รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖

อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างไทย จีน และลาว โดยเรียกร้องการดำเนินการสร้างถนน เส้นทางอาร์ ๓ เอ และสะพานเชียงของ พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดเพชรบุรีในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตท่านประธานที่จะได้ตั้งคําถามและ ฝากข้อสังเกตไปถึงท่านรัฐมนตรี รวมถึงท่านนายกรัฐมนตรี ในวาระที่ท่านนายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง ของประเทศจีนมาเยือนประเทศไทย และเยือนรัฐสภาของเรา เพราะว่าบันทึก ความตกลงดังกล่าวนั้นถือได้ว่ามีความสําคัญในการที่จะนํามาซึ่งความเป็นทูตเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศไทย ประเทศลาว แล้วก็ประเทศจีน โดยแท้ที่จริงแล้วต้องเรียนท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานได้มีโอกาสที่จะได้แลกเปลี่ยนข้อหารือกับท่านนายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง ก็อยากฝากท่านประธานว่า ความตกลงดังกล่าวในการขนคน ขนสินค้าบนเส้นทาง อาร์ ๓ เอ (R3A) ที่เชื่อมโยงระหว่าง ตอนใต้ของจีนผ่านด่านโมฮานเข้าสู่ด่านบ่อเต็นของลาว แล้วก็วิ่งผ่านแคว้นหลวงน้ําทา มาบ่อแก้วที่ห้วยทรายก่อนจะข้ามสะพานแม่น้ําโขงมิตรภาพของเรามายังเชียงของ-เชียงรายนั้น หัวใจสําคัญของความตกลงดังกล่าวนี้คือถนนที่ผ่านจากไทยไปลาว ถนนบนเส้นทางจาก บ่อทรายของลาววิ่งผ่านตลอด ๒ แคว้นของลาวไปถึงด่านบ่อเต็นที่ลาว ก่อนจะเข้าด่านจีน ที่โมฮาน เข้าสิบสองปันนา และไปยังคุนหมิงนั้น ถนนเส้นนี้สร้างเสร็จในปี ๒๕๕๑ กระผม เดินทางไป ๒-๓ รอบแล้วครับ ได้เห็นโครงสร้างของถนน ไม่สามารถรองรับการขนส่ง ในลักษณะรถสินค้าคาร์โก (Cargo) ได้มากนัก โดยเฉพาะในหน้าฝนนั้นมีการพังทลายของ ถนนดิน ของภูเขาดินลงมาปิดกั้นเป็นระยะ ๆ บางเส้น บางช่วงถนนหายไปครึ่งเลน ตกลงไป ในหุบเขา เพราะฉะนั้นถ้าจะให้บันทึกความตกลงดังกล่าวซึ่งเป็นบันทึกสามเส้าอย่างที่ อดีตรัฐมนตรีกษิต ภิรมย์ ท่านได้กล่าวไว้ การขอความร่วมมือของจีนในการที่จะมาสร้างถนน เส้นใหม่ ซึ่งจีนประสบความสําเร็จมากเพราะว่าจากคุนหมิงมายังโมฮานนั้นล้วนแล้วแต่เป็น เทือกเขาสูงทั้งสิ้น ไม่ต่างจากเส้นทางที่ผ่านจากด่านบ่อเต็นมายังห้วยทรายของลาว แต่จีน มีเทคโนโลยีและวิทยาการในการเจาะภูเขา มีเทคโนโลยีในการสร้างสะพานสูงในการข้าม หุบเขา ถ้าท่านประธานได้มีโอกาสเดินทางบนเส้นทางดังกล่าว หรือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมได้มีโอกาสเดินทางไปสํารวจเส้นทางจากคุนหมิงมายังที่ด่านโมฮาน