บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องการคงไว้ของคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาไว้เป็น 32 คณะเดิม และยกร่างข้อบังคับการประชุม พร้อมเรียกร้องการเพิ่มคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชนเพื่อดูแลสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการสื่อสาร
ท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เขต ๔ ผมเปึนผู้หนึ่งที่เปึนกรรมาธิการ แล้วก็ขอเสนอให้คงไว้ตามร่างเดิมคือ การมี ๓๒ คณะเดิมก่อนที่จะมาเปลี่ยนแปลง หลังจาก ที่มีกรรมาธิการพิจารณาร่างในรอบหลังนี้ เหตุผลสําคัญที่เราขอให้มีการคง คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาไว้เปึน ๓๒ คณะเดิมนั้นก็มีเหตุผลหลัก ๆ อยู่หลายข้อเหมือนกัน
ประเด็นแรกก็คือว่า ในครั้งแรกของการยกร่างข้อบังคับการประชุมนั้น เราได้ดูว่าคณะกรรมาธิการที่จําเปึนที่จะต้องมีคณะกรรมาธิการสามัญนั้นควรจะมี อย่างไรบ้าง ก็ได้ดูข้อบังคับการประชุมมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ที่มาเปึนต้นแบบเปึนต้น มาถูกไหมครับ หลังจากนั้นเราก็มีการเปลี่ยนแปลงกันเล็กน้อยด้วยการให้เหตุและผล นั่นก็คือมีการขอให้ยุบรวมคณะกรรมาธิการตรวจรายงานการประชุมเข้าไปกับคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร ขอให้เพิ่มกรรมาธิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอีกชุดหนึ่ง ก็คือคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชน ก็เปึนจํานวนที่เพิ่มโดยการให้เหตุผล เหตุผลสําคัญ ที่ผมอยากจะขอหยิบยก ในเรื่องของคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชนนั้น เปึนเพราะว่า เราได้ดูความสําคัญตามรัฐธรรมนูญทั้งป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ นั้นมีรัฐธรรมนูญ หลายข้อทีเดียวที่กําหนดถึงเสรีภาพในการสื่อสารอยู่ในมาตรา ๓๖ เสรีภาพในการแสดง ความเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน มาตรา ๔๕ ถึงมาตรา ๔๘ สิทธิในข้อมูลข่าวสาร และการร้องเรียนอยู่ในมาตรา ๕๖ และมาตรา ๖๒ มาตราต่าง ๆ เหล่านี้ต้องการที่จะให้มี การคุ้มครองทั้งสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา การสื่อความหมายโดยวิธีอื่น แต่เดิมนั้นคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชนผู้ที่จะดูแลงานนี้ นั้นก็จะเปึนคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม ซึ่งก็เลยขอให้มีการแยกออกมา เปึนคณะกรรมาธิการโดยเฉพาะกิจขึ้นมาเปึนอีกองค์คณะหนึ่ง เนื่องจากเห็นว่างานที่ต้อง ทํานั้นมีจํานวนมาก ทั้งไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการดูแล เรื่องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของ ประชาชน การที่ประชาชนจะมีสิทธิในการพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา ไปจนถึง จรรยาบรรณวิชาชีพของบรรดาผู้ที่อยู่ในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งหลาย ซึ่งก็มีการแทรกแซงกัน มาโดยตลอดจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ นั่นหมายความว่า ถ้าหากว่ามีคณะกรรมาธิการชุดนี้ เกิดขึ้น คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็จะได้เปึนเวทีให้กับทั้งคนที่อยู่ในอาชีพนี้ คนที่เกี่ยวข้องกับ การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลนโยบายนั้นก็จะได้มาพูดกันในเวทีแห่งนี้ ได้อย่างชัดเจน ถ้าหากว่าเราจะดูถึงบริบทของเรื่องเทคโนโลยีแล้ว การสื่อสารมวลชนนั้นก็มี พัฒนาการที่ก้าวหน้าออกไปอย่างไม่หยุดยั้งทีเดียวนะครับ ไม่ว่าจะเปึนการพิมพ์หนังสือพิมพ์ ที่รวดเร็วขึ้น การมีรายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ ไปจนถึงการรับข้อมูลข่าวสารทาง โทรศัพท์มือถือ และจนกระทั่งถึงการอ่านข่าวสารทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ก็สามารถ ทําได้ และเปึนที่สําคัญอย่างยิ่งจนกระทั่งเปึนประเด็นถกเถียงกันอยู่ในวันนี้ว่าอินเทอร์เน็ต หลายเครือข่ายนั้นก็ปรากฏว่าไปตั้งอยู่ต่างประเทศ นโยบายของรัฐบางทีก็ไปควบคุมไม่ถึง ไปจาบจ้วงบรรดาบุคคลสําคัญต่าง ๆ เราก็ยังดูแลกันแทบไม่ได้ด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนงานที่มีจํานวนมากนะครับ และสําคัญอย่างยิ่งก็คือเราต้องปกปัอง และดูแล แต่ในขณะที่กรรมาธิการพิจารณานั้นกลับมองงานนี้อย่างดูแคลนทีเดียวว่า งานสื่อสารมวลชน กรรมาธิการบางท่านพูดในที่ประชุม ผมต้องขออนุญาตที่จะนํามาพูดกัน กับสมาชิกอื่น ๆ ด้วย ท่านจะได้รู้ว่าทําไมผมจึงอยากให้มี แต่กรรมาธิการบางคนไม่อยาก ให้มี กรรมาธิการบางคนนั้นบอกว่า งานนี้มันงานน้อยไปแตะอะไรเขาก็ไม่ได้ เรียกเขามา ก็ไม่สําคัญอะไร บางคนบอกว่า สื่อสารมวลชนเปึนสื่อเทวดา มันจะเปึนเทวดากันหมดแล้วไม่ควรจะ ไปดูแลพวกต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนต้น มันจึงมีข้อความที่เขียนเข้าไปอยู่ในการยกร่างอันใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ สื่อสารมวลชน ที่ผมต้องใช้คําว่า ดูแคลน ก็คือว่าท่านมองเรื่องของการสื่อสารมวลชนนั้น เปึนเพียงเรื่องของการเมืองเพียงอย่างเดียว สโคป (Scope) งานการเมืองเพียงอย่างเดียวหรือครับ ละครน้ําเน่าที่เราพูดกันอยู่ตลอดเวลาว่ามันเปึนปัญหาของสังคม มันก็อยู่ในสื่อสารมวลชนครับ มันไม่ใช่เรื่องการเมืองอย่างเดียว การเมืองไม่ใช่เรื่องเพียงเรื่องเดียวในชีวิตของคนโดยทั่ว ๆ ไป เขาต้องการทั้งข้อมูลข่าวสาร เขาต้องการทั้งบันเทิง เขาต้องการเพลง เขาต้องการวัฒนธรรม ศาสนา ศิลปะ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ่ายทอดมาทางสื่อสารมวลชนทั้งสิ้น มันไม่ได้ถูกการจํากัดบทบาทหน้าที่ หรือวิธีการทํางานอยู่เพียงแค่การพัฒนาการเมืองเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น อย่ามองที่งานของ สื่อสารมวลชนเปึนเรื่องที่แคบขนาดนั้นครับ นอกจากนั้นนะครับในการเขียนหน้าที่ของ สื่อสารมวลชนในการพิจารณายกร่างในฉบับปัจจุบันนี้นะครับ ก็พูดถึงเรื่องของบรรทัด สุดท้ายนะครับ ตลอดจนคุ้มครองผู้เสียหายจากการเผยแพร่ข้อมูลและข่าวสาร นี่ก็เปึน อีกประโยคหนึ่งนะครับที่ผมเชื่อว่าโดยจิตวิญญาณของคนที่เปึนสื่อสารมวลชนแล้วนั้นไม่มีใคร