รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖

(ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกรัฐสภา จะขออนุญาต หารือท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยครับ สืบเนื่องจากวันนี้เวลาที่เราจะพิจารณากันก็มี ค่อนข้างจะจํากัดพอสมควร ทีนี้ถ้าท่านประธานจะให้ความกรุณาเพื่อนสมาชิกได้ทํา การหารืออีก ผมเกรงว่าการทําหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาเวลาจะน้อยลงไปกว่านี้ ก็อยากจะ ขออนุญาตหารือท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกทุกฝ่ายว่า ถ้าวันนี้เราไม่ต้องมีการหารือ ได้ไหม เพื่อที่จะได้เข้าสู่การพิจารณาในเรื่องที่เราเตรียมการไว้ครับ ขออนุญาตหารือ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสพิเศษ ที่เรามีแขกผู้มีเกียรติของเราคือท่านนายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง (Li Keqiang) จะให้เกียรติ มาเยือนสภาแล้วก็จะเข้ามาร่วมในที่ประชุมในห้องประชุมนี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นเวลา ก็คงจํากัด เพราะฉะนั้นกรณีเหตุพิเศษอย่างนี้ขอความกรุณาจากพวกเราถ้าจะไม่หารือสักวัน พอได้ไหมครับ เข้าสู่ประเด็นเลยครับ พอได้นะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่น ผมขออนุญาตดําเนินการตามนี้เลยนะครับ ขอหารือที่ประชุมครับ เชิญครับ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ในฐานะสมาชิก รัฐสภาครับ กระผมขอเสนอครับท่านประธานครับ เสนอญัตติเปลี่ยนระเบียบวาระ การประชุมครับ โดยอาศัยข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ข้อบังคับ ข้อ ๓๑ (๒) ประกอบ กับ ข้อ ๑๕ โดยขอเลื่อนเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน และเรื่องด่วน ลําดับที่ ๑๒ ขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมตามลําดับครับ โดยเรื่องที่ ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนนั้นก็คือเรื่องบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรไทย ในการเริ่มใช้ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐ ประชาชนจีน รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รัฐบาลแห่งสหภาพ เมียนมาร์ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่ออํานวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและบุคคลข้ามพรมแดนที่จุดผ่านแดนเชียงของ ราชอาณาจักรไทย และห้วยทราย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจุดผ่านแดน บ่อเต็น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และโมฮาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ส่วนเรื่องด่วนที่ ๑๒ นั้นก็คือเรื่องบันทึกความเข้าใจลับระหว่าง ราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน และร่างหนังสือแลกเปลี่ยนทางการทูต ของประเทศไทยและปากีสถาน ซึ่ง (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) โดยเหตุผลความจําเป็น ในเรื่องแรก เรื่องของจีนนั้นท่านประธานก็ได้แจ้งที่ประชุมไปแล้วว่าท่านนายกรัฐมนตรี ของจีนจะเป็นแขกของรัฐบาลและเป็นแขกของรัฐสภาเข้ามาสปีช (Speech) ในวันนี้

ส่วนในเรื่องที่ ๒ นั้นเนื่องจากทางท่านประธานวุฒิสภาได้รับการประสานงาน จากเอกอัครราชทูตปากีสถานประจําประเทศไทยว่าท่านนายกรัฐมนตรีของสาธารณรัฐ อิสลามปากีสถานจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ ๑๗ ถึงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน จึงมีความจําเป็นต้องขอเลื่อนการพิจารณาดังกล่าวตามลําดับขึ้นมา เพื่อพิจารณาก่อนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คงไม่มีท่านใดขัดข้อง นะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสมศักดิ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เพราะฉะนั้นขออนุญาต ดําเนินการตามนี้นะครับ แต่ก่อนอื่นที่จะดําเนินการต่อไปนะครับ เดี๋ยวมีสมาชิกทักท้วงครับ ผมขอกราบเรียนที่ประชุม ขณะนี้องค์ประชุม ผู้ลงชื่อเข้าประชุม ๓๙๖ ท่าน ครบองค์ประชุม นะครับ ฉะนั้นผมขออนุญาตดําเนินการตามระเบียบวาระเลยครับ ที่ประชุมเห็นชอบให้ มีการเลื่อน ๒ เรื่องขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ

เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรไทย ในการเริ่มใช้ความตกลงระหว่างรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว รัฐบาลแห่งสหภาพเมียนมาร์ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่ออํานวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า และบุคคลข้ามพรมแดนที่จุดผ่านแดนเชียงของ ราชอาณาจักรไทย และห้วยทราย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจุดผ่านแดนบ่อเต็น สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว และโมฮาน สาธารณรัฐประชาชนจีน (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)

เรียนเชิญท่านรัฐมนตรีครับ

พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบ เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในนามคณะรัฐมนตรี ขอเสนอที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาเรื่อง บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรไทย ในการเริ่มใช้ความตกลงระหว่าง รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว รัฐบาลแห่งสหภาพเมียนมาร์ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่ออํานวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า และบุคคลข้ามพรมแดนที่จุดผ่านแดนเชียงของ ราชอาณาจักรไทย และห้วยทราย สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว และจุดผ่านแดนบ่อเต็น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และโมฮาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

เหตุผลและความจําเป็น กระผมขอกราบเรียนว่าไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวเห็นชอบร่วมกันให้มีพิธีเปิดสะพานมิตรภาพแห่งที่ ๔ เชียงของ-ห้วยทราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางอาร์ ๓ (R3) กรุงเทพฯ-คุณหมิง ภายใต้กรอบความร่วมมือ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขงในวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ ซึ่งจะมีผลให้ประเทศสมาชิก อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง สามารถใช้ประโยชน์จากเส้นทางอาร์ ๓-กรุงเทพฯ สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว-คุณหมิง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะช่วยย่นระยะเวลา ลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งและทําให้ประชาชนในอนุภูมิภาคสามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้ สะดวกยิ่งขึ้น กระทรวงคมนาคมจึงเห็นสมควรเตรียมความพร้อมในการเปิดการเดินรถขนส่ง สินค้าและบุคคลข้ามพรมแดนระหว่างไทย ลาว จีน ในเส้นทางกรุงเทพฯ-สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว-คุณหมิง โดยให้มีการดําเนินการจัดทําบันทึกความเข้าใจ ระหว่างไทย ลาว จีน เพื่อที่ทั้ง ๓ ประเทศจะสามารถเตรียมการในการดําเนินการตามบันทึก ความเข้าใจได้ทันทีที่มีการเปิดใช้สะพานดังกล่าว สาระสําคัญของร่างบันทึกความเข้าใจ ครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

ข้อ ๑ สิทธิการจราจร การอนุญาตให้มีการประกอบการขนส่งทางถนน ของสินค้าและบุคคลระหว่าง ไทย ลาว จีน ตามแนวเส้นทางเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ และให้มี การยอมรับผู้ประกอบการขนส่ง ซึ่งได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบของแต่ละภาคี ในช่วงเริ่มต้นหลังจากลงนามบันทึกความเข้าใจแต่ละประเทศภาคีจะสามารถออกใบอนุญาต ประกอบการขนส่งได้จํานวน ๑๐๐ ฉบับ เพื่อให้ประกอบการรถขนส่ง และรถโดยสาร ไม่ประจําทางระหว่างประเทศตามเส้นทางอาร์ ๓ และภายหลังการลงนาม ๑ ปี สามารถ ออกใบอนุญาตได้ ๒๐๐ ฉบับ หลังจากลงนาม ๒ ปี ออกได้ ๓๐๐ ฉบับ หลังจากลงนาม ๓ ปี ออกได้ ๕๐๐ ฉบับ หลังจากนั้นประเทศภาคีสามารถเสนอให้มีการพิจารณาปรับปรุงจํานวน ใบอนุญาตที่กําหนดไว้ดังกล่าวได้

ข้อ ๒ การอํานวยความสะดวกพิธีการข้ามแดน การยอมรับการตรวจ พร้อมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตั้งเป้าหมายให้มีการตรวจสอบสินค้าเพียงครั้งเดียว ต่อไปในอนาคต

ข้อ ๓ การขนส่งบุคคลข้ามแดน การนําหลักเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก มาใช้สําหรับการขนส่งบุคคลข้ามแดน

ข้อ ๔ การขนส่งสินค้าข้ามแดน การยกเว้นการจัดเก็บภาษีศุลกากรสําหรับ สินค้าหรือคอนเทนเนอร์ (Container) ที่ติดตราประทับศุลกากร ที่ใช้ในการขนส่งผ่านแดน สําหรับการขนส่งสินค้าอันตรายจะอนุญาตเป็นกรณี ๆ ไป และจะให้สิทธิพิเศษในการตรวจ ปล่อยสินค้าเน่าเสียง่ายข้ามแดน

ข้อ ๕ การยอมรับหนังสือรับรองการจดทะเบียนแผ่นป้ายทะเบียนและหนังสือ รับรองการตรวจสภาพรถของภาคีอื่น การยอมรับใบอนุญาตขับรถในประเทศซึ่งกันและกัน

ข้อ ๖ บทบัญญัติเบ็ดเตล็ด การกําหนดอัตราค่าบริการการขนส่งให้เป็นไปตาม กลไกตลาด การจัดตั้งคณะทํางานร่วมไทย ลาว จีน เพื่อควบคุมและติดตามการปฏิบัติตาม บันทึกความเข้าใจ กระผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาเพื่อให้ที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาได้พิจารณาบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมได้ดําเนินการ ให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนด้วยวิธีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ (Wetsite) กระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบกด้วยแล้ว กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ต้องกราบขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพอย่างสูงนะครับ ที่ให้โอกาสกระผมได้อภิปรายถึงอําเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ ของผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็จะมีการเปิดจุดผ่านแดนในระยะเวลาอันใกล้นี้ เบื้องต้นก็คือสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาจะเป็นประธานในพิธีเปิดสะพานอย่างเป็นทางการ ในวันที่ ๑๑ เดือน ๑๒ ค.ศ. ๒๐๑๓ การเตรียมการทางคณะรัฐบาลก็ได้เร่งรีบที่จะ ดําเนินการให้โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นทันต่อวันที่จะเปิด การที่ทางรัฐบาลได้เสนอ ร่างข้อตกลงระหว่างไทย ลาว จีน พม่า และเวียดนาม มาในวันนี้ ผมถือว่ารัฐบาลได้ตระหนัก ถึงปัญหาต่าง ๆ ที่มันจะเกิดขึ้น ถ้าเกิดการเปิดจุดผ่านแดนขึ้นมาแล้ว ดังนั้นผมอ่านเอกสาร ทั้งหมดแล้วเห็นว่าได้ครอบคลุมกระบวนการต่าง ๆ ที่จะเป็นข้อสัญญาต่าง ๆ ระหว่าง การเชื่อมต่อทางด้านคมนาคม ขนส่ง และบุคคลที่จะผ่านแดนไปยังประเทศต่าง ๆ แต่ผมยัง กราบเรียนท่านประธานว่าโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่เตรียมการในอําเภอเชียงของนั้น ขณะนี้ก็ยังไม่พร้อม โดยเฉพาะถนนสายรองนะครับ แล้วก็ถนนเชื่อมระหว่างอําเภอ ตําบล เพราะว่าเชียงของมีการก่อสร้างพัฒนาที่เร็วมาก แล้วก็รถบรรทุกได้บรรทุกวัสดุก่อสร้าง บรรทุกหินที่จะไปทําตลิ่งกันแม่น้ําโขง ทําให้ถนนเสียหายเป็นจํานวนมาก ดังนั้นจะฝาก ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยดูทางหลวงชนบท แล้วก็ทางหลวงแผ่นดินที่มี การใช้กันอย่างชนิดที่ว่าหนักเกิน เกินที่มาตรฐานกําหนดนะครับ แล้วโดยเฉพาะขณะนี้ ที่อําเภอเชียงของก็จะมีนิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้นอย่างน้อย ๑ นิคม แล้วก็มีอีกหลายนิคม กําลังจะไปก่อตั้งขึ้นที่อําเภอเชียงของ ท่านประธานครับ ขณะนี้มีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ไปตั้งสาขาที่อําเภอเชียงของ ขณะนี้ กําลังอยู่ในขั้นของการดําเนินการที่จะก่อตั้ง ท่านประธานครับ อําเภอเชียงของมีการพัฒนา ที่ก้าวกระโดดนะครับ ผมก็เป็นห่วงว่าเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานอย่างไรก็ฝากท่านรัฐมนตรี ช่วยดูให้ด้วย แล้วก็การผ่านแดนของประชาชนทั้ง ๔-๕ ประเทศนั้นอยากจะให้มีการผ่านแดนโดยไม่ต้องมี วีซ่า (Visa) ระหว่างประเทศจีนที่เขาจะมาในประเทศไทย อย่างน้อยก็ให้อยู่ได้ประมาณ ๗ วัน ประเทศลาว ประเทศจีน ประเทศพม่า ประเทศเวียดนาม ถ้าอยู่ในประเทศไทยได้ ๗ วัน โดยที่ไม่ต้องมีวีซ่าก็จะเป็นผลประโยชน์ทางด้านการการท่องเที่ยว การใช้ชีวิตในประเทศไทย ทําให้เขาสามารถที่จะใช้เงินในบ้านเราได้มากขึ้น ก็ขอฝากเรื่องที่ ๑ เรื่องการอยู่ในประเทศไทย อย่างน้อย ๗ วันโดยไม่ต้องมีวีซ่า

เรื่องที่ ๒ เรื่องของป้ายบอกทางครับท่านรัฐมนตรี ทางประเทศจีน ทางประเทศลาว ทางประเทศเวียดนามมาอําเภอเชียงของแล้วไม่รู้จะไปทางไหน เพราะอ่าน ภาษาไทยไม่ได้ อย่างน้อยอยากจะให้มีป้ายบอกทางเป็นภาษาจีนเพิ่มขึ้น เพื่อว่าทางคนจีน เขาจะได้ไม่ต้องหลงทาง ก็กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้ความสําคัญกับอําเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านนคร มาฉิม ครับ แล้วตามด้วยท่านวุฒิสมาชิกนะครับ ท่านพลเรือเอก สุรศักดิ์ แล้วค่อยมาท่านวรชัยครับ

นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ ประเทศของเรา และภูมิภาคอาเซียนถ้าเปรียบกับในสังคมโลกในระดับสากลแล้วเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า กลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียนนี้คือประเทศเล็ก ๆ จึงจําเป็นที่จะต้องรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน เพื่ออํานาจในการต่อรองทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ท่านประธานที่เคารพ ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่สิ่งที่ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตและซักถามท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีที่มาชี้แจงแทนรัฐบาล ก็คือหลังจากที่ทุนแล้วก็ความเจริญก้าวหน้าทั้ง ด้านคมนาคมขนส่ง ทั้งทางอากาศ ทางน้ํา ทางบก ซึ่งทางบกจะมีอยู่ ๒ ระบบก็คือระบบ ถนนโครงสร้างทั่วไป แล้วก็ระบบราง ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ถามก็คือว่าความชัดเจนของยุทธศาสตร์ในการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อรองรับความไหลบ่าของมหาอํานาจอย่างประเทศจีนที่จะเข้ามาสู่ภูมิภาค และโดยเฉพาะ ประเทศของเราท่านวางระบบไว้อย่างไร โดยเฉพาะถนน เป้าหมายถนนก็คือเราเชื่อม หลายจุดจากกรุงเทพฯ ไปโคราช-ขอนแก่น-อุดรธานี-หนองคาย เชื่อมไปทางเวียงจันทน์ ส่วนถนนอีกสายหนึ่งก็คือเชื่อมที่สะพานที่อําเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งผมไปมา หลายครั้งแล้วก็อยู่ในภาคเหนือด้วยกัน แล้วก็ ณ ปัจจุบันร้อยละ ๙๙ แต่ว่าถนนภายใน ประเทศยังรองรับไม่พอ แล้วก็อยู่ในขั้นตอนระหว่างการดําเนินการ ซึ่งผมก็ได้เดินทางไปดู ในทุกสายเพื่อที่จะให้ข้อมูลทุกแง่มุมครบถ้วน แต่สิ่งที่ผมกังวลใจ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าถนนในประเทศของเรา กราบเรียนท่านประธานเลยว่ายังไม่มีความมาตรฐาน ที่จะรองรับน้ําหนักอย่างเพียงพอ ต่อให้น้ําหนักตามปกติของรถบรรทุกแล้วก็การขนส่ง ตามปกติ เนื่องจากว่าเกิดความเสียหายจากการคอร์รัปชันว่าอย่างนั้นเถอะในถนนบ้านเรา ค่อนข้างสูงมาก ต่อให้รถหนัก ๆ ขนาด ๔๐-๕๐ ตัน หรือ ๑๐๐ ตัน ไม่ต้องมาวิ่ง รถบรรทุก วิ่งธรรมดาก็พังกันอยู่แล้วท่านประธานครับ ผมจึงกราบเรียนถามเป็นประเด็นข้อแรกว่า ถ้าเกิดว่ารถบรรทุกขนาดใหญ่ที่อาจจะมีน้ําหนัก ๔๐-๕๐ ตัน ๑๐๐ ตัน ที่จะไหลเข้ามาจาก ประเทศเพื่อนบ้าน หรือจากประเทศจีนหรือจากประเทศอื่น ๆ นะครับ เราจะมีมาตรการในการที่จะรองรับเพื่อไม่ให้ถนนบ้านเราพังได้อย่างไร อันนี้คือสิ่งที่อยากจะ เรียนถามความชัดเจน หรือว่าท่านจะมีด่านว่ากักไว้ที่ด่านที่ประเทศลาว ด้านชายแดนน้ําโขง ข้ามไปฝั่งโน้น แล้วจะมีศูนย์แล้วก็ให้มีถ่ายคอนเทนเนอร์กันที่บริเวณนั้น โดยที่ไม่ให้ รถบรรทุกนาดใหญ่ แล้วก็พวงมาลัย วิธีการขับระหว่างซ้ายกับขวานี้ก็ต่างกัน ท่านจะมี มาตรการใด ๆ ที่จะรองรับ

ข้อที่ ๑ เพื่อรักษาถนนของเราให้ประชาชนทั่วไปสามารถที่จะใช้ประโยชน์ ได้ตามอายุการใช้งาน

ข้อที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ความชัดเจนในระบบราง ไม่ว่าจะเป็น รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ มาตรฐานของไทยก็ยังไม่มี ที่บอกว่ายังไม่มี เพราะว่าระบบราง ของเราเป็นระบบ ๑ เมตรครับในปัจจุบัน แต่ว่าในระดับที่เป็นมาตรฐานนี้ ๑.๔๓๕ เมตร ซึ่งเป็นสแตนดาร์ด เกจ (Standard Gauge) ของเราก็ยังไม่มี แล้วก็เป้าหมายท่านประธาน เป้าหมายก็คือทางประเทศจีนเชื่อมมาทางประเทศลาว มาทางเวียงจันทน์ แล้วก็มาทาง จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี มาถึงกรุงเทพฯ แล้วรัฐบาลมีแผนในการที่จะเชื่อมรถไฟ ความเร็วสูงแล้วก็ระบบรางไปสุดปลายทางที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็ภูมิภาค ภูมิประเทศ ทิศเหนือเรามีภูเขาสูงชัน มาตรการที่จะรองรับเพื่อที่จะเชื่อมประเทศกับภูมิภาค แล้วก็เชื่อม ประเทศกับในระดับสากล ท่านมีแนวทางที่จะชัดเจนอย่างไร แม้กระทั่งท่านประธานที่เคารพ แม้กระทั่งรถไฟความเร็วสูงที่สภาได้ผ่านความเห็นชอบในเรื่อง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไป ความไม่ชัดเจนในแผนงานของระบบ ว่าจะผ่าน จังหวัดไหน จุดไหน อะไรอย่างไร ก็ยังไม่มีความชัดเจนให้กับประชาชน บอกว่ามีอยู่ ๔-๕ สาย ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายอันไหนจะผ่านอีไอเอ (EIA) อันไหนจะผ่านเอชไอเอ (HIA) อันไหนจะ ต้นทุนมาก อันไหนจะต้นทุนน้อย รัฐบาลก็ยังไม่ให้ความชัดเจนกับประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ เนื่องจากว่าผมเป็น ส.ส. ภาคเหนือ เป็น ส.ส. ของจังหวัดพิษณุโลกด้วย แต่ก็เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ผมเองจึงอยากจะเรียนถามเพื่อให้เกิดความชัดเจนให้รัฐบาล ตอบให้ชัดเลยว่าท่านจะเอาสายไหน เขาจะได้กําหนดแผนในการที่จะลงทุน แผนในการที่จะ ขับเคลื่อนแล้วก็วางระบบให้มันชัดเจน แต่พอไม่มีความชัดเจนแบบนี้นะครับ กํากวมมันก็อยู่ หรือว่าจะดูว่าใครจะให้ผลประโยชน์มากกว่า หรือว่าจะมีนอกในอย่างอื่นก็ขอความชัดเจน ที่จะตอบ

สุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ ใบอนุญาต อันที่จริงแล้วทุกประเทศต้องมี ในประเทศภาคี แล้วก็ตามข้อตกลง แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือประเทศไทยมันไม่เหมือนกับ ประเทศอื่นในประเด็นเรื่องการขายใบอนุญาต แล้วก็ค่อนข้างที่จะเรียกทั้งบนโต๊ะแล้วก็ ใต้โต๊ะจากการให้ใบอนุญาต ผมยกตัวอย่าง แล้วก็เปิดประเด็นไว้เล็กน้อย อย่างเช่น ใบอนุญาต เรื่องพลังงาน ท่านประธานที่เคารพ ผมได้ยินข่าวว่าเงินใต้โต๊ะไปถึงมือเป็นพันเป็นหมื่นล้านแล้ว อันนี้เฉพาะใบอนุญาตให้สร้างพลังงาน ท่านครับ ซึ่งผมกําลังตามอยู่ แต่ใบอนุญาตอันนี้ นะครับ ปีแรก ๑๐๐ ฉบับ ปีที่ ๒ ๒๐๐ ฉบับ ปีที่ ๓ ๓๐๐ ฉบับ แล้วก็ ๓ ปีได้ ๕๐๐ ฉบับ ทําอย่างไรครับ ถ้าเกิดว่ามีการขายใบอนุญาตนี่ ให้ตกอยู่ในมือของประชาชน ไม่ได้มีเงิน ใต้โต๊ะ ไม่ได้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากการอนุญาตให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านมีมาตรการใด ๆ ที่จะให้ความมั่นใจก่อนที่รัฐสภาแห่งนี้จะให้ความเห็นชอบต่อข้อตกลง อันนี้ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

พลเรือเอก สุรศักดิ์ เชิญครับ

พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมยังขวัญเสียจากโครงการที่รัฐบาลจะขอเปลี่ยนการกู้เงิน โครงการรถไฟฟ้าสีม่วงอยู่นะครับ เพราะว่าท่านประธานยังข้ามวาระนี้ไปเป็นครั้งที่ ๒ นะครับ ขออนุญาตเท้าความนิดหนึ่งว่า โครงการนั้นตอนที่รัฐสภาเราพิจารณาเราก็ไม่เห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้น เวลาผ่านไป ๒ ปี ตอนนี้ ดอกเบี้ยมันขึ้น ถ้าเผื่อสมมุติว่าเราไม่เปลี่ยนวิธีการอะไรต่าง ๆ ต้องเสียเงินถึง ๘๒ ล้านบาท นะครับ ครั้งนั้นผมก็พยายามเอาใจช่วย แล้วพยายามเชื่อตามที่รัฐมนตรีได้มาชี้แจงว่าบรรดา กรอบการเจรจาหรือบันทึกข้อตกลงต่าง ๆ นี้ได้ผ่านการพิจารณามาอย่างรอบคอบแล้ว ก็ยกมือเห็นชอบครับ พอมันเกิดปัญหาครั้งนั้น แล้วครั้งนี้ผมมีปัญหาที่ต้องถามนะครับ ท่านประธานต้องให้อภัยผมด้วยนะครับ ถ้าสมมุติว่าครั้งนั้นเราทําด้วยความเรียบร้อย รอบคอบ ผมคงไม่มองเห็นในแง่ร้าย ท่านประธานครับ ขอเริ่มข้อแรกเลยนะครับ เกี่ยวกับ เรื่องสิทธิในการ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ เดี๋ยวก็คงถึงวาระนั้น เอาไว้ตอนนั้นค่อยพูดกันดีไหมครับ

พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

ผมอธิบาย เหตุผล เดี๋ยวท่านประธานจะสงสัยว่าทําไมผมถึงซักถามอะไรมากมายนัก จบแล้วครับ ขอเข้าประเด็นนะครับ ด้านสิทธิการจราจรไม่ทราบว่าทางท่านรัฐมนตรีได้ถามผู้ประกอบการ ขนส่งไทยแล้วหรือยังว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เมื่อสักครู่ท่านบอกมานิดหนึ่งว่าท่านไป ออกแบบสอบถาม ผมฟังความไม่ถนัดว่าในการถามนี้ผู้ที่ประกอบการขนส่งของไทย ในบันทึกข้อตกลงนี้เขามีความคิดเห็นว่าอย่างไร

คําถามข้อที่ ๒ เกี่ยวกับสิทธิในการจราจร ผมทราบข้อมูลว่าขณะนี้คนขับ รถบรรทุกสิบล้อของไทยขาดแคลนครับ สืบเนื่องมาจากโครงการจํานําข้าว แล้วก็ไปทําอะไร กันไม่ทราบ ไม่ทราบว่าปัญหานี้ยังคงอยู่หรือเปล่า แต่เดิมนี่คนขับรถบรรทุกสิบล้อของไทย เราไม่มีปัญหา มีปัญหาที่มันงานเยอะถึงจะต้องไปหายาบ้า ยาอะไรมาเสพกัน คําถามชัด ๆ ว่า ขณะนี้ยังมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนคนขับรถบรรทุกสิบล้ออยู่หรือเปล่า แล้วท่านจะแก้ไข อย่างไร

คําถามข้อที่ ๓ เกี่ยวกับสิทธิในการจราจรครับ ท่านประธานดูบันทึกข้อตกลง ว่าปีแรกนี้เราจะให้มีรถอนุญาตใบประกอบขนส่งได้ประมาณ ๑๐๐ ฉบับ ปีที่ ๒ ก็ ๒๐๐ ฉบับ ปีที่ ๓ ก็ ๓๐๐ ฉบับ ปีที่ ๔ ก็ ๕๐๐ ฉบับ ถูกไหมครับที่เขียนไว้ ปกติแล้วที่ผมเคยไปคุนหมิง มานะครับ ผมก็เห็นว่าถนนอะไรต่าง ๆ ของไทยเราก็อยู่ในสภาพซึ่งยังใช้ได้อยู่นะครับ แต่ลงมาแถว ๆ ประเทศลาวนี้บางจุดก็ทราบข่าวว่าไม่ค่อยดีนะครับ แต่สิ่งที่เห็นชัดก็คือว่า ทางประเทศจีนมีศักยภาพในการที่ทําอุตสาหกรรมรถบรรทุกนี้มหาศาล ปีแรกเขาอาจจะยัง ไม่พร้อมเท่าไร แต่ปีต่อ ๆ ไปตรงนี้คือผมเกรงอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับว่าเมื่อเราเซ็น ข้อตกลงนี้ไปแล้ว ในที่สุดคนไทยก็จะถูกจีนมาแย่งขนของ คราวก่อนนี้ผมก็ได้รับประสบการณ์ ที่ไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องการขนส่งทางน้ํา เรือบรรทุกที่ลงมาจากจีนเวลาลงมามันลงมาได้เต็มลํา แต่เวลาขึ้นไปมันต้องทวนน้ําขึ้นไปได้นิดเดียว ผมก็ฝันที่จะเห็นอย่างนี้ว่าเราควรจะเอา รถบรรทุกขึ้นไปให้มาก ๆ เพื่อจะชดเชยสิ่งที่เราขาดทุนเวลาเขาขนสินค้าลงมา ขอถามว่า ในเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีได้พิจารณาข้อดี ข้อเสีย ที่จะชดเชยหรือยัง ระหว่างที่จะจํากัดรถ ให้น้อยกับให้มาก ว่าในช่วงแรกเราจะได้ประโยชน์หรือเราจะเสียประโยชน์

คําถามข้อที่ ๔ เกี่ยวกับเรื่องการอํานวยความสะดวกพิธีการข้ามแดน ผมไม่แน่ใจว่าการดําเนินการเกี่ยวกับการประสาน เพื่อขออนุญาตให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ล่วงหน้าเพื่อเตรียมการปล่อยสินค้าและบุคคล คือผมไม่ได้ดูถูกจีนว่าเขาไม่เก่งภาษาอังกฤษ ในขณะเดียวกันผมก็ไม่มั่นใจว่าผู้ประกอบการขนส่งของไทยเราเก่งหรือเปล่าในการที่จะ ดูข้อมูลตรงนี้นะครับ ข้อ ๘ ในการอํานวยความสะดวกพิธีการข้ามแดนนะครับ การพิจารณา ทบทวนเอกสารขั้นตอนพิธีการต่าง ๆ เพื่อประเมินความจําเป็นและการกําจัดเอกสารหรือ คําร้องที่มีอยู่ในปัจจุบันที่ไม่จําเป็นหรือไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ทั้งหมดนี้คงเป็นหน้าที่ ของกรมศุลกากร ปีที่แล้วเราก็ผ่าน พ.ร.บ. เกี่ยวกับการจุดตรวจร่วมอะไรนี้ไปนะครับ ก็ยังไม่ได้ไปดูว่าขณะนี้หลังจากผ่านสภาไปแล้วไปทําอะไรหรือเปล่า

