ธีระ สลักเพชร หารือเรื่องการพัฒนาจังหวัดพัทลุง ให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม โดยเน้นการอนุรักษ์และพัฒนาวัฒนธรรมไทยดั้งเดิม เช่น โนรา หนังตะลุง และเครื่องหนังลูกหนังตะลุง และขอให้รัฐบาลสนับสนุนการดำเนินการนี้ นอกจากนี้ยังมีแผนการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณะฟื้นฟูโบราณสถานและเรียกร้องให้กรมศิลปากรดำเนินการตามแผนแม่บทพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และมีแผนปกป้องแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในพัทลุง โดยมีแผนขึ้นทะเบียนโบราณสถานและแหล่งโบราณคดี 27 แห่งในปีนี้ และอีก 27 แห่งในปีหน้า นอกจากนี้ยังมีแผนจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษาแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนริศ ขํานุรักษ์ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพัทลุง ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านนริศที่ให้ความสําคัญ ในเรื่องของงานด้านวัฒนธรรม แล้วก็สอบถามเรื่องนี้มาที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี วันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมมาเป็นผู้ตอบแทน ฯพณฯ ตามที่ท่านได้นําเรียน ท่านประธาน นําเรียนที่ประชุมเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดพัทลุง มียุทธศาสตร์ การพัฒนาจะให้เป็นจังหวัด เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ เพราะว่า สิ่งที่ท่านนําเรียนที่ประชุมเมื่อสักครู่เป็นองค์ประกอบที่สมบูรณ์ที่จะส่งเสริมให้จังหวัดพัทลุง ก้าวไปถึงจุดนั้นได้ และในที่สุดมูลค่าเพิ่มที่จังหวัดจะได้โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่นี่ จะสมบูรณ์อย่างยิ่ง แล้วก็เป็นการพัฒนาที่ผมมั่นใจว่ามันยั่งยืน วันนี้ทิศทางของโลก เปลี่ยนแล้วครับ ที่เราหันมาใช้ในเรื่องของทุนวัฒนธรรม วันนี้สังคมโลกจะยอมรับเลยครับ ประเทศไหน หรือเมืองไหน ท้องถิ่นไหน มีทุนทางวัฒนธรรมมาก ๆ ประเทศนั้น เมืองนั้น จะเป็นเมืองที่มั่งคั่งในอนาคต ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศออกมาแล้วครับเรื่องของนโยบาย เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประเทศไทยเราเองวันนี้เราต้องยอมรับว่าเราเป็นแชมป์ ปีที่ ๘ แล้ว จากการโหวตจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เขาบอกเขาอยากมาเที่ยวเมืองไทย อยากมาดูวิถีไทย อยากมาดูศิลปวัฒนธรรมไทย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับ แล้วก็ต้องพยายามปรับ ทุกจังหวัด ทุกเมือง ก็ต้องปรับเพื่อให้สอดรับกับทิศทางของการพัฒนาของประเทศ เพราะฉะนั้นผมชื่นชมจังหวัดพัทลุงครับ ผมอยากนําเรียนท่านนริศสําหรับภารกิจของ กระทรวงวัฒนธรรมซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่รัฐบาลมอบหมายให้ทํา สําหรับจังหวัดพัทลุง ผมประเมินว่าการทํางานของเจ้าหน้าที่ ข้าราชการที่จังหวัดพัทลุงก็ถือว่าทํางานได้เป็ นที่ น่าพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิทยาลัยนาฏศิลป์ ที่ท่านนริศได้พูดถึงเมื่อสักครู่นะครับ ผมถือว่าเขาทํางานเต็มที่ภายใต้งบประมาณที่จํากัด แล้วก็มีการบูรณาการกับจังหวัด ได้ค่อนข้างจะดี จังหวัดพัทลุงมี ๖๕ ตําบล วันนี้ตั้งสภาวัฒนธรรมตําบลครบแล้วครับ แล้วก็มีโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนครบทุกอําเภอ ๑๓ อําเภอแล้ว ก้าวต่อไป ที่เราอยากเห็นคืออยากมีสภาวัฒนธรรมหมู่บ้านให้ครบ ๖๗๐ หมู่บ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมก็ยัง พยายามขับเคลื่อนให้ทุกจังหวัดไปให้ถึงสภาวัฒนธรรมตําบลให้ได้ ลงไปให้ถึงระดับล่าง ให้ได้ เพราะว่าเขาเป็นเจ้าของวัฒนธรรม การที่รักษาคุ้มครองวัฒนธรรม ผมคิดว่าเจ้าของ พื้นที่เจ้าของภูมิปัญญาตรงนั้นจะดีที่สุด จังหวัดพัทลุงนี่ผมมองว่าที่มีแหล่งโบราณคดี ยาวนานมามากกว่า ๔,๐๐๐ ปี