สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๗ มีนาคม ๒๕๕๖

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ติดราชการ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๕๗ นาฬิกา)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขออนุญาตทวงถามต่อทางกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งเคยตอบกระทู้ถามในสภาผมเกี่ยวกับเรื่องระบบความปลอดภัยในถนนสิงหวัฒน์ หมายเลข ๑๒ พิษณุโลก-สุโขทัย ซึ่งมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยมากในถนนเส้นนี้นะครับ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนในเขตเทศบาลตำบลกงไกรลาศ หรือที่หน้าที่ว่าการอำเภอ กงไกรลาศนั้นได้มีถนนเป็นถนน ๔ เลน (Lane) แล้วก็มีเป็นถนนสี่แยกด้วยหน้าที่ว่าการอำเภอ แต่ไม่มีไฟเหลือง ไฟแดง หรือไฟจราจรเพื่อเบรกรถในเรื่องของความปลอดภัยเลยนะครับ ทำให้รถที่มาจากสายทางโทในตลาดทั้งด้านซ้ายด้านขวานั้นออกมาพี่น้องประชาชน จะออกมาชนกับรถสายทางตรงตลอด ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้รับปากว่า จะจัดงบพิเศษในการที่จะดูแลในเรื่องของความปลอดภัยในเส้นนี้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางแขวงการทางของจังหวัดสุโขทัย แล้วก็ทางฝ่ายวิศวกรรมสำนักทางหลวงที่ ๔ (พิษณุโลก) ได้สำรวจออกแบบแล้วก็ทำประชาคมต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งมีความต้องการเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ฝากถึงทางรัฐมนตรีด้วยนะครับ เพราะว่าโครงการนี้ได้ส่งมาถึงทางกรม ทางกระทรวงแล้ว ก็เพื่อที่จะได้จัดงบไปดำเนินการเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเกียรติ์อุดม

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอไชยวาน อำเภอไชยวานนั้นเป็นอำเภอซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร และอำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี แล้วก็อำเภอศรีธาตุ อำเภอกู่แก้ว ฉะนั้นถนนตรงบ้านสะงวย ไปบ้านค่ายนะครับท่านประธาน ขณะนั้นท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่าน พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ได้ไปตรวจราชการขณะที่ดำรงตำแหน่ง เหลือระยะทางอยู่ ประมาณ ๑,๔๐๐ เมตร ท่านก็ได้สั่งการให้อธิบดีกรมทางหลวงชนบทบอกให้นำถนนตรงนี้ เข้าไปในแผนปี ๒๕๕๖ แต่ปรากฏว่าไปดูในแผนแล้วไม่มีนะครับท่านประธาน ก็เลยอยากจะ ทวงถามท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบทด้วยว่าที่ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ กุลดิลก อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น ได้สั่งการถนนตรงที่ว่านี้จะได้หรือไม่นะครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ นะครับท่านประธาน ถนนอีกเหมือนกันนะครับ จากบ้านคำยาง ซึ่งเป็นตำบลไชยวาน แต่ขึ้นกับเทศบาลหนองแวงแก้มหอม ถนนตรงนี้เชื่อมไประหว่าง เทศบาลตำบลหนองแวงแก้มหอมซึ่งขึ้นกับตำบลไชยวานนะครับ ก็ฝากท่านประธานด้วย ถนนตรงนี้มีพี่น้องที่ใช้สัญจรไปมามากมายนะครับ

แล้วก็เรื่องสุดท้ายเรื่องน้ำนะครับท่านประธาน บ้านหนองหลักซึ่งเป็นหนอง ที่พี่น้องประชาชนในอำเภอไชยวานนั้นได้ใช้น้ำประปาตรงนี้ ซึ่งขณะนี้น้ำแล้งมากไม่มีน้ำเลย แห้งเลยนะครับท่านประธาน ฝากท่านผ่านไปยังกระทรวงไหนก็ได้ที่สามารถไปแก้ไขปัญหา ขุดลอกบ้านหนองหลักให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเรวัตครับ

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ไม่เหมือนกันครับ จังหวัดผมเอง เป็นจังหวัดแห่งการท่องเที่ยวนะครับ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ผู้ประกอบการจากการท่องเที่ยว ผมได้รับคำร้องเรียนนะครับ

เรื่องแรก เกี่ยวกับเรื่องการสร้างท่าเรือน้ำลึกเพื่อการท่องเที่ยว เดี๋ยวนี้ จังหวัดภูเก็ตใช้ท่าเรือเพื่อการพาณิชย์มาเป็นท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยว เหตุผลก็เพราะอย่างนี้ครับ เวลาเรือลำใหญ่ ๆ ที่บรรทุกนักท่องเที่ยวได้มาแต่ละลำประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คนนี่ครับ ไม่มีท่าเรือที่จะเทียบเลย ต้องไปใช้ท่าเรือของการพาณิชย์เช่นท่าเรือน้ำลึกเป็นการขนส่ง สินค้าเท่านั้นเอง อย่างนี้ครับ นักท่องเที่ยวเวลามาเที่ยวจังหวัดภูเก็ตมาครั้งแรกอาจจะมา ด้วยเครื่องบิน ครั้งที่ ๒ อาจจะมาเที่ยวซ้ำด้วยเครื่องบิน พอครั้งที่ ๓ เขาไม่มาแล้ว เขาอยากจะ เปลี่ยนมาทางเรือบ้าง ผมเองในฐานะที่เป็นตัวแทนร่วมกับคุณอัญชลี วานิช เทพบุตร นี่ครับ ต้องการให้ท่านประธานบอกไปถึงทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้รีบคิดแบบสร้าง เพื่อรองรับในเรื่องการท่องเที่ยวโดยที่ผู้โดยสารมาทางเรือ เพราะเดี๋ยวนี้คนเริ่มนิยมมาทางเรือ ที่จะมาภูเก็ตเป็นจำนวนมากครับ

เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ไปถึงถนนวิเศษ รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวที่แหลมพรหมเทพ ตอนนี้รถติดมากทุกวัน ผมคิดว่า ถ้าท่านประธานด้วยความกรุณาให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรีบออกแบบในการสร้าง ในการขยาย หรือจะทำถนนยกระดับสุดแล้วแต่ในความเหมาะสมของงบประมาณด้วยครับ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือว่าเดี๋ยวนี้ถ้าเป็นรถติดอย่างนี้เยอะ ๆ โอกาสที่ประชาชนในจังหวัดภูเก็ต มีความสุขลดน้อยลงแล้วก็ทำให้นักท่องเที่ยวเบื่อที่จังหวัดภูเก็ต ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พรพิมล ธรรมสาร

นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพรพิมล ธรรมสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ก็สืบเนื่องมาจากนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นนโยบายที่พี่น้องเกษตรกรชาวอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ที่มีจำนวนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนพื้นที่เศรษฐกิจข้าวจำนวน ๒,๖๓๐ ครัวเรือน ๕,๔๙๐ แปลง พื้นที่ปลูกข้าวจำนวน ๓๖๗,๓๖๙ ไร่ ก็ได้ฝากขอบคุณมาทางรัฐบาลว่าเป็นนโยบายที่ดีทำให้ พี่น้องประชาชนชาวเกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แล้วถ้าจะรับจำนำอย่างนี้สัก ๒ รอบ ก็คงจะหมดหนี้หมดสินแล้วก็มีเงินเหลือพอที่จะเก็บได้อย่างสบาย ๆ แต่ว่าตอนนี้ก็มีปัญหา บางอย่างที่จะฝากเรียนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องดังนี้นะคะว่า ขณะนี้มีคณะกรรมการที่มีการติดตาม การจำนำข้าว มีตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด แล้วก็คณะกรรมการข้าวแห่งชาติ ปัญหาที่ เกิดขึ้นขณะนี้ก็คือว่าคณะกรรมการข้าวแห่งชาติยังไม่มีการประชุมลงมติกำหนดปริมาณ ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ในใบรับรองการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี ๒๕๕๕/๕๖ ทำให้เกิด ผลกระทบก็คือว่าเกษตรกรไม่สามารถนำข้าวไปร่วมโครงการได้ และไม่มีหลักฐานในการไปทำ สัญญากับ ธ.ก.ส. ทำให้เกษตรกรได้รับเงินล่าช้า และอีกปัญหาหนึ่งก็คือว่ามีโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ ในอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี มีน้อยมีแค่ ๒ แห่ง จึงอยากจะฝากปัญหานี้ไปถึงกระทรวง ที่เกี่ยวข้องว่าอยากจะให้เพิ่มจำนวนโรงสีในพื้นที่ให้มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีโรงสีใกล้เคียง เช่น เขตองครักษ์ เขตหนองจอก เขตมีนบุรี แต่ว่าถ้าพี่น้องเกษตรกรนำข้าวไปจำนำก็จะทำให้มี ค่าใช้จ่ายมากขึ้น แล้วอีกอย่างหนึ่งก็อยากจะให้ออกใบรับรอง ทพศ. ๑/๓ ซึ่งเป็นปัญหา ระดับชาติให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะให้พี่น้องเกษตรกรสามารถนำไปขึ้นทะเบียนแล้วก็นำข้าวไปรับจำนำได้ ปัญหาเหล่านี้ถือว่าเป็นปัญหาที่เล็กน้อย คิดว่าทางรัฐบาลควรจะเร่งแก้ไขอย่างเร็วเพื่อที่จะทำให้ พี่น้องเกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้วก็มีความสุขมากขึ้นค่ะท่านประธาน ขอบคุณมากค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน

เรื่องแรก ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนร้องเรียนมาเรื่องปัญหาของแพง แพงมากครับ ก๋วยเตี๋ยวก็แพง ข้าวราดแกงข้างถนนก็แพง น้ำมันก็แพง แก๊สก็แพง แพงไป ทั้งแผ่นดิน ผมจึงต้องการให้ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเคยประกาศว่าจะกระชากค่าครองชีพลงมานั้น ได้โปรดแก้ไขปัญหาของแพงให้กับพี่น้องประชาชนโดยด่วน

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ บรรดาผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ จากเขตห้วยขวางร้องเรียนมาว่าท่านผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางได้ไปพบ บรรดาผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในคืนก่อนการเลือกตั้ง ๑ คืนประมาณตีหนึ่ง แล้วไปข่มขู่ บอกว่าคุณอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วจะได้เห็นดีกัน ผมเห็นว่าการที่ผู้กำกับการแต่งชุดตำรวจ แล้วไปข่มขู่ผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์อย่างนั้นเป็นการกระทำที่ไม่น่าจะชอบด้วยการเป็น ข้าราชการที่ดีของรัฐ จึงขอให้ท่าน พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งกรรมการสอบวินัยผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางเป็นการด่วนแล้วแจ้งให้ สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ

สุดท้าย ท่านประธานครับ ผมขอความเป็นธรรมให้กับตำรวจรัฐสภา จำนวน ทั้งสิ้น ๑๖ นาย ตำรวจรัฐสภา ๑๖ นาย ปรากฏว่าถูกตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงและถูกตั้ง กรรมการสอบวินัยในขณะนี้ จากการที่นายเจริญ จรรย์โกมล ทำหน้าที่เป็นประธานแล้ว สั่งให้ผมออกนอกห้องประชุม ผมไม่ออก เนื่องจากว่าประธานวินิจฉัยไม่เป็นธรรม ผมจึงไม่ออก ท่านประธานครับ แล้วท่านเจริญก็สั่งให้ตำรวจสภามาอุ้มผม คำว่า อุ้ม ไม่มีในข้อบังคับ การประชุมสภาด้วยซ้ำไป แล้วท่านประธานก็เสียหน้าจึงไปตั้งกรรมการสอบตำรวจสภา ทั้ง ๑๖ นาย อย่างนี้ปรองดองหรือครับ ขนาดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในสภา นักการเมืองขัดแย้งกัน ยังไปลงที่ตำรวจสภาซึ่งเป็นข้าราชการประจำ แม้นว่าท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ได้โทรศัพท์มา ขอร้องนายเจริญ จรรย์โกมล แล้วก็ยังไม่ฟัง ยังจะสอบวินัยตำรวจสภาทั้ง ๑๖ นายต่อ ซึ่งจะ มีผลทำให้เขาไม่ได้รับการเลื่อนขั้น ไม่ได้รับเหรียญพิทักษ์มาลา ท่านประธานที่เคารพ ในฐานะท่านประธานเป็นประธานด้วยกันใคร่ขอร้องไปยังนายเจริญ จรรย์โกมล ได้โปรดให้ ความเป็นธรรมกับตำรวจสภาทั้ง ๑๖ นาย อย่าได้ตั้งกรรมการสอบยกเลิกกรรมการดังกล่าวเสีย เพราะอะไรครับ เพราะความขัดแย้งในสภาแก้ไขกันได้โดยการพูดคุยไม่ใช่ว่าไปลงโทษตำรวจสภา เพราะตำรวจสภาเข้ามาในที่ประชุมแห่งนี้จะอุ้ม ส.ส. ออก ไม่มีทางอุ้มออกได้หรอกครับ แล้วไปลงโทษตำรวจสภาเพราะตัวเองนั้นเสียหน้า อย่างนี้ไม่ถูกครับท่านประธาน จึงขอให้ท่านประธานให้ความเป็นธรรมกับตำรวจสภาทั้ง ๑๖ นาย ผมใคร่ขอร้องท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดพัทลุง ด้วยความยินดียิ่งนะครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังประชุมเรื่องวาระหารือ หมายถึงว่า ส.ส. ลงพื้นที่พบปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนแล้วนำมาหารือสภา แล้วทำ หนังสือถึงรัฐบาลเพื่อได้รับการแก้ไขนะครับ เชิญท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีหญิงเป็นคนแรกคือนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มาจาก กระบวนการประชาธิปไตยคือเสียงข้างมากในสภาก็ได้ตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยแทบไม่มีวันหยุดจนได้รับความสนใจและความเชื่อมั่นจากผู้นำต่างประเทศมากมาย ในโลกนี้ ทั้งประเทศเล็ก ๆ และประเทศมหาอำนาจก็เป็นที่ประจักษ์ได้มีผู้นำประเทศอำนาจ ถึง ๔ ประเทศมาเยี่ยมภายในสัปดาห์เดียว แต่ปัญหาภายในประเทศก็ไม่ได้หมดไป เพราะปัญหา เกิดทุกวัน ความต้องการพี่น้องเกิดทุกนาที บางปัญหาเกิดมาในอดีตหลายสิบปีแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีก็พยายามแก้ไขกันอยู่ทุกวันจนไม่มีวันหยุดราชการก็ว่าได้ แม้ขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ต้องไปราชการต่างประเทศเรื่องของข้าวหอมมะลินะครับ แต่ภัยธรรมชาติ ท่านประธานครับ หรือภัยแล้งหรือน้ำท่วมก็ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งได้ เพราะเป็นเรื่องของธรรมชาติ ในภาคอีสานโดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์ของผมภัยแล้งเริ่มแล้งแล้ว ทั้ง ๆ ที่ว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนิรันดร์ กัลยาณมิตร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ขยันหมั่นเพียรมากครับ พยายามปกป้องเตรียมการแก้ไขปัญหา แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่สามารถกระทำได้ ก็คือการทำให้มีน้ำ ผมก็เลยอยากเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความเมตตา ในเรื่องของการทำฝนหลวงหรือฝนเทียมให้ไปดูแลหน่อย ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดสุรินทร์ครับ จังหวัดร้อยเอ็ดของ ส.ส. กิตติ สมทรัพย์ เมื่อสักครู่นี้ก็บ่นบอกให้ฟังว่าที่นั่นก็ไม่ไหว ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ของหนูแดง ของ ส.ส. พรชัยซึ่งอยู่แอเรีย (Area) ติดกัน ของจังหวัดศรีสะเกษก็ของ ส.ส. มานพ ของ ส.ส. วีระพล ของ ส.ส. สุรชาติ ทั้งหมดครับแอเรียตรงนั้น ก็อยากจะย้ำฝากไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ดูแลเรื่องหน่วยงานของฝนหลวงซึ่งจะเป็นกรมฝนหลวง ได้กรุณาดำเนินการเลยครับไม่ต้องรอให้มันแล้งหนัก เพราะถ้าแล้งหนักมันไปไกลแล้วครับ ผมเห็นใจทางจังหวัดสุรินทร์จริง ๆ โดยเฉพาะท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านนิรันดร์ แล้วก็ หัวหน้าส่วนราชการลงไปทุกพื้นที่ทุกอำเภอพยายามดูแล ให้ถังน้ำแต่ไม่มีน้ำนะครับ ก็ได้ขอ งบประมาณมาขุดลอกอยากมีน้ำยั่งยืน รัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ก็ลงไปดูแล้วว่าจะดูแล อย่างถาวร ก็คือจะไปดูแหล่งน้ำทุกระบบแล้วท่านก็จะให้บ่อบาดาลไปด้วย ก็ขอกราบ ขอบพระคุณไว้ล่วงหน้า ก็เรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้มีส่วนในการรับผิดชอบช่วยแก้ไขปัญหา ในส่วนตรงนี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้มีกลุ่มคณะครูและนักเรียนจากพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ๒ โรงเรียน ได้มาดูงานรัฐสภาของเรา คือโรงเรียนบ้านแอแว ตำบลเอราวัณ อำเภอแว้ง และโรงเรียนบ้านลูโบ๊ะซามา ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส การมาดูงานของรัฐสภาก็จะเป็นประโยชน์นะครับ แต่วันนี้ทั้ง ๒ โรงเรียน ทั้งคณะครูแล้วก็นักเรียนก็ได้ฝากประเด็นปัญหาให้ผมได้นำมาหารือ กับท่านประธาน เกี่ยวกับในเรื่องของครูและนักเรียน และพี่น้องประชาชนที่ใช้สัญจรบนท้องถนน สายบ้านสามแยก ตำบลกายูคละ ไปบ้านตือมายู ตำบลเอราวัณ อำเภอแว้ง และถนนสาย บ้านตือระไปบ้านลูโบ๊ะซามา ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส มาด้วย เนื่องจากว่าสภาพของถนนทั้ง ๒ สายนั้นมีสภาพที่ชำรุดแล้วก็เป็นหลุมเป็นบ่อ จากถนนลาดยาง ปัจจุบันได้กลายเป็นถนนดินโคลนไปบางส่วนแล้ว โดยเฉพาะถนนสายบ้านลูโบ๊ะซามา เป็นถนนที่มีความสำคัญ เพราะเป็นถนนที่ไปป่าพรุโต๊ะแดง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ของอำเภอสุไหงโก-ลกและจังหวัดนราธิวาสด้วย ฉะนั้นวันนี้ผมขอนำปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่แล้วก็ครูและนักเรียนที่ใช้สัญจรบนท้องถนน ๒ สายนี้นำมาหารือกับ ท่านประธาน เพื่อที่จะให้ท่านประธานนั้นได้นำแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือ กรมทางหลวงได้ดำเนินการแล้วก็ตรวจสอบ แล้วก็แก้ไขโดยด่วนด้วย ขอขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรชัย

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน หลายท่านด้วยกัน โดยเฉพาะผู้ที่ถูกคดีข้อหาก่อการร้ายที่เขายังหลบหนีอยู่ ที่มีรูปภาพแล้วก็ บอกว่านายคนนี้คือผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะคนแก่อายุ ๗๕ ปีครับท่านประธาน ตอนนี้ยังโดน หมายจับข้อหาก่อการร้ายอยู่ แล้วก็พี่น้องที่อยู่ในเรือนจำที่ออกมาเรียกร้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในวันนั้น วันนี้โดนข้อหาทางการเมืองหลายคดีครับ แล้วก็ไม่ได้รับการประกันตัว ญาติอยู่ต่างจังหวัด มาเยี่ยมต้องมีค่าใช้จ่าย ท่านประธานครับ ลูกเต้าลำบาก เรียนหนังสือก็ต้องออกจาก โรงเรียนครับ นี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมเลยครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมฝากบอกท่านประธานผ่านไปยังกระบวนการยุติธรรมว่าวันนี้ เราจะเห็นว่าคดีต่าง ๆ ศาลโดยเฉพาะศาลแพ่งได้พิจารณาว่าการชุมนุมในวันนั้นของ นปช. ไม่ใช่เป็นคดีก่อการร้าย ไม่มีเรื่องของก่อการร้ายครับ เพราะฉะนั้นในเมื่อไม่มีเรื่องก่อการร้าย ขอให้กระบวนการยุติธรรมพิจารณาใหม่ว่าใครที่ติดคุกคดียังไม่สิ้นสุดครับ ขอให้ได้รับ การประกันตัวด้วยครับท่านประธาน เพราะว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ ครับ พี่น้องมาจากต่างจังหวัด ค่ารถ ค่าใช้จ่าย ค่าที่พัก มันลำบากสาหัสจริง ๆ ครับ ในการทำมาหากิน ก็ต้องหยุด ต้องใช้เวลาเดินทาง บางท่านอยู่จังหวัดทางภาคอีสานครับ ใช้เวลาเดินทางบางครั้ง ไปกลับ ๒-๓ วันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นนี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ ช่วยฝากบอกไปยังกระบวนการยุติธรรมด้วย ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ขออนุญาตหารืออย่างนี้ค่ะ เมื่อวานนี้มีกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรีเข้ามายื่น ข้อเรียกร้อง ต่อคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ ซึ่งท่าน ส.ส. ปาริชาติ ชาลีเครือ ได้เป็นผู้นำไปรับเรื่องร้องเรียน คือขอให้ดูแลคุณภาพชีวิตของเขา ทำไมเขามา เมื่อวานคะท่านประธาน วันพรุ่งนี้เป็นวันสตรีสากล เป็นวันที่ผู้หญิงเกือบทุกประเทศทั่วโลก แล้วก็รวมทั้งประเทศไทยด้วยเฉลิมฉลอง ต้องเรียกว่าความสำเร็จเพียงระดับหนึ่งจากการต่อสู้ มาเป็นเวลายาวนานกว่า ๑๐๐ ปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโอกาส เรื่องความเสมอภาค เรื่องค่าจ้าง ที่เป็นธรรม เรื่องของสภาพการทำงาน แล้วก็การยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ท่านประธานคะ เหลียวหลังมองไปสักประมาณปีครึ่งที่ผ่านมาซึ่งประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิง แม้ว่าจะมีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่อาจจะคาดหวังว่าจะช่วย แก้ไขปัญหาของสตรีในทุกเรื่อง แม้ว่าจะมีวาทกรรมที่เก๋เช่นพลังผู้หญิงสร้างสรรค์ประเทศไทย แต่ท่านประธานคะ วันนี้ผู้หญิงจะร่วมสร้างสรรค์ประเทศไทยได้มากน้อยแค่ไหนคะ วันนี้ ความรุนแรงต่อผู้หญิงก็ยังเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งแล้วก็เพิ่มมากขึ้น การตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม วันนี้ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นลำดับแรกของเอเชีย (Asia) การเป็นเหยื่อของการค้ากาม แล้วก็ขบวนการค้ามนุษย์ การติดเชื้อเอชไอวี (HIV) การเป็นหนี้สินรุงรัง แล้วก็อีกมากมาย ท่านประธานคะ กลุ่มสตรีเขาขอให้ดิฉันช่วยกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยัง นายกรัฐมนตรีเพื่อที่จะทวงถามค่ะ แล้วก็ขอร้องว่าในฐานะที่เป็นผู้นำผู้หญิงจะเป็นผู้นำถือธง ลงมือปฏิบัติการอย่างจริง ๆ จัง ๆ ในการดูแลชีวิตของผู้หญิงจะได้ไหมคะ ให้เด็กผู้หญิงทุกคน ในวันนี้มั่นใจว่าอนาคตเขาจะสดใส ปลอดภัย แล้วก็เป็นมนุษย์ที่มีคุณค่า ท่านประธานคะ ปีนี้อาจจะเอาเรื่องเดียวก็พอเอาตามธีม (Theme) หรือว่าแนวคิดของสหประชาชาตินั่นก็คือ สัญญาต้องเป็นสัญญา ถึงเวลาลงมือปฏิบัติยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงจะได้ไหมคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชูกัน

นายชูกัน กุลวงษา นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชูกัน กุลวงษา ขอนำเรียนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จากภัยแล้ง โดยเฉพาะภาคอีสานตอนบนของกระผมนั้นเดือดร้อนหนัก ในเขตพื้นที่ของผมนั้น น้ำในลำน้ำบัง เป็นลำน้ำระหว่างอำเภอนาแกกับอำเภอเรณูนคร น้ำในลำน้ำบังกำลังแห้ง จะหมดไปแล้ว จึงทำให้พี่น้องประชาชนคนทำนาในขณะนี้ได้รับความเดือดร้อน จึงขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานได้ดำเนินการสูบน้ำจากลำน้ำโขงไปยังลำน้ำก่ำ และสูบน้ำจากลำน้ำก่ำไปยังลำน้ำบัง เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้สูบต่อไปเลี้ยงต้นข้าวของเขา และชาวนาก็จะได้ขอบคุณรัฐบาลที่เขารักที่เขาเลือกนะครับ ก็กราบขอบคุณท่านประธาน ไว้ล่วงหน้าก่อน

เรื่องที่ ๒ หมู่บ้านที่ขาดน้ำประปาในเขตพื้นที่ของผมนั้นเดือดร้อนหนัก มีอยู่ ๒ หมู่บ้าน ก็คือ บ้านแก้ง อำเภอนาแก และบ้านพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ประชาชนหลายร้อยหลังคาเรือนไม่ได้รับประปา ความทุกข์ความเดือดร้อน ของพี่น้องนั้นแสนสาหัส ฉะนั้นเคยนำเรียนกรมทรัพยากรน้ำบาดาล แต่ทางกรมทรัพยากร น้ำบาดาลก็ไปตรวจสอบแล้วบอกว่าภารกิจนี้ไม่ได้รับการถ่ายโอนให้ดูแล จึงเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ช่วยกรุณาไปดูความทุกข์ยาก ของพี่น้องราษฎรทั้ง ๒ หมู่บ้าน และได้ไปทำน้ำประปาให้เขาก็จะกราบขอบพระคุณ ท่านประธานและกราบขอบพระคุณรัฐบาล ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน

เรื่องแรก ขอให้ท่านได้มีหนังสือไปถึงกรมทรัพยากรน้ำบาดาลให้จัดทำ ประปาหมู่บ้าน เพื่อบ้าน วัด และโรงเรียน ในพื้นที่ฝาละมี คือวัดฝาละมี บ้านฝาละมี และโรงเรียนวัดฝาละมี อำเภอปากพะยูน แล้วก็โรงเรียนวัดสุภาษิตาราม ตำบลเกาะนางคำ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ๒ ที่ด้วยกันขาดแคลนน้ำทางวัด ทางโรงเรียน และหมู่บ้าน

เรื่องที่ ๒ กรุณาประสานไปยังกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ช่วยออกแบบแล้วก็จัดงบประมาณเพื่อทำกันตลิ่งพัง ก่อสร้างกันตลิ่งพัง ในบริเวณเขตเทศบาลตำบลปากพะยูน อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง

เรื่องที่ ๓ ขณะนี้โครงการของกรมประมงที่เพาะเลี้ยงเต่ากระอาน ซึ่งเพาะเลี้ยงมา ขณะนี้มีเต่าพอสมควรในพื้นที่บ้านหาดไข่เต่า ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน แล้วก็กำลังจะเป็น แหล่งท่องเที่ยว ผมคิดว่าถ้ากรมประมงได้กรุณาสนับสนุนงบประมาณให้จัดภูมิทัศน์ก่อสร้าง อาคารลงทุนอีกสักนิดจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแหล่งหนึ่ง เป็นการเพาะเต่ากระอาน ซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้วกลับมามีอีกครั้งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดพัทลุงซึ่งเป็นพื้นถิ่นเดิมคือบ้านหาดไข่เต่า จังหวัดพัทลุง

เรื่องที่ ๔ ขอให้กรมทางหลวงชนบทได้ซ่อมแซมก่อสร้างถนนสายบางเตง ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลอ่าวพะยูน ไปยังบ้านควนเครียวในเขต อบต. ฝาละมี ซึ่งถนนเส้นนี้ มีลาดยางไว้เป็นบางช่วงแล้วก็ชำรุด เพราะว่าเป็นถนนเลียบริมทะเลสาบ จึงขอให้ท่านประธาน ได้กรุณามีหนังสือไปยังกรมทางหลวงชนบทได้ลาดยางส่วนที่เหลือ

สุดท้าย ขอให้กรมทางหลวงแผ่นดินได้กรุณาขยายถนนแนวจราจรในพื้นที่ หน้าโรงเรียนหารเทารังสีประชาสรรค์ และสามแยกโล๊ะจังกระ อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง โรงเรียนหารเทารังสีประชาสรรค์นั้นอยู่ในเขตเทศบาลหารเทา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม เวชกามา

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาหารือท่านประธานเพื่อฝากไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการแก้ไขที่จำเป็นจริง ๆ อยู่ ๒ เรื่อง ท่านประธานครับ

เรื่องแรก คือถนนจากหมู่บ้านต่าง ๆ เข้าไปสู่ที่ว่าการอำเภอโพนนาแก้ว ซึ่งมีอยู่ ๔ ตำบล ในเขต ๔ ตำบล คือ ตำบลบ้านแป้น ตำบลนาตงวัฒนา ตำบลบ้านโพน และตำบลนาแก้ว ประมาณ ๑๐ หมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากถนนดังกล่าว ไม่เป็นถนนแต่เป็นทางลูกรังธรรมดา แต่ช่วงหน้าแล้งก็ไม่มีปัญหาเท่าไรเพราะพอไปได้ แต่หน้าฝนเข้าไปสู่ที่ว่าการอำเภอติดต่อราชการไม่ได้เลย ทั้ง ๔ ตำบลดังกล่าวไปอยู่ในความรับผิดชอบ ของหน่วยงานที่คร่อมไว้ว่าท้องถิ่น คือต้องฝากกระทรวงมหาดไทย ฝากกระทรวงคมนาคม ซึ่งดูแลว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร เพราะตอนนี้ไปดูได้ ตรวจสอบได้ตลอดเวลา ไม่ใช่ถนนครับ ยังเป็นเหมือนบ้านโบราณอยู่ครับ

อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องเขตไฟฟ้า ขอฝากต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค คือบ้านนิรมัยมีอยู่ ๔ หมู่บ้าน เป็นบ้านขนาดใหญ่เป็นพัน ๆ หลังคาเรือน บ้านนี้มีอยู่ ๒ ตำบล คือตำบลกุสุมาลย์กับตำบลโพธิไพศาล ปรากฏว่าหมู่บ้านขยายออกไป ไม่มีไฟฟ้าใช้ครับท่านประธาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูสิว่าทำอย่างไรเขาจึงจะมีไฟฟ้าใช้ ไม่ใช่ในไร่ในนา เป็นหมู่บ้านนะครับท่านประธาน เพียงแต่ว่าขยายออก ๆ วันนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ มันเหมือนกับอยู่ในชนบทที่อยู่หลังเขาจริง ๆ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขาทำเรื่องเสนอมาหลายเดือนแล้วเป็นปีแล้วก็ไม่ได้รับการดูแล ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณมากท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมมุติครับ

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปัตตานี ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือซึ่งเป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่

เรื่องแรก วันนี้ปัญหาน้ำท่วมและปัญหานาร้างของเกษตรกรประมาณ ๘๐๐ ไร่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของหมู่ที่ ๓ ตำบลมายอ แล้วก็หมู่ที่ ๔ ตำบลถนน เป็นปัญหาน้ำท่วม ซ้ำซาก สิ่งที่กำนันแล้วก็พี่น้องประชาชนเนื่องจากผมได้ไปละหมาดในวันศุกร์ สิ่งที่เขาอยากจะได้ก็คือการสนับสนุนงบประมาณในโครงการขุดลอกคลอง ความยาว ๓,๐๐๐ เมตร ลึก ๔ เมตร แล้วก็กว้าง ๘ เมตร ถ้าหากว่าสามารถที่จะไปขุดลอกคลอง ตรงนี้ได้ก็สามารถที่จะแก้ปัญหาในบริบทที่ผมได้กล่าวไว้

เรื่องที่ ๒ ก็คือผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑ บ้านกอแล ตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ขอให้มีการขุดลำธารบ้านกอแลเพื่อป้องกันและบรรเทาน้ำท่วม เพื่อไม่ให้ ชาวบ้านบุกรุกที่สาธารณะและเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร

นี่คือ ๒ สิ่งที่ผมได้เข้าไปในพื้นที่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่ทางผู้นำแล้วก็พี่น้อง ประชาชนต้องการความช่วยเหลือ

และสิ่งต่อไปก็คือผมขอขอบคุณท่านประธานได้ช่วยประสานงาน แล้วก็ได้รับ การอนุมัติงบประมาณในการสร้างแฟลตข้าราชการในอำเภอมายอ แล้วก็ที่ว่าการอำเภอ ทุ่งยางแดง ซึ่งปัจจุบันกำลังดำเนินการก่อสร้าง แล้วก็เชื่อแน่ว่าจะได้อีกจุดหนึ่งก็คือ โรงพยาบาลในตำบลลุโบะยิไร บริเวณบ้านนาซา ซึ่งปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนจัดซื้อที่ดิน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รอเพียงแค่งบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุข ขอให้ท่านประธาน ได้ช่วยเร่งตรงนี้ เพราะเป็นเรื่องซึ่งเร่งด่วนของพี่น้องในเรื่องของสาธารณสุข ขอกราบเรียน ท่านประธานเพียงแค่นี้ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์สุรสาลครับ

นายสุรสาล ผาสุข สิงห์บุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือ เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนผ่านท่านประธาน ๒ เรื่องดังนี้ครับ

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ทำการเพาะปลูกข้าว ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ ของจังหวัดสิงห์บุรีในหลายอำเภอว่ายังไม่ได้รับใบรับรองผล การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ส่งผลให้ไม่สามารถรับใบประทวนได้ทั้ง ๆ ที่ข้าวถูกขน ไปไว้ที่โรงสีเรียบร้อยแล้ว และด้วยความจำเป็นในการใช้เงินของเกษตรกรนั้นอาจส่งผลทำให้ เกษตรกรขายข้าวให้กับโรงสีในราคาที่อาจจะต่ำกว่าราคาที่รัฐบาลรับจำนำ เกษตรกรจึงได้ ร้องเรียนมาที่ผมเพื่อผ่านปัญหานี้ไปยังคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติเพื่อให้แก้ปัญหานี้ ให้กับเกษตรกรนะครับ เพราะฉะนั้นขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการนโยบาย ข้าวแห่งชาติเพื่อที่จะเร่งรีบในการแก้ปัญหานี้ให้กับเกษตรกรของจังหวัดสิงห์บุรีและอาจจะ รวมทั้งจังหวัดอื่นที่ประสบปัญหาแบบเดียวกันด้วย

เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาเดิมซึ่งผมเคยหารือไปแล้วหลายครั้ง เป็นเรื่องความเดือดร้อน ของประชาชนที่ยังไม่ได้รับการเหลียวแลแก้ไขทั้งที่เป็นเรื่องร้ายแรง มีการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ก็คือเรื่องของการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวงหมายเลข ๓๒ หรือถนนสายเอเชียตอนควบคุม ๐๔๐๐ ที่บริเวณจุดกลับรถหน้าร้านปลาทูและจุดกลับรถ บ้านบางปูน ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมว่าการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ที่จุดกลับรถดังกล่าวนี้ใช้งบประมาณไม่มาก เมื่อเทียบกับการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนแล้วอาจจะเทียบกันไม่ได้ ปัญหานี้ผมเคยหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม หลายครั้งแล้วนะครับ แต่ว่ายังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนมาจากกระทรวงว่าจะดำเนินการแก้ไข อย่างไร เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านประธานได้นำทุกข์นี้ของประชาชนผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคมเพื่อแก้ไขปัญหา ถ้าไม่เช่นนั้นอาจจะมีการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนเพิ่มมากขึ้นทุกวันครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียน โรงเรียนลูโบ๊ะซามา อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ด้วยความยินดียิ่งนะครับ ขณะนี้เราอยู่ในวาระหารือของสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกลงพื้นที่พบปัญหานำมาหารือในสภาเพื่อทำหนังสือถึงรัฐบาลให้แก้ไขต่อไป เชิญท่านอุดมลักษณ์ครับ

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธาน เพื่อที่จะส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของโรงเรียนดำรงราชานุสรณ์ ซึ่งมีนักเรียน ๒,๓๕๕ คน เป็นโรงเรียนเก่านะคะ ก็คือมีอาคารเรียนไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักเรียน เพราะว่า มีนักเรียนจำนวนมาก โรงอาหารก็ชำรุดทรุดโทรมมาก ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดูแลด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องเกษตรกรหลายตำบลที่ทำไร่มันสำปะหลัง อยากจะขอเวลา ทางรัฐบาลเพื่อที่จะให้ยืดเวลาการรับจำนำออกไปอีก เนื่องจากว่ายังเก็บมันสำปะหลัง ไม่ทันเวลานะคะ

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องน้ำแห้งก็มีหลายหมู่บ้าน หลายตำบลที่อยู่ในอำเภอกันทรลักษ์ โดยเฉพาะบ้านร่อง บ้านตาซุน ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์ ตอนนี้ไม่มีน้ำใช้ในหมู่บ้าน ต้องไปหาน้ำจากหมู่บ้านอื่นมาใช้นะคะ

เรื่องที่ ๔ ก็คือเรื่องของผู้พิการในเขตอำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งมีหลายหมู่บ้าน ที่ได้ร้องเรียนกับดิฉันว่าไม่มีรถโยก ไม่มีรถนั่ง ก็คืออยากจะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงไปสำรวจเพื่อที่จะให้รถเพื่อที่จะได้สะดวกในการดำรงชีวิตนะคะ ไม่ว่าจะเป็นรถเข็นนั่ง รถเข็นนอน รถเข็นโยก

เรื่องสุดท้าย ก็คือเรื่องไฟจราจรในช่วงบ้านโนนกลาง ตำบลสังเม็ก ซึ่งตรงนั้น เป็นสามแยกถ้าช่วงกลางคืนนี่จะมืดมาก อยากจะให้มีไฟกระพริบเพื่อที่จะบอกว่าเป็นที่แยก จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นค่ะ ก็ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์

นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอย่างสูงครับ ผม เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องพี่น้องได้ร้องเรียนเข้ามา เรื่องมันเกิดตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ครับ เพราะว่ามีกรมชลประทาน ตอนนั้นอยู่ที่จังหวัดหนองคายมาสำรวจ จะทำก่อสร้างเกี่ยวกับประตูปิดเปิดห้วยอาฮง ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ในปัจจุบัน ปรากฏว่ามันล่วงเลยมาประมาณ ๒-๓ ปีแล้ว ประชาชนถามว่าจะมีโอกาสได้มี การก่อสร้างประตูปิดเปิดลำห้วยอาฮงหรือไม่ อย่างไร อันนี้ก็คือถามมา เขาก็รออยู่ประชาชน ๓ หมู่บ้านเขารอความหวังในส่วนที่จะทำประตูปิดเปิดน้ำ ลำห้วยอาฮงเป็นลำห้วยที่ยาว ประมาณ ๗ กิโลเมตร ไหลลงสู่แม่น้ำโขงครับ ถ้ามีประตูปิดเปิดน้ำอยู่ตรงปากห้วยอาฮง เสร็จแล้วก็จะทำให้พี่น้องประชาชน ๓-๔ หมู่บ้านได้มีน้ำกินน้ำใช้และน้ำเพื่อการเกษตร

เรื่องที่ ๒ ครับ เรื่องนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ดีมากครับ เอสเอ็มแอล (SML) แต่ปรากฏว่าลงสู่ภาคปฏิบัติแล้วปรากฏว่าประชาชนในหมู่บ้านต่าง ๆ นั้น ไม่ได้รับความดูแลเท่าที่ควร อย่างเช่นเงินก็ยังไม่ตกไปอยู่ที่หมู่บ้านครับ ก็ขอเรียนให้ทาง ท่าน ผอ. นที ขลิบทอง ช่วยพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านฉัตรพันธ์ครับ

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอหารือถึงความเดือดร้อนไม่ใช่เฉพาะแต่ พี่น้องชาวจังหวัดกาญจนบุรี แต่นี่เป็นความเดือดร้อนของคนอีกหลายหมื่นคนทั่วประเทศ คือลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนในตำแหน่งครูธุรการ ครูอัตราจ้าง นักการภารโรง ครูพี่เลี้ยง ตามโครงการคืนครูให้นักเรียน จริง ๆ แล้วโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก ซึ่งเกิดในสมัย อดีตท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ บุณยเกียรติ แต่ปัญหาของบุคลากรเหล่านี้ ท่านประธานครับ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บริหารมาเกือบ ๒ ปีแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ ผู้ที่มีวุฒิปริญญาตรีนั้น ๑๕,๐๐๐ บาทยังไม่ได้รับ ๙,๐๐๐ บาทต่อเดือนก็ยังไม่ได้รับ ตรงนี้ ผมก็ยังพอรับได้ครับเพราะประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เห็นกันว่านโยบายทำได้จริง ไม่ได้จริง นโยบายหลอกหรือไม่หลอกลวงประชาชนนี่พวกเราเห็นกันอยู่ แต่สิ่งที่เขามาเรียกร้องวันนี้ เดี๋ยวผมก็จะลงไปแถลงข่าวซึ่งผมยอมรับไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มครูธุรการซึ่งเงินเดือนปัจจุบันนี้ เขาประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าบาท แล้วก็หัก ๕ เปอร์เซ็นต์ในการสมทบเป็นผู้ประกันตน ให้สำนักงานประกันสังคม ทุกวันนี้เขารับต่อเดือนประมาณ ๘,๗๐๐ บาท แต่ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประธาน ตอนนี้พวกเขาเหล่านี้ครับจ่ายเงินประกันตน ๕ เปอร์เซ็นต์ทุกเดือน แต่ขณะนี้เมื่อเกิดอุบัติเหตุมีความเจ็บไข้ได้ป่วยปรากฏว่าไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ เขาไม่สามารถใช้สิทธิได้ครับ ประกันสังคมไม่ยอมจ่ายให้เขา ดังนั้นผมต้องเรียกร้องไปยัง รัฐบาลและสำนักงานประกันสังคม รวมทั้ง สพฐ. ว่าเกิดอะไรขึ้นครับ คุณเก็บเงินเขาไปทุกเดือน เดือนละเกือบ ๕๐๐ บาท ตั้ง ๒-๓ ปี แล้ววันนี้เมื่อเขาเจ็บไข้ได้ป่วยเขามีอุบัติเหตุ คุณบอกว่า คนเหล่านี้ไม่มีสิทธิ คุณเอาระเบียบกฎหมายข้อไหนมาอ้างไม่ทราบครับท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครับ ถ้าท่านกลับจากต่างประเทศแล้วโปรดช่วยลงมาดูปัญหาเรื่องนี้โดยด่วน สำนักงานประกันสังคมครับ ท่านจะปล่อยเรื่องนี้ให้คาราคาซังโดยไม่แก้ไขไม่ได้ครับ จัดการให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยมครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับ การร้องเรียนจากราษฎรจำนวนมากขอให้ช่วยแก้ปัญหาภัยพิบัติจากน้ำท่วมปีที่ผ่านมา แล้วก็ ภัยแล้งกำลังมาเดือดร้อนมากอยู่ขณะนี้ครับ โดยขอให้สร้างเขื่อนแม่น้ำป่าสัก ๒๔ ตอน เพื่อให้ได้น้ำใช้ในการทำการเกษตรแล้วก็น้ำบริโภค เพราะว่าเป็นน้ำดิบที่ปลอดภัย แล้วก็ จะได้น้ำเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลา เลี้ยงสัตว์ ประเภทโค กระบือ แพะ แกะ สุกร เป็ด และไก่

๒. ให้เร่งสร้างพลังงานทดแทน คือสร้างไฟฟ้าแรงลมจากน้ำ แล้วก็โซลาร์เซลล์ มูลสัตว์ และก๊าซธรรมชาติ เพราะว่าไฟตอนนี้ไม่ค่อยจะพอใช้ครับ

๓. ก็ขอให้กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพาะเลี้ยงพันธุ์ปลา ที่ตลาดต้องการแล้วก็เลี้ยงง่ายแจกราษฎร

๔. ขอให้การประปาส่วนภูมิภาคสร้างประปาที่ตำบลกุดตาเพชรแล้วที่เขื่อน แม่น้ำป่าสักเพื่อให้ได้น้ำใช้ระหว่างอำเภอลำสนธิ อำเภอชัยบาดาล อำเภอท่าหลวง อำเภอพัฒนานิคม เพราะบริเวณนี้เป็นบริเวณเขตอุตสาหกรรมแต่ขาดน้ำครับ

๕. ขอให้สร้างประปาริมแม่น้ำป่าสักจากอำเภอพัฒนานิคมและอุตสาหกรรม ในเขตอำเภอพัฒนานิคมแล้วก็อำเภอเมืองด้วยครับ

๖. ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาสังคมเปิดสอนวิชาชีพปลูกผัก พืชต่าง ๆ แล้วรวมทั้งการฝึกอบรมจักสาน ตัดเย็บ ก่อสร้าง ตัดผมบุรุษ สตรี ช่างเชื่อม ช่างปูน

๗. ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ปลูกกล้าไม้พะยูง ไม้ยาง เพราะว่ามีแผนอยู่แล้ว และมะม่วง ไม้ชิงชันซึ่งมีราคาดีมากครับ ไม้พะยูง ยูคาลิปตัส ยางใหญ่ ยางนา ยางแดง แล้วก็ยางจิกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม ฝากเอกสารมาดีกว่าครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

ขออีกนิดเดียวครับท่านประธาน ช่างก่อสร้างของอำเภอชัยบาดาลมีโรงเรียนอยู่แล้ว ให้เปิดสอนวิชาช่างก่อสร้างครับ

๙. ขอให้ปรับปรุงขยายถนนระหว่างภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ เพื่อเป็นการชอตคัต (Shotcut) และตัดเวลาเดินทางได้เชื่อมต่อกันสะดวกขึ้นครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผมขอส่งเป็นหนังสือด้วยครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสงกรานต์ครับ

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขออนุญาตหารือ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ นะครับ ในหน้าแล้งปัญหาใหญ่ก็คือ เรื่องน้ำ

เรื่องแรก ต่อจากเมื่อวานนี้นะครับ ในขณะนี้พี่น้องที่หมู่ที่ ๖ ตำบลบ้านแก่ง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ได้แจ้งผมมาบอกว่าขณะนี้มีบ้านประมาณ ๑๐ ครอบครัว ซึ่งยังไม่มีน้ำประปาใช้ แล้วในขณะเดียวกันพี่น้องในหมู่เดียวกันได้รับประปาใช้แล้ว จึงได้ไป ตรวจสอบดูพบว่ามันเป็นประปาของการประปาส่วนภูมิภาคระยะห่างจากในกลุ่มบ้านเดียวกัน ประมาณ ๓๕๐ เมตร จึงขอประสานท่านประธานผ่านไปยังการประปาส่วนภูมิภาคโปรดพิจารณา ไปสำรวจแล้วก็ขยายเขตให้กับพี่น้อง ๑๐ ครอบครัวนี้ด้วยพวกเขาจะได้มีน้ำใช้ในหน้าแล้งครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของพี่น้องที่หมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๓ บ้านวังหยวก เนื่องจาก ในทุกปีเวลาหน้าแล้งในช่วงนี้จะต้องขอยืมเครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทานจำนวน ๕-๖ ตัว แล้วก็มาสูบน้ำเข้านาเป็นเดือน ๆ ปัญหานี้ซ้ำซากมาหลายปีแล้ว จึงอยากประสานท่านประธาน ผ่านไปยังกรมชลประทานขอให้ช่วยมาสำรวจ ออกแบบ และสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ที่บริเวณวัดเกาะแก้ว ท่าขนมจีน เพื่อที่ในหน้าแล้งปีต่อ ๆ ไปจะได้ไม่ต้องมาระดมทุนกัน แล้วก็ยืมเครื่องจากกรมชลประทานซึ่งเป็นปัญหาที่ซ้ำมาหลายปีแล้ว ถ้ามีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ก็จะประหยัดมากกว่าเนื่องจากค่ากระแสไฟฟ้าถูกกว่าค่าน้ำมันมากนะครับ จึงกราบเรียน ท่านประธานช่วยประสานงานด้วย ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านธนิกครับ

นายธนิก มาสีพิทักษ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น ต่อข้อหารือท่านประธานที่ผ่านมา ต้องขอขอบคุณกระทรวงที่ตอบ ข้อหารือ ส่วนบางกระทรวงที่ยังไม่ได้ตอบข้อหารือนั้นยังไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะอะไร และจากการได้อ่านคำตอบแจ้งข้อมูล เหตุผล ผมไม่สบายใจและไม่เข้าใจในเหตุผลนะครับ กรณีของ กระทรวงศึกษาธิการที่ผมได้หารือถึงโรงเรียนมัญจาศึกษา อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ที่อาคารเรียน ๓ อาคารได้สร้างมากว่า ๓๐ ปี แล้วหลังคาได้รั่วซึม สร้างความเดือดร้อนให้กับ นักเรียนที่เรียนหนังสือ จากหนังสือที่อ้างถึงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. งบซ่อมแซม ๘๐๐ ล้านบาท ถูกตัดลดเหลือ ๓๐ ล้านบาท ทั้งประเทศพอที่จะ เข้าใจได้ว่าเป็นการตัดพ้อ แต่ส่วนกรณีที่ในหนังสือระบุให้เสนอผ่านไปยังสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๕ ซึ่งจะมีการพิจารณาเป็นราย ๆ ไป อันนี้ผมไม่เข้าใจว่าให้ผม ทำหนังสือไปหรืออย่างไร เพราะตามรัฐธรรมนูญนั้นในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ห้ามไปก้าวก่ายฝ่ายบริหารนะครับ ในส่วนของฝ่ายบริหารจะต้องตอบมาว่าบรรจุเข้าในแผน ปีไหน อย่างไรนะครับ เหมือนกับหลาย ๆ กระทรวงซึ่งผมได้รับคำตอบมา ยกตัวอย่างเช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ระบุชัดเจนว่าเข้าในแผนปีไหน อย่างไร ได้มีการซ่อมแซมได้หรือไม่ หรือดำเนินการก่อสร้างได้หรือไม่

