รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสมาชิกครับ ไม่ให้เสียเวลาครับ ขอเรื่องการหารือเลยนะครับ ท่านธวัชชัย อนามพงษ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมหารือ เรื่องประมงพื้นบ้านประเภทโพงพางเขากำลังเดือดร้อนหนัก อาชีพนี้ก็เคยพูดมาแล้วนะครับ เขาทำมาหากินสมัยปู่ย่าตายายมาเป็นร้อย ๆ ปีมาแล้วนะครับ จริง ๆ แล้วอาชีพโพงพางก็ไม่ได้ทำลายสัตว์น้ำมากเท่าไรนะครับ สิ่งที่ทำลายมาก ก็คือพวกที่ปล่อยน้ำเสียลงคลอง แล้วก็สารเคมีลงคลอง อวนลาก อวนรุน ก็เยอะแยะเลยนะครับ จังหวัดจันทบุรีของผมก็มีโพงพาง ๒,๐๐๐ กว่าช่อง เขากำลังเดือดร้อนนะครับ เพราะว่าทางกรมประมงสั่งให้รื้อด่วน ท่านประธานครับ ชาวโพงพางทั้งหมดก็ไม่รู้จะพึ่งใคร รัฐบาลก็ปล่อยลอยแพคนจน ก็ไปพึ่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมขออ่านนะครับ คือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็กล่าวแรงมากเลยบอกโพงพางไม่ใช่ปีศาจ ขออ่านหน่อยนะครับ เขาบอกว่าหยุดรื้อถอนโพงพางป้องกันสิทธิชุมชน ชาวประมงพื้นบ้าน ประเภทโพงพางจังหวัดสมุทรสงครามหลังรอดจากการรื้อถอนวันที่ ๒๖ กันยายนที่ผ่านมา ได้พยายามขอคำอธิบายจากกรมประมงเรื่องการใช้กฎหมาย โดยร้องต่อกรรมการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยังร้องต่อคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชน และฐานทรัพยากร เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคมนี้นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการ ด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากรได้เชิญผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกรมประมง กรมเจ้าท่า สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และชาวบ้านผู้เดือดร้อนเข้ามาชี้แจง หลังชี้แจงเสร็จนายแพทย์นิรันดร์ก็แยกแยะประเด็นว่า
ประเด็นแรก กรมประมงยืนยันว่าเป็นการทำตามหน้าที่อันเป็นไปตาม กฎหมายตั้งแต่ปี ๒๔๙๐ และยังบอกเหตุผลที่กรมประมงต้องบังคับใช้กฎหมาย มีอยู่ ๒ เหตุผลคือเครื่องมือทำลายสัตว์น้ำและกีดขวางทางคมนาคม ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วขณะนี้ชาวบ้านเขาหมดที่พึ่งจริง ๆ แล้ววันที่ ๒๖ นี้เขาก็จะไปประชุมกัน ที่แม่กลอง ประชุมกันเยอะมากร้องสิทธิ ท่านประธานฝากด้วยสิครับ เขาไม่ได้เลวร้าย อย่างที่คิดนะครับ และรัฐบาลก็ไม่ได้ดูแลเขาเลยปล่อยลอยแพคนจน ๒๔ จังหวัด เยอะมากเลย จังหวัดจันทบุรีของผมก็ ๒,๐๐๐ กว่าช่อง ถ้าจะปล่อยแบบนี้ผมคิดว่า คนจนเดือดร้อน หาทางช่วยเขาเถอะ หาทางเปลี่ยนอาชีพให้เขาได้ไหม ช่วยเงินเขาได้ไหม รัฐบาลนี้ก็ช่วยอาชีพอื่นเยอะแยะ ขอให้ช่วยอาชีพประมงด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ใคร่ขอหารือท่านประธานด้วยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ ๖ จังหวัดอุดรธานี ภาวะนี้เรื่องภัยแล้งผมได้เคย นำเรียนกับท่านประธานไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ก็ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ได้เอาใจใส่แล้วก็สั่งการ ให้สำนักฝนหลวงและการบินเกษตรได้ไปทำ แต่ว่ามันก็ทำไม่สำเร็จเนื่องจากมันแล้งมาก ไปถึงจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่นบางส่วน จังหวัดหนองคายด้วยนะครับ เพราะว่า ความชื้นไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นอยากจะหารือท่านประธานให้ทางราชการได้หาทาง ช่วยเหลือพี่น้องโดยด่วน โดยเฉพาะน้ำดื่ม น้ำอุปโภคบริโภค ไม่ว่าจะเป็นของ พี่น้องประชาชนแล้วก็เป็นของสัตว์เลี้ยงด้วยลำบากมาก แล้วก็พืชพันธุ์ต่าง ๆ ขณะนี้ได้ล้มหายตายไป เพราะว่าข้าวในนาซึ่งขณะนี้จะถึงฤดูกาลจะได้ออกดอกออกผล แต่ปรากฏว่าฝนไม่มาก็เลยทำให้แห้งเฉาตายไปก็มี
ประเด็นที่ ๒ เมื่อมันแห้งแล้งถนนหนทางก็ลำบากมาก การสัญจรไปมา เป็นหลุมเป็นบ่อ ผมจะยกตัวอย่างถนนที่เคยหารือไว้ เส้นทางอำเภอกู่แก้ว ตำบลบ้านจีต ไปยังบ้านป่าก้าว อำเภอไชยวาน ลำบากมาก รถสัญจรไปมาฝุ่นก็มากแล้วหลุมก็เยอะอย่างนี้ ก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดำเนินการด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมเปิดให้มีการหารือวันนี้ก่อนเวลาเล็กน้อย แล้วเนื่องจากเรามีวาระสำคัญหลายเรื่อง ที่จะต้องได้หารือกัน พูดคุยกัน เพราะฉะนั้นการหารือวันนี้ผมจะให้เวลาไปถึงบ่ายสองโมงตรง แล้วได้เท่าไรก็เอาเท่านั้น เพราะฉะนั้นเพื่อให้สมาชิกเราได้ใช้สิทธิกันมากขึ้น ก็ขอความกรุณา ท่านสมาชิกช่วยรักษาเวลาด้วยนะครับ กำหนดท่านละ ๒ นาทีเพื่อสมาชิกท่านอื่น ๆ จะได้ใช้สิทธิบ้างนะครับ เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในเขตเทศบาลตำบลโตนด อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย เกี่ยวกับเรื่องการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคนั้น เป็นผู้ให้บริการกับพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลในเรื่องการใช้น้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งมีปัญหามาก น้ำนั้นไม่ค่อยจะไหล หรือว่าเสียบ่อยเป็นประจำ แล้วก็ทางการประปานั้น ก็ปล่อยน้ำบางทีก็เป็นช่วงเวลามีตอนเช้าบ้าง ตอนบ่ายบ้าง ตอนเย็นบ้าง อย่างนี้เป็นต้น ในเขตเทศบาลตำบลโตนดนั้นเป็นแหล่งชุมชนที่เจริญ แล้วก็เป็นแหล่งร้านค้า มีความจำเป็น ที่จะต้องใช้น้ำตลอด ฉะนั้นก็อยากให้การประปานั้นได้พัฒนาในเรื่องแหล่งน้ำแห่งนี้ ให้สมบูรณ์สมกับการประปาส่วนภูมิภาคที่ให้บริการกับพี่น้องประชาชน
ในเรื่องที่ ๒ พี่น้องในเขตอำเภอกงไกรลาศนอกจากที่จะปลูกข้าวแล้ว แล้วก็อาชีพอีกอย่างหนึ่งก็คือการหาปลาในแม่น้ำยมนั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวในปีนี้ มีปัญหาเยอะในเรื่องของการที่เข้าโครงการรับจำนำข้าวแล้วยังไม่ได้เงิน พี่น้อง ในอำเภอกงไกรลาศนั้นยังไม่ได้เงินจากโครงการรับจำนำข้าว ก็มีการร้องเรียนกันมาก ทำให้ไม่มีเงินที่จะได้ใช้ต่อไป แต่ตอนนี้น้ำในแม่น้ำยมลดลงมามีความจำเป็นที่จะต้อง หาอาชีพอื่นเสริมก็คือเรื่องของอาชีพประมง การจับปลาในแม่น้ำยม แต่ก็ถูกทางกรมประมงนั้น หวงห้าม ก็ไล่จับ ไล่ทำร้าย ทำลายสิ่งที่พี่น้องนั้นได้ไปดำเนินการในแม่น้ำไม่ว่าจะเป็นลี่ ลอบ กระเตง หรือสนั่น ก็ฝากท่านประธานถึงอธิบดีกรมประมงว่าทำอย่างไรจะพออนุโลม ให้พี่น้องนั้นได้หากินกับทางน้ำโดยการจับปลา โดยอนุญาตให้ลี่ ลอบ กระเตงหรือสนั่นนั้น ได้หากินได้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านอำนวย คลังผา ครับ ท่านสมคิด บาลไธสง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอหารือ กับท่านประธาน ดังนี้ครับ
๑. ขอให้ตรวจสอบโครงการขุดลอกหนองแง้ง บ้านกุดบง ตำบลกุดบง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย โดยกรมทรัพยากรน้ำให้ดูแลด้วย เดี๋ยวนี้ผู้รับเหมาทิ้งงานไป ชาวบ้านเขาเดือดร้อนนะครับ
๒. ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดการก่อสร้าง ซ่อม สะพานที่ห้วยหลวง ที่จะเข้าเมืองโพนพิสัย และซ่อมแซมถนนหนทางหนองคาย-บึงกาฬด่วนด้วยนะครับ เพื่อความสะดวก ความปลอดภัย พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาในเทศกาลบั้งไฟพญานาค อันนี้ก็เป็นเรื่องด่วนมากนะครับ
๓. ได้รับคำร้องเรียนจากนางสาวสุรีพร เสวยจันทร์ พนักงานองค์การบริหาร ส่วนตำบลนาหนัง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ได้ขอโอนไปเป็นครูในสังกัด สพป. หนองคาย เขต ๒ เป็นเวลานานแล้วร่วมปียังไม่ได้รับคำตอบ เขาบอกว่าเรื่องติดอยู่ ก.ค.ศ. ก็ขอให้กระทรวงศึกษาธิการได้ดูแลบุคคลนี้ด้วยนะครับ แล้วก็พี่น้องครูอื่น ๆ ด้วยที่ขอโอน ทั่วประเทศ
๔. ขอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งเปิดด่านชายแดนผ่อนปรนเพื่อการค้า ที่เทศบาลเมืองท่าบ่อ ซึ่งผมได้มีเอกสารจากนายกเทศมนตรีได้ยื่นมาแล้ว ผมจะยื่นให้ ท่านประธานต่อไปนะครับ ขอให้กระทรวงมหาดไทยได้ดูแลด้วยครับ
เรื่องต่อไป มีความเดือดร้อนของวัดวังหิน บ้านพรประเสริฐ ตำบลวังหลวง อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย กระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอปิด ๆ เปิด ๆ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดูแลด้วยนะครับ
เรื่องต่อไป ของบสร้างถนน ๔ ช่องจราจรที่ได้ตั้งงบประมาณไปแล้ว ให้ตรวจสอบด้วย ที่หน้าโรงพยาบาลโพนพิสัยและที่แยกอำเภอโพนพิสัยไปอำเภอเฝ้าไร่ ขอให้กระทรวงคมนาคมได้ดูแลด้วยครับ ขอให้ตรวจสอบการซ่อมถนนสายทุ่งธาตุ-บ้านบัว เดี๋ยวนี้ผู้รับเหมาทิ้งงานไปทำให้ฝุ่นตลบทำให้พี่น้องเดือดร้อนขอให้ ทช. ดูแลด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านเรวัต อารีรอบ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออนุญาตหารือท่านเนื่องจากผมได้รับจดหมายคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ผ่านทางตู้ ปณ. ๙๙ ถึงคุณอัญชลี วานิช เทพบุตร และผม เรวัต อารีรอบ ครับ
เรื่องแรก อีกประมาณไม่กี่วันข้างหน้าวันที่ ๑ พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ เป็นฤดูการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและพี่น้องชาวอันดามันทั้งหมดนะครับ ตั้งแต่ผม เคยทำจดหมายเป็นกระทู้ถามทั่วไปถึงรองนายกรัฐมนตรี ท่านเฉลิม อยู่บำรุง ครับ อยากจะ ถามว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาเพิ่มให้กับพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ตเพื่อรองรับปีการท่องเที่ยว ในปี ๒๕๕๕ ที่จะถึงนี้จะเพิ่มตำรวจทั้งหมดกี่นาย แล้วโรงพักใหม่ที่จะเพิ่มอยู่ ๒ โรงพัก ได้แก่ ที่ทำการตำรวจชุมชนตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต แล้วก็ที่ทำการตำรวจชุมชน ตำบลวิชิต อยากจะถามท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าเมื่อไรจะเพิ่มสถานีตำรวจให้ได้ทัน กับปีการท่องเที่ยวที่จะถึงนี้ครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องการทำลายหน้าดินที่เกิดขึ้นเป็นประจำอยู่ในจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากมีนักลงทุนชาวต่างประเทศโดยมายืมมือเปิดบริษัทใช้นอมินี (Nominee) คนไทย มาสร้างบ้านขายให้กับชาวฝรั่ง ดูแล้วส่วนใหญ่เป็นการทำลายหน้าดิน ทำลายภูเขา ผิด พ.ร.บ. ในเรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ แต่คนที่เป็นพวกนายทุนที่มาเริ่มทำ ที่มาขุดทำลายหน้าดินนี่ส่วนใหญ่จะใช้วันเสาร์ วันอาทิตย์ที่เจ้าหน้าที่ไม่อยู่ ผมเองขออนุญาต ให้ท่านประธานนำเรื่องนี้ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกำชับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเพิ่งไปรับตำแหน่งใหม่ ไม่กี่วันนี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณ
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ
เรื่องแรก ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองประสบกับปัญหา ก็คือมีพี่น้องมาบอกกล่าวกับดิฉันว่าถนนทางหลวงจากตำบลหนองบัวโคก อำเภอจัตุรัส ไปถึงตำบลวะตะแบก อำเภอเทพสถิต เป็นถนนที่พี่น้องใช้สัญจรไปมาค่อนข้างเยอะค่ะ เป็นถนนลาดยาง ๒ ช่องทางจราจรแต่ว่าไม่มีไหล่ทางนะคะ เส้นทางสายนี้พี่น้องใช้เพื่อการขนส่ง ทางการเกษตรค่อนข้างเยอะและที่สำคัญเป็นเส้นทางที่ผ่านในหลายอำเภอ ไม่ว่าจะเป็น อำเภอจัตุรัส อำเภอบำเหน็จณรงค์ แล้วก็อำเภอเทพสถิต จากการที่บางครั้งชาวบ้านต้องใช้สัญจร เอารถเพื่อการเกษตรมาวิ่งบนถนนค่ะทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ถูกรถบรรทุกขนส่งขนาดใหญ่ แล่นผ่านแล้วก็ชนทำให้ตกไหล่ทางเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกรมทางหลวงให้ช่วยดูแลเรื่องการจัดหาไหล่ทางไปเพิ่มเติม ให้กับถนนเส้นดังกล่าวด้วยเพื่อลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทุกอาทิตย์ จนปัจจุบันเขามีป้าย มาปักแล้วนะคะว่าถนนร้อยศพ ก็อยากจะฝากท่านประธานค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือปัจจุบันนี้ที่จังหวัดชัยภูมิ ของดิฉันนี้นะคะ โดยเฉพาะที่ตำบลตาเนิน ตำบลรังงาม ตำบลหนองฉิม อำเภอเนินสง่า ตำบลหนองบัวใหญ่ ตำบลหนองบัวโคก ตำบลบ้านกอก อำเภอจัตุรัส ตอนนี้ประสบปัญหา ขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตรค่ะ เนื่องจากว่าปัจจุบันฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ที่สำคัญค่ะ ตอนนี้ต้นข้าวกำลังตั้งท้อง ถ้าไม่มีน้ำเข้ามาช่วยในการทำการเกษตร แน่นอนค่ะข้าวคงจะต้องแท้งแน่ ก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยดูแลจัดสรรน้ำ ให้ด้วยค่ะ และถ้าหากเป็นไปได้ ๓ ๔ ๕ ตำบลที่ดิฉันว่ามานี้เขาไม่มีน้ำ ก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ช่วยไปดูแลในเรื่อง การขุดบ่อบาดาลเพื่อเพิ่มน้ำให้กับพี่น้องที่ขาดแคลนน้ำด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านผุสดี ตามไท
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ดิฉันนำเรื่องนี้มาหารือ เป็นความกังวลที่มาจากพ่อแม่ ผู้ปกครองแล้วก็รวมทั้งผู้สนใจ ที่ได้โทรศัพท์มาซักถามกันต่อเรื่องของผลการติดตามจากกรมสุขภาพจิตซึ่งไปสำรวจ เด็กอายุ ๖-๑๕ ปี เมื่อปีที่แล้ว ๒๕๕๔ สิ่งที่พบนี่คือน่ากลัว เป็นสัญญาณอันตราย คือพบว่า ไอคิว (IQ) หรือระดับสติปัญญาของเด็กโดยทั่ว ๆ ไปนั้นต่ำกว่ามาตรฐาน แล้วยิ่งไปกว่านั้น ถ้าพูดถึงเรื่องอีคิว (EQ) ซึ่งหลายคนก็คิดว่า หรือใช้คำว่าเป็นความฉลาดทางอารมณ์ หรืออาจจะเรียกว่าเป็นวุฒิภาวะ ความสามารถในการปรับตัวต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ก็มีแนวโน้มต่ำลง เรื่องตรงนี้เป็นสัญญาณอันตราย ดิฉันก็คิดว่าอย่างนี้ค่ะ รัฐบาลที่แล้ว ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตระหนักในเรื่องนี้ดีแล้วก็คิดว่าจำเป็น จะต้องทำแล้วก็รู้ว่าการที่จะต้องพัฒนาทั้งไอคิวและอีคิวนั้นต้องทำตั้งแต่ตอนยังเยาว์วัย จึงได้ให้หญิงที่มีการตั้งครรภ์รวมไปถึงทารกและเด็ก ๆ ได้รับสารไอโอดีนเพราะนั่นคือ สิ่งที่จะช่วยในการพัฒนาระดับสติปัญญา ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานหารือ ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ได้ลงมือทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ดิฉันไม่ทราบว่าขณะนี้ยังคงดำเนินการต่อไปหรือไม่ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว ท่านประธานลองจินตนาการดูว่าสังคมไทยจะต้องเต็มไปด้วยคนที่มีสติปัญญาต่ำ นอกจากนั้นระดับอีคิวซึ่งเป็นเรื่องความฉลาดทางอารมณ์ก็ต่ำไปด้วย แล้วเราจะไปเทียบ กับประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศเกาหลี เขาไปกันไกลแล้วค่ะ คำถามก็คือว่าอนาคตประเทศไทยจะมีที่ยืนอยู่ตรงไหนบนโลกใบนี้คะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญคุณหมอเชิดชัยครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม และขอความเมตตาจากผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น คือท่านสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ว่าได้มีคณาจารย์ นักศึกษา ผู้ปกครอง นำโดยดอกเตอร์ธีรภัทร์ ทองแก้วกูล ซึ่งทำงาน อยู่ที่มหาวิทยาลัยอีสาน ได้ขอความเมตตาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเนื่องจากได้รับผลกระทบ จากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งมหาวิทยาลัย แล้วจะมีผลวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ นี้ คือสิ้นเดือนนี้ เขาเรียกร้องมา ๔ ข้อ คือ
๑. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทบทวนคำสั่ง
๒. การสั่งเพิกถอนไม่ใช่วิธีการแก้ไข ควรใช้วิธีอื่น เช่นปรับปรุงในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพื่อให้มหาวิทยาลัยได้มีบทในการบริการแก่สังคมเพื่อลูกหลานชาวจังหวัดขอนแก่นและ ชาวอีสาน
๓. การแก้ไขควรจะให้ทุกภาคส่วนในจังหวัดขอนแก่นมีส่วนร่วม เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นของประชาชนจริง ๆ
๔. ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ใช้อำนาจทบทวนยับยั้งไว้ก่อน แล้วเขาจะมาฟังผลการพิจารณาของนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ เรื่องถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ที่ ๔ ตำบลชะรัด อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง เป็นถนนชลประทานซึ่งเป็นถนนลูกรัง ก็อยากให้กรมชลประทานได้ปรับปรุง เป็นถนนลาดยาง เพราะว่าถนนชลประทานขณะนี้ไม่เหมือนกับในอดีต เพราะว่าในอดีตนั้น ใช้เฉพาะเจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานกับเกษตรกร ชาวนาเท่านั้นเองใช้ประโยชน์จากถนน แต่ขณะนี้ถนนกรมชลประทานทุกเส้นนะครับจะเป็นถนนที่ประชาชนใช้โดยทั่วไป เป็นถนนสายเศรษฐกิจ เป็นถนนเพื่อการท่องเที่ยวและประชาชนใช้สัญจรไปมาเป็นปกติแล้ว จึงขอให้เปลี่ยนแปลงเป็นถนนลาดยาง เป็นเรื่องที่ ๑ ครับ
เรื่องที่ ๒ ประชาชนหมู่ที่ ๕ ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ร้องเรียนเรื่องขาดน้ำอุปโภคบริโภค จึงขอให้กรมทรัพยากรน้ำได้ไปขุดลอกห้วยกุม ชื่อห้วยกุม เพื่อที่พี่น้องประชาชนได้ใช้น้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค
เรื่องที่ ๓ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามีหน่วยงานหนึ่งคือกรมอุตุนิยมวิทยา ผมคิดว่าโดยสถานการณ์ของการมีภัยพิบัติทางธรรมชาติและความแปรปรวนของสภาพอากาศ ในขณะนี้ ควรที่กรมอุตุนิยมวิทยาจะได้ยกระดับเป็นหน่วยงานที่สำคัญหน่วยงานหนึ่ง ของจังหวัดนะครับ ขอให้ในระดับจังหวัดได้มีเครื่องไม้เครื่องมือที่เพียงพอและสามารถแจ้งข่าว เตือนข่าวไปยังพี่น้องประชาชนให้สามารถที่จะระแวดระวังสำหรับเรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติ ขอให้หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานหลักและเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะตั้งขึ้นในแต่ละจังหวัด
เรื่องสุดท้าย ครม. สัญจร โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ครม. ไปให้พันธสัญญา งบประมาณไว้กับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ขอให้ยึดถือปฏิบัติตามพันธสัญญานั้นด้วย เพราะว่า ครม. สัญจรของรัฐบาลชุดนี้ผ่านมาหลายครั้งแล้ว ได้สำรวจพบว่า อนุมัติงบประมาณไปจริงเพียง ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณที่เป็นพันธสัญญากับประชาชน ไปภาคใต้เที่ยวนี้ขอให้ครบตามจำนวนที่รับปากเอาไว้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านองอาจ วงษ์ประยูร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องจากพี่น้องตำบลบ้านกลับ อำเภอหนองโดน หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๕ เดือดร้อนมานานครับ ไม่มีน้ำดื่มน้ำใช้มาเป็นเวลานาน กราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ำให้ช่วยผลักดัน โครงการประปาหมู่บ้านแบบบาดาลขนาดใหญ่ให้พี่น้องตำบลบ้านกลับของผมด้วยครับ เดือดร้อนมากจริง ๆ ครับท่านประธานครับ
ส่วนเรื่องที่ ๒ เรื่องแรกนั้นขาดน้ำ เรื่องที่ ๒ นั้นน้ำมามากเกินไปครับ จากคณะครูอาจารย์โรงเรียนบ้านสันประดู่ ตำบลบ้านยาง อำเภอเสาไห้ ฝนตกทุกครั้งน้ำจะท่วม พื้นที่ของโรงเรียนเพราะว่าเป็นพื้นที่ราบลุ่มท้องกระทะ ตกมากตกน้อยก็ท่วมครับ ทางโรงเรียนก็ฝากมาผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยจัดสรรงบประมาณ ในเรื่องของการยกระดับพื้นอาคารหรือดีดตัวอาคารขึ้นมาเพื่อไม่ให้น้ำท่วมในชั้น ๑ อุปกรณ์ การเรียนการสอนนั้นเสียหายทุกปีครับ นักเรียนก็ไม่มีชั้นเรียนในช่วงฤดูฝนครับ ก็ฝากผ่านท่านประธานให้ช่วยดูแลโรงเรียนบ้านสันประดู่ด้วยครับ ขอหารือ ๒ เรื่องครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านศุภชัย ศรีหล้า เชิญครับ แล้วมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น น้ำในอ่างก็มีปริมาณลดน้อยลง น้ำในเขื่อนมีปริมาณ ลดน้อยลง ถ้าเผื่อว่าท่านพูดถึงพี่น้องภาคอีสานมากขึ้นก็จะทำให้พี่น้องบ้านผมสบายใจว่า ใช้สิทธิใช้เสียงเลือกตั้งในคราวที่แล้วลงคะแนนเสียงให้กับทางรัฐบาลเป็นจำนวนมาก แต่ในขณะที่ถ้าลงคะแนนเสียงให้แล้ว การพูดถึงน้อยลง การให้ความสนใจใส่ใจต่อปัญหา ของพี่น้องไม่มากนัก พี่น้องชาวอีสานก็ไม่ค่อยสบายใจ พี่น้องชาวอีสานเป็นจำนวนมาก จึงได้ร้องเรียนผ่านกระผมมาทางรายการฟ้าบ่กั้น ช่องบลูสกายทีวี จึงอยากกราบเรียนเรื่องนี้ ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาหรือ สกอ. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องขอให้ รับรองวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก ดิฉันได้รับเรื่องร้องทุกข์จากดอกเตอร์ประยูร สิริโชควัฒนานนท์ ข้าราชการครูโรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ซึ่งถือว่าเป็นมันสมองของประเทศค่ะ เพราะว่าครูโรงเรียนมัธยม ประจำจังหวัดอยากมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และใช้ความพยายามไปเรียนต่อต่างประเทศ โดย ก.พ. คือสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเป็นคณะกรรมการที่รับผิดชอบ ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ อนุญาตให้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยได้ ข้าราชการครู ลาศึกษาต่อระดับปริญญาเอกในเซ็นทรัล ลูซอน สเตท ยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศฟิลิปปินส์ เรียน ๓ ปี จบการศึกษาเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๓ พอเรียนจบกลับมาแล้ว สกอ. ไม่รับรอง ดิฉันถามแทนดอกเตอร์เกือบ ๑๐๐ กว่าท่านว่าเพราะอะไร ทำไมไม่รับรองวุฒิการศึกษา เพราะว่าดิฉันเสียดายมันสมองของชาติ เพราะคนที่เรียนประมาณ ๑๐๐ กว่าคนนี่ ที่ไม่ได้รับรองวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกเขาไม่ได้ไปเรียนต่อ ม. ๑ นะคะ ท่านประธานคะ ข้าราชการนั้นลาศึกษาต่อโดย ก.พ. อนุญาตให้เรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ ไปเรียนระดับปริญญาเอกใช้ทุนของตัวเองบ้าง ใช้ทุนได้รับทุนจากภาครัฐบ้าง ขณะที่ลาศึกษาต่อท่านประธานก็ทราบว่าเขาไม่ได้รับเงินเดือนขึ้นเลย หรือที่เรียกว่า ถูกแป้กเงินเดือน ฉะนั้น สกอ. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการควรทบทวน การรับรองวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก เพราะว่าการรับรองวุฒิเพื่อพิสูจน์เรื่องการศึกษา คู่กับคุณค่าของคนอย่าแบ่งชนแบ่งชั้นที่มหาวิทยาลัย แล้วก็จะเป็นการที่ สกอ. บริสุทธิ์ที่สุดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านนคร มาฉิม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือกับท่านประธาน
เรื่องแรกนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ขอทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับ การสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ อันที่ ๒ อยากจะให้ท่านประธานในฐานะประธานรัฐสภา ได้พิจารณาทบทวนเรื่องการก่อตั้งรัฐสภาประจำจังหวัดเพราะอาจจะไม่คุ้ม กับเงินงบประมาณที่ได้จัดสรรลงไป แล้วก็ราษฎรมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานมากกว่า
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ เครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว กระทรวงสาธารณสุขได้ร้องเรียนผ่านหลายองค์กรรวมไปถึงยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล ขอให้รัฐบาลได้พิจารณาทบทวนมติของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนหรือ ก.พ. ที่กำหนดให้สายงานพยาบาลเป็นสายงานวิชาชีพที่ไม่ขาดแคลน เพราะขัดแย้งกับ สภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ข้อที่ ๒ ก็คือเสนอให้ ครม. ได้พิจารณาอนุมัติบรรจุ พยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวทั้งหมดที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุขและสายงานที่ขาดแคลน ที่กระทรวงสาธารณสุขผลิตให้เป็นข้าราชการนะครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ราษฎรตำบลบ้านพร้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลกประสบกับภาวะภัยแล้ง นาข้าวเป็นจำนวนมากประสบกับภัยแล้งนะครับ ตอนนี้กำลังแห้งตาย ขอให้ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ที่ห้วยฐานแล้ง ตำบลบ้านพร้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพ ไฟฟ้ายังขาดอยู่ที่บ้านแก่งคันนา ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก แล้วก็บ้านห้วยดี ตำบลท่าสะแก อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก และบ้านน้ำแจ้งพัฒนา หมู่ที่ ๑๕ ตำบลนาบัว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ขอให้ส่วนราชการต่าง ๆ ได้เร่งแก้ไขดำเนินการ เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่ได้มีไฟฟ้าใช้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสหรัฐ กุลศรี
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่อง ที่จะปรึกษาหารือท่านประธานสัก ๒-๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชน บ้านวังกุ่ม และบ้านหนองยาว ตำบลห้วยขมิ้น อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมาว่าในขณะนี้ที่ฝายน้ำล้นซึ่งอยู่บนเส้นทางหลวงชนบทระหว่างบ้านทับกระดาษ กับบ้านวังกุ่มนั้นเกิดชำรุด รถเล็กตอนนี้สามารถข้ามได้แต่เชื่อว่าอีกไม่นานคงข้ามไม่ได้ เนื่องจากฝายดังกล่าวนั้นได้ถูกน้ำกัดเซาะเอาดินที่อยู่เบื้องล่างนั้นออกไปหมดสิ้นแล้ว และอีกไม่นานจะมีการตัดอ้อยและมีรถบรรทุกอ้อยผ่าน จึงฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคมให้ช่วยดำเนินการเร่งรัดซ่อมแซมโดยด่วนครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องชาวนาได้รับความเดือดร้อน ชาวนา ในอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรีและใกล้เคียงร้องเรียนมาว่า ๒-๓ เดือนแล้ว จำนำข้าวยังไม่ได้เงิน ไปที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร อำเภอเดิมบางนางบวช ก็ปรากฏว่าไม่มีเงินจ่าย ชาวบ้านเขาเดือดร้อนครับ เขาไม่มีเงินที่จะใช้สอย ไม่มีเงินที่จะไปจ่ายค่างวดรถ จึงฝากท่านประธานด้วยครับว่าอยากให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบชี้แจงประชาชนด้วยว่าเพราะอะไรถึงไม่จ่ายเงิน ถ้าภายในวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๕ ไม่จ่าย ชาวนาจะเข้ากรุงเทพฯ อย่างแน่นอนครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องแฟกซ์ (Fax) รับส่งเอกสาร หน้าประชาสัมพันธ์ในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเดี๋ยวนี้ชำรุดเสียหายครับ ใช้การไม่ได้ เสียเป็นรายวัน เพราะฉะนั้นวันนี้จึงฝากท่านประธานว่าช่วยซื้อให้ใหม่เถอะครับ และเป็นแฟกซ์สีด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องจะหารือก็คือเป็นเรื่องส่วนรวมนะคะว่าเมื่อวานนี้วันที่ ๒๓ มีการประชุมที่กองทัพภาคที่ ๒ ค่ะ โดยมีการเชิญตัวแทนของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยไปประชุม เพราะว่าคนกลุ่มนี้ไม่พอใจคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหา ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ซึ่งมติกรรมการให้ช่วยเหลือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย แล้วก็ไม่ได้ตั้งให้ แกนนำทั้งหลายเป็นคณะกรรมการในแต่ละระดับก็เลยไม่พอใจ เพราะว่าถ้าเป็นกรรมการ จะได้ร่วมกันคัดกรองว่าใครเป็นตัวจริงหรือตัวไม่จริง เพราะมันมีทั้งตัวจริง ตัวไม่จริงค่ะ เขาก็เลยอยากจะเข้ามาร่วม แต่ข้อสำคัญก็คือก่อนที่จะนัดประชุม บางกลุ่มก็ประกาศว่า ถ้ากองทัพภาคที่ ๒ ไม่เจรจาภายในวันที่ ๒๖ วันที่ ๒๘ เขาจะมาร่วมชุมนุมที่สนามม้า ซึ่งกรณีอย่างนี้รัฐบาลไม่ควรที่จะยอมให้มีการต่อรองหรือข่มขู่อย่างนี้ แต่เมื่อวานนี้ก็เจรจา คุยกันไปแล้วนะคะ ดิฉันก็อยากจะเรียนว่าที่จริงแล้วผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย การที่จะได้รับ ความช่วยเหลือ ควรจะเป็นเฉพาะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยตัวจริงเท่านั้น แต่ที่ผ่านมามีตัวปลอมเอาแนวร่วมเข้ามา แล้วก็ไปหาเก็บเงินสำหรับคนที่ต้องการที่จะได้รับ ความช่วยเหลือประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ บาท แต่ที่จริงหลังจากรัฐบาลปีที่แล้วก็มีผู้ที่เป็นตัวจริง แล้วก็ตกค้างอยู่บ้าง แต่ตอนนี้รวบรวมชื่อมาเป็นแสนคนแล้ว ดิฉันก็อยากจะเรียนว่า เมื่อมีกรรมการขึ้นมาแล้วอยากจะให้รัฐบาลพูดคุยกัน มันจะมีคนที่อ้างว่าเป็นตัวแทนรัฐบาล ทั้งอยู่ที่ทำเนียบและทั้งอยู่ที่สภาที่ไปคุยกับคนกลุ่มนี้แล้วก็บอกให้เรียกร้องเข้าไปมาก ๆ แล้วก็ ได้แน่นอน รวมทั้งแนะนำให้เขาไปทำบัตรผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย แล้วเก็บเงินมาส่งให้ใครบางคน เขาบอกเขาทำงานอยู่ที่สภาคนละ ๓๐๐ บาท แล้วก็สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ การหลอกลวง ครั้งใหม่ด้วยการให้พี่น้อง เพราะมันมีตัวไม่จริงมาก เพราะฉะนั้นก็จะมีการติวว่า เวลาตั้งคำถาม เวลาถูกสัมภาษณ์จะต้องตอบว่าอย่างไรบ้าง เอกสารแบบฟอร์มที่ใช้ติวนี่ เก็บเงินคนละ ๒๐๐ บาท ดิฉันฝากท่านหน่อยค่ะกระบวนการหลอกลวงพี่น้องประชาชน มันกระจายไปทั่วเป็นปัญหาสำคัญ ขอบคุณค่ะ
ท่านพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานด้วยเรื่องปัญหาภัยแล้งซึ่งเป็นปัญหาที่ประสบกัน ทั้งจังหวัดเลยนะคะ แต่ดิฉันขอยกตัวอย่างเพียงในเขตพื้นที่ของดิฉันสัก ๓-๔ ตัวอย่าง ลงพื้นที่ไปที่ตำบลกุดยม อำเภอภูเขียว ละแวกบ้านหมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๗ ประชากรมากกว่า ๓๐๐ หลังคาเรือนทำนาปลูกข้าว ต้นข้าวกำลังชูช่อสวยงามมากเลย แต่ว่าดินแห้งแตกระแหง ถ้าเผื่อขาดน้ำรับรองว่าตายแน่เลยนะคะ มีโรงสูบน้ำด้วยไฟฟ้าอยู่แต่ไม่มีคลองซอยเข้าไปหา ไร่นาเขา และปัญหาอย่างเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นที่ตำบลสามสวน อำเภอบ้านแท่นก็เช่นเดียวกัน ขอให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้โดยด่วนนะคะ อีกบ้านหนึ่งก็คือบ้านโนนดินแดน หมู่ที่ ๗ ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว ดิฉันก็ได้พบกับผู้ใหญ่บ้านตะนัย เพ็ชรภักดี ไปดูฝายที่ขาด ชื่อฝายสงเปลือยค่ะ ไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้เลย ดูแล้วถ้าเผื่อเราไม่รีบซ่อมแซมให้หรือดูแล ก็รับรองว่าละแวกนี้จะแห้งแล้งหมดเลย พืชสวนตายหมดค่ะ ปัญหาคล้ายกันอีก ที่บ้านหนองบัวพรม ตำบลหนองคอนไทย อำเภอภูเขียวฝายก็ขาดเช่นกัน ฝายอยู่ตรงสะพาน ของกรมทางหลวงชนบทเก็บกักน้ำไม่ได้เลย ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ให้การช่วยเหลือแก้ไขด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ท่านรัชดา ธนาดิเรก ครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานเรื่องของการก่อสร้างแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพมหานครค่ะ ตามที่กรุงเทพมหานครได้สร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย แล้วก็คลองมหาสวัสดิ์ รวมระยะทาง ๗๗ กิโลเมตรนั้น ณ วันนี้ก็สร้างมาแล้ว ๗๕.๘ กิโลเมตร เหลืออีก ๑.๒ กิโลเมตรทางกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการก่อสร้างอยู่ แต่ก็ติดขัดปัญหา อยู่ที่ ๒ จุด คือ ตรงถนนทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์ แล้วก็ตรงร้านอาหารขนาบน้ำเชิงสะพานกรุงธน เขตบางพลัด ซึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชน ทางกรุงเทพมหานครก็ได้ทำเรื่องไปยังกรมเจ้าท่า เพื่อขอประสานงานในการสร้างแนวเขื่อน เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดริมแม่น้ำ แล้วก็เป็นพื้นที่เอกชน กทม. ไม่สามารถไปสร้างได้โดยไม่ได้รับการอนุญาต แต่ว่าทางกรมเจ้าท่า ก็ตอบกลับมาบอกว่าที่ตรงนั้นเป็นที่ของเอกชนไม่สามารถให้การอนุมัติได้ ทางกรุงเทพมหานคร ก็ประสานงานไปยังกรมที่ดินเพื่อให้มาชี้แนวเขตพื้นที่ตรงนั้นเพื่อที่จะได้หาตัวเจ้าของ แต่ว่าทางกรมที่ดินก็ปฏิเสธบอกว่าไม่มีอำนาจในการชี้แนวเขตเพราะเป็นพื้นที่เอกชน ก็คือโอนกันไปโอนกันมาแบบนี้กรุงเทพมหานครก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการ สร้างแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ ๒ จุดตรงนี้ได้ จึงขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อผ่านไปยัง กรมเจ้าท่าและกรมที่ดินให้ความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครด้วยนะคะ จะได้ดำเนินการ สร้างแนวเขื่อนให้ครบ ๗๗ กิโลเมตรสักทีหนึ่ง
อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของกองทุนเอสเอ็มแอล (SML) ตามที่รัฐบาล นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นี้ได้มีนโยบายที่จะมอบกองทุนเอสเอ็มแอลให้กับกลุ่มหมู่บ้าน หรือว่าชุมชนในทุก ๆ พื้นที่ ๗๗ จังหวัด แต่ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่บางพลัด แล้วก็เป็นสิ่งเดียวกับที่เพื่อน ส.ส. ในพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการร้องเรียนมาว่าในพื้นที่ที่มีคะแนนการเลือกตั้งเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ชุมชนหรือหมู่บ้านที่รวมตัวกันเป็นชุมชนแล้ว แล้วก็ทำเรื่องเพื่อขอการสนับสนุนงบเอสเอ็มแอล แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดิฉันจึงขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่าช่วยกำกับดูแลในเรื่องนี้ ขอความเป็นธรรม กับพี่น้องประชาชนให้เข้าถึงสิทธิในการรับการสนับสนุนงบเอสเอ็มแอลให้เท่าเทียมกับพื้นที่ ที่เลือกพรรคเพื่อไทยมาด้วย ขอบคุณค่ะ
ท่านสมคิด เชื้อคง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก นายยศชาติ ธงศรี อยู่บ้านเลขที่ ๗๙ หมู่ที่ ๑ บ้านยางขี้นก ตำบลยางขี้นก อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เรื่องที่คุณแม่ของเขาชื่อ นางพินิจ ปวงสุข มีที่ดินอยู่บริเวณหมู่ที่ ๑ ประมาณสัก ๑๐-๑๕ ไร่ ได้รับมรดกจากนายผิว อุ่นจิต ซึ่งเป็นคุณตา ปรากฏว่าเขามี น.ส. ๒ อยู่ เขาจะขอออกเอกสารสิทธิ กำลังจะดำเนินการก็ปรากฏว่าคณะกรรมการหมู่บ้าน ตลอดจนทางผู้ใหญ่บ้านได้คัดค้าน ผมเองก็ได้รับเรื่องมาก็เห็นว่าอย่างน้อย ๆ อยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีแจ้งไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี สาขาเขื่องในให้ดูแลเรื่องนี้ให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๗ บ้านโคกสว่าง ตำบลโนนกลาง อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี ขอให้ติดตามเรื่องของสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๕ โคราชนะครับ ได้ออกไปสำรวจแล้วก็ว่าจะขุดลอกคลองว่าจะทำฝายให้ นานแล้วครับก็ยังไม่ได้ดำเนินการ กรุณาแจ้งสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๕ ช่วยไปดำเนินการด้วยครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ชาวอำเภอน้ำยืน อำเภอน้ำขุ่น โดยเฉพาะพื้นที่เหล่านี้ ปลูกมันสำปะหลังเยอะมาก ปีนี้เขาอยากให้รัฐบาลรีบดำเนินการเกี่ยวกับการที่จะจำนำ ไม่เป็นไรครับ ชาวบ้านยอมรับอยู่เรื่องจำนำแต่ว่าลานมันสำปะหลังหรือแหล่งที่จะรับจำนำนั้น น้อยเกินไป แจ้งองค์การคลังสินค้ากับทางเกษตรอำเภอรีบดำเนินการด่วน เดี๋ยวจะเป็นปัญหา แบบปีที่แล้วอีก ขอบพระคุณครับ
ท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรก เรื่องภายในสภาผู้แทนราษฎร ทราบว่าจะมีการย้ายที่ทำการไปรษณีย์ ด้านล่างไปอยู่ด้านหลัง จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าที่ทำการไปรษณีย์นั้น อยู่ตรงนั้นดีอยู่แล้ว ไม่ควรที่จะย้ายให้สิ้นเปลืองงบประมาณเพราะไหน ๆ สภาในไม่ช้า ก็จะย้ายอยู่แล้ว
เรื่องที่ ๒ นาฬิกาในสภานั้นเดินไม่เท่ากัน ที่ห้อง ๒๒๐ ตึกวุฒิสภา ปรากฏว่า นาฬิกาเรือนหนึ่งนั้นอยู่ที่ ๐๙.๒๓ นาฬิกา อีกเรือนหนึ่งก็เป็นเวลาที่ท่านประธานดูในขณะนี้ อยากจะให้นาฬิกาทุกเรือนในสภาเดินให้ตรงกันครับ เพราะอายต่อผู้มาชี้แจง วันนี้ กสทช. มาชี้แจงก็รู้สึกอายว่านาฬิกาของท่านประธานทุกเรือนนั้นเดินไม่ตรงกัน
เรื่องที่ ๓ บริเวณสามแยกซอยเพชรเกษม ๘๑ พี่น้องประชาชนโทรศัพท์ มาร้องเรียนว่าต้องการป้ายการจราจรที่ชี้บอกทางเข้าซอยเพชรเกษม ๘๑ ที่ใหญ่กว่านี้ และมีขนาดที่ชัดเจนและบอกเป็นระยะ ๆ
เรื่องที่ ๔ พี่น้องประชาชนคนไทยติดคุกอยู่ที่ประเทศพม่า เนื่องจากว่ารุกล้ำ เข้าไปในดินแดนของประเทศพม่า อยากให้กระทรวงการต่างประเทศนั้นขอบรรเทาโทษ เนื่องจากว่าศาลประเทศพม่าได้ตัดสินจำคุกเป็นเวลาถึง ๗ ปี
ถัดมาครับ ที่เขมร คุณวีระ สมความคิด และคุณราตรีก็ถูกจำคุกอยู่ที่คุกของเขมร อยากให้กระทรวงการต่างประเทศขอบรรเทาโทษขอให้ผ่อนผันหรือว่าให้เร่งรัดในการจำคุก ให้เหลือน้อยลงเพื่อที่จะได้กลับมาสู่ประเทศไทย
เรื่องที่ ๖ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกวันนี้วันศุกร์ไม่มีความสุขเลยครับ เพราะว่ากลุ่มแบ่งแยกดินแดนนั้นข่มขู่ว่าจะทำร้ายหรือฆ่าพี่น้องประชาชนที่ไปจ่ายตลาด ในวันศุกร์ อยากให้ท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะผู้รับผิดชอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ไปจ่ายตลาดที่ตลาดปานาเระหรือตลาด ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อเป็นตัวอย่างเป็นขวัญกำลังใจและเป็นที่อบอุ่นแก่ราษฎร
สุดท้าย ท่านประธานครับ ในวันนี้ทางคณะอนุกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนได้เชิญตัวแทนของบริษัทไร่ส้มมาชี้แจง กรณีการทุจริต พร้อมทั้งมีตัวแทนของ ป.ป.ช. ตัวแทนของ อสมท. สหภาพรัฐวิสาหกิจ อสมท. และไทยทีวีสีช่อง ๓ ที่ห้อง ๓๒๐๑ ในเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน
เรื่องที่เกี่ยวกับสภาฝากท่านเลขาธิการได้นำไปพิจารณาด้วยนะครับ เชิญท่านมนพร เจริญศรี
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่จะหารือต่อท่านประธาน จำนวน ๓ เรื่อง
เรื่องแรก เมื่อวันเสาร์ วันอาทิตย์ที่ผ่านมาดิฉันได้ลงไปเยี่ยมเยียน พี่น้องประชาชนและร่วมเกี่ยวข้าว ที่ได้ลงไปเกี่ยวข้าวกับพี่น้องประชาชนเพราะเป็นการเกี่ยวข้าว ให้กับส่วนรวมของหมู่บ้านเพื่อจะนำข้าวเปลือกเหล่านั้นมาตั้งเป็นกองบุญ เรียกว่า บุญประทายข้าวเปลือก การที่ดิฉันได้ลงไปเกี่ยวข้าวนั้นก็พบว่ายังมีไร่นาของพี่น้องประชาชน ข้าวที่เกี่ยวนั้นเขาเรียกว่าข้าวดอ ก็ได้ถือโอกาสเก็บเกี่ยวก่อน แต่ว่าข้าวที่ยังเหลือ เป็นส่วนมากขณะนี้ได้ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก เพราะว่าฝนทิ้งช่วง ดิฉันจึงต้องหารือ ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำฝนเทียมเข้าไปแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน ในภาพรวมทั้งจังหวัดนครพนมซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับคำร้องจากองค์การบริหารส่วนตำบลหลายแห่งว่าขณะนี้ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุงวดสุดท้ายที่รัฐบาลจะต้องโอนไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขณะนี้ ใน ๓ เดือนสุดท้ายยังไม่ได้รับการจัดสรรก็ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดการโอนเงินในก้อนสุดท้ายลงไป ขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลายแห่งได้เอาเงินสะสมมาใช้ในการแก้ปัญหาไปพลางก่อน แต่ในไตรมาสสุดท้ายคือเดือนนี้ เป็นเดือนแรกของงบประมาณจะต้องนำเงินส่วนนั้นมาจ่ายเป็นค่าตอบแทนเงินเดือนให้กับ ลูกจ้างในองค์การบริหารส่วนตำบลนั้น ๆ จึงขอเร่งรัดในเรื่องที่ ๒
เรื่องที่ ๓ ดิฉันขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้เร่งรัดแล้วก็ ควบคุมแล้วก็ป้องกัน แล้วก็ปราบปรามในเรื่องของการซื้อขายยาเสพติดขณะนี้ได้เปลี่ยน รูปแบบของการซื้อขายไปในรูปแบบของการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์หรือว่า เฟซบุค (Facebook) หรือว่าไอโฟน (iPhone) ต่าง ๆ ขณะนี้เริ่มแพร่ระบาดไปในหมู่นักเรียน แล้วก็วัยรุ่น ขอให้ในส่วนที่เกี่ยวข้องได้จัดการเร่งด่วนต่อไปด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านวิชัย ล้ำสุทธิ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิชัย ล้ำสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ๑ เรื่องก็คือถนนท่าบรรทุกเส้นตั้งแต่ แยกหนองสนม สี่แยกพีเอ็มวายไปสี่แยกทับมา อันนี้เป็นถนนเส้นเดียวกันเรียกว่าถนนท่าบรรทุก ปัจจุบันนี้ทำแล้วตั้งแต่สี่แยกทับมาไปถึงสี่แยกหนองสนมเป็น ๔ เลน (Lane) เหลือจากสี่แยกหนองสนมไปสี่แยกพีเอ็มวายไปลงทะเลไปสามแยกนางยักษ์นี่ยังไม่ทำ ปัจจุบันนี้หนักมากครับ โดยเฉพาะช่วงเช้าช่วงเย็นจาก ๔ เลนมาเหลือ ๒ เลนก็ติดไฟแดง ประมาณสัก ๕-๖ ครั้ง ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วตรงนั้นก็ลำบากมากเดินทางไม่ได้ ก็ฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยดำเนินการถนนเส้นนั้นให้หน่อย เพราะว่าทางกรมทางหลวงชนบทก็บอกว่าของบมาหลายปีแล้ว คาดว่าจะได้หลายปีแล้ว ไม่ได้สักทีนะครับ เช่นเดียวกับถนนเส้น ๒ เลน เส้นตั้งแต่มาบตาพุดไปหนองแฟบออกสาย ๓ เส้นนั้นก็เช่นเดียวกันตั้งแต่เส้นสาย ๓ ไปเข้านิคมอุตสาหกรรมเป็น ๔ เลน ต่อจากนิคมอุตสาหกรรมไปหนองแฟบเป็น ๒ เลน หนักเหมือนเดิมเหมือนกัน เพราะว่า จาก ๔ เลนไปเหลือ ๒ เลน ถนนก็แคบมากและตอนนี้ก็หนักเช่นเดียวกันเนื่องจากหลังฝนตก น้ำท่วมแล้วก็ถนนพังมากนะครับ ก็ฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ทั้ง ๒ โครงการ ฝากว่าทำอย่างไรก็ได้ให้ถนนเส้นนั้นไม่เป็นคอคอดนะครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน
ท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจำนวน ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ
เรื่องแรก เป็นปัญหาเกี่ยวกับการรับซื้อปาล์มสด เนื่องจากว่ากระผมได้รับ การร้องเรียนจากเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันและผู้แทนของสมาคมเพื่อเกษตรกร ภาคตะวันออกว่าปัจจุบันนี้ภาคตะวันออกนั้นมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันจำนวนหลายหมื่นไร่ แต่ก็มีโรงงานรับซื้อจำนวน ๒ โรงงานด้วยกัน อยู่ที่อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ซึ่งก่อให้เกิดการผูกขาดแล้วก็เกิดการฮั้วในการกำหนดราคาซื้อขายทำให้ราคารับซื้อนั้น ต่ำกว่าราคารับซื้อในภาคใต้กิโลกรัมละ ๑ บาท ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่เกษตรกร จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไปดำเนินการแก้ไขด้วยและถ้าหากว่าเป็นไปได้ ก็ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างโรงบีบน้ำมันปาล์ม ให้กับสมาคมเพื่อเกษตรกรภาคตะวันออก เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย
เรื่องที่ ๒ นั้นเป็นปัญหาเกี่ยวกับถนนทางหลวงชนบทหมายเลข ๓๐๒๕ ท่าข้าม-บ้านไร่ ซึ่งชำรุดเสียหาย เนื่องจากว่าถูกน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ปีนี้และปีที่แล้ว ก็โดนท่วมอีกครับ ทำให้ถนนดังกล่าวนั้นชำรุดเสียหาย ซึ่งที่ผ่านมากรมทางหลวงชนบทนั้น ได้ดำเนินการซ่อมแซมในกิโลเมตรที่ ๔ และกิโลเมตรที่ ๕ ไปแล้ว แต่ปัจจุบันนี้กิโลเมตรที่ ๑ ถึงกิโลเมตรที่ ๔ มีสภาพชำรุดเสียหายเป็นอันมาก จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทได้โปรด ดำเนินการแก้ไขด้วย
เรื่องสุดท้ายนะครับ เป็นปัญหาเกี่ยวกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๑ ฉะเชิงเทรา-สัตหีบ ที่บริเวณสี่แยกไฟแดงที่บ้านเนินหิน ตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม ชำรุดเสียหาย ที่ผ่านมานั้นกรมทางหลวงก็ได้นำเอาแอสฟัลติก (Asphaltic) สำเร็จรูปปะไป ชั่วคราว ปัจจุบันนี้ก็อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถใช้งานได้ดีเป็นปัญหาในการจราจร จึงกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดดำเนินการแก้ไขปัญหา ทั้ง ๓ เรื่องด้วย ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ขอเป็น ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดสุโขทัย เกี่ยวกับการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ที่บริเวณสามแยก บ้านวังวน หมู่ที่ ๗ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเมื่อประมาณ ปี ๒๕๔๓ ทางจังหวัดหรือทางกรมศิลปากรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นได้กราบบังคมทูล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานในการวางศิลาฤกษ์ ซึ่งจนกระทั่งบัดนี้เป็นเวลา ๑๐ กว่าปีแล้วยังไม่ดำเนินการก่อสร้างนะครับ อยากสอบถาม ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านท่านประธานนะครับว่าจะสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ดังกล่าวหรือไม่และสร้างเมื่อไรนะครับ
เรื่องที่ ๒ นะครับ เกี่ยวกับวันสำคัญของชาติเรา โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ เป็นวันปิยมหาราชนะครับ ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้เป็นวันสำคัญ แล้วก็เป็นวันรัฐพิธี ถือว่าเป็นวันหยุดราชการเพื่อให้พี่น้องปวงชนชาวไทยนั้นได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ นะครับ หลาย ๆ พื้นที่ได้ทราบมาว่า การจัดงานน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณนั้นไม่ได้จัดตรงกับวันที่กำหนดให้เป็น วันรัฐพิธีนะครับ ซึ่งงานรัฐพิธีนั้นเป็นงานสำคัญของชาติ เป็นงานซึ่งพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวจะได้มอบหมายให้หน่วยงานเป็นประธานแทนพระองค์ท่าน ก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น งานวันแม่แห่งชาติก็ดี ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๒ สิงหาคมที่ผ่านมา หรือวันที่ ๕ ธันวาคม วันพ่อแห่งชาตินะครับ ขอให้จัดตรงกับวันที่กำหนดไว้เป็นวันรัฐพิธีนะครับ ขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดอุดรธานี จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดยโสธร ด้วยความยินดีครับ ขอท่านสุดท้ายนะครับท่านอำนวย คลังผา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย เนื่องจาก พี่น้องประชาชนชาวตำบลวังขอนขว้าง ตำบลหลุมข้าว และตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง ได้รับความเดือดร้อนในขณะนี้ต้องสูบน้ำให้กับข้าว ก็อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนทั้ง ๓ ตำบลที่ผมได้กล่าวไปเบื้องต้นนะครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในขณะนี้ต้องขอบคุณทางกรมชลประทานได้ส่งเครื่องสูบน้ำไปทั้งหมด ๖๐ เครื่องแล้ว ผมต้องการให้พี่น้องประชาชนอีกสัก ๑๐ เครื่องถึงจะพอสูบน้ำในขณะนี้ ก็อยากจะฝาก ท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในส่วนนี้ด้วยครับ โดยเฉพาะกรมชลประทานขอเครื่องสูบน้ำอีก ๑๐ เครื่องที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทั้ง ๓ ตำบลที่ประสบภัยในขณะนี้ ข้าวขาดน้ำหากไม่สูบน้ำใส่แล้วนี่พี่น้องประชาชน จะเสียหายหลายพันไร่ ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่ง ดำเนินการให้ด่วนครับ ขอบคุณครับ
ท่านนิยม เอาอย่างนี้ดีไหม ท่านส่งมาเลยดีกว่า
ท่านประธานครับ ผมส่งเป็นหนังสือ แล้วกัน
ได้ครับ
ก็มีปัญหาเรื่องขุดลอกกับเรื่องราคา เรื่องส่งเสริมปลูกพืช แล้วก็เรื่องการศึกษาครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
โอเค (OK) ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๒ คน
ท่านสมาชิกครับ มีผู้ลงชื่อเข้าร่วมประชุม ๓๖๗ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาต ดำเนินการตามระเบียบวาระนะครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระ ผมขอปรึกษาที่ประชุมครับ ขออนุญาตนำเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมและการรับรอง รายงานการประชุมตามระเบียบวาระที่ ๒ และระเบียบวาระที่ ๓ ขึ้นมาพิจารณาก่อน คงใช้เวลาไม่มากนัก ขอความกรุณานะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่น ผมขออนุญาตดำเนินการตามนี้นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระคือ
รับทราบคำสั่งศาลฎีกา
ด้วยประธานศาลฎีกาได้มีหนังสือแจ้งว่าตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและขอให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ ใหม่ แทน นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๓๙ ประกอบพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๖ ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำสั่งให้รับคำร้องดังกล่าวไว้ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕ บัดนี้ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยให้ยกคำร้องคดีดังกล่าว เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๕ จึงทำให้บุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ดังนั้นปัจจุบันจึงมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๔๙๒ คน
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไปเป็นเรื่อง ที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมซึ่งปรากฏในระเบียบวาระ
๒.๑ รับทราบผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติกำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ในท้องที่เขตห้วยขวาง เขตวัฒนาและเขตสาทร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ....
