สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๗ มีนาคม ๒๕๕๖

ขจิตร ชัยนิคม ชมเชยรัฐบาลที่มีความจริงใจและใจกว้างในการส่งเสริมเสรีภาพทางวิชาการ และขอให้รัฐบาลให้โอกาสมหาวิทยาลัยพัฒนา ศักยภาพตัวเองสูงสุด โดยกล่าวถึงความสำเร็จของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตที่สามารถผลิตผลิตภัณฑ์และพัฒนาความเป็นเลิศในหลายด้าน

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชมเชยรัฐบาล ด้วยความจริงใจที่กล้าหาญ แล้วก็ให้โอกาสของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้มีโอกาสพัฒนา ศักยภาพตัวเองสูงสุดโดยไม่อยู่ภายใต้กำกับของคนกลุ่มเดียวคือรัฐบาล ต้องขอความขอบคุณ ที่รัฐบาลใจกว้าง ต้องการส่งเสริมเสรีภาพทางวิชาการอย่างแท้จริง

อันดับแรก ต้องชมเชยด้วยความจริงใจในความใจกว้างของรัฐบาล ต้องการ ให้มหาวิทยาลัยสร้างคนที่มีอิสระทางวิชาการ นั่นคือความเจริญของระบอบประชาธิปไตย

