รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒
ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๑๘ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านประธานครับ ผมทราบดีว่า ท่านเปึนผู้ที่มี สัจจะนะครับ ผมก็เคารพท่านเหมือนกับพ่อเลย เพราะว่าท่านได้สั่งสอนในการทําหน้าที่ ผู้แทนราษฎรตอนที่ท่านเปึนประธานวิปรัฐบาลนะครับ ทีนี้ผู้สูงอายุในจังหวัดสกลนครก็มี เยอะแยะ ผมออกพบชาวบ้านทุกวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ก็ทวงถามว่าจะได้จริง หรือเปล่า ส.ส. ผมก็บอกผมเปึนฝ์ายค้านนะครับ แล้วก็บอกว่าจะได้ทุกคน ถ้าลักษณะนี้ ถ้าทางนายกรัฐมนตรี ทางรัฐบาลยังไม่ได้ลงนามรับรองมาซึ่งเปึนกฎหมายการเงิน ก็เกรงว่า จะเปึนการหลอกประชาชนคนแก่ให้ดีใจหรือเปล่านะครับ ซึ่งผู้แทนราษฎรต้องตอบ คําถาม
ไม่หลอกนะครับ ท่านจุมพฏเอาอย่างนี้ เรื่องนี้นะครับ ถ้าไม่เรียบร้อยผมก็จะลาออกจากตําแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมยืนยันนะท่าน
ขอบคุณท่านนะครับ
ผมยืนยันครับ เพราะว่า ทําตามระเบียบแล้ว ถ้ามันไม่ได้ตามระเบียบ ผมก็อยู่ทําไมครับ คุณไพจิตมีอะไรอีกครับ
ท่านประธานครับ
ผมว่าเข้าประชุมดีกว่า ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย เรื่องที่ท่านประธาน จะลาออกนี่นะครับ ไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับท่านประธานครับ
ผมพูดจริงครับ
สัจจะวาจาที่ท่านประธานพูดในที่ประชุมนี่
ผมพูดจริงครับ
เปึนความหมายในการที่จะทําให้ การขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติในสภา ท่านประธานครับ ผมต้องให้การบันทึกถึงความตั้งใจ ที่ท่านประธานต้องการให้การพิจารณากฎหมายเปึนไปตามครรลองของการนิติบัญญัติ กฎหมาย เราได้ทักท้วงไว้แล้วตั้งแต่ต้นว่าเปึนพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเงิน ขณะเดียวกันทางรัฐบาลก็จะขับเคลื่อนเงิน ๒,๐๐๐ บาท เพื่อให้เปึนประโยชน์ทางการแก้ปัญหา ผมก็ บอกเคลื่อนไป ถ้าไม่จําเปึนต้องทําให้ถูกต้อง แต่ว่าทาง ส.ส. ฝ์ายรัฐบาลเองก็จะ แสดงภาพ แสดงว่าต้องได้ ต้องเข้า ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ พวกผมอยู่ในที่ประชุมสภา ผมก็บอกว่าเรายังจัดกรรมาธิการอย่างไร ต้องเตรียมการ แต่ว่าเพื่ออนุวัต (ทําตาม, ปฏิบัติตาม) ให้สมความอยาก วันนี้ก็จะได้เห็นแล้วว่า ขณะที่พิจารณานี่เกิดปัญหากัน ท่านประธานก็ใช้ความทุ่มเทบอกว่าให้พักการประชุม เสร็จแล้วก็บอกว่าจะนําเรื่องนี้ ให้กับรัฐบาลพิจารณา ถ้าเปึนเรื่องเกี่ยวกับการเงินก็ให้ท่านนายกรัฐมนตรีลงนามเห็นชอบ มาที่สภา ท่านประธานครับ เวลาที่บอกกับพวกผมคือ ๗ วัน ผมนับไปนับมาแล้วน่าจะถึง จะขยายเวลาตามข้อบังคับหรืออย่างไรก็สุดแท้แต่ แต่ว่าผมไม่ได้ขัดข้อง แต่ว่าสิ่งที่ ท่านประธานบอกว่า ถ้าทําไม่ได้จะพิจารณานี่เปึนเรื่องสําคัญ ผมก็อยากให้กฎหมายนี้ มันมีผลบังคับสมดังที่อยากจะทําตามครรลองในระบอบประชาธิปไตย ขอขอบพระคุณ ครับท่านประธาน
ขอบพระคุณครับ คุณไพจิต ผมก็อายุมากแล้วครับ เปึนผู้สูงอายุ อาจจะมีผลประโยชน์ด้วย แล้วผมก็พยายามติดตาม เรื่องนี้ เชิญท่านชินวรณ์นะครับ ที่ได้เคยพูดกันไว้ว่าให้ตามเรื่อง ไปถึงไหน แค่ไหนแล้ว ครับ เดี๋ยวจะผิดระเบียบ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุญยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะ ประธานวิปรัฐบาล กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ตามจริงเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ได้มีการ หารือและเปึนข้อตกลงร่วมกัน เพราะท่านประธานสภาได้กรุณาให้ท่านประธานวิปฝ์าย ค้านและผมได้หารือกับท่านประธาน ในท้ายที่สุดท่านประธานเองก็ได้มีบัญชาว่า ให้นํา เรื่องพระราชบัญญัติผู้สูงอายุนั้นได้นําเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อจะให้ นายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบตามข้อท้วงติงของฝ์ายค้าน ซึ่งเราก็ได้ดําเนินการ ตามกระบวนการที่ฝ์ายค้านนั้นมีความต้องการ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในขณะนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะผู้รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ได้มีบัญชาให้สํานักงานกฤษฎีกาได้ดําเนินการตามกระบวนการ ซึ่งเข้าใจว่า ในขณะนี้ก็คงจะได้มีการให้ความเห็นเพื่อส่งกลับมาที่ท่านประธานสภาเพื่อจะให้ ดําเนินการต่อไป เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ยังอยู่ในกระบวนการและอยู่ในเวลาครับ ผมอยากจะให้ความมั่นใจว่าเปึนความดําริชอบของท่านประธานนะครับ ที่ต้องการจะให้ การดําเนินการในการพิจารณากฎหมายของพวกเรานั้นได้ดําเนินการ เพื่อให้กระบวนการ นิติบัญญัตินั้นได้ทํางานอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สําคัญผมคิดว่าควรจะเปึนความภาคภูมิใจด้วยซ้ํานะครับ ที่เมื่อฝ์ายค้านได้มีการหยิบยก ประเด็นนี้ขึ้นมา ผมคิดว่าท่านประธานได้กรุณาเคารพในการปฏิบัติของการรับฟังเสียง ข้างน้อย ซึ่งผมเองในฐานะประธานวิปรัฐบาลผมยอมรับว่าถึงแม้ว่าเราจะมีเสียงข้างมาก แต่ว่าเราก็เคารพเสียงข้างน้อยตลอดมา ผมคิดว่าขอให้ฝ์ายค้านได้สบายใจครับว่าเรื่องนี้ จะดําเนินการไปตามกระบวนการของข้อกฎหมาย ส่วนในกรณีนโยบายของผู้สูงอายุ ผมขออนุญาตกราบเรียนย้ําในที่ประชุมนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนและผู้สูงอายุทั่วประเทศ ได้รับทราบว่า นโยบายเกี่ยวกับเรื่องการให้ค่าตอบแทนกับผู้สูงอายุนั้นเปึนนโยบายสําคัญ ของรัฐบาล และในขณะนี้ก็ได้มีการดําเนินการในการเตรียมการที่จะจัดตั้งงบประมาณ เพื่อดําเนินการที่จะให้ผู้สูงอายุทั่วประเทศได้รับเบี้ยค่าตอบแทนคนละ ๕๐๐ บาท ทุกคน ทุกเดือนแน่นอนนะครับ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่ากระบวนการในวันนี้ฝ์ายบริหารสามารถ ดําเนินการไปได้แล้วครับ สามารถดําเนินการโดยการที่จะให้ท้องถิ่นได้มีการสํารวจและ ลงทะเบียนผู้สูงอายุที่มีความประสงค์จะรับเงินเบี้ยยังชีพดังกล่าวนี้นะครับ และผมคิดว่า กระบวนการดังกล่าวก็อาจจะเสร็จตามตารางเวลาที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงไว้ ชัดเจนแล้วว่าจะดําเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันผู้สูงอายุป้นี้
คืออย่างนี้ครับ ฝากเรื่องนี้ ให้ท่านในฐานะที่ท่านเปึนประธานวิปฝ์ายรัฐบาล ท่านตามเรื่องนี้ได้ไหม
ผมจะตามเรื่องนี้ให้อย่าง รีบด่วนนะครับ
แล้วพรุ่งนี้มาแจ้งให้สภา ทราบ เพราะผมได้ยืนยันกับสภาแล้ว
ครับ และเพื่อความมั่นใจ ผมอยากจะกราบเรียนว่าผู้สูงอายุทั่วประเทศจะได้รับเงินเบี้ยค่ายังชีพแน่นอนครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ผมจะไม่ให้มีการปรึกษาหารือครับ พอแล้วครับ ต่อไป ผมจะลงเข้าสู่ระเบียบวาระครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดหนึ่งครับ พาดพิงครับ
มีอะไรอีกท่านประธาน วิปฝ์ายค้าน ผมว่าเดินไปข้างหน้าและก็ค่อยเอาในเนื้อหาสาระของกฎหมาย
นิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะเปึนประธานวิปฝ์ายค้าน ขออนุญาตนําเรียนเกี่ยวข้อง กับกรณีของพระราชบัญญัติผู้สูงอายุนะครับ คือข้อเท็จจริงตามที่ท่านประธานได้กล่าวไว้ ต่อที่ประชุมนั้นระยะเวลา เพียงแต่ว่าทางซีกของพรรคเพื่อไทยนั้นกําลังเรียนท่านว่า ท่านขออนุญาตต่อที่ประชุมว่า ๗ วัน บัดนี้มันล่วงเลยมา ผมก็เปึนห่วงท่านประธาน และท่านประธานยิ่งกล่าวกับที่ประชุมด้วย ถ้ามีความผิดพลาดท่านประธานจะลาออก ผมเสียใจครับ ท่านประธานถ้ากล่าวอย่างนั้น
ผมพูดด้วยความจริงครับ ถ้ารัฐบาลเขาไม่เห็นใจผู้สูงอายุ ไม่รับรองมาผมก็ต้องออกครับ เพราะผมก็สูงอายุ อยู่แล้วครับ
ก็ขออนุญาตให้แยกส่วนของ ความถูกต้องไว้ด้วยนะครับท่านประธานครับ เพราะว่าข้อเท็จจริงเรียนตามตรง พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องการเงินผมได้ท้วงติงไว้ว่า ๑. หลักก็คือนายกรัฐมนตรีต้อง รับรอง และยิ่งเปึนพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุยิ่งมีความจําเปึนนั้นก็ กราบเรียนท่านประธาน ๑. ระยะเวลาล่วงเลยเกิน ๗ วันที่ท่านประธานขอไว้กับที่ประชุม เกรงว่าท่านจะเสียครับ จึงเรียนมาด้วยความเคารพครับ
คือมันเสียไปแล้วครับ มันเสียมันเรียกคืนไม่ได้ครับ เพราะว่ายืนยันในที่ประชุมนี้ ๗ วัน แล้วท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ในฐานะเปึนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ก็รับปากกับสภาแห่งนี้ ไม่ใช่ผมคนเดียวนะครับ เชิญครับ ท่านมาทั้ง ๒ ท่านแล้วครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีครับ ขออภัยท่านประธานที่เข้ามาถึงช้าไปนิดหนึ่ง เนื่องจากติดขบวนประชาชนที่เคลื่อนอยู่ ข้างนอกนะครับ ผมเรียนท่านประธานว่าผมรับฟังการพูดถึงของพวกเราในสภานี้ ตลอดเวลาก่อนหน้าที่จะเดินมาถึงนี้นะครับ ผมเรียนท่านประธานขณะนี้ว่าเรื่องที่ ท่านประธานได้ส่งกฎหมายฉบับนี้ไปนั้นได้ถึงมือรัฐบาลเรียบร้อย แต่เนื่องจากว่าจะต้องมี ขั้นตอนที่ขอความเห็นทางกฤษฎีกา (สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) ซึ่งถือว่าเปึน ที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้ยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นสอบถาม ผมก็ได้โทรศัพท์ไปสอบถามยังกฤษฎีกาแล้ว ก็พบว่ามีประเด็นอยู่ ๒-๓ เรื่องที่จะต้องให้ ความเห็นในส่วนกฤษฎีกาก็พร้อมที่จะส่งกลับคืนมายังท่านนายกรัฐมนตรีต่อไป เพราะฉะนั้นขั้นตอนการปฏิบัติของท่านประธานต่อเรื่องนี้ก็เปึนไปตามที่ได้พูดไว้กับสภา และต้องกราบเรียนว่าประเด็นปัญหาเรื่องนี้นั้นต้องแยกแยะครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเฉพาะเรื่องพระราชบัญญัติผู้สูงอายุนี้ เปึนประเด็นที่ เพื่อนสมาชิกจากพรรคฝ์ายค้านเองนั่นแหละ ได้ท้วงติงขึ้นมาว่าเปึนพระราชบัญญัติ การเงินหรือไม่ ถ้าเปึนพระราชบัญญัติการเงินแล้วก็ตั้งกรรมาธิการไป ท่านก็จะไม่เสนอผู้ที่จะมาเปึนคณะกรรมาธิการในที่สุดก็นําไปสู่การประชุมนอกรอบแล้วก็ ตกลงกันว่าจะส่งเรื่องนี้ให้รัฐบาล เพื่อให้คํารับรองว่าเปึนกฎหมายการเงินหรือไม่ต่อไป เรื่องนี้ก็มีการส่งไปอย่างถูกต้องครับแต่เรื่องนี้นั้นเปึนคนละเรื่องกับกรณีของการตั้ง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายกลางป้ที่จะมีการจ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้พระราชบัญญัติงบประมาณ ดังกล่าวก็ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ในสัปดาห์หน้าก็จะผ่านทางวุฒิสภามีการพิจารณากันหลังจากที่พระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายกลางป้ได้ผ่านไปแล้วถูกต้องลงประกาศมีผลบังคับใช้การจ่ายเงินยังชีพผู้สูงอายุ ทั่วประเทศก็จะดําเนินไปตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายกลางป้นั้น
ส่วนกรณีพระราชบัญญัติผู้สูงอายุนั้นเปึนเพียงกําหนดเงื่อนไขวิธีการจ่าย ซึ่งถือว่าเปึนสิทธิ แต่งบประมาณนั้นมีการเตรียมการตั้งไว้แล้ว และเปึนสิทธิ ที่ผู้สูงอายุจะได้รับทั่วประเทศ ดังนั้น ถึงแม้ว่าพระราชบัญญัติผู้สูงอายุจะเนิ่นช้า ไปด้วยการพิจารณาประการใดก็ตาม ก็จะไม่กระทบกับการที่รัฐบาลได้ตั้ง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายกลางป้เพื่อจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ ทั่วทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นกรณี ๒ กรณีนี้ก็จะแยกกัน เพราะฉะนั้นตัวกฎหมายหลังจาก กฤษฎีกาได้มีการตอบกลับมายังทางรัฐบาลแล้ว ก็จะได้ดําเนินกระบวนการตามขั้นตอน ต่อไปครับ ก็จึงขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อทราบข้อเท็จจริงได้แยกแยะ และพี่น้องประชาชนผู้สูงอายุทั่วประเทศจะไม่ต้องหวั่นไหวกังวลกับความเข้าใจผิดที่ อาจจะเกิดขึ้นได้ เรียนว่าท่านยังได้รับเงินยังช ีพผู้สูงอายุครบถ้วนตามสิทธิที่ท่าน ควรจะได้รับทุกประการ และท่านประธานเองก็ได้ดําเนินการถูกต้องตามที่ให้สัญญาไว้ กับสภาครับ
คืออย่างนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ด้วยความเคารพนะครับ คือสภานี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้ว แล้วก็มีกฎเกณฑ์ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ มีข้อบังคับ ก็ถือว่าเปึนตัวกฎหมาย ครั้งแรกนี่สภานี่แปรญัตติภายใน ๓ วัน ก็ได้มีข้อตกลงกันก็เลื่อนจาก ๓ วันเปึน ๗ วันครับ อันนี้มันครบกําหนดแล้วครับ นี่จะให้ผมทําอย่างไร ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ มันจะมีเงื่อนไขจะต้องตีความอะไร ๆ ต่าง ๆ ผมจึงได้ขอร้องนะครับให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีช่วยชี้ขาดเถอะครับ ตรงนี้เลยครับ จะเอาอย่างไรครับ จะให้เขา ฝ์ายทางพรรคเพื่อไทยนี่เขาส่งตีความหรืออย่างไรครับ ผมก็จะมีความวิตกกังวล ในปัญหาในฐานะที่ผมนั่งเปึนประธานตรงนี้ครับ ช่วยกรุณาเรียนเถอะครับ เชิญคุณวิทยา
กราบเรียน ท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านประธานดํารินั้นถูกต้องครับ ท่านประธานสภาได้ทําหน้าที่ตรงนั้นนะครับ กระผมในฐานะที่เปึนสมาชิกพรรคเพื่อไทย
ประเด็นที่ ๑ ต้องขออนุญาตกราบเรียนไปถึงท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานและท่านนายกรัฐมนตรี คํากล่าวของท่านรัฐมนตรีนั้นดูเสมือนว่า ฟังแล้วเปึนข้อเท็จจริงนะครับ ท่านสมาชิกยังฟังแล้วสดับไม่ได้ก็ที่ท่านพูดมานั้นเปึนจริง กระผมขออนุญาตได้นําเรียนนะครับว่า ๑. พระราชบัญญัติผู้สูงอายุที่ผ่านการพิจารณา จากสภา กระผมได้ท้วงติงก่อนการพิจารณาแล้วนะครับว่าเปึนพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องการเงิน เมื่อรัฐมนตรีรับเรื่องจากท่านประธานนะครับจากที่ท่าน ได้ดําริเมื่อสักครู่นี้ต่อที่ประชุมนั้น จริง ๆ ท่านขอ ๓ วันด้วยซ้ําไป ผมเปึนคนเอ่ยเองว่า ๗ วัน เพราะท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยู่ นายกรัฐมนตรีไปญี่ปุ์น ในเรื่องนี้เมื่อนําเสนอ ไปแล้ว ท่านรัฐมนตรีกล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมแห่งนี้นะครับท่านประธานว่ามีบางประเด็น ที่ดูเสมือนกฤษฎีกาได้ท้วงติง ผมกําลังจะมาบอกว่าประเด็นนี้แหละที่ผมมีความเปึนห่วง เนื่องจากว่าพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องการเงินนั้นนะครับ ต้องได้รับคํารับรองจาก ท่านนายกรัฐมนตรีเพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ เพราะฉะนั้นเมื่อเปึนประเด็นแล้วนี่ครับ ก็อยากจะขอความกรุณาท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า ได้โปรดนะครับ ในเมื่อเราเห็นกับผู้สูงอายุ ต้องการที่จะตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ แม้ว่าพระราชบัญญัติ ๓-๔ ฉบับที่เสนอโดย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจุติ ไกรฤกษ์ นะครับ เมื่อเปึนอย่างนี้
๑. ท่านจุติ ไกรฤกษ์ เปึนสมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ในฐานะประธานวิป ต้องทํางานที่จะต้องประสานกันว่าเรื่องนี้เปึน อย่างไร เมื่อนําเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบนะครับ หลักการปฏิบัติมีแค่นั้น ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีทราบนะครับ กระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องจะต้อง ๑. ก็คือ ทําพระราชบัญญัติของรัฐบาลออกมา ๒. ถ้าไม่ทํา ท่านนายกรัฐมนตรีสามารถรับรอง เนื่องจากว่าหนึ่งในสมาชิกที่เสนอนั้น คือพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือคุณจุติ ไกรฤกษ์ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้นะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี ว่า ได้โปรดถามคุณจุติ ไกรฤกษ์ ก็ได้ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สาระสําคัญเปึน อย่างไร ตรวจสอบกันเองในพรรคได้นะครับ และเรียนตามตรงว่าในฐานะที่เปึน พรรคเพื่อไทย ถ้าเกิดว่าจะต้องเอากลับมาทําใหม่ครับท่านประธาน ยินดีครับจะต้องเปึน ส่วนหนึ่งที่ร่วมกันพิจารณาตั้งกรรมาธิการเต็มสภา พรรคเพื่อไทยก็ยินดี ขอให้ถูกต้อง ตามกฎหมายครับท่านประธาน
เชิญท่านนายกรัฐมนตรี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กราบเรียนว่าที่ท่านประธานวิปฝ์ายค้านได้กรุณา กล่าว คือเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ผมเดินทางไปประเทศญี่ปุ์นนะครับ แต่ว่าความเข้าใจของ ผมแล้วก็สภาพปัญหาในขณะนี้อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัว เนื้อหาสาระของตัวร่างพระราชบัญญัติที่ทางเพื่อนสมาชิก ประทานโทษเอ่ยนามนะครับ คุณจุติ ไกรฤกษ์ เปึนผู้เสนอ ว่ามีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ ถือโอกาสนี้กราบเรียนเลยว่า ตั้งแต่ผมเข้ามาดํารงตําแหน่ง ผมได้ให้นโยบายใหม่กับทางคณะรัฐมนตรีด้วยซ้ํานะครับว่า ในอดีตที่ผ่านมานี่ ถ้าหากว่ามีกฎหมายที่เพื่อนสมาชิกเสนอ และมีการวินิจฉัยว่ากฎหมายเปึนกฎหมาย ทางการเงิน ทางรัฐบาลมักจะรอจนกว่ามีร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาลเองเข้ามาประกบ ผมได้ให้นโยบายใหม่ว่า ผมอยากจะให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถ เสนอกฎหมายได้ เรื่องไหนที่รัฐบาลเห็นชอบกับหลักการ เหตุผล สอดคล้องกับนโยบาย แม้ส่วนราชการไม่พร้อม ไม่มีร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาล ก็จะรับรองให้ และขณะนี้ ทางที่ปรึกษา ทางฝ์ายกฎหมายก็ได้รวบรวมมาให้ผม ซึ่งเตรียมที่จะรับรองอยู่ประมาณ ๑๔-๑๕ ฉบับ ทั้งของรัฐบาล ทั้งของฝ์ายค้านนะครับ ทั้งเพื่อน ส.ส. ฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้าน เพราะฉะนั้นขอให้สบายใจว่า ในเรื่องของการที่จะรับรองกฎหมายที่เปึนประโยชน์ แม้ว่ารัฐบาลไม่มีร่างของตัวเอง ผมยินดีจะทํา เพราะว่าได้เปลี่ยนนโยบายไปแล้ว ทีนี้กรณีของกฎหมายผู้สูงอายุนี่ ปัญหามีอยู่ในเรื่องของขั้นตอนเท่านั้นครับ ก็คือว่า โดยหลักของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๒ นะครับ จะเขียนเอาไว้ว่า ร่างพระราชบัญญัตินี้ ถ้าเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินจะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคํารับรองของ นายกรัฐมนตรี ถามว่าใครเปึนคนวินิจฉัยว่าเปึนกฎหมายการเงินหรือไม่ คําตอบก็คือ ท่านประธาน ถามว่าท่านประธานวินิจฉัยตอนไหน ท่านประธานวินิจฉัยตอนที่จะสั่งบรรจุ เข้าสู่ระเบียบวาระหรือไม่ เพราะว่าถ้าเปึนกฎหมายที่ท่านประธานวินิจฉัยว่าเปึนกฎหมาย การเงิน จะไม่บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ จะส่งไปให้ทางรัฐบาล คือนายกรัฐมนตรีลงนาม รับรอง ดังนั้นในวันที่ท่านประธานกรุณาบรรจุร่างพระราชบัญญัติของคุณจุติ ไกรฤกษ์ เข้ามา คือกฎหมายผู้สูงอายุ นั่นหมายความว่าท่านประธานได้วินิจฉัยว่าไม่เปึนกฎหมาย การเงิน ทีนี้ตามรัฐธรรมนูญเวลาท่านประธานวินิจฉัยว่าไม่เปึนกฎหมายการเงินนี่ ก็ไม่เขียนอะไรต่อ เพราะถือว่าอันนี้ก็เปึนการรักษาสิทธิของทางสภาผู้แทนราษฎรเอง ของสมาชิกเอง รัฐบาลไม่มีกลไกในการที่จะไปยับยั้งตรงนี้ได้ เว้นเสียแต่ท่านประธานจะ สังเกตว่า ในมาตราถัดไปนี้ รัฐธรรมนูญเขียนว่า เกิดเข้าไปในคณะกรรมาธิการแล้วไปแก้ แล้วมีสาระเกี่ยวด้วยการเงิน ก็ต้องย้อนกลับไปให้รัฐบาลรับรองอีก ในทางตรงกันข้าม ถ้าประธานวินิจฉัยว่าเปึนการเงิน อันนี้ก็จะมีกระบวนการให้สมาชิกเขาโต้แย้ง เพราะสมาชิกเขาต้องรักษาสิทธิของเขาในการที่จะเสนอ ก็จะเข้าสู่ที่ประชุมของประธาน คณะกรรมาธิการ ทีนี้กรณีนี้เมื่อท่านประธานวินิจฉัยว่าไม่เปึนกฎหมายการเงิน มันเสนอแล้ว จนกระทั่งมีการอภิปรายตามที่ท่านประธานวิปฝ์ายค้านได้เล่า ท่านก็ท้วงขึ้นมาช่วง การอภิปราย แต่มันเลยขั้นตอนของคําวินิจฉัยของท่านประธานไปแล้ว การวินิฉัย ท่านประธานจะเกิดขึ้นอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญก็คือ เมื่อมีการไปดําเนินการแก้ไขเพิ่มเติม แล้วทําให้กฎหมายซึ่งท่านประธานเคยวินิจฉัยว่าไม่เปึนกฎหมายการเงินนี่กลับมาเปึน กฎหมายการเงินอีก ในมาตรา ๑๔๔ เพราะฉะนั้นเหตุผลที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่รักษาการช่วงที่ผมไม่อยู่นี่ ส่งไปเพื่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยนี่ มันอยู่ที่ประเด็นนี้ครับ ไม่ได้อยู่ที่ประเด็นว่า เนื้อหาสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ เพราะเกิดความสับสนว่าถ้าจะมาวินิจฉัย ว่าเปึนกฎหมายการเงินในขั้นตอนนี้ แล้วนายกรัฐมนตรีมารับรองตอนนี้ มันจะสอดคล้อง กับกระบวนการที่กําหนดเอาไว้ในรัฐธรรมนูญและข้อบังคับหรือไม่ ทีนี้ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้า เพื่อนสมาชิกทั้งสองฟาก มีความเห็นพ้องต้องกันอยู่แล้วว่าต้องการให้กฎหมายฉบับนี้เดิน ไปข้างหน้า ก็อยากจะขอหารือว่าทําวิธีการใดที่ไม่ขัดต่อกฎหมายแล้วก็เดินไปข้างหน้า ผมเชื่อว่าจริง ๆ แล้วไม่มีใครอยากจะโต้แย้งละครับ กฎหมายฉบับนี้ก็อยากให้ออกไป เพราะคิดว่าจะเปึนประโยชน์ในการทําให้เกิดระบบชัดเจนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการได้รับสวัสดิการ แต่ที่ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้กรุณาชี้แจง ก็เพื่อให้ความ มั่นใจเท่านั้นเองว่า แม้กฎหมายที่ออกไม่ทันเดือนเมษายน ก็มีกระบวนการที่จะ ดําเนินการในเรื่องของเบี้ยยังชีพได้ตามที่รัฐบาลได้ดําเนินการไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ที่จริงถ้าเราเห็นไม่ต่างกันนะครับ ผมก็อยากจะ ปรึกษาว่ากรรมาธิการพิจารณาไปได้ไหม แล้วก็เมื่อพิจารณาแล้วมีการแก้ไขอะไรนี่ ค่อย กลับมาให้รับรองตามขั้นตอนในมาตรา ๑๔๔ ก็จะเปึนวิธีการที่น่าจะเปึนทางออกที่ เหมาะสมครับ
ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวผม จะเรียนข้อเท็จจริงให้ทราบในกระบวนการนะครับ กฎหมายฉบับนี้ได้เข้าสู่ระเบียบวาระ ตอนนั้นผมยังไม่ได้เปึนประธานสภา คือท่านประธานรักษาการคนเก่าเปึนคนบรรจุ ระเบียบวาระ แล้วผมก็ไม่ได้ดูด้วย เพราะว่าหลังจากมาเปึนประธาน แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ได้มา ศึกษา ตอนมาศึกษาที่สภาได้วินิจฉัยแล้ว แล้วเราก็ได้ทําตามกระบวนการ คือหมายความ ว่าถ้ากฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ประธานสภาจะต้องแจ้งให้เจ้าของญัตติ เจ้าของ พระราชบัญญัตินั้นทราบ มีการทักท้วงว่าไม่ใช่เปึนกฎหมายการเงิน เขาก็จะทักท้วง ภายใน ๑๕ วัน เรื่องนี้กระบวนการได้เสร็จสิ้น ผมได้ให้ทางเลขาธิการได้ทําถึงผู้เสนอ พระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับแล้วเจ้าของพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับก็ได้ทําหนังสือยืนยัน มาทางสภาแล้วว่าไม่ติดใจ ไม่จําเปึนจะต้องนําเรื่องพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าไปสู่การ พิจารณาของคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ กระบวนการเสร็จสิ้นแล้วครับ คือทางฝ์าย ประธานทําถูกต้องแล้วครับ ก็มีอย่างเดียวว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมีอย่างเดียวว่า เมื่อรู้ ข้อเท็จจริงแล้วก็ช่วยกรุณาอนุมัติเท่านั้นเองครับ เราจะได้ดําเนินการพิจารณา แล้วก็จะ ได้มาขอมติในที่ประชุมสภาว่าจาก ๗ วัน เลื่อนมาเปึน ๑๕ วัน หรือ ๓๐ วัน ต้องหา ทางออกทางนี้ครับ เพราะกระบวนการเราทํามาอย่างนั้น เชิญครับท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คือถ้าอย่างนั้นก็ขอสอบถามหารือท่านประธาน แล้วก็ ท่านเพื่อนสมาชิกที่ต้องการให้เรื่องนี้เดินไปข้างหน้า ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีให้คํารับรอง กลับมานี่จะดําเนินการต่อไปอย่างไรครับ ถามท่านประธานและทางวิปฝ์ายค้านด้วย
วิปฝ์ายค้าน ถ้าท่าน นายกรัฐมนตรีท่านรับรองมา แล้ว ๗ วันมันเกินว่าอย่างไรครับ เชิญ
ผมเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพนะครับ กระผม วิทยา บุรณศิริ ท่านประธานเปึนประมุขของพวกเรา เพราะฉะนั้น ข้อบังคับก็มี ระเบียบก็มี ผมก็ยืนยันให้ท่านปฏิบัติตาม แล้วก็เรามีกรรมาธิการแล้ว ท่านประธานจะดําเนินการอย่างไรก็ได้โปรดพิจารณา ยินดีครับ
ผมขอมติที่ประชุมนะครับ
ขออนุญาตครับ
มีอะไรครับ เสียเวลา เปล่า ๆ คุณขจิตร
ไม่เปล่าครับ เรื่องสําคัญมากครับ ขออนุญาตครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เรื่องกําลังพิจารณาอยู่นี้เปึนเรื่องที่สําคัญมาก คือขั้นตอนการดําเนินการเรื่องการออกกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอ กราบเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังสมาชิกที่ได้แสดงความเห็นในวันนั้น ได้จําคําพูด ของตัวเอง แล้วก็พูดให้ตรงกับวันนั้นด้วย ผมอยากจะเรียนถาม ผมเปึน ส.ส. เข้ามาใหม่ครับ ก็สงสัยว่า ณ วันนั้นที่ท่านประธานรับปากว่า ๗ วันจะกลับมา แล้วท่านรัฐมนตรีท่านสาทิตย์ ขออนุญาต ต่อไปนี้ผมจําเปึนต้องออกชื่อแต่ว่านามสกุลคงไม่ต้อง ท่านรัฐมนตรี สาทิตย์ก็มารับไปในที่ประชุมก็ไม่ได้บอกขั้นตอนว่าต้องเข้าคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่านชินวรณ์เพื่อนผมวันนี้ก็ใหญ่โตเปึนประธานวิปรัฐบาล ก็ไม่ได้บอกว่าต้องมีขั้นตอน อะไร
ประการที่ ๑ ผมอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องว่า ณ วันนั้นนี่ไม่รู้เลยหรือว่ากฎหมายมันต้องผ่านขั้นตอน ต้องส่งไปยังกฤษฎีกา ทําไมไม่มี ใครทักท้วงว่า ๗ วันไม่ทัน นี่ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ผมเปึนประชาชนฟังอยู่ข้างนอกครับ วันนั้นซีกฝ์ายรัฐบาล เร่งรัดฝ์ายค้าน พออภิปรายมากถามมากบอกจะไม่ทัน วันนี้มาตอบว่าเปึนคนละเรื่อง วันนั้นอยากออกกฎหมาย เวลาฝ์ายค้านอภิปรายมากบอกเดี๋ยวจะไม่ทัน เห็นใจคนแก่ คนชรา ท่านประธานครับ มันคืออะไรกันแน่ครับ นี่คือคําถามข้อที่ ๒
สุดท้ายครับ เรื่องเกี่ยวกับท่านประธานโดยตรงครับ ผมรู้จักท่านประธาน มา ๒๐ ป้ ตั้งแต่ผมเปึนครู แล้วผมมาพบท่านประธานที่สภานี้ครับ ท่านประธานเปึน ประธานคณะกรรมาธิการศึกษา ผมยังจําคําพูดของท่านประธานได้ ผมประทับใจครับ ท่านประธานบอกว่า ผมไม่ใช่คนใจดี แต่ผมเปึนคนใจดีมาก แล้วพูดคําไหนคํานั้นครับ ทีนี้ เรื่องกฎหมายนี่ท่านประธานพูดออกมาเมื่อกี้ผมเปึนห่วงท่านครับ เพราะว่ากฎหมายนี้ ท่านนายกรัฐมนตรียังคิดทางออกไม่ได้เลยครับ แล้วโปรดอย่าถามมาทางฝ์ายค้าน ถ้าคิด ไม่ออกจริง ๆ ถามผมครับ ผมจะบอกให้ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คือกราบเรียนอีกครั้งนะครับ เรื่องที่เกิดขึ้นนี่ เกิดขึ้นระหว่างที่ผมไม่อยู่ แล้วก็ผมเข้าใจว่าที่คนไม่ได้พูดถึงเรื่องของกฤษฎีกาในวันนั้น เพราะว่าในเชิงนโยบายนี่มันไม่ได้เปึนปัญหา เนื่องจากเปึนกฎหมายที่สอดคล้องกับ นโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่ข้อกฎหมายที่มันเกิดขึ้นขณะนี้ครับท่านประธานครับ ขออนุญาตอ่านมาตรา ๑๔๒ นะครับว่า ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติซึ่งมีผู้เสนอตาม (๒) ก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน จะเสนอได้ก็ ต่อเมื่อมีคํารับรองของนายกรัฐมนตรี คําถามในขณะนี้ก็คือว่า กฎหมายเสนอไปหรือยัง คําตอบก็คือเสนอไปแล้วครับ มิฉะนั้นไม่อยู่ในขั้นของกรรมาธิการ ประเด็นก็จะมีอยู่ว่า ถ้า บอกว่ากฎหมายนี้เปึนกฎหมายการเงินต้องให้นายกรัฐมนตรีรับรองนี่ เสนอไปก่อนหน้านี้ ได้อย่างไร ก็จะเปึนการทําผิดรัฐธรรมนูญได้นะครับ เพราะฉะนั้นจึงได้ปรึกษาหาทางออก นะครับ เพราะผมก็หวังว่าในเมื่อฝ์ายค้านบอกเองว่ากฎหมายฉบับนี้อยากให้ผ่าน ผมไม่ ขัดข้องละครับจะทําอย่างไรก็ได้ให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญและให้กฎหมายเดินหน้า ทําได้ ครับ เพราะนโยบายมันตรงกันอยู่แล้ว เพียงแต่เนื่องจากประเด็นนี้หยิบยกขึ้นมาหลังจาก ที่กฎหมายเสนอไปแล้ว มันจึงไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญจึงต้องมาช่วยกัน หาทางออกครับ
ผมก็คิดว่าทางออกก็มีอยู่ แล้วตอนนี้นะครับ อย่างที่ผมเรียนแล้วนะครับ ขั้นตอนของทางสภานี่ทําเรียบร้อยไปแล้ว คืออยู่ที่ฝ์ายรัฐบาลเท่านั้นเองนะครับ
ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้น ท่านกรุณาวินิจฉัยเลยนะครับว่า ถ้าผมเซ็นรับรองกลับมานี่กฎหมายฉบับนี้ต้องเสนอใหม่ ตั้งแต่วาระหนึ่ง ใช่หรือไม่ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ
ประท้วงหรืออย่างไรครับ
ผมอยากแสดงความคิดเห็น ท่านประธานอนุญาตด้วยครับ
ท่านประธานครับผมยกมือ ตั้งหลายรอบแล้วครับ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นได้ไหมครับ
ช่วยกรุณานั่งก่อนครับ แล้วก็ยกมือขึ้นใหม่ครับ เชิญครับ สุรเชษฐ์
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานครับ ผม สุรเชษฐ์ ชัยโกศล เขต ๑ จังหวัด พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทยครับ ด้วยความเคารพท่านประธานเลยนะครับ เกี่ยวกับ ประเด็นที่เกิดขึ้นนะครับ ซึ่งก็ด้วยความเคารพครับ หลาย ๆ ท่านที่วันนั้นได้อภิปรายว่า กฎหมายนี้เสนอตั้งแต่เมื่อครั้งที่ประธานท่านก่อนบรรจุไว้นะครับ ซึ่งเปึนท่านใดผมไม่ สามารถจําได้ แต่ด้วยความเคารพนะครับว่า ลักษณะการบริหารของผู้ที่จะต้องมาเปึนนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทยนะครับ ต้องรู้เลยว่าการที่เราจะกันเงินคงคลังไว้ในการใช้จ่ายหรือนํามา บริหารนี่ ผู้ที่จะต้องทําหน้าที่เสนอต่อสภา ซึ่งไม่ต้องถึงกับนายกรัฐมนตรีประเทศไทย แค่นายก อบต. ยังต้องรู้เลยว่านายกรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวันนั้นทําด้วย ความเร่งรีบ เร่งร้อน กระทั่งเราไม่เสนอชื่อกรรมาธิการก็น่าจะชะลอเพื่อที่จะทบทวน แต่ด้วยความเร่งรีบทางฝ์ายรัฐบาลยังช่วยเสนอกรรมาธิการซีกฝ์ายค้านให้อีก ซึ่งการที่ทํา โดยที่เร่งร้อนอย่างนั้น ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็อยากจะให้นโยบายของรัฐบาลเดินไปได้ แต่เมื่อความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้วนี่ ผมถามถึง ความรับผิดชอบของรักษาการนายกรัฐมนตรีครับว่า วันนั้นท่านมีอํานาจเต็ม ทําไม ไม่ยับยั้ง ทําไมปล่อยให้ภาระเกิดขึ้นกับสภาแห่งนี้ ด้วยความเคารพครับ ถ้าเปึนผม ผมลาออกแล้วขอบคุณครับ
ไม่ต้องย้อนกันมากมาย ถึงขนาดนั้นนะครับ เราปรึกษาหารือกัน เชิญครับท่าน
ท่านประธานที่เคารพ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความเปึนธรรมกับท่านรองนายกรัฐมนตรีและก็เพื่อ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดของรัฐบาลหรือไม่ครับ เพราะอํานาจในการวินิจฉัยในเบื้องต้นในการบรรจุระเบียบวาระคือของประธานสภา ซึ่งก็เพิ่งทราบกันวันนี้ครับว่าจริง ๆ แล้วไม่ใช่ตัวท่านประธาน แต่ว่าเปึนท่านประธาน ซึ่งทําหน้าที่ก่อนหน้านี้ เมื่อประธานสภาผู้แทนราษฎรวินิจฉัยแล้วนี่รัฐบาลก็ไม่มีอํานาจ ในการที่จะมาโต้แย้งคําวินิจฉัยครับ ดังนั้นก็เดินเข้าสู่กระบวนการนะครับ ต้องขอ ความกรุณาท่านสมาชิกท่านอ่านรัฐธรรมนูญ และอ่านข้อบังคับให้ถูกต้องนะครับ นี่ประเด็นมีอยู่เท่านี้ครับ ว่าบังเอิญขั้นตอนในวันนั้นท่านประธานท่านที่แล้ว ท่านวินิจฉัย ว่าไม่ใช่กฎหมายการเงิน สภาก็ต้องเดินตามคําวินิจฉัยของท่าน เดินมาถึงจุดที่เลยไปแล้ว นี่ปรากฏว่ามีการหยิบยกว่ามันเปึนกฎหมายการเงินขึ้นมา ปัญหาถึงเกิดครับ ไม่ได้ เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดของรัฐบาลครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต
จะเอาอย่างไร เยอะเหลือเกิน เอาเจ้าของร่างดีกว่า คุณจุติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมอยากจะหารือ ท่านประธานอย่างนี้ครับ เพื่อให้ปัญหามันจบ ผมคิดว่าความผิดคงไม่ต้องไปโทษใคร ผมอาจจะเปึนคนที่เร่งรีบเสนอกฎหมายนี้ เพราะว่าอยากจะให้ผ่านเร็ว ๆ แล้วผมคิดว่า วันนี้ถ้าเผื่อทุกคน ผมเชื่อว่าสมาชิกทั้ง ๒ สภาอยากให้กฎหมายนี้ผ่าน เมื่อเปึนเช่นนั้น ท่านประธาน ผมอยากจะหารือท่านประธานว่าเปึนไปได้ไหม ที่เราไม่ต้องไปโทษว่าใคร รับผิดชอบ แต่ว่าผมขออนุญาตว่าถ้าสภาที่ประชุมอนุญาต ผมจะขอถอนร่างของผม ออกมา แล้วท่านสมาชิกอื่นที่ร่วมเสนอด้วย ขอถอนออกมา แล้วก็ขอเสนอใหม่ แล้วก็รัฐบาลรับรองเปึนร่างการเงิน แล้วก็ได้เสนอสภามา ก็อาจจะรวดเร็วกว่าที่ท่าน ประธานต้องมานั่งปวดหัวแก้ว่าทําไมติดขัดข้อนั้นข้อนี้ อยากจะขอหารือท่านประธานครับ ถ้าเผื่อท่านประธานอนุญาต เมื่อเป่ดประชุมแล้ว ผมจะได้ขออนุญาตปรึกษาหารือกับทาง ฝ์ายค้านว่าถ้าทําอย่างนั้นได้ ผมคิดว่าจะเปึนทางออกที่เร็วที่สุด แล้วก็ผู้สูงอายุจะได้รับ เบี้ยยังชีพเร็วที่สุดครับ กฎหมาย
คือมันจะไปกันใหญ่ แล้วครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธานครับ
เชิญครับ คุณวิรัตน์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความ เคารพครับ ท่านประธานครับ ผมเผอิญมีข้อมูลอยู่บ้างครับว่า ทั้งหลายทั้งปวงนี้ไม่ใช่เปึน การสั่งราชการของท่านประธานชัย ชิดชอบ แต่ประการใดนะครับ แต่เปึนช่วงที่ท่าน สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เปึนรักษาการประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่องนี้นอกจาก ท่านจุติ ไกรฤกษ์ แล้ว ท่านประธานครับ ยังมีผู้เสนออีกหลายร่างเข้าไป แล้วเนื่องจากว่า เปึนการแก้ไขเล็กน้อยนะครับ กรณีไม่ต้องตามมาตรา ๑๔๓ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมี (๑) การตั้งขึ้น ยกเลิก ลด เปลี่ยนแปลง แก้ไข ผ่อนหรือวางระเบียบบังคับอันเกี่ยวกับการภาษี หรืออากร (๒) การจัดสรร รับ รักษา การจ่ายเงิน (๓) การกู้เงิน การค้ําประกัน แปลความ ว่าร่างของท่านจุติก็ดี ของเพื่อนสมาชิกทั้งหลายทั้งปวงก็ดี ท่านสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เห็นว่าไม่ต้องตามมาตรา ๑๔๓ ท่านจึงสั่งว่าไม่เปึนพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน เมื่อสั่งอย่างนั้นนะครับ เรื่องดังกล่าวก็เลยเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปอย่างนี้แปลว่าคําสั่ง ของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นต้องชอบแล้วนะครับ เรื่องมันถึงผ่านเข้ามาในสภาได้นะครับ ถ้าสภาคิดเห็นอย่างนี้ก็แปลว่าก็ไม่ต้องส่งไปให้ ท่านนายกรัฐมนตรี สภาก็เดินต่อ ประชุมคณะกรรมาธิการต่อไปได้ แล้วเมื่อ คณะกรรมาธิการมีการปรับปรุงแก้ไข ทีนี้ละครับมันถึงจะเข้ามาตรา ๑๔๔ ที่จะส่งไปให้ ท่านนายกรัฐมนตรีรับรองอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเปึนอย่างนี้ครับ ท่านประธานชัยที่เคารพครับ ถ้าถือว่าคําสั่งของท่านสมศักดิ์ซึ่งรักษาการโดยชอบเปึนคําสั่งที่ชอบ แปลว่าร่างของท่าน จุติ ไกรฤกษ์ กับร่างของคณะ ส.ส. ทุกคนไม่เกี่ยวกับการเงิน ก็เข้ามาสู่การพิจารณาของ สภาโดยชอบ สภาก็ตั้งคณะกรรมาธิการแล้ว ก็ขอให้ดําเนินการต่อ ถ้าคณะกรรมาธิการ แก้
เดี๋ยวนี้มันเลยไปหมดแล้ว นะครับ มันเลยกรอบไปหมดแล้วครับ
เข้าใจครับ คือจะว่าเลยก็ไม่ใช่ท่านประธานครับ ๑. สภาผ่านวาระแรกแล้ว ตั้งคณะกรรมาธิการแล้ว แต่เรามาตัดสินกันโดยผิดหลงไป นิดเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นเราก็ดึงเรื่องคืนมาส่งเข้าคณะกรรมาธิการ ถ้าคณะกรรมาธิการแก้ก็ส่งไปที่ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วนายกรัฐมนตรีรับรองจบเลย กระบวนการอย่างนี้จะสะดวกรวดเร็วและเปึนประโยชน์กับประชาชน ขอบพระคุณ ท่านประธาน
คุณเชาวรินสิ เปึนตํารวจ ว่าอย่างไร
ต้องขอขอบคุณ ท่านประธาน และก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าให้ท่านรักษามาตรฐานตรงนี้ไว้ คือให้ยกมือจนกว่าประธานจะเรียกแล้วค่อยขึ้นมาอภิปราย ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็ขึ้นมาปัูบ
ผมก็พยายามแล้วครับ พูดเลยดีกว่าครับไม่เสียเวลาครับ
ครับ นิดเดียว พอท่านทักบอกว่า ประท้วงอะไร สมาชิกก็บอก ไม่ได้ประท้วง ไม่ได้ประท้วงคุณก็นั่งลง ก่อน แล้วท่านประธานก็เรียก ทีหลังท่านอย่าไปเรียกอย่างนั้น ท่านต้องเรียกคนที่เขายก มือรักษากติกาอย่างนี้ ท่านประธานต้องเห็นผมแน่นอนเพราะมีอยู่คนเดียวเท่านั้นที่แต่ง เครื่องแบบ เอาล่ะทีนี้เข้าเรื่อง
ประเด็นสําคัญที่สุดที่ผมขอโอกาสก็คือว่า ท่านประธานกรรมการ ประสานงานฝ์ายรัฐบาล เอ่ยชื่อสักนิดหนึ่งก็ได้ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้อภิปรายก่อน หน้านี้มีความตอนหนึ่งระบุว่า การดําเนินการที่ว่านี้เปึนไปตามความต้องการของฝ์ายค้าน ผมขอใช้โอกาสตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ว่าท่านยังไม่ชี้ผมก็ไม่กล้ายืน จริง ๆ มันไม่ใช่ว่า เปึนไปตามความต้องการของฝ์ายค้าน แต่ฝ์ายค้านได้เห็นแล้วว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้าขืนผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปพวกเราจะหน้าแตกเปึนริ้วปลาแห้ง พอไปถึง ส.ว. ทางวุฒิสภาเขาตีกลับเราจะเสียหาย ตรงนี้ฝ์ายค้านถึงได้อภิปรายแล้วก็แสดงความ คิดเห็นว่าอย่าผลีผลาม ให้ใจเย็นเข้าไว้ พวกท่านก็ดึง อาศัยว่าท่านมากกว่า พวกผม น้ําน้อยแพ้ไฟก็ต้องคล้อยตามไป แต่อย่างไรก็ตามเราก็ไม่รับนะครับ ถึงไม่มีการเสนอ กรรมาธิการวิสามัญมา เพียงแต่รักษาหน้ากันไม่วอล์คเอาท์ (Walkout : การประท้วงโดย เดินออกจากที่ประชุม) ท่านก็มีน้ําใจ มึงไม่เสนอ กูเสนอแทนก็ได้ ทีหลังอย่าทําอย่างนี้ ครับไม่เอา ทีหลังอย่าทําครับไม่เอา ผมขอร้องเถอะ มีอะไรปรึกษาหารือแล้วฟังกันบ้าง ที่ทักท้วงนั้นล้วนแต่ความปรารถนาดี เพราะถ้าส่งไปวุฒิสภา วุฒิสภาตีกลับนี่สภา ผู้แทนราษฎรเสียหายท่านประธานครับ พวกเราแต่ละคนบางท่านอย่างนี้ พรรษานี่ อย่างวุฒิสภา พวกมาจากการเลือกตั้งเขาเปึนได้ทีเดียวสมัครซ้ําไม่ได้ พวกสรรหาก็เช่นกันซ้ําไม่ได้ แต่พวกเรานี่บางท่านเปึนมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๑๒ จนบัดนี้ ๑๓ สมัย ๑๔ สมัย แล้วไปทําผิด แล้วส่งไป ส่งไปเขาตีกลับ โอ้โฮ้ อายฟัาอายดินท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมก็ขอฝากไว้ว่า ทีหลังอย่าทําครับ ขอบคุณครับ
ครับ ไม่ทําแล้วครับ เชิญ คุณฐิติมา
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธาน คงจําวันนั้นได้ที่เราประชุมกันจนค่ําคืน แล้วดิฉันเองเปึนผู้ที่เสนอท่านประธาน ถ้าหากว่า ยังเปึนที่สงสัยอยู่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ ว่าถ้ายังเปึนที่สงสัยอยู่ว่าเปึน พระราชบัญญัติที่เกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ ก็ขอให้ท่านประธานนี่ เปึนอํานาจของ ท่านประธานอยู่แล้วในที่ประชุมร่วมกันของประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธาน คณะกรรมาธิการสามัญไปจัดประชุมร่วมกัน เปึนอํานาจท่านประธานอยู่แล้ว แต่ท่านประธาน ก็ไม่ฟัง ถ้าเปึนเด็กเขาต้องเรียกว่า ดื้อ นะคะท่านประธาน
ผมได้ดําเนินการแล้วนะครับ ให้สภาแจ้งไปทั้ง ๕ ท่าน ทั้ง ๕ ท่าน ตอบยืนยันว่าไม่ติดใจ เพราะพระราชบัญญัตินี้ถือว่า เปึนพระราชบัญญัติการเงิน ยืนยันมาแล้วครับ มีเอกสารหลักฐาน ได้ทําแล้วครับ ถ้าทั้ง ๕ ท่านบอกว่า ไม่ใช่กฎหมายการเงิน ก็ต้องเชิญทั้ง ๓๕ ท่าน มาปรึกษาหารือ แล้วจึงจะ ส่งรัฐบาล บัดนี้ ๕ ท่าน ยินยอมว่าไม่ติดใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการเงินก็ให้ ส่งรัฐบาล เราก็ส่งไปตามขั้นตอนแล้วครับ ผมก็คิดว่าผมทําถูกนะครับ ไม่ผิดหรอกครับ ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ พระราชบัญญัติเราค้างอยู่เยอะ ผมอยากจะขอความกรุณา
ท่านประธานคะ
ยกมือประท้วงอีกหรือ นางสาววรศุลี
ท่านประธานคะ ขอหารือท่านค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเปึนผู้เสนอคนหนึ่งนะคะ วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ค่ะ นาง ค่ะ นางวรศุลี นะคะ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ได้เสนอร่างกฎหมายผู้สูงอายุ ตั้งแต่ครั้งก่อนค่ะ แล้วก็ ได้รับหนังสือจริง ๆ ว่าเปึนกฎหมายการเงิน แต่ว่าถ้าในวันนี้ท่านบอกว่าผิดพลาดในทาง สภาหรือผิดพลาดอย่างไรดิฉันไม่ทราบ แต่ดิฉันขอว่ากฎหมายนี้อยากจะให้มีผลใช้บังคับ เพื่อจะให้คณะกรรมาธิการนั้นพิจารณาตามขั้นตอน แล้วจะได้บังคับใช้ แต่อย่างไร ๆ ดิฉันยังยืนยันว่าต้องเสนอกฎหมายผู้สูงอายุนี้แล้วจะยังไม่ถอนนะคะ
คุณพิษณุว่าอย่างไร คุณพิษณุ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เพื่อไม่ให้เปึนการเสียเวลาสภาแห่งนี้ ผมคิดว่าเราก็ได้มีการถกเถียงกัน พอสมควร แล้วท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านประธานวิปรัฐบาลก็ได้มีการหารือกัน และโดยเฉพาะท่านที่เสนอญัตตินี้ท่านแรกคือ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ก็เสนอทางออกให้กับ สภาแห่งนี้แล้วคือท่านจะถอน ผมเรียนท่านประธานนิดหนึ่งครับว่า ร่าง พ.ร.บ. สูงอายุ ฉบับนี้ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ เสนอเข้ามาตั้งแต่พรรคพลังประชาชนยังเปึนรัฐบาลอยู่ และสุดท้ายก็ได้มีการเลื่อนญัตตินี้ขึ้นมาจ่อคิว จากนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงทางด้าน การเมืองเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี เรื่องก็ยังคาอยู่เปึนวาระแรก ก็เลยเกิดความผิดพลาด กันนิดหน่อย แต่เพื่อให้เร็วผมเรียนท่านประธานว่าแนวทางของท่านจุติ ไกรฤกษ์ เปึนแนวทางที่ถูกต้องแล้วนะครับ ถอนออกไปก่อน แล้วก็ไปทําให้ถูกต้องครับ ให้นายกรัฐมนตรีเซ็นลงนามรับรอง แล้วกลับเข้ามาสภาใหม่ พวกเราพรรคเพื่อไทยทุกคน ก็พร้อมที่จะสนับสนุนร่างตัวนี้อยู่แล้ว เราอยากจะให้ผู้สูงอายุทั่วประเทศได้รับประโยชน์ จากร่างนี้ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ผมขอปรึกษาอย่างนี้ นะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาสภา ถ้านะครับเราไม่ต้องการให้เราเสียหาย ผมคิดว่า ทางรัฐบาล ท่านอนุมัติมาเราก็ทําให้ถูกต้อง โดยเปึนการเข้าบรรจุระเบียบวาระใหม่ จะได้ไหมครับ แล้วก็พิจารณารวดเดียว จะเร็วกว่านะครับ เชิญหมอชลน่านครับ นานแล้วครับ เชิญ
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ต้อง ขอกราบขอบคุณที่ท่านประธานกรุณาให้ผมได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านได้บอกกับสภาแห่งนี้นั้นถูกต้องแล้ว มันเลยขั้นตอน ขั้นตอน หมายความว่าขณะนี้เรารับหลักการไปและมีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาแล้ว อยู่ในวาระที่สอง ที่จะเริ่มสู่การพิจารณาเปึนรายมาตราในชั้นของกรรมาธิการแล้ว เพราะฉะนั้นประเด็นที่ เพื่อนสมาชิกเสนอจะถอนร่างออกไปนี้เลยครับ มันเลยเวลา ที่สําคัญครับท่านประธานครับ วันนั้นถ้าสภาแห่งนี้ได้ปล่อยให้เราอภิปรายกันนะครับ ไม่รีบเสนอญัตติป่ดอภิปราย โดยที่ พวกผมเตรียมมาหมดที่จะเสนอความเห็นว่าอย่างไรนี่อาจจะต้องถอนร่างไปก่อน หรือให้รัฐบาลรับไปพิจารณา ๖๐ วัน ก็ยังดี แต่ไม่มีใครฟังครับ มันก็เลยเปึนประเด็นว่า เราเลยขั้นตอนนั้น เอาละ ผมไม่เท้าความกลับไป เพราะมันผ่านมา ประเด็นก็อยู่ที่ว่า ถ้าท่านถอนท่านยิ่งทําผิดรัฐธรรมนูญอีก เพราะฉะนั้นจะเอาอย่างไรเมื่อเข้าสู่วาระที่สอง แล้วท่านจะหาทางออกอย่างไร ต้องยอมรับนะครับว่ากฎหมายฉบับนี้เสนอโดยไม่ชอบ ถ้ากรณีท่านแปลความว่าเปึนพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยกับการเงิน ท่านบอกชัดเจนว่าเปึนการเงินครับ สมาชิกหลายท่านก็ให้ความเห็นเปึนการเงิน ถึงแม้ผู้ บรรจุขณะนั้นจะไม่ได้วินิจฉัยว่าเปึนการเงิน แต่มีข้อสงสัยก็ต้องเข้าสู่กระบวนการ กระบวนการที่ถูกต้องคือต้องถอนหรือรับไปนะครับ ในวาระที่หนึ่ง เท่านั้นเอง ไม่มีเปึน อย่างอื่น แต่เข้าสู่ระเบียบวาระที่สอง แล้วนี่ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ต้องยอมรับนะครับว่า มันเลยขั้นตอนที่จะแก้ไข ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี ต้องขออภัยครับที่ ท่านแนะนําว่า มาใช้มาตรา ๑๔๔ ไหมในชั้นกรรมาธิการ ผมก็เห็นว่าใช้ไม่ได้ครับ เพราะว่าข้อสงสัยเราท่านเองก็วินิจฉัยว่าเปึนการเงินมาก่อน โดยที่เปึนการเงินโดยไม่ ถูกต้องตามนิติวิธีที่จะบรรจุร่างเกี่ยวกับการเงินเข้าสู่สภา เปึนความหมายที่พวกเราบอก ว่าเปึนการเงินกันเองนะครับ เราจะมาทึกทักเอาว่าไม่เปึนการเงินแล้วก็ใช้บทบาทอํานาจ หน้าที่ของกรรมาธิการไปแก้ไข ซึ่งผมดูแล้วแก้ไขอยู่ ๓ มาตรานี่นะครับ เปลี่ยนอย่างไร มันก็เหมือนเดิม อาจจะตัด และ หรือ ออกไป เขาบอกว่าเปึนการเงิน ยกเว้นที่ใช้ร่างผม แปรญัตตินะครับ ที่ผมบอกต้องเปึนเงินสวัสดิการหรือต้องเปึนเบี้ยยังชีพ มันก็คือเปึนการ แก้ไข แต่ถามว่ามันจะใช้มาตรา ๑๔๔ ได้หรือไม่ ผมอยากให้สภาแห่งนี้ช่วยวินิจฉัย เพราะว่าสิ่งที่เดิมมันเปึนการเงินอยู่แล้วนะครับ แก้ไขก็ยังเปึนการเงิน จะใช้มาตรา ๑๔๔ มาแก้สถานการณ์บอกสภาทําผิดได้หรือไม่ ถ้าผมคิดว่าถ้าใช้กรรมาธิการทําอย่างนั้น ก็อาจจะมีการแปลความอีก แปลความว่าเราทําไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ นั่นประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ถ้าจะมีการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่กรรมาธิการไม่เอาร่างนี้ส่งกลับคืน มาได้ไหมครับ กรรมาธิการมีมติเลยว่าร่างนี้ไม่ชอบนะครับ รับหลักการมาแล้วมันไม่ชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญ มีช่องมาตรารัฐธรรมนูญอยู่อีกเยอะครับ เสนอชื่อกันก็ได้ หรือเปึน ความเห็นกรรมาธิการก็ได้ ส่งกลับมาจะได้บอกว่า สภาแห่งนี้มันทําผิด เราต้องยอมรับกัน ครับ ผิดต้องว่าผิด ฝ์ายเสียงข้างมากก็จะได้รู้ว่าบางเรื่องมันเปึนเรื่องจําเปึนที่เราต้อง ทักท้วง ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ใช้ช่องกรรมาธิการน่าจะเปึน ประโยชน์มากที่สุดสําหรับสภาแห่งนี้ จะได้ไม่ขายหน้าเขาครับ
ท่านประธานครับ
เชิญท่านทิวา