ต่อไปครับท่านประธาน เกี่ยวกับการขนส่งบุคคลข้ามแดน เรื่องการป้องกัน โรคติดต่อ รวมทั้งการป้องกันคนลักลอบเข้าเมือง ถึงแม้เราจะมีประชากรเกือบ ๗๐ ล้านคน เราก็ยังน้อยกว่าประเทศจีนเยอะนะครับ แล้วคนจีนเขาขยันครับท่านประธาน แล้วเขาก็ สนใจที่จะลงมาแถว ๆ จังหวัดเชียงใหม่ แถว ๆ ภาคเหนือ ลงมาแล้วเขาก็เป็นเถ้าแก่ ครับท่านประธาน แล้วเขาก็มีสัญชาติไทย แล้วต่อไปเขาก็มานั่งในสภาครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมไม่ทราบว่าได้ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย ดูสถิติ ดูงานอะไรของเราหรือเปล่าว่ามันจะส่งผล กระทบหรือไม่

ประเด็นต่อไป เรื่องการยอมรับรถนะครับ ในข้อ ๒๓ เขียนว่า จะมีการเผยแพร่ ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับน้ําหนักบรรทุกและมาตรฐานขนาดสําหรับพาหนะ ผมไม่ทราบว่าทําหรือยัง ผมจําไม่ได้แล้วด้วยว่าตอนนี้รถสิบล้อของเราบรรทุกสูงสุดให้เกิน ๒๕ ตันหรือเปล่าไม่ทราบ เพราะมันเป็นเรื่องนานมาก ขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีนะครับว่าในสภาพปัจจุบันของจีน รถสิบล้อด้วยกันนะครับ แต่ของไทยมันต่างกันเท่าไร ว่าของจีนสูงสุดเขาให้เท่าไร แล้วของ ไทยได้เท่าไร ผมเกรงใจท่านประธานครับ ขออนุญาตถามเท่านี้นะครับ แล้วก็ผมจะตัดสินใจ ว่าควรจะให้ความเห็นชอบกับบันทึกข้อตกลงนี้หรือไม่ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวรชัย เหมะ

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นใจรัฐบาลครับ วันนี้การทําสัญญาใด ๆ เกี่ยวกับเศรษฐกิจและรายได้ และผลประโยชน์ของประเทศชาตินั้น ต้องมาเสนอรัฐสภาครับ นี่คือความล้าหลังของกฎหมายของประเทศที่เราจะต้องรีบแก้ไข ครับท่านประธาน ไม่เช่นนั้นแล้วเราไม่ทันประเทศอื่นครับ ๑๐ ประเทศมีการเจรจากัน ตกลงกันเรียบร้อยครับ ประเทศอื่นเขาเซ็นสัญญาได้เลยครับท่านประธาน แต่ประเทศไทย รัฐบาลต้องเอามาเสนอรัฐสภาแห่งนี้เพื่อขอฉันทานุมัติ ขออนุมัติเห็นชอบหรือไม่จากรัฐสภา นี่คือรัฐธรรมนูญที่ล้าหลังของประเทศครับท่านประธาน สังคมโลกยุคไร้พรมแดนในวันนี้ มันจะต้องทันโลกครับ ทันครับ ไม่ใช่เราล้าหลังครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นทําให้ประเทศไทย เสียโอกาสทางการค้าและการลงทุน ท่านประธานที่เคารพ วันนี้รัฐบาลได้บันทึกความตกลง ไม่ว่าประเทศจีน ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา แล้วก็ประเทศพม่า บันทึกข้อตกลง ไม่ว่าเรื่องการขนส่ง เรื่องการค้า เรื่องของเศรษฐกิจและการลงทุน วันนี้รัฐบาลโดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรีประเทศจีนท่านให้เกียรติท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้มาเยือนประเทศไทย ครับท่านประธาน บางครั้งผมได้ทราบจากรัฐมนตรีบางท่านว่าเขาได้ไปเจรจาความกับประเทศ เช่น ประเทศเวียดนาม แล้วก็รัฐมนตรีประเทศเวียดนามได้บ่นว่าประเทศไทยคุณต้องติดอยู่ มาตรา ๑๙๐ คุณทําไม่ได้ คุณตกลงไม่ได้ นี่หลายประเทศเขารู้ครับ แล้วเขาก็หัวเราะเยาะ ครับว่าประเทศไทยทําอะไรก็ติดอยู่ที่รัฐธรรมนูญอันนี้ครับท่านประธาน วันนี้ประเทศไทยนั้น เราก็รู้ครับว่าสนามการค้า แนวชายแดนไม่ใช่สนามรบ เพราะฉะนั้นวันนี้การติดต่อค้าขาย เป็นเรื่องรายได้ของประเทศ แล้ววันนี้รายได้ของประเทศแนวชายแดน การค้าการขายปีหนึ่ง นับหลายแสนล้านบาทครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเป็นการสร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชน ชายแดน พี่น้องประชาชนสร้างงาน สร้างรายได้สารพัดท่านประธาน เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ให้รัฐบาลของท่านไปเจรจาการค้าสําเร็จ หลังจากเรามีการ ตกลงกันเสร็จครับท่านประธาน เราจะต้องทําอย่างไรจึงจะขนถ่ายสินค้าให้ประเทศไทยและประเทศคู่สัญญานั้นเดินทางไปได้ อย่างประหยัดและรวดเร็วที่สุดครับ จะอํานวยความสะดวกให้นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน อย่างไร ในการที่จะนําสินค้าจากประเทศไทยไปขายในประเทศคู่ค้าคู่สัญญาอันนี้ ไม่ว่าจะ เจรจาในเรื่องของการออกใบอนุญาตให้ขนส่งข้ามแดน จะทําอย่างไร ตกลงกันอย่างไร เจรจากันอย่างไร หรือว่าการออกใบอนุญาตให้บริษัทที่จะขนส่งได้นั้นมีสัญลักษณ์อย่างไร ในการเดินทาง ระเบียบข้อบังคับแต่ละประเทศที่จะใช้กันนั้นใช้กันอย่างไร มีการตกลงกัน อย่างไรครับ หลังจากรัฐบาลได้ตกลงในเรื่องยุทธศาสตร์ใหญ่ เพราะฉะนั้นระดับผู้ปฏิบัติ ระดับล่างไม่ว่าเจ้าหน้าที่ของแต่ละกระทรวงต้องปฏิบัติครับท่านประธาน ปฏิบัติในการ ร่วมกันในการออกข้อบังคับและระเบียบครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลไทยได้ดําเนินการ ท่านประธานครับ ประเทศไทยนั้นเราถือว่าเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ที่สุด ประเทศหนึ่ง ประเทศไทยนั้นมีความพร้อมที่สุดประเทศหนึ่ง ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศ ตั้งอยู่กึ่งกลางของอาเซียน เป็นศูนย์กลางของการค้า การคมนาคม การลงทุน ไม่ว่าจะเป็น ภูมิศาสตร์หรือว่าในเรื่องของการลงทุนทุกอย่างครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นการข้ามแดน ระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาวและไปสู่ประเทศจีน เชื่อมประเทศไทยไปสู่ทางใต้ ไปประเทศมาเลเซียก็ต้องผ่านประเทศไทยครับท่านประธาน นี่คือศูนย์กลางของประเทศ ภูมิภาคหรือว่าภาคตะวันออกครับ ประเทศกัมพูชาครับท่านประธาน ผ่านไปยังประเทศพม่า เราก็ต้องเชื่อมประเทศไทย เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลได้เดินมาถูกทางแล้วครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้เป็นการเริ่มต้นของรัฐบาลไทย เป็นการเริ่มต้นที่จะสร้างรายได้ให้คนไทยทั่วภูมิภาค ไม่ว่าการขนสินค้าจากกรุงเทพฯ ด้วยรถยนต์ ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าขนส่งโดยเครื่องบิน ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเป็นการลดต้นทุน ลดรายจ่ายให้พ่อค้า นักธุรกิจของประเทศไทย เพื่อจะให้คุ้มทุนครับ เพื่อจะให้มีกําไรครับท่านประธาน ทําให้คนไทยได้มีงานทําครับ แล้วการที่ รัฐบาลเตรียมตัวสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน โดยการ สร้างรถไฟรางคู่ครับ จากกรุงเทพฯ ไปถึงเชียงรายครับ รถไฟฟ้าความเร็วสูงท่านประธาน จากกรุงเทพฯ ไปสู่เชียงใหม่แล้วก็อาจจะเชื่อมไปทั่วประเทศครับ แล้วไปเชื่อมเข้าในภูมิภาค อาเซียนด้วยครับท่านประธาน เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล เป็นการกระตุ้น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านครับ ทําให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ติดชายแดนเป็นบ้านพี่ เมืองน้องได้ไปมาหาสู่กันอย่างมีความสุข ทําให้ประชาชนไทยมีความสุขครับ ญาติพี่น้อง แต่ละประเทศได้ไปมาหาสู่กันด้วยการเดินทางด้วยรถไฟหรือรถยนต์ครับท่านประธาน ต่อไปคนไทยไปเที่ยวประเทศจีนผ่านประเทศลาวต่อไปเวียดนามครับ เดินทางโดยรถยนต์ สะดวกครับ หรือว่าคนประเทศจีนครับท่านประธานมาเที่ยวประเทศไทยด้วยความสะดวก ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้คนไทย เป็นการ สร้างรายได้ให้การท่องเที่ยว เป็นการเพิ่มรายได้ให้ประเทศ เป็นการสร้างรายได้ประชาชาติ ของคนไทยทั้งประเทศ ของประเทศไทยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้เราจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทําให้ในส่วนกฎหมายที่ล้าหลังท่านประธาน ผมว่าในมาตรา ๑๙๐ อันนี้ทําให้ประเทศไทยเสียโอกาสครับท่านประธาน อย่างที่เห็นอยู่วันนี้ การเจรจาในเรื่องการค้า การลงทุนต้องมารายงานสภาครับใช้เวลาหลายเดือนครับท่านประธาน ในขณะประเทศอื่นเขารุดหน้าเขาเดินหน้าได้เลยครับ นี่คือประเทศไทย เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมว่าผมเห็นใจรัฐบาล เราต้องเดินหน้าต่อไปท่านประธาน ประเทศไทยไม่ใช่อยู่กับที่ครับ เพราะฉะนั้นการบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทย ประเทศจีน แล้วก็อีกหลายประเทศ เป็นความจําเป็นอย่างยิ่งครับ แล้วการนํามาเสนอรายงานต่อรัฐสภาแห่งนี้ถือว่าทําตาม รัฐธรรมนูญครับ ที่จริงแล้วรัฐบาลได้รับมอบอํานาจจากประชาชนมาแล้วครับท่านประธาน โดยเข้ามาบริหารประเทศ และเรื่องนี้เป็นเรื่องของอํานาจบริหารครับท่านประธาน แต่ผม เห็นใจรัฐบาลจริง ๆ ครับที่จะต้องมารายงานตรงนี้ ก็ขอให้รัฐบาลเดินหน้าครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านกษิต ภิรมย์ แล้วก็ ตามด้วยท่านนฤมล แล้วก็ท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญท่านกษิตครับ

นายกษิต ภิรมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ว่าด้วยเรื่องหลักการครับท่านประธาน ในสังคมประชาธิปไตยที่มีระบอบรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา วุฒิสมาชิกว่ามีหน้าที่ในการที่จะเป็นหูเป็นตาให้กับประชาชน แล้วก็ในสังคมประชาธิปไตยที่มีความซิวิไลซ์ (Civilize) นั้นอะไรก็ตามที่ทางฝ่ายบริหารทํา แล้วมาผ่านสภาได้ มันก็ช่วยจรรโลงสังคมประชาธิปไตย แล้วก็ช่วยในการตรวจสอบเป็นหู เป็นตาให้กับประชาชนครับ ส่วนประเด็นปัญหาของการที่จะเสนอเรื่องจากฝ่ายบริหาร มาที่สภา ก็มาช่วยกันคิดช่วยกันทําว่าจะหามาตรการหรือวิธีการให้มันสะดวกและง่ายอย่างไร มากก็จะไปบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่อยู่ในสภาไม่ต้องรู้ เรื่องประชาชนถูกปิดหูปิดตา และเราจะอ้างว่าเราเป็นนักประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้ง ได้อย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยแล้วก็ดีใจที่รัฐบาลก็ปฏิบัติตนตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญในการที่จะเอาข้อตกลงสําคัญ ๆ มาสู่สภา เพื่อมาช่วยกันคิดช่วยกันทํา ช่วยกันกลั่นกรอง เพื่อจะได้นําพาประเทศไทยได้ เราไม่ใช่ประเทศที่มีการปกครองในระบอบ เผด็จการหรือเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ครับ ถ้าเผื่ออย่างนั้นแล้วก็ไม่ต้องมีรัฐสภาที่มาจากการ เลือกตั้งนะครับอันนี้ก็อยากจะฝากเพื่อนสมาชิกว่าได้ช่วยกันคิดด้วยและเราต้องร่วมกันที่จะ จรรโลงสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อย่าทําตนเป็นนักประชาธิปไตยจอมปลอมกันครับ ไม่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง สําหรับประเด็นปัญหาเฉพาะหน้าของข้อตกลง ๓ เส้าระหว่างประเทศไทย ประเทศลาว กับจีนนั้นมันก็เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในกรอบของลุ่มแม่น้ําโขง แล้วก็ อยู่ภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการอํานวยความสะดวกข้ามแดน ภาษาอังกฤษใช้คําย่อเข้าใจว่า ซีบีทีเอ (CBTA) ก็ทํากันมานะครับ มันก็เริ่มที่ไทยกับลาว ตอนนี้ก็ขยายไปถึงเมืองจีนด้วย เพื่อจะอํานวยความสะดวกในการขนส่งทั้งคนแล้วก็สินค้า ในประเด็นนี้กระผมไม่มีความเห็นต่าง เห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนในเรื่องการจะให้ความเห็นชอบต่อเอ็มโอยู (MOU) อันนี้นะครับ แต่ที่ผมเป็นห่วงแล้วก็อยากจะกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านทาง ท่านประธานสภาก็คือว่าแล้วที่ได้มีคํามั่นสัญญาที่จะอํานวยความสะดวก แล้วก็การวาง กฎเกณฑ์ภายในประเทศต่าง ๆ ที่ระบุอยู่ในเอ็มโอยูหรือในข้อตกลงอันนี้เรามีความพร้อม แค่ไหน ตั้งแต่ที่จอดรถ ด่านศุลกากร เครื่องมือเครื่องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ การประสานงานกัน ระหว่างศุลกากรกับ ตม. ฝ่ายกักกันพืช ฝ่ายอาหารและยาต่าง ๆ เหล่านี้มันมีความคืบหน้า อย่างไร ถนนหนทางมันพร้อมหรือยัง เขตที่ตั้งได้มีการเวนคืนที่ดินหรือไม่ กระผมเองก็อยู่ในคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา ก็ไปมา ทั่วประเทศไทยครับ คณะกรรมาธิการก็เห็นว่าความพร้อมของเรายังเป็นรองประเทศ เพื่อนบ้านทั้งหมด แล้วก็ถ้าเทียบกับประเทศมาเลเซียแล้วเราก็จะขายหน้าเป็นอย่างยิ่ง เราก็มีข้อตกลงมากมายแล้วก็รัฐบาลก็มักจะเร่งให้รัฐสภารีบให้ความเห็นชอบ ก็ได้ความ เห็นชอบไปแล้ว แต่ไม่สามารถที่จะปฏิบัติได้ตามตารางเวลาหรือให้มันรวดเร็ว เพราะว่า ตัวจีเอ็มเอส (GMS) หรือลุ่มแม่น้ําโขงมันก็โยงกับประชาคมอาเซียนหรือเป็นส่วนหนึ่ง ก็จะว่าได้แล้วอีก ๒ ปี ก็จะต้องเป็นประชาคมอาเซียน แต่ถ้าเผื่อรถยังไปติดอยู่ที่ ด่านศุลกากร พิธีการมากมาย สิ่งอํานวยความสะดวกมันไม่พร้อมต่าง ๆ เหล่านี้ ทางด้าน กายภาพจะทําอย่างไร แล้วก็อีกอันหนึ่งที่เรียกว่าทางด้านซอฟต์แวร์ (Software) เอกสาร ศุลกากรพิธีการต่าง ๆ เหล่านี้มีความเตรียมพร้อมอย่างไร รัฐบาลก็ของบประมาณ ไปมากมายจะกู้เงินก็มากมายต่าง ๆ เหล่านี้จะนําไปใช้เพื่อเสริมสร้างความพร้อมและการ เป็นศูนย์กลางของการเป็นศูนย์กลางทางด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ (Logistics) อย่างไร ต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านรัฐมนตรีอาจจะไม่มีคําตอบ ณ ที่นี้อย่างเต็มที่ แต่จะสัญญากับรัฐสภา ได้ไหมครับว่าภายใน ๓ เดือน สิ่งต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในนี้ว่าประเทศไทยจะต้องทําตามพันธกรณีนั้น เราจะมีความพร้อมในการเตรียมการ มีงบประมาณที่เพียงพอ และทางด้านกายภาพจะใช้ เวลาอีกกี่เดือน กี่ปีที่จะให้เสร็จนะครับ มันก็ต้องวิ่งคู่ขนานกันไปกับเรื่องสะพานที่ ๔ ที่ข้าม แม่น้ําโขง แล้วก็เอกสารต่าง ๆ เหล่านี้มันจะต้องพร้อมทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ จะเป็น ภาษาลาว ภาษาจีนต่าง ๆ เหล่านี้มันก็ต้องพร้อมแล้วก็จะมีการโหมโรงให้ประชาชน เตรียมการได้มากน้อยแค่ไหน ขอขอบคุณมากครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านนฤมลครับ

นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ดิฉันก็คิดว่าบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยแล้วก็ลาว แล้วก็จีนเป็นเรื่องที่สมควร ที่จะต้องมีการดําเนินการ แล้วก็รัฐบาลได้ขอให้เอาเข้ามาในสภาแห่งนี้เพื่อจะช่วยกัน พิจารณาก็เป็นเรื่องที่บางครั้งก็เป็นภาระเหมือนกันแต่ก็จําเป็นนะคะ ดิฉันคิดว่าในกรณีอย่างนี้ การที่พวกเราที่เป็นสมาชิกรัฐสภาได้มีโอกาสได้เห็นได้ศึกษา ก็จะทําให้ได้แสดงความคิด ความเห็นที่จะเป็นประโยชน์บ้างนะคะต่อการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร ดิฉันคิดว่ามันเป็น ภาระแต่ก็ไม่หนักจนเกินไปแล้วก็ยังเป็นประโยชน์ค่ะ ในการที่จะเริ่มใช้ความตกลงระหว่าง รัฐบาลทั้ง ๓ ที่ได้กล่าวแล้วดิฉันคิดว่าความตกลงที่ตกลงไว้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ หลายประการที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งคน การยอมรับรถ การขนส่งสินค้า แล้วก็เรื่องของ พิธีการต่าง ๆ ในการที่จะข้ามแดน รวมทั้งเรื่องของสิทธิของการจราจร แล้วก็เรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมันเป็นเรื่องที่สําคัญมาก ท่านประธานคะ เพื่อนสมาชิกคะ ดิฉันก็ได้ยินเพื่อน สมาชิกที่มาจากจังหวัดเชียงรายคือท่านพิเชษฐ์ ขออนุญาตเอ่ยนามค่ะว่าความไม่พร้อมยังมี อยู่มากพอสมควร จากการศึกษาเอกสารที่ได้จัดให้ในห้องแห่งนี้นะคะ มีข้อความที่บอกว่า จะได้ใช้นะคะ คําถามของดิฉันก็คือว่าจะตกลงที่จะใช้กัน จะเริ่มใช้ความตกลงเมื่อไรแน่ เพราะว่ามันไม่มีข้อมูลตรงไหนเลยที่ได้บอกเอาไว้ หรือว่าดิฉันจะอ่านแล้วไม่พบก็ไม่ทราบ นะคะ เพราะว่าได้รับเอกสารนี้เมื่อเช้านี้ ปรากฏว่าไม่เข้าใจว่าจะเริ่มใช้ความตกลงเมื่อใด ถามว่าเมื่อได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว สภาแห่งนี้ มันจะเกิดผลดีผลเสีย มันมีทั้งดีทั้งเสีย ค่ะท่านประธานและเพื่อนสมาชิกคะ ในเรื่องของการค้าชายแดนถ้ามันมีการเชื่อมโยงกัน เปิดมาแล้ว มีระบบที่ดีที่สมบูรณ์สภาอุตสาหกรรมเชียงราย นายกสภาฯ เขาก็ยืนยันนะคะว่า จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะจุดที่เราเรียกว่าจุดที่เชียงของนะคะ จะมีมูลค่าการค้าชายแดน เพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นล้านบาท เมื่อรวมกันแล้ว ๒-๓ จุด ของเราที่เชื่อมโยงกับลาว เพราะฉะนั้นมันก็เป็นเรื่องที่จะทําให้เศรษฐกิจของเรานั้นดีขึ้น ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็น การนําส่งสินค้าออกไปขายต่างประเทศ หรือการนําวัตถุดิบเข้ามาก็จะทําให้มันมี ความกว้างขวางมากยิ่งขึ้น เงินที่เราต้องการที่จะใช้ในการที่จะหารายได้เข้ามาก็จะมีจํานวน ที่มากขึ้นด้วยตามกันไป จากเดิมนี่ค่ะท่านประธานคะ ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมการค้าการขนส่งสินค้า ที่มาจากประเทศลาวแล้วก็มาจากประเทศจีน มาประเทศไทยมักจะต้องใช้ทางน้ํา พอถึงช่วง ที่เป็นช่วงหน้าแล้งบ้านเราเดือนมีนาคม เดือนพฤษภาคม แม่น้ําโขงค่ะแห้งทีเดียว การขนส่ง ทางน้ําจึงทําได้ยากมาก การค้าการขายทั้งหลายก็ทําให้ติดขัดไปหมดนะคะ เพราะฉะนั้น การที่มีการเปิดพรมแดนและถ้ามีระบบที่พร้อมก็จะทําให้สามารถที่จะสร้างโฟลว์ (Flow) ของการค้าขาย การเดินทางไปมาของสินค้าและบุคคลมากขึ้น เพื่อนสมาชิกคะ ผลกระทบ ทางลบอาจจะมีอยู่อีกบ้างในเรื่องของความตื่นตัวของต่างประเทศที่เข้ามาในพื้นที่บ้านเรา โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงรายและภาคเหนือบางส่วน ที่ดินนี้ค่ะ ราคาแพงขึ้นมากเลยนะคะ เดี๋ยวนี้คนไทยจะซื้อที่ดินที่จังหวัดเชียงราย เชียงของนี่นะคะ ไร่หนึ่งต้องเป็นล้าน ๆ ค่ะ ภาคเหนือของเราเป็นดินแดนที่ถือว่าสมบูรณ์ที่สุด มาตรการที่รัฐบาลจะดูแล ที่จะทําให้ คนไทยของเราได้มีสิทธิในการที่จะบริโภคหรือเป็นเจ้าของที่ดินในเวลาต่อไปในอนาคตก็ต้อง มีการเตรียมพร้อมกันนะคะ ในส่วนของการที่จะมีคนเดินทางเข้ามาจากต่างประเทศที่ มากขึ้น ปัญหาที่ตามมา เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้พูดถึงเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ ต่าง ๆ ไม่ว่าที่จะอุบัติใหม่หรือว่าเป็นโรคภัยไข้เจ็บเก่า ๆ มันต้องพร้อมจริง ๆ มิฉะนั้นแล้ว เราก็จะมาเป็นต้นทุนของสังคมเราอีก ถามว่าคนค่ะ ที่เป็นปัญหากันโดยตลอดมาเรื่องของ การขนคนเข้ามาโดยผิดกฎหมายจะน้อยลงหรือเปล่าเมื่อเราเปิดตรงนี้ หรือว่ายังคงมากขึ้น หรือว่ามากขึ้นหรือว่าจะเป็นอย่างเดิม ปัญหาตรงนี้มีปัญหาเรื่องของการค้ามนุษย์ ซึ่งประเทศไทยของเรานั้นถูกจับตา ถ้าเปิดการใช้ถนน เปิดการใช้การขนส่ง การจราจร บุคคล สินค้า แล้วก็รถยนต์ต่าง ๆ นี้ออกมาแล้ว ปัญหาการค้ามนุษย์ของประเทศไทย จะได้รับการแก้ไขให้อยู่ในระดับที่เป็นที่น่าพอใจของสังคมโลกหรือไม่ อันนี้ดิฉันก็ฝาก เรียนถามไว้ด้วย ในเรื่องของรายละเอียดที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของบุคลากรของรัฐ ดิฉันคิดว่าท่านอาจจะให้การอบรมได้พอ ได้ทัน แต่ในเรื่องของ ผู้ประกอบการนี้ค่ะ ผู้ที่จะเป็นผู้ขับขี่รถขนสินค้า รถโดยสาร ซึ่งมีขนาดใหญ่ ๆ และในหลาย โอกาสก็อาจจะต้องมีการขนส่งสินค้า ซึ่งมีความเป็นอันตรายนะคะ เหล่านี้ค่ะท่านต้องให้ ความรู้ที่ชัดเจน และต้องให้มีความสามารถในการที่จะสื่อสารได้ เอกสารต่าง ๆ ที่จะใช้ ประกอบในการเดินทางต้องมีการเตรียมพร้อม ซึ่งดิฉันเองก็ยังไม่เห็นว่าจะได้มีการ ดําเนินการต่อไปตามที่ท่านได้บัญญัติไว้นั้น จะได้ดําเนินการต่อไปเมื่อไร และจะสามารถ ดําเนินการแล้วเป็นประโยชน์ แล้วก็ลดปัญหาต่าง ๆ ได้จริงหรือไม่นะคะ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ดิฉัน ก็ขออนุญาตเรียนถามไว้

ระบบของศุลกากรของเรานี่นะคะ ดิฉันคิดว่าขณะนี้เราเปิดจุดผ่านแดนถาวร หลายจุดทีเดียว บุคลากรที่จะเข้าไปแล้วก็ระบบต่าง ๆ ที่จะต้องไปติดตั้งทั้งหมดนะคะ พิธีการ ศุลกากรต่าง ๆ มันมีความพร้อมขนาดไหน ดิฉันเห็นเลยค่ะ อย่างจังหวัดอุตรดิตถ์ของดิฉัน ก็ได้รับการอนุญาตเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวรเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมาในปีนี้ ก็เป็นความดีใจ ของคนอุตรดิตถ์ที่จะได้ออกไปสู่ประเทศลาวได้ การท่องเที่ยวก็จะเกิดขึ้น ถามว่าความพร้อม มีมากน้อยเพียงใด ดิฉันไม่มั่นใจค่ะ ดิฉันไปเยี่ยมมา ก็ยังเห็นมีความไม่สมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง ฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีนะคะว่า จุดผ่านแดนทั้งหลายที่เราได้เปิดให้เป็น จุดผ่านแดนถาวรนั้น ท่านรัฐมนตรีต้องให้ความสําคัญเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ เพราะว่ามันคือ หน้าตา มันคือประตูด่านแรกของเราที่จะออกไปสู่อาเซียนทั้งหมดด้วยนะคะ เรามีจุดดี ๆ เยอะค่ะ แต่ว่าถ้าเราไม่พร้อมแล้วเปิดบ้านออกไปมันก็เหมือนกับว่าเราก็จะเสียโอกาส และเราก็เสียเปรียบเพื่อนบ้านของเราซึ่งเขามีความพร้อมมากกว่า ดิฉันก็ขออนุญาต ให้ความเห็นไว้ว่า ความพร้อมทั้งหลายที่ท่านว่าจะได้มีการดําเนินการต่อไปนั้นจะดําเนินการ แล้วเสร็จเมื่อไร แล้วความตกลงอันนี้ เอ็มโอยูอันนี้ที่จะเริ่มมีการดําเนินการใช้กันจริง ๆ คือเมื่อไร ก็ขออนุญาตเรียนถามประเด็นเหล่านี้เพื่อจะได้เข้าใจ ดิฉันส่งเสริมและให้การ สนับสนุนรัฐบาลในการที่จะเริ่มใช้ความตกลงนี้ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านอนุรักษ์ บุญศล และตามด้วยท่านอลงกรณ์ ท่านสนธยา แล้วก็ท่านสุชาติครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร 🔗

