สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องจริยธรรมของรัฐสภา โดยเรียกร้องให้กรรมาธิการต้องคำนึงถึงรัฐธรรมนูญในการปฏิบัติงาน และเสนอให้มีการประมวลจริยธรรมที่ชัดเจน เพื่อให้นักการเมืองปฏิบัติตามและเป็นแบบอย่างให้กับสังคม

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมคงไม่ใช้เวลามากท่านประธาน แต่ผมคิดว่า อยากจะให้สภาแห่งนี้สนใจสิ่งที่เรากําลังจะพูด จะทํากันอยู่ ผมอยากจะเรียนถามทาง ท่านผู้ร่างครับว่า ผมอ่านดูทั้งหมดเปึนกังวล เพราะว่าจริยธรรมมันสร้างอะไร จริยธรรม มันสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง เพราะว่าจริยธรรมของรัฐสภาคือกระบวนการเปึน เบ้าหลอมให้สร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในรัฐสภาเรา จําเปึนไหม จําเปึนมาก แต่เขียน แบบนี้ บางเรื่องผมว่าเปึนไปได้อย่างไรท่านครับ ท่านเอาข้อกฎหมายมาไว้ในจริยธรรม ไม่ใช่ตลกนะครับ ทําไม่ได้ อย่างเช่น ข้อกฎหมาย ป.ป.ช. (คณะกรรมการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ห้ามเรารับเงินเกิน ๓,๐๐๐ บาท ในขณะเดียวกัน ข้อกฎหมายของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา ๘๙ ที่บังคับ ให้ ก.ก.ต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ออกระเบียบ ก็บอกว่าเราบริจาคได้ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท นี่เปึนข้อกฎหมายนะครับ วันนี้ท่านเอามาไว้ในส่วนหนึ่งก็มาไว้ตรงนี้ ผมเลย คิดว่าท่านอาจจะแยกไม่ออกระหว่างศีลธรรมกับจริยธรรม ผมได้อ่านบทความของ อาจารย์หลายท่านที่เขียนไว้ในกรณีคําพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง ซึ่งบางท่านเปึนศาลปกครอง ท่านเขียนไว้นะครับ มีหลายเรื่องที่อยากจะเรียนหารือกับ ท่านครับ อย่างถ้าถามต่อว่าในความเห็นของผมนี่จริยธรรมมันมีองค์ประกอบอยู่ ๓ อย่าง

อันที่ ๑ คือกฎหมายแม่บท คือรัฐธรรมนูญ อันนี้ท่านต้องจําว่ารัฐธรรมนูญ ในส่วนไหนที่เปึนองค์หลักของรัฐธรรมนูญของเรา มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๓ ท่าน นั่นแหละ คือกรอบหลักของจริยธรรมของเรา ทีนี้ไปเขียนถ่วงไว้ว่าเราต้องรายงานเรื่องนี้ ไปเขียนให้ รัฐสภานะท่าน ไม่มีสิทธิตรวจสอบองค์กรตามรัฐธรรมนูญนะครับ มาตรา ๑๓๕ เขียนชัดเจน เราเรียกเขามาไม่ได้เลยนะครับ แต่ไปเขียนให้ซุปเปอร์องค์กรคือผู้ตรวจการ แผ่นดินนี่สามารถที่จะตรวจสอบทุกองค์กรได้ รวมทั้งรัฐสภาในเรื่องของจริยธรรม เปึน คนกํากับดูแลเลย ผมก็โต้แย้งเขา เขาก็เห็นว่ามันควรจะทําอย่างไร อันนี้เปึนเรื่องที่ ๑ ที่ผมบอกว่าใครก็ตามที่ไปเปึนกรรมาธิการต่อจากนี้ต้องคํานึงถึงรัฐธรรมนูญ