ท่านประธานที่เคารพ ผม ทิวา เงินยวง พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ถ้าเราดูกระบวนการหรือข้อเท็จจริงเรื่อง พระราชบัญญัติฉบับนี้ เมื่อการประชุมคราวที่แล้วครับท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่า การวินิจฉัยของท่านประธานเดิมนะครับ ว่าไม่ใช่กฎหมายการเงินและบรรจุเข้าสู่ระเบียบ วาระ แล้วก็ไม่มีใครทักท้วง การทักท้วงว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนการเงินหรือไม่ เหมือนกับที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้กราบเรียนเมื่อสักครู่ว่า เปึนสิทธิของสมาชิกครับ ที่จะทักท้วงใน กรณีที่ท่านประธานชี้ว่าเปึนการเงิน ทักท้วงว่าไม่เปึนการเงิน แต่ในกรณีกฎหมายฉบับนี้ นะครับ ทางท่านประธานได้ให้ความกรุณา ส.ส. แล้วครับท่านประธานครับ ชี้ไปแล้วครับว่า นี่ไม่ใช่กฎหมายการเงินนะครับ ให้เกียรติท่าน ส.ส. ที่สุดแล้วครับ แล้วก็กราบเรียน ท่านประธานครับว่า กระบวนการพิจารณากฎหมายทั้งข้อบังคับทั้งหมด ทั้งรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดนะครับ มีเกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีอยู่ประโยคเดียวครับ กฎหมายการเงินเท่านั้น เพราะฉะนั้นที่ต้องมีกฎหมายการเงินหรือมีหลักการอันนี้ก็เพราะรัฐบาลเปึนผู้เก็บภาษี เปึนผู้ใช้จ่ายเงินครับ เขาผูกไว้เท่านั้น โดยหลักฝ์ายนิติบัญญัตินั้นเปึนหน้าที่ของพวกเรา สมาชิกรัฐสภาครับ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ตั้งแต่ต้นครับ เปึนหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาที่จะ ให้ความเห็นชอบพระราชบัญญัติทุกฉบับนะครับ เพราะฉะนั้นกระบวนการในการบัญญัติ กฎหมายทั้งหมดเปึนเรื่องของเราโดยตรง ยกเว้นนิดเดียวครับประโยคเดียวครับ คราวนี้มา ดูข้อเท็จจริงที่จริงคืนนั้นผมก็ได้ไปกราบเรียนท่านประธานกับ คุณเจริญ จรรย์โกมล นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนิดหนึ่ง ว่าจะหาทางออกอย่างไร กรณีที่จะคัดค้านว่า เปึนพระราชบัญญัติการเงินหรือไม่นั้น ท่านประธานตามไปดู มาตรา ๑๔๒ มาตรา ๑๔๓ มาตรา ๑๔๔ บวกกับข้อบังคับเถอะครับ ข้อ ๑๑๑ ข้อ ๑๑๒ นะครับ เขาให้สิทธิสมาชิก ครับในการที่ประธานวินิจฉัยไปตัดสิทธิเขา แต่คราวนี้ประธานวินิจฉัยให้สิทธิ นี่ประเด็น แรกนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ในการคัดค้านว่าเปึนการเงินหรือไม่นะครับ ถ้าเปึนการเงิน ท่านต้องคัดค้านตามมาตรา ๑๔๓ ครับ ซึ่งเป่ดโอกาสกับข้อบังคับ ข้อ ๑๑๑ ถ้าผมจําไม่ ผิดนะครับ
ประเด็นถัดมาครับ กรณีเมื่อเราได้พิจารณาไปถึงมาตรา ๑๔๔ แล้วนี่ มีเงื่อนไขเดียวที่จะกลับมาให้นายกรัฐมนตรีรับรองได้ก็คือ ในชั้นพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎรวาระหนึ่งนะครับ ผ่านไปแล้วนี่นะครับ ตั้งคณะกรรมาธิการแล้ว คณะกรรมาธิการไปแก้ไขว่าเปึนการเงิน เดิมไม่เปึนการเงิน นั่นส่งให้กับนายกรัฐมนตรี รับรองโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ผมใช้คํานี้นะครับ ท่านประธานครับ เพื่อบันทึกไว้ โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตรงกันข้ามครับ ไม่มีรัฐธรรมนูญ ไม่มีข้อบังคับบัญญัติว่า ที่วินิจฉัยให้สิทธิสมาชิกแล้วนี่ จนผ่านกระบวนการถึงคืนนั้นนี่นะครับ ตั้งกรรมาธิการแล้ว แล้วบอกว่าย้อนกลับให้ท่านนายกรัฐมนตรีไปรับรองว่าเปึนการเงินหรือไม่ ถ้าย้อนกลับไป ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีลงนามผมว่ามีรัฐธรรมนูญตรงไหนรองรับล่ะครับ เดี๋ยวท่านก็ อาจจะโดนต่อไปครับ ท่านลงนามได้อย่างไร ไม่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญรองรับ มีการ กระทําที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญไหม ถอดถอนอีกครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมเรียนตรง ๆ ว่าเปึนทางตันครับ ส่วนกฤษฎีกาจะวินิจฉัยอย่างไรนะครับ ผมทราบ มาแล้วเปึนนัย ๆ ไม่เปึนไรครับ ทางออกมี ๒ ทาง
ก็บอกไปเลยสิ นัย ๆ อย่างไร บอกว่าเขาไม่รับรอง เขาไม่รับรองให้มันรู้จะได้วินิจฉัยกันครับ
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี่ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านถามทุกฝ์ายว่าจะหาทางออกอย่างไร ผมมีทางออกให้ ๒ ทางครับ ท่านประธานครับ
ทางที่ ๑ นะครับ ง่ายที่สุดเลยครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราทุกท่านนี่ เห็นด้วยกับหลักการอันนี้ของกฎหมายฉบับนี้ต้องการให้ผ่าน ให้ผ่านเร็วที่สุด ท่านประธานวิปฝ์ายค้านท่านวิทยาท่านบอกว่า พิจารณากรรมาธิการเต็มสภาเลยก็ได้ ผ่านเลยก็ได้นะครับ เมื่อสักครู่ผมฟังได้ยินอย่างนี้ถูกไหมครับ ท่านประธานครับ ถ้ามีการ ถอนว่ากฎหมายฉบับนี้ที่บอกว่าเปึนการเงินออกไปให้ถือว่าไม่เปึนการเงินนี่นะครับ วันนี้ ท่านประธานก็อนุมติให้คณะกรรมาธิการประชุมได้เลยครับ นี่ทางออกแรกเร็วที่สุด แล้วกฎหมายฉบับนี้จะประกาศใช้เร็วที่สุด ทันสถานการณ์ที่สุดครับ ถ้าสภาแห่งนี้วินิจฉัย หรือร่วมกันตกลงว่านี่ไม่ใช่กฎหมายการเงิน มติของการตั้งคณะกรรมาธิการวันนั้น ก็สมบูรณ์ ท่านประธานก็สามารถเซ็นหนังสือให้กรรมาธิการประชุมได้ กรรมาธิการก็ไป ประชุมเร็วขึ้นก็เข้าสู่วาระสอง วาระสาม จบเลยครับ นี่ทางแรกนะครับ
ทางที่ ๒ ผมไม่แน่ใจว่าการถอนร่างนั้นจะมีกระบวนการทําได้มากน้อย แค่ไหน มีอะไรรองรับครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
คือผมเรียนนะครับ ขั้นตอนมันหมดไปแล้วครับจากสภา ตอนนี้อยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรี คือท่าน นายกรัฐมนตรีจะรับรองหรือไม่รับรองก็คืนมาสภา มีเท่านั้นเองครับ เมื่อคืนมาสภา แล้วสภาจะวินิจฉัยนะครับ เพราะว่ากระบวนการมันเสร็จสิ้นไปหมดแล้วครับ
ท่านประธานครับ ขออภัย
ถ้าจะเอาย้อนกลับอย่าง ที่ท่านอาจารย์ทิวาพูดนี่
ไม่ใช่ครับท่านประธาน ขออภัย ครับ ขออนุญาตแทรกต่อเนื่องครับ คือตอนนี้ถ้าส่งไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วท่าน นายกรัฐมนตรีไม่รับรองกลับคืนสภานี่ แล้วสภาเดินไปตามที่มีมติแล้วนี่นะครับ กฎหมาย ฉบับนี้จะผ่านด้วยเวลาอันรวดเร็วครับ ท่านประธานครับ
จะผ่าน ไม่ผ่านก็เรื่องของ สภาครับ แต่ทีนี้ขั้นตอนของสภาทําเรื่องไปถึงรัฐบาลแล้ว เรื่องของรัฐบาล รัฐบาลจะรับ หรือไม่รับก็คืนมาให้เร็วที่สุดที่จะเร็วได้ มันมีแค่นี้เองครับเรื่อง เชิญคุณนิพิฎฐ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุงครับ ผมคิดว่ามีแนวที่ทั้ง ฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลคิดตรงกันอยู่ครับ ไม่ว่าจะเปึนผู้เสนอร่างคือท่านจุติ ไกรฤกษ์ และคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ท่านประธานครับ ต้องยอมรับความจริงว่า ทั้งหมดนี่มันไม่ได้ เปึนหน้าที่ของรัฐบาลเลยนะครับ เปึนหน้าที่ของพวกเราในฝ์ายนิติบัญญัติโดยแท้ครับ แต่เอาละครับเมื่อมีปัญหาขึ้นมาและมติที่ประชุมในวันนั้นมอบให้ท่านประธานได้มี หนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อให้มีคํารับรองมา แต่ว่าก็จริงท่านประธานครับ ถ้าท่าน นายกรัฐมนตรีรับรองมานี่ มันก็คงมีคนส่งศาลรัฐธรรมนูญอีกว่าท่านนายกรัฐมนตรีรับรอง มาไม่ได้ เพราะมันเลยเวลาแล้ว ผมว่าอย่างนี้นะครับทุกฝ์ายก็คิดตรงกันแล้วว่า ดูเหมือนว่าทุกฝ์ายคิดตรงว่า โยนให้คณะกรรมาธิการ แต่ว่า ณ วันนี้ครับ มันไป คณะกรรมาธิการไม่ได้ ตรงที่ว่าท่านประธานให้รอการพิจารณาไว้เพื่อรอหนังสือของ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าต้องถอนสลักตรงนี้ก่อนครับ ถ้าที่ประชุมเห็นร่วมกันทั้ง คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ซึ่งผมคิดว่าเปึนตัวแทนของฝ์ายค้านได้ในระดับหนึ่งนะครับ และคุณจุติ ไกรฤกษ์ มีมติวันนี้ได้ไหมว่า หนังสือที่ท่านประธานมีถึงท่านนายกรัฐมนตรี นั้นนะครับ ขอให้นายกรัฐมนตรีรับรอง แล้วถอนหนังสือนั้นเสีย บอกว่าสภาจะพิจารณา ต่อไป ขอถอนหนังสือที่ท่านนายกรัฐมนตรีมีคํารับรองออกมานะครับ แล้วก็ท่านประธาน ก็มีคําสั่งให้คณะกรรมาธิการพิจารณาต่อ หลังจากนั้นคณะกรรมาธิการจะพิจารณา อย่างไร โยนมาที่สภาใหญ่จะคว่ําอย่างไรก็แล้วเปึนเรื่องของสภาครับ ผมว่าถ้าอย่างนี้ครับ สภาถึงจะเดินได้ ขอบพระคุณครับ
ครับ คือผมปฏิบัติตาม ที่ท่านพูดไม่ได้ เพราะผมได้ส่งเรื่องไปให้รัฐบาลแล้ว รัฐบาลมีหน้าที่ตอบมาเท่านั้น ไม่รับรอง หรือรับรองเท่านั้นเอง แล้วพอมาถึงกระบวนการของรัฐสภา สภาเขา ดําเนินการตามระเบียบของสภาต่อไป เชิญครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอทําความเข้าใจอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วก็ขอเสนอทางออกนะครับ ขอทําความเข้าใจนิดหนึ่งว่า ปัญหามันเกิดขึ้นเพราะว่าท่านประธานที่รับเรื่องเข้ามา ในครั้งแรกใช้อํานาจของท่านวินิจฉัยว่าไม่เปึนกฎหมายการเงิน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญไม่ อนุญาตหรือไม่มีช่องทางให้มีการทักท้วงเลยนะครับ เพราะถือว่าเวลาให้สิทธิสมาชิก ด้วยกันมันไม่มีข้อทักท้วงนะครับ จุดที่จะทักท้วงได้ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นแม้กระทั่ง ท่านอภิปรายไปแล้ว แล้วเห็นประเด็นนี้นี่นะครับ ถามว่าความผิดถ้าเปึนกฎหมายการเงิน จริง ผิดหรือยัง ผิดตรงที่ว่าถ้าเปึนกฎหมายการเงินเสนอไม่ได้ ไม่ใช่รับหลักการไม่ได้นะครับ เสนอไม่ได้เลยตั้งแต่แรก แต่นี่เสนอไปแล้ว แล้วก็เกิดประเด็นขึ้นมา ทีนี้ปัจจุบันเมื่อติดขัด กันอยู่อย่างนี้กระผมก็กราบเรียนเสนออย่างนี้ครับท่านประธานครับ ท่านประธานบอกว่า ได้ส่งหนังสือมาถึงรัฐบาลแล้ว ผมตรวจสอบล่าสุดกฤษฎีกาก็เห็นอย่างที่ผมได้กราบเรียน ที่ประชุม ก็คือกฤษฎีกาก็เห็นว่าเลยขั้นตอนที่กระผมจะรับรองกฎหมายฉบับนี้ ผมก็จะ ตอบกลับมาที่สภาว่ามันเลยขั้นตอนที่ผมจะรับรองกฎหมายฉบับนี้ แล้วผมจะขอความ กรุณาว่าคณะกรรมาธิการถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่ามันเปึนกฎหมายการเงิน ท่านก็รายงาน กลับมาที่สภา เกรงว่ากฎหมายฉบับนี้มีปัญหา เนื่องจากว่าเปึนกฎหมายที่มีสาระ ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เกรงว่าถ้าดําเนินการต่อไปจะมีผู้ทักท้วงว่าเสนอไม่ได้ตั้งแต่ต้น ท่านก็คืนเรื่องกลับมาที่สภา สภาก็ผู้พูดง่าย ๆ เหมือนกับคืนเรื่องให้เรื่องนี้กลับไปอยู่ ที่รัฐบาล แล้วก็ปล่อยให้มีการเสนอมาใหม่แล้วก็รับรอง รัฐบาลไม่ขัดข้องที่จะทําการ ดําเนินการตามนี้ครับ
ก็เปึนแนวทางที่เปึนไปได้ คุณจุมพฏ รอให้คุณวิทยาลอง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ขอสนับสนุนความคิดเห็นของท่านประธานเปึนหลักครับ ท่านประธานได้โปรดปฏิบัติ ตามที่ท่านประธานได้กล่าว เพราะสิ่งนั้นจะทําให้ท่านประธานปฏิบัติและทําหน้าที่ถูกต้อง ครับ ไม่ต้องฟังใครนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณจุมพฏ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ ท่านคงไม่ต้องลาออกนะครับ ไม่เปึนไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ตอบแล้วไม่สามารถรับรองได้ครับ ออกมาแล้วนะครับชัดเจน ผมกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับ เพื่อแสดงความคิดเห็นนะครับ แต่ไม่สามารถชี้แนะทางออกได้เพราะว่า ผมมันตื้อครับ ตื้อ คนสูงอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปนี่มีอยู่ ๗ ล้านคนเศษ หรือ ๙ ล้านคนนะครับ ถ้าคนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือนติดต่อกันไปทุกเดือน ๆ เปึนเงินตื้อกว่า ๆ นะครับ ล้าน แล้วก็ โกฏิ แล้วก็ตื้อครับ ภาษาไทยไม่ค่อยได้ใช้ แต่ประเทศลาวผมไปประเทศลาวใช้บ่อยครับ คือคิดไม่ออกเลยเกินตื้อขึ้นไปจะต้องผูกพัน รัฐบาลต้องหาเงินมานะครับ รัฐบาลมีความ รับผิดชอบ นี่คือกระบวนการที่ฝ์ายบริหารควบคุมนิติบัญญัติตัวหนึ่งว่า นิติบัญญัติ มีหน้าที่ออกกฎหมาย ออกได้ทุกฉบับ แต่ถ้านิติบัญญัติออกกฎหมายบังคับให้รัฐบาล ต้องหาเงินมาบริหารประเทศชาติ นั่นต้องขอความเห็นชอบจากรัฐบาลก่อน คือ ให้นายกรัฐมนตรีรับรองก่อนว่ามีความสามารถหาเงินมาได้ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านตื้อ ครับไม่รู้จะหาเงินมาทางไหน ก็ตัวนี้ ทีนี้
ผมว่าพอแล้วกระมัง คุณจุมพฏ คือตอนนี้เราได้ข้อสรุปแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรี
ได้ข้อสรุปนะครับ เมื่อไม่รับรองกลับมา นี่ ผมเห็นว่ากฎหมายนี้ตกไป กฎหมายนี้ตกไปแล้วครับ กฎหมายนี้ตกไปแล้ว ส่วนที่จะบอกว่าให้สภาแห่งนี้เปึนผู้วินิจฉัยว่ากฎหมายนี้เสนอขัดรัฐธรรมนูญหรือ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ผมเห็นว่าโดยเอาความเห็นเดิมที่ผมเสนอให้ถอดถอน ๓ รัฐมนตรี ที่ลงคะแนนเสียงสนับสนุนกฎหมายตัวเองนะครับ สภาแห่งนี้ไม่มีหน้าที่วินิจฉัยละครับ ว่าเราทําผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องศาลรัฐธรรมนูญครับ ขอบคุณครับ
ก็รอให้ทางรัฐบาลเขา ส่งมา ท่านจะกรุณาอนุเคราะห์ถ้าส่งวันนี้ได้ก็ดีครับ พรุ่งนี้ผมจะได้เสนอที่ประชุมเลย
ครับ ได้สั่งการไปแล้วครับ เดี๋ยวจะดําเนินการ
ครับ ท่านส่งมา แล้วก็เรามาปรึกษาหารือกันวันพรุ่งนี้เรื่องนี้ว่าจะชี้ขาดกันอย่างไร มันอยู่ที่มติของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของสภานี้ ฉะนั้นพรุ่งนี้ถ้ามาครบ ๔๐๐ กว่าคน ก็จะเปึนพระคุณ จะได้เรียบร้อยสักที มีอะไรคุณธนา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงชัดเจนแล้วนะครับว่า ในกรณีนี้เปึนเรื่องที่เลยกําหนดเวลาที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะให้คํารับรองได้ เพราะฉะนั้น เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีมีหนังสือแจ้งกลับต่อสภา สภาแห่งนี้ก็คงจะไม่สามารถพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ได้ เพราะเมื่อเปึนร่างการเงิน
ก็ต้องแจ้งให้ที่ประชุม ทราบ คุณธนาครับ
ผมกําลังจะเรียนท่านประธาน เพื่อให้ กระบวนการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. เรื่องผู้สูงอายุได้เดินหน้าต่อไปได้เร็วยิ่งขึ้น ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางนายกรัฐมนตรีครับว่า ให้เสนอร่าง พระราชบัญญัติผู้สูงอายุเข้ามาเลยนะครับ ในกรณีที่ร่างนั้นไม่สามารถดําเนินการได้ ก็ยัง มีร่างรัฐบาลที่จะดําเนินการต่อไป เพื่อให้ผู้สูงอายุได้เห็นว่าเราได้ให้ความสําคัญกับทุก ภาคส่วนครับ ขอบคุณครับ
คือเรื่องนี้ก็ผ่านไป ถ้ารอ จากทางรัฐบาลได้ส่งเรื่องกลับมา และสภาเราจะวินิจฉัยอย่างไร ก็เรื่องของที่ประชุมครับ ผมขอดําเนินการประชุมต่อนะครับ ต่อไป
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๓ บัญญัติ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเปึนสมาชิก ก่อนเข้ารับหน้าที่ ดังนั้น ขอเชิญ คุณสมโภชน์ สายเทพ มาไหมครับ วันก่อนไปไหนครับ
ติดภารกิจในพื้นที่ครับผม
ขอให้คุณปฏิญาณตนว่า ตามนะครับ
(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่และได้มาประชุมในวันนี้ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคําปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนํา)
“ข้าพเจ้า นายสมโภชน์ สายเทพ ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และ ปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ขอแสดงความยินดี ยินดี ต้อนรับนะครับ ตอนนี้ท่านก็เปึนสมาชิกสมบูรณ์แล้วนะครับ เชิญนั่งลงครับ
ขอบคุณครับ
ต่อไปครับ
เรื่องที่ ๒ รับทราบคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ตามที่ประธานรัฐสภาได้ส่งคําร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญขององค์กรอิสระที่เปึนร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวด้วยการเงิน และต้องมีคํารับรองของนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๔๐ ประกอบ มาตรา ๑๔๒ หรือไม่นั้น บัดนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําสั่งไม่รับคําร้องดังกล่าวไว้พิจารณา วินิจฉัย เนื่องจากคําร้องของประธานรัฐสภาไม่เปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๔ เนื่องจากที่ประชุมร่วมกันของประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธาน คณะกรรมาธิการสามัญทุกคณะยังไม่มีการวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวว่าเปึน ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน จึงยังไม่มีปัญหาขัดแย้งเกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ ระหว่างรัฐสภากับองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ประธานรัฐสภาจึงเห็นว่าควรรอการพิจารณา ของนายกรัฐมนตรีก่อนว่าจะให้คํารับรองร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่ เพื่อสภาจะได้ดําเนินการต่อไป
อันนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งมานะครับ เราก็ได้ทําตามขั้นตอนที่ได้รับ อนุมัติจากสภา ผมก็ได้ทําเรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็แจ้งมา แต่ว่า เรื่องดังกล่าวทั้ง ๒ เรื่อง ทั้งเรื่อง ป.ป.ช. (คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ) ทั้งเรื่องการตรวจเงินแผ่นดิน ก็อยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี รับรองมา เราก็เข้าสู่ระเบียบวาระ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่รับรองมาก็ต้องชะลอไว้ก่อน ตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ ต่อไปครับ
๒.๑ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงานของหน่วยงาน ต่าง ๆ จํานวน ๓ เรื่อง
ด้วยสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุม วุฒิสภา ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญทั่วไป) วันศุกร์ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้รับทราบ รายงานของหน่วยงานต่าง ๆ จํานวน ๓ เรื่อง คือ
๒.๑.๑ การดําเนินการก่อสร้างตลาดกลางยางพารา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินตามมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๒
๒.๑.๒ รายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการและ รัฐวิสาหกิจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ประจําป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑
๒.๑.๓ รายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสํานักงานศาล ปกครองประจําป้ ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๙๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีการพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไป
๒.๒ รับทราบเรื่องขอถอนเรื่องการเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้ง เปึนคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
ด้วยสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทรวงยุติธรรม ได้เสนอขอถอนเรื่องการเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเปึนคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เนื่องจากพิจารณาเห็นว่ากระบวนการในการนําเสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐได้ล่วงเลยเวลามานานพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่ แล้วเสร็จ และวุฒิสภาได้มีการตั้งข้อสังเกตไว้ในหลายประเด็น ดังนั้นเพื่อเปึนการแก้ไข ปัญหาข้อขัดข้องตามที่วุฒิสภาได้ตั้งข้อสังเกต ตลอดจนเพื่อให้การพิจารณาให้ความ เห็นชอบบุคคลผู้ที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเปึนคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตในภาครัฐเปึนไปด้วยความเรียบร้อย จึงประสงค์จะขอถอนเรื่องดังกล่าวจากการ พิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ถอนเรื่องดังกล่าว ออกจากการพิจารณาของวุฒิสภาแล้ว กระทรวงยุติธรรมจะพิจารณาเสนอรายชื่อ ผู้ที่เหมาะสมทั้ง ๖ ราย เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบและเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเห็นชอบต่อไป เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอตั้งข้อสังเกตแล้วก็เรียนสอบถามทางรัฐมนตรี ที่ถอนรายชื่อนี้ออกนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้ได้มีการเสนอรายชื่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. ผมขอใช้คําย่อนะครับ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลของจําได้สมัยนั้นท่านรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม คือท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ก็ได้มีคําท้วงติงจากฝ์ายค้าน ซึ่งขณะนั้นคือพรรคประชาธิปัตย์ นะครับว่า ๑. เสนอเกินเวลา ๑ ป้ ตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ แล้วก็ผมมาดูขั้นตอนต่าง ๆ ที่เสนอมา ท่านประธานครับ วันที่ ๒๘ มีนาคม กระผมขออนุญาตอ่านรายละเอียดตัวนี้ นะครับ เพราะว่าผมจําไม่ได้ทั้งหมดครับ ท่านประธานครับ วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๑ กระทรวงยุติธรรมได้เสนอรายชื่อบุคคลให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเปึนคณะกรรมการ ป.ป.ท. ๖ คน ผมไม่ขออ่านรายชื่อละเอียดนะครับ แล้วก็วันที่ ๑ เมษายน คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ตามที่กระทรวงยุติธรรมได้เสนอ หลังจากนั้นก็ต้องเสนอมาที่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ เมื่อสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแล้วก็จะเสนอ ไปที่วุฒิสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ นั่นแสดงว่าบุคคลทั้งหก ที่กระทรวงยุติธรรมสมัยนั้น โดยท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เสนอเข้ามาได้รับการแต่งตั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้ผ่าน ความเห็นชอบ
ประเด็นที่วุฒิสภาตีหนังสือกลับมา ท่านประธานครับ คือองค์ประชุม ไม่ครบ เนื่องจากนับคะแนนแล้วมีเพียง ๒๐๒ คน คนได้สูงที่สุดทั้งเห็นชอบกับไม่เห็นชอบ ได้ ๒๐๒ คน ซึ่งไม่เกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ เมื่อมา ประเด็นนี้ทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ยืนยันไปที่วุฒิสภาว่าองค์ประชุมครบ การยืนยันของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธาน ผมมีความสงสัยว่าท่านประธาน ได้สั่งให้ตรวจสอบองค์ประชุมอย่างไรว่าขณะนั้นครบ ไม่ครบนะครับ เปึนหน้าที่ของสภาที่ จะตรวจสอบองค์ประชุมว่าครบ ไม่ครบ หรือเปึนหน้าที่ของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรใน การที่จะตรวจสอบ แล้วทําหนังสือตอบไปตอบไป ในนามของสภาผู้แทนราษฎรหรือเปล่า เพราะถ้าสภาผู้แทนราษฎรยืนยันว่าครบแล้ววุฒิสภาตีกลับมานี่จะเกิดความเสียหายกับ สภาผู้แทนราษฎรนะครับ เรื่ององค์ประชุมไม่ครบ ผมมีข้อสงสัยว่าการถอนออกไปทําไมสภาเราไม่มาพิจารณาใหม่โดยไม่ต้องถอนญัตติ ออกไป แล้วก็ทําให้องค์ประชุมครบ แล้วก็พิจารณาไปที่เนื้อหาว่าบุคคลเหล่านั้นทั้ง ๖ ท่าน ควรได้รับความเห็นชอบหรือไม่ได้รับความเห็นชอบ การถอนออกไปนั้นผมเห็นว่า ล่าช้าครับ เพราะว่า ป.ป.ท. ที่ตั้งขึ้นมาตามพระราชบัญญัติตัวนี้ไป ๒๕๕๑ ลงนาม โดยท่านนายกรัฐมนตรี สุรยุทธ์ จุลานนท์ ขอประทานอภัยเอ่ยนามท่านนะครับ เปึน กฎหมายที่สําคัญ และขณะนี้มีคดีสําคัญที่ ป.ป.ท. จะต้องเข้าไปเกี่ยวครับ ท่านประธาน ครับ ลงข่าวในหนังสือพิมพ์นี่ครับ ป.ป.ท. เบรก “เสี่ยขาว” รื้อตึกซานติก้า ข้าราชการซี ๗ ลงมา ป.ป.ท. ต้องเข้าไปสอบนะครับที่เกี่ยวข้องกับการสร้างตึกตรงนี้ ขณะนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ท. ยังไม่มีเลยครับ ถ้าการถอนออกไปท่านจะเสนอกลับเข้ามาเมื่อ และท่านเสนอเข้ามานี้ผมถามเลยนะครับว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหรือ ครม. (คณะรัฐมนตรี) จะเปลี่ยนคน ๖ คนนี้ออกไปทั้งหมดหรือไม่ จะเปึนชุดใหม่หรือไม่ นี่คือเปึนการที่ท่านเจตนาที่จะเปลี่ยนเอาคนที่ไม่เกี่ยวกับท่านหรือไม่ เพราะกระบวนการ ตรงนี้ผมเข้าใจว่ากระทรวงยุติธรรมได้แต่งตั้งไปแล้วนะครับ อันนี้ขอกราบเรียนถามไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนะครับ ท่านได้ขึ้นมาแล้วว่า ท่านจะเปลี่ยนตัวบุคคล หรือไม่และท่านจะเสนอกลับเข้ามาเมื่อไร เพราะยิ่งล่าช้าออกไป ความเสียหาย ก็จะเกิดขึ้น เนื่องจากว่าคณะกรรมการ ป.ป.ท. ยังไม่มี การทํางานในการตรวจสอบเหล่านี้ โดยเฉพาะประเด็นสําคัญที่เกิดขึ้นขณะนี้คือเรื่องซานติก้า กระผมไม่พูดรายละเอียด ตัวนั้นนะครับ ยังมีข้าราชการซี ๗ ลงมาที่ ปปท. จะต้องเข้าไปสอบอยู่ด้วยนะครับ จะทําให้ล่าช้าหรือไม่อย่างไร ท่านจะกระบวนการสรรหาให้คนมาสมัครใหม่ หรือว่าท่าน จะเสนอชื่อเดิมทั้ง ๖ ชื่อเข้ามา หรือท่านจะเปลี่ยนตัวนี้เปึนความสําคัญนะครับ และถ้า การเสนอเข้ามาตัวนี้ท่านได้ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายว่ามันเสนอล่าช้าไม่เปึนไป ตามกําหนดเวลา ๑ ป้ตามรัฐธรรมนูญได้กําหนดหรือไม่นะครับ อันนี้ผมขอเรียนถาม ไปทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณสงวน
ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมต้องขอโอกาส พูดในประเด็นนี้ เพราะว่ามันเปึนเรื่องเดียวกันกับที่เรากําลังโต้เถียงกันเมื่อสักครู่นี้ คือ มันเปึนสาระสําคัญของการดําเนินงานของกระบวนการรัฐสภา อันนี้ผมคิดอย่างนี้ ท่านประธานครับ สมัยนั้นกระทรวงยุติธรรมได้เสนอแล้วผ่าน ครม. เข้ามาในสภา สภาก็ส่งเรื่อง รับแล้วก็ส่งเรื่องไปสภาสูง ทีนี้ ส.ว. ท่านก็ท้วงมาว่าองค์ประชุมไม่ครบ ท่านฟังให้ดีนะครับ องค์ประชุมไม่ครบ ทางสภาก็ตอบไปว่า ครบ มันเปึนความขัดแย้ง ระหว่าง ๒ สภาอยู่ แต่วุฒิสภาส่งกลับไปที่ ครม. ในเดือนสิงหาคม พอวันนี้ปุ็บ ผมสงสัยตรงนี้ โดยหลักการมันจะทําได้ไหม ครม. มีมติไม่รับเลยถอนเลย คุณถอน อย่างไร เพราะมันเปึนเรื่องความขัดแย้งระหว่าง ๒ สภาอยู่ ท่านประธาน ถอนได้ไหม ก็ให้กลับมาตรงนี้เสียงคุณก็มีข้างมากก็ยกมือครบมันก็ตกไป ตกไปแล้วคุณก็เสนอมาใหม่ นี่เขาไม่ได้เสียหายอะไรเลยในแง่ของกระบวนการคือ ๖ ท่านนี่ครับ มีตรงไหนที่เขา เสียหายในกระบวนการ ไม่มีเลย แต่มันเปึนความขัดแย้งระหว่าง ๒ องค์กรในรัฐสภา แต่ ว่าองค์กรนี้กลับเอาไปส่งที่ ครม. คุณโต้เอามาที่นี่บอกว่าองค์ประชุมไม่ครบ ทางนี้เขา ก็ตอบไปว่า ครบ ก็แสดงว่าความเห็นต่างกัน เมื่อความเห็นต่างกันคุณกลับส่งไปที่ ครม. แล้ว ครม. วันนี้ก็ดีเหลือเกิน สั่งถอนเลยท่านประธาน อํานาจมันจะอย่างไร วันนี้ฝ์าย บริหารกับฝ์ายนิติบัญญัติทําไมล่วงละเมิดในเรื่องเขตอํานาจกันขนาดนี้ ก็ถ้าบอกว่าวันนี้ เมื่อกลับมาแล้วคุณก็มีเสียงข้างมากอยู่ไม่รับคน ๖ คนนี้ก็ยกมือมันก็ตกไป ตกไป ก็ไปสรรหามาใหม่ มันก็มีทําได้แค่นี้ท่านประธาน แต่ถ้าหากว่าทําอย่างนี้มันต้องถาม ศาลรัฐธรรมนูญว่ามี เอ๊ะ อํานาจอย่างนี้หรือ เพราะมันเลยขั้นตอนคุณมาแล้ว มาถึงสภา สภาก็ทําหน้าที่เต็มที่แล้วบอกว่าส่งเข้าไป ข้างบนว่าไม่ชอบโดยมาตรา ๑๒๖ ก็คือ องค์ประชุม ทางนี้ก็บอกว่าองค์ประชุมครบ ทางโน้นก็บอกไม่เชื่อ ไม่เชื่อแค่นี้ ความขัดแย้งกัน แต่ไม่เชื่อเสร็จท่านกลับส่งไปที่ ครม. มันมีขั้นตอนอย่างนี้ด้วยหรือ นี่คือคําถามจากผมท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานจะต้องรักษาสถานะของ ความเปึนนิติบัญญัติ และฝ์ายไม่ได้เสียหายท่านประธานส่งเข้ามาเลย แล้วเราก็ยกมือกัน ถ้าไม่รับ ก็สรรหาใหม่ เขาก็ไม่ต้องเสียใจ ถ้าอย่างนั้นนะครับ ๖ คนนี้ เขาก็มีสิทธิที่จะทวงถามว่า เขาเสียหายอะไร นี่ ครม. กําลังสร้างความเสียหายทาง คุณธรรมของเขากับคน ๖ คนนี่นะครับ ท่านครับ ไปละเมิดสิทธิมนุษยชนเขาได้อย่างไร แล้วผมคิดว่า อันนี้ไม่มีปัญหานะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผมสงสัยอย่างนี้นะครับ
คือเรื่องนี้เขาแจ้งมา ผมก็แจ้งให้ทราบเท่านั้นนะครับ
ครับ ท่านแจ้งให้ทราบ ผมก็บอกว่า ผมรับทราบ แล้วผมก็ไม่เห็นด้วยแค่นั้นเอง คือผมไม่เห็นด้วยว่า ครม. ไม่มีอํานาจจะ ทําอย่างนี้ครับผม
เชิญคุณไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็รับทราบ จากท่านประธานเรื่องขอถอนเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ท. ด้วยความสงสัยครับ ท่านประธาน แปลว่าเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. ที่เสนอโดยรัฐบาลที่มี ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม พรรคประชาธิปัตย์ก็ต่อว่า เสนอไม่ทัน ล่าช้า ความเปึนจริงพวกผมในฐานะที่ เปึนฝ์ายรัฐบาลในขณะนั้น ก็ได้ซักถามว่าข้อใหญ่ใจความทั้งหมดนี่ ข้าราชการของ กระทรวงยุติธรรมก็ได้สรรหาจากบุคคลมากมายนะครับ แล้วไม่ได้จําเพาะเจาะจงว่าเปึน คนของใคร แต่ว่าสามารถที่จะทําภารกิจในการตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบภาครัฐ ข้าราชการที่ต่ํากว่าระดับ ๗ ลงมา ก็อยากสมประสงค์ว่าให้มีคณะกรรมการชุดนี้เสียเถอะ เพราะว่าเขาได้สรรหาไปอย่างถูกต้อง ท่านประธานครับ เสร็จแล้วการประชุมในสภาแห่งนี้ ก็มีการพิจารณาด้วยความละเอียด ลงคะแนนเปึนรายคน นั่นคือผ่านมาตั้งแต่สมัย ท่านสมัคร สุนทรเวช ผ่านสมัยของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ๒ เดือนเศษ นี่นะครับ เรื่องผ่านการพิจารณาแล้วก็ไปอยู่ที่วุฒิสภา ท่านประธานครับ วันนี้บอกว่า องค์ประชุมไม่ครบ สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ท่านเลขาธิการก็อยู่นี่ ผมไม่ได้ บอกว่าเปึนของพรรคฝ์ายใด ก็ตอบไปตามกระบวนการทั้งหมดว่ามันครบถูกต้อง นี่ราชการตอบราชการนะครับ เสร็จแล้วก็เข้าไปสู่คณะรัฐมนตรี การบริหารราชการ แผ่นดินควรจะจบด้วยกระบวนการพวกนี้แล้ว เพราะเลขาธิการสภาต่อไปนี่ต้องมีระเบียบ วินัยข้าราชการอยู่แล้ว ถ้าเปึนเท็จก็ต้องเปึนเท็จ ถ้าปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ผมอยากให้เปึน วัฒนธรรมทางการเมือง มันมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องพิจารณากันอยู่ ไม่ใช่พอผลัดเปลี่ยน รัฐบาล ชุดเก่าไม่เอา จะเอาชุดที่ตัวเองจะแต่งตั้ง นี่ผมดูความนัยบอกว่า รวมทั้ง เพื่อความเหมาะสมครับท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีคนหนุ่มที่มีชื่อเสียงเกียรติคุณ อย่างดี แปลว่ามันไม่เหมาะสมหรือ ๖ คนที่พิจารณากันทั้งสภา ต้องให้เกียรติกันนะครับ ไม่ใช่พอจะรื้ออะไรก็ถือโอกาสเลย ไหนบอกว่าธรรมาภิบาล ไหนบอกว่าจะปราบปราม การทุจริตประพฤติมิชอบ ก็เขาไม่มีคณะ มีคดีกว่า ๔๐๐ กว่าเรื่องที่คอยอยู่ แล้วจะรีรอ ไปทําไม ผมคิดว่าต้องเคารพโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกียรติศักดิ์ของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมยังชื่นชมท่านเมื่อสักครู่นี้ท่านใช้ความเด็ดขาดจริงจัง รักษาชื่อเสียง ของสภา ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราพิจารณาด้วยความรอบคอบ แล้วส่งไป วุฒิสภาก็เคารพเขาเหมือนกันนะครับ แต่ว่าไม่ใช่ว่าพอท้วงมาก็เข้าทางเลย ตัวมาแล้ว จะเอาคนของตัวมาหรืออย่างไร แล้วจะยก ๖ คนที่มาด้วยระบอบวิธีที่ถูกต้องแล้ว บอกว่า เสียงไม่ครบ โดยมารยาทเราต้องเคารพกฎหมาย เคารพวิธีการบริหารของรัฐบาลนะครับ ถ้าไม่ดีผมก็ไม่ได้รับเลือกตั้งละครับครั้งต่อไป เพราะว่าชุดทั้ง ๖ คนนี้ไม่สามารถที่จะไป ปฏิบัติภารกิจในการตรวจสอบ ในการลงโทษข้าราชการที่ทุจริต ท่านประธานครับ ประสงค์ที่จะขอถอน เรื่องการเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้ง แปลว่า ๖ คนที่เขาเสนอมานี่ไม่เหมาะ ไม่สมควรเปึนคณะกรรมการ ป.ป.ท. จากการ พิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ขอได้โปรดพิจารณาดําเนินการตามอํานาจเปึนจํานวน กว่า ๔๐๐ เรื่อง ท่านรัฐมนตรี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นี่ลงนามมาสด ๆ ร้อน ๆ นะครับ วันที่ ๑๙ มกราคม จากที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง แถลงนโยบายที่กระทรวง การต่างประเทศ ก็สุดแท้แต่ แต่วันนี้ผมสงสัยว่าทําไมแต่งปุ็บต้องถอนปัูบ และจะเอา บุคคลเข้ามา มีเจตจํานงที่จะไปเห็นด้วยช่วยเหลือใคร ผมไม่อยากให้เกิดธรรมเนียม แบบนี้ครับท่านประธาน เรื่องใดที่ผ่านแล้วก็ใครมาถึงก็รับผิดชอบบริหารกันไป กฎหมาย ระเบียบวิธีพิจารณาอย่างอื่นมีเยอะแยะนะครับท่านทํามา อย่าทําแบบมองแล้วมันไม่ขาด มันขาด ต้องการคําตอบจากสังคม ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญคุณจตุพร พรหมพันธุ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียน กับท่านประธานนะครับ ในเรื่องการขอถอนการเสนอรายชื่อผู้ที่สมควรได้รับการแต่งตั้ง เปึนคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม เหตุผลที่ท่านได้กล่าวอ้างทั้งหมดนั้นท่านไม่ได้พูดความจริง คือถ้าท่าน ได้พูดความจริงว่านี่เปึนเรื่องการเมือง เปึนความพึงพอใจ เพราะว่าคณะกรรมการชุดนี้นั้น รัฐบาลเก่าเขาเสนอ เมื่อข้าพเจ้ามาเปึนรัฐมนตรีคนใหม่ ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย ข้าพเจ้าจึง เปลี่ยนแปลง ผมจะยอมรับโดยดุษฎีเลยว่านี่ท่านได้เสนออย่างตรงไปตรงมา
เรื่ององค์ประชุมครับท่านประธานที่เคารพ ผมเปึนคนหนึ่งที่เคยทักท้วง และเห็นพฤติกรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติที่คณะรัฐประหารแต่งตั้ง พิจารณา กฎหมาย ๒๑๑ ฉบับ ปรากฏว่า ๑๘๕ ฉบับ องค์ประชุมไม่ถึงครึ่ง ในการพิจารณาในการ แต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ท. ในวันนั้นผมก็ได้ทักท้วงในเงื่อนระยะเวลากับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเวลานั้น คือคุณสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ว่าเงื่อนระยะเวลา มันเปึนปัญหา แต่ว่าเมื่อจะมีการเสนอนะครับ ข้อสุดท้ายก็มีการนําไปลงมติ เหตุผล ที่นํามากล่าวอ้างเรื่ององค์ประชุมนั้นเปึนเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น องค์ประชุมนั้นหมายถึงอะไร ครับท่านประธานที่เคารพ องค์ประชุมในวันนั้น เพื่อนสมาชิกพรรคฝ์ายค้านเวลานั้นนั่งอยู่ ในที่ประชุมแต่ไม่ไปใช้สิทธิในการลงคะแนนโดยวิธีลับ โดยการเขียนรายชื่อเข้าไป ถ้าสมาชิกพรรคฝ์ายค้าน วอล์คเอาท์ ออกไม่อยู่ในที่ประชุม แล้วคะแนนออกมาไม่ถึง ๒๒๓ ไม่ถึงครึ่ง อ้ายอย่างนี้ละครับมีเหตุผลว่าองค์ประชุมไม่ถึงครึ่ง ท่านประธานลองไปดู นะครับ ทีวีถ่ายทอดวงจรป่ด สมาชิกพรรคฝ์ายค้านนั่งอยู่เต็มเวลานั้น พวกผมเปึนรัฐบาล เวลานั้นได้ออกไปใช้สิทธิ เพราะฉะนั้นการพูดเรื่ององค์ประชุมนั้นจึงฟังไม่ขึ้น เพราะสมาชิกพรรคฝ์ายค้านก็นั่งอยู่เปึนองค์ประชุมที่เกินครึ่ง เพราะฉะนั้นเหตุผล ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนํามากล่าวอ้างโดยการตั้งข้อสังเกตของวุฒิสภา ก็แล้วแต่ ท่านประธานและเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะต้องยืนยันความเปึนจริงว่า วันที่มีการลงมตินั้นองค์ประชุมมันเกินครึ่ง เพียงอีกฝ์ายหนึ่งไม่ประสงค์จะไปใช้สิทธิ ถ้าท่านประธานได้แลเห็นว่าถ้าเราใช้สิทธิแบบการใช้บัตรเราจะรู้ว่าเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย งดออกเสียง หรืออะไรก็ตาม เราจะรู้จํานวน แต่วันนั้นใช้การลงคะแนนโดยวิธีลับ แล้วเห็น นั่งกันหมด แล้วปฏิเสธความอันนี้กันไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้านํากล่าวอ้างว่าเหตุที่ถอน รายชื่อเพราะองค์ประชุมนั้นถือว่าเปึนความเท็จ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหน้าตา ก็แฉล้มดี ก็ควรที่จะพูดสิ่งที่ตรงไปตรงมาและเปึนความจริงว่าข้าพเจ้าไม่พอใจ เพราะนี่ รัฐบาลเก่าเขาเสนอ และผมจะไม่คัดค้านอะไรเลย แต่อย่ามาอ้างองค์ประชุม เพราะท่านก็ นั่งอยู่ในองค์ประชุมวันนั้น ขอบพระคุณท่านประธาน
ขอบคุณครับ ช่วยรักษา เวลาหน่อยครับ กฎหมายเหลืออีกหลายฉบับก็ยังไม่ได้ทําเลย คุณพีรพันธ์ พาลุสุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ผมตามเรื่องนี้ด้วยความเปึนห่วง เนื่องจากได้ทราบจากหน่วยงาน คือ ป.ป.ท. ที่บังเอิญก็รู้จักเปึนส่วนตัว ท่านก็เคยพูดกับผมว่า เขายังทํางานไม่ได้เลย เพราะยังขาด คณะกรรมการชุดนี้อยู่ และครั้งหนึ่งผมก็ได้มีโอกาสเรียนถามท่านประธานว่าเรื่องนี้ ไปถึงไหนแล้ว ท่านก็ได้บอกผมเปึนการส่วนตัวว่ายังมีปัญหาอยู่ ผมได้อ่านดูจากรายงาน ของการทักท้วงเรื่องนี้ ก็คือทางวุฒิสภาทักท้วงขึ้นมาบอกว่า องค์ประชุมของ สภาผู้แทนราษฎร ไม่ครบ หลังจากนั้นก็มีการถามมาที่ทางสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรก็ยืนยันไปว่า มันครบ แต่ทางวุฒิสภาท่านก็บอกว่าการตอบของ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้น เปึนการตอบในฐานะหน่วยงานทางธุรการของ สภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ยังไม่ได้เสนอเรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแต่ประการใด นะครับ และเลขาธิการวุฒิสภาท่านก็ยังแนะนําต่อไปด้วยว่าควรจะให้เปึนหน้าที่ของ สภาผู้แทนราษฎรที่จะมาตรวจสอบในเรื่องนี้ ผมคิดว่ากระบวนการมันไม่จบครับ มันยัง ไม่จบ ก็คือเมื่อทางวุฒิสภาท่านท้วงมาว่าองค์ประชุมไม่ครบ แล้วทําไมไม่มี การดําเนินการให้สภาผู้แทนราษฎรตรวจว่ามันครบ หรือไม่ครบ เมื่อทางเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรตอบไป ทางวุฒิสภาท่านบอกเปึนหน่วยธุรการนะ ต่อไปนี้เราก็จะได้ มีหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนว่า ต่อไปนี้ถ้าเปึนการตอบระหว่างสํานักงานเลขาธิการของทั้ง ๒ สภานี่ ก็จะเปึนเรื่องของธุรการ ไม่เกี่ยวกับสภา ถ้าเปึนเรื่องของสภาก็ต้องให้ทาง ท่านประธานสภาเปึนผู้ตอบ ผมก็ได้สงสัยว่าทําไมทางท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เขาแจ้งมาอย่างนั้น ทําไมจึงไม่ได้นําเรียนให้ทางประธานสภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้ตอบไป ผมเข้าใจว่าถ้าท่านประธานยืนยันกลับไปว่า องค์ประชุมมันครบ ต่อไปในทางที่ท่านเปึน ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็จะได้ดูคําตอบว่าทางประธานวุฒิสภาจะว่าอย่างไร แต่ในนี้ ในเมื่อเขาบอกว่าเปึนหน่วยธุรการตอบ ยังฟังไม่ได้สรุป เมื่อฟังไม่ได้สรุปอย่างนี้ แล้วทาง ครม. อยู่ดี ๆ ก็จะมาขอถอนเรื่องออกไป แน่นอนครับ เมื่อถอนเรื่องออกไปก็จะต้องมีการ เปลี่ยนรายชื่อใหม่ ผมเข้าใจว่าจะต้องเปึนอย่างนั้น เพราะจะต้องมีการดําเนินการ สรรหาใหม่ ก็ยิ่งทําให้องค์การ ป.ป.ท. มีปัญหาล่าช้าขึ้นไปอีก ฉะนั้นหลักในส่วนนี้ผมคิดว่า น่าจะตรงนี้ ก็ตอบเขาเสีย ผมจําได้เหมือนกับท่านสมาชิกท่านที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ นะครับว่า วันนั้นผมได้ถามเจ้าหน้าที่ทางสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ที่คุณยืนยันว่าตอบไปมัน ครบ นี่จริงไหม เขาก็บอกก็อยู่ด้วยกัน คือทางวุฒิสภาไปดูเฉพาะตัวเลขตามรายงานว่า มีคะแนน ๑๙๐ เห็นชอบ งดออกเสียง ๑๑ รวมแล้วไม่ถึงกึ่งหนึ่ง เมื่อไม่ถึงกึ่งหนึ่งก็ไม่เปึน องค์ประชุม ถึงแม้แต่รายงานของทางวุฒิสภาท่านยังบอกว่าพวกเราจะต้องอยู่ให้ครบ อยู่ตลอด จะมาอ้างเอกสิทธิ์ว่าอยู่หรือไม่อยู่ก็ได้ แล้วจะนับองค์ประชุมเฉพาะเพื่อลงชื่อ เท่านั้นก็ไม่ได้ นี่ท่านก็บอกไปอย่างนั้น สอนพวกเราไปอย่างนั้นนะครับ แต่ผมคิดว่าวันนั้น หลายท่านคงจําได้ ผมถามทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า ที่ท่านยืนยัน ไปว่าครบเพราะอะไร ก็เพราะมีการแจกบัตรให้ไปลงคะแนนท่านประธานครับ บัตรที่แจกไปนั้นมันเกินกว่ากึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็แปลว่าทุกท่านอยู่ เพียงแต่เมื่อตอนที่ ไปหยอดบัตรนะครับ สมาชิกฝ์ายค้านในขณะนั้นไม่ไปลงคะแนน เมื่อไม่ไปลงคะแนน คะแนนก็เลยออกมาแค่ เห็นชอบ กับ ไม่เห็นชอบ เท่านั้น แต่ท่านที่อยู่รับบัตรไปแล้ว ไม่ไปลงนี่ จะบอกว่าไม่อยู่เปึนองค์ประชุมได้อย่างไร ผมจะยืนยันได้ว่าตรวจสอบอย่างนี้ แล้ว วันนั้นองค์ประชุมครบท่านประธานครับ จะมาตอบว่าไม่ครบ แล้วเดินหน้าถอน ออกไปอย่างนี้ไม่ถูกครับ
ขอบคุณครับ เชิญ คุณชลน่าน ศรีแก้ว คนสุดท้าย เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ตามที่ท่านประธานได้บรรจุ เรื่องรับทราบกรณีที่ทางคณะรัฐมนตรี โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เสนอ เรื่องต่อสภาแห่งนี้ เพื่อขอถอนเรื่องการเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเปึน คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐหรือ ป.ป.ท. ท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ประธานบรรจุในวาระรับทราบ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานก่อนว่า ในวาระรับทราบตรงนี้มันมีประเด็นที่สมาชิก ผมเข้าใจว่าหลายท่านมีความเห็นว่า เรื่องรับทราบตรงนี้จะต้องเสนอเปึนประเด็นให้สภาแห่งนี้ช่วยกันพิจารณา ถ้าผ่านกระบวนการรับทราบไปนั้น หมายความว่าเรารับทราบว่า เราเห็นควรให้ทาง ท่านรัฐมนตรีถอนชื่อผู้ที่ถูกเสนอรายชื่อมาสู่กระบวนการการให้สภาให้ความเห็นชอบ นั่นเหมือนกับว่าเรารับรองตามนั้น ประเด็นนี้อยากกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ท่านประธานครับ มันมีข้อสงสัยมีข้อโต้แย้งในกระบวนการอยู่ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธาน
คําถามแรกสุดครับที่ผมอยากจะกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีในกระบวนการว่า จะทําให้เรารับทราบตามที่ท่านเสนอได้หรือไม่ การขอถอน เรื่องต่อสภาผู้แทนราษฎรทําถูกต้องหรือไม่ ทําโดยอาศัยกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับใด ที่ให้อํานาจท่าน
ข้อที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ถ้าเราจะเห็นหนังสือ ของวุฒิสมาชิกนะครับจากสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาแจ้งไปที่คณะรัฐมนตรีและ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็ดีครับ หรือแจ้งมาที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ดี เขามี ข้อเสนอครับ เขาเขียนไว้ชัดด้วยท่านประธานครับ เขาเขียนไว้ชัดจนกระทั่งผมคิดว่าการที่ ท่านรัฐมนตรีเสนอขอถอนรายชื่อทั้ง ๖ ท่านที่เราอยู่ในกระบวนการของการให้ ความเห็นชอบของสภาและรัฐสภานี่มันข้ามขั้นตอนไป แล้วทําไมพวกเราชอบลัดขั้นตอน จังเลยท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่มันมีการข้ามขั้นตอน เรื่องนี้ถ้าท่านประธาน เห็นว่าสภาแห่งนี้รับทราบปุ็บ ผมคิดว่าข้ามขั้นตอน กระบวนการทางนิติบัญญัติกับ กระบวนการทางฝ์ายบริหารนี่มันไปด้วยกันไม่ได้ท่านประธานครับ ผมอยากให้ ท่านประธานได้กรุณาดูในหนังสือที่ทางสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ส่งมานะครับ ส่งไปที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็ดีนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะนําเรียน ขออนุญาตอ่านให้ฟังเลยนะครับ ในข้อเสนอของเขานี่เปึนสิ่งที่สภาควรพิจารณาอย่างยิ่ง
ท่านชลน่านครับ คือระบบ ของเรานี่ทําอย่างนี้มาเสมอ แล้วก็เราเพียงแต่รับทราบเท่านั้นเองครับ ส่วนที่เราจะ ดําเนินการว่า รัฐมนตรีจะถอนชื่อถอนอะไร ชอบหรือไม่ชอบ ผมว่าเสนอญัตติมาอภิปราย กันดีกว่า
ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เหตุผล ที่จะต้องเสนอท่านประธานก่อนที่จะมีการเสนอญัตติของการดําเนินการของสภานี่ครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน เลขาธิการวุฒิสภาโดยคณะกรรมาธิการตรวจสอบของ วุฒิสภาวิสามัญของเขานี่โดยท่านประธานวุฒิสภาก็เสนอมาชัดเจนครับ ในสิ่งที่เรายืนยัน ไปในชั้นของความเห็นของเขาที่เขาบอกว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเรื่ององค์ประชุมนี่ เพราะอาศัยรายงานที่ท่านส่งไป แน่นอนครับ รายงานที่ท่านส่งไปนี่บวกตัวเลขเท่าไรก็ไม่ ถึงครึ่งไม่ถึงกึ่งหนึ่งแน่นอน แต่ว่ารายงานตรงนี้ถามว่าเปึนรายงานที่ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปแล้วผมจะไม่ขอลงรายละเอียด เพราะว่ารายงานตรงนี้นับเฉพาะ ผู้ที่ให้ความเห็นชอบกับไม่เห็นชอบและงดออกเสียง ที่ลงเปึนลายลักษณ์อักษรในกระดาษ ที่ทางเจ้าหน้าที่ส่งให้เราออกเสียง เพราะเปึนการลงคะแนนลับในการให้ความเห็นชอบ บุคคล ท่านประธานครับ โดยข้อเท็จจริงมันจะต้องมีบรรทัดหนึ่งนะครับที่อยู่ตรงนี้ ถ้าเปึน รายงานที่ถูกต้อง ถ้าเปึนไปตามที่ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเสนอไปก็ต้องบอกว่า ผู้ที่รับบัตรแล้วไม่ออกเสียงครับ ไม่ใช่งดออกเสียงนะครับ คืออยู่ในที่ประชุมรับบัตรไปแล้ว นี่ไม่ประสงค์ลงคะแนน จริง ๆ ต้องไม่ประสงค์ลงคะแนนถึงถูกที่สุด ถ้าบวกไม่ประสงค์ ลงคะแนนนี่อย่างไรก็เกินกึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เองครับ อันนี้คือข้อเท็จจริงแต่ผมจะไม่ ลงลึกในข้อเท็จจริง อยากจะกราบเรียนท่านประธานและวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องและควรว่า
๑. ขั้นตอนนี้เราไม่เห็นชอบกับการที่ท่านรัฐมนตรีเสนอมาจะขอถอน
๒. ทางสภาของเราควรจะเข้าสู่ประเด็นการเสนอญัตติในการที่จะ พิจารณาเรื่องที่เปึนข้อเสนอของวุฒิสภาว่าเราทําชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
ท่านประธานครับ เรื่องนี้ก็เปึนสิ่งที่ท่านประธานต้องบรรจุเข้ามาหรือจะให้ สมาชิกเสนอเปึนญัตติก็ได้ด้วยท่านประธานครับ ว่าเราทําชอบด้วยรัฐธรรมนูญตามที่เขา กล่าวหาหรือไม่ ก็มีการพิจารณา มีการตรวจสอบกันแล้วเสนอกลับเข้าไปใหม่ ถ้ากระบวนการเรายังยืนยันว่า เราทําถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแล้วนี่ ทางวุฒิสมาชิกเขา ก็ต้องทําตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญต่อไปในการที่จะให้ความเห็นชอบบุคคลทั้ง ๖ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเราพิสูจน์แล้วว่าเราเองยืนยันว่าเราทําผิด เราก็แจ้งวุฒิสภาไปนะครับ แล้วก็แจ้ง วุฒิสภาไป แน่นอนครับ กระบวนการการให้ความเห็นชอบตรงนั้นหยุด พอหยุดแล้ว จะทําให้ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญอย่างไร ก็เปึนหน้าที่ของสภาเราที่จะต้อง ดําเนินการ ไม่ใช่ถอนอย่างนี้ครับ การถอนนี่ผมเข้าใจว่าเปึนเรื่องของคุณสมบัติ ความไม่ ถูกต้องของบุคคล แต่ไม่ใช่ถอนเพราะว่ากระบวนการการให้ความเห็นชอบของรัฐสภา ผิดพลาด มันคนละประเด็นกันนะครับ ท่านประธานครับ ต้องแยกให้ออก เพราะฉะนั้น ผมฝากท่านประธานว่า ประเด็นแรกสุด อย่างไรเรื่องในวาระที่ ๒ ก็เปึนข้อกังขาที่สมาชิก ไม่ควรจะให้ความเห็นชอบ หรือรับทราบตามที่ท่านเสนอมา
เรื่องที่ ๒ ผมย้ําดําเนินการตามที่ทางวุฒิสภาเสนอมา ก็คือว่าเสนอให้สภา ผู้แทนราษฎรเราทําให้ถูกต้องตามข้อสงสัยเขาว่าเปึนความเห็นของสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่ ไม่ใช่เปึนความเห็นของท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ
อันที่ ๓ ครับ ท่านรัฐมนตรีคงต้องถอนเรื่องการถอนนี้ออกไป กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
คือทางสภาเขาส่งเรื่องมา เพื่อให้รับทราบ เราก็ต้องมีกระบวนการรับทราบอย่างที่เราดําเนินการมาตลอดครับ เราก็ ได้ทําให้ถูกต้องตามระเบียบอยู่แล้วครับ เรื่องต่อไปนะครับ
ท่านประธานครับ
มีอะไรอีกหรือครับ
ผมขอเรียนถามท่านประธานอีกนิดหนึ่ง ครับ
รับทราบเท่านั้นเอง ถ้าท่านต้องการที่จะรู้เรื่องนี้ก็เสนอญัตติด่วน แล้วดําเนินการอภิปรายไปเลยว่าทําไม เหตุผลอย่างไร อภิปรายกันในสภาไปเลย
มีคําถามนิดเดียวท่านประธาน เนื่องจาก ทางวุฒิสภาบอกว่า องค์ประชุมเราไม่ครบ สภานี้ยังไม่ได้ตรวจสอบ ที่แจ้งไปเปึนเรื่องของ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แล้วเขาไม่เชื่อ ผมก็ถามว่าทําไมเลขาธิการจึงไม่แจ้ง ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ตรวจสอบองค์ประชุม และผมก็แน่ใจว่ารายงาน การประชุมวันนั้นมีการรับรองแล้ว ถ้ารับรองก็ครบองค์ประชุม