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องบอกว่าบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้นั้นดิฉัน สนับสนุนเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว ท่านประธานคะ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐ ประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรไทยในการเริ่มใช้ ความตกลงระหว่างรัฐบาลของเชียงของ จังหวัดเชียงราย ดิฉันสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง และอีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันจะเรียนผ่านท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพว่า ยังมีอีกหลายเส้นทางเลยทีเดียวที่ไทยไป สปป. ลาว ไปประเทศเวียดนาม แล้วก็ไปจีนค่ะ ท่านประธาน โดยที่ถ้าเป็นไปได้ความตกลงจะต้องเกิดขึ้นเพื่อที่ประเทศไทยนั้นจะได้มี หลายช่องทางในการค้า ส่วนกรอบและกติกาต่าง ๆ นั้นก็เป็นไปตามข้อตกลงอยู่แล้ว ปัจจุบันนี้มีเส้นทางเชื่อมโยงประเทศไทย สปป. ลาว และประเทศเวียดนาม โดยเฉพาะ ทางภาคอีสานอยู่หลายเส้นทางภายใต้กรอบข้อตกลงจีเอ็มเอส โดยเส้นทางสําคัญ ในภาคอีสานก็คือ ๑. เส้นทางอาร์ ๙ (R9) เชื่อมระหว่างมุกดาหาร แขวงสะหวันนะเขต เมืองดานังแล้วต่อไปถึงกวางสี ประเทศจีนด้วยค่ะท่านประธาน เส้นทางนี้นั้นมีข้อตกลง ซีบีทีเอแล้ว ส่วนอีก ๒ เส้นทางที่ดิฉันจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยความ เคารพว่า เส้นทางอาร์ ๘ เชื่อมระหว่างนครพนม แขวงคําม่วน แขวงบริคําไชย เมืองวินห์ แล้วก็ไปกวางสีอีกตรงนี้ แล้วก็อีกเส้นทางหนึ่งอาร์ ๑๒ เชื่อมโยงระหว่างจังหวัดนครพนม แขวงคําม่วน เมืองฮาติง แต่เป็นคนละเส้นทางกัน ทีนี้ข้อตกลง ซีบีทีเอ มีเพียงเส้นทางเดียว ก็คืออาร์ ๙ อาร์ ๙ ก็คือจังหวัดมุกดาหาร แขวงสะหวันนะเขต เมืองดานัง ท่านประธาน ผ่านไปถึงรัฐมนตรี ดิฉันว่า ซีบีทีเอ ควรให้ครอบคลุมอาร์ ๘ และอาร์ ๑๒ ดิฉันมีข้อมูลค่ะ เรื่องสิทธิการจราจรไทย-ลาว-จีน-เวียดนามนั้น จะต้องบอกว่าถ้ามีเราจะมีประโยชน์มากที่สุดเลย เมื่อปี ๒๕๕๓ ประเทศไทยส่งผลไม้มังคุด ทุเรียน ผ่านด่านที่ประเทศจีนเป็นมูลค่าถึง ๙๐ ล้านบาท แต่ปัจจุบันนี้มังคุด ทุเรียนยังเต็มประเทศจีนอยู่เลย แต่ว่าไม่มีการผ่านด่านนี้ เพราะว่าเราต้องอาศัยพ่อค้าคนกลางก็คือประเทศเวียดนาม เห็นไหมคะ ฉะนั้นเราจะต้อง ขายถูก ๆ ให้กับพ่อค้าคนกลาง เพื่อที่พ่อค้าคนกลางจะนําเข้าในโควตา (Quota) ของ ประเทศของเขา ประเทศไทยเสียเปรียบตรงนี้ พรมแดนซีบีทีเอก็จะมีอุปสรรคสําคัญ ในการขนส่งสินค้าระหว่างกัน มีพิธีในการปฏิบัติขนส่งสินค้าข้ามพรหมแดนในแต่ละเส้นทาง ที่แตกต่างกัน เนื่องจากเส้นทางอาร์ ๘ และอาร์ ๑๒ ค่ะท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี ยังไม่มีข้อตกลงระหว่างกันจะทําให้มีความเสี่ยงในการขนส่งข้ามพรมแดน เพราะใช้เวลา สําหรับพิธีการศุลกากรมาก รวมถึงไม่มีจุดพักสินค้าก่อนที่จะขนส่งต่อไป เห็นไหมคะ ตัวนี้นั้น ทําให้เราเสียเปรียบเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และความเชื่อมโยงในการขนส่งสินค้าถดถอยลงไปมากเลยทีเดียว ซีบีทีเอนั้นควรจะมีบันทึก ข้อตกลงในเส้นทางอาร์ ๘ และอาร์ ๑๒ ควรมีการสํารวจเส้นทางระหว่างประเทศไทย สปป.ลาว และเวียดนาม เพื่อศึกษาพัฒนาการท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ ทั้งเส้นอาร์ ๘ และอาร์ ๑๒ ทั้งนี้ควรพัฒนาเส้นทางอาร์ ๘ ให้เป็นเส้นทางเพื่อการท่องเที่ยว เนื่องจาก มีแหล่งท่องเที่ยวระหว่างเส้นทาง เส้นทางระหว่างเส้นทางมีแหล่งท่องเที่ยวเยอะแยะ มากมายและเส้นทางอาร์ ๑๒ เป็นเส้นทางโลจิสติกส์ เนื่องจากไม่มีภูเขาสูงและเหมาะกับ การขนถ่ายสินค้าเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ควรส่งเสริมให้มีจุดพักและกระจายสินค้าเป็นระยะ ๆ ในประเทศต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาการค้าและการลงทุนในบริเวณข้างเคียงของทั้ง ๓ ประเทศเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว ทําไมจะต้องกว่างสีประเทศจีน ท่านประธานผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพค่ะ ว่าทําไม เพราะว่าอํานาจการซื้อของเขาแค่มณฑลกว่างสี มณฑลเดียวนี้มีประชากร ๕๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านคนเลยทีเดียว เกือบเท่า ๆ ประเทศ ของเรา ฉะนั้นเส้นทางนี้อีสานก็จะได้พัฒนา อีสานก็จะได้เจริญเติบโต ผลไม้ที่มากมาย มหาศาลซึ่งภาคอีสานสามารถที่จะปลูกมังคุด ละมุด ลําไย มะเฟือง มะไฟ ได้แล้ว ก็จะไม่ เน่าเสียหรือขายให้กับพ่อค้าคนกลางอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งดิฉันได้กล่าวมาแล้ว อาร์ ๙ และอาร์ ๑๒ มีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นเส้นทางหลักที่สามารถใช้เพื่อขนส่งสินค้าจาก ประเทศไทยภาคอีสานไปประเทศจีนตอนใต้ได้ โดยเฉพาะหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถ เร่งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรค์ต่อการขนส่งได้ ก็จะผนวกให้อาร์ ๑๒ เป็นเส้นทาง ความตกลงร่วมกันระหว่างไทย-จีน ว่าด้วยการขนส่งสินค้าผ่านประเทศที่ ๓ หรือการแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับสภาพถนนและสาธารณูปโภคให้ได้ดีและเกิดขึ้นค่ะท่านประธานคะ ดิฉันนั้นต้องบอกว่าฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพว่า อาร์ ๘ กับอาร์ ๑๒ นั้นจะทําให้จังหวัดนครพนมและโดยเฉพาะจังหวัดสกลนครบ้านดิฉันจะเป็นฮับ (Hub) เหมือนกับจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองคาย และจังหวัดขอนแก่น มันก็จะเป็น อย่างนั้น ฉะนั้น ๓ จังหวัดนี้ก็เจริญเติบโต คือจังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัด สกลนคร จึงฝากด้วยความเคารพว่า อยากให้รัฐบาลประสานบันทึก ดังออกศึกประดังถั่งโถม ถึง อาร์ ๘ อาร์ ๑๒ คล้องคํานึง เส้นทางถึงกวางสีจีนแผ่นดินไกล ไม่บันทึกสํานึกถูกสวมสิทธิ อีสานฤทธิ์เดชน้อยพลอยไม่สดใส พ่อค้าคนกลางเป็นก้างขวางไทย ซีบีทีเอไซร้ยิ่งใหญ่เอย ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านอลงกรณ์ พลบุตร เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดเพชรบุรีในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตท่านประธานที่จะได้ตั้งคําถามและ ฝากข้อสังเกตไปถึงท่านรัฐมนตรี รวมถึงท่านนายกรัฐมนตรี ในวาระที่ท่านนายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง ของประเทศจีนมาเยือนประเทศไทย และเยือนรัฐสภาของเรา เพราะว่าบันทึก ความตกลงดังกล่าวนั้นถือได้ว่ามีความสําคัญในการที่จะนํามาซึ่งความเป็นทูตเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศไทย ประเทศลาว แล้วก็ประเทศจีน โดยแท้ที่จริงแล้วต้องเรียนท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานได้มีโอกาสที่จะได้แลกเปลี่ยนข้อหารือกับท่านนายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง ก็อยากฝากท่านประธานว่า ความตกลงดังกล่าวในการขนคน ขนสินค้าบนเส้นทาง อาร์ ๓ เอ (R3A) ที่เชื่อมโยงระหว่าง ตอนใต้ของจีนผ่านด่านโมฮานเข้าสู่ด่านบ่อเต็นของลาว แล้วก็วิ่งผ่านแคว้นหลวงน้ําทา มาบ่อแก้วที่ห้วยทรายก่อนจะข้ามสะพานแม่น้ําโขงมิตรภาพของเรามายังเชียงของ-เชียงรายนั้น หัวใจสําคัญของความตกลงดังกล่าวนี้คือถนนที่ผ่านจากไทยไปลาว ถนนบนเส้นทางจาก บ่อทรายของลาววิ่งผ่านตลอด ๒ แคว้นของลาวไปถึงด่านบ่อเต็นที่ลาว ก่อนจะเข้าด่านจีน ที่โมฮาน เข้าสิบสองปันนา และไปยังคุนหมิงนั้น ถนนเส้นนี้สร้างเสร็จในปี ๒๕๕๑ กระผม เดินทางไป ๒-๓ รอบแล้วครับ ได้เห็นโครงสร้างของถนน ไม่สามารถรองรับการขนส่ง ในลักษณะรถสินค้าคาร์โก (Cargo) ได้มากนัก โดยเฉพาะในหน้าฝนนั้นมีการพังทลายของ ถนนดิน ของภูเขาดินลงมาปิดกั้นเป็นระยะ ๆ บางเส้น บางช่วงถนนหายไปครึ่งเลน ตกลงไป ในหุบเขา เพราะฉะนั้นถ้าจะให้บันทึกความตกลงดังกล่าวซึ่งเป็นบันทึกสามเส้าอย่างที่ อดีตรัฐมนตรีกษิต ภิรมย์ ท่านได้กล่าวไว้ การขอความร่วมมือของจีนในการที่จะมาสร้างถนน เส้นใหม่ ซึ่งจีนประสบความสําเร็จมากเพราะว่าจากคุนหมิงมายังโมฮานนั้นล้วนแล้วแต่เป็น เทือกเขาสูงทั้งสิ้น ไม่ต่างจากเส้นทางที่ผ่านจากด่านบ่อเต็นมายังห้วยทรายของลาว แต่จีน มีเทคโนโลยีและวิทยาการในการเจาะภูเขา มีเทคโนโลยีในการสร้างสะพานสูงในการข้าม หุบเขา ถ้าท่านประธานได้มีโอกาสเดินทางบนเส้นทางดังกล่าว หรือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมได้มีโอกาสเดินทางไปสํารวจเส้นทางจากคุนหมิงมายังที่ด่านโมฮาน ก่อนที่จะเข้าสู่ด่านบ่อเต็นของลาวจะเห็นได้ชัดเจนว่าร่นระยะทางและสามารถที่จะใช้ได้ ๑๒ เดือน ๓๖๕ วัน ซึ่งเป็นหัวใจสําคัญของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศหรือการ ขนสินค้าข้ามแดน หรือว่าการขนผู้โดยสาร ดังนั้นขอให้ท่านประธานได้ใช้โอกาสนี้ในการที่จะ ฝากทั้งท่านรัฐมนตรีไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ฝากท่านประธานรัฐสภาที่ท่านจะได้มีโอกาส ได้หารือกับท่านนายกรัฐมนตรีจีนนะครับ ประเด็นนี้สําคัญมาก ไม่อย่างนั้นการขนสินค้า แม้บันทึกความตกลงนี้จะผ่านการรับรองไปแล้วก็ตาม แต่เราจะใช้ได้เพียงไม่กี่เดือนนะครับ และภายใต้ความตกลงดังกล่าวนั้นในปีแรกจะมีการให้จีเอ็มเอส เพอร์มิท (GMS Permit) หรือว่าใบอนุญาตใบขับขี่ ใบอนุญาตรถที่จะใช้เข้าสู่ร่วมรายการ ทั้งรถขนสินค้า รถโดยสาร ที่เป็นนอนสเกดดูล พาสเซนเจอร์ (Non-schedule Passenger) จํานวน ๑๐๐ เพิ่มเป็น ๒๐๐ คัน ปีที่ ๒ ๓๐๐ คัน หรืออยู่ในกรอบ ๕๐๐ คัน แน่นอนที่สุดว่าเมื่อผมไปปักกิ่ง เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ครับ ได้มีโอกาสได้ไปที่ซิมพาธี (Sympathy) อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งใหญ่ที่สุดคล้ายตลาดไทของเรา ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของจีน แต่เดิม ผมเข้าใจว่าตอนที่ไปเจรจาเปิดท่าเรือเทียนสินที่อยู่อ่าวโปอ่าวซึ่งเป็นท่าเรือใหญ่ที่สุดในการ เข้าภาคเหนือ จากเทียนสินก็ขนสินค้าของไทยนะครับมายังปักกิ่ง มายังตลาดซิมพาธีนั้น รัฐบาลที่แล้วก็ได้เปิดเจรจา แล้วก็จนกระทั่งสามารถเปิดการขนส่งตรงนั้นได้ ก็คิดว่า การขนส่งผัก ผลไม้ โดยเฉพาะจากภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นลําไย หรือว่าสินค้าพวกทุเรียน มังคุด จะเดินทางขนส่งจากตะวันออกของเราหรือจากภาคเหนือของเรา โดยการขนส่ง ทางเรือ ไม่ว่าจะไปที่หนานหนิง ซึ่งมีตลาดอู๋หลี่ถิง ในมณฑลกว่างสี หรือจะไปขึ้นที่ตลาด เจียงหนาน ซึ่งอยู่ที่กวางโจว กวางตุ้ง หรือที่ฮ่องกง หรือจะขึ้นไปที่เซียะเหมิน ของฮกเกี้ยน หรือจะเข้าที่เซียงไฮ้ หรือที่หนิงโปของเจ้อเจียง แล้วก็ไปเข้าตอนเหนือของจีนเพื่อส่งออก ไปถึงมองโกเลีย และตอนเหนือของจีน และเข้าไปยังซินเจียง โดยใช้เทียนสิน แต่ปรากฏว่า เมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้ครับผมไปปักกิ่ง แปลกใจมากครับ ท่านรัฐมนตรีก็อาจจะต้องสํารวจโดยให้ทูตของเราที่อยู่ปักกิ่งและทูตพาณิชย์ของเราได้ ตรวจสอบปริมาณการขนส่งตรงนั้น เขาก็บอกว่าลากตู้มาจากตลาดเจียงหนานเหมือนเดิม ครับ และทันทีที่เส้นทางสายอาร์ ๓ เอ จะผ่านเชียงของข้ามสะพานมิตรภาพแม่น้ําโขง แล้วก็ข้ามไปยังบ่อเต็นของลาวแล้วก็ไปยังคุนหมิงเขาจะลากขึ้นตรงเลยครับ ไปถึงปักกิ่ง เขาบอกว่าใช้เวลาประมาณ ๕ วัน ทําไปทํามาเร็วกว่าไปทางเรือ ซึ่งเราคิดว่าถ้าไปทางเรือ ก็เป็นสินค้าอีกชนิดหนึ่ง แต่สินค้าที่เราต้องการส่งออกไปยังจีนมากส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้า ที่เราเรียกเป็นภาษาเทคนิคว่าคอร์ริจิเบิล กู๊ดส์ (Corrigible Goods) นะครับ ก็คือพวกผัก ผลไม้ โดยเฉพาะเกษตรกรทางภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกนั้นก็จะเป็นพวกยาง เป็นพวกข้าว ซึ่งทางอีสาน ทางภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคกลาง ตอนล่าง แล้วภาคตะวันออกนั้นก็ได้ผลิตส่งไป รวมทั้งภาคใต้ที่มียางพารา ผมเรียนกับ ท่านประธานว่านั่นคือประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะฝากในวาระสําคัญที่ท่านนายกรัฐมนตรีของจีนนั้น เดินทางมาในเรื่องนี้ ในเรื่องของตัวถนน

