สุรวาท ชี้สภามหาวิทยาลัย 2 ใน 3 ควรมาจากภายใน ไม่ใช่ภายนอก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

สุรวาท ทองบุ หารือเกี่ยวกับองค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัยในร่างพระราชบัญญัติ คัดค้านการให้ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมีสัดส่วน 2 ใน 3 ของคณะกรรมการ พร้อมเสนอให้ปรับเป็นความสมดุลระหว่างผู้แทนภายในและภายนอก เพื่อคืนอำนาจให้ประชาคมมหาวิทยาลัยและส่งเสริมธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ รวมทั้งท่านกรรมาธิการ กระผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ มาตรา ๒๒ นี้เป็นมาตราที่ กรรมาธิการได้ใช้เวลาในการพิจารณามากพอสมควรนะครับ และผมเห็นว่าประชาคม มหาวิทยาลัยและสภาแห่งนี้น่าจะให้ความสนใจในมาตรา ๒๒ ที่ว่าด้วยให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย ซึ่งมีนายก มีกรรมการสภา ผมอยากจะพูดง่าย ๆ ว่าในสัดส่วนและ องค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัยนี้แบ่งสัดส่วนใหญ่ ๆ ที่สุดก็คือกรรมการสภาที่มาจาก ภายนอก ซึ่งมักจะเรียกว่าผู้ทรงคุณวุฒิแล้วก็กรรมการสภามหาวิทยาลัยที่อยู่ภายใน มหาวิทยาลัย ซึ่งประกอบไปด้วยฝ่ายบริหารแล้วก็ฝ่ายปฏิบัติซึ่งได้แก่ คณาจารย์สายผู้สอน แล้วก็สายสนับสนุนคือผู้ปฏิบัติในมหาวิทยาลัย กรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีมติให้มี ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมาจากภายนอกเป็นองค์ประกอบในกรรมการสภามหาวิทยาลัยนี้เป็น ๒ ใน ๓ ส่วนของคณะกรรมการทั้งหมด แล้วให้บุคลากรภายในหรือผู้ปฏิบัติงานภายใน มหาวิทยาลัยนี้เพียง ๑ ส่วน โดยอ้างว่าต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล ในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๔ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คือ ท่านเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ได้เขียนไว้ตรงนั้นบอกว่า กรรมการสภามหาวิทยาลัยจะต้องเป็น บุคคลที่มาจากภายนอก ๒ ใน ๓ หรือไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพ แนวปฏิบัตินั้นออกโดยรัฐมนตรี แต่วันนี้เรากำลังตราพระราชบัญญัติซึ่งเป็นกฎหมาย ที่รัฐมนตรีจะต้องปฏิบัติตาม ที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับตามข้อบัญญัติ ในร่างพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานครับ ผมได้ไปทบทวนเอกสารแล้วก็ไปดูพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เราจะพบว่าวันนี้ส่วนใหญ่จะเป็น ๑ : ๑ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกนี้ ๑ ส่วน เป็นผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ๑ ส่วน ประกอบกันเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย หรือมีจำนวนหนึ่งที่มากกว่าเพียงเล็กน้อยคือผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น ๑๕ คน แล้วก็บุคลากรภายใน ๑๓ คน อันนี้เกิดขึ้นในยุคสมัยของท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ภายนอก ดูแล้วจะคล้าย ๆ กับกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีอำนาจสูงสุดของมหาวิทยาลัย มีอำนาจในการสรรหา เสนอเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งอธิการบดี