วีระ โรจน์พจนรัตน์ ชี้แจงความคืบหน้าการพัฒนาแหล่งโบราณคดีบ้านดอนธงชัยเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ย้ำศักยภาพทางประวัติศาสตร์ที่สืบค้นได้กว่า 4,000 ปี และยืนยันความต่อเนื่องของงานอนุรักษ์โดยกรมศิลปากร พร้อมรายงานผลการแก้ปัญหาข้อขัดแย้งด้านที่ดินและศาลาการเปรียญในพื้นที่วัด โดยเสนอแนวทางการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดขอบเขต จัดหางบประมาณ และเร่งรัดแผนงานให้แล้วเสร็จภายในสามเดือน แม้ยังมีอุปสรรคด้านราคาที่ดินที่สูงเกินขีดจำกัดการอนุมัติของสำนักงบประมาณ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ขอตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกนะครับ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณ แล้วก็ทำให้ผมได้มีโอกาสเดินทางไปดูสถานที่จริง แล้วก็ได้มีการประชุมร่วมกับ ชุมชนและท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าคณะจังหวัด ท่านเจ้าอาวาสวัดที่เป็นเจ้าของพื้นที่ วันนี้ก็มากราบเรียนว่า เป็นที่น่ายินดีว่าทุกฝ่ายตกลงกันได้นะครับ ในภาพรวมก็อยากจะ กราบเรียนว่ากระทรวงวัฒนธรรมได้ดูแลอนุรักษ์พัฒนาแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ในปัจจุบัน เรามีพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ ๔๑ แห่ง มีโบราณสถานทั่วประเทศ ๘,๗๖๐ แห่ง เรามีอุทยานประวัติศาสตร์ แล้วก็โบราณสถานที่เป็นมรดกโลก ๓ แห่ง ก็คืออุทยาน ประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร ก็คือ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย แล้วก็แหล่ง โบราณคดีบ้านเชียง ซึ่งเป็นยุคร่วมสมัยกับแหล่งที่เรากำลังพูดถึงนี้ สำหรับมรดกโลกที่อยู่ใน บัญชีเบื้องต้น ตอนนี้เรามีถึง ๖ แห่ง ก็คืออุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทที่จังหวัดอุดรธานี เรามีพระธาตุพนม เรามีเชียงใหม่ และเราก็มีพระบรมธาตุที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และ ๒ แห่งเพิ่งเข้าไปอยู่ในบัญชีปีนี้ก็คือ เมืองโบราณศรีเทพและกลุ่มเทวสถานปราสาท พนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำและปราสาทปลายบัด เพราะฉะนั้นถือว่าเรามีมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นแหล่งที่จะสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้และได้ท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ก็ขอกราบเรียนว่าปัจจุบันนี้เรามีโครงการที่ทำพิพิธภัณฑ์และเตรียมจะเปิดอันนี้อยู่อีก หลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ภัยพิบัติสึนามิ ซึ่งจะเปิดในปี ๒๕๖๔ เรามีพิพิธภัณฑ์ มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน จังหวัดนราธิวาส ซึ่งจะเปิดใน ปี ๒๕๖๔ เช่นเดียวกัน