สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

ขจิตร ชัยนิคม เสนอแนะให้ตรวจสอบและปรับปรุงข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ ขณะเดียวกันก็หารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามอุดมการณ์ การเคารพสถานที่และบริเวณรัฐสภา และการกระจายกรรมการจริยธรรมในสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่ประธานสภาเสนอ

นายขจิตร ชัยนิคม มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการ เปึนเรื่องที่รัฐธรรมนูญให้ความสําคัญมาก เปึนหมวด ๆ หนึ่งในรัฐธรรมนูญ แล้วท่านกรรมาธิการก็ไปร่างกันแล้วก็ขยายเวลา แต่ผมมาดูข้อประมวลจริยธรรมทั้งหมด ที่ท่านร่างมาแล้ว มันไม่ใช่ประมวลจริยธรรม มันจะเปึนเรื่องของการประมวลคุณธรรม เพราะแต่ละข้อที่เขียนเปึนเรื่องของนามธรรม เปึนเรื่องใหญ่ อันนี้ข้อสังเกตอันที่ ๑ ท่านประธานครับ เพื่อที่จะให้ได้รายละเอียด ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายเปึน หมวดแล้วก็เปึนส่วน เพราะว่าถ้าอภิปรายทีละข้อจะใช้เวลานานมาก

ในส่วนที่ ๑ ครับ ในส่วนที่ ๑ นั้นกรรมาธิการได้กําหนดเรื่องอุดมคติหรือ อุดมการณ์ของสมาชิกและกรรมาธิการ มีจากข้อ ๕ ไปจนถึงข้อ ๑๑ ผมถามกรรมาธิการ ว่าท่านเขียนร่างมาทั้ง ๑๑ ข้อ จากข้อ ๕ ไปถึงข้อ ๑๑ ท่านเขียนแล้วท่านไปนึกดู ท่านมั่นใจหรือว่าจะทําได้ ถ้าเขียนอุดมการณ์ไว้สูงเกินไปปฏิบัติไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่าง อย่างในข้อที่ ๘ ท่านทําได้หรือครับ ท่านบอกว่า สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องกล้ายืนหยัดทําในสิ่งที่ถูกต้องและเปึนธรรม ยึดมั่น หลักการในการปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากอคติ และไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามอิทธิพลใด ๆ ที่เขียนไว้นี่กล้าหาญมากนะครับ แล้วสิ่งที่ปรากฏมาในอดีตใกล้ ๆ นี่ท่านกล้าหรือครับ มีคนมาชุมนุมข้างหน้านี้ท่านก็ย้ายที่ประชุมไปแล้ว ท่านกล้าข้อนี้ท่านทําได้ไหมครับ ถ้าทําไม่ได้อย่าเขียนนะครับ เพราะว่าเขียนแล้วมันมีผลต่อการปฏิบัติต่ออุดมการณ์ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเวลานี้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาความเห็นเรา แตกต่างกันมากในการตีความในการประชุม เลยเถิดไปจนกระทั่งตีความไปว่า ประชุม ที่ใดก็ได้ ท่านประธานครับ เรากําลังทําหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องนิติบัญญัติใช่ไหมครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนต้องทําหน้าที่ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใครขึ้นมาสังเกตดูการประชุมข้างบนโน้น เราต้องมีตํารวจสภา ไปควบคุมใช่ไหมครับ นั่งไขว่ห้างไม่ได้ ต้องแสดงความเคารพโดยเคร่งครัด แล้วท่านยังไป ประชุมนอกรัฐสภา แล้วพากันตีความว่าถูกต้องเฉยเลย แล้วถ้าอุปมาแล้วเปรียบเทียบกับ การทํางานของศาล เห็นชัดเจนครับ ศาลจะย้ายที่พิพากษาได้ไหมครับ เพราะฉะนั้นผมจึง กราบเรียนท่านว่า หมวดนี้ท่านเขียนไว้ท่านต้องระมัดระวังครับ ถ้าไม่แน่ใจท่านต้อง เปลี่ยนแปลงครับ มีหลายข้อครับ มีหลายข้อมากที่ท่านเขียนอุดมการณ์ แต่เวลาท่านทํา ท่านทําไม่ได้ เช่น ท่านบอกว่าท่านจะยึดประโยชน์ของประชาชนเปึนสิ่งที่สูงสุด ด้วยความเคารพครับผ่านไปเมื่อวานนี้ เรื่องสําคัญอย่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ท่านก็ใช้เสียงข้างมากเอาเรื่องข้อบังคับขึ้นมา มีความสําคัญกว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครับ ผลประโยชน์ประชาชนสูงสุดอยู่ตรงไหนครับ เพราะฉะนั้นข้อนี้ผมถามย้ําไปยังกรรมาธิการว่า ท่านเขียนด้วยความเพลิดเพลินหรือเขียน ด้วยการไปดูอันเก่าแล้วเขียนตามไป หรือว่าท่านมีเหตุผลอะไรถึงเขียนมาแบบนี้ มันปฏิบัติไม่ได้นะครับ

