สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๑ เมษายน ๒๕๕๓

ไพจิต ศรีวรขาน ร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการปิดกั้นทางเข้าประชุมสภา โดยมีลวดหนามและรถขยะบังเกอร์ และเรียกร้องให้ยกเลิกการปิดกั้น พร้อมถามถึงเหตุผลในการนำทหารเข้ามาในสถานที่ประชุม

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานคือผู้ใหญ่ที่ผมเคารพท่าน ขอให้ทําตามข้อบังคับ ให้ผมถามให้เสร็จสิ้นกระแสความ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีจะตอบ หรือท่านประธานจะชี้แจงเพราะเป็นผู้บงการที่สําคัญ ก็สุดแท้แต่ ผมอยากให้พี่น้องประชาชนได้ฟังนะครับว่าทุกคนมีความจริงใจในการที่จะ รักษาอํานาจอธิปไตยที่ยิ่งใหญ่สูงสุด ท่านประธานครับ การจะอ้างพระราชบัญญัติ ความมั่นคง แล้วมาบอกว่าประกาศตามข้อ ๑๘ พื้นที่ต้องควบคุม ในมือผมนี่ลวดหนามครับ ท่านประธาน นี่คุณวิทยา บุรณศิริ และพวกผมมาก่อนวันประชุมนะครับท่านประธาน ผมมาก่อนวันประชุม พอเช้าวันที่ ๑๒ นี่รู้แล้วว่าทหารเข้ามาจัดสถานการณ์สงคราม เราก็ กลัวว่าวันนี้เดี๋ยวไปเกิดมีปัญหาจะทําให้สถานการณ์เกิดประกาศภาวะฉุกเฉิน บริหาร ราชการฉุกเฉินละก็จะล้อมปราบจะเสียหายกันอีก นี่นะครับนี่แท่งคอนกรีต คุณวิทยา จะยื่นหนังสือถึงท่านประธาน เพื่อขอให้เอาสิ่งเหล่านี้ออกเสีย มันทําลายบรรยากาศ มันคุกคาม มันแทรกแซง ภาวะจิตใจของพวกผมซึ่งเป็นนักการเมืองฝ่ายค้านนี่นะครับ นี่ลวดหนามครับ ด้วยความต้องการที่อยากให้มีการแก้ไข นี่ท่านผู้อํานวยการกองรักษา ความปลอดภัยต้องฝ่าลวดหนามรับหนังสือกันนะครับนี่ เป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ ส่งหนังสือถึงท่านประธานว่าขอให้เอาสิ่งกีดขวางเหล่านี้ออกไปเสีย กําลังทหารให้ถอนไป ทั้งหมด เพราะไม่ใช่ภาวะสงคราม ไม่ได้มีอะไรที่ต้องมาระมัดระวังรักษาความปลอดภัย อะไรมากมาย ท่านประธานครับ ผ่านได้เฉพาะ ครม. ครม. คือคณะท่านนายกรัฐมนตรี ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ส.ว. ส.ว. เขาไม่มาหรอกครับเขาคิดไม่เหมือนท่านประธาน ไม่เหมือนรัฐบาล ผ่านได้เฉพาะนะครับ นี่รูปของท่านสุนัย ท่านประชา ประสพดี และคณะอยู่ที่ทางเข้า เต็มไปด้วยลวดหนาม และรถขยะ บังเกอร์ ผมไม่ได้ดูอาวุธเห็นโล่เขา คงเป็นกระสุนปลอม แต่กระสุนจริงซ่อนที่ไหนฝ่ำยทหารเขารู้ดี นี่ก็มีรูปทั้งหมด มีทหารที่เป็ นลูกน้อง ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพนี่แหละครับถ่ายรูปไว้หมด นี่ผมเห็นหมดรูปวิทยา รูปวิชาญ หลาย ๆ ท่านเจอกันหมดนะครับถ่ายกันใกล้ชิดเอาทุกตารางนิ้ว พวกผมก็แอ่นอก ให้ถ่ายเลยนะครับไม่เป็นผู้ร้ายชายโจร พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ออกในสมัยรัฐบาลปฏิวัติ คมช. นี่แหละออก ผมจําได้สมัยผมเป็นนักเรียนมันใช้ในตอน รักษาความมั่นคง