รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๑๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพุธที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
ณ หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗ นะครับ ก่อนที่สมาชิกจะมาประชุมพร้อมก็เปิดโอกาส ให้มีการปรึกษา ครั้งนี้ก็ตกลงทั้ง ๒ ฝ่ายว่าแบ่งเวลากันฝ่ายละครึ่ง คือฝ่ายละครึ่งชั่วโมง เดิมกำหนดไว้ ๑๕ ท่าน แต่ว่าเนื่องจากมีชื่อตกหล่นไป ๑ ท่าน ทางฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาล ผมก็เลยขอให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอเพิ่มมา ๑ ท่าน บัดนี้เสนอมาฝ่ายละ ๑๖ ท่านนะครับ สิ่งแรกที่ขออนุญาตเรียนย้ำก็คือ ที่เราทำมาดีแล้วก็คือเรื่องเวลา เพราะว่าผมขอให้ท่านตรงเวลา แล้วก็ไม่มีความประสงค์จะไปตัดเวลา ส่วนกรณีที่สมาชิกท่านใดเสนอแล้วไม่สมบูรณ์ ผมแนะนำให้ทำเป็นเอกสารมานะครับ แล้วจะจัดการยื่นให้ถูกต้อง ท่านไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมขออนุญาตไปลำดับของการปรึกษาหารือนะครับ ท่านแรกคือนางมนพร เจริญศรี ขอเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันได้ฟังความคิดเห็นของท่านสมาชิกหลายท่านที่ท่านได้อนุญาตให้หารือ ๒ นาที ดิฉันถือว่าน้อยไป เพราะว่าขณะนี้เราจำกัดให้ฝ่ายละ ๑๕ ท่าน อยากจะขอเพิ่มอีกสัก ๑ นาทีค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ นั่นก็คือที่จังหวัดนครพนมเป็นศูนย์กลางแหล่งท่องเที่ยว ในอนุภาคลุ่มน้ำโขง ภายใต้ความเชื่อขององค์พญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะ ของพี่น้องชาวฝั่งแม่น้ำโขง และเป็นแลนด์มาร์ก (Landmark) แห่งใหม่ของจังหวัดนครพนมค่ะ ท่านประธานจะเห็นว่าแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมขณะนี้ ความเชื่อนั่นก็คือ องค์พญาศรีสัตตนาคราชที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากดิฉันมี วีซีดี (VCD) ที่จะนำมาเปิด ในเวลา ๒ นาที ความเชื่อและความผูกพันของพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมที่มีสายสัมพันธ์ กับแม่น้ำโขง และสิ่งที่เรามีความเชื่อและศรัทธาก็คือองค์พญาศรีสัตตนาคราชที่มีตำนาน เล่าขานกันมาอย่างยาวนานว่า องค์พญานาคได้ปกปักรักษาพวกเรา แล้วก็ทำให้พี่น้อง ชาวไทยและชาวลาวได้มีความสุขความสมบูรณ์ในการทำมาหากินในสายลุ่มน้ำโขง ท่านประธานที่เคารพคะ เนื่องจากในวันที่ ๗-๑๓ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จังหวัดนครพนม ได้จัดงานบวงสรวงองค์พญาศรีสัตตนาคราชขึ้น ดิฉันอยากจะขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทย ได้ไปเยือนถิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้สักครั้งหนึ่งของชีวิต เพราะว่าเมืองนครพนมเป็นเมืองน่าอยู่ เป็นเมืองสงบริมฝั่งโขง ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยไปเยือนจังหวัดนครพนมแล้วก็ไป สักการะองค์พระธาตุพนม แล้วก็ไปกราบขอพรจากองค์พญาศรีสัตตนาคราช นับตั้งแต่วันที่ ๗-๑๓ วันที่ ๑๓ จะเป็นวันสุดท้ายก่อนที่จะถึงวันเข้าพรรษา ดิฉันขอให้ท่านชมคลิป (Clip) ค่ะ
ขอเรียนสมาชิกนะครับว่า ตามข้อ ๑๗ นั้นต้องพยายามเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนครับ ปัญหาอื่นก็ได้ครับ แต่ว่าประเด็นหลักต้องการคืออันนั้น ขอบพระคุณครับ ท่านต่อไป นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๓ ขอเรียนถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉันได้รับการร้องเรียน จากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้ถนนเส้นทางดังนี้ ก็ขอให้ได้ไปปรับปรุงนะคะ
เส้นที่ ๑ ปรับปรุงผิวการจราจรถนนสายดงลึก-วังศาล ออกวังแช่กลอย ตำบลวังศาล อำเภอวังโป่ง ยังไม่แล้วเสร็จอีกประมาณ ๒.๕ กิโลเมตรนะคะ
เส้นที่ ๒ คือปรับปรุงผิวการจราจรถนนสายท่าข้ามไปบ้านหนองโก ตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์เช่นกันค่ะ
เส้นที่ ๓ ขอให้ทำถนนเชื่อมหมู่บ้านระหว่าง หมู่ที่ ๙ บ้านเนินมะค่า ถึงหมู่ที่ ๑๔ ตำบลบ้านดงผักกูด ระยะทางประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร ของตำบลห้วยสะแก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ๓ เส้นนี้เป็นเส้นทางที่พี่น้องประชาชนได้ใช้สัญจร แล้วก็ติดต่อไปมาหาสู่ รวมทั้งส่งผลิตผลทางการเกษตรออกสู่ตลาดนะคะ ก็ขอให้ได้แจ้งกระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้าดูแลค่ะ
ข้อ ๒ ขอให้ซ่อมแซมฝายแม่น้ำป่าสักที่ชำรุดทรุดโทรมจากการใช้งาน มาหลายปีนะคะ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมและน้ำแล้งถึง ๖ หมู่บ้าน คือหมู่ที่ ๑๑ ตำบลนาป่า หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลชอนไพร อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลด้วยนะคะ ซ่อมแซม ให้อยู่ในสภาพเดิม
ข้อ ๓ ขอให้เร่งรัดสร้างอ่างเก็บน้ำคลองน้ำทิม อยู่หมู่ที่ ๘ บ้านเขาขาด ตำบลตะเบาะ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพื้นที่ทางการเกษตร จำนวนถึงเกือบ ๔,๐๐๐ ไร่ ทราบว่ามีการสำรวจออกแบบ ได้ไปดูหลายครั้งแล้ว แต่ว่า อยากทราบความคืบหน้าและความจริงจังในการก่อสร้างค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปนายบัลลังก์ อรรณนพพร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง ด้วยกัน
เรื่องแรก ที่จะหารือกับท่านประธานครับ เรื่องขอความอนุเคราะห์ กรมทางหลวงชนบทได้ก่อสร้างถนนลาดยาง หมายเลข ๒๓๐๑ บ้านผักหวาน หมู่ที่ ๒ ถึงมหาวิทยาลัยรามคำแหง เส้นนี้ท่านประธานที่เคารพ ตอนนี้ยังเป็นลูกรังอยู่นะครับ ยังไม่มี การลาดยางเลย ทั้งเส้นเหลืออยู่ประมาณ ๑,๑๐๐ เมตร ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กรมทางหลวงชนบท เข้าไปดำเนินการให้ลาดยางให้แล้วเสร็จ เพราะว่าเป็นถนนหลักในการ ขนถ่ายสินค้าทางการเกษตร
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ ในภาวะจังหวัดขอนแก่นเกิดภัยแล้งซ้ำซาก ตอนนี้น้ำประปาหมู่บ้านได้ขาดแคลนทุกหมู่บ้าน โดยเฉพาะบ้านป่างิ้ว หมู่ที่ ๒ ตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ตอนนี้น้ำประปาได้ขาดแคลน ชาวบ้านไม่มีน้ำใช้ ขอให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกรมทรัพยากรธรณี เข้าไปดูแลบ่อบาดาลที่พี่น้อง เอาไปเป็นน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา เพราะว่าชาวบ้านเดือดร้อนจริง ๆ ครับท่านประธาน เกือบทุกหมู่บ้านเรื่องภัยแล้ง
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ คือบ้านหนองลากหญ้า ตำบลหนองแวง อำเภอพระยืน ตอนนี้ข้าวได้ยืนต้นตาย ถ้าฝนไม่ตกภายในอาทิตย์นี้ก็คิดว่าข้าวน่าจะตาย ทั้งหมด แต่ทางกรมชลประทานมีเครื่องสูบน้ำอยู่ติดแม่น้ำชี แต่ไม่ทราบว่าชาวบ้านเขาจะขอ ความอนุเคราะห์เครื่องสูบน้ำเข้ามาหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้อย่างไร ขอให้ท่านประธานได้แจ้ง ไปถึงทางกรมชลประทานด้วย เพราะว่าพี่น้องเดือดร้อนจริง ๆ ครับท่านประธานที่เคารพ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพยิ่งค่ะ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอนำเรียนโครงการผันน้ำอ่างเก็บน้ำแม่มอก เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งไปยัง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ในเขตพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและจังหวัด ใกล้เคียงมีปัญหาเรื่องภัยแล้ง การขาดแหล่งน้ำต้นทุนในการทำการเกษตรของ พี่น้องประชาชน ในสัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันได้นำเสนอโครงการปรับปรุงคลองชักน้ำ ฝั่งซ้าย ของแม่น้ำยม ขอเรียนด้วยความซาบซึ้งใจและขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ทางหน่วยงานต้นสังกัด ได้ประสานติดต่อและเร่งรัดการดำเนินการให้อย่างทันทีค่ะ ในกรณีแม่น้ำยมฝั่งขวาค่ะ มีปัญหาเช่นเดียวกัน ห้วยน้ำแม่มอก โดยชุมชนท้องถิ่น ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรและในส่วนของภูมิปัญญาเดินเท้าได้ทำการสำรวจที่จะทำการผันน้ำ จากแม่มอก ซึ่งมีพื้นที่อยู่ที่อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย และในพื้นที่ของอำเภอศรีสำโรง ตำบลนาขุนไกร มีความจุน้ำ ๑๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าสามารถผลักดันให้เกิดโครงการที่พัฒนาได้ ในการผันน้ำนี้จะครอบคลุมพื้นที่การเกษตรถึง ๓๑๐,๐๐๐ ไร่ ครอบคลุมเกษตรกรทั้งหมด ๑,๖๐๐ ครัวเรือน ดังนั้นถ้าได้ดำเนินโครงการนี้แล้วในพื้นที่ ๕ อำเภอ ๙ ตำบลของ จังหวัดสุโขทัย จะได้รับการพัฒนาในเรื่องของการเกษตรอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอำเภอทุ่งเสลี่ยม ในอำเภอสวรรคโลก ในอำเภอศรีสำโรง ในอำเภอบ้านด่านลานหอย และในอำเภอเมือง ตำบลวังน้ำขาว และตำบลวังทองแดง ที่ประสบภัยแล้งมากที่สุดค่ะ จึงขอเรียนสภาแห่งนี้ไปยังท่านอธิบดีทองเปลว กองจันทร์ เพื่อได้เร่งรัดแก้ปัญหาให้ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป นางสาวสกุณา สาระนันท์ ขอเชิญนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย สำหรับปัญหาของ พี่น้องประชาชนที่ดิฉันจะนำเรียนปรึกษาหารือต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลก็คือ ปัญหาการแพร่ระบาดของยุงลายซึ่งเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรงหลายโรคนะคะ โดยเฉพาะ โรคไข้เลือดออกค่ะ วันนี้ประชาชนได้ร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเป็นจำนวนมาก เนื่องจาก เป็นฤดูฝน ดิฉันจะขอยกตัวอย่างบางเหตุการณ์ที่จังหวัดสกลนคร ที่บ้านนาข่า อำเภอบ้านม่วง ตอนนี้ชาวบ้านเกือบทั้งหมู่บ้านประสบกับโรคชิคุนกุนยา หรือเรียกว่าโรคไข้ปวดข้อยุงลาย ตอนนี้ชาวบ้านเป็นมาได้ ๑ เดือน แล้วขณะนี้ก็ยังเป็นอยู่นะคะ แล้วอีกเหตุการณ์หนึ่งก็จะ เห็นได้ว่าที่โรงเรียนบ้านหนองกวั่ง อำเภอบ้านม่วงเช่นเดียวกัน ตอนนี้นักเรียนได้กางมุ้ง เรียนหนังสือกันแล้ว เพราะว่ายุงลายชุกชุมมากนะคะ แล้วก็จะพบว่าอีกหลายชุมชนที่คุณครู จะต้องออกไปเยี่ยมตามชุมชนเพื่อรณรงค์ให้มีการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย จากเหตุการณ์ที่ดิฉันได้เล่าสู่ท่านประธานฟังนี่จะสะท้อนได้ว่ารัฐบาลได้มีมาตรการในการ ป้องกันในเรื่องโรคระบาดนี้ยังไม่มากพอนะคะ ชาวบ้านก็เลยต้องได้ดูแลตัวเอง และดิฉันเชื่อว่า ปัญหานี้ก็จะไม่ได้เกิดเฉพาะที่จังหวัดสกลนคร เชื่อว่าทั่วประเทศก็จะเกิดปัญหาเช่นกัน ดิฉัน จึงอยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้รัฐบาลได้ ตระหนักว่าการควบคุมโรคระบาดเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โรคระบาดไม่ใช่โชคชะตา โรคระบาดไม่ใช่เป็นเรื่องของยถากรรม จึงขอร้องเรียนให้รัฐบาลได้ดูแลมากยิ่งขึ้นอย่าปล่อย ให้ประชาชนผู้เสียภาษีต้องรับภาระความเสี่ยงอันนี้มากเกินไป ขอขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ นายสุชาติ อุสาหะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ อุสาหะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่อง ที่จะหารือผ่านท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก เป็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถึงอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เรื่องแนวเขตป่าไม้ถาวรบริเวณป่ายางน้ำกลัดเหนือ-ใต้ เนื่องจากว่าจังหวัดเพชรบุรีมีพื้นที่ ทั้งป่าสงวนและแนวเขตป่าไม้ถาวร ป่าสงวนยางน้ำกลัดเหนือ-ใต้ มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ ๒ สิงหาคม ๒๕๑๔ ให้ใช้เส้นเขตป่าไม้ถาวรเส้นเดียวกับเขตป่าสงวน ก็อยากนำเรียน ผ่านท่านประธานให้ได้ทำหนังสือสอบถามไปถึงท่านอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินว่า ปัจจุบันนี้ กรมพัฒนาที่ดินยังยึดถือมติคณะรัฐมนตรี ๒ สิงหาคม ๒๕๑๔ อยู่หรือไม่ เพราะจาก เหตุการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ เป็นต้นมา มีนโยบายทวงคืนผืนป่าเกิดขึ้น ก็มีพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับการออกโฉนดที่ดินไปแล้วได้รับความเดือดร้อนจากเส้นเขตป่าไม้ถาวรเส้นนี้ เป็นจำนวนมากนะครับ เพราะไม่เกิดความชัดเจนว่าใช้เส้นเดียวกับเขตป่าสงวนหรือไม่นะครับ
ส่วนเรื่องที่ ๒ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผ่านไปถึงท่านอธิบดี กรมที่ดิน ในห้วงระยะเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนถึงปัจจุบันนี้นะครับ ๒๐ ปีเศษ ในปี ๒๕๔๒ กรมที่ดินได้เข้าไปเดินสำรวจออกโฉนดในจังหวัดเพชรบุรีเป็นครั้งแรก และถึงปัจจุบันเดิน สำรวจออกโฉนดทั้งสิ้น ๓ ครั้งนะครับ ในการเดินสำรวจออกโฉนดทั้ง ๓ ครั้งนี้ กรมที่ดิน ก็ยึดถือมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๑๔ โดยใช้หลักการที่ผมนำเรียนไปว่าใช้เส้นเขตป่าไม้ถาวรเส้นเดียวกับเขตป่าสงวน เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนทั้งอำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอเขาย้อย อำเภอท่ายาง ก็ได้รับการแจก โฉนดไปแล้ว แต่ปัจจุบันก็มีปัญหาเหมือนประเด็นที่หนึ่งนะครับ มีเส้นเขตป่าไม้ถาวรเกิดขึ้น จึงขอให้กรมที่ดินยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป ท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานในประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยหาเช้ากินค่ำ ในกรณีของการจับกุมผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อย เรียนท่านประธานว่าปัจจุบันนี้ จำนวนของผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นจำนวนมาก ปัญหาก็สืบเนื่อง จากราคาพืชผลการเกษตรที่ตกต่ำ ทำให้พี่น้องประชาชนจำเป็นต้องหารายได้ อาชีพการค้าสลาก ถือว่าเป็นอาชีพอิสระ แล้วก็เป็นอาชีพที่สุจริต เมื่อไม่ได้รับการจัดสรรสลากจากสำนักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาลโดยตรงในราคาต้นทุน ก็จำเป็นต้องหาซื้อจากคนกลาง แล้วก็ไปจำหน่าย อีกครั้งหนึ่งให้กับประชาชนทั่วไปในราคาที่สูงกว่าที่กำหนดไว้ ประเด็นปัญหาก็คือว่า การบังคับใช้กฎหมายที่ออกจะเกินกว่าเหตุของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล อาทิเช่น การออกระเบียบของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการตั้งรางวัลนำจับ หรือการล่อซื้อ โดยตำรวจนอกเครื่องแบบ ตรงนี้ที่เป็นประเด็นที่ทำให้มองราวกับว่าผู้ค้าสลากเป็นมิจฉาชีพ ก็อยากจะให้ท่านประธานได้สะท้อนปัญหานี้ถึงสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้กรุณา บรรเทาการใช้กฎหมายเยียวยา แล้วก็ให้ผู้ค้าสลากได้หากิน แล้วก็ประกอบอาชีพนี้ได้ อย่างอิสระครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานดังนี้ค่ะ
๑. ปัญหาจุดกลับรถบนถนนพระราม ๒ กิโลเมตรที่ ๒๙+๕๐๐ ที่มีปัญหา จุดกลับรถไม่เพียงพอ ทำให้เกิดปัญหารถติด จำเป็นต้องสร้างจุดกลับรถเพิ่มเข้าท่าฉลอม ให้กับรถที่มีปัญหาจากจุดกลับบริเวณวัดกลางอ่างแก้ว
๒. จุดกลับรถจักรยานยนต์บนถนนพระราม ๒ บริเวณหน้าการเคหะท่าจีน ที่มีปัญหาจากผู้ใช้รถจักรยานยนต์สัญจรเข้าตัวเมืองสมุทรสาครจำนวนมากที่ใช้การขับย้อนศร ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จำเป็นต้องมีการพัฒนาสะพานลอยเดิมให้เป็นจุดกลับรถ ณ จุดนี้ จะไม่สร้างปัญหา ไม่ส่งผลกระทบให้กับชุมชน รถทุกคันที่จะเข้าท่าฉลอมจะไม่ต้องขับผ่าน เส้นทางภายในชุมชนการเคหะท่าจีน
๓. การติดตั้งเครื่องกั้นรถไฟ บนถนนสายสาครบุรี ที่เป็นถนนสายหลัก วิ่งเลียบแม่น้ำท่าจีนฝั่งตะวันตกเชื่อมโยงหลายตำบล และมีทางรถไฟสายบ้านแหลม-แม่กลอง ตัดผ่าน ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จำเป็นต้องมีการติดตั้งเครื่องกั้นรถไฟ เพื่อความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
๔. การพัฒนาถนนสายเลียบทางรถไฟ บ้านแหลม-แม่กลอง ให้เป็น เส้นทางหลักในการคมนาคมขนส่งเชื่อมหลายตำบล และเป็นโครงข่ายเชื่อมต่อกับ ถนนพระสมุทรเจดีย์-พระราม ๒ ทั้ง ๔ โครงการนั้น เทศบาลตำบลท่าจีน โดยนายกเทศมนตรี รังสรรค์ เจียระนัย ได้เสนอต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่มาตรวจสอบโครงการ ใช้น้ำมันดีเซล บี ๑๐ (B10) ในเครื่องยนต์รถไฟสาย บ้านแหลม-แม่กลอง และได้ส่งโครงการ ของบประมาณจากกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๑ จึงขอเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมว่ามีแผนที่จะดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร หากมีจะดำเนินการเมื่อใด ขอทราบรายละเอียดด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือปัญหาเกี่ยวกับพี่น้องประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ดังนี้ค่ะ
เรื่องที่ ๑ สืบเนื่องจากกรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงที่ ๒ จังหวัดเชียงใหม่ จะดำเนินการปรับปรุงทางหลวงผ่านย่านชุมชน ในทางหลวงหมายเลข ๑๑ ตอนอุโมงค์ถึง กองบิน ๔๑ ระหว่างกิโลเมตรที่ ๕๖๒+๕๒๓ ถึงกิโลเมตรที่ ๕๖๒+๖๕๑ ทางด้านขวา ระยะทาง ประมาณ ๑๒๘ เมตร โดยกรมทางหลวงแจ้งว่าจะรื้อข่วงรินคำออกทั้งหมดเพื่อขยายถนน ซึ่งข่วงรินคำนี้ควรถูกอนุรักษ์ไว้เป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ทั้งต้นไม้ใหญ่ และเส้นทาง น้ำธรรมชาติ ส่วนการออกแบบวิศวกรรมนั้น ได้มีการสัมมนาถึงผลดีผลเสียแล้ว นักวิชาการ ได้ออกมาระบุว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาจราจรได้ ซ้ำร้ายยังก่อให้เกิดผลกระทบกับ การพัฒนาเมืองเชียงใหม่ในทุกมิติ และที่สำคัญที่สุดเลยตอนนี้ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง อย่างมากระหว่างภาคประชาชนและกรมทางหลวง และประชาชนในพื้นที่ ดิฉันในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ขอให้ท่านประธานประสานไปยังท่านอธิบดี กรมทางหลวงได้ชะลอโครงการนี้ไว้ก่อนได้หรือไม่ และอยากขอให้ท่านอธิบดีกรมทางหลวง ได้กรุณาลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อรับทราบข้อมูลจากทุกภาคส่วน เพื่อจะได้หาทางแก้ไขปัญหา ร่วมกัน และดิฉันพร้อมที่จะเป็นตัวแทนของภาคประชาชนในการหาทางออกร่วมกันนี้
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดิฉันได้รับการร้องขอจากประธานชุมชนและคณะกรรมการชุมชน ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในเรื่องค่าตอบแทนของคณะกรรมการชุมชน จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะขอหารือ ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการที่จะโปรดพิจารณา ออกระเบียบ หรือพระราชบัญญัติให้พิจารณาค่าตอบแทนคณะกรรมการชุมชนต่อไป ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่อง ๒ เรื่องที่จะหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ
เรื่องแรก เป็นเรื่องของการดูแลผู้ประสบภัย สืบเนื่องจากวันที่ ๒ กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เกิดพายุงวงช้างในเขตพื้นที่ของอำเภอพนัสนิคม ทำให้อาคารบ้านเรือนและทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชนกว่า ๒๐๐ หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย ซึ่งทางองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่ได้จัดสรรงบประมาณให้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชน หลังละไม่เกิน ๓๓,๐๐๐ บาท ซึ่งกระผมเห็นว่าเงินจำนวนดังกล่าวนั้นน้อยเกินไป เนื่องจากว่าบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนเสียหายเป็นหลังนั้นหลายหลังด้วยกัน กระผมจึง ขอกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อที่จะเรียนถามว่า กระทรวงมหาดไทยนั้นมีโครงการเร่งด่วนในการดูแลผู้ประสบภัยในเรื่องนี้แค่ไหนอย่างไร
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงเรียนที่มีนักเรียนไม่ถึง ๑๐๐ คน ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการนั้นได้กำหนดสัดส่วนของครู ๑ คนต่อนักเรียน ๒๐-๒๕ คน ในส่วนของประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งจะเห็นได้ว่า ครูบางคนนั้นต้องสอนทุกวิชา ครูประจำชั้นก็ไม่พอ ในขณะเดียวกันครูบางท่านนั้นก็ต้อง สอนเด็กนักเรียน ๒ ชั้นในเวลาเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงอยากกราบเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการนั้นมีแนวทางในการ ปรับปรุงแก้ไขเรื่องนี้เป็นการด่วนได้อย่างไร ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน การสัญจรไปมาลำบาก นั่นหมายถึงถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๑๐๗ สร้างมาสมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ เป็น ๒ ช่อง จราจร ระยะทาง ๑๕๐ กิโลเมตร สร้างสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ๕๕ กิโลเมตร ที่เหลือ ๙๐ กิโลเมตร ผ่านมาอีก ๕ รัฐบาล ทำเพิ่ม ๒๐ กิโลเมตร ที่เหลือ ๗๕ กิโลเมตร ท่านประธานมีปัญหาตรงนี้ครับ ประชากร ๓ เขตเลือกตั้ง ๗ อำเภอ ๕๔๐,๐๐๐ คน การสัญจรไปมาลำบากครับ อีก ๒-๓ เดือน ก็จะหมดฤดูฝน หน้าหนาวก็เข้ามาเยือน นักท่องเที่ยวหลั่งไหลขึ้นไปที่ดอยหลวง อำเภอเชียงดาว ดอยอ่างขาง อำเภอฝาง ดอยผ้าห่มปก อำเภอแม่อาย ท่านประธานครับ มีปัญหาหนัก ผลผลิตทางการเกษตร ๓ เขตเลือกตั้ง ๗ อำเภอ ผลผลิตทางการเกษตรมหาศาล ใช้ถนนเส้นไหนครับท่านประธาน หมายเลข ๑๐๗ เชียงใหม่-ฝาง ๒ ช่องจราจรนี่ละครับท่านประธาน ผ่านท่านประธานสภา ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอขยายเป็น ๔ ช่องจราจรในรัฐบาลนี้ให้สำเร็จครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ จังหวัดกำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ชาวบ้าน ชาวไร่ชาวนา หมู่ที่ ๕ บ้านดงรื่น ตำบลพรานกระต่าย อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร เดือดร้อนครับ ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทำการจับกุม และทำการยึดที่ทำมาหากิน ชาวบ้านเดือดร้อนมากครับ ชาวบ้านได้ปฏิบัติตามมติ ครม. ครับ มติ ครม. ออกมาตั้งแต่สมัยปี ๒๕๔๑ ปี ๒๕๕๗ และปี ๒๕๖๑ เร็ว ๆ นี้เองครับ มติ ครม. ก็ออกมาชัดเจนเลยว่าจะให้ชุมชน ๒,๗๐๐ ชุมชน พื้นที่ ๕.๙ ล้านไร่ สามารถให้คนอยู่กับ ป่าได้ แล้วทางท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ยังใจป ้า ยังสามารถที่จะแจกที่ซึ่งอยู่ใน เขตป่าสงวน ซึ่งเป็นที่รกร้างว่างเปล่าเรียบร้อยแล้ว มีการสำรวจ มีการตรวจสอบ โดยคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติตอนนี้ได้ทยอยแจกแล้ว โดยใช้มติ ครม. ปี ๒๕๔๑ ก็เริ่มทยอยแจก แต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ยังทำการจับกุมอยู่ ผมอยากจะ ให้ทางรัฐบาลได้ชะลอการทำการจับกุมหรือทำการยึดพื้นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน ชาวบ้านเขาเดือดร้อนจริง ๆ ท่านจับไปแล้วและให้ไปแก้ตัวในชั้นศาล ในชั้นตำรวจ ชาวบ้าน ยากจนครับ ไม่มีโอกาสหรอกครับ โดนจับกุมก็จริงจ้ะ จริงจ้ะ จริง ๆ แล้วมันเป็นที่บุกรุก จริง ๆ ครับ แต่ว่าเข้ามติ ครม. ครับ ครม. อะลุ่มอล่วยและดูแลชาวบ้านแล้ว แต่เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ปฏิบัติตามมติ ครม. ผมว่าไม่ถูกต้อง อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยดำเนินการเรื่องนี้ ปฏิบัติตามมติ ครม. โดยเคร่งครัด ตามมติปี ๒๕๔๑ ปี ๒๕๕๗ และปี ๒๕๖๑ โดยให้ คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการ มิใช่ให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ทำการจับกุม ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป ท่านสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ตัวกระผมเองขอนำเรียนปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานีเกี่ยวกับการสัญจรไปมาบนถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๖ ช่วงปทุมธานี-รังสิต เชื่อมต่อกับถนนสาย ๓๐๕ ถนนรังสิต-นครนายก สภาพของถนนมีถนนหมายเลข ๓๔๕ เลียบคลองรังสิตมาบรรจบกับ ถนนหมายเลข ๓๔๖ ก่อนถึงเทศบาลนครรังสิต ก่อนถึงฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต แล้วก็มีทางด่วน โทลล์เวย์ (Tollway) จากกรุงเทพมหานครลงมาบรรจบกับถนนหมายเลข ๓๔๖ สภาพของ ถนน ๒ ข้างทางของหมายเลข ๓๔๖ นั้นประกอบไปด้วยธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรม จำนวนมากมายและบ้านจัดสรรเรียงรายอยู่เต็มไปหมด จึงทำให้ถนนสายดังกล่าวนั้นได้รับ ความเดือดร้อนจากการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนของชาวจังหวัดปทุมธานี ไม่ว่าเวลา เร่งด่วนหรือไม่เร่งด่วนถนนสายดังกล่าวก็จะมีรถติดตั้งแต่เช้ายันเย็น ถือว่าเป็นระยะเวลายาว ถึง ๑๐ ปีมาแล้ว ไม่มีการแก้ไขจากกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ดังนั้นผมเองขอเสนอแนวทางในการแก้ไขให้กับท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงว่า สมควรที่จะตัดถนนโอเวอร์พาส (Overpass) จากถนนเลียบคลองรังสิต หมายเลข ๓๔๕ ตัดตรงไปถนนสาย ๓๐๕ รังสิต-นครนายก ไม่ผ่านเทศบาลนครรังสิต ไม่ผ่านตลาดรังสิต ไม่ผ่านฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ก็ถือว่าเป็นระยะทาง ๑๐ กิโลเมตรกว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๕ กรมทางหลวงได้ลงไปสำรวจและออกแบบทำประชาพิจารณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่วันนี้ ได้เกิดรัฐประหารเกิดขึ้น โครงการดังกล่าวนั้นได้พับสู่กระเป๋า ดังนั้นแล้วจึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ
ขอบคุณมากครับ ขอท่าน ต่อไปครับ นายชาญวิทย์ วิภูศิริ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชาญวิทย์ วิภูศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตมีนบุรี และแขวงคันนายาว พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมใคร่ขอนำเสนอปัญหาของศูนย์เยาวชน มีนบุรี สืบเนื่องจากเมื่อปี ๒๕๕๖ ประชาชนในเขตมีนบุรีซึ่งส่วนมากเป็นผู้สูงอายุได้ไปขอร้อง ให้กรุงเทพมหานครดำเนินการจัดสร้างศูนย์เยาวชนมีนบุรีแห่งใหม่ขึ้นมาทดแทนแห่งเดิม ซึ่งชำรุดทรุดโทรมไปมาก ปี ๒๕๕๘ กรุงเทพมหานครได้อนุมัติงบประมาณจำนวน ๘๕ ล้านบาท มาเพื่อดำเนินการก่อสร้าง พร้อมทั้งจัดหาผู้รับเหมาและเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปีเดียวกัน เริ่มก่อสร้างไปได้นิดเดียวถึงแค่ตอม่อ ก็ถูกร้องเรียนโดยนักการเมืองคนหนึ่งของเขตมีนบุรี โครงการดังกล่าวก็หยุดไป ๔ ปีผ่านไปวันนี้ศาลปกครองได้ตัดสินแล้วว่า ศูนย์เยาวชน ดังกล่าวอนุมัติให้สร้างในที่แห่งเดิมโดยมีการแก้ไขแบบเพียงเล็กน้อย โดยกรุงเทพมหานคร มีหน้าที่เป็นผู้แก้ไขแบบ และกรมศิลปากรเป็นผู้อนุมัติในขั้นตอนสุดท้ายนะครับ ศาลให้เวลา ๙๐ วันนะครับ ๑๕ พฤษภาคม กรุงเทพมหานครได้เสนอแบบที่แก้ไขแล้วไปยังกรมศิลปากร บัดนี้เวลาผ่านมาเกือบ ๒ เดือนแล้วกรมศิลปากรยังไม่มีคำตอบใด ๆ มาให้กรุงเทพมหานครว่า แบบดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ วันนี้ผมจึงมาหารือกับท่านประธานผ่านไปยังท่านอธิบดี กรมศิลปากร ขอให้ท่านเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบแบบที่ถูกต้องและแจ้งไปยัง กรุงเทพมหานคร เพราะว่าพี่น้องประชาชนในเขตมีนบุรีเขารอมานานแล้วนะครับ ๔ ปีแล้ว อย่าให้เขารอนานกว่านี้อีกเลย ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปนะครับ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย
เรื่องแรกที่จะขออนุญาตหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังกรุงเทพมหานคร เพราะเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครครับ ในเดือนตุลาคมนี้ ทางกรุงเทพมหานครเองจะมีการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมการจัดเก็บขยะจาก ๒๐ บาท เป็น ๘๐ บาทจากผู้ที่มีรายได้น้อย แล้วก็ปัญหาจากการบริหารจัดการของกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนอยู่เป็นประจำว่า รถขยะมาให้บริการไม่เพียงพอ อยากจะขออนุญาตให้ท่านประธานทำหนังสือหารือกับทางกรุงเทพมหานคร ถ้าเป็นไปได้ ก่อนที่จะมีการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมควรจะหาวิธีการบริหารจัดการให้มีการจัดเก็บขยะ ให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ก่อนที่จะมีการเพิ่มค่าธรรมเนียมนะครับ
เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตหารือท่านประธานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณหน้าปากทางเข้าของโรงเรียนนวมินทราชูทิศ กรุงเทพมหานคร ในพื้นที่เขตบึงกุ่ม ตรงนั้นนอกจากจะมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากแล้ว ก็ยังมีเด็กนักเรียนจำนวนเกือบ ๓,๐๐๐ คน ที่ใช้ทางเข้าออกอยู่เป็นประจำ บริเวณสี่แยก หน้าโรงเรียนนั้นถนนมีสภาพชำรุดและไม่มีคันชะลอความเร็ว รถก็ผ่านเข้าออกใช้ความเร็ว รวมไปถึงอยากจะขอให้ทางท่านประธานช่วยหารือกับทางกรุงเทพมหานครให้ทำสัญญาณไฟจราจร ให้ด้วยครับ เพราะว่ามีเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาจนถึงชั้นมัธยมศึกษา อยู่บริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก
เรื่องที่ ๓ ขออนุญาตหารือท่านประธาน บนบริเวณถนนรามอินทราในช่วงนี้ มีการจราจรติดขัดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากขณะนี้กำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ก็ฝากให้ท่านประธานหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรให้คนที่ ใช้รถใช้ถนนบริเวณนั้นด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขอนำเรียนท่านประธานเพื่อปรึกษาหารือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการขยายทางวิ่งของเครื่องบินในสนามบินตรัง สืบเนื่องจากการที่ ท่านประธาน ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ได้ริเริ่มขยายและพัฒนา สนามบินตรัง เพื่อผลักดันสู่สนามบินนานาชาตินั้น ปีที่ผ่านมาตัวอาคารที่พักผู้โดยสารและ ลานจอดเครื่องบิน จำนวน ๑๐ ลำ ได้รับการอนุมัติงบประมาณ จำนวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดิฉันในฐานะตัวแทนชาวตรัง ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ กระทรวงคมนาคมเป็นอย่างสูงนะคะ และขอกราบขอบพระคุณผู้ที่มีส่วนร่วมในการผลักดัน สิ่งนี้ให้เกิดขึ้น แต่เนื่องจากเพื่อที่จะให้สนามบินสามารถรองรับเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ได้ เช่น โบอิ้ง ๗๔๗ (Boeing 747) และรองรับจำนวนผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในอนาคต ดิฉันคิดว่าการขยายทางวิ่งเครื่องบินถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง จะเดินไป ข้างหน้าก็ต้องเดินให้สุดค่ะท่านประธาน ทราบมาว่าท่านประธานเองก็ได้ประสานเรื่องนี้ ไปแล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงคมนาคมได้รับปากไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะอนุมัติ งบประมาณเพื่อขยายรันเวย์ (Runway) จากความยาว ๒,๑๐๐ เมตร เป็นระยะทาง ความยาว ๒,๙๙๐ เมตรในปีนี้ แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการอนุมัติงบประมาณลงมาเลยค่ะ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเร่งรัดเรื่องนี้ด้วยค่ะ ถ้าถามว่าทำไมต้องเร่งรัด สาเหตุที่ ต้องเร่งให้เกิดการพัฒนาสนามบินตรังนั้น เพราะที่ผ่านมาจังหวัดตรังเราประสบปัญหา ทางเศรษฐกิจค่ะท่านประธาน สืบเนื่องจากพืชเศรษฐกิจ ทั้งยางพารา ทั้งปาล์มน้ำมัน มีราคา ตกต่ำ ส่งผลทำให้รายได้ต่อครัวเรือนต่อเดือนลดลงเหลือเพียง ๑๔,๐๐๐ บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก ฉะนั้นถ้าหากสามารถพัฒนาสนามบินตรังได้อย่างรวดเร็วก็จะส่งเสริม การท่องเที่ยวและเพิ่มรายได้ให้จังหวัดตรัง ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ค่ะ เรื่องที่จะขอหารือในวันนี้เป็นเรื่องความคุ้มค่าของการออกเยี่ยมพื้นที่ของท่านนายกรัฐมนตรี และคณะ ดิฉันเชื่อมั่นว่าเรื่องต่าง ๆ มันจะเกินจากจินตนาการที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะทราบ ได้ โดยเฉพาะปัญหาความยากจนที่ตอนนี้เข้าถึงขั้นสาหัสแล้วนะคะ ถ้าการตรวจเยี่ยม ราชการในต่างจังหวัดยังเป็นเหมือนเมื่อ ๕ ปีที่ผ่านมา ข่าวเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคมที่จังหวัด แพร่ มีข่าวว่าจดหมายของทางราชการส่วนกลางส่งไปทุกอำเภอ เพื่อตระเตรียมคนให้ครบ จำนวน ๑,๐๐๐ คน เพื่อมาต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรีและคณะ แล้วก็กิจกรรมการสาธิต ต่าง ๆ ที่แสดงให้ท่านดู บางครั้งไม่ใช่ของจริงค่ะ สมาชิกโรตารี (Rotary) บางคนแต่งชุด แม่ค้ามาตำส้มตำให้ท่านชิม บางคนใส่หมวกชาวนามาสนทนากับท่านในฐานะชาวนาค่ะ ยังไม่รวมถึงการขาดรายได้ของประชาชนนับพันคนที่จะต้องมาต้อนรับคณะของท่าน สิ่งที่ ท่านได้พบเห็นเป็นสิ่งที่มีการตระเตรียมกันแล้วทั้งนั้น ทั้งจำนวนคน กิจกรรม การแสดง การสาธิต อะไรต่าง ๆ นานา ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน ภาพที่ดิฉันคุ้นตาทางทีวี (TV) คือ ไมโครโฟนอยู่ในมือของท่านนายกรัฐมนตรีค่ะ ท่านจะถือไมโครโฟนเดินทักทายกับชาวบ้าน ดิฉันมีความรู้สึกว่าไมโครโฟนนั้นควรจะอยู่ในมือของชาวบ้านหรือเปล่าคะ ถ้าเป็นการที่เรา ไปรับฟังเรื่องเดือดร้อนของประชาชน เหตุที่ต้องพูดเรื่องนี้เรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณ เพราะว่าใกล้จะถึงวาระที่งบประมาณจะเข้ามาสู่สภาแห่งนี้แล้ว ปัญหาปากท้องเป็นปัญหา ที่ยิ่งใหญ่เมื่อเทียบกับปัญหาความมั่นคง หลังจากรัฐประหารมาทั้งสิ้น ๕ ปี กองทัพและ กระทรวงกลาโหมได้รับงบพิเศษเพิ่มขึ้น ๕ ปี เฉลี่ยปีละเกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายสินิตย์ เลิศไกร ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสินิตย์ เลิศไกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในวันนี้ขอหารือท่านประธานในเรื่องของความเดือดร้อนในการใช้ถนนสาย ๔๐๐๙ ซึ่งปัจจุบันถนนสาย ๔๐๐๙ ตอนบ้านบ่อพระถึงตำบลบางสวรรค์ อำเภอพระแสง ถนนเส้นนี้ เป็นถนนที่มีไหล่ทางแคบและมีการจราจรคับคั่ง เนื่องจากเป็นถนนสายหลักในการสัญจรของ พี่น้องประชาชน ถนนสายนี้เป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอ ในปัจจุบันถนนสายดังกล่าว มีรถบรรทุก ๑๐ ล้อ ๑๘ ล้อ และรถพ่วงจำนวนมาก เนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรม การเกษตรเกิดขึ้นจำนวนมาก เช่น โรงงานปาล์มน้ำมัน โรงงานแปรรูปไม้ยางพารา เป็นต้น และถนนเส้นนี้มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากถนนเส้นนี้มาอย่าง ยาวนาน และผมได้ยื่นกระทู้ถามในสมัยรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๕ ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นถนนสาย ๔๐๓๕ ปัจจุบันเป็น ๔๐๐๙ หลังจากนั้น มีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นและมีรัฐบาล คสช. ซึ่ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ มีผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และพี่น้อง ประชาชนในเขตอำเภอพระแสง จำนวน ๒๓ ท่านซึ่งเป็นตัวแทน ได้ขึ้นมาร้องเรียนขอให้ ปรับปรุงถนนเส้นนี้อีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายศักดินัย นุ่มหนู ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ คราวที่แล้ว ผมได้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงมาหารือในสภาแห่งนี้ เพื่อให้รัฐบาล ได้รับทราบในการที่จะได้ดำเนินการแก้ไขเยียวยาแล้วก็ทบทวนถึงมาตรการการบังคับใช้ โดยยึดถือหลักนิติธรรมแล้วก็การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญครับ มาวันนี้ ผมหารือกับท่านประธานนะครับ ได้นำปัญหาของพี่น้องชาวจังหวัดตราดนะครับ ที่ประกอบด้วย ๒ อำเภอด้วยกันก็คือ อำเภอเกาะกูด แล้วก็อำเภอเกาะช้างครับ โดยพี่น้องทั้ง ๒ อำเภอนี้ เกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์ในการถือครองที่ดินนั้นเป็นแค่เพียง ใบภาษีบำรุงท้องที่ หรือเราเรียกกันสั้น ๆ ว่า ภ.บ.ท. ๕ นะครับ ร้อยละ ๘๐ เลยทีเดียวครับ ที่ถือครองเอกสารสิทธิ์ชนิดนี้ แล้วก็จากการที่ผมได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่ อยู่ในพื้นที่ของทั้ง ๒ อำเภอก็บอกว่าเขาได้อยู่ในพื้นที่แห่งนี้มาตั้งแต่ปี ๒๔๖๔ ซึ่งมีหลักฐาน ที่ชัดเจนครับ ซึ่งต่อมาภายหลังก็ได้มีการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ นั่นก็หมายความว่าชาวบ้านที่อยู่ทั้ง ๒ อำเภอนี้กลายเป็นผู้บุกรุกในพื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่อุทยาน จึงมีการร้องเรียนเรียกร้องให้มีการพิสูจน์สิทธิ แล้วก็ได้มี การดำเนินการไปตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ที่อำเภอเกาะกูด แล้วก็ปี ๒๕๔๘ ที่อำเภอเกาะช้าง ผ่านมาร่วม ๑๕ ปีแล้วครับท่านประธาน ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ซึ่งในขณะนี้บริบททาง เศรษฐกิจและสังคมของทั้ง ๒ อำเภอนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปมาก การให้มีการแก้ไขกฎหมาย เรื่องที่ดินทำมาหากินก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาการลดความเหลื่อมล้ำ แล้วก็เพิ่มโอกาส ในการค้าการแข่งขันของพี่น้องในท้องถิ่น ก็เลยอยากที่จะเร่งให้ทางหน่วยงานภาครัฐ เร่งดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง โดยขอหารือ ให้ท่านประธานได้ประสานไปยังกระทรวงคมนาคมที่กำกับดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย เนื่องจากตอนนี้พี่น้องในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง ในชุมชนหลังโรงพิมพ์ผดุงศิลป์ที่ติดกับ เขตแนวทางในการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากครับ ในเรื่องของที่อยู่อาศัยเนื่องจากตอนนี้มีการก่อสร้างทำให้มีการขอคืนพื้นที่ในการก่อสร้าง ซึ่งตรงนี้เป็นความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน ตอนนี้มีผู้รับเหมา โดยเฉพาะคนงานได้ ทำการก่อสร้างในพื้นที่ดังกล่าว พี่น้องในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง โดยเฉพาะชุมชน หลังโรงพิมพ์ผดุงศิลป์นั้น ได้อยู่อาศัยในพื้นที่นี้มากว่า ๕๐ ปี มีบางช่วงที่การรถไฟ แห่งประเทศไทยได้เก็บค่าเช่า ซึ่งที่ผมนำมาประกอบนี้จะเป็นใบเสร็จที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เก็บค่าเช่าในบางช่วง ก็คือปี ๒๕๔๑ มีบางช่วงที่เก็บบ้างและไม่เก็บบ้าง ตอนนี้พี่น้อง ที่อาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าวเป็นผู้มีรายได้น้อย เป็นเด็ก เป็นผู้สูงอายุมีกลุ่มที่ทำงานบ้าน เกือบ ๒๐๐ ชีวิต ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ตอนนี้ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานช่วยทำเรื่องเร่งด่วนไปถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้หามาตรการในการ เยียวยาพี่น้องชุมชนหลังโรงพิมพ์ผดุงศิลป์ในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่งเป็นการเร่งด่วนครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าตอนนี้เดือดร้อนมาก แล้วพี่น้องของเรานั้นเป็นผู้มีรายได้น้อยด้วย อย่างที่ได้กราบเรียนท่านประธาน จึงขอให้ท่านประธานได้เมตตาด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องในจังหวัดพิษณุโลกตอนนี้คือเรื่องของขยะมูลฝอย ที่ตกค้างอยู่ตามถนนหนทาง ตามหน้าบ้านของผู้คนต่าง ๆ แล้วก็อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่พวกเรา ประสบพบเจอในชีวิตประจำวัน ท่านประธานครับ ผมกับพี่น้องกลุ่มอาสาสมัครมีโอกาส ทำกิจกรรมหนึ่ง เรียกว่า พล็อกกิง (Plogging) ก็คือวิ่งไปเก็บขยะไป แต่ปรากฏว่าเราไม่ได้วิ่งเลย เพราะเราต้องเดินไปเก็บขยะไป เพราะทุกก้าวที่เราเดินในจังหวัดพิษณุโลกตอนนี้เต็มไป ด้วยขยะมูลฝอย ท่านประธานครับ ตัวเลขที่ทำให้เราเห็นสถานการณ์นี้ชัดเจนมากขึ้นก็คือ จังหวัดพิษณุโลกมีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณ ๘๐๐ ตันต่อวัน แต่ศักยภาพในการบริหาร จัดการขยะตอนนี้อยู่เพียง ๒๐๐-๓๐๐ ตันต่อวันเท่านั้นเอง หมายความว่าในหนึ่งวันเรามีขยะที่ ตกค้างในสิ่งแวดล้อมตามถนนหนทางมากกว่า ๕๐๐ ตันต่อวัน นี่เพียงแค่จังหวัดเดียวนะครับ เมื่อผมมีโอกาสได้ตรวจสอบไปในการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่าการ บริหารจัดการขยะนี้ในจำนวน ๑๐๒ องค์กรสามารถทำได้เพียงแค่ ๓๒ องค์กรเท่านั้นเอง อันนี้ อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ประเทศไทยของเรามีขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อมมากกว่า ๑๐ ล้านตัน ต่อปี ถึงแม้รัฐบาลจะมีแผนแม่บทในการจัดการขยะมูลฝอยที่มีการประกาศใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ปรากฏว่าสถานการณ์ขยะในประเทศไทยยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น กลับหนำซ้ำว่าจะแย่ลง ข่าวคราวที่เราได้รับมา สถานการณ์นี้ยิ่งเลวร้ายเมื่อมีการนำเข้าขยะจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนำเข้าทางถูกกฎหมายและลักลอบนำเข้า การนำเข้าขยะกระดาษจากประเทศจีน ทำให้ตอนนี้ราคาขยะที่มีการรับซื้อในโรงรับซื้อขยะตกต่ำเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ประกอบการ ได้รับความเดือดร้อนและไม่สามารถดำเนินกิจการของตัวเองได้ มิหนำซ้ำยังมีการลักลอบนำเข้า ขยะอิเล็กทรอนิกส์อีก เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะฝากไปที่กระทรวงมหาดไทยนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ ท่านต่อไปคือนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาต ปรึกษาท่านประธานผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก การจัดสรรงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เมื่อเขาจัดซื้อจัดจ้างแล้วมีเงินในส่วนที่จัดซื้อจัดจ้าง ยังเหลือนี่นะครับ ปรากฏว่าขณะนี้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้รวบรวม เงินดังกล่าวกลับเข้ามาไว้ที่กรมนะครับ หลักของการการกระจายอำนาจก็คือการกระจาย งบประมาณ แต่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นกลับรวบรวมงบประมาณไว้ในส่วนกลาง ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ถ้างบประมาณในส่วนนี้เป็นขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นไหนที่เขามีเงินเหลือในส่วนของเขาเอง ถ้าเขาทำโครงการเข้ามากรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะจัดสรรไปให้เขาครับ เพราะเป็นเงินของเขานะครับ ผมยกตัวอย่างตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง ๑๘ หมู่บ้านครับ ต้องดูแลรับผิดชอบ ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอสองพี่น้อง ขอถนนจากหมู่ที่ ๖ มาหมู่ที่ ๔ ทะลุบางแม่หม้าย อำเภอ บางปลาม้า นี่ก็ยังไม่ได้รับงบประมาณ ตำบลมะขามล้ม อำเภอบางปลาม้า ก็ยังมีโครงการ ต่าง ๆ อีกมากมาย ดังนั้นครับ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นควรเคารพหลักการ เรื่องการกระจายงบประมาณด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีหนังสือ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระงับการจัดเก็บภาษีโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ (Solar cell) อันนี้ส่งผลกระทบต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขาเคยได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เขายังไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้นะครับ ยกตัวอย่างเช่น ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้องเคยได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ ตำบลบางตะเคียนก็เคยได้ครับ คืนให้เขาเถอะครับ ผมเห็นด้วยครับที่จะสนับสนุน
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปนะครับ นายเอกการ ซื่อทรงธรรม ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เอกการ ซื่อทรงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ประชาชนมีบ้านพักอาศัยแต่ไร้บ้านเลขที่ ไร้โอกาสในการได้รับ ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานครับท่านประธาน พื้นที่ประเด็นที่ผมหยิบออกมาพูดเป็นพื้นที่ อยู่ในเขตเทศบาลเมืองแพร่ มิหนำซ้ำยังเป็นพื้นที่ของโครงการบ้านมั่นคงตามนโยบายของ รัฐบาล พื้นที่จังหวัดแพร่มีโครงการบ้านมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาลประมาณ ๔ ชุมชน แต่มีอยู่ชุมชนหนึ่งถูกละเลย นั่นคือพื้นที่ชุมชนหลังขนส่งจังหวัดแพร่ มี ๑๗ หลังคา ๒๘ ครัวเรือน พื้นที่นี้ไม่ได้รับการจดแจ้งทะเบียนบ้านตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบันประมาณ ๕ ปีแล้วยังไม่ได้รับการจดทะเบียนนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานอินเนอร์ (Inner) ตามผมนะครับ โครงการบ้านมั่นคงเป็นโครงการของรัฐบาลมุ่งหมายให้ประชาชน มีบ้านพักอาศัย แต่พื้นที่นี้ไม่ได้รับการดูแลในการจดแจ้งบ้านเลขที่ซึ่งมีผลถึงการขอติดตั้ง ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำประปา และระบบโทรศัพท์พื้นฐาน ประเด็นนี้เป็นความเดือดร้อน อย่างแท้จริงของพี่น้องในจังหวัดแพร่ และผมเชื่อว่าประเด็นนี้จะเกิดขึ้นในจังหวัดอื่นเช่นกัน ผมจึงขอนำมาปรึกษาหารือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลแก้ไขให้พี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่เช่นนั้นจะมีคำถามอยู่ที่ว่า โครงการนี้ นโยบายนี้เพื่อสร้างบ้านหรือ สร้างถ้ำให้ประชาชนอยู่กันแน่ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปนะครับ นายปรีดา บุญเพลิง ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขออนุญาตฝากเรียนถามไปยังท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการ กราบเรียนว่าขณะนี้เกิดวิกฤติศรัทธาต่อผู้ประกอบวิชาชีพครู ในสังคมไทย ซึ่งปัญหาด้านการศึกษาเป็นปัญหาที่ไม่จบสิ้น เป็นปัญหาอันยาวนาน ตั้งแต่ ปี ๒๔๓๕ มีการตั้งกระทรวงธรรมการขึ้นมาจนถึงปี ๒๔๘๔ มาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา ๑๒๗ ปี กระทรวงศึกษาธิการได้ทำการดูแลลูกหลานของเรามายาวนาน โดยเฉพาะเรื่อง อาหารกลางวัน ซึ่งเป็นข่าวครึกโครมอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นระยะเวลาต่อเนื่องมา ทำให้เกิดวิกฤติศรัทธาต่อครูผู้ประกอบวิชาชีพในด้านนี้ เป็นปัญหาและอุปสรรคในการ ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน เพราะฉะนั้นภารกิจอันนี้ที่ให้ครูบาอาจารย์ได้ทำหน้าที่ ตรงนี้ โรงเรียนมีอยู่ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ โรง โดยเฉพาะโรงเรียนประถมศึกษา ครูจะต้องไปทำหน้าที่ตรงนี้เป็นครูโภชนาการ เป็นครูที่ยังไม่มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้ จำเป็นอยู่เองที่จะต้องถูกบังคับให้ทำหน้าที่นี้ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนว่ารัฐบาลควร จะดูแลเรื่องอาหารกลางวันเด็กให้เต็มที่โดยมีบุคลากรหลักเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ให้ครู เพราะฉะนั้นเด็กนักเรียนต่อวันต่อคนที่ได้รับงบประมาณ ๒๐ บาท มันเป็นปัญหาและอุปสรรค ต่อการเรียนการสอน เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนแนวทางแก้ไขก็คือ ให้งบประมาณส่วนนี้ไปให้ ผู้ปกครองรับผิดชอบดีไหม อยากจะฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ให้ผู้ปกครองได้ทำอาหาร กลางวันให้ลูกมารับประทานที่โรงเรียน นี่จะเป็นการแบ่งเบาภาระของครู และครูจะได้ทำหน้าที่ สอนอย่างเต็มความสามารถ ก็ขอฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายมณฑล โพธิ์คาย ขอเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม มณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒๐ กรุงเทพมหานคร เขตสวนหลวง เขตประเวศ แขวงหนองบอน แขวงดอกไม้ ขอหารือท่านประธานเรื่องการเพิ่มช่องทาง การสื่อสารให้พี่น้องประชาชนและผู้พิการได้เข้าถึงสิทธิและได้รับบริการอย่างทั่วถึง สืบเนื่องมาจากผมและทีมงานได้ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้พบ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของผมเป็นผู้พิการและไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ ไม่รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และไม่ได้รับบริการจากหน่วยงานของรัฐเป็นจำนวนมาก สิทธิของผู้พิการเบื้องต้นคือ เบี้ยยังชีพ จำนวน ๘๐๐ บาท บวกกับผู้สูงอายุอีก ๖๐๐ บาท เป็น ๑,๔๐๐ บาทต่อเดือน เงิน ๑,๔๐๐ บาทต่อเดือนนี่ท่านประธานครับ มันมีความหมายและมีความสำคัญต่อผู้พิการ ที่มีฐานะครอบครัวยากจนเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันนี้จากการขึ้นทะเบียนของผู้พิการ ส่วนมากเป็นผู้สูงอายุประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และทางรัฐบาลได้มีเงินจำนวนนี้ในการดูแล ให้กับผู้พิการปีหนึ่งประมาณ ๒,๘๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในขณะนี้ผู้พิการนับวันจะเพิ่ม จำนวนมากขึ้น อาจจะเกิดจากการชรา หรืออาการเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุต่าง ๆ ผมเชื่อว่า ในขณะนี้ในสังคมไทยมีพี่น้องผู้พิการอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้รับการบริการ หรือเข้าไม่ถึง สิทธิหรือมีบัตรผู้พิการ เพราะฉะนั้นผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงขอฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือศูนย์บริการผู้พิการ หรือสังคมสงเคราะห์ของ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเพิ่มช่องทางในการสื่อสารให้พี่น้อง ประชาชนและผู้พิการได้เข้าถึงสิทธิของผู้พิการและได้รับบริการอย่างทั่วถึง เสมอภาค และมี ความเท่าเทียมกัน ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายภราดร ปริศนานันทกุล ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่อง ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่จังหวัดอ่างทอง
เรื่องแรก ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่อำเภอไชโย ตำบลไชโย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลเกษไชโย เรื่องขอให้มีไฟจราจรที่บริเวณ สี่แยกวัดไชโย ทางหลวงหมายเลข ๓๐๙ ตัดกับทางหลวงชนบทหมายเลข ๔๐๐๒ พี่น้องประชาชนประสบกับอุบัติเหตุมากมายบ่อยครั้งในบริเวณดังกล่าว เพราะฉะนั้น ฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินการติดไฟจราจรที่สี่แยกดังกล่าวด้วย
เรื่องที่ ๒ ฝากไปถึงกรมทางหลวง ที่บริเวณถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๐๖๔ จากบริเวณอำเภอโพธิ์ทองไปถึงอำเภอแสวงหา เส้นทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ขณะนี้ถนนเป็น ๒ ช่องทางจราจร ซึ่งขณะนี้ปริมาณการใช้รถใช้ถนนค่อนข้าง ที่จะมากและถนนมีความชำรุดทรุดโทรม ทางกรมทางหลวงได้ดำเนินการในแต่ละปีนั้น ดำเนินการครั้งละประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ เมตร ซึ่งคงจะใช้ระยะเวลาอีกหลายปีกว่าจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นจึงฝากไปถึง กรมทางหลวงให้ช่วยดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะว่าพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอโพธิ์ทอง และอำเภอแสวงหานั้นได้รับผลกระทบมากพอสมควร
เรื่องที่ ๓ ฝากหารือไปทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ถนนแยกจาก ถนนสาย ๓๐๖๔ ที่จะเข้าไปที่วัดสนธิธรรม ตำบลหนองแม่ไก่ อำเภอโพธิ์ทอง ระยะทาง ประมาณ ๑ กิโลเมตร พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วก็ไม่ได้รับการดูแลมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร ขอฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายวิรัตน์ วรศสิริน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย วันนี้ผมได้รับ การร้องเรียนจากคนที่ได้รับความเสียหายเรื่องประชาธิปไตยวิปริตไปแล้วครับท่านประธาน จ่านิว นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ได้ถูกทำร้ายร่างกายจนสาหัสปางตายและออกจาก โรงพยาบาลแล้ว ตำรวจยื่นเงื่อนไขว่าจะดูแลความปลอดภัยให้ครับ แต่ต้องหยุดเคลื่อนไหว ทางการเมือง หยุดทำกิจกรรมครับ แปลว่าอะไร แปลว่าถ้าทำกิจกรรมแล้วได้รับบาดเจ็บ ตำรวจจะไม่ดูแลใช่หรือไม่ เขาร้องเรียนมาว่าตำรวจมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ทำไมถึงจะไปบอกให้เขาหยุด มันเป็นเอกสิทธิ์ของเขา ท่านประธานครับยิ่งแย่ไปกว่านั้น พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ แทนที่จะสั่งการให้จับคนร้าย มาดำเนินคดีให้ได้ กลับพูดเหมือนกันก็คือให้หยุด เลิกยุ่งทางการเมือง ท่านประธานครับ นี่คือรัฐมนตรีที่จะอยู่ในรัฐบาลที่มาจากประชาชนหรือครับ ผมเชื่อว่าท่านประธานก็รู้ดีว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนเป็นผลดีต่อพัฒนาการของประชาธิปไตย ท่านประธานครับ เป็นเอกสิทธิ์ เป็นเสรีภาพ และเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ พลเอก ประวิตร พูดอย่างนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ผิดทั้งรัฐธรรมนูญ ขัดทั้งมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่ยึดมั่นการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ท่านประธานว่าคนที่มีทัศนคติอย่างนี้ สมควรที่จะมาทำงานกับผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชนอย่างท่านประธานหรือไม่ครับ ผมจึงกราบเรียนหารือท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปนะครับ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๗ นาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เนื่องจากเราได้มีการปราศรัยเรื่องสินค้าเกษตรเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ปรากฏว่าวันนั้น ยางกิโลกรัมละ ๕๑ บาท ลงมาวันละ ๑ บาท ท่านประธานครับ วันนี้เหลือ ๔๔ บาท ผมก็ขอขอบคุณนะครับ สภาแห่งนี้ที่ได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหา แต่สิ่งที่ผม จะนำเรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีในอดีต แล้วก็รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ต้นทุนยางพารา ประมาณ ๖๕ บาท วันนี้พี่น้องชาวสวนยาง ผมลงไปในพื้นที่บอกว่าอยู่ไม่ได้ ๖ ข้อ ที่จะนำเสนอให้กับผู้บริหารในอนาคตก็คือ ข้อที่ ๑ อยากถามว่าท่านนายกรัฐมนตรี รู้จักบริษัท ๕ เสือการยางหรือไม่ ข้อที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรีรับรู้หรือไม่ว่าชาวสวนยาง เดือดร้อนแสนสาหัสและไม่สามารถอยู่ได้ในขณะนี้ ข้อที่ ๓ ท่านนายกรัฐมนตรีพอใจการ ทำหน้าที่ของหน่วยงานที่กำกับดูแลยางพาราหรือไม่ กยท. การยางแห่งประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ข้อที่ ๔ ท่านนายกรัฐมนตรีมี แนวทางแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบในระยะยาวหรือไม่ ข้อที่ ๕ ท่านนายกรัฐมนตรีคิดว่า ราคายางพาราที่เป็นธรรม และเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันกิโลกรัมละเท่าไร ข้อสุดท้ายครับ ก็คือข้อที่พี่น้องสอบถาม ท่านนายกรัฐมนตรีรัก เมตตา สงสารและเข้าใจ ชาวสวนยางบ้างหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นคำถามที่ผู้บริหารประเทศที่ดูแลเรื่องยางตระหนักถึง ๖ ข้อ ผมมั่นใจว่าจะ สามารถแก้ปัญหาได้ ผมยืนยันว่าจะไม่เอายางพารามาเป็นประเด็นทางการเมือง เพื่อให้คะแนนกับตัวเอง ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายอับดุลอายี สาแม็ง ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา ผมอยากจะนำเรียนหารือ ๒ ประเด็นกับท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือยาเสพติดในขณะนี้กำลังแพร่ระบาดในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชน จากการที่ผมได้ลงพื้นที่เมื่อวันที่ ๗ ที่ผ่านมานี้ ก็ได้เกิดมีพ่อฆ่าลูก เนื่องจากว่าลูกนั้นติดยาได้คลั่งแล้วก็พยายามที่จะฆ่าพ่อ พ่อก็หนี และสุดท้ายพ่อก็ป้องกันตัว โดยใช้ปืนยิงลูก ๒ นัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ นี่คือสิ่งที่เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก และในพื้นที่แห่งเดียวกันก็คือพื้นที่นี้ละครับ ก็คือพื้นที่ของอำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา เมื่อ ๓ ปีที่แล้วก็เกิดหลานฆ่ายายในพื้นที่ใกล้เคียงกันครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เกิดอย่าง ต่อเนื่องกันมา ก็อยากจะให้ท่านประธานนำเรียนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่รับผิดชอบ เนื่องจาก พื้นที่ ๓ จังหวัดเป็นพื้นที่พิเศษอยู่แล้ว การมีด่านที่จะตรวจสอบดูแลการผ่านเส้นทางของ บุคคลสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก อยากจะใช้โอกาสตรงนี้มาดูแลในเรื่องของการผ่านของ ยาเสพติดไปสู่เรื่องของการเสพติดในพื้นที่ของ ๓ จังหวัดด้วย
เรื่องที่ ๒ ก็คือเงินอุดหนุนค่าบริหารจัดการสถาบันของปอเนาะ ณ ขณะนี้ ไม่ได้รับการตอบแทนมา ๓ เดือนแล้ว สำหรับผู้ช่วยก็ไม่ได้รับค่าตอบแทน ๘ เดือน อยากจะ เรียนให้ท่านประธานฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายโสภณ ซารัมย์ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย กระผมขอนำปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์โดยเฉพาะอำเภอชำนิ อำเภอหนองหงส์ อำเภอลำปลายมาศ อำเภอคูเมือง อำเภอพุทไธสง อำเภอนาโพธิ์ อำเภอบ้านใหม่ เนื่องจาก ประสบภาวะฝนแล้ง อยากกราบเรียนท่านประธานว่าฝนแล้งคราวนี้ไม่ใช่ฝนแล้งเฉพาะปีนี้ ปีที่แล้วบางหมู่บ้านตั้งแต่ปีที่แล้วแทบไม่มีฝนลงในบ่อน้ำของชาวบ้านเลย ชาวบ้านเดือดร้อน อย่างแสนสาหัส องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลต่าง ๆ พยายามที่จะช่วยหาน้ำดื่ม น้ำใช้มาให้พี่น้องประชาชน ส่วนเรื่องการเกษตรไม่ต้องพูดถึงตั้งแต่ปีที่แล้วชาวบ้านส่วนหนึ่ง ได้ซื้อข้าวกิน สิ่งที่ผมจะนำเรียนปัญหาให้ท่านประธานทราบก็คือ ๑. ปัญหาของน้ำบริโภค วันนี้น้ำบริโภคสำหรับน้ำดื่มนี้พอใช้ แต่น้ำอุปโภคนี้ไม่มีแหล่งน้ำที่จะให้ อบต. จัดหา ๒. พันธุ์ข้าว ๓. ก็คือเรื่องที่จะต้องให้น้ำสำหรับสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ
ส่วนปัญหาที่อยากนำกราบเรียนท่านประธานที่เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ รับทราบ ก็คือ
๑. ต้องให้องค์การส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดเงินฉุกเฉินสำหรับ การที่จะบริการน้ำดื่มให้กับพี่น้องประชาชนและน้ำใช้ให้พี่น้องประชาชน
๒. ก็คือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องน้ำ ก็คือกรมชลประทานและกรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดหางบประมาณในระยะสั้นและระยะยาวที่จะช่วยเหลือประชาชนต่อไป
๓. ก็คือวันนี้ถ้าในภาวะที่สามารถที่จะทำฝนหลวงได้ ผมเชื่อว่าจะต้องได้ เกิดประโยชน์ในช่วงฤดูฝนนี้ จึงขอนำกราบเรียนปัญหานี้มาให้ท่านประธานได้นำส่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปนะครับ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย เขต ๕ ท่านประธานครับ วันนี้มีปัญหาที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทำการเตรียมการประกาศอุทยานแห่งชาติ และวนอุทยานแห่งชาติที่ตำบลปอ ตำบลปอคือตำบลที่มีแหล่งท่องเที่ยวภูชี้ฟ้า ผาตั้ง และประตูสยามนะครับ ถ้าเกิดประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติแล้วพี่น้องชนเผ่า ๑๗ ชนเผ่า จะเดือดร้อนเรื่องการทำมาหากิน เรื่องการเข้าในอุทยานแห่งชาติ ดังนั้นขอให้กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยืนยันให้ชัดเจนว่าจะตั้งอุทยานหรือเปล่านะครับ พี่น้องเขาเดือดร้อน ถามมาไม่ไว้วางใจนะครับ
เรื่องที่ ๒ จังหวัดเชียงรายตอนนี้แห้งแล้ง ข้าวหว่านไป ๓ ครั้งแล้ว ข้าวโพด ก็ ๓ ครั้ง มันสำปะหลังก็ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๔ ไม่มีแล้วครับ ไม่มีสตางค์ที่จะไปซื้อพันธุ์หว่านแล้ว ขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ประกาศให้จังหวัดเชียงรายเป็นเขตภัยแล้ง พี่น้องจะได้รับเงินสนับสนุนเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์เพื่อที่จะเอาไปดำนา เพื่อที่จะไปหว่านกล้า ครั้งที่ ๔ นะครับ อย่างไรก็ขอฝากผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปนะครับ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ครับ
ขอบคุณครับ สวัสดีครับท่านประธาน ผม มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ วันนี้มี ๒ ประเด็นครับ สรุปสั้น ๆ ย่อ ๆ คือ
ประเด็นแรก ประเด็นเรื่องการแย่งงานของคนในประเทศไทยนะครับ ยกตัวอย่างที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ผมไปลงพื้นที่มา ปรากฏว่ามีชาวต่างด้าวแย่งอาชีพ ขับรถวินมอเตอร์ไซค์ ขับรถซาเล้ง ขับรถยนต์ในการรับจ้างและเป็นชาวต่างด้าว ซึ่งในประเทศไทยไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากว่าผิดพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนด อาชีพและวิชาชีพของคนต่างด้าว ข้อ ๕ คนต่างด้าวประกอบอาชีพขับรถในประเทศไทยไม่ได้ ยกเว้นขับเครื่องบินเท่านั้น แล้วเรื่องดังกล่าวมีชาวต่างด้าวประมาณ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ คน ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะ ตำรวจ โดยเฉพาะตำรวจแต่ไม่ได้บอกว่านายไหนนะครับ ก็ขอฝากไปยังสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจภูธรจังหวัดตาก ตม. จังหวัดตากนะครับ ช่วยไปปรับปรุงแก้ไข รวมทั้งกระทรวงแรงงานด้วยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้
ประเด็นที่ ๒ คือประเด็นเรื่องโครงการอาหารกลางวัน ณ ตอนนี้ มีการตรวจสอบทั่วประเทศ งบประมาณปีหนึ่งประมาณ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ให้กับ เด็กนักเรียนประมาณ ๒๐๐ วันด้วยกันนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วโครงการดังกล่าว มีการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ได้ทั้งหมดนะครับ บางส่วน แต่ก็เฉพาะส่วนที่มีวงเงินสูง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นเสนอแนะให้มีการประกวดราคาด้วยวิธีอีบิดดิ้ง (e-Bidding) และให้ร้านค้า หรือร้านอาหารที่มีคุณภาพในจังหวัดนั้น ๆ เป็นคนดูแล อย่าให้เอาบริษัทก่อสร้างมารับ ทำอาหารให้กับเด็ก ๆ เพราะว่าเด็ก ๆ จะไม่ได้รับสารอาหาร แล้วก็จะมีผลต่อโครงสร้าง สมองของเด็ก ๆ รวมทั้งอุปกรณ์การเรียน ซึ่ง ผอ. โรงเรียนเพิ่งถูกย้ายไปเมื่อเช้านี้ ก็ขอกรุณาว่าอย่าไปข่มขู่เด็กนักเรียนนะครับ เด็กนักเรียนเขากลัวกัน ฝากผมมาบอก ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ หมดสำหรับลำดับผู้ปรึกษานะครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๔๔๗ ท่าน ครบองค์ประชุม ทางฝ่ายเลขาธิการขอให้ผมเรียนเรื่ององค์ประชุมว่าตัวเลขต้องเปลี่ยนแปลงไป อันเป็นผลมา จากคำพิพากษาของศาลกรณีของคุณนาทีนะครับ ทำให้จำนวนสมาชิกในขณะนี้จะมีอยู่ ๔๙๘ ท่าน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งก็จะเป็น ๒๔๙ คน จากเดิมที่เป็น ๒๕๐ คนนะครับ ฝ่ายเลขาธิการขอให้ผมเรียนให้ที่ประชุมได้รับทราบตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงไป เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ขอหารือท่านประธานนิดหนึ่งครับ เกี่ยวกับเรื่องเวลาที่ให้เรามานำเสนอปัญหาต่าง ๆ จากประชาชน มีเวลาเพียงชั่วโมงเดียว ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ผมอยากจะเสนอท่านประธานว่า อยากจะให้ท่านประธาน เข้าประชุมเร็วสักชั่วโมงหนึ่ง เพราะปัญหาชาวบ้านขณะนี้มันมากมาย ซึ่งผมจะเสนอปัญหา ที่บ้านผมที่จังหวัดอุดรธานี ก็ยังไม่ได้เสนอ เพราะว่ามันแย่งกันแต่ละพรรค เพราะฉะนั้น อยากจะให้ท่านประธานเสียสละเวลาเพิ่มเข้ามาสักเป็นเที่ยงครับ ชั่วโมงหนึ่งก็เป็น ๒ ชั่วโมง เพราะปัญหาต่าง ๆ เรามากมาย เพราะว่าไม่ได้พูดปัญหาประชาชนนี้มานานแล้ว อันนี้ก็อยากจะกราบเรียนเพื่อขอความร่วมมือจากท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ด้วยความรู้สึกเหมือนกันนะครับ ถึงได้เปิดโอกาสตลอดมา แต่ว่าก็ได้มีข้อคิดเห็นจากพวกเรา ฉะนั้นผมก็เลยขอให้ทั้ง ๒ ฝ่ายได้หารือกัน ก็ออกมาเป็นข้อสรุปอย่างที่วันนี้ก็คือว่า ๑ ชั่วโมง แล้วก็แบ่งกันฝ่ายละครึ่งหนึ่ง ซึ่งขณะนี้โดยข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ที่เราอนุโลมใช้ ถ้าสมาชิกต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรนะครับ ในข้อบังคับใหม่นั้นเราสามารถที่จะปรับปรุงได้ แต่ผมเรียนว่าเวลาที่ให้นั้นถือว่าให้เต็มที่ มากกว่าในอดีต เราทำให้เต็มที่ ซึ่งเมื่อเปิดสมัยประชุม จริง ๆ แล้วเวลามีอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงครับ เมื่อมีรัฐบาลแล้ว มีสภาที่เข้าสู่ระบบที่มีรัฐบาล มาแล้วก็จะมีเวลาอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็จะรับข้อสังเกตนี้ไว้ เพื่อไว้ หารือกับทั้ง ๒ ฝ่ายต่อไปครับ เชิญท่านวิรัช เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ก่อนอื่นต้องขออนุญาตขอบพระคุณท่านประธานที่ได้เปิดโอกาส ให้หารือ เมื่อวันพุธ วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาท่านประธานก็ได้กรุณาวันละประมาณ ๘๐ ท่าน ๒ วันนี้ก็ประมาณ ๑๖๐ ท่านขึ้นไป พอมาอาทิตย์นี้ท่านประธานครับ ในการปรึกษาหารือ เราลดมาอยู่ในส่วนของทั้งซีกรัฐบาลและซีกฝ่ายค้าน ฝั่งละประมาณ ๑๕ คน ในส่วนตรงนี้ ก็เป็นความอึดอัดเหลือเกินว่าจำนวนผู้ที่ประสงค์ในการที่จะอภิปรายนั้น ในการที่จะขอปรึกษานั้นมีมากเหลือเกิน วันนี้ก็ได้รับการร้องขอจากบรรดาสมาชิก ทั้งหลายว่าจะทำอย่างไรที่จะขออนุญาตท่านประธานเพิ่มเติม ก็มีบรรดาเพื่อนสมาชิก ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม คือท่านอนันต์ ได้ขอปรึกษาว่าน่าจะให้ท่านประธานขึ้นมาก่อน สักชั่วโมงหนึ่ง รวมเป็นการปรึกษาสัก ๒ ชั่วโมง แล้วก็แยกเป็นซีกค้านและซีกรัฐบาลข้างละ ประมาณ ๒๕ ท่าน ผมคิดว่าในส่วนตรงนี้ก็จะเป็นการที่จะทำให้พวกเราได้ผ่อนคลาย ในการที่จะนำปัญหาพี่น้องประชาชนมา
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตท่านประธานว่า อยากให้ บรรดาท่านประธานช่วยควบคุมในส่วนของผู้ที่อภิปราย เช่น อภิปรายในเรื่องของบุคคล หรือไปเอาคอมเมนต์ (Comment) จากในโทรศัพท์มือถือแล้วเอามาอ่าน ซึ่งไปคอมเมนต์ (Comment) บุคคลที่เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็มีอาทิตย์ที่แล้ว และอาทิตย์นี้ก็ยังมาพูด เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องปัญหาของชาวบ้านเลย อันนี้ก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานไว้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ เชิญครับ คุณครูมานิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับ บังเอิญพรรคพวกที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยกันได้ทราบข่าวว่า อาทิตย์หน้าคือวันพุธกับวันพฤหัสบดีสภาจะหยุดประชุมวันพุธ เพราะว่าตรงกับวันเข้าพรรษาก็จะให้สมาชิกไปถวายเทียนกัน ไปทำบุญกัน แล้วก็จะเปิด วันพฤหัสบดี จริง ๆ แล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรารุ่นนี้ท่านประธานก็เห็นจาก การหารือก็ดี จากการทำงานในสภาในเที่ยวนี้ก็ดี ขยันกันเป็นพิเศษ ไม่มีใครขี้เกียจ หรอกครับ แต่ถ้าหยุดวันพุธแล้วก็มาเปิดวันพฤหัสบดีผมไม่ทราบว่าจะคุ้มกันหรือไม่กับ ค่าเครื่องบินก็ดี ค่ารถที่เราเดินทางมาประชุมก็ดี นั่นเป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ บางจังหวัดมีการจัดกิจกรรมแห่เทียนเข้าพรรษาใหญ่โตมโหฬาร ท่านประธานครับ ๓-๔ วัน แล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราบางคนก็ไปเป็นกรรมการตัดสิน เทียนพรรษาครับ ก็เลยอยากทราบข้อเท็จจริงของสภาว่าสัปดาห์หน้าจะดำเนินการประชุม อย่างไร เพราะว่าพวกเราเป็นผู้แทนราษฎรต่างจังหวัดอย่างผมอยู่จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอุบลราชธานี ทางใต้ ก็จะได้วางแผนการทำงานกับพื้นที่ วางแผนกับทางสภาได้ ถูกต้องก็ขอกราบเรียนท่านประธานได้กรุณาชี้แจงเพื่อที่จะได้วางแผนกันถูกต้องครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านประท้วง เรื่องอะไรครับข้างหลัง ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วง ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ท่านวิรัช รัตนเศรษฐ เนื่องจากพาดพิง ผมนั่งฟัง อยู่ครับ ผมขออนุญาต ผม คารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ ระบบบัญชีรายชื่อ
ท่านประท้วงว่าอย่างไรครับ
ประท้วงผู้อภิปรายที่ท่านเสียดสี พาดพิงมา นิดเดียวครับท่านประธาน ผมเคารพท่านวิรัชเป็นผู้ใหญ่ ก็นิดเดียว ประเด็นคือว่า การหารือในสภาผู้แทนราษฎร มิติในการมองปัญหาต่าง ๆ ของ ส.ส. แต่ละคน แม้ว่าบุคคลใด จะหยิบหนังสือพิมพ์ หยิบโทรศัพท์ ถ้าเป็นประเด็นที่เหมาะสมที่จะพูดได้ ผมก็เรียนว่า จริง ๆ ปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรนี้เรายอมรับครับ ผมก็อยากจะพูดเรื่องนั้น แต่ว่าบางที ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสะท้อนประเด็นอย่างนี้ ท่านอย่าลืมนะครับ ประเด็นที่พูดนี้ สืบเนื่องจากคนบริหารประเทศซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เข้าสภา ก็เรียนนิดเดียวครับท่านประธาน นิดเดียวครับ
พอแล้วครับ ผมตัดสินเอง ได้ครับ ที่จริงท่านวิรัชไม่ได้เอ่ยชื่อใครเมื่อสักครู่นี้ เป็นข้อคิดเท่านั้นเอง ซึ่งก็เป็นหน้าที่ ผู้ที่คุมการประชุมที่จะต้องดูแลเรื่องนี้นะครับ พูดง่าย ๆ ก็คือความรับผิดชอบอยู่ที่ประธาน เหมือนกันว่าจะให้พูดอะไรได้บ้างนะครับ อยู่ในความลำบากของประชาชน ความทุกข์ร้อนของ ประชาชนหรือไม่ หรือเรื่องที่สำคัญหรือไม่ก็อยู่ในอำนาจของประธาน แต่ว่าถ้ามันไม่เกินไป ผมไม่มีความประสงค์ที่จะไปตัดทอน เพราะว่าอนุญาตให้มีโอกาสได้พูดมากที่สุดเท่าที่สามารถ ทำได้ อันนั้นก็ประเด็นหนึ่งนะครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องที่ปรึกษาขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องคณะรัฐมนตรีใหม่ จะถวายสัตย์ปฏิญาณวันไหน เพราะถ้าสมมุติว่ารัฐบาลใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณก็ถือว่าเป็น วันเริ่มปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเราก็ประชุมต่อไม่ได้ เพราะประชุมต่อในรัฐบาลปัจจุบันนี้ถือว่าเป็น รัฐบาลของเดิมนะครับ เมื่อมีการถวายสัตย์ปฏิญาณเราก็ต้องรอให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ได้ แถลงนโยบาย ซึ่งถ้าเราติดตามข่าวฝ่ายรัฐบาลก็ได้แถลงทำนองว่าอาจจะมีการเข้ารับหน้าที่ใน วันที่ ๑๖ ผมก็ติดตามข่าวจากอันนั้น เพราะฉะนั้นขณะนี้ก็ยังไม่แน่นอนนะครับ อย่างไรก็ตาม ก็มีพรรคพวกมาพูด ผมก็เลยต้องถามความเห็นพวกเรา เพราะว่าขณะที่พวกเราหลายคนก็ขยัน อยากให้เพิ่มเวลาใช่หรือไม่ครับ อยากให้เพิ่มเวลาเพื่อปรึกษา อีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าหลังจาก วันเข้าพรรษา วันพฤหัสบดีไม่อยากประชุม อันนี้ไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ ถ้าเราประสงค์อย่างไร สมมุติในที่ประชุมนี้อยากจะให้ประชุมเพราะมีความขยันอยากเอาปัญหาทุกข์ยากของชาวบ้าน มาพูด ผมยินดีมาครับ แต่ถ้าเรามีความเห็นว่าวันนั้นต้องไปทำงานในฐานะของพิธีศาสนา หรืออะไรก็ตามนะครับ เราไม่อยากจะมีการประชุมวันนั้นก็มี ๒ อย่าง ๑. ถ้ารัฐบาล ถวายสัตย์ปฏิญาณเริ่มปฏิบัติหน้าที่เราก็คงต้องหยุดรอเพื่อให้รัฐบาลชุดนั้นแถลงนโยบายต่อไป หรือถ้ายังไม่มีการถวายสัตย์ปฏิญาณและเราเห็นว่าวันนั้นเป็นวันต่อเนื่องจากวันพุธ วันเข้าพรรษาซึ่งไม่สะดวก อย่าพูดว่าสิ้นเปลืองเลยครับ ไม่สะดวก เพราะค่าใช้จ่ายก็รัฐออกครับ เพราะฉะนั้นถ้าไม่สะดวกเราก็เลื่อนไปจนกว่าจะถึงวาระที่เราต้องประชุม เมื่อมีการจะแถลง นโยบายนะครับ อันนั้นคือสิ่งที่ติดตามมาทุกฝีก้าวเลยครับ จนเมื่อเช้านี้ก็หารือกันคิดว่า วันที่ ๑๕ วันที่ ๑๖ วันที่ ๑๗ จะมีการเข้าปฏิบัติหน้าที่คือถวายสัตย์ปฏิญาณของ คณะรัฐมนตรีหรือไม่ ถ้ามีเราไม่ต้องพูดถึงวันเข้าพรรษาครับ ถ้ามีเราก็หยุดเลยครับ รอจนกว่ารัฐบาลแถลงนโยบาย หลังจากนั้นภายใน ๑๕ วันนะครับ อย่างที่พวกเรารู้กันอยู่ ผมเลยเรียนเรื่องนี้ว่าอันนี้ก็เอามาพิจารณาครับ แต่ว่าถ้าพวกเราบางท่านที่เห็นว่าอยาก ให้เพิ่มเวลา เช่น เวลาปรึกษาอยากให้เพิ่ม แล้วก็วันพฤหัสบดีอยากจะปรึกษา ผมก็ยินดีครับ ผมในฐานะประธานก็ยินดีมาทุกโอกาสครับ เท่าที่ทำได้ แต่ว่าถ้าพวกเราเห็นว่าไม่เป็นไร ขอเลื่อนไปด้วยเหตุผล ๒ ประการที่ผมเรียนแล้วก็ทำได้ครับ ไม่มีปัญหาอะไร รอสักนิดดีไหมครับ รอสักนิดเพื่อความแน่นอน แล้วผมให้ทางฝ่ายเลขาธิการประสานภายในกับทางรัฐบาลว่าจะมี การเข้ารับหน้าที่คือถวายสัตย์ปฏิญาณวันไหนแน่ ถ้าวันไหนแน่นอนแล้ว หลังจากนั้นเราต้อง หยุดนะครับ หยุดแล้วเรานัดต่อไปก็คือวันแถลงนโยบาย ซึ่งก็ต้องรอรัฐบาลนัดแถลงนโยบาย อีกทีหนึ่ง ก็เรียนพวกเราเพื่อรับทราบ เรื่องวาระประชุมนั้นได้ติดตามมาทุกฝีก้าวครับ เพราะว่าเพื่อความสะดวกกับพวกเราเองในการที่จะรับรู้ว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เราจะได้เตรียมตัวล่วงหน้าได้ครับ ข้างหลังนะครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกครับ ผมใคร่ขอ อนุญาตอภิปรายสักประมาณ ๑ นาทีนะครับ คือขออนุญาตที่จะสนับสนุนในความเห็นของ ท่านวิรัช รัตนเศรษฐ ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามนะครับ ในเรื่องของการอภิปรายที่อยากจะให้ เวลากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สะท้อนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ อยากเรียนท่านประธานว่า ในการอภิปรายของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในทุกพื้นที่ที่สะท้อน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนี่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ผมยกตัวอย่างในประเด็นที่ผมเคย นำเรียนหารือต่อท่านประธานในเรื่องของการที่พี่น้องประชาชนถูกจับ แล้วก็ในกรณีการบุกรุก ป่าชายเลนนะครับ ผมอภิปรายในช่วงเช้า ช่วงบ่ายผมยื่นหนังสือไปยังกระทรวง ทบวง กรม ที่รับผิดชอบ อีกวันหนึ่งนะครับ ท่านอธิบดีกรมที่รับผิดชอบ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบ เพื่อระงับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อันนี้ก็คือตัวอย่างหนึ่ง ที่อยากจะนำเรียนกับท่านประธานนะครับ อย่างไรผมว่า ๓๐ ท่านนี่นะครับ ผมว่าสะท้อน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนน้อยไป ๓๕๐ เขตทั่วประเทศ แต่ได้พูดเพียงแค่ ๓๐ นะครับ ต้องขออภัย กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ยินดี ขอรับไว้พิจารณานะครับ เพราะจริง ๆ แล้วการตัดสินใจว่าจะให้เท่าไร ได้ให้ ๒ ฝ่าย หารือกันครับ คือให้ตัวแทนของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านไปหารือว่าควรจะใช้วิธีอย่างไร หรือใช้เวลาเท่าไร ถ้าเป็นความปรารถนาพวกเรานี่ผมก็จะได้หารือกับท่านรองประธานและ ผมจะหารือกับวิป (Whip) ของฝ่ายรัฐบาลและตัวแทนฝ่ายค้าน เรามาหารือว่าเราจะ ทำอย่างไร เพราะว่าปัญหาก็ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องประเด็นอื่นด้วยนะครับ มันมีญัตติอื่น ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ตามที่ทั้งวิป (Whip) รัฐบาลและฝ่ายค้านได้เสนอว่าการหารือกับท่านประธานนั้น ควรจะเป็นข้างละ ๑๕ คน ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ที่เรียนท่านประธาน ไปเมื่อสักครู่นี้ว่ามันน้อยไปท่านประธานครับ การที่หารือนี่ชาวบ้านเขารอฟัง อย่างเช่นวันนี้ กำนันใบพรว่าจะหารือเรื่องทหารผ่านศึกก็ไม่ได้หารือ เพราะว่าไม่มีเวลาให้ ท่านประธานครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือพอหารือเสร็จปั๊บหน่วยงานราชการปฏิบัติเลยครับท่านประธาน อันนี้คือ ประโยชน์ที่ได้ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากนะครับ ก็เป็น ความจริงนะครับ อันนี้คือประโยชน์ถึงได้เปิดโอกาส เพราะเราไม่ได้พูดเรื่องนี้กันมา ๕ ปี ก็เลยเปิดให้เต็มที่ในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ แต่ว่าช่วงหลังนั้นก็มีคนท้วงติงว่าน่าจะ กำหนดเวลาและกำหนดจำนวน แล้วก็กระจาย ขอโทษนะครับ เพราะบางท่านบ่นกับผมเอง บอกว่าซ้ำ มีคนซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้ง น่าจะกระจายเพื่อให้แต่ละพรรคพิจารณาดูว่า ผู้ที่เสนอควรจะเป็นใคร ผมก็คิดเอาเรื่องนี้มาหารือกับทั้ง ๒ ฝ่าย ก็จะรับเรื่องไป แล้วก็จะไม่ตัดสินคนเดียวครับ จะมอบให้เราทั้ง ๒ ฝ่ายได้หารือกัน เพราะว่าท่านต้อง เห็นด้วยครับ ทางฝ่ายรัฐบาลก็ต้องเห็นด้วย ฝ่ายค้านก็ต้องเห็นด้วยในประเด็นที่จะเสนอ ส่วนเวลาของพวกผมไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ ให้มาตอนเช้ากี่โมงก็ทำได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหา เชิญเลยครับ ท่านสุดท้ายนะครับ เราจะได้เข้าสู่เรื่องกระทู้ต่อไปครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑๗ กทม. ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยทั้ง ๒ ฝ่าย และ ๓ ฝ่ายที่ปรึกษาหารือกันที่จะเพิ่มเวลาในการอภิปราย แต่ขอนิดเดียวครับท่านประธาน ในการปรึกษาหารือขอให้เป็นปัญหาของพี่น้องจริง ๆ อย่าเอา บุคคลที่ ๓ หรือเอาคนนอกมาหลอกด่าในช่วงของการปรึกษาหารือกันลักษณะเช่นนี้ ซึ่งมันไม่เป็นธรรมสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมนี้ครับ เสนอว่าให้ท่านประธาน ตัดไมโครโฟนเลยครับ ถ้านอกเหนือจากตรงนี้ ถ้าเอาคนข้างนอกมานินทา มาด่านะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ โดยทั่วไปนะครับ โดยทั่วไปผมเรียนพวกเราว่าผมก็เป็นคนฟังแล้วก็จด ใครพูดประเด็นอะไรผมก็จดไว้ สั้น ๆ โดยทั่วไปถือว่าเราก็เอาปัญหาชาวบ้านมาพูด จะมีบางท่านที่อาจจะพาดพิงคนนอก ซึ่งข้อคิดเห็นพวกเราก็เป็นการเตือนกันเองว่า ควรจะอยู่ในกรอบของข้อบังคับ ข้อ ๑๗ อย่างไร
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๙๑ คน
บัดนี้ครบองค์ประชุม ขอดำเนินการเปิดประชุมนะครับ แล้วก็ดำเนินการไปตามวาระต่อไป วาระที่บรรจุอยู่ใน ระเบียบวาระก็คือกระทู้ถาม วันนี้มีกระทู้ถามสดซึ่งมีผู้มาตอบนะครับ อันนี้ก็ต้องขอบคุณ รัฐมนตรีที่กรุณามาตอบกระทู้ถามสดนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสด
๑.๑.๑ กระทู้ถามสด ที่ ๐๐๗ ส. เรื่อง ปัญหาผลกระทบกรณีกลุ่ม ชาวประมงเรียกร้องขอความเป็นธรรมเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การผ่อนปรนในการประกอบ อาชีพประมงพื้นบ้าน (นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ
กระทู้แรก ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่ากระทู้ของนางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ถามเรื่องผลกระทบกรณีชาวประมงเรียกร้องขอความเป็นธรรมเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ การผ่อนผันในการประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ทำหนังสือแจ้งมาให้ทราบว่า ท่านติดภารกิจในต่างจังหวัดจึงไม่สามารถมาตอบ กระทู้ได้ ก็เรียนท่านผู้ถามท่านไพลินได้รับทราบด้วยครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดหนึ่งครับ ผม วิรัช กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมขออนุญาตท่านประธานว่าผมได้ประสานกับทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมในคำถามกระทู้ด่วนของคุณไพลิน เสร็จแล้วทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมจะนำเรื่องทั้งหมดนี้เอาไปให้ยังรัฐบาลหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้ดูแลแก้ไข อาจจะไม่ทันในช่วงนี้ก็เป็นรัฐบาลหน้าก็ได้ครับ ขออนุญาต ท่านประธานขอความกรุณาให้ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องปัญหาความเดือดร้อนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ผมขอเรียนถามเจ้าของ กระทู้หน่อยนะครับ คุณไพลินอยู่ไหนครับ ท่านไพลินเชิญนะครับ ติดใจกระทู้ต่อไปหรือไม่
ยินดีค่ะ ยินดีที่จะสอบถาม แล้วก็นำปัญหาเสนอต่อท่านรัฐมนตรี เพื่อนำปัญหาของชาวประมงไปให้ทางรัฐบาลได้ทราบค่ะ
ท่านไพลินจะส่งมาที่สภา ก็ได้หรือจะส่งไปที่รัฐมนตรีโดยตรงก็ได้นะครับ ถ้าส่งมาสภาก็จะส่งไปให้ครับ
ขอตั้งกระทู้ถามสดค่ะ
ถ้าอย่างนั้นก็ขอเลื่อนไป ในโอกาสต่อไปนะครับ
ไม่เลื่อนนะคะท่านประธาน ขอวันนี้เลยค่ะ
วันนี้หรือครับ รัฐมนตรี พร้อมหรือเปล่าครับ ไม่พร้อม เมื่อสักครู่เรียนแล้วนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไปต่างจังหวัด เพราะฉะนั้นไม่มีคนตอบครับ
ท่านประธานครับ ขออภิปราย แล้วก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีชัยชาญรับไปเลยได้ครับท่านประธาน ถามทีเดียวครับท่านประธาน
ท่านจะข้ามกระทรวงหรือครับ หมายถึงว่าให้ท่านตอบรับเอาไปอย่างนั้นหรือครับ
ครับ ก็ขอรับเอาไปเลยครับ
แต่ไม่มีคนตอบนะครับ ท่านไพลินยอมไหมครับ
ยอมค่ะ
ยอมนะครับ ถ้าอย่างนั้น ถามเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านค่ะ ดิฉัน นางสาวไพลิน
เดี๋ยวสักครู่ครับ มีผู้ประท้วง ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมต้องประท้วงท่านประธานครับ เพราะว่าถ้าเกิดท่านประธานปล่อยให้มีการถามกระทู้สด โดยผู้ตอบไม่มาตอบ แล้วรัฐมนตรีที่ไม่เกี่ยวข้องไม่สามารถตอบได้มารับเรื่องไป เขาไม่เรียก กระทู้สด ท่านประธานครับ ครั้งต่อไปผมยื่นกระทู้สดถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ให้ตัวแทนมาตอบตลอดไปใช่ไหมครับ เราอย่าสร้างบรรทัดฐาน ที่ไม่ถูกต้องครับ ผมให้ท่านประธานได้พิจารณาด้วยครับ
ขอขอบคุณมากครับ ที่จริงแล้ว รัฐบาลสามารถให้ใครตอบได้ครับ สามารถให้ใครตอบก็ได้ แต่วันนี้ผมคิดว่าเมื่อเจ้าของกระทู้ ยังติดใจแล้วก็ต้องการจะซักถาม แต่รัฐมนตรีไม่มา เมื่อรัฐมนตรีไม่มาก็เลยคิดว่ายังติดใจ จะถามไหม ถ้าถามก็เลื่อนไปครั้งต่อไปไหม แต่เจ้าตัวบอกว่าจะถามวันนี้ อย่างนี้ดีกว่านะครับ เพื่อไม่ให้มีปัญหา มีผู้ประท้วงนะครับ ก็เอาไว้ครั้งต่อไปนะครับ เพราะว่ารัฐมนตรีไม่มา ท่านคงตอบไม่ได้ นอกจากว่ารับที่ท่านสมาชิกถามแล้วส่งต่อรัฐบาล จริง ๆ เมื่อรัฐมนตรี ไม่มากระทู้นั้นต้องเลื่อนไปครับ เอาอย่างนั้นนะครับ จะได้จบนะครับ จะได้ไปกระทู้ต่อไป จริง ๆ นึกว่าเจ้าของกระทู้จะได้สบายใจรับเรื่องไป เพียงแต่รับเรื่องไป เพราะตอบไม่ได้ หรอกครับ รัฐมนตรีมาตอบก็ตอบไม่ได้ ก็รับเรื่องไป แต่ก็เป็นจริงอย่างที่ท่านว่า โดยปกติ กระทู้ก็ต้องมีการถามแล้วก็ตอบ เอาอย่างนั้นนะครับ ผมก็ขออนุญาตว่าเลื่อนกระทู้นี้ไปครับ ขอกระทู้ต่อไปครับ
ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่ให้ความกรุณานะคะ แล้วก็เพื่อสร้างบรรทัดฐานในการประชุมสภาของเรา ซึ่งดิฉันเองต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งนะคะ แล้วก็กระทู้ที่ตั้งกระทู้ถามนี้เป็นกระทู้ที่เป็น ความจำเป็นเร่งด่วนจริง ๆ ที่จะต้องมาถามเพื่อเป็นตัวแทนพ่อแม่พี่น้องในเขตพื้นที่ จังหวัดสมุทรปราการและในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงที่ทำประมงด้วย แล้วก็ดิฉันเชื่ออย่างยิ่งว่า ปัญหาประมงวันนี้พ่อแม่พี่น้องชาวประมงรอรับฟังอยู่นะคะ แล้วก็ดิฉันเองจะขอตั้งกระทู้ ในครั้งต่อไปค่ะ ขอบพระคุณอย่างยิ่งค่ะ
ขอบคุณมากครับ ผมขออนุญาตต่อไปนะครับ
๑.๑.๒ กระทู้ถามสด ที่ ๐๐๘ ส. เรื่อง ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหาร- ตำรวจ เพื่อกดดันผู้ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมืองอีก (นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) รองนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ
กระทู้ที่ ๒ ก็เป็นกระทู้ของนายรังสิมันต์ โรม มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมมาตอบครับ ขอเชิญเจ้าของกระทู้ ขอเรียนอีกนิดหนึ่งนะครับ เรียนข้อบังคับเรื่องกระทู้ ขอให้สมาชิกได้ดูข้อบังคับกระทู้ด้วยนะครับว่า กระทู้สดนั้น ก็มีเวลา ๒๐ นาที แต่ว่าเมื่อไม่มีกระทู้อื่นก็สามารถขยายเวลาได้ แต่ให้อยู่ในประเด็นนะครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธาน กระผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมในการตั้งกระทู้ถามถึง พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเข้าใจว่าวันนี้ พลเอก ชัยชาญได้มาเป็นคนทำหน้าที่ในการตอบคำถามต่อประเด็นดังกล่าว ก่อนที่จะลงไปในรายละเอียด ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่จะต้องพูดต่อท่านประธาน คือประเด็น ในเรื่องของคุณสิรวิชญ์ หรือจ่านิว ซึ่งสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน รวมถึงท่านประธาน และ รวมถึง พลเอก ประวิตรและท่านชัยชาญ ก็คงจะทราบดีว่าได้มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น ต่อคุณสิรวิชญ์ หรือจ่านิวเมื่อหลายวันก่อน ซึ่งจนถึงตอนนี้สิ่งหนึ่งที่คงต้องเรียนให้ทุกท่าน ได้ทราบว่า จนถึงวันนี้ยังไม่สามารถที่จะจับกุมคนร้ายที่กระทำผิดได้ แต่ไม่เป็นไรครับ ในเมื่อยัง จับคนร้ายไม่ได้ก็หวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้เวลาดังกล่าวในการแสวงหาพยานหลักฐาน เพื่อตามหาคนร้ายต่อไป แต่ผมก็ขอภาวนาว่าจะจับคนร้ายได้โดยเร็ว ท่านประธานครับ ในวันที่ ๗ กรกฎาคมที่ผ่านมา คุณสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ได้มีการร้องขอเพื่อเข้าสู่กระบวนการ คุ้มครองความปลอดภัยในฐานะพยาน ปรากฏตามข่าวสารที่หลาย ๆ ท่านก็คงจะทราบดี
คุณรังสิมันต์ครับ ถามกระทู้นะครับ
ครับ ผมกำลังเล่าข้อเท็จจริงครับ
เมื่อถามเสร็จแล้วเขาตอบ แล้วท่านก็มีสิทธิถามต่อครับ
ได้ครับ ตอนนี้ผมกำลังเล่าข้อเท็จจริง เพื่อให้ทราบ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการยื่นเงื่อนไขว่าการคุ้มครองพยานนั้น คุณสิรวิชญ์ จะต้องหยุดเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วย ซึ่งคุณสิรวิชญ์ก็ได้ตอบปฏิเสธไป ต่อมาใน วันที่ ๘ กรกฎาคม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ได้ให้สัมภาษณ์ ต่อสื่อมวลชนโดยยืนยันว่าการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ขอร้องให้คุณสิรวิชญ์ต้อง หยุดเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ อยู่ภายใต้การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ท่านประธานครับ ผมเองก็เรียนจบกฎหมายมา ท่านประธานเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านกฎหมาย ผมก็เพิ่งทราบว่าการคุ้มครองพยานจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิกเฉยหรือละทิ้ง หลักการตามรัฐธรรมนูญที่รัฐธรรมนูญได้คุ้มครองเอาไว้ เรื่องนี้ได้สะท้อนถึงวิธีคิดของ พลเอก ประวิตรหรือไม่ ของผู้มีอำนาจหรือไม่ว่าการจะคุ้มครองสวัสดิภาพโดยเจ้าหน้าที่ ของรัฐนั้น อาจจะต้องทำให้ประชาชนยุติการใช้เสรีภาพเสียก่อน แม้ว่าเสรีภาพ ในการแสดงออก เสรีภาพในการที่จะวิพากษ์วิจารณ์ในการเคลื่อนไหว ต่อต้านรัฐบาลที่เขา ไม่เห็นด้วยจะถูกรับรองเอาไว้ในรัฐธรรมนูญก็ตาม สิทธิและเสรีภาพในการได้รับ ความคุ้มครองต่อเนื้อตัวร่างกาย ในรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๔ ที่เขียนบัญญัติเอาไว้ อย่างชัดเจนในเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพความเสมอภาคของ ประชาชนก็ได้บัญญัติเอาไว้ มาตรา ๒๘ ก็ได้รับรองชีวิตและร่างกายเอาไว้ มาตรา ๔๔ ก็ได้ รับรองเสรีภาพในการชุมนุมเอาไว้ ผมคงต้องขีดเส้นใต้นิดหนึ่งว่า มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันที่รับรองในเรื่องของเสรีภาพการชุมนุมนั้นเป็นคนละเรื่องกับมาตรา ๔๔ ที่หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจกัน ที่อนุญาตให้หัวหน้า คสช. ทำลายสิทธิและเสรีภาพ ในการชุมนุม ท่านประธานครับ หน้าที่สำคัญประการหนึ่งของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเป็น รองนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ในการเคารพสิทธิของประชาชนที่รัฐธรรมนูญได้รับรองเอาไว้ คนที่ดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีไม่สามารถที่จะทำลายหลักการนี้ตามที่รัฐธรรมนูญ บัญญัติเอาไว้ได้ ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่าตามรัฐธรรมนูญ คุณสิรวิชญ์ย่อมมีสิทธิและเสรีภาพ ในการที่จะเคลื่อนไหวแสดงออกได้ และในขณะเดียวกันก็มีสิทธิในการได้รับการพิทักษ์ ปกป้องจากเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อไม่ให้เนื้อตัวร่างกายของเขาได้รับความทุกข์ทรมานอีกต่อไป ผมพูดมาถึงขนาดนี้ ผมคงต้องย้ำกันให้ชัด ๆ ว่าการคุ้มครองพยานเราสามารถที่จะทำควบคู่ ไปกับการที่ปล่อยให้เขาได้ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญด้วยกัน ผมพูดถึงคุณสิรวิชญ์แบบนี้ เพื่ออะไร เพื่อที่จะไล่เลียงให้กับทุกท่านได้เห็นว่ามันมีภยันตราย มันมีปัญหาที่เจ้าหน้าที่ของ รัฐไม่ให้ความคุ้มครองต่อคุณสิรวิชญ์ แต่มันมีปัญหาอย่างอื่นอีกต่อไปว่า กรณีของคุณสิรวิชญ์ ไม่ได้เป็นแค่เพียงกรณีเดียวที่มีการคุกคาม และไม่มีการรับรองความปลอดภัยให้กับ พี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตท่านประธานไล่เลียงแบบนี้ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาในวันที่ ๘ กรกฎาคม พบว่ารองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและ มานุษยวิทยา ซึ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีตำรวจนอกเครื่องแบบถึง ๔ คน จาก สน. ดอนเมือง เดินทางมาที่บ้าน โดยบอกว่าได้รับแจ้งจากคำสั่งของเบื้องบนให้มาตรวจสอบว่า พักอาศัยที่บ้านแห่งนี้จริงหรือไม่ มากไปกว่านั้นมีรายชื่อถึง ๔ คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมี คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องไปตามหาด้วย เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น กับประชาชน เกิดขึ้นกับข้าราชการ เกิดขึ้นกับคณบดีอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่แค่เพียงกับ อาจารย์อนุสรณ์ที่ได้รับการคุกคามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ คุณประจิณซึ่งเป็นกลุ่มคน อยากเลือกตั้งก็ถูกคุกคามจากตำรวจนอกเครื่องแบบ ๕ นาย จาก สน. มีนบุรี เช่นเดียวกัน คุณกันต์ แสงทอง นักศึกษาปริญญาโทจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ถูกคุกคามจากตำรวจ นอกเครื่องแบบ สน. ตลิ่งชัน เช่นเดียวกัน โดยอ้างว่าต้องมาดูแลความปลอดภัย เนื่องจากว่า เพิ่งเกิดเหตุการณ์กับคุณสิรวิชญ์ ผมคงต้องเรียนกับท่านประธานว่าในการปกป้องคุ้มครอง ความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนเราสามารถทำได้ครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจพึงกระทำ อย่างยิ่ง แต่ผมคงต้องเรียนกันตามตรงว่าคุณสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ เป็นหนึ่งในคนที่ถูก เจ้าหน้าที่ความมั่นคงติดตามอยู่อย่างสม่ำเสมอ แล้วเป็นอย่างไรครับ โดนตีบริเวณศีรษะ โดนทำร้ายบริเวณศีรษะปางตาย
คุณรังสิมันต์ครับ ถามกระทู้ได้ครับ
ผมไล่เลียงข้อมูลแบบนี้ เดี๋ยวท่านประธานจะทราบว่าที่ผมไล่เลียงข้อมูลแบบนี้มาเพื่ออะไร
ผมคิดว่าพอสมควรแล้วครับ ถามกระทู้ได้เพื่อจะได้มีโอกาสได้ตอบ ได้ถามด้วยครับ
ได้ครับท่านประธาน มากไปกว่านั้น ท่านประธาน ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่ คุณพีรเดช ที่อยู่ที่แม่สายเขาเปิดร้านอาหาร มีน้องสาวดูแล ปรากฏว่ามีปลัดอำเภอแม่สายเข้ามาที่ร้านดังกล่าว แล้วไปบอกกับร้านที่อยู่ ใกล้เคียงกันว่าเหตุที่ต้องมาร้านแบบนี้ เนื่องจากทราบมาว่าเจ้าของร้านคือ คุณพีรเดช เป็น ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่อีกด้วย แม้กระทั่ง ส.ส. ยังโดนคุกคามครับท่านประธาน คงไม่มีใครในประเทศนี้จะอยู่ได้อย่างปลอดภัยอีกหรือเปล่า นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนครที่ออกแถลงการณ์ประณามการทำร้ายคุณสิรวิชญ์ ก็ถูกคุกคามโดยมีการติดต่อไปยัง บิดามารดาของนักศึกษา เพื่อขอให้หยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง ผมพูดมาแบบนี้ทั้งหมด เพื่อจะเน้นย้ำว่าคนที่ถูกเจ้าหน้าที่ขอร้องให้ยุติบทบาททางการเมือง ให้เลิกยุ่งเกี่ยวในการ ทำกิจกรรมทางการเมือง หากว่าเขาฝ่าฝืนที่จะทำต่อไปตามคำขอร้องที่เจ้าหน้าที่ได้ถามมา ผลที่จะเกิดขึ้นจะเป็นแบบเดียวกันกับที่คุณสิรวิชญ์ได้รับหรือเปล่า เรื่องนี้เป็นประเด็น ที่สำคัญ เพราะมีคนที่ทำแบบเดียวกับคุณสิรวิชญ์ หลายคนไม่เชื่อในสิ่งที่เจ้าหน้าที่ขอร้อง แล้วผลที่ตามมาก็คือถูกทำร้ายร่างกาย สาหัสบ้าง ไม่สาหัสบ้างว่ากันไป ผมถามมาทั้งหมดนี้ ก่อนที่จะเข้าสู่คำถามนิดเดียวครับท่านประธาน คือผมหวังเพียงอย่างเดียว ผมไม่อยาก ให้การปกป้องสวัสดิภาพของประชาชนเป็นเหมือนการจ่ายค่าคุ้มครองด้วยราคาของเสรีภาพ เพราะรัฐมีหน้าที่ต้องรับประกันสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะเป็น ที่ชื่นชอบของผู้มีอำนาจหรือไม่ ซึ่งผมก็คงต้องฝากท่านเรียนไปยัง
๑๐ นาทีแล้วครับ คุณรังสิมันต์ ยังไม่ได้ถามเลยนะครับ
ผมกำลังจะถามแล้วครับ ท่านประธาน กำลังแลนดิง (Landing) แล้วครับ เมื่อสักครู่กำลังแลนดิง (Landing) แล้ว คำถามของผมมี ๓ คำถามครับ
คำถามที่ ๑ เอาทีเดียวให้จบนะครับ เพราะเหตุใด พลเอก ประวิตร รวมถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยื่นเงื่อนไขให้แก่นายสิรวิชญ์ว่า หากต้องการการคุ้มครองความปลอดภัย ในฐานะพยาน มีเงื่อนไขคือต้องเลิกเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งที่ประชาชนสมควรได้มี สิทธิเสรีภาพทั้ง ๒ อย่าง นี่คือรูปแบบหนึ่งของการข่มขู่ประชาชนที่แสดงออกทางการเมือง หรือไม่ ขอทราบรายละเอียด
คำถามที่ ๒ เหตุใดจึงต้องส่งเจ้าหน้าที่มาคอยติดตามตัวประชาชนที่ แสดงออกหรือเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช. ในลักษณะกดดันไม่ให้แสดงออกหรือเคลื่อนไหว ทางการเมืองอีก ประชาชนเหล่านี้ไม่ใช่ต้องการล้มล้างรัฐไทย เพียงแต่เขาต้องการต่อต้าน คสช. ที่เป็นผู้ที่ใช้อำนาจรัฐเท่านั้น แล้วเพราะเหตุใดการที่ประชาชนต่อต้าน คสช. จึงถูกโยง ให้กลายเป็นเรื่องเดียวกันกับความมั่นคงของรัฐไปได้ ถึงขนาดต้องส่งเจ้าหน้าที่คอย ติดตามตัว ผมขอทราบรายละเอียด
และคำถามสุดท้ายครับ น่าเสียดายที่ พลเอก ประวิตร ไม่ได้มาตอบด้วย ตัวเอง การกดดันของเจ้าหน้าที่หากประสบผลสำเร็จทำให้ประชาชนเลิกแสดงออก หรือเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ ผู้ได้รับประโยชน์จะได้แก่คณะรักษาความสงบแห่งชาติเอง เช่นนี้แล้วคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือบุคลากรในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีส่วนได้เสีย มีความเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจต่อปฏิบัติการดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณครับท่านประธานที่ให้โอกาสผมหวังว่าจะได้รับคำตอบ ที่ชัดเจน ขอบคุณมากครับ
ก็ได้ใช้เวลาไปประมาณ เกิน ๑๐ นาทีนะครับ แต่ว่าโดยที่กระทู้เหลือ ๒ กระทู้ก็เลยอนุโลมให้นะครับ เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายให้มา ตอบกระทู้เรื่องความเคลื่อนไหวทางการเมืองในวันนี้ครับ ต้องขอขอบคุณนะครับท่านผู้ที่ ตั้งกระทู้สอบถาม ผมขออนุญาตเรียนท่านผู้ทรงเกียรติในขั้นต้นนี้ว่าในเรื่องของสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงออกของประชาชนตามกรอบรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้นั้น ในส่วนรัฐบาลขอยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวนั้นสามารถทำได้ในกรอบของกฎหมายที่กำหนดไว้
ในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน รัฐบาลคำนึงใน หลักการอยู่เสมอว่าบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย และมีสิทธิเสรีภาพได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ สำหรับกรณีคุณสิรวิชญ์ที่ถูกทำร้ายร่างกาย ที่ผ่านมาผมก็ได้มาตอบกระทู้ที่นี่ ๑ ครั้ง แล้วก็ ได้เรียนว่าในเรื่องมาตรการเชิงป้องกันนั้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นกับบุคคลอื่น ๆ อีก รวมทั้งประชาชนทั่วไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้เพิ่มมาตรการในการที่จะไปตั้งจุดตรวจ หรือเรื่องของสายตรวจให้เพิ่มมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่นั้นมีความกังวล ก็คือว่าทุกท้องที่ก็ไม่อยากให้เหตุการณ์เกิดขึ้นในท้องที่ตัวเอง อันนี้เป็นการดำเนินการของ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่จะเข้าไปดำเนินการ ทางตำรวจก็ได้มอบหมายให้ทุกพื้นที่นั้นได้ไปดูว่า พื้นที่ตรงไหนที่มีบุคคลสำคัญ หรือมีบุคคลที่นักเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือประชาชนทั่วไป ที่อาจได้รับอันตรายและรู้สึกตัวเองไม่ปลอดภัยจะได้ไปดูแลเข้มงวดกวดขันเพิ่มมากขึ้น ก็เป็นที่มาของ ผมจำตัวเลขได้ว่าประมาณ ๗๖ ท่านนะครับที่ทางตำรวจนครบาลจะได้ให้ เข้าไปดูแล การดำเนินการเข้าไปนั้นผมว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นไปในเชิงบวกมากกว่านะครับ ไปที่จะ ไปพบปะแล้วก็ไปสอบถามว่าท่านต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นดูแลท่านได้อย่างไร รวมทั้ง ประชาชนในบริเวณใกล้เคียงด้วย เพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ความรับผิดชอบของแต่ละท้องที่ตัวเอง สำหรับกรณีของนายสิรวิชญ์ที่ถูกทำร้ายร่างกายนั้น เรื่องคดีนั้นปัจจุบันก็ได้มีการสอบพยานไปแล้วรวม ๑๕ ปาก มีการสืบสวนสอบสวนไป ค่อนข้างมากนะครับ และคิดว่าในเร็ววันนี้ก็คงจะสามารถที่จะออกหมายจับได้ ก็อยู่ ในระหว่างที่สืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ในกรณีนี้ก็จะมี ๒ ส่วน ในเรื่องของ การเข้าไปดูแล ส่วนหนึ่งคือเรื่องของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ส่วนที่ ๒ คือเจ้าหน้าที่ ตำรวจ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ก็จะไปให้ไปแจ้งสิทธินั่นเองนะครับว่า เป็นผู้เสียหาย ตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทน แล้วก็แจ้งหลักเกณฑ์ในการคุ้มครอง รวมทั้งแจ้งสิทธิในการที่ คุ้มครองพยาน ตรงนี้คือไปแจ้งสิทธิให้ทราบ ส่วนตำรวจนั้นก็เข้าไปดำเนินการในเรื่องของ จะให้ตำรวจนั้นไปคุ้มครองอย่างไรตามที่ร้องขอ ถ้าร้องขอมาตำรวจก็สามารถที่จะจัด กำลังพลตำรวจนั้นไปดูแลความปลอดภัยให้ ใน ๒ ส่วนนะครับ ต้องแยกประเด็นเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งยืนยันว่าในวันที่ พลเอก ประวิตรท่านให้สัมภาษณ์วันนั้น เวลาสอบถามท่านนั้น ไปสอบถามใน ๒ ส่วนด้วยกัน ใน ๒ ส่วนด้วยกันรวมกัน ท่าน พลเอก ประวิตรก็ได้กล่าวว่า ก็เป็นไปตามที่ตำรวจดำเนินการ ตำรวจจะรับผิดชอบในเรื่องของการไปดูแลรักษา ความปลอดภัยตามที่ได้รับการร้องขอ มีอะไรที่ไม่มีความปลอดภัย กรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพก็มีหน้าที่ในการที่จะไปดูเรื่องของการคุ้มครองพยาน การให้สิทธิตาม พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องทั้ง ๒ ส่วน แต่ว่าประเด็นคือเอามาจับรวมกันนั่นเอง ขอยืนยันว่า
ประเด็นที่ ๑ นั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้ห้ามและไม่สามารถห้ามให้บุคคลใด บุคคลหนึ่งนั้นแสดงออกทางการเมืองที่กระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจภายใต้กรอบกฎหมายได้ บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ การเคลื่อนไหวอยู่ใน ขอบเขตของกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ ขออนุญาตเรียนในข้อที่ ๑ นะครับ
ประเด็นคำถามข้อที่ ๒ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องของ ความมั่นคงของรัฐ ทำไมถึงต้องเป็นเรื่องของความมั่นคงของรัฐในเรื่องของการแสดงออก ขออนุญาตเรียนว่าเมื่อดำเนินการตามสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกแล้ว ก็ไม่ได้ถือว่า เป็นเรื่องของความมั่นคง เพราะว่าท่านสามารถแสดงออกได้ตามหลักของรัฐธรรมนูญ แต่กรณีที่เมื่อเรามีการแสดงออกกิจกรรมทางการเมืองแล้ว แน่นอนครับ ก็จะมีประชาชนมา อยู่รวมตัวกันเป็นจำนวนมาก การที่ประชาชนมารวมอยู่เป็นจำนวนมากนั้น ก็ย่อมมีความ เสี่ยงที่จะเกิดเหตุ อาจจะเกิดเหตุกระทบกระทั่งกับผู้ที่ไม่เห็นด้วยหรือเห็นต่างได้ ตรงนี้เป็น อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และเป็นความจำเป็น เป็นหน้าที่ตาม พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องไปดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง ถ้าเกิดเหตุขึ้นอาจจะกระทบเป็นวงกว้างหรือร้ายแรงเพิ่มมากขึ้น ขอเรียนว่าในการดำเนินการทั้งหมดเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่จะดูแลทั้งในเรื่องของ ความปลอดภัยให้กับผู้ที่มาชุมนุมตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนด รวมทั้งดูแลประชาชนทั่วไป ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงที่อาจได้รับผลกระทบด้วยอย่างเท่าเทียมกัน
ในประเด็นที่ ๓ คำถามที่ ๓ ท่านผู้ทรงเกียรติได้กรุณาสอบถาม ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ ในเรื่องของผู้ที่ได้รับประโยชน์นั้น ผมขอเรียนว่าจากที่ผมได้ เรียนชี้แจงในคำถามที่ ๑ คำถามที่ ๒ ท่านคงจะเข้าใจได้ว่า การแสดงออกการเคลื่อนไหว ทางการเมืองที่กระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่มีอะไรแอบแฝงนั้น ภายใต้กรอบกฎหมายนั้น บุคคลย่อมมีเสรีภาพ มีสิทธิที่จะดำเนินการได้ตามบทบาทของรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายและ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่เองก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีอำนาจหน้าที่ในการดูแล ความปลอดภัยให้แก่ประชาชนทุกคนที่เข้าร่วม เพื่อให้ความสงบเรียบร้อยของสังคม และเป็นการอำนวยความสะดวก เพราะฉะนั้นจะได้เสียอย่างไรผมว่าก็อยู่ที่ความสงบ เรียบร้อยของบ้านเมืองเป็นสำคัญนั่นเองครับ ขอบพระคุณครับ
อนุญาตให้ถามได้อีกครั้งครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคอนาคตใหม่ ผมไม่ได้ จะถามเพิ่มนะครับ แค่เอาให้ชัดเจนและเข้าใจมากขึ้น ไม่ได้ตั้งคำถามเพิ่มแต่อย่างใด
ประเด็นแรก ทางท่านชัยชาญได้กรุณาพูดในประเด็นว่า ก็คือสามารถที่จะขอ ความคุ้มครองได้ถูกต้องหรือไม่ครับ แต่ทีนี้ผมเข้าใจว่าผู้บังคับบัญชาของท่านได้ให้สัมภาษณ์ ในลักษณะที่ว่าจะต้องเลิกยุ่งทางการเมืองก่อน คือยืนยันในสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บอกให้ คุณสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ เลิกยุ่งทางการเมือง เพื่อความชัดเจนนะครับ ผมแค่ต้องการ ความชัดเจนว่า สรุปแล้วสิ่งที่ท่านพูดซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ สรุปแล้วผมควรเชื่ออย่างไร ถ้าท่านพูดในเวทีแห่งนี้ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้แสดงว่า สิ่งที่ท่านประวิตรได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องใช่หรือไม่
ประเด็นที่ ๒ ผมเข้าใจดีว่าการรักษาความสงบเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ต่อการชุมนุมอะไรก็แล้วแต่ เรื่องนี้ผมคิดว่าคนที่มาชุมนุมไม่มีปัญหาครับ แต่ที่ผมอยากจะ ถามและเรียนถามให้ชัดเจนก็คือว่า เพราะเหตุใดจึงจำเป็นต้องติดตามในลักษณะถึงเนื้อถึงตัว ขนาดนั้น ลองจินตนาการกลับกันครับ ถ้าภรรยาของท่าน ลูกของท่านอยู่ที่บ้าน แล้วมี เจ้าหน้าที่ไม่รู้มาจากไหน มาหาท่านที่บ้าน แล้วมาถามถึงท่าน ท่านจะรู้สึกอย่างไร เรื่องนี้ผมคิดว่าอยากให้ท่านช่วยอธิบายหน่อยว่ามีความจำเป็นอย่างไรถึงขนาดต้องติดตาม ถึงเนื้อถึงตัว ไปตามหาถึงบ้านขนาดนั้น
ประเด็นที่ ๓ ผมอยากให้ท่านได้ชี้แจงให้ทราบหน่อยว่าทุกครั้งที่มีประชาชน เขาต่อต้าน คสช. แต่คนที่ต่อต้าน คสช. กี่ครั้ง ๆ ก็มักจะถูกดำเนินคดีโดยคนจาก คสช. ฝ่ายกฎหมายของ คสช. การต่อต้านหรือไม่เห็นด้วยกับ คสช. เป็นเรื่องเดียวกันกับ ความมั่นคงของรัฐหรือไม่ ขอบคุณครับ
เชิญเลยครับ ท่านรัฐมนตรี
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กราบเรียนผู้ทรงเกียรติครับ
ประเด็นที่ ๑ เมื่อสักครู่นี้ผมตอบผมว่าค่อนข้างชัดเจนว่า ในประเด็นคำถามที่ ท่านจะตอบคำถามนั้น เอาใน ๒ เรื่องมาถามรวมกัน ประเด็นก็คือว่าการคุ้มครองพยานนั้น ก็มีหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองพยาน ในส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปนั้นเพื่อที่จะไปให้เรื่องของ สิทธิในการที่จะร้องขอในการที่จะคุ้มครองความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจมิได้ไปห้ามไม่ให้ คุณสิรวิชญ์ไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ผมเรียนแล้วว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นไม่สามารถที่จะ ไปห้ามได้ เพราะว่าไม่มีอำนาจหน้าที่จะไปห้าม แล้วก็ไม่สามารถห้ามได้ เพราะเขามีอำนาจ อยู่แล้ว อันนี้ประเด็นที่แยกแยะให้เห็นนะครับ แล้ว พลเอก ประวิตรท่านก็ตอบวันนั้น ว่าก็เป็นไปตามที่ตำรวจดำเนินการก็คือว่า ในเรื่องของการที่จะไปดูแลคุณสิรวิชญ์ อันนี้ ๒ เรื่องนะครับ
ประเด็นที่ ๒ การติดตามนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะมีการติดตามหรือไม่ ผมไม่สามารถตอบตรงนี้ได้ว่ามีการติดตามอย่างใกล้ถึงตัวอย่างไร แต่สิ่งต่าง ๆ ที่ดำเนินการ ถ้าเป็นในเชิงบวกแล้วก็คือว่าไปดูแลความปลอดภัย ถ้าเกิดว่าไปแล้วถูกทำร้ายอีกก็จะเป็น กรณีเดียวกับท่านสิรวิชญ์ที่โดนอีกเช่นเดียวกัน ผมเข้าใจว่าอย่างนั้นนะครับ เป็นลักษณะ แบบนั้น
ประเด็นที่ ๓ บอกว่าทำไม คสช. ต้องไปดำเนินการ ทั้งหมดที่ การดำเนินการของ คสช. ก็เป็นการดำเนินการตามกรอบของกฎหมายที่กำหนดไว้นั่นเอง มิได้ทำเกินกรอบของกฎหมายที่ให้อำนาจหน้าที่ในการดำเนินการครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ขออนุญาตกระทู้ถามต่อไปนะครับ
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๐๙ ส. เรื่อง การจัดซื้อเครื่องบินเจ็ทหรู ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) (นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) รองนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ
กระทู้สดต่อไป ได้ถามรอง นายกรัฐมนตรี และมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้ตอบ เจ้าของ กระทู้คือ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ขอเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ วันนี้ก็เห็นใจท่านรัฐมนตรีช่วยชัยชาญนะครับ เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่งเอากระดูกมาแขวนคอ หลายอาทิตย์แล้วนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมจะมาถามกระทู้ในวันนี้เกี่ยวกับเรื่องของพฤติกรรมการติดของหรู เที่ยวหรู ดูงานฮาวาย กินคาเวียร์ (Caviar) งบประมาณ ๒๐ ล้านบาท
ผมว่าท่านจุลพันธ์ ถามก่อนเลยแล้วอธิบายทีหลังนะครับ เอาให้ตรงกับกระทู้ เชิญครับ
ผมเกริ่นเล็กน้อยเท่านั้นท่านประธานครับ นอกจากนั้นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชดูงานอเมริกาใต้ งบประมาณ ๔๘ ล้านบาท ไม่ทราบว่าบนเครื่องเสิร์ฟคาเวียร์ (Caviar) หรือเปล่า นาฬิกาหรูเรือนละ เป็นล้านบาทอีกเกือบ ๓๐ เรือน
ตรงประเด็นดีกว่าครับ ตรงกระทู้ ไม่อยากท้วงแล้วครับ
วันนี้กระทู้ถามสดครับท่านประธาน เป็นเรื่องเครื่องบินเจ็ทมือหนึ่งลำใหม่ หรูหราโอ่อ่า ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง ถ้าหากว่าวันนี้ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ โลก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือรัฐบาลจะจัดซื้อเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) สักลำสองลำไม่มีใครว่าครับ แต่วันนี้สภาพเศรษฐกิจของประเทศไทย การจัดงบประมาณ แบบขาดดุล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ปัจจุบันถาโถมเข้ามายังพี่น้องประชาชน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่านประธานครับ มีภาพของท่านรองนายกรัฐมนตรี ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลงจากเครื่อง ภาพนี้ละครับหยุดก่อนครับ วันนี้ท่านดูสมาร์ต (Smart) มาก ธรรมดาท่านด้วยความอายุ มากท่านจะเดินค่อนข้างกระย่องกระแย่งหน่อย แต่วันนี้ท่านดูดีมาก น่าจะเป็นเพราะว่า ได้ลองของใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ข่าวนี้โด่งดังทางหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วก็โลกออนไลน์ (Online) เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเป็นการเดินทางไปแจกโฉนดคืนให้แก่ ประชาชน
ภาพนี้ได้ขออนุญาตแล้วนะครับ ถึงได้อนุญาต
ขอบพระคุณท่านประธานครับ โดยเฉพาะเรื่องของการแจกโฉนดคืนให้แก่ประชาชนในจังหวัดลพบุรี ตามโครงการแก้ไข ปัญหาหนี้นอกระบบครับท่านประธาน กระผมจะไม่อภิปรายครับว่าโครงการนี้มีปัญหา ในการดำเนินการอย่างไร เพราะว่ายังไม่ถึงวาระของมัน มีการพูดถึงกันมากในเรื่องของ การเอาโฉนดไปแจก ดึงคืนจากนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหด สุดท้ายเอารัฐมนตรีใน คณะรัฐมนตรีไปแจก พอกลับบ้านควันยังไม่ทันหายตลบ ยึดคืนจากชาวบ้านเอาไปแจกคืนให้ นายทุนใหม่ หรือประเด็นการแจกโฉนดนี้ขัดกับหลักการของกฎหมายอย่างชัดเจน เพราะว่า การทำดอกเบี้ยโหดให้กับชาวบ้านกู้นี้ผิดกฎหมายอาญา แต่โครงการนี้ให้นำโฉนดกลับมา มอบคืนให้ แล้วก็หยวน ๆ กันไป
คุณจุลพันธ์ครับ ผมไม่อยากแทรกนะครับ แต่ว่ากระทู้นี้ถามเรื่องการจัดซื้อเครื่องบินเจ็ทหรูของสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ
ผมกำลังถามอยู่ครับท่านประธาน ท่านประธานต้องใจเย็น ๆ นิดหนึ่งครับ ขอความกรุณา
ขอให้ตรงกระทู้ด้วย แล้วถ้าออกไปนอกเรื่องผมจำเป็นต้องตัดครับ
ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระบวนการในการแจกโฉนดเป็นอย่างไรเราคงยังไม่พูดถึงกัน เรามีวาระที่จะอภิปรายกันอีก แต่เราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันนี้กระผมจะมากระทู้ถามผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องของการใช้งบประมาณ ความเหมาะสมของการใช้งบประมาณ เพราะงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้จัดซื้อไปเป็นเงินภาษีของประชาชน ขีดเส้นใต้ ๑๐๐ ครั้ง กับคำว่า เงินภาษีของประชาชน คำนี้เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่เห็นภาพไป ๔ ภาพ เป็นภาพของเครื่องบิน ลำใหม่ เป็นภาพของความหรูหราภายใน อาจจะไม่ใช่ภาพจริงนะครับ เพราะว่าภายใน ของมันเรายังไม่เห็นกันในของจริง แต่ว่าเป็นภาพที่ทางบริษัทเขาจัดส่งมา เป็นภาพพื้น ๆ ของเขา เป็นภาพแบบพื้นฐาน แต่ผมว่าความหรูหราโอ่อ่าไม่แตกต่างกันครับท่านประธาน ที่เคารพครับ แต่คราวนี้เรากำลังจะตัดไปภาพต่อไป อาจจะตัดกับอารมณ์เล็กน้อย นี่ครับท่านประธาน อันนี้เป็นภาพของโรงพักไกลปืนเที่ยงอยู่ในชนบทไกลลิบครับ ท่านประธาน ผมไม่เอ่ยชื่ออำเภอ ไม่เอ่ยชื่อตำบล งบประมาณในการซ่อมแซมอาคาร ลักษณะนี้ไม่กี่สตางค์ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็ดีขึ้นมาได้ อยู่ได้ วันนี้ อย่าว่าแต่จะไปแจ้งความเลย แค่เด็กไปวิ่งเล่นใกล้ ๆ ก็ไม่กล้าครับ กลัวผี
ผมขออนุญาตอีกครั้งหนึ่ง ซักกระทู้แล้วก็ตอบ แล้วท่านก็มีสิทธิถามต่อ ถ้าอภิปราย ขออนุญาตนะครับ ขออนุญาตว่า
ท่านประธานครับ ผมกำลังอภิปราย ถึงการใช้งบประมาณ
เดี๋ยวผมขออนุญาต อธิบายให้ฟังครับ การตั้งกระทู้ถามต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะ เป็นการอภิปราย การตอบกระทู้ถามของรัฐมนตรี ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้โดยอนุโลม คือรัฐมนตรีเองก็ต้องไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก อันนี้คือประเด็นที่อยากจะเรียนเพื่อเรา จะได้ปฏิบัติให้ตรงตามข้อบังคับ มิฉะนั้นเราจะเป็นการอภิปรายครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ผมกำลังชี้แจงถึงการใช้งบประมาณของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการจัดซื้อเครื่องบินเจ็ตลำใหม่ ซึ่งภารกิจในการใช้กับ งบประมาณที่ใช้มากมายมันไม่เหมาะสมกับการที่ปัจจุบันภารกิจของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังขาดความพร้อม เป็นการจัดสรรงบอย่างไม่ถูกต้อง วันนี้เราก็เลยถามกระทู้กับท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ เราก็เห็นภาพคร่าว ๆ ไป ผมไม่เปิดภาพแล้วก็ได้ เรื่องของโรงพักร้าง เรื่องของโรงพักที่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม แฟลตตำรวจภาพเหมือนสลัมนะครับ เรื่องของตำรวจผู้น้อยที่ยังต้องมาซื้อปืนสวัสดิการ หลายสิ่งหลายอย่างเหล่านี้ ท่านประธานครับ วันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตัดสินใจ ใช้งบประมาณเป็นพันล้านบาทซื้อเครื่องบินลำหรูเพื่อความสะดวกสบายระดับเฟิสต์คลาส (First class) ให้กับรัฐมนตรีแล้วก็บุคลากรระดับสูงของท่าน
เข้าสู่คำถามแรกเลยก็ได้ครับท่านประธาน ผมอยากจะทราบถึงวัตถุประสงค์ ของการจัดซื้องบประมาณทั้งสิ้นที่จัดซื้อไป รวมถึงงบประมาณที่ต้องใช้ในการบำรุงรักษา ในการเลี้ยงดูบุคลากรไม่ว่าจะเป็นกัปตัน บุคลากรแอร์โฮสเตส (Air hostess) หรือว่า บุคลากรซ่อมแซมบำรุงต่าง ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ
ถามแล้วใช่ไหมครับ
ถามแล้วครับท่านรัฐมนตรีไม่ได้ฟัง หรือครับท่าน
พอดีอย่างนี้ครับ คือกระทู้ ท่านรัฐมนตรีครับ ผมอ่านให้ท่านฟังก็ได้เขาถามว่าอย่างไร
๑. ขอทราบถึงงบประมาณในการจัดซื้อและบำรุงรักษาทั้งหมด และขอทราบ ถึงวัตถุประสงค์ในการจัดซื้อ
๒. ตั้งแต่ส่งมอบมาขอทราบภารกิจของเครื่องบินเจ็ทว่าใช้ไปทำภารกิจ ใดบ้าง ที่ใช้งบประมาณไปเท่าใด
๓. ขอทราบถึงการตรวจสอบการใช้งบประมาณจัดซื้อของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ถามกระทู้ ก็ฟังอยู่ครับ ฟังทุกเรื่องที่ท่านได้สอบถามครับ ผมขออนุญาตจะให้ผมตอบทั้ง ๓ ข้อเลย ใช่ไหมครับ หรือทีละข้อครับ
ท่านประธานครับ ผมขอความกรุณา ผมถามคำถามแรกไปครับ
คำถามแรกนะครับ ขออนุญาตเรียนเรื่องคำถามแรก เรื่องวัตถุประสงค์ในการจัดซื้อ ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่า ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ก็ได้มีแผนโครงการที่จะจัดหาเครื่องบินเอนกประสงค์ ๑ ลำนะครับ วงเงินประมาณ ๔๕๒ ล้านบาท ในช่วงนั้นก็พิจารณาครับว่าจะเป็นเครื่องบินเทอร์โบพรอป (Turboprop) ก็คือเป็นเครื่องบินใบพัด ซึ่งสมรรถนะต่าง ๆ นั้นก็คือ เพดานบิน ระยะบิน ก็ยังไม่ได้ ตอบสนองภารกิจที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการนะครับ ต่อมาทางสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติก็เลยได้มีการพิจารณาเห็นว่าจะทำอย่างไรที่จะมีเครื่องบินที่จะรองรับภารกิจ ที่สำคัญ ขออนุญาตเรียนก่อนว่าในสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นปัจจุบันนี้ก็มีเครื่องบิน ปีกติดลำตัวอยู่ ๓ ลำ ลำหนึ่งก็ ๓๗ ปีแล้ว อีก ๒ ลำก็ประมาณสัก ๒๐ กว่าปี กับ ๖ ปี ลำหนึ่งก็ใช้ภารกิจทั่วไป อายุมากแล้ว ใช้งานมากแล้ว อีก ๒ ลำ ก็จะใช้ในภารกิจ เรื่องของการกระโดดร่ม แล้วก็ภารกิจช่วยเหลือประชาชน ก็เลยมีความจำเป็นที่จะทำ อย่างไรที่จะให้จัดหาเครื่องบินที่มีสมรรถนะเพียงพอที่จะปฏิบัติการตามภารกิจของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องของการลำเลียงขนส่งเวชภัณฑ์ เครื่องอุปโภคบริโภคทาง อากาศฉุกเฉิน และส่งกลับทางการแพทย์ได้อย่างน้อย ๑ ราย คือ ๑ เปลสนาม และการขนส่งบุคคลได้ ไม่น้อยกว่า ๑๐ คน ในสถานการณ์เร่งด่วนที่จะต้องสามารถปรับเปลี่ยนห้องผู้โดยสารให้ สามารถที่จะนำผู้บังคับบัญชาไปยังพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที
ประการสำคัญก็คือว่าจะต้องมีวิสัยการบินระยะไกลไปยังกลุ่มประเทศ อาเซียน (ASEAN) ได้ด้วย เพื่อรองรับภารกิจความร่วมมือตำรวจในกรอบอาเซียน (ASEAN) ซึ่งปัจจุบันได้มีการขยายความร่วมมือเพื่อจะรองรับเรื่องของภัยคุกคามในกรอบอาเซียน (ASEAN) มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของตำรวจของอาเซียน (ASEAN) นอกจากนี้ยังมี ภารกิจหลักที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องใช้ในเรื่องของการป้องกันอาชญากรรม ข้ามชาติ การก่อการร้าย ยาเสพติด การค้ามนุษย์ การลักลอบนำสินค้าการเกษตรหลีกเลี่ยง หนีภาษีโดยเฉพาะตามแนวชายแดน รวมทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและนักท่องเที่ยวด้วย สำคัญก็คือว่าสมรรถนะของเครื่องบิน เนื่องจากว่าพื้นที่ที่ปฏิบัติการ หรือที่จะต้องลงไป กำกับดูแลของตำรวจนั้นจะต้องไปในพื้นที่แนวชายแดน ซึ่งปกติแล้วสนามบินตาม แนวชายแดนท่านคงทราบดีว่าเป็นสนามบินที่ระยะทางวิ่งขึ้นลงสั้น เช่น จังหวัดปัตตานี จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก เป็นต้น รวมทั้งแม่สอดด้วย เพราะฉะนั้นภารกิจที่จะรองรับ เรื่องอาชญากรรมตามแนวชายแดน หรือความมั่นคงตามแนวชายแดนนั้น เป็นภารกิจสำคัญ ที่จะต้องหาเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพที่จะสามารถลงในระยะสั้น คือในระยะที่สนามบิน สั้นได้ เพื่อความรวดเร็วในการที่จะเข้าไปดำเนินการต่อปัญหาที่เกิดขึ้น จากวัตถุประสงค์ ดังกล่าวนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เลยปรับเพิ่มวงเงิน และปรับเป็นซื้อเครื่องบินที่ท่าน ผู้ถามกระทู้ได้เสนอเมื่อสักครู่นี้ วงเงินประมาณ ๑,๒๐๐ ล้านบาท โดยเป็นการปรับแผนการใช้ จ่ายงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ในงบอื่น ๆ จะเป็นงบเรื่องการซ่อมบำรุงต่าง ๆ ก็เป็นแต่ละหมวด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ตั้งไว้ในเรื่องของการซ่อมจะเป็นอาคารบ้านพักก็ตาม สถานีตำรวจก็ตาม รวมทั้งอาวุธปืนก็มี การจัดหา ตอนนี้ก็จัดหาไว้กับสถานีตำรวจทั้งหลายแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะได้ไม่ต้องไปจัดหา ด้วยตัวเอง ก็จะมีปืนที่ใช้ในการปฏิบัติงานของตนเองได้
สำหรับในเรื่องของการบำรุงรักษาเรื่องของชำรุดบกพร่องนั้น การจัดหา ก็จะเป็นแพคเกจ (Package) มาในเวลา ๒ ปี ชิ้นส่วนอะไหล่ การบำรุงบริษัทก็จะรับผิดชอบ ในช่วงเวลา ๒ ปี ท่านถามเรื่องของค่าใช้จ่ายบำรุงรักษา ปัจจุบันนี้ในภารกิจ ๑ ปีที่ผ่านมานี้ ทั้งค่าเชื้อเพลิง ค่าปฏิบัติการทั้งหมดเป็นเงินประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ขอบคุณครับ
เชิญท่านจุลพันธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ งบประมาณนี้ผมก็งงนะครับ เพราะว่าส่งมอบ กันขนาดนี้ท่านยังบอกตัวเลขผมมาเป็นตัวเลขกลม ๆ ๑,๒๐๐ ล้านบาท มันคงจะไม่ถูกต้อง เพราะตัวเลขเมื่อจัดซื้อเสร็จแล้ว ส่งมอบแล้ว เราจ่ายครบแล้ว ตัวเลขมันน่าจะชัดเจนกว่านี้ คงไม่ใช่ ๑,๒๐๐ ล้านบาท แต่ท่านประธานครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมาในช่วงที่มีการปฏิวัติ แล้วพวกเราไม่อยู่ ใช้งบประมาณแผ่นดินกันอย่างไร ลักษณะนี้เมื่อก่อนถ้าอยู่ในสภาปกติ ไม่ว่าฝ่ายไหนเป็นรัฐบาลไม่ผ่านหรอกครับท่านประธาน โดยภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้องเรียนอย่างนี้ว่าความจำเป็นฟังดูเหมือนจะมี แต่ว่าในข้อเท็จจริงแล้วมันไม่ใช่ เพราะในฟลีต (Fleet) เครื่องบิน การลำเลียงทางอากาศ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเองมีเครื่องบินลักษณะนี้อีก ๓ ลำ เฮลิคอปเตอร์อีก ๘๐ ลำ ห้องโสตไม่ต้องเปิดรูปแล้วครับ เป็นรูปของเครื่องบินที่เรียกว่า ฟอกเกอร์ ๕๐ (Fokker 50) กับเครื่องคาซ่า (Casa) เป็นเครื่องบินอีก ๒ ประเภท เหมือนกันเลยครับ ดูภายนอก เป็นเครื่องบินลักษณะของการลำเลียงบุคลากรระดับสูง นั่งได้ประมาณไม่เกิน ๔๐-๕๐ คน ลำนี้เล็กกว่านั่งได้ ๑๐ คน เครื่องใหม่ ฟอลคอน ๒๐๐๐ (Falcon 2000) นั่งได้แค่ ๑๐ คน เครื่องเก่านั่งได้ ๔๐-๕๐ คน ก็ไม่ได้เก่าขนาดนั้น ล่าสุดเพิ่ง ๖ ปีเท่านั้นเอง ท่านประธาน ที่เคารพ ใช้งบประมาณเพื่อจัดซื้อมาใหม่ผมไม่เข้าใจที่สุด เปรียบได้กับเป็นเด็กชายขาวอ้วน จ้ำม่ำอยากได้ของเล่นจากพ่อแม่ เดี๋ยวเรียกร้องเอารถถัง เดี๋ยวเรียกร้องเอาเรือดำน้ำ วันนี้ ขอเครื่องบินเจ็ท ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ได้เหลียวมาดูเลยว่าที่บ้านน้องก็ยังไม่ได้กินข้าว น้องอีกคนหนึ่งยังไม่ได้เรียนหนังสือไม่มีเงินค่าเทอม แม่อยากไปหาหมอ ไม่มีสตางค์จ่าย งบประมาณของรัฐที่จะไปดูแลภาคอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การสาธารณสุข คมนาคม ศึกษา เรื่องของสังคมยังไม่เพียงพอ แต่กลับมาซื้อของฟุ่มเฟือย ลักษณะนี้แทน พ่อแม่ก็จ่ายไปสิครับ ก็ซื้อไป จะรถถัง จะเรือดำน้ำ จะเครื่องบินเจ็ท ก็ลูกคนนี้ออกมาพร้อมปืน ไม่จ่ายก็ไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ หลักคิดในการบริหารจัดการ ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นปัญหา เอาง่าย ๆ เลยนะครับ ภาพที่เป็นเหตุที่เขาพูดกัน ภาพท่าน รองนายกรัฐมนตรีเดินลงจากเครื่อง ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ไปแจกโฉนดที่ดิน ที่จังหวัดลพบุรี ขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมือง เขาเรียกสนามงู ติด ๆ สนามบินดอนเมือง สนามงู เป็นสนามของทหารท่านประธานก็ทราบ ท่านประธานที่เคารพ ขับรถออกมาเป็นขบวน น่าจะ กระทรวงกลาโหมหรือบ้านพัก อันนี้ผมไม่ทราบได้ มีรถนำ มีรถตามเป็นสิบ มาถึงสนามบิน ดอนเมือง ลงรถเพื่อขึ้นเครื่อง ใช้เวลาเทคออฟ (Take off) แลนดิง (Landing) ไม่ต่ำกว่า ชั่วโมงหนึ่ง ลงที่จังหวัดลพบุรี รถขบวนอีกขบวนหนึ่ง ดีไม่ดีเป็นขบวนเดิมที่ส่งที่ดอนเมืองนั่นละ ไปรับที่จังหวัดลพบุรีเพื่อไปภารกิจแจกโฉนด ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดลพบุรี จากสนามบินดอนเมือง ๑๒๐ กิโลเมตร ขับรถชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเองครับ ผมไม่สามารถใช้ ตรรกะใด ๆ ไปคิดได้เลยว่าทำไมถึงจะขึ้นเครื่อง เราไม่สามารถเอาตรรกะปกติไปคิดได้เลย
ท่านประธานที่เคารพครับ เข้าสู่คำถามที่ ๒ เครื่องฟอลคอน (Falcon) ที่ซื้อมานี้ ท่านครับมีภารกิจอะไรแล้วบ้างตั้งแต่บรรจุเข้ามาในกองบินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้ งบประมาณต่อครั้งเท่าไร รวมถึงไปแจกโฉนดที่จังหวัดลพบุรีด้วย ทำไมถึงขึ้นเครื่องไปครับ ฝากท่านประธานถามครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเรียนในขั้นต้นว่าราคาจริงนั้น คือ ๑,๑๖๒ ล้านบาท ต่อประเด็นคำถามท่านว่าจัดหาไว้แล้วใช้ในภารกิจต่าง ๆ ไปเท่าไร อย่างไร ขออนุญาตเรียนตอบว่าได้มีภารกิจต่าง ๆ ที่ใช้ไปแล้วทั้งหมด ๖๖ ครั้ง เป็นภารกิจ ในประเทศ ๖๓ ครั้ง และเป็นภารกิจต่างประเทศ ๓ ครั้ง ได้บินไปประสานงานแล้วก็เรื่อง การดำเนินการประชุมเกี่ยวกับกลุ่มอาเซียน (ASEAN) ในประเทศเมียนมา ประเทศสิงคโปร์ และประเทศมาเลเซีย ในจำนวน ๖๓ ครั้ง แยกเป็นภารกิจด้านการป้องกันปราบปราม อาชญากรรม ๔๘ ครั้ง ภารกิจด้านความมั่นคง ๔ ครั้ง ค้ามนุษย์ ๖ ครั้ง แล้วภารกิจในเรื่อง การส่งกำลังบำรุง ๖ ครั้ง ที่ผมเรียนขั้นต้นว่าในการปฏิบัติมีค่าดำเนินการ คือค่าใช้จ่าย ทั้งหมดในปีที่ผ่านมาคือ ๕,๒๐๐,๐๐๐ บาท สำหรับประเด็นคำถามว่าทำไมจะต้องมาใช้ เครื่องบินไปในจังหวัดลพบุรีด้วย ผมไม่แน่ใจว่าในวันนั้นในช่วงบ่ายท่านมีภารกิจอะไรหรือไม่ แล้วก็มีภารกิจที่ไปดำเนินการต่อในช่วงบ่าย ภารกิจที่มีความสำคัญในช่วงบ่ายด้วย แล้วในช่วง ที่ดำเนินการไปนั้นทางผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไปด้วย แล้วก็ได้เชิญท่าน ร่วมเดินทางไปด้วยเพื่อที่จะให้การเดินทางนั้นใช้เวลากระชับที่สุดและเป็นประโยชน์มากที่สุด ในการดำเนินการ ขอบคุณครับ
ถามได้อีกครั้งครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ นี่ละครับท่านประธานเป็นปัญหาของ การที่มอบหมายมาตอบแล้วก็ไม่ตรงกับภารกิจท่าน ผมเข้าใจท่านชัยชาญ ท่านก็ไม่ได้ เดินทางด้วยด้วยซ้ำ แต่ผู้ที่มีภาระในการตอบก็หลบเลี่ยงการมาสภา
ท่านประธานที่เคารพครับ คำถามที่ ๓ เป็นเรื่องดี ๆ บ้าง ไม่รู้จะดีจริงหรือเปล่า การจัดซื้อครั้งนี้นะครับท่านประธาน ข้อดีก็คือเป็นการซื้อเครื่องฟอลคอน ๒๐๐๐ เอส (Falcon 2000S) ซึ่งไม่ใช่ตัวท็อป (Top) ไม่ใช่ตัวที่แพงที่สุดของบริษัท แดสซอลท์ ในรุ่น ฟอลคอน ๒๐๐๐ (Falcon 2000) ตัวท็อป (Top) เขาเรียกว่า ฟอลคอน ๒๐๐๐ เอลเอ็กซ์ เอส (Falcon 2000 LXS) ราคาประมาณ ๓๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเงินไทยประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท พอดีถ้วน ๆ กลม ๆ ราคาของบริษัทที่ตั้งมาสำหรับเครื่องนี้ ฟอลคอน เอส (Falcon S) ที่ซื้อมาถูกกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ เหรียญ ถูกกว่าประมาณ ๑๗๐ ล้านบาท ถ้าคิด เป็นเงินไทยควรจะราคาประมาณ ๘๐๐ ล้านบาท แต่ท่านเพิ่งชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ซื้อมาในราคา ๑,๑๖๒ ล้านบาท ส่วนต่าง ๓๐๐ กว่าล้านบาทหายไปไหน จะบอกว่าเป็นค่าตกแต่งภายใน ผมว่าคงไม่ใช่ ไม่แพงขนาดนี้ หรือว่าจะแถมเป็นนาฬิกาผมไม่รู้ อันนี้ตอบไม่ได้ นาฬิกาติด เครื่องนะครับท่านประธานผมไม่ได้กระทบกระเทียบ
ท่านประธานที่เคารพ คำถามที่ ๓ ท่านรับทราบจากสื่อมวลชนแล้วว่าวันนี้มันมี ส่วนต่างมหาศาลมีคนสงสัยเต็มประเทศไทยไปหมดว่า ซื้อเครื่องนี้มีทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ ท่านตั้งคณะกรรมการสอบหรือยัง นี่คือคำถาม ถ้ายังไม่ตั้งจะตั้งเมื่อไร และจะตั้งหรือไม่ครับ
เชิญท่านจุลพันธ์นั่งครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านผู้ทรงเกียรติครับ ขออนุญาตเรียนว่า
ประเด็นที่ ๑ เรื่องราคา ผมไม่มั่นใจว่าท่านได้เอาแบบนั้นตรงกับที่สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติได้จัดหาหรือไม่ ในแบบตามโบรชัวร์ (Brochure) ของบริษัทนั้นมันมี หลายแบบนะครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการตรวจสอบ แน่นอนว่าในการดำเนินการจัดซื้อ เครื่องบินยิ่งงบประมาณเกินกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท มันจะต้องก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ ซึ่งจะต้องส่งเรื่องให้สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังพิจารณาตรวจสอบก่อนเสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณา แล้วก็หลังจากทำสัญญาซื้อขายแล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้ส่ง ข้อมูลทั้งหมดให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อที่จะดำเนินการตรวจสอบตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว การดำเนินการทั้งหมดก็เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการ จัดซื้อจัดจ้าง แล้วก็ส่งให้ สตง. ได้ไปพิจารณาดำเนินการ และเรื่องของสัญญาก็ดี หรือการส่งมอบก็ดี หรือเรื่องของความเหมาะสมของราคาก็ดี ในการดำเนินการที่ผมบอก แล้วข้างต้นว่า ในการจัดหานั้นเราจัดหาทั้งเรื่องของส่งกำลังบำรุง เรื่องของชิ้นส่วนอะไหล่ ด้วยภายในเวลา ๒ ปี เพราะฉะนั้นราคานั้นก็อยู่ที่ความเหมาะสมราคา ซึ่งหน่วยที่เกี่ยวข้อง ก็ได้ตรวจสอบความเหมาะสมของราคาแล้วครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ หมด ๓ ครั้ง พอแล้วครับ ได้อนุโลมเวลาให้ ปกติ ๒๐ นาที อันนี้ได้ใช้เวลาไปประมาณ ๒๗ นาที เนื่องจากว่ามีกระทู้หนึ่งที่ไม่มาตอบก็เลยอนุโลมให้ท่านได้ใช้ทั้ง ๒ ฝ่ายไปครับ พอแล้วครับ คุณจุลพันธ์พอแล้วครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ ผมขออนุญาตไปกระทู้ถามทั่วไป
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
เนื่องจากมีพรรคพวกเราตั้งกระทู้ไว้หลายกระทู้ แล้ววันนี้ก็มีรัฐมนตรีมาตอบ ๓ กระทู้ กระทู้ที่มาตอบวันนี้ คือ
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๑๒ เรื่อง การก่อสร้างพิพิธภัณฑ์บ้านดอนธงชัย ตำบล สว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี
๑.๒.๖ กระทู้ถาม ที่ ๐๑๗ เรื่อง การก่อสร้างถนนและสะพานสาย เลี่ยงเมืองในเขตเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี (นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี
๑.๒.๗ กระทู้ถาม ที่ ๐๑๘ เรื่อง การขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม (นางมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี
ท่านนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รัฐมนตรีมาตอบ จะมีมาตอบกระทู้ถาม ทั่วไป ๓ กระทู้ นอกนั้นได้ขอเลื่อนไป ผมก็ขอเริ่ม กระทู้ถาม ๑.๒.๓ ครับ
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๑๒ เรื่อง การก่อสร้างพิพิธภัณฑ์บ้านดอนธงชัย ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี
ขอเชิญท่านอนุรักษ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย กระทู้ถามทั่วไปวันนี้ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีวีระ โรจน์พจนรัตน์ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ ที่ให้ความสำคัญกับชนบทไกลปืนเที่ยง การก่อสร้างพิพิธภัณฑ์บ้านดอนธงชัย ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร รอคอยมาแสนนาน ทุกครั้งที่มีประชาธิปไตยดิฉันจะกระทู้ถามเรื่องนี้ ตั้งแต่ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ท่านสุกุมล คุณปลื้ม จนกระทั่งถึงท่านรัฐมนตรีวีระ โรจน์พจนรัตน์ ขอบพระคุณ อีกครั้งค่ะ อยากได้ เพราะว่าความอยากได้นี้มันมีสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนพิภพเป็นสิ่งที่ สง่างามมาก เนินดินบ้านดอนธงชัย ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครนั้น มีการตั้งถิ่นฐานของมวลมนุษย์ในสมัยนั้นในช่วงก่อนประวัติศาสตร์ ๓,๘๐๐ ปี ถึง ๑,๘๐๐ ปี เลยทีเดียว โดยใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยและที่ฝังศพ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๗ ๒๕ ปีมาแล้วค่ะ ท่านประธาน กราบเรียนด้วยความเคารพว่ามีการขุดค้นโดยกรมศิลปากรนี่ล่ะค่ะ พบภาชนะ เครื่องปั นดินเผา เครื่องสัมฤทธิ์ ก้อนหิน ขวานหินขัด ลูกปัดหิน ลูกปัดแก้ว และกระดูกสัตว์ จากการขุดค้นของกรมศิลปากรจำนวน ๑๗ หลุม สมบูรณ์เกือบทั้ง ๑๗ หลุม สมบูรณ์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เลยค่ะ แล้วก็ฝังกลบไว้เช่นเดิม ทำไมถึงฝังกลบไว้คะ ทุกครั้งที่ดิฉันสอบถาม ก็คือไม่มีงบประมาณ และสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่าถ้าจะให้มีการท่องเที่ยวใน ภาคอีสาน โดยเฉพาะอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครนั้น จะรณรงค์อย่างไรก็ตาม จะรณรงค์อย่างไรก็ตามอีกครั้งหนึ่งว่าไปเที่ยวเมืองรอง หลังจากเมืองหลักแล้วไปเที่ยวเมืองรอง ไม่สามารถที่จะไปดูสิ่งอื่น ๆ ได้เลยมีแต่ดินแตกระแหง แล้วก็มีแต่วัดที่ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ถ้ามีการสร้างพิพิธภัณฑ์และการขุดค้นรอบ ๆ โดยบริเวณจำนวนมากที่มีอยู่นี้ จะเป็น การท่องเที่ยวที่งดงามมากเลยทีเดียวค่ะ ทัศนศึกษาบ้านเชียง มรดกโลกบ้านเชียงอยู่ห่างจาก อำเภอสว่างแดนดินแค่ ๒๕ กิโลเมตรเท่านั้น มีจุดเชื่อมต่อค่ะ นี่คือมีการเชื่อมต่อกันอย่าง ลงตัวเลยทีเดียว กราบเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบถ้าเรามีตรงนี้
ถามเลยครับ
อีกนิดเดียวค่ะ ท่านประธานคะ จะถามแล้ว ขอประทานอนุญาตนิดเดียวค่ะ แล้วแดนดินของอำเภอสว่างแดนดินแห่งนี้ บ้านดอนธงชัยต้องบอกว่าแดนดินถิ่นนี้อารยธรรมน้อมนำลิขิตฟ้าให้มาพบกันค่ะ