ท่านพีรพันธุ์ครับ ด้านธุรการนี่ประธานสภามอบหมายให้เลขาธิการเปึนคนดําเนินการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เขียนไว้ชัดนะครับ ฉะนั้นผมก็ได้มอบหมาย ท่านก็ทําหนังสือตอบแทนผมได้ ไม่มีเรื่องอื่นใด มาซ่อนเร้นในกรณีเรื่องนี้ทั้งสิ้น เมื่อเราส่งไปวุฒิสภา วุฒิสภาเขาไม่เห็นชอบ เขาก็เสนอ ไปทางรัฐมนตรี รัฐมนตรีเขารับทราบ เขาเห็นชอบ เขาจะมาถอนอะไรนั้น อีกเรื่องหนึ่ง มันไม่ใช่เรื่องของกรอบของเรานี่
ท่านประธานครับ ตรงนั้นไม่เปึนไรครับ แต่ว่าทางวุฒิสภาบอกว่าองค์ประชุมวันนั้นไม่ครบ ตอนลงมติเรื่องนี้ องค์ประชุมไม่ครบ เขากําลังบอกว่าทางสภาผู้แทนราษฎรในวันนั้นองค์ประชุมไม่ครบ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ยังไม่มีการตรวจสอบครับ ถ้าเราตรวจสอบว่ามันครบละครับ จะว่าอย่างไร
เดี๋ยวเมื่อท่านให้ข้อสังเกต มา เดี๋ยวผมจะได้สั่งการให้มีการตรวจสอบอีกครั้งนะครับ แล้วก็จะมีการทักท้วงไปตามที่ ท่านพูดนะครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ ท่านรัฐมนตรี มันไม่เดินเลยสักนิดเลยนะครับ อยู่ที่เก่า
ขออภัยครับ ขอนิดเดียวครับ เพราะว่าเดี๋ยวเพื่อนสมาชิกจะเข้าใจผิด ผมก็ฟังอยู่ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับ ผมอยากกราบเรียน เมื่อสักครู่นี้ผมก็นั่งอ่านทบทวน จริง ๆ แล้วไม่อยากกล่าวในที่นี้มากครับ เพราะว่า ไม่อยากให้กระทบหลายท่าน แต่ว่าเมื่อท่านสมาชิกสอบถาม แล้วก็ผมคิดว่าถ้าไม่ตอบ ท่านเลยเดี๋ยวท่านจะสงสัย แล้วก็จะมีความสงสัยคาอยู่ ความจริงมีประเด็นสําคัญอยู่ ๒ ประเด็นนะครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ ความจริงเรื่องนี้สภาได้พิจารณามาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ความเปึนจริงนั้นครับ เมื่อวุฒิสภานี่เขาสงสัย เขาต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ ไม่ใช่เรา กฎหมายมันไปอย่างนั้นครับ ผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ว่ากฎหมายมันไปอย่างนั้น
อย่างนั้นผมขออนุญาตสั้นนิดเดียวครับ แล้วก็จะให้ผ่านไปตามที่ท่านประธานต้องการ คือความจริงมีประเด็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งไม่ได้ปรากฏข้อเท็จจริงในนี้นะครับ แต่เรียนให้ ทราบว่ามีกระบวนการที่เลือกคัดสรรตัวมาไม่ถูกต้องตามมติที่กรรมการกําหนดไว้ครับ ถึงได้เปึนปัญหาอีกส่วนหนึ่งครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
พอแล้วกระมังครับ ผมก็ชี้ ให้ชัดไปแล้ว เพราะเราเคยพูดเรื่องนี้เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ไปเป่ดดูรายงาน การประชุมได้ครับ ชัดครับ นิดไปตลอด แล้วกฎหมายไม่ได้เข้าสักทีครับ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ผมมีประเด็นนิดเดียวครับ ประเด็นที่ท่านรัฐมนตรียิ่งตอบอย่างนี้ผมยิ่งสงสัย เพราะว่าสิ่งที่ท่านถอนมาท่านอ้างเรื่องของกระบวนการทางนิติบัญญัติในการ ให้ความเห็นชอบที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญตามที่วุฒิสภาเขามีข้อสงสัย เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องทําท่านประธานครับ ท่านเพียงแต่ตั้งคณะทํางานขึ้นมาตรวจสอบเรื่อง องค์ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรแล้วยืนยันไปเท่านั้นเอง ส่วนเขาจะส่งศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่ต้องหลังจากที่เรายืนยันครับท่านประธานครับ
คือเรื่องนี้เรายืนยันไปแล้วว่า เราทําถูกต้อง กระบวนการของเราถูกต้อง
ท่านประธานครับ เขาอ้างว่าไม่ใช่เปึนมติ ของสภา เขาอ้างว่าไม่ใช่มติของสภาที่ยืนยันไป เขาอ้างว่าเปึนฝ์ายธุรการยืนยันไป เพราะฉะนั้นเขาขอความเห็นของสภา
ผมเข้าใจ ผมได้อ่าน เหมือนกัน แต่ธุรการผมได้เรียนแล้วตามข้อบังคับการประชุมข้อ ๘ ผมมอบหมาย ให้ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเปึนคนดําเนินการแทนผม
อันนั้นผมทราบครับ ข้อบังคับชัดเจนครับ ท่านประธาน
ก็เสมือนสภาอยู่แล้วครับ ถ้าไม่เชื่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้วไปเชื่อใครครับ
ท่านประธานฟังผมนิดเดียวครับ คือกระบวนการทางธุรการถูกต้องครับว่าต้องแจ้งไปตามกระบวนการที่ท่านมอบหมาย แต่สิ่งที่เขาต้องการข้อยืนยันก็คือว่าเปึนความเห็นของสภาผู้แทนราษฎรครับ เพราะฉะนั้น เราต้องทําความเห็นนี้ให้แจ้ง จะเปึนความเห็นของสภาผู้แทนราษฎรได้ก็โดยญัตติ หรือสิ่งที่ท่านมอบหมายให้มาปรึกษาหารือพวกเรา ท่านครับ ตรงนี้เขาขอแล้วว่า เปึนความเห็นของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าผมเปึนประธานนะครับผมจะต้องตรวจสอบตรงนี้ แล้วผมจะไม่บรรจุเรื่องนี้ด้วยซ้ําไป กราบขอบคุณท่านประธานช่วยพิจารณาด้วยนะครับ อย่างไรท่านเปึนประมุขของเรา อย่าทําให้สภาเราเสื่อมเสียมากกว่านี้เลยครับท่าน
ครับ ผมจะเรียนนะครับ เรามีบันทึกว่าเห็นว่าควรถอนเรื่องออกไป เนื่องจากเปึนหน้าที่ของวุฒิสภาที่จะพิจารณา ว่าจะดําเนินการอย่างไรต่อไป อีกทั้งสภาผู้แทนราษฎรมิได้มีหน้าที่ส่งเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เรื่องนี้นะครับประธานในที่ประชุมตอนนั้นท่านสามารถ แก้วมีชัย เปึนรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ท่านได้ขอถอนเรื่องนี้ออกไปแล้ว เรื่องนี้ ได้ถอนเรื่องออกไปแล้ว แต่เรื่องมันมาตามหลังที่แจ้งเพื่อทราบ หมายความว่า เรื่องตามขั้นตอน แต่ความจริงเรื่องนี้ได้ถอนเรื่องออกไปแล้ว เดี๋ยวจะให้เจ้าหน้าที่ เอาไปให้ท่านดูก็ได้ เอกสารเรามีหมดนะครับ พร้อมนะครับ คือถ้าอย่างนั้นก็วนกันไปในนี้ มันก็ไม่ได้เสร็จสิ้นเสียที ขอความกรุณาเถอะครับ จบแค่นี้นะครับ เรื่องเพื่อทราบ เรื่องนี้นะครับ
เรื่องต่อไปผมมีเรื่องที่จะแจ้งต่อที่ประชุมเพิ่มเติมนะครับอีก ๑ เรื่อง เนื่องจากสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธานครับ
มีอะไรครับคุณนิพนธ์ครับ
ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ ผมอยากจะขอแสดงความเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาในเรื่องเกี่ยวกับการถอนรายชื่อ ผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเปึนคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ในหน่วยงานภาครัฐนะครับ คือว่าการให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการนี่ จะต้องประกอบด้วย ๒ สภา จริงอยู่ครับ สภาผู้แทนราษฎรเราได้มีมติไปแล้ว แล้วก็ ผลปรากฏจากการลงมตินั้นนะครับ คงจะเปึนรายงานตามข้อเท็จจริงที่ส่งไป เปึนตัวเลข เพราะในวุฒิสภาจะพิจารณาตามตัวเลขที่ปรากฏในการประชุมลงมติ เพราะฉะนั้น ข้อเท็จจริงอย่างอื่นนั้นที่ประกอบในสภาเวลานั้นไม่มีใครสามารถยืนยันได้ ก็คงถือตัวเลข เปึนสําคัญ แต่ทีนี้เปึนเอกสิทธิ์ของวุฒิสภาที่จะพิจารณา เมื่ออีกสภาหนึ่งไม่ยอมพิจารณา ผมคิดว่าขั้นตอนในการให้ความเห็นชอบคงจะมีปัญหา เมื่อทางวุฒิสภามีหนังสือแจ้งไป อย่างนี้ ผมคิดว่าทางรัฐบาลเองซึ่งเปึนผู้เสนอ แต่เปึนรัฐบาลชุดเก่าก็ตาม รัฐบาลชุดนี้ ก็มีสิทธิที่จะพิจารณาว่าเรื่องดังกล่าวถ้าเกิดปัญหา แล้วไม่ได้รับความเห็นชอบทั้ง ๒ สภานั้น ก็สามารถที่จะถอนไปได้นะครับ ผมว่าอันนี้เปึนความชอบธรรมและเปึนสิทธิของรัฐบาลที่ จะเห็นว่าปัญหามันเกิดขึ้น เนื่องจากว่าวุฒิสภาไม่พิจารณาในเรื่องดังกล่าว แล้วก็ไม่สามารถที่จะยืนยันไปได้ครับ ผมคิดว่า
ตอนนี้ถอนแล้วละครับ ที่แจ้งเพื่อทราบ คือถอนแล้วนะครับเปึนไปตามขั้นตอน
ทีนี้การถอนเรื่องในสภา ที่เข้าสู่การพิจารณาแล้วนี่ ผมคิดว่าต้องให้ความเห็นชอบของสภานะครับ ถอนไปเฉย ๆ ผมว่าน่าจะมีปัญหา เพราะมันสู่การพิจารณาของสภา
อันนี้เขาก็แจ้งเพื่อทราบ เราก็แจ้งเพื่อทราบไปตามกระบวนการที่เราเคยปฏิบัติครับ ซึ่งจะนอกเหนือจากนั้น ผมไม่มีอํานาจที่จะดําเนินการ
ก็เปึนเรื่องของประธาน แต่ว่าผมคิดว่าเรื่องอะไรที่อยู่ในสภานี่นะครับ ถ้าจะมีการถอนไปนี่ต้องได้รับ ความเห็นชอบจากที่ประชุมสภา นี่ผมฝากเปึนข้อสังเกตเปึนข้อพิจารณา
คือเรื่องนี้ไม่ใช่เปึน พระราชบัญญัติหรือเปึนญัตติครับ มันเปึนเรื่องการเสนอขอความเห็นชอบ ต้องตีความอีก ครับ เพราะมากเหลือเกินครับ หยุดเสียเถอะครับเรื่องนี้ครับ เรื่องต่อไปดีกว่าครับ นะครับ ถ้าสงสัยก็ตั้งกระทู้ถามหรือเสนอญัตติ เพื่อได้พิจารณากันเต็มสภามันจะถูกต้องกว่าครับ
เรื่องการดําเนินการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากสมัยประชุมสามัญ ทั่วไป มีเรื่องบรรจุระเบียบวาระจํานวนมาก เพื่อให้การทํางานของสภาผู้แทนราษฎรเกิด ประโยชน์และมีประสิทธิภาพ ผมจึงขอจัดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยเริ่มจาก สัปดาห์นี้เปึนต้นไป ดังนี้นะครับ
๑. ในวันพุธ พิจารณาเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม กรณีไม่มีการ อภิปรายนะครับ ต่อไปไม่มีการอภิปรายในวันพุธนะครับ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ และเรื่องอื่น ๆ
๒. ในวันพฤหัสบดี พิจารณากระทู้ถาม เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ในเรื่องรับทราบของหน่วยงานของรัฐ ที่กฎหมายกําหนดให้แจ้งต่อสภาผู้แทนราษฎร ญัตติ และเรื่องอื่น ๆ ขอดําเนินการตามนี้และแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ต่อไปก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ ประชุมเพื่อขอนําระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ
๗.๗ คณะกรรมาธิการวิสามัญขอขยายเวลาขึ้นมาพิจารณาก่อน เนื่องจาก ระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมาธิการจะสิ้นสุดลงในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ จะมีสมาชิกท่านใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ผมจะ ขอดําเนินการตามนี้นะครับ ผมขอดําเนินการตามนี้เลยนะครับ
ท่านประธานครับ
มีอะไรคุณนิยมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดลพบุรี ประสบภัยพิบัติ ถนนเสียหาย เดี๋ยวนี้ยังเดินไม่ได้
เดี๋ยวครับ ไม่ใช่เวลาที่ ปรึกษาหารือครับ ขอให้เปึนเรื่องอื่น ๆ เถอะครับ ขอดําเนินการต่อไปท่านนิยมที่เคารพ เชิญกรุณานั่งลงก่อนครับ
ผมส่งเอกสารให้ท่านประธาน ท่านได้รับ หรือยังครับ
ถือว่าได้รับก็แล้วกัน เดี๋ยว ค่อยเอามาตามหลังก็ได้ไม่เปึนไร ถ้ายังไม่ได้รับ เชิญ เชิญนั่งลงนะครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ
คณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเปึน กรรมาธิการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมาธิการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ขอขยายเวลาการพิจารณา
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับ การเสนอชื่อเปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมาธิการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ขอขยายเวลาพิจารณาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๔๕ วัน เนื่องจากคณะกรรมาธิการ มีความเห็นว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อเปึนกรรมาธิการผู้ทรงคุณวุฒิขอถอนตัว เปึนเหตุให้ องค์ประกอบของคณะกรรมาธิการผู้ทรงคุณวุฒิไม่ครบตามกฎหมายว่าด้วยการปัองกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และได้มีหนังสือไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบแล้ว คณะกรรมาธิการจึงชะลอการพิจารณาไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีได้ส่งเรื่องกลับมายัง คณะกรรมาธิการ และขณะนี้คณะรัฐมนตรียังไม่ได้ส่งเรื่องกลับมายังคณะกรรมาธิการ แต่อย่างใด จึงขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๔๕ วัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๘ ส่วนการขยายเวลาก็เคยขยายมาแล้ว ๓ ครั้งนะครับ
ครั้งที่ ๑ ขอขยายเวลา ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๑ ครบกําหนดวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๒
ครั้งที่ ๒ ขอขยายเวลา ๔๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๒ ครบกําหนดวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ คือครบวันนี้นะครับ
ครั้งที่ ๓ ขอขยายเวลา ๔๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ครบกําหนดวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๒
ผมจึงขอมติจากที่ประชุมว่าจะอนุมัติให้คณะกรรมาธิการขยายเวลา พิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๔๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ได้หรือไม่ จึงขอเชิญสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อนับองค์ประชุมที่จะได้โหวตมติดังกล่าว นะครับ เชิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อเช็กองค์ประชุม เมื่อท่านเข้ามา ในห้องประชุมแล้วนะครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตนของท่านนะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เมื่อเข้าห้องประชุมแล้วโปรดเสียบบัตรของท่านกดแสดงตนของท่านด้วย ท่านเสียบบัตร แสดงตนครบทุกท่านหรือยังครับ ท่านใดที่ยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ เชิญครับ รัฐมนตรี วิ่งดี ๆ นะเดี๋ยวล้ม
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตนกันครบ ทุกท่าน แล้วโปรดส่งผลของผู้เข้าประชุม กึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิก ๒๓๒ ท่าน บัดนี้ผู้อยู่ ในห้องประชุม ๒๕๐ ท่านนะครับ แสดงว่าครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามนะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติถ้าท่านใดเห็นว่าควรอนุมัติ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรอนุมัติ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควร งดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิของท่านครับ เชิญใช้สิทธิได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิเสร็จแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ มีไหมครับ ไม่มีนะถือว่าที่ประชุมนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ ครับ
คุณกดสิ
บัตรมีปัญหาครับ
บัตรมีปัญหาเดี๋ยวค่อย บอกทีหลัง
ขอบพระคุณครับ
ช่วยส่งผลคะแนนมา มีผู้เข้าประชุม ๒๖๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๘ ท่าน เพิ่มคุณเชิดชัยอีกคนหนึ่ง เปึน ๒๔๔ ท่าน แสดงว่าที่ประชุมนี้ อนุมัติให้ขยายเวลา ๔๕ วันได้นะครับ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ เชิญครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เชิญประธาน คณะกรรมาธิการแถลงครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ
ตำ ม ที่ที่ ป ร ะ ชุ ม ส ภำ ผู้แ ท น รำ ษ ฎ ร ไ ด้ ล ง ม ติ รั บ ห ลัก กำ ร แห่งร่างพระราชบัญญัติผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... (ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปึนผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... (นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กับคณะ เปึนผู้เสนอ) และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณา กําหนด แปรญัตติภายใน ๗ วัน โดยถือเอาร่างพระราชบัญญัติของผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนหลัก ในการพิจารณานั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรดนําเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป
และก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาในรายละเอียด กระผมขออนุญาตประธาน กราบเรียนท่านประธานว่า คณะกรรมาธิการขออนุญาตกราบเรียนว่า เนื่องจากเกิด ความคลาดเคลื่อนของเอกสาร ในส่วนของบันทึกหลักการและเหตุผลประกอบ ร่างพระราชบัญญัติ โดยมีการสลับบันทึกหลักการและเหตุผลระหว่างร่างของผู้ตรวจการ แผ่นดินกับร่างพระราชบัญญัติของนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กับคณะ ทั้งนี้ โดยร่างพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ที่เสนอโดยผู้ตรวจการ แผ่นดินดังกล่าว ปรากฏว่าในส่วนของเหตุผลได้มีการระบุ มาตรา ๒๔๒ วรรคหก ของรัฐธรรมนูญไว้ในเหตุผลแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงไม่จําเปึนต้องมีข้อสังเกตท้ายรายงานของ คณะกรรมาธิการอีก ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงขอถอนข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ออกจากรายงานของคณะกรรมาธิการ และขอให้นําบันทึกหลักการและเหตุผลของ ผู้ตรวจการแผ่นดินที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรมาใส่ไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สอดคล้องตามที่เปึนจริงต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาครับ
เชิญท่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรดําเนินการครับ
ร่างพระราชบัญญัติ สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ และมาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ มีการแก้ไข มาตรา ๕ มีการแก้ไข มาตรา ๖ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ผู้สงวนความเห็น มีท่านสุนัย จุลพงศธรกับท่านธงชาติ รัตนวิชา ๒ ท่าน นอกนั้นไม่มีสิทธิที่จะอภิปรายครับ เพราะท่านไม่ได้แปรญัตติ ท่านไม่ได้สงวน
ขออนุญาตท่านประธานครับ มาตรา ๖ ครับ
ท่านเอาแก้ไขใช่ไหมครับ
มีการแก้ไขครับท่านประธาน ครับ
เอามาตราไหนครับ
มาตรา ๖ ครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิคม เชาวกิตติโสภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ คือที่ผมจะอภิปรายนะครับ เพราะมาตรา ๖ มีการแก้ไขนะครับ ในการ แก้ไขในมาตรา ๖ ผมขออนุญาตอ่านให้ที่ประชุมได้รับฟังนะครับ ข้อความที่ขอแก้ไข นะครับ คือ ให้ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดินปรึกษาหารือและ เห็นชอบร่วมกัน ในมาตรา ๖ ซึ่งในมาตรา ๖ ที่แก้ไขเพิ่มเติมตรงนี้นะครับ จะสอดคล้อง กับมาตรา ๘ ในมาตรา ๘ บรรทัดที่ ๓ ก็มีข้อความที่กรรมาธิการมีการแก้ไขเพิ่มเติม ในลักษณะเช่นเดียวกัน คือ ตามระเบียบที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการ แผ่นดินปรึกษาหารือและเห็นชอบร่วมกันนะครับ
เหตุที่ผมขออภิปรายในประเด็นดังกล่าว เพราะว่าในมาตรา ๖ กับมาตรา ๘ ซึ่งกรรมาธิการมีการแก้ไขเปึนข้อความเหมือนกันแล้วนะครับ แต่พอไปถึงมาตรา ๑๐ นะครับ มาตรา ๑๐ ผมเห็นว่าข้อความน่าจะมีการแก้ไขให้สอดคล้องกับมาตรา ๖ กับ มาตรา ๘ นะครับ เพราะกรรมาธิการไม่มีการแก้ไขในมาตรา ๑๐ จะเห็นว่าข้อความเปึน ข้อความลักษณะเดียวกัน คือระบุถึงประธานผู้ตรวจการแผ่นดินโดยความเห็นชอบร่วมกัน ของผู้ตรวจการแผ่นดินนะครับ แล้วก็มาตรา ๑๐ ในย่อหน้าที่ ๒ นะครับ ระเบียบที่ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินโดยความเห็นชอบร่วมกันของผู้ตรวจการแผ่นดินนะครับ อันนี้ ก็ควรจะมีการแก้ไขให้เปึนลักษณะเช่นเดียวกับมาตรา ๖ กับมาตรา ๘ นะครับ โดยแก้ไข เพิ่มเติมเปึนว่า ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นชอบร่วมกัน แก้ไข ให้เหมือนกับมาตรา ๖ มาตรา ๘ ครับท่านประธานครับ ขอหารือท่านกรรมาธิการครับ
เชิญกรรมาธิการตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม วีระศักดิ์ แสงสารพันธ์ ในฐานะตัวแทนกรรมาธิการนะครับ ก็ไม่ขัดข้องครับท่านประธาน เพราะจะได้เปึนข้อความอย่างเดียวกันกับที่เขียน ในมาตรา ๖ ครับ
ไปแก้ตรงมาตรา ๑๐ อีกที อย่างนั้นใช่ไหมครับ
ท่านประธานครับ แก้ที่ มาตรา ๑๐ ทั้ง ๒ ย่อหน้าเลยครับ
ก็คือมาตรา ๑๐ ท่านขอ ยกมืออีกครั้งนะครับ
ไม่ครับ เพราะว่ามาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไขครับ ผมขอให้กรรมาธิการแก้เลยครับ เมื่อถึงมาตรา ๑๐ พิจารณาแล้ว ขอให้กรรมาธิการเสนอแก้เอง
ทางกรรมาธิการไม่ขัดข้อง นะครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน
ก็ถือว่าผ่านนะครับ เพราะว่าผู้แปรญัตติไม่อยู่ในที่ประชุม ถือว่าตกไปนะครับ ทั้ง ๒ ท่าน ต่อไปเชิญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรครับ
มาตรา ๗ ไม่มีการ แก้ไข มาตรา ๘ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์
กราบเรียนท่านประธาน ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ เสียงส่วนน้อยที่ได้ขอสงวนความเห็นเรื่องนี้ไว้
เนื่องจากว่าในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการ แผ่นดินได้บัญญัติให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอายุไม่เกินเจ็ดสิบป้บริบูรณ์นะครับ และ เนื่องจากว่าเลขาธิการของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนบุคคลที่มีความสําคัญในการ ขับเคลื่อนงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน และจะต้องทํางานใกล้ชิดกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ผม จึงเห็นว่าด้วยคุณวุฒิ ด้วยประสบการณ์ ด้วยความสามารถในการทําหน้าที่เลขาธิการ การเป่ดโอกาสให้เลขาธิการมีอายุครบถึงเจ็ดสิบป้บริบูรณ์ ก็จะเปึนประโยชน์ แล้วก็คิดว่า ในระยะหลังนี้บุคคลที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะทําหน้าที่ตําแหน่งเลขาธิการนั้น หายากขึ้นทุกที เพราะฉะนั้นการเป่ดโอกาสให้เลขาธิการมีอายุเกินเจ็ดสิบป้บริบูรณ์ได้ก็จะเปึนประโยชน์ ท่านประธานที่เคารพครับ ในตําแหน่งเลขาธิการนั้น เราต้องยอมรับว่า ปัจจุบันนี้ สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน บทบาทที่สําคัญที่สุดก็คือ บทบาทของสํานักงานเลขาธิการ และเราก็ไม่เห็นว่าในร่างเดิมซึ่งเขียนไว้ว่า อายุไม่เกินหกสิบห้าป้บริบูรณ์ก็ยังไม่มีข้อมูลที่ ชัดเจนที่จะอธิบายได้ว่าทําไมถึงจะต้องใช้อายุที่หกสิบห้าป้บริบูรณ์ ผมถึงต้องสงวน ความเห็นในเรื่องนี้ไว้
ท่านสุนัย ไม่อยู่ใน ที่ประชุมนะครับ ท่านสงวน พงษ์มณี ไม่อยู่ในที่ประชุมที่ขอแปรญัตติ ก็ถือว่าตกไป นะครับ ท่านผู้แปรญัตติยังติดใจอยู่หรือเปล่า คุณอภิชาต ถ้าติดใจผมจะโหวต ถ้าไม่ติดใจ ก็จะได้ผ่าน ไม่ติดใจใช่ไหมครับ ไม่ติดใจ เชิญท่านเลขาธิการต่อ
มาตรา ๙ ไม่มี การแก้ไข มาตรา ๑๐ มีการแก้ไข
มีท่านใดติดใจไหมครับ ไม่มี ผ่านครับ ช่วยเขียนข้อความแจ้งต่อที่ประชุมด้วย กรรมาธิการ มาตรา ๑๐
กราบเรียน ท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ผม ศรีราชา เจริญพานิช รองประธาน กรรมาธิการ คนที่สองครับ ตามที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้ขอแก้ไว้เมื่อสักครู่นี้นะครับ ตอนระหว่างอภิปรายมาตรา ๖ กับมาตรา ๘ เพราะฉะนั้นขออนุญาตแก้ไขมาตรา ๑๐ เปึน ระเบียบที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดินให้คําปรึกษาหารือ เห็นชอบร่วมกัน ซ้ําอีกทีนะครับเปึน ระเบียบที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการ แผ่นดิน ปรึกษาหารือและเห็นชอบร่วมกันกําหนดตามวรรคหนึ่งเมื่อประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ครับ
ก็ถือว่าได้แก้ไขแล้ว นะครับ ไม่มีท่านผู้ใดติดใจนะครับ ผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต่อ
มาตรา ๑๑ มีการ แก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
เชิญท่านนิพิฏฐ์ สงวน ใช่ไหมครับ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ หลักการ ที่เรารับมาตั้งแต่หลักการวาระหนึ่ง ในมาตรา ๑๑ ก็เพื่อที่จะสงวนสิทธิและก็ปกปัองสิทธิ ที่จะพึงมีพึงได้ของส่วนราชการหรือข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างที่ได้รับอนุมัตินะครับ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เปึนพนักงานหรือลูกจ้างของสํานักงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ในการ คุ้มครองสิทธิตามวรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๑๑ ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้าง ที่ได้รับการขอจากผู้ตรวจการแผ่นดินให้มาช่วยราชการในการที่จะให้งานของผู้ตรวจการ แผ่นดินได้บรรลุผลตามเจตนารมณ์ของกฎหมายถูกตัดออกไป อยากจะทราบถึงเหตุผล จากคณะกรรมาธิการว่า ท่านมีเหตุผลใดในการที่จะตัดวรรคสองหรือวรรคสามของ มาตรา ๑๑ ออก ขอคําชี้แจงจากคณะกรรมาธิการด้วย ขอบพระคุณครับ
เชิญผู้แปรญัตติก่อนครับ เดี๋ยวค่อยตอบ ถ้าผู้แปรญัตติมีแต่คณะกรรมาธิการ เชิญทั้ง ๒-๓ ท่าน เชิญ
ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับ ผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ในฐานะกรรมาธิการครับ ในมาตรา ๑๑ ผมได้สงวนความเห็นไว้โดยผมเปึนเสียงข้างน้อยในคณะกรรมาธิการนะครับ ผมได้ สงวนความเห็นไว้โดยให้คงข้อความในวรรคสองของมาตรา ๑๑ และวรรคสามของ มาตรา ๑๑ เอาไว้ด้วยครับ
เหตุผลที่ผมคิดว่าต้องคงร่างเดิมในวรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๑๑ ไว้ก็เพราะว่าอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราไปดูกฎหมายขององค์กรอิสระ ทั้งหลาย อย่างเช่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งก็มี ข้อความคุ้มครองสิทธิข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างที่ได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงาน ในองค์กรอิสระเหล่านั้นไว้เหมือนกันครับ และนอกจากในองค์กรอิสระทั้งหลายจะได้ บัญญัติกฎหมายไว้ในแนวนี้แล้วนะครับ ในองค์การมหาชนอีกประมาณ ๒๘ แห่ง ก็ได้บัญญัติเพื่อรับรองสิทธิผลประโยชน์ของข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างไว้อย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราให้ตัดข้อความในวรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๑๑ ออกไป นะครับ กฎหมายฉบับนี้จะเปึนฉบับแรกที่เราบัญญัติไว้ไม่ตรงกับองค์กรอิสระและ องค์การมหาชนทั้งหลายนะครับ แต่ว่าผมเปึนเสียงข้างน้อย ในชั้นนี้ผมกราบเรียนว่า ถ้าเปึนไปได้เพื่อให้กฎหมายที่เราได้เขียนไว้มีความสอดคล้องกันทั้งระบบ ผมอยากให้คง วรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๑๑ ไว้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านศาสตราจารย์ศรีราชา
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผมก็ด้วยเหตุผลเดียวกับท่านนิพิฏฐ์ครับ เพราะเหตุที่ว่าในเรื่อง ของการยืมตัวบุคลากรมาจากหน่วยงานอื่นนะครับ ถ้าเผื่อไม่มีการเขียนวรรคสอง และวรรคสามไว้รองรับนี่ ก็จะกลายเปึนปัญหาว่าเขาถูกตัดสิทธิประโยชน์ที่จะกลับไปรับ ราชการโดยนับเวลาต่อเนื่อง แล้วก็ตําแหน่งที่เคยมี เงินเดือนที่เคยได้รับอยู่ถ้าเผื่อไม่มี ตัวนี้มารองรับไว้ก็อาจจะไม่ได้กลับไปในที่เดิม แล้วก็เปึนการขัดต่อการที่จะ เกิดความก้าวหน้าในตําแหน่งหน้าที่ในสํานักงานเดิมหรือในส่วนราชการเดิม เนื่องจาก อันนี้ทางหน่วยอื่น ๆ พระราชบัญญัติอื่น ๆ เช่น กกต.(คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ก็ดี หรือองค์การมหาชน ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้เปึนหน่วยงานที่เกิดขึ้นใหม่นะครับ มีความจําเปึน ที่จะต้องเขียนบทบัญญัติทํานองนี้ไว้เพื่อสําหรับที่จะยืมตัวบุคลากร แม้ว่าสํานักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินจะได้เป่ดดําเนินการมาแล้วถึง ๘-๙ ป้ก็ตามนะครับ แต่ในบางครั้งก็ยัง มีงานบางส่วนที่เราริเริ่มขึ้นใหม่ โดยเฉพาะงานที่ริเริ่มขึ้นเพิ่มขึ้นตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งมีงานอีกหลายด้าน เช่น งานประเมินผล การปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ งานเรื่องของตรวจสอบจริยธรรมผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเปึนงานใหม่ อันนี้อาจจะยังมีความจําเปึนในส่วนหนึ่งที่จะต้อง ขอยืมหรือว่าขอตัดโอนข้าราชการเปึนการชั่วคราวมาเพื่อช่วยงานในส่วนนี้ครับ จึงขอกราบเรียนว่าขอคงไว้จะเปึนผลประโยชน์ต่อสํานักงานอย่างมากครับ กราบขอบพระคุณครับ
เนื่องจากมาตรานี้มีผู้ ขอสงวนความเห็น แล้วก็มีคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยนะครับ ก็ต้องถาม ที่ประชุม เชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในการแก้ไขของกรรมาธิการและมีกรรมาธิการ สงวนความเห็นเพื่อนสมาชิกมีข้อสงสัยอยากฟังเสียงข้างมากครับ เขามีเหตุผลอะไร เพื่อเราจะได้ลงมติได้ครับ
เสียงข้างมากไม่รู้ ท่านไปไหนหมด มีไหม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ในมาตราที่ ๑๑ เราก็ได้มีการพูดถึงกันในเรื่องนี้มาก และมีความเห็นว่าสํานักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปึนองค์กรที่มีพัฒนาการของตัวเองมาเปึนเวลาเกือบ ๑๐ ป้ มีบทบาทสําคัญในการตรวจสอบงานแล้วก็รับเรื่องราวร้องทุกข์จนสามารถที่จะสร้าง บุคลากรของตัวเองขึ้นมารับผิดชอบทําหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในอนาคต อํานาจของผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนอํานาจที่กว้างขวางมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามา มีบทบาทในการตรวจสอบเรื่องจริยธรรมของนักการเมือง กรณีเช่นนี้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปึนอํานาจที่กว้างขวางมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบเรื่อง จริยธรรมของนักการเมือง กรณีเช่นนี้การที่เราจะให้มีการยืมตัวมีการให้มาช่วยราชการ จากหน่วยงานต่าง ๆ ในอนาคตอาจจะเปึนปัญหาเปึนอุปสรรคในการเข้ามาทําหน้าที่ของ ผู้ที่ถูกเรียกมา ยืมตัว หรือมาช่วยราชการที่จะทําให้งานของผู้ตรวจการแผ่นดินขาด ความเปึนอิสระได้ ยกตัวอย่างเช่น หากเราต้องการคนที่เกี่ยวข้องมีความเชี่ยวชาญ เกี่ยวกับเรื่องตํารวจ แล้วเราเอาคนจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติมาช่วยงานในสํานักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็จะทําให้การตรวจสอบงานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติอาจจะ มีปัญหา อาจจะมีข้อสงสัย ข้อคลางแคลงใจได้ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการเสียงข้างมาก จึงมีความเห็นว่า ในอนาคต สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินน่าที่จะสร้างบุคลากรของตัวเอง ขึ้นมามากกว่าที่จะเอาบุคคลจากภายนอกออกมา
อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นปัญหาอีกก็คือว่า หากว่าจะมีการเข้ามาให้มา ช่วยราชการ หรือมาเปึนพนักงานชั่วคราวของผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็น่าที่จะให้ขาดออกมา เลย ก็คือถ้าเกิดประสงค์จะเข้ามาทํางานกับสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินก็สมควรที่จะ เลือกเอาว่าจะทํางานที่ไหน ถ้าเลือกตัดสินใจแล้วว่าจะมาอยู่กับสํานักงานผู้ตรวจการ แผ่นดิน ก็มาอยู่กับสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ออกจากที่เดิมไปนะครับ นี่คือเหตุผล หลักของคณะกรรมาธิการที่ได้พิจารณากันในเวลานั้นครับ
เชิญคุณชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ผมฟังคําชี้แจงของกรรมาธิการเสียงข้างมากกับ ข้อเสนอของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยตลอดจนเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายในประเด็นการ แก้ไขของมาตรา ๑๑ ท่านประธานครับ ถ้าสมมุติว่าเห็นประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ์าย ถ้าจะตัดออก ผมก็เกรงว่าทางสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเสียประโยชน์แน่นอน ถ้าจะเปึนไปตาม สมมุติฐานที่กรรมาธิการเสียงข้างมากตั้งไว้ ๒ เรื่อง ไม่อยากให้คนของตัวเองไปอยู่องค์กร อื่น ไม่อยากเอาคนองค์กรอื่นมาอยู่ตัวเอง เพื่อปัองกันเรื่องความคลางแคลงเรื่องของการ ตรวจสอบ นั่นคืออนาคต ท่านประธานครับถ้าเปึนอย่างนั้นผมเสนอกรรมาธิการพิจารณา ว่ายก ๒ วรรคนี้ไปเขียนบทเฉพาะกาลเอาไหม เพื่อให้ท่านทํางานได้ เพื่อให้ท่านทํางาน ได้ไปเขียนบทเฉพาะกาลสักมาตราหนึ่งก็ยังได้นะครับ ผมว่าไม่เสียหาย หรือถ้าจะเอา ตามนี้ผมยืนยันผมโหวตให้เสียงข้างน้อยครับ กราบขอบคุณครับ
เชิญ คุณนคร มาฉิม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็น พ้องด้วยกับความคิดเห็นแล้วก็หลักเหตุผลของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เพื่อที่จะปกปัอง คุ้มครองสิทธิประโยชน์ที่จะพึงมีพึงได้ของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้าง ได้รับการยืม มือจากผู้ตรวจการแผ่นดินให้เข้าไปทําหน้าที่เพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชนตาม เจตนารมณ์ของกฎหมาย การที่กรรมาธิการเสียงข้างมากกล่าวอ้างว่าเพื่อให้องค์กรแห่งนี้ สร้างบุคคลภายในอาจจะไม่ทันกาล แล้วก็ความหลากหลายครอบคลุมรอบด้าน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้กระผมเองจึงมีความเห็นว่าควรที่จะมีการลงมติ เพื่อให้ที่ประชุมของ สภาได้พิจารณา ขอบพระคุณครับ
ก็จบการอภิปราย ในมาตรา ๑๑ นะครับ ผมจะขอมติ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาใช้สิทธิ ลงคะแนนนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้อง ประชุมเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ เมื่อท่านเข้านั่งประจําที่แล้วนะครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตนของท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ทุกท่านมีท่านใดยังไม่ได้ เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ถือว่าทุกท่านได้เสียบบัตรแสดงตนแล้วนะครับ ส่งผล มีผู้เข้าอยู่ในห้องประชุม ๒๓๙ ท่าน เกินไป ๗ ท่านเท่านั้น หวุดหวิดเหลือเกิน
ต่อไปจะลงมตินะครับ มีผู้ขอสงวน มาตรา ๑๑ แล้วก็มีคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากไม่เห็นด้วย ผมจะถามมติที่ประชุมว่าใครเห็นตามเสียงข้างมาก โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ใครเห็นตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ใครงด ออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิของท่าน ท่านผู้ใดเห็นตาม คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ใครเห็นตามคณะกรรมาธิการเสียง ข้างน้อย โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย โปรดใช้สิทธิครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก พอดีเมื่อสักครู่ ตอนที่ฟังประธานได้พูดเราสับสนนิดหน่อยทําให้มีการกดผิดพลาด ขอให้ลบโปรแกรม ใหม่ได้ไหมครับ แล้วก็ให้กดใหม่ท่านประธานครับ
ไหนครับ ว่าอย่างไรนะครับ
ขอให้ท่านประธานช่วยกรุณาถาม ใหม่อีกครั้งหนึ่งและกรุณาลบโปรแกรมที่กดไว้ครับ
คุณก็ถอดออกแล้วก็เสียบ แล้วก็กดใหม่ไปก็แล้วกันครับ ก็ถอดออกแล้วก็เสียบใหม่ แล้วก็กดครับ มีอะไร คุณบุญยอด
ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ เมื่อสักครู่นี้คือเนื่องจากว่ามติ ที่ท่านอ่านคือเสียงข้างมาก ไม่เห็นด้วยใช่ไหมครับ หรืออะไรอย่างนี้ มันสับสนนะครับท่าน
ไม่ใช่ เสียงข้างมากเอาตาม เสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย
ซึ่งท่านอธิบายว่าเสียงข้าง มากไม่เห็นด้วย จึงเกิดความสับสนครับ และผมคิดว่าถ้าหากว่าจะได้กรุณาก็
คือผู้ขอสงวน สงวนคํา แปรญัตติ คุณพอฟังเข้าใจภาษาไทยไหมครับ คือผู้ขอสงวนนี่คือเสียงข้างน้อย เสียงข้าง มากเขาไม่ได้สงวนละครับ ไม่แล้ว พอแล้ว
ก็เพียงแต่ว่าท่านถามมติใหม่ และก็ขอให้ลงคะแนนใหม่เท่านั้นเอง
ท่านผู้ใดเห็นตามเสียง ข้างมากของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ชัดนะครับ ใครเห็น ตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยสงวน โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย โปรดใช้สิทธิครับ ชัดไหมครับ
ก็ถือว่าที่ประชุมนี้
(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
อะไรอีกแล้ว ประท้วงอะไร อีกแล้ว
ท่านประธานครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ครับ เมื่อสักครู่เกิดความสับสนจริง ๆ ในเรื่องของการลงมติครับ ขอท่านประธานระงับการ ลงมติ แล้วลงมติใหม่อีกครั้งหนึ่งครับ
ก็มัน ๒-๓ ครั้งแล้วนะครับ จะให้ทําอย่างไรอีกล่ะ
เพราะถอดบัตรแล้วเสียบเข้าไป ก็ยังคามติเดิมอยู่
คุณก็เสียบให้มันเข้าสิ
เสียบไปแล้วครับ มันก็ยังคามติ เดิมอยู่ ที่สับสนนะครับ ขอให้ล้างผลการลงมติครั้งแรก แล้วลงมติใหม่ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
แต่นี่มัน ๓ ครั้งแล้วนะครับ เอาอย่างนั้นล้างออก ไปล้างนะครับ ล้างน้ําขวด ล้างออกนะครับ ต่อไปนะครับ ถามมติใหม่ เหมือนเดิมครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ใครเห็นตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอสงวน โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย โปรดใช้สิทธิ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
เสร็จแล้วนะครับ โปรดส่งผลคะแนนมา ผู้เข้าประชุม ๒๕๕ เห็นด้วยตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๓๕ ท่าน ไม่เห็นด้วยคือเสียงข้างน้อย ๑๔ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน ก็ถือว่าตามมติคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผ่านนะครับ ต่อไปมาตรา ๑๒ เชิญเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรครับ
มาตรา๑๒ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
เชิญกรรมาธิการที่สงวน ครับ
ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย นะครับ ในมาตรา ๑๒ ก็เช่นเดียวกับมาตรา ๑๑ นะครับ กระผมกราบเรียนท่านประธาน ว่า ในมาตรา ๑๒ นี้ครับ ในวรรคสอง คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ตัดข้อความออก กระผมขออนุญาตที่จะให้คงข้อความเดิมไว้นะครับ ข้อความเดิมก็คือ ในกรณีที่สํานักงาน เห็นว่างบประมาณรายจ่ายที่ได้รับการจัดสรรให้ไม่เพียงพอ ให้สํานักงาน โดยความเห็นชอบร่วมกันของผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอคําขอแปรญัตติต่อ คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรได้โดยตรง อันนี้ก็เปึนการ บัญญัติไว้ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญนะครับ เนื่องจากองค์กรเหล่านี้เมื่อเห็นว่าได้รับ การจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอ หน่วยงานก็สามารถที่จะเสนอคําขอแปรญัตติ ต่อคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรได้ นอกจากนั้น กระผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ในมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ ที่เรากําลังพิจารณา อยู่นี้ครับ ร่างเดิมของกฎหมายฉบับเดิมนะครับก็มีข้อความตามที่กระผมได้สงวนไว้ ทั้งสิ้นครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
มีท่านใดประสงค์อภิปรายไหมครับ เชิญท่านนายแพทย์ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๑๒ คณะกรรมาธิการได้ไปตัดวรรคสองออก ท่านประธานครับ โดยความเห็นของกระผมนี่ ถ้าเราไม่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ กระผมเห็นตามคณะกรรมาธิการที่ไปตัดออก แต่เผอิญว่าเท่าที่ตรวจสอบรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๖๘ วรรคท้าย คือวรรคเก้า นะครับ ได้เขียนบทบัญญัติเอาไว้ ขออนุญาตท่านประธานครับ ในการพิจารณา งบประมาณรายจ่ายของรัฐสภา ศาล และองค์กรตามวรรคแปด นั่นหมายถึงองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญ สํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน ก็เปึนสํานักงานที่เข้าไปทําเรื่องของด้านธุรการ ด้านทํากิจการตามบทบาทหน้าที่ตาม กฎหมายบัญญัติให้อยู่แล้ว ถ้าไม่เขียนไว้นี่กระผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการ ถ้าไม่เขียนไว้สามารถทําตามวรรคแปดหรือวรรคเก้าของรัฐธรรมนูญ ได้หรือไม่ ถ้าทําได้ ก็ไม่จําเปึนต้องเขียนนะครับ แต่ถ้าคิดว่าจําเปึนต้องบัญญัติไว้ในกฎหมายก็ต้อง คงวรรคนี้เอาไว้ให้เปึนไปตามลักษณะของกฎหมายตามสํานักงานขององค์กรอิสระหรือ องค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่น ๆ ที่เขาพยายามเขียนเอาไว้ เพื่อประโยชน์ในการที่ท่านเอง จะรักษาสิทธิในการที่จะเสนอการแปรญัตติได้โดยตรงโดยความเห็นชอบของผู้ตรวจการ ท่านประธานครับ โดยข้อเท็จจริงแล้วนี่ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังไม่มีการแก้ไข ผมคิดว่า การคงไว้น่าจะเปึนประโยชน์มากกว่า เว้นแต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องถูกแก้ไข เนื่องจาก ไปให้องค์กรอิสระหรือองค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการหาเงินหรือการจัดหารายได้ให้กับ ประเทศชาติบ้านเมืองเปึนผู้แปรญัตติได้โดยตรงหรือเสนอของบประมาณได้โดยตรง ไม่ผ่านรัฐบาล ไม่ผ่านคณะรัฐมนตรี ก็กราบเรียนท่านประธาน กราบเรียนถาม ท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วยเหตุผลด้วยนะครับ ถ้ามันเปึนไปตามที่ผมตั้ง สมมุติฐานอันแรกคือ ถ้าไม่เขียนก็สามารถดําเนินการได้ก็สมควรตัดออกครับ กราบขอบคุณครับ
เชิญท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการได้มีการ พิจารณาในเรื่องนี้อย่างกว้างขวางนะครับ แล้วก็มีความเห็นว่าเราเขียนเพียงไว้แค่วรรค แรกนี่ก็สามารถดําเนินการตามที่สามารถดําเนินการได้อยู่แล้วก็โดยความเห็นชอบร่วมกัน ก็สามารถเสนองบประมาณรายจ่ายประจําป้ต่อคณะรัฐมนตรีแล้วก็ให้ทุกอย่างเปึนไป ตามกระบวนการได้อยู่แล้วนะครับ ส่วนที่เพื่อนสมาชิกได้ยกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๘ มา เปึนเหตุผลนั้น เนื่องจากว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ใช่เปึนกฎหมายผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญครับ แต่ว่าสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินนี้เปึนเพียงสํานักงานธุรการเท่านั้นเองคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากจึงเห็นว่าไม่มีความจําเปึนที่จะต้องบัญญัติไว้ในวรรคสองด้วย
เชิญผู้สงวนความเห็นใช่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๑๒ นี้นะครับ ผมไม่ได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ แต่ว่ากรรมาธิการท่านไปแก้ไข
เชิญครับ
ขออนุญาตที่จะอภิปรายใน ประเด็นที่ท่านไปตัดข้อความออก ซึ่งผมจะถามกรรมาธิการในประเด็นที่ว่า องค์กรอิสระ อื่น หน่วยงานขององค์กรอิสระอื่น ถ้อยคําในกฎหมาย ถ้อยคํานี้ได้บัญญัติเอาไว้หรือเปล่า เท่าที่ทราบมีการบัญญัติถ้อยคําในวรรคสองที่ถูกตัดออกไป เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าสภา จะผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปที่เกี่ยวข้อง ผมคิดว่าท่านควรจะดูให้รอบคอบแล้วก็ ให้สอดคล้องต้องกันว่า ในบทบัญญัติของกฎหมายขององค์กรอิสระอื่นนั้นได้บัญญัติ ข้อความนี้ไว้หรือเปล่า ถ้ามีบัญญัติเอาไว้นี่ ผมคิดว่าเมื่อเปึนองค์กรอิสระตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญด้วยกัน ก็ควรที่จะมีกฎหมายทํานองเดียวกัน ไม่ใช่ว่าสภานิติบัญญัตินี่ ในกฎหมายฉบับหนึ่งเขียนไว้ ในอีกฉบับหนึ่งไม่เขียนไว้ อย่างนี้นี่มันจะทําให้เกิดมามอง ว่าถ้าเจตนารมณ์ของสภานิติบัญญัติ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเขาเจตนารมณ์จะให้คงไว้ตาม วรรคสอง ทําไมเขาไม่บัญญัติเอาไว้ อย่างนี้จะเปึนข้อที่ถกเถียงกับกฎหมายอื่น ในวันข้างหน้าได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ากรรมาธิการท่านควรจะตอบให้ชัดเจนว่า ท่านไป ศึกษาดูเปรียบเทียบกับกฎหมายใกล้เคียง ซึ่งเปึนองค์กรอิสระด้วยกันหรือเปล่าว่า ในองค์กรอื่นนั้นบัญญัติไว้หรือเปล่า วันหนึ่งข้างหน้าถ้ามีกฎหมายขึ้นมาแล้วถ้ามีปัญหา ขึ้นมา เราไม่ไปดูนี่มันจะทําให้การตีความผิดแผกแตกต่างกันไปได้ว่า แสดงว่าสภาแห่งนี้ มีเจตนารมณ์ที่จะไม่บัญญัติเอาไว้ เพราะถ้าบัญญัติเอาไว้อย่างนั้นก็ให้อํานาจเอาไว้ อย่างนั้นนี่ก็จะต้องบัญญัติเอาไว้ในกฎหมายเหมือนกับกฎหมายฉบับอื่น ๆ อันนี้คือ สิ่งที่ผมจะตั้งคําถามต่อกรรมาธิการครับ
ให้ท่านกรรมาธิการเก็บประเด็นไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวมีท่านที่จะอภิปราย เชิญท่านสุทัศน์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กรณีที่กรรมาธิการได้แก้ไข ผมย่อมมี สิทธิที่จะซักถามได้ ขออนุญาตซักถาม กล่าวคือ เมื่อสักครู่นี้ทางกรรมาธิการได้ชี้แจงว่า ถึงแม้จะมีวรรคสองไว้ ก็ไม่เปึนการขัดกับ รัฐธรรมนูญแต่ประการใด แต่ขณะเดียวกัน มีเฉพาะวรรคแรกก็เพียงพอแล้ว ไม่จําเปึนต้องมีวรรคสอง ซึ่งกระผมคิดว่าการชี้แจงดังกล่าวนั้นยังไม่ถูกต้อง กระผม เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้มีข้อความในวรรคสองไว้ เห็นด้วยอย่างยิ่งกับความเห็น ของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ท่านนิพิฏฐ์ได้กรุณาอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ เพราะใน วรรคสองนั้นจะเปึนการพูดถึงเรื่องการขอแปรญัตติ แต่ในวรรคแรกจะเปึนการพูดถึงเรื่อง การของบประมาณ ถ้าเปึนแต่เพียงมีวรรคแรกจะไม่สามารถครอบคลุมในการ ขอแปรญัตติได้ เพราะฉะนั้นการขอแปรญัตติในวรรคสอง ในการขอแปรญัตติงบประมาณ นั้นหากไม่ขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญน่าจะควรมีไว้คงร่างเดิมครับ เห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ
มีท่านใดยังติดใจอีกไหมครับ ถ้าไม่มี เชิญท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากชี้แจง
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการ ต้องกราบเรียนเพื่อนสมาชิกว่า นี่เปึนครั้งแรกที่กฎหมายขององค์กรอิสระที่ได้ แยกสํานักงานออกมานะครับ ไม่มีองค์กรอื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึน กกต. ก็มีสํานักงานอยู่ใน กฎหมายอันเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการจึงมีความเห็นห่วงว่า เมื่อกฎหมายฉบับนี้มันไม่ใช่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการ แผ่นดิน แต่เปึนเพียงพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของงานธุรการ ก็คือสํานักงาน ของผู้ตรวจการแผ่นดินเท่านั้น ดังนั้นองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เข้าใจกันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๘ วรรคแปด ผู้ที่จะสามารถเสนอคําแปรญัตติต่อคณะกรรมาธิการ งบประมาณได้ก็น่าจะเปึนผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ใช่สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินนะครับ
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมาตรา ๑๒ กรรมาธิการเสียงข้างมาก เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ จากจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมสนใจข้อซักถามของ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี เมื่อสักครู่นะครับ คืออยากจะให้กฎหมายที่มันออกไปเปึน กฎหมายที่สมบูรณ์ ที่ท่านได้พูดถึงกรณีที่ว่า ในองค์กรอิสระอันอื่นซึ่งมีศักดิ์ศรีเท่าเทียม กับผู้ตรวจการแผ่นดินนี่ครับ ได้มีการเขียนแบบนี้ไว้หรือเปล่าครับ ผมว่าน่าจะเอามาเปึน มาตรฐานเดียวกัน ไม่ทราบว่ามีท่านผู้ใดที่พอจะตอบอันนี้ได้ครับ
