รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖

สุชาติ ธาดาธํารงเวช เสนอความเห็นเกี่ยวกับบันทึกความตกลงระหว่างประเทศไทยกับจีน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเอกสารนี้ นโยบายของจีน และผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเปิดเขตการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน

ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธํารงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธํารงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขอแสดงความเห็นในเรื่อง ของบันทึกความตกลงระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนในกรณีนี้ ๓ ประการด้วยกัน คือเรื่องความสําคัญของบันทึกความเข้าใจ เรื่องที่ ๒ คือเรื่องนโยบายของประเทศจีนกับ ประเทศไทย เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับนะครับ การอภิปรายนี้ ทําไว้เพื่อบันทึกแล้วก็หวังว่าจะเป็นนโยบายของรัฐบาลของชาติในอนาคตต่อ ๆ ไปนะครับ

ประการที่ ๑ ก็คือเรื่องของบันทึกความเข้าใจ ปัจจุบันนี้ทุก ๆ ประเทศในโลกนี้ มีความมุ่งเน้นที่จะเปิดเขตชายแดนเพื่อให้ขนาดของประเทศตลาดการค้า ตลาดการเงิน ตลาดแรงงานกว้างขวางขึ้น ในกรณีประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเล็ก จํานวนประชากร ก็ใกล้เคียงกับมณฑลกว่างสีของประเทศจีน ซึ่งประเทศจีนมี ๒๒ มณฑล ก็เห็นได้อย่างชัดเจน ว่าการเปิดความสะดวก การเปิดเขตการค้าต่าง ๆ การค้าเสรี สินค้าก็ดี บริการก็ดี ทางด้าน การเงินก็ดี หรือทางด้านแรงงานก็ดี จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศเล็กนะครับ เหมือนคํากล่าว ที่ว่าเราเอาน้ําไปเทในที่ใหญ่ ๆ เท่าไรก็ไม่มีวันเพียงพอ แต่ถ้าเขาเอาน้ํามาเทในขนาด เศรษฐกิจที่เล็ก ๆ นี่ นิดเดียวก็ไม่มีความสามารถรับได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมก็ยินดี และสนับสนุน ก็หวังว่ารัฐบาลในอนาคตก็จะดูแลเป็นอย่างดีในแง่ของการขยายความสะดวก ต่อกัน ไม่ว่าทางด้านการคมนาคมขนส่ง หรือเซ็นสัญญาที่ใหญ่ขึ้น ก็คือเขตการค้าเสรี กับประเทศต่าง ๆ นะครับ การทําความสะดวกทางด้านการคมนาคมในที่นี้ซึ่งมีอยู่ ๕ เรื่อง นะครับ ก็คือเรื่องของสิทธิการจราจร เรื่องของพิธีการข้ามแดน เรื่องของการส่งบุคคล ข้ามแดน เรื่องการส่งสินค้าข้ามแดน แล้วก็เรื่องของการยอมรับรถจากประเทศหนึ่งให้ไปวิ่ง อีกประเทศหนึ่งได้สะดวกขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็จะทําให้การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวเจริญ รุ่งเรืองขึ้น ปีนี้นักท่องเที่ยวของจีนมาประเทศไทยเกือบ ๔,๐๐๐,๐๐๐ คนแล้วนะครับ ก็เขามาในแง่ของเปอร์เซ็นต์ที่ออกนอกประเทศเขามาประเทศไทยค่อนข้างมากนะครับ ดังนั้นก็จะทําให้เราขายสินค้าในตลาดที่กว้างขึ้น มีคนมาลงทุน บางเรื่องเขาก็มีความสําคัญ มีความเชี่ยวชาญ เช่นรถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ หรือรถไฟความเร็วสูงเหล่านี้ เขาสามารถ ทําได้ง่าย แล้วที่สําคัญก็คือเรื่องของการท่องเที่ยว ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็จะยกระดับ คุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวไทยให้ดีขึ้นนะครับ