คำถามแรก ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีวีระ โรจน์พจนรัตน์ ว่า จะนำอารยธรรม ๓,๘๐๐ ปีจากใต้ผืนพิภพมาเป็นพิพิธภัณฑ์ได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด และขอประทานอนุญาตท่านประธานด้วยนะคะ ขออนุญาตนั่งขณะที่ ท่านตอบ พิษไข้รุมค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ปกติก็ต้องนั่งอยู่แล้วครับ นั่งเถอะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ขอตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกนะครับ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณ แล้วก็ทำให้ผมได้มีโอกาสเดินทางไปดูสถานที่จริง แล้วก็ได้มีการประชุมร่วมกับ ชุมชนและท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าคณะจังหวัด ท่านเจ้าอาวาสวัดที่เป็นเจ้าของพื้นที่ วันนี้ก็มากราบเรียนว่า เป็นที่น่ายินดีว่าทุกฝ่ายตกลงกันได้นะครับ ในภาพรวมก็อยากจะ กราบเรียนว่ากระทรวงวัฒนธรรมได้ดูแลอนุรักษ์พัฒนาแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ในปัจจุบัน เรามีพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ ๔๑ แห่ง มีโบราณสถานทั่วประเทศ ๘,๗๖๐ แห่ง เรามีอุทยานประวัติศาสตร์ แล้วก็โบราณสถานที่เป็นมรดกโลก ๓ แห่ง ก็คืออุทยาน ประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร ก็คือ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย แล้วก็แหล่ง โบราณคดีบ้านเชียง ซึ่งเป็นยุคร่วมสมัยกับแหล่งที่เรากำลังพูดถึงนี้ สำหรับมรดกโลกที่อยู่ใน บัญชีเบื้องต้น ตอนนี้เรามีถึง ๖ แห่ง ก็คืออุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทที่จังหวัดอุดรธานี เรามีพระธาตุพนม เรามีเชียงใหม่ และเราก็มีพระบรมธาตุที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และ ๒ แห่งเพิ่งเข้าไปอยู่ในบัญชีปีนี้ก็คือ เมืองโบราณศรีเทพและกลุ่มเทวสถานปราสาท พนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำและปราสาทปลายบัด เพราะฉะนั้นถือว่าเรามีมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นแหล่งที่จะสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้และได้ท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ก็ขอกราบเรียนว่าปัจจุบันนี้เรามีโครงการที่ทำพิพิธภัณฑ์และเตรียมจะเปิดอันนี้อยู่อีก หลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ภัยพิบัติสึนามิ ซึ่งจะเปิดในปี ๒๕๖๔ เรามีพิพิธภัณฑ์ มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน จังหวัดนราธิวาส ซึ่งจะเปิดใน ปี ๒๕๖๔ เช่นเดียวกัน และเราก็มีพิพิธภัณฑ์เครื่องทองที่จะเปิดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็คือจะย้ายเครื่องทองจากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยาเป็นเครื่องทองล้ำค่าที่ ขุดพบได้จากวัดราชบูรณะ และเช่นเดียวกันที่จังหวัดพัทลุงตอนนี้ก็กำลังเปิดประมูลจัดทำ พิพิธภัณฑ์เครื่องทองที่ค้นพบที่จังหวัดพัทลุง นอกจากนี้ก็จะมีพิพิธภัณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ จังหวัดพิจิตร พิพิธภัณฑ์ที่จะอยู่บริเวณปราสาทพนมรุ้ง แล้วก็พิพิธภัณฑ์ที่จะอยู่ในเขต อีอีซี (EEC) อีก ๑ แห่ง เพราะฉะนั้นถ้าท่านสมาชิกคิดว่าในจังหวัดของท่านมีศักยภาพ ศักยภาพนี้ คืออาจจะมีแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดี และที่สำคัญก็คือที่มีปัญหาปัจจุบันนี้ของ กรมศิลปากรก็คือการหาที่ที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์ สำหรับกรณีของท่านสมาชิกที่ถามก็ต้อง บอกว่าพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งนี้มีศักยภาพมาก แล้วก็เป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ จริง ๆ แล้วก็ย้อนหลังไปได้ถึง ๔,๐๐๐ ปี และก่อนหน้า ๔,๐๐๐ ปี จริง ๆ แล้วก็เคยค้นพบ เครื่องปั นดินเผาในยุคแรกและจนมาถึงขวานหิน แล้วก็ยุคโลหะ ยุค ๔,๐๐๐ ปี หลังจากนั้น ก็จะมีเครื่องปั นดินเผาที่ลวดลายสวยงาม อันนั้นก็ยุคประมาณ ๒,๕๐๐-๓,๐๐๐ ปี เพราะฉะนั้นก็ยืนยันถึงศักยภาพที่แหล่งโบราณคดีบ้านดอนธงชัยว่า นอกจากที่ท่านกรุณา อธิบายแล้วนี้ จริงๆ แล้วกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร เขาก็ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง มีการประกาศขึ้นทะเบียนเมื่อปี ๒๕๔๒ แล้วก็มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๕๕ ว่าจะทำ โครงการนี้ด้วยในวงเงินถึง ๒๗๐ ล้านบาท และตอนนั้นก็ต้องบอกว่ายังไม่ได้มีแผนที่ชัดเจน มีแต่กรอบโครงการคร่าว ๆ ว่าจะทำนั่นร้อยล้านบาท จะขุดค้น ๒๐ ล้านบาทประมาณนั้น ยังไม่มีเนื้อโครงการจริง ๆ แล้วก็จนปี ๒๕๕๕ ท่านก็เคยตั้งกระทู้เรื่องนี้ติดตามทีหนึ่ง ผมไปดู เรื่องเดิม อย่างไรก็ตามปี ๒๕๕๗ กับปี ๒๕๕๘ ได้มีการขุดค้นเพิ่มเติม และจากการขุดค้น เพิ่มเติมก็ปรากฏว่าเขาได้เจอโบราณวัตถุซึ่งจะมีทั้งโครงกระดูก มีทั้งเครื่องปั นดินเผา ลูกปัด กำไล ตอนนี้ก็เก็บไปอนุรักษ์ที่จังหวัดขอนแก่น และในอนาคตถ้าเรามีพิพิธภัณฑ์ของเหล่านี้ ก็จะกลับมาสู่พิพิธภัณฑ์ที่บ้านดอนธงชัย กราบเรียนว่าประเด็นปัญหามีอยู่นิดเดียวที่เดินไป ไม่ได้ก็คือเรื่องที่ดิน เพราะกรมศิลปากรไปประกาศขึ้นทะเบียนเป็นเขตโบราณสถาน ถึง ๑๖ ไร่ ในขณะที่วัดมีที่แค่ ๑๙ ไร่ ก็ยังเข้าใจกันผิดอีกว่าเมื่อประกาศขึ้นทะเบียนแล้ววัด จะที่หายไป แต่จริง ๆ ไม่ใช่ วัดก็ยังมีที่เหมือนเดิม แล้วก็ยังเป็นวัดเหมือนเดิม
ประเด็นที่ ๒ ก็คือจะต้องมีการซื้อที่ดินเพิ่มเติมเพื่อทำที่จอดรถ ตรงนี้ก็เงิน อะไรไม่มาก แต่ว่าราคาที่เสนอมานี้มันเกินจากที่สำนักงบประมาณจะตั้งให้ได้
ประเด็นที่ ๓ ก็คือตามโครงการจะต้องย้ายศาลาการเปรียญ ซึ่งวัดก็เพิ่ง สร้างใหม่ และต้องใช้เงินถึง ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ปรากฏว่าทางท่านเจ้าอาวาสกับชุมชน ก็ไม่ต้องการให้ย้ายวัด นี่เป็นอุปสรรคแค่นี้ แล้วผมก็ดูรูปว่าที่มีอยู่มันก็ไม่สง่างามก็เดินทางไป เมื่อวันที่ ๕ ลงไปดูพื้นที่ แล้วก็เรียกท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมาประชุม แล้วก็ชุมชน อบต. อบจ. การท่องเที่ยว สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็มาหมด ก็ได้ข้อสรุปชัดเจน ผมตอบ รวดเดียวชัดเจนเลยก็คือว่า ๑. วัดและแหล่งโบราณคดีอยู่ด้วยกันได้ไม่ต้องรื้อ ศาลาการเปรียญ ๒. ที่ดินที่จะต้องซื้อท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านบอกเดี๋ยวท่านจัดการหา งบประมาณซื้อที่ดินให้ แล้วก็ ๓. เรื่องที่จะทำทั้งหมด ๑๖ ไร่ก็บอกว่าให้กำหนดขอบเขตให้ ชัดเจนว่าจะขุดค้นเพิ่มเติมเท่าไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็มีความชัดเจนแล้ว แล้วเมื่อกลับมา อาจจะให้ดูรูปที่ผมไปดูก็ได้ ที่ไปประชุม ไปประชุมทั้งที่วัด ไปประชุมทั้งที่จังหวัด แล้วก็สำรวจประเด็นปัญหา ท่านรองอธิบดีกรมศิลปากรทุกคนก็ไปชุมนุมเหมือนเป็น มหกรรม เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าที่ผมไปนี้ได้ประโยชน์ แล้วผมไม่ได้กลับมามือเปล่า ผมก็เอาข้อสรุปมา เมื่อวานนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุท่านก็เรียกประชุมคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ แล้วก็บรรจุเรื่องนี้เป็นประเด็นพิจารณา แล้วก็บอกว่ากำลังจะไปชี้แจง อย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้ ที่ประชุมก็เห็นชอบนะครับ แล้วเมื่อเห็นชอบแล้วผมก็บอกว่าขอให้ใส่ ไปในมติที่ประชุมเมื่อวานนี้คือประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติว่า ขอให้แผนงาน และการจัดทำงบประมาณให้แล้วเสร็จภายใน ๓ เดือน เพื่อที่จะสามารถปรับงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ที่จะดำเนินการต่อได้ทันที นี่ครับก็เป็นประเด็นอะไรที่ทางผมก็ไม่สบายใจว่าเรื่องนี้ มันค้างคามานาน แต่ก็อยากจะกราบเรียนว่าได้ทำเต็มที่ แล้วก็เมื่อวานนี้ก็เป็นการประชุม นัดสุดท้ายของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เรื่องนี้ก็ถูกบรรจุเป็นเรื่องพิจารณา แล้วก็มี มติชัดเจนว่าเรื่องนี้อย่างไรก็ต้องเดินหน้าต่อไป อย่างไปพบกับชาวบ้านนี่ ชาวบ้านดีใจ คือบอกว่าแค่มีพิพิธภัณฑ์นี่อย่างน้อยพวกชาวบ้านก็ยังมีงานทำ เอาของพื้นบ้านมาขาย มาเป็นเจ้าหน้าที่ในพิพิธภัณฑ์ เด็กเยาวชนที่มาเป็นยุวมัคคุเทศก์ได้รายได้ ก็ประมาณนี้ครับ ก็ขอกราบเรียนในเบื้องต้นครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ คุณอนุรักษ์ถามได้อีกครั้งครับ เชิญนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีวีระด้วยความเคารพค่ะ ในรายละเอียดที่ท่านชี้แจงนั้นเป็นความ น่ายินดีและน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งที่ต้องบอกว่าเรารอคอยมาแสนนานค่ะ แต่ทีนี้ค่ะ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีวีระ พอตรงนี้เสร็จแล้วการเชื่อมโยงค่ะ เชื่อมโยง ในอำเภอสว่างแดนดินนั้นมี ๒๙ หมู่บ้านเลยนะคะ ที่มีสิ่งเหล่านี้อยู่ ซึ่งเป็นที่น่ามหัศจรรย์ เป็นอย่างยิ่ง จะหลายพันปีซ้อนทับในหลายพันปีก็มีค่ะ แบบนี้นั้นเราอยากจะให้ท่านนั้น ศึกษาแล้วก็สร้างจุดเชื่อมโยงให้ได้มากที่สุด มาจากมรดกโลกบ้านเชียงแล้วถ้าท่านที่ กล่าวมาแล้วก็ให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้รับทราบว่าจะมีพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ท่านบอกว่า อย่างนั้นนะคะ สมบัติทุกชิ้นเราอยากอยู่ในโดม จะเป็น ๒๐,๐๐๐ ชิ้น ๓๐,๐๐๐ ชิ้นก็ตาม เราไม่อยากให้ไปฝากตรงนั้นตรงนี้ไว้ ถ้าท่านขุดค้นขึ้นมาอันนี้ท่านต้องรับปากดิฉัน กลางสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสิ่งมหัศจรรย์ของโลก แล้วในเรื่อง การเชื่อมโยงค่ะ ถามคำถามที่ ๒ ค่ะ
พอสมควรนะครับ ถามเลยครับ
ขอทราบคร่าว ๆ ว่าความเป็นไปได้ใน กรอบระยะเวลาที่ชัดเจนว่าจะสร้างเมื่อไร และจะศึกษารายละเอียดและมีพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ เพื่อการท่องเที่ยวและการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวอีกหรือไม่ อย่างไร คำถามสุดท้ายค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ วันนี้ท่านอธิบดีกรมศิลปากร ท่านก็มาสแตนบาย (Standby) แล้วคุยกันประเด็นนี้เหมือนกันว่าวันนี้อย่างไรท่านก็ต้องตอบว่าแล้วจะเสร็จ เมื่อไร ท่านก็บอกว่าเลตลี่ (Lately) ก็ไม่น่าจะเกิน ๕ ปี เพราะว่าเรามีต้นทุนมาเรียบร้อยแล้ว และในส่วนของผมนี่ก็ต้องบอกว่าหลังจากที่ไปดูไซต์ (Site) เราพบว่าในอีสานนี่มีพื้นที่ ในลักษณะนี้เป็นจำนวนมาก ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจจะเกี่ยวเนื่องกับบ้านเชียง หรือไม่เกี่ยวก็ตาม แต่มีจำนวนมาก แต่สถานที่บ้านดอนธงชัยที่จังหวัดสกลนคร นักโบราณคดีบอกว่าขุดตรงไหนก็เจอ เพราะฉะนั้นตรงนี้มันก็จะเป็นแหล่งที่สำคัญมาก ผมก็ให้ เจ้าหน้าที่ประสานยูเนสโก (UNESCO) ไปว่า ถ้าเกิดบ้านเชียงนี่เมื่อเป็นมรดกโลกแล้ว ถ้าบ้านดอนธงชัย จะขอพ่วงเป็นมรดกโลกไปกับบ้านเชียงได้หรือไม่ อย่างน้อยตรงนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นมรดกโลก อีกแห่งหนึ่ง ตอนนี้ทางยูเนสโก (UNESCO) ก็ยังไม่ได้ตอบมานะครับ ก็ให้ตอบแบบ เพื่อความมั่นใจว่าไม่ได้ละเลย แล้วก็จะฝากเรื่องนี้ต่อไป ก็คิดว่าเรื่องนี้ก็คงจะนำเข้าสู่ คณะรัฐมนตรีในเร็ว ๆ วันนี้ให้กรอบแผนงานโครงการให้แล้วเสร็จภายใน ๓ เดือน ท่านก็ บันทึกไว้ก็ได้ว่าวันนี้มาตอบว่าเลตลี่ (Lately) ก็คือภายใน ๕ ปีนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ
(นายนิยม เวชกามา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
กระทู้ถามต่อไป ๑.๒.๖ ท่านนิยมเชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ๑๔๗ เนื่องจากกระทู้ถามผม บรรจุที่ ๑.๒.๒ ก็ข้ามไป เมื่อข้ามไปท่านประธานต้องแจ้งเจ้าของกระทู้ถามคือผมนี่ ตามข้อ ๑๔๗ ว่าแจ้งไปเพราะเหตุใด เขาไม่มาตอบเพราะเหตุใด ต้องกำหนดระยะเวลา ท่านไปดูข้อบังคับ ๑๔๗ ครับท่านประธาน
จะให้ทางฝ่ายเลขาธิการ แจ้งไปครับ ทางฝ่ายรัฐมนตรีได้แจ้งมาขัดข้องไม่พร้อมตอบ จะได้แจ้งให้ท่านทราบต่อไปครับ
แสดงว่ากระทู้ถามผมต้องเลื่อนไป
เลื่อนไปครับ
เลื่อนไปเมื่อไร ผมจะทราบหรือไม่ครับ
ไม่ได้กำหนดวันครับ แต่ว่าเลื่อนไป เขาแจ้งมาทุกกระทู้ถามครับ แจ้งขอเลื่อนไป ผมไม่อยากเสียเวลามาอ่าน หนังสือนั้น แต่ว่าเขาแจ้งไป ก็เอากระทู้ถามที่พร้อมจะตอบมา ๓ กระทู้วันนี้ ก็จะแจ้ง ให้ท่านนิยมทราบต่อไปครับ
พร้อมจะตอบนะครับ กระทู้ถามผม ไม่หลุดไปนะครับท่านประธาน
ผมต้องไปถาม ท่านรัฐมนตรีครับว่าพร้อมเมื่อไรครับ
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ เชิญเลยครับ ท่านสมาชิกเชิญครับ
๑.๒.๖ กระทู้ถาม ที่ ๐๑๗ เรื่อง การสร้างถนนและสะพาน สายเลี่ยงเมืองในเขตเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี (นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี
ขอบคุณท่านประธานค่ะ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ต่อกระทู้ถามทั่วไปที่ดิฉันได้ยื่นเอาไว้นะคะ เป็นเรื่องของสะพานข้ามแม่น้ำมูลค่ะท่านประธาน เนื่องด้วยขณะนี้ในเขตเทศบาล พิบูลมังสาหาร อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานีนั้น เรามีสะพานใช้มาตั้งแต่ ปี ๒๕๒๙ แล้วก็เนื่องจากเป็นเส้นทางเดิมหลักที่ประชาชนเคยใช้ เป็นเหตุให้สะพานตัวนี้ค่ะ เป็นเชื่อมกลางอยู่ตรงกลางเมืองพอดี และถนนที่เชื่อมระหว่างสะพานนี้ไปยังทางหลวง หมายเลข ๒๑๗ และทางหลวง หมายเลข ๒๒๒๒ นะคะท่านประธาน เป็นถนนเส้นภายใน เขตเทศบาลนี่ไม่สามารถที่จะขยายเป็น ๔ ช่องจราจรได้ เป็นเหตุให้ในช่วงหน้าเทศกาล หรือจริง ๆ แล้วเป็นช่วงเวลาปกติก็ได้ท่านประธาน ช่วงเวลาปกติจะมีปัญหาการจราจร ต้องบอกว่าอย่างแน่นหนาค่ะท่านประธาน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยพยายามที่จะติดตั้งสัญญาณไฟจราจรทั้งสองฝั่งสะพานแล้ว เพื่อบรรเทารถที่จะข้ามสะพานไปก็ดี หรือว่ารถในบริเวณแถบนั้นก็ดี ก็ไม่สามารถที่จะ บรรเทาได้ จนถึงขั้นต้องยกเลิกการใช้สัญญาณไฟจราจรท่านประธาน เพราะเนื่องจากรถ จำนวนมหาศาลและถนนที่เชื่อมระหว่างสะพานนั้นมีเพียงแค่ ๒ ช่องจราจรเท่านั้น และไม่สามารถขยายได้นะคะท่านประธาน และด้วยสภาพปัจจุบันนี้ทั้งในเขตเทศบาล อำเภอพิบูลมังสาหารเอง รวมถึงตำบลใกล้เคียง และอีกทางฝั่งหนึ่งนั้นไม่ว่าจะเป็นทาง อำเภอตาลสุมหรืออำเภอโขงเจียมก็ดี กำลังมีการขยายตัวเป็นอย่างมากค่ะ และมี ความจำเป็นในการที่จะใช้สะพานเป็นอย่างสูง จึงอยากสอบถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่า สะพานนี้มีการพูดคุยกันมาสักพักแล้ว หลายปีแล้วว่ามีทั้งเสียงเล่า เสียงลือ เสียงอ้างในบรรดาผู้นำชุมชนเอง หรือในบรรดาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมีการมาก่อสร้าง สะพานเป็นสะพานเชื่อมถนนเลี่ยงเมืองในรอบนอกของเขตเทศบาลพิบูลมังสาหารค่ะ ท่านประธาน แต่จนถึงขณะนี้แล้วเรื่องดังกล่าวก็ยังเงียบหายไป ยังไม่ได้มีการนำกลับมา พูดอีก หรือยังไม่มีการนำกลับมาพิจารณาเพื่อให้ชาวบ้านหรือประชาชนที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบค่ะท่านประธาน สิ่งที่ต้องการนำมาถามในวันนี้เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง เพราะว่าถ้าท่านจะทราบจากรายงานของตำรวจได้ดีค่ะว่าช่วงเทศกาลนั้นรถที่จะข้ามสะพาน บางทีติดถึง ๑๐ กิโลเมตร ไกลมาก บางครั้งใช้เวลารอการข้ามสะพานถึง ๓-๔ ชั่วโมง รถฉุกเฉินไม่ต้องพูดถึงค่ะ ต้องอ้อมไปใช้อีกสะพานหนึ่ง ซึ่งห่างไกลไปอยู่อีกอำเภอหนึ่ง กว่าจะได้ข้ามสะพาน กว่าจะได้ข้ามมาที่โรงพยาบาลนี้นะคะ จึงอยากสอบถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า อยากให้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการสำรวจ แล้วก็ก่อสร้างถนน ทางเชื่อมและสะพานข้ามแม่น้ำมูลอีกแห่งหนึ่ง ในรอบนอกของเขตเทศบาลพิบูลมังสาหาร ซึ่งเป็นถนนเส้นเลี่ยงเมืองเพื่อบรรเทาปัญหาของพี่น้องประชาชนในการใช้เส้นทางรอบ ๆ ไม่ว่าจะเป็นของอำเภอพิบูลมังสาหารเอง แล้วก็อำเภอใกล้เคียง อยากทราบว่าท่าน ได้พิจารณาในเรื่องนี้แล้วหรือยัง หรือว่ามีในแผนหรือยัง ถ้ามีแล้วท่านจะดำเนินการก่อสร้าง ได้เมื่อใด ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ชี้แจงตอบ กระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเกี่ยวกับการก่อสร้างถนนและสะพานสายเลี่ยงเมือง ในเขตเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อฟังจากท่านสมาชิกสักครู่นี้ ผมคิดว่ามี ๒ ประเด็นด้วยกัน คือทางเลี่ยงเมืองกับในเรื่องของตัวสะพานที่มีความแออัด อยู่ในขณะนี้ ซึ่งก็จะอยู่ในคนละทิศ ทิศเหนือกับทิศใต้ของอำเภอพิบูลมังสาหารนะครับ ขออนุญาตเรียนว่าถนนเลี่ยงเมืองรอบนอกเขตเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหารนั้นเป็นถนน ตามแนวที่เสนอแนะในผังเมืองรวมเมืองพิบูลมังสาหาร ซึ่งปัจจุบันนั้นผังเมืองรวมนั้น หมดอายุไปแล้ว ที่เรามีอยู่นั้นก็มีแค่ผังจังหวัดที่ใช้ในการอ้างอิงนะครับ ก็ขออนุญาตเรียนว่า ถนนนั้นก็จะมีจุดเริ่มต้นจากถนนวิพากย์ทางด้านทิศตะวันตกของเมืองพิบูลมังสาหารนะครับ แนวถนนมุ่งหน้าทางทิศใต้ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ อันนี้ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๗ ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นเส้นหลักที่วิ่งออกมาจากตัวเมืองวารินชำราบ แล้วเลี้ยวมาทางตะวันออกตัดถนนสถิตนิมานการ ซอย ๓ ซอย ๒ แล้วก็ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๗ ไปอำเภอสิรินธร แล้วก็ไปจุดผ่านแดนถาวรที่ช่องเม็ก ส่วนทางด้าน ทิศตะวันออกของเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหารนั้นก็มีจุดสิ้นสุดที่ทางหลวงชนบทของ หมายเลข อบ. ๔๐๓๘ ไปบ้านแก่งเจริญระยะทางก็ประมาณ ๕ กิโลเมตร เพราะฉะนั้น จากจุดเริ่มต้นจากถนนวิพากย์ไปจนถึงบ้านแก่งเจริญนั้นระยะทางอยู่ประมาณ ๕ กิโลเมตร อย่างไรก็ตามทางกรมทางหลวง ทางกระทรวง ผมเองก็ลงไปตรวจราชการอยู่เป็นประจำ แล้วก็ดูว่าเส้นทางไหนที่ยังขาดตกบกพร่องอยู่ ปัญหาในเรื่องของเมืองแออัดนั้นเป็นปัญหา เกือบทุกจังหวัด ซึ่งเรามีปัญหาการจราจรติดขัดเข้าไปในตัวเมือง พิบูลมังสาหาร ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในแนวการทำงานของกระทรวงคมนาคมกับกรมทางหลวงก็ได้ให้ความสำคัญ ใน ๒ เรื่อง คือว่าในเรื่องของการตัดทางเลี่ยงเมืองใหม่ อย่างเช่น ในหลายจังหวัดขณะนี้ ก็อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง หรือในกรณีที่จำเป็นนั้นเราก็จะทำเป็นวงแหวน บางจังหวัดนั้น วงแหวนก็จะครบหมด ผมยกตัวอย่าง เช่น จังหวัดนครราชสีมานั้นวงแหวนก็จะครบ ทั้งด้านเหนือ ด้านใต้ ด้านตะวันออก ด้านตะวันตก เพราะว่าปริมาณการจราจรนั้น ค่อนข้างมาก แต่ในบางจังหวัดอาจจะได้ทางด้านตะวันตกก่อนนะครับ อยู่ที่ปริมาณ การจราจรที่มีความหนาแน่น บางจังหวัดอาจจะได้ทางด้านตะวันออก หรือด้านเหนือ ด้านใต้ ก็สุดแล้วแต่ว่าทิศทางของการใช้รถใช้ถนนตรงนั้นมีความหนาแน่นบริเวณไหนนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของทางเลี่ยงเมืองของพิบูลมังสาหารนั้นเราก็ได้บรรจุไว้ในแผนงาน ก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองทางด้านทิศใต้เพื่อเชื่อมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ ถ้าหากเราดู แผนที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ นั้น คือเป็นทางหลวงแผ่นดินจริงแต่ว่าล้ำเข้าไป ในเขตเมืองแล้ว เพราะตัวเมืองนั้นขยายออกมาก็ครอบตัวถนนเส้นนี้ เพราะฉะนั้นก็ทำให้เกิด การจราจรแออัด เพราะฉะนั้นแนวทางของเราก็คือว่าแนวทางในการที่จะทำทางเลี่ยงเมือง ตรงนี้ก็ต้องขยับออกมาอีก แต่การขยับในแนวเดิมนั้นอย่างที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นี้ว่า ผังเมืองรวมนั้นหมดอายุไปแล้ว การขยายตัวของตัวเมืองนั้นก็เขยิบออกมานอกเมืองมากขึ้น เพราะฉะนั้นแนวที่จะก่อสร้าง เดิมทีนั้นระยะทางทั้งหมด ๕ กิโลเมตร แต่ในช่วงที่เชื่อม ระหว่าง ๒๑๗ กับ ๒๑๗ ด้านตะวันออก ตะวันตกนั้นก็จะเหลือประมาณสัก ๓ กิโลเมตร แต่ ๓ กิโลเมตรนั้นไม่พอแล้ว เพราะว่าตัวเมืองขยาย เพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องขยับ ออกมาอีก พอขยับออกมาอีกก็ต้องมีการสำรวจเพิ่มเติม แล้วก็อาจจะใช้งบประมาณเพิ่มเติม จากที่เราประมาณการไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อแบ่งเบาการจราจรในเขตตัวเมืองของพิบูลมังสาหาร แล้วก็สนับสนุนในเรื่องของเส้นทางที่ออกจากวารินชำราบที่จะไปช่องเม็กนั้นก็ไม่ต้องตัด เข้าไปในตัวเมืองนะครับ แผนที่เราเสนอนั้นก็จะเสนอในการสำรวจและออกแบบรายละเอียด ในปี ๒๕๖๔ อย่างไรก็ตามผมคิดว่าในปี ๒๕๖๔ นั้นเรียกว่าอาจจะช้าเกินไป ก็จะเร่งรัด ให้ทางกรมทางหลวงได้มีการปรับแผนตรงนี้ เพื่อให้มีการสำรวจและออกแบบในปี ๒๕๖๓ อย่างไรก็ดีในเรื่องของหลังจากที่ได้ออกแบบเสร็จแล้วนั้นเราจะต้องมีเวลาในเรื่องของการจัด กรรมสิทธิ์ที่ดิน อันนี้ตามแผนเดิมนะครับ แล้วก็จัดกรรมสิทธิ์ในปี ๒๕๖๕ แล้วก็ก่อสร้าง ในปี ๒๕๖๖ เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่เราเวนคืนใหม่ทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นเราก็พยายาม ที่จะเร่งให้เร็วขึ้นมาสัก ๑ ปี สำหรับทางเลี่ยงเมืองพิบูลมังสาหารด้านอื่นนั้นก็จะอยู่ทางด้าน ทิศเหนือเป็นทางหลวงชนบท
ในประเด็นเรื่องของตัวสะพานนั้นจริง ๆ แล้วก็ไม่เงียบนะครับ ก็ได้มอบหมาย ให้ทางกรมทางหลวงได้พิจารณาในเรื่องของการศึกษาออกแบบรายละเอียด แล้วเราจะเริ่ม ศึกษาออกแบบรายละเอียดนั้นพร้อมกับตัวทางเลี่ยงเมืองทางด้านทิศใต้ของพิบูลมังสาหาร เพราะในปัจจุบันนี้อย่างที่เรียนก็คือว่าสะพานที่เรามีอยู่เดิมตั้งแต่ ปี ๒๕๒๙ นั้น เป็นสะพาน ของทางหลวงชนบท เราก็ได้มีการกำหนดแนวคร่าว ๆ ไว้ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะอยู่ตรงไหน เพราะว่าจะต้องมีผลกระทบต่อชุมชนด้วยในเรื่องของการเวนคืนที่ตรงนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ เพื่อที่จะให้สะพานแห่งใหม่นั้นสามารถที่จะตัดเข้าไปเชื่อมเส้นทางหมายเลข ๒๒๒๒ ที่จะ ขึ้นไปโขงเจียม อันนี้ก็อยู่ในแผนที่เราจะดำเนินการพร้อมกันในเรื่องของการออกแบบนะครับ ผมไม่แน่ใจนะครับว่าท่านสมาชิกนั้นจะมีอีกคำถามหนึ่งหรือเปล่านะครับ
เชิญครับ
ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ที่ช่วยตอบนะคะ ขอบพระคุณด้วยที่ท่านจะช่วยเร่งรัดในการดำเนินการให้เร็วขึ้นอีกนะคะ ทีนี้ค่ะท่านประธาน ในเรื่องของสะพานนั้น ดิฉันขอเสริมนิดหนึ่งกับคำถามแรกนะคะ ในเรื่องสะพานนั้นถึงแม้จะมีสะพานอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ กัน คืออยู่ที่อำเภอสว่างวีระวงศ์ แต่ว่าด้วยสภาพถนนเชื่อมของสะพานตัวนี้ตอนที่ข้ามฝั่งไปที่อำเภอตาลสุมนั้นไปถึง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒๒ ได้ในระยะใกล้ค่ะ แต่พอจะข้ามมาที่ถนนทางหลวง แผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ จะเป็นลักษณะถนนเส้นเล็กที่เป็นถนนทางเชื่อมหมู่บ้าน แล้วก็มี หลายช่วงที่ต้องผ่านผ่ากลางหมู่บ้าน ก็ต้องขอฝากว่าถ้าท่านจะสำรวจในทางเลี่ยงเมืองต่อไป ในอนาคตว่า เรามีบทเรียนมาแล้วในเรื่องของสะพานที่อยู่บริเวณอำเภอสว่างวีระวงศ์ กว่าจะ ออกมาถึงถนนใหญ่ค่อนข้างมีปัญหาในการจราจรพอสมควร ก็ไม่อยากให้เส้นทางในอนาคต ที่จะสำรวจมีปัญหาเช่นเดิม เพราะว่าประชาชนก็จะเลี่ยงในการใช้อีกนะคะท่านประธาน
คำถามที่ ๒ เมื่อสักครู่นี้ได้พูดถึงเรื่องทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ แล้วนั้น เมื่อข้ามฝั่งแม่น้ำมูลขึ้นไปทางทิศเหนือก็จะไปเจอกับ ถ้าจะเป็นโซนทางทิศใต้นี้จะเป็น ของทางขึ้นไปอำเภอโขงเจียมแล้ว เมื่อไปเส้นทางนั้นเราก็จะทราบกันดีว่าตั้งแต่เริ่มจาก อำเภอตาลสุมเป็นต้นมาจนถึงอำเภอโขงเจียมนี้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒๒ นั้น เป็นเส้นทางสายสำคัญ ส่วนมากจะเป็นของนักท่องเที่ยวด้วยซ้ำ เพราะเนื่องจากว่า ถ้านักท่องเที่ยวกด จีพีเอส (GPS) บนรถ หรือในมือถือ เวลาเราอยากไปเที่ยวโขงเจียม ส่วนใหญ่ก็จะขึ้นเส้นทางสายนี้ให้ไป เพราะเนื่องจากเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดมาจากตัวอำเภอเมือง แต่ว่าเส้นทางสายนี้ไปแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดในอำเภอโขงเจียมไม่ว่าจะเป็น อุทยานแห่งชาติผาแต้มหรือน้ำตกต่าง ๆ แต่ว่าเส้นทางเส้นนี้เป็นเส้นทางถนนผิวจราจรเพียง แค่ ๒ ช่องจราจรมาอย่างยาวนานมากค่ะท่านประธาน เลยอยากสอบถามว่าท่านมี แผนหรือไม่ในการที่จะขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจรตลอดสาย ถึงแม้ว่าบางช่วงอาจจะติด ช่วงบ้านเรือนของประชาชนบ้าง แต่ว่าก็อยากจะสอบถามเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับ ความสะดวกสบายในการสัญจรมากที่สุด เส้นนี้จะเชื่อมสะพานข้ามแม่น้ำมูลด้วยกันอยู่ ทั้งหมด ๓ สะพานในปัจจุบันนี้ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการจราจร มีปัญหาในเรื่องของรถฉุกเฉิน รถ ๑๖๖๙ ในการเดินทางค่อนข้างลำบากพอสมควรเนื่องจากอยู่ติดชุมชน ก็เลยอยาก สอบถามในเรื่องทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒๒ ว่าจะมีแผนงาน หรือมีการดำเนินการ หรือมีการสำรวจออกแบบไว้แล้วหรือยังว่าจะขยายเป็นเส้นทาง ๔ ช่องจราจรให้ยาวตั้งแต่ อำเภอตาลสุมไปถึงอำเภอโขงเจียมเลยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ในเรื่องของถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒๒ สายตาลสุม สายโขงเจียม ซึ่งจริง ๆ แล้วตรงนี้นั้นยังไม่ได้เป็น ๔ ช่องจราจรทั้งหมด ก็เป็นถนน ๗ ออน ๙ คือความกว้างของถนนช่องละ ๓.๕ อันนั้นเป็นไปตามมาตรฐานครับ ๓.๕ ๓.๕ ส่วนไหล่ทางนั้น ก็มีเพียงแค่ข้างละ ๑ เมตร ข้างละ ๑ เมตรก็คือ ๗ ออน ๙ แต่ว่าทางหลวงที่เป็น มาตรฐานชั้น ๑ นั้นก็คือไหล่ทางจะต้องอีกข้างละ ๒.๕ ซึ่งในเส้นทางนี้ จริง ๆ แล้ว เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วผมก็ขับรถเส้นนี้ไปเที่ยวโขงเจียม ไปเที่ยวผาแต้ม ก็พบว่าทางแคบ ทางเปลี่ยว แล้วก็ถนนขรุขระ ซึ่งปัจจุบันนี้เส้นทางจริง ๆ แล้วต้องแบ่งเป็น ๓ ตอน เพราะว่า ท่านสมาชิกได้พูดถึงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒๒ จริง ๆ ต้องพูดถึงทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๑๒ ด้วย เพราะเป็นทางเชื่อมโยงกัน เพราะฉะนั้น ๓ ตอนที่พูดถึงนี้ก็คือ ทางด้านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒๒ ที่ด้านทิศเหนือของตัวอำเภอพิบูลมังสาหาร คือโขงเจียม-สะพือ อีกตอนหนึ่งจะเรียกว่าตอนที่ ๒ ก็ได้ เป็นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๑๒ ก็เป็นช่วงหนามแท่ง-โขงเจียม อันนี้ก็จะต่อเชื่อมกัน ส่วนอีกตอนหนึ่งนั้น จะเป็นตอนที่ ๓ คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๑๒ เช่นเดียวกัน ก็จะต่อจากตัว หนามแท่ง ปากแซง และเขมราฐ ๓ ตอนด้วยกัน ความจริงเรื่องนี้ก็ได้เสนอในคณะรัฐมนตรี สัญจรเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๑ ก็ได้รายงานให้ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็พี่น้อง ทางจังหวัดอุบลราชธานีได้รับทราบว่าในช่วงตอนแรกนั้นเราจะดำเนินการในช่วงของ โขงเจียม-สะพือ แต่ว่าอย่างไรก็ตามปริมาณการจราจรในช่วงนี้ ข้อมูล ณ ปี ๒๕๖๑ ปริมาณ การจราจรนั้นอยู่ที่ ๒,๑๒๕ คัน อย่างที่ผมเรียนก็คือว่าปัจจุบันนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วว่า มีรถมากขึ้น แต่เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วที่ผมไปก็ยังน้อยอยู่ อันนี้ข้อมูลของปี ๒๕๖๑ ก็อยู่ที่ ๒,๐๐๐ ประมาณนี้ ซึ่งถ้าพูดตามเกณฑ์ของกรมทางหลวงแล้ว เกณฑ์ที่จะได้ในเรื่องของ ๔ ช่อง จราจรนั้นก็อยู่ที่ประมาณ ๘,๐๐๐ บวกลบได้ บวกลบได้ว่าอาจจะบวก ๘,๐๐๐ มาอีก แล้วแต่เท่าไร หรือว่าอาจจะหย่อนลงไปก็ไม่ว่ากัน แต่ว่าอยู่ที่ว่าถนนหนทางนั้นจะต้องมีความปลอดภัย อย่างที่ผมเรียนว่าอาจจะเป็น ๗ ออน ๗ ๗ ออน ๗ คือไม่มีไหล่ทางเลย ๗ ออน ๘ ออน ๙ ออน ๑๐ ออน ๑๑ ออน ๑๒ นะครับ ๑๒ นั้น มาตรฐานชั้นหนึ่งนั้นถือว่าปลอดภัยมากที่สุด เพราะฉะนั้นในเส้นทางที่พูดถึงนั้น ทางกรมทางหลวงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการบูรณะซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดี อย่างที่ ผมเรียนว่า ๑๐ ปีที่แล้วนั้นผมไปถนนขรุขระมาก ก็มีการซ่อมแซมเป็นระยะ ๆ ในปี ๒๕๖๑ นั้น ก็มีการซ่อมแซมในช่วงกิโลเมตรที่ ๒๘ กิโลเมตรที่ ๓๐ ปี ๒๕๖๒ นั้นก็ซ่อมแซมในช่วง กิโลเมตรที่ ๑๐ กิโลเมตรที่ ๑๒ กิโลเมตรที่ ๑๕ กิโลเมตรที่ ๑๖ และในปี ๒๕๖๓ นั้นก็ได้จัด งบเพิ่มเติมในกิโลเมตรที่ ๒๖ ก็จะมีการซ่อมแซมในช่วงที่มีความเสียหายเป็นอย่างมาก อันนี้ขออนุญาตเรียนว่าเส้นนี้ก็อยู่ในแนวเส้นเรียกว่าเป็นทางหลวงหมายเลข ๒๒๒๒ นั้น ก็เป็นเส้นทางที่เลียบแม่น้ำมูล และสามารถใช้เป็นเส้นทางท่องเที่ยว มีแหล่งท่องเที่ยว มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแก่งสะพือ เขื่อนปากมูล อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อุทยานแห่งชาติ ผาแต้ม เพราะฉะนั้นกรมทางหลวงก็มีแผนงานที่จะปรับปรุงเส้นทางนี้ให้เป็นมาตรฐาน ชั้นหนึ่ง แผนนั้นวางไว้ปี ๒๕๖๕-๒๕๖๙ อย่างที่ผมกราบเรียนสักครู่นี้ ขออนุญาตเรียนว่า ในส่วนที่เป็นถนนที่ผ่าเข้ามาในเมืองตั้งแต่หมายเลข ๒๒๒๒ ข้ามสะพานแม่น้ำมูลมาที่ ตัวเมืองทางฝั่งตัวอำเภอนั้นถนนคับแคบ ผมก็ได้เคยเรียนว่าจริง ๆ แล้วพื้นที่ถนนเราขยาย ในเมืองทั่วไปนั้นขยายค่อนข้างยาก เพราะติดบ้าน ๒ ฝั่ง มีทางเดียวที่จะทำให้การจราจร คล่องตัวได้นั้นทางจังหวัดจะต้องช่วยเหลือด้วย โดยในเรื่องของการจัดระเบียบหรือว่า การออกประกาศในเขตรถบรรทุกใหญ่นั้นอาจจะต้องห้ามเข้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ รถเล็ก อันนี้ก็คงต้องใช้ ๒ มาตรการด้วยกัน แต่ว่าอย่างไรก็ตามถ้าในพื้นที่ไหนที่เรามีนั้น หรือว่าการห้ามจอดบนขอบทางนั้นก็จะเป็นส่วนช่วยที่ทำให้ลดการจราจรติดขัดนะครับ อย่างไรก็ตามถ้าในพื้นที่ไหนที่เรามีพื้นที่เพียงพอเราก็จะดำเนินการในเรื่องของการขยายให้ ขออนุญาตชี้แจงในชั้นนี้ครับ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ผมขออนุญาตไปกระทู้ต่อไปครับ
๑.๒.๗ กระทู้ถาม ที่ ๐๑๘ เรื่อง การขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม (นางมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รัฐมนตรีมาตอบ
เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีกระทู้ในเรื่อง ของการขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม เนื่องด้วยในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๒ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในได้มีคำสั่งไปยังห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก ร้านค้ารายย่อย ให้ยกเลิกการจัดทำโปรโมชัน (Promotion) น้ำมันปาล์มขวดลิตรที่ใช้ในการบริโภค จากเดิม ที่เคยขายในราคาขวดละ ๒๔-๒๕ บาทนั้น มีการปรับราคาขึ้นเป็นขวดละ ๓๔-๓๖ บาท เพื่อแก้ปัญหาเรื่องของผลผลิตน้ำมันปาล์มล้นตลาด และทำให้ราคาน้ำมันปาล์มสูงขึ้นถึง ๑๐ บาท ซึ่งในความเป็นจริงราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันยังคงราคาอยู่ที่ ๓.๒๐ บาท ตอนที่ ดิฉันยื่นหนังสือกระทู้ถาม เมื่อวันที่ ๑๙ นั้นอยู่ที่ ๓.๒๐ บาท แต่เมื่อเช้านี้ที่ตลาดกลางรับซื้อ ผลผลิตของปาล์มที่ตลาดตำบลพะทาย อำเภอท่าอุเทน รับซื้อเพียงแค่ ๒.๕๐ บาท ซึ่งหากรัฐบาลได้ปรับราคาขึ้นเช่นนี้แล้ว ราคาผลผลิตหรือว่าราคาที่จะปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมนั้น ควรจะเป็น ๕.๑๖ บาทต่อกิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันปาล์มขนาดขวดลิตร ซึ่งจะใช้ผลปาล์มในปริมาณ ๖ กิโลกรัมต่อขวด ดังนั้นเมื่อมีการปรับขึ้นราคาอีก ๑๐ บาท จะต้องบวกเพิ่มขึ้นอีกกิโลกรัมละ ๑.๖๖ บาท รวมเป็น ๕.๑๖ บาท ต่อกิโลกรัม อีกทั้งขณะนี้ผลผลิตปาล์มเริ่มลดปริมาณลงจากตลาด การปรับราคาขึ้นดังกล่าวทำให้ กลุ่มนายทุนได้รับผลประโยชน์ ที่ผ่านมานั้นน้ำมันปาล์มขวดละ ๒๔ บาท ซึ่งอาจะทำให้ ได้กำไรน้อย แต่พอปรับขึ้นมาเป็นขวดละ ๑๐ บาท ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพค้าขาย ขายข้าวแกง ซึ่งจะไม่สามารถเพิ่มราคาข้าวแกงต่อจานได้ และมีต้นทุนที่สูงมากค่ะ ดิฉันจึงขอเรียนถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีนโยบายที่จะทำให้ น้ำมันปาล์มมีราคาถูกลงหรือไม่ อย่างไร นี่คือคำถามแรกค่ะท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญครับ ท่านรัฐมนตรี
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาการราชการรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ตอบกระทู้ของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นดิฉันขอเรียนว่ากระทรวงพาณิชย์มีภารกิจที่จะต้องดูแล ราคาสินค้าทั้งตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ราคาวัตถุดิบไปจนถึงราคาที่ผู้บริโภคจะต้อง จับจ่ายใช้สอย ซึ่งในการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์เรายึดวิธีดำเนินการให้เกิด ความสมดุลและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในห่วงโซ่นี้นะคะ เกษตรกรเป็น ผู้ผลิตสินค้าที่เป็นวัตถุดิบมาขายให้กับผู้ผลิต ซึ่งจะต้องผลิตออกมาแล้วส่งให้กับผู้จัดจำหน่าย แล้วในที่สุดก็ถึงผู้บริโภค ทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม โดยเกษตรกรสามารถ ขายสินค้าได้ในราคาที่เป็นธรรมกับเขาแล้วมีรายได้ที่จะเลี้ยงตัวเองได้ สำหรับน้ำมันปาล์ม เป็นพืชสำคัญทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะทางภาคใต้ รัฐบาลตระหนักดี แล้วก็ได้พยายาม ทุกอย่างที่จะให้เกิดความเป็นธรรมในห่วงโซ่อุปทานนี้ต่อทุกภาคส่วน แต่เนื่องจากว่า สถานการณ์เมื่อปี ๒๕๖๑ ต่อปี ๒๕๖๒ มีปริมาณผลผลิตเพิ่มมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น อันเนื่องมาจากการที่สภาพดินฟ้าอากาศไม่สามารถจะควบคุมได้ ปัญหามาจากหลายปัจจัย นอกจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดแล้วทำให้ผลปาล์มสุกเร็ว จำนวนของการตัดปาล์มขึ้นมา มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาผลปาล์มในช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ จนถึงปัจจุบันได้ตกลง และรัฐบาลจึงเข้าไปใช้มาตรการต่าง ๆ ที่จะดึงราคาขึ้นมาโดยไม่ให้กระทบต่อทั้งภาค ผู้บริโภคและผู้จำหน่ายด้วย นอกจากนั้นเราไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากว่าผลปาล์มที่เรา เคยส่งออกไปได้ก็ไม่สามารถส่งออกไปได้ เพราะว่าประเทศที่เป็นผู้ส่งออกไม่รับซื้อผลปาล์ม โดยเฉพาะประเทศสหภาพยุโรป ไม่รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบอันเนื่องมาจากเขามีกฎหมาย ออกมาที่จะลดการใช้น้ำมันปาล์มดิบไปทำไบโอดีเซล (Biodiesel) เพราะเขาถือว่าเป็น พลังงานทางเลือกชนิดที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องโลกร้อน ก็เลยไม่ให้ใช้ ดังนั้นการส่งออก ที่เคยส่งออกไปได้ในตลาดต่างประเทศก็ลดลง ประกอบกับประเทศผู้ผลิตรายใหญ่คือ ประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซียเพิ่มผลผลิตในประเทศของตัวเอง และไม่สามารถ ส่งออกไปได้ ด้วยเหตุนี้ราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกจึงตกลงอย่างมาก ทำให้ประเทศไทยเอง มีผลผลิตส่วนเกินอยู่ในประเทศ ดังนั้นรัฐบาลจึงได้พยายามแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการดูดซับ ปริมาณส่วนเกินออกจากระบบ โดยได้มีการประชุมหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม สมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม กลุ่มเกษตรกร กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ทุกภาคส่วนให้ร่วมมือกันที่จะต้องช่วยเหลือเพื่อไม่ให้ราคาตกต่ำลงไป ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าวก็ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากกระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่จะดูดซับน้ำมันปาล์มส่วนเกินออกจากระบบไป ทำให้ตอนที่ ดำเนินการนี้กระทรวงพลังงานสามารถที่จะดูดซับน้ำมันปาล์มออกไปในระยะแรก ๑๖๐,๐๐๐ ตัน แล้วก็ยังมีระยะที่ ๒ ที่จะดำเนินการต่อถ้าไม่สามารถทำให้ผลผลิตส่วนเกิน ลดลง ซึ่งขณะนี้กระทรวงพลังงานก็ดำเนินการไปแล้วประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าตันเพื่อให้ ระดับของสต็อก (Stock) ของน้ำมันปาล์มดิบอยู่ในระดับปกติ ซึ่งการดำเนินการนอกจาก จะเอาไปทำการผลิตไฟฟ้าก็เอาไปทำในเรื่องของไบโอดีเซล (Biodiesel) เพิ่มขึ้นเป็น บี ๒๐ (B20) นะคะ ซึ่งขณะนี้สามารถใช้ได้ในรถบรรทุกขนาดใหญ่ แล้วก็รถกระบะซึ่งเป็นมาตรฐานที่ค่ายรถยนต์ รับรองแล้วทั้งสิ้นถึง ๘๓๕ รุ่น ซึ่งทำให้ปัจจุบันมีสถานีที่จำหน่ายน้ำมัน บี ๒๐ (B20) ทั้งสิ้น ถึงประมาณ ๑,๑๐๐ กว่าแห่งแล้วนะคะ ซึ่งอันนี้ก็จะทำให้การใช้น้ำมันปาล์มไปอยู่ในภาค ของพลังงานเพิ่มมากขึ้น เป็นการดูดซับส่วนเกินออกจากระบบ เพื่อพยุงให้ราคาของ เกษตรกรที่นำผลปาล์มดิบไปขายเพิ่มขึ้นได้ อีกทั้งเราก็ยังสนับสนุนให้เกษตรกรใช้น้ำมัน บี ๑๐๐ (B100) ในภาคการเกษตร การดำเนินการดังกล่าวก็เพื่อที่จะทำให้เกิดเสถียรภาพ ของการผลิตปาล์ม แล้วก็น้ำมันปาล์มดิบในระยะยาวอย่างมั่นคง จากการดำเนินการดังกล่าว ราคาของผลปาล์มก็เริ่มกระเตื้องขึ้นจาก ๒ บาท ไปอยู่ที่ ๓.๕๐ บาท และในปัจจุบันก็อยู่ ประมาณ ๓.๙๐ บาท ซึ่งในราคาที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติกล่าวนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณภาพ ของปาล์มน้ำมันอยู่ที่เปอร์เซ็นต์น้ำมันเท่าไร แต่ถ้าเปอร์เซ็นต์น้ำมันอยู่ที่ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ก็จะมีการประกาศเปอร์เซ็นต์น้ำมันกำหนดไว้ที่หน้าโรงงาน จากการสืบราคาของเราก็ขึ้นอยู่กับ ระยะทางของเกษตรกรที่นำไปขาย ที่อาจจะถูกหักโดยค่าขนส่งไป แต่ว่าปัจจุบันนี้ ราคาปาล์มที่เราสืบมาอยู่ที่ ๓.๙๐ บาท ทั้งหมดนี้อยากจะชี้ให้เห็นว่าเป็นการดำเนินการที่เรา ดูแลทุกภาคส่วนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้ผลิต หรือผู้บริโภค ดังนั้นที่มี เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงขณะหนึ่งที่ราคาน้ำมันปาล์มที่อยู่ในท้องตลาดราคาต่ำมากแล้วมี ผู้ขายบางรายไปขึ้นราคาในช่วงนั้น มันเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากว่า ทางกระทรวงพาณิชย์ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาหารือในเรื่องของราคาผลผลิตปาล์มตกต่ำมาก ในช่วงที่ราคาตกต่ำมากเราขอร้องให้ทุกคนร่วมมือกัน ดังนั้นเวลาวางสินค้าขายก็ควรจะขาย ในราคาที่สะท้อนต้นทุน ไม่ให้นำเอาสินค้านั้นมาลดราคาเป็นการดึงดูดคนเข้ามาซื้อมากขึ้น เพราะจะไปซ้ำเติมเกษตรกร ด้วยเหตุนั้นในช่วงนั้นจึงมีการที่บางรายขึ้นราคาสินค้า ของตัวเองไป แต่บางรายก็ไม่ได้ขึ้นนะคะ ในที่สุดเขาก็ปรับราคามาสะท้อนราคาของตลาด ในปัจจุบันนี้ราคาที่ค้าขายกันอยู่นี้สะท้อนราคาต้นทุนซึ่งเป็นที่ยอมรับในเรื่องของโครงสร้าง ราคาที่ได้มีการหารือร่วมกันแล้วระหว่างสมาคมโรงสกัด สมาคมโรงกลั่น สมาคมผู้ค้า และรวมทั้งภาคเกษตรกร ตกลงในเรื่องของโครงสร้างของราคาที่จะเป็นตัวกำหนดให้ราคา ที่เป็นธรรม อยู่ในระดับที่เป็นที่ยอมรับได้ ซึ่ง ณ วันที่ ๘ กรกฎาคม ราคาผลปาล์มอยู่ที่ราคา ต่ำสุด ๓.๓๐ บาท และราคาสูงสุดอยู่ที่ ๓.๙๐ บาท ราคาน้ำมันปาล์มดิบจะอยู่ที่กิโลกรัมละ ๒๐-๒๐.๒๕ บาท เมื่อเอาไปบรรจุเป็นน้ำมันขวดแล้วก็จะอยู่ประมาณที่ ๓๔-๓๕ บาท ซึ่งจะสอดคล้องกับราคาจำหน่ายปัจจุบันที่อยู่ที่ประมาณ ๓๐-๓๖ บาท ในร้านค้าทั่วไปที่เรา จะเห็นได้นะคะ ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้มีมาตรการที่จะไปทำให้ผู้บริโภคได้รับ ผลกระทบจากราคาขายที่แพงขึ้นแล้วเกษตรกรจะไม่ได้รับประโยชน์จากราคาดังกล่าว เพราะว่าจากโครงสร้างราคาอันนี้เป็นที่ยอมรับแล้วก็สะท้อนราคาในปัจจุบันแล้วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านสมาชิกถามได้อีกครั้งครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ในพื้นที่ของ ดิฉันคือจังหวัดนครพนมซึ่งเป็นพื้นที่ในภาคอีสาน ดิฉันได้ดูข้อมูลแล้วว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์มีเป้าหมายในการที่จะเพิ่มพื้นที่ในการปลูกปาล์มน้ำมันถึง ๑๐ ล้านไร่ ที่จะครบ ในอีก ๒ ปีข้างหน้า ดิฉันต้องฝากท่านประธานไปถึงฝ่ายบริหารว่าอย่างน้อยการจะเพิ่มพื้นที่ เพาะปลูกก็ควรจะดูห่วงโซ่ว่าความต้องการของตลาด ไม่ว่าจะตลาดการบริโภค ภายในประเทศ หรือว่าตลาดการส่งออกนั้นมีความสัมพันธ์กันสมดุลเพียงใด เพราะท้ายที่สุด ก็จะเป็นภาวะความจนซ้ำซากที่พี่น้องประชาชนปลูกผลผลิตแล้วผลผลิตไม่สามารถ จำหน่ายได้ค่ะ
ดิฉันมีคำถามที่ ๒ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในมีมาตรการ ตรวจสอบผู้ประกอบการค้าปลีกขนาดใหญ่ว่ามีการกักตุนน้ำมันปาล์มไว้หรือไม่ อย่างไร เพราะว่าก่อนจะมีการปรับน้ำมันขึ้นนั้นไม่มีการแจ้งล่วงหน้าแต่อย่างใด แต่เมื่อชาวบ้าน ไปซื้อปรากฏว่าร้านค้าได้เปลี่ยนป้ายราคาอย่างกะทันหันก็เลยเป็นที่น่าสงสัยว่า ทางร้านค้าปลีก หรือว่าผู้ค้าปลีกขนาดใหญ่ได้ทราบมาก่อนหรือไม่ว่าจะมีการปรับราคาขึ้น แล้วก็ในสต็อก (Stock) เหล่านั้นเขียนว่า น้ำมันปาล์มหมด น้ำมันปาล์มหมด จนกระทั่งกลับไปซื้ออีกที ช่วงบ่ายก็ปรับขึ้นมาจาก ๒๔ บาท เป็น ๓๔ บาท จึงเรียนมาเพื่อให้ทางท่านรัฐมนตรีได้ตอบ คำถามนี้แล้วก็ไขข้อข้องใจ ดิฉันจะได้ไปบอกพี่น้องประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ
ขอบคุณค่ะท่านประธาน ขอเรียนอย่างนี้นะคะ ในประเด็นที่ฝากเรื่องเกี่ยวกับการเพิ่มพื้นที่ การผลิต อันนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลในปัจจุบันกังวลอย่างมาก แล้วก็ได้กำหนดให้ทำแผนการผลิต และการตลาดแบบครบวงจร โดยให้การตลาดนำการผลิต และมีนโยบายที่ไม่ให้มีการเพิ่ม พื้นที่การผลิต ไม่ให้ไปปลูกในพื้นที่ที่เป็นการบุกรุกป่า เพราะว่าจะส่งผลสะท้อนต่อสินค้าของ เราถ้าเผื่อเราต้องบริหารจัดการในการส่งออกไปนอกประเทศ อันนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลมี ความห่วงใยแล้วก็พยายามควบคุมอยู่ ซึ่งกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการเพื่อให้ เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้
สำหรับในเรื่องของราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าน้ำมันปาล์มเป็นสินค้าที่อยู่ใน บัญชีควบคุม ถ้าจะมีการขึ้นราคาจะต้องแจ้งให้ทราบก่อน ซึ่งปกติแล้วราคาที่เขาแจ้งเอาไว้ ก็จะเป็นราคาที่กำหนดไว้ที่เราเรียกว่าราคาขั้นสูง ตราบใดที่เขาขายในราคาที่ไม่เกินราคา ขั้นสูงที่เขาแจ้งไว้เขายังสามารถดำเนินการได้ แต่ถ้าเขาลดราคาลงมาเราไปห้ามเขาไม่ได้ เมื่อไรก็ตามถ้าเขาจะขึ้นราคาสูงกว่าราคาขั้นสูงที่เขาแจ้งเราไว้ เขาต้องมาแจ้งเรานะคะ ดิฉัน ก็อยากจะเรียนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสั้น ๆ ที่มีความเข้าใจผิดของท้องตลาดนะคะ ก็กราบเรียนให้ทราบตามข้อเท็จจริงค่ะ
ขอบคุณมากครับ หมดคำถามแล้วครับ ถามได้ครั้งเดียวครับ ขอโทษด้วยครับ ต่อไปผมขออนุญาต พวกเรา เราได้ใช้เวลาเรื่องกระทู้พอสมควรนะครับ แล้วก็ขอบคุณที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณา มาตอบครับ เป็นโอกาสที่เราได้เอาประเด็นที่สำคัญของชาวบ้านมาซักถามในที่นี้ แต่ผม ขอเรียนประสบการณ์เล็กน้อยนะครับว่ากระทู้ในสมัยก่อนนั้นก็จะไม่ใช้เวลายาวขนาดนี้ เพราะว่าเขาจะตั้งกระทู้แล้วก็อ่านกระทู้ครับ เขาจะอ่านคำถาม ๑ ๒ ๓ จบ แล้วอธิบาย ข้อบังคับเขาถึงเขียนว่าไม่ให้อภิปราย อันนี้คือสาเหตุครับ ผมเรียนเพื่อเป็นประสบการณ์พวกเรา
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินสำนักงานศาลยุติธรรม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑
เรื่องนี้ได้ผ่านเราไปแล้วนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