เชิญ ท่านสุทัศน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น กระผมจําเปึนต้องยืนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อจะขอความชัดเจนและขอความ กรุณาทางกรรมาธิการเสียงข้างมากได้กรุณาทบทวนอีกครั้งหนึ่งครับ
ทบทวนประการแรกก็คือ กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายฉบับแรกที่ท่านได้ ชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ ที่มีการแยกสํานักงานออกมา การแปรญัตตินั้นเปึนประโยชน์ต่อการ ดําเนินงานของสํานักงาน แม้จะแปรญัตติก็เปึนเรื่องแปรญัตติเพื่อประโยชน์ในการ ดําเนินงานขององค์กรนั้น ๆ เพราะฉะนั้นการที่จะคงไว้ซึ่งสิทธิในการแปรญัตติน่าจะเปึน สิ่งที่ถูกต้อง เพื่อความคล่องตัวในการทํางาน ผมจึงคิดว่าการคงไว้ตามวรรคสองนั้นน่าจะ เปึนประโยชน์ และขอถามต่อด้วยว่า ถ้าคงไว้แล้วมันจะเสียหรือไม่ ถ้าไม่เสียน่าจะคงไว้ ครับ เพราะเพื่อประโยชน์ในการทํางานขององค์กรนั้นครับ
เชิญท่านนิพนธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นที่ได้สอบถามทางกรรมาธิการไปเมื่อสักครู่นี้ ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ผมดูแล้วในกฎหมายฉบับนี้ การที่รัฐธรรมนูญได้มีองค์กร อิสระขึ้นมา ก็ต้องการให้เปึนอิสระอย่างแท้จริง เราต้องการความเปึนอิสระ มันมีเปึนการ อิสระในเรื่องบริหารราชการแผ่นดิน ในเรื่องการบริหารงานบุคคล ในเรื่องการบริหาร ซึ่งแยกออกไปต้องการความเปึนอิสระในเรื่องงบประมาณ วันนี้ถ้าหากว่าเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญที่บัญญัติกฎหมายนี้เอาไว้ให้องค์กรอิสระต่าง ๆ ท่านได้มีโอกาสที่จะเสนอ งบประมาณได้ และมีหลักประกันให้กับท่านว่า มีหลักประกันเพิ่มขึ้นว่าท่านสามารถที่จะขอแปรญัตติโดยตรงไปยังคณะกรรมาธิการ พิจารณางบประมาณได้นี่ ผมคิดว่านี่คือจะเปึนหลักประกันแล้วเปึนไปตามเจตนารมณ์ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ต้องการจะให้องค์กรอิสระท่านได้มีความเปึนอิสระจริง ๆ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติของรัฐบาล ซึ่งถ้าเราให้อยู่ภายใต้อาณัติความพึงพอใจของรัฐบาล ซึ่งเปึนไปตามแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้น เราเคยมีบทเรียนมาแล้วในอดีตว่า ถ้าบังเอิญว่า องค์กรอิสระนั้นไปสร้างความไม่พึงพอใจให้กับรัฐบาลไหน รัฐบาลก็อาจจะไม่จัดสรร งบประมาณให้กับองค์กรอิสระหน่วยงานนั้นได้ นี่คือเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านจึงบัญญัติมาตรานี้ไว้รองรับเจตนารมณ์ดังกล่าว วันนี้เมื่อสภาจะมาออกกฎหมาย แม้ว่าด้วยความเคารพกรรมาธิการ ท่านจะบอกว่ากฎหมายดังกล่าวนี้เปึนกฎหมายเรื่อง สํานักงานเท่านั้น แต่ว่าในกฎหมายสํานักงานเราต้องยอมรับว่านี่คือหน่วยงานบริหารทาง ธุรการขององค์กรอิสระ เมื่อองค์กรอิสระเขาไม่มีความเปึนอิสระในเรื่องงบประมาณแล้ว โดยถูกควบคุมโดยฝ์ายบริหารเสียแล้ว ความเปึนอิสระในเชิงที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ ให้มีความอิสระ มันก็ไม่ได้เปึนอิสระตามที่เจตนารมณ์ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยด้วยความเคารพท่านกรรมาธิการว่า ท่านโปรดพิจารณาเถอะครับว่า ในเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมาย สูงสุดนั้นเขามีเจตนารมณ์อย่างไร เขาจึงได้บัญญัติบทบัญญัตินี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ วันนี้ถ้าเราจะพิจารณาเพียงแต่ว่ากฎหมายดังกล่าวนั้นเปึนกฎหมายสํานักงานนี่ ด้วยความเห็นของท่านผมก็เคารพ แต่ผมเคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมาย สูงสุด ว่านั่นคือเจตนารมณ์ของเขา เขาต้องการคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้อย่างนี้ผมขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยัง ท่านกรรมาธิการ ท่านได้โปรดทบทวนเถอะครับ เพราะว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องเจตนารมณ์ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ที่ต้องการให้องค์กรอิสระมีความเปึนอิสระ ทั้งในการบริหาร ปฏิบัติภารกิจโดยทั่วไปตามกรอบภาระหน้าที่ และบริหารงบประมาณ บริหารองค์กรของท่าน ผมจึงยืนยันว่าผมไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ด้วยความเคารพผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยท่านประธานครับ
เดี๋ยวให้ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นเสียงข้างน้อยได้อภิปรายก่อนนะครับ แล้วก็เดี๋ยวค่อยเชิญเสียงข้างมาก เชิญครับท่านนิพิฏฐ์
ขออนุญาตเรียน ท่านประธานครับ ผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ ผมอยู่ใน ๒ สถานะด้วยกันนะครับ สถานะแรกคือผมและคณะเปึนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ร่างพระราชบัญญัติ ที่ท่านพิจารณาอยู่ในขณะนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามีการเสนอมา ๒ คณะด้วยกัน นะครับ คณะแรกคือ ผมกับคณะเปึนผู้เสนอ ส่วนที่ ๒ ที่เปึนผู้เสนอ คือ ผู้ตรวจการ แผ่นดินเปึนผู้เสนอ มีอยู่ ๒ ฉบับด้วยกัน แล้วก็นํามารวมพิจารณา ผมตอบคําถาม ท่าน ส.ส. นิพนธ์ ที่ท่านได้กรุณาอภิปรายเมื่อสักครู่ครับ ผมคิดว่าคําอภิปรายของ ท่านนิพนธ์มีเหตุผล แล้วก็ท่านสุทัศน์มีเหตุผลที่สอดคล้องและน่ารับฟังอย่างยิ่งครับ นอกจากรัฐธรรมนูญจะเขียนไว้ในมาตรา ๑๖๘ วรรคสองแล้ว หลักการประกันความเปึน อิสระขององค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญก็ต้องมีเปึนอย่างยิ่ง นั่นเรื่องที่ ๑ ครับ
เรื่องที่ ๒ ผมอยากให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ตั้งหลักนะครับ กฎหมายลักษณะนี้มีอยู่ ๒ ฉบับด้วยกัน ฉบับแรกคือร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ฉบับที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ครับเรียกว่า ร่างพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินแยกกฎหมายเปึน ๒ ฉบับนะครับ คือผู้ตรวจการแผ่นดิน ๑ ฉบับ และส่วนของสํานักงานอีก ๑ ฉบับ แต่ว่า ในองค์กรอิสระอื่น เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง เขารวมกฎหมายเหล่านี้ อยู่ในฉบับเดียวกัน เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นนะครับ ในกฎหมายฉบับเดียวกัน มันมีสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งอยู่ในกฎหมายฉบับเดียวกันด้วย ฉบับนี้ครับเปึนครั้งแรกที่แยกออกมาเปึน ๒ ฉบับ คือ ผู้ตรวจการแผ่นดินและสํานักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าต้องคงร่างไว้ตามร่างเดิมที่ผม และคณะเปึนผู้เสนอ เพราะอะไรท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินที่ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ไปแล้วครับ ไม่มีบทบัญญัติที่เขียนว่า ในกรณีที่งบประมาณรายจ่ายประจําป้ไม่เพียงพอ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแปรญัตติได้โดยตรง ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีในกฎหมาย ผู้ตรวจการแผ่นดินเขียนให้มีการแปรญัตติไว้ ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะเขียนไว้ ผมคิดว่า กฎหมายก็ยังไม่สมบูรณ์ครับ เราเลยได้มาเขียนไว้ในมาตรา ๑๒ ของพระราชบัญญัติ สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นเราจะไปหวังว่า พระราชบัญญัติผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอได้อยู่แล้ว ไม่มีบทบัญญัติ ที่เขียนว่าผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอได้เลยครับ เราเลยมาบัญญัติไว้ในกฎหมายฉบับนี้ ถามว่าถ้าไม่เขียนไว้ สามารถที่จะขอแปรญัตติเพิ่มเติมได้ไหม โดยรัฐธรรมนูญก็น่าจะได้ ไม่ผิดกฎหมาย แต่ว่าถ้าเขียนไว้เปึนการรับรองความอิสระขององค์กรอิสระ หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญด้วย และให้กฎหมายมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผมคิดว่าเราคงไว้ตามร่างเดิมที่ผมและคณะ เปึนผู้เสนอ ไม่มีความผิดพลาดแต่ประการใดครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านกรรมาธิการเชิญครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานและ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผมอยากกราบเรียนนิดหนึ่งเพิ่มเติมจากที่ท่านนิพิฏฐ์ ได้กราบเรียนในที่ประชุมไปแล้วว่า ตอนที่ทํากฎหมาย กกต. ตอนนั้นเปึนช่วงที่อยู่ในระยะ เร่งรีบ ก็เลยให้ผนวกเปึนแพคเกจ (Package : หีบ ห่อ มัด) เดียวกันเพื่อที่จะลดขั้นตอน จะได้ผ่านได้ง่ายนะครับ แต่ตัวโดยที่ท่าน กกต. นั้นท่านก็บอกกับบรรดาสํานักงานบอกว่า ผ่านไปก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยมาแก้กฎหมายให้แยกเปึนสํานักงานทีหลังนะครับ แต่ สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นเปึนองค์กรแรกนะครับที่บุกเบิกที่จะแยกพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกเปึนพระราชบัญญัติหลักนะครับ โดยที่แยก สํานักงานออกมาเปึนต่างหาก ทีนี้เนื่องจากในตัวรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้บัญญัติเรื่องนี้ไว้ในมาตรา ๑๖๙ วรรคเก้า วรรคนั้นใช้คําว่า องค์กร ตามรัฐธรรมนูญ นะครับ แต่ตัวร่างพระราชบัญญัติ มาตรา ๑๒ ของพระราชบัญญัติ สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น เปึนเรื่องที่ต้องการที่จะให้ย้ําหรือเปึนการยืนยันว่า แม้ว่า ตัวรัฐธรรมนูญจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม แต่ตัวพระราชบัญญัติฉบับนี้จะยังคงให้อํานาจ แก่สํานักงานในการที่จะยืนยัน การที่จะของบประมาณโดยตรงนะครับ อย่างที่ท่านนิพนธ์ ได้กรุณาพูดหรือว่าท่านสุทัศน์ได้กรุณาพูด ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ อันนี้เปึน หลักการที่ชัดเจนที่ต้องการให้เห็นว่าองค์กรอิสระนั้นเปึนอิสระที่ปลอดจากการ พูดง่าย ๆ รังแกของฝ์ายบริหารได้โดยที่ไม่ให้งบประมาณนะครับ เพราะฉะนั้นในภาพรวมของ องค์กรที่ไปตรวจสอบทั้งหลาย องค์กรไหนก็ตามที่ทําหน้าที่มาก ตรวจสอบเข้มข้น ก็อาจจะถูกฝ์ายบริหารมองได้ว่า ไม่ควรจะมีบทบาทมากนัก ควรจะมีบทบาทน้อย ๆ ลง เพราะฉะนั้นโดยตัดงบประมาณ กระผมจึงใคร่ขอกราบเรียนนะครับ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทุก ท่านนะครับว่า ที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ยืนยันในเรื่องนี้ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า ได้คิด อย่างละเอียดรอบคอบแล้วครับที่ว่า ตรงนี้น่าจะเปึนประโยชน์มากที่สุด จึงขอยืนยัน แล้วก็ขอให้ท่านกรุณาพิจารณาเรื่องนี้ให้ถ่องแท้ด้วยครับ กราบขอบคุณมากครับ
เดี๋ยวท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากชี้แจงนะครับ ถ้าท่านยืนยันเดี๋ยวคงจะต้องขอมติ ที่ประชุมนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก เพียงแต่นั่งอยู่บนนี้น้อย กว่าเสียงข้างน้อยเท่านั้นเองครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก วิตกกังวลมากก็คือว่า เราเกรงว่าการเขียนในวรรคสองลงไป มันจะไม่สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๘ นะครับ ซึ่งจะต้องยืนยันว่าสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเปึน เพียงสํานักงานทางธุรการ ความเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญก็คือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ใช่สํานักงาน เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญให้หลักประกันในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ไว้ค่อนข้างหนักแน่นอยู่แล้วก็คือ รัฐจะต้องจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอกับการ บริหารงานโดยอิสระของรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายรวมถึงผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่แล้ว ในการพิจารณางบประมาณ รายจ่ายขององค์กรที่ว่านี้นะครับ หากหน่วยงานนั้นเห็นว่างบประมาณรายจ่ายได้รับการ จัดสรรไม่เพียงพอ ให้สามารถเสนอคําขอแปรญัตติต่อกรรมาธิการได้โดยตรง เมื่อ สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินโดยความเห็นร่วมกันของผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอ งบประมาณให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว แล้วถูกตัด ไม่เพียงพอ ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ สามารถไปยื่นโดยตรงต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ ได้ บัญญัติไว้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นกรรมาธิการเสียงข้างมากจึงขอยืนยัน
เชิญนายแพทย์ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมฟังคําชี้แจงของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากบวกกับ ความเห็นของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาต กราบเรียนด้วยความเคารพว่า ในฐานะที่เปึนสมาชิกฝ์ายนิติบัญญัติที่จะต้องให้ความเห็น ของกฎหมายฉบับนี้
ประเด็นแรกสุด ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเอาตามรัฐธรรมนูญ ฉบบนี้กันนะครับ ซึ่งแน่นอนผมเองไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งสําหรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะไป บัญญัติอย่างนี้ปุ็บทําให้เกิดความยุ่งยาก แต่ผมจะอภิปรายในแง่ของว่าตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรา ๑๖๙ วรรคแปด วรรคเก้า ถ้าท่านคณะกรรมาธิการเสียง ข้างมากอธิบายอย่างนั้นนะครับ มาตรา ๑๒ ตัดทิ้งเลย อย่าเขียนครับ มาตรา ๑๒ วรรคแรก ถ้อยคําบรรทัดแรกกับวรรคสองถ้อยคําเหมือนกันเดี๊ยะ นั่นแสดงถึงความเปึน องค์กรที่จะต้องทํางาน ถ้าองค์กรทํางานไม่มีฝ์ายธุรการ ไม่มีฝ์ายบริหารมารองรับ ท่านจะ เสนองบประมาณได้อย่างไรครับ วรรคสองนี่เขาเพียงแต่ว่าเปึนให้สํานักงานเสนอโดย ความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ซึ่งก็เปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านอ้าง อย่างนั้นนะครับ มาตรา ๑๒ ตัดทิ้งได้ทั้งหมดเลย ก็ไปอาศัยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญตาม วรรคแปด วรรคเก้ามาใช้ เพราะว่าวรรคแรกก็ใช้ความเห็นเดียวกัน โดยความเห็นชอบ นะครับ ให้สํานักงานโดยความเห็นชอบร่วมกันของผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอขอ งบประมาณ วรรคสอง สํานักงานโดยความเห็นชอบของผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอคําขอ แปรญัตติได้โดยตรง วรรคแรกนี่ขอไปก่อน วรรคสองแปรญัตติกรณีถ้าไม่พอ ต่างกันแค่นี้ครับ นัยมัน แต่ว่าผู้ทํางานเหมือนกัน สํานักงานและผู้ตรวจการแผ่นดิน ผมเองต้องกราบเรียนครับ ถ้าจะให้เปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนี่ก็ต้องคงไว้ ต้องคงไว้ ไม่เช่นนั้นท่านต้องตัด ออกให้หมดครับตามคําชี้แจงของท่าน ด้วยความกริ่งเกรงว่าจะทําผิดรัฐธรรมนูญนะครับ ถ้ากริ่งเกรงวรรคสองผิด วรรคแรกท่านก็ผิด กราบขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านกรรมาธิการครับ นี่เสียงข้างน้อยหรือครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติครับ ผม วีระศักดิ์ แสงสารพันธุ์ คณะกรรมาธิการเสียงข้าง น้อย ที่ขอแปรญัตติและสงวนในมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ ด้วยครับ ผมขออนุญาต เท้าความมาตรา ๑๒ สักเล็กน้อยนะครับ ก่อนรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ นี่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บอกว่า การจัดสรรงบประมาณนี่ครับขององค์กรอิสระให้เปึนไปอย่างเพียงพอ ไม่ได้เขียนเรื่องการแปรญัตติไว้ในกรณีที่ถูกตัดนะครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายในป้ ๒๕๔๒ ของผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภานี่ครับ ก็เลยออกแบบให้ตัวสํานักงานซึ่งเปึนนิติบุคคลตาม กฎหมายนะครับ เปึนหน่วยธุรการดําเนินการแทนผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ไม่ได้หมายความ ว่าอนุญาตให้ดําเนินการโดยพลการ แต่ว่าต้องเปึนไปโดยมติในการปรึกษาหารือเห็นชอบ ร่วมกันของผู้ตรวจการแผ่นดินเสียก่อนนะครับ เพราะโดยสภาพทางกฎหมายแล้วนี่ครับ การเสนองบประมาณรวมถึงการแปรญัตตินี่ครับ หรือการส่งงบประมาณของรัฐนี่ครับ จะต้องส่งต่อหน่วยงานที่เปึนนิติบุคคลเท่านั้น เพราะฉะนั้นมาตรา ๑๒ เองจึงวางอยู่บน หลักการพื้นฐานของวิธีการบริหารราชการแผ่นดินปกติก็คือ ในเมื่อเรายอมให้หน่วยงาน ธุรการสามารถเสนองบประมาณได้ และในขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ก็ยอมให้ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญแปรญัตติได้ด้วยตัวเองได้โดยตรงด้วย มันก็เปึนหลักการ ในมาตรา ๑๒ วรรคสองที่ไปเขียนต่อไปอีกครับบอกว่า ในการขอแปรญัตติก็ให้หน่วย ธุรการนี่ครับ เช่นเดียวกับในวรรคหนึ่งนี่ครับ ขอเสนอแปรญัตติโดยความเห็นชอบขององค์ อํานาจคือผู้ตรวจการแผ่นดินร่วมกันได้เช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นโดยหลักการ ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยว่า ถ้าจะคงไว้นี่ครับขอให้คงทั้งสองวรรค ถ้าจะตัดก็ตัดไปหมดเลยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ มาตรา ๑๒ ผมว่าเราได้ฟังเหตุผลของทั้งสองฝ์ายมาพอสมควรนะครับ ผมขออนุญาตให้ยุติการอภิปรายแล้วเราจะได้ลงมติกันนะครับ ขอให้ท่านสมาชิกได้กรุณาเข้า ห้องประชุมเพื่อลงมตินะครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตนแล้วจะได้ลงมติในมาตรา ๑๒ ครับ ท่านสมาชิกที่เข้าห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรกดแสดงตนเลยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ท่านสมาชิกได้เสียบบัตรแสดงตนพร้อมแล้วนะครับ ได้แสดงตนพร้อมเพรียงกันแล้ว นะครับ ขอทราบผลหน่อยครับ มีสมาชิกเข้าประชุม ๒๔๘ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมขอถามมติในมาตรา ๑๒ นะครับ เนื่องจากกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้มีการแก้ไขไปจากร่างเดิม และมีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยขอสงวนความเห็น ในวรรคสองให้คงไว้ตามร่างเดิมนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะถามมติว่า ถ้าท่านสมาชิก ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่มีการแก้ไขคือ ตัดวรรคสองออก กรณีลงมติ เห็นด้วย ถ้าท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ตัดวรรคสอง ออก คือท่านเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นไว้ กรุณาลงมติ ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียง กรุณาลงมติ งดออกเสียงครับ เชิญท่านลงมติได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงมติกันแล้วนะครับ ผมขอป่ดการลงมติ ขอทราบผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๒๖๓ ท่านนะครับ เห็นด้วยตามกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ได้มีการแก้ไข มาตรา ๑๒ ๒๒๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๘ ท่าน งดออกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน ก็เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยตามกรรมาธิการเสียงข้างมากที่มีการแก้ไขให้ตัด วรรคสองของมาตรา ๑๒ ออกนะครับ
มาตราต่อไป เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรครับ
มาตรา ๑๓ มีการแก้ไข มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๖ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
มีท่านกรรมาธิการสงวนความเห็นไว้ ๑ ท่านนะครับ ท่านสุนัย จุลพงศธร ท่านประสงค์ จะอภิปรายประกอบไหมครับ ไม่อยู่นะครับ ก็ถือว่าท่านไม่ได้ติดใจนะครับ ก็ผ่านไปครับ
มาตรา ๑๗ และ มาตรา ๑๘ ไม่มีการแก้ไข
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก็เปึนอันว่าจบการอภิปรายเรียงตามลําดับมาตราแล้ว
ต่อไปจะเปึนการอภิปรายทั้งร่างเปึนการสรุปอีกครั้งหนึ่งนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีท่านสมาชิกท่านใดจะขอแก้ถ้อยคําใดหรือไม่ครับ มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีนะครับ ก็เปึนอันว่าจบการพิจารณาในวาระสอง
ต่อไปผมขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าจะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในวาระสามหรือไม่ คงไม่ต้องตรวจสอบองค์ประชุมแล้วนะครับ เพราะว่า ท่านก็ไม่ได้ลุกไปที่ไหนนะครับ ผมจะไม่ตรวจองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมจะให้ลงมติ เลยนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบที่จะอนุมัติร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระสาม กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบด้วย ก็กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง ก็กดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงมติได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
เชิญครับ มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ครับ เนื่องจากมีเพื่อนสมาชิกเดินออกไปทําธุระนอกห้องประชุมหลายท่าน ขอความกรุณา ท่านประธานช่วยกดออดเรียกเพื่อนสมาชิกด้วยครับ
ถ้าอย่างนั้นนะครับ ผมขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งก็ได้ครับ เพื่อจะได้สบายใจ จากทุกฝ์ายนะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมและ ลงมติครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอให้เจ้าหน้าที่ล้างคะแนนก่อนนะครับ ไม่มีผู้ใดเข้ามาแล้วนะครับ ขอท่านสมาชิก ได้กรุณากดปุ์มแสดงตนก่อนครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน กดปุ์มแสดงตนเลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
กดปุ์มแสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ ขอทราบผลครับ มีจํานวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๒๓๙ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะขอถามมติที่ประชุมว่าท่านผู้ใดเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระสามกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วย กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย และท่านใดงดออกเสียง กรุณากดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงมติได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมติ ขอทราบผลครับ จํานวนท่านสมาชิกเข้าประชุมทั้งสิ้น ๒๕๘ ท่าน เห็นด้วย กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระสาม ๒๔๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีนะครับ งด ออกเสียง ๑๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่านครับ ก็เปึนอันว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็ผ่านวาระสามจะได้ส่งไปให้ทางวุฒิสภาต่อไป
ส่วนข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการได้ตัดออกไปแล้วนะครับ ก็เปึนอันว่าจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบคุณท่านกรรมาธิการนะครับ ต่อไปครับ เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ท่านนายแพทย์ชลน่านมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ก่อนเข้า ๔.๒ ผมขออนุญาตท่านประธานช่วงที่รอ ท่านกรรมาธิการ มันมี ๒ มาตราครับ ที่ร่างพระราชบัญญัติที่เราพิจารณาผ่านไป เมื่อสักครู่ คือมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ ที่เพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นผ่านไป ผมจะ ไม่ท้วงติงในประเด็นนั้น แต่ว่าฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือกรรมาธิการที่มีเสียงข้างน้อยนะครับ ยังมีโอกาสอยู่นะครับ ที่เราจะให้ร่างมาตรา ๑๑ กับมาตรา ๑๒ เปึนไปตามเจตนารมณ์ ซึ่งผมคิดว่าตรงนั้นมีความสําคัญ ก็ฝากไปอยู่ที่ชั้น วุฒิสภา แล้วกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ
ครับก็ต้องถือว่าร่างเสียงส่วนใหญ่ของสภาอนุมัติไปตามกรรมาธิการเสียงข้างมากแล้วนะ ครับ คณะกรรมาธิการพร้อมหรือยังครับ ท่านสมาชิกครับ ตอ่ไปเปึนการพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วนะครับ ขอเรียนเชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการ หรือผู้แทนได้ชี้แจงต่อที่ประชุมครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ตามที่มีมติการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑ ครั้งที่ ๑๙ (สมัยนิติบัญญัติ) ในวันพุธที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ ได้ลงมติรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา แปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น คณะกรรมาธิการได้มี กระผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน เปึนประธานคณะกรรมาธิการ โดยมี พลตํารวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ เปึนเลขานุการ คณะกรรมาธิการและ พันตํารวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ เปึนผู้ช่วยเลขานุการ
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้วได้เสนอที่ประชุมมา เพื่อพิจารณาครับผม
เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ดําเนินการเราจะพิจารณาเรียงลําดับ ตั้งแต่ชื่อร่าง เชิญครับ
ร่างพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มี การแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๑๖ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
เชิญท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นครับ ท่านทศพล เพ็งส้ม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ครับ
ตามที่ผมได้เสนอสงวนความเห็นในมาตรา ๑๖ (๔) นั้น ที่กระผมได้ขอตัด ข้อความในมาตรา ๑๖ (๔) ทั้งหมดนั้น เนื่องมาจากในมาตรา ๑๖ (๔) ได้ระบุ ไว้ว่า ให้ผู้ประกอบอาชีพดังต่อไปนี้มีหน้าที่ต้องรายงานการทําธุรกรรมต่อสํานักงาน ในกรณีเปึนธุรกรรมที่ใช้เงินสดมีจํานวนเกินกว่าที่กําหนดในกฎกระทรวง ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๖ (๔) นั้นมีธุรกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เฉพาะผู้ประกอบอาชีพนายหน้า หรือตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ปรากฏว่าหากผู้ประกอบอาชีพนายหน้า หรือตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และประกอบอาชีพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก็ไม่ต้องรายงานธุรกรรม ถึงแม้นจะมีการทําธุรกรรมที่ใช้เงินสดจํานวนเกินกว่าที่กําหนด ในกฎกระทรวงก็ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องรายงานธุรกรรมต่อสํานักงานปัองกันและปราบปราม การฟอกเงิน ท่านประธานครับ หากจะไปกําหนดในกฎกระทรวงก็จะสอบถามว่าใช้ กฎกระทรวงในข้อใดที่ให้อํานาจการรายงานธุรกรรมที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ท่านประธานครับ ประเด็นสําคัญในมาตรา ๑๖ นั้นที่มีการแก้ไข เพราะว่ามีการทําธุรกรรมที่ปรากฏอยู่ใน พระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ นั้น ในมาตรา ๑๓ เปึน ธุรกรรมกับสถาบันการเงิน แต่มาตรา ๑๖ นั้นเปึนธุรกรรมที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ดังนั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าว กระผมจึงขอตัดข้อความในมาตรา ๑๖ (๔) ออกนะครับ เว้นแต่ทาง คณะกรรมาธิการจะได้เรียบเรียง หรือมีข้อชี้แจงให้เหตุผลว่าการทําธุรกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และทําหน้าที่หรือประกอบอาชีพเปึนตัวแทน นายหน้าจะดําเนินการรายงานการทําธุรกรรมอย่างไร เพื่อให้มีประโยชน์ต่อประชาชนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พันตํารวจเอก สีหนาท กรรมาธิการ กระผมขอเรียนว่าตามที่ท่านกรรมาธิการ ได้สงวนคําแปรญัตติในประเด็นดังกล่าวนั้น สามารถจะแก้ไขได้โดยไปกําหนด ในกฎกระทรวงในลักษณะของการที่กําหนดให้ตัวแทนหรือนายหน้าที่ทําธุรกิจพัฒนา อสังหาริมทรัพย์มีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรมด้วย ขอบคุณครับ
เชิญท่านผู้สงวนครับ
ท่านประธานครับ ผม ทศพล เพ็งส้ม จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ถ้าเปึนการยืนยันว่าการทําธุรกรรมตัวแทน นายหน้า แล้วก็สามารถพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องรายงานธุรกรรมตามที่กําหนดไว้ ในกฎกระทรวง ผมไม่ติดใจ ขอบคุณท่านประธานครับ
ผ่านครับ เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต่อครับ ในมาตรานี้ยังมีกรรมาธิการสงวน ความเห็นอีกนะครับ มีท่านกมล บันไดเพชร ท่าน พันตํารวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ สงวนความเห็นใน (๖) ติดใจที่จะยืนยันตามที่สงวนไว้ไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่ติดใจนะครับ อย่างนั้นผ่านครับ เชิญต่อครับ
มาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๒๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ เพิ่มมาตรา ๒๐/๑ มีการแก้ไข มาตรา ๖ แก้ไขมาตรา ๒๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ เพิ่มมาตรา ๒๒/๑ มีการแก้ไข มาตรา ๘ แก้ไขมาตรา ๖๒ มีการแก้ไข
ก็เปึนอันจบการอภิปรายเรียงตามลําดับมาตรานะครับ
ต่อไปจะเปึนการพิจารณาทั้งร่างเปึนการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีท่านสมาชิกท่านใดจะขอแก้ถ้อยคําใด ๆ หรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ผมถือว่าเปึนการจบการพิจารณาในวาระสอง
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในวาระสาม หรือไม่นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตนและ ลงมติครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตนและลงมติครับ เชิญครับ ท่านใดอยู่ในห้อง ประชุมแล้วกรุณากดแสดงตนครับ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุม เพื่อแสดงตนเตรียมลงมติครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนเลยนะครับ เดี๋ยวรอเพื่อนสมาชิก หน่อยนะครับ กําลังทยอยเข้าห้องประชุม ท่านที่อยู่ในห้องประชุมขอความกรุณา กดแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
กดแสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ ขอทราบผลครับ มีจํานวนสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ทั้งหมด ๒๕๗ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมขอถามมติที่ประชุมนะครับ ว่าที่ประชุมเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในวาระสาม หรือไม่ สมาชิกท่านใดเห็นชอบด้วยกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านใด ไม่เห็นด้วยกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียง กดปุ์ม งดออกเสียง เชิญท่านลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมตินะครับ ขอทราบผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๒๕๕ ท่าน เห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระสาม ๒๔๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีนะครับ งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่านครับ ก็เปึนอันว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในวาระสามนะครับ
ต่อไปข้อสังเกตครับ กรรมาธิการไม่มี ขอบคุณนะครับท่านกรรมาธิการ
ต่อไปเปึนการพิจารณาในวาระที่ ๔.๓ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นและฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่
เชิญท่านกรรมาธิการแถลงต่อที่ประชุมครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี เลขานุการคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้รับมอบหมายจาก นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขออนุญาตนําเสนอรายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุม ดังนี้
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่าง พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (มาตรการภาษีเพื่อ กระตุ้นและฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ) คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอ และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้น คณะหนึ่งเพื่อพิจารณากําหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เสร็จแล้ว ปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการตามที่ได้เสนอมา โดยร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอแปรญัตติ
อนึ่ง คณะกรรมาธิการใคร่ขอแก้ไข มาตรา ๓ เพิ่มเติม มาตรา ๔๗ (๑) (ฎ) เพิ่มเติมจากร่างของคณะกรรมาธิการซึ่งได้เสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้
๑. วรรคหนึ่งของมาตรา ๔๗ (๑) (ฎ) เพิ่มข้อความ และอยู่ในความ อุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ ต่อจากความว่า มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ เพื่อให้ สอดคล้องกับบทบัญญัติในมาตรา ๔๗ (ญ) การลดหย่อนบิดามารดา ที่ได้มีการแก้ไข เพิ่มเติมในป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งมีการใช้ความในลักษณะเดียวกัน
๒. วรรคสามของมาตรา ๔๗ (๑) (ฎ) ข้อความจาก ค่าอุปการะเลี้ยงดูตาม วรรคหนึ่ง ให้หักลดหย่อนสําหรับเงินได้พึงประเมินประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่จะต้องยื่น รายการในป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ เปึนต้นไป ----------------------------------------------------- -๔๒/๑ เปึนค่าอุปการะเลี้ยงดูตามวรรคหนึ่ง ให้หักลดหย่อนสําหรับเงินได้พึงประเมินประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่จะต้องยื่นรายการในป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ เปึนต้นไป เนื่องจากเกรงว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะประกาศใช้ไม่ทันป้ภาษี ๒๕๕๑ จึงขอแก้ไขเปึนป้ภาษี ๒๕๕๒ รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในมาตรา ๔๗ (๑) (ญ) การลดหย่อนบิดา มารดา จึงเรียนมาเพื่อขออนุญาตที่ประชุมแจกเอกสารการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓ ของคณะกรรมาธิการเพื่อที่ประชุมจะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ขอบคุณค่ะ
เชิญ เจ้าหน้าที่แจกเอกสารที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมตามที่กรรมาธิการได้แถลงด้วยนะครับ ต่อไปขอ เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดําเนินการเรียงตามลําดับ เอกสารเจ้าหน้าที่กําลัง แจกนะครับ เชิญมาตราอื่นไปก่อนครับ
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ เพิ่มมาตรา ๔๗ (๑) (ฎ) มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญ ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นครับ เชิญครับ ท่านจุติ ไกรฤกษ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมนั้นเปึนกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ซึ่งเปึนผู้หนึ่งซึ่งได้ร่วมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไข้เพิ่มเติมประมวล รัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเปึนมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและฟุ๋นฟู เศรษฐกิจ
ประเด็นที่ผมได้ขอแปรญัตติไว้ท่านประธานครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ต้อง ขอขอบพระคุณท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงในหลาย ประเด็น ประเด็นของผู้สูงอายุที่ไม่มีทะเบียนบ้านเดียวกันก็เปลี่ยนแปลงให้ ประเด็นที่ รับฟังได้ว่าผู้สูงอายุซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ก็มีการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ผม ไม่เห็นด้วยและก็ขอแปรญัตติไว้คือเรื่องของจํานวนเงินที่สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ ท่านประธานครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วผู้ที่ขอร่วมแปรญัตติไว้ก็มีหลายท่าน เช่น ท่านผุสดี ตามไท ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็แปรญัตติไว้ หนึ่งแสนบาท ท่านผู้ทําหน้าที่ประธาน ท่านรังสิมา รอดรัศมี ก็ขอแปรญัตติไว้ หนึ่งแสนบาท แต่ว่าเสียงส่วนมากนั้นบอกว่าให้คงไว้คือ สามหมื่นบาท สาเหตุที่กระผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ของผมนั้นขอให้รวมหัก รวมทั้งบุคคลซึ่งผู้มีเงินได้อุปการะเลี้ยงดูคนละ สองแสนบาท
เหตุผลข้อแรกของผมก็คือว่า สามหมื่นบาทนั้นน้อยไป ถามว่าทําไมน้อยไป ที่น้อยไปนั้นเพราะว่าเหตุผลของ พ.ร.บ. (พระราชบัญญัติ) ฉบับนี้เมื่อเข้าสู่สภาในวาระ รับหลักการท่านประธานจะจําได้ตอนนั้นผมอยู่ซีกฝ์ายค้าน ปัจจุบันนี้ผมมาอยู่ซีกรัฐบาล ผมก็ยังไม่มีความคิดเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เพราะว่าผมคิดว่าถ้าจะเปึนมาตรการ ภาษีเพื่อกระตุ้นและฟุ๋นฟูเศรษฐกิจแล้ว ยิ่งหักลดหย่อนมากเท่าไรก็ยิ่งเกิดการกระตุ้น เศรษฐกิจมากขึ้นเท่านั้น ท่านประธานลองนึกภาพดูนะครับว่าถ้าเผื่อหักลดหย่อนเพียงแค่ ๓๐,๐๐๐ บาท ก็เท่ากับว่าเขาจะมีเงินเหลือ ๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะมาหักลดหย่อน แล้วก็เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจในมูลค่า สามหมื่นบาท แต่ถ้าเผื่อท่านประธานอนุญาต ให้เขาสามารถลดหย่อนได้ถึง สองแสนบาท ก็หมายความว่าผู้ที่เลี้ยงดูบุตร บิดา มารดานั้น หรือครอบครัวเขานั้น สามารถที่จะมีเงินเหลือนํามากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มได้ถึง ๒ แสนบาท ทั้งนี้มัน คงไม่เกี่ยวกับสิ่งที่สิทธิที่เขาจะใช้เต็มหรือใช้ไม่เต็ม แต่มันเปึนเรื่องของว่า เมื่อ พรบ. นี้เสนอมาเพื่อต้องการกระตุ้นและฟุ๋นฟูเศรษฐกิจแล้ว ก็ควรจะต้องทําให้เต็ม เม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช่ทําเพียงเพื่อแก้บนหรือว่าขอไปที เพราะฉะนั้นเหตุผลแรกก็คือว่า ๒ แสนบาทนั้นจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่า ๓๐,๐๐๐ บาทแน่นอนในการ ลดหย่อน
เหตุผลที่ ๒ ครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานไปดูดี ๆ นี่ การลดหย่อน อย่างนั้น ๓๐,๐๐๐ บาท เท่ากับว่าท่านประธานนั้นใช้เงินดูแลบิดามารดา หรือ คนในครอบครัวเพียงแค่เดือนละ ๒,๕๐๐ บาทเท่านั้นเอง ๒,๕๐๐ บาทต่อเดือนครับ ท่านประธานครับ ถามว่าพอไหม ที่ไปดูแลผู้มีพระคุณหรือคนในครอบครัว ผมตอบ ท่านประธานได้เลยว่าไม่พอ แค่เพียงค่าจ้างผู้เลี้ยงดูหรือดูแลผู้ป์วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือ ตัวเองได้นะครับ บิดามารดาที่อายุมาก ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้นี่ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้ ๑๕,๐๐๐ บาทครับ ต่อเดือนครับ ๑๕,๐๐๐ บาท สําหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ คือบิดามารดา ป้หนึ่งคือ ๑๘๐,๐๐๐ บาทครับ เปึนเหตุผลที่ผมนํากราบเรียนท่านประธานเปึนข้อที่ ๒
ข้อที่ ๓ แค่ ๒ แสนบาทนั้น ผมก็ไม่ได้ขอมากไปเกินกว่าเหตุผลที่จะ มีได้ เพราะว่ายังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่ารถ ค่าพาหนะต่าง ๆ ที่จะ พาผู้สูงอายุนั้นไปรับการดูแลรักษาตามศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ที่เหลืออยู่ ฉะนั้นเหตุผลที่ผมกล่าวกับท่านประธานมาข้างต้นนั้น ผมคิดว่าเหตุผลของ ผมนั้น ๒ แสนบาทนั้นเปึนเหตุผลที่เหมาะสม และไม่ทําให้ฐานะการเงินของรัฐต้อง สูญเสียไป และสามารถจะอนุโลมให้ผู้สูงอายุนั้นมีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีได้ และสามารถมีคนดูแลเลี้ยงดูได้ ลูกหลานเขาก็จะสามารถดูแลได้เต็มที่ เพราะเขาทราบว่า จะสามารถหักลดหย่อนภาษีในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ด้วยเหตุผลที่ผมกราบเรียน ท่านประธานมาแล้วข้างต้น ผมก็อยากจะฟังเหตุผลของคณะกรรมาธิการนะครับ รวมทั้งเพื่อนสมาชิกผมด้วยที่กรุณาแปรญัตติไว้หนึ่งแสนบาท ว่ามีเหตุผลอย่างไร ที่แตกต่างจากผมครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
เชิญท่านอาจารย์ผุสดีครับ
ขอบพระคุณค่ะท่านประธานคะ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบ สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะคะ
ในประเด็นอื่น ๆ ที่ได้ขอสงวนความเห็นไว้นั้นก็ไม่ติดใจแล้วค่ะ แต่จะมีอยู่ หนึ่งแสนบาทเท่านั้นเองค่ะ ที่ดิฉันคิดว่ายังอยากที่จะยืนยันด้วยเหตุที่ว่า นอกเหนือจาก จะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ดิฉันตระหนักถึงความจําเปึนในภาระค่าใช้จ่ายที่บุคคล ใครก็แล้วแต่จําเปึนจะต้องดูแลผู้พิการ อันนี้เปึนเรื่องของความเปึนธรรมนะคะ เสมือน หนึ่งว่าเรามีลูกอยู่ ๔ คน แต่ว่าคนหนึ่งพิการนั้นนี่นะคะ ความจําเปึนจะต้องใช้เงินที่จะ ดูแลลูกที่พิการนั้นย่อมต้องมากกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นใด ๆ ที่กรมสรรพากรเคยให้ไว้ ดิฉันคิดว่าสําหรับผู้พิการนั้น มีความจําเปึนจริง ๆ ที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดิฉันจึงขอ ที่จะยืนยันในคําสงวนตรงนี้ค่ะ อยากจะให้เพิ่มจํานวนเงินเปึน หนึ่งแสนบาทนะคะ ดิฉัน ขอพอเพียงกว่าท่านจุตินิดหนึ่ง ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านเชน
ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด สุราษฎร์ธานี
ในมาตรา ๓ นี้นะครับ ผมขออนุญาตถามท่านกรรมาธิการนะครับว่า กรณี ที่ระบุเรื่องคนพิการ โดยบุคคลดังกล่าวต้องเปึนคนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แล้วก็ยังระบุว่าคนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ต้องมีบัตรประจําตัวคนพิการ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ถ้าคนพิการที่ไม่มี บัตรประจําตัวนี่นะครับ เราไม่ให้หักค่าลดหย่อนหรืออย่างไร คนพิการเยอะนะครับ ที่เปึนคนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แล้วก็ไม่สามารถที่ไปทําบัตรด้วยตัวเองได้ นอนกับที่ หรืออย่างไรนี่นะครับ ผมว่าการเขียนอย่างนี้นะครับ ผมดูอีกวรรคหนึ่งนะครับ และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกับผู้มีเงินได้ เท่านั้นยังไม่พอครับ ผมติดใจตรงคําว่า และ แล้วตัดออกนะครับว่า มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ คนพิการ ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้นี่นะครับ และจะมีรายได้ เขียนให้ฟุ์มเฟ๋อยไปไหมครับ คําว่า มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพนี่ มันไม่จําเปึนนะครับ คนพิการที่ไม่ช่วยเหลือ ตัวเองได้ จะไปหารายได้ให้เพียงพอกับการยังชีพมาจากไหนครับ ผมว่าน่าจะตัดคําว่า มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพออก ผมขออนุญาตถาม ๒ ประเด็นนะครับ ประเด็น ๑ ทําไมจะต้องมีบัตรประจําตัวคนพิการตามกฎหมาย และก็ทําไมถึงต้องคงคําว่า มีรายได้ ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ถ้าคนนั้นไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตามเวิร์ดดิ้ง (Wording : คํา) ข้างบนอยู่แล้วนะครับ ขออนุญาตเรียนถามท่านกรรมาธิการครับ
เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ กรรมาธิการเสียงข้างมาก เชิญครับท่านใดจะชี้แจงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวีระวุฒิ วิทยกุล กรรมาธิการ ครับ ตามที่ท่านสมาชิก ได้ขอแปรญัตติแล้วก็มีขอสงวน ความเห็นไว้ ในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องการที่จะให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูสามารถหักลดหย่อนได้ ในจํานวนที่สูงกว่า ๓๐,๐๐๐ บาทนะครับ ผมขอเรียนชี้แจงดังนี้ครับว่า
ในระบบภาษีอากรนะครับ การหักค่าลดหย่อนนี้เปึนเพียงเรื่องของการ บรรเทาภาระภาษี ซึ่งการหักค่าลดหย่อนนั้นโดยปกตินะครับก็เปึนเรื่องของการหัก ค่าลดหย่อนให้กับตนเองนะครับแล้วก็ครอบครัว แล้วก็ผู้ที่อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูใน ลักษณะที่เปึนครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตนะครับ ซึ่งค่าลดหย่อนเหล่านี้นะครับ ปกติจะอยู่ในระดับที่ ๓๐,๐๐๐ บาทนะครับ แม้แต่ค่าเลี้ยงบุตร ตามกฎหมายก็ยังอยู่ใน อัตราค่าลดหย่อยอยู่ที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ซึ่งการให้ ๓๐,๐๐๐ บาทนี้ คณะกรรมาธิการก็ พิจารณาว่าเปึนค่าลดหย่อนที่อยู่ในระดับที่สูงที่สุดอยู่แล้วนะครับ และส่วนที่มองว่าน่าจะ ให้มีการลดหย่อนสําหรับผู้ที่อุปการะเลี้ยงดูบุคคลอื่นได้ด้วยนะครับ ก็อย่างสืบเนื่องที่ผม ได้กราบเรียนชี้แจงว่า ปกติจะให้ค่าลดหย่อนเฉพาะผู้ที่อยู่ในครอบครัวและมี ความสัมพันธ์ทางสายโลหิตเปึนหลักนะครับ และเปึนมาตรฐาน
ส่วนกรณีที่มองในเรื่องของให้กับผู้พิการที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้น ปัจจุบันนี้ไม่ได้ระบุไว้ในร่างพระราชบัญญัตินี้ ได้มีการแก้ไข แต่ก็ยังคงมีระบุว่าต้องเปึน ผู้ที่อยู่ในอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ ซึ่งก็จะสอดคล้องกันกับในกรณีอุปการะเลี้ยงดูบิดา มารดาของผู้มีเงินได้ ดังที่เคยมีบทบัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากรด้วยครับ
เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์
ท่านประธานครับ ผมได้อ่านข้อความร่างที่คณะกรรมาธิการขอแก้ไข เพิ่มเติมในวรรคแรกในมาตรา ๓ นะครับ บรรทัดที่สองสุดท้ายของวรรคแรกที่ท่านตัดคํา ว่า และ ออกไป ผมคิดว่าท่านต้องดูว่าท่านจะใช้ถ้อยคําใหม่หรือไม่ในการที่จะพิจารณา ให้มีถ้อยคําเชื่อมกันได้หรือไม่ เพราะถ้าตัดออกไปและเฉย ๆ โดยไม่มีคําอื่นมาเชื่อม มัน จะทําให้ข้อความถ้าอ่านแล้วอาจจะตีความหมายเปึนอย่างอื่นหรือว่ามันไม่สละสลวยได้ นะครับ ท่านประธานครับ ซึ่งผมขออนุญาตอ่านในวรรคให้ท่านประธานได้รับทราบ หน่อยว่า โดยบุคคลดังกล่าวต้องเปึนคนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ซึ่งมีบัตรประจําตัวคน พิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีชื่ออยู่ใน ทะเบียนบ้านเดียวกับผู้มีเงินได้ ท่านตัดคําว่า และ ออกไป ทําให้อ่านได้ว่า มีรายได้ ไม่พอเพียงแก่การยังชีพ ตรงนี้ถ้าเราจะมีคําว่า โดย หรือ ซึ่ง มาเชื่อมนี่มันจะทําให้ถ้อยคํา ได้สมบูรณ์มากขึ้น ผมคิดว่าท่านลองพิจารณาดูนะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นท่านตัด และ ออกไป และไม่มีคําใดมาเชื่อมนี่มันก็จะทําให้กฎหมายมันเขียนแล้วนี่มันอาจจะตีความ เปึนอย่างอื่นได้ว่า เปึนไปได้ไหมว่าอยู่ในทะเบียนบ้านผู้มีเงินได้ซึ่งมีรายได้ไม่พอเพียงแก่ การยังชีพอีก อันนี้ถ้าสมมุติว่าตีความไปอย่างนั้น แล้วก็มันอ่านอย่างไรก็ไม่สละสลวย ผมขอให้ท่านกรรมาธิการได้เพิ่ม ท่านพิจารณาดูนะครับ ท่านจะใช้คําว่า โดย หรือคําว่า ซึ่ง ซึ่งมันจะทําให้อ่านได้ใจความมากขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ
เดี๋ยวเอาทางนี้ต่อเนื่องกันนะครับ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ยังติดใจไหม เชิญครับ
ขอบพระคุณมากท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมเรียนติดใจจริง ๆ ครับ ด้วยความสุจริตใจว่าที่ท่านผู้ทําหน้าที่ประธานยังไม่ได้ตอบผม ในเรื่องของว่ามาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ผมติดใจจริง ๆ เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องใส่เข้ามาว่ามาตรการภาษี เพื่อกระตุ้นและฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ประเด็นของผมที่ผมถามไปก็คือว่า ๓๐,๐๐๐ บาท จะมา กระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า ๒ แสนบาทได้อย่างไร ๒ แสนบาท มันก็ต้องกระตุ้นได้มากกว่า อยู่แล้ว ตัวทวีคูณได้มากกว่าอยู่แล้ว เมื่อเปึนเช่นนั้นผมอยากจะฟังเหตุผลว่า ๓ ๐,๐๐๐ บาท ของท่านนี่จะกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า ๒ แสนบาทอย่างไร นี่ซึ่งเปึน ประเด็นที่ผมอภิปรายในหลักการ ตอนที่ พ.ร.บ. นี้เข้าสภา คือเรื่องของมาตรการฟุ๋นฟู เรื่องเศรษฐกิจ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต้องใส่ลงไปว่าเปึนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ นั่นเปึนประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของ ๓๐,๐๐๐ บาท ถ้าอ้างว่าเปึนประเพณีว่า เคยทํามา ๓๐,๐๐๐ บาท ลดหย่อนส่วนอื่น ๓๐,๐๐๐ บาท ผมบอกว่ามันเปึนตัวเลขที่ เฉยมากสําหรับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ท่านทราบดีว่าภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน มันไม่สอดคล้องในเรื่อง ๓๐,๐๐๐ บาทเลย วันนี้ไม่มีแล้วครับ ก๋วยเตี๋ยวชามละ ๑๐ บาท ไม่มีแล้วครับ ชามละ ๓๕ บาท ชามละ ๔๐ บาท วันนี้ไม่มีแล้วครับค่าแท็กซี่ ๒๐ บาท เริ่มต้น ขึ้นก็ ๓๗ บาทแล้วครับ ฉะนั้นกฎหมายอะไรก็ตามที่ออกมาต้องสะท้อนความเปึนจริง ของสังคม ผมเชื่ออย่างนั้น เมื่อเปึนเช่นนั้นผมก็ยังอยากจะยืนยันตรงนี้แล้วก็อยากจะให้ ทางผู้ทําหน้าที่ประธานได้กรุณาตอบว่า ๓๐,๐๐๐ บาท มันไม่ใช่ประเพณีของเดิม อีกต่อไป มันต้องสะท้อนกับสิ่งที่เปึนไปได้ในยุคปัจจุบัน นั่นเปึนเหตุผล ๒
เหตุผลที่ ๓ ครับ ผมไม่อยากจะขึ้นชื่อว่าเปึนคนใจดํากับผู้สูงอายุ ผมอยากจะให้สิ่งที่เราให้ผู้สูงอายุเหมือนกับเปึนความกตัญ็ูกตเวทิตาของคนรุ่นหลัง ซึ่งทําให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งสร้างบ้านสร้างเมืองมา วันนี้เขาไม่มีความสามารถจะหารายได้ อะไรอีกแล้ว เมื่อเปึนเช่นนั้นแล้วทําไมเราไม่ให้เขาเต็ม ๆ แล้วสิ่งที่ผมแปรญัตติไปนี่ ๒ แสนบาทนี่ผมเรียนท่านประธานเลยว่าไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงที่ทํานะครับ จริง ๆ มันมากกว่านั้น ถามว่าทําไม เพราะสิ่งที่ค่าใช้จ่ายที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ ท่านประธานก็ทราบ ใครไปโรงพยาบาล ถ้าเผื่อไปโรงพยาบาลเอกชนก็แทบจะหมดตัว ไปโรงพยาบาลรัฐ ก็คอย ๔-๕ ชั่วโมง เพราะคนเยอะจริง ๆ เพราะฉะนั้นผมจึงขออยากจะซักถาม ท่านผู้ทําหน้าที่ประธานช่วยกรุณาตอบด้วยว่าเหตุผลของผมนี่เปึนไปไม่ได้อย่างไร หรือเปึนไปได้อย่างไรครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ผมว่าเอาอย่างนี้ได้ไหมครับ เหลืออีก ๒ ท่านที่ยกมืออยู่ เดี๋ยวให้ฟังเก็บประเด็น แล้วเดี๋ยวตอบทีเดียวนะครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เบื้องต้นผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการว่าสรุปแล้วร่างที่ท่านจะรายงานต่อสภาคือร่างที่เสนอในแผ่นแทรก ร่างสุดท้าย ไม่ใช่ร่างที่เสนอมาในตัวร่างพระราชบัญญัติ เพราะว่าผมเองพยายามฟังอยู่ เผอิญท่านกรรมาธิการท่านหนึ่งลุกขึ้นตอบบอกว่า ยังยึดถือเอาร่างเดิมอยู่ ร่างที่กรรมาธิการทํามาเดิม ข้ออ้างจริง ๆ คือเกี่ยวกับ เรื่องทะเบียนบ้าน ประเด็นตรงนี้ผมต้องทําความเข้าใจก่อนนะครับ สําหรับตัวผมเองนะครับ ถ้าท่านประธานยืนยันว่าใช้ร่างที่คณะกรรมาธิการขอแก้ไขเพิ่มเติม ผมจะได้อภิปราย ถูกประเด็น เพราะผมใช้อํานาจตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ท่านประธานครับ ในการอภิปราย สอบถามคณะกรรมาธิการกรณีท่านแก้ไขเพิ่มเติมมา ไม่เช่นนั้นผมไม่มีสิทธิอภิปรายละ ครับ แต่ท่านไปแก้ไขจากร่างที่ท่านรับไปจากสภาผู้แทนราษฎรของเรา นั่นถือว่าเปึนร่างของสภา เมื่อท่านไปแก้ไขร่างของสภาผมย่อมมีสิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ในการที่จะสอบถามท่าน ถ้าเอาตามร่างที่ท่านขอแก้ไขมามีคําแก้ไขอยู่ ในวรรคที่สอง (ฎ) มีการแก้ไขคําว่า และ มีคําแก้ไขว่า และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของ ผู้มีเงินได้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตถามเลยว่า เหตุผลที่ท่านไปแก้ไขโดยเติมคําว่า และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ ท่านมีเหตุผลอะไร มันแตกต่างจากร่างเดิม อย่างไร แตกต่างจากร่างเดิมอย่างไร ความหมายผมก็คือว่า ร่างเดิมที่เขียนไว้เขาจะให้ ค่าลดหย่อนสําหรับคนพิการ ต้องบอกกันครับเปึนคนพิการ ที่เปึนบิดามารดาของตัวเอง หรือของสามี ภรรยา หรือบุตรด้วยของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดา หรือ บุตรชอบด้วย กฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ที่ต้องไปเสียภาษีอากร เหตุผลสําคัญต้องเปึน ผู้พิการครับ เปึนผู้พิการปุ็บ เขาบอกว่าอยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน ตอนแรกท่านไปตัด ออกว่า มีชื่อในทะเบียนบ้านเดียวกัน ท่านตัดออก ตอนหลังท่านกลับมาแก้เหมือนเดิม ให้อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน แต่ท่านไปเน้นว่า และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของ ผู้มีเงินได้ ผมอยากฟังความเห็นและความตั้งใจของท่านที่ท่านเขียนอย่างนี้นะครับ ทําไม ผมยกตัวอย่างนะครับ ตัวกฎหมายเองระบุชัดเจนว่า เปึนค่าอุปการะเลี้ยงดู ถ้าไม่ได้ อุปการะเลี้ยงดู คุณก็ไม่มีสิทธิที่จะได้รับค่าลดหย่อน ความเห็นของผมอยู่ตรงที่ท่านแก้ ตรงนี้ ท่านต้องการเน้นว่า ผู้คนเหล่านั้นจะต้องอยู่กับท่าน ท่านต้องให้ข้าว ให้น้ํา หรือเปล่า หรือว่า
ท่านชลน่านครับ รับแจ้งจากท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าเอกสารที่แจกนี่นะครับ เจ้าหน้าที่แจกผิดไปหรือเปล่า ไม่ตรงกับที่กรรมาธิการได้ขอแก้ไขและได้แถลงไว้เมื่อสักครู่ ช่วยตรวจสอบหน่อยนะครับ เพราะเดี๋ยวจะพูดไปกันคนละเรื่อง เดี๋ยวรอสักครู่นะครับ ผมว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านลองอ่านอันที่ท่านว่าถูกต้องที่สุดให้ท่านสมาชิก ตรวจสอบหน่อยว่าตรงกับที่ท่านถืออยู่หรือเปล่า
ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมฟังท่านประธาน กรรมาธิการอ่านผมไล่ตามนี้ถูกครับ
ถูกนะครับ
ผมไล่ตามนี้ถูก แต่เผอิญว่ากรรมาธิการ อีกท่านชี้แจงกลับไปที่เดิม ผมเลยตั้งคําถามประเด็นแรกสุดว่าต้องยืนยันว่าเอกสาร ที่ผมใช้อภิปรายมันถูกต้องก่อน ถ้าอย่างนั้นนะครับท่านประธานครับ ถ้าถูกนี่ เดี๋ยวท่านประธานให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการอ่านให้ผมฟังอีกครั้งก็ได้ว่าร่างที่ท่าน แก้ไขใหม่นี่
ท่านสมาชิกครับ ผมขอให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ยืนยันเอกสารกันก่อนนะครับ เดี๋ยวจะได้พูดตรงกันในเอกสารฉบับเดียวกัน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการที่ได้รับมอบหมาย คือร่างที่แจก ไปนะคะ คือร่างที่คณะกรรมาธิการขอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓ มีข้อความดังต่อไปนี้
มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เปึน (ฎ) ของ (๑) ในมาตรา ๔๗ แห่งประมวลรัษฎากร
(ฎ) ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา สามีหรือภริยา บุตรชอบด้วยกฎหมาย หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาหรือบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ คนละ สามหมื่นบาทโดยบุคคลดังกล่าวต้องเปึนคนพิการ ซึ่งมีบัตรประจําตัวคนพิการตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การ ยังชีพ และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกําหนด
การหักลดหย่อนสําหรับบุตรบุญธรรม ให้หักได้ในฐานะบุตรบุญธรรม เพียงฐานะเดียว
ค่าอุปการะเลี้ยงดูตามวรรคหนึ่ง ให้หักลดหย่อนสําหรับเงินได้พึงประเมิน ภาษีประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่จะต้องยื่นรายการในป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ เปึนต้นไปค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ เอกสารที่แจกจะไม่มีการฆ่าถ้อยคําที่บอกว่า มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เดียวกับผู้มีเงินได้ ออก ฉะนั้นที่ประธานคณะกรรมาธิการท่านอ่าน ได้มีการตัดถ้อยคํานี้ ออกนะครับฉะนั้นขอความกรุณาให้ตรงกันด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ทราบว่าใบแผ่นนี้ ท่านมีกี่แผ่นที่แจกสมาชิก ผมฟังท่านอ่านก็ไม่ตรงอีกนะครับ ท่านอ่านรอบนี้ก็ไม่ตรงกับ รอบแรกที่อ่านผมว่ากรรมาธิการอาจจะงุบงิบ ๆ พิจารณา ๒-๓ คนหรือเปล่าครับ ผมกล่าวหาเลยนะครับ
เอาอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวเราตรวจสอบเอกสารให้ตรงกันก่อน ถ้าอันที่ส่งไปแล้วมันไม่ตรง กับของท่านประธานคณะกรรมาธิการอ่านนะครับ ขอความกรุณาได้แจกใหม่และเก็บของเก่า คืนด้วยนะครับ เพราะว่าที่อยู่ที่ประธานก็มีหลายชุดเหมือนกัน เดี๋ยวสักครู่นะครับ ในช่วง นี้ท่านสมบูรณ์อุทัยเวียนกุล เชิญท่านก่อนเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ครับท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้แปรญัตติร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล รัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในครั้งนี้ด้วยนะครับ ตามที่ตัวแทนของท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ชี้แจง ผมอ่านผมก็เข้าใจครับ ก็คือในกรณีที่คนพิการ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองนี่ท่านก็ตัดตรงนี้ออก เอาวรรคจากข้างบนลงมาอยู่ข้างล่าง แล้วก็มีชื่อในทะเบียนบ้านกับผู้มีเงินได้ ก็เอาออก ที่เปึนประเด็นที่ต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ซึ่งอย่างน้อยท่านได้เห็นถึงความสําคัญของคนพิการ เรา จะบอกว่าคนไหนพิการแล้วช่วยเหลือตัวเองได้หรือไม่ได้ ตัดสินกันยากมาก แต่เมื่อเรา กําหนดว่า ต้องเปึนผู้ที่มีบัตรประจําตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ก็ถือว่าชัดเจนในข้อนี้
ส่วนที่ ๒ ผมเห็นด้วยว่า ในการตัด ที่ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกับผู้มีเงินได้นั้น ถ้าท่านตัดออกก็ขอบพระคุณมาก เพราะสะท้อนกับความเปึนจริงของสังคมครับท่าน ประธาน ระหว่างผู้มีเงินได้กับบิดามารดาหรือผู้พิการทั้งหลายโดยส่วนใหญ่นะครับ สังคมไทยเปึนสังคมที่ให้ครอบครัวได้แยกไปสร้างบ้านสร้างเมืองนะครับ เพราะฉะนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครองมักจะอยู่คนละแห่งกับผู้มีเงินได้ เมื่อท่านตัดตรงนี้ก็ทําให้การกระตุ้น เศรษฐกิจมันก็ตรงกับที่ท่านต้องการ แต่สิ่งที่ผมได้ขอแปรญัตติก็คือ การนําเงินไป ลดหย่อนภาษีครับ ท่านคิดว่าให้เพียงแค่สามหมื่นบาท สามารถไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมเรียนตรง ๆ นะครับ มีความคิดเห็นเหมือนกับท่านจุติ ไกรฤกษ์ นะครับ เมื่อสักครู่ที่ท่าน บอกว่าสามหมื่นบาท ขณะนี้มันไปกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้ละครับ เอาเงินภาษีไปลดหย่อน ให้แค่สามหมื่นบาท มันไม่เพียงพอสําหรับผู้ที่จะลดหย่อนภาษี ของผมขอแปรญัตติไปทั้งหมดสามแสนบาท ครับท่านประธานผมขอลดหย่อนไปสามแสนบาท ผมมีเหตุผลที่จะชี้แจงให้ท่านประธาน ได้ทราบก็คือชีวิตความเปึนอยู่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุนะครับหรือคนพิการนี่ ค่าใช้จ่ายในแต่ละป้ ท่านต้องคิดทั้งป้นะครับ เพราะว่าการลดหย่อนภาษีนี่เขาใช้การคํานวณทั้งป้ ค่ารักษาพยาบาล ค่าดูแลนะครับ ผมยกตัวอย่างว่าถ้าเกิดมีใครต้องดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉลี่ยพยาบาลที่ดูแลเดือนละเปึนหมื่นบาทนะครับ ใน ๑ ป้ก็ตกไปเปึนแสนบาทครับ
ท่านสมบูรณ์ครับ ผมขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กําลังจะนําเอกสารชุดที่ ถูกต้องที่สุดส่งให้ท่าน ขอความกรุณาท่านคืนเอกสารเก่าหรือว่าทิ้งเอกสารเก่าไปเลย นะครับ จะได้ตรงกับที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้แถลง เชิญต่อครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผมเข้าใจแล้วครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานรังสิมาชี้แจงผม ผมเข้าใจครับ สามารถที่จะ เข้าใจวัตถุประสงค์ของคณะกรรมาธิการทุกท่าน
ท่านครับ การดูแลผู้สูงอายุผมยกตัวอย่าง เดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ป้หนึ่ง เท่าไรครับท่าน ตก ๑๘๐,๐๐๐ บาท ค่ารักษาพยาบาลผู้สูงอายุโดยส่วนใหญ่จะมีโรค ประจําตัว หัวใจ เบาหวาน ไขมัน ความดันทั้งหลายนะครับ ผมเฉลี่ยว่าให้ไปเสียค่าใช้จ่าย เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ตกป้เท่าไรครับ ป้ตก ๖๐,๐๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายโดยทั่วไปของผู้สูงอายุ ครับ ผมเฉลี่ยให้ทั้งป้เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ป้ละ ๖๐,๐๐๐ บาท รวมแล้วเปึน ๒ แสนบาท เพราะฉะนั้นตัวนี้มันจะเปึนการสะท้อนให้เห็นว่าเงินลดหย่อนทั้งหลายนะครับ ถ้าท่านให้แค่ ๓๐,๐๐๐ บาทมันไม่ไปกระตุ้นเศรษฐกิจใด ๆ เลย ให้สะท้อนความเปึนจริงว่าผู้สูงอายุหรือ พ่อแม่ของเราต้องมีค่าใช้จ่ายประจําป้ขนาดนี้ หลายท่านที่ได้แปรญัตติมีทั้ง ๑ แสนบาท ๒ แสนบาท ๓ แสนบาท ๕ แสนบาทก็มี ทีนี้ท่านคณะกรรมาธิการแก้ไขเพียงแค่ ๓๐,๐๐๐ บาท ผมคิดว่าถ้าท่านคณะกรรมาธิการคิดว่าโลกเรากําลังอยู่ในป้ ๒๕๕๒ ขณะนี้นะครับ ท่านลองมีมติที่ประชุมว่าเราน่าจะแก้ไขให้มันสอดคล้องกับความจริง นะครับ แล้วก็ขอเรียนถามว่า เหตุผลใดท่านถึงได้เลื่อนในการลดหย่อนภาษีไปใน ป้ ๒๕๕๓ ครับ ตามที่ท่านแก้ไขนะครับ ก็ขอเรียนถาม ๒ ประเด็นครับ
ท่านนายแพทย์ชลน่านครับ ได้เอกสารใหม่แล้วนะครับ เชิญอภิปราย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้เอกสารที่ใช้เปึน แนวทางเดียวกันในการที่จะพิจารณาของสภา
โดยสรุปร่างที่คณะกรรมาธิการขอแก้ไขเพิ่มเติมก็เปึนไปตามที่ ท่านคณะกรรมาธิการรังสิมา ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ วันนี้ท่านดูดีเปึนพิเศษ แก้ไข คําว่า ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ กับ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกับผู้มีเงินได้ ตัดคําว่า และ และเพิ่มคําว่า และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ เข้ามา ตัดถ้อยคําออกนะครับ แล้วเพิ่มถ้อยคํา ท่านประธานครับ ผมอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ เหมือนที่กราบเรียนท่านประธาน อภิปรายในสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติมหรือ ตัดออก
คําถามผมนะครับ จากร่างเดิมนี่ ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ถ้าตัดออก นี่ในทางการปฏิบัติจะมีปัญหาในการกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ หรือเงื่อนไขที่อธิบดี ต้องประกาศกําหนดหรือไม่ เพราะประเภทผู้พิการมี ๕ ประเภทครับ ถึงแม้ท่านจะบอกว่า มีบัตรประจําตัวของคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของ ผู้พิการ ๕ ประเภทมีสิทธิได้มีรับประจําตัวทั้งหมดครับ แต่ว่าตามกฎหมายฉบับนี้เขาก็ เขียนเงื่อนไขไปอีกว่า แต่ละประเภทจะได้รับความช่วยเหลืออะไร นั่นผมเองก็สอบถาม ท่าน ท่านได้พิจารณาในเรื่องประเด็นนี้ไหมว่า ถ้าท่านไม่เขียนไปในรายละเอียดจะให้ใคร เปึนผู้ประกาศกําหนดนะครับเขียนตรงนี้นี่เขียนว่า ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ เงื่อนไข จริง ๆ ผมไม่มีสิทธิอภิปรายตรงนี้แต่ผมจะถามสืบเนื่องไปว่า เมื่อท่านตัดคําว่า ไม่สามารถ ช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งเดิมเขาระบุชัดว่าผู้พิการอยู่ในขั้นที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อยู่ใน ระดับ ๓ ระดับ ๔ นี่นะครับ ถ้ามีผู้อุปการคุณถึงเอาสิทธินั้นไปลดหย่อนภาษีได้ นั่นคําถาม อันที่ ๑
คําถามอันที่ ๒ ตัดคําว่า มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกับผู้มีเงินได้ ออก อันนี้ผมเองก็ค่อนข้างเห็นด้วยนะครับ เพราะว่าอาจจะไม่อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน ความหมายท่านเพิ่มเข้ามานี่ และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู นี่ เหตุผลที่ต้องเพิ่มเข้ามา ท่านต้องการจะตอบ วัตถุประสงค์ของท่านบอกว่า ถ้าสมมุติพ่ออยู่จังหวัดตรัง ลูกอยู่ จังหวัดน่านเหมือนผมนี่นะครับ การที่ส่งเงินไปให้พ่อนี่คือการอุปการะเลี้ยงดูหรือไม่ ตาม กฎหมาย ถือเปึนการอุปการะเลี้ยงดูหรือไม่ ผมต้องถามตรงนี้ด้วยนะครับ เพราะว่าเดี๋ยว มันไม่เข้าข่ายตามนิยามของกฎหมาย หรือตามบทบัญญัติหรือเขาแปลความตาม ราชบัณฑิตยสถานแล้ว ท่านเขียนไปท่านไม่ได้ทําผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ ท่าน กลับไปทําลายหรือทําร้ายผู้พิการโดยที่เกิดจากความหวังดีประสงค์ร้ายของท่าน อันนี้ อันตรายนะครับท่านครับ ผมไม่แน่ใจว่าท่านเขียนขึ้นมานี่ ได้มีการสอบทวน มีการดูแล ในรายละเอียดหรือไม่อย่างไร
อันสุดท้ายครับ มีการแก้ไขเรื่องป้ พ.ศ. ท่านประธานครับ สมมุติกฎหมาย ฉบับนี้มีการล่าช้าไป ไปออกป้ ๒๕๕๓ ท่านจะทําอย่างไรครับ ทําไมท่านไม่ใช้คําว่า ป้ถัดไปจากประกาศใช้กฎหมายในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งมันก็เปึนอย่างนั้นอยู่แล้ว กราบขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านเชนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามร่างที่คณะกรรมาธิการขอแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งส่งมาใหม่ ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตเรียนถามนะครับ บรรทัดที่ ๒ จาก (ฎ) นี่นะครับ รวมทั้งบิดามารดาหรือบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้คนละ สามหมื่นบาท ถ้าแค่นี้ฟังได้ชัดเจนท่าน ว่าจะเปึนบิดามารดาหรือบุตรของสามี หรือภริยาของผู้มีเงินได้ก็ได้นะครับ แต่พอเติมคําว่า โดยบุคคลดังกล่าวต้องเปึนคนพิการ หมายความว่า พ่อแม่หรือบุตรของสามีหรือภริยาที่ไม่ได้เปึนคนพิการ ไม่สามารถหัก ค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ เปึนการขัดข้อเท็จจริงในสังคมไทย คนที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน จะเปึนพ่อหรือแม่ของสามีหรือภริยาซึ่งเปึนผู้มีรายได้คนหนึ่งคนใด การเลี้ยงดู มันก็ต้องทั้ง ๒ คน จะเปึนบิดาหรือมารดาของสามี บิดาหรือมารดาของภริยา แต่ถ้าต้อง อุปการะเลี้ยงดูมันก็เปึนหน้าที่ของบุตร แต่ว่าเรามาแยกเสียว่าเฉพาะของผู้ที่ไม่มีรายได้ คือสามีหรือภริยาที่ไม่มีรายได้ ยกเว้นให้อย่างเดียวว่า โดยบุคคลดังกล่าวต้องเปึน คนพิการ ซึ่งผมว่าเราลองดูนะครับ บุตรที่ชอบโดยกฎหมายตัวหนึ่งแล้วนะครับ หักลด ไม่ได้ถ้าไม่ใช่คนพิการ พ่อแม่
ท่านเชนครับ ประเด็นที่ท่านอภิปรายนี่กรรมาธิการไม่ได้ไปแก้ไขจากร่างเดิมนะครับ ฉะนั้นถ้าท่านจะอภิปรายยกเว้นมันจะเกี่ยวเนื่องกับที่เขาแก้ไขแล้วทําให้ผิดความหมายไป
ท่านประธานครับ ผมอภิปราย เพราะว่ามาตรานี้กรรมาธิการแก้ไข เพราะฉะนั้นในมาตรานี้ผมอภิปรายได้ ท่านประธาน ไม่ใช่อภิปรายเฉพาะตัวที่กรรมาธิการแก้ไขนะครับ ผมสามารถอภิปรายได้ทั้งมาตรา ถูกต้องไหมครับ
เชิญครับ ถือว่าเกี่ยวเนื่องกัน เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ เมื่อมาดูอันนี้นะครับ ผมขออนุญาตเรียนถามกรรมาธิการว่า ในประเด็นนี้ท่านลองดูสิครับ ว่าบุตรซึ่งเปึนบุตรบุญธรรมแท้ ๆ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องแล้วยกฐานะเปึนบุตรบุญธรรม ท่านให้หักค่าลดหย่อนได้ แต่บุตรที่ชอบโดยกฎหมายของเขา ท่านไม่ให้หักค่าลดหย่อน ไม่ให้หักหรือบิดามารดาของสามี หรือภริยาของผู้มีรายได้ ท่านไม่ให้ลดหย่อน ถามความรู้สึกของท่านในฐานะคนไทยว่าในครอบครัวนี้ แม้ว่าภริยาไม่มีรายได้ แต่สามี มีรายได้ เราไม่ต้องเลี้ยงดูบิดามารดาของภริยาหรือครับ แล้วเมื่อผมดูต่อไปนะครับ ท่านไประบุเพียงว่าคนพิการ ถ้าบิดามารดาเปึนผู้ชราล่ะ ท่านไม่ต้องเลี้ยงดูหรือ จะต้องเปึนผู้พิการเท่านั้นหรือ ผมว่ากรรมาธิการต้องดูนะครับว่าเรื่องนี้น่าจะเปึนเรื่องที่ กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ แล้วก็ท่านต้องตอบคําถามของสังคมได้แล้วว่า ถ้าบุคคล เหล่านั้นเปึนเพียงผู้ชรา ไม่ใช่เปึนคนพิการ กฎหมายไม่ได้ให้ความคุ้มครองเขาไปถึงหรือ เขาไม่มีสิทธิได้รับการเลี้ยงดูหรือ ขออนุญาตให้กรรมาธิการได้ตอบประเด็นปัญหานี้ครับ
เดี๋ยวนะครับ มีอีกท่านหนึ่งที่จะขออภิปราย เดี๋ยวกรรมาธิการจะได้ตอบ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี พรรคประชาธิปัตย์ครับ จังหวัดปราจีนบุรี ผมจะถาม ท่านกรรมาธิการนะครับ ตรงที่กล่าวว่า โดยบุคคลดังกล่าวเปึนคนพิการที่ไม่สามารถ ช่วยเหลือตนเองได้ นั่นมีนัยอย่างไรครับ คนพิการมีหลายประเภทนะครับ อย่างอาผมนี่ แขนขาด ก็ช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้เหมือนกันนะครับ แล้วบอกว่ามันช่วยเหลือตัวเองได้ บางส่วน ผมว่าไม่น่าตัดออกครับ เพราะมันคลุมมากเกินไปครับ ไม่สามารถช่วยเหลือ ตนเองได้ ซึ่งมีบัตรประจําตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตของคนพิการ คือเขาช่วยเหลือตัวเองได้เหมือนกัน แต่ช่วยได้ไม่หมด เขาแขนขาดข้างเดียวนี่ ผมว่ามันเอาไว้อย่างเดิมผมว่าจะดูดีกว่านะครับ ขอบคุณมาก ครับ
เชิญท่านสุวโรชครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีประเด็นที่จะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการครับ ในเรื่องของคนพิการที่ท่านตัดออกว่า ไม่สามารถช่วยเหลือตนเอง ได้ แต่ว่าถ้าลงมาดูแล้วนี่ครับ ในบรรทัดที่ ๑ ๒ ๓ ของวรรคหนึ่งย้อนขึ้นไปครับ ท่านยังมี คําว่า มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ มันดูแล้วท่านต้องการให้เห็นว่าคนพิการที่ได้รับ ค่าลดหย่อน คือคนพิการเท่านั้นที่ขึ้นทะเบียนไว้ แต่ท่านกลับมายังคงข้อความเอาไว้ว่า มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ตรงไหนละครับ แค่ไหนเปึนเส้นขีดแบ่งละครับว่า มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ คือไหน ๆ ท่านจะให้ค่าลดหย่อนกับผู้ที่อุปการะตามที่ ปรากฏอยู่แล้วนี่ครับ ก็ให้เขาไปเถอะครับ ให้หลุดไปเลยได้ไหมนะครับ ถ้าท่านบอกว่า ถือเพียงแค่ว่าขึ้นทะเบียนเปึนหลัก ถือทะเบียนคนพิการเปึนหลัก ก็แค่นั้นก็เพียงพอ ผมคิดว่าน่าที่จะครอบคลุมเวิร์ดดิ้ง (Wording) ทั้งหมด และครอบคลุมใจความทั้งหมดได้ อยู่แล้ว ก็ขอให้ทางคณะกรรมาธิการได้โปรดอธิบาย แล้วก็ลองพิจารณาดูอีกครั้งหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวีระวุฒิ วิทยกุล กรรมาธิการครับ ผมขอกราบเรียนชี้แจงท่านผู้ทรงเกียรติดังนี้ครับว่า ในกรณีที่ตั้งข้อสังเกตนะครับว่า กรณีนี้เปึนเรื่องของมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นฟุ๋นฟู เศรษฐกิจนะครับ ที่น่าจะมีการที่จะให้หักค่าลดหย่อนได้เยอะ ผมขอกราบเรียนว่าในเรื่อง ของการหักค่าลดหย่อนนี้ จริง ๆ แล้วโดยหลักการเปึนเรื่องของการที่จะบรรเทาภาระภาษี ซึ่งแน่นอนครับว่าเปึนส่วนหนึ่งของการกระตุ้นทางเศรษฐกิจ แต่ก็จะเปึนเพียงส่วน เล็กน้อยนะครับ แล้วก็สําหรับกรณีที่จะให้มีการหักค่าลดหย่อนเปึนจํานวนเยอะนั้น โดยปกติแล้วผู้มีเงินได้นะครับ ปกติก็จะมีการหักค่าลดหย่อนได้เปึนจํานวนมากอยู่แล้ว นะครับ โดยสามารถหักค่าลดหย่อนส่วนตัวได้อยู่ที่ ๓๐,๐๐๐ นะครับ แล้วก็หักค่า ลดหย่อนอุปการะคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วบุตรอีกคนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ๓ คนนะครับ บุตร แล้วก็มีการหักลดหย่อนอุปการะบุตรที่อยู่ในระหว่างการศึกษาอีก ๒,๐๐๐ บาทต่อคน นอกจากนี้ยังมีการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของตน บิดามารดาของคู่สมรสอีกท่านละ ๓๐,๐๐๐ บาท นะครับ ก่อนหน้านี้ซึ่งกฎหมายเหล่านี้มี อยู่เดิมอยู่แล้วครับ หากเพิ่มตรงนี้เข้าไปก็จะเห็นได้ว่าถ้าเลี้ยงดูบิดามารดาซึ่งพิการคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท หรือคู่สมรสคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วก็บุตรชอบด้วยกฎหมายและบุตรบุญธรรมอีก ๓๐,๐๐๐ บาทนะครับ หรือบิดามารดาของคู่สมรส บุตรชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสอีก คนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ท่านก็จะเห็นได้ว่าจะมีค่าลดหย่อนอยู่เปึนจํานวนที่มากพอควร แต่ว่าอย่างไรก็ตามส่วนหนึ่งนั้นเปึนเรื่องของกฎหมายเดิมที่ได้มาจัดไว้ตั้งแต่เดิมใน ประมวลรัษฎากร ในมาตรา ๔๗ นะครับ ใน (๑) สําหรับในกรณีที่ตั้งข้อสังเกตว่า กรณีนี้ จะชี้ได้อย่างไรว่าเปึนผู้ที่ไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูตนเองได้นั้นมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การ ยังชีพ คงจะเปึนเรื่องไปในลักษณะเดียวกันกับเรื่องของบิดามารดาที่อยู่ในความอุปการะ เลี้ยงดูนะครับ กรณีที่มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพนั้นมีประกาศอธิบดีกรมสรรพากร กําหนดไว้ว่ามีรายได้ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท ก็คงอยู่ในลักษณะเดียวกันครับ แล้วก็อยู่ใน ความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้นั้นก็มีข้อกําหนดไว้ในเรื่องของบิดามารดาเช่นกัน ก็คง จะเดินในลักษณะเดียวกันครับว่า จะให้มีการรับรองจากผู้ที่อยู่ในการอุปการะเลี้ยงดู ก็คือ ตัวผู้พิการว่าได้อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้จริงนะครับ ส่วนกรณีที่ตั้ง ข้อสังเกตเรื่องหักค่าลดหย่อนสําหรับเงินได้พึงประเมินประจําป้ ๒๕๕๑ ทําไมถึง เปลี่ยนเปึน ป้ ๒๕๕๒ ที่จะต้องยื่นรายการ เปลี่ยนจากป้ ๒๕๕๒ เปึน ป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ นั้น ได้มีการพิจารณากันแล้ว เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายอาจจะออกมาไม่ทันใช้สําหรับเงินได้ ป้ ๒๕๕๑ น่าจะทันใช้ป้ ๒๕๕๒ จึงกําหนดเปึนป้นี้ ส่วนกรณีที่ใช้ถอยคําเช่นนี้ ก็เนื่องจากว่าในการให้อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ในมาตรา ๑๗ (๑) ญ นั้นได้ใช้ถ้อยคํา เช่นนี้ไว้อยู่เช่นกันครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุวโรชครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กราบขอบพระคุณทางคณะกรรมาธิการครับที่ได้กรุณา ให้ความกระจ่างว่าเปึนไปตามสิ่งที่ทางกระทรวงการคลังได้ดําเนินการ ก็คือรายได้ ที่ไม่เพียงพอแก่การยังชีพนั้น ก็คือไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท ผมคิดว่าไหน ๆ จะให้แล้ว ผมต่อรองว่าเราต้องการหักค่าลดหย่อนต่อผู้ที่มีอุปการะคุณตามที่ปรากฏในกฎหมายที่ แก้ไขฉบับนี้ครับ ทําไมไม่ใช้เฉพาะว่า คนพิการ อย่างเดียวละครับ ไม่ต้องไปดูเลยว่าเขามี รายได้เพียงพอแก่การยังชีพ บาทหนึ่ง ร้อยบาท พันบาท ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท เวิร์ดดิ้ง ตรงนี้ตัดออกไปผมว่ามันก็จะครอบคลุมได้ทั้งหมดไม่อย่างนั้นจะมีความรู้สึกคล้าย ๆ กับ ว่าเราเลือกที่รักมักที่ชังไหม ไหน ๆ ก็คนพิการถือตามบัตรอยู่แล้ว ทําไมต้องมาถือเกณฑ์ ว่าต้องมีรายได้ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท ถึงจะถือเปึนเกณฑ์ที่ได้รับค่าลดหย่อนครับ ก็กราบเรียน ต่อท่านประธานต่อรองกับทางคณะกรรมาธิการดูครับ เพื่อที่จะให้ครอบคลุมไปอย่าง ทั่วถึงแล้วก็เท่าเทียม และมีความยุติธรรมด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนิพนธ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องลุกขึ้นมาเปึนครั้งที่ ๒ ในการถามท่านกรรมาธิการ เพราะว่าเมื่อสักครู่ผมสงสัยที่ ท่านตัดคําว่า และ ออกไป แต่เมื่อผมนั่งพินิจพิจารณาถ้อยคําที่ท่านตัดออกไป ถ้อยคําที่ ท่านบอกว่า มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกับผู้มีเงินได้ เมื่อท่านตัดข้อความนี้ออกก็คือ ตีความหมายว่า ต่อไปนี้ผู้พิการกับผู้มีเงินได้ไม่จําเปึนต้องอยู่บ้านเดียวกัน เมื่อ ไม่จําเปึนต้องอยู่บ้านเดียวกัน ต่อไปนี้แสดงว่าสมมุติว่าคนพิการคนนี้มีลูก ๕ คน เมื่อมีลูก ๕ คน ลูกทุกคนใน ๕ คนนั้นแม้จะไม่มีทะเบียนบ้านอยู่กับพ่อแม่อยู่กับมารดา ลูกทั้ง ๕ คน ก็สามารถไปยื่นหักภาษีได้ทั้ง ๕ คนใช่หรือไม่ คนละ ๓๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้ ผมเข้าใจว่าท่านกําลังกลัวปัญหาประเด็นนี้เกิดขึ้น ท่านจึงไปบัญญัติเพิ่มเติมขึ้นมาใน วรรคต่อไปบอกว่า และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ ปัญหาจะเกิดในทางปฏิบัติว่าท่านจะเอาอะไรเปึนตัวชี้วัดว่าคนไหนอยู่ในความอุปการะ เลี้ยงดูหรือไม่ ในทางปฏิบัติอันนี้มันจะเปึนปัญหาเกิดขึ้นในทางปฏิบัติ สมมุติว่าพ่อ หรือว่าบิดามารดามีลูก ๗ คนหรือ ๑๐ คน ทุกคนมีสิทธินํามาหักหมดหรือไม่ นี่เปึน ประเด็นทางกฎหมายนะครับ ท่านต้องเขียนข้อความ เดิมผมเข้าใจว่าที่บอกว่ามีทะเบียน บ้านอยู่ในบ้านเดียวกันกับผู้มีเงินได้ เพื่อต้องการอยากให้คนที่ดูแลเท่านั้นเปึนคนที่มีสิทธิ หักค่าอุปการะเลี้ยงดูไปลดหย่อนภาษีได้ แต่พอท่านตัดถ้อยคํานี้ออกไป ผมนั่งอ่าน กฎหมายแล้วผมตีความได้ว่า ต่อไปนี้ลูกทุกคนแม้กระทั่ง ๗ คน แม้จะไม่มีชื่อไม่อยู่ใน ทะเบียนบ้านเดียวกับมารดาซึ่งเปึนผู้พิการก็สามารถนํามาหักลดหย่อนได้หมด ถ้ามีแม่ หรือมีมารดาเปึนคนพิการอย่างนี้ใช่หรือไม่ เพราะทุกคนก็อ้างว่าตัวเองเปึนคนที่อุปการะ เลี้ยงดูมารดาอยู่ อันนี้ต้องตอบกันให้ชัดเจนเพื่อที่จะเปึนเจตนารมณ์เวลานําไปยื่นในการ ขอหักลดหย่อน เพราะว่าจะเปึนปัญหาถ้าเราไม่มีความรอบคอบ การนํากฎหมายไปใช้ บังคับจะเกิดปัญหาขึ้นในทางปฏิบัติ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญท่านทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขต ๑ จังหวัดสกลนคร ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรานี้ผมก็ยังข้องใจว่าโดยเฉพาะในข้อความที่ตัดออกนะครับ ที่ไม่สามารถ ช่วยเหลือตนเองได้ นะครับ หมายถึงคนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าคนพิการบางประเภท บางคน บางท่านถึงแม้ว่าเขาเดินไม่ได้ คลานไปเหมือนเต่าก็สามารถช่วยเหลือตนเองได้ สามารถประกอบธุรกิจบางธุรกิจ มีรายได้เปึนแสน ๆ ผมเห็นมาแล้วครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าไม่ควร ที่จะตัดคําว่า ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ นะครับ และประเด็นต่อไปผมก็เห็นว่า คนพิการที่อยู่ในข่ายที่จะต้องช่วยเหลือนั้นต้องมีทะเบียนบ้านเดียวกันกับผู้ที่มีเงินได้ นะครับ ผมอยากจะให้คงอันนี้ไว้นะครับ แล้วก็ส่วนที่ตัด และ ออกนั้น ผมเห็นด้วยนะครับ ขอกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ แค่นี้ครับ
เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมติดใจอยู่ประเด็นเดียวซึ่งอยากจะให้บันทึกไว้ชัดเจน ผมจะได้มีความสบายใจเวลา ลงคะแนนนะครับ คือในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญได้กล่าวเอาไว้ว่า ตามที่ที่ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑ ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธ ที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นและฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ) ซึ่ง (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) คําถามผมก็คือว่าที่ผมแปรญัตติไว้ ๒ แสนบาท กับที่กรรมาธิการคงไว้ตามร่างเดิมคือ สามหมื่นบาท คําถามผมก็คือว่าทางท่านประธาน คณะกรรมาธิการจะสามารถให้ความกระจ่างต่อสภาได้ไหมว่า ถ้าคงไว้ตามร่างของ กรรมาธิการเสียงข้างมากว่าให้ลดหย่อนได้ป้ละ ๓๐,๐๐๐ บาท จะมีผลต่อภาระการคลัง ป้ละเท่าใด และมีผลต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าใด แล้วถ้าเผื่อตามที่ผมแปรญัตติ ว่าขอให้ลดหย่อนได้ ๒ แสนบาทจะมีผลต่อภาระการคลังเท่าไร และจะมีผลต่อ การกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าใด เพราะถ้าเผื่อท่านชี้แจงไม่ชัดเจนแล้วบอกว่าไม่มีผล ในการกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะได้ระบุในบันทึกรายงานการประชุมของสภาไว้ชัดเจนว่า มาตรการที่เสนอมาอันนี้มันไม่ได้เพื่อกระตุ้นและไม่ได้เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจเลย ถ้าไม่มี ประโยคอันนี้ ผมจะไม่ติดใจครับท่านประธานครับ แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะย้ําว่า กฎหมายฉบับใดก็ตามที่ออกมาต้องสะท้อนภาวะที่แท้จริงของสังคม เมื่อสังคมเปึนเช่นนี้ ผมคิดว่าควรจะให้โอกาสผู้ที่แสดงความกตัญ็ูกตเวทิตาต่อบิดามารดา คนในครอบครัว สามารถลดหย่อนได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยไม่กระทบกับฐานะการคลังของรัฐบาล ฉะนั้นเมื่อเปึนเช่นนั้นแล้ว ผมก็อยากจะขอความกรุณาท่านประธานกรรมาธิการได้กรุณา ให้ความกระจ่างกับผม บันทึกไว้เปึนหลักฐาน แล้วก็ขอขอบพระคุณตัวแทนจาก กรมสรรพากรที่ได้กรุณาใจกว้าง แก้เรื่องของผู้ที่ไม่อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันให้ว่า อนุโลมได้ตรงนี้นะครับ นอกจากนั้นแล้ว ผมอยากจะกราบเรียนว่า มีสมาชิกหลายท่านที่ ขอแปรญัตติไว้ถึง ๕ แสนบาทก็มี ๓ แสนบาทก็มี แต่ของกระผมนั้นจริง ๆ แล้ว ผมอยาก ได้ความกระจ่าง ประเด็นนี้ประเด็นเดียว ถ้าเผื่อกรรมาธิการบอกว่า ตัวเลขกระตุ้น เศรษฐกิจนั้นชัดเจนแล้ว ว่ามันไม่กระตุ้น จะได้บอกไปเลยว่ามันไม่กระตุ้นครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสมบูรณ์นะครับ ผู้สงวนคําแปรญัตติแล้วก็ต่อด้วยคุณหมอชลน่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ หลังจากที่เราดูทั้งฉบับแล้วนะครับ ผมเห็นด้วย กับคุณจุติอีกครั้งหนึ่งครับ ก็คือพยายามดูว่ามาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นและฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ในการลดหย่อนภาษีครั้งนี้ ดูแล้วมันแทบจะไม่กระตุ้นเลย ถ้าเกิดท่านยังมีความคิดว่า ลดหย่อนให้เพียงแค่ ๓๐,๐๐๐ บาทนะครับ ทุกคนที่แปรญัตติเขาก็เห็นด้วยว่า น่าจะ ลดหย่อนให้มากกว่านี้เพื่อมันไปกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ แม้แต่กรรมาธิการ ท่านรังสิมา ยังขอแปรญัตติไว้เปึน ๑ แสนบาทเลย ผมเองแปรญัตติไว้หลายท่านครับ ทั้งท่านเชน เทือกสุบรรณ ถึง ๓ แสนบาท และผมก็อธิบายเหตุผลให้ท่านฟังแล้วว่า จําเปึนที่จะต้อง ลดหย่อนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ พอเรามาดูในหลักการครับ เหตุผลโดยส่วนใหญ่ ก็จะเปึนเรื่องของสังคมทั้งสิ้น นโยบายเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของคนพิการ ตรงนี้ชัดเจน ครับ ผมว่าด้านหน้าถ้าตัดออกเสียก็ดีนะครับ มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นและฟุ๋นฟู เศรษฐกิจ ดูตรง ๆ แล้วมันเปึนการหาเสียงแค่นั้นเอง มันไม่ได้กระตุ้นจริง ๆ มันจะได้ สักกี่ร้อย กี่ล้านบาทแค่นั้นเองครับ ถ้าช่วย ช่วยจริง ๆ ก็น่าจะเปลี่ยนแปลงตามที่ ผู้แปรญัตติเข้าไปนะครับ ผมขอแปรญัตติไป ๓ แสนบาท
ส่วนที่ ๒ ก็คือ ในย่อหน้าที่บอกว่า ค่าอุปการะเลี้ยงดูตามวรรคหนึ่ง ให้หัก ลดหย่อนสําหรับเงินได้พึงประเมินประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่จะต้องยื่นรายการในป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ เปึนต้นไป ท่านประธานครับ ท่านดูตรงนี้นะครับ แล้วเรามาดูในร่าง พ.ร.บ. ของเรา มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเปึนต้นไป ผมถามว่า ๒ อย่างนี้ท่านจะเอามาตราไหน ท่านจะยึดว่ามาตราที่ แก้ไข พ.ศ. ในการยื่นแบบรายการเอาเปึนหลัก หรือท่านจะเอาตามมาตรา ๒ ซึ่งกําหนด ไว้แล้ว ถ้าเกิดกฎหมายฉบับนี้เสร็จในเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นเดือนมีนาคม ทุกคน สามารถที่จะยื่นแบบทัน ทําไมท่านต้องเลื่อนไปป้หน้า มันกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรป้หน้า ครับ ในเมื่อเหตุการณ์มันเกิดวันนี้ ข้อนี้ท่านน่าจะตัดออก เพราะมันมีข้อกําหนดอยู่แล้ว มาตรา ๒ ว่า ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่ทันเดือนมีนาคมก็ โอ.เค. ต้องใช้ ป้หน้านะครับ กฎหมายผมคิดว่าขัดกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้น่าจะตัดออก ก็ขอกราบเรียน ท่านประธานครับ
เชิญนายแพทย์ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในสิ่งที่กรรมาธิการได้ตัดออกและแก้ไขเพิ่มเติม ผมเองได้ตั้งคําถามไว้ แต่เท่าที่ฟังคําตอบจากท่านกรรมาธิการ ผมจําเปึนต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานเพื่อความชัดเจนอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องของ การเพิ่มข้อความและอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ ผมถามว่าท่านมี วัตถุประสงค์อย่างไรเมื่อเทียบกับมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกับผู้มีเงินได้ คําชี้แจง สมาชิกบางท่านอภิปรายชัดมากครับ ขออนุญาตท่านนิพนธ์ ขอเอ่ยนามท่านเลยครับ มีลูกอยู่ ๑๐ คน ทุกคนบอกว่าเปึนบิดามารดา แล้วก็สามารถเปึนผู้อุปการะเลี้ยงดูหมด เลย หรือท่านเขียนตรงนี้จะใช้ถ้อยคําว่า ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ เงื่อนไขที่อธิบดี ประกาศกําหนด ถ้าท่านไม่ใช้อย่างนี้นะครับ ท่านต้องเอาคําว่า และอยู่ในความอุปการะ เลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ ไปใส่ที่อื่น อย่ามาใส่ตรงนี้นะครับ ถ้าท่านห้อยไว้อย่างนี้หมายความว่า ท่านจะต้องให้อธิบดีเปึนคนไปประกาศว่า การอยู่ใน ความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้นี่คืออะไร เปึนหลักเกณฑ์และวิธีการเลย และเปึน เงื่อนไข ร่างเดิมนี่เขียนได้ครับ ร่างเดิมเขาก็เขียนรองรับ เขาเขียนรองรับ และมีรายได้ ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ คําว่า มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ คืออะไร ร่างเดิมเขาเขียน ไว้ คือสิ่งที่เปึนไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกําหนด ซึ่งท่านตอบ ผมแล้วว่า ๓๐,๐๐๐ บาท นั่นร่างเดิมนะครับ ท่านช่วยพิจารณานี่นะครับ ท่านเรียง ประโยคถูกหรือไม่ และท่านสามารถจะให้อธิบดีประกาศกําหนดได้ไหมว่าอะไรคืออยู่ใน ความอุปการะเลี้ยงดู หรือท่านจะเขียนเปึนว่าอุปการะเลี้ยงดูคือบุตรที่อยู่ในทะเบียนบ้าน เดียวกับผู้พิการที่เปึนผู้สูงอายุ เปึนบุตรบุญธรรมนั้น ท่านก็ย้อนกลับไปลักษณะ ตัวกฎหมายเดิมอีก ท่านจะกําหนดอย่างไรผมยังงง เพราะฉะนั้นฝากเปึนคําถามนะครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าเขียนกฎหมายมาอย่างนี้ ๑. นําสู่ปฏิบัติไม่ได้ ๒. เกิดการ ทะเลาะเบาะแว้งกัน ๓. มีคําถามสมาชิกหลายท่านว่ามันจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจไหม ท่านประธานครับ ผมเองถือโอกาสเอาสิ่งที่เขาแก้ไขถามกลับไปเหมือนกันว่ามาตรการ ทางด้านการภาษี การที่เราไม่เก็บภาษีให้เงินอยู่ในกระเปิาไม่ว่ากี่บาทถามว่ากระตุ้น เศรษฐกิจไหม ถ้ามีการจับจ่ายใช้สอย ท่านประธานกรรมาธิการต้องตอบผม เพราะว่า ๒,๐๐๐ บาทก็กระตุ้นได้ ไม่แตกต่างครับ ผู้คนมีเงินอยู่ในกระเปิา คุณไม่ต้องเสียภาษีให้ รัฐ ๓๐,๐๐๐ บาท มากกว่า ๒,๐๐๐ บาทอีกครับ เราแจกเงินให้เขา ๒,๐๐๐ บาท ให้เขา เติมเงินไปในระบบ ขณะที่เราไม่ดูดเงินออกจากระบบ ๓๐,๐๐๐ บาท ผมว่าเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท มีผลมากกว่า สําหรับวิถีตรงนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นต้องตอบผมให้ได้นะครับว่า อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ความหมายที่ชัดเจนคืออะไร ไม่อย่างนั้นจะมี ปัญหา แล้วการประกาศของอธิบดีจะประกาศกําหนดอย่างไร ต้องตอบนะครับ ไม่อย่างนั้นผมว่ากฎหมายฉบับนี้ในวาระนี้การพิจารณาครั้งนี้อาจจะไม่สมบูรณ์ กราบขอบคุณครับ
ท่านเกียรติกร
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นด้วยกับท่านนิพนธ์นะครับ เพราะว่าเหมือนที่ว่านะครับ ลูกหลายคนพอรู้ว่าได้ลดหย่อนภาษีก็แย่งกันเลี้ยงดูคนพิการ ผมว่าอันเก่าดีอยู่แล้วครับ อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน เพราะปัญหาจะเกิดความ ไม่ใช่ กระตุ้นนะครับ เกิดความขัดแย้งในพี่น้องกันครับ เพราะว่าต่างคนต่างแย่งกันเลี้ยง แต่สรุปแล้วไม่มีใครเลี้ยงเลย เพราะว่าคนพิการไม่อยู่บ้านใครเลย ไปอยู่บ้านญาติคนหนึ่ง แต่ลูกบอกเลี้ยง ผมเลี้ยง อันนี้มีปัญหาความขัดแย้งเกิดแน่ครับ ไม่สมานฉันท์แน่ครับ และไม่กระตุ้นเศรษฐกิจครับ แต่กระตุ้นอย่างอื่นครับ ขอให้กรรมาธิการช่วยวิเคราะห์ว่า ปัญหาเกิดแน่ เพราะว่าโดยมากบอกว่าฉันเลี้ยงดู ๆ ต้องให้เงินฉัน ปัญหาเหล่านี้มันมี ตลอดเวลานะครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญนะครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญครับท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมดูเรื่องที่กําลัง พิจารณาดูอยู่นี้นะครับก็รู้สึกว่าเปึนปัญหามากจริง ๆ ครับ เพราะว่าถ้อยคํา คือดูแล้ว มันยังไม่มีหลักเท่าที่ควรในการที่จะมาให้เปึนกฎหมาย อย่างเช่น ที่พูดกันมาหลาย ๆ คนแล้วคือเรื่องของคนพิการนี่ครับ ถ้าจะอาศัยว่ามีแค่บัตรประจําตัวคนพิการตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ มันก็ยังแบ่งเปึนหลายเกรดอีกละครับ สําหรับความพิการ อาจจะพิการแค่แขนขาด้วนอะไรแค่นี้ กับอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีการสูญเสีย อวัยวะ อย่างเช่น ตาบอด หูหนวก หรือทางกายที่แรง ๆ เปึนอัมพฤกษ์ อัมพาต นอนอยู่กับที่ ไม่สามารถที่จะทําอะไรได้ ไม่มีรายได้ โดยเฉพาะถ้ามุ่งไปถึงเรื่องของบิดามารดาด้วย บิดามารดาถึงแม้ว่าจะพิการในเกรดที่ต่ํา ๆ ก็ต้องเปึนภาระให้ลูกหลานเลี้ยงดูอยู่แล้ว ละครับ แต่ในขณะที่ถ้าเปึนบุตรหรือบุตรบุญธรรม ถ้าเขาพิการน้อย ๆ เขาก็คงจะมีรายได้ นะครับ
- ๕๕/๑. และทีนี้มากําหนดว่า รายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ มันก็ยากอีกละครับที่จะไปตัดสิน อย่างเช่น คนที่เขาพิการ แต่เขานั่งเย็บรองเท้าอยู่อย่างนี้ บางคนเขารายได้ดีมากนะครับ แต่บางคนก็ฝ้มือไม่ดี รายได้ก็อาจจะน้อย เพราะฉะนั้นเราก็ไม่สามารถจะไปประเมินได้ นะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของความพิการที่เขียนไว้ ของเดิมนะครับที่ว่า ไม่สามารถ ช่วยเหลือตนเองได้ ผมก็ว่ามันไม่มีเหตุผลที่จะไปตัดออกนะครับ อย่างน้อยก็เปึนตัวหนึ่ง ที่ช่วยค้ําให้เราเห็นว่า เราจะช่วยเฉพาะคนที่ดูแล คนที่เขาช่วยตัวเองไม่ได้จริง ๆ ถ้าตัด คํานี้ออกไป ไปมุ่งเฉพาะคนพิการตามกฎหมายอย่างเดียว บางคนพิการน้อย ๆ ไปขึ้น ทะเบียนได้นะครับ แต่เขายังช่วยเหลือตนเองได้ ยังไม่ต้องการการเลี้ยงดู มันก็จะไปถึง การสมยอมแอบอ้างกันอีก แอบอ้างกันที่จะเอารายได้เสียภาษีน้อย ๆ กันอีกนะครับ เพราะฉะนั้นผมว่ากฎหมายนี้ครับยังขาดข้อมูลที่ถูกต้อง ที่แน่นแฟัน ควรจะให้มันแน่น กว่านี้ครับ ควรจะขยายความ โดยเฉพาะความพิการนี่ควรจะขยายความให้มากกว่านี้ ถ้าไม่ต้องการ จะคิดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจกันอย่างเดียวนะครับ แล้วก็ไม่ต้องการ รายละเอียดมากนัก ผมว่าคงคําว่า ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เอาไว้นี่ก็ไม่เสียหาย อะไรครับ สามารถจะพิสูจน์ดูกันได้ว่าเขาช่วยตัวเองได้จริงหรือเปล่า อันนี้หมอตัดสินได้ ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านกรรมาธิการครับ เชิญท่านประธาน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ประธานคณะกรรมาธิการ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ครับ เรื่องคําว่า กระตุ้นเศรษฐกิจ นี่ ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า ในช่วงนั้นรัฐบาลออกมาตรการภาษีเปึนเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรวมทั้งภาษี ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ลดภาษีอสังหาริมทรัพย์เพื่อกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ลดภาษี วิสาหกิจชุมชน ลดภาษีการส่งเสริมประหยัดพลังงาน มันเปึนมาตรการหลายมาตรการ ส่วนมาตรการนี้เปึนเพียงหนึ่งในมาตรการหลาย ๆ มาตรการ เลยมีความคิดที่ว่า ใช้คําพูด เปึนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่ว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายฉบับเดียวในการ กระตุ้นเศรษฐกิจ เราอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ ส่วนคําถามอื่น ๆ ว่าคนพิการนั้นจะจําแนกคํานิยามอย่างไรนั้น วันนี้ทางกระทรวงพัฒนาสังคม (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) มานะครับ ก็ควรจะชี้แจงว่าเราจะ จําแนกหรือมีขอบข่ายไปถึงช่วงไหน ขอเชิญท่านประธาน ขออนุญาตครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายชูเกียรติ สุวรรณรังษี ในฐานะกรรมาธิการนะครับ การที่ได้กําหนดไว้ว่า เปึนคนพิการ ที่จดทะเบียนนั้นนะครับ เนื่องจากคนพิการที่จดทะเบียนเปึนคนพิการที่อยู่ในข่ายสมควร ได้รับการช่วยเหลือหรือการสงเคราะห์อยู่แล้ว เนื่องจากคนพิการที่จดทะเบียนนี่จะต้อง พิการตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป ซึ่งทางการแพทย์จะเปึนผู้ชี้ว่าอยู่ระดับไหน เช่น ตาบอด ๒ ข้าง มองไม่เห็นเลยอย่างนี้นะครับ ก็ถือว่าจดทะเบียนได้ ถือว่าอยู่ระดับ ๓ ขึ้นไป อย่างนี้ เปึนต้น ดังนั้นก็ย่อมจะครอบคลุม เปึนตัวชี้วัดที่สามารถกําหนดเปึนเกณฑ์ที่เราจะให้ การช่วยเหลือตามกฎหมายนี้ครับ
เชิญท่านกรรมาธิการพิเชษฐครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการครับ ก็เพื่อตอบคําถามท่านเพื่อนสมาชิกเท่าที่จะ สามารถตอบได้นะครับ
ประการแรกก็คือ ก็มีการถกเถียงคุยกันในหมู่คณะกรรมาธิการตั้งแต่แรก ว่า ยามที่บ้านเมืองวิกฤติ สังคมมีปัญหา มาตรการทางภาษีอาจจะมุ่งเน้นได้ ๒ ทาง คือ
