สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๕

ก่อแก้ว พิกุลทอง พูดถึงปัญหาการใช้อำนาจนอกระบบในการแทรกแซงประชาธิปไตย และการบังคับใช้กฎหมายที่อาจนำไปสู่การเจ็บปวดในอนาคต

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นั่นแหละครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ผมไล่เลียงอ่านมาทั้งหมดยอมรับว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้อง ออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ตอบสนองต่อการปราบปรามผู้ก่อการร้ายทั่วโลกนะครับ แต่ยอมรับนะครับว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีข้อถกเถียงกันเยอะ ตัวผมเองเป็นวิศวกร เป็นนักธุรกิจ ที่ผ่านมาได้ออกมาร่วมต่อสู้ทางการเมืองเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตย ผลสุดท้ายก็ถูกกล่าวหา เป็นผู้ก่อการร้ายนะครับ ในวันที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้ก่อการร้ายทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดี พิเศษดีเอสไอ (DSI) พยายามออกหมายจับ แต่ว่าศาลไม่อนุมัติซึ่งเป็นความกรุณาของศาล แต่สุดท้ายผมเองก็ถูกอายัดบัญชีด้วยคำสั่งของ ศอฉ. ในขณะนั้น คำสั่งอายัดบัญชีในวันนั้น ไม่ได้อายัดบัญชีตัวผมคนเดียว แต่อายัดบัญชีไปยังธุรกิจที่ผมดำเนินการด้วย ผมเอง ประกอบธุรกิจตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ เป็นธุรกิจระดับกลางมีพนักงานประมาณ ๑๐๐ กว่าคน ผมเองเป็นลูกคนธรรมดาที่ดิ้นรนทำธุรกิจตัวเองมาก่อตั้งธุรกิจ ๑๐ กว่าปี แต่วันที่ถูก ศอฉ. อายัดบัญชีนั้นเงินในบัญชีที่หมุนเวียนในธุรกิจถูกฟรีซ (Freeze) หมด ถูกอายัดหมด ไม่มีเงิน หมุนเวียนทำให้ธุรกิจวันนั้นแทบจะล้มทั้งยืน เพราะว่าไม่สามารถหาเงินมาจ่ายซัพพลายเออร์ (Supplier) หาเงินมาจ่ายพนักงานได้ นั่นคือความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตจริง แล้วก็เป็นความเจ็บปวดที่มันยังลามมาจนถึงทุกวันนี้ วันนี้ยังไม่มีใครเยียวยาให้ผมเลย ท่านทราบหรือเปล่าครับแม้กระทั่งถึงทุกวันนี้บัญชีธนาคารออมสินผมยังไม่สามารถไป เบิกถอนได้ เขาอ้างว่าติดคำสั่ง ศอฉ. ยังไม่มีคำสั่งปลดจาก ศอฉ. ไปยังธนาคารออมสินครับ ไม่น่าเชื่อครับเป็นเรื่องตลก แต่ก็เกิดขึ้นจริง และเกิดขึ้นกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่กำลังพูดในขณะนี้ นอกจากนี้พวกผมเองที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ถ้าไปเช่าซื้อ รถยนต์ไม่สามารถเช่าซื้อได้ครับ บริษัท ลีสซิง (Leasing) บริษัท ไฟแนนซ์ (Finance) ไม่อนุญาตให้เช่าซื้อ นี่คือความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายในขณะนั้น ท่านประธานครับ ผมเองมีความจำเป็นที่ต้องสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซีกรัฐบาล แต่ส่วนตัวก็ห่วงใยว่าการมีกฎหมายแบบนี้แล้วก็มีการเขียนที่ครอบคลุม ในลักษณะวงกว้าง โดยไม่เปิดโอกาสให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นได้ไปยื่นคำร้องคัดค้านในวันที่ คณะกรรมการยื่นต่อศาลฝ่ายเดียว ให้ศาลอนุมัติรายชื่อผู้ที่ถูกกำหนดว่าเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับ การก่อการร้าย ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมห่วงใย เพราะว่ามันจะทำให้คนที่ถูกกล่าวหานั้นตกนรกทั้งเป็น เหมือนที่วันหนึ่งผมเคยตกมาแล้ว แล้วหลายท่านก็ตกมาแล้ว ตรงนี้ผมเป็นห่วงครับ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้เกิด เพราะว่าถ้าเกิดแล้วคนที่ได้รับผลกระทบนั้น เขาเจ็บปวดจริง ๆ ผมโชคดีที่ในวันนั้นในปี ๒๕๕๓ เนื่องด้วยว่ามีเพื่อนฝูงคอยช่วยเหลือ มิฉะนั้นวันนั้นธุรกิจผมก็เจ๊งเพราะว่าขาดเงินหมุนเวียน ธุรกิจที่กัดฟัน ดิ้นรน ตรากตรำ ทุ่มเทมา ๑๐ กว่าปี ถ้าล้มละลายภายในพริบตาทั้งที่มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน แต่ว่าไม่มี เงินหมุนเวียนมันก็ล้มได้ เงินก็คือเลือด ร่างกายขาดเลือดเมื่อไรก็ตายเมื่อนั้น ท่านประธานครับ ผมจึงไม่อยากให้ใครต้องมาเจ็บปวดอย่างนี้อีก ในมาตรา ๔ วรรคสี่ ผมเองก็มีความห่วงใย เพราะว่าขณะนี้พวกผมเองนั้นถูกดำเนินคดีข้อหาก่อการร้าย แล้วผมเองก็เชื่อมั่น ในความบริสุทธิ์ใจตัวเอง แต่ว่าวันนี้คดีกำลังดำเนินอยู่ในขั้นตอนของศาล ท่านประธานครับ ตรงนี้ผมเป็นห่วง เพราะว่าผู้เรียกร้องประชาธิปไตยทั้งหลายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ไม่ว่ากลุ่มเสื้อแดงหรือกลุ่มเสื้อเหลือง ในกรณีนี้มาตรา ๔ วรรคสี่ ตรงนี้จะเป็นผลกระทบ ต่อคนที่ถูกกล่าวหาเหล่านั้น ถึงแม้จะเขียนว่า พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย หรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายหรือการดำเนินการแทนหรือตามคำสั่ง หรือภายใต้การควบคุมดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง ต้องมีอยู่ในวันที่ศาลมีคำสั่งเป็นบุคคล ที่ถูกกำหนด ผมสมมุตินะครับท่านประธาน ผมเองถูกดำเนินคดีข้อหาก่อการร้าย วันนี้ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่มีการชุมนุมทางการเมืองที่ทำให้ผมถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ก่อการร้าย ดังนั้นพฤติกรรมดังกล่าวมันไม่มีต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้น คณะกรรมการธุรกรรมทางการเงินไม่สามารถไปยื่นต่อศาลให้ดำเนินการกำหนดว่าตัวผมนั้น เป็นผู้ก่อการร้าย ถึงแม้ผมถูกดำเนินคดีอยู่ขั้นศาลอยู่ แต่ว่าถ้าในอนาคตวันข้างหน้า สมมุตินะครับ มีการใช้อำนาจนอกระบบมาแทรกแซงทางการเมือง คว่ำรัฐบาลชุดปัจจุบัน แล้วใช้กลไกพิเศษในการบีบให้พรรคการเมืองเล็ก ๆ มีการบีบให้ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย จำนวนหนึ่งแยกตัวออกไปจากพรรค แล้วไปรวมตัวกับพรรคการเมืองอีกขั้วหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล เป็นการใช้อำนาจนอกระบบในการแทรกแซงประชาธิปไตยเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๑ ถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นผมเองในฐานะนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก็ยอมรับนะครับท่านประธาน ผมคงไม่สามารถนิ่งเฉยได้ และเพื่อนสมาชิกจำนวนมากที่เคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มากับผม ก็คงไม่สามารถทนการกระทำเหล่านั้นได้ พวกผมก็ต้องออกมาต่อสู้อีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ผม ออกมาต่อสู้อีกครั้งหนึ่งเพื่อยับยั้งการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ผมเองก็จะถูกกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมเข้าข่ายมาตรา ๔ วรรคสี่ทันทีครับ ก็คือผู้ที่ถูกดำเนินคดีก่อการร้าย แล้วมีพฤติกรรมต่อเนื่อง นั่นหมายถึงว่าก็จะมีคนไปยื่นต่อศาลกำหนดให้พวกผมเป็นผู้ก่อการร้ายที่มีผลตามมาตรานี้ แล้วก็ตามมาด้วยการอายัดบัญชีทรัพย์สินของพวกผมทั้งหมด นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาตรานี้ วรรคนี้ ผมขอกราบเรียนไปยังประธานคณะกรรมาธิการหรือกรรมาธิการท่านใดก็แล้วแต่ ท่านลองตอบให้ผมฟังครับว่าสิ่งที่ผมพูดในมาตรานี้ วรรคนี้จริงอย่างที่ผมคิดหรือเปล่า ถ้าไม่จริงขอให้ท่านได้กรุณาบันทึกไว้ในรายงานการประชุมเพื่อเป็นหลักฐานว่าสิ่งที่ผมคิดนั้น มันไม่ใช่ จะไม่มีการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะนั้น จะมีเพียงการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อจัดการกับผู้ก่อการร้ายจริง ๆ ไม่ใช่จัดการกับผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยหรือการชุมนุม ทางการเมืองที่มีสิทธิที่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นท่านประธานครับผมจึงห่วงใย ในมาตรานี้ วรรคนี้ แล้วผมเรียนตามตรงนะครับเชื่อว่าตราบใดที่เรายังมีความขัดแย้ง ทางการเมืองเหมือนที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ วันข้างหน้าก็จะมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งหยิบยก กฎหมายมาตรานี้ ฉบับนี้ออกมาเล่นงานศัตรูฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง นั่นคือสิ่งที่ผมห่วงใย ถ้าเราจะไม่มีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่กรรมาธิการได้มีการพิจารณาผ่านมา ตามวาระที่สองแล้วนั้น ผมเองก็มองเห็นว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการกลั่นแกล้ง ทางการเมืองกันในอนาคต เนื่องจากว่าใน พ.ร.บ. ฉบับนี้มีการเขียนว่าผู้ก่อการร้ายนั้น ให้เป็นไปตามนิยามของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งก็เป็นไปตามมาตรา ๑๓๕/๑ มาตรา ๑๓๕/๒ มาตรา ๑๓๕/๓ ซึ่งผมเองถูกดำเนินคดีอยู่ ท่านประธานครับ ถ้าจะไม่ให้ มันมีปัญหาว่าจะมีการบิดเบือนกฎหมาย แล้วก็ไปกลั่นแกล้งบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ในอนาคตข้างหน้าอันใกล้ ผมอยากให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕ เสีย เพื่อให้มีการนิยามจำกัดความคำว่า ผู้ก่อการร้าย ให้ชัดเจน ให้สอดคล้องกับนานาชาติ ไม่ใช่ชุมนุมทางการเมืองแล้วกลายเป็นผู้ก่อการร้าย มิเช่นนั้นแล้วประเทศไทย ก็จะมีผู้ก่อการร้ายเต็มไปหมด เฉพาะเสื้อแดงก็มีผู้ก่อการร้ายหลายล้านคนแล้วครับ ฉะนั้นก็ฝากกราบเรียนด้วยความห่วงใยแล้วก็ขอความมั่นใจจากท่านประธานคณะกรรมาธิการ และคณะว่าสิ่งที่ผมตั้งคำถามไปนั้นขอท่านกรุณาตอบ แล้วก็ให้ความมั่นใจว่าในอนาคตนั้น จะไม่มีการบิดเบือนกฎหมายฉบับนี้ในการเล่นงานศัตรูทางการเมืองครับ กราบขอบพระคุณครับ