รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๖
ณ ตึกรัฐสภา
วันนี้ ผมให้โอกาสท่านที่ยังไม่ได้ยื่นหารือเพิ่มชื่อได้เปิดให้โอกาสเพราะผมทําหน้าที่ก่อนเวลา เชิญท่านสัมพันธ์เลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมหารือต่อท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากที่เมื่อวานผมได้หารือ ไปครั้งหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องปัญหาโครงการจํานําข้าวที่เกิดขึ้นอันสืบเนื่องมาจากว่าในการจํานําข้าวนั้น ยังไม่มีการรับรองของกรมส่งเสริมการเกษตรที่ให้เข้าไปจํานําข้าวได้ ตอนนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือการที่นําข้าวไปฝากไว้กับทางโรงสีที่เริ่มมีปัญหาว่าจะถูกโรงสีในการบีบที่จะไม่ให้จํานํา ก็เป็นลักษณะเหมือนให้ขายฝากเลยครับท่านประธาน ฉะนั้นก็ฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์หรือว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็อยากจะให้ในการฝากข้าวนั้น ได้เป็นการจํานําด้วย เพราะว่าเกษตรกรนั้นก็กลัวปัญหาเรื่องนี้เหมือนครั้งที่ผ่านมา ก็ฝาก ต่อท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ช่วยกําชับในเรื่องนี้ครับ
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน จากปัญหาที่รัฐบาลปล่อยให้มีการขึ้นค่าพลังงาน ไม่มีการควบคุมในการตรึงราคาพลังงานเลย ไม่ว่าจะเป็นน้ํามันหรือก๊าซในผู้ที่ใช้พลังงาน ต่าง ๆ ก็ทําให้มีผลกระทบในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรนั้นก็ฝากมาว่า อยากให้รัฐบาลนั้นได้ดูเรื่องการตรึงราคาในเรื่องของค่าน้ํามันและก๊าซด้วย เพราะว่า เกษตรกรก็เดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นรถไถนา ไม่ว่าจะเป็นรถดูดข้าว ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุก สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๑/๒ หรือว่ารถยนต์โดยทั่วไปก็ต้องมาใช้น้ํามันที่ขึ้นทุกอาทิตย์ ๆ ก็มีปัญหาครับ ในเมื่อว่า รถจะดูดข้าวก็ต้องมาขึ้นค่าดูดเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในเรื่องของการเกษตรก็เพิ่มขึ้น ก็ฝากต่อ รัฐบาลในเรื่องปัญหาของค่าพลังงานที่เพิ่มขึ้นทุกวัน จนเรียกว่าความรู้สึกของ พี่น้องประชาชนนั้นก็ไม่อยากจะไปบ่นหรือพูดอะไรได้แล้วครับ เพราะว่ามันขึ้นเป็นประจํา ทุกวัน ขอบคุณครับ
ท่านสุนทรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ
เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานนะคะ คือดิฉันเองเป็น ส.ส. ที่อยู่ต่างจังหวัดค่ะท่านประธาน ก็อาศัยเดินทางมาประชุมที่กรุงเทพฯ ด้วยการขับรถมา ปัญหาปัจจุบันที่ดิฉันวกวนท้องถนนค่อนข้างมากก็คือตอนนี้ถนนที่เป็น ๒ เลน (Lane) นะคะ ท่านประธาน จะมีรถบรรทุกเขาบอกรถช้าวิ่งชิดซ้ายใช่ไหมคะ แต่ปัจจุบันเลนซ้ายเสียหาย ค่อนข้างเยอะทําให้รถบรรทุกหนักตอนนี้ยึดเลนขวาเป็นหลัก ทําให้รถเล็กหรือว่า รถที่พี่น้องสัญจรไปมาเกิดความยากลําบากแล้วก็ค่อนข้างจะอันตราย ก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวงหรือว่าตํารวจ ทางหลวงให้ช่วยดูแลสอดส่องในการจัดระเบียบของรถบรรทุกใหญ่ด้วยเพื่อความปลอดภัย ที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องที่ใช้สัญจรไปมาบนท้องถนนนะคะ
เรื่องต่อไปที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานค่ะ คือตอนนี้ดิฉันเองได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องผู้ปลูกมันสําปะหลัง เขาร้องเรียนกับดิฉันมาว่าเมื่อนํามันสําปะหลัง ไปขายหรือว่าไปเข้าร่วมโครงการรับจํานํามันสําปะหลังค่ะท่านประธาน สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๒/๑ แล้วพบกับปัญหาก็คือถูกหักสิ่งเจือปนบวกกับหักดินที่ติดมากับมันสําปะหลังสูงถึงประมาณ ๑๔ เปอร์เซ็นต์นะคะ ก็ทําให้ตรงนี้พี่น้องเขาสอบถามว่าทําไมถึงหักสูงมากนัก ก็อยากจะฝาก ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี้ได้ช่วยเข้าไปดูด้วยว่ามันเป็นไปได้หรือเปล่า และที่สําคัญมีพี่น้องเกษตรกร ผู้ปลูกมันสําปะหลังบางรายบอกกับดิฉันว่าเอาหัวมันเข้าไปทําการทดสอบที่จะเข้าร่วมโครงการ เขาได้รับแจ้งว่าหัวมันของเขานี้ค่ะเปอร์เซ็นต์แป้งเป็น ๐ อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยตรวจสอบให้ด้วย
และท้ายที่สุดเลยค่ะท่านประธาน คือมีพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลัง ที่เข้าร่วมโครงการรับจํานํามันสําปะหลังแล้วนี้นะคะ ๓๙ รายค่ะ มาร้องเรียนกับดิฉัน บอกกับดิฉันว่าปัจจุบันเขาได้ใบประทวนรับเงินแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่เมื่อสัก ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ค่ะท่านประธาน เขาได้รับการติดต่อจากหน่วยงานว่าอยากจะให้ นําเงินมาคืนกลับก่อนเนื่องจากมีการคํานวณผิด พี่น้องเขาก็เกิดความเดือดร้อนเนื่องจากว่า ผ่านมาเดือนกว่าแล้วเงินที่ได้จากการจํานํามันสําปะหลังก็นําไปใช้หนี้หมดแล้วค่ะ ก็อยากจะ ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลหาทางแก้ไขด้วยค่ะว่าก็เอาไปคิด ส่วนต่างกันใหม่แล้วเป็นเท่าไรมาคุยกันได้ไหม ไม่ใช่ว่ามาขอคืนทั้งจํานวนแล้วเดี๋ยวจะคิด ให้ใหม่ ก็ฝากท่านประธานด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน ท่านประธานครับ ผมเป็นบัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยรามคําแหง
เรื่องแรก กรณีที่ในขณะนี้ทาง กทม. ได้ส่งจดหมายไปยังบ้านทุกหลังในเขต กรุงเทพมหานครเพื่อแจ้งบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นแบบ ผ.ถ. ๑๐ ซึ่งจะแสดงรายชื่อผู้มีสิทธิ เลือกตั้งในบ้านนั้น ขอความกรุณาให้พี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครได้ตรวจสอบ ภายในวันที่ ๒๐ นี้ ถ้าหากมีผีเพิ่มเข้ามาในบ้านของท่านให้ไปแจ้งถอนรายชื่อได้ที่เขตภายใน วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๒/๒
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ วันนี้คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน จะเชิญนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี ดีเอสไอ (DSI) มาชี้แจง เพราะเห็นว่าเรียก ผบ.ตร. ไปชี้แจงที่ดีเอสไอถึง ๓ คน และในวันนี้ สภาก็เรียกนายธาริต เพ็งดิษฐ์ มาชี้แจงบ้าง ถ้าไม่มาชี้แจงในวันนี้ผมก็จะเสนอให้ คณะกรรมาธิการได้มีมติตาม พ.ร.บ. คําสั่งเรียก ให้เรียกนายธาริต เพ็งดิษฐ์ มาชี้แจงต่อสภา ต่อไป
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ความไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่ตํารวจในเขต นครบาลเริ่มปรากฏเด่นชัดยิ่ง ในขณะนี้ครับคุณแอ๊ด คาราบาว ท่านประธานครับ นี่คือ ภาพจากเว็บไซต์ (Web site) ไทยรัฐออนไลน์ (Online) คุณแอ๊ด คาราบาว คุณยืนยง โอภากุล ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงว่าได้แต่งเพลงให้กับ พลตํารวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ เพราะแจ๊สคือ พลตํารวจเอก คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตํารวจนครบาลขอร้อง ให้แต่งปรากฏตามหลักฐานไทยรัฐออนไลน์ ฉบับวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์นี้ ท่านประธานครับ และนอกจากนี้ยังมีการเกณฑ์ตํารวจชุมชนให้ไปฟังการปราศรัยของพรรคการเมืองและมี การบอกไปยังครอบครัวตํารวจว่าถ้าใครไม่เลือกเบอร์ ๙ ขอให้ออกจากแฟลตตํารวจ ดังนี้เป็นต้น และยังปรากฏภาพ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร แขวนอยู่ในห้องผู้บัญชาการ ตํารวจนครบาล พฤติกรรมเหล่านี้แสดงถึงความไม่เป็นกลางขอให้ส่งเรื่องนี้ไปยังท่านอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อไป
ท่านประธานครับ สุดท้ายเรื่องเมื่อวานนี้ผมทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการ สอบสวนเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภา ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานเพื่อขอร้อง ท่านประธานว่าอย่าได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภาในกรณี เมื่อวานนี้เลย เพราะผมกับท่านประธานเจริญในขณะนั้นก็ได้จบปัญหากันแล้วในฐานะ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคําแหงด้วยกัน แต่การที่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนจะทําให้ เจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภาถูกตัดเงินพิเศษ ไม่ได้เลื่อนขั้น ไม่ได้เลื่อนตําแหน่ง ซึ่งจะทําให้ เจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภาที่เข้ามาในห้องประชุมสภาเมื่อวานนี้เดือดร้อนกันทุกคน จึงขอ ความเมตตาจากท่านประธานเพื่อประสานไปยังท่านเจริญได้โปรดยกเลิกการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภาในกรณีเมื่อวานนี้ เพราะว่าถ้าท่านไม่จบผมก็จะไม่จบด้วย แต่ถ้าท่านจบ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๒/๓ ผมใคร่ขอร้องเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภาเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภามีความยุติธรรม อย่าได้ไปกลั่นแกล้งเพื่อตัดเงินเดือนในกรณีที่ไม่อุ้ม ส.ส. ฝ่ายค้านออกจากสภาเลยครับ เพราะว่าไม่ควรทําอย่างยิ่ง และให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภาทุกคน ท่านประธานครับ และท่านทราบไหมครับว่าในขณะนี้ข้าวกล่องที่แจกให้กับเจ้าหน้าที่ ให้กับเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภา ให้กับเจ้าหน้าที่สภาทั้งสภาในวันประชุมสภานี่งบประมาณ ถึงวันละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ท่านประธานได้ตรวจสอบด้วยว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ทําข้าวกล่องแล้วมีแต่อาหารไม่ได้คุณภาพอย่างนั้นคุ้มค่ากันหรือไม่ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๓/๑
สุดท้ายใคร่ขอร้องท่านประธานครับ ได้โปรดยกเลิกการตั้งกรรมการสอบสวน ตํารวจสภาเถอะครับ จะให้ผมไปเรียนท่านเจริญอย่างไรผมก็ยินดี แต่อย่าให้ตํารวจสภาทุกท่าน ได้รับความเดือดร้อนจากความขัดแย้งของนักการเมืองในสภาเลยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ให้ท่านวัชระไปคุยกับท่านเจริญก็แล้วกันนะครับ ท่านสัมภาษณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานครับ เนื่องจากว่าผมได้รับการร้องเรียน จากนายธงชัย เคลือบมณี ซึ่งเป็นประธานชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูบํานาญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความเดือดร้อนแล้วก็เห็นปัญหาของข้าราชการบํานาญครับ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการครู ข้าราชการตํารวจ ทุกส่วนที่เป็นข้าราชการบํานาญ เนื่องจากว่า บางคนนั้นในอดีตเกษียณมา ๒๐-๓๐ ปี ในอดีตนั้นเงินบํานาญมีจํานวนไม่มาก แต่มาถึงวันนี้ ค่าครองชีพก็สูงขึ้น ปัญหาก็คือว่าเวลาเข้ารับการรักษาพยาบาล ท่านประธานครับ คนอายุมากก็เหมือนรถเก่า ยิ่งเก่าก็ยิ่งซ่อมบ่อย คนอายุยิ่งมากก็ต้องยิ่งเข้าโรงพยาบาลบ่อย แต่มีปัญหาในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลที่ผู้สูงอายุโดยเฉพาะข้าราชการบํานาญมีปัญหา ในเรื่องต้องจ่ายเงินส่วนเกินจากที่ข้าราชการบํานาญจะใช้สิทธิได้ ปัญหาก็คือว่าค่าใช้จ่าย ส่วนเกินเป็นภาระกับข้าราชการบํานาญ ซึ่งข้าราชการบํานาญบางคนนั้นทํางานมาทั้งชีวิต ไม่ได้มีธุรกิจ ไม่ได้มีรายได้ส่วนอื่นมา ก็นอนกินแต่เงินบํานาญ พอเจ็บไข้ได้ป่วยที เข้าโรงพยาบาล เงินส่วนเกินก็เป็นภาระที่จะต้องหามารักษาตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่อง ของการตรวจเลือด การตรวจเอกซเรย์ การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ค่าห้องพัก อาหารที่ส่วนเกินก็เป็นภาระ ข้าราชการบํานาญกลุ่มนี้ก็เลยมีข้อเสนอว่าเงินเพิ่มสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการบํานาญในอัตราที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ต้องมิให้ข้าราชการบํานาญจ่ายเงินส่วนค่ารักษาพยาบาลที่เป็นส่วนเกิน และอีกข้อหนึ่งครับ ให้ยกเว้นเรียกเก็บเงินค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดแก่ข้าราชการบํานาญทุกสังกัดได้รับ เงินบํานาญต่ํากว่าเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ส่วนข้าราชการบํานาญที่ได้รับเงินบํานาญตั้งแต่ ๑๕,๐๐๐ บาทขึ้นไป ขอให้รัฐบาลจัดทําโครงการประกันเงินจ่ายสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๓/๒ ในส่วนเกินเหมือนกับข้าราชการสมาชิก กบข. ที่ดําเนินอยู่ ผมจึงขอปรึกษาหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าถ้ารัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงการคลัง รับเรื่องนี้ไปพิจารณาก็จะเป็นอานิสงส์แก่ข้าราชการบํานาญที่เคยเป็นอดีตข้าราชการ เมื่อ ๒๐-๓๐ ปีก่อน แต่วันนี้ยังมีชีวิตอยู่จะได้บรรเทาความเดือดร้อนของข้าราชการบํานาญ ในกลุ่มนี้ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสนองครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากบรรดาพี่น้องชาวอําเภอลําปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ส่งเรื่อง ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดตั้งวัด ผมเคยนําเสนอต่อสภาแห่งนี้อยากจะจัดให้ กรมการศาสนานั้นได้มีการสํารวจวัดที่ยังไม่ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวัดอย่างถูกต้อง เป็นการเฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวาระครบ ๘๔ พรรษา แต่ทว่าได้นําเรียนหารือต่อท่านประธานเสร็จก็มีการสั่งการไปพักหนึ่ง เสร็จแล้ว เรื่องก็เงียบหายไปนะครับ วัดบ้านหนองคู ตําบลหนองคู อําเภอลําปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ยื่นเรื่องไปถึงกรมการศาสนาเพื่อขอดําเนินการจัดตั้งวัดให้ถูกต้องตามกฎหมาย ดําเนินการ ไปแล้ว ๓ ปี จนขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงขอฝากท่านประธานครับ โครงการนี้ เป็นโครงการที่ผมเชื่อแน่ได้ว่าผู้ที่ทํานั้นจะได้บุญกุศลในการประกาศจัดตั้งวัดให้ถูกต้อง ทั่วประเทศ อันนี้ก็อยากให้รัฐบาลได้เร่งรัดดําเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ความศรัทธา ของบรรดาพี่น้องประชาชนชาวพุทธศาสนาที่ต้องการจะมีวัดอย่างถูกต้องด้วย ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๔/๑
ท่านชูวิทย์ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานครับ ก็คือวันนี้นโยบายรัฐบาลลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ซึ่งมีโครงการรับจํานําข้าวและมีโครงการบัตรเครดิตเกษตร ซึ่งออกโดย ธ.ก.ส. ในขณะนี้ก็มีการออกบัตรเครดิตเกษตรให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อจะไปลดรายจ่ายก็คือ จ่ายเงินล่วงหน้าให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนจํานําข้าว และจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อให้เกษตรกร สามารถที่จะไปรูดซื้อปุ๋ย ซื้อยาฆ่าแมลง จ้างรถไถนาได้ แต่ในขณะนี้บัตรเครดิตเกษตร ยังออกไม่ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จึงอยากจะให้ทาง ธ.ก.ส. ได้เร่งรัดออกให้เกษตรกรที่เป็น ลูกค้า ธ.ก.ส. ที่เข้าโครงการรับจํานําข้าวให้กับพี่น้องประชาชนโดยด่วน เพื่อจะใช้ให้ทัน ฤดูการผลิตในปี ๒๕๕๖ ต่อปี ๒๕๕๗ เพื่อให้พี่น้องสามารถที่จะลดรายจ่ายแล้วก็เพิ่มรายได้ ในการเข้าโครงการรับจํานําข้าวกับรัฐบาลได้ แล้วก็จะมีโอกาสในการพักชําระหนี้ใน ๓ ปี ที่รัฐบาลมีนโยบาย
อันที่ ๒ ก็คือโครงการที่จะช่วยเหลือผู้ที่มีจิตอาสา ซึ่งในขณะนี้ อสม. ก็มีค่าตอบแทน เดือนละ ๖๐๐ บาท แล้วก็ยังอยากจะให้รัฐบาลปรับเพิ่มเป็น ๑,๐๐๐ บาท ส่วนผู้ที่มีจิตอาสา อีกกลุ่มหนึ่งก็คือ อปพร. ก็อยากจะให้รัฐบาลได้เร่งรัดพิจารณาในการให้ค่าตอบแทนให้กับ อปพร. ผู้ที่มีจิตอาสาเพื่อจะให้มี อปพร. มาช่วยกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งวันนี้เราลงพื้นที่เราถามว่า ใครเป็นผู้ใหญ่บ้าน ผมครับ ใครเป็น อปพร. ผมครับ ใครเป็น อสม. ผมครับ ก็คือทําหน้าที่ หลายตําแหน่งเหลือเกิน แต่ถ้ามี อปพร. เราแยกหน้าที่เลยว่าคนที่เป็น อปพร. ต่อไปนี้ ถ้ามีค่าตอบแทนจะต้องไม่เป็นกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน จะต้องไม่เป็น อบต. จะต้องไม่เป็น อสม. ต้องเป็น อปพร. อย่างเดียว แล้วก็ทํางานช่วยกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็จะมีผู้ใหญ่บ้าน ๑ คน ผู้ช่วย ๒ คน อปพร. สัก ๑๐ คน อสม. สัก ๑๐ คน ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาในการพัฒนา หมู่บ้านได้ ขอบพระคุณครับ
ท่านอาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๔/๒
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอกราบเรียนเพื่อหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก เรื่องถนนไร้ฝุ่นในโรงเรียนนะครับ ท่านประธานครับ ผมได้นํา คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร พร้อมนักวิชาการและที่ปรึกษาไปศึกษาดูงาน เพื่อดูสภาพข้อเท็จจริงในการจัดการศึกษา ปัญหาข้อหนึ่งที่เราพบนะครับว่าโรงเรียนในระดับ ประถมศึกษาที่สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาทุกจังหวัด ส่วนใหญ่ ถนนหน้าโรงเรียน หน้าอาคารยังเป็นฝุ่นอยู่ พอถึงฤดูแล้งเช่นนี้ ท่านประธานครับ ลมพัด หรือแม้จะรถวิ่งผ่านไปนี่ฝุ่นตลบอบอวลหมดเลยครับ กระทบต่อสุขภาพของเด็ก และความสกปรกของอาคารสถานที่ โรงเรียนไม่มีนักการภารโรงที่จะทําความสะอาด ก็มีปัญหากระทบอย่างมากทีเดียว เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อส่ง สัญญาณนี้ไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อที่จะกําหนดเป็นนโยบายหลักว่าโรงเรียนในสังกัด ประถมศึกษาทุกโรงเรียนควรจะดําเนินการเร่งรัดเรื่องการทําถนนไร้ฝุ่น ไม่ว่าถนนคอนกรีต หรือถนนลาดยางก็แล้วแต่ตามศักยภาพของพื้นที่นะครับ ผมกราบเรียนว่ามันเป็นปัญหา พื้นฐานที่เราละเลยไม่ได้ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ กศน. อําเภอทุ่งสง อําเภอทุ่งสงเป็นอําเภอใหญ่มาก แล้วก็ผมชื่นชม กศน. ทําภารกิจในการจัดการศึกษาเติมเต็มและการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ ได้ค่อนข้างดีและคนนิยมมาก แต่บังเอิญว่าสํานักงานของ กศน. อําเภอนี่อาศัยเขาอยู่ครับ ใช้ของสํานักงานปศุสัตว์อําเภอ สมัยก่อนเขาทิ้งแล้วไปอยู่ วันนี้ก็ยังอยู่ที่นั่นครับ คับแคบมาก ผมเลยอยากกราบเรียนท่านประธานเพื่อส่งเรื่องนี้ไปยังท่านประเสริฐ เลขาธิการ กศน. สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๕/๑ ว่าทําอย่างไรที่จะจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารห้องสมุด อาคารห้องสมุดสามารถ ทําการได้ ๑ ชั้นแล้วมีห้องสมุด ๑ ชั้น เพื่อที่จะให้สํานักงานรองรับในความต้องการในการ จัดการศึกษา กศน. ของอําเภอทุ่งสง ซึ่งเป็นอําเภอใหญ่เท่าจังหวัดสักทีเพราะขอมาหลายครั้งแล้ว ไม่เคยได้สักครั้งหนึ่งครับ ก็กราบเรียนท่านประธานขอความเมตตาจาก กศน. ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านวรชัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ ผมได้รับคําร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมครับว่าวันนี้เขาลําบากมาก ในการที่รัฐบาล ขึ้นค่าแรง ๓๐๐ บาท เขารับได้ครับท่านประธาน แต่วันนี้ปีกว่า ๆ เกือบ ๒ ปี ค่าเงินบาท มันแข็งมากครับ ตอนนี้เกือบ ๒๘ บาท รู้สึกว่าจะ ๒๘ บาทกว่า ๆ ต่อ ๑ ดอลลาร์ (Dollar) เพราะฉะนั้นพี่น้องผู้ส่งออกนี่เขาเดือดร้อนจริง ๆ ขายของเป็นเงินดอลลาร์เอามาเปลี่ยนเป็น เงินไทยได้เงินน้อยลงครับ นี่คือความเดือดร้อนของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้น การที่ดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติที่คงไว้ที่สูงครับ ๒.๗๕ ถือว่ามากสําหรับประเทศไทย เพราะดอกเบี้ยประเทศอื่น เช่น ยุโรป ญี่ปุ่นนี่ดอกเบี้ยนโยบายเขาน้อยกว่าประเทศไทย เพราะฉะนั้นเงินนอกไหลเข้ามากครับวันนี้ เข้ามาถ้าลงทุนในภาคอุตสาหกรรมไม่เป็นไร ครับท่านประธาน แต่วันนี้เงินนอกไหลเข้าเพื่อทํากําไรดอกเบี้ยแล้วก็เก็งกําไรในตลาด หลักทรัพย์ วันนี้หุ้นบางบริษัทที่ประกอบการนี่ยังขาดทุนครับ แต่ว่าราคาหุ้นมันขึ้นสูงมากครับ ท่านประธาน ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ ก็ขอฝากท่านประธานไปยังผู้เกี่ยวข้องครับว่าให้ช่วยดูแล ค่าเงินบาท เพราะว่าถ้าไม่เช่นนั้นแล้วประเทศจะประสบปัญหายากลําบากเหมือนที่เคย เกิดขึ้นมาแล้วท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ดอกเบี้ยที่สูงเกินความเป็นจริงนั้นจะเป็น อันตรายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านเรวัตครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๕/๒
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ครับ เมื่อวานวันพุธที่ ๑๓ ผมหารือเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ ผมได้รับความเดือดร้อนครับท่าน สืบเนื่องมาจากวันพุธที่แล้วทางวิป (Whip) รัฐบาล ได้เลื่อนวาระกัน เลื่อนวาระของร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของภาคประชาชน ในวันนี้ผมเองเห็นของ ครม. ก็เสนอมา แต่รายชื่อผมยังไม่มี แต่ผมตรวจสอบเมื่อวาน เบื้องต้นว่าของผมนี่ทางสภานําไปให้นายกรัฐมนตรีลงนาม เพราะว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับ เรื่องการเงิน ผมเกรงว่าวันพุธหน้าถ้ามีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องของร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ผมเกรงว่าของผมนี่จะไม่ได้เข้ามาทันของพี่น้องประชาชนที่เสนอมาพร้อมกับ ครม. ผมขออนุญาตฝากประธานด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านมนพรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่อง ที่จะหารือต่อท่านประธานจํานวน ๓ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก ดิฉันได้รับคําร้องจากพี่น้องประชาชนบ้านโคกกุงและบ้านโคกก่อง ตําบลโพธิ์ตาก อําเภอเมือง จังหวัดนครพนม ว่ามีปัญหาเรื่องของประปาและน้ําดื่มน้ําใช้ ในบริเวณ ๒ หมู่บ้านดังกล่าว เนื่องจาก ๒ หมู่บ้านดังกล่าวนี้ได้มีระบบประปาเขาเรียกว่า ประปาถังน้ําแบบ รพช. เดิม แต่ปัจจุบันนี้ ๒ หมู่บ้านนี้ได้มีพี่น้องประชาชนได้มีการก่อสร้าง แล้วก็ขยายหมู่บ้านจํานวนหลังคาเรือนเพิ่มขึ้น ทําให้น้ําดื่มน้ํากิน แล้วก็น้ําใช้ที่ใช้ในหมู่บ้านนี้ ไม่เพียงพอ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๖/๑ ดิฉันได้ทําเรื่องผ่านทางองค์การบริหารส่วนตําบลถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในการบรรจุโครงการประปาผิวดิน แต่วันนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ก็ยังไม่ได้รับ การพิจารณา พี่น้องประชาชนขณะนี้เดือดร้อนมากต้องใช้รถของชาวบ้าน แล้วก็ใช้รถน้ําของ องค์การบริหารส่วนตําบล รวมทั้งรถน้ําของ อบต. ใกล้เคียงได้ขนน้ํามาให้พี่น้องประชาชน ทุกวัน ดิฉันขอฝากไปถึงท่านประธานสภา ถึงรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องได้เร่งรัดบรรจุโครงการ ดังกล่าวในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ เป็นการแจ้งเกิดผิดปกติและการถูกเพิกถอนสัญชาติ ดิฉันได้รับ คําร้องจากนางสาวธนาธิป ชนะมนัส เนื่องจากรายละเอียดดังกล่าวเป็นเอกสารที่ค่อนข้าง ละเอียด ดิฉันจะนําเอกสารดังกล่าวได้ส่งให้ท่านประธานเพื่อแจ้งถึงความไม่โปร่งใส ของเจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎรจังหวัดนครพนมต่อไปค่ะ
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของการเชิญชวนการท่องเที่ยว เนื่องจากในวันจันทร์ที่ ๑๘ นี้ พี่น้องชาวจังหวัดนครพนมได้รับเกียรติอันสูงสุดจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการที่จะเดินทางไปเปิดงานนมัสการพระธาตุพนม ก็อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทย ได้มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดนครพนมในงานนมัสการพระธาตุพนม ตั้งแต่วันที่ ๑๘-๒๘ กุมภาพันธ์นี้ ขอบคุณค่ะท่านประธาน
ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตให้ท่านประธานได้กรุณาเร่งรัดการทํางานของดีเอสไอ กรณีการทุจริตจํานําข้าว กรณีข้าวเน่า ซึ่งวันนี้พี่น้องประชาชนอยากให้ดีเอสไอเร่งรัด การทํางาน ถ้าเผื่อว่าทํางานแล้วมีผลเป็นประการใดได้บอกกับพี่น้องประชาชน เพราะว่า พี่น้องประชาชนจะได้คลายความกังวลใจ เพราะงบประมาณจํานวนมากถูกใช้จ่ายไปกับกรณี การทุจริตดังกล่าว รวมถึงการทุจริตการรับจํานําหอมแดงในหลาย ๆ พื้นที่ ท่านประธาน ที่เคารพครับหลักฐานค่อนข้างชัดเจน ดีเอสไอรับเรื่องนี้ไปนานแล้วเป็นระยะเวลากว่า ๑ ปี ไม่ทราบว่าดีเอสไอขณะนี้ดําเนินการเรื่องนี้อย่างไร มีผลเป็นประการใด การทุจริตคอร์รัปชัน สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๖/๒ (Corruption) วันนี้มีมากเหลือเกินครับ เราหวังพึ่งหน่วยงานทางราชการที่ทําหน้าที่ ในการปราบปรามการทุจริตในหลาย ๆ เรื่อง ถ้าวันนี้หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านั้นเพิกเฉย ปล่อยปละละเลย ไม่เร่งรัด ไม่ดําเนินการรังแต่จะทําให้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มทวี มากยิ่งขึ้น
เรื่องที่ ๒ ที่อยากกราบเรียนต่อท่านประธานคือเรื่องของการเร่งรัด การก่อสร้างถนนในหลาย ๆ พื้นที่ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงถนนหนทาง ที่ประสบปัญหาการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนกรณีถนนจากบ้านสมบูรณ์ไปบ้านเป็ด ตําบลโพนแพง อําเภอม่วงสามสิบ บ้านทุ่งมณีไปบ้านเหล่าบาก ตําบลหนองฮาง บ้านหนองฮาง ไปบ้านหนองคู ตําบลนาเลิง อําเภอม่วงสามสิบ บ้านเทพาไปที่อําเภอเหล่าเสือโก้ก ซึ่งเป็น ถนนเชื่อมระหว่างอําเภอ บ้านหนองฮางไปบ้านทุ่งมณีในพื้นที่อําเภอม่วงสามสิบเช่นเดียวกัน ถนนจากอําเภอม่วงสามสิบไปอําเภอพนา ถนนสายนี้ก็มีอายุการใช้งานค่อนข้างนานนะครับ หลายปีแล้ว ถนนจากโนนจิกไปบ้านคําหนามแท่ง ผมกราบเรียนต่อท่านประธานไปในหลาย ๆ วาระว่าถ้าเผื่อว่าเร่งรัดดําเนินการก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน รวมถึงถนน จากตําบลโพนแพงไปตําบลปะอาวของอําเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี และถนน จากอําเภอม่วงสามสิบไปบ้านกุงชัย เขตอําเภอพนาเช่นกันครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกยังมีโอกาสยื่นข้อหารือได้นะครับยังมีเวลา เพราะวันนี้ผมทําหน้าที่ก่อนเวลา ท่านครูมานิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ปัญหาของพี่น้องประชาชนผมเชื่อแน่ว่ามีมาก เพราะว่าโดยพื้นที่ ๗๗ จังหวัด ๗,๐๐๐ กว่าตําบล ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ๕๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร รัฐบาลไหนก็ดูแลไม่ทั่วถึงหรอกครับ พวกเราในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องช่วยกันนะครับ เพราะว่าเจตนาของ รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยก็มุ่งแต่อยากจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะปัญหาเรื่อง ปากท้องประชาชน และโดยเฉพาะนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เจ้าของวลีที่ว่าคิดบวกนี่ อยากให้ชาวบ้านอยู่ดีกินดีมีความสุข แต่วันนี้ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานของผมนี่ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๖/๓ มีทุกสัปดาห์เป็นเรื่อง ๆ ตามที่ผมไปสัมมนา พูดคุยกับพี่น้องประชาชนทั้งในเขตเลือกตั้ง ในพื้นที่และประชาชนทั่วไป เรื่องวันนี้เรื่องเดียวครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนเขาบอกว่า ที่รัฐบาลได้มอบสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไปเป็นขั้นบันไดตั้งแต่ ๖๐ ปีถึง ๗๐ ปี ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท แล้วก็ ๘๐๐ บาท แล้วก็ไป ๑,๐๐๐ บาท สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๗/๑ เขาบอกว่าดีมาก ยอดเยี่ยม แล้วก็มีเงินให้กับคนพิการอีก แต่เขาบอกว่าน่าจะปรับว่าวันนี้ ข้าราชการเมื่อทํางานครบ ๖๐ ปีเกษียณไปได้รับเงินบํานาญ ถ้าไม่รับบํานาญก็รับบําเหน็จ เขาในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยราษฎรเต็มขั้นได้ทํางานให้กับพี่น้อง ได้ทํางานให้กับ ประเทศชาติมายาวนานทุกเรื่อง อย่างน้อย ๆ ที่รัฐสั่งไปในปัญหาต่าง ๆ ให้เขาเป็นคนสํารวจ ให้เขาให้ความร่วมมือกับรัฐ เป็นประชากรที่ดีต่อรัฐ ทํางานให้กับบ้านเมืองมายาวนาน เขาว่าน่าจะมีเงินบํานาญประชาชน ท่านประธานฟังนะครับ ขีดเส้นใต้ เงินบํานาญประชาชน ยกเลิกก็ได้เงินผู้สูงอายุแล้วก็มาตั้งบํานาญ สมมุติว่าปีนี้ ปีหน้ารัฐบาลประกาศเป็นบํานาญ ประชาชนคนที่ ๖๐ ปีขึ้นไป ๒,๐๐๐ บาท อายุเท่าไรก็ ๒,๐๐๐ บาท ตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป แล้วเวลาจะปรับช่วงทีหนึ่ง เวลาขึ้นเงินเดือนข้าราชการหรือขึ้นเงินเดือนให้กับองค์กรต่าง ๆ ก็ปรับไป ๒ เปอร์เซ็นต์ ๓ เปอร์เซ็นต์ก็ว่าไปเพื่อให้ความเป็นอยู่เขาอยู่ได้ เพราะว่าคน ๖๐ ปี คน ๑๐๐ ปี คน ๙๐ ปีมีปากท้องเหมือนเดิม การเป็นอยู่ไม่แตกต่าง เขาจึงอยากว่าในฐานะ ที่เขาเป็นประชาชนคนไทยเขาไม่มีโอกาสได้รับราชการ แต่เขาน่าจะพึงได้รับสิทธิในฐานะ ที่เขาก็เสียภาษี ได้ดูแลประเทศชาติมาเหมือนกับข้าราชการเมื่อครบ ๖๐ ปี เขาก็เลยฝากว่า วันนี้รัฐบาลลองไปคิดดูนะครับ แต่ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าไม่ดี เงินผู้สูงอายุ เงินคนพิการดีหมดครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ ฝากไปยังหน่วยงานผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้องครับ
นายแพทย์สุกิจครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเท้าความไปถึง ที่เพื่อนสมาชิกหารือเมื่อสักครู่สักนิดนะครับเรื่องบํานาญประชาชน จริง ๆ แล้วรัฐบาลที่แล้ว ได้เสนอ พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติเอาไว้นะครับ ซึ่งก็เหมือนกับว่าพี่น้องประชาชน จะได้บํานาญในยามแก่เฒ่าแต่รัฐบาลนี้ไม่สนใจที่จะทําเองแล้วไม่ทราบว่าจะมาเรียกร้องกัน ทําไมนะครับ ผมขอเรียนหารือท่านประธานนะครับ
อะไรครับ เชิญครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๗/๒
ท่านประธานครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ มีผู้กําลังจะหารือก้าวล่วงผม จริง ๆ ผม ไม่อยากให้ใครมาเสือกเรื่องผมหรอกครับ ผมก็ทําตามประสาผมละครับ ไม่ต้องสอนกันหรอก ในสภา
พอแล้วครับ เอาเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนดีกว่าท่านทั้ง ๒ ยังมีส่งรายชื่อมาเยอะครับ เอาเรื่อง ความเดือดร้อนของชาวบ้านนะครับ เชิญนายแพทย์สุกิจครับ
ท่านประธานครับ ผม หมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ ส.ส. จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ เมื่อสักครู่ถ้าผมฟังไม่ผิดท่านประธานฟังเหมือนผมไหม ได้ยินคําพูดหยาบคายใช่ไหมครับ ท่านประธานจะยอมให้เขาพูดอย่างนี้ในสภาหรือครับ คําพูดอย่างนี้ ผมไม่ได้สอนไม่ว่าอะไร ผมเพียงแต่บอกให้ฟังว่ามันมีอยู่แล้วแต่รัฐบาลนี้ไม่ทํา
เดี๋ยวครับ นายแพทย์สุกิจ ท่านครูมานิตย์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม จริง ๆ ผมพูดจริงครับว่า เสือก ผมยังยืนยันครับ แล้วก็ไม่มีเหตุผลจําเป็นอะไร ผมหารือ ตามประสาของผมแล้วบอกว่ารัฐบาลผมไม่ทํานี่นิสัยเขาเลยครับ และพูดอีกคําด้วยนี่สันดานเลย
ท่านครูมานิตย์ อย่างนี้ไม่ดีครับ ถอนคําว่า เถื่อน ก็แล้วกัน ครูมานิตย์ไม่เอาแล้วครับ เดี๋ยวท่านสุกิจก็ต้อง ถอนทั้งคู่ครับ เอาเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ท่านถอน เดี๋ยวผมจะให้ท่านสุกิจ ถอนด้วยที่ไปว่าอะไรท่าน ถอนเถอะครับเพื่อให้บรรยากาศดี ๆ เช้า ๆ เป็นเรื่องความเดือดร้อน ของประชาชน
(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านไม่ต้องประท้วง เดี๋ยวผมวินิจฉัยก่อน นั่งลงก่อนครับ ให้โอกาสผมได้ทําหน้าที่นั่งลงครับ ท่านครูมานิตย์ที่ว่าเมื่อสักครู่ถอนแล้วเดี๋ยวผมจะให้หมอสุกิจถอน ทั้งคู่ก็เอาเรื่อง ความเดือดร้อนของประชาชนนะครับ เชิญครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๗/๓
ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ถอนครับ
ขอบคุณครับ บรรยากาศดี ท่านหมอสุกิจท่านก็เป็นสุภาพบุรุษที่ว่าอะไรก็ถอนเหมือนกัน เอาเรื่องเดินไปข้างหน้าครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผมไม่ได้พูดอะไรผิดเลยนะครับ ถูกต้องทุกอย่าง แต่ถ้าท่านประธานจะให้ถอนผมก็ขอถอนในสิ่งที่ผมไม่ได้พูดไปเลยครับ
บรรยากาศดี เชิญท่านต่อเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอหารือ ๒ เรื่อง คือทั้ง ๒ เรื่องนี่เป็นเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้าของรัฐบาลนี้ ทั้ง ๒ โครงการ ที่ผมจะหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๘/๑ ก็คือเป็นงบพัฒนาจังหวัดของปี ๒๕๕๕ ของงบพัฒนาจังหวัดตรังนะครับ โครงการแรก คือโครงการซ่อมสร้างถนนสายน้ําผุด บ้านไสเดือย ตําบลน้ําผุด อําเภอเมือง จังหวัดตรัง งบประมาณ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบเขาก็มีอยู่แล้วครับ คือสํานักงาน ทางหลวงชนบทจังหวัดตรัง ถนนสายนี้แย่มากครับ พี่น้องประชาชนมาเรียกร้องมาชุมนุม หลายครั้งแล้ว แต่ปรากฏว่างบประมาณ ๒ ปีแล้วครับ เกือบจะ ๒ ปีแล้วยังไม่ลงไปเลยครับ
อีกโครงการหนึ่ง ก็คือโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก หมู่ที่ ๘ ตําบลนาโยงใต้ งบประมาณ ๓,๕๒๐,๐๐๐ บาท สํานักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตรัง รับผิดชอบ ทั้ง ๒ โครงการนี้เป็นงบพัฒนาจังหวัดนะครับ ผมขอเน้นว่างบพัฒนาจังหวัด เมื่อปี ๒๕๕๕ ซึ่งพี่น้องประชาชนรอคอยแล้วก็เดือดร้อนมาก สะพานก็จะพังอยู่แล้ว ถนนนี่ พังไม่มีชิ้นดีแล้วนะครับ แต่ว่าเงินทําไมถึงขี้เหนียวไม่จ่ายลงไปล่ะครับ เขาก็สงสัยว่าทําไม ไม่ลงไปสักที จึงขอให้ท่านประธานส่งเรื่องไปยังกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง บอกว่า ขอให้เร่งรัดในการจัดส่งงบประมาณทั้ง ๒ ก้อนนี้ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านนิยมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ประเภทบัญชีรายชื่อครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมากถึงปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น ปัจจุบันนี้ ก็อยากจะให้มีการขุดลอกรวมทั้งหมด ๓๙ แห่ง ปรากฏบัญชีรายละเอียดตามที่ ผมได้เขียนเรียงไว้นี้นะครับ
ข้อ ๒ ขอให้สร้างเขื่อนป่าสัก ๒๔ ตอนเพื่อกักน้ําไม่ให้น้ํามาท่วมตอนล่าง แล้วก็เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา แพร่พันธุ์ปลา แล้วก็เลี้ยงสัตว์บก และน้ําในการทําเกษตร แล้วก็ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ด้วยครับ
ข้อ ๓ ขอให้ช่วยฟื้นฟูเยียวยาถนนที่ถูกภัยพิบัติตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ยังไม่ได้ซ่อม เพราะตอนนั้นเขตก็ไม่มี มีแต่ผู้รักษาการ แขวงก็ไม่มี พอย้ายคนใหม่มาก็มาสํารวจแล้ว ปรากฏว่า ๓๙ โครงการนี้ไม่ได้ทําแผนและโครงการไว้เพียงแต่รายงานความเสียหาย เขาก็มาทําไว้ แต่ตอนนี้เขากําลังส่งเรื่องมา ก็ขอให้ท่านประธานช่วยประสานงานกับ หน่วยงานนี้ด้วยครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๘/๒
ข้อ ๔ ขอให้สร้างสะพานข้ามแม่น้ําป่าสัก แม่น้ําป่าสักมีความยาวประมาณ ๗๐๐ กิโลเมตร แต่มีสะพานไม่กี่แห่งเลยครับ ระยะบางแห่งห่างกันเป็น ๔๐-๕๐ กิโลเมตร จะมีสะพาน เพราะฉะนั้นรถก็ต้องวิ่งวนอ้อมไปไกลจึงจะได้ข้าม บางแห่งก็ ๓๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นปีหนึ่งเผาน้ํามันทิ้งหลายร้อยล้านบาท แล้วก็เวลาที่เสียไป ก็อยากจะขอให้มี การสํารวจ แล้วตอนนั้นก็มีการสํารวจหลายครั้งแล้วว่าจะได้ ว่ามีคอนซัลท์ (Consult) ออกมาสํารวจแล้วป่านนี้ยังไม่ได้ ขอให้ท่านประธานช่วยประสานงานสั่งการช่วยเร่งรัด ด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านฉัตรพันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เจ้าหน้าที่ตํารวจถือว่าเป็นผู้ที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้อง ประชาชน เป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน ในปัจจุบันสถานการณ์ปัจจุบันเราจะเห็นกันว่า ตํารวจได้รับการร้องเรียนว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ รังแกพี่น้องประชาชน ใช้อํานาจหน้าที่ แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ นั่นคือตํารวจส่วนน้อย แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าตํารวจที่ดี มีมากกว่า ท่านประธานครับ ที่ผมต้องเรียนปรึกษาหารือกับท่านประธานในวันนี้ เพื่อเรียกร้องไปยังสํานักงานตํารวจแห่งชาติให้กําจัดขจัดตํารวจเลว ๆ ที่สร้างปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนออกไปจากวงการตํารวจ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กมลทิพย์ ๙/๑ และในขณะเดียวกันขอให้บําเหน็จความดีความชอบให้แก่ตํารวจที่ทําหน้าที่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ที่ทําหน้าที่เสี่ยงภัยดูแลปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะตํารวจในชายแดนภาคใต้ ขอให้ท่านช่วยดูแลครอบครัว บุตร ลูกของเขาให้การศึกษาให้ดีและให้การบรรจุเป็นตํารวจ กับบุตรของตํารวจที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมขอฝากกับคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะประธาน คณะกรรมการนโยบายตํารวจแห่งชาติ ขอให้ช่วยพิจารณาจัดสรรกําลังตํารวจเพิ่มมากขึ้น ทั่วทั้งประเทศไทยครับ เพราะขณะนี้เมื่อเกิดเหตุร้ายเกิดขึ้น ตํารวจมาช้าครับ และคําตอบ ที่ได้รับก็บอกว่ากําลังไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ตํารวจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะพี่น้องในกรุงเทพมหานคร ผมทราบว่าขณะนี้อัตรากําลังพลขาดเกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าทั้งประเทศผมก็ว่าใกล้เคียงกัน ดังนั้นขอให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนนะครับ เพื่ออํานวยความสะดวก ความปลอดภัย การดูแลปกป้องประชาชนให้สมกับคําว่า ตํารวจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตํารวจเป็นที่พึ่ง ของประชาชน และตํารวจสามารถทําหน้าที่อํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชน ได้อย่างสมบูรณ์ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านเกียรติศักดิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นที่ผมจะนํามาหารือกับท่านประธานในวันนี้ มี ๒ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นที่ ๑ ผมจะหารือไปถึงนายกรัฐมนตรีแล้วก็ประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากว่าปัญหาที่ผมนําเข้ามาหารือในสภาแห่งนี้หลายเรื่องยังไม่คืบหน้าหรือว่ายังไม่ได้รับ คําตอบ ยังไม่ได้รับการแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าท่านได้ดําเนินการไปถึงขั้นตอนใด ปัญหาที่ผมนํามาหารือนั้นเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ผมเชื่อว่าปัญหาทุกปัญหาที่ผมนํามา หารือนั้นเป็นความจริง แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขหรือว่ายังไม่ได้รับคําตอบจากสภาแห่งนี้ หรือจะเป็นตามที่ชาวบ้านเขาเชื่อว่าปัญหาในเขตพื้นที่ของ ส.ส. พรรคฝ่ายค้านนั้นยากที่จะ ได้รับการแก้ไข ฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร คิดว่าท่านน่าจะเกี่ยวข้อง กับประเด็นปัญหาข้อที่ ๑ นี้ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กมลทิพย์ ๙/๒
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธานสภาเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน นั่นก็คือประเด็น ปัญหาของยาเสพติด ซึ่งเรื่องนี้ผมได้นําเข้ามาหารือในสภาแห่งนี้แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่ดําเนินการได้ทันที เป็นเรื่องที่ไม่ต้องใช้งบประมาณ ไม่ต้องตั้งงบประมาณ ไม่ต้องรอ ปีงบประมาณ เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องทํางานตามปกติแล้วก็ดําเนินการได้ทันที แต่ ณ วันนี้ ที่เทศบาลเมืองคูคต ถนนฟ้าคราม ในชุมชนแห่งนั้นมีการขายยาเสพติดแล้วก็รู้ชัดเจนว่า แหล่งที่ขายอยู่ตรงไหน แต่การแก้ปัญหาของเจ้าหน้าที่นั่นก็คือไปจับผู้เสพตรวจปัสสาวะ แล้วก็ปรับ แต่เขาชี้ให้เห็นว่าคนที่ขายยาเสพติดนั้นเป็นใคร แต่ท่านไม่จับ ขอฝากไปถึง นายกรัฐมนตรีที่กํากับดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้รีบดําเนินการเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านดอกเตอร์สุรสาลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือ ท่านประธานผ่านไปยังประธาน กบอ. และปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีดังนี้ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงของอุทกภัยที่ผ่านมานั้นจังหวัดสิงห์บุรีได้รับ ความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัยนานกว่า ๒ เดือนครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชน ที่มีบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ําเจ้าพระยาทั้ง ๒ ฝั่ง ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๑๐/๑ โดยเฉพาะทางด้านจิตใจนั้นเป็นความทุกข์ทรมานที่ไม่สามารถประเมินออกมาเป็นมูลค่าได้ จําเป็นที่รัฐบาลจะต้องหาทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ จากการประชุม คณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ ๕ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้นะครับ ได้มีการอนุมัติผลการพิจารณา ผู้ผ่านการคัดเลือกกรอบแนวคิดเพื่อออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา อย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศในวงเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยแผนงานจํานวน ๑๐ แผนงาน โดยใน ๑๐ แผนงานนั้นแผนงานที่ ๔ ครับ เป็นเรื่องการปรับปรุงลําน้ําสายหลักและคันริมแม่น้ําของแม่น้ําหลายสาย ซึ่งรวมทั้ง แม่น้ําเจ้าพระยาด้วยในวงเงินประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนี้ในแผนงานที่ ๙ ซึ่งเป็น การปรับปรุงสภาพลําน้ําสายหลักและคันริมแม่น้ําอีก ๑๗ ลุ่มน้ําในวงเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี ขออนุญาตเสนอแนวทางการแก้ปัญหาน้ําท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายพื้นที่ฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตกของแม่น้ําเจ้าพระยาด้วยการสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมในรูปของถนนเลียบริมฝั่ง แม่น้ําเจ้าพระยาทั้ง ๒ ฝั่ง ตั้งแต่อําเภออินทร์บุรีไปจรดอําเภอเมืองสิงห์บุรี โดยมีลักษณะเป็นถนน ลูกรังบดอัดหรือถนนคอนกรีตเสริมเหล็กความกว้างไม่น้อยกว่า ๕ เมตร โดยถนนเลียบริมฝั่ง เจ้าพระยาทั้ง ๒ ฝั่งนี้จะเป็นถนนเพื่อการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ เป็นถนนคนเดินให้พี่น้อง ประชาชนสามารถที่จะออกกําลังกาย จําหน่ายสินค้าโอทอป (OTOP) และที่สําคัญคือเป็น คันป้องกันน้ําท่วมพื้นที่ตั้งแต่อําเภออินทร์บุรีไปจรดอําเภอเมืองสิงห์บุรีทั้ง ๒ ฝั่งของแม่น้ํา เจ้าพระยาด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอหารือปัญหานี้กับท่านประธานเพื่อผ่านไปยัง ท่านประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ําและอุทกภัย หรือ กบอ. และผ่านไปยังปลัด สํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งจะทําหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกที่จะออกเงื่อนไข การประมูลหรือทีโออาร์ (TOR) เพื่อพิจารณานําแนวทางการแก้ปัญหานี้บรรจุไว้ในแผนงาน ที่ ๔ หรือแผนงานที่ ๙ แล้วแต่ความเหมาะสมต่อไป ขอบพระคุณครับ
ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๑๐/๒
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้รับเอกสารเป็นหนังสือสอบถามความคืบหน้าจากมูลนิธิเพื่อนหญิง เรื่องของกองทุน เงินออมแห่งชาติหรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า กอช. ท่านประธานคะ ซึ่งกองทุนเงินออมแห่งชาติ ได้ผ่านสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้วและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๕๕ เรื่องของกองทุน การออมแห่งชาติได้ทําไว้ตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเราต้องการที่จะ ดูแลพี่น้องที่อยู่นอกระบบ ซึ่งวันนี้ถ้าเราไปดูประชาชนทั้งหมดที่อยู่ในวัยทํางานเราจะพบว่า วันนี้พี่น้องประชาชนกว่า ๔๐ ล้านคนที่อยู่ในวัยทํางานจะได้รับสวัสดิการจากรัฐ ซึ่งไม่ว่า จะเป็นเรื่องของเงิน กบข. ก็ดี กองทุนบําเหน็จบํานาญก็ดี กองทุนประกันสังคมก็ดี หรือว่า กองทุนสํารองเลี้ยงชีพก็ดี พี่น้องที่สามารถรับสวัสดิการได้จาก ๔๐ ล้านคน มีเพียง ๑๔ ล้านคน เท่านั้น แต่ว่าที่เหลืออีก ๒๖ ล้านคน พวกเขาเหล่านั้นยังไม่มีสวัสดิการใด ๆ รองรับ จึงเป็น เหตุผลให้ขณะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลได้ตั้งเรื่องของกองทุน การออมแห่งชาติขึ้นมาเพื่อสร้างหลักประกันในยามชราให้กับผู้ที่อยู่นอกระบบ ซึ่งวันนี้ ผ่านปีงบประมาณไป ๒ ปีแล้วค่ะท่านประธาน ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ และปีงบประมาณ ๒๕๕๖ แต่ไม่มีท่าทีว่ากองทุนนี้จะสามารถบังคับใช้ได้เพราะอะไร ท่านประธานคะ เพราะว่างบประมาณที่ รัฐบาลให้มามีเพียงค่างบดําเนินการเท่านั้นแต่ไม่มีเงินที่จะมาเริ่มต้นให้กองทุนการออม แห่งชาติสามารถเดินหน้าไปได้ กองทุนการออมแห่งชาติเป็นสวัสดิการของพี่น้องประชาชน เป็นเงินที่จะไปดูแลสวัสดิการให้กับพี่น้องยามชราให้กับคนที่อยู่นอกระบบ ซึ่งต่อไปข้างหน้า อีก ๑๐ ปีจะมีคนต่าง ๆ เหล่านี้เพิ่มขึ้นอีก ๗๐ ล้านคน ดิฉันจึงต้องนําเรื่องเหล่านี้มานําเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้ทํางานสานต่อนโยบายดังเช่นนายกรัฐมนตรีได้พูดไว้ว่าตั้งใจ จะทํางานอันไหนเป็นนโยบายที่ดีก็อยากให้ทําต่อค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านนายแพทย์เหวง โตจิราการ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๑๑/๑
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผมมีเรื่องที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
