สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๕

วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาคนพิการ โดยเรียกร้องให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อให้คนพิการมีสิทธิในการร้องที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ และมีการไกล่เกลี่ยแก้ปัญหา

ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ กรรมาธิการวิสามัญ ตัวแทนองค์กร ด้านคนพิการที่ได้สงวนเอาไว้ก็คือคำว่า กฎหมายอื่น ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วในการ ยกร่างครั้งแรกมีการปรับแก้ กรรมาธิการวิสามัญเห็นชอบที่จะให้เติมคำว่า กฎหมายอื่น เข้าไปด้วย แต่เมื่อเข้าไปในชุดกลั่นกรองนี้กลับพิจารณาเห็นว่าคำว่า กฎหมายอื่น น่าจะเกินหลักการ ก็เลยขอตัดออก แล้วให้มีการสงวนเพื่อจะได้มาอภิปรายในที่ประชุมและเพื่อให้ที่ประชุม ได้ลงมติว่าคำว่า กฎหมายอื่น มันเกินหลักการหรือเปล่า ที่ในกลุ่มผู้แทนคนพิการ เห็นความสำคัญคำว่า กฎหมายอื่น เพราะเนื่องจากว่าระบบที่เราอยากจะทำให้กฎหมาย มันมีผลบังคับอย่างแท้จริง ที่ฝรั่งเขาเรียกว่า ขออภัยนะครับที่ต้องใช้ภาษาฝรั่งบ้างนะครับ ที่เขาเรียกว่า เมค เดอะ ไรท์ เรียล (Make the right real) ก็คือทำสิทธิให้เป็นจริงครับ คือสิทธิต่าง ๆ ของคนพิการมันมีอยู่ในกฎหมายฉบับนี้และมันก็ยังมีอยู่ในกฎหมายฉบับอื่น ที่สำคัญก็เช่น พ.ร.บ. ว่าด้วยการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ เมื่อคนพิการ มีปัญหาไม่ได้รับประโยชน์ตามสิทธิ ซึ่งทุกวันนี้เราจะมีปัญหามากก็คือเรื่องการศึกษา เมื่อคนพิการไปสมัคร ตอนนี้ก็กำลังมีเคส (Case) ตัวอย่าง เมื่อคนพิการไปสมัครเข้าโรงเรียน โรงเรียนปฏิเสธไม่รับ ผู้ปกครองไม่มีทางออกก็ไปชุมนุมเรียกร้องหน้ากระทรวงศึกษาธิการ หรือไม่อย่างนั้นก็มาร้องที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ว่าถูกเลือกปฏิบัติ ระบบของเราก็คือต้องการไกล่เกลี่ย ทีนี้ทางโรงเรียนเขาบอกว่า เขาไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องมาไกล่เกลี่ยด้วย คือไม่สนใจเราก็ต้องมาร้องท่านรัฐมนตรี แล้วทางกระทรวงก็รับเรื่องว่าจะไปดูแล แต่เรื่องก็ยังไม่เรียบร้อยนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราจึงบอกว่าเมื่อคนพิการมีปัญหาเรื่องกฎหมายนี่ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือ พ.ร.บ. การจัดการศึกษาสำหรับ คนพิการ ก็คือกฎหมายอื่นก็ควรจะให้คนพิการมาร้องที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตคนพิการแห่งชาติได้ แล้วสำนักงานก็ควรจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาคุย มาเจรจาได้ ทุกวันนี้เรียกเขาก็ไม่สนใจเขาบอกคุณไม่มีอำนาจ เราก็ต้องการที่จะให้สำนักงานส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติมีอำนาจที่จะเรียกมาคุย มาไกล่เกลี่ย เพื่อแก้ปัญหาให้ คนพิการได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด ผมไม่อยากเห็นว่าเวลามีปัญหาต้องให้ คนพิการมาประท้วงร่ำไปแล้วจึงจะได้สิทธิประโยชน์ต่อเมื่อต้องเหนื่อย ต้องมาประท้วง ทำไมเราไม่จัดระบบกลไกที่จะแก้ปัญหาให้มันเป็นระบบ ด้วยเหตุนี้ทางคนพิการเราจึงขอเติมว่า ในกระบวนการแก้ไขปัญหาก็ควรจะให้ไปรวมถึงกฎหมายอื่น โดยเฉพาะ พ.ร.บ. ว่าด้วยการ จัดการศึกษาสำหรับคนพิการเป็นต้น แต่เนื่องจากฝ่ายกลั่นกรองบอกว่าเหตุผลดี เขาเห็นด้วย แต่เขาคิดว่ามันน่าจะเกินหลักการก็ขอตัดก่อน เพราะถ้าไม่ตัดเดี๋ยวเข้ามาในที่ประชุม แล้วที่ประชุมอภิปรายว่าเกินหลักการเราก็จะต้องถอนกฎหมายออกไปมันเสียเวลา ก็ขอตัด แล้วให้พวกผมสงวนมาอภิปรายในที่ประชุม แล้วให้ที่ประชุมได้พิจารณาว่าอย่างนี้ ใส่กฎหมายอื่นเข้าไปซึ่งมันมีประโยชน์ยังจะคิดว่ามันเกินหลักการหรือเปล่า เพราะว่า ทางกลั่นกรองตีความว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายที่เป็นฉบับของรัฐบาลตั้งใจแก้ปัญหา เฉพาะที่มันมีปัญหากับกฎหมายส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนากว้างไปถึงกฎหมายอื่น แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้ยกร่างตั้งแต่สมัยรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ผมเชื่อว่าอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์คงจะอธิบายได้ดีว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายไม่น่าจะแคบ แค่ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มันน่าจะกว้างคลุมไปถึงกฎหมายทุกอันที่มันเป็นสิทธิของคนพิการ เมื่อคนพิการมีปัญหา ก็มาร้องสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ แล้วสำนักงานส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติก็เรียกมาไกล่เกลี่ย ไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จก็เอาเข้า คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อแก้ปัญหาต่อไป เพราะว่าสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ เป็นสำนักงานเลขาธิการ ถ้าจำเป็นต้องเข้า ครม. ก็เอาเข้า ครม. ผมว่าระบบมันดีมันก็ควรจะ คลุมถึงกฎหมายทุกฉบับ ไม่ควรเฉพาะแค่ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผมก็เลยขอพาดพิงอดีตท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ว่าท่านได้ช่วยกรุณาอภิปรายหน่อยว่า เจตนารมณ์ที่กฎหมายเข้ามาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีเจตนารมณ์แคบ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมันจะแคบไป ผมก็ขอกราบเรียน ท่านประธานและต้องขอความกรุณาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านได้กรุณาหน่อยครับ ถ้าเห็นว่ามันพอไปได้ไม่เกินหลักการนี่ก็กรุณาให้พวกเราหน่อย เพื่อเราจะได้มีระบบแก้ปัญหา ไม่ใช่ว่าต้องชุมนุมประท้วง ผมก็กำลังจะประท้วงเรื่องลดโควตา ๑๐๐ : ๑ มาเป็น ๒๐๐ : ๑ ผมเบื่อมากครับท่านประธานประท้วงอยู่เรื่อย มันน่าจะมีระบบที่แก้ปัญหาที่มันเป็นเหตุเป็นผล ขอบคุณมากครับท่านประธาน