ก่อนที่จะเข้าสู่ด่านบ่อเต็นของลาวจะเห็นได้ชัดเจนว่าร่นระยะทางและสามารถที่จะใช้ได้ ๑๒ เดือน ๓๖๕ วัน ซึ่งเป็นหัวใจสําคัญของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศหรือการ ขนสินค้าข้ามแดน หรือว่าการขนผู้โดยสาร ดังนั้นขอให้ท่านประธานได้ใช้โอกาสนี้ในการที่จะ ฝากทั้งท่านรัฐมนตรีไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ฝากท่านประธานรัฐสภาที่ท่านจะได้มีโอกาส ได้หารือกับท่านนายกรัฐมนตรีจีนนะครับ ประเด็นนี้สําคัญมาก ไม่อย่างนั้นการขนสินค้า แม้บันทึกความตกลงนี้จะผ่านการรับรองไปแล้วก็ตาม แต่เราจะใช้ได้เพียงไม่กี่เดือนนะครับ และภายใต้ความตกลงดังกล่าวนั้นในปีแรกจะมีการให้จีเอ็มเอส เพอร์มิท (GMS Permit) หรือว่าใบอนุญาตใบขับขี่ ใบอนุญาตรถที่จะใช้เข้าสู่ร่วมรายการ ทั้งรถขนสินค้า รถโดยสาร ที่เป็นนอนสเกดดูล พาสเซนเจอร์ (Non-schedule Passenger) จํานวน ๑๐๐ เพิ่มเป็น ๒๐๐ คัน ปีที่ ๒ ๓๐๐ คัน หรืออยู่ในกรอบ ๕๐๐ คัน แน่นอนที่สุดว่าเมื่อผมไปปักกิ่ง เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ครับ ได้มีโอกาสได้ไปที่ซิมพาธี (Sympathy) อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งใหญ่ที่สุดคล้ายตลาดไทของเรา ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของจีน แต่เดิม ผมเข้าใจว่าตอนที่ไปเจรจาเปิดท่าเรือเทียนสินที่อยู่อ่าวโปอ่าวซึ่งเป็นท่าเรือใหญ่ที่สุดในการ เข้าภาคเหนือ จากเทียนสินก็ขนสินค้าของไทยนะครับมายังปักกิ่ง มายังตลาดซิมพาธีนั้น รัฐบาลที่แล้วก็ได้เปิดเจรจา แล้วก็จนกระทั่งสามารถเปิดการขนส่งตรงนั้นได้ ก็คิดว่า การขนส่งผัก ผลไม้ โดยเฉพาะจากภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นลําไย หรือว่าสินค้าพวกทุเรียน มังคุด จะเดินทางขนส่งจากตะวันออกของเราหรือจากภาคเหนือของเรา โดยการขนส่ง ทางเรือ ไม่ว่าจะไปที่หนานหนิง ซึ่งมีตลาดอู๋หลี่ถิง ในมณฑลกว่างสี หรือจะไปขึ้นที่ตลาด เจียงหนาน ซึ่งอยู่ที่กวางโจว กวางตุ้ง หรือที่ฮ่องกง หรือจะขึ้นไปที่เซียะเหมิน ของฮกเกี้ยน หรือจะเข้าที่เซียงไฮ้ หรือที่หนิงโปของเจ้อเจียง แล้วก็ไปเข้าตอนเหนือของจีนเพื่อส่งออก ไปถึงมองโกเลีย และตอนเหนือของจีน และเข้าไปยังซินเจียง โดยใช้เทียนสิน แต่ปรากฏว่า เมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้ครับผมไปปักกิ่ง แปลกใจมากครับ ท่านรัฐมนตรีก็อาจจะต้องสํารวจโดยให้ทูตของเราที่อยู่ปักกิ่งและทูตพาณิชย์ของเราได้ ตรวจสอบปริมาณการขนส่งตรงนั้น เขาก็บอกว่าลากตู้มาจากตลาดเจียงหนานเหมือนเดิม ครับ และทันทีที่เส้นทางสายอาร์ ๓ เอ จะผ่านเชียงของข้ามสะพานมิตรภาพแม่น้ําโขง