เรื่องแรก ก็คือที่อําเภอวังน้ําเขียว ต้องอาศัยบารมีท่านประธานนะครับ มีหมู่บ้านหลายหมู่บ้านถนนเข้าไม่ถึง ไม่มีไฟฟ้าใช้ บางครอบครัวไม่มีไฟฟ้าใช้มา หลายชั่วอายุคนแล้วครับ เขาเขียนมาให้ผมเลยนะครับ แสดงว่าเขาคงจะเดือดเนื้อร้อนใจมาก นี่เรื่องที่ ๑ สั้น ๆ นะครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ชาวบ้านก็เขียนมา เช่นกันนะครับ ที่อําเภอห้วยแถลง ต้องกราบเรียนขออาศัยบารมีท่านประธาน นี่ไม่ใช่เป็น ความผิดพลาดของรัฐบาลนะครับ มิเช่นนั้นเดี๋ยวบางพรรคบางฝ่ายจะเอาไปใช้เป็นประโยชน์ เป็นเรื่องของโรงสีบางโรงสีที่อําเภอสีคิ้วครับ หักเปอร์เซ็นต์ของชาวบ้าน เอาเปรียบชาวบ้านมาก จนชาวบ้านทนไม่ไหว ดังนั้นอยากให้ท่านประธานช่วยกรุณาไปดูที่อําเภอห้วยแถลงหน่อยนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือที่อําเภอห้างฉัตร จังหวัดลําปางนะครับท่านประธาน ชาวบ้านเขาไม่มีน้ําประปาใช้นะครับ ถึงแม้ว่าจะได้ไปร้องเรียน อบต. แล้วก็ยังดูเหมือนจะ เฉยเมยอยู่ ดังนั้นกราบเรียนขออาศัยบารมีท่านประธานได้โปรดกรุณาไปดูทั้ง ๓ กรณีด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหารสมาชิกองค์การบริหารส่วนตําบล และพนักงาน องค์การบริหารส่วนตําบลสบโขง อําเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และยินดีต้อนรับ คณะชมรมรัฐศาสตร์ องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคําแหง ด้วยความยินดียิ่ง ขณะนี้ เรากําลังอยู่ในวาระหารือก่อนที่จะเข้าระเบียบวาระการประชุม ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นําเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนํามาผ่านสภา และส่งไปยังรัฐบาลเพื่อให้รับการแก้ไขนะครับ ขอเชิญท่านธานี เทือกสุบรรณ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม ธานี เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๑๑/๒ อําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะ ๖ ตําบลที่อยู่ในบาง เขาเรียกว่าเมืองแห่งคลองร้อยสาย ประชาชนใช้สัญจรไปมาด้วยเรือนะครับ ยังมีอีกหลายหมู่บ้านท่านประธานครับที่รถยนต์ ไม่สามารถจะเข้าไปถึงได้ และที่สําคัญอันหนึ่งที่มีความเดือดร้อนอย่างมากก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธาน ก็คือที่ตําบลคลองฉนาก มีวัดอยู่วัดหนึ่งชื่อว่าวัดแหลมทอง ท่านประธานครับ วัดแหลมทองนี่เดิมทีท่านพระอาจารย์ที่วัดเป็นพระอาจารย์ที่มีความสามารถในการรักษา กระดูกของพี่น้องประชาชน เมื่อเกิดกระดูกหักก็จะไปรักษากันที่วัดเป็นจํานวนมาก ปัจจุบัน มีถนนกรมทางหลวงได้ก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินเป็นทางเบี่ยงสายปากน้ํานะครับ อันนี้ ก็ทําให้การสร้างถนนนี้ข้ามบริเวณแหลมของวัดไป แล้วก็ไปอีกฝั่งหนึ่งเป็นทางสามแพร่งครับ ท่านประธาน แต่ว่าวัดนั้นไม่ได้ประโยชน์เลยครับ อยากจะฝากเรียนท่านประธานว่าพี่น้องประชาชน ที่ต้องไปมาหาสู่ที่วัดเมื่อมีงานบุญงานศพก็ดี ไปมาลําบากมากครับท่านประธาน พระคุณเจ้า จะออกมาเข้าเมืองก็ลําบากก็อยากจะฝากว่า กรมทางหลวงเป็นไปได้ไหมครับ ทําสะพาน คนเดินก็ได้เหมือนกับสกายวอล์ก (Sky walk) แขวนไว้กับทางสะพานของกรมทางหลวง แล้วก็ให้ทําสะพานเหล็กเชื่อมลงไปให้วัดได้ใช้ พี่น้องประชาชนจะได้ใช้นะครับ หมู่บ้านนั้น ทั้งหมู่บ้านครับท่านประธาน ไม่มีสะพานเข้าหมู่บ้าน รถยนต์เข้าไม่ถึงครับท่านประธาน ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อีกเรื่องหนึ่งครับ แถวนั้นนะครับท่านประธาน ก็อยากจะประชาสัมพันธ์ ไปเลยนะครับว่าหิ่งห้อยสวยงามมากท่านประธาน เพราะว่าประชาชนเขารักษาป่าธรรมชาติ ไว้สวยครับ เป็นคลองร้อยสายที่มีธรรมชาติสวยงามมาก อยากเชิญชวนท่านประธาน ไปเยี่ยมเยียนนะครับ ผมยินดีต้อนรับนะครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านวันชัย บุษบา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวันชัย บุษบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๑๒/๑ ท่านประธานครับ กระผมขอนําปัญหาของพี่น้องจากการที่ผมได้ลงพื้นที่ตามหมู่บ้าน ตามชุมชน และตามหน่วยงานราชการในพื้นที่จังหวัดเลย เขต ๔ ทําให้ผมได้ทราบปัญหาและพี่น้อง ฝากปัญหาผ่านผมมา ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องอยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากเด็กนักเรียนโรงเรียนผาอินทร์แปลงวิทยา จํานวน ๓๐๐ กว่าคน ที่ผมได้ไปจัดอบรมกฎหมายเกี่ยวกับกฎจราจร และกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่โรงเรียนผาอินทร์แปลงวิทยา เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่าทางอาคารเรียนชํารุด แล้วก็เก่าทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ตั้งแต่สร้างเป็นโรงเรียนผาอินทร์แปลงวิทยามายังไม่มีการปรับปรุง แก้ไข ขอฝากทางกระทรวงศึกษาธิการได้ช่วยไปดูแลในเรื่องดังกล่าวให้กับเด็กนักเรียน ที่โรงเรียนผาอินทร์แปลงวิทยาให้กับกระผมด้วย
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านผู้อํานวยการโรงเรียนนาด้วงวิทยา ว่าได้รับสนามฟุตซอลไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ แต่ขณะนี้ยังใช้การไม่ได้ สืบเนื่องมาจากไม่มีอาคารโรงยิม สนามฟุตซอลก็ยังพับอยู่ ผมก็ได้เดินไปดูกับทางนักเรียนพร้อมทั้งผู้อํานวยการ ขอให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้สร้างสนามแล้วก็สร้างอาคารโรงยิมให้กับโรงเรียนนาด้วงวิทยา ให้กับเด็กนักเรียนด้วย
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องขอและการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตํารวจในพื้นที่ อําเภอเชียงคาน อําเภอปากชม อําเภอนาด้วง และอําเภอเอราวัณ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ ทหารพรานตามแนวชายแดนว่าเขาต้องการขอสนับสนุนงบประมาณในการตรวจสอบ ตรวจค้นเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นสุนัข ไม่ว่าจะเป็นน้ํายาเคมีเพื่อตรวจสอบหายาเสพติด กับผู้ที่ใช้แล้วก็เพื่อให้มีประสิทธิภาพอย่างจริงจังครับ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้จัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานราชการที่ผมกล่าวมาข้างต้นครับ ขอบคุณ ท่านมากครับ
ท่านจ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอหารือท่านประธานนะครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๑๒/๒
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะชาวนา ต้องขอขอบพระคุณ รัฐบาลที่ได้กําหนดราคาข้าว ชาวนาบอกว่าทํานามาหลายปี หลายชั่วโคตรอายุคน ไม่เคยมี ครั้งไหนเลยที่รัฐบาลกําหนดราคาข้าว เพราะชาวนาลงทุนเอง ทํานาเอง ที่ดินของตัวเอง ทุกอย่างลงทุนเองทั้งหมด แต่เวลาไปขายกลับไปถามคนซื้อก็ไม่เคยมีโรงสีหรือคนซื้อคนไหน ที่จะให้ราคาข้าวอย่างยุติธรรม ดังนั้นผมลงพื้นที่พี่น้องประชาชนฝากขอบคุณมายังรัฐบาล เพียงแต่วันนี้อยากให้รัฐบาลได้เสนอให้ชัดเจนว่าถ้าอยากได้ข้าวราคาดีจะต้องให้ทํานา อย่างมีคุณภาพแล้วราคาข้าวก็จะได้ดี ฝากถึงรัฐบาลให้ประชาสัมพันธ์ตรงนี้ให้ชัดเจน ให้พี่น้องประชาชนชาวนาได้ทราบทั่วกัน
อีกเรื่องหนึ่ง กรณีที่ทางกระทู้ถามสดของนายแพทย์วรงค์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมเป็นคนสุรินทร์ เป็น ส.ส. จังหวัดสุรินทร์
ท่านประสิทธิ์เอาเฉพาะเรื่องของท่านหารือ ย้อนไปไม่ได้นะครับ เอาเรื่องหารือของท่าน ที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน
ได้ครับ ท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๒ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวาน ผมได้รับการร้องเรียนจากตํารวจสภา ถึงกรณีที่การอภิปรายในสภา กฎข้อบังคับของสภา กรณีที่ ส.ส. ซึ่งเป็นสมาชิกสภาได้อภิปราย และทุกอย่างมีกฎ มีระเบียบ มีข้อบังคับ และท่านประธานสภาก็ได้วินิจฉัยแล้วทุกคนทราบดี แต่ปรากฏว่าสมาชิกบางท่านไม่ยอมปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของสภาและข้อบังคับ เวลามีปัญหา ไม่เคารพในคําวินิจฉัยของประธาน เสร็จแล้วเมื่อตํารวจมาเชิญตัวออกจากห้องประชุม ส.ส. บางคนก็ไม่ปฏิบัติตาม
ท่านประสิทธิ์ เอาเฉพาะเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เรื่องปฏิบัติหน้าที่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นข้อหารือเราตกลงกันว่าเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนเฉพาะ ถ้าเรื่อง การเมืองเราไม่อนุญาตให้หารือ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๑๓/๑
(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุกิจ นั่งลงเถอะ ผมตักเตือนแล้ว ไม่ได้ครับ เอาตรงไปตรงมา
ท่านประธานครับ ผมเอง ก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ความเดือดร้อนที่ผมหารือในเมื่อพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ พี่น้องตํารวจของผมซึ่งเป็นตํารวจสภาเขาก็เดือดร้อนว่าสมาชิก ส.ส. บางคนไม่ให้เกียรติเขา เขาทําตามหน้าที่ เขามาเชิญด้วยความเคารพแต่ไม่ให้เกียรติเขาแล้วจะให้ผมทําอย่างไร
เอาเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนครับ เรื่องนี้ไม่เป็นไรครับ
เรื่องต่อไป ผมขอหารือ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะถนนที่ได้ งบประมาณจากรัฐบาลไปทําการก่อสร้างเส้นอําเภอสังขะ อําเภอลําดวน จังหวัดสุรินทร์ ในช่วงของบ้านโดง ปรากฏว่าถนนสร้างไม่ได้มาตรฐาน ขรุขระ พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถ ใช้ถนนสัญจรไปมาเกิดอุบัติเหตุ มันแย่กว่าเก่า ช่วงที่ ๒ ในเขตพื้นที่อําเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ทางหลวงแผ่นดินในเขตรับผิดชอบของทางหลวงแผ่นดินจังหวัดสุรินทร์ช่วงติดต่อระหว่าง จังหวัดสุรินทร์และอําเภอสังขะได้รับงบประมาณ ๔๐ ล้านบาทไปพัฒนาปรับปรุง แก้ไขให้ดีขึ้น แต่ปรากฏว่าทําไปแล้วแย่กว่าเก่า ผู้ใช้รถใช้ถนนนี่เวลาขับมาถึงจุดดังกล่าวต้องประคองรถ ด้วยสองมือ บางคันตกถนน นําฝากถึงผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะทางหลวงแผ่นดิน จังหวัดสุรินทร์ไปแก้ไขด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
คืออย่างนี้นะครับเรื่องสอบตํารวจ เพราะว่ามีคนกล่าวทั้ง ๒ ฝั่ง เพราะฉะนั้นผมบอกท่านว่า ผมเป็นผู้กํากับดูแลตํารวจสภา ผมยินดีจะให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ ท่านไม่ต้องกังวล เชิญท่านนิรมิตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ผมขอเรียนหารือ เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒-๓ เรื่อง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๑๓/๒
เรื่องแรก ก็คือผมได้รับการร้องเรียนจากท่านผู้อํานวยการโรงเรียนโพนทอง วิทยายน นายสุพจน์ ซาเหลา ได้ร้องเรียนว่าอาคารเรียนฝึกงานอุตสาหกรรมได้ถูกเพลิง เผาไหม้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนศึกษาอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ คน ปัจจุบันนี้ สังกัดอยู่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๗ ก็อยากจะขอกราบเรียน ต่อท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดงบประมาณเพื่อที่จะไปดําเนินการซ่อมแซม อาคารเรียนตลอดจนวัสดุอุปกรณ์อย่างหม้อแปลงไฟฟ้าก็เกิดชํารุดจากเพลิงไหม้ครั้งนี้ ซึ่งจะ เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของนักเรียนกันต่อไป
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องถนนทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๖ เส้นทางอําเภอโพนทอง กิโลเมตรที่ ๔๗+๒๙๙ ต่อเขตแขวงกาฬสินธุ์ ซึ่งชํารุดมาก ไม่สามารถ สัญจรไปมาได้ ระยะทาง ๖๖๐ กิโลเมตร งบประมาณ ๑๐ ล้านบาท ขอกราบเรียนท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดงบประมาณไปแก้ไขปัญหาให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ซ่อมแซมถนนลาดยางผิวจราจรเอซี (AC) สาย รอ ๔๐๐๗ แยก ทล. ๒๒๕๙ บ้านสว่าง อําเภอเสลภูมิ อําเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทาง ๒ กิโลเมตร กว่า ๆ งบประมาณ ๑๐ ล้านบาท ขอกราบเรียนต่อท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้โปรดจัดสรรเงินงบประมาณไปแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วนด้วยครับ กราบขอบคุณมากครับ
ท่านเอมอร สินธุไพร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งเรื่อง เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่จะนํามาหารือในวันนี้ดิฉันได้นํามาหารือแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อต้นปีงบประมาณ ๒๕๕๕ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๑๔/๑ ซึ่งดิฉันได้มีโอกาสลงไปพื้นที่แล้วก็ได้รับการทวงถามจากกํานันกิมมี สาระบุตร และพี่น้องบ้านโปง ตําบลคําไฮ อําเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งพี่น้องมีความต้องการอยากจะให้ติดตั้งไฟฟ้า ส่องสว่างในจุดที่เป็นปากทางออกจากหมู่บ้านบ้านโปงมาที่เส้นทางระหว่างอําเภอพนมไพร ไปอําเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ซึ่งจุดนี้จะเป็นจุดเสี่ยงกับความปลอดภัย แล้วพี่น้องประชาชน ก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งพี่น้องก็ได้ทวงถามว่าหลังจากที่มีการร้องเรียนแล้วไม่เห็นมี ความคืบหน้า ฉะนั้นในวันนี้ดิฉันจึงนํามาทวงถามอีกครั้งหนึ่งว่าพี่น้องมีความต้องการอยากจะ ให้ไปติดตั้งนั้นงบประมาณก็ไม่มากค่ะท่านประธาน ก็อยากจะฝากไปยังท่านที่รับผิดชอบ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปจัดการให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของคณะครูและนักเรียนโรงเรียนเมืองอาจสามารถ สพป. จังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๒ ซึ่งมีอาคารเป็นอาคารไม้ในสมัยเก่าอายุประมาณเกือบ ๓๐ กว่าปีแล้ว ซึ่งได้ขอรื้อถอนในวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๒ จนกระทั่งถึงวันนี้ถ้านับเวลาแล้วก็คือเกือบ ๔ ปี ได้ของบประมาณในการก่อสร้างเพื่อทดแทนอาคารเรียนหลังเดิม เพราะว่าโรงเรียน เมืองอาจสามารถนั้นได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียน ๑ อําเภอ ๑ โรงเรียนในฝัน ก็มีความเดือดร้อน เพราะว่าห้องเรียนมีความแออัด อาคารเรียนไม่เพียงพอ ฉะนั้นดิฉันได้นํามาเรียนหารือตั้งแต่ ต้นปีเดือนมีนาคม ๒๕๕๕ เหมือนกันค่ะ ก็มีท่านรัฐมนตรีผ่านมาแล้ว ๓ ท่าน ก็ยังไม่ได้รับ การจัดสรรงบประมาณในการไปแก้ไขหรือว่าจัดสรรสร้างอาคารเรียนให้กับโรงเรียน เมืองอาจสามารถเลย ฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีพงศ์เทพ เทพกาญจนา ได้จัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนเมืองอาจสามารถด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ เหลือหารืออีก ๓ ท่าน เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ จากการที่ดิฉันได้ลงพื้นที่ก็ได้รับแจ้งความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนจากคุณศศิ อยู่หมู่ที่ ๒ ตําบลบ้านยางงาม อําเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เรื่องที่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ดิฉันก็เลย ให้ไปถามดูว่าไม่มีอยู่นี่มีอยู่กี่หลังซึ่งอยู่นอกการขยายเขตของไฟฟ้า ปรากฏมีอยู่ประมาณ ๙ หลัง ๓๐ กว่าชีวิตซึ่งได้รับความเดือดร้อนในตรงนี้ ดิฉันได้แนบหนังสือนั้นไปกับคําร้อง ขอหารือในวันนี้กับท่านได้โปรดพิจารณาแจ้งไปที่การไฟฟ้าหนองไผ่ อําเภอหนองไผ่ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๑๔/๒ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้กรุณาเข้าไปหามาตรการหาความช่วยเหลือส่งความช่วยเหลือไปให้กับ พี่น้องประชาชนในความเดือดร้อนตรงนี้ให้มีไฟฟ้าใช้ตามมาตรา ๙๗ ของพระราชบัญญัติ การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทยว่าตรงนี้ การจะจ่ายสมทบพูดกับชาวบ้านให้เคลียร์ว่ามันเป็นภาระของใครนะคะ ตามมาตรา ๙๗ มันเป็น ภาระซึ่งการไฟฟ้าจะต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา ก็ขอความกรุณาท่านแจ้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อําเภอหนองไผ่ ผ่านไปที่ทาง กระทรวงมหาดไทยให้เขาเข้าไปดูแลหาความช่วยเหลือส่งเข้าไปให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอบพระคุณท่านค่ะ
ท่านตวงรัตน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดลําปาง เรื่องที่ดิฉันจะนํามาเรียนหารือกับท่านประธานในวันนี้เป็นเรื่องที่ได้รับ การร้องเรียนมาจากคุณยรรยง เลิศเชวงกุล ซึ่งเป็นประธานชุมชนรถไฟนครลําปาง เกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบตลาดชุมชนรถไฟนครลําปาง หรือที่ชาวลําปางรู้จักกันว่าตลาดรัตน์เก๊าจาว ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดที่มีความเก่าแก่มีอายุ ประมาณ ๑๐๐ กว่าปีแล้ว ชุมชนแห่งนี้มีการจัดตั้งตลาดนี้มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ส่วนใหญ่ ก็อยู่กันมาตั้งแต่รุ่นนั้นเลย แล้วก็บรรพบุรุษของชาวชุมชนเองก็เป็นผู้ก่อตั้งตลาดแห่งนี้ จํานวนครัวเรือนที่อยู่ในตลาดแห่งนี้มีประมาณ ๒๐๐ ครัวเรือนนะคะ ประชากรที่อยู่อาศัย ก็ประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ คนเลยทีเดียว ตลอดเวลาที่ผ่านมาชาวชุมชนก็ได้มีการบริหารตลาด โดยมีการเช่าจากการรถไฟแห่งประเทศไทยนครลําปางก็อยู่ร่วมกันมาอย่างเป็นปกติสุข สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๑๕/๑ แต่ไม่นานมานี้ทางการรถไฟนครลําปางได้ทําการเช่าพื้นที่ตลาดเปิดประมูลใหม่ แล้วก็ได้เช่า ให้กับบุคคลภายนอกซึ่งการเข้ามาบริหารพื้นที่เช่าของบุคคลดังกล่าวก็ได้สร้างความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนนะคะ เพราะว่ามีการเรียกเก็บค่าเช่าในอัตราที่สูง แล้วก็มีการนําพื้นที่ สาธารณะมาทําเป็นพื้นที่เช่าด้วย อย่างเช่นลานจอดรถหรือว่าบริเวณถนนที่ประชาชน ใช้สัญจรไปมาก็นํามาปรับเป็นพื้นที่เช่าก็ทําให้เกิดความเดือดร้อน และประชาชนก็มี การกระทบกระทั่งกับผู้เช่ารายนี้มาโดยตลอด มีการฟ้องร้อง มีการทําร้ายข่มขู่ ทําร้าย ร่างกายประชาชน จนมีการฟ้องร้องคดีความในหลายกรณีเลยทีเดียวนะคะ ประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนก็ได้ทําการร้องเรียนไปยังการรถไฟนครลําปางแล้วหลายครั้ง แต่ว่า ก็ได้รับการเพิกเฉยตลอดมานะคะ จึงสงสัยว่าเจ้าหน้าที่จะมีการรู้เห็นเป็นใจกับผู้เช่าที่มาเช่า ด้วยหรือเปล่านะคะ ชุมชนก็เลยนําเรื่องร้องเรียนมาที่ดิฉัน แล้วก็อยากจะขอให้ทาง กระทรวงคมนาคม แล้วก็การรถไฟแห่งประเทศไทยได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือด้วย เนื่องจากว่า สัญญาเช่าของผู้เช่ารายนี้จะหมดลงภายในต้นปีนี้แล้วนะคะ ชาวชุมชนก็อยากจะขอโอกาสที่ จะให้ทางการรถไฟเปิดประมูลใหม่ แล้วก็อยากจะขอโอกาสที่จะร่วมประมูลด้วยเพื่อที่จะได้ ดูแลชุมชนของตัวเองให้อยู่กันเป็นปกติสุขค่ะ ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ท่านขัตติยาครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จะขอหารือความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในเขตบางซื่อค่ะ จากการที่ดิฉันได้ลงพื้นที่สํารวจความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนพบว่าคนในชุมชนวัดบางโพโอมาวาส เขตบางซื่อ ร้องเรียนว่าตอนนี้ยังไม่มี ที่ทําการชุมชนเป็นของตัวเอง ได้ดัดแปลงเอาที่บ้านของประธานชุมชนเป็นที่ทําการชุมชน ชั่วคราว ทั้งนี้ก็ได้แจ้งเรื่องนี้ไปทางเขตบางซื่อแล้ว แต่ก็ได้รับการปฏิเสธกลับมา ก็ขอให้ ท่านประธานแจ้งเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งนะคะ ในชุมชนเดียวกันค่ะ ชุมชนวัดบางโพโอมาวาส เนื่องจาก มีคลองตัดผ่านชุมชนแต่ว่าไม่มีรั้วเหล็กกั้นริมคลองทําให้ที่ผ่านมามีเด็กตกลงไปเสียชีวิต เป็นจํานวนมากนะคะ อยากฝากเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๑๕/๒
อีกเรื่องหนึ่งนะคะ ก็คือได้รับการร้องเรียนจากคนในชุมชนโคกปู่แก่น ในซอยประดู่ เขตบางซื่ออีกเช่นกันค่ะ ร้องเรียนเรื่องการจัดเก็บขยะในชุมชน เนื่องจากตอนนี้ไม่มีประธานชุมชน ทําให้ไม่มีใครคอยประสานงานกับหน่วยงานที่จะมาคอยจัดเก็บขยะ รวมถึงไม่ได้รับบริการ ในการฉีดวัคซีนให้กับเด็ก ๆ ในชุมชนด้วย ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งค่ะ ก็เป็นเรื่องของการร้องเรียนจากคนในชุมชนข้าวหลาม เขตบางซื่อ ร้องเรียนเรื่องเทศกิจมาเก็บค่าร้านค้าในซอยข้าวหลาม โดยเก็บร้านละ ๒๐๐ บาท ต่อเดือน ซึ่งร้านค้าส่วนมากเป็นรถเข็นขายพวกก๋วยเตี๋ยว กาแฟ ซึ่งคนในชุมชนก็ยังอยากให้ ร้านค้าเหล่านี้ขายอยู่เพราะขายให้กับคนในชุมชน ก็เป็นร้านเล็ก ๆ ก็ไม่อยากให้ชาวบ้าน ต้องเดือดร้อน ก็ขอฝากเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยให้แก้ปัญหาเรื่องเทศกิจ มาเก็บค่าร้านค้าขายของเล็ก ๆ พวกนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ
ท่านลีลาวดี ท่านสุดท้ายแล้วนะครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดุสิต ราชเทวี พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือถึงเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะคะ
เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในชุมชนมั่นสิน เขตราชเทวี บอกว่าช่วงเย็น ๆ บริเวณถนนชุมชนมั่นสินจะเป็นเส้นทางที่มีการสัญจรไปมา อย่างรวดเร็วนะคะ มีทั้งรถยนต์แล้วก็รถจักรยานยนต์ มีประชาชนเกรงว่าจะเกิดอันตราย ต่อลูกเด็กเล็กแดงจึงขอให้ทําคันชะลอความเร็วค่ะ ถ้ามีภาพขอให้โชว์ภาพด้วยนะคะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
อีกหนึ่งเรื่องนะคะ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ค้าขายอยู่บริเวณ ตลาดประตูน้ําฝั่งใต้ เขตราชเทวี บอกว่าฝาท่อเป็นแผ่นเหล็กมีความชํารุดมาเป็นเวลานาน แจ้งไปหลายครั้งแล้วนะคะ พ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นบอกว่าเวลาคนมาจับจ่ายใช้สอยบริเวณนี้ ก็จะเดินกันมาก กลัวว่าถ้าเกิดตกลงไปก็จะเกิดอันตรายได้ค่ะ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๑๖/๑
อีกเรื่องหนึ่งนะคะ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในซอยองครักษ์ เขตดุสิตนะคะ บอกว่าบ้านแห่งนี้บ้านเลขที่ ๒๔/๘ เป็นบ้านที่เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ค่ะ แล้วตอนนี้ไม่มีคนอยู่อาศัยแล้ว ทีนี้ชาวบ้านก็เลยนําเอาขยะมูลฝอยไปทิ้งอยู่บริเวณบ้านร้าง แห่งนี้เป็นจํานวนมากซึ่งก็ทําให้ดูไม่สะอาดตา แล้วที่สําคัญค่ะ พี่น้องประชาชนที่อยู่แถว ๆ นั้น บอกว่าตอนนี้อากาศแห้งกลัวว่าจะเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้ง่าย อยากจะฝากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดูแลนะคะ
อีกหนึ่งเรื่องนะคะ ชุมชนวัดประชาระบือธรรม เขตดุสิต ในซอยวัดประชาระบือธรรม กลางคืนนี่มืดแล้วก็เปลี่ยวมาก ๆ เลยค่ะ เนื่องจากเดิมนั้นมีการติดตั้งไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ไว้ตั้งแต่สมัยคราวก่อนโน้น ขณะนี้ใช้การไม่ได้นะคะ แล้วก็ทําให้เวลากลางคืนนี้ พี่น้องประชาชนเดินสัญจรไปมานั้นกลัวว่าอาจจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้นะคะ จึงขออนุญาตฝากเรื่องต่าง ๆ ผ่านท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดดูแล ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๑๖/๒
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๔ คน
สมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อ ๒๙๑ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอดําเนินการตามระเบียบวาระ กระทู้ถามสดนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสด
๑.๑.๑ กระทู้ถามสด ที่ ๑๕๔ ส. เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือ เงินเพิ่มค่าอ้อย (นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้ตอบ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๑๖/๓
ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เชิญครับ
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันขอตั้งกระทู้ถามสดถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะเรื่องอ้อยเป็นเรื่องที่ เกี่ยวเนื่องกับหลายกระทรวงนะคะ เพราะว่าเท่าที่ผ่านมาปีที่แล้ว ปีนี้ราคาพืชผลการเกษตร ถูกกระชากราคาให้ตกต่ําลงมากทุกเรื่อง เราจะได้ยิน ส.ส. หารือหรือกระทู้ถามเรื่องยางพารา เรื่องปาล์ม คราวนี้เป็นเรื่องอ้อยค่ะ เพราะว่าอ้อยนี่มีพื้นที่ปลูกอยู่ทั่วประเทศ ต้องเรียกว่า ทุกจังหวัดเลยนะคะ รวมแล้วมีพื้นที่ปลูกประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ มีเกษตรกรที่เป็น ชาวไร่อ้อยประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ปลูก หรือผู้ตัดอ้อย ผู้ขนส่งทั้งหลายประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน แล้วมีพื้นที่ทั่วประเทศเลยค่ะ พื้นที่ที่มีพื้นที่ปลูกอ้อยมากที่สุดก็คือจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเราก็มี ส.ส. ที่ห่วงใยเรื่องอ้อย ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ส.ส. ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ก็มานั่งกํากับดิฉันอยู่ พอทราบว่าดิฉันจะกระทู้ถามเรื่องนี้ ก็กราบเรียนท่านว่าด้วยชมรมสถาบันชาวไร่อ้อย ภาคอีสานนี่นะคะได้ร้องเรียนเรื่องราคาอ้อยขั้นต้นประจําฤดูการผลิต ปี ๒๕๕๕-๒๕๕๖ ที่คณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทรายได้กําหนดเอาไว้ตันละ ๙๕๐ บาท ที่ ๑๐ ซี.ซี.เอส. (C.C.S.) ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิต แล้วก็สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร ชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ เพราะว่าปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ได้ปรับตัวสูงขึ้น ราคาค่าแรง ๓๐๐ บาท ก็ส่งผลกระทบต่อเขา นอกจากนั้นปัญหาภัยแล้งโดยเฉพาะภาคอีสาน ดิฉันเคยกระทู้ถาม เรื่องภัยแล้งมาก่อนหน้านี้แล้ว ถามกระทู้ถามสดนี่นะคะ ทําให้ผลผลิตต่อไร่ของอ้อยลดลง ที่ผ่านมาเขาก็บอกว่าจากประมาณการว่าลดลงประมาณ ๗ กิโลกรัมต่อไร่ นั่นก็แปลว่าต่อไร่ ของเขามันจะได้รายได้น้อยลง จะได้ผลผลิตน้อยลง พี่น้องชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน จึงได้มาร้องเรียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีหนังสือมาร้องเรียนกับท่านรองประธานสภา แล้วดิฉัน ก็รับที่จะมากระทู้ถามให้ ณ วันนี้นะคะ ซึ่งก็มีพี่น้องชาวไร่อ้อยมานั่งฟังอยู่ด้วยในห้องประชุมนี้ ที่นั่งอยู่ข้างบนเป็นสมาชิกชาวไร่อ้อย เพราะว่าเขาจดจ่อมากค่ะท่านประธาน ชาวไร่อ้อย ได้ขอความอนุเคราะห์ให้รัฐบาลช่วยพิจารณาให้ ธ.ก.ส. ปล่อยเงินกู้ให้ชาวไร่อ้อยตันละ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๑๖/๔ ๒๕๐ บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อย ชาวไร่อ้อยเขาไม่ได้ของบประมาณ ให้ไปช่วยเหลือเขาธรรมดาเหมือนทั่ว ๆ ไป แต่เขาขอให้รัฐบาลอนุมัติเงินกู้ให้เขาหน่อย เพราะว่าคณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทรายเขากู้เงินเองไม่ได้แต่เขาพร้อมที่จะกู้ แต่ถ้าจะกู้ คณะรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้อนุมัติเสียก่อนนะคะ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๑๗/๑ เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนท่านนะคะว่าพี่น้องชาวไร่อ้อยร้องเรียนเรื่องที่จะขอให้รัฐบาล มีมติให้ ธ.ก.ส. ให้เงินอุดหนุนส่วนต่างตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ตั้งแต่เขายังไม่หีบอ้อยจนตอนนี้ ฤดูกาลหีบอ้อยจะหมดสิ้นลงปลายเดือนมีนาคม จนป่านนี้เขายังไม่ได้รับคําตอบใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วที่ผ่านมาก็มีการช่วยเหลือกันอย่างนี้ทุกปีเลย ก็ต้องเรียนถามท่านว่าทําไมต้องให้เขา มาร้องเรียนด้วย ปีที่แล้วท่านก็ให้เขาเพิ่มให้เขาตันละ ๑๕๔ บาท แต่ปีนี้เพราะมันแล้ง เพราะปัจจัยการผลิตมันเพิ่ม เพราะต้นทุนการผลิตเพิ่ม ค่าแรงก็เพิ่ม เขาจึงขอ ๒๕๐ บาท ดิฉันจะขอเรียนถามท่านเลยนะคะว่ารัฐบาลพิจารณาอย่างไรจะให้เขาไหม เพราะว่าอันที่จริง มันมีการศึกษาออกมาแล้วว่าราคาเฉลี่ยต้นทุนราคาอ้อยทั่วประเทศตันละ ๑,๑๙๖.๓๑ บาท แต่คณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทรายและราชการทั้งหลายก็มาพิจารณาว่าราคาอ้อยขั้นต้น ควรจะเป็นแค่ ๙๕๐ บาท ซึ่งมันไม่พอ เขาก็เลยขอว่าถ้าอย่างนั้นกู้ให้เขาเพิ่มหน่อยได้ไหม ตันละ ๒๕๐ บาท ซึ่ง ๙๕๐ บาทที่เป็นราคาขั้นต้น เขาก็ประชุมกันตั้งแต่วันที่ ๗ ธันวาคม ตอนเช้าแล้วบ่ายเขาจะรีบนําเข้าสู่คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาราคาอ้อยขั้นต้น ๙๕๐ บาท ท่านประธานคะ คณะรัฐมนตรีเพิ่งพิจารณาเมื่อวันอังคารที่ ๑๒ นี่เอง ตอนแรกดิฉันก็นึกว่า คณะรัฐมนตรีจะพูดคุยกันแล้วก็อนุมัติที่จะให้เขากู้ ๒๕๐ บาทต่อตัน ปรากฏไม่ใช่ค่ะ เขาเสนอมาตั้งแต่ ๗ ธันวาคม เพิ่งพิจารณาเมื่อวันอังคารนี้เองที่จะให้ราคาขั้นต้นเป็น ๙๕๐ บาท ดิฉันก็ต้องถามว่าเพิ่งจะพิจารณาเอาเข้าสู่คณะรัฐมนตรีเมื่อได้ข่าวว่าดิฉันจะกระทู้ถามสดใช่ หรือไม่ ฉะนั้นเรียนถามรัฐมนตรีนะคะว่ารัฐบาลจะให้เขาไหมคะตันละ ๒๕๐ บาท หรือถ้าให้ จะให้เท่าไร ก็เรียนถามท่านเท่านี้ก่อนข้อ ๑ ค่ะ
ท่านรัชฎาภรณ์ใช้เวลาไป ๖ นาที ๗ วินาที ถามได้อีก ๒ คําถาม เชิญท่านรัฐมนตรีประเสริฐครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญชัยสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้มาตอบกระทู้ถามสดของท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่าน ที่ได้ห่วงใยเกษตรกรชาวไร่อ้อย ผมอยากจะขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า อ้อยและน้ําตาล สผ ๖/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๑๗/๒ จะมีกฎหมายพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาล ได้กําหนดโครงสร้างของคณะกรรมการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการที่จะพิจารณาราคาอ้อยขั้นต้น ราคาอ้อยขั้นสุดท้ายซึ่งคณะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาล ปี ๒๕๒๗ จะมี ๕ คณะด้วยกัน นั่นก็คือคณะกรรมการอ้อย คณะกรรมการน้ําตาลทราย คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทราย และคณะกรรมการบริหารเงินกองทุน ราคาอ้อยขั้นต้นก็จะผ่านการพิจารณาของ คณะกรรมการบริหาร ซึ่งจะมีองค์ประกอบที่จะนําไปคํานวณเป็นราคาอ้อยขั้นต้น เขาก็จะดูที่ ประมาณการผลผลิตอ้อยของฤดูการผลิตนั้น ดูค่าความหวานเฉลี่ยของอ้อย ดูปริมาณ การที่เป็นผลผลิตน้ําตาล ประมาณการราคาส่งออกอ้อย อัตราการแลกเปลี่ยนต่อเงินสกุล ดอลลาร์ แล้วก็ราคากากน้ําตาลเฉลี่ย องค์ประกอบเหล่านี้จะได้รับการพิจารณา จากคณะกรรมการบริหาร สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๑๘/๑ ซึ่งคณะกรรมการบริหารก็จะมีชาวไร่อ้อย ๕ ท่าน จะมีจากโรงงาน ๔ ท่าน ส่วนราชการ ๓ คน แล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิ ๑ คน การพิจารณาก็จะพิจารณากันโดยใช้องค์ประกอบที่ผมได้ กราบเรียนไป ผลการพิจารณาในเบื้องต้นก็ได้ราคาอ้อยขั้นต้นที่เหมาะสม ซึ่งเป็นราคา ประมาณการจากราคาที่คาดการณ์เอาไว้ก็อยู่ที่ ๙๕๐ บาท เมื่อได้ราคานี้เสร็จแล้วก็จะบอก แจ้งไปยังสมาคมชาวไร่อ้อยซึ่งเป็นตัวแทนของชาวไร่อ้อย บอกไปยังสมาคมโรงงาน แล้วก็ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ได้รับทราบ และในขณะเดียวกันก็จะได้มีการประชุมแล้วก็ทํา ประชาพิจารณ์ คนที่เห็นด้วยก็มาให้ความเห็น คนที่ไม่เห็นด้วยก็คัดค้านได้นะครับ ผลการประชุม ของคณะกรรมการ ๓ ฝ่ายก็ได้ข้อยุติว่าราคาที่เหมาะสมก็จะอยู่ที่ ๙๕๐ บาทต่อตันอ้อย ณ ระดับความหวานที่ ๑๐ ซี.ซี.เอส. นะครับ ซึ่งราคานี้ได้คิดในการที่มีปัจจัยความเสี่ยง หลายด้านที่แตกต่างจากฤดูการผลิตปีที่ผ่านมา นั่นก็คือการแข็งค่าของเงินบาท ราคา แนวโน้มน้ําตาลตลาดโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบจากภัยแล้งที่เกิดขึ้นทําให้ปริมาณ อ้อยที่คาดว่าจะได้รับลดลง แล้วก็ผลผลิตน้ําตาลทรายก็ลดลงไปด้วย เมื่อได้ราคาที่ ๙๕๐ บาทต่อตันอ้อย ก็ได้นําเสนอต่อคณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทรายให้รับทราบ พิจารณาทบทวนกันอีกครั้งหนึ่ง คณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทรายก็จะมีตัวแทนจาก ชาวไร่อ้อย ๙ คน ตัวแทนจากโรงงาน ๗ คน ส่วนราชการ ๕ คนนะครับ เมื่อหลาย ๆ ฝ่าย พิจารณาแล้วว่าเป็นราคาที่เหมาะสมก็ได้นําเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อเสนอไปแล้วก็มี หนังสือสอบถามความเห็นไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลาย ๆ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง สํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สํานักงบประมาณ ก็ได้สอบถามหมดนะครับ ทุกส่วน ก็ได้มีหนังสือแสดงความเห็นว่าราคาที่เสนอไป ๙๕๐ บาทต่อตันอ้อย ณ ระดับความหวานที่ ๑๐ ซี.ซี.เอส. เป็นราคาที่เหมาะสมนะครับ ผมได้นําเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ตอนนั้นยังไม่ทราบว่าท่านจะยื่นกระทู้ถามนะครับ แต่ว่าพอมีความเห็นจาก สศช. ว่าราคาที่ นําเสนอไปไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริงที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้ปลูกนะครับ ก็ได้มีการหารือกันอีก ครั้งหนึ่งจนกระทั่ง สศช. ก็เห็นว่าราคาที่คิดคํานวณจากองค์ประกอบต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทรายเป็นราคาที่เหมาะสมนะครับ จึงได้นํามาขอรับ ความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และในวันนั้นก็มีการพูดถึง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๑๘/๒ ราคาต้นทุนการผลิตอ้อยที่แท้จริงเป็นไปตามที่ท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ท่านได้บอกว่าอยู่ที่ ๑,๑๙๖ บาท ซึ่งต่างจากราคาอ้อยขั้นต้นมาก และคณะรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ไปพิจารณาในการที่จะหาเงินเพิ่มค่าอ้อยให้กับเกษตรกร ซึ่งผมอยากจะขอกราบเรียน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่าเงินเพิ่มค่าอ้อยจะได้รับการพิจารณาให้กับพี่น้องชาวไร่อ้อย ทุกปี บางปีเพิ่มมากเพิ่มน้อยก็อยู่ที่ข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นองค์ประกอบในการนํามาคํานวณ ราคานะครับ และทางท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐมนตรีก็ได้กําชับให้กระทรวงอุตสาหกรรม ได้นําไปพิจารณาหาราคาเงินเพิ่มค่าอ้อยต่อตันให้เร็วที่สุดนะครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๑๙/๑ ซึ่งก็คิดว่าน่าจะไม่เกิน ๒-๓ สัปดาห์ วันนี้เราได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อที่จะพิจารณา หาแนวทางเงินเพิ่มค่าอ้อยขึ้นมา ก็จะมีท่านเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการอ้อย และน้ําตาลทรายเป็นประธาน มีตัวแทนจากชาวไร่อ้อย ๓ คน มีตัวแทนจากโรงงานน้ําตาล ๓ คน ซึ่งก็จะได้รีบเร่งให้พิจารณาโดยด่วน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้บรรเทาความเดือดร้อนของ พี่น้องเกษตรกร ส่วนตัวผมก็ได้รับคําร้องขอจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่าน ที่อยู่ในเขตการปลูกอ้อย แล้วนอกจากนั้นก็จะมีสมาคมชาวไร่อ้อยทุกภาคจะมาพบแล้วก็พูดคุย กัน เราก็นําข้อเท็จจริงทั้งหลายมาคุยกัน หลาย ๆ ท่านเข้าใจว่าขณะนี้รัฐบาลก็ดี คณะรัฐมนตรีเองก็ดี แล้วก็เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นห่วงนะครับ ก็พยายามใน การที่จะหาเงินเพิ่มค่าอ้อยให้กับชาวไร่อ้อย ส่วนราคาเงินเพิ่มที่ชาวไร่อ้อยต้องการก็คือ ๒๕๐ บาทต่อตันอ้อย แต่คณะกรรมการจะพิจารณาเป็นราคาที่เท่าไรที่เหมาะสมก็ต้องรอฟัง คณะกรรมการผู้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แต่ผมก็ได้ย้ํานะครับว่าให้ประมาณการราคาอ้อย ขั้นสุดท้าย ลองประมาณการดูแล้ว เพื่อที่จะได้นํามาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการที่จะ พิจารณาเงินเพิ่มค่าอ้อยให้กับชาวไร่อ้อยเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม ที่คุ้มทุนการผลิต แล้วชาวไร่ อ้อยสามารถที่จะประกอบอาชีพปลูกอ้อยได้อย่างมั่นคง แล้วในขณะเดียวกันก็ต้องดู เสถียรภาพทางด้านราคาอ้อยและน้ําตาลนะครับ แล้วในขณะเดียวกันก็จะได้สร้างขีด ความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้ จึงขอกราบเรียนท่านผู้ถามกระทู้ในเบื้องต้นไว้ ก่อนครับ ขอบคุณครับ
ท่านรัชฎาภรณ์มีเวลาอีก ๔ นาที ท่านรัฐมนตรีใช้เวลาไป ๙ นาทีแล้วนะครับ กรุณารักษา เวลาครับ เพราะว่าข้อบังคับให้ท่านละ ๑๐ นาทีนะครับ เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ
ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อจากจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ดิฉันเป็นคนถาม กระทู้ถามสดอันนี้ก็เพราะว่าจังหวัดกาฬสินธุ์ก็เป็นจังหวัดที่ปลูกอ้อยมากนะคะ ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วเป็นอ้อยที่มีคุณภาพดีด้วยค่ะ มีความหวานเป็นอันดับ ๒ ของประเทศไทยนะคะ แต่พี่น้องเราก็ยังเดือดร้อน ที่จริงเขาก็อยากฟัง วันนี้ทางบ้านเขาก็คง ติดตามดูด้วยนะคะ เขาก็อยากจะฟังจากปากของท่านรัฐมนตรีละค่ะ เพราะว่าเขาร้องเรียน สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๑๙/๒ มานานมาแล้ว เขาก็อยากจะฟังว่าท่านจะตอบว่าอย่างไร เพราะที่ผ่านมามีแต่การพูดคุยกัน ท่านก็บอกนะคะว่ามันมีกระบวนการของมันอยู่ในการที่จะคิดคํานวณราคาอ้อย ดิฉันก็สงสัย แล้วทุกปีเวลาที่เขาศึกษากันว่าราคาต้นทุนทั่วประเทศ อย่างปีนี้ตันละ ๑,๑๙๖ บาท แล้วท่านก็ทราบว่าทุกปีถ้าท่านกําหนดราคาขั้นต้น ๙๕๐ บาท ท่านคิดว่ามันพอ แต่ของจริง ที่เกษตรกรเขาร้องเรียนก็คือมันไม่พอ แล้วยิ่งปีนี้ค่าแรงก็เพิ่ม แล้งก็แล้ง มันทําให้เขา ได้ผลผลิตต่อไร่น้อยลง แล้วท่านก็ยังใช้กระบวนการอะไรยืดยาวเลย ดิฉันเรียนว่าดิฉันยินดีนะคะ ที่ท่านบอกว่าจะเร่งรัดแล้วก็ศึกษาพิจารณาให้เสร็จภายใน ๒-๓ สัปดาห์ มันนานเกินไปค่ะ ท่านรัฐมนตรี ๒-๓ สัปดาห์เขาจะปิดหีบแล้วค่ะ ถึงฤดูกาลปิดหีบอีก ๒-๓ สัปดาห์ ก็ต้อง เรียนถามว่าในเมื่อท่านก็รู้กระบวนการมันไม่ได้ต่างไปจากเดิมเลย ตัวเลขทั้งหลายที่เอามา คํานวณมันก็เหมือนเดิม ทําไมท่านไม่ทําภายใน ๑ สัปดาห์ ไม่เกิน ๑๐ วัน คือ ๑๐ วันทําการ ก็ ๒ สัปดาห์ ถ้า ๒-๓ สัปดาห์มันนานเกินไปนะคะ ชาวไร่อ้อยเขาเดือดร้อน ท่านก็บอกว่า ส.ส. หลายท่านก็ไปหารือกับท่าน แล้วท่านได้รับหนังสือร้องเรียนทั้งหมดทุกอย่างเลย เมื่อท่านคํานวณเสร็จแล้ว ท่านยังต้องเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีพิจารณา ราคาขั้นต้น ๙๕๐ บาท เพิ่งพิจารณาเมื่อวันอังคารนี้เอง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กมลทิพย์ ๒๐/๑ หลังจากที่เขามาร้องเรียนแล้วเรารับปากว่าจะถามกระทู้ถามสด ดิฉันสันนิษฐานอย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้นถ้าท่านกําหนดเอาไว้อีก ๒-๓ สัปดาห์ ต้องให้ดิฉันตั้งกระทู้ถามสดอีกหรือเปล่า ท่านถึงจะเอาเข้าคณะรัฐมนตรีถึงจะมีมติออกมา แล้วชาวไร่เขาจะอยู่อย่างไร ก็ต้องเรียนถาม ท่านว่าขยับเข้ามาอีกได้ไหมคะ ให้เขาได้ยินจากปากท่านรัฐมนตรีนี่ละค่ะ ท่านจะรออะไร นานนักหนา หรือท่านไม่มีอํานาจตัดสินใจด้วยตัวเอง ท่านต้องรอใครมาตัดสินใจหรือเปล่า ดิฉันได้ยินแว่ว ๆ มาว่าท่านต้องรอให้ใครมาตัดสินใจ เพราะท่านทราบนะคะว่าไม่ต้องรอใคร หรอกค่ะ ท่านตัดสินใจได้เลย ชาวไร่อ้อยทั่วประเทศมีผู้เกี่ยวข้องประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน มีพื้นที่ปลูกอ้อยประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ท่านไม่ต้องรอใครหรอก เพราะถ้าอนุมัติมา ถ้าเขาได้เงินกู้มาเงินทุกบาททุกสตางค์โอนเข้าบัญชีชาวไร่อ้อย มันไม่มีสิทธิที่จะตกเรี่ยราด ตามทางเลยนะคะ เพราะฉะนั้นก็เรียนว่าท่านพิจารณาใหม่ได้ไหมคะ ๑ สัปดาห์ไม่เกิน ๑๐ วันทําการคือ ๒ สัปดาห์ อย่าให้ถึง ๓ สัปดาห์เลยค่ะท่าน เพราะต้องเข้าคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นขอคําตอบจากท่านค่ะ
ท่านรัฐมนตรีครับ ตอบสั้น ๆ นะครับ ท่านใช้เวลาไป ๙ นาทีแล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะกราบเรียนท่านผู้ถามกระทู้ถามว่าราคาอ้อยขั้นต้น ไม่ได้คงที่อยู่ที่ ๙๕๐ บาทตลอดทุกฤดูการผลิตนะครับ จะเปลี่ยนแปลงไปตามองค์ประกอบที่ ผมได้กราบเรียน แล้วก็อยากจะกราบเรียนท่านว่าไม่มีคนใดคนหนึ่งที่ตัดสินใจได้ คณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นซึ่งมีตัวแทนจากชาวไร่ ตัวแทนจากโรงงาน แล้วก็มีส่วนราชการ ก็จะมาพิจารณาราคานี้ให้มันรอบคอบ ก็เลยนําเรียนท่านว่าการที่จะพิจารณาเงินเพิ่มก็ได้รับ การกําชับจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแล้วว่าให้เร่งดําเนินการให้เร็วที่สุด ก็จะรับข้อเสนอของท่านจะได้นําไปพิจารณาให้เร็วที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ
ผมอนุญาตอีกท่านละ ๑ นาทีนะครับ เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ
ท่านประธานคะ ดิฉันไม่เอานะคะ คําตอบว่าเร็วที่สุด กําหนดวันมาเลยค่ะท่าน เพราะว่าชาวไร่อ้อยเขาเดือดร้อนมากและเขา รออยู่ แล้วก็อยากจะเรียนถามท่านต่อว่าปีหน้ามันยังจะเป็นอย่างนี้อีกไหมในเมื่อมันเป็น สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กมลทิพย์ ๒๐/๒ อย่างนี้ทุกปี ดิฉันทราบว่า ๙๕๐ บาทไม่ได้ยืนพื้นทุกปี แต่ว่ากระบวนการอย่างนี้แล้ว ท่านก็ต้องรอให้เขามาแล้วก็เข้ามาเรียกร้อง แล้วให้รัฐบาลอนุมัติว่าให้ ธ.ก.ส. ให้กู้เงิน ทั้ง ๆ ที่ ท่านก็รู้ว่าพอสิ้นปีมาเขาใช้เงินกู้คืนหมดได้ทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็เรียนถามท่านเลยค่ะว่า ท่านวางแผนล่วงหน้าปีหน้าอย่างไร หรือท่านจะปล่อยให้มันเป็นธรรมเนียม ถ้าเขาไม่มาขอ มันรู้สึกขาดอะไรไปสักอย่างหนึ่งหรือเปล่า หรือถ้าเกิดอย่างนี้ขึ้นมาแล้วท่านจะวางแผน อย่างไร ดิฉันถามท่านนะคะ ๑. ดิฉันไม่เอาว่าท่านจะทําเร็วที่สุด ท่านตอบมาเลยเพราะว่า เขารอฟังกันอยู่ ดิฉันก็เรียนว่าดิฉันจะเรียนถามท่านให้ได้คําตอบว่าท่านจะใช้เวลากี่วัน วันไหน แล้วท่านเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเลย แล้วเร่งในคณะรัฐมนตรีด้วย มันมีหลายขยักค่ะ ๒-๓ สัปดาห์ของท่าน เร็วที่สุดของท่านมันอาจจะเป็นเดือนก็ได้ มันช้าสําหรับพี่น้องเพราะว่า เขาร้องเรียนมานานแล้ว ท่านกรุณาตอบนะคะ ตอบเป็นตัวเลขออกมาเลย แล้วก็บอกด้วยว่า ปีหน้าต้องทําอีกใช่ไหม เขาต้องทําอย่างนี้อีกใช่ไหม เขาจะได้เตรียมตัวร้องเรียนให้เร็วกว่านี้ ปีนี้มันอาจจะช้าเกินไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
หมดคําถามที่ ๓ แล้วนะครับ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ ในเวลาด้วยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ได้คุยกันว่าปีหน้าจะได้มีการวางแผนกําหนดราคาอ้อยขั้นต้น ให้เร็วก่อนที่จะเปิดฤดูกาลหีบอ้อย ผมก็ถามว่าที่ล่าช้าที่ผ่านมาเพราะอะไร เพราะว่า มีข้าราชการที่เป็นตัวแทนเข้าไปในคณะกรรมการต่าง ๆ เกษียณหลายท่าน ก็เลยป้องกันว่า ปีหน้าอย่าให้มีเหตุการณ์อย่างนี้อีก ให้เร่งรีบ แล้วก็ขอตอบท่านว่าก็จะพยายามทําให้เร็ว ที่สุด เร็วที่สุดอาจจะเร็วกว่าที่ท่านคิดก็ได้นะครับ ขอบคุณครับ
อาจารย์ ถามไม่ได้แล้วนะครับ อนุญาตให้ฝาก
ไม่ได้ถามค่ะ ดิฉันไม่ได้ถามต่อ เพราะว่าคําถามเมื่อสักครู่นี้ยังไม่ได้รับคําตอบ เร็วที่สุดไม่ได้ เร็วกว่าดิฉันพูดก็ยังดี แต่ว่า ท่านต้องบอกค่ะ ดิฉันไม่ถามคําถามเพิ่มนะคะ ดิฉันย้ําคําถามเดิมที่ต้องการคําตอบ ท่านรัฐมนตรีตอบด้วยนะคะ เพราะชาวไร่อ้อยฟังอยู่ทั่วประเทศ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๒๑/๑
ท่านรัฐมนตรีเขาไม่ถามแต่ให้ตอบ
ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ยังยืนยันว่าจะทําให้เร็วที่สุด เพราะว่าคณะกรรมการต้องพิจารณา ก็ยืนยันว่าผมทราบความห่วงใยของผู้ถามกระทู้ถาม ทราบความเดือดร้อนของชาวไร่แล้วก็ เพื่อนสมาชิกเจอหน้าผมถามทุกวัน ผมทราบความรู้สึกดี ฉะนั้นก็จะทําให้เร็วที่สุดซึ่งอาจจะ เร็วกว่าที่ท่านคิด ก็กราบเรียนอย่างนี้นะครับ
อาจารย์ จะฝากเชิญครับ ไม่ถามแต่ฝาก เชิญครับ
ดิฉันจะฝากว่าถึงวันนี้ก็ยังเร็ว ที่สุดไม่ได้อยู่ดี ท่านต้องตัดสินใจท่านรู้กระบวนการทั้งหมดอยู่แล้ว พี่น้องชาวไร่อ้อยไม่ว่าจะ นั่งอยู่ในนี้หรืออยู่ที่บ้าน ถ้าท่านไม่มีคําตอบให้ดิฉันวันนี้ดิฉันกระทู้ถามท่านทุกอาทิตย์
อาทิตย์หน้าถามอีกครับ
๒ อาทิตย์ ดิฉันจะขอกระทู้ถาม ท่านอีกถ้าไม่มีคําตอบนะคะ
อาทิตย์หน้า จะบรรจุให้นะครับ
๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๑๕๕ ส. เรื่อง กรณีการก่อสร้างอาคารสถานีตํารวจ (ทดแทน) ๓๙๖ แห่ง และอาคารที่พักข้าราชการตํารวจ (นายศิริโชค โสภา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๒๑/๒
ท่านศิริโชค โสภา ครับ ท่านต้องใช้เวลาภายใน ๑๐ นาที ๓ คําถาม ตอบภายใน ๑๐ นาที ๓ คําตอบ เชิญเลยครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขออนุญาตใช้เอกสารแล้วก็ภาพนิ่งที่ได้ขอท่านประธานไว้แล้วนะครับ เพราะวันนี้ ผมตั้งกระทู้ถามสดสู้กับนักกฎหมาย ฐานะผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็เลยต้องรวบรวมหลักฐาน เยอะหน่อยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สุขสันต์ วันวาเลนไทน์นะครับ บอกว่าปฐมเหตุของเรื่องการสร้างโรงพักมาจากการที่ไปแก้ไขทีโออาร์ หรือเงื่อนไขการประกวดราคาจากเดิม ท่านฟังให้ดีนะครับ จากส่วนกลางผมย้ําครับ ส่วนกลาง รายภาค มาเป็นประกวดราคา ยังส่วนกลางอยู่นะครับแต่รวมภาค เบื้องต้นท่านก็ บอกว่าอย่างนี้ต้องฮั้วแน่นอน แต่ว่าเหตุผลของท่านแต่ละวันก็จะเปลี่ยนไปทีละวัน ๆ แต่ว่า ครั้งแรกสุดบอกว่าฮั้ว ผมก็แปลกใจเพราะว่าในความรู้สึกของผมถ้ามีเค้ก ๙ ชิ้น หมายถึง มี ๙ ภาคมันน่าจะฮั้วง่ายกว่า เพราะแบ่งเป็นคนละภาค แต่พอมันเป็นก้อนเดียวมันต้อง แข่งขันกันคนก็แย่งชิงกันน่าจะมีการตัดราคา ผมก็ไปดูเอกสารประกวดราคาก็เป็นความจริง อย่างนั้น เชิญดูชาร์ท (Chart) แรก
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ โครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนงบประมาณที่ ครม. อนุมัติ ๖,๖๗๒ ล้านบาท ราคากลางตั้งไว้ที่ ๖,๓๘๘ ล้านบาท ปรากฏว่าบริษัท พีซีซี ไม่ใช่เชียงใหม่ คอนสตรัคชันนะครับท่านเฉลิม บริษัท พีซีซีประมูลไว้ที่ ๕,๘๔๘ ล้านบาท ต่ํากว่าราคากลาง ถึง ๕๐๐ ล้านบาท อันนี้แสดงให้เห็นชัดว่าถ้าฮั้วก็ฮั้วแบบโง่ ๆ เพราะว่าราคาต่ํากว่าราคากลาง ถึง ๕๐๐ ล้านบาท ต่ํากว่าคนที่ ๒ ที่เสนอราคาคือห้างหุ้นส่วนจํากัด สามประสิทธิ์ ประมูล ๖,๐๙๕ ล้านบาท ต่ํากว่าคนที่เสนอราคาต่ําสุดเป็นที่ ๒ ก็คือ ๒๙๓ ล้านบาท พอดูแล้วฮั้ว มันไม่น่าจะใช่ ท่านเฉลิมกํากับดูแลท่านธาริตก็บอกว่าน่าจะเป็นเพราะว่าบริษัทนี้ไม่เคยรับ งานมาก่อน เพราะฉะนั้นประมูลไปแล้วทิ้งงาน ผมก็ตกใจครับ เป็นอย่างนั้นได้หรือ ก็ไปค้น ข้อมูลครับ ใช้เวลาค้นข้อมูลพอสมควรก็ไปเจอข้อเท็จจริง ท่านเฉลิมดูนิดหนึ่งเผื่อท่านจะไม่มี ข้อมูล ปรากฏว่าบริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชัน จํากัด ที่เป็นคู่สัญญา สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๒๑/๓ เคยรับเหมาก่อสร้างของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็คือบ้านเอื้ออาทร เป็นมูลค่าทั้งหมด ฟังให้ดีนะครับ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เริ่มต้นส่วนใหญ่งานนี้ได้สมัยรัฐบาล พรรคไทยรักไทยทั้งนั้นเลยครับ ผมยกตัวอย่าง ๒-๓ ตัวอย่างจะได้ไม่เสียเวลา ๒๓ กันยายน ๒๕๔๘ จ้างเหมาก่อสร้างบ้านเดี่ยว ๒ ชั้นและอื่น ๆ โครงการบ้านเอื้ออาทร ท่านเฉลิมครับ จังหวัดเชียงใหม่ (สันป่าตอง) ตามโครงการบ้านเอื้ออาทรระยะที่ ๓/๒ จํานวน ๖๓๖ หน่วย เป็นเงิน ๑๔๘ ล้านบาท และมีบางอัน ๑๐,๐๐๐ หน่วย ๔,๒๐๐ ล้านบาท สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๒๒/๑ นี่สร้างที่จังหวัดเชียงใหม่บ้านของคนที่ท่านเฉลิมบอกว่าท่านเป็นขี้ข้านะครับ เพราะฉะนั้น ผมก็เลยสงสัยว่าบริษัทนี้ก็มีงานเยอะ แล้วงานส่วนใหญ่ก็สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยทั้งนั้น เป็นหมื่น ๆ ล้านบาทนะครับ พอประเด็นนี้บอกว่าไม่น่าจะใช่ ท่านไปประเด็นไหนทราบไหมครับ ท่านก็ไปประเด็นบอกว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทที่ประมูลได้งานครั้งเดียว เพราะฉะนั้นจะไปสร้าง ทั่วประเทศมันสร้างไม่ได้หรอก มันเป็นอย่างนี้มันชัด ๆ ผมก็ไปค้นอีกครับท่านประธาน ปรากฏว่าบริษัทนี้ประมูลได้ไป ๒ โครงการครับ โครงการแรกนะครับ โครงการก่อสร้าง อาคารที่พักอาศัยแฟลตขนาด ๓๐ ครอบครัว ๑๖๓ หลัง มูลค่า ๓,๗๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่า เขาสร้างเสร็จครับไปถึง ๘๗ เปอร์เซ็นต์ อ้ายนี่ทําไมทําได้ละครับ ทั่วประเทศเหมือนกันครับ ๘๗ เปอร์เซ็นต์ครับ รายภาค ๑๖๓ แห่ง แต่ของโรงพักนี่ทําได้แค่ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นคําถามแรกครับ แบ่งเป็นข้อย่อย ๓ ข้อนะครับ สําหรับนักกฎหมาย คือ ๑. ตกลงมีฮั้วไหมครับ ๒. นี่ตกลงที่บอกไม่มีผลงานก่อสร้าง ตกลงมีไหมครับ แล้วข้อที่ ๓ อยากถามว่าบริษัทเดียวทําทั่วประเทศได้หรือเปล่าครับ
ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ผู้ถามใช้เวลาไป ๔ นาที ๓๗ วินาทีนะครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ที่ทํางานร่วมกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ผู้ถามกระทู้นี่จะไปอวดฤทธิ์เดชบริษัท พีซีซี เคยสร้างงานสร้างการอย่างไรผมไม่เคยให้ความสนใจ ผมสนใจแต่เพียงว่าสถานีตํารวจ ๓๙๖ โรงพัก ที่รัฐบาลสมัยท่านได้ดําเนินการอนุมัติและริเริ่มผมเรียนว่าเป็นเรื่องดี ผมอยากจะเรียนท่านประธานและพี่น้องประชาชนที่ดูการถ่ายทอดสด และโดยเฉพาะตํารวจ โครงการนี้ถ้าใครรับประโยชน์ไปขอให้หายนะ ถ้าพรรคการเมืองไหนได้เงินขอให้หายนะ อย่าได้ผุดได้เกิด ถ้าผมรับผิดชอบตอนหลังแล้วมีทุจริตคิดไม่ชอบขอให้ผมหายนะทั้งส่วนตัว และครอบครัว เพราะงานนี้เป็นการโกง เป็นการทุจริตและคอร์รัปชัน ผมเรียนท่านประธานว่า โครงการนี้ดําเนินการเมื่อปี ๒๕๕๐ ต่อมาก็บอกว่าจะต้องดําเนินการต่อ เห็นด้วยครับ เพราะโรงพักมันเก่า สมัยรัฐบาลท่าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี กํากับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๒๒/๒ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ก็สั่งการให้มีการเสนอโครงการก็เสนอมา ๓๙๖ แห่ง ประเด็นสําคัญ ก็คือว่าอนุมัติครั้งแรกเมื่อ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ บอกว่าให้กระจายรายภาค ถูกต้อง เพราะถือว่า มีโอกาสแข่งขัน ประเด็นปัญหามันเกิดที่มันยุ่งทุกวันนี้เพราะมาถึงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ห่างกัน ๖ เดือน ทําไมนายสุเทพถึงเปลี่ยนนโยบายและเปลี่ยนโครงการให้อนุมัติ รายเดียว ปัญหามันเกิดตรงนี้คุณศิริโชค มันไม่ใช่บริษัท พีซีซี ไม่ใช่บริษัท เชียงใหม่ คอนสตรัคชัน ทําไมผมจะไม่รู้ก็ผมไปถ่ายรูปมาอาทิตย์ที่แล้ว นี่อย่างไรบริษัท พีซีซี พ่อตานักการเมืองไม่มีหุ้น แต่บริษัทมันตั้งที่บ้านพ่อตานักการเมือง ปัญหามันมีเท่านี้ละครับ เดิมนี่คุณสุเทพกระจายรายภาค ๙ ภาค ตามข้อเสนอ พลตํารวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ ต่อมาวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ๘ บริษัทครับ บริษัท พีซีซี นําหน้าร้องทุกข์ยังท่านอภิสิทธิ์ ร้องทุกข์ยังท่านสุเทพ เขารู้มาว่าจะมีการรวมจ้างรายเดียว เขาก็ร้องทุกข์ว่าอย่าทํานะกลัวจะผิดพระราชบัญญัติฮั้ว สุดท้ายพอมาวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ท่านสุเทพอนุมัติ ตรงนี้ละต้องตอบสังคมไม่ใช่มาถามผมว่าเพราะอะไร ผมตอบคําถามแรก เท่านี้ครับ ประชาชนเข้าใจแล้ว ขอบคุณครับ
เชิญท่านศิริโชคครับ
ท่านประธานครับ ผมก็เพิ่งเห็นในโลกนี้ครับ คนร้องทุกข์แต่ได้งานนะครับ ส่วนใหญ่คนร้องทุกข์มักจะไม่ได้งาน แต่กรณีของคุณเฉลิมบอกว่า คนร้องทุกข์ได้งาน ก็เป็นตรรกะที่แปลก ๆ แต่ไม่เป็นไรครับ ท่านประธานครับ กระผม มีคําถามที่ ๒ ถึงท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิมนะครับว่าท่านธาริตกับท่านเฉลิมในฐานะที่เป็นคู่หูกัน ก็ได้พูดมาตลอดนะครับบอกว่า พงศพัศไม่เกี่ยว พงศพัศไม่เกี่ยว ท่องเหมือนนกแก้วเลยครับ พูดอยู่ทุกวัน ๆ ผมก็เลยอยากจะรู้ว่าคุณพงศพัศเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๒๓/๑ ก็ต้องขออนุญาตถาม ร้อยตํารวจเอก เฉลิมนะครับ ในฐานะที่ดูแล สตช. ว่าคุณพงศพัศ เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวหลังจากดูเอกสารนี้นะครับ
คําถาม ที่ ๒ ครับ
ท่านประธานครับ หลังจากที่มีการประกวดราคา แล้วอันนี้คือประกวดราคาแบบส่วนกลางนะครับ รวมภาค แล้วบริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชัน จํากัด ชนะการประกวดราคาไปแล้วครับ พอประกวดราคาเสร็จ มันต้องมีการขอรับความเห็นชอบราคาและอนุมัติจ้างก่อสร้างโครงการอาคารที่ทํางาน สถานีตํารวจ เนื่องจากงบประมาณมันเกิน ๑๐๐ ล้านบาทครับ เพราะฉะนั้นคนที่อนุมัติได้ ก็คือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย ปรากฏว่าวันที่ ๓๐ กันยายนครับท่านประธาน ขอขึ้นชาร์ทเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
หน้าแรกให้ท่านเฉลิมได้เห็นชัด ๆ ว่าวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เรื่อง ขอรับความเห็นชอบราคาและขออนุมัติจ้างก่อสร้างโครงการ อาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) เรียน ผบ.ตร. (ผ่านผู้ช่วย ผบ.ตร. บร ๑๑) อันนี้ เดี๋ยวผมอุบไว้ก่อนว่าเป็นใครให้ท่านตื่นเต้นนิดหนึ่ง ท่านจะเห็นว่าสํานักงานผู้ช่วย ผบ.ตร. บร ๑๑ เลขรับที่ ๘๕๑ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา หนังสือแทงมา วันที่ ๓๐ กันยายน สํานักงานผู้ช่วย ผบ.ตร. บร ๑๑ รับเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน วันเดียวกัน เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา เปิดมาเรื่อย ๆ ก็พูดถึงเรื่องว่าเนื่องจากประมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องให้มีการรับรอง ปรากฏว่าเราดูมาเรื่อย ๆ มาถึงข้อพิจารณาข้อ ๔.๑ ให้ความเห็นชอบ ราคาค่าก่อสร้างอาคารสถานีตํารวจทดแทนจํานวน ๓๙๖ หลัง ตามรายงานของ คณะกรรมการประกวดราคา ซึ่งบริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชัน จํากัด เป็นผู้เสนอราคาต่ําสุดเป็นเงิน ๕,๘๔๘ ล้านบาทถ้วน ซึ่งไม่เกินราคากลางของทางราชการ ซึ่งกําหนดไว้ที่ ๖,๓๘๘ ล้านบาท และไม่เกินวงเงินที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ ตามสํานักงบประมาณได้ให้ความเห็นชอบวงเงินในการจ้างก่อสร้างอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ ทดแทน จํานวน ๓๙๖ หลัง เพื่อขอความเห็นชอบจากผู้มีอํานาจสั่งจ้าง ตามระเบียบที่อ้างถึง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๒๓/๒ ข้อ ๓.๑ และข้อ ๓.๒ เสนอโดย พลตํารวจโท ธีรยุทธ กิตติวัฒน์ ผู้บัญชาการ สกบ. แต่ต้อง มาถึงสํานักงานของผู้ช่วย ผบ.ตร. บร ๑๑ ครับ ผมย้ํากับคุณเฉลิมอีกทีนะครับว่าอันนี้คือ หลังจากมีการชนะการประกวดราคาแบบเหมารวมส่วนกลางไม่ใช่รายภาค ดูตรงนี้เลยครับ เรียน ผบ.ตร. ลายมือชัดเจน พิจารณาแล้วผมเปิดในพจนานุกรมนะครับ พิจารณาแล้ว หมายถึงว่าคนที่เขียนเขาพิจารณาแล้ว เขาบอกว่าเห็นสมควรให้ความเห็นชอบตามเสนอ สกบ. ข้อ ๔.๑ และลงนามในหนังสือนําเรียนผ่านรองนายกรัฐมนตรีที่ได้แนบมาพร้อมด้วยแล้ว จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา พลตํารวจโท พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. บร ๑๑ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ ผมเห็นเอกสารนี้แล้วผมอยากจะฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีครับว่า ทําไมท่านพงศพัศใจดําจังครับ เป็นคนเสนอเห็นชอบโครงการนี้ครับ โครงการที่ท่านต่อว่า ว่าไปรวบรายภาคมาเป็นรายเดียว เป็นคนเสนอเห็นชอบเองแล้วก็บอกโครงการนี้ชอบด้วย กฎหมายสมควรที่ต้องลงนาม แต่พอไปสมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนี่แบบเฉย เงียบครับ ปล่อยให้ท่านธาริตกับท่านเฉลิมออกมาพูดเรื่องซึ่งผมคิดแล้วมันไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมถามท่านเฉลิมครับว่าท่านอ่านเอกสารนี้แล้วท่านยังคิดว่าพงศพัศไม่เกี่ยวข้อง หรือเปล่าครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ ผมไม่แปลกใจครับเพราะท่านศิริโชค ไม่เคยรับราชการ งานนี้มันมี ๒ ท่อน ท่อนแรกท่านพงศพัศเป็นประธานทีโออาร์ เขาบอกว่า ต้องรายภาคอย่าเหมารวม ท่านสุเทพก็อนุมัติไปเป็นที่เรียบร้อย สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๒๔/๑ ต่อมาภายหลังผมจะเรียนให้ทราบว่ามันมีนักการเมืองชั่ว ๆ ไปบังคับตํารวจ เขาเล่าให้ผมฟัง หมดว่าให้เปลี่ยนแนวทางเอารายเดียว ท่านก็เลยบอกว่าคนร้องทุกข์ทําไมได้งาน ก็ทีแรก มันตกลงผลประโยชน์กันไม่ได้ก็มาร้อง ๘ ราย พอตกลงกันเรียบร้อย พออนุมัติรายเดียว ก็ได้งานไปทําทําไมผมจะไม่รู้ก็เขาเล่าให้ผมฟัง ผมอยู่ตํารวจ ๑๑ ปี คุณพงศพัศเขาเกี่ยว รอบแรก ผมจะเรียนท่านประธาน ผมไม่มาปกป้องคุณพงศพัศ เรื่องนี้ไม่ใช่การเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แต่ต้องให้ความเป็นธรรมเขา คุณศิริโชคเอาเรื่อง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ มาพูด เริ่มต้นนะครับ เอกสารร่างขอบเขตของงานหรือทีโออาร์ซึ่งระบุให้กําหนดเสนอราคา เป็นรายภาค พลตํารวจโท พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. บร ๑๑ เป็นประธาน คณะกรรมการกําหนดร่างขอบเขตของงานหรือทีโออาร์ โดยเป็นประธานทีโออาร์ สมัย พลตํารวจเอก พัชรวาทเป็น ผบ.ตร. มารายเดียว นั่นปทีปไม่ใช่พัชรวาท อย่าเอาเรื่อง อย่างนี้มาทําลายเขาในสภาเพราะมันกระทบการเลือกตั้ง ต่อมาก็เอกสารสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ ๐๐๙๒๔/๐๓๔๒๓ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เป็นหนังสือที่ พลตํารวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ นําเสนอต่อนายกรัฐมนตรี จากการเสนอของคุณพงศพัศบอกว่าในข้อ ๒.๕ ได้ร่วมประชุมพิจารณาเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒ โดยมี พลตํารวจโท พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ
ท่านประเสริฐมีอะไรครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีมีผู้ประท้วง ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีนี่เขาไม่เข้าใจคําถามครับ คุณศิริโชค คําถามที่ ๒ ถามคําถามเดียวครับ ถามว่าท่านอ่านเอกสารแล้ว พลตํารวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ เกี่ยวข้องหรือไม่ ตอบได้ ๒ คําตอบเท่านั้นเองครับ คําตอบที่ ๑ เกี่ยว
ท่านประเสริฐพอแล้วครับ การถามกระทู้ถามสดถามได้คนเดียวนะครับ ท่านครับ เดี๋ยวให้ เขาตอบโจทย์เสร็จก่อนครับ ตอนนี้ท่านอย่าเพิ่งนะครับ ไม่ได้ครับท่านครับ เพราะว่า อยู่ระหว่างตอบคําถาม การถามกระทู้ถามสดถามได้ท่านเดียว ท่านแม่นข้อบังคับกว่าผมอีก สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๒๔/๒ เชิญนั่งก่อนครับ ท่านนั่งครับ ไม่ได้ครับ มันจะถามซ้ํากันไม่ได้ ท่านนั่งก่อนครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบ
ท่านประธานครับ ผมว่าผมเข้าใจคําถาม ที่ถามว่าคุณพงศพัศเกี่ยวหรือไม่ มันเกี่ยว ๒ ส่วน ไม่ใช่ส่วนเดียว ท่านมาเอาตอนท้ายที่เหลือรายภาคนี่เขาไม่ได้เป็นประธานพิจารณา งานธุรการกับงาน นโยบายมันคนละเรื่อง เพราะท่านไม่เคยรับราชการ ผมเรียนต่อนะครับว่าท่านพงศพัศ เสนอว่าเห็นควรดําเนินการจัดสร้างโดยส่วนกลางแบบรวมการครั้งเดียวโดยแยกการเสนอราคา เป็นรายภาค ๑-๙ นี่ละเขาเป็นประธานทีโออาร์ ตรงนี้เขาต้องรับผิดชอบ หนังสือที่ท่าน เอามาบอก เรียน ผบ.ตร. พิจารณาแล้วเห็นควรดําเนินการตามข้อเสนอ สกบ. สกบ. คือ สํานักงานส่งกําลังบํารุง สมัยแรกที่อนุมัติไปมีสรรพาวุธกับพลาธิการ ยังไม่มี สกบ. สกบ. มามีทีหลัง ตอนหลังใครไปบีบไม่รู้ ท่านปทีปก็เซแซด แซด แซด จากรายภาคมาเป็น รายเดียว ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ ท่านพงศพัศตอนแรกเขาเป็นประธานทีโออาร์ เขาเสนอรายภาค ตอนหลังเขาผ่านหนังสือ ผ่านหนังสือคือไม่ได้พิจารณา เขาเรียกงานรูทีน (Routine) ทําไมผมจะไม่ได้อ่าน ปัญหามันมีอยู่ตรงนี้ท่านประธานครับ พอมาเป็นรายเดียว มาตรา ๑๐ พระราชบัญญัติผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดซึ่งมีอํานาจหรือหน้าที่ในการอนุมัติ การพิจารณาหรือการดําเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาครั้งใด รู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฏชัดแจ้งว่า ควรรู้ว่าการเสนอราคา ในครั้งนั้นมีการทําผิดตามพระราชบัญญัตินี้ละเว้นไม่ดําเนินการ เขาถือว่าอนุมัติรายเดียว มันส่อผิดพระราชบัญญัติฮั้ว คุณพงศพัศเขาไม่เกี่ยวแล้วตอนหลัง ทําไมผมถึงไม่เข้าใจ งานนี้ครับ ถ้าคุณไม่เปลี่ยนวิธีอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างปัญหาก็ไม่เกิด พอมาเป็นรายเดียว มันไม่กระจาย มันไม่มีการดําเนินการได้ทันท่วงทีมันจึงสร้างไม่เสร็จ ใครคด ใครโกงหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่ผมสาปแช่งคนโกงให้หายนะ นี่คําถามที่ ๒ ที่ผมตอบครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๒๕/๑
ท่านศิริโชคครับ ท่านมีเวลา ๑ นาที ผมเผื่อให้ท่านแล้ว ความจริงท่านเกินแล้ว เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านเฉลิม ตั้งใจไม่รู้กฎหมายหรือตั้งใจไม่รู้ระบบราชการ คนที่ไม่เคยรับราชการก็สามารถศึกษาได้ เหมือนกันครับ ผมเรียนท่านประธานขึ้นชาร์ทให้เห็นอีกรอบว่างานรูทีนคืองานกลั่นกรอง งานกลั่นกรองต้องแสดงความเห็น ยิ่งถ้าท่านเฉลิมพูดแบบนี้ผมไม่กล้าเลือกท่านพงศพัศ เป็นผู้ว่าราชการ กทม. เลยครับ เพราะว่าท่านรู้อยู่แก่ใจ ถ้าตามที่ท่านเฉลิมบอกว่า การประกวดราคาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผิดกฎหมาย แล้วท่านยังกล้าที่จะลงนามเขียนอย่างนี้ อ่านให้ฟังอีกรอบหนึ่งครับ เรียน ผบ.ตร. พิจารณาแล้วเห็นสมควรให้ความเห็นชอบตามเสนอ สคบ. ข้อ ๔.๑ และลงนามหนังสือนําเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ได้แนบมาพร้อมแล้ว จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา อันนี้ไม่ใช่งานรูทีนหรือครับ อันนี้กลั่นกรองเอกสาร ลงนาม ให้ความเห็นชอบ และ ผบ.ตร. ก็ลงนามหลังจากที่คุณพงศพัศเสนอว่าควรที่จะลงนาม มันไม่ใช่เป็นการผ่านตามขั้นตอนปกติ ผมเข้าใจท่านเฉลิมดีครับ อยากชนะเลือกตั้งผู้ว่า ราชการกรุงเทพฯ แต่ว่าข้อเท็จจริงท่านต้องยอมรับว่ามันเป็นแบบนี้ จะไปบิด จะไปแถ มันไม่ได้หรอกครับ ข้อเท็จจริงคือคุณพงศพัศเป็นคนเสนอว่าการประกวดราคาแบบรวมภาค ชอบด้วยกฎหมายและสมควรลงนาม ถ้าคุณพงศพัศไม่เสนอวิเชียรกล้าเซ็นไหม ไม่กล้าหรอกครับ ลองพงศพัศเขียนบอกว่าผมไม่เห็นด้วย อย่าลงนาม ผมถามท่านเฉลิมว่า พลตํารวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี จะกล้าเซ็นไหม ไม่กล้าหรอกครับ ท่านประธานครับ คําถามที่ ๓ คําถามที่ ๓ ผมแปลกใจรัฐบาลนี้บริหารราชการแผ่นดินมาเกือบ ๕๐๐ วัน รู้ ฉลาดครับ รอบรู้ว่าสัญญา มีปัญหาทําไมไม่ยกเลิกตั้งแต่ต้นครับ ไม่ยกเลิก แถมขยายระยะเวลาให้อีก ๓ ครั้ง แล้วไปแก้ สัญญาอีกครับ บางโรงพักไปแก้สัญญา นี่ผมมีเอกสารหมด ไปแก้สัญญาเนื่องจากโรงพักบางแห่งมี คนเขาคัดค้านต้องทําจั่วให้เป็นแบบภาคเหนือ แบบภาคใต้ ไปแก้สัญญา บางที่ส่งมอบไม่ได้ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เอกสารอยู่ในนี้หมดครับ เพราะฉะนั้นผมถามท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมเป็น คําถามสุดท้ายว่าการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญาทําให้เจ้าหน้าที่ตํารวจทั่วประเทศได้รับ ความเดือดร้อน เพราะไม่มีสถานที่ทํางาน นี่คือเป็นประเด็นใหญ่ แต่ท่านเอาประเด็นนี้ไป บิดเบือนเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะท้ายที่สุดแล้วเหตุที่ทําให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๒๕/๒ ได้รับความเสียหายเป็นเหตุที่เกิดขึ้นในขั้นตอนของการบริหารสัญญาที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสัญญาก็คือ สตช. ท่านประธาน ดูเอกสารฉบับนี้ ผมเอาให้ดูคร่าว ๆ ครับ เป็นเรื่องอนุมัติขยายเวลาก่อสร้างอาคารที่ทําการ สถานีตํารวจล่าสุดเพิ่งขยายเวลาออกไปอีก ๖๐ วัน เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ นี้เอง ถามว่าทําไมรู้ เก่ง รอบคอบ ถึงปล่อยให้การบริหารสัญญาไม่แล้วเสร็จ แล้วส่วนใหญ่ก็อยู่ ในช่วงที่ท่านบริหารราชการแผ่นดินทั้งนั้น ตั้งแต่ พลตํารวจเอก เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ มาจนถึง พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผมขอถามท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าปัญหามันเกิด จากการบริหารสัญญาที่ผิดพลาด ท่านต่อเวลาตั้ง ๓ ครั้ง เปลี่ยนแบบ มอบโรงพักให้กับบริษัท ไม่ได้ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทําไมท่านไม่เอาเรื่องเหล่านี้มาพูดมาชี้แจงสังคมให้เข้าใจครับ แทนที่จะมาพยายามดิสเครดิต (Discredit) เพราะสุดท้ายคนที่เดือดร้อนและน่าเห็นใจที่สุด ก็คือตํารวจครับ
ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านศิริโชคใช้เวลาเกินไป ๓ นาที ๓๕ วินาที ท่านรองนายกรัฐมนตรี มีเวลา ๓ นาที
ท่านประธานที่เคารพครับ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบบัญชีรายชื่อ อยากจะตอบคําถามคุณศิริโชค คุณเอา ๒ เรื่อง มาเป็นเรื่องเดียวไม่ได้ พงศพัศเมื่อเป็นประธานพิจารณาครั้งแรกเขาเห็นรายภาค ที่มันยุ่ง เพราะฝ่ายการเมืองมาเปลี่ยนใหม่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ รายภาค พอ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เหมารวม ปัญหามันเกิดตรงนี้ไม่ใช่เกิดตรงอื่น คอร์รัปชันกันตรงนี้ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๒๖/๑ พงศพัศนี่เขาเสนอผ่านตอนหลัง ตอนประธานทีโออาร์ครั้งหลังนี้ที่เหมารวมรายเดียว คือ พลตํารวจโท ธีระยุทธ กิตติวัฒน์ เป็นผู้บัญชาการสํานักงานส่งกําลังบํารุง เสียรู้มัน มันคนละประเด็นคนละขั้นตอน ขั้นตอนแรกพงศพัศเกี่ยวนั่นรายภาค แล้วสุเทพเซ็นทําไม แล้วตอนหลังมาอนุมัติรายเดียวทําไม มันถึงเกิดเหตุ มันถึงสร้างไม่ทัน คุณถามว่าทําไม ผมไม่เลิกสัญญา ก็เพราะผมไม่โง่ ผมเรียนกฎหมาย ก็เพราะสมัยคุณทําสัญญากันไว้เกื้อกูล อํานวยให้กับบริษัท ผมเรียนท่านประธานต่อนะครับ เหตุใด สตช. จึงไม่รีบบอกเลิกสัญญา เราจะกลายเป็นจําเลยทันที แต่ ๑๔ มีนาคม เลิก และผมสั่งให้แจ้งจับบริษัทฐานฉ้อโกงทรัพย์ หลอกลวงผู้อื่น แสดงข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดความจริงที่ควรบอกให้แจ้ง การหลอกลวง ได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๓๔๑ ก็บริษัทรู้ใช่ไหมว่า สร้างไม่เสร็จ คุณไปทําสัญญากัน สัญญาที่ไม่ยกเลิก ท่านประธานครับ สัญญาจ้างก่อสร้าง อาคารเป็นสัญญาจ้างเหมารวมทั่วประเทศ สตช. ต้องส่งมอบพื้นที่การก่อสร้างให้ครบถ้วน ทุกพื้นที่สัญญาจึงนับ ๑ กลับไปอ่านเสียคุณศิริโชค
เรื่องที่ ๒ ถ้าบอกเลิกสัญญาก่อนครบกําหนด ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ อาจจะ เกิดประเด็นการโต้แย้งว่า สตช. รีบบอกเลิกสัญญาเร็วไป ทั้ง ๆ ที่ สตช. ก็มีส่วนผิด ในการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างล่าช้า สัญญารัฐบาลคุณทําอย่างนี้ สมัยผมไม่มี เสนอมาให้ผม เซ็นอนุมัติเยอะแยะผมไม่เซ็น ถ้าอะไรไม่ถูกต้องผมคืนไปเยอะแยะ ทําไมต้องเซ็น ทําไมรองนายกรัฐมนตรีไม่มีวิจารณญาณล่ะ เยอะแยะไปที่ตํารวจเสนอมาผมบอกว่า เอากลับไปไม่อยากติดคุกตอนแก่
เรื่องที่ ๓ ขณะนี้เหลือเวลาอีกประมาณ ๑ เดือน สัญญาที่พวกคุณทําไว้ เหตุเกิดตรงไหนได้รับอานิสงส์ต่อบริษัททั้งหมด น้ําท่วมจังหวัดสุราษฎร์ธานีก็ได้ด้วย เพราะมันเป็นการเหมารวมทั้งประเทศ ก่อนจะมาถามศึกษาก่อน น้ําท่วมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคใต้ แต่สัญญาการสร้างโรงพักได้อานิสงส์ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสานด้วยเพราะคุณ ทําสัญญากันเอาไว้ ทีนี้เหลืออีก ๑ เดือนจะครบเราก็ถือว่าเลิกสัญญาเดือนนี้ก็ไม่เสร็จ ก็รอจะแจ้งดําเนินคดีฐานฉ้อโกงแล้วเอาคนผิดมาเข้าคุกไม่ว่าฝ่ายการเมือง ข้าราชการประจํา และ/หรือผมถ้ามีส่วนผิดคุณศิริโชคไปแจ้งได้ ไปแจ้งเลยว่า ร้อยตํารวจเอก เฉลิมก็มีส่วนทําผิด ทําไมไม่บอกมาเลิกสัญญา ทีนี้เหตุผลที่สําคัญท่านประธานครับ ครั้งที่ ๑ ๒๓ สิงหาคม สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๒๖/๒ จํานวน ๓๐ วัน ครั้งที่ ๒ ๒๘ พฤษภาคม จํานวน ๑๘๐ วัน ครั้งที่ ๓ ๒๗ กรกฎาคม จํานวน ๖๐ วัน เหตุผลเนื่องจากสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารเป็นสัญญาจ้างเหมารวมทั่วประเทศ การเกิดภัยพิบัติ ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของประเทศบริษัทผู้รับจ้างย่อมได้รับประโยชน์จากมติคณะรัฐมนตรี ในการใช้ความช่วยเหลือเยียวยา ก็นี่อย่างไรพวกคุณทํากันไว้ แต่ผมไม่โง่หรอก ถ้าผมไปบอกเลิก เขาก็ฟ้องผมสิ ให้เขาดําเนินคดีกับคนที่รับผิดชอบ ผู้ใดก่อให้เกิดอันนั้นละต้องรับผิดชอบ แล้วผมบอกคุณศิริโชคเรื่องนี้ไม่มีใครแกล้งใคร แต่ว่ากรรมมันติดจรวด กรรมตามทัน ใครคดโกง หายนะไม่ต้องรอชาติหน้า ชาตินี้ละครับ ผมตอบคําถามที่ ๓ ครับ
ท่านศิริโชคหมดเวลาที่ท่านจะถามได้แล้วครับ หมดเวลาแล้วครับ ถามไม่ได้แล้วครับท่านใช้ เวลาเกินไป ๓ นาทีครึ่ง ท่านจะทําอะไรครับ
ใช้สิทธิพาดพิงเพราะว่ามีการพาดพิงทําให้เกิด ความเสียหาย
เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านเสียหาย
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่คุณเฉลิมบอกว่า มันผิดพลาดที่สัญญา มันไม่ได้ผิดพลาดที่สัญญาหรอก มันผิดพลาดที่มติคณะรัฐมนตรี ของท่านละครับที่ไปเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท เพราะเขาขยายระยะเวลาเนื่องจากภัยพิบัติ ทางธรรมชาติตามมติคณะรัฐมนตรีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วไปตีความว่าเขาขยายได้ มติคณะรัฐมนตรีมันแบบกว้าง ๆ ถ้าท่านคิดว่าบริษัทไม่ควรได้รับการขยายระยะเวลาท่านก็ ทําได้ แต่ท่านไปอ้างมติคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นไม่เกี่ยวกับสัญญาข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ ผมนี่เสียดายจริง ๆ ครับ เคยชื่นชมท่านเฉลิม อยู่บํารุง มาก
เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านเสียหายไม่ต้องชื่นชมกันหรอกเพราะว่าท่านใช้เวลาเกิน สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๒๗/๑
วันนี้โวหารอย่างเดียวครับ คือพูดจากความรู้สึก ไม่มีหลักฐานอะไรเลย ผมเอาหลักฐานมาให้เห็นจะจะบอกว่าพงศพัศเกี่ยว ผมเสียดายนะครับ พงศพัศนี่ไม่เหมือนกับท่านเฉลิม ท่านเฉลิมบอกว่าถ้าไม่ถูกต้องไม่เซ็น แต่พงศพัศเซ็นไปแล้วครับ บอกว่าเห็นชอบควรลงนามในสัญญา
เอาที่ท่าน พาดพิงเสียหาย พอแล้วครับ ผมไม่อนุญาตท่านแล้ว เชิญท่านชวลิต ผมให้เวลาท่าน ๑ นาที เพราะท่านศิริโชคใช้เวลาเกินเยอะแล้ว
ท่านประธานที่เคารพ เรียนตอบนิดนะครับ ท่านอาจจะเก่งกาจ แต่พูดอย่างนี้ไม่รู้กฎหมาย งานมันสําเร็จที่เปลี่ยนแปลง โครงการจากรายภาคมาเป็นภาคเดียวได้อยู่ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พงศพัศเขาเป็นประธาน ทีโออาร์ นี่เขารายภาค ตอนหลังก็มาอีกคนหนึ่งก็เสนอมา เขาก็ผ่านมาหา ผบ.ตร. แม้ ผบ.ตร. เสนอมา หลายครั้งที่ผมบอกเอากลับไป มันจบที่ฝ่ายการเมือง ข้าราชการไปทํางานรูทีน มันเสนอมา เราไม่เอาก็ได้ ถ้าอยากเข้าคุกก็เซ็นไป สมัยผมไม่เซ็น ผมส่งกลับบ่อย ๆ แล้วผมบอกคุณให้ งานนี้พิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริง พยานเอกสารและพยานบุคคลมีคนเข้าคุกชัดเจน แต่ผมนะปลอดภัย เพราะผมไม่เอาด้วย ขอบคุณครับ
กระทู้ถามที่ ๓ เชิญท่านชวลิตครับ
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๕๖ ส. เรื่อง ตรวจสอบการบริหารงบประมาณ ในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (นายชวลิต วิชยสุทธิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รองนายกรัฐมนตรี (ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง) สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๒๗/๒
ท่านชวลิตครับ ท่านมีสิทธิถาม ๑๐ นาที ภายใน ๓ คําถาม ถามไปเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมได้ยื่นกระทู้ถามสดต่อท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง เพื่อตรวจสอบการบริหารงบประมาณในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ตามอํานาจหน้าที่ ของฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องโครงการก่อสร้างอาคาร ที่ทําการสถานีตํารวจทดแทน จํานวน ๓๙๖ แห่ง จะเป็นข่าวคราวปรากฏในสื่อมวลชน หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันก็มีการยื่นกระทู้ถามสดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ถึง ๒ ครั้งในระยะเวลาอันไล่เลี่ยกัน วันนี้กระทู้ถามนี้ก็เป็นกระทู้ถามที่ ๒ ที่ต่อเนื่องกันมา แสดงว่าเรื่องนี้อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน อยู่ในความสนใจของสื่อมวลชน ผมจําเป็นจะต้องสอบถามกระทู้ถามสด เพราะกระผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับในสถานการณ์จริง อยู่ ๒ สถานะและไม่เคยปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชน
ในสถานะแรก ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่ากระผมเป็นกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้แสดงความเห็นพร้อมกับเพื่อนกรรมาธิการสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณให้กับ สตช. เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของทางราชการและประชาชน ได้แสดงความเห็นให้ สตช. แยกการประมูลเป็นรายภาค อย่ารวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลาง โดยมีเหตุผล ๒ ประการครับ ท่านประธาน
ประการแรก เพื่อความรวดเร็วของโครงการ เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ และประชาชน
แต่ประการสําคัญเป็นประการที่ ๒ ครับท่านประธาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ผู้ประกอบการรับจ้างทํางานในพื้นที่ในแต่ละจังหวัดได้ดําเนินการ ก็จะเกิดการหมุนเวียน ทางด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ นี่ที่ได้อภิปรายไว้เป็นหลักฐาน
ในสถานะที่ ๒ กระผมเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานขึ้นมาพอดี ท่านประธานเจริญ จรรย์โกมล เป็นประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณในขณะนั้น ท่านเจริญ จรรย์โกมล สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๒๗/๓ ได้ติดตามการบริหารงบประมาณโครงการก่อสร้างสถานีตํารวจ ๓๙๖ แห่งอย่างเข้มข้น โดยในวันพฤหัสบดีที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๓ ท่านได้เชิญผู้แทนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ กระผมขออนุญาตท่านประธานอ่านประเด็นที่ท่านประธานเจริญ ได้ถามผู้แทนสํานักงานตํารวจแห่งชาติดังนี้ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๒๘/๑ วันนั้นประชุมวันพฤหัสบดีที่ ๔ มีนาคม ท่านเจริญได้ถามประเด็นมีอยู่ว่า มี ๒ นายพลตํารวจ มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ และรับกันว่าให้จัดซื้อจัดจ้างกระจายออกไป แต่ปรากฏว่าวันนี้จะ เอามารวมแล้วก็ประมูลที่ส่วนกลาง ตอนเช้าได้ถาม ผอ. รุจิราจากสํานักงบประมาณว่าเป็นเรื่องจริง หรือไม่ เขาบอกว่าจริง ตํารวจรับปากจริง ผู้แทนจาก สตช. ยศพลตํารวจโท ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ได้มาชี้แจงต่อท่านเจริญ จรรย์โกมล ประธานคณะกรรมาธิการขณะนั้นว่าจากการตรวจสอบ เอกสารพอรับไปตรงนั้นก็รีบนําเรียนท่าน ผบ.ตร. ท่านก็ไปดําเนินการขออนุมัติเพื่อจะสร้าง สถานีตํารวจโดยกระจาย ๙ ภาค แล้วก็ทราบว่าได้อนุมัติในหลักการ จากนั้นท่านเจริญ จรรย์โกมล ประธานคณะกรรมาธิการก็ได้สรุปเพื่อบันทึกในรายงานการประชุมไว้เป็นหลักฐาน นี่คือสิ่งที่ปรากฏเป็นข้อเท็จจริงว่าท่านเจริญได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ผม นําข้อเท็จจริงในคณะกรรมาธิการ ทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญและคณะกรรมาธิการสามัญ มานําเรียนต่อที่ประชุมก็เพื่อให้เห็นว่าฝ่ายนิติบัญญัติได้ตรวจสอบและให้คําเสนอแนะ ต่อฝ่ายประจําในการใช้จ่ายงบประมาณ กระผมมั่นใจว่าฝ่ายประจําไม่กล้าบิดพลิ้วต่อคํามั่น ที่ให้ไว้ต่อฝ่ายนิติบัญญัติ การเปลี่ยนแปลงหลักการในวิธีการประมูลเป็นเรื่องผิดปกติที่น่าจะ มีเจตนาพิเศษที่วิญญูชนอาจคาดการณ์ได้ว่าจะนําไปใช้ประโยชน์เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ สิ่งที่ผมอยากจะสอบถามท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า จากการสอบสวนข้อเท็จจริงจนถึงขณะนี้ ประจักษ์พยานเห็นชัดเจน ภาพความเสียหายปรากฏทั่วประเทศจากเหนือจรดใต้ ถามว่าใคร จะต้องรับผิดชอบบ้าง ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจํารับผิดชอบอย่างไร และรับผิดชอบเมื่อไร ขอถามเป็นคําถามแรก
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบบัญชีรายชื่อ รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ นับแต่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มอบหมาย สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๒๘/๒ ให้ผมทําหน้าที่ท่านไม่เคยมาก้าวก่าย ผมใช้ดุลยพินิจตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างถี่ถ้วน เรื่องนี้ครับมันผิดปกติตั้งแต่แรก แต่เดิมฝ่ายการเมืองอนุมัติรายภาค ๙ ภาค โดยข้อเสนอของ พลตํารวจโท พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย บร ๑๑ ผ่าน พลตํารวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ในขณะนั้น คุณเพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ไม่เกี่ยว คุณวิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ไม่เกี่ยว คุณอดุลย์ แสงสิงแก้ว ไม่เกี่ยว แต่พอผ่านไป ๖ เดือน จากเดือนมิถุนายน ๒๕๕๒ มาเป็น วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ฝ่ายการเมืองโดยรองนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติใหม่ให้เหมารายเดียว แล้วก็ไปเปิดประมูล ใครจะทุจริตคิดมิชอบเขาจะสอบสวนกันต่อไป ถามว่า ๓๙๖ โรงพัก โดยอนุมัติตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๔ ต้องเสร็จวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๕ ข้อเท็จจริง มันจะสลับหรือโยกย้ายเครื่องมือ อุปกรณ์การก่อสร้างชุดเดียวกันกระจายไปตามที่ก่อสร้าง ต่าง ๆ ทั่วประเทศไม่ได้หรอกครับ มันมีสมมุติฐานที่ไม่บริสุทธิ์ ตอนผมเรียนกฎหมายอาญาภาค ๑ ท่านอาจารย์ดอกเตอร์หยุด แสงอุทัย ได้เขียนไว้ในกฎหมายอาญาภาค ๑ เล่มปกสีน้ําตาล ถึงไม่มีเจตนาทุจริตแต่อาจารย์หยุดบอกว่ามีเถยจิตเป็นโจร มันจะเป็นไปได้อย่างไรครับ บริษัทเดียวสร้าง ๓๙๖ แห่ง ต่อที่ท่านนายอําเภอดีเด่นของประเทศถามผมตอบได้เลย คนรับผิดชอบ ๑. ฝ่ายการเมือง ส่วนใครต้องรับผิดชอบหรือไม่ก็จะมีการสอบสวนกันต่อไป ๒. เจ้าหน้าที่ตํารวจถ้าใครมาเกี่ยวข้องแล้วผิดผมดําเนินการทันที สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๒๙/๑ ผมไม่ใช่เปาบุ้นจิ้น แต่ผมไม่มีอุ้มคนทําผิด ส่วนที่ ๓ ถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าบริษัทรู้แล้วว่า สร้างไม่เสร็จก็ถือว่าเป็นการฉ้อโกง สํานักงานตํารวจแห่งชาติต้องแจ้งความดําเนินคดี และหากฝ่ายการเมืองมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับพระราชบัญญัติฮั้ว มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๓ ก็ดําเนินคดีครับ เรียนนายอําเภอให้สบายใจ ไม่มีลูบหน้าปะจมูก ตรงไปตรงมา ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก ไม่ผิดคือไม่ผิด ถ้าผิดต้องดําเนินคดีเร็ว ๆ นี้ครับ ไม่นานครับ เขาดําเนินการแน่ และถ้าใครไม่ดําเนินการผมลงมือเอง และถ้าผมผิดเอาด้วย แล้วทําไมไปขยายเวลา ๓ ทอด สมัย ร้อยตํารวจเอก เฉลิมมาดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติทําให้เสียหาย ก็แจ้งความผมได้ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกท่านประธานครับ เมื่อสักครู่มีข่าวด่วนมานิดครับ เขาบอกว่าวันนี้ คนดูเยอะทางข่าว เขาบอกให้ผมประกาศต่อหน้าท่านประธานนิดหนึ่ง มันมีบริษัทอุบาทว์ ไปตั้งดูดทรายที่อําเภอเทพา จังหวัดสงขลา ผู้บัญชาการตํารวจภูธร ภาค ๙ ผู้บังคับการสงขลา ผู้กํากับสถานีตํารวจภูธรอําเภอเทพา ถ้าฟังผมชี้แจงคนร้องมาแล้วไปจับด้วย ขอบคุณครับ
เชิญท่านชวลิตต่อครับ คําถามที่ ๒
เรียนท่านประธานครับ ในประเด็นที่ ๒ กระผมจะมีประเด็นที่เกี่ยวกับวิธีการในการประมูล ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ปี ๒๕๔๙ ได้กําหนดไว้ชัดเจน หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ รู้ดีว่าเมื่อกฎหมายงบประมาณผ่านสภา ผู้มีอํานาจในการที่จะกําหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างคือหัวหน้าส่วนราชการนั้น ๆ ในที่นี้ก็คือ ผบ.ตร. ในขณะเดียวกันหากการอนุมัติเงินงบประมาณเกินวงเงินที่ระเบียบกําหนด เช่นเกิน ๑๐๐ ล้านบาทก็เป็นอํานาจของรัฐมนตรี แต่ผมอยากจะให้แยกกันระหว่างวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง กับการอนุมัติวงเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง วิธีการตรงนี้เป็นอํานาจหน้าที่ของ ผบ.ตร. โดยแท้ แต่จากการตรวจสอบข้อมูล ทําไม ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ให้ความเห็นชอบเป็นรายภาค จริง ๆ ตรงนี้เป็นเรื่องของ ผบ.ตร. หลังจากนั้น ๒๔ มิถุนายน ผบ.ตร. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการร่างขอบเขตของงานทีโออาร์ ๒ กันยายน สตช. นําร่างทีโออาร์ และเอกสารการประกวดราคาเผยแพร่ในเว็บไซต์ แต่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ กลับตาลปัตรครับ รองนายกรัฐมนตรีคนเดียวกันกลับอนุมัติจากหลักการเดิมที่เคยอนุมัติไว้ เปลี่ยนเป็นให้ กองโยธาธิการเป็นหน่วยจัดจ้างก่อสร้างอาคารทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียว ประเด็นของผม สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๒๙/๒ ก็คือผมเห็นว่าในส่วนอํานาจของรองนายกรัฐมนตรีมีอํานาจอนุมัติวงเงินเกิน ๑๐๐ ล้านบาท แต่การจัดซื้อจัดจ้างท่านไม่อาจที่จะก้าวล่วงไปถึงประเด็นนั้นได้ ประเด็นคําถามของผม ในประเด็นนี้ก็คือว่าจากการที่ฝ่ายบริหารเห็นชอบหรืออนุมัติวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นการดําเนินการเกินอํานาจหน้าที่หรือไม่ อย่างไร ในฐานะฝ่ายบริหารท่านจะดําเนินการ เพื่อหาผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้อย่างไร
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบบัญชีรายชื่อ รองนายกรัฐมนตรี ผมไม่กล้าฟันธงครับ ว่าที่ใครทําไว้ผิดหรือถูก เพราะว่าผมไม่ใช่พนักงานสอบสวน ผู้รับผิดชอบสํานวนคดีคือ ดีเอสไอ คดีนี้ไม่จําเป็นต้องเป็นคดีพิเศษซึ่งผมเป็นประธาน เพราะพระราชบัญญัติแนบท้าย อํานาจดีเอสไอ ถ้าความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติฮั้วประมูลเข้าทันที ดีเอสไอทํางานได้ ส่วนฉ้อโกงตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๓๔๑ ถือว่าเป็นความผิดส่วนตัวไม่ใช่ฉ้อโกงประชาชน สํานักงานตํารวจแห่งชาติต้องไปร้องทุกข์กล่าวโทษมอบคดีให้ดีเอสไอดําเนินการ ถ้าถามว่า ต้องมีคนรับผิดชอบไหม ต้องมีครับ ส่วนใครจะรับผิดชอบ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๓๐/๑ มากน้อยแค่ไหนก็ต้องดูที่ข้อเท็จจริง พยานเอกสาร แล้วพยานวัตถุ วันหนึ่งหากทาง สํานักงานตํารวจแห่งชาติเขาเห็นว่ามันเสียหายต่อสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เขาอาจจะมา บอกก็ได้ว่าครั้งแรก ๙ ภาคดีแล้ว ตอนหลังมาภาคเดียว รายเดียวเพราะอะไร เพราะว่าเขา มีความกดดัน เขามีความอัดอั้น เขาจึงมาบอกความจริง มีคนมาเล่าให้ผมฟัง ผมไม่เชื่อนะครับ แต่ไม่บอกประธานก็ไม่ได้ เพราะผมเป็นสมาชิกของท่านประธาน เขาบอกที่มันตึงตัง ๆ รีบร้อนนี่เพราะจะเบิกก่อน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ได้ไป ๘๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ไปเบี้ยบ้ายรายทาง ใครได้บ้างใครไม่ได้ผมไม่ทราบ พอเงิน ๘๐๐ กว่าล้านบาท ได้ไปต้องไปเสียเบี้ยบ้ายรายทาง ก็ไม่มีเงินไปลงทุน บริษัทไหนพอมีสตางค์หน่อยก็ลงได้ บริษัทไหนที่ไม่มีเขาเอาไปหมดแล้ว ก็ปล่อยสร้างเล็กน้อยแล้วก็ปล่อยตกข้าง เสาโด่เด่ ๆ ดังที่เห็น เมื่อไม่ได้สร้างงวดต่อไป ก็มาเบิกเงินไม่ได้ในงวด ๒ งวด ๓ ปัญหามีตรงนี้ครับ แล้วเรื่องนี้ผมว่าไม่เงียบหาย และหนึ่งในนั้นผมก็ไม่ยอม ผมย้ําอีกครั้งครับโครงการนี้มันดี ไม่ใช่ไม่ดี ถ้ารายภาคก็จบแล้ว มันมายุ่งมีปัญหาเพราะว่ามันรายเดียวจึงเกิดปัญหา เรียนกับนายอําเภออีกครั้งครับ ผมไม่มีซ้ําเติม อะไรดีผมบอกดี แต่ที่มันยุ่งนี่ อ้าย ๙ ภาคก็จบแล้วท่านประธาน ทีนี้มาเหลือภาคเดียวก็เลยยุ่ง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทําได้ มันต้องมีการกระจาย อ้ายนี่กระจุก เพราะจะเอา ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ก่อนอย่างไร เรียนนายอําเภอสบายใจได้ ต้องดําเนินการโดยเคร่งครัดใครผิดก็ติดคุก ขอบคุณครับ
เชิญคําถามสุดท้ายครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ในประเด็นสุดท้ายที่ผมจะสอบถามท่านรองนายกรัฐมนตรีก็คือ บังเอิญในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณอีกครั้งหนึ่ง กรรมาธิการหลายท่านได้ติดตามเรื่องนี้ และมีข้อมูลที่พบเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ก็คือ ทราบว่าในหนังสือค้ําประกันสัญญานั้น ธนาคาร ที่ค้ําประกันสัญญาโครงการนี้คือธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจครับท่านประธาน ปกติธนาคารออมสินจะไม่ให้เกี่ยวกับเรื่องการค้ําประกันสัญญาในโครงการที่อาจมีความเสี่ยง ต่อทางธุรกิจ แล้วก็เป็นที่ทราบกันดีว่าธนาคารออมสินนั้นเงินส่วนใหญ่รับจากลูกหลาน พี่น้องเยาวชนที่ฝากคนละ ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท ดังนั้นธนาคารออมสิน สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๓๐/๒ ผมมีข้อสังเกตว่าเป็นธนาคารของรัฐ การที่มาค้ําประกันโครงการสัญญานี้จะเกี่ยวข้องกับผู้มี อํานาจในขณะนั้นหรือไม่ อย่างไร วิญญูชนคงคาดการณ์ได้ แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่าโครงการนี้มีการเบิกจ่ายเงินล่วงหน้า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน ๘๘๗,๒๐๐,๐๐๐ บาท เบิกจ่ายเงินค่างวดงานไปแล้ว ๖๕๖,๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท รวมเป็นเงินเบิกจ่ายไปแล้ว ๑,๕๓๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่การส่งมอบงานนะครับ ผู้รับจ้างเข้าดําเนินการก่อสร้าง ๒๘๐ แห่ง อีก ๑๑๖ แห่ง ยังไม่มีการดําเนินการ และยังไม่มี แห่งใดที่สร้างแล้วเสร็จ นี่คือสิ่งที่กระผมเป็นห่วงว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในส่วนของราชการก็ดี ประชาชนก็ดีที่เสียหายจากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ท่านประเมินคิดเป็นค่าเสียหายจากการสอบสวน ไว้บ้างแล้วหรือยัง ใครรับผิดชอบแค่ไหน อย่างไร และในกรณีของหนังสือค้ําประกันสัญญา ธนาคารออมสินถึงแม้จะเป็นเรื่องไกลตัวห่างตัวท่าน แต่หากเกิดความเสียหายขึ้นในอนาคต ธนาคารออมสินเสียหายตรงนี้ มันจะไปเกี่ยวพันกับผู้ที่เกี่ยวข้องมีการสอบสวนไปถึงไหมว่า ใครจะรับผิดชอบตรงนี้บ้างมากน้อยแค่ไหน เพียงใด
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กมลทิพย์ ๓๑/๑
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รองนายกรัฐมนตรี กราบเรียนท่านนายอําเภอนะครับว่าเรื่องนี้ดีเอสไอเขาไปสอบแล้ว ซึ่งทางการเงินชัดเจน เดี๋ยวผมจะพูดข้อความนิดหน่อย เสื้อแดงอย่าประท้วงผม เพราะผมพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๘
เดี๋ยวนะครับ ท่านประท้วงใช่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ คือพฤติกรรมแบบนี้ เกิดขึ้นหลายครั้งในสภาแห่งนี้นะครับ ครั้งที่แล้วผมก็ประท้วง ประเด็นที่ผมประท้วงก็คือ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๓ ก็คือกระทู้ถามนี้ต้องไม่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ความเห็นถามไม่ได้ครับ ข้อกฎหมายถามไม่ได้ อีกข้อหนึ่งก็คือว่าเป็นเรื่องประเด็นคําถามที่ซ้ํากับ กระทู้ถามซึ่งมีผู้เสนอมาก่อน ถึงแม้คําถามในกระทู้นี้ถามอาจจะดูแตกต่าง แต่เนื้อหาสาระ และคําตอบจงใจว่าเป็นประเด็นเดียวกันกับกระทู้ถามเมื่อสักครู่ที่ท่านศิริโชคถามไป เจตนาก็ชัดเจนครับ ถามกันเอง ตอบกันเองเพื่อดิสเครดิต ท่านประธานจะทําอย่างนี้ไม่ได้ครับ
เอาประเด็นของท่านก่อน ผมจะได้วินิจฉัย
๓ ประเด็นครับ ตามข้อ ๑๔๓
ท่านนั่งลงครับ ผมจะได้วินิจฉัยครับ
๑. เป็นความเห็น ถามกระทู้ถามนี้ถามไม่ได้ ๒. ก็คือว่าเป็นคําถามที่มีประเด็นซ้ํากับที่ตั้งกระทู้ถามไปแล้ว ท่านประธานวินิจฉัยด้วยนะครับ และวินิจฉัยด้วยความเป็นกลาง อย่าให้สภาแห่งนี้มันเสื่อมศรัทธาต่อพี่น้องประชาชนครับ
ในคําถามที่ ๓ นี้นะครับ ท่านผู้ถามได้อธิบายข้อเท็จจริงก่อนว่าในการทําสัญญาในเรื่อง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กมลทิพย์ ๓๑/๒ การก่อสร้างโรงพักนี้จะต้องมีการออกหนังสือมาวางค้ําประกันสัญญา ท่านก็อธิบายว่า การออกหนังสือค้ําประกันนี้เป็นหนังสือจากธนาคารออมสิน ซึ่งธนาคารออมสินที่ท่านอธิบาย ข้อเท็จจริงปรากฏว่าไม่เคยมีในลักษณะที่จะออกหนังสือค้ําประกันอย่างนี้นะครับ ท่านก็อธิบายต่อว่าหากว่าทางรัฐบาลฟังข้อเท็จจริงว่ามีความเสียหายที่เกิดขึ้นตั้งแต่ ท่านลําดับมาทั้งหมดนี้ แล้วก็ความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้มีการแอดวานซ์ (Advance) ไป หรือเบิกเงินไป ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เมื่อไม่สามารถที่จะดําเนินการตามสัญญาได้ โดยสัญญา ข้อเท็จจริงฟังได้เลยว่าธนาคารออมสินต้องชดใช้ให้กับรัฐบาล ทีนี้ท่านผู้ถามจึงถามว่าลักษณะ ข้อเท็จจริงอย่างนี้ท่านได้ดําเนินการหรือยัง ได้สืบสวนหรือยัง คําถามที่ท่านถามคําถาม สุดท้ายคือเรื่องนี้ ฉะนั้นจึงไม่เป็นการซ้ําประเด็นเดิม แล้วก็ไม่ได้เป็นประเด็นที่ออกความเห็น แล้วก็ไม่ใช่ประเด็นข้อกฎหมาย ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ เชิญนั่ง
ท่านประธานครับ ท่านประธานฟังเหมือนที่ ผมฟังไหมครับ เมื่อสักครู่ผมเข้าใจว่าไปเปิดเทป (Tape) ได้นะครับ เขาถามว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีเห็นว่าอย่างไร มันจะเสียหายท่านเห็นว่าอย่างไรนะครับ อันนี้ตรงกับ ข้อทักท้วงของผม ส่วนประเด็นว่าคําถามซ้ํา ผมพูดถึงกระทู้ถามทั้งกระทู้เลยครับว่ากระทู้ ที่ถามมาทั้ง ๓ คําถาม มันซ้ํากับกระทู้เมื่อสักครู่ที่ถามไปแล้ว เพราะฉะนั้นท่านประธานต้อง วินิจฉัย ๒ เรื่องนี้ แต่ว่าถ้าท่านประธานไปไล่มาเพื่อให้เข้าข้อวินิจฉัยของท่านประธานก็คงจะ เป็นอย่างที่ท่านประธานว่า แต่ที่ผมได้ยินเมื่อสักครู่มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ มันมี ๒ เรื่องที่ผม ตั้งข้อสังเกตแล้วก็เป็นการผิดข้อบังคับ ข้อ ๑๔๓
เอาอย่างนี้ครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ เดี๋ยวรอให้ผู้ตอบท่านตอบก็จะจบแล้วนะครับ เชิญครับ ในคําถามสุดท้ายเรื่องธนาคารออมสินที่ออกหนังสือค้ําประกัน ท่านจะดําเนินการ อย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ เรื่องนี้ผมทราบว่าทางดีเอสไอได้ไปสอบแล้วก็รู้เส้นทางการเงิน ผมไม่ใช่ตํารวจ อดีตตํารวจ ผมไม่ใช่อัยการ ผมไม่ใช่ศาล ผมจะไปชี้ว่าใครผิดใครถูกไม่ได้ แต่ข้อเท็จจริงอย่างนี้ ก็ต้องว่ากันไป ท่านประธานคงจําได้ ปี ๒๕๓๘ ผมอภิปรายในสภาเรื่อง ส.ป.ก. ๔-๐๑ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กมลทิพย์ ๓๑/๓ ผมบอกว่าหลักฐานอย่างนี้ไม่ต้องบอกว่าใครผิดใครถูก เปรียบเสมือนว่าวิ่งราวกลางวัน ใส่เสื้อแดงแขวนกระดิ่งมันปิดไม่ได้หรอกครับ ก็ต้องว่ากันไป ผมไม่กล้าบอกหรอกครับว่า ใครผิดใครถูก แต่กระบวนการยุติธรรมก็ว่ากันไป ผมเรียนท่านนายอําเภอว่าข้อมูลที่ นายอําเภอมีนี้ท่านนายอําเภอจะกรุณาเอาไปให้ดีเอสไอก็จะเป็นประโยชน์ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๓๒/๑ อ้ายส่วนนี้ผมไม่มีและผมไม่อยากลงไปยุ่ง เพราะมันชัดที่มันยุ่งนี่มีประเด็นเดียวจากรายภาค มาเหลือรายเดียวจึงเกิดปัญหา ที่ผมบอกว่าใส่เสื้อแดงนั่นไม่เกี่ยวกับเสื้อแดง เดี๋ยวมาประท้วงผม เดี๋ยวจ่าประสิทธิ์มาประท้วง ไม่ได้เกี่ยวครับ
เอาละ ผมว่าพอแล้วนะครับ
ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ผมว่า พอแล้วนะครับ เอาเฉพาะในประเด็น จบแล้วนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ก็เนื้อหาที่ถามกับคําตอบ มันตรงกันนะครับ ตรงกับคําตอบที่พูดเมื่อสักครู่เหมือนท่องมาเหมือนนกแก้ว
คืออย่างนี้ ท่านสาธิตครับ
ผมนิดเดียวครับ คือไหน ๆ ก็จบแล้ว ผมฝาก ท่านประธานว่าพฤติกรรมแบบนี้ท่านประธานต้องวินิจฉัยก่อนที่บรรจุระเบียบวาระ กระทู้ถามสดหรือกระทู้ถามทั่วไปให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ แต่อย่ามีเจตนาแอบแฝง ลักษณะอวยกัน มาถามกันเอง แล้วก็ตอบไปกระทบดิสเครดิตคนอื่น อย่างนี้มันไม่เหมาะ
คืออย่างนี้ครับ การวินิจฉัยกระทู้ถามสดท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สองเป็นผู้พิจารณา แล้วก็ ส่วนประเด็นในเรื่องของคําถาม คือคําตอบจะยังไม่รู้หรอก ต้องให้มีถามก่อน ส่วนท่าน จะตอบอย่างไรก็สุดแล้วแต่ฝ่ายบริหารเขาไป แต่ทางประธานเองจะต้องยึดถือข้อ ๑๔๓ เป็นหลัก ฉะนั้นเมื่อผมได้วินิจฉัยแล้วก็ถือว่ายุตินะครับ ผมจะได้ดําเนินการต่อไป แล้วข้อสังเกต ข้อแนะนําของท่านเดี๋ยวผมจะรับไปปรึกษากับท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง อีกทีหนึ่ง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๓๒/๒
ผมก็ฝากท่านประธานครับ เรื่องภาพรวม ของสภาเราท่านประธานครับ แล้วฝากไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยว่าผมเห็นท่านตอบ กระทู้ถามในลักษณะว่าเป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร เรื่องนี้เอาคนผิดมาลงโทษให้ได้นะครับ ไม่ใช่พูดตีกินทางการเมืองสุดท้ายไม่เกิดอะไรขึ้นเลย เหมือนเดิมนะครับ อย่าทําอย่างนั้นนะครับ
จบกระทู้ถาม วันนี้ขอสักวันไม่ประท้วงได้ไหมครับ ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามทั่วไปแล้วนะครับ เมื่อสักครู่นี้ ผมได้วินิจฉัยแล้วก็ยุติไปแล้ว ขอความกรุณานะครับ เพราะเรายังมีกฎหมายที่สําคัญเมื่อวานนี้ รออยู่นะครับ เชิญท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ การตั้งกระทู้ถามวันนี้เป็นเรื่องถามตอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมตอบคําถามเสร็จ ฝ่ายค้านลุกขึ้นประท้วงตามข้อบังคับแล้วก็พูด เรื่อยเปื่อย แล้วทีหลังท่าน
คืออย่างนี้ครับ นั่งลงดีกว่าเดี๋ยวมันจะเป็นเรื่องต่อเพราะว่ายังมีกระทู้ถามทั่วไปอยู่ประมาณ ๕ เรื่อง แล้วเรามีกฎหมายสําคัญที่เราได้ตกลงกันไว้เพราะจะต้องมีภาระในการประชุมต่อไป ผมไม่อนุญาต นั่งลงครับ ถ้าอย่างนี้นะครับ ต่อไปเป็นการถามกระทู้ถามทั่วไป
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๙๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาน้ําประปา เพื่อการอุปโภคบริโภค (นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๓๒/๓
เชิญผู้ถามถามครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านชัจจ์ กุลดิลก ที่วันนี้ให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามของดิฉันค่ะ
