สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้น บัลลังก์ เวลา ๐๘.๕๗ นาฬิกา)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อรุณสวัสดิ์ทุกท่านครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระก็จะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้หารือตามข้อบังคับนะครับ ๓ ท่านแรก ผมขานชื่อไว้ก่อนนะครับ ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ท่านศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ เชิญท่านแรกก่อนครับ ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เชิญครับ

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๓ กราบเรียนท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องขอ การร้องเรียน การนำเสนอรายงานของ สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันและโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ในอาชีพของปาล์มน้ำมัน ท่านประธานครับ ผมขอหารือในเรื่องของความไม่มั่นคงของเสถียรภาพในเรื่องของโครงสร้าง ในเรื่องของราคา วันนี้จึงมีเหตุเลยกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานของภาครัฐ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกระทั่ง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ตามที่มีอำนาจ เพื่อที่จะนำร่างพระราชบัญญัติปาล์มน้ำมันและ น้ำมันปาล์มเข้าสู่ในส่วนของ ครม. เนื่องจากว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยที่ ๒๕ ผมแล้วก็คณะเพื่อนหลายพรรคด้วยกันก็ยกร่างพระราชบัญญัติปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม มาแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ไม่ผ่านนะครับ เนื่องจากว่าสภาครบสมัยยุบสภาเสียก่อน ในขณะนี้ กราบเรียนท่านประธานว่าน้ำมันพืชที่บริโภคอันผลิตมาจากปาล์มน้ำมันนั้นราคาสูงมาก แต่เกษตรกรขายได้ราคาที่ตกต่ำไม่คุ้มทุน เพราะฉะนั้นโครงสร้างในเรื่องของกองทุน ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเรื่องปุ๋ย พันธุ์ปาล์ม เทคโนโลยีในส่วนของ ความมั่นคงของเกษตรกรชาวสวนปาล์มทั่วประเทศนั้นจำเป็นที่จะต้องมีร่างพระราชบัญญัติ ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม จึงกราบเรียนท่านประธานสภามาเพื่อที่จะให้รัฐบาล โดยท่าน นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวง ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการยกร่างเพื่อให้แล้วเสร็จนะครับ แล้วพวกเราในส่วนของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก็จะพร้อมสนับสนุนต่อไปขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้มีความทุกข์ความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวนาและชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ รวมทั้งจังหวัดอ่างทองของท่านประธานด้วยนะครับ ที่สุดแสนระทมเรียกได้ว่าอกตรมขมขื่นมากราบเรียนท่านประธานดังนี้ครับ ท่าน สจ. เสมียน หงษ์โต ผู้นำชาวนาสุพรรณบุรี ฝากเรียนว่าขณะนี้ชาวนาอกตรมจากประกาศของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เรื่อง มาตรการห้ามเผาตอซังข้าว โดยจะตัดสิทธิการช่วยเหลือจากการ เข้าร่วมโครงการภาครัฐ ขอให้เปลี่ยนเป็นมาตรการจูงใจตามที่กรมควบคุมมลพิษแนะนำ เช่น สนับสนุนเครื่องจักรอัดฟางข้าว ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่ไม่เผา จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังข้าว หรือแม้กระทั่งแบบค่ายมือถือนะครับท่านประธาน สะสมแต้ม สะสมคะแนนเอาไปแลกปุ๋ย เอาไปแลกเมล็ดพันธุ์ข้าวดีกว่าไหมครับ ท่านประธานช่วยกรุณาทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ปรับเปลี่ยนแก้ไขด้วยครับ

อีกเรื่องหนึ่งของชาวนาที่หน้าขมขื่น มติคณะอนุกรรมการ นบข. ที่ไม่ตรงปก บริบทของการช่วยเหลือชาวนาปรัง ออกมาแล้วไม่ปังครับท่านประธาน เพราะชาวนาไม่มีทั้ง ยุ้งฉาง ส่วนใหญ่เกี่ยวสด ขายสด รับเงินสด ไปใช้หนี้ไปเป็นทุนทำนาปลูกข้าวให้ทันก่อนน้ำ จะท่วมนา ท่านประธานครับ ชาวนาเขาเรียกร้องไร่ละ ๓๐๐ บาทต่อเดือน ๓ เดือนที่น้ำท่วม ทุ่งเขานี่นะครับ วันนี้บ่ายจะมีการประชุมคณะกรรมการ นบข. ชุดใหญ่ ท่านประธานเร่งทำ หนังสือด้วยครับ ถึงคณะกรรมการให้มีการปรับมาตรการทั้ง ๓ มาตรการให้เหมาะสม ด้วยครับ อย่าให้มีการรั่วไหล

สุดท้ายครับท่านประธาน ขออนุญาตอีกนิดเดียว ท่านประธานครับ อ้อยขม ชาวไร่อ้อยเรียกร้อง ๑๒๐ บาท ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีเร่งทำหนังสือเข้าอนุมัติต่อ คณะรัฐมนตรีเพื่อให้ภาวะสภาพอกตรมขมขื่นของชาวไร่อ้อยและชาวนาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ เชิญครับ

นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ผู้แทน เขต ๓ จังหวัดนครราชสีมา ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ ภาพแรก หน้าสวน รุกขชาติปรุใหญ่ ติดถนน ๓๐๔ ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีสายสื่อสาร ห้อยระโยงระยางห้อยอย่างนี้เต็มไปหมดเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ก็คืออยากจะฝาก ท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ สำนักงาน กสทช. ที่ ๒๓ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ นี้เองช่วยไป จัดระเบียบสายสื่อสาร อันไหนที่ไม่ใช้ก็เอาออกไปด้วยนะครับ หรืออันไหนที่ยังใช้อยู่ก็ทำให้ มันเรียบร้อยหน่อยนะครับ ไม่ใช่ห้อยมาบังป้ายสัญญาณลดความเร็วแบบนี้นะครับ แล้วแยก ที่จะถึงตรงนี้ก็เป็นแยกหน้าสนามกีฬา ๘๐ พรรษา เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก แล้วสาย สื่อสารก็ยังจะมาบังป้ายแบบนี้อีกนะครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยจัดระเบียบสายสื่อสารเหล่านี้ด้วยนะครับ หลายกิโลเมตร

เรื่องที่ ๒ ต่อเนื่องกันรูปเดิมนะครับ ที่แยกสนาม ๘๐ พรรษา ก็คือตรงนี้ มีประชาชนฝากมาว่าแยกนี้เป็นแยกที่รถวิ่งเร็ว พอเห็นไฟเขียวแต่ไกลทุกคนก็จะขับมา ด้วยความเร็วก็หวังใจว่าเพื่อจะผ่านแยกนี้ไปให้ได้โดยเร็ว แต่เมื่อไฟแดงขึ้นรถก็จะเบรก กะทันหันทำให้เกิดอุบัติเหตุ ก็คืออยากจะฝากให้แขวงทางหลวงที่ ๒ พิจารณาว่าควรจะมีไฟ นับถอยหลังเพื่อเตือนให้รถที่วิ่งด้วยความเร็วเตรียมตัวเบรกไหมนะครับ

เรื่องที่ ๓ รูปต่อไปนะครับ ผมเคยหารือเกี่ยวกับเรื่องขอให้กระทรวง อว. และสำนักงบประมาณพิจารณางบประมาณก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กของ มหาวิทยาลัยสุรนารี ระหว่างประตู ๑ ถึงประตู ๔ เมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว ตอนนี้เรื่องถึง กระทรวง และกระทรวงได้ทำหนังสือกลับมาที่ประธานสภาเรียบร้อยแล้ว ก็ขอบคุณ ทางกระทรวงนะครับ แล้วเราก็จะต้องติดตามกันต่อไปว่างบประมาณตรงจุดนี้จะได้ทำเมื่อไร หากงบประมาณของโครงการเกินศักยภาพก็อยากให้กระทรวงประสานกับทางจังหวัด เพราะ จังหวัดก็น่าจะมีงบ Y2 ที่จะดูแลตรงนี้อยู่ก็อยากให้รีบทำให้เสร็จนะครับ เพราะว่าเมื่อ ต้นเดือนนี้เพิ่งมีนักศึกษาปี ๒ วิศวกรรมเพิ่งเสียชีวิตจากถนนเส้นนี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านสมศักดิ์ บุญประชม ท่านชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เชิญท่านสมศักดิ์ บุญประชม ก่อนเชิญครับ

นายสมศักดิ์ บุญประชม อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ บุญประชม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๐ จังหวัดอุบลราชธานี พรรคไทยรวมพลัง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ เรื่องสินค้าเกษตรตกต่ำครับท่านประธาน ปัจจุบันนี้พี่น้องทาง ภาคอีสานพบกับปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่งพี่น้องเกษตรกรแถบภาคอีสานมีอาชีพทำไร่มันครับ ท่านประธาน ไร่มันสำปะหลังเป็นหลัก ถือเป็นความหวังเดียวของพี่น้องเกษตรกรคนอีสาน แต่ราคามันปีนี้ตกต่ำมากครับท่านประธาน ปี ๒๕๖๖-๒๕๖๗ มันที่หน้าลาน ๓.๓๐ บาท แต่ปี ๒๕๖๘ ปีนี้ ๑.๔๕ บาท ถึง ๑.๕๕ บาทครับท่านประธาน ครึ่งต่อครึ่งครับ ปีที่แล้ว ชาวไร่มันว่ามันราคาดีก็เลยเช่าที่ปลูกเยอะ ๆ ทำไมปลูกเยอะครับ ปลูกเยอะเพื่ออยาก ได้เงินมาใช้หนี้เพราะว่าติดหนี้เยอะมากครับ เกษตรกรชาวอีสานทำไร่มัน แต่ประสบปัญหา เจอมันราคาตกต่ำแบบนี้ไม่รู้ว่าจะเอาความฝันนั้นไปไว้ไหน จึงได้ฝากผ่านกระผมมาถึง ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยแก้ไขปัญหาราคามันให้กับพี่น้องด้วยครับ ผมได้ลงพื้นที่หลาย ๆ ลานมันปิดลานครับ เพราะว่าซื้อมันไม่ได้ ซื้อวันไหนก็ขาดทุนวันนั้นครับ นี่ละครับปัญหา แต่บางลานก็กลั้นใจซื้อเพราะว่าสงสารเกษตรกร นี่คือน้ำใจของคนอีสานต้องช่วยกัน เพราะว่า มันปีนี้เยอะมากครับท่านประธาน กระผมจึงอยากฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงพาณิชย์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือช่วยเยียวยาให้กับพี่น้องเกษตรกร หรือว่าช่วยค่าไถก็ได้ครับ ค่ายกร่องก็ได้ เพราะว่าค่าลานไม่เป็นไร เพราะว่าเกษตรกรมีต้นทุนลานมันอยู่แล้วครับ ท่านประธาน ฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ

ท่านประธานนิดหนึ่งครับ ผมเองขอขอบคุณกระทรวงคมนาคมที่ท่านได้ สนับสนุนงบประมาณ และขอขอบคุณแขวงการทางศรีสะเกษ ๒ ที่จัดสรรงบประมาณไปก่อสร้าง ถนนสาย ๒๒๔๘ ช่วง กม. ที่ ๖๓-๖๙ มีถนนดีมีแสงสว่างก็ขอขอบคุณท่านด้วยครับ ขอขอบคุณครับ สวัสดีครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชิญครับ

นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน เขต ๑ อำเภอเมือง จากจังหวัดเชียงราย ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

วันนี้ผมมีวาระเร่งด่วนของพี่น้องประชาชน เข้าหารือกรณีคำสั่งปกครองย้าย ๓ ชุมชน ได้แก่ ชุมชนน้ำลัด ห้วยปลากั้ง บ้านดอย ออกจาก เทศบาลนครเชียงราย ซึ่งอยู่ในการพัฒนาและการจัดการของเทศบาลนครเชียงราย โดยพื้นฐาน ประวัติการขยายพื้นที่นั้นมีการขยายเขตพื้นที่เทศบาลนครเชียงรายมา ๓ ช่วงเวลา ได้แก่ พ.ศ. ๒๔๗๘ พ.ศ. ๒๔๙๘ และ พ.ศ. ๒๕๓๘ ผมขอไล่เรียง Timeline ตามสไลด์ต่อไปนะครับ

วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๖ มีคำสั่งจากกระทรวงมหาดไทยให้คำสั่ง ที่ ๑๓๓/๒๕๖๖ แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาและแก้ไขแนวเขตขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น

วันที่ ๒๒-๓๐ มกราคม ๒๕๖๘ มีหนังสือแจ้งให้สำนักทะเบียนท้องถิ่น เทศบาลนครเชียงราย แจ้งให้เจ้าบ้านในชุมชนห้วยปลากั้ง บ้านดอย และบางส่วนของชุมชน ทวีรัตน์ ดำเนินการย้ายทะเบียนบ้านไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยอ้างเหตุผลว่า ไม่สอดคล้องกับแนวเขตความรับผิดชอบตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๓๘

วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ มีหนังสือ มท ๐๘๑.๒/ว ๕๑๑ แจ้งให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการแก้ไขทะเบียนบ้านให้ตรงกับข้อเท็จจริงตามระเบียบว่าด้วย การจัดทำทะเบียนราษฎร์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ข้อ ๗ ให้อำนาจนายทะเบียนท้องถิ่นโดยไม่มีการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนและไม่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า

วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ประชาชนใน ๓ ชุมชนได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไป ยังศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงราย มีการติดตามข้อร้องเรียนอีกครั้ง แต่ก็ยังได้รับคำตอบเดิมว่า ให้ดำเนินตามคำสั่ง ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม จึงกราบเรียนท่านประธานสภามาเพื่อที่จะให้รัฐบาล โดยท่าน นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวง ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการยกร่างเพื่อให้แล้วเสร็จนะครับ แล้วพวกเราในส่วนของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก็จะพร้อมสนับสนุนต่อไปขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้มีความทุกข์ความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวนาและชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ รวมทั้งจังหวัดอ่างทองของท่านประธานด้วยนะครับ ที่สุดแสนระทมเรียกได้ว่าอกตรมขมขื่นมากราบเรียนท่านประธานดังนี้ครับ ท่าน สจ. เสมียน หงษ์โต ผู้นำชาวนาสุพรรณบุรี ฝากเรียนว่าขณะนี้ชาวนาอกตรมจากประกาศของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เรื่อง มาตรการห้ามเผาตอซังข้าว โดยจะตัดสิทธิการช่วยเหลือจากการ เข้าร่วมโครงการภาครัฐ ขอให้เปลี่ยนเป็นมาตรการจูงใจตามที่กรมควบคุมมลพิษแนะนำ เช่น สนับสนุนเครื่องจักรอัดฟางข้าว ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่ไม่เผา จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังข้าว หรือแม้กระทั่งแบบค่ายมือถือนะครับท่านประธาน สะสมแต้ม สะสมคะแนนเอาไปแลกปุ๋ย เอาไปแลกเมล็ดพันธุ์ข้าวดีกว่าไหมครับ ท่านประธานช่วยกรุณาทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ปรับเปลี่ยนแก้ไขด้วยครับ

อีกเรื่องหนึ่งของชาวนาที่หน้าขมขื่น มติคณะอนุกรรมการ นบข. ที่ไม่ตรงปก บริบทของการช่วยเหลือชาวนาปรัง ออกมาแล้วไม่ปังครับท่านประธาน เพราะชาวนาไม่มีทั้ง ยุ้งฉาง ส่วนใหญ่เกี่ยวสด ขายสด รับเงินสด ไปใช้หนี้ไปเป็นทุนทำนาปลูกข้าวให้ทันก่อนน้ำ จะท่วมนา ท่านประธานครับ ชาวนาเขาเรียกร้องไร่ละ ๓๐๐ บาทต่อเดือน ๓ เดือนที่น้ำท่วม ทุ่งเขานี่นะครับ วันนี้บ่ายจะมีการประชุมคณะกรรมการ นบข. ชุดใหญ่ ท่านประธานเร่งทำ หนังสือด้วยครับ ถึงคณะกรรมการให้มีการปรับมาตรการทั้ง ๓ มาตรการให้เหมาะสม ด้วยครับ อย่าให้มีการรั่วไหล

สุดท้ายครับท่านประธาน ขออนุญาตอีกนิดเดียว ท่านประธานครับ อ้อยขม ชาวไร่อ้อยเรียกร้อง ๑๒๐ บาท ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีเร่งทำหนังสือเข้าอนุมัติต่อ คณะรัฐมนตรีเพื่อให้ภาวะสภาพอกตรมขมขื่นของชาวไร่อ้อยและชาวนาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ เชิญครับ

นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ผู้แทน เขต ๓ จังหวัดนครราชสีมา ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ ภาพแรก หน้าสวน รุกขชาติปรุใหญ่ ติดถนน ๓๐๔ ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีสายสื่อสาร ห้อยระโยงระยางห้อยอย่างนี้เต็มไปหมดเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ก็คืออยากจะฝาก ท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ สำนักงาน กสทช. ที่ ๒๓ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ นี้เองช่วยไป จัดระเบียบสายสื่อสาร อันไหนที่ไม่ใช้ก็เอาออกไปด้วยนะครับ หรืออันไหนที่ยังใช้อยู่ก็ทำให้ มันเรียบร้อยหน่อยนะครับ ไม่ใช่ห้อยมาบังป้ายสัญญาณลดความเร็วแบบนี้นะครับ แล้วแยก ที่จะถึงตรงนี้ก็เป็นแยกหน้าสนามกีฬา ๘๐ พรรษา เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก แล้วสาย สื่อสารก็ยังจะมาบังป้ายแบบนี้อีกนะครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยจัดระเบียบสายสื่อสารเหล่านี้ด้วยนะครับ หลายกิโลเมตร

เรื่องที่ ๒ ต่อเนื่องกันรูปเดิมนะครับ ที่แยกสนาม ๘๐ พรรษา ก็คือตรงนี้ มีประชาชนฝากมาว่าแยกนี้เป็นแยกที่รถวิ่งเร็ว พอเห็นไฟเขียวแต่ไกลทุกคนก็จะขับมา ด้วยความเร็วก็หวังใจว่าเพื่อจะผ่านแยกนี้ไปให้ได้โดยเร็ว แต่เมื่อไฟแดงขึ้นรถก็จะเบรก กะทันหันทำให้เกิดอุบัติเหตุ ก็คืออยากจะฝากให้แขวงทางหลวงที่ ๒ พิจารณาว่าควรจะมีไฟ นับถอยหลังเพื่อเตือนให้รถที่วิ่งด้วยความเร็วเตรียมตัวเบรกไหมนะครับ

เรื่องที่ ๓ รูปต่อไปนะครับ ผมเคยหารือเกี่ยวกับเรื่องขอให้กระทรวง อว. และสำนักงบประมาณพิจารณางบประมาณก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กของ มหาวิทยาลัยสุรนารี ระหว่างประตู ๑ ถึงประตู ๔ เมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว ตอนนี้เรื่องถึง กระทรวง และกระทรวงได้ทำหนังสือกลับมาที่ประธานสภาเรียบร้อยแล้ว ก็ขอบคุณ ทางกระทรวงนะครับ แล้วเราก็จะต้องติดตามกันต่อไปว่างบประมาณตรงจุดนี้จะได้ทำเมื่อไร หากงบประมาณของโครงการเกินศักยภาพก็อยากให้กระทรวงประสานกับทางจังหวัด เพราะ จังหวัดก็น่าจะมีงบ Y2 ที่จะดูแลตรงนี้อยู่ก็อยากให้รีบทำให้เสร็จนะครับ เพราะว่าเมื่อ ต้นเดือนนี้เพิ่งมีนักศึกษาปี ๒ วิศวกรรมเพิ่งเสียชีวิตจากถนนเส้นนี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านสมศักดิ์ บุญประชม ท่านชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เชิญท่านสมศักดิ์ บุญประชม ก่อนเชิญครับ

นายสมศักดิ์ บุญประชม อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ บุญประชม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๐ จังหวัดอุบลราชธานี พรรคไทยรวมพลัง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ เรื่องสินค้าเกษตรตกต่ำครับท่านประธาน ปัจจุบันนี้พี่น้องทาง ภาคอีสานพบกับปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่งพี่น้องเกษตรกรแถบภาคอีสานมีอาชีพทำไร่มันครับ ท่านประธาน ไร่มันสำปะหลังเป็นหลัก ถือเป็นความหวังเดียวของพี่น้องเกษตรกรคนอีสาน แต่ราคามันปีนี้ตกต่ำมากครับท่านประธาน ปี ๒๕๖๖-๒๕๖๗ มันที่หน้าลาน ๓.๓๐ บาท แต่ปี ๒๕๖๘ ปีนี้ ๑.๔๕ บาท ถึง ๑.๕๕ บาทครับท่านประธาน ครึ่งต่อครึ่งครับ ปีที่แล้ว ชาวไร่มันว่ามันราคาดีก็เลยเช่าที่ปลูกเยอะ ๆ ทำไมปลูกเยอะครับ ปลูกเยอะเพื่ออยาก ได้เงินมาใช้หนี้เพราะว่าติดหนี้เยอะมากครับ เกษตรกรชาวอีสานทำไร่มัน แต่ประสบปัญหา เจอมันราคาตกต่ำแบบนี้ไม่รู้ว่าจะเอาความฝันนั้นไปไว้ไหน จึงได้ฝากผ่านกระผมมาถึง ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยแก้ไขปัญหาราคามันให้กับพี่น้องด้วยครับ ผมได้ลงพื้นที่หลาย ๆ ลานมันปิดลานครับ เพราะว่าซื้อมันไม่ได้ ซื้อวันไหนก็ขาดทุนวันนั้นครับ นี่ละครับปัญหา แต่บางลานก็กลั้นใจซื้อเพราะว่าสงสารเกษตรกร นี่คือน้ำใจของคนอีสานต้องช่วยกัน เพราะว่า มันปีนี้เยอะมากครับท่านประธาน กระผมจึงอยากฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงพาณิชย์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือช่วยเยียวยาให้กับพี่น้องเกษตรกร หรือว่าช่วยค่าไถก็ได้ครับ ค่ายกร่องก็ได้ เพราะว่าค่าลานไม่เป็นไร เพราะว่าเกษตรกรมีต้นทุนลานมันอยู่แล้วครับ ท่านประธาน ฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ

ท่านประธานนิดหนึ่งครับ ผมเองขอขอบคุณกระทรวงคมนาคมที่ท่านได้ สนับสนุนงบประมาณ และขอขอบคุณแขวงการทางศรีสะเกษ ๒ ที่จัดสรรงบประมาณไปก่อสร้าง ถนนสาย ๒๒๔๘ ช่วง กม. ที่ ๖๓-๖๙ มีถนนดีมีแสงสว่างก็ขอขอบคุณท่านด้วยครับ ขอขอบคุณครับ สวัสดีครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชิญครับ

นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน เขต ๑ อำเภอเมือง จากจังหวัดเชียงราย ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

วันนี้ผมมีวาระเร่งด่วนของพี่น้องประชาชน เข้าหารือกรณีคำสั่งปกครองย้าย ๓ ชุมชน ได้แก่ ชุมชนน้ำลัด ห้วยปลากั้ง บ้านดอย ออกจาก เทศบาลนครเชียงราย ซึ่งอยู่ในการพัฒนาและการจัดการของเทศบาลนครเชียงราย โดยพื้นฐาน ประวัติการขยายพื้นที่นั้นมีการขยายเขตพื้นที่เทศบาลนครเชียงรายมา ๓ ช่วงเวลา ได้แก่ พ.ศ. ๒๔๗๘ พ.ศ. ๒๔๙๘ และ พ.ศ. ๒๕๓๘ ผมขอไล่เรียง Timeline ตามสไลด์ต่อไปนะครับ

วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๖ มีคำสั่งจากกระทรวงมหาดไทยให้คำสั่ง ที่ ๑๓๓/๒๕๖๖ แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาและแก้ไขแนวเขตขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น

วันที่ ๒๒-๓๐ มกราคม ๒๕๖๘ มีหนังสือแจ้งให้สำนักทะเบียนท้องถิ่น เทศบาลนครเชียงราย แจ้งให้เจ้าบ้านในชุมชนห้วยปลากั้ง บ้านดอย และบางส่วนของชุมชน ทวีรัตน์ ดำเนินการย้ายทะเบียนบ้านไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยอ้างเหตุผลว่า ไม่สอดคล้องกับแนวเขตความรับผิดชอบตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๓๘

วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ มีหนังสือ มท ๐๘๑.๒/ว ๕๑๑ แจ้งให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการแก้ไขทะเบียนบ้านให้ตรงกับข้อเท็จจริงตามระเบียบว่าด้วย การจัดทำทะเบียนราษฎร์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ข้อ ๗ ให้อำนาจนายทะเบียนท้องถิ่นโดยไม่มีการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนและไม่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า

วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ประชาชนใน ๓ ชุมชนได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไป ยังศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงราย มีการติดตามข้อร้องเรียนอีกครั้ง แต่ก็ยังได้รับคำตอบเดิมว่า ให้ดำเนินตามคำสั่ง

วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เป็นต้นมา สำนักทะเบียนท้องถิ่นได้มีการ ย้ายทะเบียนราษฎร์ ทำให้ประชาชนทั้ง ๓ ชุมชนเกิดปัญหากระทบต่อสิทธิในการอาศัย แล้วก็การเข้าถึงบริการสาธารณะ การดำรงชีวิตประจำวันเมื่อติดต่อหน่วยงานราชการ และ

วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เครือข่ายภาคประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจัด เวทีรับฟังความคิดเห็นตอบข้อซักถาม แต่เทศบาลนครเชียงรายไม่มาร่วมครับ มีเพียง รองผู้ว่าราชการจังหวัด กกต. นายทะเบียนท้องถิ่นตำบลแม่ยาว บ้านดู่ และท้องถิ่นจังหวัด เข้าร่วม ประชาชนมีคำถามว่าจะมีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ และกังวลว่าอาจจะเป็นการ ใช้อำนาจเพื่อแทรกแซงหรือเอื้อผลประโยชน์ในการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นธรรมนะครับ เนื่องจาก การย้ายทะเบียนราษฎร์นั้นใช้ระยะเวลาไม่ถึง ๑ ปีก่อนการเลือกตั้งเทศบาลที่กำหนดไว้ วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘ อาจทำให้ประชาชนขาดคุณสมบัติในการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ครับ

สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมขอเป็นตัวแทนของพี่น้องจังหวัดเชียงราย เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยทบทวนคำสั่งขั้นตอนย้ายทะเบียนราษฎร์รับฟังความ คิดเห็นหากจะต้องมีการย้ายที่เกิดขึ้นจริง ๆ ก็ควรมีแนวทางการปฏิบัติที่โปร่งใส ชัดเจน รวมถึงคุ้มครองสิทธิของประชาชน ไม่ใช่มามัดมือชกแล้วก็ปล่อยให้ประชาชนอยู่ในภาวะ สุญญากาศครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอสมควรครับ พอครับ

นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชียงราย

ลิดรอนสิทธิของประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เลยไปเยอะนะครับ ต่อไปท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ สืบเนื่องจากจังหวัดลพบุรีโดยภาคส่วนต่าง ๆ ได้ร่วมกันแก้ไข ปัญหาลิงรบกวนในเขตเมืองเก่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๖๖ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งผลการ ดำเนินการก็สามารถคลี่คลายปัญหาไปได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดีนะคะ พบความทรุดโทรม ของอาคารบ้านเรือน ถนน เสาไฟฟ้า และ Footpath ดังนั้นจังหวัดลพบุรีจึงได้ให้ผู้ที่มีความ เชี่ยวชาญมาออกแบบภูมิทัศน์ของเมืองบน ๓ เส้นทาง และบริเวณรอบพระปรางค์สามยอด เพื่อใช้เป็นต้นแบบของการพัฒนาเมือง ซึ่งรายละเอียดจะประกอบไปด้วยการกำหนดแบบ สีอาคาร ตึก ป้าย ต้นไม้ วางผัง แล้วก็ได้ทำการเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นเพื่อที่จะให้พี่น้อง ประชาชนได้มีส่วนร่วม จากการประชุมเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคมที่ผ่านมาพี่น้องชาวจังหวัด ลพบุรีก็ได้มีความคิดเห็นให้นำร่องดำเนินการในเส้นทางที่ ๑ จากศาลพระกาฬผ่านมูลนิธิ ลพบุรีสามัคคีสงเคราะห์ถึงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจจากที่เคยซบเซาให้มีชีวิตชีวา แต่ก็ยังขาดงบประมาณในการดำเนินการ ฝากท่านประธานถึงผู้ว่าการการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ช่วยจัดสรร งบประมาณมาช่วยด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๒ จากการที่ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องผู้ยากไร้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของ ตนเอง คือบ้านไม่มีโฉนด การขอบ้านเลขที่จะได้บ้านเลขที่ชั่วคราว แต่ไม่สามารถขอความ ช่วยเหลือจากพัฒนาสังคมได้ เช่น การซ่อมฝาบ้าน ซ่อมห้องน้ำห้องส้วม ซ่อมหลังคา จึงขอฝากท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ช่วยผ่อนปรนเรื่องระเบียบของการช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้สามารถช่วยผู้เดือดร้อนในกลุ่มที่ ไม่มีโฉนดเป็นของตนเอง แล้วก็เป็นคนจนจริง ๆ ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ต่อด้วยท่านกฤดิทัช แสงธนโยธิน และ ต่อด้วยท่านปารมี ไวจงเจริญ เชิญท่านรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ก่อนเชิญครับ

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน รภัสสรณ์ นิยะโมสถ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลำปาง สัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันได้ลงพื้นที่ ที่อำเภอเสริมงาม แล้วก็ได้พูดคุยกับเกษตรกรพบว่ามีปัญหาค่ะท่านประธาน ราคามันสำปะหลัง ขายได้เพียงกิโลกรัมละ ๑.๕๐ บาทเท่านั้นเองนะคะ เมื่อวันก่อนนี้ก็ได้มีการชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังนะคะ ทั้งเป็นอำเภอแม่ทะ อำเภอห้างฉัตร และอำเภออื่น ๆ ดิฉันจึงขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ ให้กรมการค้าภายในได้มาเปิดจุดรับซื้อเพิ่ม หาผู้ซื้อที่สามารถซื้อได้ในราคา ๒ บาทต่อกิโลกรัม เพราะจังหวัดลำปางก็ต้องบอกว่าไม่มีผู้รับซื้อเลย ต้องซื้อผ่านลานหรือพ่อค้าคนกลาง ทำให้ ราคามันสำปะหลังถูกกดราคาลงไปค่ะ

เรื่องที่ ๒ เรื่องประปาบ้านม่อนหินแก้ว ตำบลวังพร้าว อำเภอเกาะคา จังหวัด ลำปาง น้ำมีกลิ่นเหม็น มีสีขุ่นไม่สามารถใช้การได้ พอไปลงพื้นที่ก็พบว่ามีปัญหาที่แหล่งน้ำดิบ ตัวประปาเป็นระบบกรองแบบบาดาลสูบน้ำบาดาลขึ้นมา แต่คุณภาพไม่สามารถใช้ได้เลย เนื่องจากมีตะกรันหรือว่ามีหินปูนสูงเกินกว่ามาตรฐานที่จะสามารถนำไปใช้ได้ ให้ไปใช้แหล่งน้ำ ที่เป็นแหล่งน้ำดิบแบบผิวดินก็ไม่สามารถนำมากรองผ่านระบบที่เป็นกรองบาดาลได้ จึงขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกรมทรัพยากรน้ำบาดาลให้อุดหนุนงบประมาณลงไปที่ ท้องถิ่นแล้วหาแบบกรองบาดาลที่สามารถกรองหินปูนได้ด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปเชิญท่านกฤดิทัช แสงธนโยธิน เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม กฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. แบบบัญชี รายชื่อ พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรก เกี่ยวกับปัญหาเรื่องของอ่างเก็บน้ำห้วยงูเหลือม หมู่ที่ ๗ ตำบล นิคมน้ำอูน อำเภอนิคมน้ำอูน จังหวัดสกลนคร ปัญหาของอ่างเก็บน้ำอันนี้ก็คือว่ามีการทำ พื้นที่เกษตรรอบบริเวณอ่างเก็บน้ำแล้วก็มีการใช้สารเคมี ทำให้อ่างเก็บน้ำนี้มีสารปนเปื้อน จากการใช้สารเคมีลงอ่างเก็บน้ำ ทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถที่จะใช้น้ำดังกล่าวได้ เพราะฉะนั้นอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางเพื่อจัดการปัญหาสารปนเปื้อน ในอ่างเก็บน้ำนี้เพื่อให้น้ำเอาไปใช้ในการอุปโภคบริโภคได้อย่างต่อไป

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องต่อเนื่อง ในนิคมน้ำอูนเองก็มีโรงเรียนบ้านดงสว่าง หมู่ที่ ๗ ตำบลนิคมน้ำอูน อำเภอนิคมน้ำอูน เช่นเดียวกัน พื้นที่ดังกล่าวเกิดปัญหาของบ่อน้ำบาดาล ไม่เพียงพอ ในโรงเรียนขาดแคลนน้ำสำหรับใช้ในการทำกิจกรรมในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็น ห้องน้ำหรืออะไรต่าง ๆ ก็ดีอันนี้ขาดแคลนน้ำเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นวิธีการแก้ปัญหาก็คือ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปจัดการหาบ่อน้ำบาดาลเสริมขึ้นมาเพื่อให้มีน้ำใช้นะครับ ปัจจุบันนี้มีนักเรียนอยู่ประมาณ ๑๓๐ กว่าคน แล้วก็ครูอีก ๓๓ ท่าน มีปัญหาเรื่องการ ขาดแคลนน้ำ เพราะฉะนั้นอยากให้มีการจัดหาอุปกรณ์จัดเก็บน้ำ แล้วก็มีการเจาะบ่อน้ำ บาดาลเพิ่มเพื่อให้พี่น้องในพื้นที่และนักเรียนได้ใช้น้ำอย่างเพียงพอในหน้าแล้งนี้ครับ ขอบคุณท่านครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปารมี ไวจงเจริญ เชิญครับ