บัดนี้เรามีเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเป็นเรื่องแรกก็คือเรื่อง ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งกรรมาธิการวิสามัญยกร่าง เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ขอเชิญคณะกรรมาธิการนะครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ขอเรียนท่านสมาชิกว่า ร่างนี้คือร่างของกรรมาธิการที่เราตั้งไปให้พิจารณายกร่าง วาระต่อไปนี้ก็คือเราจะรับร่างนี้ หรือไม่ รับหลักการนะครับ ไม่ใช่รับทั้งหมดครับ รับหลักการ ถ้ารับหลักการเราก็ต้องตั้ง กรรมาธิการขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง กรรมาธิการวิสามัญอีกชุดหนึ่งเพื่อพิจารณาร่างนี้โดยละเอียด เหมือนกับพิจารณากฎหมาย แล้วเราก็มีสิทธิไปแปรญัตติครับ หลังจากนั้นก็จะผ่านวาระสอง วาระสาม ออกมาเหมือนกับเป็นกฎหมาย อันนี้คือกระบวนการที่จะพิจารณา เพราะฉะนั้น วันนี้กรรมาธิการเขาจะมารายงานให้เราทราบว่าผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ วิสามัญเกี่ยวกับเรื่องข้อบังคับนั้นได้ออกมาเป็นอย่างไร แล้วสมาชิกก็มีสิทธิอภิปราย แต่ว่าอย่าลงรายละเอียดมากนะครับ เอาเป็นเรื่องหลักการ รายละเอียดนั้นเราจะใช้ อีกชั้นหนึ่งในชั้นแปรญัตติครับ ก็เชิญคณะกรรมาธิการนะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาผมขอเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการได้รายงานให้เราทราบครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ กระผม นายวิเชียร ชวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ขออนุญาตกราบเรียนว่า ตามที่ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๒ ได้ลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๘ ท่าน เพื่อยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยกำหนดการพิจารณายกร่างให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ วัน ต่อมาที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติให้ขยายเวลาในการดำเนินการออกไปอีก ๑ ครั้ง คือ ๒๐ วัน โดยสิ้นสุดในวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ นั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ดำเนินการยกร่างข้อบังคับดังกล่าวเสร็จแล้ว มีเนื้อหาโดยสรุปดังนี้ ขออนุญาตกราบเรียน โดยย่อว่า
ประการแรก กรรมาธิการได้ปรับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐
ประการที่ ๒ ได้ปรับแนวทางให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น มีการปรับโครงสร้างกระทรวงใหม่ ๒ กระทรวง คือ กระทรวงดิจิทัลเพื่อพัฒนา เศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นต้น
ประการที่ ๓ ประเด็นในการกำหนดแนวทางการทำงานของสภา เพื่อให้ สามารถขับเคลื่อนงานให้มีประสิทธิภาพ เช่น มีคณะกรรมการประสานงาน สภาผู้แทนราษฎรขึ้น การกำหนดให้มีกระทู้ถามแยกเฉพาะขึ้นใหม่ เป็นต้นนะครับ ทั้งหมดนี้ เนื้อหาในรายละเอียดมี ๑๑ หมวด และ ๑ บทเฉพาะกาล รวมทั้งสิ้น ๑๙๒ ข้อ เรื่องที่ กำหนดขึ้นใหม่ ได้แก่
ประการแรก ให้ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นประธานสภาได้มีการแสดงวิสัยทัศน์ต่อ ที่ประชุมก่อนการลงมติ ซึ่งบัญญัติไว้ตามข้อ ๖
ประการที่ ๒ ให้มีคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎรและ คณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งบัญญัติไว้ ตามหมวด ๓ ตั้งแต่ข้อ ๑๒ ถึงข้อ ๑๖
ประการที่ ๓ ให้มีคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๓๕ คณะ คณะละ ๑๕ คน เท่าเดิม แต่บางคณะมีการปรับเปลี่ยนชื่อและปรับปรุงหน้าที่และ อำนาจให้ครอบคลุมภารกิจต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และภารกิจของกระทรวงใหม่ ซึ่งบัญญัติไว้ตามข้อ ๘๓
ประการที่ ๔ ได้เพิ่มกระทู้ถามแยกเฉพาะขึ้น เพื่อให้สภาเพิ่มห้องถาม-ตอบ กระทู้ให้สอดคล้องกับเนื้อหาและจำนวนของกระทู้ หรือตามวัตถุประสงค์ที่ผู้ตั้งกระทู้ถาม ตามส่วนที่ ๔ บัญญัติไว้ในข้อ ๑๖๘ ถึงข้อ ๑๗๔
ประการที่ ๕ เรื่องการรักษาระเบียบและความเรียบร้อย บัญญัติไว้ ในข้อ ๑๘๑ ได้กำหนดให้สมาชิกแต่งกายโดยเครื่องแบบหรือสากลนิยม หรือชุดพระราชทาน หรือชุดตามระเบียบที่ประธานสภากำหนด
ทั้งหมดนี้ได้ยกร่างแล้วก็ส่งให้ท่านสมาชิกได้โปรดพิจารณา ก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานสภาและขอนำเรียนต่อที่ประชุม เพื่อโปรดพิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ มีท่านผู้ประสงค์อภิปรายก็ส่งรายชื่อมา มีรายชื่อเฉพาะทางฝ่ายรัฐบาลส่งมา ๖ ท่าน ท่านละ ๕ นาที ทางฝ่ายค้านมีรายชื่อกรุณาส่งมานะครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านแรก เชิญครับ ท่านแรกนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ขอเชิญ ขออภัยนะครับ ไม่ได้แจ้งมาว่าใครก่อนใครหลัง แต่ว่าส่งรายชื่อ ๑ ๒ ๓ มา ถ้าอย่างนั้นท่านต่อไป นายอรรถกรอยู่หรือไม่ครับ ขอเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ แบบบัญชีรายชื่อจากจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อสักครู่ที่ได้ฟังการชี้แจงของท่านประธานกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับนะครับ ก็ค่อนข้าง มีความชัดเจน ท่านชวลิต ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านวิเชียร ชวลิต ต้องขอกราบประทานอภัยด้วยครับ ตื่นเต้นครับ อย่างที่กราบเรียนไปครับว่า ในหลาย ๆ ข้อ ก็ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ แล้วก็เห็นด้วยกับร่างนี้ แล้วก็เชื่อใจครับ เพราะว่าท่านกรรมาธิการ ทุก ๆ ท่านนั้นเป็นบุคคลที่สภาแห่งนี้ได้ตั้งเข้าไปทำงาน แต่สำหรับกระผมนั้นมีข้อติดใจ นิดเดียวในหมวด ๑๐ ที่ว่าด้วยการรักษาระเบียบและความเรียบร้อยในข้อ ๑๘๑ ซึ่งข้อความก็ เป็นข้อความคงเดิมมาจากข้อบังคับจากครั้งที่แล้ว แต่สิ่งที่กระผมอยากจะตั้งข้อสังเกต นั่นก็คือ เรื่องการแต่งกายของท่านสมาชิกครับ ผมนั้นมีความไม่สบายใจตั้งแต่อาทิตย์แรกที่ สภาแห่งนี้ได้เปิดประชุมมา ก็พยายามที่จะอดทนครับ อาทิตย์ที่ ๒ ผมยกมือ ขอหารือท่านประธาน แต่ว่าไม่ได้รับโอกาสนั้นนะครับ วันนี้ได้รับโอกาสแล้วก็อยากจะ ขออนุญาตอภิปรายในเรื่องของการแต่งกายที่ส่วนตัวผม ผมต้องบอกว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ ตัวกระผมนั้นคิดเองนะครับ สำหรับท่านสมาชิกที่เป็นสุภาพสตรีผมไม่ขอก้าวล่วงเพราะว่า ผมเชื่อว่าคำว่า แฟชั่นของสุภาพสตรีกับสุภาพบุรุษนั้นเราคิดไม่เหมือนกัน อาจจะมีสีสัน อาจจะมีแฟชั่นที่เพิ่มขึ้นมา ตรงนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔๙๘ ท่าน ณ วันนี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว สามารถคิดเองได้ว่าการแต่งกายนั้นควรจะทำอย่างไร
ในกลุ่มที่ ๒ ครับ ด้วยความเคารพนะครับ กลุ่มที่ถือว่าเป็นเพศทางเลือก เป็นกลุ่มเพศสภาพ จากที่ผมได้เห็นผมก็ว่าทางเพื่อนสมาชิกที่อยู่กลุ่มนี้แต่งกายได้สุภาพ เรียบร้อย ถึงแม้ว่าจะมีแพตเทิร์น (Pattern) ที่เพิ่มเติมมาจากที่ทางพวกผมที่เป็นผู้ชาย แต่ก็ถือว่ายังให้เกียรติ แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดครับท่านประธานครับ คือกลุ่มที่เป็น สุภาพบุรุษ ท่านอาจจะมองไม่เหมือนผม ขออนุญาตเอ่ยนาม พรรคอนาคตใหม่ ทุกอาทิตย์ ผมจะเห็นเพื่อนสมาชิกพรรคอนาคตใหม่แต่งกาย สำหรับผมไม่ให้เกียรติสถานที่ บางท่านครับท่านประธาน ใส่เสื้อโปโลแล้วสวมด้วยเสื้อสูท หลาย ๆ ท่านครับ ตั้งแต่ อาทิตย์แรกจนมาวันนี้ไม่ใส่เนกไท (Necktie) ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมไม่สบายใจ เพราะว่าสำหรับผมนั้นการแต่งกายคือการให้ความเคารพครับ เราจะต้องให้ ความเคารพสถานที่ เพราะสภาแห่งนี้คือบ้านของพวกเราทุกคน การแต่งกายที่เรียบร้อยนั้น ถือว่าเป็นการเคารพเพื่อนสมาชิกอีก ๔๙๗ ท่าน การแต่งกายบ่งบอกถึงความเคารพต่อ ท่านประธานสภานะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านชวน หลีกภัย ท่านสุชาติ ตันเจริญ ท่านศุภชัย โพธิ์สุ ซึ่งท่านนั้นเป็นประมุขของนิติบัญญัตินะครับ และที่สำคัญผมเชื่อเหลือเกินว่าการแต่งกายนั้น เป็นการให้เกียรติกับพี่น้องประชาชนที่เทใจเลือกท่านเข้ามาทำงาน ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างนิดเดียวนะครับ นี่คือความสัตย์จริง ผมไม่มีหลักฐานอะไรที่จะมานำเสนอต่อ ท่านประธาน ต่อสภาแห่งนี้ แต่ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทาง พรรคอนาคตใหม่ ถ้าผมจำไม่ผิดคือสัปดาห์ที่ ๒ ผมจำชื่อท่านไม่ได้ แต่ท่านแต่งตัวดีนะครับ ท่านที่ผมได้พูดคุยเสวนาด้วย ผมถามเขาตรง ๆ ครับว่า ทำไมสมาชิกหลาย ๆ ท่านถึงแต่งตัว ไม่ใส่เนกไท (Necktie) ผมนั่งอยู่กับท่าน ส.ส. ไผ่ ลิกค์ ครับ ส.ส. หลายสมัยจังหวัด กำแพงเพชร เขตที่ ๑ คำตอบที่พวกเราได้รับมาก็คือว่า ใส่เนกไท (Necktie) มันอึดอัด ตัวเขาใหญ่ พอท่าน ส.ส. ไผ่ได้ยินปุ๊บท่าน ส.ส. ไผ่ บอกว่าผมนี่น่าจะตัวใหญ่ที่สุดในสภา แห่งนี้ ดังนั้นวันนี้ผมจะไม่ใช้เวลาไปมากกว่านี้แล้ว ผมอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของสภา ในเรื่องนี้ วันนี้ผมโชคดีที่มีโอกาสได้มาแสดงความเห็นต่อสภาแห่งนี้ ยืนยันครับ ตัวผมไม่ใช่คนหัวโบราณ แต่อยากจะเห็นครับ เรื่องราวบางเรื่องเราไม่จำเป็นต้องเตือน เราไม่จำเป็นต้องพูด โดยเฉพาะท่านประธานครับ ท่านชวน หลีกภัย ท่านถือว่าเป็นไอดอล (Idol) ท่านถือว่าเป็นปูชนียบุคคล โดยเฉพาะในเรื่องการแต่งตัวท่านนั้นเป็นตัวอย่างที่ดี ให้กับพวกเรามาโดยตลอดนะครับ ดังนั้นผมจึงอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการให้เจาะจงเรื่องนี้ไปเลยนะครับ หรือท่านประธานครับ ท่านต้องกำหนด มาเลยครับว่าการแต่งตัวแบบไหนที่เหมาะสม หรือไม่เหมาะสมครับ กราบขอบคุณครับ
เชิญครับ สลับกันได้ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก พรรคอนาคตใหม่ ผมเป็นหลักฐานคนหนึ่งครับว่าผมไม่ได้ใส่เนกไท (Necktie) นะครับ แต่ในวันที่สภามีการ ขอความร่วมมือให้ใส่ในวาระสำคัญเราก็ยินดีที่จะร่วมมือนะครับ สำหรับพรรคอนาคตใหม่ เราต้องการที่จะมองให้เห็นว่าเกียรติภูมิหรือเกียรติยศของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น อยู่ที่ไหน ประชาชนตั้งคำถามมากมายครับว่าสภาแห่งนี้มีเกียรติยศอยู่ที่ไหน ตั้งแต่มีการ เลือกตั้งที่สับสน ตั้งแต่มีการจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ ประชาชนตั้งคำถามว่า สภาแห่งนี้มีศักดิ์ศรีและมีเกียรติยศอยู่ที่ไหน ประชาชนตั้งคำถามเวลาที่มองเห็นเก้าอี้ ที่ว่างเปล่าที่ไม่มีใครมานั่งทั้งที่พวกเรารับภาษีของประชาชน ประชาชนตั้งคำถามว่า ผู้แทนราษฎรของเขาอยู่ที่ไหนเมื่อมองมาที่สภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ แล้วผมอยากเชิญ ชวนพี่น้องทุกท่านตั้งคำถามนี้ด้วยกันว่า เกียรติภูมิของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น อยู่ที่เครื่องแต่งกาย หรืออยู่ที่ความตั้งใจในการทำงานและการแสดงออกของเรา ท่านประธานครับ เราเองมีเรื่องที่จะต้องทำความเข้าใจกันว่าเกียรตินั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง แต่เกียรติยศนั้นเป็นสิ่งที่ประชาชนมอบให้ และการที่ประชาชนมอบเกียรติยศให้กับเรานั้น เราตอบแทนโดยการตั้งใจทำงาน เราตอบแทนโดยการไม่ตระบัดสัตย์ในการที่เราหาเสียงแล้ว เราทำตามที่เราหาเสียงไว้ เกียรติภูมิของเรานั้นยังแสดงออกในการที่พวกเราตั้งใจทำงานและ ให้เกียรติกับผู้คนที่อยู่ในสภา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน ส.ส. ด้วยกัน ผมคิดว่าสภาของเราจำเป็นต้องก้าวข้ามเรื่องภายนอก อย่างเช่น การแต่งตัวนะครับ
ขอประทานโทษนะครับ ท่านวีระกรประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ข้อ ๖๑ นะครับ คือนอกประเด็นครับท่านประธาน ประเด็นการพูดวันนี้เราพิจารณา ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่เพื่อนสมาชิกได้ร่างขึ้นมา มันเขียนอยู่แค่ว่า ข้อบังคับในเรื่องของการแต่งกาย แต่ท่านเล่นไปพูดเรื่องอะไรที่ไม่ใช่ประเด็นของการแต่งกาย ท่านไปเรื่องว่านั่งครบหรือไม่ครบ ให้เกียรติจะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ผมว่านอกประเด็นครับ ขอให้ท่านประธานได้กรุณา
ท่านวีระกรครับ เนื่องจากว่าท่านอรรถกรไปพูดถึงพรรคอนาคตใหม่ ไประบุ ก็ต้องให้โอกาสเขาได้ชี้แจง แต่ว่าเมื่อจบแล้วก็จบนะครับ แล้วเราก็มาสู่เรื่องอื่น พยายามอย่าไปพาดพิงถึงซึ่งกันและกัน ถ้าเราไปพาดพิงถึงอีกคนหนึ่งก็ต้องให้โอกาสเขาได้พูดครับ
ครับ ขอบคุณมากครับ พอดีผมให้ การชี้แจงในเรื่องของการเคารพสถานที่นะครับว่าการเคารพสถานที่และการที่เราพูดถึง เกียรติยศของสภาแห่งนี้นั้นสามารถแสดงออกในมิติที่ลึกซึ้งได้มากกว่าการแต่งกาย และเมื่อ เราพูดถึงเรื่องของการแต่งกายให้เหมาะสมตามสากลนิยมนั้น เราต้องยอมรับครับว่าตอนนี้ เมื่อเรามองไปถึงประเทศที่มีการพัฒนาในระบอบประชาธิปไตย มีแต่ประเทศ ที่ให้ความใส่ใจในการแต่งตัวน้อยลง หมายความว่าความสุภาพนั้นสามารถแสดงออกได้ ในความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเป็นความหลากหลายที่เราไม่จำเป็นต้องแต่งกาย เหมือนกันทุกคน ท่านประธานครับ สิ่งที่พวกเราพรรคอนาคตใหม่นำเสนอสภาแห่งนี้ ก็คือการที่สภาแห่งนี้จะเป็นตัวแทนของคนทุกกลุ่มที่ดำรงชีวิตอยู่ในประเทศไทยนี้ได้ ไม่ว่าจะ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือแม้แต่คนที่มีสถานะทางสังคม ที่แตกต่างกัน
ครับ พอสมควรแล้วครับ เห็นว่าได้ชี้แจงพอสมควรแล้วครับ
ครับ เพราะฉะนั้น
พอแล้วครับ
อย่างนั้นเดี๋ยวผมพูดในประเด็นเรื่อง เนกไท (Necktie) ก็แล้วกันนะครับ
ครับ เรื่องข้อบังคับครับ
ครับ ในกรณีของการแต่งกายตาม สากลนิยมนั้น ความสากลนั้นถูกพัฒนามาเรื่อย ๆ จนถึงประเทศตอนนี้ที่เป็นต้นแบบทาง ประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นประเทศอังกฤษ หรือเป็นประเทศที่เราชื่นชมว่ามีการพัฒนาแล้ว อย่างประเทศสิงคโปร์ ผู้แทนราษฎรของเขาไม่จำเป็นต้องผูกเนกไท (Necktie) เพราะว่า วัดความสำคัญอยู่ที่การทำงาน การแสดงวิสัยทัศน์ และการตั้งใจในสภามากกว่า ความเป็น สากลนั้นสามารถปรับแปรเปลี่ยนได้นะครับ และผมคิดว่าประเทศไทยของเราคงต้องกลับมา ตั้งคำถามว่าความเป็นสากลที่เหมาะกับประเทศไทยนั้นอยู่ที่ไหน
ครับ อันนี้พอสมควรแล้วครับ พอสมควรแล้ว เพราะถือว่ามีการพูดพาดพิง อย่างนั้นจบประเด็นนี้ไปครับ ขออนุญาต พอแล้วครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ขอท่านสมาชิกพยายามอย่าไปกระทบกันนะครับ เข้าไปในเรื่องเนื้อหาของข้อบังคับครับ เพื่อเราจะได้ไม่เสียเวลา มีญัตติด่วนที่รออยู่อีกหลายญัตติ ขอเชิญต่อไปครับ นางสาวปารีณา เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ สืบเนื่องจากการแต่งกายมาประชุมสภาที่สภาถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์มากมาย เกิดความ เสียหาย ทำให้ต้องบรรจุเข้ามาอยู่ในระเบียบวาระการประชุมในวันนี้ ซึ่งตั้งแต่พวกเรา มีรัฐสภามา รัฐสภาก็ไม่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแต่งกายมาประชุมมากขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้น เกิดจากความคิดที่หลากหลายของสมาชิกรัฐสภา เกิดจากสำนึกถูกผิด เกิดจาก รากเหง้า ต่างครอบครัว ต่างการอบรมสั่งสอนมาจากที่บ้าน ดิฉันไม่ขัดค่ะเรื่องการแต่งกาย ชุดผ้าไทยเป็นการส่งเสริมผ้าไทย ยกตัวอย่าง อย่างวันนี้ดิฉันขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน ส.ส. บุญรื่น พรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้ท่านนำผ้าไทยสีเข้มมาตัดเป็นสูทแบบสากล แล้วก็ มาประชุมสภา แล้วก็ไม่ขัดที่มี ส.ส. หลายท่านแต่งกายชุดไทยตามภาพยนตร์ที่ดังมากเลย ตอนนี้คือเรื่องกลิ่นกาสะลอง เพียงแต่การแต่งกายเหล่านี้ควรแต่งกายให้ถูกสถานที่ ควรแต่งกายให้เคารพสถานที่ รู้จักกาลเทศะ เพราะว่าสภาไม่ใช่สถานที่ที่จะมาเล่น ๆ หมุนตัวเล่น ๆ โชว์ชุดกันนะคะ เพราะประวัติของสมาชิกรัฐสภาใหม่ ๆ บางท่านก็มีประวัติ เขียนไว้อยู่แล้วว่าชอบเล่น ๆ เอารูปภาพมาล้อเล่น แล้วก็มาแต่งตัวกันเล่น ๆ กันในสภา สนุกสนาน ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานให้เอดดูเคต (Educate) สมาชิกใหม่ ๆ เรื่องนี้ด้วย ขอบคุณค่ะ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม คารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ จริง ๆ ก็ไม่อยากรบกวนเห็นคุณปารีณา ขออนุญาตเอ่ยนามผู้อภิปราย ท่านเอาลูก ๆ มาเลี้ยงใน สภาด้วยก็ดีใจ เป็นคนที่ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ แต่ต้องเรียนว่า
หมายถึงอะไรนะครับลูกนี่
หมายถึงผมเห็นว่าท่านเอา ลูกท่านมาด้วย หรือลูกคนอื่นไม่ทราบ แต่ผมเห็นว่าเป็นลูกท่าน ก็ขออนุญาตท่านนิดเดียวว่า คือเรื่องที่ท่านอภิปรายผมเข้าใจ แต่ไม่อยากจะให้เสียดสีกันไปลึกถึงรากเหง้า ผมติดใจ นิดเดียวท่านประธาน เพราะว่าบรรยากาศก็เป็นไปด้วยดี แล้วก็ไม่อยากจะลุกขึ้นมา ประท้วงหรอก แต่ว่าคำพูดท่านนี่แผลพวกผมเหวอะหวะไปหมด เพราะท่านเฉียดมา ทั้งหมดเลย ก็ขออนุญาตว่าให้ท่านประธาน ขออนุญาตที่ท่านผู้อภิปราย ข้อ ๖๑ ให้ท่าน กำชับนิดหนึ่งครับท่านประธานครับ
เตือนแล้วนะครับ ทำไม ข้อบังคับนี่เรื่องแต่งกายสำคัญที่สุดหรือครับ ท่านประธานคงรอตอบ เราขอข้าม มันเป็นเรื่อง การวิจารณ์อันเกิดจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ผมขอเรียนพวกเราแม้กระทั่งวันนี้ก็มีเพื่อนเรา คนหนึ่งขออนุญาตเป็นพิเศษ ขอสวมหมวกเนื่องจากไม่สบาย แต่ว่าผมยังไม่ได้อนุมัติ ผมก็เรียนท่านเลขาว่าขอมาพบหน่อย เพื่อว่าขอทราบอาการ เมื่อวันก่อนนี้เพื่อนของเรา ที่พิการเข้ามาขอว่ากางเกงขายาวเมื่อนั่งมันลำบากเพราะใช้ขาเทียม ผมก็อนุโลมไป อนุมัติไป เข้าใจความจำเป็นของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน แต่ว่าเครื่องแต่งกายสภาผ่านมา ๘๗ ปี ไม่ค่อยมีปัญหานะครับ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเขาก็ใช้มาตรฐานธรรมดาทั่วไป เขาก็ไม่ห้าม เมื่อสมัยท่าน พลเอก เปรม คิดชุดพระราชทานก็อนุมัติให้เป็นชุดเทียบเท่าชุดสากล เราจึงได้ เห็นชุดอย่างที่ท่านรัฐมนตรีที่มาชี้แจงก็แต่งชุดนั้น ซึ่งต่อไปผมก็คิดว่าอนุญาตครับ เพียงแต่ เมื่อข้อบังคับนี้ผ่านไปแล้ว มันมีอยู่ข้อหนึ่งที่บอกว่านอกจากแต่งชุดสากลที่ว่านี้แล้ว ยังอนุญาตให้ท่านประธานกำหนดชุดอย่างอื่นได้ ซึ่งตอนนั้นผมก็จะหารือพวกเราเป็นการ ภายใน เพราะผมคิดว่าเราก็ไม่ถึงขนาดเคร่งครัดว่าต้องสากลเหมือนกันทุกคน และถ้า เราสามารถส่งเสริมอะไรที่เป็นวัฒนธรรมของเราได้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่นั่นเป็นรายละเอียด ขั้นตอนหลังจากข้อบังคับนี้ผ่านไปแล้ว ก็จะอนุญาตให้ประธานนำเรื่องนี้มาพิจารณา อีกทีหนึ่ง เพราะฉะนั้นวันนี้ขอว่าเรื่องเครื่องแต่งกายเราจบเท่านี้ อย่าไปเป็นประเด็น เดี๋ยวคนจะหาว่าเราไม่มีเรื่องจะพูดกัน เอาเรื่องข้อบังคับซึ่งผมเรียนด้วยความเคารพว่า ใจผมนะครับ ผมอยู่กับข้อบังคับมา ๕๐ ปี ผมขอเรียนว่าผมไม่อยากเห็นข้อบังคับที่มันยาว เกินไป แล้วมันจุกจิก หยุมหยิมเกินไป ก็ไม่อยากเห็นอย่างนั้น แต่ว่าบางเรื่องรู้ว่าเจตนาดี เช่น มีการตั้งกระทู้ถามพิเศษในห้องพิเศษโดยไม่ต้องมากวนเวลาของเพื่อนคนอื่น อันนี้ ก็อาจจะเป็นจุดหนึ่งที่เป็นปัญหาที่เราเจอวันนี้ ๕ กระทู้วันนี้กินเวลาไปเกือบครึ่งวัน เพราะว่าวิธีถามกระทู้มันเปลี่ยนไป สมัยก่อนมันจะสั้น ผมเรียนอย่างนี้ ผู้ตั้งกระทู้ถาม อ่านกระทู้ถามจบและอธิบายสั้น ๆ แล้วก็นั่งลง แล้วก็ตอบ ตอบเสร็จก็มาครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ แล้วแต่ข้อบังคับ ก็จะจบในเวลาสั้น ๆ แต่เดี๋ยวนี้มันเป็นการอภิปราย เพราะฉะนั้นผู้เขียน ข้อบังคับในอดีตเขาก็เก่ง เขาเขียนไว้เลยว่ากระทู้ถามนั้นจะต้องไม่เป็นการอภิปราย อันนี้พวกเราไปอ่านดู และเราจะเห็นว่าเขาเจอปัญหาอย่างนี้ เขาถึงแก้ปัญหาอันนี้ ผมก็ดูว่า พวกเราช่วยกันดู เพราะข้อบังคับนี้ใช้กับพวกเราทุกคน พูดง่าย ๆ ก็คือกฎหมายที่เราออกมา บังคับพวกเรา แล้วเราก็ดูว่าอะไรคือความเหมาะสม อะไรที่จะทันกับสถานการณ์ที่ เปลี่ยนแปลงไป อะไรที่คิดว่าล้าหลังแล้วจะทำให้เราเสียเวลา อันนี้ก็เป็นหน้าที่เราช่วยดู เมื่อตอนตั้งคณะกรรมาธิการ ผมขอเชิญพวกเราพูดกันต่อไป เชิญครับ
ครับ เดี๋ยวข้อบังคับ ออกมา ข้อบังคับนี้จะไม่อยู่ที่ประธานนะครับ จะเป็นเรื่องของกรรมาธิการที่เขียนมา ที่ท่านประธานวิเชียรท่านอ่านให้ฟังเมื่อสักครู่นี้ อันนี้เป็นข้อบังคับที่เขียนอยู่แล้ว ในอดีตก็มี อยู่แล้วครับ แต่ว่าปลีกย่อยอย่างอื่น เช่น ชุดไทย ชุดอย่างอื่น อันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ ประธานจะเป็นผู้พิจารณาครับ ผมขอพวกเราถ้ามีความประสงค์จะอภิปรายขอเชิญนะครับ แต่ว่าถ้าสมมุติว่าไม่มีประเด็นสำคัญเราจะได้รับหลักการ เพราะวันนี้กระบวนการจะต้อง เสียเวลาเล็กน้อย เพราะว่าเราจะถามว่า หวังว่าไม่มีใครคิดเป็นอย่างอื่น เห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าเห็นชอบแล้ว วันนี้ทำไม่ได้ครับ จำเป็นต้องมีชื่อพวกเราทุกคนว่าเห็นด้วยกับการรับ หลักการข้อบังคับนี้หรือไม่ จึงขอเรียนเกริ่นไว้เบื้องต้นว่าจะมีการลงคะแนนด้วยการแจกบัตร ๓ ใบ สีแดง สีน้ำเงิน สีขาว เห็นด้วยสีน้ำเงิน ไม่เห็นด้วยสีแดง งดออกเสียงสีขาว แต่ต้อง เขียนชื่อและเลขที่ของเราไว้พร้อมกับพรรค เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เอาบัตรนี้มาตรวจแล้วก็ได้ บันทึกว่าสมาชิกเราคนไหน ชื่ออะไร พรรคไหน ลงมติว่าอย่างไร เพื่อไม่ให้การดำเนินการนั้น ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวจะมีการหยิบยกขึ้นมามีปัญหา ฉะนั้นก็ขอเรียนว่าได้เตรียม เรื่องนี้กันมาเป็นสัปดาห์ครับ แล้วก็ลงเอยว่าวันนี้เราเตรียมบัตรลงคะแนนให้พวกเรา ซึ่งจะ ไม่เสียเวลาเหมือนกับการเรียกชื่อทีละคน เพียงแต่ไม่อาจจะสรุปแล้วก็ผ่านไปได้ทันที ดังนั้น ถ้าสมาชิกพวกเราไม่มีความประสงค์จะอภิปรายรายละเอียด แล้วก็ต้องการที่จะรับหลักการ แล้วก็ไปลงรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการ เราดูว่ามีเวลามันก็มาก ไปดูให้ละเอียดแล้วไป แปรญัตติแต่ละประเด็นที่เราคิดว่าเราอยากจะขอแก้ให้มันเป็นอย่างอื่นครับ ท่านสมาชิก เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพอย่างสูงครับ ผม กรุงศรีวิไล พรรคพลังประชารัฐ เขต ๕ จังหวัดสมุทรปราการครับ ผมเคยกราบเรียนท่านประธานไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่า สัปปายะสภาสถานแห่งนี้ คือสถานที่ ขัดเกลาจิตใจของมนุษย์ที่ได้ชื่อว่า ผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติครับ แต่สิ่งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๘๑ นั้นการแต่งกายเข้าสู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เป็นความรู้สึกใต้สำนึกของมนุษย์ ทุกคนครับ ไม่ใช่จะแต่งกายอย่างไรก็ได้ ถ้าเรื่องแฟชั่น กรุงศรีวิไลก็ไม่เคยน้อยหน้าใคร ในวงการบันเทิง แต่เหตุใดครับกระผมถึงต้องปรับปรุงตัวเองให้เข้ากับบรรยากาศของ นักการเมืองผู้ทรงเกียรติ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกไม่ว่าจะเป็นรุ่นคุณป้า คุณน้อง คุณพี่ คุณอาอะไรแล้วแต่ สิ่งหนึ่งที่ทุกท่านจะต้องคำนึงอยู่ตลอดเวลาว่าประชาชน ทั้งประเทศประณามนักการเมืองว่าเป็นพวกใช้ไม่ได้ จิตวิญญาณนั้นต่ำช้า ผมได้ยินมา ตลอดเวลา ได้ทุกอย่างทุกเรื่อง ทุกเรื่องที่กล่าวหากันได้ตลอดเวลา
พอสมควรแล้วครับ
ขอเสี้ยววินาทีครับท่านประธาน
ท่านกรุงศรีวิไลครับ พอสมควรครับ
ท่าน พลเอก ประวิตร ไม่ได้ อยู่ในที่นี้โดนกล่าวโจมตีตลอดเวลา ท่านก็บอกว่ากำลังดำเนินงานอยู่
เอาเถอะครับ เรื่องนั้น เอาไว้ทีหลังครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ที่ให้เกียรติ แล้วก็ขอบพระคุณทุกท่าน ขอบคุณครับ
ขอผ่านเรื่องนี้นะครับ ขอผ่านเรื่องนี้แล้วเป็นหน้าที่ของประธาน
ผ่านเลยครับท่านประธานครับ ผ่านเลยครับ
ผมขอผ่านเรื่องนี้ไปนะครับ แล้วผมก็มีหน้าที่ต้องดูแล ผมจะให้เจ้าหน้าที่ดูแล เนื่องจากข้อบังคับเดิมมีอยู่อนุโลม แต่ว่าประธานจะมีอำนาจจริงจังเมื่อข้อบังคับนี้ออกมา แล้วก็จะได้ร่วมมือกับพวกเรา ขอร้อง พวกเราว่าเราอยู่ร่วมกันนะครับ กว่าจะมาเป็นผู้แทนราษฎรได้นี่ไม่ใช่ธรรมดา และไม่ใช่ง่าย ๆ เราอยู่ร่วมกัน แล้วก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดครับ อย่าให้เรื่องเล็กน้อย มาเป็นอุปสรรค อย่าให้เรื่องซึ่งขัดใจ ขัดตา ขัดอะไรมาเป็นอุปสรรคกับพวกเรานะครับ เอาไว้คุยเรื่องนี้กันอีกทีหนึ่งครับ ผู้อภิปรายเรื่องข้อบังคับถ้าอภิปรายข้อบังคับก็อนุญาต ให้พูด ถ้าสมมุติว่าเราไม่มีประเด็นมากกว่านี้ เดี๋ยวผมจะขอมติที่ประชุมแล้วเราจะได้ หากรรมาธิการตั้งมา ท่านสงวนเชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ ในชั้นรับหลักการนี่นะครับท่านประธาน ผมอ่านดูเอกสารที่ให้มา ดีใจครับที่ว่ามีการสร้างหลักการใหม่ และเห็นด้วย แล้วก็ ไม่ควรจะพูดกันมาก แต่ที่ผมจะพูด ๒ ประเด็นนี้คือว่าสถานที่แห่งนี้ท่านประธานครับ มันเป็นที่พวกเราซึ่งเป็นสมาชิกมีเสรีภาพในการใช้สิทธิ แล้วเราเขียนข้อบังคับทำไม ข้อบังคับ เป็นกรอบวินัย เป็นหลักการทางข้อบังคับและเป็นกฎหมาย ให้เราสามารถมีเสรีภาพ ในการใช้สิทธิและบังคับให้เรามีหน้าที่ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อเราพูดถึงสิทธิ นี่ผมพูดหลักการนะครับ ในนี้มันมีองค์ประกอบอยู่เมื่อเราพูดถึงสิทธิ เราต้องพูดถึงหน้าที่ เมื่อเราอยากใช้เสรีภาพ เราต้องคิดถึงวินัยคือข้อบังคับ หลักการทั้ง ๓ อย่างที่ผมพูดนี้ ผมเชื่อว่าท่านประธานก็เห็นแล้วว่า ข้อบังคับนี้ค่อนข้างละเอียดและค่อนข้างดี แต่ว่าที่ผม มองเห็นนี่นะครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านประธานครับ ได้สถาปนาสภาขึ้นมาใหม่อีกสภาหนึ่ง เรียกว่า รัฐสภา ทำไมเรียกว่า สถาปนาอำนาจ สภานี่มันมีสมาชิกที่ยืนอยู่ในสถานะเดียวกัน ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ในการร่างพระราชบัญญัติ หลายหมวด หลายมาตราในรัฐธรรมนูญมาก เราคงต้องประชุมร่วมกัน ผมจึงเรียนถาม ท่านกรรมาธิการที่ไปทำมานี้ หลักการของทั้ง ๓ สภานี้ได้สอดคล้องต้องกันหรือไม่ ในขณะที่ท่านร่างท่านได้ฟังองค์คณะอื่นเขาพูดถึงเรื่องข้อบังคับอย่างไร พวกผมไปร่าง ข้อบังคับรัฐสภา เราก็พูดบอกว่าเรื่องนี้เราจะทำอย่างไร ผมมีเรื่องนี้ในหลักการ ท่านประธานครับ มันมีประเด็นหนึ่ง ท่านที่ไปร่างฟังให้ดีนะครับ ต่อไปนี้ กฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญจะพิจารณาในรัฐสภาเท่านั้น ไม่ใช่ว่าผ่านจากเราไปแล้วไปสภาสูง ไม่ใช่นะครับ เมื่อเป็นอย่างนี้มันมีว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทุกอย่าง โดยมาก มันจะเป็นเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน ท่านประธานครับ และในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ อย่างเดียวว่า กฎหมายการเงินสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นที่ประธานเป็นคนรักษาการจะให้ตัดสิน ว่าเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่ ส.ว. ก็คิดว่าแล้วเรื่องนี้จะเอาอย่างไร นี่เป็นประเด็นที่ผมฝาก ว่า ท่านประธานแม้นั่งในตำแหน่งของประธานรัฐสภาด้วย มันก็ยังมีองค์ประกอบต่างกัน ซึ่งผมคิดว่าในหลักการนี้ผมอ่านแล้วผมยังไม่เห็นว่าจะรับผิดชอบเรื่องนี้ร่วมกันแบบไหน อย่างไรครับ
เรื่องต่อไปครับ ท่านประธานครับ ในห้องประชุมใหญ่ของรัฐสภากับในเรื่อง ของการเขียนกฎหมายเกี่ยวกับระเบียบพิเศษในสภา คือการทำให้มีความสงบเรียบร้อย มากขึ้น พูดถึงการแต่งตัวไหม พูดครับ แต่เมื่อพูดกันจบแล้วที่ประชุมบางส่วนเห็นว่า วัฒนธรรมในการแต่งกายต้องให้เสื้อผ้ามันพูดแทนเรา นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกว่า เสื้อผ้าต้องพูดแทนผู้ใส่ ในนี้เราให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ว่าในหลักการทั่วไปที่เราจะรับหลักการ สมมุติรับ หลักการนี้แล้วหากเห็นว่ามีความจำเป็นต้องมีข้อบังคับท่านประธานมีอำนาจในการที่จะสั่ง ให้เป็นกรรมาธิการเต็มสภาได้ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ ท่านประธานรัฐสภาสามารถที่จะรับเรื่องจากผู้นำฝ่ายค้านในการพิจารณา ข้อสำคัญบางอย่างที่มีปัญหากับความมั่นคง มีปัญหากับเศรษฐกิจใหญ่ แล้วประชุมร่วมกัน ในรัฐสภาเป็นประชุมลับนะครับ ผมพูดเรื่องนี้ทำไมมันเกี่ยวกับชั้นรับหลักการหรือไม่ ผมคิดว่ามันเกี่ยวอย่างยิ่ง เพราะในรัฐธรรมนูญได้กำหนดชัดเจนว่ามีหลักการสำคัญ หลายอย่าง เพราะฉะนั้นผมจึงไม่อยากให้สภาของเราเสียเวลากับการร่างข้อบังคับของเรา นานเกินไป ผมย้ำตรงนี้นะครับ ผมมั่นใจในท่านประธานมาก ว่าท่านจะดำรงสถานะ เป็นประมุขของนิติบัญญัติของราษฎรโดยแท้ เพราะฉะนั้นเราจะไม่เสียเวลากับเรื่องอื่น ผมมีเจตนาว่าผมรับหลักการนี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ สมาชิก มีอะไรจะอภิปราย เชิญเลยครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดอุทัยธานี กราบเรียนท่านประธานว่า ผมจะขอหารือท่านประธานนิดหนึ่งและฝากไปยังจะเป็นกรรมาธิการ หรือผู้ที่มีส่วนร่วม ในเรื่องนี้ก็ตาม คือปัญหาในเรื่องของการประชุมในปัจจุบันโลกมันเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน อย่างข้อแรกก็คือว่ากรณีที่สมาชิกลงมติ อาจจะด้วยการขานชื่อหรือตอบรับอะไรก็ตาม แล้วเกิดมาย้อนเปลี่ยน ในข้อบังคับน่าจะมีเขียนไว้ ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะเกิดปัญหา ผมเชื่อว่า มันก็จะซ้ำ ๆ ซาก ๆ อยู่นั่นนะครับ คือหมายถึงว่าการลงมติในเมื่อลงมติว่าลงมติรับ หรือไม่รับ ลงไปแล้วมันต้องเป็นการจบแล้วครับ กับบุคคลคนเดียวไปนั่งปั๊บ ๓ นาที แล้วลุกขึ้นมาบอกรับ อีกคนบอกไม่รับ ผมว่ากรณีเช่นนี้มันจะมีปัญหาในอนาคตนะครับ แล้วอยากให้ข้อบังคับฝากทางกรรมาธิการเอาเรื่องนี้ไปอยู่ในข้อบังคับ แล้วน่าจะต้องมีการ สังคายนากันพอสมควร
อีกประการหนึ่ง การถ่ายทอดสด การถ่ายทอดสดเราก็ทราบกันอยู่แล้วว่า เป็นช่องของสถานี แต่ปัญหาวันนี้มีไลฟ์ (Live) สด ท่านประธานจะอนุญาตหรือไม่ ในข้อบังคับต้องสมควรเขียนไว้ว่าไลฟ์ (Live) สดเป็นลักษณะไหน ถ้าได้ก็ดีก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมไม่ได้รังเกียจการไลฟ์ (Live) สดทั้งนั้น แต่มันต้องมีข้อบังคับ ในข้อบังคับควรจะพูดถึง เรื่องเหล่านี้ด้วย อย่าไปเป็นการลอกปี ๒๕๕๑ มันลอกกันไม่ได้แล้ว วันนี้โลกมันเปลี่ยนไปเยอะ เดี๋ยวต่อไปสภาเราก็อาจจะนุ่งกางเกงสีแดงมาประชุมกันก็ได้ ซึ่งผมก็ยอมรับนะครับ เพราะผมก็ยังมีกางเกงสีเหลืออีกเยอะเลยยังไม่ได้ใส่ คือในกรณีแต่งกายเหมือนกันนะครับ ผมก็กราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านประธานไม่ให้พูดแต่ผมอยากพูดมากนะครับ ก็ขอ สักนิดหนึ่งครับท่านประธาน ด้วยความเคารพจริง ๆ การแต่งกายนั้นมันก็เป็นสิทธิของบุคคล แล้วผมอย่างที่พูดผมจะไม่พูดถึงสุภาพสตรี เพราะสุภาพสตรีมีความหลากหลาย แต่ผมจะขอ พูดในเรื่องของความชัดเจน
ข้อแรก เรื่องชาติพันธุ์ ผมก็ชาติพันธุ์ครับ ผมไม่ใช่มาจากไหนเลย ชาติพันธุ์ครับ คือถ้าจะแต่งชุดแม้วหรือชุดชาติพันธุ์ของตัวเองขอให้แต่งทุกครั้งในการประชุม ผมคิดว่าเรื่องนี้ประธานก็คงจะต้องแก้ไขปัญหาวันข้างหน้า ผมไม่ได้รังเกียจ หรือการแต่ง ในเรื่องของข้ามเพศผมเคารพในความคิดของแต่ละคน แต่ไม่ใช่วันนี้คุณเป็นผู้ชาย พรุ่งนี้เป็นผู้หญิง ไม่ได้ สภามันยุ่งครับ มันยุ่งครับ แล้วขอกราบเรียนด้วยความเคารพ
อีกประการหนึ่ง ผู้ที่ไม่ได้นั่งประชุมอยู่นี่เก้าอี้อาจจะว่างนะครับ มันก็เป็น เรื่องของบุคคล คุณอยู่ข้างนอกคุณก็นั่งฟังอภิปรายได้ แต่ถ้าพูดไปกลายเป็นว่าเก้าอี้ว่าง พรรคนั้นจะกลายเป็นคนเลวเลยนะครับ ต้องขออนุญาตท่านประธานว่าในสภาพของพี่น้อง ประชาชนเขาอาจจะไม่เห็น การที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ไม่ได้อภิปราย นั่งข้างนอกก็มีทีวีดูอยู่นะครับ ผมมันเด็กเนิร์ด (Nerd) ครับ นั่งนานไม่ค่อยได้เหมือนกันนะครับ เรียนด้วยความเคารพว่าสิ่งเหล่านี้เราต้อง มาอยู่กันด้วยความสร้างสรรค์ แล้วข้อบังคับเป็นเรื่องของกติกามารยาท ถ้าเรารักษากฎ ผมเชื่อวุฒิภาวะของ ส.ส. มีทุกคนละครับ ไม่ว่าจะมาจากที่ไหน ไม่ว่าจะบัญชีรายชื่อหรือเขต มีวุฒิภาวะเท่ากัน มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่ากัน แต่ไม่ใช่อยากเป็นมนุษย์เหนือมนุษย์ ผมขอร้องว่าในสภาแห่งนี้กรุณาอย่ามีมนุษย์เหนือมนุษย์เลยครับ มนุษย์ทุกคนเท่ากัน ไม่ใช่ฉันดี คนอื่นเลว หรือฉันเลว คนอื่นดีอะไรก็ตาม กราบเรียนท่านประธาน แต่สิ่งที่สำคัญ ในเรื่องการลงมติ ผมฝากท่านกรรมาธิการด้วยว่าต้องคิดเรื่องการถ่ายทอดสด วันนี้โลก ไปไกลแล้วครับ อย่าไปล้อแค่ข้อบังคับ ปี ๒๕๕๑ หรือว่าอะไรขึ้นมาแค่นั้น ต้องว่ากันทีละข้อ ผมเองไม่อยากจะไปเสนอขอแก้ในเรื่องของการแปรญัตติ แต่อยากจะฝากไว้ ก็เรียนด้วย ความเคารพครับ ท่านประธานครับ สวัสดีครับ
ครับ ก็เป็นข้อหนึ่งนะครับ ที่สมาชิกมาร้อง คงจะเป็นข้อคิดท่านประธานวิเชียรกับคณะครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยครับ ก่อนอื่นก็ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการที่ได้ยกร่างข้อบังคับ ทุกท่านก็คง เหน็ดเหนื่อยพอสมควร ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ผมก็ขออภิปรายเพียงสั้น ๆ และ สนับสนุนรับร่างนี้อย่างแน่นอนอยู่แล้วนะครับ ผมเพียงมีข้อสังเกตบ้างบางประการ ในการส่งระเบียบวาระการประชุม ข้อ ๒๑ ผมมีข้อสังเกตนิดหนึ่งว่าการส่งระเบียบวาระ การประชุมไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม และเอกสารที่เกี่ยวข้องที่จะเผยแพร่ทาง อิเล็กทรอนิกส์นั้น ในข้อ ๒๐ เองก็เขียนว่าการนัดนี้ไม่น้อยกว่า ๓ วัน แต่จริงๆ แล้วในสภา เราผมคิดว่าบางครั้งวันสองวันเองที่เอกสารมาถึงเรา กลับถึงบ้านดึกๆ ถึงจะเห็นว่าเอกสาร มาอย่างนี้ แล้วมาแล้วเราไปเปิดทางอิเล็กทรอนิกส์นี้บอกตรงๆ ว่าผมอายุก็ยังน้อยกว่า หลายท่าน ไอที (IT) ก็พอรู้บ้าง แต่ก็ยังลำบากเลย เพราะว่าโทรศัพท์ก็นิดเดียว เล็ก ๆ จะมา เปิดอ่าน มันก็ลำบากนะครับ อันนี้ผมก็อยากจะฝากท่านไว้พิจารณาตรงนี้ว่าอาจจะแก้เป็นว่า ให้ส่งเอกสารและวาระการประชุม พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องไปกับหนังสือนัดประชุมนะครับ ถ้าเราจะส่งไปด้วยจะได้หรือไม่ อย่างไรนะครับ
ส่วนเรื่องมาตรา ๑๘๑ ก็ขออนุญาตนิดเดียวสั้น ๆ นะครับ ก็สนับสนุน รู้สึกว่าการแต่งกายต่าง ๆ จะเป็นชุดไทยหรืออย่างไร สุดท้ายก็อยู่ที่ท่านประธานจะกำหนด ซึ่งสนับสนุนอย่างยิ่ง แต่ว่าจะมีความเห็นนิดเดียว พอดีเมื่อสักครู่นี้ตอนนั่งข้างนอกได้คุยกับ ท่านอาวุโส ท่านก็รู้สึกว่าท่านผมบางแล้วก็เย็นมาก ผมก็แนะนำท่านว่า หรือว่าท่านใส่วิก (Wig) เลยดีไหม ท่านก็บอกอาจจะต้องใส่วิก (Wig) แล้ว ถ้าไม่ให้ใส่หมวกนะครับ อันนี้ก็จะ ฝากเป็นข้อสังเกตว่าจะมีทางผ่อนผันอย่างไร เพราะบางทีเราก็เห็นว่ามันหนาวจริง ๆ นะครับ
ส่วนเรื่องมาตรา ๑๖๘ ผมก็รู้สึกว่าตรงนี้ก็จะดีครับ จะได้ไม่เสียเวลาสภามาก ขอสนับสนุนรับหลักการ คิดว่าคงต้องรับหลักการนี้ เพราะว่าเป็นหลักการที่ดีแล้วครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ นายประกอบ รัตนพันธ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อประเด็นเรื่องรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมสภา ผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งทั้งหมดมี ๑๙๒ มาตรา กระผมได้อ่านยังไม่ละเอียดนะครับ แต่ว่า โดยภาพรวมแล้วก็เหมือนกับข้อบังคับเดิมที่เคยใช้ในสภาแห่งนี้ เพียงแต่ผมอยากจะกราบเรียน คณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ว่า ประเด็นไหนที่ เพิ่มเติมของฉบับเก่าท่านน่าที่จะแถลงถึงเหตุผลที่สำคัญว่าทำไมต้องยกร่างเพิ่มเติมมาตรานี้ หรือตัดลบมาตรานี้ ประเด็นนี้ที่มีความสำคัญ เพราะว่าข้อบังคับนั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ต่อการประชุมสภา เพราะจะทำให้การประชุมมีประสิทธิภาพและเกิดความเรียบร้อย ผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวว่า ที่จริงยังไม่ลงรายละเอียด แต่ว่าให้เป็นข้อสังเกต ในเรื่องของคณะกรรมาธิการสามัญ ๓๕ คณะ แต่ว่าในยกร่างฉบับนี้เปิดโอกาสให้เพิ่มได้ตาม ความเหมาะสม แต่ว่าในรายละเอียดนั้นท่านไม่ให้อำนาจว่า ใครที่มีอำนาจที่จะพิจารณาว่า จะเพิ่มคณะไหนอย่างไรนะครับ
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าในการเปิดโอกาสให้เพิ่มคณะจาก ๓๕ คณะนั้น บางครั้งมันก็กระทบ มันอาจจะแก้ปัญหาคนแต่ไม่ได้แก้ปัญหางาน ผมเข้าใจว่าที่เปิดช่องไว้ อย่างนี้เพื่อแก้ปัญหาคนไม่ใช่เรื่องของงาน เพราะว่า ๓๕ คณะนั้น ภารกิจมันครอบคลุม หมดแล้วนะครับ ไม่จำเป็นที่จะขยายให้สิ้นเปลืองงบประมาณมากไป ก็ขอกราบเรียนด้วย ความเคารพนะครับ ผมเองรับหลักการในร่างฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปครับ เชิญนายเทพไท เสนพงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จะขออนุญาตท่านประธานอภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ผมจะขออภิปรายในหมวด ๕ ว่าด้วยกรรมาธิการ ในหมวด ๕ ข้อ ๙๐ เขียนว่า ให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้น ๓๕ คณะ แต่ละคณะประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวน ๑๕ คน โดยให้มีหน้าที่ และอำนาจ ดังนี้ ในประเด็นข้อนี้ผมได้แสดงจุดยืนต่อจำนวนกรรมาธิการมาโดยตลอดว่า เมื่อก่อนคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาจำนวนไม่ได้มากถึงขนาดนี้ บางสมัยก็ ๒๔ คณะ เพิ่มมาเป็น ๓๐ คณะ แล้วการมีคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา ส่วนใหญ่ก็จะล้อกับ จำนวนกระทรวงของรัฐบาล แต่ว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อไม่กี่ปีมานี่เองครับท่านประธาน เราได้ขยายจำนวนคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาจาก ๓๐ คณะ เพิ่มมาเป็น ๓๕ คณะ แล้วก็มีการแตกชื่อของคณะกรรมาธิการออกเป็นย่อย ๆ ถ้าท่านประธานจำได้เหตุผลใน ตอนนั้นก็คือ ต้องการที่จะให้มีกรรมาธิการหลายคณะเพื่อที่จะรองรับคนที่ผิดหวังจาก ตำแหน่งรัฐมนตรี แล้วก็เพื่อที่จะให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการเป็นการปูนบำเหน็จในยุค ที่ผ่านมา เลยเป็นที่มาของกรรมาธิการจำนวน ๓๕ คณะ และวันนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ก็ระบุถึง ๓๕ คณะ ซึ่งมีรายละเอียด ทั้งหมด ผมอยากจะเรียนว่าใน ๓๕ คณะนี้ ผมได้อ่านแล้วผมเห็นว่าบางคณะไม่ควรที่จะตั้ง มาซ้ำซ้อน ผมยกตัวอย่างครับท่านประธาน (๔) คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ซึ่งอันนี้ ตอนผมมาเป็นผู้แทนราษฎรครั้งแรกไม่มีครับท่านประธาน เพิ่งมาแยกออกจากกรรมาธิการทหาร เป็น ๓ คณะ คือคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยกับคณะกรรมาธิการความมั่นแห่งรัฐ ซึ่งผมก็เคยเป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วยครับ บทบาทหน้าที่ไม่ต่างกันเลย วันที่อยู่ใน คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ จะไปดูเรื่องชายแดนก็ไปซ้อนกับคณะกรรมาธิการ กิจการชายแดนไทย วันจะไปดูความมั่นคงแห่งรัฐในอีกพื้นที่หนึ่งก็ไปซ้อนกับคณะกรรมาธิการทหาร ผมคิดว่ากรรมาธิการ ๓ คณะนี้ ๑. คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ๒. คณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐ ๓. คณะกรรมาธิการการทหาร ผมคิดว่าถ้าเรารวมเอาคณะกรรมาธิการ ทั้ง ๓ คณะนี้ขึ้นมาแล้วก็ตั้งชื่อใหม่จะตั้งชื่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐเพื่อจะ ครอบคลุมทั้งหมดแทนคณะกรรมาธิการทหาร ผมคิดว่าก็น่าจะดี น่าจะเป็นการกระชับ จำนวนกรรมาธิการ แต่ถ้าบอกว่าเราจะแยกย่อยออกให้มีจำนวนมากขึ้น ผมว่าต่อไปก็อาจจะ มีคนตั้งคณะกรรมาธิการทหารบก คณะกรรมาธิการทหารเรือ คณะกรรมาธิการทหารอากาศ คณะกรรมาธิการตำรวจมีอยู่แล้ว เพราะจะได้ครบครับท่านประธาน ผมก็เลยเห็นว่า ๓ คณะกรรมาธิการนี้น่าจะรวมเป็นหนึ่งโดยใช้ชื่อให้มันครอบคลุมเป็นคณะกรรมาธิการ ทหาร หรือคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐก็ได้
ส่วนกรรมาธิการอีกกรรมาธิการหนึ่งที่ผมคิดว่าไม่ควรที่จะเป็น คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา น่าจะตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อที่จะให้ บุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญสามารถเข้ามาร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญได้ กรรมาธิการ สามัญก็จะมีคณะกรรมาธิการเพียงแต่ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ก็อาจจะไม่เปิด กว้างให้บุคคลที่มีความเชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามา นั่นก็คือ (๖) คณะกรรมาธิการแก้ไข ปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ซึ่งผมคิดว่าคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติก็น่าจะไปอยู่ ในคณะกรรมาธิการอื่น อาจจะเอาไปไว้ในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง หรืออะไร ก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับหนี้สิน หรือถ้าเกี่ยวกับหนี้สินของเกษตรกรก็ไปไว้ในคณะกรรมาธิการ เกษตรก็ได้ ผมต้องเรียนว่าในคณะกรรมาธิการที่ผมเห็นว่าไม่ควรจะมี แล้วก็น่าที่จะรวมกันได้ ก็คือคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งถ้าดูอำนาจหน้าที่กิจการที่จะกระทำแล้ว ผมคิดว่า สามารถที่จะไปรวมกับคณะกรรมาธิการการเงินและการคลังของสภาผู้แทนราษฎรได้ครับ
คณะกรรมาธิการที่ ๕ ที่ผมคิดว่าไม่ควรจะมีก็คือ คณะกรรมาธิการแก้ไข ปัญหาสินค้าราคาผลผลิตเกษตรกรรม ซึ่งเมื่อก่อนคณะนี้เป็นแค่คณะกรรมาธิการวิสามัญ เท่านั้น หรือไม่ก็อยู่ในคณะกรรมาธิการเกษตร แต่วันนี้เรายกขึ้นมาเป็นคณะกรรมาธิการ สามัญประจำสภา โดยมียอดจำนวนกรรมาธิการ ๓๕ คณะ ถ้าถามผมว่าทำไมผมเห็นว่า ควรจะมี ๓๐ คณะ ผมต้องเรียนกับท่านประธานนะครับ การมีคณะกรรมาธิการเพิ่ม ๑ คณะ เป็นภาระงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรอย่างปฏิเสธไม่ได้ครับท่านประธาน กรรมาธิการ ๑ คณะ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมี ๑. ห้องทำงานของประธาน ห้องประชุม ในภาวะที่สภาเรา ไม่เรียบร้อย ยังไม่มีสถานที่ประชุมก็คงเป็นภาระ ส่วนที่ ๒ ก็คือเจ้าหน้าที่ของสภา ผู้แทนราษฎรที่จะมาอำนวยความสะดวก ผู้อำนวยการ ผอ. ของคณะกรรมาธิการ ก็จะต้องมีเพิ่มขึ้นเพื่อจะมาดูแลกรรมาธิการ เบี้ยประชุมก็ต้องมีเมื่อมีกรรมาธิการขึ้นมา แล้วก็เงินเดือนของที่ปรึกษา ของนักวิชาการ ของเลขานุการก็ต้องมีอีก แล้วก็งบประมาณที่จะต้องไปศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะก็มีในงบประมาณ ประจำปี รวมไปถึงถ้ามีคณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นแบบนี้ เรามีนักวิชาการ เรามีผู้เชี่ยวชาญ เรามีเลขานุการ ก็กระทบไปถึงการขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ด้วยท่านประธาน ผมต้องเรียน กับท่านประธานว่าถ้าผมดูจากตัวเลขคร่าว ๆ การเพิ่มกรรมาธิการเป็น ๓๕ คณะ แล้วผมตัด ลดว่าควรจะมี ๓๐ คณะ ผมคิดว่าตัวเลขที่ ๓๐ จะทำให้จำนวนกรรมาธิการที่กรรมาธิการยก ร่างบอกว่าให้มีแค่คณะละ ๑๕ คน ก็อาจจะเพียงพอ นั่นก็คือว่าถ้าเรามีคณะกรรมาธิการ มาก เราหารด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะพบว่าจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนหนึ่งที่ต้องไปเป็นกรรมาธิการ ๒ คณะอยู่ แล้วที่ผ่านมาเราก็เห็นว่าคนเป็น กรรมาธิการ ๒ คณะนี้ ประสิทธิภาพในการทำงานน้อยมากครับท่านประธาน อาจจะมีบางคน ขยันขันแข็งทำงานประชุม บริหารเวลาได้ อันนี้อาจจะมี แต่ว่าโดยส่วนใหญ่ที่เห็นก็เซ็นรับ เบี้ยประชุมแล้วก็กลับ วิ่งรอกจากคณะกรรมาธิการชุดโน้นไปคณะกรรมาธิการชุดนี้ ยิ่งเพื่อน ที่เป็น ส.ส. ใหม่ เข้ามาเป็นกรรมาธิการ ๒ คณะ การเรียนรู้งานในกรรมาธิการนี้น้อยมาก เพราะมัวแต่สลับวิ่งรอกระหว่างกรรมาธิการ ผมคิดว่าถ้าจะมีกรรมาธิการสัก ๓๐ คณะ แล้วก็ จำนวนกรรมาธิการคณะละ ๑๕ คน ก็จะทำให้คนที่เป็นกรรมาธิการ ๒ คณะไม่มากนัก แต่ว่า ถ้า ๓๕ คณะตามที่ร่างมานี้ ผมลองคำนวณดู จะมีคนอยู่ ๒ กรรมาธิการ ๒ คณะ ประมาณ ไม่ต่ำกว่า ๕๐ คนครับ เพราะฉะนั้นผมก็คำนึงถึงประสิทธิภาพในการทำงาน และผมก็คิดว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องไปรบกวนค่าใช้จ่ายงบประมาณของสภา ถ้าสมมุติว่าคณะกรรมาธิการแต่ละ คณะมีงบประมาณใช้จ่ายคณะละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี ๔ ปี ๒๕ ล้านบาท ๕ คณะ ๒๕ ล้านบาท ๔ ปีเราสามารถประหยัดงบประมาณได้ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทครับ ผมเลยเสนอความคิดเห็นไว้เผื่อที่กรรมาธิการจะได้นำไปพิจารณาครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป นายอิทธิรัตน์เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย ก่อนที่ผมจะเปิด ผมขอต่อจากท่านเทพไทนิดหนึ่งครับ ความจริงเป็นกรรมาธิการมาด้วยกันเหมือนกัน แต่ถามว่าความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนมีมากมาย การที่แยกแยะคณะออกมาก็ช่วยได้ แต่ประเด็นที่ท่านเทพไท บอกว่างบประมาณเห็นด้วยครับ ค่าใช้จ่ายต้องเพิ่มขึ้น แต่ถามว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วิ่งรอกนี้ ความจริงเป็นกระบวนการจัดการที่เราไปคุยกันได้ วันพุธหรือวันพฤหัสบดี ก็คุยกันได้ ผมขอแค่นี้ครับ
