สุเทพ อธิบายเหตุจัดกำลังรักษาความปลอดภัยรัฐสภา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๑ เมษายน ๒๕๕๓

สุเทพ เทือกสุบรรณ อธิบายเหตุผลที่รัฐบาลจัดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันและดูแลความปลอดภัยของสมาชิกรัฐสภาและอาคารรัฐสภา โดยอ้างถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในอดีตและการปิดล้อมอาคารรัฐสภาของกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและสมาชิกสภาฯ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ท่านไพจิต ศรีวรขาน จากจังหวัดนครพนม เพราะว่าเป็นงานที่อยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของกระผม ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายมาตั้งแต่ต้น ผมขออนุญาตกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า กรณีที่ทางศูนย์อํานวยการรักษาความสงบเรียบร้อยได้จัดให้มีกําลังของ เจ้าหน้าที่ตํารวจ เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาดูแลป้ องกันให้ความปลอดภัยกับสมาชิกรัฐสภา และอาคารรัฐสภานั้น เป็นผลมาจากกรณีที่ผมได้เข้าไปเรียนปรึกษาท่านประธานสภา ผมได้เข้าไปเรียนปรึกษาท่านประธานสภาว่าบรรยากาศของการประชุมสภาดูน่าจะมีปัญหา อาจจะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ในสัปดาห์แรกมีการคุกคามจากผู้ชุมนุม โดยแกนนําของผู้ชุมนุมได้ประกาศว่าจะขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของท่านนายกรัฐมนตรี แล้วได้กล่าวยืนยันว่าไม่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะไปที่ไหนก็จะตามไปที่นั่น ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีภาระที่จะต้องไปทํางาน ไปประชุมคณะรัฐมนตรี ไปปฏิบัติราชการ ตามที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้วก็จะต้องมาทําหน้าที่ที่สภาผู้แทนราษฎร ก่อนถึงวันที่ ๒๓ มีนาคม ก็ปรากฏชัดครับเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีไปดูสถานการณ์ภัยแล้งเพื่อหาแนวทาง ที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาเรื่องการขาดนํ้า ก็ปรากฏว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ไปแสดงอาการคุกคามมีเจตนาในลักษณะที่อนุมานได้ว่ามุ่งที่จะประทุษร้าย ต่อท่านนายกรัฐมนตรีหรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็ได้ กราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานก็ได้มอบหมายว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ำยรัฐบาล ที่จะต้องดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยแล้วก็ดูแลให้สมาชิกรัฐสภาได้เดินทางเข้ามา ปฏิบัติหน้าที่ที่รัฐสภาด้วยความปลอดภัย ท่านประธานก็ได้ฝากให้ผมดูแลความปลอดภัย อาคารรัฐสภาด้วย หลังจากนั้นท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ทําหนังสือไปยัง รัฐบาล ผมก็ได้ประชุมปรึกษากัน แล้วก็เห็นว่าในอดีตมันเคยมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น ที่สภาผู้แทนราษฎร ที่คนประจักษ์ชัดก็คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ตอนนั้น ฝ่ายของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเป็นรัฐบาลอยู่ครับ แล้วก็มีการใช้กําลังเข้าไปแก้ไข สถานการณ์ มีประชาชนบาดเจ็บ มีประชาชนล้มตายหลายสิบคน อันนั้นเป็นเหตุการณ์ ที่ชัดเจน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปีนกําแพงหนีทุลักทุเล นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อมาถึงเดือนธันวาคม วันที่สภาแห่งนี้ได้พิจารณาเลือกท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ลงมติกันในสภาเสร็จเรียบร้อย ไม่เป็นที่สบอารมณ์ไม่ถูกใจของ กลุ่มคนที่ล้อมอยู่หน้าสภา เวลาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเดินทางออกจากที่ประชุมแห่งนี้ก็ถูกทําร้าย ใช้นํ้ากรดสาดบ้าง ใช้ก้อนหินทุบรถบ้าง ขว้างบ้าง มีคนได้รับบาดเจ็บ มีรถยนต์ของสมาชิกเสียหาย วันที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะนําคณะมาแถลงนโยบายต่อรัฐสภาซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องปฏิบัติ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ก็มีผู้คนใส่เสื้อแดงมาปิดล้อมอาคารรัฐสภา ขัดขวาง ไม่ให้ท่านนายกรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ในอาคารรัฐสภาแห่งนี้ ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงอย่างนี้ครับเป็ นเรื่องที่เราเอามาประกอบ การพิจารณา ศูนย์อํานวยการรักษาความสงบเรียบร้อยซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายมีหน้าที่ ดูแลแก้ไขปัญหาเหตุการณ์ในสถานการณ์อย่างนี้ ก็ได้พิจารณาดําเนินการตามที่เห็นว่า สมควรแก่กรณี เป้ำหมายสําคัญก็คือว่าต้องป้ องกันไม่ให้มีการปิดล้อมอาคารรัฐสภา อย่างที่เกิดขึ้น และถ้ามีการปิดล้อมโดยเข้ามาถึงตัวอาคาร ชิดตัวอาคาร มันเป็นเรื่องที่จะ แก้ไขยาก เพราะว่าพื้นที่ของสภามีจํากัด คับแคบ การดูแลรักษาความปลอดภัยของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายจะทําได้ยากลําบากอย่างยิ่ง

ในประการที่ ๒ เราคิดว่ามาตรการที่เราใช้นั้นจะต้องป้ องกันไม่ให้มี การกระทบกระทั่งระหว่างพี่น้องประชาชนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ท่านประธานครับ จึงได้ ดําเนินการประกาศให้เส้นทางที่จะมาสู่สภา เส้นทางต่าง ๆ นั้นเป็นเส้นทางที่ห้ามไม่ให้ ผู้ชุมนุมเดินทางผ่าน ห้ามเฉพาะผู้ชุมนุมหรือผู้ที่มีพฤติการณ์ที่จะส่อไปในทางคุกคาม การปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาเท่านั้น เจ้าหน้าที่สภา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกวุฒิสภา คณะรัฐมนตรี หรือผู้มีหน้าที่ต่าง ๆ สามารถเดินทางเข้าออกได้ไม่ได้เป็น ปัญหา ในการดําเนินการอย่างที่ว่านี้ครับ จึงได้จัดตั้งด่านตรวจในถนนสายที่จะมุ่งมาสู่ สภาทั้งหมดด้วยกัน ๗ จุด ตรวจอาวุธ ป้ องปราม ไม่ให้กลุ่มคนที่มีพฤติกรรมที่จะมา คุกคามสภาได้เข้าไปยังพื้นที่นี้ การที่จะต้องจัดตั้งบังเกอร์หรือว่าลวดหนามก็เป็น การป้ องปราม ทําอย่างนั้นก็ได้ผล ท่านสมาชิกทั้งหลายก็เห็นอยู่แล้ว ไม่มีกลุ่มคนฝ่าเข้ามา ในแนวด่านที่ตั้งเอาไว้ เพราะเห็นว่าได้ดําเนินการไว้แข็งแรง ยากสําหรับที่จะฝ่าเข้ามา ที่สําคัญอย่างยิ่งก็คือว่าเจ้าหน้าที่ทุกนายที่มาประจําอยู่ที่นี่ ทั้งที่เป็นตํารวจ ทั้งที่เป็นทหาร ทั้งที่เป็นพลเรือน ไม่มีใครพกพาอาวุธร้ายมาเลย ไม่มีปืนสั้น ไม่มีปืนยาว มีแต่เครื่องมือ ในการป้ องกันตนเอง เช่น โล่ กระบองเท่านั้น ซึ่งก็ถูกต้องตามหลักสากลในการระงับเหตุร้าย ที่เขาปฏิบัติกันในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ท่านสมาชิกอาจจะเข้าใจไปเองว่าการดําเนินการอย่างนั้นเป็นการแสดงอาการคุกคามต่อ ท่านสมาชิก แต่ผมกราบเรียนว่าถ้าท่านสมาชิกได้พิจารณาด้วยใจเป็นธรรมก็จะเห็นว่า มาตรการที่ทํานั้นได้ช่วยให้สามารถที่จะระงับยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุร้าย ไม่ให้เกิดการปะทะ ไม่ให้เกิดการบุกรุกอาคารรัฐสภาในวันนั้น ถ้าท่านสมาชิกจะรู้สึกว่าการกระทําอย่างนั้น ทําให้ท่านรู้สึกอับอายอย่างที่ท่านอภิปราย กระผมกลับคิดว่าการที่เข่นฆ่ากันถึงชีวิต มีคนบาดเจ็บ มีคนล้มตาย อย่างที่เคยเกิดขึ้น ในอดีตนั้นเป็นภาพที่น่าอับอายยิ่งกว่า และถ้าเราสามารถป้ องกันได้เราก็ต้องป้ องกัน อย่างเต็มกําลังความสามารถไม่ให้เหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นอีก ผมขอกราบเรียนกับ ท่านประธานที่เคารพครับว่า แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจและทหารจะได้ตั้งด่านตรวจเพื่อสกัดกั้น ไม่ให้ผู้มีพฤติกรรมที่คุกคามอย่าได้เข้ามาบริเวณรัฐสภา แต่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหลายก็สามารถเดินทางเข้ามาในสภาได้ไม่ได้ลําบากยากเย็นอะไร ขับรถเข้ามาก็ได้ครับ อย่างที่ท่านประธานได้เรียนไปแล้ว ผมเห็นวันนั้นเพราะว่าผมต้องมาตอบกระทู้ถามที่นี่ด้วย ผมยังเห็นท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านก็เข้ามาในสภานี้ได้หลายคน บางท่าน ได้ลุกขึ้นมาอภิปรายพูดจาในที่ประชุมนี้ กระผมไม่เห็นว่าท่านจะถูกสกัดขัดขวาง แต่ประการใดทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าสิ่งที่ ได้ดําเนินการไปนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการป้ องกันดูแลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้ามาทําหน้าที่ด้วยความปลอดภัย ไม่ให้ถูกคุกคามโดยกลุ่มผู้ที่มีพฤติการณ์ ที่ไม่ปรารถนาดี ผมก็อยากจะให้มองในแนวทางด้านนี้บ้าง แทนที่จะมองในทางด้านร้าย ผมกราบเรียนยืนยันว่า การกระทําของเจ้าหน้าที่ตํารวจและทหารที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ ในการดูแลความปลอดภัยให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้นได้ทําไป โดยถูกต้องครบถ้วนภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย ภายใต้คําสั่งของศูนย์อํานวยการ รักษาความสงบเรียบร้อย ภายใต้นโยบายของรัฐบาลและทํางานได้สําเร็จเสร็จสิ้น เมื่อเสร็จภารกิจท่านประธานสภาบอกว่าเสร็จภารกิจแล้วก็ให้ถอนกําลังกลับไป ผมก็ได้ ปฏิบัติตาม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลุกขึ้นซักถามได้อภิปรายรัฐบาลก็ฟังความเห็น ของทุกคน แล้วก็ได้ถอนกําลังออกไป รื้อเครื่องกีดขวางทั้งหลายให้ผิวจราจรได้ใช้เดินทาง ไปมาได้โดยสะดวกก็ไม่เป็นปัญหาใด ที่สัปดาห์นี้ไม่ได้เอากําลังเข้ามาดําเนินการ เหมือนคราวที่แล้วเพราะได้ตรวจสอบจากระบบข่าวว่าไม่มีการพยายามที่จะเข้ามา ยึดอาคารรัฐสภาในสัปดาห์นี้ แต่ถ้าผมได้ข้อมูลได้ข่าวสารที่เชื่อถือได้ว่าจะมีพฤติกรรม ทําอย่างนั้นผมก็ส่งกําลังเข้ามาอีก เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องดูแลคุ้มครอง ความปลอดภัยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของท่านประธาน และของเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องการให้เหตุร้ายได้เกิดขึ้นอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมขออนุญาต กราบเรียนชี้แจงกับท่านในรอบแรกครับ ขอบคุณครับ