แล้วก็ข้ามไปยังบ่อเต็นของลาวแล้วก็ไปยังคุนหมิงเขาจะลากขึ้นตรงเลยครับ ไปถึงปักกิ่ง เขาบอกว่าใช้เวลาประมาณ ๕ วัน ทําไปทํามาเร็วกว่าไปทางเรือ ซึ่งเราคิดว่าถ้าไปทางเรือ ก็เป็นสินค้าอีกชนิดหนึ่ง แต่สินค้าที่เราต้องการส่งออกไปยังจีนมากส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้า ที่เราเรียกเป็นภาษาเทคนิคว่าคอร์ริจิเบิล กู๊ดส์ (Corrigible Goods) นะครับ ก็คือพวกผัก ผลไม้ โดยเฉพาะเกษตรกรทางภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกนั้นก็จะเป็นพวกยาง เป็นพวกข้าว ซึ่งทางอีสาน ทางภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคกลาง ตอนล่าง แล้วภาคตะวันออกนั้นก็ได้ผลิตส่งไป รวมทั้งภาคใต้ที่มียางพารา ผมเรียนกับ ท่านประธานว่านั่นคือประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะฝากในวาระสําคัญที่ท่านนายกรัฐมนตรีของจีนนั้น เดินทางมาในเรื่องนี้ ในเรื่องของตัวถนน

๒. ก็คือในเรื่องของความพร้อมบริเวณเช็คพอยท์ (Check point) ครับ ผมไปคุนหมิงมาเมื่อ ๒ เดือนที่แล้วครับ รัฐบาลคุนหมิงก็เลยพาไปดูสถานีขนส่งรถโดยสาร ที่ทันสมัยใหญ่ที่สุด ออกแบบน้อง ๆ ท่าอากาศยานเครื่องบินของเราในภูธรเลยครับ ปรากฏว่า เขาจะแยกออกเป็น ๒ ส่วนครับ ท่านรัฐมนตรี

ส่วนที่ ๑ ก็เป็นการขนส่งผู้โดยสารในคุนหมิง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ มณฑลยูนนาน อีกซีกหนึ่งจะเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล แพลทฟอร์ม (International Platform) ครับ จะเป็นการขนผู้โดยสารจากทุกมณฑลในจีนไปยังเวียดนาม ไปยังลาว ไปยังพม่า ที่มูเซ-ลุ่ยลี่ แล้วก็มาที่หลวงพระบางและเวียงจันทน์ แต่ก็ยังข้ามไปไม่ได้เพราะสะพานของ เรายังไม่เสร็จนะครับ เราใกล้เปิดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ผมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเขาคือ เขามีความพร้อมมาก แล้วบริษัทใหญ่ซึ่งคุมการขนส่งสินค้าเมื่อสักครู่นี้พูดถึงการขนส่ง ผู้โดยสารนะครับ วันนี้ก็พร้อมสําหรับจีนในเรื่องของรถโดยสาร สถานีรถโดยสารนะครับ และผู้ปฏิบัติการคือโอเปอเรเตอร์ (Operator) และฟรีด (Freed) รถของเขาพร้อมแล้ว ที่จะยึดอยู่ในลิสท์ (List) ของจีเอ็มเอสเพอร์มิท คําถามผมคือ รัฐบาลไทย ๒ ปีมานี้ สร้างเสร็จหรือยัง ยังไม่มีสักหลังคาเดียวที่ได้ก่อสร้างเสร็จเลยครับ เพราะฉะนั้นมันจะเกิด สิ่งที่เราเรียกว่าโลจิสติกส์ อิมบาลานซ์ (Logistics Imbalance) คือการขาดดุลภาคบริการ ขนส่งอย่างไรครับ ไม่ใช่แค่การขาดดุลการค้า ซึ่งเราขาดดุลการค้าจีนมาตลอดนะครับ แต่การขาดดุลบริการโดยการที่เราเสียเปรียบดุลการค้าบริการในด้านการขนส่ง