นายปารมี ไวจงเจริญ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีเรื่องขอปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งตอนนี้เป็นช่วงที่ ลมแรงมากขึ้นแต่มันก็เป็นแค่บางวัน แต่ปัญหานี้ก็ยังคงมีอยู่นะคะ ตอนนี้โรงเรียนในสังกัด สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการยังไม่ขยับอะไรมากเท่าที่ควรค่ะท่านประธาน ไม่กี่วันมานี้ สส. และ สก. ของพรรคประชาชนได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้มากขึ้น โดยเฉพาะ สก. ของ พรรคประชาชนจะยื่นให้สภา กทม. ดำเนินการเรื่องนี้ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ รวมถึง เครื่องปรับอากาศใน สพด. หรือศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนประจำชุมชนต่าง ๆ ใน กทม. ซึ่งอันนี้ดิฉันต้องขอขอบคุณแล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ทาง กทม. เริ่มขยับแล้ว แต่ปรากฏว่า โรงเรียนสังกัด สพฐ. ยังไม่ขยับ ไม่อยากให้นิ่งนอนใจ แล้วก็ปัญหาฝุ่น PM2.5 นะคะ ท่านประธานไม่ได้มีแค่เฉพาะ กทม. หรือภาคกลางตอนล่าง ภาคกลางตอนบน หรือ ภาคเหนือก็จะมีปัญหาด้วย เพียงแต่ว่าอาจจะเป็นระยะเวลาที่คนละเดือนกันนะคะ ในช่วง เดือนมีนาคม เมษายนนี้ของภาคเหนือก็จะมีมากขึ้น ดิฉันขอเรียกร้องให้ สพฐ. และกระทรวง ศึกษาธิการเร่งแก้ปัญหานี้อย่างครบวงจร อย่างน้อย ๆ ที่สุดอยากให้แต่ละโรงเรียนมีพื้นที่ ปลอดฝุ่น ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดหรือห้องประชุมให้กับนักเรียน

อีกเรื่องหนึ่งนะคะท่านประธาน คือกรณีเรื่องความไม่ปลอดภัย ความรุนแรง และการคุกคามทางเพศในสถานศึกษา สังกัด สพฐ. และโรงเรียนท้องถิ่นด้วย ดิฉันเพิ่งหารือ ท่านประธานไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไม่น่าเชื่อค่ะท่านประธาน ๒ วันที่แล้วเกิดเหตุครูมีพฤติกรรม อนาจารทางเพศที่อุทัยธานี ดิฉันขอเรียกร้องดัง ๆ อีกครั้งหนึ่งว่า สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อไรจะตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษาหรือ MOE Safety Center ที่เคยมีมาก่อนในยุคท่านตรีนุช เทียนทอง ขอให้เร่งฟื้นฟูทั้ง ๔ ช่องทางด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร ต่อด้วยท่านศักดินัย นุ่มหนู และ ต่อด้วยท่านปรีดา บุญเพลิง เชิญท่านลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร ครับ

นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องมานำเรียนต่อท่านประธานสภาอยู่ ๒ ประเด็น ดังต่อไปนี้ครับ

เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายพิเชษฐ์ ปัดสำราญ ส.อบต. เมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย พี่น้องชุมชนบ้านโนนจานประสบกับปัญหาเรื่องน้ำอุปโภคไม่เพียงพอ เนื่องจากคลองน้ำเดิมตื้นเขิน การกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในฤดูแล้งไม่เพียงพอต่อระบบประปา และการเกษตร อีกทั้งระบบระบายน้ำในช่วงฤดูฝนทำได้ไม่ดี ผมจึงอยากกราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย จัดสรร งบประมาณขุดลอกหนองหน้าฝายเพื่อให้พี่น้องมีน้ำเพียงพอในฤดูแล้งด้วยครับ ปัญหาเรื่อง น้ำอุปโภคไม่เพียงพอยังเป็นปัญหากับอีกหลายชุมชน ไม่ว่าจะเป็นชุมชนบ้านนาหาด ตำบล พระธาตุ อำเภอนาดูน ชุมชนบ้านหนองหิน ตำบลหัวดง อำเภอนาดูน ชุมชนบ้านโคกม่วง ตำบลบ้านกู่ อำเภอยางสีสุราช กระผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง ปภ. จัดสรรงบประมาณเพื่อป้องกันน้ำอุปโภคไม่เพียงพอในช่วงฤดูแล้งด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการประสานงานจากท่านบดินทร ศรีชัย นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลพยัคฆภูมิพิสัย ให้ช่วยผลักดันโครงการพัฒนาพื้นที่ชุมชนเมืองพยัคฆภูมิพิสัย ระยะที่ ๒ ซึ่งพื้นที่บริเวณรอบสระยาวมีความเหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ของบประมาณในการปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสถานที่ พักผ่อน ออกกำลังกายให้กับชุมชนเทศบาลพยัคฆภูมิพิสัยด้วยครับ กราบขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านศักดินัย นุ่มหนู เชิญครับ

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคประชาชน ผมมีเรื่องหารือครับ เป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากที่ภาคเอกชนของจังหวัดตราดเขาได้มีการยื่นหนังสือขอให้มีการ พิจารณาในการเปิดด่านชายแดนบ้านท่าเส้นให้กับท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เมื่อคราวที่ท่าน ได้ไปตรวจราชการที่เกาะกูด จังหวัดตราด ก็ผ่านมา ๓ เดือนเศษครับ ภาคเอกชนก็เลยฝาก ทวงถามมาว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหน อย่างไร พร้อมทั้งมีความเห็นว่าในระหว่างที่รอซึ่งก็ ไม่ทราบว่าจะเมื่อไรนะครับ ก็อยากจะให้มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของท้องถิ่นไปด้วย โดยใช้ ประกาศของกรมศุลกากร ที่ ๓๒/๒๕๖๑ เรื่องการส่งออกของออกไปนอกราชอาณาจักรตาม ทางอื่นนอกจากทางอนุมัติตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๘๖ วรรคสอง ซึ่งก็ ดำเนินการแบบนี้มาก่อนหน้านี้เป็นสิบ ๆ ปีครับท่านประธาน เพียงแต่ว่าก็ได้ยุติไป เนื่องจากว่าสถานการณ์ของโควิด-๑๙ ก็อยากจะได้เรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้นำเรื่องนี้กลับมาพิจารณาให้ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ก็เป็นการหารือไปถึงทางกรมเจ้าท่าของกระทรวงคมนาคมครับ ก็เป็นเรื่องของพี่น้องที่อยู่บ้านริมน้ำของจังหวัดตราดเขาอยากให้ทางกรมเจ้าท่าได้มีการเปิด ขึ้นทะเบียนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะรองรับครอบครัวที่มันมี การขยายตัว แล้วก็อยู่กันอย่างแออัดหนาแน่น เพราะว่าครอบครัวที่ทางกรมเจ้าท่าเปิดให้ ลงทะเบียนไปแล้วนั้นก็ได้อยู่กันแล้ว แล้วก็มีการขยายครอบครัวก็ค่อนข้างที่จะหนาแน่น ก็เลยอยากที่ว่าถ้ามีการเปิดพื้นที่ใหม่ซึ่งทางหน่วยงานเองก็ไม่ต้องมีความกังวลว่าจะมีการ รุกล้ำพื้นที่ เพราะว่าเดี๋ยวนี้เขาจะมีการสร้างแนวสะพานไว้ป้องกันอยู่แล้ว แต่ว่ามันมีพื้นที่ ที่ว่างอยู่ก็สามารถที่จะเปิดให้ประชาชนเพื่อจะลดความแออัดยัดเยียดการอยู่ของพี่น้อง ประชาชน ก็ฝากให้พิจารณาเรื่องนี้ด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรีดา บุญเพลิง เชิญครับ

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคกล้าธรรม ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดังนี้ครับ

ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายไพศาล บุญเสริม ผู้ใหญ่บ้านวังน้ำเย็น หมู่ที่ ๑๐ ตำบลน้ำร้อน อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความเดือดร้อน ในการเดินทางบนถนนสายบ้านวังน้ำเย็นไปยังบ้านยางสาว ซึ่งถนนสายวังน้ำเย็นไปยัง บ้านยางสาว ตำบลยางสาว เดิมเป็นเส้นทางเข้าหมู่บ้านซับม่วง หมู่ที่ ๑๐ ตำบลยางสาว อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อมาชาวบ้านได้ทำถนนโดยการร่วมแรงร่วมใจกันทำ จากบ้านยางสาว ตำบลยางสาว เชื่อมต่อกับถนนทางหลวงชนบท พช. ๓๐๑๗ ตำบลโคกปรง ไปยังตำบลยางสาว ระหว่างระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร เป็นถนนลูกรัง ในฤดูฝน จะเป็นหลุมเป็นบ่อโคลนตม ฤดูแล้งจะเป็นฝุ่น สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน เป็นอย่างมาก ถนนสายนี้อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำร้อนซึ่งเป็นหน่วยงานขนาดเล็กเป็นผู้ดูแล ถนนสายนี้ เป็นถนนสายเชื่อมต่อถนนทางหลวงชนบท พช. ๔๐๐๗ วิเชียรบุรี-น้ำร้อน ถนนทางหลวง ชนบท พช. ๓๐๑๗ โคกปรง-ยางสาว ออกสู่ถนนทางหลวง ๒๒๕ ถนนนครสวรรค์-ชัยภูมิ ถนนทางหลวงสาย ๒๒๗๕ เพชรบูรณ์-ลำนารายณ์ ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้จัดสรร งบประมาณให้ด้วยครับ เพราะว่าชาวบ้านมีความเดือดร้อนมาก ถ้าหากว่าได้รับงบประมาณ ชาวบ้านตำบลน้ำร้อนก็จะมีความสะดวกในการขนส่งสินค้าทางการเกษตรไปยังตลาดซับบอน ตลาดซับสมอทอด อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอบพระคุณมากครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านฉลาด ขามช่วง ท่านประภา เฮงไพบูลย์ ต่อด้วย ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เชิญท่านฉลาด ขามช่วง ครับ

นายฉลาด ขามช่วง ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ผม ฉลาด ขามช่วง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องหารือ ท่านประธานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังต่อไปนี้ครับ

ผมได้รับการร้องเรียนจาก ร้อยโท โกศล เวียงอินทร์ นายก อบต. แสนชาติ และนายสุริยา สุวรรณศรี ผู้ใหญ่บ้านดงยาง ตำบลดินดำ อำเภอจังหาร ว่ามีแหล่งน้ำ ๓ แหล่ง ก็คือกุดแสนชาติ กุดพิเวียง และลำห้วยซันเหนือ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ ๓ ตำบล พี่น้องทั้ง ๓ ตำบลได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่เนื่องจากว่าขณะนี้มีวัชพืชปกคลุมหนาแน่น น้ำแห้งขอด ไม่สามารถใช้น้ำในการเกษตรได้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาโดยขุดลอกกำจัด วัชพืชนะครับ ขอให้จังหวัดร้อยเอ็ด กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไปแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วนนะครับ

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงรับโอนถนนสาย อบจ. จากชัยวารี-นาเลา เพื่อไปดำเนินการ สายที่ ๒ ขอให้ อบจ. โอนถนนทางหลวงชนบทให้กับกรมทางหลวงชนบท สายชัยวารี-นาเลา และสายโพธิ์ชัย-ภูเขาทอง เส้นทางที่ ๓ ขอให้ อบจ. โอนถนนสายทางหลวง ให้กับกรมทางหลวงชนบท สายบ้านเหล่างิ้ว-อนามัย อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อให้ หน่วยงานเหล่านี้นำไปปรับปรุงแก้ไขปัญหา เนื่องจาก อบจ. รับผิดชอบจำนวนมาก ไม่มี งบประมาณเพียงพอ สร้างความเดือดร้อนถนนคับแคบ ขอให้หน่วยงานรับผิดชอบเพื่อ ดำเนินการต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปนะครับ ท่านประภา เฮงไพบูลย์ ครับ ท่านประภาออกไปข้างนอกเข้าห้องน้ำ เดี๋ยววน มาใหม่ ไม่เป็นอะไรครับ ต่อไปท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เชิญครับ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมก็ไม่แน่ใจจริง ๆ ครับว่า นายกและรัฐบาลนี้ Care ประชาชนจริง ๆ หรือไม่ครับท่านประธาน ผมมีโอกาสได้ลงพื้นที่ ไปคุยกับยายเนี้ยวที่วัดดาวคะนองในระหว่างที่ผมได้ออกหน่วยตัดผมฟรีครับท่านประธาน เขาก็นั่งคุยกับผมว่าได้ดูข่าวเมื่อเช้าครับ แล้วเห็นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ปัดตก พ.ร.บ. บำนาญ ๓,๐๐๐ บาทของพรรคประชาชนครับ เขาฝากผมมาเรียกร้องถามนายกรัฐมนตรีว่าจิตใจทำด้วยอะไร ได้สนใจประชาชนบ้างหรือไม่ ยายเนี้ยวบอกกับผมว่าเงินแค่ ๓,๐๐๐ บาท อาจจะดูน้อยนิดกับนายกรัฐมนตรีครับ ราคา รองเท้าของท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะแพงกว่า ๓,๐๐๐ บาทมาก เขาทวงถามครับว่า สิ่งเหล่านี้เป็นศักดิ์ศรีที่ประชาชนจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีได้หรือไม่ แล้วมีมาตรการอื่น ให้เขาไหมถ้าไม่ให้ พ.ร.บ. นี้เข้ามาสู่การพิจารณา ผมจึงถามครับว่ารัฐบาลนี้นายกรัฐมนตรี ได้สนใจประชาชนจริง ๆ หรือไม่ แต่ผมสนใจครับ ผมอยากเห็นทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นครับ ท่านประธาน แล้วผมก็ได้ไปคุยกับเจ้ร้านสินสาทรเป็นแม่ลูกก็โดนการปิดกั้นการก่อสร้าง MRT ครับ แต่สุดท้ายทางเขตก็ยังไปเก็บภาษีป้ายเขาอีกผมก็งงครับว่าเรื่องเล็ก ๆ อย่างนี้ ผมก็พยายามทำหาไปอ่านกฎหมายว่ามีอะไรยกเว้นได้หรือไม่ ก็ต้องมาสู่สภานี้เพราะมันไม่มี ข้อยกเว้นเลย นอกจากนายกรัฐมนตรีจะออกเป็นพระราชกำหนดออกมายกเว้นให้ครับ ผมจึงวิงวอนถ้านายกรัฐมนตรีรัฐบาลชุดนี้ยังสนใจประชาชนอยู่ เรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ช่วยหน่อยครับ ยกเว้นภาษีป้ายในพื้นที่ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า MRT ในกรุงเทพมหานครให้พวกเขา เถอะครับ เขาโดนซ้ำเติมมากพอแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไป ท่านศาสตรา ศรีปาน ท่านณรงเดช อุฬารกุล ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เชิญท่านศาสตรา ศรีปาน ก่อนครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ทุก ๆ ท่านครับ ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา เด็กหาดใหญ่ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ วันนี้พี่น้องประชาชนภาคใต้ หลายจังหวัด แล้วก็จังหวัดสงขลาบ้านผมยังรอเงินเยียวยาน้ำท่วมจากทางรัฐบาล ๙,๐๐๐ บาทครับ ซึ่งน้ำท่วมมาตั้งแต่ ๔ เดือนที่แล้ว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี ๒๕๖๗ จนถึง วันนี้ก็ยังรอ ๆ ๆ แล้วก็รอต่อไปครับ ซึ่งวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ก็ลงพื้นที่ ครม. สัญจรที่จังหวัดสงขลา ก็ได้อนุมัติเงิน เยียวยาเพิ่มเติมไปแล้ว ๓,๖๓๕ ล้านบาท แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีการกำหนดวันเวลาที่ชัดเจน ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน คนใต้เป็นคนชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากผมมาบอกว่า ช่วยฝากไปถามหน่อยว่าวันที่เท่าไร จะจ่ายเงินเมื่อไรนะครับ มาอ่าน Comment ดูครับ ในเฟสบุ๊กรอนานมากเลย ให้ประชาชนอย่างเราต้องหาข่าวเองแล้วก็เดือดร้อนนะครับ วันนี้ น้ำท่วม ๒ รอบแล้ว อีกท่านหนึ่งบอกว่าจะท่วมรอบ ๒ อีกแล้ว คิดถึงลุงตู่ก็มีนะครับ บอกอนุมัติ ครม. สัญจรไปแล้วแบบนี้ไม่ต้องรออนุมัติให้คนด่าเล่น ๆ ฟรี ๆ เปล่า ๆ นะครับ แล้ววันนี้น้ำท่วมแยกน้ำใจบ้านผม น้ำท่วมตรงแยกนี้เป็นรอบที่ ๒ แล้ว ซึ่งวันนี้เงินเยียวยา ก็ยังมาไม่ถึง ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมซ้ำซาก เส้นกาญจนวนิชที่พะตง จังหวัดสงขลา อย่างไร ก็ฝากกระทรวงคมนาคมด้วยตรงนี้ให้แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากบริเวณนี้ด้วย ๒ เรื่องครับ ๑. เรื่องกำหนดวันเวลาให้ชัดเจนว่าจะให้เมื่อไร ๒. แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากให้คนสงขลา บ้านผมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านณรงเดช อุฬารกุล เชิญครับ

นายณรงเดช อุฬารกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสภาแห่งนี้ได้มีการพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ปัญหาข้าวที่มีราคาตกต่ำ ในวันเดียวกันคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์เองก็ได้มี การประชุมปัญหาดังกล่าว โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับฟังความต้องการของ พี่น้องชาวนานะครับ แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เราพูดจากันจะไปไม่ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ เพราะว่ามติของ คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาดที่ออกมาพี่น้องชาวนา สะท้อนกลับมาว่าเอื้อประโยชน์ต่อนายทุนและชาวนาไม่ได้ประโยชน์นะครับ ท่านประธานครับ ในวันนี้จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการผลิตอีกคณะหนึ่ง ซึ่งจะมีท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน ผมจึงอยากจะขอฝาก ๒ ข้อเสนอจากพี่น้อง ชาวนาไปยังคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวโดย ๑. ขอให้สนับสนุนชดเชยต้นทุนในการทำนาที่ สูงขึ้นจากนโยบายลดการเผาในภาคการเกษตรของรัฐบาลไร่ละ ๕๐๐ บาท ๒. ขอให้เยียวยา ชาวนาในพื้นที่ทุ่งรับน้ำในช่วงที่ต้องรับน้ำเดือนละ ๓๐๐ บาท

ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้าย ผมเห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาพูดว่าในอดีตนาปรังไม่เคยช่วยเลยเพราะถือว่าเราไม่ได้ส่งเสริมให้ปลูก และปีนี้ ปริมาณนาปรังเพิ่มกว่าเดิม ถ้าเราช่วยอย่างนี้ปีหน้าก็ต้องทำอีกหรือเปล่า ท่านรัฐมนตรี คงไม่ทราบว่าปีนี้รัฐบาลได้มีการส่งเสริมให้มีการทำนาปรังเพิ่มเติม โดยในการประชุม คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๗ ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ในฐานะ ประธานพร้อมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กรมชลประทานและกรมส่งเสริมการเกษตร ประชาสัมพันธ์ว่าปีนี้น้ำมีปริมาณที่สูงกว่าปกติ จึงเป็นข่าวดีของเกษตรกรที่จะมีการประกาศ พื้นที่ทำนาปรัง ๑๒ ล้านไร่ เพื่อให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวได้ทำนาปรังเพิ่มเติม ท่านประธานครับ สรุปว่าปีนี้ชาวนาทำนาปรังเพิ่มเติมเพราะรัฐบาลสนับสนุนนะครับ ดังนั้นรัฐบาลช่วยออกมา รับผิดชอบด้วย ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องหารือท่านประธานปัญหาของถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัด มหาสารคาม ๕ เรื่องด้วยกัน

๑. โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงท้องถิ่นพร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง จากบ้านหมี่ ตำบลเขวา-บ้านท่าตูม ตำบลท่าตูม ระยะทาง ๔.๙๗ กิโลเมตร ซึ่งถนนเส้นนี้ เชื่อมต่อสู่อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์

๒. โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงท้องถิ่นพร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ระยะทาง ๑๖.๒๔ กิโลเมตร จากบ้านหนองใหญ่ ตำบลแก่งเลิงจาน-บ้านหนองกุงเต่า ตำบลท่าสองคอน

๓. โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงท้องถิ่นพร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง จากบ้านโคกศรี ตำบลหนองปลิง บ้านกุดแคน-บ้านหนองอีดำ ตำบลหนองโน ระยะทาง ๕.๓ กิโลเมตร

๔. โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงท้องถิ่นจากบ้านนานกเขียน ตำบลหนองโน อำเภอเมืองมหาสารคาม-บ้านหนองโก ตำบลหนองโก อำเภอบรบือ ระยะทาง ๔.๖ กิโลเมตร

๕. โครงการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างถนนทางหลวงท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัย ถนนทางหลวงท้องถิ่น มค.ถ. ๑-๐๐๒๔ บ้านเขวาน้อย อำเภอบรบือ บ้านภูดิน บ้านหนองค่าย ตำบลโคกก่อ อำเภอเมืองมหาสารคาม ระยะทาง ๑๔ กิโลเมตร ถนนท้องถิ่น มค.ถ. ๑-๐๐๒ บ้านเชียงเหียน อำเภอเมืองมหาสารคาม-บ้านป่าแดง อำเภอแกดำ มค.ถ. ๑-๐๐๑ บ้านโนนเดื่อ- บ้านกุดแคน ระยะทาง ๗.๘ กิโลเมตร เป็นความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัด มหาสารคาม จึงขอให้สำนักงบประมาณได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อไปแก้ไขให้พี่น้อง ประชาชนโดยด่วนครับ ขอบคุณมากครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไป ท่านอวยพรศรี เชาวลิต ท่านทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เชิญท่านอวยพรศรี เชาวลิต ก่อนครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางอวยพรศรี เชาวลิต นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อวยพรศรี เชาวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๙ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันมีข้อหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก ปัญหาการจราจรบริเวณสี่แยกวัดโหนด ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอท่าศาลา ซึ่งบริเวณนี้เป็นพื้นที่ชุมชนแออัด มีตลาด มีโรงเรียน มีวัด มัสยิด เป็นพื้นที่ชุมชนมีรถวิ่งผ่าน ไปมาเป็นจำนวนมากทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่มีสัญญาณไฟจราจรค่ะ เรื่องนี้ดิฉัน ได้ติดตามอยู่เป็นประจำทราบว่าติดเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน ดิฉันได้ประสานไปยังกรมทางหลวง แล้วก็อยากเรียกร้องให้กรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัดจัดสรรงบประมาณ ดังกล่าวโดยเร็วที่สุดค่ะ

เรื่องที่ ๒ ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาค่ะ ได้เกิดน้ำท่วมหนักและท่วมขังเป็นเวลาหลายวัน ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศช่วยเหลือ เงินเยียวยา ๙,๐๐๐ บาท แต่ระยะเวลาขณะนี้ ๓ เดือนเข้ามาแล้วค่ะ ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา ๙,๐๐๐ บาทสำหรับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งขณะนี้ ๑๖๗,๗๒๐ ครัวเรือนที่รอคอยเงิน ๙,๐๐๐ บาทจากรัฐบาล ดิฉันอยากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องออกมาประกาศให้ประชาชนได้รับทราบว่าจะโอนเงินเยียวยา ๙,๐๐๐ บาทให้กับ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชวันไหนโดยเร็วที่สุดค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน จากพี่น้องชาวเมืองอยุธยาและบางบาลครับ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาครับ

๑. ไฟส่องสว่างทั่วเกาะเมืองอยุธยามืดมากครับ โดยเฉพาะเส้นทางหลัก อย่างถนนปรีดีพนมยงค์ และถนนคลองท่อครับ ซึ่งเป็นถนนเส้นทางท่องเที่ยวมีชาวต่างชาติ สัญจรเยอะมาก และเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุเพราะว่าไม่คุ้นกับเส้นทางครับ ขอฝากไปถึง อบจ. พระนครศรีอยุธยาเข้ามาสนับสนุนเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาด้วยครับ นี่ใจกลางเมือง อยุธยานะครับ ภาพถัดไปครับ

๒. ถนนป่าโทนบริเวณหน้าโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ถนนดาวอังคารนี้ไม่ได้ รับการแก้ไขมาอย่างยาวนานนะครับ พี่น้องประชาชนหลบหลุมกันไม่หวาดไม่ไหวแล้วครับ ขอฝากไปถึงเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาและ อบจ. พระนครศรีอยุธยาช่วยกันสนับสนุน งบประมาณครับ

๓. เสียงจากท่านนายกจตุรงค์ เสตางกูล ท่านนายก อบต.บ้านเกาะ ขอเร่งรัด โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งทรุด ป้องกันบ้านเรือนประชาชนบริเวณ หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพระนครศรีอยุธยา ฝากถึงกรมเจ้าท่าครับ

๔. ขอจัดทำเขื่อนป้องกันตลิ่งทรุด หมู่ที่ ๔ ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะบริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวย่าเต่าและโรงทำเตา ฝากถึงกรมโยธาครับ

๕. เสียงจากท่านนายกคำรณ ทานธรรม ท่านนายก อบต. บ้านใหม่ ขอเร่งรัด โครงการป้องกันเขื่อนตลิ่งทรุด หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา ป้องกัน บ้านเรือนจากประชาชนครับ ฝากถึงกรมโยธาธิการครับ

๖. ขอจัดทำเขื่อนป้องกันตลิ่งทรุด หมู่ที่ ๘ ตำบลกบเจา อำเภอบางบาล ฝากถึง กรมโยธาธิการ

๗. ข้อจัดทำเขื่อนป้องกันตลิ่งทรุด หมู่ที่ ๒ ตำบลบางหัก อำเภอบางบาล ฝากถึง กรมโยธาธิการ ทั้ง ๒ จุดนี้พี่น้องประชาชนนอนหลับไม่เต็มตื่นทุกครั้งไม่รู้ว่าจะถึงตาบ้านเขา เมื่อไรครับ

๘. มีโรงปลูกกัญชาส่งกลิ่นเหม็นและเหตุรำคาญทั่วชุมชน วัดป่าโค ตำบล บ้านเกาะ อำเภอพระนครศรีอยุธยา ตรงนี้มีโรงเรียนถึง ๑ แห่ง และมีศูนย์เด็กเล็กถึง ๒ แห่ง นี่คือผลมาจากนโยบายที่ไร้ความรับผิดชอบ ซึ่งไม่มีการขออนุญาตเพื่อปลูกกัญชาและ ควบคุมการปลูกครับ มีแต่การขออนุญาตเพื่อจำหน่ายเท่านั้น ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รีบเข้าไปจัดการโดยด่วนครับ

๙. มีรถบรรทุกจำนวนมากหนีด่านตาชั่งเข้าสู่ถนนชุมชนครับ ทางหลวง ๓๔๖๙ พาดผ่านตำบลบ้านป้อม ตำบลปากกราน ตำบลบ้านรุน เกิดเสียงดังทำถนนพังเกิดฝุ่น ในชุมชน ขอกรมทางหลวงแล้วตำรวจทางหลวงเร่งจัดการด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง วันนี้ขอร่วมหารือกับท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่อง อ.เอท ตั้งชื่อเรื่อง ๓ เรื่องว่า เผาติดมันส์

เผาคือเรื่องแรกครับ แปลว่าการเผา ไม่ว่าจะเป็นการเผาในพื้นที่เอกชน เผาในพื้นที่สาธารณะ เผาแม้กระทั่งติดกับถนน เผาในเรื่องของเผาหญ้า เผาการเกษตร แล้วก็เผาทุกอย่างนะครับ ทุกพื้นที่นี้ต้องเรียนไม่ว่าจะเป็นพื้นที่มีนบุรี พื้นที่สะพานสูง พื้นที่ คลองสามวาของ ส.ส. พิมพ์และหลาย ๆ พื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ตะวันออกเผากันเยอะจริง ๆ ครับ แล้วกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. การเผานี้ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ที่ป้องกันและปราบปราม เรื่องของสาธารณภัย พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับการทำสาธารณสุข พ.ร.บ. จราจร แล้วก็ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ รวมถึงประมวลกฎหมายอาญามีความผิดตั้งแต่ปรับ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ไปจนถึงปรับเป็นแสนก็มี ติดคุกตั้งแต่ ๑ เดือนไปยังติดคุก ๕ ปี ๗ ปีก็มีครับ แต่ก็ยังมีการเผาอยู่ ก็ขออนุญาตวิงวอนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝากท่านประธานไป ไม่ว่า จะเป็นตำรวจหรือเขตต่าง ๆ อปท. ช่วยกันปราบปรามสิ่งนี้ เพราะว่าฝุ่น PM2.5 นี้เป็นเรื่อง ของวาระแห่งชาติจริง ๆ นะครับ

เรื่องที่ ๒ นอกจากเผาแล้วติดครับ คืออะไรครับ คือรถติดครับ รถติดตรง ถนนกาญจนาภิเษก สาย ๙ ตรงบริเวณซีรอ เมื่อก่อนเคยเป็น ๒ เลน แบบ One Way ตอนนี้ กลายเป็นเรื่องของการสวนไปสวนมาถนนแคบมากครับ ก็ขอให้กรมทางหลวงแผ่นดินช่วย อนุมัติงบสักนิดหนึ่งในการขยายถนนให้กว้างขึ้นจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งเรื่องของติด

ส่วนมันส์ มันส์คืออะไรครับ มันส์ก็คือในพื้นที่ของตะวันออก พื้นที่ อ.เอท สะพานสูง มีนบุรี โดยเฉพาะมีนบุรีมีการทำคอนเสิร์ต ขอคอนเสิร์ต ขอทางตำรวจให้อนุญาต คอนเสิร์ตปุ๊บก็ไม่เกินสี่ทุ่มบ้าง สุดท้ายแล้วก็เป็นอย่างไรครับ เที่ยงคืนก็ยังคงมันส์กันอยู่ แต่ประชาชนได้รับผลกระทบเรื่องของเสียงเป็นอย่างสูงครับ เพราะฉะนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ ทุกท่านช่วยกันกวดขันด้วยนะครับ

สุดท้ายขออีก ๑ เรื่องครับท่านประธาน ทางพี่ ๆ น้อง ๆ ตำรวจของรัฐสภา เรา แล้วก็ทางแม่บ้านบอกว่ายุงเยอะมากครับท่านประธาน อย่างไรก็ช่วยกันปราบยุงในรัฐสภา ของเราด้วย อ.เอท ขออนุญาตวิงวอนอย่างสูงที่สุด ขอบคุณท่านประธานครับ Respect

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ๓ ท่านนะครับ ท่านเทียบจุฑา ขาวขำ ท่านกิตติ กิตติธรกุล ต่อด้วยท่านศุภโชค ศรีสุขจร เชิญท่านเทียบจุฑา ขาวขำ ครับ

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในอำเภอนายูง อำเภอน้ำโสม อำเภอบ้านผือ มาหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้

เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากท่านสกุลรัตน์ อุ่นเที่ยว สจ. อำเภอนายูง และร้องเรียนจากนายพีระพงษ์ เถระ ชาวบ้านเพิ่ม หมู่ที่ ๗ ตำบลนาแค อำเภอนายูง เนื่องด้วยพี่น้องไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาได้ใช้ ตอนนี้ทำความเดือดร้อนให้ครอบครัวนี้แล้วก็ พี่น้องที่อยู่ใกล้เคียงว่าไม่มีน้ำประปาใช้ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องก็คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้วก็การประปาด้วยของกระทรวงมหาดไทย ช่วยดำเนินการช่วยเหลือด้วย

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจาก สจ. อัมพร นนทพันธ์ และท่านนายกประเจน เทศบาลตำบลน้ำโสม ว่าถนน ๒๓๔๘ ซึ่งเขาเรียกว่าถนนแห่งการท่องเที่ยวเชิงธรรมะ ช่วงหน้า โรงพยาบาลน้ำโสมไปจนถึงสามแยกเทศบาลตำบลนางัวเป็นถนนที่คับแคบ แล้วก็เกิดปัญหา อุปสรรคในเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ แล้วถนนเส้นนี้จะมีพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่เดินทางสัญจรไปมาผ่านเส้นนี้ เพราะบางท่านก็ไม่ทราบเส้นทาง พอทางโค้งทางคับแคบ ก็เกิดอุบัติเหตุไฟฟ้าส่องสว่างก็ไม่มี จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ช่วยเข้ามาแก้ปัญหาและขยายถนนพร้อมไฟฟ้าส่องสว่างเส้นนี้ด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๓ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ว่าได้ของบประมาณก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียซึ่งชำรุดมาหลายปีแล้วใช้งาน ไม่ได้ ได้ของบประมาณมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๖ จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแล้วก็ ใช้งานไม่ได้ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงสาธารณสุข ได้เข้ามาจัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียให้กับโรงพยาบาล บ้านผือด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านกิตติ กิตติธรกุล เชิญครับ