ส่วนที่ ๒ เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการ ท่านก็บอกเขียนไว้เปึนเรื่องอุดมการณ์ เวลาท่านทําท่านบอกประโยชน์ ประชาชนสูงสุด ของประเทศชาติสูงสุด ผมไม่แน่ใจครับ ถ้าท่านเขียนเปึนเชิงพฤติกรรมได้ ก็จะดีมากนะครับ ในหมวดนี้ผมขออนุญาตพูดถึงเท่านี้ครับ

แล้วก็ขออนุญาตผ่านไปหมวดที่เปึนเรื่องจริยธรรมในการดํารงตน ข้อ ๒๗ เขียนเลยครับ เขียนบอกว่า ท่านจักต้องให้เกียรติและเคารพต่อสถานที่และบริเวณรัฐสภา แล้วเวลาท่านไม่ประชุมในนี้ท่านย้ายไปที่อื่น บริเวณไหนล่ะครับเปึนบริเวณรัฐสภา ท่านจะให้ความเคารพตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นเขียนต้องดูความเปึนจริงไปด้วยนะครับ

ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องถามกรรมาธิการ หมวด ๒ การควบคุมให้เปึนไปตามจริยธรรม ท่านเขียนบอกว่า ข้อ ๓๖ ให้มีคณะกรรมการ คณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ท่านเขียนบอก ให้ประกอบ ไปด้วยประธานสภาผู้แทนราษฎรเปึนประธานโดยตําแหน่ง กรรมการอื่นซึ่ง สภาผู้แทนราษฎรเลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองที่มีอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎรพรรคละหนึ่งคน แล้วท่านก็จบไปเฉย ๆ ท่านประธานครับ วิธีคิดของท่านก็คือว่า ถ้าสภาแห่งนี้ พรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกอยู่แค่ ๒ ท่าน ท่านก็ให้เปึนกรรมการประมวลจริยธรรม ๑ คน แล้วพรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่งมีสมาชิก อยู่ ๒๐๐ ท่าน ท่านก็ให้เปึนกรรมการประมวลจริยธรรม ก็ ๑ ท่านเหมือนกัน ท่านเอา วิธีการอะไรมาคิดครับ ผมว่าไม่ถูกต้อง ถ้ากลับไปดูประมวลจริยธรรมเดิมนะครับ เขายัง เขียนไว้ก็พอจะรับได้นะครับ เพราะว่ามีการกระจายตามพรรค พรรคละ ๑ คน เสร็จแล้วก็ เลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภาพรรคละหนึ่ง และจํานวนที่เหลือให้พิจารณาตามสัดส่วนของจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละ พรรคการเมืองที่อยู่ในสภาจนครบ ร่างเดิมยังมีความสมบูรณ์กว่านะครับ แล้วท่าน มีเหตุผลอะไรไปตัด แล้วก็ไม่มีความสมบูรณ์เลย หลักการที่ไหน ๆ นะครับ ตอนนี้ คณะกรรมการเขาก็พัฒนาไปนานแล้ว ไม่ใช่เขียนแบบง่าย ๆ แบบนี้ ว่าพรรคไหนมีอยู่ใน สภาก็เอา ๑ คน เท่ากัน ๆ แล้วพรรคมี ๒ คน กับพรรคมี ๒๐๐ คน ท่านให้มีกรรมการ ไปเปึนตัวแทนเท่ากัน ถ้าพูดถึงหลักอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้นละครับ นอกจากการกระจายให้ ทั่วถึง ก็เปึนหลักการเบื้องต้นที่ทําง่ายมาก อันนี้อย่างน้อยก็ต้องเอาข้อเดิมครับ ก็คือ กระจายไปตามพรรคการเมืองที่มีจํานวนตามสัดส่วน เสร็จแล้วท่านไม่อยากให้คนอื่นมายุ่ง ผมก็ไม่ว่าครับ แต่ว่าถ้าท่านจะบอกว่าให้ผู้ชํานาญหรืออะไรต่าง ๆ ก็พอจะรับกันได้ แต่ว่า ถ้าเอาพรรคละ ๑ คน หลักการอย่างนี้รับไม่ได้หรอกครับหลักการอันนี้ เพราะว่ามันผิด หลักอะไรทั้งหมดเลย การที่บอกว่าคน ๒๐๐ คนนี่มีสิทธิเท่าคน ๒ คนนี่ใช้ไม่ได้ครับ แต่ละคนนี่เลือกมาโดยราษฎรทั่วประเทศแต่ละเขตเลือกตั้ง ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คน ทั้งนั้น แล้วเข้ามาอยู่ ๒๐๐ คน มีตัวแทนในคณะกรรมการประมวลจริยธรรม เวลาจะ ตัดสินเรื่องร้ายแรงสําคัญคือจริยธรรมของนักการเมือง ท่านบอกให้ ๒๐๐ คน ส่งตัวแทน ไป ๑ คน ๒ คน หรือ ๑ คน ให้เปึนตัวแทนเลย ๑ คน อย่างนี้ใช้ไม่ได้ครับ ไม่มีใครเขาทํา กันแล้ว กรรมการระดับตําบล ระดับโรงเรียนเขาก็ไม่ทํากันแล้วอยู่ในสถานศึกษา เพราะฉะนั้นเขียนง่าย ๆ อย่างนี้ไม่ได้หรอกครับ ต้องนําไปแก้ไข ท่านใดที่จะเปึน กรรมาธิการก็รับไปแก้ไขด้วยนะครับ ท่านประธานครับ อย่าลืมว่าประมวลจริยธรรมนี้ รัฐธรรมนูญให้ความสําคัญมาก ซึ่งท่านก็อ้างอีกครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๔ ก็ว่าด้วย อํานาจการตรา พอมาตรา ๒๗๙ ก็ว่าด้วยกระบวนการใช้ที่มีประสิทธิภาพ ผมดูแล้ว มันไม่มีตรงไหนในประมวลจริยธรรมที่เขียนมาว่าการใช้จะมีคุณภาพ ประสิทธิภาพตามที่ กําหนดไว้ในหลักการของรัฐธรรมนูญ อย่าลืมว่าเราทําประมวลจริยธรรมเราต้องได้รับ การตรวจสอบจากผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยที่กําหนดไว้ในมาตรา ๒๘๐ เราต้องทําให้มี มาตรฐานแล้วดูปฏิบัติได้ ถ้าท่านเขียนอะไรที่ปฏิบัติไม่ได้ อุดมการณ์สูงส่ง แต่ปฏิบัติ ไม่ได้ พฤติกรรมที่เปึนมาทําไม่ได้ แล้วท่านแน่ใจต่อไปท่านจะทําได้ใช่ไหมท่านถึงจะเขียน ท่านไม่หวั่นเกรงอิทธิพลใด ๆ ใช่ไหม ใครใส่เสื้อสีอะไร จํานวนเท่าไร เราจะต้องฝ์าฟัน เข้ามาประชุมในที่แห่งนี้ใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นใช่ รับไปเลย ถ้าไม่ใช่แล้วพากันหนีไปที่อื่น ไม่ต้องเขียน ขอบคุณมากครับ