอีก ก็ฟ้ องให้สังคมเขารู้ ความจริงที่ไม่เข้ามาประชุมนี่ ถ้าถามว่าวิ่งรถเข้ามาแบบเขาพระสุเมรุวิ่งไป ๓ รอบ ๘ รอบ นี่เหตุการณ์ไม่ใช่เป็นแบบนั้น เรามีเกียรติศักดิ์ความเป็นตัวแทนประชาชนเป็นยาก แสนลําเค็ญทั้งชีวิต เพราะฉะนั้นเมื่อเข้ามาเรารักษาบ้านเรา เราต้องการบ้านที่มีความสุข ความสงบ มีหัวหน้าคือท่านประธานสภาที่เป็นผู้ใหญ่คอยดูแลอะไรทั้งหมดให้เรียบร้อย เราต้องการบรรยากาศแบบนั้นครับท่านประธาน ผมตั้งกระทู้ถามว่าเหตุการณ์แบบนี้ ทําให้เกิดความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของสังคมโลกอย่างมากมาย แล้วคิดกันได้แค่ไหน เพียงไร
ผมขอถามเป็นคําถามที่ ๑ ว่า ตอนออกไปตอนเข้ามาท่านประธานสั่งเข้า ขอให้เขาเข้ามาแล้วในคําสั่งก็บอกว่าคงจะมารักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ส.ส. แต่ไม่ได้บอกว่าให้เอาอะไรเข้ามาบ้าง ให้ทํารายละเอียดเหมือนภาวะสงครามหรือได้บอกไปทํานองแบบนั้น หรือเป็นความต้องการ ที่จะทําให้เกิดภาวะแบบนี้ พวกผมก็เป็นมนุษย์มนามีจิตมีใจปกติ พอเห็นทหารก็กลัวแล้ว ผมก็ขอถือโอกาสถามท่านประธานเป็นคําถามที่ ๑ ถามท่านนายกรัฐมนตรี
เดี๋ยวจะจบแล้ว จะจบแล้ว จะจบแล้วครับ กระผมขอตอบกระทู้ถามที่พาดพิงถึงผมก่อน ก่อนที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วก็รองนายกรัฐมนตรีจะตอบนะครับ
ประเด็นแรก ผมเป็นคนสั่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทําหนังสือถึงฝ่ายรัฐบาล และผู้บัญชาการทหารบก ทําเสมอมาตั้งแต่สมัยเสื้อก่อน ๆ ไม่ใช่เสื้อสีนี้นะครับ เราทํา มาตลอดเพื่อป้ องกันความไม่ปลอดภัย เพราะเหตุการณ์เคยเกิดขึ้นเราก็จําเป็นที่จะต้อง ป้ องกันไว้ก่อน ผมก็ได้สั่งให้เลขาธิการเป็นคนทําเรื่องไป นี่ประเด็นแรกนะครับ ก็ทําเรื่องไป
ส่วนประเด็นที่สอง ว่ารื้อถอนนั้น ท่านคงจําได้นะครับ วันที่ ๒๓ ตอนเช้า ท่านยืนอยู่ตรงสะพานราชวิถี ผมขับรถมาท่านก็ยืนบังไม่ให้รถเข้า รถเขาก็ให้เข้า เขาทํา ซิกแซ็กนั้นเป็นเรื่องทางวิชาทหารเขา เขาจะทําอย่างไรผมไม่ทราบ แต่ว่ารถเข้าได้ และผมก็ได้เรียนถึงท่าน ได้สั่งให้ทางสภาบอกว่าถ้าจะเข้าให้เข้าทางสายถนนราชวิถี อันนี้ยืนยันผมเป็นคนสั่งเอง ส่วนคําสั่งที่ถอนนั้นผมได้พูดที่สะพานข้ามตอนที่ท่านวิทยา เข้ามาพบผม ผมเปิ ดกระจกแล้วก็จะให้ผมไปสั่งรื้อ สั่งอะไรทันที ผมไม่มีอํานาจ เพราะผมมีอํานาจในบริเวณรัฐสภานี้ ๒๐ ไร่นี้เท่านั้นครับ ในบริเวณเขตพระราชฐานนี่ นอกเขตถนนหนทางประธานสภาไม่มีสิทธิครับ ก็เรียนให้ท่านทราบ
ทีนี้ก็เรียนว่ากระผมได้พูดแล้วบอกว่า ถ้าจะพูดกันให้เข้ามาพูดในสภา อย่าไปพูดที่ถนน เมื่อวานท่านก็ได้พูดมาแล้วครั้งหนึ่ง ผมบอกผมไม่เคยพูดคํานั้นนะครับ ก็เรียนด้วยความสัตย์จริง ผมก็ได้รับหนังสือในวันที่ ๒๔ ที่เป็นหนังสือของท่านประธานวิป ฝ่ายค้าน คือท่านวิทยา บุรณศิริ กับพวก ๔๑ ท่าน ก็บรรยายไว้ในเนื้อหาสาระนั้นละเอียด ผมก็ได้ทําหนังสือนี้แจ้งไปยังทางฝ่ายรัฐบาลคือท่านรองสุเทพ ท่านก็พบผม ท่านก็บอก ทันทีว่าจะรื้อเดี๋ยวนี้ ก็รื้อตามหนังสือของท่านละครับ พวกท่าน ๔๑ ท่านแหละ นี่ผมเรียน ให้ทราบ
ส่วนประเด็นปัญหาทําไมผมจึงจําเป็ นต้องขอความอนุเคราะห์จาก ฝ่ายรัฐบาลให้ดําเนินการจัดกําลังมาอารักขาทางฝ่ายสภา ผมก็เรียนตั้งแต่เบื้องต้นแล้ว ผมต้องการที่จะป้ องกันเอาไว้ก่อนเหตุที่จะเกิดขึ้นเหมือนครั้งที่แล้ว ๆ มา ผมก็ต้อง ปีนกําแพงรั้วไปฝั่งวังทางโน้น ปัญหาเคยเกิด ผมก็จําเป็นครับเพื่อป้ องกันเอาไว้ ฉะนั้นเหตุ ที่ดําเนินการอะไร ผมเข้าใจว่าเดี๋ยวท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพท่านคงจะได้ชี้แจง ให้ทราบนะครับ ส่วนผมนะผมรับว่าผมเป็ นผู้สั่งให้เลขาธิการเป็ นคนทําเรื่องถึง ฝ่ายความมั่นคง แล้วก็ถอนผมก็ทําตามหนังสือของท่าน ๔๑ ท่านเป็นคนสั่งมา ผมก็ยังพูดว่า ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นในการประชุมสภา ท่านทั้ง ๔๑ ท่านนั้นต้องรับผิดชอบ ผมเรียน อย่างนี้ เพราะว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นอย่างนี้เราก็ต้องป้ องกันไว้ ในฐานะที่ผมเป็น ประธานรัฐสภาผมก็ดูแลเฉพาะบริเวณ ๒๐ ไร่นี่ครับ ข้างนอกผมไม่รู้ด้วย เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง ขอประทานเรียนให้ทราบเบื้องต้น เพียงแค่นี้ ให้พี่น้องประชาชนที่ฟังได้ทราบว่าผมเป็นคนสั่งจริง ทั้งทางฝ่ำยรัฐบาล ดําเนินการคือฝ่ายความมั่นคง และทั้งให้เลขาธิการทําหนังสือแจ้งให้รื้อออกไปตาม หนังสือของพวกท่าน ๔๑ คน นี่เป็นความจริงทั้งสิ้น ก็เรียนให้ท่านทราบ ส่วนว่าลวดหนาม จะถูกอะไร อย่างไร ความประมาทเลินเล่อเองครับ ผมก็ไม่เห็นเป็นอะไร ผมก็มาต่อหน้าท่าน ท่านบังหน้ารถผม ผมก็ถอยรถ ผมก็เข้าไปทางอื่น เพราะพวกท่านมาตั้ง ๓๐ คน ๔๐ คน ๕๐ คน เป็นร้อยคนอย่างนี้ แล้วผมก็กลัวพวกท่านเหมือนกัน กลัวจะกระทืบผมเหมือนกัน ก็เรียนด้วยความสัตย์จริงอย่างนี้ครับ พวกท่านกําลังใช้อารมณ์อย่างหนักด้วย ผมเห็นแล้ว น่ากลัวมากครับ ผมเรียนตรง ๆ ดูในสื่อทุกฉบับที่ถ่ายก็จะทราบ ก็เรียนด้วยความสัตย์จริง
(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับ ท่านประท้วง อะไรครับ
ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานกล่าวหาว่าพวกผมประท้วงด้วยความรุนแรง ข้างนอกประท้วงด้วยความรุนแรง น่ากลัว ผมว่าท่านประธานถอนเถอะครับคําพูดนี้ ไม่ดีมากเลยครับ
ไม่ได้ประท้วงครับ ผมบอก ว่าอยู่ข้างหน้า ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องประท้วงเลย
วันนี้ท่านประธาน มารับเอง ท่านประธานรับผิดชอบ สภานี้เผด็จการ ทําอย่างนี้ไม่ได้นะครับ ผมเป็นห่วง ท่านประธานครับ แต่ผมขอประท้วงท่านประธาน ขอให้ท่านประธานถอนเมื่อกี้ที่บอกว่า ประท้วงกันน่ากลัว กระทืบด้วยนี่นะครับ
ผมกลัวกระทืบ
ท่านประธานถอน ดีกว่าครับ ผมไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับท่านประธานครับ
ถ้าอย่างนั้นก็ถอนได้ครับ ถ้าลูกหลานให้ถอนก็ถอน ไม่ขัดข้องครับ ก็ถอนแล้วนะครับ กระผมเรียนด้วยความสัตย์จริง อย่างนี้ ก็หวังว่าท่านผู้ถามกระทู้ถามคงเข้าใจเจตนาของกระผม ผมไม่เคยมีอะไรทั้งสิ้น
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรคุณวรงค์ นี่กําลัง กระทู้ถามอยู่นะครับ
ประท้วงครับท่านประธาน
ประท้วงเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปราย เมื่อสักครู่ ประท้วงท่านที่ประท้วงท่านประธานกับคําพูดที่บอกว่า สภานี้เผด็จการ ซึ่งในข้อเท็จจริงมันไม่ใช่ครับ เพราะขณะนี้สภานี้ก็เป็นสภาประชาธิปไตย เพื่อนสมาชิก มีปัญหาอะไรก็สามารถเอาปัญหาของพี่น้องประชาชนมาพูดในสภานี้ได้ ดังนั้นคําพูด ที่บอกว่า สภานี้เผด็จการ เป็นคําพูดที่โกหกครับท่านประธาน ขอให้ถอนด้วยครับ
ผมไม่ต้องการให้ถอน อย่าถอนครับ ไม่เป็นไรครับ พูดแล้วบันทึกไว้ในสภา เขารู้เองว่าใครทําอะไรครับ ฉะนั้นที่นี่เป็นเวทีประชาธิปไตยเราเปิดเต็มที่ ประธานคนนี้นะครับ คนอื่นผมไม่ทราบ เชิญ ฯพณฯ ตอบครับ
(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงอะไรอีกครับ ถ้าประท้วงมาก ผมจะปิดประชุมนะครับ เชิญประท้วงเรื่องอะไร ผมผิดข้อบังคับข้อไหน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิเชียร ขาวขํา อยากกราบเรียนท่านประธานว่า ที่ท่านประธานพูดว่าท่านประธานมีอํานาจเฉพาะ ในขอบเขต ๒๐ ไร่นี้เท่านั้น ไม่ใช่ครับ ถ้าอย่างนั้นท่านจะเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ของประเทศไทยไม่ได้ อํานาจขอบเขตของท่านทั่วประเทศไทย เพราะฉะนั้นที่ท่านประธาน บอกว่าการที่ทหารมาปิดกั้น ใช้บังเกอร์ ใช้ลวดหนาม ปิดกั้นเพื่อไม่ให้มีบุคคลเข้ามา หรือมาทําหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรนั้นมันไม่ใช่อย่างนั้น ท่านประธานต้องเข้าใจว่า สภาพบรรยากาศ
ไม่ใช่ ท่านประท้วงผมผิด ตรงไหน ผิดข้อบังคับอะไร
ก็ผมเรียนท่านประธานว่าที่ท่านประธาน พูดไม่ถูก ที่ท่านประธานพูดไม่ถูก ท่านจะบอกว่าท่านมีอํานาจขอบเขตเพียงแค่นี้ไม่ได้
ก็ท่านบอกผมมันผิด ท่านก็ไปฟ้ องหาว่าผมผิดตรงไหน
ก็อยู่ในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ผมก็ต้องมีสิทธิประท้วงได้ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานว่า นายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงยังพูดว่า การเจรจา บรรยากาศมันไม่ให้ว่าเสื้อแดงจะไปกรมทหารราบที่ ๑๑ ในเมื่อบรรยากาศการปิดล้อมสภา ด้วยบังเกอร์ ด้วยลวดหนามอย่างนี้ พวกผมมีบรรยากาศจะเข้าประชุมสภาหรือครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานขอบเขตอํานาจหน้าที่ของท่านไม่ใช่แค่ในสภานะครับ ท่านเป็นหนึ่ง ในอํานาจของประเทศไทยครับ อํานาจนิติบัญญัติต้องครอบคลุมทั้งประเทศครับ อันไหน ที่ไม่ชอบมาพากล ที่คุกคามฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านสามารถทําหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีได้ เพราะอํานาจ ๓ อํานาจมันแยกกัน ผมกราบเรียนท่านประธานเท่านี้ละครับ
มีผู้ประท้วงอีก เชิญประท้วงให้พอ
ท่านประธานครับ ผม ทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตประท้วงผู้ที่ ประท้วงท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ครับ เพราะข้อที่ประท้วงนั้นไม่อยู่ในข้อบังคับนะครับ เป็นเรื่องการอภิปรายนะครับ ขอบคุณท่านประธาน
ไม่เป็นไรครับ คือให้ท่าน แต่ละท่านได้ระบาย ผมไม่ได้ถือสา เชิญ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ท่านไพจิต ศรีวรขาน จากจังหวัดนครพนม เพราะว่าเป็นงานที่อยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของกระผม ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายมาตั้งแต่ต้น ผมขออนุญาตกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า กรณีที่ทางศูนย์อํานวยการรักษาความสงบเรียบร้อยได้จัดให้มีกําลังของ เจ้าหน้าที่ตํารวจ เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาดูแลป้ องกันให้ความปลอดภัยกับสมาชิกรัฐสภา และอาคารรัฐสภานั้น เป็นผลมาจากกรณีที่ผมได้เข้าไปเรียนปรึกษาท่านประธานสภา ผมได้เข้าไปเรียนปรึกษาท่านประธานสภาว่าบรรยากาศของการประชุมสภาดูน่าจะมีปัญหา อาจจะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ในสัปดาห์แรกมีการคุกคามจากผู้ชุมนุม โดยแกนนําของผู้ชุมนุมได้ประกาศว่าจะขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของท่านนายกรัฐมนตรี แล้วได้กล่าวยืนยันว่าไม่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะไปที่ไหนก็จะตามไปที่นั่น ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีภาระที่จะต้องไปทํางาน ไปประชุมคณะรัฐมนตรี ไปปฏิบัติราชการ ตามที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้วก็จะต้องมาทําหน้าที่ที่สภาผู้แทนราษฎร ก่อนถึงวันที่ ๒๓ มีนาคม ก็ปรากฏชัดครับเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีไปดูสถานการณ์ภัยแล้งเพื่อหาแนวทาง ที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาเรื่องการขาดนํ้า ก็ปรากฏว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ไปแสดงอาการคุกคามมีเจตนาในลักษณะที่อนุมานได้ว่ามุ่งที่จะประทุษร้าย ต่อท่านนายกรัฐมนตรีหรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็ได้ กราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานก็ได้มอบหมายว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ำยรัฐบาล ที่จะต้องดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยแล้วก็ดูแลให้สมาชิกรัฐสภาได้เดินทางเข้ามา ปฏิบัติหน้าที่ที่รัฐสภาด้วยความปลอดภัย ท่านประธานก็ได้ฝากให้ผมดูแลความปลอดภัย อาคารรัฐสภาด้วย หลังจากนั้นท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ทําหนังสือไปยัง รัฐบาล ผมก็ได้ประชุมปรึกษากัน แล้วก็เห็นว่าในอดีตมันเคยมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น ที่สภาผู้แทนราษฎร ที่คนประจักษ์ชัดก็คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ตอนนั้น ฝ่ายของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเป็นรัฐบาลอยู่ครับ แล้วก็มีการใช้กําลังเข้าไปแก้ไข สถานการณ์ มีประชาชนบาดเจ็บ มีประชาชนล้มตายหลายสิบคน อันนั้นเป็นเหตุการณ์ ที่ชัดเจน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปีนกําแพงหนีทุลักทุเล นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อมาถึงเดือนธันวาคม วันที่สภาแห่งนี้ได้พิจารณาเลือกท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ลงมติกันในสภาเสร็จเรียบร้อย ไม่เป็นที่สบอารมณ์ไม่ถูกใจของ กลุ่มคนที่ล้อมอยู่หน้าสภา เวลาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเดินทางออกจากที่ประชุมแห่งนี้ก็ถูกทําร้าย ใช้นํ้ากรดสาดบ้าง ใช้ก้อนหินทุบรถบ้าง ขว้างบ้าง มีคนได้รับบาดเจ็บ มีรถยนต์ของสมาชิกเสียหาย วันที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะนําคณะมาแถลงนโยบายต่อรัฐสภาซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องปฏิบัติ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ก็มีผู้คนใส่เสื้อแดงมาปิดล้อมอาคารรัฐสภา ขัดขวาง ไม่ให้ท่านนายกรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ในอาคารรัฐสภาแห่งนี้ ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงอย่างนี้ครับเป็ นเรื่องที่เราเอามาประกอบ การพิจารณา ศูนย์อํานวยการรักษาความสงบเรียบร้อยซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายมีหน้าที่ ดูแลแก้ไขปัญหาเหตุการณ์ในสถานการณ์อย่างนี้ ก็ได้พิจารณาดําเนินการตามที่เห็นว่า สมควรแก่กรณี เป้ำหมายสําคัญก็คือว่าต้องป้ องกันไม่ให้มีการปิดล้อมอาคารรัฐสภา อย่างที่เกิดขึ้น และถ้ามีการปิดล้อมโดยเข้ามาถึงตัวอาคาร ชิดตัวอาคาร มันเป็นเรื่องที่จะ แก้ไขยาก เพราะว่าพื้นที่ของสภามีจํากัด คับแคบ การดูแลรักษาความปลอดภัยของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายจะทําได้ยากลําบากอย่างยิ่ง
ในประการที่ ๒ เราคิดว่ามาตรการที่เราใช้นั้นจะต้องป้ องกันไม่ให้มี การกระทบกระทั่งระหว่างพี่น้องประชาชนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ท่านประธานครับ จึงได้ ดําเนินการประกาศให้เส้นทางที่จะมาสู่สภา เส้นทางต่าง ๆ นั้นเป็นเส้นทางที่ห้ามไม่ให้ ผู้ชุมนุมเดินทางผ่าน ห้ามเฉพาะผู้ชุมนุมหรือผู้ที่มีพฤติการณ์ที่จะส่อไปในทางคุกคาม การปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาเท่านั้น เจ้าหน้าที่สภา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกวุฒิสภา คณะรัฐมนตรี หรือผู้มีหน้าที่ต่าง ๆ สามารถเดินทางเข้าออกได้ไม่ได้เป็น ปัญหา ในการดําเนินการอย่างที่ว่านี้ครับ จึงได้จัดตั้งด่านตรวจในถนนสายที่จะมุ่งมาสู่ สภาทั้งหมดด้วยกัน ๗ จุด ตรวจอาวุธ ป้ องปราม ไม่ให้กลุ่มคนที่มีพฤติกรรมที่จะมา คุกคามสภาได้เข้าไปยังพื้นที่นี้ การที่จะต้องจัดตั้งบังเกอร์หรือว่าลวดหนามก็เป็น การป้ องปราม ทําอย่างนั้นก็ได้ผล ท่านสมาชิกทั้งหลายก็เห็นอยู่แล้ว ไม่มีกลุ่มคนฝ่าเข้ามา ในแนวด่านที่ตั้งเอาไว้ เพราะเห็นว่าได้ดําเนินการไว้แข็งแรง ยากสําหรับที่จะฝ่าเข้ามา ที่สําคัญอย่างยิ่งก็คือว่าเจ้าหน้าที่ทุกนายที่มาประจําอยู่ที่นี่ ทั้งที่เป็นตํารวจ ทั้งที่เป็นทหาร ทั้งที่เป็นพลเรือน ไม่มีใครพกพาอาวุธร้ายมาเลย ไม่มีปืนสั้น ไม่มีปืนยาว มีแต่เครื่องมือ ในการป้ องกันตนเอง เช่น โล่ กระบองเท่านั้น ซึ่งก็ถูกต้องตามหลักสากลในการระงับเหตุร้าย ที่เขาปฏิบัติกันในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ท่านสมาชิกอาจจะเข้าใจไปเองว่าการดําเนินการอย่างนั้นเป็นการแสดงอาการคุกคามต่อ ท่านสมาชิก แต่ผมกราบเรียนว่าถ้าท่านสมาชิกได้พิจารณาด้วยใจเป็นธรรมก็จะเห็นว่า มาตรการที่ทํานั้นได้ช่วยให้สามารถที่จะระงับยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุร้าย ไม่ให้เกิดการปะทะ ไม่ให้เกิดการบุกรุกอาคารรัฐสภาในวันนั้น ถ้าท่านสมาชิกจะรู้สึกว่าการกระทําอย่างนั้น ทําให้ท่านรู้สึกอับอายอย่างที่ท่านอภิปราย กระผมกลับคิดว่าการที่เข่นฆ่ากันถึงชีวิต มีคนบาดเจ็บ มีคนล้มตาย อย่างที่เคยเกิดขึ้น ในอดีตนั้นเป็นภาพที่น่าอับอายยิ่งกว่า และถ้าเราสามารถป้ องกันได้เราก็ต้องป้ องกัน อย่างเต็มกําลังความสามารถไม่ให้เหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นอีก ผมขอกราบเรียนกับ ท่านประธานที่เคารพครับว่า แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจและทหารจะได้ตั้งด่านตรวจเพื่อสกัดกั้น ไม่ให้ผู้มีพฤติกรรมที่คุกคามอย่าได้เข้ามาบริเวณรัฐสภา แต่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหลายก็สามารถเดินทางเข้ามาในสภาได้ไม่ได้ลําบากยากเย็นอะไร ขับรถเข้ามาก็ได้ครับ อย่างที่ท่านประธานได้เรียนไปแล้ว ผมเห็นวันนั้นเพราะว่าผมต้องมาตอบกระทู้ถามที่นี่ด้วย ผมยังเห็นท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านก็เข้ามาในสภานี้ได้หลายคน บางท่าน ได้ลุกขึ้นมาอภิปรายพูดจาในที่ประชุมนี้ กระผมไม่เห็นว่าท่านจะถูกสกัดขัดขวาง แต่ประการใดทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าสิ่งที่ ได้ดําเนินการไปนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการป้ องกันดูแลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้ามาทําหน้าที่ด้วยความปลอดภัย ไม่ให้ถูกคุกคามโดยกลุ่มผู้ที่มีพฤติการณ์ ที่ไม่ปรารถนาดี ผมก็อยากจะให้มองในแนวทางด้านนี้บ้าง แทนที่จะมองในทางด้านร้าย ผมกราบเรียนยืนยันว่า การกระทําของเจ้าหน้าที่ตํารวจและทหารที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ ในการดูแลความปลอดภัยให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้นได้ทําไป โดยถูกต้องครบถ้วนภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย ภายใต้คําสั่งของศูนย์อํานวยการ รักษาความสงบเรียบร้อย ภายใต้นโยบายของรัฐบาลและทํางานได้สําเร็จเสร็จสิ้น เมื่อเสร็จภารกิจท่านประธานสภาบอกว่าเสร็จภารกิจแล้วก็ให้ถอนกําลังกลับไป ผมก็ได้ ปฏิบัติตาม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลุกขึ้นซักถามได้อภิปรายรัฐบาลก็ฟังความเห็น ของทุกคน แล้วก็ได้ถอนกําลังออกไป รื้อเครื่องกีดขวางทั้งหลายให้ผิวจราจรได้ใช้เดินทาง ไปมาได้โดยสะดวกก็ไม่เป็นปัญหาใด ที่สัปดาห์นี้ไม่ได้เอากําลังเข้ามาดําเนินการ เหมือนคราวที่แล้วเพราะได้ตรวจสอบจากระบบข่าวว่าไม่มีการพยายามที่จะเข้ามา ยึดอาคารรัฐสภาในสัปดาห์นี้ แต่ถ้าผมได้ข้อมูลได้ข่าวสารที่เชื่อถือได้ว่าจะมีพฤติกรรม ทําอย่างนั้นผมก็ส่งกําลังเข้ามาอีก เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องดูแลคุ้มครอง ความปลอดภัยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของท่านประธาน และของเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องการให้เหตุร้ายได้เกิดขึ้นอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมขออนุญาต กราบเรียนชี้แจงกับท่านในรอบแรกครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวท่านไพจิตครับ คือท่านประธานชัย ชิดชอบ ท่านต้องไปปฏิบัติ ภารกิจแทนพวกเราในการประชุมสหภาพรัฐสภา ซึ่งวันนี้เป็นวันประชุมวันสุดท้าย อีกสักครู่ก็จะเป็นพิธีปิด ที่จริงท่านก็อยากจะอยู่จนจบเพราะมีหลายเรื่องที่พาดพิง ถึงท่านด้วย แต่ก่อนไปท่านก็ได้ฝากผมไว้ว่าอยากจะให้ท่านวิทยาซึ่งจะขอใช้สิทธิพาดพิง ได้อภิปรายก่อน ท่านก็จะได้ฟังด้วยระหว่างที่ท่านนั่งรถไปปฏิบัติหน้าที่ ประเดี๋ยว ไปถึงโน่นก็ต้องทําหน้าที่ ฉะนั้นเชิญท่านวิทยาเลยครับ และเดี๋ยวก็ให้ท่านไพจิตได้ถาม กระทู้ถามต่อเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย แล้วก็ในฐานะประธานผู้ประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ผมคิดว่าท่านจะฟังในรถก็คงจะ ไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าท่านให้เกียรติผมถึงขนาดนั้น ผมเองก็ต้องขออนุญาตใช้สิทธิจาก สภาแห่งนี้ไปสู่กระบวนการรับรู้ของท่านประธานในฐานะที่ท่านเป็ นประมุขของ ฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบคุณ ท่านไพจิต ศรีวรขาน ผู้ที่ทําหน้าที่ถามกระทู้ถามนี้ แทนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่มีความรู้สึกในวันที่มีเหตุการณ์ ตามที่ท่านได้ตั้งกระทู้ถามนั้น ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องได้รับคําตอบจากประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ เรียนท่านประธานว่า สิ่งที่ผ่านมานั้นคํากล่าวหรือคําตอบของท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรองนายกรัฐมนตรี ต่อสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่าจะต้องมีเหตุผลที่นอกเหนือจากอํานาจหน้าที่ของท่านเข้ามา ประกอบด้วย ต้องเรียนตรง ๆ ว่าบางเรื่องที่ผมไม่สามารถที่จะยอม แม้ท่านประธานชัย ชิดชอบ ได้ดําเนินการแล้วดูเสมือนว่าสิ่งที่ท่านตอบกับที่ประชุมนั้นเป็นการกระทําที่ท่าน ดําเนินการแต่ฝ่ายเดียว สภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ผมคิดว่า การหารือกันย่อมที่จะต้องมี โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เป็นภาพที่สมาชิกในซีกของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะตัวกระผมได้ดําเนินการยื่นหนังสือต่อท่านชัย ชิดชอบ ก็ตาม ประมุขของ ฝ่ายนิติบัญญัติจะตอบเพียงแค่นั้นคงไม่ได้ครับ วุฒิสมาชิกผมก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประสพสุข ประธานวุฒิสภาและคณะที่มีความรู้สึกเช่นเดียวกับพวกผม สัญลักษณ์ ของทางทหาร ความรับผิดชอบโดยบทบาทหน้าที่ของท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพซึ่งผมก็ เคารพ
ท่านวิทยาครับ มีผู้ประท้วง เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ก็ท่านประธานให้ผมใช้สิทธิ ผมว่าเดี๋ยวให้เขาประท้วงในฐานะอาจจะพาดพิง
ฟังท่านผู้ประท้วงนิดหนึ่งนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าขณะนี้อยู่ในญัตติ กระทู้ถามสดซึ่งมีผู้เป็นเจ้าของญัตติอยู่แล้ว แต่เนื่องจากท่านประธานสภาขอร้องว่า ให้คุณวิทยาในฐานะผู้ที่ถูกพาดพิงใช้สิทธิพาดพิงก่อน ซึ่งก็โอเคครับที่ประชุมนี้ก็คงเห็นด้วย แต่ว่าท่านวิทยาต้องใช้สิทธิพาดพิงเท่านั้นครับ ไม่ใช่มาใช้สิทธิอภิปรายเป็นผู้ตั้ง กระทู้ถามสดอย่างนี้ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องพิจารณาให้เป็นไปตาม ข้อบังคับ พาดพิงเสียหายตรงไหนแค่นั้นครับ แล้วก็ให้เจ้าของกระทู้ถามเขาถามต่อครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านอดใจรอสักครู่เถอะครับ
ท่านวิทยาครับ เอาที่พาดพิงแล้วก็ท่านจะชี้แจงอะไรอีกสรุปเลยนะ เดี๋ยวให้ท่านไพจิต ได้ถามต่อ เชิญครับ