อีกเรื่องหนึ่ง กรณีของกระทรวงคมนาคม ต่อข้อหารือทางหลวงหมายเลข ๒๐๖๒ เส้นทางบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ถึงอำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ซึ่งผ่านอำเภอพระยืน ระยะทาง ๔๕ กิโลเมตร อ้างเหตุผลว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์เนื่องจาก มีจำนวนรถที่ผ่านไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กำหนด ผมขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคมอีกครั้งว่าถนนเส้นดังกล่าวนั้นเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างจังหวัดขอนแก่น กับจังหวัดชัยภูมิ แล้วก็เป็นถนนที่เป็นทางเลือกเพื่อให้พี่น้องประชาชนสัญจรระหว่าง กรุงเทพมหานครไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ในภาคอีสานนะครับ เพื่อเลี่ยงถนนมิตรภาพโดยเฉพาะ ช่วงเทศกาลมีรถจำนวนมาก จึงขอหารือท่านประธานเพื่อที่จะให้สร้างถนนดังกล่าว โดยการขยายเลนเพื่อให้สามารถที่จะสะดวกในการสัญจรไปมาได้ง่ายขึ้น ขอขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักศึกษา คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ด้วยความยินดียิ่งนะครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรอยู่ในวาระ การหารือของสมาชิกที่กลับไปพื้นที่และพบปัญหาของพี่น้องประชาชนนำมาหารือ สภาผู้แทนราษฎร และสภาจะทำหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อให้ได้รับการแก้ไขต่อไปนะครับ เชิญท่านวิรัตน์ครับ

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องหารือต่อท่านประธานจากการร้องเรียนของท่าน ส.จ. เสริมสุข เกียรติกำแหง และพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีนะครับ กับกรณีที่ทางกรมโยธาธิการ และผังเมือง โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรีปลอดประสพ สุรัสวดี ได้เดินทางไปลงพื้นที่ ดูแลปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตั้งแต่ปีที่แล้วกรณีน้ำท่วมในเขต เทศบาลเมืองสุโขทัยซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจนะครับ ปรากฏว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ ๓ ที่ผ่านมานี้เอง บริเวณริมตลิ่งริมแม่น้ำยมในเขตเทศบาล ในชุมชนราชธานีถนนได้พังทลายลง โดยเหตุจากที่น้ำได้กัดเซาะพื้นดินใต้ถนน จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตรงคือทางกรมโยธาธิการและผังเมืองนะครับ บอกกับชาวสุโขทัยว่าจะไปสำรวจในพื้นที่ ที่ล่อแหลมในบริเวณที่น้ำกัดเซาะดินใต้พนังเขื่อนเรียงหินปัจจุบันนี้ยังไม่ได้ดำเนินการนะครับ แล้วก็ในส่วนที่พังทลายไปก็ของบประมาณกรณีเร่งด่วนด้วยนะครับ หากน้ำมาปีนี้น้ำท่วม จังหวัดสุโขทัยอีกเช่นเคยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบลนาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ขาดแคลนน้ำมาก ประสบภัยแล้ง อยากให้ทางกรมทรัพยากร น้ำบาดาลได้สร้างประปาผิวดิน เป็นประปาใต้ดินไม่ได้นะครับ เพราะว่าพื้นที่ของตำบลนาขุนไกรนั้น ไม่สามารถขุดเจาะน้ำบาดาลได้ เป็นประปาผิวดินนะครับ คือหมู่ที่ ๘ บ้านลุเต่า และหมู่ที่ ๓ บ้านวังพิกุลนะครับท่านประธาน

และอีกเรื่องหนึ่งนะครับที่ตำบลนาขุนไกรเช่นกัน ขอให้กรมทางหลวงชนบท หรือกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดสรรงบประมาณไปสร้างถนนลาดยางสายบ้านเด่นซุง หมู่ที่ ๑๑ ตำบลนาขุนไกร ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร และสายนาขุนไกร หมู่ที่ ๑ ถึงบ้านตลุก หมู่ที่ ๓ ระยะทาง ๒ กิโลเมตรนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเอกธนัช อินทร์รอด

นายเอกธนัช อินทร์รอด บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เอกธนัช อินทร์รอด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ว่าทางกรมธนารักษ์ ได้มีหนังสือขอให้ทางโรงเรียนท่าบ่อคืนพื้นที่ที่ทางโรงเรียนท่าบ่อได้ใช้ในการตั้งโรงเรียน ในพื้นที่ส่วนหนึ่ง ซึ่งทางกรมธนารักษ์เองได้ทำหนังสือไปถึงโรงเรียนนะครับว่าอยากได้พื้นที่คืน เพื่อทำการปรับปรุงภูมิทัศน์ตามเนื้อที่ส่วนที่เหลือจากโรงเรียน ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ที่โรงเรียนท่าบ่อ ได้ใช้ก็เป็นพื้นที่ที่ทางส่วนราชการต่าง ๆ ใช้ในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ แล้วก็ยังมีเยาวชน มีพ่อค้า ประชาชน ใช้พื้นที่ในการเล่นกีฬา เพราะว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ทำเป็นสนามกีฬา มาตรฐานนะครับ แต่ว่าก็มีพื้นที่ส่วนหนึ่งซึ่งอาจจะอยู่ติดริมรั้วก็อาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ในบางส่วน แต่ว่าทางกรมธนารักษ์เองก็ขอคืนพื้นที่ในการที่จะมาให้ส่วนภาคประชาชนแล้วก็ทางท้องถิ่น ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งส่วนนี้ประชาชนเองก็เห็นดีด้วยในการที่กรมธนารักษ์เองจะเอาไปปรับปรุง ในการปรับพื้นที่ แต่มีความห่วงใยในเรื่องที่มีข่าวมาว่าจะทำเป็นอาคารพาณิชย์ซึ่งทำไปแล้ว ก็จะทำให้พื้นที่ส่วนนี้เสียไป ซึ่งปัจจุบันเองก็มีการสร้างอาคารพาณิชย์ในพื้นที่ส่วนนี้ด้วยนะครับ ก็ทำให้ภูมิทัศน์แล้วก็เป็นการหาผลประโยชน์ ซึ่งโรงเรียนเองไม่ได้ประโยชน์อะไรในการสร้าง อาคารพาณิชย์แห่งนี้เลย ทางประชาชนก็เลยฝากให้เรียนสอบถามกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังว่าอยากได้แผน ส่วนที่จะปรับปรุงมีเท่าไร แล้วก็จะเอาไปทำอะไรบ้างนะครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยุพราช บัวอินทร์ ครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากนายถนอม มิ่งมูล ผู้ใหญ่บ้านปากออก หมู่ที่ ๙ ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก ร้องเรียนเรื่องถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านน้ำคำ หมู่ที่ ๕ กับหมู่ที่ ๙ บ้านปากออก ตำบลปากช่อง ระยะทางประมาณ ๗,๐๐๐ เมตรครับ ท่านประธานที่เคารพ ถนนชำรุดตลอดเส้นทางบางช่วง ถนนเป็นหลุมยาวขวางถนน ส่งผลให้ พี่น้องประชาชนเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บและเสียชีวิตบ่อยครั้ง ท่านประธานที่เคารพ ถนนเส้นนี้ เป็นถนนเส้นทางหลักในการขนผลผลิตทางการเกษตร ทั้งข้าว ข้าวโพด และมะขามหวาน นอกจากนั้นชาวบ้านยังใช้ถนนเส้นนี้ในการไปติดต่อราชการและไปโรงพยาบาล แต่ที่สำคัญ ไปกว่านั้นเด็ก ๆ นักเรียนต้องใช้ถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางสัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้าน และโรงเรียนอยู่เป็นประจำทุกวัน ขอให้ท่านประธานแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา ให้กับถนนเส้นนี้ในหมู่ที่ ๙ ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสักด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการอภิปรายหารือในสภาผู้แทนราษฎรของสมาชิกทุกท่าน โดยเฉพาะที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ท่านประธานที่เคารพ หลังจากที่ผมได้อภิปรายเรื่องถนนบ้านห้วยแปก ตำบลน้ำหนาว ถึงบ้านวังกวาง ตำบลวังกวาง อำเภอน้ำหนาว ประมาณ ๓ ครั้งครับ รัฐบาลก็ได้จัดงบประมาณ ไปดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เป็นงบประมาณประมาณ ๒๐ ล้านบาท ต้องขอกราบพระคุณท่านประธานไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตตำหนิรัฐบาลที่ปฏิบัติ ต่อข้อหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะของผมในเรื่องการร้องขอให้รัฐบาล ได้พิจารณาการประกันรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด กลับได้รับการตอบแทน เป็นการนำเข้าข้าวโพดจาก สปป. ลาว และประเทศกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ราคาข้าวโพด ทั้งข้าวโพดฝนและข้าวโพดแล้งที่กำลังปลูกอยู่ราคาเริ่มตกต่ำลง ขอให้ท่านประธาน เรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายแพทย์เชิดชัยครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องรบกวนท่านประธานปรึกษาหารือนะครับ เนื่องจากผมต้องเดินทางไปจังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสานเป็นประจำนะครับ โดยเฉพาะทาง ภาคอีสานทางตะวันออก มันมีหนทางเส้นหนึ่งนะครับที่เชื่อมระหว่างจังหวัดยโสธร กับจังหวัดอำนาจเจริญนะครับ จังหวัดยโสธรเขาจะมีบั้งไฟ จังหวัดอำนาจเจริญก็จะมี พระใหญ่ พระมิ่งมงคลนะครับ ซึ่งเส้นนี้มันจะตัดเลยไปทางอำเภอเขมราฐ ออกไปทางฝั่ง สปป. ลาวได้ ปรากฏว่าถนนเส้นนี้ก็มีการปรับปรุงมาเรื่อยนะครับ แต่เนื่องจากเป็นหนทางที่ มันแคบ แล้วก็มีต้นไม้ใหญ่อยู่ข้างทาง ทางก็คดเคี้ยวไปมา เห็นแล้วมันเกิดอุบัติเหตุบ่อยนะครับ ก็อยากจะรบกวนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมให้ไปพิจารณาว่าถนนเชื่อม ๒ จังหวัดนี้น่าจะทำให้ได้มาตรฐานนะครับ โดยเฉพาะทางโค้งต่าง ๆ นี่มันไม่รับกับรถนะครับ

เรื่องที่ ๒ ผมขับรถไปสนามบินวันพรุ่งนี้แล้วครับ ทุกเช้าวันศุกร์ครับ ผ่านไป ช่วงถนนที่อยู่ใต้ทางด่วนช่วงถนนศรีนครินทร์มันมืดจริง ๆ ครับ แล้วก็รถก็วิ่งเร็ว ๆ ก็เสียวไส้ จะมีอุบัติเหตุบ่อย แล้วก็มีทางที่จะยูเทิร์น (U-Turn) ตรงใต้ทางด่วนด้วยนะครับ ไฟก็ไม่พอครับ อยากจะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจจะเป็น กทม. ให้ไปช่วยติด ความสว่างนะครับ เพราะว่าตรงนั้นรถที่จะไปสนามบินสุวรรณภูมิเยอะจริง ๆ แล้วก็โอกาส จะเกิดอุบัติเหตุได้มากเช่นเดียวกันครับ จึงขอรบกวนท่านประธานฝากไปยังส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องเพื่อไปแก้ไขปัญหาด้านที่ได้เรียนท่านประธานดังที่ทราบนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุณย์ธิดาครับ

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับข้อเสนอแนะมาจากพี่ ๆ น้อง ๆ ที่ได้จบวิทยาลัยนาฏศิลป์จากที่ ต่าง ๆ เช่นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดร้อยเอ็ด หรือว่าจังหวัดนครราชสีมา เนื่องจาก ในภาคอีสานนั้นมีทั้งหมด ๒๐ จังหวัด แต่มีวิทยาลัยนาฏศิลป์เพียงแค่ ๓ ที่ ดิฉันได้รับ ข้อเสนอจากรุ่นพี่ที่จบหลาย ๆ ท่านบอกว่าอยากให้น้อง ๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี หรือว่าในจังหวัดใกล้เคียงมีโอกาสได้เรียนวิทยาลัยนาฏศิลป์ในตัวจังหวัดอุบลราชธานี จึงอยากขอร้องไปทางกระทรวงศึกษาธิการขอให้ศึกษาความเป็นไปได้ว่าในอนาคตจะมีโอกาส ตั้งวิทยาลัยนาฏศิลป์ที่จังหวัดอุบลราชธานีหรือไม่ เพราะว่าจังหวัดอุบลราชธานีก็ถือว่า เป็นศูนย์กลางของภาคอีสานตอนล่างในหลาย ๆ จังหวัดที่สามารถไปเรียนได้ เพราะว่าน้อง ๆ หลายท่านต้องเดินทางไปเรียนที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดร้อยเอ็ด หรือไม่ก็ที่จังหวัดนครราชสีมา แล้วเขาก็ต้องมาต่อที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพราะฉะนั้นถ้าเกิดมีโอกาสในอนาคต ก็อยากให้พิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งวิทยาลัยนาฏศิลป์ที่จังหวัดอุบลราชธานี เพราะขณะนี้มีทั้งศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบันจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ต่าง ๆ ที่จังหวัดอุบลราชธานี พยายามยื่นข้อเสนอแล้วก็ทำประชาพิจารณ์กันว่าที่จังหวัดจะมีโอกาสในการตั้ง วิทยาลัยนาฏศิลป์ไหม

เรื่องที่ ๒ เป็นเหตุต้องบอกว่าเกิดขึ้นแทบทุกจังหวัดเรื่องเหตุภัยแล้ง ดิฉันได้รับการร้องเรียนมาจากพี่น้องในตำบลและหมู่บ้านต่าง ๆ ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอสว่างวีระวงศ์ และอำเภอนาเยีย บอกว่าในบางส่วนการเปิดปิดน้ำของคลองชลประทาน อยากให้พิจารณาถึงพี่น้องที่อยู่ทางปลายท่อหรือว่าปลายคลองชลประทานบ้าง เพราะว่า ในบางครั้งเปิดแค่ไม่กี่วัน พี่น้องที่อยู่บริเวณต้นทางก็จะได้น้ำอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่พี่น้องที่อยู่ทางปลายน้ำน้ำยังไม่ถึง เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอให้พิจารณาว่าให้ครอบคลุม ในทุกพื้นที่ด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานสัก ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ คือผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนตำบลปากน้ำ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมาว่าบริเวณถนนริมคลองส่งน้ำซึ่งต่อจากทางเข้าบึงฉวาก ถ้าถนนจากถนนใหญ่ไปบึงฉวากนั้นถนนสวยงาม เรียบ แต่ปรากฏว่าพอเลยทางแยกเข้าบึงฉวาก ไปทางวัดปากน้ำ วัดท่าทอง กลับเป็นหลุมเป็นบ่อ ชาวบ้านเขาก็สงสัยว่าทำไมเขาถึงได้รับ ความเดือดร้อนอย่างนี้ เพราะอะไรงบประมาณถึงไม่ส่งไปทำการซ่อมทางเสียที จึงฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดำเนินการซ่อมถนนหรือขยายถนนตรงนั้น ให้ประชาชนเดินทางได้รับความสะดวกสบายด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมตั้งใจจะพูดเรื่องนี้ในวันนี้แต่ปรากฏว่า มีข่าวออกมาพอดี เรื่องการใช้รถราชการนอกเวลาราชการ ท่านประธานที่เคารพครับ มีคนร้องเรียนมาหลายครั้งหลายคราวโดยเฉพาะรถหลวง หลังจากเลิกงานแล้วปรากฏว่า รถหลวงไปโผล่ เช่น หน้าสถานที่อาบ อบ นวด และหน้าสถานที่ขายบริการโสเภณียังมี ผมจึงบอกท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยกำชับรถดังกล่าวหรือลูกน้องของท่าน เมื่อหมดภาระงานแล้วควรเก็บไว้ในสถานที่ราชการอย่านำออกไปใช้เพราะจะเกิดข้อครหานินทา และฝากไปยังประชาชนด้วยว่าหากพบเห็นรถราชการหลังจากเวลาราชการแล้ว โปรดส่งภาพถ่าย มายังท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ๒ นาทีมีค่านะครับ

เรื่องแรก ต้องขอขอบคุณอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านชุมพล ศิลปอาชา ที่ท่านได้อนุมัติงบประมาณเรื่องการขยายอัฒจันทร์ของสนามกีฬากลาง เทศบาลนครตรัง ซึ่งท่านชวน หลีกภัย ได้ให้ผมเป็นคนประสานขอให้มีการขยายอัฒจันทร์ ขณะนี้ก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว แล้วก็ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดสรรงบประมาณ เพิ่มเติมเพื่อขยายอัฒจันทร์ไปทางด้านทิศใต้ครับ พี่น้องประชาชนจะได้มีโอกาสมาชม แล้วก็เล่นกีฬาที่สนามกีฬากลางเทศบาลนครตรัง

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ปรับปรุงสนามกีฬา ก็คือ โรงยิม ๔,๐๐๐ ที่นั่ง ที่สนามกีฬาทุ่งแจ้ง จังหวัดตรัง เป็นระบบปรับอากาศ ทั้งนี้เพื่อรองรับ การจัดการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติ

เรื่องที่ ๓ ขอให้การกีฬาแห่งประเทศไทยจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้าง โรงยิมแบดมินตัน ๑ หลัง ให้กับสนามกีฬาที่จังหวัดตรัง เนื่องจากที่จังหวัดตรังมีแมทช์ (Match) การจัดการแข่งขันกีฬาแบดมินตันในระดับนานาชาติ แต่ขณะนี้สนามเพื่อฝึกซ้อมและแข่งขัน ของแบดมินตันเป็นการเฉพาะยังไม่มี จึงขออนุญาตให้ทางท่านประธานได้ทำหนังสือ ถึงการกีฬาแห่งประเทศไทย

เรื่องที่ ๔ ขอให้กรมทางหลวงชนบทได้จัดสรรในการก่อสร้างไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อความปลอดภัยถนนสายตรัง-กันตังครับ

และเรื่องสุดท้ายก็คือ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมเดินทางการไปชมการแข่งขันกีฬา นักเรียนคนพิการแห่งชาติที่จังหวัดแพร่ครับท่านประธาน เป็นการแข่งขันกีฬานักเรียนของ คนพิการหู ตา ร่างกาย สติปัญญา ๖๐ แห่งทั่วประเทศ แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่า รัฐบาลจัดสรรงบไปให้เพียงแค่ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ในการจัดการแข่งขัน ๑๑ ชนิดกีฬา ทางจังหวัดเลี้ยงนักกีฬากัน ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน เลี้ยงอาหารทุกวันครับ และท่านธเนศ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้ให้การช่วยเหลือเลี้ยงอาหาร ไอศกรีม ในขณะที่เราเดินทางไปดูงาน ก็กราบเรียนว่าควรจะเพิ่มงบประมาณให้กับนักกีฬาโดยเฉพาะ กีฬานักเรียนคนพิการแห่งชาติในปีต่อไปกันนะครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนทรีครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ เรื่องแรกที่อยากจะขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ในวันนี้นะคะ ดิฉันเองได้รับการทวงถามจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากูบ อำเภอซับใหญ่ค่ะ เขาสอบถามกับดิฉันมาว่าได้รับการติดต่อแจ้งจากหน่วยงานก็คือ กรมทางหลวงชนบทในเรื่องเกี่ยวกับการจะไปติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณบ้านวังขอนสัก ตำบลท่ากูบ อำเภอซับใหญ่ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีทั้งโรงเรียนแล้วก็เป็นถนนที่พี่น้องสัญจร ไปมาภายในตำบล ซึ่งแน่นอนค่ะว่าจะต้องใช้ผ่านไปยังอำเภออื่น ๆ ด้วยนะคะท่านประธาน ผ่านมาตอนนี้จะครึ่งปีงบประมาณแล้วแต่ว่าก็ยังไม่ได้รับงบประมาณหรือว่ามีหน่วยงานราชการ คือกรมทางหลวงชนบทได้ออกไปติดตั้งไฟฟ้าให้กับพี่น้องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจาก อุบัติเหตุ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบท ท่านอธิบดีก็มาตอบดิฉันนะคะท่านประธานว่าปี ๒๕๕๖ ได้รับงบประมาณแน่นอน ผ่านมาครึ่งปีแล้วค่ะ ก็ฝากท่านประธานให้ช่วยติดตามทวงถาม ให้ด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือ ดิฉันเองได้รับการบอกกล่าว แล้วก็ไปประสบพบเจอกับตัวเองก็คือ เนื่องจากตอนนี้เรามีการแยกหน่วยงานระหว่าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาออกมาเป็นแบบมัธยมศึกษากับประถมศึกษานะคะท่านประธาน โดยเฉพาะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ ๓๐ จังหวัดชัยภูมิยังขาดแคลน ในเรื่องเกี่ยวกับหอประชุม ดิฉันได้ไปร่วมกิจกรรมหลายครั้ง มีการประชุมครูก็ไม่มีสถานที่ จะต้องไปเช่าที่ก็คือบางครั้งก็เป็นโรงแรม บางครั้งก็ต้องไปขออาศัยโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่า ก็ไม่เพียงพอในการรองรับจำนวนปริมาณของผู้เข้าร่วมรับการประชุมหรือว่าเข้าร่วมกิจกรรม ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยดูแล ในเรื่องการจัดสรรอาคารหอประชุมให้กับพื้นที่ดังกล่าวด้วยค่ะ

เรื่องสุดท้าย ดิฉันขออนุญาตทวงถามถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อีกนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน คือได้รับแจ้งจากหน่วยงานก็คือทาง สพฐ. แจ้งบอกว่าปีนี้โรงเรียนบ้านหนองอ้อจะได้รับงบประมาณในการจัดสร้างอาคารเรียน เพื่อชดเชยอาคารหลังเก่าที่ใช้การไม่ได้ ผ่านมาครึ่งปีแล้วก็ยังไม่เห็นงบประมาณที่จะไป ก่อสร้างอาคารเรียนให้กับเด็กนักเรียนจำนวนหลายร้อยคน ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินการติดตามด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ

เรื่องแรก เป็นเรื่องของคนยากไร้ คนยากจน ลำบาก แล้วก็รอการสงเคราะห์ การช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่เป็นจำนวนมากในเขตเลือกตั้งของกระผมนะครับ นางสุนีย์ กิจวิบูลย์ อยู่บ้านเลขที่ ๑๗/๑ หมู่ที่ ๕ ตำบลกำแพงเซา อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช อายุ ๔๗ ปี สภาพครอบครัวสามีเสียชีวิตและมีฐานะยากจนมาก มีบุตรสาวเรียนอยู่ชั้น ม. ๓ อยู่ที่โรงเรียนท้าวราษฎร์สงเคราะห์ ตำบลกำแพงเซา บ้านพักอาศัยเป็นเพิงพักก็ทรุดโทรมมาก แล้วห้องน้ำยังเป็นห้องน้ำที่ใช้กระสอบปุ๋ยเป็นฝากั้นอยู่เลยนะครับ ซึ่งมีความยากลำบากมาก ทาง อบต. กำแพงเซาก็มีงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ยากไร้เหล่านี้เพียงหมู่บ้านละ ๑ รายต่อปี ซึ่งก็ยังไม่ถึงคิวเสียทีนะครับ ทางสมาชิกสภา อบต. หมู่ที่ ๕ ตำบลกำแพงเซา คือนายณกรณ์ แก้ววิลาศ ได้ร้องเรียนผ่านมายังกระผมว่าขอให้ช่วยประสานไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ช่วยส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลเพื่อให้การช่วยเหลือโดยเร่งด่วนด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ คลองท่าดีเป็นคลองสายหลักที่รับน้ำจากเทือกเขาหลวงผ่านตัวเมือง นครศรีธรรมราชหลายตำบลไปลงสู่ทะเล ในช่วงที่ผ่านตำบลกำแพงเซา อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ปรากฏว่ากระแสน้ำไหลเชี่ยวมากนะครับ ยิ่งในช่วงนี้มีฝนตกหนักหลายวัน แล้วก็มีน้ำสะสม ในเขตภูเขาทำให้น้ำในคลองท่าดีไหลเชี่ยว ก็กัดเซาะถนนสายสำคัญ ๆ ที่อยู่เลียบคลองท่าดี เสียหายจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่นหมู่ที่ ๒ ถนนสภาพัฒน์ ซึ่งเป็นช่วงหน้าฝายชลประทาน ถึง อบต. กำแพงเซา มีจุดที่ถูกน้ำกัดเซาะดินเป็นโพรงอยู่ใต้ถนนถึง ๓ จุด ระยะทางประมาณ ๔๐๐ เมตร ถนนสายนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ อบต. กำแพงเซา แต่ว่างบประมาณไม่มี ที่จะซ่อมแซม ก็ขอหารือไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือกรมทางหลวงชนบท ช่วยดูแลด้วย แล้วก็ขอหารือต่อไปยังกรมเจ้าท่าว่าช่วยพิจารณาตรวจสอบสภาพตลิ่ง คลองท่าดีทั้งเส้นเพื่อทำคันกั้นให้มีประสิทธิภาพไม่ให้น้ำกัดเซาะต่อไป ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม ช่างพินิจ ครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย สิ่งที่ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนก็เป็นเรื่องของพี่น้องภาคการเกษตรก็ดี พี่น้องที่สัญจรไปมานะครับ โดยเฉพาะของ กระทรวงคมนาคม หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือกรมทางหลวงชนบท ก็อยากจะให้ซ่อมแซม แล้วก็ก่อสร้าง หรือปรับปรุงนะครับ ซึ่งมีทั้งหมด ๔ สายด้วยกัน เช่น ถนน พล. ๔๐๒๔ แยกจากทางหลวงหมายเลข ๑๐๖๕ บ้านตะแบกงาม ๑ เส้นทางด้วยกันนะครับ แล้วก็เส้นที่ ๒ พล. ๔๐๐๗ แยกทางหลวงหมายเลข ๑๑๑๔ แล้วก็สายที่ ๓ พล. ๒๐๓๐ แยกทางหลวงหมายเลข ๑๑ แล้วอีกเส้นหนึ่งที่ทางหลวงชนบทรับผิดชอบก็จากตำบลท่าตาลไปตำบลนครป่าหมาก เขตอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ก็คงฝากไว้ครับ เพราะว่าพี่น้องสัญจรโดยเฉพาะ พี่น้องภาคการเกษตรนะครับ ก็คงฝากไว้ และผมก็มีเอกสารแนบไปในหนังสือหารือ ขอฝากท่านประธานด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์ลีลาวดีครับ

นางสาวลีลาวดี วัชโรบล กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ เขตดุสิต เขตราชเทวี พรรคเพื่อไทย มีเรื่องอยากจะขอหารือถึงเรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน ๒-๓ เรื่องนะคะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ในชุมชน หลังวัดจอมสุดาราม หรือว่าวัดไพรงามในเขตดุสิตนะคะ บอกว่าท่อระบายน้ำในชุมชนนั้น อุดตันมีสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอยมาก แจ้งมาว่าบริเวณหลังวัดจอมสุดารามแห่งนี้ไม่ได้รับ การลอกท่อระบายน้ำเลย เวลาฝนตกลงมาก็ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และเวลาน้ำท่วมก็จะไหล เข้าบ้านของพี่น้องประชาชน ท่วมทีก็เหม็นทีนะคะ ก็อยากจะให้ช่วงนี้ท่านผู้ว่าราชการ ได้โปรดตรวจสอบแล้วก็ไปลอกท่อแห่งนี้ด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๒ ก็คือดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในซอยหลังสโมสร ทบ. ค่ะ หรือว่าหลังโรงเรียนราชวินิตนะคะ บอกว่าในซอยสามเสน ๑๒ เขตดุสิตนั้นถังขยะ ชำรุดเหลือเกินเห็นบอกว่าใช้มาหลายสิบปีแล้วนะคะไม่มาเปลี่ยนสักทีหนึ่ง แต่ละถัง ถ้าจะสังเกตตรงก้นมันก็จะทะลุเวลาลากไปทีน้ำของขยะก็จะไหลเป็นทางนะคะ ส่งกลิ่นเหม็นมาก อยากจะฝากให้ฝ่ายที่ดูแลเรื่องรักษาความสะอาดได้โปรดช่วยดูแลด้วยนะคะ เพราะว่าดิฉันเอง ก็ได้ทำเรื่องขอในเรื่องของถังขยะนี้ไปในหลายหน่วยงานก็ยังไม่ได้รับการดูแล

เรื่องที่ ๓ ลงพื้นที่ไปก็ไปพบปะพูดคุยกับพี่น้องที่พักอยู่ในบ้านพักรถไฟ มักกะสัน เดินไปสำรวจไปก็พบว่าบริเวณแห่งนี้เป็นบ้านพักเป็นบ้านไม้ซึ่งก็อยู่ติดกัน แล้วก็ บริเวณแห่งนี้เองดิฉันก็เคยทำเรื่องร้องไปในเรื่องของคนที่นำเอาขยะมาทิ้ง ช่วงนี้ก็ยังทิ้งกัน อยู่นะคะ ก็ยังไม่มีมาตรการในการที่จะดูแลเรื่องนี้อย่างไร ตอนนี้พี่น้องประชาชนที่อยู่ใน ชุมชนริมทางรถไฟมักกะสันมีความกังวลค่ะบอกว่าใกล้หน้าร้อนแล้วกลัวว่าบางทีคนเมา สูบบุหรี่แล้วก็โยนทิ้งก็เกิดเป็นเปลวไฟขึ้นได้ เกรงว่าจะเกิดไฟไหม้ได้เนื่องจากว่าบริเวณแห่งนี้ ไม่มีถังดับเพลิงเลยนะคะ จึงอยากจะฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรด จัดถังดับเพลิงมาที่บ้านพักชุมชนริมทางรถไฟมักกะสันด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวันเพ็ญครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๔ ขอหารือท่าน ๓ เรื่องนะคะ

เรื่องที่ ๑ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนขอให้ขุดเจาะบ่อบาดาล ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลบัววัฒนา อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ หมู่ที่ ๒ บ้านไร่เหนือ กับหมู่ที่ ๗ บ้านซับวารินทร์ ขาดแคลนน้ำดื่มอุปโภคบริโภค

เรื่องที่ ๒ ของบประมาณสร้างถนน คสล. เชื่อมหมู่ที่ ๓ ถึงหมู่ที่ ๑๕ คือ จากบ้านวังน้ำอ้อม-บ้านวังน้ำอ้อมใต้ อยู่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของ อบต. วังหิน อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่มีงบประมาณในการที่จะทำถนนคอนกรีตให้

เรื่องที่ ๓ ขอรับการสนับสนุนระบบประปาหมู่บ้านให้กับ หมู่ที่ ๕ บ้านหนองกลอย ตำบลตะกุดไร อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ขาดแคลนน้ำดื่มอุปโภคบริโภคเช่นกันค่ะ ขอบพระคุณท่านค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะบุคลากรและนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชมรมเสรีชนคนประชาธิปไตย ด้วยความยินดียิ่ง ตอนนี้ เรากำลังพิจารณาเรื่องหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงพื้นที่และพบปัญหานำมาบอก สภาผู้แทนราษฎรและทำหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อได้รับการแก้ไขต่อไป เชิญท่านเอมอร สินธุไพร ครับ

นางเอมอร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉัน ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ เลือกตั้งดิฉันนะคะ ซึ่งมีอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากคณะผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครู ซึ่งสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต ๒ ซึ่งมีจำนวนโรงเรียนอยู่ ๓๕๖ โรงเรียน ปัญหาก็คือเกี่ยวกับห้องน้ำที่ใช้ในโรงเรียน ซึ่งในปัจจุบันนี้ห้องน้ำของโรงเรียนนี้ มีความชำรุดทรุดโทรมแล้วก็ไม่มีพอใช้ในโรงเรียนบางโรงเรียน แต่ส่วนมากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ แล้วมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลความเจริญค่ะท่านประธาน เพราะว่าห้องน้ำนี้คือส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือโรงเรียน และโดยเฉพาะ งบประมาณที่ทางกระทรวงศึกษาธิการจัดให้ในแต่ละปีงบประมาณ ในเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต ๒ นี้ได้ปีละ ๕-๖ โรงเรียนเท่านั้นเอง และบางโรงเรียนต้องทำ ผ้าป่าการศึกษามาสร้างห้องน้ำ และโดยเฉพาะห้องน้ำที่ใช้เองบางโรงเรียนก็ไม่ได้มาตรฐาน และในเขตพื้นที่ สพป. ร้อยเอ็ด เขต ๒ นี้ก็มีโครงการมีนโยบายประกวดห้องน้ำสะอาด แต่ก็ยังมีหลายโรงเรียนซึ่งโถส้วมยังเป็นหินขัดซึ่งใช้มานานเป็นเวลาหลายสิบปียังไม่ได้ รับการก่อสร้าง ไม่ได้มีงบประมาณไปให้ ฉะนั้นทางคณะครูแล้วก็นักเรียนต้องมีห้องน้ำ ที่สะอาดใช้ได้ มาร้องเรียนว่างบประมาณที่ทางกระทรวงศึกษาธิการจัดให้นั้นเป็นจำนวนน้อยมาก ก็อยากจะให้ทางกระทรวงศึกษาธิการให้การสำรวจในโรงเรียนประถมศึกษา ซึ่งดิฉันคิดว่าไม่มี เฉพาะของ สพป. ร้อยเอ็ด เขต ๒ อาจจะมีจำนวนมากในหลายจังหวัดซึ่งอยู่ห่างไกลความเจริญ ขอให้กระทรวงศึกษาธิการโดยรัฐมนตรี ท่านพงศ์เทพ เทพกาญจนา ได้จัดสรรงบประมาณ ไปสร้างห้องน้ำที่สะอาดให้คณะครูและนักเรียนได้ใช้ที่ถูกสุขลักษณะและได้มาตรฐานนะคะ ขออีกนิดหน่อยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ก็คือเกี่ยวกับถนนเส้นทางจากอำเภออาจสามารถผ่านไปยัง ตำบลโพนเมือง บ้านบาก และบ้านเหล่า ระยะทางประมาณ ๙ กิโลเมตร เป็นถนนลาดยาง ทางหลวงชนบทมีความชำรุดทรุดโทรมมากค่ะ ทำให้การสัญจรไปมามีความลำบากมาก แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากจะนำฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้จัดสรรงบประมาณลงไปซ่อมสร้างเพื่อที่จะให้ถนนเส้นนี้ ให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ในการสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกสบายค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อาจารย์วันชัย บุษบา ครับ

นายวันชัย บุษบา เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายวันชัย บุษบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตท่านประธานนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องได้ให้ความแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องผู้เดือดร้อนต่อไป ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่ได้อนุมัติงบประมาณในการจำนำมันสำปะหลังให้กับพี่น้องเกษตรกร ผู้ปลูกมันสำปะหลัง แต่ว่าขณะนี้โครงการของรัฐบาล คือโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง จะสิ้นสุดภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ทางพี่น้องเกษตรกรขอฝากผ่านผมมาว่าขอให้นำเรื่องนี้ หารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลได้ขยายระยะเวลาจำนำมันสำปะหลังไปอีกถึงสิ้นเดือน เมษายน ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการประสานงานจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ว่าจะเป็น สถานีตำรวจภูธรอำเภอเอราวัณ สถานีตำรวจภูธรอำเภอปากชม และสถานีตำรวจภูธรอำเภอเชียงคาน ว่ารถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ในการตรวจการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเก่าแล้วก็ใช้การไม่ได้ ขอให้ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดงบประมาณในการจัดซื้อแล้วก็จัดหารถให้กับทางสถานีตำรวจภูธร ในพื้นที่ดังกล่าว

เรื่องที่ ๓ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบท ถนนหมายเลข ๔๐๑ จากบ้านโป่ง ตำบลนาแขม ไปถึงตำบลปากตม ระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ถนนชำรุด ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบทได้ให้การดูแลรักษาแล้วก็ซ่อมแซมถนน สายดังกล่าวด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอดมีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานนะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ การหารือนี่นะครับ ผมขอตั้ง ข้อสังเกตและประท้วงท่านประธานว่าท่านประธานให้เวลาหารือในแต่ละวันมากเกินไป วันนี้เป็นวันของกระทู้ถามสด และมีการถ่ายทอดสดด้วย ต้องขอตั้งข้อสังเกตจริง ๆ ครับ ทุกสัปดาห์ท่านเปิดโอกาสจนกระทั่งเวลา ๑๑.๓๐ นาฬิกา หรือเกินกว่านั้น ถ่ายทอดกัน ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ ๑๒.๓๐ นาฬิกา ผมต้องขอ ความเป็นธรรมต่อท่านนะครับ กระทู้ถามสดมีโอกาสที่จะหลุดการถ่ายทอดสดออกไปได้ ประมาณ ๓-๔ กระทู้ที่เราเตรียมการกันอยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นกระทู้ถามสุดท้ายนี่ทุกคน ไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะได้รับการถ่ายทอดสดหรือไม่ ถ้าท่านยังทำอย่างนี้ ผมขออนุญาตนำเสนอนะครับ ให้กระทู้ถามสดของฝ่ายค้านขึ้นก่อนทุกครั้ง ถ้าท่านจะปล่อย ให้มีการหารือกันจนถึงเวลา ๑๑.๓๐ นาฬิกา แล้วแต่ท่านวินิจฉัยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ท่านบุญยอดครับ ผมดูแลเวลาอยู่ แต่ว่ากระทู้ถามสดให้คนละ ๒๐ นาทีก็ทัน แต่ว่าอย่าใช้เวลาเกิน ผมก็ไม่ให้เกินเวลานี้ทุกครั้งทุกฝ่ายที่ขอมาในการตั้งกระทู้ถาม ผมบอกท่านเลย แล้วแต่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลจะขอกระทู้ถามแรกหรือกระทู้ถามอะไร ไม่มีปัญหา ก็จัดให้ตามนั้นละครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ก็เรียนท่านประธานว่าผมก็เห็น ความเคร่งครัดของท่านในการที่จะควบคุม แต่โดยธรรมชาติท่านก็ต้องเข้าใจเหมือนกันว่า น้อยครั้งที่เราจะทำได้ในเวลา ๒๐ นาที

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมพยายามเต็มที่ครับ ขอความร่วมมือทุกฝ่าย

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ใช่ครับท่าน แต่ทีนี้ผมต้องขอ ความเป็นธรรมจากท่านด้วยว่า ๑. ก็คือว่าการถามเรื่องหารือเป็นเรื่องที่ท่านอนุญาตได้ แต่มันจะต้องพอสมควร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมอย่างนี้ท่านบุญยอดครับ ผมพยายามขึ้นก่อนเวลาผมทำหน้าที่ประมาณ ๑๐ นาทีทุกครั้ง เพื่อจะให้ทุกคนมีโอกาส เพราะ ส.ส. ชนบทก็มีเรื่องเยอะมากที่จะมาบอก เราก็แก้ไข เมื่อสักครู่นี้ทางพรรคประชาธิปัตย์หลายท่านก็บอกขอบคุณที่ได้รับการแก้ไขปัญหา ผมก็พยายาม ทำให้เต็มที่ ขอบคุณครับ เดี๋ยวยังมีเวลาอีก ๒-๓ ท่านครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ต้องขอให้ท่านเคร่งครัดในการ ถ่ายทอดสดนะครับว่าให้กระทู้ถามสดทุกกระทู้ได้ถ่ายทอดสด ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านนิรมิตครับ

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนต่อท่านประธานถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

เรื่องที่ ๑ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมได้รับการร้องเรียน จากราษฎร ๓ ตำบล มีตำบลคำนาดี ตำบลนาอุดม ตำบลโพธิ์ทอง ขอให้ขุดลอกหนองแก้งม่วง อยู่ที่ตำบลคำนาดี อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ ๓ ตำบลได้นำขึ้นมา ทำน้ำประปาเพื่อบริโภคและอุปโภค ซึ่งปัจจุบันนี้หนองน้ำดังกล่าวนี้แห้งขอดตื้นเขิน ไม่มีน้ำ พอที่จะมาทำน้ำประปา จึงร้องต่อท่านประธานขอให้ท่านประธานได้โปรดส่งเรื่องไปยังผู้ที่ รับผิดชอบก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอได้โปรดพิจารณาจัด งบประมาณไปแก้ไขดำเนินการขุดลอกเพื่อให้มีน้ำทำน้ำประปา น้ำดื่ม น้ำใช้ต่อไปครับ

เรื่องที่ ๒ กระทรวงคมนาคม ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด และตำบลเมยวดี อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด เกี่ยวกับ ถนนสาย รอ. ๔๐๒๘ แยก ทล. ๒๑๓๖ ถึงบ้านเมยวดี จากตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก ถึงอำเภอเมยวดี เป็นเส้นทางที่ชาวบ้านเขาใช้ขนส่งมันสำปะหลัง อ้อยเป็นจำนวนมาก ถนนขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อไม่เหมาะสม แต่ขณะเดียวกันชาวบ้านเขาใช้เส้นทางนี้ เชื่อมระหว่างอำเภอไปโรงงาน ก็ขอให้ทางกระทรวงคมนาคมได้จัดงบประมาณเพื่อที่จะไป ซ่อมสร้างให้ใช้ได้ต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๓ คน
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้มา ลงชื่อ ๓๐๙ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอเข้าระเบียบวาระกระทู้ถามสด มี ๓ ท่านนะครับ ที่หารือ ผมขอเลื่อนไปต่ออาทิตย์หน้านะครับ เพราะว่าเกินเวลาจะเข้ากระทู้ถามสดพอดี เดี๋ยวจะไม่ได้รับการถ่ายทอดตามที่ได้รับการทักท้วง เอาตามนี้นะครับ เป็นอาทิตย์หน้าผมจะ บรรจุให้ ๑ ๒ ๓ เลยนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามสด

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๓ ส. เรื่อง การพบกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมของไทยและกัมพูชา (นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

เชิญท่านกระทู้ถามแรกเลยนะครับ ของท่านอรรถวิชช์ใช่ไหมครับ เชิญครับ แต่เห็นว่าเลื่อนใช่ไหม ขอเลื่อนเป็นอาทิตย์หน้าอีกครั้งหนึ่ง เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้มีการตั้งกระทู้ถามเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็นกระทู้ถามสด จะถามถึงกรณีที่ท่าน พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต ไปเยือนประเทศกัมพูชา แล้วก็ได้มีการขึ้นไปประชุมกับ พลเอก เตีย บันห์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ตัวปราสาทพระวิหาร ซึ่งขัดกับ ความเสนอแนะของกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพ เป็นเรื่องใหญ่มากนะครับ คราวที่แล้วที่ต้องบอกว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าเหตุแห่งการสูญเสียพื้นที่ปราสาทพระวิหารเมื่อปี ๒๕๐๕ ได้อาศัยอ้างของการที่มี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของเราขึ้นไปในขณะนั้นแล้วมีธงชาติฝรั่งเศสปักอยู่ และคราวนี้ เหตุการณ์ในปี ๒๕๕๖ มันซ้ำรอยเดิมซึ่งมันมีโอกาสสุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดน ผมถามท่าน ไปนะครับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จริง ๆ ผมถามท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านมอบหมาย ท่าน พลอากาศเอก สุกำพล

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับท่านอรรถวิชช์

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ผมชี้แจงสั้น ๆ เองครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญต่อ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

สัปดาห์ที่แล้วนี่นะครับ มีจดหมายมาถึงท่านประธาน ผมได้จดหมายมาแล้วครับ เขาบอกว่าเขาจะขอเลื่อน เพราะเนื่องจากว่าติดภารกิจในการเยือนประเทศมาเลเซีย ขอเลื่อนเป็นการประชุมในคราว ถัดไป ถัดไปก็คือคราวนี้ครับ ปรากฏว่ามีจดหมายมาอีกแล้วครับ คราวนี้ขอเลื่อนอีก เพราะอ้างเหตุว่าไปเยี่ยมประเทศพม่าครับ แล้วก็ไปจังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดระนอง ขอเลื่อนอีกแล้ว แล้วขอเป็นการประชุมในครั้งถัดไปอีก แปลว่าอะไรครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้มีนัยสำคัญนะครับ เพราะอะไรครับ สั้น ๆ เท่านั้นละครับ ข้อตกลงที่เราทำเอาไว้ ที่ศาลโลกมีมติออกมา เขาบอกว่าต้องมีเขตปลอดทหารชั่วคราว ผมได้เรียกร้องไปคราวที่แล้วว่า ให้ท่าน พลอากาศเอก สุกำพลช่วยกรุณาเอาภาพเคลื่อนไหวมาดูครับว่าท่านไปเยือนในมุมไหน จุดไหน อย่างไร และวิธีการขึ้นไปขึ้นไปโดยวิธีใดครับ ท่านประธานดูภาพนี้จะตกใจเลยครับ นี่เป็นภาพที่เราสูญเสียดินแดนเมื่อปี ๒๔๗๒ ครับ นี่เป็นภาพ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต ปี ๒๕๕๖ พวกนี้ต้องมาคุยครับ หนีไปไหนครับ ต้องพูดแบบนี้นะครับ และข่าวที่สำคัญที่สุด ทิ้งท้ายเลยครับ มีข่าวว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณไปเยือน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับท่านอรรถวิชช์ ผมอยากให้ท่านถามคราวหน้านะครับ ถามตรงนี้ท่านตอบไม่ได้อยู่แล้ว กระทู้ถามก็ขอเลื่อนไป ท่านทำหนังสือมาถูกต้องก็ต้องเลื่อนไปนะครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร คราวนี้ไม่ได้เป็นการเลื่อน กระทู้ถามสดในคราวแรก เป็นการเลื่อนถึง ๒ ครั้ง ผมอยากจะให้ท่านประธานรับปากผมได้ไหมครับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่เราจะสูญเสียดินแดนจากการไปเยือนประเทศกัมพูชา ในคราวที่แล้ว ต้องมาพูดให้ชัดและบันทึกในที่นี่ครับ ท่านประธานพอติดต่อได้ไหมครับ เราต้องดำรงไว้นะครับ เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัตินะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมรับปากท่าน เดี๋ยวผมจะทำหนังสือไปวันนี้เลยครับ แจ้งให้ทราบว่าคราวหน้าขอความกรุณา อย่าได้เลื่อนอีก

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

และผมขอภาพเคลื่อนไหว มาแสดงให้ดูด้วย ไปเจอกันที่ไหน อย่างไรนะครับ ไม่อย่างนั้นซ้ำรอยประวัติศาสตร์ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ผมจะเตรียมการตามที่ท่านแนะนำนะครับ และคราวนี้ก็เป็นกระทู้ถามที่ ๑ นะครับ ท่านบุญยอด ผมไม่ได้ขัดว่าไม่ให้กระทู้ถามไหนนะครับ ต้องเรียนให้ท่านทราบว่าตามแต่ว่า สมาชิกขอ ผมพยายามจัดให้ตามนั้นนะครับ ขอความกรุณาด้วยครับ ต่อไปกระทู้ถามที่ ๒

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๔ ส. เรื่อง โครงการรับจำนำข้าว (นายนิยม ช่างพินิจ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

เชิญท่านนิยมครับ ๑๐ นาทีไม่ให้เกินถามตอบ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณท่านประธานวิป (Whip) ท่านอำนวย คลังผา ที่ได้ให้โอกาสผมได้มีโอกาสยื่นกระทู้ถามสด ซึ่งเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องภาคการเกษตรสับสนอาจจะมีข่าวลือบ้างอะไรบ้างหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน แล้วก็วันนี้เองคำถามของผมก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ให้โอกาสมาตอบและชี้แจง

ประเด็นที่ผมอยากจะเรียนถามนี่นะครับ ที่ว่ามันจะมีสับสนข่าวลือต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของโครงการรับจำนำที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ และมีการใช้งบประมาณจำนวนมาก วัตถุประสงค์ผมเข้าใจครับว่าไปช่วยเหลือพี่น้องภาคการเกษตร เพื่อให้พี่น้องภาคการเกษตร อยู่ดีขึ้น มีกินขึ้น แล้วก็มีฐานะที่ดีขึ้น ตรงนี้เองนะครับ แต่สิ่งที่จะอดถามไม่ได้ว่าเมื่อคุณภาพ ชีวิตของพี่น้องเกษตรกรดีขึ้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่กำกับดูแล แล้วก็ในฐานะที่เป็นผู้ดำเนินโครงการ ผมอยากจะเรียนถามว่าผลกระทบที่มีเสียง วิพากษ์วิจารณ์กันในสถานะทางการเงินของธนาคารเป็นอย่างไร แล้วก็เป็นจริง ๆ อย่างที่ ข่าวลือหรือไม่ อยากจะเรียนถามเป็นคำถามแรกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีทนุศักดิ์ครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และเป็น คณะกรรมการของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรด้วยนะครับ ต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านนิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ที่ได้เอาใจใส่ต่อเรื่องนี้มาโดยตลอดนะครับ ขออนุญาตตอบคำถามของท่านนะครับว่าการดำเนินโครงการจำนำผลิตผลทางการเกษตร โดยเฉพาะเรื่องข้าวตามนโยบายของรัฐบาล โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือว่า ธ.ก.ส. นั้นนะครับ มีหลักการในการดำเนินการดังนี้ครับ

ข้อ ๑ เรื่องแหล่งทุน รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงาน ในการจัดหาแหล่งทุนสนับสนุนโครงการในวงเงิน ๔๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งปีที่แล้วและปีนี้ คือปี ๒๕๕๕ และปี ๒๕๕๖ ไม่ได้เพิ่มไปจากนี้นะครับ