นายกิตติ กิตติธรกุล กระบี่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ผมมีเรื่อง หารือท่านประธาน ๑ เรื่องที่สำคัญยิ่งเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในหลากหลาย พื้นที่ของจังหวัดกระบี่ สืบเนื่องจากสภาพปัญหาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศจากภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นทุกปี ส่งผลให้ฤดูกาลต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย เกิดเหตุการณ์ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลา นานขึ้น แหล่งน้ำดิบไม่เพียงพอ ประกอบกับจังหวัดกระบี่นั้นมีการเติบโตการขยายตัว ทางด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างมากทั้งการก่อสร้าง การค้าขาย ภาคการเกษตร การท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง หลังสถานการณ์โควิด-๑๙ ได้คลี่คลายลงอัตราการเติบโต ของนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาในจังหวัดกระบี่มีเพิ่มมากขึ้นอย่างทวีคูณ รวมถึง ภาคการเกษตรพื้นที่เกษตรกรมีการปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้นานาชนิดทำให้มีความ ต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคเพิ่มมากขึ้นทุกปี ปัจจุบันผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้ร่วมกัน บูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้น กระผมขอขอบคุณ ท่านซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ได้เร่งพิจารณาและอนุมัติ Plant Mobile เคลื่อนที่เพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้น จำนวน ๓ เครื่อง ณ บริเวณคลองสน คลองอินทนิล และคลองหวายเล็ก ขอขอบคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ที่ได้อนุมัติ งบประมาณโครงการฝายมีชีวิตตามแนวพระราชดำริของพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ได้ ทรงพระราชทานไว้นำมาสร้างฝายชะลอน้ำในลำคลองต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองของ การประปาส่วนภูมิภาค แต่อย่างไรก็ตามทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ได้ร้องขอ งบประมาณ ๕๐ ล้านบาทในการขุดสระสร้างแก้มลิงในพื้นที่สาธารณะ จำนวน ๙๔ ไร่ ณ บ้านหนองกก ตำบลทับปริก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เพื่อกักเก็บน้ำที่ไหลลงสู่ทะเล ปีละกว่า ๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตรไว้เป็นแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้ในหน้าแล้งที่มีความรุนแรงขึ้นทุกปี จากการประชุมร่วมกันของทุกภาคส่วน กระผมจึงใคร่ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นโครงการงานวางท่อน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำคลองแห้งถึงสถานีผลิตน้ำ ตลาดเก่าเพื่อเพิ่มน้ำต้นทุน โครงการฝนเทียมเพื่อแก้ไขวิกฤติเบื้องต้น โครงการขุดลอกคลอง เพื่อเพิ่มปริมาณในการกักเก็บน้ำ จึงขอฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานดังกล่าว พิจารณาเร่งรัดจัดสรรงบประมาณโดยเร่งด่วนต่อไปเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่และช่วยเหลือพี่น้องชาวเกษตรกร ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับท่านญาน บาร์ตอเช็ก (Mr. Jan Bartosek) รองประธานสภาผู้แทนราษฎรสาธารณรัฐเช็กและคณะทุกท่านนะครับ ต่อไปท่านศุภโชค ศรีสุขจร เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศุภโชค ศรีสุขจร นครปฐม

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภโชค ศรีสุขจร ผู้แทนราษฎรนครปฐม เขต ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ผมขออนุญาต ปรึกษาหารือกับท่านประธานอยู่ด้วยกัน ๓ เรื่องครับ

เรื่องแรก เนื่องจากผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากท่านนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลตลาดจินดา ท่านนายกขวัญใจ เขียวอ่อน ท่านเองได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ รวมไปถึงผู้นำท้องถิ่นผู้นำท้องที่ เรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งบริเวณ ปากทางแยกวัดสะแกรายจากสถิติจะเกิดเหตุประมาณ ๕ ครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากถนน เส้นนี้รถโดยสารส่วนมากใช้ความเร็วที่ค่อนข้างสูงครับ ประกอบกับผิวทางจราจรแล้วก็ไฟฟ้า ส่องสว่างชำรุดเสียหายในหลายช่วง ผมจึงอยากนำเรียนท่านประธานไปยังท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดนครปฐม และผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนครปฐมช่วยจัดสรรงบประมาณในการ ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณปากทางแยกวัดสะแกราย พร้อมทั้งปรับปรุงผิวทางและไฟฟ้า ส่องสว่างบนถนน ทล. ๓๗๐๓ สายยกกระบัตร-บ้านแพ้ว เพื่อความปลอดภัยแก่พี่น้อง ประชาชนชาวตำบลตลาดจินดาและพี่น้องที่สัญจรไปมาครับ

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านกำนันพิชัย จรดล และท่านนายก นฤนารถ น้อยพิทักษ์ รวมไปถึงพี่น้องประชาชนชาวตำบลบางช้างและตำบลบ้านใหม่เกี่ยวกับ สภาพถนนที่เสียหายจากน้ำท่วมขังและเกิดน้ำท่วมขังอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ทำให้พี่น้องสัญจรไปมาบนถนน นฐ. ๑๐๓๔ แยกทางหลวงหมายเลข ๔ บ้านสวนผัก เชื่อมต่อวัดเทียนดัดได้รับความเดือดร้อนในการสัญจรเป็นอย่างมากครับ จึงอยากนำเรียน ท่านประธานไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบท จังหวัด นครปฐม ช่วยจัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงสภาพถนนและยกระดับพื้นทางก่อนที่จะถึง ช่วงฤดูฝนหลากครับ

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน พี่น้องชาวตำบลดอนยายหอม หมู่ที่ ๗ มีความประสงค์ที่จะใช้น้ำประปาภูมิภาค แต่ค่าใช้จ่ายในการขยายเขตนั้นเกินศักยภาพของ พี่น้องประชาชนครับ จึงอยากนำเรียนท่านประธานไปยังท่านผู้จัดการประปาภูมิภาค ช่วยจัดสรรงบประมาณในการขยายเขต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ชาวดอนยายหอมครับ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปนะครับ ท่านวรวิทย์ บารู ต่อด้วยท่านวุฒินันท์ บุญชู และท่านสหัสวัต คุ้มคง เชิญอาจารย์วรวิทย์ บารู ครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ ปัตตานี เมื่อสัปดาห์ก่อนโน้นก็มีคณะผู้บริหาร การศึกษา บุคลากรทางการศึกษา ของจังหวัดปัตตานี ได้มาหารือเกี่ยวกับเรื่องอาคาร เสมาตานี เพราะสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ไม่สามารถจะใช้การได้ หอประชุมนี้สร้างขึ้นมา ด้วยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางการประชุม จัดกิจกรรมต่าง ๆ การอบรม สัมมนา ขณะที่ อาคารเหล่านี้ยังไม่ได้ใช้เพราะว่ายังขาดอุปกรณ์อีกหลายอย่าง จริง ๆ แล้วอาคารนี้ก็มีไว้เพื่อ หน่วยงานต่าง ๆ ใช้ อย่างเช่นว่าการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสถาบันการศึกษา ปอเนาะ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ ๓ จังหวัด ๔ จังหวัดชายแดนใต้นี้ รวมทั้งตาดีกาด้วย แต่ว่า เมื่อเป็นเช่นนี้กลัวว่าจะเป็นอย่างที่เคยเกิดขึ้นครับท่านประธาน ในปัตตานีมีอาคาร หลายอาคารที่สร้างขึ้นมาด้วยงบประมาณที่จำนวนพอสมควรแต่ไม่อาจที่ใช้งานได้ ปล่อยทิ้ง ร้างไว้อย่างนั้น กลัวว่าอาคารเสมาตานีนี้เพียงแค่งบประมาณ ๕ ล้านกว่าบาทที่ทางบุคลากร เหล่านี้ได้ไปวางไว้ก็คือต้องการที่จะมีโต๊ะในหอประชุม มีระบบแสง เสียง ระบบอะไร ในห้องประชุมเพื่อให้ใช้ศักยภาพนี้ได้อย่างเต็มที่ แต่ก็มิอาจจะดำเนินการได้ในขณะนี้ เพราะยังขาดงบประมาณที่จะซื้ออีกประมาณ ๕,๒๓๖,๖๐๖ บาท ตัวเลขอันนี้ผมก็ได้เอามา จากที่ทางศึกษาธิการจังหวัดนะครับ เพราะฉะนั้นจึงเรียนท่านประธานให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คำนึงถึงอาคารที่มีอยู่แล้วก็จะร้างในต่อไปให้ใช้ประโยชน์ให้ได้ เพราะเพียงแค่ ๕ ล้านกว่าบาท เท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปนะครับ ท่านวุฒินันท์ บุญชู เชิญครับ

นายวุฒินันท์ บุญชู สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน สืบเนื่องจากอำเภอบางพลีเป็นชุมชนเมือง อันประกอบไปด้วยโครงการบ้านจัดสรร หน่วยงานราชการและสถานศึกษาเป็นจำนวนมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นและเป็นปัญหาหลัก ในอำเภอบางพลีก็คือปัญหาเรื่องการจราจร โดยเฉพาะถนนบางพลี-กิ่งแก้ว บริเวณช่วง ทางออก กม. ที่ ๑๒ ซึ่งเป็นช่วงที่ออกถนนบางนา-ตราด หรือชาวบ้านเรียกกันว่า ช่วงหน้าโรงเรียนเตรียมปริญญานุสรณ์มีลักษณะเป็นคอขวด คือผิวการจราจรจาก ๔ เลน ลดลงเหลือ ๒ เลน จากผลการจราจรในขั้นนี้ทำให้ปัญหาการจราจรในพื้นที่นี้ติดขัด บางครั้ง ในช่วงเวลาเร่งด่วนท้ายแถวห่างเป็นกิโล ๆ ก่อนที่จะออกถนนบางนา-ตราด ต้องใช้เวลาถึง ประมาณ ๒๐ นาที จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ผมอยากจะเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะแขวงการทางจังหวัดสมุทรปราการ ครจ. หรือคณะกรรมการจราจรจังหวัด สมุทรปราการ อบจ. ท้องที่ ท้องถิ่น ได้นำปัญหานี้เข้ามาร่วมกันพิจารณาและหาแนวทางแก้ไข อย่างเป็นรูปธรรม ยกตัวอย่างเช่น การทำสะพานทางเบี่ยงเลียบคลองชวดลากข้าว ซึ่งมี ระยะทางประมาณ ๒๘๐ เมตรเพื่อออกสู่ถนนบางนา-ตราด อีกช่องทางหนึ่ง แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ปัญหาเหล่านี้อยากจะให้ อบจ. เป็นเจ้าภาพหลักในการศึกษาออกแบบ และขับเคลื่อนถึงความเป็นไปได้ของโครงการที่จะหาทางช่วยแก้ปัญหาการจราจรของอำเภอ บางพลี เพราะฉะนั้นอยากฝากเรื่องนี้ไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะองค์การ บริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ก็คือ อบจ. อยากให้เป็นเจ้าภาพในการแก้ปัญหาการจราจร ของอำเภอบางพลีอย่างเป็นรูปธรรมครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสหัสวัต คุ้มคง เชิญครับ

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ บ่อวิน บึง เขาคันทรง หนองขาม วันนี้ผมขอปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรก ขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เรื่องปัญหาการจัดเก็บขยะในพื้นที่ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนบ่นกันมาอย่างมากมายว่า การจัดเก็บขยะนั้นไม่เป็นเวลา ไม่เป็นระบบ บางอาทิตย์ล้นถังมาแล้วก็ยังไม่มีการจัดเก็บ อันนี้ขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ให้เร่งแก้ไขนะครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องสำนักงานประกันสังคม ท่านประธานครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเราจะเห็นการพูดถึงสำนักงานประกันสังคมการบริหารงานต่าง ๆ ในโลก ออนไลน์และในหน้าสื่อต่าง ๆ เยอะแยะมากมายนะครับ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ มาก ๆ ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานประกันสังคม ๒ ประเด็นครับ

เรื่องแรก การบริหารจัดการการบริการต่าง ๆ ของสำนักงานประกันสังคม อยู่ภายใต้การทำงานโดยพนักงานราชการ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นคนที่ทำงานหนักที่สุดในสำนักงาน ประกันสังคม แล้วคอยให้บริการกับผู้ประกันตนโดยตรง ผมว่าคนกลุ่มนี้กลับเป็นพนักงาน ราชการที่ไม่มีสวัสดิการอะไรรองรับเทียบเท่าข้าราชการ และมีความพยายามผลักดัน เงินบำนาญให้กับกลุ่มพนักงานราชการเหล่านี้ ซึ่งได้มีการผลักดันไปแล้วเมื่อตอนปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ปรากฏว่ากรมบัญชีกลางคัดค้านครับ ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยัง กรมบัญชีกลางให้พิจารณาเรื่องนี้ใหม่ครับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ถ้าเราอยาก เพิ่มศักยภาพในการให้บริการของสำนักงานประกันสังคม คนทำงานก็ต้องมีคุณภาพชีวิต ที่ดีก่อนนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องสำนักงานประกันสังคมเช่นเดียวกันครับ อย่างที่ ทุกท่านเห็นว่าการพูดถึงสำนักงานประกันสังคมที่ผ่านมาค่อนข้างเป็นไปในทางแง่ลบ เราเห็น Comment มากมายบอกว่าประชาชนจำนวนมากก็ไม่อยากส่งประกันสังคมแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่นะครับ กองทุนประกันสังคมเป็นกองุทนประกันที่ดีที่สุดในประเทศไทย แต่ปรากฏว่าวันนี้ความเชื่อมั่นไม่เกิดครับ ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบสำนักงานประกันสังคมว่าที่ผ่านมา มีการดำเนินงานอย่างไร แล้วมาออกแบบร่วมกันว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ในกองทุนประกันสังคมอย่างไรครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านทศพร เสรีรักษ์ ท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี ท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญท่านทศพร เสรีรักษ์ เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะเข้าเรื่องปรึกษาหารือ ผมอยากจะขอขอบคุณท่านประธานนิดหนึ่งว่าการปรึกษาหารือท่านประธานในสภาของเรา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อ ๒ ๓ สัปดาห์ก่อนที่ผมได้ปรึกษาหารือท่านประธานไป ก็ได้ผลตอบรับเป็นที่ดีทุกเรื่อง อย่างเช่น เรื่องน้ำท่วมที่จังหวัดแพร่ในเขตเทศบาล เงินเยียวยาไปถึงล่าช้า พอปรึกษาท่านประธานปั๊บก็ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี เงินจะจ่ายภายใน ๒ ๓ วันนี้

เรื่องต่อไปก็คือเรื่องสามแยกเวียงทองที่ผมก็ได้ปรึกษาท่านประธาน เหมือนกัน ก็ได้รับการตอบสนองจากแขวงการทางแพร่จากท่านรองสุภาพ สมดี ที่ทำการ เร่งรัดอย่างเต็มที่เลย

เรื่องที่ผมหารืออีกเรื่องหนึ่งเมื่อ ๒ ๓ สัปดาห์ที่แล้วก็คือเรื่องของการบุกรุกป่า ปลูกทุเรียน ไม่ใช่มีแต่ภาคตะวันออกนะครับ ที่จังหวัดแพร่ก็มี ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ไปที่จังหวัดแพร่ พอดีผมไม่มีโอกาสได้ไปพูดคุยกับท่าน เพราะผมมีงานของกรรมาธิการ การสาธารณสุขที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ไม่ทราบว่าท่านได้ติดตามกำชับเจ้าหน้าที่ เรียบร้อยหรือยัง อันนี้เมื่อสักครู่เป็นภาพไฟป่าที่จังหวัดแพร่ อันนี้เป็นเส้นทางหลัง พระธาตุช่อแฮ ซึ่งวันที่ ๕-๑๓ มีนาคมนี้จะมีงานพระธาตุ ปีสองปีที่ผ่านมาได้ทุกปีมีไฟไหม้ และงานพระธาตุช่อแฮเต็มไปด้วยควันคละคลุ้ง มี PM2.5 เต็มไปหมด อยากจะให้ทาง ราชการกำชับให้ดีที่จะป้องกันไฟป่า ท่านภูมิธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีแนวคิดที่จะให้ทหารไปลาดตระเวน ผมว่าถ้าจะดีกว่านั้นก็ให้ทหารไปฝึกกันในช่วงนี้ ไม่ว่า จังหวัดแพร่หรือจังหวัดไหนที่จะไปควบคุม แทนที่รอที่จะดับไฟป่าก็ไปป้องกันไม่ให้ไฟป่า เกิดขึ้น กีฬาของ อสป. กีฬาของตำบลหรืออะไรต่ออะไรตอนนี้ในช่วง PM2.5 ก็ควรจะ หลีกเลี่ยง

ส่วนเรื่องสุดท้ายที่น่าเป็นห่วงครับท่านประธาน ก็คือเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อ ๒-๓ วันก่อนผมไปที่จังหวัดบุรีรัมย์ไปเยี่ยมเด็กที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้วก็มีปอดอักเสบ มีเด็ก ป. ๖ มีเด็ก ม. ๒ เป็นที่น่ากลัว แล้วก็ปรากฏว่าผู้ปกครองเขาก็ปรึกษามาบอกว่าคุณหมอ ช่วยกำชับให้สภาให้รัฐบาลดูแลอย่างจริงจังหน่อย ผมก็มามองดูว่าที่สภาเราถ้าเราจะจริงจัง กับเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าในหมู่ประชาชน เราต้องจริงจังกับการสูบบุหรี่ในสภาผู้แทนราษฎรด้วย ก็ต้องขอเร่งรัดท่านประธานที่จะจัดหาที่สูบบุหรี่ให้เป็นกิจจะลักษณะเสียที แล้วก็ต้อง ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารที่ท่านได้เร่งกำชับรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายที่จะ เอาจริงเอาจังกับบุหรี่ไฟฟ้า ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณต่อไปท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี เชิญครับ

นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน วันนี้ ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนมาหารือเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข ๓ เรื่องดังนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก จากเหตุการณ์ดินสไลด์ในพื้นที่ ตำบลกะรนในช่วงเดือนกันยายน ๒๕๖๗ มีผู้เสียชีวิต ๑๓ ราย ผ่านมาแล้ว ๖ เดือน ประชาชนที่อาศัยอยู่ในซอยปฏัก ๒ แล้วซอยปฏัก ๘ ยังคงไม่ได้รับค่าชดเชยประกอบกับ ความล่าช้าในการดำเนินคดีหลังจากผู้ได้รับผลกระทบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้ง ดำเนินคดีต่อเอกชนที่ประกอบการบนเทือกเขานาคเกิดตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๖๗ ปัจจุบัน คดีใกล้หมดอายุความแล้วครับ และประชาชนยังคงติดตามการวางแผนรับมือมาตรการ ดินถล่มในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึงจากทางภาครัฐ ประชาชนยังเกิดความหวาดกลัว จึงขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการป้องกันดินถล่มที่อาจจะเกิดซ้ำ รวมถึงเร่งรัดการทำคดี และจัดทีมงานประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด ฝากท่านประธานหารือไปยัง กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เกิดฝนตกหลายวันที่ผ่านมา ทำให้ดินทรายสะสมอยู่ในคูระบายน้ำ ประกอบกับบางจุดคูคลองตามธรรมชาติมีความตื้นเขินส่งผลกระทบในการระบายน้ำได้ช้า มีแนวโน้มอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมขัง จึงขอให้ทุกท้องถิ่นขุดลอกคูคลองและพื้นที่ ความรับผิดชอบ รวมไปถึงคูระบายน้ำของแขวงทางหลวงภูเก็ต วางแผนรับมือฤดูฝนที่กำลัง จะมาถึงเพื่อป้องกันน้ำท่วม ลดผลกระทบความเป็นอยู่ของประชาชน ฝากท่านประธาน หารือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แขวงทางหลวงจังหวัดภูเก็ตครับ

เรื่องสุดท้าย ด้วยความเติบโตของจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว ระดับโลก แต่ปัญหาขยะยังคงเป็นปัญหาใหญ่ แม้ว่าทางเทศบาลนครภูเก็ตบริหารจัดการ ขยะอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อลดขยะที่ตกค้างด้วยปริมาณขยะที่เข้ามากว่า ๑,๓๐๐ ตันต่อวัน ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ชุมชนสะพานหิน ตำบลวิชิต ได้รับผลกระทบอย่างหนักในเรื่อง ของกลิ่นและการสะสมของภูเขาขยะ หลายคนเป็นโรคภูมิแพ้ โรคผิวหนัง ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหาพื้นที่สร้างเตาเผาแห่งใหม่ ลดการกระจุกตัวและปริมาณขยะของเตาเผาขยะ เทศบาลนครภูเก็ตครับ ฝากท่านประธานหารือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ขออนุญาตเข้าประเด็น เลยนะครับท่านประธาน เคหะทุ่งสองห้อง แล้วก็สำนักระบายน้ำเขามีการไปรื้อสะพานคลอง เปรมประชากรซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรของประชาชนย่านนี้ของสตรีเหล็กพัฒนา พอรื้อไปแล้ว เขาจะสร้างใหม่ให้ ก็ฝากกำชับด้วยว่าช่วยสร้างสะพานด้วยเพราะว่าประชาชนเดือดร้อน ปกติเขาจะต้องใช้เส้นทางนี้ทะลุมาเคหะเพื่อที่จะใช้บริการสาธารณะในการต่อรถไฟฟ้า ต่าง ๆ นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าทางเท้าซึ่งเป็น Footpath บริเวณถนนสงค์ประภา ตั้งแต่โอโซนวันจนถึงวัดสีกันสภาพเป็นคลื่นแบบนี้ครับ นอกจากถนนคลื่นแล้ว ที่นี่ก็มี Footpath คลื่น ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลด้วย เพราะว่าร้องเรียนไปใน Fondue นาน ๑ ปีแล้วยังไม่แก้ไข

ต่อไปท่านประธานครับ ก็คือกรมขนส่งทางบกและ ขสมก. ช่วยตรวจสอบ รถ Minibus ที่วิ่งทับเส้นทางบริเวณป้ายรถเมล์ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ตรง คปอ. ด้วย ซึ่งมี Mafia คอยคุ้มกันอยู่นะครับ

ประเด็นถัดไป ก็คือว่ามีจุดกลับรถบริเวณคลังน้ำมันริมถนนวิภาวดีรังสิต Barrier ที่กันรถตกลงไปในคู ก็ฝากขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยตรวจสอบและ ประสานงานแก้ไขด้วยครับ

ประเด็นที่ ๕ เรื่องของการลักลอบเผาขยะบริเวณชุมชนใกล้เคียงส่งผลให้เกิด ควันฟุ้งกระจายมีกลิ่นเหม็นไปยังชุมชนหมู่บ้านแกรนด์คาแนล แล้วก็นิรติดอนเมือง ก็ขอให้ ทางกรุงเทพมหานครส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการตรวจสอบ แล้วก็กวดขันพื้นที่ดังกล่าวเป็น พิเศษเพื่อป้องกันการลักลอบเผาขยะ

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมได้รับข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับ การระบาดของยาเสพติดบริเวณหลังเคหะดอนเมือง ขอให้สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปตรวจสอบ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ๓ ท่าน ท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ท่านนพพล เหลืองทองนารา ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร เชิญท่านไชยามพวานก่อนครับ

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่ เคารพ ผม ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน ท่านประธานขอสไลด์ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ทางผมนั้นได้เอาเข้ามาปรึกษาหารือในรัฐสภา ก็คือปัจจุบันนายเอ นามสมมุติ ที่ถูกหลอกลวงไปทำงานเว็บพนันที่ปอยเปตนั้นวันนี้น้องกลับมาได้แล้วครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นกระบวนการรัฐสภาส่วนหนึ่ง แล้วก็เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่ง วันนี้ต้องขอบคุณอีกหนึ่งแรงก็คือ ทาง สน. เตาปูน ที่เข้าไปช่วยเหลือน้องอีกแรงหนึ่ง เพราะว่าจังหวะนั้นน้องได้เอาตัวเอง มาอยู่แถวสถานีรถไฟบางซื่อ แล้วก็มีพลเมืองดีนั้นเข้าช่วยเหลือ แล้วผมก็เป็นกระบอกเสียง อีกหนึ่งแรง แล้วก็มีทางตำรวจนั้นเข้าช่วยเหลืออีกแรง อันนี้เป็นผลงานการปรึกษาหารือของ รัฐสภาต้องขอบคุณจริง ๆ ครับ

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

แล้วอีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ก็คือเรื่องของการขอใบส่งตัวของ สิทธิบัตรทอง ๓๐ บาท อันนี้เป็นปัญหาสำคัญมาก ท่านประธานวันนี้เราหลายคนอาจจะยัง ไม่ใช้เรื่องของบัตร ๓๐ บาท วันนี้ขอเป็นปากเสียงอีกหนึ่งแรงครับ ผมจะอ่านให้ฟังคือ คุณปูอัดครับ นี่ประชาชนพูดมา เรามีเรื่องเดือดร้อน พอดีวันนี้คุณพ่อเราตรวจพบโรคที่ต้อง รีบรักษาด่วน แล้วเราก็เดินทางจากเทียนทะเลไปแถวเซ็นทรัล พระราม ๒ เพื่อขอใบส่งตัว คุณพ่อไปที่ศิริราช แต่ปรากฏว่าคลินิกใกล้บ้านใกล้ใจ ทางคลินิกก็บอกว่าสิทธิเต็มแล้ว เขาก็ตั้งคำถามว่าทำไมวันหนึ่งมีแค่ ๔๐ คนเท่านั้น แล้วถ้าป่วยหนักแบบนี้ต้องรอกระบวนการ ขอสิทธิตรงนี้ แล้วคุณพ่อเขาจะไม่เสียชีวิตก่อนหรือ อันนี้เป็นปัญหาที่หนักหนามากครับ ท่านประธาน วันนี้ก็มีประกาศมาให้ดูครับ ประกาศนี้ก็บอกเหมือนกันว่า ต้องมีใบส่งตัวจาก บริการปฐมภูมิก่อนพร้อมบัตรประชาชน เห็นไหมครับท่านประธาน วันนี้แค่เขาไปต่อคิว ตั้งแต่เช้าเดินทางก็สามร้อยสี่ร้อยบาทแล้ว และปรากฏว่าก็ไปโรงพยาบาลไม่ได้อีก อันนี้เป็น ปัญหาโครงสร้างขนาดใหญ่ ฝากท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรื่องนี้ ถ้าแก้ไขได้เราจะปกป้องประชาชน ชีวิตของผู้เฒ่าผู้แก่ได้อีกจำนวนมาก ขอบคุณมากครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพพล เหลืองทองนารา ครับ

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ท่านครับ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะหารือมีอยู่ ๒-๓ ประการนะครับ

ประการแรก ก็คือว่าขอให้ท่านประธานช่วยส่งเรื่องไปที่กรมทางหลวงชนบท ได้ตรวจสอบในเรื่องเกี่ยวกับท่อเหลี่ยมลอดถนนที่จะนำน้ำทางการเกษตรไปให้พี่น้องเกษตรกร ในด้านทิศเหนือของถนน หมายเลข พร. ๔๐๔๑ ซึ่งมีปัญหาในเรื่องของน้ำมาหลายปีแล้ว แล้วก็ได้รับทราบข่าวมาว่าทางกรมทางหลวงชนบทได้อนุมัติโครงการจำนวน ๒๐ ล้านบาท ในการก่อสร้างท่อระยะทาง ๑๒๐ เมตรตรงนี้เรียบร้อยแล้ว แต่ผลปรากฏว่าได้รับทราบข่าวมา เมื่อนี้ มีผู้นำบอกมาว่างบต่าง ๆ ที่ได้อนุมัติสำหรับโครงการนี้ได้ถูกนำไปใช้ในโครงการ อื่นแล้ว ส่วนในโครงการนี้ก็จะขอให้เอาเป็นท่อซึ่งเป็นท่อกลมธรรมดา ซึ่งดูแล้วไม่ตรงกับที่ ตกลงกับพี่น้องราษฎรไว้ ก็ขอให้ท่านได้ตรวจสอบ แล้วก็รีบนำงบประมาณได้ตกลงกัน ซึ่งดำเนินการกว่าจะได้งบนี้มาหลายปีได้กลับมาคืนพี่น้องเกษตรกรแล้วก็พี่น้องประชาชน ที่อยู่ในบ้านบึงธรรมโรง หมู่ที่ ๑๐ ด้วยนะครับ

ประการที่ ๒ เรื่องของฌาปนกิจสงเคราะห์ ธ.ก.ส. ขอให้ทางกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้เข้าไปดูแล เพราะว่าตอนนี้ฌาปนกิจสงเคราะห์ ธ.ก.ส. หลาย ๆ ที่ในจังหวัดพิษณุโลกก็มีทั้งอำเภอพรหมพิราม ทั้งอำเภอวัดโบสถ์ และหลาย ๆ อำเภอนี่ทางกระทรวงขอให้ได้เข้าไปตรวจสอบเพราะมันมีปัญหา จะเป็นปัญหาในเรื่องของ การบริหารงานหรืออย่างไรผมก็ไม่แน่ใจนะครับ แต่มีเรื่องอย่างนี้มานานแล้ว แล้วก็ไม่มี หน่วยงานไหนเข้าไปดูแลเลยนะครับ ผมขอให้ทางกระทรวง พม. ซึ่งทำไมถึงระบุไปเป็น กระทรวง พม. เพราะว่ามันมี พ.ร.บ. ฌาปนกิจสงเคราะห์ เมื่อปี. ๒๕๔๕ ได้ใช้เกี่ยวกับเรื่อง ของฌาปนกิจสงเคราะห์ แล้วก็มีกฎกระทรวงของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ในการควบคุมดูแลในเรื่องฌาปนกิจสงเคราะห์นะครับ

ประการที่ ๓ เรื่องของข้าว วันนี้เช้ามีการประชุมของอนุกรรมการนโยบาย ข้าวแห่งชาติ ด้านการผลิตซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเรื่องปุ๋ย เรื่องการเผาฟางทั้งหลาย แล้วบ่ายก็จะ มีการประชุมของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ผมและผู้แทนทุก ๆ คน แล้วก็พี่น้อง เกษตรกรหวังว่ามติของ นบข. ที่จะออกมาในบ่ายวันนี้ขอให้เป็นมติที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง มากที่สุด แล้วที่สำคัญคือขอให้รวดเร็วแล้วก็มีความเป็นธรรมอย่าให้ยุ่งยากในกรรมวิธี ทั้งหลายที่จะดำเนินการในมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรด้วยเถอะนะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปเชิญท่านสุพัชรี ธรรมเพชร เชิญครับ

นางสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือเรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนค่ะ

เรื่องที่ ๑. ขอให้ทางกรมชลประทานได้มีการเตรียมความพร้อมและรับมือ ในการบริหารจัดการการเปิดปิดประตูระบายน้ำและบำรุงซ่อมแซมให้มีความใช้งานได้ ตลอดเวลา เพราะในช่วงวันที่ ๒๒ ถึงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมากรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการ แจ้งเตือนในเรื่องของฝนตกหนักแล้ว เมื่อวานดิฉันได้ลงพื้นที่ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดลงมาเป็นจำนวนมาก ประตูระบายน้ำของทางชลประทาน ไม่สามารถที่จะเปิดใช้งานได้ หรือว่าบางพื้นที่ปิดอยู่ไม่สามารถที่จะเตรียมการในเรื่องนี้ ทำให้สร้างความเสียหายน้ำท่วมขังเป็นจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ข้าวของแล้วก็สินค้า เกษตรของพี่น้องมีความเสียหายมาก จึงขอให้ทางชลประทานต้องเร่งแก้ไขปัญหาในระยะยาวค่ะ ท่านประธาน อย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกครั้งนะคะ

เรื่องที่ ๒ ขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดงบประมาณสำหรับการ ก่อสร้างอาคารผ่าตัดผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยในให้กับโรงพยาบาลควนขนุน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริการผู้ป่วย ทั้งในอำเภอควนขนุน อำเภอป่าพะยอม อำเภอศรีบรรพต และในอำเภอใกล้เคียงทั้งหมดเพื่อเพิ่มการเข้าถึงในการรับบริการ ทางการแพทย์เฉพาะทาง และลดความแออัดในการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลพัทลุง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด เพราะขณะนี้โรงพยาบาลพัทลุงมีผู้ป่วยค่อนข้างแออัดมากค่ะ

เรื่องสุดท้าย ก็คือขอให้ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งออกแบบสำรวจ และจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งให้กับวัดแหลมดิน ตำบลหานโพธิ์ อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เพราะตอนนี้น้ำทะเลได้กัดเซาะในที่ดินของวัดแล้ว แล้วใกล้ จะถึงอาคารปฏิบัติธรรมอยากให้กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว ขอกราบขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ท่านกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ และต่อด้วย ท่านรชตะ ด่านกุล เชิญท่านโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ครับ

นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งสิ้น ๓ เรื่องด้วยกันครับ

เรื่องที่ ๑ ปัญหาอาคารเรียนไม่เพียงพอของโรงเรียนโค้งน้ำตับวิทยาคารครับ โดยผมได้รับการประสานจากคณะกรรมการสถานศึกษา ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลบ้านค่าย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ว่าโรงเรียนโค้งน้ำตับวิทยาคาร ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิเขต ๑ หรือ สพป. เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ มีนักเรียน กว่า ๔๒๔ คน มีห้องเรียนปัจจุบันอยู่แค่ ๑๖ ห้องเรียน จริง ๆ ควรจะมีอยู่ประมาณ ๒๗ ห้อง ทำให้นักเรียนไม่ได้รับความสะดวกในการเรียนครับ ต้องไปใช้โดมอเนกประสงค์ทำเป็น ห้องเรียนชั่วคราว จึงขอรับการสนับสนุนอาคารเรียนตามแบบอาคารเรียน ๒๑๒ ล/๕๗-ก จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาดำเนินการด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค สำหรับ ทำการเกษตรของประชาชนกว่า ๗ หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านบะก่าม บ้านโนนโพธิ์ บ้านหนองคอนไทย หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๑๕ หมู่ที่ ๑๒ หมู่ที่ ๑๔ หมู่ที่ ๑๘ หมู่ที่ ๑๙ ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมือง จังหวัด ชัยภูมิ ทำให้ไม่ได้รับความสะดวกแล้วก็ขาดแคลนน้ำ จึงขอให้พิจารณาออกแบบและก่อสร้าง สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านโนนโพธิ์ ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เพื่อดึงน้ำจาก ลำน้ำชีมาใช้เพื่อทำการเกษตร ขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณา ดำเนินการครับ