ครับ ท่านประธานก็ฟังให้จบ เสียก่อนแล้วค่อยประท้วงผมก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า บางคนกล่าวอ้างนะครับ แม้กระทั่ง ตัวท่านประธานเองบอกว่า ๔๑ ส.ส. ต้องรับผิดชอบ สิ่งนี้ที่เป็นปัญหาคาใจผมอยู่ ผมพยายามปกป้ องสถาบันฝ่ายนิติบัญญัติต่อสายตาชาวโลก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะต้อง กล่าวต่อท่านประธานในฐานะที่ท่านเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติว่ามันเกิดอะไรขึ้นครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พาดพิงมาถึงผมกล่าวเสมือนว่าผมรับไม่ได้ในสิ่งที่ฝ่ายบริหารกระทํา อย่างนั้นถูกต้องหรือเปล่าครับ ความหมายผมมันคนละบทบาทกันครับ ผมได้รับคําตอบ จากการชี้แจงของดอกเตอร์อภิวันท์ วิริยะชัย ในฐานะรองประธานสภาเหมือนกัน และท่านสามารถ แก้วมีชัย ก็น่าจะตอบพวกผมได้ เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นนั้นมันมีอะไร มากกว่าหรือเปล่า ที่ต้องใช้สิทธิพาดพิงนี้เพราะอะไร กรรมาธิการที่เขาเดินทางมาประชุม นั้นไม่สามารถเข้าประชุมได้ ท่านประธานครับ ข้าราชการของสภาแห่งนี้คงจะตอบพวก ท่านได้นะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่มาเอาความคิดของผมอย่างเดียว เพราะฉะนั้น วันนั้นเกิดขึ้นครับท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรี เขาไม่ให้เข้าครับ ตรวจบัตรก็ไม่ให้เข้า มีอํานาจอะไรครับมาขอดูบัตร กวักมือบอกเข้ามา ประชุมเถอะ ทหารไม่ทําอะไร กวักแบบนี้ด้วย
ครับ
นี่คือการคุกคามที่ผมจะต้องใช้ สิทธิว่าสิทธิเหล่านี้ท่านประธานต้องช่วยกันปกป้ อง สถาบันของฝ่ายนิติบัญญัติเป็น ๑ ใน ๓ ฝ่ายของอํานาจการบริหารประเทศ
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ ท่านวิทยาได้อธิบายเรื่องพาดพิงจบแล้วนะครับ
ผมกําลังจะบอกว่า ๔๑ คน ต้องรับผิดชอบนะ
เอาละครับท่านครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เดี๋ยวท่านจะจบแล้วครับ เดี๋ยวจะให้ ท่านไพจิตถามกระทู้ถามต่อ ท่านสรุปเลยครับไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็ประท้วงกันไปมาครับ
(นายสัญชัย อินทรสูต ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงเรื่องอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นายสัญชัย อินทรสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ เมื่อสักครู่นี้ท่านพูดไม่จริงท่านบอกว่าจะเข้ามาประชุมสภาเข้ามาไม่ได้ต้องขอดูบัตรด้วย ไม่จริงครับท่านประธาน ผมเป็นสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ผมเข้ามาสะดวกมากเลยครับ ผมลง มาจริง ๆ แล้วประตูสภามีตั้งหลายประตูครับท่านประธาน
เอาละมันไม่ใช่ประเด็นที่ท่านพูดเลยครับ ท่านพูดบอกว่า
ท่านบอกว่าท่านเข้าไม่ได้อย่างไรครับ
เอาอย่างนี้ฟังก่อน ผมก็นั่งฟังอยู่ ท่านพูดบอกว่าปัญหาข้าราชการ พนักงานนี่จะเข้า ไม่สะดวกต้องแสดงบัตร พวกที่จะมาประชุมคณะกรรมาธิการที่ไม่ใช่ ส.ส. ส.ว. เขาก็ต้อง ขอดูบัตรอะไรอย่างนี้ก็เป็นการที่ทําให้ไม่สะดวก ท่านก็พูดแค่นี้ครับ เชิญนั่งเถอะครับ เดี๋ยวจะได้จบแล้วครับ นั่งเถอะครับ เอาละครับนั่งเถอะครับ ผมชี้แจงแล้วประธานวินิจฉัย ไปแล้ว นั่งครับ นั่งเถอะครับพอแล้วครับ ท่านพอแล้วครับ นั่งเถอะครับ ขอความกรุณาครับ ผมก็ชี้แจงแล้วท่านไม่ได้หมายถึง ส.ส. ส.ว. ท่านหมายถึงว่าพวกที่เขาเป็นกรรมาธิการ ที่ไม่ใช่ ส.ส. ส.ว. และพนักงานเจ้าหน้าที่อาจจะต้องขอดูบัตร ก็เท่านั้นครับตรงกัน นั่งเถอะครับ เชิญท่านวิทยาต่อครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุนัยไม่ต้องแล้วครับ ท่านสุนัยประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย ขออนุญาตนิดเดียวครับ คือขอให้บรรยากาศสภาอดทนฟังกันสักนิดเถอะครับ เมื่อสักครู่นี้ ท่านสุเทพก็พูดกันยืดยาวผมก็อดทนฟัง วันนี้ท่านเป็นรัฐบาล ฝึกเป็นรัฐบาลบ้างสิครับ ฟังฝ่ายค้านบ้าง ขอให้บรรยากาศมันอย่างนี้สิครับมันจะได้ปรองดองได้ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านวิทยาครับ สรุปเดี๋ยวท่านไพจิตจะได้ถามต่อครับ
ผมใช้เวลาอีกไม่เกิน ๒ นาที เหตุการณ์ที่ผมกล่าวนี่มันเกิดขึ้นวันอังคารนะครับไม่ใช่วันพุธที่มีการประชุมสภา วันอังคารนั้นกรรมาธิการได้เดินทางมา ข้าราชการโดยเฉพาะ ผอ. ที่ทํางานในส่วนของ ฝ่ายค้านซึ่งเราจะต้องมีการประชุมเตรียมงานกันเข้าไม่ได้ครับ ฝากไปถึงท่านสุเทพว่า อํานาจตรงนี้เป็นอํานาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ทําไมทหารตรวจขอดูบัตร ส.ส. เขาควักบัตร ให้ดูต้องได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาก่อน บอกคําเดียวครับต้องได้รับอนุญาตจาก ผู้บังคับบัญชาก่อน ผู้บังคับบัญชาคนนั้นคือใครล่ะครับ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับบอกไปนะครับว่าพวกผม ๔๑ ท่านนี่ผมรับผิดชอบ ผมกล้าบอกว่า พี่น้องที่เข้ามาเรียกร้องในระบอบประชาธิปไตยเขาไม่เคยบอกว่าจะมายึดรัฐสภา ตรงนี้ ละครับที่ผมใช้สิทธิพาดพิงว่า ๔๑ ท่านของฝ่ายนิติบัญญัตินั้นมีจิตและวิญญาณ ถ้าท่าน คิดว่าถ้าเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นกับท่าน ท่านลองคิดดูถ้าท่านไม่รู้สึกว่าฝ่ายนิติบัญญัตินั้น กําลังโดนคุกคามจากทหาร ที่ผ่านมาสัปดาห์ก่อนท่านก็ไม่ได้เข้าร่วม เพราะฉะนั้นผมจึง ฝากท่านประธานด้วยนะครับว่า ถ้าจะทําหรือกระทําใด ๆ ที่เราคิดว่าเป็นอํานาจหน้าที่ของ ฝ่ายนิติบัญญัติ กรุณาได้ปรึกษากันสักหน่อยครับ อย่างน้อยวิป ๒ ฝ่าย ๓ ฝ่ายได้คุยกัน ผมไม่ขัดข้องในการที่จะใช้กําลังมาช่วยดูแลเรื่องความสงบหรือความมั่นคง กรุณา ใช้การประสานงาน เพราะฉะนั้นวุฒิสมาชิกเขาก็บอกเขาก็ไม่ได้รับการประสาน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ฝ่ายนิติบัญญัติ ประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องสง่าผ่าเผย อย่าคิดคนเดียวครับ ฝากไว้นะครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญท่านไพจิตต่อครับ
ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมจะเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมยังยืนยันว่าท่านลุแก่อํานาจ ใช้อํานาจ บาตรใหญ่เข้ามาแทรกแซงกระบวนการนิติบัญญัติทําให้อธิปไตยของเราเสียหาย ด้อยค่าลงไปโดยปริยาย ท่านจะมาอ้างว่าท่านจะต้องทําตามฐานะที่เป็นผู้อํานวยการ รองผู้อํานวยการศูนย์รักษา ความปลอดภัยที่ท่านตั้งขึ้น สงบ เหมือนบ้านเมืองเป็นคอมมิวนิสต์ในสมัยเมื่อ ๒๐ ปีก่อน ผมรับฟังแล้วมันเป็นเรื่องเสียหาย ท่านประธานครับ ไม่มีอํานาจใดจะมาแทรกแซง ท่านจะยิ่งใหญ่แค่ไหนอย่างไรก็ตามอย่ามาใหญ่ในสภา สภาเป็นของประชาชน อํานาจ สูงสุดโดยประชาชนเพื่อประชาชน เรามีภาคภวังค์แห่งการรับไม่ได้กับการปฏิวัติ การใช้กําลังทางทหารเข้ามาแทรกแซงทําลายพวกผมไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ผมไม่อยากมีรัฐบาล ที่ลุแก่อํานาจแล้วก็มาแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ ตรงตามที่ท่านประธานวิปฝ่ายค้านบอกไว้ จะทําอะไรถามกันหน่อย เรามันคนที่ใช้สมองในการมาเป็ นผู้แทนราษฎร ได้รับ การเลือกตั้งมาอย่างสมเกียรติ สมศักดิ์ศรี ผลัดกันแต่ว่าใครเป็นรัฐบาล ใครเป็นฝ่ายค้าน ก็ต้องให้เกียรติคุ้มครองกัน
ท่านถามเลย
ผมถามว่าวันนี้รู้ไหมว่าตรงนี้ เขตพระราชฐาน ๒๒ ไร่ รู้สํานึกบ้างไหมว่าทําอะไร ผมว่าไม่ใช่ประธานท่านไม่รู้หรอก ท่านนายกรัฐมนตรีนี่แหละที่รู้ดี ควรรู้ดีด้วยว่าเขตพระราชฐานในการแสดงความเคารพ จงรักภักดี เมื่อประกาศพระราชบัญญัติความมั่นคง แล้วประกาศเขตควบคุม เขตพระราชฐานนะครับ ได้ขอพระบรมราชานุญาตจากท่านไหม หรือว่าลุแก่อํานาจ ไม่ได้เห็นว่าอะไรเป็นอะไรเลย มิบังอาจบังควรเป็นการก้าวล่วงในพระราชอํานาจ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณที่เอาบังเกอร์ เอาลวดหนาม เข้าไปห่างจาก พระราชวังท่านไม่ถึง ๒๐๐ เมตร ท่านประธาน ทําอย่างนี้ได้อย่างไร
มีผู้ประท้วง เดี๋ยวให้ท่านผู้ประท้วงประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมคงต้องขออนุญาต ให้ท่านผู้อภิปรายผู้อาวุโสต้องถอนคําพูด คําพูดที่กล่าวว่ารัฐบาลนี้ก้าวล่วงในพระราชอํานาจ คําพูดตรงนี้เป็นคําพูดที่ล่อแหลม และผมไม่อยากใช้คํานี้ เป็นคําพูดที่โกหก ท่านต้องถอน คําพูดตรงนี้ครับ
ท่านไพจิตครับ ขอความกรุณา ประธานก็เห็นด้วย ท่านกรุณาถอนเสียได้ไหมครับ คําว่า ก้าวล่วงพระราชอํานาจ
ผมกราบเรียนว่า รัฐบาลได้ก้าวล่วง ในพระราชอํานาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เคารพยิ่งของพวกเรา
เดี๋ยวครับ เอาทีละท่านครับ ท่านประท้วงให้ท่านไพจิตถอน ประธานก็วินิจฉัยว่าอยากให้ ท่านไพจิตถอนครับท่านไพจิตครับ แล้วเดี๋ยวก็จะได้เดินหน้าต่อ ถอนเถอะครับ ที่ว่า รัฐบาลนี้ก้าวล่วงพระราชอํานาจ ถอนเถอะครับ คือในข้อบังคับเราก็พยายาม
ท่านประธานผมเคารพท่านนะครับ แต่ว่าความเป็นจริงก็คือบังเกอร์ ชุดที่ผมบอกว่ามันอเนจอนาถในสายตาประชาธิปไตย
ท่านถอนตรงนี้ก่อนครับ
มันอยู่ข้างวังของพระเจ้าอยู่หัว
ท่านถอนเรื่องว่ารัฐบาลก้าวล่วงพระราชอํานาจก่อนครับ
พฤติการณ์แบบนี้ถ้ารัฐบาลไม่ได้ ก้าวล่วงก็บอกมา
ผมให้ท่านถอนครับ
(นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวครับ ท่านไพจิตครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ท่านประยุทธ์ครับ เดี๋ยวเอาเรื่องนี้จบก่อน เดี๋ยวให้ท่านประท้วงครับ นะครับท่านไพจิตครับ
ท่านประธานครับ ผมพูดว่าบริเวณนั้น บริเวณที่อยู่ที่ไปทําระเกะระกะ ภาวะสงคราม ทําแบบนี้อยู่ห่างจากที่พระราชวัง พระเจ้าอยู่หัวไม่ถึง ๒๐๐ เมตร แล้วจะบอกว่าผมก้าวล่วง ผมใช้คําไม่สุภาพ
ไม่ใช่ ไม่สุภาพครับ
ท่านประธานครับ พฤติการณ์แบบนี้ อย่ามาคุกคามพวกผม
เปลี่ยนถ้อยคําเสียหน่อยครับ ที่บอกว่ารัฐบาลก้าวล่วงพระราชอํานาจ ถอนเถอะครับ
ท่านประธานครับ นี่คนเขียนสคริปต์ (Script) ทั้งพรรคให้ผมถามแบบนี้ นี่ส่งมาไม่รู้กี่โพยบอกว่ามันเป็นเขตพระราชฐาน ก้าวล่วงพระราชอํานาจของพระเจ้าอยู่หัว ได้ขอพระบรมราชานุญาตจากท่านหรือยังที่มา ประกาศภาวะสงครามในนี้
ท่านสมาชิกครับ ตรงนี้มันเป็นความคิดของแต่ละท่านนะครับ เพียงแต่ว่าประธานเห็นว่า คําพูดนี้มันเป็ นการด่วนสรุปเกินไปซึ่งก็เป็ นความคิดของท่าน ขณะเดียวกัน เดี๋ยวฝ่ายรัฐบาลเขาก็จะชี้แจง แต่ไม่อยากจะให้ถ้อยคํานี้ปรากฏอยู่ในรายงานการประชุม มันไม่เหมาะไม่ควรอยากให้ท่านถอนเท่านั้นเองครับ
ท่านประธานครับ
คําวินิจฉัยของประธานถือเป็นเด็ดขาดครับ ท่านประยุทธ์ครับท่านคงไม่มีสิทธิประท้วง คําวินิจฉัยของท่านประธานนะครับ เชิญท่านไพจิตครับ
ท่านประธานครับ เพื่อผมจะได้ ทําต่อไป ผมยินดีถอนนะครับ ขออนุญาตกับบรรดาเพื่อนสมาชิก ผมยืนยันว่าตรงนี้เป็น เขตพระราชฐาน ๒๒ ไร่
ท่านไพจิตถอนแล้วก็อภิปรายต่อครับ ถามเลยครับ
เขตตรงนี้เป็นเขตพระราชฐาน
ท่านประยุทธ์มีอะไรครับ เดี๋ยวครับท่านประยุทธ์ประท้วง เชิญใช้สิทธิ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ประการที่ ๑ กระผม กราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธานกําลังใช้ดุลยพินิจที่ผิดพลาด ท่านประธานบอกว่า ท่านประธานมีอํานาจสูงสุดผมไม่โต้แย้งในประเด็นนั้น ประการที่ ๒ ผมจะบอกข้อเท็จจริง ให้ท่านประธานฟัง ท่านประธานอาจจะเป็นนักกฎหมายคนหนึ่งที่ใช้ดุลยพินิจที่ผิดพลาด ในกรณีที่คุณไพจิตพูดถึงเขตพระราชฐาน เขตสภานี้คือเขตพระราชฐาน
ท่านประยุทธ์ครับ คือที่ประธานวินิจฉัยเมื่อสักครู่ไม่ได้เกี่ยวกับว่าตรงนี้เป็นเขตพระราชฐาน หรือไม่ อันนั้นข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ เราได้รับพระราชทานพระกรุณามาตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ แล้ว ให้ใช้เขตพระราชฐานทําหน้าที่ของรัฐสภา นั่นประธานไม่ได้บอกว่าไม่ใช่เลยนะครับ เพียงแต่ประธานให้ท่านถอนถ้อยคําเมื่อสักครู่ ซึ่งท่านก็ถอนแล้วก็จบแล้วครับ เชิญนะ ไม่มีประเด็นอื่นแล้วครับ
ท่านประธานครับ ยังมีประเด็น ที่มันยังตกค้างอยู่ในข้อเท็จจริง กระผมประท้วงในข้อเท็จจริง ผมไม่ได้ประท้วงในตรงนั้น ท่านประธานครับ ผมอยู่ในเหตุการณ์ที่มีกําลังทหารเข้ามา คุณไพจิตก็ทักท้วงว่า เอาละ ตึก ๓ นี่เต็มที่ ตึก ๒ เต็มที่ สโมสรข้างหน้าเต็มที่ พฤติกรรมอย่างนั้นคือพฤติกรรม ก้าวล่วงต่อ
เอาละครับ เดี๋ยวท่านไพจิตท่านจะได้พูดต่อ ท่านถอนเรื่องนั้นเดี๋ยวท่านพูดต่อ แล้วรัฐมนตรีจะได้ตอบ เชิญท่านไพจิตต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถาม ประเด็นหลักเดิมนี่แหละ การนํากําลังทหาร นําสิ่งที่เป็นยุทโธปกรณ์ทั้งหลายเข้ามาได้รับ พระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือยัง หน้าที่ตรงนี้ไม่ใช่หน้าที่ของ ท่านประธานชัย ชิดชอบ ผู้อํานวยการกองรักษาความมั่นคงภายใน
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ เดี๋ยวครับให้สิทธิ
มีท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นคนขอ พระบรมราชานุญาตได้ดําเนินการหรือยัง และได้รับพระบรมราชานุญาตหรือยัง หรือว่า ทําโดยพลการ
ท่านสมาชิกครับ คืออย่างนี้นะครับ ผมขอความกรุณาได้ไหมครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี
(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ไม่ต้องประท้วงแล้ว เพราะถามจบแล้วให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงนะครับ เชิญครับ คือผมว่าให้โอกาสท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านได้ชี้แจงเลย เพราะเป็นประเด็นที่กล่าวหา มายังรัฐบาล ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ เชิญท่านธนาก่อน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในข้อบังคับการประชุมสภาเขียนไว้ชัดเจนว่าจะต้องระมัดระวัง การกล่าวถึงพระบรมวงศานุวงศ์หรือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยไม่จําเป็น ผมเห็นว่า ผู้อภิปรายพยายามที่จะโยง พยายามที่จะพูดถึงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นเรื่องมิบังควรอย่างยิ่ง ผมอยากให้สํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ แล้วก็พูดจาอภิปรายอยู่ในกรอบ
เอาละครับ พอแล้วครับ นั่งลงนะครับ ฟังท่านสุรพงษ์ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมอยากจะขอให้ท่านประธานให้เพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นกล่าวหาเมื่อกี้นี้ ถอนคําพูดครับ เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ผมอยู่ในสภานี้มานานแล้วท่านประธาน แต่พฤติกรรมอย่างนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ ต้องอยู่กันด้วยเหตุด้วยผลครับ ไม่ใช่ประท้วง แล้วก็มากล่าวติติงเพื่อนสมาชิกแบบนี้ไม่ถูกนะท่านประธาน ผมขอให้ ท่านประธานวินิจฉัยให้เขาถอนคําพูด ขอบคุณครับ
ท่านสุรพงษ์จะให้ถอนคําว่าอะไรครับ
ท่านประธาน ต้องถอนคําว่า กล่าวหาเพื่อนสมาชิกว่าไปก้าวล่วงพระราชอํานาจ ไม่สํานึกด้วยครับ เอาทั้งประโยค นั่นละท่านประธาน
นั่งครับ ประธานวินิจฉัย คือท่านสมาชิกท่านทักท้วงโดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ที่บอกว่าห้ามกล่าวถึงพระมหากษัตริย์โดยไม่จําเป็น ท่านเพียงแต่ทักท้วงตั้งข้อสังเกต ท่านก็ไม่ได้กล่าวหาว่าท่านผู้อภิปรายไปก้าวล่วงนะครับ
(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านไพจิตครับ ไม่ต้องละครับ ผมไม่ได้ให้ท่านถอนนะครับ ท่านนั่งลงเถอะครับ ผมเพียงแต่เรียนชี้แจงผู้ประท้วง ท่านนั่งเถอะครับ
(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านอรรถพรเชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธานนะครับ ผมอยากให้ท่านประธานได้ควบคุมการประชุมให้มี ความเคร่งครัดมากไปกว่านี้ เพราะการกล่าววาจาในช่วงหลังได้มีการก้าวเข้าไปใน เส้นแดงที่คาบเกี่ยวกับความรู้สึกในส่วนลึกของพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกัน
ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ บางครั้งถ้าเรา ไม่ควบคุมมันสะท้อนว่าจิตใจลึก ๆ เรามันเป็นอย่างนั้น
พอแล้ว เดี๋ยวจะไปใหญ่แล้วครับ ท่านกําลังบอกให้ประธานควบคุมการประชุม ให้เรียบร้อย แต่ท่านกําลังจะพาอารมณ์ที่ประชุมไป ผมว่าฟังท่านรองนายกรัฐมนตรีชี้แจง เลยนะครับ ท่านไพจิตพอแล้วครับ ไม่ได้ให้ท่านถอนหรืออะไรนะครับ นั่งลงเถอะครับ เมื่อกี้ท่านถามคําถามแล้วไม่ใช่หรือครับ
ท่านประธานครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมยืนยันว่าผมและเพื่อนสมาชิก พรรคเพื่อไทย และพี่น้องคนเสื้อแดงของผม มีความสํานึกในความจงรักภักดี ไม่เคยคิด แม้แต่นิดเดียวว่าจะไปทําการละลาบละล้วงแต่ประการใด แต่คราวนี้เขตตรงนี้ มันเขตพระราชฐาน มันเป็นความจริง ใครจะก้าวล่วงลุแก่อํานาจอย่างหนึ่งอย่างใดไปทํา ที่อื่นไปทําไปแต่ที่นี่อย่าทํา ได้ขออนุญาตไหม
ครับ ๆ เมื่อกี้ท่านก็ถามไปแล้วครับ เดี๋ยวท่านรองนายกรัฐมนตรีกําลังจะชี้แจง
ผมจะถามอีก เพราะมีการบอกว่า ถ้าผมพูดแบบนี้ไม่จงรักภักดี เสียหายใคร แล้วมันมีบุคคลที่พยายามจะใช้โอกาสแบบนี้ มาทําลายป้ำยสีทําให้เสียหาย พฤติการณ์เอาดีใส่ตัว ผมไม่อยากมีครับ ขอให้เอา ความเป็นจริงว่ากัน รักษาสถาบันเราเถอะครับ ประชาธิปไตยเป็นของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขอตอบคําถามข้อที่ ๒ ของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่านไพจิต ศรีวรขาน ที่ท่านได้ถามว่า การที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในเขต พระราชฐานนั้นได้ รับพระบรมราชานุญาตหรือยัง ได้ ขอรับพระราชทาน พระบรมราชานุญาตหรือยัง กระผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าคําถามนี้ อาจจะสืบเนื่องมาเพราะท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคงจะเข้าใจผิดในเรื่องของ พระราชอํานาจ และคงจะเข้าใจผิดเรื่องข้อเท็จจริงในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ในวันนั้น ข้อเท็จจริงก็คือว่าศูนย์อํานวยการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยผมเองในฐานะ ผู้อํานวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยได้ออกประกาศเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ห้ามใช้ เส้นทางคมนาคม เพื่อประโยชน์ในการป้ องกัน ระงับ ยับยั้ง บรรเทา เหตุการณ์ในพื้นที่ การออกประกาศนี้ก็เป็นการออกประกาศโดยอาศัยอํานาจตามความในข้อ ๔ และวรรคท้ายของข้อกําหนด ซึ่งออกตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติการรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ กฎหมายว่าด้วยความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ นั้น ได้ผ่านกระบวนการตราพระราชบัญญัติโดยฝ่ายนิติบัญญัติ จนกระทั่งได้นําความขึ้นกราบบังคมทูลทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา และมีนายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ถูกต้อง ครบถ้วนทุกประการ ผมก็ได้ใช้อํานาจตามกฎหมายนั้น แล้วก็ได้ดําเนินการตามขั้นตอนของ กฎหมาย ประกาศไม่ให้ผู้ที่มีพฤติการณ์ที่จะคุกคามต่อความปลอดภัยของสมาชิกรัฐสภา หรือต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนเข้ามาในพื้นที่ถนนเหล่านี้ คือถนนราชสีมาตั้งแต่ แยกกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ถึงแยกสวนรื่นฤดี ถนนราชวิถีตั้งแต่แยกการเรือน ถึงแยกอุภัย ถนนพระราม ๕ ตั้งแต่แยกสุโขทัยถึงแยกวัดเบญจมบพิตร ถนนศรีอยุธยา ตั้งแต่แยกกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ถึงแยกเสาวนีย์ ถนนอู่ทองในตั้งแต่แยกพระบรมรูป ทรงม้า รัชกาลที่ ๕ ถึงแยกอู่ทองใน ถนนสวรรคโลกตั้งแต่แยกเสาวนีย์ถึงแยกสวรรคโลก ถนนสุโขทัยตั้งแต่แยกสวรรคโลกถึงท่านํ้าสามเสน และถนนพิชัยตั้งแต่แยกขัตติยานี ถึงแยกอู่ทองใน เมื่อผมได้ใช้อํานาจตามกฎหมายแล้วก็ประกาศเขตพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่ มีพฤติการณ์คุกคามต่อความปลอดภัยของสมาชิกรัฐสภาได้เข้ามาใช้พื้นที่ในถนนเหล่านี้ ก็ได้ดําเนินการจัดตั้งด่านเพื่อป้ องกัน เพื่อสกัดกั้น ไม่ให้คนที่มีพฤติการณ์ดังที่ว่านั้นเข้ามายัง พื้นที่นี้หรือใช้ถนนนี้ ตั้งด่านอยู่ที่แยกสุโขทัยที่แยกอุภัย ที่แยกราชวิถี ที่แยกวัดเบญจมบพิตร ที่บริเวณระหว่างพระที่นั่งอนันตสมาคมกับสวนสัตว์ ที่แยกการเรือนและแยกขัตติยานี กําลัง เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร มาตั้งด่านอยู่บริเวณเหล่านั้น ไม่ได้ล่วงลํ้าเข้ามาในเขตพระราชฐาน ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนถนนหลวง บนถนนที่ได้ประกาศห้ามไม่ให้คนที่จะคุกคามต่อ สมาชิกรัฐสภาเข้ามายังพื้นที่ เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตกราบเรียนว่า ข้อเท็จจริง ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างที่ว่านั้นไม่ได้มีการส่งกําลังเจ้าหน้าที่เข้ามาในเขตพระราชฐาน แต่ประการใดทั้งสิ้น และการปฏิบัติหน้าที่อยู่บนถนนทั้ง ๘ สาย ตั้งด่านสกัดจุดตั้ง ๗ จุดนั้น ก็ทําตามขอบเขตที่กฎหมายได้ให้อํานาจเอาไว้ ขอกราบเรียนกับท่านประธานครับ กระผม และเจ้าหน้าที่รวมทั้งเพื่อนคณะรัฐมนตรีไม่ได้ลุแก่อํานาจ ไม่ได้ใช้อํานาจบาตรใหญ่ มาแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติแต่ประการใดทั้งสิ้น ผมอยากจะกราบเรียนว่า ที่ท่านบอกว่า จะมาทําใหญ่ในสภา มาคุกคามพวกท่านนั้น ผมไม่ได้ทําครับ ที่เป็นมาทั้งหมดนั้นไม่เคย ได้กระทํา ในทางตรงกันข้ามครับ วันที่พวกผมเดินออกจากสภาแห่งนี้ในวันที่เขาลงมติ เลือกนายกรัฐมนตรีแล้วไม่ถูกใจคนบางกลุ่มซึ่งท่านรู้จักอยู่นั้น พวกผมถูกคุกคามครับ ถูกทําร้ายครับ แต่ว่าถ้าท่านคิดว่าสิ่งที่กระผมดําเนินการมาโดยถูกต้องตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมายไม่เป็นที่พอใจของท่าน กระผมก็อยากจะถามท่านไพจิต ศรีวรขาน ว่าเหตุการณ์ เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่รัฐบาลในขณะนั้นได้กระทําการซึ่งเป็นคนละอย่างกับที่พวกผม ทําอยู่ในวันนี้ เป็นเหตุให้คนเจ็บ เป็นเหตุให้คนตาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างท่าน รู้สึกอย่างไร เห็นการทําร้ายประชาชนอย่างนั้นแล้วรู้สึกอย่างไร ตรงนี้ละครับที่เป็น ความแตกต่าง ผมกังวลใจกับการเสียชีวิตกับการบาดเจ็บของประชาชน จึงได้กระทําการ ทั้งหมดนี้โดยมีกฎหมายรองรับ เพื่อป้ องกันไม่ให้มีประชาชนต้องบาดเจ็บล้มตาย แล้วก็ป้ องกันไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายถูกคุกคามครับ ขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยครับ
ท่านไพจิตครับ ก่อนถึงคําถามสุดท้าย ขอต้อนรับผู้มาเยือนสภาหน่อยนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับสมาชิกองค์การบริหารส่วนตําบลแม่สอย อําเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณากระทู้ถามสดนะครับ เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามครับ ท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าสั่งกําลังเข้าไป ปิดล้อมถนน นี่ผมบอกว่าในเขตพระราชฐาน แม้ถนนนี่จะอยู่ห่างวังพระเจ้าอยู่หัว ๑๐๐ กว่าเมตร เขาก็บอกว่าใช้อํานาจใช่ไหมครับ ใช้อํานาจตามกฎหมายความมั่นคง กฎหมายความมั่นคงนี่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ท่านประชุมคณะรัฐมนตรี วันอังคาร แต่ว่ากําลังดังกล่าวมันคุกคามมาตั้งแต่ตีสามของวันอังคาร ท่านประชุมตีสอง หรือครับ ประชุมตีสองหรือ ครม. นี่ แล้วบังอาจทําอย่างนี้ได้อย่างไร ผมถึงบอกว่า เป็นการลุแก่อํานาจโดยแท้ ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ยืนยันว่าบริเวณภายในสภานี่มีกองกําลัง ของท่านนี่ละมาเต็มหมด แปลว่าอะไรครับนี่ ผมก็ต้องกราบเรียนว่าผมไม่อยากเห็น ต้องพูดกันตรงไปตรงมา แปลว่าชีวิตของพวกเราไม่ค่อยปลอดภัยแล้วละทําแบบนี้ อีกหน่อย ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องใส่เสื้อเกราะมาสภา ผู้ติดตามรัฐมนตรีต้องพกอาวุธหมดนะครับ เดี๋ยวนี้ ตํารวจสภาไม่บังอาจพก ท่านรองฝ่ายความมั่นคงช่วยดูให้ด้วยว่าพกมาทําไม จะมายิงใคร จะมาฆ่าใครในนี้ พวกผมกลัว ผมกลัว ผมได้รับความคุ้มครองด้วยความสุจริต จากพี่น้องประชาชนเท่านั้นละ ก็ไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ท่านประธานครับ การจะใช้อํานาจตามกฎหมายความมั่นคงที่ใช้ในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายเอามาใช้อีก วันนี้นี่ ผมยังยืนยันว่ามันไม่ถูกกาลเทศะ เลิกเสียเถอะครับ อย่าให้มี แล้วอย่าได้ทํา อย่าเอามาใช้อีก ขอให้เพื่อเกียรติศักดิ์แห่งรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง ท่านได้รับเสียงมาอย่างไรผมไม่อยากพูดเดี๋ยวจะขัดใจกันอีก รถตู้ไปเอาผู้นําทาง พรรคการเมืองเข้าไปตั้งรัฐบาลในกรมทหารราบที่ ๑๑ นี่มันฉาวโฉ่ แล้วอย่าเอาพฤติการณ์ แบบนั้นมาใช้มีอํานาจ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากถาม แต่ผมกราบเรียนว่าสัตว์โลกนี่ เป็นไปตามกรรม ะ ผมไม่อยากตอบหรอกว่าผมเห็นพี่น้องประชาชน ชุมนุมนี่เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญโดยสงบ อย่าไปกลัว อย่าไปวิตก แล้วก็ทําให้เกิดความเสียหาย ต้องมีผู้รับผิดชอบ ท่านประธานจะฟังอยู่ หรือเปล่าผมไม่ทราบ ที่ลุแก่อํานาจทําแต่ฝ่ายเดียว ไม่เห็นหัวเห็นหางท่านประธานวุฒิสภา เขาเป็นสภาที่มาจากการแต่งตั้งและสรรหา แต่ใจของเขายังรักศักดิ์ศรีของงานนิติบัญญัติ แต่ของเราแท้ ๆ นี่นะครับไม่รัก ไม่เชิดชูความเป็นสภานิติบัญญัติ ปล่อยให้เกิดอย่างนี้ ได้อย่างไร ยืนยันกับผมหน่อยครับว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดอีกไหมนี่ครับ ท่านเห็น อยู่แล้วนี่นะครับ ต้องชื่นชม เมื่อเจรจากันมันก็สันติ ผมก็อยากได้ความสันติเพื่อใช้สมอง ในการทําการบริหารบ้านเมือง มีอะไรก็ถามรัฐบาล ตรวจสอบรัฐบาล ความจริงอยากจะ ตั้งเป็นญัตติวันนี้ แต่ผมทราบว่าทางฝ่ายรัฐบาลคงจะไม่ให้พูดอีกแล้วละ ก็เลยต้องใช้ ข้อบังคับเป็นกระทู้ถามสด ขอเถอะครับท่านประธานครับ ให้เวลาแบบนี้จริงใจ ตรงไปตรงมา ใครทําอะไรไว้นี่ไม่มีใครรอดหรอกครับจากการตัดสินของประชาชน
ครับ
ต่อไปสนามเลือกตั้งเขาจะบอกว่า ถ้าอยากเอาทหารล้อมสภาก็เลือกพรรคนี้ อยากเอาอะไรทั้งหลายมาอยู่ในสภาทั้งหมด ก็เลือกพวกนี้เป็นรัฐบาล ถ้าต้องการประชาธิปไตยก็เลือกฝ่ำยนี้มันจะเป็นตํานาน ทางการเมือง ขอบพระคุณครับ
ท่านไม่ได้มีคําถามอะไรนะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีมีอะไรจะเพิ่มเติมเชิญครับ
ท่านประธานครับ ถึงไม่เป็นคําถามแต่ว่าคงจะต้องชี้แจงครับว่า ที่จริงถ้าท่านสมาชิกคิดว่าสัตว์โลก เป็นไปตามกรรมเราก็เริ่มเห็นกรรมกันบ้างแล้ว แต่ว่าถ้าจะอดทนไปอีกสักหน่อยก็จะ เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ผมก็พร้อมที่จะรอดูผลของกรรมที่แต่ละฝ่ายได้สร้างกันเอาไว้ แต่ว่า ท่านประธานครับ คนที่มีหน้าที่ก็ต้องทําหน้าที่ครับ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า ตราบใดที่ผมยังมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบดูแลเรื่องความมั่นคง เรื่องความปลอดภัยของ บ้านเมือง ถ้าเมื่อไรผมเห็นว่าจะมีภัยคุกคามต่อสมาชิกรัฐสภา ต่ออาคารรัฐสภา และกฎหมายให้อํานาจให้ผมสามารถที่จะใช้อํานาจตามกฎหมายเข้ามาแก้ไขบรรเทา เหตุการณ์ระงับยับยั้งได้ผมก็จะทําครับ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ กฎหมาย ที่ผมอาศัยใช้ในการปฏิบัติหน้าที่
ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับมีผู้ประท้วงครับ ท่านประเสริฐประท้วงประเด็นไหนครับ
ประท้วงประเด็น ที่กล่าวร้ายป้ำยสีครับ
ใครกล่าวร้ายป้ำยสีใครครับ
ขออนุญาต ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพท่านได้พูดหลายครั้งว่ามีการคุกคามประทุษร้ายมุ่งร้าย อยู่ตลอดเวลา ผมเห็นท่านพูดอย่างนี้ตลอดท่านอ้างเป็นเหตุผล แต่ว่าผมก็สงสัย เหมือนกันครับว่าท่านกล่าวถึงใครที่จะมาคุกคามที่จะประทุษร้ายกับสภาแห่งนี้ ให้ท่านช่วยตอบทีครับ ถ้าท่านตอบไม่ได้ผมถือว่าท่านกล่าว
เอาอย่างนี้คือท่านประท้วงประธานต้องวินิจฉัยไม่ใช่ไปถามท่านรองนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวประธานวินิจฉัยครับ นั่งลงเถอะครับทราบประเด็นแล้วครับ คือที่ท่านพูดนี่นะครับ ท่านบอกว่ามีการคุกคามท่านก็พูดทั่วไปไม่ได้ไปเจาะจงพาดพิงใส่ร้ายใคร แต่ท่านบอกว่า การข่าวของท่านรายงานไปแบบนั้นแล้วไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร ฉะนั้นก็ไม่ต้องกังวลครับ ไม่ได้ไปทําให้ใครเสียหายก็จะเสียหายเฉพาะพวกที่คิดจะคุกคามนะครับ นั่งเถอะครับ ท่านประเสริฐ คือเป็นกระบวนการบริหารงานของรัฐบาลท่านก็มีสํานักข่าวอะไรของท่าน อาจจะความคิดเห็นไม่ตรงกับเรา ข้อมูลไม่ตรงกับท่าน นั่งเถอะครับให้ท่านตอบต่อ ประธานไม่อนุญาตละครับ นั่งเถอะครับ ไม่ต้องหรอกครับมันเป็นวาระกระทู้ถามสด ท่านประเสริฐ ไม่ใช่เป็นการเสนอญัตติที่ใครก็พูดได้นะครับ นั่งลง ๆ ไม่ใช่ญัตติ ผมให้นั่งลง นั่งลงครับ ท่านประเสริฐครับขอให้ท่านนั่งลงครับ ไม่มีพาดพิง ประธานวินิจฉัยแล้วไม่มีสิทธิ ไม่มีพาดพิง นั่งลงครับ ท่านประเสริฐอย่าให้ประธานได้ใช้มาตรการเด็ดขาดนะครับ เชิญท่าน นั่งลงครับ ขอความกรุณา ผมให้สิทธิท่านชี้แจงคําประท้วงแล้วและประธานได้วินิจฉัยแล้ว ท่านประท้วงซ้อนไม่ได้ครับ นั่งลงครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีชี้แจงต่อเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ การปฏิบัติหน้าที่ของกระผมนั้นผมขอกราบเรียนชี้แจงต่อท่านสมาชิกไพจิต ศรีวรขาน ที่ท่านถามว่าได้ประชุมคณะรัฐมนตรีกันตอนไหน อย่างไร ถึงได้มาประกาศพื้นที่ดังที่ผม ได้ตอบไปเมื่อสักครู่ ผมกราบเรียนครับว่า ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ นั้น ได้ใช้อํานาจตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๘ ของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ แล้วคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบให้ประกาศพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร เป็ นพื้นที่ที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคง แล้วได้ให้ตั้งศูนย์อํานวยการรักษา ความสงบเรียบร้อยมอบหมายให้ผมเป็นผู้อํานวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย และผมก็จะเป็นผู้ใช้อํานาจตามกฎหมายนี้ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ในการประกาศ ห้ามใช้เส้นทางคมนาคมที่ผมกราบเรียนไปเมื่อสักครู่ ลงประกาศเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคมนั้น ผมก็ใช้อํานาจตามกฎหมายนี้โดยไม่ต้องย้อนกลับไปประชุมคณะรัฐมนตรีอีกแต่ประการใด ขั้นตอนการปฏิบัติก็ได้ปฏิบัติโดยถูกต้องเรียบร้อยทุกอย่างครับ
สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานก็คือว่าท่านไพจิต ศรีวรขาน ได้กล่าวว่า การตั้งรัฐบาลชุดนี้ได้ไปตั้งกันในค่ายทหาร กระผมเกรงว่าจะบันทึกเอาไว้ในสภา คลาดเคลื่อน กระผมขออนุญาตท่านประธานชี้แจงตามข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ ท่านประธานสภาก็ได้อยู่ในสภานี้ ได้มีการประชุมสภาแห่งนี้ แล้วได้ให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี วันนั้นมีการแข่งขันกันระหว่าง พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วปรากฏว่าสมาชิก ได้ลุกขึ้นตัดสินใจแสดงเจตจํานงของตัวเอง เจตนารมณ์ของตัวเอง เป็นรายบุคคล มีการขานชื่อแล้วก็ลงคะแนนเสียงโดยเปิดเผยในที่ประชุมแห่งนี้ เสียงข้างมากเลือก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี การกระทําอย่างนี้ทําอย่างเดียวกับตอนที่ มีการลงคะแนนเสียงเลือกนายสมัคร สุนทรเวช หรือเลือกนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากการเลือกตั้งคราวเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธานเป็นการยืนยันว่าทุกอย่างที่ดําเนินการนั้นเป็นไปตามขั้นตอน ตามกระบวนการที่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กฎหมาย และเป็นกฎหมาย ฉบับเดียวกันกับที่นายสมัครและนายสมชายได้เป็ นนายกรัฐมนตรี ข้อแตกต่าง มีอย่างเดียวครับท่านประธาน เมื่อตอนที่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับการเสนอชื่อ
ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
ให้แข่งขันกับนายสมัคร สุนทรเวช
มีผู้ประท้วงครับ เดี๋ยวให้เขาใช้สิทธิก่อน ท่านสุนัยประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ขอใช้สิทธิฝ่ำยค้านประท้วงท่านรองนายกรัฐมนตรีสักนิดหนึ่ง ซึ่งฝ่ำยรัฐบาลนั้น ไม่ค่อยจะทนฟัง ผมพยายามจะทนฟังรัฐบาลพูดในฐานะฝ่ายค้าน แต่ผมว่าท่านได้ ชี้แจงนี่เกินเวลามากไปทีเดียวครับ ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ท่านบิดเบือนนี่ครับ ตอนพันธมิตรประท้วงเพื่อจะล้มรัฐบาลนี่ ท่านอยู่ในกลุ่มเขาด้วยครับ เข้าไปเยี่ยมหลายรอบ
ผมไม่เคยเข้าไปครับ ท่านประธาน ต้องถอนคําพูดครับ
ท่านยังเอาเงินไปบริจาคเลยครับ
ท่านประธานต้องให้เขา ถอนคําพูด เพราะผมไม่เคยเข้าไปเวทีพันธมิตรเลยครับ
ไม่ครับ ท่านยังเอาเงินไปบริจาคเลย
ผมไม่เคยไปครับ ท่านประธาน
แต่ท่านบงการหรือเปล่าครับ
ไม่บงการครับ
ท่านสุนัยครับ เจ้าตัวก็ยืนยันว่าท่านไม่ได้เข้าไป ฉะนั้นขอความกรุณาท่านถอนคําพูด เถอะครับ
ได้ครับ ๆ ก็ชอบ ๆ กัน เพียงแต่ว่า การชี้แจงอย่างนี้ผมคิดว่ามันวกวนแล้วก็ใช้เวลามาก
เอาละครับ ๆ
ท่านครับ ไม่ใช่ครับ ทีฝ่ายรัฐบาลนี้ ไม่อดทนที่จะฟังเลย ผมก็คิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้น
ประธานจะวินิจฉัยแล้วครับ เดี๋ยวให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสรุป เดี๋ยวจะได้เข้ากระทู้ถาม ท่านชาดาแล้ว เอาละครับ ไม่ต้องแล้วครับ เดี๋ยวให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสรุปแล้วครับ
(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านสุนัยต้องถอนคําพูดตามที่ท่านประธานได้วินิจฉัยนะครับ
เมื่อกี้ท่านถอนแล้วครับ ท่านบอกรักกันชอบกันถอน
ยังไม่ได้ถอนครับ ท่านต้องถอนก่อนครับ ต้องถอนก่อนครับ ท่านประธานวินิจฉัยแล้วครับ ขอให้ท่านประธาน ดําเนินตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ
ท่านสุนัยถอนเถอะครับ
ท่านประธานครับ ต้องขอ ประทานโทษ ขอบคุณที่เตือนสติ ผมยังไม่ได้ถอน แต่ว่าสมาชิกพรรคหลายคนของ พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมครับ ท่านเป็นเลขาธิการพรรค ท่านอาจจะไม่ได้เข้าไป แต่ท่าน ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ขอถอนในส่วนอื่นนะครับ แต่ตรงนี้ผมก็ยืนอย่างนี้ครับ
ถอนแล้วครับ ท่านมีอะไรประท้วงอีกครับ เชิญครับท่านผู้ประท้วง
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จังหวัดจันทบุรี ผมขอประท้วงท่านสุนัยนะครับ ท่านขอให้ทนฟังสักนิดหนึ่ง เพราะท่านเคยพูดตลอดเวลาว่าเมื่อท่านพูดให้คนอื่น ทนฟังบ้าง วันนี้ขอให้ท่านทนฟังหน่อย
เอาละครับ จะจบแล้วครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีต่อ จะจบแล้วครับ เดี๋ยวจะได้เข้า กระทู้ถามสดต่อครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ประสงค์ที่จะให้เป็นปัญหาหรอกครับ เพียงแต่ว่าผมเกรงว่าการบันทึกในสภา จะไม่ถูกต้อง และบังเอิญเป็นสาระสําคัญ ผมจะขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า การที่สภาแห่งนี้ได้ลงมติเลือกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ นั้นเป็ นการดําเนินการที่ถูกต้องตามกระบวนการของระบอบ ประชาธิปไตย เป็นการดําเนินการในลักษณะเดียวกันกับวันที่สภาแห่งนี้ได้ลงมติเลือก นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี หรือเป็นการดําเนินการลักษณะเดียวกันกับ วันที่สภาแห่งนี้ได้ลงมติเลือกนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ว่าที่จริง การลงคะแนนเสียงเลือกนายสมัครและนายสมชายเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ฝ่ายพวกผม ก็เสนอชื่อคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าแข่งขัน แล้วก็แพ้ทั้ง ๒ ครั้ง เมื่อเลือกตั้งในสภา ถูกต้อง เสียงข้างมากเขาลงคะแนนเสียงให้นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี พวกผมก็น้อมรับไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร สงบเสงี่ยมเจียมตัวทําหน้าที่เป็ นฝ่ำยค้าน จนกระทั่งหมดเวลาของนายสมัคร สุนทรเวช เมื่อสภามาปรึกษาหารือกันเลือก นายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนนายสมัคร สุนทรเวช พวกผมก็เสนอชื่อคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าไปแข่งขันแล้วก็แพ้อีก เสียงส่วนใหญ่ในสภานี้ก็ลงคะแนนเสียงเลือก นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พวกผมก็รับมติของสภา เคารพในกฎเกณฑ์ประชาธิปไตย แต่พอถึงคราว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชนะคนที่ฝ่ายท่านเสนอขึ้นมา ทําไมถึงทนไม่ได้ ทําไมถึงยอมรับ ไม่ได้ ไหนบอกว่ามีหัวใจเป็นประชาธิปไตยอย่างไร หรือจะประชาธิปไตยเฉพาะตอนที่ ท่านชนะ จะประชาธิปไตยเฉพาะตอนที่ท่านได้เปรียบอย่างนั้นหรือครับ ผมอยากจะ ขอความกรุณาว่าได้ช่วยกรุณาบันทึกข้อเท็จจริงเรื่องนี้ไว้ในสภาแห่งนี้ด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ก็เป็นอันจบกระทู้ถามสดที่ ๑ ท่านเฉลิมมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ
พาดพิงประเด็นไหนครับ เชิญครับ
เมื่อสักครู่นี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ำยความมั่นคง ท่านผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการรักษา ความสงบเรียบร้อย และท่านยังมีตําแหน่งอีกหลายหน้าที่ ซึ่งผมไม่ได้กล่าวอ้างตรงนี้ ท่านอภิปรายชัดเจนว่ารัฐบาลชุดที่แล้วได้ใช้กําลังสลายการชุมนุมให้พี่น้องประชาชน บาดเจ็บและล้มตาย ผมเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี ถ้ากระผมไม่ได้กล่าวชี้แจงข้อเท็จจริง ความเสียหายก็จะเกิดขึ้น ผมถือว่ากรณีเช่นนี้เป็นการพาดพิง ท่านประธานจะอนุญาต ผมไหมครับ
สั้น ๆ ครับ
สั้น ๆ ครับ ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย กลุ่มที่ ๖ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะที่ผมเป็น รัฐมนตรีรัฐบาลในขณะที่มีการชุมนุมของพันธมิตรที่หน้ารัฐสภา
มีผู้ประท้วง เดี๋ยวคุณหมอวรงค์ครับ ผมว่าฟังท่าน ท่านก็ใช้สิทธิประท้วงข้อหาพาดพิงนะครับ เชิญประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขอประท้วง ท่านประธานครับ ซึ่งท่านประธานได้วินิจฉัยให้ท่านเฉลิมใช้สิทธิพาดพิง เนื่องจากว่า อดีตที่ผ่านมาท่านประธานได้เคยวางบรรทัดฐานไว้ว่าการใช้สิทธิพาดพิงจะต้องจบ กระทู้ถามสดเรียบร้อยแล้ว เพราะผมก็เคยเจอปัญหานี้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ต้องปฏิบัติเหมือนกัน ท่านประธานครับ
คืออย่างนี้อยู่ในดุลยพินิจของประธาน เมื่อสักครู่ก็ให้ท่านวิทยา
ท่านประธานทําอย่างนี้ไม่ได้ครับ
เมื่อกี้ท่านชัยก็ให้สิทธิท่านวิทยาได้ใช้สิทธิพาดพิงไปแล้ว ท่านเฉลิมก็ใช้เวลาไม่มาก เดี๋ยวเราจะได้เข้ากระทู้ถามสดต่อไปเลยครับ
ไม่ได้ครับท่านประธาน
ท่านเฉลิมสั้น ๆ ครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงประธานต่อครับ
ไม่อย่างนั้นมันไม่เรียบร้อย เป็นดุลยพินิจของประธานครับ ประธานจะวินิจฉัยตาม ความเหมาะสม เชิญท่านนั่งลงเถอะครับ ประธานวินิจฉัยแล้วครับ อนุญาตไปแล้วครับ นั่งลงครับ เชิญนั่งลงนะครับ เชิญนั่งลงครับ ประธานวินิจฉัยแล้วครับ เชิญท่านเฉลิมครับ ไม่ต้องแล้วครับ ประธานได้วินิจฉัยให้ท่านเฉลิมได้ใช้สิทธพาดพิงและท่านเฉลิมจะใช้ เวลาสั้น ๆ เชิญครับ
ไม่ยาวครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่ท่านประธานใช้ดุลยพินิจกรุณาอนุญาตให้ผมได้แสดงความคิดเห็นนั้น ถูกต้องแล้ว เพราะว่ากระทู้ถามสดที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้พูดพาดพิง มันพาดพิงในส่วนที่ผมกําลังจะอธิบายความ ท่านรองนายกรัฐมนตรีไม่ได้ทําการศึกษา ข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ว่าการชุมนุมของพันธมิตรครั้งนั้น นั่นเขามาชุมนุมก่อน ไม่เหมือนกับที่ท่านสั่งกําลังทหารเข้ามาในรัฐสภา ท่านเอาเข้ามาไม่ผิดหรอกครับ แต่ในโลกประชาธิปไตยเขาไม่ใช้กําลังทหารเขาต้องใช้ตํารวจก่อน รัฐบาลชุดผมใช้ตํารวจ และการชุมนุมของพันธมิตรได้แสดงพฤติกรรมพฤติการณ์
ท่านเฉลิมมีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ ท่านบุญยอดประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ท่าน ส.ส. ใช้สิทธิ พาดพิงนะครับ ขอให้ท่านเข้าประเด็นของการพาดพิงอย่าอภิปรายเพิ่ม ขอบพระคุณ
ครับ
ก็พาดพิงทําให้พวกผม เสียหายอย่างไรครับ
ท่านเฉลิมครับเอากระชับหน่อยแล้วกัน
กระชับครับ ก็กลัวอะไรครับ ก็มาพาดพิงทําไมครับ ทําให้พวกผมเสียหาย
เชิญเอาให้กระชับหน่อย
ก็ไปบอกว่ารัฐบาลชุดผม ใช้กําลังปราบปราม คนล้มเจ็บแล้วก็ตายผมจึงต้องอธิบายความ พันธมิตรประกาศ หน้ารัฐสภาว่าบุกเข้าไปแล้วฆ่ามัน ๆ ผมก็เผ่นออกด้านข้าง ผมไม่อายหรอกครับ เพราะผมไม่กล้าเหมือนรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐบาลชุดเราไม่ได้เอา ทหารเข้ามาในรัฐสภา เพราะหลักสากลเขาใช้ตํารวจ ผมไม่โทษแม่ทัพนายกอง ไม่โทษ พวกท่านถือว่าท่านหาเสียงล่วงหน้าไว้ให้กับพวกผม ทีนี้ปัญหาก็คือว่าท่านไปเปิด คําตัดสินของศาลปกครองบ้างไหม เพราะศาลปกครองได้ตัดสินเอาไว้เป็นแนวทางว่า การชุมนุมของพันธมิตรไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านรองนายกรัฐมนตรี อย่ามาเล่าละครครึ่งเดียว พูดให้หมดพูดให้ครบ แล้วก็บอกว่ามีคนบาดเจ็บล้มตาย นี่เสียดายนะ ผมเสียดายสถานที่ราชการอาชีพเก่าของผมที่มีคนอย่างนี้ไปคุมตํารวจ รู้หรือไม่ว่าสํานักงานนิติวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสํานักงานที่ศาลขึ้นทะเบียนเป็นผู้ชํานาญ คําชี้แจง คํายืนยันเอกสารรับรองของสํานักงานนิติวิทยาศาสตร์
มีผู้ประท้วงอีกแล้ว เชิญครับท่านอรรถวิชช์ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานครับ ท่านเฉลิมใช้สิทธิพาดพิงในประเด็นว่ารัฐบาลที่แล้ว ใช้ความรุนแรงกับม็อบเสื้อเหลือง ท่านเฉลิมยังไม่ได้ตอบเลยครับว่า ตกลงที่ท่าน ถูกพาดพิงว่าท่านใช้ความรุนแรงหรือไม่ แต่ท่านกําลังจะกล่าวหาเพิ่ม
กําลังจะถึงพอดี
เดี๋ยวก่อนครับ ฟังกันก่อนครับ
ด้วยความเคารพครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านเฉลิมถูกพาดพิงเพราะท่านเฉลิมไม่ได้ใช้กําลังครับ ไม่มีคนตาย ไม่มีคนเจ็บเกิดขึ้น ท่านตอบสิครับแค่นั้นเองท่านประธานครับ
เอาละครับ ด้วยความเคารพนะครับท่านเฉลิมมีอีก ๒ กระทู้ถามสดนะครับ
ท่านประธานไม่ต้องมา เคารพผม
เอาสั้น ๆ เลยนะครับ
ให้สิทธิให้ความถูกต้อง ชอบธรรม คนเป็นนักกฎหมายมันต้องอดใจรอ คุณอย่ามาประท้วงโดยไม่ฟัง ผมกําลังสู่ ประเด็นสําคัญก็คือว่าที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ผู้อํานวยการรักษาความสงบ เรียบร้อยบอกว่ารัฐบาลชุดผมใช้กําลังปราบปรามคนบาดเจ็บ คนตาย ท่านประธานครับ สํานักงานนิติวิทยาศาสตร์ซึ่งขึ้นกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติเป็นผู้ชํานาญการที่ศาลเชื่อถือ และศาลรับฟังขึ้นทะเบียนเอาไว้ได้ตรวจสอบแล้วว่าสุภาพสตรีที่เสียชีวิตไม่ได้ตาย ด้วยระเบิดแก๊สนํ้าตา ตายด้วยระเบิดปิงปอง เพราะฉะนั้นหล่อนจะตายเพราะอะไร ผมไม่ทราบ ไม่ได้ตายเพราะกําลังตํารวจที่สลายม็อบและสํานักงานนิติวิทยาศาสตร์ ยังบอกต่อไปว่าแก๊สนํ้าตา
จะจบแล้วครับ เดี๋ยวให้ท่านพูดให้จบ ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาต ประท้วงเนื่องจากว่าท่านสมาชิกผู้นี้กําลังโกหกกลางสภาครับท่านประธาน
คือท่านเอาข้อเท็จจริงที่ท่านทราบมาแสดง ท่านอย่าไปกล่าวหาว่าท่านโกหกนะครับ
ท่านกําลังโกหกกลางสภาครับ ท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ขอความกรุณาตั้งสตินะครับ อย่าเพิ่งใจร้อนเอาทีละท่าน ท่านสมเกียรติ อย่าเพิ่งครับ เอาคุณหมอวรงค์ให้จบก่อน หมอวรงค์ครับ
เรียนท่านประธานครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมมีโอกาสได้อ่านรายงานของ สํานักงานนิติวิทยาศาสตร์ครับท่านประธาน เนื่องจากว่าผมได้อ่านรายงานเช่นกัน และรายงานของสํานักงานนิติวิทยาศาสตร์ได้เขียนไว้ชัดเจนว่าผู้ที่เสียชีวิตนั้น จากการตรวจสอบพบสารที่เป็นสารประกอบของแก๊สนํ้าตา ดังนั้นคําพูดของท่านผู้กําลัง อภิปรายนั้นไม่เป็นความจริงครับ ถือว่าโกหกกลางสภาครับ
ท่านพิเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขอให้ผู้ประท้วงได้ถอนคําพูดว่าท่านเฉลิมได้โกหก ท่านเอาอะไร มาพิสูจน์ แล้วที่ท่านพูดบอกว่าสํานักงานนิติวิทยาศาสตร์ท่านได้อ่านแล้ว ณ เวลานี้ ท่านรับรองได้ไหมว่ามันเป็นความจริงที่ท่านพูด ขอให้ถอนคําพูดเถอะครับ อย่ามาปรักปรํา ผู้นําของผม
นั่งลงครับ เข้าใจประเด็นแล้วครับ ประธานจะวินิจฉัย คุณหมอวรงค์ครับ คือผมว่า หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ท่านเฉลิมท่านก็อ่านแล้วท่านก็มากล่าวอ้าง ท่านเองก็กล่าวอ้าง ทีนี้ข้อเท็จจริงก็จะมีอยู่ในผลข้อสรุปของสํานักงานนิติวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว ผมขอ ความกรุณาท่านได้ไหมครับ ที่ท่านไปกล่าวหาท่านเฉลิมว่าท่านโกหก
ไม่เป็ นไรครับ ท่านประธาน ไม่ต้องให้เขาถอนหรอกครับ
ขอถอนเถอะครับ
ไม่เป็นไรหรอกครับ อย่าถอน คาไว้เถอะครับ รอบหน้าจะได้เรียบร้อย คาไว้เถอะไม่ต้องถอน
ท่านสุชาติพอแล้วครับ ท่านเฉลิมต่อ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกําลังพูดมาตรงถึงว่า
ท่านจะใช้สิทธิประท้วง ประท้วงประธานข้อไหนครับ
ขอบคุณครับที่เปิ ดเป็ นสีแดง ท่านประธานครับ ผม สุชาติ ลายนํ้าเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ผมยกมือ ผมก็ต้องมีสิทธิประท้วง
เชิญประท้วงเลย
ผมประท้วงคนเติมเงินครับ ที่ประท้วง อยู่นะครับ วันนี้ท่านประธานสภาต้องมีหน้าที่ ผมเอาข้อ ๖๓ ผมประท้วงประธานข้อ ๖๓ ประธานถือว่าเบ็ดเสร็จเด็ดขาด คนออกมาประท้วงบ่อย ชาวบ้านนั่งดูอยู่นี่ครับ วันนี้ มันประท้วงเหมือนเป็นแก๊งบัตรเติมเงินไปแล้วท่านประธานครับ สภามันวุ่นไปหมดแล้ว
นั่งลงครับ พอแล้วครับ
ท่านต้องทําให้ดี ๆ ท่านประธาน พอท่าน ตัดสินว่า