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ในท้องที่เขตห้วยขวาง เขตวัฒนาและเขตสาทร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น สำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๕ รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ และผลการดำเนินการตามข้อสังเกตดังกล่าว ของกระทรวงคมนาคมและให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรทราบ ซึ่งรายละเอียด ของรายงานดังกล่าวสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งให้ท่านสมาชิก ได้รับทราบแล้วนะครับ
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๒ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้ลงมติตั้งกรรมาธิการร่วมกันฝ่ายวุฒิสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จำนวน ๒ ฉบับ
ประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้ลงมติตั้งบุคคล เป็นกรรมาธิการร่วมกันของฝ่ายวุฒิสภาตามจำนวนที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด ตามมาตรา ๑๔๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ จำนวน ๒ ฉบับ คือ
(๑) ร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. ....
(๒) ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญา ในศาลแขวง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๓ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้ลงมติให้ขยายเวลาการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติออกไปเป็นกรณีพิเศษ จำนวน ๔ ฉบับ
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้มีมติให้ขยายเวลา การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จำนวน ๔ ฉบับ
(๑) ร่างพระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
(๒) ร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ประชุม ได้มีมติให้ขยายเวลาการพิจารณาออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
(๓) ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ
(๔) ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ประชุม ได้มีมติให้ขยายเวลาการพิจารณาออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
- รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วนะครับ ก่อนที่จะเสนอให้สภารับรองมีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี ถือว่า ที่ประชุมให้การรับรองรายงานการประชุมดังกล่าวนะครับ
ต่อไประเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ทราบว่าจะมีการขอเลื่อน เชิญวิป (Whip) ครับ ท่านไพจิตเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานเพื่อขอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว และร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ลำดับที่ ๕ และลำดับที่ ๖ ขึ้นพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อน แล้วค่อยมาต่อร่างพระราชบัญญัติ ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ ตามลำดับครับ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ต้องไม่น้อยกว่า ๒๐ คนนะครับ ขอผู้รับรองใหม่ครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ทีนี้ประเด็นคือถ้าขอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติลำดับที่ ๕ และลำดับที่ ๖ ขึ้นมา พิจารณาก่อน มันจะต้องไปเข้าข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคสอง ซึ่งจะมีผลสามารถพิจารณาได้ ในอาทิตย์ถัดไป แต่ทราบว่าวิปจะขอให้มีการพิจารณาในวันนี้เลย เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการยกเว้นข้อบังคับโดยใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ เพื่อยกเว้นการใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) แต่เนื่องจากมันต้องใช้เสียงอย่างน้อยไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกในที่ประชุมนะครับ เชิญคุณหมอเสนอเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานได้ให้เหตุผลประกอบกับญัตติของท่านไพจิต ที่จะขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมโดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๖ (๒) กับข้อบังคับ ข้อ ๒๑ แล้วก็อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ในการที่จะนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อพิจารณากฎหมายในวันนี้ เนื่องจากว่าข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) กรณีเป็นพระราชบัญญัติแล้วนี่จะต้องพิจารณาในวันถัดไป ท่านประธานที่เคารพครับ ในการพิจารณาเพื่อจะงดเว้นข้อบังคับประกอบกับญัตติ ของท่านไพจิต ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ในข้อบังคับ ข้อ ๑๔๖ จำเป็นต้องใช้เสียงครับ แล้วก็ ๒ ใน ๓ ต้องเป็นตัวเลขที่บันทึกในที่ประชุม ผมเข้าใจว่ามีผู้รับรองถูกต้อง ถ้าไม่มีผู้ขัดข้อง ท่านประธานก็ขอมติให้เป็นไปตามนั้นนะครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธานครับว่าความจริงเรื่องการที่จะเร่งรัดในการพิจารณากฎหมาย ๒ ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กับร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ในส่วนของพวกกระผมยินดีสนับสนุนอยู่แล้วในการที่ต้องการให้เร่งรัดพิจารณา ผ่านกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ไปโดยเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อหวังที่จะให้สภาอุตสาหกรรมและ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยซึ่งมีสมาชิกอยู่จำนวนมากสามารถที่จะได้รับการสนับสนุน ทางการเงินจากธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารในประเทศไทยที่เกี่ยวพันกับการขอความช่วยเหลือ จากสำนักงานเพื่อการพัฒนาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งมีเงื่อนไขว่าจะได้รับการช่วยเหลือ ก็ต่อเมื่อเรามีกฎหมาย ๒ ฉบับนี้บังคับใช้ในประเทศไทย ซึ่งในส่วนฝ่ายค้านยินดีสนับสนุน เพียงแต่ว่ากระผมขอหลักประกันเนื่องจากการเลื่อนทั้ง ๒ ระเบียบวาระที่ว่านี้ เป็นการเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กับร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ) เพราะฉะนั้นขอหลักประกัน จากท่านประธานว่าถ้าเลื่อนขึ้นมานี่กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้จะได้รับการพิจารณาเมื่อไร ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญเช่นเดียวกัน ขอคำตอบโดยเฉพาะจากวิปรัฐบาลด้วยครับ
เชิญวิปรัฐบาล เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ในข้อสนับสนุนของท่านซึ่งทางวิปทั้ง ๒ ฝ่ายได้ปรึกษาหารือกันในเรื่องนี้ก็ได้รับความกรุณา อย่างดียิ่งจากท่านประธานวิปฝ่ายค้านและคณะวิปฝ่ายค้าน เพราะเห็นความสำคัญเกี่ยวกับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กับร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ซึ่งมีระยะเวลาต้องแล้วเสร็จ หมายถึงกฎหมายภายในของเราภายใน เดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๖ เพื่อปฏิบัติตามข้อตกลงที่เป็นสัญญาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ องค์กรที่บังคับใช้เกี่ยวกับการเงินที่จะนำสู่กระบวนการการก่อการร้ายจะมีผลเกี่ยวเนื่อง ไปถึงผู้ประกอบการที่ดีที่จะต้องมีธุรกรรมทางการเงิน ประเด็นเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ ที่อยู่ในระเบียบวาระการประชุมที่สภามีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนเป็นลำดับแรก และลำดับที่ ๒ ก็คือ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว และมีกฎหมายพวงที่เกี่ยวเนื่อง เป็นร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เกี่ยวกับสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติที่จะต้องแก้ไข ในร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น ทางวิปรัฐบาลมีความมั่นใจว่า การพิจารณากฎหมาย ๒ ฉบับแรกเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... เสร็จแล้วในวันนี้เราจะนำเรื่องนี้พิจารณาต่อเนื่อง ทันที อย่างไรก็ให้ได้พิจารณาในวันนี้ อาจจะใช้เวลาสักนิดหนึ่งแต่ว่าด้วยความเคารพ ท่านประธานแล้วก็นำเรียนท่านประธานไว้เบื้องต้นว่าสมาชิกพร้อมที่จะให้ความเห็นชอบกับ กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับเข้าสู่การพิจารณาในวันนี้ ส่วนเนื้อหาสาระถ้าเพื่อนสมาชิกสนใจ เป็นประเด็น ถ้ามีการอภิปรายสอบถามหรือมีข้อซักถามกันก็ขึ้นกับเวลาครับ เดิมเรากำหนดไว้ว่า ๒๑.๐๐ นาฬิกา ถ้าไม่แล้วเสร็จก็สามารถที่จะเลื่อนไปพิจารณาในสัปดาห์ต่อไป แต่อย่างไรก็แล้วแต่วันนี้ต้องเข้าประเด็นในการพิจารณาเรื่องนี้ให้ได้สำหรับเรื่องการส่งเสริม คุณภาพชีวิตคนพิการ กราบเรียนยืนยันครับ
การเลื่อน ระเบียบวาระที่ ๒ เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน เป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม ก็เชื่อว่าคงไม่มีสมาชิกท่านใดขัดข้องนะครับ เชิญท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ
ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันไม่ได้ขัดข้อง เรื่องที่ท่านจะเสนอเลื่อนนะคะ เมื่อประธานวิปฝ่ายค้านเห็นด้วยก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร เพียงแต่ไหน ๆ เวลาจะเลื่อนแล้ว ดิฉันก็อยากจะเรียนถามว่าทุกครั้งที่จะเลื่อนอยากจะฝาก ให้ท่านนึกถึงเรื่องที่ประชาชนเสนอเข้ามาด้วย ตอนนี้เหลือกฎหมายใหญ่ ๆ อยู่ ๓ ฉบับ แล้วท่านกำหนดอยู่ในเรื่องด่วน เวลาเขาคุยกันดิฉันก็เศร้าใจเพราะว่าเขาดีใจมาก พอตอนนี้ของเขาอย่างร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตอนนี้อยู่เรื่องด่วนที่ ๓ แล้วนะ เวลาเขาคุยกันก็คือคิดว่าเรื่องด่วนที่ ๓ เป็นเรื่องที่จะถึงเร็ว ๆ นี้ หรือบอกว่าร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการ สาธารณสุข พ.ศ. .... ก็อยู่เรื่องด่วนที่ ๕ ซึ่งมันอยู่ใกล้มากเลยแต่มันไม่ถึงสักที ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็อยู่เรื่องด่วนที่ ๗ เวลาเขาคุยกัน เขาบอกเรื่องด่วนมันคือด่วน แต่มันก็ไม่ด่วนสักที ฉะนั้นต้องคอยบอกว่ามันสามารถที่จะมี เรื่องอื่นขึ้นมาอยู่เหนือ อยู่ก่อนได้เสมอ แต่ก็อยากจะเรียนท่านประธานฝากทางวิปรัฐบาลว่า เวลาท่านเลื่อนกฎหมายอะไรกรุณานึกถึงร่างของประชาชนด้วย เพราะว่าท่านก็ได้ยืนยัน ที่จะเอากฎหมายนี้ซึ่งตกไปแล้วกลับขึ้นมาเมื่อท่านมาเป็นรัฐบาล จนกระทั่งป่านนี้ ก็ยังไม่ได้พิจารณาของเขาเลย อย่าให้เขารู้สึกว่าเขาถูกรัฐบาลหลอก เมื่อไรที่ท่านเสนอ เลื่อนกฎหมายอะไรก็ตาม ดิฉันก็จะสอบถามแล้วก็ทวงถามถึงกฎหมายภาคประชาชน ที่เสนอเข้ามาทุกครั้งค่ะท่านประธาน
ขอบคุณครับ ก็ฝากด้วยนะครับ เชิญคุณหญิงกัลยาครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็อยากจะสนับสนุนความคิดของท่านวิปฝ่ายค้าน แล้วก็ทางฝ่ายรัฐบาลด้วยนะคะว่าให้คำยืนยันว่าจะต้องนำร่าง พ.ร.บ. นี้เข้าสภาในวันนี้ให้ได้ ดิฉันทำงานด้านนี้มา ๓๐ ปี ท่านประธานบอกว่าร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... นี้เป็นเรื่องสำคัญ แต่เรื่องคนพิการ ก็สำคัญเช่นเดียวกัน ดิฉันนั่งประชุมกับเขามาตลอดเวลา ดิฉันก็เข้าใจแล้วก็ดิฉันอยากจะให้ ท่านประธานสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นความสำคัญของคนพิการ ของครอบครัวคนพิการ ของพ่อแม่คนพิการ เฉกเช่นเดียวกับเห็นใจนักธุรกิจสภาหอการค้า แห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพราะว่าเขาเหล่านี้ทนทุกข์ทรมาน จะเรียกว่าป่วยตลอดชีวิตก็ย่อมเป็นได้ อยากให้ท่านประธานให้ความสำคัญ ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจ หรือการเงินเท่านั้นเอง ดิฉันเห็นความสำคัญอย่างมาก เพราะว่าครอบครัวก็มาจาก ครอบครัวธุรกิจ ดิฉันสนับสนุน แต่อย่างไรก็ตามสำหรับร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เขารอมานานแล้วค่ะ แล้วพวกเรา ก็ทำงานหนัก เมื่ออาทิตย์ที่แล้วท่านประธานก็ได้เรียกประชุมถึง ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง เพื่อจะปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ให้เรียบร้อย แล้วก็ทางหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้พบกับคนพิการที่ได้มารอว่ากฎหมายของเขาจะได้ เข้าสภาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ขอสนับสนุนให้เร่งนำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้าสภาโดยเร็วเพื่อให้คุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น สักเล็กน้อยก็ยังดีค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ครับ เมื่อกี้ ๒ ฝ่ายก็ยืนยันตรงกันนะครับ คงไม่มีปัญหาอะไร ก็ขอความร่วมมือจากสมาชิกเท่านั้นเองนะครับ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้จบภายในวันนี้นะครับ ทีนี้เมื่อกี้มีการเสนอขอเลื่อน แล้วก็มี ต้องใช้งดเว้นข้อบังคับ ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ผมหารือท่านสมาชิกครับ ถ้าไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือเป็นมติเอกฉันท์ ไม่ต้องลงมติได้ไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่ขัดข้อง ก็ถือว่า เป็นมติเอกฉันท์นะครับ ผมขออนุญาตดำเนินการตามนี้เลยครับ ขอบคุณครับ
เรื่องด่วนที่ ๕ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
เชิญครับ ท่านนิพนธ์มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ คือในกรณียกเว้นข้อบังคับนี่เราจะไม่มีมติ ตามข้อบังคับนี่ผมว่าน่าจะมีปัญหาผมเป็นห่วงครับ เพราะว่ายกเว้นข้อบังคับเป็นเรื่องใหญ่ครับเพราะทุกอย่างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ มันต้องใช้มตินะครับ เพราะฉะนั้นการที่จะใช้กรณียกเว้นข้อบังคับนี่สมาชิกต้องพร้อม ผมฝากไว้เป็นข้อสังเกตครับ เดี๋ยวจะมีปัญหา
ครับ อย่างนี้ครับ ท่านนิพนธ์ครับ ข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจนว่าต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของที่ประชุม ถ้าเป็น ๒ ใน ๓ ของทั้งหมดต้องลงมติ แต่เป็น ๒ ใน ๓ ของที่ประชุมนี่ในเมื่อไม่มีท่านใดขัดข้อง ถือว่าเป็นเอกฉันท์แล้วครับ มัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ มันไม่ใช่ ๒ ใน ๓ แล้ว ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ อยู่แล้ว มัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่น่ามีปัญหา ก็ขออนุญาตดำเนินการตามนี้นะครับ เชิญคณะกรรมาธิการครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการถ้าพร้อมก็แถลงได้เลยนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทราบว่า
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๓๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณา และที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... (นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และให้คณะกรรมาธิการ คณะเดียวกันกับที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เป็นผู้พิจารณา โดยให้ถือเอาร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรี เป็นหลักในการพิจารณา กำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน นั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ ดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว จึงขอกราบเรียนมาเพื่อโปรดนำเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาต่อไป และขออนุญาตให้นายปานศักดิ์ พฤกษากิจ นายปรีชา ธนานันท์ ที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการวิสามัญเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ด้วยครับ
เชิญทั้ง ๒ ท่าน ด้วยเลยนะ ที่เอ่ยนามเมื่อสักครู่ครับ เชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อร่วมชี้แจงครับ เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อครับ
ผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ เพิ่ม (๑๐) (๑๑) (๑๒) (๑๓) (๑๔) (๑๕) (๑๖) (๑๗) (๑๘) (๑๙) (๒๐) และ (๒๑) ของบทนิยาม คำว่า ความผิดมูลฐาน ในมาตรา ๓ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติค่ะ
ครับ ไม่มีท่านใด ติดใจนะ ก็ผ่านเลยครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๔ เพิ่มวรรคสองและวรรคสามของบทนิยามคำว่า ความผิดมูลฐาน ในมาตรา ๓ มีการแก้ไข มาตรา ๕ แก้ไขบทนิยามคำว่า ธุรกรรมที่มีเหตุ อันควรสงสัย ในมาตรา ๓ มีการแก้ไข
ผ่านครับ
มาตรา ๖ แก้ไข (๑) ของบทนิยามคำว่า ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ การกระทำความผิด ในมาตรา ๓ มีการแก้ไข
ครับ ผ่านครับ
มาตรา ๗ เพิ่ม (๑/๑) ของมาตรา ๒๕ มีการแก้ไข
ครับ ผ่านครับ
มาตรา ๘ เพิ่มมาตรา ๓๗/๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙ แก้ไข (๓) และ (๔) ของมาตรา ๔๐ มีการแก้ไข
ครับ ผ่านครับ
มาตรา ๑๐ เพิ่ม (๓/๑) ของมาตรา ๔๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๑ เพิ่มวรรคสาม ของมาตรา ๔๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๒ เพิ่มมาตรา ๔๖/๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ เพิ่มมาตรา ๖๔/๑ และมาตรา ๖๔/๒ มีการแก้ไข
เชิญท่านบุญยอด เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มาถึงมาตรา ๑๓ มีการแก้ไขเรื่องคณะกรรมการเปรียบเทียบ จาก ๓ คน มาเป็น ๕ คน สิ่งที่เพิ่มเติมมาก็บอกว่า ประกอบด้วย เลขาธิการเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องสองคน พนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาหนึ่งคน อันนี้คงเดิมนะครับ โดยมีข้าราชการในสำนักงานที่เลขาธิการมอบหมาย เป็นกรรมการและเลขานุการ ผมขออนุญาตขอคำอธิบายจากท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือตัวแทนคณะกรรมาธิการว่า จำนวน ๓ คนมาเป็น ๕ คน ทำไมจึงต้องให้เลขาธิการเป็นประธานและผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องที่ว่า ๒ คนนี้คือใคร พนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ๑ คน ก็เป็น ๔ คน ผมยังงงอยู่ว่าตกลงมาเป็น ๕ คนได้อย่างไรครับ อ่านทวนอีกครั้งนะครับ ท่านประธานครับ คณะกรรมการเปรียบเทียบให้มีจำนวน ๕ คน ประกอบด้วย เลขาธิการ เป็นประธานกรรมการ ๑ คนนะครับ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ๒ คน ก็เป็น ๓ คน พนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ๑ คน เป็น ๔ คน โดยมีข้าราชการในสำนักงานที่เลขาธิการมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ อ๋อครับ ข้าราชการของสำนักงานที่เลขาธิการอีกอันนั้นเป็นคนที่ ๕ เข้าใจนะครับ ทีนี้ข้าราชการ ในสำนักงานที่เลขาธิการมอบหมายคือสำนักงานของ ปปง. หรือครับ ถูกไหมครับ ก็ขอคำอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่เข้าใจอยู่นะครับ ขอบคุณครับ
เชิญกรรมาธิการครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ กรรมาธิการ ขออนุญาต เรียนอย่างนี้ครับ สำหรับข้อสังเกตของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้สอบถาม
ท่านเลขาธิการ ยกไมโครโฟนขึ้นสูงอีกหน่อย
ครับ ขออนุญาตครับ ที่ได้สอบถามถึงจำนวนคณะกรรมการนะครับ ประการแรก กรรมการนี้เป็นคณะกรรมการ เปรียบเทียบปรับตามร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงจำเป็นที่จะต้องมีหัวหน้าส่วนราชการคือเลขาธิการ ปปง. เป็นประธานกรรมการ สำหรับผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ๒ คน ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าเนื่องจาก การเปรียบเทียบปรับนั้นเป็นการเปรียบเทียบปรับสถาบันการเงิน ซึ่งอาจจะเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทประกันภัย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นก็จะประกอบด้วย หน่วยงานที่อาจจะเป็นผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ในกรณีที่เป็นการเปรียบเทียบปรับ สถาบันการเงินที่เป็นธนาคารพาณิชย์หรืออาจจะเป็นผู้แทนของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ซึ่งในกรณีที่สถาบันการเงินอาจจะเป็นบริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน สำหรับพนักงานสอบสวนนี่ก็เป็นเรื่องของการเปรียบเทียบปรับ ซึ่งเป็นไปตาม ป.วิ. อาญา ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นจะเป็นข้าราชการซึ่งอยู่ในกองกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน จะมีหน้าที่ในการทำงานเรื่องนี้ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านบุญยอด
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตเรียนถามเพิ่มเติมเล็กน้อยว่า อย่างนั้นแสดงว่าแต่ละคดีย่อมมีกรรมการแตกต่างออกไปเป็นกรณี ๆ ไปอย่างนั้นหรือครับ คำถามก็ตามมาว่าถ้าสมมุติอย่างเช่นที่ท่านว่าเป็นหลักทรัพย์และไปเกี่ยวกับ ก.ล.ต. ใช่ครับ หน่วยงานเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่คำถามคือแล้วมันจะคงความศักดิ์สิทธิ์ คงความยุติธรรม ในการที่จะมาร่วมเป็นกรรมการแล้วก็ปรับคนหรือว่าความเกี่ยวข้อง ความมีผลประโยชน์ทับซ้อน จะเกิดขึ้นหรือไม่ ท่านได้พิจารณาเรื่องนี้กันหรือไม่ครับ
เชิญครับ
เรียนท่านประธานครับ กระผม พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าเดิมในร่างเดิมมีกรรมการ เพียง ๓ คน จากการพิจารณาของกรรมาธิการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม แล้วก็เราจำเป็น จะต้องได้กรรมการที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการปฏิบัติงานของสถาบันการเงินนั้น ๆ เรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนคงไม่มีเพราะว่าหน่วยงานที่มาเป็นกรรมการนั้นเป็นผู้แทน ของหน่วยงานของรัฐ ไม่ใช่ผู้แทนภาคเอกชน ก็คือผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ในกรณีที่ดำเนินคดีกับสถาบันการเงินที่เป็นธนาคารพาณิชย์หรือผู้แทนของ ก.ล.ต. เพราะฉะนั้นประโยชน์ทับซ้อนคงไม่เกิดครับ เพราะไม่มีภาคเอกชนมามีส่วนร่วม ในกรรมการเปรียบเทียบปรับนี้ครับ
ไม่ติดใจนะครับ ถือว่าจบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรานะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่าง เป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ นะครับ มีท่านใดจะแก้ไขถ้อยคำ หรือไม่ครับ
ไม่มี ถือว่าจบการพิจารณาวาระที่สอง ขอมติวาระที่สามเลยนะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิก ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติด้วยครับ เชิญนะครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนขอมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ท่านที่พร้อมแล้วก็ใช้สิทธิแสดงตนได้เลย เชิญครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
แสดงตนได้เลย มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิหรือเปล่าครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ไม่มีนะครับ ส่งผลได้เลยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๙๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมขอมติเลยนะครับ มติถามว่าจะเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว หรือไม่ เห็นด้วยหรือไม่ ใช้สิทธิได้เลยครับ เชิญครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ มีท่านใดยังไม่ใช้สิทธิไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ไม่มีนะครับ ปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลได้เลยครับ ท่านสมาชิกอย่าเพิ่งไปไหนเดี๋ยวเราจะมีการลงมติ เรื่องข้อสังเกตต่อเลยครับ เห็นด้วย ๓๗๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติ เห็นชอบครับ
มีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ผมขออนุญาตขอมติเลยนะครับ มติครับ เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ครับ เห็นด้วยหรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ได้ ใช้สิทธิไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ไม่มีนะครับ ปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ มติเห็นด้วย ๓๗๑ คน ไม่เห็นด้วย ไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติ เห็นชอบครับ
เรื่องด่วนที่ ๖ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
คณะกรรมาธิการชุดเดิม ท่านประธานพร้อมเชิญแถลงเลยครับ เมื่อกี้เราเสนอ ทีละฉบับ ต้องแถลงทีละฉบับครับ ไปแถลงรวมคงไม่ได้ครับ ขอแถลงใหม่อีกทีเพื่อไม่ให้ มีปัญหา
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ขอกราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๓๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้ลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อร้าย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อร้าย พ.ศ. .... (นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และให้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกันกับที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นผู้พิจารณา โดยให้ถือเอา ร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักในการพิจารณา กำหนดการแปรญัตติ ภายใน ๑๕ วัน นั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวคือ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... เสร็จสิ้นแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดนำเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาต่อไป และขออนุญาตให้นายปานศักดิ์ พฤกษากิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ และนายปรีชา ธนานันท์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการเข้าร่วมชี้แจงด้วยครับ
เชิญท่านเลขาธิการ
ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไข
ท่านสุทัศน์ มีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากในมาตรา ๓ ได้มีการแก้ไข ของกรรมาธิการ กระผมจึงขออนุญาตใช้สิทธิซักถามในกรณีที่มีการแก้ไข โดยได้มี การเพิ่มเติมคำว่า ทรัพย์สิน พร้อมทั้งมีการอธิบายความหมายของคำว่า ทรัพย์สิน กระผม ขออนุญาตถามท่านประธานผ่านไปยังทางท่านกรรมาธิการ ความหมายของคำว่าทรัพย์สิน ในกฎหมายฉบับนี้สอดคล้องหรือว่าแตกต่างกับความหมายของคำว่า ทรัพย์ หรือ ทรัพย์สิน ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งเป็นกฎหมายหลักอย่างใดหรือไม่ ประการใดครับ
เชิญท่านสงวน พงษ์มณี
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมขอคำอธิบายที่ท่านเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ในมาตรา ๓ นี่นะครับ เพราะว่าท่านใช้ภาษาที่ผมในฐานะชาวบ้านค่อนข้างจะน่ากลัว ใช้คำว่า อาจจะ กับกรณี ของการถูกกล่าวหาว่าก่อการร้ายนี่ ผมคิดว่าอย่างในนี้พูดถึงทรัพย์ใช่ไหมครับ ไม่ได้เอ่ยถึง อสังหาริมทรัพย์เลยนะครับ ครั้งก่อนผมโดนข้อกล่าวหานี้ขายบ้านก็ไม่ได้ ขายอะไรก็ไม่ได้ สักอย่าง ช่วยอธิบายให้ฟังว่าอันไหนที่ท่านเห็นว่ามันแตกต่างจากเรื่องที่พวกผมโดน เพื่อนพวกผมหลายคนมัดจำที่ดินไว้ต้องหลุดมัดจำหมดแหละครับ เพราะว่าดำเนินการต่อ ไม่ได้เลย ทำไมหรือครับ เพราะมันจะไปเกี่ยวกับมาตรา ๓/๑ ซึ่งผมต้องขอพูดต่อ ท่านช่วยอธิบายด้วยนะครับว่ามันไม่เกี่ยวกับอะไรบ้าง คำว่า อาจจะมีราคา นี่ความหมาย มันคืออะไร อาจจะถือเอาได้ ชาวบ้านทั่วไปจะได้เข้าใจและมันจะเป็นบันทึกการประชุม ขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับประธานมูลนิธิศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชน ยุคสุดท้ายแห่งประเทศไทยนะครับ จำนวน ๙ ท่าน ด้วยความยินดีครับ กรรมาธิการจะชี้แจง ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอตอบคำถามท่านสุทัศน์นะครับ เรื่องนิยามคำว่า ทรัพย์สิน ตามมาตรา ๓ นิยามคำว่า ทรัพย์สิน ตามมาตรา ๓ นี่ก็สอดคล้องตรงกันกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗ แล้วก็มาตรา ๑๓๘ เพียงแต่ว่าการดำเนินการคราวนี้เรายกนิยาม ในมาตรา ๑๓๗ และมาตรา ๑๓๘ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นำมาใส่ในนิยาม ในมาตรา ๓ ด้วย เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้นั้นเป็นที่เพ่งเล็งนะครับ แล้วก็แฟทเอฟ (FATF) เอง จะเป็นคนตรวจว่าประเทศไทยนี่ที่เรากังวลกันอยู่ทุกวันนี้คือมีการลงทุนโอนเงินไปที่ยุโรป และมีการโอนเงินได้ยากมากขึ้น ขั้นตอนยากมากขึ้น เพราะว่ามีอย่างแฟทเอฟ เขาตั้งมาตรฐานเอาไว้ ซึ่งคราวนี้ก็ได้มีความเห็นว่าควรจะระบุให้ชัด เราก็ทำวิธีการง่าย ๆ โดยเอานิยามในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใส่ในนี้ให้มีการสอดรับให้คล้องจองกัน เพื่อเวลาฝรั่งเขาอ่านกฎหมายเรื่องเกี่ยวกับการก่อการร้ายประเทศไทยจะได้มีความชัดเจน มากขึ้นครับ ขอบคุณครับ
ไม่มีท่านใดติดใจ ของท่านสงวนครับ ช่วยชี้แจงท่านสงวนด้วยครับ
ช่วยตอบให้ผมหน่อยนะครับท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี ครับ คืออย่างนี้นะครับท่าน เราเข้าใจอยู่ว่าท่านยกเอามาจากกฎหมายอื่น แต่ขอให้ท่านช่วยกรุณาแนะนำพวกเราด้วยว่าประชาชนเขาจะปฏิบัติอย่างไร เพราะเมื่อมี การปฏิบัติเกิน ครั้งก่อนยังไม่มีกฎหมายฉบับนี้นะพวกผมก็โดนหนักมากเลย และไปทำอะไร ไม่ได้เลยกิจกรรมถูกบล็อก (Block) หมด ถูกทำอะไรหมด แล้วผมคิดว่าตรงนี้เขียนไว้อย่างนี้ ความหมายคืออะไรครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการนะครับ ผมยืนยันอีกครั้งนะครับว่าคำที่ท่านสงวนกังวลใจคือคำว่า อาจถือเอาได้ นี่เป็นข้อความที่อยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘ ไม่ได้มีการทำนอกเหนือ แต่คราวนี้ประเด็นของท่านกังวลใจว่าการกระทบสิทธิต่อบุคคลจะเป็นอย่างไร มากน้อยแค่ไหน ผมก็เลยจะชวนท่านครับ เดี๋ยวตามไปต่อในมาตราอื่น ๆ ครับ จะพูดถึงกระบวนการ ในการที่จะเข้าไปอยู่ในบัญชีรายชื่อของผู้ก่อการร้าย รายชื่อผู้สนับสนุนทางการเงิน แก่ผู้ก่อการร้ายซึ่งจะเป็นกระบวนการจะต้องผ่านขั้นตอนทางศาลครับ ซึ่งจะมีศาล เป็นขั้นตอนอีกขั้นตอนหนึ่งที่ทำให้ท่านนั้นไว้วางใจได้ในกรณีนี้ แต่ว่าขอถัดไปมาตราอื่น ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านบุญยอด
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มีอีกเรื่องหนึ่ง ที่มีการแก้ไขก็คือคำว่า ผู้มีหน้าที่รายงาน ได้ตัดคำว่า สถาบันการเงินและผู้ประกอบอาชีพ ตามมาตรา ๑๖ ซึ่ง ออก แล้วก็เหลือแต่คำว่า ผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมตามกฎหมาย ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คือคำถามที่สงสัยก็คือว่าแล้วสถาบันการเงิน ต้องรายงานไหม ถ้าต้องรายงานผมถามว่าผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมที่ท่านว่า มีใครบ้างครับที่เป็นผู้มีหน้าที่รายงาน ประชาชนทั่ว ๆ ไปที่เบิกถอนเงินทำนองอย่างนี้ มีหน้าที่รายงานด้วยไหมครับ ตรงนี้มีการกล่าวไว้มากน้อยขนาดไหน ครอบคลุมขนาดไหน แล้วก็กลับมาที่คำถามที่ตัดสถาบันการเงินออก สถาบันการเงินยังคงต้องรายงานอยู่ใช่หรือไม่ครับ
เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ กรรมาธิการครับ ต่อข้อถามของท่านสมาชิกกรณีของผู้มีหน้าที่รายงาน ผู้มีหน้าที่รายงานที่ได้เขียนไว้ในที่นี้ ก็หมายถึง สถาบันการเงินและผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา ๑๖ แล้วก็สำนักงานที่ดินครับ เพราะฉะนั้นในการที่กำหนดไว้นี้ก็จะมีความครบถ้วน สถาบันการเงินและผู้ประกอบอาชีพ ยังคงมีหน้าที่ต้องรายงานอยู่ แล้วก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ด้วยครับ
ไม่มีใครติดใจ ก็ต่อเลยครับ เชิญท่านเลขาธิการ
มาตรา ๓/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
ขอเชิญ ท่านอภิชาต เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แท้จริงแล้วผมไม่ได้สงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๓/๑ ผมได้สงวนความเห็นไว้ ในมาตรา ๔ แต่เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการได้ไปปรับปรุงแก้ไขโดยแตกมาตรา ๔ เดิมเป็นมาตรา ๓/๑ และมาตรา ๔ ทำให้ผมจำเป็นต้องลุกขึ้นอภิปรายตั้งแต่มาตรา ๓/๑ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้แก้ไข กราบเรียนท่านประธานว่าเดิมนั้นในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ซึ่งผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่หนึ่งนั้นมีบทบัญญัติ ในมาตรา ๔ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย ซึ่งในร่างเดิมนั้น เป็นร่างที่รวมเอาบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้ายทั้งหมดไว้ในมาตราเดียวกัน ซึ่งผมจะได้กล่าวทีหลัง อีกครั้งหนึ่งว่ากระผมได้แปรญัตติไว้อย่างไรนะครับ เมื่อคณะกรรมาธิการได้ไปแปรเปลี่ยน ถ้อยคำในมาตรา ๔ เดิมแตกออกเป็น ๒ มาตราดังกล่าวก็พอที่จะแยกออกได้เป็น ๒ ประเภท ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับการแยก ๒ ประเภทเช่นนี้
ประเภทแรก ก็คือที่ปรากฏความในมาตรา ๓/๑ บอกว่า ในกรณีที่มติของ หรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำหนดรายชื่อบุคคล คณะบุคคล นิติบุคคล หรือองค์กรใดเป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย ให้สำนักงาน เสนอรายชื่อดังกล่าวไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพื่อมีคำสั่งประกาศรายชื่อ เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง เดิมที่เราให้ความเห็นชอบ ในวาระที่หนึ่ง มติหรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่กำหนด ให้ใครเป็นผู้ก่อการร้ายนั้น รัฐบาลไทยจะประกาศรับรองก็ต่อเมื่อได้ผ่านความเห็นชอบ ของคณะรัฐมนตรี แต่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ที่คณะกรรมาธิการไปแก้ไขก็เพียงแต่ส่งรายชื่อให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประกาศ บุคคลเหล่านั้นก็กลายเป็นผู้ก่อการร้ายในนามของ ประเทศไทยไปได้ทันที เพียงแต่รับจากมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ถูกประกาศเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดก็คือ เป็นผู้ก่อการร้ายโดยไม่ชักช้า และการเพิกถอนรายชื่อของบุคคลนั้น ตามร่างเดิมเราก็ให้เป็น อำนาจของคณะรัฐมนตรี หมายความว่าถ้าจะประกาศใครเป็นผู้ก่อการร้ายก็ต้องให้ คณะรัฐมนตรีรับรอง ถ้าถูกประกาศแล้วแล้วยกเลิกก็ต้องให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้ประกาศ ถอนรายชื่อนั้น แต่น่าเสียดายว่าเมื่อท่านไปแก้ไขเช่นนี้ ประกาศของคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติบอกว่าใครเป็นผู้ก่อการร้ายก็เป็นผู้ก่อการร้ายเลย เพียงแต่ส่งมา ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และถ้าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติบอกว่า บุคคลนั้นไม่เป็นผู้ก่อการร้ายแล้ว ก็ถอนความเป็นผู้ก่อการร้ายทันที ประเทศไทยเป็นเพียง ทางผ่านในการอำนวยความสะดวกขององค์กรระหว่างประเทศเท่านั้น นี่เป็นพอยท์ (Point) ที่มีความสำคัญ ผมคิดว่าการแก้ไขกฎหมายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมองให้รอบด้าน มองให้รอบคอบ และจะต้องประกันสิทธิเสรีภาพของคนในประเทศนี้ หรือคนในต่างประเทศ ตามทัศนะ ตามเงื่อนไข และตามข้อมูลที่รัฐบาลไทยควรจะมีส่วนกำหนดด้วย ท่านประธานครับ และในมาตรา ๔ ซึ่งท่านได้ทำไว้ในอีกส่วนหนึ่งของผู้ก่อการร้ายอีกประเภทหนึ่งก็คือ ผู้ก่อการร้ายที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ก็ให้สำนักงาน ก็คือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเสนอส่งรายชื่อให้พนักงานอัยการ ยื่นฟ้องต่อศาลให้มีคำสั่งให้เป็นผู้ก่อการร้าย นี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งผมคิดว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากว่าการกำหนดว่าใครเป็นผู้ก่อการร้ายนั้นเป็นความผิดกฎหมายของประเทศ ผู้มีหน้าที่ในการกล่าวหา ผู้มีหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ ก็คือฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารก็ให้อำนาจกับคณะรัฐมนตรีในการประกาศคนเป็นผู้ก่อการร้ายอยู่แล้ว ทำไมจะต้องไปขออำนาจศาล ไปยืมมือศาล ทั้ง ๆ ที่อำนาจนี้เป็นอำนาจที่ฝ่ายบริหาร ควรจะใช้โดยสิทธิขาดของตัวเองอยู่แล้ว และโดยความรับผิดชอบของตัวเองอยู่แล้ว กลายเป็นว่าเมื่อท่านได้แยกเป็น ๒ มาตรานี้ ในมาตรา ๔ ท่านก็ทำให้ผู้ก่อการร้ายกลายเป็น การวินิจฉัยของศาล ไม่ใช่ความรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรีหรือฝ่ายบริหาร นี่คือประเด็น ที่ผมคิดว่าการไปแก้ไขทั้งในรูปแบบที่ตัดทั้ง ๒ ประเภทนี้เป็นคนละมาตรากัน และการให้ อำนาจที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าให้อำนาจกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมโดยตรงแทนที่จะเป็น คณะรัฐมนตรีหรือการให้อำนาจกับศาลแทนที่จะเป็นคณะรัฐมนตรีนั้น เป็นการจัดทำ กฎหมายที่ไม่น่าจะสอดคล้องกับความเป็นจริงและความเหมาะสมกับประเทศนี้ ก็กราบเรียน ท่านประธานว่าผมจึงไม่เห็นด้วย แล้วก็สงวนความเห็นอันนี้ไว้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสงวนครับ
