รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑
ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๒๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากวันนี้เราจะมีเรื่องสําคัญเข้าปรึกษากันคือ ร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... เพราะฉะนั้นการหารือผมอยากจะขอความร่วมมือนิดหนึ่ง คงใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมงนะครับ เพื่อที่จะให้สมาชิกของเราได้มีโอกาสได้หารือกันทั่วถึง มากขึ้นนะครับ ก็ขอความกรุณาท่านสมาชิกถ้าจะกรุณาแทนที่จะใช้เวลา ๓ นาที ก็อาจจะใช้เวลาสัก ๑ หรือ ๒ นาที ก็จะเปึนการเอื้อเฟุ๋อกับเพื่อนสมาชิกของพวกเรานะครับ เพราะผมจะให้หารือใช้เวลาประมาณสักครึ่งชั่วโมงครับ เชิญท่านนิยม
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคพลังประชาชน เขต ๑ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมใคร่หารือท่านประธาน ๒ เรื่องสั้น ๆ ตามที่ท่านให้เวลามาครับ
เรื่องแรกคือ การบุกรุกในเขตอุทยานแห่งชาติภูพาน ป์าสงวน ตอนนี้ ปรากฏว่า จังหวัดสกลนครได้มีการบุกรุกพื้นที่ป์าสงวนและอุทยานไปถึง ๓,๔๙๕ ไร่ ปรากฏว่ายังไม่มี การดําเนินการที่ต่อเนื่องอย่างเปึนรูปธรรมที่ชัดเจนเท่าที่ควร เนื่องจาก พื้นที่ส่วนใหญ่ที่บุกรุกเปึนพื้นที่ในอุทยานเกือบทั้งนั้น แต่ว่าภาคราชการเองก็ไปดู ได้เปึนบางรายแจ้งดําเนินคดีไว้ แจ้งตํารวจไว้ แต่ก็ไม่ดําเนินการอย่างเปึนรูปธรรม ดังนั้นจึงฝากไปที่กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มาดูแลในเรื่องนี้ นอกจากดําเนินคดีแล้วยังต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสร้างจิตสํานึกแก่ประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่ก็อ้างว่าไปปลูกยางพาราบ้าง แต่ช่วงที่พบจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ในส่วนหนึ่งปรากฏว่าเปึนการบุกรุกเปึนหย่อม ๆ เพื่อปลูกกัญชาในพื้นที่ภูพาน
อีกอันหนึ่งต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่า เนื่องจากจังหวัดสกลนคร ปัญหาที่ขาดแคลนตอนนี้อย่างมากซึ่งเดือดร้อนถึงประชาชนก็คือ การสร้างอาคารเรียน เด็กไม่มีที่เรียนเนื่องจากอาคารชํารุดทรุดโทรม ก็ปรากฏว่าอาคารเรียนเหล่านั้นหลาย พื้นที่ไม่มีงบประมาณในการก่อสร้าง เรื่องนี้ต้องฝากไปที่กระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะ ที่โรงเรียนบ้านยางโล้นตอนนี้ปรากฏว่าครูต้องหักเงินเดือนคนละ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อเอา มาสร้างอาคารชั่วคราวเปึน ๓ โรงเรียนเนื่องจากไม่มีที่เรียนเลย ถ้าเป่ดเทอมมาต้องใช้ สถานที่คือตามต้นไม้ร่มในสนามหญ้า เพราะฉะนั้นจึงขอกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการว่าวันนี้อยากจะให้ไปดูในเขตอําเภอภูพานยังเปึนปัญหายิ่งใหญ่อยู่ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ท่านธวัชชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือ ท่านประธาน ผ่านไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช และท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ กระผมทั้งสาม ส.ส. จังหวัดจันทบุรี นายธวัชชัย อนามพงษ์ นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ ได้รับการร้องเรียนจาก ชาวบ้านเปึนจํานวนมาก เรื่องสินค้าขึ้นราคา โดยเฉพาะข้าวสารแพงมาก ๆ ขึ้นทุกอาทิตย์ ในขณะเดียวกันผลไม้ก็ลงเรื่อย ๆ ผมขอชี้แจงราคาข้าวสารก่อนนะครับ ข้าวหอมมะลิ เกรดเอ (A) ก่อนสงกรานต์ ถังละ ๕๒๐ บาท เดี๋ยวนี้ขึ้นเปึน ๖๐๐ บาท แล้วก็กําลังจะขึ้น เรื่อย ๆ ข้าวตาแห้ง เมื่อก่อน ๓๙๕ บาท เดี๋ยวนี้ ๔๘๐ บาท ปลายข้าวที่เอาไว้ต้มให้หมู หรือสุนัขกิน ถังละ ๓๑๕ บาท เดี๋ยวนี้ขึ้นไป ๔๓๐ บาท ชาวบ้านอําเภอเขาคิชฌกูฏ เขาบอกผมว่า เขามีรายได้น้อย เขาต้องเอามันกับเผือกไปต้มปนกับข้าวและปลายข้าว ที่ให้สุนัขกินเขาต้องเอาไปกินกันแล้ว เขาลําบากมาก ๆ โดยเฉพาะอําเภอเขาสอยดาว ก็เหมือนกันเขาทํางานได้ชั่วโมงละ ๒๐ บาท วันหนึ่งทํางาน ๖ ชั่วโมง ๕ วันซื้อข้าวได้ ถังเดียว ท่านประธานครับ เวลานี้ชาวบ้านทั่วไปเลยร้องเรียนมาก
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ เรื่องปุิยก็แพง ย่าฆ่าแมลงก็แพง ยกตัวอย่าง ปุิยสูตร ๑๖-๑๖-๑๖ เมื่อก่อน ๗๘๐ บาท เดี๋ยวนี้ ๑ ,๐๐๐ กว่าบาท สูตร ๒๔-๒๔-๒๔ เมื่อก่อน ๘๐๐ บาท เดี๋ยวนี้ ๑ ,๒๐๐ บาท ยาฆ่าวัชพืชเมื่อก่อน ๔๒๐ บาท เดี๋ยวนี้ ๘๐๐ บาท จริง ๆ แล้วพวกปุิยพ่อค้าซื้อไว้นานแล้วท่านรัฐมนตรีก็ไม่น่าให้ขึ้นนะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง ผมก็เคารพนับถือนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นะครับ ท่านบอกว่าข้าวเปลือกอย่าเพิ่งขายนะจะได้ตันละ ๓๐ ,๐๐๐ บาท พูดแค่นี้เองนะครับ ท่านครับ ผลกระทบก็ไปตกอยู่กับคนจน โดยเฉพาะสถานพินิจเลี้ยงเด็กหรือผู้ต้องหา เขาเดือดร้อนมากเลยนะครับ เพราะว่าคนทําข้าวแล้วเขาไม่ยอมส่ง
อีกประเด็นหนึ่งครับ ขอวกไปเรื่องผลไม้ ผลไม้ภาคตะวันออกป้นี้ก็ดีครับ เวลานี้ผมทําหนังสือขอผ่อนผันการจับกุมรถบรรทุกผลไม้ เจ้าหน้าที่ของรัฐบางหน่วยงาน ก็มีหนังสือแล้วนะครับ หนังสือของผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติมีแล้ว ก็ยังแกล้ง ไปเหยียบเอาควันดํา เมื่อวานก็ปรับคันละ ๑,๐๐๐ บาทอย่างนี้ครับ ขอท่านประธานฝากรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยนะครับ ขอให้ช่วยดูชาวสวนผลไม้ด้วย เพราะป้นี้น้ํามันก็แพง รถซื้อผลไม้ก็ไม่ค่อยไป ขอท่านประธานฝาก ฯพณฯ ด้วยนะครับ ช่วยคนจันทบุรีหน่อย ภาคตะวันออกนี้ก็มีระยอง จันทบุรี ตราดมีผลไม้เยอะมาก และวันที่ ๓ พฤษภาคมนี้ ก็จะมีงานวันทุเรียนโลก
๔ นาทีกว่าแล้วนะครับ
ก็อยากให้เพื่อน ส .ส .ไปเที่ยวจันทบุรี ผลไม้ป้นี้ดีมากนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิก ผมอยากให้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้เวลาท่านละ ๓ นาที ถ้าจะกรุณา ใช้เวลาไม่ถึงก็เปึนการเอื้อเฟุ๋อสมาชิก แต่ถ้าใช้มากกว่านั้นก็เหมือนกับไปกินเวลาของ เพื่อนเรานะครับ ท่านสุชาติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคพลังประชาชน จังหวัดลพบุรี ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธาน เรื่องจริยธรรม พอดีประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี เขาถ่ายเอกสารให้ผมมาเมื่อเช้านี้นะครับ เขาบอกว่า มีหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ลงเมื่อวานนี้ เปึนเรื่องฮือฮานะครับว่าสภาผู้แทนราษฎรไปโชว์ขนเพชร เปึนข่าวใหญ่โต ก็เลย มีหนังสือพิมพ์ไปลงฮือฮาว่าพรรคนี้โชว์ได้แค่ขนเพชรหรือ พรรคอื่นเขาโชว์วิสัยทัศน์ เรื่องนี้ก็เลยอยากให้ท่านประธานได้ตักเตือนในสภาว่า เวลาเอาอะไรไปพูดอย่าให้สภา เสื่อมเสีย เรื่องเรื่องนี้ก็เลยจะขอมอบหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ให้กับท่านประธานนะครับ เรื่องที่ ๑ เปึนเรื่องขนเพชร
ท่านประธานครับ
ท่านประท้วงหรือเปล่าครับ
ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงเรื่องที่สมาชิกเมื่อสักครู่ได้กล่าวพาดพิงถึง พรรคประชาธิปัตย์ ในการแสดงหลักฐานหรือเอกสารต่อสื่อซึ่งเปึนการให้ข่าวกับทางสื่อนั้น เปึนเรื่องที่อยู่นอกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ในการที่หนังสือพิมพ์จะวิเคราะห์ หรือให้ความคิดเห็นก็เปึนเรื่องของทางสื่อมวลชน ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะมากระทบกระเทียบ หรือเสียดสีในห้องประชุมแห่งนี้ ผมคิดว่าเรื่องดังกล่าวทั้งหมดเมื่อสักครู่ขอให้ถอน จากการประชุมปรึกษาหารือในครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ผมถือว่านี่เปึนการหารือยังไม่ได้เข้าสู่ระเบียบวาระ เพราะฉะนั้นขออนุญาต ทําความเข้าใจอย่างนี้นะครับ เรื่องที่จะหยิบมาหารือขอให้เปึนเรื่องปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนเท่านั้น แต่เรื่องที่จะกระทบซึ่งกันและกัน ตรงนี้ต้องขอความกรุณาอย่าให้ มีเลยครับ ไม่อย่างนั้นก็ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา มันก็ได้ใช้เวลาตรงนี้ซึ่งมีอยู่น้อยนิด ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร ถ้าจะเอามาทะเลาะกัน มาขัดแย้ง หรือมาประท้วงกันอยู่ อย่างนี้ มันก็ไม่จําเปึนต้องมีการหารือ ถ้ายังมีอย่างนี้ผมจะไม่อนุญาตให้หารือนะครับ เพราะฉะนั้น ขอความกรุณาต่อไปนี้อยากให้เปึนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อพวกเรากันเองเพื่อไม่ต้องเสียเวลาให้มีการประท้วง ต้องขอความ กรุณาเลยนะครับ เชิญท่านสุชาติครับ
ท่านประธานครับ ที่ผมนํามาหารือนี้ประชาชน เดือดร้อน ผมจึงนํามาหารือตรงนี้ เพราะว่าประชาชนเขาฝากมา
ท่านสมบูรณ์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรัง ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้วินิจฉัย แต่ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้มีการกล่าวพาดพิงไปเปึนที่เรียบร้อยแล้ว ผมคิดว่าการเมือง แบบเมื่อสักครู่นี้เปึนการเมืองแบบที่ไม่สร้างสรรค์จริงนะครับท่านประธาน
ท่านสมบูรณ์ครับ ผมถือว่าได้วินิจฉัย ถือว่าเปึนการเตือนไปแล้วนะครับ ก็ขอให้จบครับ ถือว่าเตือนแล้วนะครับ ท่านครับ เขาไม่ได้ระบุ ผมก็ฟังอยู่ เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยแล้ว เตือนเขาไปแล้วก็น่าจะจบ อย่าเสียเวลาเลยครับ เวลามีน้อยครับ ท่านสุชาติให้ระวังด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน ผมยังไม่ได้เอ่ยชื่อพรรคไหนเลยครับ ผมพูดเรื่องหนังสือพิมพ์นะครับท่าน ผู้แทนราษฎรในสภาคงได้ยินหลายคน แล้วผมไม่ได้ย้อนท่านประธานนะครับ ผมว่าประชาชน ฝากผมมาให้หารือ แล้วผมยังไม่ได้เอ่ยชื่อพรรคไหนเลยครับ มันเปึนจรรยาบรรณนะครับท่าน ถ้าผมเอ่ยชื่อแล้วผมจะถอน แต่ผมยังไม่ได้เอ่ยชื่อพรรคไหนเลยครับ
ท่านสุชาติต่อเถอะครับ ท่านประท้วงหรือเปล่าครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอเรียนถามท่านประธานว่า สิ่งที่ท่านสมาชิกเมื่อกี้ได้นํามาหารือซึ่งท่านประธานได้วินิจฉัยว่า ไม่ใช่เรื่องความเดือดร้อนของประชาชน
ท่านประท้วงหรือเปล่า เมื่อกี้ท่านใช้สิทธิประท้วงนะครับ ใครทําผิดข้อบังคับข้อไหนครับ ถ้าเรื่องเมื่อกี้ผมวินิจฉัยจบแล้วนะครับ
เขายังไม่ได้ถอนนะครับท่านประธาน แล้วเขาพาดพิงถึงผม
ผมวินิจฉัยจบแล้วครับ ท่านนั่งเถอะครับ เชิญท่านสุชาติครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ อย่างที่บอก ยังไม่ได้เอ่ยชื่อใคร แล้วยังไม่ได้บอกเรื่องอะไรเลยท่านประธานครับ
ท่านต่อเถอะครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ที่อยากจะหารือ ท่านประธานก็เรื่องหนี้สินครูนะครับ นี่คือความเดือดร้อนของประชาชนแน่นอน เพราะครู ทางบ้านผมเงินเดือนที่ตันแล้วก็ยังไม่ได้ปรับแล้วก็ยังเปึนหนี้สินอยู่มากมาย อยากจะฝาก ไปถึงรัฐบาลว่าครูนี่ครับเรียนมาตั้ง ๕ ป้ พอบรรจุได้เงินเดือนขั้นต้น ๗ ,๒๐๐ บาท คนก็ไป ประกอบวิชาชีพอื่น วิชาชีพครูก็เลยอยากได้ให้ไปสตาร์ท (Start) เยอะ ๆ คนจะได้มาแย่ง วิชาชีพครูกัน นี่เปึนคําร้องจากประชาชนที่เปึนตัวแทนของครู และส่วนตัวผมเองที่อยู่ คุรุสภามา ๒๓ ป้ก็อยากจะเห็นคนมาแย่งอาชีพนี้บ้างครับ แย่งอาชีพครู ไม่ต้องไปแย่ง อาชีพอัยการ ไม่แย่งอาชีพผู้พิพากษาที่มีเงินเดือนสูง ๆ ตรงนี้ถ้าครูมีเงินเดือนสูง ๆ ครูจะไม่ต้องไปขายแอมเวย์ ไม่ต้องไปขายประกัน จะได้มีเวลาดูนักเรียนให้มาก ๆ ถ้าวันนี้ ครูเรียน ๕ ป้แล้วไปสตาร์ทเงินเดือนสัก ๑๕ ,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ อาชีพครูก็จะดีขึ้น เรื่องนี้ครูเขาเดือดร้อนมาก วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สินครูก็คงจะเปึนประเด็นที่ผมฝากท่านไป ขอบคุณท่านประธานอย่างสูงครับ
เชิญคุณรัชดาครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือ ท่านประธานในเรื่องเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันแก่เด็กในโรงเรียนสังกัดสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือ สพฐ. ค่ะ ปัจจุบันนี้รัฐบาลให้เงินอุดหนุน โรงเรียนในสังกัด สพฐ. เพียงหัวละ ๑๐ บาทเท่านั้นค่ะ ซึ่งอัตราหัวละ ๑๐ บาทนี้เปึนอัตรา ที่กําหนดมาเปึนเวลานับสิบป้ ไม่ว่าภาวการณ์เศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร เงินเฟัอ จะเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ก็ตาม ข้าวเปลือกจากตันละ ๗ ,๐๐๐ บาทเปึน ๑๐ ,๐๐๐ กว่าบาท ราคาไก่ ราคาหมูเพิ่มสูงขึ้นเท่าไร แต่อัตราเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันเด็ก ชั้นประถมศึกษาป้ที่ ๑ ถึงชั้นประถมศึกษาป้ที่ ๖ ก็ยังคงเปึนเพียง ๑๐ บาทเท่านั้น ๑๐ บาท ณ ปัจจุบันนี้จะทําอะไรได้คะท่านประธาน อย่างมากก็ซื้อนม ๑ กล่อง แต่ว่า เงิน ๑๐ บาทที่รัฐบาลอุดหนุนให้กับโรงเรียนใน สพฐ. นี้เปึนอาหารกลางวัน ๑ มื้อเต็ม ๆ ซึ่งอาหาร ๑ มื้อนั้นประกอบด้วยข้าวสวยกับ ๒ อย่าง และยังจะต้องประกอบด้วย ของหวานอีก แล้วในสภาพความเปึนจริงมันจะเปึนไปได้อย่างไรคะ ถ้าเราคิดว่าอนาคตของประเทศ ต้องฝากไว้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ แล้วเด็กในสังกัด สพฐ. ซึ่ง สพฐ. เองดูแลโรงเรียน นับ ๓๐,๐๐๐ กว่าแห่ง ซึ่งหมายถึงว่าเด็กจํานวนนับล้านคนในวัยประถมศึกษานี่จะต้องมี โอกาสรับประทานอาหารด้วยมื้อละ ๑๐ บาท เด็กของเราก็คงจะเติบโตขึ้นเปึนเด็ก ที่ขาดคุณภาพ เพราะว่าคุณภาพของเด็กนั้นนอกจากในเรื่องของการให้การศึกษาที่มี คุณภาพแล้ว ในเรื่องของโภชนาการก็จําเปึนที่จะต้องให้อาหารอย่างเต็มมื้อและสารอาหารครบ ๕ หมู่ แต่ ๑๐ บาทมันเปึนไปไม่ได้เลยนะคะ ดิฉันอยากจะให้ทางรัฐบาลศึกษานโยบาย การดําเนินงานของ กทม. บ้าง เพราะว่า ณ ปัจจุบันนี้ในป้การศึกษา ๒๕๕๑ เดือนพฤษภาคมนี้เด็กนักเรียนที่สังกัดโรงเรียนการศึกษาของ กทม. จะได้รับการบริการ ในเรื่องของอาหารดีขึ้น เพราะว่า กทม. มีนโยบายเพิ่มอัตราค่าอาหารกลางวันจากเดิม ๑๐ บาท เปึน ๑๕ บาทแล้ว แต่ทําไมความเท่าเทียมกันอันนี้ยังไม่กระจายไปสู่นักเรียน ทั่วประเทศ การศึกษาที่ดี ที่เปึนธรรมไม่ว่าจะอยู่ใน กทม. หรือภาคใดของประเทศต้องได้รับ เท่าเทียมกัน เมื่อ กทม. ได้ ๑๕ บาทต่อหัวต่อคนแล้ว ดิฉันก็อยากจะให้ทางรัฐบาลพิจารณา อย่างเร่งด่วนว่าพฤษภาคมเป่ดเทอม เป่ดการศึกษาป้ ๒๕๕๑ เด็กนักเรียนในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศนับล้านคนควรจะได้มีโอกาสรับประทานอาหารที่ดี มีคุณภาพอย่างเพียงพอ และสารอาหารครบ ๕ หมู่ อยากให้ท่านประธานฝากทางกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงบประมาณ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาเพิ่มอัตราค่าอาหารกลางวัน ต่อหัวอย่างน้อยเปึน ๑๕ บาทให้เท่ากับโรงเรียนใน กทม. ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญคุณทัศนียาครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ทัศนียา รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับการร้องเรียนของพี่น้อง ประชาชนสัก ๒-๓ เรื่องค่ะ
เรื่องแรกคือ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในเขตเทศบาลตลาดแคว่า บริเวณสามแยกตลาดแค โดยเฉพาะปัูมน้ํามันที่มีชื่อคล้ายกับสามแยกได้มีการจําหน่าย ยาบ้าอย่างมากมายชนิดที่เรียกว่า เย้ยฟัาท้าดิน ไม่เกรงกลัวต่ออาญากฎหมายบ้านเมือง และที่สําคัญคือท้าทายต่อนโยบายของ ฯพณฯ มท. ๑ ในการกําจัดยาบ้า เพราะฉะนั้น ก็ฝากท่านประธานถึง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านได้ช่วยไปดูแล แล้วเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนเขาได้อุ่นใจ แล้วก็คงหาไม่ยาก เพราะว่าผู้ค้านั้นก็เปึน เจ้าเก่ารายเดิม ท่านที่มีชื่ออยู่ในบัญชีของตํารวจแล้วก็ ป .ป .ส. (สํานักงานคณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามยาเสพติด)
เรื่องที่สอง ดิฉันก็ได้รับการร้องเรียนเช่นกันจากอดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑ ตําบลมะค่า เกี่ยวกับการตกแต่งบัญชีของเทศบาลมะค่าซึ่งมีการตกแต่งบัญชี โดยบัญชี บุคคล เอาบุคคลที่ตายแล้ว เอาบุคคลที่อยู่นอกเขตเข้ามาอยู่ในเขตเทศบาลเพื่อให้ได้ เกณฑ์ในการยกระดับฐานะขึ้นเปึนเทศบาล อีกประเด็นหนึ่งก็คือ มีการตกแต่งตัว เลขรายรับโดยการนําเงินว่ามีการจัดเก็บรายได้ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการปรับ ค่าปรับ หรือว่าค่าขยะ ซึ่งอันนี้เรื่องนี้จากความเปึนจริงนั้นในฐานะที่ดิฉันเปึนผู้แทนราษฎร ที่อยู่ในพื้นที่ ดิฉันก็อยากจะให้ ข้อสังเกตว่าดิฉันได้ไปพื้นที่เทศบาลมะค่าตลอด ปรากฏว่าเปึนเทศบาลร้างค่ะท่าน เพราะฉะนั้นเรื่องการจัดเก็บต่าง ๆ นั้นคิดว่าน่าจะมี ความผิดปกติเขาจึงได้ร้องเรียน เขาเคยร้องเรียนมาแล้วแต่ว่าเนื่องจากส่งไปให้ที่ กรมการปกครอง กรมการปกครองเขาก็ไปสอบที่กํานันปรากฏว่ากํานันก็เปึนสามี ของนายกค่ะท่าน วันนั้นเขาเลยร้องเรียนมาที่ดิฉัน เดี๋ยวดิฉันก็จะฝากเอกสารให้กับ ท่านประธาน
เรื่องสุดท้าย เรื่องงบของเอสเอ็มแอล (SML) ซึ่งตอนนี้ชาวบ้านก็ประชาคม เรียบร้อยแล้ว ก็ฝากทางรัฐบาลได้เร่งดําเนินการจัดส่งเม็ดเงินให้ด้วย แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ ผู้ใหญ่หลาย ๆ บ้านท่านฝากมาว่า เนื่องจากเงินเอสเอ็มแอลครั้งที่แล้วนั้นเขาได้นําไป สร้างร้านค้าซึ่งเปึนร้านค้าของชุมชน แต่ด้วยเงินน้อยนิดก็สร้างได้เพียงเสา ได้เพียงหลังคา แล้วก็ได้เพียงฝา เพราะฉะนั้นเขาก็คาดว่าได้เงินเอสเอ็มแอลครั้งนี้ก็จะเอาไปเทพื้น เอาไป กั้นห้อง ปรากฏว่าในเงื่อนไขการใช้เงินนั้นไม่ให้ใช้ในการต่อเติม ก็อยากฝาก ฯพณฯ ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปรับแก้ตรงนี้ด้วย เพื่อที่จะให้ร้านค้าชุมชนนั้นได้ใช้ประโยชน์ ได้เต็มที่ดีกว่าทิ้งเปล่า ๆ ค่ะ
สุดท้ายค่ะท่าน ดิฉันได้รับการร้องจากพี่น้องประชาชนเขตอําเภอโนนสูง และอําเภอพิมายว่า ให้ช่วยกราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปถึงกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยเฉพาะ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯพณฯ สมศักดิ์ และ ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯพณฯ สมพัฒน์ ที่ท่านได้ดูแลเอาใจใส่ลงไปช่วยเหลือในการมอบเงินช่วยเหลือน้ําท่วมแล้วก็ดูแลในเรื่อง ของภัยแล้ง ซึ่งส่วนนี้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะเขตพิมาย แล้วก็โนนสูง ขอกราบขอบพระคุณพรรคชาติไทยอย่างมากที่ท่านได้จัดสรรคณะรัฐมนตรี ของท่านทั้ง ๒ ท่านที่มีประโยชน์แล้วก็เปึนคนใจถึงพึ่งได้ให้กับพี่น้องประชาชน สมแล้ว ที่เปึนกระทรวงหลักที่ดูแลเกี่ยวกับปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนค่ะ ขอกราบ ขอบคุณค่ะท่านประธาน
เชิญหมอสุรวิทย์
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน กระผมได้รับคําร้องจากพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดชัยภูมิหลายคนว่า ป้นี้ราคามันสําปะหลังราคาดีมาก ก็คงจะเปึนผลจากการที่รัฐบาลได้ส่งเสริม ได้ผลักดัน ให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลังได้ขายในราคาที่ดีด้วยกลวิธีต่าง ๆ ซึ่งพี่น้องฝาก ขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยเหลือในเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดชัยภูมิเปึนจังหวัด ที่ปลูกมันสําปะหลังมากเปึนอันดับ ๒ ของประเทศ ในแต่ละป้จะสามารถปลูกได้เกิน ๑ ล้านตัน ๑ ล้านตันนี้ปกติแล้ว ที่ชัยภูมิก็มีการส่งเสริมโดยขณะนี้สามารถปลูกได้ ประมาณ ๓-๔ ตันต่อไร่ ท่านประธานที่เคารพ กระผมในฐานะผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ได้ติดตามงานวิจัยหลายงานครับ พบว่าบางแห่งปลูกได้ถึง ไร่ละ ๒๐-๓๐ ตัน ในส่วนนี้พี่น้องเกษตรกรบอกว่าอยากจะให้รัฐบาลหรือผู้รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเปึนกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริม การเกษตรได้เผยแพร่วิธีการต่าง ๆ ที่จะทําให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลัง ซึ่งปัจจุบันทั่วประเทศมีปลูกอยู่ประมาณ ๗ ล้านไร่ ผลผลิตประมาณ ๒๕ ล้านตันต่อป้ ถ้าเผื่อว่าสามารถส่งเสริมให้ปลูกได้ถึง ๑๐ ตันต่อไร่ เราคงไม่จําเปึนต้องขึ้นไปถึง ๒๐-๓๐ ตันต่อไร่ ขอเพิ่มขึ้นเพียง ๑๐ ตันต่อไร่ก็จะทําให้ผลผลิตมันสําปะหลังเพิ่มขึ้น ในแต่ละป้ถึงประมาณ ๗๐ ล้านตัน พี่น้องเกษตรกรซึ่งขายได้ราคาดีอยู่แล้วก็จะได้ เงินมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ เมื่อวานท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ก็ได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า ธนาคารโลกมากล่าวติติงประเทศไทยว่าหันมาปลูกพืชพลังงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ซึ่งถูกอกถูกใจพี่น้องมากว่านายกรัฐมนตรีพูดได้ถูกใจพี่น้อง ประชาชน เราจะต้องดําเนินการ ในแนวทางของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่งเสริมให้ สามารถปลูกมันสําปะหลังได้มากขึ้น จํานวนตันมากขึ้น ก็กราบเรียนว่าอยากจะฝากถึง ผู้เกี่ยวข้องให้ส่งเสริมจริงจังว่าเทคนิควิธีการในการปลูกที่จะให้ได้ ๒๐-๓๐ ตันต่อไร่ ต้นพันธุ์เอาพันธุ์อะไร และใส่ปุิยเคมี ปุิยอินทรีย์อย่างไร ใช้แร่ธาตุอะไรไปเสริม ซึ่งขณะนี้ เชื่อว่าเท่าที่ผมศึกษามาใช้งบประมาณไม่มาก แต่ผลผลิต จะได้สูง จึงฝากกราบเรียน ถึงผู้เกี่ยวข้องถึงรัฐบาลให้ส่งเสริมให้นําไปพูดคุยกับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลัง ไม่เฉพาะจังหวัดชัยภูมิครับ ทั่วประเทศ ซึ่งจะเปึนประโยชน์กับพี่น้องผู้ปลูกมันสําปะหลัง เปึนอย่างยิ่ง และกระผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะพยายามเข้าไปช่วย พี่น้องเกษตรกรในเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ปลูกมันสําปะหลังได้ผลผลิตต่อไร่ สูงขึ้น จึงกราบเรียนท่านประธานมาเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ
ยินดีต้อนรับคณะองค์การบริหารส่วนตําบลจากจังหวัดสกลนครนะครับ แล้วก็คณะครู และตัวแทนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการกิจกรรมสหกรณ์ ปอเนาะ สํานักงานสหกรณ์จังหวัดปัตตานีครับ เชิญท่านเทพไทครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องที่ผมจะหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือในขณะนี้ได้มีเว็บไซต์ (Web site) เถื่อน ออกมาแสดงข้อมูลให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ อย่างน้อยสิ่งที่ผมอยากจะโชว์กับ ท่านประธานก็คือ เว็บไฮ-ทักษิณ แล้วก็เว็บไทยแอนติค แล้วก็เว็บประชาไท ซึ่งเปึน การโจมตีบุคคลสําคัญของชาติ
ท่านเทพไทครับ ผมเพิ่งได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ ในช่วงเวลาการหารือนี้ผมอยากให้ หยิบยกปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจริง ๆ มาพูดนะครับ แต่กรณีที่จะ ส่งผล ให้เกิดการกระทบแล้วประท้วงกันไปประท้วงกันมานี่ ผมคงไม่อนุญาตนะครับ แล้วก็ เปึน อํานาจของผมที่จะให้หารือหรือไม่ให้หารือ เพราะฉะนั้นต้องขอความร่วมมือ จากท่านด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นผมก็ไม่อนุญาตให้พูดครับ
ผมจะไม่ลงรายละเอียด ท่านประธาน ผมเพียงแต่ว่ามันมีเว็บไซต์เถื่อน
ผมคงไม่อนุญาตละครับ ท่านนั่งเถอะครับ เปึนอํานาจผมนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ ประชาชนเดือดร้อนในขณะนี้นะครับ เรื่องสื่อมวลชน การสื่อสารทางเทคโนโลยีไฮเทค (Hightech) ในปัจจุบันนี้ มีคนได้ใช้ช่องทางนี้โจมตีบุคคลภายนอก
ท่านนั่งเถอะครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ นั่งเถอะครับ ขอให้เปึนปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนนะครับ ตรงนี้ใช้เวลาไม่มากและเปึนช่องหายใจให้กับพวกเราที่ยังไม่มี คณะกรรมาธิการ ก็เลยอยากจะให้เปึนช่องทางให้พวกเราได้เอาความเดือดร้อนของ ประชาชนได้มาหารือ เจตนาคืออย่างนั้นนะครับ และที่สําคัญที่สุดเปึนอํานาจของ ประธาน คงไม่มีใครพาดพิงและทําให้เกิดความเสียหายนะครับ ผมนั่งฟังอยู่ตลอด ท่านนั่งเถอะครับ ผมฟังอยู่ตลอดไม่มีอะไรเสียหาย ท่านนั่งเถอะ ผมวินิจฉัยแล้วไม่มี อะไรเสียหาย ท่านนั่งเถอะครับ
(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงหรือเปล่าครับ
ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ (ข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๖๓ ครับ เมื่อสักครู่มีสมาชิกท่านหนึ่ง พาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ให้เสียหาย สมาชิกอาจจะบอกว่าผมไม่ได้เอ่ยชื่อพรรค
ท่านสมบูรณ์นั่งเถอะครับ เรื่องเก่าผมวินิจฉัยแล้วจบไปนานแล้วครับ นั่งเถอะครับ ก็ผม เตือนเขาไปแล้ว ผมไม่ได้วินิจฉัยให้เขาถอนนี่ครับ ผมไม่ได้วินิจฉัย ผมวินิจฉัยเตือนครับ และเตือนแล้วครับ ท่านนั่งเถอะครับ เขาไม่ได้ระบุถึงพรรคนะครับ แล้วผมก็ได้วินิจฉัย เตือนเขาไปแล้ว ผมไม่ได้วินิจฉัยให้ถอนนะครับ ท่านนั่งเถอะครับ
(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสมบูรณ์ครับ ท่านประท้วง ขอทราบข้อที่ท่านประท้วงด้วยครับ ประท้วงใครนะครับ
ท่านสมบูรณ์ครับ ผมไม่เคยวินิจฉัยให้เขาถอนนะครับ แต่ผมได้วินิจฉัยเตือนเขา แล้วผม เตือนไปแล้ว แล้วถือว่าเปึนที่สุด ท่านต้องปฏิบัติตามข้อที่ท่านประท้วงนะครับ ท่านกําลัง ขัดระเบียบข้อบังคับในข้อที่ท่านประท้วงอยู่ ประธานวินิจฉัยถือว่าเปึนที่สุด แต่ท่าน ไม่ยอมให้เปึนที่สุด ท่านนั่งเถอะครับ เชิญท่านนิยมครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผมประท้วงท่านประธานครับ
ท่านประธานที่เคารพ
คุณหมอประท้วงใช่ไหมครับ
ผม บุญยอด ครับ
ท่านบุญยอดครับ ท่านประท้วงใช่ไหมครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธาน ในข้อ ๖๓ ครับ สมาชิกผู้ใดต้องการประท้วงว่ามีการฝ์าฝ๋นข้อบังคับให้ยืนและยกมือขึ้น พ้นศีรษะ ประธานต้องให้โอกาสผู้นั้นชี้แจง ดูเหมือนว่า ๒-๓ ครั้งที่ผ่านมาท่านประธาน ไม่ให้โอกาสสมาชิกในการชี้แจงคําประท้วงของพวกเขานะครับ ผมขอให้ท่านได้วินิจฉัย ตัวเองด้วยเหมือนกันนะครับว่า ท่านทํา
ท่านครับ ข้อที่ท่านประท้วงอยู่ผมก็กําลังปฏิบัติกับท่านอยู่นะครับ ผมก็ปฏิบัติของผม อย่างนี้ครับ ท่านนั่งเถอะครับ เชิญท่านนิยมครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจังหวัดลพบุรี สระบุรี เพชรบูรณ์
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงครับ
คุณหมอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ขณะนี้ท่านประธานกําลังทําหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๕ วรรคสอง ที่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขียนไว้ว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เปึนกลาง ผมสังเกตดูแล้วท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติ หน้าที่ไม่เปึนกลาง
คุณหมอครับ ท่านกําลังใส่ร้ายผมนะครับ ไม่เปึนไรครับ ท่านชี้ให้เห็นนะครับว่า ผมไม่เปึนกลางตรงไหนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม หมอวรงค์ครับ พรรคประชาธิปัตย์ พิษณุโลก ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ตามข้อบังคับการประชุม อย่างเช่น ข้อ ๖๓ การประท้วงแต่ละครั้งท่านประธานต้อง เป่ดโอกาสให้ผู้ประท้วงชี้แจงให้ครบ หลังจากผู้ประท้วงชี้แจงครบแล้ว ท่านถึงใช้สิทธิ ของประธานในการวินิจฉัย แต่ผมสังเกตดูหลาย ๆ ครั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ในการ ประท้วงหรือการแสดงความคิดเห็นของฝ์ายค้าน ท่านไม่เคยเป่ดโอกาสให้ผู้ประท้วง ประท้วงจนจบ และท่านก็รีบวินิจฉัย เวลาท่านรีบวินิจฉัยภาวะอึดอัดมันเกิดขึ้น ดังนั้น ผมจึงเป่ดรัฐธรรมนูญดูครับมาตรา ๑๒๕ วรรคสอง ท่านไม่เปึนกลางครับ จึงขออนุญาต ประท้วงท่านขอบคุณครับ
คุณหมอครับ สิ่งที่ท่านประท้วงผมให้ผมปฏิบัติ ผมก็ปฏิบัติตามที่ท่านประท้วงนั่นล่ะครับ ปฏิบัติครบตามขั้นตอนแล้วต้องด้วยข้อบังคับทุกข้อ เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าผมทําหน้าที่ ตรงนี้อย่างเปึนกลางและยึดข้อบังคับเปึนหลักอยู่แล้วนะครับ แล้วยังไม่เคยดําเนินการ ผิดข้อบังคับเลยแม้แต่ครั้งเดียวนะครับ ตั้งแต่เริ่มหารือกันมา เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่า ผมทําต้องด้วยข้อบังคับทุกประการ แล้วก็ทําหน้าที่อย่างเปึนกลางที่สุดแล้วครับ เชิญท่านนิยมต่อเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี พรรคพลังประชาชน เขต ๒ ครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียน จากราษฎรจังหวัดลพบุรี เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สระบุรี ซึ่งมี อาณาเขตติดต่อกันนะครับ เพราะที่บ้านผมอยู่มันเปึนชุมทางระหว่างภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ถ้าจะผ่านไป แต่ละภาคก็ต้องผ่านที่หน้าบ้านผม เขาจะแวะมาร้องเรียนว่าถนนไม่ดีหลายสายครับ ทั้งหมดรวมแล้ว ๙ สายด้วยกัน ท่านประธานครับ สายที่ ๑ จากหนองรีครับ หนองรีที่จะ ขึ้นไปชัยภูมิครับ สายที่ ๒ ก็คือสายลํานารายณ์ไปสระโบสถ์ครับ สายที่ ๓ สระโบสถ์-ดงมะรุม สายที่ ๔ วังเพลิง-คลองกระจัง หินเพลิง-คลองกระจัง ขออภัยครับท่านประธาน สายที่ ๕ ศรีเทพ-ตลาดหนองมะค่าครับ สายที่ ๖ ตลาดคลองกระจังไปมอดินแดงครับ สายที่ ๗ ท่าหลวงไปเขาน้อย อันนี้ก็ขึ้นไปนครราชสีมาออกไปจังหวัดนครพนมครับ แล้วก็สายที่ ๘ ชมรม ผู้เลี้ยงและส่งเสริมการเลี้ยงม้า โค กระบือ แพะ แกะ ที่นี่เปึนที่ตั้งของชมรม มีการเลี้ยงม้า โค กระบือ แพะ แกะกันมาก เพราะว่ามีอ่างห้วยยางเปึนที่อาศัยสําหรับให้สัตว์มีน้ําใช้และ มีที่เลี้ยง มีทุ่งหญ้าที่แต่ละคนซื้อที่แล้วก็ปลูกหญ้ากันครับ แล้วสายที่ ๙ ตลาดท่าหลวง คือตลาดปลาไปยังม่วงค่อม ทางทั้ง ๙ สายนี้การจราจรคับคั่งมาก มันมีแขวงที่เกี่ยวข้อง ก็คือแขวงชัยภูมิ แขวงนครราชสีมา เขตนครราชสีมา แล้วก็แขวงลพบุรี ๑ ๒ เขตลพบุรี แล้วก็แขวงบึงสามพัน เขตเพชรบูรณ์ อันนี้ทางมันเชื่อมต่อกันเปึน ๔ สายใหญ่ ๆ แล้วก็สายเล็กอีกหลายสายมาเชื่อมต่อระหว่างสายสุรนารายณ์หรือสาย ๒๐๕ แล้วก็สาย ๒๑ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกรุณาแก้ปัญหาความเดือดร้อน จึงกราบเรียนท่านประธาน หารือขอให้ท่านช่วยประสานงานเรื่องนี้ให้ด้วยครับ เพราะที่ท่านช่วยให้ในเรื่องการหารือ ได้ประโยชน์มากครับ ตั้งกระทู้ถามหรือญัตติกว่าจะเข้ามาได้ก็ใช้เวลานาน อันนี้ที่เคยทํา ไปแล้วรู้สึกว่าคนของท่านช่วยประสานงานดีติดตามไป และเขาก็ช่วยไปดูให้แก้ปัญหาได้ แล้วทันต่อเหตุการณ์ ทันต่อเวลา ฉะนั้นผมขอกราบเรียนหารือท่านดังนี้ ขอให้ท่านช่วย ประสานงานอย่างที่เคยปฏิบัติให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสงกรานต์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร พรรคประชาธิปัตย์ เขต ๑ นครสวรรค์ วันนี้ผมมีเรื่อง จะหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องในอําเภอท่าตะโกนะครับ ๑. ก็คือ เรื่องทํานบของประตูระบายน้ําเก่าซึ่งชํารุดแล้วนะครับ ขวางทางน้ําไหล ทําให้เกิดปัญหา อุทกภัยในหน้าน้ํา และในหน้าแล้งก็ไม่มีน้ําใช้ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตฝาก ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้แจ้งกับทาง กรมชลประทานที่จังหวัดนครสวรรค์ว่า ขณะนี้ทางพี่น้องชาวตําบลหัวถนน ตําบลท่าตะโก ตําบลทํานบ และตําบลหนองหลวงได้ประชุมประชาคมแล้วก็แจ้งกับผมครับว่า ท่านอยากให้ ทางชลประทานนั้นไปปรับปรุงทํานบระบายน้ํา หรือที่เราเรียกกันว่า บล็อก คอนเวิร์ท (Block convert) ซึ่งมีขนาดเล็กมาก แล้วก็ชํารุดทรุดโทรมมาก สร้างมาตั้งแต่สมัยป้ ๒๕๑๘ เปึนงบเงินผันของท่าน หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช อันนี้ในหน้าน้ําน้ําที่มาจาก หลายจังหวัดจะมาติดอยู่ที่นี่ แล้วก็ไม่สามารถระบายไปลงที่บึงบอระเพ็ดได้ ปัญหาที่ทําให้ เกิดขึ้นก็คือ ทําให้น้ํานั้นขังอยู่แล้วก็ไหลท่วมไปในเขตเทศบาลตําบลท่าตะโกด้วย และขังนาน อยู่ประมาณ ๑-๒ เดือนนะครับ ซึ่งทําให้พี่น้องนั้นเดือดร้อนสาหัส และในทางตรงกันข้ามพอถึง ในฤดูแล้งคลองนี้ซึ่งมีขนาดความยาวมากกว่า ๓ กิโลเมตรนะครับ ซึ่งในอดีตนั้นชาวบ้านใช้ในการเดินทางไปมาก็มีความตื้นเขินมาก พอในหน้าแล้งก็ไม่สามารถจะ เก็บน้ําได้ ทําให้ชาวบ้านไม่สามารถทําการเกษตร ทํานาหรือทําไร่ได้นะครับ ผมอยาก กราบเรียนท่านประธานฝากไปก็คืออยากให้ทางกรมชลประทานได้ประสานจัดสรรงบประมาณ เพื่อจะไปปรับปรุงทํานบประตูนี้ใหม่ให้เปึนแบบ ทรบ. หรือเรียกว่า ท่อระบาย ความกว้าง ๔๔ เมตร เพื่อจะให้ระบายน้ําได้ทันในฤดูน้ําหลาก แล้วอยากให้ทางกรมชลประทานนั้น ขุดคลองเตาขนมจีนตั้งแต่หมู่ ๖ หมู่ ๒ และหมู่ ๓ ระยะทางยาวประมาณ ๓ กิโลเมตร เพื่อใช้ในการกักเก็บน้ําในฤดูแล้ง ผมคงใช้เวลาเพียงแค่นี้ครับ กราบขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ
เชิญท่านจุมพฏครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน สกลนคร เขต ๒ ท่านประธานที่เคารพ คนทุกคนเกิดมาแล้วต้องไป ที่เดียวกันคือป์าช้าครับ ท่านประธานครับ ที่บ้านนาเหมือง เมื่อป้ ๒๔๗๖ คณะกรรมการจังหวัด สกลนครได้สงวนที่ป์าช้าบ้านนาเหมือง อําเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนครไว้ ความกว้าง ความยาวของเนื้อที่สงวนไว้เพื่อเปึนป์าช้าฝังหรือเผาศพ ๒๐ เส้น คูณ ๒๐ เส้น ถ้าคํานวณ เปึนไร่ก็คือ ๔๐ ไร่ ต่อมาเมื่อป้ ๒๕๒๙ ทางสํานักงานที่ดินอําเภอพังโคน เนื่องจากว่า อําเภอพรรณานิคมได้แยกบ้านนาเหมือง ตําบลม่วงไข่ ออกมาเปึนอําเภอพังโคน การปกครอง จึงเปลี่ยนลักษณะไป ป้ ๒๕๒๙ สํานักงานที่ดินได้ออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง แต่ว่า หลักฐานที่นํามาออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงนั้นเปึนการออกโดยคลาดเคลื่อน ทําให้ที่ดิน ป์าช้าของบ้านนาเหมืองปัจจุบันได้หายไปถึง ๘๐ ไร่ และเอกสารที่ท่านนํามาออกปรากฏว่า ทางสํานักงานที่ดินได้นําเอกสารลงทะเบียนเลขที่ ๑๖ ลงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๒๐ มาออกเปึนหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงป์าช้าบ้านนาเหมือง แล้วก็ออกเพียง ๓๒๐ ไร่ ซึ่งเอกสารหมายเลข ๑๖ ทะเบียนผมได้ไปขอมาจากทางสํานักงานที่ดินเปึนเอกสารว่างเปล่า มิได้มีผู้ใดสงวนที่ไว้เลย ส่วนเอกสารที่แท้จริงของป์าช้าบ้านนาเหมืองนั้น เปึนต้นฉบับของ อําเภอพรรณานิคม ซึ่งเปึนอําเภอแม่ มีเอกสารรับรองสําเนาถูกต้อง เนื้อที่ ๔๐ ไร่ ในการออก เอกสารคลาดเคลื่อนนี้ได้ปรากฏว่า มีนายทุนเข้าไปบุกรุกและขอออกเอกสารเปึนโฉนดที่ดิน ทําให้เนื้อที่หายไปจํานวนถึง ๘๐ ไร่ กระผมจึงกราบขอหารือไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ให้ทางกรมที่ดินหรือสํานักงานที่ดินได้ทบทวนการออกหนังสือสําคัญ สําหรับที่หลวง และไปเพิกถอนโฉนดที่ดินที่นายทุนได้บุกรุกเข้าไปเอาจํานวนถึง ๘๐ ไร่นั้น ให้กลับมาเปึนที่ป์าช้าสาธารณะของบ้านนาเหมือง ตําบลพังโคน อําเภอพังโคนด้วย ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ใช้เวลาเกือบชั่วโมงนะครับ ผมขออนุญาตเข้าระเบียบวาระเลยครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๑ รับทราบ เรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้นําเรื่อง ออกจากระเบียบวาระการประชุม
ด้วย คุณสมัย เจริญช่าง ได้มีหนังสือขอถอนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการรับนักเรียนเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา และในสถานศึกษาของรัฐ
เนื่องจากเหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้อนุญาตให้นําเรื่องออกจากระเบียบวาระการประชุมได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๗ จึงแจ้งให้ ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๒ รับทราบเรื่อง คําชี้แจงประเด็นการอภิปรายและข้อสังเกตของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีต่อรายงานการพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐
ด้วย เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ก.พ.ร. ได้มีหนังสือ แจ้งว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณารับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้วนั้น บัดนี้ ก.พ.ร. ได้จัดทําประมวลคําชี้แจงในประเด็นการอภิปราย และข้อสังเกตของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนําลงเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสํานักงาน ก.พ.ร. ด้วยแล้ว จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วครับ
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ถ้าพร้อมก็เชิญแถลงได้เลยนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑ ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... พิจารณา เสร็จแล้ว และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา กําหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ได้ดําเนินการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว โดยปรากฏผลดังนี้ครับ
ข้อ ๑ คณะกรรมาธิการได้มีมติเลือกตั้งนายประสงค์ บูรณ์พงศ์ เปึนประธาน คณะกรรมาธิการ นายถวิล ไพรสณฑ์ เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นายพีรพันธุ์ พาลุสุข เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม นายไชยยศ จิรเมธากร เปึนรองประธาน คณะกรรมาธิการ คนที่สี่ นายไพจิต ศรีวรขาน เปึนเลขานุการคณะกรรมาธิการ นางผุสดี ตามไท เปึนผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นายเอกพจน์ ปานแย้ม เปึนผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ คนที่สอง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เปึนโฆษก คณะกรรมาธิการ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เปึนโฆษกคณะกรรมาธิการ นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ เปึนโฆษกคณะกรรมาธิการ
ข้อ ๒ ผู้ซึ่งคณะกรรมาธิการได้เชิญมาชี้แจงแสดงความคิดเห็นประกอบด้วย ๑. นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ๒. นายเผชิญ ขําโพธิ์ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ รักษาการแทนอธิบดี ๓. นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ๔. นางศิษฎี เหล่าสันตติ ผู้อํานวยการสํานักสารสนเทศ ๕. นางนวษร เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้อํานวยการกลุ่มงานผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
ข้อ ๓ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... มีผู้แปรญัตติทั้งหมด ๑๖ ท่าน แต่มีคําแปรญัตติของบางคนถือว่าตกไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๙๓ คณะกรรมาธิการจึงเสนอร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... และตารางเปรียบเทียบรวมทั้งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการมาพร้อมกับรายงาน อันนี้ด้วยแล้ว จึงขอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการครับ ขออภัยท่านเลขาธิการครับ ขอต้อนรับคณะเยาวชนและ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านแลง จังหวัดลําปาง เชิญท่านเลขาธิการครับ
ร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ชื่อร่างข้อบังคับ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑ ข้อ ๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๓ มีการแก้ไข
ผ่านครับ
ข้อ ๔ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ การเลือกประธานสภาและรองประธานสภา ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๕ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้ขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคพลังประชาชน ผมขออนุญาตท่านประธานตามที่ผมได้เสนอคําแปรญัตติไว้ในร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ในข้อ ๕ ว่าด้วยการเลือกประธานสภาและรองประธานสภา ผมได้ แปรญัตติในการที่จะตัดวรรคสองออกทั้งหมด ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่จะ ขออ่าน ข้อ ๕ วรรคสองในร่างเดิมของคณะกรรมาธิการบอกว่า ก่อนที่จะดําเนินการเลือก ประธานสภานั้น ให้ผู้ถูกเสนอชื่อตามวรรคหนึ่ง กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ของตนเกี่ยวกับ การปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ประธานสภาต่อที่ประชุมสภา ภายในเวลาที่ประธานกําหนด โดยไม่มีการอภิปราย ท่านประธานครับ เหตุผลที่กระผมเองได้ขอเสนอความเห็นในการที่จะเปึน คําแปรญัตติที่จะตัดวรรคสองออกทั้งหมดนั้น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า ในการเลือกประธานสภาเปึนภาระหน้าที่ของแต่ละสภาตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๔ ที่กําหนดให้สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาได้เลือกสมาชิกของ สภาตัวเองขึ้นมาเปึนประธานสภา โดยความเห็นชอบของสมาชิกก่อนที่จะเสนอเพื่อให้ พระองค์ท่านได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเปึนประธานสภา ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมเองคิดว่า การแสดงวิสัยทัศน์ไม่มีความจําเปึนที่จะใช้เปึนองค์ประกอบในการที่จะเลือกประธานสภา ในแต่ละสภานั้น โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรของเรา การแสดงวิสัยทัศน์ตรงนี้บอกว่า เปึนการแสดงวิสัยทัศน์ของตนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ของประธานสภา ต่อที่ประชุมสภา ซึ่งเราเขียนไว้ในข้อบังคับชัดเจนครับ ตามร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๘ หรือแม้กระทั่งข้อบังคับที่เราเคยใช้ประชุมกันมา มีอํานาจหน้าที่ ของท่านประธานอยู่ ๘-๙ ข้อ ผมเองจะไม่ลงรายละเอียด ท่านประธานครับ คําถามมีอยู่ว่า กรณีมีการแสดงวิสัยทัศน์แล้ว สภาของพวกเราเองหรือสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะใช้คํา แสดงวิสัยทัศน์นั้นเปึนเงื่อนไขหรือเปึนเหตุผลในการเลือกประธานสภาหรือไม่ กระผม กราบเรียนท่านประธานด้วยเคารพครับว่า ธรรมเนียมปฏิบัติ ธรรมเนียมประเพณีการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย การที่สมาชิกท่านใดท่านหนึ่งจะได้รับโอกาสจากพี่น้องประชาชน เข้าสู่สภาแห่งนี้ ผ่านกระบวนการเลือกตั้งมาจากพี่น้องประชาชน แน่นอนครับ ในระบอบ การปกครองของประเทศเราก่อนที่สมาชิกแต่ละท่านจะได้รับการคัดเลือกมาย่อมเปึน ตัวแทนของพรรคการเมืองของแต่ละพรรคซึ่งเปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ต้อง สังกัดพรรคการเมือง ท่านประธานครับ เสียงของพี่น้องประชาชนที่เลือกเข้ามานั่นเปึน เหตุผลหนึ่งว่า เขาได้ให้ความไว้วางใจคนคนนี้เข้ามาทําหน้าที่แทนเขาในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกของสภา แต่สิ่งที่พวกเราต้องการมากกว่านั้นก็คือว่า ต้องการสมาชิก คนนั้นขึ้นมาทําหน้าที่เปึนประธานแล้วทําตามอํานาจหน้าที่ ตามข้อบังคับของการประชุม และบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายอื่นที่ประธานจะต้องดําเนินการ ท่านประธานครับ ในการที่จะ เลือกโดยสมาชิกในสภาแห่งนี้เปึนมติเสียงข้างมาก การปกครองระบอบประชาธิปไตยหลักการคือ ต้องอาศัยเสียงข้างมาก นอกจากหลักการที่บอกว่า อํานาจจะต้องมาจากพี่น้องประชาชน เสียงข้างมากเปึนผู้ตัดสิน โดยธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติแล้ว แต่ละพรรคการเมืองก็ได้ให้ความเห็นชอบเบื้องต้นสําหรับคนที่จะมาเปึนประธานสภาคือ พรรคที่ครองเสียงข้างมากในสภา ตรงนี้ไม่ต้องปฏิเสธกันว่าพรรคที่ครองเสียงข้างมากในสภากับ พรรคที่ครองเสียงข้างน้อยในสภา จริงอยู่ต้องมาต่อสู้กัน เมื่อมีมติอย่างนี้หรือมีความเห็น อย่างนี้ ก็เหมือนกับเปึนการคัดสรรเบื้องต้น เปึนการเลือกเบื้องต้นที่จะนําเสนอต่อสภา แห่งนี้ เพราะฉะนั้นการแสดงวิสัยทัศน์ตรงนี้ไม่ได้มีความหมายใด ๆ เลยที่จะเกิดประโยชน์ ต่อสภาแห่งนี้ จะว่าจะบอกเปึนการแนะนําตัวก็คงจะไม่ใช่ เพราะคนที่จะมาเปึนประธานสภา แน่นอนครับ ไม่ใช่สมาชิกที่ได้รับเลือกมาเปึนสมัยต้น ๆ หรือสมัยแรก ๆ เพราะฉะนั้นผมเองจึงขอ สงวนความเห็นจากท่านกรรมาธิการเอาไว้แล้วมาอภิปรายในสภาแห่งนี้เพื่อให้สมาชิก ที่เคารพทั้งหลายผ่านท่านประธานได้ช่วยให้ความเห็นครับ ไม่มีความจําเปึนใด ๆ ทั้งสิ้น ที่เราจะมีการฟังวิสัยทัศน์ของคนที่จะมาเปึนประธานสภา เพราะกระบวนการตรงนี้ เปึนเสียงข้างมากและนําเสนอเพื่อพระองค์ท่านทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมาเปึนประธานสภา ของเราอีกครั้งหนึ่ง กราบขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน นครสวรรค์ พรรคพลังประชาชน ในฐานะกรรมาธิการที่ได้สงวนความเห็นไว้ ในข้อ ๕ นี้ได้มีการถกเถียงกันมากในที่ประชุม ของกรรมาธิการ ผมอยากจะได้นําเสนอข้อคิดเห็นที่ผมยังสงวนไว้และแตกต่างจากกรรมาธิการ เสียงข้างมากเพื่อให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบเนื้อความเพื่อที่จะได้วินิจฉัยและ ตัดสินในการที่จะลงความเห็นกันต่อไป
อันแรก ตามข้อ ๕ ที่บอกว่า ถ้ามีการเสนอชื่อผู้ใดเพียงชื่อเดียว ให้ถือว่า ผู้ถูกเสนอชื่อนั้นเปึนผู้ได้รับเลือก ถ้ามีการเสนอชื่อหลายชื่อ ให้ออกเสียงลงคะแนนเปึนการลับ และให้แสดงความคิดเห็นอย่างนี้ ในทางปฏิบัตินั้นการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ค่อยมีชื่อเดียวหรอกครับ ในเบื้องต้นเลยนะครับ
อีกเหตุผลหนึ่ง มีผู้ที่เสนอว่าให้มีการแสดงวิสัยทัศน์นั้น ได้นําการเลือกตั้ง ประธานของวุฒิสภามาประกอบครับ ซึ่งลักษณะวุฒิสภาในโครงสร้างของการเมืองไทย แตกต่างจากวุฒิสภาในสหรัฐอเมริกาและในประเทศประชาธิปไตยแม่แบบเกือบทั้งหมด เพราะเราไม่ให้สังกัดพรรคการเมือง ดังนั้นที่มาแห่งวุฒิสภาจึงมาจากหลากหลายโดยอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแต่อาจจะมีข้อยกเว้นในวุฒิสภาขณะนี้ที่มีการแต่งตั้งเปึนชุดใหญ่ มาจากคน ๗ คน นั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่คนเลือกตั้งจะมาจากหลากหลาย เมื่อเปึนอย่างนั้น ก็ไม่รู้ครับ ไม่รู้จักกันว่าใครเปึนอย่างไร จะเลือกอย่างไร ก็มีการแสดงวิสัยทัศน์กัน แต่ในสภาผู้แทนราษฎรนั้นชัดเจนครับ เปึนตัวแทนของพรรคจะเรียกได้เลยครับว่า ส่วนใหญ่นั้น ตัวแทนของพรรคเสียงข้างมากในสภาที่เปึนแกนนําจัดตั้งรัฐบาลนั้นจะเปึนประธาน รัฐสภา และก็มีเสียงของพรรคอื่น ๆ ร่วมมาก็ว่ากันไป ดังนั้นความแน่นอนในเหตุผลตรงนี้ ก็เห็นว่าเปึนเหตุผลที่ขาดความจําเปึน เพราะว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ขึ้นมาเปึน ประธานสภานั้น โดยพื้นฐานส่วนใหญ่ก็เปึนคนที่มีชื่อเสียง เปึนคนที่มีความรู้ ความสามารถ เปึนพื้นฐานอยู่แล้ว