และเราก็มีพิพิธภัณฑ์เครื่องทองที่จะเปิดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็คือจะย้ายเครื่องทองจากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยาเป็นเครื่องทองล้ำค่าที่ ขุดพบได้จากวัดราชบูรณะ และเช่นเดียวกันที่จังหวัดพัทลุงตอนนี้ก็กำลังเปิดประมูลจัดทำ พิพิธภัณฑ์เครื่องทองที่ค้นพบที่จังหวัดพัทลุง นอกจากนี้ก็จะมีพิพิธภัณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ จังหวัดพิจิตร พิพิธภัณฑ์ที่จะอยู่บริเวณปราสาทพนมรุ้ง แล้วก็พิพิธภัณฑ์ที่จะอยู่ในเขต อีอีซี (EEC) อีก ๑ แห่ง เพราะฉะนั้นถ้าท่านสมาชิกคิดว่าในจังหวัดของท่านมีศักยภาพ ศักยภาพนี้ คืออาจจะมีแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดี และที่สำคัญก็คือที่มีปัญหาปัจจุบันนี้ของ กรมศิลปากรก็คือการหาที่ที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์ สำหรับกรณีของท่านสมาชิกที่ถามก็ต้อง บอกว่าพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งนี้มีศักยภาพมาก แล้วก็เป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ จริง ๆ แล้วก็ย้อนหลังไปได้ถึง ๔,๐๐๐ ปี และก่อนหน้า ๔,๐๐๐ ปี จริง ๆ แล้วก็เคยค้นพบ เครื่องปั นดินเผาในยุคแรกและจนมาถึงขวานหิน แล้วก็ยุคโลหะ ยุค ๔,๐๐๐ ปี หลังจากนั้น ก็จะมีเครื่องปั นดินเผาที่ลวดลายสวยงาม อันนั้นก็ยุคประมาณ ๒,๕๐๐-๓,๐๐๐ ปี เพราะฉะนั้นก็ยืนยันถึงศักยภาพที่แหล่งโบราณคดีบ้านดอนธงชัยว่า นอกจากที่ท่านกรุณา อธิบายแล้วนี้ จริงๆ แล้วกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร เขาก็ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง มีการประกาศขึ้นทะเบียนเมื่อปี ๒๕๔๒ แล้วก็มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๕๕ ว่าจะทำ โครงการนี้ด้วยในวงเงินถึง ๒๗๐ ล้านบาท และตอนนั้นก็ต้องบอกว่ายังไม่ได้มีแผนที่ชัดเจน มีแต่กรอบโครงการคร่าว ๆ ว่าจะทำนั่นร้อยล้านบาท จะขุดค้น ๒๐ ล้านบาทประมาณนั้น ยังไม่มีเนื้อโครงการจริง ๆ แล้วก็จนปี ๒๕๕๕ ท่านก็เคยตั้งกระทู้เรื่องนี้ติดตามทีหนึ่ง ผมไปดู เรื่องเดิม อย่างไรก็ตามปี ๒๕๕๗ กับปี ๒๕๕๘ ได้มีการขุดค้นเพิ่มเติม และจากการขุดค้น เพิ่มเติมก็ปรากฏว่าเขาได้เจอโบราณวัตถุซึ่งจะมีทั้งโครงกระดูก มีทั้งเครื่องปั นดินเผา ลูกปัด กำไล ตอนนี้ก็เก็บไปอนุรักษ์ที่จังหวัดขอนแก่น และในอนาคตถ้าเรามีพิพิธภัณฑ์ของเหล่านี้ ก็จะกลับมาสู่พิพิธภัณฑ์ที่บ้านดอนธงชัย กราบเรียนว่าประเด็นปัญหามีอยู่นิดเดียวที่เดินไป ไม่ได้ก็คือเรื่องที่ดิน เพราะกรมศิลปากรไปประกาศขึ้นทะเบียนเป็นเขตโบราณสถาน ถึง ๑๖ ไร่ ในขณะที่วัดมีที่แค่ ๑๙ ไร่ ก็ยังเข้าใจกันผิดอีกว่าเมื่อประกาศขึ้นทะเบียนแล้ววัด จะที่หายไป แต่จริง ๆ ไม่ใช่ วัดก็ยังมีที่เหมือนเดิม แล้วก็ยังเป็นวัดเหมือนเดิม
ประเด็นที่ ๒ ก็คือจะต้องมีการซื้อที่ดินเพิ่มเติมเพื่อทำที่จอดรถ ตรงนี้ก็เงิน อะไรไม่มาก แต่ว่าราคาที่เสนอมานี้มันเกินจากที่สำนักงบประมาณจะตั้งให้ได้