ข้อ ๒ รัฐบาลได้กำหนดให้ ธ.ก.ส. แยกบัญชีธุรกรรมโครงการนโยบายของรัฐ ดังกล่าวออกจากบัญชีปกติของ ธ.ก.ส. โดยรัฐบาลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดำเนินการโครงการ ค่าใช้จ่ายต้นทุนเงิน ตลอดจนผลขาดทุนอันอาจเกิดจากการดำเนินโครงการดังกล่าว

ข้อ ๓ รัฐบาลมอบหมายให้ ธ.ก.ส. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจ่ายเงิน เพื่อการรับจำนำผลิตผลให้เกษตรกร โดย ธ.ก.ส. จะได้รับค่าบริหารจัดการ และหากมีความจำเป็น ต้องให้ ธ.ก.ส. สำรองจ่ายเงินทุนของ ธ.ก.ส. เองไปก่อนเพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลก็จะจ่ายชดเชยเงินต้นทุนดังกล่าวให้กับ ธ.ก.ส. นอกจากนี้แล้วกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการเร่งรัดการระบายผลิตผลทางการเกษตรหรือว่าข้าวที่จำนำนั้นเพื่อนำเงินมาใช้หมุนเวียน ในการรับจำนำในโครงการ ซึ่ง ณ ปัจจุบันวันนี้นี่นะครับ กระทรวงพาณิชย์ก็ได้นำเงินคืน มาแล้วกว่า ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็อยู่ในกรอบในการดำเนินการ

กราบเรียนท่านประธานต่อนะครับ จากการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเงิน ของ ธ.ก.ส. ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖ ธ.ก.ส. มีสถานะการเงินที่มั่นคงและมีสภาพคล่อง ที่สูง โดย ธ.ก.ส. มีสินทรัพย์ถึง ๑,๑๘๐,๗๖๗ ล้านบาท เพิ่มจากเดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๕ ถึงร้อยละ ๑๑.๘๖ หรือ ๑๒๕,๒๑๘ ล้านบาท ธ.ก.ส. มีสภาพคล่องเหนือเกณฑ์กว่ามาตรฐาน ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดไว้ โดยทั่วไปสถาบันการเงินต้องดำรงสินทรัพย์ สภาพคล่องไว้ในอัตรา ๖ เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินฝาก แต่ปัจจุบัน ธ.ก.ส. มียอดเงินฝาก ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ มีสินทรัพย์สภาพคล่องประมาณ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เหนือกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ถึง ๓ เท่า ดังนั้นจึงขอยืนยันว่า ธ.ก.ส. มีสภาพที่มั่นคงแข็งแกร่งและพร้อมเต็มที่ที่จะบริการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตามนโยบาย ของรัฐบาลได้อย่างแน่นอน ซึ่งจากการดำเนินงานในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ธ.ก.ส. ยังมีความมั่นคงอย่างดี มีผลประกอบการที่ดีไม่ได้ขาดสภาพคล่องดังที่หลายฝ่ายเป็นห่วง แต่ประการใด โดยเห็นได้ว่าในปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ได้จ่ายโบนัสให้กับพนักงานของ ธ.ก.ส. ถึง ๖ เดือนนะครับ และในปีนี้ก็ได้ออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินอีก ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อใช้ในการทำธุรกรรมของ ธ.ก.ส. ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจำนำแต่เพียงอย่างเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นทำให้เห็นว่า ธ.ก.ส. ยังดำเนินการไปตามปกติ มีสภาพคล่องและมีความมั่นคงสูง เป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คำถามที่ ๒ ท่านนิยมครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ฟังจากท่านรัฐมนตรีตอบ ชี้แจงผมก็สบายใจระดับหนึ่ง แต่ในเมื่อลงไปในพื้นที่นะครับ คำถามที่อยากจะเรียนถาม ต่อไปนี่ผมอยากทราบว่าเกษตรกรจำนวนมากนะครับที่กำลังรอความชัดเจนของรัฐบาล ในการที่จะดำเนินโครงการต่อไปในปี ๒๕๕๖ จึงอยากจะทราบว่าผลการดำเนินงานของ โครงการปี ๒๕๕๖ จะเป็นอย่างไร และจะมีทิศทางในการดำเนินโครงการนี้อย่างไร และสิ่งที่ ถามออกไปรัฐมนตรีอาจจะตอบไม่ตรงกับคำถามที่ผมถามเพราะว่าอันนี้เองต้องถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ แต่ว่าติดท่านไปต่างประเทศ ไปที่ประเทศเบลเยียม ซึ่งก็คงจะไปโรดโชว์ (Roadshow) เรื่องของสินค้าการเกษตร เรื่องข้าวหอมมะลินะครับ คือได้รับเรื่องร้องเรียนจากเพื่อนสมาชิก ส.ส. นะครับ ไม่ว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดลพบุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกำแพงเพชร และที่สำคัญจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิจิตร ๗-๘ จังหวัดไล่ตั้งแต่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไป สิ่งที่ผมอยากจะถามก็คือว่าผมได้เอาเรื่องนี้โดยเฉพาะเมื่อวันพุธที่ ๒๗ ท่าน ส.ส. สุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงโดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตรกับทางกรมการค้าภายใน ในเรื่องของการออกใบรับรอง คือใบรับรองนี้ก็เป็นที่ชัดเจนละครับ ผมเองก็เป็นคนที่ต่อสู้ ก็คือว่าเราจะปลดล็อก (Lock) แล้วไม่ต้องไปพูดถึงนาปี นาปรังแล้ว แต่เกษตรกรในนา ๑ แปลง ทำได้ ๒ รอบด้วยกัน เพราะว่าให้สอดคล้องกับภูมิประเทศ ภูมิอากาศของแต่ละพื้นที่นะครับ แต่วันนี้มันมีประเด็นอยู่ว่าคนที่เพาะปลูกตั้งแต่ ๑ พฤศจิกายน ตอนนี้เก็บเกี่ยวแล้วยังไม่ได้รับ ใบรับรอง แล้วยังมีอีกส่วนหนึ่งครับ คนที่เพาะปลูกก่อน ๑ พฤศจิกายน บางพื้นที่ตอนนี้ ได้ใบรับรองแล้วนะครับ ได้ใบประทวนแล้วแต่ไม่สามารถทำสัญญากับ ธ.ก.ส. ได้ ในเมื่อทำสัญญาไม่ได้ก็ไม่สามารถที่จะรับเงินได้ ตรงนี้ผมลงพื้นที่ เพื่อนสมาชิกก็คงจะทราบ เพราะฉะนั้นคำถาม ๒ ประเด็นนี้ก็คือนารอบ ๒ หรือเรียกกันว่านาปรัง แต่ผมไม่อยากจะใช้ คำนี้นะครับเพราะอยากให้เข้าใจ เพราะฉะนั้นผมอยากจะถามท่านอาจจะตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้กำกับดูแลโดยตรงนะครับ แต่สิ่งที่สำคัญที่ทางข้าราชการมาชี้แจงเขาบอกว่า ๑. เมื่อวันศุกร์ที่ ๑ มีนาคมนี้ว่าจะเอาเข้า กขช. แล้ววันที่ ๔ จะออกใบรับรองให้เลย แต่ก็มี การคลาดเคลื่อนเลื่อนออกไปนะครับ วันนี้ก็ถามหน่วยงาน ผมถามท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เลยบอกว่าจะเข้าได้เมื่อไร ก็บอกว่าจะเข้าวันที่ ๑๑ มีนาคมนี้ แล้วก็จะประชุม ครม. วันที่ ๑๒ แล้ววันที่ ๑๓-๑๔ ก็จะออกใบรับรองให้เกษตรกร พอเกษตรกรได้ใบรับรองก็อย่างที่ผมบอกครับ ได้ใบประทวนทำสัญญาแล้วก็จะได้นำเม็ดเงินมาใช้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะถามว่า มันเป็นไปได้อย่างไร แล้วก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีติดตาม ๒-๓ ประเด็นท้ายที่ผมถามนี่นะครับ ก็คงฝากไว้เท่านี้ท่านประธานครับ นี่คำถามที่ ๒ ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๒ ครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอตอบคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกนะครับ แต่ว่าผมขออนุญาตพูดถึงเรื่องเดิมนิดหนึ่ง เพื่อจะเชื่อมกับเรื่องที่ท่านถามนะครับ ผมขออนุญาตตอบดังนี้ครับว่าผลของการดำเนิน โครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต ๒๕๕๕/๒๕๕๖ ซึ่งคณะรัฐมนตรีในการประชุม เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕ มีมติเห็นชอบการดำเนินโครงการ โดยกำหนดเป้าหมาย การจำนำข้าวเปลือกนาปี จำนวน ๑๕ ล้านตัน วงเงิน ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ผลการดำเนินงาน ณ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ มีเกษตรกรนำข้าวเปลือกส่งมอบโรงสีที่เป็นจุดรับจำนำ และได้นำใบประทวนสินค้าจัดทำสัญญากู้เงินและเบิกเงินกู้จาก ธ.ก.ส. แล้ว จำนวน ๑,๓๘๑,๔๒๕ ราย ปริมาณข้าวเปลือก ๑๐.๗๓ ล้านตัน จำนวนเงิน ๑๗๒,๗๗๔ ล้านบาท และเมื่อรวมกับผลการดำเนินงานการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต ๒๕๕๔/๒๕๕๕ ที่ผ่านมา มีเกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกโดยตรงรวม ๓,๕๓๓,๗๖๔ ราย มีเม็ดเงินกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากของชนบท จำนวน ๕,๐๐๙,๕๔๖ ล้านบาท ทำให้เกษตรกรของเรามีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีเงินเพื่อจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ ๔ รอบ และเมื่อรวมกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่จะได้รับจากการจับจ่ายใช้สอยนั้นจะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศมีการขยายตัว ในทางที่ดีมาก ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อปลายปีที่ผ่านมาสำนักงานเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้สรุปภาวการณ์เศรษฐกิจของประเทศนะครับว่า ประเทศเรามีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ถึง ๖.๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าสูงมากในรอบหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา และอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก ผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งเกิดจากนโยบายของรัฐบาลที่ทำในครั้งนี้ในเรื่องของการจำนำข้าว และจากความเป็นห่วงในเรื่องของข้าวที่พี่น้องประชาชนมีความวิตกกังวลว่าจะล้นตลาด แล้วก็จะมีปัญหาในการระบาย ผมขออนุญาตกราบเรียนข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ ข้าวของโลกให้กับท่านสมาชิกและท่านประธานได้รับทราบว่า ยกตัวอย่างเช่นประเทศอินเดีย เมื่อปีที่ผ่านมาระบายข้าวออกสู่ตลาดถึง ๗,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ปีนี้ไม่มีข้าวที่จะระบายออกไป เพราะประสบปัญหาภัยแล้งเช่นเดียวกับหลายประเทศ เพราะฉะนั้นในปีนี้แนวโน้มข้าว ในตลาดโลกจะมีน้อยครับ ดูตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเช่นประเทศเราข้าวเปลือกนาปรังปีนี้เราประมาณการไว้ถึง ๑๕ ล้านตัน แต่จริง ๆ แล้วเมื่อสำรวจล่าสุดมีประมาณแค่ ๑๐.๙ ล้านตันเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าหายไป ๑ ใน ๓ ดังนั้นในปี ๒๕๕๖ ตลาดข้าวจะเป็นตลาดของผู้จำหน่ายซึ่งต่างกับตลาดปีที่ผ่านมา ที่เป็นตลาดของผู้ซื้อนะครับ และขณะเดียวกันสำหรับคำถามของท่านสมาชิก ท่านนิยม ช่างพินิจ ว่าการดำเนินโครงการจำนำข้าวเปลือก ปี ๒๕๕๕/๒๕๕๖ รอบที่ ๒ หรือนาปรังนั้น จะดำเนินการอย่างไร ขอกราบเรียนเท่าที่ผมทราบนะครับว่า ณ ปัจจุบันนี้คณะอนุกรรมการ กลั่นกรองพิจารณาเรื่องนี้จะมีการประชุมกันในวันที่ ๘ ที่จะถึงนี้นะครับ และถ้าผ่าน คณะอนุกรรมการกลั่นกรองแล้ว ในวันจันทร์ที่ ๑๑ มีนาคม ก็จะมีการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ของคณะรัฐมนตรี ประทานโทษครับ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองเมื่อพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี แต่ขณะเดียวกันคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. ก็จะมีการประชุมกันในวันที่ ๑๑ มีนาคม ก็จะเป็นการสอดคล้องกันนะครับ เมื่อ กขช. ประชุม คณะอนุกรรมการกลั่นกรองประชุม แล้วก็จะมีการประชุม ครม. ในวันอังคารที่ ๑๒ ซึ่งเรื่องที่ท่านเป็นห่วงก็จะสามารถได้รับคำตอบให้กับประชาชนนะครับ ขอกราบเรียนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คำถาม สุดท้ายท่านนิยม

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ผมฟังท่านรัฐมนตรีตอบแล้ว ก็สบายใจนะครับ แสดงว่าสิ่งที่ผมถาม สิ่งที่ผมเป็นห่วงโดยเฉพาะสถานะการเงินคงคลัง โดยเฉพาะ ธ.ก.ส. กำกับดูแลนี่ผมสบายใจ แต่สิ่งที่สำคัญต้องยอมรับนะครับท่านประธาน ว่าโครงการรับจำนำมันเกี่ยวข้องกับหน่วยงานหลายหน่วยงาน ไม่ว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ อีกหลายครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผม อยากจะฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ผมอยากให้บูรณาการแล้วก็เป็นที่เข้าใจ เพราะผมมั่นใจนะครับว่าที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังตอบเรื่องสถานะ การเงินไม่มีปัญหาเลย เพราะฉะนั้นผมสบายใจได้นะครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะถามต่อไปว่า วันนี้ทิศทางความมั่นคงของโครงการรับจำนำ สถานะของ ธ.ก.ส. ที่ข่าวว่าโจมตีบ่อย ๆ นะครับว่า จะมีการเพิ่มเติมการดำเนินโครงการรับจำนำผลผลิตการเกษตรที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของโครงการในการดำเนินการ เพราะมันปฏิบัติหลาย ๆ หน่วยงานด้วยกัน อย่างที่ผมชี้แจงไปนะครับ เพราะฉะนั้นเองก็มีข่าวทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) และรัฐบาล มีแนวทางแล้วก็ตระหนัก ทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนไม่ใช่เฉพาะ ภาคการเกษตรนะครับ พี่น้องทั้งประเทศ และอีกข่าวหนึ่งที่เป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ก็คือว่าวันนี้เองรัฐบาลอาจจะมีหน่วยงานหรืออะไรที่เข้าไปชี้แจงเกี่ยวข้องอาจจะเป็นห่วงละครับ ห่วงสถานะเดิมแต่ว่าท่านตอบแล้วผมสบายใจก็คือว่าวันนี้โครงการรับจำนำซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล ผมเชื่อได้ว่าเกษตรกร ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์พอใจ หรืออาจจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยก็ได้นะครับ แต่สิ่งที่ไปบอกว่าจะมีการลดราคาจำนำโดยเฉพาะ ๑๕,๐๐๐ บาท เหลือ ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๓,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นถ้าฟังจากทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ผมว่าไม่น่า เป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ว่าวันนี้เองเกษตรกรเมื่อมีรายได้หรืออะไรนี่นะครับ ปลูกข้าวนี่ผมอยากให้ไปเน้นถึงเรื่องของคุณภาพข้าว วันนี้เราไปทำข้าว กข ๕๑ บ้างอะไรบ้าง อายุ ๗๕ วัน แต่รัฐบาลเองมีความตั้งใจให้ ๑๕,๐๐๐ บาท คือควรจะมีข้าวที่มีคุณภาพดี เพราะฉะนั้นผมอยากให้ทำงานแบบบูรณาการก็คือเชื่อมโยงกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ธ.ก.ส. นี่ผมสบายใจแล้วครับว่าดำเนินการโครงการ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ต่อไปก็สามารถที่จะรองรับนโยบายโครงการรับจำนำนี้ได้ ก็คงฝากไว้เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี คำตอบสุดท้ายนะครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอขอบคุณท่าน ส.ส. นิยม ช่างพินิจ อีกครั้งหนึ่งนะครับ และผมขออนุญาตตอบคำถาม ของท่านและข้อเป็นห่วงนะครับว่า สำหรับปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชันรัฐบาลไม่เคยนิ่งเฉย ต่อปัญหาดังกล่าว แล้วก็ไม่เคยนิ่งเฉยต่อข้อเสนอแนะของทุกท่านที่หวังดี ขอกราบเรียนดังนี้ โดยหลักการโครงการรับจำนำข้าวได้ทำให้เกษตรกรชาวนามีรายได้สูงขึ้น ซึ่งตรงนี้ไม่มีใคร ปฏิเสธนะครับ ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้นในท้องตลาดด้วย ข้าวบางที่มีผลผลิต ๓ ครั้ง ๓ รอบ รัฐบาลช่วย ๒ รอบ อีก ๑ รอบถือว่าต้องช่วยตัวเอง แต่อีก ๑ รอบที่ช่วยตัวเองนั้น ปรากฏว่าราคาสูงขึ้นกว่าเดิมถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นตัวชี้ ว่าโครงการรับจำนำข้าวนั้นสามารถทำให้ราคาข้าวของประเทศเราสูงขึ้น เกษตรกรมีรายได้ สูงขึ้นนะครับ ท่านที่เคารพครับ ท่านประธานครับ เพื่อที่จะทำให้หลักการของโครงการ รับจำนำข้าวบรรลุตามที่รัฐบาลวางไว้นะครับ กระบวนการหรือขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้อง จำนวนมากรัฐบาลก็พยายามปรับปรุงแก้ไข ผมขออนุญาตนะครับว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ ธ.ก.ส. เขาสรุปว่าในการจำนำข้าวในแต่ละปีนั้นมีอุปสรรคมีปัญหาอะไรที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข ก็นำเสนอรัฐบาล แล้วรัฐบาลก็นำข้อเสนอแนะไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหนก็ดี หรือ ธ.ก.ส. ก็ดี นี่นะครับ ไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อจะให้การดำเนินการในโอกาสต่อไปนั้น มีความรอบคอบรัดกุม แล้วก็ไม่สร้างปัญหาให้เกิดขึ้น แต่ต้องขอกราบเรียนว่าโครงการนี้เกี่ยวข้องกับคนเป็นล้าน ๆ คน หลักการมันดี แต่ว่าบางจุดบางที่อาจจะมีข้อรั่วไหล ซึ่งเราไม่ปฏิเสธตรงนี้ แต่ขณะเดียวกัน เราก็เดินหน้าที่จะแก้ปัญหาอุดช่องว่างเติมเต็มในสิ่งที่เป็นปัญหาให้เกิดความรอบคอบเรียบร้อย อย่างแน่นอนนะครับ จึงขอกราบเรียนให้ท่านประธานและสมาชิกได้รับทราบว่ารัฐบาล ได้ทำงานอยู่บนพื้นฐานของการคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและซื่อสัตย์สุจริตครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยม ท่านถามครบ ๓ คำถามแล้วครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ผมถามครบ ๓ คำถาม แต่เวลาผมยังเหลือ ผมอยากจะมีประเด็นฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ ด้วยความเป็นห่วงครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ได้ แต่ให้ฝาก ๑ นาที เชิญครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ครับท่านประธาน ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย สิ่งที่ผมอยากจะฝากนะครับ คือฟังจากท่านรัฐมนตรีตอบมาเรื่องสถานะการเงินการคลังไม่มีปัญหานะครับ เพราะฉะนั้น อยากจะให้ประชาสัมพันธ์ เพราะมันมีกลุ่มมีอะไรข่าวคราวมากมายนะครับที่บอกว่า โครงการรับจำนำจะไปไม่รอดบ้าง อะไรบ้าง เพราะฉะนั้นเองผมเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกร เพราะว่าสิ่งที่ต้องเป็นอย่างนี้ พอไปมีข่าวกระพือไปอย่างนี้ครับ มันไม่เข้าทาง เดี๋ยวผู้ประกอบการ บอกว่าราคาจำนำอาจจะลงแล้ว อาจจะต้องซื้อต่ำกว่านี้อะไรอย่างนี้นะครับ เป็นห่วงตรงนี้มาก แล้วก็ประเด็นที่สำคัญอย่างที่ผมถามไปก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีถึงจะไม่ได้รับผิดชอบ โดยตรงอยากให้ติดตามให้ด้วย ก็คงจะฝากไว้นะครับ ก็คงมีเท่านี้ครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหาร สมาชิก และพนักงานองค์การบริหาร ส่วนตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ด้วยความยินดียิ่ง ตอนนี้อยู่ใน ระเบียบวาระกระทู้ถามนะครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณหมอวรงค์ท่านถามไม่ได้นะครับ เพราะว่า

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมไม่ได้ถาม ผมประท้วงครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วง เรื่องอะไรครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมประท้วงท่านประธานครับ ประท้วงไปยังท่านรัฐมนตรีครับ เพราะผมมีความรู้สึกว่าสิ่งที่รัฐมนตรีได้ชี้แจงพวกผมในสภา ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงข้อเท็จจริงไม่ถูกต้องครับท่านประธาน อย่างนั้นถ้าเกิดผมไม่ประท้วง ผมเกรงว่าพี่น้องประชาชนที่ติดตามอยู่ทางบ้านจะเข้าใจผิดนะครับ ผมมีเรื่องที่ประท้วง ไปยังท่านรัฐมนตรี ๒ ประเด็นสั้น ๆ ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มันอยู่ใน ระเบียบวาระกระทู้ถามสด เดี๋ยวท่านอื่นต้องใช้เวลาของท่าน ๒๐ นาที

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมประท้วงเรื่องข้อเท็จจริงครับ ท่านประธานครับ คือผมไม่ได้ถามท่านครับ แต่ผมประท้วงข้อเท็จจริง แต่ถ้าข้อเท็จจริง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือประท้วงตามข้อบังคับ ท่านอภิปรายอะไรไปถามอาทิตย์หน้าดีกว่าครับ ไม่ได้ เพราะต้อง ใช้เวลาท่านอื่น เมื่อสักครู่ท่านบุญยอดก็ทักท้วงผมนะครับคุณหมอ ขออนุญาตจริง ๆ ของท่าน ท่านถามอาทิตย์หน้าก็แล้วกันนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมอย่างนี้ก็ได้ครับท่านประธานครับ อย่างนั้นผมพูดแค่นี้ว่าสิ่งที่รัฐมนตรีพูดเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้องครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เป็นอะไรครับ นั่นไม่ใช่หน้าที่ของท่าน เชิญนั่งครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๓

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๕ ส. เรื่อง การจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไป เพื่อสนับสนุนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ (นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

เชิญครับท่านปกรณ์ ถามได้ ๑๐ นาที ภายใน ๓ คำถาม ท่านรัฐมนตรี ตอบได้ภายใน ๑๐ นาที ๓ คำตอบ เชิญครับ

นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขอเป็นตัวแทนของพี่น้ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งวันนี้ก็ต้อง ขอบคุณท่านสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลจากจังหวัดมหาสารคามก็มานั่งให้กำลังใจ อยู่ข้างบนด้วย ผมอยากจะกราบเรียนครับว่าวันนี้ปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งสะท้อนมาสอบถามผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ท่านรับทราบว่าวันนี้ความเดือดร้อนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นองค์การ บริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ขณะนี้มีปัญหาอย่างมากมายเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนซึ่งไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาได้เพราะต้องรองบประมาณ การจัดสรรจากส่วนกลางเพื่อนำไปแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการก่อสร้าง แก้ไขปัญหา ถนนหนทางซึ่งชำรุดเสียหาย แหล่งน้ำ ไฟฟ้า ประปา หรือแม้แต่การส่งเสริมอาชีพของพี่น้องประชาชน จริง ๆ แล้วหลักเกณฑ์ของการจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นประกอบด้วย ๓ ทาง ท่านประธานครับ มาจากทางที่ ๑ ก็คือรายได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บเอง ทางที่ ๒ รายได้ที่รัฐบาลจัดเก็บและแบ่งปันให้ รายได้ที่ ๓ ซึ่งถือว่าสำคัญมากครับ เป็นเงินอุดหนุน ที่รอรับจากรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้มีเพียงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่กี่แห่งหรอกครับในประเทศไทยของเราที่สามารถจะจัดเก็บรายได้เพื่อนำมาบริหารจัดการ แก้ไขปัญหาในท้องถิ่นของตนเองได้อย่างเหมาะสม ยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกมากมาย ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสุรินทร์ของผม หรือแม้แต่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อนที่นั่งรอบข้างของผมจังหวัดปัตตานี ก็ยังมีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอีกหลาย ๆ แห่งที่ยังรอรับการอุดหนุนจากรัฐบาล ท่านประธานครับ การจัดสรร เงินอุดหนุนโอนงบประมาณวันนี้เกิดความล่าช้ามากท่านคิดว่าอะไรจะเกิดกับประเทศไทย ของเราครับ ความเสียหายบ้านเมือง พี่น้องประชาชนเสียโอกาส ผลกระทบถึงผลประโยชน์ ของประเทศชาติและประชาชน ที่ผ่านมาหลาย ๆ สมัยหลาย ๆ ปีการโอนงบประมาณ จะโอนไปประมาณใกล้ ๆ สิ้นปีงบประมาณ มันจะเป็นการเปิดช่อง เปิดโอกาสของการทุจริต ในการจัดซื้อจัดจ้างอีกด้วย นี่ละครับผมเรียนว่าความสำคัญของการโอนงบประมาณให้กับท้องถิ่น วันนี้คนทั้งประเทศรอคอยครับ เลยอยากจะตั้งคำถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ท่าน เป็นประธานคณะกรรมการการกระจายอำนาจ เงินอุดหนุนทั่วไปเพื่อสนับสนุนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๖ จำนวน ๑๐๔,๔๔๔ ล้านบาทนั้น ขณะนี้ได้ล่วงเลยปีงบประมาณมา ๖ เดือนแล้ว รัฐบาลจะจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นไปแล้วเป็นจำนวนเท่าไรครับ และยังเหลืออีกเท่าไรที่ยังไม่จัดสรรไปให้ แล้วเมื่อไรจะโอนจะจัดสรรไปให้ทั้งหมดทั้งจำนวน เป็นคำถามที่ ๑ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เครื่องเวลาหน้าจอเสียนะครับ ท่านใช้เวลาไป ๓ นาที ๕๗ วินาทีนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบคำถามที่ ๑ ครับ

นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่านปกรณ์ มุ่งเจริญพร ก็ต้องขอขอบพระคุณในความห่วงใยของประเด็นคำถาม นี้นะครับ ผมคิดว่าพวกเราก็พยายามประสานงานทำงานด้วยกันทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ตัวแทนผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเรื่องคำถามในความเป็นห่วงของท่านสมาชิก เกี่ยวกับเรื่องของการโอนเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามที่ท่านได้ทราบว่า ตามกฎหมายที่เรามีการกระจายอำนาจในเรื่องของการโอนเงินให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องมีหลักเกณฑ์แล้วก็ต้องมีเรื่องของการประชุมของคณะกรรมการการกระจายอำนาจ เพื่อออกแนวทางแล้วก็ออกมติกำหนดหลักเกณฑ์ อยากจะเรียนว่ารัฐบาลได้ให้ความสนใจ ในเรื่องนี้ ผมเชื่อมั่นว่าท่านคงจะได้รับทราบข่าวคราวว่าเราก็พยายามที่จะเร่งในเรื่องของ การดำเนินการในเรื่องนี้ แต่อาจจะขออนุญาตเรียนท่านตรงไปตรงมาก็ได้ว่าการประชุมครั้งล่าสุด เพิ่งจะกำหนดหลักเกณฑ์แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในคณะอนุกรรมการ การกระจายอำนาจซึ่งผมได้รับมอบหมายให้เป็นประธานคณะอนุกรรมการ เพราะฉะนั้นปัญหาที่ว่าเงินยังไม่ได้โอนไปในส่วนของเงินอุดหนุนทั่วไปจำนวนประมาณ ๕๕,๐๐๐ ล้านบาทยังติดอยู่จริง อย่างไรก็ตามวันที่ ๘ คือวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมของ คณะกรรมการการกระจายอำนาจ ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านก็มีภารกิจมากท่านก็ได้ มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นประธานทำหน้าที่ การประชุมแทนแล้วนะครับ คิดว่าต่อไปนี้ก็คงจะมีการเร่งรัดในเรื่องของการออกมติให้เกิด การถ่ายโอนหรือว่าโอนเงินสนับสนุนในส่วนที่เหลือให้ได้ภายในกลางเดือนมีนาคมนี้ ขณะนี้ ในเรื่องของเงินอุดหนุนที่ท่านถามประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น ผมแยกเป็น ๒ ส่วนนะครับ

ส่วนที่ ๑ ก็คือเงินที่เราได้มีการจัดสรรไปแล้วในเรื่องของเงินที่มีการเพิ่ม ค่าครองชีพประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องมีการเพิ่ม ค่าครองชีพหรือว่าในเรื่องของเงินเดือนตามนโยบายของรัฐบาลในการที่จะให้มีเงินเดือนสูงขึ้น รัฐบาลก็ได้โอนเงินไปแล้ว ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท

ส่วนที่ ๒ เรียกว่าเงินอุดหนุนที่จะต้องทำตามการกำหนดหลักเกณฑ์ของ คณะกรรมการการกระจายอำนาจ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้ยังไม่ได้โอนยังค้างอยู่ ถามว่าทำไมยังไม่ได้โอน ก็อย่างที่ผมได้เรียนว่าจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย การกระจายอำนาจที่จะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ ถามว่าทำไมถึงไม่กำหนดหลักเกณฑ์ ปล่อยเวลาล่วงเลยมาขณะนี้ ก็เนื่องจากว่าในปีนี้มีเรื่องประเด็นในเรื่องของการที่จะต้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการโอนเงินก้อนแรกก็คือ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีประเด็นในเรื่องของการคลาดเคลื่อนของเม็ดเงินที่โอนลงไป จะต้องมีการตรวจสอบว่าบางท้องถิ่นอาจจะขาด บางท้องถิ่นอาจจะเกิน เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าหากเราโอนเงินก้อนใหญ่ลงไปโดยยังไม่ตรวจสอบของเดิมก็จะทำให้การโอนเงินนี้ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ก็อยากจะเรียนว่าก้อนที่ติดค้างจริง ๆ ก็คือก้อนที่เป็นก้อนใหญ่ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนที่ ๒ ที่จะรวมเป็น ๑๐๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็คือจำนวน ๔๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้โอนไปแล้ว ๓๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยังเหลืออีกประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก้อนใหญ่ในส่วนที่ติดค้าง จริง ๆ ก็คือในเรื่องของเงิน ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คาดว่าในกลางเดือนมีนาคมนี้จะสามารถ ดำเนินการโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ เรียนว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเรื่องนี้รัฐบาลก็ให้ความสำคัญ แล้วก็คิดว่าจะหาทางในเรื่องของการเร่งรัดให้มีการส่งเงิน ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เร็วที่สุดเพื่อทันในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ไตรมาส ภายในเดือนมีนาคมนี้ อย่างไรก็ตาม อยากจะประชาสัมพันธ์ผ่านไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่าท่านมีแผน มีการดำเนินการเตรียมการไว้เมื่อเงินลงไปแล้วก็สามารถดำเนินการได้เลย ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี ใช้เวลาไป ๔ นาที ๓๕ วินาที เชิญผู้ถามคำถามที่ ๒ ครับ

นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ต่อคำถามที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบมาเมื่อสักครู่ได้ฟังแล้วก็รู้สึกยินดีแทนพี่น้ององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เพราะถ้าเป็นไปตามที่ท่านได้เรียนเมื่อสักครู่ก็คือประมาณกลางเดือนมีนาคม ก็จะมีงบประมาณไปพัฒนาท้องถิ่นนี่ละครับ ผมเรียนนะครับว่าถ้าเผื่อมีโอกาสได้ใช้สภาแห่งนี้ กราบเรียนไปยังผู้บริหารก็คงจะทำให้ชีวิตพี่น้องประชาชนมีความอยู่ดีกินดีขึ้น

ต่อคำถามที่ ๒ ครับท่านประธาน ตามพระราชบัญญัติแผนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรา ๓๐ (๔) กำหนดการจัดสรรภาษีและอากร เงินอุดหนุนและรายได้อื่นให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินการ ตามอำนาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นต้นไป ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ และโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น คิดเป็นสัดส่วน ต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๕ โดยการจัดสรรสัดส่วนที่เป็นธรรม แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคำนึงถึงรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นด้วย ท่านประธานครับ จากกฎหมายที่กำหนดเบื้องต้นวันนี้พี่น้องท้องถิ่นรอครับ รอว่าเมื่อไร รัฐบาลจะมีความจริงใจในการจัดสรรงบประมาณให้ครบ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ตามหลักเกณฑ์ ของการกระจายอำนาจ เลยอยากจะถามเป็นคำถามที่ ๒ ครับ รัฐบาลจะให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีรายได้ไม่น้อยกว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ และเมื่อใดครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คำถามที่ ๒ ใช้เวลา ๒ นาที ๔ วินาที เชิญท่านรัฐมนตรีวราเทพตอบครับ

นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ประเด็นนี้ผมคิดว่าพวกเราคงจะจำความกันได้ว่าการที่กำหนดไว้ว่า ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๕ ของรายได้สุทธิของรัฐบาล ได้มีการกำหนดแล้วก็ลองปฏิบัติมาแล้วจนเป็นที่มาของการแก้ไขในปัจจุบันว่าให้มีการดำเนินการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ เพราะว่าร้อยละ ๓๕ นี้ผมคำนวณอย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร ได้มีการศึกษาโดยคณะกรรมการการกระจายอำนาจได้มอบหมายให้หลายฝ่ายไปดำเนินการแล้ว ถ้าอยู่ ๆ โอน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ไปในทันทีเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน คงจะต้องนึกภาพงบประมาณ หรือรายได้ของรัฐบาล ปีหนึ่งสมมุติว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เรามีงบประมาณที่เรียกว่าเป็นงบ รายจ่ายประจำอยู่ประมาณ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่ามีการโอนเงิน ในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทันทีร้อยละ ๓๕ หรือระยะเวลาในช่วงนี้ คงจะไม่มี รายได้ที่รัฐบาลจะเป็นเรื่องของการดำเนินการบริหารจัดการในเรื่องของงบลงทุน แต่อย่างไรก็ตาม ได้มีการแก้กฎหมายแล้ว กฎหมายปัจจุบันนี้ก็คือกำหนดว่าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ และรัฐบาล ก็พยายามดำเนินการให้มีการสนับสนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น อย่างในปี ที่ผ่านมาก็มีการดำเนินการโอนเงินหรือว่าสนับสนุนกระจายอำนาจร้อยละประมาณ ๒๗.๒๗ ของรายได้สุทธิของรัฐบาล ในปีนี้งบประมาณประจำปี ๒๕๕๗ ซึ่งคงจะกลับเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ ในวาระที่หนึ่ง หรือว่าเสนอในวาระที่หนึ่งประมาณปลายเดือนพฤษภาคมนี้ ขณะนี้มีการพิจารณา เสนอสนับสนุนอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่น้อยกว่าเดิมอย่างแน่นอน นั่นก็คือหมายความว่าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๗.๒๗ อาจจะเป็นร้อยละ ๒๗.๕ หรือร้อยละ ๒๗.๗๕ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอนของวิธีการงบประมาณ ตอบคำถามว่าเมื่อใด จะโอนให้ร้อยละ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คงจะต้องขอมีการพิจารณาในเรื่องของการโอนเงินแล้ว ก็คงจะเรื่องของการโอนงาน แล้วก็โอนบุคลากร เงิน งาน และคนก็ต้องไปพร้อมกันนะครับ ในเบื้องต้นถามว่าเมื่อไรในร้อยละ ๓๕ จะโอนได้ ผมคิดว่าคงจะต้องมีการศึกษากันเสียก่อน แต่อย่างไรก็ตาม หลักการรัฐบาลจะสนับสนุนโอนอย่างเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสมทุกปีครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านปกรณ์ท่านผู้ถามครับ คำถามสุดท้าย เชิญครับ

นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ต่อคำถามที่รัฐมนตรีได้ตอบเมื่อสักครู่ก็เป็นสิ่งที่น่าห่วงเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณ ของประเทศไทย แต่ท่านต้องคำนึงนะครับว่าวันนี้คนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งอยู่ท้องถิ่น อยู่ต่างจังหวัด วันนี้รอคอยเรื่องงบประมาณพัฒนาท้องถิ่น วันนี้ผมอยากฝากครับ อย่าให้งบประมาณ กระจุกอยู่ส่วนกลาง อยากจะฝากว่าวันนี้คนส่วนใหญ่ของประเทศรอคอยความหวังจากรัฐบาล งบประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ ๓๕ วันนี้ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลทำได้ท่านก็คงจะประสบ ความสำเร็จในการเลือกตั้งคราวต่อไปนะครับ ก็ขอขอบพระคุณ

ผมมีคำถามที่ ๓ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่สอบถามกันมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือแม้แต่ผู้บริหาร ว่าวันนี้รัฐบาลจะยกฐานะ จะเปลี่ยนแปลงฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบลหรือ อบต. ให้เป็นเทศบาล วันนี้ไม่ทราบว่า รัฐบาลมีเหตุผลประการใดครับ แล้วจะยกจริงหรือไม่ เมื่อยกแล้วจาก อบต. เป็นเทศบาล พี่น้องประชาชนจะได้อะไร เป็นคำถามที่ ๓ ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีวราเทพตอบคำถามสุดท้ายครับ

นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ คำถามนี้ขออนุญาตออกตัวว่าอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับผมโดยตรงนัก เป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทย แต่อย่างไรก็ตามจะรับคำถามของท่านไปเพื่อที่จะให้ คำตอบที่ชัดเจน แต่อยากตอบในหลักการเบื้องต้นนะครับ การดำเนินการยกฐานะของ อบต. เป็นเทศบาลก็คงเป็นไปตามกฎหมายอย่างแน่นอน แนวทางที่รัฐบาลจะสนับสนุนให้ท้องถิ่นใด เป็นท้องถิ่นที่มีศักยภาพมากขึ้นผมคิดว่าก็คงอยู่ที่ความพร้อมและอยู่ที่เรื่องของความเหมาะสมด้วย ส่วนนโยบายการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทันใดผมคิดว่าคงไม่ถึงกับเป็นห่วงว่าจะต้อง ยกฐานะจาก อบต. ทุก อบต. เป็นเทศบาล ต้องอยู่ที่ความพร้อมแล้วก็ขั้นตอนต่าง ๆ แต่เนื่องจากผมไม่มีข้อมูลขณะนี้ว่าทางกระทรวงมหาดไทยได้เตรียมการไปแค่ไหน เนื่องจาก ตัวกระทู้ถามไม่ได้ระบุถึงในเรื่องของการยกฐานะ ต้องขออภัยด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กระทู้ถามที่ ๔ ท่านเจะอามิงสักครู่นะครับ ขอต้อนรับคณะผู้บริหารสภาองค์การบริหาร ส่วนตำบลสากอ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาสครับ

๑.๑.๔ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๖ ส. เรื่อง การลงนามสันติภาพ (นายเจะอามิง โตะตาหยง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบ

เชิญท่านเจะอามิง ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเฉลิมจะมาตอบใช่ไหมครับ เชิญครับ คำถามที่ ๑ ของท่านเจะอามิง

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะตั้งคำถาม ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าใครเป็นผู้มาตอบอย่างแท้จริง ขอปรากฏตัวหน่อยครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเฉลิม อยู่บำรุง อยู่ห้องน้ำข้างหลังท่านถามได้เลยครับ ในสภาได้ยินถามได้เลยครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานได้เรียนเชิญท่านเฉลิมที่ท่านได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีมานั่งที่บัลลังก์ เลยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กำลังเดิน มาแล้วครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

เพราะการถามท่านประธานครับ การถามนี่ต้องถามต่อหน้าครับ แต่ท่านประธานต้องหยุดเวลาผมนะครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานว่าให้ผู้มาตอบคำถามของผมได้กรุณามานั่งที่บัลลังก์ก่อนครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อยู่ห้องน้ำข้างหลังนี่เองท่านครับ ท่านถามไปเลยท่านได้ยินครับ จะได้ใช้เวลาต่อ เชิญสักครู่หนึ่ง ท่านถามได้เลยครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานครับ จริง ๆ ที่ผมตั้ง กระทู้ถามมานี้ผมถามนายกรัฐมนตรี เพราะคนที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือนายกรัฐมนตรี และตามกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมไม่แน่ใจครับว่าคนที่จะมานั่งหรือคนที่จะมาตอบ คำถามมันจะสามารถตอบคำถามได้เคลียร์ (Clear) หรือไม่ เพราะอย่างน้อยที่สุดท่านเฉลิม เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบด้านความมั่นคงก็ยังไม่เอาไปเลยครับ แล้ววันนี้จะมาตอบปัญหา อะไรอีกล่ะถูกนายกรัฐมนตรีทิ้ง แล้ววันนี้ท่านจะมาตอบท่านไปรู้หรือ ท่านไปเซ็นสัญญา มาด้วยหรือ ท่านประธานที่เคารพครับ ในเมื่อได้รับมอบหมายถือว่าวันนี้ก็ไม่เป็นไร เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ

(นายสาธิต ปิตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาธิต ประท้วงใครครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนหารือท่านประธานครับว่า คือเหตุการณ์เป็นอย่างนี้หลายครั้งครับ ท่านเจะอามิง โตะตาหยง ได้ยื่นกระทู้ถามสด ถามท่านนายกรัฐมนตรี ประเด็นก็คือมันเกี่ยวข้องกับท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง เป็นเรื่อง ของนโยบาย ที่สำคัญก็คือคำถามที่ท่านเจะอามิงถามในวันนี้คือการไปลงนามในบันทึก ข้อตกลงที่ประเทศมาเลเซีย ท่านเฉลิมก็ไม่ได้เดินทางไปด้วย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ท่านสาธิตครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ไม่เป็นไรครับ ผมนิดเดียว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตอบท่านต้องตอบได้อยู่แล้ว ท่านประท้วงไม่ได้นะครับ แต่ทีนี้ให้โอกาสท่านเจะอามิงซึ่งกำลังถ่ายทอดพี่น้องประชาชนดูอยู่ครับ เชิญท่านนั่งลงก่อน

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ผมเข้าใจท่านประธาน ผมเรียนท่านประธาน อย่างนี้ว่าโดยระเบียบข้อบังคับมันมีความชัดเจนว่าถ้าเป็นเรื่องโดยตรง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านมอบหมายได้ครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านมอบหมายได้ก็อยู่ที่ดุลยพินิจว่าเกี่ยวข้อง โดยตรงหรือไม่กับคำตอบ อันนี้ท่านประธานต้องสร้างบรรทัดฐานให้ดีนะครับ เพราะว่าเนื้อหาของประชาชนที่ดูอยู่ทางบ้านเขาจะได้รับคำตอบที่ถูกต้องแล้วก็ชัดเจนหรือไม่ อันนี้ท่านประธานต้องกำชับด้วยครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เดินทางไปต่างประเทศ แต่ไม่ได้รับผิดชอบสภา อันนี้ท่านไม่สง่างามหรอกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านไป ต่างประเทศ ตอนนี้ท่านมอบหมายท่านให้ในเวลากระทู้ถามก่อนครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานต้องกำชับท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอสมควรแล้ว ท่านนั่งลงครับ เชิญท่านเจะอามิงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานครับ เพื่อความเป็นธรรม ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาใหม่ครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังจากที่ทางรัฐบาลได้ไปเซ็นข้อตกลงกับขบวนการบีอาร์เอ็น (BRN) ที่ประเทศมาเลเซีย ก็ต้องยอมรับครับท่านประธานว่าไม่มีใครหรอกครับที่ไม่อยากให้บ้านเมืองนี้สงบและสันติ ก็อยากจะเห็นและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ท่านประธานครับ หลังจากรัฐบาลได้ไปทำ ข้อตกลงกับฝ่ายกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นที่ประเทศมาเลเซีย หลังจากนั้นเกิดความหวาดหวั่น หวั่นวิตก และกังวลของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างรุนแรง เพราะหลังจากการไปทำสัญญาแล้วมันเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผมถึงอยากเรียนถามท่านประธานผ่านไปถึงผู้มาชี้แจงว่าการไปเจรจาความตกลงถูกตัว ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบครับ ท่านเฉลิม อยู่บำรุง ครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง แบบบัญชีรายชื่อ รองนายกรัฐมนตรี ท่านอย่าไปกระแนะกระแหน ท่านนายกรัฐมนตรีเลยครับ เพราะว่าผมรักษาการนายกรัฐมนตรี ผมมีหน้าที่ต้องตอบ แต่พวกท่านไม่ศึกษาข้อมูลยังบอกว่าผมดูแลด้านความมั่นคง รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ตั้งหรอกครับ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพราะบ้านเมืองมันมั่นคงอยู่แล้ว ผมไม่ได้เป็นรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง แต่ผมเป็น ผอ.ศปก.กปต. เพื่อบูรณาการการทำงานของ ศอ.บต. ที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งไว้ ของ กอ.รมน. และของกระทรวงมหาดไทยมาเป็น ศปก.กปต. หากมีการขัดแย้งผมนำเสนอท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร ท่านจำไว้ผมไม่ใช่ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ที่ท่านบอกว่ามีการเซ็นสัญญานั้นท่านพูดเองครับ เดี๋ยวผม จะอธิบายให้ฟัง วันนี้จะปรากฏชัดว่าอะไรเป็นอะไร ผมเรียนท่านว่ารัฐบาลได้ดำเนินการ โดยยึดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเป็นหลัก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๕๐ ส่วนที่ ๒ แนวนโยบายด้านความมั่นคงแห่งรัฐ มาตรา ๗๗ รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งเขตอำนาจรัฐ และต้องจัดให้มีกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จำเป็น และเพียงพอ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคงของรัฐ สถาบันพระมหากษัตริย์ ผลประโยชน์แห่งชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อการพัฒนาประเทศ นี่หลัก

ต่อมามาตรา ๘๒ รัฐต้องส่งเสริมสัมพันธไมตรีและความร่วมมือกับนานาประเทศ และพึงถือหลักในการปฏิบัติต่อกันอย่างเสมอภาค ตลอดจนต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญา ด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี รวมทั้งตามพันธกรณีที่ได้กระทำไว้กับนานาประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ ไปออกอากาศ ไปเซ็นสัญญาเดี๋ยวขัดมาตรา ๑๙๐ เดี๋ยวขัดอย่างนี้ เขาเซ็นสัญญากับคนไทยก็ต้องเอาคนไทยอยู่จังหวัดนราธิวาส แต่ว่าเมื่ออุดมการณ์ไม่ตรงกัน ก็ไปอยู่ฝั่งโน้น เขาไปลงนามเบื้องต้นนี่ไปลงกับคนไทยไม่ใช่ลงกับต่างประเทศ แต่ประเทศมาเลเซีย เขาเห็นว่าหลังจากผมไปพบผมขอร้อง พวกผมเป็นตำรวจ ทหาร ผมรู้สิครับ ทำผิดก็ไปอยู่ ฟากทางโน้น แล้วไปก็พูดฝ่ายเดียวว่าโหดร้าย ทารุณ ถ่วงน้ำ ทุบตี ผมก็ได้บอกกับนาจิบ ราซะก์ บอกไม่มีหรอกครับ และนาจิบ ราซะก์ ก็ยืนยันว่าท่านยึด ๓ ข้อ ๑. ใครทำผิด ห้ามมาอยู่อาศัยในประเทศของท่าน ๒. ท่านบอกว่าไม่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน ๓. ท่านบอกอย่าใช้ความรุนแรงกับพี่น้องชาวมุสลิม ผมไม่ค่อยได้พูดแต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ ท่านก็พิสูจน์ทราบความเป็นจริงว่าสิ่งที่ผมกราบเรียนนั่นเป็นจริงไหม ท่านก็ทราบว่าเป็นจริง ท่านจึงดำเนินการหาทางช่วยเหลือและคลี่คลายสถานการณ์ เพราะท่านถือว่าประเทศท่านก็ถูกกล่าวหาอยู่เนือง ๆ ว่าทำทางนี้ข้ามฟากทางโน้น ผมนี่ บอกท่านนายกรัฐมนตรีถ้าคนทำผิดแล้วไม่มีที่พักพิงความกล้ามันจะน้อยลง จึงเป็นที่มา ของ สมช. ไปประสานรายละเอียด และบอกท่านนะครับเพื่อไม่ให้ท่านพูดซ้ำซ้อน เขาใช้ การลงนามแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ไม่มีสัญญา ก็กราบเรียนเท่านี้ก่อนครับท่านประธาน เดี๋ยวคงตอบปัญหาที่ ๒ ปัญหาที่ ๓ ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเจะอามิง คำถามที่ ๒ ครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่แน่ใจว่า ผมตั้งกระทู้ถามวันนี้คนที่มาตอบตรงกับคำถามที่ผมได้ถามไว้หรือไม่ ผมถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ว่าถูกตัวถูกต้องหรือไม่ ท่านไปตอบอะไร ผมไม่ได้กระแนะกระแหน ในสภาผู้แทนราษฎร ขณะนี้ไม่มีการกระแนะกระแหน พูดถึงความจริง และประเด็นปัญหาการเมือง ประเด็น ปัญหาภาคใต้นี่ไม่ใช่ประเด็นการเมือง เป็นเรื่องความเป็นความตายของพี่น้องประชาชน คนเขาตายกันเป็นเบือ รับผิดชอบปัญหาภาคใต้ก็ไม่กล้าลง มีแต่เก่งในสภานี้ละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เอาละในเมื่อมาตอบแล้วตอบคำถามผมให้ชัดหน่อยสิ ในกรณีที่ ไปลงเอกสารกับฝ่ายก่อเหตุ ก่อการ