อีกประการหนึ่งที่ผมเองค่อนข้างจะมีความเห็นมาก แล้วก็ไม่อยากที่จะให้ เปึนไปตามเสียงข้างมากของกรรมาธิการนั่นก็คือ ผมมีแนวคิดทางการเมืองอันหนึ่งว่า สภาผู้แทนราษฎรนั้นแม้เราจะชิงกัน ต่างพรรคกัน แข่งขันกันเลือกตั้ง แต่เมื่อเราเข้ามาในสภาแล้วเราถือว่าเราต่างเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนตัวแทน ของประชาชนร่วมกัน ประธานสภาจึงเปึนตัวแทนของพวกเราทั้งหมด การที่เป่ดให้แสดง วิสัยทัศน์นั้น นั่นก็คือเป่ดช่องทางที่จะช่วงชิงการเปึนประธานสภาที่รู้อยู่แล้วว่าเสียงข้างมาก อยู่กับพรรคนี้แน่ วิธีจะช่วงชิงก็คงจะต้องหลีกเลี่ยงการให้เหตุให้ผลที่จะทําให้ประธานสภานั้น มัวหมอง หลีกเลี่ยงยากครับ ผมมองว่าการเมืองวันนี้เปึนการเมืองที่แม้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเราไม่ทําลายกันเอง ก็มีคนอยากทําลายอยู่แล้วครับ พลังอํานาจนอกสภา เขาพยายามจะ ทําลายภาพลักษณ์ เขาสร้างวัฒนธรรมที่ชี้ให้เห็นว่าฝ์ายนักการเมืองนั้น เปึนคนที่ไม่ดีมาตลอด ทําไมเราต้องมาเปึนเครื่องมือของพลังอย่างนั้น มาปัายสีกัน มาทําลาย กันอีก แล้วก็ไม่ได้หมายความว่า พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งจะผูกขาดการเปึน รัฐบาล มันก็สลับไปสลับมา ดังนั้นผมมองว่าการเป่ดช่องทางให้มีการแสดงข้อคิดเห็นกันนี้เอง เปึนการที่จะดิสเครดิต (Discredit) และทําลายตัวแทนของสภานั้นซึ่งเปึนตัวแทนของพวกเรา ทั้งหมด นั่นก็คือเปึนประมุข ฝ์ายนิติบัญญัติ เปึนตัวแทนของประชาชนใน ๓ อํานาจ คือ บริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ ซึ่งผมถือว่ามีความสําคัญ ดังนั้นผมเองจึงเสนอตัดในวรรคนี้ ไปทั้งหมดครับว่า ไม่ควรมี ก็ขนาดไม่มีเราก็ผ่านข้อเท็จจริงมาแล้วว่าเปึนอย่างไร ถ้ามี ผมก็คิดว่าท่านประธานแต่ละท่าน ที่จะขึ้นมานั้นแนวโน้มจะเละตั้งแต่ต้น ถ้าจะมีใครมา โต้แย้งบอกว่า ถ้าดีจริงแล้วไม่มีเละ ก็ขอโทษเถอะครับ ในสังคมนี้คนดี ๆ เละเสียก็เยอะครับ ที่ถูกใส่ร้ายปัายสีกันด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่ไม่สามารถจะหาข้อมูลได้ทันทีเอาแค่ช่วงเวลา ในการดําเนินการที่เราอภิปรายกัน ดังนั้นผมคิดว่าอันนี้น่าจะสร้างเอกภาพของรัฐสภาของ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมได้ฟังความคิดเห็นของท่านกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นไว้แล้วนะครับ ซึ่งก็ต้องเรียนว่าผมไม่เห็นด้วย สาเหตุที่ผมไม่เห็นด้วยนั้น ก็เพราะว่าผมเชื่อว่าประมุขของสภาผู้แทนราษฎรเปึนประมุขนิติบัญญัติ ผมเชื่อว่าเปึน สถาบันศักดิ์สิทธิ์อันหนึ่งของบ้านเมือง นอกจากมีฝ์ายบริหารแล้ว มีตุลาการแล้ว ก็นิติบัญญัติ นี่ละครับ แล้วก็จริงอยู่ถึงแม้ว่าคนที่จะมาเปึนประธาน ประมุขของนิติบัญญัติจะต้องผ่าน การเลือกตั้งจากประชาชน ประชาชนนั้นตรวจสอบมาแล้วขั้นตอนหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกัน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การตรวจสอบนั้นคือให้มาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประชาชนไม่มีสิทธิล่วงรู้ได้ว่าผู้นั้นจะได้มาเปึนประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่อย่างไร หลังจากการเลือกตั้ง สิ่งที่พวกผมคิดว่าการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้ที่จะมาดํารงตําแหน่ง ประธานนั้นเปึนสิ่งจําเปึน ผมคิดว่าปัจจุบันนี้โลกของข่าวสารมันกว้างไกล แล้วก็โลกของ ข่าวสารนั้นมันก็ลงไปลึก หลายเรื่องที่เปึนเรื่องเท็จ หลายเรื่องที่เปึนเรื่องจริง ดังนั้นถ้าเรา จะมากันเอาว่าผู้ที่จะมาทําหน้าที่ประธานฝ์ายนิติบัญญัตินั้นไม่ต้องแสดงวิสัยทัศน์ ผมยังคิดว่าเปึนการป่ดกั้นโอกาสผู้ที่จะมาเปึนประธานอาจจะมีข้อสงสัยของคน ในบ้านเมืองว่าสิ่งที่ถูกกล่าวหากันจริงหรือไม่ ท่านมีโอกาสชี้แจงแล้วก็ทําได้อย่างสง่างาม ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดนะครับ ทุกท่าน ถ้าไม่เก่งจริงคงไม่ได้มาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรอก ทุกคนเก่งกันมาทั้งนั้น มีความดี คนละอย่าง เมื่อนําความดี ความเก่งมารวมกัน คนจะมาเปึนประมุขพวกเราต้องเหนือกว่าเรา ต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่า เก่งกว่า สะอาดกว่า แล้วก็มีคุณธรรมมากกว่าพวกผม จึงจะได้รับการยอมรับแล้วก็เปึนประธานที่สง่างาม ผมคิดว่าการเปึนประธานที่สง่างามนั้นเปึนสิ่งจําเปึนสําหรับตําแหน่งนี้ เพราะฉะนั้น เมื่อเปึนสิ่งจําเปึนสําหรับตําแหน่งนี้แล้ว ผมคิดว่าไม่ต้องไปกลัวหรอกครับกับการถูกสอบถาม ผมกลับมองอีกด้านหนึ่งด้วยซ้ําไปว่า ผู้ที่จะคิดเอาข้อกล่าวหาเท็จมาโจมตีให้ได้รับความด่างพร้อย ได้รับความเสียหายนั้น ถ้าเปึนข้อกล่าวหาเท็จผู้โจมตีเสียหายเองครับท่านประธาน ผมกลับจะ มองว่าเปึนโอกาสที่จะฟอกประธานนั้นให้ขาวสะอาดแล้วก็สง่างาม ฉะนั้นผมคิดว่า การแสดงวิสัยทัศน์นั้นเปึนสิ่งจําเปึนอย่างยิ่งสําหรับผู้มาเปึนประธาน เพื่อแสดงให้สมาชิก ทั้งหลายนั้นได้ยอมรับในวุฒิภาวะของผู้มาเปึนประธานด้วย ด้วยเหตุนี้ผมจึงอยากจะขอ แสดงความคิดเห็นไว้ตรงนี้ว่า กระผมนั้นไม่เห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ไว้ว่า ขอให้ตัดวรรคนั้นออกครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านจุมพฏครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดสกลนคร ผมจะเรียกว่าประท้วงหรืออะไรก็ไม่ทราบ แต่ผมเห็นว่า ข้อ ๑๑๕ การอภิปรายผู้ที่ไม่ได้สงวนความเห็นหรือยื่นคําแปรญัตติไว้สามารถ อภิปรายได้หรือไม่ แต่ผมก็ได้ปล่อยให้ท่านสมาชิกเมื่อกี้ได้อภิปรายจนจบ ผมเข้าใจว่า ท่านสมาชิกเมื่อกี้ไม่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้นะครับ ถ้าไม่สงวนคําแปรญัตติไว้จะลุกขึ้น อภิปรายได้หรือไม่ครับ ขอหารือท่านประธาน ข้อ ๑๑๕ ครับ
ตามข้อบังคับจะอภิปรายได้เฉพาะในวาระที่ ๒ เรียงตามลําดับมาตรา แล้วอภิปรายได้ ในส่วนที่มีการแก้ไขหรือมีการสงวนความเห็นหรือสงวนคําแปรญัตติ อภิปรายได้ในประเด็นนี้ เท่านั้น แต่สมาชิกทุกท่านมีสิทธิที่จะอภิปราย แต่ให้อยู่ในกรอบตรงนี้เท่านั้น
ท่านประธานครับ แสดงว่าผม ไม่ได้ยื่นคําแปรญัตติไว้ ผมก็มีสิทธิอภิปรายทุกข้อที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือมีผู้สงวน คําแปรญัตติไว้อย่างนั้นใช่ไหมครับ
ครับ
ขอบคุณครับ
แต่ต้องอยู่ในที่เขาแก้ไขหรือที่เขาสงวนไว้นะครับ ไม่แก้ไขแต่มีการสงวนความเห็นนะครับ สมาชิกทุกคนมีสิทธิอภิปราย แต่อภิปรายได้เฉพาะที่เขาสงวนความเห็นไว้นะครับ เชิญท่านไพจิต
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนเพื่อให้ท่านสมาชิกที่แปรญัตติ แล้วกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่ขอตัดถ้อยคําวรรคสองในเรื่องของการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเปึนประธาน สภาผู้แทนราษฎร ในวรรคนี้เปึนข้อที่คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ในวาระที่ ๑ ที่ได้นําเสนอเข้ามาสู่ที่ประชุม แล้วก็ถูกต้องตามที่ ท่านบอกว่า ในก่อนหน้านี้เราไม่ได้เคยกําหนดไว้ในข้อบังคับในการเลือกประธานสภาว่า ต้องแสดงวิสัยทัศน์ แต่เมื่อได้เห็นว่าตําแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรเปึนตําแหน่งที่มี ความสําคัญมากเปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติ มีความสําคัญต่อสาธารณชน แล้วก็มี ความจําเปึนแม้นว่าถ้อยคํา หรือเอกสาร ประวัติและแนวทางที่ท่านผู้ถูกเสนอชื่อจะมาใช้ ประกอบในการแสดงวิสัยทัศน์จะมิได้มีความใหม่ หรือเปึนแนวทางที่จะประกอบการพิจารณา ของท่านสมาชิกก็ตาม แต่ว่าสิ่งเหล่านี้พี่น้องประชาชนก็เฝัาติดตามอยู่เช่นเดียวกัน เนื่องจากตําแหน่งประธาน สภาผู้แทนราษฎรมีความสําคัญในทางนิติบัญญัติอย่างที่กระผมได้กล่าวข้างต้น จึงเห็นว่าควรที่จะ ได้มีการให้แสดงวิสัยทัศน์ ท่านประธานครับ ได้เขียนไว้เนื่องจากเกรงว่าการแสดงวิสัยทัศน์กัน อย่างกว้างขวาง ไม่มีขอบเขตแล้วจะทําให้เกิดปัญหา ก็ได้กําหนดไว้ว่า การแสดงวิสัยทัศน์ เกี่ยวกับการปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ประธานสภา การปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ของ ประธานสภาที่พึงจะนํามาประกอบการแสดงวิสัยทัศน์ว่าจะทําอย่างไร จะดําเนินการในการทํา หน้าที่เปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติอย่างเปึนกลาง เที่ยงธรรมแค่ไหน อย่างไร เปึนวิสัยทัศน์ ที่ต้องการให้ได้มาแสดงต่อสภาผู้แทนราษฎร แล้วได้เขียนไว้ในถ้อยคําตอนท้ายของ วรรคสองนี้ว่า ภายในเวลาที่ประธานกําหนดนะครับ ไม่ได้บอกว่าจะให้เวลาจนเยิ่นเย้อ ประธานจะกําหนด ซึ่งเปึนดุลยพินิจที่ประธานจะกําหนดว่าจะใช้เวลาเท่าไร แล้วที่สําคัญที่สุด การแสดงวิสัยทัศน์ของผู้ถูกเสนอชื่อเปึนประธานสภาไม่มีการอภิปราย แต่ว่าเปึน สิทธิเฉพาะตัวของผู้ที่ถูกเสนอชื่อที่จะนําเสนอแนวทางการทํางานในฐานะประธาน สภาผู้แทนราษฎรเพียงคนเดียว ไม่ได้เป่ดโอกาสให้สมาชิกท่านอื่น ๆ ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายสนับสนุน ลุกขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนหรือคัดค้าน เพียงแต่ว่าให้กําหนดเวลาที่เหมาะสมโดยดุลยพินิจของ ประธานสภาว่าให้เวลาในการแสดงวิสัยทัศน์เพื่อที่จะเป่ดในเรื่องดังกล่าวต่อสังคมโดยรวม ซึ่งผม เชื่อว่าคนที่จะได้รับเลือกเปึนประธานสภาผู้แทนราษฎรสังคมกําลังจับจ้องแล้วมองไปถึง เพราะว่าการเลือกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเปึนกิจกรรมแรกในการเป่ดสมัยประชุมสภา แล้วถ้าบุคคลท่านนี้ได้รับการเลือกจากสภาผู้แทนราษฎร นั่นก็แปลว่า พี่น้องประชาชน แม้ไม่มีโอกาสมาประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วยตนเองก็ชอบที่จะได้รับรายละเอียดแนวทาง ในการทํางานของท่านประธานท่านนั้น ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาผู้ที่ได้รับเลือกก็จะแสดง วิสัยทัศน์อย่างไม่เปึนทางการครับท่านประธาน หลังการได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมสภาว่า จะทําภาระหน้าที่อย่างเปึนกลาง เที่ยงธรรม ให้เปึนประโยชน์ รักษาชื่อเสียง เกียรติยศ ของฝ์ายนิติบัญญัติ รายละเอียด ๑ ๒ ๓ ๔ ไม่ได้มีโอกาสได้แถลงอย่างเปึนทางการ แล้วในแต่ละรอบที่จะเลือกตั้งประธานสภาก็จะถกเถียงกันใช้เวลาอยู่ค่อนข้างยาวนาน ในการเลือกแต่ละรอบว่าจะให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ ไม่มีการแสดงวิสัยทัศน์ ก็โต้กันอยู่ ระหว่างฝ์ายสมาชิกที่มีความเห็นแย้งกัน เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการก็ได้เห็นว่า ในชั้นการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปึนตัวแทน ของทุกพรรคการเมืองก็ได้กําหนดมาไว้ในชั้นการนําเสนอเข้าสู่สภาก็ได้รับการพิจารณาในขั้น รับหลักการ แม้มีสมาชิกบางท่านได้อภิปรายกันพอควร คณะกรรมาธิการในขั้นการพิจารณา ในวาระที่ ๒ ก็นําถ้อยคําต่าง ๆ ไปทบทวนพิจารณากันก็มีความเห็นว่าให้คงการแสดง วิสัยทัศน์ไว้ในข้อบังคับนะครับ จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพื่อได้โปรดได้เข้าใจในเจตนารมณ์ ของคณะกรรมาธิการ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านเทพไทครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่เสนอมา จริง ๆ แล้วผมได้สงวนคําแปรญัตติ ในมาตรานี้เช่นเดียวกัน แต่ว่าด้วยเหตุผลที่คณะกรรมาธิการอ้างข้อ ๙๒ ในข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ ก็ทําให้การสงวนคําแปรญัตติของผมตกไป สิ่งที่ผมอยากจะสนับสนุนก็คือว่าผมเองรอคอยเรื่องคนที่จะเปึนประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงวิสัยทัศน์มานานพอสมควร ถ้าท่านประธานจําได้ว่าในวันแรกของการประชุมสภาแห่งนี้ และมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมเปึนคนแรกครับท่านประธานที่ได้หยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมา โดยเสนอให้ประธานชั่วคราวในที่ประชุมวันนั้นเป่ดโอกาสให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อ ได้แสดงวิสัยทัศน์และข้อซักถามของท่านสมาชิก
คุณหมอประท้วงหรือครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานครับ ตามข้อบังคับโดยอนุโลมก็คือ ข้อ ๑๑๕ และธรรมเนียมประเพณี ปฏิบัติที่เราใช้กันมาตลอด ในการพิจารณาในวาระที่ ๒ ไม่ว่าจะเปึนร่างพระราชบัญญัติ หรือร่างข้อบังคับซึ่งเสมือนร่างพระราชบัญญัติเช่นกัน ในข้อ ๑๑๕ เท่าที่เราปฏิบัติกันมา สมาชิกมีสิทธิอภิปรายในสิ่งที่มีการแก้ไขของกรรมาธิการ กรณีสมาชิกนั้นไม่ได้สงวนคําแปรญัตติ เอาไว้ สมาชิกท่านอื่นเท่าที่เราปฏิบัติกันมา ถึงแม้ผมจะเปึนผู้แทนราษฎรไม่มากนัก ๕ ป้ ไม่มีสิทธิ อภิปรายในกรณีที่เปึนการสงวนคําแปรญัตติของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย หรือสมาชิก ผู้แปรญัตติ ที่สงวนคําแปรญัตติไว้ ไม่อย่างนั้นข้อบังคับที่บอกคําแปรญัตติเปึนอันตกไป ไม่มีประโยชน์ครับท่านประธาน และวิธีการปฏิบัติอย่างนี้ถ้าสมาชิกทุกท่านมีสิทธิอภิปราย ในสิ่งที่เปึนการสงวนคําแปรญัตติทุกคนอภิปรายได้หมด วาระที่ ๒ ป้หนึ่งครับ ท่านประธาน ขอท่านประธานโปรดวินิจฉัยด้วยครับ
ขอบคุณคุณหมอครับ ประเด็นนี้ผมได้วินิจฉัยไปเมื่อสักครู่แล้วนะครับ เพราะมีการสงวน ความเห็น เพราะฉะนั้นก็ต้องเป่ดให้สภาเขาได้แสดงความคิดเห็นนะครับ เชิญท่านเทพไท ต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากเรียนกับท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานจําได้ในวันที่มีการเลือกประธาน สภาผู้แทนราษฎรผมเองได้หารือกับท่านประธานชั่วคราวว่าเปึนไปได้ไหมเราจะมีการให้ ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเปึนประธานสภาผู้แทนราษฎรได้แสดงวิสัยทัศน์ เหตุผลก็คือว่าการที่
ท่านณัฐวุฒิครับ ขออภัยครับท่านเทพไท
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ท่านประธานครับ เรากําลัง พิจารณาเรื่องที่สําคัญก็คือ เรื่องข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะใช้บังคับ ในการประชุมต่อไปนี้ ท่านประธานครับ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่เรากําลัง พิจารณาอยู่ในขณะนี้ คณะกรรมาธิการที่พิจารณาร่างฉบับนี้มีทั้งหมด ๑๘๔ ข้อด้วยกัน ผมขออนุญาตท่านประธานประท้วงคําวินิจฉัยของท่านประธาน เพราะว่าผมดูแล้ว ท่านผู้กําลังอภิปรายอยู่ในขณะนี้ ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่งนะครับ ท่านได้เปึนผู้หนึ่ง ในการแปรญัตติข้อบังคับ ข้อ ๕ ไว้ด้วย แต่ถึงเวลาในการที่จะชี้แจงคําแปรญัตติท่านไม่ได้มา ในรายงานก็บอกไว้นะครับ มีผู้แปรญัตติทั้งหมด ๑๖ ท่านมาชี้แจง ๘ ท่าน ไม่มาชี้แจง ๘ ท่าน และข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ก็บอกไว้ชัดเจนว่า คนที่จะอภิปรายได้จะต้องเปึน ๑. เรื่องที่ คณะกรรมาธิการแก้ไข นั่นหมายความว่า สมาชิกในสภาแห่งนี้จะอภิปรายได้ทุกท่านครับ แต่ข้อบังคับ ข้อ ๕ นี้ไม่มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นผู้ที่จะอภิปรายได้มี ๒ ประเภทครับ ประเภทที่ ๑ ก็คือผู้ที่สงวนคําแปรญัตติไว้ ยกตัวอย่าง เช่น ท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สงวนคําแปรญัตติไว้นั่นอภิปรายได้ ท่านสุนัย จุลพงศธร สงวนความเห็นไว้อภิปรายได้ ถูกต้องแล้วครับ ที่ผมหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาประท้วงนี่นะครับก็เพื่อจะให้เปึนบรรทัดฐาน ในการประชุมข้อบังคับทั้งหมด ๑๘๔ ข้อต่อไป เพราะฉะนั้นผู้อภิปรายผมมีความเห็นว่า ไม่น่าจะสามารถอภิปรายได้ครับ ขอท่านประธานวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่งครับ
ขอบคุณครับท่านณัฐวุฒิ ผมขออนุญาตอย่างนี้นะครับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ผมขออนุญาตอ่าน ให้พวกเราฟังชัด ๆ นะครับ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว ให้สภาพิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คําปรารภ แล้วพิจารณาเรียงตามลําดับ มาตรา และให้สมาชิก ก็หมายถึงพวกเราทุกคนที่อยู่นี่ อภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือ ข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น ผมเห็นว่าข้อความตรงนี้ชัดเจน ซึ่งผมได้วินิจฉัย และขอยืนยันคําวินิจฉัยเดิมครับ
(นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงคําวินิจฉัยของท่านประธานอีกครั้งหนึ่งครับท่านประธาน
ท่านณัฐวุฒิเชิญครับ
ท่านประธานครับ ข้อบังคับ ฉบับนี้มีการแก้ไขโดยกรรมาธิการทั้งหมด ๑๖ ข้อด้วยกันครับ ข้อไหนที่ผู้ไม่แปรญัตติ สมาชิกทุกท่านในสภาแห่งนี้จะอภิปรายได้ตามข้อเหล่านี้นะครับ ข้อ ๓ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๗ ข้อ ๒๕ ข้อ ๔๖ ข้อ ๕๕ ข้อ ๗๙ ข้อ ๘๒ ข้อ ๘๙ ข้อ ๑๑๕ ข้อ ๑๓๖/๑ ข้อ ๑๔๖ ข้อ ๑๕๐ ข้อ ๑๖๑ ข้อ ๑๖๓ ข้อ ๑๘๑ ๑๖ ข้อด้วยกันครับ สมาชิกทุกท่านในที่ประชุมแห่งนี้ จะสามารถอภิปรายได้ครับ เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการมีการแก้ไขครับ
มีอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน จะอภิปรายได้เฉพาะผู้สงวนคําแปรญัตติ กับผู้สงวนความเห็นไว้เท่านั้น ข้อต่อไปนี้ครับท่านประธาน มีทั้งหมดด้วยกัน ๑๐ ข้อ ข้อ ๕ สมาชิกไม่สามารถอภิปรายได้ทั่วไปครับ จะอภิปรายได้เฉพาะผู้สงวนคําแปรญัตติ กับผู้สงวนความเห็นเท่านั้นนะครับ ก็คือ ข้อ ๕ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ ข้อ ๘๒ ข้อ ๑๐๙ ข้อ ๑๔๕ ข้อ ๑๕๒ ข้อ ๑๕๔ ข้อ ๑๕๕ และข้อ ๑๖๓ ครับท่านประธาน ขอประธานได้โปรดกรุณา วินิจฉัยอีกครั้งหนึ่งครับ ผมเข้าใจครับท่านประธาน ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ เขียนไว้ถูกต้องแล้ว เพราะฉะนั้นผู้ที่มีคุณสมบัติจะอภิปรายต้องเปึนไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตประท้วงท่านประธานในคําวินิจฉัยของ ท่านประธานในการอ่านข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ท่านประธานครับ ในกรณีที่ท่านประธานอ่าน คําว่า หรือที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือมีการสงวนความเห็นไว้ นี่ใช้คําว่า หรือสมาชิก อภิปรายได้เฉพาะถ้อยคํา คําว่า สมาชิก หมายถึง สมาชิกทั้งหมดก็ได้หรือสมาชิกเฉพาะที่ เปึนผู้แปรญัตติหรือเปึนผู้สงวนความเห็นก็ได้ กรณีใช้คําว่า หรือ ตรงนั้นก็ต้องมาอ้างอิง ข้อบังคับข้ออื่นประกอบด้วย ท่านประธานครับ อย่างเช่น ข้อ ๕๘ ผู้มีสิทธิอภิปราย คือผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติ ผู้แปรญัตติมีสิทธิอภิปราย สมาชิกทั่วไปถ้าไม่มีการแปรญัตติก็ไม่มีสิทธิอภิปราย โดยเฉพาะเปึนการอภิปรายในลําดับแรก ๆ พอโยงเข้ามาถึงข้อ ๑๑๕ ผมอยากให้ท่านประธานแปลความหมายในข้อ ๑๑๕ อย่างนี้ ท่านประธานครับ สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม อันนี้ทุกคนทําได้ครับ เราก็ปฏิบัติกันมาอย่างนี้ กรณีทางกรรมาธิการได้แก้ไขเหมือนที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านณัฐวุฒิได้กล่าวต่อที่ประชุม แห่งนี้ แต่กรณีที่มีการสงวนคําแปรญัตติกับสงวนความเห็นนั่นคือสิทธิของสมาชิกที่สงวน คําแปรญัตติและสงวนความเห็นเอาไว้ เขาก็มีสิทธิอภิปรายในส่วนตรงนั้นด้วย แล้วมีสิทธิ อภิปรายที่กรรมาธิการแก้ไขได้ด้วย มันต้องเปึน ๒ ตอนท่านประธานครับ ท่านประธาน อย่าเหมาว่าสมาชิกทั้งหมดอภิปรายในสิ่งที่สมาชิกท่านอื่นสงวนความเห็นเอาไว้ ไม่อย่างนั้นข้อบังคับที่บอกว่า คําแปรญัตติอันนี้เปึนการตกไป ก็ไม่มีประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น พวกผมอภิปรายได้หมดทุกคน กราบขอบพระคุณท่านประธานโปรดวินิจฉัยครับ
ผมขออนุญาตยืนคําวินิจฉัยเดิมนะครับ เมื่อกี้ที่วินิจฉัย แต่ทีนี้ขอทําความเข้าใจกับสมาชิก เพราะข้อ ๑๑๕ เขียนไว้ชัดเจน แล้วก็มีวรรคตอนท้าย เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น เท่านั้นละครับ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าผมวินิจฉัยยืนคําวินิจฉัยเดิมนะครับ เชิญท่านกุเทพ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ผมคิดว่า ท่านประธานกําลังใช้เวลาที่มีประโยชน์สําหรับการประชุมที่เกี่ยวกับเรื่องกิจการภายใน ของเรานะครับ
ท่านกุเทพเมื่อกี้ไม่ได้ประท้วงนะครับ
ผมไม่ได้ประท้วงครับ
พอดีท่านเทพไทอภิปรายค้างอยู่
ไม่เปึนไรครับท่านครับ
เดี๋ยวท่านเทพไทอภิปรายจบ ผมจะอนุญาตให้ท่านครับ
แต่ว่าผมพูดประเด็นที่ท่านประธาน กําลังปรึกษาหารืออยู่นะครับ เผื่อว่าท่านเทพไทจะได้ดําเนินการต่อไปครับ คือประเด็นที่ กระผมกราบเรียนท่านประธาน
ท่านเทพไทครับ ขออนุญาตนะครับ ขอความกรุณานั่งลงก่อน ขอหารือตรงนี้นิดหนึ่งครับ
เอาประเด็นที่ท่านประธานกําลังวินิจฉัย ซึ่งผมกําลังอยู่ฝ์ายท่านประธาน คือวันนี้ท่านประธานกําลังวินิจฉัยและมีท่านสมาชิก คัดค้าน แล้วคําในข้อ ๑๑๕ คําว่า สมาชิก ก็เปึนที่ทราบอยู่ว่าหมายถึงใคร เพราะถ้าไม่มี ความหมายทั่วไปอย่างสมาชิกก็จะต้องไปเปึนผู้แปรญัตติ ผู้สงวนความเห็นก็ชัดเจนอยู่ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าที่ท่านประธานได้วินิจฉัยนั้นชอบแล้ว ผมกําลังจะสนับสนุน ท่านประธานว่า มันเปึนข้อความทั่วไป เพราะคําว่า สมาชิก คือสมาชิก เราไปดูในนิยาม ความหมายว่าหมายถึงใครก็ทราบอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าประเด็นนี้ ผมคิดว่าท่านประธาน ก็ได้ใช้ข้อบังคับว่า คําวินิจฉัยของท่านประธานนั้นเปึนที่สิ้นสุด แต่ท่านประธานก็อะลุ่มอล่วย ให้พวกเราได้ค้านท่านบ้าง ค้านก็ต้องมีผู้สนับสนุนด้วย ไม่อย่างนั้นประธานก็ดําเนินการ อยู่คนเดียวเหมือนกับว่าใช้อัตวิสัยส่วนตัว ผมก็สนับสนุนท่านว่าท่านได้ทําชอบแล้ว แล้วก็ คิดว่าน่าจะใช้หลักนี้ เพราะถ้ามีคนไปสงวนความเห็น คนแปรญัตติ บางทีผมสนับสนุนท่าน ผมก็เห็นด้วยกับท่านสุนัยแปรญัตติมาไม่ให้ผมพูดเลยมันก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมคิดว่าสภาเมื่อเปึนสมาชิก เมื่อท่านไปเปึนกรรมาธิการแล้วสงวนความเห็นมา ผมเห็นด้วยกับท่าน ผมก็ควรมีสิทธิสนับสนุนท่านด้วย ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับว่าสภามาฟัง ผู้ที่ไปทํางานในห้องเล็กมาเถียงกันแล้วเราก็ไม่มีส่วนร่วมมันก็ไม่ชอบครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณท่านกุเทพครับ คุณหมอขออนุญาตนิดเดียว ประเด็นเรื่องนี้ผมได้วินิจฉัยแล้ว แล้วคําวินิจฉัยถือว่าเปึนที่สุดเด็ดขาด เพียงแต่ในข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ที่เรากําลังคุยกันอยู่ มันมีท่อนท้ายเพิ่มขึ้นมาคือ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น มันมีท่อนท้ายตรงนี้ ขึ้นมา ผมถึงได้เป่ดโอกาสให้พวกเราได้แสดงความคิดเห็น ถ้าไม่มีท่อนนี้ผมก็ถือว่า เปึนเด็ดขาดแล้วเท่านั้นเองครับ
(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญคุณหมอประสิทธิ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอประท้วง ท่านประธานในคําวินิจฉัยของท่านประธาน ตามประเพณีปฏิบัตินะครับ ถ้าไม่มีการแปรญัตติ พูดไม่ได้นะครับ มันเปึนกติกาที่เราปฏิบัติกันมาอย่างนี้ตลอด อย่างนี้ถ้าท่านให้พูดได้ ต่อไปนี้ทุกมาตราพูดได้หมดนะครับ จะต้องพูดได้หมด พูดได้หมดเลยอย่างนี้ยุ่งเลยนะครับ ท่านประธาน ทุกมาตราจะต้องพูดได้หมด ทุกคนจะพูดได้หมด ถึงอยากให้ท่านประธาน อย่างนี้ครับ ผมหาทางออก อยากให้ท่านขอมติว่า เฉพาะอันนี้ขอให้เปึนไปตามที่ท่านประธานวินิจฉัย แต่ว่าถ้าท่านทําแบบนี้ต่อไปทุกมาตรานะครับ ผมพูดได้ทุกมาตรา แล้วกฎหมายจะพูดได้ ทุกมาตรา มันเปึนบรรทัดฐานปฏิบัติมันจะยุ่งไปทั้งหมด ขอบคุณครับ ขอให้ท่านประธาน วินิจฉัยครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาต ผมขอสรุปอย่างนี้เลยครับ ตามข้อ ๑๑๕ ผมได้วินิจฉัย ไปแล้วและถือว่าเปึนเด็ดขาด ตรงนั้นจบแล้วนะครับ แล้วขอย้ําอีกทีนะครับ เพียงแต่ ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ มันมีวรรคท้ายเพิ่มขึ้นมา เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น มันมี ท่อนนี้มาเท่านั้นเองครับ ถ้าไม่มีท่อนนี้มาก็จบแล้วก็ไม่ต้อง ผมจะไม่อนุญาตให้ใครพูด อีกแล้ว แต่มันมีท่อนนี้มานี่ผมถึงได้อนุญาตให้พูด ถ้าที่ประชุมเห็นเปึนอื่น ก็ถือว่า เปึนที่สุด ใหญ่สุดนะครับ เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ วันนี้เราพิจารณากันในเรื่องของข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องถือว่าเปึนเรื่องใหญ่เปึนบรรทัดฐาน ผมไม่ได้ตําหนิ ท่านประธานนะครับ เดี๋ยวท่านประธานจะหาว่าผมตําหนิท่าน เข้าใจอย่างนั้นนะครับ คือจริง ๆ แล้วแนวทางปฏิบัติหรือบรรทัดฐานในการทํางานโดยที่ผ่านมาถ้าใครไม่สงวน คําแปรญัตติ ถ้าใครไม่มีขอคําแปรญัตติไว้ก็จะไม่สามารถที่จะพูดในสภานี้ได้เลยในวาระที่ ๒ ในเรื่องนั้น ๆ ยกเว้นว่า ข้อนั้นจะมีการแก้ไขในชั้นกรรมาธิการถึงจะทําได้ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานในข้อ ๑๑๕ โดยการเขียนนั้นแบ่งเปึน ๔ ตอนช่วง ช่วงที่ ๑ ก็คือสมาชิก ทําได้ทั้งหมดก็คือมันมีการแก้ไข ช่วงที่ ๒ บอกให้ทําได้ก็คือผู้ที่ได้มีโอกาสสงวนคําแปรญัตติไว้ ช่วงที่ ๓ คนที่จะทําได้ต่อไปก็คือคนที่ขอสงวนความเห็นไว้ ๓ คนนั้น ๓ ส่วน ส่วนที่ ๔ ก็คืออํานาจ ท่านประธาน อํานาจในสภาเห็นว่าควรจะทําอย่างไรในแนวทางปฏิบัติในครั้งนั้น ๆ ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับว่า ถ้าเราให้มีการอภิปรายไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ แนวการปฏิบัติหรือ ธรรมเนียมปฏิบัติเราจะเปลี่ยนนะครับ เพราะฉะนั้นไม่ได้ครับท่านประธาน ต่อไปในอนาคต จะไม่มีใครให้ความสนใจกับการไปยื่นคําแปรญัตติหรือสงวนคําแปรญัตตินะครับ ท่านประธาน ผมอยู่ชัยนาทถ้าจะมาขอสงวนคําแปรญัตติหรือมาให้ความเห็นต้องขับรถ มานะครับ ต้องทําจริง ๆ ถึงจะทํางานในสภาได้ แต่ไม่เช่นนั้นแล้วก็ทํากันเรื่อยไปอย่างนี้ รอขึ้นเรือคนอื่น ให้คนอื่นมาทําหน้าที่ คนอื่นได้ผมได้ด้วย คนอื่นไปผมไปด้วย อย่างนั้นไม่ได้ครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า เรื่องนี้เรื่องสําคัญเปึนแนวปฏิบัติครับ เปึนธรรมเนียมของเรา วิธีการปฏิบัติของเรา แล้ววันนี้เรื่องที่เราประชุมไม่ใช่กฎหมายธรรมดา เปึนข้อบังคับของเราด้วยครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านณัฐวุฒิ ท่านประท้วงนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย อีกครั้งหนึ่งด้วยความเคารพ ท่านประธานอย่างยิ่งนะครับ การวินิจฉัยของท่านประธานถือว่าเปึนสิ้นสุดก็ตาม แต่คําวินิจฉัย ของท่านประธานขัดแย้งกับข้อบังคับ ขัดแย้งกับประเพณีปฏิบัติที่เราได้ดําเนินการมาโดยตลอด ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อบังคับกําลังพิจารณาอยู่ในวาระที่ ๒ ไม่ใช่ในวาระที่ ๑ ฉะนั้นมันมีขั้นตอนปฏิบัติของมันอยู่ ก่อนที่ท่านประธานจะเอาข้อยกเว้นมาดําเนินการ ผมกราบเรียนถามท่านประธานครับว่า ท่านประธานถามในที่ประชุมก่อนไหมว่า เราจะ เว้นให้ ที่ประชุมนี้สามารถอภิปราย ข้อ ๕ ได้ก่อน ท่านประธานไม่ได้ถามในที่ประชุมนะครับ ที่ประชุมยังไม่ได้ลงมติ ยังไม่ได้อนุมัติให้มีการยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ นะครับ เรายัง ไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่น เพราะฉะนั้นสิ่งที่สมาชิกได้ประท้วงกันทุกท่าน ผมว่านั่นคือ กรอบกติกาในการอภิปรายในวาระที่ ๒ ขณะนี้ครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ เพื่อดําเนินการให้เปึนบรรทัดฐานต่อไป ผมอยากจะขอกราบท่านประธานช่วยกรุณา วินิจฉัยอีกครั้งหนึ่งเถอะครับ เปึนบรรทัดฐานต่อไปครับ ท่านประธานจะสง่างามมาก ทีเดียว ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านณัฐวุฒิครับ ผมขออนุญาตอย่างนี้ ประเพณีปฏิบัติเปึนอย่างที่ท่าน ได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ ประเด็นนี้ผมเข้าใจและทราบนะครับ แต่ประเพณีกับข้อบังคับ แล้วกับ การวินิจฉัยของประธานมันก็เปึนคนละเรื่อง ไม่อย่างนั้นก็จะเอาประเพณีตรงนั้นมาบังคับ ประธานต้องวินิจฉัยตามประเพณี ผิดถูกก็ไม่เกี่ยว ต้องวินิจฉัยตามนั้น ถ้าอย่างนี้ก็คงจะ ไม่ถูกต้องนัก ที่ผมวินิจฉัยไปเมื่อสักครู่นี้ผมถือว่าเปึนที่สุดแล้ว เพียงแต่ผมได้เน้นย้ํา หลายทีนะครับ ในวรรคท้ายเขามีเขียนไว้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น เพราะฉะนั้น เปึนเรื่องของที่ประชุม ถ้าที่ประชุมเห็นเปึนอื่น คําวินิจฉัยของผมก็ถือว่าหมดสภาพ โดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้มันอยู่ที่ความเห็นของที่ประชุมจะเอาอย่างไร เท่านั้นเองนะครับ ถ้าเห็นว่าประเด็นนี้ไม่เหมาะสมที่จะนํามาใช้สําหรับการพิจารณา ข้อบังคับ เพราะต้องเสียเวลาใช้เวลากันยืดยาว เราก็เสนอความเห็นมาสิครับ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ ท่านประธานไม่หันมาที่ผมเลยครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานและผู้อภิปรายครับ ตามข้อ ๖๓ สมาชิก ที่ประท้วงท่านประธานว่าไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมสภาเนื่องจาก คําวินิจฉัยของท่านประธานนั้นไม่เปึนไปตามข้อบังคับ และท่านประธานก็ได้กรุณา วินิจฉัยแล้วว่า ท่านประธานได้วินิจฉัยเปึนไปตามข้อบังคับแล้ว คําวินิจฉัยของ ท่านประธานถือเปึนที่สุด ซึ่งในสภาของเราตั้งแต่ผมได้ร่วมประชุมมาทุกคนก็เคารพ ให้เกียรติท่านประธาน มีหลายครั้งที่คําวินิจฉัยของท่านประธานเปึนที่เคลือบแคลงสงสัย แต่สมาชิกก็ต้องถือว่าท่านประธานเปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติ เพราะฉะนั้น ต้องเคารพท่านประธาน เพราะว่าเราได้เลือก หรือสภาแห่งนี้ได้เลือกท่านประธานมาแล้ว เราก็จะเคารพในดุลยพินิจ ในคําวินิจฉัยของท่านประธาน แต่สิ่งที่ท่านประธานไปพูดต่อ ว่าในประเด็นข้อ ๑๑๕ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น ผมกราบเรียนท่านประธาน ให้ดูข้อความในวรรคท้ายให้ดีนะครับ ปกติจะมีข้อห้ามไว้ แต่ถ้าท่านประธานหรือที่ประชุม นี้จะเป่ดให้สมาชิกทั่วไปได้อภิปรายมากขึ้นกว่าเดิม ก็จะเข้าข้อยกเว้นว่าที่ประชุมอาจจะ ลงมติว่าเปึนเรื่องสําคัญของประเทศชาติ จะให้สมาชิกได้อภิปรายเพิ่มเติมโดยการยกเว้น ข้อบังคับการประชุมทําได้ แต่ไม่ใช่ให้ที่ประชุมนี้มาแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมสภา ไม่ได้ครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานสภาว่า คําวินิจฉัยของท่านเมื่อท่าน ยืนยันว่าเปึนที่สุดแล้ว ท่านต้องดําเนินการกระบวนการประชุมต่อไปท่านประธาน ขอขอบคุณครับ
ถ้าที่ประชุมไม่มีเห็นเปึนอื่นนะครับ
ผมเห็นเปึนอื่นครับ ท่านประธาน ผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ยังเห็นเปึนอื่นครับท่านประธาน
เชิญท่านณัฐวุฒิครับ
ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ท่านประธานก็พยายามจะใช้ข้อบังคับให้ถูกต้อง ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตท่านประธาน ขอมติต่อที่ประชุม เอาข้อยกเว้นที่ท่านประธานถามขอมติที่ประชุมเสียว่า ที่ประชุมจะมี ความเห็นให้อภิปรายโดยทั่วไปไหม ขอมติที่ประชุมเถอะครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
มีผู้รับรองหรือเปล่าครับ
ผมขอเสนอและขอผู้รับรองด้วยครับ
เชิญครับท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เห็นใจท่านประธานจริง ๆ เพราะเมื่อสักครู่ท่านประธานวินิจฉัยไปแล้ว แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกขอคํารับรองเพื่อลงมติว่า คําวินิจฉัยท่านประธานผิดหรือถูก อย่างนั้นหรือครับ หรือว่าจะวินิจฉัยว่า จะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ
อย่างนี้ครับ คําวินิจฉัยถือว่าเปึนเด็ดขาดแล้ว แล้วไม่มีผิด ไม่มีถูกหรอกครับ ก็ปฏิบัติตาม ข้อบังคับโดยถูกต้องอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ประชุมในข้อ ๑๑๕ มีข้อยกเว้นไว้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น มันมีประเด็น ตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นถ้าที่ประชุมเห็นเปึนอย่างอื่นก็หยิบขึ้นมาหารือ แล้วก็เอามติเปึน ข้อสรุป ประเด็นเท่านี้ครับ ท่านณัฐวุฒิขอประเด็นที่ท่านหารือเมื่อกี้ที่หยิบยกขึ้นมา ขอความชัดเจนนิดหนึ่งครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเสนอนะครับว่า ขอให้ลงมติการใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ โดยเคร่งครัดนะครับ แล้วโดยประเพณีปฏิบัติดั้งเดิมมาด้วย เพราะฉะนั้นไม่มีข้อยกเว้นในการที่จะให้มี การอภิปรายโดยไม่เปึนไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ท่านประธานครับ ไม่มีข้อยกเว้นครับ ขอมติที่ประชุมครับ
เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ผมต้องขออนุญาตประท้วงท่านประธาน จริง ๆ เพราะว่าท่านประธานกําลังจะทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ท่านประธาน กรุณาดูด้วยนะครับ ข้อ ๔๙ กับข้อ ๕๐ ญัตติตามข้อ ๔๗ (๗) ขอให้ยกเรื่องอื่นขึ้น ปรึกษาหารือพิจารณา ห้ามเสนอในคราวพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ถ้าเราคิดว่าร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเราเปึนร่างข้อบัญญัติเรื่องนี้หยิบยกขึ้นมาไม่ได้เลยครับ ท่านประธาน ข้อ ๕๐ ในกรณีที่ประชุมลงมติให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหารือหรือพิจารณา ถ้ามีมติแล้วให้ญัตติเดิมเปึนอันตกไป ตอนนี้เรากําลังพิจารณาญัตติเรื่องของข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเปึนญัตติ อยู่ในวาระที่ ๒ ถ้าท่านประธานให้สมาชิกลงมติ บอกว่า เอาเรื่องอื่นขึ้นมาปรึกษาหารือเปลี่ยนข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ปุ็บถือว่าเปึนมติชัดเจน เพราะฉะนั้นผมเกรงว่าข้อบังคับการประชุมสภาซึ่งเปึนญัตติในวาระที่ ๒ นี้จะตกไปครับ ท่านประธาน กรุณาพิจารณาด้วยครับ
ขอบคุณคุณหมอครับ อย่างนี้คุณหมอ ผมอนุญาตให้ใช้ข้อ ๔๗ (๗) ผมขออนุญาต อ่านข้อ ๔๗ นิดหนึ่งนะครับ เมื่อที่ประชุมกําลังพิจารณาญัตติใดอยู่ ห้ามเสนอญัตติอื่น ขึ้นมาพิจารณา เว้นแต่ญัตติดังต่อไปนี้ (๗) ขอให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหรือพิจารณา คุณหมอ อ้างถึงข้อไหนนะครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานจริง ๆ ครับ ถ้าเราคิดว่าร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของเราเสมือนเปึนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติก็คือทํา ๓ วาระ ในข้อ ๔๙ โดยอนุโลม (๗) ที่ท่านประธานยกขึ้นมานั่นเขาห้ามเสนอในคราวพิจารณาร่างพระราชบัญญัติด้วย เพราะฉะนั้นถ้าจะพิจารณาว่าข้อบังคับของเราเสมือนเปึนร่างพระราชบัญญัติ เพราะมี วิธีการพิจารณาคล้ายกันนี่ก็หยิบ (๗) ขึ้นมาไม่ได้ แล้วก็มันก็จะผนวกกับข้อ ๕๐ ท่านประธานครับ ถ้ามีการลงมติในเรื่องที่หยิบยกขึ้นมาแล้วนี่ เมื่อมีการลงมติเรื่องที่มี การพิจารณาอยู่ก่อนนั้นเปึนอันตกไป ท่านประธานครับ
ถูกต้องครับ คุณหมอหยิบยกข้อ ๔๙ ขึ้นมาชี้แจงตรงนั้นถูกต้องครับ เห็นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นคงไม่สามารถที่หยิบขึ้นมาหารือตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตถือว่าเมื่อสักครู่ ผมวินิจฉัยแล้วให้ถือว่าเปึนเด็ดขาดก็ดําเนินการตามนั้นนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนถามท่านประธานครับว่า ถ้าท่านประธานให้ดําเนินการตามที่ท่านประธาน ได้วินิจฉัยนี่นะครับ ถ้าข้อ ๕ ได้วินิจฉัยอย่างนี้แล้วจะเปึนบรรทัดฐานต่อไป จนกระทั่งถึง ทั้งหมดมี ๑๘๔ ข้อ ท่านประธานจะต้องให้ใช้วิธีนี้ไปโดยตลอดไหมครับ อภิปรายได้ทุกข้อ เลยไหมครับ หรือต้องขอข้อยกเว้นทุกข้อครับท่านประธาน
อย่างนี้ครับ ผมถือว่าเมื่อกี้ผมได้วินิจฉัยแล้วถือเปึนเด็ดขาดแล้ว เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต ให้ท่านเทพไทอภิปรายต่อนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่งนะครับ ในข้อวินิจฉัยท่านประธานเปึนครั้งแรก ที่ถูกใจผมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเรียนกับท่านประธานว่า ในประเด็นนี้ ที่ผมสนับสนุนร่างของคณะกรรมาธิการ เพราะว่าผมเองได้ตั้งข้อสังเกตตั้งแต่วันเลือก ประธานสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกของสภาแห่งนี้แล้ว ผมได้หารือกับท่านประธานชั่วคราว ในขณะนั้นว่าจะขอให้ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเปึนประธานสภาผู้แทนราษฎรได้แสดงวิสัยทัศน์ และได้มี การซักถามจะได้หรือไม่ โดยผมมีเหตุผลก็คือว่าสภาของเราในครั้งนี้ ๔๘๐ คน ถ้าท่านประธาน ไปเป่ดดูจะมีสมาชิกใหม่เกินครึ่งด้วยซ้ําไป และส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รู้จักว่าสมาชิกผู้เหมาะสม กับการดํารงตําแหน่งประธานเปึนใคร มาจากไหน บางคนอยู่พรรคเดียวกันก็ยังไม่รู้จักด้วยซ้ําไป เพราะว่าพรรคมันใหญ่มีสมาชิกเยอะ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า
คุณเทพไท ขออภัย มีคนประท้วงครับ ท่านเชาวรินครับ
ท่านประธานครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ผมนี่ล่ะครับที่ให้ความเคารพท่านประธานอย่างแท้จริง คนอื่นบอก ท่านประธานที่เคารพ แต่ก็ไม่ค่อยได้แสดงความเคารพเท่าไรนัก ผมนี่พยายามอดกลั้น ไม่อยากทําหรอกครับในการประท้วงประธาน มันไม่เหมือนกับคําที่กล่าวว่า ท่านประธาน ที่เคารพ แต่มันไม่ไหวจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมพยายามยกมือตั้งหลายครั้งหลายหน เพื่อจะแสดงความคิดเห็นแต่ท่านประธานไม่เป่ดโอกาส เพราะฉะนั้นผมจึงจําเปึนต้อง ประท้วงท่านประธาน ประท้วงที่ท่านวินิจฉัยผิด ท่านประธานครับ ท่านคงจะเคยได้ยิน คําว่า กิ้งกือยังเดินตกท่อได้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยดํารัสไว้ว่า คนฉลาดย่อมเปลี่ยนคิดได้ คนโง่ไซร้ไป์แปลง ท่านประธานครับ ถ้าท่านวินิจฉัยอย่างนี้ว่า ไม่ต้องสงวนคําแปรญัตติก็อภิปรายได้ อันตรายครับท่านประธาน ต่อไปการพิจารณา พระราชบัญญัติทุกฉบับจะเดินแนวทางนี้หมด สภานี้จะเปึนเปึดง่อยทํางานไม่ได้แล้ว และข้อบังคับเองก็บอก ญัตติทุกเรื่อง พระราชบัญญัติทุกเรื่องบอกว่าต้องเสนอคําแปรญัตติ ภายในกี่วัน ๆ ๗ วันบ้าง ๑๕ วันบ้าง ถ้าเปึนงบประมาณแผ่นดินบอก ๓๐ วัน ถึงเวลา สมาชิกไม่เสนอคําแปรญัตติ ถึงเวลาก็ยกมือพูดในสภา แน่นอนครับ อันใดที่พวกได้ประโยชน์ โอ้โฮ จริง ๆ แล้วผมนี่ทนอย่างถึงที่สุดท่านประธาน บอกตรง ๆ ว่าผมหมั่นไส้ผู้อภิปรายนั่น บอกมาได้อย่างไร
ท่านสมาชิกครับ ผมขออย่างนี้นะครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญมาก เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต พัก ๑๕ นาที เพื่อปรึกษาให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนนะครับ ขออนุญาตพัก ๑๕ นาทีครับ
ท่านประธานครับ ถ้าไม่เปลี่ยน คําวินิจฉัยจะเปึนบรรทัดฐานในการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รัฐธรรมนูญ ต่อไปนะครับท่านประธานครับ
พักประชุมเวลา ๑๕.๒๙ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๖.๐๙ นาฬิกา
ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตประชุมต่อเลยนะครับ ขอทําความเข้าใจกับเรื่องที่ผมได้ วินิจฉัยไปเมื่อสักครู่นะครับ ก็คงยังต้องขอยืนยันคําวินิจฉัยเดิมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ และอธิบายให้ท่านสมาชิกทราบว่า จากที่เคยมีธรรมเนียมปฏิบัติที่สมาชิกได้หยิบยกขึ้นมา กล่าวถึงว่า สมาชิกทุกคนสามารถอภิปรายได้ในเฉพาะที่มีการแก้ไข ส่วนผู้สงวนความเห็น หรือผู้สงวนคําแปรญัตตินั้น ก็จะพูดได้เฉพาะตัวที่สงวนไว้ บุคคล ที่สงวนไว้เท่านั้น ตรงนั้นคือที่สมาชิกพูดว่าเปึนธรรมเนียมปฏิบัติ เพราะฉะนั้นก็ต้องทํา ความเข้าใจกับทุกท่านว่า ไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เปึนข้อบังคับของป้ ๒๕๓๕ ข้อบังคับ ของป้ ๒๕๔๐ เขียนไว้ชัดเจนนะครับ ยืนยันว่าไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่ข้อบังคับ ป้ ๒๕๓๕ และป้ ๒๕๔๐ เขียนไว้ชัดเจนแบบนั้น แต่มาถึงข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ แก้ไขใหม่เปึนตามที่ผม วินิจฉัย เพราะฉะนั้นก็ยืนยันคําวินิจฉัยเดิมของผม ซึ่งต้องด้วยข้อบังคับแล้ว ผมขออนุญาตอ่าน ได้ไหมครับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๐๓ ของป้ ๒๕๓๕ ข้อความเดียวกันกับข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ ของป้ ๒๕๔๐ เขียนไว้อย่างนี้ครับ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ หรือร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วให้สภา ใช้คําว่า ให้สภา พิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คําปรารภ แล้วพิจารณาเรียงตามลําดับมาตรา และให้อภิปรายได้ เฉพาะถ้อยคํา หรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ หรือที่ กรรมาธิการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น เพราะฉะนั้น ตามป้ ๒๕๓๕ และป้ ๒๕๔๐ นั้นจะอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําที่แก้ไข สมาชิกนะครับ ส่วนสงวนความเห็นและสงวนคําแปรญัตติจะพูดได้เฉพาะตัวตามที่เคยปฏิบัติมา แต่ข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ มีการแก้ไขข้อความเปึนข้อ ๑๑๕ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ที่คณะกรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้ว ให้สภาพิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คําปรารภ แล้วพิจารณาเรียงตามลําดับมาตรา และให้สมาชิก สมาชิกก็มีระบุไว้ที่คํานิยามชัดเจน สมาชิก หมายถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็หมายถึงพวกเราทุกคน และให้สมาชิกอภิปรายได้ เฉพาะถ้อยคํา หรือข้อความที่มีการแก้ไข เพิ่มเติม หรือที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือที่มี การสงวนความเห็นไว้ ก็หมายความว่าสมาชิกทุกคนสามารถพูดอภิปรายได้ตามที่มี ผู้สงวนความเห็น หรือสงวนคําแปรญัตติ ซึ่งไม่ตรงกับข้อบังคับ ป้ ๒๕๓๕ และป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๔๔ มีการแก้ไข ขอยืนยันคําวินิจฉัยของผมถูกต้องแล้วนะครับ แล้วก็ยืนยันตาม คําวินิจฉัยนั้น แต่เพื่อที่ให้การพิจารณากฎหมาย ข้อบังคับของเราดําเนินไปอย่างมี ประสิทธิภาพ แล้วก็เราไม่มีข้อบังคับใช้มานานพอสมควรแล้ว ผมก็ขอใช้อํานาจของผมตาม ท่อนท้ายของข้อ ๑๑๕ นะครับ ทั้งนี้เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น ผมก็ใช้อํานาจ ของผมตามข้อ ๒๓ นะครับ ข้อ ๒๓ ประธานมีอํานาจปรึกษาที่ประชุมในปัญหาใด ๆ ผมก็ขอใช้ อํานาจนี้ปรึกษาที่ประชุมว่า เราควรจะใช้หลักการพิจารณาข้อบังคับโดยยึดข้อบังคับเดิมของ ป้ ๒๕๔๐ ก็คือข้อบังคับ ข้อ ๑๐๙ ขอออภัยครับ ข้อ ๑๐๖ ของป้ ๒๕๔๐ มาใช้พิจารณา สําหรับการพิจารณาข้อบังคับนี้หรือไม่ ทีนี้ก็สุดแท้แต่มติที่ประชุมขออนุญาตดําเนินการ ตามนี้นะครับ เชิญท่านเชาวรินครับ
ท่านประธานครับ เมื่อเปึนอย่างนั้นท่านประธานได้กรุณาถามมติที่ประชุมเพื่อดําเนินการตามที่ท่านประธาน วินิจฉัย ขอมติเลยครับเปึนอํานาจของท่านประธานที่จะขอมติได้ครับ
เชิญท่านวิทยาครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้พยายามยกมือมานานพอสมควรครับ และก็ให้เกียรติประธานสภาไม่ลุกขึ้นประท้วง เพราะว่าผมมีความเห็นตั้งแต่ท่านประธานสภาวินิจฉัยไว้เริ่มต้น แล้วดูลายลักษณ์อักษร ในข้อบังคับทั้งหมดก็เห็นคล้อยตามท่านประธานครับ แล้วก็คิดว่าเราเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว แล้วก็ท่านประธานยืนยันในความเห็นของท่าน ซึ่งเปึนความเห็นที่ถูกต้อง ลายลักษณ์อักษร กําหนดไว้ชัดเจน ผมคิดว่าท่านอย่าไปงดเว้นใช้ข้อบังคับข้อนี้เลยครับ เดินต่อไปเถอะครับ แล้วก็คณะกรรมาธิการชุดที่ทําอยู่ชุดนี้จะได้ถือเปึนบทเรียนว่า ข้อบังคับที่เขียนในฉบับนี้ จะเอาตามแนวทางเดิมที่อยู่ในข้อบังคับฉบับที่เราใช้อยู่ป้ ๒๕๔๔ หรือจะย้อนกลับไปตาม แนวทางของป้ ๒๕๔๐ ขอให้เปึนอํานาจวินิจฉัยของที่สภาอีกครั้งหนึ่ง ท่านอย่าไปหยุด อันนั้นเลยครับ ผมเข้าใจว่าทุกคนให้ความร่วมมือได้ครับ แต่ต้องยอมรับความผิดพลาดครับว่า ความรู้สึกเดิม ๆ เราเปึนอย่างนั้นจริง ๆ เพื่อนสมาชิกที่อภิปรายทั้งหมดอภิปรายด้วยความรู้สึกว่า เหมือนเปึนธรรมเนียมปฏิบัติ แต่ข้อเท็จจริงคือข้อบังคับมันเปลี่ยนไป แต่เรายังเดินแนวทางนั้น มาตลอด แล้วผมเข้าใจว่าเมื่อ ๒ ป้ที่แล้วเราก็ยังถือแนวทางว่า ใครที่ไม่สงวนคําแปรญัตติ อภิปรายไม่ได้ เราเดินอย่างนั้นมาตลอด ทั้ง ๆ ที่ข้อบังคับเขียนชัดแบบประธานวินิจฉัยครับ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากจะให้ท่านประธานถอยกลับเลยนะครับ เดินตามตรงนี้เลยครับ แล้วเดี๋ยวสักครู่ผมจะดูว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะเอาอย่างไร เพราะคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ไป ยกร่างเดิมเปึนแบบที่ทุกคนอภิปรายได้อีก ผมขออนุญาตท่านประธานเถอะครับ อย่าเดิน ถอยหลังกลับไป เดินต่อไปข้างหน้าเถอะครับ แล้วให้คณะกรรมาธิการเขาแก้ไข
ขอบคุณท่านวิทยาครับ ที่จริงไม่ใช่เรื่องถอยหลังนะครับ เปึนเรื่องที่เปึนอํานาจของผมที่สามารถ หยิบขึ้นมาปรึกษาได้แล้วแต่ที่ประชุมครับ ถ้าที่ประชุมเห็นเปึนอย่างไรก็เปึนตามนั้นละครับ เชิญท่านณัฐวุฒิครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทย อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธาน ก็ขอบพระคุณท่านประธานกรุณาไปดูข้อบังคับมาเปรียบเทียบ ผมมีความเห็น อย่างเช่นท่านวิทยา แก้วภราดัย ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ถ้าท่านประธานคิดว่าเจตนารมณ์ของ การร่างข้อบังคับฉบับนี้ แล้วคําวินิจฉัยของท่านประธานถูกต้องแล้ว ท่านประธานเดินหน้าต่อไป อย่านําข้อบังคับอื่นซึ่งเคยใช้มาแล้ว ซึ่งเราลงมติกันไปแล้วให้ใช้ข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ โดยอนุโลม ไปแล้ว ถ้าเดินหน้าแล้วก็ปัญหาที่เกิดขึ้นที่จะมีการแก้ไขต่อไป ผมเชื่อว่าท่านประธาน นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ คงจะได้พิจารณาต่อไปครับ ท่านประธานครับ เดินหน้าเถอะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมได้หยิบขึ้นมาหารือแล้วนะครับ แต่ถ้าที่ประชุมเห็นว่าจะเดินหน้าต่อ ก็จะได้เดินต่อ แต่ถ้ามีความเห็นขัดแย้งก็ต้องขอมติครับ เชิญท่านจุมพฏครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน จังหวัดสกลนคร ในฐานะผู้หารือข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ เพราะว่า ผมเปึน ส.ส. ใหม่สมัยแรกครับ เมื่อจะใช้ข้อบังคับผมก็จะอ่านไปตามตัวบทของข้อบังคับ แต่มีท่านสมาชิกหลายสมัย ท่านอาจจะลืมไปว่าไปเอาข้อบังคับ ป้ ๒๕๓๕ ป้ ๒๕๔๐ มาใช้ ผมมีความเห็นตรงกับท่านประธานว่าท่านได้วินิจฉัยถูกต้องตามตัวบท ตามตัวอักษร ในข้อ ๑๑๕ แล้ว และผมชื่นชมท่านประธานที่ยืนยันในคําวินิจฉัย เพราะที่ท่านประธาน นั่งอยู่นั้นคือบัลลังก์ครับ เหมือนกับผู้พิพากษานั่งบัลลังก์ครับ บัลลังก์ หมายถึงอะไร ทราบอยู่แล้ว คําพิพากษาของศาลถ้าศาลชั้นต้นตัดสินแล้ว แม้จะผิดพลาดอย่างไรก็ไม่สามารถ ถอนคําพิพากษาของตัวเองได้ ผมขอชื่นชมท่านประธานและผมขอสนับสนุนความเห็น ของท่านสมาชิก ๒ ท่านที่ได้อภิปรายไปเมื่อกี้ว่า ไม่ควรที่จะย้อนไปเอาข้อบังคับเก่ามาใช้ ขอให้ท่านได้ใช้ข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ นี้บังคับต่อไปตามคําวินิจฉัยของท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ท่านประธานครับ ขณะนี้เราประชุมโดยการใช้ข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ นะครับ และที่ดําเนินการ ประชุมมานั้นประธานได้ทําหน้าที่ได้ดีที่สุดโดยการวินิจฉัยตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ตรงตาม ตัวอักษรทุกประการซึ่งเปึนการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ซึ่งข้อบังคับในป้ ๒๕๓๕ และป้ ๒๕๔๐ หรือแม้แต่ข้อบังคับของวุฒิสภานั้นเขียนไว้ชัดว่า ในกรณีที่จะมีการอภิปรายได้ในการแปรญัตติ หรือสงวนคําแปรญัตตินั้นต้องเปึนผู้สงวนคําแปรญัตติ เขียนไว้ชัด แต่นี่ได้เขียนไว้ ด้วยถ้อยคําอย่างนี้ ซึ่งประธานนี่ผมต้องชมเชยท่านว่า ถึงแม้ท่านไม่ใช่นักกฎหมายนะครับ ตลอดเวลาทําหน้าที่ได้ดีมาตลอด และการวินิจฉัยวันนี้ดีที่สุดเลย ตรงไปตรงมาและถูกต้องครับ ประธานครับ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ การวินิจฉัยของประธานนั้นถือว่าถึงที่สุด ตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ถ้าจะมีการถามความเห็นโดยที่ประชุมเปึนอย่างอื่นนั้นควรจะถามก่อน มีคําวินิจฉัยของประธานซึ่งถึงที่สุด และการที่จะนําข้อบังคับของป้ ๒๕๓๕ หรือป้ ๒๕๔๐ มาใช้นั้น ผมเห็นว่าไม่น่าจะทําได้ เพราะฉะนั้นวันนี้อย่างไรก็ตามผมคิดว่า ต้องดําเนินการ ประชุมตามที่ท่านประธานวินิจฉัยไปแล้วจนจบข้อบังคับฉบับนี้ แล้วส่วนต่อไปในการพิจารณา พระราชบัญญัติฉบับอื่น ขอให้ประธานถามที่ประชุมก่อนในกรณีที่จะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ผมเห็นว่าจะแก้ไขปัญหาได้จนกว่าจะมีข้อบังคับใหม่ เพราะฉะนั้นถ้าจะมาถามนั้น จริงอยู่ อํานาจประธานในการที่จะถามความเห็นหรือจะดําเนินการใด ๆ ได้ แต่ก็ควรจะอยู่ในกรอบ ที่ชอบธรรมและถูกต้อง ซึ่งประธานยึดมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นผมคงไม่เห็นด้วยกับ ที่ประธานถึงแม้จะมีอํานาจก็ตาม ก็อยากจะฝากไว้เปึนข้อพิจารณาตรงนี้ครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ผมขอถอนคําหารือนะครับ เชิญคุณเทพไทต่อเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้แก้ปัญหาโดยการพักการประชุม ซึ่งผมคิดว่าเปึนแนวทาง ที่ถูกต้อง สมแล้วที่เขาเรียกท่านว่า ขุนค้อน แต่วันนี้ท่านไม่ได้ใช้ค้อน ท่านใช้สมอง เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองอภิปรายนี่ผมมาดูว่า ผมจะเปึนตัวปัญหาของการอภิปราย หรือเปล่า เพราะว่าขึ้นมาอภิปรายแล้วก็มีความวุ่นวายเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติเมื่อกี้ได้ประท้วงต่อท่านประธาน โดยให้เหตุผลว่า ด้วยความหมั่นไส้ผมจึงประท้วง ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้ผิดข้อบังคับ ผมคิดว่าเพื่อเปึนการเคารพท่านประธานและก็เปึนการเคารพสภา แห่งนี้ เพื่อไม่ให้สภาแห่งนี้เสียเวลากับเรื่องเหล่านี้ ผมจะอภิปรายเฉพาะที่อภิปรายไปแล้ว เพื่อไม่ให้มันเกิดความวุ่นวาย เพื่อจะเป่ดโอกาสให้ผู้ที่ได้ประท้วงผมได้มีโอกาสไม่ต้องเสียเวลา กับสภาได้ไปที่ถ้ําลิเจียเพื่อไปขุดทองต่อนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับท่านเชาวริน
