ศุภชัย แจงร่าง พรบ.ม.อุบลฯ ชูธรรมาภิบาล-เพิ่มเสียงบุคลากรในสภามหาวิทยาลัย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ศุภชัย ใจสมุทร รายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พร้อมชี้แจงการแก้ไขเพิ่มเติม 9 มาตรา และเพิ่มมาตราใหม่ 1 มาตรา โดยเน้นการปรับองค์ประกอบสภามหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล การกำหนดหลักเกณฑ์การสรรหาผู้บริหารอย่างเป็นธรรม และการส่งเสริมความหลากหลายในการมีส่วนร่วมของบุคลากร ศิษย์เก่า และภาคส่วนภายนอก เพื่อให้มหาวิทยาลัยดำเนินงานอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างรอบด้าน

นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายศุภชัย ใจสมุทร ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... ขอรายงานต่อ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับ หลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณากำหนดการแปรญัตติ ภายใน ๑๕ วันนั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เสร็จสิ้นแล้ว โดยได้ให้ความสำคัญและนำคำอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่หนึ่ง ชั้นรับหลักการ ปรากฏผลการพิจารณาดังนี้

๑. ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอคำแปรญัตติ จำนวน ๑ คน

๒. คณะกรรมาธิการวิสามัญได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ....

ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ส่งให้สภาผู้แทนราษฎรมาใช้ประกอบการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ

นอกจากนั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญได้เดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับความ ร่วมมือทางวิชาการและการร่วมพัฒนาพื้นที่ในเขตอีสานใต้ และอนุภูมิภาคกลุ่มแม่น้ำโขง ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... และนำมาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย

๓. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ซึ่งใช้เป็นหลักในการพิจารณา จำนวนทั้งสิ้น ๑๐๕ มาตรานั้น คณะกรรมาธิการ ได้มีการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน ๙ มาตรา และเพิ่มขึ้นใหม่อีก ๑ มาตรา

โดยในประการสำคัญเป็นการแก้ไขในประเด็นเกี่ยวกับการกำหนด องค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัย ซึ่งตามร่างที่คณะรัฐมนตรีเสนอจะมีสัดส่วนกรรมการ สภามหาวิทยาลัยที่มาจากบุคคลภายนอก เป็นจำนวน ๒ ใน ๓ ของจำนวนกรรมการสภา มหาวิทยาลัยทั้งหมดเพื่อให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประกาศกำหนด เพื่อใช้บังคับตามพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ แต่เนื่องจากปรากฏข้อมูลเพิ่มเติมในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการว่ากระทรวง การอุดมศึกษากำลังดำเนินการแก้ไขแนวปฏิบัติดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับกำหนดสัดส่วน องค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัยอุดมศึกษา ดังนั้น เพื่อให้บทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่อง ดังกล่าวมีความยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์ประกอบได้ตามแนวปฏิบัติ ที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้ จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมความให้การแต่งตั้งคณะกรรมการสภา มหาวิทยาลัยที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลภายนอก และตัวแทนของผู้ปฏิบัติงาน ในมหาวิทยาลัยสามารถปรับจำนวนให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการ อุดมศึกษา และเพื่อคงหลักการสำคัญที่จะเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๖ ที่กำหนดว่าร่างพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยของรัฐที่จะออกนอกระบบ ต้องเป็นองค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัยที่มีบุคคลภายนอกมากกว่าบุคคลภายใน มหาวิทยาลัย และแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้คณะกรรมาธิการ วิสามัญได้มีข้อสังเกตเพื่อให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทราบหรือควรปฏิบัติ จึงได้บันทึกข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยแบ่งเป็นข้อสังเกตต่อ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สมควรมีมาตรการในการกำหนด ในทางกฎหมายและทางบริหารดังนี้

๑. มาตรการกำกับดูแลให้การปฏิบัติหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยในการออก ข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศเกี่ยวกับการสรรหาและแต่งตั้งบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยและสภามหาวิทยาลัย ต้องไม่มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เปิดโอกาสให้มีการ เอื้อประโยชน์และต่างตอบแทนกันระหว่างผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ เหล่านั้น

๒. มาตรการกำกับดูแลให้การออกข้อบังคับของแต่ละมหาวิทยาลัยเพื่อ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งประธานและกรรมการของคณะกรรมการต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยต้องคำนึงถึงความหลากหลายและการเป็นตัวแทนของกลุ่มหรือประเภทของ บุคลากรและผู้ปฏิบัติงานต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย ส่วนการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของ ประธานและกรรมการสภาบุคลากรจะต้องมีความเหมาะสมแก่การป้องกันมิให้เกิด กลุ่มอำนาจหรือกลุ่มผลประโยชน์ขึ้นในมหาวิทยาลัย โดยอาจพิจารณานำวิธีการจำกัดวาระ การดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือวิธีการอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่ามาใช้ในเรื่องดังกล่าว

สำหรับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีนั้นสมควรมีมาตรการในทางกฎหมายและ ทางบริหารดังนี้

๑. การกำหนดภาระหน้าที่ของสำนักงานสภามหาวิทยาลัย ตามมาตรา ๒๓ สมควรให้มีบทบาทนอกเหนือจากการทำหน้าที่ด้านเอกสาร โดยให้มีหน้าที่ในการ ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นเพื่อสนับสนุนการพิจารณาตัดสินใจของสภามหาวิทยาลัยด้วย

๒. การปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจของสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในการกำหนดเป้าหมาย วางนโยบายในการพัฒนา ตลอดจนนโยบายต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดหา รายได้แหล่งทุนและทรัพยากรอื่นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยที่มีผลกระทบ โดยรวมต่อบุคลากรและผู้เรียนของมหาวิทยาลัย สมควรคำนึงถึงหลักการบริหารจัดการแบบ มีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียอย่างเหมาะสม โดยอาจจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นเพื่อเป็น ช่องทางให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ในการออกข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัย ตามมาตรา ๒๖ (๓) จะต้องคำนึงถึงความเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลในการจัดการ อุดมศึกษาโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สมควรจัดให้มี มาตรการในการกำกับดูแลและส่งเสริมในเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

๓. การออกข้อบังคับและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำหนดคุณคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัย ซึ่งเลือกจาก พนักงานมหาวิทยาลัยหรือข้าราชการของมหาวิทยาลัย ซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งประเภท บริหารหรือประธานสภาบุคลากรนั้นต้องมีความชัดเจนว่าจะไม่รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่ง รองผู้บริหารหรือรองคณบดี

๔. การออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เกี่ยวกับคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งประธานและคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย สมควรคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของศิษย์เก่าและผู้เรียนปัจจุบัน และการเปิดโอกาสให้ บุคคลภายนอกที่มีความรู้ความสามารถ เช่น ปราชญ์ชาวบ้าน ได้มีโอกาสร่วมพัฒนาและ ส่งเสริมกิจการของมหาวิทยาลัยด้วย จึงขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานและสมาชิก ด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