เรื่องที่ดิฉันจะขอถามในวันนี้นะคะท่านประธาน ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไข ปัญหาน้ําประปาเพื่อการอุปโภคแล้วก็บริโภคค่ะ เราคงจะทราบกันดีค่ะท่านประธานว่า น้ําเป็นเรื่องที่มีปัญหาค่อนข้างเยอะในปัจจุบัน แน่นอนค่ะว่าน้ําจําเป็นเพราะว่าเป็นสิ่งที่ ประชาชนจําเป็นที่จะต้องใช้ในการอุปโภคบริโภค และที่สําคัญสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลย ในการดําเนินชีวิตก็คือน้ํา จึงเป็นเหตุผลที่สําคัญที่ทางรัฐบาลแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีการมาลงทุนในการจัดบริการระบบสาธารณูปโภคในเรื่องของน้ําเพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้มีการใช้ และแน่นอนว่าหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบในเรื่องการประปาของประเทศไทยเรานี้ ก็มีมาค่อนข้างยาวนานแล้ว และปัจจุบันก็ยังมีการถ่ายโอนงานทางด้านการประปาไปให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งตรงนี้ก็ต้องเรียนว่าเป็นปัญหาที่ค่อนข้างจะมีมากในปัจจุบันอีกด้วย และสิ่งสําคัญค่ะ ดัชนีชี้วัดอย่างหนึ่งที่จะแสดงถึงว่าพื้นที่หรือว่าหมู่บ้านใดที่จะมีความเจริญ หรือไม่ก็คือน้ําประปานี่ละค่ะที่เป็นตัวชี้วัดหนึ่ง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๓๓/๑ ที่แสดงถึงความเจริญในพื้นที่นั้น ต้องยอมรับค่ะท่านประธานว่าระบบการให้บริการ ทางการประปาของประเทศเรานี่ยังคงมีปัญหาแล้วก็มีอุปสรรคในการดําเนินงานค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่เด็กดิฉันเองได้ยินคําพูดที่ได้ยินติดหูมาค่อนข้างบ่อย ก็คือถ้าหากหมู่บ้านใดหรือว่าพื้นที่ใด มีถนนลาดยางเข้าไปถึงหมู่บ้านนั้นหรือบริเวณนั้น เดี๋ยวอีกสักพักหรืออีกสักครู่นี่ระบบไฟฟ้า แล้วก็น้ําประปาจะตามมา แต่คําพูดนี้ดิฉันได้ยินมา ๒๐-๓๐ ปีแล้วค่ะ ก็ต้องเรียนว่าปัจจุบัน ก็ยังไม่เป็นจริงนะคะ ทําให้เราทราบเลยว่าตอนนี้ถนนลาดยางหลายหมู่บ้านที่เข้าไปถึง หมู่บ้านแล้ว เสียแล้วค่ะ ชํารุดแล้ว ซ่อมเรียบร้อยแล้ว กลับมาใช้งานใหม่จนชํารุดอีก แต่น้ําประปาก็ยังไม่ไปถึงหมู่บ้านเขาเลย ซึ่งตรงนี้ก็จะต้องแสดงให้เห็นว่าระบบการประปา ของประเทศไทยเรานี่ยังจะต้องได้มีการพัฒนาให้มีการบริการกับประชาชนให้ครอบคลุม ในทุกพื้นที่ของประเทศ แน่นอนว่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ประชาชนทุกคนจะเข้าถึงการบริการ ของระบบน้ําประปาได้ แต่ดิฉันเองก็อยากจะให้ระบบการประปาของประเทศไทยได้มี การเร่งรัดดําเนินการให้ประชาชนชาวไทยทุกคนได้เข้าถึงระบบการบริการสาธารณูปโภค ในเรื่องน้ําประปาโดยเร็วนะคะ นอกจากนี้ต้องยอมรับว่าในเขตชนบทที่ห่างไกลจากความเจริญ แม้จะมีประปาเข้าไปภายในหมู่บ้านบ้างเป็นบางส่วน แต่ที่มีก็ต้องยอมรับว่าเป็นระบบประปา ที่ค่อนข้างจะเก่าแก่ยาวนานผ่านการใช้งานมาหลายสิบปี ไม่ว่าจะเป็นระบบประปาของ รพช. หรือว่าระบบประปาของกรมอนามัยในอดีต ซึ่งผ่านการก่อสร้างมาไม่น้อยกว่า ๒๐ ปีแล้วค่ะ และสิ่งสําคัญตอนนี้ท่อส่งน้ําที่ส่งน้ําประปาไปให้กับพี่น้องประชาชนได้ใช้ก็ไม่เพียงพอ ไม่ถึงกับที่ตั้งบ้านเรือนของประชาชนที่ได้ขยายตัวออกไป ประชาชนหรือว่าหน่วยงาน ที่รับผิดชอบเองก็ต้องยอมรับว่าเมื่อถ่ายโอนไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วนี่ ก็ไม่สามารถที่จะรับผิดชอบในการซ่อมแซมบํารุงรักษาได้ เนื่องจากว่าเขาไม่มีเงิน งบประมาณในการที่จะเข้าไปดูแลในส่วนนี้ แล้วก็แน่นอนค่ะ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาดิฉันเอง ก็ได้มีการหารือในเรื่องเกี่ยวกับระบบน้ําประปา ปัญหาหนึ่งเลยค่ะ แม้จะเป็นการดูแลของ การประปาส่วนภูมิภาคเองก็ประสบกับปัญหาว่าตอนนี้ที่จังหวัดชัยภูมิ ยกตัวอย่างค่ะ ท่านประธาน น้ําประปาที่ใช้ทําค่ะ เราไม่มีแหล่งกักเก็บน้ําดิบที่จะเอาไว้ใช้ในการผลิต น้ําประปา แน่นอนว่าถ้าหากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ต่อไป ใน ๓-๔ เดือนข้างหน้านี้ ที่จังหวัดชัยภูมิจะไม่มีน้ําประปาใช้ ตรงนี้ก็แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและแน่นอนส่งผล สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๓๓/๒ ทําให้น้ําประปาบางครั้งก็ไม่ไหล แล้วที่สําคัญบางครั้งไหลก็ไหลอ่อนแรง มีสีแดงขุ่น มีตะกอน และที่สําคัญเมื่อประชาชนนําไปใช้ในการอุปโภคบริโภคก็เกิดปัญหาตามมาค่อนข้างมาก แล้วการดํารงชีวิตที่ขัดสนในเรื่องน้ําประปาก็เป็นสิ่งที่ดิฉันคิดว่ารัฐบาลจะต้องเข้าไปดูแลนะคะ ทั้งหมดที่ดิฉันได้กล่าวมาจึงเป็นที่มาที่ดิฉันขอถามคําถามข้อที่ ๑ ว่ารัฐบาลมีนโยบายในการ ดําเนินการปรับปรุงแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําประปาที่เกิดขึ้นอย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไปราชการต่างจังหวัด ให้มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ในเรื่องของ การแก้ไขน้ําประปาในการอุปโภคบริโภคของชาวจังหวัดชัยภูมินะครับ ได้ยินท่าน ส.ส. สุนทรี ปรารภนั้นผมก็ค่อนข้างจะน่าหนักใจนะครับ เพราะผมไม่ได้กํากับดูแลงานประปาส่วนภูมิภาค แต่ในฐานะที่อยู่กระทรวงมหาดไทยก็พอจะได้ทราบความเดือดร้อนอยู่ สําหรับคําถามที่ท่าน ถามว่ารัฐบาลมีนโยบายในการปรับปรุงแก้ไขเรื่องน้ําประปานั้นยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ชุมชน สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๓๔/๑ แล้วโดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่ดีพอนั้น ขอเรียนว่า การแก้ไขเกี่ยวกับการให้บริการหมู่บ้านที่ยังไม่มีน้ําประปาอุปโภคบริโภค แนวทาวหนึ่งคือ การวางท่อขยายเขตจากท่อการจ่ายน้ําของการประปาส่วนภูมิภาคที่อยู่ใกล้เคียงด้วยเงินอุดหนุน จากรัฐบาลนั้น เงินรายได้ของการประปาส่วนภูมิภาคมีวงเงินงบประมาณรวมกันประมาณ ปีละ ๕๐๐ ล้านบาทให้กับพื้นที่ที่ให้บริการสาขาทั่วประเทศ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด ๒๓๑ สาขา ซึ่งเป็นงบประมาณค่อนข้างน้อย
ส่วนเรื่องการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังขาดงบประมาณเกี่ยวกับ การดูแลน้ําใช้ต่าง ๆ นั้น ทางรัฐบาลและการปกครองของบ้านเมืองเรานั้นต้องการให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเข้มแข็งดูแลตนเอง ทางรัฐบาลก็สนับสนุนอยู่แล้วตามฐานานุภาพ
เกี่ยวกับเรื่องที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นทางรัฐบาลก็ให้ความรู้ในเรื่อง ระบบการจัดการทางเทคนิค ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคมีหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือในการฝึกอบรม ให้ความรู้การปฏิบัติงานเกี่ยวกับระบบประปาให้กับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ถ้าเผื่อต้องการเมื่อขอมานะครับ ขอเรียนครับ
เชิญคําถามสุดท้ายครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ จากที่ดิฉันได้ฟังท่านรัฐมนตรีได้ตอบก็ทําให้ดิฉันค่อนข้าง จะเป็นห่วงแล้วก็กังวลเรื่องเกี่ยวกับระบบการประปาค่อนข้างจะเยอะ แต่ว่าคําถามข้อที่ ๒ ที่ดิฉันจะถามเนื่องจากว่าดิฉันเองได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าปัจจุบันนี้ น้ําประปาในหมู่บ้านได้เกิดปัญหาในการใช้ค่อนข้างจะมาก ซึ่งเป็นประปาหมู่บ้านที่ต้องบอกว่า ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานนับสิบปี บางแห่งนี่นะคะท่านประธาน มีตั้งแต่ดิฉันยังไม่เกิดเลย แล้วที่สําคัญเขาไม่มีเงินงบประมาณในการที่จะไปบํารุงรักษาทําให้น้ําที่พี่น้องประชาชน จะต้องใช้มีสีแดงแล้วก็ขุ่นเป็นตะกอน และมีกลิ่นที่ต้องเรียกว่าไม่ดี น้ําที่นํามาใช้หลายแห่งเลยค่ะ เป็นแหล่งน้ําต้นทุนที่มาจากน้ําที่มีอยู่ในหมู่บ้าน เช่น ที่บ้านห้วยหวายก็มาจากสระน้ํา บ้านห้วยหวาย หรือว่าแม้แต่กระทั่งที่บ้านเขื่อนลั่นก็มาจากหนองน้ําบ้านเขื่อนลั่น ก็ต้องเรียนว่า สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๓๔/๒ หนองน้ําแหล่งน้ําเหล่านี้อยู่ใกล้ชิดกับบริเวณหรือว่าอยู่ติดกับบริเวณที่พี่น้องทําการเพาะปลูก ซึ่งแน่นอนเรารู้กันดีว่าประเทศไทยยังมีการใช้สารเคมีแล้วก็ยาฆ่าแมลงอยู่ค่อนข้างเยอะค่ะ เมื่อฝนตกน้ําที่ไหลลงมาก็ไหลผ่านพื้นที่ทําการเกษตรของพี่น้องประชาชน แล้วก็ไหลลงไป สู่แหล่งน้ําที่ใช้ในการทําน้ําประปา ก็ต้องยอมรับว่าน้ําที่ไหลลงไปนั้นเมื่อเอาไปทําน้ําประปา แล้วก็เกิดปัญหาต่อการใช้ของพี่น้อง ไม่ว่าจะนําไปอุปโภคบริโภคใช้ไม่ได้ เมื่อนําไปอาบ ก็ขึ้นผดผื่นคันค่อนข้างเยอะ และที่สําคัญต้องเรียนว่าการที่หมู่บ้านขยายตัวออกไปมีการแยก เป็นหมู่บ้านอีก ๑ หมู่บ้าน จํานวนประชากรที่เพิ่มขึ้นในแต่ละหมู่บ้านก็ส่งผลทําให้ท่อส่งน้ํา ที่มีอยู่แล้วไม่เพียงพอในการที่จะออกไปถึงบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน เขาบอกกับดิฉันว่า ได้มีการร้องเรียนไปที่องค์การบริหารส่วนตําบลที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบแล้ว ก็บอกว่าได้รับ โอนภาระมาแต่ว่าไม่ได้รับเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณ ก็ทําให้ไม่สามารถที่จะมาแก้ไขในเรื่อง การดูแลซ่อมแซมหรือว่าขยายเขตน้ําประปาไปถึงบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนได้นะคะ ที่สําคัญเลยค่ะดิฉันขอยกตัวอย่างสัก ๑ ตัวอย่าง การประปาที่ควรจะมี สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๓๕/๑ ก็คือที่การประปาที่บ้านห้วยหวายค่ะท่านประธาน หมู่บ้านแห่งนี้ก็ก่อตั้งมาตั้งนานแล้ว แต่ว่าปัจจุบันน้ําไม่เพียงพอต่อการใช้ของพี่น้องประชาชนทําให้วันดีคืนดีน้ําก็ไหล บางวันก็ไม่ไหล ที่สําคัญที่บ้านเขื่อนลั่นค่ะ การประปาบ้านเขื่อนลั่นเองต้องเรียนว่าเป็นประปาที่ใช้กันถึง ๔-๕ หมู่บ้าน ในตําบลตะโกทอง อําเภอซับใหญ่เขาใช้กัน ๔-๕ หมู่บ้าน และบริเวณนี้ค่ะ เป็นบ้านที่อยู่บนที่ราบสูง คืออยู่บนที่เป็นภูเขา แล้วก็พื้นข้างล่างนี้เป็นหินค่ะ การจะหาแหล่งน้ํา มาใช้ก็ทําได้ค่อนข้างยาก และตอนนี้ยิ่งเขาขาดแคลนเรื่องน้ํานี่ก็เป็นปัญหา ก็อยากจะฝาก ให้ทางท่านรัฐมนตรีได้ลงไปดูในเรื่องนี้ด้วย
และอันสุดท้ายที่ขอยกตัวอย่างค่ะท่านประธาน ก่อนที่จะถามคําถามก็คือ การประปาบ้านโนนน้อย-แผ่นดินทอง เป็นประปาที่ต้องเรียนว่าใช้กันหลายหมู่บ้าน และที่สําคัญเป็นประปาที่นําน้ํามาใช้ในการผลิตประปานี้จากแม่น้ําชี ปัจจุบันแม่น้ําชีแห้ง ก็ไม่มีน้ําจะใช้ในการผลิต พี่น้องที่อยู่ต้นทางก็อาจจะมีน้ําใช้อยู่บ้างแต่หลัง ๆ ไปค่ะ ที่ท่ออยู่ปลายท่อนี้น้ําก็ไม่ถึงไม่มีน้ําใช้ ประกอบกับการประปาที่นี่มีน้ําที่จะต้องส่งไปนี้นะคะ ท่านประธาน ส่งไปถึงกับโรงเรียนค่ะ โรงเรียนบ้านโนนน้อยแผ่นดินทองซึ่งมีนักเรียน ถึงประมาณ ๓๐๐ กว่าคนรวมทั้งครูบาอาจารย์ ในแต่ละวันก็ต้องใช้น้ําค่อนข้างเยอะ และการที่ใช้น้ําเยอะนี้ค่ะท่านประธาน วันไหนไม่ไหลมีปัญหาตามมาค่ะ เพราะว่าเด็กก็ไม่รู้ จะเอาน้ําจากไหนมาใช้ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ําสํารอง เมื่อแรก ๆ นี้มีการไปสูบน้ําชีขึ้นมาแล้ว ก็ขนมาใส่แท็งก์น้ําที่เก็บเอาไว้เพื่อใช้ในการเข้าห้องน้ําห้องท่า แต่ปัจจุบันน้ําในแม่น้ําชี ไม่มีให้สูบขึ้นมาค่ะ ต้องไปซื้อน้ําจากการประปาในจังหวัดมาใช้ค่ะ ทั้งหมดที่ดิฉันพูดมานี้ ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของการไม่มีน้ําประปาใช้นะคะ จึงเป็นที่มาที่ดิฉันขอเรียนถามถึงคําถามข้อที่ ๒ ว่าน้ําประปาในหมู่บ้านนี้เกิดปัญหาในการใช้ ค่อนข้างมากรัฐบาลจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไร เช่น การประปาของบ้านห้วยหวาย บ้านแผ่นดินทอง ตําบลลุ่มลําชี อําเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ หรือว่าการประปาบ้านเขื่อนลั่น ตําบลตะโกทอง อําเภอซับใหญ่ ดิฉันขอทราบรายละเอียดด้วยว่าจะแก้ไขอย่างไร แล้วก็จะ ดําเนินการได้ทันในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ หรือไม่ อย่างไรค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๓๕/๒
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ในปัญหาข้อที่ ๒ นี้ขอเรียนว่ากรณีประปาบ้านห้วยหวาย ประปาบ้านแผ่นดินทอง และประปาบ้านเขื่อนดินนั้นผมได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว เขารายงานมาว่าเป็นเรื่องที่ใช้น้ําจากบ่อบาดาลของกรมชลประทานซึ่งไปขุดบ่อไว้ให้ แต่อย่างไรก็ตามในฐานะที่กระทรวงมหาดไทยนั้นจะต้องดูแลทุกเรื่องในเรื่องบําบัดทุกข์บํารุงสุข แก่ประชาชนตามที่ท่าน ส.ส. สุนทรีได้กล่าวมานั้นรู้สึกว่าจะเดือดร้อนค่อนข้างมาก คงจะมี เหลืออีก ๒ หมู่บ้านที่ตําบลตะโกทอง อําเภอซับใหญ่นั้นเข้าใจว่าคงใช้บ่อบาดาล ยกเว้นแต่ บ้านแผ่นดินทองที่ท่านสุนทรีบอกว่าใช้น้ําจากแม่น้ําชี แต่ในที่สุดไม่มีต้องไปซื้อน้ําจากประปา ภูมิภาคที่จังหวัด ขอตอบเรื่องเกี่ยวกับการใช้น้ําประปาโดยขุดบ่อบาดาลก่อนนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าที่ไหนที่ว่ามีตะกอนขุ่นข้นและเป็นสีแดง แต่เท่าที่ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า คณะกรรมการหมู่บ้านนี่ได้นําน้ําจากบ่อบาดาลนี้ขึ้นมาจ่ายเข้าระบบท่อจ่ายน้ําโดยไม่ได้มี การบําบัดตามหลักวิชาการ เป็นเรื่องที่คณะกรรมการหมู่บ้านนั้นอาจจะขาดการดูแลเอาใจใส่ ไปบ้าง การเอาน้ําที่ขุ่นข้นขึ้นมานั้นต้องมีขั้นตอนนะครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๓๖/๑ ก่อนที่จะจ่ายน้ําต้องให้น้ําตกตะกอน อาจจะมีน้ํากระด้าง มีกรด มีด่าง ก็ต้องบําบัดโดยสารเคมี แล้วจึงบรรจุเข้าท่อจ่ายให้ประชาชนไปอุปโภคบริโภค สําหรับที่บ้านแผ่นดินทองที่ท่าน ได้กล่าวถึงว่าใช้จากแม่น้ําชีแล้วก็ขาด อันนี้ก็เป็นที่น่าเห็นใจนะครับ ผมก็ใคร่จะขอรับปัญหานี้ ไปเรียนกับท่านจารุพงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกํากับดูแลเรื่องนี้ให้ท่านทราบ และได้สั่งการกํากับดูแลให้เรียบร้อยต่อไป กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสุนทรีว่า ถ้าเผื่อท่านจะได้กรุณาติดต่อกับทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยตรงโดยการให้มี ผู้เดือดร้อนนั้นให้ข้อมูลมาว่าได้ลงไปทําหรือยัง เรียบร้อยหรือยังก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
ส่วนในภาพรวมของการประปาส่วนภูมิภาคนั้น ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชน ตามที่ท่านกล่าวได้มีการขยายหมู่บ้าน ท่านก็บอกแล้วมันมีการขยายหมู่บ้าน น้ําประปา ก็ต้องตามไป ไฟฟ้าไปตาม น้ําประปาตามไป เมื่อขยายไปเรื่อยก็ต้องตามกันไปเรื่อย ๆ แล้วขณะนี้ในภาพรวมก็กําลังสํารวจข้อมูลอยู่เพื่อจัดทําแผนงานทั้งหมดในการให้น้ําประปา ในส่วนภูมิภาคให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศว่าขาดตกบกพร่องอะไรบ้าง อยากเพิ่มเติมอะไรบ้าง รวมทั้งประชาชนที่อยู่นอกเขตการปกครองส่วนท้องถิ่น หมู่บ้าน ตําบลต่าง ๆ ที่ห่างไกล ก็เพื่อจะได้รวบรวมเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อสนับสนุนงบประมาณ จากรัฐบาล แล้วก็ทางการประปาส่วนภูมิภาครายงานว่าแผนนี้จะเสร็จในปี ๒๕๕๖ ตอน ๑ จะเรียบร้อยภายในตอน ๑ แต่ว่าชุมชนนั้นมีการขยาย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องขยายเขตกันต่อไป ก็ขอยืนยันว่าในเรื่องน้ําประปานี้รัฐบาลให้ความสนใจแล้วก็ดูแลอยู่แล้ว ขอบคุณท่าน ที่ได้นําปัญหานี้มาและผมก็จะรับปัญหานี้รายงานไปตามขั้นตอน เพื่อแก้ไขปัญหาให้ลุล่วง ไปด้วยดีครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ หมดคําถามแล้วนะครับ ฝากหรือครับ
ค่ะ นิดหนึ่งค่ะท่านประธาน
เห็นฝาก ทุกเช้าเลย สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๓๖/๒
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน สุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ดิฉันฝากทุกอาทิตย์ก็เพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน เรื่องแรกค่ะท่านประธาน ดิฉันต้องฝากท่านรัฐมนตรีค่ะ
เรื่องแรกเลย เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกดิฉันว่าเรื่องประปาที่บ้านห้วยหวายนี้ เขาไม่มีเรื่องเกี่ยวกับบ่อพักน้ําในการที่จะเอาน้ําขึ้นมาแล้วให้มีการผ่านขั้นตอนของสารส้ม ก็ต้องฝากท่านรัฐมนตรีให้ช่วยดูแลจัดสรรในเรื่องนี้ด้วยเพราะเขาเดือดร้อนกันค่อนข้างมากนะคะ
อันที่ ๒ ท่านบอกเรื่องบ้านโนนน้อยแผ่นดินทอง ท่านบอกว่าท่านจะรับไป ดําเนินการ แล้วดิฉันก็อยากจะได้ฟังข่าวดีในเร็ววันนะคะว่าประปาบ้านโนนน้อยแผ่นดินทอง ที่เขาเดือดร้อนกันมาค่อนข้างนานจะได้รับการแก้ไขอย่างที่ท่านว่า
และสุดท้ายเลยค่ะ สําหรับประปาบ้านเขื่อนลั่น เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกดิฉันว่า งบประมาณปี ๒๕๕๖ การประปาส่วนภูมิภาคจะได้ทําการขยายเขตแล้วก็ไปปรับปรุงพัฒนา ให้เขาได้รับการบริการทางด้านน้ําประปาเป็นอย่างดี ก็ต้องฝากท่านรัฐมนตรีนั่นละค่ะให้ช่วย ติดตาม ๓ หมู่บ้านที่ดิฉันว่าให้เป็นอย่างที่ท่านได้มาตอบกระทู้ถามของดิฉันในวันนี้ ให้พี่น้องประชาชนได้มีความเป็นอยู่ในเรื่องน้ําประปาที่ดีขึ้น และที่สําคัญค่ะ เมื่อสักครู่นี้ หลายท่านมากระซิบกับดิฉันค่ะท่านประธาน บอกว่าอย่าเพิ่งดูที่จังหวัดชัยภูมิอย่างเดียว ท่านอํานวย คลังผา ประธานวิปรัฐบาลก็อุตส่าห์เดินมากระซิบยื่นจดหมายเล็กให้กับดิฉันว่า ที่บ้านพรมทินของท่านก็มีปัญหาเหมือนกัน ก็ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยนะคะ
ผมว่าพอแล้วกระมังครับ เอาจังหวัดชัยภูมิอย่างเดียวก็พอแล้วตอนนี้ ท่านรับข้อหารือไปนะครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามทั่วไปที่ ๒
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๔๒๒ เรื่อง การจัดตั้งวิทยาลัยเทคนิคกุฉินารายณ์ อําเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ (นายประเสริฐ บุญเรือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๓๗/๑
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๖ พรรคเพื่อไทย ขอตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การจัดตั้ง วิทยาลัยเทคนิคกุฉินารายณ์ อําเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ได้มาตอบกระทู้ถามของกระผมในวันนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ อําเภอกุฉินารายณ์เป็นหนึ่งในอําเภอที่อยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นอําเภอ ขนาดใหญ่รองจากอําเภอเมือง และได้รับการยกฐานะจากเทศบาลตําบลเป็นเทศบาลเมือง อันดับที่ ๒ ของจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีจํานวนประชากรอยู่ทั้งหมด ๑๐๑,๔๙๐ คน และมี หมู่บ้านอยู่จํานวนทั้งหมด ๑๔๕ หมู่บ้าน มีตําบลอยู่ทั้งหมด ๑๒ ตําบล จํานวนครัวเรือน มีอยู่ทั้งหมด ๒๘,๙๕๙ ครัวเรือน และมีสถานศึกษาซึ่งสังกัด สพป. กาฬสินธุ์ เขต ๓ ทั้งหมด ๕๘ โรงเรียน และเป็นโรงเรียนขยายโอกาสอยู่ทั้งหมด ๙ โรงเรียน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ๒ โรงเรียน คือโรงเรียนบัวขาวกับโรงเรียนจุมจังพลังราษฎร์ สังกัด สพม. กาฬสินธุ์ เขต ๒๔ ๕ โรงเรียน ท่านประธานครับ อําเภอนี้จะเป็นเส้นทางผ่านของถนนสายแม่สอด-มุกดาหาร ที่เรียกกันว่าเป็นถนนสายเศรษฐกิจตะวันออกและตะวันตก ที่เรียกกันว่า อีสต์ เวสต์ อีโคโนมิค คอร์ริดอร์ (East-West Economic Corridor) ซึ่งเป็นทางลัดเชื่อมทะเลจีนใต้กับมหาสมุทรอินเดีย ผ่านจังหวัดมุกดาหารไปแม่สอด ซึ่งมีรถประจําทางวิ่งอยู่ทุกวันทั้งใกล้และไกล การคมนาคม สะดวกสบาย และอําเภอกุฉินารายณ์ห่างจากจังหวัดมุกดาหารเพียง ๘๖ กิโลเมตร ท่านประธานครับ มันเป็นความสอดคล้องนโยบายของรัฐบาลในการจัดการศึกษาในข้อ ๔.๑.๔ ที่จะเร่งรัดพัฒนา คุณภาพด้านการศึกษาในการจัดการศึกษาขั้นอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา ซึ่งให้สอดคล้องกับ ตลาดแรงงานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพให้ได้มาตรฐานตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน อีกทั้งในปี ๒๕๕๘ ประเทศไทยก็จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และอําเภอกุฉินารายณ์ก็ถือว่า เป็นอําเภอหน้าด่านที่มีถนนสายเศรษฐกิจวิ่งผ่าน ตลอดจนสภาพแวดล้อมความต้องการของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประกอบความพร้อมด้านสถานที่ซึ่งมีที่สาธารณะชื่อโคกคํามาสไชย จํานวน ๑๔๐ ไร่ และห่างจากตัวอําเภอเพียง ๑.๒ กิโลเมตร เหมาะอย่างยิ่งที่จะจัดตั้งเป็น สถานศึกษา จึงเป็นเหตุผลหลักในการจัดตั้งวิทยาลัยเทคนิคกุฉินารายณ์เกิดขึ้น เพื่อสนอง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๓๗/๒ ความต้องการของพี่น้องประชาชนและพื้นที่ใกล้เคียงในด้านการศึกษา ตลอดจนเพื่อเป็น การส่งเสริมและรองรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจที่จะมีขึ้นในอนาคต ประการสําคัญถือว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีในการขยายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ชนบท กระผมก็ได้ทราบปัญหาจาก พี่น้องประชาชนและทราบจากแนวคิดของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่มา ตอบแทนในวันนี้ว่าจะมีการจัดตั้งวิทยาลัยเทคนิคเกิดขึ้นถึง ๕๐ แห่งในประเทศไทย จึงขอเรียน ถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า
ข้อที่ ๑ รัฐบาลมีนโยบายที่จะสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งวิทยาลัยเทคนิค กุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ หรือไม่ อย่างไรครับ
เชิญรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนอื่นกระผมขอชื่นชมและขอถือโอกาสนี้ กราบขอบพระคุณท่านประเสริฐ บุญเรือง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ท่านกรุณาให้ความสําคัญกับการพัฒนาการศึกษาโดยเฉพาะระดับอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นกลไก สําคัญในการที่จะพัฒนาสร้างกําลังคนเพื่อพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับ นานาอารยประเทศ กระผมขอเรียนตอบกระทู้ถาม เรื่อง การจัดตั้งวิทยาลัยเทคนิคกุฉินารายณ์ อําเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ดังนี้ครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๓๘/๑ รัฐบาลได้แถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ โดยมีนโยบาย ด้านการศึกษาว่าจะสร้างโอกาสทางการศึกษา กระจายโอกาสทางการศึกษาในสังคมไทย โดยคํานึงถึงการสร้างความเสมอภาพและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นแก่ประชากรทุกกลุ่ม กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ดําเนินการตามนโยบายดังกล่าว โดยได้กําหนดแผนการจัดตั้ง สถานศึกษาอาชีวศึกษาในระดับอําเภอโดยเฉพาะอําเภอที่ห่างไกล และไม่มีสถานศึกษา อาชีวศึกษาทั้งของรัฐบาลหรือของเอกชนตั้งอยู่ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน ประชาชนสามารถ เข้าศึกษาต่อหรืออบรมด้านวิชาชีพในสถานศึกษาใกล้บ้าน สะดวกในการเดินทาง และลดรายจ่าย ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน สํานักงานจึงได้ตั้งคณะกรรมการ การอาชีวศึกษาทั้งเป็นคณะทํางานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อวางแผนกําหนด หลักเกณฑ์ในการพิจารณาสถานที่ที่จะตั้งสถานศึกษาอาชีวศึกษาในระดับอําเภอให้เป็นไปตาม ความต้องการของชุมชนและท้องถิ่น แล้วก็ให้สอดคล้องกับความต้องการของกําลังคน ในพื้นที่ ซึ่งคณะกรรมการก็มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่จะกราบเรียนท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติดังนี้ครับ
๑. เป็นอําเภอที่ไม่มีสถานศึกษาอาชีวศึกษาของรัฐบาลและของเอกชนอยู่ในพื้นที่ และอยู่ห่างไกลจากอําเภอที่มีสถานศึกษาด้านอาชีพในด้านนี้ไม่น้อยกว่า ๔๐ กิโลเมตรนะครับ
๒. จํานวนตัวป้อนหรือผู้สําเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น คือ ม. ๓ ต้องมีอย่างต่อเนื่องและเพียงพอเพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุน
๓. มีสถานที่ตั้งที่เหมาะสมในชุมชน การคมนาคมสะดวกต่อการเดินทางไป และกลับของนักเรียน นักศึกษา
๔. มีความพร้อมในด้านสถานที่ก่อสร้าง อาทิเช่น ที่ดินราชพัสดุ ที่สาธารณประโยชน์ ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ดินบริจาค โดยที่ดินดังกล่าวต้องไม่มีปัญหาการบุกรุกพื้นที่ ซึ่งสํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษาจะต้องได้รับสิทธิในการใช้พื้นที่ก่อนที่จะประกาศจัดตั้งสถานศึกษา และการก่อสร้าง