ปัญหาที่ ๓ ปัญหาคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรชำรุด ความยาวกว่า ๔ กิโลเมตร ที่บ้านโสกหว้า ตำบลโนนสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ส่งผลทำให้ไม่สามารถลำเลียงน้ำมา ใช้ทางการเกษตรได้ จึงขอให้มีการปรับปรุงซ่อมแซมคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรแห่งนี้ ขอให้ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เร่งพิจารณาดำเนินการแก้ไขให้ประชาชนด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม กระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด หนองคาย พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวจังหวัดหนองคาย โดยเฉพาะที่อำเภอสระใคร บ้านน้ำสวย ว่าถนนมิตรภาพหนองคายระหว่างอุดรธานี-หนองคาย นั้นจะมีการก่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างอำเภอสระใคร บริเวณบ้านน้ำสวยและบ้านถิ่น ของเขตอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นโครงการที่เข้าสู่จังหวัดหนองคาย บริเวณสะพาน ลำน้ำสวย ผมใคร่ขอกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านจะเห็นได้ว่า ก่อนจะเข้าสู่จังหวัดหนองคายที่สะพานบ้านน้ำสวยนั้น จะมีรูปพญานาคซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ของพี่น้องชาวจังหวัดหนองคาย ถ้ามีสะพานข้ามระหว่างบ้านถิ่นไปหาบ้านน้ำสวยแล้วจะ บดบังทัศนียภาพเข้าสู่จังหวัดหนองคาย ทำให้จังหวัดหนองคายนั้น มีทางเข้าเมืองที่ไม่มี ความสวยสดงดงาม และสะพานแห่งนี้ถ้าเกิดขึ้นหลังสะพานแห่งนี้ก็จะเป็นซุ้มประตูเมือง เข้าสู่จังหวัดหนองคาย เพราะฉะนั้นผมใคร่ขอกราบเรียนท่านประธานแจ้งไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ความต้องการของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดหนองคายขอให้มีไฟสัญญาณ จราจรก็เพียงพอแล้ว เพราะว่าการสัญจรไปมาทางถนนหนทางหนองคายนั้นเดี๋ยวนี้เป็น ๖ เลน จะขยายเป็น ๘ เลนก็ได้ แล้วอีกอย่างรถไฟความเร็วสูงระยะที่ ๒ จากโคราชมาสู่ ขอนแก่น มาสู่จังหวัดหนองคายนั้นก็จะทำการก่อสร้างในเร็ว ๆ นี้ เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง ที่พี่น้องประชาชนที่จะเดินทางไปยังรถไฟ ซึ่งเป็นรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูงเข้าสู่ตัว จังหวัดหนองคาย ผมใคร่ขอกราบเรียนท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอมี ไฟสัญญาณจราจรก็เพียงพอครับ ขอขอบคุณครับ แต่ท่านประธานครับ ห้วงช่วงเวลาเดือนพฤศจิกายนจนถึงมีนาคมปีนี้มีฤดูหนาวที่ยาวนาน โคนมชอบอากาศหนาว ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรโคนมนั้นได้น้ำนมดิบเพิ่มจากแม่โคครับ ทำให้มีปริมาณน้ำนมดิบล้นเกิน MOU ตามข้อข้อมูลนี้ครับท่านประธาน ขอสไลด์ที่ ๒ ด้วยครับ จากสไลด์ที่ ๒ นะครับท่านประธานจะเห็นว่าปริมาณน้ำนมดิบนั้นล้นเกิน MOU ที่เกษตรกร ผลิตได้วันละ ๓๒๐ ตันต่อวันทั้งประเทศ ทำให้น้ำนมดิบนี้ล้นเกินเกษตรกรโคนม ซึ่งสหกรณ์ โคนมหลายแห่งไม่มีที่ส่ง ไม่มีที่จำหน่าย ในประเด็นสำคัญน้ำนมนั้นเป็นอาหารที่เสียง่าย ฉะนั้นจำเป็นต้องรีบแก้ไขโดยด่วน จึงนำเสนอท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์เร่งเจรจาให้ผู้ประกอบการโคนมได้จัดส่งนมดิบให้กับสมาคมผู้ประกอบการ แปรรูปนม คือภาคเอกชนรายใหญ่ได้รับซื้อนมจากเกษตรกรด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไปจะเป็นท่านวันนิวัติ สมบูรณ์ ท่านอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ต่อด้วยท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญท่านวันนิวัติ สมบูรณ์ ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๑๐ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนำเรียนความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ดังนี้ครับ

ข้อที่ ๑ ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้าไปตรวจสอบ เข้าไปแก้ไขระบบ ไฟฟ้าโรงเรียนบ้านปอแดง ตำบลปอแดง อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น สืบเนื่องจาก หม้อแปลงไฟฟ้าที่ติดตั้งใกล้กับอาคารเรียนระดับอนุบาลเคยเกิดระเบิดไปแล้วหลายครั้ง แล้วก็คุณครู อาจารย์ และผู้ปกครอง เกรงว่าจะเกิดอีกครั้งหนึ่ง ความปลอดภัยเป็นเรื่อง สำคัญครับในโรงเรียน ขอฝากทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้าไปตรวจสอบด้วยครับ

ข้อที่ ๒ ขอให้ซ่อมแซมถนนทางเชื่อมหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ไชย จำนวน ๒ เส้นทาง ดังนี้ครับ

๒.๑ ถนนเชื่อมหมู่บ้านเส้นทางบ้านโนนทัน บ้านสามหมอ บ้านมูลนาค ตำบลโพธิ์ไชย อำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๓.๘ กิโลเมตรครับ

๒.๒ ถนนเชื่อมหมู่บ้านตั้งแต่บริเวณทางหลวง หมายเลข ๒๒๙ บ้านซับบอน บ้านโนนคูณ ตำบลบ้านโคก อำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๓.๙ กิโลเมตรครับ

ข้อที่ ๓ ขอให้ซ่อมแซมถนนเชื่อมตำบลในพื้นที่อำเภอหนองสองห้อง จังหวัด ขอนแก่น ๒ เส้นทางดังนี้ครับ

๓.๑ ตั้งแต่บริเวณบ้านสำราญ ตำบลโนนธาตุ เชื่อมไปยังบ้านกุดหอยกาบ ตำบลหันโจด อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๗.๗ กิโลเมตร

๓.๒ ตั้งแต่บริเวณทางหลวง หมายเลข ๒๔๔๐ ไปยังบ้านวังคูณ ตำบลหนองเม็ก ไปยังบ้านชาดหนองเหล็ก ตำบลโนนธาตุ อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่นเช่นเดียวกัน ระยะทาง ๖.๔ กิโลเมตร เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพื่ออำนวยความสะดวก แก่พี่น้องประชาชน ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นองค์การ บริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือกรมทางหลวงชนบท ขอฝากท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ เชิญครับ

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัด กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่องครับ

หลังจากที่ผมได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น บ่อยครั้งของพี่น้องชาวตำบลปากแพรก หมู่ที่ ๙ หน้าหมู่บ้านไพศาลวิลล์ ผมได้มีโอกาส ได้ลงพื้นที่ในตอนกลางคืนครับท่านประธาน เพื่อดูว่าพื้นที่ที่ก่อสร้างเป็นในลักษณะไหน ก็คือเป็นพื้นที่ที่กำลังวางท่อระบายน้ำแล้วก็ทำถนนใหม่ครับ จุดนี้ครับไม่มีไฟสัญลักษณ์อะไรเลย ที่ทำให้ประชาชนรู้ว่าเป็นเขตก่อสร้างแล้วก็มีอันตราย เชือกที่กั้นก็ขาดครับท่านประธาน ไม่สามารถกั้นอะไรได้เลยครับ ไฟเตือนต้นทางเข้าหน้าหมู่บ้านก็กระพริบอยู่แค่เพียง ดวงเดียวครับ เหล็กบางจุดก็แหลมคมมาก ประชาชนใช้รถใช้ถนนไม่มีความปลอดภัยครับ ดังนั้นผมจึงฝากเรียนท่านประธานผ่านไปยังเทศบาลตำบลปากแพรก และบริษัทผู้รับผิดชอบ ในโครงการนี้ให้รีบเข้ามาแก้ไขโดยด่วนเพื่อไม่ให้ประชาชนของกระผมได้รับอันตราย ในอนาคต ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ดิฉันอยากจะหารือถึงประเด็นที่พี่น้อง ประชาชนร้องเรียนเข้ามาค่ะท่านประธาน ขอสไลด์ถัดไปค่ะ ดิฉันและทีมงานได้ลงพื้นที่ สำรวจศูนย์เด็กเล็กเพื่อพัฒนาห้องเรียนปลอดฝุ่นพบว่า สื่อการเรียนเพื่อพัฒนาเด็กที่ทาง กรุงเทพมหานครจัดหามีราคาสูงกว่าของเล่นในราคาตลาดทั่วไป ถ้าท่านเห็นภาพทาง ด้านซ้าย ๖๔๐ ชิ้น ราคา ๓,๕๙๐ บาท ส่วนราคาตามท้องตลาดทั่วไป ๘๕๐ ชิ้น และมียี่ห้อ เป็นยี่ห้อ Lego ราคาเพียง ๑,๘๕๒ บาทเท่านั้น ทักษะและการพัฒนาเด็กเล็กมีผลลัพธ์ เท่ากันค่ะท่านประธาน ดังนั้นหากทางกรุงเทพมหานครจะจัดซื้อสื่อการเรียนสำหรับเด็ก ควรศึกษาราคาตลาดให้มีความคุ้มค่าและมีปริมาณที่เพียงพอต่อเด็กในศูนย์ ขอสไลด์ถัดไป การประชาสัมพันธ์เงินกู้และกองทุนต่าง ๆ ของกองทุนกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบถึงการมีกองทุนนี้ หลังโควิดหลาย ครอบครัวต้องขายอุปกรณ์ทำกิน เข้าไม่ถึงช่องทางเยียวยาหรือกองทุนต่าง ๆ ที่ทำให้พวก เขาได้มีทุนในการตั้งตัวอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิด ทั้งยังมีผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการที่ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แล้วก็ไม่ได้รับการอนุมัติจากแพทย์ให้ได้รับบัตรผู้พิการจาก กระทรวง พม. เช่น ผู้ป่วยติดเตียงหลายท่านก็ยังไม่ได้รับ ตาบอดข้างเดียวก็ถูกปฏิเสธ อย่างคุณป้าในรูปนี้เป็นผู้พิการตาบอดข้างเดียวก็ไม่ได้ครบ ๓๒ แต่ก็ไม่ได้รับบัตรผู้พิการ ถูกปฏิเสธหลายครั้ง สายตาเลือนราง การไม่ได้รับบัตรผู้พิการทำให้พวกเขามีอุปสรรคในการ ใช้ชีวิตแต่เข้าไม่ถึงสิทธิต่าง ๆ และเพิ่มภาระให้กับผู้ดูแล จึงอยากฝากไปยังท่านรัฐมนตรี ให้ออกประกาศกระทรวงแก้ไขกฎเกณฑ์ดังกล่าว และเงื่อนไขดังกล่าวในการขอบัตรผู้พิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการให้ปรับเปลี่ยนมาตรการในการออกบัตรผู้พิการ และพิจารณาเรื่องผู้พิการตาบอดข้างเดียวใหม่ รวมถึงการให้ช่วยเหลือประชาชนกลุ่ม เปราะบางเหล่านี้ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไปจะเป็นท่านธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ต่อด้วยท่านกุลวลี นพอมรบดี ต่อด้วยท่านประภา เฮงไพบูลย์ เชิญท่านธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ดิฉันมีหัวข้อหารือต่อท่านประธาน ๓ ประเด็นดังต่อไปนี้

ประเด็นที่ ๑ จากการลงพื้นที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกสมศักดิ์ จงเจริญ ท่านนายกศิริรัตน์ ทรงความดี ท่านนายกสอย ปานแก้ว เกี่ยวกับปัญหาการจราจร ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สาเหตุมาจากไม่มีสัญญาณไฟจราจรทั้งหมด ๓ จุด ดังต่อไปนี้ จุดที่ ๑ ถนนแยกทางหลวงหมายเลข ๓๑๘๗ ถนนสายหนองหว้า-หนองจอก บริเวณหมู่ที่ ๘ ตำบลหนองขนาน อำเภอเมือง จุดที่ ๒ ถนนแยกบ้านบางกุฬาคลองสาย ๓ บริเวณหมู่ที่ ๖ ตำบลหาดเจ้าสำราญ อำเภอเมือง จุดที่ ๓ ถนนแยกบริเวณแนวคลองชลประทาน ๑ ขวา สายใหญ่ฝั่งซ้าย ถนนคลองสุเอซ สะพาน ๗ ตำบลบ้านหม้อ เนื่องจากทั้ง ๓ จุดนี้กรมทางหลวง ได้ลงพื้นที่เรียบร้อยแล้วแต่งบประมาณในการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรยังไม่เพียงพอ จึงฝาก ขอรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้จัดสรรงบประมาณให้ด้วย แล้วขอขอบคุณกรมทาง หลวงแทนพี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรีที่ท่านได้จัดสรรงบประมาณในการติดตั้งไฟสัญญาณ จราจรในปี ๒๕๖๘ แล้ว ๒ จุด จุดที่ ๑ บริเวณจุดตัดสี่แยกทางเข้าวัดธรรมรังษี ตำบลหนองพลับ อำเภอเมือง จุดที่ ๒ ถนนสาย สส. ๒๐๒๑ กิโลเมตรที่ ๔๘+๔๔๐ แยกบางขุนไทร ตำบล บางขุนไทร ขอขอบคุณค่ะ

ประเด็นที่ ๒ เนื่องจากจังหวัดเพชรบุรีมีพี่น้องชาวเกษตรกรเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะทำอาชีพชาวนา ประสบปัญหาเกี่ยวกับปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ซึ่งตอนนี้ ชาวนาทั่วประเทศก็กำลังประสบปัญหานี้เช่นเดียวกัน โดยเกษตรกรร้องขอให้รัฐบาลเร่ง ช่วยเหลือและช่วยพยุงราคาข้าวเปลือก ขอให้มีราคาเพิ่มขึ้นขอให้ไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ ตัน หรือช่วยชดเชยรายได้ให้แก่เกษตรกร และขอให้กรมชลประทานช่วยบริหาร การจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการปลูกข้าวในช่วงฤดูกาลทำนาด้วย ช่วงเดือนธันวาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ในเขตตำบลนาพันสาม ตำบลโพพระ ตำบลบางจาน ตำบลดอนยาง และ ตำบลหนองขนาน ซึ่งอยู่ในช่วงปลายน้ำ และของบประมาณในการขุดลอกคลอง D14 ในพื้นที่หมู่ที่ ๙ ถึงหมู่ที่ ๑๑ ตำบลหนองขนาน เพื่อให้เกษตรกรได้มีน้ำใช้ในการทำนา ในการเกษตรด้วยนะคะ จึงขอนำเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ ช่วยเหลือพี่น้องชาวนาด้วยค่ะ

สุดท้ายนี้ขอฝากท่านประธานให้ดูแลเรื่องราคาเกลือตกต่ำด้วยค่ะ เนื่องจาก จังหวัดเพชรบุรีเราได้รับรางวัลยูเนสโกในเรื่องเกลือ ในเรื่องความเค็ม แต่ตอนนี้ชาวนาเกลือ มีปัญหามากเพราะราคาเกลือเราต่ำมากเหลือไม่ถึง ๑,๐๐๐ บาท พี่น้องชาวนาเกลือเรา ก็ต้องฝืนทำนาเกลือเพื่อที่จะดำเนินอาชีพต่อไป แล้วก็ขอให้ทางรัฐบาลช่วยเพิ่ม ขอให้ได้ ในราคา ๑,๕๐๐ บาท ถึง ๒,๐๐๐ บาทด้วย ขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือพี่น้องชาวนาเกลือเราด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านกุลวลี นพอมรบดี เชิญครับ

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธานเพียงเรื่องเดียว ซึ่งดิฉันต้องขออนุญาตเท้าความนะคะ ในวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ อย่าเพิ่งโชว์คลิปนะคะ สมัยที่แล้วดิฉันเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ดิฉันได้ลงพื้นที่ร่วมกับกรมทางหลวงและได้หารือในสภาถึงการแก้ไขปัญหา การจราจรติดขัด ลดอุบัติเหตุ และเพิ่มประสิทธิภาพการสัญจรบนถนนทางหลวงหมายเลข ๔ ซึ่งดิฉันต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ณ ขณะนั้น คือท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ท่านได้ลงพื้นที่ประชุม ครม. สัญจรในเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๖๒ ที่จังหวัด ราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งในการประชุม ครม. ครั้งนั้นก็ได้มีวาระในการแก้ไขปัญหา การจราจรติดขัดบนถนนทางหลวงหมายเลข ๔ จุดดังกล่าวด้วย โดยบริเวณดังกล่าวมี ๒ จุด นั่นคือจุดแรก ขอให้กรมทางหลวงก่อสร้างสะพานข้ามแยกนิสสัน ซึ่งปัจจุบันได้สร้างแล้ว เสร็จและเปิดใช้อย่างสมบูรณ์แบบในปลายปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ต้องกราบขอบพระคุณ กรมทางหลวงเป็นอย่างสูงค่ะ ขอคลิปด้วยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

จุดที่ ๒ คือสะพานสิริลักขณ์ซึ่งเป็น สะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองบนถนนทางหลวงหมายเลข ๔ ช่วงกิโลเมตรที่ ๙๙+๗๐๐ โดยหลังจากที่ดิฉันได้หารือในปี ๒๕๖๒ ในสภานะคะ กรมทางหลวงได้ตั้งงบประมาณ ในปี ๒๕๖๔ เพื่อว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาในการสำรวจและออกแบบ พร้อมทั้งจัดทำรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ซึ่งกระบวนการทำอีไอเอนี้ค่อนข้างใช้เวลา เนื่องจากรัศมีการก่อสร้างสะพานอยู่ใกล้กับวัดมหาธาตุวรวิหาร ซึ่งเป็นโบราณสถานที่ขึ้น ทะเบียนกับกรมศิลปากร ในเมื่อการสำรวจออกแบบและทำอีไอเอแล้วเสร็จไปเมื่อปี ๒๕๖๗ นั่นหมายความว่า ณ บัดนี้กรมทางหลวงมีความพร้อมที่จะก่อสร้างสะพานใหม่ทดแทน สะพานสิริลักขณ์ ซึ่งมีอายุการใช้งานเกือบ ๗๐ ปี โดยพบว่ามีรอยแตกร้าวและชำรุด หลายจุดที่ดังที่คลิปโชว์ไปเบื้องต้นนะคะ อีกทั้งยังเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่เป็น คอขวดบริเวณเชิงสะพานหรือจุดที่ลูกศรชี้ ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่วิกฤติและเป็นจุดสุดท้าย ที่จะทำให้จังหวัดราชบุรีมีถนนวงแหวนสายเศรษฐกิจที่สมบูรณ์แบบในภาคตะวันตก เนื่องจากจุดตัดทางแยกอื่น ๆ ได้มีการก่อสร้างสะพานข้ามแยกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช่น แยกนิสสันที่เพิ่งเปิดใช้ไป แยกเจดีย์หัก แยกห้วยไผ่ ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้กรุณาจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างขยายสะพาน สิริลักขณ์เพื่อแก้ไขปัญหาดังที่ดิฉันได้กล่าวมาข้างต้นให้กับพี่น้องสัญจรถนนบนทางหลวง หมายเลข ๔ บริเวณอำเภอเมืองราชบุรีแห่งนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุดท้ายสำหรับวันนี้นะครับ ท่านประภา เฮงไพบูลย์ เชิญครับ

นางสาวประภา เฮงไพบูลย์ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวประภา เฮงไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย โดยประกอบไปด้วยอำเภอสมเด็จ อำเภอคำม่วง อำเภอสามชัย และอำเภอ สหัสขันธ์ แต่ว่าวันนี้ดิฉันจะขอพูดในนามเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์นะคะ เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์นี้เป็นพื้นที่ทำการเกษตรเป็นจำนวนมากและประชากร ส่วนใหญ่ พ่อแม่พี่น้องก็เป็นชาวเกษตรกร แต่ปัญหาหลัก ๆ มี ๒ แบบนะคะ คือวันนี้ดิฉัน จะมาขอพูดในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ซึ่งปัญหาหลักจะแยกออกเป็น ๒ ประเภทนะคะ

ประเภทแรก คือเป็นพื้นที่ที่ติดริมน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนลำปาวที่เป็นเขื่อนดิน ที่ใหญ่ที่สุด

ประเภทที่ ๒ เขื่อนลำพันชาด โดยจะมีพื้นที่พ่อแม่พี่น้องที่อยู่โดยรอบเขื่อน เป็นจำนวนมาก ถ้าอำเภอสหัสขันธ์ก็จะเป็นตำบลโนนบุรี ตำบลนิคม ตำบลสหัสขันธ์ แล้วก็ ยังจะมีในเขตทางหัวหินเป็นหลักนะคะ

แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือเป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ ไม่มีน้ำ แต่มีพื้นที่ทางการเกษตร วันนี้ดิฉันอยากจะขอยกตัวอย่างเช่น ตำบลนาทัน อำเภอคำม่วง ซึ่งมีแหล่งน้ำลำพันชาด ที่เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่สามารถที่จะเลี้ยงพ่อแม่พี่น้องได้หลายอำเภอ แต่เนื่องจาก วันนี้ชาวบ้านพ่อแม่พี่น้องเห็นน้ำแต่ไม่สามารถที่จะหยิบน้ำขึ้นมาใช้ได้นะคะ ทำให้พ่อแม่ พี่น้องเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ดิฉันอยากจะขอวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กรมชลประทานหรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยากให้ลงไปสำรวจ หรือบูรณาการพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมกันเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดนะคะ ๒. อย่างตำบลนิคม ซึ่งเป็นตำบลที่มีแหล่งน้ำก็คือเขื่อนลำปาว แต่วันนี้พ่อแม่พี่น้องในตำบลนิคมไม่มีน้ำใช้ เห็นน้ำ แต่ไม่สามารถจะนำมาใช้ได้ค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะอาจารย์และนิสิตสาขาวิชาสังคมศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๘ คน

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อเข้าร่วมประชุมแล้วทั้งสิ้น ๓๔๗ ท่านนะครับ ถือว่า ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม

รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากร และวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว

ด้วยทางท่านประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๖ เมื่อวันอังคารที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรเราลงมติเห็นชอบแล้ว ทั้งนี้ ได้มีการส่งร่างพระบัญญัติดังกล่าวมายัง สภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุม ได้ทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๑. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

ตามที่ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้นำรายงานกลับไปพิจารณา ปรับปรุงเพื่อนำมาพิจารณาต่อในการประชุมในคราวต่อไปนั้นกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งมา ว่าขอเลื่อนการเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการออกไปก่อน เนื่องจากว่าจะต้องพิจารณา ให้ละเอียดรอบคอบและให้เกิดประโยชน์สูงที่สุดนะครับ ดังนั้นก็ขอดำเนินการตามระเบียบ วาระถัดไปนะครับ

๒. ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

ตามที่ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ทางคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นำรายงานกลับไป พิจารณาทบทวนใหม่นะครับ ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือขอเลื่อนการนำ รายงานกลับมาพิจารณานะครับ โดยให้เหตุผลว่ายังพิจารณาทบทวนไม่แล้วเสร็จนะครับ เนื่องจากว่าเป็นเนื้อหาสาระที่สำคัญ ก็ขอเลื่อนออกไปก่อนเป็นวันพุธที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๘ ดังนั้นก็ขอดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ

๓. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

คณะกรรมาธิการพร้อมแล้วนะครับ เชิญทางคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ ได้เลยครับ เชิญครับ

ท่านสมาชิกครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการพิจารณา ในวาระที่สอง ซึ่งจะพิจารณาเริ่มต้นตั้งแต่ ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับมาตรา จนจบร่างนะครับ เนื่องจากว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผู้เสนอคำแปรญัตติไม่ได้ขอสงวน คำแปรญัตติไว้ ดังนั้นผมจะให้กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นได้อภิปรายก่อน ส่วนสมาชิก จะอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่ทางคณะกรรมาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น เมื่อ คณะกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงจนจบแล้วก็จะมีการลงมติในมาตรานั้น ๆ ต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ นะครับ

ทางสภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะอาจารย์ และนักศึกษา มหาวิทยาลัย การเมืองการปกครอง คณะอาจารย์ และนักศึกษา ชั้นปีที่ ๑ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ทั้ง ๑๓๒ ท่าน ยินดีต้อนรับ ทุกท่านครับ

ต่อไปเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงได้เลยนะครับ เชิญครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายศุภชัย ใจสมุทร ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... ขอรายงานต่อ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับ หลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณากำหนดการแปรญัตติ ภายใน ๑๕ วันนั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เสร็จสิ้นแล้ว โดยได้ให้ความสำคัญและนำคำอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่หนึ่ง ชั้นรับหลักการ ปรากฏผลการพิจารณาดังนี้

๑. ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอคำแปรญัตติ จำนวน ๑ คน

๒. คณะกรรมาธิการวิสามัญได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ....

ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ส่งให้สภาผู้แทนราษฎรมาใช้ประกอบการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ

นอกจากนั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญได้เดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับความ ร่วมมือทางวิชาการและการร่วมพัฒนาพื้นที่ในเขตอีสานใต้ และอนุภูมิภาคกลุ่มแม่น้ำโขง ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... และนำมาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย

๓. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ซึ่งใช้เป็นหลักในการพิจารณา จำนวนทั้งสิ้น ๑๐๕ มาตรานั้น คณะกรรมาธิการ ได้มีการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน ๙ มาตรา และเพิ่มขึ้นใหม่อีก ๑ มาตรา

โดยในประการสำคัญเป็นการแก้ไขในประเด็นเกี่ยวกับการกำหนด องค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัย ซึ่งตามร่างที่คณะรัฐมนตรีเสนอจะมีสัดส่วนกรรมการ สภามหาวิทยาลัยที่มาจากบุคคลภายนอก เป็นจำนวน ๒ ใน ๓ ของจำนวนกรรมการสภา มหาวิทยาลัยทั้งหมดเพื่อให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประกาศกำหนด เพื่อใช้บังคับตามพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ แต่เนื่องจากปรากฏข้อมูลเพิ่มเติมในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการว่ากระทรวง การอุดมศึกษากำลังดำเนินการแก้ไขแนวปฏิบัติดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับกำหนดสัดส่วน องค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัยอุดมศึกษา ดังนั้น เพื่อให้บทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่อง ดังกล่าวมีความยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์ประกอบได้ตามแนวปฏิบัติ ที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้ จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมความให้การแต่งตั้งคณะกรรมการสภา มหาวิทยาลัยที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลภายนอก และตัวแทนของผู้ปฏิบัติงาน ในมหาวิทยาลัยสามารถปรับจำนวนให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการ อุดมศึกษา และเพื่อคงหลักการสำคัญที่จะเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๖ ที่กำหนดว่าร่างพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยของรัฐที่จะออกนอกระบบ ต้องเป็นองค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัยที่มีบุคคลภายนอกมากกว่าบุคคลภายใน มหาวิทยาลัย และแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้คณะกรรมาธิการ วิสามัญได้มีข้อสังเกตเพื่อให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทราบหรือควรปฏิบัติ จึงได้บันทึกข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยแบ่งเป็นข้อสังเกตต่อ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สมควรมีมาตรการในการกำหนด ในทางกฎหมายและทางบริหารดังนี้

๑. มาตรการกำกับดูแลให้การปฏิบัติหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยในการออก ข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศเกี่ยวกับการสรรหาและแต่งตั้งบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยและสภามหาวิทยาลัย ต้องไม่มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เปิดโอกาสให้มีการ เอื้อประโยชน์และต่างตอบแทนกันระหว่างผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ เหล่านั้น

๒. มาตรการกำกับดูแลให้การออกข้อบังคับของแต่ละมหาวิทยาลัยเพื่อ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งประธานและกรรมการของคณะกรรมการต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยต้องคำนึงถึงความหลากหลายและการเป็นตัวแทนของกลุ่มหรือประเภทของ บุคลากรและผู้ปฏิบัติงานต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย ส่วนการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของ ประธานและกรรมการสภาบุคลากรจะต้องมีความเหมาะสมแก่การป้องกันมิให้เกิด กลุ่มอำนาจหรือกลุ่มผลประโยชน์ขึ้นในมหาวิทยาลัย โดยอาจพิจารณานำวิธีการจำกัดวาระ การดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือวิธีการอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่ามาใช้ในเรื่องดังกล่าว

สำหรับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีนั้นสมควรมีมาตรการในทางกฎหมายและ ทางบริหารดังนี้

๑. การกำหนดภาระหน้าที่ของสำนักงานสภามหาวิทยาลัย ตามมาตรา ๒๓ สมควรให้มีบทบาทนอกเหนือจากการทำหน้าที่ด้านเอกสาร โดยให้มีหน้าที่ในการ ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นเพื่อสนับสนุนการพิจารณาตัดสินใจของสภามหาวิทยาลัยด้วย

๒. การปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจของสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในการกำหนดเป้าหมาย วางนโยบายในการพัฒนา ตลอดจนนโยบายต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดหา รายได้แหล่งทุนและทรัพยากรอื่นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยที่มีผลกระทบ โดยรวมต่อบุคลากรและผู้เรียนของมหาวิทยาลัย สมควรคำนึงถึงหลักการบริหารจัดการแบบ มีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียอย่างเหมาะสม โดยอาจจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นเพื่อเป็น ช่องทางให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ในการออกข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัย ตามมาตรา ๒๖ (๓) จะต้องคำนึงถึงความเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลในการจัดการ อุดมศึกษาโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สมควรจัดให้มี มาตรการในการกำกับดูแลและส่งเสริมในเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

๓. การออกข้อบังคับและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำหนดคุณคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัย ซึ่งเลือกจาก พนักงานมหาวิทยาลัยหรือข้าราชการของมหาวิทยาลัย ซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งประเภท บริหารหรือประธานสภาบุคลากรนั้นต้องมีความชัดเจนว่าจะไม่รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่ง รองผู้บริหารหรือรองคณบดี

๔. การออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เกี่ยวกับคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งประธานและคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย สมควรคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของศิษย์เก่าและผู้เรียนปัจจุบัน และการเปิดโอกาสให้ บุคคลภายนอกที่มีความรู้ความสามารถ เช่น ปราชญ์ชาวบ้าน ได้มีโอกาสร่วมพัฒนาและ ส่งเสริมกิจการของมหาวิทยาลัยด้วย จึงขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานและสมาชิก ด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อครับ

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไขนะครับ แต่กรรมาธิการขอสงวนความเห็นไว้ ๑ ท่าน เชิญกรรมาธิการ ท่านอาจารย์สุรวาทครับ

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม สุรวาท ทองบุ สมาชิกผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ ผมได้สงวนความเห็นในมาตรา ๒ นี้ ที่กรรมาธิการเสียงข้างมากหรือร่างเดิมได้กำหนดให้พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้น กำหนด ๙๐ วันนับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ผมสงวนว่าให้บังคับใช้ ในวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