ท่านประธานครับ ผมต้อง ขออภัยท่านประธานและต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้เอ่ยถึงกระผม
เฉพาะที่พาดพิงนะครับ
ถึงแม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อผม แต่ผมเชื่อว่าวิญ็ูชนคนไทยทั้งประเทศย่อมรู้คําว่า ถ้ําลิเจีย นั้นต้องหมายถึงผมแน่ ๆ และผมกล้าพูดได้ด้วยว่าไม่มีมนุษย์คนไหนกล้าทําอย่างที่ผมทํา ผมทําในสิ่งที่ถูกต้อง ท่านประธานครับ รายละเอียดนั้นผมไม่จําเปึนต้องไปบอกหรอก วิญ็ูชนย่อมรู้ว่าผมทํา อะไร แต่คนที่ไม่มีปัญญา
เชิญคุณหมอชลน่านครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน คนจังหวัดน่าน กราบขอบคุณ ท่านประธานครับที่ให้โอกาสผมได้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง จริง ๆ แล้วในสิ่งที่ต้องขออนุญาต ผมได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ในมาตรานี้ ก็เลยเปึนที่มาที่ผมพยายามที่จะดูข้อบังคับ ให้เปึนเสมือนที่เราเคยทําแล้วได้ผลดีที่สุด แต่ถ้าท่านประธานยังยืนยันว่าได้ดูตามตัวหนังสือแล้ว ผมเองก็ไม่ไปขัดขืนยอมรับท่านประธาน ด้วยความเคารพในประเด็นถ้าจะตีความตามตัวอักษร และผมก็ย้อนกลับไปสักนิดหนึ่งว่า ข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ มีคณะกรรมาธิการยกร่างอยู่ในสภาแห่งนี้คิดว่าหลายคนเลย เพราะว่า ข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ ผมเองได้มีโอกาสมาเปึนผู้แทนราษฎรด้วย ขอบคุณท่านสมาชิก หลายท่านที่กรุณาให้เกียรติให้โอกาสบอกว่าเปึนสมาชิกเก่าแล้วก็ทําหน้าที่ นั่นคือเปึนสิ่งที่เรา พยายามทํามา ข้อบังคับป้นี้ใช้มา ๔ ป้ วิธีปฏิบัติทําเหมือนป้ ๒๕๔๐ ที่ท่านอ่าน ไม่มีใคร เคยยกประเด็นนี้มาพูดในสมัยที่เราทําหน้าที่มาในป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ มีร่างพระราชบัญญัติหลายฉบับที่ผ่านไป เราก็ทําอย่างนี้มาตลอด เพราะฉะนั้น ก็ต้องขออภัยครับ ที่ความรู้สึกว่าวิธีการอย่างนั้นน่าจะเปึนวิธีการที่ถูกต้องในสภาแห่งนี้ ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ในข้อ ๑๒๙ ที่ท่านยกร่างมา และคงร่างเดิมไว้ในชั้นของยกร่างฝากไปพิจารณา ท่านยังจะเห็นเปึนอย่างนี้อยู่ไหม กรรมาธิการที่ยกร่างสมัยป้ ๒๕๔๔ ยังอยู่นะครับ ผมว่าเจตนารมณ์ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ อาจจะเปึนลักษณะการเขียนที่ผิดก็ได้ ก็ต้องขออนุญาตนะครับถ้าเปึนการกล่าวหา ท่านประธานครับ ผมกลับมาที่ข้อแปรญัตติผม ถ้าคิดว่าสิ่งที่ผมสงวนคําแปรญัตติไว้นะครับ เหตุผลที่ผมให้ไปตอนแรกเปึนไปตามครรลองการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่อาศัยอํานาจ ประชาชนมาเปึนหลัก อันที่ ๒ การแสดงวิสัยทัศน์เฉพาะการทําหน้าที่ บอกชื่อว่าผมจะทํา หน้าที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ตามอํานาจหน้าที่ในข้อบังคับแล้ว ผมคิดว่าไม่เปึนประโยชน์เลย ที่จะมาให้พวกเราตัดสินใจเลือก เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตถอนคําแปรญัตติผม สมควร อย่างยิ่งครับประธานต้องแสดงวิสัยทัศน์ กราบขอบคุณครับ
เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน นครสวรรค์ พรรคพลังประชาชน ในนามกรรมาธิการ จริง ๆ ก็จะไม่อภิปรายนะครับ แต่ว่าเมื่อท่านผู้ที่สงวนได้ถอนนั้น ก็เหลือผมคนเดียว ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรให้ดูเหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาว่า ลักษณะของสภานั้นมีลักษณะ มีความคิดเห็นที่หลากหลาย ขอประทานโทษ ท่านประธานครับ นี่ขนาดท่านประธาน เลือกตั้งเรียบร้อยแล้วยังอยู่ในภาวการณ์ที่หนักหน่วงพอสมควร เพราะการมีทัศนคติ มิได้หมายความว่าท่านประธานมีความเห็นผิดหรือท่านสมาชิกมีความเห็นผิด แต่ว่า ทรรศนะในสภานั้นมันหลากหลาย ดังนั้นการที่ข้อบังคับ ข้อ ๕ ที่ผมเสนอว่าให้ตัดนั้น มันมีเหตุผลมากที่สุด การที่ให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ผมว่าจะทําให้ท่านประธานสภา ไม่ใช่ไม่สง่างามนะครับ ยากที่จะเปึนสภา เปึนตัวแทนของเราที่สง่างามได้ มีเพื่อนสมาชิก บอกว่า ใครที่จะขึ้นมาอภิปรายท่านประธานสภาเอาหลักฐานเท็จมาจะได้รับผลร้ายเอง ประวัติศาสตร์ก็มีแล้วครับว่าไม่จริง คนที่ถูกอภิปรายด้วยหลักฐานเท็จน็อก (Knock) ไปแล้วครับ ขอประทานโทษ ถามนายบรรหาร ศิลปอาชา ก็ได้ เรื่องสัญชาติ อะไรกลับมา ได้ไหมครับ กลับไม่ได้แล้วครับ วันนั้นถ้ามีใครเอาหลักฐานเท็จมาอภิปรายท่านประธานสภา ที่จะขึ้นมาเปึนประธานสภาผู้แทนราษฎรในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน เอาหลักฐานมาโชว์ ไม่ได้ก็ตาย ท่านไพจิต ศรีวรขาน บอกว่าไม่มีปัญหาหรอกครับ เพราะเขียนไว้แล้วว่า โดยไม่มีการอภิปราย ขอประทานโทษครับท่านประธาน ผมจะสอบถาม ได้ไหมครับ สอบถามเปึนการอภิปรายไหมครับ เกิดโต้เถียงอีกเหมือนกัน มีบางคนบอกว่าถ้าสอบถาม แล้วประธานไม่ต้องตอบก็ได้ ก็ข้อสอบถามนั้นมันแทงคุณธรรมของประธานเลยครับ ไม่ตอบก็ไม่ได้อีก ดังนั้นเปึนเหตุผลที่ชัดเจนที่สุดที่ผมเสนอที่จะขอให้ตัดวรรคนี้ไปครับ เมื่อเพื่อนสมาชิกท่านนายแพทย์บอกว่า ท่านขอถอน ผมยังคงไว้อยู่ไม่ถอนนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
เชิญคุณชัยวัฒน์ครับ
ท่านประธานครับ จริง ๆ คําวินิจฉัยของ ท่านประธานก็ถึงที่สุดแล้วครับ ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ผมเองก็ยังมีความคับข้องใจและติดใจ ผมตีความอย่างไรก็ตามมันก็ไม่ไปอย่างนั้นครับ ผมคิดตามด้วยความเคารพท่านประธาน จริง ๆ ครับ เดี๋ยวผมจะยกตรงนี้ก่อนนะครับ เพราะว่าไม่เช่นนั้นข้อที่ผมจะทําต่อไปในการพิจารณา ข้อ ๑๒๙ ที่ร่างใหม่ จากข้อ ๑๑๕ เปึนข้อ ๑๒๙ มันต้องแก้ไขหรือไม่ เพราะมันมีผลที่จะพูด อย่างนี้ครับท่านประธาน ที่ผมพูดสักครู่บอกว่า ท่านสุนัยนี่ถอน ผมจะอภิปรายต่อได้ไหม วันนี้ที่ผมจะอภิปรายได้ท่านประธานวินิจฉัย เพราะว่าท่านสุนัยก็ดี ท่านนายแพทย์ชลน่านก็ดี ได้ขอสงวนคําแปรญัตติและความเห็นไว้ ผมเลยมีสิทธิในฐานะเปึนสมาชิก ถ้าเกิดว่า ไม่ต้องถ้านะครับ นายแพทย์ชลน่านท่านได้ถอนแล้ว ท่านสุนัยเกิดถอนอีกคน ผมจะอภิปราย ต่อได้ไหม ก็เมื่อสักครู่นี้เพื่อนในสภาอภิปรายมาตั้งหลายคน แล้วพอมาถึงตรงนี้เพื่อน ๒ คน ขอถอนหมดเลย แล้วผมอภิปรายต่อได้ไหม นี่คือปัญหา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต อย่างนี้ครับ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ขอนะครับ ไม่ใช่ว่าเรื่องไม่ผ่านนะครับ เพื่อที่ข้อ ๑๒๙ ต่อไปที่ผมจะทํางานต่อว่าจะทํางานแบบไหน อย่างไร ที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้คือในเรื่องของ สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ อันนี้เปึนข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ หรือที่สงวนคําแปรญัตติ หรือที่มีการขอสงวนความเห็นไว้ อยากจะเรียนท่านประธานครับ คําว่า หรือที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือที่มีการสงวนความเห็นไว้ ท่านประธานครับ ผมตรงนี้นะครับ เนื่องจากว่าคนที่ขอสงวนคําแปรญัตติและความเห็นไม่ได้มีเฉพาะ สภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นที่ทําหน้าที่ในสภา นั่นหมายถึงว่า กรรมาธิการที่ไปทําหน้าที่วิสามัญ เขาจะมีจํานวนสมาชิกในคณะกรรมาธิการ ผู้ที่เปึนกรรมาธิการอยู่ตรงนั้น เขาก็จะมี ความเห็นของเขา เพราะฉะนั้น คําว่า หรือ ตรงนี้ก็คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นตรงนี้ นี่คือสิ่งที่มันเปึนไป เพราะฉะนั้นขอเรียนท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามแต่การตีความในตรงนี้ ผมยังตีความ เหมือนเดิม ถ้าไม่อย่างนั้นท่านประธานครับ ข้อ ๑๒๙ ต้องเขียนใหม่นะครับท่านประธานครับ ผมเองไม่อยากให้เขียนใหม่ครับ การเขียนไว้อย่างนี้ดีแล้ว ผมเองเสียอีกบอกว่าดีแล้ว เห็นด้วย พ้องด้วย ถูกต้อง แล้วกรรมาธิการก็เห็นพ้องแล้ว ไปเขียนอย่างนี้ แล้ววันนี้ กรรมาธิการทั้งคณะถ้ามาแก้ใหม่ ผมไม่ยอมเหมือนกัน คุณทํางานอะไร ทํางานแบบไหนกัน กลับไปกลับมาได้อย่างไร ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นไม่ใช่ความเห็นท่านประธานความเห็นเดียว แล้วทําให้เปลี่ยนไปหมดเลย ไม่ได้นะครับ ต้องชี้แจงเพราะอะไร ความเห็นเก่าคืออะไร ความเห็นใหม่คืออะไร ท่านประธานก็ต้องชี้แจง ไม่ใช่สักแต่ทําอย่างนี้ บ้านเมืองไปไม่ได้ครับ วันนี้ เราต้องอาศัยความถูกต้องอย่างเดียว ผมบอกท่านประธานนะครับ ผมในฐานะที่เปึนผู้ที่ วิจัยความขัดแย้งในดุษฎีนิพนธ์ผมได้พูดไว้ครั้งหนึ่งแล้ว สิ่งที่มันขัดแย้งในบ้านเมืองที่สุด ก็คือนี่ครับกติกา กติกาในสังคม ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ กฎหมายทั้งหมด ทุกคนตีความเอาเข้าข้าง ตนเอง ไม่พอใจก็เขียนใหม่ เปลี่ยนใหม่ เอาเหตุผลอะไรมาเขียนใหม่ เปลี่ยนใหม่ วันนี้ กรรมาธิการไปทํามาแล้วท่านประธาน ทํามา ๒ วัน พอมาเข้าสภาอย่างนี้ ปรากฏความเห็น ประธานเปึนอย่างนี้ แล้วเดี๋ยวจะเปลี่ยนอีก เปลี่ยนไหม ผมเชื่อว่าเดี๋ยวเปลี่ยน ผมยกค้าน ผมไม่เห็นด้วย ไม่ได้ ทําอย่างนี้ไม่ได้ ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นการแสดงวิสัยทัศน์ต้องทําแล้ว ผมเห็นกับคุณหมอชลน่านนะครับท่านประธาน ข้อบังคับ ข้อ ๕ ต้องทําแล้ว เพราะอะไร ต้องมาแสดงเลย ต้องมาพูดกันเลยเหมือนพระท่องได้ หรือไม่ แปลได้หรือไม่ บาลีทั้งหมดทุกบท ทุกตอนนี่ต้องทําได้หรือไม่ ต้องท่องให้หมดนะครับ ถ้าไม่ได้ ทําไม่ได้ นั่นหมายความว่า คนที่เปึนประธานสภาตรงนั้นต้องทําได้ ถ้าไม่ได้คือไม่ได้ ไม่เอาอีกต่อไป เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ที่จะต้องแสดงวิสัยทัศน์ ส่วนเพื่อนผมอีกคนหนึ่ง คุณสุนัย จุลพงศธร ไม่เห็นด้วยนั้น ผมไม่ว่าครับเพื่อน เอาอย่างไร ก็ว่ามา แต่ผมเห็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ทีแรกผมไม่เห็นด้วยกรรมาธิการเขียนไว้ แต่ว่า วันนี้เห็นด้วยแล้วครับ คุณหมอทําถูกแล้วครับ ขอบคุณครับ
ท่านนิพนธ์เชิญครับ ท่านนิพนธ์ขออภัย ขอเปึนท่านพิเชษฐครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วย กับข้อสรุปของท่านประธาน แต่ผมไม่เห็นด้วยกับเหตุผลประกอบของท่านประธาน ผมอยู่ ในสภานี้ได้เคยใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ ป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๔๔ และปัจจุบัน ผมเห็นด้วยกับ ข้อสรุป แต่ผมไม่เห็นด้วยในส่วนที่ท่านประธานมีความเห็นว่า ข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ ต่างกับ ป้ ๒๕๓๕ และป้ ๒๕๔๐ จึงขอยกเว้นข้อบังคับ ท่านประธานครับ สมาชิกในสภานี้เรามี ๓ กลุ่มครับ กลุ่มแรก ก็คือสมาชิกที่เปึนกรรมาธิการด้วย กลุ่มที่สอง คือสมาชิกที่ไม่ได้เปึน กรรมาธิการ แต่ได้สงวนความเห็น กลุ่มที่สาม คือสมาชิกที่ไม่ได้เปึนกรรมาธิการ ไม่ได้สงวนความเห็น และไม่ได้สงวนคําแปรญัตติ ข้อพิจารณาของกรรมาธิการออกมา ๒ ลักษณะ บางมาตรา บางข้อบังคับมีการแก้ไข บางข้อบังคับไม่มีการแก้ไข สําหรับสมาชิกที่ได้มี การสงวนความคิดเห็นให้มีการแก้ไข
ท่านพิเชษฐครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ ตอนนี้เราพิจารณาในข้อบังคับ ข้อ ๕ เพราะฉะนั้นในเรื่องที่ท่านกําลังอภิปรายจบแล้วครับ ขอให้อยู่ในประเด็นนะครับ
ท่านประธานครับ ข้อนี้ไม่ได้มีการแก้ไข ผมก็ไม่มีสิทธิอภิปราย ท่านประธานก็ชี้ให้ผมอภิปราย แต่ว่าเมื่อตะกี้ข้อสรุปที่ว่าจบไปแล้ว ท่านประธานวินิจฉัยว่าที่ไปใช้ข้อบังคับป้นี้เปึนข้อยกเว้น มันไม่ใช่ ป้ ๒๕๔๔ ไม่ได้ต่างอะไร กับป้ ๒๕๓๕ และไม่ได้ต่างอะไรกับป้ ๒๕๔๐ เลย เพราะฉะนั้นเหตุผลท่านประธานบางทีผมก็ อยากจะติงไว้นิดหน่อยแค่นั้นเองครับ สมาชิกถ้าหากว่ามีการแก้ไข สมาชิกถึงไม่ได้สงวน คําแปรญัตติเขาไม่มีโอกาสสงวนคําแปรญัตติครับ เขาก็เห็นชอบด้วยร่างเดิม และอีกอย่างหนึ่ง เขาก็มีสิทธิที่จะอภิปราย ไม่ใช่อภิปรายเพราะมีข้อยกเว้น แต่เขาอภิปรายโดยสิทธิตามระเบียบ ตามข้อบังคับอย่างถูกต้องเลยครับ ท่านประธาน ผมติดใจเพียงแค่นี้ละครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณสุขุมพงศ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ท่านประธานได้กรุณาเมื่อสักครู่ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการหารือในข้อ ๑๑๕ ในประเด็นที่ว่า สมาชิกอื่นที่ไม่ได้สงวนความเห็นในกรณีที่ไม่มีการแก้ไขนั้นจะอภิปรายได้หรือไม่ ท่านก็ได้ กรุณาชี้แจงว่าในข้อบังคับก่อนหน้านี้ก็มีในลักษณะเช่นนี้ ก็หมายความว่า มีข้อบังคับ ที่กําหนดให้สมาชิกอื่นสามารถที่จะอภิปรายถึงแม้ว่าตนจะไม่แสดงความเห็นหรือ สงวนความเห็นในการแปรญัตติไว้ได้ เมื่อสักครู่ท่านชี้แจงว่า ในข้อ ๑๑๕ ข้อบังคับปัจจุบันในป้ ๒๕๔๔ ได้ให้อํานาจสมาชิกทุกคน ที่จะมีสิทธิอภิปรายได้เหมือนผู้ขอสงวนความเห็น เว้นแต่ที่ประชุมนี้จะมีความเห็นเปึนอย่างอื่น ท่านประธานที่เคารพครับ ตราบเท่าที่กระผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเหมือนกับ ท่านประธานในป้ ๒๕๔๔ ในวิธีปฏิบัติเราก็ปฏิบัติเช่นนี้เสมอมาว่า ถ้าสมาชิกท่านใดไม่ได้ แปรญัตติ ไม่ได้ขอสงวนความเห็น ไม่ว่าจะเปึนกรรมาธิการก็ไม่สามารถที่จะมี การอภิปรายได้ ซึ่งเราก็พูดกันอย่างกว้างขวางแล้วเมื่อสักครู่ ท่านประธานที่เคารพครับ เรามีประเด็นที่จะต้องอภิปรายในลักษณะเช่นนี้ต่อไปอีกมาก กระผมเห็นว่าเพื่อที่จะให้ การอภิปรายนั้นเปึนไปด้วยความเรียบร้อย สมาชิกท่านใดท่านไม่ประสงค์ที่จะแปรญัตติ กรรมาธิการท่านใด ท่านไม่ประสงค์ที่จะสงวนย่อมไม่มีความชอบธรรมที่จะอภิปรายสิ่งนั้น ประเด็นนั้นได้อีก เพื่อให้เกิดความชัดเจนในวันนี้ซึ่งเราจะต้องอภิปรายกันอีกหลายข้อ กระผมจึง ใคร่ขอเสนอต่อที่ประชุมนี้เปึนญัตติให้มีการดําเนินการประชุมนะครับ โดยให้ที่ประชุมนี้ลงมติว่า การอภิปรายของสมาชิกท่านอื่นที่ไม่ได้สงวนความเห็นนั้นสามารถกระทําไม่ได้นะครับ ขอสรุปว่าขอยื่นญัตติด้วยวาจาที่เกี่ยวข้องกับการประชุมในวันนี้ว่า ในกรณีสมาชิกหรือ กรรมาธิการอื่นที่ไม่ได้สงวนความเห็นไว้จะไม่สามารถอภิปรายได้ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอขอบคุณคุณสุขุมพงศ์นะครับ เรื่องนี้ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงคุณหมอชลน่านว่า การเสนอ ญัตติของคุณสุขุมพงศ์นั้นไม่ถือว่าเปึนญัตติใหม่นะครับ เปึนเรื่องในการพิจารณาดําเนินการ ในญัตติเดิมของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นเมื่อมีผู้เสนอญัตติแล้ว เชิญคุณสาทิตย์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมมี ความเปึนห่วงเรื่องการพิจารณาของสภานะครับ เฉพาะเราถกเถียงกันเรื่องว่าพูดได้ พูดไม่ได้ ๓ ชั่วโมงแล้วครับ และอย่างนี้สภาก็จะเปึนปัญหาในการพิจารณากันต่อไปในอนาคต ผมคิดว่าเรื่องนี้ความจริงแล้วถ้าถอยกลับไปจะมีการหารือข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ เรื่องว่า จะอภิปรายได้หรือไม่อย่างไร โดยใช้ข้อความที่บอกว่าลงมติเปึนอื่น ผมคิดว่าก็น่าจะใช้ ตั้งแต่ต้นก่อนที่จะมีการพิจารณากันก็น่าที่จะเหมาะสมกว่า แต่เมื่อเรื่องราวดําเนินมาถึง ขั้นนี้ครับ ความจริงเมื่อสักครู่นี้ท่านประธานสมศักดิ์ท่านก็วินิจฉัยไปว่าเรื่องนี้ก็ขอให้ ดําเนินการไปเช่นนั้น ก็คือหมายความว่า ท่านวินิจฉัยว่าสามารถที่จะพิจารณากันต่อไปได้ แล้วก็มีการหารือกันในที่ประชุมตอนนั้นว่าจะมีใครที่จะมีความเห็นเปึนอื่นหรือไม่ ก็ปรากฏว่า ไม่มีผู้ที่มีความเห็นเปึนอื่น ก็แปลว่า ดําเนินการไปตามที่ประธานสมศักดิ์มีการหารือกันเอาไว้ ก็มีการอภิปรายกันต่อโดยท่าน ส.ส. ในสภานี้ จู่ ๆ เมื่อไปถึงในระยะหนึ่งก็มีผู้ลุกขึ้นเสนอ ความเห็นขึ้นมาอีกและก็มีการลงมติอีก ประเด็นก็จะเปึนว่า ถ้าเกิดพูดต่อไปอีก และมีคนเสนอญัตติลักษณะอย่างนี้อีกก็จะเปึนปัญหากันอีกนะครับ ผมเรียนเพื่อเปึน แนวทางของการพิจารณาของสภาเท่านั้น ใจผมนี่อยากให้มันจบ ๆ ลงเร็ว ๆ เพราะว่า ข้อบังคับเขาจะได้เดินต่อนะครับ ผมก็เลยดูว่าท่านประธานจะวินิจฉัยอย่างไร ถ้าท่านจะวินิจฉัย บอกว่าที่ยื่นญัตติด้วยวาจามาให้ลงมติไป ก็ถือว่าท่านวินิจฉัยอย่างนั้น แต่ก็จะเปึนปัญหา นะครับ เพราะว่าท่านประธานสมศักดิ์ก็วินิจฉัยก่อนหน้านี้ไว้แล้ว โดยการหารือว่าจะมีคนเห็น เปึนอื่นไหมก็ไม่มีในขณะนั้น ก็จะกลายเปึนการวินิจฉัย ๒ ครั้ง แล้วในครั้งหลังก็จะมี การลงมติกันผมก็ไม่แน่ใจว่าทําอย่างนี้จะถูกต้องหรือไม่ อย่างไรนะครับ แต่ก็เพื่อที่จะให้ การดําเนินการมันราบรื่น ผมจะไม่มีความเห็นที่จะขัดแย้งกับผู้ที่เสนอความเห็น เมื่อสักครู่นี้ ก็อยากจะฟังคําวินิจฉัยของท่านประธานครับ
โดยหลักการแล้วเราจะต้องใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ วรรคสอง ในการลงมติของสภาผู้แทนราษฎร ของเราที่เห็นเปึนอื่น ทีนี้เผอิญเมื่อกี้ท่านประธานสมศักดิ์ท่านได้วินิจฉัยไปแล้ว แล้วก็ขอมติโดยท่านถามว่า มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นหรือเปล่า เพราะท่านบอกว่า ท่านจะขอให้เป่ดอภิปรายโดยทั่วไป ไม่จํากัดว่าจะต้องเปึนผู้สงวนคําแปรญัตติหรือผู้เสนอความเห็นไว้เท่านั้น ซึ่งขณะนั้นก็ไม่มีผู้เห็น เปึนอย่างอื่น เพราะฉะนั้นสภาของเราก็จะต้องดําเนินการไปตามที่ท่านสมศักดิ์ท่านได้ วินิจฉัยไว้แล้ว อันนี้คือสิ่งที่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้มีคุณสุขุมพงศ์ได้เสนอญัตติ ขึ้นมา แล้วมีผู้รับรองเรียบร้อยนะครับ ผมก็จะต้องดําเนินการถามมติที่ประชุมไปตาม ที่มีผู้เสนอญัตติครับ คุณสุขุมพงศ์มีอะไรจะเพิ่มเติมหรือเปล่าครับ คุณบุญยอดมีอะไร ประท้วงไหมครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาต ที่ท่านประธานวินิจฉัยอีกนิดเดียวครับ ข้อ ๑๑๕ นั้นบอกว่า ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจะต้องทําไปเรียงมาตรา คําถาม คือว่า ถ้าท่านจะให้นําข้อ ๑๑๕ มาวินิจฉัยกันตอนนี้มันก็จะไม่เรียงมาตรา เรากําลัง เดินไปที่ข้อ ๕ เท่านั้นเอง ถ้าท่านจะกลับมาที่ข้อนี้ ข้อ ๑๑๕ ท่านสุขุมพงศ์ว่าอย่างนั้น ถูกไหมครับ ผมเข้าใจอย่างนี้นะครับ ถ้าเข้าใจผิดอย่างไรท่านจะอภิปรายอะไรกันต่าง ๆ ก็แล้วแต่ แต่ถ้าท่านกําลังจะขอมติในขณะนี้แล้วไม่เรียงมาตรา นั่นคือญัตติใหม่ใช่หรือไม่ ถ้าญัตติใหม่ ญัตติเก่าตกนะครับ ขอบคุณครับ
ต้องขอชี้แจงคุณบุญยอดอย่างนี้นะครับว่า ที่ข้อบังคับเขียนว่าให้พิจารณาเรียงมาตรา ก็หมายความว่า เปึนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหรือข้อบังคับที่นําเสนอเข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เปึนรายมาตรา แต่เรื่องที่เรากําลังจะพิจารณาหรือข้อถกเถียง ของสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้คือเรื่องที่เกี่ยวกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๑๕ เพราะฉะนั้นไม่ถือว่าเปึนเรื่องใหม่หรือเปึนญัตติใหม่ที่เสนอขึ้นมานะครับ เปึนแต่เพียงวิธีการดําเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ คุณวิทยาครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมใคร่ขอความกรุณาผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกฝ์ายรัฐบาลด้วยนะครับที่เสนอญัตติขึ้นมา เมื่อสักครู่ เพราะไม่อยากให้สภาเรามี ๒ มาตรฐานในเวลาไม่เกินชั่วโมงเดียวครับ เพราะเมื่อสักครู่ท่านประธานสมศักดิ์ได้วินิจฉัยไว้เปึนแนวทางว่า การเสนอเช่นนี้จะทําให้ ญัตติเรื่องข้อบังคับที่เราพิจารณานี้ตกไป ทีนี้พอท่านสมศักดิ์ลงไป ท่านประธานขึ้นมาใหม่ ท่านจะวางมาตรฐานขึ้นมาใหม่ว่าญัตติที่เสนออย่างนี้ได้อีก ผมว่ามันก็จะดูไม่ดี ใคร่ขอ ความกรุณาเพื่อนสมาชิกฝ์ายรัฐบาลได้ถอนกลับดีกว่าครับ แล้วพวกผมก็ให้ความร่วมมือ เพราะอย่างไรข้อบังคับเราก็อยากให้มันลุล่วงไปด้วยดีครับ แล้วผมคิดว่าคงไม่มีใคร อภิปรายมากครับ คงว่ากันพอสมควรแค่นั้นเองครับ
ท่านสุขุมพงศ์นะครับ เพื่อรักษามาตรฐานของสภาผู้แทนราษฎรของเรา ผมจะขอความกรุณา เพราะว่าท่านประธานสมศักดิ์ท่านได้วินิจฉัยไปเรียบร้อยแล้ว โดยปกติแล้วการวินิจฉัย ของประธานที่ประชุมถือว่าเปึนเด็ดขาดนะครับ ขอความกรุณาคุณสุขุมพงศ์ได้ถอนญัตติ ได้ไหมครับ เชิญคุณสุขุมพงศ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา เมื่อสักครู่ที่ท่านประธานได้หารือว่า ท่านจะต้องการถามที่ประชุมนี้ ซึ่งจะมีความเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่ ระหว่างนั้นก็มีผู้อภิปรายขึ้นมาอีกประมาณ ๒-๓ ท่าน ผมเองขณะนั้นนั่งอยู่ข้างหน้ายกมือมาตลอดท่านก็ไม่ชี้มาที่ผม ผมก็เลยมานั่งข้างหลังนี้ ท่านอาจจะมองเห็นผมระยะไกลบ้าง ท่านก็ยังมองไม่เห็นผม เพราะฉะนั้นท่านไม่ได้ตัดสิน หรือชี้ปัญหาประเด็นใดในขณะนั้น เพียงแต่ท่านบอกว่าที่ท่านหารือท่านขอถอน แต่สิทธิของผม ที่จะยื่นญัตติยังคงมีอยู่ทุกขณะ ระหว่างที่ผมเสนอญัตติผมก็มีสิทธิที่จะให้ข้อ ๑๑๕ นี้ เปึนไปอย่างอื่นที่ไม่เปึนไปตามข้อบังคับที่ท่านได้วินิจฉัย ซึ่งในข้อ ๑๑๕ ผมต้องการให้ ท่านสมาชิก ท่านกรรมาธิการที่ไม่ได้สงวน ที่ไม่ได้แปรญัตติไม่สามารถที่จะอภิปรายได้ เฉพาะการพิจารณาข้อบังคับในคราวนี้ ผมจึงเสนอเปึนญัตติดังกล่าว มีผู้รับรองถูกต้อง เพราะฉะนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับคําวินิจฉัยของท่าน ท่านมีเอกสิทธิ์ที่จะถอนคําหารือของท่านได้ ผมก็มีเอกสิทธิ์ที่จะเสนอญัตติของผม ผมยืนยันที่จะให้ญัตติดังกล่าวมีการลงมติครับ ท่านประธาน
คุณเอกพจน์ ปานแย้ม ครับ ขออีกท่านเดียวครับ แล้วพวกเราเสียเวลาเรื่องนี้มาเปึนเวลานาน พอสมควรนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เอกพจน์ ปานแย้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี พรรคชาติไทย ผมใคร่ขออนุญาต ท่านประธานสภาที่อยากจะเรียนว่า จริง ๆ แล้วตามที่ท่านสมาชิก ท่านสุขุมพงศ์ โง่นคํา ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ได้ยื่นญัตติด้วยปากเปล่าเพื่อที่จะให้มีการพิจารณาในข้อ ๑๑๕ ผมคิดว่าก็เปึนการชอบที่จะดําเนินการได้ ซึ่งในนี้ก็ได้เขียนไว้ว่า ให้เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติ เปึนอย่างอื่น ซึ่งตัวนี้ก็คงจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตรา ก็สามารถดําเนินการได้อยู่แล้ว และโดยความเห็นส่วนตัวที่ผมได้ลุกขึ้นเพื่ออภิปรายในส่วนนี้ ก็อยากจะแสดงความคิดเห็นว่า ผมคิดว่าเราได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการไปพิจารณาในข้อบังคับ หรือจะเปึนกฎหมายใด ๆ ก็ตาม เราได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการไปพิจารณาแล้ว ก็ได้มี การพูดคุยกันใช้เวลาซึ่งก็นับเดือนในการที่จะพิจารณากัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเมื่อกลับเข้ามา สู่สภาอีกครั้งหนึ่ง ถ้าจะให้เฉพาะสมาชิกผู้ที่ได้สงวนคําแปรญัตติที่ได้อภิปรายเฉพาะ ในส่วนที่มีการแก้ไขได้ ผมคิดว่าเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอ เพราะไม่เช่นนั้นมันก็จะไม่ต่างอะไร กับที่เราจะตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา ก็จะทําให้การพิจารณายืดเยื้อยาวนานมากเกินไป และผมเชื่อว่าประเด็นในการอภิปรายก็คงจะไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าปล่อยให้เปึนหน้าที่ของสมาชิกที่ได้สงวนคําแปรญัตติ แล้วก็สมาชิกที่สามารถอภิปรายได้ ในสิทธิตามที่มีการแก้ไขข้อบังคับนั้น ผมคิดว่าเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอ ผมเห็นว่าน่าจะ พิจารณาให้มีการลงมติเพื่อที่จะได้ดําเนินการให้เปึนไปตามที่ท่านสมาชิกได้ยื่นญัตติไว้ครับ ขอบพระคุณครับ
จะอนุญาตให้เฉพาะผู้ประท้วงเท่านั้นนะครับ ท่านวิทยาประท้วงนะครับ
ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ซึ่งเพื่อนสมาชิกพูดถึงและอาจจะทําให้เกิดความเสียหายได้ครับ คือเมื่อสักครู่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานสภาว่า ผมไม่อยากให้สภาเรามี ๒ มาตรฐานในเวลาสั้น ๆ ที่ผมพูดถึงไม่ได้พูดถึง กรณีที่ท่านประธานสมศักดิ์วินิจฉัยเรื่องข้อ ๑๑๕ ผมกําลังพูดถึงกรณีที่มีเพื่อนสมาชิกบางคน เสนอญัตติเพื่อให้ยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ท่อนท้าย แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกฝ์ายรัฐบาลเอง ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณหมอชลน่านขึ้นมาติงประธานสมศักดิ์ว่า การเสนอญัตติซ้อนเข้ามา อย่างนั้นเท่ากับเปึนการเสนอญัตติซ้อนเรื่องที่พิจารณาก็จะตกไป ท่านประธานสมศักดิ์ ก็วินิจฉัยว่า ถ้ายืนยันอย่างนั้นเรื่องที่พิจารณาตกไปตามที่ท่านชลน่านหารือท่านก็เลยจบ เรื่องนั้นไป คราวนี้พอท่านประธานสมศักดิ์ลงไป ท่านสุขุมพงศ์ โง่นคํา ก็ขึ้นมาเสนอ อย่างเดียวกันอีกก็คือ ใช้วรรคท้ายของข้อ ๑๑๕ จะไม่ให้เดินตามแนวทางข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ก็จะเท่ากับเปึนการเสนอญัตติขึ้นมาใหม่ซ้อนเรื่องที่กําลังพิจารณาอยู่จะทําให้เรื่องข้อบังคับ ที่พิจารณาตกไปทันทีครับ เมื่อสักครู่เขาวินิจฉัยไว้อย่างนั้นครับ ถ้าท่านจะเปลี่ยนคําวินิจฉัยอีก ผมก็ไม่ว่าครับ จะได้รู้ว่าสภานี้พอประธานคนหนึ่งลงอีกคนหนึ่งขึ้นมา ท่านสุขุมพงศ์ไม่ได้ อยู่ในที่ประชุมวันนี้เข้ามาก็เปลี่ยนมติกันอีกจะเดิน ๒ แนวทางในคราวเดียวกัน ผมเห็นว่า ไม่เหมาะสมกันอีก แล้วก็เสี่ยงต่อการที่เรื่องข้อบังคับนี้จะตกไปเลยตามข้อบังคับข้อที่ ผมจําได้ท่านชลน่านอ้างข้อ ๔๘ และข้อ ๔๗ (๗) ฟังท่านชลน่านชี้แจงดูอีกทีก็ได้ครับ เพราะท่านเปึนคนโต้แย้งไว้เองครับ
เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตใช้สิทธิประท้วงก็แล้วกันครับ เพราะว่าในสิ่งที่ผมได้ประท้วงท่านประธานสมศักดิ์ไว้ เพราะเกรงว่าจะทําผิดข้อบังคับ ที่เราใช้อยู่คือข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ ในข้อ ๔๗ ข้อ ๔๗ ว่าด้วยเรื่อง เมื่อที่ประชุมกําลัง พิจารณาญัตติใดอยู่ห้ามเสนอญัตติอื่นขึ้นมาพิจารณา เว้นแต่ญัตติดังต่อไปนี้ (๑)-(๗) เสนอได้เปึนวาจา (๗) ขอให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหารือหรือพิจารณา เพราะฉะนั้นถ้า ท่านสุขุมพงศ์ก็ดี ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน หรือสมาชิกท่านใดก็ดียกเรื่องอื่นขึ้นมาเพื่อพิจารณา ตามวรรคท้ายของข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ก็จะตีเข้าตาม (๗) ทันที เปึนเรื่องอื่นขึ้นมาเพื่อพิจารณา ในข้อ ๔๙ ท่านประธานครับ ข้อ ๔๙ เขียนไว้ว่า ญัตติตามข้อ ๔๗ (๗) ห้ามเสนอในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ผมเองอนุโลมโดยความหมายของการพิจารณาข้อบังคับการประชุมสภาเสมือนเปึน ร่างพระราชบัญญัติ เพราะมีวิธีการพิจารณาคล้ายกัน ผมก็ท้วงท่านประธานสมศักดิ์ ประกอบกับข้อ ๕๐ ท่านประธานครับ ในกรณีที่ประชุมลงมติให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษา หรือพิจารณาให้ญัตติเดิมเปึนอันตกไป เราพิจารณาญัตติระเบียบข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ ๒ อยู่ ผมก็เลยท้วงท่านประธานสมศักดิ์ ท่านประธานสมศักดิ์ วินิจฉัยว่า เปึนไปตามข้อ ๔๙ (๗) ที่ผมได้ทักท้วงเอาไว้ นั่นคือคําวินิจฉัยของท่านประธาน สมศักดิ์ ซึ่งต้องขออภัยครับ ท่านวิทยาได้ยกขึ้นมา ผมกราบขอบพระคุณ ท่านสุขุมพงศ์เปึนผู้ เสนอญัตติด้วยนะครับ ผมเองก็นําเรียนแล้ว ท่านประธานบอกว่าไม่ใช่ญัตติใหม่ คําว่า ญัตติใหม่ ของท่านประธานหมายความว่าอย่างไรครับ ตีเข้าข้อไหนครับ ในข้อ ๔๗ ท่านประธานช่วยพิจารณา ช่วยวินิจฉัยด้วยไม่อย่างนั้นมันจะเปึนบรรทัดฐาน ๒ บรรทัดฐาน จริง ๆ ในคําวินิจฉัยของท่านประธาน ๒ ประธาน ๒. คําวินิจฉัยตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ข้อ ๔๙ ข้อ ๕๐ ถ้าสมมุติพิจารณาตามท่านผมคิดว่าข้อบังคับที่เรากําลังจะพิจารณาอยู่ในนี้ ฉบับใหม่นะครับ ร่างข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ข้อ ๔๘ ข้อ ๔๙ ข้อ ๕๐ เขียนคล้ายกัน แต่เขียน ข้ออื่นเท่านั้นเอง กราบขอบคุณท่านประธาน ฝากวินิจฉัยครับ
ผมไม่ทราบว่าท่านประธานสมศักดิ์ได้วินิจฉัยว่าอย่างไรนะครับ แต่อย่างไรก็ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๗) นั้นเขียนไว้ แล้วก็ข้อ ๕๐ ห้ามการเสนอญัตติใหม่เข้ามานั้นเห็นด้วยครับ แต่ในเรื่องนี้ที่คุณสุขุมพงศ์ได้เสนอขึ้นมาเรากําลังพิจารณาถึงข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรฉบับใหม่ ที่คุณสุขุมพงศ์เสนอเข้ามาเปึนเรื่องกรรมวิธีในการดําเนินการ คือหมายความว่า เปึนการอภิปรายในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ฉบับใหม่เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นไม่ถือว่าเปึนเรื่องญัตติใหม่ที่ซ้อนเข้ามา เพราะฉะนั้น เมื่อที่ประชุม สมมุตินะครับ รับญัตติที่คุณสุขุมพงศ์เสนอขึ้นมา ญัตติเดิมที่เรากําลังพิจารณา ก็ยังดําเนินการต่อไปได้ครับ อันนี้ข้อวินิจฉัยของผมนะครับ ซึ่งผมคิดว่าท่านประธานสมศักดิ์ ไม่ได้วินิจฉัยไว้ในตอนที่คุณหมอชลน่านได้เสนอขึ้นมา ผมว่าเราเสียเวลาพอสมควรแล้ว ขออนุญาตครับ
(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงใช่ไหมครับ คุณธนาครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมเกรงว่าสภาแห่งนี้กําลังจะปฏิบัติการให้ผิดต่อ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้วก็ผิดต่อกฎหมาย ความจริงสภาแห่งนี้เปึนสภาอันทรงเกียรติ ซึ่งมีหน้าที่ในการตรากฎหมาย ออกกฎหมายเพื่อใช้บังคับกับประชาชน แต่ในการดําเนินการ ที่กําลังดําเนินการอยู่ขณะนี้ผมเกรงว่าจะเปึนการดําเนินการที่ผิดต่อกฎหมาย ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ คําวินิจฉัยของท่านประธานได้ชี้ชัดว่า สมาชิกมีสิทธิที่จะอภิปราย ในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือมีการสงวนคําแปรญัตติ หรือมีการสงวนความเห็นไว้ ซึ่งท่านประธานได้วินิจฉัยชัดเจนแล้วผูกพันต่อสภาแห่งนี้ แล้วท่านประธานยืนยันว่าเปึนที่สุด แต่เมื่อท่านประธานวินิจฉัยเสร็จแล้วท่านสมาชิกกําลังใช้สิทธิในการเสนอญัตติเพื่อขอให้ ที่ประชุมลงมติ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือ ถ้าท่านสมาชิกเสนอให้ลงมติโดยให้ สมาชิกทั้งสภามีสิทธิที่จะอภิปรายทุกเรื่องผมจะไม่ว่าท่านประธานเลย การที่จะออกระเบียบอะไร ก็ตามไปจํากัดสิทธินั้นทําไม่ได้ เพราะในขณะที่ร่างข้อบังคับฉบับนี้เข้าสมาชิกทั้งสภา หลายคนที่เขาคิดว่าจะใช้สิทธิแล้วเขาใช้ความเห็นเดียวกับท่านประธาน เขากําลังรอใช้สิทธิ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แต่ท่านประธานกําลังใช้มติของ ที่ประชุมเสียงข้างมากเปลี่ยนแปลงการดําเนินการ และเปึนการจํากัดสิทธิ ของท่านสมาชิกที่เขามีอยู่แล้วที่จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการทําหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมเห็นว่าเปึนญัตติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้น ท่านประธานต้องยืนยันนะครับว่า ในกรณีที่มีการเสนอญัตติแล้วไม่ชอบด้วยกฎหมาย ท่านประธานต้องชี้แจงครับ เพราะคําวินิจฉัยท่านประธานนั้นใช้ยันกับสภาแห่งนี้ได้ ส่วนจะผิด จะถูกว่ากันทีหลัง แต่ในระหว่างการประชุมสภาท่านประธานมีสิทธิ ที่จะวินิจฉัย เมื่อท่านประธานเห็นว่าการเสนอญัตตินั้นจะไม่ถูกต้องด้วยข้อบังคับ และกฎหมาย ท่านประธานต้องยับยั้งครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้น สภาแห่งนี้จะไม่ สามารถเดินหน้าได้เลยครับ ขอบคุณครับ
ผมขอวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ปกติแล้วคําวินิจฉัยของประธานถือเปึนเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม มติของที่ประชุมสภานั้นถือว่าเปึนเสียงที่มีความสําคัญมากกว่าการวินิจฉัยของประธานสภา ผมเองได้ขอร้องคุณสุขุมพงศ์เมื่อท่านเสนอญัตติขึ้นมา จริง ๆ แล้วผมเห็นด้วยกับคําวินิจฉัยของ ท่านสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เพราะว่าข้อบังคับเขียนไว้อย่างนี้ก็ต้องตีความเปึนอย่างนี้ เปึนอย่างอื่นไม่ได้ครับ แต่เมื่อคุณสุขุมพงศ์เสนอญัตติขึ้นมาผมก็ไม่สามารถปฏิบัติ เปึนอย่างอื่นได้ ก็จะต้องขอมติที่ประชุม ก็ต้องขอให้พวกเราได้พิจารณากันด้วยเหตุด้วยผล ในการลงมติครับ ผมขอลงมติครับ
ท่านประธานคะ
ท่านอาจารย์ผุสดีมีอะไรหรือเปล่าครับ เพราะว่าตอนนี้ผมเสนอให้ลงมติไปแล้วครับ
ขออนุญาต กําลังจะบอกว่าอย่างนี้ได้ไหมคะ
คือผมอนุญาตอาจารย์ปัูบ ก็ทําผิดข้อบังคับเช่นเดียวกันครับ เดี๋ยวขออนุญาตหลังจาก ลงมติแล้วขอให้อาจารย์พูดได้ไหมครับ
ทั้งหมดนี้นะคะ ท่านประธานจะได้ชัดเจนขึ้น เพราะตะกี้นี้ดิฉันนั่งฟังอยู่เพื่อจะเปึนประโยชน์ของสมาชิกทุกท่าน ท่านสุขุมพงศ์ได้เอ่ยถึง เรื่องของการที่จะให้ได้มีการอภิปรายเฉพาะผู้ที่มีการสงวนความเห็นหรือผู้ที่สงวนคําแปรญัตติ โดยไม่ได้กล่าวถึงสมาชิกซึ่งน่าจะต้องมีสิทธิในการอภิปรายในส่วนที่มีการแก้ไขโดยกรรมาธิการ ดิฉันก็เลยอยากจะขออนุญาตว่า ท่านสุขุมพงศ์หมายความว่าอย่างนั้นหรือเปล่าหรืออย่างไร เพื่อที่จะทําให้มติที่จะลงนั้นมันจะได้สมบูรณ์ค่ะ ไม่เช่นนั้นแล้วเดี๋ยวก็อาจจะโกลาหล ต่อไป เท่านี้ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
เดี๋ยวผมจะทวนญัตติของคุณสุขุมพงศ์นะครับ คุณสุขุมพงศ์เสนออย่างนี้ครับว่า ในมาตรา หรือในข้อใด ๆ ที่มีการแก้ไขโดยคณะกรรมาธิการ สมาชิกทุกท่านสามารถอภิปรายได้ สําหรับข้อบังคับข้อใดที่กรรมาธิการได้สงวนความคิดเห็นไว้หรือมีผู้ขอแปรญัตติให้อภิปรายได้ เฉพาะผู้ขอแปรญัตติและผู้สงวนความคิดเห็นใช่ไหมครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับญัตติของ คุณสุขุมพงศ์ให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับญัตติของคุณสุขุมพงศ์ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วยครับ ขอเชิญลงมติได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านใดมีปัญหาเรื่องการลงมติ กรุณายกมือด้วยนะครับ มีท่านผู้ใดยังลงมติไม่เรียบร้อย ไหมครับ ป่ดการลงมติครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการรวมคะแนนครับ ผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๓๑๙ ท่าน
ท่านประธานครับ เครื่องผมเสียครับ
ไม่เปึนไรครับ เพราะป่ดการลงมติไปแล้ว ต้องขออภัยนะครับ เมื่อกี้ไม่เห็นครับ
ผมได้ยกมือตั้งแต่ก่อนที่ท่านประธาน
ครับ ก็ใช้บวกก็แล้วกันนะครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๒๐ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๒๒๑ บวก ๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑ ท่าน งดออกเสียง ๘๗ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วย ตามญัตติที่คุณสุขุมพงศ์เสนอขึ้นมานะครับ
คือสําหรับข้อบังคับใดที่มีการแก้ไขโดยคณะกรรมาธิการ สมาชิกทุกท่าน สามารถอภิปรายได้ ข้อบังคับใดมีผู้แปรญัตติหรือกรรมาธิการสงวนความเห็นไว้ก็จะอนุญาตให้ อภิปรายได้เฉพาะผู้สงวนคําแปรญัตติและสงวนความเห็นเท่านั้น เชิญคุณวิทยาครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าปรากฏการณ์ครั้งนี้เปึนปรากฏการณ์ครั้งแรกที่สภาเรากล้าปฏิบัติการที่จะแหก กฎของสภาเอง แล้วก็ท่ามกลางการติติงของเพื่อนสมาชิกแล้วด้วย ผมและเพื่อนสมาชิก ฝ์ายรัฐบาลบางท่านก็ได้ติงท่านประธาน แล้วได้ติงคณะกรรมาธิการทั้งหมดแล้วครับว่า การเสนอหยิบยกเรื่องอื่นเสนอขึ้นเปึนญัตติขึ้นมาใหม่จะทําให้เรื่องที่พิจารณาอยู่นั้น ตกไปทันที ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ให้ประธานเชิญ คณะกรรมาธิการที่รายงานข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดลงจากแท่นนั่ง ทั้งหมดครับ เพราะญัตตินั้นได้ตกไปเรียบร้อยแล้ว เราไม่อาจพิจารณาได้แล้วครับ เปึนไปตาม คําวินิจฉัยของท่านรองประธานซึ่งลงไปท่านแรก แล้วท่านเลขาธิการต้องยืนยันครับว่า เรื่องนี้มีการตกลงกันไว้เปึนอย่างนั้นแล้ว มีมติเปึนอย่างนั้นแล้ว เปึนอย่างอื่นไม่ได้ครับ รายงานนี้ ตกไป ไปทํากันใหม่ครับ
ผมขออนุญาตวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ผมวินิจฉัยว่า ญัตติที่คุณสุขุมพงศ์เสนอขึ้นมานั้นไม่ได้เปึน ญัตติใหม่ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ และข้อ ๕๐ ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะว่าขณะนี้เรากําลังพิจารณา เรื่องอะไรครับ เรากําลังพิจารณาเรื่องข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรฉบับใหม่ แล้วญัตติที่คุณสุขุมพงศ์เสนอขึ้นมาเกี่ยวข้องกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่ เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยว่าเปึนเรื่องเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นญัตติเดิมไม่ตกครับ แล้วการ วินิจฉัยครั้งนี้ถือว่าเปึนที่สิ้นสุดครับ
(นายวิทยา แก้วภราดัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณวิทยาประท้วงหรือเปล่าครับ
ขออนุญาตครับท่านประธาน ผมด้วยความเคารพ ผมประท้วงท่านจริง ๆ ครับ แล้วก็คิดว่าเรากําลังพิจารณารายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... แล้วเรื่องที่เราลงมติไปเมื่อกี้เปึนการลงมติเพื่องดเว้นบางประการในร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องที่หยิบยกขึ้นมาเมื่อสักครู่ เปึนการเสนอญัตติขึ้นมาใหม่ หนีไม่พ้นครับท่าน
เชิญท่านนั่งลงก่อนครับ เชิญคุณวิทยาครับ ผมจะบอกเหตุผลนะครับว่าทําไมผมถึง วินิจฉัยอย่างนั้น เชิญนั่งลงก่อนครับ
ขออนุญาตท่านฟังผมให้จบก่อน
เพราะว่าท่านวิทยาได้พูดมาหลายครั้งแล้วครับ ขอเชิญนั่งลงครับ ทําไมผมถึงวินิจฉัยว่าไม่ได้ เปึนเรื่องใหม่ครับ เพราะว่าข้อบังคับที่เรากําลังใช้การประชุมครั้งนี้ก็คือข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ ในข้อ ๑๑๕ ผมได้เรียนไปว่า ผมเห็นด้วยกับคําวินิจฉัยเดิมของท่านสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ว่า ถ้าข้อความเขียนว่าอย่างนี้ ใช้คําว่า สมาชิก นั่นก็หมายความว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน จะต้องมีสิทธิในการอภิปราย ไม่ว่าจะเปึนข้อบังคับที่มีการแก้ไขหรือไม่ หรืออภิปรายในส่วนที่มี การเสนอคําแปรญัตติและขอสงวนความคิดเห็นไว้มีสิทธิที่จะอภิปรายได้ แต่อย่างไรก็ตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ได้ระบุไว้ชัดเจนเช่นเดียวกันครับ หรือที่ประชุมจะมีมติเปึนอย่างอื่น และครั้งนี้คุณสุขุมพงศ์ได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเปึนอย่างอื่น ไม่ได้เปึนการเสนอว่า ของดเว้นการใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจริง ๆ โดยหลักการแล้วประธานสภา สามารถนําขึ้นหารือพวกเราในที่ประชุมแห่งนี้ แต่เผอิญท่านสมศักดิ์ไม่ได้นําขึ้นมาหารือ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถือว่าจบแล้วครับ คุณสุขุมพงศ์ก็ไม่ต้องแล้วครับ ขอดําเนินการต่อครับ
(นายวิทยา แก้วภราดัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณวิทยาประท้วงใช่ไหมครับ
ผมคิดว่าผมจําเปึนต้องประท้วง ท่านประธาน เพราะท่านคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริงครับ ผมนั่งฟังการประชุมมาตลอด ตั้งแต่เริ่มต้น คนที่เปึนพยานให้ผมได้ชัดที่สุดคือท่านเลขาธิการ ข้อวินิจฉัยของประธานนะครับ ประธานหารือที่ประชุมเพื่อจะหยิบยกวรรคท้ายขึ้นมาใช้ แล้วประธานก็ถอนกลับไป ก่อนประธาน จะดําเนินการเรื่องนั้นมีการหยิบยกที่จะใช้อันนี้มาก่อนแล้ว แล้วก็เพื่อนสมาชิกติงแล้วครับว่าเปึนการเสนอญัตติขึ้นมาใหม่ ประธานสมศักดิ์ก็เห็นด้วยว่า เปึนการเสนอญัตติขึ้นมาใหม่ ถ้าใครยืนยันอย่างนั้นก็จะทําให้ญัตตินี้ตกไป
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ขอเชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคพลังประชาชน ประท้วงท่านที่กําลัง ประท้วงท่านประธานอยู่ครับ เพราะว่าเราได้ลงมติไปแล้วตามข้อ ๑๑๕ ท่านประธาน วินิจฉัยถูกแล้วครับ เพราะเขียนไว้ชัดเจนว่า เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่นครับ อ่านให้ชัดเจนนะครับ ขอบคุณครับ
คุณวิทยาต่อครับ
ผมเข้าใจครับเพื่อนสมาชิก บางท่านก็นั่งฟังบ้างไม่นั่งฟังบ้าง แล้วก็มีสมาชิกส่วนหนึ่งที่นั่งฟัง แล้วผมคิดว่าสมาชิก ที่นั่งฟังมาโดยตลอดก็จะติดใจเหมือนผม คือท่านประธานจะใช้อํานาจประธานเดินหน้า ก็ไม่ว่าครับ แต่ทั้งหมดมันจะปรากฏอยู่ในรายงานการประชุม และข้อบังคับฉบับนี้ครับ ถ้ารายงานของคณะกรรมาธิการรายงานต่อสภาเสร็จทั้ง ๆ ที่มันตกไปโดยอัตโนมัติแล้ว ท่านจะเดินหน้าต่อไปก็ได้ครับ แต่ทุกอย่างยังปรากฏอยู่ครับ
ผมวินิจฉัยว่าเดินหน้าต่อได้ครับ ขอเชิญประชุมต่อครับ เมื่อกี้อภิปรายถึงข้อ ๕ นะครับ แล้วผู้สงวนคําแปรญัตติได้อภิปรายไปเสร็จเรียบร้อย ผมก็จะถามมติต่อที่ประชุมแห่งนี้ เนื่องจากนายแพทย์ชลน่านถอนคําแปรญัตติออกไปแล้วก็จะเหลือคําแปรญัตติของคุณสุนัย จุลพงศธร ผมจะถามมติที่ประชุมนะครับว่า ท่านกรรมาธิการมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ ไม่มีแล้วนะครับ ที่ประชุมแห่งนี้เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการให้กดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยกับ ผู้เสนอคําแปรญัตติให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ถามอีกครั้งนะครับ ท่านสมาชิกเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการให้กดปุ์ม เห็นด้วย แต่ถ้า ท่านใดเห็นด้วยกับคําแปรญัตติของคุณสุนัย จุลพงศธร ให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วยครับ ขอเชิญลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านใดยังไม่ลงมติกรุณายกมือด้วยนะครับ ท่านมณฑลนะครับ มีท่านใดยังไม่ลงมติไหม ป่ดการลงมติ ท่านเลขาธิการรวมคะแนนด้วยนะครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด ๓๒๒ ท่าน เห็นด้วย ๑๔๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๗๔ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน เพราะฉะนั้นหมายความว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับคําแปรญัตติของคุณสุนัย จุลพงศธร นะครับ
ต่อไปข้อ ๖ เชิญท่านเลขาธิการครับ
ข้อ ๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๗ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘ ข้อ ๙ และข้อ ๑๐ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๓ การประชุม ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๑ วิธีการประชุม ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๑ ไม่มีการแก้ไข
ท่านประธานครับ
คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้ข้อ ๑๑ เปึนไปด้วยความสมบูรณ์ เนื่องจากว่าในข้อนี้ผมได้ขอแปรญัตติไว้ แล้วก็ได้รับคําชี้แจงจากคณะกรรมาธิการจนเปึนที่พอใจ แต่เนื่องจากว่าในรายงานของ คณะกรรมาธิการไม่ได้มีรายละเอียดที่ครบถ้วนอาจจะทําให้เพื่อนสมาชิกเข้าใจคลาดเคลื่อน แล้วก็จะทําให้ข้อบังคับข้อนี้อาจจะไม่สมบูรณ์ก็ได้นะครับ คือเนื่องจากว่าผมได้ขอแปรญัตติ โดยให้ตัดประโยคท้ายของวรรคสองคือ เว้นแต่มีเหตุขัดข้องให้แจ้งที่ประชุมทราบนะครับ ในกรณีที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยเป่ดเผยประธานสภาจะต้องจัดให้มีการถ่ายทอด การประชุมทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ที่ประชาชนทั่วไปสามารถรับได้ อย่างทั่วถึงนะครับ แต่ทีนี้เหตุผลที่ผมเสนอต่อคณะกรรมาธิการก็คือว่าไม่ต้องการให้ ประธานใช้ดุลยพินิจโดยพร่ําเพรื่อ เพื่อจะบอกว่ามีเหตุขัดข้องแล้วไม่สามารถถ่ายทอด การประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ ในการชี้แจงกับคณะกรรมาธิการแล้วคณะกรรมาธิการ ก็ให้เหตุผลว่าในบางกรณีสภาไม่อาจจะถ่ายทอดได้ แล้วประธานอาจจะมีเหตุผลที่จะต้องแจ้ง กับสมาชิก ซึ่งผมคิดว่าไม่ว่าจะมีเหตุผลใด ๆ จะต้องมีการถ่ายทอดสด ดังนั้นในที่ประชุม คณะกรรมาธิการ ผมจึงเสนอว่ามีกรณีเดียวเท่านั้นที่ไม่สามารถจะถ่ายทอดการประชุมได้ ก็คือ กรณีที่วิทยุโทรทัศน์จะต้องถ่ายทอดงานพระราชพิธีหรือกิจกรรมของพระราชวงศ์ เท่านั้น และอยากให้ บันทึกเรื่องนี้ไว้เปึนเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการด้วย ผมจึงเรียน กับที่ประชุมใหญ่ให้ได้รับทราบและเพื่อให้เข้าใจว่า กรณีที่มีเหตุขัดข้องที่ต้องแจ้ง ให้ที่ประชุมทราบนั้นจะมีเพียงกรณีเดียวเท่านั้นคือ กรณีที่ต้องถ่ายทอดกิจกรรมของ พระราชวงศ์หรืองานพระราชพิธี เท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับ
(รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เปึนอันว่าคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงแล้ว: คนที่สอง) กรรมาธิการมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ ไม่มีนะครับ ผู้สงวนคําแปรญัตติคือท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ พอใจนะครับ
ต่อไปเปึน ข้อ ๑๒ เชิญเลขาธิการครับ
ข้อ ๑๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๓ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๕ มีการแก้ไข
มีท่านผู้ใดต้องการอภิปรายไหมครับ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ในข้อบังคับ ข้อ ๑๖ กระผมได้แปรญัตติ เอาไว้
อันนี้ยังแค่ข้อ ๑๕ นะครับ คุณหมอแปรญัตติไว้
ขออภัยครับ
ร้อยโท ดอกเตอร์กุเทพ ใสกระจ่าง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ในข้อ ๑๕ ท่านประธานครับ มีข้อความที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นมา ซึ่งผมก็กราบเรียนด้วยความเคารพว่า ในเรื่องการส่งเอกสารให้สมาชิกตั้งแต่ข้อ ๑๓ มาจนถึงข้อ ๑๕ เราก็ได้กําหนดว่า ในการส่งจะต้องส่งเปึนหนังสือ ทีนี้หนังสือเวลาเราส่ง คําว่า หนังสือ คงเข้าใจว่าทางไปรษณีย์ ข้อ ๑๕ ในข้อบังคับเดิมก็บอกว่า นอกจากการส่งตามข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ก็อาจดําเนินการทาง โทรสารซึ่งก็คือแฟกซ์ (Fax) สื่ออิเล็กทรอนิกส์ตรงนั้นก็น่าจะเปึนอีเมล (E-mail) เปึนต้น หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ซึ่งก็คงจะหมายถึงสื่ออื่น ๆ ที่อาจจะมีขึ้น ซึ่งก็แสดงวิสัยทัศน์ของกรรมาธิการ แต่ไปเพิ่ม เพิ่มเติม ตรงนี้ละครับท่านประธานคือ ถ้าส่งเอกสารนี่ถ้ามามองถึงวิธีการส่งมันก็ต้องส่งไปทุกอย่างอยู่แล้ว แต่ในข้อ ๑๔ นั่นหมายถึงว่าเปึนเนื้อเอกสาร ถ้าส่งไปครั้งแรกยังมีสิ่งใหม่ที่จะต้องเพิ่มเติมก็พอมองเห็น ว่าส่งเพิ่มเติมไปได้ แต่ถ้าวิธีการส่งในข้อ ๑๕ นี่ผมมองไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องมาเพิ่มคําว่า เพิ่มเติม ขึ้นมา อาจจะเปึนการเพิ่มเพราะความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือเปล่า เพราะว่าสื่อ ที่เรากําลังพูดถึงมีอยู่ ๓ ทาง อย่างแรกก็คือไปรษณีย์ อย่างที่สองโทรสาร อย่างที่สาม อิเล็กทรอนิกส์ อย่างที่สี่สารสนเทศอื่น แล้วทีนี้เพิ่มเติมนี่อย่างไร ผมไม่เข้าใจอยากจะฟัง เหตุผลจากกรรมาธิการหน่อยคําว่า เพิ่มเติม ที่ท่านพูดขึ้นมามันหมายถึงว่าเอกสาร เพิ่มเติมหรือว่าสื่อเพิ่มเติม คือตัวนําสารเพิ่มเติมหรือตัวเอกสารเพิ่มเติม เพราะตัวเอกสาร เพิ่มเติมมันอยู่ในข้อ ๑๔ แล้ว ขออนุญาตกราบเรียนถามผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการครับ
เชิญนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ คือคําว่า เพิ่มเติม หมายความว่า ไม่ได้เพิ่มเติมบทความหรือเพิ่มเติมอะไร เพิ่มเติมวิถีทางที่จะส่งไปครับ ถ้ามันมีนอกจาก อีเมลมีอย่างอื่นอีกก็ต้องเพิ่มไปอย่างนั้นได้ คือเพิ่มเติมไม่ได้เอาอย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ เพิ่มไปเพื่อให้มันดีขึ้น สมบูรณ์ขึ้น ไม่ใช่เพิ่มเติมในเอกสารครับ
คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ
ท่านประธานครับ ก็ต้องขอกราบ ขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ที่ชี้แจง แต่สั้นไปนิดหนึ่งครับ คําว่า เพิ่มเติม ในที่นี้ในความเห็นผมนะครับ เมื่อสักครู่เราก็ ตีความหมายกันในข้อ ๑๑๕ แล้วท่านประธานครับ ตอนนี้ก็จะเปึนปัญหาอีก ในโอกาสต่อไปในข้อ ๑๕ คําว่า เพิ่มเติมด้วยใดก็ได้ ก็จะมีผู้ที่บอกว่าต้องส่งเปึนเอกสาร หนังสือ แล้วส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์หรืออื่นก็ได้ แต่ผู้ที่ส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะบอกว่าไม่ใช่แล้วก็คือไม่จําเปึนต้องส่งทางหนังสือ นั่นหมายความว่า เจตนารมณ์ของท่าน ท่านเอาอย่างไร วันนี้เขียนเจตนารมณ์ไว้ให้ชัด แล้ววันหน้าผมจะได้เอามาเก็บเอาไว้ใน กระเปิาเวลาประชุมในสภาจะได้งัดกันเอาออกมาดูว่าสิ่งนี้ที่พูดกันนี่เจตนารมณ์ของ กรรมาธิการจริง ๆ แล้วคืออะไร เพราะว่าอะไรรู้ไหมครับ ผมเข้าใจท่านประธานที่ทํานี่ ก็หมายความว่า ไม่ต้องส่งหนังสือก็ได้ ส่งเปึนทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ แต่ถ้าท่านจะ ตอบบอกว่าต้องส่งหนังสือแล้วเพิ่มเติม คําว่า เพิ่มเติม คือเพิ่มเติมอิเล็กทรอนิกส์ คือหมายความว่าไม่ได้ส่งช่องทางเดียวนะครับ เช่น ส่งเปึนหนังสือไปแล้วเอกสารไปแล้ว กลัวเอกสารไม่ถึง กลัวไม่เข้าใจ กลัวไม่ทัน กลัวตกหล่นก็โทรศัพท์ย้ําถ้าอย่างนี้ก็จะดี แต่ผมติงหรือพูดในที่นี้ก็คือหมายความว่า เจตนารมณ์ของท่านที่ท่านทํา ๒ ทาง ๓ ทางนี่ กลัวมันจะไม่เปึนอย่างนั้นครับท่านประธาน กลัวว่าวันข้างหน้าจะส่งอีเมลอย่างเดียวครับ อิเล็กทรอนิกส์อย่างเดียว หนังสือเลยไม่ส่งเลย แล้วผู้ที่จะบอกว่าก็ได้ดําเนินการแล้ว ถ้าอย่างนี้มันก็ผิดเจตนารมณ์ของกรรมาธิการ ที่ขึ้นมาพูดนี่คือผมอยากจะได้เจตนารมณ์ ของท่าน เพื่อจะเอาเจตนารมณ์ของท่านไปคัดลอกรายงานการประชุมเก็บใส่กระเปิาไว้ นะครับ ต่อไปนี้ต้องทํากันอย่างนั้นแล้ว ไม่อย่างนั้นมันไม่ได้ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
คุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน จังหวัดสกลนคร กระผมเห็นว่าข้อ ๑๕ ที่ทาง คณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรใช้คําว่า เพิ่มเติม เข้ามาเปึนสิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ เพราะว่าจะอ่านแต่คําว่า เพิ่มเติม อย่างเดียวแล้วนี่ ก็จะไม่เข้าใจข้อบังคับทั้งหมด ท่านจะต้องอ่านตั้งแต่ข้อ ๑๓ ก่อนนะครับ ข้อ ๑๓ บังคับไว้เลยว่า การนัดประชุมต้องทํา เปึนหนังสือ ไม่ทําเปึนหนังสือไม่ได้ เมื่ออ่านข้อ ๑๓ แล้วขอให้ท่านกระโดดมาอ่านข้อ ๑๕ ว่า การนัดประชุม การส่งเอกสารตามข้อ ๑๓ อาจดําเนินการทางโทรสารเพิ่มเติมด้วยก็ได้ คือ จะทําก็ได้นะครับ คําว่า ก็ได้ ไม่ได้บังคับ เพราะฉะนั้นข้อความที่ทางกรรมาธิการเพิ่มเติม เข้ามานี้ต้องอ่านข้อ ๑๓ แล้วก็กระโดดมาอ่านข้อ ๑๕ จะชัดเจนถูกต้องแล้ว ผมเห็นด้วยกับ ทางกรรมาธิการครับ
เชิญคุณกุเทพ ใสกระจ่าง อีกครั้งเดียวครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ประเด็นของ กระผมก็ชัดเจนอยู่ในคําถามแล้วนะครับ แล้วก็เข้าใจว่าท่านสมาชิกที่อภิปรายเพิ่มเติม ก็อาจจะขยายผลไปนอกเหนือจากที่กระผมได้พูดถึง ประเด็นก็คือว่าข้อ ๑๕ ถ้าเรามอง ในแง่สื่อที่เราจะส่งเอกสาร แน่นอนครับ นอกจากการส่งทางไปรษณีย์ ท่านก็มากําหนดว่า จะส่งทางโทรสาร ทางอีเมล หรือทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นด้วยก็ได้ คือแต่ก่อนเขียนว่า ประเภทอื่น คําว่า ประเภทอื่น ก็หมายถึงอะไรจะเกิดขึ้นมาในโลกนี้ ก็ใช้ได้หมด แต่พอมาเติมคําว่า เพิ่มเติม เข้าไป คําว่า อื่น กับ เพิ่มเติม ผมด้วยความเคารพ เอาละ ถ้าท่านจะยืนยันว่ามันชอบแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ผมในฐานะที่คนอ่านว่า ร่างข้อบังคับเดิมเขาบอกว่า ประเภทอื่นมันก็จุดจุดไปหมด แต่คําว่า เพิ่มเติม ก็เลยมีคําถามว่า ในข้อ ๑๔ ถ้าท่านส่งจดหมายเอาข้อมูลไปให้สมาชิกรอบแรกปรากฏว่ามันยังตกค้างอยู่ ท่านบอกว่าส่งเพิ่มเติม ตัวนั้นเห็นภาพ แต่ต้องส่งเพิ่มเติมก่อน ๑ วัน ก่อนวันประชุม ตัวนั้นเห็นภาพ แต่ถ้าเปึนสื่อ สื่อตัวที่จะเอาเอกสารท่านไป ท่านเขียนในข้อ ๑๕ นอกจาก การส่งทางไปรษณีย์ท่านก็ส่งทางโทรสารด้วย ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วย ทางสื่อเทคโนโลยี สารสนเทศอื่น ซึ่งก็แน่นอนเพราะว่ามันมีมากมายก็เข้าใจแล้ว แต่พอเพิ่มเติมเข้าไปทําให้ ผมเข้าใจน้อยลง แต่ไม่เปึนไรครับ ท่านกรรมาธิการเปึนนักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งนั้นผงกหัว รับทราบ เอาละ ไม่ต้องโต้เถียงกันมาก ผมก็เพียงท้วงติงไว้เท่านั้นแหละ ขอบคุณครับ
ท่านอลงกรณ์ก่อนก็แล้วกันครับ ขอให้สมาชิกอภิปรายให้จบ แล้วเดี๋ยวจะเชิญกรรมาธิการตอบ ทีเดียวครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงในข้อบังคับ ดังกล่าว ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ การแก้ไขเพิ่มเติมของคณะกรรมาธิการนั้นมีความเปลี่ยนแปลง ค่อนข้างมาก ซึ่งผมต้องการความชัดเจนเพื่อบันทึกไว้ เพราะว่าต่อไปเราจะต้องใช้บังคับ และเปึนข้อที่ใช้ทุกสัปดาห์ครับ ทั้งเอกสารการนัดประชุมก็ดี หรือว่าการส่งเอกสารเพิ่มเติม ที่ผมเรียนว่ามีความแตกต่างจากเดิมมากก็เพราะว่าแต่เดิมนั้นในข้อ ๑๕ นี่เปึนข้อยกเว้น เช่น เกิดความฉุกละหุกมีความจําเปึนในการที่ไม่สามารถจะเชื่อได้ว่าการส่งเอกสารนั้น จะถึงมือบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นให้อํานาจประธาน ในการที่จะใช้อํานาจให้ส่งโดยทางโทรสาร หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างอื่น แต่ว่าเมื่อ คณะกรรมาธิการใส่คําว่า เพิ่มเติม นั่นหมายความว่าได้ตัดอํานาจส่วนนี้ไป หมายความว่า ต้องส่งทั้งหนังสือและต้องส่งถึงโดยใช้สื่ออย่างอื่นดังที่ปรากฏตรงนี้ นั่นคือคําว่า เพิ่มเติม ที่ท่านได้เพิ่มมา ตรงนี้มีความแตกต่าง ผมไม่แน่ใจว่าเจตนารมณ์ของท่านประสงค์อย่างไร แล้วก็ความแตกต่างในอํานาจของประธานในข้อ ๑๕ แต่เดิมกับปัจจุบันนั้นเปึนอย่างที่ผม ได้แสดงความเห็นหรือไม่ครับ
เชิญท่านเชน เทือกสุบรรณ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ ในฐานะกรรมาธิการ เพื่อนสมาชิกเข้าใจตรงกันกับกรรมาธิการนะครับ การนัดประชุมตามข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ที่เขียนเพิ่มเติมคําว่า เพิ่มเติม เข้าไปเพื่อที่จะ ได้มีโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น เพิ่มเติมจากที่ส่งไปโดยเอกสารเพื่อความสะดวกกับสมาชิก สมาชิกอาจจะไม่ได้อยู่กับที่ ทุกแห่ง แต่ว่าสามารถติดต่อกับสภาได้โดยสม่ําเสมอ แล้วก็มั่นใจได้ว่าการนัดหมาย การประชุมล่วงหน้าของสภาสามารถถึงสมาชิกได้ทุกคนเปึนการใช้เทคโนโลยีเพิ่มเติม เข้าไปนะครับ ขอบคุณครับ
ไม่มีผู้ใดอภิปรายเพิ่มเติมนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
ข้อ ๑๖ ไม่มีการแก้ไข คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว สงวนคําแปรญัตติไว้ครับ
เชิญคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ในข้อ ๑๖ ว่าด้วยการจัดระเบียบวาระการประชุม กระผมได้เสนอคําแปรญัตติแล้วก็สงวนคําแปรญัตติไว้โดยเพิ่มเติมในวรรคสาม ขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่าน วรรคสาม ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีขอให้จัดเรื่อง ซึ่งคณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอเรื่องใดเปึนเรื่องด่วนไว้ในลําดับใดของระเบียบวาระ การประชุม ก็ขอให้ประธานสภาพิจารณาและอาจจัดให้ตามที่คณะรัฐมนตรีขอ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เหตุผลที่ผมได้เพิ่มวรรคสามเข้ามา เนื่องจากว่าประการที่หนึ่ง ข้อบังคับเดิม ที่เราเคยใช้กันอยู่ ไม่ว่าจะเปึน ป้ ๒๕๔๔ หรือป้ ๒๕๔๐ หรือป้ ๒๕๓๕ ก็แล้วแต่ ข้อความนี้ ได้ถูกบรรจุไว้ในข้อบังคับการประชุมแล้วก็ถือปฏิบัติกันมา ในการบริหารราชการแผ่นดิน ก็เปึนไปด้วยความราบรื่นและสะดวก พอในป้ ๒๕๕๑ คณะกรรมาธิการยกร่าง แล้วในร่าง ของคณะกรรมาธิการได้ตัดวรรคนี้ออกไป กระผมเห็นว่าการตัดออกไปน่าจะเสียโอกาส ในการดูแลพี่น้องประชาชนในการบริหารราชการแผ่นดิน เราเองเปึนฝ์ายนิติบัญญัติ เปึนผู้ที่จะกํากับควบคุมดูแลการบริหารราชการแผ่นดินของฝ์ายบริหารก็คือคณะรัฐมนตรี เรื่องบางเรื่องเปึนเรื่องที่จําเปึนและเรื่องเร่งด่วนที่คณะรัฐมนตรีมีความจําเปึนต้องเสนอให้ สภาเปึนผู้อนุญาตอนุมัติที่จะเข้าไปดําเนินการในการที่จะตอบสนองต่อความต้องการของ พี่น้องประชาชนที่เปึนเรื่องด่วนนี่นะครับ เขาก็ย่อมเสนอมาเปึนวาระด่วนให้สภา เปึนผู้ดําเนินการพิจารณาให้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของกฎหมายก็ดี ไม่ว่าเปึนเรื่องของ ข้อตกลงอื่น ๆ ใด ๆ ก็ดี ผมเห็นว่าการตัดออกไปในร่างของคณะกรรมาธิการน่าจะเสีย ประโยชน์ เลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านกรรมาธิการและท่านสมาชิก ที่เคารพช่วยพิจารณาคงไว้ไม่ได้เสียหายอะไรเลยครับ โดยเฉพาะในรัฐบาลในยุคนี้ ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือฉบับต่อไป ผมเข้าใจว่าความเปึนคณะรัฐมนตรีกับความเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ยังเกี่ยวพันเกี่ยวโยงกันอยู่ รัฐมนตรีไม่จําเปึนต้องลาออก จากความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นสิทธิในการที่จะนําเสนอใด ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์อันสูงสุดของพี่น้องประชาชนแล้ว ผมเห็นว่าควรคงอยู่ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา กรรมาธิการ ในนามของคณะกรรมาธิการใคร่ขออนุญาตชี้แจงต่อผู้สงวน คําแปรญัตติคือ ท่านนายแพทย์ชลน่านนะครับว่า ตามที่ท่านได้ขอแปรญัตติโดยเพิ่ม วรรคสามขึ้นมา ซึ่งคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วมีมติไม่เห็นด้วยกับผู้ขอแปรญัตติ ด้วยเหตุผลก็เพราะว่าความจริงในวรรคสองนั้นก็มีความชัดเจนอยู่แล้วว่าเปึนการให้อํานาจ ของประธานที่จะใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา จึงขออนุญาตอ่านในวรรคสองว่า ในกรณีที่ ประธานสภาเห็นว่าเรื่องใดเปึนเรื่องด่วนจะจัดไว้ในลําดับใดของระเบียบวาระการประชุม ก็ได้ แต่จะจัดไว้ก่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วไม่ได้ ก็มีความชัดเจนอยู่แล้วว่า ประธานสภานั้นมีอํานาจที่จะใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาเรื่องด่วนใด ๆ ไม่ว่าจะเปึน จาก ครม. (คณะรัฐมนตรี) ก็ดี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ประกอบกับในร่าง ข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ก็เขียนไว้ชัดเจนอีกเช่นเดียวกัน ขออนุญาตอ่านอีกครั้งว่า ข้อ ๔๓ ให้เปึนอํานาจของประธานสภาที่จะวินิจฉัยว่าญัตติใดเปึนญัตติด่วนหรือไม่ และเมื่อวินิจฉัยแล้วให้แจ้งผู้เสนอญัตติทราบพร้อมด้วยเหตุผลภายในห้าวันนับแต่วันที่ ได้รับญัตตินั้น วรรคสอง ให้ประธานสภาบรรจุญัตติด่วนเข้าระเบียบวาระการประชุม เปึนเรื่องด่วน ซึ่งก็ถือว่าประธานสภามีอํานาจที่จะใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาอยู่แล้ว ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องมาเพิ่มเติมในวรรคสามอีกนะครับ และในทางปฏิบัติแล้ว โดยประเพณีปฏิบัติทางประธานสภาก็มักจะให้พิจารณาเรื่องให้ความสําคัญกับ ครม. อยู่แล้วนะครับ ถ้าเห็นว่าเรื่องใดเปึนเรื่องที่มีความสําคัญเร่งด่วนที่สภาควรจะพิจารณา เปึนการด่วน ประธานสภาก็มักจะใช้ดุลยพินิจพิจารณาบรรจุเปึนเรื่องด่วนอยู่แล้วนะครับ ทางคณะกรรมาธิการจึงเห็นว่าไม่มีความจําเปึนที่ต้องมีวรรคสาม จึงไม่เห็นด้วยกับ การขอแปรญัตติของท่านนายแพทย์ชลน่านครับ ขอบคุณครับ
ผมจะขอมตินะครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขออภัยครับ เผอิญผู้แปรญัตติไม่ติดใจนะครับ ไม่ได้พิมพ์ไว้ในนี้ครับ เชิญท่านเลขาธิการ ต่อครับ
ต่อไปข้อ ๑๗ มีการแก้ไข และมีคําแปรญัตติของ คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
เชิญคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ในข้อ ๑๗ เปึนเรื่องที่มีการยกร่างขึ้นมา ในข้อบังคับการประชุมในครั้งนี้ ในร่างของกรรมาธิการแล้วก็ร่างของคณะกรรมาธิการยกร่าง ข้อ ๑๗ เขียนไว้ว่า ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภาอาจอนุญาตให้สมาชิกหารือ ปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอื่นใดได้ และให้ประธานสภา ส่งเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในสามสิบวัน และ แจ้งให้สมาชิกทราบ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเองได้แปรญัตติ ขอตัดถ้อยคํานะครับ ในบรรทัดที่ ๒ ขออนุญาตอ่านท่านประธานนะครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภาอาจอนุญาตให้สมาชิกหารือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชน ผมตัดถ้อยคํา หรือปัญหาอื่นใดได้ ตัดออกไป และให้ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าวให้ รัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในสามสิบวัน และแจ้งให้สมาชิกทราบ เหตุผลที่ผมได้ตัดถ้อยคํา คําว่า หรือปัญหาอื่นใดได้ ออกไป เนื่องจากว่าในการประชุมสภา ของเราอาศัยข้อบังคับเปึนเรื่องสําคัญ ในช่วงที่เรายังไม่มีข้อบังคับเราใช้ข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ โดยอนุโลม แล้วท่านประธานเองก็เสมือนทดลองให้สมาชิกได้มีโอกาสนําเอาเรื่องปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และเรื่องอื่น ๆ เข้ามาหารือในสภาแห่งนี้ กระผมเอง เห็นว่า หลังจากมีข้อบังคับแล้วนี่ปัญหาเรื่องอื่น ๆ ปัญหาอื่นใดที่ไม่ใช่ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ถ้านํามาหารือในสภาแห่งนี้คิดว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นมีน้อยมาก หรือแทบจะไม่มี หรืออาจจะเปึนชนวน หรือเปึนเรื่องที่นําสู่ข้อขัดแย้ง แต่ถ้าเปึนเรื่องที่เปึน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ด้วยระยะเวลาเราจํากัดมาก ท่านประธานอาจจะให้ เวลาแค่ ๓๐ นาที กรณีถ้ามีคณะกรรมาธิการสามัญมาดูแลแล้ว เรามีเวลาเอาเรื่องเหล่านั้น มาพูดคนละ ๒-๓ นาที เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน พื้นที่ชัดเจนครับ ผู้เดือดร้อน ก็ชัดเจน หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ชัดเจน พอหารือแล้วการดําเนินการของสภาก็สามารถ ส่งต่อไปตามผู้ที่รับผิดชอบที่ชัดเจนได้ การดําเนินการแก้ไขปัญหาก็เปึนมรรคเปึนผลไป แต่ถ้าเรื่องใดที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมไม่อยาก ยกตัวอย่างนะครับ สภาแห่งนี้เห็นตัวอย่างอยู่แล้ว เกิดจากข้อหารือครับ มันไม่มีเจ้าภาพ รับผิดชอบ ถ้าเปึนเรื่องอื่นใดนี่ถึงแม้จะเปึนเรื่องของสมาชิกนะครับ ซึ่งผมเองพยายามเอาเรื่อง ของสมาชิกมากราบเรียนหารือท่านประธานอยู่ประจํา เช่น เรื่องทางด้านการแพทย์ การสาธารณสุขต่าง ๆ ซึ่งเห็นว่าจําเปึน ขณะนั้นยังมีกรรมาธิการ เปึนเรื่องเหล่านี้ปุ็บเราก็ เอาเข้ากรรมาธิการ ซึ่งเขาจะดูแลอยู่แล้ว ผมคิดว่าเพื่อไม่ให้สภาแห่งนี้มีปัญหาในการทํางาน แล้วก็สามารถตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนในระยะเวลาที่รวดเร็วและ จํากัดได้ เห็นควรจะตัดคําว่า หรือปัญหาอื่นใดได้ ออกไป กราบขอบพระคุณท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับนักศึกษาโครงการปริญญาโทสําหรับ ผู้บริหาร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี รุ่นที่ ๒๒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยความยินดีครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ในวาระที่ ๒ อยู่นะครับ ท่านอลงกรณ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงในข้อ ๑๗ ซึ่งถือได้ว่าเปึนข้อบังคับใหม่ที่เรายังไม่เคยมีการกําหนดไว้ ในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือว่าวุฒิสภาในอดีตที่ผ่านมา แล้วก็ต้องถือว่า เปึนการปรับปรุงเพื่อให้สภาได้มีโอกาสทําหน้าที่ในการสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชน ได้มากขึ้นกว่าในอดีต ซึ่งผมเห็นด้วยกับการที่เพิ่มเติมในส่วนนี้ แต่ว่าการไปแก้ไข ในถ้อยคํา แม้ว่าจะเปึนถ้อยคําที่แตกต่างเพียงเล็กน้อย แต่ว่ามันมีความหมายที่แตกต่าง ค่อนข้างมาก กล่าวคือว่า ในข้อ ๑๗ เขียนไว้ว่า ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภาอาจอนุญาตให้สมาชิกหารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน หรือปัญหาอื่นใดได้ และให้ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในสามสิบวัน และแจ้งให้สมาชิกทราบ ประเด็นอยู่ที่ว่า คณะกรรมาธิการได้เพิ่มคําว่า ปรึกษา ที่ผมต้องท้วงติงตรงนี้ เพราะว่าเมื่อได้อ่าน ข้อบังคับเลยไปถึงข้ออื่น ๆ ก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเช่นกัน นั่นก็คือในข้อบังคับ ข้อ ๒๕ ขออภัยที่ต้องอ้างอิงเกี่ยวข้อง เพราะว่าจะมีความหมายเดียวกัน และเมื่อถึง ข้อ ๒๕ กระผมก็คงจะไม่ต้องใช้เวลาในการอภิปรายอีกครั้งหนึ่ง ในข้อ ๒๕ เขียนว่า ประธานมีอํานาจปรึกษาที่ประชุมในปัญหาใด ๆ คณะกรรมาธิการก็เติมคําว่า หารือ ไป ถ้าตรวจดูในข้อ ๑๗ ข้อ ๒๕ กรรมาธิการก็คงจะหมายถึงว่า ต้องการเขียนข้อความ ให้เหมือนกัน แต่ความจริงต่างกันครับ ต่างกันเพราะว่าในข้อ ๑๗ เปึนเรื่องที่ประธานสภา อาจอนุญาตให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหารือ แต่ในข้อ ๒๕ นั้นเปึนเรื่องประธานมี อํานาจปรึกษาที่ประชุม คําว่า ปรึกษา นั้นหมายความว่า ต้องการที่จะฟังความเห็นของ ที่ประชุม ส่วนในข้อ ๑๗ ตามเจตนาและข้อปฏิบัติที่เราได้ปฏิบัติมาแล้วก็คือ การที่สมาชิก ลุกขึ้นหารือ ใช้สิทธิหารือ ไม่ได้มีการต้องให้มีการปรึกษาโดยองค์ประชุมของสภา ผมไม่ทราบว่าเจตนาที่มีการเพิ่มเติมตรงนี้มีความแตกต่างต่อสาระที่ผมได้อภิปรายหรือไม่ อย่างไร ขอกรรมาธิการช่วยชี้แจงด้วย
คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับข้อ ๑๗ เนื่องจากเปึนเรื่องใหม่ ที่บรรจุเข้าไปในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ เดิมจริง ๆ แล้วก่อนหน้านี้ ในป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๘ กว่าที่องค์ประชุมของเราจะครบยากเย็นเหลือเกินในสมัยนั้น เพราะเปึนโอกาสที่ดีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านที่มีโอกาสมาถึงสภากันก่อน ท่านประธานก็เลยได้เป่ดโอกาสให้ทุกคนได้หารือนําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มาให้ทางสภาได้มีโอกาสแจ้งทางรัฐบาลแก้ไข ท่านประธานครับ ในช่วงแรก ๆ เราก็หารือกัน หลายเรื่องครับ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในขณะที่น้ํามันถีบตัว สูงขึ้นถึงลิตรละ ๓๖-๓๗ บาท ปุิยมีราคาแพงจาก ๕๐๐-๖๐๐ บาท เปึนกระสอบละ พันกว่าบาท ข้าวสารตอนนี้กิโลกรัมละ ๔๐ กว่าบาท ถนนหนทางยังไม่ได้ลาดยาง น้ําไม่มีจะกินนะครับ เราเอามาปรึกษาหารือกับท่านประธาน ท่านประธานก็ทําหนังสือ ไปถึงหน่วยงาน ถึงรัฐมนตรี ก็ได้รับการแก้ไข ได้รับการดูแล แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางท่าน ใช้ช่องทางตรงนี้มาสําหรับเสียดสีคนอื่น ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า แม้แต่ เมื่อตอนช่วงบ่ายวันนี้ก็มีการเสียดสีกันถึงพรรค ผมขอเรียนว่า มีการเสียดสีถึง พรรคประชาธิปัตย์ บางคนก็บอกว่าไม่ได้พูดถึงพรรค แต่ถ้าเกิดคนที่มีวุฒิการศึกษา ไม่ใช้วุฒิการศึกษาปลอมก็จะรู้หมดครับว่าเขาพูดถึงพรรคอะไร ผมยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานฟัง เพราะฉะนั้นเพื่อปัองกันในกรณีอย่างนี้ครับ ในการเสียดสีเขา ในการให้ร้ายเขา ผมคิดว่ากราบเรียนถึงท่านคณะกรรมาธิการทั้งหลายนะครับว่า ได้ช่วย เพิ่มเติมข้อความเข้าไปนะครับ เช่น ข้อ ๑๗ ก่อนเข้าสู้ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภาอาจอนุญาตให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของ ประชาชนหรือปัญหาอื่นใดได้ โดยให้นําความในข้อ ๖๑ มาบังคับใช้โดยอนุโลม นั่นคือมา บังคับใช้เรื่องการอภิปรายในสภาครับท่านประธาน เพราะว่าถ้าเกิดมีการเสียดสี หรือพาดพิงทั้งหลาย ท่านประธานจะได้หยุดการอภิปรายในครั้งนั้น หรือให้ผู้ที่ถูกพาดพิง ได้อภิปราย เพราะเมื่อกี้ผมถูกพาดพิงก็ไม่ได้รับการชี้แจง ผมก็เลยขออนุญาต ท่านประธานถึงคณะกรรมาธิการว่า ขอได้เพิ่มตรงนี้ไปเถอะครับ เพื่ออย่างน้อยในอนาคต ด้านหน้าเราจะได้ทํางานกันได้อย่างสะดวกที่สุดครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
คุณภราดร ปริศนานันทกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย ต่อข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ที่เรากําลังหารือกันอยู่ในขณะนี้ ผมคิดว่าเรื่องการปรึกษาหารือ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนั้น ผมคิดว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้อง ประชาชน เปึนประโยชน์ที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้นบอกเล่ากับประธานเกี่ยวกับ เรื่องปัญหาความเดือดร้อนเพื่อที่จะส่งผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าถ้าหากว่า จะให้เปึนไปตามกระบวนการ อย่างเช่น การยื่นญัตติ หรืออย่างเช่น การยื่นกระทู้ถาม กระบวนการนั้นค่อนข้างที่จะใช้เวลาเนิ่นนาน จนบางครั้งไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยที่จะให้มีการบัญญัติเรื่องนี้ เอาไว้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานคงจะเห็นว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเรามีการประชุม กันเกือบจะทุกครั้ง ท่านประธานคงจะเห็นว่ามีเพื่อนสมาชิกบางท่านก็ใช้เวทีการหารือนี้ไป จาบจ้วงผู้อื่น ใช้เวทีการหารือนี้ไปพูดถึงในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของ ประชาชน ไปพูดถึงเรื่องที่อยู่นอกสภา ใช้เวทีนี้ไปให้ร้ายปัายสีคนอื่น ซึ่งผมคิดว่าในส่วนนี้ ไม่เกิดประโยชน์ต่อทั้งสภาแห่งนี้ และอีกทั้งยังเปึนการเสียเวลาของที่ประชุมอีกด้วย ส่วนของท่านคุณหมอชลน่านที่ท่านกรุณาแปรญัตติเอาไว้ว่า ให้ตัดในส่วนที่พูดว่า หรือปัญหาอื่นใดได้ ให้ตัดในส่วนนี้ทิ้งไป ผมเห็นอย่างนี้ครับ ผมเห็นว่าในส่วนนี้เราไม่ควร จะตัดออก เพราะว่าปัญหาอื่นใดนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแต่ปัญหาที่นํามาซึ่งความขัดแย้ง หรือปัญหาที่นํามาซึ่งข้อพิพาทเพียงอย่างเดียว ปัญหาอื่นใดอาจจะหมายรวมถึงเรื่องที่ เปึนประโยชน์ อย่างเช่น เรื่องของการปรับปรุงในส่วนของสภาให้ดีขึ้น อย่างเช่น เรื่องของ คอมพิวเตอร์ที่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้หารือก่อนหน้านี้ ในส่วนนี้ก็ยังคงเปึนประโยชน์ ต่อที่ประชุมแห่งนี้ ต่อสมาชิกทุกท่าน ผมจึงคิดว่าให้คงตามร่างที่ทางกรรมาธิการได้ยกร่างเอาไว้ แต่อยากจะให้เพิ่มในส่วนต่าง อีกนิดหนึ่งครับ อยากจะให้เพิ่มเข้าไปว่า ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภา อาจอนุญาตให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน หรือปัญหาอื่นใดได้ เพิ่มเข้าไปว่า ตามหลักเกณฑ์ที่ประธานสภากําหนด เพื่อที่จะเปึน การกําหนดกรอบให้เพื่อนสมาชิกได้หารือในส่วนที่เปึนประโยชน์อย่างแท้จริง โดยให้ท่านประธานเปึนผู้กําหนดกรอบ ผมคิดว่าถ้าหากว่าเพิ่มในส่วนนี้เข้าไปจะทําให้ เกิดประโยชน์มากขึ้น จึงขอเสนอแนะอย่างนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
อาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อประเด็นร่างข้อ ๑๗ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้เพิ่มเติมคําว่า ปรึกษา เข้าไปเพื่อที่จะให้คําสละสลวยยิ่งขึ้น แต่ผมกราบเรียนว่า ร่างเดิมนี่ชัดเจนอยู่แล้วครับ เพราะคําว่า ปรึกษากับหารือ นั้นมีความแตกต่างกัน นัยที่ค่อนข้างจะชัดเจน คําว่า ปรึกษา ไม่จําเปึนต้องมีคําตอบอย่างเปึนลายลักษณ์อักษร พูดคุยกันคือปรึกษากัน แต่คําว่า หารือ นั้นต้องมีความชัดเจน ในเรื่องของกฎหมาย ต้องตอบให้ชัดเจน เพราะฉะนั้นร่างเดิมที่บอกไว้ให้หารือ และรัฐมนตรีตอบภายในกี่วันนั้น ผมว่าชัดเจนอยู่แล้ว คณะกรรมาธิการไม่จําเปึนที่จะเพิ่มเติมคําว่า ปรึกษาหารือ ซึ่งฟุ์มเฟ๋อยแล้วก็ทําให้ความหมายนี่เพี้ยนไป เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่า ยืนยัน ร่างเดิมนะครับ ปรึกษา เปึนอย่างนี้ท่านประธานครับ คงจะเปึนว่า ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ การประชุม ประธานสภาอาจอนุญาตให้สมาชิกหารือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ ความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอื่นใดได้ และให้ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าว ให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในสามสิบวัน และแจ้งให้สมาชิกทราบ ส่วนคําว่า ปรึกษาหารือ นั้น ผมกราบเรียนว่าไม่น่าจะเพิ่มเติม เพราะความหมาย จะเพี้ยนไป เพราะเรื่องนี้เจตนารมณ์ชัดเจนให้รัฐมนตรีตอบภายในสามสิบวัน ถ้าปรึกษา ไม่ตอบก็ได้ แต่ถ้าหารือต้องตอบ เพราะฉะนั้นมีความชัดเจนอยู่แล้วไม่จําเปึนที่จะต้อง ไปเพิ่มคําว่า ปรึกษา ให้มันรกและความหมายมันเพี้ยนไปครับ ขอยืนยันว่าควรจะใช้ ร่างเดิมครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญกรรมาธิการครับ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข กรรมาธิการครับ ในข้อ ๑๗ ที่คณะกรรมาธิการได้เพิ่มคําว่า ปรึกษา จากเดิมที่ใช้คําว่า หารือ ขึ้นมานั้น ก็ด้วยเหตุผลได้ชี้แจงไปแล้วว่าได้ปรับปรุงถ้อยคําให้มี ความชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งก็จะสอดคล้องกับข้อที่จะพิจารณาในข้อต่อไป ซึ่งจะมีการใช้คําคํานี้ เช่นเดียวกันครับ ที่บอกว่ามันจะมีความเปึนถ้อยคําชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะว่าบางเรื่องถ้าใช้ คําว่า หารือ แน่นอนว่าเราต้องการหารือที่เปึนเรื่องที่มีความสําคัญแล้วก็ต้องการคําตอบ แต่บางเรื่องที่เปึนเรื่องการปรึกษานะครับ พวกเราอาจจะนําเรื่องอื่น ๆ ขึ้นมา ปรึกษากับท่านประธานก็ได้หรือที่ประชุมนี้ก็ได้นะครับ แล้วก็นําเรื่องส่งให้ผู้เกี่ยวข้องได้ พิจารณากันต่อไป แต่ว่าสังเกตหลายครั้งที่มีสมาชิกนําเรื่องมา บางครั้งก็ดูเหมือนไม่ใช่ เรื่องที่จะมาหารือ แต่บางครั้งก็เปึนเรื่องที่สมาชิกนําเอาเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน มาเล่าให้ประธานฟัง เสร็จแล้วดูเหมือนกับว่าเมื่อเล่าเสร็จแล้วประธานก็จะดําเนินการ กันต่อไป เพราะฉะนั้นเมื่อใช้คําว่า ปรึกษาหารือ มันก็จะมีความหมายที่ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งเปึนเรื่องที่อยากจะปรึกษา เรื่องที่อยากจะหารือ ก็เลยใช้คําคํานี้ขึ้นมาก็จะทําให้ มีความชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเปึนเรื่องที่ต้องการปรึกษาหารือนะครับ ส่วนที่ท่านสมาชิกบางท่านได้ขอตัด คําว่า หรือปัญหาอื่นใดได้ นั้นที่ประชุมของ คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย เพราะว่าคือนอกจากเรื่องที่เปึนเรื่องความเดือดร้อนของ ประชาชนแล้ว บางครั้งก็เปึนเรื่องอื่น ๆ ผมอยู่ในที่ประชุมนี้เคยฟังอยู่หลายครั้งว่า พวกเรา ก็นําเรื่องที่เปึนเรื่องความเดือดร้อนของพวกเราได้มาหารือกับที่ประชุมนี้ด้วย ฉะนั้น ถ้าตัดคําว่า ปัญหาอื่นใดได้ ออกไป เราก็จะนําเฉพาะเรื่องที่เปึนเรื่องของประชาชนเท่านั้น เข้ามาหารือต่อที่ประชุมครับ
อาจารย์ประกอบอีกครั้งหนึ่งครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่คณะกรรมาธิการชี้แจง ผมกราบเรียนว่า ไม่ใช่เปึนการปรับปรุงถ้อยคําให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ทําให้สับสน เพราะคําว่า หารือ มันชัดอยู่ในตัว ที่ผมเรียนแต่เบื้องต้นนะครับ คําว่า ปรึกษากับหารือ นั้นมีความแตกต่างกันตามนัย ท่านลองไปเป่ดพจนานุกรมดูสิครับ คําว่า หารือ มันเบา ๆ ไม่ต้องตอบก็ได้ คือปรึกษากัน คําว่า ปรึกษา ขออภัยครับ แต่คําว่า หารือ ต้องมีความชัดเจน มีน้ําหนักมากกว่า แล้วก็ในท่อนท้ายของข้อบังคับ ข้อ ๑๗ บังคับ ให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องตอบภายในสามสิบวัน ถ้าตอบนี่แสดงว่า ต้องหารือ ไม่ใช่ปรึกษา เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่า บางครั้งการใช้ถ้อยคําที่มันฟุ์มเฟ๋อย เกินไป แทนที่และสร้างความชัดเจนกลับไม่ชัดเจน กลับสับสน ผมยังยืนยันเหมือนเดิม ครับว่าร่างเดิมชัดเจนอยู่แล้ว ไม่จําเปึนที่จะไปเพิ่มเติมคําว่า ปรึกษา หน้าคําว่า หารือ เพราะท่อนท้ายบอกถึงเจตนารมณ์ว่าเมื่อไรคุณปรึกษานะ รัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐ ต้องตอบภายในสามสิบวัน เพราะฉะนั้นต้องหารือเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องของการปรึกษาครับ ขอบพระคุณมากครับ
คุณบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายสนับสนุนในข้อ ๑๗ ว่า การที่ให้โอกาสสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มีโอกาสหารือในที่ประชุมนั้นเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง นอกจากที่จะเปึนปัญหาของ ประชาชนแล้ว ในสภานั้นยังเปึนองค์กรของพวกเรากันเองด้วย บ่อยครั้งที่สมาชิกจําเปึนที่จะต้อง ทั้งปรึกษาและทั้งหารือประธานของเราเพื่อแก้ไขปัญหาในสภาแห่งนี้ ขณะที่ยังไม่มี คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เราก็จําเปึนจะต้องอาศัยเวทีแห่งนี้ในการที่จะ ปรึกษาและหารือ ผมก็เลยเห็นว่าให้คงคําว่า ปรึกษาหารือ และในประโยคที่ว่าปัญหา อื่น ๆ ไว้ในร่างนี้ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ
คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคพลังประชาชนจากสกลนคร เขต ๑ ท่านประธานที่เคารพ กระผมคิดว่าข้อความที่คณะกรรมาธิการเขียนไว้ในข้อ ๑๗ นี้ชัดเจนและแจ่มแจ้งแล้ว หลายท่านก็คงจะมีความกังวลเกี่ยวกับการที่สมาชิกจะเสียดสีกัน ผมคิดว่าสมาชิกทุกคน มีวุฒิภาวะและมีประธานสภาคอยควบคุมดูแลอยู่แล้ว ผมคิดว่าประเด็นนี้ก็ขอตัดไป สําหรับข้อความต่าง ๆ นั้นสมบูรณ์ สมาชิกนั้นอาจจะทั้งปรึกษา ทั้งหารือ และรัฐมนตรี หรือรัฐบาลจะตอบก็ได้ ไม่ตอบก็ได้ หรือดําเนินการ ไม่ดําเนินการอย่างไรก็ได้ แต่เปึน ข้อสังเกตไว้ในการบริหารงานของรัฐบาลก็แล้วกัน ผมคิดว่าในข้อ ๑๗ นี้ครบถ้วน สมบูรณ์แล้วควรจะผ่านไปได้ครับ
คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมได้กราบเรียนท่านประธานเพื่อถึงคณะกรรมาธิการว่า ได้เพิ่มถ้อยคําโดยให้นําความในข้อ ๖๑ มาบังคับใช้โดยอนุโลม ซึ่งก็ยังไม่ได้รับคําตอบ ผมอยากกราบเรียนว่า ในข้อนี้ท่านประธานดูให้ดี ข้อ ๑๗ หลังจากที่ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอื่นใดได้ และให้ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรี ผมยกตัวอย่างเมื่อตอนกลางวันวันนี้ครับ ท่านประธาน มีคนมาหารือบอกว่า หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่ามีพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ส่งขนเพชรมาแล้วท่านประธานจะส่งไปรัฐมนตรีไหน ส่งหน่วยงานไหนครับ เพราะฉะนั้น ข้อนี้จึงมีความจําเปึนว่าต้องเอาความในข้อ ๖๑ มาใช้ว่าท่านห้ามมาหารือเรื่องที่พาดพิง คนอื่น เสียดสีคนอื่น ให้ร้ายคนอื่น เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนถึงท่านประธาน คณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการครับ สิ่งนี้เปึนสิ่งที่เราจะได้ทําหน้าที่ในสภากัน ได้อย่างสมบูรณ์ เปึนสภาอันทรงเกียรติต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณนิยม เวชกามา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานสภาครับ ในข้อ ๑๗ นี้ผมว่าชัดเจนอ่านแล้วเข้าใจ ผมเห็นด้วยกับทางคณะกรรมาธิการ เพราะว่าคําว่า ปรึกษาและหารือ เปึนคํา ๒ คํา มีความหมายต่างกัน แต่เมื่อมาใช้ร่วมกันก็ไม่มีปัญหาครับ อ่านดูแล้วปรึกษาก็ได้ หารือก็ได้ เพราะมันเปึนเรื่องที่ ส.ส. เองก็ต้องมีความจําเปึนทั้งปรึกษา ทั้งหารือ และที่สําคัญในข้อที่ว่า หรือปัญหาอื่นใด ก็หมายความว่าในส่วนนี้อ่านแล้วเข้าใจ เหมือนกันว่าอาจจะไม่เปึนปัญหาของประชาชนอย่างเดียว แต่ปัญหาของ ส.ส. เอง ก็ปรึกษาหารือได้ กระผมจึงเห็นว่าก็คงถ้อยคําไว้ทั้งหมด ขอบคุณมากครับ
เชิญอาจารย์ประกอบครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมยังยืนยันครับว่าร่างเดิมดีอยู่แล้วครับ คือไม่ต้องเพิ่มคําว่า ปรึกษา ที่คณะกรรมาธิการมาแก้ไขเพิ่มเติมทีหลัง เพราะ ๒ คํานี้ต่างกัน และที่คณะกรรมาธิการ อ้างว่าให้สอดรับกับข้อ ๖๑ ก็ไม่จําเปึนครับ เพราะว่าข้อ ๖๑ นั้นเปึนเรื่องของการอภิปราย ส่วนข้อ ๑๗ นั้นเปึนเรื่องของวิธีการประชุม คนละเรื่องกันไม่จําเปึนต้องให้เหมือนกัน เรื่องของการอภิปรายมีการปรึกษาหารือซึ่งไม่จําเปึนต้องมีคําตอบเปึนลายลักษณ์อักษร แล้วที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบอกว่า ในข้อ ๑๗ รัฐมนตรีไม่จําเปึนต้องตอบ ทุกคําถามก็ได้ ไม่ได้ครับ เพราะว่าในข้อบังคับบังคับนะครับว่า ทุกเรื่องที่ทําการหารือ และที่คณะกรรมาธิการเพิ่มเติมว่า ปรึกษาหารือ นะครับ รัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐ ต้องตอบภายในสามสิบวัน ต้องตอบทุกเรื่องนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรที่ตอบก็คือ เรื่องที่ต้องมาหารือ เรื่องที่ปรึกษาไม่ต้องตอบ เพราะฉะนั้นร่างเดิมนี่ชัดเจนครับ ไม่ต้อง เพิ่มคําว่า ปรึกษา เข้าไปหน้าคําว่า หารือ ของดีอยู่แล้วนะครับ ผมยืนยันว่าคงร่างเดิม เอาไว้ครับ
เชิญกรรมาธิการ นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ในข้อ ๑๗ คณะกรรมาธิการเราคิดอย่างกว้างขวางมาก เพราะเห็นว่าจะเปึนประโยชน์ ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพราะว่ามันมีมาตรา ๒๖๖ จะทําอะไรก็ลําบาก ก็ผ่านมา ทางท่านประธานนะครับ ก็มีการถกเถียงกันมาก อภิปรายกันมากในเรื่องที่ว่า จะเอาเรื่องของอื่น ๆ ใด ๆ ไว้ก็มีอภิปรายกันมากทีเดียว แต่ก็สรุปว่าน่าจะต้องมีไว้นะครับ แต่ว่าเราก็เพิ่มเติม ก็ขอปรึกษาท่านประธานว่า เราจะเพิ่มเติมเพื่อให้ทุก ๆ ท่านได้มีความเห็น ที่พ้องกันนะครับ ผมขออ่านข้อ ๑๗ ดังนี้นะครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภา อาจอนุญาตให้สมาชิกปรึกษาหารือ เดิมทีมีคําว่า หารือ แต่ว่าในรัฐธรรมนูญใช้คําว่า ปรึกษา มาตรา ๑๓๖ คณะกรรมาธิการเลยบอกว่า เอาคําปรึกษามา แต่ก็มีหลายท่านว่า น่าจะมี หารือด้วย เพราะว่ามันมีทั้งปรึกษาและหารือนะครับ ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กล่าวขึ้นมา สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอื่นใดได้ เราขอเพิ่มไปว่า ตามหลักเกณฑ์ที่ประธานสภากําหนด นั่นหมายความว่าตามที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเสนอขึ้นมาว่าอาจจะมีปัญหาอื่น ๆ ที่เข้ามาในเรื่องนี้ เพราะว่า ปัญหาอื่นใด เช่น เรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงในสภา เรื่องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อย่างเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลมาปรึกษาหารืออย่างนี้ซึ่งไม่เกี่ยวกับอันอื่นนะครับ อันนี้ก็ขอเพิ่มเติม และให้ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในสามสิบวัน และแจ้งให้สมาชิกทราบ ผมขอทบทวนอีกทีนะครับ ข้อ ๑๗ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภาอาจอนุญาตให้สมาชิก ปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอื่นใดได้ ตามหลักเกณฑ์ที่ประธานสภากําหนดและให้ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรี หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในสามสิบวัน และแจ้งให้สมาชิกทราบ ครับ
หมอชลน่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ตามที่ผมได้สงวนคําแปรญัตติ ให้ตัดคําว่า หรือปัญหาอื่นใดได้ ออกไป เท่าที่ได้ฟังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงและกรุณาเพิ่มข้อความเข้ามาว่า ตามหลักเกณฑ์ที่ประธานสภา กําหนด กระผมเองโดยความเคารพท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วที่เสนอให้ตัดออกนี้ ขอให้เหตุผลเพิ่มเติมก็เพื่อจะช่วยท่านประธาน เพราะบางครั้งดุลยพินิจของท่านประธาน บางครั้งอาจจะมีความลําบากใจในการที่จะวินิจฉัย ในการที่จะพิจารณาว่าเรื่องใดไม่ควร หรือเรื่องใดควร แต่ถ้ามีถ้อยคําที่กําหนดไว้เปึนหลักฐานชัดเจนเปึนลายลักษณ์อักษร และเขียนตามหลักเกณฑ์ที่ท่านประธานกําหนด ท่านประธานก็จะกรุณาไปกําหนด ในรายละเอียดมาอีกทีหนึ่ง ผมเองถ้าเปึนอย่างนี้ผมไม่ติดใจ ขอบคุณครับ
ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
ข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ ข้อ ๒๓ และ ข้อ ๒๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒๕ มีการแก้ไข
ไม่มีสมาชิกท่านใดต้องการอภิปราย เชิญต่อครับ
ข้อ ๒๖ ข้อ ๒๗ ข้อ ๒๘ ข้อ ๒๙ ข้อ ๓๐ ข้อ ๓๑ ข้อ ๓๒ ข้อ ๓๓ ข้อ ๓๔ ข้อ ๓๕ และข้อ ๓๖ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๒ การเสนอญัตติ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๓๗ ข้อ ๓๘ ข้อ ๓๙ ข้อ ๔๐ ข้อ ๔๑ ข้อ ๔๒ ข้อ ๔๓ ข้อ ๔๔ และข้อ ๔๕ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๔๖ มีการแก้ไข
ไม่มีสมาชิกต้องการอภิปราย เชิญต่อครับ
ข้อ ๔๗ ข้อ ๔๘ ข้อ ๔๙ ข้อ ๕๐ ข้อ ๕๑ ข้อ ๕๒ ข้อ ๕๓ และข้อ ๕๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๕๕ มีการแก้ไข
เชิญท่านอลงกรณ์ พลบุตร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ มีคําถาม ถึงคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขเล็กน้อยเท่านั้นครับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เวลาที่เรามีการประชุมและต้องปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าวนี้ ในข้อ ๕๕ นี้รวมไปถึง เรื่องการพิจารณาเต็มสภาหรือเปล่าครับ ในกรณีใช้คณะกรรมาธิการเต็มสภา ในกรณี ดังกล่าวนั้นช่วยยืนยันและแสดงความชัดเจนด้วยครับ
ท่านกรรมาธิการท่านใดจะตอบได้ไหมครับ เชิญนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ คือในข้อ ๕๕ ตามที่ปรากฏที่ผ่านมา เวลาเสนอญัตติไป ถ้าญัตติยังไม่ได้พิจารณาก็คงจะมีการเสนอเข้ามาอีกได้ แต่ที่ผ่านมา อาจจะมีบางญัตติพิจารณาแล้ว มีผู้เสนอเข้ามา ก็เลยไม่อยากให้มีอย่างนั้น ถ้าเสนอไปแล้ว ก็ดําเนินการต่อไปครับ
เชิญคุณอลงกรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ เข้าใจว่า ท่านประธานอาจจะตอบไม่ตรงคําถามนะครับ เพราะว่าประเด็นที่ผมถามนั้นเข้าใจดีว่า กรณีที่ท่านชี้แจงนั้นเปึนกรณีที่เราเห็นปัญหาดังกล่าวแล้วก็นํามาบัญญัติเปึนข้อบังคับ ฉบับนี้ แต่ว่าที่กระผมถามนั้นเปึนทางปฏิบัติว่าในกรณีที่ใช้คณะกรรมาธิการเต็มสภา แล้วก็แปรญัตติกันเดี๋ยวนั้นเลย ในกรณีดังกล่าวนี้เราจะถือปฏิบัติอย่างไรนะครับ
ท่านกรรมาธิการครับ ท่านถวิล ไพรสณฑ์ ตอบได้ไหมครับ คําถามของท่านอลงกรณ์บอกว่า ในกรณีที่มีการประชุมคณะกรรมาธิการเต็มสภาแล้วมีการเสนอญัตติเข้ามานี่ครับ คือ ไม่ได้บังคับไว้ในข้อบังคับอันนี้นะครับ มีท่านใดต้องการจะอภิปรายเพิ่มเติมไหมครับ เปึนอันว่าไม่มีผู้ติดใจนะครับ ท่านอลงกรณ์ครับ ยังไม่ได้ตอบใช่ไหมครับ
ความจริงเรื่องนี้เปึนแนวปฏิบัติจริง ๆ ผมเข้าใจว่าตอนที่เรามีปัญหาก็ได้มีการยกร่างข้อบังคับดังกล่าว ทีนี้ตอนที่ยกร่างข้อบังคับ เข้าใจว่าเรามองในประเด็นเรื่องของการพิจารณาญัตติปกติ หรือการแปรญัตติปกติ แต่ว่ามันก็มีประเด็นซึ่งผมไม่แน่ใจว่าในส่วนคณะกรรมาธิการได้มีการพิจาณารวมตรงนี้ ไปในกรณีที่เปึนการประชุมที่ใช้คณะกรรมาธิการเต็มสภาหรือไม่ เพราะตรงนั้น มันต้องแปรญัตติกันสด ๆ ร้อน ๆ เลย เรื่องดังกล่าวนี้จะครอบคลุมหรือไม่ หรือว่าในกรณี ของการประชุมโดยใช้คณะกรรมาธิการเต็มสภานั้นมีอยู่ในข้อบังคับส่วนอื่นหรือไม่ ผมเอง ก็ตอบไม่ได้ครับท่านประธาน อยากจะตอบ แต่ว่าเกินอํานาจหน้าที่ เพราะว่าเปึนเรื่องของ คณะกรรมาธิการซึ่งได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียดและรอบคอบ ก็เพียงแต่ต้องการ ขอคําตอบ หรือว่าสมาชิกสภาท่านใดที่มีประสบการณ์และอาวุโสนะครับ อย่างท่านเชาวริน จะลุกขึ้นช่วยชี้แจงตอบตรงนี้ก็ได้ แต่ว่าตรงนี้น่าจะเปึนแนวปฏิบัติ เพราะไม่เช่นนั้น ก็จะเกิดความอีหลักอีเหลื่อเวลาที่เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติ แล้วเราประชุมสภาเอง ประธานเองก็ไม่มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะว่าข้อบังคับอันนี้มันจะค้ําคออยู่ เราจะไม่สามารถแปรญัตติได้นะครับ ก็เลยขอคําชี้แจง
ข้อบังคับ ข้อ ๕๕ นี้คงสืบเนื่องมาจากการที่ผมได้เคยหารือต่อที่ประชุมแห่งนี้นะครับว่า ในการเสนอญัตติด่วนบางญัตติเมื่อได้บรรจุวาระประชุมไปแล้วแล้วยังไม่ถึงวาระที่ พิจารณาญัตติด่วนนั้น ๆ ผมก็ยังเป่ดโอกาสให้เสนอญัตติด่วนซ้ําเข้ามาแล้วพิจารณา ในคราวเดียวกันได้ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมาธิการท่านได้กรุณาบัญญัติไว้ชัดเจนแล้วนะครับ แต่เรื่องที่คุณอลงกรณ์ได้สอบถามที่ประชุมในกรณีที่เปึนการประชุมคณะกรรมาธิการ เต็มสภาแล้วมีการเสนอญัตติเข้ามาจะพิจารณากันอย่างไร ก็ต้องขอแรงท่านผู้อาวุโส ที่จะช่วยชี้แจงแทนคณะกรรมาธิการ นายแพทย์ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ผมไม่ได้เปึนผู้อาวุโสนะครับ แต่ว่าในสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไขในข้อบังคับข้อ ๕๕ ซึ่งร่างเดิมที่คณะกรรมาธิการยกร่างมามีวัตถุประสงค์เรื่องเกี่ยวกับการแปรญัตติและ ผู้เสนอญัตติกรณีที่ไม่มาชี้แจงในที่ประชุมเท่านั้นเองนะครับ แต่ว่าในข้อ ๕๕ คณะกรรมาธิการได้ไปเพิ่มนัยมาอีกนัยหนึ่งก็คือ การเสนอญัตติที่มี หลักการเช่นเดียวกันจะกระทําไม่ได้เปึน ๒ หลักการอยู่ในข้อบังคับ ข้อ ๕๕ แล้วมาเขียน เอาวรรคสอง คือถ้าผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติไม่มาชี้แจงในที่ประชุม หรือผู้เสนอญัตติ หรือผู้แปรญัตติไม่อยู่ในที่ประชุมโดยไม่มีผู้ชี้แจงแทนในฐานะผู้รับมอบหมาย ญัตติหรือ คําแปรญัตตินั้นเปึนอันตกไป ท่านประธานครับ กรณีข้อคําถามของท่านอลงกรณ์ ต้องขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน ผมคิดว่าการประชุมในกรณีที่เราพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการก็คือ วาระที่ ๒ กรณีพิจารณาเต็มสภา สมาชิกทุกท่านเปึนกรรมาธิการหมด เพราะฉะนั้นการที่จะ เสนอความเห็น การที่จะขอแก้ไขในบทและมาตราต่าง ๆ ก็ใช้สิทธิในฐานะเปึนกรรมาธิการก็คือ เปึนการขอแก้ไขและสงวนความเห็นตรงนั้นเอาไว้ จริงอยู่ครับมันอาจจะสับสนคําว่า ญัตติ หรือคําแปรญัตติ แต่ว่าโดยความที่กระผมเองได้ถือปฏิบัติ ต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับ เปึนความคุ้นชินและก็ถือปฏิบัติว่าผมเปึนสมาชิกถ้าผมจะขอ แก้ไขผมต้องเสนอคําแปรญัตติเข้าไปถ้าผมไม่ได้เปึนกรรมาธิการ แต่ถ้าผมเปึนกรรมาธิการอยู่ ผมสามารถที่จะขอแก้ไขโดยใช้อํานาจหน้าที่ของกรรมาธิการในการที่จะเสนอขอแก้ไข ขอเปลี่ยนแปลง หรือขอเพิ่มเติมถ้อยคําในบทมาตราต่าง ๆ ได้ในฐานะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นการประชุมในวาระที่ ๒ ถ้าเปึนคณะกรรมาธิการเต็มสภา ผมคิดว่าข้อบังคับนี้ ไม่เกี่ยวข้องครับ ก็เปึนการประชุมในฐานะเปึนกรรมาธิการไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านวิทยา แก้วภราดัย คนนี้อาวุโสจริงครับ
ท่านประธานครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย ครับ ผมคิดว่าคงต้องเรียนถามท่านประธานสภาครับ เพราะว่าข้อบัญญัติ ข้อบังคับเวลาทําเสร็จแล้วคนที่บังคับใช้คนนั่งข้างบนจะเปึนคนวินิจฉัยแล้วก็เปึนที่สุด ผมขออนุญาตเรียนถามผ่านท่านประธานสภาว่า ถ้าไม่บัญญัติวรรคต้นที่คณะกรรมาธิการ เพิ่มเติมไว้ สมมุติว่าถึงวันพิจารณาผมยื่นญัตติไว้ เช้านี้มีคนยื่นญัตติ ก็ถือยังไม่ถึงเวลา พิจารณา บ่ายจะพิจารณา ปกติธรรมเนียมปฏิบัติก็คือ ถ้ามีคนมายื่นญัตติตอนเช้า ประธานก็จะสั่งแจกในที่ประชุมภาคบ่ายแล้วก็รวมพิจารณา แต่ปัญหานี้ผมคิดว่าปฏิบัติ กรรมาธิการก็ไม่กังวล แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นว่าเมื่อถึงเวลาพิจารณาญัตติกันแล้ว กําลัง พิจารณาญัตติ เนื่องจากสมาชิกอยากอภิปราย แล้วคนที่ยกมืออภิปรายกันเยอะแยะมาก แต่สิทธิในการอภิปรายเปึนผู้เสนอญัตติจะมีสิทธิอภิปราย มีเพื่อนสมาชิกอีกคนนึกขึ้นได้ว่า ถ้าตัวเองจะอภิปรายก็ต้องไปยื่นญัตติ ก็ไปเขียนญัตติแล้วก็มายื่นซ้ําเข้ามา ผมเข้าใจว่า ปัญหาจะเปึนเช่นนี้ แต่นี่วิธีการยื่นญัตติอย่างนั้นผมคิดว่าเมื่อสภาพิจารณาไปแล้ว ใครมายื่นญัตตินี่ ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานครับ ถ้าไม่บัญญัติข้อนี้ไว้ท่านจะ รับไว้พิจารณารวมไหม เพราะถ้าท่านวินิจฉัยว่าไม่รับและไม่พิจารณารวมข้อนี้ไม่ต้อง เขียนครับ อันนี้เขียนกันเฉพาะเขาพิจารณาแล้วก็มายื่นซ้ําเข้ามาอีก แต่ถ้าเขายื่นเช้า เราพิจารณาบ่ายหนีไม่พ้นครับต้องรวมพิจารณา แต่ถ้าเมื่อเริ่มต้นพิจารณา กําลังพิจารณา แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกยื่นญัตติเข้ามาอย่างเดียวกัน ถ้าท่านประธานนั่งเปึนประธานในที่ประชุม ท่านจะอนุญาตให้ญัตติที่ยื่นในช่วงที่เขากําลังพิจารณานี่เข้าสู่วาระการประชุมได้ไหมครับ
ขอบคุณคุณวิทยานะครับ เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากการที่ผมหารือในที่ประชุมแห่งนี้ครับ เพราะว่าวันนั้นผมได้หารือว่า ถ้าหากว่าได้มีการบรรจุระเบียบวาระการประชุมแล้ว ความคิดเห็นผมเองไม่อยากให้มีการเสนอญัตติเข้ามา เพราะว่าเหมือนกับเปึนการเอาเปรียบ เพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอญัตติไว้แล้วแล้วได้บรรจุวาระการประชุม แต่สมาชิกส่วนใหญ่ ก็อภิปรายกันหลายท่านครับว่า เนื่องจากบรรดาสมาชิกของเรามีภารกิจค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเข้าถึงพิจารณาวาระของญัตตินั้น ๆ ยังน่าจะอนุญาตให้ได้ ที่ประชุม เปึนอย่างนั้น ผมก็เลยบอกว่า ขอฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณานําไปใส่ไว้ด้วยนะครับ ก็เลยเปึนที่มาของข้อนี้ครับ คุณสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ดําริของท่านประธานชอบแล้วครับ วันนี้ผมเข้าประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการแก้ไขปัญหาน้ํายังมีการยื่นญัตติตามหลังกัน เข้าไปเลยหลังจากพิจารณาเสร็จไปแล้ว ตรงเรื่องญัตตินี่ดูท่าทางว่าคณะกรรมาธิการ พยายามจะบอกว่าไม่ควรจะมีการเสนอญัตติซ้อนกับญัตตินะครับ เจตนาก็คงเปึนที่เข้าใจ ผมพยายามเข้าใจว่าในขณะที่มีการพิจารณาเรื่องนี้แล้วก็ไม่ควรยื่นญัตติอื่น ลักษณะเดียวกันนะครับ ท่านใช้คําว่า เช่นเดียวกัน ผมไม่แน่ใจว่ามันจะเปึนอย่างไร แต่เอาเปึนว่าลักษณะเดียวกันไม่ได้ ผมแปลกใจตรงคําว่า คําแปรญัตติ ครับท่านประธาน คําแปรญัตตินี่โดยปกติจะต้องยื่นไปที่คณะกรรมาธิการถูกไหมครับ ท่านกรรมาธิการ ช่วยชี้แจงว่า คําแปรญัตติสามารถที่จะยื่นได้ในลักษณะใดบ้างครับ แล้วก็ในกรณี เกิดไม่มีผู้แปรญัตติแต่ทําหนังสือมอบหมายให้แปรญัตติแทนได้ด้วยใช่ไหมครับ ถ้าเกิดใช่ ก็ขอความชัดเจนด้วยครับ เรื่องญัตติผมพอเข้าใจ แต่เรื่องการแปรญัตติในระหว่าง ที่มีการพิจารณาทําอย่างไรครับ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญกรรมาธิการครับ นายแพทย์ประสงค์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ในนี้คําว่า คําแปรญัตติ คงไม่เกี่ยวครับ คงจะเพิ่มเข้ามา เรามาดูกันตรงนี้เปึนเสนอญัตติ อย่างเดียวครับ
คุณสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กราบเรียนก็แสดงว่าถ้อยคํา หรือผู้แปรญัตติก็ต้องเอาออกถูกไหมครับ ก็ขอความชัดเจนจากทางท่านประธาน คณะกรรมาธิการนิดหนึ่งครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพ ตัดออกครับ
คุณวิทยา แก้วภราดัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ขออนุญาตที่จะเรียนถามทางคณะกรรมาธิการครับ วัตถุประสงค์จริง ๆ ของคณะกรรมาธิการ ที่เพิ่มเติมวรรคหนึ่งขึ้นมา ท่านกรุณาฟังช้า ๆ นะครับ ที่ท่านเพิ่มเติมวรรคหนึ่งขึ้นมา เพื่อปัองกันไม่ให้คนยื่นญัตติเมื่อมีการพิจารณาแล้วใช่ไหมครับ แต่ถ้าฟังแนวทางวินิจฉัย ของท่านประธานสภาเมื่อสักครู่นี้นะครับ ท่านจะให้ญัตติเข้าได้ต่อเมื่อได้ยื่นก่อนการพิจารณา เมื่อพิจารณาแล้วอย่างไรประธานไหนก็ไม่อนุญาตหรอกครับ เพราะฉะนั้นถ้าเปึนหลักแนว อย่างนั้นแล้วเราเขียนอันนี้ก็เปึนพลความเปลืองเปล่า ๆ ครับ เว้นแต่ว่าท่านต้องการว่ามีใครยื่น ญัตติเข้าในสภาแล้วห้ามบุคคลอื่นยื่นญัตติอย่างเดียวกันในสภาค่อยเขียนครับ แต่ถ้าคิดว่า ถ้าเขาพิจารณาแล้วห้ามยื่นนี่ โดยแนวปฏิบัติเขาไม่ให้ยื่นกันแล้วครับ อันนั้นลักไก่เพื่อนครับ เพื่อนพิจารณากันแล้วมายื่นตามหลังเข้ามา ใครอนุญาตผมคิดว่าเปึนการอนุญาต ที่ไม่ชอบแล้วครับ
เชิญกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ ก็คงจะตรงกับที่ท่านผู้อภิปราย คือเจตนารมณ์ของเราไม่ให้มีการยื่นญัตติชนิดที่พูดกันง่าย ๆ ว่า เรื่องพอพิจารณา แล้วก็มายื่นครับ ถ้ายังไม่พิจารณาก็ยื่นได้ไม่มีปัญหาอะไรครับ
คุณวิทยาอีกครั้งครับ
ผมเรียนถามท่านประธานก่อน แนวทางวินิจฉัยครับ ท่านก็วินิจฉัยไว้อย่างนั้นนะครับ คือถ้าพิจารณาแล้วท่านไม่ให้ใคร ยื่นนะครับ แนวทางเปึนอย่างนั้นอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นเราเขียนอย่างนี้เปึนพลความ เปลืองเปล่า ๆ ครับ
มีสมาชิกท่านไหนติดใจไหมครับ หมอชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ในการที่กรรมาธิการได้เพิ่มเติมวรรคหนึ่งเข้ามา แล้วก็มี สมาชิกบางท่านได้ทักท้วงเรื่อง หรือคําแปรญัตติ แล้วท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ กรุณาบอกว่า จะตัดคําว่า แปรญัตติ ออกไป ผมอยากจะให้ท่านอ่านในวรรคหนึ่งใหม่ ข้อแรกสุดนะครับ วรรคสอง ถ้อยคําต้องตัดคําว่า แปรญัตติ ออกหรือไม่ ถ้าตัดผมไม่เห็นด้วย เพราะวรรคสองคือ หลักการเดิมของร่างเดิมในข้อ ๕๕ ในวรรคแรก อันนั้นเปึนข้อคิดเห็น ส่วนการเขียนในลักษณะอย่างนี้ถ้าท่านประธานคิดว่าเปึนการเขียนเพื่อที่จะให้สมาชิก ได้ทราบแนวทางการปฏิบัติในการที่จะยื่นญัตติ ผมก็คิดว่าอาจจะเปึนการเอื้ออํานวยกับเพื่อนสมาชิกได้ เพราะว่าบางครั้งอะไรที่ไม่ได้เขียนไว้ อาจจะมีคนไปแปลความว่ากระทําได้ เหมือนในการประชุมครั้งที่ผ่านมา ๒-๓ เดือน มีญัตติบางญัตติที่เราพิจารณาเปึน ๒ วัน ๓ วัน หรือ ๓ สัปดาห์ สัปดาห์ที่ ๓ มายื่น ประกบเพื่อจะมีเหตุที่จะได้นําเสนอเปึนคําอภิปราย อันนั้นผมก็ไม่เห็นด้วย แต่ว่าถ้าคงไว้ ตามเจตนารมณ์ของท่านประธานก็หมายความว่าต้องการให้สมาชิกได้ทราบแนวทาง การเสนอญัตติ ผมคิดว่าก็ไม่น่าเสียหายอะไร ก็คิดว่าเปึนไปตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไข เพียงแต่ขอให้ท่านประธานได้อ่านข้อความในวรรคหนึ่งกับวรรคสองใหม่เท่านั้นเอง ขอบคุณครับ
เชิญกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ
ข้อ ๕๕ ผมขอทบทวนอีกทีนะครับ ญัตติหรือคําแปรญัตติใดถึงวาระพิจารณา ในที่ประชุมแล้ว การเสนอญัตติหรือคําแปรญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันจะกระทํามิได้
ถ้าผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติไม่ชี้แจงในที่ประชุม หรือผู้เสนอญัตติหรือ ผู้แปรญัตติไม่อยู่ในที่ประชุมโดยไม่มีผู้ชี้แจงแทนในฐานะผู้รับมอบหมาย ญัตติหรือ คําแปรญัตตินั้นเปึนอันตกไป
การมอบหมายให้ชี้แจงแทนต้องทําเปึนหนังสือยื่นต่อประธานสภา
ขอคงไว้อย่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลงครับ
คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมอาจจะเข้าใจกรรมาธิการไม่ถูก หรือว่ากรรมาธิการเข้าใจผมไม่ถูก คือคําว่า หรือคําแปรญัตติ ยังคงมีอยู่ เช่น ร่างที่คณะกรรมาธิการแก้มาหรือว่าตัดเรื่อง คําแปรญัตติ ผู้แปรญัตติ ออกไป คือเรื่องญัตติกับเรื่องแปรญัตติตอนนี้มันเปึน ๒ ประเด็นอยู่ก็คือ การเสนอญัตติ กับการแปรญัตตินะครับ ผมสอบถามกรรมาธิการในครั้งแรกว่า การเสนอญัตติยังพอเข้าใจว่า ถ้าเกิดมีการพิจารณาในที่ประชุมแล้ว ห้ามเสนอซ้ําเข้าไปที่มีลักษณะเดียวกันตามที่ ท่านวิทยาได้พูดถึง แต่การแปรญัตติครับ คือไม่รู้จะเสนออย่างไรในที่ประชุม เพราะว่า มันต้องเสนอก่อนการประชุมอยู่แล้วครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน ขอความชัดเจน จากกรรมาธิการนิดครับ
เชิญคุณหมอประสงค์ครับ
ในวรรคแรกก็ต้อง แปรญัตติตามกฎเกณฑ์อยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นการเสนอญัตติอันแรกก็ตัดออก แต่อันที่ ๒ อันที่ ๓ นี้ไม่ได้ตัดออกครับ
ข้อ ๕๕ ญัตติหรือคําแปรญัตติ ตัด หรือคําแปรญัตติ ออก ญัตติใดถึงเวลา พิจารณาในที่ประชุมแล้ว การเสนอญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันจะกระทํามิได้ ถูกต้อง ไหมครับ โอเค นะครับ
ถ้าผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติไม่ชี้แจงในที่ประชุม หรือผู้เสนอญัตติ หรือผู้แปรญัตติไม่อยู่ในที่ประชุมโดยไม่มีผู้ชี้แจงแทนในฐานะผู้รับมอบหมาย ญัตติ หรือคําแปรญัตตินั้นเปึนอันตกไป
การมอบหมายให้ชี้แจงแทนต้องทําเปึนหนังสือยื่นต่อประธานสภา ครับ
คุณวิทยา แก้วภราดัย ครับ
ผมขออนุญาตเรียนถามผ่านไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการอีกครั้งนะครับ คือเมื่อที่ประชุมโดยเฉพาะท่านประธาน ในที่ประชุมให้ความมั่นใจว่า ญัตติที่ยื่นไประหว่างที่เขาพิจารณาประธานไม่อนุญาตให้ รวมแล้ว เปึนแนวทางที่ปฏิบัติกันมาโดยตลอดแล้วทําไมเราต้องเขียนไปอีกครับ ถ้าเราไป เอาตามร่างเดิมที่ท่านยกร่างมาทีแรกนะครับ
ข้อ ๕๕ ก็จะเปึนอย่างนี้ครับ ญัตติหรือคําแปรญัตติใดถึงวาระพิจารณา ในที่ประชุมแล้ว ถ้าผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติไม่ชี้แจงในที่ประชุม หรือผู้เสนอญัตติหรือ ผู้แปรญัตติไม่อยู่ในที่ประชุมโดยไม่มีผู้ชี้แจงแทนในฐานะผู้รับมอบหมาย ญัตติหรือ คําแปรญัตตินั้นเปึนอันตกไป
การมอบหมายให้ชี้แจงแทนต้องทําเปึนหนังสือยื่นต่อประธานสภา
ถ้าคงอย่างนี้ถ้อยคําของท่านที่แปรญัตติเพิ่มขึ้นมา ทําเพิ่มขึ้นมา ก็จะไม่สับสนครับ เพราะว่าท่านจะได้ตามที่ต้องการแล้วครับก็คือ วันนี้ถ้ามีการพิจารณา ญัตติกันแล้วสมาชิกท่านใดจะยื่นญัตติเข้ามาเปึนเรื่องปกติรับไม่ได้ครับ ท่านเขียนเรื่อง ที่เปึนไปไม่ได้แล้ว เขียนไปทําไม ผมคิดว่าถอนออกไป มันจะได้ถ้อยคําที่ดีกว่า แล้วไม่สับสนด้วยครับ
เชิญคุณสุนัยครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ของพรรคพลังประชาชน ในนาม กรรมาธิการ ท่านประธานเมื่อกี้บอกท่านวิทยาเปึนผู้อาวุโส ด้วยความเคารพ จริง ๆ อาวุโสต้อง ผมนะครับ ท่านก็เลยเสนอใหญ่ ผมอยากจะแสดงให้ท่านประธานเห็นว่าข้อเท็จจริงนี้เปึน เรื่องอาวุโสคุยกันก็คือเรื่องความหลัง ท่านประธานบอกว่า ท่านเคยหารือ นี่ย้อนความหลังครับ ท่านประธาน ผมเปึนคนที่บอกท่านประธานว่า ท่านประธานครับ ส.ส. นี่มีงานเยอะบางที ลืมยื่นญัตติ ดังนั้นกินเงินเดือนตั้งแสนหนึ่งแล้ว ถ้ายื่นไม่ทันก็ขอยื่นเถอะครับ อย่าเพิ่ง ออกข้อบังคับเลย อย่าเพิ่งวินิจฉัยเลย ดังนั้นประเด็นนี้ถ้าเปึนคงเดิมนี่นะครับ ตามที่ ข้อ ๕๕ อย่างที่ท่านวิทยาว่านี่ผมเห็นด้วย เพราะจริง ๆ แล้วโดยความรู้สึกของการเปึน ผู้แทนราษฎรนั้น เราอยากจะให้ผู้แทนราษฎรได้แสดงความเห็นกันเต็มที่ถ้าไม่มีข้อบังคับ ใด ๆ ผมก็นั่งนิ่งมานาน เพราะผมเองไม่ค่อยอยากให้มีหรอกครับ ข้อ ๕๕ ใหม่นี่ ผมอยาก ได้ข้อ ๕๕ เก่าอย่างท่านวิทยาครับ ดังนั้นถ้าเปึนแบบข้อ ๕๕ เก่าไม่มีข้อบังคับ ก็เปึนดุลยพินิจ เมื่อท่านประธานบอกว่า เมื่อที่ประชุมเห็นว่ายังให้ยื่นญัตติซ้อนเข้ามา ได้ก็ไม่ว่ากัน ตอนนั้นท่านกรุณาอย่างนั้น ดังนั้นถ้าเปึนข้อ ๕๕ เก่าอย่างท่าน ส.ส. วิทยาว่านี่ไม่มี ข้อบังคับก็จะเสนอกันโดยท่านประธานก็อนุเคราะห์และผู้แทนราษฎรก็มีความสุขดีครับ ยื่นไม่ทันก็ยื่นตอนที่เขาอภิปรายนั่นแหละ อภิปรายมาแล้ว ๒ วัน ๒ สัปดาห์แล้วเพิ่งนึกขึ้น ได้ว่าอันนี้มันเรื่องที่เราควรจะได้พูดสักหน่อยก็ยื่น ถ้าไม่เขียนไว้เลยนี่ทําอย่างนี้ได้หรือครับ ทําได้ แต่ถ้าเขียนอย่างที่ข้อ ๕๕ แก้ไขนี่ทําไม่ได้เลย ดังนั้นถ้าเขียนอย่างที่ข้อ ๕๕ แก้ไขนี่ ท่านประธานไม่ต้องหารือแล้วครับ ยื่นไม่ได้เลยนะครับ ชัดเจน แต่ใจผมก็ชอบแบบ ท่านวิทยานะครับ คือถ้าไม่เขียนเลยก็ยังขอแทรกอีกสักหน่อยเพราะว่ายื่นไม่ค่อยทัน ก็แล้วแต่ว่าที่ประชุมจะเห็นเปึนอย่างไรครับ กราบขอบพระคุณครับท่าน
เชิญคุณวิทยาครับ
ผมก็ไม่กล้าเรียนถามกรรมาธิการ ก่อนทีแรกนะครับ ผมพยายามเรียนถามหามาตรฐานของสภาเราก่อน แล้วผมก็ไม่แน่ใจว่า ที่ผ่านมาเปึนใครขออนุญาตเสียบเข้ามา ทีนี้ผมเจอตัวคนเสียบแล้ว ผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ ข้างบนนั่นเอง เพราะฉะนั้นข้อบังคับนี้ถ้าออกมาก็เพื่อกันผู้อาวุโสท่านนั้น ผมเลยเรียน ถามท่านประธานสภาก่อนนะครับว่า มาตรฐานจริง ๆ เราเปึนอย่างไร เพราะว่าผมก็อยู่ ในสภามาหลายป้ ท่านก็อยู่มาเยอะแล้วครับ ปกติญัตติยื่นกันไปแล้วโดยมารยาทครับ เขาพิจารณากันแล้วจะมาขอเสียบ บอกว่าลืมอย่างนี้ไม่มี เพราะฉะนั้นผมเรียนถาม ประธานสภาครับว่า ถ้าเปึนญัตติปกติเมื่อมีการพิจารณาญัตติแล้วผมนึกได้ขึ้นมาจะขอ อภิปรายในฐานะผู้ยื่นญัตติ ผมมายื่นเสียบเข้ามาท่านประธานจะอนุญาตไหม ท่านก็บอกว่า ไม่ควรอนุญาต นี่ท่านประธานนั่งทั้งคู่แล้วผมก็ต้องเรียนถามอีกท่านนะครับว่า ถ้าอีกท่าน จะมีมาตรฐานอย่างเดียวกันหรือเปล่า ถ้ามาตรฐานเปึนอย่างนี้นะครับ ผมก็จะได้จับตัวติดว่า ใครทําให้มาตรฐานสภาเสีย มีใครขออนุญาตเข้าเสียบ ถ้าจําเปึนว่าเพื่อกันสมาชิกบางคน ที่ขอเสียบอย่างนั้นนะครับ เขียนไว้เลยครับ เพื่อกันไว้เลยครับ แต่จริง ๆ ผมคิดว่า ถ้ามาตรฐานสภามี เขียนตรงนี้มันเปึนพลความครับ แต่ถ้าคิดว่าสภาเราไม่มีมาตรฐานกัน ไว้ให้หมดเลยครับ ผมไม่ติดใจครับ
ก็ต้องเรียนคุณวิทยาอย่างนี้นะครับ อะไรก็ตามที่ไม่ได้เขียนไว้แล้วกํากวมนี่จะขึ้นอยู่กับ คําวินิจฉัยของประธานที่ประชุม แต่ถ้าหากว่าเราเขียนไว้ชัดเจนนี่ ประธานที่ประชุมก็ต้อง วินิจฉัยไปตามข้อบังคับที่เขียนไว้ชัดเจนครับ อันนี้เปึนเรื่องปกติธรรมดา ผมเองเรื่องนี้ ผมได้เคยวินิจฉัยไว้นะครับว่า ผมเห็นว่าถ้ามีการบรรจุระเบียบวาระญัตตินั้น ๆ ไปแล้ว ไม่ควรจะรับเพิ่มเข้ามาพิจารณา ซ้ําเข้ามา แต่ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นว่าถึงแม้จะบรรจุ ระเบียบวาระไปแล้ว แต่ยังไม่พิจารณาก็น่าจะเป่ดโอกาสให้ ส.ส. ได้เสนอญัตติซ้อน เข้ามาได้แล้วพิจารณาในคราวเดียวกัน ก็เห็นชัดเจนครับว่าการวินิจฉัยของผมไม่ตรงกับ ความต้องการของบรรดาเพื่อนสมาชิกเปึนส่วนใหญ่ ก็ขอเรียนชี้แจงตรงนี้ครับ คุณสุนัยครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย ผมต้อง ขออนุญาตนิดหนึ่ง ผมพยายามลําดับเรื่องแล้วก็เห็นใจเพื่อน ส.ส. ท่านอื่นอย่างที่ ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้ว แต่บังเอิญท่านผู้อาวุโสน้อยกว่าผมเสียบมาหา ที่หาว่าผมเปึนคนเสียบ ไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้ทํา เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย และปกติไม่ค่อยชอบเสียบเท่าไรหรอกครับท่าน ดังนั้นผมกราบเรียนชี้แจงว่า ในข้อนี้ถ้าจะให้ ชัดเจนก็คือตามข้อ ๕๕ แก้ไข ซึ่งในที่ประชุมกรรมาธิการได้พูดกันมากพอสมควร ดังนั้นผมคิดว่าอยากจะเสนอท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า เราเอาตาม ข้อ ๕๕ แก้ไขเสียก็จะเปึนบรรทัดฐานแล้วไม่ต้องโต้เถียงกัน กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ คุณสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ฟังท่านผู้อาวุโสทั้ง ๒ ท่าน ผมเองในฐานะผู้น้อยแต่ยังไม่ค่อยได้รับความชัดเจนครับ ผมขอความชัดเจนจากกรรมาธิการนะครับว่า ข้อ ๕๕ จะใช้ข้อความว่าอย่างไร และโดยเฉพาะวรรคสองที่มีการแก้ไข ถ้าท่านประธานดูให้ดีจะมีประธานหลายตําแหน่ง หลายที่เหลือเกิน ถ้าผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติ ประเด็นที่ ๑ ไม่ชี้แจงในที่ประชุม หรือ ทีนี้ขึ้นใหม่อีกครับ ผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติไม่อยู่ในที่ประชุมก็แสดงว่า ๑. ก็คือ ไม่ชี้แจงในที่ประชุม ๒. ก็คือไม่อยู่ในที่ประชุม แล้วก็บอกอีกว่าโดยไม่มีผู้ชี้แจงแทน ในฐานะผู้รับมอบหมาย ญัตติหรือคําแปรญัตตินั้นเปึนอันตกไป ก็เปึนความเข้าใจ นะครับว่า ถ้าเกิดกรณีถึงการเสนอแล้ว การแปรญัตติแล้วท่านไม่อยู่หรือไม่มอบหมายให้ มีผู้เสนอแทนก็ถือว่าญัตตินั้นตกไป ผมขอสอบถามเรื่องการแปรญัตติครับว่า อนุญาตให้ มีการแปรญัตติแทนได้หรือไม่ ก็คงเปึนข้อสอบถามเพื่อความชัดเจน และถ้าเกิดชัดเจน แล้วขอถ้อยคําด้วยครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
เชิญท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตผู้น้อยตอบผู้น้อยแล้วกันนะครับ เมื่อสักครู่ผู้ใหญ่ตอบผู้ใหญ่นะครับ ผมขออนุญาตอ่านข้อ ๕๕ เพื่อเพื่อนสมาชิกจะได้ เข้าใจร่วมกัน ข้อ ๕๕ ที่มีการแก้ไขข้อความจะเปึนอย่างนี้ ญัตติใดถึงวาระพิจารณาในที่ประชุม แล้ว การเสนอญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันจะกระทํามิได้ ที่มีการแก้ไขเปึนอย่างนี้ ส่วนที่ท่านสมาชิกสมบูรณ์ได้กรุณาสอบถามว่า การมอบหมายให้ผู้หนึ่งผู้ใดเปึนผู้ยื่น หรือชี้แจงญัตติแทนนั้นทําได้หรือไม่ ตามหลักการเดิมก็คือยังทําได้อยู่ ขอบพระคุณครับ มีด้วยครับ การแปรญัตติก็ยื่นได้ครับ
ไม่มีท่านใดติดใจนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
ข้อ ๕๖ และข้อ ๕๗ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๓ การอภิปราย ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๕๘ ข้อ ๕๙ ข้อ ๖๐ ข้อ ๖๑ ข้อ ๖๒ ข้อ ๖๓ ข้อ ๖๔ ข้อ ๖๕ ข้อ ๖๖ ข้อ ๖๗ ข้อ ๖๘ และข้อ ๖๙ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๔ การลงมติ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๗๐ ข้อ ๗๑ ข้อ ๗๒ ข้อ ๗๓ ข้อ ๗๔ ข้อ ๗๕ ข้อ ๗๖ ข้อ ๗๗ และข้อ ๗๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๗๙ มีการแก้ไข
ผ่านครับ
ข้อ ๘๐ และข้อ ๘๑ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๔ กรรมาธิการ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๒ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญผู้สงวนครับ ท่านเชาวรินเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก ในที่ประชุมได้รับทราบโดยทั่วกันว่า คําสงวนคําแปรญัตติของผมในข้อ ๘๒ ที่เอกสารซึ่งแจก ท่านสมาชิกในหน้า ๑๑ นั้นระบุว่า ให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้น ๓๒ คณะข้อความเดิม นะครับ แล้วก็ไปลบคําว่า ๒ เพิ่มเปึน ๓ คณะ ขอกราบเรียนว่า ไม่ใช่เจตนารมณ์ของผม และผมเชื่อว่าตัวนี้คงไม่ใช่ตัวเลข ตายตัวอาจจะเปึน ๓๓ ๓๔ ๓๕ ๓๖ ๓๗ ก็แล้วแต่มติ ของที่ประชุม แต่ไม่ใช่ความเห็นของผม เพราะฉะนั้นขอทําความเข้าใจตรงนี้ก่อน ผมเพียงแต่ขอเพิ่มคณะกรรมาธิการคณะหนึ่งซึ่งให้ชื่อไว้ว่า คณะกรรมาธิการกิจการชาวไทย โพ้นทะเล ซึ่งได้กําหนดอํานาจหน้าที่ไว้ขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านข้อความตรงนี้นิดเดียว มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ เกี่ยวกับกิจกรรมทั้งปวง ที่เกี่ยวกับชาวไทย ซึ่งตั้งถิ่นฐานหรือไปประกอบอาชีพในต่างประเทศ ทั้งในด้านการส่งเสริม ความเปึนอยู่ การประกอบอาชีพและการส่งเสริมเกียรติภูมิความเปึนคนไทย ท่านประธานครับ ตรงนี้ผมคงจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกทั้งหลายว่า นี่เปึนมิติใหม่ ของข้อบังคับของคณะกรรมาธิการของรัฐสภาที่เราจําเปึนจะต้องให้ความสําคัญ แก่คนไทยที่ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในต่างประเทศหรือไปประกอบอาชีพหรือไปทําอะไรก็ตาม ที่เปึนการอยู่อย่างถาวร ตรงนี้ขอทําความเข้าใจว่ามีลักษณะการทํางานนั้นแตกต่างกว่า คณะกรรมาธิการการต่างประเทศและคณะกรรมาธิการการแรงงาน ซึ่งเดี๋ยวท่านสมาชิก บางท่านอาจจะยกมาบอกว่า มีคณะกรรมาธิการการต่างประเทศแล้วให้คณะกรรมาธิการ การต่างประเทศไปดูแลตรงนั้นก็ได้หรือบางท่านอาจจะบอกมีคณะกรรมาธิการการแรงงานแล้ว กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่า เจตนารมณ์ของผมแตกต่างกว่าคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศและคณะกรรมาธิการการแรงงาน เบื้องต้นคงจะต้องกราบเรียนว่า ปรากฏว่าคณะกรรมการชุดนั้นได้เดินทางไปในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคพื้นยุโรป ได้รับความสนใจจากประชาชนคนไทยที่ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศนั้น ๆ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพียงแค่สัก ๒-๓ ประเทศ เปึนต้นว่า ฝรั่งเศส เยอรมนี และ สวิตเซอร์แลนด์ซึ่งมีจํานวนมากเหลือเกิน ท่านประธานครับ เขาชื่นชมเหลือเกินที่สภาเรา ให้ความสําคัญแก่เขา ได้ตั้งคณะกรรมการไปเยี่ยมแล้วไปเชิญชวนให้เขาเข้ามาร่วมฉลอง การครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ป้ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในขณะเดียวกัน ถัดมาระยะหลังนี้ ท่านประธานครับ เมื่อคราวเกิดคลื่นสึนามิ (Tsunami) ที่จังหวัดภาคใต้ ท่านประธานคงจะทราบว่าคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศมีความห่วงหาอาทรพี่น้อง เพื่อนร่วมชาติที่ประสบภัยพิบัติคลื่นสึนามิ ผมมีโอกาสไปตอนที่ท่านประธานโภคินได้ตั้ง คณะกรรมการชุดหนึ่งในการที่จะทําการประชาสัมพันธ์เชิญชวนคนไทยให้ลด ละ เลิก อบายมุขถวายเปึนพระราชกุศล และเข้าไปเยี่ยมเยือนคนไทยในต่างประเทศ คราวนี้ ท่านประธานโภคินได้เสนอแนะให้นําพระสงฆ์ พระมหาเถระไปเทศน์ให้คนไทยฟัง ท่านประธานครับ คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศบางคน ๑๐ กว่าป้ไม่มีโอกาสทําบุญ กับพระมหาเถระครั้งละ ๙ รูป อย่างมากบางทีวันเกิด ทําบุญบ้านมีพระแค่ ๓ รูป ๔ รูป แต่ครั้งนั้นท่านประธานโภคิน พลกุล ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ประกอบด้วย พระมหาเถระ ๑๕ รูป การเดินทางบางครั้งพระมหาเถระรูปใดไม่ว่างก็ไม่ได้ไป ที่ว่างจาก ภารกิจไม่ติดกิจนิมนต์ก็เดินทางไปร่วมกัน ท่านประธานครับ พระมหาเถระ ท่านเจ้าคุณ ทั้งหลายไปเทศน์ให้คนไทยฟัง คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศมาร่วมชุมนุมกันในจุดนัดหมาย ได้มีโอกาสฟังการเทศน์โดยยกเอาจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงปรนนิบัติต่อ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในครั้งที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงประชวรประทับรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลศิริราช สิ่งนี้ที่ชี้ให้เห็นว่าพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงเปึนกษัตริย์ยอดกตัญ็ู และในวโรกาสที่พระองค์ท่านจะครองราชสมบัติ ครบ ๖๐ ป้ สมควรที่จะให้คนไทยในต่างประเทศ ในประเทศนั้น ๆ ที่พระไปเทศน์ได้กระทําคุณงาม ความดีประกอบเปึนพระราชกุศลถวายพระองค์ท่าน ท่านประธานครับ ภาพที่ผมเห็นคนไทย นั่งฟังเทศน์พนมมือตลอดเวลา เรียกสามีซึ่งเปึนชาวต่างประเทศมานั่งพนมมือฟังพระไทย เทศน์ แล้วก็ค่อย ๆ แปลข้อความไปอย่างนั้น ฝรั่งก็ยังน้ําตาไหลกับความซาบซึ้งในอรรถรส ที่พระเถระ ท่านเจ้าคุณทั้งหลายได้ไปเทศน์ให้คนไทยฟัง นี่ก็เปึนอีกตัวอย่างหนึ่งที่กระผม ขออนุญาตนํากลับมากราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกทั้งหลายเพื่อขอรับการสนับสนุน ในการเพิ่มคณะกรรมาธิการกิจการชาวไทยโพ้นทะเล ด้วยภารกิจที่แตกต่างกว่า คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ คณะกรรมาธิการการแรงงาน ดังที่กระผมกราบเรียน ท่านประธานครับ ผมมีข้อมูลว่าปัจจุบันนี้คนไทยที่ไปอยู่ในต่างประเทศนี้เอาเฉพาะ สุภาพสตรีที่แต่งงานกับคนต่างชาติ จากการนําเสนอของหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่ง เมื่อป้ ๒๕๔๖ ซึ่งเปึนข้อมูลล่าสุดเท่าที่ผมหาได้จากป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ผมคิดว่าตัวเลขคงเปลี่ยนแปลงไปในอัตราที่สูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามผมขออนุญาต กราบเรียนเฉพาะตัวเลขป้ ๒๕๔๖ พอสังเขป มีคนไทยไปแต่งงานในยุโรปเพียงทวีปเดียว ๑๙,๕๙๔ คน คนเหล่านี้ได้นําความเจริญกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนของเขา แต่ละป้ ท่านประธานคงจะทราบว่า ในยุโรปนี่เวลาหน้าหนาวของเขานี่หนาวเหน็บครับท่านประธาน หิมะ ตกกัน ๓ เดือน ๔ เดือน เขาก็ชักชวนพ่อบ้านเขากลับมาอยู่เมืองไทยมาเยี่ยมบ้าน เอาลูก เอาเต้ามา ท่านประธานคงจะเคยเห็นที่ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานีฝรั่งผมแดงนั่งกินส้มตํากัน กับแม่บ้านซึ่งเปึนคนไทย คนเหล่านี้สมควรที่จะได้รับการยกย่องเกียรติภูมิ ผมขออนุญาตตรงนี้ กราบเรียนท่านประธานเอ่ยชื่อคนนอกคนหนึ่งซึ่งไม่ได้เกิดความเสียหายแต่เปึนการสดุดี นั่นคือ ท่านอาจารย์รังสรรค์ แสงสุข อดีตท่านเปึนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคําแหง ท่านไปเป่ดวิทยาเขตที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส ให้คนไทยที่สมรสกับ ชาวต่างชาติได้มีโอกาสเรียนหนังสือในระบบทางไกล ท่านประธานครับ ฝรั่งหลายคนบอกว่า ไม่เชื่อว่าคนไทยมีแนวคิดอย่างนี้ ทีแรกเขาแต่งงานกับคนไทย เขารู้ว่าเมียเขามีความรู้ไม่ถึงขั้น มัธยมศึกษาแต่เขาก็ยังรักคนไทย และเห็นว่าคนไทยเปึนคนนิสัยดี เมื่อมีลูกด้วยกันแล้วครอบครัวก็มีความอบอุ่นพอสมควร หญิงไทยรักความก้าวหน้า มีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา เมื่ออาจารย์รังสรรค์ไปเป่ดวิทยาเขตก็มาลงทะเบียนเรียนหนังสือ วันดีคืนดีท่านประธานครับ ๓ ป้ ๔ ป้ผ่านไปหญิงไทยเหล่านั้นบินกลับมารับพระราชทาน ปริญญาโดยเอาสามีต่างชาติมาด้วย เอาลูกมาด้วย เกิดความชื่นชมกัน ตรงนี้ก็เปึนการขยายผล ทําให้คนต่างชาติได้เข้าใจคนไทยมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นท่านประธานครับ คนไทยเก่ง ๆ ที่อยู่ในต่างประเทศนี่มีอยู่มากมาย ถ้ารัฐสภาของเราจะหยิบยื่นให้ความสําคัญไปให้ เกียรติภูมิเขา ยกย่องเขา ผมว่าน่าจะเปึนประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ความรู้ที่คนไทยซึ่งอยู่ ในต่างประเทศ ยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ นครไทเปเมื่อครั้งประธานาธิบดีเจียง ไคเชค แพ้ประธานเหมา เจ๋อ ตุงได้หลบมาตั้งมั่นอยู่ที่เกาะโฟโมซานี่ชื่อเก่า แล้วเปลี่ยนมาเปึนชื่อ เกาะไต้หวันปัจจุบันนี้ คนไทยครับเปึนคนวางผังเมืองให้นครไทเป อันนี้ผมทราบ ความมาจาก จอมพล ประภาส จารุเสถียร ได้บอกผมว่า เมื่อครั้งที่ จอมพล เจียง ไคเชค หนีมานั่น จอมพล ประภาสส่งคนที่มีความรู้ ความสามารถไปช่วย ไปวางผังเมืองให้ไต้หวัน ในสหรัฐอเมริกาไม่น่าเชื่อครับผู้ที่วางระบบแล้วออกแบบอุโมงค์รถไฟใต้ดินข้ามอ่าวซานฟรานซิสโก เปึนคนไทยครับ ท่านประธานครับ ผมไปกับคณะกรรมาธิการการคมนาคมมีหัวหน้าคณะ หรือประธานคณะกรรมาธิการคือ นายสมัคร สุนทรเวช ไปดูเรื่องของการจัดการขนส่งมวลชน ในนครหลวง ได้ไปเห็น ไปดูครับ คนไทยเปึนคนออกแบบและวางผังการสร้างอุโมงค์ข้าม อ่าวซานฟรานซิสโก และนอกจากนั้นยังมีอีกมากมายครับที่ประสบความสําเร็จ มีความรู้ ความสามารถ องค์ความรู้เหล่านี้เราน่าที่จะเอามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาบ้านเมืองของเรา นี่คือเหตุผลที่ผมเสนอขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการกิจการชาวไทยโพ้นทะเลเพิ่มเข้ามาอีก คณะหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมนี่ไม่แน่ใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากท่านสมาชิกในสภา ให้เพิ่มหรือไม่ เพราะว่าผมยอมรับในความสามารถของผมว่าด้อย ไม่สามารถทําความเข้าใจกับ เพื่อนกรรมาธิการ ๓๕ คนที่ผมเปึนอยู่ด้วย ดังนั้นในสภาใหญ่ผมก็ไม่คาดหวังว่าจะชนะหรอก แต่ผมขอกราบเรียนว่า ผมขอปลูกเมล็ดความคิดตรงนี้ไว้ ถ้าหากว่าสภาชุดนี้ที่มาจาก การเลือกตั้ง ป้ ๒๕๕๐ ยกร่างข้อบังคับ ป้ ๒๕๕๑ไม่ประสบความสําเร็จก็เอาไว้มันปรากฏ ในรายงานการประชุม ผมเชื่อว่าต่อไปภายหน้าคณะกรรมาธิการกิจการชาวไทยโพ้นทะเล ต้องกําเนิดแน่นอน ขอบคุณครับ
เชิญท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน กระผมได้เปึน กรรมาธิการที่ได้สงวนความเห็นในข้อ ๘๒ ทั้งนี้จํานวนคณะกรรมาธิการที่คณะกรรมาธิการ ได้เห็นชอบและมีข้อยุติ ๓๒ คณะ กระผมได้ขอสงวนความเห็นเพื่อที่จะให้มีจํานวน คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นอีก ๑ คณะนะครับ เนื่องจากว่ามีความจําเปึนว่าความประสงค์ ในการที่จะให้มีคณะกรรมาธิการ (๒๕/๑) คือ คณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผล เกษตรกรรม โดยให้มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ เกี่ยวกับการส่งเสริมราคาผลิตผลทางการเกษตรให้สามารถคุ้มต่อต้นทุนการผลิตของ เกษตรกรทุกประเภท และสามารถแข่งขันได้ในตลาดการค้า ตลอดจนมีความมั่นคง อย่างยั่งยืนในอาชีพ ท่านประธานครับ บ่อยครั้งที่มีการไม่ว่าจะเปึนข้อปรึกษาหารือ ไม่ว่า จะเปึนญัตติของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นําปัญหาของพี่น้องประชาชนมาสู่ การพิจารณาก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับความเดือดร้อนจากภาคเกษตรกรรมบ่อยครั้งนะครับ วันนี้เวลามีการพิจารณาเรื่องหอม เรื่องกระเทียม ท่านประธานครับ ก็ยังเดือดร้อนกันอยู่ ควรที่จะมีเจ้าภาพหลักเสียโดยมีคณะกรรมาธิการสามัญ พอมีปัญหาเรื่องใดขึ้นมาคณะนี้ ก็เอาขึ้นมาพิจารณาว่าทําอย่างไรจะช่วยเหลือ จะแทรกแซงราคา จะประกัน จะดําเนินการอย่างไร ก็สุดแท้แต่เมื่อมีเจ้าภาพหลัก ไม่ต้องรอญัตติ ไม่ต้องมาแย่งเวลากันในการที่จะพิจารณา ในสภาปรึกษาท่านประธานเพื่อให้สู่การแก้ไขไม้ผลราคาตกต่ํา วันนี้ก็มีญัตติของท่านสมาชิก ค้างอยู่นะครับ ผมขออนุญาตเอ่ยนาม เพราะมองไปเห็นท่านสถาพรต้องหอม กระเทียม แล้วนําปัญหาเรื่องลําไยของพี่น้องชาวลําพูนมาพูดกันอยู่หลายรอบ ผมก็เห็นว่าเรื่องเหล่านี้ มีความจําเปึนที่ต้องมีเจ้าภาพหลัก เมื่อเช้าผมฟังท่านศุภชัย โพธิ์สุ ก็บอกว่า พี่ผมมีข้อ เดือดร้อนจะต้องพูดถึงเรื่องข้าวนาปรังวันนี้เก็บเกี่ยวแล้วไม่มีคนซื้อ ราคาถูกมาก ปัญหา เหล่านี้ถ้าหากเรามีคณะกรรมาธิการสามัญส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรมอยู่แล้วนะครับ ท่านประธาน พร้อมที่จะหยิบยกและยื่นให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้พิจารณา ผมอยากจะ ขออนุญาตว่า ในขณะนี้ปัญหาราคาวัวเนื้อหรือโคเนื้อในอีสานตกต่ําอย่างมหาศาล เดือดร้อนกันมากครับท่านประธาน ก็ไม่มีเวทีที่จะให้ใครช่วยเหลือเสียแล้ว ผมฟังอยู่ ตลอดเวลาว่าเวลานําปัญหาเหล่านี้เข้ามาจะให้ใครทํา ท่านประธานครับ มีข้อขัดแย้งว่า บางคนอาจจะบอกว่าก็คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์อย่างไรมีภาระจะทําอยู่แล้ว ผมจึงขออนุญาตท่านประธานว่า หากที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการส่งเสริมราคา ผลิตผลเกษตรกรรมแล้ว ภารกิจของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ที่มีถ้อยคํา ที่บอกว่า มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับ การพัฒนาการเกษตร การสหกรณ์ การพัฒนาการผลิต การตลาด และราคาสินค้า การเกษตร ผมจะขออนุญาตท่านประธานให้ตัดคําว่า และราคาสินค้าการเกษตร ออก ขอให้ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ได้ดูเรื่องหลักรวม ๆ เรื่องการผลิต เรื่องต้นทุน เรื่องอะไรทั้งหลาย แต่ว่าเรื่องราคาขอให้เปึนภาระให้กับคณะกรรมาธิการสามัญส่งเสริม ราคาผลิตผลเกษตรกรรม ที่กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า มีความจําเปึน ที่อยากให้ตั้งคณะนี้ ทุกข์ของเกษตรกรคือทุกข์ของแผ่นดิน คนชาวไร่ ชาวนา ชาวปศุสัตว์ ไม่ว่าจะเปึนพืชหรือสัตว์ก็ดีมีความเดือดร้อนตลอดเวลา วันนี้ข้าวอาจจะราคาดี แย่งที่ทํากินกัน จะไปปลูกข้าวก็มีข้อสับสนกันแล้ว เพราะฉะนั้นเฉพาะคณะกรรมาธิการชุดนี้ ขอเปึนของขวัญให้กับภาคเกษตรกรรมที่มีชีวิตอยู่กับเส้นด้าย ราคาแพง สินค้าน้อยก็ได้ราคา เมื่อไรที่มีมาก ๆ ก็จะประสบการขาดทุน ใครสายป์านไม่ยาวมีชีวิตไม่รอดในเส้นทาง การประกอบอาชีพเกษตรกรรม ท่านประธานครับ ผมขอเสนอคณะกรรมาธิการชุดนี้ในร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเขียนไว้เปึน ๓๒ คณะ แล้วเปลี่ยนเปึน ๓๓ คณะ ประเด็นนี้ ความจริงโดยประสงค์ก็คือ ขอเพิ่มอีก ๑ คณะในเจตนาที่ผมได้ขอแปรญัตติสงวนความเห็นไว้ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขอขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสุทินครับ
ท่านประธานครับ ผมเสนอญัตติ ร่วมกับท่านเชาวริน ผมยังไม่ได้พูดในญัตติครับ
ขออภัยท่าน ให้ท่านสมเกียรติก่อนก็ได้ เชิญครับ
ก็เรียนหารือเสียเลยท่านประธาน เราจะไปเปึนลําดับหรือจะว่ากันรวบเลย ถ้าเปึนลําดับผมก็จะรอลําดับถัดไป จะต้องเปึน คณะกรรมาธิการกิจการชาวไทยโพ้นทะเลก่อน แล้วผมเสนอคณะกรรมาธิการแก้ไข ปัญหาหนี้สินแห่งชาติ แล้วจะไปคณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรมของ ท่านไพจิต เราจะเปึนอย่างไร
ก็ไม่เปึนหลักเกณฑ์ตายตัวนะครับ ดูตามความเหมาะสม แต่พยายามจะไล่ตามลําดับก่อน เชิญท่านสมเกียรติครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน ในฐานะกรรมาธิการ ความจริงท่านเชาวรินท่านเปึนหัวหน้าทีมผม ท่านยกธงขาวเสียก่อนแล้วว่าจะแพ้ แต่จริง ๆ แล้วคําคํานี้หลายคนไม่คุ้นว่า คณะกรรมาธิการ กิจการชาวไทยโพ้นทะเล คนรู้สึกว่าเหมือนสนุกเหมือนตลก แต่จริง ๆ เราได้ยินแต่ว่าคนจีนโพ้นทะเล เราไม่เคยเห็นคนไทยเขาเรียก อพยพไปต่างแดน ณ วันนี้นะครับ คนไทยตามสถิติได้ไปอพยพอยู่ที่ต่างประเทศหลายแสนคนนะครับ ในสถิติปัจจุบันนี้ในช่วงป้ ๒๕๕๑ คนไทยที่ใช้สิทธิในการเลือกตั้งต่างประเทศ ๙๒,๕๕๑ คน แล้วมีลูกคนไทยนะครับ ผมไปอยู่ที่อเมริกาผมได้ตั้งยุวชนคือ ยุวชนคนไทยที่อเมริกา เปึนลูกของคนไทยที่อยู่อเมริกาแล้วได้สัญชาติอเมริกันแล้ว พ่อไทย แม่ไทยก็มี พ่อไทย แม่ต่างประเทศ แม่ไทย พ่อต่างประเทศ เปึนคนไทยที่มีความสามารถ แต่ว่าตอนนี้เขาเปึน บุคคล ๒ วัฒนธรรม จริง ๆ แล้วเด็กพวกนี้เปึนคนน่าสงสารมาก ผิวเขาแบบคนเอเชีย แต่บุคลิกภาพเปึนคนอเมริกัน ถ้าเราสามารถหล่อหลอมเขาให้เปึนคนไทย ตอนนี้วัดไทย ในต่างประเทศกําลังทําหน้าที่เพื่อจะหล่อหลอมคนเหล่านี้ให้รู้จักวัฒนธรรมไทย แต่จริง ๆ แล้วนี่นะครับผมอยากจะให้ท่านได้ทราบว่า ถ้าเราใช้เยาวชนคนไทยเหล่านี้ให้มี จิตสํานึกในรากเหง้าของสังคมไทยเขาจะมีส่วนช่วยประเทศไทยมาก ผมจะยกตัวอย่างว่า ในประเทศไต้หวันนี่นะครับ ประเทศเขาเล็ก ๆ แล้วปัจจุบันไม่ได้เปึนประเทศที่ยอมรับ ในเวทีโลกด้วยซ้ําไป แต่เขาทําไมยืนหยัดความแข็งแกร่งของเขาสามารถที่จะต่อสู้ ในผืนแผ่นดินนี้ได้ขณะที่ประเทศต่าง ๆ ก็ไม่ได้ยอมรับความเปึนประเทศของเขา จากการถูกบีบคั้น แต่เขามีรัฐมนตรีโพ้นทะเล คนจีนโพ้นทะเล ผมได้ไปพบ แล้วก็รัฐมนตรี คนนี้มีหน้าที่ในการประสานงานกับรัฐมนตรีกับรัฐบาลต่าง ๆ ที่คนไต้หวันเข้ามาลงทุน มีปัญหาอุปสรรคอะไรก็เข้าไปประสานงานติดต่อ แล้วขณะเดียวกันก็ไปให้กําลังใจ คนไต้หวันเพื่อที่จะได้ทํางาน เขาไปอินโดนีเซีย ไปมาเลเซีย ไปประเทศไทย รัฐมนตรีคนนี้ มีหน้าที่ไปพบคนไต้หวันที่อยู่ทั่วโลก นี่คือวิสัยทัศน์ของการทํางาน แต่เรานี่นะครับ คณะกรรมาธิการที่ผ่านเราก็จะมีคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและ สถาบันการเงิน คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข เราก็อยู่ในแวดวงการทํางานในระดับประเทศ แต่ผมอยากจะฝากว่าถ้าสภายุคเรานี่มี มิติใหม่ ๆ ให้สังคมได้เห็นว่าวิสัยทัศน์ของเราได้แผ่กระจายไปทั่วโลก ใครที่ได้อ่านหนังสือ ของไวทยากรณ์ บัณฑิต อึ้งรังษี เขาบอกว่าจุดอ่อนของคนในสังคมไทยคือ คิดอยู่ในกะลา คิดอยู่ในกรอบ เราไม่คิดออกไปว่า อย่างเกาหลีปัจจุบันนี่เขาสอนเด็กของเขาทําอะไรให้ ยึดโลกนี้ให้ได้ ผมไปสิงคโปร์นะครับ เขาบอกว่าพอเขาทํา ฮาร์เบอร์ (Harbor : ท่าเรือ) เขาบอกว่าเขาจะไปบริหาร ที่ลอมบอก เขาบริหารที่ไทย เขาบริหารท่าเรือที่ต่าง ๆ ประเทศ เขาเล็กนิดเดียว แต่วิสัยทัศน์เขาออกนอกโลก เพราะฉะนั้นแล้วผมอยากกราบเรียน วันนี้เปึนมิติของสภาแล้วครับ ถ้าเราได้ตั้ง คณะกรรมาธิการนี้จะทําให้สังคมได้เห็นว่า เราได้มองอะไรออกไปข้างนอก คณะกรรมาธิการ ชุดนี้ถามว่ามีภารกิจอะไร ภารกิจแรก คือในการประสานงานให้คนไทยในต่างแดนมีแม่บ้านไทยที่ได้รับการกดขี่ไปแต่งงาน อย่างที่ท่านเชาวรินว่าแล้วก็ถูกกฎหมายต่างประเทศ เขาได้รับการบีบคั้นเรื่องมรดก เรื่องกฎหมายต่าง ๆ เราสามารถจะจัดการช่วยเหลือประสานงาน แล้วมีคําถามว่า ถ้าอย่างนั้นกระทรวงการต่างประเทศก็ทําอยู่แล้ว จริง ๆ แล้วกระทรวงการต่างประเทศ เปึนข้าราชการที่ทํางานไปตามกรอบ ตามระบบ และมีอํานาจหน้าที่เฉพาะในระบบ เท่านั้น แต่สังเกตนะครับเวลาเราเดินทางไปคณะกรรมาธิการนี่ เวลาเราไปพบกับผู้นํา เขาในฐานะตัวแทนของประชาชนไทยได้รับการช่วยเหลือมาก ได้รับการดูแลมาก ได้รับ การประสานงานอย่างเปึนระบบ เพราะถือว่าเปึนซีเนเตอร์ (Senator) ก็ตาม เปึนผู้แทน ก็ตาม หรือเปึนตัวแทนของรัฐบาลก็ตาม สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งสําคัญครับ ผมอยากฝากให้ ท่านสมาชิกได้ให้ความสําคัญ นี่ประเด็นแรก
ประเด็นที่สอง อย่างที่ท่านเชาวรินได้พูดแล้วว่า มีคนไทยที่มีความสามารถ มากอยู่ที่เอ็มไอที (MIT : สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซส ประเทศสหรัฐอเมริกา) อยู่ที่นาซ่า (NASA : องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ) อยู่ในที่ต่าง ๆ ทั่วโลก อย่างที่ได้บอก แล้วว่าเปึนคนออกแบบอุโมงค์ใต้ดิน จริง ๆ แล้วแค่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ทําไดเร็กทอรี่ (Directory) คนไทยในต่างแดนที่มีความรู้ความสามารถแล้วมีประสบการณ์อย่างไร เปึนไฟลิ่ง (Filing) ให้นะครับ ผมเชื่อว่าทําทันถ้าท่านให้โอกาส แล้วสามารถประสานงาน เปึน ธิงค์ แทงค์ (Think tank) ให้กับคนในสังคมได้เห็นว่าปัจจุบันเรามี คนไทยที่มีความสามารถทั่วโลก ไม่ว่าเจนเนอเรชั่น (Generation) ต่อไป หรือในปัจจุบันนี้ มีอย่างไรบ้าง ผมอยากให้ท่านสมาชิกได้เห็นครับว่า ผมเชื่อถ้าคณะกรรมาธิการนี้ ตั้งขึ้นมาจะมีคนมาสมัครเข้าคณะกรรมาธิการชุดนี้เปึนจํานวนมาก เพราะภารกิจเรานี่ ก็ต้องไปทํางานประสานงานจริง ๆ แล้วปัญหาต่าง ๆ มีมากมายที่เขาไปอยู่ ท่านเชื่อไหม ครับว่า ในการต่อสู้ที่อิรักที่ผ่านมามีคนอิรักที่อยู่ในทั่วโลกทําการแฮกเกอร์ (Hacker) คอมพิวเตอร์ที่สหรัฐอเมริกา นี่คือศักยภาพกําลังรบหรือศักยภาพของประชาชน ผมเชื่อ เลยว่าถ้าเราได้ประสานงานกับคนไทยในต่างประเทศที่ทําในที่ต่าง ๆ เวลาประเทศไทย เรามีวิกฤติอะไรในแต่ละเรื่องเราสามารถที่จะดึงข้อมูลต่าง ๆ คนคนเดียวในต่างประเทศ สามารถจะช่วยประเทศไทยได้เปึนจํานวนมาก ผมฝากนะครับ มีหลายคนที่เขาไปอยู่ แล้วมีความสามารถมาก เขามีความน้อยใจว่าสังคมนี้ไม่ได้ให้อะไรเขา ผมจะยกตัวอย่าง แม้กระทั่งไทเกอร์ วู๊ด ที่เราพูด ตอนสมัยที่เขามาประเทศไทยใหม่ ๆ คุณแม่เขาพามา หวังว่าจะเอาลูกเขามาสมัครแข่งเยาวชนเพื่อจะได้ขึ้นผ่านประเทศไทย ก็มีหลายคน ไปปฏิเสธเขา เขาก็เลยเกิดความรู้สึกที่ไม่ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เรานี่เพิกเฉย คนที่อยู่ใน ต่างประเทศ มีหลายคนนะครับ เวเนสซ่า เมย์ หรือใครก็ตามเปึนคนไทยทั้งนั้นแม้มี ส่วนผสมกับประเทศอื่น ถ้าเราสามารถสร้างศักยภาพกําลังให้ดี ซึ่งเรื่องนี้ข้าราชการ จะทําไม่ได้แต่ในทางราชการของคณะกรรมาธิการของเราสามารถทําได้อย่างเต็มเป้ืยม ผมฝากวิงวอนท่านสมาชิกครับ เพิ่มอีกสักคณะกรรมาธิการนะครับ ขอให้กําลังใจว่า ทําอย่างไรที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ ผมเชื่อว่าเราจะสร้างมิติใหม่ให้เกิดขึ้นว่าการทํางาน ของสภาเราจะมีวิสัยทัศน์ที่จะประสานงานกับคนไทยกับทั่วโลกได้อย่างแน่นอน ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุทินครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พลังประชาชน มหาสารคาม ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ผมจะอภิปรายเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ท่านประธานจะอนุญาตให้ว่าไปเลยหรือจะรอคณะกรรมาธิการกิจการชาวไทยโพ้นทะเล จบก่อน อยู่ที่ท่านประธานนะครับ
จบแล้วครับ
ผมว่าไปเลยนะครับ
จบแล้ว เชิญท่านเลยครับ ก็มีคนสงวนไว้ ๒ ท่านไม่ใช่หรือครับ ท่านจะชี้แจงหรือเปล่าครับ จะชี้แจงใช่ไหมครับ เชิญครับ ขออภัยท่านสุทินครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน นครสวรรค์ของพรรคพลังประชาชน ในนามกรรมาธิการ ขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่ง ต้องกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ช่วยกัน พิจารณาเรื่องนี้ เพื่อนสมาชิกครับ ถ้าท่านได้ดูจากข้อ ๘๒ ท่านจะเห็นว่าได้มีการเปลี่ยน แนวความคิดไปเยอะมาก ยกตัวอย่าง เช่น มีคณะกรรมาธิการการปัองกันและบรรเทา ผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย เปึนต้น ครั้งแรก ๆ เราเกิดความเข้าใจผิดกันครับ เพื่อนสมาชิกสภาก็บอกว่าที่ข้อบังคับไม่เสร็จสักที เพราะเตะถ่วง แบ่งโควตากันไม่ครบ แย่งโควตากัน จริง ๆ ไม่ใช่ครับ วันนี้หลักฐานมันชัดเจนว่า ท่านกรรมาธิการทั้งฝ์ายรัฐบาลและ ฝ์ายค้านนั้นได้ช่วยกันค้นคิดคณะกรรมาธิการใหม่ ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความเปึนจริง ของโลกที่กําลังเปลี่ยนแปลง ดังนั้นความล่าช้าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องการเตะถ่วง ดังนั้น เพื่อนสมาชิกครับ ประชาชนที่ได้รับข่าวสารไปก็เข้าใจผิด สื่อมวลชนก็มาถามเรามากว่า ที่ช้าอยู่นี่เพราะแย่งคณะกรรมาธิการกันใช่ไหม ไม่ใช่เลยครับ ดังนั้นผมจึงอยากจะเอาตัวอย่างนี้ เพื่ออธิบายชี้แจงให้เพื่อนสมาชิกและให้ประชาชนเห็นว่า อย่างกรณีคณะกรรมาธิการ ของท่านเชาวรินนี่เปึนแนวคิดใหม่ ซึ่งเราต้องยอมรับความจริงว่าโลกปัจจุบันนี้เปึนโลกของการแข่งขันทางการค้า คนไทย ที่อยู่ในต่างประเทศนั้นถ้ามองในฐานะบุคคลก็เปึนคนไทย คนพูดภาษาไทยที่อยู่ใน ต่างประเทศ แต่ถ้ามองในฐานะการค้านั่นคือลูกค้าของการส่งออก เมื่อรัฐบาลท่านทักษิณ เปึนนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านอดิศัย โพธารามิก ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้ใช้ คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศที่ไปมีครอบครัว ไปแต่งงานทั้งผู้ชายและผู้หญิงนั้นให้เปึน ผู้นําเข้าครับ โดยซื้อสินค้าไทยไปกระตุ้นให้เขาเปึนผู้นําเข้าสินค้าจากประเทศไทย ให้มากขึ้นใช้ชื่อโครงการนี้ว่า อินเตอร์เทรดเดอร์ (Intertrader) ไปประชุมคนไทยที่อยู่ใน ตะวันออกกลาง อยู่ในอเมริกาหรืออยู่ในประเทศต่าง ๆ และดําเนินการให้เขาเปึนพ่อค้า เปึนนักการค้าโดยติดต่อผ่านกระทรวงพาณิชย์เพื่อจะนําสินค้าออกไปขายครับ ปรากฏว่า ได้ผลไม่น้อยครับ และถ้าท่านจะดูอีกอย่างหนึ่งใกล้ ๆ ครับ อย่างกรณีที่เวียดนาม วันนี้ คนเวียดนามที่เราบอกว่า บ้านเขาแตก แต่วิกฤติเปึนโอกาส พอแตกเสร็จปรากฏไปอยู่ ยุโรปเต็มไปหมด อยู่อเมริกาเต็มไปหมด ปารีสกลายเปึนศูนย์ส่งออกสินค้าตะวันออก สินค้าเอเชีย ปลาร้า สินค้าต่าง ๆ โดยคนเวียดนามเปึนคนจัดการ เมื่อเวียดนามก็ทํา ปลาร้าได้ ไทยก็ทําปลาร้าได้ เอเย่นต์ (Agent) ใหญ่คือเวียดนามเขาก็ซื้อจากเวียดนาม ดังนั้นการที่เราจะมีคณะกรรมาธิการกิจการชาวไทยโพ้นทะเลซึ่งมีการถกเถียงกันมากนี้ แต่ว่าบางท่านอาจจะยังไม่เห็นด้วยกับท่านเชาวริน เพราะว่าชื่อมันแปลก แต่ผมเองนี่ นับถือท่านที่ท่านได้นําเสนอความคิดใหม่ ๆ ผมอยากจะกราบเรียนเพื่อนสมาชิกผ่าน ท่านประธานก็คือว่า คนไทยส่วนใหญ่ที่อยู่ในต่างประเทศวันนี้ทําอะไรครับ ทําร้านอาหาร กระทรวงพาณิชย์ในสมัยนั้นได้ใช้ร้านอาหารแปรรูปเปึนสถานทูตทางวัฒนธรรมครับ นอกจากนําเข้าโดยสั่งสินค้าเครื่องเทศจากไทยเข้าไปแล้ว ยังเอาสินค้าไปวางขาย ในร้านอีก ช่วยส่งเสริมการส่งออกสําหรับผู้ทําหัตถกรรมในจังหวัดภาคเหนือ ดังนั้นการที่ เราจะเชื่อมโยงคนไทยในต่างประเทศ ในฐานะที่เราเรียกว่า คณะกรรมาธิการกิจการ ชาวไทยโพ้นทะเล นั้นมีสาระสําคัญอย่างยิ่ง ถ้าจะดูอย่างประเทศใหญ่ ๆ อย่างจีน อันนี้ มีแผนกพิเศษเลยครับ ชาวจีนโพ้นทะเล แล้วก็ดูสิครับ เวลาจีนมีปัญหาเรื่องทิเบต ปัญหา ทางการเมืองไปถามคนเยาวราชในจีนสิครับ ยังมีติดต่อสายสัมพันธ์อยู่ แบค (Back) รัฐบาลจีนเต็มที่เลยครับ ดังนั้นการเชื่อมโยงด้วยกลไกของระบบการเมือง ของระบบสภา ที่เชื่อมโยงอย่างนี้เปึนสิ่งใหม่ทางความคิดและเปึนสิ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ จึงกราบเรียน เพื่อความเข้าใจร่วมกันนะครับว่า ขอให้กําลังใจท่านเชาวริน แม้อาจจะไม่ผ่านแต่ท่านก็ให้ มีกําลังใจ แต่อย่างไรก็ตามผมก็จะให้การสนับสนุนท่านนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
เพื่อให้การพิจารณาได้ง่ายขึ้นนะครับ ผมจะว่าเปึนของแต่ละท่านที่สงวนไว้ให้จบ เปึนเรื่อง ๆ ไปก่อนนะครับ ในส่วนของคณะกรรมาธิการกิจการชาวไทยโพ้นทะเลก็ถือว่า ตรงนี้จบนะครับ ก็ขอไปที่ของท่านสุทินเลยครับ เชิญครับ แล้ววันนี้ปัญหาของหนี้สิน ผมเรียนว่ามันเปึนปัญหาที่กําลังลุกลามเรื่อย ๆ วันนี้ท่านประธาน ที่เคารพครับ เราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองเราคงได้เห็นพี่น้องประชาชนได้มา ปรึกษาหารือ บางคนไม่มาหารือ แต่เราเห็นพี่น้องประชาชนหลายคนต้องสิ้นเนื้อประดาตัว หลายคนแก้ปัญหาไม่ได้ บางคนหนี้สินไม่มากสามารถจัดการได้แต่ไม่มีใครไปจัดการ ให้เขาอย่างเปึนระบบ ทําให้หนี้สินล้นพ้นตัวต้องเปึนบุคคลล้มละลาย หลายคนฆ่าตัวตาย หลายคนถูกยึดที่ดิน ที่ไร่ ที่นาไปโดยน่าเสียดาย เพราะเขาไม่มีใครจัดการให้เปึนระบบ อาจจะเปึนในเชิงข้อกฎหมาย อาจจะเปึนความรู้ของเขาไม่ถึง เหล่านี้เปึนปัญหาใหญ่มาก ในอดีต หรือใน ๑๐ ป้ที่ผ่านมานี้ หน้าทําเนียบรัฐบาลเราจะเห็นว่าเกษตรกรได้มายื่นข้อเรียกร้อง ให้แก้ไขปัญหา เปึนปัญหาหนี้สินเกษตรกร เปึนสมัชชา เปึนองค์กรต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นมาแก้ไขปัญหา หนี้สินภาคประชาชนมากมายหลายองค์กร รัฐบาลก็รับมา รับมาดูเหมือนรัฐบาลก็ได้ตั้ง องค์กรแก้ไขเหมือนกัน กรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินระดับอําเภอ ระดับจังหวัด ระดับชาติ แต่องค์กรเหล่านั้นก็ยังแก้ไขปัญหาได้น้อย ปัญหาวันนี้จึงได้ลุกลามขยายตัวอยู่มากพอสมควร หนี้สินซึ่งผมมองเห็นจํากัดเปึนกลุ่ม ๆ ที่จะเปึนปัญหาต่อไปนี้ เปึนต้นว่า กลุ่มแรกคือ กลุ่มปัญหาหนี้สินเกษตรกรวันนี้มากมาย สื่อมวลชน แล้วก็ธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วก็องค์กรธุรกิจได้เสนอรายงานไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หนี้สินเกษตรกร หนี้สินภาคครัวเรือน เพิ่มขึ้นจาก ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ บาท เปึน ๑๒๐,๐๐๐ บาท นี่ก็ได้เห็นแล้วว่าหนี้สินเปึน ปัญหาที่ต้องให้ความสนใจ นอกจากกลุ่มเกษตรกรแล้วปัญหาหนี้สินของกลุ่มต่าง ๆ เช่น ข้าราชการ วันนี้หนี้สินของข้าราชการครูเปึนปัญหาซึ่งได้พูดกันมานาน แต่ยังเปึนปัญหา ที่ยังพูดถึงกันอยู่ นั่นก็แสดงว่ายังไม่มีการแก้ไขกันอย่างเปึนระบบและมีประสิทธิภาพ หนี้สินของข้าราชการฝ์ายต่าง ๆ ประเภทต่าง ๆ วันนี้ก็เปึนปัญหากระทบต่อองค์กร หลายคนต้อง ทําให้องค์กรกระทบกระเทือน ต้องหนีหนี้ ต้องโกง ต้องเบี้ยว ต้องดึงเงินราชการไป เหล่านี้ ก็เปึนปัญหาหนี้สินราชการ ใกล้ตัวท่านประธานที่เคารพ หนี้สิน ส.ส. ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก เหมือนกัน มองหน้าก็รู้ใจกันว่านี่ก็เปึนปัญหากระทบต่อการทํางานอยู่ไม่น้อย ท่านประธานครับ ภาคธุรกิจวันนี้หลายคนเริ่มเปึนห่วงว่าเอ็นพีแอล (NPL : หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้) ของแบงก์ต่าง ๆ เริ่มส่งสัญญาณอันตราย หนี้สินบัตรเครดิตวันนี้ก็พูดกันมากว่าเอาเปรียบ พี่น้องประชาชน หลายคนต้องโดนขูดเนื้อขูดเลือดโดยไม่รู้ตัว เพราะความสลับซับซ้อน กลไกของแบงก์ ทําให้ปัญหาหนี้สินบัตรเครดิตเปึนปัญหาหนึ่งซึ่งเปึนปัญหาซึ่งคุกคาม เปึนปัญหาที่พี่น้องประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ นี่ก็ยังไม่มีการพูดจาแก้ไขกันอย่าง เปึนระบบ หนี้สินขององค์กรธุรกิจของบริษัท ห้าง ร้านต่าง ๆ วันนี้เราได้ทราบว่า หลายบริษัทป่ดตัวเองลงก่อนหน้ารัฐบาลนี้ กิจการบริษัทป่ด ป่ดเพราะเหตุไรครับ เพราะหนี้ และที่สําคัญที่สุดปัญหาหนี้สินของประเทศ วันนี้พูดกันมากและมีใครรู้ จริงไหมว่าประเทศไทยมีหนี้เท่าไร หนี้สาธารณะเดี๋ยวก็ยอดนั้นเดี๋ยวก็ยอดนี้ รู้จริงไหม และรู้แล้วใครที่พูดว่าจะแก้ไขปัญหาหนี้สินของประเทศอย่างเปึนระบบ และคนไทย หรือพวกเรา ส.ส. เอง ใครมองเห็นอนาคตว่าเมื่อไรหนี้สินประเทศจะหมด หมดเมื่อไร แล้วหมดไปด้วยวิธีใด เราเปึน ส.ส. เองวันนี้ก็ยังต้องมืดกับตัวเลขนี้อยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นปัญหาหนี้สินทุกระดับที่ผมว่ามาวันนี้ยังไม่มีองค์กรแก้ไข ไปดูใน คณะกรรมาธิการที่มีอยู่แล้ว ในอดีตมีองค์กร มีคณะกรรมาธิการคณะใดซึ่งจับ ปัญหาหนี้สินอย่างชัดเจน ไม่มีครับ หลายคนชี้ไปที่คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ยังครับ ไม่มีครับ นาน ๆ ก็โผล่มาที แต่ว่าคณะกรรมาธิการ วิสามัญมี เพราะฉะนั้นวันนี้ปัญหาหนี้สินของชาติ ปัญหาหนี้สินของประชาชน ปัญหา หนี้สินของชุมชน ปัญหาหนี้สินของทุกระบบน่าที่จะต้องเอามาจัดการเปึนหมวดเปึนหมู่ แล้วก็ศึกษากันอย่างจริงจัง เพื่อเฉียด ๑ มันเปึนสัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจ ที่สําคัญยิ่ง ผมกราบเรียนว่า โดยความเห็น โดยความคิดของผมวันนี้เศรษฐกิจจะล้ม ประเทศจะอยู่ได้ ไม่ได้ ผมว่ามันจะเริ่มก่อตัวจากปัญหาหนี้สินนี่แหละนะครับ ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้หนี้สิน จะเปึนตัวทําให้ล้มมันมีมอนิเตอร์ (Monitor) หรือจะมีสัญญาณเตือนภัยที่ใดที่จะบอกได้ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชน เปึนองค์กรตัดสินปัญหาสูงสุดของประเทศ เปึนมอนิเตอร์และรับรู้เรื่องนี้ได้ไหมครับ ไม่มี ไม่มีปัญหาหนี้สินเท่าไร ไม่มี ไม่รู้จัก แล้วไม่มี วิธีแก้ไขอย่างเปึนระบบ เพราะฉะนั้นวันนี้นี่ผมจึงคิดว่ามีความจําเปึนที่จะต้องมีองค์คณะ หรือคณะกรรมาธิการขึ้นมาทําเรื่องนี้โดยเฉพาะ ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นและเห็นได้แน่นอน วันนี้หนี้สินของพี่น้องซึ่งมาพบกับ ส.ส. วันนี้ไม่น้อย เราจะได้เอาเข้ามาสู่คณะกรรมาธิการ ชุดนี้เสีย ปัญหาของข้าราชการ ปัญหาหนี้สินภาคธุรกิจ ปัญหาหนี้สินของประเทศรวบรวม มาที่นี่เสีย แล้วก็จัดการกัน เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า ถึงเวลาแล้วหนี้สิน น่าจะเปึนปัญหาที่พวกเราอย่าได้ไปคิดว่าหนี้สินใครคนนั้นจ่าย หนี้สินใครคนนั้นปวดหัว ไม่ใช่ครับ แต่ปัญหาหนี้สินของคนคนหนึ่งทําให้อีกคนหนึ่งปวดหัว หนี้สินของคนอาจจะ ทําให้โลกสั่นสะเทือน เพราะฉะนั้นตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาเถอะครับ เราจะได้เปึนสัญญาณ เตือนภัย เราจะได้เปึนองค์กรซึ่งแก้ไขปัญหาให้กับทั้งชุมชน ทั้งปัจเจกชน และแก้ปัญหา ให้กับประเทศครับ ขอขอบพระคุณครับ