จะไปทําร้ายผู้ที่จะออกมาเปึนข่าวหรอกนะครับ เรารายงานข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา อย่างเนื้อแท้ เนื้อหาสาระ แล้วเราก็วิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่เกรงกลัวเท่านั้นเอง ถ้าหากว่า จะมีใครเดือดร้อนนั้นท่านก็สามารถจะใช้เวทีนี้ได้เหมือนกันครับ แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ควร จะต้องไปเขียนถึงขนาดว่าจะต้องไปดูแลผู้ที่เสียหายจากการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ถ้าไม่อย่างนั้นผมก็ต้องขอให้ท่านเขียนด้วยว่าขอให้ดูแลผู้ที่เสียหายจากตํารวจ ผู้ที่เสียหาย จากทหาร ผู้ที่เสียหายจากการประมง ผู้ที่เสียหายจากการเกษตร ถ้าอย่างนั้นเราต้องเขียน ทุกคณะกรรมาธิการไหมครับว่า ต้องดูแลผู้ที่เสียหายจากการนั้นการนี้ ถ้าอย่างนั้นถ้าท่าน ไม่ต้องเขียนในทหาร ในตํารวจ ในประมง ในการเกษตร ท่านก็ไม่ควรจะเขียนในเรื่องของ สื่อสารมวลชนเช่นเดียวกัน ผมจึงขอยืนยันต่อท่านประธาน ต่อสมาชิกสภาอันทรงเกียรติว่า ขอโอกาสเถอะครับที่จะให้กับสื่อสารมวลชนให้มีเวทีคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นมาอีก คณะหนึ่งโดยเฉพาะ แล้วก็ยังคงให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่เปึนอีกคณะหนึ่ง ซึ่งก็เปึนเรื่องที่สําคัญไม่แพ้กันครับ เพราะว่าตอนนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นต่างก็มี ความสําคัญแล้วก็ดูแลตัวเองนะครับ มีงบประมาณต่าง ๆ ที่จะต้องลงไปให้กับบรรดา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากมาย ทั้งหมดนี้จะอยู่ใน ๓๒ คณะเดิม ซึ่ง ๓๒ คณะใหม่ ไม่ทํา ๓๒ คณะใหม่ สิ่งที่ทําก็คือยุบรวม ยํา ทําให้ทุกอย่างที่มันเกินออกไป มีการพูด มีการตั้งคณะอะไรทั้งหลายต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงมากมายจนกระทั่งสับสนและสุดท้าย ก็ตกลงกันในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ถ้าอย่างนั้นขอให้ยุบรวมกลับเข้ามาแล้วเปึน ๓๒ คณะ ท่านก็อัดรวมก๊อบปุ้ ยําทั้งหลาย ทุกอย่างจนกระทั่งกลายเปึน ๓๒ คณะ ซึ่งมองไปก็รู้ท่านก็คงจะเห็นว่ามันสับสนมาก ท่านก็เอาเรื่องของความมั่นคงแห่งรัฐกับเรื่องของทหาร ตํารวจแยกกันอย่างไร ถ้ามีเรื่อง เรื่องหนึ่งท่านต้องเข้า ๓ คณะกรรมาธิการหรือไม่ ใครจะเปึนคนดูแลเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ผมขอให้สมาชิกสภาอันทรงเกียรติพิจารณาด้วยหัวใจของท่านนะครับ วันนี้เปึนงานของ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งต้องดูแลพี่น้องประชาชน คณะกรรมาธิการ ๑ คณะกรรมาธิการย่อมมี ความสําคัญอย่างยิ่ง แน่นอนหลายคนอยากจะเปึนประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งก็คงจะ เปึนที่ทราบกันโดยทั่วไปนะครับหลายท่านอยากจะเปึน แต่ท่านคงจะต้องพิจารณาถึง ความสําคัญอย่างยิ่ง เหตุผลที่จะรองรับ และงบประมาณคณะกรรมาธิการละ ๑๐ ล้านบาท ต่อป้นะครับ นั่นเปึนราคาค่างวดที่แพงมากนะครับ ในขณะที่เศรษฐกิจของบ้านเราก็ไม่ดี อยู่ในขณะนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