เหตุผล เรียนอย่างว่าผมได้ไปตรวจสอบเอกสารพระราชบัญญัติการจัดตั้ง มหาวิทยาลัย ๘๔ แห่งที่มีในวันนี้ที่เป็นมหาวิทยาลัย ที่เป็นส่วนราชการและเป็นมหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐนะครับ ในมาตรา ๒ เช่นเดียวกันนี้ใน ๘๔ แห่งนี้ให้พระราชบัญญัตินั้นบังคับใช้ นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแทบทั้งสิ้น หรือถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาแทบทั้งสิ้น คำว่า แทบทั้งสิ้น ในที่นี้ก็คือใน ๘๔ แห่งนี้มี ๘๒ แห่งที่เมื่อออกกฎหมาย แล้วก็บังคับใช้ทันทีนะครับ และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมบอกว่ามันจะแตกต่างจากที่อื่น มี ๒ แห่งเท่านั้นที่ให้รอบังคับใช้ หมายถึงว่าให้บังคับใช้หลังจากที่ประกาศในราชกิจจา นุเบกษา ๓๐ วันมีเพียง ๒ แห่ง มหาวิทยาลัย ๒ แห่งใน ๘๔ แห่งนะครับ แล้วเมื่อมาดูเหตุผล ว่าเหตุใดกรรมาธิการเสียงข้างมากยังยืนยันว่าจะต้องบังคับใช้เมื่อประกาศแล้ว ๙๐ วัน ก็ไม่พบว่ามีอะไรที่จะต้องเร่งรัด และไม่พบว่าอะไรที่จะต้องมีสภาพบังคับว่าให้ดำเนินการ อย่างเร่งด่วนก่อนที่จะบังคับใช้ มันสามารถบังคับใช้อะไรต่ออะไรตามอำนาจหน้าที่ในมาตรา ๑๖ ขออนุญาตให้ท่านดูมาตรา ๑๖ นี้ มันมีอะไรที่ให้อำนาจหน้าที่แก่มหาวิทยาลัยที่ก้าวหน้าขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ทันที ผมเรียนว่ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้ง ประมาณปี ๒๕๓๓ แล้วก็มีหลายแห่งที่ก่อตั้งพร้อมกัน ที่อื่นไปไกลแล้วครับ เมื่อไปเทียบกับ ที่อื่น ๆ นั้น วันนี้เราจะต้องเรียนลัด เราจะต้องก้าวกระโดดกว่านี้ เขาไม่อยากรอคณาจารย์ ผู้เรียน ประชาคม หรือพื้นที่ของภูมิภาค อนุภูมิภาค เขาไม่อยากรอ เราไปรอตั้ง ๙๐ วัน ถ้าท่านดูที่มาตรา ๑๖ ท่านจะเห็นว่ามันมีอะไรที่จะให้ทำได้ก่อนที่เมื่อก่อนนี้ไม่เคยทำได้ เช่น ท่านอาจจะจัดตั้งนิติบุคคลเป็นบริษัท ท่านจะร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน อะไรต่าง ๆ รวมทั้งในและต่างประเทศ ท่านสามารถที่จะออกพันธบัตร ท่านสามารถที่จะ ให้กู้ ท่านสามารถที่จะกู้ ท่านสามารถที่จะตั้งนิติบุคคลบริษัทอะไรได้ทันทีเมื่อพระราชบัญญัติ นี้ออก และที่สำคัญเรื่องการจัดการรายได้ พอประกาศใช้มีผู้บริจาคที่ดินให้เดิมนั้นจะต้อง เข้าไปอยู่ในประเพณีแบบแผนของการปฏิบัติตามที่เป็นที่ราชพัสดุ แต่ถ้าบังคับใช้ทันทีใน ห้วงเวลา ๙๐ วันนั้นมีผู้บริจาคท่านก็ไม่ต้องไปบังคับแบบกฎหมายเดิม ท่านสามารถได้ เอกสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ เพราะฉะนั้นไม่มีอะไร รวมทั้งมาตรา ๒๐ ซึ่งเป็นประโยชน์ อย่างมาก มาตรา ๒๐ ท่านก็ต้องบังคับใช้ได้ทันทีว่าถ้ามหาวิทยาลัยได้รับการจัดสรร ขออภัย วรรคท้ายของมาตรา ๑๗ ได้บอกไว้ว่า ถ้ามหาวิทยาลัยมีงบประมาณไม่เพียงพอหรือ ไม่สามารถหารายได้จากแหล่งอื่นได้ก็ยังบังคับรัฐบาลพึงจัดสรรอุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติมให้ เห็นไหมครับ ไม่ต้องรออีก ๙๐ วันก็บังคับใช้ได้อันนี้ได้นะครับ ทีนี้ถ้าไปดูว่าอะไรที่มีกำหนด ในเรื่องห้วงเวลาว่าจะทำไม่ทัน มีเพียงกรรมการสภามหาวิทยาลัยในบทเฉพาะกาลว่า ให้สรรหาหรือจัดตั้งคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยภายใน ๑ ปีให้แล้วเสร็จ เพราะฉะนั้น กรรมการสภามหาวิทยาลัยถ้าท่านให้ยืดบังคับใช้ไป ๙๐ วันก็แปลว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัย ชุดนี้จะมีอายุงานหรือสามารถปฏิบัติงานได้ ๑ ปีบวกกับอีก ๙๐ วัน แทนที่ ๑ ปีจะได้ กรรมการสภามหาวิทยาลัยที่เราออกแบบว่าสัดส่วนและจำนวน และความทรงคุณวุฒิ ทั้งหลายหรือที่มาด้วยพระราชบัญญัตินี้จะได้เริ่มทำงานภายใน ๑ ปี แต่ว่าสามารถที่จะรอ ไปได้อีก ๙๐ วัน นั่นก็คือยืดคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยออกไปเป็น ๙๐ วันเท่านั้นเอง แล้วก็มีอีกมาตราหนึ่งที่บอกว่าบรรดาระเบียบกฎหมายอะไรที่มีอยู่แล้วให้บังคับใช้ไปได้อีก ๒ ปีนั้นก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรอีก ๒ ปีถ้าท่านทำทันก็ทันนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงยืนยันติดใจ ในประเด็นนี้ว่าพระราชบัญญัตินี้ควรจะบังคับใช้เฉกเช่นมหาวิทยาลัยทั้งหมดที่มีทั้ง ๘๒ แห่ง ที่เขาออกพระราชบัญญัติแล้วบังคับใช้ทันที มหาวิทยาลัยก็เปลี่ยนสถานะทันที แล้วก็ทำ อะไรต่ออะไรได้ไม่ต้องรอแล้วก็ไม่ต้องเดินรั้งท้ายเขา เราสามารถเรียนลัดได้ครับท่าน ประธาน เพราะฉะนั้นก็ขอท่านกรรมาธิการและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้โปรด พิจารณาใช้ดุลพินิจตรงนี้ว่าเห็นชอบตามที่ผมได้สงวนความเห็นไว้ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ กรรมาธิการเสียงข้างมาก เชิญครับ

นายภาคภูมิ รุจิขจรเดช คณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายภาคภูมิ รุจิขจรเดช ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกอย่างนี้ว่า ในร่างมาตรา ๒ ที่ท่านอาจารย์สุรวาท ขออภัย ที่เอ่ยนาม ได้กรุณาสงวนความเห็นด้วยความเป็นห่วงเป็นใยในการทำหน้าที่ของตัว มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีอยากให้เข้าสู่กระบวนการใหม่ตามร่างพระราชบัญญัตินี้ได้โดยเร็ว ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับ เนื่องจากครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การแก้ไขร่างพระบัญญัติ จัดตั้งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เมื่อปี ๒๕๓๓ แต่เป็นการยกเลิกของเก่าโดยปรับปรุงแล้วก็เกิดพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นอีกฉบับหนึ่ง โดยผล ของกฎหมายก็จะทำให้เกิดมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ไม่ใช่ส่วนราชการอย่างเดิมอีกแล้ว ซึ่งโดยผลของการแก้ไขอย่างที่ว่านี้ต้องขอกราบเรียนว่า มันมีผลเป็นภาพรวมเสียทั้งหมด ทั้งในเรื่องของงาน เงิน และคน ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ เข้าสู่โครงสร้างใหม่ที่เกิดขึ้นตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งการปรับเปลี่ยนนั้นบางครั้ง จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการเข้าสู่รูปแบบโครงสร้างใหม่ เช่น กรณีที่จะต้องเปลี่ยนถ่ายจาก ตัวข้าราชการและลูกจ้างของมหาวิทยาลัยเข้ามาสู่สถานะของความเป็นพนักงาน มหาวิทยาลัย ซึ่งท่านก็จะเห็นความในบทเฉพาะกาลว่าจะต้องมีกระบวนการที่จะต้องมีการ แสดงเจตนา จะต้องมีกระบวนที่ปรับเปลี่ยนเข้าสู่โครงสร้างของสถานะความเป็นบุคลากร ใหม่ของมหาวิทยาลัย อันนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีเรื่องอื่น ๆ อีก เช่น ในเรื่องของการจัดเตรียม ในเรื่องที่จะออกกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพราะว่าแน่นอนครับ เดิมโดย โครงสร้างจะเป็นในลักษณะของส่วนราชการ แต่ว่าด้วยความที่ปรับเปลี่ยนมีความคล่องตัว สูงขึ้นเขาก็จะเข้าสู่ระบบของความเป็นหน่วยงานของรัฐเท่านั้นเอง ซึ่งเขาจะต้องมีการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบของอนุบัญญัติหรือกฎหมายลำดับรองที่เกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติ ฉบับใหม่นี้อีกหลายฉบับทีเดียวนะครับ จึงมีการหารือกันตั้งแต่ชั้นยกร่างของรัฐบาล จนมาถึงชั้นของคณะกรรมาธิการว่าก็น่าจะให้ระยะเวลาในการปรับตัวสำหรับมหาวิทยาลัย อุบลราชธานี แล้วก็โดยเฉพาะข้อห่วงใยอย่างยิ่งของท่านอาจารย์สุรวาท ขออภัยที่เอ่ยนาม ในการที่จะเปลี่ยนถ่ายนี่เรามีบทเฉพาะกาลอยู่ในมาตรา ๘๘ ที่สุดท้ายแล้วในระหว่างที่ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้เต็มตัว ทุกอย่างจะทำงานภายใต้พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ ต่อไปก่อน แต่เมื่อเปลี่ยนผ่านมาแล้วจะมีมาตรา ๘๘ ที่เป็นบทเฉพาะกาลที่จะโอนบรรดาทรัพย์สิน สิทธิหน้าที่ทุกอย่างที่มีอยู่เข้ามาสู่ระบบใหม่ ทั้งหมด จะเข้ามาสู่มหาวิทยาลัยที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้งหมดครับ คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่จึงเห็นว่าก็น่าจะยังคงเนื้อหาตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอมา แต่เดิมครับ ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ท่านอาจารย์สุรวาทยังติดใจไหมครับ ยังติดใจนะครับ ถ้าอย่างนั้นเมื่อยัง ติดใจต้องถามท่านสมาชิกลงมติครับ ก่อนลงมติขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมนะครับ

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกเชิญครับ ท่านกรรมาธิการที่ประชุมอยู่ก็เชิญด้วยนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วเสียบบัตรแสดงตนเลยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นางสาวแอนสิริ วลัยกนก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานค่ะ ขอให้ ท่านประธานช่วยรบกวนกรุณารอเพื่อนสมาชิกที่อยู่จากห้องประชุมกรรมาธิการหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับผม รอครับ

นายกิตติ สมทรัพย์ ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานครับ กิตติ สมทรัพย์ ๒๑ แสดงตนครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ

นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ อุบลราชธานี

ท่านประธานครับ ๓๒๗ วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ แสดงตนครับครับ

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

ท่านประธานครับ ๒๑๗ แสดงตนครับ

นายทรงยศ รามสูต น่าน

ทรงยศ ๑๔๓ แสดงตนครับ

นายคุณากร มั่นนทีรัย นนทบุรี

ท่านประธานครับ หมายเลข ๔๐ แสดงตนครับ

นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

ท่านประธานครับ ๓๕๑ แสดงตนครับ

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานค่ะ ขัตติยา ๐๓๔ แสดงตนค่ะ

นายสุรเกียรติ เทียนทอง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ สุรเกียรติ เทียนทอง ๔๓๙ แสดงตนครับ

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

ท่านประธานครับ กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๐๒๔ แสดงตนครับ

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ๔๑๘ สิทธิพล แสดงตนครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใด ยังไม่แสดงตนไหมครับ หากไม่มีท่านใดยังไม่แสดงตน ผมปิดการแสดงตนแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๓๔๕ ท่าน บวกกับอีก ๑๐ ท่าน เป็น ๓๕๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ

ต่อไปก็จะถามมติจากที่ประชุมว่าในมาตรา ๒ นี้ที่ประชุมจะมีความเห็นอย่างไร เนื่องจากว่า มีผู้สงวนความเห็นอยู่ กรรมาธิการยังสงวนความเห็นอยู่ ก็จะถามมติจากที่ประชุมครับว่า ท่านเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ หากท่านเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย หากท่านไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หากท่านต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกได้ลงมติครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ อุบลราชธานี

ท่านประธานครับ ๓๒๗ วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ เห็นด้วยครับ

นายกิตติ สมทรัพย์ ร้อยเอ็ด

ท่านประธานครับ ๒๑ เห็นด้วยครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใดยังไม่ลงมติไหมครับ ลงมติครบถ้วนแล้วนะครับ ปิดการลงมติครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ มีจำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๖๑ บวก ๒ เป็น ๓๖๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๕ ท่าน บวก ๒ เป็น ๒๔๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ

ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓ แก้ไข มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ บททั่วไป ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ มีการ แก้ไข

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๗ มีการแก้ไข ดังนั้นก็จะต้องถามมติจากที่ประชุมนะครับ เนื่องจากว่ามาตรานี้ มีการแก้ไขครับ กรรมาธิการไม่มีสงวนความเห็นไว้นะครับ แล้วก็ทางท่านสมาชิก ๑ ท่าน ขออภิปราย ขอให้ท่านสมาชิกอภิปรายในส่วนที่มีการแก้ไขเท่านั้นนะครับ มาตรานี้แก้ไข เพียงเพิ่มคำว่า รวมทั้ง เข้าไปเท่านั้น ขอให้ท่านสมาชิกอภิปรายให้อยู่ในประเด็น เชิญ ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ใกล้ ๆ กับจังหวัดอุบลราชธานีครับ ประเด็นที่ผม มีความกังวลก็คือว่ากรรมาธิการนี้มีการแก้ไขโดยเพิ่มคำว่า รวมทั้ง เข้าไปมันหมายถึงอย่างไร เจตนานี้คือต้องการจะแสดงว่าวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยจะมีการเพิ่มเติมจากเดิม สิ่งที่เขียนอยู่ในวรรคหนึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ทั้งหมดหรือเปล่า มีการใส่เพิ่มคำว่า รวมทั้ง เข้าไป เพราะว่ามาตรา ๗ นี้ผมขออนุญาตอภิปรายควบคู่กับมาตรา ๑๖ แล้วก็จะไม่อภิปราย มาตรา ๑๖ นะครับ เพราะว่ามาตรา ๗ กับมาตรา ๑๖ มันต่อเนื่องกัน วัตถุประสงค์ในมาตรา ๗ มันจะส่งผลไปถึงมาตรา ๑๖ ในเรื่องของอำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัย เพราะว่ามาตรา ๑๖ เขียนไว้อย่างนี้ครับท่านประธาน มหาวิทยาลัยมีหน้าที่และอำนาจกระทำการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในมาตรา ๗ และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง ดังนั้นมาตรา ๗ กับ มาตรา ๑๖ จึงต่อเนื่องกัน การที่เพิ่มคำว่า รวมทั้ง หมายความว่าวัตถุประสงค์ของ มหาวิทยาลัยไม่ได้มีเฉพาะเท่าที่ปรากฏอยู่ในวรรคหนึ่งใช่หรือไม่ แล้วในการดำเนินการของ มหาวิทยาลัยในอนาคตยังจะเน้นเรื่องการสอน เรื่องวิชาการ เรื่องการให้ความรู้ เรื่องการ วิจัยพัฒนาเป็นหลักหรือว่าจะมีการทำอย่างอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์หรือเรื่องอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งที่ผมกังวลครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วมหาวิทยาลัย มีหน้าที่หลักในเรื่องของการศึกษาก็อยากจะให้มีการเน้นวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ของ มหาวิทยาลัยในเรื่องของการให้ความรู้ในเรื่องของการวิจัยพัฒนาเป็นหลัก ไม่อยากให้ การดำเนินการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยคลาดเคลื่อนไปจากวัตถุประสงค์หลักของ มหาวิทยาลัย ก็เลยขออนุญาตเรียนถามกรรมาธิการว่าสาเหตุที่มีการเพิ่มคำว่า รวมทั้ง เข้าไป มีเจตนาอย่างไรครับ หมายถึงประสงค์จะให้มีการดำเนินการเพิ่มเติมจากวัตถุประสงค์ ตามวรรคหนึ่งเท่าที่มีอยู่ หรือจะหมายถึงอย่างไร ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการครับ

รองศาสตราจารย์ชุตินันท์ ประสิทธิ์ภูริปรีชา กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน รองศาสตราจารย์ ชุตินันท์ ประสิทธิ์ภูริปรีชา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กรรมาธิการ ขออนุญาตชี้แจง ในมาตรา ๗ ที่เราเพิ่มคำว่า รวมทั้ง ซึ่งจริง ๆ แล้วความหมายมิได้เปลี่ยน ซึ่งภารกิจของ มหาวิทยาลัยนั้นก็ยังคงเป็นเรื่องของการจัดการศึกษาวิจัย แล้วก็สร้างนวัตกรรมนะคะ ส่วนการเน้น รวมทั้ง นี้เพื่อให้สะท้อนถึงเป้าหมายที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิมในการจัดตั้ง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งเราจะยึดโยงกับท้องถิ่น รวมทั้งเป้าหมายในอนาคตที่จะเป็น สถาบันอุดมศึกษาหลักให้แก่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เราจึงใช้คำว่า รวมทั้งเพื่อให้เราไม่ลืมที่เรา จะมุ่งเน้นประชาชนในพื้นที่ของเราตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการได้ชี้แจงแล้วนะครับ เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไข อย่างไรก็ต้องลงมติอยู่ดี ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและมติ)

เชิญท่านสมาชิกครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายภาควัต ศรีสุรพล ขอนแก่น

เรียนท่านประธานครับ ๒๗๘ แสดงตนครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใดยังไม่แสดงตนไหมครับ เชิญครับ เรียบร้อยนะครับ แสดงตนครบถ้วนแล้วนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๓๕๗ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๓๕๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปก็จะถามท่านสมาชิก ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าสมาชิกไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ นั่นคือให้กลับคืนไปร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดต้องการงดออกเสียง กรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายภาควัต ศรีสุรพล ขอนแก่น

เรียนท่านประธานครับ ๒๗๘ เห็นด้วยครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

๕๗ เห็นชอบครับท่านประธานครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ปิดการลงมติครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยครับ มีจำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๗๐ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๗๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๖๕ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๖๗ ท่านครับ ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการในมาตรา ๗ นี้นะครับ

ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรานี้มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นไว้ ๒ ท่านนะครับ ท่านที่ ๑ ท่านอรุณี ยังติดใจอยู่ ส่วนท่านวิศรุฒ ไม่ติดใจแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นมี ๑ ท่าน ก็ขอเชิญท่านอรุณีอภิปรายครับ เชิญครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรุณี สัณฐิติวณิชย์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านค่ะ ดิฉัน อรุณี สัณฐิติวณิชย์ กรรมาธิการ ในส่วนของ มาตรา ๘ (๕) ดิฉันเสนอให้เปลี่ยนจากคำว่า ธรรมาภิบาล เนื่องจากเป็นคำที่มีปัญหาในเชิง ของการนำไปปฏิบัตินะคะ เนื่องจากว่าผู้ปฏิบัติมีการตีความที่หลากหลายและแตกต่างกัน ในเชิงวิชาการเองมีงานวิจัยหลายชิ้นที่บอกว่าคำ ๆ นี้มันมีปัญหาในลักษณะของการนำมาใช้ ไม่ใช่แค่ประเทศไทยค่ะหลายประเทศ ดิฉันจึงมีข้อเสนอความเห็นที่อยากจะให้ระบุเป็น ลักษณะของหลักการที่อยู่ในหลักธรรมาภิบาลเลย นั่นก็คือเรื่องของความโปร่งใส มุ่งผลสัมฤทธิ์ และมีกลไกรับผิดรับชอบ เพราะมันจะต่อเนื่องกับคำที่ห้อยท้ายว่า เน้นการ บริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเหมาะสม ซึ่งคำทั้งหมดนี้ก็จะเป็น Concept ของธรรมาภิบาลอยู่แล้วนะคะ ดิฉันจึงขอเสนอสงวนความเห็นเพื่อที่จะให้ การนำไปปฏิบัติมันตรงแล้วก็ยึดหลักการละเอียดต่าง ๆ ให้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการจะตอบไหมครับ ไม่ตอบนะครับ เชิญกรรมาธิการกฤษฎีกาครับ

นายภาคภูมิ รุจิขจรเดช กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ภาคภูมิ รุจิขจรเดช กรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานและท่านสมาชิกครับ เหตุผลในการที่กำหนดในร่างมาตรา ๘ (๕) ในการที่มหาวิทยาลัยต้องจัดการศึกษาภายใต้ หลักธรรมาภิบาลนะครับ ประเด็นของมาตรานี้เป็นการเขียนเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการอุดมศึกษา คือพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งในมาตรา ๙ (๕) และมาตรา ๑๙ ของพระราชบัญญัติดังกล่าวก็เขียนหลักการว่า การจัดการศึกษาและตัวสถาบันอุดมศึกษานั้นต้องดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งในหลักธรรมาภิบาลจะมีเนื้อหามากเป็นหลาย ๆ ประเด็นทีเดียว ทั้งในเรื่องของการ ทำหน้าที่ของสภา แล้วก็การทำหน้าที่ของตัวมหาวิทยาลัย ดังนั้นที่เขียนไว้ที่ท่านอรุณี กรุณานำเสนอที่เป็นข้อสงวนนั้นก็ครอบคลุมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันอาจจะไม่เป็นทั้งหมดของ หลักธรรมาภิบาลตามพระราชบัญญัติการอุดมศึกษาครับ ดังนั้นกรรมาธิการเสียงข้างมาก จึงยังคงความตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอครับ ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรุณียังติดใจไหมครับ ไม่ติดใจแล้วนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ดีมาตรา ๘ มีการแก้ไข ก็ต้อง ลงมติในส่วนที่แก้ไขนะครับ

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและมติ)

เชิญท่านสมาชิกได้แสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายภาณุ พรวัฒนา อุดรธานี

๒๗๘ ภาณุ แสดงตนครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เจ้าหน้าที่ดูบัตรให้ท่านภาณุหน่อยครับ ๒๗๘ ครับ มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตร แสดงตนไหมครับ ครบถ้วนแล้ว เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๓๖๕ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๓๖๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

เนื่องจากว่ามาตรา ๘ นี้มีการแก้ไขนะครับ ก็จะถามท่านสมาชิกว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไข หรือไม่ ก่อนอื่นผมจะให้ลงมติ ผมถามท่านอรุณีอีกครั้งนะครับ ท่านอรุณียังติดใจที่จะให้ ลงมติไหมครับ ไม่ติดใจนะครับ เพราะฉะนั้นมาตรานี้ลงมติครั้งเดียว เห็นด้วยหรือไม่กับการ แก้ไขของคณะกรรมาธิการ หากท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย หากท่านไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขนั่นคือให้กลับไปใช้ร่างเดิม กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายภาณุ พรวัฒนา อุดรธานี

เรียนท่านประธานครับ ภานุ ๒๗๘ เห็นด้วยครับ เอาบัตรมา แต่ว่ากดไม่ได้ครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เจ้าหน้าที่ช่วยดูหน่อย

นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

ท่านประธานครับ ๓๕๑ วีรนันท์ เห็นด้วยครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใดยังไม่ได้ลงมติไหมครับ ลงมติครบถ้วนแล้ว เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ทั้งสิ้น ๓๗๘ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๘๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๒ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๗๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติ เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการในมาตรา ๘ นะครับ

เชิญท่านเลขาธิการต่อไปเลยครับ

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นครับ มีไหมครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

มีครับท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ 🔗

ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัย อุบลราชธานีก็ไกลจากจังหวัดอ่างทองนะครับ แต่ก็มีพี่น้องชาวอ่างทองที่ไปเรียนอยู่ที่นั่น บางส่วนเช่นเดียวกันครับ กรณีของมาตรา ๑๕ ผมได้สงวนความเห็นไว้เป็นแบบนี้ว่า ในกรณี เรื่องของการดำเนินการในกิจการของมหาวิทยาลัย ซึ่งโดยปกตินั้นไม่อยู่ภายใต้กฎหมายว่า ด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ แต่กรณีของพนักงาน มหาวิทยาลัยนั้น ข้อความของกรรมาธิการนั้นเป็นการใช้คำว่า ต้องได้รับและคุ้มครองและ ประโยชน์ตอบแทน ซึ่งคำนวณเป็นเงินได้รวมทั้งหมดไม่น้อยไปกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมาย คุ้มครองแรงงาน ผมเองไม่เห็นด้วยในข้อความตรงที่ใช้คำว่า ซึ่งคำนวณเป็นเงินได้ และขอตัด ข้อความดังกล่าวออก ด้วยเหตุผลที่ผมจะต้องนำเรียนต่อที่ประชุมดังต่อไปนี้ ท่านประธานครับ ถ้าดูตัวเลขขณะนี้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีนั้นมีบุคลากรทั้งหมด ๑,๕๗๖ คน ๒ ใน ๓ แบ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ก็คือโดยประมาณ ๑,๐๗๒ คน เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยอีก โดยประมาณอีก ๓๐๐ คนเศษนั้นเป็นในส่วนของลูกจ้าง แล้วก็เป็นทั้งลูกจ้างชั่วคราว แล้วก็ลูกจ้างประจำ ซึ่งเราคงถกเถียงกันในเชิงพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานในสัปดาห์ ที่ผ่านมาว่าสถานะของลูกจ้างชั่วคราวและลูกจ้างประจำนั้นในเมื่อเป็นลูกจ้างที่อยู่หน่วยงาน ของรัฐก็ควรไม่ได้สิทธิต่ำไปกว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงานเช่นเดียวกัน อันนั้นเดี๋ยวค่อย ไปว่ากันครับ แต่ในส่วนของพนักงานมหาวิทยาลัยจำนวน ๑,๐๗๒ คนหรือ ๒ ใน ๓ ท่านประธานครับ เวลาที่เราพูดถึงสิทธิว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานนั้นเรามักจะนึกถึง แต่สิทธิที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและการลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานล่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็น วันลา วันลาหยุด วันลาประจำปี วันลาชดเชยใด ๆ ต่าง ๆ ซึ่งโดยหลักแล้วท่านก็อาจจะอ้าง ว่ามักจะมีการคำนวณเป็นเงินได้ แต่อย่างไรก็ตามผมว่าโดยข้อเท็จจริง มีข้อเท็จจริงทั้งที่เป็น ปัจจุบันแล้วก็ข้อเท็จจริงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตว่ากรณีของสิทธิของพนักงานมหาวิทยาลัย นั้นอาจจะมีบางส่วนที่ไม่สามารถคุ้มครอง หรือไม่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ เช่น กรณี ของการลาไปศึกษาต่อ ผมยกตัวอย่าง การลาไปศึกษาต่อเพราะว่าในกฎหมายคุ้มครอง แรงงานบางส่วนเขาบอกว่าการลาไปศึกษาอบรมนั้นบางส่วนสามารถเบิกได้ แต่ก็มีการลา บางอย่างนั้นที่ท่านจะไม่สามารถได้รับค่าจ้างในการลาไปศึกษาอบรม แบบนี้ก็ไม่สามารถ ที่จะคำนวณเป็นเงินได้แล้วครับ กรณีของการลาตามประเพณี การลาตามประเพณีที่อาจจะมี ในส่วนของภูมิภาคต่าง ๆ ในภาคอีสานอาจจะมีงานบุญผะเหวด อาจจะมีงานบุญต่าง ๆ ที่ ผมเองยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรอยู่บ้างในอนาคต แบบนี้ก็อาจจะไม่สามารถคำนวณเป็นเงิน ได้เช่นเดียวกันครับ แล้วก็อาจจะมีกรณีของสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ซึ่งเราอาจจะต้องพูดถึงเรื่อง ความปลอดภัยในการทำงาน พูดเรื่องสถานที่ แม้กระทั่งน้ำดื่ม หรือสวัสดิภาพเบื้องต้นของ พนักงานที่อยู่ในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งแน่นอนครับ ท่านอาจจะตอบว่าน้ำดื่มนั้น สามารถคำนวณเป็นเงินได้ แต่นี่คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดที่ผมคิดว่ามีหลายเรื่องหลายประการ ว่าที่อยู่ในกฎหมายคุ้มครองแรงงานในปัจจุบัน และอาจจะมีมากยิ่งขึ้นในการแก้ไขกฎหมาย คุ้มครองแรงงานในอนาคต ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้นผมเองเห็นว่ามีหลายเรื่องหลายประการ ซึ่งควรเป็นสิทธิประโยชน์ที่พนักงานมหาวิทยาลัยควรได้รับ และเราไม่ควรจำเป็นที่จะต้อง ผูกมัดว่าสิทธิประโยชน์เหล่านั้นคำนวณเป็นเงินได้อย่างเดียว อย่างไรก็ตามอาจจะมีข้อโต้แย้ง ว่าลักษณะการเขียนกฎหมายแบบนี้มีในที่อื่นหรือไม่ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกหลายท่านในที่นี้ จบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลายท่านในที่นี้จบจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น กฎหมาย ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กฎหมายของมหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้นก็มีการใช้ถ้อยคำ ดังที่ผมได้สงวนไว้เช่นเดียวกันครับ ก็คือการใช้ถ้อยคำว่า การคุ้มครองและประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยไปกว่าที่กฎหมายคุ้มครอง แรงงานเป็นผู้กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องใส่คำว่า ซึ่งคำนวณเป็นเงินได้โดยตรง เข้าไปนะครับ ฉะนั้นด้วยเหตุและผลทั้งหมดซึ่งผมคิดว่าจำเป็นที่จะต้องยืนหยัดและปกป้องสิทธิของ พนักงานราชการ หรือพนักงานมหาวิทยาลัย ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ผมจึงขอยืนยัน ติดใจที่จะให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาเหตุและผล และเห็นด้วยกับการตัดถ้อยคำดังที่ผมได้สงวน ความเห็นไว้ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการยังติดใจอยู่นะครับ ถึงแม้ว่าจะไม่มีการแก้ไข ท่านณัฐวุฒิ ยังติดใจอยู่นะครับ ดังนั้นผมจะถามที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่ไม่มีการแก้ไข หรือเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่าน สมาชิกเข้ามาแล้วก็กดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ครับ ระหว่างรอเพื่อนสมาชิก ณัฐวุฒิครับ ท่านจะไม่ให้กรรมาธิการเสียงข้างมากชี้แจงของ ผมหน่อยหรือครับ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกจะโหวตตามผมหมดนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๓๘๕ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ

ต่อไปเชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก คือให้คงไว้ตามร่างเดิมโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิก ลงคะแนนได้เลยครับ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระหว่างรอ ลงมติผมก็ขอหารือท่านประธานสั้น ๆ นะครับ ประเด็นเมื่อสักครู่ท่านณัฐวุฒิได้พูดไปแล้ว ที่ทางสภาผู้แทนราษฎรได้มอบหมายกรรมาธิการเพื่อไปพิจารณาในรายมาตรา ดังนั้นผมคิดว่า น่าจะมีความจำเป็นนะครับ เวลาที่มีผู้สงวนที่ติดใจ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เห็นว่า เนื้อหาควรจะเป็นแบบที่กรรมาธิการร่างมาก็ควรจะมีการชี้แจงเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าเนื้อหาของผู้สงวนหรือว่าเนื้อหาของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่ลงมติกันมามีความแตกต่างและดีกว่าอย่างไร เพื่อที่จะให้ข้อมูลได้ครบถ้วนนะครับ ไม่ใช่ว่า ปล่อยให้เป็นไปตามมติวิปว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้นนะครับ ผมว่ามันก็จะไม่สมควรแล้วก็ ไม่รอบคอบในการพิจารณาครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาไป มาตราต่อไปนะครับ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานขออนุญาตครับ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ๐๐๓ เห็นด้วยครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เห็นด้วยนะครับ ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๙๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๖๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓๐ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการนะครับ

เชิญเลขาธิการครับ

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๖ มีการแก้ไข

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มาตรา ๑๖ มีการแก้ไข เชิญท่านสมาชิกที่ขออภิปราย ท่านแรก ท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ครับ