ในส่วนของผม ผมอยากจะแสดงความคิดเห็นในเรื่องข้อบังคับ เอาเป็นว่า ฝากไปถึงกรรมาธิการเป็นหลักแล้วกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมดีใจที่ในเรื่องของตั้งกระทู้ แยกเฉพาะนี่นะครับ ผมศึกษาดูแล้วผมเห็นด้วยทั้งหมด แต่ประเด็นบางข้อบังคับนี้ ให้ประธานสภาอาจกำหนดอย่างโน้นอย่างนี้ได้ ผมว่าบางเรื่อง ผมขอยกตัวอย่าง ข้อ ๑๖๘ ซึ่งกำหนด ขออนุญาตอ่านเอกสาร ข้อ ๑๖๘ กระทู้ถามที่มีลักษณะเฉพาะเรื่อง เฉพาะพื้นที่ เฉพาะบุคคล หรือสมาชิกระบุให้ตอบในห้องกระทู้ถาม ให้ถือเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ ตรงนี้ สำคัญครับ ประธานสภาอาจกำหนดให้มีการถามและการตอบในห้องกระทู้ถามก็ได้ครับ ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนี้ผมถามท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานตัดสินใจว่าอันไหนควรเข้าห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะไหม หรือไม่แยกเฉพาะ ผมว่าสมาชิกส่วนใหญ่เขาอยากพูดในห้องประชุมใหญ่มากกว่า ทีนี้ผมย้อนไปว่า การดำเนินการในเรื่องของกระทู้ถามแยกเฉพาะนี่ ผมอยากเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการว่า รูปแบบเป็นอย่างไร ใครเป็นประธานในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ และมีไหมครับถ่ายทอด แน่นอนครับ พวกผมเป็นผู้แทนราษฎรโดยเฉพาะในเขตเลือกตั้ง ก็อยากจะบอกปัญหาพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นก็ฝากเป็นข้อสังเกตกับคณะกรรมาธิการ วิสามัญ
ในส่วนที่เป็นเรื่องใหม่ขึ้นมาผมก็ดีใจ นอกจากที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะแล้ว มีในเรื่องของวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ซึ่งกำหนดในข้อบังคับซึ่งไม่เคยมี ผมพูดเจาะ ประเด็นเดียวเลยว่าสิทธิประโยชน์ที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน คณะกรรมการจะได้ข้อหนึ่ง มีอะไรบ้าง ฝากถามคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วผมก็ตั้งเป็นข้อสังเกตนะครับ ที่ผมพูด ก่อนที่จะเริ่มต้นเมื่อสักครู่นี้ผมบอกว่า ข้อบังคับนี้ในส่วนสิทธิประโยชน์ก็ให้อำนาจ ประธานสภากำหนด ผมคิดว่าน่าจะเปลี่ยนวิธีคิดไหมครับ นอกจากอยู่ ๆ ก็มอบอำนาจให้ คนเดียวกำหนดสิทธิประโยชน์ของพวกเรา แต่ผมไม่รู้ว่าโพรเซส (Process) ต่อไปภายหลัง จากข้อบังคับนี้จะมีตั้งกรรมาธิการไหมครับว่าจะพิจารณาเรื่องสิทธิประโยชน์ เพราะฉะนั้น ผมก็ตั้งเป็นข้อสังเกต ในส่วนที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ก็พยายามศึกษา ข้อบังคับหลายรอบหลายครั้ง แล้วก็เชื่อมั่นว่า ท่านประธานเมื่อสักครู่ก็บอกว่ากระทู้บางทีใช้ เวลาแค่ถาม ๑ ๒ ๓ ข้อ แต่ผมว่าสถานการณ์ปัจจุบันมันเปลี่ยนไป โลก ไอที (IT) อะไรต่าง ๆ มันมีเรื่องที่จะต้องพูดเยอะ เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานเป็นข้อสังเกตด้วยครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงแล้ว เรื่องของข้อบังคับการประชุมซึ่งเป็นฉบับร่างที่ร่างขึ้นนี้ ผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการ ที่ยกร่าง เพราะว่าท่านได้เปลี่ยนแปลงแล้วก็มีเรื่องใหม่ ๆ เกิดขึ้นในหลายเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ สภาได้มีการพูดกันมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้ที่จะมา ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ดี เรื่องของกระทู้ถามแยกเฉพาะก็ดี หรือเรื่องอื่นซึ่งมีการปรับปรุงขึ้น แต่เนื่องจากว่าข้อบังคับการประชุมนี้จะมีเป้าหมายหลัก ก็คือเพื่อประสิทธิภาพของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่ง ก็คือหลักการในเรื่องของการอยู่ภายใต้การตรวจสอบของพี่น้องประชาชนด้วย เนื่องจาก เราเป็นผู้ที่ถูกพี่น้องประชาชนเลือกมา ดังนั้น ผมคิดว่าเพื่อให้ตอบสนองต่อหลักการ ๒ ข้อ ดังกล่าวนี้มันมีประเด็นที่น่าพิจารณาอยู่ ๒-๓ เรื่อง
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของวิธีการประชุม จริง ๆ เรากำหนดวิธีการประชุมว่า การประชุมย่อมเป็นการเปิดเผย คำว่า เปิดเผย ในที่นี้ก็คือจะต้องเปิดให้มีการถ่ายทอด ออกไปให้กับสาธารณชนภายนอกได้รับทราบว่าสภานั้นมีการประชุมกันอยู่ในเรื่องใด และกำหนดให้เป็นหน้าที่ของประธานสภาที่จะต้องให้มีการถ่ายทอดการประชุมออกไปด้วย ซึ่งหลักการที่กำหนดเอาไว้ในข้อบังคับลักษณะนี้เป็นการกำหนดหลักการที่ถูกต้องแล้ว ก็คือ ๑. เปิดเผยและกำหนดให้เป็นหน้าที่ของประธานสภาด้วย การกำหนดให้เป็นหน้าที่นั้น อีกด้านหนึ่งก็คือความรับผิดชอบด้วย ทีนี้มันจะมีประเด็นตามมาอีก ๒ เรื่อง ซึ่งผมคิดว่า ในวิธีการประชุมที่ให้เป็นไปตามหลักการเปิดเผยและมีความรับผิดชอบน่าที่จะต้องพิจารณา ถึงแล้วก็มีรายละเอียดที่ชัดเจนมากกว่านี้ ใน ๒ ส่วนที่กล่าวถึงก็คือว่านอกเหนือจากมีสถานี วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา และอาจจะมี ไลฟ์เฟซบุ๊ก ของรัฐสภาถ่ายทอด อยู่แล้ว เรายังมีอีก ๒ ส่วนที่จะเพิ่มเติมขึ้นมาคือ
๑. สื่อมวลชน ผมเข้าใจว่าสภาเองจะมีวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องสื่อมวลชน อยู่แล้ว นั่นก็คือมีการเปิดให้สื่อมวลชนเข้ามาสามารถที่จะทำข่าวหรือถ่ายทำได้ โดยกำหนด บริเวณสถานที่เอาไว้ แต่ผมเข้าใจว่าสภาเองก็น่าจะมีระเบียบ หรือวิธีการปฏิบัติที่จะ ทำให้เกิดการรับทราบว่าผู้สื่อข่าวนั้นมาจากที่ใดบ้าง นั่นก็คือเสมือนกับการลงทะเบียน ของผู้สื่อข่าวนั่นเอง ซึ่งลักษณะนี้ผมคิดว่าจำเป็นที่จะต้องมีเพื่อให้เกิดหลักของความ รับผิดชอบของการนำเสนอข่าวของสภาด้วย ปัจจุบันอาจจะมีอยู่แล้วซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องดี เพราะเราก็ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ แต่เราก็ควรที่จะมีระเบียบปฏิบัติที่จะรู้ว่าสื่อส่วนนั้น มาจากที่ใดบ้าง แต่เรื่องสำคัญที่เพื่อนสมาชิกยกขึ้นมาก็คือส่วนที่ ๓ ที่อาจจะมีการถ่ายทอด หรือเปิดเผย นั่นคือสิ่งที่เราเรียกกันว่าการไลฟ์เฟซบุ๊ก หรือด้วยวิธีการอื่นใดก็ดี ซึ่งเรื่องนี้ ก็เป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ถ้าเป็นการประชุมสภาก็ควรจะมีหลักของความรับผิดชอบด้วย จะเป็นไปได้หรือไม่ที่อาจจะต้องมีการกำหนดระเบียบขึ้นเป็นการเฉพาะสำหรับในกรณีที่ สมาชิกต้องการที่จะมีการไลฟ์เฟซบุ๊ก หรือดำเนินการด้วยวิธีการอื่นใด เพื่อให้มีหลักของ ความรับผิดชอบ เช่นจะต้องมีการแจ้งล่วงหน้าหรือลงทะเบียนเหล่านี้เป็นต้น ซึ่งอันนี้เป็น กรณีของการประชุมที่กำหนดไว้เป็นการประชุมเปิดเผย ส่วนเรื่องการประชุมลับ อันนี้ผมว่า ชัดเจนนะครับ เพราะในการประชุมลับแต่ละครั้งสภาก็จะขอให้สื่อมวลชนออกไปจาก ห้องประชุม แต่ว่าในอนาคตการประชุมลับซึ่งอาจจะมีสมาชิกบันทึกด้วยวิธีการอื่นใดก็ อาจจะต้องมีการกำหนดไว้ เพื่อให้การประชุมลับนั้นสามารถดำรงประสิทธิภาพของการ ประชุมลับ ซึ่งหลายเรื่องจะเป็นเรื่องที่พาดพิงเกี่ยวข้องกับเรื่องของตัวบุคคล หรือประโยชน์ ที่เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงของประเทศชาติ เหล่านี้เป็นต้น ผมว่าหลักการของการเปิดเผยกับ การอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ทีนี้การทำงานของสภานั้นไม่ได้จำกัด อยู่แต่เฉพาะในห้องประชุมของสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ในหมวดที่สมาชิก ได้อภิปรายไปแล้วก็คือเรื่องของคณะกรรมาธิการ หลักของการเปิดเผยและอยู่ภายใต้ การตรวจสอบของประชาชนนั้นเราน่าจะมีการหยิบไปใช้กับการทำงานคณะกรรมาธิการ สามัญด้วย ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ เช่นการให้มีการถ่ายทอดการประชุมของ คณะกรรมาธิการสามัญในเรื่องสำคัญบางเรื่อง ในต่างประเทศก็มีการดำเนินการในลักษณะ เช่นนี้นะครับ แต่ของสภาผู้แทนราษฎรของเราในอดีตไม่มี ยกเว้นว่าคณะกรรมาธิการนั้น อาจจะมีการจัดเสวนา จัดอภิปรายขึ้นมาซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะออกไป แต่การกำหนดให้มีการ ถ่ายทอดการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญที่พิจารณาเรื่องสำคัญบางเรื่องจะทำให้ การทำงานของคณะกรรมาธิการสามัญนั้น สามารถที่จะมีประสิทธิภาพและอยู่ภายใต้ การตรวจสอบของพี่น้องประชาชนมากขึ้น ขณะเดียวกันหลักของการเปิดเผยในส่วน ของกรรมาธิการสามัญนี้ มีอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน จริงอยู่ในข้อบังคับนี้เราเขียนว่า ให้เป็นอำนาจของประธานคณะกรรมาธิการสามัญที่จะ วินิจฉัย แต่จะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชน หรือผู้สนใจสามารถมีส่วนร่วมในการประชุม ของคณะกรรมาธิการสามัญของสภา อาจจะเป็นการร่วมรับฟังเช่นเดียวกันกับของ สภาผู้แทนราษฎร เหล่านี้เป็นต้น นี่เป็นเรื่องแรกนะครับที่เป็นหลักการของข้อบังคับที่ว่าด้วย เรื่องของการเปิดเผยการประชุมและอยู่ภายใต้การตรวจสอบของพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการสามัญ ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้ว่าปกติ คณะกรรมาธิการสามัญนั้นจะล้อตามการทำงานของฝ่ายบริหาร ก็คือเป็นเรื่องของกระทรวง ต่าง ๆ ที่มีอยู่ แต่ในชั้นหลังข้อบังคับเดิมที่เราใช้เป็นต้นร่าง เราไปเพิ่มคณะกรรมาธิการ ขึ้นมาเป็น ๓๕ คณะนั้น เพราะเราเพิ่มเรื่องที่คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญขึ้น เช่นเรื่องของหนี้สินก็ดี เรื่องของราคาพืชผลเกษตรก็ดี เรื่องของภัยพิบัติก็ดี เรื่องเหล่านี้ผมคิดว่าประเด็น บางประเด็นของกรรมาธิการบางอันก็จำเป็น เช่นเรื่องภัยพิบัติ อันนี้อาจจะต้องคงอยู่ แต่ในกรรมาธิการสามัญเดิมที่มีอยู่ ๓๕ คณะจะเหมือนกับเพื่อนสมาชิกอภิปรายไปก็คือ มันมีความซ้ำซ้อน จะเรื่องของเศรษฐกิจกับการเงินการคลัง การธนาคาร สถาบันการเงินก็ดี ซึ่งอาจจะต้องมีการรวมกันเข้ามา แต่ประเด็นที่ผมจะเสนอก็คือว่าในคณะกรรมาธิการสามัญนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะเพิ่ม คณะกรรมาธิการสามัญว่าด้วยการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน และประสานงานกับ ภาคประชาชน ทั้งนี้เพราะว่าสภาเราจะมีพี่น้องประชาชนมาร้องทุกข์ไม่เว้นแต่ละวันเลยครับ และเป็นทุกข์ที่เขาไม่ถึงที่สุดจริง ๆ เขาไม่มาที่สภา แต่เขามาสภา เพราะเขาเชื่อว่าที่นี่ แก้ปัญหาได้ ระบบของเราที่มีอยู่เดิมจะเป็นระบบที่ไม่ค่อยได้เซต (Set) หรือเตรียมการ ให้เป็นระบบมากนัก เช่น ส.ส. ไปพบ หรือ ส.ส. คนบ้านเดียวกัน ก็จะดึงเรื่องนั้นไปสู่การ แก้ไขของกระทรวง ทบวง กรมบ้าง ไปสู่คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ บ้าง แต่ถ้าเรามี คณะกรรมาธิการสามัญของสภา ว่าด้วยเรื่องการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนมาที่นี่เลย อาจจะมีการแจกลูกไปยังคณะกรรมาธิการสามัญคณะอื่น แต่บางเรื่องคณะกรรมาธิการ ชุดนั้นเองอาจจะพิจารณาสอบสวนหาข้อเท็จจริงและหาทางแก้ปัญหาในเรื่องนั้น สภานิติบัญญัติแห่งชาติของเราก็จะเป็นที่พึ่งหวังของประชาชนได้ เพราะส่วนหนึ่งเราก็ สามารถที่จะเชิญทางฝ่ายบริหารมาตอบคำถามปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ในเวลาเดียวกัน ข้อหารือของสมาชิกในหลายเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญก็อาจจะเข้าสู่คณะกรรมาธิการชุดนี้ ในเวลาเดียวกันกับที่คณะกรรมาธิการชุดนี้อาจจะต้องประสานงานกับภาคประชาชนมากขึ้น ผมสังเกตพบว่ากลุ่มพี่น้องประชาชนในปัจจุบันนี้เขาจะแบ่งตามกลุ่มปัญหามากขึ้น กลุ่มประมง กลุ่มที่ดิน กลุ่มชาติพันธุ์ ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น จะมีประเด็นเฉพาะที่เขาอยาก นำเสนอ อาจจะแก้กฎหมายเป็นเรื่องนิติบัญญัติ เป็นการแก้ระเบียบบางเรื่อง หรือประเด็นที่ เกิดจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เพราะฉะนั้นการที่เปิดโอกาสให้เขามาทำงานใกล้ชิดกับ สมาชิกรัฐสภาที่มาจากทุกพรรคการเมือง บางทีเราอาจจะช่วยกันสร้างสรรค์กฎหมาย บางฉบับขึ้นมาก็ได้ ในอดีตผมเล่าให้ท่านประธานฟังครับว่า สมัยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เคยมีกลุ่มพี่น้องไทยพลัดถิ่นจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาร้องเรียนที่หน้าสภา เราเป็นรัฐบาล เป็นสมาชิกด้วย ไปคุยกับเขา ในที่สุดก็สามารถที่จะ ทำกฎหมายสัญชาติว่าด้วยการคืนสัญชาติไทยให้กับคนไทยพลัดถิ่นเหล่านั้นได้ อย่างนี้เป็นต้น เราอยากเห็นภาพของรัฐสภาของเราที่ทำงานในลักษณะแบบนี้เกิดขึ้น กรรมาธิการชุดนี้ จะสำคัญครับ อันนี้เป็นหลักการ ๒ ข้อที่ผมเสนอ และสุดท้ายก็คือหลักที่ว่าด้วยการวินิจฉัย ท่านทำเรื่องกระทู้แยกเฉพาะ ประเด็นจะคล้ายกับเพื่อนสมาชิกที่แล้ว คือใครจะ วินิจฉัยว่ากระทู้นี้เป็นเฉพาะเรื่อง เฉพาะบุคคล เฉพาะที่ สมัครใจไปห้องกระทู้แยก ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าไม่สมัครใจ การใช้วินิจฉัยแบบนี้อาจจะเกิดกรณีที่เห็นไม่ตรงกันก็ได้ ก็ฝาก ๒-๓ ประเด็นนี้ไว้ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เชิญเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส. ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ จากการรายงานของ คณะกรรมาธิการสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้ ผลการพิจารณายกร่างข้อบังคับของคณะกรรมาธิการมีบทสรุปให้ประเด็นสิทธิ ความหลากหลายทางเพศได้ถูกบรรจุอยู่ในคณะกรรมาธิการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส โดยจัดให้อยู่ในลำดับท้ายของคณะกรรมาธิการ โดยใช้คำว่า ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ตามร่างข้อบังคับ หมวด ๕ กรรมาธิการ ข้อ ๙๐ (๕) มีอำนาจ หน้าที่ตามที่ทุกท่านได้เห็นในเอกสารนี้ ท่านประธานจะเห็นได้ว่าบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมาธิการนั้นคือกลไกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะทำประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชน แต่ผมยังมีข้อห่วง และไม่เห็นด้วยกับแนวทางการยกร่างข้อบังคับอันนี้ แม้ว่าจะมีการบัญญัติคำว่า ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ต่อท้ายไว้ในคณะกรรมาธิการตามร่างข้อบังคับ ข้อ ๙๐ (๕) แล้วก็ตาม การผนวกประเด็นปัญหาความหลากหลายทางเพศเข้าไปรวมกับประเด็นอื่น ๆ เช่น เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์นั้นไม่อาจนำไปสู่การศึกษาพิจารณา และเสาะหาแนวทางการแก้ไขปัญหาของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศได้อย่างแท้จริง ด้วยเหตุผล ๒ ข้อนะครับท่านประธานครับ
ข้อที่ ๑ เพราะว่าบริบทปัญหาของผู้คนที่มีความหลากหลายทางเพศนั้น มีความแตกต่างจากประเด็นต่าง ๆ อย่างชัดเจน
ข้อที่ ๒ การผนวกรวมประเด็นย่อยเข้าไว้ด้วยกันนั้นทำให้คณะกรรมาธิการ ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความล่าช้าอย่างมาก
ซึ่งผมจะขออนุญาตอภิปรายในประเด็นต่าง ๆ ลงรายละเอียดดังต่อไปนี้ ท่านประธาน การที่สภาจะต้องมีคณะกรรมาธิการแยกออกมานั้น เป็นเพราะว่ากลุ่มคน เหล่านี้ถูกลิดรอนสิทธิพื้นฐานของความเป็นมนุษย์มาเนิ่นนาน และยังต้องเผชิญกับอคติ ซึ่งเต็มไปด้วยความไม่รู้จากคนในสังคม ทำให้คนหลากหลายทางเพศในประเทศไทยนั้น ไม่ได้รับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิอย่างถูกต้อง ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี เท่าเทียมกับคนในสังคมทั่วไป บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยนั้น ยังประสบปัญหาในการใช้ชีวิต เมื่อ ๔ ปีที่ผ่านมานั้น มี พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ออกมา แต่ พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้นก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร บอกได้เลยครับท่านประธานว่า ประเทศไทยนั้นยังมีความล้าหลังอยู่มากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเรื่องของสิทธิ มนุษยชนและความหลากหลายทางเพศ ผมอยากจะยกกรณีตัวอย่างให้ท่านประธานได้ รับทราบอยู่เล็กน้อยว่า คนมีความหลากหลายทางเพศนั้นประสบอะไรมาบ้าง เหตุการณ์ เหล่านี้เราเห็นกันว่าสมควรแล้วหรือไม่ที่คนกลุ่มหลากหลายทางเพศหรือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จะอยู่ในสังคมอย่างถูกกีดกันไม่ให้โอกาส หรือว่าถูกลิดรอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จนบางครั้งนั้นร้ายแรงถึงขั้นที่เขาจะต้องเห็นคนที่เขารักจากไปต่อหน้าต่อตา ทุกวันนี้คนที่ เป็นคู่รักเพศเดียวกันนั้นไม่สามารถแต่งงานได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผมจะ เล่าเหตุการณ์หนึ่งให้ท่านประธานฟังนะครับ มีหญิงรักหญิงคู่หนึ่งเขารักกันมานานมาก อยู่กินด้วยกัน จนวันหนึ่งคู่รักของเขาเกิดป่วยลงด้วยโรคร้ายแรง เมื่อไปถึงมือหมอ หมอต้องการจะผ่าตัด แต่คุณหมอไม่สามารถผ่าตัดได้ เนื่องจากอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน เนื่องจากคู่รักของเขาไม่สามารถที่จะเซ็นยินยอมให้รับการผ่าตัดได้ แล้วเขาก็ต้องทนเห็น คู่รักของเขาตายไปต่อหน้าต่อตาครับท่านประธาน ท่านประธานลองคิดดูนะครับว่า ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคู่รักที่เป็นชายหรือหญิง การเซ็นยินยอมให้ได้รับการผ่าตัด ก็จะเกิดขึ้น แล้วก็จะไม่มีใครเสียชีวิตลง เราจะยังยอมทนเห็นให้ประเทศเราเกิดเหตุการณ์ อย่างนี้อยู่หรือครับท่านประธาน หรือสิทธิอื่น ๆ อย่างเช่น ร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิตก็ยังไม่สามารถ ครอบคลุมสิทธิได้เพียงพอ
คุณณธีภัสร์ครับ ด้วยความเข้าใจนะครับ แต่ว่าไกลข้อบังคับไปมาก ข้อบังคับเกือบไม่เกี่ยวเรื่องนี้เลยนะครับ เป็นเรื่องกฎหมาย ไม่ได้เกี่ยวกับข้อบังคับการประชุมสภา ผมจะให้โอกาส เพราะว่าได้มี โอกาสได้พูดก็อยากให้มีโอกาสได้พูด แต่ว่าประเด็นตอนหลังนี้จะไกลไปนะครับ ขยับเข้ามาครับ
ท่านประธานพอดีว่า ผมจะบอกถึงประเด็นว่าทำไมจำเป็นจะต้องมีคณะกรรมาธิการอันนี้แยกออกมาครับ
เมื่อสักครู่นี้เอ่ยถึงข้อความ ตอนท้ายของกรรมาธิการมีระบุไว้ในตอนท้ายของกรรมาธิการอยู่ชุดหนึ่ง อันนั้นผมก็เห็นว่า อยู่ในประเด็น แต่ว่าช่วงหลังเป็นเรื่องกฎหมาย เป็นเรื่องของบ้านเมือง เป็นเรื่องของ ข้อบังคับซึ่งไม่เกี่ยวกับข้อบังคับในสภา ให้โอกาสเต็มที่แล้วครับ ก็สรุปก็แล้วกันครับ สรุปครับ
ครับท่านประธาน ผมขอพูดในส่วนที่เหลืออีกสักหน่อยนะครับท่านประธานครับ
อยู่ในประเด็นข้อบังคับครับ ประเด็นอื่นได้ให้ไปไกลมากแล้วครับ
โอเค (OK) ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอพูดเหตุผลข้อต่อไปแล้วกันนะครับที่ทำไมจำเป็นจะต้องมีคณะกรรมาธิการ แยกออกมานะครับ เหตุผลข้อต่อไปคือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศนั้นยังถูกเลือกปฏิบัติใน การเข้าทำงานและการศึกษา มีกรณีคนข้ามเพศมากมายที่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน แล้วตั้งใจว่า เรียนจบมาจะได้ทำงานที่ตนเองรัก แต่ด้วยการถูกกีดกันด้วยการถูกเลือกปฏิบัติในสังคม ทำให้เขาต้องทำงานได้แค่อยู่ในวงอุตสาหกรรมการบันเทิงหรือศิลปะเท่านั้น ท่านประธานครับ การที่เขาถูกปฏิเสธการจ้างงาน การที่เขาถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าห้องสอบ หรือตัวอย่างที่สำคัญ คือตัวอย่างอาชีพของนักการเมืองนั้น การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมาในเมืองไทย เราไม่เคยเห็นนักการเมืองคนไหนที่ประกาศออกมาว่าเป็นบุคคลที่มีความหลากหลาย ทางเพศ แสดงว่าประเทศไทยนั้นไม่ได้เปิดรับบุคคลที่มีความหลากหลายเพศอย่างแท้จริง
ให้โอกาสพอสมควรแล้วก็ ขอจบเท่านี้นะครับ
ขอสรุป ๑ นาทีครับ
ได้ครับ
จริง ๆ แล้วท่านประธานครับ ที่ผมอภิปรายวันนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะว่าผมเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศนะครับ ท่านประธาน มันมีคนอีกเกือบ ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ที่เป็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ต้องประสบกับปัญหานี้ และผมจำเป็นจะต้องมาเป็นปากเสียงให้กับพี่น้องคนกลุ่มนี้ในสภา ผมขอยืนยันว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ผมอยากจะให้แยกกรรมาธิการด้านความหลากหลายทาง เพศออกมาต่างหาก แต่หากที่ประชุมแห่งนี้มีความเห็นพ้องกันว่าจะผ่านร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ฉบับนี้ ผมและพรรคอนาคตใหม่ก็จะไม่ขวางกั้น แต่อย่างไร ก็ตามพวกเราจะเดินหน้าผลักดันให้มีการตั้งอนุกรรมาธิการเพื่อสิทธิความหลากหลาย ทางเพศต่อไป เพื่อเดินหน้าไปสู่ความเสมอภาคของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยอย่างยั่งยืนครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป คือนายนิโรธ สุนทรเลขา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิโรธ สุนทรเลขา พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ จะขออนุญาตอภิปราย สนับสนุนรายงานข้อบังคับของสภา เรื่องของการแต่งกาย หรือว่าความหลากหลายทางเพศ ผมมี ๒ ข้อ สั้น ๆ นาทีเดียว นับเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล เป็นความหลากหลายของพื้นฐาน แต่ละบุคคล แต่ละชุมชน แต่ละสังคม แต่ละมุมเมือง แต่ละเมือง ผู้อภิปรายผู้ทรงเกียรติ เมื่อสักครู่ได้อภิปรายนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้และผมคิดว่าผมสนับสนุนแนวคิดนั้นนะครับ เพราะว่าท่านผู้ทรงเกียรติบางท่านก็ได้อภิปรายว่าคณะกรรมาธิการสามัญนั้นก็มีการซ้ำซ้อน กันหลายคณะ ตัดออกบ้าง ผมเห็นด้วย แต่ควรจะเพิ่มลักษณะที่เป็นความหลากหลาย ทางเพศเข้ามา ผมคิดว่าโลกเราพัฒนาไปไกลตรงนี้ ฉะนั้นเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล การแต่งกาย แต่ว่าสภาแห่งนี้เป็นศูนย์รวมอำนาจ ๑ ใน ๓ อำนาจของประเทศ เพราะฉะนั้น การแต่งกาย หรือจะตั้งคณะกรรมาธิการต่าง ๆ นั้น มันเป็นเรื่องที่จะต้องเป็นสากล และจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจ ๓ อำนาจของประเทศ ขออนุญาตอภิปรายเพียงเท่านี้ และผมรับหลักการในรายงานข้อบังคับครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ อ่านข้อบังคับหลากหลายครับ โดยเฉพาะข้อบังคับสำคัญก็คือในหมวด ๒ ว่าถึงอำนาจหน้าที่ ของประธานสภา รองประธานสภา และหน้าที่ของรองเลขาธิการ ผมเห็นด้วยทุกประการครับ เพียงแต่อยากจะกราบเรียนไปยังท่านประธานสภาว่า ท่านน่าจะลงรายละเอียดเพิ่มเติม ตามวงเล็บนะครับ ยกตัวอย่างเช่น (๒) กำกับดูแลการดำเนินกิจการของสภา การควบคุม รักษาความสงบเรียบร้อยในที่ประชุมสภา ตลอดถึงบริเวณสภา คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีข่าวน่ากังขาถึงตัวท่านประธานสภา ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ท่านชวน หลีกภัย ยกตัวอย่าง เช่น ท่านเลื่อนประชุมสภา แล้วก็ไม่มีการกำหนดว่าจะมี การประชุมหรือไม่ อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของท่าน ผมไม่ได้ติดขัดอะไร ท่านอาจจะด้วยเหตุผลที่ว่าไม่พร้อมเรื่องโน้นเรื่องนี้ก็สุดแท้แล้วแต่ท่าน
จิรายุเลื่อนเมื่อไรนะครับ
นี่ครับท่านประธานครับ ผมกำลังจะโยงเข้าไปถึงเรื่องข้อบังคับว่าจะให้ท่าน
ประเด็นที่บอกว่าผมเลื่อน นี่เมื่อไร ถ้ามันผิดพลาดผมจะได้เรียนให้ทราบ เลื่อนเมื่อไรครับ
ท่านประธานทนฟังนิดหนึ่งครับ จะได้ประโยชน์ครับ นิดเดียวครับ
ไม่ได้แจ้งอะไรนี่ครับ เลื่อนประชุมโดยไม่ได้แจ้งประชุมอย่างนั้นใช่ไหมครับ
ท่านประธานครับ ผมรบกวน ท่านประธานนิดเดียวได้ไหมครับ ท่านประธานโทนเสียงนุ่มมาก แล้วหลายท่านนั่งใน ห้องประชุมแล้วด้านหลังบ่นหลายครั้งว่าไม่ค่อยได้ยิน ฝากเรียนเจ้าหน้าที่นะครับ เวลาท่านประธานพูดเร่งวอลลุ่ม (Volume) สุด ๆ นะครับ เข้าเขตแดงเลยครับ ท่านประธาน นิดเดียวครับ ด้วยเหตุผลนี่นะครับ ก็เพราะว่าการกำกับดูแล ผมเห็นด้วยที่ท่านร่าง กันมานี้แต่อยากจะให้มีการเพิ่มข้อความเข้าไปครับว่า การทำหน้าที่ของประธานสภา ถ้าใครก็แล้วแต่จะออกมาตอบโต้แทนท่านประธานสภาให้ท่านตั้งโฆษกของประธานสภา ผู้แทนราษฎรให้ชัดเจน เพราะว่าที่ผ่านมามีการชี้แจงแทนท่านหลายครั้ง ชี้แจงด้วยหลักการ ไม่มีปัญหาท่านประธานที่เคารพครับ แต่ว่าชี้แจงเสร็จแล้วชอบเหน็บแนม ประชดประชัน
ไปเกี่ยวบุคคลภายนอก เอาข้อบังคับเถอะครับ แต่อย่าไปเกี่ยวบุคคลภายนอก
นี่ครับท่านประธาน ผมกำลังจะ บอกนี่ข้อบังคับท่านประธานครับ ท่านประธานฟังบ้างสิครับ
ครับ ผมฟังครับ
คือผมพูดเสร็จท่านประธาน ก็เบรกเกมเสิร์ฟอยู่เรื่อยเลย ท่านประธานลองฟังนิดเดียวครับ เป็นประโยชน์ต่อ ตัวท่านประธานด้วย
อย่าขึ้นเสียงนะครับ ใจเย็น ๆ
พวกผมฟังกันทั้งวันยังทนฟังได้ ท่านประธานก็ลองฟังสักนิดหนึ่งก่อนนะครับ
เชิญเลยครับ
คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ข้อบังคับข้อนี้มันลงไม่ละเอียด ผมก็เลยจะแสดงความเห็นว่า ถ้าเกิดท่านประธานครับ ในข้อบังคับข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ในวงเล็บ หมวด ๒ ควรจะระบุเข้าไปหน่อยว่า การทำงานในสภามีทั้งทางการและไม่ทางการ คือถ้าทางการของสภาผู้แทนราษฎรควรจะ ตอบด้วยหลักการ ไม่ใช่คุณสุทินเสนอญัตติ แล้วก็มาเหน็บแนมนอกสภา แต่มันมาในนาม ของประธานสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย อย่างนี้เป็นต้นที่ผมกำลังจะพูดท่านประธานครับ ก็เลยบอกท่านประธานว่าถ้าเพิ่มเข้าไปในวงเล็บนี้ ท่านประธานช่วยกรุณาเลยว่าโฆษกของ ประธานสภาผู้แทนราษฎรตอบเฉพาะสาระสำคัญที่เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร อย่าแขวะ อย่างนี้ผมเห็นด้วย
เรื่องต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของคณะกรรมาธิการที่ท่านได้ กรุณาร่างกันมา ๓๕ คณะ ผมเห็นว่าสมควรแล้วนะครับ ด้วยเหตุผลก็เพราะว่าหารจาก จำนวนที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่าเยอะไป คือบ้านเมืองมันเติบโตทุกวัน ปริมาณเพิ่ม ทุกนาทีของประชาชน ๓๕ คณะ ผมยังเห็นว่าน้อยไปนะครับ เพียงแต่ว่าท่านอาจจะไปแก้ไข เรื่องของชื่อที่มันซ้ำซ้อนอย่างที่ท่านสมาชิกบางท่านได้อภิปรายนี้ผมเห็นด้วยครับ แต่เวลาพี่น้องประชาชนฟังบอก โอ้ย วิ่งประชุมขี่ที ๒ ขา ๒ ห้องกรรมาธิการ ไม่ใช่หรอกครับ ๑๕ คน คูณ ๓๕ คณะก็ ๕๒๕ คน หมายความว่ามีผู้แทนราษฎรอีก ๒๕ คนเท่านั้นละครับ ที่ไปทำงานซ้อน ๒ คณะ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรครับ เพราะว่าหารสัดส่วนแล้วมันได้เท่านี้ เพราะฉะนั้นผมยืนยันนะครับว่า ๓๕ คณะตามข้อบังคับที่ท่านได้กรุณาร่างกันมาแล้ว นี่นะครับ เห็นว่าเหมาะสมอย่างยิ่งครับ ผมใช้เวลาสั้น ๆ นะครับท่านประธานครับ แต่จริง ๆ แล้วอยากจะพูดให้ท่านประธานได้ฟังถึงกรณีดังกล่าวนะครับ ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ยังไม่มี โฆษกนะครับ ยังไม่ได้ตั้งโฆษกประธานสภา แต่ว่ามีคณะทำงานซึ่งบางเรื่องที่ไปพาดพิง ประธาน เขาออกมาตอบโต้แทนบ้างก็ธรรมดา เช่น จะฟ้องมาตรา ๑๕๗ แต่ความจริง ผมบอกนะครับว่า ผมนี่อยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนคนอื่นนั่นละ เพราะฉะนั้นถ้าทำผิด ก็ฟ้องได้ ไม่มีปัญหาอะไรพยายามหลีกเลี่ยง แต่ว่าประเด็นที่ท่านจิรายุพูดสามารถแปรญัตติ ใส่ไปได้ครับ ถ้าเรารับหลักการแล้วเราก็แปรญัตติใส่ข้อความที่เราประสงค์ให้ใส่ไปได้ แต่ดูว่า เป็นประโยชน์หรือไม่ ในแง่ส่วนตัวหรือส่วนรวมนะครับ ท่านนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ และท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย แบบบัญชีรายชื่อครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้อ่านข้อบังคับอยู่ในหมวด ๕ เรื่องกรรมาธิการ ในข้อ ๙๐ ให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาทั้งหมด ๓๕ คณะ ขอดูใน (๓๔) ครับท่านประธาน ใน (๓๔) ผมอยากจะขอเพิ่มเติมก็คือ คณะกรรมาธิการสื่อสารและ โทรคมนาคม มีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่อง ใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการสื่อสาร สารสนเทศ และโทรคมนาคม ผมคิดว่าน่าจะมีการเพิ่มเติม เกี่ยวกับกิจการการใช้คลื่นความถี่ กิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เหตุผลที่ต้อง เพิ่มเติม เพราะว่าที่ผ่านมานั้นปัญหาของการใช้คลื่นความถี่ โดยเฉพาะวิทยุชุมชน วิทยุเพื่อ สาธารณะ แล้วก็วิทยุเพื่อธุรกิจ ที่ผ่านมาหลายท่านมีผลกระทบกับเรื่องนี้มาก เหตุมันเกิด จากเจ้าหน้าที่ได้ไปปิดจับสถานีวิทยุเหล่านี้จำนวนมากครับ เมื่อปี ๒๕๕๗ ก่อนที่จะมี การรัฐประหาร วิทยุเหล่านี้มีประมาณเกือบ ๑๐,๐๐๐ คลื่นครับท่านประธาน หลังจากนั้นก็มี การจับปิด จับปิด โดยใช้กฎหมายบอกว่า มี ใช้ ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต จากเจ้าพนักงาน ผิด พ.ร.บ. ๒๔๙๘ ไปคลื่นใดก็ตามเขาก็จะบอก มี ใช้ ตั้งสถานีวิทยุ คมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ผิด พ.ร.บ. ๒๔๙๘ เรื่องนี้มันเป็นคดีอาญา หลายท่านโดนจับ โดนปิด ติดคุก แล้วก็มีทั้งการปรับทางปกครอง ผมเชื่อว่าคดีเหล่านี้ มีจำนวนอีกมากมายที่ยังไม่ได้รับการสะสาง ถ้าเราไม่เพิ่มอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการ ก็จะทำให้เรื่องที่มันผ่านมานั้นมันก็จะผ่านไป ก็จะไม่มีการนำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณา เข้ามา สอบหาข้อเท็จจริงว่าเรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่ อย่าลืมว่าที่ผ่านมาวิทยุชุมชนมีประโยชน์ มหาศาล กฎหมายเขาเขียนบอกว่า วิทยุแบ่งเป็น ๓ ประเภท ประเภทชุมชน ประเภทธุรกิจ และประเภทสาธารณะ หลังจากที่เรามี กสทช. เกิดขึ้นมาเราก็หวังว่า กสทช. นั้นเป็นองค์กร ของรัฐที่เป็นองค์กรอิสระ น่าจะมีการออกใบอนุญาตให้กับวิทยุธุรกิจภาคประชาชน แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีการออกใบอนุญาตครับท่านประธาน ก็ยังเป็นการอนุญาตชั่วคราว จึงทำให้วิทยุผู้ประกอบการที่เขาทำกันมาก่อนที่ กสทช. จะเกิดขึ้นมาเขาก็มีความเดือดร้อน วิทยุหลายคลื่นตั้งขึ้นมาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๓ สมัยนั้นผมไม่อยากจะเอ่ยว่าเป็นคนของใครนะครับ ท่านได้ออกกฎหมายออกมาว่าให้วิทยุชุมชนสามารถโฆษณาเลี้ยงตัวเองได้ไม่เกิน ๖ นาที ก็เกิดประโยชน์มากมายเกี่ยวกับธุรกิจเล็กธุรกิจน้อยที่ใช้ช่องทางในการโฆษณาเลี้ยงชีพ ตัวเองผ่านทางวิทยุชุมชน ก็เกิดเถ้าแก่น้อย เกิดธุรกิจขึ้นมา ท่านประธานครับ หลังจากมี คสช. เกิดขึ้นมานั้น วิทยุเหล่านี้ก็คิดว่าจะได้ใบอนุญาต สักทีหนึ่ง แต่มาถึงวันนี้ก็ยังไม่มีครับ ไม่มีใครได้ใบอนุญาตแม้แต่คนเดียว แล้วยังมีการให้ เจ้าหน้าที่ไปจับ ไปปิดสถานีวิทยุเหล่านี้ ซึ่งเขาทำมาหากินมาตั้งนานแล้วครับ ปัจจุบันนี้จาก ๑๐,๐๐๐ คลื่น เหลือประมาณ ๓,๐๐๐ คลื่น หายไป ๗๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน นักจัดรายการวิทยุคลื่นหนึ่งมี ๔ คน ๕ คน ๗ คน ท่านลองคูณเข้าไปครับ ๗,๐๐๐ คลื่น หายไป คนตกงานกี่คน แล้วก็ธุรกิจเล็กธุรกิจน้อยหายไปเท่าไร ผมจึงอยากจะให้มีการ ตั้งกรรมาธิการใน (๓๔) เพิ่มเข้าไปครับท่านประธาน ขอใช้เวลาสักนิดหนึ่งเพราะว่ามัน เป็นประโยชน์จริง ๆ นอกจากวิทยุแล้วก็ยังมีเกี่ยวกับทีวีด้วยนะครับ กิจการใช้คลื่นความถี่ ก็คือกิจการเกี่ยวกับวิทยุโทรทัศน์ ผมไม่อยากจะลงลึก ท่านทราบดีว่ามีปัญหาอย่างไรบ้าง อยากจะให้เพิ่มเติมเข้าไปอีกนิดหนึ่ง
แล้วก็มาที่ (๓๓) ครับท่านประธาน คณะกรรมาธิการสาธารณสุข ผมคิดว่า ยังขาดอยู่นิดหนึ่งก็คือว่า การแพทย์แผนไทย หรือแพทย์ทางเลือก เพราะปัจจุบันนี้สังคม ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวโลกที่เขาพัฒนาแล้ว เขาหันมาสู่เรื่องสมุนไพร เรื่องธรรมชาติ เรื่องสุขภาพ คณะกรรมาธิการนี้ผมอยากให้ครอบคลุมถึงแพทย์แผนไทย และแพทย์ ทางเลือกด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านสุดท้ายนะครับ นางสาวรังสิมา เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม เรื่องเกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ดิฉันอยากจะให้ท่านคณะกรรมาธิการเปิดเรียง ตามหน้าเลยนะคะ หน้าแรกเลยค่ะ หน้า ๒ ข้อ ๖ คือการเลือกประธานสภา วรรคสอง ที่ทางคณะกรรมาธิการไปเพิ่มคนที่จะดำรงตำแหน่งประธานสภาให้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ต่อที่ประชุม อันนี้ไม่เคยมีมา เป็นครั้งแรกที่ท่านเพิ่มมา แล้วดิฉันก็คิดว่าการเลือก ประธานสภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ดิฉันคิดว่าไม่น่าที่จะต้องแสดงวิสัยทัศน์ แล้วท่านก็เขียนไว้ว่า แสดงวิสัยทัศน์แต่ไม่ให้มีการอภิปราย เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะถามท่านว่าท่านให้ แสดงวิสัยทัศน์แล้วไม่ให้อภิปราย ท่านให้แสดงทำไม เพราะว่าถ้าเป็นการเลือก นายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร อย่างนี้ดิฉันเห็นด้วย แต่ถ้าเป็นฝ่ายนิติบัญญัติเสียงข้างมาก ได้เป็นอยู่แล้ว ไม่มีหรอกเสียงข้างน้อยจะได้เป็นประธานรัฐสภา
ต่อไปหน้า ๒ เช่นเดิม หมวด ๒ ข้อ ๙ จากอดีตที่ผ่านมาดิฉันไม่อยากให้มี อนาคตเหมือนกับในอดีต เพราะว่าจากอดีตประธานทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง เอาใจ แต่ซีกรัฐบาล ฝ่ายค้านยกมือเท่าไร ดิฉันยกมือไปเถอะ ไม่เรียกดิฉันเลย แล้วบอกว่ามอง ไม่เห็น ดิฉันไปชูหน้าบัลลังก์ก็ไม่เรียกดิฉันอีก แถมด่าดิฉันอีก ดิฉันก็เลยอยากจะถาม ท่านคณะกรรมาธิการว่า ท่านมีมาตรการอย่างไรในการตรวจสอบท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานทำหน้าที่ไม่เป็นกลางจะมีบทลงโทษอะไรท่านประธานบ้าง ขอคำตอบจาก ท่านคณะกรรมาธิการ
ต่อไปหน้า ๕ ข้อ ๒๐ การนัดประชุมสภา คือท่านเขียนว่าให้ทำเป็นหนังสือ แต่หนังสือของท่าน ดิฉันก็อยากจะถามว่าเป็นอิเล็กทรอนิกส์ หรือว่าเป็นด้วยกระดาษ เพราะดิฉันมองว่าจากที่ผ่านมา การที่ท่านส่งเอกสารไปถึงสมาชิกต่าง ๆ กลับไปแล้วถึงจะ ได้รับนะคะ คือเวลาเรามาประชุมหนังสือยังไม่ได้รับ ทีนี้เมื่อโลกไปไกลแล้วก็อยากจะให้ว่า เปลี่ยนเป็นอิเล็กทรอนิกส์ เหตุผลคือเป็นการที่ถ้าเราใช้กระดาษต้องตัดต้นไม้ ทำลาย สิ่งแวดล้อม เสียงบประมาณ ปีหนึ่งท่านไปดูสิคะ งบประมาณเป็นร้อย ๆ ล้านบาท ดิฉัน เสียดายมาก ดิฉันเป็นคนขี้เหนียว งบประมาณของแผ่นดินต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็เจ้าหน้าที่สภาถ้ามีทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ดิฉันคิดว่าไม่ควรให้เจ้าหน้าที่สภาต้องมานั่ง เอาเอกสารใส่ซอง ใส่ซอง ท่านคิดดู ๕๐๐ คน เอาเวลาให้เจ้าหน้าที่สภาไปทำงานอย่างอื่น ดีกว่า แล้วในที่ประชุมของเราหลังที่นั่งก็มีเหมือนกับที่ส่งไปเลย เพราะฉะนั้นเป็นการทำงาน ซ้ำซ้อน เสียงบประมาณโดยใช่เหตุ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์
ต่อไปหน้าที่ ๖ ข้อ ๒๔ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานอนุญาต ให้หารือได้ อันนี้ดิฉันว่าเป็นประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน อย่างที่ดิฉันได้อภิปราย เมื่อคราวที่แล้วว่าน้ำประปาไม่ไหล พอดิฉันพูดเสร็จเจ้าหน้าที่การประปามาจัดการให้เลย มาดำเนินการให้เลยเห็นผลทันตาเลย เพราะฉะนั้นการหารือของท่านตอนนี้ให้ ๑ ชั่วโมง ดิฉันคิดว่าน่าจะเพิ่ม แต่บอกว่าอยู่ที่อำนาจของท่านประธาน แต่ดิฉันมองว่าควรจะเพิ่ม วันหารือไป ๑ วันเลย คือวันศุกร์ใครอยากหารือมาเลย เพราะไม่ต้องเป็นองค์ประชุม ด้วยซ้ำไป ถ้าคนคิดว่าจะมาทำงานให้กับประชาชนเพื่อเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้อง ประชาชน แล้วแก้ปัญหา ท่านประธานเปิดวันศุกร์ไปวันหนึ่งเลยให้สำหรับคนที่จะหารือ อย่างเดียว ไม่อย่างนั้น ๘๐-๙๐ คนหารือไม่ต้องออกกฎหมายกัน แต่อันนี้มันเป็นเรื่อง ความจำเป็นและเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ฝากคณะกรรมาธิการไปพิจารณาเรื่อง การหารือด้วยค่ะ
ต่อไปหน้า ๑๓ การลงมติ ข้อ ๘๐ การออกเสียงลงคะแนนจะกระทำแทนกัน มิได้ อันนี้ในอดีตมันเคยขึ้นศาลกันมาแล้ว ท่านก็จะได้เห็นว่าดิฉันจับเรื่องการกดบัตร แทนกันมาเป็นเวลา ๑๓ ปีเต็ม เรื่องการกดบัตรหาว่าดิฉันโกหก ตอแหล ดิฉันเลยพิสูจน์ ให้กับประชาชนได้เห็นว่ามันมีการกดบัตรแทนกันจริง ทีนี้ในข้อบังคับของท่านนี้ท่านก็เขียน ไว้อย่างนี้อีกแล้ว การออกเสียงลงคะแนนจะกระทำแทนกันมิได้ เขียนไว้แค่นี้ ดิฉันเลย อยากจะถามว่าภาคปฏิบัติมันเคยทำได้จริงไหม ฝากกดบัตรแทนกันทีหนึ่ง ๑๕ ใบ ๒๐ ใบ แล้วท่านก็เห็นอยู่แล้วว่ามันมีการกดบัตรแทนกันได้ แต่ถ้าที่ประชุมขณะนี้ที่เราใช้ที่ ทีโอที มันไม่สามารถที่จะเสียบบัตรแทนกันใช่ไหมคะ แต่ที่ประชุมของสภาใหม่ดิฉันยังไม่เคยเห็นว่า เป็นอย่างไร อะไรอย่างนี้ว่ายังกดบัตรแทนกันเหมือนเดิมไหม ควรที่จะเปลี่ยนวิธีการ ลงคะแนนไหม คือต้องสแกนลายนิ้วมือ สแกนม่านตาไหม เพราะว่าตอนนี้โลกมันวิวัฒนาการ ไปแล้ว แต่ถ้ายังกดบัตรแทนกันท่านคณะกรรมาธิการจะมีหลักประกันอะไรในการที่ ถ้าหากสมาชิกกดบัตรแทนกัน
หน้า ๕๔ หมวด ๑๐ ข้อ ๑๘๓ เรื่องระเบียบการรักษาความปลอดภัย คือ ดิฉันก็อยู่สภามา ๕ สมัย ดิฉันก็พูดมาตลอดว่าสภาของประเทศไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ประเทศไทยมีอภิสิทธิ์มากเหนือกว่าทุก ๆ ประเทศ เพราะว่าจะทำอะไร ก็มีอภิสิทธิ์ทุกอย่างแม้กระทั่งในสภา ท่านมีข้อบังคับแล้วก็จริง แต่ไม่สามารถทำได้ เขียนไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์ ดิฉันจะยกตัวอย่าง คือว่าการที่มีบัตรเบ่ง มีการโกงบัตร ติดหน้ารถ ดิฉันเคยโวยวายไปหลายทีแล้วก็ได้รับการแก้ไข บัตรก็ไปซีร็อกซ์ (Xerox) บัตรสี ให้เหมือนกับที่ให้ ส.ส. ได้ติดหน้ารถเข้ามา เมื่อทำปลอม สมมุติว่า ส.ส. มี ๕๐๐ คน ทำปลอมอีก ๕๐๐ ใบ จะมีที่จอดรถให้กับเจ้าหน้าที่สภาไหม ดิฉันขับรถมาเอง ไม่มีที่จอดรถ เพราะว่ามันมีบัตรปลอมเยอะแยะเลย ท่านต้องพิจารณาเรื่องการที่เข้มงวด เกี่ยวกับบริเวณของสภาหรือการทำหน้าที่ของตำรวจสภา ดิฉันอยากให้ท่านประธาน ปกป้องตำรวจของสภาด้วย เพราะเวลาตำรวจสภาไปมีปัญหากับสมาชิก ตำรวจสภาก็จะมี ความผิด อย่างเช่นการที่ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาบริเวณของสภา อย่างเช่น ห้องประชุมต่าง ๆ หรือบริเวณห้องอาหาร บริเวณหลังห้องประชุม เป็นเขตหวงห้าม แต่สมาชิกของเราเองเป็น คนพาผู้ช่วย ส.ส. คนติดตาม คนใกล้ชิด บรรดาญาติพี่น้องทั้งหลายเข้ามาด้วย พอตำรวจ สภาไปเชิญก็มีปัญหากับสมาชิกของเรา เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ข้อบังคับมันต้องเอาจริงเอาจัง ไม่ให้อภิสิทธิ์อะไรต่าง ๆ กับสมาชิกของเรา และสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของเราก็ต้องให้เกียรติกับตำรวจของสภาด้วย ไม่ใช่ว่าพอเขามาเชิญออกไป ก็จะไปเล่นงานเขา แล้วมันก็จะทำให้สภาไม่เป็นสภานะคะ ใครจะเข้ามาก็ได้ จะเอาระเบิดมาวางก็ได้ หรือว่าจะเข้ามาในห้องประชุมก็ยังทำได้ อย่างนี้ดิฉันก็ไปต่อว่า ตำรวจตลอดเลยว่า ทำไมปล่อยให้เข้ามา ทางตำรวจก็บอกว่าสมาชิกเป็นคนพาเข้ามา ผมไป เชิญให้ออกสมาชิกก็ไม่ให้ออก ให้นั่ง อย่างนี้ดิฉันก็คิดว่าการออกข้อบังคับต้องสามารถ ทำได้ ไม่ใช่ออกเฉพาะตัวอักษรอยู่อย่างนี้ แต่พอทำจริงแล้วก็ไม่สามารถทำได้ ก็ฝาก คณะกรรมาธิการช่วยไปแก้ไขปรับปรุงร่างอันนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ เชิญกรรมาธิการครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน มีท่านสมาชิกได้กรุณาให้ความเห็น แล้วก็มีหลายประเด็นที่เสนอแนะ ส่วนใหญ่ก็มีความเห็น ที่สอดคล้อง แล้วก็ขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้กรุณาให้การสนับสนุนในสิ่งใหม่ ที่กรรมาธิการได้ยกร่างขึ้นมานะครับ แต่มีบางประเด็นซึ่งเป็นประเด็นเกี่ยวเนื่องอยู่ใน ข้อบังคับ ผมจะตอบในส่วนที่ตอบได้ ส่วนที่อาจจะมีกรรมาธิการของเราที่อยู่ร่วมในการ พิจารณาจะได้ช่วยตอบในบางประเด็นนะครับ
เรื่องแรกที่อยากจะกราบเรียนก็คือเรื่องกรณีการส่งหนังสือหรือเอกสาร แจ้งไปยังสมาชิกทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็มีสมาชิกให้ความเห็นมา ๒ แนวทาง แนวทางหนึ่ง ก็เป็นห่วงว่าการส่งทางอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นอุปสรรคสำหรับท่านสมาชิกที่จะเข้าถึงได้ ไม่สะดวก ก็อยากให้ส่งเอกสาร ซึ่งในที่ประชุมกรรมาธิการก็ได้พูดถึงว่าถ้าทำทั้ง ๒ ทาง ไปพร้อม ๆ กันค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นก็จะเป็นทวีคูณ ทั้งต้องส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ และส่งด้วยเอกสาร แล้วโดยเฉพาะเอกสารจำนวนมากนะครับ เพราะฉะนั้นก็เลย ได้กำหนดในข้อบังคับว่าส่วนที่สมาชิกประสงค์จะขอเอกสาร เช่นเรื่องของการตรวจ บันทึกการประชุมหรือรายงานการประชุมของสภา ถ้าสมาชิกประสงค์จะขอเอกสารก็ให้แจ้ง แล้วก็จะได้รับเอกสาร แต่ถ้าโดยปกติทั่วไปก็จะทางอิเล็กทรอนิกส์ เพราะฉะนั้นถ้าจะ ดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างเดียวก็อาจจะมีอุปสรรคสำหรับบางท่าน อันนี้ก็เรียนให้ ทราบว่าเราได้พิจารณาในประเด็นเหล่านี้ด้วยนะครับ
เรื่องเกี่ยวกับจำนวนกรรมาธิการว่าควรจะมีจำนวนคณะเท่าไร แล้วก็ควรจะลด ควรจะเพิ่มอย่างไรนะครับ อยากจะเรียนขอความกรุณาท่านรองประธานสาครได้ช่วยอธิบาย และตอบในความเห็นของกรรมาธิการที่เราหารือกัน เรื่องจำนวนกรรมาธิการนะครับ แล้วเดี๋ยวประเด็นอื่นผมจะต่ออีกทีหนึ่งครับ ขอบคุณครับ
เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร กรรมาธิการ จากการที่ได้ถกกันหลายประเด็นนะครับ ตลอดจนประเด็นที่คณะกรรมาธิการ ที่มีการซ้ำซ้อนและมีการร้องขอมาจากหลาย ๆ ภาคส่วนเหมือนกันว่าจะต้องมีกรรมาธิการ แยกส่วนออกไปบางส่วน อย่างเช่นคณะกรรมาธิการความหลากหลายทางเพศ ทางคณะกรรมาธิการก็ยังมองว่าสามารถที่จะไปบรรจุรวมกับคณะกรรมาธิการเด็ก สตรี คนชรา อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นการทำงานที่ครอบคลุมไปถึงภาระหน้าที่และอำนาจ ต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการก็เห็นควรว่าน่าจะอยู่ที่ ๓๕ คณะเช่นเดิมนะครับ ก็คงจะ ขอชี้แจงเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านประธานเชิญเลยครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ มีอีกเรื่องหนึ่งเรื่องการมีกรรมาธิการที่ดูแลเฉพาะเรื่องของกลุ่มผู้มีความ หลากหลายทางเพศ จะขออนุญาตท่านประธานว่าให้ท่านรองประธานกรรมาธิการ ท่านชำนาญ จันทร์เรือง ได้กรุณาชี้แจงต่อท่านสมาชิกด้วยครับ ขออนุญาตครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ คงไม่ใช่พรรคอนาคตใหม่ แล้วก็พรรคอนาคตใหม่ตอบ เป็นประเด็นที่ท่านประธานวิเชียรท่านคงเล็งเห็นว่าในตอนอภิปรายกันเรามีการ ถกเรื่องนี้มาก แล้วก็มีข้อพิจารณาอย่างกว้างขวางในการที่จะแยกหรือไม่แยกกรรมาธิการ หรือว่าจะอยู่ในส่วนไหน แม้แต่ในเรื่องของชื่อก็มีการอภิปรายกันมากว่าจะใช้ชื่อแบบไหน จนสุดท้ายได้ว่าเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ ตอนแรกก็เรื่องความเท่าเทียมกัน เรียนด้วยความเป็นจริงจากห้องกรรมาธิการที่ประชุมกันนะครับ เราเล็งเห็นความสำคัญ เพราะเราถือว่า ออลล์ ฮิวแมน บีอิง อาร์ อีควอล (All human being are equal) หมายความว่า มนุษย์ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน เราเล็งเห็นความสำคัญของเพศวิถี เราเล็งเห็นความสำคัญ ว่าทุกเพศมันไม่ได้มีเฉพาะเพศชายกับเพศหญิงเท่านั้น เดี๋ยวนี้โลกก้าวไกลไปเยอะแล้ว และพลเมืองที่เป็น แอลจีบีที (LGBT) ในประเทศไทยเรามีเป็นจำนวนเกือบ ๑๐ ล้านคน แต่ว่าด้วยข้อจำกัดของจำนวนคณะกรรมาธิการกับจำนวนกรรมาธิการด้วย คนที่อยู่ในคณะ ตามที่ท่านสาครได้พูดไปครั้งแรกแล้วว่า เราไม่สามารถเพิ่มได้เกินกว่า ๓๕ คณะแน่นอน เพราะว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ทางประชาชนที่เฝ้ารอเราอยู่ว่าเราจะเป็นการเพิ่มงาน ให้ตัวเอง เพิ่มภาระ เพิ่มงบประมาณ อะไรต่าง ๆ แล้วในกรณีที่ท่านเป็นห่วงว่าจะมี คนซ้อนกันนี่นะครับ จริง ๆ แล้วเราคำนวณแล้วมันจะมีประมาณ ๒๐ แล้วก็มีคนที่ไปเป็น รัฐมนตรี มีคนที่ไปเป็นประธาน รองประธาน ก็เหลือประมาณสิบกว่าคนเท่านั้นเอง ๑๒ คนเท่านั้นเอง อันนี้ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ว่าในการพิจารณาเสร็จ แต่ละท่าน ที่อภิปรายก่อนที่จะตกผลึกว่าได้ ๓๕ คณะ เรามีการตัด ลด เพิ่ม มีการขยาย มีการโอน อำนาจหน้าที่ ผมยังติดคำว่า อำนาจหน้าที่ จริง ๆ ผมก็ไม่ค่อยเห็นด้วยที่ใช้คำว่า หน้าที่กับอำนาจ เพราะว่าเป็นคำตามรัฐธรรมนูญ เราก็เลยใช้ตามรัฐธรรมนูญคือหน้าที่ กับอำนาจ ในขั้นนี้ผมคิดว่าเป็นความสำเร็จของ แอลจีบีที (LGBT) ในระดับหนึ่งของวงการ การเมืองไทย วงการสภาผู้แทนราษฎรไทยหรือวงการรัฐสภาไทย แน่นอนว่าก้าวนี้ เป็นก้าวแรกนะครับ แม้ว่าจะยังไม่สามารถตั้งเป็นคณะกรรมาธิการเฉพาะได้ แต่เราเชื่อและ เราคิดว่าจะต้องมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาแน่นอน แล้วในคราวต่อไปข้อบังคับ อันนี้จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้อยู่เสมอนะครับ อยู่ที่สภาของเราที่จะมีมติเล็งเห็น ความสำคัญ แล้วก็ในชั้นการแปรญัตติในวาระที่ ๒ ก็ยังสามารถแปรญัตติ ถ้าสมมุติว่าทาง กรรมาธิการจะเป็นเต็มสภาก็ตาม หรือจัดตั้งต่างหากก็ตาม เล็งเห็นว่า แอลจีบีที (LGBT) จะ สามารถเป็นกรรมาธิการได้ต่างหาก แล้วก็ปรับลดคณะกรรมาธิการอื่นที่สมาชิกหลายท่านมี ความเห็นว่าซ้ำซ้อนก็ยังสามารถปรับได้อยู่ ผมขอเรียนชี้แจงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านประธานเชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะขออนุญาตกราบเรียนในคำถาม แล้วก็เพื่อความเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องใหม่ ที่ได้บัญญัติไว้ในข้อบังคับนี้ก็คือเรื่องกระทู้แยกนะครับ เพื่อความเข้าใจว่ากระทู้แยกนั้น มี ๒ ช่องทางก็คือผู้ที่ยื่นกระทู้สามารถแสดงเจตจำนงว่าจะเป็นกระทู้แยกหรือจะเป็นกระทู้ รวมที่เรียกว่า กระทู้สด หรือกระทู้ทั่วไปนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากระเบียบวาระ ในการพิจารณากระทู้ตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้เราก็ใช้ห้องประชุมใหญ่เป็นประธานของการ ตอบกระทู้ แล้วก็มีห้องแยกย่อยออกไป เพราะฉะนั้นกรรมวิธีในวาระนี้ก็จะเป็นการพิจารณา ถือว่าเป็นองค์รวมระหว่างห้องใหญ่กับห้องแยก เพราะฉะนั้นการพิจารณาวาระกระทู้ในส่วนนี้ จึงต้องอยู่ในกลไกที่ท่านประธานสภาจะเป็นผู้ร่วมกำหนดเพื่อความเหมาะสมว่าจำนวนกระทู้ จะอยู่ในห้องประธานหรือห้องใหญ่กี่กระทู้ อยู่ในห้องแยกกี่กระทู้ แล้วก็เรื่องใดเป็น เรื่องเฉพาะ อันนี้ก็ขออนุญาตว่าเราจะเขียนตายตัวกำหนดไว้ในข้อบังคับก็จะทำให้ การบริหารจัดการนั้นทำได้ยาก ก็เลยได้เขียนไว้ว่าให้ประธานสภาเป็นผู้กำหนด เพื่อความเหมาะสมในการที่จะจัดการกระทู้ทั้งหมดนะครับ อันนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียน เพื่อความเข้าใจในส่วนของกระทู้นะครับ
มีส่วนอื่นอีกที่มีสมาชิกได้ให้ข้อแนะนำและคิดเห็น ผมขออนุญาตท่านประธาน ว่าให้ท่านรองประธาน ท่านไพจิต ศรีวรขาน ได้ช่วยอธิบายว่าในกรรมาธิการเรามีข้อพิจารณา อะไรเพิ่มเติมกับสมาชิกด้วยครับ ขออนุญาตครับ
ท่านไพจิตเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ ขออนุญาตเพิ่มเติมเรื่องที่คณะกรรมาธิการได้เห็นว่า เป็นแนวทางที่มีความสำคัญต่อภาระในการทำงานของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็คือเรื่อง ของกระทู้แยกที่ท่านประธานสภาได้กรุณาพูดไปบ้างแล้ว ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าปัญหา ที่ได้พบต่องานกระทู้ในสภาของคณะกรรมาธิการจะเห็นว่ามีกระทู้ค้างการนำเสนอต่อ เพื่อแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนค่อนข้างมากที่ผ่านมาโดยตลอดแล้วก็จะค้างกันไป รอกันแล้วรอกันอีก ไม่ทันต่อการแก้ปัญหาประชาชน เพราะฉะนั้นก็ได้คิดแนวทางแบบนี้ ซึ่งดูจากแนวทางที่ได้มีการใช้การปฏิบัติในต่างประเทศมา ที่เขาประสบความสำเร็จในการ แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ท่านประธานสภาจะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบพิจารณา ทั้งท่านใดที่จะต้องแยกเป็นกระทู้ที่จะตอบที่สภาใหญ่ ท่านใดที่จะต้องเข้าไปตอบในห้องประชุม ตอบกระทู้ของสภา ซึ่งจะเป็นการเริ่มต้นไปตั้งแต่ ๒-๓ ห้อง ไปจนถึง ๔ ห้อง ๕ ห้องสุดแท้แต่ ที่เราจะพัฒนาได้ คณะกรรมาธิการเห็นว่าคนที่จะตอบกระทู้โดยมีท่านรองประธานสภา ที่ท่านประธานสภามอบหมายนี่นะครับไปเป็นผู้ดำเนินการจัดการตอบกระทู้ ท่านรัฐมนตรี ที่ได้รับกระทู้จากพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้ไปตอบในห้อง ส.ส. ผู้ถามกระทู้ ก็จะได้ตอบกันในห้อง แล้วก็ไม่ต้องเป็นการตอบห่างไกลกันมากมาย สามารถที่จะได้ใกล้ชิด ทั้งท่านรัฐมนตรีที่ตอบ ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นผู้ถามกระทู้ และข้อสำคัญที่สุด ในห้องถามกระทู้แยก พี่น้องประชาชนที่มีสภาพปัญหาที่ได้ฝากไว้กับท่าน ส.ส. มาตอบ สามารถที่จะเข้าไปนั่งใกล้ชิด พร้อมกับมอบประเด็นบางเรื่องในระหว่างการถามการตอบกัน ระหว่างท่านสมาชิกที่เป็น เจ้าของกระทู้และท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้มีการถ่ายทอดระบบการซักการถาม เพื่อส่งสัญญาณไปถึงพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้มีโอกาสมาร่วม ก็จะเป็นการแก้ปัญหาให้กับ ท่านพี่น้องประชาชนที่พบกับปัญหาต่าง ๆ มากมาย ทางกรรมาธิการเห็นว่าระบบแบบนี้ จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการแก้ไขปัญหาและมีความใกล้ชิดระหว่างประชาชน ที่เดือดร้อน พี่น้องประชาชนที่มีโอกาสได้พบได้เห็นได้สัมพันธ์กับสภาพงานทางด้าน การแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนของสภาผู้แทนราษฎรเรา ก็ล้วนแต่จะเป็นสิ่งที่เป็น ประโยชน์อย่างยิ่ง ผมขออนุญาตได้กราบเรียนเบื้องต้น ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านประธานมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต และข้อเสนอแนะในร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... หมวด ๑๐ ข้อ ๑๘๑ ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีในข้อ ๑๘๑ นี้ ในหมวด ๑๐ ว่าด้วยการรักษาระเบียบ และความเรียบร้อย ในเรื่องของการแต่งกาย แต่มีประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนเสนอแนะ ก็คือในเรื่องของภาษา จากการที่ผมมานั่งประชุมในที่ประชุมแห่งนี้มีการใช้ภาษาถิ่น ในที่ประชุมแห่งนี้ สภาแห่งนี้จะใช้ภาษากลาง หรือภาษาไทย หรือภาษาถิ่นกันแน่ เพราะมีบางท่าน ได้อภิปรายเป็นภาษาถิ่น ผมเองเป็นคนภาคอีสาน เป็นคนจังหวัดขอนแก่น ถ้าผมจะใช้ภาษา อีสานผมหรือภาษาไทยอีสานในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ท่านที่เกิดในภาคกลางก็ไม่มีโอกาสที่จะ แปลได้ ในภาคเหนือก็แปลไม่ได้ ภาคใต้ก็แปลไม่ได้ ถ้าใต้พูดภาษาทางใต้ เหนือพูดภาษาทาง เหนือ อีสานพูดภาษาทางอีสาน แล้วก็กลางพูดภาษากลางมันจะเกิดความสับสน เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนว่าในข้อบังคับ ข้อ ๑๘๑ วรรคสอง การแต่งกายของสมาชิกนั้น ให้แต่งเครื่องแบบสมาชิกรัฐสภา หรือสากลนิยม หรือชุดพระราชทาน หรือชุดตามระเบียบ ที่ประธานกำหนด เพราะฉะนั้นเรื่องภาษาก็อยากจะให้อยู่ตรงนี้ว่า หรือตามระเบียบ ที่ประธานสภากำหนด อันนี้จะชัดเจน เพราะที่นี่คือรัฐสภาไทย ไม่ใช่รัฐสภาต่างประเทศ ก็อยากจะเรียนเป็นข้อสังเกตและเรียนเสนอต่อที่ประชุมครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ อันนี้ ก็เป็นประเด็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แล้วผมก็เลยได้มีโอกาสเรียนปรึกษากับท่านสมาชิก ที่ใช้ภาษาถิ่น ได้ปรึกษากันแล้วครับว่า ขอให้อยู่ในกรอบที่ว่าความไพเราะมี ทุกภาษา ของพวกเรา ไม่ว่าภาษาเหนือ ภาษาอีสาน ภาษาใต้ ภาษากลาง มันมีความไพเราะด้วยกัน แต่ว่าในส่วนสภานั้นก็ได้พูดกับสมาชิกแล้วครับ ขอให้ใช้ภาษากลางหรือจะมีภาษาถิ่น ก็ให้เป็นที่เข้าใจ ไม่อย่างนั้นจะเป็นปัญหา เจ้าหน้าที่ผู้จดบันทึกการประชุมด้วย แล้วถ้า ทุกจังหวัดใช้ภาษาถิ่นแท้ ๆ ที่เรียนเพราะว่าบังเอิญว่าท่านสมาชิกไม่ได้ใช้ภาษาถิ่นแท้ ๆ ทั้งหมด ก็ฟังออกเป็นภาษากลาง แต่ว่าก็มีคำลงท้ายบ้าง แต่ว่าถ้าทุกคนใช้ภาษาถิ่นแท้ ๆ อย่างที่ท่านสมาชิกพูด ไม่มีวันเข้าใจหรอกครับ เพราะภาษาถิ่นลึก ๆ ก็ยากที่จะเข้าใจ ผมคิดว่าพอสมควรแล้วนะครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากมีการกล่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับภาษาถิ่นและภาษากลาง ดิฉันขออภิปรายในประเด็นนี้ ๒-๓ หัวข้อ
หัวข้อแรก สิทธิพื้นฐานในการแสดงออกเป็นสิทธิของประชาชนตามหลัก ประชาธิปไตยนะคะ สำคัญที่สุดสภาแห่งนี้ควรเป็นสภาที่ปกป้องสิทธิและเสรีภาพนั้น ความเป็นสากล เรื่องของภาษาที่ใช้ในสภาไม่ได้เป็นเรื่องใหม่นะคะ เรื่องนี้ได้รับการถกเถียง มานานแล้วในสภาทั่วโลก สภาบางแห่งในต่างประเทศมีการถกเถียงและออกมาเป็นข้อบังคับ ของสภาเหล่านั้น ยกตัวอย่าง เช่น รัฐสภาแคนาดาใช้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งรัฐสภาเบลเยี่ยมก็ใช้ทั้งภาษาฝรั่งเศสและภาษาเฟลมิช รัฐสภาฟินแลนด์ ใช้ภาษาสวีดิชและภาษาฟินนิช หลายท่านอาจจะบอกว่า ๒-๓ ภาษานี้เป็นภาษาประจำชาติ ดังนั้นใช้ในรัฐสภาได้ ดิฉันมีอีกตัวอย่าง รัฐสภาแคนาดาเองก็อนุญาตให้ใช้ภาษาครี ซึ่งเป็นภาษา พื้นเมืองในที่ประชุมรัฐสภาโดยมีการให้บริการล่ามเพื่อความเข้าใจของท่านสมาชิก ขอยกอีก ตัวอย่างหนึ่ง เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ ในบางประเทศที่มีความหลากหลายทางภาษาสูง อย่างประเทศอินเดีย ในรัฐธรรมนูญได้กำหนดภาษาหลักตามตารางที่ ๘ เอาไว้ทั้งหมด ๒๒ ภาษา รัฐสภาอินเดียอนุญาตให้สมาชิกอภิปรายในภาษาทั้งหมดนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้นดิฉันขอ ยืนยันในประเด็นที่จะต้องให้รัฐสภาเป็นที่ที่แสดงความหลากหลายทางอัตลักษณ์ของสมาชิก เป็นไปไม่ได้ที่เราจะมีภาษาแบบเดียวอย่างเดียว ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความ หลากหลายทั้งเชิงวัฒนธรรมและภาษา ยิ่งไปกว่านั้นภาษาเป็นเครื่องมือของการสื่อสารค่ะ อยากให้ทุกท่าน ท่านเพื่อนสมาชิก ท่านประธานสภา ท่านคณะกรรมการทุกท่าน ลองนึกดู ถึงสมาชิกสภาที่ปกติแล้วเติบโตมาใช้ภาษาถิ่นมาตลอดทั้งในโรงเรียน ในการติดต่อราชการ ในพื้นที่ของเขา แม้กระทั่งการหาเสียงก็ใช้ภาษาถิ่นมาตลอด แล้วทำไมในพื้นที่สภาแห่งนี้ จะเป็นพื้นที่ที่ใช้ภาษาถิ่นในการสื่อสารไม่ได้
ดิฉันขอสรุปสุดท้ายเป็นประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่ง เป็นข้อสังเกตที่สำคัญ อย่างยิ่งค่ะ การใช้ภาษาเดียวเท่านั้นถือเป็นการกดขี่เชิงอัตลักษณ์ของความหลากหลาย ที่มีอยู่จริงในสังคมนี้ ประชาชนชาวไทยที่ได้เลือกเราเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้มีความ หลากหลายอยู่ค่ะ และเราคือตัวแทนความหลากหลายนั้นจำเป็นเหลือเกินที่สังคมหนึ่ง จะต้องสามารถแสดงออกถึงความหลากหลายของประชาชนของตัวเองผ่านพื้นที่ อย่างสภาผู้แทนราษฎร เป็นสิ่งจำเป็นเหลือเกินค่ะที่เราจะต้องรักษาวัฒนธรรมในการ แสดงออกในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งและเป็นหน้าที่หลัก ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ประท้วง อะไรครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ ผมอยากจะ
ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ประท้วงท่านประธานครับ ตามข้อ ๑๗๓ การรักษาความเป็นระเบียบและเรียบร้อยครับ
ครับ
พอดีขณะที่ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ ได้มีการใช้เหตุใช้ผลพยายามที่จะอภิปราย หรือพูดถึงเรื่องของการใช้ภาษา ผมได้ยินคำที่ผมคิดว่าน่าเป็นห่วงนะครับ มีท่านสมาชิก พรรคท่านหนึ่งที่อยู่ด้านซ้ายมือของกระผมลักษณะเป็นเก้าอี้สีฟ้า ๆ นี่นะครับ ท่านพูดคำว่า บอกให้ไปอยู่ประเทศอินเดียเลย ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ แม้ว่าไม่ได้ออกไมโครโฟน ก็ตามนะครับ แต่ผมคิดว่าท่านต้องมีสัมมาคารวะ ท่านอาจจะเป็นผู้ใหญ่ ท่านเป็น ส.ส. มากี่สมัยก็ตาม แต่ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เป็นสภาที่มีความศักดิ์สิทธิ์ จึงประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๑๗๓ แม้ไม่ได้ออกไมโครโฟน แต่ก็ควรที่จะมีสัมมาคารวะในที่ประชุมแห่งนี้ ขอบพระคุณครับ
ไม่ได้ยินครับ ขออภัยด้วย ผมไม่ได้ยินครับ แต่ว่าก็ขอเตือน อย่าไปแสดงอะไรที่เกินขอบเขตนะครับ แต่ว่าได้เรียนไว้ แล้วเมื่อสักครู่นี้กรณีที่ท่านสมาชิกใช้ภาษาถิ่นซึ่งก็มีอยู่ท่านเดียว ผมก็ได้พบท่านส่วนตัว เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ได้คุยเรื่องนี้ คือเราโชคดี ขอเรียนว่าพวกเราโชคดี เพราะเราไม่มีปัญหา เหมือนประเทศแคนาดา เหมือนประเทศอินเดีย ทำให้เราไม่ต้องใช้ล่าม ไม่ต้องใช้อะไร เพราะทุกคนสามารถใช้ภาษาเดียวกันได้ ภาษากลาง แต่ว่าถ้าถามความถนัดผมก็เชื่อว่า พวกเรานี่ก็ถนัด ผมก็ถนัดภาษาถิ่นผม ผมเชื่อว่าพวกเราหลายคนก็ถนัดภาษาถิ่นตัวเอง แต่ว่าในที่ประชุมส่วนรวมของเราอันนี้จำเป็นต้องใช้ภาษา ซึ่งเราไม่มีเจ้าหน้าที่ที่เป็นล่าม คอยแปล แต่เรามีคนที่จด ผมก็เลยพูดกับน้องสมาชิกเขาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ามีความงดงาม ไพเราะ แต่ว่าในการอภิปรายในสภานั้นจำเป็นต้องมีความพอดี ก็เลยเรียนพวกเราให้ได้ รับทราบครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศิริพงษ์ รัสมี นะครับ ถูกพาดพิงเก้าอี้สีฟ้า เพราะว่าเป็นของพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีใคร พูดอะไรสักคำเดียวนะครับ คำว่า อินเดีย มีแต่มาดามเดียร์นะครับ พรรคพลังประชารัฐ มีแต่ มาดามเดียร์ ซึ่งเอามาพูดโกหกในสภาแบบนี้ไม่มีใครทำได้นะครับ เป็นเรื่องที่โกหกนะครับ เพราะว่าผมนั่งอยู่ท่ามกลางเก้าอี้สีฟ้านะครับท่านประธาน ขอให้ถอนคำพูดนะครับ ท่านประธาน
ไม่ได้เอ่ยชื่อกันครับ ไม่เป็นอะไรครับ
เก้าอี้สีฟ้านะครับ
ไม่เอ่ยชื่อไม่เป็นอะไร สีฟ้า หลายสีครับ
เมื่อสักครู่เก้าอี้สีส้มก็พูดนะครับ ท่านประธานบอกไม่เป็นอะไรก็ไม่เป็นอะไรครับ ขอบคุณมากครับ
ไม่เป็นอะไรครับ อันนี้ ก็ทำความเข้าใจเดี๋ยวเราจะสับสนนะครับ เชิญครับท่านปิยบุตร
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ครับ ขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงเล็กน้อยนะครับ คือท่านก็ชี้กลับมาเหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็ต้อง ขอใช้สิทธิพาดพิงเล็กน้อยตรงนี้สั้น ๆ ครึ่งนาทีครับ คือจะได้ยินหรือไม่ได้ยินสุดแท้แต่ท่าน ท่านรู้อยู่แก่ใจครับ ท่านจะมากล่าวหาว่ามีการโกหกกลางสภาท่านก็รู้อยู่แก่ใจว่าท่านพูด หรือท่านไม่ได้พูด ผมนั่งอยู่ตรงนี้ผมยังได้ยินเลยว่า โห่ดัง ๆ ขึ้นมาบอก อย่างนี้ไปอยู่อินเดียเลย แต่ถ้าท่านยืนยันว่าท่านไม่ได้พูดไม่เป็นอะไร แต่เราก็ยืนยันของเราว่าเราได้ยินแบบนี้ ท่านประธานไม่ได้ยินก็ไม่เป็นอะไรนะครับ ผมคิดว่ามารยาทลักษณะแบบนี้ละครับ นี่ละครับ การให้เกียรติของสภา คนที่ไม่ได้ใส่เนกไท (Necktie) แต่พูดจาอยู่ในร่องในรอย อภิปราย อย่างสร้างสรรค์ นี่คือการให้เกียรติสภาครับ แต่ถ้าไม่พอใจอะไรกันแล้วโห่ใส่กัน นี่คือ การไม่ให้เกียรติสภาครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เมื่อสักครู่ก็จบแล้วนะครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ สีฟ้าหรือครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย จากจังหวัดตรังครับ บังเอิญอาจจะบังท่านชินวรณ์อยู่ข้างหน้าครับ คือเรื่อง ข้อบังคับว่าด้วยเรื่องของการใช้ภาษาในสภา บังเอิญผมได้ยินเพื่อนสมาชิกลุกขึ้นอภิปราย เมื่อสักครู่นี้แล้วก็มีการถ่ายทอดสดก็เกรงว่า พี่น้องประชาชนฟังแล้วจะเสมือนกับว่าสภาแห่งนี้ เราไม่เปิดโอกาสให้กับความหลากหลายของการใช้ภาษาหรือต่างวัฒนธรรม ความจริง ถ้าเราดูข้อบังคับก็ไม่ได้มีการเขียนเข้มงวดบังคับไว้ถึงขนาดว่าภาษาถิ่นใช้ไม่ได้ ความจริงแล้ว ทุกพรรคเรามีคนจากทุกภาคนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ หรือจะพรรคอื่น ๆ ก็ดี ในอดีตสภาที่ผ่านมาก็ไม่ได้เข้มงวดบังคับ หลายครั้งในสภานี้เคยมีเพื่อนสมาชิกอภิปรายโดยใช้ภาษาเขมร เป็นการยกตัวอย่าง สภาก็รับฟัง บางครั้งคนภาคใต้ก็ใช้ภาษาใต้สภาก็รับฟัง พูดเหนือ พูดอีสาน มีบ่อยครั้งที่ยก อาจจะเป็นคำผญาของภาคอีสาน ทุกพรรคก็รับได้ เพราะตลอดมาสภาเราเป็นเช่นนี้ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ไม่ได้เป็นประเด็น ว่า สภาไทยมีการกดดันหรือมีการที่จะไปกดขี่หรือพยายามปิดกั้นไม่ให้สมาชิกได้ใช้ภาษาถิ่น ของตัวเองเลย เพียงแต่ว่าที่ท่านประธานได้บอกกับที่ประชุมก็คือเกรงว่า การจดรายงาน การประชุมจะเป็นปัญหา ซึ่งท่านก็ได้บอกแล้วว่าถ้าใช้ภาษาถิ่นที่ฟังแล้วเข้าใจง่าย ก็ใช้ได้ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมคิดว่าต้องทำความเข้าใจว่าสภาของเราก็เป็นสภาที่เปิดกว้าง แล้วทุกคนก็สามารถที่จะใช้ภาษาถิ่นของตัวเองในการยกตัวอย่างหรืออภิปรายได้ โดยไม่เป็น อุปสรรคต่อการจดรายงานการประชุม เพราะฉะนั้นผมว่าข้อบังคับในส่วนนี้ก็เดินหน้าไป ก็ถูกต้องแล้วนะครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ขอบคุณมากครับ ก็เหมือนที่ผมอธิบายไปแล้วว่า จริง ๆ เราไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ ถ้าจะมีการใช้ภาษาถิ่น บางครั้งก็คือ เช่น บทกลอน หรือคำพังเพย สุภาษิต อันนี้เคยมีครับ แต่ว่าผู้อภิปรายนี่ เท่าที่ ผมเห็นมา ตั้งแต่สภาพระที่นั่งอนันตสมาคม ถึงสภาที่ ๒ แล้วก็ที่นี่ โดยทั่วไปแล้ว เราไม่มีปัญหาเรื่องนี้ สมาชิกเขาก็ใช้ภาษากลาง ซึ่งแม้เขาไม่ถนัด ถ้าพูดถึงหลายท่านนี่ แต่เขาก็ใช้ภาษากลาง จะมีสำเนียง เสียงเพี้ยนไปบ้างถ้าเทียบภาษากลาง ผมยังเคยบอกว่า คุณรังสิมาถ้าเขาใช้จังหวัดสมุทรสงครามเป็นเมืองหลวง คนเมืองหลวงนี้เสียงเหน่อหมด คนที่อื่นเสียงเหน่อหมด ยกตัวอย่าง เพราะฉะนั้นเราไม่มีปัญหา อย่าไปทำให้มีปัญหานะครับ ผมเรียนแล้วว่าเมืองนี้ไม่มีคนต่างชาติ ไม่มีคนฝรั่งเศส คนเยอรมัน คนอังกฤษ และคนไทย ซึ่งมีปัญหาเรื่องภาษา เพราะคนละเชื้อชาติกันเลยครับ แต่เราไม่มีปัญหาเรื่องนี้ เพียงแต่เรา อยู่คนละภาค เพราะฉะนั้นอย่าไปทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา ก็ขอทำความเข้าใจเรื่องนี้ แล้วผมก็ บอกน้องที่เป็นผู้แทนราษฎรที่ใช้ภาษาถิ่นว่าไม่เป็นไร แต่พยายามใช้ภาษากลาง เพื่อผู้จดบันทึกชวเลขจะได้ไม่เป็นปัญหาครับ ก็ขอบพระคุณมาก เพราะว่าได้พูดก็ดี น้องก็ เข้าใจดี อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ขออนุญาตพวกเราอย่าไปทำให้สิ่งที่ไม่เป็นปัญหาเป็นปัญหาขึ้นมา ก็สมควรที่จะมีมติได้แล้วครับ ผมขอเรียนพวกเราว่าเนื่องจากได้ขอเรียนไว้ตอนต้นก็คือ เรื่องนี้ใช้วิธีการเหมือนพระราชบัญญัติ จึงต้องลงคะแนนโดยรู้ว่าสมาชิกท่านใดรับ ไม่รับ หลักการ หรือไม่ออกเสียงอย่างไร จึงขออนุญาตตามที่เกริ่นไว้ ก็คือต้องแจกบัตรพวกเรา ทุกคนให้อยู่กับที่ เดี๋ยวให้สมาชิกนับองค์ประชุมครับ ท่านวีระกรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธาน ถ้าท่านประธานสังเกตนิดหนึ่งก็คือผู้ที่อภิปรายในวันนี้ทั้งหมดแม้ว่าจะให้ข้อสังเกต ในบางข้อบังคับก็ตาม แต่ทุกท่านก็จะลงท้ายเหมือนกันหมดก็คือผมรับ รับหมดนะครับ ไม่มีแม้แต่ท่านเดียวที่บอกว่าไม่รับหรือว่าอภิปรายคัดค้าน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ของสภา ผมขอหารือท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะกรุณาถามว่ามีท่านผู้ใดที่จะไม่รับ หลักการของร่างข้อบังคับ ก็สามารถที่จะลงมติได้ แต่ถ้าทั้งหมดเป็นเสียงเอกฉันท์ของพวกเรา ทั้งสภานี้ เห็นเอกฉันท์ว่ารับทั้งสภาก็ไม่น่าที่จะต้องเสียเวลาในการลงมติเลยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ต้องเรียนท่านวีระกรนะครับ แล้วก็เรียนว่าได้ปรึกษาเรื่องนี้กันถึง ๑ สัปดาห์แล้วครับ แล้วก็มาลงเอยว่า วันหนึ่ง ใครหยิบยกขึ้นมาว่ากระบวนการลงมติไม่สามารถบอกได้ว่า ผู้หนึ่งผู้ใดลงมติว่าอย่างไร ก็จะมีปัญหาตามมา ในที่สุดก็ตัดสินใจกันว่าถ้าอย่างนั้นยอมเสียเวลาสักนิดหนึ่ง ผมได้ซักซ้อมความเข้าใจเรื่องเวลาด้วยว่าไม่เสียเวลาเหมือนกับที่เราเรียกทีละท่านมาลงมติ แจกบัตร ประเดี๋ยวท่านเขียนบัตรแล้วก็ส่งขึ้นมา แล้วก็บัตรที่ท่านไม่ได้เขียน เช่น ลงมติเห็นชอบบัตรสีแดง สีขาวก็คืนมาทีหลังครับ เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้นับคะแนนเอง ออกมา จะได้ไม่มีปัญหาให้ใครมา อันนี้คือกฎหมายที่บังคับเราสมาชิก อย่าให้เขาหยิบยกขึ้นมา วิจารณ์ทีหลังว่านี่ผ่านโดยไม่ชอบ ก็เรียนว่าได้หารือเรื่องนี้มานานพอสมควร เพราะไม่อยาก ให้เสียเวลา ในที่สุดก็ลงเอยอย่างนี้ ลงเอยว่าเราใช้เวลาได้น้อย ท่านวีระกรเข้าใจนะครับ เจ้าหน้าที่นับองค์ประชุมเลยครับ องค์ประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง คือไม่น้อยกว่า ๒๔๙ คน
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญสมาชิกที่อยู่ ข้างนอกนะครับ ท่านสมาชิกจะได้บัตรท่านละ ๓ ใบ บัตรสีน้ำเงิน บัตรสีแดง บัตรสีขาว เจ้าหน้าที่แจกบัตรนะครับ นับองค์ประชุมครับ
ท่านประธานผมขอเรียนถาม ท่านประธานอีกนิดหนึ่ง ถ้าหากพิจารณาในวาระ ๒ ตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาต้องทำ อย่างนี้ทุกข้อบังคับหรือไม่ครับท่าน ถึงแม้ว่าจะเป็นประธานสภา หมายถึง ประธาน สภาผู้แทนราษฎร อะไรอย่างนี้ ซึ่งมันจะต้องมานั่งโหวตอย่างนี้หรือไม่ครับ ถ้าโหวตอย่างนี้ มันก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการแล้ว ขอบคุณครับ
เอาลงมติรับหลักการ เรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องอื่นนั้นสามารถที่จะขอความเห็นโดยทั่วไปได้ ตามที่ผมเรียนย้ำ อีกครั้งหนึ่ง สมาชิกจะได้รับบัตร ๓ ใบ เจ้าหน้าที่แจกบัตรสมาชิก ๓ ใบ นับองค์ประชุมเสร็จ หรือยังครับ รับสภาพนี้สักระยะหนึ่ง วันที่ ๑๕ สภาจะสำรวจที่ประชุมแห่งใหม่ วันที่ ๑๕ นี้ครับ ผมกับ เลขาธิการหรือคณะทำงานทั้งหมดจะสำรวจห้องประชุมใหม่ว่าเราจะสามารถใช้ได้วันไหนครับ จำนวนสมาชิก ๔๙๘ ท่าน ยอดที่มาอยู่ในห้องประชุมนับได้ขณะนี้ ๔๑๑ ท่านครับ ครบองค์ประชุมนะครับ เจ้าหน้าที่แจกบัตรนะครับ ท่านละ ๓ ใบ ๓ สี แล้วก็ท่านลงคะแนน บัตรสีน้ำเงิน คือเห็นชอบ บัตรสีแดง ไม่เห็นชอบ บัตรสีขาว ไม่ออกเสียง สำคัญท่านต้อง เขียน ชื่อ ลำดับเลข และพรรคของท่านครับ มิฉะนั้นบัตรเสียครับ
สมาชิกเขียนเสร็จหรือยังครับ ถ้าเสร็จแล้วผมขอเรียนอย่างนี้นะครับ ผมจะขอ มติว่าจะรับหลักการร่างข้อบังคับฉบับนี้หรือไม่ สมาชิกที่เห็นควรรับหลักการโปรดยกมือขึ้น พ้นศีรษะพร้อมกับแสดงบัตรลงคะแนนสีน้ำเงิน สมาชิกท่านใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการ ยกมือขึ้นพ้นศีรษะพร้อมกับแสดงบัตรลงคะแนนสีแดง สมาชิกท่านใดไม่ออกเสียงลงคะแนน ยกมือขึ้นพ้นศีรษะพร้อมกับแสดงบัตรลงคะแนนสีขาว แล้วอย่าลืมเขียนชื่อ-สกุล เลขประจำตัว พรรค ลงในบัตรที่ท่านลงคะแนน แล้วเจ้าหน้าที่จะไปเก็บ ส่วนบัตรอีก ๒ บัตร ท่านเก็บไว้ก่อนครับ เจ้าหน้าที่จะไปเก็บบัตรที่ท่านลงคะแนนก่อน แล้วอีก ๒ บัตรเดี๋ยวจะ เก็บทีหลังครับ สมาชิกเห็นด้วยรับหลักการก็โปรดดำเนินการครับ ยกมือพ้นศีรษะครับ แสดงบัตรด้วยครับ
ท่านประธานครับ ผม วิรัช ท่านประธาน
เชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ มีสมาชิก เพิ่งเดินทางเข้ามาจะให้ทำอย่างไรครับ
ได้ครับ สมาชิกที่ยังไม่ได้ ลงคะแนน ยังไม่ได้ประกาศผลนะครับ ยังไม่ได้ปิดการลงคะแนนครับ เชิญเลยครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ หารือท่านประธานกับกระบวนการลงมติในครั้งนี้นะครับ ก็เข้าใจว่าเป็นครั้งแรกที่เรามีการลงมติใช้บัตร ๓ สี แต่ผมก็มองเห็นถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น อย่างเช่นตอนนี้ผมลงมติไปแล้ว ตอนนี้ผมเหลืออีก ๒ ใบอยู่ในมือ ครั้งหน้าผมเก็บไปใช้ใหม่ ท่านประธานไม่ได้เขียนนะครับว่าเป็นญัตติใด
นี่ครับ ที่จะบอกว่าเดี๋ยวจะ ไปขอคืนครับ
ผมเก็บกลับบ้านได้นะท่าน
เดี๋ยวขอคืนมาครับ สมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ลงคะแนน เชิญนะครับ ปิดการลงคะแนนแล้วนะครับ ขอคืนบัตร ที่เหลือด้วยนะครับ
ผมขอประกาศผลการลงคะแนนนะครับ เห็นด้วย ๔๖๑ ท่าน บัตรสีน้ำเงิน งดออกเสียง บัตรสีขาว ๘ ท่านครับ รวม ๔๖๙ ท่านครับ
ก็ถือว่าที่ประชุม รับหลักการร่างข้อบังคับนะครับ ก็ขอถามต่อไปก็คือกรรมาธิการ เสนอตั้งกรรมาธิการ ท่านประธาน ท่านชลน่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตเสนอท่านประธานเกี่ยวกับการพิจารณา ในชั้นกรรมาธิการ ขอเสนอกรรมาธิการเต็มสภา ขอผู้รับรองครับ
ท่านชลน่านครับ อันนี้ไม่ขัดข้องพวกเรานะครับ แต่ว่าผมแนะนำว่าอยากให้ตั้งกรรมาธิการมากกว่า อาจจะเสียเวลาเล็กน้อย แต่ว่าเขาจะได้พิจารณากันละเอียด แล้วจะไม่เสียเวลาในสภานี้มาก อาจจะเสียเวลาข้างนอก คุยเรื่องนี้เหมือนกันครับ แต่ผมเสนอเองผมเห็นว่า หลายข้อที่เราพูดถึงต้องใช้เวลาอภิปรายกัน ซึ่งถ้าอยู่ในชั้นกรรมาธิการในสภานี่จะ เสียเวลามาก แต่ว่าถ้าเอาไปพิจารณาในตอนกรรมาธิการ ผมคิดว่าจะได้พูดกันเต็มที่ครับ แล้วแต่นะครับ อันนี้ด้วยความเคารพต่อความเห็นท่านหมอชลน่านครับ
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตให้เหตุผลกับการตั้งกรรมาธิการ ทั้งสภา เป็นกรรมาธิการเพื่อพิจารณาเรื่องร่างข้อบังคับที่ทางสภาได้มอบให้กรรมาธิการ วิสามัญไปยกร่างกลับมาให้พวกเรารับหลักการไป เหตุผลที่ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานนะครับ ด้วยความเคารพท่านประธานในข้อเสนอท่านประธานเองผมก็รับได้ แต่ขณะนี้เท่าที่ฟังเสียงทั้งหมดที่อภิปรายมา สมาชิกส่วนใหญ่อภิปรายในเรื่องประเด็น ของการรับหลักการ แล้วก็ข้อท้วงติงบางประเด็นบางข้อที่เข้าไปในสาระของตัวบทนะครับ แต่ละข้อก็สามารถที่จะเข้าไปดูได้ มีความต่างไม่เยอะครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าถ้าเรา ใช้โอกาสตรงนี้ช่วยกันทำข้อบังคับเรานะครับ ระยะเวลาที่เราจะมีโอกาสได้ประชุมอีก ๓ ครั้ง วันนี้ พรุ่งนี้ แล้วก็วันพฤหัสบดีต่อไป หลังจากนั้นผมทราบข่าวว่าท่านประธานเองจะต้องดู เรื่องของการถวายสัตย์ปฏิญาณของ ครม. แล้ววาระประชุมเรามันก็จะไปเกี่ยวข้องกับตรงนั้น ถ้าเราช่วยกันทำจริง ๆ ๓ วันตรงนี้ ผมคิดว่ามีโอกาสที่จะทำให้ข้อบังคับเราผ่านการพิจารณา ในวาระที่ ๒ แล้วก็เข้าสู่การลงมติในวาระที่ ๓ ได้ ผมเชื่อว่าทำได้ท่านประธานครับ ดูแล้วเท่าที่สอบถามเพื่อนสมาชิกที่ทำหน้าที่ด้วยกันในชั้นกรรมาธิการก็ดี แต่ละพรรคก็ดี พร้อมที่จะให้การสนับสนุน ผมคิดว่าน่าจะมีโอกาสในการพิจารณาในชั้นของสภาเราไปได้ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ มันเป็นมติของสภา
ผมไม่ได้มีปัญหาครับ แต่ผมมองในเชิงประสิทธิภาพของงานที่ออกมา ถ้าพวกเราที่มีรายละเอียดของประเด็น แต่ละข้อ คือการพิจารณาเต็มสภานั้นสมาชิกเข้าใจนะว่าพวกเราทุกคนเป็นกรรมาธิการ และจะไล่ไปตั้งแต่ชื่อพระราชบัญญัติ มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ ไปเรื่อยจนจบมาตรา สุดท้าย หมายความว่าสมาชิกจะไล่ไปอย่างนี้ทีละมาตรา ๆ ซึ่งถ้าสมาชิกติดใจมาตราใด มาตราหนึ่งก็อภิปรายมาตรานั้นจนจบ เราอาจจะเถียงกันว่าเห็นด้วยหรือไม่ก็ต้องลงมติ ผม เป็นห่วงว่าเวลาที่เราใช้จะมาก เพราะจะต้องลงมติในแต่ละประเด็นด้วย มีข้อเสนอ บางอย่าง
ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ในข้อเสนอแนะของท่านประธาน
ขอเรียนว่าที่ผมเรียนนี้ เป็นความเห็นส่วนตัวเพื่อประสิทธิภาพของงาน แต่ว่าถ้าพวกเราต้องการอย่างนั้น ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ
ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ข้อเสนอแนะท่านประธานเป็นประโยชน์ครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมมั่นใจในขณะนี้ถ้าท่านประธาน อยากจะฟังเหตุผลของท่านอื่นประกอบด้วย ผมคิดว่าท่านอื่น ๆ ก็สามารถจะให้เหตุผล ประกอบกับการตั้งกรรมาธิการเต็มสภาได้ ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ ว่าเรามีเวลาน้อยมาก ไม่อย่างนั้นเราต้องรอข้ามไปอีกเดือนหนึ่งคือเดือนสิงหาคมเราถึงจะมี ข้อบังคับเกิดขึ้น แต่ถ้าเราตั้งใจช่วยกันทำภายใน ๓ วันนี้นะครับ ๑๙๒ ข้อ ผมคิดว่า ไม่ใช่ปัญหาครับ เพราะส่วนใหญ่อย่างท่านประธานกรุณาตอบข้อซักถามของเพื่อนสมาชิก เมื่อสักครู่บอกว่ากรณีพิจารณารายมาตราจะต้องมีการลงมติกันทุกข้อนี่นะครับ ท่านประธาน ก็ชี้แจงไปบอกว่า กรณีถ้าสมาชิกไม่เห็นเป็นอื่นก็ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบ ไม่จำเป็นต้องมาใช้บัตรสีน้ำเงินชูกันอีก ซึ่งท่านประธานคิดมาดีมากเลยครับตรงนี้ ผมว่า ท่านประธานลองฟังเหตุผลเพื่อนสมาชิกครับ และเป็นอำนาจของสภาที่จะตัดสินครับ กราบขอบพระคุณครับ
ได้ครับ ยินดีครับ ผมเรียน ไว้ก่อน เพราะผมนึกว่าหมอชลน่านจะใจอ่อนเห็นด้วยกับผม เมื่อท่านไม่เห็นด้วย ไม่มีปัญหา อะไรครับ ยินดีทำหน้าที่ แต่ว่าถ้าพวกเราพร้อมคือถือว่าเราทำงานเร็วมากนะครับ พวกเรา ชุดนี้ สมัยก่อนเลือกนายกรัฐมนตรี เลือกประธานสภาเสร็จ อีกเดือนกว่าเขาจะประชุมสภา เราใช้เวลาเป็นประโยชน์ทุกสัปดาห์ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของเรา เราไม่ได้ช้าเลยครับ เรามาเร็ว แล้วข้อบังคับนี้ก็ควรจะเสร็จในเดือนกรกฎาคม ถ้าเป็นไปได้ผมคิดว่ารัฐบาลจะ แถลงนโยบายแล้วเราก็ประชุมสภาปกติ แล้วก็เรื่องนี้เป็นวาระที่เราต้องทำให้เสร็จภายใน กี่วันก็แล้วแต่ กรรมาธิการรับไปก็อาจจะให้เวลาเช่นแปรญัตติ ๗ วัน สมมุติแปรญัตติ ๗ วัน สมาชิกพวกเราที่นี้ก็ใช้เวลา ๗ วันนั้นไปแปรญัตติข้อบังคับ สมมุติอย่างที่สมาชิกคุณรังสิมา เมื่อสักครู่เสนอความเห็นว่าอยากเพิ่มนั่นนี่ ก็แปรญัตติภายใน ๗ วัน ถ้ากรรมาธิการ ไม่เห็นด้วยก็ยืนยันกลับมา แต่ว่าถ้าเราทีละมาตรานี่เราจะใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งไม่แน่ว่า เสร็จในวันสองวันนี้หรือไม่ อันนี้ก็เพื่อความรอบคอบแต่ว่าถ้าหมอไม่เห็นด้วยกับผม ก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมยินดีทำหน้าที่ต่อไป แต่ถ้าเราคิดว่าพวกเราจะได้สบายใจ ถ้าตั้งกรรมาธิการ จะเป็นกรรมาธิการชุดเดิมก็ได้ ใครก็ได้ แต่ว่าสมาชิกมีสิทธิ ที่ท่านพูด ทั้งหมดนี่ท่านมีสิทธิแปรญัตติ หรือแปรในนี้ก็ได้ แต่ถ้าแปรในนี้ต้องเถียงกันยาวพอสมควร แล้วกว่าจะจบแต่ละมาตรา แล้วลงมติแต่ละมาตราก็ใช้เวลากันอยู่ เชิญท่านวีระกรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ บังเอิญน่าจะเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายรัฐบาล ก็เห็นด้วยกับฝ่ายค้านนะครับท่านประธาน แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับท่านประธานนะครับ เห็นด้วยกับฝ่ายค้านครับ เนื่องจากว่าความจริงได้คุยกันมานอกรอบก่อนแล้วว่าเราอยากจะ ได้กรรมาธิการเต็มสภา แต่ก็เห็นด้วยกับท่านประธานว่ามันก็มีอยู่นิดหนึ่ง คือบางข้อบังคับ อาจจะมีปัญหาซึ่งดูแล้วก็คงจะไม่เกิน ๒ ข้อ หรือ ๓ ข้อเท่านั้นเองนะครับ ถ้าไปถึงข้อ ที่มีปัญหา ขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ฟังผมสักครู่ครับ อย่าไปฟัง เจ้าหน้าที่ครับ
เชิญเลยครับ ขออภัยครับ
ท่านประธานครับ ถ้าข้อใดที่มี ปัญหาเช่น ข้อ ๑๓๘ มีปัญหาอย่างนี้ ขออนุญาตว่าเราจะข้ามไปเป็นข้อ ๑๓๙ ก่อน ข้อ ๑๓๘ เดี๋ยวเรามานั่งคุยกันครับ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลนั่งคุย คืออยากเห็นข้อบังคับ ท่านประธานก็คงเหมือนผม ใจร้อนอยากเห็นข้อบังคับมันคลอดไว ๆ ถ้าข้อบังคับออก เมื่อไรสภาก็จะได้เดินหน้าทำงานกันได้เยอะเลยครับ ทั้งกรรมาธิการสามัญ เราตั้งช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ทุกคนตั้งใจทำงาน ท่านประธานคงจะเห็นว่าในยุคที่ ท่านประธานมาเป็นประธานสภารอบสอง ทุกคนตื่นเต้นอยากทำงานกันเป็นแถว เลยครับ มีความขยันขันแข็งอยากทำงานกันมาก เพราะฉะนั้นถ้าจบไวเท่าไรยิ่งดีครับ ก็ขอท่านประธานว่ามีข้อหารือท่านเพียงว่า ถ้าข้อใดติดขอให้พวกเราผ่านไปก่อนแล้วเราไป นั่งคุยกันว่าอย่างนั้นอย่างนี้ มันก็จะจบไวครับ ขอบคุณครับ
ผมเป็นฝ่ายค้านอยู่ คนเดียวนะครับ อันนี้ก็ด้วยความเคารพต่อความเห็นพวกเรานะครับ ด้วยความสุจริตใจแล้วก็ มองถึงปัญหาในฐานะที่เป็นกรรมาธิการบ้าง อะไรบ้างมายาวนาน รู้ว่าการประชุม ๓ วาระ รวด ไม่ค่อยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ มันจะมีข้อบกพร่อง รีบเร่ง แล้วก็ไม่สมบูรณ์ ไม่ได้กลับไปนั่งทบทวนว่าอะไรเป็นอะไร แต่ว่าถ้าเราต้องการอย่างนั้นผมไม่ขัดข้อง เพราะ ถือว่าเป็นความเห็นส่วนใหญ่ต้องการอย่างนั้น แล้วก็ฝ่ายค้าน รัฐบาลเห็นตรงกันอย่างนี้ ก็ไม่เป็นไรครับ แต่ว่าสภาจะทำหน้าที่ ผมกับท่านรองประธานก็จะทำหน้าที่สำหรับไล่ไป ทีละมาตรานะครับ อันนี้สมาชิกเข้าใจนะครับ กรรมาธิการเต็มสภา คือเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรเขาจะอ่านข้อบังคับนี้ตั้งแต่ชื่อร่างพระราชบัญญัติไปเรื่อย แล้วเรา ถ้าติดมาตราไหนเราก็ยกมือขอแปรญัตติมาตรานี้ แก้ไขมาตรานี้ ซึ่งถ้าไม่มีใครติดใจอะไรเลย คืนนี้ก็จบ หมายถึงว่าไม่มีใครติดใจแล้วก็ผ่านไปโดยไม่มีการแก้ไขอะไรเลย เพราะฉะนั้น ประเด็นที่ท่านติดใจอยากทำอะไรนี่ก็ต้องทำเสียตอนกรรมาธิการเต็มสภา ตรงกันแล้วนะครับ ถ้าเราตรงกันแล้วต่อไปนี้ เชิญท่านสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย จากจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานบอกว่าท่านจะเป็นฝ่ายค้าน อยู่คนเดียว ความจริงผมกับเพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ด้วยกันในพรรคประชาธิปัตย์ก็มี ความรู้สึกอย่างเดียวกับท่านประธานนะครับ คือความจริงแล้วในเรื่องข้อบังคับ ไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีฝ่ายรัฐบาล เป็นเรื่องของสมาชิกทุกคน ถ้าท่านประธานได้ฟังการอภิปรายกันมาโดยตลอด จะมีเพื่อนสมาชิกที่มีความเห็นไม่ตรงกันอยู่หลายเรื่องนะครับ ซึ่งถ้าเราใช้ระบบของการใช้ กรรมาธิการเต็มสภาก็หมายความว่า เพื่อนสมาชิกท่านนั้นก็จะลุกขึ้นเสนอความเห็น ซึ่งไม่ตรง กับที่คณะกรรมาธิการได้ร่างไว้ ก็จะเป็นเสมือนกับการแปรญัตติ เมื่อเขาเสนอการแปรญัตติ สมมุติมีแปรในมาตราเดียวกันหรือข้อเดียวกันถึง ๓ คน ก็เป็นเรื่องที่อาจจะต้องขอมติ ขอความเห็นกันก็จะต้องใช้เวลาพอสมควร ผมถามเพื่อนสมาชิกที่อยู่ข้าง ๆ ผมหลายคน ก็ยังยืนยันที่จะมีความเห็นที่ไม่ได้ตรงกันกับทางคณะกรรมาธิการเองนะครับ เพราะฉะนั้น ผมก็กังวลเหมือนท่านประธานว่า เราจะใช้เวลามากหรือเปล่า ทีนี้ประเด็นที่เพื่อนสมาชิก หารือว่า ข้อใดที่เห็นไม่ตรงกันเราข้ามไป ผมไม่แน่ใจว่าเราทำอย่างนั้นได้หรือไม่ เพราะปกติ แล้วเราจะพิจารณาเรียงลำดับมาตรา เพราะแต่ละมาตราก็จะมีความเกี่ยวโยงมีความ ต่อเนื่องกันนะครับ ทีนี้ผมเห็นด้วยกับท่านประธานว่า ถ้าตั้งกรรมาธิการไปพิจารณาภายใน ๗ วันนี้ไปถึงวันพฤหัสบดีหน้า ก็เป็น ๗ วันที่กรรมาธิการรับความเห็นของเพื่อนสมาชิกไปทำ กับมีการแปรญัตติ ถัดจากนั้นไปก็สามารถที่จะลงมติในวาระถัดไปได้นะครับ ผมยังเห็นว่า น่าจะพิจารณาโดยใช้คณะกรรมาธิการนะครับ
อย่างนี้ดีไหมครับ ผมขอเวลาขอพัก ๒๐ นาทีนะครับ พวกเราหารือกันเป็นการภายในของเราทุกฝ่ายจะได้ ไม่ต้องมาลงมติ ไม่อย่างนั้นจะลงมติกันยุ่งยากอีก ขอพักสัก ๒๐ นาทีครับ
พักประชุมเวลา ๑๙.๑๗ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๙.๔๗ นาฬิกา
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ตามข้อบังคับที่เราจะดำเนินการต่อไป เมื่อมีการเสนอให้พิจารณาโดยกรรมาธิการเต็มสภา ผมเข้าใจว่าครึ่งชั่วโมงที่ผ่านไปไม่ได้มีข้อยุติใดนะครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นมีผู้รับรองตอนที่ คุณหมอเสนอเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือต้องลงมติ ที่ประชุมต้องอนุมัติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ การพิจารณากรรมาธิการเต็มสภาจะกระทำได้ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีหรือสมาชิก เสนอญัตติโดยมีจำนวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน และที่ประชุมอนุมัติ ก็ต้องแจก บัตรใหม่เพื่อลงมติ แต่ผมเข้าใจว่าส่วนหนึ่งสมาชิก ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก็ไม่เห็นด้วย เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมเสนอญัตติมีผู้รับรอง ถูกต้อง จริงอยู่ว่ามีเพื่อนสมาชิกลุกขึ้นมาแสดงความเห็น แต่ไม่ได้มีเสนอญัตติที่ไม่เห็น เป็นอื่นนะครับท่านประธาน
แต่ว่าต้องที่ประชุมอนุมัติครับ
ถูกต้อง เข้าใจครับท่านประธาน แต่ว่า ถ้าท่านสมาชิกไม่ได้เสนอญัตติเป็นอื่น ญัตติผมก็เพียงแต่ท่านประธานก็ถามที่ประชุม ให้ที่ประชุมอนุมัติเท่านั้นเองครับ ขอบพระคุณครับ
ที่ประชุมต้องอนุมัติก็ต้อง ลงคะแนนนะครับ ต้องลงคะแนนแบบเดิมยอมเสียเวลาหน่อยให้ถูกต้องเสียนะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้ามาเพื่อขออนุมัติครับ เชิญท่านวันมูหะมัดนอร์ครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านครับ กระผม วันมูหะมัดนอร์ มะทา แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติครับ ความจริงผมก็เห็นด้วยกับผู้ที่เสนอว่า ร่างข้อบังคับการประชุมที่กรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณานี้ เพื่อความรวดเร็วอยากจะใช้ กรรมาธิการเต็มสภา แต่ผมมาฟังข้อกังวลของท่านประธานสภาแล้ว ผมก็มีความกังวล เช่นเดียวกันในด้านการปฏิบัติ สมมุติว่าเราจะเอากรรมาธิการเต็มสภา เพราะว่าใน ข้อบังคับนี้เรามีถึง ๑๙๒ ข้อ ผมก็ไม่แน่ใจนะครับว่าแต่ละข้อนั้นจะมีผู้เห็นด้วยทั้งหมด ๑๙๒ ข้อ หรือไม่เห็นด้วยเพียง ๒-๓ ข้อ แต่ถ้าหากผู้ไม่เห็นด้วย ๑๐-๒๐ ข้อ ก็ต้องโหวต ทีละข้อ แล้วเมื่อเราเอารายงานข้อบังคับนี้เข้ามาพิจารณาในสภาแล้ว ถ้ายังไม่เสร็จ เราจะต้องใช้เวลาอาทิตย์ ๒ อาทิตย์ก็แล้วแต่ เรื่องอื่นที่จะเข้ามาพิจารณาก็จะกระทำไม่ได้ เพราะทำให้ร่างข้อบังคับของเรานี้ตกไปทันที ผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่ถ้าแน่ใจว่าจะพิจารณา เพียงคืนนี้ แล้วก็พรุ่งนี้เสร็จก็ไม่มีปัญหาประการใด แต่ถ้าไม่จบ ข้ามไปสัปดาห์หน้า ผมไม่แน่ใจว่ารัฐบาลหรือสภาจะมีเรื่องที่ต้องพิจารณาเร่งด่วนเข้ามาหรือเปล่า ถ้าเข้ามาแล้ว เอาง่าย ๆ ว่ารัฐบาลเสนอต่อประธานสภาว่าจะขอมาแถลงนโยบาย ผมก็คิดว่าถ้าข้อบังคับนี้ ยังค้างอยู่ที่สภา ท่านประธานก็คงจะบรรจุการพิจารณาแถลงนโยบาย ถึงแม้ว่าจะไม่มี การลงมติ แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา ก็ไม่สามารถจะดำเนินการได้เช่นเดียวกัน ผมกลับ จะเห็นด้วยกับข้อหารือของท่านประธานว่า การตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพิจารณาในวาระสอง จะเป็นกรรมาธิการชุดที่เป็นกรรมาธิการชุดเดิมนี้เข้าไปอีกก็ได้ เพราะว่ามาตามสัดส่วนจากทุกพรรคการเมืองอยู่แล้ว แล้วก็ใช้เวลาให้แปรญัตติ ๗ วันนี้ ถ้าใครมีปัญหากี่ข้อก็แล้วแต่ก็ไปถกเถียงในกรรมาธิการนั้นจบ จนเหลือประเด็นที่สงวน แปรญัตติในสภา ก็มองเห็นแล้วว่าต้องใช้เวลาเท่าไร เพราะรู้ว่าสงวนญัตติกี่ข้อ ผมยัง มองเห็นว่า คือเราพูดถึงเรื่องเวลา ผมยังไม่มองถึงประสิทธิภาพเท่าไร เวลาที่เราจะใช้เวลา เต็มสภากับเวลาของการที่ตั้งกรรมาธิการไปพิจารณาและแปรญัตติในกรรมาธิการนั้น ผมมองเห็นว่าน่าจะเร็วกว่า อันนี้อยากจะพิจารณาด้วยความรอบคอบ แต่ถ้าสภาส่วนใหญ่ จะเอาอย่างไรผมก็พร้อมที่จะเอาตามเสียงส่วนใหญ่ แต่ก็อยากจะติงเช่นเดียวกับท่านประธานว่า ถ้าไปแล้วมีปัญหาข้างหน้า เราไม่มีทางที่จะไปได้เลย นอกจากจะต้องเดินหน้าลูกเดียว แล้วเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าก็จะเข้ามาไม่ได้ ผมจึงกราบเรียนด้วยความเคารพต่อท่านประธาน และต่อสมาชิกผู้มีเกียรติว่า ก่อนที่จะอนุมัตินั้นขอให้ได้ใช้ความรอบคอบขึ้นมาอีกสักครั้งหนึ่ง ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ครับ ขอบคุณท่าน วันมูหะมัดนอร์มากครับ คุณหมอเชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ด้วยความขอบคุณท่านประธาน แล้วก็อดีตท่านประธาน ทั้ง ๒ ท่าน เป็นประธานรัฐสภาทั้งคู่ที่ให้ข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำ แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ ข้อห่วงใยของท่านอดีตประธานรัฐสภาเรื่องการแถลงนโยบายนี้ เราไม่ได้ใช้สภาผู้แทนราษฎรนะครับ เราไม่ได้ใช้สภาผู้แทนราษฎรครับ กระทำในที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภา เพราะฉะนั้นประเด็นที่ท่านห่วงใยว่าข้อบังคับเราจะตกด้วยมีวาระอื่น ๆ เข้ามาแทรก ผมดูแล้วในโอกาสอาทิตย์นี้ อาทิตย์หน้า หรืออาทิตย์ต่อไปแทบจะไม่มี วาระประชุมเลยนะครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าวันพฤหัสบดีหน้าขอความกรุณา ท่านประธานอย่าได้งดประชุม เพื่อเราจะได้มีวาระนี้เข้าไปพิจารณา ถ้าใช้ ๓ วัน ส่วนจะ ถวายสัตย์ของ ครม. ก็ถวายสัตย์เข้าทำหน้าที่ไป เว้นอีกภายใน ๑๕ วันแถลงนโยบาย ผมก็ว่าควรเป็นคนละประเด็นกัน ด้วยความเคารพครับ เมื่อผมเสนอญัตติแล้วนี้ เมื่อสักครู่ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ไม่มีผู้ใดเสนอญัตติเป็นอื่น เมื่อไม่เป็นอื่น ท่านประธาน เพียงแต่ถามว่าที่ประชุมเห็นเป็นอื่นหรือไม่ ถ้ามีเป็นอื่นก็ค่อยลงมติครับ ใช้ข้อบังคับของการ เห็นชอบโดยไม่ต้องมีการลงมติ เพียงแต่เห็นชอบไม่มีผู้คัดค้านก็สามารถถือเป็นมติได้
คุณหมอมีผู้ไม่เห็นชอบ
ผมอยากจะให้ท่านประธานดำเนินการครับ
มีผู้ไม่เห็นชอบตอนก่อนที่ จะพัก ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ
ท่านผู้ที่แย้งผมไม่ได้มีการเสนอญัตติ