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเจะอามิงสักครู่หนึ่งครับ ท่านเกียรติ์อุดมมีอะไรครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงผู้อภิปรายใช้วาจาไม่สุภาพ ไม่เหมาะสมนะครับ บอกว่าเก่งแต่ในสภา มันไม่ใช่นะครับ ท่านประธาน การถามกระทู้ถามต้องถามใน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ท่านเกียรติ์อุดม พอสมควรครับอยู่ในเวลา ผมพอรับฟังได้ ท่านนั่งลงครับ ท่านเจะอามิง ต่อครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าตามที่ทราบข้อมูลมา สิ่งที่พวกผมเป็นห่วงที่ผมถามว่าถูกตัวถูกต้องหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ท่านประธานคงจะจำได้ว่าการลงนามกับฝ่ายตรงข้ามที่ประเทศมาเลเซีย ในครั้งนี้ไปลงนามกับฮาซัน ตอยิบ ท่านประธานถ้าจะจำได้ ก่อนหน้านี้ได้มีข่าวว่าอยู่ภายใต้ การครอบงำของ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อยู่เบื้องหลัง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้ยอมรับว่าการกระทำการลงนามในครั้งนี้โดยผ่านกระบวนการของ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานคงจะจำได้ว่าการเกิดเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ที่มีการระเบิดที่จังหวัดยะลา แล้วต่อมาที่โรงแรมลีการ์เด้น พลาซ่า สมัยนั้นพวกผมพูด ในสภานี้ครับ และทุกคนก็พยายามตอบบอกว่ามันไม่มี ทักษิณไม่ได้อยู่เบื้องหลัง ในที่สุดวันนี้ นายนาจิบ ราซะก์ นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียยอมรับแล้วว่าคำพูดของพวกผมพรรคประชาธิปัตย์ พูดในสภาพูดความจริง ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะนั้นไปเจรจาที่ไหน ที่โรงแรมแกรนด์ คอนติเนนทัล ที่กัวลาลัมเปอร์ แล้ววันนี้คนที่ไปคุยกับท่านทักษิณในวันนั้นก็คือคนเดียวกับ ที่ไปลงสัญญาวันนี้ครับ คือนายฮาซัน ตอยิบ ผมถึงถามเมื่อสักครู่นี้ว่าถูกตัวถูกต้องหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับท่านเจะอามิง ท่านวรชัยประท้วงอะไรครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ผมประท้วงตามข้อ ๖๑ คือวันนี้ตั้งกระทู้ถามสด ท่านทราบไหมว่าที่ท่านทักษิณพูด ที่ท่านประธานาธิบดีพูดไม่ใช่เรื่องนี้ครับท่านประธาน คนละประเด็นครับ ท่านบอกว่า

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละ ท่านวรชัย ผมเข้าใจ ท่านนั่งลงครับ เดี๋ยวให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบ ท่านไม่ต้องตอบแทน ไม่ครับ ผมพอเข้าใจประเด็นท่าน พอเถอะครับ มันอยู่ในเวลากระทู้ถาม ผมควบคุมอยู่ครับ ผมฟังทั้ง ๒ ฝ่าย ผมไม่อนุญาตให้ประท้วงกันไปมา ท่านเจะอามิงเชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ ไว้เป็น รัฐมนตรีแล้วไปนั่งเดี๋ยวผมจะถาม แล้วตอบก็ไม่รู้เรื่อง ประธานาธิบดีที่ไหนล่ะประเทศมาเลเซีย เป็นนายกรัฐมนตรี หัดรู้เรื่องบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ ก็สืบเนื่องเหล่านี้ครับ พอไปทำสัญญาข้อตกลงไว้ปัญหาก็เกิดขึ้นว่า ผมไปได้เอกสารของฝ่ายก่อเหตุนะครับท่านประธาน บอกว่าการเจรจาความใด ๆ กับรัฐบาล หากไม่ได้รับการยืนยัน และรัฐบาลจะต้องมีความตั้งใจและจริงใจให้กับเขานี่เขาไม่เจรจา วันนี้การพูดคุย ขอประทานโทษครับท่านประธาน ใช้คำว่า การพูดคุย วันนี้ในการที่รัฐบาล ได้มอบหมายให้ สมช. ไปเซ็นสัญญาที่ประเทศมาเลเซีย หมายถึงว่าภายใต้ข้อตกลงนี้รัฐบาล มีข้อสัญญาอะไรที่อยู่ใต้โต๊ะแล้วไม่เปิดเผยต่อสังคม ผมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องการ อยากจะรู้ คนทั้งประเทศอยากจะรู้ เพราะข้อความของฝ่ายก่อเหตุก่อการเขาพูดอย่างชัดเจนว่า ถ้ารัฐบาลไม่ให้อะไรกับเขาเขาไม่ยอมร่วมมือกับรัฐบาลและไม่ยอมเจรจาครับ ผมถามว่า ใต้ข้อสัญญาที่ได้ผูกพันไว้ที่ประเทศมาเลเซียมันมีอะไรอยู่ในนั้นหรือไม่ กรุณาตอบกับสภา วันนี้ด้วยครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๒ ครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ขอโทษด้วยครับที่เรียกเป็นประธานาธิบดี ก็มันเป็นข้อผิดพลาดคำพูดเร็ว ๆ ผมไม่รู้จัก ได้อย่างไรผมไปจับมือกับท่านมาแล้ว ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวผมจะเอาเอกสารที่ สมช. เซ็นไว้ไปให้คุณเจะอามิงจะได้เกิดความเข้าใจ จะได้หมดความเข้าใจผิด เขาเขียนอย่างนี้ครับ มติเอกฉันท์ในการดำเนินการเจรจาเพื่อสันติภาพ รัฐบาลไทยได้มอบหมายให้เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ เขาตั้งชื่อให้เรียกว่า คณะเอ (A) นำคณะสนับสนุนสร้างสรรค์ สภาพแวดล้อมที่พึงปรารถนาเพื่อเสริมสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรายินดี ร่วมเจรจาเพื่อสันติภาพกับบุคคลที่มีความเห็นและอุดมการณ์ที่แตกต่างจากรัฐ ก็ที่ผ่านมา มันแตกต่าง ไม่ได้ไปเจรจากับผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน แตกต่างกับรัฐ ให้เรียกคณะนี้ว่า คณะบี (B) สมช. คณะเอ ตอยิบ คณะบี เป็นหนึ่งในผู้ร่วมแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ภายใต้ กรอบการทำงานของรัฐบาลไทย ในขณะที่ประเทศมาเลเซียจะทำหน้าที่เป็นผู้อำนวย ความสะดวก มาตรการความปลอดภัยจะถูกจัดเตรียมให้แก่สมาชิกของคณะทำงานร่วมกัน ทุกคนตลอดการดำเนินงานนี้ จัดทำและลงนามในกรุงกัวลาลัมเปอร์ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๑๓ พ.ศ. ๒๕๕๖ สัญลักษณ์ คณะเอ ลายมือชื่อ พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร สำหรับ คณะบี ลายมือชื่อ กุสตาฟฮาซัน ตอยิบ ชื่อเรียกยากครับ เรียนจบปริญญาเอกกฎหมาย ง่ายกว่าเรียกชื่อคณะผู้จะมาเจรจา ตอยิบ ฮาซัน สปาแระ อะไรอย่างนี้ผมจำไม่ได้ เดี๋ยวจะ เอาให้คุณเจะอามิง เอาไปเลยไม่มีความลับ ก็มีเท่านี้ ประเด็นก็ไปพูดกัน มาตรา ๑๙๐ ผมเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ๑. ไม่ได้มีสัญญา เป็นการเจรจากับคนไทยที่เขาหลงผิด แล้วไปอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย และรัฐบาลมาเลเซียเขาสนับสนุน ไม่ได้ทำกับรัฐบาลมาเลเซีย แต่อย่างใดทั้งสิ้น ท่านก็ถามว่าเชื่อถือได้ไหม ผมก็คล้อยตามท่านถ้าไม่เห็นเอกสาร เรียนท่านประธานที่เคารพ บุคคลที่มาร่วมลงนามเปิดประเด็นโดยนายกรัฐมนตรีนาจิบ ถ้าไม่มีน้ำหนักเพียงพอเขาจะเสี่ยงหรือครับ แต่พวกผมไม่เคยรับราชการมันปากไม่โป้ง ผมไปพบผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลมาเลเซีย เพราะสันติบาลมาเลเซียกับสันติบาลไทย มันผูกพันกันมานาน พวกท่านไปคุยหลายวันหน่อย ตำรวจกับตำรวจ ทหารกับทหารคุยกัน มันง่ายนิดหนึ่ง เขาบอกเลยว่าเบอร์ ๒ เขารู้แล้ว แล้วก็อยู่ในประเทศมาเลเซีย ปัญหาคือ ต้องนาจิบเห็นด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นด้วย ผมก็เรียนท่านนาจิบ เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบกับตำรวจของเขาซึ่งเป็นหัวหน้าตำรวจ ท่านประธานครับ เพื่อให้สภาแห่งนี้มันมีสารัตถะ ไม่ใช่ใครคิดอะไรนิดก็ไปนั่งคิด เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ณ ศูนย์ฝึกตำรวจมาเลเซีย กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เวลาท้องถิ่น ๑๐.๐๐ นาฬิกา ตัวแทนฝ่ายไทยประกอบด้วย พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. และยังมีอีกไม่ต้องพูดเพราะฝ่ายไทย ตัวแทนฝ่ายแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น ฮาซัน ตอยิบ และพรรคพวกเขารวม ๔ คน ฮาซัน ตอยิบ และพรรคพวกเขา สักขีพยาน ในการลงนามของประเทศมาเลเซีย ๑. ดาโต๊ะมูฮัมหมัด ทาจูดีน บิน อับดุลวาฮับ เป็นเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ประเทศมาเลเซีย ตัวเลขาธิการ สมช. ประเทศมาเลเซียมาร่วมเป็น สักขีพยาน ผู้มีเกียรติร่วมเป็นสักขีพยานฝ่ายประเทศมาเลเซีย ๑. ตันสรี ฮัจญี อิสมาอิล บิน ฮัจญี โอมาร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ต่อมาผู้ร่วมอีกคนหนึ่ง ตันสรี ซุนกิบรี บิน โมฮัมเหม็ด ซิน ผู้บัญชาการทหารสูดสุด ประเทศมาเลเซีย ต่อไปก็ ดาโต๊ะยุสนีชัย บิง ยาโก๊บ รองปลัดกระทรวงต่างประเทศ ประเทศมาเลเซีย ดาโต๊ะสรี อาคิล บิน บูลัต ผู้บัญชาการ ตำรวจสันติบาล ประเทศมาเลเซีย ดาโต๊ะอับดุลฮาดี ผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองกลาโหม ประเทศมาเลเซีย ดาโต๊ะสรีวีรา ซาบิน มิดตาชิต ผู้บัญชาการรักษาความสงบเรียบร้อย ในตำรวจแห่งชาติ ประเทศมาเลเซีย ดาโต๊ะสรีอาหมัด อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ประเทศมาเลเซีย ก็ขนาดนี้ครับ บิ๊กเนม (Big name) ขนาดนี้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีสักครู่ครับ เชิญท่านเจะอามิง

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ คุณเฉลิมกำลังพูดถึงอะไรก็ไม่รู้ สิ่งที่ผมถามง่าย ๆ เลย ถามว่ามีข้อตกลงอะไรที่ซ่อนเงื่อน ภายใต้ข้อตกลงที่ไปทำเอ็มโอยู (MOU) แค่นี้ครับ ไม่ได้ถามชื่อคน ที่คุณเฉลิมพูดนี่ผมมี เอกสาร คุณเฉลิมไปนั่งอ่านทำไม ผมก็มี

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับท่านเจะอามิงครับ ท่านขจิตรเชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘ และข้อที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินการเกี่ยวกับการตอบกระทู้ถามสด แล้วผมก็ประท้วง ผู้อภิปรายในการใช้กิริยา ใช้วาจาที่ไม่สุภาพ ไม่เหมาะสมกับสถานที่ที่มีเกียรติแห่งนี้ สภาแห่งนี้ไม่ใช่ที่ว่าใครจะลุกขึ้นมาข่มขู่ใคร ไม่ใช่ที่แสดงว่าฉันเก่ง คุณไม่เก่ง เพราะฉะนั้น ขอความกรุณาท่านประธานนะครับ ท่านรัฐมนตรีกำลังตอบอยู่ครับ แล้วผู้อภิปรายนี่ ท่านประธานให้ลุกขึ้นได้อย่างไรครับ ประท้วงก็ไม่ได้ประท้วง แล้วลุกขึ้นมาเฉย ๆ อย่างนั้น ท่านใช้ข้อบังคับอะไรครับท่านประธาน ขอความกรุณาท่านประธานได้ดำเนินการให้ถูกต้อง ตามระเบียบวิธีการถามกระทู้ถาม ปัญหาบ้านเมืองทุกคนเป็นห่วงทั้งนั้น ต้องใช้วาจาที่สุภาพ และให้เกียรติกันในที่ประชุมนี้ครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอสมควร แล้วครับ ต้องใช้เวลาท่านครับ นั่งลงครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัย ท่านต้องนั่งลง พอแล้วครับ ผมพยายามควบคุมอยู่ ท่านบุญยอดนั่งลงครับ ต่อละครับ กระทู้ถามถ้าท่านประท้วงอย่างนี้ ก็ใช้เวลาเกินทั้งคู่ครับ ท่านต้องให้ผมวินิจฉัยก่อนสิครับท่านบุญยอด ท่านประท้วงผม เรื่องอะไร ท่านต้องให้ผมวินิจฉัยก่อนครับ ท่านประท้วงผมหรือ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านจะเห็นนะครับ การทำกระทู้ ถามสดนี่นะครับซึ่งสำคัญมาก ถูกตัดแข้งตัดขาอยู่ตลอดเวลา เป็นอย่างนี้ทุกสัปดาห์

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประท้วงผมเรื่องอะไรเอาอย่างนี้ดีกว่า

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ผมประท้วงท่านว่าถ้าท่านให้ สมาชิกประท้วงขัดจังหวะแบบนี้มันไม่เป็นไปตามกระทู้ถามสดนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

โอเค (OK) ท่านบุญยอดนั่งลงครับ คืออย่างนี้ครับท่านครับ คนยกมือนี่ผมต้องให้สิทธิประท้วง ผมต้อง ถามก่อนว่าเขาประท้วงเรื่องอะไร เหมือนที่ท่านลุกขึ้นมานี่นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็จะ ไม่ให้สิทธิท่านเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเป็นสิทธิของสมาชิก ผมพยายามควบคุมตามระเบียบ ข้อบังคับ ผมไม่สามารถทราบได้ว่าเขาประท้วงเรื่องอะไร แต่เวลามีประท้วงผมก็วินิจฉัย เหมือนที่ท่านลุกขึ้นผมก็ให้โอกาสท่าน ผมว่าให้ผมได้ควบคุมดีกว่าครับ พอสมควรแล้ว เมื่อสักครู่ท่านก็บอกผมไม่ควบคุมเวลาผมก็ควบคุมเวลา ถ้าประท้วงกันอย่างนี้ตลอด หมดเวลาถ่ายทอด ท่านเจะอามิงครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตนิดเดียวครับ ผมขออนุญาต เป็นข้อตกลงร่วมกันเลยดีไหมครับว่าในกระทู้ถามสดเราจะไม่ลุกขึ้นประท้วงกัน แล้วให้คนดู เขาตัดสินสิครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ เมื่อสักครู่ท่านก็ประท้วงขึ้นมาก่อนเหมือนกัน ไม่ได้ครับว่าตามข้อบังคับท่านบุญยอด เราจะตกลงกันเองไม่ได้ เอาอย่างนี้ท่านเจะอามิงกับท่านเฉลิมขออนุญาตทั้งคู่กรุณาพอสมควร ก็แล้วกัน เด็ก ๆ เข้ามาชมสภาเยอะแยะเอาพอสมควร เชิญต่อครับ เป็นคำถามสุดท้ายแล้ว ให้ท่านเฉลิมตอบ แล้วก็ท่านเจะอามิงถามต่อคำถามที่ ๓ เชิญครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่ครับ คำถามที่ ๒ ผมยังตอบไม่จบ ท่านประธานครับ ผมสรุปสาระสำคัญผู้ถาม ๑. บอกว่าไปเซ็นครั้งนี้เป็นสัญญา หรือไม่ ผมบอกไม่ใช่ ผูกพันรัฐธรรมนูญไหม ไม่ใช่ เพราะไปเซ็นกับคนไทย และไม่เกี่ยวกับ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ถามว่าเซ็นนี่เชื่อถือได้ไหม ผมก็บอกว่ารายชื่อผู้ใหญ่ของประเทศมาเลเซีย เขาเป็นระดับอธิบดีกรมตำรวจ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ/หรืออีกหลายคน ผมต้องบอกสิครับว่า ความน่าเชื่อถือมันมีที่จะนำไปสู่การเจรจา สมช. จึงลงนาม และเมื่อ สมช. ไปเจรจาก็ไม่สามารถ ตัดสินใจด้วยตัวเองก็ต้องกลับมาที่ ศปก.กปต. การเจรจายังไม่ได้เริ่มขึ้น ผมมาจากการเลือกตั้ง พวกผมชนะการเลือกตั้ง เราต้องเคารพผู้นำรัฐบาลที่เขามาจากการเลือกตั้ง และเขามีน้ำใจไมตรี และจะให้ผมตอบอย่างไรที่ไม่ตรงประเด็น ๑. ท่านบอกว่าขัดรัฐธรรมนูญไหม ผมบอกไม่ขัด ๒. ท่านบอกว่าเป็นสัญญาหรือเปล่า ผมบอกไม่เป็น ๓. มีใครอยู่ร่วมระหว่างเซ็นไหม ก็ระดับ ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซะก์ เป็นคนนำร่องว่าจะเป็นเจ้าภาพช่วยประสานงานให้ ไม่ให้ตอบอย่างนี้แล้วตอบอย่างไร เอาละคุณเจะอามิงถ้าคุณแน่จริงคุณเอาเอกสารมาแลกกับผมเลย เดี๋ยวผมจะให้ท่านประธาน แล้วให้คุณทั้งหมด ที่มีให้หมด คุณมีให้ประธาน มันจะได้รู้ว่าในสภาใครพูดจริง และท่านบอกว่า หลังจากเหตุการณ์เซ็นมีเหตุรุนแรง ไม่ใช่ มีเผายาง ๕๐ กว่าแห่ง เผายางรถยนต์รุนแรงแห่งเดียว ที่จังหวัดยะลา เมื่อเช้าตำรวจรายงานไปแล้วครับ จับคนร้าย ๕ คนได้แล้วคดีปล้นทรัพย์ อีกคนหนึ่งผมบอกว่าผู้การไปเจรจากับญาติเขาให้เอามามอบตัวป่านนี้อาจจะมอบแล้ว มันไม่ได้ เกิดเหตุการณ์รุนแรงหลังเซ็น ท่านถามว่าได้อะไรไหม พวกผมคิดว่าดีกว่าไม่ทำ ดีกว่าอยู่เฉย ๆ ถ้าทำแล้วเสียเปรียบมันก็ทำไม่ได้ ถ้าทำแล้วได้ประโยชน์เราก็ลงมือปฏิบัติการต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเจะอามิงครับ คำถามที่ ๓ นะครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมตอบนี่แบบลวงโลกเลย ผมไม่ได้ถามเลยท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบ ตอบแบบที่คิดคำตอบมาจากบ้านถึงไม่ตรงกับคำถาม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต เพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint)

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

หนังสือเอกสารสัญญาที่ไปทำไว้ ผมมีเหมือนกันและตราสีแดงด้วยผมไม่ได้ถ่ายจากหน้าหนังสือพิมพ์ด้วยซ้ำไป ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านเฉลิมไม่รู้ว่าผมนี่ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐเก่า อย่าลืมว่า เครือข่ายผมก็มีเหมือนท่านมีครับ แล้วไม่ต้องมาท้าผม เอกสารที่ท่านมีผมพร้อมที่จะเซ็น ผมมีทั้งหมดในนี้ ๕-๖ หน้า ท่านก็มี ๕-๖ หน้าก็เหมือนกัน เอกสารไม่พูดถึงเพราะท่านพูด ในเรื่องรายชื่อเป็น ๑๐๐ คนก็หมดเวลาสิครับ ท่านประธานครับ ดูในเอกสารนี้ครับ ในเอกสาร ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมไปพูดถึงประเทศมาเลเซียลองไปดูในเนื้อหาจริง ๆ ในเนื้อหา ในประเทศมาเลเซียถ้าบอกว่าประเทศมาเลเซียมีหน้าที่อำนวยความสะดวกทำไม ถ้าฝ่าย ประเทศมาเลเซียวันนี้ถ้าดูในเนื้อหาจริง ๆ คือฝ่ายประเทศมาเลเซียจะเป็นผู้ลงนามเพียงแต่เป็นพยาน เท่านั้นเอง เห็นไหมครับท่านประธาน ถ้าบอกว่าประเทศมาเลเซียเพียงแต่อำนวยความสะดวก ข้อตกลงมันไม่มีข้อบังคับ ไม่มีสภาพการบังคับ ความรับผิดชอบประเทศมาเลเซียไม่ได้รับผิดชอบเลย แต่ฝ่ายเราเป็นผู้รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว เห็นไหมครับ และฝ่ายตรงข้ามของขบวนการก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เรายื่นไป ยื่นมือเข้าไป ถามว่า ประเด็นอันนี้ข้อเสียเปรียบที่ผมเป็นห่วงในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผมถามแล้ว ท่านไม่ได้ตอบว่าใต้สัญญาฉบับนี้ท่านมีซ่อนเงื่อนไขอะไรไว้แล้วท่านก็ไม่ตอบ ท่านก็เลี่ยงบาลี ไปตอบเรื่องอะไรก็ไม่ทราบ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นปัญหาที่สำคัญของปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่เราต้องยอมรับว่าที่เกิดเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ลองไปสอบถามดูว่า นายฮาซัน ตอยิบ เป็นผู้ที่ไม่มีอำนาจในการสั่งการ และสถานการณ์ภาคใต้มันจะสงบลง ได้อย่างไร เราย้อนกลับไปดูสิครับ ในกรณี ๑๖ ศพที่เสียชีวิตที่บาเจาะ ในนั้นมีการบอกกล่าว ญาติของผู้เสียชีวิตบอกว่าทั้งหมดนี้ลูกหลานของเขาไปเพราะมีความเจ็บปวดในกรณีตากใบ ในกรณีตากใบถูกทุบ ถูกตี มาถึงที่ค่ายอิงคยุทธบริหารกลับไปก็ถูกใช้ พ.ร.ก. เชิญตัวก็ถูกทุบ ถูกตี ในที่สุดก็ไปอยู่กับแนวร่วม สิ่งเหล่านี้ที่รัฐบาลจะต้องไปคิด กลุ่มแนวร่วมอาร์เคเค (RKK) ที่ไปเป็นแนวร่วมอีกส่วนหนึ่งก็คือมาจากความเจ็บปวดในสมัยรัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ไปสลายม็อบ (Mob) กรณีของตากใบ นี่คือข้อเท็จจริงครับ และผมลงไปในพื้นที่ ที่เกิดเหตุ ผมก็ลงไปสอบถามบิดามารดาของผู้เสียชีวิตอีก ๒-๓ รายก็เหมือนกันครับ ลูกของเขา เกิดจากความเจ็บปวด ณ วันนั้น และกลุ่มส่วนหนึ่งวันนี้มันไม่มีอำนาจในการสั่งการแล้วไป ทำสัญญา ที่ผมถามตั้งแต่ประเด็นแรกเลยว่าถูกตัวถูกต้องหรือไม่ ที่พูดนี่เพราะความเป็นห่วง ผมบอกว่าทุกคนอยากจะให้สถานการณ์ภาคใต้สงบ แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมไม่ต้อง ไปหาข้อมูลที่ไหนหรอกครับ เวลามีอะไรกลับมาที่สภามาถามในสภาครับ อย่างน้อยที่สุด ถ้าช่วงหารือนี่ท่านนั่งบนบัลลังก์ก็ได้ ท่านถามฝ่ายค้านหน่อยว่าวันนี้มีปัญหาอะไรอยากจะ ถามฝ่ายค้านขอให้ตอบในสภาเพราะผมพูดในสภาครับไม่ได้ไปพูดที่อื่น ผมจึงเรียนถามว่า ในกรณีการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้ แม้กระทั่งในการผูกพันวันนี้ที่น่าจับตามอง แม้กระทั่งการไปที่ประเทศสวีเดนของนายกรัฐมนตรีวันนี้มันมีอะไรอยู่เบื้องหลัง ผมเชื่อว่า มีอะไรอยู่เบื้องหลังแล้วก็โยงมาถึงเรื่องเดียวกันที่ผมพูดนี่ครับ ผมอยากจะให้สังคมได้แลเห็น แต่สิ่งที่ผมอยากจะขอคำตอบท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมว่าใต้สัญญานี้ท่านไปทำอะไรไว้ เพราะว่าฝ่ายตรงข้ามเขาเขียนไว้ชัดเจนครับ บอกว่าถ้าหากรัฐบาลไทยมีความปรารถนาดี อย่างเดียวนี่ไม่เพียงพอ ต้องมีความจริงใจ และรัฐบาลจะต้องแจ้งว่าพร้อมที่จะให้อะไรกับ ฝ่ายเขา นี่อย่างไรที่ผมเป็นห่วง สิ่งที่ผมเป็นห่วงผมจะบอกว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ต้องตอบสภาและต้องตอบสังคมให้ได้ว่าใต้สัญญาที่ได้ทำไว้มันมีอะไร ผมเป็นห่วงว่า ประเทศไทยจะหลุดครับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะหลุดจากประเทศไทยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีเชิญตอบครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ สิ่งแรกที่จะตอบก็คือว่าไม่มีเงื่อนไขอะไรเลยครับที่จะทำให้ ๓ จังหวัดหลุดจากชายแดนภาคใต้ ท่านเพ้อ จะมีรัฐบาลที่ไหนมันโง่ขนาดนั้น และหน่วยความมั่นคงเขายอมหรือครับ ไม่มีครับ แล้วท่านถามว่าที่เซ็นกันไว้นี่มีเงื่อนไขนำไปสู่อะไรที่จะให้และไม่ให้ ยังไม่ได้เจรจาครับ วันที่ ๒๘ นี้เขาจะไปเจรจาก็จะเริ่มต้นนี่ท่านคาดคะเนไปหมด ไม่จริงครับ คำก็สัญญา คำก็สัญญา ไม่ใช่ เป็นเริ่มเจรจาสู่ความสงบ อย่างผมเปิดประเด็นไปนี่ท่านแม่ทัพ นายกอง มาพบผมบอกว่าแนวคิดของท่านเรื่องมาตรา ๒๑ อย่างไร ผมบอกไม่ได้โอ้อวดแต่พูดแบบ ความจริง ผมถามท่านนายกรัฐมนตรีมามอบผมทำไม เพราะผมไม่มีความชำนาญ ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้จับงานมาก่อน ผมถาม ๓ ครั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านมอบผมและให้อำนาจจริงไหม เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วท่านบอก ให้อำนาจจริง ก็มีคนมาบอก ท่านเห็นว่าผมปราบปรามยาเสพติดมันได้ผล ก็ลองเอาแนวคิดนี้ ไปผสมผสานในการแก้ไขปัญหา ผมหารือแม่ทัพ นายกองทุกภาคส่วน กองทัพมาบอกเลย ถ้าพื้นที่ไหนสงบแล้วสถิติลด กองทัพสนับสนุนให้รัฐบาลยกเลิกพระราชกำหนดและกองทัพ ถอนกำลัง สัปดาห์ที่แล้วผมเทสต์ (Test) ๖ อำเภอ ปรากฏว่าสถิติพี่น้องชาวไทยมุสลิม อยากให้เลิก ไทยพุทธบอกอย่าเพิ่ง รอไปเจรจาหลังวันที่ ๒๘ แล้วถ้าตกผลึกผมจะเลิกให้ดู เพราะกองทัพเห็นด้วย แม่ทัพถามว่าท่านกล้าใช้มาตรา ๒๑ ไหม บอกว่ากล้า ผมประสานไว้ เรียบร้อย ถ้าโชคดีเมืองไทยอาจได้ผลก่อนประเทศมาเลเซีย ๒๐ คนเข้าแถว มาตรา ๒๑ หมายความว่าให้แม่ทัพภาคที่ ๔ ดู เข้าเกณฑ์มาตรา ๒๑ ผมเชิญอธิบดีดีเอสไอ (DSI) มาพบแล้ว คดีความมั่นคง ๒๐ คดีทำได้ไหม ผมเรียนท่านประธานครับ พี่น้องชาวภาคใต้จะได้รู้ว่า คนที่ยังไม่ได้ลงภาคใต้มันทำอะไรให้บ้างหรือเปล่า ก็ปรากฏว่าผมติดต่ออธิบดีภาค ๙ ติดต่อ เจ้าหน้าที่ทางศาล ง่าย ๆ ครับ ผู้มีหมายจับพระราชบัญญัติความมั่นคงมาพบแม่ทัพภาคที่ ๔ แม่ทัพภาคที่ ๔ จะมาหาผม ผมจะเชิญคุณธาริตมา สอดคล้องต้องกันเอากลับไปหาพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนก็ไปบอกอัยการ พนักงานสอบสวนคดีนี้ก็คือดีเอสไอ ไปบอกอัยการ ยื่นคำร้องต่อศาลถอนหมายจับ แล้วเอาไปอบรมไม่เกิน ๖ เดือน ๑๕ วันผมก็จะปล่อยไม่ต้องถึง ๖ เดือน นี่ครับคือแนวทาง เรียนพี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ให้ท่านสบายใจได้ว่าผมรับผิดชอบ ไม่มีความรุนแรง ไม่มีความเด็ดขาด เจรจาอย่างเดียว และต้องให้ท่านพอใจก่อนมอบตัว และเมื่อคุยกับทหารเรียบร้อย ผมบอกผู้การตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ทุกจังหวัด บอกว่าถ้าทหารเขาเรียบร้อยแล้วผู้มอบตัวออกไปอย่าให้ใครได้รับบาดเจ็บโดยเด็ดขาด นี่คือผม ถ้าโชคดีก็เร็ว ๆ นี้ได้เห็นผล ถ้าโชคไม่ดีก็ต้องใช้เวลาต่อไปมันไม่สามารถพลิกฝ่ามือได้หรอกครับ

(นายณรงค์ ดูดิง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณรงค์ ดูดิง ประท้วงหรือครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายณรงค์ ดูดิง ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ด้วยความตั้งใจนะครับ ท่านประธาน ตั้งใจว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีจะตอบให้ถูกตรงตามประเด็นที่ท่าน ส.ส.

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณรงค์ครับ การถามกระทู้ถามได้ท่านเดียวนะครับ ถามพร้อมกันหลายท่านไม่ได้ ท่านต้องนั่งลงก่อนครับ ต้องให้เขาตอบ ถาม ๒ ท่านไม่ได้ ผิดข้อบังคับ ท่านเปิดดูนะครับ เพราะผมตามข้อบังคับหมด ท่านนั่งลงไม่อนุญาตครับ ไม่อนุญาตให้ประท้วง ท่านต้อง นั่งลงครับ ไม่ได้ แล้วผมควบคุมเวลา ท่านเฉลิมสรุปจบแล้วครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

สุดท้ายแล้วครับ เหลือสุดท้ายท่านประธานครับ อีก ๒ นาทีผมจบแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การลงนามในเอกสารเป็นหนังสือแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน มิใช่เป็นเอ็มโอยู หรืออะกรีเมนท์ (Agreement) ที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย แต่เป็นเพียงการแสดงเจตจำนงทางการเมือง จากการตัดสินใจของรัฐบาล ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดพื้นที่พูดคุยกันอย่างจริงจังเพื่อมุ่งให้เกิด สันติภาพในพื้นที่โดยรัฐบาลประเทศมาเลเซียให้การสนับสนุน สาระมีเท่านี้ครับ มีเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่ให้ ๒ นาทีหรอกครับ ๑ นาที ท่านเจะอามิงมีอะไรครับ ท่านถามต่อไม่ได้แล้วครับ ครบ ๓ คำถามแล้วครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ กระผมต้องลุกขึ้นมาพูดอีกครั้งหนึ่งก็เพราะว่ารัฐมนตรีเฉลิมได้พูดถึงว่าผมได้เพ้อเจ้อ ผมเรียนว่าที่ผมถามกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้เพ้อเจ้อนะครับ อยู่บนพื้นฐาน ของความเป็นห่วงอยากจะเห็นจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสันติสุขและสงบสุข อยากจะเห็นจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนสู่ภาวะปกติ ผมไม่ได้เพ้อเจ้อเลยครับท่านประธาน กระผมขออนุญาตด้วยความเป็นห่วงจริง ๆ ว่ารัฐบาลนี้นอกจากความรับผิดชอบ ของนายกรัฐมนตรีไม่มีต่อการรับผิดชอบจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วไม่ใส่ใจ แล้วรองนายกรัฐมนตรีที่มาตอบก็ไม่ได้มีความเข้าใจในปัญหาอย่างแท้จริง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่กระผมเป็นห่วงมากที่สุดก็คือวันนี้เป็นห่วงว่าสถานการณ์ที่ไปทำข้อตกลง แล้วมันจะยิ่งทำให้ความรุนแรงยิ่งขึ้น ๆ แล้วใครจะรับผิดชอบ คนที่เสียชีวิตคือคนบ้านผมครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอสมควรแล้ว ท่านเจะอามิงครับ พอสมควรแล้วครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเป็นห่วง ก็คือเรื่องนี้ครับ ไม่ได้มีเจตนาอะไรเลย แต่สิ่งที่รัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามของผมหลายประเด็น พี่น้องประชาชนจะได้รับทราบไว้ แต่ท่านประธานครับ ที่ผมเป็นห่วงประการหนึ่งก็คือว่าโง่แล้วขยัน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ท่านเจะอามิงครับ เดี๋ยวก็ตอบโต้กันไปมาผมไม่อนุญาตครับ นั่งลงครับ พาดพิง ผมให้ใช้สิทธิ พาดพิง

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสุนัย ประท้วงผมเรื่องอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ไม่เป็นไรครับท่านประธาน ก็ให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบพาดพิงก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวผมค่อยชี้แจงครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านใช้ สิทธิพาดพิงนิดเดียวครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผมไม่ต้องแก้ตัวว่าโง่หรือไม่ ถ้าโง่จบปริญญาเอกทางกฎหมายไม่ได้หรอกครับ ประชาชน เขาตัดสินได้ การมาถามคุณอย่าใช้อารมณ์ ถามว่าถ้าทำไปแล้วไม่ดีใครรับผิดชอบ ก็รัฐบาล รับผิดชอบครับ ท่านก็ไม่ไว้วางใจมาก็จบก็เท่านั้น ไม่รับผิดชอบได้อย่างไร แล้วไปบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไม่สนใจ ปีนี้รัฐบาลจัดงบประมาณให้พื้นที่ภาคใต้มากกว่าทุกปีที่มีมา ทำไมจะไม่สนใจครับ และเดี๋ยวผมจะขออนุญาตท่านประธานแจกรายชื่อผู้ร่วมเป็นสักขีพยาน และแจกเอกสารที่ทำกันเอาไว้ว่าเป็นอย่างไร แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีอะไรเลย ใครไม่อยากให้บ้านเมืองสงบ พุทธ คริสต์ พราหมณ์ อิสลาม ฮินดู ต้องอยู่ร่วมกันด้วยสันติสุข และผมไม่รังเกียจเลยถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะร่วมไปประชุม ศปก.ตร. กับผม ผมจะให้พูดกับพื้นที่ เมื่อวานผมประชุม ๒ ชั่วโมงครึ่งลงถึงอำเภอ ลงถึงกองกำกับโดยไม่ต้องให้เขาลำบาก แต่ผมไม่บอกว่าท่านจะไป

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ใช้เฉพาะ ที่ท่านเสียหาย พอแล้วครับท่าน พอแล้วครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ผมจะแจกเอกสาร ขออนุญาตท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มอบให้ผม เลยครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

เขาจะได้เห็นว่าเอาอะไร มาพูดมันมีหมดในนี้เชิญครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวมอบ ให้ผม พอแล้วครับ จบกระทู้ถามสดแล้วครับ ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามทั่วไปนะครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วง เรื่องอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุนัย จุลพงศธร ครับ ขออนุญาตประท้วงในข้อ ๖๑ เรื่องการแสดงเอกสาร ซึ่งผมเข้าใจว่าคงจะ ผ่านการขออนุญาตท่านประธานแล้ว แต่ว่าบังเอิญมาเกี่ยวข้อง ที่ผมต้องประท้วงเพราะว่า มันมาเกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ เอกสารดังกล่าวนั้นไม่ได้ลึกลับอะไรเลยครับ เมื่อวานนี้คณะกรรมาธิการการต่างประเทศได้เชิญท่าน พลโท ภราดรที่ไปเซ็นสัญญา ท่านมาชี้แจงที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศได้มอบเอกสารนี้ให้ อยากจะกราบเรียน เพื่อความเข้าใจร่วมกันท่านครับ ไม่มีอะไรปิดลับลมคมใน เป็นการเปิดเผยและเอกสารนั้น บังเอิญเป็นภาษาอังกฤษ อยากจะบอกความจริงนิดเดียวว่าเป็นเอกสารที่ยังไม่ได้ตกลงอะไรกัน นอกจากเปิดช่องทางให้หารือกันเท่านั้นละครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เป็นกระทู้ถามทั่วไปนะครับ ท่านเจะอามิงว่าอย่างไรครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

นิดเดียวครับท่านประธาน ผมขออนุญาตท่านประธานทักท้วงท่านสมาชิกที่ได้ลุกขึ้นมาพูดเมื่อสักครู่ ผมขออนุญาต ท่านประธานว่าไม่ได้พูดถึงในเนื้อหาสาระ แต่ที่จริงสิ่งที่ผมถามคือใต้ข้อตกลงมีอะไรลับหรือไม่ แค่นี้ครับ เอกสารนี้ไม่ได้เฉพาะคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเข้าใจ พอประท้วงผมก็ฟัง ทุกคนประท้วงยกมือผมก็ฟัง ท่านเชิญนั่งพอแล้วครับ

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๔๑๓ เรื่อง มาตรการป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินและป่าไม้ (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

เชิญท่านนริศครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ตั้งกระทู้ถามทั่วไป ถามท่านนายกรัฐมนตรี เรื่อง มาตรการป้องกันทรัพยากรธรรมชาติที่ดินและป่าไม้ ไม่เพียงแต่ กระผมซึ่งให้ความสนใจต่อเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่คิดว่าขณะนี้สถานการณ์ ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นที่ห่วงใยของบุคคลโดยทั่วไปแล้ว เพราะว่าได้เกิดความทรุดโทรม ความเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติมาโดยลำดับ จนถึงขณะนี้ นับได้ว่าเสื่อมโทรมเป็นอย่างมากนะครับ แต่ว่าผมจะขออนุญาตสอบถามท่านนายกรัฐมนตรี เพียงบางทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้นเอง เพราะว่าทรัพยากรธรรมชาตินั้นมีอยู่เป็นจำนวนมากมาย ผมเพียงแต่ขออนุญาตจะได้สอบถามถึงทรัพยากรธรรมชาติบางตัว เช่น สัมปทานระเบิดหิน ดูดทราย เหมืองแร่ และป่าไม้ นี่เฉพาะทรัพยากรธรรมชาตินะครับ เฉพาะระเบิดหิน ดูดทราย และเหมืองแร่นั้นเท่าที่ติดตาม เท่าที่ประเมิน เท่าที่มีความรู้อยู่พบว่าการระเบิดหิน การดูดทราย และขุดแร่มีที่ถูกกฎหมายไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มีที่เถื่อนมากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ผลคืออะไรครับ ท่านประธาน ผลก็คือเมื่อมีเถื่อนก็ไม่มีการควบคุม มีเถื่อนอยู่ได้เพราะว่าเจ้าของเขามีอิทธิพล มีเถื่อนอยู่ได้เพราะว่ามีข้าราชการกังฉินไปมีผลประโยชน์ มีผลประโยชน์เข้าไปเกี่ยวข้อง จึงมีเถื่อน การทำเถื่อนนี้ก็คือไม่มีการควบคุม ไม่มีการดูแลทำเอาทรัพยากรธรรมชาติเสื่อม ทรุดโทรมไปโดยเร็ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นกระทรวงที่มีหน้าที่ ในการตรวจสอบ มีหน้าที่ในการร่วม ในการอนุญาต อย่างน้อยที่สุดบางสัมปทานต้องตรวจสอบ ขั้นต้น ระเบิดหิน ดูดทราย เหมืองแร่เป็นสัมปทาน บางที่สัมปทานขาดไปนานแล้วครับแต่ยัง ระเบิดอยู่ นี่ผมเพิ่งไปมาที่ตำบลหน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี ในปีหนึ่ง ๓๖๕ วัน ท่านประธานครับ อากาศเกินมาตรฐาน ๓๖๐ วัน มนุษย์อยู่ได้เพียงปีละ ๕ วันเท่านั้นเองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพียง ๕ วันเท่านั้นเองถ้าไม่มีการดูแล ผมคิดว่าประชาชนจะได้รับผลกระทบ ทรัพยากรธรรมชาติ ได้รับความเสียหายผมจึงขออนุญาตว่าต่อ กรณีระเบิดหิน ดูดทราย เหมืองแร่รัฐบาลจะดำเนินการ อย่างไร ตรวจสอบให้หมดสักครั้งได้ไหม เอกซเรย์หมดเลยนะครับมีอยู่ตรงไหน ถ้าถูกต้อง โดยกฎหมายก็ตรวจสอบเงื่อนไขสัมปทาน ถ้าไม่ถูกต้องปิดดำเนินคดีสักครั้งได้ไหมครับ เอกซเรย์ให้หมดทั้งประเทศอย่าให้ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์มันหลุดรอดไปได้ นี่คือข้อคำถามย่อย

สำหรับในข้อข้อ ๑ ที่จะถามรัฐมนตรีก็คือเรื่องป่าไม้ซึ่งเป็นทรัพยากรหนึ่ง ที่มีความสำคัญและก็พบว่าเรามีปัญหาทั้ง ๒ ด้านในเรื่องป่าไม้ ป่าไม้ลดลงมาโดยลำดับ ขณะนี้เหลืออยู่ไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ลดเพราะ ๑. ป้องกันไมได้ กับ ๒. ฟื้นฟูไม่ได้ ป้องกันไม่ได้ ก็เพราะว่าเรามีความล้มเหลว เราไม่มีความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ขาดขวัญกำลังใจ ผมจึงขออย่างนี้ได้ไหมครับว่าสำหรับการป้องกันรักษาป่าช่วยตรวจสอบตั้งชุดเฉพาะกิจ แบบที่เคยมีไปตรวจสอบที่จังหวัดภูเก็ต แบบที่ไปตรวจสอบที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ตรวจสอบ ให้ผมสัก ๓ ที่ได้ไหมครับ ๑. การปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ที่ผ่านมา ตรวจทุกแปลงได้ไหมครับ ตรวจทุกไร่ได้ไหมครับ ตั้งชุดเฉพาะกิจแบบนี้ครับ ๒. ป่าพรุควนเคร็ง ที่จังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช ถูกยึดครองไปหลายหมื่นไร่ ท่านประธานครับ กับ ๓. ป่าบ้านตระบนเขตเขาบรรทัดรอยต่อระหว่างจังหวัดพัทลุง จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล เป็นหลังคาของ ๓ จังหวัดนี้ ขณะนี้ป่าเสื่อมโทรมถูกบุกรุกคนอยู่ ๒,๐๐๐ ครอบครัว เป็นหมื่นคนอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ทำหน่วยเฉพาะกิจสนธิกำลังเข้าไปได้หรือไม่ คำถามข้อที่ ๑ จากผมก็คือต่อทรัพยากรธรรมชาติระเบิดหิน ดูดทราย เหมืองแร่ และป่าไม้ ท่านจะมีมาตรการแก้ไข ป้องกัน และฟื้นฟูทรัพยากรเหล่านี้อย่างไร เป็นคำถามที่ ๑ ครับ ท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีปรีชาตอบคำถามข้อที่ ๑

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้มาตอบกระทู้ของท่าน ส.ส. นริศ ขำนุรักษ์ เกี่ยวกับมาตรการป้องกันทรัพยากรธรรมชาติที่ดินและป่าไม้ ก่อนอื่นนั้นต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่าน ส.ส. นริศ ขำนุรักษ์ ที่ได้เป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ของประเทศ ต้องยอมรับที่ท่านได้ตั้งกระทู้ถามนะครับว่าเกี่ยวกับปัจจุบันนี้ความเสื่อมโทรมเกี่ยวกับ เรื่องการดูดทรายก็ดี การระเบิดหินหรือการทำเหมืองแร่ก็ดีนั้น ซึ่งท่านเองได้ถามเกี่ยวกับ ปัญหาที่มันถูกนั้นต้องประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ที่มันไม่ถูกต้องนั้นประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณในฐานะที่ท่านเองช่วยเป็นหูเป็นตาแทนรัฐบาลในการดูแลตรงนี้ ผมเองก็อยากจะนำเรียนว่าในส่วนนี้ที่ท่านได้เสนอแนะตรงนี้ผมจะลงไปตรวจสอบดูว่า ปัญหานี้เป็นจริงเหมือนที่ท่านพูดหรือไม่ ถ้าเป็นจริงก็จะดำเนินมาตรการโดยเด็ดขาด ก็อยากจะกราบเรียนว่าในส่วนการสัมปทานเรื่องดูดทรายนะครับ เป็นการเข้าไปประกอบ กิจการในที่ดินของรัฐตามมาตรา ๙ (๒) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งการที่จะเข้าไป ครอบครองหรือกระทำใด ๆ ในที่ดินดังกล่าวจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน หากเข้าไปโดยมิได้รับอนุญาตถือว่าเป็นการบุกรุกที่ดินของรัฐ แล้วก็นายอำเภอหรือองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ผู้บุกรุกออกจากที่ดิน นอกเหนือจากนั้นหากผู้บุกรุกไม่ยอมออกจากที่ดินดังกล่าวก็ต้องดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้กระทำฝ่าฝืนที่ผิดในเรื่องดังกล่าว สำหรับกรณีผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการการดูดทราย แล้วกระทำการฝ่าฝืนระเบียบหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนด ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจในการสั่งหยุดการดูดทรายได้ทันที หรืออาจสั่งเพิกถอน ใบอนุญาตได้ทันทีนะครับตรงนี้ นอกเหนือจากนั้นรวมถึงการพิจารณาทบทวนการกำหนด บริเวณที่สามารถดูดทรายหรือแบ่งเป็นโซนนิ่ง (Zoning) ให้เหมาะสม แล้วก็ตรวจสอบ ควบคุมประกอบกิจการดูดทรายภายในจังหวัดให้ปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัดนะครับ อันนี้คือในส่วนของกระทรวงมหาดไทย นอกเหนือจากนั้นในส่วนของกรณีการทำสัมปทาน เหมืองแร่ การทำสัมปทานระเบิดหิน และการทำสัมปทานดูดทราย ที่ผมได้กล่าวมาตอนต้น ในเขตพื้นที่ป่าไม้นะครับ ต้องนำเรียนว่าในส่วนนี้ต้องดำเนินการตามระเบียบของกรมป่าไม้ ว่าด้วยการอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ปี ๒๕๔๘ ออกโดยอาศัยอำนาจมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ปี ๒๕๐๗ โดยมี เงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาต หากปรากฏว่าผู้รับอนุญาต หรือหนังสืออนุญาตคนงานผู้รับจ้าง หรือผู้แทนของผู้รับใบอนุญาต หรือหนังสืออนุญาต กระทำผิดตามเงื่อนไขในใบอนุญาต หรือหนังสืออนุญาตอาจเป็นการเสียหายอย่างร้ายแรง พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเป็นหนังสือ ให้พักการใช้ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตได้โดยมีกำหนดไม่เกิน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ออก คำสั่ง ในกรณีที่มีการสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตแล้ว ถ้ารัฐมนตรีเห็นสมควร ก็ให้มีอำนาจในการเพิกถอนใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตนั้นได้เลย นอกเหนือจากนั้น หากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินคดีกับผู้ละเมิดกฎหมาย อย่างเคร่งครัด นี่คือคำตอบที่ ๑ ที่ท่านได้ถามก็เรียนเป็นเบื้องต้นครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนริศ คำถามสุดท้ายครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์

คำถามข้อที่ ๑ ผมฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่ากรุณา ช่วยเอกซเรย์พื้นที่ระเบิดหิน ดูดทราย เหมืองแร่ ทุกแปลงทุกสัมปทานใหม่สักครั้งนะครับ ว่ากันใหม่เลย แล้วอันไหนถูกต้องก็เดินหน้า อันไหนผิดก็ดำเนินคดี ในคำถามข้อที่ ๑ ผมฝากรัฐมนตรีว่าช่วยสนธิกำลังและเร่งรัดดำเนินการพื้นที่ปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติทุกไร่ ทุกแปลง ๒. พื้นที่พรุควนเคร็งทุกไร่ทุกแปลง กับ ๓. ป่าในตระบนเทือกเขาบรรทัดช่วยสนธิกำลัง และดำเนินการนะครับ และในข้อที่ ๑ ขออนุญาตฝากว่าการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูป่า งบประมาณใหม่ กบอ. ๓.๕ แสนล้านบาทท่านระวังให้ดีนะครับ กำลังมีคนจ้องเขมือบอยู่อีกนะครับ ท่านเคย รับปากในที่ประชุมแห่งนี้ว่าจะไม่ปลูกในป่าอนุรักษ์ให้ปลูกเฉพาะในป่าเสื่อมโทรม ท่านระวังนะครับ ขณะนี้สำรวจที่จะปลูกกันในป่าอนุรักษ์ และเมื่อปลูกในป่าอนุรักษ์ก็ไม่ปลูกเองนะครับ เพราะว่าป่ามันสมบูรณ์อยู่แล้ว ท่านเคยรับปากที่นี่เป็นแนวทางเป็นนโยบายของท่านอยู่ว่า ห้ามปลูกป่าในป่าที่สมบูรณ์อยู่แล้วหรือป่าอนุรักษ์ ขอให้ปลูกในป่าเสื่อมโทรมนะครับ