อันที่ ๒ ผมต้องขอชมเชยผู้บริหารบุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ที่เพียรพยายามสั่งสมความพร้อมในการที่จะออกไปนอกระบบไปรับผิดชอบตัวเอง ท่านประธานครับ การที่มหาวิทยาลัยหรือคณะผู้บริหาร หรือบุคลากรมหาวิทยาลัยใด กล้าหาญชาญชัยที่จะประกาศออกจากระบบราชการภายใน ๒-๓ ปี จะรับผิดชอบตัวเอง โดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐบาล มีน้อยนะครับ แล้วเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราไม่ส่งเสริมหรือครับ นักบริหารถือว่าอย่างนี้ชั้นยอดแล้ว ผมรู้จักมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ดีครับ ผมรู้จักดีมากเพราะผมรู้จักว่าเขาพัฒนาวิชาการ เขาพัฒนาความเป็นเลิศในหลายด้าน บุคลากรเขาประชุมกันจนเห็นมีวุฒิภาวะสิครับเขาเห็นตรงกันแล้วเขาถึงเสนอมา แล้วท่านรู้ไหมครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตไม่ได้ทอดทิ้งความเป็นอัตลักษณ์ในการเป็นมหาวิทยาลัยผลิตครู ขณะนี้เขายังมีความเป็นหนึ่งในการผลิตครูปฐมวัย หรือเดิมเรียกว่าประถมศึกษา เดี๋ยวนี้ปฐมวัย เขาพูดอย่างนี้ แล้วมีใครล่ะพิสูจน์ชัดเจนว่าเหนือกว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เขาเป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของประเทศไทย โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอยู่ ยังเป็นอนุบาลอยู่แล้วเขาสูญเสียอัตลักษณ์ตรงไหน แล้วรู้ไหมมหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนดุสิตเขาเก่งอะไร เขาเก่งในเรื่องโภชนาการ วันนี้ใครจะเทียบมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ท่านรู้ไหมว่าเขามีโรงสีอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี แล้ววิทยาเขต มหาวิทยาลัยเขาทั้งมหาวิทยาลัยทั้งระบบนี่เขาใช้โรงสีโรงนี้รับผลิตผลข้าวจากชาวนา รับกิจกรรมจากนาของเขาแล้วมาผลิตเป็นข้าวมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต แล้วก็แจกจ่าย ไปใช้ในเครือข่ายของมหาวิทยาลัยแล้วเข้าสู่ตลาดบ้างนิดหน่อย นี่เขาไม่สามารถหรือ มีโรงสี เป็นของตัวเองอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วมีโรงเบเกอรี่ (Bakery) สามารถดำเนินธุรกิจ โรงแรมมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มีกำไรแล้วอย่างนี้ไม่มีวุฒิภาวะพอหรือ พอสิ แล้วเขาทะลุขึ้นมาในขณะที่มหาวิทยาลัยที่บอกดัง ๆ ไม่กล้าที่จะเสนอมาเพื่อรับผิดชอบ ตัวเอง แล้วมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตกล้าผงาดขึ้นมาผมต้องชมเชยด้วยความจริงใจ แล้วผมรู้ด้วย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตมาเป็นอธิการบดีด้วยอุดมการณ์ เป็นคนมีสตางค์ เสียสละสิ่งที่ควรจะมีมาบริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต แล้วท่านรู้ไหมคนที่อภิปราย ผมรู้เขามีเงินที่จะได้จากพ่อแม่ตระกูลเขามากกว่าเงินเดือนที่อธิการบดีจะได้หลายสิบเท่า เขายังมาทำที่นี่ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของความเป็นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เขาถึงทำโรงแรมได้ เขาถึงมีปฐมวัยที่เป็นแบบอย่าง เขาถึงมีเรื่องโภชนาการ แล้วเขาทำเบเกอรี่ มีโรงเนยที่จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วท่านรู้ไหมสิ่งเหล่านี้ ผมรู้ ผมจึงเห็นด้วยและส่งเสริมอย่างยิ่ง ให้มหาวิทยาลัยก้าวออกไปนอกระบบเพื่อปลดภาระความผูกพันนี้ เรื่องการเรียนท่านห่วง หรือท่านห่วงค่าเทอมทำไม ทำไมวันนี้ท่านไม่ห่วงความไม่มีคุณภาพของมหาวิทยาลัย เรียนแพง เรียนไม่แพง จบไปแล้วไม่มีงานทำ เรียนแล้วทั้งระบบวันนี้พัฒนาตัวเองไม่ได้ ไม่รู้จักวิธีการ ที่จะพึ่งตัวเอง ท่านไม่กลัวหรือแบบนั้น แต่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตเขาประสบความสำเร็จ ในการทำงานแบบนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่ง และเห็นด้วยด้วยความรู้จริงว่า มหาวิทยาลัยนอกระบบควรจะมีในประเทศที่ไม่ส่งเสริมเผด็จการ ถ้าต้องการความเป็น ประชาธิปไตย ต้องการอิสระ เสรีภาพ ต้องการนักวิชาการที่เป็นอิสระ ข้อวิจารณ์กับสวนดุสิตโพลล์ หรือเป็นข้อวิจารณ์ธรรมดาที่ไม่ชอบก็บอกไม่ถูกใจ แต่ใครจะมีมาตรฐานเท่าเขา เขาทำมา แล้วความเพี้ยนจากโพลล์มันมีอะไรบ้างเขาก็บอกแล้วนี่ ปัจจัยที่จะทำให้โพลล์เพี้ยนไปมันก็มี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จึงเป็นเหตุเป็นผลว่าผมสมควรอย่างยิ่งที่สนับสนุน แต่ผมท้วงติงอยู่ว่า มาตรา ๖ วัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยผมขอหน่อยได้ไหม ขอว่าให้มันหลีกจากมหาวิทยาลัย ทั่วไป ขอให้เพิ่มคำว่า มุ่งพัฒนาศักยภาพของบุคคลให้ไปสู่ความเป็นผู้นำอัจฉริยะสากล ผมไม่เห็นมหาวิทยาลัยไหนมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาอัจฉริยภาพของคน เรายังไม่มีการสร้าง ผู้นำรุ่นใหม่เหมือนประเทศสิงคโปร์ เหมือนประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเขาลำดับ ๑ ของโลก ผมอยากให้มหาวิทยาลัยไปดูตรงนั้น ท่านรัฐมนตรีครับ ผมฝากท่านประธานไปหาท่านรัฐมนตรี ไปทำหน่อยครับ การพัฒนาศักยภาพ การเดินไปของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนี้ เป็นแบบอย่างของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันนี้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งเอเชียแล้วติด อันดับโลก เขาออกนอกระบบ ๒ ปี วันนี้มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นศูนย์การแพทย์นานาชาติ ซึ่งได้รับการรับรองจากทั่วโลกเพราะเขาออกนอกระบบ การบริหารมีความคิดริเริ่มมากกว่า ระบบราชการ มีความคิดริเริ่ม ไม่มีขีดจำกัดที่จะพัฒนา มันจึงสอดคล้องกับอาเซียน มหาวิทยาลัยก็ต้องออกไปรับผิดชอบตัวเอง ท่านประธานครับ ผมฝากอย่างเดียวเท่านั้น วัตถุประสงค์ข้อที่ ๖ การพัฒนาศักยภาพรายบุคคล การสำรวจความเก่ง ขออนุญาตต่อเวลา นิดหน่อยครับ ท่านประธานครับ ระบบการศึกษาของประเทศเราผมฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการนะครับ เรากำลังทำโรงเรียนอุปมาว่าเอานกอินทรี เอาลิง เอาปลา มาเรียน วิชาเดียวกันในชั่วโมงที่เรียนบิน ปลามันคิดอย่างไรถึงจะมีความสุข เพราะท่านเอาทุกคน มาเรียนภายใต้การผ่านมาตรฐานเดียวกัน ในชั่วโมงบินที่บินในอากาศนกอินทรีย่อมมีความสุข แต่ปลากับลิงมันจะมีความสุขได้อย่างไร แล้วทำไมระบบการศึกษาทั้งประเทศไทยให้คนทุกคน เข้าไปในหลักสูตรเดียวกัน ผมจึงขอเพิ่มวัตถุประสงค์ในข้อ ๖ ว่ามุ่งพัฒนาศักยภาพความเป็น บุคคล ความเป็นอัจฉริยะในตัวแต่ละคนให้พัฒนาไปสู่ความเป็นผู้นำระดับสากล ถ้าอยากดู ก็ไปดูประเทศสิงคโปร์ ไปดูประเทศนิวซีแลนด์ บอกให้ชัดเจนเลยนะครับ ขอบคุณครับ