ท่านประธานครับ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน เนื่องจากท่านเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ก็ขอใช้สิทธิในการแสดง ความคิดเห็น ผมเห็นการเขียนกฎหมายแบบนี้มันเหมือนกฎหมายที่ผมเข้ามาเป็น ส.ส. ใหม่ ๆ ท่านพีระพันธุ์ ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กับท่านมนตรี ด่านไพบูลย์ ผมนั่งร่วมประชุมด้วย ท่านคณะกรรมการกฤษฎีกาก็เห็นด้วย กับกฎหมาย กฎหมายที่ผมพูดนี่คือกฎหมายอะไรครับ คือกฎหมายข้อมูลเครดิต วันนั้น ทั้ง ๒ ท่านนี้คัดค้านมาก คัดค้านในสาระสำคัญในการที่เพื่อนสมาชิกเมื่อกี้พูด ผมชี้ให้เห็นว่าวันนี้กฎหมาย ข้อมูลเครดิตโทษหนักกว่ากฎหมายล้มละลายเพราะอะไรครับ เพราะไปเขียนเสียอย่างนี้ ท่านครับ ผมค้ำประกันลูกน้องหรือชาวบ้าน หรือครูบาอาจารย์ค้ำประกันลูกศิษย์ ซื้อรถจักรยานคันหนึ่งแค่ไม่ผ่อน ๒ เดือนก็ถูกส่งไปที่บริษัทข้อมูลเครดิต แล้วเขาก็ไม่มีเครดิต แล้วนะครับ ใครก็ไปเพิกถอนให้เขาไม่ได้และติดไปอีกหลายปี ท่านครับ ที่ผมพูดนี่ มันเป็นประเด็นที่เป็นสาระสำคัญท่านอาจจะเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย การเพิกถอนรายชื่อ ของบุคคลที่ถูกกำหนดตามวรรคหนึ่ง ใครครับเพิกถอน มตินั้นออกมาแล้วใครจะเพิกถอน ผมถูกคำสั่งโดยทันทีพรุ่งนี้ถอนเงินไม่ได้ ปี ๒๕๕๕ นี่ผมไปฝากเงินไม่มากที่ธนาคารกรุงไทย ฝากเสร็จถอนไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่แบงก์ชาติถอนได้ตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว ผมต้องถอนเองหรือเปล่า ภาระนี้เป็นภาระของใครครับ รัฐต้องไม่รอนสิทธิของประชาชนจนเกินเหตุนะครับ ใครจะเป็นผู้ถอน รัฐต้องเป็นผู้ถอน เมื่อคุณประกาศผม คุณต้องเป็นผู้ถอนผมไปทุกองค์กร ที่คุณยุติการทำงานของผมในเรื่องการเงิน นี่เป็นปัญหาหลักเลยนะครับ นี่ท่านออกกฎหมาย ไม่ใช่รอนสิทธิ ท่านตัดสิทธิเราเลย เราจะเรียกร้องสิทธิโดยตัวของเราได้อย่างไร เพราะคุณ กล่าวโทษแล้วร้องฝ่ายเดียวให้ศาลตัดสินใจนี่ไม่มีสิทธิอะไรเลยครับ พอเสร็จแล้ว องค์กรภายนอกปลดปล่อยเมื่อไรเราไม่รู้ แล้วเราจะดำเนินการในชีวิตของเราได้อย่างไร ผมถามว่าตรงนี้หลักประกันสำหรับพวกผมซึ่งเป็นประชาชนอยู่ตรงไหน ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญกรรมาธิการ ชี้แจงครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ กรรมาธิการ สำหรับกรณีแรก เรื่องของมาตรา ๓/๑ กระผมเรียนอย่างนี้ครับว่ามาตรา ๓/๑ และมาตรา ๔ นี้ มีความแตกต่างกัน มาตรา ๓/๑ นั้นเป็นกรณีของบุคคลที่จะถูกประกาศหรือเป็นบุคคล ที่ถูกกำหนด บุคคลเหล่านั้นเป็นบุคคลที่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศไว้ว่าเป็นบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ทุกประเทศที่เป็นภาคีสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ จะต้องมีกฎหมายภายในคือกฎหมายลักษณะอย่างนี้ที่จะต้องมีกลไกในการประกาศรายชื่อ บุคคลนั้นตามข้อกำหนดซึ่งเขาเรียกว่ามติคณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ ๑๒๖๗ ซึ่งในหลักการนั้นประเทศไทยก็ดี ประเทศต่าง ๆ ก็ดี ที่เป็นภาคีสมาชิกจำเป็นจะต้องปฏิบัติตาม เพราะฉะนั้นบัญชีรายชื่อที่ถูกกำหนดโดยองค์การสหประชาชาตินั้นทุกประเทศไม่สามารถ จะไปแก้ไขเพิ่มเติมหรือเพิกถอนได้ก็ต้องประกาศไปตามบัญชีรายชื่อที่ทางองค์การ สหประชาชาติได้ประกาศไว้
สำหรับกรณีการเพิกถอนก็เป็นกรณีเดียวกัน การเพิกถอนนั้นเนื่องจาก ประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้กำหนดรายชื่อนี้ก็เป็นเรื่องขององค์การสหประชาชาติเป็นผู้กำหนด รายชื่อ การเพิกถอนก็คงเป็นกรณีที่องค์การสหประชาชาตินั้นได้เพิกถอนรายชื่อ ตามวรรคสองเราก็จะกระทำได้เมื่อมีมติขององค์การสหประชาชาตินั้นได้กำหนดให้เพิกถอน
สำหรับเรื่องหลักประกัน ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่ามาตรา ๓/๑ เป็นกรณี ที่เราต้องกระทำทันทีโดยหลักเกณฑ์ของมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ แต่ว่ามาตรา ๔ ผมขออนุญาตพูดแตะไปนิดหนึ่งก็คือว่าเราได้มีกลไกทางศาล ซึ่งกรรมาธิการ เห็นด้วยว่าควรจะต้องผ่านกลไกทางศาล ซึ่งจะทำให้เรามีดุลยพินิจในการพิจารณาแล้วก็ให้ ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่จะถูกกำหนดได้โดยนัยตามมาตรา ๔ ครับ ขอบคุณครับ
พอได้นะครับ ท่านสงวนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ที่ผมพูดถึงนี่นะครับมันเป็นเรื่องของคนที่ถูกประกาศ ผมถามท่านว่าวันนี้คนที่อยู่จังหวัดเชียงรายที่ถูกจับส่งไปประเทศสหรัฐอเมริกาและเขาตัดสิน แล้วว่าคนคนนี้ไม่ผิดส่งกลับมา แล้วเมืองไทยคุณประกาศให้ใครรู้บ้างล่ะ แล้ววันนี้เป็นอย่างไร เขายังเหมือนเดิมครับ ทำธุรกรรมอะไรไม่ได้เลย ที่ผมถามหมายความว่า คนที่ถูกเขาต้องยื่นคำร้องขอปลดปล่อยตัวเองตามมตินั้นหรือเปล่าหรือว่ารัฐซึ่งเป็นคนส่งเขาไป จะเป็นคนปลดปล่อยให้ ประกาศให้องค์กรอื่นได้ ที่ผมถามคือตรงนี้ เข้าใจอยู่ไม่มีมติ มันถอนไม่ได้ แต่ถามว่าเมื่อถอนแล้วรัฐให้อะไรกับผมล่ะ ผมถูกรัฐส่งไปประกาศแล้ว ผมผิดตามมติของสหประชาชาติ แล้วพอบอกว่าเขาปลดผมออกแล้ว รัฐบอกผมไหม บอกที่อื่นไหม หรือผมต้องรู้เอง อันนี้ต่างหากที่ผมถามว่าถ้าคนในประเทศนี้ถูกประกาศ ไม่ได้หมายความว่าคนประเทศอื่นถูกประกาศแล้วมาบอกประเทศเรา หมายถึงผม ที่คุณส่งไปประกาศ สิ่งเหล่านี้ที่ผมถามเพราะว่าวันนี้มันมีกรณีอย่างนี้ที่บ้านผมหลายคนครับ เขาก็ไม่ได้รู้ว่าตรงนี้เขาส่งมาแล้วไม่ผิดแล้ว พอมาอยู่เมืองไทย แบ๊ะ ๆ เหมือนเดิมครับ ไม่มีอะไรเลยที่จะทำให้เขาดีขึ้นเพราะว่ารัฐไทยไม่ได้รับผิดชอบในกระบวนการยุติธรรม อะไรเลยครับ
ชัดเจนครับ ขอเชิญกรรมาธิการครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ กรรมาธิการครับ เรื่องที่ท่านสงวน ขออนุญาตเอ่ยนาม จะเป็นประเด็นที่อยู่ในมาตรา ๔ ท่านจะให้ผมชี้แจง ในมาตรา ๔ เลยหรือว่าผ่านมาตรา ๓/๑ ไปก่อน แล้วผมจะขออนุญาตชี้แจงในชั้นมาตรา ๔ อีกครั้งครับผม
ผมขออนุญาต ผ่านมาตรา ๓ แล้วเข้ามาตรา ๔ เลยได้ไหมครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ ท่านอภิชาต จะพูดมาตรา ๔ ใช่ไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมยังคงติดใจอยู่ในมาตรา ๓/๑ ที่ท่านเลขาธิการ ปปง. ได้กรุณาชี้แจงเมื่อสักครู่นี้นะครับ
เชิญครับ
ผมจะตั้งสมมุติฐานอย่างนี้ว่า ในมาตรา ๓/๑ ถ้าเป็นกรณีที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำหนดรายชื่อ แล้วรายชื่อนั้นเป็นคนไทย ท่านคิดดูสิครับว่าเราซึ่งเป็นรัฐบาลไทยก็จะต้องทำตามมติ ของสหประชาชาติโดยที่ไม่ต้องมีคำทักท้วง ไม่ต้องมีคำวินิจฉัยใด ๆ เลย เพียงแต่ ผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเท่านั้น แล้วประกาศเลย ซึ่งผมคิดว่านี่ไม่เป็นธรรม กับคนไทย ไม่แน่นะครับวันหนึ่งข้างหน้าจะมีคนที่เราอาจจะรู้จักกันดี ถูกประกาศ โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่าเป็นผู้ก่อการร้าย แล้วถามว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมจะจัดการกับคนไทยแบบนั้นหรือ ผมถึงบอกกับท่านประธานว่าในร่างเดิม เราให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาว่าใครเป็นผู้ก่อการร้าย ไม่ว่ารายชื่อนั้นจะมาจาก คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ไม่ว่าจะมาจากเจ้าหน้าที่ระดับใด ที่มีเหตุสงสัย ว่าใครเป็นผู้ก่อการร้ายหรือมาจากรัฐประเทศใดที่มาขอให้เราขึ้นบัญชีว่าเขาเป็นผู้ก่อการร้าย การจะประกาศว่าใครเป็นผู้ก่อการร้ายต้องเป็นคณะรัฐมนตรี นั่นผมคิดว่าจะเป็นกระบวนการ เป็นขั้นตอนที่มีหลักประกันได้ว่าคนไทยเราหรือคนที่เราจะประกาศว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ในนามรัฐบาลไทยนั้นได้ผ่านความเห็นชอบ ได้ผ่านการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ก็อยากจะ ขอคำชี้แจงจากท่านเลขาธิการ ปปง. ว่าถ้ากรณีเป็นคนไทยเรายอมผ่านได้หรือครับ
เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ กรรมาธิการครับ ในกรณี ตามมาตรา ๓/๑ บุคคลที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้กำหนดรายชื่อนั้น ก็หมายถึงบุคคลไม่ว่าจะเป็นชาติใดหรือเป็นคนของประเทศใดก็ตามซึ่งองค์การ สหประชาชาติได้กำหนด เพราะฉะนั้นประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย ในฐานะที่เราเป็นภาคีสมาชิกก็ต้องประกาศตามนั้น เราไม่สามารถจะไปแก้ไขเพิ่มเติม รายชื่อต่าง ๆ ได้เนื่องจากเป็นพันธกรณีตามข้อตกลงและตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ สำหรับกรณีที่ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเสนอนั้น เนื่องจากหลักการที่กำหนดไว้ ในมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้กำหนดไว้ในมติที่ ๑๒๖๗ ว่าให้ดำเนินการโดยทันทีหรือโดยไม่ชักช้า เพราะฉะนั้นโดยกระบวนการนี้ซึ่งเปรียบเทียบกับ ประเทศต่าง ๆ ก็ได้ให้รัฐมนตรีเป็นผู้ประกาศทั้งสิ้นครับ ขอบคุณครับ
ไม่ติดใจนะครับ เชิญครับ
ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นด้วยว่าการประกาศโดยไม่ชักช้านี้เป็นความจำเป็นในฐานะที่เราเป็น ภาคีสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ แต่ว่ากฎหมายนี้เราเป็นคนเขียนเอง แฟตเอฟก็ไม่ได้ จำกัดท่านว่าท่านจะต้องเขียนแบบนี้หรอก ต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหรอกครับ เหมือนกับต่างประเทศ แต่ผมกำลังบอกว่ากระบวนการที่ผ่านคณะรัฐมนตรีนั้นมันมี ความรอบคอบมากกว่าและจะมีความรับผิดชอบต่อคนที่จะถูกประกาศว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ไม่ว่าจะมาจากไหนนี่มันได้ดีกว่า เพราะฉะนั้นผมก็จะเรียนกับท่านประธานผ่านไปยัง ประธานคณะกรรมาธิการว่าเปลี่ยนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เมื่อสำนักงาน รายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแล้วนี้ ให้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีนี่ ได้ไหมครับ นี่คือความรอบคอบรอบด้านแล้วก็เป็นหลักประกันสำหรับสิทธิและเสรีภาพของ คนไทยในวันข้างหน้าที่อาจจะต้องมาเจอกับข้อหาก่อการร้ายในอนาคตได้ ขอบคุณครับ
ท่านประยุทธ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ กรรมาธิการ กระผมพยายามที่จะเรียบเรียงคำถามที่จะนำมาสู่คำตอบ อย่างตรงไปตรงมากับท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ขอประทานโทษท่านอภิชาตและท่านสงวน ผมกราบเรียนอย่างนี้
ประการแรก เป็นสนธิสัญญาที่เราจะให้ความร่วมมือในระหว่างประเทศ ภาคีสมาชิก นี่เป็นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ แฟตเอฟเขาบังคับให้เราเขียนอย่างนั้นอย่างนี้หรือไม่ ผมต้อง กราบเรียนท่านสมาชิกว่าเขาก็ไม่ได้บังคับ เพียงแต่เขาทำแนวทางว่า ๑ ๒ ๓ จะต้องทำอย่างนี้ เป็นแนวทาง เขาบังคับเฉพาะประเทศไทยหรือไม่ ผมตอบว่าไม่ใช่ เพราะเป็นเรื่องของ ประเทศภาคีที่จะต้องให้ความร่วมมือให้สอดคล้องกับแนวทางในการที่บัญญัติเป็นกฎหมาย
ประการที่ ๓ กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าในกรณีที่ไม่ผ่านศาล ในมาตรา ๓/๑ เพราะว่าเป็นความร่วมมือที่เราจำเป็นจะต้องร่วมมือกับนานาชาติ เพราะว่า บัญชีรายชื่อผู้ถูกประกาศนั้นอาจจะไม่ใช่คนไทย อาจจะเป็นคนประเทศไหนไม่ทราบได้นะครับ ในขณะเดียวกันผมกราบเรียนท่านประธานว่าก็ไม่ได้เสียหายเมื่อในกรณีที่องค์การ สหประชาชาติได้เพิกถอนบัญชีรายชื่อนั้น มันจะเป็นอัตโนมัติทันทีครับท่านครับ หมายความว่า บัญชีรายชื่อผู้นั้นจะถูกเพิกถอนจากบัญชีรายชื่อผู้ถูกกำหนด นั่นประการที่ ๑ ในเรื่องของ บัญชีรายชื่อ ประการที่ ๒ ในกรณีที่จะเคลียร์ (Clear) ปัญหาอย่างที่ท่านสงวนได้พูดถึงว่า มีการเยียวยา มีการพูดถึง มีการที่จะแก้ไขหรือไม่ ประเด็นนี้ไม่ได้ตัดสิทธิให้ผู้ถูกประกาศ บัญชีรายชื่อนั้นถือว่าผู้เสียหายจะต้องยื่นร้องต่อกระบวนการซึ่งจะนำมาสู่การชี้แจง ของความบริสุทธิ์ได้ครับท่านประธาน
ขอผ่าน มาตรา ๓/๑ ได้เลยไหมครับ มาตรา ๓/๑ นะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คือผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อความชัดเจนเท่านั้นเองนะครับ
ประการแรกนะครับ คือผมและสมาชิกทุกท่าน ผมเชื่ออย่างนั้นนะครับ ยินดีที่จะปฏิบัติไปตามมติของสหประชาชาติ และยินดีที่จะร่วมมือกับชาวโลกในการที่จะ ปราบปรามการก่อการร้ายในระดับโลก แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าเวทีโลกนี่ ก็ไม่ต่างอะไรกับเวทีในประเทศไทยครับ มีการเมืองครับ และมีการต่อสู้ระหว่างระบบคิดอะไรต่าง ๆ มากมาย สมัยอดีตก็มีการต่อสู้ระหว่าง ๒ ขั้ว ก็คือขั้วเสรีประชาธิปไตยกับขั้วคอมมิวนิสต์ และการต่อสู้ก็หักหาญกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ถึงพริกถึงขิงทุกเม็ดเลยในเวทีสหประชาชาติซึ่งเราก็รู้ดีอยู่แล้ว ในวันนั้นประเทศไทย ก็เป็นเบี้ยเล็ก ๆ ตัวหนึ่งซึ่งจะต้องถูกเขาจับวาง แต่ว่าเราต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง ในการที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก เพราะฉะนั้นในบางครั้งเราก็อาจจะต้อง เข้าร่วมกับเสรีประชาธิปไตย ในบางครั้งเราก็อาจจะเข้าร่วมกับค่ายสังคมนิยมเป็นต้น หรือบางครั้งเราก็ต้องถ่วงดุลระหว่าง ๒ ข้าง แต่ในวันนี้ขั้วของโลกเป็นหลายขั้ว ๕ ขั้ว ๖ ขั้ว แล้วมีความเป็นไปได้ที่ประเทศจีนอาจจะเป็นขั้วใหม่ขึ้นมา เพราะฉะนั้นที่ผมอยากจะกราบเรียน ถามท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการก็คือว่าในนี้ที่ใช้คำว่า ในกรณีที่มีมติของ หรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ นี่นะครับ ตรงนี้ไม่ทราบว่า ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษาในรายละเอียดแล้วหรือยังว่าหมายถึงอย่างไร อะไรแปลว่ามติ อะไรแปลว่าประกาศ หมายความว่าพวกเขาได้มีการประชุมกันแล้วใช่ไหม ประชุมกันแล้ว หลายครั้งใช่ไหม มีการลงมติกันแล้วใช่ไหมนะครับ ถึงคลอดออกมาเป็นมติหรือประกาศ อย่าลืมนะครับว่าโลกนี่มันไม่ได้ราบเรียบดังกระจกนะครับ มันกระเพื่อมครับ แล้วมันก็มีการต่อสู้ทางการเมืองตลอดเวลาเลยครับ แล้วก็ในอนาคตอาจจะมี ๔ ขั้ว ๕ ขั้วครับ อาจจะมียูโร อาจจะมียุโรป มีประเทศญี่ปุ่น มีประเทศจีน เป็นต้น ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เท่านั้นเองนะครับ แล้วก็ประเทศดังกล่าวเขาพยายามที่จะส่งผลในการครอบงำ ต่อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมาโดยตลอด และในวันนั้นประเทศไทย จะอยู่ตรงไหนครับ อันนี้อยากจะกราบเรียนกรรมาธิการสักนิดหนึ่งว่า เอ๊ะ เราจะรักษา ความเป็นตัวของตัวเองได้บ้างหรือเปล่า ผมที่กราบเรียนท่านเพียงแต่ติติงเพื่อให้ท่านช่วยคิด สักนิดหนึ่งว่าอย่าไปมอง คือเราเคารพครับ เราเป็นสมาชิกสหประชาชาติ เราเคารพมติครับ แต่เราต้องมองจากความเป็นจริงด้วยว่าเวทีโลกนี่ก็เป็นเวทีทางการเมือง แล้วก็มีการต่อสู้ ระหว่างขุมกำลังต่าง ๆ ขุมความคิดต่าง ๆ ขุมผลประโยชน์ต่าง ๆ แล้วมติของสหประชาชาตินี่ ก็เอนเอียงไปตามขุมกำลังที่ครอบงำนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยถามท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการว่ามติท่านได้ศึกษาแล้วหรือยัง ต้องเป็นมติเอกฉันท์หรือเปล่า หรือมติเสียงข้างมาก และมีการอภิปรายกันหรือเปล่า แล้วก็มติจะถูกครอบงำอะไรโดยใครหรือเปล่า แล้วหากเรา ปฏิบัติไปแล้วเราจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองหรือเปล่า อันนี้ก็เพียงแต่ตั้งคำถาม เท่านั้นเองนะครับ ผมไม่ได้โต้แย้งอะไรเลยครับ เพราะผมต้องการให้แน่ใจว่ากรรมาธิการของเรา เข้าใจจริง ๆ ว่ามติสหประชาชาติออกมานี่มันเป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรมสากลจริง ๆ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ สำหรับในกรณีที่มีมติของ หรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาตินั้นนะครับ ผมเรียนว่า ทางองค์การสหประชาชาตินั้นได้มีกลไกในการพิจารณา เขาจะมีคณะกรรมการกำหนดรายชื่อ มีการประชุม มีการกลั่นกรองหลายขั้นหลายตอน จริง ๆ แล้วประเทศไทยเอง ในฐานะที่เป็นภาคีสมาชิกขององค์การสหประชาชาติก็จะอยู่ในเวทีตรงนั้นด้วยนะครับ กว่าที่รายชื่อจะเสนอผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองจนกระทั่งออกเป็นมติ การเป็นมติ ก็จะต้องมีการประชุมนะครับ มีการใช้โหวตลงคะแนนเสียงต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ผมเรียนว่ากว่ารายชื่อต่าง ๆ จะถูกกลั่นกรองแล้วประกาศเป็นมติของคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาตินั้น ผมเรียนว่ามีการกลั่นกรองอย่างถูกต้องนะครับ และเป็นไปตาม กฎหมายระหว่างประเทศและเป็นหลักการที่ทุกประเทศจะได้ยอมรับและนำไปปฏิบัติครับ ขอบคุณครับ
ขอผ่าน มาตรา ๓/๑ เลยนะครับ ไปที่มาตรา ๔ ครับ เชิญครับ
มาตรา ๔ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติครับ
เชิญท่านอภิชาต
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แปรญัตติและสงวนคำแปรญัตติไว้ในมาตรา ๔ เนื่องจากว่า คณะกรรมาธิการไปแก้ไขในหลายประเด็นที่ผมได้นำเรียนกับท่านประธานไว้ตั้งแต่มาตรา ๓/๑ แล้วนะครับ ประเด็นที่คณะกรรมาธิการได้บรรจุไว้ในมาตรา ๔ นั้นได้เหลือสิ่งที่เรียกว่า เป็นกระบวนการในการประกาศชื่อคนเป็นผู้ก่อการร้ายนี่ก็โดยการให้ศาลเป็นผู้กำหนด กำหนดจากคน ๒ ประเภท
๑. ก็คือผู้นั้นมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่งในวรรคหลัง ๆ ก็จะบอกว่าเขากำหนดกันอย่างไร และ
๒. ก็คือผู้นั้นดำเนินการแทนหรือทำตามคำสั่งภายใต้การควบคุมของบุคคล ตาม (๑) และตามมาตรา ๓/๑ ที่ได้ผ่านความเห็นชอบไปสักครู่นี้ ก็คือทำตามสิ่งที่ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ประกาศว่าหมอนั่นเป็นผู้ก่อการร้ายนะครับ ๒ เรื่องเท่านั้นที่ท่านให้อยู่ในมาตรา ๔ นี้ แต่ว่าถ้าท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้กลับไปดู ในร่างเดิมก็จะเห็นว่าในร่างเดิมนั้นการจะประกาศให้ใครเป็นผู้ก่อการร้ายมันมีถึง ๔ ประเด็น ถึง ๔ พวก คือ
(๑) ผู้ก่อการร้ายที่ถูกประกาศตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
(๒) พวกที่มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดการก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือการกระทำความผิดภายใต้ขอบเขตของอนุสัญญา และพิธีสารระหว่างประเทศเกี่ยวกับการก่อการร้ายที่ประเทศไทยรับรอง
(๓) รัฐบาลต่างประเทศได้ร้องขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้เป็นผู้ก่อการร้าย
(๔) การดำเนินการภายใต้การควบคุมของบุคคล คณะบุคคล หรือองค์กร ตาม (๑) (๒) (๓) นะครับ
ทีนี้สิ่งที่คณะกรรมาธิการไปตัดออกก็คืออะไรครับ ก็คือรัฐบาลต่างประเทศ ได้ร้องขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้เป็นผู้ก่อการร้าย นี่คือการตัดสาระสำคัญตามร่างเดิมออกไป ถามว่ามันจำเป็นอย่างไร ประเทศไทยเรามีความสัมพันธ์กับประเทศอื่น ๆ ในโลกนี้ ในระดับทวิภาคีอยู่จำนวนมาก ความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายนั้น ไม่ใช่ความร่วมมือเฉพาะองค์กรระหว่างประเทศเช่นองค์การสหประชาชาติเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน กับประเทศในกลุ่มอาเซียน กับกลุ่มประเทศในเอเชีย หรือกับบางประเทศในยุโรปเราก็มีความสัมพันธ์ในเรื่องนี้ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ คนที่ทำงานทางด้านข่าวกรองก็มีประชาคมข่าวกรองที่มีข้อมูล มีหลักฐานเกี่ยวกับการก่อการร้าย ถามว่าถ้าเราตัดความในมาตรา ๔ เดิมที่บอกว่า รัฐบาลต่างประเทศได้ร้องขอให้รัฐบาลไทย กำหนดให้เป็นผู้ก่อการร้ายตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วความสัมพันธ์ทวิภาคี ระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่เรามีความสัมพันธ์ด้วยจะเป็นอย่างไร หมายความว่า ต่อไปนี้ถ้าประเทศเอขอร้องรัฐบาลไทยว่ามีคนที่มีพฤติกรรมในการก่อการร้าย มีพฤติกรรมในการส่งเงินสนับสนุนการก่อการร้ายและแฝงตัวอยู่ในประเทศไทย แล้วมีผลกระทบต่ออำนาจอธิปไตย ต่อความสงบสุข ความเรียบร้อยของประเทศ ที่เป็นภาคีสมาชิกในระดับใดก็ตาม หรือความสัมพันธ์กับประเทศไทย เขาจะมีช่องทางไหน ที่จะให้ประเทศไทยได้ช่วย เราไปตัดอำนาจตรงนั้นไปนี่แหละครับถึงบอกว่าการไปปรับแก้ เพียงเพื่อจะเอาใจแฟตเอฟอย่างเดียวมันไม่ได้ครับ ผมคิดว่าการที่เราทำกฎหมายฉบับนี้ ขึ้นมาทั้งทีทำไมไม่ทำให้กฎหมายเรื่องการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้ายเป็นไปอย่างรอบคอบและรอบด้านอย่างแท้จริง ทำไมไม่ใช้โอกาสนี้ละครับ ในการที่จะทำให้กฎหมายนี้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นกฎหมายของประเทศไทย เป็นกฎหมายของคนไทยที่มีอำนาจ มีวิธีคิดในการแก้ไขปัญหานี้ด้วยความรู้สึกของคนไทยเอง ไม่ใช่เพียงแค่ทำตามเงื่อนไขที่องค์การระหว่างประเทศกำหนดให้เดิน แบบนี้มันเสียเวลาสภาด้วย ขอบคุณครับ
ท่านบุญยอด ด้วยหรือเปล่าครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ มาตรา ๔ ที่มีการแก้ไขผมมี ๒ จุดที่จะเป็นคำถามนะครับ
คำถามแรก อยู่ในวรรคแรกที่ท่านเพิ่มเติมขึ้นมาก็คือว่า ส่งรายชื่อผู้นั้น ให้พนักงานอัยการพิจารณายื่นคำร้องฝ่ายเดียวขอให้ศาลมีคำสั่งเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด ยื่นคำร้องฝ่ายเดียวแปลว่าได้รับการสอบสวนไหมครับ คนที่จะถูกเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดนี้ ได้ขึ้นสู่ศาลด้วยหรือไม่
ประเด็นที่ ๒ อยู่ที่คำใน (๒) ที่กำหนดบอกว่า ทั้งนี้ พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับ การก่อการร้ายหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามวรรคหนึ่งต้องมีอยู่ ในวันที่ศาลมีคำสั่งเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด คำว่า ต้องมีอยู่ แปลว่าอะไรครับ ถ้าสมมุติว่า มีคนที่ให้เงินเดือนผู้ก่อการร้ายหรือว่าคนที่ทำการก่อการร้าย เขาให้เป็นเดือนนะครับ ให้มาทุกเดือน ๆ แต่วันที่ศาลกำลังจะกำหนดเขาเป็นนี่วันนั้นมันไม่มีการโอนเงินให้ในวันนั้น แต่พฤติกรรมเขาเป็นแบบนั้น อย่างนี้ศาลสามารถที่จะมีคำสั่งเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด ได้หรือไม่ ช่วยอธิบายคำว่า พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต้องมีอยู่ในวันที่ศาลมีคำสั่ง เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับนักเรียน คณะครูจากโรงเรียนจอมพระประชาสรรค์ จังหวัดสุรินทร์ ด้วยความยินดีครับ เชิญท่านสาธิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ความจริงมาตรา ๔ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการประกาศรายชื่อที่อาจจะใช้คำว่า ผู้ที่ถูกกำหนด หรือว่าเป็นบุคคล ก่อการร้าย ก็ตาม แต่ว่าการถูกประกาศชื่อนี่ผมว่าร้ายแรงมากนะครับ ร้ายแรงกับทั้งตัวเขาเอง ทั้งครอบครัว ทีนี้ประเด็นผมก็มีอยู่ว่าในส่วนของมาตรา ๔ คือจริง ๆ เป็นการแก้ไขของเดิม ทั้งหมดแล้วมาเขียนใหม่ ของเดิมนี่ก็อาจจะใช้ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี แต่ว่าก็เป็น หน้าที่ของสำนักงานก็คือสำนักงาน ปปง. ประเด็นมันก็มีอยู่ว่าที่แก้ไขใหม่ใช้คำว่า ในกรณีที่มี เหตุอันควรสงสัยว่าผู้ใดมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องหรือการสนับสนุนทางการเงินหรือดำเนินการแทน หรือตามคำสั่งหรือภายใต้การควบคุม ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้น เท่านั้นเอง ทีนี้แน่นอนละครับสำนักงาน ปปง. มีหน้าที่ในการที่จะไปค้นหา ไม่ว่าทั้งจาก มาตรา ๓/๑ หรือว่าเป็นคนในประเทศเองก็ตาม แต่ว่ากระบวนการของมันก็ไปสู่ พนักงานอัยการ แล้วก็ยื่นคำร้องไปที่ศาล ประเด็นที่ผมจะตั้งคำถามก็คือคำร้องฝ่ายเดียว นี่ละครับ ผมคิดว่าการถูกประกาศมันก็เหมือนกับเปิดเผยต่อสาธารณะ ถึงแม้ว่าจะดำเนินการ ผ่านสำนักงานและศาลก็มีคำสั่ง ทีนี้ทำอย่างไรล่ะครับที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่เขาถูกขึ้นชื่อ ได้มีโอกาสเข้ามาในคดีได้ไหม เผื่อว่าข้อมูลจากสำนักงานที่ดำเนินการไปเบื้องต้นมันอาจจะ ไม่ครบถ้วน แล้วก็ผู้ที่ถูกขึ้นบัญชีเขามีข้อมูลที่ดีกว่ามาลบล้าง สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ตามมาตรา ๔ ผมยกตัวอย่างให้กับท่านประธานและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เห็นภาพชัดเจนในเรื่องมาตรา ๑๕๐ เรื่องการชันสูตรพลิกศพ สาเหตุการตาย วิธีพิจารณา ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเลยคือนายพัน คำกอง ที่ศาลมีคำสั่งไปแล้วว่าน่าเชื่อว่าเป็นฝีมือ ของเจ้าหน้าที่ ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าพนักงานเจ้าหน้าที่คือพนักงานอัยการกับ พนักงานสอบสวนนี่เป็นการนำเสนอข้อมูลด้านเดียวนะครับ ศาลก็ฟังจากด้านเดียว ในขณะเดียวกันผู้ที่เกี่ยวข้องหรือเจ้าหน้าที่เองก็ไม่ได้มีส่วนเข้ามาในคดี อันนี้อาจจะมีเหตุผล ในหลายประการด้วยกัน แต่หลักก็คือว่าโดยหลักทั่วไปตามมาตรา ๑๕๐ มันเป็นการเหมาเข่ง ไม่ได้ ถ้าเป็นกรณีวิสามัญฆาตกรรมก็คือต้องมีเจ้าหน้าที่ที่ต้องยอมรับเสียก่อนว่าตัวเองทำ ที่ยกตัวอย่างก็เอามาเทียบเคียงกับกรณีนี้ว่าเป็นไปได้ไหมว่าคนที่จะถูกขึ้นบัญชีรายชื่อ ตามมาตรา ๔ เมื่อเราไปเขียนใหม่เป็นข้อสันนิษฐาน แล้วก็บอกว่าเป็นการยื่นคำร้องฝ่ายเดียว ขอให้ศาลมีคำสั่ง เราจะเปิดโอกาสไหมครับ เปิดโอกาสให้เขาได้มี สมมุติว่าเขามีข้อมูล แต่ถ้าไม่มีข้อมูลก็เป็นเรื่องที่ศาลจะสั่ง เป็นดุลยพินิจของศาลอยู่แล้ว ก็เป็นคำถามฝากไปยัง คณะกรรมาธิการนะครับว่าถ้าเห็นทั้ง ๒ ทางจะแก้ไขผมว่าก็จะเป็นประโยชน์ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสงวน
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมคงจะพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้ายสำหรับกฎหมายฉบับนี้ ผมอ่านทั้งหมดทั้งฉบับ ในที่สุดบุคคลที่ถูกกล่าวหาก็จะไปใช้มาตรา ๘ มาตรา ๙ ผมเรียนถาม อย่างนี้ครับ ที่เขียนในมาตรา ๔ เหตุอันควรสงสัยโดยคณะทำงานของท่านแล้วให้ธุรกรรม เป็นคนพิจารณาแล้วฟ้องฝ่ายเดียว ก็มีค่าเท่ากับกระบวนการยุติธรรมสมัยนี้คือขอหมายจับ มันเหมือนกระบวนการขอหมายจับโดยศาล ที่ออกหมายจับโดยศาล สุดท้ายท่านเขียนอย่างนี้ และถ้าปรากฏว่าศาลมีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ เขียนทำไมครับ ก็ฝ่ายเดียว เหมือนขอ หมายจับเลย แล้วเขาสูญเสียทุกอย่างโดยทันที บุคคลธรรมดา ท่านครับ บางคนร่ำรวย จากการค้าขายรูปแบบใหม่ วันนี้ถูกกล่าวหายึดทรัพย์ไปตั้งเยอะ แล้วกว่าจะรู้ กว่าจะมาแก้ตัว หลายปี ที่เขียนอย่างนี้ผมดูแล้วเหมือนขอหมายจับ แล้วผมเป็นผู้ก่อการร้ายเลย ก็เพียงพูด ให้ท่านได้เห็นว่านี่คือปัญหา แล้วผมต้องไปอาศัยสิทธิตามมาตรา ๘ มาตรา ๙ ผมก็คิดว่า ทำไมไม่ให้ผมมีโอกาสก่อน มีโอกาสบอกว่าผมมีข้อมูลอย่างนี้นะ ๆ แล้วก็ตัดสินว่า ผมเป็นผู้ก่อการร้าย ยึดทรัพย์ยึดอะไรไป เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปหากเขาเห็นว่า ไม่ผิดก็ว่ากัน อันนี้ก็เหมือนกับว่าถูกลงโทษโดยที่ไม่ได้มีโอกาสแก้ตัวอะไรเลย
เรื่องที่ ๒ อีกเรื่องหนึ่งฝากให้คิดครับ ทฤษฎีกระแสโลกขณะนี้มีหลายค่าย ตัดสินใครว่าเป็นผู้ก่อการร้ายมันตามอำนาจครับ บางประเทศพิมพ์เงินออกมาปีละ ๔๐,๐๐๐ ล้านเหรียญโดยไม่มีหลักประกันอะไรเลย คนบางคนอย่างกัดดาฟี วันนี้ตาย ๖๐ คน ลูกหลานเขาเริ่มร้องกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้วครับตอนนี้ เขาถูกข้อหาก่อการร้าย จากคนกลุ่มหนึ่ง อำนาจหนึ่ง วันนี้ผู้ก่อการร้ายทั้งหลายจะโดยอุดมคติ ของคณะทำงานในศาลระดับโลกเท่านั้นเอง ในองค์กรระดับโลกเท่านั้นเอง ชี้นั่นชี้นี่ ผมถามด้วยความเจ็บปวดครับ ถ้าประเทศสหรัฐอเมริกามีสิทธิมีนิวเคลียร์ แล้วประเทศเล็ก ๆ มันผิดอะไรที่จะมี มันมีความรู้ ทำไมเราไปเห็นดีเห็นงามกับเรื่องเหล่านี้ แล้วเขียนอย่างนี้นะครับ ผมไม่มีอคติอะไรกับพวกท่าน แต่ผมฝากท่านไปดูสัญญาระหว่างกรุงเทพฯ ประเทศอังกฤษ และจังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ ในปี ๒๔๑๑ เหมือนอย่างนี้เลย คือเขียน ตามที่ต่างประเทศต้องการเท่านั้นเอง ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร ก็ขอเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยผมคิดว่า อย่างไรก็โหวตให้เพราะว่าเป็นมติของพรรค แต่ใจผมพูดบันทึกไว้ว่าตัวแทนประชาชนคนหนึ่ง เห็นการละเมิดสิทธิประชาชนคนไทยโดยต่างชาติอย่างชัดเจน และบังเอิญเราต้องยอมรับ เพราะว่าเขาข่มขู่เราอย่างนั้นหรือครับ ทำไมไม่มีกระบวนการตั้งรับบ้างให้กับคนในประเทศนี้ เหมือนสมาชิกท่านก่อน ๆ ได้พูดไว้ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญคณะกรรมาธิการชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการครับ ผมขอตอบเรียงประเด็นไปแบบนี้ก่อน แต่ก่อนอื่นขอปูความเข้าใจว่ากฎหมายฉบับนี้ปกติแล้วเวลาเราจะบอกว่าใครเป็นผู้ก่อการร้าย จะถูกดำเนินคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาอยู่แล้ว โดยประมวลกฎหมายอาญา ก็จะถูกดำเนินการเป็นไปตามมาตรา ๑๓๕/๑ มาตรา ๑๓๕/๒ จะว่าไปตามนั้นนะครับ แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นในเรื่องของทางแพ่งครับก็คือมุ่งในการที่จะหยุด ซึ่งการดำเนินการเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคลที่ได้กล่าวไปแล้ว รวมถึงบุคคล ที่จะสนับสนุนการดำเนินการเกี่ยวกับการก่อการร้าย เพราะฉะนั้นท่านมองอย่างนี้ก่อนครับว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นเรื่องของทางแพ่ง ทีนี้อย่างนี้ครับเวลาการกำหนดว่าใครที่ไปขึ้นอยู่ใน บัญชีของสหประชาชาติ ก็คืออยู่ในยูเอ็น ลิสต์ (UN List) เมื่อขึ้นไปเป็นรายชื่อผู้ก่อการร้าย ผู้สนับสนุนการเงิน แล้วที่อยู่ในลิสต์ (List) ของยูเอ็น (UN) ที่ผ่านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมานี่ ในกรณีนี้แค่หนังสือมาถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมก็สามารถสั่งการได้เลยซึ่งมันจะเร็ว แต่สิ่งที่เรามุ่งคุ้มครองก็คือกลุ่มคน อีกกลุ่มหนึ่ง นั่นก็คือกลุ่มคนที่เดินไปตามมาตรา ๔ เมื่อสักครู่นั้นกลุ่มคนนั้นเป็นไปตาม มาตรา ๓/๑ ส่วนคนประเภทที่ ๒ จะอยู่ในมาตรา ๔ ก็คือบุคคลที่เรียกได้ว่ามีกรณีที่มีเหตุ อันควรสงสัยว่ามีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย หรือให้การสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้ายอะไรอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งท่านดูได้ตามมาตรา ๔ กลุ่มคนนี้กระบวนการ จะทำยากขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง ไม่เหมือนกับที่อยู่ลิสต์ของยูเอ็นแล้ว กลุ่มคนนี้จะทำแบบนี้ครับ ส่งเรื่องไปที่คณะกรรมการธุรกรรม คณะกรรมการธุรกรรมก็อยู่ในคณะกรรมการในชุดของ ปปง. เขามี ๕ คน ซึ่งเป็นตัวแทนมาจากองค์กรที่มีความเป็นอิสระสูงเป็นตัวแทนเข้ามา พอผ่านเข้าคณะกรรมการธุรกรรมเสร็จปั๊บ ท่านคณะกรรมการธุรกรรมจะส่งเรื่องไปยัง อัยการ และอัยการก็ส่งฟ้องไปยังศาล ทีนี้ท่านผู้มีเกียรติก็ถามว่าแล้วคำร้องขอฝ่ายเดียว ของอัยการมันเหมือนหมายจับไหม ผมตอบท่านผมเป็นคนตรงไปตรงมาครับ เหมือนครับ เพราะว่าการที่จะหยุดกระบวนการการระงับซึ่งธุรกรรมทางการเงินต้องเร็วครับ เมื่อกี้ ท่านเห็นไหมครับเวลาขนาดเป็นลิสต์ของยูเอ็นผ่านแค่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จบเลยนะครับ แต่ถ้าเป็นลิสต์ที่เกี่ยวข้องกับลิสต์ของประเทศไทย ผมเรียกว่าไทยแลนด์ ลิสต์ (Thailand List) ก็แล้วกัน แบบนี้ต้องเข้าคณะกรรมการธุรกรรมมาขออัยการไปศาล ที่อัยการเขาต้องขอฝ่ายเดียว คำว่าขอฝ่ายเดียวคือแบบนี้ครับ เวลาท่านไปยื่นขอคำขอ ฝ่ายเดียวคือไม่เปิดโอกาสให้อีกฝั่งหนึ่งมีการโต้แย้งในชั้นเจ้าพนักงานสอบสวน ทำไมครับ เพราะว่าท่านปล่อยให้ผู้สนับสนุนทางการเงินและการก่อการร้ายหรือผู้ก่อการร้ายนี่ มีสิทธิในการที่จะให้การในชั้นสอบสวนได้ ผมบอกท่านเลย ผมเชื่ออย่างไร ปปง. ก็ตรวจสอบ สายเงินไม่ติดครับ มันโอนหนีหมดครับ แล้วมันผ่านเร็วมาก คือขั้นตอนว่าทำไมต้องเป็น คำขอฝ่ายเดียว แต่อย่างนี้พออัยการยื่นคำขอฝ่ายเดียวเสร็จจะมาสู่ในขั้นตอนของ กระบวนการทางศาล ซึ่งชั้นนี้แหละครับ คือผมเองและท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมก็ได้คุยกันว่าอยากจะให้เป็นธรรมมากที่สุดคือต้องให้ศาลเป็นคนสั่ง ทีนี้เวลาศาลสั่ง ศาลมีดุลยพินิจตามมาตรา ๒๑ (๓) ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เขาใช้แบบนี้ เขาบอกว่า คำขออันใดอาจทำได้แต่ฝ่ายเดียวแล้วให้ศาลมีอำนาจที่จะฟัง คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ ก่อนจะออกคำสั่งในเรื่องนั้น ๆ ขีดเส้นใต้นะครับ ก่อนจะออกคำสั่งในเรื่องนั้น ๆ เพราะฉะนั้นแปลว่าตัวไทยแลนด์ ลิสต์ที่เรากำลังคุยกันนี่ เป็นอำนาจของศาล ซึ่งศาลนั้นก่อนจะออกคำสั่งท่านมีอำนาจตามมาตรา ๒๑ (๓) ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในการเรียกบุคคลนั้นมาอยู่แล้วครับ แต่ว่าในชั้น ที่ต้องหยุดในชั้นอัยการให้เร็วที่สุดเพื่อเป็นคำขอฝ่ายเดียวนั้น เพราะโดยธรรมชาติแล้วนี่ ปปง. ไม่มีทางเลยที่จะหยุดธุรกรรมนั้นได้ทัน เพราะว่าอย่างนั้นถือว่าไม่เร่งด่วน เหมือนท่าน ออกหมายจับแล้วท่านเรียกให้คนมาค้านหมายจับ เหมือนกันเลยครับ แบบนั้นก็แปลว่า หนีเสียก่อนแล้ว ฉะนั้นก็จะเป็นขั้นตอนแบบนี้ แล้วผมเองก็เรียนในชั้นนี้แบบนี้ก่อน ขอบพระคุณครับ
ท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ ก็ตอบคำถามผมไป ๑ คำถาม ยังมีอีก ๑ คำถามที่อยู่ในหลัง (๒) ที่บอกว่า พฤติการณ์ เกี่ยวข้องตามวรรคหนึ่ง ผมอ่านย่อ ๆ ต้องมีอยู่ในวันที่ศาลมีคำสั่งเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด พฤติกรรมที่ว่านี่ต้องมีอยู่ในวันที่ศาลมีคำสั่ง ผมก็เลยถามว่าอย่างเช่นถ้าเขาโอนเงินให้ ทุกเดือน ๆ แต่วันนั้นยังไม่ถึงวันโอนของเขาที่จะสนับสนุนการก่อการร้าย แล้ววันนั้น ศาลจะสั่งได้อย่างไรในเมื่อมันยังไม่เห็นการโอนในวันนั้นที่เกิดขึ้น อย่างนี้จะครอบคลุม อย่างไรครับ
เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ขอเรียนอย่างนี้ในข้อความที่บอกว่า พฤติการณ์เกี่ยวข้อง กับการก่อการร้ายหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อร้ายหรือการดำเนินการแทน หรือตามคำสั่งหรือภายใต้การควบคุมดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง ต้องมีอยู่ในวันที่ศาลมีคำสั่ง เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด ต้องเรียนกับท่านตามตรงคือพฤติการณ์ในการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้ายหรือพฤติการณ์ในการก่อการร้ายต้องมีอยู่ในวันนั้นครับ ผมถึงเรียนท่าน อย่างไรครับว่ากระบวนการตอนต้นตามมาตรา ๔ ที่ผมบอกว่ามันต้องเร็ว เพราะอัยการ ขอฝ่ายเดียวมาที่ศาล ขั้นตอนนี้จะเร็วหมดเลยนะครับ ชึบ ชึบ ชึบ หมดเลย คราวนี้พอมาถึง ตรงนี้สถานการณ์นั้นต้องอยู่ครับ ถ้าไม่อยู่อันตรายมากจริง ๆ แล้วตอนร่างนี่ไม่ได้ใส่มาในนี้ครับ แต่กรรมาธิการเราคุยกันไปถึงเรื่องการคุ้มครองสิทธิครับ เช่น บุคคลใดที่เคยถูกกล่าวหา ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ก่อความไม่สงบเกิดขึ้น ปรากฏว่าคนกลุ่มนี้ต้องกลับมาคำนวณใหม่หมดเลย ทั้ง ๆ ที่พฤติกรรมในปัจจุบันเขาอาจจะไม่มีพฤติกรรมในการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้ายแล้วครับ ที่หนักไปกว่านั้นครับในกรณีของภาคใต้หลายคนต้องไปส่งส่วยครับ หมายถึงว่าถูกบังคับ ร้านอาหารต่าง ๆ ถูกบังคับให้ต้องส่งเงินช่วยเหลือสนับสนุนผู้ก่อการร้าย ปรากฏว่าผู้ก่อการร้ายรายนั้นได้มอบตัวเรียบร้อยแล้วครับ มอบตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนั้นอยู่ต่อไป การสนับสนุนจากร้านอาหารต่าง ๆ นั้นหมดสิ้นไปแล้ว แล้วไม่ได้มีอยู่ในวันที่เขาจะหยุดธุรกรรมคือวันที่จะขอศาลนี่ครับ ซึ่งแบบนี้เราก็ไม่ก้าวล่วง ไปถึงคนกลุ่มนี้ครับ เพราะเราถือว่าต้องคุ้มครองเขาด้วย เนื่องจากว่าเป็นการกระทำ ที่เขาได้สิ้นสุดกระบวนการของเขาลงแล้วครับ เรามองแบบนี้เพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะทำให้ ไปกระทบกระเทือนต่อสิทธิของบุคคลอื่นที่อาจจะถูกพาดพิงในเรื่องของกฎหมายการก่อการร้าย ซึ่งเป็นประมวลกฎหมายอาญาหรือว่าจะเป็นไปตาม พ.ร.ก. อะไรก็แล้วแต่ ซึ่งถ้าแบบนั้น ผมคิดว่าไม่จบ เพราะว่าถ้าเราไม่ใส่ข้อความนี้ลงไปผมว่ากระทบกระเทือนสิทธิ ต่อหลายท่านทีเดียว และโดยเฉพาะสถานการณ์ภาคใต้ก็จะไม่ดีขึ้นถ้าเราไม่คงข้อความนี้ เอาไว้ครับ ขอบพระคุณครับ
คุณหมอติดใจจะถามไหมครับ เดี๋ยวให้คุณหมอก่อนนะครับ เชิญคุณหมอเชิดชัย แล้วท่านอภิชาต แล้วก็มาที่ท่านบุญยอดครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คือความจริงที่ท่านอธิบายนี่เข้าใจหมดแหละครับ มันมีย้อนไปถึงวรรคสี่นะครับ คือผมสงสัยนิดเดียวครับ คือผมไม่สงสัยคณะกรรมการธุรกรรม หรอกครับ แต่ผมสงสัยว่าก่อนที่จะมีการเสนอชื่อต่อคณะกรรมการธุรกรรมนี่ ท่านให้สำนักงานแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง คณะกรรมการชุดนี้นี่แหละครับ เป็นตัวที่จะชงเรื่อง แล้วจะเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์นะครับที่ว่าเขาให้ความเป็นธรรมต่าง ๆ เพราะถ้าอธิบายนี้ได้คือมันจะมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นอีก อันนี้ก็เพิ่มความเป็นธรรมขึ้น แต่ปัญหา ก็คือคณะกรรมการชุดนี้เป็นใคร อย่างไร มีเกณฑ์หรือเปล่า เพราะไม่เห็นมีว่าต้องเป็นไป ตามเกณฑ์อะไรต่าง ๆ นะครับ ขอให้อธิบายด้วย ขอบคุณครับ
ท่านอภิชาต