คำถามข้อที่ ๒ จากกระทู้ถามทั่วไปของผม ผมมีความห่วงใยเรื่องปัญหาที่ดิน ปัญหาที่ดินไม่เกิดกับใคร ใครไม่รู้สึกนะครับว่ามันยุ่งยาก สับสน มีผลประโยชน์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อเรื่องการออกเอกสารเรื่องที่ดินนะครับ ปัญหาที่ดินปัญหาแรก แนวเขตประเทศไทย แนวเขตไม่ชัดเจนครับ แล้วตราบใดที่แนวเขตยังไม่ชัดเจนตราบนั้นปัญหาการแก่งแย่ง ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดิน ป่าไม้ก็ยังมีปัญหาอยู่ ขอได้ไหมครับว่าวันนั้นเราได้ทำรีเชพ (Reshape) แผนที่ว่าจะทำให้เป็นแผนที่มาตราส่วนเดียวกัน เรื่องนี้มีเรื่องไม่ชอบมาพากลกันอยู่มาก การทำแผนที่ในมาตราเดียวกันใช้งบประมาณกองทุนสิ่งแวดล้อมไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท รัฐมนตรีตั้งกรรมการสอบสวนระดับกระทรวงได้ไหมครับ เรื่องนี้นะครับ เพื่อพิสูจน์ว่า รัฐมนตรีไม่มีเกี่ยวข้อง ตั้งกรรมการสอบสวนระดับกระทรวงขึ้นมา หรือท่านโยนให้ดีเอสไอ สอบก็ได้ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ คือเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทไม่มาก แต่ว่าการที่ทำให้ ปัญหาที่ดินถูกสะสมมากยิ่งขึ้นนี่เป็นเรื่องใหญ่นะครับ ผมได้พยายามสอบถามว่า น.ส. ๓ ที่อยู่ในมือ กับ ส.ค. ๑ ที่อยู่ในมือจะแปลงให้เป็นโฉนดจะใช้เวลาเท่าไร น.ส. ๓ หรือ ส.ค. ๑ ใบสุดท้ายแปลงเป็นโฉนดใช้เวลาเท่าไร เขาบอกว่านานมากเป็นร้อยปี มีคำตอบว่าอย่างนั้นนะครับ แต่ว่าท่านประธานครับ โฉนดบางพื้นที่ก็อยู่ในป่า น.ส. ๓ บางพื้นที่ก็อยู่ในป่า แล้วการบุกรุก พื้นที่ป่าที่เลวร้ายที่สุดก็คือการไปออกโฉนดแล้วไปทำเป็นที่อยู่อาศัย ทำเป็นรีสอร์ท (Resort) ทำเป็นโรงแรม นี่เสียหายมากเพราะเราไม่สามารถกลับฟื้นสภาพได้อีกแล้วนะครับ ผมจึง ขออนุญาตสอบถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ต่อกรณีแนวเขตที่มีปัญหาเรื่องรีเชพแผนที่ ท่านจะดำเนินการโดยให้ดีเอสไอหรือหน่วยงานใดเข้าตรวจสอบได้หรือไม่ รวมทั้ง น.ส. ๓ แล้วก็ ส.ค. ๑ ท่านจะแปลงให้เป็นโฉนดให้เสร็จสิ้นภายในกี่ปี ส.ค. ๑ ใบสุดท้ายที่จะเป็น โฉนดใช้เวลาเท่าไร และขอฝากท่านประธานนะครับว่ากรณีการบุกรุกพื้นที่อุทยานในจังหวัดภูเก็ต ในทับลาน ในดอยลาน จังหวัดเชียงราย กิ่วทัพยั้ง จังหวัดเชียงราย และป่าแม่สลอง จังหวัดเชียงราย ท่านต้องเอาจริงนะครับ เรื่องส่วนหนึ่งสอบสวนอยู่บนโต๊ะปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมแล้วไม่กล้าเอาออกมาว่าผลสอบสวนเป็นอย่างไร ท่านต้องเอาออกมา ผลสอบสวนกิ่วทัพยั้ง ผลสอบสวนแม่สลอง สุดท้ายยังอยู่ในโต๊ะผู้ใหญ่ในกระทรวงของท่านอยู่ ท่านรื้อออกมาได้นะครับ ผมก็ฝากท่านนะครับว่ากรณีจังหวัดภูเก็ตอย่าเอาผิดเฉพาะ ชาวบ้านนะครับ ก่อนออกโฉนดทุกใบเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเซ็นรับรองแนวเขตทุกคนแล้วครับ เอาผิด พวกนั้นมันด้วยครับ เอาผิดชาวบ้าน เอาผิดนักธุรกิจที่ไปออกเอกสารสิทธิอันนี้ผมไม่ว่าครับ แต่ว่าท่านต้องเอาผิดทุกคนที่อยู่ในกระบวนการนี้ โดยเฉพาะผู้ชี้แจง ผู้รับรองแนวเขต ให้สามารถออกเอกสารสิทธิได้ คำถามผมในข้อนี้คือท่านจะปกป้องพื้นที่ ที่ดิน ป่าไม้ของเรา ซึ่งค่อนข้างขาดแคลนและเสื่อมโทรมนี้ไว้อย่างไร ด้วยวิธีอะไร และ น.ส. ๓ ใบสุดท้ายที่จะ แปลงเป็นโฉนดท่านจะใช้เวลาเท่าไรครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นนั้นต้องขอกราบขอบคุณ ท่าน ส.ส. นริศ ขำนุรักษ์ ที่ได้เป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับปัญหาการออกโฉนดที่ดินก็ดี การอนุรักษ์ ฟื้นฟูป่าก็ดี ต้องนำกราบเรียนครับว่าในส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมเองต้องนำเรียนว่าในพื้นที่อนุรักษ์เราเองที่เกี่ยวกับโครงการปลูกป่าก็ดีนั้น ต้องนำเรียนว่า พื้นที่ในเขตอนุรักษ์นั้นเป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามที่เราจะมีโครงการปลูก คือเราจะปลูกในพื้นที่ที่มันเป็นป่าเสื่อมโทรม จากนี้ต่อไปโครงการต่าง ๆ หน่วยงานไหน รับผิดชอบ เช่น กระทรวงมหาดไทย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หรือใครก็ตามที่รับผิดชอบ ในเรื่องนี้โครงการเหล่านี้จะต้องมีพิกัดว่าจำนวนปลูกกี่แปลง แปลงละจำนวนกี่ไร่ เราจะต้องมีผู้รับผิดชอบตรงนี้ ก็อยากจะเรียนให้ท่านสบายใจว่าตรงนี้ทางรัฐบาลเอง โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นท่านให้ความสำคัญ ก็สืบเนื่องมาจากว่า ประเทศไทยของเรานั้นดั่งที่ท่านได้พูดว่าปัจจุบันนี้สภาพป่าในประเทศไทยของเรานั้น มีอยู่ประมาณ ๑๐๗ ล้านไร่ เป็นป่าอนุรักษ์ ๖๓ ล้านไร่ เป็นป่าสงวนแห่งชาติอยู่ประมาณ ๓๕ ล้านไร่ แล้วอีก ๑๐ ล้านไร่ก็ได้อยู่ในเขตพื้นที่นอกกฎหมาย เช่น พื้นที่สาธารณประโยชน์ พื้นที่ ส.ป.ก. พื้นที่ของกรมธนารักษ์ อย่างนี้เป็นต้น ตรงนี้ปัจจุบันนี้จากการที่เราเองได้ไป ตรวจสอบว่ามีการบุกรุกเท่าไร ต้องนำเรียนว่าในปัจจุบันนี้ป่าเราถูกทำลายไปปีหนึ่งประมาณ ๑,๖๐๐,๐๐๐ ไร่ คิดเฉลี่ยแล้วตรงนี้เหลือเพียงประมาณ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ที่ท่าน ส.ส. นริศ ได้ถามตรงนี้เป็นเรื่องจริงนะครับ ขณะนี้ทางรัฐบาลเองต้องมีมาตรการในการที่จะเข้มงวด ในการที่จะเข้าไปป้องกันและปราบปรามตรงนี้ ก็นำเรียนนะครับว่าในส่วนรัฐบาลเอง เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นท่านได้มีคำสั่งขอให้ หลายหน่วยงานลงนามเอ็มโอยูกัน ซึ่งในวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ มีการลงนามเอ็มโอยู ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป้องกันปราบปรามทำลายทรัพยากรป่าไม้ โดยมี ๕ หน่วยงานหลัก คือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงกลาโหมโดยกองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๕ หน่วยงานหลัก โดยปลัดกระทรวงทุกหน่วยงานร่วมลงนามเอ็มโอยูตรงนี้ ต่อไปถ้ามีปัญหาในการบุกรุกทำลาย ทรัพยากรป่าไม้หรือที่ดินต่าง ๆ ทั้ง ๕ หน่วยงานนี้จะต้องร่วมผนึกกำลังกันหรือสนธิกำลัง การเข้าไปในการที่จะดูแลป้องกันเหล่านี้ นอกเหนือจากนั้นผมเองก็ต้องนำกราบเรียนว่าในส่วนที่ ท่านเองได้เป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับโครงการเร่งด่วนแก้ไขปัญหาเพื่อการบุกรุกทรัพยากรป่าไม้ ของประเทศ ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ได้นำเงิน จากเงินกองทุนสิ่งแวดล้อมมาทำโครงการเมื่อปี ๒๕๕๒ ต้องนำกราบเรียนขณะนี้ผมเอง ได้กำชับให้คณะกรรมการในการตรวจสอบว่าโครงการเหล่านี้วัตถุประสงค์เขาทำเพื่อให้ มันเกิดประโยชน์อะไรจะได้รู้ชี้แนวเขตว่าปัจจุบันนี้ประเทศไทยของเรานั้นมีป่าอยู่ประมาณ ๑๐๗ ล้านไร่ แล้วปัจจุบันนี้มีใครบ้างเข้าไปบุกรุกเท่าไร ในทีโออาร์ (TOR) ให้เน้นทางทีโออาร์ว่าตรงนี้ เป็นอย่างไร แล้วการสอบทานเป็นอย่างไร ผมเองได้กำชับไปโดยตลอดว่าถ้าคณะกรรมการ ทำการตรวจสอบตรงนี้ไม่ละเอียดหรือไม่ถูกต้อง คณะกรรมการตรงนี้ต้องรับผิดชอบนะครับ เพราะเงินตรงนี้เป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ซึ่งผมเองได้ย้ำว่าถ้าคณะกรรมการ ทำโครงการเหล่านี้ไม่ชอบมาพากลคณะกรรมการชุดนี้ต้องรับผิดชอบ ผมเรียนยืนยันว่าตรงนี้ ผมได้กำชับทางเจ้าหน้าที่ของผมแล้วว่าทำแล้วได้เกิดประโยชน์อะไร ตรงนี้ก็อยากจะ กราบเรียนนะครับ

ส่วนที่ท่านได้ถามเกี่ยวกับเรื่องนโยบายการออกเอกสารที่ดิน ผมก็อยากจะ กราบเรียนว่าในส่วนนี้ที่ดินที่จะดำเนินการออกเอกสารสิทธิในที่ดินได้ เจ้าของที่ดินจะต้อง เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินจริง โดยต้องไม่เป็นที่ดินที่ต้องห้ามหรือมิได้ ออกโฉนดที่ดิน เช่น ป่าที่สงวนหวงห้าม ที่ราชพัสดุ ที่ดินในเขตป่า ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เป็นต้น ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าอีกส่วนหนึ่งก็คือที่ดิน สาธารณประโยชน์ที่ราษฎรเข้าไปร่วมกัน เช่น ภูเขา หรือที่เป็นเกาะเป็นต้น หากเขตที่ดิน ในเขตพื้นที่ต้องห้ามตามนัยดังกล่าวไม่สามารถออกโฉนดที่ดินให้ได้นะครับ แต่ถ้าราษฎร มีหลักฐานเช่น ส.ค. ๑ ที่แสดงได้ว่ามีการครอบครองหรือเข้าทำประโยชน์มาก่อนประกาศ เป็นพื้นที่ป่าสงวนหรือเป็นพื้นที่ป่าหวงห้ามสามารถออกโฉนดที่ดินได้ และเนื่องจาก เป็นการขอออกโฉนดที่ดินในเขตที่ดินของรัฐ พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องนำเรื่องเสนอต่อ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐหรือ กบร. จังหวัด พิจารณาพิสูจน์สิทธิ การครอบครองและการทำประโยชน์ในที่ดินของราษฎร ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณา ออกโฉนดที่ดินให้หรือไม่เป็นไปตามผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหา การบุกรุกที่ดินของรัฐหรือ กบร. ของจังหวัด และระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ในส่วน กรณีการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ที่มีการประกาศกำหนดเป็นพื้นที่ป่าไม้ แล้วก็ ก่อนที่จะดำเนินการเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบการระวางแผนที่ว่าได้กันพื้นที่บริเวณที่จะ ดำเนินการออกจากเขตป่าไม้ชัดเจนแล้วหรือยัง แล้วก็ทางกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการเร่งรัดออกโฉนดที่ดินอย่างต่อเนื่องทั้งวิธีการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน การออกโฉนดที่ดินเป็นภาพเป็นการเฉพาะราย และเป็นการออกโฉนดที่ดินตามโครงการ ออกโฉนดที่ดินแบบท้องถิ่นนะครับ ในที่ดินที่ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย และเป็นพื้นที่ที่อยู่ ในหลักเกณฑ์ที่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ตามประมวลกฎหมายที่ดินในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ซึ่งทางกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้มีประกาศให้ทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อ ออกโฉนดที่ดินและสอบเขตทั้งตำบล และกำหนดท้องที่ และวันเริ่มดำเนินการออกโฉนดที่ดิน ตามแผนปฏิบัติการโครงการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินให้ครอบคลุมทั่วประเทศในพื้นที่ ๕๗ จังหวัดเป็นครั้งแรก ก็อยากจะกราบเรียนว่าในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมและทางกรมป่าไม้ก็ได้นำเรียนว่าที่ท่านกระทู้ถามนั้นผมเองก็ได้ตอบ ข้อที่ ๑ และข้อที่ ๒ แล้วก็ต้องขอขอบคุณที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใยในหลายเรื่องนะครับ ผมก็ได้กราบเรียนเป็นเบื้องต้นนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เป็นกระทู้ถามที่ ๒

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๔๑๕ เรื่อง การบริหารจัดการเกี่ยวกับแรงงานไทย ไปทำงานต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ (นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามนี้ไปก่อนนะครับ

เชิญท่านกุสุมาลวตีครับ

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ต่อกรณีที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ขอเลื่อนไป ดิฉันไม่ขัดข้องนะคะ ก็จะขอเป็นสัปดาห์หน้า ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนั้น สัปดาห์หน้าเป็นเรื่องแรกนะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๓

๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๔๗๐ เรื่อง ปัญหาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในจังหวัดชัยนาท ขาดการพัฒนา (นายพายัพ ปั้นเกตุ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์

ก่อนถามนะครับ ทางสภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จำนวน ๑๔๓ ท่าน ขณะนี้ อยู่ระหว่างการถามกระทู้ถามทั่วไปอยู่นะครับ เชิญท่านพายัพ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในพื้นที่ภาคกลางตอนบนคือตั้งแต่เขื่อนเจ้าพระยา เหนือเขื่อนเล็กน้อย ซึ่งรวมทั้งจังหวัดนครสวรรค์เล็ก ๆ น้อย ๆ ตรงติดต่อกันด้วย จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ราบลุ่มเจ้าพระยา ในเวลาที่มีปัญหาน้ำท่วมที่นี่เป็นพื้นที่รับน้ำให้กับ ปัญหาน้ำท่วมทุกปีที่ผ่านมา ปีที่แล้วก็ท่วมรุนแรงขนาดที่ ๓.๗๐ เมตร พื้นที่ท่วมกันทั้งจังหวัด อย่างเช่นที่จังหวัดชัยนาทบางส่วน จังหวัดสิงห์บุรีทั้งหมด จังหวัดลพบุรี จังหวัดอ่างทอง อย่างที่พี่น้องประชาชนได้ทราบข้อมูลอยู่ แต่ท่านประธานครับ บริเวณเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาทเป็นทั้งพื้นที่ต้นน้ำของภาคกลางและเป็นเจ้าของเขื่อนเจ้าพระยา เป็นพื้นที่ ที่มีการจัดระบบชลประทานมากที่สุด รัฐบาลลงทุนมากที่สุด มีการจัดรูปที่ดินแห่งแรก ของประเทศที่จังหวัดสิงห์บุรี ที่จังหวัดชัยนาท เรื่อยมาที่แถวจังหวัดอ่างทองบางส่วน นอกจากนั้นยังเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ด้วย พื้นที่ส่วนใหญ่พี่น้องประชาชนประกอบอาชีพทางการเกษตร ส่วนใหญ่ทำนากัน แต่ว่าท่านประธานที่เคารพครับ พื้นที่จังหวัดชัยนาทไม่น่าเชื่อครับ ท่านประธานที่เคารพ เป็นเจ้าของเขื่อนแท้ ๆ เจ้าของน้ำแท้ ๆ แต่เวลาหน้าน้ำน้ำท่วมเต็มที่ แต่เวลาหน้าแล้งอย่างช่วงนี้แล้งที่สุด แล้งมากกว่าพื้นที่จังหวัดชัยภูมิของท่านประธานอีก คือที่อำเภอเนินขาม อำเภอหันคา ไล่มาอำเภอสรรคบุรีบางส่วน แล้วติดต่อไปอำเภอสองพี่น้อง แถวจังหวัดสุพรรณบุรี บริเวณด้านนี้มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านอยากให้มี การพัฒนาพื้นที่แหล่งน้ำเหล่านี้ให้เป็นพื้นที่แหล่งน้ำขนาดใหญ่เพื่อจะเอาไว้เก็บกักน้ำ เพื่อการเกษตรและใช้อุปโภคบริโภค ท่านประธานครับ ที่อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท ไม่เคยเห็นมีความแห้งแล้งอย่างนี้มากกว่าภาคอีสานหลายเท่า ตอนนี้น้ำไม่มีเลยครับ ท่านประธานไปวันนี้จะเห็นว่าแล้งที่สุด รอบอำเภอต้นไม้ตายหมดครับ หญ้าไม่ต้องพูดถึงไม่มีเลย แต่บริเวณตรงนี้ครับมีหนองน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกว่าห้วยหนองโรง มีพื้นที่ประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าไร่ มีการบุกรุกครอบครองของเอกชนของชาวบ้านบ้างประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ เหลือพื้นที่ล่าสุด ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าไร่ ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน ก็ดำเนินการเรื่องนี้ติดตามมาโดยตลอด อย่างเช่นในปี ๒๕๕๒ คุณชาดา ไทยเศรษฐ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ก็เคยพาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปดูพื้นที่ ขอให้มีการพัฒนาแหล่งน้ำที่ห้วยหนองโรง ที่อำเภอเนินขาม ให้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร ถ้าทำได้จะช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรในอำเภอหันคา อำเภอเนินขาม ไล่มาถึงบริเวณตอนด้านใต้ รวมแล้วพื้นที่ประมาณกว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่ แต่ท่านประธานครับ น่าเสียดายในเวลาที่จัดสรรงบประมาณ กรมชลประทานได้รับงบประมาณ น้อยมากจะด้วยเหตุใด ๆ ก็ตามเถอะครับ แต่ว่าได้งบประมาณน้อยมากและไม่ต่อเนื่อง มาเป็นประจำ ในปี ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าวุฒิสมาชิกก็ตามเรื่องนี้ครับ ตอนนั้น รองอธิบดีชื่อนายสี่พรไปชี้แจง นายสี่พร มณีโชติ รองอธิบดีกรมชลประทาน ไปชี้แจงร่วมกับ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ ๑๒ นายฎรงค์กร สมตน และคนอื่น ๆ อีกหลายท่าน มาชี้แจงคณะกรรมาธิการ ชาวบ้านหวังว่าจะได้พื้นที่การพัฒนา มีทั้ง ส.ส. มีทั้งวุฒิสมาชิก ไปขอร้องให้กรมชลประทานช่วยหาทางดำเนินการแก้ไข แต่ท่านประธานครับ ไม่ได้ทำ อย่างที่ได้ขอร้องเลย ปรากฏว่างบประมาณที่ขอตั้งปี ๒๕๕๒ เริ่มเรื่องปี ๒๕๕๓ เริ่มโครงการ ได้งบประมาณไปช่วงหนึ่ง ปีนี้ปี ๒๕๕๖ ปรากฏงบประมาณหยุดได้ครับ ไม่มีงบประมาณ แม้แต่บาทเดียวไปพัฒนา แล้วไม่เคยเห็นนะครับท่านประธาน เขื่อนเจ้าพระยาแท้ ๆ ไม่คิดว่า พื้นที่เหล่านี้จะแล้งที่สุดในประเทศไทย พูดอย่างนี้คนที่ฟังการถ่ายทอดบอกว่ามันจะใช่หรือ ต้องเรียนท่านประธานว่าเรื่องจริงทั้งนั้นครับ แล้งจริง ๆ ไม่เคยปรากฏการณ์อย่างนี้เลย แล้งมาก แต่มีแหล่งน้ำห้วยหนองโรงนี่ละครับจะมีปัญหาเรื่องการบุกรุกของเอกชนอยู่บ้าง พื้นที่มัน ๘,๐๐๐ กว่าไร่ บุกรุกไปเต็มที่เลยเฉลี่ย ๒,๐๐๐ ไร่ แล้วอีก ๖,๐๐๐ ไร่ทำไมไม่พัฒนา เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรและของประชาชน ของส่วนราชการ ที่ว่าการอำเภออยู่ใกล้ ๆ เทศบาลเนินขามอยู่ใกล้ ๆ ปรากฏว่าแล้งที่สุดแล้ว ผมจึงต้องมากราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านท่านประธานสภาวันนี้ว่าทางกรมชลประทาน ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบาย อย่างไรไหมที่จะพัฒนาพื้นที่แหล่งน้ำเหล่านี้ที่เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ไว้เพื่อการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตรให้แก่พี่น้องประชาชนที่ประกอบอาชีพทางการเกษตร พื้นที่ตรงบริเวณ ห้วยหนองโรงตรงนี้ปัจจุบันเหลือ ๖,๐๐๐ กว่าไร่ เราทุ่มงบประมาณส่วนใหญ่ไปพัฒนา แหล่งน้ำอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ติดกันละครับ ใกล้ ๆ กันคือบึงฉวากมาก มากจริง ๆ ท่านประธาน ก็เห็นว่าผมขึ้นพูดเรื่องนี้เป็นประจำ แต่ว่าน่าเสียดาย ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์จากการใช้น้ำ เพื่อการเกษตร ประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอเดิมบางนางบวช อำเภอสองพี่น้อง ที่คุณสหรัฐ กุลศรี เป็นผู้แทนราษฎรอยู่ ปรากฏว่าบริเวณบึงฉวากมีลวดหนามกั้นเพราะเป็น แหล่งท่องเที่ยว หน้าแล้งตอนนี้เลยชาวบ้านจะสูบน้ำติดลวดหนามเข้าไปไม่ได้ นี่เป็นเรื่องจริงครับ ผมก็ต้องถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีครับว่าพื้นที่แหล่งน้ำขนาดใหญ่ในแถบ ภาคกลางตอนบนมันมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดชัยนาท ที่จังหวัดอ่างทอง ที่จังหวัดสิงห์บุรี ที่จังหวัดลพบุรี ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีโครงการไปพัฒนาเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ไว้สำหรับเพื่อการเกษตรและเพื่อการอุปโภคบริโภคหรือไม่ อยากเรียนถามเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบผมก่อนว่า

ประเด็นที่ ๑ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานมีโครงการ ในการพัฒนาห้วยหนองโรงในพื้นที่อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาทหรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียดเป็นการเบื้องต้นครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดังต่อไปนี้ ในคำถามที่ท่านถามถึงว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ บึงหนองโรงในพื้นที่เนินขาม จังหวัดชัยนาท หรือไม่นั้น ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานนั้นได้มีโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ บ้านหนองลาด ซึ่งเป็นโครงการของชลประทานขนาดเล็กอยู่ในบริเวณบ้านหนองลาด ตำบลกะบกเตี้ย อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท ตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ ต่อจากนั้นมาก็ได้มีการศึกษา ในพื้นที่ดังกล่าว ก็ได้พบอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาตั้งประเด็นนะครับว่าพื้นที่ตรงนั้น เป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมที่จะก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ได้ ในพื้นที่ของห้วยหนองโรง ซึ่งมีจุดตั้งหัวงานอยู่ในบริเวณพื้นที่ตั้งของอ่างเก็บน้ำบ้านหนองลาดอยู่แล้ว จึงได้มีการสำรวจ ออกแบบและก่อสร้างเพื่อความเหมาะสม แล้วก็ปรับพื้นที่เพื่อที่จะทำให้มีความจุในการที่จะ เก็บกักน้ำได้ ๑๕.๕ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วก็เพิ่มเป็นพื้นที่ชลประทาน ๑๐,๐๐๐ ไร่ เพื่อการเกษตร มีแผนในการดำเนินงาน ๕ ปี แล้วในปี ๒๕๕๗ นี้ได้มีการตั้งงบประมาณ รองรับไว้แล้วเพิ่งจะเข้าดำเนินการเมื่อได้รับงบประมาณในปี ๒๕๕๗ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามสุดท้ายนะครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

คำถามที่ ๒ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีท่านตอบมาด้วยความขอบพระคุณท่าน แต่ท่านไม่ได้บอกว่าตั้งงบประมาณไว้เท่าไร เพราะว่าปีที่แล้วท่านก็ตั้งงบประมาณเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ท่านตั้งงบประมาณเสร็จเรียบร้อย ปี ๒๕๕๗ แต่ปี ๒๕๕๖ ไม่มีงบประมาณครับ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เป็นการตั้งงบประมาณผูกพันไว้ เมื่อปี ๒๕๕๕ ก่อนที่ท่านมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งงบประมาณไว้ ปี ๒๕๕๕ เริ่มเมื่อปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ดำเนินการแล้วหยุด พอปี ๒๕๕๖ ไม่ดำเนินการต่อ พอสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีการสอบถามเรื่องนี้คณะกรรมการติดตามงบประมาณ ตามเรื่องนี้ให้ ผอ. ชลประทาน ให้ท่านอธิบดีชี้แจง ให้คุณฎรงค์กร สมตน ผอ. ชลประทาน เขต ๑๒ มาชี้แจง แล้วพวกเราก็ไปดูพื้นที่ วันนี้จึงมีการตั้งงบประมาณ แต่ท่านไม่ได้บอกว่าตั้งเท่าไร และจะดำเนินการได้จริงหรือไม่ ผมต้องวิเคราะห์ สงสัย เพราะผมไม่ค่อยมั่นใจ เพราะขนาดตั้งแล้ว ยังยกเลิกได้เลย เพราะฉะนั้นต้องถามเป็นประเด็นที่ ๒ ก่อนจะถามประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ

ประเด็นที่ ๒ ถามว่าเหตุผลอะไรล่ะครับ ในช่วงที่ผ่านมาเมื่อปีนี้ท่านจึง ไม่ดำเนินการก่อสร้างโครงการพัฒนาห้วยหนองโรงอย่างต่อเนื่อง แล้วในปี ๒๕๕๗ ท่านบอกว่า ตั้งงบประมาณแล้วอยากทราบว่างบประมาณเท่าไร และจะดำเนินการลักษณะอย่างไรครับ เป็นคำถามที่ ๒ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าที่ไม่มีงบประมาณ ในการดำเนินการต่อเนื่อง เนื่องจากว่าหลังจากที่มีการตั้งงบประมาณไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ แล้วก็มีการดำเนินการในปี ๒๕๕๓ นั้น ปรากฏว่าพอเริ่มดำเนินการในปี ๒๕๕๓ นั้นได้มี การดำเนินการโดยใช้เงินงบประมาณไป ๓๐.๓๙ ล้านบาท เพื่อที่จะก่อสร้างอาคารที่ทำการบ้านพัก ในการที่จะเริ่มต้นทำโครงการในการเปิดหัวงานนะครับ ปรากฏว่ามีราษฎรที่อยู่ในพื้นที่ ที่ถูกน้ำท่วมได้ร้องเรียนแล้วก็มีการประท้วงในการที่จะขอให้คณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์คัดค้านการก่อสร้างในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากว่าได้มีผลกระทบในที่ดินทำกิน แล้วก็ที่อยู่อาศัย เนื่องจากว่าเมื่อดำเนินการในพื้นที่ตรงนี้แล้วจะเกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ของเกษตรกร ซึ่งเมื่อมีการดำเนินการในโครงการเดิมนั้นจะทำให้น้ำท่วมขึ้นไปถึง ๘,๓๐๐ ไร่ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์จึงได้ร่วมกับกรมชลประทานในการที่จะดำเนินการ ตรวจสอบแล้วก็แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ด้วยเหตุนี้เองนั้นทำให้ทาง กรมชลประทานจำเป็นจะต้องคืนเงินงบประมาณที่เป็นเงินไทยเข้มแข็งกลับคืนไป เนื่องจากมีข้อจำกัดในการใช้เงินงบประมาณนะครับ ทำให้งบประมาณในการดำเนินการ ในโครงการนี้หยุดพักไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ไม่มีการดำเนินการต่อเนื่อง หลังจากนั้นเมื่อมี การตรวจสอบแล้วก็ทางคณะกรรมการเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมกับทางกรมชลประทาน ในการตรวจสอบพื้นที่เรียบร้อยแล้ว และมีการปรับโครงการเรียบร้อยแล้วนะครับ จึงได้มี การตั้งงบประมาณที่จะดำเนินการต่อเนื่องเป็นวงเงินทั้งหมด ๖๑๐ ล้านบาท ได้มีการ ของบประมาณวางไว้ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๗ โดยอยู่ในแผนงบประมาณเรียบร้อยแล้วครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรี ท่านก็ยังไม่ตอบว่าตั้งงบประมาณ ปี ๒๕๕๗ ท่านตั้งผูกพันหรืออย่างไร ต่อเนื่องอย่างไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

ผมจะถามคำถามที่ ๓ เลย เดี๋ยวให้ท่าน ตอบในคำถามที่ ๓ เลย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม พายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนถามท่านประธาน เพราะความไม่ชัดเจนมันเกิดขึ้นคือเจตนานั้นอยากให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งท่านเองก็มีจิตใจอยากพัฒนา อยากช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผมทราบครับ เพียงแต่ว่า ท่านอาจจะไม่ได้รับฟังข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องพูดในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้น จึงเรียนถามเพื่อให้ท่านตอบต่อว่าท่านมีงบประมาณเท่าไร และตั้งเป็นงบผูกพันหรือไม่ อย่างไร จะได้ตามถูกนะครับ

คำถามที่ ๓ ท่านประธานครับ นี่เป็นเรื่องสำคัญ ปรากฏว่านอกจากห้วยหนองโรง แล้วมีอยู่อีกห้วยหนึ่งข้าง ๆ กันนี่ครับเป็นบึงประจำรัง เนื้อที่ประมาณ ๘๐๐-๙๐๐ ไร่ อยู่ตรงบริเวณหัวงานเขื่อนพลเทพเลย ประตูน้ำพลเทพนี่เป็นประตูน้ำที่เป็นต้นน้ำแม่น้ำท่าจีน ที่จะไหลไปจังหวัดสุพรรณบุรี ที่จะออกไปทะเลจังหวัดนครปฐมทางโน้น ที่ในเวลาที่มีน้ำท่วม และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั้งประเทศว่าทำไมประตูน้ำพลเทพไม่เปิดให้น้ำไปจังหวัดสุพรรณบุรีบ้าง ก็ตรงนี้ละครับ เวลาแล้งทำไมเปิดไปทางโน้น เวลานี้ทำไมไม่เปิดมาทางนี้เขานินทากันทั้งประเทศ แต่ว่าตรงบริเวณด้านนี้ท่านประธานที่เคารพครับ มีพื้นที่อยู่ประมาณ ๘๐๐-๙๐๐ ไร่นะครับ เรียกว่า บึงประจำรัง ปรากฏว่าประชาชน ทั้งคณะสงฆ์ได้ทำเรื่องกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องถึงสำนักพระราชวัง ผมก็ได้รับเอกสารฉบับนั้นจากคำร้องเรียนของประชาชนและราษฎร รวมทั้งของจังหวัดชัยนาทด้วยว่าโครงการตรงนี้ที่อยู่บริเวณหัวงานของเขื่อนประตูน้ำพลเทพ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ท่านมีโครงการอย่างไร จะดำเนินการ อย่างไรที่ประชาชนได้ทูลเกล้าฯ ถวายขอให้เป็นโครงการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน และเป็นที่ เก็บกักน้ำได้และเป็นโครงการพระราชดำริต่อไปในวันข้างหน้า ก็ขอเรียนถามเป็นคำถามที่ ๓ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ขออนุญาตขยายรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่อง งบประมาณที่ขอไป ๖๑๐ ล้านบาท ในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ นั้นจะเป็นงบประมาณต่อเนื่อง ผูกพันไปทั้งหมดถึงปี ๒๕๖๐ นะครับ งบประมาณ ปี ๒๕๕๗ วงเงิน ๑๑๑,๓๒๒,๗๐๐บาท ปี ๒๕๕๘ ๑๖๖,๙๔๒,๗๐๐ บาท ปี ๒๕๕๙ ๑๖๖,๙๔๒,๗๐๐ บาท แล้วก็ปี ๒๕๖๐ ๑๓๔,๔๐๑,๙๐๐ บาท ซึ่งได้ของบประมาณในปี ๒๕๕๗ นี้ไปแล้ว เตรียมรายละเอียดไว้ เรียบร้อยหมดแล้วครับ

สำหรับในกรณีที่มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอื่นนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณายกตัวอย่างบึงประจำรังนั้น ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เองได้มีการตรวจสอบในสภาพพื้นที่ของบึงประจำรัง ซึ่งอยู่ที่ราบลุ่มปากแม่น้ำท่าจีน แล้วก็บริเวณนี้เป็นบึงขนาดใหญ่ที่ท่านสมาชิกได้กรุณาให้ข้อมูลนะครับ บริเวณรอบบึง เป็นพื้นที่ทำนาทำสวนแล้วก็เป็นบ่อปลา ในขณะนี้ได้มีการสำรวจออกแบบที่จะดำเนินการ ในการสร้างเป็นโครงการแก้มลิงประจำบึงประจำรังนะครับ อยู่ที่หมู่ที่ ๒ ตำบลหาดท่าเสา อำเภอเมือง เพื่อใช้ประโยชน์ในการกักเก็บน้ำในช่วงน้ำหลากในช่วงฤดูฝน อันนี้เป็นตัว กักเก็บน้ำหลากในช่วงฤดู แล้วก็เป็นแหล่งน้ำสำหรับการเกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งได้มีการสำรวจออกแบบเรียบร้อย แล้วนะครับ มีความจุประมาณ ๕,๔๕๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ที่จะรับประโยชน์จาก การดำเนินการในส่วนนี้นั้นประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ได้ประมาณการวงเงินงบประมาณไว้ทั้งหมด ๓๕๕.๙๕ ล้านบาท แล้วก็ได้ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง ๒ ปี คือปี ๒๕๕๗-๒๕๕๘ โครงการนี้ ได้มีการของบประมาณในปี ๒๕๕๗ แล้วเช่นเดียวกันนะครับ เราเข้าในกระบวนการในการจัดสรร งบประมาณในปีนี้นะครับ นอกจากนั้นยังมีการเตรียมการในการดูแลและพัฒนาแหล่งน้ำ ที่เป็นลักษณะของแก้มลิงของพื้นที่จังหวัดชัยนาทอีก ๒ แห่งด้วยกัน คือโครงการแก้มลิงดงส้มจีน พร้อมอาคารประกอบ ซึ่งอยู่ที่ตำบลวังหมัน อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท อันนี้ก็จะดำเนินการ ในพื้นที่สาธารณะเดิมประมาณ ๔๐๐ ไร่ เพื่อที่จะให้มีความจุของน้ำประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง ๑ ปี พื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ มีวงเงินงบประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท มีการออกแบบก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้มีการของบประมาณ ปี ๒๕๕๗ ไปแล้วเช่นเดียวกัน

อีกโครงการหนึ่งที่มีการเตรียมดำเนินการก็คือ โครงการแก้มลิงบึงหาดกองสิน พร้อมอาคารประกอบ ที่ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท มีพื้นที่สาธารณะเดิม อยู่ทั้งหมด ๔๑๙ ไร่ ต้องการที่จะสร้างเพื่อที่จะให้มีความจุ ๒,๙๙๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ที่จะรับประโยชน์จากการดำเนินการในพื้นที่ตรงนี้ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ในวงเงิน ดำเนินการประมาณการในเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ ๑๒๗ ล้านบาท แล้วก็อยู่ระหว่าง การสำรวจออกแบบในพื้นที่ อันนี้เมื่อสำรวจออกแบบในพื้นที่เรียบร้อยแล้วก็จะได้วงเงิน งบประมาณที่ชัดเจน เราก็จะของบประมาณต่อไปครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมจะขอกรุณา ท่านสัก ๑ นาทีได้ไหมครับท่านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพอย่างสูงที่กรุณาได้ไปดูแลในพื้นที่นะครับ นี่เป็นเรื่อง เร่งด่วน ฝากท่านประธานอย่างนี้ครับว่าช่วยฝากท่านรัฐมนตรีหน่อยได้ไหมครับว่าช่วงนี้แล้งมาก อยากให้ใช้งบประมาณบ่อขนาดเล็กที่ประชาชนสมทบรายละ ๒,๕๐๐ บาท อยากให้เร่งไปช่วย ในพื้นที่อำเภอเนินขาม แล้วก็อำเภอหันคา แล้วก็เขตพื้นที่รอยต่อของจังหวัดอุทัยธานีด้วย เพราะว่าแล้งจริง ๆ ต้องขอความกรุณาท่านประธานฝากท่านรัฐมนตรีด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เฉพาะจังหวัดชัยนาทใช่ไหมครับ จังหวัดบุรีรัมย์ไม่เอานะครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จังหวัดบุรีรัมย์ที่นั่งข้าง ๆ ไม่เอานะครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

จังหวัดบุรีรัมย์ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับไปนะครับ ขอบคุณมากนะครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เป็นกระทู้ถามที่ ๔ กระทู้ถามเรื่องสุดท้ายนะครับ ถามท่านรองนายกรัฐมนตรีปลอดประสพ สุรัสวดี นะครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวให้จบก่อนนะครับ ของท่าน ส.ส. เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลื่อนจากถามคราวที่แล้ว

๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๔๕๕ เรื่อง การขุดลอกขยายลำน้ำหมัน ในพื้นที่ตำบล กกสะทอน อำเภอนาหอ ตำบลปากหมัน ตำบลนาดี และตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย (นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รองนายกรัฐมนตรี (นายปลอดประสพ สุรัสวดี)

ท่านประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์มีอะไรจะปรึกษาไหมครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ก็ขอหารือท่านประธานนะครับ คือเมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านได้เอ่ยนามถึงผมนะครับ ถือว่าพาดพิงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ ท่านรัฐมนตรีครับ อ้างถึงคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ให้ข้อแนะนำ ให้ข้อสังเกต ในทางที่ดีครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

พอดีท่านพายัพได้เอ่ยด้วยครับ ผมเอง ก็ขอชี้แจงนิดหนึ่งครับ ชี้แจงท่านสมาชิกด้วยนะครับ แต่ถ้าประธานไม่อนุญาตก็ไม่เป็นไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อนุญาตครับ นาน ๆ ท่านจะได้แสดงความคิดเห็น เชิญครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา เรียนว่าตามที่ ท่านสมาชิกได้ตั้งกระทู้ถามถามรัฐมนตรีเมื่อสักครู่นี้ เสียดายพอดีท่านรัฐมนตรีลงไปแล้วนะครับ ก็จะบอกว่าติดปัญหาเรื่องเวนคืนนะครับ ทางคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์นั้น ได้ไปดูกันตั้งแต่ในชุดที่แล้ว และชุดปัจจุบันนี้ก็ได้ติดตามเรื่องนี้อยู่ตลอด แล้วสิ่งที่มีปัญหา ก็คือปัญหาเรื่องเวนคืน ก็ต้องขอบคุณท่านพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ที่ได้ให้ความสนใจในพื้นที่นี้ แต่ปัญหาจริง ๆ ตอนนี้อยู่ที่เรื่องการเวนคืน กับพี่น้องประชาชนครับ ก็คงจะชี้แจงเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ส.ส. เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอตั้งกระทู้ถามเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาลำน้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ถามท่านรองนายกรัฐมนตรีปลอดประสพ สุรัสวดี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหาร จัดการน้ำและอุทกภัย สืบเนื่องจากจังหวัดเลยมีลักษณะภูมิประเทศ ขอภาพเลยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง สลับซับซ้อนเหมือนคลื่นทะเล ประกอบไปด้วย ๑๔ อำเภอ อำเภอด่านซ้ายเป็นอยู่ในเขตภูเขาสูง มีลำน้ำหมันเป็นลำน้ำสายหลัก มีต้นกำเนิดอยู่ที่ภูเขาคอนไก่ เทือกเขาภูลมโล ชุมชนหมันขาว บ้านหมากแข้ง หมู่ที่ ๔ ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ซึ่งมีความสูง จากระดับน้ำทะเลเกินกว่า ๑,๓๐๐ เมตร ลำน้ำหมันเป็นลำน้ำที่เป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต พี่น้องประชาชนในอำเภอด่านซ้าย ไม่ว่าจะด้านการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ลำน้ำหมันนี้ ไหลผ่านหลายหมู่บ้าน หลายตำบลในอำเภอด่านซ้าย และจะไหลไปบรรจบแม่น้ำเหือง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่กั้นระหว่างประเทศไทยกับ สปป. ลาว มีระยะความยาวถึง ๙๗ กิโลเมตร ลำน้ำหมันช่วงแรกจะอยู่บนภูเขาสูงแล้วกระแสน้ำนี้จะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ กระแสน้ำ จะมีความเชี่ยว แรง และเร็ว ซึ่งปัญหานี้ก็จะทำให้กระแสน้ำกัดเซาะริมตลิ่งของลำน้ำหมัน ไปทับถมกับลำน้ำหมันพาดินโคลนถล่ม แล้วก็ทำให้ลำน้ำหมันตื้นเขินเกิดอย่างนี้ตั้งแต่ ในอดีตจนมาถึงปัจจุบัน ก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องด้านอุทกภัยไม่สามารถที่จะระบายน้ำได้ทัน เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน ไร่ นา วัด โรงเรียน ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และรัฐบาลเสียหาย ส่วนในฤดูแล้งสภาพลำน้ำหมันตื้นเขินก็จะทำให้ไม่มีน้ำในการอุปโภคบริโภค เพราะว่าน้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำก็ไหลลงลำน้ำเหืองไป โดยที่ลำน้ำหมันนี้ไม่มีระบบ ชลประทานกักเก็บน้ำไว้ให้พี่น้องประชาชนเลย ลำน้ำหมันนี้มีความยาว ๙๗ กิโลเมตร เป็นลำน้ำที่ยาวมาก ๆ ผ่าน ๒๙ หมู่บ้าน ๕ ตำบล มีพื้นที่การเกษตรถึง ๑,๒๐๐ กว่าไร่ ซึ่งยาวมาก ดิฉันขอไล่ไปตั้งแต่ตำบลแรกซึ่งเป็นตำบลที่สูงที่สุดคือตำบลกกสะทอน ลำน้ำหมัน ในช่วงนี้มีความยาว ๔๕ กิโลเมตร เป็นพื้นที่ต้นน้ำเกิดปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝนระบายน้ำไม่ทัน ส่วนฤดูแล้งน้ำตื้นเขินเพราะว่าไม่มีระบบชลประทานกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ความต้องการ ของพี่น้องประชาชนคืออยากให้ขุดลอกลำน้ำหมันในช่วงที่ตื้นเขินระยะทาง ๕ กิโลเมตร และก่อสร้างฝายกั้นลำน้ำหมันเพื่อกักเก็บน้ำและชะลอน้ำ ๓ จุด ตำบลด่านซ้ายเป็นตำบล ที่ลำน้ำหมันผ่านย่านชุมชน ย่านธุรกิจ ซึ่งมีความยาว ๑๔ กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของหน่วยราชการ โรงเรียน วัด ลำน้ำหมันในช่วงนี้ตื้นเขินมากแล้วก็ไม่สามารถที่จะรองรับน้ำไว้ได้ ส่วนช่วงฤดูแล้ง ก็ไม่มีน้ำที่จะทำน้ำประปาเลี้ยงพี่น้องประชาชนในตำบลด่านซ้ายได้ ความต้องการของ พี่น้องประชาชนคือการขุดลอกลำน้ำหมันและสร้างฝายกั้นลำน้ำหมัน ๓ จุด ช่วงนี้ก็อยากให้ ขุดลอก ๔,๓๐๐ เมตร ส่วนตำบลนาหอและตำบลนาดีลักษณะภูมิประเทศลำน้ำหมันผ่าน ใกล้เคียงกันคือจะมีลักษณะคดเคี้ยวมากและตื้นเขิน แคบ ไหลผ่านพื้นที่พี่น้องเกษตรกร เพราะในช่วงนี้ ๒ ตำบลนี้จะเป็นพื้นที่ราบพี่น้องเกษตรกรจะทำนา และอยากนำเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีปลอดประสพนะคะว่าจะเป็นเรื่องตลก หรือไม่ตลกก็ไม่ทราบ แต่ในตำบลนาหอมีชื่อหมู่บ้านชื่อหนึ่งคือชื่อบ้านนาน้ำท่วมค่ะ แสดงว่าตั้งแต่ในอดีตตั้งแต่ บรรพบุรุษของเขาจนมาปัจจุบันในตำบลนาหอนี้ ในบ้านนาน้ำท่วมนี้น้ำท่วมตลอดเกิดอุทกภัย สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรตลอดมา เพราะฉะนั้นความต้องการ ของพี่น้องประชาชนใน ๒ ตำบลนี้ ตำบลนาหอต้องการขุดลอกลำน้ำหมันมีความยาว ๔ กิโลเมตร และทำเขื่อนป้องกันตลิ่งมีความยาว ๑,๕๐๐ เมตร ส่วนตำบลนาดีต้องการขุดลอก ๑๐ กิโลเมตรนะคะ เพราะช่วงนี้มีทางคดเคี้ยวมากและตื้นเขินมาก ๆ ค่ะ ส่วนตำบลสุดท้ายคือตำบลปากหมัน เป็นตำบลที่รองรับน้ำจากตำบลด่านซ้าย ตำบลกกสะทอน ตำบลนาดี ตำบลนาหอ เป็นพื้นที่ รองรับน้ำ เวลาอุทกภัยน้ำท่วมและตื้นเขินมาก ๆ ความต้องการของพี่น้องประชาชน ในตำบลปากหมันก็คือ ต้องการให้มีการขุดลอกลำน้ำหมันเป็นระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร และก่อสร้างฝายกั้นลำน้ำหมันเพื่อกักเก็บน้ำไว้เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่รองรับน้ำเวลาเกิด อุทกภัยขึ้นมาก็ต้องทำหน้าที่ระบายน้ำออกจากพื้นที่ไป ส่วนหน้าแล้งฝายนี้ก็จะช่วยกักเก็บน้ำ ไว้ให้กับพี่น้องประชาชนยามหน้าแล้งได้ ท่านประธานคะ ตัวดิฉันขอกราบนำเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าปัญหาที่ดิฉันอภิปรายนำปัญหากราบเรียนมานี้ คือปัญหาในอดีต แต่ตัวดิฉันมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าเพราะดิฉันเพิ่งมาเป็น ส.ส. สมัยแรก ในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย พบปัญหาส่วนนี้แล้วรู้สึกเศร้าใจมาก อยากให้มีการแก้ไขปัญหา ในการขุดลอกลำน้ำหมันอย่างจริงจัง อยากขอบารมีของท่านรองนายกรัฐมนตรีปลอดประสพ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในอำเภอด่านซ้าย เพราะว่าไม่อยากให้มีปัญหาในอนาคตข้างหน้านี้ว่า มีสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงและมีความรุนแรงเกิดมากขึ้น ๆ เพราะฉะนั้นการแก้ไข อย่างยั่งยืนคือการขุดลอกให้พี่น้องประชาชนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมด้วยแล้วก็ภัยแล้งด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารมีความคิดก้าวไกล แล้วก็มองเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตและอยากจะแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าได้มีการขุดลอกลำน้ำหมันแล้วก็เท่ากับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มและแก้ไขปัญหา อย่างยั่งยืน ตลอดจนจะทำให้พี่น้องประชาชนได้มีมาตรฐานการครองชีพที่สูงขึ้นแล้วทำให้ คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น ดังนั้นดิฉันขอถามคำถามแรกว่าคณะกรรมการ บริหารจัดการน้ำและอุทกภัย กบอ. จะสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ส่งเจ้าหน้าที่ ไปสำรวจและบรรจุเข้าแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อขุดลอกขยายลำน้ำหมันในพื้นที่ตำบลกกสะทอน ตำบลด่านซ้าย ตำบลนาหอ ตำบลนาดี และตำบลปากหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย รวมระยะทาง ๙๗ กิโลเมตรในวงเงินประมาณ ๖๐ ล้านบาทได้หรือไม่ค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ ผมต้องขอบคุณท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เป็นอย่างยิ่งที่ได้เอาปัญหานี้มาพูดกันในสภาวันนี้ บังเอิญย้อนไปสัก ๓๐ ปี ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ถูกมอบหมายให้ไปสำรวจการสร้างเขื่อนที่จังหวัดเลย สมัยนั้นเขาเรียกว่า น้ำสาน น้ำหมัน น้ำเลย ก็ไปสำรวจจนทำเสร็จ แต่ว่าบังเอิญในช่วงที่ว่านี้เราไม่ได้เป็นรัฐบาล มาตลอดก็เลยไม่ได้ทำก็ยังค้างเก็บไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ลืมไปแล้วนะครับ ผมเรียนท่านเปล่งมณีนะครับว่าผมพูดอย่างนี้ก็แปลว่าตอนนี้เป็นรัฐบาลก็จะทำ ถามว่า พูดเอาใจหรือเปล่า ไม่ใช่นะครับ ผมรายงานท่านว่าเฉพาะปีที่แล้วหลังจากที่น้ำท่วมใหญ่แล้ว รัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเผอิญท่านรัฐมนตรีปรีชา ก็เป็น ส.ส. จังหวัดเลยนะครับ ท่านก็ให้โครงการไปแล้วนะครับ ไปขุดลอกหนองน้ำใกล้ ๆ ลำน้ำหมัน ๓ แห่ง ผมมีอยู่ในมือที่บ้านด่านซ้าย หมู่ที่ ๔ นะครับ บ้านนาเวียง หมู่ที่ ๑๒ หมู่ที่ ๙ เป็นต้น เงินก็ไม่มากเท่าไรนะครับ เพราะว่ามันมีเวลาจำกัด สำหรับในปีใหม่นี้ ก็มีการที่จะไปทำการสำรวจอีกที่หมู่ที่ ๑ บ้านน้ำหมันเช่นเดียวกัน ทีนี้ผมอยากเรียน เล่าอย่างนี้ครับ คือจังหวัดเลยอย่างที่ท่านเปล่งมณีพูดนี้มันอยู่ในที่สูง พอฝนตกมันก็ไหลลงเร็ว ก็เก็บไม่ได้ พอหน้าแล้งมันก็แล้ง เวลาฝนตกมันลงเร็วที่ไหนที่ตื้นมันลงไม่ได้ก็เอ่อออกไปข้าง ๆ บางทีก็สร้างลำน้ำใหม่ด้วยซ้ำไป ไม่มีที่ไปบางทีก็วิ่งลงไปในหมู่บ้านคน เป็นต้น ทีนี้วิธีการ ที่จะทำกับพื้นที่ราบสูงอย่างนี้นะครับ คือราบบ้างสูงบ้าง ก็คือว่าต้องสร้างอ่างเก็บน้ำ หนองน้ำข้าง ๆ อันที่ ๒ ก็คือว่าต้องทำฝายเป็นระยะ ๆ อย่าให้ไหลลงเร็วเกินไป เพราะฉะนั้น ที่เมื่อสักครู่ท่านเปล่งมณีแนะนำให้ลอกทั้งหมดนี้ก็คงจะไม่ดีนักนะครับ คือลอกทั้งหมด มันก็ไปหมดนะครับ ก็ลอกบ้างแล้วก็ทำคล้าย ๆ แก้มลิงข้าง ๆ บ้าง แล้วก็ทำฝายบ้าง ผมก็เรียนรับปากกับท่านว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นแน่นอน ผมเรียนแล้วว่าเมื่อก่อนก็ทำไปแล้ว ในงบใหม่ซึ่งเราเรียกว่าในลุ่มน้ำ ๑๗ ลุ่มน้ำ ซึ่งรวมถึงลำน้ำสาน ลำน้ำหมัน ลำน้ำเลย แม่น้ำชี แม่น้ำมูล แม่น้ำโขงนี่ก็มีงบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็จะมีการเข้าไปพัฒนาปรับปรุง บริหารจัดการน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในครั้งนี้ รวมทั้งจังหวัดของท่านประธานด้วย ก็ขอเรียนว่าไม่ได้มองข้ามภาคตะวันออกเฉียงเหนือนะครับ มีการทำแน่นอน และในเฟส (Phase) ต่อไปที่ไม่ใช่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะมีการทำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเฉพาะขึ้นมา อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นในครั้งนี้ในคำถามที่ท่านถามว่า กบอ. จะสั่งการเพื่อการศึกษาสำรวจ ที่ลำน้ำหมันหรือไม่ ก็ตอบว่าในแผนเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่แล้ว กำลังศึกษาอยู่แล้ว เวลานี้มีคนอยู่แล้ว ไปศึกษาแล้วแต่เขาไม่ได้ไปเจอพวกเราเท่านั้นเองครับ