มันไม่ได้มีใครเติมเงินอะไรหรอกครับ นั่งเถอะครับ ทุกคนก็ใช้สิทธิเหมือนที่ท่านใช้นี่แหละครับ ท่านสุชาติครับ เราก็ให้เกียรติซึ่งกันและกันนะครับ นั่งเถอะครับ พอแล้วครับ ท่านเฉลิม จะได้พูดแล้วจะได้ไปกระทู้ถามอื่นครับ เชิญท่านเฉลิม สั้น ๆ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กระผมต้องยืนขึ้นชี้แจง หากท่านรองนายกรัฐมนตรี ผู้อํานวยการรักษาความสงบ เรียบร้อยไม่ได้ไปบอกว่ารัฐบาลชุดผมนั้นสั่งกําลังสลายจนกระทั่งคนล้มตาย ผมก็ ไม่ชี้แจงในความเป็ นจริงสํานักงานนิติวิทยาศาสตร์คุณหมอจะอ่านหรือไม่ ไม่ทราบ ก็รองนายกรัฐมนตรีคุมตํารวจลองไปเบิ่งตาดูว่าตํารวจทั้งกรมเขารู้ว่าเขาตรวจพิสูจน์แล้ว สุภาพสตรีที่ตายนั้นไม่ได้ตายด้วยแก๊สนํ้าตา ส่วนจะตายด้วยอาวุธอะไรนั้นก็เป็ น อีกเรื่องหนึ่ง จะมีสารอะไรนั้นผมไม่ทราบเพราะผมไม่ได้จบนายแพทย์ ผมจบกฎหมาย ผมไม่ทราบ แต่นี่เมื่อสํานักงานนิติวิทยาศาสตร์เขาบอกอย่างนี้ ใครก็ตามที่จะกล่าวหาว่า รัฐบาลสมัยท่านสมชาย ท่านชวลิต ทําให้คนตายอย่าดื้อด้าน อย่าดื้อดึง ต้องเคารพกติกา เพราะเขาระบุชัด แล้วสํานักงานนิติวิทยาศาสตร์ยังบอกว่าการที่ตํารวจใช้แก๊สนํ้าตา ในการระงับปราบปรามเป็นการปฏิบัติการแบบสากล และแก๊สนํ้าตาหรือระเบิดแก๊สนํ้าตา จะทําให้คนขาขาดไม่ได้ คุณคุมกรมตํารวจอย่าไปซํ้าเติมเขา ผมไม่มีหน้าที่ ผมไม่จําเป็น ปกป้ องกรมตํารวจ แต่อย่าเหมารวม อย่าไปบอกรัฐบาลที่แล้วใช้กําลังให้คนไปเข่นฆ่า ไม่มีครับ ข้อเท็จจริง มันเป็นอย่างนี้ท่านประธานความเสียหายมันเกิด เพราะผมเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี และรัฐบาลชุดพวกผมไม่นิยมการบ้าอํานาจ ไม่เห่อเหิม ทําตามสมควรแก่เหตุ การปราบ จลาจลเพราะเหตุว่าศาลปกครองบอกว่าชุมนุมอย่างนี้ไม่สงบ ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นใครก็ตามในฟากรัฐบาล ถ้าจะพูดจาเรื่องนี้พูดให้ครบสิครับ อย่ามาพูดตอนเดียว อย่ามาตอนสุภาพสตรีเธอตาย แล้วตอนตายก็ไปตายหน้ากองบัญชาการ ตํารวจนครบาล เหตุมันเกิดหน้ารัฐสภาแล้วทําไมไม่พูดบ้างว่าอ้ายพวกชุมนุมบอกบุกเข้าไป ฆ่ามัน ๆ ผมขี้กลัวครับ พวกผมนี่กลัวจริง ๆ ถึงไม่ต้องไปนอนในค่ายทหาร ไม่เหมือนคนกล้า เพราะฉะนั้นพูดอะไรนี่อย่าเอาดีใส่ตัว
พอแล้วครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้ว
ประท้วงอีกแล้ว ก็ทีหลัง อย่าพาดพิงสิครับ
เอาละครับ ท่านพอแล้วนะครับ
ท่านประธานให้พอนี่ ผมเชื่อท่านประธาน
ขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ พอแล้วครับ ท่านสมเกียรติครับ ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้อง ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังพรรคฝ่ำยค้าน ท่านได้พูดถึงพันธมิตรมา ๒ ปี ก็ด้วยความเคารพท่านมีความเห็นแตกต่าง แล้วอุดมการณ์แตกต่างจากผมอย่างสิ้นเชิง พูดง่าย ๆ อยู่คนละฝั่งกันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ผมอยากจะใช้สิทธิให้ความเป็นธรรมกับ ผู้เสียชีวิต ๑๐ ท่าน แล้วก็บาดเจ็บ พิการนับร้อย ๆ ท่านว่าเขาตายท่ามกลางของการใช้ กําลังเจ้าหน้าที่แห่งรัฐ ตายโดยการปราบปรามอํานาจรัฐ ถ้าอํานาจรัฐนี่ใช้โดยสุจริต และหลักนิติธรรมจริง คนเผ่าพันธุ์เดียวกันไม่ตายขนาดนี้ครับ ผมอยากจะเรียนว่า เครื่องยืนยันที่เรียกว่าใบเสร็จของการกระทําหน้าที่ของรัฐที่ถืออํานาจบาตรใหญ่ ทําให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความเห็นว่ารัฐเป็นฝ่ายผิด แล้วก็ยืนยันอีกครั้งหนึ่ง โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคนระดับเป็นรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ข้าราชการ ระดับสูงในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ๒ ท่าน ๓ ท่าน ผมคิดว่าเหตุผลนี้เพียงพอที่จะ ลบล้างการกระทําที่รัฐถืออํานาจบาตรใหญ่ได้
เอาละครับ
ผมอยากจะเพิ่มเติมนิดหนึ่ง กรุณาอย่าเพิ่งประท้วงผม ผมไม่เคยใช้สิทธิประท้วงใครเลย เพียงแต่ว่าถ้าชี้แจงเพื่อให้ ความเป็นธรรมกับผู้ตายในฐานะคนเผ่าพันธุ์เดียวกัน ก็อยากจะยํ้าเตือนว่ารัฐบาลของ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ผมมาทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเห็นพวกท่าน กล่าวหาผมมากมายและยื่นชื่อถอดถอนตอนผมอยู่บนเวที ในขณะนี้พวกท่านขึ้นเวทีกัน อย่างเอิกเกริก ก็ไม่เห็นมีใครว่าเลย ผมไม่เคยไปยื่นถอดถอนใครเลย ผมรู้ว่าท่านกําลัง ทําหน้าที่ตามอุดมการณ์ของท่าน ตอนผมไปขึ้นเวที ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินโฉบ ๆ ไปเยี่ยม ท่านรัฐมนตรีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เดินโฉบ ๆ ไปเยี่ยม โอ้โฮ มีโอกาสจะเข้าชื่อถอดถอนกัน แล้วก็กล่าวหาผม ประณามผมต่าง ๆ นานา ในวันนี้ พวกท่านขึ้นเวทีอย่างเอิกเกริก ผมดูทางทีวี (TV) ผมก็บอกว่าเขาใช้สิทธิอย่างชอบธรรมเลย ผมไม่เคยเอ่ยปากในทางสื่อมวลชนเลย ผมยืนยันว่าในรัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่มีคนตาย ไม่เหมือนรัฐบาลบางรัฐบาลคนตายไป ๕,๐๐๐ ศพ วิญญาณมันกําลังเรียกร้องหาในวันนี้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นผมคิดว่าเรื่องนี้ได้ถูกจารึกไว้
พอแล้วครับ เดี๋ยวมันจะบานปลายไปใหญ่ พอแล้วครับ
(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านวิชาญประท้วงอะไรครับ
(ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวก่อนครับท่านประเสริฐนั่งลงก่อน ท่านเฉลิมประท้วงเชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตนิดนะครับ ผมไม่ได้พูดเรื่องผิดถูก ผมพูดว่าสํานักงานนิติวิทยาศาสตร์เขาบอกว่า สุภาพสตรีที่ตายไม่ได้ตายด้วยแก๊สนํ้าตา แล้วสํานักงานนิติวิทยาศาสตร์เขาบอกว่า แก๊สนํ้าตาทําให้ขาแขนขาดไม่ได้ แล้วที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดนครราชสีมา แบบสัดส่วน ที่ว่ามีบางรัฐบาลมีคนตาย ๕,๐๐๐ คน ท่านระบุหน่อยรัฐบาลไหน ประเทศไทยหรือประเทศไหน อย่ามาพูดกํากวม อย่ามาพูดก่อให้เกิดความสับสน แน่จริง ต้องฟันธง บอกเลยรัฐบาลไหนที่คนตาย ๕,๐๐๐ คน ยํ้าอีกครั้งนะท่านประธาน ผมไม่ได้ พูดว่า ป.ป.ช. ชี้มูลเรื่องผิดถูก ผมไม่ได้พูดเรื่องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า ละเมิดสิทธิหรือไม่ ผมพูดแต่เพียงว่าที่บอกว่าแก๊สนํ้าตาทําให้คนตาย สํานักงาน นิติวิทยาศาสตร์ซึ่งศาลที่เชื่อถือบอกสุภาพสตรีที่ตายไม่ได้ตายด้วยแก๊สนํ้าตาและ คนขาขาด แขนขาด แก๊สนํ้าตาไม่มีพลานุภาพที่จะก่อให้เกิดขาขาด แขนขาดได้ ผมพูด เท่านี้ครับ เพราะฉะนั้นฟังให้ได้ศัพท์ให้ชัดเจนจะประท้วงจะต่อว่า ผู้แทนมันไม่มีใครกลัว ใครหรอก เมื่อพูดมาก็ตอบไป เปิดโอกาสผมบ้างขึ้นมาเลย แล้วเปิดโอกาสผมบ้าง ผมก็จะ ได้ชี้แจง ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ
ท่านประธานที่เคารพ
เดี๋ยว ๆ ให้ท่านวิชาญก่อนนะครับท่านสุเทพ เผื่อจะได้ตอบทีเดียวครับ ท่านวิชาญจะใช้ สิทธิพาดพิงหรือครับ เชิญ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานสืบเนื่องจาก ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้ตอบแล้วก็พาดพิงมาถึงรัฐบาลชุดก่อนว่าการสลาย การชุมนุมนั้นก่อให้เกิดความรุนแรง
จะซํ้าประเด็นเดียวกับท่านเฉลิมหรือเปล่าครับ
ไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่แตกออกไปท่านประธาน ขออนุญาตนิดเดียวครับ
เชิญ
ขออนุญาตนิดเดียวครับ
เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกให้ท่านใช้สิทธิท่านนิดหนึ่งครับ เดี๋ยวให้โอกาสทุกท่านแหละครับ
ท่านประธานครับ กรณีอย่างนี้ ท่านทราบไหมว่าวันที่มีการสลายการชุมนุมนั้นตํารวจมีแต่โล่อย่างเดียว กระบองไม่มี ส่วนที่ ๒ นั้นผมเองเป็นคนหนึ่งที่ได้ประสานงานกับท่าน พลตํารวจเอก พัชรวาท ในขณะนั้น ซึ่งดูแลในเรื่องเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ปรากฏว่าท่านพัชรวาทเองร้องขอว่าต้องการรถนํ้า เพื่อใช้ในการประกอบการสลายการชุมนุมในวันนั้น ผมได้ติดต่อไปยังกรุงเทพมหานคร ปรากฏว่ากรุงเทพมหานครโดยท่านปลัดนั้นบอกกล่าวว่าทางผู้ว่าราชการอภิรักษ์ในขณะนั้น ไม่ยินยอมให้นํารถนํ้าของกรุงเทพมหานครออกมาใช้ ท่านลองสอบถามดูสิครับว่าเรื่องนี้ เป็นจริงหรือเปล่า รถนํ้าซึ่งเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งในการสลายการชุมนุมนั้นถูกไม่อนุญาต ให้นําออกมา หลังจากการร้องขอไปยังกรุงเทพมหานครประการหนึ่ง โดยผู้ว่าราชการอภิรักษ์ ผมขออนุญาตพาดพิงไปนะครับ ส่วนที่ ๒ คือ
พอแล้วครับ
ส่วนที่ ๒ คืออีกเรื่องหนึ่ง ในลักษณะของการที่มีผู้ชุมนุม
มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับท่านผู้ประท้วง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธาน ๒ เรื่องครับ วันนี้ท่านประธาน ให้ผู้ที่ใช้สิทธิพาดพิงลุกขึ้นแต่ไม่ได้ทําหน้าที่ในการพาดพิง แต่ใช้สิทธิอภิปรายถึงขนาด ก้าวล่วงไปถึงถามคณะรัฐมนตรีซึ่งตัวเองไม่ใช่ผู้ตั้งกระทู้ถามสด มันไม่มีสิทธินั่นประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานจําได้ไหมครับ ท่านประธานตั้งมาตรฐานในการตั้งกระทู้ถามสด ไว้อย่างไร ท่านบอกว่าถ้ามีผู้พาดพิงให้ไปพูดหลังจากกระทู้ถามสดเสร็จแล้ว ท่านประธานเป็นคนตั้งกติกานี้เอง แล้ววันนี้ทําไมถึงทํา ๒ มาตรฐานอย่างนี้ครับ ท่านประธานปฏิบัติตามข้อบังคับและมาตรฐานที่ประธานตั้งด้วยครับ ขอบคุณครับ
อย่างนี้นะครับ ผมขออนุญาตชี้แจงส่วนที่พาดพิงคือเรื่องมาตรฐานการให้ใช้สิทธิพาดพิง เราเคยใช้มาตรฐานอย่างที่ว่า ไม่ได้หมายความว่าข้อบังคับจะบัญญัติเป็นอย่างไรนะครับ ประธานก็ใช้ดุลยพินิจ แต่บังเอิญวันนี้ก็มีประเด็นที่ท่านประธานชัยท่านฝากให้ท่านวิทยา ได้ใช้สิทธิพาดพิงได้หลังจากที่มีการตั้งกระทู้ถามแรกจบ ผมก็อนุโลมตามมาตรฐานใหม่ ที่ท่านประธานชัย ก็จะได้จบแล้วเดี๋ยวขึ้นของท่านชาดา ของใครต่อใครก็จะไม่ต้อง ไปเสียเวลารอประท้วง เพราะว่าเสร็จกระทู้ถามสดเราก็ยังมีญัตติสําคัญที่จะต้องลงมติ เรื่องการศึกษาการใช้รัฐธรรมนูญ ก็จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาตอนนั้น ก็เลยอนุญาต ให้ใช้สิทธิกันเสียเลย ท่านวิชาญครับ ผมว่า
จบแล้วครับท่านประธานครับ นิดเดียวครับ
ผมว่าท่านเฉลิมก็ได้ชี้แจงมามากในฐานะที่เป็นอดีตรัฐบาลเหมือนกัน
กรณีนี้ต้องพูดสักนิดหนึ่ง เมื่อกี้ท่านรองสุเทพบอกเองว่าถ้าเกิดเหตุการณ์คุกคามต่อสภาก็จะเอากําลังซึ่งท่านมี อํานาจอยู่แล้วออกมาปิดกั้นอีก ผมเรียนนิดหนึ่งครับว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นไม่จริงครับ เพราะในวันที่ ๒๑ มีนาคม ก่อนมีการประชุมวันที่ ๒๔ นั้น ในส่วนของผู้ชุมนุมนั้น ได้เคลื่อนกําลังออกจากหน้าสภาเพื่อมอบพื้นที่ต่าง ๆ ให้กับงานกาชาด ซึ่งในขณะที่ ส่งมอบนั้นก็ไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในพื้นที่เลย
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ
แสดงว่าท่านสุเทพเองกําลัง กล่าวอ้างถึงในกรณีที่ผิดพลาดตรงนี้ครับ
เอาละครับ ขอบคุณครับท่านวิชาญ พอแล้วครับผมว่าฟังท่านรองสุเทพดีกว่า เดี๋ยวครับ เดี๋ยวฟังทางนี้บ้าง ท่านประยุทธ์ครับเดี๋ยวฟังบ้าง เดี๋ยวก่อนครับฟังก่อนดีกว่า เชิญนั่งลง ก่อนครับ ท่านจะประท้วงประเด็นไหนท่านประเสริฐครับ พาดพิงเรื่องอะไรครับ ผมอนุญาต ไม่ได้ครับ เชิญท่านรองสุเทพ นั่งลงเถอะครับ ประธานวินิจฉัยแล้วท่านบอกท่านใช้สิทธิ ในฐานะผู้ถูกกระทํามันไม่ใช่ นั่งลงเถอะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ ครับ กระผมขออนุญาตชี้แจงเพื่อให้เกิดความชัดเจนบันทึกไว้ ในที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นะครับ
ผมเชิญท่านประเสริฐออกนอกห้องประชุมครับ เชิญท่านออกนอกห้องประชุมครับ เชิญครับ เชิญท่านประเสริฐออกนอกห้องประชุมครับ คือประธานวินิจฉัยแล้วบอกว่ามันไม่ได้เป็น การพาดพิงท่านให้เสียหาย เชิญท่านออกนอกห้องประชุมครับ ท่านประเสริฐครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ผมก็ให้เกียรติท่านนั่งลงครับ ท่านประเสริฐครับ คือเราให้เกียรติ ซึ่งกันและกันขอความกรุณาท่านเถอะครับ เชิญท่านออกไปพักผ่อนข้างนอกก่อนครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุนัยจะประท้วงอะไรอีกครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตสักนิด เถอะครับ ผมก็เคารพท่านประธานก่อนที่ท่านประธานจะได้ใช้ดุลยพินิจที่สําคัญที่จะให้ เพื่อนสมาชิกออกนอกห้องประชุมนั้น ให้เพื่อนสมาชิกได้พูดสักนิดหนึ่ง แล้วถ้าเห็นว่า มันไม่ถูกต้องท่านก็ได้ใช้สิทธินั้นเถอะครับ ผมได้สังเกตดูว่าการประท้วงมันเกิดขึ้นมาก เมื่อเกิดขึ้นมากฝ่ายรัฐบาลก็ประท้วง ฝ่ายค้านก็ประท้วง มันก็คงธรรมดาครับ ท่านประธาน อาจจะมองเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง อยากจะขอความกรุณาท่านประธานได้ใช้ดุลยพินิจ ให้สิทธิท่านพูดสักนิดหนึ่ง แล้วก็ถ้าเห็นว่าไม่ถูกต้องก็ให้คุณประเสริฐออก อย่างนั้นผม เคารพตามความคิดเห็นของท่านครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมนี่ก็ได้ให้ท่านประเสริฐได้ชี้แจงไป ๑ รอบแล้วนะครับ ท่านก็ได้ ชี้แจงแล้ว ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วก็ให้ท่านพูดไปแล้ว ไม่ได้ไม่ให้ท่านพูดเลย แต่ตอนนี้ท่านก็ จะประท้วงอีก โดยท่านอ้างว่าท่านประท้วงเพราะท่านถูกพาดพิง ประธานก็ถามว่าพาดพิง อะไร ท่านบอกพาดพิงในฐานะผู้ถูกกระทํา ประธานวินิจฉัยแล้วว่ามันไม่ใช่ ฉะนั้นก็ขอให้ ท่านได้นั่งลง แต่ถ้าท่านไม่ยอมนั่งประธานก็ไม่มีทางเลือกอื่นก็จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ก็ขอเชิญท่านออกนอกห้องประชุมเพื่อจะได้ดําเนินการประชุมต่อ ท่านประเสริฐครับ เพื่อเห็นแก่ความเรียบร้อยของที่ประชุม ขอความกรุณาท่านเถอะครับ คือท่านประเสริฐครับ ผมขอยืนยันคําวินิจฉัยของประธาน และประธานก็ได้ให้โอกาสท่านอภิปรายไปแล้ว ๑ รอบ ก็ให้เพื่อนสมาชิกอื่นเดี๋ยวกระทู้ถามยังเหลืออีกนะครับ นั่งลงครับ เอาอย่างนี้ ประธานกรุณาให้ท่านนั่งลง ไม่ต้องออกก็ได้ ท่านนั่งอยู่ในนี้ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตชี้แจงที่ท่านสมาชิก ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้พูดพาดพิงมา ผมขออนุญาตเรียนกับท่านประธานเพื่อบันทึกไว้ว่า การดําเนินการในการรักษาความสงบ เรียบร้อยของอาคารรัฐสภาและถนนโดยรอบเมื่อวันที่ ๒๓ และวันที่ ๒๔ มีนาคมนั้น
เชิญเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเชิญท่านสมาชิกออกนอกห้องประชุมหน่อยครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้มีคําสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เชิญนายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ออกจาก ที่ประชุมสภา)
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีต่อครับ
ท่านประธานครับ ตามที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้พูดจาในลักษณะที่บอกว่า กระผมได้สั่งให้ทหาร เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภานั้นข้อเท็จจริงก็คือว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารแม้แต่คนเดียว เข้ามาในอาณาเขตของที่ทําการรัฐสภาแห่งนี้ครับท่านประธาน ผมไม่ต้องการให้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมเอาเรื่องที่ไม่เป็นความจริงมาพูด
ในประการที่ ๒ ที่ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้กล่าวว่าถ้าผมคุม ตํารวจอยู่นี่ผมไม่ควรจะไปซํ้าเติมเขา ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมได้พูดถึงว่า กรณีที่มีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ นั้น ได้ก่อให้เกิด ปัญหา ให้เกิดความสูญเสีย มีการเสียชีวิต มีการบาดเจ็บ ผมได้เอาบทเรียนคราวนั้นมา กําหนดมาตรการในการปฏิบัติเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตต่อเลือดเนื้อของพี่น้อง ประชาชนดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ โดยที่ผมไม่ได้ลงไป ในรายละเอียดเลยครับว่าใครเจ็บกี่คน เป็นผู้หญิง ผู้ชาย ใครเสียชีวิตบ้าง ไม่ได้พูด อย่างนั้นครับท่านประธาน ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างว่ากรณีที่เกิดขึ้นจากการใช้กําลัง เข้าสลายการชุมนุมนั้นทําให้เกิดการบาดเจ็บ การเสียชีวิต และผมไม่ประสงค์จะทํา อย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ คุณเฉลิมได้พูดจาในทํานองว่าผมไปซํ้าเติมตํารวจ ผมอยากจะขออนุญาตเรียนให้บันทึกอยู่ตรงนี้อยู่ว่า ผมได้ติดตามการสอบสวนกรณีนี้ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีรายงานชัดเจน แล้วด้วยความคิดอ่านของผม ถ้าผมเป็นผู้มี อํานาจผมจะดําเนินคดีกับคนสั่งการ คนสั่งการที่เป็นรองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นรัฐมนตรี รับผิดชอบอยู่ขณะนั้นลอยนวลอยู่ จริง ๆ แล้วถ้ามีความเสียหายต้องจัดการกับคนเหล่านั้น ตามกฎหมาย ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ไปเล่นงาน ไปดําเนินการกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ ที่รับคําสั่งของผู้มีอํานาจมาทํา มันต้องวินิจฉัยว่าคําสั่งนั้นเป็นอํานาจโดยกฎหมายหรือไม่ ถูกกฎหมายหรือไม่ ผมเรียนกับท่านประธานครับ เมื่อผมไปทําหน้าที่เป็นประธาน ก.ตร. ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายไปนั้น ได้มีนายตํารวจที่ถูกคําสั่งลงโทษจากกรณี สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ทําเรื่องร้องเรียนอุทธรณ์เข้ามาในที่ประชุมของ ก.ตร. ก.ตร. ชุดของผมได้มีมติเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจเหล่านั้นไม่มีความผิด ผมอยากให้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมได้ยินอีกครั้งหนึ่ง ก.ตร. ชุดผมที่บอกว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจชุดนั้น ไม่มีความผิด เพราะฉะนั้นที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมมากล่าวหาในสภานี้ว่าผมซํ้าเติม ตํารวจนั้นเป็นเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ตามนิสัยถาวรของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ซึ่งผมไม่ประสงค์ที่จะยอมรับคําพูดเหล่านั้น
ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานที่เคารพครับ กรณีที่คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ กล่าวหาว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้นคือคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ไม่ยอมส่ง รถนํ้ามาให้ใช้ในการแก้ไขปัญหาเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคมนั้น ผมอยากให้ท่านประธานช่วยบอก ให้คุณวิชาญไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ผมไม่อยากจะกล่าวหาให้รุนแรง แต่ผมอยากจะเรียน ต่อเพื่อนสมาชิกและท่านประธานว่าคุณวิชาญพูดไม่จริง เพราะวันนั้นอยู่ระหว่าง การหาเสียงเลือกตั้งของคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน คุณอภิรักษ์ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร และเข้ารับตําแหน่งหลังจากกรณีที่เกิดเหตุไปแล้ว ยังไม่ได้เข้าไป รับตําแหน่งในวันที่เกิดเหตุ ผมต้องพูดตรงนี้เพราะว่าคุณอภิรักษ์ไม่ได้อยู่ในสภาแห่งนี้ ไม่มีโอกาสมาชี้แจง เป็นการกระทําฝ่ายเดียวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กล่าวหา คนข้างนอก เขาไม่มีโอกาสลุกขึ้นมาปกป้ องเกียรติยศศักดิ์ศรีความถูกต้องของเขา ผมจึง ขออนุญาตทําหน้าที่นี้แทน
สุดท้ายท่านครับประธาน ผมอยากจะเรียนถึง ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ว่าคําวินิจฉัยของศาลปกครองนั้น เขาอ้างท่อนหนึ่งของคุณเฉลิมเท่านั้นแหละครับ ข้อเท็จจริงอยู่ในมือผมนี่ครับ ถ้าจะอ่านกันทั้งหมดก็ได้ครับท่านประธาน มีทั้งหมด ๑๐ หน้า ถ้าคุณเฉลิมต้องการให้อ่านทั้งหมดผมก็จะอ่านทั้งหมด แต่ส่วนที่คุณเฉลิม เอามาพูดนั้นเอามาพูดในเฉพาะที่พูดถึงว่าผู้ชุมนุมนั้นเขาไม่ได้ชุมนุมโดยสงบตามที่สมควร จะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ที่จริงคุณเฉลิมควรจะพูดต่อสิครับว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นลูกน้องคุณเฉลิมในขณะนั้นก็ไม่สามารถที่จะสลายการชุมนุม ได้ตามอําเภอใจ เขามีข้อกําหนด มีกติกาว่าจะต้องกระทําการโดยจําเป็นตามความเหมาะสม มีลําดับขั้นตอนตามสากลที่ใช้ในการสลายการชุมนุมของประชาชน เจ้าหน้าที่ไม่อาจ ดําเนินการตามอําเภอใจได้ มีอยู่ด้วยครับ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธาน
และผมอยากจะสรุปตรงนี้ว่าโดยส่วนตัวดูเรื่องนี้มาตลอด ผมได้เห็นรายงาน ของกรรมการ ป.ป.ช. ผมได้เห็นคําให้การของนายตํารวจคือ พลตํารวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ และ พลตํารวจโท สุชาติ เหมือนแก้ว ตอนที่เขาอุทธรณ์ขึ้นมา ผมอ่าน เรื่องทั้งหมดนี้แล้วผมคิดว่าคนผิดคือรัฐบาลชุดนั้นครับ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตํารวจ เพราะฉะนั้น ในที่ประชุม ก.ตร. ผมจึงเป็นคนหนึ่งที่มีความเห็นร่วมกับ ก.ตร. ทั้งหลายว่าเจ้าหน้าที่ ไม่สมควรจะได้รับโทษ คนที่ได้รับโทษยังลอยนวลอยู่ข้างนอกครับท่านประธาน
ท่านเฉลิมทําไมครับ พาดพิงหรือครับ
ท่านประธานไม่ได้ยิน หรือครับ หลายเฉลิมเหลือเกินนี่
ท่านเฉลิมพาดพิงนะครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ผมไม่ใช้เวลาสภามากนัก เพราะคุณสุเทพกับผมเคยดีเบท (Debate) กันมา เรื่อง ส.ป.ก. ๔-๐๑ แล้วตายคาจอมาแล้วครั้งหนึ่งในอดีต มาในสภาก็ต้องทําให้ท่านชวน เดือดร้อน นั่นครั้งที่ ๒
เอาเฉพาะเรื่องพาดพิง
ท่านสุเทพบอกว่า ไม่มีทหารในสภา วันนั้นครับท่านประธาน ผมขอเรียนท่านประธานผมไม่อับอาย ผมไม่ได้ มาสภา เพราะผมเป็นคนตกใจง่าย ผมเป็นคนขี้กลัว ผมไม่อยากคอนฟรอนท์ (Confront) ผมไม่อยากลี้ภัย แต่ท่านประธานชัยเป็นคนพูดเมื่อเช้านี้ว่าประธานสภาเห็นว่าอาจจะมี เหตุเกิดขึ้นที่สภา รัฐสภา และบริเวณใกล้เคียง จึงได้มีหนังสือหรือเอ่ยปากขอร้องรัฐบาล ทหารเขาไม่มาเองหรอกครับ ถึงผมไม่อยู่ที่สภาผมก็รู้ ทหารที่มาคือทหารกรมหนึ่ง ผู้การกรมลูก พลเอก พัฒน์ อัคนิบุตร รุ่นเดียวกับ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ คุณสุเทพจะมา รู้จักทหารดีเท่าผมหรือ ผมมันจบนักเรียนนายสิบกองทัพบก ผมรู้จักทหารดี แถวตรง เป็นอย่างไร เตะ ดึง จิก ตบ เพราะฉะนั้นท่านประธานชัยท่านบอก ท่านบอกว่าท่านเป็นฝ่าย ขอให้ทหารมาที่สภา แล้วจะขอใครครับ ก็ต้องขอจากรัฐบาล ผมไม่กล้าบอกหรอก คุณสุเทพโกหก เพราะไม่มีใครเขาเชื่อถือคุณอยู่แล้ว นั่นคือเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้บอกว่านายสุเทพซํ้าเติมตํารวจ แต่ผมบอกว่าคนตายนี่สํานักงานนิติวิทยาศาสตร์เขาบอกว่าไม่ได้ตายเพราะแก๊สนํ้าตา แขนขาด ขาขาด
คุณหมอวรงค์ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขอ ประท้วงท่านผู้กําลังอภิปรายอยู่ ผมขอยืนยันว่าผมได้ตรวจสอบกับสํานักงานนิติวิทยาศาสตร์ แล้วก็ยืนยันว่าได้มีการตรวจสอบร่วมกับอาจารย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดีและอาจารย์ จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ยืนยันว่าน้องโบว์ได้เสียชีวิตเพราะแก๊สนํ้าตาจริงครับ ขอยืนยันครับ กลางสภาเลยครับท่านประธาน
ท่านประธานที่เคารพ ผมพูดให้เสร็จสิ้นกระแสความ
เอาอย่างนี้ครับ คือท่านเฉลิมท่านก็อภิปรายตามหลักฐานที่ท่านเชื่อ
ผมพูดของตํารวจ นั่นเขา ตรวจจากหมอพรทิพย์
ท่านพูดท่านก็รับผิดชอบของท่าน เชิญท่านต่อครับ
สายหมอวรงค์นั่น เขาตรวจจากหมอพรทิพย์
เชิญท่านเฉลิมต่อครับ เชิญต่อ
ผมไม่ได้ว่าหมอพรทิพย์ พูดว่าอย่างไร ผมอ้างของตํารวจ