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ฟังคำชี้แจงของคณะกรรมาธิการก็ด้วยความไม่สบายใจนะครับ คือเห็นใจที่ว่า ปปง. จำเป็นจะต้องใช้ความรวดเร็วในการเข้าไปจัดการกับปัญหา เรื่องการใช้เงินไปสนับสนุนการก่อการร้าย ยิ่งช้าเท่าไรยิ่งก่อให้เกิดผลเสียเท่านั้น แต่ว่าการเขียนกฎหมายที่ให้อำนาจโดยที่ไม่คำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของคน ไม่เข้าใจถึงหัวอก ของคนที่ถูกกล่าวหานี่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เราก็ไม่พึงกระทำด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกบางท่านก็ได้กรุณาหยิบยกมาแล้วว่าการที่ให้พนักงานอัยการมีสิทธิ ที่จะยื่นข้อมูลหลักฐานแต่เพียงฝ่ายเดียว แล้วให้ศาลเป็นผู้ประทับว่าคนนี้เป็นผู้ก่อการร้าย ตามความเห็นของสำนักงานซึ่งยื่นผ่านอัยการมาก็เหมือนการออกหมายจับ ท่านบอกว่า ใครจะไปคัดค้านการออกหมายจับล่ะ มันก็เสียเวลามันเหมือนกัน แต่ท่านประธานครับ การที่เอาคดีความขึ้นไปสู่ศาลแบบนี้มันก็คือการเอาเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อเรื่องเข้าไปสู่กระบวนการยุติธรรมแบบนี้ผมคิดว่าสิ่งที่เราต้องคำนึงก็คือว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญเขาเขียนว่าอย่างไร ถ้าท่านประธานและเพื่อนกรรมาธิการได้กรุณา ไปดูในมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บุคคลย่อมมีสิทธิในกระบวนการ ยุติธรรม ดังต่อไปนี้ (๒) สิทธิพื้นฐานในกระบวนพิจารณา ซึ่งอย่างน้อยต้องมีหลักประกัน ขั้นพื้นฐานเรื่องการได้รับการพิจารณาโดยเปิดเผย การได้รับทราบข้อเท็จจริง และตรวจเอกสารอย่างเพียงพอ การเสนอข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้ง และพยานหลักฐานของตน การคัดค้านผู้พิพากษาหรือตุลาการ การได้รับการพิจารณาโดยผู้พิพากษาหรือตุลาการที่นั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะ และการได้รับทราบเหตุผลประกอบคำวินิจฉัย คำพิพากษา หรือคำสั่ง มันไม่มีเลยในมาตรา ๔ ที่ท่านให้อำนาจศาลไปทำเช่นนั้น ผมถึงได้เสนอท่านตั้งแต่ตอนแรกเลยว่านี่คืออำนาจ ของฝ่ายบริหาร ถ้าท่านคิดว่าอำนาจนี้เป็นอำนาจของฝ่ายบริหารที่จะไปกล่าวหาว่า ใครเป็นผู้ก่อการร้ายตามข้อมูลหลักฐานท่านก็ดำเนินการไป ผู้ที่ถูกกล่าวหาเขาก็จะไปร้องศาล ของเขาเอง กระบวนการตามมาตรา ๘ อะไรต่าง ๆ ที่ท่านบอกไว้มันก็รองรับอยู่แล้ว ทำไมท่านต้องไปยืมมือศาลมาเป็นเครื่องมือท่านในการไปตีตรารับรองแทนท่านว่านี่คือ ผู้ก่อการร้าย แล้วก็ไม่ผ่านกระบวนการที่ควรจะเป็นตามรัฐธรรมนูญด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ท่านบุญยอด
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในวรรคที่ผม ถามไปเมื่อสักครู่นะครับว่ามันเหมือนกับว่าต้องมีการพิสูจน์กันว่าวันนั้นพฤติกรรมยังอยู่ หรือไม่ ก็เข้าใจครับว่าพฤติกรรมอาจจะแปลถึงกระบวนการที่ทำมาอย่างต่อเนื่องก็น่าจะ พอเป็นไปได้ แต่ในวรรคนี้จะตัดทิ้งได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านั้นก็คือวรรคหนึ่งก็เขียน เอาไว้แล้วว่าถ้าปรากฏแก่ศาลว่ามีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ดังต่อไปนี้ก็ให้ศาลมีคำสั่ง ตามที่ขอ ผมคิดว่าก็เป็นดุลยพินิจของศาลอยู่แล้ว ในวรรคหนึ่งเป็นดุลยพินิจชัดเจน อยู่แล้วว่ามีน้ำหนัก มีหลักฐานน่าเชื่อถืออยู่ในขณะนั้น อยู่ในช่วงเวลาต่าง ๆ เหล่านั้นหรือไม่ ผมคิดว่าประโยคที่เขียนคำว่า ทั้งนี้ ในวันที่ศาลมี ต้องมีพฤติกรรมเหล่านั้น การเขียนในตรงนี้ กลายเป็นว่าจะถูกตีความเปล่า ๆ ครับ ถ้าไม่เขียนจะครอบคลุมหรือเปล่า ถ้าครอบคลุมแล้ว ก็ขอให้ตัดทิ้งครับ
เดี๋ยวนะครับ เชิญท่านก่อแก้วครับ เดี๋ยวท่านก่อแก้วเสร็จเดี๋ยวกรรมาธิการจะตอบข้อซักถาม ของท่านสมาชิก
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นั่นแหละครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ผมไล่เลียงอ่านมาทั้งหมดยอมรับว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้อง ออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ตอบสนองต่อการปราบปรามผู้ก่อการร้ายทั่วโลกนะครับ แต่ยอมรับนะครับว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีข้อถกเถียงกันเยอะ ตัวผมเองเป็นวิศวกร เป็นนักธุรกิจ ที่ผ่านมาได้ออกมาร่วมต่อสู้ทางการเมืองเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตย ผลสุดท้ายก็ถูกกล่าวหา เป็นผู้ก่อการร้ายนะครับ ในวันที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้ก่อการร้ายทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดี พิเศษดีเอสไอ (DSI) พยายามออกหมายจับ แต่ว่าศาลไม่อนุมัติซึ่งเป็นความกรุณาของศาล แต่สุดท้ายผมเองก็ถูกอายัดบัญชีด้วยคำสั่งของ ศอฉ. ในขณะนั้น คำสั่งอายัดบัญชีในวันนั้น ไม่ได้อายัดบัญชีตัวผมคนเดียว แต่อายัดบัญชีไปยังธุรกิจที่ผมดำเนินการด้วย ผมเอง ประกอบธุรกิจตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ เป็นธุรกิจระดับกลางมีพนักงานประมาณ ๑๐๐ กว่าคน ผมเองเป็นลูกคนธรรมดาที่ดิ้นรนทำธุรกิจตัวเองมาก่อตั้งธุรกิจ ๑๐ กว่าปี แต่วันที่ถูก ศอฉ. อายัดบัญชีนั้นเงินในบัญชีที่หมุนเวียนในธุรกิจถูกฟรีซ (Freeze) หมด ถูกอายัดหมด ไม่มีเงิน หมุนเวียนทำให้ธุรกิจวันนั้นแทบจะล้มทั้งยืน เพราะว่าไม่สามารถหาเงินมาจ่ายซัพพลายเออร์ (Supplier) หาเงินมาจ่ายพนักงานได้ นั่นคือความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตจริง แล้วก็เป็นความเจ็บปวดที่มันยังลามมาจนถึงทุกวันนี้ วันนี้ยังไม่มีใครเยียวยาให้ผมเลย ท่านทราบหรือเปล่าครับแม้กระทั่งถึงทุกวันนี้บัญชีธนาคารออมสินผมยังไม่สามารถไป เบิกถอนได้ เขาอ้างว่าติดคำสั่ง ศอฉ. ยังไม่มีคำสั่งปลดจาก ศอฉ. ไปยังธนาคารออมสินครับ ไม่น่าเชื่อครับเป็นเรื่องตลก แต่ก็เกิดขึ้นจริง และเกิดขึ้นกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่กำลังพูดในขณะนี้ นอกจากนี้พวกผมเองที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ถ้าไปเช่าซื้อ รถยนต์ไม่สามารถเช่าซื้อได้ครับ บริษัท ลีสซิง (Leasing) บริษัท ไฟแนนซ์ (Finance) ไม่อนุญาตให้เช่าซื้อ นี่คือความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายในขณะนั้น ท่านประธานครับ ผมเองมีความจำเป็นที่ต้องสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซีกรัฐบาล แต่ส่วนตัวก็ห่วงใยว่าการมีกฎหมายแบบนี้แล้วก็มีการเขียนที่ครอบคลุม ในลักษณะวงกว้าง โดยไม่เปิดโอกาสให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นได้ไปยื่นคำร้องคัดค้านในวันที่ คณะกรรมการยื่นต่อศาลฝ่ายเดียว ให้ศาลอนุมัติรายชื่อผู้ที่ถูกกำหนดว่าเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับ การก่อการร้าย ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมห่วงใย เพราะว่ามันจะทำให้คนที่ถูกกล่าวหานั้นตกนรกทั้งเป็น เหมือนที่วันหนึ่งผมเคยตกมาแล้ว แล้วหลายท่านก็ตกมาแล้ว ตรงนี้ผมเป็นห่วงครับ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้เกิด เพราะว่าถ้าเกิดแล้วคนที่ได้รับผลกระทบนั้น เขาเจ็บปวดจริง ๆ ผมโชคดีที่ในวันนั้นในปี ๒๕๕๓ เนื่องด้วยว่ามีเพื่อนฝูงคอยช่วยเหลือ มิฉะนั้นวันนั้นธุรกิจผมก็เจ๊งเพราะว่าขาดเงินหมุนเวียน ธุรกิจที่กัดฟัน ดิ้นรน ตรากตรำ ทุ่มเทมา ๑๐ กว่าปี ถ้าล้มละลายภายในพริบตาทั้งที่มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน แต่ว่าไม่มี เงินหมุนเวียนมันก็ล้มได้ เงินก็คือเลือด ร่างกายขาดเลือดเมื่อไรก็ตายเมื่อนั้น ท่านประธานครับ ผมจึงไม่อยากให้ใครต้องมาเจ็บปวดอย่างนี้อีก ในมาตรา ๔ วรรคสี่ ผมเองก็มีความห่วงใย เพราะว่าขณะนี้พวกผมเองนั้นถูกดำเนินคดีข้อหาก่อการร้าย แล้วผมเองก็เชื่อมั่น ในความบริสุทธิ์ใจตัวเอง แต่ว่าวันนี้คดีกำลังดำเนินอยู่ในขั้นตอนของศาล ท่านประธานครับ ตรงนี้ผมเป็นห่วง เพราะว่าผู้เรียกร้องประชาธิปไตยทั้งหลายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ไม่ว่ากลุ่มเสื้อแดงหรือกลุ่มเสื้อเหลือง ในกรณีนี้มาตรา ๔ วรรคสี่ ตรงนี้จะเป็นผลกระทบ ต่อคนที่ถูกกล่าวหาเหล่านั้น ถึงแม้จะเขียนว่า พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย หรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายหรือการดำเนินการแทนหรือตามคำสั่ง หรือภายใต้การควบคุมดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง ต้องมีอยู่ในวันที่ศาลมีคำสั่งเป็นบุคคล ที่ถูกกำหนด ผมสมมุตินะครับท่านประธาน ผมเองถูกดำเนินคดีข้อหาก่อการร้าย วันนี้ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่มีการชุมนุมทางการเมืองที่ทำให้ผมถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ก่อการร้าย ดังนั้นพฤติกรรมดังกล่าวมันไม่มีต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้น คณะกรรมการธุรกรรมทางการเงินไม่สามารถไปยื่นต่อศาลให้ดำเนินการกำหนดว่าตัวผมนั้น เป็นผู้ก่อการร้าย ถึงแม้ผมถูกดำเนินคดีอยู่ขั้นศาลอยู่ แต่ว่าถ้าในอนาคตวันข้างหน้า สมมุตินะครับ มีการใช้อำนาจนอกระบบมาแทรกแซงทางการเมือง คว่ำรัฐบาลชุดปัจจุบัน แล้วใช้กลไกพิเศษในการบีบให้พรรคการเมืองเล็ก ๆ มีการบีบให้ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย จำนวนหนึ่งแยกตัวออกไปจากพรรค แล้วไปรวมตัวกับพรรคการเมืองอีกขั้วหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล เป็นการใช้อำนาจนอกระบบในการแทรกแซงประชาธิปไตยเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๑ ถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นผมเองในฐานะนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก็ยอมรับนะครับท่านประธาน ผมคงไม่สามารถนิ่งเฉยได้ และเพื่อนสมาชิกจำนวนมากที่เคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มากับผม ก็คงไม่สามารถทนการกระทำเหล่านั้นได้ พวกผมก็ต้องออกมาต่อสู้อีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ผม ออกมาต่อสู้อีกครั้งหนึ่งเพื่อยับยั้งการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ผมเองก็จะถูกกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมเข้าข่ายมาตรา ๔ วรรคสี่ทันทีครับ ก็คือผู้ที่ถูกดำเนินคดีก่อการร้าย แล้วมีพฤติกรรมต่อเนื่อง นั่นหมายถึงว่าก็จะมีคนไปยื่นต่อศาลกำหนดให้พวกผมเป็นผู้ก่อการร้ายที่มีผลตามมาตรานี้ แล้วก็ตามมาด้วยการอายัดบัญชีทรัพย์สินของพวกผมทั้งหมด นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาตรานี้ วรรคนี้ ผมขอกราบเรียนไปยังประธานคณะกรรมาธิการหรือกรรมาธิการท่านใดก็แล้วแต่ ท่านลองตอบให้ผมฟังครับว่าสิ่งที่ผมพูดในมาตรานี้ วรรคนี้จริงอย่างที่ผมคิดหรือเปล่า ถ้าไม่จริงขอให้ท่านได้กรุณาบันทึกไว้ในรายงานการประชุมเพื่อเป็นหลักฐานว่าสิ่งที่ผมคิดนั้น มันไม่ใช่ จะไม่มีการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะนั้น จะมีเพียงการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อจัดการกับผู้ก่อการร้ายจริง ๆ ไม่ใช่จัดการกับผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยหรือการชุมนุม ทางการเมืองที่มีสิทธิที่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นท่านประธานครับผมจึงห่วงใย ในมาตรานี้ วรรคนี้ แล้วผมเรียนตามตรงนะครับเชื่อว่าตราบใดที่เรายังมีความขัดแย้ง ทางการเมืองเหมือนที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ วันข้างหน้าก็จะมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งหยิบยก กฎหมายมาตรานี้ ฉบับนี้ออกมาเล่นงานศัตรูฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง นั่นคือสิ่งที่ผมห่วงใย ถ้าเราจะไม่มีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่กรรมาธิการได้มีการพิจารณาผ่านมา ตามวาระที่สองแล้วนั้น ผมเองก็มองเห็นว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการกลั่นแกล้ง ทางการเมืองกันในอนาคต เนื่องจากว่าใน พ.ร.บ. ฉบับนี้มีการเขียนว่าผู้ก่อการร้ายนั้น ให้เป็นไปตามนิยามของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งก็เป็นไปตามมาตรา ๑๓๕/๑ มาตรา ๑๓๕/๒ มาตรา ๑๓๕/๓ ซึ่งผมเองถูกดำเนินคดีอยู่ ท่านประธานครับ ถ้าจะไม่ให้ มันมีปัญหาว่าจะมีการบิดเบือนกฎหมาย แล้วก็ไปกลั่นแกล้งบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ในอนาคตข้างหน้าอันใกล้ ผมอยากให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕ เสีย เพื่อให้มีการนิยามจำกัดความคำว่า ผู้ก่อการร้าย ให้ชัดเจน ให้สอดคล้องกับนานาชาติ ไม่ใช่ชุมนุมทางการเมืองแล้วกลายเป็นผู้ก่อการร้าย มิเช่นนั้นแล้วประเทศไทย ก็จะมีผู้ก่อการร้ายเต็มไปหมด เฉพาะเสื้อแดงก็มีผู้ก่อการร้ายหลายล้านคนแล้วครับ ฉะนั้นก็ฝากกราบเรียนด้วยความห่วงใยแล้วก็ขอความมั่นใจจากท่านประธานคณะกรรมาธิการ และคณะว่าสิ่งที่ผมตั้งคำถามไปนั้นขอท่านกรุณาตอบ แล้วก็ให้ความมั่นใจว่าในอนาคตนั้น จะไม่มีการบิดเบือนกฎหมายฉบับนี้ในการเล่นงานศัตรูทางการเมืองครับ กราบขอบพระคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการเยาวชนหัวใจเดียวกันนะครับ และผู้บริหารสำนักศาลยุติธรรม ๑๔๐ ท่าน ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณากฎหมายสำคัญ อยู่ในวาระที่สอง ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราบการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... นะครับ กรรมาธิการจะตอบไหมครับ เชิญกรรมาธิการประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ในฐานะกรรมาธิการ กระผมกราบเรียนท่านประธานว่า คณะกรรมาธิการพวกเราทำงานกฎหมายฉบับนี้และกฎหมายฟอกเงินเป็นกฎหมายที่ยากที่สุด เราคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพ เราคำนึงถึงคนที่เดือดร้อนจากการข่มเหงรังแก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านสมาชิกที่อภิปราย กระผมขออนุญาตได้เอ่ยนาม อย่างท่านก่อแก้วมีประสบการณ์ตรง ความเจ็บปวดอันนั้นเป็นความเจ็บปวดที่ยากจะลืมเลือน ถามว่าคณะกรรมาธิการของเรา ได้ยกขึ้นมาพิจารณาหรือไม่ ผมต้องกราบเรียนว่ามาพิจารณา เราหล่อหลอมกันทุกคน ในคณะกรรมาธิการ เราทำงานยาก เราแสวงหาข้อเท็จจริงทั้งในและต่างประเทศ ทั้งกระบวนการข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเรามาพิจารณา ท่านประธานจะสังเกตเห็นว่าตามร่างเดิมนั้น คณะกรรมาธิการเสนอคณะรัฐมนตรี แปลว่าประกาศได้เลยเป็นผู้ก่อการร้าย คำว่าบัญชีผู้ก่อการร้ายที่จะต้องแยกแยะระหว่าง ประมวลกฎหมายอาญากับกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ มาตรา ๑๓๕/๒ มาตรา ๑๓๕/๓ มาตรา ๑๓๕/๔ นั้นเป็นกระบวนการ ทางอาญา นั่นเป็นความรุนแรง แต่นี่หมายความว่าเป็นกฎหมายที่คล้าย ๆ กึ่งว่าจะเป็น ลักษณะของทางแพ่งเพื่อสกัดกั้นการสนับสนุนการก่อการร้าย เรามาปรึกษากันว่า ลำพังข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เปลี่ยนรัฐบาลที เปลี่ยนนั่นที เปลี่ยนนี่ที เราเห็นว่าการเมืองเข้าไปแทรกแซงตรงนั้นหรือไม่ เราไม่สามารถที่จะตอบตรงไปตรงมาว่า แทรกแซงหรือไม่ แต่ทุกคนก็เป็นห่วง แทนที่คณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้กำหนด เป็นผู้ให้ความเห็นชอบในบัญชีรายชื่อ เราก็ยกตุ๊กตาขึ้นมาแล้วเราจะเอาองค์กรอะไร สถาบันขั้นตอนไหนที่จะให้ความเป็นธรรมกับประชาชนคนไทย เราจึงเห็นว่าศาลเป็นสถาบัน ที่พวกเราให้ความเชื่อมั่น แล้วก็กระบวนการที่กำหนดไว้ในกฎหมายฉบับนี้ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเราถอดหัวใจทำงานจริง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมมีประสบการณ์ ในการทำกฎหมาย พิจารณากฎหมายมา ยากที่สุดครับท่าน หนักใจที่สุด เกรงว่าจะกระทบกับ สิ่งที่ไม่ดีงาม เราพยายามป้องกัน เราพยายามร่วมมือ สิ่งที่ท่านอภิปรายมาไม่ว่าท่านบุญยอด คุณหมอเชิดชัย ท่านอภิชาต หรือท่านก่อแก้วก็ตาม หรือท่านสมาชิกผู้มีเกียรติก็ตาม ผมกราบเรียนท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการไม่ได้ถกเถียงว่าข้อเท็จจริงนั้น เป็นเรื่องไม่จริง ไม่ใช่ เป็นข้อเท็จจริงที่เราสัมผัสกันมาแบบแตกต่างกันไป แต่เราแก้ไข ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าขอให้มีความเชื่อมั่นกับพวกเราเถอะครับว่า พวกเราร่วมกันทำงานจริง ๆ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ เพราะว่าเรามีมาตรการ มีขั้นตอน มีหลักเกณฑ์วิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจนแล้วครับท่านประธาน
ในมาตรา ๔ มีท่านอภิชาตท่านเดียวที่แปรญัตติและสงวนความเห็นไว้ ท่านอภิชาต กรรมาธิการได้ตอบข้อซักถามแล้ว ติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจผมก็จะผ่าน ถ้าติดใจผมจะขอมติ จากที่ประชุม
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้ไปปรับแก้เยอะมาก แล้วก็ยึดโยงกันอยู่ หลายมาตรา ก็ทำให้ถ้าสมมุติว่าผมไม่เห็นด้วย ก็กลายเป็นว่าจะต้องโหวตกัน โดยให้ลงมติว่าจะเอาตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไขหรือกลับไปร่างเก่าตามข้อบังคับ ซึ่งผมก็ ไม่ได้ต้องการกลับไปร่างเก่าหรอกครับ ในร่างเก่าก็มีข้อจำกัด มีข้อบกพร่องมากมาย แต่ทีนี้เมื่อคณะกรรมาธิการได้ปรับเปลี่ยนแก้ไขไปอย่างนี้ ผมก็อยากให้ท่านประธาน ได้บันทึกความเห็นของผมที่ได้อภิปรายตั้งแต่ต้น ตั้งแต่มาตรา ๓/๑ ถึงมาตรา ๔ เป็นข้อสังเกตไว้เท่านั้นเองครับ เพื่อว่าให้กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เกิดประโยชน์ กับประเทศเราอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นการทำกฎหมายลุกลี้ลุกลนเพื่อให้เสร็จทันตามที่แฟตเอฟ ได้กำหนด แล้วก็ทำให้ผลกระทบเกิดขึ้นกับสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทย ในอนาคต ก็อยากตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ทำความเข้าใจกับท่านประธานในเรื่องของการเหมือนกับว่าเราได้มีการอภิปรายเนื่องจาก มีการแก้ไข คือเป็นข้อที่สงสัยอยู่พอสมควร ผมก็ได้รับฟังคำอธิบายจากท่านสมาชิกอาวุโส หลายท่าน ผมก็ยังงงอยู่ครับท่านประธาน ก็คือเนื่องจากกรรมาธิการไปแก้ไขมา ผมในฐานะ สมาชิก ผมก็เพิ่งเห็นถูกไหมครับ ผมก็ไม่ได้แปรญัตติไว้ ถูกต้อง แต่สิ่งที่ท่านแก้มาผมก็เห็นด้วย กับท่านบางส่วน ผมไม่เห็นด้วยกับท่านบางส่วน ทำไมเวลาจะลงมติท่านจึงถามมติเพียงแค่ว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขใหม่ของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ หรือกลับไปร่างเดิม ผมคิดว่าตัวเลือกมันต้องมีสิครับ เพราะท่านแก้ไขเปลี่ยนแปลงมา ในการเขียนกฎหมายและพวกผมเพิ่งเห็น ถ้าจะถามมติมันน่าจะเป็นอย่างนี้ไหมครับว่า ยังเห็นตามคณะกรรมาธิการที่ระบุไว้ ที่ยืนยัน เช่นท่านอาจจะตัดบางส่วนให้ผม แต่ท่าน จะยันในสิ่งของท่าน หรือเห็นด้วยกับเสียงข้างน้อยก็คือผู้แปรญัตติหรืออื่น ๆ ต่าง ๆ ต่อไป ถูกไหมครับ กรณีของการลงมติน่าจะเป็นอย่างนั้นครับ ผมจะได้ทำความเข้าใจได้ครับ ท่านประธาน
คืออย่างนี้ท่านบุญยอดครับ เนื่องจากมาตรา ๔ มีท่านอภิชาตท่านเดียวขอแปรญัตติ และสงวนความเห็นไว้ ผมก็จะถามในประเด็นของผู้แปรญัตติก่อน เมื่อกี้ท่านตอบไปแล้ว บอกว่าท่านไม่ติดใจ ท่านก็เพียงแต่จะแสดงความเห็นประกอบไว้ในรายงานนะครับ และประเด็นต่อไปผมก็จะถามท่านสมาชิกที่อภิปรายที่ตั้งคำถามถามท่านกรรมาธิการว่าเห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าไม่เห็นด้วยผมก็จะต้องขอมตินะครับ ทีนี้กำลังถึงคิว ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ได้แปรญัตติไว้นะครับ ทีนี้เชิญท่านก่อแก้วก่อนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านกรรมาธิการอาวุโสนะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ที่ท่านได้ตอบคำถามในมาตรา ๔ เรื่องการยื่นคำร้องต่อศาล ขอกราบเรียนครับ ผมเชื่อมั่นท่านและคณะ แล้วก็เชื่อว่าพวกท่านเองก็ตั้งใจแล้วก็รับฟังการให้ความเห็น ในหลายเวที ไม่ว่าเวทีแห่งนี้หรือเวทีวิปรัฐบาล หรือเวทีอนุกลั่นกรองนะครับ แต่เมื่อกี้ ผมตั้งคำถามไปในมาตรา ๔ วรรคสี่ ว่าในการบังคับใช้ ที่ผมยกตัวอย่างกรณีผมว่าในวันข้างหน้า ถ้ามีการแทรกแซงกฎหมาย บิดเบือน คว่ำรัฐบาลและมีการเปลี่ยนขั้ว และผมออกมาชุมนุม อีกครั้งหนึ่ง มาตรานี้วรรคนี้จะทำให้ผมเองนั้นกลายเป็นผู้ก่อการร้ายตามวรรคนี้ใช่ไหม และจะโดนการกระทำตามมาซึ่งการอายัดบัญชีทรัพย์สินอะไรต่าง ๆ ได้ใช่หรือไม่นะครับ ตรงนี้ผมเองอยากขอคำตอบจากตัวแทนของ ปปง. เพราะว่าท่านเกี่ยวข้องกับ การบังคับใช้กฎหมายในอนาคตตรง ๆ กรรมาธิการท่านอื่นพอพิจารณากฎหมายเสร็จ ก็ถือว่าท่านจบภารกิจแล้วนะครับ แต่ว่า ปปง. ท่านมีภารกิจในการดำเนินการ ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้โดยตรงนะครับ ก็ขอกราบเรียนท่านตัวแทนของ ปปง. ช่วยกรุณา ตอบว่าสิ่งที่ผมถามไปนั้นใช่หรือไม่นะครับ ถ้าใช่จะทำอย่างไรที่จะป้องกัน หรือไม่ให้เจตนารมณ์ของกฎหมายมันบิดเบือนไปนะครับ
ท่านเลขาธิการ ปปง. เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ กรรมาธิการ คือกรณีตามที่ ท่านก่อแก้ว ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ได้กล่าวถึงเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องของการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ คงไม่ใช่กระบวนการตามกฎหมายนี้ เรื่องนี้คณะกรรมาธิการก็ได้หยิบยกมาพิจารณา ถ้าท่านได้อ่านในมาตรา ๔ จะเห็นว่ากว่าจะถึงขั้นตอนที่ศาลจะพิจารณาจะมีหลายคณะ ตั้งแต่มีกรรมการซึ่งตั้งโดยในส่วนของ ปปง. ซึ่งอยู่ในวรรคสี่ มีการตั้งกรรมการขึ้นมา ซึ่งกรรมการนี้ก็จะประกอบด้วยหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือจะเป็นทางในส่วนของ กอ.รมน. อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นจะมีการกลั่นกรองอย่างละเอียดรอบคอบแล้วจึงมาถึงสำนักงาน แล้วจึงไปคณะกรรมการธุรกรรม ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรมก็ประกอบด้วยผู้แทนองค์กรอิสระ ทั้ง ๔ องค์กร ไม่ว่าจะเป็นมาจากตุลาการ อัยการ สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วก็ในส่วนของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จากนั้นถึงจะไปอัยการแล้วจึงไปศาล จะเห็นว่ากระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้มีขั้นมีตอน ซึ่งผมเชื่อว่ากระบวนการเหล่านี้ จะเป็นหลักประกันในสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้ และผมก็เชื่อว่าไม่น่าจะมี การนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองอื่นใดเลยนะครับ ส่วนประเด็นอื่น ๆ ผมขออนุญาต ตอบไปในคราวเดียวกันเลยนะครับว่ากฎหมายนี้นะครับมีหลักประกันสิทธิและเสรีภาพ ที่ชัดเจน
อีกประการหนึ่งก็คือ เป็นเรื่องของใช้หลักตามกฎหมายแพ่ง แล้วก็ประเด็น ที่เกี่ยวกับเรื่องของพฤติการณ์ที่จะต้องมีอยู่ อันนี้ก็มีการพิจารณากันคือเหตุการณ์ในกรณี ที่ศาลจะสั่งได้นั้นบุคคลนั้นหรือองค์กรนั้นจะต้องมีพฤติการณ์ที่เกี่ยวกับการก่อการร้าย อยู่ในขณะที่ศาลมีคำสั่ง เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมานั้นจนถึงปัจจุบัน หากบุคคลใด ผู้ใดไม่มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายกรณีนี้ก็จะไม่เกิดไปถึงศาล ที่จะสั่งให้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดได้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับท่านก่อแก้ว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทย ผมขอบคุณท่านเลขาธิการ ปปง. ที่ช่วยชี้แจง ซึ่งท่านเองได้กรุณายกว่ามีองค์กรที่น่าเชื่อถือส่งตัวแทนมาเป็นกรรมการธุรกรรมนะครับ แต่ผมกราบเรียนท่านด้วยประสบการณ์ของตัวเองนะครับว่าตอนที่ผมถูกดำเนินคดี ก่อการร้ายนั้น พนักงานสอบสวนประกอบด้วยดีเอสไอและอัยการ คดีผมถูกดำเนินการ สอบสวนภายในแค่ ๔๕ วันนะครับ และผ่านอัยการแค่ ๒ เดือนฟ้องศาลเลยครับ นี่ขนาดที่มีตัวแทนที่น่าเชื่อถือนะครับ เพราะฉะนั้นในวันที่มีการบิดเบือนกฎหมายนี่ อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมห่วงว่ามันจะเป็นช่องว่างในอนาคตเท่านั้นเอง เพราะว่าผมเคยเจอมาแล้ว เจอกับตัวเอง แล้วเราก็เห็นกันทั้งประเทศ ที่ท่านเรียนมาว่า มีตัวแทนที่น่าเชื่อถือนั้น แต่ถึงเวลาจริงผมก็กลัวว่ามันอาจจะเป็นไปได้ทั้งนั้นนะครับ ขอบคุณท่านเลขาธิการครับ
เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวตอบทีเดียวเลยนะครับ เดี๋ยวคุณหมอเชิดชัยก่อน เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ผมถาม คณะกรรมาธิการที่ชงขึ้นไปเพราะอะไรครับ ผมก็เป็น ๑ ในบัญชีที่ ๑๓๐ กว่าคนครับ โดนเหมือนกันครับ แล้วพอไปดูวรรคสี่ที่ท่านก่อแก้ว ขออนุญาตนะครับว่าให้การสนับสนุน ผมก็โดนอีกเหมือนกันนะครับ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ก่อการร้าย ผมยกตัวอย่าง ท่าน ส.ส. นิยม วรปัญญา ท่านก็อายุ ๘๐ กว่าปี ท่านไม่รู้เรื่องรู้ราวท่านก็มีชื่อครับ เสร็จแล้วท่านก็ไปหา ท่านรอง ผอ. ศอฉ. นะครับ ผมเกี่ยวอะไรกันครับ เพราะธุรกรรมของท่านก็แย่ ผมเลยกลัวว่า กฎหมายเหล่านี้มันจะย้อนไปข้างหลังได้ ใครที่มีชื่ออยู่ ๑๓๕ คนอาจจะโดนหมด ผมก็เลยเป็นห่วงเป็นพิเศษว่าข้อความเหล่านั้นมันจะมีผลไหม ถ้าท่านคิดว่าไม่มีผล ก็ขอให้บันทึกด้วยว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะฉะนั้น ใครไม่โดนนี่ไม่รู้สึก ผมก็โดนเหมือนกันนะครับ แล้วก็ไม่มีสตางค์ใช้ครับ แต่บังเอิญมีคนอื่น มาช่วยกันนะครับ ขอให้ท่านประธานฝากไปยังกรรมาธิการนะครับว่าให้ความมั่นใจได้แค่ไหน เพราะว่าคนโดนมีเยอะนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านกรรมาธิการอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ จริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้ผมเรียนไปอีกครั้งว่าของเดิมในการกำหนด บัญชีรายชื่อนี่เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี แต่เนื่องจากว่าชุดคณะกรรมาธิการเรานี้ มองว่าควรจะเป็นเรื่องของศาลก็เลยยกระดับให้ไปอยู่ในขั้นตอนของศาลแทนนะครับ เพื่อจะได้มีอำนาจในการถ่วงดุลตรวจสอบกันได้ อันนี้เล่าให้ท่านฟังก่อนในเบื้องต้น ทีนี้ประเด็นในข้อความที่กังวลใจกันนี่ครับ ที่ทั้งคุณบุญยอดเองก็กังวลใจ ท่านก่อแก้วเอง ก็กังวลใจว่าจะถึงหรือเปล่า เรื่องที่บอกว่า ทั้งนี้ พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย หรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายหรือการดำเนินการแทนหรือตามคำสั่ง หรือภายใต้การควบคุมดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง ต้องมีอยู่ในวันที่ศาลมีคำสั่งเป็นบุคคล ที่ถูกกำหนด อันนี้กรรมาธิการก็เป็นคนใส่เพิ่มครับ ถึงแม้ว่าผมจะอยู่คนละซีกพรรคกับท่าน ผมก็บอกว่าวรรคนี้มีความจำเป็นต้องใส่ครับ เพราะใส่ถือว่าพฤติการณ์ในวันนั้นต้องมีอยู่ครับ ถ้าพฤติการณ์ในวันนั้นไม่มีอยู่ แบบนี้จะไปสั่งให้เขากลายเป็นอยู่ในบัญชีผู้ก่อการร้าย ก็คงไม่ได้ เพราะมันกระทบกระเทือนสิทธิของเขาจำนวนเยอะนะครับ ทีนี้ผมนั่งฟังก็ไม่สบายใจ เพราะว่าเกรงว่าท่านจะเข้าใจผิดไป คือเหตุการณ์ผมพูดตรง ๆ อีกละครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการชุมนุม ตอนที่โดนกัน อย่างถ้วนหน้า โดนภายใต้ พ.ร.ก. ครับ ซึ่ง พ.ร.ก. ฉบับนี้นะครับเขาชื่อว่า พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ ซึ่งก็ออกสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ท่านโดนในมาตรา ๑๑ คือมาตรา ๑๑ ก็จะมีคำสั่งไปเพื่อเป็นการยึดอายัดทรัพย์ ของท่านเพื่อทำการตรวจสอบ ผมเรียนขยายความครับ พ.ร.ก. ฉบับนี้อยู่ในปี ๒๕๔๘ ถ้าท่านคิดว่ากฎหมายที่ดำเนินการกับท่านในขณะนั้นไม่มีความเป็นธรรม จากใจผม จริง ๆ ครับ ท่านต้องเสนอไปแก้ไขตัว พ.ร.ก. ปี ๒๕๔๘ ซึ่ง พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินฉบับนี้ สาระสำคัญของเขาอำนาจจะไปอยู่ที่ฝ่ายบริหารเต็ม ๆ เลยนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ ครม. ก็สามารถที่จะประกาศเขตพื้นที่ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่นจริง ๆ แล้วไปใช้ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่แน่นอน เมื่อกรุงเทพมหานครเกิดความวุ่นวายและเข้าองค์ประกอบตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกำหนดฉบับนี้ก็เป็นการประกาศใช้ เพราะฉะนั้นกระบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้น ที่ดำเนินการไปแล้วก็ดำเนินการตาม พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าท่านผู้อภิปรายหรือว่าท่านจากพรรครัฐบาลในขณะนี้ ท่านอยากจะแก้ไข ท่านก็ไปแก้ใน พ.ร.ก. ฉบับนี้นะครับ แต่ว่าในเรื่องของกฎหมายฉบับนี้ที่เราคุยอยู่ คือเรื่องของการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายซึ่งเป็นกฎหมายแพ่ง ต้องมีธุรกรรม ในการที่จะหยุดเงินที่มาจากการก่อการร้ายนะครับ ถ้าถามว่าไปเกี่ยวพันกับเรื่องในอดีตหรือไม่ อย่างไร ต้องไปดูรายบุคคลครับว่าบุคคลคนนั้นยังมีพฤติการณ์อยู่หรือไม่ ถ้ายังมีพฤติการณ์อยู่ และยังไม่ทิ้งพฤติการณ์เดิมก็มีสิทธิที่จะถูกดำเนินคดีได้เช่นเดียวกันในกฎหมายฉบับนี้ แต่อย่างไรก็ดีครับถ้าเขาเลือกที่จะดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้แล้วเขายังคงใช้ พ.ร.ก. นั้น ง่ายกว่าครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านติดใจว่าจะต้องมีการแก้ไขหรือไม่ อย่างไร ผมว่าท่านลองไป คุยกันเองครับ ใน พ.ร.ก. ปี ๒๕๔๘ ถ้าจะแก้ไข ขอบพระคุณครับ
ผมก็จะถามท่านสมาชิกว่าที่อภิปรายไปมีท่านใดที่ติดใจไหมครับ ถ้าติดใจผมก็จะขอมติ จากที่ประชุม เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกแล้วก็คำตอบจากกรรมาธิการนี้นะครับ
เรื่องแรก ผมก็ต้องพูดเล็กน้อยนะครับว่าเราตัดตอนประวัติศาสตร์ พอสมควรนะครับ การชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมาและถูกเป็นผู้ต้องหาก่อการร้ายนั้น ก็เป็นเพราะว่าท่านมิได้ชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ เป็นคำสั่งของศาลแพ่งซึ่งได้ตัดสินไปแล้ว ในขณะนั้นว่าการชุมนุมนั้นไม่ถูกต้อง และทางรัฐบาลก็สามารถที่จะดำเนินการได้ตาม อำนาจหน้าที่ของตนเองตาม พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ว่าไว้ ดังนั้น เราต้องไม่ลืมตรงนั้นนะครับ และผมก็คิดว่าท่านประธานก็ไม่ควรจะปล่อยให้สมาชิกบางท่าน ใช้เวทีของสภาแห่งนี้ในการที่จะพยายามซักฟอกตัวเอง การซักฟอกตัวเองไปอยู่ที่ศาลครับ ท่านเป็นผู้ถูกกล่าวหา เป็นผู้ต้องหา ท่านก็ต้องไปดำเนินการทางศาลต่อไป และผมคิดว่า สิ่งหนึ่งที่พูดมาแล้วไม่สบายใจก็คือมีคำพูดว่าการชุมนุม ผู้ชุมนุมทั้งหมดก็ต้องเป็น ผู้ก่อการร้ายทั้งหมดผมคิดว่าเราก็แยกแยะกันได้ ผู้ชุมนุมโดยไม่มีอาวุธ ไม่มีการนำ ในการเคลื่อนพลหรืออะไรต่าง ๆ เขาก็เป็นผู้ชุมนุมบริสุทธิ์นะครับ มีเพียงแกนนำบางคน เท่านั้นเองที่น่าจะต้องเป็นผู้ต้องหาในการก่อการร้าย ประเด็นที่ผมตั้งคำถามเอาไว้ก็คือว่า ในประโยคที่พูดถึงเรื่องของการต้องมีพฤติกรรมในวันที่ศาลมีคำสั่งเพื่อให้เป็นบุคคล ที่ถูกกำหนดนี้นะครับ ผมคิดว่าผมติดใจครับ ผมให้เหตุผลไปเมื่อสักครู่นะครับว่าผมคิดว่า น่าจะเป็นวินิจฉัยของศาลซึ่งก็ได้เขียนเอาไว้แล้วในวรรคต้นก่อนนั้นว่า ถ้าหากว่า มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ดังต่อไปนี้ (๑) (๒) (๓) ว่าไปนะครับ ให้ศาลมีคำสั่งตามที่ขอ ดังนั้นผมคิดว่าประโยคที่เติมมาทั้งวรรคนี้นะครับ วรรคคำว่า ทั้งนี้ พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับ การก่อการร้าย จนถึงคำว่า ศาลมีคำสั่งเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด ผมคิดว่าอันนี้ไม่จำเป็น ที่จะต้องเขียนไว้ครับ เพื่อให้ศาลมีดุลยพินิจของตัวศาลเอง ไม่ต้องไปสั่งศาลขนาดนั้นครับ ผมขออนุญาตที่จะขอโหวตครับท่านประธาน
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ ที่ประชุมอยู่ตึก ๒ และตึก ๓ เข้าห้องประชุม เพื่อที่จะลงมติในมาตรา ๔ นะครับ จะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เมื่อท่านสมาชิก เข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนก่อนจะลงมตินะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติในมาตรา ๔ นะครับ เนื่องจากมาตรา ๔ มีการแก้ไข ผมก็จะขอถามมติจากที่ประชุมว่าท่านใดเห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดคงไว้ตามร่างเดิมก็ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หมายเลข ๓ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ท่านบุญยอดครับ
ผมขออนุญาตท่านประธาน ทำความเข้าใจสั้น ๆ นะครับ เมื่อสักครู่นี้ที่ผมถามท่านว่ามันไม่ใช่ว่าเห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการ กับคงไว้ตามร่างเดิม ผมก็ไม่ได้ให้คงไว้ตามร่างเดิมนะครับ ผมคิดว่า ท่านประธานน่าจะถามว่าเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการหรือไม่ หรือจะเห็นด้วยกับสมาชิก ที่แสดงความคิดเห็น อย่างนั้นไหมครับ
คืออย่างนี้ครับ ท่านบุญยอดไม่ได้ขอแปรญัตติไว้ ประเด็นมันอยู่ประเด็นเดียวว่าจะพิจารณา ตามร่างเดิม หรือตามที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงเท่านั้นเองครับ เพราะท่าน ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ผมก็ต้องถามต่อที่ประชุมว่าเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขหรือไม่ก็เท่านั้นเองครับ ถ้าท่านใดเห็นด้วยกับการแก้ไขของ คณะกรรมาธิการก็กดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เมื่อถ้าไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขมันก็กลับไปสู่ร่างเดิม ถูกต้องนะครับ เพราะว่าท่านเองท่านไม่ได้แก้ไข
เรียนท่านประธานครับ คืออันนี้ละครับที่ผมสงสัยอย่างไรครับว่าทำไมจะต้องกลับไปร่างเดิมล่ะครับในเมื่อท่านแก้ไขมา ผมเห็นด้วยบางส่วน ไม่เห็นด้วยบางส่วน มันน่าจะเป็นตัวเลือกใหม่ของผมสิครับ
ก็ตามข้อบังคับท่านไม่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ ผมก็ต้องถามตาม
ผมไม่ได้สงวนคำแปรญัตติ แต่คณะกรรมาธิการไปเพิ่มเติมมาในสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ท่านไปเขียนมาเพิ่มนะครับ
ครับ เดี๋ยวผมจะถามมติแล้วกันนะครับว่าเห็นด้วยกับที่คณะกรรมาธิการได้ขอแก้ไขหรือไม่ เอาอย่างนั้นแล้วกันนะครับ
มันก็ต้องอธิบายให้จบสิครับ ท่านประธาน ไม่อย่างนั้นใครอยากจะกลับไปร่างเดิมล่ะครับ ในเมื่อเราก็พิจารณากันว่า การแก้ไขนี่ทำได้ แต่ผมคิดว่าบางส่วนต้องตัดทิ้ง
คืออย่างนี้ครับท่านบุญยอด ถ้าหากว่าเราขอแปรญัตติไว้ ผมก็ต้องถามต่อที่ประชุมว่า เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ หรือเห็นด้วยกับผู้ขอสงวนคำแปรญัตติ ขณะนี้ผู้แปรญัตติ มีอยู่ท่านเดียว ท่านไม่ติดใจ ประเด็นก็เหลืออยู่อย่างเดียวก็คือว่าท่านสมาชิกอภิปรายไป ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ คือท่านบุญยอดไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการ ผมก็ต้องถามมติว่าท่านจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ ถ้าเห็นด้วยท่านก็กดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยท่านก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ก็เท่านั้นเอง มันถามได้เท่านั้นเอง เพราะไม่สามารถที่จะไปแก้ไขได้มากกว่านี้แล้ว เพราะท่านไม่ได้ ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ตามข้อบังคับ
ท่านประธานครับ บุญยอดอีกครั้ง ผมขอยกข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ท่านประธานดูกับผมนะครับ ในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ให้สภาพิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คำปรารภ และพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราและให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำหรือ ข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่มีการสงวนคำแปรญัตติ เห็นไหมครับ มันจึงแบ่งเป็น ๒ ส่วน พิจารณาเรียงตามลำดับมาตราและให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะ ถ้อยคำหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่มีการสงวนคำแปรญัตติ หรือ กรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ กรรมาธิการก็สงวนความเห็นได้ถูกไหมครับ ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเป็นอย่างอื่น เมื่อสักครู่นี้ผมจึงทำความเข้าใจกับท่านนะครับ ผมคิดว่าคำอธิบายต่อสมาชิกในการลงมติไม่ใช่ว่าตามคณะกรรมาธิการหรือกลับไปร่างเดิม ร่างเดิมคณะกรรมาธิการก็แก้ไปแล้วครับ
ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวผมถามมติก่อน ผมตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ เชิญนั่งครับ
ขอบพระคุณครับ แต่ผมยังคง แสดงความเห็นอย่างนี้นะครับ เพราะผมคิดว่าเดี๋ยวในวันนี้ข้างหน้าท่านก็จะบอกกับสมาชิกว่า คณะกรรมาธิการหรือร่างเดิม แล้วของผมซึ่งสงวนความเห็นในที่ประชุม ผมสงวนความเห็น ในที่ประชุมเพราะท่านแก้ไขมา ผมน่าจะไม่ตกไปนะครับ ขอบพระคุณครับ
เมื่อแสดงตนแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๒๘๘ ท่านนะครับ
ในมาตรา ๔ มีการแก้ไข ผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าท่านใดเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ๓๕๙ ท่าน ไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ๕ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติ เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขนะครับ
ต่อไปเป็นมาตรา ๕ เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๕ มีการแก้ไข
ถ้าไม่มีท่านใดแสดงความเห็น ผ่านนะครับ เชิญต่อมาตรา ๖ ครับ
มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ มีการแก้ไข
ถ้าไม่มีท่านใดแสดงความเห็น ผ่านครับ
มาตรา ๘ มีการแก้ไข
ท่านอภิชาต มาตรา ๘ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงตั้งแต่มาตรา ๕ นะครับ เนื่องจากมาตรานี้ไปเกี่ยวโยงกับ บทบาทหน้าที่ของสำนักงานซึ่งผมได้แปรญัตติไว้ในมาตราต่อไป ถ้าท่านสามารถอธิบาย ในมาตรา ๕ นี้แล้ว ในมาตราหลังผมก็ไม่จำเป็นจะต้องลุกขึ้นมาอภิปรายอีก คือในมาตรา ๕ ท่านบอกว่า ให้สำนักงานประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๓/๑ และมาตรา ๔ พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้มีหน้าที่รายงานหรือบุคคลที่ครอบครองทรัพย์สินของบุคคลที่ถูกกำหนด ดำเนินการ ดังต่อไปนี้โดยไม่ชักช้า ความหมายที่ผมติดใจก็คือว่าการประกาศ ประกาศนี่ ประกาศต่อใคร ประกาศต่อสาธารณชนหรือไม่ หรือว่าประกาศเฉพาะผู้เกี่ยวข้องกับการทำ ธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ก็ขอความชัดเจนตรงนี้ด้วยครับ