อันที่ ๒ ก็คือว่าในวันหน้าถ้ามันยังไม่เพียงพอก็จะมีการทำเพิ่มเติมต่อไป ยิ่งกว่านั้นก็คือว่ากระจุกกระจิกเล็ก ๆ ที่เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเข้าไม่ถึงนี่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำเขาทำอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนท่าน ส.ส. เปล่งมณีว่าขอให้สบายใจนะครับ แล้วก็ขอเรียนประชาชน ในจังหวัดเลยว่าจังหวัดท่านจะไม่ถูกละเลยอีกต่อไป ต่อไปนี้น่าจะดีขึ้นค่อนข้างแน่นอนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามสุดท้ายครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีปลอดประสพ สุรัสวดี ที่ท่านตอบและให้กำลังใจ พี่น้องประชาชนในอำเภอด่านซ้ายว่าคงไม่ถูกทอดทิ้ง แล้วก็ท่านได้ให้มีการดูแลในการสำรวจไปแล้ว แต่ตัวดิฉันก็อยากได้ความมั่นใจเพราะว่าปัญหานี้เกิดมานาน และงบประมาณก็ไม่ได้มากมาย ก่ายกองอะไรนะคะ

อยากจะเรียนคำถามที่ ๒ ว่าถ้ามีการสำรวจ มีการออกแบบ มีการศึกษา ไว้แล้ว ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๗ หรือปี ๒๕๕๘ จะได้มีการก่อสร้างหรือขุดลอกลำน้ำหมันหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี

ผมก็ขอเรียนว่าเมื่อศึกษา สำรวจออกแบบเป็นที่เหมาะสมแล้วก็คงมีการดำเนินการก่อสร้างโดยทันทีนะครับ ในงบประมาณของเรามีเวลา ๕ ปี แต่ผมเชื่อว่าโครงการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งรวมทั้ง จังหวัดเลยด้วยคงใช้เวลาสั้นกว่านั้นเพราะว่าไม่มีโครงการใหญ่ เพราะฉะนั้นก็เรียนไปยัง พี่น้องประชาชนทั้งที่จังหวัดเลยและจังหวัดข้างเคียงในภาคอีสานว่าท่านจะได้เห็นผลของ การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล น่าจะภายใน ๓ ปีแรกนะครับ ทางแถว ๆ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา บางทีมันมีเรื่องเยอะยากอาจจะใช้เวลายาวหน่อยแต่ภาคอีสานจะเห็นผลก่อน ผมก็หวังว่าจะได้รับ ความร่วมมือจากประชาชนอย่างเต็มที่แล้วก็บรรดานักคัดค้านก็เบา ๆ หน่อย ค้านเรื่อยเปื่อย ประชาชนเขาเดือดร้อนหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สำหรับพวกที่ไม่เห็นด้วยกับอะไรสักเรื่องหนึ่งก็ได้กรุณาสนับสนุนให้การทำงานของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาน้ำมันสัมฤทธิผลให้ได้ ก็กลับมาที่จังหวัดเลยว่าขอให้สบายใจได้ อย่างไร ก็ไปทำแน่นอนนะครับ แล้วก็เชื่อว่าเหตุการณ์ทั้งหลายคงจะดีขึ้น ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ จบนะครับ ต่อไปจะเข้าตามระเบียบวาระปกติ ขณะนี้มีท่านสมาชิก ได้ลงชื่อ ๔๑๘ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ค้างจากเมื่อวานนี้ คือร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) เมื่อวานนี้ได้มีการอภิปราย แล้วได้เลื่อนมาวันนี้นะครับ มีผู้ประสงค์ที่จะขออภิปรายขณะนี้มีอยู่ ๑๐ ท่าน ผมจะอ่าน ทีละ ๕ ท่าน ท่านจะได้เตรียมตัวก่อนนะครับ แล้วพอถึงท่านที่ ๔ ผมก็จะลำดับท่านที่ ๖ ท่านที่ ๗ ท่านที่ ๘ ท่านที่ ๙ ต่อไป เพราะท่านสมาชิกอาจจะต้องมีภารกิจไปประชุม คณะกรรมาธิการนะครับ ผมจะขอท่านละ ๗ นาทีนะครับ ท่านแรกจะเป็น อาจารย์สุรสาล ผาสุข ท่านที่ ๒ อาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ท่านที่ ๓ คุณหมอเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ท่านที่ ๔ ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ท่านที่ ๕ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๕ ท่านก่อนนะครับ แล้วอีก ๕ ท่านเดี๋ยวผมจะลำดับหลังจากท่านที่ ๔ แล้วท่านจะได้เตรียมตัวได้ถูก ท่านละ ๗ นาทีนะครับ เชิญคุณหมอเชิดชัยต่อเลยครับ พร้อมหรือยังครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต หารือท่านประธานนิดหนึ่ง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวานนี้เราได้อภิปรายกันมีสมาชิกอภิปรายกันหลายท่านมีประเด็นซักถาม ต่อผู้มาชี้แจงคือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าให้ท่านได้กรุณาตอบ สักรอบหนึ่งก่อนจะดีไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ เดี๋ยวผมจะหารือท่านรัฐมนตรีก่อนนะครับ เอาผู้ถามสักท่านหนึ่งก่อนแล้วให้ท่านตอบได้ไหมครับ เพราะท่านเพิ่งเข้ามาเดี๋ยวปะติดปะต่อเรื่อง คุณหมอพร้อมหรือยังครับ เชิญคุณหมอก่อนครับ คุณหมอเชิดชัยครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตให้ความเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... สนับสนุนนะครับ แต่ก็มีข้อท้วงติงนิดหนึ่ง ชื่อมหาวิทยาลัยผมไม่ติดใจ เพราะเท่าที่ไปตรวจสอบดู สวนดุสิต ก็เป็นชื่อพระราชทาน สวนสุนันทา ก็เป็นชื่อพระราชทาน ราชภัฏ ก็เป็นชื่อพระราชทาน เพราะฉะนั้นเลือกตามสบายนะครับ แต่ผมก็เห็นด้วยว่ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร มีเยอะ ถ้าไม่มีความเป็นเอกลักษณ์หรือว่าแยกออกมาให้ชัดเจน อย่างที่ท่านสมาชิกบอกว่า ไปถึงดวงดาวลำบาก ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยในประเทศไทย นโยบายรัฐบาลจะส่งเสริม ให้มหาวิทยาลัยของรัฐพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการแต่อยู่ในกำกับของรัฐบาล มันก็มีทั้งดีและไม่ดีนะครับ เพราะว่ามหาวิทยาลัยพยายามจะไปแข่งขันกันเพื่อให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์ก็คือมีทุกสาขาวิชา ไปแข่งกับมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศิลปากร หรือว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คงลำบากนะครับ เพราะฉะนั้นน่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเฉพาะทาง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ถ้าไปดูที่มาแล้ว ที่มาจะเป็นโรงเรียนการเรือน ซึ่งเขาเชี่ยวชาญด้านทำครัว ทำพวกการบ้านการเรือน แล้วต่อมาก็มาเชี่ยวชาญด้านครู แล้วก็มาเชี่ยวชาญด้านนิเทศศาสตร์ แล้วก็มาเชี่ยวชาญ ด้านพยาบาลหรืออย่างไรนี่นะครับ ผมคิดว่าที่เขาเขียนว่าเป็นเอกลักษณ์มันต้องคงไว้ การที่ท่านไปขยายสาขานี่ผมเป็นห่วงครับ ประเทศไทยกระจิดเดียวนะครับ มีมหาวิทยาลัยเยอะแยะ แล้วมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตก็ไปมีวิทยาเขตมากมาย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ขยาย มหาวิทยาลัยมหิดลก็ขยาย มหาวิทยาลัยรามคำแหงยิ่งหนักเลย มีแทบทุกที่เลยเป็นการแข่งขันกันเอง แต่ขณะเดียวกันก็ถามว่างบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะปีที่แล้ว ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งแผ่นดิน แต่ผลออกมา ไม่ว่ามีการสำรวจอะไรก็ตาม บอกว่าการศึกษาไทยล้มเหลว แล้วโดยเฉพาะอุดมศึกษา เราแข่งกันแบบไม่ลืมหูลืมตาเลยครับ มันควรจะมีทิศทาง ท่านประธานครับ ความเป็นอิสระ เป็นสิ่งจำเป็น และความเป็นเลิศทางวิชาการ เลิศก็ต้องให้มันเลิศที่มีอยู่จริง ๆ อย่าเป็นเลิศ แบบแข่งฝรั่งบางอย่างเลยสู้เขาไม่ได้หรอกครับ เราต้องเลิศในสิ่งที่เรามีเขาไม่มี ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยที่อยู่ในกำกับนี้ที่สำคัญที่สุดก็คือสภามหาวิทยาลัย แล้ว พ.ร.บ. ที่ออกมาต่าง ๆ ก็เลียนแบบกัน สภามหาวิทยาลัยโดยเฉพาะนายกสภามหาวิทยาลัยเป็นสิ่งจำเป็นครับ อย่าเอาคนชราเลย คือเท่าที่ผมดูเรามักจะเอาผู้อาวุโสไปเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย อาจจะ เพราะว่าท่านมีประสบการณ์ทางการเมืองหรือว่ามีบารมีในสังคม แต่ในมหาวิทยาลัยปัจจุบัน มันต้องเอาคนที่คิดอ่านทั้งเชื่อมโยงอันเก่ากับอันใหม่ด้วย แล้วอย่าเอาอายุเยอะเลยครับ เพราะว่าบางมหาวิทยาลัยนายกสภามหาวิทยาลัยอายุเยอะไปประชุมไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหาย เหมือนกันครับ แล้วการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยก็ไม่สะดวกนะครับ เพราะฉะนั้น นายกสภามหาวิทยาลัยควรจะจำกัดอายุนะครับ ๗๐ ปีก็อาจจะพอไหว แต่ถ้าได้ต่ำกว่า ๗๐ ปีก็ดีนะครับ อันที่ ๑

อันที่ ๒ กรรมการสภามหาวิทยาลัยเรามักจะไปดูคนที่ทรงคุณวุฒิแล้วก็แย่งกัน แล้วท่านเหล่านั้นก็ไม่มีเวลาไปหรอกครับ ผมอยากให้เป็นคนที่สามารถอุทิศเวลาเพื่อช่วยให้ มหาวิทยาลัยดำเนินการได้ด้วยดี

ท่านประธานครับ อีกอันหนึ่ง เรื่องการอยู่รอดของมหาวิทยาลัยครับ ผมเชื่อว่าทางกระทรวงศึกษาธิการมีเกณฑ์ที่จะดูว่ามหาวิทยาลัยไหนพร้อมหรือไม่พร้อม ในการออกไปสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐอยู่แล้ว ก็คือการที่จะสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ ท่านประธานทราบไหมครับ เรามักจะโฆษณาเพื่อดึงดูดอาจารย์ ข้าราชการให้อยู่ในมหาวิทยาลัย บอกว่าถ้ามหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้วจะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น ๑.๕ เท่า ๑.๖ เท่า แต่ความจริงไม่ถึงหรอกครับ อาจจะสัก ๑.๒ เท่า หรือ ๑.๓ เท่าก็แล้วแต่ แล้วปัญหาก็คือว่า ใน พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยที่กำกับทุกอย่างรัฐบาลต้องให้เงินเป็นบล็อก แกรนท์ (Block grant) ก็คือให้เป็นอุดหนุนทั่วไป แต่ถ้าไม่พอรัฐบาลต้องสนับสนุนด้วย ตรงนี้ละครับในฐานะ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ก่อนก็ชอบครับ เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเงินไม่พอขอรัฐ แต่พอเอาจริง ๆ มาดูแล้วเสียดายเงินภาษีอากรราษฎรครับ เพราะอะไรครับ เพราะถ้าเกิด มีการดำเนินการผิดพลาดไปแล้วเกิดความเสียหายขึ้นมา จริงอยู่เรามีคณะกรรมการประเมิน แล้วมีรัฐมนตรีกำกับอยู่ แต่พอเสียหายมาผมยังไม่เคยเห็นว่ามีใครรับผิดชอบเลย อีกอย่างนะครับ การดำเนินงานในมหาวิทยาลัย พอท่านออกนอกระบบท่านต้องคิดนอกกรอบ แต่ต้องดำรงไว้ซึ่งโอกาสที่จะให้นักศึกษาที่ขาดโอกาส ขาดทุนทรัพย์ได้เข้าไปเรียนด้วยครับ มีหลาย ๆ แห่งที่เขียนจริง แต่ในแง่ปฏิบัติไม่ทำ แล้วอย่างนี้ใครจะไปร้องใคร พ.ร.บ. มันผ่านไปเรียบร้อย ผมอยากฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการที่จะได้รับการแต่งตั้งดูแล เรื่องนี้ด้วย

อีกอันหนึ่งนะครับ คนที่จะเกี่ยวข้องกับความเจริญของมหาวิทยาลัยในกำกับ ก็คืออธิการบดีที่มีปัญหาในปัจจุบันก็คืออยู่นานเกินไปสร้างพรรคสร้างพวก ทำให้มีอิทธิพล เป็นไปได้ไหมครับว่าอธิการบดีต่อไปควรจะอยู่วาระเดียว เพราะว่าอะไรครับ เดี๋ยวนี้ ครูบาอาจารย์ที่เก่งด้านบริหารมีมาก เราควรจะเปิดโอกาสให้คนอื่นเขาได้แสดงฝีมือด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ตำแหน่งอธิการบดีควรจะเป็นวาระเดียว ไม่ให้เป็น ๒ วาระ ยังมีเรื่องอีกต่าง ๆ นะครับ แต่เท่าที่ผมนำเสนอนี้ก็ขอฝากไปยังกรรมาธิการที่จะมาพิจารณา กฎหมายฉบับนี้คำนึงให้รอบคอบ แล้วควรจะมีการประเมินเป็นระยะ ๆ ด้วย เพราะว่า มหาวิทยาลัยในกำกับเราทำมาแล้วเป็น ๑๐ ปี ไม่รู้มันดีหรือเสียอย่างไรนะครับ สุดท้าย ก็ขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... นี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรี เดี๋ยวขออีกสักท่านหนึ่ง ให้ท่านนิพิฏฐ์ก่อน เชิญท่านนิพิฏฐ์ต่อครับ เดี๋ยวพอ เสร็จท่านนิพิฏฐ์แล้วจะให้ท่านรัฐมนตรีตอบนะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในระยะหลังนี้ผมไม่ค่อยได้แสดงความคิดเห็นต่อสภาแห่งนี้มากมายนัก แต่วันนี้ผมตั้งใจที่จะ แสดงความคิดเห็นในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... ฉบับนี้ ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ใช่เป็นนักการศึกษา แต่ว่าอยากแสดงความเห็นเรื่องนี้สักหน่อย เพราะว่าท่านรัฐมนตรี ซึ่งได้มานั่งอยู่ในขณะนี้ จริง ๆ ท่านก็ไม่ใช่นักการศึกษา แต่ว่าเราเป็นเพียงผู้กำกับนโยบาย ซึ่งผมคิดว่าท่านก็สามารถปฏิบัติตามนโยบายได้ ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกมาตั้งแต่เมื่อวานครับ และผมคิดว่าถ้าเราได้ลงมติเหมือนที่เราได้แสดงออก กฎหมายฉบับนี้ผมยืนยันว่าไม่ผ่านในวาระที่หนึ่งแน่นอนครับ เพราะว่าตั้งแต่เพื่อนสมาชิก ท่านแรกอภิปรายจนถึงขณะนี้ไม่มีท่านใดยืนขึ้นและบอกว่าเห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้เลย แต่ว่าเวลาเราลงมติมันจะไม่เป็นอย่างนี้หรอกครับ เพราะว่าสิ่งที่เราพูดกับสิ่งที่เรากระทำนั้น บางครั้งมันก็ไม่ตรงกัน เราพูดไปอีกอย่างหนึ่งเพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่ง แต่ว่าเวลาเรากระทำนั้น เราก็ทำอีกอย่างหนึ่ง เพื่อวัตถุประสงค์อีกอย่างหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ เวลามหาวิทยาลัย ออกนอกระบบที่เรียกว่าอยู่ในกำกับของรัฐนั้นมีเหตุผลหลัก ๆ ๒ ประการ ซึ่งผมฟังอยู่ ทุกมหาวิทยาลัยเลยครับ เหตุผลเรื่องแรกก็บอกเป็นความคล่องตัวในเรื่องการบริหารงบประมาณ เหตุผลข้อที่ ๒ ที่ใช้กันบ่อยก็คือมีความคล่องตัวในด้านการบริหารงานบุคคล แต่ถ้าเราดูว่า มหาวิทยาลัยออกนอกระบบไปแล้วทุกมหาวิทยาลัยไม่มีมหาวิทยาลัยไหนที่พูดถึงเรื่องประโยชน์ ที่นักศึกษาจะได้รับเลย เราจะพูดถึงครูบาอาจารย์หรือผู้บริหารที่จะได้รับประโยชน์จาก การออกนอกระบบทั้งสิ้น ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิตฉบับนี้ก็เช่นเดียวกัน ผมอ่านตั้งแต่มาตราแรกจนถึงมาตราสุดท้ายไม่มีการพูดถึงสิ่งที่นักศึกษาจะได้รับจาก การออกนอกระบบเลย ไม่มีครับ มีเฉพาะบุคลากรทั้งสิ้นละครับ ผมเลยเรียนท่านประธานว่า ระบบการศึกษาของเรามันผิดพลาดแล้วครับ แล้วมันจะผิดพลาดต่อไปครับ ประเทศไทย เป็นประเทศที่ใช้งบประมาณในการจัดการศึกษามากและมากในอันดับต้น ๆ ของเอเชีย เสียด้วยซ้ำ แต่ว่าผลสัมฤทธิ์หรือคุณภาพของการศึกษานั้นมันตรงกันข้ามกับงบประมาณ ที่เราลงไป แสดงว่ามีความผิดพลาดในเรื่องของการจัดการศึกษาแน่นอนครับ ถึงแม้ว่า เราจะมีการปฏิรูปการศึกษามาเป็นครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ แล้วก็ตาม แต่ผมคิดในระยะใกล้นี้ ไม่สามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ที่เราต้องการได้เลย เราไม่ได้ใช้นักศึกษา เราไม่ใช้นักเรียน เป็นศูนย์กลางเลยเราใช้ผู้บริหารหรือบุคลากรซึ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางครับ เช่นเดียวกับกฎหมายฉบับนี้ ผมกำลังจะบอกกับท่านประธานว่ามันต้องยอมรับความจริงกัน เรื่องหนึ่งว่ามหาวิทยาลัยในประเทศนี้มันก็แบ่งเป็นเกรด (Grade) ผมดูการจัดลำดับของมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศนี้ ลำดับที่ ๑ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลำดับที่ ๒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลำดับที่ ๓ มหาวิทยาลัยมหิดล ลำดับที่ ๔ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลำดับที่ ๕ มหาวิทยาลัยศิลปากร ลำดับที่ ๖ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ลำดับที่ ๗ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ลำดับที่ ๘ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ลำดับที่ ๙ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ลำดับที่ ๑๐ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนี่อยู่ท้าย ๆ ไม่ได้ติดอันดับ ๑-๑๐ กับเขานะครับ หรืออาจจะไม่ติด ๑ ใน ๒๐ หรือ ๓๐ เสียด้วยซ้ำครับ อยู่ท้าย ๆ ครับ เมื่อมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศนี้วันนี้เริ่มทยอยออกไปแล้วนี่ครับ มหาวิทยาลัยท้าย ๆ อย่างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนี่ทำไมต้องออกล่ะครับ ผมดูคำสัมภาษณ์ของอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านอาจารย์ดอกเตอร์สมคิดท่านก็ยอมรับความจริงว่านักศึกษา ที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์คือผู้ที่มีฐานะดีทั้งสิ้นครับ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผู้ปกครองอยู่ในฐานะดีครับ ไม่ต้องพูดถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นั่น ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ฐานะดี ทั้งสิ้นละครับ เราไม่กล้าพูดกันว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตเป็นมหาวิทยาลัยชั้น ๒ หรือชั้น ๓ ของประเทศนี้ หรืออาจจะเป็นชั้น ๔ ชั้น ๕ ของประเทศนี้ก็ได้เราไม่กล้าพูดกัน เพราะถ้าเราพูดอย่างนั้นเรามีความรู้สึกว่าเรากำลังดูถูกมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตว่า เขาเป็นมหาวิทยาลัยท้าย ๆ ของประเทศนี้ แต่ความเป็นจริงมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็นมหาวิทยาลัยอยู่ลำดับท้าย ๆ ของประเทศนี้ครับ และกำลังออกนอกระบบ ไม่มีใคร ให้หลักประกันได้เลยครับว่าเมื่อท่านออกนอกระบบไปแล้วคุณภาพการศึกษาจะดีขึ้นอย่างไร และไม่มีใครรับประกันได้ว่าเมื่อออกนอกระบบไปแล้วค่าใช้จ่ายของนักศึกษาจะเท่าเดิม หรือลดลง แต่ทุกคนกังวลว่าเมื่อออกนอกระบบไปแล้วครับค่าใช้จ่ายของนักศึกษาจะสูงขึ้น มีคนปฏิเสธว่าไม่สูงขึ้นอย่างนี้ทั้งนั้นละครับ แต่ผมคิดว่าไม่จริงหรอกครับ การศึกษาวันนี้ มันเป็นธุรกิจไปแล้วครับ มันเป็นธุรกิจทางการศึกษาไปแล้วครับ มันไม่ได้ใช้ตอบสนอง ความต้องการของประชาชนในประเทศนี้ มันเป็นการแข่งขันกันเพื่อธุรกิจโดยแท้ ๆ แล้วครับ เรื่องการศึกษา ทำไมเราไม่คิดว่าเราจะมีมหาวิทยาลัยเพื่อคนจนสักมหาวิทยาลัยล่ะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ ทำไมไม่คิดล่ะ ทำไมไม่คิดว่าเราจะสร้างมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นมหาวิทยาลัยของคนจนเหมือนมหาวิทยาลัยรามคำแหง ถ้ามหาวิทยาลัยคนจนมันเดินไม่ได้ มันขาดงบประมาณ ใช้ไปสิครับ ปีละเท่าไร มหาวิทยาลัยสวนดุสิตต้องการ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐ ล้านบาท ๓,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ผมคิดว่าสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ก็พร้อมที่จะให้กับ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เพื่อสถาปนาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยของคนจน ทำไมมหาวิทยาลัยรามคำแหง เขาอยู่ได้ครับ มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษามากที่สุดในโลกนะครับ แต่เขาอยู่ได้เขาไม่ต้องออกนอกระบบ เขาจัดการศึกษาอย่างไรล่ะครับ ผมว่าต้องไปดู มหาวิทยาลัยรามคำแหงครับ เขาจัดการศึกษาได้ทั้ง ๆ ที่เขามีนักศึกษามากที่สุดในโลก ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเวลาเราพูดถึงเรื่องการศึกษามันมีอยู่ ๒ ช่องทางใหญ่ ๆ ครับ ที่คนจะเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ คือการศึกษาในระบบเหมือนที่เรากำลังพูดกันอยู่ในขณะนี้ครับ อีกประเภทหนึ่งคนกลุ่มหนึ่งเข้าสู่ระบบการศึกษาเป็นลูกคนจนทั้งนั้นละครับ เข้าระบบการศึกษา อย่างไรครับท่านครับ เข้าผ่านการบวชมาครับ บวชเป็นสามเณร บวชเป็นพระภิกษุมาแล้ว เข้าสู่ระบบการศึกษาในโรงเรียนปริยัติธรรมหรืออะไรก็แล้วแต่ นั่นคนจนเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานครับ ผมไปดูข้อมูลว่าคนที่บวชเป็นพระภิกษุหรือสามเณรแล้วเข้าสู่ระบบการศึกษานั้น เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เป็นลูกหลานคนจนทั้งสิ้นครับ เขาไม่มีโอกาสครับ เขาต้องบวชก่อนครับ ถึงจะไปเรียนได้ เขาบวชแล้วเขาเรียนแล้วเขาจบการศึกษาด้านปริญญาตรีไปแล้วเขาไม่บวชต่อ ไม่มีปัญหาครับ เขาสึกหาลาเพศมาแล้วก็ไปประกอบอาชีพได้ไม่มีปัญหาและไม่มีใครรังเกียจด้วย ผมจำเป็นต้องขอต่อเวลาท่านประธานนะครับ ผมเรียนท่านประธานว่าการเข้าสู่ระบบการศึกษา ของคนในประเทศนี้มี ๒ ช่อง ระบบการศึกษาปกติบวชมาแล้วไปเรียน คนที่ไปบวชและไปเรียนนั้น ส่วนใหญ่แล้วยากจนทั้งสิ้น ผมมีข้อมูลครับ โรงเรียนปริยัติธรรมที่จังหวัดเชียงใหม่ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์คนจนทั้งสิ้น ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นี่เป็นลูกหลานของเกษตรกร ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เป็นลูกหลานของคนที่มีอาชีพรับจ้าง ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์อาจจะมีฐานะบ้าง ตามสมควรแต่ไม่มาก นั่นเป็นทางออกทางรอดของคนจนบวชก่อนถึงจะเรียนได้ ถ้าไม่บวชก่อน เรียนไม่ได้ แต่ว่านักเรียนที่อยู่ในระบบเหล่านี้ อย่างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตท่านจะออกไปทำไม ถ้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตอยู่ไม่ได้งบประมาณไม่พอให้งบประมาณเขาไปสิครับ แต่ต้องเป็นหลักประกันว่าประเทศนี้เราตัดสินใจกันสักครั้งหนึ่งได้ไหมครับ ท่านประธานครับ ฝากท่านรัฐมนตรีเรากล้าตัดสินใจไหมครับ เราจะสร้างมหาวิทยาลัยเพื่อคนจนสักมหาวิทยาลัยหนึ่ง อย่าเอาเขาออกนอกระบบเลยครับ มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นมหาวิทยาลัยของคนจนนะครับ คนจนทั้งนั้นละครับ เขาต้องอดทนเรียนและเขาถึงจบออกมา ถ้าเขามีฐานะมากกว่านี้เขาไม่เรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหงหรอกครับ หรือกว่าจะจบที่อื่น แล้วมาเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหงต่อก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ว่าบางคนก็เรียน มหาวิทยาลัยรามคำแหงไม่ได้ครับ เพราะเขาบังคับตัวเองไม่ได้เขาต้องอยู่ในระบบ ผมเลยกราบเรียนท่านประธานว่าเราเสียงบประมาณในเรื่องอื่นไปเยอะครับ แต่เราไม่กล้า ที่จะสร้างมหาวิทยาลัยให้กับคนยากจน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนี่ปลายแถวจริง ๆ ครับ แล้วมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนี้กำลังจะออกนอกระบบ ถ้าระดับมหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนดุสิตออกได้ครับ ต่อไปนี้มันจะเป็นเรื่องธุรกิจการศึกษาล้วน ๆ เลยครับ แล้วลูกหลานคนจนจะไม่มีโอกาสที่จะเรียนหนังสือในระบบได้เลยครับ ผมไม่เห็นด้วยครับ ไม่มีหลักประกันอะไรเลยครับว่าเมื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตออกไปแล้วนี่นะครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตจะรองรับการศึกษาของคนจนได้ ไม่มีหรอกครับ ท่านประธานครับ ผมฝากท่านรัฐมนตรีครับต้องกล้าตัดสินใจแล้วครับ ทั้งหมดนี้ท่านทำเพื่อบุคลากรในมหาวิทยาลัย ทั้งสิ้นเลยครับ ทำไมเราซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรต้องมาเรียกร้องเรื่องเหล่านี้ครับ เพราะว่ากระบวนการ ของนักศึกษาในปัจจุบันเขาอ่อนแอครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนกระบวนการนักศึกษาเขาสร้างชาติได้ เขานำสังคมได้ แต่ระบบทุนนิยมมันครอบงำนิสิตนักศึกษา จนกระทั่งว่านักศึกษาก็อ่อนแอ ไม่กล้าที่กำหนดเรื่องการศึกษาของเขาได้เลยครับ ผมเห็นว่านิสิตนักศึกษาออกมาต่อต้าน กะปริบกะปรอยครับ ต่อต้านอย่างนั้นละครับ ระบบทุนนิยมมันครอบงำเขาไปหมดแล้วครับ เขาไม่สามารถเข้มแข็งพอที่จะต่อต้านระบบนี้ได้ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า เมื่อยังไม่มีหลักประกันให้กับนักศึกษานี่ผมไม่เห็นด้วยครับ ที่ผมพูดนี่ท่านประธานครับ ผมนี่ ในประเทศนี้ก็ถูกจัดว่าผมอยู่ฝ่ายอำมาตย์ครับ ผมไม่ได้อยู่ฝ่ายไพร่นะครับ สังคมเขาจัดว่า ผมอยู่ฝ่ายอำมาตย์ แต่ผมยืนพูดวันนี้ก็เพื่อไพร่นะครับ เพื่อลูกหลานคนจนนะครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนี่คือลูกคนจนทั้งนั้นนะครับ แล้วกราบเรียนท่านประธาน ต่อไว้เลยครับ วันเวลาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้ามาสู่การพิจารณาของสภาแห่งนี้ และออกนอกระบบ ผมก็จะมายืนพูดอย่างนี้ครับ เพราะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มันเป็น ลูกหลานคนรวยทั้งนั้นที่เรียนอยู่ แต่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนี่มันลูกหลานคนจน มันควรจะปกป้องเด็กนักเรียน นักศึกษาจน ๆ เหล่านั้นนะครับ ผมคิดว่าถ้าเราได้ทำเหมือน ที่เราพูดวันนี้กฎหมายนี้ไม่ผ่าน แต่ว่าหลังจากผมอภิปรายแล้ว ผมคิดว่ามีหลายคนยืนขึ้น อภิปรายครับแล้วไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายนี้ แต่ท่านจะลงมติเห็นด้วยกับร่างกฎหมายนี้ ตรงข้ามที่ท่านพูด ผมบันทึกไว้เป็นหลักฐานครับว่าไม่ว่าวิปจะมีมติอย่างไรก็ตาม รัฐสภานี้ จะมีมติอย่างไรก็ตาม ผมคัดค้านร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิตที่จะออกนอกระบบ เป็นมหาวิทยาลัยกำกับของรัฐครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้ท่านรัฐมนตรีตอบก่อนนะครับ ผมก็มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตอนนั้นหน่วยกิตละ ๑๘ บาทเอง อาจารย์สุชาติยังสอนผมอยู่นะครับตอนนั้น เชิญครับ

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระผมจะขออนุญาตเรียนตอบคำถามหลาย ๆ คำถาม ซึ่งท่านผู้มีเกียรติได้กรุณาอภิปรายตั้งแต่เมื่อวานตอนค่ำจนถึงท่านสุดท้ายนี้ ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง กับเหตุผลใดจึงได้เปลี่ยนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตมาเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิต อันนี้เป็นประเด็นแรก ดังนั้นก็จะตอบควบคู่กันไป ทำไมต้องออกนอกระบบ เป็นเพียง การกำกับดูแลมีผลดีอย่างไรนะครับ รวมไปถึงการเป็นมหาวิทยาลัยออกนอกระบบนั้น นักศึกษาจะต้องจ่ายเงินค่าใช้จ่ายมากขึ้นหรือไม่ อย่างไร รวมถึงข้อสังเกตอื่น ๆ ก็คงจะกราบเรียน ท่านผู้มีเกียรติว่าเหตุที่เปลี่ยนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตมาเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตนั้น ทั้งนี้เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ ปี ๒๕๔๗ มีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ภายใต้พระราชบัญญัตินี้ ๔๐ แห่งนะครับ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของส่วนราชการ เมื่อมหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนดุสิตออกเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐจึงออกพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย สวนดุสิตเป็นการเฉพาะ โดยไม่ได้ยกเลิกพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ ปี ๒๕๔๗ เพราะฉะนั้นที่เหลืออยู่ก็ใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ และเพื่อให้เกิดความชัดเจน แล้วก็เพื่อสถานะของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตที่เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยเฉพาะ จะมีผลเกี่ยวกับการบริหารจัดการก็ดี การกำกับดูแลก็ดี รวมทั้งความเป็นอิสระทางด้านวิชาการ รวมทั้งความมีอิสระในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณที่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยของส่วนราชการ ดังนั้นก็อยากจะเรียนว่าที่ผ่านมานั้นมีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครพนม ต่อมาก็ได้แยกออกมา ได้ออกเป็นพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนครพนมเรียบร้อยแล้ว อันนี้ก็เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรก ที่ใช้ชื่อแยกออกมาต่างหาก ในกรณีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตยังคงยึดหลักการแนวทางเดิม ตามภารกิจ วัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย แต่เน้นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญ เฉพาะด้าน ก็คือเราเริ่มมาจากเป็นโรงเรียนสาธิตที่ชื่อว่าโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ซึ่งเป็น โรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของประเทศไทย ดังนั้นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตของเราก็คงมุ่งมั่น ที่จะสร้างบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญในการไปสอนเด็กปฐมวัย ซึ่งผมถือว่าเป็นไม้ผลัดแรก ของชีวิตของเด็ก เพื่อจะต่อให้ไม้ผลัดไปจนถึงไม้สุดท้ายคือมหาวิทยาลัย ดังนั้นตรงนี้จึงเป็น สิ่งหนึ่งที่เราถือว่าเป็นอัตลักษณ์ ซึ่งใคร ๆ ก็ทราบดีว่ามหาวิทยาลัยของเรานั้นเน้นด้านนี้ มาโดยตลอด ดังนั้นในเรื่องนี้จึงเปิดสอนครูอนุบาลหรือครูปฐมวัยมาตลอด ส่วนครูสอน สายมหาวิทยาลัยอื่น ๆ นั้นเราถือว่าเราไม่เชี่ยวชาญ สำหรับมาตรา ๖ มหาวิทยาลัยส่งเสริม วิชาการและวิชาชีพการผลิตครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ซึ่งมหาวิทยาลัยสวนดุสิตครูปฐมวัย และประถมศึกษา ซึ่งเป็นพื้นฐานการพัฒนาคนจึงเป็นภารกิจที่สำคัญ หรือเป็นพันธกิจ ที่สำคัญยิ่งของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ สำหรับการขึ้นค่าหน่วยกิตก็ดีที่มีท่านผู้มีเกียรติได้กรุณา ตั้งประเด็นถามนั้น ก็อยากจะเรียนว่าค่าหน่วยกิตนั้นเป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจ เมื่อออกเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐในช่วง ๓-๔ ปี มหาวิทยาลัยเรายืนยันว่าไม่ขึ้นค่าหน่วยกิตแน่นอน ในการปรับค่าหน่วยกิตนั้นจะยึดหลักอยู่ ๒-๓ ประเด็น ประเด็นแรกนั้นอยู่ที่ภาวะเศรษฐกิจ

ประเด็นที่ ๒ เองมหาวิทยาลัยก็คงจะต้องไปเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ นอกจากนั้นการขึ้นค่าหน่วยกิตทุกครั้งก็ไม่เป็นการย้อนหลังก็จะขึ้นเฉพาะเดินหน้าจึงไม่มี ผลกระทบต่อนักศึกษาเดิมที่อยู่ในระบบ อยากจะกราบเรียนว่ามหาวิทยาลัยของเรานั้น มีนักศึกษา ๒,๕๐๐-๓,๐๐๐ คน ซึ่งน้อยกว่ามหาวิทยาลัยอื่น ถ้าจัดเก็บค่าหน่วยกิตแพงกว่าที่อื่น นักศึกษาคงไม่อยากมาเรียน ปัจจุบันเราเก็บโดยเฉลี่ยก็ปีละ ๓๐,๐๐๐ บาท ยกเว้นพยาบาลศาสตร์ เก็บ ๖๐,๐๐๐ บาทนะครับ นอกจากนั้นก็อยากจะเรียนว่ามหาวิทยาลัยเองก็เน้นในเรื่องของ การจัดหาทุนการศึกษานะครับ นอกจากมีทุนสนับสนุนการศึกษาแล้วยังขอความร่วมมือ กับสถานประกอบการต่าง ๆ ในรูปของทวิภาคี สนับสนุนทุนการศึกษา เช่น ซีพีออลล์ สนับสนุนทุนการศึกษาปีละ ๑๐๐ ทุน ตั้งแต่ชั้นปีที่ ๑ จนถึงปีที่ ๔ นอกจากนั้นก็มี ธนาคารกรุงเทพ แล้วก็กองทุนของมหาวิทยาลัย เป็นต้น มหาวิทยาลัยส่งเสริมและสนับสนุน ผู้ที่มหาวิทยาลัยเรารับเข้าศึกษาและนักศึกษาที่ขาดแคลนอย่างแท้จริงให้มีโอกาสเรียน จนสำเร็จจนจบการศึกษาปริญญาตรี ดังนั้นตรงนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราสนับสนุนคนจนอีกด้วย ดังนั้นเมื่อออกเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐข้าราชการไม่กระทบ เนื่องจากในร่างพระราชบัญญัติกำหนดให้ข้าราชการเลือกได้ว่าจะยังอยู่ฐานะอันเดิมหรือไปเป็น ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือเปลี่ยนไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยของรัฐ และยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายเดิม ถือว่าเป็นการออกจากราชการ เพราะทางราชการ เลิกหรือยุบตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกฎหมายว่าด้วย กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยมีบุคลากร ๒,๕๐๐ คน เป็นข้าราชการ จำนวน ๑๖๘ คน เป็นพนักงานในมหาวิทยาลัย ๕๓๓ คน ที่เหลืออีก ๑,๗๐๐ คนนั้นเป็นเรื่องที่ มหาวิทยาลัยจ่ายจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยเองนะครับ กระผมเองต้องกราบขอบคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ท่านกรุณาตั้งประเด็นคำถามต่าง ๆ ส่วนข้อสังเกตอีกหลาย ๆ ประเด็นนั้น กระผมจดไว้อย่างดีนะครับ จะนำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะทั้งหลายที่ท่านมุ่งมั่นที่จะให้ มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีในความรู้สึกของพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป ก็จะรับ ข้อสังเกตตรงนี้นำไปพิจารณาในคณะกรรมาธิการต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เชิญอาจารย์สุชาติก่อนครับ แล้วค่อยให้ท่านพิเชษฐ์ เดี๋ยวอาจารย์สุชาติเสร็จแล้วกลับมาที่ อาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน จะได้เตรียมตัวได้ แล้วก็ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ

นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขึ้นมาอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... ให้ออกนอกระบบ อยากกราบเรียนปรัชญาของการที่ให้มหาวิทยาลัยเป็นอิสระ บริหารจัดการ ด้วยตัวเอง อันนี้เป็นทิศทางของโลกนะครับ คือในประเทศพัฒนาแล้วทั้งหมดมหาวิทยาลัย จะบริหารจัดการด้วยตัวเองไม่ได้เป็นส่วนราชการ ความคิดนี้เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๐ เมื่อเศรษฐกิจ ของชาติล้มละลาย มีข้อเสนอจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียว่าหากให้มหาวิทยาลัยของรัฐ ที่มีความสามารถออกนอกระบบก็จะมีความก้าวหน้าทางวิชาการอย่างมาก จะเห็นได้ว่า มหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบไปแล้วเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแล้วก็มีความก้าวหน้ามาก เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย พระจอมเกล้าพระนครเหนือ แต่ในการออกนอกระบบช่วงแรก ๆ ก็ออกได้ดี จนกระทั่ง ปี ๒๕๕๑ ก็ไม่มีการพิจารณาให้ออกนอกระบบอีก เนื่องจากปัญหาทางด้านการเมืองอื่น ๆ มาคราวนี้ความจริงแล้วเมื่อผมขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมก็สนับสนุน ให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบนะครับ อันแรกก็คือมหาวิทยาลัยสวนดุสิต อันต่อไปก็คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วก็มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นะครับ การออกนอกระบบ มันก็จะทำให้มีความอิสระทางวิชาการรัฐบาลไปสั่งเขาตามใจชอบไม่ได้ อาจารย์มหาวิทยาลัย ที่มีความคิดเห็นทางวิชาการก็จะมีความอิสระอย่างมากในการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ขณะเดียวกันก็มีความสามารถในการจ้างอาจารย์แบบต่าง ๆ ทั้งชาวต่างชาติที่เก่งแล้วก็ ในหลายรูปแบบไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการเสมอไปนะครับ กรณีของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต นี่ความจริงผมก็ได้เห็นว่าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในสถาบันราชภัฏทั้ง ๔๐ แห่งครับ แล้วก็ เป็นมหาวิทยาลัยแรก ๆ นอกจากที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดเรื่องมหาวิทยาลัยนครพนมแล้ว ที่จะสามารถออกนอกระบบได้ ผมยังหวังว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาก็จะออกนอกระบบด้วย และจริง ๆ แล้วเขาก็มีความก้าวหน้ามาก ผมเคยไปเยี่ยมชมแล้ว มีคณะ มีวิธีบริหารจัดการ ต่าง ๆ น่าจะมากกว่ามหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ผมสังกัดอยู่ในอดีต มีความก้าวหน้าในแง่ของ การจัดเรื่องของการศึกษา เรื่องอินทีเรียร์ (Interior) เป็นอันดับหนึ่งของประเทศนะครับ แล้วก็เป็นผู้ทำโพลล์ (Poll) เข้าใจว่ายุคแรก ๆ เป็นกลุ่มแรกที่ทำโพลล์จนมีชื่อเสียงอยู่ทุกวันนี้ จริง ๆ แล้วก็มีอาจารย์ที่เป็นข้าราชการหลายคนส่วนใหญ่เขาก็ไม่อยากออกนอกระบบ เขากลัวความเสี่ยง กลัวเงินเดือน ๑.๕ เท่า ๑.๗ เท่าจะไม่ได้นี่นะครับ ก็มีทำนองนี้ ดังนั้น ผมก็คิดว่าการออกนอกระบบไม่ใช่เพื่ออาจารย์มหาวิทยาลัย แต่เพื่อความก้าวหน้า เพื่อความสามารถในการแข่งขัน เมื่อเราเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบอาเซียน (ASEAN) โดยรวมแล้ว อีก ๒ ปีข้างหน้า คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศสิงคโปร์ หรือประเทศมาเลเซีย ก็มาสอนที่นี่ได้ ของเราก็ไปได้นะครับ เช่นเดียวกันกับของการเคลื่อนย้ายนักศึกษาก็เช่นเดียวกัน ก็มีผู้ไม่เห็นด้วยอยู่หลายรูปแบบ เช่น เขากลัวว่าจะได้อธิการบดีไม่ดี อาจจะมามีอำนาจมากไป อันนี้ก็สามารถถกเถียงได้ เขากลัวว่าจะตั้งศาสตราจารย์ได้ง่าย ๆ นะครับ อันนี้ก็มีระบบ คอยดูแล แต่อย่างไรก็ตาม ระบบศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วันนี้ ก็ได้รับการแก้ไขในสมัยผมว่าต่อไปนี้ไม่ใช่มาทำให้ยากหรือกลั่นแกล้งกันจนไม่มีโอกาสที่จะ มาเป็นได้นะครับ

มีเรื่องที่สำคัญอยากฝากท่านรัฐมนตรีไว้ก็คือเรื่องเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา เดิมนี่เป็นระบบเขาเรียกว่า กยศ. กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นแนวคิดที่บอกว่าเอาเงินให้กู้แล้ว พอจบแล้วต้องเอามาคืนไม่อย่างนั้นจะฟ้องนะ ผมก็ไปเจอแม่ค้าที่จังหวัดจันทบุรีนะครับ ลูกชายเขาจบแล้วเขาถูกฟ้องทันทีครับลูกชายทำงานอยู่ต้องออกจากงานหนีครับ ไม่มีสตางค์ เงินเดือน ๑๔,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ บาท ไม่มีสตางค์ เขาก็บอกน้องสาวจะไม่กู้เงิน กยศ. แล้ว จะเอาเงินตัวเองจ่าย ผมบอกพี่กู้ไปเถอะเป็นเพราะว่าเงินเรามันไม่พอ อยากฝากท่านรัฐมนตรีว่า ขอให้เลิกไปฟ้องลูกหลานที่เพิ่งจบมาแล้วก็กลัวว่าเขาจะไม่ใช้นะครับ คือระบบทุนการศึกษา ต้องเป็นระบบเหมือนพ่อแม่ดูแลลูก ๆ คือเมื่อไรลูกมีมาให้ก็เอามาคืน เขาจะได้นึกถึงบุญคุณ ซึ่งเราก็คิดเรื่องระบบ กรอ. มา กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคตนี่ ก็อยากจะเปลี่ยนให้ กยศ. เปลี่ยนเป็น กรอ. ให้หมดนะครับ

อีกอันหนึ่ง ก็คืออยากจะบอกว่าให้เงินกู้ที่ตัวเด็กได้ไหม อย่าให้ที่สถาบัน คือให้เด็กนี่คีย์ (Key) คอมพิวเตอร์ของตัวเองมาบอกที่กองทุนนี่นะครับว่าผมมาอยู่มหาวิทยาลัยนี้แล้ว มหาวิทยาลัยนี้ไม่ได้ทำสัญญากับท่านหรอก แต่ว่าถ้าเงินค่าเล่าเรียนก็โอนให้มหาวิทยาลัย แต่เงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวให้ผมได้ไหม ทุกวันนี้ระบบ กยศ. นี่นะครับ เอาเงินไปให้ มหาวิทยาลัยครับ มหาวิทยาลัยไปขนนักเรียนมาเลยนะครับ ขึ้นรถทัวร์มาเลย ปิดประตู หน้าต่างไม่ให้ลง พอมาถึงบอกน้องเซ็นนี่นะ มี ๓๐๐ ใบเท่านั้น ๔๐๐ คนเดี๋ยวไม่ได้ทุน เด็กย้ายมหาวิทยาลัยไม่ได้ อันนี้ก็ฝากจริง ๆ เสร็จแล้วเราก็บอกว่าเงินเดือนไม่ถึง ๑๖,๐๐๐ บาท ไม่ต้องคืน ก็เขายังไม่มีกิน พ่อนี่จะไปทวงเงินจากลูกไหมนะครับ ก็ฝากอันนี้ไป

