สุเทพ เทือกสุบรรณ ให้เหตุผลเกี่ยวกับการจัดตั้งด่านรักษาความปลอดภัยรอบพระราชฐานและถนนต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร โดยอ้างถึงกฎหมายและข้อบังคับที่ใช้ในการดำเนินการ และปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้อำนาจบาตรใหญ่ในการแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขอตอบคําถามข้อที่ ๒ ของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่านไพจิต ศรีวรขาน ที่ท่านได้ถามว่า การที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในเขต พระราชฐานนั้นได้ รับพระบรมราชานุญาตหรือยัง ได้ ขอรับพระราชทาน พระบรมราชานุญาตหรือยัง กระผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าคําถามนี้ อาจจะสืบเนื่องมาเพราะท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคงจะเข้าใจผิดในเรื่องของ พระราชอํานาจ และคงจะเข้าใจผิดเรื่องข้อเท็จจริงในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ในวันนั้น ข้อเท็จจริงก็คือว่าศูนย์อํานวยการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยผมเองในฐานะ ผู้อํานวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยได้ออกประกาศเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ห้ามใช้ เส้นทางคมนาคม เพื่อประโยชน์ในการป้ องกัน ระงับ ยับยั้ง บรรเทา เหตุการณ์ในพื้นที่ การออกประกาศนี้ก็เป็นการออกประกาศโดยอาศัยอํานาจตามความในข้อ ๔ และวรรคท้ายของข้อกําหนด ซึ่งออกตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติการรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ กฎหมายว่าด้วยความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ นั้น ได้ผ่านกระบวนการตราพระราชบัญญัติโดยฝ่ายนิติบัญญัติ จนกระทั่งได้นําความขึ้นกราบบังคมทูลทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา และมีนายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ถูกต้อง ครบถ้วนทุกประการ ผมก็ได้ใช้อํานาจตามกฎหมายนั้น แล้วก็ได้ดําเนินการตามขั้นตอนของ กฎหมาย ประกาศไม่ให้ผู้ที่มีพฤติการณ์ที่จะคุกคามต่อความปลอดภัยของสมาชิกรัฐสภา หรือต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนเข้ามาในพื้นที่ถนนเหล่านี้ คือถนนราชสีมาตั้งแต่ แยกกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ถึงแยกสวนรื่นฤดี ถนนราชวิถีตั้งแต่แยกการเรือน ถึงแยกอุภัย ถนนพระราม ๕ ตั้งแต่แยกสุโขทัยถึงแยกวัดเบญจมบพิตร ถนนศรีอยุธยา ตั้งแต่แยกกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ถึงแยกเสาวนีย์ ถนนอู่ทองในตั้งแต่แยกพระบรมรูป ทรงม้า รัชกาลที่ ๕ ถึงแยกอู่ทองใน ถนนสวรรคโลกตั้งแต่แยกเสาวนีย์ถึงแยกสวรรคโลก ถนนสุโขทัยตั้งแต่แยกสวรรคโลกถึงท่านํ้าสามเสน และถนนพิชัยตั้งแต่แยกขัตติยานี ถึงแยกอู่ทองใน เมื่อผมได้ใช้อํานาจตามกฎหมายแล้วก็ประกาศเขตพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่ มีพฤติการณ์คุกคามต่อความปลอดภัยของสมาชิกรัฐสภาได้เข้ามาใช้พื้นที่ในถนนเหล่านี้ ก็ได้ดําเนินการจัดตั้งด่านเพื่อป้ องกัน เพื่อสกัดกั้น ไม่ให้คนที่มีพฤติการณ์ดังที่ว่านั้นเข้ามายัง พื้นที่นี้หรือใช้ถนนนี้ ตั้งด่านอยู่ที่แยกสุโขทัยที่แยกอุภัย ที่แยกราชวิถี ที่แยกวัดเบญจมบพิตร ที่บริเวณระหว่างพระที่นั่งอนันตสมาคมกับสวนสัตว์ ที่แยกการเรือนและแยกขัตติยานี กําลัง เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร มาตั้งด่านอยู่บริเวณเหล่านั้น ไม่ได้ล่วงลํ้าเข้ามาในเขตพระราชฐาน ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนถนนหลวง บนถนนที่ได้ประกาศห้ามไม่ให้คนที่จะคุกคามต่อ สมาชิกรัฐสภาเข้ามายังพื้นที่ เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตกราบเรียนว่า ข้อเท็จจริง ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างที่ว่านั้นไม่ได้มีการส่งกําลังเจ้าหน้าที่เข้ามาในเขตพระราชฐาน แต่ประการใดทั้งสิ้น และการปฏิบัติหน้าที่อยู่บนถนนทั้ง ๘ สาย ตั้งด่านสกัดจุดตั้ง ๗ จุดนั้น ก็ทําตามขอบเขตที่กฎหมายได้ให้อํานาจเอาไว้ ขอกราบเรียนกับท่านประธานครับ กระผม และเจ้าหน้าที่รวมทั้งเพื่อนคณะรัฐมนตรีไม่ได้ลุแก่อํานาจ ไม่ได้ใช้อํานาจบาตรใหญ่ มาแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติแต่ประการใดทั้งสิ้น ผมอยากจะกราบเรียนว่า ที่ท่านบอกว่า จะมาทําใหญ่ในสภา มาคุกคามพวกท่านนั้น ผมไม่ได้ทําครับ ที่เป็นมาทั้งหมดนั้นไม่เคย ได้กระทํา ในทางตรงกันข้ามครับ วันที่พวกผมเดินออกจากสภาแห่งนี้ในวันที่เขาลงมติ เลือกนายกรัฐมนตรีแล้วไม่ถูกใจคนบางกลุ่มซึ่งท่านรู้จักอยู่นั้น พวกผมถูกคุกคามครับ ถูกทําร้ายครับ แต่ว่าถ้าท่านคิดว่าสิ่งที่กระผมดําเนินการมาโดยถูกต้องตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมายไม่เป็นที่พอใจของท่าน กระผมก็อยากจะถามท่านไพจิต ศรีวรขาน ว่าเหตุการณ์ เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่รัฐบาลในขณะนั้นได้กระทําการซึ่งเป็นคนละอย่างกับที่พวกผม ทําอยู่ในวันนี้ เป็นเหตุให้คนเจ็บ เป็นเหตุให้คนตาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างท่าน รู้สึกอย่างไร เห็นการทําร้ายประชาชนอย่างนั้นแล้วรู้สึกอย่างไร ตรงนี้ละครับที่เป็น ความแตกต่าง ผมกังวลใจกับการเสียชีวิตกับการบาดเจ็บของประชาชน จึงได้กระทําการ ทั้งหมดนี้โดยมีกฎหมายรองรับ เพื่อป้ องกันไม่ให้มีประชาชนต้องบาดเจ็บล้มตาย แล้วก็ป้ องกันไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายถูกคุกคามครับ ขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยครับ