สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๕

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยเฉพาะมาตรา ๗ และมาตรา ๑๓/๑ โดยเรียกร้องการอนุมัติให้เข้าไปอภิปรายในประเด็นกฎหมายอื่น และขอให้ตรวจสอบสิทธิของผู้พิการตามกฎหมายนี้เท่านั้น

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาต ท่านประธานในการที่จะใช้สิทธิของความเป็นสมาชิกที่จะได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณี ที่กรรมาธิการได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงในมาตรา ๗ ในร่างที่เสนอให้กับสภาเป็นการแก้ไข ในมาตรา ๑๓/๑ ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าขณะนี้เราเองทุกคนนะครับ ในฐานะเป็นสมาชิก เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า เรามีเจตนามีความประสงค์ดี กับพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะกฎหมายเฉพาะสำหรับคนพิการที่เรียกว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการฉบับนี้เป็นฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ผมขีดเส้นใต้ครับท่านประธาน เป็นฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ความหมายก็คือมีกฎหมายหลักอยู่แล้วกฎหมายหลักก็ใช้บังคับอยู่แล้ว แต่มีบางบทบางประการที่ไม่สอดคล้องกับการบังคับใช้ในสถานการณ์ปัจจุบันและ ไม่เป็นประโยชน์ก็มีการแก้ไขเพิ่มเติม ประเด็นที่เราพูดถึงนะครับ ผมขออนุญาตเข้าสู่ประเด็น ในร่างของกรรมาธิการที่รับไปจากสภาในมาตรา ๗ แก้ไขมาตรา ๑๓/๑ ประเด็น ที่กรรมาธิการได้แก้ไขก็มีอยู่ในวรรคสองนะครับ มีอยู่ใน (๑) และเพิ่มมาตรา ๗/๑ เข้ามา ตรงนี้ผมจะไม่พูดถึง เอาประเด็นที่กำลังถกกันว่าในการแก้ไขของกรรมาธิการนี่ ประเด็น ที่กรรมาธิการเองไปปรับปรุงร่างแล้วก็เสนอร่างเข้ามาใหม่ ท่านประธานครับ โดยข้อเท็จจริงแล้ว ผมเองไม่มีสิทธิที่จะอภิปรายในประเด็นคำว่า กฎหมายอื่น เลย แต่เผอิญว่ากรรมาธิการ ได้เสนอร่างเข้ามาและขอแก้ไขร่าง เพราะฉะนั้นผมก็ต้องขออนุญาตใช้สิทธินี้ที่จะอภิปราย ในประเด็นกฎหมายอื่นได้ด้วย ต้องขออนุญาตที่จะเปรียบเทียบในร่างเดิมที่เสนอเข้ามา มีคำว่า กฎหมายอื่น เป็นร่างของกรรมาธิการ ถ้าไม่มีการแก้ไขแบบนี้ผมไม่สามารถที่จะ อภิปรายได้โดยข้อบังคับ ประเด็นนี้ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า วิธีการบัญญัติกฎหมายเราต้องดูกฎหมายเดิมเป็นหลัก เราต้องดูกฎหมายเดิม เป็นหลัก ความหมายคืออะไรครับ ความหมายก็คือว่าในมาตรา ๑๓ เดิมในกฎหมายหลัก เป็นมาตราที่ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน หมายถึงสำนักงานส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ ก็เขียนอำนาจหน้าที่เอาไว้ ถ้าเราไปดูในอำนาจหน้าที่นะครับ ถ้อยคำที่บัญญัติที่เรามีข้อเห็นต่างกันในขณะนี้ระหว่าง กรรมาธิการเสียงข้างมาก กรรมาธิการเสียงข้างน้อย และเพื่อนสมาชิกนะครับจะบัญญัติว่า กฎหมายอื่นลงไปในร่างแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร ประเด็นนี้ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าเราไปดูอำนาจหน้าที่ในมาตรา ๑๓ ซึ่งว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน มีอยู่ ๕ วงเล็บครับท่านประธาน มีอยู่ ๕ วงเล็บ ถ้าอ่านตรงนี้มาผมต้องขออนุญาต ท่านประธานนะครับที่จะอ่าน ใน (๑) เป็นการประสานงานและร่วมมือกับหน่วยงาน ด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ ขีดเส้นใต้เลย ส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ นั่นหมายความว่าประสานทุกหน่วยงานเลยที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ สำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ผมไม่พูดถึงนะครับ จัดทำแผน สนับสนุนให้มีการจัดตั้งการดำเนินงาน