เรื่องที่ ๒ อยากจะกราบเรียนฝากไว้ในที่นี้สู่ท่านประธานรัฐสภาหรือสู่ ท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลนะครับ เรื่องของแนวนโยบายของจีนต่อประเทศไทย ความจริงผมก็ ไปเมืองจีนหลายครั้งครับ ในฐานะรัฐมนตรีบ้าง ฐานะอดีตรัฐมนตรีบ้าง หลายท่านที่ไป ท่านสมาชิกที่ขึ้นมาพูดนี่จะเห็นได้ว่าเขาต้อนรับเราอย่างดีเป็นพิเศษทุกครั้งนะครับ เหตุผล ก็คือว่าในภูมิภาคนี้ประเทศจีนมองเมืองไทยเป็นญาติพี่น้อง อาจจะเป็นเรื่องของความ เกี่ยวพันทางประวัติศาสตร์ ซึ่งครั้งหนึ่งคนจีนทางตอนใต้มาอยู่ในประเทศไทยจํานวนมาก ไม่มีปัญหาเรื่องการเมืองอย่างประเทศเพื่อนบ้านทางฝั่งทะเลต่าง ๆ นะครับ แล้วประเทศไทย ก็ใหญ่เพียงพอ แล้วก็มีความสัมพันธ์คล้ายกัน จะเห็นได้ว่าเวลาเขาตั้งทูตจีนประจําประเทศไทย เขาก็ให้ความสําคัญมากทุกครั้งนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราได้รับ เรียกว่าความสัมพันธ์ ร่วมกันอย่างพิเศษ สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนก็คือว่าเวลาเขาส่งครูจีนไปสอนภาษาจีนในต่างประเทศ ผ่านกระทรวงศึกษาธิการของเขาที่เรียกว่า ฮั่นปั้น ในจํานวน ๑๐,๐๐๐ คนที่ส่งไปทั่วโลก ส่งมาเมืองไทย ๑,๖๐๐ คน มากที่สุด นี่ก็เป็นเรื่องที่เห็นชัดเจนว่าถ้ามีอะไรเกี่ยวกับเมืองไทย ประเทศจีนก็จะให้ความสําคัญเป็นพิเศษนะครับ ในด้านนโยบายต่างประเทศก็จะเห็นว่า เราไม่เคยมีปัญหากับประเทศจีน ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนหลายประเทศเริ่มมีปัญหานี้ นะครับ