กรรมาธิการจะชี้แจงหรือเปล่าครับ ไม่ชี้แจงผมถือว่าจบในส่วนของท่านสุทินครับ
ท่านประธาน ผม กรรมาธิการ สงวนความเห็น ไว้ครับ
ท่านนริศมีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้สงวนความเห็นไว้ โดยผมสงวนความเห็นให้คงข้อ ๘๒ ไว้ทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่า
อย่างนี้ท่านนริศครับ เพื่อให้การพิจารณาง่ายขึ้นผมจะพยายามเรียงตามที่ได้ สงวนไว้นะครับ
ผมสงวนไว้หลังจากหนี้สินพอดีครับ จากท่านสุทินและผม ถัดจากนั้นมาเปึนผมนะครับ
ครับ ขอเปึนของท่านถวิลนะครับ
ถ้าท่านถวิลก่อนได้ครับ
ขออนุญาตเรียงตามอันนี้ก่อนนะครับ
ครับ
ในส่วนของท่านสุทินถ้ากรรมาธิการไม่ชี้แจงก็ถือว่าต้องผ่านตรงนี้ไปนะครับ ก็ไปที่ในส่วน ของท่านไพจิตก็จบแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็ไปที่ท่านเจริญหารืออะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจริญ จรรย์โกมล พรรคพลังประชาชน จังหวัดชัยภูมิ ขอเรียนปรึกษาท่านประธานนิดหนึ่ง ในกรณีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ในกรณีท่านกรรมาธิการก็ดีที่มีการสงวนไว้ก็ดี หรือเพิ่มเติมเข้ามานะครับ ผมในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎรซึ่งจะต้องพิจารณาในข้อบังคับ อยากจะขอเรียนปรึกษาท่านประธานว่า เกิดผมสงสัยผมจะถามท่านกรรมาธิการ ที่ขอเพิ่มเติมขึ้นมานี่ได้ไหมครับ อย่างเช่น กรณีท่านกรรมาธิการ เมื่อกี้ท่านสุทิน คลังแสง ท่านบอกว่า ขอเพิ่มในเรื่องคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ท่านก็อธิบาย ท่านบอกว่า ท่านมีเหตุผลที่จะจําเปึนต้องเพิ่มเติมอย่างนั้นอย่างนี้แล้วท่านก็ว่าไป แต่ผมในฐานะคนที่จะต้องลงมติที่จะอนุมัติหรือไม่นี่ผมจะถามได้ไหมครับอย่างนี้ ถ้าท่านพิจารณาบอกว่าได้ผมก็จะรอในเรื่องที่จะให้พิจารณาเสร็จไปก่อนแล้วผมค่อยถาม ในคราวเดียวกัน ในท่านกรรมาธิการ หรือท่าน ส.ส. ที่ได้สงวนไว้หรือเพิ่มเติมได้ไหมครับ
ตอนที่ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ท่านอภิวันท์ มาทําหน้าที่ผมไม่ได้ฟัง แต่ทราบว่าท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สองได้ชี้แจงกับผมว่าได้มีการลงมติ ให้ดําเนินการตามข้อบังคับของป้ ๒๕๔๐ ก็ให้ผู้ที่ได้สงวนความเห็นไว้เท่านั้นได้อภิปราย เพื่อไม่ให้มีปัญหากระผมก็จะอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่ได้สงวนความเห็นไว้นะครับ จบของ ท่านไพจิตแล้วนะครับ ขอไปที่ท่านถวิลครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เกรงว่าเดี๋ยวจะเกิดความสับสนครับท่านประธาน ตอนที่ท่านรองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สองได้ทําหน้าที่นั้นได้สรุปกันว่า ในกรณีที่มีการแก้ไขโดยคณะกรรมาธิการ แก้ไขเพิ่มเติมจากข้อความในร่างเดิม สมาชิกก็มีสิทธิอภิปรายได้ครับท่านประธาน เดี๋ยวกลัวจะสับสนครับ
อย่างนี้ครับ ถ้ามีการแก้ไขทุกท่านมีสิทธิอภิปรายอยู่แล้วครับ แต่ในส่วนของการสงวนความเห็น หรือสงวนคําแปรญัตติให้เฉพาะผู้ที่สงวนไว้เท่านั้นชัดเจนนะครับ มีอะไรครับ
คือเมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกได้สอบถาม ท่านประธานว่าจะใช้สิทธิได้หรือไม่ ซึ่งส่วนที่กําลังพิจารณาอยู่นี้เปึนส่วนที่ได้มีการเพิ่มเติม จากร่างเดิม ถูกต้องไหมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกที่ลุกขึ้นถามท่านประธานนั้น ก็มีสิทธิที่จะอภิปรายครับท่านประธาน
ถาม ถ้าจะอภิปรายก็อภิปรายได้เฉพาะในส่วนที่มีการแก้ไข แต่ไม่มีสิทธิที่จะอภิปราย ในส่วนที่เขาสงวนความเห็น ตรงนี้ชัดนะครับ เมื่อกี้ถามว่ามีการสงวนความเห็นจะถาม ได้ไหม หมายถึงประเด็นนั้น ผมเชิญท่านถวิลเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย กระผมได้สงวนคําแปรญัตติซึ่งคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากได้รวมคณะกรรมาธิการการกีฬาและคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว เข้าด้วยกัน ซึ่งข้อบังคับเดิมนั้นได้แยกออกจากกัน กระผมเห็นว่าอยากจะให้คงไว้ ตามร่างเดิม ที่ผ่านมาก็คือว่าให้มีคณะกรรมาธิการการกีฬาและคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยว กระผมมีเหตุผลหลายประการที่จะขอเรียนท่านประธานก็คือว่าในปัจจุบันนี้ การกีฬาและการท่องเที่ยวนั้นเปึนกิจกรรมที่กําลังขยายตัวกันอย่างมาก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการท่องเที่ยวซึ่งเปึนแหล่งที่ทํารายได้ให้กับรัฐมากที่สุดประการหนึ่ง เพราะฉะนั้น ในเมื่อกิจการท่องเที่ยวเปึนกิจการที่มีความสําคัญต่อประเทศไทยเรา กระผมจึงคิดว่า ถ้าเราจะให้ตัวแทนของประชาชนได้มีโอกาสเข้าไปตรวจสอบติดตามการทํางานของ องค์กรของรัฐและรัฐบาลแล้วน่าจะเปึนประโยชน์มากยิ่งขึ้น ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ในขณะที่กิจการท่องเที่ยวของเรากําลังบูม (Boom) อยู่ในขณะนี้นั้น รัฐบาลทุกรัฐบาล ก็พยายามทําทุกวิถีทางที่จะให้การท่องเที่ยวของเรามีการพัฒนามากยิ่งขึ้นและนํารายได้มาสู่ ประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น แต่ปรากฏว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นกลับเอาการท่องเที่ยว และการกีฬามารวมเข้าด้วยกัน โดยอ้างว่าเปึนกระทรวงเดียวกัน ซึ่งเหตุผลนั้นอาจจะฟังได้ ในระดับหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันการท่องเที่ยวนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีของคนไทยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวต่างชาติที่มาเมืองไทยเขาสนใจประเพณี ของไทยเรา อย่างเช่น แต่ละป้เมื่อถึงวันสงกรานต์จะมีคนต่างชาติเข้ามาประเทศไทย ค่อนข้างมาก หรือวัฒนธรรมไทยซึ่งคนต่างชาตินั้นต้องการที่จะมาเรียนรู้วัฒนธรรมไทย ซึ่งเราถือว่าเปึนวัฒนธรรมที่เก่าแก่วัฒนธรรมหนึ่งของโลก และนอกจากนั้นเรายังมี โบราณสถานหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยว เพราะสิ่งเหล่านี้ เปึนกิจกรรมอย่างหนึ่งที่นับวันขยายตัวยิ่งขึ้น ผมจึงไม่เห็นด้วยที่ว่าคณะกรรมาธิการเสียง ข้างมากเห็นว่าการท่องเที่ยวมารวมการกีฬา ยิ่งโดยหลักการแล้วการท่องเที่ยวนั้น น่าจะต้องรวมกับวัฒนธรรม ศิลปะ ประเพณีซึ่งจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับด้านนั้นมากกว่า หันมามองทางด้านการกีฬาบ้าง การกีฬาขณะนี้เราต้องถือว่าการกีฬาของไทยเรานั้น มีการพัฒนาไปค่อนข้างมาก เรามีการแข่งขันกีฬาสมัครเล่น ไม่ว่าจะเปึนโอลิมป่ก เอเชียนเกมส์ หรืออาเซียนของเรา และขณะเดียวกันเราก็พยายามส่งเสริมกีฬาอาชีพ ให้มากยิ่งขึ้น แล้วก็มีนักกีฬาอาชีพของไทยเราขณะนี้ได้พัฒนาไปเปึนนักกีฬา ในระดับโลกก็มี อย่างเช่น กอล์ฟ เปึนต้น เพราะฉะนั้นถ้าเราได้แยกออกจากกันและมีคณะกรรมาธิการแยกออกจากกันเหมือนกับ ที่เคยเปึนมาตั้งแต่ใช้ข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๐ กระผมคิดว่าจะทําให้สภาของเรานั้นมีบทบาท ในการช่วยส่งเสริมให้กิจการการกีฬาของเรา เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้รัฐบาลให้ความสนใจ กับการกีฬามากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นกระผมเองจึงยังไม่ยอมรับในเหตุผลของกรรมาธิการ เสียงข้างมากที่เอาทั้ง ๒ อย่างมารวมเข้าด้วยกัน เพราะว่าเวลาทําหน้าที่แล้ว ผมเกรงว่าการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการชุดนี้จะมีปัญหาในทางปฏิบัติ จริงอยู่ การกีฬาอาจจะเกี่ยวกับการท่องเที่ยวบ้าง เช่น เราจัดการแข่งขันกีฬาเทนนิสที่พัทยาก็ดี ที่ไหนก็ดี เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย และในความเปึนจริงนั้น ชาวต่างชาติมาเมืองไทยน้อยมากถ้ามาเพื่อดูกีฬา เพราะฉะนั้นกระผมคิดว่าในเมื่อเรา ต้องการส่งเสริมการกีฬาของเราให้เปึนกีฬาอาชีพมากยิ่งขึ้น เราต้องใช้วิทยาศาสตร์ ทางการกีฬาเข้ามาเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น ทางด้านการท่องเที่ยวก็เช่นเดียวกันตามที่ผม ได้กราบเรียนไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงยืนยันว่าถ้าเราต้องการส่งเสริมการกีฬา ส่งเสริม การท่องเที่ยวเพื่อให้มีรายได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมนั้น สภาของเราน่าจะมีคณะกรรมาธิการต่างหาก เพื่อให้ทําหน้าที่ตรวจสอบการทํางานของรัฐบาล เพื่อเปึนแรงกระตุ้นให้กับรัฐบาล มีบทบาทในการส่งเสริมทั้ง ๒ อย่างให้มากยิ่งขึ้น ก็ขอเรียนท่านประธาน ขอเรียน ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากได้โปรดพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ของท่านถวิลที่สงวนความเห็นไว้พร้อมทั้งคณะ มีท่านณัฐวุฒิและท่านเอกพจน์ ถ้าไม่อภิปรายแล้วก็ท่านกรรมาธิการไม่ชี้แจงผมก็จะข้ามไปเลยนะครับ เชิญท่านนริศครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งผมขอสงวน ความเห็นให้คงข้อ ๘๒ ไว้ทั้งหมด โดยคงจํานวน ๓๒ คณะ และคงคณะตามร่างเดิม ทั้งหมดนะครับ โดยผมมีเหตุผลดังต่อไปนี้ครับว่า จํานวนคณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะ ก็มากเพียงพอแล้ว เพราะว่าในประเทศที่ปกครองโดยระบบรัฐสภาที่มีคณะกรรมาธิการนั้นนะครับ ประเทศเราเปึนประเทศที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีคณะกรรมาธิการมากที่สุดในโลกอยู่แล้วครับ แล้วก็จํานวนของคณะกรรมาธิการ ๑ คณะจะมีค่าใช้จ่ายต่อคณะประมาณ ๑๐ ล้านบาทต่อป้ ๓๒ คณะก็ประมาณ ๓๒๐ ล้านบาท ถ้าเพิ่มขึ้น ๑ คณะก็จะเพิ่มขึ้นทีละสิบล้าน ๆ ถ้าตัวเลขเรา ไปอยู่ที่ ๓๕ คณะ สมมุตินะครับ ก็จะอยู่ที่ ๓๕๐ ล้านบาทซึ่งก็มาก แต่ว่าก็ไม่ได้เปึนเหตุผล ใหญ่โต เหตุผลใหญ่โตก็คือ ปัญหาของประเทศ ปัญหาของประชาชนถูกครอบคลุม ถูกรองรับโดยคณะกรรมาธิการเดิม ๓๒ คณะอยู่แล้วนะครับ ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมาธิการ กิจการชาวไทยโพ้นทะเล คณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม คณะกรรมาธิการ กิจการชายแดน หรือคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ไม่ใช่เปึนปัญหาใหม่ ของประเทศ ไม่ใช่เพิ่งมี เปึนปัญหาที่คณะกรรมาธิการเดิมได้ดูแลอยู่แล้ว ผมคิดว่า ทางออกที่ดีที่สุดก็เห็นด้วยถึงความจําเปึนที่จะดูแลคนไทยโพ้นทะเล เห็นด้วย ที่จะให้ดูแลราคาผลิตผลทางการเกษตร แล้วก็เห็นด้วยในการดูแลกิจการชายแดนและ หนี้สินของชาติ เพียงแต่ผมอยากให้เอาภารกิจหน้าที่ทั้งหมดทุกถ้อยคําของข้อเสนอ ที่สงวนเอาไว้ไปลง ไปใส่ ไปเพิ่ม ไปเติมไว้ในคณะกรรมาธิการเดิม ในร่างเดิมให้หมด ทั้งสิ้น โดยคนไทยโพ้นทะเลอาจจะไปเติมในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ หรือคณะกรรมาธิการการแรงงาน หรือถ้ามีคณะกรรมาธิการอื่นใดที่เกี่ยวข้องอีกในปัญหา ของคนไทยโพ้นทะเลก็ไปเติมลง ในคณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผลทางเกษตรกรรม ก็เอาทุกถ้อยคําไปเติมที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ คณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ เอาภารกิจ ถ้อยคําทุกถ้อยคําของคณะกรรมาธิการกิจการชายแดน อาจจะเกี่ยวข้อง กับเศรษฐกิจ อาจจะเกี่ยวข้องกับปัญหาทางสังคมของชายแดน ปัญหาความมั่นคง ก็เอา ทุกถ้อยคํา ทุกภารกิจนี้ไปเติมในคณะกรรมาธิการเดิมที่มีอยู่แล้ว รวมทั้งหนี้สินของท่านสุทิน ซึ่งกรรมาธิการโดยเฉพาะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นไว้ทุกคนก็เห็นด้วย ว่าเปึนปัญหาใหญ่ของชาติบ้านเมือง แต่ว่าเดิมก็มีการดูแลโดยคณะกรรมาธิการ ไม่ว่าจะ เปึนคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินอยู่แล้ว จึงอยากขอเสนอให้เอาภารกิจเหล่านี้เพิ่มเติม เพราะว่าที่จริงในคณะกรรมาธิการเดิมนี่ก็ดูแลปัญหาเหล่านี้ครอบคลุมอยู่แล้วนะครับ หากกรรมาธิการจะแก้ไขก็ขอให้แก้ไขเพียงเอาภารกิจในคณะกรรมาธิการใหม่ที่เสนอเข้ามา ในวันนี้ ที่ผู้สงวนความเห็นเสนอเข้าใหม่ในวันนี้ไปเติมในคณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะ ตามร่างเดิมนะครับท่านประธาน ผมจึงขอเสนอว่า ขอให้คงจํานวน ๓๒ คณะกรรมาธิการ เอาไว้ และขอให้คงคณะกรรมาธิการเดิมทั้ง ๓๒ คณะไว้นะครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
มีท่านที่จะอภิปรายในส่วนที่สงวนความเห็นในเรื่องนี้ไว้ไหมครับ ยังมีอีกไหมครับ ไม่มี ท่านกรรมาธิการจะชี้แจงใช่ไหมครับ เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน นครสวรรค์ ของพรรคพลังประชาชน ในฐานะ กรรมาธิการขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่ง ข้อเสนอ ข้อคิดเห็นของท่านนริศ ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนามท่าน ที่ท่านบอกว่า มีแค่ ๓๒ คณะก็คงจะเพียงพอ โดยเอาภารกิจต่าง ๆ ประเด็นเรื่องนี้เพื่อไม่ให้เพื่อนสมาชิกในสภานี้เกิดความเข้าใจอาจจะคลาดเคลื่อนได้ ผมอยากให้กระจ่างชัดว่าทําไมเราในฐานะเสียงข้างน้อยที่ตอนโหวต (Vote) กันนี่ครับ ผมก็เปึน กรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่ขอสงวนความเห็นไว้ว่าจะต้องเพิ่มอีก โดยผมในฐานะเปึน กรรมาธิการซึ่งเปึนตัวแทนของเพื่อน ส.ส. จากฝ์ายรัฐบาล ในวาระแรกนั้นท่านจะเห็นได้ว่า มีการอภิปรายเรื่องข้อคิดเห็นคณะกรรมาธิการต่าง ๆ เยอะมาก ยกตัวอย่าง เช่น ท่าน ส.ส. สถาพร ก็เสนออีกหลายคณะ ท่านอื่นก็เสนออีกหลายคณะ และเมื่อมาพิจารณาถึงความเปึนจริง ของเหตุการณ์ ณ วันนี้เราต้องยอมรับความจริงว่าบทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. นี่ถูกตีกรอบจํากัดมากโดยรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ครับ ท่านจะเสนอ ความเห็น ความเดือดร้อนของประชาชนให้รัฐมนตรีกระทรวงนั้นโดยตรงก็ไม่มีใครกล้า ทําครับ วันนี้ไปถามได้เลยครับ ทุกกระทรวงไม่เห็นจดหมายของ ส.ส. ไม่ว่าพรรคฝ์ายค้าน หรือฝ์ายรัฐบาลที่จะขอเสนอต่อรัฐมนตรีว่าประชาชนเดือดร้อนเรื่องนี้ ๆ ขอให้แก้ไข ไม่มีใครกล้าทําเลยครับ เมื่อไม่มีใครกล้าทํา ถ้ามองอย่างผิวเผิน คนเปึนรัฐมนตรีสบาย ก็ไม่มีใครร้องเรียน ก็ทํางานตามระบบที่มี ซึ่งอดีตเราทําได้ เราเปึนตัวแทนของประชาชน นําเสนอได้ แต่ปรากฏว่าด้วยข้อกฎหมายของรัฐธรรมนูญฉบับที่เราเรียกว่า ฉบับเผด็จการนี้ ตีกรอบหมดครับ เราอาจยังไม่สามารถจะคาดการณ์ถึงเรื่องอนาคตได้ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญได้ไหม พอแค่จะเสนอว่าแก้รัฐธรรมนูญ ๓ มาตรา ก็มีกลุ่มคนค้านทั้งในสภา นอกสภาว่าเปึนการแก้เพื่อ ตัวเอง พอเสนอว่าจะแก้ทั้งฉบับ เอาป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญของประชาชน ประชาชน ยอมรับ ธงเขียวพรึบไปหมด วันนี้จะเอาป้ ๒๕๔๐ มาใช้ก็บอกว่าจะเอาป้ ๒๕๔๐ ไปช่วยทักษิณ ทั้ง ๆ ที่ทักษิณก็ไม่ได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ดังนั้นอนาคตเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญนั้นไม่มี โอกาสที่จะรู้ได้เลยว่าทําได้หรือเปล่า แล้วถ้าทุกคนในสภา
ขออนุญาตท่านประธานครับ
ท่านประท้วงใช่ไหมครับ
ประท้วงครับท่าน
ผมพูดรัฐธรรมนูญเผด็จการ ไม่ได้ว่า ใครนะครับท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญไม่เผด็จการแต่คนพูดเผด็จการครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กรรมาธิการ และเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกที่เปึน คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านนริศ ขออภัยเอ่ยนาม ได้ชี้แจงเหตุผลที่ให้คงไว้ตาม ๓๒ คณะเดิม นอกจากนั้นแล้วท่านประธานก็ได้กรุณาให้เพื่อนสมาชิกที่สงวนคําแปรญัตติ ได้อภิปรายถึงเหตุผลในการสงวนคําแปรญัตติไว้ ผมคิดว่าผู้ที่สงวนคําแปรญัตติได้ชี้แจง เหตุผลไปหมดแล้ว ในขณะนี้เปึนเรื่องที่คณะกรรมาธิการต้องชี้แจงเหตุผลของคณะกรรมาธิการว่า ที่คณะกรรมาธิการได้คง ๓๒ คณะไว้ และมีการปรับเปลี่ยนตามร่างที่เสนอนี้คณะกรรมาธิการมี เหตุผลอย่างไร ผมกําลังกราบเรียนท่านประธานประท้วงเพื่อนสมาชิกซึ่งเปึนกรรมาธิการ ด้วยกันว่า ท่านชี้แจงในฐานะอะไร ท่านเปึนกรรมาธิการ ท่านต้องชี้แจงว่าเหตุใดท่านถึง ยื่นร่างนี้มา ท่านต้องชี้แจงยืนยันในหลักการของคณะกรรมาธิการ ไม่ใช่ยืนยันในสิ่งที่ แตกต่างจากคณะกรรมาธิการ และท่านบอกท่านเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขออภัยครับท่าน ผมไม่ได้เห็นว่าท่านสงวนไว้ แต่ว่าถ้าผมจําผิด ผมต้องขออภัยครับ ท่านพลิกให้ผมดูสิครับว่า ท่านสงวนไว้เปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยตรงไหนครับ ท่านต้องชี้แจงเหตุผลของ คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ มิฉะนั้นแล้วเราจะไม่มีหลักเกณฑ์เลยครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ท่านนิพิฏฐ์ประท้วงเมื่อกี้ก็ต้องด้วยข้อบังคับ เพียงแต่เมื่อกี้ผมไม่ได้ฟังท่านสุนัยพูด กําลัง หารือท่านเลขาธิการ ก็สรุปแล้วท่านสุนัยใช้สิทธิกรรมาธิการชี้แจงนะครับ ก็ต้องชี้แจง ตามที่ท่านได้พูดเมื่อกี้นี้ ควรต้องอย่างนั้น ท่านสุนัยครับ
ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ ผมต้องขอโทษจริง ๆ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ท่านนิพิฏฐ์ ผมตั้งเปึนข้อสังเกตไว้ครับ ท่านประธาน ตั้งแต่ในชั้นกรรมาธิการครับ ผมพูดเรื่องเผด็จการไม่ได้เลยครับ
ท่านประธานครับ ผมว่าบรรยากาศ ดีแล้ว
ผมกําลังจะโยงให้เห็น
ท่านสุนัยครับ ขออย่างนี้ได้ไหมครับ ช่วยชี้แจงในฐานะกรรมาธิการ ชี้แจงในประเด็น ที่ไม่เห็นด้วยกับท่านนริศพูดเมื่อกี้นี้ครับ ไม่เห็นด้วย แล้วก็เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก มีเหตุผลอย่างไร ต้องประเด็นนี้เท่านั้นนะครับ อยู่ในกรอบนี้เท่านั้น แล้วอะไรที่มันจะทําให้ กระทบ และทําให้บรรยากาศการประชุมมันเสียบรรยากาศที่ดีก็ให้ระวังไว้ครับ
ท่านประธานครับ ผมจะทําตามที่ ท่านประธานว่า แต่ต้องขออนุญาตนิดเดียว เพราะว่าในที่ประชุมอธิบาย ผมก็อธิบายว่า ทําไมจึงต้องมีมากกว่า ๓๒ คณะ เพราะว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้บีบบังคับบทบาท ของผู้แทนราษฎร ทําหน้าที่เปึนตัวแทนของประชาชนเรียกร้องในเรื่องที่ประชาชน เดือดร้อนไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมาออกที่กรรมาธิการ ผมพยายามนําเสนอตรงนี้ตั้งแต่ในชั้น กรรมาธิการก็มีการโต้เถียงกันอย่างนี้ละครับ ผมก็เลยแปลกอกแปลกใจจริง ๆ เพื่อนสมาชิกที่อยู่ ด้วยกันเอง เมื่อก่อนก็พูดกันได้นะครับ พูดอย่างนี้ แต่เดี๋ยวนี้ขยับไม่ได้เลยครับ พูดเรื่อง เผด็จการไม่ได้ ดังนั้นผมถึงบอกว่า ผมกําลังจะบอกว่า
ท่านสุนัยครับ ไม่เปึนไรครับ ท่านสุนัยครับ เมื่อกี้ได้เตือนทีหนึ่งนะครับ ก็ไม่อยากให้มี ปัญหา อยากให้หลีกเลี่ยงนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผมไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับท่านผู้อภิปรายอยู่นะครับ แต่ว่าท่าน กําลังพูดนอกเรื่อง
นอกอย่างไร
ผมเรียนว่าผมไม่ได้พูดถึงเรื่อง ความเปึนเผด็จการของรัฐธรรมนูญหรือไม่นะครับ ผมไม่ได้พูดเรื่องเหล่านั้นเลย แล้วก็ถ้า ผมพูด ถ้าผมจะต่อล้อต่อเถียงกับท่าน ผมมีเรื่องจะพูดกับท่านได้เยอะเลยครับ แต่ผม ไม่ทําอย่างนั้นครับ เพราะฉะนั้นท่านอยู่ในกรอบ ผมให้ท่านอีกครั้งเดียวนะครับ มิฉะนั้น แล้วผมไม่ยอมให้การประชุมสภาเดินไปอย่างนี้หรอกครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสุนัยอย่างนี้ครับ ท่านสุนัยมีประเด็นนิดเดียวครับ ประเด็นมีแค่นี้ครับ กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยคือ ท่านนริศได้ชี้แจงในสิ่งที่สงวนความเห็นเอาไว้ว่าต้องการให้คงไว้ตาม ร่างเดิม ๓๒ คณะนะครับ ทีนี้กรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นว่าควรต้องคงไว้ตามที่ได้แก้ไข เพราะฉะนั้นท่านสุนัยชี้แจง ต้องใช้สิทธิชี้แจงได้เฉพาะในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจงว่าทําไมไม่เห็นด้วยกับ เสียงข้างน้อยเท่านั้นเอง ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นชอบ ถ้านอกจากตรงนี้ก็อยู่นอกกรอบแล้วครับ
ท่านประธานครับ ขอให้ความเปึนธรรม กับผมสักนิดหนึ่ง ผมไม่ได้ตําหนิใครเลย แล้วผมพูดถึงปัญหารัฐธรรมนูญให้โยงกับ คณะกรรมาธิการในเวลาประชุมนั้นว่าทําไมต้องมีมากกว่า ๓๒ คณะ แล้วถ้าผมพูดไม่ได้เลย มันจะอธิบายเหตุผลอย่างไร จะโน้มน้าวให้เพื่อนสมาชิกเห็นด้วยกับผมได้อย่างไรว่าต้อง เกิน ๓๒ คณะ ไม่ใช่เอาแค่ ๓๒ คณะอย่างท่านนริศ กระผมบอกว่าด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มันจํากัดบทบาทผู้แทนราษฎร ดังนั้นผู้แทนราษฎรต้องแสดงออกในลักษณะเปึน กรรมาธิการ ผมผิดอย่างไรครับ
ท่านประธานครับ ผมว่าเราต้อง ตกลงกับทางนี้
ผมเข้าใจท่านนะครับ ทีนี้ประเด็นเราตรงกัน ท่านสุนัยขออย่างนี้นะครับ ท่านสุนัยใช้สิทธิ ได้เฉพาะในฐานะที่เปึนกรรมาธิการเสียงข้างมากเพื่อชี้แจงเท่านั้น เพราะนั้นท่านนริศ สงวนความเห็นในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขอคงไว้ร่างเดิม ๓๒ คณะในร่างเดิม แต่ในร่างที่มีการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ ๓๒ คณะเหมือนกัน แต่เอามายํากัน หลายคณะมายําให้เหลือ ๓๒ คณะ ถ้าเข้าใจไม่ผิด หมายถึงอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้น สรุปแล้วท่านสุนัยสามารถชี้แจงได้โดยผู้สนับสนุนเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการอย่าไป เอาเสียงที่สงวนความเห็นที่เปึนเสียงข้างน้อยมาพูด ต้องให้อยู่ในกรอบตรงนั้น
ท่านประธานครับ ผมปรึกษาท่าน นิดนะครับ
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ เป่ดเสียงผมนิดเดียวครับท่านประธาน ท่านประธานครับ กระผม นิพิฏฐ์ กรรมาธิการครับ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเราคงไว้ที่ ๓๒ คณะ แต่ว่าเพื่อนสมาชิกบอกว่า ใช้สิทธิชี้แจงแทนคณะกรรมาธิการ แต่กําลังบอกเหตุผลว่า ทําไมต้องเกิน ๓๒ คณะ ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่ ท่านเข้าใจผิดหรือเปล่า ท่านต้องอธิบายเหตุผลว่า ทําไมคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากจึงยืนไว้ที่ ๓๒ คณะ ไม่อย่างนั้นน้ําหนักของคณะกรรมาธิการ จะเสียหมดเลยครับ นี่ท่านกําลังพูดว่าทําไมต้องมีเกิน ๓๒ คณะ ซึ่งมันไม่ใช่ครับ ขอบพระคุณครับ
ก็ตรงกันนะครับที่กระผมได้พยายามอธิบายท่านสุนัย
ผมลําดับนิดหนึ่งเพื่อไม่ให้สับสนครับ ท่านประธาน เดี๋ยวท่านกรรมาธิการนิพิฏฐ์จะบอก ๓๒ คณะเหมือนเดิม ไม่ใช่นะครับ เสียงข้างน้อย ข้างมากฟังก็เริ่มสับสน ผมขออนุญาตลําดับอย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านประธาน คําว่า ๓๒ คณะ ตามที่นําเสนอตามมติของคณะกรรมาธิการเปึน ๓๒ คณะ ที่มีการยํากันแล้ว อันนี้ถูกต้องนะครับ ที่เราต้องยืนไว้อย่างนี้นะครับ และที่จะต้องเพิ่มเติม อีกนั้น เมื่อท่านประธานบอกว่าไม่ให้ผมพูด ผมเองก็จะไม่ เดี๋ยวนี้ก็ปลงไปเยอะแล้วครับ ก็จะอนุเคราะห์ส่วนกุศลให้ไป ไม่พูดแล้วเรื่องเผด็จการ แต่ผมบอกว่าที่เราพูดกันในนั้นที่ว่า เกิน ๓๒ คณะ เพราะว่าเราต้องการให้ผู้แทนราษฎรมีบทบาทมากขึ้นในคณะกรรมาธิการ อื่น ๆ เพราะเราถูกจํากัดบทบาทโดยรัฐธรรมนูญนี้ จะมาโกรธเครียดอะไรกับผม เอาละครับ ผมไม่ต่อล้อต่อเถียงแล้วเหมือนกัน เพื่อให้เพื่อนสมาชิกสบายใจผมก็จะยุติแล้วก็นั่ง ไม่ต่อล้อต่อเถียงกับท่านหรอกครับเรื่องเผด็จการรัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับ
ชุดนี้ข้ามไปนะครับ ท่านวิชาญจะชี้แจงหรืออย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะกรรมาธิการครับ ขออนุญาตชี้แจงในประเด็นที่เพื่อนกรรมาธิการ ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ให้คงไว้ตามร่างของกรรมาธิการเดิม สาเหตุอันหนึ่งซึ่งกรรมาธิการ มีความเห็นที่แตกต่างกัน จึงมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของแต่ละคณะกรรมาธิการที่มี การเสนอเข้ามาสู่สภาในวาระแรกคือ ๓๒ คณะ ประเด็นก็คือว่า เรามีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องของการที่จะพิจารณาแต่ละคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะในส่วนของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากตัวบทกฎหมายก็คือรัฐธรรมนูญ ซึ่งบางส่วนนั้นมีความเห็นที่แตกต่างกัน ดังนั้นในกรณีของคณะกรรมาธิการที่จําเปึนที่ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง เราก็เอาคณะกรรมาธิการที่มีลักษณะของภารกิจที่คาบเกี่ยวกัน หรือสามารถ ที่จะเอาภารกิจต่าง ๆ เหล่านั้นมาควบรวมกัน ในกรณีที่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านถวิล ไพรสณฑ์ เองนั้นได้มีความเห็นว่าการที่เรานําคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว กับคณะกรรมาธิการการกีฬานั้นเอามาควบรวมกัน ทางสมาชิกของกรรมาธิการเสียงส่วนหนึ่ง ที่มี ความเห็นว่าภารกิจที่เหมือนกันในลักษณะของการดูแลกระทรวงซึ่งเปึนกระทรวงเดียวกัน แต่การแตกคณะกรรมาธิการโดยที่จะให้มีคณะกรรมาธิการที่เพิ่มเติมขึ้นมานั้นเปึนเรื่องที่ คณะกรรมาธิการไปทํางานแล้วกับกระทรวงซึ่งมีกระทรวงเดียวกันนั้นเปึนเรื่องที่ยากลําบาก แล้วก็เปึนประเด็นอันหนึ่งครับว่า ในการท่องเที่ยวนั้นส่วนใหญ่แล้วก็มีการมุ่งเน้น แล้วก็มีการขายเกี่ยวกับเรื่องการกีฬาควบคู่กันไปในปัจจุบัน แล้วการกีฬานั้นในปัจจุบัน คนที่มาจัดกีฬาหรือการแข่งขันก็จะได้รับความสะดวกสบายเกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนา ในเรื่องของการท่องเที่ยวควบคู่กันไป และภารกิจตรงนี้ถ้าเราสามารถที่จะควบรวมกันก็จะเปึน การดูแล้วก็ประหยัดในเรื่องของการทํางาน ทําหน้าที่ของแต่ละส่วน ของแต่ละงาน และรวมถึงงบประมาณ จึงมีความเห็นในเบื้องต้นว่าการกีฬาและการท่องเที่ยวในขณะนี้ ถึงแม้ว่าเราจะเห็นว่ามีการขยายในเรื่องของการกีฬาเปึนเรื่องสําคัญหรือการท่องเที่ยวนั้น เปึนเรื่องของการหารายได้ที่มากขึ้น แต่ก็มีส่วนที่เกี่ยวโยงและสามารถที่จะนํามาบูรณาการ ให้อยู่ในคณะกรรมาธิการเดียวกันได้ กรรมาธิการจึงมีความเห็นส่วนใหญ่นะครับว่าคงจะต้อง นํามาควบรวมกันอยู่ในคณะกรรมาธิการอันเดียวกัน ส่วนอีกอันหนึ่งนั้นเกี่ยวข้องกับ ในเรื่องของคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรที่มีการควบรวมกับคณะกรรมาธิการ ติดตามผลการปฏิบัติตามมติของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีการควบรวมภารกิจล่วงหน้าถึง คณะกรรมาธิการตรวจรายงานการประชุม ที่เราเห็นภารกิจดังกล่าวในอดีต คณะกรรมาธิการติดตามผลการปฏิบัติตามมติของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเพื่อนสมาชิก หลายท่านเองเคยเปึนกรรมาธิการเองนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนิพิฏฐ์นะครับ ก็มีความเห็นคล้ายกัน เพราะท่านเองเคยอยู่คณะกรรมาธิการติดตามผลการปฏิบัติตามมติ ของสภาผู้แทนราษฎรท่านบอกว่า มติต่าง ๆ ที่ผ่านสภาแล้วไปสู่คณะกรรมาธิการติดตาม ผลการปฏิบัติตามมติของสภาผู้แทนราษฎรนั้น บางมตินั้นแทบจะไม่ได้ติดตามเลย เพราะว่ามันเปึนเรื่องตั้ง ๕ ป้ ๖ ป้ ๑๐ ป้ ถ้าจะหยิบยกขึ้นมาพูดกันในคณะกรรมาธิการ หรือย้อนหน้าย้อนหลังไปนั้นก็จะเปึนเรื่องที่ยากลําบาก และการติดตามมติบางที ก็ไปคาบเกี่ยวกับคณะอื่นซึ่งทําในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว จึงมีความเห็นว่าควรจะควบรวมเข้ากับ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เพราะคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรนั้น เปึนคณะซึ่งดูแลในเรื่องภารกิจหน้าที่ของสภาโดยตรง และมีหน้าที่เกี่ยวโยงกับในเรื่อง ของการทําสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสภาและตัวของสมาชิกเอง จึงได้ควบรวมคณะกรรมาธิการ ทั้งสองเข้าด้วยกัน โดยขอบข่ายหน้าที่ของคณะกรรมาธิการติดตามผลการปฏิบัติตามมติ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีภารกิจน้อยมากนะครับ จึงเห็นว่าจะนํามาควบรวม ในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรก็เหมาะสมนะครับ จึงมีความเห็นตรงกัน ส่วนคณะกรรมาธิการตรวจรายงานการประชุม ซึ่งเปึนคณะเก่า ซึ่งครั้งที่แล้วพูดไปแล้ว ในส่วนของสภานะครับ
อีกอันหนึ่งในเรื่องของคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง ซึ่งมีการควบรวม ของการสื่อสาร แล้วก็ในส่วนของการเผยแพร่ประชาธิปไตย ก็เห็นว่าในส่วนนี้นั้น การสื่อสารตรงนี้ก็น่าจะควบรวมกันได้ เนื่องจากว่าเปึนภารกิจหน้าที่ซึ่งคล้ายคลึงกัน ขออนุญาตชี้แจงครับ
เฉพาะประเด็นนี้ครับ ท่านบุญยอดประเด็นนี้หรือเปล่าครับ เชิญครับ
ผมขอสงวนตามร่างเดิมมีรายชื่อ อยู่ในข้อที่เสนอครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เขต ๔ ผมเปึนผู้หนึ่งที่เปึนกรรมาธิการ แล้วก็ขอเสนอให้คงไว้ตามร่างเดิมคือ การมี ๓๒ คณะเดิมก่อนที่จะมาเปลี่ยนแปลง หลังจาก ที่มีกรรมาธิการพิจารณาร่างในรอบหลังนี้ เหตุผลสําคัญที่เราขอให้มีการคง คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาไว้เปึน ๓๒ คณะเดิมนั้นก็มีเหตุผลหลัก ๆ อยู่หลายข้อเหมือนกัน
ประเด็นแรกก็คือว่า ในครั้งแรกของการยกร่างข้อบังคับการประชุมนั้น เราได้ดูว่าคณะกรรมาธิการที่จําเปึนที่จะต้องมีคณะกรรมาธิการสามัญนั้นควรจะมี อย่างไรบ้าง ก็ได้ดูข้อบังคับการประชุมมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ที่มาเปึนต้นแบบเปึนต้น มาถูกไหมครับ หลังจากนั้นเราก็มีการเปลี่ยนแปลงกันเล็กน้อยด้วยการให้เหตุและผล นั่นก็คือมีการขอให้ยุบรวมคณะกรรมาธิการตรวจรายงานการประชุมเข้าไปกับคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร ขอให้เพิ่มกรรมาธิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอีกชุดหนึ่ง ก็คือคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชน ก็เปึนจํานวนที่เพิ่มโดยการให้เหตุผล เหตุผลสําคัญ ที่ผมอยากจะขอหยิบยก ในเรื่องของคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชนนั้น เปึนเพราะว่า เราได้ดูความสําคัญตามรัฐธรรมนูญทั้งป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ นั้นมีรัฐธรรมนูญ หลายข้อทีเดียวที่กําหนดถึงเสรีภาพในการสื่อสารอยู่ในมาตรา ๓๖ เสรีภาพในการแสดง ความเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน มาตรา ๔๕ ถึงมาตรา ๔๘ สิทธิในข้อมูลข่าวสาร และการร้องเรียนอยู่ในมาตรา ๕๖ และมาตรา ๖๒ มาตราต่าง ๆ เหล่านี้ต้องการที่จะให้มี การคุ้มครองทั้งสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา การสื่อความหมายโดยวิธีอื่น แต่เดิมนั้นคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชนผู้ที่จะดูแลงานนี้ นั้นก็จะเปึนคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม ซึ่งก็เลยขอให้มีการแยกออกมา เปึนคณะกรรมาธิการโดยเฉพาะกิจขึ้นมาเปึนอีกองค์คณะหนึ่ง เนื่องจากเห็นว่างานที่ต้อง ทํานั้นมีจํานวนมาก ทั้งไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการดูแล เรื่องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของ ประชาชน การที่ประชาชนจะมีสิทธิในการพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา ไปจนถึง จรรยาบรรณวิชาชีพของบรรดาผู้ที่อยู่ในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งหลาย ซึ่งก็มีการแทรกแซงกัน มาโดยตลอดจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ นั่นหมายความว่า ถ้าหากว่ามีคณะกรรมาธิการชุดนี้ เกิดขึ้น คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็จะได้เปึนเวทีให้กับทั้งคนที่อยู่ในอาชีพนี้ คนที่เกี่ยวข้องกับ การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลนโยบายนั้นก็จะได้มาพูดกันในเวทีแห่งนี้ ได้อย่างชัดเจน ถ้าหากว่าเราจะดูถึงบริบทของเรื่องเทคโนโลยีแล้ว การสื่อสารมวลชนนั้นก็มี พัฒนาการที่ก้าวหน้าออกไปอย่างไม่หยุดยั้งทีเดียวนะครับ ไม่ว่าจะเปึนการพิมพ์หนังสือพิมพ์ ที่รวดเร็วขึ้น การมีรายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ ไปจนถึงการรับข้อมูลข่าวสารทาง โทรศัพท์มือถือ และจนกระทั่งถึงการอ่านข่าวสารทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ก็สามารถ ทําได้ และเปึนที่สําคัญอย่างยิ่งจนกระทั่งเปึนประเด็นถกเถียงกันอยู่ในวันนี้ว่าอินเทอร์เน็ต หลายเครือข่ายนั้นก็ปรากฏว่าไปตั้งอยู่ต่างประเทศ นโยบายของรัฐบางทีก็ไปควบคุมไม่ถึง ไปจาบจ้วงบรรดาบุคคลสําคัญต่าง ๆ เราก็ยังดูแลกันแทบไม่ได้ด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนงานที่มีจํานวนมากนะครับ และสําคัญอย่างยิ่งก็คือเราต้องปกปัอง และดูแล แต่ในขณะที่กรรมาธิการพิจารณานั้นกลับมองงานนี้อย่างดูแคลนทีเดียวว่า งานสื่อสารมวลชน กรรมาธิการบางท่านพูดในที่ประชุม ผมต้องขออนุญาตที่จะนํามาพูดกัน กับสมาชิกอื่น ๆ ด้วย ท่านจะได้รู้ว่าทําไมผมจึงอยากให้มี แต่กรรมาธิการบางคนไม่อยาก ให้มี กรรมาธิการบางคนนั้นบอกว่า งานนี้มันงานน้อยไปแตะอะไรเขาก็ไม่ได้ เรียกเขามา ก็ไม่สําคัญอะไร บางคนบอกว่า สื่อสารมวลชนเปึนสื่อเทวดา มันจะเปึนเทวดากันหมดแล้วไม่ควรจะ ไปดูแลพวกต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนต้น มันจึงมีข้อความที่เขียนเข้าไปอยู่ในการยกร่างอันใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ สื่อสารมวลชน ที่ผมต้องใช้คําว่า ดูแคลน ก็คือว่าท่านมองเรื่องของการสื่อสารมวลชนนั้น เปึนเพียงเรื่องของการเมืองเพียงอย่างเดียว สโคป (Scope) งานการเมืองเพียงอย่างเดียวหรือครับ ละครน้ําเน่าที่เราพูดกันอยู่ตลอดเวลาว่ามันเปึนปัญหาของสังคม มันก็อยู่ในสื่อสารมวลชนครับ มันไม่ใช่เรื่องการเมืองอย่างเดียว การเมืองไม่ใช่เรื่องเพียงเรื่องเดียวในชีวิตของคนโดยทั่ว ๆ ไป เขาต้องการทั้งข้อมูลข่าวสาร เขาต้องการทั้งบันเทิง เขาต้องการเพลง เขาต้องการวัฒนธรรม ศาสนา ศิลปะ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ่ายทอดมาทางสื่อสารมวลชนทั้งสิ้น มันไม่ได้ถูกการจํากัดบทบาทหน้าที่ หรือวิธีการทํางานอยู่เพียงแค่การพัฒนาการเมืองเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น อย่ามองที่งานของ สื่อสารมวลชนเปึนเรื่องที่แคบขนาดนั้นครับ นอกจากนั้นนะครับในการเขียนหน้าที่ของ สื่อสารมวลชนในการพิจารณายกร่างในฉบับปัจจุบันนี้นะครับ ก็พูดถึงเรื่องของบรรทัด สุดท้ายนะครับ ตลอดจนคุ้มครองผู้เสียหายจากการเผยแพร่ข้อมูลและข่าวสาร นี่ก็เปึน อีกประโยคหนึ่งนะครับที่ผมเชื่อว่าโดยจิตวิญญาณของคนที่เปึนสื่อสารมวลชนแล้วนั้นไม่มีใคร จะไปทําร้ายผู้ที่จะออกมาเปึนข่าวหรอกนะครับ เรารายงานข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา อย่างเนื้อแท้ เนื้อหาสาระ แล้วเราก็วิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่เกรงกลัวเท่านั้นเอง ถ้าหากว่า จะมีใครเดือดร้อนนั้นท่านก็สามารถจะใช้เวทีนี้ได้เหมือนกันครับ แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ควร จะต้องไปเขียนถึงขนาดว่าจะต้องไปดูแลผู้ที่เสียหายจากการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ถ้าไม่อย่างนั้นผมก็ต้องขอให้ท่านเขียนด้วยว่าขอให้ดูแลผู้ที่เสียหายจากตํารวจ ผู้ที่เสียหาย จากทหาร ผู้ที่เสียหายจากการประมง ผู้ที่เสียหายจากการเกษตร ถ้าอย่างนั้นเราต้องเขียน ทุกคณะกรรมาธิการไหมครับว่า ต้องดูแลผู้ที่เสียหายจากการนั้นการนี้ ถ้าอย่างนั้นถ้าท่าน ไม่ต้องเขียนในทหาร ในตํารวจ ในประมง ในการเกษตร ท่านก็ไม่ควรจะเขียนในเรื่องของ สื่อสารมวลชนเช่นเดียวกัน ผมจึงขอยืนยันต่อท่านประธาน ต่อสมาชิกสภาอันทรงเกียรติว่า ขอโอกาสเถอะครับที่จะให้กับสื่อสารมวลชนให้มีเวทีคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นมาอีก คณะหนึ่งโดยเฉพาะ แล้วก็ยังคงให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่เปึนอีกคณะหนึ่ง ซึ่งก็เปึนเรื่องที่สําคัญไม่แพ้กันครับ เพราะว่าตอนนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นต่างก็มี ความสําคัญแล้วก็ดูแลตัวเองนะครับ มีงบประมาณต่าง ๆ ที่จะต้องลงไปให้กับบรรดา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากมาย ทั้งหมดนี้จะอยู่ใน ๓๒ คณะเดิม ซึ่ง ๓๒ คณะใหม่ ไม่ทํา ๓๒ คณะใหม่ สิ่งที่ทําก็คือยุบรวม ยํา ทําให้ทุกอย่างที่มันเกินออกไป มีการพูด มีการตั้งคณะอะไรทั้งหลายต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงมากมายจนกระทั่งสับสนและสุดท้าย ก็ตกลงกันในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ถ้าอย่างนั้นขอให้ยุบรวมกลับเข้ามาแล้วเปึน ๓๒ คณะ ท่านก็อัดรวมก๊อบปุ้ ยําทั้งหลาย ทุกอย่างจนกระทั่งกลายเปึน ๓๒ คณะ ซึ่งมองไปก็รู้ท่านก็คงจะเห็นว่ามันสับสนมาก ท่านก็เอาเรื่องของความมั่นคงแห่งรัฐกับเรื่องของทหาร ตํารวจแยกกันอย่างไร ถ้ามีเรื่อง เรื่องหนึ่งท่านต้องเข้า ๓ คณะกรรมาธิการหรือไม่ ใครจะเปึนคนดูแลเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ผมขอให้สมาชิกสภาอันทรงเกียรติพิจารณาด้วยหัวใจของท่านนะครับ วันนี้เปึนงานของ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งต้องดูแลพี่น้องประชาชน คณะกรรมาธิการ ๑ คณะกรรมาธิการย่อมมี ความสําคัญอย่างยิ่ง แน่นอนหลายคนอยากจะเปึนประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งก็คงจะ เปึนที่ทราบกันโดยทั่วไปนะครับหลายท่านอยากจะเปึน แต่ท่านคงจะต้องพิจารณาถึง ความสําคัญอย่างยิ่ง เหตุผลที่จะรองรับ และงบประมาณคณะกรรมาธิการละ ๑๐ ล้านบาท ต่อป้นะครับ นั่นเปึนราคาค่างวดที่แพงมากนะครับ ในขณะที่เศรษฐกิจของบ้านเราก็ไม่ดี อยู่ในขณะนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ขออภัยครับ มีท่านจะอภิปรายอีก เอาไว้ตอบทีเดียว ดีไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส. นครพนม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ท่านประธานที่เคารพ เพื่อความเข้าใจในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการซึ่งประกอบ ไปด้วยทั้งหมด ๓๒ ท่านนี่นะครับ กระผมอยากจะสรุปสักเล็กน้อยเกี่ยวกับการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการมาถึงข้อบังคับ ข้อ ๘๒ นี่นะครับ เดิมทีมีคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในข้อ ๘๒ นี่มันจะมีทั้งหมด ๓๒ คณะ ก็มาแถลงต่อที่ประชุม สภาแห่งนี้ ที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้รับหลักการ เมื่อรับหลักการแล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ส่วนใหญ่ก็เปึนคนเดิมบ้าง เปลี่ยนบ้างนะครับ เราก็มาพิจารณาในข้อ ๘๒ นี้ว่า มาพิจารณาให้มีคณะกรรมาธิการทั้งหมด ๓๒ คณะ ดังต่อไปนี้ คณะที่ ๑ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน คณะที่ ๒ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร คณะที่ ๓ คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ คณะที่ ๔ ถูกตัดไปครับ เปึนคณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์ คณะกรรมาธิการการคมนาคม คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ คณะกรรมาธิการการตํารวจ คณะกรรมาธิการติดตาม การบริหารงบประมาณ คณะกรรมาธิการการทหาร คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการการปกครอง คณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมาธิการการปัองกันปราบปรามการฟอกเงิน และยาเสพติด คณะกรรมาธิการการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ คณะกรรมาธิการการพลังงาน คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ คณะกรรมาธิการ การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา คณะกรรมาธิการการแรงงาน คณะกรรมาธิการ การวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม คณะกรรมาธิการการศึกษา คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข คณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม พอพิจารณาใหม่ก็มี ๓๒ คณะ นี่เปึนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการนะครับ ซึ่งจะต้อง มาเสนอในที่ประชุมนี้ก็มีผู้แปรญัตติ เมื่อถึงตอนนั้นก็คงจะมีการอภิปราย ก็มีผู้สงวน มาขอเพิ่มคณะกรรมาธิการทั้งหลายต่าง ๆ หลายท่านเสนอในที่นี้ที่เพิ่มจากอันนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อเพิ่มมานี่ก็อยู่ที่ที่ประชุมสภาว่าจะเอาอย่างไร เพราะฉะนั้นการที่จะกําหนดว่า ๓๒ คณะ หรือไม่ ๓๒ คณะก็ต้องมาอธิบายกันเสียก่อนว่าเราไม่มีล็อกตัวนั้นเสียก่อน ต้องมาพิจารณากันว่ามันสมควรแค่ไหน ซึ่งทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า ๓๒ คณะ พอแล้ว แต่ท่านกรรมาธิการส่วนใหญ่ก็บอกว่าที่เพิ่มมันก็ดี เพราะฝ์ายนิติบัญญัติของเรา อ่อนแอเหลือเกิน เราจะเพิ่มอะไร ทั้ง ๆ ที่เราให้เงินคนอื่นเขาเปึนล้าน ๆ แต่เราไม่มีอะไรเลย ก็มี ความคิดอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องเงินก็เปึนเรื่องรอง เรื่องที่อํานาจในการจะทํางานก็มี เหตุผลมากมายครับในการที่มาเสนอต่อคณะกรรมาธิการเพื่อขยายคณะกรรมาธิการนี้นะครับ ซึ่งเหตุผลแต่ละคนก็อย่างที่หลาย ๆ ท่านคงได้ยินไปแล้วนะครับ ผมขอสรุปเพื่อที่ประชุม จะได้เข้าใจพิจารณาต่อไปครับ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เรากําลังพิจารณาในเรื่องที่มีผู้สงวนความเห็น โดยขอให้คงไว้ตามร่างเดิม เพราะฉะนั้นคนที่จะมีสิทธิอภิปรายก็เฉพาะคนที่ได้สงวนความเห็นเรื่องนี้ไว้เท่านั้นนะครับ ท่านอภิชาตไม่ได้สงวนนี่ครับ เฉพาะประเด็นนี้ครับ เฉพาะท่านที่สงวนไว้เท่านั้นนะครับ
ผมขอเรียนปรึกษาประธาน นิดนะครับ ผมมีข้อสังเกตสําหรับคณะกรรมาธิการจะมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นไหมครับ หลังจากผู้สงวนเสร็จแล้วครับ
ได้ครับ ประเด็นนี้ท่านได้สงวนไว้หรือเปล่าครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ด้วยความเข้าใจของผมนั้น ผมเข้าใจว่าที่ผมกําลังจะขอ ท่านประธานอภิปรายอยู่ในมาตรา ๘๒ (๒๑) ซึ่งมีการแก้ไขครับ ข้อ ๘๒ (๒๑)
ท่านอรรถวิชช์อย่างนี้ครับ ผมกําลังพยายามดําเนินตามให้มันเปึนระเบียบไว้ว่าอยู่ในส่วน ของเรื่องนี้ ถ้าจะอภิปรายตรงนั้นเดี๋ยวค่อยขออนุญาตอีกทีนะครับ เดี๋ยวจะอนุญาตให้ครับ เฉพาะประเด็นที่ขอคงไว้ตามร่างเดิม ไม่มีใครอภิปรายนะครับ ท่านเชนจะชี้แจงใช่ไหมครับ หรือใช้สิทธิสงวนความเห็น
ท่านประธานครับ ผมสงวนความเห็นไว้ครับ แต่ว่าผมสงวนความเห็นไว้ ๓๒ คณะ ขออนุญาตท่านประธานในฐานะกรรมาธิการขออนุญาต ชี้แจงเพิ่มเติมจากท่านประธานได้ชี้แจงไว้ด้วย
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาผู้แทนราษฎรนี่นะครับ อย่างที่เพื่อนกรรมาธิการ หลายท่านได้พูดถึง อย่างเช่น คุณนริศได้พูดถึงนะครับ ในสภาผู้แทนราษฎรของเรา เราต้องถือว่าขณะนี้เรามีคณะกรรมาธิการสามัญซึ่งมีจํานวนคณะมากที่สุดเท่าที่ปรากฏ ในหลักฐานที่ทราบนี่เกือบจะมากที่สุดในทุกประเทศทั่วโลก ท่านประธานครับ นอกจากนั้น ผมอยากจะขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมท่านประธานครับว่า ในการประชุมของคณะกรรมาธิการว่าที่จริงกรรมาธิการในคณะนี้เปึนกรรมาธิการที่ได้ พิจารณาในคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรขึ้นมาด้วยนะครับ ส่วนใหญ่แล้วจะเปึนอย่างนั้น แต่ว่ามีเพียงบางท่านที่เพิ่มเติมขึ้นมาภายหลังนะครับ ขออนุญาตเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างคณะกรรมาธิการในประเทศไทย ที่เคยมีมาในอดีตนะครับ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ ที่เราเปลี่ยนแปลงการปกครองและมี การร่างข้อบังคับครั้งแรกนะครับ เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๔๗๗ เรามีเพียง ๕ คณะ ท่านประธานครับ มีคณะที่ ๑ คณะที่ ๒ คณะที่ ๓ แล้วเราก็มีคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง อีก ๒ คณะ หลังจากนั้นมาจะเปึน ๒๗ มีนาคม ๒๕๐๔ เราเพิ่มขึ้นอีก ๔ คณะ เปึน ๙ คณะ ๒๗ มีนาคม ๒๕๑๒ เรามี ๑๑ คณะ ๒๗ มีนาคม ๒๕๑๘ เราก็มี ๑๑ คณะ ๖ พฤษภาคม ๒๕๑๙ เรามี ๑๑ คณะเช่นกันนะครับ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๒๒ เราก็มี ๑๑ คณะ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๖ เรามี ๑๕ คณะ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๙ เรามี ๑๘ คณะ เช่นเดียวกันนะครับ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๓๑ เรามี ๑๘ คณะในกรรมาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในสภาผู้แทนราษฎรนะครับเรามีคณะกรรมาธิการ ๑๙ เมษายน ๒๕๓๔ มี ๑๕ คณะ ๓๐ เมษายน ๒๕๓๕ เรามี ๑๘ คณะ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๓๕ เรามี ๒๑ คณะ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๘ เรามี ๒๓ คณะ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๓๙ เรามี ๒๓ คณะ ป้ ๒๕๔๔ เรามี ๓๑ คณะ ๒๑ เมษายน ๒๕๔๘ เรามี ๓๑ คณะเช่นกัน ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากเรา ได้พิจารณาในคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เรามี ความเห็นและมีความเห็นตรงกันว่าจํานวน ๓๒ คณะที่จะเพิ่มขึ้นมาตามภารกิจที่เพิ่มขึ้น อย่างเช่น เรามีคณะกรรมาธิการท้องถิ่นที่เราเห็นว่ามีความสําคัญมากขึ้นเพราะว่าเปึน องค์กรส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็การปกครองท้องถิ่นมีความขยายตัว การกระจายอํานาจ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เรามีความเห็นสมควรที่จะมีคณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้น อีก ๑ คณะ ท่านประธานครับ ในที่ประชุมเรามีความเห็นสมควรตรงกันในเบื้องต้นว่า คณะกรรมาธิการจํานวน ๓๒ คณะเพิ่มจากป้ ๒๕๔๘ อยู่ ๑ คณะมีความเหมาะสมดี โดยคณะกรรมาธิการเราก็จะไม่ฟุ์มเฟ๋อยมากเกินไป ยังคงความศักดิ์สิทธิ์ของสภา แล้วเรา เชื่อมั่นว่าจํานวน ๓๒ คณะเดิมมีความกะทัดรัดเพียงพอ เพียงพอต่อสภาวะของสภา จํานวนห้องประชุม กรรมาธิการเอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเอง เราเปลี่ยนจํานวน กรรมาธิการจาก ๑๗ คนให้เหลือ ๑๕ คน แต่สิ่งนั้นเพราะเราคํานึงว่ากรรมาธิการสามัญ หรือที่พวกเราตั้งใจเปึนกรรมาธิการสามัญถ้า ๑๕ คน เราจะลงตัวกับ ส.ส. จํานวนคนละหนึ่ง ในสภาผู้แทนราษฎร
ขออนุญาตท่านประธานประท้วง นิดหนึ่งครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานที่ไม่ได้ฟังท่านผู้อภิปรายว่าท่านอยู่ในประเด็นหรือเปล่า ต้องกราบเรียนว่า สิ่งที่ท่านกําลังอภิปรายมันไม่ใช่ประเด็นที่เปึนข้อขัดแย้งระหว่างกรรมาธิการเสียงข้างน้อย หรือข้างมาก เพราะทั้ง ๒ ฝ์ายก็ ๓๒ คณะเหมือนกันหมด แต่เหตุผลที่อภิปรายนี่บอกว่า มีฝ์ายหนึ่งจะเพิ่มให้มากกว่านี้ ซึ่งผมคิดว่าประเด็นนั้นจะมีหรือเปล่าผมไม่แน่ใจครับ ท่านประธาน แต่ว่าถ้าปล่อยให้ท่านอภิปรายล่วงหน้าโดยที่เรายังไม่ได้ข้อมูลนี่มันก็เหมือนกับ ความสับสนในสภา ด้วยความเคารพผมก็คิดว่าเข้าใจครับท่านครับว่าอาจจะมีการสู้กัน อยู่ระหว่างกรรมาธิการ ๒ ส่วน แต่ในหลักฐานที่เราเห็นขณะนี้คณะกรรมาธิการที่ไปยํา ไปยุบรวมก็ยังอยู่ที่ ๓๒ คณะ แล้วฝ์ายที่สงวนความเห็นก็ยัง ๓๒ คณะตัวเลขไม่ได้แตกต่างกัน แล้วจะปล่อยอภิปรายไปเรื่อย ๆ คงนอกประเด็นมากไปครับท่านครับ ขอประท้วงครับ
ขอบคุณท่านกุเทพครับ ท่านเชนท่านมีสิทธิที่จะลุกขึ้นอภิปรายได้ ๒ ฐานะนะครับ ท่านฟัง ผมวินิจฉัยนิดหนึ่ง ฐานะที่ ๑ พูดในฐานะผู้ที่สงวนความเห็นในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เพราะท่านเปึนหนึ่งในนั้นที่ได้สงวนความเห็นเอาไว้ สถานะที่ ๒ คือชี้แจงในฐานะ กรรมาธิการซึ่งก็ต้องพูดในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก เห็นด้วยตามคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากเห็นด้วยอย่างไรนะครับ หรือถ้าพูดในอีกสถานะหนึ่งในฐานะสงวนความเห็น ก็ต้องพูดเห็นด้วยกับร่างเดิมอย่างไร ประเด็นที่จะพูดพูดได้แค่นี้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการ แต่อย่างที่ผมเรียนท่านประธานว่า ผมขอพูดในเรื่อง ๒ สถานะ
ท่านครับ ท่านพูดทีเดียวใน ๒ สถานะไม่ได้ เพราะมันขัดแย้งกันนะครับ มันแย้งกันในตัวครับ ท่านต้องได้แค่สถานะเดียวเท่านั้น