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๑๖ เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งก็เป็นพี่น้องกับชาวจังหวัดอุดรธานี ท่านประธานครับ จากมาตรา ๗ ซึ่งได้บอกว่า มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นสถานศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ให้การศึกษาและ พัฒนากำลังคนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก สร้างโอกาสเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง อันนี้การทำการสอน วิจัย สร้างนวัตกรรม พัฒนา และ ถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้บริการทางวิชาการสังคม ชุมชน รวมทั้งซึ่งได้อภิปรายกันเมื่อสักครู่ การพัฒนาพื้นที่ในเขตอีสานใต้ และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง อนุรักษ์สืบสานและสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้แก่ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ท่านประธานครับ เราจะเห็นว่ามาตรา ๑๖ นั้น อาจจะเกี่ยวข้องอยู่ ๙ ข้อ เพราะเป็นหน้าที่และอำนาจในการบริหารของมหาวิทยาลัย ซึ่งเราจะเห็นว่ามีอำนาจอะไรบ้าง ซื้อขาย จ้าง รับจ้าง ถือกรรมสิทธิ์ดำเนินกิจการวิทยุ กระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ รับค่าเช่า ค่าบำรุง ค่าตอบแทน ค่าเล่าเรียน เบี้ยปรับ ร่วมมือกับ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม เดี๋ยวผมจะพูดถึงภาคอุตสาหกรรม ท่านประธานครับ เดี๋ยวขออนุญาตมาดู ข้อ ๖ การกู้ยืม และการให้มีทุนเพื่อกู้ยืม ทางการศึกษา การปกครอง ดูแลบำรุงรักษา การจัดตั้งร่วมกับบุคคลอื่นในการจัดตั้ง นิติบุคคล ซึ่งดูแล้วเราจะเห็นว่านอกจากเป็นหน้าที่และมีอำนาจแล้วมันจะเกี่ยวข้องกับ ผลประโยชน์มหาศาล ท่านประธานครับ เช่น เราสามารถที่จะจัดการทุกอย่างแม้แต่ที่ ราชพัสดุเราก็จะต้องเข้าไปเช่าเพื่อที่จะทำกิจการ แต่ที่สำคัญผมไม่ได้หมายถึงว่า ท่านอธิการบดีหรือผู้บริหารจะมีการคิดทุจริตหรืออะไรนะครับ เพียงแต่ว่าท่านมีอำนาจมาก ในการบริหารจัดการด้านการศึกษานี้ แต่ท่านมาบริหารผลประโยชน์มหาศาล ไม่ว่าจะเป็น กิจการใด ๆ ท่านสามารถที่จะบางครั้งดูที่ ข้อ ๖ การกู้ยืมเพื่อการลงทุน คำว่า การลงทุน สมมุติว่าท่านจะไปเอาเงินส่วนใดส่วนหนึ่งไปลงทุนในตลาดหุ้น ตลาดหลักทรัพย์ ถ้าเกิด ขาดทุนมาแล้วปัญหาจะเกิดที่ไหน แล้วบอกว่าอำนาจจะต้องได้รับการพิจารณาจากรัฐมนตรี ซึ่งมีวงเงินที่จำกัด แล้ววงเงินเท่าไร ผมยังไม่เห็นเลยว่าท่านได้จำกัดวงเงินในการที่จะใช้ ในการบริหารตรงนี้ นี่คือเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงในการที่ท่านมีอำนาจมากเกิน และมีหน้าที่ที่จะ บริหารจัดการตรงนี้ แต่ผมก็มั่นใจว่าท่านก็คงไม่คิดที่จะทุจริตงบประมาณของแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพครับ การจัดตั้งเป็นนิติบุคคลนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งว่ามหาวิทยาลัยสามารถ ที่จะไปทำธุรกรรมร่วมกับนิติบุคคลอื่นซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย แล้วตรงนี้ท่านจะมี การจัดการบริหารควบคุมไม่ให้มีการรั่วไหลงบประมาณของสถานศึกษาหรือมหาวิทยาลัย ของเราได้อย่างไร นี่ก็ฝากท่านในการที่จะดูแลเรื่องนี้ ท่านประธานครับ สำหรับมาตรา ๑๖ นี้ ถ้าจำกัดวงเงินจำนวนตามที่รัฐมนตรีกำหนดจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน นี่ ก็เป็นจุดหนึ่งที่เราจะต้องมองว่าถ้าการที่เราทำบริหารจัดการงบประมาณของมหาวิทยาลัย แต่วันใดวันหนึ่งวงเงินของท่านมีปัญหาหรือเกินวงเงินท่านจะต้องนำเรื่องนั้นเข้าสู่ ครม. นี่ก็เป็นประเด็นที่ผมเป็นห่วงว่าการบริหารการศึกษาในมหาวิทยาลัยของท่านจะเกิดความ ติดขัด ขัดข้อง และไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ แล้วลูกหลานก็จะมีปัญหาในการที่จะใช้ งบประมาณของมหาวิทยาลัยด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ การจัดกองทุนกู้ยืมเพื่อ การศึกษาเพื่อที่จะทำการวิจัยสร้างนวัตกรรม หรือกองทุนอื่นเพื่อที่จะทำตามวัตถุประสงค์ มหาวิทยาลัยนั้นสำคัญคือการควบคุม การติดตาม และการบริหารจัดการ ผมมั่นใจว่า ท่านอธิการบดีคงจะมีความชัดเจนในการบริหารงบประมาณในส่วนนี้ แต่สิ่งที่ผมได้เกริ่นไว้ว่า เรื่องการอุตสาหกรรม ภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม ภาคประชาสังคม ตรงนี้ว่าในภาคอุตสาหกรรมท่านจะสามารถบริหารกับหน่วยงานของเอกชน หน่วยงาน ภาครัฐได้อย่างไรในการบริหารงบประมาณ เพราะจะต้องมีสัดส่วนในการบริหาร อย่างเช่น อุตสาหกรรมเขาก็จะต้องมีงบประมาณในกระทรวงอุตสาหกรรมของเขา แล้วท่านจะเอา ส่วนนี้ไปทำกิจกรรมอะไร ผมก็อยากถามเหมือนกันว่าท่านอธิการบดีมีแนวทางที่จะแก้ไข ปัญหา หรือว่าดำเนินการในงานภาคอุตสาหกรรมของท่าน ในที่ดินราชพัสดุของท่าน ท่านบริหารอย่างไร ก็ขออนุญาตสอบถามไปยังคณะกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชลน่าน ศรีแก้ว เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้ อภิปรายในร่างมาตรา ๑๖ เรื่องของหน้าที่และอำนาจของมหาวิทยาลัย ร่างที่สภาแห่งนี้ รับหลักการไปถือว่าเป็นร่างของสภาผู้แทนราษฎร ไปอยู่ในชั้นกรรมาธิการ กรรมาธิการ ได้มีการแก้ไขอยู่ ๒ จุดนะครับ ใน (๕) แล้วก็ในวรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องของ (๖) ใน (๖) มีเพื่อนสมาชิกเขาต้องการที่จะพูดผมจะไม่ลงรายละเอียดแต่ผมเห็นด้วย เพราะว่า ใน (๖) ของพระราชบัญญัติว่าด้วยมหาวิทยาลัยภายใต้กำกับของรัฐทุกมหาวิทยาลัยเขียน ทำนองที่ท่านแก้ไข คือเป็นอำนาจของรัฐมนตรีจะเป็นผู้กำหนดวงเงิน ถ้าเกินขออนุมัติ ครม. ในการที่จะกู้ยืมหรือกระทำกิจกรรมอะไร เป็นไปตามที่เราเคยให้กับมหาวิทยาลัยอื่นไป ผมกลับมาตรง (๕) กรรมาธิการไปแก้ไขเรื่องหน้าที่และอำนาจของมหาวิทยาลัยที่เขียนไว้ว่า ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หรือกับองค์กร หรือหน่วยงาน ต่างประเทศ หรือระหว่างประเทศ ในกิจการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของ มหาวิทยาลัย ซึ่งเราผ่านวัตถุประสงค์มาแล้ว กรรมาธิการไปเติมคำว่า ภาคอุตสาหกรรม เข้าไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผ่านไปยังท่านประธานกรรมาธิการ เหตุผลที่ท่านเติม ภาคอุตสาหกรรมลงไปผมไม่แน่ใจว่าท่านมีเหตุผลอะไร แต่ในส่วนตัวผมในฐานะที่เป็น สมาชิกและเป็นเจ้าของร่างของสภาผู้แทนราษฎรนี้ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ ไม่เห็นด้วยเพราะ ๑. เจตนารมณ์ของ (๕) เขาให้มหาวิทยาลัยร่วมมือกับองค์กร หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือองค์การระหว่างประเทศ เป็น Organize Organizer Organization ผมไม่แน่ใจว่าท่านเติมภาคอุตสาหกรรมไป ท่านมีวัตถุประสงค์อะไร อันที่ ๑ เจตนารมณ์การเขียนเขียนไปอย่างนั้น ๒. ผมไปดูรูปแบบการเขียนที่สภาแห่งนี้อนุมัติให้กับ มหาวิทยาลัยภายใต้กำกับของรัฐทุกมหาวิทยาลัยครับ เขียน (๕) เหมือนกันหมดเลยครับ แต่ไม่มีภาคอุตสาหกรรม เหตุผลที่ ๓ ถ้าท่านเติมภาคอุตสาหกรรมไปถามว่ามันสอดรับกับ วัตถุประสงค์ในข้อ ๗ หรือไม่ และจะมีคนถามว่ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีไม่สนใจ ภาคเกษตรหรือ ไม่สนใจภาคพาณิชยการหรือครับ ท่านใส่เข้าไปทำไม ไม่เห็นด้วยครับ ขอให้ สมาชิกกลับไปร่างเดิมครับ ไม่อย่างนั้นจะเกิดความสับสนมาก คำว่า ภาคอุตสาหกรรม นั้น เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ต้องใช้แรง ใช้ทุน เพื่อการผลิตหรือการให้บริการ ถ้าท่านใส่ ภาคอุตสาหกรรมท่านต้องใส่ภาคเกษตร ภาคอื่น ๆ เกี่ยวกับเรื่องของทางด้านเศรษฐกิจลงไป ซึ่ง (๕) เขาไม่ได้หมายถึงอย่างนั้นครับ เขาหมายถึงองค์กร ฝากท่านประธานไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาครับ ผมเห็นว่าควรคืนร่างเดิมสำหรับ (๕) ขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกขออภิปราย ๑ ท่านครับ ท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอมี ส่วนร่วมในมาตรา ๑๖ ขออนุญาตนะครับ เมื่อสักครู่ท่านอดีตรัฐมนตรีชลน่านก็ได้พูดถึง (๕) ภาคอุตสาหกรรมก็ตรงใจครับ ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยที่จะออกนอกระบบต้องทำ หน้าที่หาเงินครับ เพราะฉะนั้นต้องมีหน้าที่และอำนาจ ทีนี้จะหาเงินได้อย่างไร ก็ใช้ที่บ้าง ร่วมมือกับองค์กรอื่นบ้าง เพื่อทำกิจกรรม ภาครัฐก็มีคน ภาคเอกชนก็คน ภาคประชาสังคมก็คน แต่ภาคอุตสาหกรรมมันเป็นทั้งกิจกรรมอะไรก็ไม่รู้นะครับ ผมเห็นด้วยว่าอันนี้ไม่จำเป็น ต้องใส่ล่ะครับ เอากว้าง ๆ ว่าอย่างไรก็เอกชนมาร่วมกันนะครับ และอีกหัวข้อหนึ่งก็คือที่ แก้ไขในวรรคสุดท้ายคือการดำเนินการตาม (๖) ถ้าเป็นจำนวนเงิน วงเงินที่กระทรวงการคลัง กำหนดคือร่างเดิม (๖) คืออะไรครับ ก็คือกู้ยืมเงิน ออกพันธบัตรหรือตราสารใด ๆ เพื่อการ ลงทุนและให้กู้ยืมเงินโดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์สินอะไรก็ว่ากันไปนะครับ เพื่อประโยชน์ในกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ท่านประธานครับ ผมไม่แน่ใจนะครับว่าทำไม ถึงแก้อำนาจให้กระทรวงการคลังมาเป็นรัฐมนตรีของอุดมศึกษาหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และต้องได้รับความเห็นชอบคณะรัฐมนตรีนี่ถูกต้องแล้วครับ ซึ่งผมเห็นว่ากระทรวงการคลัง มันกว้างครับ จะได้ดูว่าภาพต่าง ๆ ไหวไหม เพราะมหาวิทยาลัยอาจจะทำกิจกรรมหรือว่า อะไรใหญ่โตมโหฬารลงทุนเยอะแยะเต็มไปหมด รัฐมนตรีก็ว่าดี มหาวิทยาลัยนี้น่าเชื่อถือ แล้วทำไปทำมาก็เกิดติดหนี้ อันนี้เป็นวงแคบแล้วจะทำอย่างไร ท่านก็แก้เกี้ยวโดยมาเขียน วงเล็บเพิ่มขึ้น ทั้งนี้การกำหนดวงเงินดังกล่าวให้คำนึงถึงความคุ้มค่า ฐานะทางการเงิน และ ความสามารถในการชำระหนี้ของมหาวิทยาลัย อันนี้ท่านรัฐมนตรีอนุมัตินะครับ เพราะว่า มันวงแคบ ๆ ดูแลเรื่องมหาวิทยาลัย แต่กระทรวงการคลังเขาดูทั้งประเทศ ท่านประธานครับ หนี้ประเทศไทยมันเยอะเหลือเกินครับ หน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะถ้าไปกำกับ ไปออก แล้วรัฐบาลอย่างไร ๆ ก็ต้องรับผิดชอบ ผมอยากจะลดเรื่องพวกนี้ลงบ้าง อย่างน้อยก็ให้มี ความรอบคอบเสียที เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนถามท่านกรรมาธิการนะครับ ท่านมีแนวคิด อย่างไรถึงเปลี่ยนจากร่างเดิมที่เป็นกระทรวงการคลังมาเป็นรัฐมนตรี แล้วก็ใส่เงื่อนไขนี้ เข้าไปมันจะเหมาะหรือเปล่าครับ แต่สำหรับภาคอุตสาหกรรมผมเห็นด้วยกับท่านชลน่านว่า ควรตัดทิ้ง ขอบคุณครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ กรรมาธิการชี้แจงเชิญครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ผมขออนุญาตตอบ ท่านสมาชิกที่ได้ห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ ซึ่งมีท่านเกรียงศักดิ์ ท่านนายแพทย์ชลน่าน นายแพทย์เชิดชัย ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ขออนุญาตเรียนว่าถ้าท่านดูใน มาตรา ๑๔ ของ ร่างนี้ซึ่งไม่ได้มีการแก้ไข มาตรา ๑๔ ได้กำหนดให้มหาวิทยาลัยอาศัยความร่วมมือจาก ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ดังนั้นการกำหนดประเภทและชื่อเรียก ก็เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับถ้อยคำที่มีความครอบคลุม เพื่อให้มีถ้อยคำสอดคล้องกับความ ใน มาตรา ๑๔ ซึ่งเราไม่ได้มีการแก้ไข เพื่อป้องกันปัญหาในการทำความเข้าใจจึงได้กำหนดคำว่า ภาคอุตสาหกรรมเข้าไปในการแก้ไขครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับ มาตรา ๑๔ ซึ่งเป็นเรื่องของ ความร่วมมือครับ ทีนี้อยากจะกราบเรียนท่านว่าในอนุ มาตรา ๕ มันเป็นเรื่องความร่วมมือ ถามว่าความร่วมมือตรงนี้พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ในส่วนที่ ๒ เกี่ยวกับ เรื่องการจัดการศึกษาใน มาตรา ๓๕ ก็ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า มาตรา ๓๕ สถาบันอุดมศึกษา พึ่งสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุน การจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยการปฏิบัติงานจริง และเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ทักษะ สมรรถนะ และคุณลักษณะอื่นให้สอดคล้องกับ ความต้องการของประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าท่านสมาชิกได้พิจารณาดูในมาตรานี้ว่าหน้าที่และ อำนาจต่าง ๆ ใน (๑) ถึง (๔) เป็นเรื่องหน้าที่และอำนาจ ส่วน ข้อ ๕ เราได้บัญญัติไว้โดยใช้ ถ้อยคำ คำว่า ร่วมมือ ความร่วมมือตรงนี้ก็จะเป็นประโยชน์กับมหาวิทยาลัยในการที่ผมได้ เรียนไปสักครู่ตามพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ว่าเป็นเรื่องของการสนับสนุน การเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลที่เราใส่เข้าไป ในเรื่องของภาคอุตสาหกรรมซึ่งไม่ได้แปลว่าไปลงทุน แต่หมายถึงความร่วมมือในทางด้าน การศึกษา การส่งนักศึกษาเข้าไปฝึกงานกับภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรม มากมาย ซึ่งมันเป็นวิธีการเรียนการสอนในปัจจุบันที่เราจะต้องให้นักศึกษาได้เข้าไปฝึกงาน กับภาคอุตสาหกรรมตรงนั้นนะครับ อันนั้นคือเหตุผล แล้วผมขออนุญาตตอบในประเด็นนั้น

ส่วนประเด็นเรื่องของกระทรวงการคลังต้องเรียนว่าในที่ประชุมของ คณะกรรมาธิการของเรากระทรวงการคลังได้ส่งผู้แทนเข้าไปร่วมในคณะกรรมาธิการในการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ซึ่งผู้แทนของกระทรวงการคลังได้มีความเห็นว่า อำนาจกำหนดกรอบวงเงินควรเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้ไม่เกิดความลักลั่นกับกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐฉบับอื่น เพราะกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐทุกฉบับที่ได้ ประกาศไปแล้วกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมเป็นผู้กำหนดกรอบวงเงิน ซึ่งอย่างไรก็ตามรัฐมนตรีก็อาจสอบถามไปยัง กระทรวงการคลังเมื่อจะกำหนดกรอบวงเงินก็ได้ ทั้งนี้ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่ใน กำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เท่านั้นนะครับ ยังมีรัฐมนตรีว่าการอื่นที่กำกับดูแลด้วย เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา กำกับดูแลมหาวิทยาลัยกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กำกับดูแลสถาบันพระบรมราชชนก เป็นต้น กระทรวงการคลังจึงควรมีการกำหนด หลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเพื่อให้รัฐมนตรีใช้เป็นแนวทางและกรอบในการกำหนดจำนวนเงิน เพราะสิ่งที่กระทรวงการคลังเป็นกังวลก็คือการก่อหนี้สาธารณะของมหาวิทยาลัยที่เกิน ความสามารถในการชำระอย่างที่ท่านได้เป็นห่วงนะครับ และมีผลทำให้ตั้งงบประมาณเพื่อ ชดใช้หนี้ที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงได้กำหนดความในวรรคสองเพื่อเป็นกรอบแนวทางในการ ดำเนินงานเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน ออกพันธบัตร หรือตราสารใด ๆ เพื่อการลงทุนตามร่าง พระราชบัญญัติ มาตรา ๑๖ (๖) ในกรณีที่เกินวงเงินที่กำหนดก็เป็นการยึดตามหลักการของ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งนำมาบังคับใช้เป็นมาตรฐาน เดียวทำให้การดำเนินการในเรื่องดังกล่าวได้ดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะเรียนกับท่านก็คือว่าเดิมคณะกรรมาธิการก็เห็นแนวว่าคงตามร่างเดิม แต่เมื่อผู้แทน กระทรวงการคลังได้แสดงความคิดเห็นเสนอแนะมาเราก็ดำเนินการไปเพื่อให้มันเป็นไปตาม แนวอย่างที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงเหมือนกับร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยของรัฐที่ออกนอกระบบไปแล้วทุกมหาวิทยาลัย ถ้าท่านคงไว้ตามร่างเดิม ผลก็คือมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจะมีกฎหมายในกรณีนี้แตกต่างจากร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยอื่นซึ่งได้ใช้อยู่ปัจจุบันครับ จึงขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงต่อที่ประชุมครับ ขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะกำนันผู้ใหญ่บ้าน ตำบลสังขะ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ เชิญท่านชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานในมาตรานี้หลังจากฟังคำชี้แจงของ ท่านประธานคณะกรรมาธิการแล้ว ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ ถ้าท่านเขียน ภาคทางด้านเศรษฐกิจลงไปแต่เพียงภาคเดียว คำถามมันก็จะเกิดขึ้นว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์ทำเฉพาะด้านอุตสาหกรรมหรือ แล้วผมเองก็เข้าใจด้วยว่าพอท่านอ้าง มาตรา ๑๔ ปุ๊บ ผมเข้าใจว่าร่างที่เรารับจากสภาผู้แทนราษฎรไปไม่สมบูรณ์เหมือนร่าง ที่เรารับไปบอกว่าเป็นอำนาจของกระทรวงการคลัง ท่านก็ไปแก้ให้เป็นรัฐมนตรี อันนี้ คือความไม่สมบูรณ์ของร่างที่รับไป ผมยังยืนยันว่าในมาตรา ๑๖ (๕) ของมหาวิทยาลัยอื่น จะเป็นมาตราอะไรก็แล้วแต่เขียนเหมือนกันทุกอย่าง มหาวิทยาลัยมหิดลที่ผมสังกัดอยู่ ที่ผมจบมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัยพะเยา เขียนเหมือนกันหมดครับ มหาวิทยาลัยภายใต้กำกับของรัฐไม่มีเติม ภาคอุตสาหกรรม ลงไป เพราะฉะนั้นวิธีแก้ผมเสนอทางออกให้ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พอพิจารณาจบทั้งร่างนะครับท่านใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ แก้ไขถ้อยคำ ถ้อยคำที่มันขัด หรือแย้งกันท่านสามารถเอาออกได้ ผมยังเชื่อว่าการเติมถ้อยคำในร่างเดิมมาตรา ๑๔ ซึ่งมหาวิทยาลัยอื่นไม่เขียน ไม่มีเขียนมาตรานี้เลย มีแต่เฉพาะของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่เขียนมาใหม่อาจจะคิดใหม่ทำใหม่เลยเติมอันนี้เข้าไป แต่ชั้นในการเติมต้องถามผู้ยกร่างด้วย ว่าคุณคิดอะไร ถ้าผมเป็นพี่น้องชาวอุบลราชธานีส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร คุณไม่สนใจ ภาคเกษตรหรือ แล้วท่านจะตอบว่าอย่างไรครับ ท่านอธิการจะตอบว่าอย่างไร ระวัง ท่านจะสร้างความขัดแย้งให้กับมหาวิทยาลัยและชุมชนนะครับ ท่านมีเป้าหมายจะพัฒนา ชุมชนท้องถิ่นด้วยนะ เขียนอย่างนี้ขัดแย้งแน่นอนครับ แล้วท่านก็อ้างด้วยบอกว่าไม่มี วัตถุประสงค์ที่สอดรับอย่างนั้น เจ๊งนะครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมเอง หาทางออกให้มาตรา ๑๖ กับร่างเดิมมาตรา ๑๔ พิจารณาผ่านไปแล้ว พอพิจารณาจบ ทุกมาตรากลับมาที่มาตรา ๑๓๒ พิจารณาทั้งร่าง แก้ไขถ้อยคำที่ขัดหรือแย้งกัน เอาคำว่า ภาคอุตสาหกรรม ออก ผมว่าจบครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ เพื่อให้เกิดความถูกต้องในห้วงระยะเวลานะครับ ขออนุญาตเรียนว่า พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ มีผลบังคับใช้เมื่อปี ๒๕๖๒ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกได้กรุณาบอกมาว่าไม่มีคำว่า ภาคอุตสาหกรรม เหตุผลเพราะว่าก่อนหน้านี้ พระราชบัญญัติการอุดมศึกษาไม่ได้ระบุเรื่องความร่วมมือ ในเรื่องภาคอุตสาหกรรม ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นร่างแรกที่เสนอมาหลังจากพระราชบัญญัติ การอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ใช้บังคับ ซึ่งดังที่ผมได้เรียนต่อที่ประชุมไปแล้วว่าในมาตรา ๓๕ ได้ระบุถึงเรื่องความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมด้วย เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลที่เราเพิ่มเข้าไป เพราะฉะนั้นในมาตรา ๑๔ ที่ท่านรับหลักการก็เป็นการรับหลักการถ้อยคำซึ่งมันปรากฏ ขึ้นมาหลังจากที่ พ.ร.บ. การอุดมศึกษาใช้บังคับ ร่างนี้จึงได้เสนอมาพร้อมกับเรื่องการระบุ ถ้อยคำของคำว่า ภาคอุตสาหกรรม เข้ามาด้วย ไม่ได้ขัดหรือแย้งกับร่างกฎหมายฉบับอื่น ของมหาวิทยาลัยในกำกับที่ออกนอกระบบไป เพราะเหล่านั้นเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้มี การออกกฎหมายมาก่อนปี ๒๕๖๒ ทั้งสิ้น นี่คือเหตุผลที่อยากจะเรียน ๒. จริง ๆ เรื่องภาคอุตสาหกรรมนี่เป็นเรื่องความร่วมมือเรื่องหนึ่ง แต่ภารกิจหลักของมหาวิทยาลัย ที่มีอยู่อย่างไรมันก็ระบุไว้ในมาตรา ๗ และมาตราอื่น ๆ มันไม่ได้แปลว่ามหาวิทยาลัย อุบลราชธานีจะละทิ้งภาคเกษตรกรรมอะไรทั้งสิ้นนะครับ จริง ๆ ก็คือความเป็นมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่มีเจตนาอยู่กับท้องถิ่น อยู่กับประชาชน อยู่กับอีสานใต้ รวมทั้งจะทำต่อขยายไปอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงก็ยังดำรงอยู่ แล้วก็ไม่ได้ ก่อให้เกิดความ ถ้าท่านอธิการบดีผมมั่นใจว่าท่านอธิบายต่อสังคมได้แล้วครับ แต่กฎหมาย ทั้งหมดนี้ต้องเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ครับว่าเราได้พิจารณาเหตุผลจะตัดหรือไม่ตัดอย่างไร ในที่ประชุมของการประชุมที่นี่ ผมจะเรียนต่อทุกท่านว่าอาจจะแตกต่างกว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับอื่นด้วยซ้ำไปเพราะที่นี่อุดมไปด้วยนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัยทั้งนั้นละครับ ที่มาอยู่กันที่นี่ เพราะฉะนั้นกว่าจะหลุดกันมาได้ในแต่ละกรณีก็ถกกันเยอะ กรณีนี้ก็เป็น ประเด็นหนึ่งครับแต่ด้วยความเคารพครับว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะทำผิดข้อบังคับหรือว่า ผิดกฎหมายอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการมีตัวแทนจากสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นกรรมาธิการอยู่และมีอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายท่านจากหลาย มหาวิทยาลัยเข้ามาร่วม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลแล้วก็ฝ่ายค้านก็มาร่วมกัน ในการทำเรื่องนี้ ก็ขออนุญาตเรียนต่อที่ประชุมครับว่าเราได้ดำเนินการถูกต้องเป็นไปตาม ขั้นตอนของกฎหมาย รวมทั้งการนำเอา พ.ร.บ. การอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ เข้ามาพิจารณา โดยเคร่งครัดด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับเนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขนะครับ ดังนั้น ผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่นะครับ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมกดปุ่มแสดงตน เลยครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เข้ามาแล้วกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานครับขออนุญาตท่านประธาน รอท่านสมาชิกสักครู่นะครับ มีเพื่อนสมาชิกอยู่ในห้องอาหารกันเยอะครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แสดงตนเรียบร้อยหรือยังครับ เชิญครับ แสดงตนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๓๗๗ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการให้คงไว้ตามร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนน ได้เลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนนกันเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๗๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๖๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการครับ

เชิญท่านเลขาธิการครับ

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๑ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ การดำเนินการไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๒ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ท่านแรกท่านสุรวาท ทองบุ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ รวมทั้งท่านกรรมาธิการ กระผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ มาตรา ๒๒ นี้เป็นมาตราที่ กรรมาธิการได้ใช้เวลาในการพิจารณามากพอสมควรนะครับ และผมเห็นว่าประชาคม มหาวิทยาลัยและสภาแห่งนี้น่าจะให้ความสนใจในมาตรา ๒๒ ที่ว่าด้วยให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย ซึ่งมีนายก มีกรรมการสภา ผมอยากจะพูดง่าย ๆ ว่าในสัดส่วนและ องค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัยนี้แบ่งสัดส่วนใหญ่ ๆ ที่สุดก็คือกรรมการสภาที่มาจาก ภายนอก ซึ่งมักจะเรียกว่าผู้ทรงคุณวุฒิแล้วก็กรรมการสภามหาวิทยาลัยที่อยู่ภายใน มหาวิทยาลัย ซึ่งประกอบไปด้วยฝ่ายบริหารแล้วก็ฝ่ายปฏิบัติซึ่งได้แก่ คณาจารย์สายผู้สอน แล้วก็สายสนับสนุนคือผู้ปฏิบัติในมหาวิทยาลัย กรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีมติให้มี ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมาจากภายนอกเป็นองค์ประกอบในกรรมการสภามหาวิทยาลัยนี้เป็น ๒ ใน ๓ ส่วนของคณะกรรมการทั้งหมด แล้วให้บุคลากรภายในหรือผู้ปฏิบัติงานภายใน มหาวิทยาลัยนี้เพียง ๑ ส่วน โดยอ้างว่าต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล ในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๔ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คือ ท่านเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ได้เขียนไว้ตรงนั้นบอกว่า กรรมการสภามหาวิทยาลัยจะต้องเป็น บุคคลที่มาจากภายนอก ๒ ใน ๓ หรือไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพ แนวปฏิบัตินั้นออกโดยรัฐมนตรี แต่วันนี้เรากำลังตราพระราชบัญญัติซึ่งเป็นกฎหมาย ที่รัฐมนตรีจะต้องปฏิบัติตาม ที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับตามข้อบัญญัติ ในร่างพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานครับ ผมได้ไปทบทวนเอกสารแล้วก็ไปดูพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เราจะพบว่าวันนี้ส่วนใหญ่จะเป็น ๑ : ๑ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกนี้ ๑ ส่วน เป็นผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ๑ ส่วน ประกอบกันเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย หรือมีจำนวนหนึ่งที่มากกว่าเพียงเล็กน้อยคือผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น ๑๕ คน แล้วก็บุคลากรภายใน ๑๓ คน อันนี้เกิดขึ้นในยุคสมัยของท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ภายนอก ดูแล้วจะคล้าย ๆ กับกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีอำนาจสูงสุดของมหาวิทยาลัย มีอำนาจในการสรรหา เสนอเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งอธิการบดี ก็จะคล้าย ๆ กัน กับการที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สว. มีอำนาจลงคะแนนในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็น ผู้บริหารประเทศสูงสุด แต่คนที่ยึดโยงกับประชาชน โดยเฉพาะในสภามหาวิทยาลัยนี่ กรรมการที่อยู่ภายในที่ยึดโยง โดยเฉพาะมาจากเลือกตั้งเพียง ๔ คนเท่านั้นนะครับ ในจำนวนทั้งหมด ๒๓ คน กรรมาธิการเสียงข้างมากให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๔ คน เป็น ๒ ใน ๓ นอกนั้นก็เป็นกรรมการจากสายบริหารอีก ๔ คน แล้วก็ประธานสภาอีก ๒ ท่านกับอธิการบดี เพราะฉะนั้นท่านประธานและท่านสมาชิกได้กรุณาดูวันนี้เรามีคำที่พวกเราไม่อยากจะฟังคือ สภาเกาหลัง แต่ถ้าออกมาอย่างนี้ท่านอธิการบดีซึ่งได้รับการลงคะแนนเสียงจากผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๔ คน ซึ่งเป็น ๒ ใน ๓ ท่านคิดว่าอธิการบดีจะรับผิดชอบหรือจะยึดโยงต่อใคร เพราะฉะนั้นวันนี้อธิการบดีหลายแห่งนะครับไม่ใช่ที่นี่ ก็ไม่ต้องทำอะไรใน ๔ ปีแรกที่ดำรง ตำแหน่งก็ทำเพียงเอาอกเอาใจกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกลุ่มนี้ เพื่อที่จะต่ออีก ๔ ปีข้างหน้า และ ๔ ปีถัดไปเพื่อสืบทอดและเอาคนของตัวเองเข้ามาไม่ต้องทำอะไรมาก เพราะฉะนั้น วันนี้อธิการบดีหรือสภามหาวิทยาลัยนี้จึงมีปัญหาข้อขัดแย้งกันอย่างรุนแรงและมาก เป็นคดีความในศาลต่าง ๆ นี้ เขาบอกว่าร่วมหมื่นคดี ซึ่งผมตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวง อว. ไม่สามารถตอบผมได้ วันนี้มีสถาบันอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยไม่สามารถ โปรดเกล้าฯ ได้นะครับ ไม่สามารถนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ได้ เพราะเกิดปัญหาความขัดแย้งกัน เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์กันว่าที่เกิดปัญหาทั้งหลาย นี่คือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกคนไม่รู้มาชี้ ท่านคิดดูว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น ผมเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ของมหาวิทยาลัยหลายแห่งเข้าใจดีว่าเราซึ่งเป็นคนภายนอกจะไม่รู้ในบริบท หรือรู้จักใครต่อใคร ที่จะดำรงตำแหน่ง แต่สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจสูงสุดในการที่จะโดยเฉพาะแต่งตั้งผู้ดำรง ตำแหน่งในทางบริหาร ทั้งอธิการบดี ทั้งคณบดี ผู้อำนวยการศูนย์สำนักทั้งหลาย อันนี้ถ้ามาอย่างนี้ ก็จะเป็นอย่างที่ผมกราบเรียนว่าเราคืนสภามหาวิทยาลัยนี้ให้กับประชาคมของมหาวิทยาลัย เถอะครับ คืนแค่ที่ผมเสนอนี้ให้เป็น ๑๑ : ๑๑ คือภายนอก ๑๑ ข้างใน ๑๑ ซึ่งสอดคล้องกับ มหาวิทยาลัยที่ผมไปศึกษา ๘๔ แห่งที่เป็นมหาวิทยาลัยในราชการซึ่งเป็นส่วนราชการและ มหาวิทยาลัยในกำกับส่วนใหญ่จะครึ่งต่อครึ่ง หรือผู้ทรงคุณวุฒิเกินก็จะเกิน ๑ คน ๒ คน แต่วันนี้ จะให้เกินถึง ๗ คน ซึ่งเป็น ๒ ใน ๓ แล้ว เวลาโหวตอธิการบดีแค่ครึ่งหนึ่งก็ได้เป็นอธิการบดี แล้ว อันนี้มีตั้ง ๒ แล้ว ถามว่าอธิการบดีจะยึดโยงกับใคร ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิก กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกได้พิจารณาใช้ดุลยพินิจตัวนี้เพื่อการลงคะแนน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ผมได้สงวนความเห็นครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนนิมาถึงตอนนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านกรรมาธิการอีกท่านหนึ่งขอสงวนความเห็นไว้นะครับ ท่านณัฐวุฒิครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าถ้อยคำที่ผมสงวนไว้เป็นถ้อยคำเดียวกับท่านอาจารย์สุรวาท ทองบุ แล้วก็เป็นเหตุผลเดียวกันครับ ฉะนั้นเพื่อให้ประหยัดเวลาของสภาครับ ผมยืนยัน อาศัยถ้อยคำแล้วก็เหตุผลของอาจารย์สุรวาท แทนคำสงวนของผมครับ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านณัฐวุฒินะครับ ช่วยกันประหยัดเวลาครับ มาตรานี้ไม่มีผู้แปรญัตตินะครับ แต่เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไข มีท่านสมาชิกได้ลงชื่อไว้หลายท่าน จริง ๆ ท่านสามารถ อภิปรายได้นะครับ แต่ว่ารบกวนทางเจ้าหน้าที่ช่วยตั้งเวลาไว้สัก ๕ นาทีก็แล้วกันนะครับ ๒ ท่านแรกก่อนนะครับ ท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ แล้วก็ท่านคำพอง เทพาคำ เชิญท่านกันต์พงษ์ครับ