เรื่องที่ ๒ คํานึงถึงอะไรครับ ถึงศาสนา

เรื่องที่ ๓ คืออะไรครับ ท่านครับ คือถ้าจะต้องคํานึงถึงกระบวนการสะสม ทุนของคนในสังคม ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่มาก วันนี้กระบวนการสะสมทุนของเรานี่คือทุนนิยม มีทุนนิยม ๒–๓ อย่าง ทุนนิยมตามศาสนาด้วย เพราะฉะนั้นท่านพูดถึงเรื่องปัญหา ครอบครัวอย่างเดียวนี่ กรอบจริยธรรมของศาสนานี่ก็ต่างกันแล้ว และอะไรคือมาตรฐาน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านว่า คนที่ไปร่างประมวลจริยธรรมนั้นคุณต้องร่างให้เห็นชัด วันนี้ที่พูดกันมาทั้งหมด ผมจะพูดต่อไปนี้ไม่ได้ตําหนิใครเลยนะ เพียงแต่ผมอยากจะ แลกเปลี่ยนกับพวกเรา ท่านเชื่อไหม คําพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญบางเรื่องเอาคุณสมบัติกับข้อห้ามไปไว้เรื่อง เดียวกัน อันนี้เปึนเรื่องจริยธรรมของคนตัดสิน คุณสมบัติกับข้อห้ามนี่มันคนละอย่าง ไปอ่านบทความจะเห็นชัดว่าเมื่อท่านเอารวมกันแล้วนี่คือโทษทางจริยธรรมว่า ท่านไร้จริยธรรม