กรุณาสรุปเลยครับ เดี๋ยวท่านชาดาจะถามกระทู้ถามสดแล้ว
สรุปข้อที่ ๒ ผมไม่ได้บอกว่า คุณสุเทพซํ้าเติมตํารวจ และผมจะบอกท่านประธานเพื่อเอาบุญต่อคณะกรรมการ ก.ตร. แล้วเอาบุญกับพวกปัญญาทึบทั้งหลายว่ามติ ป.ป.ช. นั้น ในประเทศไทยทุกหน่วยงาน ต้องปฏิบัติตาม ยกเว้นคณะกรรมการอัยการและคณะกรรมการตุลาการเท่านั้นที่ไม่ต้อง ปฏิบัติตาม ก.ตร. ปฏิบัติตามนะผิดกฎหมาย ผมไม่กล้าสอนคุณสุเทพ เพราะสอนอย่างไร คุณตามไม่ทันหรอก ยํ้ากับท่านประธานอีกทีหนึ่ง มติ ป.ป.ช. นั้น ตามบทบัญญัติ กฎหมาย ป.ป.ช. และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เมื่อ ป.ป.ช. มีมติอย่างไร หน่วยงาน ทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติตาม จะมีมติขัดแย้งได้ในประเทศไทยมี ๒ หน่วยงาน ๑. คณะกรรมการอัยการ ๒. คณะกรรมการข้าราชการตุลาการ
(นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เป็นอย่างไรฟังไม่ได้หรือ เดี๋ยวค่อยตอบสิ
ท่านรองนายกรัฐมนตรีขอใช้สิทธิประท้วงบ้าง เชิญในฐานะ ส.ส. ด้วย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ใช่ ส.ส. แต่ผมบังเอิญว่าจะต้องรอตอบกระทู้ถามข้างหลังอีก ผมเรียนว่า ที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมพูดนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับกระทู้ที่ถามที่ตอบกันอยู่นี้ทั้งหมด
ก็คุณมาพาดพิงผมนะ
ผมก็อยากจะให้ ท่านประธานได้ใช้ดุลยพินิจ
ท่านประธานครับ คุณสุเทพประท้วงข้อบังคับข้อไหนครับ
เพราะว่าถ้าท่านประธาน ให้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมอภิปรายต่อ เมื่อเวลามีเรื่องพาดพิงผม ผมก็จําเป็นต้องลุกขึ้น อภิปราย ท่านประธานก็จะลําบากใจ สภาก็จะเสียเวลา ผมเคารพท่านประธาน ก็เพียง เสนอให้ท่านประธานได้พิจารณาเท่านั้นครับ
ท่านประธานครับ ผมจะ จบแล้วครับ
ขอบคุณครับ ท่านเฉลิมกรุณาสรุปเลยครับ เราเหลือกระทู้ถามสดอีก ๒ กระทู้นะครับ
ก็จะสรุปแล้วท่านประธาน ให้คนนอก นายสุเทพวันนี้คนนอกนะครับ ไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎร
เอาเลยครับ ท่านรีบสรุปประเด็นที่พาดพิงท่าน
แล้วนายสุเทพยังมา ทิ้งท้าย กํ้า ๆ กึ่ง ๆ เหมือนกับว่า ก.ตร. ช่วยตํารวจ มตินะมันไม่ชอบด้วยกฎหมาย และที่สําคัญที่สุดคุณบอกว่า ถ้าคุณมีอํานาจคุณจะดําเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องที่ตกหล่นอยู่ นายสุเทพวันนี้คุณใหญ่กว่านายอภิสิทธิ์ เอาเลยสิครับที่บอกว่า
พอแล้วครับท่านเฉลิมครับ ผมขอความกรุณานะครับ
ท่านประธานก็บอก ให้พอเถอะ ให้พอเถอะ ให้พอเถอะ
คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวจะได้ให้ถามกระทู้ถามต่อ และกระทู้ถามต่อเกี่ยวกับเรื่องการชุมนุม นี่ละครับ
ไม่ใช่ คําก็ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ๆ แล้วไม่พาดพิงหรือ มันพาดพิง มันต้องใส่กันให้หมดแม็ก
ท่านกรุณาเอาตรงประเด็นพาดพิงแล้วสรุปเลยครับ
แล้วผมสรุปนะครับว่า วันนี้นายสุเทพใหญ่กว่านายอภิสิทธิ์อีก แล้วติดขัดอะไรถ้าใครทําผิดแล้วไม่ถูกดําเนินคดี เกรงใจใครครับ ถึงมาพูดทิ้งท้าย
มีผู้ประท้วงอีก ๒ ท่าน ท่านเฉลิม
ก็ประท้วงไปครับ ไม่เป็นไร
เชิญข้างหลังก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานครับ ข้อ ๘ (๓) ขอให้ท่านประธานคุมการอภิปรายของท่านสมาชิกด้วย เพราะเวลาตอนนี้ ท่านประธานลองดูสิครับ เกือบบ่ายสองโมงแล้วนะครับ เรื่องญัตติที่จะเข้าส่สภาเรายัง ไม่ได้พิจารณาเลย ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยและควบคุมการประชุมให้อยู่กับร่องกับรอยบ้าง เพราะผมเห็นหลายครั้ง สังเกตหลายครั้งแล้วท่านประธาน พอท่านประธานมานั่งเป็นประธาน บนบัลลังก์มันวุ่นวายอย่างนี้ วันเหวงจริง ๆ ครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ก็เวลาช่วงผมมานั่งเป็นกระทู้ถามสดทุกที มันก็เลยมีความรู้สึกมันเป็น อย่างนี้นะครับ ท่านสมาชิกครับ ผมว่าผมเปิดโอกาสให้ท่านทั้งหลายได้อภิปราย และได้ใช้สิทธิมาพอสมควรแล้วนะครับ ประธานขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๕๕ ข้อ ๑๕๖ ยุติกระทู้ถามสดที่ ๑ จะได้เริ่มถามกระทู้ถามสดที่ ๒ ต่อไป
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๕ ส. เรื่อง ปัญหาการชุมนุมของประชาชน อย่างต่อเนื่องอันส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ของประเทศไทย (นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี
เชิญท่านชาดาครับ เชิญท่านชาดาถามกระทู้ถามสดครับ ประธาน ใช้ดุลยพินิจว่า ต่อไปนี้สิทธิพาดพิงที่เหลือเอาไว้หลังจากจบกระทู้ถามสดครับ เชิญนั่งลงครับ เชิญท่านชาดาครับ
ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ได้รอมานานพอสมควรนะครับ ก็อย่างนี้ละครับท่านประธานท่านปล่อยให้นาธานมาก่อนเหวงก็ตามมาวุ่นวายอย่างนี้นะครับ เรียนด้วยความเคารพ วันนี้ผมในฐานะผู้ตั้งกระทู้ถามสดถามท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับ เหตุการณ์บ้านเมือง ผมกําลังจะมองไปข้างหน้า เรียนด้วยความเคารพว่า กระทู้ถามสด ผมนั้นท่านนายกรัฐมนตรีติดภารกิจไม่ได้มาตอบ ผมเองก็ไม่เป็ นไรครับ วันนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี จากเหตุการณ์ที่มีผู้ชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้น เป็นดังที่ทราบกัน อยู่แล้วต่อให้เกิดผลตามมาอีกหลายประการ ผมกราบเรียนว่าวันนี้ประเทศไทยมีปัญหา ผู้คนทั่วไปก็สอบถามแล้วก็ติดตามความเคลื่อนไหวกันตลอดเวลาว่า สถานการณ์ ทางการเมือง สถานการณ์ทางบ้านเมือง เป็นอย่างไรด้วยความเป็นห่วง ภาวะเศรษฐกิจ ของโลกยุคนี้เป็นยุคที่อยู่หลังสภาวะเศรษฐกิจวิกฤติที่มีปัญหา หลายประเทศก็รู้กัน อยู่แล้วว่า ต่อไปเอเชียจะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่สําคัญคือวันนี้ปัญหา ทางการเมืองทําให้ประเทศไทยของเรานั้นมองภาพพจน์จากต่างชาติไม่ดี อันนั้น ก็ยังไม่สําคัญเท่าว่า ความรัก ความสามัคคี วิถีชีวิตต่าง ๆ ของความเป็นคนไทยนั้น เปลี่ยนไปและมีปัญหามากมาย วันนี้สิ่งที่ผู้คนถามกัน สิ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทย ถามกัน และอยากรู้มากที่สุดก็คือว่า เรื่องราวเหล่านี้จะจบลงอย่างไร นี่คือเรื่องสําคัญ และเป็นเรื่องที่ผมถึงต้องถามท่านนายกรัฐมนตรีว่า จากเหตุการณ์ทางผู้ชุมนุมที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ในความสนใจของคนไทย เราเคารพสิทธิทางการเมือง เราเคารพความคิดเห็น วันนี้ สังคมไทยต้องให้ความเคารพความคิดเห็นต่างกับตัวเรา เราต้องเคารพความคิดเห็นของ ผู้อื่น แต่ในสถานการณ์เช่นนี้มีผลพวงออกมามากมายนั้น ผมถึงถามท่านว่าท่านจะแก้ไข ปัญหาสถานการณ์ผู้ชุมนุมอย่างไร ก็ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบนะครับ
ท่านสมาชิกครับ กระทู้ถามสดของคุณชาดา ไทยเศรษฐ์ นั้น ได้ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีติดภารกิจนะครับ ได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ตอบ เรียนเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ถามสดของท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดอุทัยธานี ก่อนอื่นท่านประธานครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านชาดาว่า ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งใจที่จะอยู่ตอบ กระทู้ถามสดนี้ของท่านชาดา แต่ว่ากระทู้ถามสดแรกใช้เวลานานก็เลยพอถึงเวลา นัดหมายท่านก็เลยต้องไปปฏิบัติภารกิจตามที่มีนัดหมายอยู่ที่ทําเนียบรัฐบาลในขณะนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านชาดาอย่างนี้ครับว่า คําถามที่ท่านถามว่า เหตุการณ์ ชุมนุมเรื่องวุ่นวายทั้งหลายเหล่านี้มันจะลงเอยอย่างไร รัฐบาลจะทําอย่างไร กระผมขออนุญาตกราบเรียนตอบว่า ที่จริงแล้วเราทุกคนก็ทราบครับว่าการชุมนุมเพื่อ แสดงความคิดเห็นนั้นเป็นเรื่องที่กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ได้รับรองเอาไว้ว่าเป็น สิทธิพื้นฐานของประชาชน รัฐบาลให้ความสําคัญแล้วก็รับฟัง พยายามที่จะเอา ข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชนเหล่านั้นมาพิจารณาแล้วก็หาทางออกเพื่อสนองตอบ ดูความสมเหตุสมผล ดูว่าความต้องการที่แท้จริงของประชาชนเหล่านั้นเป็นอย่างไร การชุมนุมทั่วไปนี่เป็นเรื่องปกติในประเทศประชาธิปไตยครับ มีคนเดือดร้อนก็มาชุมนุม คนเป็ นรัฐบาลก็พิจารณารับฟังแล้วก็หาทางแก้ไข แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ในบ้านเมืองเรานั้นมันมีความซับซ้อนกว่าการชุมนุมตามปกติที่มีอยู่ในประเทศ ประชาธิปไตยทั้งหลาย รัฐบาลก็พยายามจะสดับตรับฟังในช่วงแรก ๆ ของการชุมนุม ก็มีแนวโน้มว่าผู้ที่ชุมนุมประสงค์ที่จะเห็นการแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับแนวทาง ประชาธิปไตย แรก ๆ เมื่อปีที่แล้วได้เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่า รัฐธรรมนูญนั้นไม่เป็นประชาธิปไตย ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ลุกขึ้นเสนอต่อที่ประชุม รัฐสภาให้รัฐสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นเพื่อที่จะพิจารณาเรื่องแนวทางการแก้ไข ปัญหาทางการเมือง คณะกรรมาธิการที่รัฐสภาตั้งไว้นี่ก็ไปพิจารณาร่วมกัน มีสมาชิก ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล คนภายนอก สรุปแล้วก็บอกว่าถ้าจะเอาเรื่องรัฐธรรมนูญมาพูดกัน คงจะต้องแก้รัฐธรรมนูญทั้งหมดด้วยกัน ๖ ประเด็น ที่รู้จักกันว่าเป็นข้อเสนอของ คณะกรรมการสมานฉันท์ โดยท่านสมาชิกคือท่านดิเรก ถึงฝั่ง เป็นประธานกรรมการชุดนี้ รัฐบาลก็คาดหวังครับว่าถ้าได้เอาประเด็นทั้ง ๖ ประเด็นนั้นไปถามประชามติ และพี่น้อง ประชาชนเห็นชอบด้วย รัฐบาลก็พร้อมที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๖ ประเด็นนั้น ถ้าหากว่าประชาชนทั้งประเทศได้เห็นชอบด้วยแล้ว แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าข้อเสนอของ กรรมการสมานฉันท์ชุดนั้นไม่ได้รับการตอบรับจากทุกฝ่าย มีเพียงบางฝ่าย หรือจะพูดให้ ตรง ๆ ก็ได้ครับว่าฝ่ำยค้านนั่นละครับที่ไม่รับ นอกนั้นเขาก็เห็นว่าเป็นไปได้ ก็เลย ไม่สามารถจะเดินหน้าได้ มาในปีนี้ครับ เรื่องของการชุมนุมเรียกร้องนี่เปลี่ยนเป้ำหมายไป ไม่ใช่เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกแล้ว แต่ว่าไปถึงเรื่องข้อกล่าวหาว่ามีการปฏิบัติที่เป็น ๒ มาตรฐานบ้าง เป็นข้อกล่าวหาว่าประเทศนี้มีคน ๒ พวก ๒ กลุ่ม เป็นพวกอํามาตย์ กลุ่มหนึ่ง เป็นพวกไพร่กลุ่มหนึ่งบ้าง คนเป็นรัฐบาลก็แยกแยะยากครับว่าข้อเรียกร้อง เหล่านี้จะตอบสนองกันด้วยวิธีการอย่างไร จนกระทั่งมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ครับ ท่าทีของผู้ชุมนุม ชัดเจนคือเรียกร้องให้มีการยุบสภา รัฐบาลก็สนองตอบครับ รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ไปนั่งโต๊ะเจรจากับผู้ชุมนุม ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทยครับที่คนเป็น หัวหน้าฝ่ายบริหาร หัวหน้ารัฐบาลลงไปนั่งโต๊ะเจรจากับผู้ชุมนุม ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้อธิบายชัดเจนว่าเรื่องยุบสภานั้นท่านนายกรัฐมนตรียินดี แต่ว่าจะต้องดําเนินการ ไปหลายเรื่องด้วยกัน เพื่อให้ผลของการยุบสภานั้นนําไปสู่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง อย่างยั่งยืน
ในประการแรก ท่านนายกรัฐมนตรีเห็นว่าการที่จะยุบสภานั้น ก่อนยุบสภา ควรจะมาแก้ไขปัญหาเรื่องกติกาใหญ่กันเสียก่อนคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าเราเอา รัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็นที่คณะกรรมการสมานฉันท์ซึ่งตั้งโดยรัฐสภาแห่งนี้ไปให้ประชาชน ได้ลงประชามติ ทําประชามติเสร็จก็เสนอเข้าสู่กระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ ยุบสภา ทําทุกเรื่องทั้งหมดนี้ก็จะใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ ๙ เดือน ถ้าผู้ชุมนุมรับเงื่อนไขนี้รัฐบาลก็พร้อมที่จะนําเรื่องของการที่จะทําประชามติเข้าสู่การพิจารณา ของคณะรัฐมนตรีตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาแล้ว แต่บังเอิญว่าผู้ชุมนุมเขาไม่รับเงื่อนไขนี้ เพราะฉะนั้นการเจรจาเรื่องนี้จึงสะดุดหยุดลงตรงนี้ ถ้าจะตอบคําถามของคุณชาดาว่า แล้วเรื่องเหล่านี้จะจบลงอย่างไร ผมกราบเรียนคุณชาดาอย่างนี้ครับว่ารัฐบาลยังยืนยัน ที่จะเคารพในสิทธิการชุมนุมของพี่น้องประชาชน ตราบใดที่การชุมนุมของพี่น้อง ประชาชนเหล่านั้นอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ล้วงลํ้ากํ้าเกินสิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชนคนอื่น คือไม่ทําให้พี่น้องประชาชนคนกรุงเทพมหานครต้องมีปัญหา ไม่สามารถ จะใช้ชีวิตตามปกติได้ รัฐบาลก็จะไม่เข้าไปขัดขวาง ไม่เข้าไปกีดกันแต่ประการใดทั้งสิ้น ถ้าการชุมนุมของผู้ชุมนุมนั้นอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่มาปิดล้อมสภา ไม่มีการปิดล้อม ทําเนียบรัฐบาล ไม่ไปขัดขวางการกระทําหน้าที่ของท่านนายกรัฐมนตรีหรือข้าราชการ ของรัฐ รัฐบาลก็ยินดีที่จะดูแลให้ผู้ชุมนุมนั้นได้ชุมนุมต่อไปตราบเท่าที่ผู้ชุมนุม มีความประสงค์ จนกระทั่งว่าถ้าคนทั้งประเทศเห็นด้วยกับผู้ชุมนุม นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องก็จบ แต่ถ้าคนทั้งประเทศไม่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมเหนื่อยล้าก็กลับบ้านไปเอง มันก็ต้องเป็นอย่างนั้น แต่ถ้าเมื่อใดผู้ชุมนุมได้ปฏิบัติการที่เกินกรอบของกฎหมาย ที่อนุญาตเอาไว้รัฐบาลก็จําเป็นที่จะต้องดําเนินการบังคับใช้กฎหมาย เพราะเป็นหน้าที่ ของรัฐบาลที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าประเทศไหนในโลกระบอบประชาธิปไตยนั้น ปกครองกันด้วยหลักเหตุผล ปกครองกันด้วยกฎหมาย รัฐบาลก็จะบังคับใช้กฎหมาย ตามที่จะเห็นสมควรต่อไป ผมก็คงจะสามารถเรียนต่อคุณชาดาได้ในข้อแรกเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอเชิญคุณชาดาถามคําถามที่ ๒ ครับ
ขอบคุณท่านประธานสภาครับ แล้วก็ต้องขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี กราบเรียนด้วยความเคารพว่าในข้อที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ตอบมานั้น ผมเรียนด้วยความเคารพว่านั่นในการที่ผู้ที่จะ ชุมนุมนั้นถ้าใช้ระบบอารยะขัดขืน ผมเชื่อและผมเข้าใจในสิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้พูดถึง แต่วันนี้ประเทศกําลังจะเป็นอัมพาต วันนี้เราไม่ได้เอาเรื่องที่เป็นสภาพ ความเป็นจริงมาคุยกัน ผมเองที่พูดในสภาแห่งนี้ หรือถามในสภาแห่งนี้ ผมเชื่อว่าพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั่วประเทศถามเหมือนกันครับว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร ผมเชื่อว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบเองท่านก็คงจะตอบไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่าเป็นคําถาม ที่คนไทยทั่วไปถามกัน แต่วันนี้สิ่งที่ผมอยากจะถามว่ายุบสภาแล้วแก้ไขปัญหานี้ได้ไหม ผมชื่นชมรัฐบาลที่มีการพูดคุย ชื่นชมผู้ชุมนุมทางการเมืองและเคารพในความคิดเห็น ที่มีการพูดคุยกัน นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ถามว่าภายใต้กรอบกฎหมายที่ผู้ชุมนุมทํานั้น ก็อาจจะทําให้เกิดสภาพอัมพาตได้นะครับ สิ่งที่สําคัญคือประเทศชาติจะเดินไปอย่างไร ผมคงจะไม่ถามคําถามอีกหลายคําถาม แต่อยากจะถามว่าวันนี้ท่านในฐานะนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่มีส่วนเป็นผู้นําของรัฐบาล ถามว่าก่อนที่จะยุบสภาหรือนโยบาย ของรัฐบาลท่านที่ได้ตั้งมาว่าการสมานฉันท์ก็ตาม ถ้าในสภาพความเป็นจริงแล้ววันนี้ เลือกตั้งยุบสภาเสร็จแล้วก็เกิดปัญหาเสื้อสีมาอีก แต่สิ่งที่สําคัญผมอยากจะถามว่าท่านเรียก เสื้อแดงและเรียกเสื้อเหลืองมานั่งคุยกันได้ไหม แล้วรัฐบาลจะใช้ระยะเวลาในการที่จะ ดําเนินการที่จะยุบสภาวันเวลาใด แล้วหลังจากนั้นให้ทุกคนเคารพสิทธิเคารพเสียงของ พี่น้องประชาชน คือการตัดสินของพี่น้องประชาชนหลังการเลือกตั้งเป็นเรื่องชี้ขาดจะไม่มีเสื้อสีใด ๆ ออกมาแสดงการขับไล่รัฐบาลนั้นแล้ว ถ้ามีการขับไล่รัฐบาลหลังการเลือกตั้งอีก ให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศออกมาจุดเทียนหน้าบ้าน ต้องใช้พลังมวลชนทั้งประเทศ เจ้าของประเทศจริง ๆ ครับ เป็นการขับไล่พวกที่ไม่ยอมรับการเลือกตั้ง ถ้าไม่อย่างนั้น ปัญหาสังคมไทยจะเกิดขึ้นไม่รู้จักจบจักสิ้น จะเป็นแบบนี้ต่อไป ผมเคารพในความคิด ทางการเมืองของทุกคน ผมเคารพในความคิดต่างกับผมทุกคน แต่วันนี้สิ่งที่ผมเห็นว่า ยุบสภาแล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ นโยบายของรัฐบาลปัจจุบันนี้ก็มีในเรื่อง ของการสมานฉันท์ วันนี้เราต้องเอาเรื่องจริงมาคุยกันเพื่อประเทศชาติแห่งนี้ ไม่ใช่หลัง เลือกตั้งแล้วพรรคหนึ่งชนะสีเสื้อสีหนึ่งออกมา เวลาอีกพรรคหนึ่งชนะสีเสื้ออีกสีหนึ่งออก ผมว่าจะทําอย่างไรว่าเวลาที่รัฐบาลจะเสนอออกไปเสนอออกไปเลย ท่านออกไปประกาศ เป็นชัดเจนเลย เป็นเรื่องที่ท่านมีสิทธิที่จะกระทําได้ โดยท่านนายกรัฐมนตรีมีอํานาจ ในการยุบสภา ก็เรียกมานั่งคุยกันเลยครับ แล้วถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ ใช้เวลาในการที่จะ ดําเนินการกี่เดือนตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดไว้ แต่นั่นคือหมายถึงว่าต้องมีการตกลง กันก่อนแล้วยุบสภาเลือกตั้ง พรรคที่ได้เสียงข้างมากเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ถ้าจัดตั้งไม่ได้ ก็ว่าตามอันดับต่อไป แล้วถ้ามีการมาประท้วงมาวุ่นวายอีกแจ้งพี่น้องประชาชนเลยครับ เอาพี่น้องคนไทยถึงเวลาที่จะต้องใช้วิธีการ จะเปิดไฟหน้ารถ หรือจะจุดเทียนหน้าบ้าน ทุก ๆ บ้าน เพื่อเป็นการขับไล่กับขบวนการที่ไม่ยอมรับผลทางการเมือง และทําให้ ประเทศชาตินั้นมีปัญหา เราคงจะอยู่ต่อไปแบบนี้ไม่ได้ และสิ่งที่ผมอยากจะ ถามว่ารัฐบาลทําได้ไหม แล้วสิ่งที่ผมอยากจะฝากบอกท่ามกลางบรรยากาศแห่ง ความสมานฉันท์นั้น ผมฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าในความเป็น รัฐบาลบางครั้งก็ต้องอดทนหน่อยนะครับ ผมฝากด้วย ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกพรรค แกนนํา หรือจะเป็นสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ ซึ่งผมก็มีโอกาสได้คุยกับท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่นี้ ผมก็ได้พูดไปแล้วนะครับ แต่ความเป็นรัฐบาล ขุนเขาต้องไม่หวั่นไหวต่อเสียงลม บางครั้ง ต้องใจเย็นนิดหนึ่งแล้วก็ให้มันมีบรรยากาศแห่งความสมานฉันท์ ไม่ใช่ออกมาแล้วก็จะ กลายเป็นความวุ่นวาย แล้วสิ่งที่สําคัญผมอยากจะฝากไว้ดังข้อความข้อความหนึ่งที่มีอยู่ ที่สนามฟุตบอลหรือสนามกีฬาของจังหวัดนครสวรรค์คือว่า อย่าดึงฟ้ำตํ่า อย่าทําหินแตก อย่าแยกแผ่นดิน ด้วยความเคารพครับท่านประธาน
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าผมเห็นด้วยกับแนวความคิดของคุณชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดอุทัยธานีทุกประการครับ ในเรื่องของความอดทนนั้น ผม กราบเรียนท่านประธานไปถึงคุณชาดาว่ารัฐบาลได้แก้ไขปัญหาคราวนี้ด้วยความอดทน และด้วยความอดกลั้นเป็นอย่างยิ่ง ท่านทั้งหลายก็จะเห็นครับว่าผ่อนหนัก ผ่อนเบา ผ่อนปรน มาโดยตลอด ตรงไหนที่ถอยได้ก็ถอยให้ครับ หลีกเลี่ยงไม่ให้มีการกระทบกระทั่ง ไม่ให้มี เรื่องรุนแรง ทําอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทําได้ แล้วก็ยืนยันกับคุณชาดาว่าจะทําต่อไปอีกครับ
ในส่วนที่คุณชาดาเสนอว่าควรจะได้เชิญฝ่ายต่าง ๆ ทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อสีอื่น ๆ มาคุยกันเพื่อที่จะหาข้อสรุป ผมจะนําข้อเสนอเรื่องนี้ของคุณชาดาไปเรียน ปรึกษาท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ถ้ามีลู่ทางที่จะดําเนินการได้ก็จะดําเนินการ ปัญหาก็คือว่าฝ่ายที่เขามีพลังอยู่ทั้งหลายก็คงจะต้องเห็นชอบกับแนวทางนี้ด้วย เพราะว่า ถ้าเราคุยกันอยู่ข้างเดียวมันก็คงหาข้อสรุปที่เป็นที่ยอมรับกันไม่ได้ เรื่องที่คุณชาดาพูดว่า มีความกังวลว่าถ้ายุบสภาแล้วผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไร ยังไม่ยอมรับกันอีก ผมคิดว่า เรื่องนี้ละครับที่เป็นเรื่องที่คนทั้งประเทศก็รู้สึกกังวลเหมือนกัน ผมเรียนยืนยันกับ คุณชาดาได้ครับว่า พวกผมนั้นตั้งพรรคการเมืองกันมา ๖๐-๗๐ ปี เลือกตั้งแพ้ เลือกตั้งชนะ นี่เป็นเรื่องธรรมดา เวลาแพ้ก็ไม่ได้ก่อปัญหากับใครครับ แต่ว่าการที่จะยุบสภาคราวนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เรียนต่อพี่น้องประชาชนชัดเจนว่า ถ้าสถานการณ์อํานวย เศรษฐกิจของบ้านเมืองมันดีขึ้น บรรยากาศแห่งความสมานฉันท์ได้บังเกิดขึ้น รัฐบาล ก็พร้อมที่จะให้มีการยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง เขามาเรียกร้องให้ยุบสภา ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ไปเจรจาด้วยแล้วก็อธิบายขั้นตอน ทั้งหลายให้ฟัง ท่านนายกรัฐมนตรีได้ยํ้าว่า มันก็ไม่ได้มีเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงกับ กลุ่มรัฐบาลเท่านั้นในประเทศนี้ รัฐบาลก็ต้องฟังคนกลุ่มอื่น ๆ ด้วย เพราะฉะนั้น เมื่อจะต้องมีการแก้ไขกฎเกณฑ์ กติกา ก็ต้องไปถามความเห็นของพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ นั่นคือเหตุผลที่บอกว่า ทําไมถึงจะต้องมีประชามติ ผมอยากจะให้คุณชาดา ได้มั่นใจว่า รัฐบาลนี้พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ พร้อมที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่จะ ช่วยกันคิดอ่าน คลี่คลายแก้ไขปัญหา แต่ถ้าข้อเสนอของรัฐบาลที่มีเหตุมีผลครบถ้วน บริบูรณ์นั้นไม่ได้รับการตอบรับ รัฐบาลก็จะต้องทําหน้าที่บริหารประเทศไปจนกว่า จะครบเทอมตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็ขออนุญาตกราบเรียนตามนี้ครับ
คุณชาดาจะถามคําถามที่ ๓ ไหมครับ เชิญครับ