ก็จะคล้าย ๆ กัน กับการที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สว. มีอำนาจลงคะแนนในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็น ผู้บริหารประเทศสูงสุด แต่คนที่ยึดโยงกับประชาชน โดยเฉพาะในสภามหาวิทยาลัยนี่ กรรมการที่อยู่ภายในที่ยึดโยง โดยเฉพาะมาจากเลือกตั้งเพียง ๔ คนเท่านั้นนะครับ ในจำนวนทั้งหมด ๒๓ คน กรรมาธิการเสียงข้างมากให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๔ คน เป็น ๒ ใน ๓ นอกนั้นก็เป็นกรรมการจากสายบริหารอีก ๔ คน แล้วก็ประธานสภาอีก ๒ ท่านกับอธิการบดี เพราะฉะนั้นท่านประธานและท่านสมาชิกได้กรุณาดูวันนี้เรามีคำที่พวกเราไม่อยากจะฟังคือ สภาเกาหลัง แต่ถ้าออกมาอย่างนี้ท่านอธิการบดีซึ่งได้รับการลงคะแนนเสียงจากผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๔ คน ซึ่งเป็น ๒ ใน ๓ ท่านคิดว่าอธิการบดีจะรับผิดชอบหรือจะยึดโยงต่อใคร เพราะฉะนั้นวันนี้อธิการบดีหลายแห่งนะครับไม่ใช่ที่นี่ ก็ไม่ต้องทำอะไรใน ๔ ปีแรกที่ดำรง ตำแหน่งก็ทำเพียงเอาอกเอาใจกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกลุ่มนี้ เพื่อที่จะต่ออีก ๔ ปีข้างหน้า และ ๔ ปีถัดไปเพื่อสืบทอดและเอาคนของตัวเองเข้ามาไม่ต้องทำอะไรมาก เพราะฉะนั้น วันนี้อธิการบดีหรือสภามหาวิทยาลัยนี้จึงมีปัญหาข้อขัดแย้งกันอย่างรุนแรงและมาก เป็นคดีความในศาลต่าง ๆ นี้ เขาบอกว่าร่วมหมื่นคดี ซึ่งผมตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวง อว. ไม่สามารถตอบผมได้ วันนี้มีสถาบันอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยไม่สามารถ โปรดเกล้าฯ ได้นะครับ ไม่สามารถนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ได้ เพราะเกิดปัญหาความขัดแย้งกัน เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์กันว่าที่เกิดปัญหาทั้งหลาย นี่คือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกคนไม่รู้มาชี้ ท่านคิดดูว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น ผมเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ของมหาวิทยาลัยหลายแห่งเข้าใจดีว่าเราซึ่งเป็นคนภายนอกจะไม่รู้ในบริบท หรือรู้จักใครต่อใคร ที่จะดำรงตำแหน่ง แต่สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจสูงสุดในการที่จะโดยเฉพาะแต่งตั้งผู้ดำรง ตำแหน่งในทางบริหาร ทั้งอธิการบดี ทั้งคณบดี ผู้อำนวยการศูนย์สำนักทั้งหลาย อันนี้ถ้ามาอย่างนี้ ก็จะเป็นอย่างที่ผมกราบเรียนว่าเราคืนสภามหาวิทยาลัยนี้ให้กับประชาคมของมหาวิทยาลัย เถอะครับ คืนแค่ที่ผมเสนอนี้ให้เป็น ๑๑ : ๑๑ คือภายนอก ๑๑ ข้างใน ๑๑ ซึ่งสอดคล้องกับ มหาวิทยาลัยที่ผมไปศึกษา ๘๔ แห่งที่เป็นมหาวิทยาลัยในราชการซึ่งเป็นส่วนราชการและ มหาวิทยาลัยในกำกับส่วนใหญ่จะครึ่งต่อครึ่ง หรือผู้ทรงคุณวุฒิเกินก็จะเกิน ๑ คน ๒ คน แต่วันนี้ จะให้เกินถึง ๗ คน ซึ่งเป็น ๒ ใน ๓ แล้ว เวลาโหวตอธิการบดีแค่ครึ่งหนึ่งก็ได้เป็นอธิการบดี แล้ว อันนี้มีตั้ง ๒ แล้ว ถามว่าอธิการบดีจะยึดโยงกับใคร ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิก กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกได้พิจารณาใช้ดุลยพินิจตัวนี้เพื่อการลงคะแนน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ผมได้สงวนความเห็นครับ ขอบคุณครับ