ท่านเทอดพงษ์ เดี๋ยวครับ ขอให้คุณหมอจบก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมให้เหตุให้ผลพอคิดว่าสภาแห่งนี้จะรับฟังได้ ถ้าจำเป็นลงมติก็ต้องลงมติ เพราะเป็น ข้อวินิจฉัยของสภา ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านเทอดพงษ์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่าจริง ๆ เมื่อสักครู่นี้มีการเสนอในการที่จะ ขอคณะกรรมาธิการเต็มสภา ท่านประธานพอคุยกันเสร็จแล้วก็หยุดพักไป ยังไม่ทันได้จบ ข้อเสนอต่าง ๆ ยังไม่จบ ไม่ใช่ไปอยู่ข้างเดียว พอท่านขึ้นมาถึงเปิดสภาใหม่นั้น มันต้องต่อครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้อยู่ในระหว่างที่ต่อ กำลังอยู่ในระหว่างเจรจากันอยู่ ผมจะขออนุญาตท่านอย่างนี้เลยว่า เรื่องนี้ผมเชื่อว่าจากประสบการณ์ท่านประธาน ท่านคงทราบเลยว่าถ้าปล่อยกันอย่างนี้ยาว ๑๙๐ กว่ามาตรายาวแน่ มันไม่ได้ง่ายอย่างที่ คิด ๆ กันอย่างที่ว่า เพราะทุกคนพอลุกขึ้นมาก็จะพูดกันไปเรื่อย ๆ แล้วก็เดือนหนึ่งคงไม่จบง่าย เพราะฉะนั้นผมขอเสนอญัตติขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ก็เป็น ๒ ความเห็นนะครับ ผมเรียนด้วยความเคารพต่อพวกเรานะครับว่า โดยส่วนตัวนั้นสิ่งที่คิดว่าอุปสรรคมีอยู่ อันเดียวก็คือ ถ้าข้อบังคับใหม่ยังไม่ออกก็คือยังตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาไม่ได้ แต่ว่าพูดถึงการทำงานที่ผ่านมาเราก็ทำงานได้ปกติ ผมเรียนว่าและเราทำงานได้เร็วกว่าที่ใคร คิดด้วย เพราะเราได้ใช้เวลา แล้วก็ข้อเสนอคุณหมอถ้าสัปดาห์หน้าวันพฤหัสบดี อันนี้ถือว่า เป็นข้อเสนอพวกเรานะครับ เพราะเดี๋ยวจะตำหนิว่าผมไปนัดประชุมวันที่ต้องเป็นภาระ เมื่อเป็นข้อเสนอพวกเรา เราคิดไว้พิจารณาว่าสัปดาห์หน้าเราหยุดวันพุธ ถ้าวันพฤหัสบดี ถ้าเป็นความประสงค์พวกเราก็ต้องประชุมต่อ แต่ว่าสำหรับประเด็นนี้ผมก็ลงมาคุยกับพวกเรา แต่ว่าความเห็นกรรมาธิการส่วนหนึ่งก็อยากจะ ๓ วาระ บางท่านก็บอกว่าก็แล้วแต่ที่ประชุม แต่ว่าไม่อยากจะปล่อยอะไรไว้ยืดยาดก็ขึ้นมาประชุมไปเลยว่า เรามีเวลาคืนนี้ก็ประมาณ ๑ ชั่วโมง ตอนนี้ ๒ ทุ่ม ประมาณ ๑ ชั่วโมงคืนนี้ ถ้าเราเอาอย่างไรเราก็พิจารณาไป หรือถ้าเรา อยากให้เสร็จคืนนี้ ๒ ยามไปเลยก็ทำได้ ผม ๒ หนก็ทำได้ อันนี้ก็แล้วแต่ความปรารถนาพวกเรา พวกเรามีความเห็นเพิ่มเติมอะไร เชิญครับ ประเดี๋ยวเมื่อความเห็นต่างกันก็ต้องขอมติ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ก่อนอื่นต้องขออนุญาตท่านประธาน ขออนุญาตเล่าเหตุการณ์ย้อนหลัง ไปเล็กน้อย เมื่อวานผมได้มีการประชุมวิป (Whip) รัฐบาล โดยข้อสรุปก็คือเราก็เห็นด้วย ในการที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญโดยจะใช้รายชื่อคณะกรรมาธิการชุดเดิม ในการที่จะ พิจารณา มีการกำหนดหัวข้อว่าแปรญัตติ ๗ วัน ๒๐ วัน ให้คณะกรรมาธิการไปพิจารณาให้ แล้วเสร็จ เมื่อเช้าผมก็ได้รับการติดต่อจากบรรดาเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะคุณหมอก็ส่งให้ ท่านขจิตร แล้วก็ท่านไพจิต แล้วผมเองก็มีโอกาสได้เชิญท่านชินวรณ์ เราก็คุยกันครับ ในขณะที่ผมก็ไม่เคยเห็นเหตุการณ์ ในลักษณะอย่างนี้มาก่อน เขาถามว่าทางฝ่ายรัฐบาลจะอภิปรายกี่ท่าน ซึ่งผมก็บอกว่า คงหลายท่าน แต่ทางท่านไพจิตกับท่านขจิตรก็บอกว่าในส่วนทางของพรรคเพื่อไทยและพรรค อนาคตใหม่นั้นรวมกันไม่เกิน ๑๐ ท่าน ซึ่งผมก็มีความรู้สึกว่ามันจะเป็นไปได้หรือ ที่จะอภิปรายแค่ ๑๐ ท่าน แต่มองดูก็เกินบ้างก็เล็กน้อยครับท่านประธาน วันนี้ผมเอง ก็พยายามที่จะเดินไปพบปะแล้วก็พูดคุยว่า ในส่วนของเพื่อนสมาชิกอีกซีกหนึ่งนั้นเขาจะมี ความเห็นอย่างไร คำตอบก็พยายามจะให้ข้อบังคับนี้เสร็จโดยเร็วที่สุด ผมเองก็ถามอีกว่า แล้วถ้าเผื่อมันติดอยู่ละติดตรงไหน ติดแต่ละมาตรา ก็มีหลายท่านเสนอมาว่าถ้าติดมาตราไหน เราเว้นก่อนได้หรือไม่ เช่นถ้าอภิปรายข้อ ๘ ติด เราก็เลยไปข้อ ๙ แล้วข้อ ๘ เราก็มาคุยกัน หาข้อยุติ ถ้าได้ข้อยุติแล้วเราก็มาเสนอในสภา วันนี้ก็ต้องเรียนท่านประธานว่าในเบื้องต้นเราก็ ตกลงกันในลักษณะอย่างนี้ หลายท่านก็บอกว่าถ้าเผื่อจะเสนอวาระเต็มสภา ผมก็ไม่ได้ ขัดข้องครับ ก็อยากให้ข้อบังคับนี้ออกมาโดยเร็ว เพื่อที่จะได้มีคณะกรรมาธิการในการที่จะมา ดูแลและตรวจสอบ แต่ในขณะเดียวกันท่านประธานครับ ผมก็เคารพท่านประธาน ท่านประธานก็ติงออกมาว่าอาจจะไม่ค่อยจะเรียบร้อย กลัวว่างานจะไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่ผมเองก็อยู่ตรงนี้ก็คงจะต้องเรียนท่านประธานว่าก็คงจะอยู่ที่เจ้าหน้าที่ จากนี้ไปมันก็ เหลือเวลาอีกไม่นานครับท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตท่านประธานว่าวันพรุ่งนี้กว่าที่ เราจะเข้ามาประชุมกันอีกรอบหนึ่ง ก็จะมีอีกช่วงหนึ่งที่เราจะต้องปรึกษา แล้วก็คุยกัน อีกรอบหนึ่ง ผมจะขอต่อวันพรุ่งนี้ได้หรือไม่ครับท่านประธานครับ เพื่อผมจะได้มีโอกาสที่จะ ได้คุยกับบรรดาท่านสมาชิกทุก ๆ ด้าน เพื่อที่เราจะได้ให้มันครบทุกด้าน แล้วก็ไม่ให้เป็น ความลำบากใจท่านประธาน ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธาน
ขอบคุณครับ ท่านขจิตร เชิญนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมขอใช้เวลานี้ กราบขอบคุณ ๗ พรรคร่วมฝ่ายค้านที่ได้รักษาข้อตกลงเป็นอย่างดี ผมอาสาไปเพื่อคุยกับวิป (Whip) รัฐบาล โดยท่านวิรัชเป็นประธาน ท่านวีระกร เสร็จแล้วก็เชิญท่านประธานกรรมาธิการ แล้วก็เชิญท่านชินวรณ์ แล้วก็อีกหลายท่าน ผมเห็นท่านชินวรณ์มาผมก็ดีใจว่าเป็นตัวแทน อธิบายให้ท่านประธานชวนฟังได้ ผมก็เสนอไปว่าเหตุผลที่ผมอธิบายว่าสมควรจัดตั้ง กรรมาธิการเต็มสภา เพราะว่าเราคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน เวลาเราจะตั้ง กรรมาธิการ ข้อบังคับนี้มีสิ่งใหม่ก็คือ ๑. คนที่เป็นประธานจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ เวลาเลือกตั้ง มีคนถามเหมือนกันแต่ไม่มีใครตอบ ผมจะตอบตอนนี้ ที่เราให้ประธานสภา ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติแสดงวิสัยทัศน์ เพราะว่าเราทำอะไรก็ตามอยู่ภายใต้สายตา ของประชาชน สายตาของมหาชนที่เขาเป็นเจ้าของประเทศ คนที่จะมานำพาสภาแห่งนี้ไป จะต้องมาแสดงวิสัยทัศน์ว่าจะนำพาสภาแห่งนี้ไปอย่างไร จะเคารพเสียงของสมาชิก แค่ไหน ท่านที่จะเป็นประธานต้องแสดงวิสัยทัศน์ มีความจำเป็น นี่คือข้อเหตุผลที่ ผมจะอธิบาย
อันที่ ๒ ข้อบังคับนี้ ไม่ได้มีอะไรแตกต่างเกินกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ จะมีก็เพียง ไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่มันแตกต่างจากเดิม ถ้าเราบอกว่าอันเดิมไม่รอบคอบหรือ ก็ไม่ใช่ มันผ่านกระบวนการมาทั้งหมด สิ่งที่ดีงามที่เกิดขึ้น มันเพิ่งจะเกิดขึ้นเฉพาะสภาชุดนี้หรือ ชุดอื่นเขาไตร่ตรองมาแล้ว ผมเพียงแต่เพิ่มไป สิ่งที่เพิ่มใหม่ ๆ มีเฉพาะ ๑. ให้มีการแต่งตั้งวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ซึ่งในข้อบังคับเขียนไว้ ไม่เกิน ๑๕ ท่าน ต่อไปก็คือว่าเรามีกระทู้ ๓ เรื่อง ข้อที่ ๑ กระทู้สด ก็เอาตามเดิม ข้อที่ ๒ กระทู้ทั่วไป ก็เอาตามเดิม มีกระทู้ที่เราเห็น เราไป ดูงาน ไปศึกษาต่างประเทศ เราไปเห็นกระทู้เขาอยู่ในห้องเล็ก ๆ มีประชาชนเข้ามาฟัง มีรัฐมนตรีมาแถลง มีเจ้าของญัตติมานำเสนอ มีประธานดำเนินการ เราก็เห็นว่าน่าจะเป็น ประโยชน์สำหรับประชาชนประเทศนี้ ควรจะได้รับการเปลี่ยนแปลง กระทู้นี่ท่านไพจิต ได้พูดแล้วว่ามันค้างอยู่ในสภา หลายท่านก็ทราบ ท่านประธานก็ทราบ ผมก็ทราบปัญหา ประชาชนทีละร้อย ๆ เรื่อง แล้วเรามาคุยกันในสภาทีละ ๓ เรื่องต่อสัปดาห์ มันสมควรจะ ได้รับการเปลี่ยนแปลง รูปแบบการตั้งกระทู้ในห้องเฉพาะ ก็คือหลังจากประชุมสภามี องค์ประชุมของกระทู้แล้ว ท่านประธานจะอนุมัติให้รองประธานเข้าไปในห้องกระทู้ ห้องกระทู้เล็กจะมีสภาพเป็นห้อง เสร็จแล้วจะมีประธาน รองประธานไปทำหน้าที่ เสร็จแล้ว จะมีประชาชนเจ้าของประเด็นมานั่งอยู่ส่วนหนึ่ง ก็เหมือนสภาที่เราประชุมมีประชาชนเข้ามาได้ แล้วก็มีการถ่ายทอด การถ่ายทอดนั้นอาจจะไม่ใช่ทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ อาจจะเป็นช่องทางสื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มันพัฒนาไปในประเทศนี้ นี่คือสิ่งที่เราอยากจะ เห็น ไม่มีอะไรเลยที่น่าวิตก ข้อบังคับนี้ใช้กันมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ใช้มา มันก็ดีมาตลอด เสร็จแล้วด้วยความเคารพของสมาชิกแต่ละท่าน ทุกคนพร้อม ผมไม่เคยเห็นครับ ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน เห็นด้วยกัน เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ ไม่มีอะไรน่าวิตกเลยในฐานะที่ ผมเป็นกรรมาธิการเขียนกฎหมาย ไปไล่ชื่อดูในสภานี้ผมเขียนมากที่สุด ถ้าไม่เชื่อไปเช็ก (Check) สถิติดู มากที่สุดกว่าทุกคนที่อยู่ในสภานี้ เพราะฉะนั้นผมจึงถือว่าผมมีประสบการณ์ ผมมีเหตุผลเพียงพอ ไม่น่าวิตกอะไรเลย ข้อบังคับนี้สามารถดำเนินการได้ เพราะฉะนั้นผมจึง กราบเรียนท่านประธานว่าการคุยกันของวิป (Whip) รัฐบาลกับการคุยกันของวิป (Whip) ฝ่ายค้าน น่าจะมีความหมาย เมื่อสักครู่ท่านประธานก็บอกว่าท่านเป็นฝ่ายค้านอยู่คนเดียว เสร็จแล้วก็มีพรรคของท่านเห็นใจท่านก็เลยรีบพูดขึ้นมา สุดท้ายเลยเถิดมาถึงต้องเสนอ กรรมาธิการวิสามัญ ก็ไม่ว่ากันครับ ก็ดำเนินการโหวต โหวตตามนั้นล่ะครับ ให้รู้ไป ว่าสภานี้ไม่ได้อยู่ด้วยผู้แทนส่วนใหญ่ ให้รู้ไปว่าสภานี้จะอยู่โดยท่านประธานเริ่มต้น แล้วมี พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุน แล้วจะดึงสภาไปทั้งหมด เชิญ ขอบคุณครับ
ไม่ได้มีประเด็นนั้นเลยนะครับ เราคุยกันดี ๆ ครับ ท่านขจิตรมีอารมณ์อยู่คนเดียวครับ ความจริงก็มีข้อคิดดี ๆ ทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านวันมูหะมัดนอร์อดีตประธานท่านก็ให้ข้อคิดที่ดีครับ ท่านเทอดพงษ์ หลายคนก็ให้ข้อคิด ที่ดี แต่ว่าผมไม่ใช่ตัวปัญหาครับ ผมเพียงแต่บอกพวกเราว่าเวลาทำงาน ผมไม่ได้คิดจะทำ อะไรลวก ๆ ให้พ้นไป จบเร็ว ๆ ผมคิดว่าคุณภาพความเร็วก็ต้องไปด้วยกันเวลาทำ แล้วโดย ส่วนตัวข้อบังคับหรือระเบียบเกือบ ๒๐๐ มาตรา ปกติเราไม่ใช้วิธีเต็มสภา เราจะไม่ใช้วิธีนั้น กฎหมายที่เต็มสภามักจะเป็นกฎหมายด่วน ๕ มาตรา ๖ มาตรา อันนี้โดยทั่วไป ถึงได้เสนอ ความเห็น ไม่ใช่เพราะผมไปขัดแย้งอะไรกับท่านนะครับ ผมก็อยากเห็นข้อบังคับที่ออกมาเร็ว และเป็นข้อบังคับที่ได้มีการตรวจตราอย่างดี ข้อบังคับนี้ต่างไปจากเดิมพอสมควรด้วยเหตุผล ที่ท่านประธานวิเชียรได้พูด ก็คือให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วก็มีประเด็นใหม่ ๆ เกิดขึ้น ซึ่งก็หวังว่าจะดีนะครับในโอกาสข้างหน้า ยังไม่แน่ใจว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่ว่าให้ ท่านได้มีความเห็น ท่านพิเชษฐ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ วันนี้พี่น้องประชาชนดูการถ่ายทอดสดอยู่ เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้น ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลพร้อมแล้วที่จะเป็นองค์คณะที่จะพิจารณาข้อบังคับของ สภาผู้แทนราษฎร ทุกคนต้องมีส่วนร่วมรู้เห็นร่วมกัน ถูกต้องแล้วครับท่านประธาน เหลือท่านประธานท่านเดียวที่ท่านคิดว่าจะไม่รอบคอบ วันนี้สภาต้องหารือตั้ง ๘๐ คน ๕๐ คน เพราะอะไรครับ ผู้แทนไม่มีโอกาสได้ทำงาน ข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎรไม่เสร็จ ถ้าเสร็จ เราจะได้ไปทำงาน กรรมาธิการจะได้แต่งตั้ง จะได้เริ่มทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ท่านรอ อะไรครับ ท่านรออะไรครับ
รอให้พูดจบครับ
ผมไม่เล่นด้วยนะครับ ผมไม่เล่น กับท่านประธาน มันใกล้จะถึงปีงบประมาณแล้ว เงินที่เหลือนี่นะครับต้องเป็นประโยชน์กับ ประชาชน เงินที่เกี่ยวกับรัฐสภานี้ เกี่ยวกับสภาผู้แทนราษฎรจำเป็นต้องใช้เพื่อประชาชน ไม่ใช่ใช้เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คนใดคนหนึ่ง ต้องเป็นประโยชน์กับประชาชน ท่านต้องรีบ ตั้งกรรมาธิการ อันดับแรกข้อบังคับสภาต้องเสร็จ ต้องเสร็จให้เร็วที่สุดครับท่านประธาน มันทันกันครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
รอครับ ประเด็นที่ ท่านพิเชษฐ์พูดก็ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยนะครับ เพราะว่าเราก็ทำงานเราได้ เพียงแต่ กรรมาธิการซึ่งก็คือพวกท่านยังไม่สามารถเป็นกรรมาธิการได้ถ้าข้อบังคับนี้ยังไม่ออกมา ประเด็นนี้ แต่ว่าที่ผ่านมาเราใช้ข้อบังคับอนุโลมมาเราก็ทำงานมาได้ตลอดเป็นครั้งที่ ๑๐ ครั้งที่ ๑๑ ครับ ไม่ได้มีปัญหา แต่ว่าขณะเดียวกันต้องเรียนว่าพูดไปเดี๋ยวจะกลายเป็นว่า ไปขัดขวางผลประโยชน์นะครับ ผมเรียนว่าส่วนตัว อย่างที่ท่านวันมูหะมัดนอร์ได้พูดนะครับ ด้วยความเคารพ ท่านก็เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง อย่างที่ท่านได้พูดก็คือเราทำอะไรเราก็ต้องคิดถึง ความรอบคอบ ผมเข้าใจดีว่าหลายท่านผ่านประสบการณ์ เก่งมาแล้วนะครับ แต่ผมคิดว่า ข้อบังคับหรือกฎหมายทุกฉบับเรามักจะใช้เวลาไตร่ตรอง แล้วเราก็เปิดโอกาสให้สมาชิกได้ แปรญัตติ เพราะว่ามันจะเป็นโอกาสที่เขาเสนอ ที่เสนอความเห็นมาตั้งค่อนวัน วันนี้ก็มีโอกาส ที่จะใส่เข้าไปในคำแปรญัตติได้ แล้วกรรมาธิการก็มีโอกาสจะชี้แจง อันนี้คือเหตุผลนะครับ ผมไม่ใช่เป็นปัญหาที่จะทำให้ข้อบังคับมันช้าไป ไม่ใช่ครับ ตรงกันข้ามอยากให้มันออกมาเร็ว พร้อมกับคุณภาพของงานที่ทำครับ ท่านชินวรณ์ เชิญครับ
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด นครศรีธรรมราช กระผมต้องขออนุญาตรบกวนเวลาท่านประธานและสภาแห่งนี้นะครับ เนื่องจากว่าผมเป็นประธานวิป (Whip) ของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกได้มีการ เอ่ยชื่อถึงด้วยนะครับ เกรงว่าถ้าหากไม่ชี้แจงให้เข้าใจก็อาจจะเกิดความเสียหาย
ประเด็นแรกที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่า ทุกฝ่ายนะครับ โดยเฉพาะฝ่ายของ พรรคร่วมรัฐบาล ตอนที่เราประชุมกันครั้งแรกของวิป (Whip) รัฐบาลก็มีความคิดเห็น ตรงกันเลยครับว่า เราต้องการที่จะให้ร่างข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรสำเร็จเรียบร้อย สมบูรณ์โดยเร็วที่สุด เพราะด้วยเหตุผล ๒ ประการ
ประการแรกก็คือว่า เนื่องจากกฎหมายรัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงไป เราก็เห็น ว่าจะต้องมีการแก้ไขข้อบังคับให้สอดรับกันเพื่อให้การทำงานของสภาเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า เราคิดว่าในระบอบประชาธิปไตยนั้นการตรวจสอบ ถ่วงดุลเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหากว่าข้อบังคับผ่านเป็นที่เรียบร้อยเราก็จะได้ตั้งคณะกรรมาธิการ สามัญเพื่อที่จะได้มาดำเนินการในการทำหน้าที่ในสภาอย่างเต็มที่ นี่คือเจตนารมณ์ที่ผมคิดว่า ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน ทีนี้กระบวนการที่ประชุม และผมก็เป็นส่วนหนึ่งนั้น เราเห็นว่า กระบวนการที่จะให้เร็วก็คือกระบวนการที่เป็นไปตามปกติ เป็นไปตามปกติก็คือเป็นไปตาม ข้อบังคับ ที่ได้กำหนดไว้ว่าการพิจารณายกร่างข้อบังคับเมื่อคณะกรรมาธิการยกร่างพิจารณา เสร็จแล้ว ให้ดำเนินการตามขั้นตอนการพิจารณาพระราชบัญญัติโดยอนุโลม นั่นก็คือว่า มีชั้นรับหลักการ ซึ่งเราก็ทำวันนี้ แล้วก็รับหลักการไปแล้ว
ปกติประการที่ ๒ ก็คือว่าต้องตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อจะได้ไปศึกษา เอาข้อคิดเห็นของเพื่อนที่ได้อภิปรายในสภาในชั้นรับหลักการนี้ครับ ไปพิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็เปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกทั้งสภานี้ได้มีโอกาสในการแปรญัตติ ซึ่งคิดว่าจะเกิด ความรอบคอบและมีความสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ที่กรรมาธิการยกร่างได้ยกร่างมาก็จะ เป็นไปตามข้อบังคับเดิม แต่มีหลายประเด็นครับที่เป็นเรื่องที่ถ้าใช้สภาใหญ่หรือกรรมาธิการ ร่วมพิจารณา อาจจำเป็นต้องใช้เวลา บางทีมุมมองของท่านอาจคิดว่าเป็นเรื่องใหม่ แต่มีบางท่านก็อาจจะไม่เห็นด้วย เช่นเรื่องการแสดงวิสัยทัศน์ เหล่านี้เป็นต้น เพราะบางท่าน บอกว่าในระบอบการปกครองแบบเสรีนิยมประชาธิปไตยโดยระบบรัฐสภา คนที่จะเป็น ประธานสภาก็คือคนที่รวบรวมได้เสียงข้างมากและเป็นประมุขของทุกฝ่าย ไม่จำเป็นต้อง แสดงวิสัยทัศน์ เพราะไม่ได้เข้ามาในเรื่องของการแข่งขันโดยทั่วไป เหล่านี้เป็นต้น หรือแม้แต่ การตั้งกรรมการที่ซ้ำซ้อน เช่น ตั้งกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพวกเรา เห็นด้วยให้มีคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่เราก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้มี คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร เพราะเราถือว่านั่นเป็นอำนาจหน้าที่ของ ประธานสภาอยู่แล้วที่จะเชิญประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ประธานวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาล หรือตัวแทนของทุกฝ่ายหรือตั้งคณะทำงานใด ๆ ก็เป็นอำนาจของประธานสภาอยู่แล้ว ไม่ควรที่จะไปออกข้อบังคับมาตั้งคณะกรรมการให้ซ้ำซ้อน และมีสิทธิประโยชน์ด้วย ไปเขียน ไว้เช่นนี้ ผมคิดว่าก็จะทำให้สภาถูกมองด้วยสายตาที่คิดว่าเราตั้งคณะกรรมการซ้ำซ้อน แล้วก็ ไปหาผลประโยชน์จากเบี้ยประชุม เหล่านี้เป็นต้นนะครับ หรือแม้แต่กรรมาธิการสามัญที่มี เพื่อนสมาชิกบอกว่ามันซ้ำซ้อนกรรมาธิการการเกษตร กรรมาธิการราคาพืชผลอะไรเหล่านี้ เป็นต้นนะครับ ก็สามารถที่จะทำให้มีประสิทธิภาพ และมีอีกจุดหนึ่งที่สำคัญ ถ้าพูดในสภานี้ จะยาว ก็คือการที่เราจะต้องปรับปรุงการทำงานของคณะกรรมาธิการ ของเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าเรื่องกระทู้ หรือเรื่องการอภิปรายในสภา ทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและ เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาและต้องมีความรอบคอบ และสมควรที่จะได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่อย่างไรก็ตามครับ ถ้าเพื่อนสมาชิก ต้องการให้เรื่องนี้รวดเร็ว ก็ยิ่งรวดเร็วกว่าที่เราจะมาตั้งกรรมาธิการร่วม นั่นก็คือว่า เราสามารถที่จะกำหนดได้เลยว่าให้แปรญัตติภายใน ๕ วัน ให้เสร็จภายใน ๑๐ วัน ก็เสนอกลับมาได้ทันที ก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ แต่ในขณะเดียวกันผมได้กราบเรียนเหตุผล ว่าการที่เราจะตั้งกรรมาธิการร่วมในสภา วันนี้ผมขอขอบคุณที่ทุกฝ่ายลุกขึ้นยืนและบอกว่า เราพร้อมใจกันที่ทำงานสภา เพราะข้อบังคับของสภาไม่มีฝ่ายค้านและไม่มีฝ่ายรัฐบาล ท่านประธานก็ไม่ได้เป็นฝ่ายค้านคนเดียวนะครับ ท่านประธานถูกต้องแล้วที่ได้ให้สติและบอกว่าต้องทำให้รอบคอบ ผมขอชื่นชมที่ ท่านประธานได้ยืนหลักตรงนี้ และแน่นอนที่สุดถึงแม้ผมจะไปเป็นส่วนร่วมของการประชุม ของวิป (Whip) รัฐบาล ผมก็ต้องยึดหลักความถูกต้องและยึดหลักผลประโยชน์ของสภา ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับว่า ประธานสภาก็ไม่สามารถที่จะรับฟังความคิดเห็นของผม หรือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ ท่านก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น ประการสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือว่า โดยหลักปกติแล้วการตั้งกรรมาธิการร่วมเต็มสภานั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีร้องขอครับ และถ้าหากว่าสภาเสนอเองก็ต้องมีผู้รับรอง ไม่น้อยกว่า ๒๐ คน และสภาต้องลงมติอนุมัติซึ่งก็เป็นเรื่องสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า จะต้องเป็นกรณีที่เป็นพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น กฎหมายเวนคืนที่เราเคยกระทำกันอาจจะ พิจารณาโดยคณะกรรมาธิการเต็มสภา แต่วันนี้เราพิจารณาข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ที่เราจะดำเนินการในการที่จะใช้ต่อไปในอนาคตอีกยาวนานครับ เราใช้เวลาอีก ๗ วัน แปรญัตติ ๑๐ วันเสนอกลับเข้ามา ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าชอบด้วยเหตุผลแล้วก็พวกผม แม้แต่ว่าตอนเที่ยงนี้ที่ท่านขจิตรได้อ้างถึง ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ว่ามีการเชิญตัวแทน ของแต่ละฝ่ายไปคุย ไปคุยกันจริงครับ แต่ผมเป็นคนยืนยันว่าขอให้รอบคอบ เห็นด้วยกับการ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาและให้เพื่อน สมาชิกในสภาแห่งนี้ได้เข้าใจว่า เราทุกฝ่ายต้องการที่จะให้ข้อบังคับออกมาโดยเร็วและให้ พวกเราได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและอยู่ภายใต้ความรอบคอบ สมบูรณ์ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านณัฐวุฒิครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ข้อบังคับการประชุมที่คณะกรรมาธิการไปยกร่างขึ้นมาฉบับนี้นะครับ มีหลายประเด็นครับ ที่ผมอ่านแล้วเขียนไว้โน้ต (Note) ไว้ แล้วถามว่าณัฐวุฒิทำไม ไม่อภิปรายระหว่างการเสนอข้อบังคับฉบับนี้ ผมเข้าใจว่าจะมีการตั้งกรรมาธิการ เพราะไม่เคยเห็น การตั้งกรรมาธิการเต็มสภาจำนวนข้อบังคับถึง ๑๙๒ ข้อ ผมโน้ต (Note) ไว้หลายเรื่องครับ เรื่องเล็กบ้าง เรื่องใช้คำที่ฟุ่มเฟือยบ้าง เรื่องใหม่ที่เสนอคณะกรรมการ ประสานงานร่วมในหมวด ๓ นี่ก็เป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องการตั้งกระทู้แยกเฉพาะ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถึงแม้เป็นเรื่องที่ดีแต่มีหลายประเด็นที่จะต้องพูดคุยกันครับ เรื่องการ ลงคะแนน เมื่อลงคะแนนผิดแล้วสามารถจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขการลงคะแนนได้หรือไม่ นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องอำนาจของท่านประธานได้พิจารณาเราถือว่าเป็นเด็ดขาด ให้ถอนคำพูด ให้กระทำสิ่งต่าง ๆ แต่เมื่อสมาชิกไม่ดำเนินการตามที่ประธานสั่งควรจะมีบทลงโทษอะไร ด้วยหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ครับ ผมโน้ต (Note) เอาไว้แต่ผมไม่พยายามรบกวนเวลาของสภา อยากจะไปแปรญัตติในขั้นกรรมาธิการ และผมถือว่ามันจะจบเร็วมาก ด้วยความเคารพ ท่านกรรมาธิการโดยเฉพาะนั่งอยู่ท่านหนึ่งเป็นผู้อาวุโสอย่างสูงยิ่งพร้อมที่จะทำหน้าที่ กรรมาธิการต่อไป ท่านอดีตรัฐมนตรีประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แล้วผมเชื่อในความปรารถนาดีของ ท่านคุณหมอชลน่านและทุก ๆ ท่านนะครับ – เสียเวลาไม่นานครับ แต่รอบคอบ ฟังเถอะครับ ประธานสภาถึง ๓ ท่าน ท่านประธาน ปัจจุบัน ท่านอดีตประธานวันมูหะมัดนอร์ ท่านอดีตประธานเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เชื่อเถอะครับ ว่าเวลาพิจารณากันจริง ๆ แล้วประเด็นมันจะแตกออกไป แตกออกไป จนหาข้อยุติไม่ได้ แล้วก็จะเสียเวลาแล้วก็ไม่รอบคอบ ภาษาที่ใช้ก็จะไม่รัดกุม สิ่งเหล่านี้เสียเวลาไม่นานครับ เรายอมเสียเวลา ๑ สัปดาห์ หรือ ๒ สัปดาห์ เราได้ตั้งกรรมาธิการสามัญแน่ครับ แล้วก็จะ รอบคอบด้วย มีประเด็นในกรรมาธิการหลายคณะที่เพิ่มขึ้นใหม่ก็จะต้องอภิปรายกันครับ ได้กรุณาเถอะครับ ตั้งกรรมาธิการเถอะครับ แล้วจะเป็นประโยชน์สำหรับพวกเรา สำหรับพี่น้อง ประชาชน และสำหรับสภาแห่งนี้ครับ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ
ขอบคุณท่านณัฐวุฒิครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงเพื่อนสมาชิกได้กล่าวถึงชื่อผม ผมขออนุญาตที่จะใช้สิทธิตรงนี้ ฟังดูเสมือนว่าผมเองเสนอทำให้สภาวุ่นวาย ไม่เชื่อฟัง ผู้หลักผู้ใหญ่ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องเรียนนี่มันเป็นสิ่งที่ผมและคณะ ได้พูดคุยได้ตกลงกันมาเพื่อจะนำมาเป็นมติของสภา มันเป็นกระบวนการครับ เราไม่ได้ แตกแยก สภามีมติอย่างไรเราก็เห็นไปตามนั้น แต่สิ่งที่ผมเสียใจนะครับท่านประธาน อันที่ ๑ การทำหน้าที่ของท่านประธานเองเสมือนไม่ใช่ประธาน ท่านประธานทำหน้าที่เหมือนเป็น สมาชิกท่านหนึ่งที่ให้ความเห็น อันนั้นผมไม่ว่าครับ เราเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ที่เห็น ประสบการณ์อยู่ แต่การให้ความเห็นของท่านนั้นทำให้สภาขาดความเป็นอิสระในการ ตัดสินใจ ท่านประธานครับ คำรับสารภาพท่านประธานบอกว่าผมเป็นฝ่ายค้าน ถ้าลบได้ ต้องลบนะครับ ไม่อย่างนั้นมันจะบันทึกไว้ในสภา เพราะท่านเองบอกผมจะเป็นกลางตลอด ในการทำหน้าที่ ไม่โน้มน้าว ไม่ชักจูง แต่สิ่งที่ท่านเองปรารถนาดีกับพวกเรา ผมเข้าใจครับ ผมนับถือท่านมาก เป็นแบบอย่างในการทำงาน แต่เวลาท่านเป็นห่วงเป็นใยสภา จนกระทั่ง เหมือนผู้ใหญ่เป็นห่วงเด็กนี่ มันทำให้เด็กไม่มีความสามารถในการจะตัดสินใจ ผมด้วย ความเคารพท่านประธานครับ ท่านผู้ใหญ่หลายท่านที่ให้ความเมตตาผมนี่ผมเคารพ แต่กระบวนการในสภาต้องเป็นไปตามกระบวนการครับ ท่านประธานเองก็บอกว่าในสภานี้ อยากให้รอบคอบ ไม่อยากให้เกิดสิ่งที่เป็นภาพที่ไม่ดีเกิดขึ้น ท่านประธานทราบไหมครับ ว่าสิ่งที่ท่านประธานทำมา ๒-๓ ครั้งในการลงมติ ผมเองพยายามที่จะให้ความเห็นท่าน ผมยกตัวอย่างก็ได้ครับ เรื่องตั้งกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับนี่ละครับก็ไม่ได้ทำตามข้อบังคับ ของสภาที่เราใช้โดยอนุโลม ถ้าจะว่าไปผิดทั้งหมดนะครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมเองเพียงแต่สู้ในฐานะที่เรามีความเห็นอย่างนี้ ในสภามีความเห็นต่างเป็นความสวยงามครับ ถ้าท่านเห็นอย่างนั้น ถ้าท่านสามารถรวมเสียงมากกว่าโหวตชนะ ท่านก็ชนะไป ก็ตั้งกรรมาธิการวิสามัญไป ทุกอย่างก็เข้าตามครรลองของระบบไป แต่สิ่งที่ผมเสนอนี่ เสนอด้วยความปรารถนาดี ถ้าไม่ใช่ข้อบังคับของสภาผมจะไม่เสนอเป็นอันขาด เพราะอะไรครับ ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะความเห็นต่างของสมาชิกมันยิ่งใหญ่ครับ เราต้องเคารพ อันนี้ คือข้อบังคับของพวกเราทุกคนที่ร่วมมือกันได้ ช่วยกันได้ แต่ผมเองกลับได้รับการอภิปราย หรือพูดถึงในมุมที่ค่อนข้างดูแล้วเสมือนผมไม่ได้ทำหน้าที่สมาชิกที่สมบูรณ์ ความปรารถนาดี ตรงนั้นถ้าเรามาช่วยกัน ติดข้อไหนคุยกันผมว่าเร็วครับ ยกเว้นว่ามีเจตนาที่จะถ่วง ที่จะไม่ให้ ข้อบังคับนี่มันออก อันนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งภาพบรรยากาศอย่างนี้ เราเจอมาเยอะครับ ในการทำงานในสภาแห่งนี้ เป็นกฎหมาย สำคัญ เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย เราก็ว่ากันไป สู้กันไปตามนั้น แต่อันนี้คือ ข้อบังคับของพวกเรา ผมเลยมีความมั่นใจว่าพวกเราจะช่วยกันทำงาน แต่ถ้าท่าน แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย พวกผมก็พร้อมสู้ครับ โหวตลงมติเลยครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ เรียนคุณหมอนะครับ พวกเราก็เท่าเทียมกัน จะอาวุโสมากน้อย เราก็เป็นสมาชิกเท่าเทียมกัน ผมไม่ได้คิดว่าผมเป็นผู้ใหญ่กว่าแล้วบังอาจไปสอน หรือไปแนะนำอะไร แต่ว่าบางเรื่อง ที่ให้ความเห็นนั้น คิดว่าเป็นปรารถนาดีที่เราควรจะบอกกล่าวกัน การลงมติที่คุณหมอ พูดถึงครั้งก่อนนั้น บังเอิญเลขาธิการสภาให้ผมอ่านชื่อ ผมบอกพรรคพวกแล้วว่า ตอนตั้งกรรมาธิการควรจะให้สมาชิกเสนอชื่อ แต่วันนั้นท่านเลขาธิการบอกว่าแต่ละพรรค ตกลงเรียบร้อยแล้วครับ ท่านอ่านชื่อได้เลย ผมก็อ่านเลย ไม่ได้บอกให้เราเสนอชื่อซึ่งก็ถือว่า ไม่ถูก ควรจะให้พวกเราเสนอชื่อ อันนี้เรื่องหนึ่งนะครับ ได้ทำความเข้าใจกับพวกเราไปแล้วครับ ส่วนเรื่องวันนี้ที่ให้ความเห็นนั้น ด้วยความปรารถนาดีครับ ผมคิดว่ากฎหมายหรือ ระเบียบ ๑๙๒ ข้อ ไม่ใช่ ๑๒๙ นะครับ ท่านณัฐวุฒิ ๑๙๒ ข้อ โดยทั่วไปแล้วเราจะผ่าน กรรมาธิการ เพราะว่าเราไล่ทีละมาตรา ทีละข้อ เรียนจริง ๆ ก็คือว่าก็ต้องทำตามเวลาด้วย ฉะนั้นถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแปรญัตติเดี๋ยวจะถูกหาว่าถ่วง อย่างที่เริ่มเข้าใจแล้ว ถ้าใครไป แปรญัตติขึ้นมาแล้วก็พูด เดี๋ยวก็ถูกหาว่าถ่วง เพราะฉะนั้นดีที่สุดก็คือก็พิจารณาในชั้น กรรมาธิการ อันนี้คือข้อเสนอที่ปรารถนาดีจริง ๆ ไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น เพราะว่าพยายาม ทำอะไรก็ตามที่ให้สภานี้ดีที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ ผมตั้งใจไว้เด็ดเดี่ยวว่าจะทำให้ ฝ่ายนิติบัญญัติของเราในครั้งนี้ให้เป็นที่ยอมรับ และผมขอบคุณพวกเราทุกคนที่ผ่านมา ความตรงต่อเวลาโดยไม่ต้องเตือน ไม่แย่งกันพูด ภาพลบ ๆ ในอดีตก็เริ่มหายไป ๆ แล้วอันนี้ ก็ส่วนหนึ่งของการคุมประชุม แต่นอกเหนือจากนั้นก็เรียนพวกเราว่า บทงานในสภาเอง ก็ต้องไปปรับ ไปทำโครงสร้างใหม่ แม้กระทั่งการใช้เงินงบประมาณทุกเรื่องก็ทำ อันนี้ ด้วยความปรารถนาดีต่อสภาของเรา แต่วันนี้ไม่ใช่ความขัดแย้ง เป็นเรื่องวิธีการว่าฝ่ายหนึ่ง เห็นว่าควรจะใช้ที่ประชุมนี้ทั้งหมด อีกฝ่ายหนึ่งก็เห็นว่าควรจะตั้งกรรมาธิการ อันนี้ไม่ใช่ เป็นข้อขัดแย้งในเรื่องของข้อบังคับอะไรเลยครับ ก็อย่าไปเข้าใจผิดว่าฝ่ายหนึ่งจะถ่วง หรืออะไรทั้งสิ้นนะครับ อันนี้ก็เรียนพวกเราเพื่อได้รับทราบความปรารถนาดีอันนี้ ผมขออภัย ที่ผมใช้คำว่า บังเอิญรัฐบาลและฝ่ายค้านที่เห็นตรงกันว่ากรรมาธิการเต็มสภา ผมก็เลยบอกว่า ผมไปเห็นคนละอย่างเป็นฝ่ายค้านอยู่คนเดียว ไม่ใช่เป็นฝ่ายค้านของท่านนะครับ เป็นฝ่ายค้านของ รัฐบาลด้วย ที่เขาเสนอมา อันนี้ไม่ใช่ผมประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านต่อผู้ใด แต่ว่าความเห็น ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน เห็นตรงแล้วควรจะใช้กรรมาธิการร่วม แล้วผมไปมีความเห็นว่าควร ตั้งกรรมาธิการ เสมือนหนึ่งตัวเป็นฝ่ายค้านอยู่คนเดียว อันนี้ไม่ได้แยกว่าตัวเป็นฝ่ายค้านของ รัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้านของพรรคฝ่ายค้าน อันนี้ขอเรียนให้รับทราบนะครับ ผมขออนุญาตให้ หมอระวีอีกท่านนะครับ เชิญเลยครับ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียวนะครับ บังเอิญว่ามีเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ในทำนองว่า พอท่านประธานพูดแล้วเหมือนเป็นผู้ใหญ่ แล้วทำให้เด็ก ลุกขึ้นพูดแล้วเหมือนกับขาดความเป็นอิสระ บังเอิญว่าท่านประธานให้ข้อคิดเห็นเสร็จ ผมเป็นคนที่ลุกขึ้นครับ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ถ้าไม่ชี้แจงผมก็จะเสียหาย คือความจริงผมคิดมาก่อนแล้วว่าการพิจารณาข้อบังคับปกติเราใช้คณะกรรมาธิการ ไปพิจารณาทั้งนั้น เมื่อวันอังคารมีประชุมพรรค ประธานวิป (Whip) ของฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ ก็บอกว่ามีการหารือกันว่าอาจจะมีกรรมาธิการเต็มสภา ผมก็บอกว่าผมไม่เห็นด้วย ก็ควรที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ บังเอิญว่าท่านประธานให้ข้อคิดเห็นก่อนหน้าผม แต่ผมตั้งใจ ไว้แล้วว่าจะพูด เพราะฉะนั้นก็ยืนยันว่าเราก็ทำหน้าที่ต่างเป็นอิสระต่อกัน เพื่อให้เพื่อน สมาชิกได้เข้าใจ ผมเป็น ส.ส. สมัยนี้ สมัยที่ ๗ แล้วนะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ก็อย่าไป คิดว่าเป็นความขัดแย้งกัน ขอให้เราเข้าใจที่ดีซึ่งกันและกัน เพียงแต่ว่าวิธีการเท่านั้นเองที่เรา เห็นต่างกันบ้าง อันนี้ก็ไม่แปลกอะไร วันข้างหน้าก็ยังมีความเห็นที่ตรงกัน แตกต่างกัน เป็นเรื่องธรรมดา ทุกเรื่องมันมีที่จบครับ ขอให้เราได้มีความเห็นที่ซื่อสัตย์ซื่อตรง ต่อความเป็นจริงกัน ท่านระวี เชิญเลยครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไป ก็คือผมคิดว่าตอนนี้ผมเองก็ทราบข่าวมาตอนต้นว่าในส่วนวิป (Whip) มีการคุยกันว่าน่าจะ ตั้งกรรมาธิการเพื่อจะพิจารณาในเรื่องนี้ แต่ภายหลังพอมาถึงตอนเช้าก็มีการพูดว่า อาจจะมี การที่จะขอใช้กรรมาธิการทั้งสภา แต่จนกระทั่งถึงเวลาก่อนเมื่อสักครู่นี้ผมถามหลายคนก็บอกว่า ยังไม่รู้เลย ในส่วนตัวผมเองขอเรียนว่าผมไม่ได้มาแก้มาตัวแทนท่านชวนนะครับ เมื่อสักครู่ ถ้าท่านชวน หลีกภัย ไม่ให้ข้อคิดผมก็กะว่าจะลุกขึ้นที่จะเสนอความคิดเห็นว่า แม้ว่าวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายได้มีความคิดเห็นร่วมกัน แต่ตอนก่อนการที่จะเข้าที่ประชุมผมมีโอกาสได้ คุยกับหลายท่าน หลายท่านก็ไม่เห็นด้วยที่จะใช้วิธีใช้กรรมาธิการทั้งสภานะครับ แล้วจากที่ เห็นชัดเจนว่าเมื่อสักครู่ท่านเทอดพงษ์ได้เสนอก็มีคนรับรองเยอะ ก็แสดงว่ายังมีหลายคนที่เห็น ว่าน่าจะใช้กรรมาธิการเพื่อให้เกิดความรอบคอบและอาจจะไม่ใช่ว่าจะช้ากว่า เพราะสิ่งนี้ ยังไม่เกิดขึ้น ผมคิดว่าในประการแรกวิป (Whip) ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็มีความจริงใจ มีความมุ่งมั่นเพื่อสภาอยากจะให้เกิดเร็วที่สุด แต่เมื่อฟังข้อเสนอของท่านชวนแล้ว ของท่าน อดีตประธานวันมูหะมัดนอร์แล้ว ของท่านเทอดพงษ์ซึ่งเป็นผู้อาวุโสในสภานี้ยิ่งทำให้ผม มีความมั่นใจ ในส่วนตัวผมคิดว่าวิธีการที่ดีที่สุดทั้งคุณภาพและความเร็วน่าจะเป็นการ ที่จะตั้งกรรมาธิการครับ ดังนั้นผมก็เลยอยากจะเสนอความคิดเห็นว่า ในเรื่องนี้ผมเชื่อมั่น ว่าไม่มีใครหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานชวนคงไม่ได้คิดว่าจะมาเตะถ่วงอะไร ท่านชวน พูดอยู่เสมอเลยว่าอยากจะให้ไม่มีเรื่องค้างอยู่ในสภา อยากจะให้สภาเดินโดยรวดเร็วและมี ประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะฉะนั้นผมก็เลยขอเสนอตรงประเด็นนี้ว่าเมื่อถึงตอนนี้แล้ว อย่าไปมองว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายโน้นจะตั้งกรรมาธิการทั้งสภา ฝ่ายนี้จะตั้งคณะกรรมาธิการ เมื่อมี ๒ ญัตติแล้วผมก็เสนอว่าอยากจะให้สภาเดินหน้า จะใช้วิธีการโหวตหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่จะถอนญัตติออกไปก็แล้วแต่ที่ประชุมครับ แล้วก็ไม่ว่าผลเป็นอย่างไรในส่วนตัวก็ยินดี ไม่ว่าผลจะออกมาอยู่ในรูปใด ขอบคุณครับ
ผมคิดว่าอย่างไรก็ตาม มันมีที่จบนะครับ แล้วเราก็ไม่มีข้อขัดแย้งในเรื่องวัตถุประสงค์เป้าหมายที่ดีด้วยกัน ทั้ง ๒ ฝ่าย เพียงแต่ว่าเราอาจจะความเห็นไม่สอดคล้องกันในเรื่องวิธีการ อันนี้ก็มีวิธีนะครับ ผมจะขอเวลาอย่างนี้ได้หรือไม่ครับ ผมจะขอหารือกับประธานกรรมาธิการที่พิจารณาเรื่องนี้ แล้วก็ ๑. ขอเงื่อนเวลาท่าน ๒. ถ้าทำไม่ได้ก็มาดูเอาวิธีที่จะใช้กรรมาธิการเต็มสภา เราสามารถทำเสร็จได้เมื่อไร ซึ่งแน่นอนก็ทำให้ญัตติบางเรื่องของคุณหมอค้างอยู่หลาย สัปดาห์แล้ว อันนี้ผมขออนุญาตพวกเราอย่างนี้ได้หรือไม่ครับ ผมหารือกับท่านประธาน กรรมาธิการที่พิจารณาเรื่องนี้ แล้วหลังจากนั้นผมจะดูว่าเวลา เพราะผมรู้ว่าท่านอยากได้ เวลา เวลาสามารถทำได้ภายในเวลากี่วัน แม้กระทั่งวันพฤหัสบดีที่หมออยากให้ประชุมผมก็ จะปรึกษาพวกเรา วันพฤหัสบดีหน้าที่อยากให้ประชุมต่อผมก็จะปรึกษาพวกเราด้วยวันพรุ่งนี้ ขออนุญาตว่าสำหรับวันนี้ผมขอใช้เวลาในการไปหารือกับท่านประธานและทางฝ่ายต่าง ๆ อีกทีหนึ่ง
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน กำลังจะทำอะไรครับ ท่านกำลังจะปิดประชุมใช่หรือไม่ครับ จะขอเลื่อนไปอาทิตย์หน้าใช่หรือไม่ วันนี้เสียงไม่พอใช่ไหมครับ
ไม่หรอกครับ ไม่คิดอย่างนั้นครับ
อย่างไรก็อยู่พร้อมหมด ท่านทำ อย่างใดอย่างหนึ่งสิครับ
คืออย่างนี้ท่านพิเชษฐ์ครับ ความประสงค์ผมก็คือว่าผมคิดว่าเราจะได้ไม่ขัดแย้งกัน ผมจะคุยกับท่านประธาน กรรมาธิการว่า สมมุติเราพิจารณาโดยกรรมาธิการใช้เวลากี่วัน สมมุติว่าเราใช้เต็มสภาใช้เวลา เท่าไร มีผลอะไร แล้วได้ข้อสรุปอย่างไรแล้วผมนำมาเรียนพวกเรา แล้วพวกเราก็ลงมติกัน อันนี้ คือวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น เพราะผมไม่อยากให้เราขัดแย้งกันโดยเรื่องที่ไม่มี ข้อขัดแย้งอะไรเลย เพียงแต่วิธีการเราไม่ตรงกันเท่านั้นเอง ผมต้องเรียนตรง ๆ นะครับ คุณหมอครับ ที่หมอพูดหลาย ๆ อย่าง บางเรื่องผมอาจจะไม่อยู่นิ่งนะครับ แม้กระทั่งเรื่อง ของจ่านิวครับ ผมคือคนแรกนะครับที่โทรศัพท์ถึงรัฐบาลชุดนี้ เรื่องอย่างนี้ไม่ควรจะปล่อย ความปลอดภัยประชาชน ผมโทรศัพท์ถึงรองนายกรัฐมนตรีเขาเลย วันที่เกิดเหตุนะครับ ก่อนที่จะมีญัตติมีกระทู้ ผมคิดว่าหน้าที่เราในฐานะเป็นตัวแทนประชาชน เราต้องปกป้อง ประโยชน์ของประชาชน และรักษาความถูกต้องชอบธรรมให้กับประชาชน อันนี้คือสิ่งที่ ตั้งใจทำ เพียงแต่ว่าไม่ได้พูดเท่านั้นเอง เช่นเดียวกับเรื่องนี้ ผมคิดว่าถ้าเราสามารถที่จะจบได้ โดยไม่ขัดแย้งกัน เช่นเมื่อเราเห็นว่าแนวที่ประธานกรรมาธิการจะทำมันไม่สามารถเป็นไปอย่างที่ เราต้องการได้ ผมก็จะได้บอกพวกเราในที่นี้ว่า ถ้าอย่างนั้นที่หมอชลน่านเสนอมาก็น่าจะเป็น ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการที่เราพิจารณา แล้วก็ใช้เวลาพิจารณาโดยรอบคอบ ถ้ารอบคอบ แล้วไม่เสร็จคุณหมอต้องการให้ประชุมสัปดาห์วันพฤหัสบดี ผมก็ยินดีเดินทางกลับมาเพื่อมา เป็นประธานในที่ประชุมเพื่อให้เสร็จตามวัตถุประสงค์ของเรา แต่ทีนี้พวกเราก็ต้องเข้าใจด้วย ว่าหลายคนบ่นเมื่อตอนกลางวันนี้ทำนองว่าวันหยุดบางคนก็อยากจะหยุดบางคนก็อยากจะ ทำงานต่อ แต่ว่าถ้าเพื่อให้เสร็จตามวัตถุประสงค์นะครับเราต้องการอย่างไร ตัวผมไม่มีปัญหาครับ ตัวผมไม่มีปัญหา ท่านรองสุชาติ คุณแม่ท่านเสีย ท่านก็ยังเต็มใจอยากจะมานั่งสักนิดหนึ่ง ผมบอกว่าท่านอยู่กับแม่เถอะ พวกผม ๒ ท่านทำกันได้ ผมนั่งได้ตลอดทั้งวัน ไม่มีปัญหาครับ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะเรียนให้ทราบเรื่องความตั้งใจที่ต้องการทำงานร่วมกับพวกเรา เพื่อให้งานของสภาไปได้ด้วยดีนะครับ เรื่องอะไรที่ไม่จำเป็นต้องขัดแย้ง ไม่ต้องขัดแย้งครับ เรื่องวันนี้ไม่ควรจะขัดแย้งอะไรกันเลย ไม่ใช่เรื่องว่าไม่เห็นแก่ประชาชน ไม่นึกถึงประชาชน ไม่ใช่เลยครับ วิธีการต่างกันเท่านั้นเอง แล้วต่างก็หวังดี ต่างก็หวังดี ฝ่ายนี้ก็หวังดี และมี ความเชื่อว่าอันนี้ดีกว่า ฝ่ายนี้ก็หวังดี เชื่อว่าวิธีนี้จะดีกว่า เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่เราขัดแย้ง เรื่องสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เพียงแต่วิธีการเท่านั้นเอง ก็เรียนพวกเราเพื่อได้ รับทราบ ซึ่งที่ผมยังไม่อยากลงมติเพราะผมก็ไม่อยากแจกใบสีน้ำเงิน ใบสีแดง ใบสีขาว ต่ออีกครับ เพราะคิดว่าถ้าเราพยายามให้โอกาสพวกเราได้พูด เมื่อเราได้พูดแล้วผมคิดว่าเรา ก็ลงตัวแล้ว อยู่กับที่แล้วว่าโอเค (OK) เรื่องนี้เราเข้าใจตรงกันแล้ว เพียงแต่วิธีการที่เราเห็น ไม่ตรงกันเท่านั้นเอง จะได้ไม่ไปขัดใจหรือไปบอกว่า เห็นแก่ประชาชน คนนี้ไม่เห็นแก่ ประชาชน ไม่ใช่ครับ ก็หวังว่าสิ่งที่ผมอธิบายมากไปหน่อย แต่ว่าคงจะทำให้เกิดความเข้าใจ ดีขึ้นครับ เชิญท่านนิยมก่อนนะครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมด้วยความเคารพท่านประธาน เพียงแต่ว่าตอนนี้เรายังใช้ข้อบังคับเก่าอยู่ ท่านประธาน ผมต้องหารือกับท่านประธานว่า ในเมื่อทุกฝ่ายไม่มีความคิดเห็นอย่างอื่น ฝ่ายหนึ่งเสนอ กรรมาธิการทั้งสภา ผมไปใช้คำว่า ทั้งสภา แล้วมีอีกพรรคของท่านกำลังลุกขึ้นมาช่วยท่าน ผมเข้าใจนะ ก็เสนอเป็นกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง ทีนี้มันยังใช้ข้อบังคับเก่าอยู่ ท่านประธาน ผมประท้วงท่านประธาน ท่านประธานอภิปรายมากกว่าสมาชิกอีกครับ เพราะฉะนั้นจะทำอะไรก็ให้ทำเสียอย่างหนึ่งทำไปเลย แต่ที่บอกว่ากลัวท่านวิตกกังวลว่า จะไม่รอบคอบโน่นนี่นั่น ส.ส. ในสภาแห่งนี้ถ้าเป็นกรรมาธิการหมด ผมว่าทุกคนมีความคิด ที่จะเสนอใน ๑๙๐ ข้อที่ว่านี้ แล้วผมก็อ่านดูหลายข้อก็ของเก่าละครับ มีเพิ่มขึ้นมาไม่กี่ข้อ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่า ส.ส. พวกนี้จะโง่อะไร ไม่ใช่หรอกครับ คิดได้พอ ๆ กัน เพราะฉะนั้นเขาก็ไล่เป็นบางมาตรา อะไรควร ไม่ควร อันนี้ผมนำเสนอนะว่าท่านจะทำอะไรก็ ทำเลย จะโหวตก็โหวต หรือท่านจะเลื่อนไปก็ยังไม่ควรจะไปเลื่อน
ขอบคุณมากครับ ท่านนิยม พอแล้วครับ ที่จริงตอนนี้จะทำอยู่แล้วท่านก็ขึ้นมาท้วงเสียก่อนนะครับ ประเด็น ก็คือว่าผมไม่อยากให้เราลงมติใบขาว ใบแดง ใบสีน้ำเงิน เราใช้เวลาคืนนี้ก็ ๓ ทุ่มพอดี แต่ว่า พยายามหาทางออก คือผมพยายามทำอะไรก็หาทางออกที่เป็นความผูกพันที่ดีด้วยกัน ทุกฝ่าย ผมรู้ใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสอนกันไม่ได้หรอกมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเราเห็นว่า ประโยชน์สูงสุดอยู่ตรงไหน เราสามารถทำได้ เมื่อสักครู่นี้ท่านนิยมครับ ท่านสมาชิกก็ไม่ได้ ช่วยผมหรอกครับ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านวันมูหะมัดนอร์ก็ไม่ได้ช่วยผม แต่ท่านพูดในฐานะ ที่ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์มาแล้ว ท่านเทอดพงษ์ก็พูดในฐานะมีประสบการณ์มา ไม่ได้เพราะว่าผมพูดแล้วท่านจะช่วยผม ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ต้องให้เกียรติคนเหล่านี้ ท่านไพจิตครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ ท่านประธานครับ พวกฝ่ายค้านทั้งหมดเคารพท่านประธาน แล้วเรา ก็หวังว่าเราได้ทำในสิ่งที่จะทำให้รอบคอบ ให้ดีที่สุด แล้วก็เห็นใจท่านประธาน ความจริง ไม่ใช่ท่านเป็นฝ่ายค้านคนเดียวหรอก ก็เป็นจิตใจร่วมกัน แต่ว่าพวกเราได้ตัดสินใจแล้ว ท่านชลน่านได้เสนอญัตติไว้นะครับ เมื่อได้เสนอแล้วก็จะคอยว่าจะลงมติตามที่ท่านประธาน จะตัดสินใจ ทราบว่าคืนนี้จะคุยต่อกับทางท่านประธานคณะกรรมาธิการยกร่าง ผมก็ต้องขอบคุณ ทางทีมกรรมาธิการยกร่างที่ได้ช่วยคิดด้วยกันจนเกือบสำเร็จ แต่วันนี้ถ้าจะต้องเป็นอย่างอื่น พวกผมคิดว่าไม่อยากเป็นหรอกครับ ก็จะรออย่างเดียวว่าท่านจะโหวตพรุ่งนี้ตอนเช้าอย่างไร ผลออกมาก็เคารพด้วยความจริงใจครับ
ท่านไพจิตไม่อยากให้คุย กับกรรมาธิการยกร่างนะครับ ไม่อยากให้คุยใช่หรือไม่ครับ
ท่านประธานตัดสินใจที่ต้องทำตาม ที่ท่านบอกแล้วนะครับ ก็เข้าใจว่าท่านจะพยายามทำให้รอบคอบอยู่ พวกเราก็จะคอยนะครับ คอยท่านด้วยหัวใจที่ให้กับนักการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งที่พวกเราเคารพนับถือ ด้วยความจริงใจนะครับ เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ตอนเช้าค่อยมาเจอกันครับ
ขอบพระคุณมากครับ อย่าไปคิดว่าใครแพ้ใครชนะนะครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธานต้อง ทำตามขั้นตอน
ท่านพิเชษฐ์ครับนั่งก่อน ยังไม่ได้ชี้ให้พูดครับ ผมเรียนว่าไม่ได้ต้องทำให้ใครแพ้ใครชนะหรอกครับ แต่ว่าผมหา ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเรา ซึ่งจะได้ไม่มีข้อขัดแย้งอะไรกันนะครับ แล้วทางออกนั้นก็ ไม่ใช่ต้องเป็นทำตามผมนะครับ ทางออกนั้นหมายถึงว่าวิธีไหนที่ดีที่สุดในแง่ของเวลา และคุณภาพของงาน ซึ่งถ้าท่านให้เวลาผมคุยกับประธานคณะกรรมาธิการยกร่างสักนิดหนึ่ง แล้ววันพรุ่งนี้ผมก็จะมาเรียนให้ท่านทราบ เพราะฉะนั้นก็ทำตามที่ท่านไพจิตบอกนะครับ ก็คือวันพรุ่งนี้ก็จะมาเรียนให้ท่านทราบอีกทีหนึ่งครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ได้คุยกันว่าอย่างไรนี่ท่านประธานก็ได้ตัดสินใจที่จะต้องคุยจะคุยกับใครสุดแท้แต่ ท่านประธาน แต่ว่าเราจะคอยที่นี่นะครับ คอยการตัดสินโหวตตามที่หมอชลน่านได้ตั้งญัตติ ไว้แล้วนะครับ
อย่างไรพรุ่งนี้ก็คงจะต้อง ลงมตินะครับ แต่ว่าวันนี้ลงมติก็ต้องแจก แล้วก็คงจะเกิน ๓ ทุ่มนะครับ ผมเชื่อพรรครัฐบาล ส่วนหนึ่งเขาก็จะโหวตลงมติไปตามท่านนั่นละ เพราะว่าความเห็นเขาคิดอย่างนั้นอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าหลักฐานที่ต้องทำไว้เป็นหลักฐานนี้เนื่องจากมีความเห็น ๒ ฝ่าย ก็จำเป็นต้องมีการ ลงมติตามที่ได้เรียนแล้ว คืนนี้ถ้าทำไปตามที่พูดก็คงไม่จบ เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้เรามาพร้อมกันนะครับ
ท่านประธานครับ ผมยกมือแล้ว ประท้วงท่านประธาน
เชิญครับ
ท่านประธานครับ มันเป็น ประวัติศาสตร์ของประเทศนะครับท่านประธาน ท่านประธานทำแบบนี้ลากเวลามาจนถึง ๒ ทุ่ม ๓ ทุ่ม ท่านประธาน มันมีบันทึกนะครับ ท่านไม่มีอะไรเลย ท่านโหวตเลยสิครับ
ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็ขอ จบครับ ผมขออนุญาตพวกเรานะครับ
ท่านประธานครับ วันนี้มันมีแต่ ท่านประธานคนเดียวนะครับ คือท่านก็โหวตได้เลยนะครับ มันไม่มีปัญหาอะไรเลยนะครับ มีแต่ท่านประธานมีปัญหา ท่านกลัวอะไรครับ
ผมไม่มีปัญหาหรอกครับ ผมไม่ต้องการให้สภานี้มีปัญหา ผมถึงชี้นำในส่วนที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมครับ ความจริงแล้วที่ผมขอท่านเพราะผมคิดว่าถ้าผมคุยกับประธานยกร่าง แล้วก็รู้เวลาว่าทำได้ เมื่อไร อย่างไร เหมือนข้อเสนอของท่านเทอดพงษ์แล้วก็ของท่านวันมูหะมัดนอร์ ถ้าผลออกมาว่ามันไม่ดีกว่าที่ท่านใช้วิธีอย่างนี้ เราก็ใช้วิธีอย่างที่ท่านหมอชลน่านเสนอไป เพียงแต่ว่าวาระอะไรที่ค้างอยู่ ก็ต้องรอไปก่อนนะครับ อันนี้คือสิ่งที่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นคงไม่มีผลอะไรหรอกครับพรุ่งนี้ แต่ว่าเมื่อพูดไปแล้วท่านประธานท่านบอกผมว่ารับรองว่า เสร็จภายในสัปดาห์นี้หรือภายในไม่กี่วันนี้ ก็สามารถทำได้โดยเราได้ทั้งคุณภาพและได้ทั้ง เวลา เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนให้ที่ประชุมได้รับทราบ วันนี้ผมขอเพียงเท่านี้นะครับ ผมขอปิดประชุมแล้วประชุมต่อพรุ่งนี้ครับ สวัสดีครับ