๒. ก็คือในเรื่องของความพร้อมบริเวณเช็คพอยท์ (Check point) ครับ ผมไปคุนหมิงมาเมื่อ ๒ เดือนที่แล้วครับ รัฐบาลคุนหมิงก็เลยพาไปดูสถานีขนส่งรถโดยสาร ที่ทันสมัยใหญ่ที่สุด ออกแบบน้อง ๆ ท่าอากาศยานเครื่องบินของเราในภูธรเลยครับ ปรากฏว่า เขาจะแยกออกเป็น ๒ ส่วนครับ ท่านรัฐมนตรี

ส่วนที่ ๑ ก็เป็นการขนส่งผู้โดยสารในคุนหมิง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ มณฑลยูนนาน อีกซีกหนึ่งจะเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล แพลทฟอร์ม (International Platform) ครับ จะเป็นการขนผู้โดยสารจากทุกมณฑลในจีนไปยังเวียดนาม ไปยังลาว ไปยังพม่า ที่มูเซ-ลุ่ยลี่ แล้วก็มาที่หลวงพระบางและเวียงจันทน์ แต่ก็ยังข้ามไปไม่ได้เพราะสะพานของ เรายังไม่เสร็จนะครับ เราใกล้เปิดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ผมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเขาคือ เขามีความพร้อมมาก แล้วบริษัทใหญ่ซึ่งคุมการขนส่งสินค้าเมื่อสักครู่นี้พูดถึงการขนส่ง ผู้โดยสารนะครับ วันนี้ก็พร้อมสําหรับจีนในเรื่องของรถโดยสาร สถานีรถโดยสารนะครับ และผู้ปฏิบัติการคือโอเปอเรเตอร์ (Operator) และฟรีด (Freed) รถของเขาพร้อมแล้ว ที่จะยึดอยู่ในลิสท์ (List) ของจีเอ็มเอสเพอร์มิท คําถามผมคือ รัฐบาลไทย ๒ ปีมานี้ สร้างเสร็จหรือยัง ยังไม่มีสักหลังคาเดียวที่ได้ก่อสร้างเสร็จเลยครับ เพราะฉะนั้นมันจะเกิด สิ่งที่เราเรียกว่าโลจิสติกส์ อิมบาลานซ์ (Logistics Imbalance) คือการขาดดุลภาคบริการ ขนส่งอย่างไรครับ ไม่ใช่แค่การขาดดุลการค้า ซึ่งเราขาดดุลการค้าจีนมาตลอดนะครับ แต่การขาดดุลบริการโดยการที่เราเสียเปรียบดุลการค้าบริการในด้านการขนส่ง เพราะความ ไม่พร้อมของเรา ตอนผมไปตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานที่เชียงของ ห้วยทรายนี้ครับ ปรากฏว่าเราไม่ได้เตรียมพื้นที่ เตรียมแล้วก็ยังทําไม่เสร็จเลยครับ แค่พื้นที่ที่จะทํา ซึ่งความจริงท่านประธานคงจําได้ รัฐสภาเราให้ความเห็นชอบไปแล้วก็คือตัวพระราชบัญญัติ ที่ว่าด้วยการขนส่งสินค้าข้ามแดนภายใต้ซีบีทีเอหรือครอส บอเดอร์ ทราน โพซิชัน อกรีเมนท์ (Cross Border Trans position Agreement) ภายใต้กรอบของความร่วมมือ อนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง หรือว่าจีเอ็มเอส รัฐสภาคือสภาสองสภาได้ร่วมกันให้ความเห็นชอบ กฎหมาย ๒ ฉบับ ในการอํานวยความสะดวก ในการขนส่งสินค้าข้ามแดนเรียบร้อยแล้ว และเรา ได้ให้ความเห็นชอบต่ออํานาจของศุลกากร ต่อตรวจคนเข้าเมือง ต่อหน่วยงานทางด้านของ สุขอนามัยพืชและสัตว์ ที่ว่า โกรัน (Go ran) จีน ครบ ๔ ไอคิว (IQ) และรวมไปถึงเรื่องของ ระบบเอสเอสไอ (SSI) ก็คือซิงเกิล สต็อพ อินสเปคชัน (Single stop inspection) ซึ่งปรากฏ อยู่ในบันทึกความตกลงนี้นะครับ และรวมไปถึงเอสดับบลิวไอ (SWI) ก็คือซิงเกิล วินโดว์ อินสเปคชัน (Single window inspection) ซึ่งจะต้องพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่วันนี้แค่โครงสร้างพื้นฐาน ถามท่านประธานผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรีเพื่อชี้แจงว่าวันนี้ด่านเช็คพอยท์ระหว่างประเทศ พื้นที่เขตตรวจร่วมภายใต้ กฎหมายใหม่ที่เราอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ไทยและเจ้าหน้าที่คู่ภาคีสามารถมาปฏิบัติการร่วม สร้างเสร็จหรือยัง นอกเหนือสภาที่กําลังจะเปิดทําการที่จะเสร็จ ซึ่งก็ดําเนินการมาต่อเนื่อง ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วจนมาเสร็จในรัฐบาลชุดนี้ และบริเวณพื้นที่ทําการซีอาร์คิว (CRQ) เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานในการอํานวยความสะดวกทางการค้า การขนสินค้าและผู้โดยสาร ระหว่างประเทศเท่านั้น ยังไม่รวมถึงพื้นที่ที่เป็นศูนย์ราชการ พื้นที่ที่จะเป็นโลจิสติกส์ พาร์ค แวร์เฮาส์ (Logistic park Warehouse) ที่ได้วางแนวทางโครงการไว้ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว ถามบอกวันนี้บริเวณเชียงของ เราได้มีเขตเศรษฐกิจพิเศษประกาศแล้วหรือยัง กี่ไร่ และภายใต้เขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวนั้นจะมีนิคมอุตสาหกรรม จะมีโลจิสติกส์ พาร์ค (Logistic park) จะมีศูนย์ราชการ จะมีคลังสินค้า แวร์เฮาส์ (Warehouse) มีโลจิสติกส์ สเตชัน (Logistic Station ) ทั้งหลายเสร็จไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ท่านรัฐมนตรีอาจจะไม่ต้อง ตอบก็ได้ครับ ยังไม่มีสักเปอร์เซ็นต์หนึ่งครับท่านประธาน นี่คือความสูญหายของโอกาส ๒ ปีที่ผ่านมา ทั้งที่เรารู้ว่าทุกลูกปูนที่เราเทลงไป ทุกตารางเมตรของซีเมนต์ที่เราปูลงไป ทุกเหล็กข้อแต่ละเมตรแต่ละนิ้วที่เราผูกโยงจนเป็นสะพานแห่งนี้ มันได้ใช้เวลาจากนาที เป็นชั่วโมง เป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี แต่การเตรียมพร้อมหลังด่านและหน้าด่านเราไม่ได้ ไปไหนเลยครับ เมื่อ ๓ ปีที่แล้วผมเดินทางไปตรวจความพร้อมและยังได้ไปดูท่าเรือเชียงแสน ซึ่งได้เปิดทําการแล้วครับ นั่นคืออีกส่วนหนึ่งของการขนส่งทางน้ํา แต่อันนี้เป็นการขนส่ง ทางบก การขนส่งทางบกทําได้เร็วได้ง่ายกว่า เพราะมันอยู่ในเขตราชอาณาจักรไทย รัฐบาลมี ความพร้อมในด้านงบประมาณ มีความพร้อมในแผนงานและผลการศึกษาที่ดําเนินการมา ผมต้องเรียนท่านประธานว่าบันทึกความตกลงนี้เริ่มในสมัยรัฐบาล ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ครับ ปี ๒๕๔๒ เมื่อประเทศไทย ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ได้ลงนามกันที่เวียงจันทน์ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ปี ๒๕๔๒ นั่นคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ต่อมาพัฒนาขึ้นมาเป็นซีบีทีเอ คือคอร์ส บอร์เดอร์ ทรานสปอร์ตเตชัน อะกรีเมนท์ (Cross Border Transportation Agreement) ของจีนบวก ๕ ก็คือจีนบวกประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ประกอบไปด้วย ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศไทย ประเทศเวียดนาม และประเทศกัมพูชา มันไม่ใช่ เพิ่งเกิดขึ้นวันสองวัน อย่างเพื่อนสมาชิกหลายคนเข้าใจ มันไม่ใช่ แต่ว่าการดําเนินการ อย่างต่อเนื่องและการทําบันทึกความตกลงหรือการออกกฎหมายภายในการแก้ระเบียบ เพื่อเตรียมความพร้อมภายในแต่ละประเทศนั้นก็พัฒนาเรื่อยมา วันนี้มาถึงขั้นตอนสุดท้าย แต่ขั้นตอนสุดท้ายไม่ได้เพิ่งรู้เมื่อปีที่ผ่านมาหรือเดือนที่ผ่านมา ถามบอก ๒ ปีมานี้คําถาม ที่ผมผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าให้ความเห็นชอบบันทึกนี้ แน่นอนรัฐสภาสนับสนุนเต็มที่ เพราะมันเป็นประโยชน์ของประเทศครับ ไม่มีฝ่ายค้าน รัฐบาล ไม่มีเสียงข้างมาก ข้างน้อย ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเราให้ความเห็นชอบ แต่คําถามที่ต้องมีคืออย่าให้มันพลาด อย่าให้มันเสียเวลาแบบนี้อีก ไม่ได้ใช้เงินมากอะไรเลย รัฐบาลมีเครื่องไม้เครื่องมือ ทางกฎหมาย มีงบประมาณ มีทุกอย่างพร้อม หรือแม้แต่ใช้ อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ (Infrastructure fund) ในการที่จะทําสิ่งเหล่านี้ เอกชนเขาก็พร้อม หรือมันติดเพราะมีการ ไปเกร็งกําไรซื้อที่ดินดักหน้าไว้แล้วหลายปีมาแล้ว แล้วมันไม่ใช่จุดที่เหมาะสมที่จะสร้างด่าน ที่เป็นซีไอคิว มันถึงไปไม่ได้เสียทีหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้อยากฝากถามท่านรัฐมนตรีว่ามันเป็นประเด็น เช่นนั้นหรือไม่ เพราะภาคธุรกิจที่อําเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายนั้นเขารู้กันเต็มอกครับ ว่าบางครั้งความล่าช้าผลประโยชน์ของประเทศมันมาจากการขัดผลประโยชน์ไม่ลงตัว ของกลุ่มทุนทางการเมือง ถัดมาที่อยากเรียนถามท่านประธานก็คือว่าในเรื่องเพอริชาเบิ้ล กูดส์ (Perishable Goods) นะครับ ซึ่งท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีคงทราบนะครับว่าสินค้าที่เป็นสินค้าสด ไม่ว่าจะเป็นปู ปลา กุ้ง หอย ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ เรามีความตกลงระหว่างไทยกับมาเลเซีย เช่น ปีหนึ่ง ๓๐,๐๐๐ ตัน แต่พวกนี้จะถือว่าเป็นไฮสปีด เซอร์วิส (High Speed Service) ต้องเช็กโดยเร็ว ผ่านโดยเร็ว ถามบอกว่าระบบการตรวจสอบซีไอคิวเฉพาะในส่วนสินค้า เพอริชาเบิ้ล กูดส์ เหล่านี้ได้ทําเอสเอสไอแล้วหรือยัง ถ้าไม่มีเอสเอสไอ คือ ซิงเกิ้ล สท็อป อินสเปคชัน ยากครับ และมันไม่ใช่เหมือนอย่างการค้าไทย-มาเลเซีย ซึ่งเข้าไปเจอเมืองเลย เจอตลาดเลย การขนส่งสินค้าตรงนี้จะต้องเดินทางข้ามวันข้ามคืนครับ เพราะว่าเป้าหมาย สินค้าเราจะมุ่งสู่จีนตอนใต้ ผมไปนอนที่ด่านบ่อเต็น ฝั่งลาวมา แล้วข้ามไปด่านโมฮาน เขาทําด่านใหญ่โตมโหฬาร เมื่อ ๗ ปีที่แล้วแล้วครับ เตรียมความพร้อมเรื่องนี้ไว้มาก และวันนี้เขาทําสถานีโดยสาร สถานีขนส่งสินค้า วันนี้บริษัท โกลเด้นท์ พีค็อก ซึ่งเป็น เจ้าพ่อใหญ่ในการขนส่งสินค้ามายังอาเซียนนั้นเขาบอกว่าเขาพร้อมหมดแล้ว รายชื่อ จีเอ็มเอส เพอร์มิท เขาพร้อมหมดแล้ว แล้วเขาก็ขนส่งจากสิบสองปันนาผ่านเข้ามายัง กลุ่มประเทศอาเซียนของเรา แต่ของเรานี้ครับ จะต้องมีความพร้อม แต่ผมไม่ทราบว่า พร้อมมากแค่ไหน เป็นหน้าที่ที่รัฐมนตรีจะต้องชี้แจงต่อสมาชิกรัฐสภา