ประเด็นที่ ๓ ก็คือตามโครงการจะต้องย้ายศาลาการเปรียญ ซึ่งวัดก็เพิ่ง สร้างใหม่ และต้องใช้เงินถึง ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ปรากฏว่าทางท่านเจ้าอาวาสกับชุมชน ก็ไม่ต้องการให้ย้ายวัด นี่เป็นอุปสรรคแค่นี้ แล้วผมก็ดูรูปว่าที่มีอยู่มันก็ไม่สง่างามก็เดินทางไป เมื่อวันที่ ๕ ลงไปดูพื้นที่ แล้วก็เรียกท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมาประชุม แล้วก็ชุมชน อบต. อบจ. การท่องเที่ยว สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็มาหมด ก็ได้ข้อสรุปชัดเจน ผมตอบ รวดเดียวชัดเจนเลยก็คือว่า ๑. วัดและแหล่งโบราณคดีอยู่ด้วยกันได้ไม่ต้องรื้อ ศาลาการเปรียญ ๒. ที่ดินที่จะต้องซื้อท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านบอกเดี๋ยวท่านจัดการหา งบประมาณซื้อที่ดินให้ แล้วก็ ๓. เรื่องที่จะทำทั้งหมด ๑๖ ไร่ก็บอกว่าให้กำหนดขอบเขตให้ ชัดเจนว่าจะขุดค้นเพิ่มเติมเท่าไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็มีความชัดเจนแล้ว แล้วเมื่อกลับมา อาจจะให้ดูรูปที่ผมไปดูก็ได้ ที่ไปประชุม ไปประชุมทั้งที่วัด ไปประชุมทั้งที่จังหวัด แล้วก็สำรวจประเด็นปัญหา ท่านรองอธิบดีกรมศิลปากรทุกคนก็ไปชุมนุมเหมือนเป็น มหกรรม เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าที่ผมไปนี้ได้ประโยชน์ แล้วผมไม่ได้กลับมามือเปล่า ผมก็เอาข้อสรุปมา เมื่อวานนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุท่านก็เรียกประชุมคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ แล้วก็บรรจุเรื่องนี้เป็นประเด็นพิจารณา แล้วก็บอกว่ากำลังจะไปชี้แจง อย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้ ที่ประชุมก็เห็นชอบนะครับ แล้วเมื่อเห็นชอบแล้วผมก็บอกว่าขอให้ใส่ ไปในมติที่ประชุมเมื่อวานนี้คือประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติว่า ขอให้แผนงาน และการจัดทำงบประมาณให้แล้วเสร็จภายใน ๓ เดือน เพื่อที่จะสามารถปรับงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ที่จะดำเนินการต่อได้ทันที นี่ครับก็เป็นประเด็นอะไรที่ทางผมก็ไม่สบายใจว่าเรื่องนี้ มันค้างคามานาน แต่ก็อยากจะกราบเรียนว่าได้ทำเต็มที่ แล้วก็เมื่อวานนี้ก็เป็นการประชุม นัดสุดท้ายของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เรื่องนี้ก็ถูกบรรจุเป็นเรื่องพิจารณา แล้วก็มี มติชัดเจนว่าเรื่องนี้อย่างไรก็ต้องเดินหน้าต่อไป อย่างไปพบกับชาวบ้านนี่ ชาวบ้านดีใจ คือบอกว่าแค่มีพิพิธภัณฑ์นี่อย่างน้อยพวกชาวบ้านก็ยังมีงานทำ เอาของพื้นบ้านมาขาย มาเป็นเจ้าหน้าที่ในพิพิธภัณฑ์ เด็กเยาวชนที่มาเป็นยุวมัคคุเทศก์ได้รายได้ ก็ประมาณนี้ครับ ก็ขอกราบเรียนในเบื้องต้นครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