๑. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพื่อบรรเทาผลกระทบสังคม สมัยก่อนเราเคย ใช้มาตรการตั้งแต่สมัยท่านจุติเปึนเลขานุการรัฐมนตรีที่กระทรวงการคลัง จะจําได้นะครับ ว่าจะเปึนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบสังคม แต่ต่อมาภายหลังก็รู้สึก ว่าจะเปึนเพราะไม่อยากให้ใช้คําเหมือนในรัฐบาลชวน ๒ หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ก็มักจะ ไปมุ่งเน้นทุกอย่างว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ๆ จนเปึนปัญหาว่ามันกระตุ้นจริงหรือเปล่า เช่นเดียวกับกรณีนี้ครับ กรณีนี้มาตรการทางภาษีอันนี้จะมีหนทางกระตุ้นเศรษฐกิจมาก น้อยหรือไม่อย่างไรอีกเรื่องหนึ่ง แต่เราต้องการบรรเทาผลกระทบสังคมแก่ผู้ที่อุปการะ คนพิการนะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการยินดีที่จะเปลี่ยนคําในกฎหมายฉบับนี้จาก คําว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เปึน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบ สังคม จะได้มีความชัดเจนและเห็นความมุ่งหมายได้ชัดเจนกว่า
ในเรื่องที่ ๒ ระดับคนพิการก็เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้แทนจากกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็ได้ชี้แจงในที่ประชุมได้มีการซักถามมาก คําว่า ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ หมายถึงแค่ไหน การพิการมีหลายประเภท แต่ละประเภท มีหลายระดับ จะพิการด้วยทุพพลภาพ พิการแขนขา พิการการมองเห็น พิการการได้ยิน พิการการพูดหรืออะไรก็ตามนะครับ เฉพาะผู้ที่ขึ้นทะเบียนคนพิการไว้มีความบอกระดับ ความพิการชัดเจนอย่างที่เมื่อสักครู่นี้ท่านชูเกียรติได้พูดถึงว่า เราออกบัตรให้ในการพิการ ตั้งแต่ระดับ ๓ เปึนต้นไป นี่เปึนส่วนหนึ่งที่เจ้าหน้าที่จะพิจารณาได้
ประการต่อมากราบเรียนท่านสมาชิกว่า มาตรการนี้ทั้งหมดไม่ใช่มาตรการ ช่วยเหลือคนพิการ ไม่ได้แก่ตัวคนพิการเอง แต่เปึนมาตรการช่วยเหลือผู้อุปการะคนพิการ ต่างหากล่ะ บรรเทาตรงนี้ เพราะฉะนั้นหลายคนจะมองแง่คนพิการก็เลยเราจะไม่เข้าใจ ชัดเจนว่าคนพิการได้มากได้น้อยอะไรแค่ไหน แต่อย่างน้อยบุตรหลานที่ดูแลบิดามารดา อยู่ ถึงแม้คุณจะลดหย่อนภาษีเขาหรือไม่ก็ตาม ในฐานะที่เปึนทายาททุกคนย่อมจะ อุปการะด้วยดีที่สุดอยู่แล้วละ ถึงจะมีมาตรการนี้หรือไม่ก็ตาม แต่เราต้องการบรรเทา ผลกระทบแก่ลูกกตัญ็ู ลูกหลานต่าง ๆ เหล่านี้ ช่วยเหลือเขาส่วนหนึ่ง คําว่า ๓๐,๐๐๐ บาท ก็ตามที่ตัวแทนท่านกรมสรรพากรก็ได้พยายามชี้แจงแล้วว่า มาตรการทางภาษีจาก เงินได้พึงประเมินแล้ว จะมีค่าลดหย่อนหลาย ๆ กรณี สําหรับตนเอง สําหรับคู่สมรส สําหรับบุตร สําหรับบิดามารดา ไปบางกรณีถึงค่าประกันชีวิตอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ลดหย่อนได้ ตามประมวลรัษฎากรขณะนี้ อัตราลดหย่อนสูงสุดเรามีอยู่แค่ ๓๐,๐๐๐ บาท ยังไม่เคยมีกรณีไหนที่มีอัตราลดหย่อนสูงกว่า ๓๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นกรณีนี้ ก็คือให้สูงสุดเท่าที่ตามประมวลรัษฎากรเคยมีอยู่ ถามว่ากระทบเงินเท่าไร ในมาตรการ เช่นนี้ถ้าท่านมีฐานรายได้หักอย่างอื่นทั้งหมดแล้ว เหลือสุทธิสัก ๓๐,๐๐๐ บาท ที่จะเปึน เงินได้พึงประเมินท่านก็ไม่ต้องเสียเลย แต่ขยายไปเปึน ๑๐๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๖๐,๐๐๐ ๗๐,๐๐๐ ๙๐,๐๐๐ ก็ไม่ต้องเสียหมด ถามว่าเปึนตัวเลขมากน้อยแค่ไหน ในฐานว่าลดประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท ดังนี้ก็ได้มีการคํานวณคร่าว ๆ ว่า รัฐจะสูญเสีย รายได้ประมาณป้ละเบื้องต้นขณะนี้ ๖๐๐ ล้านบาท แต่ถ้ามีการขยายไปถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาทเปึนค่าลดหย่อน จาก ๑๐๐ ล้านบาท จะเพิ่มไปอย่างน้อยที่สุด ๖ เท่า และอัตราเมื่อ ขยายไปแล้วปัญหาอาจจะมากกว่านี้แค่ไหนยังคํานวณไม่ได้ แต่ว่า ๖ เท่าก็คือกลายเปึน ๓,๖๐๐ ล้านบาท วันนี้ท่านทราบดีว่าเรามีปัญหาเรื่องภาษี เรามีปัญหาเรื่องจัดเก็บ เรามี ปัญหาเรื่องรายได้ คิดว่าถ้าขณะนี้เราเอาแค่ ๖๐๐ ล้านบาท โดยอัตราลดหย่อน ๓๐,๐๐๐ บาทไปก่อน และต่อมาท่านจะพิจารณาในวันข้างหน้าเมื่อเรามีกําลังทางภาษีอากร แข็งแรงขึ้น เราจะพิจารณาตรงนี้ ผมก็คิดว่าอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขได้ถ้าตัวอื่นมีการปรับ นะครับ แต่ว่าอันนี้เปึนการที่รัฐยอมให้ประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท แก่ผู้ที่บรรเทาผลกระทบ สังคม แก่ผู้อุปการะคนพิการ ไม่ใช่ตัวคนพิการ ตัวคนพิการโดยตรงจะมีงบประมาณผ่านกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผ่านกระทรวงมหาดไทย ผ่านหน่วยงานอื่นจํานวนมากอีกต่างหาก เพื่อบรรเทาผลกระทบ สังคม คําว่า ต้องมีทะเบียนบ้าน ก็คือปัญหาที่คุยกันในที่ประชุมกรรมาธิการ เพราะมีหลาย ๆ ท่านคัดค้านว่า บางครั้งบุตรผู้อุปการะบุพการีนี่อาจจะไม่ได้อยู่บ้าน เดียวกัน ลูกมาทํางานกรุงเทพฯ พ่อแม่คนพิการอยู่ต่างจังหวัด จะให้ลูกจะต้องย้าย ทะเบียนบ้านมาอยู่กับพ่อแม่ พ่อแม่มาอยู่กับลูกหรือลูกมาอยู่กับพ่อแม่ เปึนสิ่งที่เปึนภาระอยู่ ค่อนข้างจะเยอะ จึงได้ตัดคําว่า ต้องมีทะเบียนบ้านอยู่ในบ้านเดียวกัน แต่ก็ได้มีการหยิบยก ขึ้นมาพูดอีกว่า กรณีบุตรหลายคนล่ะ ถ้าหากบิดามารดาผู้พิการนั้นมีบุตรหลายคน ใครล่ะ เปึนผู้อุปการะ ก็มีคําชี้แจงว่า จําเปึนต้องใส่ทะเบียนบ้านว่าเปึนบ้านเดียวกันแต่เดิม เพื่อให้เห็นว่าคนที่เจ้าของบ้านอยู่ทะเบียนบ้านนั้นแหละคือคนนั้น แต่กรรมาธิการไม่เห็นด้วย ว่าเกิดความยุ่งยาก ก็เลยตัดคําว่า ทะเบียนบ้าน ออกไป แต่มีทางออกไหม ก็คิดว่า มีทางออก ลูกหลายคนก็ตาม คํายืนยันของคนพิการนั่นแหละครับ เวลาที่เขาจะมา ลดหย่อนว่าลูกคนไหนเปึนคนเลี้ยง ลูก ๑๐ คนจะให้คนไหนเปึนคนลดหย่อนคนเดียว คํายืนยันจากคนพิการตรงนี้จะช่วยได้ ผมพยายามตอบปัญหาเท่าที่จะกระทําได้นะครับ ที่ท่านผู้มีเกียรติถาม ๑. ไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเดียว จุดมุ่งเน้นสําคัญกว่านั้น ก็คือเพื่อบรรเทาผลกระทบสังคมด้วย สมัยรัฐบาลชวน ๒ ทุกมาตรการออกมา คุณจุติจําได้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบสังคม นี่ก็เช่นเดียวกัน แฝงด้วยเจตนาในการบรรเทาผลกระทบสังคมสูงกว่า และบรรเทาผลกระทบสังคม ไม่ใช่ผลกระทบแก่คนพิการ ผลกระทบแก่ผู้อุปการะคนพิการ เอาเงินออกจากบ้าน ซึ่งท่านประธานกรรมาธิการจะแก้คํานี้ครับให้ชัดเจน เรื่องทะเบียนบ้านมีความจําเปึนว่า ถ้าจําเปึนบังคับว่าต้องอยู่ทะเบียนบ้าน บางครั้งลูกทํางานกรุงเทพฯ รับราชการต่างจังหวัด พ่อแม่อยู่ต่างจังหวัดอยู่ภูมิลําเนามีปัญหาของเขา แต่ถ้าเอาคําว่า ทะเบียนบ้าน ออก กรณีลูกหลายคนแก้ไขได้ เพราะคนพิการผู้ที่ได้รับการอุปการะนั้นยืนยันได้ ลูก ๑๐ คนเอาคนไหนล่ะให้คนไหนลดหย่อน และลดหย่อนได้เพียงคนเดียว ไม่ใช่ทุกคน นะครับ ผมพยายามตอบ แต่เรื่องรายได้ถ้าจาก ๓๐,๐๐๐ บาท ขณะนี้การคํานวณ เบื้องต้นว่า ณ วันนี้จะใช้ประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าอันนี้ถ้าขยายออกไปเต็มที่มันก็ จะขยายไปมากกว่า ๖๐๐ ล้านบาท ถ้าปรับเปึน ๑ แสนบาท ตัวเลขภาษีจะสูญหายไป ไม่น้อยกว่า ๖ เท่า ๖ เท่าของ ๖๐๐ ล้านบาทคือ ๓,๖๐๐ ล้านบาท และขยายไป วันข้างหน้าจะเปึนภาระภาษีค่อนข้างจะสูง ผมขอบพระคุณท่านประธาน แล้วก็ ขอบคุณท่านสมาชิกครับ
ท่านจุติครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ประเด็น สั้น ๆ สุดท้ายครับ จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ขอขอบพระคุณ ท่านกรรมาธิการพิเชษฐครับ ให้ความกระจ่างกับสภาว่าข้อเปรียบเทียบระหว่าง ๓๐,๐๐๐ บาท กับ ๑ แสนบาท หรือ ๒ แสนบาทในการลดหย่อนนั้นแตกต่างกันอย่างไรนะครับ แล้วก็ท่านก็บอกแล้วว่าระหว่าง ๖๐๐ ล้านบาทกับอีก ๖ เท่า คือ ๓,๖๐๐ ล้านบาท อย่างนั้นผมก็อยากจะขอให้บันทึกไว้ในรายงานการประชุมสภาว่า จริง ๆ แล้ว ๑ แสนบาท หรือ ๒ แสนบาทนั้นมีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า ๓๐,๐๐๐ บาท นั่นเปึนข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ อยากฟังจากท่านประธานคณะกรรมาธิการครับว่าที่ท่านจะพอให้ผม ฝ๋นใจโหวตให้ท่านได้ว่าท่านจะแก้ไขเรื่องคํา มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะแก้อย่างไร นะครับ นั่นเปึนข้อที่ ๒
ข้อที่ ๓ ซึ่งผมคิดว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการน่าจะต้องตอบสภา ก็คือว่าในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เราบอกว่าเราต้องการให้กระตุ้นทันที มีผลทันที ทีนี้เมื่อมาตรการท่านจะเลื่อนไปเปึนป้หน้า มันก็จะไม่ทันทีอย่างที่เราต้องการแล้วนะครับ
ประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ อยากจะขอคํามั่นจากกรมสรรพากร ได้ไหมครับว่า กรณีที่ท่านจะเอา ๓๐,๐๐๐ บาทให้ผมโหวตให้นี่ ขอต่อรองนิดได้ไหมว่า เวลาไปประกาศ ๓๐,๐๐๐ บาทแค่ ๓ ป้แรก หลังจากนั้นจะขึ้นเปึนสเต็ป (Step : ขั้นตอน) ให้เขาได้ไหม เปึนขั้น ๆ สูงขึ้นไปได้ไหม เพราะผมเชื่อว่าในอนาคตหลังจาก ๓ ป้แล้ว วิกฤติการจัดเก็บรายได้คงไม่มากเท่ากับ ๓ ป้นี้ ถ้าได้จะได้ไม่ต้องฝ๋นใจลงคะแนนให้ตรงนี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวท่านเกียรติกร เดี๋ยวค่อย เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ในฐานะกรรมาธิการครับ ท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ผมตกเรื่องสําคัญไปเรื่องหนึ่งครับ มีท่านสมาชิกถามว่า ค่าอุปการะเลี้ยงดูตามวรรคหนึ่งให้หักลดหย่อนสําหรับเงินได้พึงประเมินประจําป้ ๒๕๕๒ คือแก้จากป้ ๒๕๕๑ มาเปึนป้ ๒๕๕๒ ที่จะต้องยื่นรายการในป้ ๒๕๕๓ ผมเรียนว่า ป้ปฏิทินกับป้งบประมาณนะครับ ถ้าป้งบประมาณ ๒๕๕๒ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ และจะไปจบในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ ในป้นี้ในช่วงนี้มีภาษีพึงประเมินเท่าไร ทั้งหมดจะต้องเสียในป้ ๒๕๕๓ ไม่ได้เสียมาย้อนนี้ ก็อาจจะไปเสียเอาในประมาณ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมของป้ ๒๕๕๓ ก็เลยจําเปึนจะต้องแก้ตรงนี้ ให้ตรงกับข้อเท็จจริงครับ ก็คือแก้เปึนว่า เงินได้พึงประเมินประจําป้ ๒๕๕๒ คือเงินได้ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ จนกระทั่งวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ และ เงินจํานวนนี้จะต้องยื่นรายการในป้ ๒๕๕๓ คือระหว่างมีนาคมถึงพฤษภาคม ป้ ๒๕๕๓ จึงจําเปึนต้องแก้ เพราะขณะที่เราคิดกฎหมายอันนี้มันเปึนป้ที่แล้วแล้ว ป้มัน ก็คลาดเคลื่อนกันมา ๑ ป้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านเกียรติกรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี พรรคประชาธิปัตย์ ผมยังกังวลอยู่ดีละครับว่า มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกับผู้มีเงินได้ที่ท่านกรรมาธิการพิเชษฐ ขอเอ่ยนาม บอกว่า ถามคนพิการได้ ถ้าคนพิการเปึนใบ้จะถามอย่างไร เปึนใบ้ ตาบอด คือถ้าเกิดว่าลูกเขา เลี้ยงคนพิการจริง ลูกก็เอาคนพิการมาย้ายอยู่ทะเบียนบ้านเขาก็ได้ เพราะไปถาม คนพิการ ถ้าคนพิการพูดไม่ได้ ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเขาจะตอบอย่างไรครับว่าคนไหนเลี้ยงดู คือผมว่าไม่น่าจะตัดออก เพราะว่าปัญหาจะเกิดละครับ เพราะคนพิการมีหลายประเภท ที่ท่านพิเชษฐบอกว่าถามคนพิการ คนพิการรู้ ถ้าคนพิการไม่รู้เรื่องอะไรเลยจะถามอย่างไร จะตอบอย่างไร เพราะฉะนั้นลูกน่ะรู้ดีครับว่าจะเลี้ยงคนพิการอย่างไร ลูกก็เอาพ่อแม่ ของตัวเองที่พิการมาอยู่ทะเบียนบ้านตัวเองเสีย เพื่อลดหย่อนภาษี ประเด็นอันแรก ๓๐,๐๐๐ บาท ผมไม่คิดมาก คิดมากคือว่าคนพิการ คือคนพิการเขาไม่รู้เรื่อง ท่านพิเชษฐ บอกว่าถามเขาเอา เขาบอกเขาพูดไม่เปึน พูดไม่รู้เรื่อง พิการทางสมองทําอย่างไรครับ ผมขอถามว่าตัดออกมันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แต่คงไว้มันได้ประโยชน์ อย่างน้อยลูก ที่ช่วยเหลือพ่อแม่ เขาสามารถเอามาอยู่ทะเบียนบ้านเขาได้ หรือเขาจะย้ายไปอยู่ ทั่วประเทศนะครับ เพราะเดี๋ยวนี้การย้ายทะเบียนบ้านมันง่าย ย้ายพ่อแม่มาอยู่กับเราง่าย มาก ตัวเขาอยู่ที่โน่นก็จริงครับ สมมุติเขาอยู่กาฬสินธุ์ แต่ลูกทํางานที่กรุงเทพฯ แค่ย้ายมา ไม่ต้องเดินทางหรอกครับ มันย้ายมาด้วยความง่าย ผมก็เห็นใจคนพิการครับที่คืออย่างนี้ และเห็นใจคนที่อุปการะ ผมอยากให้เอาไว้ และไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ผมก็อยาก เอาไว้เหมือนกันครับ ไปตัดออกอย่างนั้นทําให้มันแคบไปครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญครับท่านสุกิจ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออีกนิดเดียว เท่านั้นครับ ถ้าท่านระบุมุ่งว่าจะต้องเปึนคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แต่อย่างเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอเรียนถามว่า กฎหมายนี้ไม่ครอบคลุมถึงลูกที่เลี้ยงดูพ่อแม่ซึ่งเขาเจ็บป์วยเรื้อรัง ไม่สามารถช่วยเหลือ ตัวเองได้ อย่างเช่น กรณีที่เปึนอัมพฤกษ์ อัมพาตด้วยใช่ไหมครับ เพราะว่าคนกลุ่มนี้จะ ไม่สามารถไปขึ้นทะเบียนคนพิการได้ ผมว่าจะทําให้เขาเสียโอกาสมาก เพราะว่าการเลี้ยงดู คนเจ็บป์วยระดับนั้นค่าใช้จ่ายสูงมากทีเดียวครับ เพราะฉะนั้นถ้ากฎหมายเขียนไว้อย่างนี้ นะครับ แสดงว่าไม่ได้เลยนะครับ ไม่สามารถจะครอบคลุมได้เลย ยกเว้นเราจะมีคํานี้เอาไว้อย่างที่ผมได้พูดเมื่อสักครู่นี้ก็คือ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ นี่นะครับ แต่ว่าก็ต้องมาขัดเกลามาเรียบเรียงถ้อยคําใหม่เกือบทั้งหมดเลยนะครับ ผมขอ เรียนถาม
เชิญท่านกรรมาธิการครับ
ท่านประธาน ครับ ผมก็จะยืนยันเรื่องคําพูด ส่วนของนิยามเรื่องของภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและ บรรเทาภาระทางสังคม ตามที่ท่านกรรมาธิการพิเชษฐได้เรียนไปแล้วนะครับ บรรเทา ผลกระทบทางสังคม ขอประทานโทษครับ มาตรการภาษีกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทา ผลกระทบทางสังคม ส่วนเรื่องยื่นป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ก็ได้เข้าใจแล้วนะครับ ส่วนว่า คนพิการจะจําแนกอย่างไร ผมว่าขอประทานโทษนะครับท่านประธาน ทางกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ช่วยชี้แจงสักเล็กน้อยครับ เพื่อจะได้สบายใจ ครับ เชิญครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายชูเกียรติ สุวรรณรังษี ในฐานะกรรมาธิการนะครับ เมื่อสักครู่นี้ที่กล่าวถึง บิดา มารดาที่เปึนอัมพาตซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้นั้น ข้อเท็จจริงก็อยู่ในข่ายที่ จดทะเบียนคนพิการได้นะครับ นอกจากนั้นแล้วผู้ที่อยู่ในฐานะที่ยากจนแล้วก็เจ็บป์วย ในลักษณะนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลอดจนทาง กระทรวงสาธารณสุขก็มีวิธีการที่จะให้การช่วยเหลือสงเคราะห์แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เหล่านี้อยู่แล้วครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ มีท่านสมาชิกที่ได้สงวนความเห็นและสงวนคําแปรญัตติไว้ ผมไม่ทราบ ว่าท่านสมาชิกที่สงวนไว้ยังติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจผมจะได้ไม่ต้องลงมตินะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใดติดใจนะครับ ฉะนั้นขอเชิญท่านเลขาธิการมาตราต่อไปครับ
มาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๕๗ เบญจ วรรคสอง (๒) ไม่มีการแก้ไข
เปึนอันจบการอภิปรายเรียงมาตราแล้วนะครับ
ต่อไปนี้ก็จะพิจารณาทั้งร่างเปึนการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีท่านสมาชิกท่านใดจะขอแก้ถ้อยคําหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มีท่านใดขอแก้ถ้อยคําก็ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สอง ต่อไปนะครับ ผมจะขอ มติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สามหรือไม่ เชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมนะครับ จะตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมตินะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมแล้ว กรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ ท่านอยู่นอก ห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมด้วยครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมได้กด แสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ผมขอถามมตินะครับ ท่านใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวาระที่สาม ขอความกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบด้วยกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงมติทุกท่านแล้วนะครับ ขอทราบผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๒๕๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ไม่มีนะครับ ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน ก็เปึนอันว่าที่ประชุมส่วนใหญ่นะครับ มีมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวาระที่สามนะครับ ขอบคุณท่านกรรมาธิการนะครับ
ต่อไปวาระที่ ๔.๔ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ครับ
เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่นะครับ
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่นะครับ การพิจารณาในวาระที่สองจะเปึนการ พิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ และเรียงตามลําดับมาตรา โดยให้สมาชิกอภิปรายได้ เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือผู้แปรญัตติที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่มีการสงวนความคิดเห็นไว้ ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึน อย่างอื่นนะครับ ขอเชิญประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกทุกท่าน ตามที่ที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยนายเจริญ จรรย์โกมล กับคณะ เปึนผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่าน ส.ส. นิยม วรปัญญา กับคณะ เปึนผู้เสนอ และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กับคณะ เปึนผู้เสนอ และสภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการและ แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วยผม นายเจริญ จรรย์โกมล เปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พร้อมคณะกรรมาธิการวิสามัญอีก ๓๖ ท่าน โดยใช้ร่างของกระผม นายเจริญ จรรย์โกมล พร้อมคณะ เปึนร่างในการ พิจารณา และบัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เสร็จสิ้นแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อให้ที่ประชุมได้โปรดพิจารณาต่อไปครับ
ขอเชิญท่านเลขาธิการครับ
ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ และมาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข
ไม่มีผู้สงวนคําแปรญัตติหรือสงวนความเห็นนะครับ เพราะฉะนั้นถือได้ว่าเปึนการจบ การพิจารณาเรียงตามลําดับมาตรา
ต่อไปจะเปึนการพิจารณาเปึนการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ สมาชิกท่านใดมีความประสงค์ที่จะแก้ไขถ้อยคําบ้างไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
(รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง : ถ้าไม่มี เปึนอันว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบในวาระที่สอง
ต่อไปจะเปึนการพิจารณาในวาระที่สามนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติในวาระที่สามครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เมื่อเข้าห้องประชุมแล้วกรุณากดปุ์มแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อเตรียมลงมติในวาระที่สามด้วยครับ เข้าห้องประชุมแล้วกดปุ์มแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ขอส่งผลองค์ประชุมด้วยครับ มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๕๖ ท่าน ถือว่า ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะถามท่านสมาชิกนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นชอบให้ ผ่านร่างพระราชบัญญัติในวาระที่สามให้กดปุ์ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดไม่เห็นชอบ ให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ์ม งดออกเสียง ครับ ขอเชิญลงมติ ได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงคะแนนครับ ขอผลคะแนนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๙๐ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๒๘๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีนะครับ งดออกเสียง ๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีมติรับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สามเรียบร้อยนะครับ
ต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการและผู้ที่มาชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณครับ นับว่าเปึนการพิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สามที่เร็วที่สุดตั้งแต่ ๑ ป้ที่ผ่านมานะครับ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกด้วยครับ
ระเบียบวาระที่ ๔.๕ ร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้าง กิจการรถไฟฟัา โครงการรถไฟฟัามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ในท้องที่เขตบางซื่อ เขตจตุจักร เขตห้วยขวาง เขตดินแดง เขตราชเทวี เขตวัฒนา เขตคลองเตย เขตปทุมวัน และเขตสาทร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้านั่งประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เช่นเดียวกันครับ การพิจารณาในวาระที่สองก็จะเปึนการพิจารณาตั้งแต่ ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตรานะครับ ให้สมาชิกอภิปรายเฉพาะถ้อยคํา หรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติได้สงวนคําแปรญัตติหรือ สงวนความเห็นไว้เท่านั้นนะครับ ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณาแถลง ด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟัา โครงการรถไฟฟัามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ในท้องที่เขตบางซื่อ เขตจตุจักร เขตห้วยขวาง เขตดินแดง เขตราชเทวี เขตวัฒนา เขตคลองเตย เขตปทุมวัน และเขตสาทร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ใคร่ขอ อนุญาตนําเสนอรายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุมดังนี้
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการแห่ง ร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟัา โครงการรถไฟฟัา มหานครสายเฉลิมรัชมงคล ในท้องที่เขตบางซื่อ เขตจตุจักร เขตห้วยขวาง เขตดินแดง เขตราชเทวี เขตวัฒนา เขตคลองเตย เขตปทุมวัน และเขตสาทร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ซึ่ง (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อ พิจารณา กําหนดแปรเปึนญัตติภายใน ๗ วันนั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เสร็จแล้ว ปรากฏผลตามรายงานของคณะกรรมาธิการตามที่ได้ เสนอมา โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการแก้ไข จึงเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณาให้ ความเห็นชอบต่อไปครับ
ขอเชิญท่านเลขาธิการครับ
ร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้าง กิจการรถไฟฟัา โครงการรถไฟฟัามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ในท้องที่เขตบางซื่อ เขตจตุจักร เขตห้วยขวาง เขตดินแดง เขตราชเทวี เขตวัฒนา เขตคลองเตย เขตปทุมวัน และเขตสาทร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ และมาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข แผนที่ท้ายร่างพระราชบัญญัติ มีการแก้ไข
มีผู้สงวนคําแปรญัตติหรือผู้สงวนความคิดเห็น ไม่มีใช่ไหมครับ เชิญต่อครับ
บัญชีรายชื่อ
เชิญคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในเรื่องของรายงานเกี่ยวกับพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟัา โครงการรถไฟฟัามหานคร อันนี้ผมเข้าใจว่ามันเปึน พ.ร.บ. เก่า แล้วก็ทําข้อตกลงกันไว้ แล้วก็มีการก่อสร้างออกไปแล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งที่ผมติดใจว่าทาง คณะกรรมาธิการเองนั้นมีการเปลี่ยนแปลงแผนที่แนบท้าย อันนี้ถึงหรือยังครับ แผนที่ แนบท้ายพระราชบัญญัติซึ่งดูเสมือนว่า โครงการดังกล่าวนั้นมีคนที่ไม่เห็นด้วยอยู่ใน จํานวนประมาณ ๑๐ กว่ารายที่เราเองยังไม่ได้มีการชําระเงิน และมีการวางศาลไป และมี การดําเนินการนี่ อยากจะสอบถามว่าในเส้นทางตรงนี้นั้นนะครับ ซึ่งมีประเด็นว่าถ้ามีการ เปลี่ยนแปลงในส่วนของแผนที่แนบท้ายนั้นจะมีผลกระทบอย่างไรกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ นะครับ และส่วนที่ ๒ ขออนุญาตต่อเนื่องนะครับ เพราะมีการที่จะใช้ในเรื่องของ พ.ร.บ. ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตัดและเวนคืนที่ดิน ซึ่งบางส่วนนั้นอาศัยข้อกฎหมายในเรื่องของการดําเนินการการก่อสร้างโดยเส้นทาง ในหน่วยงานที่เรียกว่าเส้นทางพิเศษเพื่อดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ บางครั้งเองก็ทําเปึน ข้อตกลง หรือบางครั้งเองอาจจะมีการวางเงินที่ศาล แต่มีส่วนหนึ่งซึ่งผมเองนั้นวันนี้ขอ อนุญาตท่านประธานครับ อภิปรายไปสู่ข้อตัวอย่างซึ่งอาจจะเกิดขึ้นมาในอนาคต คือ ในวันนี้นั้นปัจจุบันนี้มีการตัดถนนของกรุงเทพมหานครมากมาย แล้วก็ไปคาบเกี่ยวกับ เจ้าของที่ดินเปึนจํานวนมาก บางครั้งยินยอมบางครั้งไม่ยินยอมซึ่งเปึนสิทธิของเขา แต่ถ้าไม่ยินยอมเราก็มาออกเปึนพระราชบัญญัติในการเวนคืนที่ดินนะครับ ซึ่งวันนี้เอง ก็เช่นเดียวกันครับ กรุงเทพมหานครเองได้ดําเนินการทําประชาพิจารณ์แบบรวบรัด คือ รับฟังความคิดเห็นกับพี่น้องประชาชนเอง แล้วก็บอกว่าสามารถสรุปได้โดยเขตพื้นที่อยู่ใน ส่วนของกรุงเทพมหานคร ในเขตบางขุนเทียน บางบอน จอมทอง ทุ่งครุ ซึ่งที่ผม เปรียบเทียบนั้นก็จะคล้ายกับตรงนี้ มีการทํารายละเอียดขึ้นมา แล้วบอกว่าจบ ยุติแล้ว ซึ่งกระทบกับพี่น้องประชาชนเปึนจํานวนหลายพันหลังคาเรือน มีรายละเอียด ซึ่งเซ็นขึ้นมาประมาณจํานวนมากเปึนหมื่นรายซึ่งส่งถึงผม แล้วก็จะมาสู่การดําเนินการ ในเรื่องดังกล่าวมาของบประมาณ ซึ่งจะต้องมีการออกพระราชบัญญัติในการเวนคืนที่ดิน ก็คล้ายกับฉบับนี้ละครับ
ทีนี้ประเด็นก็คือว่าการทําประชาพิจารณ์เบื้องต้นเปึนเรื่องสําคัญ ที่ผม ยกตัวอย่างเนื่องจากคนจํานวนเปึนหมื่นได้ร้องเรียนเข้ามา แต่อันนี้นั้นก็มีการร้องเรียน เหมือนกันและมีการวางศาล แล้วก็มีการใช้กฎหมายพิเศษเข้าไปดูแล แต่การตัดถนน ดังกล่าว ซึ่งผมยกตัวอย่างวันนี้แล้วกําลังเกิดขึ้นปัจจุบันนี้ก็คือกรุงเทพมหานคร เขาไปร้องเรียนทางกรุงเทพมหานคร แล้วร้องเรียนที่สภาผู้แทนราษฎรว่าไม่มีการทํา ประชาพิจารณ์จนเปึนที่ตกลงหรือเข้าใจ แต่กลับรวบรัดตัดตอนบอกว่าวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์นี้ก็จะเอาเรื่องดังกล่าวเข้าแล้วเพื่อของบประมาณนะครับ โดยเรื่องดังกล่าวนี้ ก็มีเจตนารมณ์คล้ายกับการดําเนินการโดยรวบรัด ผมเองก็ต้องขออนุญาตครับว่า ที่ผมยกตัวอย่างเพื่อให้สอดคล้องกับแผนที่แนบท้ายที่มีการเปลี่ยนแปลง ในแนวทาง เดียวกันที่เกิดเหตุขึ้นมาในวันนี้
ต้องขอรวบรัดให้อยู่ในตัวพระราชบัญญัติด้วยนะครับ ผมอนุญาตให้ตอนต้น เพราะนึกว่า จะพูดย่อ ๆ นะครับ
ก็มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ตรงนี้ ท่านประธานครับ ผมเองคงใช้เวทีตรงนี้สืบเนื่องไป เพราะว่าเปึนส่วนที่มีการ ร้องเรียนกับพี่น้องประชาชน
ผมคงอนุญาตให้ไม่ได้ครับ เพราะว่าต้องใช้การปรึกษาหารือตอนเป่ดสภานะครับ
ผมขออนุญาตท่านประธาน ครับ
เพราะว่าช่วงนี้เปึนการพิจารณาในวาระสองนะครับ ของร่างพระราชบัญญัติเวนคืน เพื่อสร้างรถไฟฟัานะครับ ก็ขอคุณวิชาญสรุปเข้าประเด็นเลยนะครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ที่ผมนําเรียนท่านประธานหมายความว่า ถ้ามีการแก้ไขพระราชบัญญัติในฉบับนี้แนบท้าย ถึงบริเวณสถานที่ที่ผมอ้างถึงมันจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ หรือเปล่า แต่ที่ผมพูดเปรียบเทียบไปอีกข้างหนึ่งนั้นก็คือการทําประชาพิจารณ์ว่ากฎหมาย ฉบับนี้นั้นไม่ได้ผ่านการพูดคุยทําประชาพิจารณ์จึงเกิดการนําเงินส่วนหนึ่งจํานวน ๑๐ กว่ารายมาวางศาล แล้วก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของพื้นที่ดินก็จะคล้ายกับที่ ผมยกตัวอย่างในวันนี้ที่มีคนร้องนะครับ ก็คงฝากว่าเรื่องดังกล่าวนี้ ถ้ากรรมาธิการได้มี การสอบถามว่ามีผลกระทบอย่างไรเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในเส้นทางดังกล่าวหรือไม่ ถ้ายังไม่มีการก่อสร้างนะครับ แต่วันนี้เส้นทางรถไฟต่าง ๆ เหล่านี้ดําเนินการไปแล้ว แต่ถ้า ยังไม่ก่อสร้างจะมีผลกระทบหรือเปล่ากับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรองประธานกรรมาธิการนะครับ ท่าน พันเอกวินัย สมพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับ กระผมใคร่ขอกราบเรียนต่อท่านประธาน เพื่อความเข้าใจของท่านและก็ท่านสมาชิก โดยย่อ ๆ ดังนี้ครับ
โครงการรถไฟฟัามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือโครงการรถไฟฟัาสายสีน้ําเงินครับ และช่วงที่เราเวนคืนที่อยู่ต่อหน้าท่านก็เปึนช่วงแรกที่เปึนรถไฟฟัาใต้ดิน คือตั้งแต่ หัวลําโพงถึงบางซื่อ ซึ่งความจริงรถไฟฟัาเส้นนี้ได้เริ่มดําเนินการมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ จนถึง บัดนี้ก็ได้เป่ดใช้การมาแล้วป้สองป้ แต่ว่าเรามีปัญหาเรื่องการเวนคืนจึงต้องมาออกเปึน พ.ร.บ. ฉบับนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้เริ่มป้ ๒๕๓๕ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนจะมีรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้นในตอนนั้นก็กราบเรียนว่าทางหน่วยงานที่รับผิดชอบ จึงไม่ได้ทํา การประชาพิจารณ์ตามรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ซึ่งถ้ามีการก่อสร้างหลังจากป้ ๒๕๔๐ ถึง ปัจจุบันนี้จะต้องมีการทําประชาพิจารณ์ตามรัฐธรรมนูญ นั่นคือข้อแรกที่ผมจะกราบเรียน
อันที่ ๒ ครับ พ.ร.บ. เวนคืนฉบับนี้ เจ้าของหน่วยงานที่ทําการเวนคืนมีถึง ๒ หน่วยงาน หน่วยงานแรกที่รับผิดชอบเรื่องการก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีน้ําเงินหรือ รถใต้ดินระหว่างหัวลําโพง-บางซื่อ ก็คือการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ต่อมาหน่วยงาน นั้นเลิกไป รถไฟฟัาใต้ดินก็มาขึ้นอยู่กับ รฟม. (การรถไฟฟัาขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย) นะครับ รฟม. รถไฟฟัามหานคร เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่ดําเนินการเวนคืนที่ดิน แรกเริ่ม ก็คือจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ต่อมาก็โอนการเวนคืนให้กับ รฟม. เพราะฉะนั้น การเวนคืนใช้เวลานานครับ นับเปึนกว่าสิบป้ เพราะว่าการเวนคืนในกรุงเทพมหานคร เพื่อ สร้างรถไฟฟัาแม้จะเวนคืนที่เพียงเล็กน้อย แต่มันยุ่งยากยิ่งกว่าการเวนคืนของกรมทางหลวง นะครับ เพราะว่ามันมีความละเอียดอ่อนสลับซับซ้อนเรื่องค่าตกลง เรื่องการเวนคืน เรื่องการต่อรองต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นการเวนคืนใช้เวลาสิบกว่าป้ เพราะฉะนั้น แผนที่แนบท้ายซึ่งเปึนตอนเดียวที่จะต้องมีการแก้ไข แผนที่แนบท้ายทางคณะกรรมาธิการ วิสามัญได้ใช้เวลาพิจารณานานที่สุด เพราะช่วงเวลาสิบกว่าป้ที่เวนคืน ที่ดินเวนคืน บางแปลงถ้าเปึนแปลงใหญ่ แต่ว่า รฟม หรือว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเวนคืนที่ นิดเดียวเปึนชายธงนิดเดียว พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้แตะต้อง พื้นที่ส่วนใหญ่ที่เปึน แปลงใหญ่ ๆ บางแปลงในช่วงสิบป้การเวนคืนไปแล้วส่วนหนึ่ง เจ้าของเดิมก็มีการตัดตอน แบ่งขายไปให้กับคนอื่นบ้าง เพราะฉะนั้นแผนที่แนบท้ายที่เปึนโฉนดก็ดี แผนที่ก็ดี ในส่วนที่ เวนคืนก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เหตุที่มีการเปลี่ยนแปลงแผนที่ท้ายเวนคืน ก็เพราะว่า ๑. ใช้ระยะเวลาเวนคืนนาน ๒. ช่วงเวนคืน ๑๑ ป้ที่ไม่เสร็จ ที่ดิน บางแปลงเจ้าของเดิมได้แบ่งขายไปบ้าง เพราะฉะนั้นจึงจําเปึนต้องมีการแก้ไขแผนที่ แนบท้ายนะครับ ส่วนรายละเอียดวันนี้ท่านรองผู้ว่า รฟม. แล้วก็ท่านพีระพันธุ์ ซึ่งเปึนคน ซักไซ้ไล่เลียงเรื่องนี้ ในการประชุมเกือบ ๑๕-๑๖ ครั้งจะเปึนคนชี้แจงครับ
เชิญท่านรองผู้ว่าการรถไฟฟัามหานครหรือว่าท่านพีระพันธุ์ครับ ท่านรองผู้ว่าการรถไฟฟัา มหานครนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ กระผม นายเยี่ยมชาย ฉัตรแก้ว รองผู้ว่าการ การรถไฟฟัาขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ในฐานะกรรมาธิการ ขอชี้แจงเกี่ยวกับ การแก้ไขแผนที่ท้ายร่างพระราชบัญญัตินะครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้เขียนขึ้นมาก็เพื่อ ทําการเวนคืนพื้นที่ที่ใช้ในการก่อสร้างระบบรถไฟฟัาใต้ดินซึ่งเป่ดดําเนินการไปแล้วเมื่อ ป้ ๒๕๔๗ นะครับ แต่เนื่องจากว่ายังมีอยู่บางแปลงที่ว่าเจ้าของไม่มาทําสัญญานะครับ ทีนี้เดิมทีก็มีอยู่ทั้งหมด ๕๙ แปลง ๓๕ รายนะครับ แต่ว่าระยะเวลาที่ผ่านไปนั้น ก็ปรากฏว่ามีอยู่ ๑ แปลง ๑ รายที่ได้มายินยอมตกลงทําสัญญานะครับ เพราะฉะนั้น จึงจําเปึนที่จะต้องตัดแผนที่ตรงนี้ออกไป เพราะว่าไม่มีความจําเปึนที่จะต้องเวนคืน อีกแล้วนะครับ ส่วนการแก้ไขอันดับที่ ๒ ก็คือการแก้ไขแผนที่โฉนด เนื่องจากว่ามีอยู่รายหนึ่ง คือรายของอโศกสามัคคีนี่นะครับ ตัวเจ้าของเองท่านก็ได้แบ่งที่ ของท่านที่ควรจะถูกเราเวนคืนออกเปึน ๒โฉนด เพราะฉะนั้นจึงจําเปึนที่จะต้องมีการ ปรับปรุงแผนที่ จาก ๑ แปลงให้เปึน ๒ แปลง ตามที่เจ้าของเดิมนี้ได้ทําการแก้ไขนะครับ แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงรายการให้สอดคล้องครับ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบครับ
มีท่านใดจะซักถามเพิ่มเติมไหมครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
บัญชีรายชื่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินที่ต้องเวนคืน ท้ายร่างพระราชบัญญัติ มีการแก้ไข
ไม่มีผู้สงวนคําแปรญัตติติดใจสงสัยนะครับ คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองคงไม่ใช้เวลาในประเด็นเรื่องดังกล่าวมาก แต่จะขออนุญาตท่านประธาน เพราะว่า กรรมาธิการเอง ท่านรัฐมนตรีเองนะครับ นั่งอยู่ก็เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คงจะต้องดูแลสิทธิเบื้องต้นของผู้ที่มีสิทธิและเราเองไปเวนคืนที่ดินนะครับ มันก็เหมือนกับ ว่าไปรอนสิทธิเขา ประเด็นที่เมื่อสักครู่นี้ผมได้อภิปรายแสดงให้เห็นว่า ระยะเวลา ๑๑ ป้ ที่มีการทําโครงการที่จะให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ถ้าประชาชนเองเข้าใจ ในวิธีการในการดําเนินการเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมแล้วนี่ คงไม่ติดใจที่จะให้ที่ดินนั้นได้ เกิดประโยชน์ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ครับ เรื่องเงินนั้นเปึนตัวแปร แต่จํานวนที่ดินที่มีตารางวา เพียงเล็กน้อยก็ยังเกิดปัญหา แสดงให้เห็นว่าโดยวิธีการดําเนินการของทางฝ์ายที่ ดําเนินการครั้งสุดท้ายก็อยู่ที่ รฟม.นั้น ได้ดําเนินการในทิศทางที่ทําความเข้าใจกับพี่น้อง ประชาชนเองนั้นไม่ชัดเจน จึงเกิดปัญหาเกิดขึ้นและก็ลากยาวมาถึง ๑๑ ป้ จนกระทั่ง รถไฟดังกล่าวนั้นได้ใช้ประโยชน์ไปแล้ว แต่ก็ต้องมาขอสภาให้เห็นชอบในเรื่อง พ.ร.บ. ดังกล่าว ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่า เรื่องที่ผมเองนั้นกําลังจะฝากกรรมาธิการไปนั้น มันมีเรื่องที่เกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย แล้วก็มารกสู่สภาซึ่งหลายครั้งทางสภาแห่งนี้เอง ก็เคยให้ความเห็นว่า บางเรื่องที่เปึนเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ควรจะหารือและหาข้อยุติจบ นะครับ ไม่ต้องมาผ่านเปึนพระราชบัญญัติซึ่งใช้เวลานาน แล้วต้องตั้งกรรมาธิการ ซึ่ง บางเรื่องมีเรื่องเล็กน้อย ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมนะครับ ท่านพีระพันธุ์นี่ว่าจะมีวิธีการในการดําเนินการในเรื่องของ พ.ร.บ. แต่ละฉบับที่จะนําสู่สภาอย่างไร ประเด็นอันแรกนะครับ เพราะท่านเองนั้นในฐานะ เปึนกรรมาธิการแล้วก็อยู่ในส่วนของฝ์ายบริหาร
ส่วนที่ ๒ ผมก็มีเรื่องฝาก เพราะท่านประธานเองนั้น ขออนุญาตท่านใช้ เวลาสัก ๒ นาทีนะครับ ผมไม่รบกวนเวลามาก วันนี้มีเรื่องคล้ายอย่างนี้ที่ท่านประธาน บอกว่า เอาไปคุยพรุ่งนี้นั้น ผมไปตรวจเช็กแล้ว มีคนที่จะหารืออยู่ประมาณ ๕๐ ราย คงไม่ถึงผมหรอกครับ แล้วก็พรุ่งนี้เองกระทู้สดก็มีอยู่แล้วนะครับ ผมขอ ๒ นาทีสั้น ๆ
ผมต้องเรียนคุณวิชาญอย่างนี้เลยนะครับ ผมอนุญาตให้คุณวิชาญพูดในเรื่องที่ไม่ได้ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้นะครับ ก็ต้องขออภัยนะครับ เพราะว่าเราก็คงจะต้อง รักษาข้อบังคับการประชุมสภาของเราไว้ให้เคร่งครัดนะครับ ไม่ว่าจะเห็นว่ามันมี ความจําเปึน ต้องขออภัย ไปอภิปรายในวาระอื่น อาจจะขอเลื่อนการหารือขึ้นมาเปึน ลําดับต้น ๆ โดยแลกกับเพื่อนสมาชิกก็แล้วกันนะครับ เราจะได้ดําเนินการต่อครับ
อย่างนั้นเดี๋ยวผมอภิปราย เรื่องนี้ต่อครับ ท่านประธานครับ ผมฝากเรื่องที่ผมนําเรียนหารือว่า ในลักษณะของการ เปลี่ยนแปลงการใช้แผนที่แนบท้ายนั้น ท่านบอกว่าไม่มีผลกระทบ เพราะว่าเปึนเรื่องของ การยินยอมและเปึนเรื่องที่พี่น้องประชาชนเองนั้นใช้เวลาแล้วก็แบ่งแยกโฉนด เพราะ บางส่วนขายออกไปนั้น ผมกลับมองว่า การเปลี่ยนแปลงในเรื่องดังกล่าว ถึงแม้ว่าไม่เปึน สาระ แต่ก็เปึนสาระในเรื่องของผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพราะบางส่วนนั้น เราจําเปึนที่จะต้องนําเงินไปวางศาล บางส่วนเองนั้นก็ต้องทําความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว เหมือนกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาในอดีตเยอะแยะมากมาย แล้วก็เปึนประเด็นจนถึงวันนี้ว่า สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเปึนเพราะว่าเราเองไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนกับพี่น้องประชาชน ถ้าเราให้ข้อมูลที่ชัดเจนกับพี่น้องประชาชนในการเวนคืนที่เพื่อใช้ประโยชน์ก็จะไม่มีคําร้อง เข้ามาสู่สภานะครับ หลายเรื่องหลายราวที่เกิดขึ้นแล้วก็เปึนประเด็นว่าถนนหลายสายที่ใช้ ประโยชน์อยู่ทุกวันนี้นั้นในช่วงบางตอนนั้นก็ยังติดเรื่องนี้อีกมากมายและก็เข้าสู่สภา ผมทราบมาว่าจะมีเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ตามมาอีกเยอะ ผมฝากว่าในขณะนี้ กรุงเทพมหานครมีการก่อสร้างอีกเปึนจํานวนมากที่ต้องใช้ประโยชน์จากที่ดิน และจะมี พระราชบัญญัติอย่างนี้เกิดขึ้นมาอีกมากมาย เช่น ผมได้เอ่ยไปแล้วนะครับ ทางฝัืงธน ที่มีปัญหา คนเปึนหมื่นรายที่เกิดขึ้น ผมฝากท่านรัฐมนตรี จะมีกระบวนการที่จะทํา ความเข้าใจในการดําเนินการเรื่องเวนคืนที่ดินอย่างไร เช่น ในเส้น ง ๒ ง ๓ และ ค ๔ ที่กําลังเกิดปัญหาขึ้นในวันนี้ ท่านช่วยตอบผมด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ก็ขอขอบพระคุณท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ นะครับ ที่ได้กรุณาเปึนห่วงสิทธิของพี่น้อง ประชาชน ความเปึนจริงผมและคณะกรรมาธิการก็ไม่ต่างจากท่าน แล้วก็ถ้าหากว่า ท่านจําได้ตอนที่พระราชบัญญัติฉบับนี้เสนอเข้ามาในสภาพวกผมเปึนฝ์ายค้าน แล้วก็ตั้ง ประเด็นสอบถามไว้คร่าว ๆ คล้าย ๆ กับของท่านว่ากฎหมายฉบับนี้ทําไมเพิ่งเข้า ใช้ประโยชน์ไปตั้งนานแล้ว แล้วก็บางอันเราก็มีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัญชี แล้วก็ที่ประชุม ก็บอกว่าให้ไปว่ากันในรายละเอียดในกรรมาธิการวิสามัญ ก็ไปคุยกันในนั้นนะครับ
ประการที่ ๑ ที่ท่านเปึนห่วงก็ถูกต้องครับ การเวนคืนรายนี้ล่าช้ามาก แล้วคณะกรรมาธิการก็พบหลายเรื่องซึ่งเปึนจุดบกพร่องในทางบริหารระหว่างทาง รฟม. เองก็ดี ทางสํานักงานที่ดินที่เกี่ยวข้องก็ดี ก็ได้มอบเปึนนโยบายเปึนแนวทางให้ทางฝ์าย รฟม. รับไปปฏิบัติว่าในโอกาสหน้าอย่าให้เกิดปัญหาลักษณะนี้ในเชิงบริหารขึ้นมาอีก
อันที่ ๒ ก็คือว่าในเชิงกฎหมาย ในเชิงกฎหมายในแง่ของกระทรวงยุติธรรม ที่ผมรับผิดชอบเปึนรัฐมนตรีวันนี้ ในแง่ของกฎหมายเวนคืนไม่เกี่ยวอะไรกับกระทรวง แต่ว่าในเชิงที่ว่าถ้ารูปแบบของกฎหมายที่ทําให้เกิดความไม่เปึนธรรม อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ ผมเชื่อว่าน่าจะเข้าไปมีส่วนได้ ซึ่งในกรณีนี้เราได้มีการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ ไว้วางรูปแบบแล้วเหมือนกันว่า ต่อไปในการพิจารณาข้อกฎหมายในเรื่องเหล่านี้ ขอให้ เกิดความชัดเจนได้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา บางประเด็นบางข้อถึงเรื่องการต่อเนื่องของ พระราชบัญญัติเวนคืน รวมถึงการจัดการตามพระราชบัญญัติเวนคืนก็ขอให้ทาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึน รฟม. หรือหน่วยงานอื่น เพราะเราได้พูดเอาไว้ถึงกรณี เวนคืนหน่วยงานอื่นด้วยไว้เรียบร้อยแล้วว่าขอให้ทางฝ์ายต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องกับ แต่ละเรื่องการเวนคืนได้คํานึงถึงปัญหาในกรณีการที่รับผิดชอบของทางประชาชน ผู้เสียสิทธิให้มากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่เรียกว่าถ้าหากว่าการเวนคืน เวนคืนมาแล้ว แล้วก็ ต้องรีบจ่ายเงิน ไม่ใช่ปล่อยให้เนิ่นนานมาขนาดนี้ แต่ในกรณีนี้เผอิญได้มีการแยกส่วนกัน ระหว่างการวางเงินกับการเวนคืน ในกรณีการวางเงินได้วางเงินแล้วก็มีผู้ที่เกี่ยวข้องรับเงิน ไปแล้วจํานวนหนึ่ง แต่ว่ายังโอนสิทธิไม่ได้ ตามพระราชบัญญัติเวนคืนอันนี้จะเปึนเรื่อง ของการออกพระราชบัญญัติว่าเวนคืนมา เปึนเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่จะโอนจาก เจ้าของเดิมซึ่งวันนี้เขารับเงินไปแล้วเพื่อจะรับมาเปึนเรื่องของการเวนคืน แต่ว่าตรงนี้ทําให้ เกิดความสับสนหลายเรื่องครับว่า ถ้าหากว่าเขารับโอนเงินไปแล้วเราจะถือได้ไหมครับว่า เขายินยอมแล้ว ถ้าถือว่าเขายินยอมแล้วก็ไม่น่าจะต้องมาออกกฎหมายเวนคืน กันอีกให้เสียเวลา ซึ่งตรงนี้ทาง รฟม. ก็รับไปเปึนแนวทางปฏิบัติครับว่าต่อไปถ้าหากเปึน ลักษณะอย่างนี้จะไปเขียนให้ชัดเจนในเอกสารข้อตกลงเรื่องการรับเงินว่า ถ้าหากเปึน อย่างนี้ต่อไปในอนาคตก็จะให้ถือว่าเปึนการตกลงยอมกันเรียบร้อย ไม่ต้องมาออก พระราชบัญญัติเวนคืนอีก อันนี้ก็จะทําให้ปัญหาลักษณะที่ท่านสมาชิกเปึนห่วงก็ลด น้อยลง แต่ก็ยืนยันว่ากรณีนี้ไม่กระทบเรื่องสิทธิเพราะว่าหลายรายรับไปแล้ว อันนี้เปึน เรื่องกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายที่ต้องออกเปึนพระราชบัญญัติเวนคืนเพื่อให้กรรมสิทธิ์ตกมา เท่านั้นเอง ส่วนที่เปลี่ยนแปลงรายละเอียดที่ท่านสมาชิกถาม ผมคิดว่าท่านรองประธานกับ ท่านรองผู้ว่าได้ตอบไปชัดเจนว่าเหตุผลอะไรถึงต้องเปลี่ยนแปลงนะครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
มีท่านสมาชิกท่านอื่นจะอภิปรายซักถามเพิ่มเติมไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกอภิปราย)
ไม่มีนะครับ เปึนอันจบการอภิปรายพิจารณาเรียงตามลําดับมาตรา
ต่อไปจะเปึนการพิจารณาทั้งร่างเปึนการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ นะครับ มีสมาชิกท่านใดต้องการจะแก้ไขถ้อยคําบ้างไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ไม่มีนะครับ เปึนอันว่าสภาแห่งนี้มีมติให้ความเห็นชอบในวาระที่สองแห่งพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นะครับ
ต่อไปจะเปึนการพิจารณาในวาระที่สาม ขอเชิญท่านสมาชิกเข้า ห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติในวาระที่สามด้วยครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติในวาระที่สามด้วยครับ เมื่อท่าน สมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญสมาชิกทุกท่านกดบัตร แสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ขอส่งผลการแสดงตนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๔ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปจะเปึนการลงมติรับร่างพระราชบัญญัติในวาระที่สามนะครับ ผมจะถามมติ ท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติเวนคืนเพื่อก่อสร้างรถไฟฟัา ในวาระที่สาม กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ครับ ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงเชิญกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
แสดงว่าท่านลงมติไว้เร็วนะครับ ขอผลการลงมติครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๖๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๓ ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ เปึนอันว่า สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีมติเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้าง รถไฟฟัาในวาระที่สามเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ขอขอบคุณครับ
เจ้าหน้าที่มากระซิบว่ามีข้อสังเกตนะครับ แต่ตามรายละเอียดที่ส่งมาให้ ไม่มีข้อสังเกตที่จะถูกบันทึกไว้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องสอบถามเพื่ออนุมัติข้อสังเกต ครับ ขออภัยครับ เอกสารข้างบนนี้ไม่มีนะครับ เผอิญเอกสารไม่ครบนะครับ ปรากฏว่า มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการ ได้อ่านข้อสังเกตตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เสนอให้บรรดาสมาชิกด้วยนะครับ
ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญ
๘.๑ เนื่องจากการใช้ที่ดินอันเปึนที่มาของการเวนคืนตามร่าง พระราชบัญญัตินี้เปึนกรณีหลังจากมีกฎหมายว่าด้วยการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อ กิจการขนส่งมวลชน พ.ศ. ๒๕๔๐ ------------------------------------------------------------------ ต้องถือว่าการรถไฟฟัาขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยมีกฎหมายเฉพาะของตนเองแล้ว โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับป้ ๒๕๔๐ มิได้ใช้การเวนคืนเปึนหลักแต่เปึนการใช้ ประโยชน์จากใต้ดินซึ่งเปึนการรอนสิทธิแต่กรณีเมื่อมีการจําเปึนต้องเวนคืนก็ควรใช้ กฎหมายฉบับป้ ๒๕๔๐ นี้เปึนหลัก ซึ่งมีมาตรา ๑๒ กําหนดไว้ว่า ในกรณีที่มีความ จําเปึนต้องเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ให้ถือว่าพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ ที่จะดําเนินการตามมาตรา ๘ เปึนพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะ เวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในการเวนคืนควรดําเนินการ ตามขั้นตอนของกฎหมายว่าด้วยการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยเคร่งครัด