จริง ๆ ก็จะไม่ถามนะครับท่านประธาน คงจะไม่เป็นคําถามแล้วนะครับ แต่เป็นสิ่งที่ผมอยากจะฝากบอกไว้ว่า ถ้ารัฐบาลได้กระทําแล้ว เรียกมาแล้วไม่มีการที่จะมา คือรัฐบาลต้องมีจุดยืนแล้วในการตัดสินใจ และคิดว่า เป็นการตัดสินใจที่มีจุดร่วมที่ชัดเจนแล้วก็ออกมาเป็นวาระแห่งชาติเลยว่า จะยุบสภาเมื่อไร จะยุบสภาเมื่อไรก็ว่าไปนะครับ อาจจะอีก ๒ เดือน หรือจะอะไรก็ตาม ซึ่งผมเอง ไม่ได้เห็นด้วยกับเรื่องยุบสภา แต่เป็นเรื่องที่ว่ารัฐบาลก็ออกมาเป็นวาระแห่งชาติไปเลยว่า เราจะทํา ณ วันนั้นจะใช้เวลาอีก ๑ ปีก็ได้ ท่านว่าไปเลยว่า อย่างนี้ ๆ แล้วเรียกมาทุกสี ในเมื่อไม่มีการมาพูดคุย ในเมื่อการกระทําด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทําเพื่อประโยชน์ของ ประชาชน ทําเพื่อประเทศไทย ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเห็นกับท่านด้วย เห็นกับรัฐบาลด้วย ด้วยระยะเวลาที่ว่าจะทําอย่างนี้ แล้วเป็นสเตป (Step) เป็นขั้นตอน แล้วถึงเวลานั้นใคร ไม่ยอมรับก็ตาม ไม่มาคุยกับรัฐบาลก็ตาม รัฐบาลก็บอกท้ายปิดไปอย่างที่ผมกราบเรียน ไว้แล้วว่า หลังเลือกตั้งแล้วให้ทุกคนยอมรับ ถ้าไม่ยอมรับมันต้องมีจุดที่ประชาชน ออกมา ประชาชนออกมาต้านการเดินขบวนต่อต้านต่าง ๆ ซึ่งเคยมี ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะ ไม่จบไม่สิ้น ครั้งหนึ่งสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณก็โดน มาปัจจุบันนี้ก็มาโดนกันอีก ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไปที่ไหนก็โดน ผมถือว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเสื่อมเสีย ผู้นําของ ประเทศต้องได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชน และเป็นสถาบันหนึ่ง วันนี้ใครมาเป็น นายกรัฐมนตรี ใครมาเป็นผู้นําผมก็ต้องให้ความเคารพ เพราะผมถือว่านี่คือสถาบันหนึ่ง ในฐานะผู้นําของประเทศนี้ เราต้องเชื่อผู้นํา แล้วก็ให้เกียรติกับผู้นํา กระผมเองก็อยากจะ เห็นว่าเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่ดีในอดีตนั้นหมดไปเสียที เพราะเราได้คุยเรื่องอดีตกันมามากแล้ว อยากเห็นประเทศชาติก้าวหน้าต่อไปแล้วหมดปัญหาเก่า ๆ ซํ้า ๆ ซาก ๆ ก็กราบเรียนด้วยความเคารพว่าหลังการยุบสภาแล้ว หลังการเลือกตั้งนั้นจะต้องไม่มี ปัญหาเก่า ๆ เกิดขึ้นมาอีก ไม่ว่าใครมาเป็นผู้นํารัฐบาลก็ตามโดยเป็นการประกาศของ รัฐบาล วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นํารัฐบาลต้องใช้ความเป็นผู้นํา ใช้การตัดสินใจเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองนี้ หรือด้วยความถูกต้อง มีเวลา มีสเคจดูล (Schedule) หรือมีระยะเวลา ผมเชื่อว่าจะเป็นการแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง อย่าให้ ปัญหานี้เกาะกินประเทศไทยไปนานเลยครับ เพราะว่ามันจะอยู่ในสภาพอัมพฤกษ์ แล้วจะมีปัญหา ก็กราบเรียนด้วยความเคารพ แล้วก็ต้องขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ได้ตอบคําถามกระทู้ถามสดผม ณ วันนี้ครับ ขอบคุณมาก
ท่านรองนายกรัฐมนตรีจะมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ ท่านสมาชิกครับ เป็ นอันจบ กระทู้ถามสดที่ ๒ เรียบร้อยแล้วนะครับ ก่อนจะถามกระทู้ถามสดที่ ๓ ผมอยากจะเรียน ท่านสมาชิกอย่างนี้ครับ เราต้องรักษาหลักการและรักษาข้อบังคับของการประชุมสภา ของเราอย่างเคร่งครัดนะครับ การตั้งกระทู้ถามได้กําหนดไว้ว่าให้ใช้เวลา ๒๐ นาที แล้วก็อะลุ้มอล่วยให้ได้ถึง ๓๐ นาที เพราะฉะนั้นผมจะพยายามกํากับการตั้งกระทู้ถาม ให้อยู่ภายในเวลานะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดที่ ๓
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๖ ส. เรื่อง การเสนอข่าวสารทางสื่อของรัฐ เชิงสร้างความขัดแย้งทางสังคม (นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
วันนี้ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย มาตอบคําถามด้วยตัวเอง เชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ถามคําถามที่ ๑ ครับ
ท่านประธานครับ ก่อนที่ผม จะเข้าสู่กระทู้ถามสดของกระผม ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าตอนนี้ถ่ายทอด กระทู้ถามสดนี้อยู่หรือไม่ครับ ช่อง ๑๑
ท่านชี้แจงว่ายังถ่ายทอดอยู่นะครับ เชิญคําถามเลยครับ
เพราะผมเกรงอย่างนี้ครับว่า ถ้าเกิดมีการตัดต่อแล้วเอาไปออกในตอนหลังจะตัดเอาตรงประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีตอบ ดูดีแล้วสังคมก็จะไม่ได้ข้อเท็จจริงทั้งหมด ผมเป็นห่วงแค่นั้น กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กระทู้ถามสดของผมเป็นการเสนอข่าวสารทางสื่อของรัฐเชิงสร้าง ความขัดแย้งทางสังคม วันนี้เราต้องยอมรับครับว่าเป็นที่สงสัยของพี่น้องประชาชน เป็นอย่างมากว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้อํานาจรัฐในการแทรกแซงสื่อและใช้สื่อของรัฐและพวกพ้อง ของตนเองทําลายผู้อื่นหรือนําไปต่อสู้ทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของรัฐบาลเอง ซึ่งการใช้ สื่อของรัฐเป็ นเครื่องมือทางการเมืองในการต่อสู้ กับกลุ่มผู้ชุมนุมหรือแม้กระทั่ง นายกรัฐมนตรีทักษิณ นับวันมันจะรุนแรงยิ่งขึ้น มันมีขบวนการดําเนินการอย่างเป็นระบบ อันนี้แหละครับมันจะเป็นผลร้ายต่อประเทศชาติ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีให้รัฐบาลชุดนี้ คิดให้หนัก วันนี้เรามารับใช้พี่น้องประชาชน เสียงส่วนใหญ่ของพี่น้องประชาชนจะว่า อย่างไรนั้นมันก็มี ๒ ฝ่าย ความคิดมันแตกต่างกันได้ แต่เราจะทําอย่างไรให้สังคมนั้น เดินต่อไปได้ อยากจะเห็นสิ่งเหล่านี้นะครับ ทีนี้ที่ผมพูดถึงว่ามีขบวนการมีระบบนั้น ผมอยากจะยกตัวอย่างซึ่งบังเอิญผมมีเอกสารที่จะได้คลายความกังวลความข้องใจของ พี่น้องประชาชนที่กําลังฟังกระทู้ถามสดวันนี้ สิ่งที่อยู่ในมือผมต้องขออนุญาต ท่านประธานว่าต้องอ่านเพราะว่าผมได้ขยายมา ผมจะอ่านให้ฟังนะครับ เพราะว่ามันมีเอกสารที่ผู้อํานวยการใหญ่บริษัท อสมท. ส่งไปให้กรรมการผู้จัดการบริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (Bangkok Entertainment) จํากัด คุณประวิทย์ มาลีนนท์ อยู่ในมือผมนะครับ ลงวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๓ เป็นเอกสารที่บอกว่า ผมจะสรุปคร่าว ๆ จะไม่อ่านในรายละเอียดจะใช้เวลานาน การชุมนุมใหญ่ของผู้ชุมนุม นปช. ในวันที่ ๑๔ มีนาคม ในกรุงเทพฯ จะมีการเคลื่อนย้ายผู้ร่วมชุมนุมจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มีนาคม โดยรัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคง ตั้งแต่วันที่ ๑๑-๒๓ มีนาคม ดังนั้นเพื่อให้การดําเนินรายการต่าง ๆ ของสถานีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็ นกลาง จึงขอความกรุณาท่านในการดูแลควบคุมดําเนินรายการ และการออกอากาศในสังกัด ดังนี้ ๑. รายการที่เป็นลักษณะรายการข่าววิเคราะห์ ข่าวการโฟนอิน (Phone in) การแสดงความคิดเห็นในรายการ หรือโดยวิธีการอื่น ๆ ขอให้ นักจัดรายการดําเนินการด้วยความระมัดระวังในการนําเสนอข้อความ ดูดีมากท่านประธาน ดูดีครับถ้าทําได้อย่างนี้มันเป็นกลาง การดําเนินรายการของนักจัดรายการที่เป็นลักษณะ ที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือยุยงให้เกิดความแตกสามัคคีของคนในชาติขอให้ตัดภาพ และเสียงของผู้ดําเนินรายการโดยเด็ดขาด ก็ดูดีอีกครับถ้าทําได้อย่างนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ท่านประธาน สิ่งที่ผมได้พบเห็นก่อนที่ผมจะนําเสนอต่อไปมันแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น วันนี้ ผู้อํานวยการ อสมท. ถามว่า อสมท. ไปเกี่ยวอะไรกับช่อง ๓ เพราะ อสมท. นั้นพูดง่าย ๆ เป็นเจ้าของช่อง ๓ วันนี้ช่อง ๓ ยังไม่ได้ต่ออายุสัญญาเลย เวลาสั่งการไป ช่อง ๓ ก็ต้อง ปฏิบัติตามเพื่อเอาใจ เพื่อจะได้มีสัญญาต่อไปอีกนะครับ ช่อง ๕ ช่อง ๗ นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะทหารเขาสั่งได้ ช่อง ๕ ก็เป็นของทหาร ช่อง ๗ ก็เป็นของทหาร ช่อง ๙ อสมท. ชัดเจน ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์นี่แหละครับดูแลช่อง ๙ ดูแล อสมท. ช่อง ๑๑ หรือช่องหอยม่วง หรือหอยเน่า ที่เขาเรียกขานกันในขณะนี้นะครับ ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ารัฐบาลเป็นคนกํากับดูแล ท่านประธานสิ่งที่เกิดขึ้นอีกครับ เอกสารอีกฉบับหนึ่ง ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองทัพบก กองบัญชาการกองทัพบก มีหนังสือไปถึงผู้อํานวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทย ทีวีสี ช่อง ๓ เรื่องเกี่ยวกับเลือดครับ วันที่กลุ่ม นปช. จะเอาเลือดไปเทบริเวณหน้าทําเนียบ รัฐบาลในวันอังคารที่ ๑๖ เขาบอกว่าการนําเสนอภาพข่าวดังกล่าวอาจจะเป็นภาพที่ทําให้ เกิดความน่ากลัว สยดสยอง และเป็นตัวอย่างที่ไม่เหมาะสมกับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อกลุ่มเด็กและเยาวชน อันนี้ก็ดูดี จึงขอความอนุเคราะห์ในการพิจารณาการเสนอภาพข่าว ที่อาจจะส่งผลกระทบทางจิตใจของประชาชนด้วยความระมัดระวัง โดยอาจจะใช้เทคนิค ของการนําเสนอ เช่น การลดเวลาการเผยแพร่ภาพข่าวหรือการใช้การกรองภาพในส่วนที่ ส่งผลกระทบออกไป เป็นต้น ทหารเป็นคนสั่งช่อง ๓ ทีนี้ก็มี ศอ.รส. ที่ท่านสุเทพเป็น นายใหญ่นะครับ ศูนย์ประสานสื่อ ศอ.รส. ขอให้ช่อง ๓ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อความ ตัววิ่งครับท่านประธาน เวลาดูทีวีจะมีตัววิ่งข้างล่างนะครับ บังเอิญข้อความที่ออกมานี่ ท่านประธาน ผมจะอ่านให้ฟังนะครับ ศอ.รส. ขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย กรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจทราบ หรือแจ้งที่ เบอร์โทร ๑๙๑ หรือ ๑๕๕๕ อันนี้ก็ดูเหมือนจะหวังดี แต่ผมว่าเป็นการพยายามก่อให้เกิด ความหวาดกลัว เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่มาร่วมชุมนุม เหมือนกับการใช้เทคนิคทาง จิตวิทยาที่ให้ทหารขึ้นไปยืนอยู่บนรถแล้วกล่อมเกลาผู้ชุมนุมนะครับ วันนั้นพยายามจะมากล่อม ส.ส. พวกผมให้เข้าสภาเถอะ พูดแจ๋ว แจ๋ว แจ๋วเลยมันใช้ไม่ได้ จิตวิทยาของทหารไปใช้กับชายแดนหรือใช้กับภาคใต้ได้ มาใช้กับพวกผมมันไม่เวิร์ก (Work) ต้องขอพูดภาษาฝรั่ง คือมันใช้ไม่ได้ท่านประธาน อีกฉบับหนึ่งวันที่ ๒๕ มีนาคม วันเดียวกันนี่นะครับ ข้อความที่ ศอ.รส. สั่งไปยังกรรมการผู้จัดการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓ อสมท. อีก บอกว่าให้วิ่งข้อความ ศอ.รส. มีความห่วงใยต่อสุขภาพของผู้ชุมนุม เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนและมีแนวโน้มที่อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้น หากมีอาการไม่สบาย สามารถพบแพทย์ตามจุดบริการได้ตลอดเวลา จะออกไปเพื่ออะไรท่านประธาน คนที่เขา มาชุมนุมเขาได้เห็นข้อความอย่างนี้เขายิ่งเกลียดชัง เราต้องเข้าใจจิตวิทยาของคน ผมบังเอิญเรียนจิตวิทยาสมัยเรียนปริญญาตรี ได้เอ (A) ขนาดไม่ได้อ่านหนังสือเลย ฝากนายสาทิตย์ด้วยใช้อะไรต้องใช้สมองในการพิจารณา ข้อความอย่างนี้ท่านดูเหมือน จะไม่มีอะไร ดูเหมือนหวังดี แต่เอาจริง ๆ แล้วมันสร้างความขัดแย้ง ท่านประธาน อันสุดท้ายนี่นะครับ เรียน ผู้อํานวยการสถานีโทรทัศน์โมเดิล ไนน์ ทีวี (Model nine TV) อันนี้สั่งช่อง ๙ อันนี้จากกรมกิจการพลเรือนทหารบก ข้อความที่ ๒ นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้ความมั่นใจว่า แนวโน้ม การท่องเที่ยวไทยมีทิศทางที่สดใส หากปัจจัยทางการเมืองไม่มีความวุ่นวายอาจจะ ขยายตัวถึง ๑๒-๑๕ เปอร์เซ็นต์ จะออกมาทําไม ทหารจะไปรู้อะไร แล้วนายกงกฤช หิรัญกิจ เป็นใคร เก่งขนาดไหน พยายามที่จะกล่าวหาว่าการชุมนุมของเขาทําให้ การท่องเที่ยวของไทยเสียหาย ท่านประธาน วันก่อนผมฟังดีดี (DD) ของการบินไทย เขาบอกว่าในช่วงชุมนุมการยกเลิกตั๋วเครื่องบินมีแค่ ๔ เปอร์เซ็นต์เป็นปกติ ไม่ได้มี นักท่องเที่ยวลดเลย แต่ท่านออกข่าวแบบนี้สังคมมันก็เลยเกิดความแตกแยก ผมจะ ยกตัวอย่างให้ โดยเฉพาะข้อความที่ ๓ นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ อาวุโส สถาบันวิจัยนครหลวงไทยกล่าวต้องติดตามสถานการณ์การเมืองช่วงนี้เป็นพิเศษ เพราะปัญหาการเมืองเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อตลาดหุ้นไทย หากการเมืองเกิดความรุนแรง อาจจะทําให้จีดีพี (GDP) ขยายตัวตํ่ากว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ไม่เคยเชิญบุคคลผู้นี้มาชี้แจง ในคณะกรรมาธิการ แล้วรู้ดีได้อย่างไรว่าตลาดหุ้นจะเสียหาย แล้ววันนี้มันขึ้นไหม ท่านประธานต้องดูให้ดีครับ การประท้วงชุมนุมสังคมโลกเขารู้แล้วว่าคนเสื้อแดงเขาไม่ได้ วุ่นวาย เขาชุมนุมโดยสันติภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้ทําให้ตลาดหุ้นกระทบเลย แต่ออกข่าว ลักษณะอย่างนี้มันยิ่งสร้างความแตกแยก และที่สําคัญที่สุดส่งไปให้ช่อง ๓ กับช่อง ๙ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ไม่ต้องพูดถึงเพราะช่อง ๕ ช่อง ๗ สั่งได้ ช่อง ๑๑ ท่านรัฐมนตรีสั่งได้ และที่สําคัญที่สุดนอกจากนี้แล้วผมพูดถึงระบบขบวนการที่จะดิสเครดิต (Discredit) ผู้ชุมนุม ทําลายคู่ต่อสู้ทางการเมืองอะไรก็สุดแล้วแต่ รายการทีวี ๒ รายการที่ช่อง ๑๑ หรือหอยม่วง หรือหอยเน่า ตามที่เขาพูดกันนี่ผมชักจะเห็นด้วยแล้ว ผมไม่เคยใช้คําว่า หอยเน่า หอยม่วง แต่วันนี้จําเป็นเพราะว่าต้องเชื่อ อย่างกรณีรายการคลายปมมีอาจารย์ ๒ คน คนหนึ่งก็เป็นดอกเตอร์เหมือนผม อาจารย์อย่างโน้น อาจารย์อย่างนี้ ใช้ความรู้สึก ของตัวเองวิจารณ์ ใช้ความเกลียดชังของตนเองเป็นทุนเดิม แบ่งฝักแบ่งฝ่ายยิ่งทําให้เกิด ความแตกแยก เดี๋ยวอาจารย์ก็แกล้งโง่ทําเป็นพูดหลุดพูดคําหยาบ ต่อว่าท่านประธานนี่ หลุดอยู่นั่นละ เดี๋ยวก็ลูกไพร่ ท่านประธานมีพ่อแม่เป็นไพร่ แบบนี้มันใช้ไม่ได้ท่านประธาน รายการอย่างนี้รัฐบาลปล่อยออกมาได้อย่างไร ท่านสาทิตย์ท่านเคยดูไหม ผมเกลียดมาก แต่จําเป็นต้องทนดู ดูเพื่อจะรู้ข้อเท็จจริงว่าความรู้สึกของพิธีกรที่เรียกตัวเอง
คุณสุรพงษ์ มีผู้ประท้วง คุณยุคลประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วง ท่านประธาน ข้อบังคับ ข้อ ๘ (๓) ให้ควบคุมผู้ที่กําลังอภิปรายนี้ก็ใกล้จะถึงเวลาแล้ว เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีจะตอบไม่ทัน ผมเป็นห่วงคําถามยังไม่ได้เกิดขึ้นเลยและตัวอย่าง มีพี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรีโทรศัพท์มาเยอะว่าที่ท่านสุรพงษ์ได้พูดว่า ท่านได้เอหรือได้ ๔ วิชาจิตวิทยานั้น ตอนนี้เยาวชนทั้งหลายกลัวว่าท่านจะลอกข้อสอบ คงไม่ได้นะครับคําพูด อย่างนี้เดี๋ยวเยาวชนจะเอาตัวอย่าง ท่านอย่าพูดเหวง ๆ จริง ๆ ท่านประธานขอบพระคุณครับ
ท่านประธาน
ผมวินิจฉัยนะครับ เราก็จะต้องรักษาข้อบังคับการประชุมสภาให้เคร่งครัด ท่านสุรพงษ์ก็มี เวลา ๓๐ นาที เพราะฉะนั้นท่านต้องบริหารให้อยู่ในเวลา ๓๐ นาที หรือใกล้เคียง เพราะฉะนั้นก็ขอให้รวบรัดแล้วเดี๋ยวถามคําถามที่ ๑ ได้เลยครับ
ท่านประธานต้องเอาเรื่อง ลอกข้อสอบ เขาดูถูกผมนี่นะครับ เดี๋ยวผมจะไปพิสูจน์ท่านประธาน
ต้องอย่างนี้ครับท่านสมาชิก
ผมจะฟ้ องหมิ่นประมาท
อะไรที่พอจะอะลุ้มอล่วยกันได้ผมว่าเราก็ให้อภัยกันนะครับ
มันเสียหายครับ เพราะผมได้ เอจริง ๆ และชีวิตนี้ไม่เคยลอกข้อสอบ จบดอกเตอร์ครับ
ก็ขอเชิญท่านถามคําถามเลยครับ
วิศวะด้วยครับ
ครับ
ท่านประธานต้องให้ถอน มันเสียหาย มาพูดทุจริตได้อย่างไร
ถอนคําพูดว่าอะไรครับ ท่านต้องเสนอว่าให้ถอนคําพูดว่าอะไรนะครับ เชิญดอกเตอร์สุรพงษ์
ผมเสนอให้ถอนสิ่งที่ท่าน หาว่าผมไปลอกข้อสอบแล้วก็ที่ท่านบอกว่ามีคนโทรมาบอกเบอร์โทรศัพท์มาสิว่าจริงไหม จะได้ฟ้ องกันให้
ผมว่าคงไม่ต่อล้อต่อเถียงครับ ต้องขอคุณยุคลที่บอกว่าดอกเตอร์สุรพงษ์ไปลอกข้อสอบ ขอความกรุณาถอนด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ผม ขอเรียนบอกกับท่านประธานตรงไปตรงมาว่ามีลูกหลาน เยาวชน ได้สอบถามว่าถึงท่านไม่ลอกข้อสอบ ท่านบอกว่าท่านไม่ได้อ่านหนังสือเลย ท่านได้เอ แต่ไม่เป็ นไรครับท่านบอกให้ถอนก็ยินดีที่จะถอน แต่ต่อไปข้ำงหน้า ท่านอย่าอภิปรายอย่างนี้ เยาวชนเขาฟัง เขาดูอยู่ เดี๋ยวเด็ก เยาวชน ทั้งหมดจะไม่อ่าน หนังสือ จะมีปัญหาต่อเยาวชนครับท่าน ขอบพระคุณครับ
ก็ขอบคุณครับ คุณยุคลถอนไปแล้วนะครับ
ท่านประธาน
ต้องขอดอกเตอร์สุรพงษ์รวบรัดและถามคําถามได้เลยนะครับ
ผมก็เป็นอาจารย์
ก็ขอให้บริหารเวลาให้อยู่ภายใน ๓๐ นาที
ลูกศิษย์ลูกหาผมนี่ ท่านประธาน
ผมขออย่างนี้ครับ ให้อยู่ในประเด็นที่เรากําลังจะถามกระทู้ถาม เชิญต่อเลยครับ
ท่านประธานต้องให้สิทธิผม อันนี้ผมจะใช้สิทธิก่อนที่เขามาประท้วง
มีผู้ประท้วงอีกแล้วนะครับ คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ท่านสมาชิกที่กําลังอภิปราย กระทู้ถามสดอยู่นี้ได้ใช้คําเสียดสี ดูหมิ่น ซึ่งผมคิดว่าไม่ต้องแปลเป็นอย่างอื่น ท่านกําลัง ดูหมิ่นช่อง ๑๑ ซึ่งท่านเองก็กําลังจะมาปกปักรักษาเพื่อไม่ให้เขาถูกแทรกแซง ท่านไป กล่าวหาเขาว่าเป็นหอยม่วง หอยเน่า คําต่าง ๆ เหล่านี้เป็นคําเสียดสี ผมขอให้ท่านถอน คํานี้ครับ
ผมวินิจฉัย ก็เช่นเดียวกัน ดอกเตอร์สุรพงษ์ท่านพูดถึงสื่อมวลชนของรัฐแห่งหนึ่งในคําว่า หอยเน่า ซึ่งเป็นคําไม่เหมาะสม ก็ขอถอนคําพูดเช่นเดียวกันครับ
ท่านประธาน คําถอนอย่างนั้น ก็ยินดีแต่หอยมันเหม็นหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ทีนี้สิ่งที่ผมกําลังจะนําเสนอ ผมพยายามที่จะ อ้างจากหลักฐานที่ผมได้ยินได้ฟัง
ก็ไม่เป็นไรครับ ผมได้วินิจฉัยให้ดอกเตอร์สุรพงษ์ถอนคําพูดคําว่า หอยเน่า ออก ขอเชิญ ถอนคําพูดครับ
ถอนคําว่า หอยเน่า ออก ท่านประธาน
แล้วถามคําถามต่อได้เลยครับ
ไม่ครับ เดี๋ยวยังไม่จบ เมื่อกี้ ลูกศิษย์ลูกหาผมเต็มบ้านเต็มเมืองท่านประธาน ผมสอนฝรั่งด้วย ลูกศิษย์ฝรั่งผม เขาฟังออกเขาก็รู้ เขาบอกว่าผมพูดไปเดี๋ยวเยาวชนจะมาฟังผมผิด ๆ ผมไม่เคยโกหก ในสภาผมเอาความจริงมาพูด ผมมีหลักฐานทั้งหมดเดี๋ยวประธานเอาไปเปิดดูก็ได้ครับ อย่างน้อยผมไม่เคยโกหกให้เยาวชนไทยต้องเรียนวิธีโกหกหรือตอแหลจากผม
ขอเชิญถามคําถามเลยครับ เพื่อรักษาเวลานะครับ
ครับท่านประธาน นอกจาก รายการคลายปมแล้วก็ยังมีอีกรายการหนึ่งซึ่งผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อเลย รายการ เจาะข่าวร้อนล้วงข่าวลึก ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อของพิธีกร และผมเคยถามกระทู้ถามนี้กับ ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่ออาทิตย์แรกของการเปิดสภาผู้แทนราษฎร เพราะพฤติกรรม การนําเสนอข่าวนั้นมันมีแต่จะสร้างความแตกแยกขึ้นในสังคม เอาความคิดเห็นของ ตัวเอง พยายามที่จะเรียบเรียงเรื่องเพื่อให้เกิดความขัดแย้งให้คนในสังคมส่วนหนึ่งเข้าใจผิด ยกตัวอย่างครับ อย่างรายการเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม พยายามที่จะพูดถึงประเด็นที่ นายกรัฐมนตรีทักษิณได้พูดถึงอํามาตย์อายุ ๘๐ ปีกว่าหมายถึงใคร โดยพยายามจะชี้นํา ว่านายกรัฐมนตรีทักษิณไม่ได้หมายถึง พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ แต่หมายถึงคนคนหนึ่ง แบบนี้มันไม่ได้ท่านประธาน สังคมไทยควรจะได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน ตรงไปตรงมาโดยเฉพาะสื่อของรัฐในการนําเสนอข่าวสารนั้นต้องให้ความเป็นธรรมแก่ สังคม วันนี้ประชาชนเขาไม่มีทางเลือกเขาจึงต้องไปพึ่งทีวีเสรี หรือทีวีผ่านดาวเทียม หรือสื่อต่าง ๆ ที่เขาเข้าใจว่าเขาจะได้รับข้อมูลข่าวสารที่แท้จริง ก็เป็นทางเลือกของเขา แต่สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทําโดยการบังคับสื่อต่าง ๆ ผมติดตามดูช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ช่อง ๑๑ ไม่ได้นําเสนอข้อมูลให้ครอบคลุมทั้ง ๒ ฝ่าย ตัดตอน แต่งเรื่องแต่งราวขึ้นมา โดยไม่ได้ให้ความเป็นธรรมเลย วันนี้ท่านประธานสิ่งที่เกิดขึ้นผมเข้าใจ พี่น้องประชาชน บางคนเขาบอกผมว่าเขาไม่สามารถที่จะทนดูทีวีเหล่านี้ได้ เขานี่ถึงขั้นเอาเท้า ประทานโทษ ไปเหยียบทีวี ผมก็อยากจะถามรัฐบาลว่ารัฐบาลเคยทําโพลล์ (Poll) ไหมว่าตั้งแต่ นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านสาทิตย์เป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ประชาชนกี่คนที่เอาเท้าไปถีบทีวีจนพัง ทําโพลล์ดูไหม สิ่งที่นําเสนอในสังคมวันนี้ โพลล์ต่าง ๆ ก็มาจากพรรคพวกตัวเอง
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณอรรถพรประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านผู้อภิปรายคงต้องถูกท่านประธานควบคุมนะครับ เพราะว่าท่านได้ ใช้เวลามานานมากพอสมควร แล้วก็ได้อารัมภบทเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งห่างไกลจากประเด็น ไปทุกที อยากให้ควบคุมด้วยครับ แล้วก็สําหรับท่านผู้อภิปรายผมอยากจะแนะนําฟังท่าน อภิปรายในช่วงหลัง ๆ ก็เคร่งเครียดไม่ค่อยสบายหูสบายตา ผมแนะนําว่าการอภิปราย ถ้าจะให้เกิดสาระน่าฟังกว่านี้อยากให้ท่านสวมวิก (Wig) ครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ ท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ได้ใช้เวลามาพอสมควรเกือบ ๑๖ นาทีแล้ว ได้เท้าความมาพอสมควรก็ต้องขอให้รักษาเวลาเพราะเดี๋ยวรัฐมนตรีจะต้องตอบด้วย ขอให้ท่านเริ่มถามคําถามได้แล้วครับ
ท่านประธาน ถ้าผม ไม่เท้าความตามรายละเอียดเหล่านี้
ขณะนี้ผมฟังการเท้าความได้เข้าใจพอสมควรแล้ว ก็ต้องขอให้เริ่มถามคําถามครับ ยังมีผู้ประท้วงอีก ๒ ท่านครับ คุณธนา ชีรวินิจ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมว่าท่านประธานต้องทําความเข้าใจกับ เพื่อนสมาชิกเรื่องของการตั้งกระทู้ถามกันแล้วท่านประธาน เพราะว่าถ้าเราปล่อยให้มี การตั้งกระทู้ถามในลักษณะอย่างนี้ทุกอาทิตย์ ๆ มันไม่เกิดประโยชน์ แล้วมันไม่เป็นไป ตามข้อบังคับการประชุม ในข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจนครับว่าการตั้งกระทู้ถามจะต้อง ไม่เป็นลักษณะของการอภิปราย เพราะถ้าอภิปรายมันจะเป็นเรื่องของญัตติ วันนี้เมื่อตั้งกระทู้ถามก็คือท่านสมาชิกสงสัยในการบริหารราชการแผ่นดินเรื่องใด ก็ยกประเด็นมาแล้วก็สอบถาม แล้วก็ให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ แต่การที่ท่านสมาชิกใช้สิทธิ ในการอภิปรายนําลําดับเรื่องมาทั้งหมดอย่างนี้ไม่ใช่การตั้งกระทู้ถาม ผมอยากให้ ท่านประธานช่วยดําเนินการให้เป็นตามข้อบังคับการประชุมสภาด้วยครับ ผมไม่อยาก ประท้วงครับ
ผมก็จะต้องวินิจฉัยซํ้าอีกครั้งหนึ่ง การอารัมภบททําได้เพื่อประกอบการถาม แต่ท่าน จะต้องรักษาเวลาอยู่ใน ๓๐ นาที เพราะฉะนั้นผมได้กําชับให้ท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ ได้ถามคําถามที่ ๑ แล้วเดี๋ยวคําถามที่ ๒ ที่ ๓ ก็เช่นเดียวกันท่านไม่ต้องอารัมภบทแล้ว เพราะว่าได้อารัมภบทไปหมด ขอให้รักษาเวลาใน ๓๐ นาทีครับ คุณเชิดชัย วิเชียรวรรณ ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานด้วยความเคารพ จริง ๆ แล้วผมไม่อยากประท้วงเลย แต่ผมจําเป็นต้อง ประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เพราะท่านผู้กําลังอภิปรายนั้นนอกจากจะอวดอ้างตัวเอง ว่าเป็นครูบาอาจารย์แล้ว ยังใช้สํานวนโวหารคําพูดที่เสียดสีตลอดเวลา ผมเองในฐานะ คนที่เคยเป็นสื่อ ผมต้องยอมรับผมเคยรับราชการที่กรมประชาสัมพันธ์ พรรคพวก เพื่อนฝูงผมไม่สามารถที่จะมาชี้แจงในสภาแห่งนี้ได้ ท่านอย่าได้ตีกินมากนักครับ ท่านอาจารย์ครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ คําพูดที่ไม่เหมาะสมก็ได้เรียนให้ผู้ตั้งกระทู้ถามได้ถอนคําพูด ซึ่งท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ก็ได้ถอนไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นก็ขอดอกเตอร์สุรพงษ์ถาม คําถามได้แล้วครับ
ท่านประธานครับ การประท้วงมันทําให้ผมเสียสมาธิไปมากเลยนะท่านประธาน
การประท้วงไม่ได้หักเวลานะครับ เชิญถามเลยครับ
แล้วถ้าผมไม่พาดพิงไปกล่าว แก้ไขมันก็เสียหายผมนะท่านประธาน ท่านประธานต้องให้สิทธิผมบ้าง ทีกระทู้ถามแรก ท่านรัฐมนตรีตอบยาวเป็นชั่วโมงกว่า
ผมก็จะดูเวลาประกอบกันว่าท่านผู้ตั้งคําถามคําถามฟุ่มเฟือยหรือเปล่า เพราะฉะนั้น ก็ขอเชิญตั้งกระทู้ถามได้แล้วครับ