ตอนบ้านเมืองลุกเป็นไฟ เป็นคอมมิวนิสต์ บ้านผมก็ตายกันเป็นกี่ร้อย กี่พันศพ เขาเลิกแล้วกองทัพ เลิกแล้วตอนใช้การเมืองนําการทหาร ประกาศมาใช้อีกเราก็ ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาคัดค้านอะไรด้วย ไม่นึกไม่ฝันว่าวันนี้รัฐบาลประชาธิปไตยที่มี ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นคนหนุ่ม เป็นนักการเมืองที่มีอนาคตไกล หัวหน้าพรรคการเมือง เก่าแก่ที่ชูบอกว่าต้านเผด็จการจะเอามาเป็นเครื่องมือในการรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินในสภา ท่านประธานครับ ท่านตอบผมว่าไม่ได้ปิดกั้นสามารถเข้าออกได้ ที่ฟัง ๆ นะครับ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลก็เข้ามาเต็มเพียบ เจ้าหน้าที่ของสภาต้องมุดลวดหนาม เดินเท้าตามช่องแคบ ๆ ส.ส. บางคนถูกลวดหนามเกี่ยวต้องไปโรงพยาบาล ก็เลย ต้องสงสัยว่าสถานการณ์แบบนี้คิดได้อย่างไร ใครไม่ปลอดภัยไม่ทราบเมื่อมาสภา พวกผมนี่ปลอดภัย ส.ส. รัฐบาลเองก็ปลอดภัย ผมสงสัยอย่างเดียวท่านนายกรัฐมนตรี กลัวไม่ปลอดภัยใช่ไหมหรือว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นฝ่ายอํานวยการเอาใจ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเอามาหน่อย แล้ววันนี้พอไม่มีเป็นอย่างไร ผมว่าทุกอย่างก็ปกติ ผมอยากให้บรรยากาศแบบนี้ทํากันตามเหมาะตามควร อย่าได้มีจิตพะว้าพะวง ในเบื้องหน้าเบื้องหลังไม่มีใครมาคิดคดทรยศต่อบ้านต่อเมืองเกินความจําเป็นที่ควรจะเป็น ในสามัญสํานึกความเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยครับ ท่านประธานครับ วันนี้ไม่มาสัปดาห์หน้าก็อย่ามานะครับถ้ามาพวกผมไม่เอาอีก ก็ฟ้ องให้สังคมเขารู้ ความจริงที่ไม่เข้ามาประชุมนี่ ถ้าถามว่าวิ่งรถเข้ามาแบบเขาพระสุเมรุวิ่งไป ๓ รอบ ๘ รอบ นี่เหตุการณ์ไม่ใช่เป็นแบบนั้น เรามีเกียรติศักดิ์ความเป็นตัวแทนประชาชนเป็นยาก แสนลําเค็ญทั้งชีวิต เพราะฉะนั้นเมื่อเข้ามาเรารักษาบ้านเรา เราต้องการบ้านที่มีความสุข ความสงบ มีหัวหน้าคือท่านประธานสภาที่เป็นผู้ใหญ่คอยดูแลอะไรทั้งหมดให้เรียบร้อย เราต้องการบรรยากาศแบบนั้นครับท่านประธาน ผมตั้งกระทู้ถามว่าเหตุการณ์แบบนี้ ทําให้เกิดความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของสังคมโลกอย่างมากมาย แล้วคิดกันได้แค่ไหน เพียงไร

ผมขอถามเป็นคําถามที่ ๑ ว่า ตอนออกไปตอนเข้ามาท่านประธานสั่งเข้า ขอให้เขาเข้ามาแล้วในคําสั่งก็บอกว่าคงจะมารักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ส.ส. แต่ไม่ได้บอกว่าให้เอาอะไรเข้ามาบ้าง ให้ทํารายละเอียดเหมือนภาวะสงครามหรือได้บอกไปทํานองแบบนั้น หรือเป็นความต้องการ ที่จะทําให้เกิดภาวะแบบนี้ พวกผมก็เป็นมนุษย์มนามีจิตมีใจปกติ พอเห็นทหารก็กลัวแล้ว ผมก็ขอถือโอกาสถามท่านประธานเป็นคําถามที่ ๑ ถามท่านนายกรัฐมนตรี