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง วันนี้ขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... ซึ่งก็มาตามวาระที่สอง ก็คือมาตรา ๒๒ แล้ววันนี้ก็ขออนุญาตทั้ง ๓ อนุเลยนะครับ มาตรา ๒๒ (๒) (๕) แล้วก็ (๖) ตามเสียงของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็คือท่านอาจารย์ สุรวาท แล้วก็ท่านพี่ณัฐวุฒินะครับ สิ่งที่ อ.เอท อยากที่จะมายืนยันในวันนี้เพราะว่า อ.เอท ก็เป็นคุณครูมากว่า ๒๐ ปี อยู่ในหลายมหาวิทยาลัย สภามหาวิทยาลัยหน้าที่หลัก ๆ ก็จะ มีอยู่ ๔ ด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกนโยบาย เรื่องของการออกข้อบังคับต่าง ๆ แม้กระทั่งการอนุมัติงบประมาณ แล้วก็อนุมัติใบปริญญา รวมไปถึงเรื่องของการประเมินผล ทีนี้มีความสำคัญอย่างไรครับ เพราะว่าเราเอง หรือ อ.เอท เองก็เห็นว่าถ้าเกิดตั้งสภาขึ้นมา ก็อยากจะให้สภาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เขามีความเป็นเสถียรภาพมากขึ้น ก็เหมือนกับสภา ผู้แทนของเราที่ต้องมีเสียงที่ค่อนข้างที่จะเป็นกลาง ๆ คือประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ อ.เอท ขออนุญาตครับ จริง ๆ แล้วในสภามีใครบ้าง เอาแบบเร็ว ๆ เลยครับ ง่าย ๆ เลยครับ ก็คือจะมีเรื่องของคนภายนอก จะเป็นสัดส่วนเท่าไรนั้นก็ว่ากัน แล้วก็มีคนภายใน โดยเฉลี่ย แล้วขออนุญาตไปดูนะครับ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแถว ๆ สามย่านก็คือจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยนั่นเองก็จะมีสภาของเขาประมาณ ๓๐ ท่าน แล้วคนภายนอกหรือบุคลากร ภายนอกประมาณ ๑๕ ท่าน ที่เหลือก็จะเป็นใครบ้างครับ อธิการบดี หรือจะเป็นคนที่เป็น อาจารย์มีสัดส่วนถึง ๕ คนจาก ๓๐ คน แล้วก็เป็นพนักงานประจำที่มาจากสัดส่วนอื่น ๆ อีกประมาณ ๕ ท่าน แล้วท่านจะสังเกตเห็นว่าเพื่อให้เป็นไปตามคำพูดที่ว่าประชาสังคม เราก็เลยอยากที่จะให้สัดส่วนอย่างน้อย ๆ ๕๐ ๕๐ เพื่อมีเสถียรภาพตามมาตรา ๒๒ (๒) (๕) และ (๖) ทีนี้แบ่งอีกครับ ถ้าเป็นอีกมหาวิทยาลัยหนึ่งในเขตดุสิตเขาก็จะมีสภาอยู่ประมาณ ๒๕ ท่าน และใน ๒๕ ท่านนี้จะมีบุคคลภายนอกประมาณ ๑๒ ท่าน ที่เหลืออีก ๑๒ ท่าน ก็จะเป็นใครบ้างครับ ก็จะเป็นอธิการบดี รองบ้าง ผอ. บ้าง ประธานสภาบ้าง คณะกรรมการบ้าง หรือว่าประธานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการของมหาวิทยาลัย ท่านจะสังเกตเห็นว่าแต่ละที่นั้น ก็โดยเฉลี่ยประมาณ ๕๐ ๕๐ เพื่อความเป็นเสถียรภาพของมหาวิทยาลัย แต่ถ้าเกิดท่านไปดู ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีในวันนี้นะครับ จะเห็นว่าสัดส่วนภายนอกค่อนข้างที่จะปริ่ม ๆ ไปทาง ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้น อ.เอท ก็อยากที่จะเห็นว่าถ้าอยากจะให้ สภาแห่งนี้มีความเสถียรภาพมากขึ้นก็ควรที่จะมีการแบ่งสัดส่วนให้ชัดเจน เพราะฉะนั้น ไม่ให้เสียเวลาสภา อ.เอท ก็เลยอยากจะสรุปว่าในการที่จะตั้งสภาควรจะมี ๓ S นะครับ ๓ S เป็นหลักครับ ก็คือมีคำว่า Stability Sustainability แล้วก็ Synergy ซึ่งคำว่า Stability แปลว่า เสถียรภาพ Sustainability แปลว่า ความยั่งยืนของสภา และ Synergy ก็คือ เรื่องของการหลอมรวมเป็นทีมงานทีมเดียวหนึ่งเพื่อที่จะนำไปสู่คำว่า ประชาสังคม เพราะถ้าเกิด เราไม่ทำ ๓ S นี้ จะนำมาสู่ S ที่ ๔ ครับ ก็คือคำว่า Sorry แปลว่าจะเกิดความเสียใจแน่ ๆ ที่ตั้งสภาแห่งนี้ขึ้นมา ขอบพระคุณครับ Respect

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านคำพอง เทพาคำ เชิญครับ

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วน ภาคอีสานนะครับ ในมาตรา ๒๒ ผมจะให้ความเห็นสนับสนุนรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ สุรวาท ทองบุ และคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ในการสงวนความเห็นในฐานะที่เป็นคนที่อยู่ อุบลราชธานีมานาน ลูกหลานญาติพี่น้องเรียนมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมาตั้งแต่ก่อตั้ง จนถึงวันนี้เราจะเห็นพัฒนาการของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีอย่างต่อเนื่อง เราเห็นศักยภาพ ของบุคลากรที่เรียกว่าเป็นสังคมมหาวิทยาลัย สังคมการศึกษาของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้เราจะถึงโอกาสที่จะยกระดับของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็น มหาวิทยาลัยที่อยู่ในกำกับของรัฐซึ่งมีความอิสระมากขึ้นในการที่จะบริหารจัดการทางด้าน การศึกษาในระดับอนุภูมิภาค ในระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเลยทีเดียว ซึ่งในส่วนของกลไกของมหาวิทยาลัยในการบริหารในเรื่องของสภามหาวิทยาลัย ผมคิดว่า ในเรื่องของสัดส่วนของกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเราก็เห็นว่าที่ท่านกรรมาธิการเสนอมา เสียงส่วนมากซึ่งรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ สุรวาท ทองบุ ก็ได้มีความเห็นว่ามันจะต้องเป็น ๑๑ : ๑๑ แล้วก็บวกนายกสภาอีกหนึ่ง คือในสัดส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิผมคิดว่าถ้าเรามี มากเกินไปมันก็กลายเป็นสภาผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยไป ซึ่งในการบริหารจัดการน้ำหนัก อาจจะตกไปที่ผู้ทรงคุณวุฒิมากกว่าสัดส่วนอื่น กรรมาธิการเสียงส่วนมากอาจจะมองคิดเผื่อ ไปไว้ว่าอาจจะมีผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นภูมิปัญญา ที่เป็นเกษตรกร ที่เป็นชาวไร่ชาวนาที่อยู่รอบ มหาวิทยาลัยเข้ามาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิของสภาด้วย อันนี้ผมคิดว่าเป็นการคิดเผื่อซึ่งก็จะไม่มี ความชัดเจนว่าได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ทรงคุณวุฒิไปถึงขนาดนั้นหรือไม่ ซึ่งกว่าจะมีสภา มหาวิทยาลัยเราก็ปาเข้าไปอีก ๑ ปี ผมคิดว่าในสัดส่วนที่รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุรวาท ทองบุ กรรมาธิการผู้สงวนความเห็นกำหนดไว้ก็คือ ๑๑ : ๑๑ ถือว่าเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม ผมเห็นด้วยกับทางท่านอาจารย์ ดอกเตอร์สุรวาท ทองบุ ผู้สงวนคำแปรญัตติ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒ ท่านถัดไป ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ต่อด้วยท่านอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล เชิญท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ก่อนเชิญครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ สาระสำคัญของมาตรานี้ก็คือ องค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัยซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจสูงสุดในมหาวิทยาลัย ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของการวางนโยบายต่าง ๆ ออกข้อบังคับต่าง ๆ ในการที่จะได้มาซึ่งบุคคลที่จะมา ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย ดังนั้นองค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัยจึงมี ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะว่าถ้ามีการออกแบบแล้วไม่เหมาะสมหรือไม่ดี เราก็อาจจะ ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์การที่เรานำมหาวิทยาลัยออกจากระบบราชการ เพราะว่า องค์ประกอบที่พระราชบัญญัติฉบับนี้เขียนมา โดยภาพรวมก็จะมีกรรมการสภามหาวิทยาลัย รวม ๆ กันประมาณ ๒๕ ท่าน นายกก็เป็นบุคคลภายนอก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็เป็น บุคคลภายนอก รวมแล้ว ๑๕ ท่านแล้วก็ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเสียงข้างมาก ดังนั้นเสียงดั้งเดิมซึ่งเป็นบุคคลภายในก็จะมีเสียงน้อยลง ซึ่งเสียงที่น้อยลงจะมีประเด็นอยู่ ๒-๓ เรื่อง ก็คือ ๑. การเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง อันนี้ก็คงไม่มีปัญหาอะไรเพราะว่าก็ใช้เสียง ข้างมากเป็นมติธรรมดา แต่ในการถอดถอนบุคคลต่าง ๆ ออกจากตำแหน่งนี้ไม่ว่าจะเป็น อธิการบดีก็ดี หรือนายกสภาก็ดี ใช้เสียง ๒ ใน ๓ ก็ประมาณ ๑๗ ท่าน ถ้าคิดเป็นตัวเลขกลม ๆ ก็ประมาณ ๑๗ ท่านหรือว่าถ้ากรรมการไม่ถึง ๒๕ ท่าน ก็อาจจะ ๑๖ ท่าน เพราะฉะนั้น ในแง่ของเสียงหรือว่าสิทธิหรือว่าความเห็นของบุคคลที่เป็นคณาจารย์หรือเป็นคนที่อยู่ใน มหาวิทยาลัยเอง ผมเข้าใจว่าเสียงของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยโดยตรงนี้ก็จะมี บทบาทน้อยลง และบทบาทของบุคคลภายนอกที่แต่งตั้งเข้ามาก็แต่งตั้งหรือสรรหาเข้ามา ซึ่งจะเป็นอย่างไรผมก็ยังไม่ทราบ เพราะว่าในเรื่องของข้อบังคับที่จะให้ได้มาซึ่งกรรมการสภา ก็ยังไม่ปรากฏเราก็ไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งก็คงจะได้มาจากชุดปัจจุบัน นายกสภาเดิม ก็คงปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนที่จะมีสภาใหม่ ก็ต้องมีการออกข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อให้ได้มีกรรมการ ใหม่ขึ้นมา ดังนั้นหลังจากที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศใช้ขึ้นมา ข้อบังคับครั้งแรกที่จะทำ ให้ได้มาซึ่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ผมก็ขออนุญาตฝากความกังวลไปยังกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งตัวกรรมาธิการด้วย ว่าการที่เราวางลักษณะของกฎหมายเป็นลักษณะเช่นนี้ ถ้าหากว่ามันออกมาดีมันก็คงจะดี แต่ถ้าหากว่ามันเกิดไม่เข้าเป้าขึ้นมา ในที่สุดผมก็ไม่แน่ใจนะครับ เมื่อมีอำนาจต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๖ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สิน อื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยนี้ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ มากมายนะครับ เพราะว่าอำนาจของท่าน สามารถนำอสังหาริมทรัพย์ไปซื้อขายเช่า เช่าซื้ออะไรก็แล้วแต่สารพัดเต็มไปหมดนะครับ ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ก็ได้ ลงทุนในหุ้นก็ได้ ผมก็ไม่แน่ใจครับว่าในที่สุดการที่มี องค์ประกอบที่เป็นบุคคลภายนอกจำนวนมาก ๆ ในที่สุดจะทำให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จะยังเป็นมหาวิทยาลัยที่ยังเน้นในเรื่องของวิชาการ ในเรื่องของการพัฒนานักศึกษาจะยังเน้น ในเรื่องนั้นอยู่หรือไม่ ขออนุญาตขอคำยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าเจตนาของคณะกรรมาธิการ ที่ร่างมาเช่นนี้ยังประสงค์ที่จะให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นในเรื่องของ การให้การศึกษา การวิจัยพัฒนา และดำเนินการเกี่ยวข้องทางวิชาการซึ่งเป็นหน้าที่หลักของ มหาวิทยาลัยอยู่หรือไม่ แล้วท่านมั่นใจได้อย่างไรว่ากฎหมายที่มีการร่างใหม่มานี้จะทำให้ บรรลุวัตถุประสงค์อันนั้นนะครับ ส่วนอีกประเด็นหนึ่งซึ่งเป็นปัญหาที่ผมกังวลพอสมควร ก็คือในเรื่องของกรรมการมหาวิทยาลัยใน (๖) แต่เดิมเคยบอกว่าให้เลือกจากคณาจารย์ ประจำจำนวน ๑ คน แต่ว่ากรรมาธิการก็ได้ตัดออกไปทำให้ตัวแทนของคณาจารย์ อาจารย์ ต่าง ๆ ที่ควรจะมีตัวแทนก็โดนตัดออก เสมือนหนึ่งกลับไม่ให้ความสำคัญกับอาจารย์ ที่ให้การศึกษาให้วิชาการกับนักศึกษาหรือไม่นะครับ ก็มี ๒ ประเด็นนะครับ ประเด็นตามที่ ผมได้กล่าวมานะครับ ก็ขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล กรรมาธิการ

ผม อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมคิดว่าเรื่องการดูในมาตรา ๒๒ โดยเฉพาะในเรื่องของ สัดส่วนของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผมเป็นทั้งตัวกรรมาธิการชุดนี้ด้วยแต่ผมอยากให้แนวคิด ไว้ในที่นี้ เนื่องจากในมหาวิทยาลัยที่เป็นมหาวิทยาลัยรุ่นแรก ๆ ของเมืองไทยก็จะมีกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีสัดส่วนจำนวนเยอะมากกว่า อย่างน้อยก็ ๒ ใน ๓ หรือประมาณสัก ๑๔ ๑๕ คน แล้วอีกแนวคิดหนึ่งก็คือแนวคิดที่ท่านอาจารย์สุรวาสบอกว่าอยากให้ผู้ทรงคุณวุฒิ มีปริมาณครึ่ง ๆ ผมคิดว่าทั้ง ๒ แนวคิดนี้มันมีเหตุผลของการมีที่มา เพราะเนื่องจากว่า ตัวมหาวิทยาลัยเอง Stakeholder ของมหาวิทยาลัยผมคิดว่ามันไม่ใช่เฉพาะตัวอาจารย์ มหาวิทยาลัย ไม่ใช่ตัวนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ผมคิดว่าคนในพื้นที่โดยเฉพาะในภูมิภาค อย่างเช่นในอีสานใต้ก็เป็น Stakeholder ของมหาวิทยาลัยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญ ก็คือความเป็นอิสระของกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งหมดเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเผื่อจะเอา จำนวนของกรรมการสภา ถ้าเราไปดูตามมาตรา ๒๖ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของกรรมการสภา เราก็จะเห็นได้ว่าก็เป็นเรื่องที่ชี้เป็นชี้ตายอยู่หลายเรื่อง เพราะฉะนั้นผมว่ามหาวิทยาลัย อุบลราชธานีต้องตัดสินใจว่าตัวเองจะเป็นมหาวิทยาลัยที่อยากมีอิสระ โดยเฉพาะถ้าเผื่อ น้ำหนักของตัวกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเท่า ๆ กัน ตัวผู้บริหารมหาวิทยาลัยก็อาจจะมีโอกาส ที่จะดูแลทีมทำงานของจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ แต่ถ้าคิดว่าเราต้องการ Stakeholder ทั้งเป็นภาพใหญ่เราอาจจำเป็นที่จะต้องได้กรรมการสภามหาวิทยาลัยที่มาจาก บุคคลภายนอกเยอะกว่า เพื่อความเป็นอิสระในการใช้อำนาจตามมาตรา ๒๖ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตให้กับสภาแห่งนี้ก่อนตัดสินใจว่าแนวคิดทั้ง ๒ แนวคิดนี้ มันมีเหตุผลกันพอสมควร เราจะเห็นมหาวิทยาลัยเก่าเช่นอย่างที่กลุ่มมหาวิทยาลัย ๕ มหาวิทยาลัยแรก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กลุ่มนี้ก็จะมีแนวคิดในการที่จะใช้ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนที่ มากกว่า ส่วนมหาวิทยาลัยหลัง ๆ ในกลุ่มเช่นกลุ่มอุบลราชธานีเองราชภัฏบางที่เองก็จะ พยายามที่จะทำให้สัดส่วนมันใกล้เคียงกัน ฉะนั้นผมฝากความคิดเห็นไว้ในสภาครับ ขอบคุณท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ๒ ท่าน ท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ กับคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เชิญท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ก่อนเชิญครับ

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตอภิปรายมาตรา ๒๒ คืออย่างหลักการของมหาวิทยาลัยที่จะออกนอกระบบ หรือในกำกับของรัฐบาล คือต้องการความอิสระและคล่องตัว แล้วที่สำคัญคือต้องเลี้ยงตัวเอง ให้ได้ งานประจำก็คือวิจัยวิชาการพวกนี้ละครับก็ว่ากันไป มีความ Excellent ก็ว่ากันไป ทีนี้องค์กรสูงสุดของมหาวิทยาลัยก็คือสภามหาวิทยาลัย ควรจะต้องกำหนดให้ชัดเจน สมัยก่อนเราก็เรียกเป็นไตรภาคี มีคนข้างนอกกับคนข้างใน แต่ตอนหลังก็เปลี่ยนไปคล้าย ๆ ว่าเป็นข้างนอกกับข้างใน ข้างนอกก็คือหรือว่าผู้ทรงคุณวุฒิกับนายกสภา จริง ๆ อาจจะมี กรรมการส่งเสริมที่อยู่ในข้อ ๔ อีกคนหนึ่ง ก็ถือว่าเป็นคนนอก แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็น ศิษย์เก่าหรืออะไรเสนอขึ้นมา ส่วนคนข้างในก็มีอยู่ ๒ Group Group หนึ่งก็คือผู้บริหาร เลือกตัวแทนมา อีก Group หนึ่งก็คือจากอาจารย์และข้าราชการ ทีนี้พวกข้าราชการ หรืออาจารย์ก็จะมีประธาน เรียกว่าประธานสภาบุคคล หรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียก บางแห่ง ก็เรียกว่าประธานสภาคณาจารย์ ๒ Group นี้ควรจะมีกรรมการเท่ากัน ไม่ควรจะใช้คำว่า ไม่เกิน ท่านไปเติม (๒) ผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน ๑๔ คน เอา ๑๐ ได้ไหม ๑๒ ได้ไหม มันไม่ได้ครับ เหมือน สส. ๑ ใน ๕๐๐ คน เขียนว่าไม่เกิน ๕๐๐ คน ก็เลือก สส. ๔๕๐ คนได้ไหม มันไม่ได้ อันนี้ต้องชัดเจนคำว่า ไม่เกิน ควรจะตัดทิ้งให้มันชัดเจนนะครับ ยกตัวอย่างอีกอันหนึ่ง ก็คือ (๕) กรรมการสภาจำนวน ๔ คนถูก แต่พอไป (๖) กรรมการสภาจำนวนไม่เกิน ๔ คน นี่ล่ะมันทำให้เกิดความลักลั่น ผมไม่อยากว่าทราบจำนวนอะไรแต่ขอให้คนข้างในเท่ากัน แล้วก็รวมแล้วกับคนข้างนอกเท่ากันเหมือนที่ท่านกรรมาธิการขอสงวนญัตติไว้ คำแปรญัตติ ที่ว่า ๑๑ ๑๑ นั้นก็เห็นด้วย จำนวนอะไรผมไม่คิดนะครับ เพราะว่ามันจะมีผู้ที่มาตรา ๒๕/๑ มาตรา ๒๕/๑ ท่านไปดูสิครับเป็นมาตราที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ ไปเขียนอะไรครับ เมื่อมีกรณี ดำเนินเพื่อให้เลือกกรรมการสภา มีประกาศจำนวนด้วยมันก็ยิ่งเกิดความสับสน แล้วก็ ในมหาวิทยาลัยที่มันมีเรื่องมีราวต่าง ๆ มันก็เกิดจากพวกนี้ละครับ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผมเป็นคนอุบลราชธานี แล้วเพื่อนผมเคยเป็นอธิการบดีที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีด้วย มหาวิทยาลัยก็เกิดไปจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นนี่ละครับ ไปพัฒนาแล้วได้เป็นคนดี ๆ ไปเยอะ เพียงแต่ว่าทำอย่างไรถึงจะให้เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่นเดียวกันองค์ประกอบของ กรรมการสภาจึงเป็นเรื่องสำคัญ แล้วทัศนคติอุดมคติของคนที่อยู่ในมหาวิทยาลัย อุบลราชธานีต้องทำเพื่อคนท้องถิ่นด้วย แล้วก็ทั้งประเทศด้วย แล้วก็ควรจะเป็นตัวอย่าง เพราะฉะนั้นปัญหามาตรา ๒๒ ท่านต้องคุยกันให้ดีนะครับว่าอย่างไรให้มันชัดเจน ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหาเยอะแยะร้องเรียนกันไปไม่จบ ยิ่งมีความรู้มากแล้วก็มีโอกาสที่จะใช้ ทรัพยากรของมหาวิทยาลัยไปหาเงินเพื่อเลี้ยงตัวเองให้ได้มันก็มีผลประโยชน์มากขึ้น มันก็จะ มีปัญหาร้องเรียนกันไม่จบไม่สิ้น แล้วอันนี้มันก็จะโยงไปถึงการที่ว่าจะลงมติไม่ไว้วางใจ ตำแหน่งพวกนี้อย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยนี้ผมอยากให้ท่านกรรมาธิการ ช่วยอธิบายให้มันชัดเจนว่าท่านมีหลักการอย่างไรแล้วจะเอาอย่างไรให้มันชัดเจนครับ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับท่านสุดท้ายนะครับ เชิญคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๒๒ กรรมาธิการมีการแก้ไข ผมใช้สิทธิสมาชิกจะอภิปรายในประเด็นที่ท่านแก้ไขจากร่างของสภา ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๒ กรรมาธิการไปแก้ไขวิธีการบัญญัติกฎหมายซึ่งในสภานี้เราถือเป็นเรื่องสำคัญมาก การวางตามจำนวนโครงสร้างองค์กรที่สำคัญสภาจะไม่อนุญาตไปให้ใช้ดุลพินิจบอกว่าจะเอา กี่คน เรามักจะกำหนดจำนวนเต็มไปให้เลยนะครับ เช่นร่างเดิมเราเขียนบอกกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๑๔ คน ท่านไปแก้ไขบอกไม่เกิน ๑๔ คน มีคำว่า ไม่เกินอยู่ ๒ อนุมาตรา กรรมการมหาวิทยาลัยไม่เกิน ๔ คน ซึ่งเลือกจาก เดิมเรากำหนดเลยว่ามาจากอาจารย์ มาจากพนักงาน ท่านก็ไปเปิดกว้างเลย วิธีการเขียนอย่างนี้เปลี่ยนจากคำว่า จำนวนเต็ม ที่เราให้ไปใช้คำว่า ไม่เกิน บวกกับวรรคสามที่ท่านเติมเข้ามาเป็นลักษณะการเขียนแบบให้ใช้ ดุลยพินิจ ซึ่งในการตรากฎหมายโดยทั่วไป มาตรา ๗๗ รัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้ชัดว่า ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ดุลพินิจ ผมไม่ทราบว่าท่านมีเหตุผลอะไร อันตรายมากถ้าเขียนอย่างนี้ จะเกิดข้อขัดแย้ง เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันในมหาวิทยาลัย เพราะองค์กรนี้สำคัญ สำคัญนะครับ และที่สำคัญครับการเปิดช่องเปิดโอกาสอย่างนี้มันจะทำให้สัดส่วนที่สมาชิก หลายท่านมีข้อกังวลนี้ จากร่างเดิมสัดส่วนซีกของผู้ทรงคุณวุฒิเยอะกว่าประมาณ ๒ ใน ๓ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยบอกให้ขึ้นมาเท่ากัน ซึ่งตรงนี้เองก็แล้วแต่วิธีคิด ท่านสมาชิก อภิปรายไปแล้วแต่ผมติดใจวิธีเขียนของท่าน ผมไม่เห็นด้วยที่ท่านไปเปิดช่องแล้วไปเขียน มาตรา ๒๕/๑ มารองรับ ผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๔ คนที่เราให้ไปบอกไม่เกินท่านพึงพอใจจะเอา ๑๐ คน ท่านก็เขียนแค่ ๑๐ คนอย่างนี้หรือครับ อันนี้อันตรายมากครับ ผมไม่แน่ใจว่าทาง กรรมาธิการที่มาจากผู้แทนของกฤษฎีกาให้ความเห็นเรื่องนี้ว่าอย่างไร ท่านเห็นด้วยหรือครับ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะอำนาจที่เรามอบให้ท่านไปนี้ ท่านไปเปลี่ยนแล้วนำสู่การปฏิบัติ แล้วเกิดปัญหา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจะมีแต่ข้อขัดแย้งนะครับ จะลงตัวกันไม่ได้ มันเสียหายตรงไหนครับที่ท่านบอกว่า ๔ คนก็ ๔ คน ๕ คนก็ ๕ คน ง่ายต่อการคำนวณ สัดส่วนของการทำหน้าที่ด้วย ท่านประธานครับด้วยความเคารพจริง ๆ อยากทราบแนวคิด ท่านเหมือนกันท่านคิดอะไร ท่านขยักอะไรไว้ในใจหรือเปล่าครับ เสียงข้างมากสภาแห่งนี้ จะให้ผ่านตามท่านเพราะผมทราบมติวิปมาแล้ว แต่ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในฐานะผมเป็น รัฐบาลด้วย ถ้าเขียนอย่างนี้อันตรายมาก มาตราที่ผ่านมาผมแพ้ไปแล้ว แต่มีประเด็นเดี๋ยวผม จะไปช่วยแก้ไขในชั้นวุฒิให้ มีสมาชิกหลายท่าน ผมคิดว่าไม่เห็นด้วยกับท่าน ด้วยความ ขอบคุณท่านประธานจริง ๆ ครับ จะเขียนอย่างไรก็ได้แต่ต้องตัดคำว่า ไม่เกิน ออก เพราะมัน เป็นการใช้ดุลพินิจผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ครับ ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการครับ กฤษฎีกามีไหมครับเชิญครับ

นายภาคภูมิ รุจิขจรเดช กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรครับ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายภาคภูมิ รุจิขจรเดช กรรมาธิการครับ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าอาจจะต้องเท้าความสักนิดว่าร่างที่ ออกมาจากคณะรัฐมนตรีแล้วก็สภารับหลักการไปในวาระที่หนึ่งนั้น โดยสัดส่วนของสภา มหาวิทยาลัยตามมาตรา ๒๒ นั้น มีสัดส่วนอยู่เดิมทั้งหมดทั้งสิ้น ๒๔ คน โดยจะเป็น บุคคลภายนอก ๑๖ คน แล้วก็เป็นบุคคลในมหาวิทยาลัยอีก ๘ คน สัดส่วนก็จะเป็น ๒ ใน ๓ สาเหตุที่ต้องระบุให้กรรมการสภามีจำนวนบุคคลภายนอกมากกว่าบุคคลภายในเป็น อัตราส่วน ๒ ใน ๓ นั้น ด้วยเหตุผลดั้งเดิมก็คือเนื่องจากปัจจุบันเรามีกฎหมายที่เกี่ยวกับ การปฏิรูปการอุดมศึกษา ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แล้วก็พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา ซึ่งปัจจุบันทำให้สถาบันอุดมศึกษาไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายเพียงฉบับเดียวคือกฎหมายจัดตั้ง ตัวเอง วันนี้เขาต้องดำเนินการและมีหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการอุดมศึกษาอีกไม่ต่ำกว่า ๔ ๕ ฉบับที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเหตุผลนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง เพราะว่าพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา ในมาตรา ๑๐ กำหนดไว้ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นั้น โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอุดมศึกษาท่านสามารถออกแนว ปฏิบัติเกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาลที่สถาบันอุดมศึกษาต้องปฏิบัติได้ และเมื่อประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้มีผลใช้บังคับ ซึ่งก็ได้มีการออกแนวปฏิบัติในเรื่องธรรมาภิบาล ของสถาบันอุดมศึกษาในเรื่องนี้ออกมา ซึ่งแนวปฏิบัตินั้นก็กำหนดเอาไว้เป็นสัดส่วนว่า ในสภามหาวิทยาลัยให้มีบุคคลภายนอกมากกว่าบุคคลภายในเป็นอัตราส่วน ๒ ใน ๓ ซึ่งก็เป็นหลักการที่ทำให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งเป็นฉบับแรกที่เกิดขึ้นภายหลังจากเกิด กฎหมายการอุดมศึกษาขึ้นในปี ๒๕๖๒ ตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณา นำเรียนแล้ว จึงต้องอยู่ภายใต้หลักการนี้เช่นเดียวกันครับ แต่สิ่งที่เกิดปรากฏขึ้นภายหลัง จากที่เรามีการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการพบว่าการกำหนดอัตราส่วน ๒ ใน ๓ นั้นจะเรียกว่า อะไรดีครับ เป็นข้อร้องเรียนมาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เข้าไปสู่ทางกระทรวง จนปัจจุบัน มีความพยายาม กำลังอยู่ในการทำงานของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมที่จะผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในเรื่องนี้ในเรื่องการแก้ไขแนวปฏิบัติในเรื่องธรรมาภิบาล ของสถาบันอุดมศึกษา โดยเหตุผลดังกล่าวทางกรรมาธิการจึงมาคิดว่าถ้าอย่างนั้นก็ควรมี การแก้ไขร่างพระราชบัญญัติในมาตรา ๒๒ นี้ให้มีการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของ สภามหาวิทยาลัยให้สามารถที่จะปรับเปลี่ยนได้ตามหลักการของแนวปฏิบัติธรรมาภิบาล ที่จะเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งก็อาจจะเป็น Model เป็นรูปแบบที่นำไปใช้กับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในอนาคตที่จะมีการเสนอกฎหมายออกนอกระบบ โดยมีการแก้ไขของร่างมาตรา ๒๒ เราแก้ไขเป็น ๒ ส่วนครับ ในวรรคหนึ่งเราแก้ไขใน (๒) และ (๖) ที่ต้องเขียนว่ากรรมการ สภาผู้ทรงคุณวุฒินั้นให้มีจำนวนไม่เกิน ๑๔ คน แล้วก็ใน (๖) เราแก้ไขเป็นว่า ให้กรรมการ สภามหาวิทยาลัยนั้นที่มาจากพนักงานมหาวิทยาลัยหรือข้าราชการมหาวิทยาลัยที่เป็น ผู้เลือกมา อันนี้เราเพิ่มสัดส่วนจาก ๒ คน เป็น ๔ คน โดยไม่ได้แบ่งแยกว่าจะต้องเป็น คณาจารย์หรือเป็นประเภทสนับสนุน แต่ว่าเรามีแค่ข้อที่บอกว่าบุคคลเหล่านั้นที่เลือกมานั้น จะต้องไม่ใช่ผู้บริหาร หรือว่าประธานสภาบุคลากรนะครับ ซึ่งจะทำให้เขามีความซ้ำซ้อน ในองค์ประกอบ ก็จะทำให้สัดส่วนใหม่อยู่ในอัตราส่วนที่ ๑๖ ต่อจำนวนไม่เกิน ๑๐ คือ บุคคลภายนอก ๑๖ ภายในก็ประมาณ ๑๐ ในอัตราเต็มที่ก็คือ ๒๖ คนนะครับ โดยเราก็เพิ่ม ความเป็นวรรคสามเพื่อให้เป็นกรอบในการพิจารณาว่าบุคคลภายนอกและบุคคลภายในนั้น คือใคร ซึ่งก็เป็นการที่บอกว่าบุคคลภายนอกนั้นจะต้องไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร หรือผู้ปฏิบัติการในมหาวิทยาลัย เพราะว่าในมหาวิทยาลัยในตำแหน่งบริหาร เช่น อธิการบดี รองอธิการบดี บุคคลเหล่านี้แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกได้ครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ต้องมีการแก้ไขบทบัญญัตินี้ แล้วก็ขออนุญาตเล่าอีกนิดหนึ่งว่า จึงทำให้จะต้องเพิ่มเติมมาตรา ๒๕/๑ มาด้วย เพราะว่าก็มีการถกเถียงในกรรมาธิการอย่างที่ ท่านสมาชิกกรุณามีความเป็นห่วงนี่ละครับว่า การกำหนดจำนวนนั้นจะกลายเป็นเงื่อนไข หรือว่ากลายเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการเล่นพรรคเล่นพวกว่าอย่างนั้นเถอะ ก็เลยกำหนด เป็นหลักเกณฑ์ในมาตรา ๒๕/๑ ขึ้นมาว่า การที่จะกำหนดจำนวนนั้นต้องดูความจำเป็น จริง ๆ โดยผู้ประกาศก็คือตัวสภามหาวิทยาลัยนั้นจะต้องประกาศจำนวนที่จะมีการคัดเลือก หรือสรรหาตัวกรรมการสภาขึ้นมา แล้วต้องให้เหตุผลประกอบเอาไว้ด้วย ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นไป ตามหลักการของกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองว่าการออกคำสั่งทางปกครองใด ๆ ต้องระบุเหตุผลชี้แจงเพราะว่าผู้ออกคำสั่งนั้นต้องรับผิดชอบ เราพยายามสร้างความโปร่งใส ในกระบวนการขั้นตอนนี้ แล้วทั้งหมดทั้งมวลเมื่อพิจารณาข้อเสนอของท่านกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นแล้วนะครับ สุดท้ายอัตราส่วนที่อยู่นั้นก็ยังอยู่ในอัตราส่วนประมาณ ๒๓ คน ทั้งหมดมีบุคคลภายนอก ๑๓ บุคคลภายในอีก ๑๐ ก็ยังจะติดขัดตัวหลักปฏิบัติดังกล่าวของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผมขอขยายความอีกสักนิด เถอะครับว่าทำไมหลักปฏิบัตินั้นจึงสำคัญ จริงอยู่หลักปฏิบัติในเรื่องธรรมาภิบาลของ สถาบันอุดมศึกษาที่ออกตามกฎหมายการอุดมศึกษาเป็นกฎหมายลำดับรอง ไม่มีสถานะ ที่ใหญ่ไปกว่าพระราชบัญญัติก็จริง แต่สุดท้ายแล้วเงื่อนไขของการที่ไม่ปฏิบัติตามหลัก ธรรมาภิบาลนั้นจะเป็นกลไกและเงื่อนไขที่จะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สามารถใช้อำนาจตามมาตรา ๕๑ วรรคสอง ในกรณีที่ การไม่ปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลนั้นเกิดผลเสียอย่างร้ายแรงที่กระทบต่อประโยชน์ของ ประชาชนหรือว่าผู้เรียน หรือว่าบุคคลภายในองค์กร จะทำให้ท่านมีอำนาจในการที่จะเข้ามา ควบคุม แทรกแซงอำนาจบางอย่างของสภามหาวิทยาลัยได้ เราไม่อยากให้ภาพนี้เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วเราพิจารณาร่างพระราชบัญญัติออกไปฉบับหนึ่งแล้วก็ไปเกิดข้อติดขัด จะทำให้ กฎหมายไม่สามารถใช้ได้อย่างความมุ่งหมายที่สภากรุณาให้ความเห็นชอบให้กฎหมายฉบับนี้ ออกไปไปเป็นกฎหมายใช้บังคับ ดังนั้นเราจึงมีการแก้ไขดังเช่นกรณีที่ได้นำเรียนท่านสมาชิก แล้วครับ ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการยังติดใจไหมครับ เสียงข้างน้อยครับ