เพราะความ ไม่พร้อมของเรา ตอนผมไปตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานที่เชียงของ ห้วยทรายนี้ครับ ปรากฏว่าเราไม่ได้เตรียมพื้นที่ เตรียมแล้วก็ยังทําไม่เสร็จเลยครับ แค่พื้นที่ที่จะทํา ซึ่งความจริงท่านประธานคงจําได้ รัฐสภาเราให้ความเห็นชอบไปแล้วก็คือตัวพระราชบัญญัติ ที่ว่าด้วยการขนส่งสินค้าข้ามแดนภายใต้ซีบีทีเอหรือครอส บอเดอร์ ทราน โพซิชัน อกรีเมนท์ (Cross Border Trans position Agreement) ภายใต้กรอบของความร่วมมือ อนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง หรือว่าจีเอ็มเอส รัฐสภาคือสภาสองสภาได้ร่วมกันให้ความเห็นชอบ กฎหมาย ๒ ฉบับ ในการอํานวยความสะดวก ในการขนส่งสินค้าข้ามแดนเรียบร้อยแล้ว และเรา ได้ให้ความเห็นชอบต่ออํานาจของศุลกากร ต่อตรวจคนเข้าเมือง ต่อหน่วยงานทางด้านของ สุขอนามัยพืชและสัตว์ ที่ว่า โกรัน (Go ran) จีน ครบ ๔ ไอคิว (IQ) และรวมไปถึงเรื่องของ ระบบเอสเอสไอ (SSI) ก็คือซิงเกิล สต็อพ อินสเปคชัน (Single stop inspection) ซึ่งปรากฏ อยู่ในบันทึกความตกลงนี้นะครับ และรวมไปถึงเอสดับบลิวไอ (SWI) ก็คือซิงเกิล วินโดว์ อินสเปคชัน (Single window inspection) ซึ่งจะต้องพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่วันนี้แค่โครงสร้างพื้นฐาน ถามท่านประธานผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรีเพื่อชี้แจงว่าวันนี้ด่านเช็คพอยท์ระหว่างประเทศ พื้นที่เขตตรวจร่วมภายใต้ กฎหมายใหม่ที่เราอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ไทยและเจ้าหน้าที่คู่ภาคีสามารถมาปฏิบัติการร่วม สร้างเสร็จหรือยัง นอกเหนือสภาที่กําลังจะเปิดทําการที่จะเสร็จ ซึ่งก็ดําเนินการมาต่อเนื่อง ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วจนมาเสร็จในรัฐบาลชุดนี้ และบริเวณพื้นที่ทําการซีอาร์คิว (CRQ) เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานในการอํานวยความสะดวกทางการค้า การขนสินค้าและผู้โดยสาร ระหว่างประเทศเท่านั้น ยังไม่รวมถึงพื้นที่ที่เป็นศูนย์ราชการ พื้นที่ที่จะเป็นโลจิสติกส์ พาร์ค แวร์เฮาส์ (Logistic park Warehouse) ที่ได้วางแนวทางโครงการไว้ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว ถามบอกวันนี้บริเวณเชียงของ เราได้มีเขตเศรษฐกิจพิเศษประกาศแล้วหรือยัง กี่ไร่ และภายใต้เขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวนั้นจะมีนิคมอุตสาหกรรม จะมีโลจิสติกส์ พาร์ค (Logistic park) จะมีศูนย์ราชการ จะมีคลังสินค้า แวร์เฮาส์ (Warehouse) มีโลจิสติกส์ สเตชัน (Logistic Station ) ทั้งหลายเสร็จไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ท่านรัฐมนตรีอาจจะไม่ต้อง ตอบก็ได้ครับ ยังไม่มีสักเปอร์เซ็นต์หนึ่งครับท่านประธาน นี่คือความสูญหายของโอกาส ๒ ปีที่ผ่านมา ทั้งที่เรารู้ว่าทุกลูกปูนที่เราเทลงไป ทุกตารางเมตรของซีเมนต์ที่เราปูลงไป ทุกเหล็กข้อแต่ละเมตรแต่ละนิ้วที่เราผูกโยงจนเป็นสะพานแห่งนี้ มันได้ใช้เวลาจากนาที เป็นชั่วโมง เป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี แต่การเตรียมพร้อมหลังด่านและหน้าด่านเราไม่ได้ ไปไหนเลยครับ เมื่อ ๓ ปีที่แล้วผมเดินทางไปตรวจความพร้อมและยังได้ไปดูท่าเรือเชียงแสน ซึ่งได้เปิดทําการแล้วครับ นั่นคืออีกส่วนหนึ่งของการขนส่งทางน้ํา แต่อันนี้เป็นการขนส่ง ทางบก การขนส่งทางบกทําได้เร็วได้ง่ายกว่า เพราะมันอยู่ในเขตราชอาณาจักรไทย รัฐบาลมี ความพร้อมในด้านงบประมาณ มีความพร้อมในแผนงานและผลการศึกษาที่ดําเนินการมา ผมต้องเรียนท่านประธานว่าบันทึกความตกลงนี้เริ่มในสมัยรัฐบาล ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ครับ ปี ๒๕๔๒ เมื่อประเทศไทย ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ได้ลงนามกันที่เวียงจันทน์ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ปี ๒๕๔๒ นั่นคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ต่อมาพัฒนาขึ้นมาเป็นซีบีทีเอ คือคอร์ส บอร์เดอร์ ทรานสปอร์ตเตชัน อะกรีเมนท์ (Cross Border Transportation Agreement) ของจีนบวก ๕ ก็คือจีนบวกประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ประกอบไปด้วย ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศไทย ประเทศเวียดนาม และประเทศกัมพูชา มันไม่ใช่ เพิ่งเกิดขึ้นวันสองวัน อย่างเพื่อนสมาชิกหลายคนเข้าใจ มันไม่ใช่ แต่ว่าการดําเนินการ อย่างต่อเนื่องและการทําบันทึกความตกลงหรือการออกกฎหมายภายในการแก้ระเบียบ เพื่อเตรียมความพร้อมภายในแต่ละประเทศนั้นก็พัฒนาเรื่อยมา วันนี้มาถึงขั้นตอนสุดท้าย แต่ขั้นตอนสุดท้ายไม่ได้เพิ่งรู้เมื่อปีที่ผ่านมาหรือเดือนที่ผ่านมา ถามบอก ๒ ปีมานี้คําถาม ที่ผมผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าให้ความเห็นชอบบันทึกนี้ แน่นอนรัฐสภาสนับสนุนเต็มที่ เพราะมันเป็นประโยชน์ของประเทศครับ ไม่มีฝ่ายค้าน รัฐบาล ไม่มีเสียงข้างมาก ข้างน้อย ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเราให้ความเห็นชอบ แต่คําถามที่ต้องมีคืออย่าให้มันพลาด อย่าให้มันเสียเวลาแบบนี้อีก ไม่ได้ใช้เงินมากอะไรเลย รัฐบาลมีเครื่องไม้เครื่องมือ ทางกฎหมาย มีงบประมาณ มีทุกอย่างพร้อม หรือแม้แต่ใช้ อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ (Infrastructure