๘.๒ การตราพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนเมื่อหมดอายุ แล้ว ต่อมามีการตราพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่จะเปึนพระราชกฤษฎีกาต่อเนื่องหรือเปึน พระราชกฤษฎีกาเอกเทศ เนื่องจากพิจารณาเนื้อหาของพระราชกฤษฎีกาแล้ว ไม่มีบทบัญญัติกําหนดว่าเปึนพระราชกฤษฎีกาต่อเนื่องจากพระราชกฤษฎีกาฉบับเดิม ซึ่ง อาจทําให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการกําหนดราคาค่าทดแทนและอาจทําให้คณะกรรมาธิการ ตรากฎหมายไปในทางที่ผิด จึงควรให้เกิดความชัดเจนถูกต้องและควรวางบรรทัดฐาน การเวนคืนที่ถูกต้อง ดังนั้นในอนาคตควรยึดถือคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้น เปึนหลักในการตีความเท่านั้น เพราะเกรงว่าอาจจะเปึนการนํามาตรการของรัฐไปใช้อย่าง ไม่เปึนธรรมกับประชาชน
๘.๓ ควรจัดให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการกําหนดค่าตอบแทนการ เวนคืนที่ดินให้ถูกต้องอย่างเปึนธรรม เนื่องจากราคาค่าทดแทนที่ดินที่คณะกรรมการ กําหนดราคาเบื้องต้นกําหนดไว้กับราคาค่าทดแทนที่ได้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีมีความ แตกต่างกันมากจึงควรวางหลักเกณฑ์หรือบรรทัดฐานที่ชัดเจนและเปึนธรรมแก่ ผู้ถูกเวนคืน
๘.๔ ในการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีการกําหนดแบบสัญญาซื้อขาย อสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในการเวนคืนที่ดิน ๒ ลักษณะ คือ สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ กรณีตกลงกันได้ในเรื่องจํานวนเงินค่าทดแทนและสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์กรณี ตกลงกันไม่ได้ในเรื่องจํานวนเงินค่าทดแทน ต่อมาเมื่อเลยกําหนด ๖๐ วันในการทํา สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์แล้วจะมีการนําเงินค่าทดแทนไปวางที่ธนาคารออมสิน เพื่อให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์มารับเงินค่าทดแทนซึ่งมีการทําบันทึก ข้อตกลงในการรับเงินค่าทดแทนที่วางไว้กับธนาคารออมสินใน ๒ ลักษณะ เช่นกัน คือ บันทึกรับเงินค่าทดแทนที่ดินที่ตกลงกันได้ และบันทึกรับเงินค่าทดแทนที่ดินที่ตกลงกัน ไม่ได้ ดังนั้นในกรณีของสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และบันทึกรับเงินค่าทดแทนที่ดิน กรณีตกลงกันไม่ได้นั้นควรมีข้อความกําหนดให้หน่วยงานหรือการรถไฟฟัาขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทยมีสิทธิโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์แทนเจ้าของกรรมสิทธิ์ใน อสังหาริมทรัพย์ได้เอง โดยกําหนดไว้ให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดสภาพบังคับในทางปฏิบัติแก่ หน่วยงานที่เวนคืน
๘.๕ ในการเวนคืนที่ดินจะมีการขอตั้งงบประมาณเพื่อเปึนค่าใช้จ่ายเรื่อง ดอกเบี้ยที่จะเกิดจากการฟัองคดีเวนคืน ซึ่งเปึนเงินจํานวนมาก โดยในทางปฏิบัติเมื่อมี การวางเงินค่าทดแทนที่ธนาคารออมสินแล้วก็จะมีดอกเบี้ยจากเงินดังกล่าวซึ่งสามารถ นํามาคิดคํานวณเปึนส่วนหนึ่งของดอกเบี้ยที่เกิดจากการฟัองคดีได้ จึงอาจเกิดความ ซ้ําซ้อนกับการขอตั้งงบประมาณเปึนค่าใช้จ่ายเรื่องดอกเบี้ยที่จะเกิดจากการฟัองคดี ดังนั้นควรมีการทบทวนวงเงินในการขอตั้งงบประมาณส่วนนี้มิให้ซ้ําซ้อนกับดอกเบี้ย ที่ได้รับจากธนาคาร รวมทั้งควรมีการตรวจสอบการใช้งบประมาณส่วนนี้ที่มีการ ดําเนินการเวนคืนไปแล้วด้วย
ผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ เชิญคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุงครับ ผมเกรงใจ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกนะครับ แต่ขออนุญาตสอบถามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกันนะครับ
ประเด็นแรก ข้อ ๘.๒ ท่านบอกว่า ในอนาคตควรยึดถือคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นเปึนหลักในการตีความ เราจะทราบอย่างไรครับว่าเรื่องเหล่านี้ มันจะมีศาลรัฐธรรมนูญตีความ หรือมีข้อพิพาทหรือยัง มันเหมือนกับว่าในขณะนี้มันยัง ไม่มีข้อพิพาทเลย แล้วเราบอกว่าถ้ามีการพิพาทกันในอนาคตให้ถือคําวินิจฉัยของ ศาล ผมคิดว่าข้อสังเกตอย่างนี้มันเลื่อนลอยและมันไม่มีผลในทางปฏิบัติ ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น มันผูกพันทุกองค์กรอยู่แล้วครับ ถึงแม้ท่านไม่เขียนไว้ว่าให้ยึดถือคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยกฎหมายท่านก็ต้อง ยึดคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นข้อที่ ๑ ผมคิดว่าท่านต้องตอบ ตรงนี้ให้ชัดเจนนะครับ ไม่ใช่ว่าเราจะมีข้อสังเกตอะไรก็ส่งไปให้คณะรัฐมนตรีทุกเรื่องไป เรื่องที่ ๑ ครับ
เรื่องที่ ๒ ในข้อ ๘.๔ ตอนท้าย ๆ ท่านดูนะครับ ท่านบอกว่า ในกรณี การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และบันทึกรับเงินค่าทดแทนที่ดินกรณีตกลงกันไม่ได้ ท่านบอกว่าในกรณีที่ตกลงไม่ได้ควรมีข้อกําหนดให้หน่วยงานหรือการรถไฟฟัาขนส่ง มวลชนแห่งประเทศไทยโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์แทนเจ้าของกรรมสิทธิ์ ในอสังหาริมทรัพย์ได้เอง ทําได้หรือครับ ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ ท่านบอกว่าในกรณี ตกลงกันไม่ได้ควรกําหนดให้หน่วยงานหรือการรถไฟฟัาขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย มีสิทธิโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์แทนเจ้าของได้เอง แล้วสมมุติว่ากฎหมายเวนคืน ไม่ผ่านสภาล่ะครับ ท่านจะโอนกรรมสิทธิ์ของเขาไปได้อย่างไร เพราะในกรณีที่มีการตกลง กันไม่ได้นี่ครับ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามท่านจะไปโอนกรรมสิทธิ์ โดยมอบให้หน่วยงาน หรือการรถไฟฟัาขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยไปโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้นะครับ มันต้องมี กฎหมายเวนคืนออกมาเสียก่อน มิเช่นนั้นแล้วมันจะเปึนการรอนสิทธิในกรรมสิทธิ์ ของเอกชน ของประชาชนครับ ซึ่งผมคิดว่าข้อสังเกตอย่างนี้ครับ มันขัดต่อกฎหมาย ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ปกติข้อสังเกตนี้จะไม่เป่ดให้มีการอภิปรายนะครับ แต่ผมจะอนุญาต โดยใช้ดุลยพินิจว่าซักถามเพื่อความเข้าใจ เพราะว่าบรรดาท่านสมาชิกต้องให้ความ เห็นชอบข้อสังเกตนี้ด้วย ผมได้อนุญาตในกรณีที่ซักถามเพื่อความเข้าใจนะครับ ขอเชิญ กรรมาธิการช่วยชี้แจงสักนิดได้ไหมครับ ท่านพีระพันธุ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรรมาธิการครับ ความจริงสิ่งที่ท่านสมาชิกได้สอบถามนี่ ถ้าหากว่าท่านได้อยู่ในห้องกรรมาธิการ ท่านจะมีข้อสอบถามมากกว่านี้เยอะเลยครับ ถึงได้กราบเรียนตอบท่านสมาชิก ขออภัยเอ่ยนาม ท่านวิชาญไปครั้งหนึ่งแล้วว่าได้มอบหมายหลายเรื่องทีเดียวครับ ต้องไปปรับปรุง กรณีที่ ๑ มันมีปัญหาเรื่องของการนับเวลาของพระราชกฤษฎีกาว่า มันนับต่อเนื่องหรือว่าแต่ละฉบับเปึนเอกเทศต่อกัน ผลที่ตามมาคืออะไรครับ ผลที่ตามมา คือว่าถ้าไม่นับต่อเนื่องเปึนเอกเทศต่อกัน การกําหนดราคาเวนคืนต้องนับป้ที่ออก พระราชกฤษฎีกา ที่ผ่านมาในอดีตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึนใครที่ได้สอบถาม บอกว่ายึดป้ที่ออกพระราชกฤษฎีกาป้แรกครับ แล้วหลังจากนั้นพระราชกฤษฎีกา แต่ละฉบับจะมีอายุของพระราชกฤษฎีกาอยู่ เมื่อครบอายุก็จะออกฉบับใหม่ แล้วก็ถือว่า เปึนฉบับเดิม ถือว่าเปึนการขยายอายุ แล้วก็ทํากันมาแบบนั้น ผมเองครับเปึนคนตั้ง ข้อสังเกตว่าถ้าจะทําแบบนี้ ต่อไปกฎหมายต้องเขียนให้ชัดเจนนะครับ ถ้าหากว่าเขียน ไม่ชัดเจนมันจะมีปัญหาลักษณะการตีความได้ ซึ่งตรงนี้ก็ได้คําตอบจากเจ้าหน้าที่ว่ารู้สึก ทางกฤษฎีกาเขาตีความว่าต่อเนื่อง แล้วรู้สึกจะมีการโต้แย้ง แล้วคดีอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับคําชี้แจงอย่างนั้น ก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวรอดูสิ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญออกมา อย่างไร เราพูดไว้ก็เขียนเปึนข้อสังเกตไว้เท่านั้นเอง ก็จริงอยู่ครับว่าอย่างไรก็ต้องผูกมัด แต่ในเมื่อ หยิบยกประเด็นนี้มาพิจารณาแล้วตั้งเปึนข้อสังเกต ก็เลยคิดว่าเขียนเอาไว้ว่ากรรมาธิการ ได้เห็นแล้วนะครับ
ส่วนข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องของสัญญา มันก็เปึนเรื่องน่าแปลกครับ เพราะว่า สัญญาไปเขียนไว้ไม่เหมือนกันว่า อันนี้กรณีตกลงกันได้ แต่อีกอันหนึ่งบอกว่า ตกลงกัน ไม่ได้ แต่ทั้ง ๒ กรณีรับเงินเหมือนกันหมดเลยครับ ผมเองก็ตั้งข้อสงสัยว่าถ้าเขาตกลง ไม่ได้แล้วรับเงินไปโดยเซ็นตกลงว่ารับเงินเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ไม่เคยมาโต้แย้ง มันจะ แปลว่าตกลงไม่ได้ได้อย่างไร ก็กลายเปึนว่าทางฝ์ายบริหารเขาบอกว่า กรณีนี้สัญญา เขียนว่าตกลงกันไม่ได้ แล้วเจ้าของก็ไม่ติดใจอีกแล้ว แต่เมื่อเขียนว่าตกลงไม่ได้เลยต้องมา ออกเปึนพระราชบัญญัติเวนคืน ทั้ง ๆ ที่ในความเปึนจริงประหนึ่งเหมือนกับว่าพฤติกรรม คือตกลงกันได้หมดแล้ว มันติดตรงที่ว่าหัวสัญญาไปเขียนว่าตกลงได้ กับเขียนอีกอันว่า ตกลงไม่ได้ ทีนี้เมื่อเปึนอย่างนี้เราก็เลยตั้งข้อสังเกตว่า เอาละ ถ้าคุณจะยืนยันทํากัน แบบนั้น ต่อไปแบบฟอร์มถ้าคุณบอกจะต้องเขียนอย่างนี้ ก็เขียนไว้สักนิดหนึ่งว่า ในกรณีนี้ ทางสํานักงานที่ดินเขาก็บอกว่าเขาจะโอนให้ได้ แต่ขอให้เขียนอย่างนี้ไว้หน่อยจะได้ ไม่ต้องมาเวนคืน กรรมาธิการก็คิดว่าในเมื่อทางปฏิบัติทํากันมาแบบนั้น แต่กรรมาธิการ เห็นว่าทั้ง ๒ แบบ ถือว่ามันน่าจะตกลงกันได้ทั้งคู่นะ แต่ทําไมหัวไปเขียนไม่เหมือนกัน เท่านั้นเองละครับ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ก็เลยคิดว่าเมื่ออย่างนั้น ขณะนี้เสียเวลา ประชุมมานานมากนะครับ ก็เลยคิดว่ามอบเปึนข้อสังเกตว่าให้ไปแก้ไขเสียโอกาสหน้า อย่าให้มีอีก เพราะว่าเราเห็นว่ามันก็น่าจะเปึนเรื่องที่พอจะเอาตรงนั้นละครับไปโอน โดยถือว่าเจ้าของเดิมที่มารับเงินไปแล้วเขายินยอมได้แล้วเหมือนกัน ทีนี้ทางกรมที่ดิน สํานักงานที่เกี่ยวข้องบอกว่าให้กําชับไว้สักนิดหนึ่ง จะได้เอาตรงนั้นไปทํา จะได้ไม่ต้องมา เวนคืนครับ อันนี้ก็คือเหตุผลว่าให้ใส่ไว้เปึนข้อสังเกตไว้เพื่อประกอบความชัดเจนในทาง ปฏิบัติของฝ์ายปฏิบัติ ซึ่งจะรับแนวทางไปแก้ไขต่อไปครับ
ขอบคุณท่านพีระพันธุ์ครับ ต่อไปจะเปึนการลงมติให้ความเห็นชอบข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ ขอเชิญท่านสมาชิกกดปุ์มแสดงตนด้วยนะครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อให้ความเห็นชอบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญด้วยครับ เข้ามาแล้วก็กดปุ์มแสดงตนได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ส่งผลการแสดงตนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๔๔ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะถามมติครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียง กดปุ์ม งดออกเสียง ครับ ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมติครับ ขอผลการลงมติครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุม แห่งนี้มีมติเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เปึนอันว่าเราจบ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างรถไฟฟัาของกรุงเทพมหานคร นะครับ ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านครับ
ต่อไประเบียบวาระที่ ๔.๖ เปึนเรื่อง ร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ยกร่างได้พิจารณาเสร็จแล้วนะครับ
แต่ก่อนที่จะมีการพิจารณากัน ผมขอหารือที่ประชุมครับว่า สภาพิจารณา รายงานของคณะกรรมาธิการแล้ว ถือว่าจบการพิจารณา หากจะให้ร่างข้อบังคับมีผลใช้ บังคับตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๓ เกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทาง การเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องมีการเสนอเปึนญัตติและมีผู้รับรอง ๒๐ ท่าน แต่เนื่องจากข้อบังคับการประชุมสภามิได้กําหนดวิธีพิจารณาเกี่ยวกับร่างข้อบังคับว่าด้วย ประมวลจริยธรรมไว้ ผมขอเรียนหารือที่ประชุมอย่างนี้นะครับ จะขอนําข้อบังคับ ข้อ ๑๗๘ เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของการประชุมสภามาใช้บังคับ โดยให้นําข้อบังคับ ว่าด้วยการเสนอและการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งจะต้องใช้ เวลาพอสมควรนะครับ ทีนี้เพื่อให้ร่างข้อบังคับมีผลบังคับใช้โดยเร็ว ผมเห็นสมควรให้ กําหนดวิธีการดําเนินการดังนี้นะครับ
๑. การพิจารณาร่างข้อบังคับให้กระทําเปึน ๓ วาระตามลําดับเช่นเดียวกับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโดยทั่วไป
๒. ในวาระที่หนึ่ง ขั้นรับหลักการ ก็ให้คณะกรรมาธิการเปึนผู้เสนอรายงาน ต่อที่ประชุม แล้วก็เป่ดให้สมาชิกได้อภิปราย
๓. เมื่อที่ประชุมลงมติรับหลักการแล้ว ก็ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อกําหนดเวลาการแปรญัตติ หรือจะพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการเต็มสภา ก็แล้วแต่มติของที่ประชุมนะครับ
ท่านสมาชิกมีความคิดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีก็ดําเนินการตามนี้ครับ
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ขอเชิญคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ คุณหญิง ดอกเตอร์กัลยา โสภณพนิช แถลงต่อที่ประชุมด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๘ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการค่ะ ตามที่ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๓๖ คน เพื่อพิจารณาร่าง ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ให้เสร็จภายใน ๖๐ วัน และคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวล จริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ได้ขอขยายเวลา พิจารณาศึกษาออกไปอีก ๖๐ วัน ซึ่งคณะกรรมาธิการประกอบด้วยสมาชิกกรรมาธิการ ๓๖ คนนะคะ ดิฉันเปึนรองประธานค่ะ บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ยกร่างข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... เสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรดนําเสนอที่ประชุมสภาพิจารณาต่อไป พร้อมนี้ได้ นําเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญมาด้วย พร้อมกับตารางเปรียบเทียบ ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๒ กับร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ของคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ค่ะ จึงกราบเรียนมาค่ะท่านประธาน
ขอบคุณคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ครับ ขอเชิญคุณขจิตร ชัยนิคม ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการ เปึนเรื่องที่รัฐธรรมนูญให้ความสําคัญมาก เปึนหมวด ๆ หนึ่งในรัฐธรรมนูญ แล้วท่านกรรมาธิการก็ไปร่างกันแล้วก็ขยายเวลา แต่ผมมาดูข้อประมวลจริยธรรมทั้งหมด ที่ท่านร่างมาแล้ว มันไม่ใช่ประมวลจริยธรรม มันจะเปึนเรื่องของการประมวลคุณธรรม เพราะแต่ละข้อที่เขียนเปึนเรื่องของนามธรรม เปึนเรื่องใหญ่ อันนี้ข้อสังเกตอันที่ ๑ ท่านประธานครับ เพื่อที่จะให้ได้รายละเอียด ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายเปึน หมวดแล้วก็เปึนส่วน เพราะว่าถ้าอภิปรายทีละข้อจะใช้เวลานานมาก
ในส่วนที่ ๑ ครับ ในส่วนที่ ๑ นั้นกรรมาธิการได้กําหนดเรื่องอุดมคติหรือ อุดมการณ์ของสมาชิกและกรรมาธิการ มีจากข้อ ๕ ไปจนถึงข้อ ๑๑ ผมถามกรรมาธิการ ว่าท่านเขียนร่างมาทั้ง ๑๑ ข้อ จากข้อ ๕ ไปถึงข้อ ๑๑ ท่านเขียนแล้วท่านไปนึกดู ท่านมั่นใจหรือว่าจะทําได้ ถ้าเขียนอุดมการณ์ไว้สูงเกินไปปฏิบัติไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่าง อย่างในข้อที่ ๘ ท่านทําได้หรือครับ ท่านบอกว่า สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องกล้ายืนหยัดทําในสิ่งที่ถูกต้องและเปึนธรรม ยึดมั่น หลักการในการปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากอคติ และไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามอิทธิพลใด ๆ ที่เขียนไว้นี่กล้าหาญมากนะครับ แล้วสิ่งที่ปรากฏมาในอดีตใกล้ ๆ นี่ท่านกล้าหรือครับ มีคนมาชุมนุมข้างหน้านี้ท่านก็ย้ายที่ประชุมไปแล้ว ท่านกล้าข้อนี้ท่านทําได้ไหมครับ ถ้าทําไม่ได้อย่าเขียนนะครับ เพราะว่าเขียนแล้วมันมีผลต่อการปฏิบัติต่ออุดมการณ์ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเวลานี้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาความเห็นเรา แตกต่างกันมากในการตีความในการประชุม เลยเถิดไปจนกระทั่งตีความไปว่า ประชุม ที่ใดก็ได้ ท่านประธานครับ เรากําลังทําหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องนิติบัญญัติใช่ไหมครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนต้องทําหน้าที่ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใครขึ้นมาสังเกตดูการประชุมข้างบนโน้น เราต้องมีตํารวจสภา ไปควบคุมใช่ไหมครับ นั่งไขว่ห้างไม่ได้ ต้องแสดงความเคารพโดยเคร่งครัด แล้วท่านยังไป ประชุมนอกรัฐสภา แล้วพากันตีความว่าถูกต้องเฉยเลย แล้วถ้าอุปมาแล้วเปรียบเทียบกับ การทํางานของศาล เห็นชัดเจนครับ ศาลจะย้ายที่พิพากษาได้ไหมครับ เพราะฉะนั้นผมจึง กราบเรียนท่านว่า หมวดนี้ท่านเขียนไว้ท่านต้องระมัดระวังครับ ถ้าไม่แน่ใจท่านต้อง เปลี่ยนแปลงครับ มีหลายข้อครับ มีหลายข้อมากที่ท่านเขียนอุดมการณ์ แต่เวลาท่านทํา ท่านทําไม่ได้ เช่น ท่านบอกว่าท่านจะยึดประโยชน์ของประชาชนเปึนสิ่งที่สูงสุด ด้วยความเคารพครับผ่านไปเมื่อวานนี้ เรื่องสําคัญอย่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ท่านก็ใช้เสียงข้างมากเอาเรื่องข้อบังคับขึ้นมา มีความสําคัญกว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครับ ผลประโยชน์ประชาชนสูงสุดอยู่ตรงไหนครับ เพราะฉะนั้นข้อนี้ผมถามย้ําไปยังกรรมาธิการว่า ท่านเขียนด้วยความเพลิดเพลินหรือเขียน ด้วยการไปดูอันเก่าแล้วเขียนตามไป หรือว่าท่านมีเหตุผลอะไรถึงเขียนมาแบบนี้ มันปฏิบัติไม่ได้นะครับ
ส่วนที่ ๒ เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการ ท่านก็บอกเขียนไว้เปึนเรื่องอุดมการณ์ เวลาท่านทําท่านบอกประโยชน์ ประชาชนสูงสุด ของประเทศชาติสูงสุด ผมไม่แน่ใจครับ ถ้าท่านเขียนเปึนเชิงพฤติกรรมได้ ก็จะดีมากนะครับ ในหมวดนี้ผมขออนุญาตพูดถึงเท่านี้ครับ
แล้วก็ขออนุญาตผ่านไปหมวดที่เปึนเรื่องจริยธรรมในการดํารงตน ข้อ ๒๗ เขียนเลยครับ เขียนบอกว่า ท่านจักต้องให้เกียรติและเคารพต่อสถานที่และบริเวณรัฐสภา แล้วเวลาท่านไม่ประชุมในนี้ท่านย้ายไปที่อื่น บริเวณไหนล่ะครับเปึนบริเวณรัฐสภา ท่านจะให้ความเคารพตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นเขียนต้องดูความเปึนจริงไปด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องถามกรรมาธิการ หมวด ๒ การควบคุมให้เปึนไปตามจริยธรรม ท่านเขียนบอกว่า ข้อ ๓๖ ให้มีคณะกรรมการ คณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ท่านเขียนบอก ให้ประกอบ ไปด้วยประธานสภาผู้แทนราษฎรเปึนประธานโดยตําแหน่ง กรรมการอื่นซึ่ง สภาผู้แทนราษฎรเลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองที่มีอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎรพรรคละหนึ่งคน แล้วท่านก็จบไปเฉย ๆ ท่านประธานครับ วิธีคิดของท่านก็คือว่า ถ้าสภาแห่งนี้ พรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกอยู่แค่ ๒ ท่าน ท่านก็ให้เปึนกรรมการประมวลจริยธรรม ๑ คน แล้วพรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่งมีสมาชิก อยู่ ๒๐๐ ท่าน ท่านก็ให้เปึนกรรมการประมวลจริยธรรม ก็ ๑ ท่านเหมือนกัน ท่านเอา วิธีการอะไรมาคิดครับ ผมว่าไม่ถูกต้อง ถ้ากลับไปดูประมวลจริยธรรมเดิมนะครับ เขายัง เขียนไว้ก็พอจะรับได้นะครับ เพราะว่ามีการกระจายตามพรรค พรรคละ ๑ คน เสร็จแล้วก็ เลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภาพรรคละหนึ่ง และจํานวนที่เหลือให้พิจารณาตามสัดส่วนของจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละ พรรคการเมืองที่อยู่ในสภาจนครบ ร่างเดิมยังมีความสมบูรณ์กว่านะครับ แล้วท่าน มีเหตุผลอะไรไปตัด แล้วก็ไม่มีความสมบูรณ์เลย หลักการที่ไหน ๆ นะครับ ตอนนี้ คณะกรรมการเขาก็พัฒนาไปนานแล้ว ไม่ใช่เขียนแบบง่าย ๆ แบบนี้ ว่าพรรคไหนมีอยู่ใน สภาก็เอา ๑ คน เท่ากัน ๆ แล้วพรรคมี ๒ คน กับพรรคมี ๒๐๐ คน ท่านให้มีกรรมการ ไปเปึนตัวแทนเท่ากัน ถ้าพูดถึงหลักอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้นละครับ นอกจากการกระจายให้ ทั่วถึง ก็เปึนหลักการเบื้องต้นที่ทําง่ายมาก อันนี้อย่างน้อยก็ต้องเอาข้อเดิมครับ ก็คือ กระจายไปตามพรรคการเมืองที่มีจํานวนตามสัดส่วน เสร็จแล้วท่านไม่อยากให้คนอื่นมายุ่ง ผมก็ไม่ว่าครับ แต่ว่าถ้าท่านจะบอกว่าให้ผู้ชํานาญหรืออะไรต่าง ๆ ก็พอจะรับกันได้ แต่ว่า ถ้าเอาพรรคละ ๑ คน หลักการอย่างนี้รับไม่ได้หรอกครับหลักการอันนี้ เพราะว่ามันผิด หลักอะไรทั้งหมดเลย การที่บอกว่าคน ๒๐๐ คนนี่มีสิทธิเท่าคน ๒ คนนี่ใช้ไม่ได้ครับ แต่ละคนนี่เลือกมาโดยราษฎรทั่วประเทศแต่ละเขตเลือกตั้ง ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คน ทั้งนั้น แล้วเข้ามาอยู่ ๒๐๐ คน มีตัวแทนในคณะกรรมการประมวลจริยธรรม เวลาจะ ตัดสินเรื่องร้ายแรงสําคัญคือจริยธรรมของนักการเมือง ท่านบอกให้ ๒๐๐ คน ส่งตัวแทน ไป ๑ คน ๒ คน หรือ ๑ คน ให้เปึนตัวแทนเลย ๑ คน อย่างนี้ใช้ไม่ได้ครับ ไม่มีใครเขาทํา กันแล้ว กรรมการระดับตําบล ระดับโรงเรียนเขาก็ไม่ทํากันแล้วอยู่ในสถานศึกษา เพราะฉะนั้นเขียนง่าย ๆ อย่างนี้ไม่ได้หรอกครับ ต้องนําไปแก้ไข ท่านใดที่จะเปึน กรรมาธิการก็รับไปแก้ไขด้วยนะครับ ท่านประธานครับ อย่าลืมว่าประมวลจริยธรรมนี้ รัฐธรรมนูญให้ความสําคัญมาก ซึ่งท่านก็อ้างอีกครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๔ ก็ว่าด้วย อํานาจการตรา พอมาตรา ๒๗๙ ก็ว่าด้วยกระบวนการใช้ที่มีประสิทธิภาพ ผมดูแล้ว มันไม่มีตรงไหนในประมวลจริยธรรมที่เขียนมาว่าการใช้จะมีคุณภาพ ประสิทธิภาพตามที่ กําหนดไว้ในหลักการของรัฐธรรมนูญ อย่าลืมว่าเราทําประมวลจริยธรรมเราต้องได้รับ การตรวจสอบจากผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยที่กําหนดไว้ในมาตรา ๒๘๐ เราต้องทําให้มี มาตรฐานแล้วดูปฏิบัติได้ ถ้าท่านเขียนอะไรที่ปฏิบัติไม่ได้ อุดมการณ์สูงส่ง แต่ปฏิบัติ ไม่ได้ พฤติกรรมที่เปึนมาทําไม่ได้ แล้วท่านแน่ใจต่อไปท่านจะทําได้ใช่ไหมท่านถึงจะเขียน ท่านไม่หวั่นเกรงอิทธิพลใด ๆ ใช่ไหม ใครใส่เสื้อสีอะไร จํานวนเท่าไร เราจะต้องฝ์าฟัน เข้ามาประชุมในที่แห่งนี้ใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นใช่ รับไปเลย ถ้าไม่ใช่แล้วพากันหนีไปที่อื่น ไม่ต้องเขียน ขอบคุณมากครับ
มีสมาชิกท่านอื่นต้องการอภิปรายไหมครับ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมมีประเด็นที่อยากจะเรียนถามทางกรรมาธิการครับ แล้วก็เพื่อให้ เกิดการตีความในความหมายของข้อบังคับนี้ให้แจ่มชัดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข้อ ๗ ซึ่งมี การเปรียบเทียบของร่างเมื่อป้ ๒๕๔๒ และมีการเปรียบเทียบก่อนการพิจารณาในครั้งนี้ ถ้าท่านกรรมาธิการลองพิจารณาตรงเปรียบเทียบนะครับ ในข้อ ๗ ของป้ ๒๕๔๒ ที่เขียน ไว้ว่า สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องเปึนแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย นี่คือ ข้อ ๗ ของป้ ๒๕๔๒ ขณะเดียวกันข้อ ๗ ของปัจจุบันนี้ที่มีการยกร่างได้เขียนไว้ว่า สมาชิก และกรรมาธิการจักต้องเปึนแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย และปฏิบัติหน้าที่ อย่างเต็มความสามารถด้วยความรับผิดชอบ ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและ ประชาชนเปึนสิ่งสูงสุด โดยที่มีเหตุผลเขียนไว้ว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนและใช้ถ้อยคําที่ เหมาะสมยิ่งขึ้น ในความรู้สึกของผมเองหลังจากได้อ่านข้อ ๗ แล้วก็มีการเพิ่มเติมตาม ร่างปัจจุบันนี้แล้ว กําลังชี้ให้เห็นว่าสมาชิกจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ด้วยความรับผิดชอบ คําถามที่ผมจะถามคณะกรรมาธิการมีอยู่ว่า การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี่มาร่วมประชุมที่สภาผู้แทนราษฎรด้วยการลงชื่อ ณ หน้าห้องประชุม การร่วมลงชื่อหน้าห้องประชุมเฉย ๆ หมายถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่าง เต็มความสามารถหรือไม่ หรือว่าการที่มาลงชื่อเฉย ๆ นั้นจะต้องเข้าร่วมห้องประชุมด้วย จะต้องมีการเสียบบัตรแสดงให้เห็นว่าวันนี้เข้าร่วมประชุมจริง ๆ ผมอยากจะเห็น ความชัดเจนว่า คําว่า ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ให้ท่านช่วยชี้ให้เห็นภาพให้ชัดเจนว่า มันคืออะไรกันแน่ เพราะว่าขณะนี้มันมีภาพที่ชัดครับ ท่านประธานคงจะทราบดีว่า ท่านสมาชิกมาร่วมลงชื่อที่หน้าห้องประชุม แต่มีสมาชิกจํานวนไม่น้อย ผมเชื่อว่าวันหนึ่ง ไม่ต่ํากว่า ๕๐ – ๖๐ คน หลังจากลงชื่อแล้วไม่เข้าร่วมประชุม และถือว่าปฏิบัติหน้าที่ อย่างเต็มที่หรือไม่ ขอให้ทางกรรมาธิการได้ชี้แจงความแตกต่างอย่างนี้ให้เกิดความชัดเจน กับสมาชิกด้วยครับ เพราะมันหมายถึงอนาคต ท่านประธานครับ เพราะในอนาคตถ้าเกิด เพื่อนสมาชิกมาลงชื่อเฉย ๆ นี่ เวลาวันหนึ่งเรามีการโหวตหลายครั้ง มีสมาชิกจํานวน ไม่น้อยที่ไม่โหวต ไม่ร่วมแสดงอะไรเลยในการแสดงตนว่าเข้าร่วมประชุม ถ้าเกิด คณะกรรมาธิการชี้แจงว่าอย่างนี้ถือว่าไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ก็เท่ากับว่า ขัดประมวลจริยธรรมและอาจจะมีผลกระทบหรือว่าถูกลงโทษในอนาคตต่อไป ขอความ ชัดเจนอย่างนี้นะครับ ขอบคุณครับ
ท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับร่างรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการ พ.ศ. .... ผมคิดว่าหลักการโดยทั่วไปนั้นเปึนเรื่องของสิ่งที่เราเคยมีอยู่แล้ว และคณะกรรมาธิการชุดใหม่ก็มาดําเนินการปรับปรุงในบางส่วนบางข้อเพื่อให้มีความ รัดกุมมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่เปึนปัญหาทางหลักการที่ผมจะต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า รัฐสภาแห่งนี้เรามีความสับสนมาตลอดระหว่างอะไรคือที่ประชุมรัฐสภา และอะไรคือ รัฐสภา และอะไรบริเวณที่ทําการของรัฐสภา ผมกราบเรียนเรื่องนี้ก็คือว่ามันมีช่วงเวลาที่ เมื่อก่อนนี้เราไม่ค่อยมีปัญหาสําหรับในการใช้สถานที่ ต่อมาเมื่อมีครั้งหนึ่งเราไปใช้ สถานที่แห่งหนึ่งทําการอภิปรายนโยบายรัฐบาล และสิ่งนี้ถูกใช้มาเปึนเงื่อนไข พูดจา ในทางการเมืองอย่างขาดความเข้าใจ ผมกราบเรียนกับท่านประธานไม่ได้ประสงค์ที่จะ โต้แย้ง แล้วก็ไม่ประสงค์ที่จะให้เปึนประเด็นต้องถกเถียงกันมากมายนัก แต่ที่ผมต้อง กราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ก็คือว่าที่นี่คืออะไร ขณะที่ที่เรากําลังยืนพูดและกําลัง ประชุมกันอยู่นี้ ตรงนี้ไม่ใช่รัฐสภาครับ ตรงนี้เปึนห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเรามีการประชุมเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร และเมื่อมีการประชุมร่วมกันของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ห้องนี้ก็กลายเปึนที่ประชุมของรัฐสภา ห้องประชุมกับรัฐสภานั้นคนละเรื่องกันแน่นอนครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๘ บัญญัติ ชัดเจนครับบอกไว้เลยว่า รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รัฐสภาจะ ประชุมร่วมกันหรือแยกกันย่อมเปึนไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ นี่เปึนสิ่งที่เขา บอกว่าเรื่องที่จะประชุมไม่ประชุม เรื่องที่ประชุมแยกหรือประชุมร่วมกันเปึนเรื่องที่เราคิดเอง ไม่ได้ อยากเองไม่ได้ นึกเอาเองไม่ได้ เปึนเรื่องที่เปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่ผมต้องกราบเรียนเรื่องนี้ก็เพราะว่าในข้อ ๒๗ ส่วนที่ ๓ ข้อ ๒๗ บอกไว้อย่างนี้ครับ บอกว่า สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อยตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ให้เกียรติและเคารพต่อสถานที่และบริเวณรัฐสภา ตลอดจนที่ประชุม และสํารวมกิริยาวาจาในบริเวณรัฐสภา ผมอยากกราบเรียนกับท่านประธานว่า บริเวณรัฐสภาไม่มีครับ รัฐสภาคือที่ประชุมร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิก วุฒิสภา เพราะฉะนั้นที่ประชุมร่วมกันจึงเปึนรัฐสภาไม่ใช่สถานที่เปึนรัฐสภา บริเวณที่เรา อยู่ตรงนี้ตั้งแต่พระที่นั่งอนันตสมาคมมาเปึนบริเวณเขตพระราชฐานถูกต้องครับ ในบริเวณ เขตพระราชฐานนี้ถูกใช้เปึนสํานักงานของเลขาธิการรัฐสภา เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา มันจะเปึนรัฐสภาเมื่อไรครับ มันเปึนรัฐสภาต่อเมื่อคุณได้ประชุม ร่วมกันจึงจะเปึนรัฐสภา เพราะฉะนั้นบริเวณรัฐสภาไม่มี มันจึงมีแต่บริเวณ ที่ทําการรัฐสภามันถึงจะเปึนบริเวณที่จะทําได้ ขณะนี้เรากําลังไปก่อสร้างที่แห่งใหม่ ตรงนี้ เรียกว่าอะไรครับ ไม่ได้ไปสร้างรัฐสภาแห่งใหม่นะท่านครับ ไปสร้างที่ทําการรัฐสภา แห่งใหม่ ถ้าเข้าใจอย่างนี้ ข้อบังคับทางจริยธรรมตรงนี้ผมจึงบอกว่าที่เราใช้คําว่า ให้เกียรติและเคารพต่อสถานที่ ถูกต้องครับ ต้องให้เกียรติและเคารพต่อสถานที่และ บริเวณรัฐสภาจึงต้องไปใช้คําว่า ให้เกียรติและเคารพต่อสถานที่และบริเวณที่ทําการ รัฐสภา ตลอดจนในที่ประชุมและสํารวมกิริยาวาจาในบริเวณที่ทําการรัฐสภา นี่เปึน ข้อความที่น่าจะถูกต้อง ก็ผมบอกท่านประธานครับว่า ที่ประชุมรัฐสภานั้นไม่ได้ต้องเปึน ที่ประชุมที่ใดที่หนึ่งที่ตายตัว ถ้าที่ประชุมตรงไหนถูกกําหนดให้เปึนการประชุมร่วมของ สมาชิกวุฒิสภากับสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันแล้วละก็นั่นเปึนการประชุมสภา ประชุมที่ไหน ก็เปึนรัฐสภา ผมสมมุติว่าคืนนี้ท่านครับอาคารนี้มันถล่มลงมาครับ สถานที่ตรงนี้ใช้ไม่ได้ และเราแยกย้ายกันไปประชุมที่พระที่นั่งอนันตสมาคมเปึนประชุมรัฐสภาไหมครับ ถ้าเรา ประชุมร่วม และวันที่เราเป่ดสภาวันแรกเราก็ไม่ได้ประชุมที่นี่ เราประชุมกันที่ พระที่นั่งอนันตสมาคม เสด็จด้วย บางครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ บางครั้ง พระราชทานให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จ ที่ตรงนั้นเปึน รัฐสภาไหมครับ เปึน เปึนแล้วถามว่าทําไมเราไม่ประชุมต่อตรงนั้นอีกล่ะครับ นั่นเปึนเรื่อง ของการใช้สถานที่เปึนที่เป่ดสมัยประชุม และเวลาเราจะประชุมที่ไหนก็ไปเลือกเอาที่ ประชุมประชุมได้ เพียงแต่ปกติแล้วเราประชุมกันอยู่ห้องนี้จึงเปึนการประชุมตามปกติ แต่ไม่ได้แปลว่าถ้าไม่ประชุมที่นี้แล้วจึงไม่ใช่เปึนการประชุมรัฐสภา นี่ต้องเปึนข้อความที่ ต้องยืนยันและพูดจากัน ผมเห็นมีการพูดจาเรื่องนี้ แล้วผมก็สงสัยว่าหลายท่านไปเอามา จากไหน อ๋อ ไปเอาเขียนปัายข้างหน้าว่าบริเวณรัฐสภา บริเวณจอดรถสภา อ้ายนี้เขียนผิด โดยสิ้นเชิงเลยครับท่านประธาน ไม่มีบริเวณรัฐสภาครับ มีบริเวณที่ทําการรัฐสภา ผมจึง กราบเรียนว่าถ้าจะต้องไปแก้ไขต้องเติมแบบที่ผมว่า กราบเรียนท่านประธานเพื่อให้ คณะกรรมาธิการไปดําเนินการต่อไปครับ
คุณขจิตร ชัยนิคม ครับ
ขอใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธาน ครับ จากการอภิปรายของท่านผู้มีเกียรติเมื่อสักครู่ได้แสดงความเปึนผู้เชี่ยวชาญ ในการกําหนดความถูกต้องของบุคคลอื่นด้วย ผมยืนยันครับ ความเข้าใจอันนี้ยังไม่มีใคร ยุติว่าใครจะถูกหรือไม่ถูก แต่ความเข้าใจของผมเปึนอย่างนั้น ผมยกตัวอย่างมาแล้ว บริเวณรัฐสภาก็ต้องมี ไม่ใช่พูดไปจนกระทั่งไม่มีบริเวณรัฐสภา มีสิครับ เราจะไปใช้ สถานที่แต่ละแห่งที่ท่านยกไป มันมีประวัติความเปึนมา การเป่ดสภาครั้งแรกมีประวัติ ความเปึนมา ท่านก็รู้ ผมก็รู้ แต่การไปประชุมที่อื่นนอกมันไม่มี ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ผมอภิปรายแสดงความเห็นโดยความรู้ที่ผมมีอยู่ และผมเชื่อมั่นว่าความรู้ที่ผมมี ถูก แล้วก็ อย่าเที่ยวมากล่าวหาว่าผมพูดด้วยความไม่เข้าใจ ผมอธิบายเหตุผลนี่ครับ สถานที่ที่เรา ตกลงกันคือตรงนี้ มันก็คือเปึนตรงนี้ ที่เรายังไม่ตกลงกันเราย้ายไปประชุมที่ไหน ๆ มันจะ เปึนได้อย่างไร ใช่ มันเปึนที่ประชุมของสมาชิกรัฐสภา แต่มันไม่ใช่ห้องประชุมรัฐสภา ที่ทุกคนกําหนดตกลง ผมถามว่าถ้าท่านออกหนังสือประชุมบอกให้มาประชุมที่นี่แล้วท่าน ไปที่อื่นได้ไหม ไม่ได้ท่านต้องมาที่นี่ นี่คือความเข้าใจพื้นฐาน เพราะฉะนั้นเรายังต้องต่อสู้ ทางความคิดอีกนาน ผมเคารพความคิดของท่าน แต่ท่านอย่ามาพูดว่าผมแสดงความเห็น หรือความไม่เข้าใจ ขอความกรุณาพูดกันตรงไปตรงมา เราจะต้องอธิบายกันด้วยเหตุ ด้วยผล ยังรอเวลาการพิสูจน์หลายอย่างครับ ขอบคุณมากครับ
ความจริงความคิดเห็นแตกต่างเปึนเรื่องธรรมดาครับ ผมยังมีข้อเสนอแนะนะครับ เราก็แก้ ข้อบังคับการประชุมสภา แล้วก็เขียนคําจํากัดความให้ชัดเจน แล้วก็อาจจะบอกว่า การประชุมรัฐสภาต้องทําในห้องประชุมอาคารรัฐสภา แต่หากกรณีมีความจําเปึนจะใช้ ห้องประชุมอื่นก็สามารถทําได้อะไรอย่างนี้ครับ คณะกรรมาธิการในป้ถัด ๆ ไปก็ต้อง พิจารณากันดูให้ดีไม่อย่างนั้นมันก็จะโต้แย้งกันทางความคิดอย่างนี้ละครับ ขอเชิญ คุณนิยม เวชกามา ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ครับ กระผมได้ศึกษาในร่างประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการ พ.ศ. .... หลายข้อเปึนเรื่องที่อ่านดูแล้วละเอียดพอสมควร แต่กระผมไปติดใจ ตรงกระบวนการ เพราะว่าในเรื่องข้อบังคับต่าง ๆ ก็เปึนเรื่องที่เขียนไว้อย่างยอดเยี่ยม แต่กระผมไปดูในการควบคุม กระผมกลัวว่ามันจะมีปัญหาในเรื่องการควบคุม ในการ ปฏิบัติให้เปึนไปตามจริยธรรม เพราะเขียนไว้อย่างดี หลายครั้งหลายหนที่กระผมเองเปึน ส.ส. ใหม่เข้ามาสู่สภาแห่งนี้เปึนครั้งแรกก็ป้เศษ ๆ ก็มีนายกรัฐมนตรีอยู่ ๓ คนแล้ว อยู่ทั้ง ฝ์ายค้านและรัฐบาลด้วย เลยกราบเรียนท่านประธานว่าตรงข้อ ๓๖ กระผมเป่ดดูแล้ว กระผมเห็นด้วยกับท่านผู้อภิปรายประเด็นหนึ่งว่า ตรงประเด็นว่าพรรคการเมืองต้องส่ง เปึนตัวแทนพรรคละ ๑ คน กระผมไม่เห็นด้วยตรงนี้ เพราะว่าน่าจะเพิ่ม อาจจะหลายคน ก็ได้ โดยดูสัดส่วนของ ส.ส. ในพรรคด้วย กระผมไม่เห็นด้วยว่าพรรคละ ๑ คน อาจจะ ๒ คน ๓ คน ๔ คน ๕ คนก็แล้วแต่ กระผมอยากให้ดูประเด็นนี้ด้วยว่ามันเปึนไปได้น้อย ขนาดไหน เพราะว่าการควบคุม ส.ส. ในพรรคตัวเอง ถ้าหากยิ่งน้อยปัญหาก็เกิดขึ้น เพราะว่าไม่สามารถดูแลคนในพรรคตัวเองได้ เนื่องจากในพรรคเองก็มีคนหลายกลุ่ม ส.ส. หลายกลุ่ม กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปดูแลให้ทั่วถึงได้ เพราะฉะนั้นพรรค ที่มี ส.ส. จํานวนมากก็น่าจะมีสัดส่วนของกรรมการมากขึ้นอีกประการหนึ่ง อีกข้อหนึ่งคือ ข้อ ๔๐ กระผมขอตั้งข้อสังเกตด้วย ข้อ ๔๐ วรรคสอง บอกว่า ในกรณี ที่คณะกรรมการมีมติว่าเปึนความผิดไม่ร้ายแรง ให้ลงโทษโดยการตักเตือน น่าจะใช้คําว่า ว่ากล่าวตักเตือน ด้วย หรือ ตําหนิ ที่บอกว่าให้เปึนที่ประจักษ์ แล้วรายงานให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทราบ ผมว่าน่าจะบอก โดยวิธีว่า โดยเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรทราบก่อน แล้วจึงรายงานให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ทราบต่อไป
วรรคสามเปึนเรื่อง เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึน ส.ส. ที่ดูแลกัน สภาน่าจะต้องมีบทบาทมากกว่าองค์กรภายนอก เพราะฉะนั้นในส่วนของวรรคสาม ที่บอกว่า ในกรณีคณะกรรมการมีมติว่าเปึนความผิดร้ายแรง ให้ลงโทษโดยการเสนอ ถอดถอนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตามกฎหมายต่อไป น่าจะมีข้อความว่า โดยการเสนอ ถอดถอนต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จึงให้รายงานให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตามกฎหมายต่อไป น่าจะมีเพิ่มตรงนี้เข้าไป เพราะว่าเรื่องของสภา สภาน่าจะมีบทบาทรับรู้ตัว ส.ส. เอง มากกว่าองค์กรอื่น และต้องกล่าวถึงอีกนิดหนึ่งเนื่องจากผมเปึนสมาชิกใหม่เปึน ส.ส. ใหม่ ผมเกรงว่าจะสับสน เพราะฉะนั้นขอพูดถึงท่านอาวุโส ท่านที่อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ว่า เขตแดนของสภาผู้แทนหรือรัฐสภาที่ว่า ผมเปึน ส.ส. ใหม่เลยสงสัยก็สับสนด้วย จริง ๆ ผมเคารพท่าน โดยเคารพท่านมาตลอดเวลา ท่านเปึนนักการเมืองรุ่นเก่าอาวุโส ผมเปึนคนอยู่บ้านนอก แต่ก็ชื่อเสียงท่าน แต่ว่าผมสงสัยอันนี้ต้องขอกราบเรียนทางสภา ว่า เขตแดนน่าจะใช้เขตแดนเดียวกัน เหมือนกับพระอุโบสถหรือโบสถ์ การบวชพระน่าจะ บวชในโบสถ์เท่านั้นครับ ผมไปมองรูปนั้น ไม่น่าจะไปบวชที่ไหนก็ได้ ศาลาวัดอะไรก็ได้ ลักษณะนี้ สภาเปึนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ก็เหมือนโบสถ์ในความคิดผมนะ แต่ว่าท่านว่าไปแล้ว ก็ไม่เปึนไร เรื่องความคิด แต่ว่าผมจะสับสนสักหน่อย เรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ขอบคุณมาก ครับ
คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ผมก็เปึนห่วงคล้าย ๆ กันกับสมาชิก หลายท่านนะครับ โดยเฉพาะในหมวดที่ ๒ ครับ เรื่องการควบคุมให้เปึนไปตามจริยธรรม ท่านกรรมาธิการครับ ท่านดูที่ข้อ ๓๖ นะครับ ในร่างฉบับใหม่นี้ ให้มีคณะกรรมการ คณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยประธาน สภาผู้แทนราษฎรเปึนประธานกรรมการโดยตําแหน่ง และกรรมการอื่นซึ่ง สภาผู้แทนราษฎรเลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองที่มีอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎรพรรคละหนึ่งคน ก็ใช้คํา สภาผู้แทนราษฎร ก็เยอะกันนะครับ แต่ว่าไม่ใช่ สาระสําคัญครับ สาระสําคัญคือ เดิมในป้ ๒๕๔๒ นี่เราจะมีกําหนดไว้ว่าจะต้องมี คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๒๑ คน แต่ว่าของใหม่นี่ไม่มีกําหนด กําหนดว่าถ้าเกิดในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีพรรคการเมืองเข้ามา ๑๐ พรรค รวมทั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรก็เปึน ๑๑ คนที่เปึนคณะกรรมการ ณ วันนี้เรามี พรรคการเมืองกันอยู่ประมาณ ๑๐ พรรค แล้วก็มีประธานอีกหนึ่งก็เปึน ๑๑ คน ก็ถือว่า มีคณะกรรมการที่จะควบคุมให้เปึนไปตามจริยธรรมนี่พอสมควรครับ เพราะเวลา ลงคะแนนเราต้องลงคะแนน ๒ ใน ๓ ในเรื่องความผิด แต่ผมอยากให้ท่านประธาน ย้อนกลับไปบางครั้งบางสมัย พรรคการเมืองบางพรรคอาจจะถูกยุบรวมนะครับ มีการพูด ง่าย ๆ ว่า เคยมีการบอกว่า มีพรรคการเมืองบางพรรคดูดพรรคการเมืองนี้เข้ามาอยู่ร่วม ด้วย รวมเปึนพรรคเดียว เหลือพรรคการเมืองในสภาอาจจะแค่ ๒ พรรคหรือ ๓ พรรค ต่อไปคณะกรรมการชุดนี้มีแค่ ๓ คน เกิดเราวิวัฒนาการขึ้นมาต่อไปว่าพรรคการเมือง ในประเทศไทยมีฝ์ายรัฐบาลกับฝ์ายค้านแค่นั้นก็คือในสภาแห่งนี้มี ๒ พรรค มีกรรมการอีก ๑ ท่าน คือประธานสภาผู้แทนราษฎรเปึน ๓ คน ท่านลองคิดดูนี่คือคณะกรรมการที่ ควบคุมจริยธรรมของ ส.ส. ๔๘๐ คน ผมคิดว่าตรงในเรื่องของจํานวนนะครับ อยากให้ คณะกรรมาธิการได้กําหนดอย่างน้อยไว้ด้วยเพื่อที่ท่านจะได้ง่ายในการให้คณะกรรมการ ได้ทํางานต่อไป
และขอสอบถามข้อ ๓๗ นิดหนึ่งครับ เพื่อความชัดเจน คณะกรรมการจะ พ้นจากตําแหน่งเมื่อ (๖) สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ออก ในการที่ให้คณะกรรมการพ้นจาก ตําแหน่งเนื่องจากเรื่องใดบ้าง และสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ออกโดยวิธีใด เพราะว่า ขณะที่เกิดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทําความผิดนะครับ ผิดข้อบังคับจริยธรรม คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ ถ้าเกิดเห็นว่าเปึนความผิดร้ายแรงต้องส่งให้ผู้ตรวจการ แผ่นดินเปึนผู้ถอดถอน แต่ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรเลยว่าจะเปึนผู้ถอดถอน ผู้ใดหรือจะให้ผู้ใดออก เพราะฉะนั้นผมเลยอยากทราบรายละเอียดข้อนี้ด้วย ก็ขอ สอบถาม ๒ ประเด็นครับ ขอบคุณครับ
คุณสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม สุรเชษฐ์ ชัยโกศล สมาชิกพรรคเพื่อไทย จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้องขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพครับว่าจากที่ท่าน ผู้อาวุโสได้บอกว่าการกําหนดสถานที่ขอบเขตของคําว่า รัฐสภา สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้ อันนี้กระผมด้วยความเคารพนะครับว่าจากประสบการณ์ที่ผมได้มีการเป่ดประชุมเมื่อ วันที่ ๗ (วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑) ซึ่งก็มีเหตุการณ์ที่ทําให้ไม่สามารถเข้ามาประชุมได้ กระผมก็เรียนด้วยความเคารพว่าก็มาด้วยการลงชื่อถูกต้อง แต่อีกกรณีหนึ่งที่มีการเลือก นายกรัฐมนตรีในวันที่ ๒ (วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๑) ก็จะใช้อีกมาตรฐานหนึ่ง ซึ่งกระผม ด้วยความเคารพครับว่ากระผมมารออยู่ใกล้ ๆ นะครับไม่ได้ไปไหน ก็คิดว่าจะต้องมา ประชุมที่นี่ และด้วยประสบการณ์ที่เคยเปึนตั้งแต่นักการเมืองท้องถิ่น การเชิญประชุม ทุกครั้งจะต้องเปึนลายลักษณ์อักษร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชิญเลือกนายกรัฐมนตรีมา บริหารประเทศ กระผมก็เพิ่งเคยเจอนะครับที่ใช้แมสเสจ (Message) ทางโทรศัพท์ และก็ ใช้ระยะเวลาไม่ถึง ๖ ชั่วโมงหรือชั่วโมงต่อชั่วโมงประเมินสถานการณ์ ซึ่งถ้าประมวล จริยธรรม อันนี้มีผลบังคับกระผมว่าน่าจะครอบคลุมถึงการกําหนดบทบาทหน้าที่ของ ผู้ทําหน้าที่ในการประชุมด้วยนะครับ เพราะว่าถ้าเรายังตีความแบบศรีธนญชัยใช้เสียง ข้างมากลากไป ในอดีตกระผมอยู่ฝ์ายรัฐบาลในขณะที่กระผมเปึนสมาชิก พรรคพลังประชาชนเราก็มีเสียงข้างมากครับ แต่เราไม่ใช้วิธีอย่างนี้นะครับ ด้วยความ เคารพครับ เราก็ยังใช้จริยธรรมที่ถูกต้อง แต่กระผมไม่ทราบเหมือนกันว่าในระยะอีก ไม่กี่เดือนเหตุการณ์เกิดเหมือนกัน และกระผมมั่นใจเหลือเกินว่ากระผมก็เดินเข้ามา ประชุม กระผมเดินมาแถลงข่าวก็เห็นนักข่าวอยู่กันครบ แต่ไม่สามารถที่จะเป่ดประชุมได้ ซึ่งกระผมไม่เข้าใจว่าในวันที่ ๒ มีเหตุอะไรที่จะต้องประชุมในวันที่ ๒ เพราะยังมีวันที่ ๓ ที่ ๔ (วันที่ ๓ วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๑) อีก กระผมก็ไม่เข้าใจว่าทําไมจะต้องเร่งรีบประชุม ในวันที่ ๒ เพราะว่าระยะเวลาในการแถลงนโยบายยังมีเวลาเหลืออยู่ กระผมก็อยากจะ เรียนสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่าถ้ายังคิดว่าเราจะไปกําหนดที่ไหนได้ ต่อไปถ้ามีเหตุที่ไป ร่วมสังสรรค์กันที่ไหนก็แล้วแต่ แล้วก็บอกว่าจะประชุม กระผมไม่สามารถที่จะไป ร่วมประชุมได้ และก็ยังบอกว่ามติวันนั้นเปึนมติที่ถูกต้อง เอาง่าย ๆ เลยครับ ถามเจ้าหน้าที่ผู้ทรงเกียรติที่ทําหน้าที่รับราชการในที่สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า วันนั้นได้มีการเซ็นชื่อถูกต้องหรือเปล่า วันนั้นมีการเช็กองค์ประชุมหรือเปล่า การแถลง นโยบายในวันนั้นทําอย่างร้อนรนครับ กระผมไปดูในทีวี เอ้า ไปโผล่ที่กระทรวง การต่างประเทศ กระผมแทนที่จะได้ซักถามถึงนโยบายต่าง ๆ ว่ามีอะไรที่จะเปึนประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนบ้าง วันนั้นเราเสียสิทธินะครับ การจํากัดสิทธิของผู้ที่มาทําหน้าที่ ผู้แทนราษฎรนี่กระผมถือว่าเปึนจริยธรรมที่บกพร่องหรือเปล่า เพราะฉะนั้นวันนี้นะครับ ประมวลจริยธรรมเข้ามาสู่สภาก็อยากจะให้ติงไว้เปึนข้อสังเกตครับว่า ด้วยศักดิ์ศรีแห่ง ผู้แทนราษฎร ซึ่งทั่วโลกนะครับเขาใช้สถานที่รัฐสภาอันทรงเกียรติเปึนสถานที่บริหาร ประเทศ ไม่ใช่ว่าจะนึกใช้ห้องประชุมกระทรวงการต่างประเทศก็สามารถแถลงนโยบาย ของนายกรัฐมนตรีได้ ต่อไปถ้าท่านไปในที่อโคจรละครับ ไปในที่ที่ไม่ถูกต้องละครับ แล้วก็ บอกว่าที่นั่นเปึนที่ประชุม ถ้ายังทําอย่างนั้น จริยธรรมของผู้ที่ทําหน้าที่สามารถที่จะตอบ สังคมได้ไหมครับว่า สถานที่แห่งนั้นเปึนจริยธรรมที่บกพร่อง เพราะฉะนั้นกระผมไม่ว่า นะครับว่าท่านทําถูกหรือทําผิด เพราะว่ากระผมไม่มีสิทธิครับ เพราะสิทธิของท่านกับสิทธิ ของผมก็ ๑ เสียงเท่ากัน แต่ประชาชนที่รับทราบ รับฟัง รับรู้เหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทั่วโลกเขามองอยู่ครับว่าประเทศไทยของเราวันนี้เกิดอะไรขึ้น รัฐสภาอันทรงเกียรติ กระผมเปึนผู้แทนราษฎรนะครับ กระผมดีใจครับว่ามาประชุม แต่วันนี้นะครับศักดิ์ศรีของ ผู้ที่ได้เปึนนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย กระผมว่านายก อบต. (องค์การบริหารส่วน ตําบล) ยังขลังกว่าเลยครับ เขายังมีที่ประชุม ไม่ต้องระหกระเหเร่ร่อน ด้วยความเคารพ ครับ ขอบคุณครับ
ประท้วงท่านประธานครับ
คุณสมบูรณ์ ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรังครับ ผมคิดว่า เปึนคําพูดที่น่าจะถอนนะครับท่านประธาน เพราะว่าในการแถลงนโยบายหรือ การดํารงตําแหน่งของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มาด้วยความถูกต้อง ชอบธรรม มีการเลือกกันในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ และการแถลงนโยบายก็ถูกต้องตาม รัฐธรรมนูญ และการไปแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศก็เปึนคําสั่ง ของประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นในการที่ท่านเสียดสี ดูหมิ่นนายกรัฐมนตรี ผมถือว่าท่านไม่ให้เกียรติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นขอให้ถอนด้วยครับ
ขอให้ถอนคําพูดตรงไหนครับ ขอชัด ๆ อีกครั้งครับ
ที่ว่านายกรัฐมนตรีไม่ชอบธรรมครับ และก็เปึนนายก อบต. ยังดีกว่าครับ
ผมขอวินิจฉัยนะครับคุณสุรเชษฐ์ครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ คํานี้ก็ถือว่าเปึนการเสียดสี นะครับ ทําให้ผู้อื่นเสียหาย ก็ต้องขอความกรุณาคุณสุรเชษฐ์ถอนคําพูดด้วยครับ ที่บอกว่า เปึนนายกรัฐมนตรีไม่ชอบธรรม เปึนนายก อบต. ยังดีกว่านะครับ ขอให้ถอนคําพูด ด้วยครับ
ท่านครับ อันนี้เสียดสี ตรงไหนครับ เพราะว่านายก อบต. นี่เวลาเขาเลือกตั้ง เขาแถลงอะไร เขาทํา
ผมได้วินิจฉัยนะครับว่า เปึนคําที่ผู้ฟัง ๆ แล้วทําให้เข้าใจผิด ทําให้ผู้ที่มีชื่อถูกพาดพิง เสียหายได้ครับ ได้วินิจฉัยแล้วครับ ขอให้ถอนคําพูดด้วยครับ
ขออนุญาตครับท่าน เมื่อสักครู่นายกรัฐมนตรีหรือเปล่าครับที่ขึ้นมาประท้วง
ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้นะครับ คุณสุรเชษฐ์ทราบดีนะครับ แต่ผู้ประท้วงในฐานะที่เห็นว่าทําให้ผู้อื่นเสียหายนะครับ มีสิทธิประท้วงได้ ขอเชิญ คุณสุรเชษฐ์ถอนคําพูดครับ คําที่ว่า นายกรัฐมนตรีไม่ชอบธรรม เปึนนายก อบต. ยังดีกว่า ขอเชิญถอนนะครับ
ก็ถอนว่า นายกรัฐมนตรี ที่เลือกในสภาถือว่ามีเกียรติ แต่ถ้าที่เลือกมาแล้วไม่ได้แถลงในสภา ผมก็ถือว่าอยู่ที่ พี่น้องประชาชนตัดสินใจ ที่บอกว่าเปึนนายก อบต.