สําหรับในเรื่องของประเด็นที่นอกเหนือจากเฟส (Phase) ที่ ๑ นะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เราพูดถึงการเชื่อมโยงด้วยการพัฒนาโลจิสติกส์ พัฒนาการขนส่ง การเชื่อมโยงด้านการขนส่งระหว่างในกลุ่มประเทศลุ่มน้ําโขงหรือจีเอ็มเอส นะครับ ก็ต้อง เรียนถามว่าในอนาคต วันนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องเดิมในชั้นประถมอีกแล้ว วันนี้มาสู่ชั้นมัธยม และชั้นอุดมศึกษา ก็คือว่า จากโลจิสติกส์ ฮับ ที่เราวาง วันนี้เราวางพัฒนาชั้นมัธยมก็คือ การเป็นอีคอนอมิค ฮับ (Economic Hub) หรืออีคอนอมิค คอร์ริดอร์ (Economic Corridor) แล้วก็จะไปสู่ขั้นตอนสูงสุด ก็คือการเป็นคอมมูนิตี้ คอร์ริดอร์ (Community Corridor) อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นที่เราวางไว้เป็นพื้นฐานเบสิค (Basic) เลยก็คือ นอร์ธ-เซาท์ อีคอนอมิค คอร์ริดอร์ (North-South Economic Corridor) หรือถ้าพูด ในภาษาของโลจิสติกส์ก็จะมีคําว่า คุนมั่น-กงลู่ ก็คือคุนหมิง-กรุงเทพฯ นี่คือการเชื่อมโยง ในเรื่องของการคมนาคมขนส่งแต่ถ้าพูดในระบบรางก็ต้องเรียกว่า คุนมั่น-สิงคโปร์ เรลลิงค์ ก็คือคุนหมิง วางรางลงไปถึงสิงคโปร์ ตอนนี้กําลังเกิดก็คือกรุงเทพฯ-โคราช แล้วยังไม่รู้เห็นว่า ผลการศึกษาจะย้ายจะโยกอะไร ยังไม่ทราบ แต่ว่าสิ่งที่เป็นแนวคิดนี่สําคัญ เพราะเวลาที่ วางอนาคตประเทศในความร่วมมือในกลุ่มลุ่มน้ําโขง และโดยเฉพาะจีน ซึ่งเราพุ่งเป้าเป็น ตลาดใหญ่ของเรานั้น มันไม่ใช่เรื่องการขนส่งอย่างเดียวหรอกครับ และมันไม่ใช่เรื่องเฉพาะ แค่การขนส่งคนและสินค้าเท่านั้น แต่วันนี้มันได้พัฒนาสู่ความเป็นนอร์ธ-เซาท์ อีคอนอมิค คอร์ริดอร์ มาสู่ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจ เพื่อรองรับต่อการเป็นประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน เพราะฉะนั้นถ้าเรายังหลงว่ายังเป็นเรื่องโลจิสติกส์ ฮับ ยังเป็นเรื่องของโลจิสติกส์ คอมมูนิตี้ ไม่ใช่ละครับ เมื่อเราสามารถสร้างสะพานเสร็จ และเราทําสิ่งอํานวยความสะดวก เหล่านี้เสร็จเราต้องมีแผนข้างหน้าแล้ว แผนข้างหน้าก็คือการเป็นคอมมูนิตี้ การเคลื่อนย้าย ธุรกิจระหว่างกัน การเคลื่อนย้ายโรงงาน การเคลื่อนย้ายธุรกิจ การเคลื่อนย้ายในด้านของคน แรงงานมีฝีมือทั้งหลาย เหมืองที่จะเกิดใหม่ ๒ รายทางจะอยู่ที่ไหนบ้าง ได้วางแผนเมืองผังเมืองแล้วหรือยัง วางแผน ประเทศ ผังประเทศแล้วหรือยัง โดยเฉพาะการที่จังหวัดเชียงรายจะกลายเป็นเสมือนประตู เศรษฐกิจ ประตูประชาคมของอาเซียนไปสู่ประเทศจีน ถ้าฟังท่าน ส.ส. จากจังหวัดเชียงราย พูด ยังอยู่ในอากาศธาตุทั้งสิ้นเลยท่านรัฐมนตรีครับ ผมก็เห็นใจนะครับว่ากระทรวงคมนาคมนั้น ก็ไปเน้นเกี่ยวกับเรื่องของเส้นทาง เรื่องของใบอนุญาต นอกนั้นเป็นของกระทรวงอื่น แต่บันทึกนี้เป็นของรัฐบาลที่นําเสนอรัฐสภาของคณะรัฐมนตรีทุกกระทรวง ซึ่งไม่ทราบว่า ท่านจะตอบแทนกระทรวงอื่นได้หรือไม่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง แล้วก็หวังว่าในคําถามที่ผม ได้ตั้งประเด็นไว้นั้น ก็คงจะเป็นประเด็นที่มีคําตอบให้ชัดเจนเพื่อเราจะได้พิจารณาในการที่จะ ให้ความเห็นชอบต่อไปหรือไม่อย่างไร ขอบคุณท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านสนธยาครับ

พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา เน้นต่อท่านประธานนะครับ จากการสรรหาองค์กรภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมคงจะใช้เวลาสั้น ๆ ครับ ถ้าเกิน ๕ นาทีนี้ท่านประธานตัดเลยครับ ให้คนอื่นพูด ผมพูดสั้น ๆ ในส่วนที่เป็นสาระสําคัญ ท่านประธานครับ ยศก็บอกนําหน้าแล้วว่า เป็น พันตํารวจเอก ดังนั้นในการแสดงความคิดในวันนี้ก็จะพูดเกี่ยวกับคนครับท่านประธาน คนกับยานพาหนะ ผมเรียนผ่านท่านประธานด้วยความเคารพไปยัง ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นจุดตรวจ จุดผ่อนปรน หรือด่าน สิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่ง ที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการตํารวจ ข้าราชการฝ่ายปกครอง และทหารนั้น ในจุดชั่วคราว ดังกล่าวที่หลายท่านได้ทําการอภิปรายไปแล้ว ที่สําคัญอย่างยิ่งจะต้องเฝ้าระวังในวาระ แห่งชาติก็คือยาเสพติดให้โทษครับท่านประธาน ส่วนยานพาหนะนั้น สิ่งที่ผมฝากแล้วก็ กราบเรียนเป็นกรณีพิเศษผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลก็คือ เกี่ยวกับเรื่องการป้องกัน ปราบปรามยาเสพติด ท่านสมาชิกรัฐสภาที่อยู่ในที่นี้ และประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดอยู่ สิ่งที่ท่านกังวลใจแน่นอนครับ ผลงานของกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดภายใต้การนํา ของอดีตผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บัญชาการปราบปราม ยาเสพติด ซึ่งมารับหน้าที่ปัจจุบันก็คือ พลตํารวจโท สุรพล ทวนทอง และอดีตผู้บัญชาการ ปราบปรามยาเสพติด ท่านอดิเทพ ปัทมานนท์ และจะเป็นผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ในอนาคตหรือไม่ พลตํารวจตรี พุทธชาติ เอกฉันท์ ผมกราบเรียนว่า ๓ ท่านที่กล่าวมาแล้วนี้ เป็นอนุกรรมาธิการในการติดตามการบริหารงบประมาณของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งได้ร่วมเดินทางไปกับผมทั่วราชอาณาจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เขาอยากจะได้และฝาก กับผมบอกว่าถ้าพี่สนธยา แสงเภา ซึ่งมาจากตํารวจได้มีโอกาสสื่อสารผ่านรัฐบาล โดยผ่าน รัฐมนตรีไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ สิ่งที่เขาขอ ไม่ขออะไรมากครับ ขณะนี้รัฐบาล ให้การส่งเสริมสนับสนุนในส่วนของกล้องซีซีทีวี (CCTV) หรือวงจรปิดไปแล้ว สิ่งที่จะต้อง เน้นย้ําแล้วก็เอามาใช้ในจุดผ่อนปรนที่อําเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ก็คือซีซีทีวีที่สามารถ จะสแกน (Scan) ป้ายทะเบียนรถยนต์ที่เข้าออกมายังด้านด่านต่าง ๆ โดยเฉพาะจุดผ่อนปรน และยานพาหะครับ เพื่อสํานักงานตํารวจแห่งชาติและ บช.ปส. จะต้องนําไปวิเคราะห์มันจะ อยู่ได้ประมาณ ๑ เดือนครับ ดังนั้นเขาจะได้เอาไปวิเคราะห์ว่ายานพาหนะเป็นรถต้องสงสัย หรือไม่ มียาเสพติดซุกซ่อนมาหรือไม่ และบุคคลต่าง ๆ ที่เข้ามาในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะจากประเทศจีน ประเทศลาว ประเทศเขมรอะไรก็แล้วแต่ เขาสมารถจะเก็บข้อมูลได้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องเรียนฝากไว้เป็นกรณีพิเศษนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านจะต้องดอกจันเลย นะครับ ให้งบสนับสนุนซีซีทีวีซึ่งขณะนี้ติดไปแล้ว ๔๐ กว่าด่าน เท่าที่กระผมทราบ แต่ยัง ไม่ครบถ้วนนะครับ ในเมื่อรัฐสภาทันทีที่อนุมัติผ่านในวันนี้ ท่านต้องเรียก ผบ. ตร. มากับ ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด แล้วก็รองผู้บัญชาการที่เกี่ยวข้องให้งบพิเศษเข้าไปเลยครับ เพื่อจะได้มีประสิทธิภาพในการสแกนป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ผ่านในจุดผ่านแดนดังกล่าว รวมทั้งยานพาหนะและบุคคล กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมขอเน้นย้ําเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณอีกครั้งครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสุชาติครับ

ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธํารงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธํารงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขอแสดงความเห็นในเรื่อง ของบันทึกความตกลงระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนในกรณีนี้ ๓ ประการด้วยกัน คือเรื่องความสําคัญของบันทึกความเข้าใจ เรื่องที่ ๒ คือเรื่องนโยบายของประเทศจีนกับ ประเทศไทย เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับนะครับ การอภิปรายนี้ ทําไว้เพื่อบันทึกแล้วก็หวังว่าจะเป็นนโยบายของรัฐบาลของชาติในอนาคตต่อ ๆ ไปนะครับ

ประการที่ ๑ ก็คือเรื่องของบันทึกความเข้าใจ ปัจจุบันนี้ทุก ๆ ประเทศในโลกนี้ มีความมุ่งเน้นที่จะเปิดเขตชายแดนเพื่อให้ขนาดของประเทศตลาดการค้า ตลาดการเงิน ตลาดแรงงานกว้างขวางขึ้น ในกรณีประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเล็ก จํานวนประชากร ก็ใกล้เคียงกับมณฑลกว่างสีของประเทศจีน ซึ่งประเทศจีนมี ๒๒ มณฑล ก็เห็นได้อย่างชัดเจน ว่าการเปิดความสะดวก การเปิดเขตการค้าต่าง ๆ การค้าเสรี สินค้าก็ดี บริการก็ดี ทางด้าน การเงินก็ดี หรือทางด้านแรงงานก็ดี จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศเล็กนะครับ เหมือนคํากล่าว ที่ว่าเราเอาน้ําไปเทในที่ใหญ่ ๆ เท่าไรก็ไม่มีวันเพียงพอ แต่ถ้าเขาเอาน้ํามาเทในขนาด เศรษฐกิจที่เล็ก ๆ นี่ นิดเดียวก็ไม่มีความสามารถรับได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมก็ยินดี และสนับสนุน ก็หวังว่ารัฐบาลในอนาคตก็จะดูแลเป็นอย่างดีในแง่ของการขยายความสะดวก ต่อกัน ไม่ว่าทางด้านการคมนาคมขนส่ง หรือเซ็นสัญญาที่ใหญ่ขึ้น ก็คือเขตการค้าเสรี กับประเทศต่าง ๆ นะครับ การทําความสะดวกทางด้านการคมนาคมในที่นี้ซึ่งมีอยู่ ๕ เรื่อง นะครับ ก็คือเรื่องของสิทธิการจราจร เรื่องของพิธีการข้ามแดน เรื่องของการส่งบุคคล ข้ามแดน เรื่องการส่งสินค้าข้ามแดน แล้วก็เรื่องของการยอมรับรถจากประเทศหนึ่งให้ไปวิ่ง อีกประเทศหนึ่งได้สะดวกขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็จะทําให้การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวเจริญ รุ่งเรืองขึ้น ปีนี้นักท่องเที่ยวของจีนมาประเทศไทยเกือบ ๔,๐๐๐,๐๐๐ คนแล้วนะครับ ก็เขามาในแง่ของเปอร์เซ็นต์ที่ออกนอกประเทศเขามาประเทศไทยค่อนข้างมากนะครับ ดังนั้นก็จะทําให้เราขายสินค้าในตลาดที่กว้างขึ้น มีคนมาลงทุน บางเรื่องเขาก็มีความสําคัญ มีความเชี่ยวชาญ เช่นรถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ หรือรถไฟความเร็วสูงเหล่านี้ เขาสามารถ ทําได้ง่าย แล้วที่สําคัญก็คือเรื่องของการท่องเที่ยว ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็จะยกระดับ คุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวไทยให้ดีขึ้นนะครับ

เรื่องที่ ๒ อยากจะกราบเรียนฝากไว้ในที่นี้สู่ท่านประธานรัฐสภาหรือสู่ ท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลนะครับ เรื่องของแนวนโยบายของจีนต่อประเทศไทย ความจริงผมก็ ไปเมืองจีนหลายครั้งครับ ในฐานะรัฐมนตรีบ้าง ฐานะอดีตรัฐมนตรีบ้าง หลายท่านที่ไป ท่านสมาชิกที่ขึ้นมาพูดนี่จะเห็นได้ว่าเขาต้อนรับเราอย่างดีเป็นพิเศษทุกครั้งนะครับ เหตุผล ก็คือว่าในภูมิภาคนี้ประเทศจีนมองเมืองไทยเป็นญาติพี่น้อง อาจจะเป็นเรื่องของความ เกี่ยวพันทางประวัติศาสตร์ ซึ่งครั้งหนึ่งคนจีนทางตอนใต้มาอยู่ในประเทศไทยจํานวนมาก ไม่มีปัญหาเรื่องการเมืองอย่างประเทศเพื่อนบ้านทางฝั่งทะเลต่าง ๆ นะครับ แล้วประเทศไทย ก็ใหญ่เพียงพอ แล้วก็มีความสัมพันธ์คล้ายกัน จะเห็นได้ว่าเวลาเขาตั้งทูตจีนประจําประเทศไทย เขาก็ให้ความสําคัญมากทุกครั้งนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราได้รับ เรียกว่าความสัมพันธ์ ร่วมกันอย่างพิเศษ สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนก็คือว่าเวลาเขาส่งครูจีนไปสอนภาษาจีนในต่างประเทศ ผ่านกระทรวงศึกษาธิการของเขาที่เรียกว่า ฮั่นปั้น ในจํานวน ๑๐,๐๐๐ คนที่ส่งไปทั่วโลก ส่งมาเมืองไทย ๑,๖๐๐ คน มากที่สุด นี่ก็เป็นเรื่องที่เห็นชัดเจนว่าถ้ามีอะไรเกี่ยวกับเมืองไทย ประเทศจีนก็จะให้ความสําคัญเป็นพิเศษนะครับ ในด้านนโยบายต่างประเทศก็จะเห็นว่า เราไม่เคยมีปัญหากับประเทศจีน ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนหลายประเทศเริ่มมีปัญหานี้ นะครับ