อันที่ ๒ ท่านครับ ข้อเท็จจริงกับข้อกฎหมาย เมื่อสักครู่เถียงกันเรื่องรัฐสภา เรื่องอะไรต่าง ๆ นี่คือข้อเท็จจริงกับข้อกฎหมาย อธิบายอย่างไรก็มาตีความกัน มันไม่ตรงกันหรอก เพราะกฎหมายเราเขียนห่างเกินไป มันเลยเปึนกระบวนการ เปึน เบ้าหลอมไม่ได้ให้กับคนในสังคม เป่ดโอกาสให้เราโต้เถียงกัน พอโต้เถียงกันก็เกิด กระบวนการที่เรียกว่า กระแหนะกระแหน เสียดสี กล่าวร้าย นั่นคือจริยธรรมล้วน ๆ ท่าน เปึนเรื่องจริยธรรมทั้งหมดเลย อะไรที่เราจะต้องดูต่อ เรื่องสิทธิกับหน้าที่ ผมเปึน ส.ส. พอได้เปึน ส.ส. ก็ตื่นขึ้นมาก็เปึนนักการเมืองก็เปึนฝ์ายรัฐบาลมาตลอด ผมสนใจเรื่อง เหล่านี้มาก อ่านแล้วอ่านอีกว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในขณะที่ฝ์ายค้านทํากับฝ์ายรัฐบาล ผมก็ไปศึกษาว่ามันเปึนเรื่องสิทธิและหน้าที่ สิทธิกับหน้าที่ หน้าที่ไม่ใช่จริยธรรม แต่สิทธิ เปึนจริยธรรม ส.ส. มีหน้าที่มาประชุม เขียนไว้เลยนะครับ ต้องมาประชุม การเซ็นชื่อเปึน หน้าที่ แต่ไม่ร่วมประชุมไม่แสดงกิจกรรมเปึนสิทธิ จะ วอล์ก เอาท์ จะไม่กด จะอะไรนี่เปึนสิทธิ เพราะฉะนั้นการมาทําหน้าที่ต้องไปลงทะเบียน แล้วก็ถือว่าผมมา ทําหน้าที่แล้ว แต่ผมจะไม่ร่วมประชุม ไม่กด เปึนสิทธิ เปึนเอกสิทธิ์ ใครแตะต้องผมไม่ได้ ตรงนี้ละเมิดจริยธรรมผม นี่เปึนความเข้าใจผมในเรื่องจริยธรรม เพราะว่าท่านจะต้อง เอาไปเขียนต่อ เพราะฉะนั้นศีลธรรมกับจริยธรรมห่างกันมาก หลายชั้น ทั้งหมดที่เขียนนี่ ผมมองดูแล้วเปึนข้อห้าม เปึนศีลธรรม ไม่ใช่จริยธรรม แล้วจริยธรรมคืออะไร จริยธรรมคือ ไม่เยาะเย้ยถากถาง ไม่เอารัดเอาเปรียบ ไม่ดูถูกดูแคลน เปึนอะไรของศาสนาพุทธ ถ้าเปรียบได้ก็คือว่าเรามีมุทิตาจิต นี่คือมีจริยธรรม เพราะว่าจริยธรรมท่านดูนะครับ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา นี่คือการอธิบายจริยธรรมในแง่ของกลไกศาสนาพุทธ เมตตามีความรักต่อกัน กรุณาผู้ใหญ่ก็มีความกรุณาต่อผู้น้อย มุทิตาเราดีใจเมื่อคนอื่นได้ดี แต่อุเบกขาเราแปลผิด เราแปลเปึนคําเปึนวาง เปึนกลาง แต่จริง ๆ แล้วต้องปล่อยให้มัน เปึน ที่ภาษาเวียดนามว่า เปึนไปตามหลบเชียงเหงียบ หมายความว่าให้มันเปึนไปตามกฎ ของสังคม เพราะเขาเขียนไว้ชัดเจน แต่เรานี่แปลภาษาบาลีมา แล้วไม่ได้แปลเปึนภาษา เราเอง ผมพูดเรื่องนี้ทําไมครับ เพราะผมอยากจะให้ประมวลจริยธรรมใช้ได้ เขียนแล้ว อย่างนี้นะครับ ใช้ไม่ได้เลย เพราะว่าเราขยับตัวก็ไม่ได้แล้ว ทําอะไรก็ไม่ได้แล้ว ผมว่า หลายคนรู้สึกในเรื่องนี้ ผมเองไม่แน่ว่าผมจะได้ไปเปึนกรรมาธิการร่วมหรือเปล่า แต่ผม พร้อมจะแปรญัตติ พร้อมจะแลกเปลี่ยนพูดคุย เพราะว่าวันนี้ถ้าเราเขียนจริยธรรมไม่ดี นะครับ เราก็มีเบ้าหลอมที่ไม่ดี คนอยู่ในนี้ก็จะไม่งาม ผมก็อยากจะฝากท่านทั้งหลายว่า วันนี้จริยธรรมคือตัวสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง วันนี้เรามีปัญหาตรงวัฒนธรรมทาง การเมืองของเรามีความแตกต่างหลากหลาย แล้วก็เสนอแนวคิด เสนอวิธีการ ซึ่ง หลายท่านรับไม่ได้ หลายท่านฟังไม่ได้ หลายท่านทนไม่ได้ แต่ที่คนที่เสนอโดยผมเชื่อโดย สุจริตใจว่าเขาคิดอย่างนั้น เขาทําอย่างนั้น และเขาเชื่ออย่างนั้นบนพื้นฐานของจริยธรรม ที่เขาได้รับเบ้าหลอมนั้นมาด้วยตัวเขาเองว่าธรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเขาผ่านกระบวนการที่เขา ซึมซับจากระบบของสังคม วันนี้สิ่งนี้ท่านประธานต้องเปึนหลักให้กับพวกเราว่ายิ่งไปบอก ว่ามีคณะกรรมาธิการ แล้วก็มีคณะทํางานเกี่ยวกับการประมวลจริยธรรมแล้วก็ตัดสิน ประจาน ผมคิดว่าอันนี้รุนแรงมากสําหรับคนคนหนึ่งในสังคมนี้ ครูทําผิดในเรื่องนี้ ในเรื่อง ที่ชาวบ้านทําผิดไม่ได้นะครับ เพราะว่าจริยธรรมกําหนดว่าครูต้องเปึนอย่างนั้น ๆ วันนี้ ผมว่าสังคมเรากําลังมองว่านักการเมืองต้องเปึนผู้เสียสละ นักการเมืองต้องเปึนอย่างนั้น อย่างนี้ ผมคิดว่าเขาได้ตั้งธงไว้แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเขียนวันนี้บางทีก็บอกว่า ต้อง บางทีก็บอกว่า พึง เอาสักอย่างหนึ่งสิครับว่าคํามันคืออะไร ขอบคุณครับ