อีกเรื่องหนึ่ง ก็คืออยากแสดงความเห็นว่ามีนักศึกษาหลายสถาบันออกมาบอกว่า ออกนอกระบบแล้วนี่นะครับ ค่าเล่าเรียนจะแพงขึ้นไหม ขอเวลานิดหนึ่งนะครับ ผมนี่โทรศัพท์ ไปหาอาจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เลยนะครับว่าสมัยเราเรียน เรากลัวค่าเล่าเรียนมันจะถูกเกินไป เราอาศัยภาษีประชาชน เราเรียกร้องให้ขึ้นค่าเล่าเรียนนะ ก็เรียนอาจารย์สมคิดบอกว่าควรมีรองอธิการบดีคนไหนที่ไปชี้แจงนักศึกษาว่าที่เรียนอยู่ ทุกวันนี้จ่ายไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของตัวเองของค่าเล่าเรียนทั้งหมด คือนักศึกษาหรือใครต่าง ๆ ไม่เห็นด้วยได้ แต่ว่าไม่ควรไม่เห็นด้วยเรื่องค่าเล่าเรียน เพราะทุกวันนี้ใช้ภาษีประชาชนประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ คือเหมือนเห็นแก่ตัว แล้วไม่รู้สึกถึงบุญคุณของผู้จ่ายภาษี หลายท่านในที่นี้ ก็อายุใกล้ ๆ ผม ทุกคนก็จะพูดเรื่องนี้กันตอนแรก ๆ ตอนเราเข้ามหาวิทยาลัยครับ ผมก็เลย กังวลว่ามี ๒-๓ มหาวิทยาลัยแล้วที่กำลังจะเข้ามานี่ประท้วงเรื่องพวกนี้ แล้วผมก็ไปเจอเอง ที่เกาะสมุยก็มีมหาวิทยาลัยราชภัฏหลายคน น้องบอกกลัวค่าเล่าเรียนแพง ผมก็บอกว่าแล้วที่น้องเรียนอยู่ก็ภาษีอากรของประชาชน ๗๐ เปอร์เซ็นต์น้องรู้ไหม สมัยผม ไม่พูดอย่างนี้เลยนะครับ พูดตรงกันข้าม ก็ฝากช่วยประชาสัมพันธ์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ

นายกนก วงษ์ตระหง่าน บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอยากขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่จะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเราจะต้องทำความเข้าใจ กันให้ชัดนะครับท่านรัฐมนตรี การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับนั้นเป็นหลักการที่ดี แต่หลักการ ที่ดีนี้เป็นหลักการที่มีเงื่อนไข มหาวิทยาลัยในกำกับจะประสบความสำเร็จได้เมื่อมหาวิทยาลัยนั้น มีวุฒิภาวะของประชาคมในมหาวิทยาลัยที่เข้มแข็งครับ ถ้าวุฒิภาวะของประชาคมในมหาวิทยาลัย อ่อนแอ ผู้บริหารมีอำนาจอิทธิพลสูงยังไม่มีความเห็นพ้องต้องกันในมหาวิทยาลัยการเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับก็จะมีปัญหา จากหลักคิดตรงนี้ครับท่านประธาน เรากลับมาดูหลักการ และเหตุผลของร่าง พ.ร.บ. นี้ที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดแล้วว่าต้องการให้เกิดความคล่องตัวแล้วก็ รักษาอัตลักษณ์ไว้ได้เพื่อจะทำหน้าที่ในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพประสิทธิภาพและเกิด ประโยชน์กับสังคม แล้วก็สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้ และในที่สุดจะจัดการศึกษาที่เป็น อิสระเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ นี่คือเกณฑ์ที่ท่านพูดในหลักการและเหตุผล ผมจึง อยากจะขออนุญาตนำประเด็นตรงนี้กลับมาพูดที่บอกว่าการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ ที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีวุฒิภาวะของประชาคมในมหาวิทยาลัย คำถามก็คือว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตที่จะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับตามเกณฑ์ที่ท่านรัฐมนตรีพูดถึงนั้น มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีวุฒิภาวะของประชาคมที่จะทำสิ่งนั้นได้จริงหรือไม่ ผมจึงขออนุญาต ตั้งข้อสังเกต ๔-๕ ประเด็นดังต่อไปนี้

ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องอัตลักษณ์ ท่านประธานครับ ถ้าเราจำได้จริง ๆ แล้ว มหาวิทยาลัยแห่งนี้เดิมทีคือวิทยาลัยฝึกหัดครูสวนดุสิต ซึ่งทุกคนยอมรับว่าตอนสมัยที่เป็น วิทยาลัยที่เน้นทางด้านการฝึกหัดครูนั้นเป็นวิทยาลัยที่ดีมาก ผมยังจำได้ดีว่าคนเก่งทางด้าน ประถมศึกษาคือที่นี่ แต่หลังจากมาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏแล้วความเก่งทางด้าน การจัดการศึกษาด้านประถมศึกษาก็เจือจางไป ที่เจือจางไปนั้นเพราะว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ไปทำอย่างอื่นที่ตัวเองไม่ชำนาญ เพราะผู้บริหารไม่มีความรับผิดชอบต่อความเข้มแข็ง ของมหาวิทยาลัย เมื่อเป็นเช่นนี้อัตลักษณ์ก็เริ่มเจือจางไปซึ่งเคยเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูที่เก่ง วันนี้ไม่ใช่อีกแล้ว และในที่สุดเหตุผลที่สำคัญก็คือธุรกิจการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ถูกนำมาใช้เพื่อการหาประโยชน์ของธุรกิจทางด้านการศึกษามากขึ้นซึ่งเป็นตัวที่ทำลายอัตลักษณ์ ของมหาวิทยาลัย และผมถามว่าถ้าตรรกะเป็นอย่างนี้เมื่อเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในกำกับ ผมอยากจะถามว่าอัตลักษณ์ของโรงเรียนฝึกหัดครูสวนดุสิตจะเหลืออะไร ตรงนี้ก็เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมคิดว่าสำคัญมาก

ประการที่ ๒ ความเป็นอิสระทางวิชาการวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้นะครับ เอาข้อมูลมาดู มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตรับงานจากรัฐบาล ๕๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็เรื่องอื่น ๆ ไม่ต้อง พูดถึงอีก นั่นหมายความว่าผลประโยชน์จากการให้บริการทางวิชาการนั้นเข้ามาครอบงำ การบริหารมหาวิทยาลัยค่อนข้างมากและผู้บริหารของมหาวิทยาลัยก็ตอบสนองต่อผลประโยชน์ ทางการบริหารวิชาการเหล่านั้น และความเป็นเลิศทางวิชาการอยู่ที่ไหนครับ เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมถามว่าหลักการและเหตุผลที่บอกว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตจะมีความเป็นอิสระ ผมถามว่าจริงหรือ เมื่อไม่นานนี้ครับท่านประธาน ก็มีข่าวชัดเจนถึงขนาดนายกสภามหาวิทยาลัย ลาออกเนื่องจากไม่เห็นด้วยกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ไม่รักษาความเป็นอิสระทางวิชาการ ตรงนี้ละครับที่เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตแห่งนี้ความเข้มแข็ง และวุฒิภาวะของประชาคมยังไม่มีพอที่จะต้านทานกับแรงเสียดทานของผลประโยชน์ จากภายนอกได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ผมคิดว่าเราจะสูญเสียมหาวิทยาลัยที่ดีซึ่งเราเคยมีมา

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ในเรื่องของคุณภาพทางด้านการเรียนการสอน วันนี้ถามคนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตทุกคนพูดเหมือนกันครับว่าคุณภาพการเรียนการสอน เจือจางไปมาก ผมอยากจะถามเลยนะครับว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตจนถึงขณะนี้ มีทุนพัฒนาอาจารย์สักเท่าไร รับอาจารย์ใหม่ที่มีคุณภาพมีแค่ไหน ท่านประธานครับ ผมถามเลยว่า นักศึกษาที่จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่ดีมีกี่คนที่สมัครเข้ามาเป็นอาจารย์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เมื่อก่อนนี้นะครับที่จบจากอินเดียน่า จบจากยูซีแอลเอ (UCLA) จบจากเบิร์กลีย์ จบจากนอร์ทเทิร์นอิลลินอยส์ มาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ในอดีตนะครับ วันนี้ไม่มีแล้วครับ ไม่ต้องพูดถึงฮาร์วาร์ด เยล พริ้นเซส เอ็มไอที (MIT) นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้สะท้อนให้เห็นละว่าเมื่อมหาวิทยาลัยไม่มีคุณภาพ อาจารย์ที่มีคุณภาพ เขาก็ไม่มาหรอกครับ เพราะฉะนั้นคำถามก็คือทำไมมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตคุณภาพ จึงตกลง ตรงนั้นเป็นประเด็นที่จะบอกว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตยังไม่มีวุฒิภาวะ ของประชาคมที่จะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ

ประการที่ ๔ ท่านประธานครับ ในการพัฒนาทางด้านการวิจัย การเป็นมหาวิทยาลัย ในกำกับ วัตถุประสงค์หลักคือเราจะต้องทำการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ผมถามว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตซึ่งรับผิดชอบทางด้านการศึกษา ทำการวิจัยอะไรบ้างครับ ที่จะแก้ไขปัญหาคุณภาพทางการศึกษาของประเทศ ทุกคนพอพูดถึงสวนดุสิตก็บอกโพลล์ อย่างเดียวละครับ โพลล์ตรงนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณภาพการศึกษาของประเทศเลยนะครับ เพราะฉะนั้นคำถามก็คือว่าเราจะมีหลักประกันได้อย่างไรว่าการวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เมื่อเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับแล้วจะตอบโจทย์ของประเทศชาติของเรา

ประการที่ ๕ ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยในกำกับนี้ที่ผมอภิปราย มาทั้ง ๔ ประเด็น ผมคิดว่าน่าจะมากพอที่จะทำให้รัฐมนตรีเห็นว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ในหลักการควรจะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ แต่ความพร้อมยังมีไม่พอครับ ท่านถอนออกไปเถอะครับ แล้วในอนาคตเมื่อมหาวิทยาลัยมีความพร้อมแล้วจึงนำกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับนั้นวุฒิภาวะที่สำคัญที่สุดที่ควบคู่กับวุฒิภาวะของประชาคม คือวุฒิภาวะทางการบริหารที่ดีครับ วันนี้มีใครมีหลักประกันบ้างว่าผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนดุสิตจะสามารถเป็นหลักประกันที่รักษาความเป็นอิสระทางวิชาการได้ รักษาความเป็นเลิศ ทางวิชาการได้ และรักษาอัตลักษณ์ของการสอนคนจนได้ สิ่งเหล่านี้ไม่มีนะครับ แต่ปรากฏว่า หลักสูตรที่ท่านพูดถึงเรื่องค่าหน่วยกิต ท่านประธานขอเวลานิดเดียวครับ หลักสูตรที่ท่านพูดว่า หน่วยกิตจะไม่เพิ่มนะครับท่านประธาน ผมเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับ หลักสูตรเหล่านั้น เป็นหลักสูตรปกติเขาไม่ขึ้นหรอกครับ แต่หลักสูตรปกติจะมีน้อยลงจะมีหลักสูตรพิเศษมากขึ้น และหลักสูตรพิเศษตรงนี้ละครับที่มันขึ้นค่าหน่วยกิต อาจจะไม่เรียกค่าหน่วยกิตแต่เรียกค่าบำรุงครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีไม่ทราบผมจะพาท่านไปดูก็ได้ ตรงนี้คือปัญหาครับท่านรัฐมนตรี แล้วสิ่งนี้ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตทำแล้ว แล้วถ้าเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตก็จะทำมากขึ้น ตรงนั้นละครับที่เป็นปัญหาที่ท่านนิพิฏฐ์ได้พูดไว้ในตอนต้น

และประการสุดท้าย ท่านประธานครับ การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับที่ดีนั้น ต้องมีรัฐบาลที่ดีด้วยนะครับ เพราะรัฐบาลที่ดีนั้นหมายความว่ารัฐบาลจะต้องกำกับให้ได้ วันนี้นะครับท่านประธาน ผมเรียนเลยนะครับ มหาวิทยาลัยในกำกับที่ออกไปแล้วแล้วที่ บอกว่าประสบความสำเร็จ เงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัยที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายรัฐบาล ๑๕,๐๐๐ บาท รัฐบาลบอกว่าให้มหาวิทยาลัยรับผิดชอบเองครับ ให้จัดสรรจากงบประมาณ ที่เหลือจ่าย จัดสรรจากงบประมาณด้านอื่น สุดท้ายแล้วก็คืองบประมาณไม่เพิ่มต้องไป ตัดเนื้อตัวเอง เฉือนเนื้อตัวเองมาจ่ายพนักงานมหาวิทยาลัยนะครับ นี่ยังไม่ต้องพูดถึงเพิ่มขึ้น ๑.๕ นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่ารัฐบาลเอง กระทรวงศึกษาธิการเอง ก็ไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะเข้าใจมหาวิทยาลัยในกำกับและบริหารมหาวิทยาลัยในกำกับ อย่างถูกต้องตามหลักการตรงนั้น ท่านรัฐมนตรีครับ ผ่านท่านประธาน ผมขออนุญาตย้ำ อีกครั้งหนึ่งนะครับ มหาวิทยาลัยในกำกับจะประสบความสำเร็จได้เมื่อมีวุฒิภาวะของประชาคม ในมหาวิทยาลัย แต่ถ้าวุฒิภาวะของประชาคมในมหาวิทยาลัยยังไม่มีแล้วปล่อยให้เป็น มหาวิทยาลัยในกำกับ ผมคิดว่าท่านกำลังทำลายมหาวิทยาลัยแล้วก็ทำลายการศึกษา ของชาติ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปจะเป็นท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน แล้วก็มาที่ พันเอก วินัย สมพงษ์ และท่านขจิตร ชัยนิคม ตามลำดับ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... ผมรอที่จะพูดมาตั้งแต่เมื่อวาน เมื่อก่อนเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู เปลี่ยนมาเป็นวิทยาลัยครู เปลี่ยนมาเป็นสถาบันราชภัฏสวนดุสิต ปี ๒๕๓๘ ท่านประธานครับ สถาบันราชภัฏเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มีการวิจัย บริการ วิชาการแก่สังคม ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม มีอยู่ ๔๐ แห่งครับ และหน้าที่สำคัญที่สุดก็คือผลิตครูและส่งเสริม วิทยฐานะครู ท่านประธานครับ จากโรงเรียนฝึกหัดครู วิทยาลัยครู สถาบันราชภัฏ มาเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏ ปี ๒๕๔๗ ราชภัฏแปลว่าอะไรครับท่านประธาน ราชภัฏ แปลว่า คนของพระราชา เป็นนามพระราชทานและมีตราสัญลักษณ์พระราชทานด้วย วันนี้สวนดุสิต ลืมตัวบังอาจอาศัยพระราชวังเดิมเป็นที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้นักเรียน นักศึกษาเป็นครูของชาติ ตัดเอาสถาบันราชภัฏ ตัดเอาคำว่า ราชภัฏ ออกไปนะครับ เหลือแต่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มันเกะกะตรงไหนครับ มันรำคาญตรงไหนครับ ของพระราชทานแล้วคุณใช้สถานที่อยู่บังอาจ ผมคิดว่าการนำร่องของมหาวิทยาลัยที่จะเอาราชภัฏออกไปนั้น มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็นมหาวิทยาลัยแรกที่เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เหลืออีก ๓๙ แห่งที่จะตามมา คิดว่าลอกการบ้าน ทุกแห่ง ขืนปล่อยให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป อีก ๓๙ แห่ง ก็จะตัดคำว่า ราชภัฏ ออกไป สถาบันราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏ คือมหาวิทยาลัย บริการประชาชน บริการชุมชนท้องถิ่น ลูกคนยากคนจนจะได้เข้าเรียนเข้าศึกษา วันนี้ หนีจากประชาชน หนีจากคนยากคนจน ท่านรัฐมนตรีครับ นี่คือการนำร่องถามทาง เพื่อให้พรรคพวกจะได้ออกจากระบบ ให้พรรคพวกอยู่ในกำกับ เราจะไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะไปคัดค้านเขาเลย ถ้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตผ่าน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก็ใช้วังสวนสุนันทา วังสวนสุนันทาอยู่ตรงนั้นก็จะเอาเหมือนเดิม จะเอาคำว่า ราชภัฏ ออกไป แล้วเราจะไปโต้แย้งเขาได้อย่างไร เขาบอกว่าแล้วสภาผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มาได้อย่างไร ท่านประธานครับ หลายท่านได้อภิปรายมาไม่เห็นด้วย แล้วหลายท่านก็บอกว่า ให้เอากลับไปทำใหม่ ขอเป็นของประชาชนได้ไหม ขอให้ราชภัฏเป็นของคนยากคนจนได้ไหม รักษาศิลปวัฒนธรรม ผลิตครู ส่งเสริมวิชาชีพครูชั้นสูงได้ไหม ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วย ที่ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตไปอยู่ในกำกับ ผมขอให้ท่านรัฐมนตรีถอนร่างพระราชบัญญัตินี้ กลับไปก่อนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ แล้วก็มาท่านขจิตร ชัยนิคม

พันเอก วินัย สมพงษ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมใคร่ขอแสดงความเห็นอภิปรายคัดค้านอภิปรายไม่เห็นด้วยกับ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมต้องกราบขอบคุณหลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้าผมนะครับ ที่แสดงความไม่เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ แม้จะมีบางท่านแสดงความเห็นด้วยซึ่งกระผมก็เคารพ ในความเห็นส่วนตัวของท่านไม่ว่ากัน ท่านประธานที่เคารพครับ อย่าว่าแต่มหาวิทยาลัยราชภัฏ แห่งนี้ที่จะเปลี่ยนชื่อแล้วจะออกนอกระบบ จริง ๆ แล้วมหาวิทยาลัยในกำกับก็คือออกนอกระบบ อย่าว่าแต่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตครับ ไม่ว่าอะไรที่จะออกนอกระบบต่อไป กระผมคิดว่าจะมีแรงต่อต้านคัดค้านกันมากขึ้น ๆ ครับ ในอดีตมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ออกนอกระบบหรือเรียกว่าอยู่ในกำกับ ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ แม้วันนี้กระผมเองก็ไม่ได้มีความเห็นด้วยเลยครับ เหตุผลที่กระผมไม่เห็น ด้วยก็เพราะอย่างนี้ครับท่านประธาน กระผมมีความเชื่อว่าการลงทุนสร้างอะไรก็แล้วแต่ ถนนหนทาง ถนน ๔ เลน รถไฟ ๔ รางทางคู่ สนามบิน รถไฟความเร็วสูง อะไรก็แล้วแต่ครับ การก่อสร้างในทางวัตถุจะลงทุนก่อสร้างทำไปเท่าไรก็ไม่เท่ากับการลงทุนก่อสร้างของอย่างหนึ่ง ซึ่งสำคัญกว่าเยอะนั่นก็คือการลงทุนเพื่อสร้างคน การลงทุนเพื่อสร้างคนนั้นหมายถึงการให้ การศึกษากับคนในประเทศ คนในสังคมให้เป็นคนมีความรู้ดี มีความประพฤติดี มีคุณธรรมดี นั่นเป็นหลักที่ประเทศทุกประเทศทุกสังคมจะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างคนคือสร้างให้ คนมีความรู้ ท่านประธานครับ เมื่อเป็นอย่างนั้นปรัชญาของการศึกษาก็คือการศึกษานั้น จะต้องเปิดกว้างจะต้องให้คนทุกกลุ่มอาชีพไม่ว่าร่ำรวย ยากจน ไม่ว่าหญิงหรือชายสามารถ เข้าสู่การศึกษาได้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรปิดกั้น นั่นก็คือการศึกษาต้องราคาไม่แพง ต้องไม่สิ้นเปลือง ต้องถูกสตางค์ครับ คนจนก็มีสิทธิ แต่ความจริงโดยข้อเท็จจริงนั้นท่านประธาน ตั้งแต่เรามี การปฏิรูปการศึกษาเมื่อปี ๒๕๔๐ โน่นละครับ ปฏิรูปให้การศึกษาเป็นแท่ง ๆ ๓ แท่ง ๔ แท่ง แท่งของการศึกษาที่เราปฏิรูปมากระผมเห็นชัดเจนว่าในแท่งของครูบาอาจารย์นั้น เห็นประโยชน์ชัดเจนครับ เงินเดือนสูงขึ้น รายได้มากขึ้น โอกาสเติบโตก้าวหน้ามากขึ้น แต่ผมเคยถามนักปฏิรูปการศึกษาว่าในส่วนผลิตผลของการศึกษาที่แท้จริงคือเด็ก เยาวชน นักเรียน มีอะไรเป็นตัวประกันว่าจะให้คน ให้ผลิตผลเหล่านั้นเอาท์พุท (Output) ของการศึกษาที่แท้จริงของสังคมให้เขาดีขึ้นบ้าง มีอะไรเป็นตัวประกันว่าเขาจะมีการศึกษาดีขึ้น มีความรู้มากขึ้นกว่าเก่าที่ชัดเจนถึงวันนี้ผมก็ยังไม่มีคำตอบ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ โดยข้อเท็จจริงวันนี้ถ้าเราเอาการศึกษา เอาคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยระดับ มหาวิทยาลัยก็ดี ระดับมัธยมศึกษาก็ดีครับ ไปเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เอาเฉพาะ ในกลุ่มอาเซียนครับ เราไม่อยู่ชั้นแนวหน้าเราอยู่ท้าย ๆ พูดไปก็น่าอายครับ เราต่ำกว่า หลายประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเราไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ถ้าเปรียบเทียบกับการศึกษาระดับโลก เราตกรุ่น เราตกรอบ เราหลุดโลกไปเลยครับ แปลว่าหลังจากปฏิรูปการศึกษา หลังจากที่เปิด ให้การศึกษาออกนอกระบบ ผลิตผลการศึกษานั้นแย่ลง ๆ แล้วราคาก็แพงขึ้น ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุนี้กระผมจึงต่อต้านคัดค้านไม่เห็นด้วยครับ ถึงแม้ว่า การโหวตของเราอาจจะแพ้ แต่อย่างน้อยการต่อต้านคัดค้านของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราได้สะท้อนความเห็นของพี่น้องประชาชนคนยากจน เราไปที่ไหนพ่อแม่ ผู้ปกครองล้วนแต่บ่นกับพวกเราเสมอว่าวันนี้การศึกษาระดับมหาวิทยาลัยนั้น แพงเหลือเกิน ๆ นี่ละครับคนไทยจึงชอบการศึกษาฟรีในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา มันสะท้อนให้เห็นชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างน้อยที่สุดเมื่อนักศึกษาเองก็ออกมา ต่อต้าน พวกเรา ส.ส. ไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลเกือบจะประสานเสียงเป็นเสียงส่วนใหญ่ว่า เราไม่เห็นด้วย อย่างน้อยที่สุดในวันข้างหน้าท่านเตรียมจะเอากฎหมายอย่างนี้เข้ามาชะลอ ๆ ไว้ก่อนเถอะครับ เราอาจจะเห็นด้วยกับต่างประเทศ แต่ประเทศไทยนั้นวันนี้สภาพเศรษฐกิจ สังคมเราเหมือนเขาหรือเปล่า ประชาธิปไตยของเขาเอามาใช้บ้านเราใช้ได้หมดหรือเปล่า แม้การศึกษาก็เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ครับกระผมจึงไม่อยากจะให้การศึกษาเป็นการค้า ไม่เอา การศึกษาไปเป็นการค้าซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนในเรื่องค่าใช้จ่ายการศึกษา เพราะฉะนั้น กระผมจึงขอแสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. เรื่องพรรค์อย่างนี้ครับ ด้วยความเคารพ อย่างสูงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านขจิตร ชัยนิคม เดี๋ยวผมอ่านลำดับชื่อก่อนท่านจะได้เตรียมตัวอีกนะครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับท่านขจิตร

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ผมจะอ่านอีก ๒ ท่าน ท่านจะได้เตรียมตัวได้ หลังท่านขจิตรแล้วจะเป็น คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม แล้วก็ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญท่านขจิตรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี 🔗

ครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชมเชยรัฐบาล ด้วยความจริงใจที่กล้าหาญ แล้วก็ให้โอกาสของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้มีโอกาสพัฒนา ศักยภาพตัวเองสูงสุดโดยไม่อยู่ภายใต้กำกับของคนกลุ่มเดียวคือรัฐบาล ต้องขอความขอบคุณ ที่รัฐบาลใจกว้าง ต้องการส่งเสริมเสรีภาพทางวิชาการอย่างแท้จริง

อันดับแรก ต้องชมเชยด้วยความจริงใจในความใจกว้างของรัฐบาล ต้องการ ให้มหาวิทยาลัยสร้างคนที่มีอิสระทางวิชาการ นั่นคือความเจริญของระบอบประชาธิปไตย

อันที่ ๒ ผมต้องขอชมเชยผู้บริหารบุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ที่เพียรพยายามสั่งสมความพร้อมในการที่จะออกไปนอกระบบไปรับผิดชอบตัวเอง ท่านประธานครับ การที่มหาวิทยาลัยหรือคณะผู้บริหาร หรือบุคลากรมหาวิทยาลัยใด กล้าหาญชาญชัยที่จะประกาศออกจากระบบราชการภายใน ๒-๓ ปี จะรับผิดชอบตัวเอง โดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐบาล มีน้อยนะครับ แล้วเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราไม่ส่งเสริมหรือครับ นักบริหารถือว่าอย่างนี้ชั้นยอดแล้ว ผมรู้จักมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ดีครับ ผมรู้จักดีมากเพราะผมรู้จักว่าเขาพัฒนาวิชาการ เขาพัฒนาความเป็นเลิศในหลายด้าน บุคลากรเขาประชุมกันจนเห็นมีวุฒิภาวะสิครับเขาเห็นตรงกันแล้วเขาถึงเสนอมา แล้วท่านรู้ไหมครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตไม่ได้ทอดทิ้งความเป็นอัตลักษณ์ในการเป็นมหาวิทยาลัยผลิตครู ขณะนี้เขายังมีความเป็นหนึ่งในการผลิตครูปฐมวัย หรือเดิมเรียกว่าประถมศึกษา เดี๋ยวนี้ปฐมวัย เขาพูดอย่างนี้ แล้วมีใครล่ะพิสูจน์ชัดเจนว่าเหนือกว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เขาเป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของประเทศไทย โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอยู่ ยังเป็นอนุบาลอยู่แล้วเขาสูญเสียอัตลักษณ์ตรงไหน แล้วรู้ไหมมหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนดุสิตเขาเก่งอะไร เขาเก่งในเรื่องโภชนาการ วันนี้ใครจะเทียบมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ท่านรู้ไหมว่าเขามีโรงสีอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี แล้ววิทยาเขต มหาวิทยาลัยเขาทั้งมหาวิทยาลัยทั้งระบบนี่เขาใช้โรงสีโรงนี้รับผลิตผลข้าวจากชาวนา รับกิจกรรมจากนาของเขาแล้วมาผลิตเป็นข้าวมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต แล้วก็แจกจ่าย ไปใช้ในเครือข่ายของมหาวิทยาลัยแล้วเข้าสู่ตลาดบ้างนิดหน่อย นี่เขาไม่สามารถหรือ มีโรงสี เป็นของตัวเองอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วมีโรงเบเกอรี่ (Bakery) สามารถดำเนินธุรกิจ โรงแรมมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มีกำไรแล้วอย่างนี้ไม่มีวุฒิภาวะพอหรือ พอสิ แล้วเขาทะลุขึ้นมาในขณะที่มหาวิทยาลัยที่บอกดัง ๆ ไม่กล้าที่จะเสนอมาเพื่อรับผิดชอบ ตัวเอง แล้วมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตกล้าผงาดขึ้นมาผมต้องชมเชยด้วยความจริงใจ แล้วผมรู้ด้วย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตมาเป็นอธิการบดีด้วยอุดมการณ์ เป็นคนมีสตางค์ เสียสละสิ่งที่ควรจะมีมาบริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต แล้วท่านรู้ไหมคนที่อภิปราย ผมรู้เขามีเงินที่จะได้จากพ่อแม่ตระกูลเขามากกว่าเงินเดือนที่อธิการบดีจะได้หลายสิบเท่า เขายังมาทำที่นี่ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของความเป็นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เขาถึงทำโรงแรมได้ เขาถึงมีปฐมวัยที่เป็นแบบอย่าง เขาถึงมีเรื่องโภชนาการ แล้วเขาทำเบเกอรี่ มีโรงเนยที่จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วท่านรู้ไหมสิ่งเหล่านี้ ผมรู้ ผมจึงเห็นด้วยและส่งเสริมอย่างยิ่ง ให้มหาวิทยาลัยก้าวออกไปนอกระบบเพื่อปลดภาระความผูกพันนี้ เรื่องการเรียนท่านห่วง หรือท่านห่วงค่าเทอมทำไม ทำไมวันนี้ท่านไม่ห่วงความไม่มีคุณภาพของมหาวิทยาลัย เรียนแพง เรียนไม่แพง จบไปแล้วไม่มีงานทำ เรียนแล้วทั้งระบบวันนี้พัฒนาตัวเองไม่ได้ ไม่รู้จักวิธีการ ที่จะพึ่งตัวเอง ท่านไม่กลัวหรือแบบนั้น แต่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตเขาประสบความสำเร็จ ในการทำงานแบบนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่ง และเห็นด้วยด้วยความรู้จริงว่า มหาวิทยาลัยนอกระบบควรจะมีในประเทศที่ไม่ส่งเสริมเผด็จการ ถ้าต้องการความเป็น ประชาธิปไตย ต้องการอิสระ เสรีภาพ ต้องการนักวิชาการที่เป็นอิสระ ข้อวิจารณ์กับสวนดุสิตโพลล์ หรือเป็นข้อวิจารณ์ธรรมดาที่ไม่ชอบก็บอกไม่ถูกใจ แต่ใครจะมีมาตรฐานเท่าเขา เขาทำมา แล้วความเพี้ยนจากโพลล์มันมีอะไรบ้างเขาก็บอกแล้วนี่ ปัจจัยที่จะทำให้โพลล์เพี้ยนไปมันก็มี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จึงเป็นเหตุเป็นผลว่าผมสมควรอย่างยิ่งที่สนับสนุน แต่ผมท้วงติงอยู่ว่า มาตรา ๖ วัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยผมขอหน่อยได้ไหม ขอว่าให้มันหลีกจากมหาวิทยาลัย ทั่วไป ขอให้เพิ่มคำว่า มุ่งพัฒนาศักยภาพของบุคคลให้ไปสู่ความเป็นผู้นำอัจฉริยะสากล ผมไม่เห็นมหาวิทยาลัยไหนมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาอัจฉริยภาพของคน เรายังไม่มีการสร้าง ผู้นำรุ่นใหม่เหมือนประเทศสิงคโปร์ เหมือนประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเขาลำดับ ๑ ของโลก ผมอยากให้มหาวิทยาลัยไปดูตรงนั้น ท่านรัฐมนตรีครับ ผมฝากท่านประธานไปหาท่านรัฐมนตรี ไปทำหน่อยครับ การพัฒนาศักยภาพ การเดินไปของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนี้ เป็นแบบอย่างของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันนี้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งเอเชียแล้วติด อันดับโลก เขาออกนอกระบบ ๒ ปี วันนี้มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นศูนย์การแพทย์นานาชาติ ซึ่งได้รับการรับรองจากทั่วโลกเพราะเขาออกนอกระบบ การบริหารมีความคิดริเริ่มมากกว่า ระบบราชการ มีความคิดริเริ่ม ไม่มีขีดจำกัดที่จะพัฒนา มันจึงสอดคล้องกับอาเซียน มหาวิทยาลัยก็ต้องออกไปรับผิดชอบตัวเอง ท่านประธานครับ ผมฝากอย่างเดียวเท่านั้น วัตถุประสงค์ข้อที่ ๖ การพัฒนาศักยภาพรายบุคคล การสำรวจความเก่ง ขออนุญาตต่อเวลา นิดหน่อยครับ ท่านประธานครับ ระบบการศึกษาของประเทศเราผมฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการนะครับ เรากำลังทำโรงเรียนอุปมาว่าเอานกอินทรี เอาลิง เอาปลา มาเรียน วิชาเดียวกันในชั่วโมงที่เรียนบิน ปลามันคิดอย่างไรถึงจะมีความสุข เพราะท่านเอาทุกคน มาเรียนภายใต้การผ่านมาตรฐานเดียวกัน ในชั่วโมงบินที่บินในอากาศนกอินทรีย่อมมีความสุข แต่ปลากับลิงมันจะมีความสุขได้อย่างไร แล้วทำไมระบบการศึกษาทั้งประเทศไทยให้คนทุกคน เข้าไปในหลักสูตรเดียวกัน ผมจึงขอเพิ่มวัตถุประสงค์ในข้อ ๖ ว่ามุ่งพัฒนาศักยภาพความเป็น บุคคล ความเป็นอัจฉริยะในตัวแต่ละคนให้พัฒนาไปสู่ความเป็นผู้นำระดับสากล ถ้าอยากดู ก็ไปดูประเทศสิงคโปร์ ไปดูประเทศนิวซีแลนด์ บอกให้ชัดเจนเลยนะครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก วันนี้อยากจะกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่านแปลกใจไหมครับว่านาน ๆ เราจะมีร่าง พ.ร.บ. การศึกษาที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยเข้ามาสู่การพิจารณาของสภา และทุกครั้งเวลาสภา พิจารณากฎหมายของมหาวิทยาลัยเรามักจะเป็นเอกภาพ ส.ส. ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เรามักจะมองถึงเป้าหมายทางการศึกษา มักจะไม่มีปัญหา แต่ครั้งนี้ท่านแปลกใช่ไหมครับว่า วิธีคิดของ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลเองก็ยังมีความคิดที่แตกต่างกัน แม้แต่รัฐบาลเองนะครับ ฝ่ายค้านเองก็ยังมีมุมมองที่แตกต่างกันไป เพราะผมเชื่อว่าวันนี้การผลักดันของรัฐบาลในการ ทำให้เกิดจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนำไปสู่มหาวิทยาลัยสวนดุสิตซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย ในกำกับ ท่านกำลังทำผิดในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทั้ง ๆ ที่ท่านกำลังจะเดินเป็นแบบสูตรสำเร็จ ท่านประธาน ผมกำลังจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบสูตรสำเร็จของรัฐบาลที่เป็นการเหมาคน ทั้งประเทศ เช่นท่านกำลังจะปรับโครงสร้างราชการเพื่อลดจำนวนข้าราชการลง โดยที่ ก.พ. ทำทุกองค์กรเหมือนกันหมด ปรากฏว่าพยาบาลประท้วงทุกปีครับ ถ้าท่านแยกแยะ หลักเหตุผลตรงนี้ท่านจะรับรู้ว่าวิธีคิดของรัฐบาลที่แบบเหมาเข่งบุคลากรทั้งประเทศ เหมือนกันหมด ปรากฏว่าบุคลากรทางด้านสาธารณสุขกับบุคลากรทางสายอื่นเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ พยาบาลเขาจึงประท้วง ขณะเดียวกันวันนี้รัฐบาลกำลังจะเหมาเข่งครับ รัฐบาลคงกำลังคิดว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะเอามหาวิทยาลัยทุกแห่งเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ ซึ่งภาษาชาวบ้านคือการออกนอกระบบ แต่ผมอยากจะเตือนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่า ผมว่าท่านใจร้อนไปนิดหนึ่งครับ วันนี้สังคมมันยังไม่ใช่ ท่านประธาน กำลังเปลี่ยนครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตจะมองแบบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมองแบบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมองแบบมหาวิทยาลัยมหิดล ผมว่าอย่าไปมองครับ คืออัตลักษณ์ วัตถุประสงค์ ถิ่นกำเนิด ของแต่ละสถาบันก็แตกต่างกัน เราอยากจะเห็นสถาบันราชภัฏสวนดุสิตเป็นสถาบันการผลิตครู ที่ดีที่สุดในประเทศครับ เท่ากับว่าสมมุติวิชาชีพครูถ้าจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ทุกคนต้องต้อนรับ แต่คำถามถามว่ามันใช่หรือครับ โจทย์ข้อนี้ท่านได้รับการตอบหรือครับว่า การเปลี่ยนออกจากร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตมาเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิต คำตอบนี้มันใช่หรือครับ ผมว่ามันไม่ใช่เป็นคำตอบ และผมเกรงว่าขณะนี้การที่ออก มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมาเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐมันก็เหมือนเป็นการแห่ตามกระแสไป มันก็จะทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏต่าง ๆ ก็มองมหาวิทยาลัยสวนดุสิตเป็นต้นแบบและแห่ ตามกระแสไป ผมถามตรง ๆ ว่าท่านเชื่อหรือว่าจะได้ประโยชน์กับสังคมไทย เราต้องยอมรับว่า วันนี้มหาวิทยาลัยมันมีหลายระดับครับ เราก็ต้องให้โอกาสราชภัฏเขาเข้มแข็งขึ้นแต่ไม่ใช่วันนี้ ว่าจะปล่อยให้เขาโบยบินออกไปเลย เพราะผมเชื่อว่าถ้าท่านทำอย่างนี้สุดท้ายแล้วมันก็คือ ระบบธุรกิจทางการศึกษา ท่านประธานครับ ผมอยากจะย้ำว่าการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ มันมีที่มาของความล้มเหลวของระบบทุนนิยม มีเพื่อนนักวิชาการหลายท่านที่มาเป็น ส.ส. ได้ชี้ให้เห็นว่าที่มาที่ไปของการปฏิรูประบบการศึกษาที่เรียกว่ามหาวิทยาลัยออกนอกระบบ มันเกิดขึ้นหลังจากปี ๒๕๔๐ ที่ได้รับคำแนะนำจากไอเอ็มเอฟ (IMF) ที่ให้มหาวิทยาลัย ยืนด้วยตัวเอง แต่วันนี้มันกลายเป็นกระแสที่ต้องทำตามครับ ถ้าท่านทำตามไปขึ้นมาแล้ว มหาวิทยาลัยของคนยากคนจนมันก็จะมีช่องว่างมากยิ่งขึ้น ท่านประธานต้องยอมรับครับว่า วันนี้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยมหิดล มันเป็นของเด็กที่มีโอกาส แต่มหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นของลูกคนจนที่ยังด้อยโอกาส แต่อย่างน้อย ให้โอกาสเขาเข้ามาศึกษาในระดับปริญญาตรี แล้วคนเหล่านี้ก็จะมีโอกาสมากยิ่งขึ้น แต่วันดีคืนดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตลืมตัวครับท่านประธาน สถาบันราชภัฏสวนดุสิตเห็นจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยติด ๑ ใน ๑๐๐ ของโลก ว่าจะอยากเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ซึ่งมันไม่ใช่ ผมว่าอีก ๑๐ ปีก็ยังไม่ใช่ แต่ผมยังอยากเห็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตเป็นมหาวิทยาลัย การผลิตบัณฑิตครูชั้นนำของประเทศครับ ผมเลยอยากจะเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านถอนออกไปก่อน ไปปักหลักตั้งหลักคุยกันให้เรียบร้อยว่ามันใช่หรือเปล่า อย่าไปทำตาม กระแส อย่าไปเห่อตามเขา เราต้องยืนมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตไว้ให้เป็นหลักในการผลิต บัณฑิตครูแล้วก็เป็นหัวใจเพื่อให้ลูกคนยากคนจนได้เข้ามาศึกษา ผมกล้ายืนยันและให้บันทึกไว้ เลยว่าวันใดที่ท่านผลักดันมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตออกไปนั้นระบบการค้าทางการศึกษา เกิดขึ้นทันทีครับ คำถามถามว่าเกิดอย่างไร อธิการบดีมหาวิทยาลัยหรือผู้บริหารมหาวิทยาลัย เมื่อสักครู่ผมมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนที่เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เขาบอกว่าจริงอยู่ เด็กที่เรียนในกรอบปกติค่าบำรุงการศึกษาเหมือนเดิมไม่มีผลกระทบ แต่พวกนี้ที่นั่งมันจำกัด แต่ที่นั่งจะไปขยายคือที่นั่งในกรอบพิเศษ ก็คือเป็นการรับนักศึกษาในรอบพิเศษ เช่น รอบวันเสาร์ วันอาทิตย์ รอบนอกเวลาราชการ หรือหลักสูตรนานาชาติ พวกนี้จะเป็นรอบพิเศษซึ่งค่าหลักสูตรหรือค่าเรียนที่แพงมาก แต่ที่นั่งในภาวะปกติมันจะถูกจำกัดมากยิ่งขึ้น เพราะว่ามันคือธุรกิจทางการศึกษา คำถาม จึงถามว่าแล้วลูกคนยากคนจนเขาจะมีโอกาสเข้ามาหรือครับท่านประธาน และผมอยากจะ เรียกร้องนะครับว่าวันใดที่ท่านผ่านกฎหมายฉบับนี้ออกไปเท่ากับว่าโอกาสของลูกคนยากคนจน ก็จะด้อยลงไปทุกที และผมจะเรียนกับท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่าระบบมาเฟีย (Mafia) ทางการศึกษาเกิดขึ้นแน่นอนครับ เราต้องไม่ปฏิเสธนะครับว่าวันนี้ระบบการศึกษา ที่แยกออกเป็นมหาวิทยาลัยอิสระ มหาวิทยาลัยในกำกับเขามีมาเฟียเกิดขึ้นจริง จะเป็นมาเฟีย ของผู้บริหารมหาวิทยาลัยในการที่จะมีกลุ่มมีกระบวนการในการครอบงำสถาบันการศึกษานั้น ฉะนั้นผมไม่ต้องการเห็นภาพมหาวิทยาลัยที่เปิดโอกาสให้คนยากคนจนซึ่งขณะนี้ระดับเขา กำลังไต่ขึ้น ๆ ดีวันดีคืนขึ้นมา อย่างน้อยเปิดโอกาสให้ลูกคนยากคนจนได้เข้ามาศึกษา ในสถาบันแห่งนี้ ถ้าท่านปล่อยหลุดไปเมื่อไรที่นั่งของคนยากคนจนจะจำกัดทันทีครับ จะเป็น หลักสูตรพิเศษทั้งสิ้นครับ แล้วพวกนั้นจะเป็นธุรกิจทางการศึกษาตามมา ผมเรียกร้อง ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่ากลับไปตั้งหลักใหม่ ไหน ๆ รัฐบาลก็ตั้งงบประมาณในการ อุดหนุนการศึกษาอยู่แล้ว เราจัดระบบให้ดี มันเหมือนท่านมีลูกหลายคนท่านประธานครับ เรามีลูกหลายคน ลูกคนไหนที่เข้มแข็งที่จะโบยบินได้เราก็ปล่อยให้เขาโบยบิน วันนี้ท่านเป็น รัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องการศึกษา ดูแลมหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แข็งแกร่ง จะไปแข่งขันในระดับโลกท่านก็ปล่อยให้เขาแข่งขันไป แต่ลูกที่ ยังไม่เข้มแข็งท่านต้องฟูมฟักเพื่อให้ลูกเหล่านี้อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลและเปิดโอกาส ให้คนยากคนจนได้เข้ามา สังคมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดครับ ไม่ใช่หมายความว่าเราจะ ปล่อยให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตอยู่แบบนี้ตลอดไปครับ เวลาสังคมเปลี่ยนไป คนมีวุฒิภาวะ มากขึ้น ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมีวุฒิภาวะมากขึ้น เราก็ค่อย ๆ ปล่อยไป ๆ แล้วผมเชื่อว่า ปล่อยไปแบบมีอัตลักษณ์ครับ ท่านอย่าใจร้อนครับ ถ้าท่านใจร้อนมันจะล้มเหลวตามมาครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... ก็ได้ฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายกันตั้งแต่เมื่อวาน แต่ส่วนหนึ่ง ที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งก็คือวันนี้เราไม่สามารถที่จะยุติหรือหยุดการเปลี่ยนแปลงได้ไม่ว่า จะเรื่องอะไร หลายคนเวลาพูดก็เรื่องเออีซี (AEC) ตอนนี้กำลังดัง แม้กระทั่งโรงเรียนชนบท บ้านผมนี่ วันที่ ๑๗ ที่จะถึงนี้ผมเชิญคุณนิติภูมิไปบรรยายให้เขาเข้าใจคำว่าเออีซี นั่นก็คือเรา หลีกหนีไม่พ้นกับกระบวนการการเปลี่ยนแปลง ผมยังชอบมหาวิทยาลัยรามคำแหงในสมัย ศาสตราจารย์ดอกเตอร์รังสรรค์ แสงสุข อยู่เรื่องหนึ่งคือท่านไปกระจายมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทุกท้องถิ่นแม้กระทั่งที่จังหวัดสุรินทร์ของผม มันต้องกล้าครับ และผมก็ชมเชยพรรคประชาธิปัตย์ วันนั้นที่ยกฐานะของสภาตำบลเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล เขาวิจารณ์กันเยอะแยะ ความรู้ไม่มี อ้ายโน่นอ้ายนี่ แต่วันนี้ อบต. ก็ไปได้ การพัฒนาบ้านเมืองก็ไปได้ ผมเชื่อว่า การศึกษาก็ไม่ต่างกันหรอกครับ ผมก็เป็นครูประชาบาลคนหนึ่งไม่สามารถที่จะอวดตัวเองว่า เป็นนักการศึกษาหรอกครับ แต่ที่ผมดูมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตวันนี้เขามีอัตลักษณ์ ที่แปลกกว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ๑. ในเรื่องของการจัดการบริหารเรื่องอาหารการกิน เหมือนกับท่านขจิตร ชัยนิคม ได้อภิปรายไปแล้ว เรื่องการโรงแรมและเรื่องวุฒิภาวะของ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ถือว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนั้นอยู่ในชั้นแนวหน้า ผมเคยทักท้วง ตั้งแต่จะยกวิทยาลัยครูสุรินทร์ที่ผมจบมานี่ท่านประธาน เป็นมหาวิทยาลัย เป็นราชภัฏวันนั้น ผมบอกในที่ประชุมของวิปวันนั้น ผมก็เป็นวิป ผมบอกว่าอย่าเพิ่งยกเลยครับ เอาวิทยาลัยครูสุรินทร์ ไว้ก่อน วิทยาลัยชนบทนี่มันเป็นสถาบันการศึกษาของท้องถิ่น เป็นสมบัติอันคู่ควรกับท้องถิ่น เขาบอกไม่ได้ วันนี้มันมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ก็มันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว มันเดินไปแล้ว ก็ทดลองเถอะครับอย่ากลัวอะไร เพราะการยืนอยู่กับที่พอเห็นคนอื่นมาเปลี่ยนแปลง เห็นคนอื่นมาเปิดโลกบางคนรับไม่ทันรับไม่ได้ ผมนี่จริง ๆ แล้วเป็นครูบ้านนอก เรียนกว่าจะจบ ปริญญาตรีนี่ท่านประธานน่าสงสารมาก พ่อแม่ยากจน ถ้าพ่อแม่รวยนี่ได้ไปต่างประเทศ กับเขาเหมือนกันครับ แม่ก็ไม่ได้มีความรู้มาก พ่อก็ไม่ได้มีความรู้มาก แต่ว่าสนใจในเรื่อง ของการศึกษา เพียงแต่วันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ฝากรัฐมนตรีไว้ ๓-๔ เรื่องกับเรื่อง ของการที่จะให้มหาวิทยาลัยอยู่ในการกำกับ นั่นก็คือเรื่องของอธิการบดี เช่นที่จังหวัดสุรินทร์วันนี้ ๔ ปีแล้วท่านตั้งอธิการบดีไม่ได้ คือการเมือง มันรุนแรง นี่คือปัญหานะครับ วันนี้เมื่อออกนอกระบบแล้วใครจะควบคุมอธิการบดีล่ะ ในเมื่ออธิการบดีมาควบคุมคนในโรงเรียน อันที่ ๒ เรื่องของผลสัมฤทธิ์ของเด็ก ตรงนี้ต้องดูกัน ให้ดีอย่าให้ได้แต่องค์ประกอบอื่น ผลสัมฤทธิ์ของเด็กต้องให้เกิดขึ้น ต้องให้เห็นขึ้น อันที่ ๓ เรื่องทุน ผมไม่เข้าใจว่าเมื่อออกนอกระบบแล้วทุนจากรัฐบาลจะส่งเสริมเข้าไปอีกหรือไม่ หรือจะเป็นทุนในมหาวิทยาลัยเอง เพราะเด็กยากจนมันแน่นอนครับทุกมหาวิทยาลัย ขนาดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยถือว่าเป็นชั้น ๑ แล้ว คนที่เข้าไปเรียนก็หน้าขาว ตัวขาว เกรดเอ (Grade A) ทั้งหมด แต่ในเกรดเอทั้งหมดท่านประธานที่เคารพครับ มันแฝงไปด้วย ลูกคนจนช้างเผือกมาอยู่ พวกนี้เขาก็แสวงหาทุนจากการไปศึกษาทำให้เขาได้มีโอกาส ฉะนั้นตรงนี้ผมอยากฝากไว้ด้วยนะครับ แล้วก็เรื่องของสภามหาวิทยาลัยที่จะไปควบคุม เมื่อคืน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีผมดูข่าวแปลกใจเรื่องของมหาวิทยาลัย ผมจำไม่ค่อยได้ชัดเจน ผมดูเพิ่งกลับจากสภาเมื่อคืน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติ ให้เปิดคณะสัตวแพทยศาสตร์ แต่บังเอิญพอเปิดเสร็จไปตรวจสอบสถาบัน สถาบันไม่มีอาคารเรียน สาขาวิชาสัตวแพทยศาสตร์ให้ยกเลิกเด็กที่เรียนอยู่ ปัญหาเรื่องเหล่านี้มันจะเป็นปัญหาที่จะ เกิดขึ้นในวันข้างหน้ากับมหาวิทยาลัย แต่ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตที่ผมสนับสนุน ผมไม่เป็นห่วงหรอกครับ เพราะผมได้สอบถามแล้วหลาย ๆ เรื่อง ยกเว้นที่ผมเชื่อแน่ว่า หลายคนวันนี้ผมฟังดูจากการอภิปรายยังเบียดยังคาใจเรื่องโพลล์พูดมาตั้งแต่ที่ลาออก ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ตรงนี้เป็นเพียงแต่ว่าเป็นกิจกรรมหนึ่ง เท่านั้นเองนะครับ มานิตย์เองก็ยังจะออกครูมานิตย์โพลล์เลยครับ แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกัน มากมาย บางเรื่องนี่ถ้าเราไม่ให้โอกาส เราไม่กล้า เราไม่กล้ากับการพัฒนา เราไม่กล้ากับเปิด โลกทัศน์เราพัฒนาไปไม่ทันหรอก เขาบอกว่าเมื่อก่อนประเทศเวียดนาม ประเทศพม่าห่างกับ เรามาก แต่ถามว่าวันนี้เป็นอย่างไรล่ะครับ ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่าเป็นอย่างไรล่ะครับ เพราะที่เราอย่างนี้ละครับ พอใครจะเกิดขึ้นมาก็กดไว้ อันนั้นก็กดไว้ อันนี้ก็จะกดไว้ อันนั้น ก็จะกดไว้ มันก็ไม่มีโอกาสได้มีวิธีคิดต่าง ผมนี่เป็นคนชอบการเปลี่ยนแปลง ผมชอบคนมีวิธีคิด ที่ต่าง เพราะวิธีคิดที่ต่างทำให้เรากลับมานั่งคิดและนั่งทบทวน ถ้าเรื่องที่ดีให้เกิดไปข้างหน้าได้ ผมเชื่อว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตที่จะยกสถาบันมาเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตไว ๆ นี้ เขาคงเตรียมความพร้อมไว้มากมายครับ แล้วอย่างน้อย ๆ ถึงแม้ว่าเขาออกนอกระบบแล้ว ผมไม่เชื่อหรอกครับว่ารัฐมนตรีไม่สามารถที่จะคุยได้ รัฐบาลไม่สามารถที่จะคุยเข้าไปดูแล กันได้ อย่างไรเสียก็แล้วแต่ความเป็นรัฐบาลที่จะควบคุมกำกับในการบริหารจัดการของ องค์กรต่าง ๆ ทุกเรื่องผมเชื่อแน่ว่าที่จะต้องประสานกันได้ ที่จะต้องคุยกันได้ แล้วเขาได้รับเกียรติ จากสภา ไม่ต้องไปพูดถึงนครพนมนะครับ เพราะอันนั้นเป็นกรณีพิเศษ เอาแต่ราชภัฏเขา เป็นราชภัฏแห่งแรกที่ขึ้นมาผมเชื่อว่าอัตลักษณ์ของเขา ถิ่นกำเนิดของเขาที่เขาได้ทำอยู่ วันนี้ที่เขาได้โชว์อยู่ แล้วเขาได้ปฏิบัติอยู่ผมว่าเขายิ่งที่จะพัฒนาขึ้น แล้วก็ฝากเรื่องค่าหน่วยกิต ตรงนี้ที่ผมเป็นห่วงอยู่เรื่องเดียวเรื่องค่าหน่วยกิต วันนี้อาจจะใช่เหมือนกับโรงเรียนประถม ที่เราให้เริ่มที่จะทดลอง ๕๘ โรงเรียน ให้บริหารเป็นนิติบุคคล ให้บริหารจัดการกันเอง โรงเรียนมีสิทธิในการเสนอคณะกรรมการสถานศึกษา สามารถที่จะรับ ผอ. โรงเรียน หรือผู้บริหารโรงเรียนเข้ามาบริหารจัดการได้ สามารถที่จะคัดครูได้ สามารถที่จะอะไรได้ แต่พอนานเข้าเกิดดังขึ้นมาแล้วไปเรียกเงินเขา ไปเรียกร้องเขา อ้ายตรงนี้ฝากไว้ แต่มันหนี ไม่พ้นหรอกครับ เพราะการศึกษาคือการลงทุน ถ้าไม่ลงทุนวันนี้เราไม่มีโอกาสก็เหมือนผม ถ้าผมรวยฐานะผมดีผมไม่ได้เรียนอยู่บ้านนอก ไม่ได้ต่อมาจากศึกษาผู้ใหญ่ ไม่ได้มาจากวัด กว่าจะจบ ป.กศ. สูง ไป ป.ม. ไป ค.บ. มันหลายขั้นตอน ก็เพราะการศึกษาการลงทุน ก็คนที่มันมีทุนเห็นไหมท่านประธาน ปุ๊บปั๊บ ๆ ปริญญาตรีเมืองนอก ปริญญาโทเมืองนอก ดอกเตอร์เมืองนอก ฉะนั้นเราปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ ทุนกับการศึกษาเป็นของควบคู่กันไป ผมก็เลยยังสนับสนุนครับ ก็ฝากกรรมาธิการหน่อยนะครับ ข้อสังเกตหลาย ๆ ท่านจากในที่ประชุมแห่งนี้ ท่านจะเข้าไป ยกฐานะมหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นแห่งแรกที่ออกนอกระบบอยู่ในการกำกับของรัฐครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ อีก ๓ ท่านสุดท้ายนะครับ ผมจะขอปิดการอภิปรายและจะขอลงมติ มีอย่างนี้นะครับ ต่อไปเป็นท่านจุติ ไกรฤกษ์ และมาที่ท่านสงวน พงษ์มณี และท่านสุดท้าย ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นะครับ เชิญท่านจุติ ไกรฤกษ์ ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าในร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... ซึ่งเสนอสภาในวันนี้ โดยปกติแล้วผมเป็นคนที่สนับสนุนเรื่องการศึกษาอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู สาเหตุเพราะผมมีความเชื่อมั่นครับว่าการศึกษาเท่านั้นจะทำให้คนเราพ้นจากวงจรอุบาทว์ ของความยากจน ผมเชื่อว่าคนเรานั้นฝึกได้ นับประสาอะไรครับท่านประธาน สัตว์ยังเอาไป ฝึกละครสัตว์ได้ คนนั้นต้องเรียนรู้แล้วก็ฝึกได้มากกว่าสัตว์แน่นอน แต่วันนี้ผมฟังคำชี้แจงจาก ท่านรัฐมนตรีซึ่งกระผมก็ให้ความเคารพนะครับ เป็นคนจังหวัดพิษณุโลกด้วยกัน แต่ผมยัง ไม่มั่นใจครับท่านรัฐมนตรีว่าร่างที่เสนอในวันนี้จะทำได้ตามที่ท่านพูดหรือว่าที่เขาเขียนมาให้ ท่านชี้แจงกับสภาหรือไม่