ในส่วนที่ ๓ ผมก็จะพูดถึงเรื่องประโยชน์ของการเซ็นข้อตกลงในเรื่องนี้ หรือจะเซ็นการค้าที่สะดวกสบายขึ้น เรียกว่า การค้าเสรี ในภาพกว้างขึ้น ประโยชน์ ต่อประเทศไทยก็มีมากทีเดียว เพราะปัจจุบันนี้ประเทศจีน เมื่อ ๒๕ ปีที่แล้วจนกว่าไทย ๔ เท่า คือค่าแรงของไทยตอนนั้น ๑๐๐ บาท ของจีน ๒๕ บาท วันนี้ค่าแรงของจีน ๓๕๐ บาทแล้ว เราจะขึ้นค่าแรงของไทย ๓๐๐ บาทนี่ก็ยังยากลําบากอยู่นะครับ ประเทศจีน วันนี้ก็มีฐานะความเป็นอยู่ มีเงินมีทองมากทีเดียว หลายคนก็ใฝ่ฝันอยากจะมาพัทยา พูดง่าย ๆ อยากจะไปภูเก็ต เพราะฉะนั้นประโยชน์ของการสร้างความสะดวกระหว่าง ประเทศจีนกับประเทศไทยจึงมีมากมายครับ คือประชาชนคนไทยก็จะมีฐานะความเป็นอยู่ ดีขึ้น ในแง่ของการขายสินค้าก็ดี ในแง่ของการให้บริการการท่องเที่ยวก็ดี แล้วประชาชน เหล่านี้ก็เป็นประชาชนที่มีฐานะยากจนถึงปานกลางนะครับ เป็นเพราะว่าการให้บริการ เหล่านี้เป็นการให้บริการของพี่น้องประชาชนชาวไทยโดยวงกว้าง สิ่งหนึ่งที่ผมปรารถนา อยากจะเห็น ก็คือการเลิกการลงตราวีซ่า (Visa) ระหว่างกัน ซึ่งเข้าใจว่าทางรัฐบาล กําลังทําอยู่นะครับ เมื่อไรก็ตามที่เราเลิกที่จะต้องไปขอวีซ่าที่สถานทูตระหว่างกันนี่ คนจากประเทศจีนก็จะมาเมืองไทยอีกมากนะครับ ซึ่งเชื่อว่าสนามบินสุวรรณภูมิก็จะรับ ไม่ไหว ดังนั้นท่านรัฐมนตรีช่วยก็อยู่ที่นี่ก็ฝากไปดูสนามบินให้รีบขยายให้กว้างขึ้นนะครับ แล้วก็เรื่องของพิธีการทางด้านการเข้าเมืองนี่ครับ จริง ๆ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการจีนปัจจุบันเขาฝากผมมาว่ามันจะมีช่องที่คนไทยที่ลงวีซ่านี่ครับ พูดภาษาจีน ได้ไหม เพราะว่าคนจีนมาปัจจุบันนี้เขาไม่ได้พูดภาษาอื่น เขาพูดแต่ภาษาจีน ถ้าทําเช่นนั้นได้ หรือมีช่องที่เวลาคนจีนมามาก ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่ที่พูดจีนได้ ช่วยทําแล้วก็ไม่ให้ชักช้านี่นะครับ มันก็จะนํารายได้การท่องเที่ยวเข้ามามาก มีเรื่องหนึ่งที่มีคนเขาบ่นกันเขาบอกว่านักท่องเที่ยว จีนมาแล้วก็จะพูดเสียงดัง ปัจจุบันนี้รัฐบาลเขาประกาศแล้วนะครับ เขาบอกไม่ให้พูดเสียงดัง แล้วเขาสอนวิธีการมาเที่ยวต่างประเทศให้สุภาพ มีเรื่องหนึ่งที่ผมประสบด้วยตนเองตอนไปกินข้าวกับทางอดีตผู้บริหารระดับสูงจีนก็คือว่า ต่อไปนี้เขาก็ไม่ฟุ่มเฟือยแล้วนะครับ เขาเลิกกินเหล้าบนโต๊ะแล้ว สั่งอะไรมากินก็ต้องกิน ให้หมดอย่างนี้นะครับ อันนี้ก็เป็นนโยบายที่เดี๋ยวเราก็คงจะทราบจากท่านนายกรัฐมนตรี ของประเทศจีนนะครับ ที่ขึ้นมาพูดครั้งนี้ก็หวังว่าต่อไปการวางนโยบายทางด้านประเทศ เพื่อนบ้านนโยบายต่างประเทศของไทยก็อยากจะให้มองไปในทางด้านการพัฒนามองไป ด้านทางบวกมากยิ่งขึ้น ถ้าเมื่อไรก็ตามที่เราเริ่มนโยบายแล้วเราก็จะมีปัญหาเต็มไปหมดเลยครับ ตรงโน้นพร้อมหรือยัง โต๊ะตัวนี้จัดหรือยัง จาน ช้อน ส้อมมีหรือเปล่าอะไรอย่างนี้นะครับ มันก็จะทําอะไรไปไม่ได้คือเราลงภาพไปเล็กเกินไป ผมเชื่อว่าเมื่อไรก็ตามที่รัฐบาลมีนโยบาย ชัดเจนเรื่องของความสะดวกต่าง ๆ สามารถทําได้โดยข้าราชการของประเทศไทย ซึ่งมี ความรู้ความสามารถมากมายทีเดียวนะครับ ก็ไม่อยากให้กังวลกันในเรื่องนี้อยากให้มอง นโยบายเหล่านี้ในภาพใหญ่ ๆ เหมือนประเทศใหญ่ ๆ ที่เขามองนโยบายเช่นนี้ไม่ว่า ประเทศจีนก็ดี สหรัฐอเมริกาก็ดี ประเทศญี่ปุ่นก็ดี ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน รัฐสภาครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ กรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีจีนจะมาเยือนรัฐสภาเรา ผมได้ประสานกับประธานวุฒิสภา แล้วก็วิปวุฒิสภาแล้วก็ประสานกับวิปรัฐบาลนะครับ แล้วก็ได้รับความกรุณาเป็นอย่างดียิ่ง จากท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก็ได้ข้อสรุปเห็นตรงกันว่าขั้นตอน ในการต้อนรับจะดําเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตชี้แจงขั้นตอนให้กับสมาชิก เพื่อทราบนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีจีนจะเดินทางมาถึงที่รัฐสภาเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง แล้วก็จะมีพิธีการนําวางพวงมาลาและเข้าห้องโต๊ะเจรจา ซึ่งขั้นตอนตรงนี้ใช้เวลาสัก ครึ่งชั่วโมง จบจากตรงนั้นก็จะเข้ามาที่ห้องประชุมแห่งนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการพักประชุมอยู่ เป็นการเข้าสู่พิธีการต้อนรับ เพราะฉะนั้นเข้ามาในห้องประชุมก็น่าจะสักประมาณบ่ายสี่โมง โดยประมาณนะครับ แล้วก็จะมาปาฐกถาอยู่ที่นี่ใช้เวลาปาฐกถาสัก ๑๕ นาที ขั้นตอน ทั้งหมดก็น่าจะอีกสักครึ่งชั่วโมง บ่ายสี่ครึ่งก็น่าจะจบนะครับ แล้วหลังจากนั้นก็จะเปิด การประชุมต่อนะครับ แต่ทีนี้สิ่งที่อยากขอความร่วมมือสมาชิกเพื่อภาพลักษณ์ของรัฐสภา ของเรานะครับ ก็อยากจะให้สมาชิกอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาในช่วงที่นายกรัฐมนตรี เขาเข้ามาในห้องประชุมในช่วงก่อนบ่ายสี่โมง ก็ขอความร่วมมือจากสมาชิกทุกท่านให้นั่ง อยู่ประจําที่นะครับ เพราะในพิธีการต้อนรับก็จะมีแขกผู้มีเกียรติเข้ามาร่วมเยอะพอสมควร ซึ่งข้างบนก็จะมีคณะทูตานุทูตจาก ๑๖ ประเทศเข้ามาร่วมด้วยนะครับ แล้วก็จะมีตัวแทน จากสมาคมไทย-จีน จากหลาย ๆ สมาคมก็ส่งตัวแทนมาร่วมด้วยนะครับ แล้วก็จะมี คณะผู้ติดตามของท่านนายกรัฐมนตรีจีนเข้ามาร่วมด้วย เพราะฉะนั้นก็ต้องขอความกรุณา พวกเราครับ ในช่วงที่ผมจะได้นํากราบเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีจีนเข้ามาในห้องประชุม หลังจากเรียนเชิญแล้วผมอยากรบกวนท่านสมาชิกครับ ลุกขึ้นยืนแล้วปรบมือต้อนรับ ยาวนานหน่อยนะครับ เพื่อให้เกียรติกับท่านนายกรัฐมนตรีจีนเพราะเราไปที่จีนก็ประทับใจ กันทุกครั้ง อย่างท่านสุชาติก็ได้พูดแล้วนะครับ ผมไปก็ประทับใจสุด ๆ เพราะฉะนั้นเขามา เราก็เป็นธรรมเนียมไทยอยู่แล้ว เราก็ต้องให้การต้อนรับอย่างเต็มที่เหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องรบกวนสมาชิกลุกขึ้นยืนปรบมือยาวนานต้อนรับ เพราะท่านมาถึงก็จะ เข้ามานั่งอยู่ตรงนี้ครับ แล้วท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็จะนั่งอยู่มุมตรงนี้ แล้วก็ รอง ๔ ท่านก็จะนั่งเรียงกันอยู่ตรงนี้นะครับ แล้วก็ได้รับเกียรติจากท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรเข้าร่วมในการต้อนรับตรงมุขด้านหน้านี้ด้วยและเข้าร่วมเจรจาในโต๊ะ เจรจาด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นถือว่านี่เป็นงานของรัฐสภาของเรา แล้วหลังจากนั้นผมก็จะ เรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีจีนขึ้นมานั่งบนที่ผมนั่งตรงนี้นะครับ เพื่อเป็นเกียรติกับท่าน เพราะว่าเราไม่ได้ประชุมเป็นการพักการประชุมและอยู่ในพิธีการต้อนรับเหมือนงานวันเด็ก ที่เราเชิญเด็กมานั่งนะครับ เพราะฉะนั้นงานนี้เราก็ให้เกียรติก็ถือว่าท่านให้เกียรติ เราให้เกียรติท่าน ให้มานั่งตรงนี้ แล้วผมก็อาจจะพูดอะไรเล็กน้อยนาที ๒ นาที แล้วก็จะเชิญ ท่านลงไปที่โพเดียม (Podium) เพื่อปาฐกถาสัก ๑๕ นาที พอปาฐกถาเสร็จจบแล้วนะครับ ผมก็จะลงไปเพื่อนําพาท่านนายกรัฐมนตรีจีนได้แนะนํากับ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกับรองประธานทั้ง ๔ ท่านก็เป็นอันจบขั้นตอนนะครับ ก็จะได้นําส่งท่านประธานวุฒิก็จะทําหน้าที่เปิดการประชุมดําเนินการต่อไป ทําความเข้าใจ ตอนนี้ ทีนี้ขั้นตอนการปรบมือต้อนรับทีแรกที่เชิญนายกรัฐมนตรีจีนเข้าห้องประชุม เราจะ ลุกขึ้นยืนและปรบมือยาวนานนะครับจนกว่านายกรัฐมนตรีจีนจะได้นั่ง แล้วขั้นตอนที่จะต้อง ปรบมืออีกทีก็คือขั้นตอนที่ผมเชิญท่านนายกรัฐมนตรีจีนลงไปที่โพเดียมเพื่อปาฐกถา เพราะฉะนั้นก็ต้องปรบมือให้เกียรติ หลังจากพูดจบแล้วก็ขออีกรอบหนึ่งนะครับ ตามนี้ นะครับ แต่ไม่ต้องลุกขึ้นยืนนะครับนั่งปรบมือครับ ขออนุญาตพักการประชุมครับ

พักประชุมเวลา ๑๕.๐๒ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๖.๔๕ นาฬิกา

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ติดราชการ นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา จึงปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกที่แจ้ง ความประสงค์ที่จะอภิปราย ๑๐ ท่าน เป็นของพรรคฝ่ายค้าน ๔ ท่าน พรรครัฐบาล ๔ ท่าน ท่านสมาชิกวุฒิสภา ๒ ท่าน เราต้องอภิปรายให้จบก่อน ๖ โมง เพราะว่าจะมีการลงนาม ในบันทึกความเข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะขออย่างนี้ได้ไหมครับ ผมขอมติได้ไหมครับ ขอมตินะครับ

(นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ จะขอมติผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกได้แสดงตนนะครับ เชิญท่านสมาชิกแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ แสดงตน เมื่อแสดงตนเรียบร้อย ส่งผลการแสดงตนครับ ท่านสมาชิกแสดงตนทั้งสิ้น ๓๘๐ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับว่า จะเห็นชอบกับบันทึกความเข้าใจ ระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรไทย ในการเริ่มใช้ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รัฐบาลแห่งสหภาพเมียนมาร์ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐ สังคมนิยมเวียดนาม เพื่ออํานวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและบุคคลเข้ามาพรมแดน ที่จุดผ่านแดนเชียงของราชอาณาจักรไทยและห้วยทราย สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว และจุดผ่านแดนบ่อเต็น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และโมฮาน สาธารณรัฐประชาชนจีนนะครับ ถ้าท่านสมาชิกท่านใดเห็นชอบกับบันทึกความร่วมมือ นะครับ ขอให้ท่านกดปุ่ม เห็นชอบ ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นชอบท่านกดปุ่ม ไม่เห็นชอบ ถ้าสมาชิก ท่านใดงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เชิญลงมติครับ เชิญลงมติ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านใดที่ยังไม่ได้ลงมติครับ ถ้าลงมติเรียบร้อยทุกท่านนะครับ ปิดการลงมติ ส่งผลครับ สมาชิก ๔๗๖ ท่าน เห็นด้วย ก็คือเห็นชอบกับบันทึกข้อตกลง ๔๗๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีนะครับ งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนน ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับบันทึกความเข้าใจเชิญครับ

นายสามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผม สามารถ มะลูลีม สมาชิกรัฐสภา เห็นด้วยครับท่านประธาน

นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา

ท่านสามารถเห็นด้วย นะครับ ท่านกุลเดชครับกดเห็นด้วยนะครับ ท่านกุลเดชเห็นด้วย เพิ่มไปอีก ๒ นะครับ ท่านสมาชิกครับเป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ ท่านประสิทธิ์ครับ

นายประสิทธิ์ โพธสุธน สมาชิกวุฒิสภา สุพรรณบุรี

ผมเห็นด้วยครับ

นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา

เพิ่มท่านประสิทธิ์ ไปอีกหนึ่งนะครับ เป็น ๓ ท่าน นะครับ

ท่านสมาชิกครับ วันนี้ก็ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีนะครับ ผมก็จะปิดประชุม นะครับ แต่ก่อนปิดประชุมขอให้ท่านสมาชิกรับทราบนะครับ ในวันอังคารที่ ๑๕ ตุลาคม ท่านประธานรัฐสภาได้มีคําสั่งให้นัดประชุมร่วมกันของรัฐสภาในเวลา ๙.๓๐ นาฬิกา จึงขอเรียนเชิญท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภามาประชุมร่วมกัน ตามกําหนดวันและเวลาดังกล่าวนะครับ ขอบพระคุณครับ ขอปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๕๑ นาฬิกา