ในส่วนที่ ๓ ผมก็จะพูดถึงเรื่องประโยชน์ของการเซ็นข้อตกลงในเรื่องนี้ หรือจะเซ็นการค้าที่สะดวกสบายขึ้น เรียกว่า การค้าเสรี ในภาพกว้างขึ้น ประโยชน์ ต่อประเทศไทยก็มีมากทีเดียว เพราะปัจจุบันนี้ประเทศจีน เมื่อ ๒๕ ปีที่แล้วจนกว่าไทย ๔ เท่า คือค่าแรงของไทยตอนนั้น ๑๐๐ บาท ของจีน ๒๕ บาท วันนี้ค่าแรงของจีน ๓๕๐ บาทแล้ว เราจะขึ้นค่าแรงของไทย ๓๐๐ บาทนี่ก็ยังยากลําบากอยู่นะครับ ประเทศจีน วันนี้ก็มีฐานะความเป็นอยู่ มีเงินมีทองมากทีเดียว หลายคนก็ใฝ่ฝันอยากจะมาพัทยา พูดง่าย ๆ อยากจะไปภูเก็ต เพราะฉะนั้นประโยชน์ของการสร้างความสะดวกระหว่าง ประเทศจีนกับประเทศไทยจึงมีมากมายครับ คือประชาชนคนไทยก็จะมีฐานะความเป็นอยู่ ดีขึ้น ในแง่ของการขายสินค้าก็ดี ในแง่ของการให้บริการการท่องเที่ยวก็ดี แล้วประชาชน เหล่านี้ก็เป็นประชาชนที่มีฐานะยากจนถึงปานกลางนะครับ เป็นเพราะว่าการให้บริการ เหล่านี้เป็นการให้บริการของพี่น้องประชาชนชาวไทยโดยวงกว้าง สิ่งหนึ่งที่ผมปรารถนา อยากจะเห็น ก็คือการเลิกการลงตราวีซ่า (Visa) ระหว่างกัน ซึ่งเข้าใจว่าทางรัฐบาล กําลังทําอยู่นะครับ เมื่อไรก็ตามที่เราเลิกที่จะต้องไปขอวีซ่าที่สถานทูตระหว่างกันนี่ คนจากประเทศจีนก็จะมาเมืองไทยอีกมากนะครับ ซึ่งเชื่อว่าสนามบินสุวรรณภูมิก็จะรับ ไม่ไหว ดังนั้นท่านรัฐมนตรีช่วยก็อยู่ที่นี่ก็ฝากไปดูสนามบินให้รีบขยายให้กว้างขึ้นนะครับ แล้วก็เรื่องของพิธีการทางด้านการเข้าเมืองนี่ครับ จริง ๆ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการจีนปัจจุบันเขาฝากผมมาว่ามันจะมีช่องที่คนไทยที่ลงวีซ่านี่ครับ พูดภาษาจีน ได้ไหม เพราะว่าคนจีนมาปัจจุบันนี้เขาไม่ได้พูดภาษาอื่น เขาพูดแต่ภาษาจีน ถ้าทําเช่นนั้นได้ หรือมีช่องที่เวลาคนจีนมามาก ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่ที่พูดจีนได้ ช่วยทําแล้วก็ไม่ให้ชักช้านี่นะครับ มันก็จะนํารายได้การท่องเที่ยวเข้ามามาก มีเรื่องหนึ่งที่มีคนเขาบ่นกันเขาบอกว่านักท่องเที่ยว จีนมาแล้วก็จะพูดเสียงดัง ปัจจุบันนี้รัฐบาลเขาประกาศแล้วนะครับ เขาบอกไม่ให้พูดเสียงดัง แล้วเขาสอนวิธีการมาเที่ยวต่างประเทศให้สุภาพ มีเรื่องหนึ่งที่ผมประสบด้วยตนเองตอนไปกินข้าวกับทางอดีตผู้บริหารระดับสูงจีนก็คือว่า ต่อไปนี้เขาก็ไม่ฟุ่มเฟือยแล้วนะครับ เขาเลิกกินเหล้าบนโต๊ะแล้ว สั่งอะไรมากินก็ต้องกิน ให้หมดอย่างนี้นะครับ อันนี้ก็เป็นนโยบายที่เดี๋ยวเราก็คงจะทราบจากท่านนายกรัฐมนตรี ของประเทศจีนนะครับ ที่ขึ้นมาพูดครั้งนี้ก็หวังว่าต่อไปการวางนโยบายทางด้านประเทศ เพื่อนบ้านนโยบายต่างประเทศของไทยก็อยากจะให้มองไปในทางด้านการพัฒนามองไป ด้านทางบวกมากยิ่งขึ้น ถ้าเมื่อไรก็ตามที่เราเริ่มนโยบายแล้วเราก็จะมีปัญหาเต็มไปหมดเลยครับ ตรงโน้นพร้อมหรือยัง โต๊ะตัวนี้จัดหรือยัง จาน ช้อน ส้อมมีหรือเปล่าอะไรอย่างนี้นะครับ มันก็จะทําอะไรไปไม่ได้คือเราลงภาพไปเล็กเกินไป ผมเชื่อว่าเมื่อไรก็ตามที่รัฐบาลมีนโยบาย ชัดเจนเรื่องของความสะดวกต่าง ๆ สามารถทําได้โดยข้าราชการของประเทศไทย ซึ่งมี ความรู้ความสามารถมากมายทีเดียวนะครับ ก็ไม่อยากให้กังวลกันในเรื่องนี้อยากให้มอง นโยบายเหล่านี้ในภาพใหญ่ ๆ เหมือนประเทศใหญ่ ๆ ที่เขามองนโยบายเช่นนี้ไม่ว่า ประเทศจีนก็ดี สหรัฐอเมริกาก็ดี ประเทศญี่ปุ่นก็ดี ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน รัฐสภาครับ