fund) ในการที่จะทําสิ่งเหล่านี้ เอกชนเขาก็พร้อม หรือมันติดเพราะมีการ ไปเกร็งกําไรซื้อที่ดินดักหน้าไว้แล้วหลายปีมาแล้ว แล้วมันไม่ใช่จุดที่เหมาะสมที่จะสร้างด่าน ที่เป็นซีไอคิว มันถึงไปไม่ได้เสียทีหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้อยากฝากถามท่านรัฐมนตรีว่ามันเป็นประเด็น เช่นนั้นหรือไม่ เพราะภาคธุรกิจที่อําเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายนั้นเขารู้กันเต็มอกครับ ว่าบางครั้งความล่าช้าผลประโยชน์ของประเทศมันมาจากการขัดผลประโยชน์ไม่ลงตัว ของกลุ่มทุนทางการเมือง ถัดมาที่อยากเรียนถามท่านประธานก็คือว่าในเรื่องเพอริชาเบิ้ล กูดส์ (Perishable Goods) นะครับ ซึ่งท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีคงทราบนะครับว่าสินค้าที่เป็นสินค้าสด ไม่ว่าจะเป็นปู ปลา กุ้ง หอย ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ เรามีความตกลงระหว่างไทยกับมาเลเซีย เช่น ปีหนึ่ง ๓๐,๐๐๐ ตัน แต่พวกนี้จะถือว่าเป็นไฮสปีด เซอร์วิส (High Speed Service) ต้องเช็กโดยเร็ว ผ่านโดยเร็ว ถามบอกว่าระบบการตรวจสอบซีไอคิวเฉพาะในส่วนสินค้า เพอริชาเบิ้ล กูดส์ เหล่านี้ได้ทําเอสเอสไอแล้วหรือยัง ถ้าไม่มีเอสเอสไอ คือ ซิงเกิ้ล สท็อป อินสเปคชัน ยากครับ และมันไม่ใช่เหมือนอย่างการค้าไทย-มาเลเซีย ซึ่งเข้าไปเจอเมืองเลย เจอตลาดเลย การขนส่งสินค้าตรงนี้จะต้องเดินทางข้ามวันข้ามคืนครับ เพราะว่าเป้าหมาย สินค้าเราจะมุ่งสู่จีนตอนใต้ ผมไปนอนที่ด่านบ่อเต็น ฝั่งลาวมา แล้วข้ามไปด่านโมฮาน เขาทําด่านใหญ่โตมโหฬาร เมื่อ ๗ ปีที่แล้วแล้วครับ เตรียมความพร้อมเรื่องนี้ไว้มาก และวันนี้เขาทําสถานีโดยสาร สถานีขนส่งสินค้า วันนี้บริษัท โกลเด้นท์ พีค็อก ซึ่งเป็น เจ้าพ่อใหญ่ในการขนส่งสินค้ามายังอาเซียนนั้นเขาบอกว่าเขาพร้อมหมดแล้ว รายชื่อ จีเอ็มเอส เพอร์มิท เขาพร้อมหมดแล้ว แล้วเขาก็ขนส่งจากสิบสองปันนาผ่านเข้ามายัง กลุ่มประเทศอาเซียนของเรา แต่ของเรานี้ครับ จะต้องมีความพร้อม แต่ผมไม่ทราบว่า พร้อมมากแค่ไหน เป็นหน้าที่ที่รัฐมนตรีจะต้องชี้แจงต่อสมาชิกรัฐสภา

สําหรับในเรื่องของประเด็นที่นอกเหนือจากเฟส (Phase) ที่ ๑ นะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เราพูดถึงการเชื่อมโยงด้วยการพัฒนาโลจิสติกส์ พัฒนาการขนส่ง การเชื่อมโยงด้านการขนส่งระหว่างในกลุ่มประเทศลุ่มน้ําโขงหรือจีเอ็มเอส นะครับ ก็ต้อง เรียนถามว่าในอนาคต วันนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องเดิมในชั้นประถมอีกแล้ว วันนี้มาสู่ชั้นมัธยม และชั้นอุดมศึกษา ก็คือว่า จากโลจิสติกส์ ฮับ ที่เราวาง วันนี้เราวางพัฒนาชั้นมัธยมก็คือ การเป็นอีคอนอมิค ฮับ (Economic Hub) หรืออีคอนอมิค คอร์ริดอร์ (Economic Corridor) แล้วก็จะไปสู่ขั้นตอนสูงสุด ก็คือการเป็นคอมมูนิตี้ คอร์ริดอร์ (Community Corridor) อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นที่เราวางไว้เป็นพื้นฐานเบสิค (Basic) เลยก็คือ นอร์ธ-เซาท์ อีคอนอมิค คอร์ริดอร์ (North-South Economic Corridor) หรือถ้าพูด ในภาษาของโลจิสติกส์ก็จะมีคําว่า คุนมั่น-กงลู่ ก็คือคุนหมิง-กรุงเทพฯ นี่คือการเชื่อมโยง ในเรื่องของการคมนาคมขนส่งแต่ถ้าพูดในระบบรางก็ต้องเรียกว่า คุนมั่น-สิงคโปร์ เรลลิงค์ ก็คือคุนหมิง วางรางลงไปถึงสิงคโปร์ ตอนนี้กําลังเกิดก็คือกรุงเทพฯ-โคราช แล้วยังไม่รู้เห็นว่า ผลการศึกษาจะย้ายจะโยกอะไร ยังไม่ทราบ แต่ว่าสิ่งที่เป็นแนวคิดนี่สําคัญ เพราะเวลาที่ วางอนาคตประเทศในความร่วมมือในกลุ่มลุ่มน้ําโขง และโดยเฉพาะจีน ซึ่งเราพุ่งเป้าเป็น ตลาดใหญ่ของเรานั้น มันไม่ใช่เรื่องการขนส่งอย่างเดียวหรอกครับ และมันไม่ใช่เรื่องเฉพาะ แค่การขนส่งคนและสินค้าเท่านั้น แต่วันนี้มันได้พัฒนาสู่ความเป็นนอร์ธ-เซาท์ อีคอนอมิค คอร์ริดอร์ มาสู่ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจ เพื่อรองรับต่อการเป็นประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน เพราะฉะนั้นถ้าเรายังหลงว่ายังเป็นเรื่องโลจิสติกส์ ฮับ ยังเป็นเรื่องของโลจิสติกส์ คอมมูนิตี้ ไม่ใช่ละครับ เมื่อเราสามารถสร้างสะพานเสร็จ และเราทําสิ่งอํานวยความสะดวก เหล่านี้เสร็จเราต้องมีแผนข้างหน้าแล้ว แผนข้างหน้าก็คือการเป็นคอมมูนิตี้ การเคลื่อนย้าย ธุรกิจระหว่างกัน การเคลื่อนย้ายโรงงาน การเคลื่อนย้ายธุรกิจ การเคลื่อนย้ายในด้านของคน แรงงานมีฝีมือทั้งหลาย เหมืองที่จะเกิดใหม่ ๒ รายทางจะอยู่ที่ไหนบ้าง ได้วางแผนเมืองผังเมืองแล้วหรือยัง วางแผน ประเทศ ผังประเทศแล้วหรือยัง โดยเฉพาะการที่จังหวัดเชียงรายจะกลายเป็นเสมือนประตู เศรษฐกิจ ประตูประชาคมของอาเซียนไปสู่ประเทศจีน ถ้าฟังท่าน ส.ส. จากจังหวัดเชียงราย พูด ยังอยู่ในอากาศธาตุทั้งสิ้นเลยท่านรัฐมนตรีครับ ผมก็เห็นใจนะครับว่ากระทรวงคมนาคมนั้น ก็ไปเน้นเกี่ยวกับเรื่องของเส้นทาง เรื่องของใบอนุญาต นอกนั้นเป็นของกระทรวงอื่น แต่บันทึกนี้เป็นของรัฐบาลที่นําเสนอรัฐสภาของคณะรัฐมนตรีทุกกระทรวง ซึ่งไม่ทราบว่า ท่านจะตอบแทนกระทรวงอื่นได้หรือไม่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง แล้วก็หวังว่าในคําถามที่ผม ได้ตั้งประเด็นไว้นั้น ก็คงจะเป็นประเด็นที่มีคําตอบให้ชัดเจนเพื่อเราจะได้พิจารณาในการที่จะ ให้ความเห็นชอบต่อไปหรือไม่อย่างไร ขอบคุณท่านประธาน