คงเป็นเพราะว่าเป็นจังหวัดที่อยู่ตรงกลางของลุ่มนํ้า ทะเลสาบสงขลา ระหว่างจังหวัดสงขลากับจังหวัดนครศรีธรรมราช การพัฒนาระบบนิเวศ วัฒนธรรมในอดีตทําให้จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่เก่าแก่มาก ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องของ ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะการแสดง ที่ท่านนริศพูดถึงเมื่อสักครู่นะครับ ผมอยากเพิ่มเติม ท่านว่าวันนี้ในปีที่แล้วเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๕๒ ผมได้จดทะเบียนเรื่องของโนรากับหนังตะลุงของท่านขึ้นทะเบียนแล้วเป็ นสาขา ศิลปะการแสดงประเภทการแสดงทั้งโนราและหนังตะลุง กระทรวงเรา รัฐบาลแห่งประเทศไทย ได้จดทะเบียนแล้ว พร้อมทั้งจดทะเบียนงานช่างฝีมือดั้งเดิมประเภทเครื่องหนัง ลูกหนังตะลุง จดทะเบียนแล้วเพื่อจะอนุรักษ์รักษาตรงนี้ไว้ แล้วก็เราจะเห็นว่าศิลปวัฒนธรรมเหล่านี้ มันคล้ายคลึงกันในย่านของอาเซียน เพราะฉะนั้นเราจึงได้จดทะเบียนไว้เพื่อเป็นหลักฐาน ว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทยที่เราได้พัฒนา สิ่งเหล่านี้มาเรื่อย ๆ จนเป็นวิถีชีวิต เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนที่อยู่ ในท้องถิ่นนั้น ๆ
กรณีของการอนุรักษ์และพัฒนามรดกศิลปวัฒนธรรม ผมเพิ่มเติมท่านนริศ นิดเดียว ผมทราบว่าพรุ่งนี้จนถึงวันที่ ๔ เมษายน ทางจังหวัดจะจัดงานวันอนุรักษ์ มรดกไทยที่สวนสาธารณะพัทลุง จะมีการแสดงมโนราห์ หนังตะลุง ลิเกป่า สิ่งที่ผมสนใจ ที่คงต้องหาโอกาสไปดูที่ท่านนริศพูดถึงการแข่งโพนลากพระช่วงออกพรรษาเป็นเรื่องที่ น่าสนใจผมไม่เคยเห็น น่าสนใจอยากไปดู
สําหรับเรื่องของการดูแลบูรณะฟื้นฟูสภาพโบราณสถาน เป็นที่น่ายินดีมาก ตรงที่ว่า มติ ครม. เมื่อปี ๒๕๔๘ เรามีแผนแม่บทพัฒนาลุ่มนํ้าทะเลสาบสงขลา ในแผนนั้น ได้กําหนดไว้ว่าในปี ๒๕๕๓ ถึงปี ๒๕๕๕ มีงานอนุรักษ์ฟื้นฟูโบราณสถานที่อยู่ในสภาพ ทรุดโทรมของพัทลุงอยู่ ๕ แห่ง ที่อยู่ในแผนนี้ก็ต้องดําเนินการ ซึ่งกรมศิลปากรจะต้อง ดําเนินการ คือการบูรณะเจดีย์วัดควนกรวด ตําบลปรางหมู่ บูรณะหอไตรวัดควนปรง ตําบลปรางหมู่ บูรณะอุโบสถวัดโดนคลาน ตําบลบ้านพร้าว บูรณะอุโบสถวัดยางงาม ตําบลลําปํำ แล้วก็บูรณะโบราณสถานวัดป่าขอม ตําบลลําปํำ ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในแผน สําหรับที่เราได้จัดสรรงบประจําปีให้ตลอดคือการให้ไปดูแลบํารุงรักษาวังเจ้าเมืองพัทลุง ซึ่งกรมศิลปากรเองได้ดูแลบูรณะมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าเราต้องมีเจ้าหน้าที่ไปดูแล แล้วเก็บค่าเข้าชม ที่วังเจ้าเมืองพัทลุงเราจะมีงบประจําปีให้ สําหรับในงบปี ๒๕๕๔ ผมได้ดู ในงบปี ๒๕๕๔ ที่กรมศิลปากรจะอุดหนุนให้ คือเป็นงบบูรณะพระอุโบสถวัดวิหารเบิก ตําบลลําปํำ อําเภอเมือง จํานวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งอยู่ในงบประมาณปี ๒๕๕๔
สําหรับการปกป้ องแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม เป็นที่น่ายินดี และผมก็ ไม่แปลกใจ โบราณคดี โบราณสถาน แหล่งโบราณคดีของจังหวัดพัทลุงมีถึง ๕๔ แห่ง วันนี้ได้ขึ้นทะเบียนแล้วครึ่งหนึ่งคือ ๒๗ แห่ง แล้วก็แหล่งโบราณสถาน แหล่งโบราณคดี ตรงนี้เราจะมีอาสาสมัครท้องถิ่นดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม ดูแลทั้งหมดทั้ง ๕๔ แห่ง โดยได้รับการประสานงานจากวัฒนธรรมจังหวัด เราจะมีงบประมาณโอนไปให้ เพื่อให้อาสาสมัครเหล่านี้เขามีเบี้ยเลี้ยง มีกําลังใจในการทํางาน ในปี ๒๕๕๓ เราจะขึ้น ทะเบียนโบราณสถานที่วัดพังกิ่ง อําเภอกงหรา โบราณสถานที่วัดห้วยลึก อําเภอ ปากพะยูน โบราณสถานวัดไทรน้อย อําเภอเมือง แล้วก็ในงบปี ๒๕๕๔ เราจะขึ้นทะเบียน โบราณสถานเขาชัยบุรี จะเป็นเรื่องที่ทางกระทรวงพยายามจะช่วยส่งเสริมให้เป็นไปตาม ยุทธศาสตร์ของจังหวัดพัทลุง จะให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมให้ได้ ในชั้นนี้เพียงเท่านี้ก่อนครับ เชิญครับ