ได้ครับท่านประธาน คือเรื่อง สื่อมันเป็นสาเหตุหนึ่งที่สร้างความแตกแยกในสังคม ผมไม่อยากจะเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น นอกจากสื่อที่เป็นช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ช่อง ๑๑ แล้ว สื่อทีวีดาวเทียม วิทยุต่าง ๆ มันสร้างความแตกแยกไปหมดท่านประธาน ผมมีประเด็นคําถามที่อยากจะถาม เดี๋ยวผม จะถามตอนหลังก็แล้วกันว่ารัฐบาลจะดูแลอย่างไร แต่คําถามแรก เนื่องจากเนื้อหาสาระ ที่มันเกิดขึ้นในสังคมการใช้สื่อมันมากจนคนเกิดความระแวงซึ่งกันและกัน ไม่ยอมรับ ข้อมูลข่าวสาร ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง อันนี้คือปัญหาของประเทศในขณะนี้ ผมอยากจะถาม นายสาทิตย์เลยครับว่าท่านคิดอย่างไรกับการที่รัฐบาลจะโดยท่านหรือใครก็แล้วแต่เข้าไป แทรกแซงสื่อในลักษณะอย่างที่ผมได้กล่าวมา และมีการส่งเสริมให้มีการทํารายการที่มี ลักษณะยุยงส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความแตกแยก เข้าใจผิดซึ่งกันและกัน โดยไม่คํานึงถึง ความรู้สึกของประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ เป็นผู้เสียภาษีนายสาทิตย์จะปล่อยให้มี การดําเนินรายการเช่นนี้อีกต่อไปหรือไม่ และจะปล่อยให้การนําเสนอข่าวสาร สร้างความแตกแยกต่อไปในสังคมอยู่อย่างนี้อีกใช่หรือไม่ คําถามแรกครับท่านประธาน
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้กํากับดูแลกรมประชาสัมพันธ์และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ซึ่งได้ตั้งกระทู้ถามสดถามถึง เรื่องของการนําเสนอข่าวสารของสื่อสารมวลชน โดยท่านตั้งกระทู้ถามในทํานองว่าเป็น รายการซึ่งอาจจะทําให้สังคมเกิดความขัดแย้ง ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมก็ตั้งอกตั้งใจฟังอารัมภบทคําถามท่านโดยตลอดนะครับว่า รายการอย่างไรที่ท่าน เรียกว่าเป็นการสร้างความขัดแย้ง แล้วรายการนั้นมีลักษณะที่สร้างความขัดแย้งตรงไหน ผมเรียนท่านประธานตรง ๆ ครับว่า ผมฟังท่านสภาพเหมือนรําพึงรําพัน เพราะดูรายการ ทีวีแล้วไม่ถูกใจตัวเองเสียมากกว่า ท่านมีอยู่ ๒ ประเด็นที่ท่านพูดถึง ในประเด็นที่ ๑ ท่านพูดถึงเรื่องของกรณีที่เป็นกรณีเดียวกันกับที่แกนนําของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง เข้าใจว่าเป็นคุณณัฐวุฒิ ซึ่งต้องประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน เพราะว่าท่านอยู่นอกสภา ได้หยิบเอาหนังสือ ๒-๓ ฉบับ ซึ่งเข้าใจว่ามีคนนํามาเผยแพร่ ความจริงนั้นเผยแพร่ผ่านใน เว็บไซต์ประชาไทยมาก่อนแล้ว แล้วมีความพยายามสร้างกระแสว่าเป็นการแทรกแซงสื่อ ของฝ่ายทหารก็ดี ฝ่าย ศอ.รส. ก็ดี แต่ถ้าท่านสมาชิกรวมถึงท่านผู้ชมทางบ้านที่ติดตาม การถ่ายทอดสดอยู่นี้ได้รับฟังข้อความทั้งหมดท่านก็จะได้เห็นทันทีว่า ไม่มีข้อความใดเลย ที่เป็นลักษณะของการที่จะไปสร้างความขัดแย้ง ความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม เพียงแต่ผู้ถามกระทู้ถามสดคิดไปเอง เขาบอกว่าเป็นห่วงผู้ชุมนุมสามารถจะพบแพทย์ได้ ท่านก็บอกว่านี่เป็นการสร้างจิตวิทยา เวลาเขาบอกว่าต้องกํากับดูแลรายการให้ดี ไม่ให้เกิดภาพที่ไม่เหมาะสม ท่านก็บอกว่านี่เป็นการข่มขู่ นี่ก็คิดไปเอง ความจริงคนที่ติติง รายการโทรทัศน์มันมีมากกว่านี้ มันมีภาพที่ไม่เหมาะสม อย่างเช่น คดีบางคดีที่เป็นคดี ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการคุกคามทางเพศ เป็นเรื่องของผู้เยาว์บ้าง แม้กระทั่งรายการ ละครบางรายการประชาชนก็มีร้องเรียนบ่อยว่าภาพเช่นนั้นไม่เหมาะสม ผมก็เรียนว่า กรณีที่มีการนําเอาเลือดของผู้ชุมนุม ซึ่งความจริงข่าวสั้นวันนี้คุณหมอที่ไปตรวจ ก็แถลงข่าวแล้วว่าเลือดมีลักษณะปนอะไรอย่างไรไปเท ภาพที่เกิดขึ้นก็มีหลายคน ไม่สบายใจ เขาก็ร้องกันมา หนังสือทั้งหมดก็มีการทําไปยังสถานีอย่างที่ท่านพูดถึง แต่ทั้งหมดนี่มันไม่ได้เกี่ยวกับผมเลย มันเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทําไปแล้วก็ ไปขอความอนุเคราะห์ แต่ท่านใช้คําว่า ไปข่มขู่ ความจริงท่านน่าจะศึกษาเรื่องสัญญา ให้ดีกรณีช่อง ๙ ช่อง ๓ เรื่องสัญญาเขาต่อเสร็จไปแล้ว ถามอดีตรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งอยู่พรรคท่านให้ดี ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แต่ว่าเรื่องนั้น มันเป็นเรื่องผูกพันตามสัญญาว่าช่อง ๙ ในฐานะเจ้าของสัญญาสัมปทานจะต้องกํากับ ดูแลให้ช่อง ๓ ซึ่งได้รับสัญญาสัมปทานไปดําเนินการตามเงื่อนไขที่เขียนเอาไว้ในสัญญา เช่น เรื่องของนโยบายรัฐบาล เรื่องของการสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นกับสังคม เพราะฉะนั้นกรณีแรกที่ท่านพูดถึงว่าเป็นเรื่องของการที่จะไปอนุเคราะห์อย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็เป็นการข่มขู่จึงไม่เป็นข้อเท็จจริง ส่วนที่จะอ้างว่านายกงกฤช ประทานโทษที่เอ่ยนาม หรือคนอื่นบ้างมีการให้สัมภาษณ์ แล้วก็ลงกรณีของที่เป็นตัววิ่งนั้นท่านก็ไปตรวจสอบได้ ว่าท่านเหล่านั้นได้พูดเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ถ้าเขาพูดเป็นข้อเท็จจริงก็ต้องยอมรับครับว่า เขาก็เป็นความกังวลของเขาซึ่งเกิดขึ้นจริง ๆ จากการชุมนุม เมื่อเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ก็สามารถนํามาเผยแพร่ได้ ถ้าหากว่าเจ้าตัวเขาเป็นการพูดสู่สาธารณะ เพียงแต่ข้อความ เหล่านั้นอาจจะทําให้ท่านมีความรู้สึกไม่พอใจ ท่านก็หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นกระทู้ถามสด เพราะฉะนั้นผมก็ยืนยันได้ว่าสิ่งที่ท่านถามในประเด็นแรก ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องนั้นก็ไม่เกี่ยวข้อง แต่อย่างใด
ในประเด็นถัดมาท่านประธานท่านไปติดใจในประเด็นเรื่องของกรณีที่เป็น รายการของทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ความจริงท่านระบุชื่อรายการ ไปด้วย เท่าที่ผมฟังท่านทั้ง ๒ รายการ ท่านก็เป็นความไม่พอใจส่วนตัวของท่านมากกว่าว่า ผู้จัดรายการที่พูดอาจจะพูดไม่ถูกใจท่าน แต่ผมก็เรียนว่าเพื่อให้ความเป็ นธรรม กับสื่อสารมวลชนทุกฝ่ายทุกช่อง ไม่ว่าเป็นสถานีโทรทัศน์ช่องใดก็ตาม ทุกคนก็มีสิทธิตาม รัฐธรรมนูญ มีเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับสื่อมวลชนอื่น ไม่ว่าจะเป็ น หนังสือพิมพ์หรือวิทยุอื่น ๆ ก็ตามที่สามารถจะใช้สิทธิของตัวเอง ใช้เสรีภาพของตัวเอง ในการนําเสนอข้อเท็จจริงต่าง ๆ ได้ ผมยืนยันว่า ทางช่อง ๑๑ เจ้าหน้าที่เขาก็ทํางานด้วย ความตระหนักรู้ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพและความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะฉะนั้น ทุกรายการก็มีความรับผิดชอบ ถ้าผิดไปจากข้อเท็จจริงใดเขาก็ต้องรับผิด ถ้ามีการไป ละเมิดสิทธิก็สามารถฟ้ องร้องได้ตามที่กฎหมายกําหนดครับ แต่ผมเรียนคุณสุรพงษ์อย่างนี้ครับว่า ท่านผู้ถามกระทู้ถาม ตั้งกระทู้ถามบอกว่า กรณีอย่างนี้ มันเหมือนกับว่า ศอ.รส. ก็ดี รัฐบาลก็ดีไปแทรกแซงสื่อ ซึ่งผมก็บอกอยู่แล้วว่าไม่ได้ทํา ท่านบอกว่าใช้คําว่า ไปคุกคาม ก็ไม่ใช่ แต่ผมจะถามต่อว่ากรณีที่ท่านถามบางประเด็นนี่ เป็นประเด็นที่จะถามว่า มันเป็นการแทรกแซงสื่อและเป็นการคุกคามด้วยหรือไม่ มีการแถลงข่าวครับ เป็นเนื้อหาเดียวกับที่ท่านพูด ใช้ชื่อเรียกสถานีโทรทัศน์ช่องนี้ก็คือ เรียกเหมือนกัน แต่ใช้คําพูดว่า ผมเตือนว่าถ้ายังไม่หยุด จะเป็นกรมประชาสัมพันธ์ หรือเป็นหอยม่วงพวกผมจะไป รอบนี้ผมมาหลายวันแล้ว อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ลองไปนึกดู ทําไมเหตุการณ์แต่ละครั้งเมื่อประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้กับเผด็จการ ทําไม กรมประชาสัมพันธ์ถูกเผาทุกครั้ง นี่คือคําพูดที่สื่อว่าเรื่องเผา นี่คือปัจจัยหลัก คือการใส่ร้าย ด้วยถ้อยคําอันเป็นเท็จ มีการพูดถึงเรื่องพระเจ้าแผ่นดิน แล้วก็ปล่อยว่าสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ เป็นสถานีโทรทัศน์ที่ไปพูดถึงเรื่องของสถาบัน เนื้อหาใจความที่มีการพูดถึงนั้นก็คือ ประกาศว่าจะพาพวกไปบุกที่สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และยังพูดเตือนไปถึงอธิบดี ว่าทําไมจึงถูกเผาทุกครั้งด้วย คําพูดนี้คนแถลงข่าวคือ ส.ส. พรรคท่านครับ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ผมถามว่ากรณีนี้เรียกว่าอะไรครับ ประเด็นก็จะมีต่อไปอีกครับ ที่ท่านบอกว่า ความจริงนั้นท่านไม่มีสิทธิถามคําถามนี้นะครับ เพราะท่านถามความคิดเห็น คือท่านถาม ว่าคิดอย่างไร ถ้าไปเปิดดูในข้อบังคับนี่มันถามความคิดเห็นไม่ได้ครับ แต่ท่านถาม ในประเด็นนี่ท่านบอกว่า จะมีรายการให้ยุยงแตกแยกเข้าใจผิด รายการประเภทนี้อีกหรือไม่ ตอบเลยครับว่าไม่มีครับ ขณะนี้สื่อสารมวลชนของรัฐไม่ได้สร้างความขัดแย้งในสังคม แต่ตรงกันข้ามครับ เป็นการให้ข่าวสารและสร้าง
มีผู้ประท้วงครับท่านรัฐมนตรีครับ คุณพงศ์พันธ์ สุนทรชัย ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธาน ขอประท้วงท่านที่กําลังตอบกระทู้ถามว่า การตอบกระทู้ถามของท่านนั้นไม่ตรงกับคําถาม เมื่อสักครู่มีชาวบ้านเขาโทรมา มาต่อว่า ว่าทําไมตอบกระทู้ถามไม่ให้ตรงกับคําถามผู้ถามด้วย จึงกราบเรียนท่านประธาน
ผมขอวินิจฉัยนะครับ เป็นสิทธิของผู้ตอบนะครับว่า เมื่อผู้ตั้งกระทู้ถาม ผู้ตอบเห็นสมควร ตอบประการใดก็เป็นสิทธิของผู้ตอบนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะเรียนทั้งผู้ถาม และผู้ตอบนะครับ ขณะนี้เหลือเวลาอีกแค่ ๔ นาทีนะครับ ผมพยายามจะอะลุ้มอล่วยให้ แต่เราก็ต้องรักษาข้อบังคับของเราด้วย เชิญท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ต่อครับ
ผมเรียนท่านประธานครับว่า ผู้ถามสักครู่นี้ใช้เวลาไปมากกว่าเกือบ ๆ ๒๐ นาทีนะครับ ที่ผมตอบมานี้ยังตอบได้ไม่ถึงสัก ๕ นาทีเลยครับ แต่ประเด็นจะเป็นอย่างนี้ครับว่า มันไม่ใช่ ตอบเป็นเรื่องของอยู่นอกประเด็น ทุกอย่างมันอยู่ในประเด็นทั้งหมดครับ แต่ท่านต้อง ตั้งใจฟังหน่อย ผมเรียนต่อว่าสื่อสารมวลชนของรัฐไม่ได้สร้างความขัดแย้ง แต่ต้องให้ ข้อเท็จจริง ถามว่าทําไมต้องให้ข้อเท็จจริงครับ เพราะความขัดแย้งในปัจจุบันต้องยอมรับ ครับว่า มีคนใช้สื่อสารมวลชนบางประเภทให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ที่สําคัญก็คือมีการจาบจ้วงล่วงเกินสถาบันสูงสุดอันเป็นที่เคารพ นโยบายรัฐบาลนี้ก็คือ การปกป้ องสถาบันสูงสุดอันเป็นที่เคารพ ท่านไปดูเลยครับ มีคนถามเหมือนกันครับ แต่พวกท่านไม่เคยยกขึ้นมาเลย ว่าสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบางช่องเผยแพร่ข้อความ ที่เป็นการปราศรัยบนเวทีทั้งหลายที่เป็นลักษณะของการนําเอาสิ่งซึ่งผิดกฎหมายไปพูด บนเวทีด้วยซํ้าไป แล้วพูดซํ้าแล้วซํ้าเล่า บางข้อความเป็นลักษณะที่จาบจ้วงล่วงเกินบุคคล ละเมิดสิทธิบุคคล บางข้อความเป็นการปลุกระดมให้เกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง บางข้อความยังกระทบพาดพิงถึงสถาบันสูงสุดอันเป็นที่เคารพ แต่ผมก็เรียนครับว่า การดําเนินการตามความผิดที่เกิดขึ้นนั้นดําเนินการอยู่แล้ว การดําเนินคดีต้องมี ยังมีคําถามด้วยซํ้าครับว่า สื่อสารมวลชนลักษณะอย่างนั้นที่ให้ข้อมูลที่เป็ นเท็จ จะดําเนินการอื่นเช่นไปปิดได้หรือไม่ ผมก็ต้องเรียนครับว่า ทุกอย่างก็เป็ นไปตามกรอบของข้อกฎหมาย ซึ่งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็มีการดําเนินการอยู่แล้ว อย่างนี้ต่างหากที่เราต้องพูดข้อเท็จจริงกันให้ชัดว่า มันจําเป็นที่จะต้องชี้แจงเพราะว่ามีคนไปบิดเบือนแล้วก็มีคนไปใส่ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จ เกิดขึ้นตลอดเวลา คําถามก็คือว่า ถ้าหากไม่ชี้แจงความขัดแย้งในสังคมไทยก็จะเกิดครับ แต่ได้รับข้อมูล ๒ ด้าน ประชาชนเขาจะสามารถวินิจฉัยและตัดสินใจได้เอง เพราะฉะนั้น สิ่งนี้คือสิ่งที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับบุคคลหรือคนซึ่งทําหน้าที่สื่อสารมวลชนของรัฐ ที่จะต้องทําหน้าที่นี้ บังเอิญท่านพูดถึงเรื่องอํามาตย์ครับ คงจะไปติดใจบางรายการ ที่พูดถึงคําพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่พูดถึงอํามาตย์แล้วก็ระบุอายุไปด้วย ผมไม่พูดมากกว่านี้ครับ ความจริงใช้คําซึ่งเป็นลักษณะคําเดียวกับคําที่ไม่ได้ใช้กับสามัญชน ทั่วไปด้วย ผมได้ดูรายการหลังจากนั้นครับ ผมก็เรียนเลยครับว่า ถ้าไม่เป็นข้อเท็จจริง คนซึ่งถูกกล่าวหาพาดพิงก็ฟ้ องร้องได้ครับ แต่คนเขามีหน้าที่ที่จะปกป้ องสถาบันสูงสุด อันเป็นที่เคารพ เขาก็ต้องทําหน้าที่ของเขา ถ้าคําพูดที่เขาคิดว่าจาบจ้วงล่วงเกิน พาดพิงจริง เขาก็ต้องทําครับ แต่ผมแปลกใจเท่านั้นเองครับว่า พวกเราซึ่งเป็น ส.ส. ไม่ทั้งหมดนะครับ บางท่านครับ ทําไมไม่ออกมาทําหน้าที่ในการปกป้ องสถาบันสูงสุดอันเป็นที่เคารพในกรณี ที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะอย่างนี้ด้วย ประชาชนต่างหากที่เขามีความรู้สึกว่าเรื่องนี้ มันมากไปแล้วและเขาต้องแสดงออกแล้ว ถ้าสื่อสารมวลชนของรัฐไม่เผยแพร่ข้อเท็จจริง ที่ถูกบิดเบือน ถูกโจมตี ถูกกล่าวร้าย อันนี้ความขัดแย้งในสังคมไทยจึงจะเกิด เหมือนกับ ที่เขาถามว่า ทําไมรัฐจึงปล่อยให้สื่อมวลชนบางชนิดให้คนซึ่งมีสถานะเป็นนักโทษ สามารถจะใช้ในการเผยแพร่ข้อความที่โจมตีอํานาจรัฐให้เกิดขึ้นตลอดเวลา ท่านต้องคิด ๒ ด้าน เวลาท่านคิดถึงประชาชนส่วนหนึ่งท่านก็อ้างประชาชนส่วนที่เห็นด้วย ท่านเห็นด้วยกับเขา แต่ท่านไม่คิดถึงคนส่วนใหญ่ของประเทศที่เขาคิดไม่ตรงกับท่าน นี่คือ หน้าที่ที่เราต้องช่วยกันครับ เพราะฉะนั้นกระทู้ถามสดที่ท่านถามว่า จะมีรายการที่เป็น การสร้างความแตกแยกหรือไม่ คําตอบคือไม่มี และรายการนี้ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงจะมี ต่อไปอีกหรือไม่ มีอีกครับ และถ้ามีการโจมตีบิดเบือนข้อมูลใส่ร้ายอีก การดําเนินคดีทาง กฎหมายก็ย่อมต้องเกิด แล้วการชี้แจงก็ย่อมต้องเกิดอีกครับ
คําถามแรกผู้ถามใช้เวลา ๑๗ นาทีครึ่งนะครับ ผู้ตอบใช้เวลา ๑๒ นาทีครึ่ง ซึ่งจริง ๆ ก็หมดเวลานะครับ แต่ผมจะอะลุ้มอล่วยจะต่อให้อีก ๑๒ นาที แล้วหลังจากนี้ผมจะ ไม่อนุญาตครับ เพราะเราต้องรักษาข้อบังคับการประชุมสภาให้ฝ่ายละ ๖ นาที คําถามละ ๓ นาที และผู้ตอบก็ตอบคําถามละ ๓ นาทีเช่นเดียวกันนะครับ เชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ คําถามที่ ๒ ครับ
ท่านประธานครับ ผม สุรพงษ์ จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานเห็นไหมครับว่ามันมีความสําคัญเรื่องข้อมูล ข่าวสาร สิ่งที่รัฐมนตรีพยายามจะชี้แจงนั้นท่านไปดูรายการและใช้วิจารณญาณของท่าน ใช้สมองของท่านลองพิจารณาด้วยใจเป็นธรรม รายการที่ผมได้พูดมาทั้ง ๒ รายการนั้น ถ้าท่านยังคิดว่าจะทําต่อไปก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ประเทศชาติจะหาความสงบสุข เป็นไปไม่ได้ ท่านจะหาว่าผมคิดเองก็ใช่ เพราะผมเป็นคนคิดมาก คิดเพื่อให้บ้านเมือง ก้าวต่อไปได้ เพื่อให้ประเทศชาติเดินต่อไปได้ ผมไม่ต้องการเห็นความขัดแย้ง ท่านทํา สิ่งใดไป ตัวท่านรู้ดี ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวท่านเองหรอกครับ ท่านประธาน อย่างรายการนี้ ผมยังมีประเด็นอีกเล็กน้อยที่เขานําเสนอผ่านทีวีช่อง ๑๑ และรายการอย่างนี้ ยกตัวอย่าง ๑,๒๐๐ กว่าองค์กรมาชุมนุมกันเพื่อไม่ให้มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง คัดค้าน ๑,๒๐๐ กว่าองค์กรแต่มีแกนนํามา ๑๒ คน หมายความว่า ๑ คน เป็นประธานเสีย ๑๐๐ องค์กร แบบนี้มันโกหกชัด ๆ ท่านประธาน แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นอีกก็มีนักธุรกิจบนถนนสีลม ๖๐ กว่าคนออกมาไม่ให้ยุบสภา ก็อ้ายพวก ที่สนับสนุนให้มีการปฏิวัติเมื่อ ๑๙ กันยายนนั่นละครับที่เอาดอกไม้ไปชะเลียทหารเสีย บ้านเมืองมันถึงได้เป็นอย่างนี้ อาจารย์ที่เป็นพรรคพวกก็ออกมาชะเลียกัน ที่สําคัญที่สุด เอแบค โพลล์ (ABAC poll) นี่ไม่รู้มันไปสอบถามเอาข้อมูลมาจากประชาชนกลุ่มไหน ถามมาเมื่อไรเข้าข้างรัฐบาลทุกเรื่อง แล้วมันก็ผิดพลาดทุกเรื่อง ไม่อยากจะดูถูก เอแบค โพลล์หรอกครับ ท่านประธาน นอกจากนั้นในรายการเจาะข่าวล้วงลึกอะไรนั่นก็ยัง พาดประเด็นในการเสนอข่าว ส่งสัญญาณอํามหิต เปิดเกมวินาศกรรม พยายามที่จะ ใส่ร้ายคนเสื้อแดง แล้วอย่างนี้บ้านเมืองมันจะสงบสุขได้อย่างไร ท่านประธาน ผมอยากจะ ถามท่านรัฐมนตรีหลังจากที่ผมเพิ่มข้อมูลให้ท่านนี่ ท่านยังคิดจะทําอีกหรือ รายการอย่างนี้ ยังคิดจะให้ประชาชนได้เห็นความแตกแยกในสังคมอีกหรือ เชิญตอบครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมเห็นด้วยนะครับที่ท่านพูดว่าท่านทําอะไรไปตัวท่านย่อมรู้ดี ความจริงต้องถามตัวเอง ท่านทําอะไรไปตลอดมานี่ตัวท่านย่อมรู้ดีนะครับ แต่ผมเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งที่ท่าน ยกขึ้นมาในครั้งที่ ๒ ที่เป็นคําถามนี่ ความจริงก็ไม่เชิงจะเป็นคําถามเสียทีเดียว แต่ผม จําเป็นต้องพูดถึงบุคคลบางกลุ่มที่ท่านว่าเขาสาดเสียเทเสียสักครู่นี้นะครับ เพราะเขาก็ ไม่มีสิทธิมาอยู่ในสภานี้ ความจริงกระทู้ถามสดท่านท่านบอกว่าอยากให้เกิด ความไม่ขัดแย้งกันในสังคม แต่ตัวอย่างคําพูดของท่านเมื่อสักครู่นี้ครับ เวลาท่านไม่เห็นด้วย กับใคร ท่านก็ไปดูถูกเขา เขาจะอ้างตัวเป็นพัน กี่องค์กรก็แล้วแต่ เขามากี่คน แต่เขาเห็น ไม่ตรงกับท่าน ท่านก็ไม่มีสิทธิไปดูถูก ไปด่าว่าเขา เขาไม่มีโอกาสมาชี้แจงในสภานี้ แต่วิธีคิดของท่านที่ไปดูถูกคนที่เห็นไม่ตรงกับตัวเองนี่ละครับที่มันเป็นต้นเหตุของ ความขัดแย้งในสังคมปัจจุบันนี้ รัฐบาลถึงยํ้าว่าประชาธิปไตยนี่หัวใจคือการอยู่ร่วมกันได้ แม้ว่าจะมีความเห็นที่แตกต่าง ท่านด่าไปไกลนะครับ ไปถึงเอแบค โพลล์ ไปถึงอะไรต่อมิอะไร ก็เหมือนกันครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ตอบไปว่าเวลาตัวเองชนะก็เป็น ประชาธิปไตย เวลาตัวเองแพ้ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย นี่ก็เหมือนกัน โพลล์นี่หลายครั้งครับ ที่ออกมา ผมเห็นโพลล์คะแนนนิยมอดีตผู้นําท่าน หรือผู้นําปัจจุบันของท่านนี่ชนะขึ้นมา ท่านก็ชื่นชมเขา แต่เวลาโพลล์ออกมาคนไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา อยากให้ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์อยู่ครบวาระก็ไปด่าเขา ผมว่าอย่างนี้มันจะเป็นประชาธิปไตยได้ อย่างไรครับ อย่างนี้ที่ผมจะเรียกว่า ๒ มาตรฐานจริง ๆ กระผมเรียนท่านประธานต่อครับ ว่าเรื่องของการทําสื่อสารมวลชนมันก็เป็นเรื่องที่จะต้องดําเนินการในการชี้แจงข้อเท็จจริง ในอีกหลาย ๆ เรื่องต่อไป แต่แนวที่คนเขาทําในฐานะที่เป็นสื่อมวลชนนี่เขาก็มีความ รับผิดชอบกับบ้านเมืองครับ ที่ท่านบอกว่าเวลาเขาออกมาเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับกลุ่มผู้ ชุมนุม ท่านก็พูดเสมือนกับว่าอย่าไปออกข่าวให้เขา อยากออกข่าวให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ท่านก็ ไปร่วมกับเขา เห็นตรงกับเขา ผมก็เรียนว่าสื่อก็พยายามเสนอ ๒ ทาง เขาต้องเปิดโอกาส ให้คนทุกส่วน อย่างพรุ่งนี้ครับมีคนนัดกันมากมายบอกจะใส่เสื้อชมพูกัน เพราะเขามี ความรู้สึกว่าไม่อยากใส่เสื้อสีที่เป็นลักษณะทําให้เกิดความขัดแย้ง เขารู้สึกว่าสีนั้นครับ สีชมพูเป็นสิ่งที่หมายถึงความสามัคคี แกนนําผู้ชุมนุมออกมาแล้วครับ ส.ส. พรรคเดียวกับท่าน ออกมาด่าว่าคนที่ใส่เสื้อสีชมพู ผมไม่ทราบตอนพูดหมายถึงใครนะ ทําอะไรไปคิดเองครับ คิดดูให้ดีครับ เพราะท่านรู้เองว่าท่านคิดอะไร แต่นี่คือลักษณะของการที่ทําให้เกิด ความขัดแย้ง สื่อก็ต้องเสนอข่าว ๒ ทาง แล้ววันพรุ่งนี้ก็จะมีอยู่จริงครับ กลุ่มผู้ชุมนุม ที่ท่านไปสนับสนุนเขานี่ ชาวบ้านหลายคนนี่ รัฐบาลก็ยืนยันว่ามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะเขามาด้วยความเชื่อว่าเขาศรัทธาต่อบุคคลบางบุคคล แต่คนซึ่งอยู่เบื้องหลัง อย่าชักนํา ชักจูง ใช้ประโยชน์ ไปในทิศทางที่ตัวเองได้ประโยชน์ครับ นี่คือการชักนํา มวลชนผู้บริสุทธิ์ไปในทิศทางที่สนองต่อผลประโยชน์ของตัวเอง ผมเรียนท่านประธานอีกครั้งครับว่า ยืนยันนะครับ สื่อของรัฐคงจะต้องทําหน้าที่ในการที่จะ ให้ข้อเท็จจริงกับสังคมต่อไป และเรื่องที่เราจะต้องทําอย่างต่อเนื่องก็คือกรณีของ การปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมขออย่างเดียวนะครับท่านต้องแสดงความห่วงใย ต่อการปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างน้อยจะให้เหมือนหรือให้มากกว่าผู้นําท่าน ที่ท่านปกป้ องอยู่ผมคิดว่าประชาชนก็จะพอใจแล้วนะครับ
คําถามคําตอบในรอบที่ ๒ ถือว่ารวบรัดดีมากครับ ขอเชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ คําถามที่ ๓ ครับ ขอใช้แนวทางแบบคําถามที่ ๒ นะครับ
ท่านประธานครับ เขาใช้เวลา เกินด้วยนะครับ ไม่เป็นไรครับท่านประธาน
เท่ากันครับคนละ ๔ นาทีครับ ผมจับเวลาดูอยู่
ในประเด็นคําถามที่ ๒ ผมต้อง กราบเรียนว่าผมไม่ได้ด่าใครนะครับ ผมเอาความจริงที่นําเสนอผ่านสื่อเพื่อสะท้อนให้ รัฐมนตรีที่กํากับดูแลได้เข้าใจ เพราะท่านอาจจะไม่มีเวลาไปดูรายการนี้ หรือท่านดูแล้ว ท่านอาจจะไม่เห็นบังเอิญไปเข้าห้องนํ้าหรืออะไรก็สุดแล้วแต่ และสิ่งที่เรื่องการปกป้ อง สถาบันนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน สมัยท่านนายกรัฐมนตรีสมชายได้มี การอนุมัติงบประมาณกว่า ๗๐๐ ล้านบาท ที่จะตัดเอาเว็บไซต์ที่กล่าวหาโจมตีสถาบัน ทิ้งไป แล้วอีก ๔๐๐ ล้านบาทออกมารณรงค์ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ แล้วมีความรัก ในสถาบัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รัฐบาลที่เราเคยทํามาท่านประธานไม่ใช่สิ่งที่แปลกปลอม หรือแปลกประหลาดแต่ประการใด สุดท้ายนี่ผมไม่อยากจะถามเลย ผมอยากจะเสนอให้ รัฐบาลลองรับฟัง การใช้สื่อของรัฐ การใช้สื่อเสรี โจมตีคู่ต่อสู้ทางการเมืองและสร้าง ความขัดแย้งในสังคม ในประเด็นที่ประชาชนมีความคิดที่แตกต่างกันในสังคม ประชาชน ส่วนใหญ่ของประเทศกําลังทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ในขณะนี้ ปลุกระดมกันในทุกรูปแบบ สร้างความแตกแยกขึ้นทุกวัน ผมอยากจะเห็นคนกลาง คนกลางจริง ๆ ครับขึ้นมาดูแล โดยที่ไม่มีเบื้องหลังการชักใยให้ท้ายกัน อย่าง พ.ร.บ. คลื่นความถี่ที่ผ่านสภาไป เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว พวกผมไม่ได้อยู่ในการพิจารณา พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่องค์กรที่กํากับดูแลนั้น ต้องให้ความเป็นธรรม พี่น้องประชาชนเมื่อเกิดความไว้วางใจโดยเฉพาะรัฐบาลท่านของบ ไปเองเป็นงบฉุกเฉินจากงบกลาง ๕๑ ล้านบาท แล้วผมไปดูในรายละเอียด ๔๐ ล้านบาท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นขึ้นในประเทศไทย ท่านเอางบส่วนนี้มาทําประโยชน์เพื่อให้สังคมได้ ยุติการขัดแย้งกันน่าจะเป็นประโยชน์ ท่านต้องกํากับหมดทั้งสื่อของรัฐ ท่านจะด้วยความตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ ความผิดมันทําผิดไปแล้วเรารื้อมาทําใหม่ได้ เราต้องก้าวต่อไป สื่อเสรีต่าง ๆ ก็ต้องมีการกํากับดูแล และประชาชนจะได้บริโภคสื่อที่ตนเองคิดว่าดีที่สุด หรือไว้วางใจที่สุด วันนี้รัฐบาลต้องยอมรับครับว่าประชาชนไม่ได้ไว้วางใจในสื่อ เขาจะ ไว้วางใจเฉพาะละครที่เขาดู อย่างผมนี่ผมดูตะวันยอแสงเพราะมันมาถ่ายม้าผม อย่างนี้ เขาจะดูแต่สิ่งที่เขาต้องการแค่นั้นเอง แต่สาระต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์เพื่อที่ประเทศชาติ จะดํารงอยู่ต่อไปประชาชนจะเกิดความสมานฉันท์เขาแทบจะไม่ดู วันนี้เป็นภาระใหญ่ของ รัฐบาล ผมฝากท่านสาทิตย์ไปถึงท่านอภิสิทธิ์นายกรัฐมนตรีต้องรีบดําเนินการถ้ามีโอกาส แต่กลัวจะยุบสภาก่อนแค่นั้นเอง ขอบคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ
คิดว่า คงจะตอบสั้น ๆ ท่านประธานครับ เพราะว่าความจริงสุดท้ายก็คงไม่ใช่คําถาม แต่ก็เป็น แนวทางซึ่งถือว่าพอจะเป็นแนวทางที่คุยกันได้ ความหมายของผมก็คือว่าท่านก็คงจะ เห็นด้วยว่าเรื่องของสื่อซึ่งเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ แล้วมีลักษณะของการที่บริโภคสื่อด้านเดียว มันเกิดขึ้นจริง ฉะนั้นพอเกิดการบริโภคสื่อด้านเดียวท่านเองก็เข้าใจมันก็เป็นเรื่องที่จะต้อง สร้างทางเลือกของสื่อที่หลากหลายขึ้น พูดง่าย ๆ ถ้าดูทีวีผ่านดาวเทียมเสื้อสีอยู่อันเดียว แล้วไม่ดูช่องอื่นเลยข้อมูลข้อเท็จจริงก็ได้ไม่ครบถ้วน นี่คือสิ่งที่ยืนยันว่าสื่ออื่น ๆ เขาก็เห็นแล้วเขาก็พยายามทํา ความจริงแล้วรายการสื่อของรัฐ ที่ท่านหยิบขึ้นมาพูดถึงในหลายรายการ มันยังมีอีกหลายรายการที่เราไม่ได้พูดถึง ซึ่งเป็นรายการที่เป็นประโยชน์อย่างกรณีที่มีการเข้าสู่โต๊ะการเจรจาระหว่างท่านนายกรัฐมนตรี กับแกนนําของผู้ชุมนุม มีการถามกันมาเยอะครับว่าจะมีการถ่ายทอดสดหรือไม่ ก็มีทั้ง คนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ผมเองเป็นคนตัดสินใจว่าช่อง ๑๑ ก็ให้แนวทางไปว่า ถ้าเป็นไปได้ก็ควรที่จะมีการถ่ายทอดสด เพราะเหตุว่าประชาชนก็สนใจ ที่สุดก็มี การเกี่ยวสัญญาณถ่ายทอดกันจนกลายเป็นถ่ายทอดไปทุกช่องโทรทัศน์ คนที่ดูก็เห็นว่า นั่นเป็นแนวทางของกรอบการเจรจาที่ดี แล้วก็ผ่านการพูดคุยกัน เพราะฉะนั้นแนวทางของ รายการต่าง ๆ ผมเรียนว่าสุดท้ายแล้วสื่อทั้งหลายที่ทําหน้าที่อยู่ก็เคารพการทําหน้าที่ สื่อของรัฐเองซึ่งเราทําหน้าที่กํากับนโยบายอยู่ เราก็บอกว่าอะไรก็ตามที่สามารถจะสร้าง ความสงบสุข ความปกติสุขให้สังคมได้ เราก็อยากจะทํา รายการใดก็ตามที่ให้ข้อเท็จจริง แล้วให้ผู้ชมทางบ้านเขาดู ใช้วิจารณญาณกันเอง ตัดสินใจกันเอง ก็เป็นเรื่องที่เราจะทําครับ สื่อของรัฐจะยังคงดํารงบทบาทความเป็นสื่อมวลชนที่ต้องนําเสนอข่าวสารที่ถูกต้อง เป็นจริง มีความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อดํารงความเป็นสื่อสารมวลชนที่ดีอยู่ต่อไป แล้วก็ คิดว่าการทําหน้าที่ของเราก็จะสามารถที่จะให้ข้อเท็จจริงทั้งหลาย เพื่อให้สังคมได้เห็น ข้อเท็จจริงและนําไปสู่การคลี่คลายสถานการณ์ที่ดีขึ้น ผมเรียนท่านประธานว่า คงเป็น ความทุกข์ของทุกฝ่ายที่ความขัดแย้งในสังคมยังดํารงอยู่ ผมเองในฐานะที่เป็น ส.ส. คนหนึ่ง เป็นประชาชนหรือทําหน้าที่เป็นรัฐมนตรี เราก็อยากเห็นปัญหาทุกอย่างสงบลง เพราะฉะนั้น ถ้าทุกฝ่ายยอมรับในข้อเท็จจริงแล้วก็เปิดข้อเท็จจริงผ่านสื่อสารมวลชน ให้ประชาชน ได้มีโอกาสตัดสินใจ เขาจะกําหนดทิศทางอนาคตสังคมของเขาเองได้แล้วบทบาทสื่อ ของรัฐก็จะดํารงบทบาทนั้นครับ
ท่านสมาชิกครับ เป็นอันจบกระทู้ถามสดกระทู้ที่ ๓ เรื่องการเสนอข่าวทางสื่อของรัฐ เชิงสร้างความขัดแย้งทางสังคม ถามโดย ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ตอบโดยรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เรียบร้อยแล้ว เมื่อกี้ก่อนที่ผมจะขึ้นมาท่านรองประธานสามารถท่านบอกว่ามีผู้ขอใช้สิทธิพาดพิงค้างอยู่ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าการจะใช้สิทธิพาดพิงนั้นต้องเป็นการพาดพิงที่ทําให้ท่านเสียหายด้วย ประธานถึงจะอนุญาตให้ได้ คุณบุญยอดประท้วงอะไรหรือเปล่าครับ เมื่อกี้เห็นลุกขึ้นยืน
ท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร หลังจากที่ท่านจะได้ ให้สมาชิกได้ใช้สิทธิที่ถูกพาดพิงให้เกิดความเสียหายแล้ว ผมทวงถามท่าน ๑ เรื่อง เมื่อวานนี้ท่านบอกว่าท่านจะให้สมาชิกได้พูดถึงท่านในเรื่องของการที่ท่านไปขึ้นเวที เสื้อแดง ผมรออยู่นะครับ เพราะว่าเมื่อวานนี้มีการพิจารณากฎหมาย ผมไม่อยากให้ เสียเวลาสภาเมื่อวานนี้ ผมรอมาจนถึงวันนี้ครับ
ได้ครับ ก็ขอให้เอาระเบียบวาระการประชุมเสร็จก่อนนะครับ ก็จะมีผู้ขอใช้สิทธิพาดพิง ค้างอยู่ ๒ ท่าน คือ คุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ และคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ผมขอสั้น ๆ ไม่เกิน ท่านละ ๒ นาทีก็แล้วกันครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ผมต้องกราบเรียนท่านก่อนว่า กระผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ วรรคสอง การที่มีท่านสมาชิกกล่าวพาดพิงถึงตัวกระผมทั้งชื่อ ทั้งนามสกุลว่า กระผมเห็นว่าทหารเข้ามาในบริเวณสภา ถ้าหากไม่คิดมากก็คงไม่มีปัญหา แต่ทีนี้ได้กล่าวข้ามไปเลยทั้งผู้ถามผู้ตอบ ถ้าหากกระผมไม่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง เหมือนประหนึ่งว่ากระผมปั้นนํ้าเป็นตัว จึงขอใช้สิทธิต่อท่านประธานว่ากระผมจะขอชี้แจง ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่พึงมีได้ไหมครับ
ท่านก็ชี้แจงมาเกือบนาทีแล้วนะครับ ขอเชิญเลยครับภายในเวลา ๒ นาทีนี้
ท่านประธานทําไมต้องกําหนด ถึงขั้นนั้น ผมอยากจะถาม เมื่อพาดพิงแล้วผมอาจจะใช้เวลาน้อยกว่านั้นก็ได้ ซึ่งผมไม่ขยันพูด มากนัก ผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันที่ ๒๔ มีนาคมที่ผ่านมาเป็นวันพุธ กระผมมาถึงที่นี่ ๖ โมง ๓๗ นาที ผ่านมายังเห็นบังเกอร์ต่าง ๆ ผมไม่ได้พูดถึงตรงนั้นนะครับท่านประธาน เขาก็สามารถที่จะผ่านเข้ามาข้างใน แต่สิ่งที่ปรากฏเห็นชัดเจนว่า ผมเห็นทหารระดับ ผู้บังคับบัญชาประมาณ ๓๐ นาย อยู่ที่ตึก ๓ ข้างหลังตึก ๓ แล้วชุดพรางอยู่ที่ตึก ๒ และสโมสรข้างหน้าประมาณ ๓๐๐-๕๐๐ นาย ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า คือข้อเท็จจริงที่ผมเห็น เมื่อเห็นอย่างนี้ผมก็คิดในฐานะที่กระผมอยู่ที่นี่มานาน ตรงนี้คือ เขตพระราชฐานครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘ พระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะผู้ใด จะละเมิดมิได้ ท่านประธานจะสังเกตเห็นว่า เวลาท่านประธานจะขออนุญาตอะไรต่าง ๆ ท่านจะต้องขอให้มีพระบรมราชานุญาตเสียก่อนถึงจะดําเนินการได้ การที่ทหารเข้ามา อย่างนี้ผมคิดว่าอาจจะระคายเคืองเบื้องยุคลบาทและเป็นการละเมิด
ต้องอย่างนี้ครับ ท่านประยุทธ์ครับ เมื่อกี้เรื่องนี้ท่านเฉลิมได้พูดไปแล้วนะครับ เรื่องเดียวกันเลยครับ แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพท่านได้ตอบแล้วนะครับ ผมขอ เอาส่วนที่พาดพิงท่านจริง ๆ
พาดพิงถึงตัวกระผม คือท่านไพจิต ศรีวรขาน บอกว่าผมยืนยันว่าเห็นทหาร ผมก็บอกมาเห็นทหาร ท่านประธานครับ โดยข้อกฎหมายก็ตาม ไม่ว่าในบริเวณสภาก็ตาม ท่านประธานถ้าคิดว่า พระราชบัญญัติความมั่นคงนั้นทั้งฉบับพอประกาศเข้ามาตูม นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ. กอ.รมน. จะเป็นผู้มีอํานาจ การที่ท่านประธานชัยสั่งให้ท่านเลขาธิการเป็นคนขอ ขอไม่ได้ครับ คนที่จะขอได้คือ ผอ. กอ.รมน. คือนายกรัฐมนตรีที่จะขอพระบรมราชานุญาต ในการที่จะเข้ามาตรงนี้ เพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งล่อแหลมทางด้านกฎหมาย
ประการที่ ๒ ในข้อกฎหมายครับ ในมาตรา ๑๘ วรรคสอง บอกข้อกําหนด ตามวรรคหนึ่งจะกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนเวลา หรือเงื่อนไข ที่กําหนดไว้ด้วยก็ได้ ทั้งนี้ การกําหนดดังกล่าวต้องไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ การที่มาตั้ง บังเกอร์ที่ถนนทางเข้ามานั้นเกินสมควรกว่าเหตุหรือไม่ ท่านประธานเองน่าจะต้องเป็น คนบอกในกรณีอย่างนี้ได้ ผมเห็นแต่ในภาพยนตร์ และคําบอกเล่าว่านี่คือมิคสัญญีครับ ท่านประธาน
คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ ก็คงสั้น ๆ แบบเดียวกันนะครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ท่านประธานครับ สักครู่ที่มีกระทู้ถามตอบ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพได้กล่าวว่า ผมพูดโกหกในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่ผมบอกว่า ในขณะที่มี การสลายการชุมนุมนั้น ผมเป็นผู้หนึ่งซึ่งได้ประสานงานระหว่างกรุงเทพมหานครกับ ทางท่าน พลตํารวจเอก พัชรวาท ในวันนั้นเพื่อขอให้มีการขอรถนํ้ามาในการที่จะช่วยดูแล เรื่องการสลายการชุมนุม แต่ปรากฏว่าท่านตอบว่า ในขณะนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดยังอยู่ ในช่วงการเลือกตั้ง ขออนุญาตครับ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ครับ ผมได้สอบถามทาง ท่านปลัดกรุงเทพมหานคร ท่านปลัดกรุงเทพมหานครบอกว่าได้หารือท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่อนุญาต แต่ช่วงที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดดํารงตําแหน่งคือวันที่ ๘ ท่านเลือกตั้งวันที่ ๗ ตุลาคม เพราะฉะนั้นท่านดูในส่วนของการที่จะเข้ารับตําแหน่งในวันที่ ๘ ซึ่งเป็นช่วงเวลา คาบเกี่ยว ดังนั้นเมื่อผมทราบว่ามีการประสานงานแล้วแต่ไม่ได้รับคําตอบ ก็เป็นเรื่อง ซึ่งทางท่าน พลตํารวจเอก พัชรวาท ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ไม่สามารถที่จะนํารถนํ้า ซึ่งขอประสานงานไปยังกรุงเทพมหานครโดยผ่านท่านปลัดกรุงเทพมหานคร ก็ไม่ได้รับ คําตอบครับ ขออนุญาตยืนยันว่าเรื่องที่ผมพูดนั้นได้มีการประสานงานไปจริงครับ ขอบคุณครับ
คุณธนา ชีรวินิจ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร
ใช้สิทธิพาดพิงในเรื่องที่คุณวิชาญพูดเมื่อกี้ใช่ไหมครับ
ใช่ครับ คือผมเรียนอย่างนี้ครับว่า สิ่งที่ท่านวิชาญพูดคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๑ เหตุการณ์ของการสลายการชุมนุมมีวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ กกต. รับรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้สามารถปฏิบัติงานในฐานะ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ ในวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ เพราะฉะนั้นในวันที่ ๗ ตุลาคมซึ่งท่านบอกว่าท่านได้ประสานกับปลัดกรุงเทพมหานคร และปลัดกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่าได้มีการประสานกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้น ผมเรียนว่าวันนั้นยังไม่มี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ส่วนการที่ท่านตอบว่ามีปลัดกรุงเทพมหานครได้ตอบข้อชี้แจง อย่างนั้น ผมก็จะได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป แต่ผมกราบเรียนว่า ในวันที่ ๗ ตุลาคม ยังไม่มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามกฎหมาย เพราะ กกต. รับรอง ในวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ขอบคุณครับ
คุณวิชาญคงไม่ต้องพาดพิงต่อกระมังครับ เพราะว่าก็ฟังแล้วเข้าใจด้วยกันทั้งคู่นะครับ ว่าความคิดเห็นและข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผมยังต้องมีภาระไปร่วมประชุมไอพียู จะต้องปิดการประชุมด้วยนะครับ ต้องขอนาทีเดียวนะครับ ไม่อย่างนั้นมันก็จะเป็น การพาดพิงกลับไปกลับมาละครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเพื่อนสมาชิกนะครับ ท่านธนาด้วยความเคารพครับ ผมตอบเมื่อกี้นี้ท่านเอง ก็ได้รับฟังว่ามีการเลือกตั้งแล้วมีการรับรองสิทธิวันที่ ๘ ซึ่งท่านเองเข้ารับตําแหน่ง แต่เหตุการณ์เกิดวันที่ ๗ แต่การหารือนั้นหารือไปยังท่านผู้ว่าราชการในขณะที่ยังไม่ได้ ดํารงตําแหน่ง แต่ผมบอกแล้วว่าท่านเองนั้นจะรับตําแหน่งวันที่ ๘ อย่างไม่เป็นทางการครับ ตอนนั้น ก็ตรงกันครับตรงกับท่านธนาที่พูดครับ
นี่อย่างไรครับ เพราะไม่อย่างนั้นมันก็จะพาดพิงกลับไปกลับมา ต้องขอเป็นครั้งสุดท้าย จริง ๆ นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ธนา ชีรวินิจ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะไม่โต้แย้งครับ เพราะว่าข้อเท็จจริงที่พูดนี้ชัดเจน คนที่ฟัง จะเข้าใจดี แต่ผมกราบเรียนท่านว่าปลัดกรุงเทพมหานครคงไม่สามารถที่จะไปปรึกษากับ คนที่ กกต. ยังไม่ได้รับรองให้เป็นผู้ว่าราชการได้หรอกครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น พอท่านพูดว่าไปปรึกษาผู้ว่าราชการคนเขาก็จะเข้าใจผิด เพราะในวันนั้นยังไม่ได้เป็น ผู้ว่าราชการ ยังไม่มีการรับรอง คนที่ กทม. ไม่รับรอง ไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ไปสั่งการดําเนินการอะไรไม่ได้ทั้งสิ้นครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญคุณบุญยอดสัก ๓ นาทีก็แล้วกันนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีเมื่อวานนี้เป็นวันแรกที่ท่านขึ้นมาทําหน้าที่ประธานในที่ประชุมแห่งนี้ พวกเรา ทุกคน ผมเชื่อว่าหลายคนนะครับ ผมอย่างน้อยคนหนึ่งครับที่ติดใจกับการปฏิบัติงาน ของท่านและทัศนคติของท่านในเวทีเสื้อแดงครับ ผมเรียนกับท่านนะครับว่า การวิพากษ์วิจารณ์ของผมในครั้งนี้ ผมคิดว่าผมกับท่านก็ยืนยันกันได้นะครับ ผมไม่มีอะไร ที่ติดใจกับท่านนะครับ ไม่มีอะไรขัดแย้งกับท่านในเรื่องส่วนตัว เพราะฉะนั้นผมขอ วิจารณ์ท่านตามฐานะสมาชิกคนหนึ่งซึ่งต้องวิพากษ์วิจารณ์ต่อการทําหน้าที่ของท่าน ในฐานะที่ท่านเป็นรองประธานสภา และขณะนี้ทําหน้าที่ประธาน ท่านพูดบนเวทีเสื้อแดง ก็อาจจะเป็นสิทธิของคนคนหนึ่งที่จะขึ้นไปแสดงความคิดเห็นได้ แต่ในฐานะที่ท่านเองเป็น รองประธานสภาด้วย ท่านยืนยันไหมละครับว่า พันเอก อภิวันท์ที่อ้างชื่อในวันนั้นมีทัศนคติ อย่างไรต่อไปนี้ พันเอก อภิวันท์ในวันนั้นที่บนเวทีเสื้อแดงเป็นคนไม่ยอมรับระบบรัฐสภา เพราะว่าเขาพูดว่าที่มาของนายกรัฐมนตรีนั้นมาโดยมิชอบ ท่านเป็นคนหนึ่งไหมครับ ที่อยู่ในการเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาแห่งนี้ พันเอก อภิวันท์คนนั้นทําไมจึงไม่ยอมรับ ที่มาของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เรื่องที่ ๒ พันเอก อภิวันท์คนนั้นได้กล่าวโจมตีใส่ร้ายป้ำยสี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษและประธานองคมนตรี พันเอก อภิวันท์คนนั้นยังได้ท้าทายด้วยว่า เขาจะขอเป็นตัวแทนของกลุ่มชุมนุมไปทําการเจรจากับ พลเอก เปรม เพราะ พลเอก เปรม เป็นผู้ที่มีอํานาจในการยุบสภา ท่านไม่เข้าใจหรือครับว่า พลเอก เปรมซึ่งเป็นองคมนตรี ไม่มีอํานาจใด ๆ ในการยุบสภาครับ อํานาจในการเสนอการขอยุบสภานั้นเป็นอํานาจของ นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวเท่านั้น แล้วก็ต้องเสนอแล้วก็ไปขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไปนะครับ
เรื่องที่ ๓ หลายครั้งที่ พันเอก อภิวันท์บนเวทีมักจะพูดคําหยาบคาย ผมไม่กล้าพูดหรอกครับ ผมเชื่อว่าคนธรรมดาทั่วไปที่มีความรู้ ความคิด ไม่พูดคําหยาบคาย อย่างเช่นคําว่า หมีอะไรบางอย่าง แล้วให้หมายถึงนายอะไรบางอย่าง ผมไม่พูดนะครับ ผมถามว่า พันเอก อภิวันท์วันนั้นพูดหยาบคายไหมครับ แล้วท่านในฐานะที่ท่าน เป็นประธานในขณะนี้ ท่านคิดว่าคําเหล่านี้หยาบคายหรือไม่
เรื่องสุดท้ายนะครับ เรื่องราชวงศ์โรมานอฟ (Romanov) พันเอก อภิวันท์ คนนั้นเขาพูดในทํานองคล้าย ๆ กับว่าราชวงศ์มีปัญหากับประชาชน ท่านเองท่านคิดว่า ราชวงศ์จักรีมีปัญหากับประชาชนหรือไม่ครับ
มาถึง ๒-๓ นะครับ ที่ผมคิดว่าผมรับท่านไม่ได้ ท่านมักจะบอกว่า บนเวทีเป็นเรื่องส่วนตัว ในสภาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมถามว่าบนเวทีนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็น ในเวทีหรือนอกเวที ท่านกําลังจะไปประชุมไอพียูในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ ท่านเดินออกไป จากห้องนี้ท่านไปในตําแหน่งอะไรครับ ท่านไปตําแหน่งรองประธานสภาใช่หรือไม่ เวลาท่านเดินออกไปอยู่ข้างนอก หรือท่านจะเป็นอดีตไปในโอกาสข้างหน้า ท่านจะเป็น อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรใช่หรือไม่ มันจะติดตัวท่านไปตลอดครับ ไม่ว่าใคร จะเป็นหมอ เป็นผู้พิพากษานะครับ ไม่ว่าเขาจะทํางานที่ไหนหรือเขาจะไปใช้ชีวิตส่วนตัว เขาต้องระมัดระวังและมีจรรยาบรรณ มีจริยธรรมติดตัวเขาไปด้วย
ในสภาท่านเป็นกลางหรือไม่ ผมขอวิจารณ์ท่านดังต่อไปนี้ ท่านให้โอกาส ฝ่ายของท่านมากกว่าฝ่ายของรัฐบาลหรือฝ่ายของพรรคอื่นครับ ทุกครั้งนะครับท่านมักจะ เกรงใจ ท่านมักจะไม่พูด ไม่วิจารณ์ ปล่อยให้ทางฝ่ายพรรคของท่านมักจะได้พูดและใช้เวที ของสภาแห่งนี้ตามสบาย แล้วท่านก็จะหยุดโดยบางครั้งเพียงเท่านั้น แต่ถ้าหากว่า ทางฝ่ำยนี้ลุกขึ้นขอประท้วง ขออธิบาย ขอให้สิทธิพาดพิง ท่านจะใช้พูดเพียงสั้น ๆ แล้วท่านก็ขอให้สรุป แล้วท่านก็จะวินิจฉัย มีอีก ๒ ครั้งครับที่ท่านปิดประชุมอย่างรวดเร็ว ผมเป็นคนหนึ่งที่ขอทักท้วงการนับองค์ประชุม เพราะผมทักท้วงตามข้อบังคับนะครับ ถ้าหากว่าการนับองค์ประชุมนั้นมีความแตกต่างไม่เกินกว่า ๒๕ คนก็ขอนับใหม่ได้ ผมขอท่านไม่ให้ ท่านปิดประชุมอย่างน้อย ๒ ครั้งนะครับ ที่ปิดเร็วเกินไป และไม่ให้โอกาส ในที่ประชุมแห่งนี้ได้ประชุมกันต่อ นอกจากนั้นนะครับ ท่านยังวางคําหยาบคายให้มาใช้ได้ ในสภาแห่งนี้ซึ่งพวกผมไม่ยอมรับ ตั้งแต่ปีแรกครับ คําว่า ถ่อย คําว่า หน้าตัวเมีย คําต่าง ๆ เหล่านี้พวกผมไม่ยอมรับหรอกนะครับว่าเป็นคําที่ใช้ได้ในสภาแห่งนี้ ผมขออนุญาต ผมขออภัยที่ผมต้องพูดเมื่อสักครู่
ท่านประธานครับ ท่านเป็นรองประธานได้เพราะพวกเราทุกคนได้เลือก ท่านเข้าไปเป็นนะครับ ไม่ได้หมายความว่าท่านจะเป็นรองประธานในปีแรก จากการที่ ฝ่ายของท่านเลือกของท่านเท่านั้น พวกผมยอมรับตามระบอบประชาธิปไตยครับ ท่านเป็น รองประธานสภา คนที่สอง ในสภาแห่งนี้ ท่านจึงจะต้องได้รับความไว้วางใจจากสภาแห่งนี้ มาจนถึงวันนี้ผมคนหนึ่งละครับ แล้วผมคิดว่าสมาชิกหลายคนคิดแบบผมครับ ท่านไม่เหมาะสม ท่านไม่มีภาพพจน์ของความเป็นกลางในการทําหน้าที่ ท่านไม่มีทัศนคติ ที่เป็นกลางในการที่จะทําหน้าที่ในการเป็นรองประธานสภาอีกต่อไปครับ ผมจึงได้ ยื่นหนังสือต่อท่านประมาณเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วให้ท่านทบทวนตัวเอง เพราะผมคิดว่า ท่านเองในฐานะที่ท่านรับตําแหน่งเป็นรองประธานสภา ท่านต้องมีจริยธรรมสูงกว่า สมาชิกครับ ผมไม่ว่าหรอกนะครับ สมาชิกจะไปขึ้นเวที จะไปด่าหยาบคายอย่างไร เป็นทัศนคติของแต่ละคน แต่คนเป็นรองประธานสภา
ไม่ต้องประท้วงครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ ก็ให้คุณบุญยอดได้บรรยายความรู้สึกนะครับ มันเป็นความคิดเห็นที่แตกต่าง ไม่เป็นไรครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ คุณสุนัยประท้วง เรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ ก็ต้องชื่นชม ท่านประธานนะครับที่ท่านมีขันติและมีเมตตาต่อเพื่อนสมาชิก แต่บังเอิญว่าการใช้สิทธิ ของเพื่อนสมาชิกนั้นถ้าจะใช้สิทธิพาดพิงก็อย่างหนึ่ง ประท้วงก็อย่างหนึ่ง นั่นมันเป็นสิทธิ ระบาย ซึ่งผมคิดว่าท่านจะระบายกับท่านประธานอย่างนั้น ผมเองเข้าใจท่านประธานว่า ท่านมีขันติและมีเมตตา แต่ผมคิดว่าถ้าจะทําอย่างนี้ผมก็ยังมีญัตติอื่นที่รออยู่ ผมก็ อยากจะขอให้ท่านประธานได้ยุตินะครับ
ผมวินิจฉัยนะครับคุณสุนัย คิดว่าคุณบุญยอดคงจะจบประเด็นในการอภิปรายแล้วนะครับ ใกล้จบหรือยังครับ ขอรวบรัดด้วยนะครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมใช้สิทธิตามที่ท่านเองได้พูดกับเราไว้เมื่อวานนี้นะครับ ผมจึงขอท่านก่อนแล้ว และท่าน อนุญาตแล้วครับ ผมขอสรุปอย่างนี้ครับ สั้น ๆ ประโยคเดียวสุดท้ายครับ
ขออย่าเพิ่งประท้วงครับ เหลืออีกไม่ถึงครึ่งนาทีจะจบแล้วครับ หมอชลน่าน ขอความกรุณา นั่งลงเถอะครับ
กับบนเวทีนะครับ ท่านประธาน ท่าน พันเอก อภิวันท์บนเวทีได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภา การยุบสภา ไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ การยุบสภาทําให้เกิดผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม และเป็นเรื่องใหญ่ ท่านยังขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีใช้ความคิด ใช้วิจารณญาณในการยุบสภา ผมในฐานะสมาชิกผมขอให้ท่านใช้วิจารณญาณในการลาออกจากการเป็นรองประธานสภา เพื่อให้สภาแห่งนี้ยังคงมีเกียรติยศ ยังมีความน่าเชื่อถือและสมาชิกได้ทํางานต่อไปได้ครับ ผมขอเพียงเท่านี้ครับ
หมอชลน่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ผมไม่ประท้วงท่านสมาชิก ที่อภิปราย ผมประท้วงท่าน สภาแห่งนี้ในการที่จะประชุมต้องเป็ นไปตาม ระเบียบวาระการประชุม ข้อบังคับ ข้อ ๒๑ เขียนไว้ชัดเจน ถึงแม้ท่านจะเป็นประธาน ก็ไม่มีสิทธิที่จะเอาระเบียบวาระการประชุมอื่นที่นอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในข้อบังคับ ขึ้นมาแทรกได้ จริงอยู่ครับความเป็นสุภาพบุรุษท่านต้องการให้เพื่อนสมาชิกได้สอบถาม ได้แสดงออกได้เสนอข้อคิดเห็นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ก็ต้องอยู่ในระเบียบวาระการประชุม หลังจากกระทู้ถามเสร็จเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมต่อไปเพื่อนสมาชิกก็จะเสนอญัตติ เรื่องนี้อยู่แล้วใส่เต็มที่เลยครับ ผมก็อยากฟัง เพราะว่าสังคมประชาธิปไตยเป็นสังคมของ การแสดงออกของความเห็นต่าง ๆ ซึ่งเป็นสีสันเป็นเรื่องดีของการพัฒนาประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นผมเองต้องประท้วงท่านประธานท่านประธานวินิจฉัยตัวเองเถอะครับ
ผมขอ
ไม่ได้วินิจฉัยให้ท่านออก แต่ท่านต้อง วินิจฉัยต้องอยู่ในกติกา ไม่อย่างนั้นมันเป็นบรรทัดฐานครับ ผมขอร้องท่านประธาน ด้วยความเคารพจริง ๆ ผมเคารพท่าน แต่บางเรื่องนี่ท่านอย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาเป็น เรื่องสภาไม่ได้ ถ้าท่านจะระบายออกอย่างนั้นไปคุยกันสองต่อสองครับ ไม่อย่างนั้นสิ่งที่คุยมา เมื่อกี้ผมขอร้องอย่าได้บันทึกในที่ประชุมสภา เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมที่จะต้อง บันทึกถึงแม้ข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกจะเหมาะสมแต่ไม่เหมาะสมด้วยที่ไม่อยู่ใน ระเบียบวาระการประชุมและทําผิดข้อบังคับ
ผมวินิจฉัยนะครับ เพราะว่าเมื่อวานผมได้เรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ไว้ว่าน่าจะมาใช้ ในโอกาสหารือ ผมถึงได้อนุมัติให้คุณบุญยอดได้มีโอกาสพูด แล้วก็ต้องเรียนคุณบุญยอด อย่างนี้ครับ ขอขอบคุณบรรดาสมาชิกที่เลือกผมมาเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และยืนยันว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของผมเป็นกลางจริง ๆ ท่านลองสอบถามเจ้าหน้าที่ของ สภาผู้แทนราษฎรดูได้ ผมไม่เคยที่จะแบ่งเวลาให้ฝ่ายค้านมากกว่ารัฐบาลหรือฝ่ายรัฐบาล มากกว่าฝ่ายค้านด้วยเหตุด้วยผล เมื่อกี้ก่อนจะถามกระทู้ถามคําถามที่ ๓ ผมก็ได้เรียนเตือน สมาชิกว่าเราต้องรักษาข้อบังคับการประชุมสภาของเราให้ได้เป็นหลัก เมื่อวานก็ได้ วินิจฉัยว่าการเลื่อนร่างพระราชบัญญัติอัยการขึ้นมาแซงหน้าญัตติของท่านสุวโรช พะลัง เป็นการกระทําที่ไม่ถูกต้อง ผมก็ได้ตัดสินให้กลับเอาญัตติของท่านสุวโรช พะลัง เข้ามา พิจารณาก่อนร่าง พ.ร.บ. อัยการอย่างนี้เป็นต้น ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราได้พิจารณา อภิปรายกันมาเป็นเวลาพอสมควรขอปิดประชุมครับ