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กรรมาธิการ

ติดใจครับท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้นต้องลงมตินะครับ มาตรานี้มีการแก้ไขก็ต้องลงมติ ๒ รอบ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ ด้านนอกนะครับ

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านที่เข้ามาแล้วเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

มีท่านใดยังไม่แสดงตนไหมครับ เชิญครับ ขออนุญาตปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๓๗๒ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่ามาตรา ๒๒ นี้มีการแก้ไข ในคำถามแรกก็จะถามว่าท่าน เห็นด้วยกับการแก้ไขหรือไม่ หากเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ปิดการลงมติครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๘๑ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๓๗๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยให้มีการแก้ไขในมาตรา ๒๒ นี้นะครับ

ต่อไปก็จะถามในคำถามที่ ๒ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิกแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านพลพีร์แสดงตนหรือยังครับ

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานครับ ๒๔๓ แสดงตนครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใดยังไม่แสดงตนไหมครับ เชิญครับ ทวิวงศ์บัตรอยู่ไหนครับ เชิญครับ

ปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๓๘๙ ท่านนะครับ

ผมจะขออนุญาตถามคำถามที่ ๒ นะครับ ในมาตรา ๒๒ ว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไข ของกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่นะครับ ถ้าหากว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ เสียงข้างมากท่านกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นไว้ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย นะครับ ถ้าท่านต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เชิญลงคะแนนได้เลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ขออนุญาตปิดการลงมติ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีจำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๙๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓๒ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากในมาตรา ๒๒ นะครับ

ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๓ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๒๓ ไม่มีการแก้ไข แต่ว่ามีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นไว้นะครับ เชิญท่านอาจารย์ สุรวาทครับ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านคณะกรรมาธิการ ผม สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ผมขอสงวนความเห็น ในมาตรา ๒๓ นะครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

มาตรา ๒๓ นี้ให้มี สำนักงานสภามหาวิทยาลัยในสำนักงานมหาวิทยาลัยใช่ไหมครับ สำนักงานสภาอยู่ข้างล่าง สำนักงานมหาวิทยาลัยอยู่ข้างบน และมีการกำหนดว่าสำนักงานสภา มีผู้อำนวยการสภา แล้วก็รับผิดชอบขึ้นตรงต่อนายกสภา เส้นสีเขียวอ้อมไปด้านโน้น ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ผู้อำนวยการสำนักงานสภาเป็นคนในสำนักมหาวิทยาลัย ในขณะเดียวกันวรรคท้ายของ มาตรา ๒๒ ได้กำหนดว่าให้สภาแต่งตั้งเลขานุการสภามหาวิทยาลัยอยู่ทางเส้นสีแดงนะครับ เลขานุการสภามหาวิทยาลัยตั้งจากใครก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันสำนักงานสภาที่ผมสงวน ความเห็นนี่ ผมสงวนว่าสำนักงานสภากับผู้อำนวยการสำนักงานสภามหาวิทยาลัยก็ให้ รับผิดชอบงานธุรการของสภาขึ้นตรงกับเลขานุการ ซึ่งแน่นอนว่าเลขานุการก็ต้องทำงานประสานแล้วก็อยู่ใต้การตัดสินใจหรือบังคับบัญชา ของประธานสภามหาวิทยาลัยนะครับ ถ้าอย่างนี้จะเห็นว่างานมันจะง่ายและรวบรัด ถ้าเป็น อย่างกรรมาธิการเสียงข้างมากถามว่าผู้อำนวยการสำนักสภาไม่ได้ขึ้นตรงกับเจ้าสังกัด คือสำนักงานมหาวิทยาลัยรวมทั้งอธิการบดี แต่ Link ตรงไปที่นายกสภามหาวิทยาลัย ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นก็จะเกิดขัดแย้งกันว่าเอ๊ะเลขานุการจะต้องเป็นผู้สนองงาน ด้านธุรการ ต้องเป็นผู้จัดวาระการประชุม บรรจุวาระการประชุม ซึ่งผู้ที่จะสนองงาน เลขานุการก็ควรที่จะเป็นสำนักงานสภามหาวิทยาลัยนะครับ แต่ว่าที่ออกแบบมา มันทำให้เป็นอย่างที่ผมว่าก็จะเกิดความสับสนแล้วก็ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้บังคับบัญชาของใคร แล้วมาตรา ๒๓ วรรคสาม วรรคสี่นี่นะครับ การแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักสภามหาวิทยาลัย ยังไปให้นายกสภามหาวิทยาลัยซึ่งท่านเป็นคล้าย ๆ ฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นสภามหาวิทยาลัย ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร แต่ว่าในวรรคสามในการแต่งตั้งอะไรทั้งหลายก็ต้องให้ท่านให้ความเห็นชอบ ในขณะที่ท่านไม่ใช่บุคลากรภายใน ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร และไม่ใช่บุคลากรที่ทำงาน Full Time หรือเต็มเวลานาน ๆ มาทีนะครับ และยังมีวรรคสี่หรือวรรคท้ายของ มาตรา ๒๓ อีกว่า ให้อธิการบดีประเมินแต่ก็ด้วยความเห็นชอบของนายกสภามหาวิทยาลัย ในขณะที่ความเป็นจริง ผู้อำนวยการสภามหาวิทยาลัยจะต้องทำงานกับเลขานุการสภามหาวิทยาลัย คนที่เห็น การปฏิบัติงาน คนที่เห็นการเอาใจใส่ คนที่เห็นความรับผิดชอบชั่วดีอะไรทั้งหลายก็คือ เลขานุการ แต่กลายเป็นว่าสำนักงานสภาหรือผู้อำนวยการสำนักสภาตามเส้นสีเขียวก็ขึ้นตรง ทางโน้นในขณะที่มีเลขาธิการอยู่ตรงนั้น มันจะเหมือนกันว่าข้ามเลยผู้รับผิดชอบหรือเปล่า อันนี้ผมจึงสงวนความเห็นว่าในทางปฏิบัติให้ง่ายซึ่งมันจะง่ายขึ้นคงไม่ผิดธรรมเนียมอะไร ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติอาจจะจะลงคะแนนเห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยบ้างในแต่ละร่างพระราชบัญญัติครับ ท่านประธานผมจึงขอสงวนความเห็น อย่างนี้ว่าให้มันทำงานได้รวบรัดแล้วก็จะไม่นำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งของเลขานุการ ของผู้อำนวยการสภารวมทั้งผู้อำนวยการสำนักมหาวิทยาลัยที่เป็นต้นสังกัด แล้วก็อธิการบดีที่ เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยครับ จึงขออนุญาตสงวนความเห็น และยืนยันความเห็นตามที่สงวนไว้ครับ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทางกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นไว้ท่านยังติดใจนะครับ ฉะนั้นมาตรานี้ก็ต้องลงมติ แต่ว่าก่อนจะลงมติก็ให้ทางเสียงข้างมากได้ยืนยันอีกครั้งนะครับ เชิญครับ

นายภาคภูมิ รุจิขจรเดช กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรครับ กระผม นายภาคภูมิ รุจิขจรเดช ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่าในร่างมาตรา ๒๓ ที่ว่าด้วยเรื่องของ สำนักงานสภามหาวิทยาลัย ซึ่งตรงนี้ต้องเรียนว่าการทำงานของสำนักงานสภามหาวิทยาลัย ซึ่งโดยการออกแบบว่าให้อยู่ในสำนักงานมหาวิทยาลัยนั้นทำให้เขามีฐานะอยู่ในระดับ น่าจะในระดับกองของตัวสำนักงานมหาวิทยาลัย แต่ว่าการทำงานของเขาต้องทำงานร่วมกับ สภามหาวิทยาลัยซึ่งสภามหาวิทยาลัยนั้นมีหน้าที่ในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยคืออธิการบดีและคณะ แล้วก็คณะผู้บริหารอื่น ๆ ประเด็น คือว่าหากให้ผู้อำนวยการสำนักงานสภามหาวิทยาลัยนั้นอยู่ใต้บังคับบัญชาของอธิการบดีสัก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่าอย่างนั้นนะครับ ก็จะทำกลไกการตรวจสอบนั้นอาจจะไม่เป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องออกแบบอย่างนี้ครับว่าให้ผู้อำนวยการสำนักงานสภา มหาวิทยาลัยเป็นผู้บังคับบัญชาบุคลากรภายในตัวสำนักงานสภามหาวิทยาลัยแล้วก็ รับผิดชอบขึ้นตรงกับตัวนายกสภามหาวิทยาลัยนั่นคือความรับผิดชอบในการทำหน้าที่ แต่ในฐานะของท่าน ๆ ยังเป็นผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยอยู่ ท่านยังถูกประเมินในการทำ หน้าที่จากอธิการบดี เพื่อไม่ให้บุคคลดังกล่าวอยู่ภายใต้ความกดดันอีกทั้งเพื่อให้เกิด การยอมรับจากของทั้ง ๒ ฝ่าย คือฝ่ายบริหารแล้วก็สภามหาวิทยาลัย จึงกำหนดไว้ในความ วรรคสาม และวรรคสี่ ให้การแต่งตั้งเลื่อนเงินเดือน โยกย้าย และการดำเนินการทางวินัย สำหรับผู้อำนวยการสำนักงานสภามหาวิทยาลัยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายก สภามหาวิทยาลัยก่อน แล้วก็ให้อธิการบดีนั้นติดตามประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่ง โดยให้นายกสภามหาวิทยาลัยให้ความเห็นชอบประกอบ การพิจารณาด้วย เพื่อให้การพิจารณาในเรื่องความดีความชอบทั้งหลายทั้งปวงที่เกี่ยวกับ การบริหารงานบุคคลสำหรับผู้อำนวยการสำนักงานสภามหาวิทยาลัยนั้นอยู่ภายใต้ ความเห็นชอบของทั้ง ๒ ฝ่าย ซึ่งก็จะทำให้ส่วนหนึ่งเป็นหลักประกันการทำหน้าที่อย่างเป็น มืออาชีพของท่านผู้อำนวยการสำนักงานสภามหาวิทยาลัย ซึ่งความจริงแล้วเรามองไปไกล จนถึงว่าเมื่อผู้อำนวยการสำนักงานสภามหาวิทยาลัยนั้นเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจ จากทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งฝ่ายบริหารแล้วก็ฝ่ายสภามหาวิทยาลัย เขาก็จะเป็นตัวเชื่อมตัวประสาน ที่ดีที่จะทำให้กิจการของมหาวิทยาลัยนั้นเป็นไปได้โดยราบรื่นและมีประสิทธิภาพครับ ขออนุญาตชี้แจงอย่างนี้ครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เนื่องจากว่ามาตรา ๒๓ นี้นะครับทางกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นไว้ท่านยังติดใจนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องลงมตินะครับ เชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วเชิญเสียบบัตรแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

มีท่านใดยังไม่แสดงตนไหมครับ เชิญคุณหมอครับ เชิญท่านกิตติศักดิ์ครับ เชิญครับ พร้อมแล้วนะครับ ปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ มีจำนวนผู้เข้าร่วม ประชุมทั้งสิ้น ๓๖๗ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม

ก็จะถามท่านสมาชิกว่าท่านเห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ไม่มีการแก้ไขร่าง หรือเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก กรุณาดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น กรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่มงดออกเสียง เชิญใช้สิทธิลงคะแนนเลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ปิดการลงมตินะครับ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีจำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๙๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓๓ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ

ต่อไปเชิญท่านเลขาครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๔ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๒๔ มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น ๑ ท่าน เชิญอาจารย์สุรวาทครับ

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ คณะกรรมาธิการ ผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้สงวนความเห็นไว้ที่เห็นแตกต่างจากกรรมาธิการเสียงข้างมาก ในมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๔ นี้ตามร่างเดิมและกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ยังยืนยัน ก็คือให้คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม มาตรา ๒๒ (๒) (๕) (๖) โดยเฉพาะ (๖) คือ กรรมการที่มาจากการเลือกตั้ง ให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยเรียกว่าแทบจะทุกตำแหน่งหรือ ที่มามีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ ปี แต่ผมเห็นว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยที่มา จากการเลือก หรือนั่นก็คือการเลือกตั้งนั่นเองในทางปฏิบัติ ที่ผมเสนอนะครับคือไม่ควร กำหนดวาระให้อยู่ได้เพียง ๒ วาระ เขาควรสามารถที่จะลงให้เลือกได้ คืออย่างนี้นะครับ ว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยที่มาจากผู้ปฏิบัติ ที่มาจากคณาจารย์ หรือบุคลากรสาย สนับสนุนทั้งหลาย เขาก็จะทำงานเป็นปากเป็นเสียงแล้วก็ยึดโยงมีความเป็นกลาง ในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ รวมทั้งบทบาทสำคัญก็คือการถ่วงดุลกับฝ่ายบริหาร ทีนี้ถ้าวาระ สุดท้ายของเขาที่จะครบ ๘ ปีนั้นเขาไม่สามารถที่จะเป็นต่อ ถามว่าโอกาสเขาจะเปลี่ยน สายงานไปเป็นรองอธิการบดี จะไปเป็นอย่างอื่นที่จะได้รับประโยชน์จากกรรมการสภา มหาวิทยาลัยหรือฝ่ายบริหารก็จะมีมากกว่าที่จะยึดโยงกับประชาคมที่เลือกเขามา แล้วผม ก็เห็นว่ามันควรจะเทียบเคียงกับสภาต่าง ๆ รวมทั้งผู้บริหารต่าง ๆ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยหรือ นายกสภามหาวิทยาลัยอยู่ได้ ๔ ปี ๒ วาระนั้นถูกต้องไม่ต่างกับนายกรัฐมนตรี หรือผู้บริหาร ท้องถิ่นต่าง ๆ ที่อยู่ ๒ วาระ แต่ว่าสมาชิกสภาต่าง ๆ นั้นจึงเป็นผู้ที่ควรจะได้รับ ถ้าเขาได้รับความไว้วางใจว่าเขาได้ทำ หน้าที่ แล้วเขาก็จะทุ่มเทในวาระที่สองของเขานั้น ถ้าหากว่าไม่ให้เขาเป็นวาระที่สาม การทำงานก็อาจจะแตกต่างไปแล้วก็อาจจะทำให้เขาอยากฝันว่าจะต้องเปลี่ยนสายงาน เพราะการอยู่ในสภามหาวิทยาลัยสามารถที่จะแลกเปลี่ยนได้ ผมอยากจะให้ทุกท่าน ได้รับทราบว่า ผู้บริหารมหาวิทยาลัยข้างหน้านี้ให้กรรมการสภาชุดเดิม รวมทั้งอธิการบดี ท่านปัจจุบัน กรรมการสภามหาวิทยาลัยปัจจุบันในการสรรหาผู้บริหารในวาระข้างหน้า เพราะฉะนั้นกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่จะต้องใช้อำนาจในการลงคะแนนตรงนั้น แล้วในวันนั้นเขาไม่ได้ถูกรับรองว่าเขาจะเป็นผู้แทนของประชาคมของมหาวิทยาลัยได้ การคิดการตัดสินใจก็ย่อมอาจจะถูกบิดเบือนได้ เพราะฉะนั้นผมขอยืนยันในคำสงวน ความเห็นไว้ว่าผู้แทนคณาจารย์หรือบุคลากร กรรมการสภามหาวิทยาลัยเหล่านี้ที่มาจาก การเลือกหรือในทางปฏิบัติก็คือเลือกตั้ง ควรจะไม่ต้องกำหนดวาระของการรับสมัคร ในการให้เลือกหรือเลือกตั้ง ขอยืนยันในคำสงวนความเห็นครับท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ มาตรา ๒๔ ไม่มีการแก้ไขนะครับ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นไว้ ก็ยังยืนยัน เพราะฉะนั้นก็ต้องลงมติเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิกแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

มีท่านใดยังไม่แสดงตนไหมครับ ครบแล้วนะครับ ปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๓๖๗ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ

ต่อไปก็จะขอมติจากที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก นั่นคือให้คงไว้ตามร่างเดิมให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงท่านกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ใช้สิทธิครบถ้วนแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนไหมครับ ขอปิดการลงมติครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ มีจำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๙๗ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓๗ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุม มีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการในมาตรา ๒๔ นะครับ

ต่อไปมาตรา ๒๕ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๕ มีการแก้ไข

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๒๕ มีการแก้ไขนะครับ ไม่มีกรรมาธิการสงวนความเห็น ไม่มีผู้แปรญัตติ มีสมาชิก ที่จะขออภิปราย ๒ ท่าน คือท่านขจิตร ชัยนิคม และท่านอดิศร เพียงเกษ เชิญท่านขจิตร ชัยนิคมครับ

นายขจิตร ชัยนิคม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุดรธานี ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๕ ว่าด้วยการพ้นจากตำแหน่ง มาตรา ๒๔ เขาบอกให้พ้น ตามวาระ แต่มาตรา ๒๕ เขาบอกว่าพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ไม่มีปัญหา (๑) (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติ (๔) เป็นคนไร้ความสามารถโดยศาล (๕) เป็นบุคคลล้มละลาย ทุจริต ผมติดใจที่ (๖) ครับ (๖) เขียนว่า โดยสรุปความว่านายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการ สภามหาวิทยาลัยจะออกโดยมติถอดถอนไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ร่างเดิมนี่เขียนว่า ให้ถอดถอน ด้วยคะแนนเสียงเกินครึ่งหนึ่ง ท่านประธานครับ ธรรมชาติของคนที่เป็นกรรมการ หรือธรรมชาติของสังคมไทยทั่วไป ผมไม่ทราบว่าท่านกรรมาธิการเสียงส่วนมากทราบ หรือเปล่า การที่จะลงมติ การที่จะไปยกมือให้พ้นจากตำแหน่ง หายากครับ ท่านหาครึ่งหนึ่ง นี่ยังยากแล้ว กรรมการทั้งหมดเท่าที่ไล่มานี่มี ๒๔ คน แล้วท่านไปหาคน ๑๒ คน มายกให้ แต่คนที่จะออกคือกรณีที่ ๑ ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีที่ ๒ เขียนไว้ว่า มีความ ประพฤติเสื่อมเสีย ยก ๒ กรณีนี้ ผิดจริยธรรมร้ายแรงไม่จำเป็นจะต้องถึงครึ่งหนึ่งก็ได้ มีคนเขียนหนังสือพิสูจน์ได้คนเดียวก็ควรจะออกไปแล้ว ท่านทราบไหมครับกรรมาธิการทั้งหลายอยู่ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ความไร้คุณภาพมันเกิด จากตรงที่ท่านเขียนนี้ล่ะ ท่านเขียนลงไปได้อย่างไรต้องหาคน ๒ ใน ๓ จะหากี่ปีถึงจะขับกัน ออกได้ เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยด้วยกัน ผมว่ามันเป็นกฎหนึ่งไม่เห็นด้วยต้องกลับไป ร่างเดิมในมาตรา ๒๕ (๖) ต้องกลับไปร่างเดิม ใช้คะแนนครึ่งเดียวก็ออกยากแล้ว ท่านประธานครับ ผมยืนยันได้ว่าสิ่งนี้เขียนกฎหมายแบบนี้เป็นกฎหมายที่ใช้ไม่ได้ ลองดู ๔ ปี ข้างหน้านี้จะมีมหาวิทยาลัยกี่แห่งที่จะทำได้โดยใช้เสียง ๒ ใน ๓ ผมจึงขอเรียกร้องไปยัง สมาชิกสภาทั้งหลาย อันนี้ต้องกลับไปร่างเดิมครับ มาตรา ๒๕ (๖) ต้องกลับไปร่างเดิม ขอเรียกร้องไปยังวิปทั้ง ๒ ฝ่ายด้วยคุยกันให้รู้เรื่อง ต้องเขียนกฎหมายให้ปฏิบัติได้ ให้เป็น เรื่องศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เรื่องเขียนกฎหมายให้เกาหลังกันเหมือนที่บางท่านพูดถึง ผมยืนยันครับ ต้องกลับไปสู่ร่างเดิม ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญท่านอดิศร เพียงเกษ ครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น เขาบอกว่า เมืองอุบลราชธานีเป็นเมืองนักปราชญ์ราชบัณฑิต เมืองอุบลราชธานีเมืองนักปราชญ์ เมืองโคราช เมืองทหาร ปฏิภาณเมืองขอนแก่น คล้องจองกันอย่างนั้น คำว่า อุบล ไม่ใช่อุบล ธรรมดา อุดร เขาเรียกว่า อุดรธานี อุทัย เขาเรียกว่า อุทัยธานี สุราษฎร์ เขาเรียกว่า สุราษฎร์ธานี แต่เมืองอุบล เป็นเมืองอุบลราชธานี นั่นก็หมายถึงว่าเมืองนี้เคยเป็นเอกราช เคยเป็นประเทศเอกราชมาก่อน ประวัติศาสตร์พระวอ พระตา หนีจากกรุงเวียงจันทน์ เจ้าอนุวงศ์ก็สั่งมาสังหารที่ดอนมดแดง จนในที่สุดก็มาสวามิภักดิ์กับทางสยาม กลายเป็นจังหวัดอุบลราชธานีในปัจจุบัน ผมพูดเรื่องนี้ เพราะเมืองอุบลราชธานีเป็นเมืองนักปราชญ์ คนจะมาทำงานในสถานการศึกษามีมากมาย มีมากมายเหลือเกิน สถานศึกษามีเด็กคนที่มีความรู้ ผมอาศัยจุดนี้ครับ ขอเรียนทางประธาน กรรมาธิการช่วยไปบอกท่านรัฐมนตรีที่ดูแลการศึกษาระดับอุดมศึกษา ว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ที่จะเอาออกเอาเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งในการสรรหาตำแหน่งอธิการบดี ของบางมหาวิทยาลัยยังค้างคาอยู่ครับ ยกตัวอย่างใกล้ ๆ ที่อุบลราชธานีก็คือจังหวัดนครพนม ไม่รู้กี่ปีแล้วยังหาอธิการบดีไม่ได้ ลักษณะอย่างนี้เกิดขึ้นในวงวิชาการทุก ๆ สถาบัน แล้วการศึกษาจะเป็นได้อย่างไร ใน (๖) ที่ท่านสมาชิกท่านขจิตร ชัยนิคม เพื่อนผมไม่เห็นด้วย แล้วผมเห็นด้วยกับท่านขจิตรครับ เอา ๒ ใน ๓ มันเยอะไป ความผิดเรื่องจริยธรรม ความผิด เรื่องที่ปรากฏบกพร่องต่อหน้าที่ครึ่งหนึ่งก็พอแล้ว คนไม่มีประสิทธิภาพอยู่ในวงการ การศึกษาอันตรายนะครับ จะประสิทธิ์ประสาทความรู้ความสามารถให้แก่ลูกศิษย์ลูกหา ได้อย่างไร จึงอยากให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งก่อกำเนิดจากจังหวัดขอนแก่นของผมนี้ล่ะ คุณวิทยา แก้วภราดัย ว่าไปยุ่งอะไรกับอุบลราชธานีเขา ผมตอบท่านวิทยาว่าจังหวัด อุบลราชธานีมหาวิทยาลัยนี้เกิดจากคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นไปก่อร่างสร้างตัว ซึ่งปัจจุบันนี้มีเอกราชเหมือนจังหวัดอุบลที่ได้สมชื่อดังที่ผมได้อภิปราย เพราะฉะนั้นการที่จะ เอาคนไม่ดีออก อย่าให้มีขั้นตอนมากเลยครับ ๒ ใน ๓ มันหาไม่ได้หรอกในชีวิตนี้ มันอายกัน จะลงมติลับก็อายกัน จะลงมติเปิดเผยก็อายกัน เอาเฉพาะบวม ๆ พอดี ๆ คือครึ่งหนึ่งนี้ ก็พอแล้วครับ นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ท่านประธาน คณะกรรมาธิการกรุณาไปบอกรัฐมนตรีโปรดจัดการเรื่องอธิการบดีที่รักษาการ ผมอาศัย จังหวะนี้ตั้งกระทู้ถามเลยนะครับ ไปหารัฐมนตรีรีบจัดการเสีย เพราะว่าการอยู่ร่วมรัฐบาล ผมอยู่ร่วมกัน ๔ ปีแน่นอนครับ ให้จัดการเรื่องนี้นะ ให้จัดการเรื่องนี้ให้มันสำเร็จลุล่วงไป ไม่ต้องไปอาศัยว่า ๒ ใน ๓ ท่านจัดการเรื่องมหาวิทยาลัยนครพนมให้สำเร็จจะเป็นอานิสงส์ จากการอภิปรายเรื่อง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... จากคนจังหวัดขอนแก่น ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านอดิศรครับ กรรมาธิการตอบไหมครับ กรรมาธิการเชิญครับ

นายจิตรนรา นวรัตน์ ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายจิตรนรา นวรัตน์ กรรมการการอุดมศึกษา ในฐานะกรรมาธิการครับ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงท่านสมาชิกที่กรุณาสอบถาม หรือซักถาม ได้ตั้งประเด็นในกรณีที่มีการแก้ไขในมาตรานี้นะครับ กระผมเองเป็นผู้ที่เสนอ ให้มีการปรับสัดส่วนของการลงมติในการถอดถอน จากเดิมซึ่งในกฎหมายเดิมร่างไว้ที่ เท่า ๆ กัน คือกึ่งหนึ่ง ผมขอแก้เป็น ๒ ใน ๓ ตัวผมเองครับ เหตุผลที่ขอแก้ไขไม่ใช่ว่าต้องการ ให้มีการถอดถอนยากขึ้น ต้องเรียนอย่างนี้นะครับเรื่องการถอดถอนเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะเน้นว่าการถอดถอนนี้สาเหตุมาจากจริยธรรม ฝ่าฝืนจริยธรรมก็ดี รวมทั้งมีความประพฤติที่เสื่อมเสียด้วย ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงนะครับ เพราะฉะนั้นมติจะต้อง ออกมาเป็นเสียงที่เยอะพอสมควร ไม่ใช่กึ่งหนึ่ง เรามีความเชื่อมั่นอย่างหนึ่งว่ากรรมการสภา ผู้ทรงวุฒิที่อยู่ในสภาทั้งหมด ท่านจะต้องตัดสินใจบนความชอบธรรมด้วยเหตุและผล หากพบว่ากรรมการสภาท่านใดท่านหนึ่งมีความประพฤติที่เสื่อมเสีย มีเรื่องมัวหมอง จริยธรรม ท่านจะต้องไม่ปกป้องกันเองนะครับ จะต้องลงมติในการถอดถอน เพราะกฎหมาย เขียนไว้ชัดเจนว่าถอดถอนเรื่องนี้ไม่ใช่ถอดถอนตามความรู้สึก ตามความอำเภอใจ แต่เป็น การถอดถอนเพราะมีสาเหตุเรื่องความประพฤติที่มัวหมอง ไม่ว่าจะเป็นจริยธรรม หรือประพฤติเสื่อมเสียด้านอื่น ๆ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นเรื่องสำคัญเช่นนี้มติที่ออกมาควรจะ มากกว่ากึ่งหนึ่ง เพราะกึ่งหนึ่งคือเสียงที่ใช้ในการลงมติทั่ว ๆ ไป เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิด ความชัดเจนแล้วก็เหมาะสม แล้วผมไม่เชื่อหรอกครับว่าในกรณีที่มีหลักฐานชัดเจนอย่างนี้ จะมีผู้ที่ปกป้องกันเอง ให้คะแนนปกป้องกันอยู่ ผมเชื่อว่าคะแนนจะท่วมท้น ดีไม่ดีก็เกือบ ทั้งหมดนั่นละครับ ไม่น่าจะมีประเด็นว่าจะต้องหาเสียงกันเพื่อลงมติถอดถอนให้ได้ ประเด็น น่าจะอยู่ที่ว่าหลักฐานมีเพียงพอหรือไม่ว่าผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นกระทำความผิดจริยธรรม หรือเสื่อมเสียจริง ผมเชื่อมั่นว่าถ้ามีข้อมูลเพียงพอกรรมการสภาทุกท่านที่อยู่ในการลงมติ ท่านต้องลงมติไปในทิศทางเดียวกัน ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านประธานครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ขออนุญาตใช้เวลาช่วงนี้ตอบที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ท่านอดิศร เพียงเกษ ที่ท่านอภิปรายนะครับ เกี่ยวกับเรื่องปัญหาของมหาวิทยาลัยที่ท่าน บอกว่ากรรมการสภาหรือผู้บริหารมีปัญหา เรียนตามข้อมูล ณ วันนี้นะครับ ข้อมูลอาจจะ ทันสมัยนิดหนึ่งก็คือว่า มหาวิทยาลัยนครพนมที่ท่านเอ่ยไปไม่ได้มีปัญหา มีการโปรดเกล้า ทั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการ และอธิการบดีไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนมหาวิทยาลัย อื่นในบรรดา ๑๗๐ มหาวิทยาลัยในประเทศนี้ มีที่มีปัญหาอยู่ตอนนี้แล้วก็เริ่มคลี่คลายไป โดยการดำเนินการของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ท่านศุภมาส อิศรภักดี ท่านดำเนินการอย่างเต็มที่ อย่างเต็มกำลังโดย โดยทีมอันแข็งแกร่งของท่านคือมีผมอยู่ด้วย เราดำเนินการจนแทบจะบอกว่าวันนี้มีอยู่ประมาณ ๑ มหาวิทยาลัยเท่านั้นเองที่มีปัญหา แต่อยู่ในขั้นตอนที่จะดำเนินการแก้ไข แต่อีกมหาวิทยาลัยทั้งหลายที่เคยมีข่าวมันเป็นข้อมูล ที่เก่าไปครับ เรามาที่นี่เราดำเนินการจนแล้วเสร็จจนถือว่ามีเหลือมหาวิทยาลัยเดียว ที่มีปัญหาแต่กำลังจะคลี่คลาย จะใช้อำนาจในการดำเนินการแล้วทุกอย่างก็จะจบ มหาวิทยาลัยบ้างมหาวิทยาลัยที่เคยมีปัญหาตอนนี้ก็เข้าสู่ระบบโดยทางรัฐมนตรีก็ดี ท่านปลัดกระทรวงก็ดี คือผมเองก็ได้ไปช่วยแก้ปัญหาจนเดินหน้าไปด้วยดีแล้วครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านฝากมาผมก็จะนำเรียนฝากท่านรัฐมนตรีต่อ แต่จริง ๆ ก็คงไม่ต้องฝาก เพราะว่าจริง ๆ สิ่งที่ท่านฝากมามันไม่มีอะไรแล้วครับ ทุกอย่างมันเรียบร้อยหมดสิ้นแล้ว ก็ขอบพระคุณในความห่วงใยนะครับ อย่างไรเราก็อยู่กัน ๔ ปีอยู่แล้ว ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณกรรมาธิการมากนะครับ เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไขนะครับ จะขอมติจากที่ ประชุมนะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าที่ประชุมด้วยครับ เชิญท่านสมาชิกครับ

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอดิศรครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาตนิดหนึ่ง ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานและรัฐมนตรี ผมทราบว่าเป็นข้อมูลเก่าอยู่แต่ว่าอยากจะ ทดสอบการทำงานของท่านครับ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใดยังไม่แสดงตนไหมครับ ครบถ้วนแล้วนะครับ ปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลเลยครับ มีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๓๔๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ

ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมเนื่องจากว่ามาตรา ๒๕ นี้มีการแก้ไขนะครับ ก็จะถามมติว่า ท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ หากท่านเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย หากท่านไม่เห็นด้วยกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หากท่านต้องการงดออกเสียง กรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านได้ลงมติครับ เชิญครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ปิดการลงมติครับ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยครับ มีจำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๗๕ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๓๖๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการในมาตรา ๒๕ นี้นะครับ