ประเด็นแรกครับท่านประธาน มหาวิทยาลัยราชภัฏนั้นผมยืนยันว่า จังหวัดพิษณุโลกนั้นมีคุณภาพแน่นอน แต่ประเด็นที่ผมเป็นกังวลก็คือว่าวันนี้กำลังเป็นกระแส ที่จะเอามหาวิทยาลัยนั้นออกนอกระบบ แต่ประเด็นที่เป็นห่วงที่ฟังทั้งท่านรัฐมนตรีชี้แจง และคนข้างหลังเขียนมาให้ท่านชี้แจงผมยังไม่ได้ยินเลย ยังไม่ได้ยินเลยว่าการออกนอกระบบแล้ว สังคมจะได้ประโยชน์เต็มที่จากมหาวิทยาลัยสวนดุสิตนี้อย่างไร ผมยังไม่ได้ยินนะครับ ผมยัง ไม่ได้ยินสักคำหนึ่งความเป็นเลิศในทางวิชาการ ผมได้ยินแต่บอกว่าจะเน้นไปผลิตครูที่สอน เด็กอนุบาล เด็กประถมเริ่มต้นซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญ และหมายความว่าวันนี้ที่ทำธุรกิจ โรงแรมอยู่ เรื่องบริหารอยู่ เรื่องกฎหมาย เรื่องอะไรอยู่นั้นจะไม่เน้นความเป็นเลิศใช่ไหมครับ จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างนั้นหรือเปล่า เพราะท่านบอกว่าท่านจะไปเน้นผลิตครูแล้ว นี่คือคำถามที่กังวลครับ

ประการต่อมา ที่กังวลก็คือว่าเมื่อออกนอกระบบแล้วสถาบันการศึกษานี้ก็ยัง ต้องขอความช่วยเหลือจากเงินของรัฐจากภาษีประชาชนอยู่ใช่หรือไม่ เมื่อใช่แล้วแล้วก็ได้รับ เงินอุดหนุนอยู่ สัดส่วนเกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของค่าหน่วยกิต แต่ในขณะเดียวกันท่านชี้แจง กับสภาบอกว่าจะไม่มีการขึ้นค่าหน่วยกิตหรอก ผมมาบวกเลขดูผมก็คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ที่เป็นไปไม่ได้เพราะว่าถ้าไปดูค่าหน่วยกิตของมหาวิทยาลัยเอกชนซึ่งสะท้อนต้นทุนอย่างแท้จริง ถ้าท่านเก็บค่าหน่วยกิตถูก เราเชื่อครับในหลักเศรษฐศาสตร์ ท่านจ่ายในสินค้าคุณภาพ ที่ท่านจ่ายครับ ท่านจะไม่ได้สินค้าคุณภาพที่ดีขึ้นครับ ถ้าท่านบอกว่าท่านจะมีเงินนอกระบบ มาจ่ายอาจารย์มหาวิทยาลัยระดับโลกแล้วก็เก็บค่าหน่วยกิตเท่าเดิม ผมเชื่อครับปีแรกทำได้ เหมือนจำนำข้าวครับ ปีที่ ๒ ก็จะวิกฤติ ปีที่ ๓ ก็จะเจ๊งครับ มันฝืนความจริงของโลกครับ อาจารย์มหาวิทยาลัยระดับโลกนั้นเงินเดือนเท่าไรครับ เดือนละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท เพราะเขาต้องมาอยู่ที่นี่ และทุกคนไม่มีใครมานั่งสอนทั้งปีครับ คนเก่ง ๆ จะสอนแค่ ๔ เดือน แล้วก็ไปวิจัย ๔ เดือนเพื่อให้ตัวเองมีความก้าวหน้า แล้วก็จะไปขายความคิด ไปรับพูดบรรยายอีก ๔ เดือน หาเงินได้มากกว่าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยอีก นั่นเป็นวงจร ของอาจารย์ระดับโลกครับ แล้วถ้าเผื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏจะให้ไปเป็นความเป็นเลิศ ทางวิชาการนั้น ผมถามว่าท่านไม่ขึ้นค่าหน่วยกิตและท่านจะได้อาจารย์ระดับไหน ท่านจะได้ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษจากประเทศฟิลิปปินส์หรือครับ ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ชัด อาจารย์ สอนภาษาอังกฤษจากประเทศอินเดีย ประเทศปากีสถานที่พูดภาษาอังกฤษเป็นสำเนียงแขก มันไม่ใช่นะครับ ฉะนั้นวันนี้ผมอยากให้สำรวจดูตัวเองจริง ๆ ว่าจริง ๆ แล้วต้องการอะไร หรือบอกว่างบสูง ๆ แต่ถึงเวลาแล้วผลผลิตออกมานั้น ประเทศไทยนะครับโดยรวมเกือบเป็น ที่โหล่ในอาเซียน ผมถามว่าวันนี้ออกนอกระบบแล้วนี่ใครได้บ้าง ผมเชื่อนะครับว่าผู้บริหาร ได้แน่ ๆ รองลงมาถามว่าสังคมได้อะไร ผมห่วงครับมาตรา ๑๕ นักศึกษาจะได้อะไร มาตรา ๑๕ ก็บอกว่าในกรณีที่ขาดทุนทรัพย์ ที่ท่านรัฐมนตรีบอกแล้วว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏนั้นมีทุนให้ เป็น ๑๐๐ ทุน ในมาตรา ๑๕ บอกว่า มหาวิทยาลัยต้องส่งเสริม สนับสนุน ผู้ที่มหาวิทยาลัย รับเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยและนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริง ให้มีโอกาส เรียนจนสำเร็จปริญญาตรี ท่านประธานครับ ปริญญาตรีสาขาไหน คุณภาพอย่างไร ท่านไป ดูนะครับ มีข่าวลงหนังสือพิมพ์นะครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏจบปริญญาตรีไปสมัครเรียนต่อที่ ประเทศออสเตรเลียครับ ไปสอบแล้ว เขาทดสอบเกรดแล้วเขาบอกว่าขอให้เรียนปี ๓ เขาใหม่อีกปีหนึ่ง แล้วขอดูเกรดถึงจะเข้ารับให้เรียนปริญญาโท ฟังแล้วอายเขาไหมครับ ผมอาย แต่นี่คือสิ่งที่ผมจะให้กำลังใจอาจารย์ทั้งหลายที่อยู่ในสถาบันราชภัฏทั้งหลาย หรือมหาวิทยาลัยสวนดุสิตที่ท่านกำลังจะเปลี่ยนชื่อว่าอย่าได้ท้อ แต่อย่าฝืนความเป็นจริงครับ วันนี้ท่านมาให้คำมั่นสัญญากับสภาว่าจะไม่ขึ้นค่าหน่วยกิต ผมไม่อยากให้ท่านทำ ถ้าท่านไม่ขึ้นค่าหน่วยกิตแล้วเท่ากับท่านจำกัดการเจริญเติบโต โอกาสในการจ้างคนเก่ง ๆ มาสอนเด็ก แต่ในขณะเดียวกันท่านจะทำอย่างไรที่จะได้อาจารย์ระดับเลิศในทางวิชาการ มาสอนให้กับนักศึกษาของท่าน นอกจากนั้นแล้วผมถามว่าดูประเทศญี่ปุ่นไหมครับ วันนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏมี ๔๗ แห่ง แล้วมหาวิทยาลัยทั้งประเทศนั้นมี ๑๐๐ กว่าแห่งครับท่านประธาน ท่านถามสิครับว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยติดอันดับโลก ๑ ใน ๓๐๐ นะครับ อาจารย์กนกผมนี่เคยเป็นรองปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ทราบดีครับว่าการจัดอันดับสถาบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏนั้นอยู่อันดับไหน แล้ววันนี้ท่านจะเอาทุนจากไหนมาพัฒนามหาวิทยาลัย แล้วต้องมีทุนเป็นพัน ๆ ล้านบาทนะครับ แล้วก็ต้องมีกองทุนนี้ต่อเนื่อง ๒๕ ปี ๓๕ ปี ผมกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือสิ่งที่เรากังวลกันอยู่ นอกจากนั้นแล้วผมขอติงอยู่อย่างหนึ่งครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการที่เปลี่ยนชื่อร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยสวนดุสิตนี่ ท่านตกคำว่า ราชภัฏ ไปนี่ ผมเรียนถามจริง ๆ ครับว่ารังเกียจเขาไหมถึงไม่ใช้ชื่อเขา ประเด็นที่ ๑

๒. ต้องการฉีกแนวของตลาดมาไหมว่าไม่ใช่เหมือนราชภัฏทั่วไปนะ นี่จะเป็น มหาวิทยาลัยสวนดุสิต แต่ผมกำลังจะเตือนสติครับว่าผู้บริหารปัจจุบันก็ตาม ใครก็ตามที่คิด ลืมกำพืดว่ามาจากไหนผมว่าไม่โตหรอกครับ ไม่เจริญหรอกครับ คำว่า ราชภัฏ นั้น ต้องเรียนว่า แปลว่า คนของพระราชา แล้วท่านวันนี้ก็อยู่ใช้สถานที่อย่างโอ่โถง อย่างมีเกียรติ ด้วยเป็นคนของ พระราชา ทุกคนยอม แล้ววันนี้ท่านบอกว่าท่านจะขอเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ถ้าเผื่อบอกว่า เอาตามสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ผมถามหน่อยครับ ถ้ามีใครสักคนเสนอว่าตั้งอยู่ใกล้ ๆ สวนสัตว์ดุสิต ทำไมไม่ใช้ชื่อให้เหมือนกับสถานที่ที่เราจะตั้ง แล้วผมถามว่าวันนี้ถ้าคนเราลืม กำพืดแล้วอนาคตมันไม่มีครับท่าน จริง ๆ แล้วผมอยากจะให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิตหรือทีมที่คิด นี่นะครับกลับไปทบทวนใหม่ครับว่าความเหมาะสมเป็นอย่างไร แล้วก็นำมาเสนอสภาใหม่ ก็ได้ครับ ผมไม่อยากให้ท่านผ่านมาอย่างนี้ แล้วพอถึงเวลาเข้าไปในคณะกรรมาธิการแล้วก็ จะมีปัญหาเยอะแยะแล้วก็จะล่าช้า ผมว่าท่านเอาไปพิจารณาใหม่ แล้วก็เสนอกลับมาใหม่ ดีกว่าครับ แต่ผมสนับสนุนเรื่องการศึกษาครับท่านประธาน แต่ต้องเป็นการศึกษาที่มีคุณภาพ มีอนาคตสำหรับประเทศไทย ไม่ใช่ทำแบบขอไปทีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสงวน พงษ์มณี ครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมนั่งฟังมาแต่ต้นท่านประธานครับ แล้วก็พยายามที่จะฟังว่า สิ่งที่ผมมีอยากจะตั้งคำถามกับทางคณะกรรมาธิการที่จะทำให้ร่างกฎหมายฉบับนี้สำเร็จ ไม่มีใครพูดถึง ก็เลยต้องจำเป็นต้องขออนุญาตพูด คือวันนี้ผมคิดว่าในประเทศของเรา รัฐสภาของเราจะต้องมองว่ายุทธศาสตร์ของประเทศเราในเรื่องการศึกษาจะไปทางไหน ไม่อย่างนั้นท่านครับ การพัฒนาแล้วจะเหมือนการกระจายอำนาจของเรา เราใฝ่ฝันจะให้มี การกระจายอำนาจ เราชื่นชมอยากให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง แต่วันนี้อำนาจสูงสุดของการกระจาย อำนาจกลับตกมาอยู่ที่คณะกรรมการการกระจายอำนาจ เรากระจายเขตการศึกษาออกจาก จังหวัดทุกจังหวัดให้มีหลายเขต แต่ท่านเชื่อไหมครับวันนี้จะตั้ง ผอ. โรงเรียนโรงเรียนเดียว ต้องมาที่ส่วนกลาง ผมตั้งคำถามในองค์รวมว่าการพัฒนาของเราไร้ทิศทางหรือเปล่า ผมพูด เรื่องชื่อผมคิดว่าจะพูดแล้วก็อยากให้ถอนเพราะว่ามันอาจจะเป็นภาษาไม่สุภาพ ผมว่านายแน่มาก ที่กล้าใช้ชื่ออย่างนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเป็นการปฏิวัติความคิดอย่างหนึ่งถ้าแน่ใจทำ ผมก็เห็นด้วย แต่มาตรา ๗ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าลองไปอ่านรัฐธรรมนูญก่อนปี ๒๕๔๐ สิครับ ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเราใช้ว่าอะไรครับ รัฐพึงต้องทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ แต่พึงเฉย ๆ นี้ คุณไม่ทำก็ไม่เป็นอะไร วันนี้มาตรา ๗ ท่านก็บอกว่าให้มหาวิทยาลัยคำนึงถึง ท่านครับ ผมจะต้อง แปรญัตติว่าต้องทำไม่ใช่คำนึงถึงนะครับ รายละเอียดอย่างมาตรา ๗ (๗) การบริหารแบบมี ส่วนร่วมของบุคลากร คุณต้องทำนะครับ บุคลากรนี่สำคัญไม่ใช่ครูบาอาจารย์อย่างเดียว ผู้บริหารอย่างเดียว หมายถึงองคาพยพอื่นด้วยคือนักศึกษาและนักวิชาการในมหาวิทยาลัย นิสิตนักศึกษาควรจะมีส่วนร่วมด้วยครับ ถ้ามีส่วนร่วมแล้วจะเป็นอย่างไรครับ มันจะไม่ทำให้ การออกนอกระบบเพื่อการบริหารจัดการที่ดีกว่า มันจะตอบคำถามว่าดีกว่าเพื่อใคร แล้วอย่างไร วันนี้ท่านครับ ประสบความสำเร็จอย่างมาก รัฐไทยได้ออกกฎหมายมาหลายรัฐบาล ให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบประสบความสำเร็จอย่างมากเรื่องเดียวคือทำลายมหาวิทยาลัย เอกชนหมดเลย เพราะอะไรครับ เพราะว่ากระจายอำนาจจนกระทั่งเป็นอย่างไร ออกไปแล้ว เป็นอย่างไร ตั้งวิชาพิเศษได้ รับในโควตาเสร็จ รับเงินหลวงไปมีโควตาเสร็จก็เปิดใหม่ราคา เท่ากับข้างนอกแต่ชื่อฉันดีกว่าลูกหลานชาวบ้านก็มาตรงนี้หมด ท่านครับ หลายคนบอกว่า มหาวิทยาลัยที่ดีต้องราคาแพงอาจจะเป็นแนวคิดของท่านผมเห็นด้วยกับการออกไปแต่ไม่ใช่ อย่างนี้ เมื่อสักครู่คุยกับหลายคนคงต้องออกกฎหมายสักฉบับหนึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วย การบริหารจัดการการศึกษา ท่านครับ เด็กบ้านผมคนหนึ่งต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านประธาน เอ่ยชื่อจังหวัด ชาวเขาครับท่านประธาน จุดเทียนอ่านหนังสือไม่เคยเรียนพิเศษสอบติด คณะแพทยศาสตร์ มช. ในนี้เรามีแพทย์หลายคนเด็กเรียนปี ๑ เทอม ๑ ๓.๑๑ เก่งนะครับ ท่านประธาน ปี ๒ ผมโทรศัพท์ไปหากำลังอ่านหนังสืออยู่ ท่านครับ ชาวบ้านเขาบอกว่า แพทย์คนอื่นที่เป็นชาวเขาลูกหลานเขาไปเรียนที่นั่นเขาเอาวัวเอาควายให้ครอบครัวละตัวต่อปี ขายแล้วส่งลูกหลานเรียนได้สบาย กู้เงินก็สบาย อยู่ก็สบาย วันนี้เขาบอกว่าญาติพี่น้อง เขาอาจจะต้องยกวัวให้กับลูกเขาครอบครัวละฝูง แพงมากแพงเกิน ผมเหลือเวลาไม่กี่นาที ผมจะเรียนท่านว่าอาจารย์ในมหาวิทยาลัยทั้งหลายครับ คณะผู้บริหารทั้งหลายครับ ทรัพย์ทั้งหมดที่ท่านบริหารเป็นของหลวงนะครับ คุณเอาสิทธิอะไรของประชาชนไปขึ้นขนาดนั้น คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีที่ไหน แพงขึ้น ๑๐ เท่า ท่านประธาน ปีหนึ่งไม่กี่หมื่นบาท แต่นี่เป็นแสนบาท นี่ไม่ใช่ความเลวร้ายของการออกนอกระบบ มันเป็นความเลวร้ายของวิธีคิด ที่เห็นแก่ตัว สภานี้เรายอมไม่ได้ต้องออกกฎหมายฉบับใหม่ ท่านประธานครับ ออกอีกฉบับหนึ่ง ท่านประธานเรียนไปทางท่านรัฐมนตรีครับ ว่าด้วยกระบวนการบริหารจัดการภาครัฐต้องมีกฎหมายฉบับนี้ไม่อย่างนั้นเจ๊งครับ มิติมันมี หลายมิติไม่ใช่มีมิติเดียว การชื่นชม ขอบคุณในยุทธศาสตร์มันไม่ได้หมายความว่าเราเห็นด้วย กับทุกเรื่องที่คุณทำ วันนี้ถ้าไม่ออกพระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารจัดการมหาวิทยาลัย ภาครัฐที่กำกับดูแลเราจะพากันเข้าทางตันนะครับท่านประธาน วันนี้อาจารย์บางท่าน ค่าที่ปรึกษาภาควิชาละ ใหม่ ๒๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ภาควิชา เดือนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ทรัพย์ทั้งหมดที่ท่านเอาไปใช้ของหลวงอายบ้างสิครับ ผมพูดตรงนี้เห็นด้วยกับการออก นอกระบบแต่ต้องออกนอกระบบเพื่อการกำกับดูแลที่ดี ออกนอกระบบแล้วคล่องตัวเพื่อใคร เพื่อคุณหรือเพื่อประชาชน ตอบแค่นี้ละครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ การนำมหาวิทยาลัยสวนดุสิตหรือมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตออกนอกระบบไปก็เข้าใจว่า ทางรัฐบาลคงจะมีการกลั่นกรองเป็นอย่างดี โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ทีนี้มีประเด็นที่ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจแล้วผมอยากให้ท่านช่วยชี้แจงครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีได้มีการชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้มันก็เลยทำให้การออกนอกระบบของ มหาวิทยาลัยนี้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างนะครับ

ประการแรก ที่มีความกังวลกันมากก็คือเกรงว่ามหาวิทยาลัยนั้นจะนำไปสู่ เรื่องของหลักสูตรในการหาเงินเสียส่วนมาก หมายความว่ามหาวิทยาลัยที่เคยมีการออกนอกระบบ กันไปแล้วหลากหลายมหาวิทยาลัยต่างก็มีความพร้อมในการที่จะหาเงินเป็นของตัวเอง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยมหิดลเขาก็มีความพร้อมในการหาสตางค์ แล้วก็สามารถที่จะส่งเสริมหลักสูตรต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความกังวลว่ามหาวิทยาลัย ที่อยู่ในระดับที่เรียกว่าเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ อย่างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตในคราวนี้ เขามีความพร้อมทางด้านการเงินหรือไม่ อย่างไร ซึ่งผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบ เพราะว่าถ้าเกิดเขามีความพร้อมทางการเงินแล้วก็ไม่มีความจำเป็นที่เขาต้องไปหาเงินแล้วทำ ให้หลักสูตรเขาลดความน่าเชื่อถือลง แต่ประเด็นนี้รัฐบาลต้องตอบให้มีความชัดเจนมิฉะนั้น แล้วก็จะมีปัญหาอุปสรรคกันในสภาแบบที่เรากำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ครับ

ประการต่อมาครับ ก็มีความกังวลสืบเนื่องจากเงินเหมือนกันครับ เพราะว่า ถ้าไม่มีเงินก็จะต้องมีการเปิดหลักสูตรอีกจำนวนหนึ่งซึ่งต้องเป็นหลักสูตรในการที่จะต้อง หาเงินเข้ากับทางมหาวิทยาลัย นั่นก็ส่งผลต่อคุณภาพที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ประเด็นเรื่องคุณภาพจึงเป็นประเด็นอย่างนี้ครับว่า แน่นอนต้องยอมรับว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตคงจะไม่ถึงขนาดเป็นระดับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่องการประเมินคุณภาพด้วยความที่ กระผมเห็นร่างของท่านนะครับ การประเมินคุณภาพในเรื่องของหมวด ๓ ประเมินคุณภาพ และการประเมิน ก็มาดูครับว่าโดยมากแล้วใครเป็นคนที่จะประเมินกัน ปรากฏว่าทั้งมาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ เรียงลำดับลงมาก็จะเป็นเรื่องของการที่สภามหาวิทยาลัย เป็นคนดูแลเรื่องเกี่ยวกับการประเมินคุณภาพต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ท่านตอบให้ชัด อีกนิดได้ไหมครับว่ามันจะมีนอกเหนือจากนี้ไหมครับในร่าง ซึ่งผมดูผมก็ดูตามร่างว่า การตรวจสอบประเมินคุณภาพของมหาวิทยาลัย อย่างกรณีที่เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏหมาด ๆ แล้วจะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยอย่างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนี่ การประเมินคุณภาพ เกรงเหลือเกินครับว่าถ้าไปผูกติดอยู่กับสภามหาวิทยาลัยแล้วมันก็อาจจะมีความเสี่ยงอยู่ ไม่ใช่น้อย เพราะต้องยอมรับนะครับว่าระดับของเขายังไม่ถึงขั้นพอสมควร ผมก็มีความกังวลใจ อย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบในประเด็นเรื่องเกี่ยวกับสถานะ ทางการเงินของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตว่าเขามีความพร้อมแค่ไหน อย่างไร

แล้วประเด็นต่อมา คือเรื่องของการประเมินคุณภาพ เพราะถ้ามีการประเมิน คุณภาพเฉพาะแต่ตามหมวด ๓ แล้วขึ้นอยู่กับทางสภามหาวิทยาลัยอย่างเดียวเราก็เกรงว่า การนำสู่ออกนอกระบบในลักษณะแบบนี้ก็จะมีปัญหาในทางยาว อยากให้ท่านช่วยลองตอบ ๒ ประเด็นเพื่อความชัดเจน เพราะผมก็เชื่อว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงท่านก็ต้อง คิดมาพอสมควรแล้ว แล้วข้อมูลน่าจะมีอยู่ในมือแล้ว ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ต้องขออนุญาตเรียนตอบในหลาย ๆ ประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กรุณายกเป็นประเด็น ผมเข้าใจในความตั้งใจที่ท่านอยากจะเห็นมหาวิทยาลัยราชภัฏนั้น ออกนอกระบบแล้วเป็นมหาวิทยาลัยที่ตรงเป้าหมาย ก็อยากจะเรียนในเบื้องต้นตั้งแต่คำถามที่ว่า การออกนอกระบบนั้นมหาวิทยาลัยได้มี การเตรียมความพร้อมอย่างไร แล้วมีการประเมินผลอย่างไร ก็อยากจะเรียนว่าการเตรียม ความพร้อมตรงนี้ก่อนที่จะออกเป็นพระราชบัญญัติทั้งหลายนี้ได้มีการเตรียมการมาหลายปี แล้วก็มีคณะกรรมการหลาย ๆ ฝ่ายในการประเมินเป็นขั้นเป็นตอน แล้วกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระทรวงหนึ่งที่มีหน่วยงานของกระทรวงโดยตรงในการที่จะประเมินวัดผลการบริหารจัดการ วัดไปที่ตัวนักเรียน ต้องเป็นศูนย์กลางของการบริหาร วัดไปที่ตัวคุณครูผู้ทำการสอน วัดไปที่ ผู้บริหารสถาบันการศึกษาต่าง ๆ นี้ กระผมเรียนว่าผมดูแล้วก็เป็นระบบที่น่าเชื่อถือได้ทีเดียว ดังนั้นจึงอยากเรียนตอบท่านว่าถามว่ามีความพร้อมไหม ก็อยากจะเรียนว่าจุดแรกของการที่จะ ก้าวออกนอกระบบนั้น ผมอยากจะเรียนท่านทั้งหลายว่าในยุคปัจจุบันของประชาธิปไตยนั้น มีการเปลี่ยนระบบของการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ในส่วนกระทรวงมหาดไทยท่านจะเห็นไหมครับ เรากระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่นบริหาร จัดการเอง ในการศึกษาก็เช่นเดียวกัน การศึกษานั้นเป็นองค์กรที่ขึ้นกับรัฐบาล แต่ถามว่า ถ้าจะให้เกิดความคล่องตัวทางด้านวิชาการก็ดี การจัดการทั้งหลายทั้งปวงนั้น แล้วก็จะฝึก คนทั่ว ๆ ไปให้มีความรู้ความสามารถในหลาย ๆ อย่างนั้นก็จำเป็นที่จะให้ออกนอกระบบ ดังนั้นการออกนอกระบบจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะให้พัฒนาคนในรูปกระบวนการของ สภาการศึกษาก็ดี หรือผู้บริหารของมหาวิทยาลัยก็ตาม โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏนั้น อยากจะเรียนว่าความพร้อมก็คือมหาวิทยาลัยเชื่อมั่นว่ามหาวิทยาลัยมีรายได้หลาย ๆ ทาง จากการดำเนินกิจการธุรกิจของมหาวิทยาลัย ขณะนี้ในเดือน ๆ หนึ่งมหาวิทยาลัยสามารถ ที่จะนำรายได้ส่วนหนึ่งไม่น้อยกว่า ๒๓ ล้านบาท จ่ายเป็นค่าใช้จ่าย เป็นเงินเดือนให้กับ พนักงาน เจ้าหน้าที่เกือบ ๒,๐๐๐ คน โดยไม่ใช้เงินในส่วนที่เป็นเงินอุดหนุนจากรัฐบาล

อันที่ ๒ ที่อยากจะเรียนท่านว่า การขึ้นค่าหน่วยกิตนั้นท่านทั้งหลายได้วิตกกังวลว่า เมื่อเป็นมหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้วสภามหาวิทยาลัยนั้นจะมีการนำประเด็นของการขึ้น ค่าเล่าเรียนมาเข้าที่ประชุม ก็อยากจะเรียนว่าก่อนผมจะมานั่งตรงเวทีนี้ผมได้ถามผู้บริหาร ของมหาวิทยาลัยว่าคงจะต้องมีประเด็นถามว่าเงินค่าหน่วยกิตจะมีการขึ้นหรือไม่ ผมก็ได้รับ การตอบยืนยันจากผู้บริหารของมหาวิทยาลัยว่าใน ๓-๔ ปีข้างหน้านี้ยืนยันได้เลยว่า มหาวิทยาลัยจะไม่ขึ้นค่าหน่วยกิต เพราะหลักของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษานั้น การที่จะขึ้นค่าหน่วยกิตนั้นมีปัจจัยมาใช้ในการประกอบการพิจารณาอยู่ ๓-๔ ประเด็น

ประเด็นแรก ก็เป็นเรื่องของสภาวะทางเศรษฐกิจ

อันที่ ๒ มหาวิทยาลัยนั้นมีการแข่งขันกัน ก็คงจะต้องมีการเปรียบเทียบกับ มหาวิทยาลัยด้วยกันด้วย

นอกจากนั้นการขึ้นค่าหน่วยกิตนั้นไม่มีผลย้อนหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งหนึ่งนั้นก็คือมหาวิทยาลัยเองมุ่งเน้นที่จะเป็นมหาวิทยาลัยที่เรียกว่า ไตรภาคีและทวิภาคี ต้องการที่จะให้เอกชนมีส่วนร่วม ดังนั้นมหาวิทยาลัยของเรานอกจากมีทุนเป็นของ มหาวิทยาลัยแล้วยังมีสถานประกอบการที่เป็นภาคเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุน อย่างเช่น ของซีพีออลล์ก็ดี หรือธนาคารกรุงเทพ และกองทุนของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ตรงนี้ก็เป็น สิ่งหนึ่งว่าเราเข้าใจในตัวนักศึกษา แล้วเราก็คิดว่าทุกมหาวิทยาลัยนั้นคงมีความคิด เช่นเดียวกัน เราคงโอบอุ้มคนที่มีรายได้น้อยด้วย เป็นการให้โอกาสทางการศึกษา ผมอยากจะกราบเรียนว่า นโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการศึกษานั้นเรามุ่งที่จะให้สถาบันการศึกษานั้นเป็นสถาบันที่ ตอบสนองชุมชนในการที่จะผลิตคนไปรับใช้ชุมชน ผลิตคนเข้าไปสู่เวทีการแข่งขันในเวทีโลก อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เราไม่ได้คำนึงดูบุคคลที่ปริมาณแต่เราดูคุณภาพของคนเป็นหลักนะครับ เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาทุกแห่งของรัฐบาลนั้นมุ่งที่ จะผลิตคนให้มีคุณภาพเพื่อสนองตอบชุมชน และที่สำคัญก็คือมุ่งสนับสนุนรัฐบาลในการเข้า เวทีการแข่งขัน นั่นคือผลิตครูบาอาจารย์เพื่อจะไปผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพในเรื่องของสาขา ที่มีความแข่งขันนะครับ ก็คงเป็นประเด็นที่ท่านผู้สังเกตได้กรุณายกขึ้นมาถามกระผมนะครับ

ส่วนข้อสังเกตอีกหลาย ๆ เรื่องเมื่อสักครู่นี้กระผมกราบเรียนแต่ช่วงแรก แล้วว่ากระผมได้จดแล้วก็จะนำเรื่องนี้มอบให้กับคณะกรรมาธิการเพื่อจะนำไปพิจารณา ดำเนินการในส่วนที่เป็นร่างพระราชบัญญัติที่สมบูรณ์ต่อไป ต้องถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณ ทุก ๆ ท่านที่ท่านกรุณาให้เกียรติแล้วก็ให้คำแนะนำ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความห่วงใยใน มหาวิทยาลัยสวนดุสิตครั้งนี้ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอปิด การอภิปรายนะครับ ต่อไปจะเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่งนะครับ ท่านอรรถวิชช์มีอะไร ไหมครับ เดี๋ยวเชิญท่านสมาชิกเข้าในห้องก่อนครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ให้เกียรติท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอยู่แล้วนะครับ แล้วก็เชื่อว่ารัฐบาลก็คงกรองมาดีพอสมควร แต่ว่าผมกังวลอย่างนี้ครับ เนื่องจากว่าแบบฟอร์ม (Form) การที่จะเป็นออกนอกระบบ ก็จะเป็นแบบนี้อยู่ทุกมหาวิทยาลัย ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีผ่านไปยังท่านประธานครับว่า ในการพิจารณามหาวิทยาลัยฉบับต่อไปขอให้ส่งในส่วนของงบการเงินมาให้ดูด้วยได้ไหมครับว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน อย่างไร เพราะว่าตัวงบการเงินของเขา จะเป็นตัวสะท้อนบอกครับว่าถ้าเขาออกนอกระบบแล้วเขาจำเป็นที่จะต้องไปขึ้นค่าเทอม หรือเปล่า ค่าหน่วยกิตหรือเปล่า ถ้าเขาต้องขึ้นค่าหน่วยกิตเราก็จะขาดมหาวิทยาลัย ของคนจนไปเยอะ เพราะฉะนั้นขอวิงวอนไปยังท่านประธานนะครับ ซึ่งฉบับนี้ผมไม่มีปัญหา อะไรนะครับ แต่ว่าฉบับต่อไปขอท่านประธานช่วยให้รัฐมนตรีมีดำริว่าขอดูงบการเงินในกรณี ของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นก็จะพิจารณากันลำบากครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ฝากท่านรัฐมนตรีเวลาเสนอกฎหมายฉบับต่อไปลองทบทวนดูนะครับ ข้อสังเกตของ ท่านสมาชิกนะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกที่อยู่อาคาร ๓ และอาคาร ๒ เชิญเข้าห้องประชุมก่อนเพื่อลงมติในวาระที่หนึ่งนะครับ หลังจากฉบับนี้ก็จะเป็นร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะกรรมาธิการ การปกครองท้องถิ่นเตรียม เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วผมจะตรวจสอบองค์ประชุมก่อน เพื่อที่จะลงมติว่าจะรับหลักการหรือไม่นะครับ เมื่อท่านเข้ามาแล้วช่วยกรุณาแสดงตนก่อนนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมก่อนนะครับเพื่อขอลงมติในวาระที่หนึ่งว่า จะรับหลักการแห่งร่างกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ครับ ผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ นะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยทุกท่านแล้วยังครับ ท่านขจิตรเรียบร้อยแล้วนะครับ เรียบร้อยทุกท่านนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๒๖๕ ท่าน

ผมจะถามมติที่ประชุมอย่างนี้นะครับ เชิญท่านรังสิมาครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ๒๖๕ ท่าน ท่านดูสิคะมันเป็นไปได้ไหมคะว่า ๒๖๕ ท่าน ท่านรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว ประธานดู ก็รู้แล้วค่ะว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกว่า ๒๖๕ ท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ คือผมว่านับไม่พลาดครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

นับรายหัว เสนอนับองค์ประชุม รายหัวค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงก่อนครับ ท่านจะเสนออะไรก็เสนอมานะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ก็เสนอให้นับองค์ประชุมรายหัวค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านต้องบอกว่าขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ แล้วผมก็จะขอตรวจสอบองค์ประชุม ส่วนการจะตรวจสอบองค์ประชุมเป็นดุลยพินิจของประธานนะครับ ท่านจะตรวจสอบ องค์ประชุมไหมครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล อุทัยธานี

ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวทีละท่านนั่งลงก่อนข้างหลังครับ ก็เมื่อสักครู่ก็ตรวจสอบองค์ประชุมแล้วนี่ ก่อนลงมติ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานคะ โดยคอมมอนเซนส์ (Commonsense) ของท่านประธานท่านก็เห็นอยู่แล้วว่า ๒๖๕ ท่าน รวมทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลยังไม่ถึงเลย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ คือถ้าดูอย่างนี้มันก็เกินอยู่แล้วนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

เกินก็นับสิคะ

เกินก็นับเลยค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านนั่งลงก่อนครับ ผมจะขอลงมติผมก็ต้องตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ แล้วขั้นตอนก็เป็นอย่างนั้นก็ตรวจสอบองค์ประชุมแล้วเมื่อองค์ประชุมครบผมก็จะลงมติ ก็เท่านั้นเอง ท่านไม่เชื่อท่านก็เสนอมาสิครับ ท่านจะเสนออะไรก็เสนอมาครับ ผมไม่อยากให้ โต้เถียงกัน

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานคะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี ค่ะ ขอเสนอให้นับองค์ประชุมค่ะ เพราะดิฉันไม่เชื่อว่ามันจะมีถึง ๒๖๕ ท่านค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

โดยการขานชื่อค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวนะครับ ทีละท่านก่อนครับ ข้างหลังประท้วงอะไรครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ครั้งก่อนที่องค์ประชุม ไม่ครบผมเป็นคนขอให้นับองค์ประชุม ครั้งนี้เพื่อน ส.ส. ท่านขอความกรุณาท่านประธานนับ โดยไม่ใช้วิธีเสียบบัตรเพื่อจะได้รู้ว่าใครมา ใครไม่มาจริง ผมกลัวเรื่องการเสียบบัตรแทนครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงอะไรครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ประท้วงข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มันไม่มี อะไรเลยครับ ผมก็ทำตามข้อบังคับอยู่แล้วครับ ผมตรวจสอบองค์ประชุมเท่านั้นเอง

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ผมก็อยากให้ตรงไปตรงมา ท่านประธาน อย่าปิดสภาหนีนะครับที่จะบอก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ถ้าท่านไม่ประท้วงท่านนั่งลงครับผมจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนะครับ ท่านยังติดใจไหมครับ ถ้าติดใจผมก็จะให้ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ อย่างนั้นเดี๋ยวผมขอ ตรวจสอบองค์ประชุมโดยการเสียบบัตรนะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
(นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงอะไรครับ เชิญครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กรณีที่มีเพื่อนสมาชิกลุกขึ้นทักท้วง เรื่องของการตรวจสอบองค์ประชุมนี่ผมคิดว่าเพราะเพื่อนสมาชิกเห็นว่าการตรวจสอบ องค์ประชุมด้วยวิธีการเสียบบัตรไม่ได้จำนวนสมาชิกที่แท้จริง เพราะฉะนั้นถึงเสนอให้ ท่านประธานใช้วิธีการตรวจสอบองค์ประชุมด้วยวิธีการนับหัวหรือขานชื่อ ผมคิดว่า ท่านประธานควรจะทบทวนวิธีการนับองค์ประชุมใหม่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้นะครับ ท่านณัฏฐ์นั่งลงครับ การตรวจสอบองค์ประชุมด้วยวิธีใดเป็นเรื่อง ดุลยพินิจของประธานนะครับ ผมก็จะใช้วิธีกดบัตรนี่ละครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เอาใหม่นะครับ อาจารย์มีอะไรครับ เชิญครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตประท้วง ท่านประธาน ข้อ ๘ ท่านกำลังไม่ดูแลเรื่องของการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อสมาชิกขอทักท้วงท่าน ท่านอย่าพยายามทำซ้ำเลยค่ะ ในเมื่อเราคิดแล้วว่ามันไม่น่า เป็นไปได้ ท่านก็ให้เสียบบัตรซ้ำอีก จะซ้ำซากทำไมคะ ก็ขออนุญาตตรวจสอบโดยนับรายหัว เท่านั้นละคะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เราต้องยอมรับ ผมก็บอกว่าให้ตรวจสอบองค์ประชุม ผมก็พยายามที่จะให้เสียบบัตรนะครับ เดี๋ยว นั่งลงครับ ท่านสมาชิกครับ เราก็ยึดถือข้อบังคับ เมื่อประธานใช้ดุลยพินิจแล้ว ส่วนท่านจะพอใจ ไม่ถูกใจอย่างไรก็สุดแล้วแต่ เมื่อผมใช้ดุลยพินิจแล้วผมก็จะดำเนินการ ต่อไปนะครับ ท่านนิพนธ์มีอะไรไหมครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ คือองค์ประชุมเป็นไปตามรัฐธรรมนูญนะครับ รัฐธรรมนูญกำหนดองค์ประชุมตั้งกึ่งหนึ่ง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ คืออย่างนี้

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ บัญชีรายชื่อ

อันนี้วิธีการสภานี่ครับ วิธีการสภาผมเคยท้วงไว้แล้วว่าอย่าใช้วิธีเสียบบัตรแสดงตน แล้วก็เมื่อมีการเสียบบัตรแสดงตน พวกผมไม่แสดงตนก็ไม่ถือเป็นองค์ประชุม เพราะฉะนั้นเขาสงสัยว่าการเสียบบัตรครั้งนี้ที่อยู่ใน องค์ประชุมซีกฝ่ายรัฐบาลมันไม่ครบ นับจากจำนวนดูแล้วไม่ครบ ๒๕๐ ท่าน เพราะฉะนั้น ตรงนี้ความสงสัยเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าสภานี่ถือเกณฑ์ในการเสียบบัตรแทน เมื่อเขาสงสัย แล้วก็นับสิ เพราะองค์ประชุมเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่ครบไม่สมบูรณ์นะครับ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ท่านประธานครับ ถ้ากรณีขานชื่อก็เคยขานกันแล้ว เคยทำกันมา ไม่ใช่ไม่ทำนะครับ ก็อย่างนี้แล้วกัน เขาสงสัยในการเสียบบัตร แล้วการเสียบบัตรนี่ประธานครับ เป็นสิทธิเฉพาะตัว ถ้าเสียบบัตรแทนจับได้นี่ถูกไล่ออกนะครับ ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านนิพนธ์ครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๕ ก็ให้อำนาจประธาน ถ้าไม่ครบก็ไม่เป็นไร เราพิสูจน์กันสิครับ ผมก็ใช้ดุลยพินิจว่าเอาละผมเชื่อดุลยพินิจของสมาชิกทุกท่าน ก็ตรวจสอบโดยวิธีการเสียบบัตร ก็เท่านั้นเองนะครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ อย่างนี้ครับ คือเราเข้าใจว่าเป็นอำนาจของท่านประธาน แต่วันนี้เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นคือ สมาชิกไม่เชื่อว่าอำนาจที่ท่านประธานกำลังใช้ กำลังทำอยู่นี่มันเป็นวิธีที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าท่านประธานจะอ้างว่าเป็นอำนาจประธานโดยที่ปล่อยให้การประชุมเกิดความวุ่นวาย ผมคิดว่าไม่ใช่ครับ ท่านควรจะทำตามที่สมาชิกบอก ถ้ามั่นใจว่าวิธีการเสียบบัตรเป็นตัวเลข เดียวกับที่จะได้ในกรณีของการนับหัวท่านก็เปิดโอกาสให้นับหัว เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านจะได้ ไม่ต้องลุกขึ้นประท้วงกันวุ่นวายแบบนี้ แล้วถ้านับหัวเสร็จแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับ เดี๋ยวท่านณัฏฐ์พอแล้วครับ เอาอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวท่านนั่งลงครับ นั่งลงครับ

(นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวนั่งลงครับ ไม่อนุญาตนะครับ นั่งลงก่อนครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล อุทัยธานี

ผมไม่เคยประท้วงท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงก่อนครับ ผมมีวิธีการ เชิญนั่งลง นั่งลงก่อนครับ ผมขอให้นั่งลงก่อน เดี๋ยวผมจะบอกว่า จะทำอะไร เชิญนั่งลงครับ เจ้าหน้าที่ช่วยกรุณานับท่านสมาชิกนั่งอยู่ในห้องนี้หน่อยนะครับ เดี๋ยวปิดห้องหน่อยจะได้นับกัน จะได้ถูก เชิญนับสมาชิกที่อยู่ในห้องนี้ครับ ท่านสมาชิกกรุณานั่งลงครับ ระหว่างนี้นับอยู่นะครับ ผมจะไม่ให้ออกความเห็นแล้วครับ เพราะว่าท่านสมาชิกท่านก็บอกให้ผมนับ ผมก็นับตามท่านสมาชิกก่อน จะไม่ให้ฝ่ายไหนแล้ว แล้วเจ้าหน้าที่ส่งผลมาครับ ครบก็ครบ ไม่ครบก็ไม่เป็นไรแล้วครับ ก็เท่านั้นเองครับ ท่านครับ ขอให้นั่งลงอยู่ในความเรียบร้อย นั่งลงครับเดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาทำเอง อย่าไปแนะนำเจ้าหน้าที่ครับ มีเท่าไรก็เท่านั้นละครับ ผมว่าก็ได้สบายใจกันทุกฝ่ายให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้นับ กรุณานั่งลงครับ ผมจะได้ประกาศ ใจเย็นครับ เรียบร้อยทุกฝ่ายนะครับ ได้ตรวจสอบองค์ประชุมแล้ว มีอยู่ ๑๒๑ ท่าน ไม่ครบองค์ประชุม ผมขอปิดการประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๐๘ นาฬิกา