ตกลงถอนคําพูดหรือเปล่าครับ ต้องถอนคําพูดก่อนนะครับ
ผมว่า อบต. ดีกว่าครับ เพราะ อบต. เขามีที่ทํางาน
ท่านประธานครับ
ไม่ต้องประท้วงนะครับ ผมกําลังวินิจฉัยอยู่ครับ กําลังบอกให้คุณสุรเชษฐ์ถอนคําพูด นะครับ ขอให้ถอนคําพูดก่อนครับ
กราบขอบคุณท่านประธาน ครับ ถอนก็ได้ครับว่า เปึนนายก อบต. มีเกียรติกว่า เปึนนายก อบต. มีความเท่ห์กว่า แล้วกันครับ ขอบคุณครับ
ผมต้องขอร้องท่านสมาชิกทุกฝ์ายนะครับ เรากําลังพิจารณากันเรื่องประมวลจริยธรรม ก็ต้องเรียนนะครับ ขอทุกท่านนั่งลงก่อนนะครับ ความจริงประมวลจริยธรรมไม่ต้องร่าง ก็ได้ครับ หรือร่างมาไม่ต้องยาว มันอยู่ที่ความประพฤติหรือการปฏิบัติของพวกเราเอง ศักดิ์ศรีของพวกเราอยู่ตรงนี้นะครับ ประมวลจริยธรรมนี่ครับมีเจตนารมณ์เพื่อจะยกระดับ คุณภาพการอภิปรายของพวกเราในสภาผู้แทนราษฎร ยกระดับการทํางานของเรา ในคณะกรรมาธิการทั้งหลาย เพราะฉะนั้นต้องขอความกรุณาทั้ง ๒ ฝ์ายครับ กรุณาพูด เรื่องในประเด็นที่เรากําลังจะอภิปรายนะครับ ไม่เกิดประโยชน์ครับ ประชาชนเขาฟังอยู่ ต้องขอความกรุณาไม่ต้องประท้วงแล้วนะครับ เพราะว่าผู้พูดได้ถอนคําพูดไปแล้ว ขอเชิญ ท่านนายแพทย์อลงกต หรือเปล่าครับ ผมเห็นไม่ถนัดนะครับ เชิญครับด้านหลังครับ คุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี นะครับ
ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี นะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณ ท่านประธานนะครับ ผมพูดในประเด็นนะครับ เรื่องจริยธรรมของนักการเมืองนี่เปึนหน้าที่ ต้องมาประชุมสภานะครับ คือผมเข้าใจนะครับบ้านเมืองเรามันมีการขัดแย้งกันอยู่ก็อยาก ให้สมาชิกทั้งสองฝ์ายนะครับว่า อย่างที่ท่านประธานบอกว่า จริยธรรมไม่ต้องร่างก็ได้ มันเปึนหน้าที่ของเราอยู่แล้ว ต้องมาประชุมสภา คือเหตุการณ์ต่าง ๆ นี่ผมก็ดูในข้อที่ร่าง มานะครับ หมวดที่ ๑ นะครับ ส่วนที่ ๑ สมาชิกและกรรมาธิการต้องเปึนแบบอย่างที่ดีและ จงรักภักดีและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข แค่ข้อนี้ข้อเดียว ก็คือเปึนสัญลักษณ์ของจริยธรรมของนักการเมืองแล้วครับ
ทีนี้ผมอยากจะถามส่วนที่ ๒ นะครับที่สงสัยอยู่ครับว่า ข้อ ๓๑ นะครับ สมาชิกและกรรมาธิการต้องไม่ยินยอมให้บุคคลในครอบครัว หรือผู้อื่นใช้ตําแหน่งหน้าที่ ของตนโดยมิชอบนะครับ อันนี้มันครอบคลุมมากเกินไปครับ บางครั้งนี่เราไม่ได้ใช้ครับ บางทีภริยาเราไปทอดผ้าแทนนี่ครับ หรือไปงานแทนนี่ มันผิดจริยธรรมหรือเปล่า นะครับ มันเปึนการเขียนที่อันตรายสําหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บางครั้งไม่ว่าง เขาแอบอ้างหรือตัวแทนนี่นะครับ แล้วข้อ ๓๓ นะครับ สมาชิกและกรรมาธิการต้องไม่นํา ความลับของราชการไปใช้เพื่อประโยชน์แก่ตนเอง หรือผู้อื่นโดยทุจริต ถ้ามีข้อนี้ ก็ไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้เลย เพราะว่าการจะตรวจสอบรัฐบาลว่าทําผิดหรือไม่ ฝ์ายบริหารนี่แล้วจะเอาความลับมาจากไหนล่ะครับ ก็ผิดอีก เพราะฉะนั้นไม่ต้องมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้ตรวจสอบรัฐบาลเสียดีกว่า ถ้ามีข้อนี้อยู่นะครับ เพราะ ความลับถึงจะรู้ความจริง ถ้าเราไม่ให้ความลับมา เราจะตรวจสอบฝ์ายบริหารอย่างไร ล่ะครับ นะครับ ข้อ ๓๔ สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องไม่เรียกรับของขวัญ ของกํานัล สิทธิประโยชน์ หรือประโยชน์อื่นใด อันเกิดหรืออาจจะเกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของตน และจะต้องดูแลให้คู่สมรสและบุคคลในครอบครัวปฏิบัติเช่นเดียวกันได้ ไปถึงครอบครัว เลย แล้วบางครั้งครับ เราจะรู้หรือครับว่าคนเอาอะไรมาให้ครอบครัวเรา ภริยาเรา ลูกเรา หลานเรา วันเกิด เราก็ผิดอีก แปลว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี่จะทําอะไรไม่ได้เลย คือ นั่งอย่างเดียวพูดอะไรก็ไม่ได้ ญาติพี่น้องทําอะไรก็ไม่ได้ ผมว่าเขียนแล้วมันจะทําให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทํางานลําบากแค่มาตรา ๒๖๖ นี่ก็ลําบากอยู่แล้ว และมาเจอ ประมวลจริยธรรมอีก ผมอยากให้คณะกรรมการชุดนี้นะครับไตร่ตรองให้เยอะนะครับ หมวดที่ ๒ ข้อ ๓๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยประธานสภาผู้แทนราษฎรเปึนประธานกรรมการโดย ตําแหน่งและกรรมการอื่น ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกจากสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรพรรคละหนึ่งคน อันนี้ยิ่ง เปึนไปไม่ได้เลย เพราะว่าถ้ามี ๗ พรรค พรรครัฐบาล ๕ พรรค พรรคฝ์ายค้าน ๒ พรรค แล้วใครจะชนะล่ะครับ
ต่อไปนะครับ ผมพูดถึงข้อ ๔๐ นะครับ กรณีที่คณะกรรมการมีมติว่าเปึน ความผิดไม่ร้ายแรง ให้ลงโทษโดยการตักเตือน ตําหนิ ผมไม่ว่าครับ แต่ ประณาม นี่ ผมไม่อยากให้มีครับ คําประณามนี่มันร้ายแรงสําหรับสมาชิก ประณามแบบไหน ผมไม่เข้าใจ ประณามให้เปึนที่ประจักษ์ นี่ยิ่งหนักใหญ่เลยครับ ต้องเขียนรูปคนที่ทํา ความผิดของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้ทั่วประเทศหรือเปล่าครับ แล้วรายงานให้ ผู้ตรวจการแผ่นดินทราบอีก ใครทําผิดอะไรนิดเดียวนี่เราต้องประจานกันด้วยหรือครับ ผมขอให้คณะกรรมาธิการวิเคราะห์ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
คุณสงวน พงษ์มณี ก่อนครับ ขออภัยครับคุณชัยวัฒน์ เพราะว่าคุณสงวนยกมือก่อน นะครับ คุณสงวน พงษ์มณี ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมคงไม่ใช้เวลามากท่านประธาน แต่ผมคิดว่า อยากจะให้สภาแห่งนี้สนใจสิ่งที่เรากําลังจะพูด จะทํากันอยู่ ผมอยากจะเรียนถามทาง ท่านผู้ร่างครับว่า ผมอ่านดูทั้งหมดเปึนกังวล เพราะว่าจริยธรรมมันสร้างอะไร จริยธรรม มันสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง เพราะว่าจริยธรรมของรัฐสภาคือกระบวนการเปึน เบ้าหลอมให้สร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในรัฐสภาเรา จําเปึนไหม จําเปึนมาก แต่เขียน แบบนี้ บางเรื่องผมว่าเปึนไปได้อย่างไรท่านครับ ท่านเอาข้อกฎหมายมาไว้ในจริยธรรม ไม่ใช่ตลกนะครับ ทําไม่ได้ อย่างเช่น ข้อกฎหมาย ป.ป.ช. (คณะกรรมการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ห้ามเรารับเงินเกิน ๓,๐๐๐ บาท ในขณะเดียวกัน ข้อกฎหมายของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา ๘๙ ที่บังคับ ให้ ก.ก.ต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ออกระเบียบ ก็บอกว่าเราบริจาคได้ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท นี่เปึนข้อกฎหมายนะครับ วันนี้ท่านเอามาไว้ในส่วนหนึ่งก็มาไว้ตรงนี้ ผมเลย คิดว่าท่านอาจจะแยกไม่ออกระหว่างศีลธรรมกับจริยธรรม ผมได้อ่านบทความของ อาจารย์หลายท่านที่เขียนไว้ในกรณีคําพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง ซึ่งบางท่านเปึนศาลปกครอง ท่านเขียนไว้นะครับ มีหลายเรื่องที่อยากจะเรียนหารือกับ ท่านครับ อย่างถ้าถามต่อว่าในความเห็นของผมนี่จริยธรรมมันมีองค์ประกอบอยู่ ๓ อย่าง
อันที่ ๑ คือกฎหมายแม่บท คือรัฐธรรมนูญ อันนี้ท่านต้องจําว่ารัฐธรรมนูญ ในส่วนไหนที่เปึนองค์หลักของรัฐธรรมนูญของเรา มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๓ ท่าน นั่นแหละ คือกรอบหลักของจริยธรรมของเรา ทีนี้ไปเขียนถ่วงไว้ว่าเราต้องรายงานเรื่องนี้ ไปเขียนให้ รัฐสภานะท่าน ไม่มีสิทธิตรวจสอบองค์กรตามรัฐธรรมนูญนะครับ มาตรา ๑๓๕ เขียนชัดเจน เราเรียกเขามาไม่ได้เลยนะครับ แต่ไปเขียนให้ซุปเปอร์องค์กรคือผู้ตรวจการ แผ่นดินนี่สามารถที่จะตรวจสอบทุกองค์กรได้ รวมทั้งรัฐสภาในเรื่องของจริยธรรม เปึน คนกํากับดูแลเลย ผมก็โต้แย้งเขา เขาก็เห็นว่ามันควรจะทําอย่างไร อันนี้เปึนเรื่องที่ ๑ ที่ผมบอกว่าใครก็ตามที่ไปเปึนกรรมาธิการต่อจากนี้ต้องคํานึงถึงรัฐธรรมนูญ
เรื่องที่ ๒ คํานึงถึงอะไรครับ ถึงศาสนา
เรื่องที่ ๓ คืออะไรครับ ท่านครับ คือถ้าจะต้องคํานึงถึงกระบวนการสะสม ทุนของคนในสังคม ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่มาก วันนี้กระบวนการสะสมทุนของเรานี่คือทุนนิยม มีทุนนิยม ๒–๓ อย่าง ทุนนิยมตามศาสนาด้วย เพราะฉะนั้นท่านพูดถึงเรื่องปัญหา ครอบครัวอย่างเดียวนี่ กรอบจริยธรรมของศาสนานี่ก็ต่างกันแล้ว และอะไรคือมาตรฐาน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านว่า คนที่ไปร่างประมวลจริยธรรมนั้นคุณต้องร่างให้เห็นชัด วันนี้ที่พูดกันมาทั้งหมด ผมจะพูดต่อไปนี้ไม่ได้ตําหนิใครเลยนะ เพียงแต่ผมอยากจะ แลกเปลี่ยนกับพวกเรา ท่านเชื่อไหม คําพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญบางเรื่องเอาคุณสมบัติกับข้อห้ามไปไว้เรื่อง เดียวกัน อันนี้เปึนเรื่องจริยธรรมของคนตัดสิน คุณสมบัติกับข้อห้ามนี่มันคนละอย่าง ไปอ่านบทความจะเห็นชัดว่าเมื่อท่านเอารวมกันแล้วนี่คือโทษทางจริยธรรมว่า ท่านไร้จริยธรรม
อันที่ ๒ ท่านครับ ข้อเท็จจริงกับข้อกฎหมาย เมื่อสักครู่เถียงกันเรื่องรัฐสภา เรื่องอะไรต่าง ๆ นี่คือข้อเท็จจริงกับข้อกฎหมาย อธิบายอย่างไรก็มาตีความกัน มันไม่ตรงกันหรอก เพราะกฎหมายเราเขียนห่างเกินไป มันเลยเปึนกระบวนการ เปึน เบ้าหลอมไม่ได้ให้กับคนในสังคม เป่ดโอกาสให้เราโต้เถียงกัน พอโต้เถียงกันก็เกิด กระบวนการที่เรียกว่า กระแหนะกระแหน เสียดสี กล่าวร้าย นั่นคือจริยธรรมล้วน ๆ ท่าน เปึนเรื่องจริยธรรมทั้งหมดเลย อะไรที่เราจะต้องดูต่อ เรื่องสิทธิกับหน้าที่ ผมเปึน ส.ส. พอได้เปึน ส.ส. ก็ตื่นขึ้นมาก็เปึนนักการเมืองก็เปึนฝ์ายรัฐบาลมาตลอด ผมสนใจเรื่อง เหล่านี้มาก อ่านแล้วอ่านอีกว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในขณะที่ฝ์ายค้านทํากับฝ์ายรัฐบาล ผมก็ไปศึกษาว่ามันเปึนเรื่องสิทธิและหน้าที่ สิทธิกับหน้าที่ หน้าที่ไม่ใช่จริยธรรม แต่สิทธิ เปึนจริยธรรม ส.ส. มีหน้าที่มาประชุม เขียนไว้เลยนะครับ ต้องมาประชุม การเซ็นชื่อเปึน หน้าที่ แต่ไม่ร่วมประชุมไม่แสดงกิจกรรมเปึนสิทธิ จะ วอล์ก เอาท์ จะไม่กด จะอะไรนี่เปึนสิทธิ เพราะฉะนั้นการมาทําหน้าที่ต้องไปลงทะเบียน แล้วก็ถือว่าผมมา ทําหน้าที่แล้ว แต่ผมจะไม่ร่วมประชุม ไม่กด เปึนสิทธิ เปึนเอกสิทธิ์ ใครแตะต้องผมไม่ได้ ตรงนี้ละเมิดจริยธรรมผม นี่เปึนความเข้าใจผมในเรื่องจริยธรรม เพราะว่าท่านจะต้อง เอาไปเขียนต่อ เพราะฉะนั้นศีลธรรมกับจริยธรรมห่างกันมาก หลายชั้น ทั้งหมดที่เขียนนี่ ผมมองดูแล้วเปึนข้อห้าม เปึนศีลธรรม ไม่ใช่จริยธรรม แล้วจริยธรรมคืออะไร จริยธรรมคือ ไม่เยาะเย้ยถากถาง ไม่เอารัดเอาเปรียบ ไม่ดูถูกดูแคลน เปึนอะไรของศาสนาพุทธ ถ้าเปรียบได้ก็คือว่าเรามีมุทิตาจิต นี่คือมีจริยธรรม เพราะว่าจริยธรรมท่านดูนะครับ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา นี่คือการอธิบายจริยธรรมในแง่ของกลไกศาสนาพุทธ เมตตามีความรักต่อกัน กรุณาผู้ใหญ่ก็มีความกรุณาต่อผู้น้อย มุทิตาเราดีใจเมื่อคนอื่นได้ดี แต่อุเบกขาเราแปลผิด เราแปลเปึนคําเปึนวาง เปึนกลาง แต่จริง ๆ แล้วต้องปล่อยให้มัน เปึน ที่ภาษาเวียดนามว่า เปึนไปตามหลบเชียงเหงียบ หมายความว่าให้มันเปึนไปตามกฎ ของสังคม เพราะเขาเขียนไว้ชัดเจน แต่เรานี่แปลภาษาบาลีมา แล้วไม่ได้แปลเปึนภาษา เราเอง ผมพูดเรื่องนี้ทําไมครับ เพราะผมอยากจะให้ประมวลจริยธรรมใช้ได้ เขียนแล้ว อย่างนี้นะครับ ใช้ไม่ได้เลย เพราะว่าเราขยับตัวก็ไม่ได้แล้ว ทําอะไรก็ไม่ได้แล้ว ผมว่า หลายคนรู้สึกในเรื่องนี้ ผมเองไม่แน่ว่าผมจะได้ไปเปึนกรรมาธิการร่วมหรือเปล่า แต่ผม พร้อมจะแปรญัตติ พร้อมจะแลกเปลี่ยนพูดคุย เพราะว่าวันนี้ถ้าเราเขียนจริยธรรมไม่ดี นะครับ เราก็มีเบ้าหลอมที่ไม่ดี คนอยู่ในนี้ก็จะไม่งาม ผมก็อยากจะฝากท่านทั้งหลายว่า วันนี้จริยธรรมคือตัวสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง วันนี้เรามีปัญหาตรงวัฒนธรรมทาง การเมืองของเรามีความแตกต่างหลากหลาย แล้วก็เสนอแนวคิด เสนอวิธีการ ซึ่ง หลายท่านรับไม่ได้ หลายท่านฟังไม่ได้ หลายท่านทนไม่ได้ แต่ที่คนที่เสนอโดยผมเชื่อโดย สุจริตใจว่าเขาคิดอย่างนั้น เขาทําอย่างนั้น และเขาเชื่ออย่างนั้นบนพื้นฐานของจริยธรรม ที่เขาได้รับเบ้าหลอมนั้นมาด้วยตัวเขาเองว่าธรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเขาผ่านกระบวนการที่เขา ซึมซับจากระบบของสังคม วันนี้สิ่งนี้ท่านประธานต้องเปึนหลักให้กับพวกเราว่ายิ่งไปบอก ว่ามีคณะกรรมาธิการ แล้วก็มีคณะทํางานเกี่ยวกับการประมวลจริยธรรมแล้วก็ตัดสิน ประจาน ผมคิดว่าอันนี้รุนแรงมากสําหรับคนคนหนึ่งในสังคมนี้ ครูทําผิดในเรื่องนี้ ในเรื่อง ที่ชาวบ้านทําผิดไม่ได้นะครับ เพราะว่าจริยธรรมกําหนดว่าครูต้องเปึนอย่างนั้น ๆ วันนี้ ผมว่าสังคมเรากําลังมองว่านักการเมืองต้องเปึนผู้เสียสละ นักการเมืองต้องเปึนอย่างนั้น อย่างนี้ ผมคิดว่าเขาได้ตั้งธงไว้แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเขียนวันนี้บางทีก็บอกว่า ต้อง บางทีก็บอกว่า พึง เอาสักอย่างหนึ่งสิครับว่าคํามันคืออะไร ขอบคุณครับ
คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย นะครับ แล้วต่อไปคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง
ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขออนุญาตที่จะได้แสดงความเห็นในร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ... ด้วยนะครับ ผมมีอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่จะ ฝากต่อคณะกรรมาธิการครับ ข้อ ๗ กับข้อ ๑๓ ผมสังเกตว่าข้อ ๑๓ เปึนข้อใหม่ที่เติม เข้ามาใหม่ ข้อ ๗ นั้นก็เปึนข้อที่มีอยู่แล้วนะครับ ๒ ข้อนี้ก็ดูจะคล้าย ๆ กันนะครับ เพียงแต่ว่า ข้อ ๑๓ มีเรื่องของความสุจริตเที่ยงธรรมและมีความเปึนอิสระ แต่ว่ามันก็จะมีเรื่องที่ ชัดเจนก็คือการยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเปึนสิ่งสูงสุด ๒ ข้อนี้ ก็คล้ายกันมาก ยุบรวมไม่ได้หรือครับ มันจะได้ไม่ต้องมีการเขียนข้อบังคับที่เยิ่นเย้อเกินไป นะครับ
ส่วนสุดท้ายนะครับ ข้อ ๔๐ ประมวลจริยธรรมนี้จะใช้ได้หรือไม่และจะถูก บังคับใช้หรือไม่ก็อยู่ที่ข้อสุดท้ายแล้วครับ ข้อ ๔๐ นั้นเปึนเรื่องของการที่จะดูว่าจะมี การลงโทษอย่างไร ผมขออนุญาตท่านประธานพูดถึงกรรมาธิการก็คือว่าผมอยากจะเห็น ว่าคณะกรรมการน่าจะมีระยะเวลาของการทํางานที่มีระยะเวลาพอสมควร ถ้าหากว่า กรณีที่เกิดขึ้นมันกลายเปึนกรณีที่บางทีกรรมการอาจจะไม่ได้ให้ความสําคัญหรือไม่ได้ให้ คําตอบสุดท้ายนะครับว่ากรณีที่เกิดขึ้นในการสอบสวนประมวลจริยธรรมนั้นเกิดอะไรขึ้น และผลสุดท้ายเปึนอย่างไร มันก็จะไม่มีผลประโยชน์อะไรเกิดขึ้นเลยนะครับว่า ประชาชน ที่เขาจับตาดูอยู่เขาก็ไม่รู้ว่าตกลงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นใครทําอะไร ถูกผิดอย่างไร ถูกลงโทษ อย่างไรนะครับ ผมเห็นว่าข้อ ๔๐ สิ่งที่ตกไปก็คือเรื่องของการกําหนดระยะเวลา ที่พอเหมาะพอควร ผมยกตัวอย่าง เช่น อาจจะใน ๑ สมัยประชุมโดยประมาณให้ได้ผล ที่จะออกมาจากคณะกรรมการที่สอบสวนและวินิจฉัยที่จะบอกได้ว่ามีพยานหลักฐานที่มี น้ําหนักรับฟังได้ในระยะเวลาให้สิ้นสุดในสมัยประชุมหน้าไม่เกินอะไรทํานองนี้นะครับ ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นในสมัยประชุมนี้ทํานองนี้จะได้หรือไม่ ผมขออนุญาตที่จะฝาก ท่านประธานไปถึงท่านคณะกรรมาธิการให้พิจารณาเพิ่มเติมครับ ขอบพระคุณครับ
คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขอกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าวันนี้ก็รู้สึกเปึนอีกครั้งหนึ่งที่ได้พิจารณาในเรื่องที่ คิดว่าเปึนเรื่องสําคัญ ผมเองอาจจะมีความเห็นอาจจะต่างกับเพื่อนสมาชิกบางท่านและก็ เห็นพ้องกับเพื่อนสมาชิกบางคน ในเรื่องของจริยธรรมต้องถือว่าเปึนเรื่องสําคัญและก็เปึน เรื่องที่คนทุกคนไม่ว่าชนชาติใดภาษาใดต้องมี เพราะการไม่มีจริยธรรมมันก็คือคนที่ ไม่ตระหนักอะไรเลย เพราะว่าลําพังเพียงกฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทําให้ทุกคน เปึนคนดีได้ และก็ไม่สามารถทําให้ทุกคนไม่ทําผิดได้ เพราะฉะนั้นการมีจริยธรรมเปึน อีกส่วนหนึ่งเปึนอีกบทหนึ่งที่จะเปึนตัวในการขับเคลื่อนหรือตัวช่วยในการที่จะทําให้ การอยู่ร่วมกันในสังคมหรือการปฏิบัติร่วมกันในสังคมนั้นได้มีความคิด ความเข้าใจและก็ พึงปฏิบัติต่อกันในทิศทางที่ดี และก็จะไม่มีความขัดแย้งใด ๆ หรือมีความเข้าอกเข้าใจกัน ผมเองได้อ่านและก็ได้ศึกษาจากคณะที่ไปยกร่างมา ก็ต้องขอขอบคุณส่วนหนึ่ง แต่ผม ไม่มั่นใจ ไม่มั่นใจว่าในสิ่งที่ท่านได้ไปยกร่างหรือทํา จริง ๆ แล้วท่านต้องการ สักกี่เปอร์เซ็นต์ในความเข้าใจ ท่านอาจจะคิดว่าที่เขียนมาร่างมาท่านอาจจะบอกว่า นี่ยังร่างไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์เลย แต่เพื่อน ๆ จะรับได้หรือเปล่า จริง ๆ อยากจะเอา มากกว่านี้เสียอีก เอาให้เปึน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย หรือท่านอาจจะบอกว่านี่สุดฝ้มือแล้ว มัน ๑๐๐ แล้ว ผมก็ยังไม่มั่นใจว่าทิศทางมันคืออย่างไร แต่ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ไม่แน่ใจว่าจริง ๆ แล้วประเทศของเราในสังคมของเรามันมีอีกเรื่องหนึ่งที่เราและก็ทุกคน ไม่แน่ใจว่าได้เข้าใจและก็ได้ศึกษาหรือไม่ นั่นก็คือธรรมจริยา ธรรมจริยาถือว่าเปึน บทสําคัญอย่างใหญ่หลวงของคนในการที่จะประพฤติตนในการทําหน้าที่ ในส่วนบท ที่เขียนมาในบางข้อ ผมยกตัวอย่าง เช่น ในข้อ ๘ มันก็คล้าย ๆ ในบทหนึ่งในข้อ ๑ ในธรรมจริยาเหมือนกัน มีส่วนเกี่ยวข้องเหมือนกัน แต่ว่าไม่ทั้งหมด ไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่ว่าอยากจะเรียนต่อ คณะผู้ร่างว่า จริง ๆ แล้วมันก็ต้องเปึนอย่างนี้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าในสังคมเรานี่หรือคนทั่วไป ในสังคมเราก็ต้องวางมาตรฐานด้วย เพียงมีบทของกฎหรือข้อบังคับหรือใดก็ตามแต่ เข้ามาในการที่จะให้ประพฤติปฏิบัติอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่สิ่งอื่นรอบด้านจะต้องทําให้ ไปตามนั้นด้วย ไม่ใช่ฉันออกกฎมาระเบียบมาบอกว่าทุกคนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ แต่ท่านไม่ได้สอนหนังสือ ไม่ได้ยกในระดับของชั้นเรียนให้ ไม่มีการเรียนการสอนในชั้นเรียน ให้ ทุกคนจะต้องไปแสวงหาเอาเอง สิ่งเหล่านี้คิดว่ามันน่าจะไม่ใช่เลยทีเดียว เพราะฉะนั้น ผมก็ยกตัวอย่างของความไม่มั่นใจว่ามันจะทําได้หรือไม่ได้ ในข้อ ๘ ก็คือตอนสุดท้าย ตอนสุดท้ายช่วงสุดท้ายนะท่านดูด้วย และไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามอิทธิพลใด ๆ ท่านเชื่อหรือ ประเทศไทยทําได้ ท่านเชื่อหรือ ผมไม่เชื่อ ไม่เชื่อ ไม่เชื่อจริง ๆ นะท่านประธาน ข้อนี้ทําไม่ได้ เพราะคนไทย โดยแท้ของคนไทยก็คือ โอนอ่อนผ่อนตามผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ผู้มีบารมีทั้งหลาย ผู้มีอํานาจทั้งหลาย นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการที่ท่านเขียนไว้ อย่างนี้จะประพฤติปฏิบัติได้หรือไม่อย่างไร ผมไม่เชื่อนะครับว่าจะทําได้ ในสิ่งหนึ่ง ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในครั้งนี้ถ้าเราทําได้แล้วทําได้จริง ก็เชื่อว่าสังคมเรา ประเทศเราก็จะก้าวผ่านพ้นไปอีกช่วงหนึ่งในอีกระดับหนึ่งของความขัดแย้งทั้งหลาย อยากจะกราบเรียนครับว่าความจริงแล้ว ถ้าเรามีจริยธรรมต่อกันหรือเรามีใช้ธรรมจริยา ต่อกันนี่ มันก็มีความเข้าใจในระดับหนึ่งของความขัดแย้ง เพราะทุกคนจะต้องรู้หน้าที่ รู้ตัวเองว่าควรจะทําอย่างไร การที่จะไม่ไปกระทบกระทั่งกับใครเลยนี่ถือว่าเปึนเรื่องของ สิทธิและหน้าที่ที่พึงจะกระทําต่อสังคม มิใช่ทําด้วยตนเอง แต่ในขณะนี้บางครั้งนี่เราก็ต้อง ยอมรับนะครับ รักษาตนเองให้พ้นภัยนะครับ เปึนลักษณะอย่างนั้น ทุกคนก็เลยบอกว่า อีหรอบตัวเองก็ไม่เปึนไร เพราะว่าขืนไปยุ่งกับคนอื่นมากเราก็เจ็บตัว ท้ายที่สุดเมื่อเราเจ็บตัว ก็ไม่มีใครมาเยียวยากับเรา ท้ายที่สุดทุกคนก็เลยปล่อยไป นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นในสังคม บ้านเรา จนกระทั่งเราก็บอกว่าอะไรนะ เรื่องของผัวเมียเขาเราอย่าไปยุ่ง อะไรทํานองนั้น นะท่านประธาน ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า พอมาถึงตรงนี้ก็อยากจะ กราบเรียนครับ เห็นเพื่อนสมาชิกได้พูดไปหลายเรื่อง เรื่องหนึ่งของเพื่อน ๆ ได้พูดไปนั้นคือ การที่อะไร สภา รัฐสภา ขอบเขตอาณาบริเวณ ใช่หรือไม่ใช่อย่างไร แล้วก็บอกว่าการ อภิปรายในวันนั้น การแถลงนโยบายมันถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่างไร ผมอยากจะ เทียบเคียงให้ฟัง บางคนก็บอกว่า เอ๊ะ นี่สามารถไปทําที่อื่นได้ ไม่จําเปึนต้องทําตรงนี้ มัน มีเรื่องอยู่เรื่องหนึ่งที่อยากจะยกขึ้นมา แล้วเชื่อว่าในไม่ช้าไม่นานมันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้ อาจจะไม่เกิดขึ้นในสมัยยุคนี้ก็ได้ มันอาจจะเกิดขึ้นในสมัยยุคลูกหลานก็ได้ ถ้าเราขืนที่จะ แปรเปลี่ยนกันลักษณะไม่ตระหนักใดเลยของการที่เราจะพึงเคารพซึ่งกันและกัน นั่นก็คือ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเรานี่นะครับ ป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้บัญญัติไว้ ในมาตรา ๑๕๘ และมาตรา ๑๕๙ นั่นก็คือในเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อยากจะ กราบเรียนที่ยกตรงนี้มาเพราะอย่างนี้ครับท่านประธาน ถ้าเกิดวันดีคืนดีมีคณะหนึ่งที่เปึน ฝ์ายค้านในสมัยลูกหลานในอนาคตข้างหน้า ได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือ คณะรัฐมนตรี ปรากฏว่าวันหนึ่งก็ย้ายสภากัน ย้ายไปอยู่ที่อื่นเสีย ไม่เอาตรงนี้แล้ว วันเรียกก็เรียกอีกวันหนึ่ง วันประชุมก็อีกวันหนึ่ง อาจจะวางแผนกลอุบายอันแยบยลก็ได้ เอาคนมาป่ดล้อมไม่ให้ฝ์ายค้านเข้า คําถามก็คือ ฝ์ายค้านไม่สามารถเข้าไปเสนอได้ในการ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ถามว่าญัตตินั้นตกไปไหม ตกไปครับท่านประธาน ฝ์ายรัฐบาลก็ไม่ต้องลงมติ ไม่ต้องฟังอะไรทั้งหมด ท้ายที่สุดก็คือฝ์ายค้านไม่ได้ทําหน้าที่ คําถามที่หาคําตอบก็คือ นี่คือสิ่งที่อยากจะตอบ แล้วอยากจะบอกไว้ว่า การแถลงนโยบาย การใช้รัฐสภาและสถานที่นั้น ท่านคิดว่าอย่างไรน่าจะถูกมากกว่ากัน แต่ในมุมมองของผม ก็คือมันย้ายไม่ได้ เพราะว่าถ้าย้ายได้นี่ มาตรา ๑๕๘ มาตรา ๑๕๙ นี่ครับ มันไม่มีสัมฤทธิ์ผลเลยนะครับท่านประธาน ไม่สัมฤทธิ์ผลเลยนะ เพราะว่าผมจะย้ายหนี แล้วก็แจ้งปัูบเดียวครึ่งชั่วโมง ชั่วโมง ๒ ชั่วโมง แล้วถ้าเกิดย้ายไปเชียงใหม่ เชียงราย หรือ ย้ายไปภาคใต้อย่างนี้ทําอย่างไรครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะนั้น ผมยกตัวอย่างแล้วก็ให้บันทึกไว้ในลูกหลานว่านี่คนรุ่นนี้เขาก็คิดกัน อย่างผมผมก็คิด เอาไว้ว่ามันเปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วต้องบอกกับท่านประธานครับว่าในชาติบ้านเมือง ผมเองก็พูดกับสภา พูดกับท่านประธานหลายครั้ง ผมเองเวลาเรียนหนังสือก็พยายาม เรียน แล้วก็ให้เทียบเคียงกับยุคสมัยให้มันเหมาะสมกับสิ่งที่มันควรจะเอามาใช้ให้เปึน ประโยชน์ต่อยุคสมัย ก็ไปทําการวิจัยในดุษฎีนิพนธ์ของผมก็คือ ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหา ความขัดแย้ง ถามคําถามที่หาคําตอบก็คือ ที่มันวุ่นวายทุกวันนี้เพราะอะไร นี่คือสิ่งที่ อยากจะบอกแล้วก็อยากจะพูด แต่จริง ๆ ก็อยากจะเรียนต่อท่านประธานนะครับว่า หลายเรื่องที่บางทีก็พูดไม่ค่อยได้ และหลายเรื่องก็อยากจะพูด แต่อยากจะบอกกับ ท่านประธานนะครับว่า สิ่งที่ควรจะแก้ไขและควรจะทําแน่นอนก็คือว่า ทุกคนต้องละวาง ต้องละวางนะครับท่านประธาน อํานาจที่มีก็ไม่ใช่มีเสมอไป เงินทองที่มีอยู่ก็ไม่ได้มีต่อไป ทุกวันนี้ผมบอกได้เลยว่ามันเกิดขึ้นบ้านเมืองมันเกิดขึ้นอะไร ไม่ใช่ตัวเองกลัวนะ ไม่ใช่เกิด ว่าเปึนเพราะนั่นนะครับ เปึนเพราะโลกแห่งความกลัว ไม่ใช่โลกแห่งความได้นะ อยากนะ ทุกคนบางคนบอกว่าโลกแห่งความอยาก ไม่ใช่นะท่านประธาน โลกแห่งความกลัว กลัวอด กลัวจน กลัวตาย กลัวลูกไม่มีกิน กลัวหลานไม่มีใช้ หาเก็บเอาไว้ ถูกต้องหรือไม่ มันไม่ใช่ว่านั่นนะท่านประธาน
ขอความกรุณาคุณชัยวัฒน์ช่วยรวบรัดด้วยนะครับ มีผู้ต้องการอภิปรายหลายท่านครับ
ก็นี่อย่างไรท่านประธาน ก็จะเอา เนื้อหาสาระให้มันมาก ๆ ก็ต้องไปตามนี้ท่านประธาน ว่านี่คือสิ่งที่อยากจะบอกกับทาง คณะผู้ร่างว่านี่คือการร่างของจริยธรรมก็ตามแต่ หรือกฎหมายใด ๆ ก็ตามแต่ สิ่งหนึ่ง ที่ต้องห่วงใยก็คือความขัดแย้งของชาติบ้านเมือง ก่อนหน้าที่เราจะมีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หรือก่อนที่เราจะมีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บ้านเมืองเราเคยขัดแย้งถึงขนาดนี้ไหม ตั้งแต่เรามีองค์กร บางคนนะ บางคนนี่ผลการศึกษานะ บางคนเขาบอกว่าให้ข้อคิด ไว้ว่า ที่มันเปึนอย่างนี้เพราะว่าเรามีองค์กรอิสระ แล้วมันอิสระจนกระทั่งเรียกว่า ไร้ขอบเขตจํากัดเลย นี่คือสิ่งที่ทําให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่อย่างไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็อยากจะบอกกับทางผู้ร่างว่า การร่างหรือการทําต้องคํานึงถึงผลกระทบหรือผลได้ ของมันด้วย สิ่งนั้นก็คือท่านจะต้องมีจุดป่ดของข้อบังคับหรือตัวที่ท่านร่างมานี่ว่าจะต้อง มีตัวปกป่ดไม่ให้เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นความขัดแย้งมันก็ไม่มีการเยียวยา เพราะว่าการเยียวยามันต้องเกิดขึ้น แต่ว่าการร่างของเราไม่เคยมีการเยียวยา เพราะฉะนั้นก็เรียนต่อท่านประธานว่า นี่คืออยากจะฝากต่อคณะผู้ร่างไว้ว่า อยากจะให้ ท่านได้ไปพิจารณาให้ถ่องแท้มากกว่านี้ แต่ผมเองนั้นโดยสรุปก็คือเห็นด้วยที่จะมี แล้วก็ควรทําให้ดียิ่งขึ้น กราบขอบคุณครับ
คุณกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ครับ แล้วต่อไปอาจารย์สมเกียรตินะครับ คุณกัลยาก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย เดี๋ยวให้ท่านอาจารย์สมเกียรติอภิปรายก่อนค่ะ
เชิญอาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ครับ
ขอบคุณท่านประธานมาก ครับ ผม สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่า ประมวลจริยธรรมเปึนกลไกเดียวในรัฐสภาที่จะเหนี่ยวรั้งการใช้อํานาจ แล้วก็คุม พฤติกรรมของรัฐสภาให้เปึนรัฐสภาที่มีเหตุผล แล้วก็ยกระดับการยอมรับของประชาชน ผมมีข้อห่วงใยเพื่อจะเรียนถามตรงไปตรงมาต่อคณะกรรมาธิการอยู่ ๓ ข้อ เพื่อไม่ให้ เสียเวลาครับ ผมคิดว่าร่างนี้น่าจะพร่องไปในรัฐธรรมนูญบางเรื่อง ยกตัวอย่าง ไม่มีการ กล่าวถึงว่าถ้าผิดวินัยร้ายแรงแล้วจะต้องส่ง ป.ป.ช. (สํานักงานคณะกรรมการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ตามมาตรา ๒๗๙ วรรคสาม ผมคิดว่าองค์ประกอบไม่ครบ ตามรัฐธรรมนูญนะครับ หรือผมอาจจะดูไม่ครบถ้วนนะครับ ผมเห็นแต่ผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ในมาตรา ๒๗๙ ถ้าผิดวินัยร้ายแรงให้ส่ง ป.ป.ช. ตรงนี้ผมไม่เห็นนะครับ ถ้าไม่ครบ องค์ประกอบตามรัฐธรรมนูญจะมีผลต่อประมวลจริยธรรมนี้หรือไม่ อันนี้เรียนถามตรง ๆ เลยนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ในฐานะที่เคยยกร่างเกี่ยวกับข้อบังคับของสภามหาวิทยาลัย นะครับ การกําหนดว่าอะไรผิดวินัยร้ายแรง และผิดวินัยปกติจะต้องกําหนดไว้เปึน ลักษณะพฤติกรรม ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ ในวรรคสามมีลักษณะการกระทําผิดทาง วินัยและการกระทําผิดร้ายแรงซึ่งต้องมีวินัยปกติและวินัยร้ายแรง แต่ประมวลจริยธรรมนี้ ไม่มีการกําหนดพฤติกรรมไหนบอกว่าปกติ เข้มข้นขึ้น แล้วก็ร้ายแรงไม่มี จึงยกอํานาจ การวินิจฉัยนี้ให้คณะกรรมการ ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะถูกต้อง และอาจจะทําให้ คณะกรรมาธิการลงมติโดยลักษณะที่ ต้องขอโทษทีนะครับ มีลักษณะการรวมหัวกัน เพราะฉะนั้นมันต้องเขียนเลย การกระทําผิดทางวินัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) สมมุติว่า (๕) วินัยร้ายแรงได้แก่อะไร มันจะได้เข้าองค์ประกอบของ ข้อกฎหมายประมวลจริยธรรม อันนี้ผมคิดว่าจําเปึนจะต้องทํานะครับ พอคณะกรรมการ ชุดนี้จะใช้อํานาจในลักษณะที่ผมคิดว่ายังเสี่ยงอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ไม่มีกําหนดลักษณะพฤติกรรมว่าอะไรผิดวินัยปกติและวินัย ร้ายแรง
เรื่องที่ ๒ พอคณะกรรมการชุดนี้ลงมติว่าผิดวินัยร้ายแรงแล้วไม่เขียนว่า ให้ส่ง ป.ป.ช. ด้วย ไม่ครบองค์ประกอบตามรัฐธรรมนูญอีกนะครับ เพราะรัฐธรรมนูญ เขียนชัดเจนเลย มาตรา ๒๗๙ วรรคสาม เขียนชัดเจนเลย แล้วลักษณะที่ ๓ นะครับ ผมคิดว่ามันมีลักษณะที่ตีความแล้วน่าจะผูกมัดตนเองมากเกินไป ผมยกตัวอย่าง ข้อ ๒๐ ผมอ่านอย่างไร ผมก็ยังตีความแบบที่ผมคิดอยู่นะครับ การขาดประชุมโดยไม่จําเปึน ยกเว้นเจ็บป์วยและเหตุสุดวิสัย แสดงว่าถ้าไม่เจ็บป์วยและเหตุสุดวิสัยไม่จําเปึนหมด ไปเผาศพไม่ได้แน่ ไปมงคลสมรสไม่ได้แน่ เพราะในนี้เขียนบอกว่า ยกเว้นเจ็บป์วยหรือ เหตุสุดวิสัย เพราะฉะนั้นจะขาดประชุมอย่างอื่นไม่ได้ ถือว่าไม่จําเปึน เพราะฉะนั้น การตีความแบบนี้มันเขียนผูกมัดตนเองหรือเปล่า โดยสรุปนะครับ กลไกนี้ยังคิดว่าเปึน กลไกที่มีความสําคัญอยู่ เปึนกลไกเดียวที่จะใช้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสมาชิกใน รัฐสภากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับสังคมภายนอก ผมจึงคิดว่าประมวลจริยธรรมนี้ มีความจําเปึนอย่างยิ่ง แต่อยากจะให้ตอบทั้ง ๓ ข้อนะครับว่า ครบองค์ประกอบตาม รัฐธรรมนูญหรือไม่ในที่ร่างมา ขอบคุณมากครับ
คุณกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะดิฉันก็คิดว่าตอนนี้ได้ฟังท่านผู้ทรงเกียรติ ได้อภิปรายกันมาหลายท่านแล้วนะคะ ก็เห็นว่าสมควรที่จะให้ท่านคณะกรรมาธิการ เผื่อมีโอกาสจะตอบนะคะ แล้วก็ไปพูดรายละเอียดกันในกรรมาธิการที่เราจะตั้งขึ้นใน คณะกรรมาธิการที่เราจะตั้งขึ้น ขออนุญาตเสนอป่ดอภิปรายค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ไม่มีท่านผู้ใดขัดข้องนะครับ เพราะฉะนั้นที่ประชุมเห็นควรป่ดการอภิปราย นะครับ ขอเชิญกรรมาธิการชี้แจงด้วยสักนิดหนึ่งครับ เชิญคุณหญิงกัลยา โสภณพณิช ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะกรรมาธิการค่ะ กราบเรียนท่านประธานเบื้องต้นว่า คณะกรรมาธิการยกร่างประมวลจริยธรรมตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญด้วย ความลําบากใจมากทีเดียว เนื่องจากว่าอย่างท่านประธานพูดว่าจริยธรรมไม่จําเปึนต้องมี กฎหมาย เพราะฉะนั้นไม่ต้องมีก็ได้ แต่ว่าอยู่ที่ความประพฤติ ดิฉันคิดว่าอยู่ที่จิตสํานึก ของทุก ๆ ท่านนะคะ แล้วก็เราเชื่อว่าจริยธรรมของนักการเมืองจะต้องสูงกว่า บุคคลธรรมดา เพราะว่าประชากร ๖๐ กว่าล้านคน แต่เปึนผู้แทนราษฎรเพียง ๔๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นเราก็ได้รับคัดเลือกมาแล้วท่านหนึ่ง การที่จะกําหนดประมวลจริยธรรม เราก็พยายามอย่างมากเลยว่าอุดมคติในเบื้องต้นนี้ก็คงไม่จําเปึน แล้วก็คงไม่ได้คาดคิดว่า เขียนไปแล้วจะต้องปฏิบัติได้ กฎหมายบางฉบับหรือบางมาตราบางทีก็ไม่มีบทลงโทษ ประมวลจริยธรรมจึงไม่ได้มีบทลงโทษในการที่ว่าท้าว่าจะทําได้หรือไม่ จึงไม่ใช่เปึนเรื่อง ที่จะเอาชนะคะคานกันในด้านการปฏิบัติ อยู่ที่ท่านคิดว่าท่านจะปฏิบัติตนอย่างไร เปึนตัวอย่างที่ดีของประชาชนทั้งประเทศของครอบครัวและของสังคม บรรทัดฐาน ทางด้านจิตสํานึกเราจะเห็นว่าต่างประเทศ อย่างเช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศเมาเหล้าเท่านั้นเองนะคะ เขาก็ลาออกแล้ว อันนั้นไม่ต้องมีกฎหมายเลย จิตสํานึกของเขาดี จริยธรรม คุณธรรม เขาทราบว่าอะไรผิดอะไรถูกในฐานะที่เปึน ผู้แทนราษฎรหรือเปึนรัฐมนตรีค่ะ ในเบื้องต้นดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพ แล้วก็ดีใจมากที่สมาชิกในวันนี้หลายท่านดิฉันคาดคิดไม่ถึงว่าอภิปรายดีมาก แล้วก็มีความคิดความอ่านที่ดี ดิฉันก็หวังว่าประมวลจริยธรรมนี้คงจะเปึนจุดหนึ่งจุดเล็ก ๆ ที่จะเหนี่ยวรั้งพวกเราให้มีจิตสํานึก แล้วก็มีความประพฤติปฏิบัติตนโดยไม่ต้องไปกังวลว่า ประมวลจริยธรรมจะบังคับเราทําได้หรือทําไม่ได้ค่ะ ขอบพระคุณ สําหรับคําถามต่าง ๆ นี้ กรรมาธิการท่านอื่น ๆ ก็จะอธิบายเปึนข้อ ๆ ไปค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ครับ เชิญกรรมาธิการครับ เชิญครับ คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้ เรายกร่างกันในสถานการณ์ที่พี่น้องประชาชน สื่อมวลชน และผู้คนในวงการต่าง ๆ วิพากษ์วิจารณ์บทบาทการทําหน้าที่ การดํารงตนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างมาก ถ้าท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายได้ย้อนกลับไปเมื่อป้ที่แล้ว ท่านก็จะได้ยินข่าวเรื่อง ส.ส. ทะเลาะกัน ส.ส. ขาดประชุม ส.ส. ไม่สนใจการประชุม ส.ส. ไปมีผลประโยชน์ทับซ้อน บทบาทการทําหน้าที่ของ ส.ส. ขาดความน่าเชื่อถือ สิ่งเหล่านี้คณะกรรมาธิการได้หยิบมา เปึนประเด็นในการพูดจาถกเถียงกัน แล้วก็มีความรู้สึกเจ็บปวดกับภาพพจน์อันนั้น แล้วเราก็ตั้งปณิธานกันว่า เราน่าที่จะร่างประมวลจริยธรรมออกมาให้เปึนที่เชื่อถือของ พี่น้องประชาชน แล้วก็ให้สังคมสามารถตรวจสอบ สามารถหยิบมาเปึนคัมภีร์ในการตรวจสอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือนักการเมืองได้ แล้วเราก็เชื่อว่าข้อบังคับจริยธรรมที่เราร่าง กันมาก็จะเปึนเครื่องมืออันหนึ่งที่จะสามารถลบล้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเหล่านั้นได้ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการได้ใช้ความพยายามในการทําสิ่งนี้ โดยเชิญองค์กร หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องประมวลจริยธรรม ได้มีการดึงเอาจริยธรรมขององค์กรต่าง ๆ ในต่างประเทศมาพิจารณาประกอบ แล้วก็ รวมทั้งดูประมวลจริยธรรมของวุฒิสภาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติมาประกอบด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างเช่น การเรียนเชิญ ฯพณฯ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานรัฐสภา ท่านบุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ ท่านก็มาให้ข้อคิดเห็นกับคณะกรรมาธิการ ได้เชิญภาคประชาชน นักวิชาการ ตัวแทนของสื่อมวลชน ซึ่งมีบทบาทในการวิพากษ์วิจารณ์การทํางานของ สภาผู้แทนราษฎรมาโดยตลอดมาแสดงทัศนะในเรื่องนี้ แล้วก็นําความคิดความเห็น เหล่านั้นมาใส่ไว้ในประมวลจริยธรรม เราคิดว่าสิ่งที่เราได้กําหนดไว้ในข้อบังคับว่าด้วย ประมวลจริยธรรมอันนี้มีความก้าวหน้าที่พัฒนามาจากประมวลจริยธรรมในป้ ๒๕๔๒ อย่างมาก อย่างน้อยที่สุดเราบอกว่าสมาชิกและกรรมาธิการ โดยเฉพาะกรรมาธิการ ไม่ได้ หมายเพียงเฉพาะกรรมาธิการสามัญและกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นโดย สภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบุคคลหรือคณะบุคคลที่คณะกรรมาธิการแต่งตั้ง ขึ้นด้วย ท่านทั้งหลายก็คงจะทราบแล้วว่ามีข่าวคราวที่เกี่ยวข้องกับผู้คนที่อยู่ใน คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ที่ไปแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แล้วก็ส่งผลเสียทําให้เกิด ภาพพจน์ที่ไม่ดีต่อสภาผู้แทนราษฎรตามมาเปึนจํานวนมาก ประมวลจริยธรรมอันนี้ก็จะ สามารถที่จะครอบคลุมไปถึง ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ของเพื่อนสมาชิกมากก็ในเรื่องของ หมวดอุดมคติว่าเราจะสามารถทําได้หรือไม่ ในคณะกรรมาธิการได้มีการพูดกันถึง ประโยค ๆ หนึ่งว่าเรากําลังจะทําในสิ่งที่มันควรจะเปึนหรือว่าเราจะทําในสิ่งที่มันเปึนอยู่ เท่านั้น เราก็เห็นว่าสิ่งที่มันควรจะเปึน เปึนสิ่งที่ท้าทายและเปึนสิ่งที่เราจะต้องไปให้ถึงให้ได้ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการจึงได้มีข้อบัญญัติที่ล้ําหน้าไปกว่าข้อบังคับประมวล จริยธรรมในป้ ๒๕๔๒ เปึนจํานวนมาก อย่างน้อยมากกว่าเดิม ๘-๙ ข้อ ตามรายละเอียด ซึ่งได้บัญญัติไว้แล้ว ผมอยากจะชี้แจงในเบื้องต้นเพียงเท่านี้ครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ผมขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงเพื่อนสมาชิก หลายท่านที่ได้กรุณาตั้งข้อสังเกตหลาย ๆ ข้อที่เปึนประโยชน์นะครับ ยกตัวอย่างเช่น ท่านขจิตร ชัยนิคม ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ท่านเกียรติกร พากเพียรศิลปี ที่ได้กรุณาตั้งข้อสังเกตในข้อ ๓๖ ใหม่ ซึ่งเปรียบเทียบกับข้อ ๒๗ เดิมว่า เหตุใดคณะกรรมาธิการจึงได้กําหนดจํานวนคณะกรรมการจริยธรรมน้อยลง ขอกราบเรียนว่าอํานาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่คณะกรรมการชุดนี้นะครับ หากแต่อยู่ที่ ผู้ตรวจการแผ่นดินและ ป.ป.ช. แห่งชาติในกรณีทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงมีความเห็นว่า จํานวนคณะกรรมการจริยธรรมจํานวนมากน้อยมิใช่สาระสําคัญ เพราะว่าเรายังมี ทางออกอยู่ในข้อ ๓๘ ท่านประธานครับ จะได้ดูข้อ ๓๘ มันมีอยู่ว่าสามารถที่จะแต่งตั้ง อนุกรรมการเพื่อที่จะดําเนินการอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นอันนี้คือทางออกในการที่จะเอาคน จากพรรคต่าง ๆ เข้ามาร่วมในการสอบสวนได้นะครับ เปึนการเป่ดช่องให้อยู่แล้วตาม ข้อ ๓๘ นะครับ แล้วก็สัดส่วนที่ผมกราบเรียนนี่นะครับ ผันแปรยากครับ พรรคละหนึ่งคน เพราะว่า ในอนาคตเราไม่สามารถทราบได้ว่า พรรคการเมืองในสภาของเราจะเหลือกี่พรรค มีพรรคใดจะต้องถูกยุบไปบ้างหรือไม่ นั่นหมายความว่า คณะกรรมการก็ต้องมีอันพ้นไป ตามข้อที่กําหนดไว้ในข้ออื่นด้วยนะครับ ขอสมาชิกอย่าได้กังวลนะครับในเรื่องนี้ ของคุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี ที่บอกว่า ถ้าเปึนกรณีฝ์ายรัฐบาลมีมากและฝ์ายค้านมีน้อย อาจจะมีผลเกี่ยวกับเรื่องของการลงโทษ ผมกราบเรียนว่า คงจะไม่ใช่ตรงนั้นนะครับ เพราะว่าอํานาจลงโทษที่แท้จริงก็อยู่ที่ ป.ป.ช. นะครับ ในกรณีความผิดจริยธรรมอย่าง ร้ายแรง ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นเพียงแต่เปึนองค์กรที่รับเรื่องจากเราผ่านไปยัง ป.ป.ช. แห่งชาติเท่านั้น อันนี้ขอกราบเรียนไปยังท่านอาจารย์สมเกียรติด้วยความเคารพด้วย นะครับว่า อันนี้เขียนไว้ครบถ้วนถูกต้องแล้วนะครับ ตรงนี้ไม่ได้ขาดตกอะไรไปตรงไหน นะครับ ส่วนที่คุณบุญยอดได้กรุณาสอบถามว่า เหตุใดถึงไม่เขียนถึงกระบวนการ พิจารณาว่า มันรวดเร็วเมื่อไรนั้น ก็ขอกราบเรียนว่า คณะกรรมาธิการเกรงว่าจะเขียน กําหนดนอกเหนือไว้จากที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ ถึงไม่ได้เขียนไว้อย่างนั้นครับ
ข้อต่อไปนะครับ ที่ท่านอาจารย์สมเกียรติได้กรุณาตั้งข้อสังเกตว่า การไม่ส่ง ป.ป.ช. เมื่อสักครู่ผมกราบเรียนแล้วนะครับ ทีนี้ต้องระบุพฤติกรรมว่าอันไหน ร้ายแรง อันไหนไม่ร้ายแรงให้ชัดเจนนะครับ อันนี้ก็แปลว่า เราไม่ใช่เปึนผู้ลงโทษ กรรมการ ชุดนี้นะครับ กรรมการจริยธรรมนี่จะเปึนผู้สรุปผลของการสอบสวนว่า กรณีข้อเท็จจริงใด ที่มีการร้องเรียนกล่าวหามาแล้วเปึนเรื่องร้ายแรง เรื่องใดที่เปึนเรื่องไม่ร้ายแรงนะครับ ก็ขอกราบเรียนแต่เพียงเท่านี้ครับท่านประธานครับ
กรรมาธิการประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ กระผมขออนุญาตชี้แจง ในข้อ ๓๖ เพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อยครับ เพื่อเปึนที่เข้าใจ การที่เราให้คณะกรรมการ มีประธานสภาเปึนประธาน ๑ ท่าน แล้วก็มีตัวแทนจากพรรคการเมืองพรรคละ ๑ ท่าน เพราะว่าเราเข้าใจว่า เราไม่ต้องการให้เกิดการที่จะใช้เสียงข้างมากลากไป ถ้าพรรคหนึ่งมี ๒ คนเปึนตัวแทนมา ๑ คน และอีกพรรคหนึ่งมี ๒๐๐ คน ถ้าว่าไปตามสัดส่วนแล้ว มันก็ จะทําให้อีกพรรคหนึ่งมีมากกว่า จะมีคณะกรรมการที่มากกว่า ก็เลยจะเปึนการที่ทําให้ เกิดการใช้เสียงที่เปึนพวกมากลากไป ซึ่งในการประมวลจริยธรรมนี่แต่เราบอกแล้วว่า เราจะใช้เปึนลักษณะของคุณธรรม ของศีลธรรมนะครับ ของความถูกต้อง เราไม่ได้ใช้ กฎหมายนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้มุมมองความเห็นตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญที่เราได้ พิจารณา เราได้พิจารณาตรงนี้มากจริง ๆ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ว่า การที่ส่งให้ตัวแทน ๑ พรรค ๑ ท่านนี่ก็เพื่อเปึนการตอกย้ําว่า ให้พรรคแต่ละพรรคได้ไปคิดว่า ในแต่ละ ประเด็นที่เกิดขึ้นมาท่านจะทําอย่างไร ในประเด็นของจริยธรรมที่มีการผิดจริยธรรม แล้ว คณะกรรมการที่เกิดขึ้นนี่ละครับ จะไปตั้งคณะทํางานขึ้นมานะครับ ซึ่งจะแปรผัน แปรเปลี่ยนไปตามประเด็นที่เกิดขึ้น ที่มีการผิดจริยธรรมโดยที่มีการตั้งผู้เชี่ยวชาญเข้าไป ในแต่ละด้าน ซึ่งจะมีความคล่องตัวและมีความเหมาะสมมากกว่า เพราะฉะนั้นเพื่อให้ ง่ายเข้านะครับ ในข้อ ๓๖ จึงมีการตั้งคณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรเปึน ตัวแทนจากพรรคการเมืองแต่ละพรรคครับ ในประเด็นตรงนี้ครับ แล้วก็จากที่ทุกท่านได้ให้ ข้อมูลมานี่พวกเรานั่งอยู่ข้างบนนี้เราได้เห็นความหลากหลายแล้วนี่ กระผมเข้าใจว่า จะเปึนข้อมูลที่ดีมากทีเดียว ในหลาย ๆ ข้อ ในข้อ ๗ ข้อ ๘ บางทีเขียนไว้หลาย ๆ ข้อเขียน ไว้แล้วนี่ ตอนที่เราประชุมกันอยู่ เราก็คิดว่ามันต้องอย่างนั้นอย่างนี้ใช่ไหม แต่พอมาฟัง ตรงนี้เราเข้าใจว่า หลายอย่างบางครั้งเราเขียนต้องกลับลงไปเลยก็ไม่ได้ เพราะมันก็เปึน การผูกมัดตัวเราเองมากเกินไป แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ผมก็เห็นด้วยกับท่านสงวน พงษ์มณี ที่ได้พยายามให้เราระวังในเรื่องของข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายครับ ในเรื่องของสิทธิและ หน้าที่ ในเรื่องของจริยธรรม ศีลธรรมต่าง ๆ เหล่านี้ กระผมเข้าใจว่า จริยธรรมอย่างไร ก็แล้วแต่ ก็ยังเปึนสิ่งที่จําเปึนที่สุดนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทํางานในสภาในกรรมาธิการไม่ใช่เฉพาะจะมีแต่เรา ส.ส. ฝ์ายเดียว ยังมีคณะอนุกรรมาธิการต่าง ๆ หรือผู้เชี่ยวชาญที่ทํางานอยู่ร่วมกับเราอีก ซึ่งต้องมีการควบคุมกันเพื่อให้เกิดการยอมรับของพี่น้องประชาชน ได้มีการยอมรับใน รัฐสภาแห่งนี้ โดยสภาผู้แทนราษฎรของเรา อย่างไรก็แล้วแต่จําเปึนที่จะต้องมีประมวล จริยธรรมนี้แน่นอน แต่ว่าการที่จะร่างต่อไปอย่างไร กระผมเข้าใจว่าวันนี้ข้อมูลนี้ดีมาก แล้วก็หลาย ๆ ท่านคงจะได้ทําหน้าที่อยู่ตรงนี้ ก็คงอาจจะได้นําเปึนข้อมูลมา การเขียนกระผมเข้าใจว่าในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญใหม่คงจะมีข้อมูลที่ดีกว่านี้ มากครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เปึนการจบการอภิปรายนะครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่มีมติป่ดอภิปราย ไปแล้วนะครับ ต่อไปจะเปึนการลงมติเพื่อรับหลักการในร่างข้อบังคับประมวลจริยธรรม ของ ส.ส. และกรรมาธิการครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วก็กรุณากดปุ์มแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญกดปุ์มแสดงตน ได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ขอส่งผลได้แล้วครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๓๓ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมนะครับ บางท่านมาไม่ทันไม่เปึนไรครับ เพราะว่าอาจจะกดไม่ทัน ก็ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปจะเปึนการลงมติรับหลักการในร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวล จริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบ ในหลักการของร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมฉบับนี้กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง ครับ ขอเชิญลงมติครับ ท่านใดยังไม่ได้ลงมตินะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมติครับ ขอผลการลงมติครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๔๖ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๒๓๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน เปึนอันว่า สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบในหลักการในร่างข้อบังคับประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการครับ
ต่อไปขอเชิญสมาชิกเสนอจํานวนคณะกรรมาธิการด้วยครับ เชิญ ท่านชินวรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผม ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๓๖ ท่านครับ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ขอสัดส่วน
สัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่านนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๓ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน พรรครวมใจไทย ๑ ท่าน พรรคประชาราช ๑ ท่าน พรรคกิจสังคมและราษฎร ๑ ท่านครับ
ตกลงพรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่านใช่ไหมครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๓ ท่านนะครับ ก็ขอเชิญ พรรคเพื่อไทยได้กรุณาส่งชื่อคณะกรรมาธิการด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอรายชื่อของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรม ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่านนะคะ ท่านที่ ๑ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ท่านที่ ๒ นายขจิตร ชัยนิคม ท่านที่ ๓ พลตํารวจตรี ประจวบ เปาอินทร์ ท่านที่ ๔ นายเรวัต สิรินุกุล ท่านที่ ๕ นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ท่านที่ ๖ นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ท่านที่ ๗ นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ท่านที่ ๘ นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ท่านที่ ๙ นายประเกียรติ นาสิมมา ท่านที่ ๑๐ นายชัยวัฒน์ กุลศักดิ์วิมล ท่านที่ ๑๑ นายนิยม ช่างพินิจ ท่านที่ ๑๒ นายอนันต์ ผลอํานวย ท่านที่ ๑๓ นายจักรัตน์ พั้วช่วย ท่านที่ ๑๔ นายธนาธร โล่ห์สุนทร ขอผู้รับรองค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครบ ขอเชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๑๓ ท่านครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างข้อบังคับว่าด้วย ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๓ ท่าน ดังนี้ ๑. นายเจริญ คันธวงศ์ ๒. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ๓. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๔. นางผุสดี ตามไท ๕. นายเชน เทือกสุบรรณ ๖. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๗. นายประพนธ์ นิลวัชระมณี ๘. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๙. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๑๐. นายแพทย์ปรีชา มุสิกุล ๑๑. นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ๑๒. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี และ ๑๓. นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ และสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางพัฒนา สังขทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างข้อบังคับว่าด้วย ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ตามสัดส่วน ของพรรคภูมิใจไทย จํานวน ๒ ท่าน คือ ๑. นายยรรยง ร่วมพัฒนา ๒. นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคเพื่อแผ่นดินครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนรพล ตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญยกร่างว่าด้วยจริยธรรมในสัดส่วนของ พรรคเพื่อแผ่นดิน จํานวน ๒ ท่าน คือ นายโสภณ เพชรสว่าง ๒. นายมานพ ปัตนวงศ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน ดังต่อไปนี้ครับ ๑. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ และ ๒. นายอัศวิน วิภูศิริ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรครวมใจไทย ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ขอเสนอสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ในคณะกรรมาธิการว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรค่ะ เสนอ ท่าน ส.ส. ทัศนียา รัตนเศรษฐ ขอผู้รับรองค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาราช ๑ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ครับ ขอเสนอในสัดส่วนของพรรคประชาราชนะครับ นายฐานิสร์ เทียนทอง ครับ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคกิจสังคมและพรรคราษฎร ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวารุจ ศิริวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิถต์ พรรคกิจสังคม ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคกิจสังคมและพรรคราษฎร ๑ ท่านคือ นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ เปึนอันว่าครบหมดทุกพรรคนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการครับ
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ๑. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๒. นายขจิตร ชัยนิคม ๓. พลตํารวจตรี ประจวบ เปาอินทร์ ๔.นายเรวัต สิรินุกุล ๕. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ๖. นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ๗. นายธนาธร โล่ห์สุนทร ๘. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ๙. นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ๑๐. นายนิยม ช่างพินิจ ๑๑. นายประเกียรติ นาสิมมา ๑๒. นายจักรัตน์ พั้วช่วย ๑๓. นายชัยวัฒน์ กุลศักดิ์วิมล ๑๔. นายอนันต์ ผลอํานวย ๑๕. นายเจริญ คันธวงศ์ ๑๖. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ๑๗. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๑๘. นางผุสดี ตามไท ๑๙. นายเชน เทือกสุบรรณ ๒๐. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๒๑. นายประพนธ์ นิลวัชรมณี ๒๒. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๒๓. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ ๒๔. นายปรีชา มุสิกุล ๒๕. นายอสิ มะหะมัดยังกี ๒๖. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ๒๗. นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ๒๘. นายยรรยง ร่วมพัฒนา ๒๙. นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ๓๐. นายโสภณ เพชรสว่าง ๓๑. นายมานพ ปัตนวงศ์ ๓๒. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ๓๓. นายอัศวิน วิภูศิริ ๓๔. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ๓๕. นายฐานิสร์ เทียนทอง และ ๓๖. นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์
ขอผู้เสนอกําหนดวันแปรญัตติด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอแปรญัตติ ตามข้อบังคับ ๗ วันครับ
ไม่มีผู้ใดเห็นเปึนอื่นนะครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬาครับ ซึ่งท่านมานั่งฟังพวกเราตลอดนะครับ ขอขอบคุณบรรดาสมาชิกทุกท่าน วันนี้เราอภิปรายกันมาเปึนเวลา ท่านรองเลขาธิการ กระซิบว่ามีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ อันนั้นมันเปึนขั้นวาระสองนะครับ เพราะว่า เดิมเปึนการยกร่าง เพราะฉะนั้นประธานได้วินิจฉัยว่าไม่ต้องพิจารณาข้อสังเกต เพราะเนื่องจากว่าเดี๋ยวคณะกรรมาธิการก็จะไปพิจารณาในขั้นแปรญัตติอีกครั้งหนึ่ง นะครับ ต้องขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านครับ ป่ดประชุมครับ