ยินดีครับท่านประธาน คือที่ผม เท้าความท่านประธานนี้ผมมีเพียงเรื่องเดียวครับ ที่ยืนยันกับท่านประธานก็คือ ๓๒ คณะ ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการส่วนใหญ่ เรา ๓๒ คณะมีความเหมาะ กะทัดรัด สถานที่ ห้องประชุมพอ กรรมาธิการก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนั้นแล้ว ในสภาเรายังมีคณะกรรมาธิการวิสามัญต่าง ๆ ผมและเพื่อนสมาชิกในสภานี้ที่เคยดํารง ตําแหน่งสภามาและเคยทํางานกรรมาธิการทั้งหลายมาคงทราบดีว่า ขณะที่การประชุมสภา และพวกเราหลายคนที่ต้องไปประชุมสภาหลาย ๆ ครั้ง บางคนมีประชุมวันเดียวกัน ๒-๓ ครั้ง มันไม่สามารถปฏิบัติงานได้หรอกครับ อย่างนี้เปึนต้น ผมถึงสนับสนุนกรรมาธิการว่า เรามี ๓๒ คณะ มีความเหมาะ ความพอควรอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมแตกต่างไปจากกรรมาธิการ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เดิมผมเองผมก็สนับสนุนว่าถ้าจํากัดอยู่ภายใต้ ๓๒ คณะ เหมือนเดิมผมก็สนับสนุนอย่างนั้น แต่ว่าพอมาภายหลังเรามีกรรมาธิการหลายคนแล้วก็เสนอ เราไม่ปฏิเสธข้อเท็จจริง ท่านประธานครับ ผมไม่อยากจะใช้เวลาของสภานี้ให้เปลืองไป เพราะว่าถ้าผมลุกขึ้นมาพูดหลาย ๆ ครั้งในเรื่องเดียวกันนี่ก็จะเปึนเรื่องที่ไม่สมควร ผมก็อยากจะเรียนท่านประธานว่า ข้อสนับสนุนของผมนะครับ คณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะ เดิมผมก็เห็นว่าเหมาะสมอยู่แล้ว แต่เมื่อมีภารกิจที่หลาย ๆ คนเสนอความเห็นในคณะกรรมาธิการ ในระยะหลังผมก็คิดว่าถ้าเราให้อยู่ใน ๓๒ คณะ เราก็เห็นดีเห็นงามด้วย แต่ว่ามาภายหลัง มันเพิ่มมากขึ้น ท่านประธานเห็นในข้อเท็จจริงว่าในการแปรญัตติมันมีถึง ๓๕ คณะ หรือเรามีการพูดกันมากกว่านั้น เมื่อเช้านี้พวกกรรมาธิการทั้งหลายเราก็นั่งประชุมกัน สิ่งที่เราเห็นนี่นะครับ สิ่งที่จะเกิดปัญหาในอนาคตมันคืออะไร เราคงไม่ปฏิเสธข้อเท็จจริงว่า สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้น ผมถึงเรียนท่านประธานนะครับว่า โดยข้อเท็จจริงอย่างนี้ เราไม่เคยปรากฏว่าสภามีคณะกรรมาธิการมากกว่านี้มาก่อน ๓๒ คณะนี่ก็มากที่สุดแล้ว และผมว่า เราต้องตอบกับสังคม ตอบกับบุคคลภายนอกให้ได้ด้วยว่าจํานวนผู้แทนราษฎร ที่ตั้งคณะกรรมาธิการใน ๓๒ คณะนี้พี่น้องประชาชนสามารถรู้ สามารถเข้าใจได้ด้วยนะครับ แล้วก็ มีความเปึนสากลเพียงพอ พวกเราทุกคนต้องแบกหน้าของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยืนยันกับท่านประธานว่าผมสนับสนุนในฐานะของ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๓๒ คณะ แล้วก็มีคณะกรรมาธิการตามเดิม ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมไปที่ท่านนัจมุดดีนเลยนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นัจมุดดีน อูมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคพลังประชาชน ในฐานะผู้แปรญัตติ ได้ขอสงวน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมได้ขอแปรญัตติเพิ่มความเปึน (๒/๑) ในข้อ ๘๒ โดยให้มี คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยเพิ่มอีก ๑ คณะ ซึ่งข้อจํากัดที่ว่าจะมี ๓๒ คณะ หรือเกินจากนี้หรือไม่ผมไม่มีความจํากัดอยู่ตรงนั้น ผมมี ความตั้งใจจะให้มีคณะกรรมาธิการชุดนี้ โดยให้มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณา สอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาและการพัฒนาชายแดนไทย ท่านประธานสภาที่เคารพ ประเทศไทยของเรานั้นมีพื้นที่ที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านทั้ง ๔ ทิศ รวมทั้งหมด ๓๒ จังหวัดซึ่งใน ๓๒ จังหวัดนั้นหลาย ๆ พื้นที่ที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน มีพื้นที่ที่มีความสําคัญทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงอยู่หลายจุด พื้นที่ที่มีความสําคัญ ทางเศรษฐกิจนั้นก็จะเปึนที่รู้จักในหมู่สาธารณะอย่างกว้างขวาง แต่พื้นที่ที่มีความสําคัญ ด้านความมั่นคงมักจะไม่เปึนที่รับรู้ของสาธารณะหรือแม้แต่ฝ์ายนิติบัญญัติของเราเอง ท่านประธานสภาที่เคารพ ความสําคัญของความมั่นคงของประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่ แถบชายแดนนั้นเปึนสิ่งที่มีความจําเปึนที่สภาแห่งนี้จะต้องมีข้อมูลรองรับเพื่อการเตรียม ความพร้อมในทุก ๆ ด้านสืบเนื่องจากว่าในแต่ละชายแดนนั้นจะมีปัญหาอยู่คล้าย ๆ กัน กล่าวคือ
ปัญหาข้อที่ ๑ ปัญหาการก่อการร้ายระหว่างประเทศ
ปัญหาข้อที่ ๒ ปัญหาแรงงานเถื่อนและการค้ามนุษย์เหมือนที่เกิดขึ้น ที่จังหวัดระนองเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านไป
ปัญหาข้อที่ ๓ ปัญหายาเสพติดที่ข้ามเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน
ปัญหาข้อที่ ๔ คือปัญหาโจรผู้ร้ายตามแนวตะเข็บ
ปัญหาข้อที่ ๕ ปัญหาสินค้าเถื่อนข้ามแดน
ปัญหาสุดท้าย คือปัญหาบุคคล ๒ สัญชาติที่เปึนเรื่องปกติของผู้คนที่อยู่ ตามแนวชายแดนอยู่แล้ว
ท่านประธานสภาที่เคารพ ตามแนวชายแดนนั้นนอกจากจะมีปัญหา ด้านความมั่นคงแล้วก็จะมีปัญหาด้านเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ที่ผ่านการค้าขายระหว่างประเทศซึ่งนับวันจะมีปัญหาเพิ่มทวีคูณทุกวัน ขณะเดียวกัน ปัญหาสังคมที่เกิดจากแรงงานอพยพหรือบุคคลไร้สัญชาติก็จะเปึนปัญหาอยู่ตลอดเวลา และจะเปึนปัญหาที่มีความทับถมต่อไปเรื่อย ๆ ท่านประธานสภาที่เคารพ ประเทศไทย ของเรานั้นมีพื้นที่ที่ติดกับแนวชายแดนทั้งสิ้น ๓๒ จังหวัด กล่าวคือ ทิศเหนือติดกับ สหภาพพม่าและประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวซึ่งมีทั้งสิ้น ๑๐ จังหวัด กล่าวคือ จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัด กาญจนบุรี จังหวัดตาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย ทิศใต้ ติดกับประเทศมาเลเซียซึ่งอยู่ทางใต้สุดคือ อําเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งมีจังหวัดที่ติด พรมแดนทั้งสิ้น ๔ จังหวัดคือ สตูล สงขลา ยะลา และนราธิวาส ทิศตะวันออกติดกับ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและกัมพูชาซึ่งมีทั้งสิ้น ๗ จังหวัด คือ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด และทิศตะวันตก ติดกับประเทศสหภาพพม่า และทิศตะวันออกติดกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวและกัมพูชา ท่านประธานสภาที่เคารพ จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผมได้กล่าว เมื่อข้างต้นจะเห็นได้ว่าขณะนี้มีความจําเปึน อย่างยิ่งที่สภาแห่งนี้จะต้องมีคณะกรรมาธิการ กิจการชายแดนไทยเกิดขึ้น เนื่องจากว่าในทุกสมัยที่มีการเลือกตั้งหรือในทุกสมัยที่มี สภาผู้แทนราษฎรก็ดี ที่มีสภานิติบัญญัติก็ดี ท่านจะเห็นได้ว่าก็จะได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อศึกษาปัญหาชายแดนเกือบทุกครั้ง ผมจึงขอสงวนแล้วก็ขอเรียนต่อท่านประธานสภา ให้ทราบว่า ขอให้สภาแห่งนี้ได้มีการพิจารณา เพื่อเพิ่มคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้ด้วย และหากสภาแห่งนี้ได้เห็นชอบตามข้อเสนอของผมเพื่อให้มีคณะกรรมาธิการกิจการ ชายแดนไทยแล้วขอให้คณะกรรมาธิการได้แก้ไขใน (๖/๑) หน้า ๑๕ โดยตัดข้อความที่ เขียนว่า (๖/๑) คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณา สอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการชายแดนและความมั่นคงแห่งรัฐ โดยผม ขอเสนอว่าหากสภาแห่งนี้ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบที่จะเพิ่มให้มีคณะกรรมาธิการกิจการ ชายแดนไทยแล้ว ขอให้คณะกรรมาธิการได้ตัดข้อความใน (๖/๑) ที่ระบุว่า กิจการชายแดน ออกไป ขอขอบคุณครับ
ขอประเด็นนี้นะครับ มีท่านใดจะอภิปรายไหมครับ กรรมาธิการจะชี้แจงใช่ไหมครับ เชิญอาจารย์พีรพันธุ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข ขอชี้แจงเพิ่มเติมในฐานะกรรมาธิการเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น เหตุผลของคณะกรรมาธิการนะครับ ในจํานวนของคณะกรรมาธิการทั้ง ๒ ฝ์าย ไม่ว่าจะ เปึนฝ์ายข้างน้อยหรือข้างมาก ก็มีความเห็นในตอนต้นว่าจะต้องมีอยู่ ๓๒ คณะ แต่ผมจําได้ ในการประชุมหลายครั้งนะครับว่า ๓๒ คณะนี้จะมีคณะไหนบ้าง ถ้าเราจะจํากัดตัวเองอยู่แค่ ๓๒ คณะ มันก็คงจะไม่ยากครับที่จะดูตามร่างที่มีการยกร่างมาแล้วก็ลอกจํานวนเหล่านั้น โดยไม่ต้องเพิ่มเติมอะไรขึ้นมา แต่ว่าในที่ประชุมนั้นกรรมาธิการหลายท่านก็ได้อภิปรายว่ามันมี ภารกิจใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น มีหลายเรื่องที่มันเกิดขึ้นและอยู่นอกเหนือตามร่างที่ได้เสนอ ขึ้นมานะครับ เพราะฉะนั้นในงานของคณะกรรมาธิการมันควรที่จะมีภารกิจที่มันจะก้าวหน้ากัน ออกไปมากกว่านั้นอีก อย่างเช่น ในเรื่องขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ถึงแม้จะมีหลายท่าน บอกว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญนี้สภาจะไปตรวจสอบไม่ได้ แต่เราก็ตรวจดูกฎหมายแล้วว่า สภาห้ามตรวจสอบคณะกรรมการองค์กรอิสระ แต่เขาไม่ได้ห้ามที่จะไปตรวจสอบตัวองค์กร หรือสํานักงานเลขาขององค์กร เพราะองค์กรเหล่านี้ยังต้องเสนอรายงานต่อสภา อยู่เปึนประจําทุกป้ เพราะฉะนั้นมันก็น่าจะแยกส่วนกันได้ ยังมีอีกหลายองค์กร องค์กรมหาชน เหมือนกัน กองทุนต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่มาก รัฐวิสาหกิจก็เช่นเดียวกัน มีเรื่องของความมั่นคงครับ ในเรื่องของความมั่นคงขณะนี้มันมีแนวคิดใหม่ที่นักวิชาการหลายท่านได้พยายามเสนอว่า ถ้าเราพูดถึงเรื่องความมั่นคงปัจจุบันนี้ถ้าเราจํากัดตัวเองอยู่แค่เรื่องความมั่นคงทางทหาร เราก็จะมีความคิดที่จะจํากัดกรอบอยู่มากครับ ถ้าท่านมีโอกาสไปร่วมประชุมในเรื่องของ องค์การระหว่างประเทศ ท่านประธานครับ ผมเพิ่งกลับจากการประชุมไอพียู (IPU) มา เขาก็มีการตั้ง คณะกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงขึ้นมาเช่นเดียวกัน แต่ว่าในเรื่องความมั่นคงของเขานั้น เขาไม่ได้จํากัดตัวเองอยู่แค่เรื่องความมั่นคงทางทหาร เขาพูดถึงเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พูดถึงเรื่องความมั่นคงทางสังคม แม้กระทั่งพูดเรื่องความมั่นคงทางประชาธิปไตยซึ่งเปึน กระแสของโลกอยู่ เพราะฉะนั้นการที่เราจะมีคณะกรรมาธิการเรื่องของความมั่นคงแล้วก็พิจารณา เรื่องเหล่านี้ให้มัน ชัดเจนยิ่งขึ้น ก็น่าจะเปึนประโยชน์นะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ ซึ่งมันเกิดอยู่บ่อยมาก ผมเพิ่งได้รับข่าวเอสเอ็มเอส (SMS) เมื่อตอน ๖ โมง วันนี้เกิดฝนตก ฟัาผ่า พายุ ปัายโฆษณายักษ์หล่นทับคนเสียชีวิตอีกแล้ว เหตุการณ์อย่างนี้มันเกิดขึ้นบ่อยมาก เพราะฉะนั้นถ้าจะมีคณะกรรมาธิการสักชุดหนึ่งมาดูแลเรื่องการบรรเทาสาธารณภัย และภัยธรรมชาติ ไม่ใช่ไปรอให้มันเกิดขึ้นแล้วก็ไปเที่ยวแจกข้าวของกันอยู่ทุกวัน ๆ อย่างนี้ มันก็จะไม่ทันเหตุการณ์ แต่ถ้ามีเรื่องขึ้นมาอย่างนี้มันก็น่าจะเปึนประโยชน์ แต่เนื่องจาก คณะกรรมาธิการนั้นได้ไปจํากัดตัวเองอยู่ที่ ๓๒ คณะ
ผมขออนุญาตประท้วงครับ ท่านประธาน
คุณกุเทพประท้วงอะไรครับ
ขออนุญาตประท้วงนะครับ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ขออนุญาต ประท้วงท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง คือถ้าเราจะปล่อยให้กรรมาธิการมาตอบที่ไม่ตรงประเด็นแบบนี้มันไม่มีทางจะบริหาร เวลาได้ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกผู้แปรญัตติแปรในกรณีจะตั้งคณะกรรมาธิการกิจการ ชายแดน ผมก็เข้าใจว่าท่านกรรมาธิการจะมาตอบประเด็นนั้น แต่นี่ท่านมาตอบประเด็น ทั่วไปหมด ซึ่งผมคิดว่ามันอยู่นอกประเด็น ถ้าผมไม่ประท้วงเหมือนกับว่าผมไม่รักษามาตรฐาน เมื่อสักครู่ผมประท้วงสมาชิกที่อยู่ซีกประชาธิปัตย์ วันนี้ผมต้องประท้วงอีกเพราะท่าน ไม่ฟังเลยว่าสมาชิกอภิปรายเรื่องอะไร และท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ท่านเปึนคนตรงประเด็น ท่านก็หวังว่าท่านที่ขึ้นมาชี้แจงต้องชี้แจงประเด็นที่ท่านนัจมุดดีนอภิปรายว่าท่านเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยอย่างไร นี่ท่านไปไล่เอาคณะกรรมาธิการทั้งหมดอย่างนี้เวลาสภามันเสียไป เพราะผมได้ฟังหลายครั้งแล้ว ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับท่าน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ต้องให้กรรมาธิการตอบให้ตรงประเด็นและเวลาจะได้กระชับ ขอบคุณครับ
คุณกุเทพครับ ผมวินิจฉัยนะครับ ก็ต้องขอความกรุณากรรมาธิการได้ตอบคําถาม ตรงตามที่ผู้สงวนคําแปรญัตติไว้นะครับ สงวนความเห็นไว้ ขอความกรุณาอาจารย์พีรพันธุ์ รวบรัดด้วยครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ก็กําลัง จะไปถึงจุดนั้นพอดี เพียงแต่ผมขอย้อนนิดหนึ่งเพื่อให้เกิดความเข้าใจนะครับ ฉะนั้นเมื่อลิมิท (Limit) ไว้ที่ ๓๒ คณะแล้วก็เดินหน้ากันไปตามนั้น บัดนี้ได้มีผู้ขอสงวนคําแปรญัตติเพิ่มขึ้นมาครับ ซึ่งท่านจะสังเกตว่าผู้สงวนคําแปรญัตตินั้น คณะกรรมาธิการที่ท่านสงวนไม่ใช่คณะกรรมาธิการ ที่อยู่ใน ๓๒ คณะ เปึนเรื่องใหม่เลยครับ เปึนคณะกรรมาธิการกิจการชายแดน คณะกรรมาธิการ กิจการชาวไทยโพ้นทะเล คณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาพืชผลเกษตรกรรมและคณะกรรมาธิการ แก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ เปึนเรื่องใหม่มันอยู่นอกเหนือ ๓๒ คณะ ฉะนั้นคณะกรรมาธิการ ก็เห็นว่าขอให้ท่านที่สงวนเหล่านี้ได้มาชี้แจงต่อที่ประชุม และถ้าหากที่ประชุมเห็นด้วยกับ ผู้สงวนคําแปรญัตติ มันก็จะเปึนผลทําให้จํานวนคณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้น ถ้ามันเพิ่มขึ้น แบบนี้แล้วการที่ไปลิมิทไว้กับตัวเองว่าอยู่ที่ ๓๒ คณะก็อาจจะเปึนปัญหา ซึ่งอันนี้ก็คงจะขึ้นกับ ท่านประธานว่าในการขอมตินั้นท่านจะขออย่างไร ถ้าไปลิมิทไว้แค่ ๓๒ คณะ ไม่เป่ดเลยนะครับ แต่ว่าถ้าที่ประชุมนี้เห็นด้วยว่าที่สงวนไว้ ๓-๔ ท่าน มันน่าจะมี เพราะฉะนั้นมันจะเกิน ๓๒ คณะ เพราะฉะนั้นการลงมติตรงนี้ก็คงจะต้องหารือกันกับที่ประชุมต่อไปว่าจะทําอย่างไรครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณหมอวรงค์พาดพิงหรืออะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประชาธิปัตย์ พิษณุโลก พอดีเมื่อสักครู่ที่มีการอภิปรายคือ ท่านนัจมุดดีน ขออนุญาตเอ่ยนาม ใน (๒/๑) ซึ่งมันเกิน (๒๙) ผมเลยขออนุญาตกลับมา (๒๙) นิดหนึ่งครับท่านประธาน เนื่องจากว่า (๒๙) ว่าด้วยคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขนั้น กรรมาธิการได้มีการเปลี่ยนแปลง ผมจะขอใช้สิทธิตรงนี้กลับมาที่ (๒๙) ในกรณี ที่คณะกรรมาธิการได้มีการเปลี่ยนแปลงในข้อที่ว่าด้วยคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขเขียนออกมาสั้น ๆ ดังนี้ครับ ท่านเขียนไว้ว่า คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการแพทย์และการสาธารณสุข ซึ่งตรงนี้
ผมต้องขอคุณหมอวรงค์อย่างนี้นะครับ ขอให้ผู้สงวนคําแปรญัตติได้อภิปรายไปจนจบก่อนครับ แล้วเดี๋ยวเราก็มาอภิปรายในส่วนที่คณะกรรมาธิการแก้ไขกันทีหลังนะครับ เดี๋ยวต่อจาก อีก ๓ ท่าน ขอความกรุณาด้วยครับ ต่อไปเชิญนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้วครับ การแพทย์ การสาธารณสุข ในด้านการส่งเสริมสุขภาพ การปัองกันโรค การรักษาพยาบาล การฟุ๋นฟูสุขภาพ ตลอดจนการพัฒนาสุขภาพอนามัยของประชาชนและชุมชน ซึ่งคําแปรญัตติ ของผมเองทางท่านกรรมาธิการไม่เห็นด้วย แล้วไปขอแก้ไขในส่วนของกรรมาธิการ เปึนอํานาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไขตามร่างใน (๒๙) ของข้อ ๘๒ ขออนุญาต ท่านประธานนะครับ กรรมาธิการแก้ไขเปึน คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข มีหน้าที่ กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการแพทย์และการสาธารณสุข นอกนั้นตัดออกหมดเลย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองสงวนคําแปรญัตติของผมไว้ เพื่อมากราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาแห่งนี้เพื่อช่วยพิจารณาว่า คําแปรญัตติ ของผมน่าจะเปึนความหมายที่ครอบคลุมเรื่องอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข โดยแท้ที่จริงแล้วผมคิดว่าคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่มีความเห็นคล้ายกับผม เพราะว่า ได้เพิ่มคําว่า การแพทย์และการสาธารณสุข เข้าไป แล้วตัดถ้อยคําข้างหลังออกทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของการแพทย์ การสาธารณสุขมีหลายมิติมาก แต่มิติ ที่เรายอมรับว่าเปึน ๔ มิติใหญ่ ๆ ที่จะมาดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึน ร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ และสังคมมันต้องครอบคลุมทั้ง ๔ ด้านก็คือ เรื่องของการส่งเสริม สุขภาพ การปัองกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟุ๋นฟูสุขภาพ ผมเองยังคงร่างเดิมไว้ เรื่องของการพัฒนาสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนและชุมชน เพราะความหมายของ คําว่า สาธารณสุข โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันนี้เราได้ทําพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ออกมา ซึ่งได้เริ่มดําเนินการตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณที่ผ่านมาเข้าสู่ คณะกรรมาธิการ แล้วก็ทาง สนช. (สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ได้ให้ความเห็นชอบ แล้วก็กฎหมายประกาศใช้แล้ว ท่านประธานครับ เนื้อหาตรงนั้นส่วนใหญ่มุ่งเน้นวิถี สุขภาพทางด้านชุมชนและสังคมร่วมด้วย ท่านประธานครับ ความหมายของอํานาจ หน้าที่ตรงนี้เองเขียนลักษณะอย่างนี้ คนที่มาทํางานในฐานะเปึนกรรมาธิการก็มี ความชัดเจนในเรื่องบทบาทและหน้าที่ ไม่ว่าจะไปสืบสวน ศึกษาในเรื่องของการส่งเสริม สุขภาพ เรื่องการปัองกันโรค การดูแลรักษาพยาบาล การฟุ๋นฟูสุขภาพ ตลอดจนบริบท เรื่องการพัฒนาสุขภาพด้านต่าง ๆ ไม่เฉพาะระบบสุขภาพ ภาพรวมทั้งหมดที่เปึน องค์รวมที่เกี่ยวเนื่องกัน เพราะฉะนั้นผมเองก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ถ้าคําแปรญัตติของผมเองสามารถที่จะช่วยสภาแห่งนี้ ช่วยคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ได้ไปทําหน้าที่อย่างครบถ้วน ไม่มีข้อสงสัยหรือไม่มีการแปรความที่ขาดหายไปนี้ ก็กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ แล้วก็ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านโปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบกับคําแปรญัตติของผมด้วย จะเปึนพระคุณอย่างสูงครับ
เชิญกรรมาธิการครับ เชิญนายแพทย์วรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมเห็น การเขียนร่างของทางคณะกรรมาธิการในมาตรา ๘๒ (๒๙) นี้ผมจําเปึนที่จะต้องให้คําแนะนํา และพร้อมกับแสดงความเห็นผ่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ เหตุผลที่ผมต้องพูด อย่างนี้ เนื่องจากว่างานทางด้านสาธารณสุขเปึนงานวิชาการ การที่เราจะถกเถียงว่า จะต้องใช้คําพูดว่า การแพทย์และสาธารณสุข แล้วใช้เสียงข้างมากยกมือนั้นไม่ได้ ผมกําลังจะ ชี้ให้เห็นว่า ถ้าท่านเอาไฮโดรเจน ๒ ตัว กับออกซิเจนมาภายใต้อุณหภูมิที่เหมาะสมจะได้เปึนน้ํา ไม่มีทางที่จะใช้เสียงส่วนใหญ่ในการโหวตว่าให้ไฮโดรเจน ๒ ตัว บวกออกซิเจน ๑ ตัวไปเปึน โซเดียมคลอไรด์ (Sodium chloride) เหมือนกันครับ ตรงนี้ท่านเขียนไว้ว่า พิจารณา สอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการแพทย์และการสาธารณสุข และหมายเหตุว่า ทุกด้าน คําว่า การแพทย์และการสาธารณสุข มันเปึนคําโบราณครับ คือ บุคลากรทางด้านสายแพทย์ หรือพยาบาลสมัยก่อน หรือแม้แต่คนทั่ว ๆ ไปเวลาพูดถึงงานสาธารณสุขก็จะพูดถึงเรื่อง งานการแพทย์และงานสาธารณสุข พยาบาลก็จะถามว่างานการพยาบาลและสาธารณสุขได้ไหม ทันตแพทย์ก็จะถามว่าเปึนงานทันตกรรมและงานสาธารณสุขได้ไหม ดังนั้นผมถือว่า เปึนความผิดพลาดอย่างมหันต์ที่ทางคณะกรรมาธิการ เติมคําว่า การแพทย์และการสาธารณสุข ผมจะชี้อย่างนี้นะครับว่า ในหลาย ๆ ครั้งที่เราไปประชุมร่วมกับบุคลากรทางด้านสาธารณสุข เราก็จะติดปากว่า ขณะนี้สังคมไทยขาดแคลนบุคลากรทางด้านการแพทย์ หรือขณะนี้ สังคมไทยขาดบุคลากรทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข เราถูกประท้วงตลอดครับ เขาบอกว่า สังคมไทยไม่ได้ขาดแต่แพทย์ ขาดพยาบาลด้วย ขาดเภสัชกรด้วย ขาดทันตแพทย์ด้วย จนกระทั่งมีการเรียกร้องว่าอย่าเรียกว่า บุคลากรทางการแพทย์ ให้ใช้ คําว่า บุคลากรทางด้านสาธารณสุข หรือ บุคลากรทางด้านสุขภาพ แล้วแต่ แต่ส่วนใหญ่แล้วขณะนี้นักวิชาการส่วนใหญ่จะแนะนําให้ใช้คําว่า บุคลากรทางด้าน สาธารณสุข ดังนั้นบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขที่คณะกรรมาธิการ เขียนอย่างนี้ เขียนไม่ได้นะครับ ท่านอาจจะยอมตัดคําว่า การแพทย์ ออก อาจจะเขียน คําว่า มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับ การสาธารณสุข แต่ถ้าเขียนแค่นี้ไม่ได้เหมือนกัน ถ้าออกไปแค่นี้คนในสังคมจะเห็นว่า คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขมีความรู้เรื่องสาธารณสุขแค่นี้เองหรือ เพราะท่านก็รู้อยู่แล้วว่า งานสาธารณสุขอย่างที่คุณหมอชลน่านพูดนี่ครอบคลุมงาน ๔ ด้าน ท่านก็ควรจะเอางาน ๔ ด้านไปขยาย งาน ๔ ด้านก็คือ งานส่งเสริมสุขภาพ งานปัองกันโรค งานฟุ๋นฟูสุขภาพ และงาน รักษาพยาบาล ผมต้องย้ําตรงนี้นะครับว่าที่ผมไล่ลําดับงานส่งเสริมสุขภาพ งานปัองกันโรค งานฟุ๋นฟูสุขภาพ และงานรักษาพยาบาล ถ้าท่านไปพูดคําว่า งานสาธารณสุข นั้นครอบคลุม ไปด้วยเรื่องรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ปัองกันโรค ฟุ๋นฟูสุขภาพ ก็จะถูกนักวิชาการ ทางด้านสาธารณสุขตําหนิครับ เนื่องจากว่าขณะนี้แนวโน้มของกระแสสังคมต้องการ ให้เน้นการส่งเสริม ปัองกัน มากกว่าการรักษาพยาบาล ดังนั้นแค่การเรียงลําดับก็มี ความหมายทางด้านสาธารณสุข ดังนั้นอยากจะฝากเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่า ให้ท่านตัดคําว่า การแพทย์ ออก แล้วให้ใช้คําว่า การสาธารณ สุขครอบคลุมในด้านส่งเสริม สุขภาพ ปัองกันโรค ฟุ๋นฟูสุขภาพ และการรักษาพยาบาล ซึ่งจะครอบคลุมงานทั้งหมด ทางด้านสุขภาพหรือสาธารณสุขทั้งหมดและถูกต้องตามหลักวิชาการครับ ขอบคุณครับ
เชิญกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กรรมาธิการ ในนามของคณะกรรมาธิการใคร่ขออนุญาต เรียนชี้แจงให้ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติผู้ที่ได้อภิปรายเมื่อกี้ทั้ง ๒ ท่านนะครับว่า ตามที่ ท่านนายแพทย์ชลน่านได้ขอแปรญัตติไว้จากตามที่ทางคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่ได้พิจารณา แปรญัตติจากร่างเดิม ขออนุญาตอ่านร่างเดิมนะครับว่า คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการแพทย์ และการสาธารณสุข การรักษาพยาบาล การส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพอนามัยของ ประชาชนและชุมชน ซึ่งโดยหลักแล้วการให้บริการสุขภาพหรือการแพทย์นั้นมีองค์ประกอบ ๔ องค์ประกอบอย่างที่ทั้ง ๒ ท่านได้กล่าวไปแล้ว ก่อนการเจ็บไข้ได้ป์วยก็มี ๒ องค์ประกอบหลัก คือ การปัองกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพหรือการสร้างเสริมสุขภาพ ถ้าเจ็บป์วยแล้วก็มี ๒ องค์ประกอบหลักอีกคือ การรักษาพยาบาล ถ้าการรักษาพยาบาลหายก็แล้วไป ถ้าหายแล้ว ยังมีความพิการหลงเหลืออยู่ก็กลายเปึนฟุ๋นฟูสมรรถภาพหรือฟุ๋นฟูสุขภาพ ตามที่ ท่าน ส.ส. ท่านนายแพทย์ชลน่านได้แปรญัตติเพิ่มเติมมาจริง ๆ แล้วไม่ผิดครับ ถูกต้อง แต่คณะกรรมาธิการเห็นว่า คําว่า การแพทย์ นั้นมันก็ครอบคลุมทั้ง ๔ องค์ประกอบอยู่แล้ว แล้วทําไมไม่ตัดสาธารณสุข การสาธารณสุขก็มีหลายองค์ประกอบของมัน มีหลายองค์ประกอบ เช่น การสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม การสุขาภิบาลอาหาร การอนามัยแม่และเด็ก การวางแผน ครอบครัวเหล่านี้เปึนต้น ถ้าเราจะเขียนรายละเอียดมันจะมีรายละเอียดเยอะ เราจะเขียน คําว่า การแพทย์และการสาธารณสุข ครอบคลุมอยู่แล้ว แล้วถามว่าทําไมไม่เกี่ยวกับการพยาบาล ไม่เกี่ยวกับการทันตกรรม เภสัชกรรม มันก็จะเยอะแยะไปอีก ดังนั้นคําว่า การแพทย์ นั้นครอบคลุมไปอีกทั้ง ๔ องค์ประกอบแล้ว แล้วครอบคลุมทั้ง ๓ มิติ ทั้งการวิจัย การรีเสิร์ช (Research) ศึกษาหาความรู้ องค์ความรู้ใหม่ทั้งการเทรนนิ่ง (Training) การศึกษาอบรมครับ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การถ่ายทอดความรู้และการให้บริการ ทั้ง ๓ มิติและ ๔ องค์ประกอบ มันครอบคลุมเรื่องการแพทย์เรียบร้อยแล้ว และการสาธารณสุขพูดคําเดียวก็ครอบคลุมได้ ทุก ๆ มิติที่เกี่ยวกับการสาธารณสุข เพราะฉะนั้นกรรมาธิการจึงมีความเห็นว่าใช้คําว่า การแพทย์ และสาธารณสุข นั้นครอบคลุมหมดทุกอย่างแล้วไม่มีความจําเปึนต้องอธิบายรายละเอียด เพิ่มเติม เพราะเราจะอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นมันจะยืดยาว จะฟุ์มเฟ๋อยเกินไป กรรมาธิการก็เลยใช้คําพูดสั้น ๆ ว่า มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือ ศึกษาเรื่องใด ๆ เกี่ยวกับการแพทย์และการสาธารณสุข ขอบคุณครับ
คุณหมอวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาต กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ผมเข้าใจดีว่าคําพูดที่ว่า การแพทย์ และสาธารณสุขเปึนคําที่ใช้กันติดปาก แต่มันเปึนคําโบราณครับท่าน วันนี้สังคมแนวโน้ม ในเรื่องการดูแลสุขภาพของประชาชนมันเปลี่ยนไปเยอะ มีการเรียกร้องจากนักวิชาการ ทางด้านสุขภาพหรือนักวิชาการทางด้านสาธารณสุขพยายามไม่ให้ใช้คําว่า การแพทย์ ให้ใช้คําว่า การสาธารณสุข อย่างเดียว เพราะว่าขณะนี้บุคลากรทุกอาชีพในด้านสาธารณสุข ของประเทศนั้นมีคุณค่าและมีความสําคัญเท่า ๆ กัน ไม่ว่าจะเปึนพยาบาล เปึนเภสัชกร เปึนเจ้าหน้าที่อนามัยล้วนมีความสําคัญเท่า ๆ กัน แต่ผมเข้าใจดีครับว่าท่านก็เปึนแพทย์ รุ่นผู้ใหญ่และอาจจะคุ้นคํานี้จริง ๆ คุ้นคําว่า การแพทย์และสาธารณสุข แต่วันนี้เขากําลัง เปลี่ยนแปลงไม่ให้ใช้คํานี้เพื่อกําลังจะยกฐานะทุกวิชาชีพในการดูแลสุขภาพอย่างเท่าเทียม และเสมอภาค ทีนี้ผมต้องย้ํานะครับ อย่าให้ปล่อยหลุดออกไปนะครับ ขอให้ตัดคําว่า การแพทย์ ทิ้ง และท่านจะขยายคําว่า ส่งเสริมสุขภาพ ปัองกันโรค ฟุ๋นฟูสุขภาพและ การรักษาพยาบาล จะขยายหรือไม่ขยาย อันนี้อยู่ที่ท่าน ขอบคุณครับ
เชิญนายแพทย์วรรณรัตน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ขออนุญาตเพิ่มเติมนะครับว่า คําว่า การแพทย์ สาธารณสุข นั้นความจริงแล้วไม่ใช่คําเก่านะครับ เปึนคําที่คงใช้อยู่ในวงการแพทย์ แม้แต่ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติก็ยังใช้คําว่า การแพทย์และสาธารณสุข อยู่นะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
นายแพทย์ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดน่าน ต้องขออภัยท่านประธานจริง ๆ ที่ต้องแสดงความคิดเห็น จริง ๆ ผมไม่อยากใช้คําว่า นายแพทย์ หรอกครับท่านประธาน ผมเองได้แปรญัตติเอาไว้ สาเหตุที่ยังคงชื่อว่า คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข เอาไว้ ซึ่งจริง ๆ ผมอยากเปลี่ยนมาก แต่ผมไม่เปลี่ยนเนื่องจากว่าประเทศไทยเราเองภาคบริหาร ราชการแผ่นดินคือภาคฝ์ายบริหาร เขาใช้กระทรวงที่เขาไปดูแลยังใช้ชื่อว่ากระทรวง สาธารณสุขอยู่ ซึ่งถ้าแปลมิติของคําว่า สาธารณสุข ในทางวิชาการ ในทางนิยามแล้ว ความหมาย ต้องขออภัยท่านประธานครับที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษคือเรื่อง พับลิก เฮลท์ (Public health : สาธารณสุข) นี่ก็จะเปึนไปอีกมุมหนึ่ง เพียงแต่ว่าในสมัยก่อนเราอนุโลม ชื่อตามกระทรวง แต่ว่าภารกิจหน้าที่นี่มันเปึนอํานาจหน้าที่ของการแพทย์และ การสาธารณสุข ผมเลยเขียนคําว่า การแพทย์ ลงไปในภารกิจหน้าที่ของคณะ กรรมาธิการไป ไม่ใช่ชื่อของคณะกรรมาธิการครับเปึนภารกิจ ก็ขยายความออกมา ทั้ง ๔ ด้าน ทีนี้ถ้ากรรมาธิการเองไปตัดร่างเดิมออกในเรื่องของการพัฒนาสุขภาพอนามัย ของประชาชนและชุมชน ตรงนี้นี่ทอดทิ้งหลายมิติออกไปโดยเฉพาะวิถีของชุมชน การดูแล สุขภาพจริง ๆ ชื่อควรจะเปึนคณะกรรมาธิการการสุขภาพด้วยซ้ําไป ความหมายกว้าง เรื่องของสุขภาพ เรื่องของเฮลท์ (Health) แต่ว่าเมืองไทยเรากระทรวงมันเปึนอย่างนี้อยู่ เมื่อเปลี่ยนชื่อกระทรวงไม่ได้ก็ต้องเอาตามนี้ก่อนไม่เปึนไร แต่สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนว่า การที่กรรมาธิการไปตัดออกนะครับ ผมขออนุญาตใช้ ๒ ฐานะนะครับ อภิปรายในสิ่งที่กรรมาธิการแก้ไขด้วย และสิ่งที่ผมได้แปรญัตติแล้วก็สงวนความเห็น ไว้ด้วยก็คือว่า การพัฒนาสุขภาพอนามัยของประชาชนและชุมชนมันมีความเกี่ยวเนื่อง เชื่อมโยงกัน ผมอยากให้เห็นภาพรวมเปึนองค์รวมนะครับ สุขภาพไม่ใช่เฉพาะปัจเจกชน ในขณะนี้ต้องเปึนสุขภาพของชุมชนด้วย การดูแลสิ่งแวดล้อม การดูแลองค์ประกอบ อื่น ๆ มันก็อยู่ในนี้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมเองต้องกราบเรียนกับท่านประธานผ่าน ไปยังกรรมาธิการครับ ไม่ได้ถือว่าเปึนเรื่องชนะคะคานใด ๆ แต่มันเปึนเรื่องของ ความชัดเจนในการที่จะทําให้คณะกรรมาธิการชุดนี้เขาเห็นภาระหน้าที่เขาอย่างชัดเจน ฝากท่านประธานครับ ไม่อย่างนั้นสิ่งที่มันเกิดขึ้นอย่างจังหวัดน่านบ้านผมนี่ซื้อลูกชิ้นปลา ท่านประธานครับ เขาเขียนว่า เปึนลูกชิ้นปลากรายเอามาทําเปึนแกงจืดในงานศพ คนกิน ๓๐๐ คนนี่ป์วย ๒๐๐ คน ภาษาอังกฤษใช้คําว่า ท็อกซิน (Toxin) ต้องขออนุญาต ท่านประธานครับ ที่เกิดจากสิ่งที่ปนเปุ๋อนอยู่ในลูกชิ้นปลา ถามว่าลูกชิ้นปลานี่ ปลากราย มีพิษหรือ ไม่มีครับ เราสงสัยว่ามันจะเปึนปลาปักเปัา จะทะเลหรือน้ําจืดเราไม่ว่า เทโทรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) ของปักเปัาทะเล ซึ่งมี ส.ส. เราหลายท่านให้ความสนใจ อยู่เปึนพิษมาก พิษรุนแรงกว่า แต่ปลาปักเปัาน้ําจืดนี่ เเซ็กซี่ท็อกซิน (Saxitoxin) นี่ฤทธิ์ มันเบาบาง พี่น้องบ้านหลวงผมนอนโรงพยาบาลคืนสองคืนเขาก็กลับบ้าน ลิ้นชา ปากชา ตาแห้ง คอแห้ง หายใจไม่ออกครับท่านประธานครับ เหมือนโดนสารพิษเข้าไป แต่ตอนนี้ผมเองไม่กล่าวหาใคร เพราะว่าเราเอาเศษที่เหลือไปตรวจมันไม่เจอครับ แต่อาการ อาการแสดงระบาดวิทยา มันเข้าทุกอย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เองครับผมอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็นว่า ภาพรวมมันเกี่ยวกับวิถีชุมชน วิถีประชาชนเขาด้วย ก็ฝากท่านประธานไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขซึ่งเปึนนายแพทย์ด้วยครับ ฝากไว้เถอะครับให้ความชัดเจน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณสมบูรณ์ ท่านกรรมาธิการจะตอบก่อนใช่ไหมครับ ขอคุณสมบูรณ์เกี่ยวกับเรื่องที่ คณะกรรมาธิการแก้ไขใช่ไหมครับ เชิญคุณสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ พอถึงมาตรานี้รู้สึกคึกคักขึ้นในสภาแห่งนี้ กว่าที่สมาชิกซึ่งจะรอ อภิปรายในหัวข้อของการแก้ไขก็ต้องใช้เวลาของกรรมาธิการกันก่อน ผมว่าจริง ๆ แล้ว กรรมาธิการน่าจะคุยกันให้จบกันเสียก่อนว่าเราจะเอากันเท่าไรดี เราจะเอาคณะไหนบ้าง ผมเชื่อว่าขณะนี้กรรมาธิการเองยังไม่ลงตัวครับ ต่างพรรคก็อยากจะเอาคณะนี้เข้ามา พรรคเดียวกันก็บอกอยากเอาคณะโน้นเข้ามา เรื่องจริงครับท่านประธาน ผมรู้ว่าขณะนี้มี การตั้งธงว่าจะต้องเอา ๓๕ คณะ หรืออาจจะเอา ๓๖ คณะ เอาคณะไหนบ้าง ประชาธิปัตย์ เราก็เสนอว่าเอา ๓๒ คณะเดิม ทางกรรมาธิการก็บอกว่าเอา ๓๒ คณะที่แก้ไขใหม่แล้วกัน รวมกับของที่แปรญัตติอีกสัก ๓ คน หรือ ๔ คนเข้ามาเปึน ๓๕ คณะ ๓๖ คณะ เพราะอ้างว่า รัฐธรรมนูญมันบังคับ รัฐธรรมนูญมันเผด็จการ ท่านครับ เราก็เกิดมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แหละครับ ไม่ควรจะไปโทษที่มาของมัน ถือว่าที่มาเปึนสิ่งที่มีพระคุณ ท่านจะตั้งเท่าไร ก็ตั้งเถอะครับ แต่เราขอให้สิ่งที่เกิดนั้นมันเกิดกับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ผมจะพูดถึง ๓๒ คณะเดิม แล้วก็ ๓๒ คณะใหม่ครับ อยากแสดงความคิดเห็นให้กรรมาธิการและ เพื่อนสมาชิกได้พิจารณา ๓๒ คณะเดิมมาเปึน ๓๒ คณะใหม่ มีการยุบคณะกรรมาธิการ การกีฬาไปบวกกับคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ยุบคณะกรรมาธิการติดตามผลการปฏิบัติ ตามมติของสภาผู้แทนราษฎรไปรวมกับคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ยุบสื่อมวลชน ไปรวมกับคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ไปเพิ่ม คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และกองทุน ไปเพิ่มคณะกรรมาธิการปัองกันภัยธรรมชาติ ไปเพิ่มคณะกรรมาธิการมั่นคงชายแดน ท่านประธานครับ ผมไปดูว่าเราพยายามตั้งคณะกรรมาธิการกันโดยยึดอะไรบ้าง ก็ไปดูว่า มีการยึดตามกระทรวง มีการเปลี่ยนกระทรวงกันทั้งหมดเปึน ๒๐ กระทรวงเมื่อในสมัย รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมไปดูแล้วคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๒ คณะมีครบครับ มีครบทุกกระทรวง ตั้งแต่สํานักนายกรัฐมนตรีไปจนถึงกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ มีภารกิจ เช่น กิจการสภาผู้แทนราษฎร คุ้มครองผู้บริโภค
คุณสถาพรประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคพลังประชาชน จังหวัดลําพูน ผมขอประท้วงท่านประธานครับ คือตอนนี้ผม ก็เปึนผู้แปรญัตติคนหนึ่งที่กําลังแปรญัตติที่จะอภิปรายจํานวนคณะกรรมาธิการ และขณะนี้ เปึนเรื่องของการแปรญัตติของหมอชลน่าน เรื่องของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข แต่ท่านประธานก็ปล่อยให้สมาชิกบางคนก็ได้แปรญัตติ บางคนก็ไม่ได้แปรญัตติได้อภิปราย ซึ่งจะทําให้เสียเวลา เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้มันชัดว่าคนที่ตั้งใจแปรญัตติคือคนที่จะต้อง ได้สิทธิก่อนเพราะมีความตั้งใจอย่างแรงกล้า ตรงนี้ต่างหากครับท่านประธาน
ทราบแล้วครับ เชิญนั่งลงครับ ก่อนที่ผมจะเป่ดโอกาสให้คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อภิปรายนะครับ ก็ได้ถามคุณสมบูรณ์ว่าขอให้อภิปรายในส่วนที่คณะกรรมาธิการแก้ไข ซึ่งเปึนสิทธิโดยชอบธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะอภิปรายได้ ซึ่งก็คิดว่าคุณสมบูรณ์จะอภิปรายในเรื่องที่คุณหมอชลน่านได้ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ แต่ปรากฏว่าคุณสมบูรณ์พูดถึงการแก้ไขในเรื่องอื่น แต่อย่างไรก็ตามผมขออนุญาตอย่างนี้เลย ขออนุญาตคุณสมบูรณ์ก่อน ให้ผู้ที่เสนอคําแปรญัตติได้อภิปรายให้จบนะครับ แล้วเดี๋ยว ผมก็จะเป่ดโอกาสให้สมาชิกทุกท่านที่ต้องการอภิปรายในเรื่องที่คณะกรรมาธิการแก้ไข ได้อภิปรายกันทุกคนครับ ต้องขอความกรุณาคุณสมบูรณ์รอสักนิดนะครับ แล้วเดี๋ยวจะ เรียนเชิญให้ลุกขึ้นมาเปึนคนแรกครับ ท่านกรรมาธิการ คุณหมอประสงค์ บูรณ์พงศ์ ได้ตอบสิ่งที่ คุณหมอทั้ง ๒ ท่านได้อภิปรายไปเมื่อกี้นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส. นครพนม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการครับ กระผมได้รับฟังการอภิปรายของคุณหมอชลน่าน ขออภัยที่เอ่ยนาม คุณหมอวรงค์ก็มี เหตุผลรายละเอียดที่น่ารับฟังครับ ส่วนท่านวรรณรัตน์นั้นท่านก็มีเจตนาที่ถูกต้อง ท่านเปึน กรรมาธิการท่านบอกว่า การแพทย์ การสาธารณสุขก็ครอบคลุมแล้ว แต่ว่าเมื่อฟังดูแล้ว ก็น่าจะส่งเสริมในการที่จะเพิ่มเติมรายละเอียดอีกมากมายนะครับ แล้วก็มีทั้งการแพทย์ การสาธารณสุขไว้หมดก็คงจะเปึนประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะกรรมาธิการเท่านั้น คงจะขยายความ ไปถึงประชาชนด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่าเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการที่จะมา โหวตอะไรกัน ผมขอเสนอคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขดังนี้นะครับ ก็มีอํานาจหน้าที่ กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการแพทย์ ไม่ตัด การแพทย์ การสาธารณสุข ในด้านการส่งเสริมสุขภาพ การปัองกันโรค รักษาพยาบาล การฟุ๋นฟู สุขภาพตลอดจนการพัฒนาสุขภาพอนามัยของประชาชนและชุมชนใช่ไหมครับ เอาอย่างนี้ ดีไหม เห็นด้วยไหมครับ ท่านวรงค์ครับ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องโหวตนะครับ อันนี้ก็ขอผ่านไปเลย ขอบคุณครับ
ต่อไปก็จะเปึนผู้สงวนคําแปรญัตติท่านต่อไปคุณสถาพร มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดลําพูน กระผม ขอแปรญัตติในข้อ ๘๒ ตามความในวรรคหนึ่ง แก้ความในวรรคหนึ่ง และเพิ่มความเปึน (๓๓) (๓๔) และ (๓๕) ในข้อ ๘๒ ดังนี้
ข้อ ๘๒ ให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นสามสิบห้าคณะ แต่ละคณะ ประกอบด้วยกรรมาธิการมีจํานวนสิบห้าคน โดยให้มีอํานาจหน้าที่ดังนี้ ซึ่งประเด็นนี้ผมจะ ขออนุญาตอภิปรายเพื่อผ่านไปยังท่านกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรและเพื่อนสมาชิกอันทรงเกียรติ ซึ่งยุทธศาสตร์นี้กระผมเรียกว่า กุ้งฝอย ตกปลากะพง ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการที่ผมเสนอขึ้น ๓ คณะนั้น ประกอบไปด้วย
(๓๓) คณะกรรมาธิการตรวจสอบองค์กรอิสระตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
(๓๔) คณะกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบกองทุนตามบทบัญญัติ ของกฎหมาย มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับ กองทุนต่าง ๆ ที่จัดตั้งตามบทบัญญัติของกฎหมาย
(๓๕) คณะกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบรัฐวิสาหกิจ มีอํานาจหน้าที่ กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งตาม กฎหมาย ที่เราคิดว่าสภาคงจะมีส่วนตรวจสอบด้วย แต่ถ้าคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าไม่มีใครเปึนประธานคณะกรรมาธิการคณะนี้ ผมสมัครเองครับ ผมสมัครเองในการเปึนประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพราะนี่คือ การตรวจสอบที่มีศักดิ์มีศรี เพราะเปึนองค์กรอิสระที่มีที่มาบอกว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง สามารถชี้เปึนชี้ตายนักการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเข้ามาแล้วต้อง ถูกตรวจสอบ ใบเหลือง ใบแดง ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ติดที่ศาลากลางไม่พอ จ่ายไป ให้ อบต. ด้วย เราถูกตรวจสอบ ประทานโทษ โล่งโจ้งหมดแล้ว ขนกี่เส้นไม่เหลือแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นหมด ลูกกี่คน เมียกี่คน มีทรัพย์สินเท่าไร บางทีชาวบ้าน ยังสงสัยอีกว่าผู้แทนราษฎรที่แจ้งทรัพย์สินนี่จริงหรือเปล่า นี่คือข้อเท็จจริงในสังคม ปัจจุบัน แต่ในทางกลับกันผู้มีอํานาจในองค์กรเหล่านี้ผมไม่รู้ครับ ผมไม่รู้ว่าท่านมีที่มา บริสุทธิ์หรือเปล่า มีทรัพย์สินอย่างไร จ้างลูกตัวเองเปึนเลขานุการหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ ต่างหากครับท่านประธาน ผมอยากจะใช้กลไกรัฐสภา กลไกสภาผู้แทนราษฎรขีดเส้นใต้ หมื่นครั้งผู้แทนราษฎร เข้าไปใช้บทบาทของผู้แทนราษฎรไปตรวจสอบ ไปรู้ไปเห็น ในองค์กรอิสระ นี่คือเหตุผลความจําเปึนที่ผมขออนุญาตสภาแห่งนี้ให้ความเมตตา ในการที่จะรับคําแปรญัตติของผม ซึ่งผมอุปมาแล้วว่ากุ้งฝอยตกปลากะพง เราใช้ คณะกรรมาธิการ ๑ คณะตรวจสอบสิ่งเหล่านี้อาจจะประหยัดงบประมาณและหรือ อาจจะรู้ในสิ่งที่พี่น้องประชาชนไม่รู้ก็ได้
ประการที่ ๒ ที่ผมขออนุญาตแปรญัตติในการตั้งคณะกรรมาธิการติดตาม และตรวจสอบกองทุนตามบทบัญญัติของกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพ จากการที่ รวบรวมกองทุนต่าง ๆ ที่รัฐบาลอยู่ในกํากับเงินอุดหนุนงบประมาณ ปรากฏว่ารวบรวม เปึนร้อยกว่ากองทุนครับท่านประธาน มีเงินที่อยู่ในกองทุนนั้นมากกว่างบประมาณ ในแผ่นดินเสียอีก เปึนกองทุนที่สะสมครับ ผมยกตัวอย่างเช่น กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ซึ่งรัฐบาลแต่ละป้ อย่างป้ ๒๕๕๐ เราอุดหนุนให้กองทุนต่าง ๆ เหล่านี้ กองทุนสงเคราะห์ เกษตรกรอุดหนุนให้ป้ละ ๕๐๐ ล้านบาทครับ แล้วมีเงินสะสมอยู่ในกองทุนนี้เปึนจํานวน มหาศาล แต่เราไม่ทราบเลยครับว่ากองทุนเหล่านี้เอาเงินไปใช้อะไรบ้าง กองทุนหมุนเวียน โรงงานเภสัชกรรมทหารอุดหนุนให้ป้ละ ๑๐ ล้านบาท กองทุนหมุนเวียนโรงงานฟอกหนัง ๑๒๐ ล้านบาท กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ๕๐ ล้านบาท กองทุนจัดสวัสดิการ สังคม ๔๕๐ ล้านบาท กองทุนคุ้มครองเด็ก ๖๐ ล้านบาท กองทุนสนับสนุนคนพิการ ฟุ๋นฟูคนพิการ ๖๐ ล้านบาท กองทุนผู้สูงอายุ ๖๐ ล้านบาท กองทุนจัดรูปที่ดิน ๑๓๐ ล้านบาท กองทุนพัฒนาสหกรณ์ ๕๐๐ ล้านบาท กองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกร ๕๐๐ ล้านบาท กองทุน โครงสร้างการผลิตเกษตรกรและเพิ่มขีดความสามารถ การแข่งขันของประเทศด้านเกษตรกร ๑๐๐ ล้านบาท กองทุนส่งเสริมการค้าระหว่าง ประเทศ ๔๕๐ ล้านบาท และกองทุนอีกจํานวนมาก กองทุนเหล่านี้เปึนกองทุนภาษี แต่ไม่มีหน่วยงานใดไปตรวจสอบ มีแต่บอร์ด (Board) ข้าราชการระดับ ๑๐ ระดับ ๑๑ มีรถประจําตําแหน่ง มีเบี้ยประชุมครับ แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อนุมัติเงินไปนี่ ยังโบกแท็กซี่เลยครับ ยังไม่มีห้องทํางานเลย วันนี้ผมจึงบอกว่าแม้แต่กองทุน กบข. ยังดีอยู่นะครับ มีกองทุนชื่อประหลาด ๆ กองทุนจัดการซากดึกดําบรรพ์ แปลกนะครับ นี่ใช้งบเปึนร้อยล้านบาทครับ กองทุนจัดการซากดึกดําบรรพ์ แล้วสิ่งที่ยังคาใจพี่น้อง ประชาชน กองทุน ปรส. (องค์การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน) ตอนลดค่าเงินบาท เมื่อป้ ๒๕๔๐ แล้วเอาของแพงไปขายถูก เอาของถูกไปขายแพงนี่ยังคาใจประชาชน อยู่นะครับ ปรส. นี่ ถ้าเรามีคณะกรรมาธิการกองทุนเหล่านี้จะได้มีที่ไปที่มา จะได้รู้ว่า เงินเหล่านี้อยู่ที่ไหนบ้าง กองทุนประกันภัยตัวเองของเครื่องจักรรัฐวิสาหกิจ ผมเองนั้น เปึนอดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจแต่ละรัฐวิสาหกิจไม่ต้องไปพึ่งบริษัทประกันภัย ภายนอกครับ ตัดเอางบประมาณของตัวเองแล้วไปประกันภัยตัวเอง มีเงินหลายหมื่น ล้านบาท การไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทย ปตท. (การป่โตรเลียมแห่งประเทศไทย) การไฟฟัานครหลวง การไฟฟัาส่วนภูมิภาควางสายพาดเสา มีเงินประกันแต่ไม่ใช่เงิน ของบริษัทประกัน เปึนงบประมาณที่เขากันออกนอกงบประมาณใช้จ่ายโดยอิสรเสรี ที่จะโยกเงินเหล่านี้ไปใช้อย่างไรก็ได้ โดยมีบอร์ดซึ่งเปึนข้าราชการระดับ ๑๐ ระดับ ๑๑ ดูแลอยู่ห่าง ๆ ครับ กองทุนสํารองเลี้ยงชีพของรัฐวิสาหกิจ กองทุน กบข. ของข้าราชการ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา กองทุนอ้อยและน้ําตาล กองทุนอุดหนุนเรื่องสงเคราะห์ สวนยาง กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีเงินจํานวนมหาศาล กองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงวันนี้เราเติมน้ํามันไปลิตรหนึ่งเขาหัก ๕๐ สตางค์ บาทสองบาท แล้วเอา ไปใช้อะไรนอกจากเบอร์ ๕ เราไม่รู้ครับ แทนที่กองทุนเหล่านี้จะมาช่วยกันถ้าเราเข้าไป ตรวจสอบ มาช่วยกันในการที่จะส่งเสริมพลังงานทดแทนโดยใช้เงินกองทุนเหล่านี้ เปึนประโยชน์ วันนี้ใครใช้เบอร์ ๕ ได้เงินทอน ๕,๐๐๐ บาท ผมก็ไม่รู้ว่าเท็จจริงนั้น เปึนอย่างไร ใครใช้บ้างผมอยากรู้ครับ ผมอยากตั้งข้อสงสัยกองทุนเหล่านี้ เพราะมี เงินจํานวนมากกว่างบประมาณแผ่นดินนี้อีกครับท่าน นี่คือสิ่งที่ผมเองนั้นตั้งอกตั้งใจ ที่จะขอแปรญัตติและสงวนคําแปรญัตติ เชื่อมั่นว่าพวกเราที่มาจากพี่น้องประชาชนคงจะมีใจเปึนธรรมและเชื่อมั่นว่ากรรมาธิการ ที่นั่งอยู่ข้างบนนั้นคงจะมองออกว่าการที่ได้แปรญัตตินั้นไม่ได้แปรเพื่อตัวเอง ทุกส่วนล้วนแต่ ต้องการเห็นงบประมาณแผ่นดินและต้องการเห็นองค์กรของรัฐสภาแห่งนี้มีความสง่างามครับ ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมาธิการอีกคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมาธิการรัฐวิสาหกิจ ท่านประธานที่เคารพ ท่านทราบไหมครับว่า ประเทศไทยนี้มีรัฐวิสาหกิจมากมายเหลือเกินครับ ทั้งตั้งโดยคณะปฏิวัติ ตั้งโดยรัฐบาล ตั้งโดยพระราชบัญญัติ ตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรี มีทั้งหมด ๗๑ รัฐวิสาหกิจครับ สํานักนายกรัฐมนตรีมีบริษัท อสมท มีโรงพิมพ์ตํารวจ กระทรวงกลาโหมนี่มีบริษัท อู่กรุงเทพ จํากัด กระทรวงการคลังครับ ซึ่งถือว่าเปึนมหาสมบัติของ กระทรวงการคลัง มีรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในกํากับ ๑๕ แห่งครับ โรงงานยาสูบ สํานักงานสลาก กินแบ่งรัฐบาล โรงงานไพ่ องค์กรสุรา บริษัทสหโรงแรม ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการส่งออก ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย บริษัทตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัย บรรษัทประกันภัยสินเชื่ออุตสาหกรรม บรรษัทธนรักษ์พัฒนาอุตสาหกรรม ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ๑๕ แห่ง ท่านประธานครับ แล้วโครงสร้างของรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ เขียนล็อกไว้เลยครับว่า คนจะไปเปึนบอร์ดรัฐวิสาหกิจอย่างน้อยข้าราชการ ซี ๙ ผมถามว่า ข้าราชการ ซี ๙ กระทรวงการคลังวันนี้มีกี่คน แล้วบอร์ดอย่างต่ํานี่นะครับ บอร์ดรัฐวิสาหกิจ อย่างต่ํานี่มีบอร์ดได้ประมาณ ๗ คน เบี้ยประชุมครั้งละ ๓๐,๐๐๐ บาท เดือนหนึ่งประชุม ๒ ครั้ง โบนัสต่างหาก หุ้นต่างหาก ทําไมสภาไม่คิดตรวจสอบครับ ทําไมสภาไม่คิดปกปัอง ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนโดยการตั้งคณะกรรมาธิการเหล่านี้ครับ ยังมีอีกนะครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีการกีฬาแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีการเคหะแห่งชาติ สํานักงานธนานุเคราะห์ หรือโรงรับจํานํา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ มีองค์การส่งเสริมโคนม มีองค์การ สวนยาง องค์การตลาดเพื่อการเกษตร องค์การสะพานปลา สํานักงานกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยาง
คุณสถาพรไม่ต้องมาอ่านครบ ๗๑ หรอกครับ เดี๋ยวหมดเวลาเสียก่อนครับ
ผมเข้าใจท่านประธานที่ต้องการรักษาเวลา แต่ผมเองก็ต้องการรักษาผลประโยชน์ของสภาแห่งนี้เพื่อให้สภาแห่งนี้ได้รู้ข้อเท็จจริง บางประการครับ ซึ่งนานเหลือเกินเราไม่ได้มีเวลาอภิปรายในเนื้อหาสาระเหล่านี้ ท่านครับ บางที เราเสียเวลาเรื่องที่ไม่เปึนเรื่องเยอะเหลือเกินครับ แต่เรื่องที่เปึนสาระขอโอกาสผมเถอะครับ ผมนั่งสภานี้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนะครับ เตรียมข้อมูลนานเหลือเกินครับ เพื่อโน้มน้าวให้ ผู้แทนราษฎร ๔๘๐ คนเห็นผมครับ เพื่อเห็นว่าเราได้รักษาผลประโยชน์ขององค์กร ถ้าให้ เวลาผมน้อยนิดนี่เขาไม่เชื่อนะครับ เพราะทุกท่านมาจากพี่น้องประชาชน และกรรมาธิการนี่ วันนั้นเรียกผมไปชี้แจงก็ด้วยเวลาจํากัดเหมือนกัน ท้ายที่สุดนี่ครับท่านประธานครับ ด้วยความเคารพในสภาแห่งนี้ ผมเองเชื่อในเกียรติยศของพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขีดเส้นใต้อีกครั้งครับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และขออนุญาตท่านประธานคณะกรรมาธิการ และท่านกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเห็นว่า การสงวนคําแปรญัตติของกระผม ข้อ ๑ คือเพิ่มคณะกรรมาธิการขึ้นมาอีก ๓ คณะ เปึน ๓๕ คณะ ถ้าเห็นว่ามันสมควรพอเหมาะพอควรกับการที่จะได้เข้าไปทํางาน ซึ่งเชื่อว่า สภาแห่งนี้มีอายุ ๔ ป้นี่ก็ได้โปรดเถอะครับ และเชื่อว่า ๓ คณะกรรมาธิการที่ผมได้แปรญัตติ ผมมีความคิดเห็นว่าจะเปึนประโยชน์กับสภา จะเปึนประโยชน์กับรัฐบาล จะเปึนประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนมหาศาล และท้ายที่สุดผมเชื่อมั่นในเกียรติยศของสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๔๘๐ คนว่าจะเชื่อในสิ่งที่ผมสงวนคําแปรญัตติและสนับสนุนตัวกระผม ขอขอบคุณครับ
เชิญนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส. นครพนม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านผู้แปรญัตติ ท่านสถาพร มณีรัตน์ ที่ท่านสงวนไว้นะครับ พอดี ก็ตรงกับความคิด แนวคิดของกรรมาธิการเรานะครับ ผมก็กราบเรียนท่านผู้แปรญัตติ แล้วก็ท่านสมาชิกท่านผู้อื่น ๆ ที่มีความเห็นตรงกันว่าเราได้ใส่ไว้แล้วในรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านดูหน้า ๑๔ ใน (๒๑) เรามีคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการดําเนินงานของหน่วยงานขององค์กร ตามรัฐธรรมนูญ การดําเนินงานของรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งการบริหารจัดการขององค์การมหาชน และกองทุนก็คงจะเปึนคณะกรรมาธิการที่ใหญ่มากนะครับ ไม่ใช่ ๓ คณะ เปึนคณะเดียว จึงเรียนท่านกรรมาธิการผู้ทรงเกียรติได้ทราบครับ เรียนท่านสมาชิกผู้แปรญัตติ ได้ทราบครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ผู้สงวนคําแปรญัตติได้อภิปรายจบหมดแล้วนะครับ ต่อไปผมจะ เป่ดโอกาสให้ท่านสมาชิกทั่วไปได้อภิปรายในส่วนที่คณะกรรมาธิการแก้ไขนะครับ ตามที่ ผมได้จดเรียงลําดับไว้มีดังนี้นะครับ คุณนริศ ขํานุรักษ์ คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี คุณรังสิมา รอดรัศมี แล้วยกมือไว้เดี๋ยวผมก็จะจดเพิ่มตามลําดับไปนะครับ ขอเชิญคุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ที่เมื่อกี้ค้างอยู่ก่อนนะครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอขอบคุณครับท่านประธานที่ให้โอกาสได้แสดงความคิดเห็นในข้อ ๘๒ ของข้อบังคับ ในครั้งนี้ ดีใจที่มีเพื่อนสมาชิกบางท่านก็ประท้วงเนื่องจากจะขอเพิ่มคณะกรรมาธิการ ขอเปึนประธานด้วยก็ดีใจด้วยครับ เปึนความก้าวหน้าของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ เราดูภารกิจของคณะกรรมาธิการต่อการทําหน้าที่ในกระทรวงต่าง ๆ ๒๐ กระทรวงนะครับ แล้วก็มีภารกิจที่เพิ่มเติม เช่น กิจการสภา การคุ้มครองผู้บริโภค ตํารวจ ฟอกเงิน รวมด้วยยาเสพติด หรือของ ป.ป.ช. เรื่องพัฒนาการเมือง สื่อมวลชน การมีส่วนร่วมของประชาชน แล้วก็ติดตามงบประมาณ ท่านครับ ผมก็ดูว่ากรรมาธิการ เขาใช้วิธีไหนคิดกัน ผมคิดว่า ๑. ก็คือเขาเอาไปใส่ในกระทรวง กระทรวงมีภารกิจอะไรบ้าง ก็ใส่เข้าไป เช่น กระทรวงกลาโหมมีภารกิจอะไรบ้าง ก็ตั้งคณะกรรมาธิการการทหารขึ้นมา มีความมั่นคงชายแดนแห่งรัฐขึ้นมา กระทรวงการคลังก็ใส่คณะกรรมาธิการเข้าไป ต่างประเทศก็มี ท่องเที่ยวและกีฬาก็จับไป พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็เอาเด็ก สวัสดิการ สังคมเข้าไป ๒๐ กระทรวงครับ ก็มีครบ ทีนี้ภารกิจก่อนหน้านี้ครับ ท่องเที่ยวและกีฬา เปึนภารกิจแยกภารกิจกัน ก็มีคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ๑ คณะ คณะกรรมาธิการ การกีฬา ๑ คณะ แต่ผลปรากฏว่าท่านกรรมาธิการไม่รู้คิดกันอย่างไรเห็นมีกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ก็เลยเอาท่องเที่ยวและกีฬาไปจับต่อกันครับประธาน ต่อไปนี้ก็มีคณะกรรมาธิการการ ท่องเที่ยวและกีฬาต่อกันไป ท่านเปึนกรรมาธิการการตัดต่อหรืออย่างไรครับ ท่านรู้ไหมว่า กีฬากับท่องเที่ยวมันไม่เหมือนกันครับ ขอบคุณท่านกรรมาธิการถวิล ไพรสณฑ์ มากครับ ที่ท่านเข้าใจบทบาทของการกีฬากับการท่องเที่ยว แต่กรรมาธิการบางท่านไม่รู้ครับ รู้แต่ว่านักกีฬาสามารถไปท่องเที่ยวได้ รู้แค่นั้นจริง ๆ ครับท่านประธาน กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาขณะนี้พอเกิดขึ้นมาแล้ว ท่านประธานทราบไหมครับ มีคนเขาพูดกันทั่วประเทศเลยว่า การท่องเที่ยวเราเคยที่เจริญขึ้น ๆ อะเมซิ่ง ออฟ ไทยแลนด์ (Amazing of Thailand) ในสมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ทํารายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ เปึนแสนล้านบาทแล้วตอนนี้ แต่พอเข้าไปสู่ระบบรัฐจากรัฐวิสาหกิจเปึนรัฐบาลดูแลควบคุม รายได้ไม่รู้เพิ่มขึ้นเท่าไร กีฬาครับท่านประธาน เปึนกิจกรรมที่เขาไปส่งเสริมสร้างสุขภาพให้กับประชาชนให้มี ความแข็งแรงทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สร้างวินัยให้คน สร้างความภาคภูมิใจ ให้กับประเทศชาติเมื่อส่งนักกีฬาไปแข่งขันแล้วได้รับรางวัลชนะเลิศเหมือนกับการท่องเที่ยว อยู่นิดเดียวท่านประธาน ก็คืออาจจะออกไปที่อื่น หรือใครเล่นกีฬาเก่งก็ไปเปึนกีฬาอาชีพ สร้างรายได้แค่นั้นเองครับท่านประธาน ท่านเคยเห็นมีการรายงานงบประมาณไหมครับ รายงานรายได้ของประเทศจากการกีฬามีกี่บาทมันไม่มี เพราะฉะนั้นท่านประธานนึกภาพ ผมเถอะครับ วันนี้กรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬามานั่งกันเต็มเลย ผมเชิญโค้ช (Coach) ชาญวิทย์ ผลชีวิน มาด้วย โค้ชหรั่งครับ โค้ชฟุตบอล แต่พอดีวันนี้มีญัตติที่จะพูดกัน ในคณะกรรมาธิการ ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยการเอาเครื่องบิน ไปทําปะการังเทียมที่จังหวัดภูเก็ตแล้วเราจะไปทําที่พังงา ไปทําที่ตรังเพื่อให้นักท่องเที่ยว ไปเที่ยวกัน ครูหรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน เปึนโค้ชแชมปีของยุโรปครับ โค้ชยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ทําทีมฟุตบอลไทยได้เหรียญซีเกมส์ แกไม่รู้หรอกเรื่องปะการังจะทําอย่างไร ทีนี้พอเราจะพูดถึง ญัตติที่ ๒ ก็คือ การสร้างนักกีฬาหรือนักกีฬาไทยโดนหลอกเนื่องจากมีสโมสรที่อังกฤษหลอกว่า ไปแข่งแล้วจะเปึนตัวทีมสโมสรแต่ว่าไม่ให้เงิน เราพอพูดตรงนี้ ส.ส. เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ เก่งทางด้านท่องเที่ยวแกจะรู้เรื่องหรือครับ ท่านเอาอะไรคิด แต่ยังทันนะครับทันที่ท่านจะ เปลี่ยนแปลง ที่ยุบอีก ๑ คณะกรรมาธิการครับท่านประธาน คณะกรรมาธิการติดตามผล การปฏิบัติตามมติของสภาผู้แทนราษฎร ในขณะที่ท่านคิดว่าอันนี้เปึนเรื่องสภาก็เอาไป รวมกับคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรแล้วกัน คณะกรรมาธิการตรวจรายงาน การประชุมรวมแล้วก็รวมอันนี้ไปอยู่ด้วยกัน แต่รู้ไหมท่านประธานเขาเอาอะไรไว้ คณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณชี้ให้เราเห็นอะไรครับท่านประธาน เอาคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณไว้สํานักงบประมาณจะได้มานั่ง คุณทําไมให้ที่นี่ไปเท่าไร ต้องลงไปที่จังหวัดนี้ เผื่อผมจะได้เปอร์เซ็นต์ บริษัทผมจะได้ทํา อย่างนั้นหรือท่านประธาน สิ่งที่มันมีคุณค่าคุณไม่เอา แต่คุณเอาคิดว่ามันอาจจะเกิดประโยชน์กับคุณอย่างนั้นหรือครับ คณะกรรมาธิการติดตามผลการปฏิบัติตามมติของสภาผู้แทนราษฎรคราวที่แล้วท่านวินัย เสนเนียม ส.ส. จังหวัดสงขลา เปึนประธาน ผมเปึนเลขานุการครับท่านประธาน ท่านตั้งคณะ อนุกรรมาธิการติดตามช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิครับท่านประธาน รัฐบาลบอกว่า เด็กทุกคน ที่เกิดปัญหา เราจะให้ทุนการศึกษาคนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ใครที่พ่อแม่เสียชีวิตถือเปึนเด็กกําพร้า ให้ ๒๕,๐๐๐ บาท ก่อนวันเกิดสึนามิคือวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ เขาไปหลอกไว้ พอคลื่น ซัดหายไปแล้ว คนตายตายไปแล้ว การเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว เงินไม่ถึงเด็ก ผมเปึนประธาน ติดตามครับ ได้เงินช่วยเหลือเด็กทุนสึนามิจนได้ครบทุกคน สิ่งนี้มันเกิดประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนท่านเอาไปรวม ไปยุบไว้ ทําไมคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณเอาไว้ละ ท่านประธานครับ ท่านจะเอา ๓๒ คณะ ๓๕ คณะ ๓๖ คณะ หรือ ๔๘ คณะก็ได้ครับท่านประธาน แต่ขอให้คิดอย่างเดียวคิดว่าทําให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเถอะครับ เรากําลังห่วงกัน มากว่าขณะนี้การเมืองเปึนที่เอือมระอาของพี่น้องประชาชน สภาเราเราต้องยึดความเปึน ผู้แทนราษฎรของเราทําหน้าที่ให้กับพี่น้องประชาชน ท่านครับ บางคณะที่ท่านตั้งขึ้นมา เช่น ความมั่นคงแห่งรัฐ ท่านทราบไหมครับว่า จังหวัดชายแดนมีกี่จังหวัด มี ๓๐ จังหวัด แล้วเขารวม จังหวัดปัตตานีเข้าไปด้วย เนื่องจากปัตตานีอาจจะไม่ติดชายแดน แต่ถือว่ารวมเปึนจังหวัดอยู่ใน ชายแดน อยู่ในคณะกรรมาธิการทหารก็ได้ครับ ทําเปึนแค่ส่วนส่วนหนึ่งและการทําภารกิจ ที่เกี่ยวกับความมั่นคงมันแยกออกมา ทําไม่ได้หรอกครับ มันต้องใช้การบูรณาการกัน การปัองกันภัยครับ สาธารณภัยทั้งหลาย ตั้งคณะกรรมาธิการเดียวไม่ได้เช่นเดียวกันครับ ท่านประธาน เหมือนที่ผมบอกว่า ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ ครับ ประเทศไทยมีคนตายกัน ๕,๐๐๐ กว่าคน สูญหายกัน ๓,๐๐๐ กว่าคน บาดเจ็บกันหมื่นกว่าคน ทั่วทั้งเอเชีย ทั่วทั้งโลก ตายกัน ๒ แสนกว่าคน เวลาเกิดเหตุการณ์ถามว่า คณะกรรมาธิการคณะเดียวไปช่วย ได้หรือครับ มันต้องช่วยกันทั้งหมดครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอเรียนท่านประธานว่า ท่านจะเอากี่คณะก็ได้ครับท่านประธาน ท่านจะยึด ๓๒ คณะเดิมก็ได้ แต่ขอให้ท่านเลือก ภารกิจที่คิดว่ามันเกิดประโยชน์ ผมมีอยู่ ๒ วิธีครับท่านประธานตอนนี้ ๑. ก็คืออาจจะ เอาตามกรรมาธิการที่ท่านกรรมาธิการแก้ไขมาแล้ว ๓๒ คณะ หรือท่านจะเอา ๓๒ คณะก็ได้ ๓๓ คณะก็ได้ ๓๕ คณะก็ได้ หรือ ๔๘ คณะก็ได้ เผื่อบางทีท่านอาจจะโดนบีบมาจาก พรรคการเมือง ตั้งเลยครับ แต่ขอให้เราลงมติกันแต่ละคณะกรรมาธิการได้ไหม เช่น คณะกรรมาธิการการยุติธรรมเอาไหม ถ้าเอาก็ลงคะแนนกันไป เอาให้ได้จนถึง ๓๕ คณะ หรือ ๔๘ คณะ มันจะเกิดประโยชน์จริง ๆ ก็ขอกราบเรียนว่า การอภิปรายในครั้งนี้อภิปราย ด้วยความปรารถนาดีต่อพี่น้องประชาชนอยากให้เขาได้มีความสุขครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
เชิญนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ผมต้องขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายอย่างกว้างขวางนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการนี้เราพิจารณามีกฎ มีเกณฑ์โดยใช้หลักของป้ ๒๕๔๔ เสร็จแล้วเราก็มีทั้งหมด ๓๒ ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งนั้น โดยทุกพรรคการเมือง เข้ามาร่วมกันทุกท่านคงทราบดีนะครับ แล้วก็กราบเรียนว่าได้พิจารณาโดยสุจริตไม่มีใคร มาบีบคั้น เรามองเสมอไปที่ประชาชน เราต้องตอบประชาชนได้ สื่อมวลชนมาถามต้องตอบ ได้ว่าจะมีประโยชน์อะไร แต่ละท่านที่พูดในคณะกรรมาธิการก็มีเหตุผล พูดที่สภาใหญ่ก็มี เหตุผล แต่เราคงจะยึดถือตามหลักประชาธิปไตยนะครับ เมื่อมีเหตุผลแต่ละคนก็คงจะมี การมาลงมติกันว่าจะเอาอย่างไร แต่แน่นอนความเห็นทั้งหลายที่ท่านเสนอมานั้นเปึนสิ่งที่ ถูกต้องเปึนสิ่งที่เราจะมาปฏิบัติด้วยครับ ทางกรรมาธิการพวกกระผมและตอนประชุมก็รับฟัง อยู่ตลอด แต่การรับฟังนั้นก็ต้องมีข้อสรุป ยกตัวอย่างว่า เรื่องการท่องเที่ยวและกีฬานี้นะครับ กราบเรียนต่อท่านผู้ทรงเกียรติว่า เราก็ไม่ได้เห็นเหมือนกันหมดนะครับ แต่โดยเหตุที่กระผม กราบเรียนว่าเราประชุมมีกฎมีเกณฑ์ เมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าจะต้องรวมก็รวมไป แต่ก็ มีโอกาสที่จะยื่นญัตติสงวนมาพูดในที่นี้ได้ ถ้าที่ประชุมเห็นว่าแยกก็ต้องแยกครับ รวมก็ต้อง รวมครับ นี่คือหลักประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนที่ประชุม ผู้ทรงเกียรติ ผู้ที่กล่าวถึงอีกครั้งหนึ่งครับว่า กระผมทําโดยสุจริตใจนะครับ ไม่มีใครบีบคั้นทั้งสิ้น ไม่มี ไบแอส (Bias : อคติ) ว่าจะได้กี่คณะไม่สําคัญ สําคัญตั้งเปัาไว้ว่าเราเปึนฝายนิติบัญญัติ สิ่งใดที่จะทําเพื่อประโยชน์กับประชาชนให้สูงสุดนั้นก็ต้องทํา เงินทองหามาได้ ถ้ามัน จะต้องเพิ่มก็เพิ่ม ลดก็ลด อยู่ที่ที่ประชุมของส่วนรวมในคณะกรรมาธิการ แล้วก็ตัดสิน โดยสภาใหญ่นี่ละครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ
คุณนริศ ขํานุรักษ์ ครับ คุณอภิชาต การิกาญจน์ ครับ เมื่อกี้นี้ผมขออภัยครับ ไปเรียกเปึน คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อภิชาต การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมมีเพียงประเด็นเดียวในข้อบังคับ ข้อ ๘๒ (๒๗) ในส่วนของ คณะกรรมาธิการ การศึกษาครับ คณะกรรมาธิการไปขยายขอบเขตอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการออกไปอีก ๒ ส่วน ซึ่งผมจะขออ่านนะครับ คณะกรรมาธิการการศึกษา มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษา เรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษา และการพัฒนาการศึกษาของชาติ อันนี้เดิมนะครับ เดิมจะจบแค่นี้ ๒ ส่วนคือ เกี่ยวกับระบบจัดการศึกษาและการพัฒนาการศึกษาของชาติ คณะกรรมาธิการเพิ่มเติมไปอีก ๒ ส่วน เปึน และการส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย รวมทั้งแนวทางการปรับฐานการเรียนรู้ของประชาชนสู่โลกยุคโลกาภิวัตน์ ผมขออนุญาต อ่านเหตุผลของคณะกรรมาธิการประกอบนิดหนึ่งก่อนที่จะแสดงความคิดเห็น คณะกรรมาธิการ ให้เหตุผลว่า เนื่องจากปัจจุบันปัญหาอันเนื่องมาจากความแตกต่างของแนวคิดทุนนิยม และแนวคิดต่อต้านทุนนิยมมีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศเปึนอย่างมาก จึงควรให้ คณะกรรมาธิการการศึกษามีภารกิจเพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวให้แก่ประชาชน ประเด็นของการเพิ่มเติมในส่วนของการส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย ผมคิดว่าเปึน ความจําเปึนภายใต้กระแสสังคมของเรา เราเปลี่ยนแปลงการปกครองมาตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ แต่ผมคิดว่าวันนี้เรายังมีปัญหาในเรื่องการจัดการในเรื่องการเมืองอยู่หลายเรื่อง ทั้งการเมือง ในเชิงหลักการและการเมืองในเชิงกระบวนการ ความเข้าใจการเมืองในเชิงหลักการ ผมคิดว่านอกจากประชาชนส่วนใหญ่ยังต้องการการเรียนรู้ ต้องการการเข้าใจแล้ว ในบรรดา นักการเมืองก็เช่นเดียวกัน ผมคิดว่าความจําเปึนที่เราจะต้องทําความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ ตั้งแต่เบื้องต้นเปึนความสําคัญอย่างยิ่งครับ ตัวอย่างที่ผมจะเรียนท่านประธานก็คือ เราอยู่ในระบอบรัฐสภาแบบมีการอภิปราย มันมีหลักอยู่ ๓ เรื่องครับ เรื่องที่ ๑ การอภิปราย ในสภาผู้แทนราษฎรจะต้องอภิปรายบนข้อมูล บนข้อเท็จจริงที่จะมานําเสนอ เมื่อเรามี ข้อมูลแล้ว ประการที่ ๒ ก็คือการเสนอความคิดเห็นในสภาผู้แทนราษฎรเปึนการเสนอ ข้อมูลที่ได้มาบนหลักของเหตุและผล แน่นอนครับ เนื่องจากเปึนการแสดงความคิดเห็น ย่อมมีผลกระทบ ถ้าพูดดีก็พอใจ ถ้ามีการพูดแล้วกระทบกระทั่งกันก็ทําให้เกิดความไม่พอใจ มันจึงมี ข้อที่ ๓ ว่า เนื่องจากเปึนระบอบการอภิปราย ข้อที่ ๓ เลยเปึนเรื่องสําคัญว่า ทุกคนที่ทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรจะต้องทําข้อนี้ให้ได้คือต้องให้อภัยในการทําหน้าที่ ของกันและกัน นี่เปึนตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นเองในหมู่นักการเมือง ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพี่น้อง ประชาชนก็ยังมีหลายเรื่อง เช่น การพัฒนาประชาธิปไตยในเชิงกระบวนการ กระบวนการ ในการจัดการเลือกตั้ง กระบวนการในการไปใช้สิทธิ ใช้เสียงของพี่น้องประชาชน กระบวนการ ในการตัดสินใจทางการเมืองที่โปร่งใสเปึนธรรม ที่มีเหตุมีผล สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการดูแล ซึ่งผมไม่ขัดข้อง แต่ประเด็นที่ ๒ ที่เพิ่มขึ้นมาที่เปึนการปรับฐานการเรียนรู้ของประชาชนสู่ โลกยุคโลกาภิวัตน์ ผมคิดว่าเปึนเรื่องเข้าใจยาก ผมคิดว่าปัญหาของประชาชนชาวไทย ไม่ใช่ปัญหาการเรียนรู้ เราพัฒนาการศึกษาเรามีการปฏิรูปมา ๒ ครั้งใหญ่ วันนี้คนมี การเรียนรู้ที่เพียงพอ มีความเข้าใจ มีดุลยพินิจในการใช้ชีวิต แต่ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับผู้คน ไม่ใช่เรื่องการเรียนรู้ เปึนปัญหาในเรื่องระบบการคิด ปัญหาระบบการคิดกลายเปึนเรื่อง ที่เปึนปัญหาในสังคมไทย คนเรียนรู้เยอะ เรียนสูงแต่ตัดสินใจไม่ได้ว่าสิ่งไหนถูกต้องควรทํา สิ่งไหนไม่ถูกต้องไม่ควรทํา เราเรียนมากแต่ไม่สามารถตัดสินได้ถึงความผิดชอบชั่วดี ในสิ่งที่เราพบในชีวิต ผมจึงขอเสนอคณะกรรมาธิการอย่างนี้นะครับว่า เพื่อให้เปึนผล ในการไปดําเนินงานของคณะกรรมาธิการการศึกษาอย่างแท้จริงจะปรับเปึนว่า รวมทั้ง แนวทางการปรับฐานระบบคิดให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ผมขอเสนอกรรมาธิการนะครับ จากเดิมว่า รวมทั้งแนวทางการปรับฐานการเรียนรู้ของประชาชนไปสู่โลกยุคโลกาภิวัตน์ เปึน รวมทั้ง แนวทางการปรับฐานระบบคิดของประชาชนให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุค โลกาภิวัตน์ ซึ่งผมว่าน่าจะเปึนประโยชน์มากกว่า ปัญหาเรื่องระบบคิดเปึนปัญหาของคน ทุกกลุ่มในสังคมของเรา คณะกรรมาธิการจะได้ไปทําหน้าที่ว่าเราจะทําอย่างไรให้คนในสังคม ซึ่งผมเชื่อวันนี้เขามีฐานความรู้ มีความรู้ มีความรอบรู้เพียงพอ แต่ระบบคิดจะทําอย่างไร ให้คนในสังคมนี้คิดให้แตกต่าง คิดอย่างท้าทาย คิดอย่างสร้างสรรค์ แล้วก็คิดอย่างเชื่อมโยง ถ้าเรามีระบบคิด การมีความรู้ การมีข้อมูล การมีความรอบรู้ ยกระดับขึ้นมาสู่การมีระบบคิด ที่ดี จะนําไปสู่การตัดสินใจที่เชื่อว่าตัดสินใจได้ถูกต้องในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิต อย่างรอบด้าน ผมไม่ได้แปรญัตติแต่อยากจะเสนอความคิดเห็นเหล่านี้ผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการ เพื่อขอปรับความคิดในเรื่องเหล่านี้ แล้วมันเปึนไปได้ในทางปฏิบัติที่น่าจะ ง่ายกว่าการที่ไปให้ความรู้กับคนซึ่งค่อนข้างจะลดระดับต่ําลงไปมากและยุ่งยากมากครับ
คุณนริศ ขํานุรักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กรณีที่ท่านประธานได้เรียก ชื่อผมเมื่อสักครู่นะครับ ที่จริงผมเปึนคนสงวนความเห็นไว้แล้วก็ได้อภิปรายในข้อ ๘๒ ไปแล้ว เผื่อจะมีคนฟังอยู่ทางบ้านนึกว่าผมไม่อยู่ในที่ประชุม แต่ว่าผมได้อภิปรายข้อนี้ ไปก่อนหน้านี้แล้วครับ
ก็ต้องขออภัยคุณนริศด้วยนะครับ ผมนึกว่าคุณนริศยังอยู่ แล้วก็มีชื่อที่ท่านรองสมศักดิ์ ฝากไว้ ต่อไปคุณรังสิมา รอดรัศมี คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตามลําดับที่เมื่อกี้ได้พูดไว้
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีประเด็นในเรื่องของตัวหนังสือที่เขียนผิด แต่ไม่แน่ใจว่า ผิดโดยความตั้งใจหรือผิดโดยความประมาท ในข้อ ๘๒ (๒๑) เรื่อง การตั้งคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เข้าใจว่าเปึน การนําเอา ๒ คณะกรรมาธิการ ในเรื่องของการพัฒนาการเมืองและสื่อสารมวลชน มารวมกัน แต่มีถ้อยคําอยู่คําหนึ่งที่ท่านตัดแล้วผมกังวลใจเหลือเกิน ของเดิมที่ประชาธิปัตย์ เราพยายามที่จะสนับสนุนอยู่ใช้คําว่า เผยแพร่การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข แต่สิ่งที่ท่านแก้แล้วใน (๒๑) ท่านใช้คําว่า ส่งเสริมวิถีคิดและวิถีปฏิบัติที่เปึนประชาธิปไตย ผมไม่ทราบว่า เกิดโดยความตั้งใจหรือความประมาทที่ตัดคําว่า อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข ท่านประธานครับ ระบอบประชาธิปไตย และระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขนั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และนี่เปึน ความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ ที่เรามีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข ท่านลองดูนะครับ เพราะว่าในร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านตัด คํานี้ทิ้งไป ขอให้ท่านประธานช่วยชี้แจงในหัวข้อนี้ด้วยว่าเกิดโดยประมาทหรือเกิด โดยตั้งใจ ขอให้ช่วยอธิบายนะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง ใน (๒๖) (๒๗) ต่อเนื่อง (๒๖) นั้นใช้คําว่า เปึนเรื่องของ คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม มีคําว่า วัฒนธรรมประชาธิปไตย ที่ท่านต้องส่งเสริมอยู่ ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งในคําว่า วัฒนธรรมประชาธิปไตย ใน (๒๖) ปรากฏว่า (๒๗) เรื่องของคณะกรรมาธิการการศึกษามีผู้สงวน ขอประทานโทษนะครับ กรรมาธิการเพิ่มมาบอกว่า ส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย รวมทั้งแนวทางการปรับฐานการเรียนรู้ของประชาชนสู่โลกยุคโลกาภิวัตน์โดยให้เหตุผลว่า ปัจจุบันคนสับสนเรื่องแนวคิดทุนนิยม พูดกี่ครั้งก็งงครับว่า วันนี้มันมีแนวทางที่เกิดขึ้นใหม่ เรื่องของแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง แต่วันนี้ท่านยังติดอยู่แนวคิดทุนนิยม ผมย้อนกลับ วัฒนธรรมประชาธิปไตยนั้นเขามีอยู่แล้วใน (๒๖) ในชุดของคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ไม่มีความจําเปึนเลยครับที่ต้องมาเพิ่มเติมอีกใน (๒๗) ในเรื่องของ คณะกรรมาธิการการศึกษาเพราะซ้ําซ้อนครับ ผมมี ๒ ประเด็นฝากเรียนท่านประธาน ช่วยตอบด้วยครับว่าที่หายไป คําว่า อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข นี่เกิดขึ้นโดย การประมาทถ้าประมาทก็แก้เสียแต่ถ้าตั้งใจต้องอธิบายครับ ขอบคุณครับ
คุณรังสิมา รอดรัศมี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ท่าน ส.ส. สมบูรณ์ก็อยู่พรรคประชาธิปัตย์ แต่ความคิดมันไม่ตรงกัน แต่ประชาธิปัตย์เปึนพรรคที่เปึนประชาธิปไตยนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า ท่าน ส.ส. สมบูรณ์อยากให้มีคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ ๔๘ คณะ แต่ดิฉันไม่เห็นด้วย ดิฉันคิดว่าไม่ควรมีมากกว่า ๓๒ คณะ เพราะว่าการที่ควบรวมนี่ดิฉันก็เห็นด้วย เพราะว่าปัจจุบันที่มีอยู่ท่านลองสังเกตดูสิคะ ดิฉันเคยอภิปรายไว้เมื่อวาระที่ ๑ ขนาดมีอยู่แค่ ๓๒ คณะ ห้องประชุมก็ไม่พอต้องมานั่งแย่งกัน แล้วส่วนใหญ่ก็จะต้องมาประชุมวันพุธกับ วันพฤหัสบดีซึ่งตรงกับวันประชุมสภาใหญ่ ดิฉันจึงอยากจะเสนอนะคะว่า ดิฉันไม่เห็นด้วย ที่จะให้คณะกรรมาธิการมาประชุมในวันพุธกับวันพฤหัสบดีซึ่งตรงกับที่ประชุมสภาใหญ่ เพราะอะไรรู้ไหมคะ อันที่ ๑ ส.ส. ที่เปึนกรรมาธิการบางคนเปึน ๒ คณะ วิ่งเซ็นชื่อคณะนี้ เสร็จวิ่งไปเซ็นชื่อคณะโน้นพอเสร็จบอกไม่ว่างเดี๋ยวจะต้องเข้ามาประชุมสภาใหญ่ ห้องประชุมสภาใหญ่ก็ไม่มี ส.ส. ประชุมไม่พอนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าถ้ามีมาก อย่างที่ ส.ส. สมบูรณ์เสนอนี่ดิฉันคิดว่าสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุแล้วเจ้าหน้าที่ ก็ไม่เพียงพอต้องจ้างเจ้าหน้าที่เพิ่มมากขึ้น และดิฉันก็อยากจะกราบเรียนว่า การที่จะเปึน คณะกรรมาธิการอะไรก็แล้วแต่ หรือแม้จะควบรวม อย่างเช่น คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว คณะกรรมาธิการการกีฬา แต่ถ้า ส.ส. ของเรามีจิตสํานึก มีความรับผิดชอบ มันต้องทําได้ ส.ส. นี่มันทําได้ทุกอย่างล่ะค่ะ สากกระเบือยันเรือรบทําได้หมด เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะให้ทุกท่าน ถึงแม้จะรวมก็จะต้องทําให้ดีนะคะ แล้วก็ต้องศึกษาให้ตรงกับคณะกรรมาธิการที่ท่านเปึน เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะให้มีน้อยกว่า ๓๒ คณะด้วยซ้ําไปค่ะ ขอบคุณค่ะ
เดี๋ยวนี้ขอมาทางขวาบ้างนะครับ คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พลังประชาชน เขต ๑ จังหวัดลพบุรี ก็ขอสนับสนุนนะครับ ที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการก็ได้อ่านหลายคณะแล้ว อ่านไปอ่านมาก็ทั้งงง ทั้งเวียนหัว อันที่จริงแล้ว วันนี้เราต้องมองเรื่องจริง ต้องมองเรื่องระบบประชาธิปไตยกว่าเราจะได้ประชาธิปไตย แย่งอํานาจมาจากเผด็จการนี้เลือดตาแทบกระเด็น พอวันนี้ประชาชนอยากจะมีความหวัง เหลือเกินนะครับว่ากลับไปบ้านเขาถามว่าท่าน ส.ส. เปึนกรรมาธิการคณะอะไร ได้เปึน ประธานไหม เปึนมากี่สมัยแล้ว ผมก็ตอบว่าผมเปึนมา ๓ สมัยประธานยังไปไม่ถึงหรอก ผมก็ บอกว่าอย่างนี้ท่านประธานครับ เพราะมันยังมีคนที่มากกว่าเราไปเปึนประธาน อาจจะ ไม่ตรงประเด็นนะครับ อารัมภบทครับท่านประธาน ทําไมต้องพูดอย่างนี้ ที่ผมพูดอย่างนี้ เพราะสภาอันทรงเกียรติตรงนี้แหละครับที่จะมีคณะกรรมาธิการเท่านั้นที่จะไปทํางาน ให้ประชาชนได้เอาไว้คอยตรวจสอบ เอาไว้คอยศึกษา เหตุผลที่ต้องเอามาศึกษาเพราะอะไร ท่านครับ ผมยกตัวอย่าง อย่างเมื่อกี้นี้เพื่อนผมอธิบายแล้วกลับบ้านไปหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ สถาพร มณีรัตน์ ผมนั่งฟังอยู่น้ําตาแทบไหลแทนประชาชน บอกให้มีอีก ๓๕ คณะ คณะที่ ๑ นั่งอยู่ ตรงนี้เพิ่งได้ยินว่า งบประมาณที่ไปอยู่ที่อื่นนะครับเปึนแสน ๆ ล้านบาท จริงครับผมเคยอยู่ คณะกรรมาธิการการแรงงานไปตรวจสอบเงินประกันสังคมไม่ได้ด้วยซ้ําไป เพราะเขาไปตั้ง คณะขึ้นมา บอร์ดไปนั่งอย่างที่ท่านสถาพรพูด ประชุมครั้งหนึ่ง ๓๐,๐๐๐ บาท เดือนหนึ่ง ประชุม ๒ ครั้ง ครั้งละ ๓๐,๐๐๐ บาท ๒ ครั้ง ๖๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ผมเปึน ผู้แทนราษฎรเงินเดือนแสนกว่าบาทโดนหักกู้ธนาคารไปเหลืออยู่ ๓๐,๐๐๐ บาท กลับไปบ้าน งานศพ งานแต่ง งานบวชหมดแล้วครับ นี่คือความเปึนจริง วันนี้ผมเลยลุกมาสนับสนุน เพื่อนผมที่เสนอ ๓๕ คณะ เหตุผลที่ผมจะบอก ๓๕ คณะ คือ ๑. เหตุผลเขาดี คือเขา ได้เพิ่มอีก ๓ คณะข้างท้าย ๑. เรื่องรัฐวิสาหกิจ ประเทศไทยรัฐวิสาหกิจไปอยู่ตรงไหนบ้าง ๒. ตรวจสอบเรื่ององค์กรอิสระนะครับผมว่าดี ทําไมผมถึงพูดว่าดี ท่านประธานครับ อํานาจสูงสุด ก็อยู่ข้างบน ผมเลือกตั้งผมกลัวที่สุด กลัว กกต. ท่านประธานไม่กล้าพูด กลัวเหลือเกิน เขาบอก ถ้าพูดมากใบแดง พูดน้อยหน่อยใบเหลือง พูดมาก ๆ ยุบพรรคเลย นี่แหละครับต้องเอาคน ไปดูบ้างเขาจะได้กลัวครับ มันเหมือนพระครับ ผมยกตัวอย่าง พระถ้าเปึนเจ้าอาวาสไปว่าเณร ไม่ได้เลย และถ้าเณรไปบอกแม่มาด่าพระไม่ได้ครับท่านประธาน นี่มันก็เหมือนกัน วันนี้ เราต้องมีคนไปดูองค์กรอิสระ ไปดูนะครับ ไม่ต้องไปตรวจสอบเขาหรอก ตั้งคณะกรรมาธิการ ขึ้นมาอย่างที่เพื่อนผมอภิปรายไป ๑๕ คน เอา ๑๕ คนไปคอยกันไว้ว่าคุณอย่าเดินล้ําเส้นนะ คุณทําเพื่อประชาธิปไตย คนหนึ่งไปเดินหาเสียงมา ๑ คนต่อ ๑ เขต ๑๕๐,๐๐๐ คน ประชาชน ให้เกียรติมาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร แต่โดนคน ๔-๕ คนกําชับไว้ว่า เฮ้ย มึงเดือดร้อนนะ นี่คือ เหตุผลท่านประธานครับ ผมก็เลยเห็นว่าเห็นเพื่อนผมพูดดีแล้วไม่รู้อยู่ตรงไหนสนับสนุนไป ๓๕ คณะ อีกคณะหนึ่งที่เพื่อนผมพูดไว้ก็คือคณะคณะกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบ กองทุน ตามบทบัญญัติของกฎหมาย ท่านประธานดูที่เมืองไทยหรือเปล่า กองทุนมีกี่กองทุน คณะอื่นที่เพื่อน ๆ พูดมาดีหมดครับผมชื่นชมหมด แต่ผมยังชื่นชนเพื่อนผมคนที่พูดไว้เสนอไว้ ๓ คณะทีหลังนะครับ กองทุนในประเทศไทยมีไม่รู้เท่าไร ท่านประธานครับ ไปตั้งกองทุน ทุกชนิด ๆ แล้วเอาบอร์ดไปนั่งหาประโยชน์ ซี ๙ ซี ๑๐ ต่อไปผู้ใช้แรงงานอย่างพวกผมนี่เดินหน้า ทํางานทั้งวันทั้งค่ํา ไม่มีโอกาสที่จะไปนั่งข้างบน ถ้าตั้งคณะนี้ขึ้นมาครับมาอยู่ในคณะกรรมาธิการ เชิญมาเปึนที่ปรึกษา ต่อไปคุณจะได้ไปสู้กับเขาได้ เหมือนสหภาพตั้ง ท่านประธานครับ สหภาพตั้งให้แรงงานเพื่อไปตรวจสอบผู้บริหาร วันนี้ถ้าตั้งคณะกรรมาธิการปุ็บ เอาพวกนี้ ไปตรวจสอบบอร์ด งบประมาณประเทศจะได้ขาวสะอาดขึ้น ขอบคุณครับท่านประธานครับ
กรรมาธิการท่านอาจารย์ผุสดี ตามไท
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์นะคะ ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนชี้แจงต่อข้อซักถาม แล้วก็ข้อสังเกตของสมาชิกซึ่งอภิปรายไปก่อนหน้านี้ ถามถึงว่ามันเปึนความจงใจหรือเปึนอะไรที่ปรับเปลี่ยนข้อความในข้อ ๘๒ (๒๑) ซึ่งเรา เขียนไว้ว่าไปเน้นในเรื่องวิถีคิดและวิถีปฏิบัติที่เปึนประชาธิปไตย ตรงนี้ไม่ได้หลงลืม ไม่ได้ละเลย และไม่ได้อะไรแต่เปึนความจงใจอย่างยิ่ง ด้วยเหตุที่ว่าอันนี้แหละค่ะก็คือ กรรมาธิการคิดแล้วก็ถกสนทนาธรรมกันมากเหลือเกิน และเราบอกว่า นี่แหละคือหัวใจ ของการที่จะลุกขึ้นพัฒนาให้สังคมนั้นเปึนประชาธิปไตยที่แท้จริง วิถีคิดตรงนี้แหละที่สําคัญ และวิถีปฏิบัติตรงนี้แหละค่ะที่สําคัญ เราบอกว่าถ้าเราคิดว่าเราเปึนประชาธิปไตยจริง อะไรคะที่เปึนตัวบอก เปึนตัวชี้บ่ง ก็คือการที่เราจะต้องคิด เราจะต้องปฏิบัติในเรื่องของ การเคารพคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์อย่างเสมอกัน เราจะต้องยอมรับในกติกา และกฎหมายที่เราร่วมกันกําหนดขึ้นมาในสังคม แล้วเราก็คงจะต้องเชื่อว่าอํานาจใด ๆ ก็แล้วแต่ ต้องมีการตรวจสอบ มีการคานอํานาจ และเราก็มีทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย เราก็ต้องยอมรับในเสียงข้างมาก และเรา ก็ต้องฟังเสียงข้างน้อยด้วย หลักก็คือตัวอย่างนี้ล่ะค่ะ เวลาเราพูดถึงระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขนั้นถูกต้อง และเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญแล้วเรียบร้อย ดังนั้นตรงนี้ไม่ได้พูดถึงเรื่องของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข เรามีเขียนไว้ว่า การพิทักษ์รัฐธรรมนูญซึ่งหมายความรวมถึงสิ่งที่กล่าวไป แต่ตรงนี้หัวใจ คือทําอย่างไรคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง รวมถึงการสื่อสารมวลชน แล้วก็การมี ส่วนร่วมของประชาชนจะได้ใช้พลังสร้างสรรค์ร่วมกันสร้างพลเมืองที่มีวิถีคิด และวิถีปฏิบัติ ที่เปึนประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เปึนความเจตนาค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ร้อยโท ดอกเตอร์กุเทพ ใสกระจ่าง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ผมได้รอคอย ที่จะอภิปรายในส่วนที่จะมีสิทธินั่นนะครับ ก่อนอื่นต้องกราบเรียนว่า ก็มีความข้องใจ ในเรื่องการใช้ภาษา แต่ก็เชื่อว่าทางคณะกรรมาธิการก็มีนักภาษาที่เก่งอย่างอาจารย์ผุสดี ตามไท เมื่อสักครู่นี้ก็เข้าใจว่าคงเหมือนกับที่ปรึกษาด้านภาษาของคณะกรรมาธิการอยู่ แต่ผมก็ยังได้ยินกรรมาธิการบางท่านยังอ่าน กัน-มา-ทิ-กาน อยู่นะครับ เริ่มตั้งแต่การอ่านเลย เราต้องพูดตรงกันว่าที่ถูกต้องก็คือ กํา-มา-ทิ-กาน เวลาพูดก็ต้องกํากําปัุนกันเลยทีเดียวครับ ผมเข้าใจว่าการตั้งชื่อคณะกรรมาธิการนี่ทางกรรมาธิการก็คงมีหลักตรรกะที่จะพิจารณา ชื่ออยู่ แต่ดูชื่อที่ปรากฏนี่ไม่ค่อยสอดคล้องกันทั้งหมด เราจะนิยมอย่างชุดแรกท่านใช้ว่า คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เมื่อไปดู (๑๕) คณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดูเหมือนว่าท่านต้องการอยากจะวางหลักว่า ถ้าเปึนชื่อคณะกรรมาธิการมันจะมี ๒ ลักษณะที่ใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง คือถ้าไม่ใช่กิจการ ก็เปึนการ เพราะฉะนั้นกระผมคิดว่าใน (๑) ถ้าจะเอาหลักแบบนี้ เอา การ ตัวแรกก็คงจะ เปึนว่า คณะกรรมาธิการการกฎหมาย ยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพราะยุติธรรมก็เปึนคํานาว (Noun) หรือว่าเปึนคํานามอยู่แล้วนะครับ คล้าย ๆ กับ (๑๕) ที่ท่านไม่เติมคําว่า การที่ดิน การทรัพยากรธรรมชาติ แต่ก็ต้องมีข้อยกเว้น ถ้าเปึนการเงิน การคลังก็อาจจะมีข้อยกเว้น ตรงนั้นนะครับอาจารย์ แต่ประเด็นก็คือว่าในเรื่องภาษานี่ผมพยายามตรวจสอบดู อย่าง (๖/๑) ที่เพิ่มขึ้นมา คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ท่านไม่ได้เติมว่า คณะกรรมาธิการ การความมั่นคงแห่งรัฐ เพราะฉะนั้นในเรื่องภาษาตั้งข้อสังเกต ท่านจะตอบก็ตอบเลยนะครับ แต่กราบเรียนว่าดูแล้วไม่ค่อยจะมีความสอดคล้องอย่าง (๒๑) ที่บอกว่า คณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง สื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน ท่านยังไปเติม การสื่อสารมวลชนอยู่ ซึ่งจริง ๆ แล้ว การ นั้นถ้าใช้บรรทัดฐานเดียวกันก็ไม่น่าจะมี และต้องด้วยความเคารพท่านประธานคณะกรรมาธิการเวลาท่านตอบท่านอ่านคณะกรรมาธิการ ให้ผมฟังเมื่อสักครู่ท่านตก การ ทั้งหมด ท่านอ่านเปึนชื่อคณะกรรมาธิการแบบคําพูด ไปเลย ประเด็นที่อยากกราบเรียนท่านประธานในเวลาที่จํากัดสั้น ๆ ตรงนี้ก็คือ คณะกรรมาธิการ (๒๖) คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ต้องกราบเรียนว่า ท่าน พยายามจะไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขภาระหน้าที่ อํานาจหน้าที่ แต่ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับ สิ่งที่ ท่านพยายามแก้ไขนี่มันเกิดความสับสนอยู่พอสมควรและไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ควร จะเปึน ท่านบอกว่า มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการอุปถัมภ์ ทํานุบํารุงและคุ้มครองศาสนาและโบราณสถาน อ่านไปก็ฟังดูดีครับ ท่านครับ แต่ต้องดูดี ๆ ว่าทํานุบํารุงหรือทะนุบํารุง คํานี้ผมก็ไม่ได้ตรวจสอบพจนานุกรม แต่คําในรัฐธรรมนูญตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ถึงป้ปัจจุบัน ป้ ๒๕๕๐ ก็จะใช้คํานี้ว่า ที่เกี่ยวกับ การอุปถัมภ์และคุ้มครอง จะไม่มีทํานุบํารุงมา เพราะอุปถัมภ์มันรวมทุกอย่างอยู่แล้ว อุปถัมภ์และคุ้มครอง แต่ถ้าจะให้สวยงามตามหลักที่เราเขียนกันมาแต่ต้นต้องบอกว่า และคุ้มครองพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่น ตรงนี้เราต้องยอมรับว่าสังคมพุทธเปึนสังคมที่ต้องการเชิดชูว่าพระพุทธศาสนา มีความสําคัญจึงได้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่า อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ส่วนโบราณสถานก็ควรจะบอกว่า การดูแลรักษาโบราณสถาน การอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปะ ซึ่งหลังจากนั้นไปผมก็ไม่ได้ติดใจและที่ท่านเพิ่มคําว่า วัฒนธรรมประชาธิปไตย มา ผมก็ชื่นชม จากคําอภิปรายของท่านกรรมาธิการผุสดี ตามไท เมื่อสักครู่ก็จะเห็นว่าคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ได้พยายามปลูกฝังวัฒนธรรมประชาธิปไตยเปึนวิถีชีวิตก็เปึนเรื่องที่ดี แต่ถ้าเอามาอยู่ ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ เราเคยศึกษาวัฒนธรรมทางการเมือง ซึ่งแน่นอนครับ วัฒนธรรม ทางการเมืองของเราก็คือวัฒนธรรมประชาธิปไตยนั่นเอง ผมก็จึงชื่นชม แต่ก็กราบเรียน ท่านประธานฝากไปยังประธานคณะกรรมาธิการและคณะนะครับว่า ในชุดนี้ถ้าจะปรับเปลี่ยน ให้สอดคล้องกับข้อความในรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านสุนัย จุลพงศธร ด้วยความเคารพอาจจะ ติดใจว่าในฉบับปัจจุบันมีข้อความไม่อยากจะไปอ้างนัก แต่ก็อยู่ในฉบับประชาชนคือ ป้ ๒๕๔๐ ด้วย เพราะเปึนข้อความที่ลงตัวแล้ว ถ้าจะแก้ก็กรุณา ถ้าไม่แก้ก็ไม่ได้ติดใจอะไรครับ เพียงแต่ว่าอยากกราบเรียนให้ท่านได้เห็นมุมมองของสมาชิกที่ไม่ได้มีโอกาสไปนั่งถกแถลง กับท่านในห้องห้องประชุมคณะกรรมาธิการ แต่เมื่อท่านนํามาเสนอก็มีความเห็นเพิ่มเติม ก็อยากกราบเรียนท่านประธานไว้ในช่วงเวลาสั้น ๆ อย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญกรรมาธิการ อาจารย์ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ครับ
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการ ขออนุญาตอีกนิดเดียวนะคะ ขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติม ดิฉันไม่ใช่เปึน ผู้ชํานาญการที่ไหน แต่ว่าได้รับมอบหมายจากท่านประธานแล้วก็กรรมาธิการท่านอื่น ให้ช่วยไปสนทนาธรรมและปรึกษาหารือในเรื่องของการใช้ภาษา ซึ่งดิฉันก็ได้ไปทํางาน อย่างนี้ แล้วก็ได้ไปพูดคุยปรึกษาหารือกับท่านราชบัณฑิตทางภาคภาษาไทย แล้วก็ได้ ความมาว่าอย่างนี้ละค่ะ ก็คือในแต่ละคํานั้นเราไม่อาจที่จะใช้กฎเดียวกันกับคําทุกคําได้ ดิฉันก็ให้ชื่อเหล่านี้ไปแล้วก็สนทนาธรรมกัน อันนี้คือสิ่งที่ได้รับคําตอบมานะคะ คําว่า การยกตัวอย่าง ในอันแรกเลย กฎหมายเวลาจะต้องเติมคําว่า การ นั้น มันเปึนคําที่สะท้อน ถึงความครอบคลุมทั้งหมด หากใช้คํากฎหมายคําเดียวก็จะหมายถึงตัวกฎหมายแท้ ๆ แต่ว่าถ้าใช้คําว่า การ เพิ่มเข้าไป ก็หมายความถึงความกว้างขวางขึ้น หมายถึงทั้งวิธีการ กระบวนการ ขั้นตอนในเรื่องของการพิจารณาด้วย ก็ขออนุญาตชี้แจงไว้ในลักษณะที่จะ เปึนคําอธิบายต่อ ๆ ไป ในส่วนคําอื่นที่ไม่ได้เติมนั้นโดยความของมันก็กว้างอยู่แล้ว เช่น ความมั่นคงแห่งรัฐ เปึนต้น ขอบพระคุณค่ะ
คุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ คุณอรรถวิชช์มีอะไรที่จะติดพันหรือเปล่าครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ประเด็นที่ผมอภิปรายไปครับ เกรงว่าจะเข้าใจกันคลาดเคลื่อนนะครับ เกรงว่าท่านดอกเตอร์ผุสดี อาจจะคลาดเคลื่อนสักนิดนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ผมย้ําอีกครั้งร่างเดิมใช้คําว่า ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข อันใหม่เหลือเพียงแต่คําว่า ประชาธิปไตย ผมไม่ได้ถกเถียงคําว่า วิถี ท่านดอกเตอร์ผุสดีพยายามจะพูด แล้วพยายาม จะอภิปราย ในเรื่องของวิถีซึ่งมันถูกต้องแล้ว คํานั้นผมเห็นด้วยและเปึนคําใช้ภาษาไทยที่สละสลวย แต่คําที่กังวลว่าหายไปครับ เพราะว่าระบอบประชาธิปไตยกับระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขนั้นไม่เหมือนกัน เลยอยากจะฝากท่านประธานไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการทั้งชุดช่วยอธิบายผมหน่อยครับว่า ตัดออกคําคํานี้นั้นด้วยความจงใจ หรือด้วยความประมาทครับ ถ้าประมาทท่านยอมรับแล้วก็ ใส่มันกลับเข้าไปที่เดิมเหมือนในร่างที่พวกเราเห็นด้วยครับ ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องวิถี หรือไม่วิถีครับ ขออนุญาตครับ
เชิญอาจารย์ผุสดีครับ
ขอบพระคุณค่ะ กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขออนุญาตเรียนชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง ไม่ได้เปึนความประมาทแต่ประการใด หากท่านจะช่วย กรุณาอ่านดี ๆ นะคะ วันนี้ตรงนี้ไม่ได้พูดถึงระบอบประชาธิปไตยเลยนะคะ เราจะพูดถึง วิถีคิดและวิถีปฏิบัติที่เปึนประชาธิปไตย ไม่มีที่ไหนในโลกกระมังคะที่จะต้องเขียนว่า เปึนวิถีคิดและวิถีปฏิบัติที่เปึนประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข เพราะฉะนั้น ตรงนี้ล่ะค่ะเปึนความที่เราพูดถึงเรื่องของวิถีคิดและวิถีปฏิบัติที่เปึนประชาธิปไตย เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นคําว่า อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ตรงนั้นมันเปึน คําอธิบายความเรื่องระบอบประชาธิปไตย ดิฉันขออนุญาตชี้แจงไว้แค่นี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
คุณอรรถวิชช์ผมว่าพอแล้วครับผมฟังเอง
นิดเดียวครับท่านประธาน
ที่อาจารย์ผุสดีอธิบาย ผมเองผมว่าก็เข้าใจดีนะครับ
นิดเดียวครับท่านประธาน
จะได้เป่ดโอกาสให้ท่านอื่นอภิปรายต่อนะครับ
นิดเดียวครับท่านประธาน
ขอสั้น ๆ นะครับ
ผมไม่สบายใจครับ แม้ท่าน เปึนพรรคเดียวกับผมก็คงต้องชี้แจงครับ มีที่ประเทศไทยนี่ละครับท่าน ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข และสิ่งที่ยืนพูดนี้ สิ่งที่ขอไม่ได้ขอท่านกรรมาธิการ ขอทั้งสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอให้ใส่คํานี้ครับ ขอบคุณครับ
เท่าที่ผมฟังท่านอาจารย์ผุสดีอธิบายผมเข้าใจอย่างนี้นะครับว่า ถ้าพูดถึงเรื่องระบอบ ประชาธิปไตยของประเทศไทยก็จะต้องบอกว่า ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข แต่คณะกรรมาธิการกําลังพูดถึงวิธีคิดในวิถีประชาธิปไตยก็เปึนเรื่องที่เปึน ความคิดนะครับ เข้าใจอย่างนี้น่าจะถูกต้องนะครับอาจารย์ เชิญคุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุโขทัย กระผมขอโอกาสที่จะอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของคณะกรรมาธิการนะครับ ซึ่งคณะกรรมาธิการ จะมี ๓๒ คณะหรือ ๓๕ คณะนั้นผมว่าทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วว่า ตอนนี้มีธงอยู่แล้วว่า จะมีกี่คณะ แต่คณะกรรมาธิการคณะหนึ่งที่ได้เพิ่มขึ้นมาจากเมื่อเก่านั้นไม่มีคณะนี้เลย ก็คือ ใน (๑๗) คณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเขียนไว้ว่า มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารราชการและการปฏิบัติของ เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมการกระจายอํานาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าในคณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับเปึนคณะกรรมาธิการ การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มีอํานาจหน้าที่สอบสวนเกี่ยวกับเรื่องในกิจการขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ จะเห็นว่าปัจจุบันนี้ที่ข่าวฮือฮามากก็เกี่ยวกับ เรื่องการที่ท้องถิ่นนั้นมีการทุจริตมาก จนเปึนข่าวหน้า ๑ มาตลอดของหนังสือพิมพ์ ไม่ว่า จะเปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทางเทศบาล ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์การ บริหารส่วนตําบล แต่ในการเขียนข้อความใน (๑๗) นั้น ผมก็ฝากถึงคณะกรรมาธิการได้โปรด พิจารณาด้วยนะครับว่า การบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น คําว่า ผู้บริหาร หมายถึง ตัวนายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น รองนายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ส่วนเรื่องเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นก็มีคําจํากัดความในพระราชบัญญัติ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างชัดเจนก็คือ ตั้งแต่ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นทั้งหมด แต่ในข้อความ (๑๗) นั้นไม่มีเขียนคําว่า ผู้บริหารองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เลยนะครับ มีแต่เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉะนั้นถ้าหาก มีการกระทําความผิดใด ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องที่ ป.ป.ช. เข้าไปดําเนินการ สตง. เข้าไปดําเนินการทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้บริหารนั้นจะรอดพ้นมาตลอด เจ้าหน้าที่ จะเปึนผู้รับกรรมมาตลอด แต่ในข้อนี้ไม่มีเขียนถึงผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมฝากกับคณะกรรมาธิการได้โปรดพิจารณาเรื่องนี้ด้วยนะครับ ให้เขียนเพิ่มคําว่า ผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สักนิดหนึ่ง แล้วคําว่า เจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ก็เปลี่ยนใช้คําว่า เปึนข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วนะครับ ได้โปรดลองพิจารณาดูครับ ขอบคุณมากครับ
คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคพลังประชาชน ผมขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่งที่ให้โอกาสผมได้มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็น ในครั้งนี้ ต้องถือว่าข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้นเปึนเรื่องใหญ่แล้วก็เปึนเรื่อง สําคัญ เพราะว่าการทํางานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาของเรานั้นจะได้ดีมากน้อย ขนาดไหนอย่างไรก็ตามแต่ จะมีผลงานมากน้อยขนาดไหนอย่างไรก็อยู่ที่ข้อบังคับการประชุม สภานี้ครับ ในความเห็นของคณะกรรมาธิการที่สภาได้มอบไปให้ดําเนินการในการศึกษา พิจารณา ในการปรับและแก้ไข ได้ไปดําเนินการแล้ว ได้ยังคงอยู่ในคณะกรรมาธิการเช่นเดิมคือ ๓๒ คณะ แต่ก็ปรากฏว่าได้เปลี่ยนแปลงคณะหรือชื่อคณะใหม่ ๒ คณะด้วยกัน คือ คณะที่ ๔ และคณะที่ ๑๒ คณะที่ ๔ ที่เพื่อนสมาชิกได้มีโอกาสอภิปรายไปแล้วก็คือ การนําคณะกรรมาธิการ การกีฬานั้นไปรวมกับคณะอื่น อีกคณะหนึ่งนั้นก็เรียนต่อท่านประธานว่า นั่นคือเปึน การตัดออกเช่นเดียวกัน ผมเองในส่วนความเห็นของผมนั้นต้องเรียนต่อท่านประธานว่า มีคณะกรรมาธิการหลาย ๆ คณะ หลาย ๆ เรื่องที่เราอยากจะให้มีเข้าไป แต่ก็อาจจะทําให้ คณะกรรมาธิการนั้นเยอะเกินไปหรือมากเกินไป มีจํานวนสูงหลายคณะ เพราะว่าแต่ละ คณะนั้นต้องใช้งบประมาณหรือใช้เงินนับจํานวนพอสมควรทีเดียว แต่ก็เพื่อไม่ให้มาก จนเกินไปหรือน้อยจนเกินไป ผมคิดว่าน่าจะตามภารกิจหน้าที่ ผมเองมีความเห็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการที่น่าจะคงมีหรือน่าจะมีในบ้านเมืองของเรา นั่นก็คือปัญหา ที่พี่น้องประชาชนหรือคนในแผ่นดินนี้ครับ ในประเทศเรานี้ ซึ่งเราถือว่าประเทศเรานี้ เปึนประเทศยากจน แล้วคนที่น่าเห็นใจที่สุด คนที่น่าสงสารที่สุด แล้วก็น่าให้ความช่วยเหลือ หรือดูแลที่สุดก็คือคนที่มีหนี้มีสิน คนมีหนี้มีสินนี่อย่าว่าแต่คนจนเลยท่านประธาน คนมี ฐานะ คนมีก็เปึนปัญหานะครับ เพราะว่าสิ่งต่าง ๆ นี้จะต้องใช้ความรู้หรือองค์ความรู้ที่เข้ามา แก้ไข ปัจจุบันนี้ต้องบอกอย่างนี้ครับท่านประธานว่า เราได้ใช้ความรู้ที่เขามีอยู่โดยตัวตน เขาเอง ซึ่งความจริงแล้วต้องกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า แต่ละคน แต่ละท่านนั้น มีความรู้และความเข้าใจที่ต่างกัน แน่นอนที่สุดครับ เขาไม่ได้มีความรู้ที่จะไปดําเนินการ ในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน เขาไม่มีความรู้ความเข้าใจในการที่จะไปขอสินเชื่อหรือใด ๆ ก็ตามแต่ เท่าที่มีมาก็คือการที่จะเก็บหอมรอมริบทํามาหากินไปวันหนึ่งเกิดปรากฏมีปัญหาทางด้าน การบริหารประเทศเหมือนกับในป้ ๒๕๔๐ ก็ดี หรือในป้นี้ก็ตามแต่ ในป้นี้ต้องบอกกับ พี่น้องประชาชนหรือท่านประธานอย่างนี้ครับ บางคนเห็นว่าเศรษฐกิจค่อนข้างจะไปได้ หรือมีปัญหาน้อย ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ป้นี้พี่น้องประชาชนเกษตรกร ส่วนหนึ่งดีใจ ดีใจเพราะขายข้าวราคาได้ดี แต่คนที่กลุ้มใจแล้วคนที่มีปัญหาก็คือคนที่ หลายคนกําลังพูดบอกคนที่ไปซื้อข้าวกิน ไม่ใช่ครับ ส่วนหนึ่ง ใช่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด มีคน อีกจํานวนหนึ่งที่แม้จะทํานา แต่ว่าเขาขายข้าวไปหมดแล้ว คือหมายความว่าผลผลิตนี่ก่อนที่ ราคาข้าวเปลือกมันสูงเขาไม่มีแล้ว หมดแล้ว เขาขายไปหมดแล้ว แต่อันใหม่ที่กําลังลงทุน นี่ทุนมันสูง ถามคําถามกลับว่าที่ดินก็เอาไปจํานอง จํานําหมดแล้วที่ ธ.ก.ส. ธนาคารก็เอาไป จํานอง จํานําหมดแล้วครับ ถามคําถามว่า วันนี้ถ้าค่าลงทุนการทํานานี้มันสูงขึ้น ไร่หนึ่ง ตั้งประมาณ ๒,๐๐๐ บาท คําถามถามกลับว่า แล้วจะเอาเงินที่ไหน เอาเงินที่ไหน เอาทุน ที่ไหนไปทํา นี่คือสิ่งที่ต้องไปช่วยกันขบคิดว่า แล้วเราจะขยายอย่างไร เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ตรงนี้ เพื่อให้ดําเนินการไปลักษณะของการกระตุ้นเปึนนโยบายที่ผู้แทนราษฎร หรือสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจะมีส่วนร่วมในการทํางานเพื่อกระตุ้นการทํางานของฝ์ายบริหารนั่นก็คือ ผมอยากจะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแล้วก็ทุนในการที่จะทํามาหากิน ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศนะครับ มีอํานาจหน้าที่ในการกระทํากิจการ พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับหนี้สินนะครับ ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ข้าราชการ แล้วก็เกษตรกรรวมทั้งประชาชนทั่วไป นี่คือสิ่งที่อยากจะให้มี เพราะว่าเราจะได้ไปช่วยกันดําเนินการในการที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เปึนกลไกให้ พี่น้องประชาชน วันนี้ลําพังแต่ท่านรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีทํางานท่านเหนื่อย ปัญหา ประเทศชาติเราเยอะครับ เดี๋ยวน้ํามันราคาขึ้น อ้ายโน่นจะนี่ อ้ายโน่นจะนั่น อ้ายนี่จะโน่น เยอะแยะไปหมดครับท่าน เพราะฉะนั้นตรงนี้สําคัญเราต้องมาช่วยกันผู้แทนราษฎร ที่มีกันอยู่ ๔๘๐ ท่านมาช่วยกันทํางานตรงนี้เพื่อให้เปึนผลประโยชน์ เปึนมรรคผลกับ พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเองก็มีความเห็นอย่างนี้ ในคณะกรรมาธิการอีก ๒ คณะเพื่อน ๆ ก็ได้แสดงความคิดเห็นไปแล้ว เพื่อประหยัดเวลา ผมขอกราบขอบคุณท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็หวังเปึนอย่างยิ่งท่านกรรมาธิการ ช่วยนะครับ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ขอกราบขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกที่รักครับ เดิมผมตั้งใจว่าจะเป่ดโอกาสให้พวกเราอภิปรายจนหมดนะครับ แต่ได้เห็นว่าเราอภิปรายกันมาเปึนเวลาพอสมควร มีรายชื่อที่ผมจดไว้ที่จะต้องอภิปราย ต่อไปก็คือ อาจารย์ผ่องศรี ธาราภูมิ คุณชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ คุณจุมพฏ บุญใหญ่ คุณนิยม เวชกามา แต่ผมเห็นว่าวันนี้เราอภิปรายมาพอสมควรแล้ว ขอป่ดประชุมก่อนครับ แล้วเลื่อน การอภิปรายการลงมติไปไว้ในวันพรุ่งนี้นะครับ ป่ดประชุมครับ