เชิญท่านเลขาธิการ ปปง. ท่านอยากทราบเท่านี้เองครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ กรรมาธิการครับ การประกาศ ตามที่ท่านสมาชิกได้หยิบยกขึ้นมานั้น จริง ๆ แล้วอยู่ในหลักเกณฑ์ซึ่งอยู่ในวรรคต่อไปก็คือ เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด คราวนี้การประกาศก็จะต้อง เป็นการประกาศให้บุคคลทั่วไปได้ทราบ รวมทั้งสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงาน ธุรกรรมด้วยครับ
ใครมีหน้าที่ประกาศครับ ปปง. ใช่ไหมครับ
ครับ
ปปง. ประกาศครับท่านอภิชาต ผ่านนะครับ ต่อไปเป็นมาตรา ๙ เชิญครับ
มาตรา ๙ มีการแก้ไข
ผ่านนะครับ
มาตรา ๙/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ สำหรับมาตรา ๙/๑ เป็นการที่ยกร่างเพิ่มเติมในบางส่วนของคณะกรรมาธิการวิสามัญในขั้นตอนการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการ แต่เนื่องจากว่าจากการหารือกันโดยรอบคอบแล้วของคณะกรรมาธิการ ได้มีความเห็นสอดคล้องต้องกันครับ ขอตัดออกในข้อความตรงท้ายของมาตรา ๙/๑ ในคำว่า ในการนี้ให้พนักงานอัยการได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง ตรงนี้ตัดออกครับ
ทางคณะกรรมาธิการตัดออกนะครับ มีท่านใดออกความเห็นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ก็ถือตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ตัดออกไป ถ้อยคำที่เหลือยังคงไว้ ต่อไป เชิญมาตรา ๑๐
มาตรา ๑๐ มีการแก้ไข
ผ่านนะครับ เชิญครับ
มาตรา ๑๑ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ท่านอภิชาตสงวนไว้เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๑๑ ซึ่งเป็นเรื่องอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ซึ่งสำนักงาน ในที่นี้ก็คือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ผมได้ถาม ท่านเลขาธิการ ปปง. ว่าในมาตรา ๕ สำนักงานประกาศรายชื่อ คือการประกาศต่อใคร ท่านก็ชี้แจงว่าเป็นการประกาศต่อสาธารณชน แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าในมาตรา ๑๑ นี้จำเป็นจะต้องเขียนอำนาจหน้าที่ของสำนักงานในการประกาศ รายชื่อเหล่านี้ด้วย โดยที่ผมได้แปรญัตติว่าให้เพิ่มเติมเป็น (๕) ว่าให้สำนักงานมีอำนาจหน้าที่ ในการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารที่จำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เกี่ยวกับรายชื่อ ผู้ก่อการร้ายและพฤติการณ์การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ประเด็นของผม ก็คือว่าความจำเป็นที่จะต้องเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารนี้เป็นเรื่องที่จะต้องให้สาธารณชน ได้มีส่วนรับรู้ แล้วก็มีส่วนร่วมในกระบวนการทำงานของ ปปง. ด้วย เพราะว่ากระบวนการ ทั้งหลายทั้งปวงของ ปปง. ที่กระทำต่อผู้ที่สนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายนั้น เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ และจำเป็นที่จะต้องมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะจากประชาชนทั่วไป และนอกจากนั้นกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ถ้าบอกว่า เป็นประโยชน์กับประเทศ เป็นประโยชน์กับความสงบสุขของประเทศก็จำเป็นที่จะต้องให้ สังคมได้รับรู้ ฉะนั้นการประกาศรายชื่อเพียงตามอำนาจในมาตรา ๕ นั้นอาจจะไม่เพียงพอ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อ สาธารณะนั้นเป็นวินิจฉัยของสำนักงานว่าอะไรที่เป็นความลับที่จะต้องปกปิดก็ไม่จำเป็น ที่จะต้องเปิดเผย แต่อะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับสาธารณะและเป็นประโยชน์กับความสงบสุข ของสังคมส่วนรวมก็จำเป็นที่จะต้องเปิดเผยให้สังคมได้รับรู้ เพราะอย่าลืมว่าพฤติกรรม การก่อการร้ายโดยเราจำเป็นต้องออกกฎหมายที่จะไม่ให้มีการสนับสนุนกับพฤติกรรม เหล่านั้นต้องถือว่าพฤติกรรมนั้นเป็นอันตรายกับประเทศ ถ้าหากว่าสังคมไม่รับรู้ สาธารณชน ไม่ได้รับรู้ และสำนักงานก็ทำงานกันเพียงเฉพาะภายในหน่วยงานของรัฐ แล้วก็จัดการกัน จนจบสิ้นกระบวนความนั้นไม่เกิดประโยชน์กับสังคมอย่างแท้จริง กระผมถึงได้ให้เพิ่มความ ในมาตรา ๑๑ เป็น (๕) เพื่อที่จะให้สำนักงานได้มีบทบาทตรงนี้กว้างขวางมากขึ้น ก็ขอความกรุณาให้ทางคณะกรรมาธิการได้โปรดพิจารณาตรงนี้ด้วย ขอบคุณครับ
เชิญคณะกรรมาธิการพิจารณาปรึกษากันก่อนว่าจะเอาอย่างไร เชิญท่านกรรมาธิการ ประยุทธ์ ศิริพานิชย์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ กรรมาธิการ กระผมต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติว่าตามที่ท่านเป็นห่วงนั้น แท้ที่จริงแล้วสาระตรงนี้มันถูกกำหนดไว้ในมาตรา ๕ ทั้งวรรคหนึ่งและวรรคสองได้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบแล้ว กระผมคิดว่าข้อกังวลที่ท่าน มีต่อข้อเท็จจริงที่มันอาจจะเกิดขึ้นมันจะถูกชี้แจงโดยมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง วรรคสอง กระผมกราบเรียนยืนยันว่ากระผมและคณะกรรมาธิการมีความมั่นใจทุกประการครับ
ท่านอภิชาต กรรมาธิการชี้แจงแล้วว่าอยู่ในมาตรา ๕ อยู่แล้ว โอเคครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามที่ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ขอแก้ไขไว้นั้นผมเห็นด้วยกับท่านอภิชาตครับ ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนามท่านนะครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าแม้ว่ากรรมาธิการโดยท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ท่านได้ชี้แจงว่าอยู่ในมาตรา ๕ วรรคแรกและวรรคสองแล้ว เมื่อมาดูมาตรา ๕ วรรคแรกและวรรคสองแล้วก็ปรากฏว่ายังไม่ได้ครอบคลุมถึงตามที่ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้ขอแก้ไขเอาไว้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านอภิชาตได้ขอแก้ไขเอาไว้ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ครับ ท่านประธานครับ ท่านอภิชาตได้ขอสงวนคำแปรญัตติใน (๕) เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารที่จำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เกี่ยวกับรายชื่อผู้ก่อการร้ายและพฤติการณ์การสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย ท่านประธานที่เคารพ ถ้าไม่มีบัญญัติไว้ใน (๕) ตามที่ท่านอภิชาตได้ขอสงวนคำแปรญัตติเอาไว้นั้นอาจจะมีปัญหาในการทำงานในอนาคต และผมเห็นว่าข้อมูลเรื่องการก่อการร้าย ข่าวสารที่จำเป็นนั้นเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศต้องได้รับรู้รับทราบอย่างเท่าทัน ทันกาลทันเวลา ทันต่อสังคม เพราะถ้ากรรมการของท่านปล่อยให้สำนักงานของท่านดำเนินการไปแต่ฝ่ายเดียวนั้น ผมเห็นว่าประชาชนจะสูญเสียโอกาสในการที่จะรับทราบข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น เพราะข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองสังคมให้รอดพ้นจาก การก่อการร้ายโดยรวมและเราต้องยอมรับความจริงว่าในปัจจุบันประเทศไทยนั้น โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครแทบจะเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการก่อการร้ายและเป็นสถานที่ ที่ผู้ก่อการร้ายสามารถเข้าออกอย่างเสรีในเอเชียอาคเนย์ โดยเฉพาะในอาเซียน (ASEAN) ประเทศไทยนั้นเป็นแหล่งพักพิงและเป็นที่ที่ผู้ก่อการร้ายชอบมากในเหตุผลหลายประการ เพราะฉะนั้นการที่ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้ขอสงวนคำแปรญัตติไว้นั้น ผมเห็นว่า เป็นการคุ้มครองโดยรวม
คุณวัชระ เพชรทอง ครับ เขาให้อภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำที่คณะกรรมาธิการได้ตัดนะครับ เมื่อเจ้าของผู้แปรญัตติเขาไม่ติดใจ เลยทักท้วงท่านตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ท่านอภิปรายไม่ได้ เอาเฉพาะที่เขาตัดแล้วกัน ที่กรรมาธิการตัด เชิญครับ
กราบขอบคุณท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมตั้งใจอภิปรายตามที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ ขอขอบคุณครับ
เมื่อเจ้าของผู้สงวนคำแปรญัตติไม่ติดใจ ผมขอผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อมาตรา ๑๒
มาตรา ๑๒ มีการแก้ไข
ท่านบุญยอดเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๑๒ มีการแก้ไขแบบแยบยลเหลือเกินนะครับ ผมอภิปรายเฉพาะส่วนที่ท่านแก้ไขครับ แต่ท่าน ทั้งตัดทิ้งแล้วก็ทำเป็นเพิ่มใหม่ จริง ๆ ท่านไม่ต้องเพิ่มใหม่หรอกครับ เพิ่มใหม่กับที่ตัดทิ้ง ข้างบนเท่ากันเลยครับ ประโยคต่อประโยคนะครับ แต่ท่านเพิ่มโทษของคนที่เรียกว่า ผู้ใด ต่างหากครับ ประโยคที่เพิ่มมาในวรรคสองนั้นเท่าเดิมก็คือว่า ผู้มีหน้าที่รายงานถ้าฝ่าฝืน ปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ปรับเพิ่มอีกวันละ ๑๐,๐๐๐ บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ ถูกไหมครับ อันนี้เท่าเดิมกับข้างบนที่ท่านพยายามจะตัดทิ้ง สิ่งที่ท่านเพิ่มมา กลับกลายเป็นว่า ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕ (๑) หรือ (๒) ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ท่านต้องอธิบายต่อเราว่า คำว่า ผู้ใด มันเป็นการขยายเขตวงอำนาจของท่านหรือไม่ ผู้มีหน้าที่รายงานนั้นเป็นกลุ่มหนึ่ง แต่ ผู้ใด นี่ ผมอ่านแล้วก็มองได้ว่าเป็นผู้ที่มาเกี่ยวข้อง มาตรา ๕ (๑) ก็คือ ระงับ การดำเนินการกับทรัพย์สินของบุคคลที่ถูกกำหนด นั้น (๒) แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน ที่ถูกระงับการดำเนินการให้สำนักงานทราบ ผู้ใดคือคนข้างนอกนะครับไม่ได้เป็นผู้ถูกกำหนด แต่โทษสูงกว่าคนที่มีปัญหาเรื่องนี้ อธิบายง่าย ๆ อย่างนี้ครับ เพราะทั้งจำคุกและทั้งปรับ แต่คนที่เป็นผู้ที่กระทำความผิดอยู่ในตัวการกำหนดกลับมีโทษปรับอย่างเดียว แม้โทษปรับสูงกว่าก็จริงแต่ไม่มีโทษจำคุกครับ อย่างนี้มันจะถือว่าเป็นการให้น้ำหนักที่ถูกต้อง หรือครับ ผมไม่เห็นด้วยครับ ผมคิดว่าท่านขยายขอบเขตอำนาจตัวเอง ผมขออนุญาตกลับไปที่ ร่างเดิมครับ ขอบพระคุณครับ
มีท่านใดไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าไม่มี เชิญกรรมาธิการอธิบายความ ท่านกรรมาธิการประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ กรรมาธิการ กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติว่าตามที่ท่านเป็นห่วงนั้นก็อาจจะมีความสับสนอยู่บ้าง ไม่ใช่เฉพาะท่านละครับ กรรมาธิการเองก็พยายามที่จะให้กระบวนการในการสนับสนุนเกี่ยวกับการก่อการร้าย มันสิ้นสุดลง เห็นว่า ผู้ใด มันกินความกว้างตามที่ท่านเข้าใจ เข้าใจตรงกันครับ พฤติการณ์ ของผู้สนับสนุนย่อมมีความรุนแรงที่จะต้องรับโทษมากกว่าผู้รายงาน คำว่า ผู้รายงาน ในที่นี้ อาจจะหมายถึงธนาคาร สถาบันการเงิน หรือผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ ทางคณะกรรมาธิการ หมายความว่าพยายามที่จะอุดรูรั่ว ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังสมาชิกว่า ความคิดเห็นไม่ได้แตกต่างกัน แต่หมายความว่าวิธีเขียนอาจจะมีข้อแนะนำที่แตกต่างกันเท่านั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่าความคิดเห็นของท่านบุญยอดตรงกันกับพวกเราทุกประการ ที่ท่านอภิปราย ผมเห็นด้วยทุกประการ แต่เราเขียนอุดปิดช่องที่มันเป็นช่องว่างช่องโหว่ ในกระบวนการทั้งหลายทั้งปวงครับท่านประธาน
พอเข้าใจได้ไหมครับท่านบุญยอด ท่านอธิบายความว่าเพื่อความละเอียดในการเขียน เชิญครับ
ขอกราบเรียนท่านประธานสภา บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ คือว่าถ้าท่านเห็นด้วยกับผม เราก็มองตรงกันนะครับว่าการไปกำหนดให้เพิ่มขึ้นเท่ากับการเพิ่มอำนาจนะครับ การเพิ่มบุคคลที่จะกระทำความผิดเพิ่มยิ่งขึ้น แล้วผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าจะมองว่า เป็นดาบสองคม ท่านอาจจะมองในแง่ดี แต่ผมคิดว่าถ้าเราให้อำนาจกับตัวคณะกรรมการนี้ มากเกินไปผมก็เกรงนะครับว่าคำว่า ผู้ใด มันครอบคลุมไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด รู้ว่ามีทรัพย์สินของเขาไม่มาให้ความร่วมมือหรือว่าไม่ระงับในการที่จะไปโอนทรัพย์สิน อะไรต่าง ๆ อย่างที่ว่า ท่านประธานผมเกรงว่าเรื่องนี้ไม่ได้เขียนไว้ก่อน เรื่องนี้เท่ากับท่าน เติมใหม่เลยนะครับ ดูดี ๆ ท่านเติมขึ้นมาใหม่หมดว่าเป็นกลุ่มของผู้ใดที่ว่านี้ เพราะว่าอันข้างล่างมันเท่ากับอันเดิม เท่ากับท่านเติมใหม่นะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้ ผมให้ผ่านไม่ได้จริง ๆ ครับ ผมคิดว่ามีอำนาจหน้าที่อยู่ที่ผู้ที่ถูกประกาศรายชื่อแล้ว เขาไม่ทำตามเขาก็มีความผิดแค่ทางแพ่ง แต่คนอื่นกลับมีความผิดจำคุก เป็นความผิดรุนแรงครับ และเป็นการเขียนขึ้นมาใหม่ ผมเห็นว่าผมขออนุญาตมองอีกข้างหนึ่งแล้วกันนะครับ ด้วยความเคารพต่อท่านกรรมาธิการประยุทธ์ด้วยความเคารพจริง ๆ ผมคิดว่าอันนี้ต้องตัดทิ้งครับ
กรรมาธิการจะอธิบายเพิ่มเติมใหม่ไหมครับ เชิญทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ดอกเตอร์วรรณชัย
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วรรณชัย บุญบำรุง กรรมาธิการนะครับ ขอเรียนชี้แจงว่าผู้มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตาม มาตรา ๕ ที่กำหนดบังคับมาว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้างมันจะมีอยู่ ๒ กลุ่มนะครับ คือ กลุ่มหนึ่งก็คือผู้มีหน้าที่รายงานก็คือพวกแบงก์ สถาบันการเงินต่าง ๆ กับอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ กลุ่มที่ครอบครองดูแลทรัพย์สินของบุคคลที่ถูกกำหนด ทีนี้พอมาดูมาตรา ๑๒ ในกลไก สภาพบังคับของกลุ่มบุคคลตามมาตรา ๑๒ เดิมมันไปเน้นเฉพาะตัวผู้มีหน้าที่รายงานเท่านั้น แต่ยังไม่คลุมถึงบุคคลอื่นก็เลยมีการเขียนขึ้นมาให้ชัดเจนซึ่งก็จะปรากฏอยู่ในวรรคหนึ่งนะครับ ขอบคุณครับ
มีอยู่ ๒ กลุ่ม เขาเลยใช้คำว่า ผู้ใด นะครับ ทีนี้เชิญท่านบุญยอด กลุ่มนี้ที่ท่านบอกว่ามันหายไป ท่านก็เพียงแต่เพิ่มกลุ่มนี้เข้ามา จริง ๆ ก็คือในวรรคสอง ที่เขียนมาวรรคหนึ่งเดิมนะครับ นอกจากผู้มีหน้าที่รายงานแล้วท่านก็เติมคำอีกคำหนึ่งก็คือว่า หรือบุคคลที่ครอบครองทรัพย์สินของบุคคลที่ถูกกำหนด เห็นไหมครับ อย่างนี้ก็ครอบคลุม แต่ผมคิดว่าเรื่องอัตราโทษขอให้เท่าเดิมคืออัตราโทษที่ปรับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ปรับ ต่ออีกวันละ ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าท่านเคยมีความตั้งใจอย่างนี้ตอนยื่นกฎหมายฉบับนี้เข้ามา ในวาระแรกทำไมท่านจึงต้องเพิ่มโทษมากขนาดมีการจำคุกครับ ตรงนี้ผมก็ยังเป็นคำถาม ที่ผมมีอยู่ครับ อย่างนั้นผมขออนุญาตให้ท่านเพิ่มตัวกลุ่มบุคคลที่ท่านบอกว่าตกไปก็เพิ่ม ให้มันเข้ามาเท่านั้นเองครับ
เอาอย่างไรครับ ท่านเลขาธิการ ปปง. ปรึกษาท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ กรรมาธิการ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ในมาตรา ๑๒ เราจำเป็นต้องเขียนให้ชัดเจนว่าบุคคลใดที่ฝ่าฝืน เป็นบทลงโทษกับผู้ที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕ ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกกำหนด ส่วนอันหลังเป็นเรื่อง ของผู้มีหน้าที่รายงาน ที่กำหนดไว้ไม่มีโทษจำคุกเนื่องจากว่าผู้มีหน้าที่รายงานจะเป็น นิติบุคคล เพราะฉะนั้นก็ไม่มีโทษจำคุกในกรณีนี้ครับ ขอบคุณครับ
อย่างนี้ไปได้นะครับ เอาบุคคลที่ฝ่าฝืนมาตรา ๕ ฉะนั้นผมผ่านมาตรา ๑๐ เชิญครับ
คือผมฟังคำอธิบายผมก็ยังเข้าใจว่า ผู้ใด นี่ยังกว้างอยู่ถูกไหมครับ อันนี้ผมเข้าใจไม่ผิดถูกไหมครับ ผู้ใดที่ไปเกี่ยวข้องกับเขา (๑) (๒) ระงับการดำเนินการหรือว่าการแจ้งข้อมูลก็จะมีความผิด ถ้ายังทำเป็นการฝ่าฝืนตัวที่ว่านี้ เขาก็จะมีความผิด ท่านชี้ให้ผมดูหน่อยนะครับ คนที่ถูกประกาศกำหนดจะโดนโทษอะไรครับ คนที่ถูกประกาศเขาถูกโทษอะไรครับ ต้องขออภัยท่านประธานนะครับ พอดีผมอาจจะ ตามรายละเอียดเพราะมันมี ๒-๓ กลุ่มนะครับ
คืออย่างนี้ครับ ท่านสงสัยในมาตรา ๑๒ ที่ไปแก้ตัดคำว่า ผู้มีหน้าที่รายงาน ท่านก็บอกว่า ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕/๑ ที่เราผ่านมาแล้วคืออะไรบ้าง ท่านอธิบายที่ว่า มาตรา ๕/๑ คืออะไรบ้าง เมื่อกี้ทางเลขาธิการ ปปง. ท่านอธิบาย ลองอธิบายยาว อีกสักนิดหนึ่งว่าปฏิบัติอะไรบ้างที่ไปฝ่าฝืนมาตรา ๕/๑ กลุ่มบุคคลกลุ่มไหน ท่านสงสัยอันนี้
มิได้ครับท่านประธาน ไม่ได้สงสัย เรื่องมาตรา ๕/๑ มาตรา ๕/๒ สงสัยว่าแล้วคนที่ถูกประกาศกำหนดซึ่งไม่ได้อยู่ในมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๒ กลายเป็นว่าเป็นผู้ใด ท่านอธิบายว่าเป็นคนที่รู้ คนที่เกี่ยวข้อง ไม่แจ้ง ไม่ดำเนินการระงับ อันนี้กลุ่มหนึ่ง อีกกลุ่มหนึ่งคือผู้ที่มีหน้าที่รายงาน อันนั้นผมไม่ติดใจแล้ว เพราะท่านบอกเป็นสถาบันการเงินไม่มีหน้าที่รายงานก็ถูกปรับเป็นเงินถูกไหมครับ ทีนี้คำถามผมจึงตามมาว่าแล้วบรรดาผู้ที่ถูกประกาศถ้าเขาไม่ดำเนินการตาม พ.ร.บ. นี้ มันมีความผิดอยู่ตรงไหนครับ แล้วระดับความผิดเป็นอย่างไรครับ
เชิญท่านดอกเตอร์วรรณชัยจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วรรณชัย บุญบำรุง กรรมาธิการ เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ก็คือกำหนดบุคคล ที่ถูกกำหนดตามบัญชีรายชื่อขึ้นมาเพื่อไม่ให้บุคคลนั้นเขามีโอกาสได้รับเงินได้รับทอง มาจากคนอื่น แล้วใครจะไปสมาคมอะไรกับเขา ส่งเงินให้เขา เพื่อให้เขาเอาเงินไปใช้จ่าย ในการก่อการร้ายเราก็จะลงโทษเขา ซึ่งโทษของบุคคลอื่นที่จะไปสนับสนุนให้เงินเขา ก็จะเป็นไปตามมาตรา ๑๔ สำหรับคำถามปัญหาว่าแล้วตัวบุคคลที่ถูกขึ้นรายชื่อ เขาจะถูกลงโทษอะไรไหม คือถ้าเขารับเงินรับทองอะไรมามันก็ไม่ได้มีโทษมีอะไร เพียงแต่ว่า ความเสียหายของเขาก็คือว่าเขาจะถูกตัดท่อน้ำเลี้ยงทุกอย่าง ทรัพย์สินเขาก็จะถูกฟรีซ ไม่สามารถไปทำธุรกรรมอะไรได้ อันนี้คือโทษของเขาในตามกฎหมายฉบับนี้ว่าจะทำให้เขา ไม่สามารถเคลื่อนไหวทรัพย์สินได้ ไม่สามารถรับเงินได้ ไม่สามารถจำหน่ายจ่ายโอนได้ทุกอย่าง ซึ่งเจตนารมณ์กฎหมายฉบับนี้กลไกมันต้องการเพียงเท่านั้นว่าไม่ให้เขาได้รับท่อน้ำเลี้ยง แต่ถ้าเกิดเขาไปกระทำการในการก่อการร้ายมันก็ไปเป็นอีกเรื่องหนึ่งทางด้านกฎหมายอาญา เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ต้องการที่จะลงโทษบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยรอบว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยว อย่าไปสมาคม อย่าไปช่วยเหลือ ถ้าทำก็จะมีโทษ แล้วตัวคนที่ถูกกำหนดก็เสียหาย ก็คือว่าไม่สามารถดำเนินการอะไรเกี่ยวกับทรัพย์สินของเขาได้
เชิญครับท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเลยคิดอย่างนี้ครับพอมาดูมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ ตามท่านเมื่อสักครู่ผมกลับเห็นครับว่าบุคคลที่ถูกประกาศกำหนด ยังไม่มีโทษเลยครับ ท่านเอาโทษคนอื่น ผู้ใด ผู้ที่มีหน้าที่รายงานมีโทษ แต่ผู้ถูกประกาศ กำหนดอย่างไรครับที่บอกว่ารัฐมนตรีใช่ไหมครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ส่งประกาศได้เลยหรือสหประชาชาติส่งเข้ามาอะไรที่ว่านี้ ผมคิดว่าท่านดูดี ๆ นะครับคนที่อยู่ ในลิสต์รายชื่อนั้นท่านยังไม่เขียนโทษเขาเลยครับ มาตรา ๑๒ ไม่มี มาตรา ๑๔ ก็ไม่มี มาตรา ๑๔ ก็เป็นเรื่องของคนอื่น ๆ ที่ไปเกี่ยวข้องกับผู้ถูกประกาศกำหนดนั้น ผู้ที่ถูกประกาศ กำหนดนั้นมีพฤติการณ์ พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการก่อการร้ายโดยตรง ถูกไหมครับ เมื่อท่านเห็นพฤติกรรมนั้นท่านจึงส่งให้มีการประกาศรายชื่อของคนเหล่านั้น บุคคลอื่น ๆ อย่าไปยุ่งกับเขา บริษัทต่าง ๆ สถาบันการเงิน ต้องรายงานพฤติกรรมของเขา เข้ามา ท่านกำลังเขียนมาตรา ๑๒ ว่า บุคคลใด ๆ และผู้รายงานต้องมีโทษ ท่านยังไม่เขียนโทษ ของผู้ที่อยู่ในประกาศรายชื่อเลยครับ ผมกำลังเห็นว่าท่านกำลังเขียนตกไปครับ ก็ขอคำอธิบาย ถ้าผมเข้าใจผิดขออภัย แต่ถ้าอยู่ตรงไหนต้องอธิบายให้พวกเรารู้นะครับ
เดี๋ยวให้กรรมาธิการชี้แจงครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านบุญยอดครับ ในมาตรา ๑๒ นี่จะดำเนินการผิดได้ มีบุคคลอยู่ ๒ ประเภทด้วยกันตามมาตรา ๕ นะครับ บุคคลแรกก็คือว่าเป็นบุคคล ที่ครอบครองทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นผู้ถูกกำหนดคือหมายถึงว่าคนที่ไปครอบครอง ทรัพย์สินของคนที่อยู่ในรายการที่เป็นลิสต์อยู่ สมมุติว่าเป็นลิสต์คนก่อการร้ายแล้วบุคคลที่ไป ครอบครองทรัพย์สินชิ้นนั้นนะครับคือบุคคลตามมาตรา ๕ คนประเภทแรก ส่วนคนประเภท ๒ ที่อยู่ในมาตรา ๕ ก็คือผู้ที่มีหน้าที่รายงาน มี ๒ คน ผู้ที่มีหน้าที่รายงานกับคนที่ครอบครอง ทีนี้พอมาดูมาตรา ๑๒ วรรคหนึ่ง มันครอบคลุมทั้งหมดเลยครับ คนทั้ง ๒ ประเภทครับ แต่ว่าคนทั้ง ๒ ประเภทมีประเภทหนึ่งใช่ไหมครับที่เป็นผู้มีหน้าที่รายงานซึ่งโทษของเขา ถูกเฉพาะเจาะจงไว้อยู่ในวรรคสองแล้วครับ ขอบคุณครับ
ชัดเจนนะครับ
เรียนท่านประธานครับ คุณอรรถวิชช์ผมก็เกรงใจอีกคนหนึ่งนะครับเป็นกรรมาธิการนี่ มาตรา ๔ ของท่าน ท่านเขียนว่า ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ใดมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย หรือการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย เมื่อกี้ท่านอรรถวิชช์อธิบายทำนองว่าคนอยู่ในประกาศรายชื่อ นั่นคือผู้ก่อการร้าย ไม่ใช่นะครับ เป็นผู้สนับสนุนการก่อการร้าย และ พ.ร.บ. นี้ก็คือ ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย มาตรา ๔ ของท่าน เป็นทั้งผู้ก่อการร้ายและผู้สนับสนุน แต่มาตรา ๑๒ นี่ท่านลงโทษ ท่านลงโทษเฉพาะคนที่ไป เกี่ยวข้องกับผู้สนับสนุน แล้วผู้สนับสนุนไปไหนครับ ที่ท่านประกาศรายชื่อตามมาตรา ๔ ผมจึงถามว่าตัวผู้สนับสนุนที่อยู่ในประกาศของท่านมีโทษอยู่ในมาตราใด อัตราโทษเท่าไรครับ
เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะกรรมาธิการ ท่านบุญยอดครับ ในมาตรา ๔ นี่นะครับ ท่านบุญยอดจะเข้าใจว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับบุคคล ที่เป็นผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายเป็นประเภทเดียวนี่ไม่ใช่นะครับ ต้องรวมถึงบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายด้วยที่อยู่ในลิสต์นั้นได้ เพราะลิสต์นั้นจะมีทั้งบุคคลที่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย และมีผู้ที่สนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้ายอยู่ในบัญชีนี้ครับ ทีนี้ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่ากฎหมาย ที่เราคุยกันอยู่นี่ไม่ใช่กฎหมายอาญาที่ดำเนินคดีความผิดกับกรณีการก่อการร้ายนะครับ กฎหมายอาญาที่ดำเนินคดีความผิดนั้นอยู่ในประมวลกฎหมายอาญาอยู่แล้วนะครับ อันนี้เราพูดถึงกรณีทางแพ่งที่จะเป็นการยุติซึ่งธุรกรรมของบุคคลกลุ่มนี้ เพราะฉะนั้นในบัญชี รายชื่อจะมีคนอยู่ ๒ ประเภทครับ ตามมาตรา ๔ ขอบพระคุณครับ
เอานะ ผมว่าเข้าใจกันพอสมควรแล้ว ผมขอผ่านนะครับ ต่อไปมาตรา ๑๓ เชิญท่านเลขาธิการ
มาตรา ๑๓ มีการแก้ไข
ผ่านนะครับ
มาตรา ๑๔ มีการแก้ไข
ผ่านนะครับ เชิญมาตรา ๑๕
มาตรา ๑๕ มีการแก้ไข
จบการพิจารณา เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๑๕ ดูเผิน ๆ ก็ไม่มีอะไรนะครับ ก็เพียงแต่การให้ นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติ ตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้นเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ทั่วไป แต่ที่ผมต้องลุกขึ้นมาอภิปรายก็เนื่องจากว่าการให้นายกรัฐมนตรี รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นการให้รักษาการตามร่างเก่า ร่างเก่าเขาให้อำนาจ คณะรัฐมนตรีในการประกาศใครเป็นผู้ก่อการร้าย ในการรับรองว่าใครเป็นผู้ก่อการร้าย เขาให้คณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นเขาถึงเขียนให้สอดรับกันในมาตรา ๑๕ ว่าให้นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทีนี้เมื่อท่านได้เปลี่ยนถ้อยคำไว้ในมาตรา ๓/๑ ในรายชื่อผู้ก่อการร้ายที่ถูกส่งมาจากสหประชาชาติ ท่านให้ส่งผ่านมาสำนักงาน แล้วก็เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ออกประกาศเลย เพราะฉะนั้นผู้รักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้ก็ไม่น่าที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว น่าที่จะเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมตามแบบที่นานาประเทศเขาใช้อย่างที่ท่านว่า ว่ากฎหมายปราบปราม การก่อการร้ายทั้งหลาย ท่านเองก็ชี้แจงในสภาแห่งนี้เองว่าเขาให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ประกาศ ของเราก็จะแก้ตามนั้นก็คือให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมประกาศ เพราะฉะนั้นในการรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็ควรที่จะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้รักษาการและมีอำนาจออกกฎกระทรวง ตามพระราชบัญญัตินี้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านอรรถวิชช์อธิบายครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการครับ จริง ๆ ก็มีการถกเถียงกันแล้วก็เห็นคล้าย ๆ ท่านอภิชาตว่าน่าจะ เป็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่พอดีกฎหมายฉบับนี้ท่านจะเห็นว่าเวลา เราไปทำตัวที่เป็นไทยแลนด์ ลิสต์ คือผู้สนับสนุนทางการเงินที่อยู่ในบัญชี ท่านเห็นไหมครับ มันต้องผ่านคณะกรรมการธุรกรรม และไปอัยการ ไปศาล ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรม จะมีบทบาทสำคัญในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรมนั้นก็ล้อมาจาก พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เมื่อไปดูในพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน คนที่ไปรักษาการคือท่านนายกรัฐมนตรีครับ ฉะนั้นอีกอย่างหนึ่ง งานนี้ต้องมีการประสานงานกันหลายหน่วยงานก็เลยเป็นท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการครับ ขอบพระคุณครับ
ผ่านนะครับ ผ่านมาตรา ๑๕ ถือว่าจบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้วนะครับ ต่อไป จะเป็นการพิจารณาทั้งร่างตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ นะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดแก้ไขถ้อยคำ ผมถือว่าการพิจารณาในวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้วนะครับ ต่อไปจะเป็นวาระที่สามคือลงมตินะครับ ก่อนจะลงมติจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติในวาระที่สามว่าจะเห็นชอบ กฎหมายฉบับนี้หรือไม่นะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมที่กำลังประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญและคณะกรรมาธิการสามัญอยู่ เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ ในวาระที่สามก่อนนะครับ ก่อนจะลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ท่านเข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติในวาระที่สามนะครับ ก่อนจะลงมติในวาระที่สามว่าจะรับร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... หรือไม่ ผมตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๒๘๔ ท่านนะครับ
ผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าท่านใดเห็นด้วยให้กดปุ่ม เห็นด้วย นะครับ ท่านใดไม่เห็นด้วยให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย นะครับ ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วย ๓๖๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบในวาระที่สามของกฎหมายฉบับนี้นะครับ
แต่เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีข้อสังเกตนะครับ จะต้องถาม ขอเชิญท่านครับ มีอะไรไหมครับ
ผมยังไม่ได้ลงครับ
ปิดการลงคะแนนแล้วนะครับ
ก็ขอเพิ่มเติมครับ
ก็บันทึกไว้นะครับ คือเมื่อปิดการลงคะแนนแล้วก็ยุติไปแล้วนะครับ
ต่อไปผมจะขอถามมติที่ประชุมว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ ท่านใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใด ไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ ๓๖๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติ เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ
ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับที่ได้เสียสละเวลา ในการพิจารณา ขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
กฎหมายฉบับนี้มี ๑๙ มาตรานะครับ เสร็จแล้วจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายควบคู่กันไปนะครับ ซึ่งเราจะ พิจารณาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ เนื่องจากทางกรรมาธิการมีเอกสารข้อมูลเพิ่มเติม จึงขอเลื่อนมาพิจารณาในวันนี้นะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการพร้อมหรือยังครับ พร้อม เชิญแถลงชี้แจงต่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๓๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ ในวันพุธที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ และครั้งที่ ๓๙ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้พิจารณาและ ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางนันทนา ทิมสุวรรณ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา กำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน โดยให้ถือเอาร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรี เป็นหลักในการพิจารณา ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว นั้น
แต่เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีข้อบกพร่อง คณะกรรมาธิการ จึงขอแก้ไขเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติขึ้นใหม่ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงขอเปลี่ยนรายงานฉบับใหม่ แทนรายงานฉบับเดิมที่ได้บรรจุในระเบียบวาระการประชุมแล้ว ทั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการ ขอแก้ไขคำผิดในรายงานของคณะกรรมาธิการ หน้า ๖ และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หน้า ๕ มาตรา ๒๐/๔ (๒) โดยขอให้ เจ้าหน้าที่แจกเอกสารที่ขอแก้ไข เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย จึงกราบเรียนเพื่อโปรด นำเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไปค่ะ
เอกสารได้ส่งไปให้กับท่านสมาชิกพร้อมกับระเบียบวาระการประชุมแล้วนะครับ การพิจารณาในวาระที่สองจะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ และพิจารณาเรียงตาม ลำดับมาตรา และให้ท่านสมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำ หรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้เท่านั้นนะครับ เชิญท่านเลขาธิการพิจารณาต่อไปครับ
ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ คณะกรรมาธิการตัดออก มาตรา ๔ คณะกรรมาธิการตัดออก มาตรา ๕ แก้ไขมาตรา ๑๒ มีการแก้ไข
ถ้าไม่มีผ่านนะครับ เชิญครับ
มาตรา ๖ เพิ่มมาตรา ๑๓ (๔/๑) มีการแก้ไข
ผู้สงวนติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจผ่านนะครับ ขณะนี้อยู่มาตรา ๖ นะครับ ติดใจไหมครับ อาจารย์ เชิญครับ มาตรา ๖ เป็นการเพิ่มมาตรา ๑๓ (๔/๑) มีการแก้ไข ผมขอความกรุณา ที่ประชุมอย่างนี้นะครับ เมื่อกี้เจ้าหน้าที่ทางฝ่ายเลขานุการได้ใช้รายงานเก่าอ่านนะครับ ผมขอเริ่มใหม่นะครับ เริ่มตั้งแต่คำปรารภ เริ่มใหม่เลยนะครับ ขออนุญาตนะครับ เชิญครับท่านเลขาธิการ
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ เพิ่มมาตรา ๑๓ (๔/๑) มีการแก้ไข
อาจารย์ติดใจมาตรา ๖ ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ กรรมาธิการวิสามัญ ตัวแทนองค์กร ด้านคนพิการที่ได้สงวนเอาไว้ก็คือคำว่า กฎหมายอื่น ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วในการ ยกร่างครั้งแรกมีการปรับแก้ กรรมาธิการวิสามัญเห็นชอบที่จะให้เติมคำว่า กฎหมายอื่น เข้าไปด้วย แต่เมื่อเข้าไปในชุดกลั่นกรองนี้กลับพิจารณาเห็นว่าคำว่า กฎหมายอื่น น่าจะเกินหลักการ ก็เลยขอตัดออก แล้วให้มีการสงวนเพื่อจะได้มาอภิปรายในที่ประชุมและเพื่อให้ที่ประชุม ได้ลงมติว่าคำว่า กฎหมายอื่น มันเกินหลักการหรือเปล่า ที่ในกลุ่มผู้แทนคนพิการ เห็นความสำคัญคำว่า กฎหมายอื่น เพราะเนื่องจากว่าระบบที่เราอยากจะทำให้กฎหมาย มันมีผลบังคับอย่างแท้จริง ที่ฝรั่งเขาเรียกว่า ขออภัยนะครับที่ต้องใช้ภาษาฝรั่งบ้างนะครับ ที่เขาเรียกว่า เมค เดอะ ไรท์ เรียล (Make the right real) ก็คือทำสิทธิให้เป็นจริงครับ คือสิทธิต่าง ๆ ของคนพิการมันมีอยู่ในกฎหมายฉบับนี้และมันก็ยังมีอยู่ในกฎหมายฉบับอื่น ที่สำคัญก็เช่น พ.ร.บ. ว่าด้วยการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ เมื่อคนพิการ มีปัญหาไม่ได้รับประโยชน์ตามสิทธิ ซึ่งทุกวันนี้เราจะมีปัญหามากก็คือเรื่องการศึกษา เมื่อคนพิการไปสมัคร ตอนนี้ก็กำลังมีเคส (Case) ตัวอย่าง เมื่อคนพิการไปสมัครเข้าโรงเรียน โรงเรียนปฏิเสธไม่รับ ผู้ปกครองไม่มีทางออกก็ไปชุมนุมเรียกร้องหน้ากระทรวงศึกษาธิการ หรือไม่อย่างนั้นก็มาร้องที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ว่าถูกเลือกปฏิบัติ ระบบของเราก็คือต้องการไกล่เกลี่ย ทีนี้ทางโรงเรียนเขาบอกว่า เขาไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องมาไกล่เกลี่ยด้วย คือไม่สนใจเราก็ต้องมาร้องท่านรัฐมนตรี แล้วทางกระทรวงก็รับเรื่องว่าจะไปดูแล แต่เรื่องก็ยังไม่เรียบร้อยนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราจึงบอกว่าเมื่อคนพิการมีปัญหาเรื่องกฎหมายนี่ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือ พ.ร.บ. การจัดการศึกษาสำหรับ คนพิการ ก็คือกฎหมายอื่นก็ควรจะให้คนพิการมาร้องที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตคนพิการแห่งชาติได้ แล้วสำนักงานก็ควรจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาคุย มาเจรจาได้ ทุกวันนี้เรียกเขาก็ไม่สนใจเขาบอกคุณไม่มีอำนาจ เราก็ต้องการที่จะให้สำนักงานส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติมีอำนาจที่จะเรียกมาคุย มาไกล่เกลี่ย เพื่อแก้ปัญหาให้ คนพิการได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด ผมไม่อยากเห็นว่าเวลามีปัญหาต้องให้ คนพิการมาประท้วงร่ำไปแล้วจึงจะได้สิทธิประโยชน์ต่อเมื่อต้องเหนื่อย ต้องมาประท้วง ทำไมเราไม่จัดระบบกลไกที่จะแก้ปัญหาให้มันเป็นระบบ ด้วยเหตุนี้ทางคนพิการเราจึงขอเติมว่า ในกระบวนการแก้ไขปัญหาก็ควรจะให้ไปรวมถึงกฎหมายอื่น โดยเฉพาะ พ.ร.บ. ว่าด้วยการ จัดการศึกษาสำหรับคนพิการเป็นต้น แต่เนื่องจากฝ่ายกลั่นกรองบอกว่าเหตุผลดี เขาเห็นด้วย แต่เขาคิดว่ามันน่าจะเกินหลักการก็ขอตัดก่อน เพราะถ้าไม่ตัดเดี๋ยวเข้ามาในที่ประชุม แล้วที่ประชุมอภิปรายว่าเกินหลักการเราก็จะต้องถอนกฎหมายออกไปมันเสียเวลา ก็ขอตัด แล้วให้พวกผมสงวนมาอภิปรายในที่ประชุม แล้วให้ที่ประชุมได้พิจารณาว่าอย่างนี้ ใส่กฎหมายอื่นเข้าไปซึ่งมันมีประโยชน์ยังจะคิดว่ามันเกินหลักการหรือเปล่า เพราะว่า ทางกลั่นกรองตีความว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายที่เป็นฉบับของรัฐบาลตั้งใจแก้ปัญหา เฉพาะที่มันมีปัญหากับกฎหมายส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนากว้างไปถึงกฎหมายอื่น แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้ยกร่างตั้งแต่สมัยรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ผมเชื่อว่าอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์คงจะอธิบายได้ดีว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายไม่น่าจะแคบ แค่ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มันน่าจะกว้างคลุมไปถึงกฎหมายทุกอันที่มันเป็นสิทธิของคนพิการ เมื่อคนพิการมีปัญหา ก็มาร้องสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ แล้วสำนักงานส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติก็เรียกมาไกล่เกลี่ย ไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จก็เอาเข้า คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อแก้ปัญหาต่อไป เพราะว่าสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ เป็นสำนักงานเลขาธิการ ถ้าจำเป็นต้องเข้า ครม. ก็เอาเข้า ครม. ผมว่าระบบมันดีมันก็ควรจะ คลุมถึงกฎหมายทุกฉบับ ไม่ควรเฉพาะแค่ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผมก็เลยขอพาดพิงอดีตท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ว่าท่านได้ช่วยกรุณาอภิปรายหน่อยว่า เจตนารมณ์ที่กฎหมายเข้ามาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีเจตนารมณ์แคบ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมันจะแคบไป ผมก็ขอกราบเรียน ท่านประธานและต้องขอความกรุณาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านได้กรุณาหน่อยครับ ถ้าเห็นว่ามันพอไปได้ไม่เกินหลักการนี่ก็กรุณาให้พวกเราหน่อย เพื่อเราจะได้มีระบบแก้ปัญหา ไม่ใช่ว่าต้องชุมนุมประท้วง ผมก็กำลังจะประท้วงเรื่องลดโควตา ๑๐๐ : ๑ มาเป็น ๒๐๐ : ๑ ผมเบื่อมากครับท่านประธานประท้วงอยู่เรื่อย มันน่าจะมีระบบที่แก้ปัญหาที่มันเป็นเหตุเป็นผล ขอบคุณมากครับท่านประธาน
คณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ มีท่านใดประสงค์จะออกความเห็นตอนนี้เลยไหมครับ ถ้าไม่มีผมจะไปที่ท่านสมาชิกนะครับ เชิญท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ แล้วก็ท่านวัชระ เพชรทอง ต่อนะครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันเห็นด้วย กับท่านอาจารย์วิริยะ ที่จริงแล้วดิฉันไม่อยากจะให้เวลากฎหมายเข้าไปแล้วเราตีความแคบ ๆ ว่ามันขัดหลักการของร่างรัฐบาล บางทีมันอาจจะต้องตีความให้กว้างหน่อย เพราะว่าเรื่องของผู้พิการมันเป็นเรื่องสิทธิ เพราะฉะนั้นหลายข้อ อย่างเวลาท่านบอกว่า ท่านตัดออก อย่างมาตรา ๗/๑ ท่านก็บอกว่าท่านตัดออกเพราะว่าในกฎหมายเก่า คือร่างรัฐบาลไม่ได้กำหนดเป็นหลักการ อะไรคะแค่คณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการก็จะต้องมีหลักการอยู่ในนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็ต้อง เอาทุกเรื่องเลยสิคะ ท่านลิสต์ออกมาเลย ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ หลักการมันแคบมาก ดิฉันเห็นด้วยว่า ไม่ควรจะเดือดร้อนกับเรื่องอย่างนี้มากเกินไป แล้วในมาตรา ๖ ดิฉันคิดว่ามาตรา ๖ คือมาตรา ๔/๑ ตรวจสอบการได้รับสิทธิประโยชน์ของคนพิการ ให้คำแนะนำและช่วยเหลือ คนพิการให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวก สวัสดิการ และความช่วยเหลืออื่น ดิฉันอยากจะให้มีคำว่า สิทธิของคนพิการ เพราะที่จริงแล้วสิทธิ ของคนพิการตามรัฐธรรมนูญมันไม่ใช่เฉพาะสิ่งอำนวยความสะดวกหรือสวัสดิการ หรือความช่วยเหลือ จริง ๆ แล้วเราเคยพูดกันนะคะ คนพิการเขาค่อนข้างจะอ่อนน้อมถ่อมตน แล้วเขารู้สึกว่าถ้าจะเรียกร้องสิทธิใด ๆ เขารู้สึกว่าเป็นภาระให้กับสังคม เป็นภาระให้กับรัฐบาล เราต้องไม่ใช้คำว่า ให้ความช่วยเหลือ ท่านต้องบอกว่าเราจะต้องให้สิทธิต่าง ๆ ที่เขาพึงมีพึงได้ เพื่อให้เขาดำรงชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นคน เพราะฉะนั้นดิฉันว่ามาตรา ๔/๑ ท่านต้องใส่คำว่า สิทธิของคนพิการ แล้วก็ตามความต้องการจำเป็นพิเศษเฉพาะบุคคล ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจให้รู้ว่าเมื่อมีการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมเราห้าม แต่ถ้าตรงที่จัดความต้องการพิเศษให้เฉพาะบุคคลถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติที่เป็นธรรม หรือที่เป็นคุณตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔ ดิฉันอยากจะให้เวลาท่านทำเรื่องคนพิการ เรื่องคนด้อยโอกาส เวลาเรานึกถึงมาตรา ๓๐ ในรัฐธรรมนูญ ท่านต้องพูดถึงวรรคสาม ห้ามเลือกปฏิบัติ แล้วท่านต้องย้ำวรรคสี่เข้าไปด้วยว่าต้องมีมาตรการพิเศษเพื่อที่จะส่งเสริม ให้เขาดำรงชีวิตได้อย่างสมศักดิ์ศรี ศักดิ์ศรีของความเป็นคน เขาต้องดำรงชีวิตได้ด้วยตัวเขาเอง คนตาบอดต้องสามารถที่จะเดินบนบาทวิถีได้โดยไม่ต้องมีคนจูง ไม่ต้องมีหมานำ ก็สามารถที่จะเดินได้บนพื้นที่นั้นที่เราทำให้เป็นพิเศษสำหรับเขา แต่ก็ไม่ไปละเมิดสิทธิ ของคนที่ตาดีทั่วไป เพราะฉะนั้นมาตรา ๔/๑ ถ้ากำหนดไว้แค่นี้มันแคบเกินไปว่าเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวก สิ่งอำนวยความสะดวกเป็นเรื่องกายภาพ แต่สิทธิต่าง ๆ ที่เขาพึงจะได้รับ อย่างท่านอาจารย์พูดถึงเมื่อตะกี้ มันอาจจะมีเรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุข หลายเรื่อง ซึ่งจะถือว่าอย่างนี้เป็นสวัสดิการอย่างเดียวนี่ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ก็เรียนท่านว่าดิฉันอยากจะให้ใส่คำว่า สิทธิของคนพิการ เข้าไปด้วย ขอบคุณค่ะ
ท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนท่านศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ซึ่งท่านอาจารย์วิริยะได้ลุกขึ้นอภิปรายอย่างชัดเจนแล้ว ท่านประธานครับ ในฐานะ ที่ท่านอาจารย์วิริยะเป็นตัวแทนของผู้พิการได้มาร้องขอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งมีทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เราควรจะฟังความคิดเห็นจากอาจารย์อย่างถ่องแท้ และคำนึงถึงผู้พิการทั่วประเทศ อาจจะเรียกได้ว่าเสียงของท่านอาจารย์วิริยะนั้น คือเสียงจากผู้พิการทั้งประเทศก็ว่าได้ เมื่อผู้พิการมาร้องขอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้เขียนเอื้อไปถึงกฎหมายอื่นอย่างทั่วถึง ไม่มีเหตุผลใดเลยที่เราจะปฏิเสธข้อเรียกร้อง ของผู้พิการ กฎหมายหลายฉบับได้เอื้ออำนวยต่อผู้พิการอย่างเต็มที่ แม้กระทั่งสถานประกอบการต่าง ๆ เช่น โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต หรือจังหวัดกระบี่เป็นต้น ก็มีกฎหมายบังคับว่าต้องมีผู้พิการอย่างน้อย ๑ คน ในสถานประกอบการนั้น ปัจจุบันก็ปรากฏว่าขาดแรงงานผู้พิการเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าผู้พิการยังมีบทบาทที่สำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ และเราควรจะฟังเสียงจากผู้พิการโดยตรง แม้นว่าตัวเรานั้นจะไม่พิการก็ตาม แต่เมื่อผู้พิการร้องขอก็ควรที่จะต้องปฏิบัติตามปฏิเสธเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่า ทางกรรมาธิการจะมีเหตุผลที่ดีกว่านี้ ในชั้นนี้ผมขอสนับสนุนเพื่อนผู้พิการทั่วทั้งประเทศ ขอขอบคุณ
ท่านสมาชิกครับ ถ้าท่านใดไม่แปรญัตติไว้ ท่านอภิปรายได้เฉพาะในประเด็น ที่คณะกรรมาธิการได้เพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ ต่อไปเป็นท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ แล้วก็มาที่อาจารย์ผุสดี ตามไท เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมให้การสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ด้วย อยากจะให้คนพิการนั้น ได้รับการบริการมากกว่าคนปกติโดยทั่ว ๆ ไป เพราะความพิการนั้นควรที่จะได้รับสิทธิพิเศษ ได้รับความเห็นอกเห็นใจมากกว่าคนปกติอยู่แล้ว เพียงแต่กระผมมีข้อสงสัยบางประการ อย่างนี้ครับ กฎหมายที่ให้ผลประโยชน์กับบุคคลทั่วไป ไม่ว่าเรื่องการรักษาพยาบาล ไม่ว่าสิทธิอะไรก็แล้วแต่ว่าบุคคลนั้นพึงได้ประโยชน์อย่างนี้ ๆ อันนั้นเป็นกฎหมาย สำหรับบุคคลธรรมดาที่ไม่ใช่คนพิการ ถ้ากระผมเข้าใจไม่ผิดกฎหมายอย่างนั้น มิได้ยกเป็นข้อยกเว้นหรือห้ามไม่ให้คนพิการได้รับผลประโยชน์เหมือนกับบุคคลธรรมดา ผมหมายความว่ากฎหมายที่ให้ผลประโยชน์กับบุคคลธรรมดาเขียนไว้อย่างไร คนพิการก็ไม่ได้รับการยกเว้นหรือไม่ได้รับการกีดกัน คนพิการก็ย่อมได้รับสิทธิผลประโยชน์ เหมือนอย่างคนธรรมดาด้วย เพราะฉะนั้นกระผมก็อยากจะกราบเรียนถามว่าเมื่อเป็นอย่างนั้น เมื่อเราออกกฎหมายฉบับนี้ออกไปคนพิการจะได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่าคนธรรมดา เมื่อเป็นอย่างนั้นจำเป็นหรือไม่ที่เราจำเป็นจะต้องใส่คำว่า หรือกฎหมายอื่นอย่างทั่วถึง เพราะถึงแม้ไม่ใส่โดยนัย คนพิการไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ย่อมได้รับสิทธิประโยชน์ เหมือนอย่างคนธรรมดาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องใส่คำว่า หรือกฎหมายอื่น อย่างทั่วถึง เพิ่มเติมเข้ามาอีกครับ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ
เชิญอาจารย์ผุสดี ตามไท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานมี ๒ ประเด็น
ในประเด็นแรกที่กรรมาธิการได้แก้ไขว่า และความช่วยเหลืออื่น ตามความต้องการจำเป็นพิเศษเฉพาะบุคคล แล้วก็ ตามพระราชบัญญัตินี้ คือเป็นข้อความเดิม
ทีนี้ประเด็นที่ ๑ ดิฉันคิดว่าในเรื่องของการเขียนไว้เฉพาะตรงนี้เป็นการจำกัด มากเกินไป ไม่สอดคล้องกับเรื่องของพระราชบัญญัตินี้ซึ่งเป็นเรื่องของพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งควรจะต้องเป็นกฎหมายภาพกว้างที่ดูแลในเรื่องสิทธิ ดิฉันคิดว่าเห็นด้วยกับที่ท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ได้เสนอคือน่าจะเติมว่า ตามสิทธิ และความต้องการ คือสิทธิมันเป็นสิทธิที่ควรจะต้องนึกถึงทั้งที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอยากจะขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ ช่วยพิจารณาตรงนี้ทีเพื่อที่จะได้ทำให้กฎหมายฉบับนี้มันเป็นกฎหมายที่ครอบคลุม ในเรื่องของการส่งเสริมคุณภาพชีวิต
ในประเด็นที่ ๒ แม้ดิฉันไม่ได้แปรญัตติเอาไว้ดิฉันก็เห็นด้วยกับการที่ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยพูดถึงกฎหมายอื่น เพราะดิฉันคิดว่าเป็นการเน้นย้ำให้ทราบว่า จริง ๆ แล้วในการดูแลชีวิตและการทำงานของคนพิการนั้นมีกฎหมายอื่น ๆ อยู่ด้วย และไม่ว่า จะเป็นกฎหมายใดก็ตาม การตรวจสอบ การได้รับสิทธิประโยชน์นั้นก็ควรจะครอบคลุมไปถึง เท่านั้นค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
กรรมาธิการเชิญตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกและท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม อัครวัฒน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา กรรมาธิการวิสามัญนะครับ สำหรับกรณีที่เกี่ยวกับสิทธินี่จริง ๆ แล้วเราเขียนไว้ตั้งแต่ต้นแล้วนะครับว่า ตรวจสอบ การได้รับสิทธิประโยชน์ของคนพิการ ซึ่งแปลว่าถ้าเขาขาดสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งไปเราก็สามารถ จะเพิ่มเติมลงไปได้ว่าเขาควรจะได้รับความช่วยเหลือในแบบไหนตามสิทธิที่เขาควรจะมี ส่วนที่เขียนขยายความออกมาว่าสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ นี่ อันนี้มันเป็นการขยายความ ที่ว่านอกจากสิทธิแล้วคนพิการอาจจะได้รับความช่วยเหลืออื่นอีก แล้วก็ที่เขียน ตามความต้องการจำเป็นพิเศษนี้ อันนี้ก็จำเป็นที่ต้องเขียนลงไป เพราะว่าคนพิการแต่ละคนนั้น มีความต้องการไม่เหมือนกัน ส่วนคำว่า หรือกฎหมายอื่นอย่างทั่วถึง ที่กรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ขอตัดออก เหตุผลเนื่องจากว่ากฎหมายอื่นนั้นเขามีรัฐมนตรีรักษาการ ของเขาเองอยู่แล้ว การที่รัฐมนตรีของฉบับนี้จะไปออกคำสั่งกฎหมายอื่นก็จะมีปัญหาอื่น ตามมาอีกว่ากฎหมายเหล่านั้นเขามีคนรักษาการอยู่แล้ว เขาออกมาก่อนและมีผลบังคับใช้ อยู่ ๆ ไปเอากฎหมายฉบับใหม่นี้ไปแก้ไขกฎหมายเขาโดยที่เขาเองก็ไม่ได้ให้ความยินยอมด้วย นี่นะครับมันจะเป็นการที่ก้าวก่ายเกินหลักการไป อันนี้เป็นความเห็นที่กรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่จึงขอตัดออก แล้วก็ให้กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยตั้งข้อสงวนได้ ก็เลยเอามาตรงนี้นะครับ
อาจารย์ผุสดีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าอย่างนี้นะคะ คือในเรื่องนี้ที่ท่านเติมมาคือมาตรา ๔/๑ มันเป็นเรื่องของการตรวจสอบการได้รับสิทธิประโยชน์ ดิฉันมองไม่เห็นว่าจะเป็นภัยกับใคร ที่ตรงไหน เพราะมันเป็นการตรวจสอบเพื่อจะให้มั่นใจว่าในกฎหมายและรวมถึงรัฐมนตรี ที่รักษาการในกฎหมายอื่น ๆ นั้นจะได้ทำให้กฎหมายเหล่านั้นเป็นจริงและตรงนี้ เป็นกฎหมายกว้างที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนพิการ ทำไมท่านถึงจะไปจำกัดตัวเองล่ะคะ ไม่ยอมไปก้าวก่าย ดิฉันคิดว่าท่านต้องก้าวก่ายได้ถ้าเผื่อสมมุติว่าชีวิตของคนพิการนั้น ไม่ได้รับการดูแลตามกฎหมายอื่น อันนั้นแหละค่ะคือจุดประสงค์และเจตนารมณ์ ที่ควรจะเป็น ดิฉันคิดว่าถ้าเผื่อเราคิดเห็นว่าแบ่งส่วนกันไปเลยเคสตรงนี้ใครไปดูแล ส่วนตรงนี้ใครไปดูแล แล้วอย่างไรล่ะคะ ตรงนี้คือกฎหมายกว้าง ขอสักนิดเถอะค่ะ ไม่น่าจะต้องไปก้าวก่ายอะไร เป็นเพียงการตรวจสอบให้มั่นใจเท่านั้นเองว่าสิทธิประโยชน์ ทั้งหลายจะต้องได้ แล้วถึงแม้เขียนไว้ข้างบนแล้วแต่ท่านก็บอกว่าเพื่อให้สามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวก สวัสดิการ และความช่วยเหลืออื่น ก็เป็นการย้ำว่าตามสิทธิแล้วก็ตามความต้องการจำเป็นพิเศษ ตรงนั้นดิฉันเห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตอีกสักครั้งเถอะค่ะว่าลองดูหน่อยได้ไหมคะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญกรรมาธิการชี้แจงครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ กระผม นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ผู้แทนผู้ปกครองคนพิการ เป็นกรรมาธิการนะครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ท่านครับที่อภิปรายสนับสนุน ก็อยากจะเพิ่มเติมว่า ในคณะกรรมาธิการเราก็มองว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องของการตรวจสอบ เพราะฉะนั้น การตรวจสอบสิทธิจำเป็นต้องดูให้ครบถ้วนทุกระบบเพื่อให้คนพิการเข้าถึงได้ เพราะฉะนั้น เราถึงขอเสนอเพิ่มคำว่า ตรวจสอบการได้รับสิทธิ แล้วเมื่อกี้ได้ประเด็นมาเพิ่มเติมก็คือว่า ท่าน ส.ส. บางท่านก็ห่วงเรื่องของสิทธิว่าถ้าไม่เขียนย้ำให้ชัดนี่ เขียนแต่ความต้องการ จำเป็นพิเศษเฉพาะบุคคลนี่จะครอบคลุมไหม ถ้าเราจะเพิ่มคำว่า ตามสิทธิและความต้องการ จำเป็นพิเศษเฉพาะบุคคล อันนี้ก็จะครอบคลุมมากขึ้น เพราะว่าคนพิการนี่เรามี ความต้องการจำเป็นเฉพาะที่แตกต่างกัน บางอย่างสิ่งที่ได้จัดให้ไม่สอดคล้องกับ การดำเนินชีวิตของเขาเขาก็มีสิทธิที่จะได้รับการดูแลให้ครบถ้วนมากขึ้น รวมทั้ง เรื่องของกฎหมายอื่นด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
กรรมาธิการเสียงข้างน้อยติดใจไหมครับ ท่านอาจารย์วิริยะ ท่านเบญจา แล้วก็ท่านชูศักดิ์ ท่านพีรพงศ์ ติดใจไหมครับ ถ้าติดใจผมจะขอมติ เชิญครับ
ที่จะให้โหวตนะครับ แล้วก็ยินดีที่จะเติมเหมือนอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้เสนอไว้นะครับ เรื่องว่าตามสิทธิ มีคำว่า สิทธิ เพิ่มอีกก็เป็นเรื่องที่ตอกย้ำชัดเจนได้ ทั้งหมดก็ขอโหวตไปเลยได้ไหมครับท่านประธาน
ถ้าอย่างนั้นผมขอมติที่ประชุมนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อที่จะลงมติในมาตรา ๖ มาตรา ๖ นี้ มีการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ แล้วก็มีกรรมาธิการสงวนความเห็น ซึ่งเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมก็จะถามมติว่าจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือเสียงข้างน้อย เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ ในมาตรา ๖ นี้ก่อนนะครับ อาจารย์ผุสดีมีอะไรหรือครับ
ท่านประธานคะ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตความชัดเจนจากท่านประธานหน่อยได้ไหมคะว่า ตกลงคณะกรรมาธิการยินดีที่จะเติมคำว่า สิทธิ ให้ใช่ไหมคะ โดยที่ไม่ต้องกลายไปเป็น ความเห็นหรือข้อสงวนของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยถูกไหมคะ เพราะฉะนั้นที่จะลงคะแนน ก็คือสรุปแล้วกรรมาธิการยอมแก้ไขว่า ตามสิทธิและความต้องการ อันนั้นอันที่ ๑ เพราะฉะนั้นไม่ต้องโหวต แต่ส่วนที่ต้องโหวตนั้นก็คือส่วนที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขอเอาไว้ก็คือว่า ตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นอย่างทั่วถึง ถูกต้องไหมคะ ท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
เมื่อกี้ฟังดูท่านยังเอาตามที่ของท่านเลย ท่านไม่ได้แก้สักคำเลยถูกต้องไหมครับ เชิญกรรมาธิการจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเชิญชี้แจงสิครับ ท่านเอาตามร่าง ที่ท่านแก้ไขเลยใช่ไหมครับ ที่เสียงข้างมากแก้ไขเลยใช่ไหมครับ เพราะเมื่อกี้ ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอาจารย์ผุสดีท่านฟังบอกว่ามีการเพิ่มเติม แต่ผมฟังดูแล้วไม่มีการเพิ่มเติม ท่านก็ตอบอธิบายแบบที่ท่านอยู่ในห้องที่ประชุม เชิญยืนยันอีกทีสิครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ คือร่างของกรรมาธิการคือร่างที่ว่า ตรวจสอบการได้รับสิทธิประโยชน์ ของคนพิการ ให้คำแนะนำและช่วยเหลือคนพิการให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ จากสิ่งอำนวยความสะดวก สวัสดิการ และความช่วยเหลืออื่นตามความต้องการจำเป็นพิเศษ เฉพาะบุคคล ตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นอย่างทั่วถึง นะครับ
ท่านเอาตามที่ท่านเสนอเข้ามาต่อสภาเลยใช่ไหมครับ
ครับผม
เดี๋ยวผมถามมติเลยนะครับ เขาเอาตามที่เสนอเข้ามาเลย ไม่ได้มีการเพิ่มเติม อย่างที่อาจารย์พูดนะครับ เมื่อท่านเข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนก่อนนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านวัชระ เพชรทอง มีอะไรไหมครับ
ขอบคุณท่านประธาน ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การโหวตในมาตรานี้มีผลกระทบต่อพี่น้องคนพิการทั่วประเทศ ผมอยากจะกราบเรียนไปยัง ท่าน พลตำรวจเอก วิโรจน์ เปาอินทร์ ซึ่งเป็นรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อได้เห็นแก่ คนพิการ โปรดบอกลูกพรรคของท่านได้สนับสนุนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย คือท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ด้วยเถอะครับ ขอความกรุณาเพื่อนพรรคเพื่อไทย เห็นแก่คนพิการเถอะครับ ขอขอบคุณครับ
เดี๋ยวท่านประธานคณะกรรมาธิการจะมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการค่ะ ซึ่งจริง ๆ ต้องขออนุญาตบอกอย่างนี้นะคะ ว่าการที่กรรมาธิการเสียงข้างมากมีความเห็นอย่างนี้ไม่ใช่เฉพาะพรรคเพื่อไทยค่ะ เพราะว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากก็มี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์รวมอยู่ด้วย ต้องกราบเรียน ท่านวัชระ เพราะว่าดิฉันเชื่อว่าเราทุกคนก็อยากจะให้คนพิการได้รับประโยชน์ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เราก็ทำให้คนพิการได้รับประโยชน์เต็มที่ตามกรอบที่เราได้รับมานะคะ ขอบคุณค่ะ
ผมดูแล้วนะครับ เชิญส่งผลครับ ๒๗๖ ท่านนะครับ
ผมจะถามที่ประชุมอย่างนี้ว่าท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ให้กดปุ่ม เห็นด้วย หมายเลข ๒ ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่สงวนความเห็นไว้ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หมายเลข ๓ ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านนิพนธ์ลงมติหรือยังครับ ลงเรียบร้อยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๗๔ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๗๖ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ
เชิญท่านเลขาธิการมาตรา ๗ ครับ
มาตรา ๗ เพิ่มมาตรา ๑๓/๑ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น
เชิญกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม นายพีรพงศ์ จารุสาร กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ฝั่งคนพิการจากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย จริง ๆ ผมยกมือก่อนที่ท่านเลขาธิการ จะอ่านในมาตราต่อไปนะครับ คือผมอยากจะขอให้ท่านประธานได้กรุณาบันทึก เป็นข้อสังเกตว่ากรรมาธิการเสียงข้างน้อยมีความเห็นขอให้บัญญัติถ้อยคำว่า หรือกฎหมายอื่น เอาไว้ เนื่องจากว่าในปัจจุบันกฎหมายโดยรวมยังไม่เป็นประโยชน์กับ คนพิการ จนทำให้เกิดการถูกลิดรอนสิทธิบางประการเท่านั้นเองครับท่านประธาน อีกอย่างหนึ่งก็คือว่าบัดนี้ประเทศไทยของเราได้เข้าไปเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วย สิทธิคนพิการ แล้วเราก็มีตัวแทนคนพิการเข้าไปนั่งเป็นคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการ แห่งสหประชาชาติ ซึ่งผมคิดว่าการร้องขอของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยซึ่งได้รับภารกิจจาก คนพิการทั่วประเทศมาร้องขอท่านให้บัญญัติ หรือบรรจุเรื่องของคำว่า กฎหมายอื่น เข้าไปจะเป็นการทำให้มีการตื่นตัวในประเด็นนี้ แล้วก็จะได้ปฏิบัติตามพันธกรณี แห่งอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการอย่างเคร่งครัดครับ กราบขอบคุณครับท่านประธานครับ
กรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้จะชี้แจงไหมในมาตรา ๗ ถ้าไม่มีเดี๋ยวผมไปที่ท่านสมาชิก เชิญท่านอภิชาต ท่านติดใจไหมครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๗ มีการปรับปรุงแก้ไขโดยสาระสำคัญก็คือว่า ในการตรวจสอบ การได้รับสิทธิประโยชน์ของคนพิการตามพระราชบัญญัตินี้ เขากำหนดว่า เมื่อสำนักงานพบว่า หน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ ก็ให้สำนักงานแจ้งกับหน่วยงานหรือว่าองค์กรเหล่านั้นดำเนินการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าหน่วยงานของรัฐไม่ดำเนินการก็ให้รายงานต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาดำเนินการ แล้วก็เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ กรณีที่เป็นองค์กรเอกชน หรือบุคคลก็ให้แจ้งหน่วยงานที่มีอำนาจสั่งการ ถ้าหน่วยงานที่ได้รับแจ้งละเลยไม่ปฏิบัติอีก ก็ให้รายงานให้คณะกรรมการ แล้วก็เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งในร่างเดิมกรณีที่เป็น องค์กรเอกชน หรือบุคคลใด เขาบอกว่าให้แจ้งหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ พิจารณาสั่งการเพื่อใช้มาตรการบังคับตามกฎหมายนั้น หากหน่วยงานของรัฐที่ได้รับแจ้ง ละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ หรือปฏิบัติล่าช้า ก็เขียนเพียงแค่ว่าให้รายงานต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาดำเนินการ ซึ่งผมก็ได้เสนอคำแปรญัตติเข้าไปบอกว่าในประเด็นนี้กรณีที่เป็น หน่วยงานของรัฐละเลยจำเป็นที่จะต้องแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ดำเนินการ อันจะเป็น หลักประกันว่าพี่น้องคนพิการจะได้รับสิทธิประโยชน์ แล้วก็ไม่ถูกละเลยจากหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานของเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ จะต้องดำเนินการเพื่อประโยชน์ของคนพิการ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็ได้แก้ไขโดยมีถ้อยคำ เป็นไปในทำนองเดียวกับที่ผมได้เสนอคำแปรญัตติแม้ว่าจะไม่ตรงในทุกถ้อยคำนัก แต่ว่าเนื้อหาสาระเป็นไปตามที่ผมได้เสนอคำแปรญัตติ จึงไม่ติดใจครับ ขอบคุณครับ
ท่านไม่ติดใจนะครับ เดี๋ยวผมจะอ่านชื่อท่านสมาชิกที่ติดใจที่จะซักถามนะครับ ๑. อาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๒. ท่านรังสิมา รอดรัศมี ตามลำดับนี้ก่อน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ในมาตรา ๗ นี่ค่ะ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดซึ่งมีหน้าที่ รับผิดชอบไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้สำนักงานดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ให้รายงานต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ดำเนินการก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการต่อไป
(๒) ในกรณีที่เป็นองค์กรเอกชนหรือบุคคลใด ให้แจ้งหน่วยงานของรัฐ ที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบพิจารณาสั่งการเพื่อใช้มาตรการบังคับตามกฎหมายนั้น หากหน่วยงานของรัฐที่ได้รับแจ้งละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดหรือ ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าจนอาจเกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่คนพิการ ให้รายงานต่อ คณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับองค์กรเอกชนหรือบุคคลนั้น และให้ ดำเนินการตาม (๑) กับหน่วยงานของรัฐต่อไป ทั้งนี้ มติของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
ดิฉันเข้าใจว่าถ้า ๑. ท่านให้หน่วยงานดำเนินการกับองค์กรเอกชนหรือบุคคล แล้ว ๒. กับดำเนินการตามหน่วยงานของรัฐถ้าละเลยไม่ปฏิบัติ แล้วมันมาจบที่ คณะกรรมการได้อย่างไร มันก็ต้องต่อไปถึงเหมือน (๑) สิคะว่าถ้าคณะกรรมการพิจารณาแล้ว ถ้ายังไม่เรียบร้อยก็ให้เสนอคณะรัฐมนตรี ดิฉันเห็นว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ มติของ คณะกรรมการให้เป็นที่สุด ถ้าเป็นที่สุดแล้วถ้าเขายังไม่ปฏิบัติท่านจะทำอย่างไร ท่านก็ต้อง รายงานไปยังรัฐมนตรี กฎหมายคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจนป่านนี้ก็ยังไม่ได้แก้ไข ตามรัฐธรรมนูญใหม่ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ทำนองนี้ละค่ะ ถ้าใครทำ ละเมิดเราให้แจ้งหน่วยงานรัฐ ถ้าหน่วยงานรัฐไม่ทำให้เสนอ ครม. ถ้า ครม. ยังไม่ทำอะไร ให้รายงานต่อสภา แล้วเราก็มีเรื่องเข้ามาสภาเยอะแยะที่จะพูดคุยกัน แล้วหาทางที่จะแก้ไข อย่างไร ถ้าอย่างนี้นี่นะคะยิ่งเป็นคนพิการด้วยนี่ แล้วท่านก็บอกว่าหน่วยงานนี่ต้องกำกับ แล้วถ้าหน่วยงานที่จะต้องกำกับละเลย ท่านก็บอกว่าให้รายงานต่อคณะกรรมการ ให้กรรมการนี่แหละดำเนินการตามกฎหมายองค์กรเอกชน แล้วก็ให้ดำเนินการหน่วยงานรัฐด้วย แล้วถ้ามันไม่ได้เรื่องทั้ง ๒ อย่าง มติของคณะกรรมการมีผลอะไรมากน้อยแค่ไหนล่ะคะ บังคับเขาได้ไหมล่ะคะ ถ้าบังคับไม่ได้ท่านก็ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี ที่จริงอย่างคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเสนอ ครม. แล้วไม่ทำ ก็ยังเยอะแยะไปเลยค่ะที่ไม่ทำแล้วก็ไม่ปฏิบัติ มันก็ต้องมาถึงสภา เพราะสภาก็คงเป็นจุดสุดท้าย แต่ถ้าท่านเชื่อว่าถึงคณะรัฐมนตรีแล้วก็เอา ดิฉันก็ไม่อยากจะขัดข้องค่ะเพราะว่ากับท่านถ้าเปลี่ยนแปลงมากคงไม่ได้ มาตรา ๖ เมื่อตะกี้ นี้ดิฉันฟังอยู่ข้างนอกนึกว่าเสียงข้างมากบอกว่าใส่เรื่องคำว่า สิทธิ เข้าไปก็ได้ แต่ปรากฏว่า จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้คำเดียวแล้วเป็นคำที่สากลมากก็ยังไม่ได้ ดิฉันก็ไม่เข้าใจ ท่านต้องการที่จะ ช่วยเหลือเขาแค่นั้น ต้องการให้เขาเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเท่านั้น ไม่ได้พูดถึงสิทธิด้านอื่นเลย ในขณะที่กฎหมายอื่นท่านก็ไม่ใส่ สิทธิต่าง ๆ ท่านก็ไม่ใส่ประหลาดมากเลย แต่ถ้าเป็น มาตรานี้นี่นะคะก็ขอให้ท่านนี่ (๒) ถ้าหน่วยงานไม่ดำเนินการแล้วคณะกรรมการดำเนินการไปแล้ว ถ้าเสร็จแล้วถ้าเขาไม่ทำท่านต้องเสนอเรื่องไปทางคณะรัฐมนตรี เพราะคณะรัฐมนตรีจะเป็น คนดำเนินการกับหน่วยงานของรัฐที่ละเลยแล้วไม่ปฏิบัติ คณะกรรมการเป็นที่สิ้นสุดไม่ได้ ต้องให้เหมือนข้อแรก ขอบคุณค่ะ
ท่านรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เพราะดิฉันคิดว่า การร่างกฎหมายอันนี้คนร่างกายดีจะรู้ดีเท่ากับคนที่เขาพิการ ดิฉันคิดว่าบางคนยังไม่รู้เลยว่า กฎหมายนี้คนพิการเขาควรได้รับสิทธิอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นเมื่อตัวแทนของกลุ่มคนพิการ เขามาขอตรงนี้ให้เพิ่มไปว่ามีกฎหมายอื่นด้วยที่มันขัดต่อสิทธิประโยชน์อะไรต่าง ๆ ของคนพิการที่เขารู้ดี เราเป็นคนที่มีร่างกายดี ดิฉันก็อยากจะให้คนที่มีร่างกายดีให้มีจิตใจดีด้วย ไม่ใช่ร่างกายดีแต่จิตใจท่านไม่เอื้ออารีกับคนพิการเลยดิฉันก็ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นอันนี้ เมื่อเติมเข้าไปแล้วมันไม่ได้มีผลกระทบ ไม่ได้มีผลเสียอะไรเลย มีแต่ได้ประโยชน์กับคนพิการ ดิฉันก็คิดว่าเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการหรือว่าสมาชิกที่จะโหวต ก็ขอความเห็นใจ ให้กับคนพิการนะคะว่าขอให้ท่านเพิ่มเติมตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย จิตใจท่าน จะได้ดีด้วย ขอบคุณค่ะ
ท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีข้อไม่สบายใจ ช่วยอธิบายผมเพิ่มเติมนิดหนึ่งได้ไหมครับ คือในมาตรา ๗ ที่แก้ไข มาตรา ๑๓/๑ ผมเข้าใจว่าให้มีการตรวจสอบว่าหน่วยงานไหน องค์กรไหนที่ว่ามีกฎหมาย บัญญัติเอาไว้ว่าให้คนพิการได้รับสิทธิแล้วก็ปรากฏว่ายังไม่ทำตามนั้นบ้าง ก็ให้รีบเร่ง ดำเนินการตามนั้น ทีนี้พอมาวรรคสองของท่าน ของเดิมเขาใช้คำนี้ครับ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลา อันสมควร ให้สำนักงานดำเนินการ ดังต่อไปนี้ ก็บอกวิธีการให้สำนักงานดำเนินการ ถ้าเขาไม่ทำภายในเวลาอันสมควร ซึ่งท่านก็แก้ไขเป็นเวลาที่กำหนด คำถามผมคำถามแรก ถามว่าที่กำหนดนี้ใครกำหนดครับ และคำถามต่อมาถ้าเป็นการกำหนดโดยหน่วยงานราชการ หรือองค์กรนั้นเอง แล้วเขาดันลืมของท่านไป คือพูดง่าย ๆ เขามีเกณฑ์เรื่องนี้อยู่ แต่เขาลืม เรื่องคนพิการไปเลย คือเขาไม่เคยกำหนดระยะเวลาตรงนี้เอาไว้ ทำไมมันถึงกลายเป็นอย่างนั้น ทำไมถึงเขียนแบบนี้ครับ ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่ามันจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติจริงนะครับ เพราะฉะนั้นคำถามก็อยู่ที่ว่า ๑. ใครกำหนด ๒. แล้วถ้าเขาลืมกำหนดเสียล่ะครับ ท่านจะทำอย่างไรครับ จริง ๆ มันควรจะเขียนในลักษณะที่บอกว่าให้ทำโดยเร็วด้วยซ้ำไป คือให้หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบให้ทำโดยเร็วและภายในเท่าไร ระยะเวลาอย่างไร แล้วถ้าไม่ทำก็ให้สำนักงานดำเนินการไป ผมคิดว่าเรื่องนี้ท่านตอบ ให้ชัดเจนอีกนิดได้ไหมครับ ใครกำหนดครับ แล้วเวลาเขาลืมไปเลยไม่กำหนดจะทำอย่างไร ขอบพระคุณครับ
เชิญกรรมาธิการจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยตอบข้อซักถามด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกที่เคารพ ผม อัครวัฒน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา กรรมาธิการวิสามัญ สำหรับที่ท่านบอกว่าดำเนินการเสร็จภายในเวลาอันสมควร ถามว่าใครกำหนด อันนี้ที่ต้นร่างจริง ๆ ของฝ่ายรัฐบาลคือต้องการให้ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์เป็นคนกำหนด เพราะว่าศักดิ์ศรีเท่ากันแล้วก็สามารถจะบอกได้ว่า อาจจะมอบหมายให้หน่วยงานอื่น แต่ต้องกำหนดเวลาว่าควรจะทำภายในเท่าไร เพราะปัจจุบันในทางปฏิบัติเคยคัดค้านไปแล้ว จริง ๆ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้น ในร่างกฎหมายปัจจุบันนั้นก็คือถ้าเป็นเอกชน เราดำเนินการทันที แต่ถ้าเป็นหน่วยงานของรัฐ เราไม่เคยดำเนินการอะไรเลย คราวนี้ก็มาแก้ว่าถ้าเป็นหน่วยงานของรัฐคราวนี้ เกิดไม่ยอมทำ ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รายงาน ขั้นตอนที่ ๑ ถ้าพบจริง ๆ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะต้องรายงาน ให้คณะรัฐมนตรีทราบเพื่อจะดำเนินการสั่งการ แล้วถ้าต่อไปอันที่ ๒ เจอเอกชน ที่เขาไม่ดำเนินการแล้วให้แจ้งให้หน่วยงานดำเนินการ ถ้าหน่วยงานยังไม่ดำเนินการ ก็ไปดำเนินการตามขั้นตอนที่ ๑ คือแจ้งให้ ครม. ทราบ ครม. นั้นจะมีอำนาจในการที่จะ ดำเนินการทุกอย่างได้ทั้งหมด ถ้าหน่วยงานยังขัดคำสั่งอีกก็คงอาจจะต้องถึงขั้นยุบหน่วยงาน หรือไม่ก็อาจจะถูกตัดงบประมาณอะไรก็แล้วแต่ อันนั้นเป็นมาตรการที่ ครม. เขาจะใช้ได้ ซึ่งตอนที่ร่างกันนี้ก็เข้าใจว่าจะมีมาตรการอันนี้พอสมควรในการที่จะบังคับให้หน่วยงานนั้น ยินยอมที่จะปฏิบัติตามได้ เพราะว่าปัจจุบันนี้คนพิการที่เข้ามาขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐนั้น หน่วยงานของรัฐเอง กลับเป็นฝ่ายที่ไม่ดำเนินการอะไรเลยนะครับ แต่ฝ่ายเอกชนเขาให้ความร่วมมือทั้งหมด เพราะว่าเขามีโทษอยู่ และขณะเดียวกันเขาเห็นความสำคัญของคนพิการนะครับ แต่หน่วยงานของรัฐเองต่างหากที่ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้เล็งเห็นความสำคัญใด ๆ เลยนะครับ เราจึงเขียนมาตรานี้ขึ้นมาครับ
เชิญครับอาจารย์วิริยะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ กรรมาธิการวิสามัญ เสียงข้างน้อยนะครับ ผมอยากให้คิดอย่างรอบคอบที่เราต้องเติมคำว่า กฎหมายอื่น ครับ ท่านประธาน ทำไมเราจึงต้องให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ มาคอยรายงานเฉพาะกรณีไม่ทำตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และกรณีไม่ทำตาม พ.ร.บ. การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการกลับไม่ต้องรายงาน ผมว่า มันเลือกปฏิบัติ หมายความว่าถ้ากระทรวงแรงงานไม่ดูแลเรื่องการจ้างงานอันนี้ต้องรายงาน แต่ถ้ากระทรวงศึกษาธิการไม่ไยดี ไม่รับคนพิการเข้าเรียนไม่ต้องรายงาน ผมว่ามันเลือกปฏิบัติ ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องเติมคำว่า กฎหมายอื่น นั่นหมายความว่าถ้าไปตรวจสอบแล้วเขาไม่ทำตาม พ.ร.บ. การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการก็ต้องรายงานเหมือนกันครับท่านประธาน ผมก็เสียใจนะครับที่ ส.ส. รัฐบาลกลับมองว่ากฎหมายอื่นใดนี่มันเกินหลักการ จริง ๆ มันก็ ไม่ได้เกินหลักการตรงไหน ก็น่าเสียดาย แต่เราก็ต้องเคารพทุกท่านครับ แต่มันจะตลกมากครับ ท่านประธานถ้ากฎหมายนี้แล้วก็ไปตีความว่าเอ็งจะรายงานได้ก็เฉพาะที่ผิดตามกฎหมายนี้นะ ถ้าเขาผิดตามกฎหมายอื่นนี่ไปยุ่งเขาไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นทุกวันนี้คนพิการก็ต้องเรียกร้อง กันต่อไปก็คือชุมนุมครับ อันนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการใช่ไหม หมายถึงว่า ส.ส. รัฐบาล ต้องการให้คนพิการชุมนุมร่ำไป ไม่ทำตาม พ.ร.บ. การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการก็ไม่ยอม รายงาน เราก็ต้องชุมนุมเรียกร้องกันไปเรื่อย ๆ ร่ำไปใช่ไหมครับ ฉะนั้นผมว่าอย่ามีทิฐิเลย ดูเหตุดูผลดีกว่าว่าเหตุและผลมันควรจะเป็นอย่างไร ว่าถ้าเขาไม่ทำตามกฎหมายอื่นนี่ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ซึ่งเป็นสำนักงานเลขาธิการ ที่ดูแลภาพรวมนะครับ แต่ดูแลภาพรวมนี่เรากลับบอกว่ารายงานเฉพาะตามกฎหมาย ฉบับส่งเสริมนี้เท่านั้นกฎหมายฉบับอื่นห้ามยุ่ง มันตลกครับ มันก็กลายเป็นไม่ใช่สำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติที่ดูภาพรวมแล้วก็ดูเฉพาะ กฎหมายฉบับนี้ซึ่งก็เกี่ยวแต่เรื่องสังคม อันนี้ผมก็ขอฝากที่ประชุมได้พิจารณาด้วยนะครับว่า มันควรจะเติมคำว่า กฎหมายอื่น หรือเปล่า ดูกันด้วยเหตุด้วยผลดีกว่าครับ ผมว่าเราอย่ามีทิฐิเลยครับ ขอบคุณมากครับ แล้วผมก็ยืนยันให้ลงมตินะครับ แล้วผมก็จะได้แจ้งคนพิการว่าที่เราไม่ได้นี่ เพราะรัฐบาลเขาไม่เห็นด้วย เขาเห็นด้วยว่าคุณทำแค่นี้ ถ้ามีโอกาสฟ้องนายกรัฐมนตรีทักษิณ ก็ฟ้องไปด้วยครับ ขอบคุณครับ
เอานะครับ เดี๋ยวขอลงมติที่ประชุมแล้วกันนะครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ก่อนครับ
ท่านประธานครับ นิดเดียวเท่านั้นเองครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อกี้ที่ผมถามว่าในกรณีที่หน่วยงานราชการเขาไม่ทำนี่แล้วต้องปฏิบัติ ให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดนี่ แล้วผมถามว่าใครกำหนด ปรากฏว่า ทางคณะกรรมาธิการก็ได้ตอบว่าคนที่กำหนดพูดง่าย ๆ ก็คือคนที่ทำหน้าที่รับผิดชอบภายใต้ กฎหมายฉบับนี้นะครับเป็นคนบอกว่าจะเป็นเท่าไร
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วงท่านอรรถวิชช์นิดหนึ่ง
เอาให้จบก่อนได้ไหมครับ ท่านประธาน นิดเดียวครับ คือผมงงนิดเดียวครับ
ให้ท่านอรรถวิชช์ก่อนได้ไหมครับ เอาทีละท่านก่อน
ผมขออนุญาตประท้วงก่อนนะครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตประท้วงท่านกรรมาธิการที่ได้พูดไปเมื่อสักครู่ ท่านได้บอกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคเพื่อไทย ของรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับท่าน จริง ๆ แล้วในคณะกรรมาธิการ ต้องเป็นเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย ท่านจะมาใส่ร้าย ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งพวกผมก็เป็น ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลด้วย เรื่องของผู้พิการถ้าเราไม่รักผู้พิการ เราไม่สนใจผู้พิการ เราไม่ให้เข้า สภาผู้แทนราษฎรหรอกครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านได้เข้าใจว่าไม่ใช่เรื่อง ส.ส. รัฐบาล กับผู้พิการ เป็นเรื่องของกรรมาธิการเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยครับ ขอท่านได้ เข้าใจใหม่ ขอบคุณครับ
เชิญท่านอรรถวิชช์ก่อน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมงงมันเป็นแบบนี้ครับท่านประธาน ผมอ่านตามในหนังสือเล่มนี้ ระเบียบวาระการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พอเปิดดูข้างในก็จะมีคำว่าเวลาให้ตรวจสอบสิทธิของคนพิการให้ตรวจสอบ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็เป็นเรื่องของกฎหมายอื่นด้วย แต่ว่าเมื่อสักครู่ได้แจก รายงานกรรมาธิการมาแบบนี้ครับ ซึ่งตัดคำว่า กฎหมายอื่น ออก ซึ่งก็แปลว่าเวลาตรวจสอบ สิทธิคนพิการก็จะตรวจสอบเฉพาะแต่ได้รับตามพระราชบัญญัตินี้ฉบับเดียว ไม่ตรวจสอบ กฎหมายอื่นด้วย ตอนนี้กรรมาธิการเอาตามเล่มไหนครับ เอาตามเล่มนี้ใช่ไหมท่านประธานครับ ท่านประธานตอบผมก่อน
ทางสภาได้จัดส่งเอกสารในฉบับเพิ่มเติมที่แก้ไขถูกต้องไปให้กับท่านสมาชิกแล้วนะครับ
ก็คือตอนนี้ท่านประธาน ใช้ฉบับนี้ถูกไหมครับ ที่ถืออยู่ในมือกระผม พูดง่าย ๆ ก็คือว่า
เจ้าหน้าที่ดูหน่อยสิอันเดียวกับที่ผมถืออยู่หรือเปล่าไม่รู้ อันเดียวกันครับเชิญครับ
ท่านประธานชูให้ผมด้วยสิครับ ผมจะได้เห็นด้วยครับ อันเดียวกันไหมครับ อันเดียวกันนะครับ สรุปแล้วก็แปลว่า ทางคณะกรรมาธิการตัดเรื่องของกฎหมายอื่นออก ก็คือว่าให้ตรวจสอบสิทธิของคนพิการ ที่ได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้ฉบับเดียวเท่านั้น แล้วถ้าเกิดอันไหนที่ยังไม่ทำ ตามกำหนดก็ให้รีบแจ้งหน่วยงานให้ปฏิบัติตามในระยะเวลาที่กำหนด ถูกต้องใช่ไหมครับ แล้วเมื่อกี้เราโหวตกันมาแล้วในมาตรา ๖ ก็คือไม่เอาคำว่า กฎหมายอื่น มา แต่เมื่อกี้ ผมฟังอาจารย์วิริยะครับ ที่จริงเป็นประเด็นนะครับท่านประธาน ผมถามนี่ครับ อย่างกรุงเทพมหานครเองก็มีสิทธิที่จะต้องทำระเบียบให้กับคนพิการด้วย ถ้าเกิดว่ากฎหมาย ฉบับนี้บูรณาการให้คนพิการไม่ได้รัฐบาลจะทำไปทำไม เสียเวลาครับ ทำไมไปตัดคำว่า กฎหมายอื่น ออกครับ นี่ผมไม่เห็นด้วยแล้วครับ ท่านต้องเร่งไปยังทุกหน่วยงานที่มีกฎหมาย เกี่ยวข้องกับคนพิการ ไม่ใช่ท่านบอกว่าเป็นเฉพาะแต่พระราชบัญญัติฉบับนี้ฉบับเดียว แล้วก็เอาอีกนะครับ ถ้าเกิดจะเอาพระราชบัญญัติฉบับนี้ฉบับเดียวคนที่ดูแลอยู่ ก็มีองค์กรเดียวครับ ทำไมท่านถึงไม่บอกล่ะครับว่ากำหนดกี่วัน เดือนเท่าไรครับ ถ้าเกิด มันมีคนตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ท่านประธานต้องบอกให้ชัดครับกำหนดนั้นกี่วัน มันมี ๒ ทางนะครับ ที่ผมถามท่านมี ๒ นัย ผมอยากให้ท่านประธานผ่านไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการ ช่วยตอบทีเถอะครับว่าเสียงข้างมาก คิดอย่างไรถึงตัดเอาคำว่า กฎหมายอื่น ออกไป แล้วท่านใส่ลงมาท่านก็ยังไม่บอกอีกว่า กำหนดเวลากี่วัน ผมว่าแบบนี้คนพิการไม่ได้อะไรจากสิ่งที่ท่านทำ ขอบพระคุณครับ
ท่านอิสสระ สมชัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อันดับแรก ผมคงจะขอทักท้วงเรื่องรายงานที่ขอแก้ไขนะครับ รายงานฉบับที่เอามาแจกทีหลัง ของคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ มีการแต่งตั้งผมเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ แล้วบอกว่าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี ไม่ใช่นะครับ ผมเป็นสมาชิก ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อันนี้ส่วนหนึ่งนะครับ
ส่วนที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องการปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีความหมายกับคนพิการเป็นอย่างมากนะครับ ผมฟังคำอภิปรายของอาจารย์วิริยะซึ่งเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย การที่จะไปเพิ่ม กฎหมายคำว่า กฎหมายอื่น เข้าไปนั้นผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ เราจะไปขอแก้ไขเพื่อจะ ใช้บังคับเฉพาะพระราชบัญญัติฉบับนี้มันจะได้ประโยชน์อะไรจากการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ คนพิการเป็นจำนวนมากนะครับยังเข้าไม่ถึงสิทธิ ไม่ใช่มีเฉพาะพระราชบัญญัติฉบับนี้ ฉบับเดียว ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคนพิการอยู่ในพระราชบัญญัติอื่นค่อนข้างจะมากครับ ที่ท่านบอกว่ามันจะขัดหลักการ ท่านลองอ่านดูเหตุผลสิครับ เหตุผลในการแก้ไขกฎหมาย ฉบับนี้ท่านจะพบว่าในความมุ่งหมายจริง ๆ นั้นก็เพื่อจะให้คนพิการได้รับประโยชน์ จากพระราชบัญญัติจริง ๆ คำว่าได้รับประโยชน์คงไม่เจาะจงเฉพาะพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต้องหมายรวมถึงกฎหมายฉบับอื่นด้วย ฟังดูเหตุผลนะครับ บอกว่าโดยที่พระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ในเบื้องต้นพูดถึงเรื่องจะมีการ ยกฐานะสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาตินั้นให้มีฐานะเป็นกรม เพราะปัจจุบันนี้ยังไม่เป็นกรม สังกัดอยู่ในสำนักงานปลัดกระทรวง ผู้อำนวยการ แม้จะเป็นข้าราชการซี ๑๐ แต่ว่าไม่สามารถสั่งการอะไรได้ ในความมุ่งหมายนี้เบื้องต้น ก็คือจะยกฐานะขึ้นเป็นกรม
ในส่วนที่ ๒ บอกว่ากำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ ให้คำแนะนำ และช่วยเหลือคนพิการให้ได้รับสิทธิประโยชน์และอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้น เห็นไหมครับ รวมทั้งกำหนดให้องค์กรด้านคนพิการหรือองค์กรอื่นใดที่ให้บริการแก่คนพิการมีบทบาท ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมากขึ้น เห็นไหมครับ โดยเหตุผลนั้นก็อธิบาย ชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะอาศัยกฎหมายฉบับนี้ฉบับเดียว เพราะฉะนั้นการที่ อาจารย์วิริยะได้เสนอพร้อมด้วยกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ เสนอว่าให้เพิ่มคำว่า กฎหมายอื่น เข้าไปนั้นผมจึงถือว่าเป็นประโยชน์แก่คนพิการอย่างยิ่งและจะเป็นประโยชน์ ในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ครอบคลุมให้คนพิการนั้นได้เข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ผมจึงขอแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานแล้วก็หารือไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการ รวมทั้งท่านประธานวิปของทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ คือกราบเรียนว่า กฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็นแล้วก็มีความพยายามในการที่จะผลักดันมา เพราะว่ากลไก ในการติดตามดูแลเรื่องของสวัสดิการรวมทั้งสิทธิของพี่น้องคนพิการยังไม่สมบูรณ์ ในฐานะ ที่ช่วงที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมจะทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องเหล่านี้ด้วยตนเอง ผมทราบดีครับว่ามันมีปัญหาของพี่น้องคนพิการมากครับที่ไม่ได้ เกี่ยวข้องกับเฉพาะกฎหมายฉบับนี้เท่านั้น ก็ประสงค์ที่จะให้การติดตามแล้วก็การที่จะทำให้ การขับเคลื่อนเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งความจริงไม่ว่าจะเป็นกฎหมายฉบับใด รัฐบาลก็มีหน้าที่ในการปฏิบัติตามอยู่แล้ว มันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทีนี้ผมก็พยายาม ติดตามครับว่าปัญหาที่คณะกรรมาธิการเห็นไม่ตรงกันมันเป็นเพราะอะไร เพราะว่าฟังดู จากที่ท่านอดีตรัฐมนตรีเมื่อสักครู่นั่งลงไปก็เข้าใจว่าการแก้ไขตรงนี้มันเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมก็สอบถามกรรมาธิการในส่วนของพรรคก็เหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่มาพูดในประเด็น ของปัญหาข้อกฎหมายซึ่งนำเสนอโดยทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ทีนี้ผมก็เรียนอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลประท้วงนะครับ ผมเข้าใจว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากฟัง และเข้าใจจากคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าการเขียนอย่างนี้มันเกินหลักการ ผมมีความเชื่อนะครับ ว่าสมาชิกไม่ว่าจะฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน อยากจะสนับสนุนสิ่งที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยพูด อยู่เหมือนกัน แล้วก็เมื่อสักครู่ที่ท่านประท้วง ความจริงท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยไม่ได้ หมายถึงการทำงานในกรรมาธิการครับแต่หมายถึงการลงมติไปเมื่อสักครู่ ซึ่งค่อนข้างชัดว่า สมาชิกฝ่ายรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ทีนี้ผมอยากจะถาม อย่างนี้ครับว่าจริง ๆ แล้วที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พูดกับทางกรรมาธิการว่ามันเกิน หลักการ หลักการข้อไหนครับที่มันขัดหลักการ เพราะผมก็พยายามดูผมก็ไม่ได้คิดว่า มันขัดต่อหลักการ ซึ่งถ้ามันไม่ขัดต่อหลักการผมก็อยากจะหารือว่าเป็นไปได้ไหมล่ะครับว่า เราก็ขอให้มีการแก้ไขตามที่ทางกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเขาเสนอมา ทั้งหมดนี้ ไม่มีอะไรเลยนะครับ ไม่ได้ไปเป็นปัญหาอะไรกับใครเลย แต่ว่าทำให้การติดตามงานในเรื่องนี้ มันครอบคลุมปัญหาของคนพิการได้ทั้งหมดจริง ๆ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ท่านประธานถามให้ชัด ที่บอกว่าขัดหรือเกินหลักการนี่มันหลักการข้อไหน แล้วเราจะแก้ไขได้อย่างไรนะครับ
เชิญอาจารย์ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานอย่างนี้ได้ไหมคะ อยากจะขอหารือ ผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการทุกท่านได้โปรดช่วยกัน พิจารณาจริง ๆ เถอะค่ะ เพราะดิฉันก็เห็นอย่างที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเห็น และเพื่อน ๆ เห็นว่าการแก้ไขอย่างที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยขอและพวกเราร้องขอนี่ ก็เพื่อประโยชน์ทั้งหมดอย่างครอบคลุมและกว้างขวาง และเราก็มองไม่เห็นเลยว่าไปขัดหลักการ ที่ตรงไหน ในข้อที่ ๓ โดยเฉพาะเลยเวลาพูดถึงเรื่องของการตรวจสอบการได้รับสิทธิประโยชน์ ของคนพิการ ท่านก็ไม่ได้เขียนเลยว่าเป็นสิทธิประโยชน์ของคนพิการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วการเขียนกฎหมายซึ่งต้องถือว่าเป็นกฎหมายฉบับที่ครอบคลุม เพื่อที่จะให้การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการนั้นมันดีขึ้นกว่ากฎหมายที่เป็นอยู่ ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการแก้ไขกฎหมายตรงนี้ ดิฉันก็อยากจะร้องขอท่านประธานว่า ขอให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการช่วยสักนิดได้ไหมคะ ดิฉันก็เชื่อว่า นั่งอยู่ตั้งหลายท่านเกินกึ่งหนึ่งอยู่แล้วลองช่วยนิดเถอะค่ะ ถ้าเผื่อปรับอย่างนั้นเพราะมันจะเป็น แนวคิดต่อพระราชบัญญัติฉบับนี้คือให้ครอบคลุมไปถึงกฎหมายอื่น ๆ ด้วยได้ไหมคะ ขอบพระคุณค่ะ
คุณหมอเชิดชัยครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมอ่านกฎหมายฉบับนี้เป็นตามเจตนารมณ์ ตามหลักการและเหตุผลก็คือจะส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านประธานครับ ท่านอาจารย์วิริยะอาจจะคิดมากไปนะครับ ท่านต้องดูดี ๆ คือกฎหมายนี้ออกมาเพื่อให้ มีมาตรการที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพวกท่าน ๑. ยกฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบ มันใหญ่ขึ้น ๒. มาตรการอื่น ๆ ที่เขากำหนดก็พยายามกำหนดอยู่แล้ว ถ้าท่านลองอ่าน จนจบมันจะมีกฎหมายอื่น ๆ อยู่แล้วใน พ.ร.บ. นี้ โดยไม่ต้องใช้ให้มันฟุ่มเฟือย ผมจะยกตัวอย่างมาตรา ๗ ข้อที่ ๒ การใช้มาตรการบังคับตามกฎหมายนั้น ไม่รู้กฎหมายอะไร ก็คือกฎหมายอื่น ๆ นั่นแหละครับ แล้วถ้าหน่วยงานรัฐไม่แจ้งไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมาย กฎหมายอีกล่ะครับ ก็กฎหมายอื่นแหละครับ นอกจากนี้ยังไม่พอในมาตรา ๙ ก็ยังเป็น ไปตามกฎหมายกำหนด ยังไม่พออีก มาตรา ๒๐/๔ ศูนย์บริการคนพิการนี่ครับ ก็อีกมาตรการหนึ่งที่กำหนดให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่น หรือคณะกรรมการ หรือสำนักงานมอบหมาย เห็นไหมครับมันครอบคลุมอยู่แล้ว เพียงแต่ พ.ร.บ. นี้ต้องการจะให้เห็นชัดเจนว่าคณะกรรมการ หรือกรมที่ตั้งขึ้นมาใหม่มันต้องทำตาม พ.ร.บ. นี้นะครับ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เว้นกฎหมายอื่นด้วย มันต้องอ่านทั้งหมด เพราะฉะนั้นท่านวิริยะครับ ส.ส. พรรคเพื่อไทยเขาช่วยคนจน ช่วยคนตาบอดด้วย ช่วยคนพิการด้วย เพราะฉะนั้นท่านต้องใจเย็น ๆ นะครับ ผมทราบว่าคนพิการนี่น่าเห็นใจ ในขณะเดียวกันก็มีความรุ่มร้อนในใจเยอะอยากแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงทีหรือตามอำเภอใจ หรือตามอะไรก็แล้วแต่ท่าน แต่กฎหมายนี้ครอบคลุม ขอให้ท่านฟังดี ๆ จนจบก่อนนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ คือผมจะไม่ติดใจเลยนะครับถ้ากรรมาธิการเสียงข้างมากบอกว่าที่ไม่ใส่คำว่า กฎหมายอื่น เพราะตีความถึงอยู่แล้ว จะได้บันทึกไว้ในรายงานการประชุม แต่บันทึกอยู่ใน รายงานการประชุมว่ามันเกินหลักการ แล้วที่เราต้องยอมตัด ก็บอกว่าถ้าไม่ตัด กฎหมาย เข้าสภาไม่ได้ เอาความกลัวมาแขวนคอเรา เมื่อความกลัวแขวนอยู่ที่คอเราเราก็ต้องกลัว เพราะว่าคนพิการโดยหลักตามที่สหประชาชาติพูดอยู่แล้วครับ เราเป็นคนกลุ่มแรกที่ถูกลืม แล้วก็กลุ่มสุดท้ายที่ถูกระลึกถึง ที่เขาบอกว่าเดอะ เฟิร์สท ทู บี ฟอร์กอทเทน เดอะ ลาสท์ ทู บี รีเมมเบอร์ (The first to be forgotten the last to be remember) เพราะฉะนั้น โดยหลักมันถูกลืมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราจึงต้องใส่เอาไว้ให้รอบคอบ ถ้าบอกว่าอาจารย์ มันคลุมอยู่แล้วและบันทึกในรายงานการประชุม ผมไม่ติดใจเลยนะท่านประธาน แต่บันทึก ในรายงานการประชุมว่าตัดออกเพราะเกินหลักการ กฎหมายฉบับนี้ต้องการให้ตรวจสอบ เฉพาะฉบับนี้เท่านั้นจึงตัดออก เขาบอกถ้าไม่ตัด กฎหมายก็เข้าสภาไม่ได้ พวกผมก็ต้องยอมตัด แล้วก็ต้องยอมสงวน แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวมาอภิปรายในที่ประชุม ถ้าที่ประชุมเห็นว่า ไม่เกินหลักการอาจารย์ก็ได้เอง ก็มาอภิปรายแล้วว่าไม่เกินหลักการก็ไม่เห็นจะได้ตรงไหนครับ ท่านประธาน คนที่โหวตบอกว่าเกินหลักการแล้วก็ตกไป แล้วจะให้ผมพูดอย่างไร ก็ในเมื่อ บอกว่าเอาเข้ามาในที่ประชุมสภาถ้าที่ประชุมเห็นว่าไม่เกินหลักการอาจารย์ก็ได้เอง แล้วถามว่าเกินหรือเปล่า ท่านบอกว่าอย่าคิดมาก อันนี้แหละครับที่ทำให้คิดมาก เพราะอยู่ในรายงานการประชุมว่าที่ตัดออกเพราะอะไร ถ้าตัดออกเพราะตีความคลุมถึงอยู่แล้ว ผมไม่ติดใจ แต่ที่ติดใจเพราะว่าไปตีความว่ากฎหมายนี้หลักการมันแคบแค่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาอาจารย์ไปเติมกฎหมายอื่น ก็เหมือนเมื่อกี้ตัวแทน คณะกรรมการกฤษฎีกาชี้แจงมันกว้างขวางไปก้าวก่ายกฎหมายอื่นเขา มันก้าวก่ายตรงไหน ก็แค่บอกให้ทำตามกฎหมาย ถ้าไม่ทำก็รายงาน แล้วบอกว่าทำได้เฉพาะ พ.ร.บ. ส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กฎหมายอื่นห้ามยุ่ง ที่ท่านบอกผมว่าอย่าคิดมาก มันคลุมกฎหมายอื่นอยู่แล้ว มันสับสนครับ ถ้าตีความเหมือนกันว่ามันคลุมถึงอยู่แล้วผมไม่ติดใจ แต่ที่ผมติดใจเพราะบอกว่าเกินหลักการ ตัดออก แล้วเอาแค่กฎหมายฉบับนี้ แล้วมีอยู่ใน รายงานการประชุมของคณะกรรมาธิการด้วย แล้วบอกว่าผมคิดมาก ผมก็ไม่รู้ว่าผมจะ คิดน้อยไปทำไม ก็ต้องคิดมากครับท่านประธาน ในรายงานการประชุมอย่าง ท่านพูดไปอีกอย่าง แล้วบอกอย่าคิดมาก ขอบคุณมากครับ แล้วผมก็ขอให้โหวต เราก็อยากดูเหมือนกันว่า ทิฐิของมนุษย์มันไปถึงไหน ขอบคุณมากครับ
อาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานคะ ดิฉันรู้สึกกฎหมายฉบับนี้บรรยากาศมันแปลก ๆ แล้วก็น่าตั้งข้อสังเกตว่า เป็นกฎหมายส่งเสริมคนพิการ แต่คนพิการที่เข้าไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญเป็นเสียงข้างน้อย ทั้งสิ้น ท่านว่าแปลกไหมคะ ที่จริงแล้วดิฉันยังคิดว่าเสียงผู้พิการจะเป็นเสียงข้างมาก แล้วหลายคนจะเข้าใจ แล้วดิฉันก็เห็นท่าทีนะคะ รู้สึกคณะกรรมาธิการไม่หือไม่อือ ไม่ร้อนไม่หนาวเลย หลายคนอภิปรายไป อย่างที่ดิฉันเสนอมาตรา ๑๓/๑ (๑) ถ้าเป็นหน่วยงานรัฐที่ไม่ปฏิบัติให้รายงานต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาก่อนจะเสนอ คณะรัฐมนตรี (๒) ถ้าเป็นองค์กรเอกชนหรือบุคคลก็ให้แจ้งหน่วยงานรัฐ ถ้าหน่วยงานไม่ปฏิบัติ ให้แจ้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการตามกฎหมายองค์กรเอกชนหรือบุคคลนั้น มีอำนาจหรือคะ คณะกรรมการ แล้วก็ให้ดำเนินการกับหน่วยงานรัฐที่ละเลย แล้วจบที่คณะกรรมการ แล้วก็ถามว่าในเมื่อท่านไปไล่เบี้ยเอากับหน่วยงานของรัฐแล้วทำไมไม่เสนอคณะรัฐมนตรีล่ะ คณะรัฐมนตรีจะได้รู้หน่วยงานไหน ๑. หน้าที่โดยตรงก็ไม่ทำ ๒. หน่วยงานไหนเป็นหน้าที่ ที่ตรงกับเขาแล้วก็ยังไม่ทำ แล้วก็รู้สึกว่าไม่ได้รับการตอบสนองเลย อธิบายหน่อยสิว่า มันเสียหายที่ตรงไหน ถ้า (๒) จะให้ไปถึงคณะรัฐมนตรีด้วย แล้วเวลาพูดกันไปพูดกันมา ดิฉันว่ามันเข้าใจยาก ดิฉันได้ฟังที่ท่านคณะกรรมการกฤษฎีกาพูด ดิฉันเป็นกรรมาธิการ วิสามัญทีไรดิฉันมีปัญหากับคณะกรรมการกฤษฎีกาทุกที พูดไม่ตรงกันแล้วก็พูดไม่เข้าใจ แล้วสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็จะมีกรอบของตัวเองที่จะกำหนดเอาไว้ อย่างเช่น อันนี้ก็บอกว่า ๑. มันเกินหลักการ ๒. กฎหมายอื่นมันมีคนดูแลอยู่แล้ว เหมือนกับเราไป ก้าวก่ายไม่ได้ แต่ท่านดูหน้า ๔ มาตรา ๒๐/๒ องค์กรด้านคนพิการสามารถที่จะทำอะไรได้บ้าง มาตรา ๕ ให้บริการจัดหางานและส่งเสริมการมีงานทำให้แก่คนพิการ โดยอาจได้รับเงินอุดหนุน จากกองทุนอันนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมายแรงงานหรือเปล่า (๖) ให้บริการหรือจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการกีฬา หรือนันทนาการสำหรับคนพิการ ก็ยังไม่เป็นไร (๗) ประสานงาน เกี่ยวกับงานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์แก่คนพิการ ทั้งนี้ตามกฎหมายว่าด้วย ลิขสิทธิ์ กฎหมายอื่นไหม ถ้าท่านบอกว่ากฎหมายอื่นท่านไปขอเป็นเรื่อง ๆ ได้ใช่ไหมคะ แต่ถ้าบอกว่าถ้ามันเกี่ยวข้อง กฎหมายไหนเกี่ยวข้องกับคนพิการอย่าไปยุ่งกับเขา แต่ถ้า คนพิการอยากได้อะไรจากกฎหมายอื่นไปขอเขาได้กำหนดเอาไว้ในนี้ได้ (๘) ขอใช้ที่ราชพัสดุ หรือทรัพย์สินอื่นของทางราชการเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ และอาจได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น เราก็กำหนดได้ใช่ไหมคะว่าไม่ต้องเก็บภาษี ไม่ต้องเก็บค่าธรรมเนียมเรา เรากำหนดให้ กฎหมายอื่นปฏิบัติตามได้ใช่ไหม แล้วมันต่างอะไรกับการที่จะบอกว่าสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตรวจสอบเรียกร้องได้จากกฎหมายอื่น เหมือนกัน ถ้ากฎหมายอื่นกำหนดว่าด้วยเรื่อง สิทธิของคนพิการก็กำหนดไว้เลยว่าเขาก็เข้าไปตรวจสอบได้ตามอำนาจหน้าที่ตรงนี้ แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับคนพิการก็ได้แค่ที่ขอไปนี่ละค่ะ ขอไป ๒-๓ ข้อนี่แหละก็ได้แค่นี้ เพราะมันไม่เกี่ยวกับคนพิการ แต่เราจะขอให้เป็นสิทธิพิเศษกับคนพิการ ดิฉันก็เลยรู้สึกว่า มันแปลก ๆ อธิบายอย่างนี้ถูกต้องหรือเปล่า หรือว่าก็อยากจะพูดเหมือนบางท่านบอก ก็อย่าดื้อเลยลองทบทวนหน่อย เพราะไม่อย่างนั้นดิฉันว่าเห็นผู้พิการเป็นเสียงข้างน้อย แล้วมันตลก ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงกลายเป็นเสียงข้างน้อย แปลว่าเสียงข้างมากอย่างเรา คิดแทนเขาหมดเลยใช่ไหม หรือเหตุผลของเขาฟังไม่ขึ้นหรือว่าเขาขอมากเกินไปลองบอกหน่อยสิคะ แล้วท่านขยับเสียหน่อยข้อเสนอต่าง ๆ ไม่ใช่นั่งอยู่เฉย ๆ ดิฉันต้องเรียนท่านกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ท่านถูกบอกว่าเข้าไปเถอะเข้าไปถึงแล้วนี่ถ้าสภาเขามีความเห็นว่าอย่างไร ถ้าเขาบอกว่ามันไม่เกินอาจารย์ก็ได้กลับมาเองแหละ ดิฉันเรียนอาจารย์เลยอาจารย์อย่าเชื่อ ในที่ประชุมดิฉันไม่เห็นมีใครเลยลุกขึ้นแล้วก็บอกว่าที่บอกว่ากฎหมายอื่นมันเกินหลักการ หรือว่ามันเกินไป แต่ถ้าโดยมติออกมาโดยที่กรรมาธิการอยู่ข้างบนไม่แก้ไขมันก็จะออกมา ตามกรรมาธิการเสียงข้างมากมันไม่มีวันเป็นไปตามเสียงข้างน้อย ขอบคุณค่ะ
เชิญนายแพทย์ชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาต ท่านประธานในการที่จะใช้สิทธิของความเป็นสมาชิกที่จะได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณี ที่กรรมาธิการได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงในมาตรา ๗ ในร่างที่เสนอให้กับสภาเป็นการแก้ไข ในมาตรา ๑๓/๑ ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าขณะนี้เราเองทุกคนนะครับ ในฐานะเป็นสมาชิก เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า เรามีเจตนามีความประสงค์ดี กับพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะกฎหมายเฉพาะสำหรับคนพิการที่เรียกว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการฉบับนี้เป็นฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ผมขีดเส้นใต้ครับท่านประธาน เป็นฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ความหมายก็คือมีกฎหมายหลักอยู่แล้วกฎหมายหลักก็ใช้บังคับอยู่แล้ว แต่มีบางบทบางประการที่ไม่สอดคล้องกับการบังคับใช้ในสถานการณ์ปัจจุบันและ ไม่เป็นประโยชน์ก็มีการแก้ไขเพิ่มเติม ประเด็นที่เราพูดถึงนะครับ ผมขออนุญาตเข้าสู่ประเด็น ในร่างของกรรมาธิการที่รับไปจากสภาในมาตรา ๗ แก้ไขมาตรา ๑๓/๑ ประเด็น ที่กรรมาธิการได้แก้ไขก็มีอยู่ในวรรคสองนะครับ มีอยู่ใน (๑) และเพิ่มมาตรา ๗/๑ เข้ามา ตรงนี้ผมจะไม่พูดถึง เอาประเด็นที่กำลังถกกันว่าในการแก้ไขของกรรมาธิการนี่ ประเด็น ที่กรรมาธิการเองไปปรับปรุงร่างแล้วก็เสนอร่างเข้ามาใหม่ ท่านประธานครับ โดยข้อเท็จจริงแล้ว ผมเองไม่มีสิทธิที่จะอภิปรายในประเด็นคำว่า กฎหมายอื่น เลย แต่เผอิญว่ากรรมาธิการ ได้เสนอร่างเข้ามาและขอแก้ไขร่าง เพราะฉะนั้นผมก็ต้องขออนุญาตใช้สิทธินี้ที่จะอภิปราย ในประเด็นกฎหมายอื่นได้ด้วย ต้องขออนุญาตที่จะเปรียบเทียบในร่างเดิมที่เสนอเข้ามา มีคำว่า กฎหมายอื่น เป็นร่างของกรรมาธิการ ถ้าไม่มีการแก้ไขแบบนี้ผมไม่สามารถที่จะ อภิปรายได้โดยข้อบังคับ ประเด็นนี้ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า วิธีการบัญญัติกฎหมายเราต้องดูกฎหมายเดิมเป็นหลัก เราต้องดูกฎหมายเดิม เป็นหลัก ความหมายคืออะไรครับ ความหมายก็คือว่าในมาตรา ๑๓ เดิมในกฎหมายหลัก เป็นมาตราที่ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน หมายถึงสำนักงานส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ ก็เขียนอำนาจหน้าที่เอาไว้ ถ้าเราไปดูในอำนาจหน้าที่นะครับ ถ้อยคำที่บัญญัติที่เรามีข้อเห็นต่างกันในขณะนี้ระหว่าง กรรมาธิการเสียงข้างมาก กรรมาธิการเสียงข้างน้อย และเพื่อนสมาชิกนะครับจะบัญญัติว่า กฎหมายอื่นลงไปในร่างแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร ประเด็นนี้ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าเราไปดูอำนาจหน้าที่ในมาตรา ๑๓ ซึ่งว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน มีอยู่ ๕ วงเล็บครับท่านประธาน มีอยู่ ๕ วงเล็บ ถ้าอ่านตรงนี้มาผมต้องขออนุญาต ท่านประธานนะครับที่จะอ่าน ใน (๑) เป็นการประสานงานและร่วมมือกับหน่วยงาน ด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ ขีดเส้นใต้เลย ส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ นั่นหมายความว่าประสานทุกหน่วยงานเลยที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ สำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ผมไม่พูดถึงนะครับ จัดทำแผน สนับสนุนให้มีการจัดตั้งการดำเนินงาน สร้างความเข้มแข็งขององค์กรด้านคนพิการทุกกลุ่ม (๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ คืออำนาจหน้าที่ ของสำนักงานนะครับ หรือตามกฎหมายอื่น หรือตามที่รัฐมนตรี หรือคณะกรรมการ มอบหมาย ถ้าอ่านอย่างนี้นะครับใน (๕) นี่ให้อำนาจกรรมการชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่อื่น ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือตามกฎหมายอื่นได้ด้วย นั่นหมายความว่า ถ้ามีกฎหมายอะไรที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวข้องนี่เขาก็สามารถก้าวล่วงเข้าไปที่จะปฏิบัติหน้าที่ ในการที่จะคอยประสานงาน จะคอยดูแลให้องค์กรและหน่วยงานเหล่านั้นได้ดูแลผู้พิการ หรือพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการตามที่มีกฎหมายอื่นบัญญัติ อันนี้ดูถึงมาตรา ๑๓ นะครับ นั่นหมายความว่าการที่จะเข้าไปดูผู้พิการตามกฎหมายอื่นนี่อำนาจมาตรา ๑๓ เดิมให้ไว้อยู่แล้ว ให้ไว้อยู่แล้วนะครับ ทีนี้มาดูมาตรา ๑๓/๑ ที่เขียนขึ้นมาใหม่ มาตรานี้เป็นมาตราที่ว่าด้วย ในหลักการนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ว่าด้วย การกำหนดขั้นตอนและวิธีการให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ได้ดำเนินการตรวจสอบการได้รับสิทธิประโยชน์ของผู้พิการ เป็นการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ ที่จะได้รับ การที่จะเข้าไปตรวจสอบสิทธิประโยชน์ก็ต้องอาศัยอำนาจตามกฎหมายนี้ ไปตรวจสอบ อำนาจถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ให้ เดิมไม่มีกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจ ในการตรวจสอบสิทธิ กฎหมายเดิมที่บังคับใช้อยู่ไม่ได้ให้อำนาจเขาไปตรวจสอบสิทธิได้รับ กฎหมายฉบับนี้ก็เลยไปแก้ไขว่า ให้อำนาจตามกฎหมายฉบับนี้ คุณเข้าไปตรวจสอบ ในการเข้าไปตรวจสอบนั่นคือไปตรวจสอบสิทธิที่ได้รับนะครับ การที่จะบอกว่าสิทธิได้รับ เป็นไปอย่างไรก็เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ สิทธิในการที่ได้รับการศึกษาอาจจะมีเขียนไว้ ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการศึกษา นั่นคือสิทธิที่เขาพึงมีพึงได้ ถามว่าการใช้อำนาจในการไป ตรวจสอบสิทธิเหล่านั้นถ้าไม่มีอำนาจตามกฎหมายนี้ให้สำนักงานสามารถเข้าไปดำเนินการ ได้หรือไม่ ไม่ได้ครับ ทำไม่ได้เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติกฎหมายรองรับ คำว่า ตรวจสอบ ใช้อำนาจตามกฎหมายนี้ ก็คือกฎหมายฉบับนี้รองรับสิทธิที่คุณจะไปทำประสานงานทุกฝ่าย ทุกส่วนเลยที่บัญญัติไว้ ไม่ว่าจะหน่วยงานไหน หน่วยงานใดก็แล้วแต่ที่ทำหน้าที่ในการที่จะ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ความหมายของการบัญญัตินี่ผมเข้าใจว่าน่าจะมี ความคลาดเคลื่อนในความเข้าใจว่าการไม่เขียนกฎหมายอื่นลงไปจะทำให้กรรมการเข้าไป ตรวจสอบไปประสานงานไม่ได้ จริง ๆ ไม่ใช่ครับ โดยมาตรา ๑๓ เดิมมันทำได้อยู่แล้ว ติดต่อประสานงานเพิ่มเติมเรื่องการตรวจสอบเข้าไป การที่จะบัญญัติไว้ว่าไปตรวจสอบ ตามกฎหมายฉบับนี้และกฎหมายอื่น
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมต้องการกราบเรียนท่านประธานครับ สิทธิที่จะเข้าไป ตรวจสอบตามกฎหมายอื่น กฎหมายอื่นไม่ได้บัญญัติไว้ ต้องใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับนี้ เท่านั้นที่จะไปตรวจสอบ ความหมายของผู้เขียนในการบัญญัติเมื่อเขียนมาตรา ๑๓ ไว้เรียบร้อยแล้ว อำนาจในการประสานงานติดต่อแจ้งหน่วยงานและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดำเนินการได้ แต่ว่าในชั้นที่เขาไปทำต้องอาศัยพระราชบัญญัตินี้เท่านั้นที่จะไปทำ เปิดเข้าไปทำนั้นได้ ไม่ได้หมายความว่าไปใช้อำนาจกฎหมายอื่นไปตรวจสอบนะครับ เพราะคณะกรรมการหรือสำนักงานชุดนี้เป็นสำนักงานที่ว่าเป็นไปตามกฎหมายฉบับนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกนะครับ เราอาจจะมี ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของถ้อยคำแล้วก็วัตถุประสงค์การเขียน วัตถุประสงค์เหมือนกันเลยครับ ไม่จำเป็นต้องไปบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓/๑ คำว่า กฎหมายอื่น เพราะบัญญัติไว้ท่านก็ไม่ได้ใช้ อำนาจตามกฎหมายอื่นไปตรวจสอบสิทธิ ผมเน้นนะครับ ท่านไม่ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายอื่น ไปตรวจสอบสิทธิของผู้พิการ การไปตรวจสอบสิทธิของผู้พิการอาศัยกฎหมายนี้เท่านั้น ที่ไปตรวจสอบได้ จะเป็นหน่วยงานใด ภาคส่วนใด แม้กระทั่งเอกชนนะครับ กฎหมายเดิม เขาเขียนไว้ในมาตรา ๑๓ อยู่แล้วในการที่จะประสานงานในการจะติดตาม ปฏิบัติตาม กฎหมายอื่นเขียนไว้เป็นอำนาจหน้าที่หลักอยู่แล้ว เพิ่มเติมเข้าไปในมาตรา ๑๓/๑ เรื่องขั้นตอนวิธีการตรวจสอบสิทธิเท่านั้นเองเขียนไว้ ผมถามท่านประธานว่ามีพระราชบัญญัติอื่น ที่ว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับเขาเขียนไว้ ผมถามว่าเขาเขียน ให้อำนาจสำนักงานเข้าไปดำเนินการตรงนั้นหรือไม่ ไม่ใช่ครับไม่ใช่เลย มันเป็นอำนาจหน้าที่หลัก ของเขาที่จะต้องจัดดำเนินการให้ เช่น จัดการศึกษา จัดการเอื้ออำนวยการขนส่ง จัดเรื่องรายงานอย่างนี้นะครับ เขาก็บัญญัติเป็นบทเฉพาะเอาไว้ว่ากฎหมายนั้นให้อะไร แต่เขาไม่ได้บอกว่าเขาหรือสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ที่เป็นไปตามกฎหมายฉบับนี้ไปอยู่ในกฎหมายเขามันไม่ใช่ ผมอยากให้แปลความให้ถูก แล้วก็ไม่จำกัดครับ ก็ตอบคำถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่ท่านอยากจะให้รายงานในสภานี้บันทึกว่าสิทธิที่มีตามกฎหมายอื่นนั้นไม่ได้ถูกงดเว้น ในการที่จะตรวจสอบสิทธิ ไม่ได้ละเลยนะครับ เขียนอย่างนี้ไม่ได้ละเลยเลย แต่ว่าการที่จะ ไปทำอย่างนั้น ผมขีดเส้นใต้อีกครั้งหนึ่งก็คือว่าต้องอาศัยกฎหมายนี้เข้าไปเท่านั้น ก็เลยบอกว่าเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ สิทธิที่จะเข้าไปเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ สิทธิของผู้ตรวจสอบนะครับ ไม่ใช่สิทธิคนพิการ สิทธิของผู้ตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมาย ฉบับนี้ที่จะเข้าไปได้ เข้าไปได้ทุกส่วน อ้างมาตรา ๑๓ เดิม ประสานงานทุกองค์กร อ้างมาตรา ๑๓ เดิม มาตรา ๑๓ เดิมยังบอกให้ปฏิบัติตามกฎหมายอื่นได้ด้วย ซึ่งผมกราบเรียนท่านประธานครับ ในการที่เราจะถกกัน หารือกัน เถียงกัน มันเป็นประเด็น ที่ถือว่าเป็นประโยชน์ยิ่งเพื่อความรอบคอบ แต่ว่ากระบวนการวิธีการตรากฎหมาย การเขียนกฎหมายก็ต้องเคารพวิธีการเขียน ถ้าสาระมันไม่เปลี่ยนเลย ครอบคลุมอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมาถกกันให้เกิดเป็นประเด็น ผมเองก็ค่อนข้างจะลำบากใจพอมีกฎหมาย ที่เกี่ยวเนื่องกับพี่น้องประชาชนเข้ามา ถ้อยคำ คำบรรยาย คำอภิปรายของท่านสมาชิก มีความโน้มเอียงที่จะไปอภิปรายทำนองที่จะโน้มน้าว ชักจูง ให้เห็นว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่สนับสนุน หรือสนับสนุน ผมเชื่อว่าตรงนั้นไม่น่าจะเป็นคำอภิปรายในรัฐสภาของเรา หรือในสภาของเรา เราต้องเอาวิธีการที่เขียนไว้ว่าเขียนแล้วมันปฏิบัติได้ ไม่ได้ ถูกนิติวิธีไหม มาพูดกันน่าจะเป็นประโยชน์กว่า ถ้าไม่เขียน สิทธิได้รับเหมือนเดิมทุกอย่างก็ไม่จำเป็น ต้องเขียน ถ้าเขียนแล้วเกิดการตีความไม่ได้เกิดประโยชน์ก็ไม่จำเป็นต้องเขียน ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ของผมเองมุมผมไม่เขียนในมาตรา ๑๓/๑ ด้วยคำว่า กฎหมายอื่น ก็สามารถที่เข้าไปตรวจสอบสิทธิทุกอย่างขององค์กร ของหน่วยงาน และของกฎหมายอื่นได้ อันนี้คือสิทธิที่จะไปตรวจสอบตามกฎหมายนี้ให้สิทธิเขาไป ต้องแปลความให้ถูกครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านอรรถวิชช์ครับ เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก่อนครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ คือความจริงผมคิดว่าประเด็นที่มีการอภิปรายมันไม่ได้ซับซ้อนมากนะครับ แต่ว่าอยากให้ ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือคณะกรรมาธิการชี้แจงให้ชัดนะครับ คือเมื่อสักครู่ ที่คุณหมอชลน่าน ประทานโทษที่เอ่ยนาม อภิปรายและพูดถึงว่าคำว่า พระราชบัญญัตินี้ แล้วจะเติมว่าพระราชบัญญัติอื่นหรือไม่เป็นเรื่องของอำนาจการตรวจสอบ ซึ่งอันนั้น จริงเฉพาะคำว่า ตามพระราชบัญญัตินี้ ที่ปรากฏครั้งแรกในมาตรา ๑๓/๑ เท่านั้นนะครับ แต่ที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยต้องการแปรญัตติมันจะอยู่ในบรรทัดที่ ๓ และบรรทัดที่ ๔ ด้วย ซึ่งไม่ได้พูดถึงเรื่องอำนาจการตรวจสอบของสำนักงาน แต่พูดถึงสิทธิที่เกิดขึ้นตามกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่น เช่นเดียวกับในมาตรา ๖ (๔/๑) ฉะนั้นผมอยากให้ทางคณะกรรมาธิการ ชี้แจงให้ชัดว่ากรณีที่มีสิทธิของพี่น้องคนพิการที่ถูกบัญญัติอยู่ในกฎหมายฉบับอื่นที่ไม่ใช่ พ.ร.บ. ฉบับนี้สรุปแล้วสำนักงานมีสิทธิในการที่จะตรวจสอบหรือไม่ ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่า ยังไม่ได้ปฏิบัติ มีสิทธิในการรายงานต่อคณะกรรมการเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ตอบตรงนี้ให้ชัดก่อนครับ ถ้าตอบว่าทำได้อยู่แล้ว ผมเชื่อว่ากรรมาธิการเสียงข้างน้อย ไม่ติดใจ แต่ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นก็ต้องถามว่าทำไมไม่สามารถเขียนได้ แล้วผมก็เรียนว่า ถ้าอย่างนั้นจะให้ต้องตีความทำไมล่ะครับ ก็เขียนไปเลยแทนที่จะเขียนว่าตามพระราชบัญญัตินี้ ก็เขียนว่าตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ปรากฏอยู่ในมาตราอื่นอยู่แล้ว ทำไมต้อง เขียนว่าตามพระราชบัญญัตินี้ ทำไมไม่เขียนว่าตามที่กฎหมายกำหนด ผมว่าอธิบายตรงนี้ จะประหยัดเวลาของสภาครับ เพราะว่าถ้าทุกฝ่ายยืนยันว่าต้องการให้ตรวจสอบได้ แม้เป็นสิทธิที่กำหนดในกฎหมายอื่นก็เขียนให้มันเป็นอย่างนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมคิดไปถึงอนาคตด้วย ผมเชื่อว่าในอนาคตกฎหมายอาจจะเกี่ยวกับการศึกษา กฎหมาย เกี่ยวกับการสาธารณสุข กฎหมายเกี่ยวกับอาคาร กฎหมายเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ อาจจะไปมีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของพี่น้องคนพิการ ถามว่าถ้าสำนักงานไม่สามารถ ติดตามได้แปลว่าในอนาคตจะบัญญัติสิทธิของคนพิการเพิ่มในกฎหมายใด ต้องมาแก้ กฎหมายนี้ด้วยหรือเปล่า เพราะฉะนั้นอยากให้ตอบให้ชัดว่าตกลงทำได้หรือไม่ได้ กรณีที่สิทธิบัญญัติอยู่ในกฎหมายอื่น ถ้าท่านยืนยันว่าได้จะได้บันทึกไว้ แล้วผมว่า กรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็จะไม่ติดใจ แต่ถ้าบอกว่าไม่ได้ ผมว่าต้องหาวิธีเขียนให้มันได้ ก็เท่านั้นเองครับ
เชิญครับกรรมาธิการ มันเขียนอยู่ในมาตรา ๒๐ ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งมีทั้งหมด ๑๐ อนุมาตรา ซึ่งรวมถึงสิทธิการศึกษาซึ่งเป็นกฎหมายอื่นด้วย เราเขียนบอกว่า คนพิการมีสิทธิตามกฎหมายนี้ เพราะฉะนั้นกฎหมายอื่นจะต้องแก้ให้ตาม เพราะฉะนั้น แต่ทีนี้ปัญหามันมีที่เราเขียนดังนี้นะครับ แล้วขณะเดียวกันก็มาตรา ๑๓ ไปเขียนเปิดช่องให้ว่า จริง ๆ แล้วการตรวจสอบสิทธินั้นเป็นการตรวจสอบสิทธิตามมาตรา ๑๓ แล้วก็ทีนี้ ปัญหามีพอตรวจสอบสิทธิตามมาตรา ๑๓ มันยังมีปัญหาอยู่นิดหนึ่งคือว่าในการตรวจสอบสิทธิ หน่วยงานอื่นอาจจะขัดขืนไม่ยอมทำตาม แต่ถามว่าใช้สิทธิตามไหนครับ ใช้สิทธิตาม พระราชบัญญัตินี้ ถ้าไม่มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้เข้าไปตรวจสอบเขาไม่ได้ ทีนี้จึงไม่ต้อง เขียนกฎหมายอื่น เสร็จแล้วขณะเดียวกันพอไปตรวจสอบสิทธิแล้วพบว่าเขาไม่ทำตาม ท่านทำอย่างไร ท่านใช้สิทธิตามมาตรา ๑๓ ทั้งหมด ขอประสานงานก็แล้ว ถ้าขอประสานงานแล้วเขายังไม่ทำตามอีกท่านมาทำตามมาตรา ๑๓/๑ (๑) รายงาน คณะรัฐมนตรี ถามว่าคณะรัฐมนตรีจะทำอะไรครับ ๑. ท่านอาจจะสั่งการให้หน่วยงาน ตาม (๕) บอกว่าสั่งการให้ทำตามมติคณะรัฐมนตรีถ้าสั่งว่าให้ ครม. แก้ไขกฎหมายของ หน่วยงานอื่นได้ก็เป็นไปตามนั้น ถูกไหมครับ ถามว่าทำไม ครม. มีอำนาจเหนือทั้งหมด เพราะฉะนั้นเขาจำเป็นต้องสั่งการได้ เพราะฉะนั้นทุกอย่างเขียนอยู่ในมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๓/๑ แล้วก็มาตรา ๒๐ เพราะฉะนั้นผมถึงอธิบายถึงนี้ครับ
ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เชิญครับ
ท่านครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยนะครับ ท่านอย่าอ้างเฉพาะมาตรา ๒๐ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สมมุติวันข้างหน้ามีการออกกฎหมายอย่างที่ผมกราบเรียนนะครับอาจจะเป็นเรื่อง สาธารณสุข อาจจะเป็นเรื่องไอซีที (ICT) อาจจะเป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ในกฎหมายนั้น เกิดเขียนสิทธิของคนพิการขึ้นมาใหม่ ถามว่าสามารถไปตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายนั้น ได้หรือไม่ ง่าย ๆ อย่างนี้ครับ ถ้าได้ผมว่ากรรมาธิการเสียงข้างน้อยไม่ติดใจครับ แล้วบันทึกไว้ด้วยในสภา
ท่านกรรมาธิการว่าอย่างไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม อัครวัฒน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา กรรมาธิการนะครับ ผมขออนุญาต เรียนชี้แจงเรื่องนี้คือกฎหมายที่เขียนปัจจุบันคือกฎหมายปัจจุบัน และที่เขียนขณะนี้เรามอง กฎหมายในอนาคตเราไม่อาจจะทราบได้ว่าในอนาคตจะมีกฎหมายอื่นอีกหรือไม่ แต่ว่า ถ้าท่านเขียนอย่างนั้นนะครับ ผมก็มาแก้อีกทีแก้มาตรา ๒๐ เขียนให้มันเข้าไปผมก็ทำได้ อยู่แล้ว แก้กฎหมายมันแก้ได้อยู่แล้วนะครับ กฎหมายอื่นแก้ได้ทำไมเราจะเขียนแก้ไม่ได้ แต่กฎหมายอื่นจำเป็นต้องแก้ได้เหมือนกัน เพราะว่าถ้าไม่แก้เลยกฎหมายก็ใช้ไม่ได้ เสร็จแล้ว กฎหมายนั่นละครับคือปัญหาที่เราทำมาแล้วจะเขียนกฎหมายอย่างนี้ไปทำไม แค่นั้นเองครับ
เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธานที่เคารพครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่อย่างไรครับคือปัญหา เพราะว่าถ้าท่าน ยอมแก้ตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนี่ท่านจะไม่มีปัญหาความวุ่นวายในการแก้กฎหมาย หลายฉบับ ถามว่าทำไมสมมุติว่าสัปดาห์หน้ารัฐบาลเกิดเสนอกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องไอซีที เข้ามา ตอนเสนอเข้ามานี่อาจจะยังไม่ได้คิดถึงประเด็นในแง่มุมของคนพิการ สภาแห่งนี้บอกว่า เมื่อจะทำเรื่องนี้ทั้งทีออกกฎหมายทั้งทีนี่ช่วยให้สิทธิคนพิการในเรื่องนี้ด้วย ปรากฏว่า ถึงตอนนั้นผมเชื่อว่าเดี๋ยวคณะกรรมการกฤษฎีกาก็มาบอกอีกว่าแก้ไม่ได้หรอก เพราะว่า ไม่ได้อยู่ในกฎหมายคนพิการอีก กลับไปแก้กฎหมายคนพิการก่อน เราทำอย่างนี้ทำไมล่ะครับ เรามีกฎหมายนี้ไว้บูรณาการอยู่แล้วให้มีกลไกในการติดตามสิทธิของคนพิการที่เป็นสิทธิ ที่ถูกกำหนดโดยกฎหมายนะครับ ซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติตามอยู่แล้ว ท่านขัดข้องอะไรล่ะครับ กับการที่จะยอมรับว่ากรรมการชุดนี้ สำนักงานนี้ สามารถที่จะติดตามสิทธิของคนพิการ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายทุกฉบับ มันมีข้อเสียอะไรครับผมไม่เข้าใจ
ท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเรียนอย่างนี้ครับที่บอกว่าขัดหลักการหรือไม่ อย่างไร หลักการก็เป็นไปตาม (๓) ครับ ให้กำหนดขั้นตอนและวิธีการให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบการได้รับสิทธิประโยชน์ของคนพิการ ในหลักการเขาเขียนแค่นี้ครับ เขาไม่ได้บอกว่าตรวจบังคับเฉพาะตามพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือว่าห้ามไปยุ่งกับกฎหมายฉบับอื่น ในหลักการเขียนแค่นี้ครับ เขียนว่าให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ไปดำเนินการตรวจสอบ หลักการเขาเขียนกว้าง ๆ ครับ ผมไม่เห็นว่ามันจะขัดกับหลักการ ตรงไหนเลยครับเรื่องที่ ๑ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านเข้าไปตรวจสอบได้ปั๊บ อย่าลืมนะครับ ท่านขอแก้กฎหมายเที่ยวนี้ท่านเอาเงินไปด้วยนะครับสำนักงานนี้ ทำไมครับ ไม่ทำงานหรือครับ ตรวจสอบสิทธิอื่นมันยากตรงไหนครับ มันเป็นการให้สิทธิซึ่งคนพิการที่เขามีอยู่แล้ว ตามกฎหมายครับ กฎหมายนั้น ๆ ก็กำหนดว่าคนพิการต้องได้รับสิทธิอะไรบ้าง แค่สำนักงานนี้ ลงไปช่วยตรวจสอบเป็นวัน สตอป (One stop) ให้กับคนพิการว่ามีที่ไหนบ้างที่มันยังค้างคาอยู่ แล้วไม่ปฏิบัติตาม มันจะเป็นจะตายกันอย่างไรครับท่านประธาน หลักการก็ไม่ผิดอะไร และผมเชื่อนะครับ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากท่านคิดให้ดีเถอะครับ แล้วผมก็เชื่อว่า คนในพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรครัฐบาลต้องเห็นแนวนี้ครับ มันไม่ขัดอะไรครับ แล้วมันดีเสียอีกครับ องค์กรที่ท่านตั้งขึ้นมาเงินท่านก็ได้ไป เพราะเดี๋ยวกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง เรื่องของการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เขาให้เงินท่านไปครับ ถูกไหมครับ กองทุนครับ คราวนี้คำถามคือว่าแล้วทำไมไม่ทำงานล่ะครับ อย่าดันทุรังครับ ยืนตอบในสภาชัดเจน ว่าจะลงไปตรวจสอบกฎหมายอื่นด้วย ให้คนพิการเขาได้สิทธิ มันไม่ใช่เป็นเรื่องอะไรหนักหนา และผมเชื่อว่าท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติที่นี่ทุกคนเห็นด้วยและพร้อมยกมือให้ แต่ถ้าท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากทำไม่ได้ ผมว่าผมเสียใจนะครับถ้าเกิดว่า ท่านเป็นผู้แทนราษฎรแล้วท่านทำแบบนั้นไม่ได้ ขอบพระคุณครับ