สร้างความเข้มแข็งขององค์กรด้านคนพิการทุกกลุ่ม (๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ คืออำนาจหน้าที่ ของสำนักงานนะครับ หรือตามกฎหมายอื่น หรือตามที่รัฐมนตรี หรือคณะกรรมการ มอบหมาย ถ้าอ่านอย่างนี้นะครับใน (๕) นี่ให้อำนาจกรรมการชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่อื่น ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือตามกฎหมายอื่นได้ด้วย นั่นหมายความว่า ถ้ามีกฎหมายอะไรที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวข้องนี่เขาก็สามารถก้าวล่วงเข้าไปที่จะปฏิบัติหน้าที่ ในการที่จะคอยประสานงาน จะคอยดูแลให้องค์กรและหน่วยงานเหล่านั้นได้ดูแลผู้พิการ หรือพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการตามที่มีกฎหมายอื่นบัญญัติ อันนี้ดูถึงมาตรา ๑๓ นะครับ นั่นหมายความว่าการที่จะเข้าไปดูผู้พิการตามกฎหมายอื่นนี่อำนาจมาตรา ๑๓ เดิมให้ไว้อยู่แล้ว ให้ไว้อยู่แล้วนะครับ ทีนี้มาดูมาตรา ๑๓/๑ ที่เขียนขึ้นมาใหม่ มาตรานี้เป็นมาตราที่ว่าด้วย ในหลักการนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ว่าด้วย การกำหนดขั้นตอนและวิธีการให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ได้ดำเนินการตรวจสอบการได้รับสิทธิประโยชน์ของผู้พิการ เป็นการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ ที่จะได้รับ การที่จะเข้าไปตรวจสอบสิทธิประโยชน์ก็ต้องอาศัยอำนาจตามกฎหมายนี้ ไปตรวจสอบ อำนาจถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ให้ เดิมไม่มีกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจ ในการตรวจสอบสิทธิ กฎหมายเดิมที่บังคับใช้อยู่ไม่ได้ให้อำนาจเขาไปตรวจสอบสิทธิได้รับ กฎหมายฉบับนี้ก็เลยไปแก้ไขว่า ให้อำนาจตามกฎหมายฉบับนี้ คุณเข้าไปตรวจสอบ ในการเข้าไปตรวจสอบนั่นคือไปตรวจสอบสิทธิที่ได้รับนะครับ การที่จะบอกว่าสิทธิได้รับ เป็นไปอย่างไรก็เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ สิทธิในการที่ได้รับการศึกษาอาจจะมีเขียนไว้ ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการศึกษา นั่นคือสิทธิที่เขาพึงมีพึงได้ ถามว่าการใช้อำนาจในการไป ตรวจสอบสิทธิเหล่านั้นถ้าไม่มีอำนาจตามกฎหมายนี้ให้สำนักงานสามารถเข้าไปดำเนินการ ได้หรือไม่ ไม่ได้ครับ ทำไม่ได้เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติกฎหมายรองรับ คำว่า ตรวจสอบ ใช้อำนาจตามกฎหมายนี้ ก็คือกฎหมายฉบับนี้รองรับสิทธิที่คุณจะไปทำประสานงานทุกฝ่าย ทุกส่วนเลยที่บัญญัติไว้ ไม่ว่าจะหน่วยงานไหน หน่วยงานใดก็แล้วแต่ที่ทำหน้าที่ในการที่จะ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ความหมายของการบัญญัตินี่ผมเข้าใจว่าน่าจะมี ความคลาดเคลื่อนในความเข้าใจว่าการไม่เขียนกฎหมายอื่นลงไปจะทำให้กรรมการเข้าไป ตรวจสอบไปประสานงานไม่ได้ จริง ๆ ไม่ใช่ครับ โดยมาตรา ๑๓ เดิมมันทำได้อยู่แล้ว ติดต่อประสานงานเพิ่มเติมเรื่องการตรวจสอบเข้าไป การที่จะบัญญัติไว้ว่าไปตรวจสอบ ตามกฎหมายฉบับนี้และกฎหมายอื่น

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมต้องการกราบเรียนท่านประธานครับ สิทธิที่จะเข้าไป ตรวจสอบตามกฎหมายอื่น กฎหมายอื่นไม่ได้บัญญัติไว้ ต้องใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับนี้ เท่านั้นที่จะไปตรวจสอบ ความหมายของผู้เขียนในการบัญญัติเมื่อเขียนมาตรา ๑๓ ไว้เรียบร้อยแล้ว อำนาจในการประสานงานติดต่อแจ้งหน่วยงานและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดำเนินการได้ แต่ว่าในชั้นที่เขาไปทำต้องอาศัยพระราชบัญญัตินี้เท่านั้นที่จะไปทำ เปิดเข้าไปทำนั้นได้ ไม่ได้หมายความว่าไปใช้อำนาจกฎหมายอื่นไปตรวจสอบนะครับ เพราะคณะกรรมการหรือสำนักงานชุดนี้เป็นสำนักงานที่ว่าเป็นไปตามกฎหมายฉบับนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกนะครับ เราอาจจะมี ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของถ้อยคำแล้วก็วัตถุประสงค์การเขียน วัตถุประสงค์เหมือนกันเลยครับ ไม่จำเป็นต้องไปบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓/๑ คำว่า กฎหมายอื่น เพราะบัญญัติไว้ท่านก็ไม่ได้ใช้ อำนาจตามกฎหมายอื่นไปตรวจสอบสิทธิ ผมเน้นนะครับ ท่านไม่ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายอื่น ไปตรวจสอบสิทธิของผู้พิการ การไปตรวจสอบสิทธิของผู้พิการอาศัยกฎหมายนี้เท่านั้น ที่ไปตรวจสอบได้ จะเป็นหน่วยงานใด ภาคส่วนใด แม้กระทั่งเอกชนนะครับ กฎหมายเดิม เขาเขียนไว้ในมาตรา ๑๓ อยู่แล้วในการที่จะประสานงานในการจะติดตาม ปฏิบัติตาม กฎหมายอื่นเขียนไว้เป็นอำนาจหน้าที่หลักอยู่แล้ว เพิ่มเติมเข้าไปในมาตรา ๑๓/๑ เรื่องขั้นตอนวิธีการตรวจสอบสิทธิเท่านั้นเองเขียนไว้ ผมถามท่านประธานว่ามีพระราชบัญญัติอื่น ที่ว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับเขาเขียนไว้ ผมถามว่าเขาเขียน ให้อำนาจสำนักงานเข้าไปดำเนินการตรงนั้นหรือไม่ ไม่ใช่ครับไม่ใช่เลย มันเป็นอำนาจหน้าที่หลัก ของเขาที่จะต้องจัดดำเนินการให้ เช่น จัดการศึกษา จัดการเอื้ออำนวยการขนส่ง จัดเรื่องรายงานอย่างนี้นะครับ เขาก็บัญญัติเป็นบทเฉพาะเอาไว้ว่ากฎหมายนั้นให้อะไร แต่เขาไม่ได้บอกว่าเขาหรือสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ที่เป็นไปตามกฎหมายฉบับนี้ไปอยู่ในกฎหมายเขามันไม่ใช่ ผมอยากให้แปลความให้ถูก แล้วก็ไม่จำกัดครับ ก็ตอบคำถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่ท่านอยากจะให้รายงานในสภานี้บันทึกว่าสิทธิที่มีตามกฎหมายอื่นนั้นไม่ได้ถูกงดเว้น ในการที่จะตรวจสอบสิทธิ ไม่ได้ละเลยนะครับ เขียนอย่างนี้ไม่ได้ละเลยเลย แต่ว่าการที่จะ ไปทำอย่างนั้น ผมขีดเส้นใต้อีกครั้งหนึ่งก็คือว่าต้องอาศัยกฎหมายนี้เข้าไปเท่านั้น ก็เลยบอกว่าเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ สิทธิที่จะเข้าไปเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ สิทธิของผู้ตรวจสอบนะครับ ไม่ใช่สิทธิคนพิการ สิทธิของผู้ตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมาย ฉบับนี้ที่จะเข้าไปได้ เข้าไปได้ทุกส่วน อ้างมาตรา ๑๓ เดิม ประสานงานทุกองค์กร อ้างมาตรา ๑๓ เดิม มาตรา ๑๓ เดิมยังบอกให้ปฏิบัติตามกฎหมายอื่นได้ด้วย ซึ่งผมกราบเรียนท่านประธานครับ ในการที่เราจะถกกัน หารือกัน เถียงกัน มันเป็นประเด็น ที่ถือว่าเป็นประโยชน์ยิ่งเพื่อความรอบคอบ แต่ว่ากระบวนการวิธีการตรากฎหมาย การเขียนกฎหมายก็ต้องเคารพวิธีการเขียน ถ้าสาระมันไม่เปลี่ยนเลย ครอบคลุมอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมาถกกันให้เกิดเป็นประเด็น ผมเองก็ค่อนข้างจะลำบากใจพอมีกฎหมาย ที่เกี่ยวเนื่องกับพี่น้องประชาชนเข้ามา ถ้อยคำ คำบรรยาย คำอภิปรายของท่านสมาชิก มีความโน้มเอียงที่จะไปอภิปรายทำนองที่จะโน้มน้าว ชักจูง ให้เห็นว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่สนับสนุน หรือสนับสนุน ผมเชื่อว่าตรงนั้นไม่น่าจะเป็นคำอภิปรายในรัฐสภาของเรา หรือในสภาของเรา เราต้องเอาวิธีการที่เขียนไว้ว่าเขียนแล้วมันปฏิบัติได้ ไม่ได้ ถูกนิติวิธีไหม มาพูดกันน่าจะเป็นประโยชน์กว่า ถ้าไม่เขียน สิทธิได้รับเหมือนเดิมทุกอย่างก็ไม่จำเป็น ต้องเขียน ถ้าเขียนแล้วเกิดการตีความไม่ได้เกิดประโยชน์ก็ไม่จำเป็นต้องเขียน ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ของผมเองมุมผมไม่เขียนในมาตรา ๑๓/๑ ด้วยคำว่า กฎหมายอื่น ก็สามารถที่เข้าไปตรวจสอบสิทธิทุกอย่างขององค์กร ของหน่วยงาน และของกฎหมายอื่นได้ อันนี้คือสิทธิที่จะไปตรวจสอบตามกฎหมายนี้ให้สิทธิเขาไป ต้องแปลความให้ถูกครับ ขอบคุณท่านประธานครับ