ท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เหตุผลที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ชี้แจงชัดเจน ว่ากฎหมายฉบับนี้บกพร่องมีปัญหาอย่างแน่นอน แล้วผมต้องเรียนตรง ๆ ว่าผมอยู่ในสภานี้ มาเป็นเวลานาน เป็นประธานพิจารณากฎหมายมาหลายฉบับ ก่อน ๆ แรก ๆ ก็เชื่อถือ คณะกรรมการกฤษฎีกา แต่เดี๋ยวนี้ผมไม่เคยเชื่อถือคณะกรรมการกฤษฎีกา หลายปีมาแล้ว ตั้งแต่อยู่ที่วุฒิสภาด้วย เพราะว่าความเห็นวุฒิสภานั้นเป็นความเห็นหนึ่ง เท่านั้นเอง บางทีให้ความเห็นไม่ถูกต้องก็หลายเรื่อง นี่เรียนตรง ๆ นะครับ ผมไม่กลัวคณะกรรมการกฤษฎีกา ผมพูดตรงไปตรงมา แล้วกฎหมายฉบับนี้ ถ้าออกไปเพื่อส่งเสริมคนพิการ แต่ออกไปลักษณะให้กฎหมายพิกลพิการมันไม่ดีเลยนะครับ ควรจะออกมาให้สมบูรณ์ ส่งเสริมเขาจริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นทางที่ดีผมคิดว่ากรรมาธิการ ปรึกษากันแล้วถอนร่างฉบับนี้ไปปรับปรุงใหม่ให้สมบูรณ์ดีกว่าครับ ผมว่าอย่างไรก็ตาม พวกเราสนับสนุนเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาสมบูรณ์ อย่าให้พิการเลยครับเหมือนกับว่า เป็นร่างส่งเสริมคนพิการแล้วออกกฎหมายมาพิการ ขอบคุณครับ
ท่านอาจารย์ดอกเตอร์กนกครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าขอความกรุณาเถอะครับ ประเด็นที่สำคัญโดยเฉพาะผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาที่เป็นกรรมาธิการเสียงข้างมาก ข้อมูลที่สำคัญมากก็คือที่อาจารย์วิริยะ ได้เล่าเบื้องหลังของการตัดประเด็นเหล่านี้ออก มันชัดเจนนะครับว่าท่านมีความคิดที่คับแคบ แล้วก็สิ่งที่สำคัญ ผมคิดว่าย้อนกลับไป ผมไม่อยากเห็นเจตนาดีของรัฐบาลในการช่วยคนพิการ ถูกบิดเบือนนะครับ ประเด็นที่สำคัญก็คือว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันเริ่มจากเรามองว่าคนพิการ มีสิทธิที่พึงจะได้รับ เราไม่ได้ทำเรื่องที่จะช่วยเหลือคนพิการหรือว่าให้สังคมสงเคราะห์ คนพิการและคนพิการต้องมาเป็นหนี้บุญคุณ ส.ส. หรือว่ารัฐบาล แต่เราทำเพราะเราเห็นถึง สิทธิความเป็นมนุษย์ของคนพิการ และเขามีข้อจำกัดในทางร่างกายของเขาหรือในทาง อารมณ์ หรือในทางสมองของเขา เราจึงออกกฎหมายนี้เพื่อจะรักษาสิทธิของคนพิการ และไม่ผลักให้เขาไปเป็นภาระของสังคม และในทางกลับกันทำให้คนพิการสามารถจะพัฒนา ศักยภาพแล้วก็กลับมาเป็นสิ่งที่มีคุณค่าแล้วก็ทำประโยชน์ให้สังคม ถ้าเราคิดอย่างนี้นะครับท่านประธาน เราจะไม่คิดเลยว่าเราจะไปจำกัดอะไรบ้างในกฎหมาย ฉบับนี้ ตรงกันข้ามเราจะต้องคิดต่อไปด้วยซ้ำว่าจะให้กฎหมายฉบับนี้บรรลุวัตถุประสงค์ อย่างไร วัตถุประสงค์ หลักการของกฎหมายฉบับนี้ถึงที่สุดแล้วนี่ก็คือการส่งเสริมคุณภาพ ชีวิตคนพิการ แล้วก็ตั้งใจจะทำอย่างบูรณาการ ซึ่งเป็นหลักการที่ดีนะครับ แล้วพวกผมทุกคน ก็ให้การสนับสนุนในเรื่องเหล่านี้ ทีนี้พอเราแปลงตรงนี้มาสู่การปฏิบัตินี่เราต้องไม่ทิ้งหลักการ ตรงนี้นะครับ ซึ่งเป็นหลักการที่ใหญ่ที่สุดคือการทำให้คนพิการสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ อย่างมีศักดิ์ศรีแล้วก็มีเกียรติ แล้วก็ทำประโยชน์ได้ ผมขออนุญาตเรียนกับท่านประธาน ในมาตรา ๑๓/๑ นี้ ประเด็นที่บอกว่าตรวจสอบ ผมขออนุญาตถ้าวิเคราะห์ในเชิงภาษา ในการตรวจสอบการได้รับสิทธิประโยชน์ของคนพิการตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าทำการวิเคราะห์ในเชิงภาษาชัดเจนก็คือตรวจสอบสิทธิที่ได้รับประโยชน์ตาม พ.ร.บ. นี้ ไม่มี พ.ร.บ. อื่นหรอกครับ แล้วถ้าอ่านต่อไปนะครับ เมื่อสำนักงานพบว่าหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชนหรือบุคคลใดซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่มีพระราชบัญญัติอื่นนะครับ ให้สำนักงานแจ้งหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลดังกล่าวให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ก็คือจบแค่นั้นครับ แล้วที่ท่านอ้างถึง พ.ร.บ. ต้นฉบับที่มีอยู่ ๑๐ อนุมาตราที่เป็นหน้าที่ต่าง ๆ เหล่านั้น ประเด็นของ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็พูดชัดเจนครับว่าในอนาคตจะพูดถึงสิทธิประโยชน์ ใหม่ ๆ เกิดขึ้น เพราะโลกมันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นก็เท่ากับว่า เราผูกขาตัวเราเอง ผมไม่อยากให้ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกามาผูกขาสภาที่ตั้งใจ จะทำสิ่งที่ดีงามให้กับคนพิการนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้ผมอยากจะขอความกรุณา กรรมาธิการโดยเฉพาะเสียงข้างมากนี่ ท่านดูเจตนารมณ์จริง ๆ นะครับ เราไม่ได้มาต่อสู้กัน แพ้ชนะ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านหรอกครับ สิ่งที่เราอยากเห็นก็คือการทำสิ่งที่ดีงามให้กับคนพิการ และในกฎหมายฉบับนี้เจตนาที่ดีเลยที่รัฐบาลเสนอเข้ามา ก็คือว่าอยากให้หน่วยงาน ที่จะเกิดขึ้นซึ่งจะเป็น พ.ร.บ. ต่อไปนี้เป็นหน่วยงานที่จัดการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ อย่างบูรณาการได้ ไม่ใช่ปล่อยให้คนพิการไปวิ่งหน่วยงานนั้นวิ่งหน่วยงานนี้ ซึ่งท่านอาจารย์วิริยะ พูดชัดเจนนะครับว่าจะให้คนพิการไปประท้วงทุกรายการหรือ แล้วต้องวิ่งไปประท้วง หน่วยงานนี้แล้ว วิ่งไปประท้วงกระทรวงนั้น วิ่งไปประท้วงกฎหมายฉบับนี้ มันไม่ใช่หรอกครับ เจตนาของรัฐบาลก็คือต้องการให้หน่วยงานนี้เป็นตัวกลางที่จะช่วยดูแลคนพิการ แล้วก็รักษาสิทธิของคนพิการ ตรงนั้นครับเป็นหัวใจของมัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าเรามองภาพให้กว้างอย่างนี้เราเขียนให้ชัดเถอะครับ กฎหมายอื่น เพราะถ้าท่านประธานจำได้ เมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้ผมเองก็เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาคนพิการนะครับ แล้วก็ท่านอาจารย์วิริยะก็เป็นกรรมาธิการด้วย ในการพูดกันในคณะกรรมาธิการ เรื่องดังกล่าวนั้นประเด็นเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งนะครับ เราก็จะพูดถึงสิทธิที่เกี่ยวข้องไม่ใช่ สำหรับคนพิการโดยตรง แต่กับคนที่ทำงานกับคนพิการด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องมันจะกว้าง มากขึ้นไปอีก ถ้าเราเขียนแคบแบบนี้นะครับสิทธิของคนพิการได้แต่คนทำงานกับคนพิการ ไม่ได้สิทธินะครับ ยกตัวอย่างเช่นครูการศึกษาพิเศษไม่ได้เงินค่าตอบแทนนะครับ จะด้วยเหตุผลใดก็ตามหรือได้ไม่ครบ ได้ล่าช้า คำถามก็คือว่าต้องไปทำกับใครล่ะครับ คนพิการก็ต้องไปที่กระทรวงศึกษาธิการแล้วก็ไปวิ่งเรื่องนี้ แต่ถ้าเราเขียนกฎหมายฉบับนี้ ในความหมายที่พูดเมื่อสักครู่นี้ สำนักงานนี้ละครับที่จะทำหน้าที่แทนคนพิการ เขาจะเป็น คนที่จะดูแลคนพิการว่าได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายทั้งหมดหรือไม่ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าประเด็นเรื่องนี้ชัดเจนนะครับ เราไม่ได้พูดกันว่าใครจะได้ประโยชน์ทางการเมือง แต่เราต้องการที่จะให้คนพิการได้รับสิทธิที่พึงมีพึงได้ตามความตั้งใจที่เราจะให้อยู่แล้วครับ ขอความกรุณากรรมาธิการจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานะครับ ผมคิดว่าท่านเปิดใจฟังเหตุผลสักนิดหนึ่งนะครับ นอกเสียจากว่าท่านจะมีเหตุผลอย่างอื่น แล้วท่านบอกมาสิครับว่าถ้าเขียนกฎหมายอื่นเพิ่มเติมเข้าไปมันจะทำให้เจตนารมณ์ ของกฎหมายนี้ หลักการของกฎหมายนี้มันเสียตรงไหนครับ ถ้าท่านถามคำถามว่าการเขียน กฎหมายอื่นมันไม่ได้กำหนดในหลักการ ซึ่ง ส.ส. อรรถวิชช์ได้อธิบายไปแล้วนะครับว่า มันครอบคลุมถึง ผมก็อยากจะถามในด้านกลับนะครับว่าถ้าท่านเติมคำว่า กฎหมายอื่น มันผิดหลักการตรงไหนครับ เพราะว่าผมอ่านกฎหมายฉบับนี้ อ่านหลักการและเหตุผลฉบับนี้ เจตนารมณ์ชัดเจนนะครับว่าต้องการให้คุณภาพชีวิตของคนพิการดีขึ้น แล้วเราก็ได้อภิปรายกัน พอสมควรแล้วว่าการไม่เขียนกฎหมายอื่นนั้นคุณภาพชีวิตของคนพิการจะไม่ได้รับโอกาส ที่จะดูแลหรือคุ้มครองครับ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวครับท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบเรียนไปยังกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ผมคิดว่าท่านไม่ต้องเอาเรื่องนี้ ไปแก้หรอกครับ แก้ในห้องประชุมนี้เถอะ แล้วก็จะได้ทำให้คนพิการเขามีความรู้สึกว่า ท่านตั้งใจจะช่วยเขาจริง ๆ ไม่ใช่บอกว่าให้ไปแล้วก็ให้นิดเดียว แล้ววันหลังก็มาขอใหม่แล้วกัน ผมคิดว่าความคิดแบบนี้คงไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้องในการที่จะแก้ไขปัญหาของคนพิการ ขอบพระคุณครับ
ท่านขจิตร ชัยนิคม
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ พรรคเพื่อไทย ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการเสียงข้างมากและกรรมาธิการเสียงข้างน้อย
ประการที่ ๑ ผมไม่ทราบว่าสภาพความต้องการของคนพิการซึ่งมีตัวแทนอยู่ ๑๒ คน ในกรรมาธิการใน ๓๖ คนนั้น บวกกับเหตุผลแล้วก็กรรมาธิการจากพรรคต่าง ๆ กลายเป็นเสียงข้างน้อยได้อย่างไร ผมไม่เข้าใจ นี่คือผมไม่เข้าใจนะครับ
อันที่ ๒ มีการพูดกันมากว่าการบัญญัติไว้ในทำนองว่ากรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่ผ่านมาขอใช้ จริง ๆ แล้วถ้าเหตุผลเพราะว่ามันขัดหลักการนี่ความเห็นผมคงไม่ใช่ แต่เหตุผลก็คือว่าเขียนข้อความไม่เหมาะสม จริง ๆ แล้วคำที่บอกว่าตามพระราชบัญญัตินี้ และกฎหมายอื่นนี่กรรมาธิการทั้งหมดน่าจะเขียนว่าตามที่กฎหมายกำหนดแค่นี้ มันก็หมายถึงกฎหมายฉบับนี้และกฎหมายอื่นได้ ไม่ต้องไปแปรเป็นอย่างอื่น เพราะว่า มันไม่ขัดหลักการและเหตุผลหรอกครับ ถ้าจะเพิ่มขึ้นให้มีบทบังคับตามกฎหมายอื่น ผมอ่านดูแล้ว แต่ว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากซึ่งมีตัวแทนคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ด้วย น่าจะมีปัญหาในเรื่องการทำกฎหมายฉบับนี้จริง ๆ ถ้าถามผมว่ากฎหมายฉบับนี้ กรรมาธิการต่างหากที่ทำเกินหลักการที่เราอนุมัติให้ไป ผมไม่ทราบว่ากลายเป็นเสียงส่วนมาก ได้อย่างไรนะครับ กฎหมายที่เราให้ไปเราอนุมัติหลักการในวาระที่หนึ่งท่านเปิดดูไหมครับ หลักการนี่มันมี (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) เขียนด้วยภาษาไทยชัดเจนครับ เขาให้แก้กันถึงมาตรา ๒๖ แต่ว่าเปิดดูสิครับ ท่านกรรมาธิการไปทำกฎหมาย ท่านทำเกินหลักการที่ผมให้ครับ ผมให้แก้ไขถึงมาตรา ๒๖ ท่านไปแก้ถึงมาตราที่เท่าไรนี่ ท่านไปแก้ถึงมาตราที่เท่าไรท่านลองตามไปดูสิ มาตรา ๒๖ เขาให้แก้ท่านก็ไปตัดออก มาตรา ๑๑ ท่านบอกว่าเพิ่มมาตรา ๒๑ วรรคสอง มันมีที่ไหนในหลักการ ผมไม่ได้อนุมัติให้คุณไปทำ มาตรา ๒๑ วรรคสอง แล้วกรรมาธิการไปเพิ่มได้ด้วยอำนาจอะไร สภานี้ไม่ได้อนุมัติท่าน ให้ไปนะ เสร็จแล้วในมาตราอื่น ๆ ซึ่งเกินจากมาตรา ๒๖ ไป มาตรา ๑๓ ท่านแก้ไข มาตรา ๒๗ ท่านเอาอำนาจอะไรมาแก้ ผมไม่ได้ให้หลักการคุณไปแก้มาตรา ๒๗ มาตรา ๑๔ คุณไปเพิ่มมาตรา ๒๗/๑ เพิ่มจากอำนาจอะไร มาตรา ๑๕ คุณไปแก้ไขมาตรา ๓๕ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ เพิ่มโดยหลักอะไร กฎหมายฉบับนี้เขียนหลักการให้ชัดเจนนะ ๘ วงเล็บเท่านั้นนะ ผมถามกรรมาธิการเอาอำนาจอะไรล่ะ สภาไม่ได้ให้ไปแก้อันอื่น ท่านไปแก้เพิ่มมาหมดเลย เรื่องบังคับตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่นมันทำได้อยู่แล้วก็แก้ข้อความสิ บังคับ ตามกฎหมายกำหนดก็จบแล้ว กฎหมายอะไรก็บังคับทั้งหมดแหละ ไม่จำเป็นต้องเขียนว่า พระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น ไม่มี เขาไม่ได้เขียนทำนองนั้น กฎหมายอื่นมีสภาพบังคับ เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเหตุผลท่านกลับไปดูสิครับ อ่านดูเหตุผลที่ท่านให้เหตุผล ในการแก้กฎหมายหลักการ ๘ วงเล็บนี้มา ท่านบอกว่าเพื่อให้การคุ้มครองสวัสดิการ นี่คือความปรารถนาของรัฐบาล อย่าแปลความหมายของรัฐบาลนี้ในการเสนอกฎหมาย เข้ามาแล้วไม่อยากให้ท่านได้สิทธิ ให้ท่านได้เท่านี้มันไม่ใช่ หลักการก็คือต้องการส่งเสริม คนพิการให้ได้รับสิทธิตามกฎหมายที่กำหนด จึงเร่งส่งกฎหมายนี้เข้ามาในสภา กรรมาธิการเสียงข้างน้อยบางครั้งก็สับสน กรรมาธิการเสียงข้างมากก็สับสนครับ แล้วสุดท้าย ท่านไปแก้เกินหลักการที่ผมกำหนด แล้วใครให้ท่านไปแก้หลักการ มันมีอยู่ ๘ วงเล็บ หลักการ ไม่ได้เขียนเป็นร้อยแก้ว หลักการนี้เขียนเป็นกฎหมายด้วยว่า (๑) ให้แก้มาตราอะไร (๗) ให้แก้มาตรา ๒๐/๓ มาตรา ๒๐/๔ (๘) ให้เพิ่มมาตรา ๒๖ วรรคสอง แล้วท่านก็ ไปตัดออกอีก หลักการเขาให้แก้ท่านไปตัดออก ท่านเอาอำนาจมาจากไหนตอบผมหน่อยสิ ทางที่ดีท่านต้องถอนไปแล้วเรื่องนี้ ขอบคุณครับ
ท่านอิสสระ สมชัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความจริงถ้ากรรมาธิการหรือท่านประธานจะรับฟังข้อเสนอของท่าน ส.ส. ขจิตร ชัยนิคม ผมว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดนะครับ เพราะว่าถึงเวลานี้ผมว่ากฎหมายฉบับนี้คงจะเดินหน้า ต่อไปไม่ได้แล้ว เนื่องจากว่ากรรมาธิการนั้นได้พิจารณาเกินกว่าหลักการที่ให้ไว้จริง ๆ แล้วทีนี้ที่ท่านอ้างมาตลอดว่าผิดหลักการ ๆ ตรงนี้ท่านเอาหลักการอะไรมาดำเนินการ สภาไม่ได้ให้อำนาจไว้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมก็อยากจะขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม จากที่ได้อภิปรายไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมสังเกตดูการพิจารณาในวาระที่สอง ขั้นแปรญัตติ แล้วก็รายงานที่เสนอเข้าสภามานี้สังเกตว่าคนที่สงวนคำแปรญัตติเป็นเสียงข้างน้อย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นตัวแทนจากคนพิการทั้งสิ้น เราแก้กฎหมายฉบับนี้เพื่อคนพิการใช่ไหมครับ เราอยากให้คนพิการนั้นได้เข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ตามกฎหมาย ไม่มีใครจะรู้ปัญหาเรื่องคนพิการดี เท่ากับคนพิการหรอกครับ เดี๋ยวนี้คนพิการทั่วประเทศมีอยู่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนได้รับ เบี้ยความพิการอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ถามว่าสิทธิเหล่านี้ที่เขาได้รับไปจากรัฐบาลนั้น มันเพียงพอแก่การดำรงชีวิตไหม ไม่มีครับ แม้กระทั่งเดี๋ยวนี้คนพิการได้สิทธิขายหวย ขายลอตเตอรี่ รัฐบาลก็ยังจะออกลอตโต (Lotto) ออกมาเพื่อจะมาไม่ให้คนพิการ ได้ดำเนินการต่อไปอีกอย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นท่านจะไม่ ฟังเสียงบ้างหรือ อย่าไปดูถูกว่าคนพิการนั้นเขาจะไม่มีสติปัญญา ๑๒ คนที่เป็นกรรมาธิการ อยู่ในคณะนี้ ผมยกตัวอย่างอย่างอาจารย์วิริยะนะครับ ท่านมีความรู้ดอกเตอร์นะครับ เป็นศาสตราจารย์อยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านไม่ได้เป็นคนโง่ที่จะไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นคนพิการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนทั่วประเทศนั้นได้ฝากความหวังไว้กับ กรรมาธิการชุดนี้ ฝากความหวังไว้กับตัวแทนคนพิการซึ่งมาเป็นกรรมาธิการว่าอยากสะท้อน ปัญหาต่าง ๆ ให้เข้ามาแก้ไข ที่เราเถียงกันเวลานี้ก็แค่กฎหมายอื่นแค่นั้นเอง ท่านครับ มันจะหนักหนาอะไรกับเอากฎหมายอื่นใส่เข้าไปนั้น มันจะทำให้กฎหมายนี้เปลี่ยนสาระหรือ หลักการไปได้หรือเปล่า ก็ไม่ได้เปลี่ยนนะครับ เพราะนอกจากตรงนี้ท่านก็เขียนไว้ในที่อื่น และในหลักการและเหตุผล อย่างท่านขจิตรท่านอ่านหลักการไว้แล้ว เหตุผลนั้นผมก็อ่าน ไปรอบหนึ่งแล้ว ผมจะอ่านอีกตอนหนึ่งนะครับ เหตุผลบอกว่ารวมทั้งกำหนดให้องค์กร ด้านคนพิการหรือองค์กรอื่นใดที่ให้บริการแก่คนพิการ มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการมากขึ้น ตลอดจนกำหนดให้มีศูนย์บริการคนพิการเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบริการ และแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติอื่น ๆ เห็นไหมครับ ในเหตุผลก็ยังกล่าวถึงกฎหมายอื่น ๆ บทบัญญัติอื่น ๆ ไว้ด้วย ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับตามกฎหมายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ในเหตุผลก็พูดชัดเจนว่าเปิดกว้างทั่วถึงกฎหมายอื่นด้วย ไม่ใช่แค่นั้นครับท่านประธานที่ท่านแก้ไขกฎหมายเข้ามาในมาตรา ๙ ตามรายงานนี้ มาตรา ๙ ร่างแก้ไขที่แก้ไขมาตรา ๒๐/๔ (๙) บอกว่า มาตรา ๒๐/๔ ให้ศูนย์บริการคนพิการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ มี (๑) (๒) ไปจนถึง (๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่น ทำไมตรงนี้เขียนได้ครับท่านประธาน จะไปใส่ตรงนั้นกฎหมายอื่น ตามที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยแปรญัตติไว้ มันจะเสียหายตรงไหนครับ ตรงนี้ท่านก็ยังใส่ไว้ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียกร้องให้กรรมาธิการเสียงข้างมาก เดี๋ยวนี้คนพิการเขาอยากได้ สิทธิต่าง ๆ เขาเป็นคนสงวนคำแปรญัตติไว้ ท่านไม่ใช่คนพิการท่านไม่รู้ปัญหาหรอก ผมจึงอยากเรียกร้องว่าให้ท่านแก้ไขตามที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ยื่นคำแปรญัตติไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับคนพิการทั่วประเทศอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
นายแพทย์เชิดชัยครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมอยากฝากไปยังกรรมาธิการเสียงข้างน้อย อย่างที่ผมได้เรียนนะครับ คนพิการ ก็น่าเห็นใจ แต่ขณะเดียวกันในใจนี้มีแต่ไฟที่อยากจะเห็นอะไรสำเร็จลุล่วงด้วยดี ผมเห็นด้วยกับ คุณหมอชลน่านนะครับ คือกฎหมายนี้ไปแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๐ ผมเลยเปิดในเว็บไซต์ (Web site) มาตรา ๑๓ เขียนชัดเจนว่ามี พ.ร.บ. นี้และกฎหมายอื่นอยู่ แล้วท่านอาจารย์วิริยะ ท่านต้องเป็นชาที่น้ำไม่เต็มแก้วนะครับ ตอนนี้ท่านเต็มแล้วนะครับเลยไม่ฟังอย่างอื่น เขามาแก้ไขเพิ่มเติมใน พ.ร.บ. แก้ไขนี่เพื่อหามาตรการช่วยส่งเสริมคนพิการ ให้สำนักงาน มีหน้าที่ตาม พ.ร.บ. นี้ก็คือเหมือนกุญแจที่จะไขไปสู่อย่างอื่น อย่างอื่นมันทำได้หมด ถ้าไม่มี พ.ร.บ. นี้ สำนักงานจะไปทำได้อย่างไรครับ มันต้องไปตาม พ.ร.บ. นี้ แต่ขณะเดียวกัน ในมาตรา ๑๓/๑ เดิมของท่าน แล้วท่านประธานครับกฎหมายอื่นความจริงได้ลงมติไปแล้วเมื่อกี้ เรื่องกฎหมายอื่นตัดทิ้งไปแล้วครับ ตอนนี้เราเหมือนมาพูดย้อนนะครับ ผมคิดว่า เรามันเลยที่จะมาพูดเรื่องนี้แล้ว แล้วผมเห็นว่าอ่านกฎหมาย ผมเห็นว่าพวกเราไม่เคยอ่าน กฎหมายให้ครบทั้งหมดทั้ง พ.ร.บ. เลยครับ เราไปตีสำนวน โวหาร อาศัยความเก๋า ความเก๋านี้ ควรจะใช้เพื่อแก้ปัญหาให้มันลุล่วงด้วยดี ไม่ใช่ว่าเพื่อให้เกิดปัญหา แล้ว พ.ร.บ. นี้ไม่ควรจะ ไปหาเสียงนะครับ มันเป็น พ.ร.บ. ที่เราต้องการช่วยเหลือและส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต ของคนพิการจริง ๆ จริงอยู่ไม่มีใครรู้ดีเท่าคนพิการ ผมเป็นหมอไม่มีใครรู้ดีเท่าคนไข้ แต่เราเป็นหมอเราก็ต้องรักษาครับ แล้วบางอย่างที่เข้าใจ คนไข้เข้าใจผิดก็มี เหมือนกันครับ ผมอยากให้ท่านเป็นน้ำชาที่ไม่เต็มแก้วนะครับ ท่านอาจารย์วิริยะหรือกรรมาธิการเสียงข้างน้อย พ.ร.บ. นี้ผ่านไป ท่านก็จะได้ใช้กฎหมายเร็วขึ้น รับรองนะครับ ผมดูทั้งหมดนี้ท่านไม่ได้ เสียผลประโยชน์อะไรหรอกครับ ไม่ต้องไปเถียงกันเรื่องอื่น เพราะคำว่ากฎหมายอื่น มันมีอยู่แล้วในของเดิม ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้ผมได้อภิปราย และผมได้ลุกขึ้นอภิปราย สนับสนุนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย โดยผู้พิการซึ่งมาเป็นกรรมาธิการในกฎหมายฉบับนี้ ผมลุกขึ้นอภิปรายเป็นครั้งที่ ๒ ท่านประธานครับ ทำไมต้องสนับสนุนผู้พิการก็เพราะว่าคนพิการนั้น ท่านประธานก็ทราบครับ เป็นคนที่สังคมไม่ค่อยคำนึงถึงและถ้าต้องการกฎหมายสำหรับคนพิการ ถ้าพวกเราซึ่งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ยังไม่ฟังเสียงคนพิการอีก ถามว่าจะให้คนพิการไปพูดที่ไหน เพื่อนสมาชิกฝั่งรัฐบาลก็บอกว่าเขียนกฎหมายเกินมา ถ้าเขียนกฎหมายเกินมา ถามว่า ตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งนั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการท่านนั่งอยู่ได้อย่างไร โดยไม่ทักท้วงว่าเขียนกฎหมายเกินมา หรือถ้าเขียนกฎหมายเกินมาแล้วทำไมวิปรัฐบาล ถึงส่งเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ วิปรัฐบาลทำไมไม่ทักท้วง เมื่อมาแล้วเราก็ควรที่จะ ฟังเสียงของท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ และคณะ ซึ่งเป็นตัวแทนคนพิการ ทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพ ในช่วงที่ท่านประธานยังไม่ได้ขึ้นมาทำหน้าที่ ประธานคณะกรรมาธิการซึ่งเป็นสุภาพสตรีได้ลุกขึ้นตอบคำถามกระผมในเรื่องกรณี ให้เพิ่มเติมไปตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย คือเติมคำว่ากฎหมายอื่นไปด้วยนั้น ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านตอบว่าเพราะได้รับกรอบสั่งมาเท่านั้น ก็แสดงว่ามีคนสั่ง มาอีกทีหนึ่ง ถามว่าคือใครถ้าไม่ใช่รัฐบาล เพราะฉะนั้นการที่เพื่อนฝั่งรัฐบาลเสนอให้ถอนร่าง ออกมาก็เป็นทางออกทางหนึ่ง และโดยประการที่สำคัญอยากให้ท่านประธานได้คำนึงว่า การที่ท่านหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ลุกขึ้นอภิปรายหลายครั้ง เพื่อต่อสู้ให้กับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยซึ่งเป็นตัวแทนของคนพิการทั้งชาติทั้งประเทศนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยปรากฏนักในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และเมื่อท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายหลายครั้งผมเห็นว่ากรรมาธิการเองก็ควรที่จะทบทวนโดยเฉพาะ คณะกรรมการกฤษฎีกา ผมไม่อยากเห็นเพื่อนสมาชิกท่านใดท่านหนึ่งลุกขึ้นมาตำหนิตัวแทน กรรมาธิการซึ่งเป็นผู้พิการ ไม่ว่าด้วยน้ำเสียง น้ำคำหรือถ้อยคำอย่างไร เพราะอะไรครับ ท่านประธาน ก็เพราะว่าควรจะถนอมน้ำใจกรรมาธิการซึ่งเป็นผู้พิการอยู่แล้ว ซึ่งได้มาเสนอ กฎหมายในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนทุกถ้อยคำ และทุกกระบวนการของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยซึ่งเป็นคนพิการและหวังอย่างยิ่งว่า กรรมาธิการเสียงข้างมากคงจะรับฟัง และโดยเฉพาะตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาลุกขึ้นตอบสักคำครับ ลุกขึ้นตอบให้ชัดเจนว่าเหตุใดท่านถึงได้เสนอกฎหมายเกินมา โดยไม่ทักท้วงในชั้นกรรมาธิการ ผมอยากฟังว่ากรรมาธิการจากสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาจะตอบอย่างไร ขอให้ท่านประธานได้โปรดให้กรรมาธิการจากสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาได้โปรดตอบด้วย ขอกราบขอบพระคุณ
นายแพทย์ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตอีกสักรอบหนึ่ง ในมาตรานี้ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมใช้สิทธิกรณี ที่กรรมาธิการได้เสนอรายงานใหม่เข้ามาผมถึงมีสิทธิอภิปรายได้ มันมีรายงานเก่าอยู่นะครับ รายงานเก่ามีคำว่า กฎหมายอื่น อยู่ในร่างกรรมาธิการ ร่างใหม่ไม่มีคำว่า กฎหมายอื่น อยู่ในร่างกรรมาธิการ สิ่งที่ผมต้องเรียนอย่างนี้เพราะอะไรครับ ในการพิจารณากฎหมาย ในวาระที่สองชัดเจนครับ ถ้าร่างกรรมาธิการมีเฉพาะรายงานฉบับหลังสุดสมาชิกไม่มีสิทธิ อภิปรายใด ๆ เลยในวรรคนี้เพราะกรรมาธิการไม่ได้แก้ไข รับจากสภาไปอย่างไรก็กลับมา อย่างนั้น จะไปอภิปรายสนับสนุนเสียงข้างน้อย เสียงข้างมาก ไม่มีสิทธิครับ ข้อบังคับไม่ได้ อนุญาต ท่านประธานต้องเตือนด้วยนะครับในประเด็นนี้
ประเด็นที่ ๒ มีเพื่อนสมาชิกได้กล่าวถึงว่าทำไมวิปรัฐบาลถึงไม่ดู ผมเอง ในฐานะทำหน้าที่เป็นเลขานุการวิปนะครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ด้วยความเคารพนะครับ ก่อนที่กฎหมายจะเข้าสู่สภา ก่อนที่จะบรรจุระเบียบวาระ เราเองมี คณะอนุกรรมการกลั่นกรองเข้าไปดู วิปเข้าไปดูนะครับว่าสิ่งที่กรรมาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติมหรือทำเป็นร่างกรรมาธิการมา มีประเด็นไหน เรื่องอะไรที่หน่วยงานที่เขาจะนำกฎหมายไปสู่การปฏิบัตินี่สามารถปฏิบัติได้ ปฏิบัติไม่ได้ ขัดหรือแย้งกับกฎหมายอื่นหรือไม่ ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ เราตรวจสอบ พอเราตรวจสอบมันก็เลยเป็นประเด็นที่มีข้อสงสัย มีข้อทักท้วงว่า สิ่งที่กรรมาธิการทำเป็นร่างกรรมาธิการมาไม่ว่าจะประเด็นเรื่องเลขาธิการเป็นผู้อำนวยการ ประเด็นเรื่องให้อำนาจหน้าที่ของสำนักงานไปมีอำนาจหน้าที่ในกฎหมายอื่น ประเด็นเรื่องของการจัดตั้งกองทุน สิ่งเหล่านี้มันมีคำถามก็เลยเป็นเหตุให้กรรมาธิการ กลับไปประชุมทบทวน อันนี้คือการทำหน้าที่เพื่อความรอบคอบของการบัญญัติกฎหมาย ผมกลับมาประเด็นครับท่านประธาน ผมเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งผ่านท่านประธานว่าเราเขียน มาตรา ๑๓ เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน มาตรา ๑๓/๑ ก็เป็นอำนาจหน้าที่ที่เราเขียน เพิ่มเติมมาจากกฎหมายเดิมไม่มี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน มาตรานี้ไม่ได้เขียนถึงเรื่องสิทธิของผู้พิการ เหตุที่ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ ถ้าแปลความว่าเขียนมาตรา ๑๓ ไปกระทบสิทธิผู้พิการ ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งไม่ควร เขียนเลย แต่สิทธิผู้พิการก็เป็นไปตามมาตรา ๒๐ เดิม ซึ่งเขียนไว้กว้าง ๑๐ อนุมาตรา สิทธิมันอยู่ตรงนั้น ถ้าไปละเมิดสิทธิทำให้สิทธิของผู้พิการลดด้อยไป มาตรา ๒๐ ต้องถูกแก้ไข ต้องถูกเปลี่ยนแปลง แต่สาระสำคัญของมาตรา ๑๓/๑ ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ที่จะเข้าไปตรวจสอบการได้รับสิทธิประโยชน์ของผู้พิการ แน่นอนครับ การได้รับสิทธิประโยชน์ สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกสุดก็คือสิทธิประโยชน์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายหลักคือ กฎหมายแม่ที่ว่าด้วยการพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการนี่ถือเป็นกฎหมายหลัก เป็นธรรมนูญของการดูแลผู้พิการ ส่วนจะมีกฎหมายอื่นเขียนไปให้ไปสอดคล้องสอดรับกับ เรื่องสิทธินั้น ๆ เป็นการบัญญัติกฎหมายให้ถือปฏิบัติไปตามนั้นเช่นสิทธิในการรับการศึกษา ก็ไปเขียนในกฎหมายการศึกษาว่าได้รับสิทธิอย่างนี้ ๆ เป็นขั้นตอนและวิธีการได้รับสิทธิ ตรงนั้นไป แต่สิทธิต้องระบุว่าคุณต้องได้รับสิทธิการศึกษาในกฎหมายหลัก ถ้ากฎหมายหลัก เขียนสิทธิไม่ครอบคลุม ถามว่ามีกฎหมายอื่นมานี่ผู้พิการจะได้รับสิทธิปฏิบัติตามนั้นหรือไม่ ผมไม่แน่ใจ เพราะกฎหมายอื่นไม่ได้เขียนเรื่องสิทธิที่ผู้พิการจะได้รับโดยตรง แต่เป็นวิธีการ ปฏิบัติตามกฎหมายนั้น ๆ ต้องแยกให้ออก เรามีกฎหมายหลักคือกฎหมายส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมาตรา ๒๐ ๑๐ อนุมาตราพูดไว้ให้ครอบคลุมทุกด้านเลย มีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวเนื่องเรื่องแรงงาน การใช้แรงงาน การข้ามถนน มันก็มีกฎหมายอื่น ที่บัญญัติเป็นวิธีปฏิบัติตามกฎหมายนั้น ๆ ไป เพื่อรองรับสิทธิ ผมใช้คำว่าเพื่อรองรับสิทธิ เพราะฉะนั้นในการตรวจสอบสิทธิเป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้ให้กับสำนักงาน เพราะสำนักงานเกิดขึ้นจากกฎหมายฉบับนี้ สำนักงานไม่ได้เกิดจากกฎหมายอื่น สำนักงาน มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายนี้ที่จะทำหน้าที่ตามมาตรา ๑๓ ตามอำนาจหน้าที่ ๔ วงเล็บนั้น เราเพิ่มมาตรา ๑๓/๑ ไปอีกเรื่องหนึ่งคือการเข้าไปตรวจสอบสิทธิที่มีอยู่ทั้งหมดของผู้พิการ ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๐ ก้าวล่วงไปถึงที่มีตามกฎหมายอื่นที่เขียนรองรับในกฎหมายนี้ ตามมาตรา ๒๐ ด้วย เพราะฉะนั้นที่เราจะถกเถียงกันตรงนี้ไม่ใช่ไปถกเถียงด้วยสิทธิผู้พิการ ที่ถูกลิดรอนไป เราเห็นด้วยอย่างยิ่งผู้พิการต้องได้รับสิทธิ แต่เราถกเถียงกันตรงนี้ต้องถกเถียง เรื่องของวิธีการเขียนกฎหมาย ถกเถียงเรื่องนิติวิธี ซึ่งผู้รู้ทางกฎหมายนั้นควรจะออกมาพูด มิติเชิงสังคม เรารู้กันหมดเราเห็นกันหมด เสียงข้างมาก โดยเฉพาะกรรมาธิการ ที่เป็นคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งมีหลายคนบอกไม่เชื่อถือ แต่อย่างไรก็แล้วแต่กรรมาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกาก็เป็นที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล ถ้าจะมีข้อบกพร่องมีสิ่งที่ ควรปฏิบัติให้มันดีขึ้นอย่างไรคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ต้องรับไป ถ้ามีข้อตำหนิหรือมีข้อบ่งชี้ ว่าท่านด้อยประสิทธิภาพไม่มีความสามารถท่านก็ต้องรับไป แต่ขณะนี้องค์กรที่ถือว่าเป็น องค์กรที่ปรึกษาทางกฎหมายของรัฐบาลเรียกว่าคณะกรรมการกฤษฎีกา จะต้องดู กระบวนการวิธีการนิติวิธีต่าง ๆ ให้รอบคอบรอบด้าน ถ้าคณะกรรมการกฤษฎีกายังยืนยันนะครับว่าการเขียนไว้อย่างเดิมนี่คือร่างที่รับไปจาก สภาผู้แทนราษฎร มันสามารถครอบคลุมสิทธิของผู้พิการไว้ทั้งหมดอยู่แล้ว สิทธิที่จะเข้าไป ตรวจสอบอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเดิมมันไม่มีก็เพิ่มให้มันมีเพื่อเป็นอำนาจ ในการตรวจสอบเท่านั้น ไม่ได้เพิ่มเรื่องสิทธิ ผมต้องเน้นย้ำ มาตรา ๑๓/๑ เขียนเรื่องอำนาจหน้าที่ ของสำนักงาน หลายท่านไปมองว่าไปเขียนเรื่องสิทธิไม่ใช่ครับ บางทีการขยายความ เอาถ้อยคำมาต่อกันในบทบัญญัติของกฎหมายทำให้ท่านแปลความผิดว่าไม่มีอำนาจหน้าที่ ไปตรวจสอบกฎหมายอื่น ไม่ใช่ครับ ใช้สิทธิตามกฎหมายนี้ก้าวล่วงไปหมดเลย ก้าวล่วงเข้าไป เพราะอะไร เพราะกฎหมายฉบับนี้บัญญัติให้เป็นกฎหมายหลักว่าสิทธิที่ท่านได้รับ ท่านรับสมกับกฎหมายฉบับนี้บัญญัติหรือไม่ เป็นไปตามกฎหมายอื่นเขียนรองรับไหม เพราะฉะนั้นถ้าเขียนไว้อย่างนี้มันเป็นอำนาจหน้าที่ ประเด็นที่ ๒ ผมเน้นย้ำเมื่อสักครู่ ผมบอกว่าถ้าเขียนกฎหมายอื่นเข้ามานี่ถามว่าอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการได้บัญญัติไว้ ในกฎหมายอื่นไหม ถึงแม้เราจะเขียนกฎหมายเรานะครับว่าเป็นตามกฎหมายอื่น อำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายอื่นด้วย ถามว่ากฎหมายอื่นเขาเขียนอำนาจหน้าที่ตรงนี้ให้กับสำนักงานนี้ไหม ไม่มีครับ ไม่ใช่ครับ เพราะฉะนั้นการที่จะเขียนบัญญัติไว้มันก็เขียนไว้ให้แลดูว่ามันมีถ้อยคำนี้ แต่ปฏิบัติตามกฎหมายอื่นไม่ได้ในการใช้อำนาจหน้าที่ ผมขีดเส้นใต้การใช้อำนาจหน้าที่นะครับ แต่อำนาจหน้าที่ตรวจสอบสิทธิได้ครับ เพราะสิทธินี่ระบุในมาตรา ๒๐ กฎหมายอื่นเขียนมา ก็อยู่ในมาตรา ๒๐ ประเด็นเดียวครับ ที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรต้องขออนุญาต ที่เอ่ยถึงท่าน ท่านถามว่าถ้ามาตรา ๒๐ ท่านเขียนไว้ใน ๑๐ อนุมาตรานี่ ซึ่งเป็นลักษณะ เขียนค่อนข้างกว้างไว้ ถ้ามีกฎหมายอื่นบัญญัติไว้ถามว่าท่านสามารถไปตรวจสอบสิทธิ ที่เขาบัญญัติขึ้นมาใหม่ได้ไหม ถ้าไม่ได้เขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้ ทีนี้ผมก็ถามกลับนะครับ ท่านประธาน ถ้ากฎหมายอื่นไปเขียนสิทธิใหม่นี่เป็นสิทธิผู้พิการ กฎหมายหลักไม่ได้รองรับ เอาไว้ อันนั้นจะเป็นสิทธิผู้พิการจริงหรือไม่ จริงอยู่ครับพระราชบัญญัติมีศักดิ์ศรีเท่ากัน องค์กรที่จะไปดูแล มีอำนาจตามกฎหมายหลักจะไปดูแลทั่วถึงไหม เพราะฉะนั้น ๒ อย่างนี้ มันต้องล้อกันไป ผมคล้อยตามท่านคณะกรรมการกฤษฎีกานะครับว่าเมื่อมีสิทธิใหม่ขึ้นมา กฎหมายเดิม กฎหมายหลักเราไม่มีก็ต้องไปเขียนไว้ให้ครอบคลุม เพราะอะไรครับ เพราะเขียนไว้เพื่อให้คณะกรรมการตามมาตรา ๖ มีอำนาจหน้าที่ เขียนไว้ให้มาตรา ๑๓ มีอำนาจหน้าที่ที่จะไปดำเนินการได้ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เราอย่าไปแปลความว่าเราไปละเมิดสิทธิคนพิการนะครับ ไม่ใช่นะครับ เราเขียนอำนาจหน้าที่ ให้กรรมการมีสิทธิไปตรวจสอบสิทธิที่จะได้รับของผู้พิการเท่านั้น ในเมื่อกฎหมายเดิมนี่ ดูในบริบททั้งหมดนะครับ กฎหมายหลักเขาเขียนอำนาจหน้าที่ให้เข้าไปได้อยู่แล้ว ทำหน้าที่นั้นได้อยู่แล้วนะครับ มันเป็นหน้าที่โดยตรง ผมกราบเรียนท่านประธานครับ สิทธิของผู้พิการไม่ได้ลดหายไปจากการเขียนมาตรานี้ ได้ประโยชน์มากขึ้น เพราะฉะนั้น ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ประเด็นที่จะถกเถียงกันอยากให้ตัดสินด้วยเรื่องของนิติวิธีครับ ประเด็นเชิงสังคมเราจบแล้ว เราเห็นพ้องกันหมดว่าสิทธิควรจะต้องได้รับการคุ้มครอง ตรวจสอบ มันจบไปแล้วครับเรื่องประเด็นสังคม แต่สิ่งที่จะต้องตอบในสภาแห่งนี้ถ้านิติวิธี ยืนยันว่าเขียนอย่างนั้นมันปฏิบัติไม่ได้ ที่ปฏิบัติไม่ได้ที่มันเกินหลักการที่ท่านอ้างถึงเพราะว่า มันเป็นอำนาจหน้าที่ของกรรมการ หรือเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ซึ่งจะต้องเขียนไว้ ในกฎหมายฉบับนี้เท่านั้น ผมก็อยากให้ท่านยืนยันอย่างนี้ครับ เผื่อว่ามันจะได้จบไป แต่ถ้าผมอภิปรายบนพื้นฐานของการเข้าใจผิดนี่ผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าผมเข้าใจผิดก็คือข้อความที่ท่านเขียนมาในบทบัญญัตินี้มันผิด เพราะหลักการที่เราให้ท่านไป เราให้ท่านไปเขียนอำนาจหน้าที่มารองรับตัวกรรมการ ตัวสำนักงานในการที่จะไปตรวจสอบสิทธิ ไปตรวจสอบการได้รับสิทธิ ไม่ใช่ตรวจสอบสิทธิ ตรวจสอบการได้รับสิทธิที่มีบัญญัติไว้ ในกฎหมายหลัก และมีกฎหมายอื่นที่จะเขียนเป็นการเฉพาะในเรื่องนั้น ๆ ความหมายไม่ได้ แตกต่างกันครับวิธีการปฏิบัติ แต่ถ้อยคำที่บัญญัติในกฎหมายเท่านั้นที่อยากจะให้ ท่านประธานและทางกรรมาธิการช่วยดู ถ้าเขียนหรือไม่เขียนไม่มีผลแตกต่างกันเลย ร่างที่รับไปจากสภามันก็ใช้ได้อยู่แล้ว มันก็ใช้ได้อยู่แล้ว ผมก็เห็นเป็นไปตามนั้นนะครับ ถ้าจะมาแก้เพื่อเติมเข้าไปแล้วมีปัญหาว่าจะตีความว่ามันเป็นอำนาจหน้าที่นะ อำนาจหน้าที่ ไปอยู่กฎหมายอื่นได้หรือไม่ อย่างไร ชัดเจนอยู่แล้วครับกฎหมายอื่นไม่ได้เขียนอำนาจหน้าที่ ของสำนักงานไว้ให้ในกฎหมายอื่น ผมต้องเน้นนะครับ ผมไม่อยากจะบอกว่าตรวจสอบ สิทธิประโยชน์หรอก เน้นเรื่องอำนาจหน้าที่เพราะหลักการมันให้ไปเขียนอำนาจหน้าที่และ ขั้นตอนกระบวนการของการไปตรวจสอบของสำนักงานเท่านั้นเอง เราแปลความตรงนี้ครับ แล้วก็เข้าใจกัน ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ก็ไปได้ ด้วยความขอบคุณท่านประธานอยากให้ ตัดสินด้วยนิติวิธีครับ
นายแพทย์สุกิจครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ไม่เข้าใจว่า กฎหมายดูมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร ไม่ได้ยากอะไรเลย แล้วก็ดูว่าทุกฝ่าย คือผมอยากจะมอง ในแง่ดีนะครับว่าทุกฝ่ายก็มีเจตนาที่ดีที่จะช่วยเหลือคนพิการ แต่กับแค่ถ้อยคำนิด ๆ หน่อย ๆ ซึ่งใส่ไปแล้วมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรทำไมท่านถึงยืนหยัดยืนยันที่จะไม่ยอมล่ะ ผมก็พยายาม จะไปชี้แจงกับวิปฝ่ายรัฐบาลแล้วนะครับก็ไม่ได้เกิดผลอะไรก็เลยคิดว่าก็คงจะต้องอภิปราย ให้เหตุผลกันต่อไปอีกตามสมควรที่เราจะทำได้ ต่อประเด็นที่คุณหมอชลน่านได้พูดมานั้น ผมออกจะไม่เห็นด้วยว่าในเรื่องของการให้สิทธิคนพิการไม่จำเป็นที่ต้องเขียนเน้นว่า เป็นกฎหมายอื่น ท่านบอกว่ามันมีอยู่แล้ว มันเขียนอยู่แล้ว แล้วก็ย้ำหลายครั้ง แล้วก็ยังพูดไปว่า ไม่สามารถที่จะไปเรียกร้องสิทธิจากกฎหมายอื่นได้ กฎหมายที่เกี่ยวกับคนพิการ อันนี้ อ่านกฎหมายแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะว่าเขาบอกว่าในการตรวจสอบการได้รับ สิทธิประโยชน์ของคนพิการตามพระราชบัญญัตินี้ อันนี้แน่นอนเป็นการเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้ ตรวจสอบสิทธิ แต่ต่อไปสิครับถ้าบอกว่าเมื่อสำนักงานพบว่าหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ทางกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยขอให้เพิ่มและกฎหมายอื่นเข้าไปผมว่ามันเหมาะสมนะ เพราะว่าถ้าไม่เขียนไว้ เขาก็ไม่สามารถที่จะล้วงไปถึงกฎหมายอื่นได้ เพราะฉะนั้นกฎหมายใด ๆ ที่ได้บัญญัติให้สิทธิ กับคนพิการเอาไว้จะใช้กฎหมายมาตรานี้เอาไปใช้ไม่ได้เลยครับ เพราะฉะนั้นผมถึงเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่พยายามที่จะเรียกร้องให้เติมลงไป แล้วก็คงต้องทำแบบ ที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพูดนะครับก็คือตรงบรรทัดที่ ๒ อาจจะไม่ต้องเติมก็ได้ แต่มาเติมบรรทัดที่ ๓ แล้วก็ตรงวรรคสุดท้าย อันนี้ผมขอเสนอความคิดเห็นอย่างนี้ต่อทิฐิต่าง ๆ ความคิดจะเอาชนะคะคานกันผมว่าอย่าเอามาใช้บนความเดือดร้อนของคนพิการเลยครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานวิป ท่านอุดมเดชครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนนทบุรี กราบเรียน ท่านประธานครับ ได้มีโอกาสฟังความเห็นของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในเหตุผล ของแต่ละฝ่าย ในขณะเดียวกันก็ได้มีโอกาสฟังความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แล้วเมื่อสักครู่นี้ก็ได้มีโอกาสหารือกับท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพร้อม ๆ กับ ตัวแทนของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่เป็นตัวแทนจากคนพิการ พร้อมทั้งท่านประธาน คณะกรรมาธิการด้วย ผมเห็นว่าขณะนี้เวลาที่พวกเราได้ใช้ในการประชุมกันมาตั้งแต่เช้า ก็พอสมควรแล้ว การจะหาข้อยุติในเวลาขณะนี้ก็อาจจะไม่ได้ข้อยุติที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็จะขอให้ท่านประธานได้ยุติการอภิปรายและยุติการประชุมภายในวันนี้ เพียงเท่านี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ย้อนกลับไปหารือกับทางกรรมาธิการ แล้วก็ในส่วนของตัวแทนคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด แล้วก็เพื่อจะ เป็นการที่จะดูแลพี่น้องคนพิการซึ่งถือว่ามีตัวแทนเข้ามาอยู่ในคณะกรรมาธิการอยู่ด้วยแล้ว ซึ่งเมื่อสักครู่ได้มีโอกาสคุยกับท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญแล้วครับ
ก็เอาตามที่ท่านประธานว่านะครับ วันนี้พอสมควรแล้วครับ ปิดการประชุม