สําหรับอําเภอกุฉินารายณ์นั้น กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่าสํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าเนื่องจากมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาตั้งอยู่ใน สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๓๘/๒ อําเภอใกล้เคียง และห่างจากตัวอําเภอกุฉินารายณ์ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร มีรถประจําทาง สามารถเดินทางได้สะดวกถึง ๓ แห่ง แห่งแรกคือวิทยาลัยการอาชีพห้วยผึ้ง อําเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ ห่างจากอําเภอกุฉินารายณ์ ๑๘ กิโลเมตร โดยถนนลาดยาง ๒ เลน แล้วก็ เปิดสอนทั้งระดับ ปวช. และระดับ ปวส. อันที่ ๒ คือวิทยาลัยเทคนิคเขาวง อําเภอเขาวง ระยะทาง ๒๐ กิโลเมตร ถนนลาดยาง เปิดสอน ๒ ระดับเช่นเดียวกัน ทั้งระดับ ปวช. และ ปวส. ๓. วิทยาลัย การอาชีพโพนทอง อําเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทาง ๒๒ กิโลเมตร ถนนลาดยาง ๒ เลน เปิดสอน ๒ ระดับด้วยกันนะครับ ในส่วนของข้อยกเว้นนั้นก็มีอยู่ที่อยากจะเรียนต่อท่าน ส.ส. ที่เคารพนะครับว่าในพื้นที่ที่อยู่ในที่ป่าเขา ในเกาะหรือใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเราจะลด หลักเกณฑ์ในเรื่องระยะทาง แต่จะดูเรื่องความมั่นคงกับความยากง่ายในการที่จะเดินไป ศึกษานะครับ ดังนั้นกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าอําเภอกุฉินารายณ์ที่ท่านกรุณา ให้การสนับสนุนนั้นยังไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๓๙/๑ กราบเรียนท่านว่ายังไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ เพราะระยะทางห่างจากที่มีอยู่แล้ว ๓ อําเภอนั้น ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ซึ่งในหลักเกณฑ์ที่เราวางไว้นั้นจะต้องห่างจากที่มีอยู่แล้วไม่น้อยกว่า ๔๐ กิโลเมตร อย่างไรก็ตามก็กราบเรียนท่านว่าก็ยังมีข้อที่จะกราบเรียนท่านกรณีที่บุตรหลาน ของพี่น้องในอําเภอกุฉินารายณ์ ซึ่งผมดูแล้วมีอยู่ ๓ อําเภอที่ติดกันนั้น เพราะฉะนั้นเขตตําบล ที่ติดกับอําเภอที่ตั้งวิทยาลัยอยู่แล้วก็คงใช้เส้นทางไม่ไกลนักจากตําบลต่าง ๆ ในอําเภอกุฉินารายณ์ ที่จะไปเรียนในอีก ๓ แห่งนั้น หากจําเป็นทางอาชีวะเราก็มีแนวทางในการสนับสนุนท่าน กรณีที่ ท่านอยากให้เป็นชุดฟิกซ์ อิท เซ็นเตอร์ (Fix It Center) อย่างนี้นะครับ ท่านกรุณาแจ้งแล้ว เราก็จะไปจัดการในเรื่องของจัดชุดซ่อมสร้างให้กับท่าน หรือกรณีที่อยากให้เป็นวิทยาเขต ย่อย ๆ เพื่อเปิดสอบสาขาที่ขาดแคลนต่าง ๆ เหล่านี้ท่านเองก็จะร้องขอได้เช่นกัน ประเด็น ตรงนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่เรียนท่านว่าถ้ามีนักเรียนเปิดเรียนจํานวนมากขึ้นจากเขตย่อยก็อาจจะ ต้องปรับเป็นวิทยาลัยเทคนิคอย่างที่ท่านพึงประสงค์ได้ อย่างไรก็ตามผมอยากจะกราบเรียน ท่านว่าในปี ๒๕๕๙ นี้เป็นปีที่รัฐบาลได้กําหนดไว้ว่าจะจัดให้มีการศึกษาระดับอาชีวศึกษา กับอุดมศึกษาเป็น ๕๐:๕๐ นะครับ ก็จะมีการพิจารณาในการตั้งวิทยาลัยต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ในปี ๒๕๕๗ หรือปี ๒๕๕๘ หรือปี ๒๕๕๙ ต่อ ๆ ไปอีกก็เพื่อที่จะรองรับผู้ที่จบโรงเรียน มัธยมศึกษาต่าง ๆ แล้วไม่สามารถจะไปเรียนต่อในโรงเรียนอาชีวศึกษาของเราได้ก็จะมี โอกาสที่จะเพิ่มเติมขึ้นมานะครับ แล้วนอกจากนั้นสถาบันอาชีวศึกษาของเราในปีนี้ได้เปิด เป็นระดับมหาวิทยาลัยขึ้นมา ๑๙ แห่งทั่วภูมิภาค แล้วก็เรามุ่งเน้นที่จะให้การเรียนอาชีวศึกษานั้น อยู่ในระบบของทวิภาคี จะให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนในการสนับสนุนตั้งแต่ทุนการศึกษาก็ดี หรือตั้งโรงเรียนของเอกชนขึ้นมาก็ดีนะครับ รวมทั้งเรื่องการฝึกงาน และการรับนักเรียนของเรา เหล่านี้เข้าทํางาน ตรงนี้ก็คิดไว้ว่าการเรียนในสถาบันอาชีวศึกษานั้นจะได้รับการส่งเสริมให้มาก ยิ่งขึ้นเพื่อจะสนองตอบกําลังแรงงานหรือกําลังคนในประชาคมอาเซียนหรือการเปิดตลาดของ ประเทศไทยเข้าสู่เป็นตลาดนานาประเทศได้อีกกว้างขวาง กระผมเลยถือโอกาสนี้กราบเรียน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ
เชิญท่านประเสริฐคําถามสุดท้ายครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๓๙/๒
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย อยากฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี ความจริงแล้วเรื่องอําเภอกุฉินารายณ์เป็นอําเภอ ขนาดใหญ่ ซึ่งอําเภอใกล้เคียงที่อําเภอเขาวงมีจํานวนประชากร ๑ ใน ๓ ของอําเภอกุฉินารายณ์ และอําเภอห้วยผึ้งมีประชากร ๑ ใน ๓ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วอําเภอห้วยผึ้งกับอําเภอเขาวง อําเภอห้วยผึ้งจัดตั้งวิทยาลัยการอาชีพขึ้นก่อนสมัยท่านรัฐมนตรีสังข์ทอง ศรีธเรศ แล้วก็ห่างมาอีก ประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ห่างจากอําเภอเขาวงจัดตั้งขึ้นไปอีกเป็นวิทยาลัยเทคนิคอําเภอเขาวง ก็มีนักศึกษาเข้ามาเรียนเป็นจํานวนหลักพัน ท่านประธานที่เคารพครับ อยากให้ข้อมูลที่มีความหวัง ของพี่น้องประชาชนในอัตราสัดส่วนของโรงเรียน อัตราสัดส่วนของโรงเรียนที่เป็นหลักเกณฑ์ ที่ท่านบอกว่าห่างจาก ๔๐ กิโลเมตร แต่ว่าหลักเกณฑ์ข้อที่ ๒ ข้อที่ ๓ ผมดูจากหลักเกณฑ์ที่ท่าน ได้เล่าให้พวกกระผมฟังตรงนี้หลักเกณฑ์ข้อที่ ๒ ข้อที่ ๓ มันน่าจะเป็นความสอดคล้อง เพราะว่า จํานวนนักเรียนในสังกัดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๔๐/๑ เช่น โรงเรียนบัวขาวมีจํานวนนักเรียนอยู่ทั้งหมด ๓,๒๐๐ คน และโรงเรียนจุมจังพลังราษฎร์ มีนักเรียนอยู่ ๙๐๐ คน อันนี้คือสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และโรงเรียนที่อยู่สังกัด สพม. กาฬสินธุ์ เขต ๒๔ คือโรงเรียนกุฉินารายณ์ มีนักเรียน ๑,๗๐๐ กว่าคน ซึ่งเป็นอําเภอ ขนาดใหญ่ ท่านรัฐมนตรีครับ เป็นอําเภอขนาดใหญ่ที่มีความเหมาะสม และพื้นที่ที่พี่น้องประชาชน ได้มอบไว้และทําเรื่องผ่านวิทยาลัยเทคนิคที่เป็นกลุ่มสหที่อยู่ในเครือข่ายของจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จัดตั้งโดยทําเอกสารมาถึงท่านแล้ว และที่สาธารณะตรงนั้น พี่น้องพร้อมใจกันที่จะนําเสนอและมอบผ่านให้กรมอาชีวศึกษาเพื่อไปจัดตั้ง ตรงนี้จะเป็น หน้าด่านซึ่งอําเภอเส้นถนนที่เป็นระหว่างตะวันออกกับตะวันตก อีสต์ เวสต์ อีโคโนมิค คอร์ริดอร์ ที่ผ่านอยู่ตลอดนั้น ซึ่งเป็นอําเภอขนาดใหญ่ตรงนี้จะมีความเหมาะสมอย่างมาก ฉะนั้นผมไม่ถาม คําถามนะครับ ผมฝากท่านรัฐมนตรีว่าให้ท่านรัฐมนตรีพิจารณาว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ในหลักเกณฑ์พอที่จะผ่อนปรน เพราะเพื่อการขยายโอกาสทางการศึกษาแก่ลูกแก่หลานที่จะ ไปเรียนอยู่ตรงนั้น และอําเภอกุฉินารายณ์ก็ไม่มีสถาบันการศึกษาทั้งระดับอุดมศึกษา และอาชีวศึกษาใด ๆ เลยนะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ไม่ได้ ถามนะครับ รับฝาก เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็กราบเรียนว่าขณะนี้หลักเกณฑ์เป็นอย่างนี้ครับ ผมคิดว่าหลักเกณฑ์ก็มีการปรับกันอยู่ตามความเหมาะสม โดยลักษณะพื้นที่ตรงนี้ ผมเคยเป็น นายอําเภอท่าคันโท เคยอยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอําเภอใหญ่ แต่พอดีเรื่องระยะทางตรงนี้ เป็นจุดสําคัญนะครับ ในช่วงที่ผมได้กราบเรียนไปว่าในโอกาสต่อไปที่เราจะขยายก็ยังอาจจะ มีการปรับหลักเกณฑ์หรือดูอะไรต่าง ๆ เพื่อความเหมาะสม เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะได้รับ การพิจารณายังมีอยู่ ก็เลยขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ
ท่านรัฐมนตรี รับไปนะครับ
ผมรับข้อสังเกตของท่านไปครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๔๐/๒
ต่อไป เป็นกระทู้ถามเรื่องที่ ๓ นะครับ
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๓๙๘ เรื่อง การจ่ายเงินชดเชยจากกรณีอุทกภัย ให้แก่ประชาชนจังหวัดนครสวรรค์ (นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๔๐/๓
เชิญท่านสงกรานต์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามเรื่องนี้ เข้ามาซึ่งผมได้แจ้งไว้หลายเดือนแล้วนะครับ กระทู้ถามวันนี้ที่ผมจะสอบถามเป็นเรื่องของ การจ่ายเงินชดเชยจากกรณีอุทกภัยให้แก่ประชาชนในจังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานครับ หลายท่านก็ทราบดีนะครับ เห็นจากสื่อทีวี (TV) แล้วก็ข่าวตลอดนะครับว่าจังหวัดนครสวรรค์ ของเรานั้นเมื่อปลายปี ๒๕๕๔ มีน้ําท่วมใหญ่แล้วก็เดือดร้อนเสียหายไปกันเกือบทั้งจังหวัด มีการแก้ไขเยียวยาแล้วก็มีการบูรณะเยอะครับ และในกระบวนการนั้นท่านนายกรัฐมนตรีเอง ท่านเคยไปที่จังหวัดนครสวรรค์ในช่วงหลังจากน้ําท่วมเสร็จใหม่ ๆ และท่านก็บอกว่าจะมี การจ่ายเงินชดเชยจํานวนความเสียหายครัวเรือนละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ให้กับพี่น้อง ทุกครัวเรือน ตอนนั้นประกาศครับว่าภายใน ๔๕ วันนั้นทุกคนจะได้รับหมด พี่น้องก็ดีใจกัน แล้วก็ไปลงทะเบียนกันจํานวนมากนะครับ หลังจากน้ําแห้งประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน ถึงต้นเดือนธันวาคมก็มีการจ่ายเงินชดเชยในส่วนนี้ แต่ปัญหาก็คือว่าการจ่ายเงินชดเชย ในครั้งนั้นมีบางส่วนซึ่งไม่ได้รับเงินชดเชย พี่น้องบางส่วนนะครับ บางส่วนนั้นบ้านหายไปทั้งหลัง แต่ได้เงินชดเชยไม่เต็มจํานวน แล้วก็หลายส่วนนั้นก็ยังมีความเดือดร้อน ไม่ทราบมาก่อนว่า มีการจ่ายเงินก็ไปแจ้งกับทางหน่วยราชการ ซึ่งทางหน่วยราชการก็ได้มีการเปิดให้มีการลงทะเบียน รอบ ๒ ซึ่งได้ประกาศเป็นทางการโดยทางจังหวัดบอกว่าให้พี่น้องที่เดือดร้อนหรือมีปัญหา ขาดตกบกพร่องรายชื่อหล่นให้ไปแจ้งกับทางราชการ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๔๑/๑ ซึ่งทางจังหวัดกับทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ได้รวบรวมไว้นะครับ แล้วก็นําเสนอ เข้ามายังส่วนกลาง แต่ตั้งแต่บัดนั้นมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ๒๕๕๕ มาจนถึงปัจจุบันก็ยัง ไม่ได้รับเงินในส่วนนี้เลยนะครับ พี่น้องจํานวนมากเดือดร้อนนะครับ ผมเองนั้นได้รับการร้องเรียน มาโดยตลอด แล้วก็ได้นําเรื่องนี้เข้าในคณะอนุกรรมาธิการเกี่ยวกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แล้วได้สอบถามกับทางจังหวัด ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่าเหตุเป็นอย่างไรบ้าง ทําให้ ทราบได้ว่าขณะนี้มีพี่น้องที่แจ้งความจํานงขอรับเงินชดเชยจํานวน ๑๐,๐๐๐ ราย แล้วทาง จังหวัดแจ้งว่ายอดเงินที่ต้องจ่ายชดเชยในคราวนี้เป็นเงินประมาณ ๑๐๒ ล้านบาทเศษ แต่ไม่สามารถจ่ายได้ครับ เพราะว่าข้อ ๑ ในระเบียบของทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บอกว่ามันหมดเวลาไปแล้วต้องจ่ายให้ได้ภายใน ๙๐ วัน การเปิดรอบ ๒ ทางป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยเขาบอกว่าไม่ได้เป็นคําสั่งของทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนะครับ แต่อ้างว่าเป็น จดหมายจากท่านประธานสภานี่ละครับแจ้งไปยังทางจังหวัดให้เปิดรับลงทะเบียนรอบสอง ซึ่งถือว่าไม่ได้เป็นคําสั่งของทางรัฐบาล ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็เลยบอกว่า ไม่สามารถจะรับผิดชอบในส่วนนี้ได้ แต่ท่านประธานครับ เรียนไปถึงท่านรัฐมนตรีที่มาตอบ ในวันนี้ครับว่าชาวบ้านไม่ได้ผิดอะไรครับ จังหวัดประกาศแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องของทางการ เมื่อประกาศแล้วชาวบ้านก็ไปลงทะเบียน แต่พอลงทะเบียนแล้ว พอไม่ได้เงินบอกว่าประกาศอันนั้น ไม่ถูกต้องตามระเบียบ ผมว่ามันไม่เป็นธรรมกับเขานะครับ แล้วความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ตอนนี้มันมี ๒ ส่วนครับ ส่วนหนึ่งก็คือชาวบ้านที่ตกหล่นจากรอบแรกจริง ๆ ครับ เช่น หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๖ ที่ตําบลวัดไทร อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์นี่ครับ เขายื่นเอกสารครบทุกอย่างครับ แต่ปรากฏว่าเอกสารนั้นไม่รู้อยู่ที่ไหนครับ ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ นั่นหมายความว่าเขาทําแล้วถูกต้อง ทุกอย่างยังไม่ได้เงินนะครับ แต่ชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งซึ่งได้เงินแล้ว แต่อาจจะไม่พอใจเช่นบ้านพัง ทั้งหลังแต่ได้เงินชดเชยแค่ ๘,๐๐๐ บาท ก็จะขอตามสิทธิคือ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ชาวบ้านส่วนนี้ก็มายื่นในรอบสองแล้ว ในรอบสามก็ยังไม่ได้รับเงินชดเชย ผมว่าส่วนนี้ยังพอ อธิบายได้ครับ แต่ส่วนแรกที่น่าเห็นใจที่สุดคือเดือดร้อนทําตามระเบียบทุกอย่างแล้วยังไม่ได้เงิน จนถึงวันนี้เข้าปี ๒๕๕๖ แล้ว แล้วผมก็สอบถามว่ามีวิธีไหนที่จะทําได้บ้าง ก็ทราบมาว่า อย่างกรุงเทพฯ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี กับอีก ๕ จังหวัดได้รับการขยายเวลา แล้วก็ ได้จ่ายเงินชดเชยไปแล้ว แต่จังหวัดนครสวรรค์ยังไม่ได้รับครับ จึงอยากจะสอบถามนะครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๔๑/๒ ผมถามกับทางเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงกับทางคณะอนุกรรมาธิการว่ามีวิธีไหนบ้าง ท่านก็ตอบว่า มีทางเดียวคือท่านจะรวบรวมนําเสนอคณะรัฐมนตรี แล้วก็ใช้อํานาจของท่านนายกรัฐมนตรี เป็นคนอนุมัติในส่วนนี้ได้ ฉะนั้นผมอยากจะสอบถามในคําถามแรกว่าในขณะที่ชาวบ้าน ยังเดือดร้อนอยู่จํานวน ๑๐,๐๐๐ รายเศษ แล้วยังรอคอยเงินในส่วนนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นํารัฐบาลจะสามารถจัดงบประมาณเพื่อจ่ายชดเชยในกรณีดังกล่าวให้แก่ประชาชน ในจังหวัดนครสวรรค์ได้ภายในปีงบประมาณนี้หรือเปล่าครับ ขอทราบรายละเอียดครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่งติดราชการไปจังหวัดเชียงใหม่ ให้มาเป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถาม เรื่อง การจ่ายเงินชดเชยกรณีอุทกภัยให้แก่ประชาชน ในจังหวัดนครสวรรค์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่าน ส.ส. สงกรานต์ จิตสุทธิภากร กระผมใคร่ขอเรียนว่าจากคําถามของท่านนั้น ค่าชดเชยที่ให้แก่ประชาชนที่ประสบอุทักภัย และบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยนั้นที่ยังไม่ได้รับค่าชดเชยของชาวจังหวัดนครสวรรค์ ตามที่กล่าวว่ามีกว่า ๑๐,๐๐๐ รายนั้น สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กมลทิพย์ ๔๒/๑ ขอเรียนว่าอุทกภัยเมื่อปลายปี ๒๕๕๔ ในจังหวัดนครสวรรค์นั้นได้รับความเสียหายเป็นจํานวนมาก การช่วยเหลือก็คือได้ตั้งหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติตามมติ ครม. ซึ่งเป็นมติที่กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติทั่ว ๆ ไปเหมือน ๆ กัน เนื่องจากเป็นมหาอุทกภัยหลายจังหวัด ประชาชนหลายจังหวัด ได้รับความเดือดร้อน และเป็นระเบียบปฏิบัติเช่นเดียวกันทุกจังหวัดที่เกิดปัญหาอุทกภัย ไม่ว่าจะเป็นเงินทดรองราชการในอํานาจของผู้ว่าราชการจังหวัดตามระเบียบกระทรวงการคลัง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน และมีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือเร่งด่วนตามความจําเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีกรอบเวลา หลักเกณฑ์นั้นได้กําหนด กรอบเวลาของการช่วยเหลือเอาไว้ กรณีจังหวัดนครสวรรค์นั้นผู้ประสบอุทกภัยที่ทางจังหวัด ได้สํารวจ และผู้ประสบภัยได้แจ้งข้อมูลกับทางจังหวัด และเข้าหลักเกณฑ์ทางจังหวัดก็ได้ รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล และได้ดําเนินการชดเชยไปเรียบร้อยแล้วตามที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติท่านได้กล่าวแล้วนะครับ ส่วนตามที่ท่านได้บอกว่ามีอีกกว่า ๑๐,๐๐๐ รายยังไม่ได้ รับเงินนั้นขอเรียนว่ากรณีนี้ไม่ได้รับแจ้งข้อมูลเสียหายไว้กับทางจังหวัดตามหลักเกณฑ์ ตามระยะเวลา ซึ่งถ้าประสบภัยพิบัติจะมีระยะเวลาช่วยเหลือภายใน ๓ เดือนนับแต่วันที่ เกิดภัย และทางจังหวัดนครสวรรค์ก็ได้ขยายเวลาให้แก่ผู้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมอีกหลายเดือน ซึ่งระยะเวลาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้สิ้นสุดไปแล้ว ดังนั้นการช่วยเหลือจากเงิน ทดรองราชการจึงไม่สามารถทําได้อีกต่อไป
เมื่อสักครู่ท่านถามว่าเรื่องระเบียบที่ไม่สามารถดําเนินการได้จะมีวิธีการใดไหม ที่ท่านตอบ เมื่อสักครู่ท่านถามอยู่หรือจะต้องทําตามระเบียบ
คือผมเห็นว่าในกระทู้ถามมีคําถามอีกข้อหนึ่งเป็นข้อที่ ๒ ไม่ทราบว่าจะจบในกระทู้ถามเดียว
เดี๋ยวนะครับ ให้ท่านถามคําถามที่ ๒ คําถามสุดท้ายเลยครับ เชิญครับ ย้ําคําถามแรกด้วยเอาจุดไหนครับ
ขอบคุณครับท่านประธานที่ได้ กรุณานะครับ อย่างที่ท่านประธานได้สอบถามท่านรัฐมนตรีนะครับ คือทราบครับว่าหลักเกณฑ์ มันหมดแล้วนะครับ แล้วก็ขั้นตอนในส่วนราชการระดับปกติมันหมดแล้วนะครับ แต่ทราบมาว่า สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กมลทิพย์ ๔๒/๒ ตัวท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีอํานาจที่จะอนุมัติช่วยได้นะครับ โดยการนําเข้า ครม. เพื่ออนุมัติ ฉะนั้นวันนี้ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าผมขอร้องท่านจริง ๆ ครับ เพราะว่าเงินก้อนนี้ไม่มากครับ ที่ทราบมาก็ประมาณ ๑๐๒ ล้านบาทเศษ เมื่อเทียบกับเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านได้ใช้ไปในตอนเยียวยาน้ําท่วมในรอบแรก และเงินอีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งท่านกําลังจะนํามาใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ประชาชน เดือดร้อนจริง ๆ ครับ แล้วเขาตั้งหน้าตั้งตารอมาปีเศษแล้วครับ ผมขอความกรุณาท่านครับ เพราะว่าเรื่องนี้ท่านอาจจะเห็นว่าเป็นเงินเล็กน้อย ๓,๐๐๐ บาทบ้าง ๕,๐๐๐ บาทบ้าง ๘,๐๐๐ บาทบ้าง แต่สําหรับคนที่เขารอคอยเขาลําบากครับ ฉะนั้นผมจะถามท่านในข้อที่ ๒ ว่า หากรัฐบาลไม่สามารถจัดสรรงบประมาณดังกล่าวได้ตามข้อที่ ๑ นะครับ ท่านจะสามารถขออนุมัติ เป็นกรณีพิเศษได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ จังหวัดนครสวรรค์นี้นะครับประชาชนได้รับความเสียหาย จํานวน ๙ อําเภอ ราษฎร ๔๓,๒๐๐ ครัวเรือนเศษ เงินช่วยเหลือทั้งสิ้น ๔๓๕ ล้านบาทเศษ ซึ่งได้ ช่วยเหลือเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๕ ในกรณีที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้เรียนท่านประธานนั้น สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๔๓/๑ ขอเรียนว่ากรณีนี้ทางจังหวัดนครสวรรค์ก็ได้แจ้งข้อมูลเหล่านี้ตามที่ท่านได้กล่าวถึงได้แจ้ง มาที่กระทรวงมหาดไทยแล้ว และกระทรวงมหาดไทยก็ได้รับทราบแล้ว ผมก็คงจะขอรับไปว่า จะนําเรื่องนี้ไปให้ทบทวนแล้วก็ลองดูสิว่าจะมีหนทางสร้างหลักเกณฑ์หรือว่าวางกําหนด กฎเกณฑ์อะไรเพิ่มเติมขึ้นมา แล้วก็เผื่อจะช่วยได้อย่างไร อันนี้ผมไม่ทราบ แต่ว่าผมจะนําเรียนเสนอ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้ทราบเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านได้กล่าวถึงวันนี้ครับ
ถ้าได้ผล ประการใดประสานกับทางท่าน ส.ส. เลยนะครับ ท่านจะได้ชี้แจงประชาชนในจังหวัดนครสวรรค์ ท่านได้ ขอบคุณมากครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามเรื่องต่อไป
๑.๒.๕ กระทู้ถาม ที่ ๔๒๗ เรื่อง การติดตามความคืบหน้าโครงการ ขุดลอกแก้มลิงบึงละหานนา (นางดวงแข อรรณนพพร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๔๓/๒
เชิญถามครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดวงแข อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้เสนอญัตติในเรื่องกระทู้ถามของดิฉันได้เข้าสู่สภา ในวันนี้ ก็ต้องกราบขอบคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ ท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ที่ได้มาตอบกระทู้ถามของดิฉันในวันนี้ เพราะถือว่าท่านเป็นบุคคลในพื้นที่และเคยได้อยู่ในพื้นที่อําเภอพล อําเภอแวงน้อย ที่อยู่ใกล้ ๆ กับพื้นที่ที่ดิฉันจะถามก็คิดว่าประเด็นนี้ก็คงจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ปัญหาภัยแล้ง ถือว่าเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะอยู่ในส่วนของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งอย่างมากมาย แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องกราบนําเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าขณะนี้ตอนนี้ปัญหาภัยแล้งทุก ๆ ท่านที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ก็ได้ทราบว่าปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้นเกือบครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทยของเรา จนขณะนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประกาศพื้นที่ภัยแล้งในหลาย ๆ พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของจังหวัดนครราชสีมาก็ได้ประกาศพื้นที่ภัยแล้งไปทั้งหมดทั้ง ๒๙ อําเภอ หรือแม้แต่ในส่วนของจังหวัดกาฬสินธุ์เองซึ่งได้เกิดความเสียหายจากปัญหาภัยแล้งประเมินค่าได้ ประมาณถึง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท สาเหตุก็เนื่องมาจากเขื่อนลําปาวที่เกิดภาวะวิกฤติ ขณะนี้ ถือว่าวิกฤติอย่างรุนแรงมากกว่าในรอบ ๔๐ ปีที่ผ่านมา หรือแม้กระทั่งในส่วนของ จังหวัดนครพนมเองก็เกิดปัญหาแม่น้ําโขงแห้งขอดทําให้ระบบน้ําประปาต่าง ๆ ในส่วนของ จังหวัดขอนแก่นเองขณะนี้เขื่อนอุบลรัตน์ก็ได้ทราบว่าเขื่อนอุบลรัตน์เองเป็นแหล่งที่ใช้เก็บกักน้ํา และเป็นแหล่งที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ปรากฏว่าขณะนี้เขื่อนอุบลรัตน์ก็มีระดับเก็บกักน้ํา ที่เหลืออยู่ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าตัวนี้เป็นปัญหาและเป็นตัวอย่างที่ดิฉันจะขอนําเสนอว่า นี่คือปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นภายในภูมิภาคในส่วนของภาคอีสานของเรา ก็ต้องกราบนําเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าขณะนี้ในส่วนของกรมชลประทานเองก็ได้ออกมาเตือน พี่น้องประชาชนบอกว่าให้ห้ามทํานาปรังเพราะถือว่าขณะนี้ต้องมีการจัดสรรน้ําให้เกิด ประโยชน์ ฉะนั้นดิฉันจึงเข้าใจว่ากรมชลประทานเองเป็นกรมที่มีความรู้ความสามารถและมี ความเข้าใจในเรื่องของระบบน้ําเป็นอย่างดี สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๔๔/๑ ดิฉันขอยกตัวอย่างในมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปี ๒๕๕๔ ขณะนั้นเกิดมหาอุทกภัย อย่างรุนแรง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านก็ได้พูดว่าปัญหาภัยแล้งและปัญหา อุทกภัยเป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขควบคู่กันไป และปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ดิฉันขอยกตัวอย่างในส่วนของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งถือว่าแม่น้ําชีเป็นแม่น้ําสายหลัก เป็นหัวใจของ ชาวจังหวัดขอนแก่น แม่น้ําชีมีจุดเริ่มต้นที่จังหวัดชัยภูมิของท่านประธานเองนั่นละค่ะ ถ้าเมื่อไรก็ตามที่เกิดฝนตกในช่วงฤดูฝนฝนจะตกลงมา แต่หลังจากที่ฝนตกลงมาจะมีการประกาศว่า น้ําท่วมที่จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น ในพื้นที่บริเวณริมแม่น้ําชีตลอด แต่หลาย ๆ ท่าน ก็คงทราบ น้ําท่วมได้ไม่นานประมาณ ๕-๗ วัน เมื่อพื้นที่ของเกษตรกรต่าง ๆ หรือพื้นที่ไร่นา เกษตรกรได้รับความเสียหายแล้วน้ําก็แห้งขอดไป นั่นก็คือเป็นพื้นที่ตามธรรมชาติที่เกิดขึ้น ฉะนั้นในส่วนนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านได้กล่าวไว้ว่าการแก้ปัญหาจะต้องแก้ควบคู่กันไป ระหว่างปัญหาภัยแล้งกับปัญหาอุทกภัยก็คือปัญหาน้ําท่วม แล้วก็เช่นเดียวกันท่านก็ได้บอกว่า ในส่วนนี้ถ้าบริเวณใดมีพื้นที่ที่สามารถจะขุดแก้มลิงได้ก็จะใช้เป็นพื้นที่ในการขุดแก้มลิง เพื่อเก็บกักรักษาน้ําไว้เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้เมื่อเกิดปัญหาภาวะภัยแล้ง แล้วก็เช่นเดียวกันท่านยังสําทับอีกว่าและในบริเวณใดก็ตามที่มีการก่อสร้างหรือสถานีสูบน้ํา ด้วยระบบไฟฟ้าอยู่ที่ ณ บริเวณใดสถานที่แห่งนั้นก็พร้อมที่จะดําเนินการได้เลย ดิฉันก็เลย จะขอยกตัวอย่างพื้นที่ในส่วนของบึงละหานนา ซึ่งบึงละหานนาแห่งนี้จะกินพื้นที่ในส่วนของ ๓ จังหวัด ไม่ว่าจะในส่วนของอําเภอแก้งสนามนางของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านนพดล ปัทมะ อําเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิก็คือในส่วนของแก้งค้อ จังหวัดชัยภูมิ และในส่วนของจังหวัดขอนแก่น บึงละหานนามีพื้นที่ประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าไร่ เป็นพื้นที่ที่สามารถจะเก็บกักน้ําไว้ใช้ในยามแล้งได้ แต่ขณะนี้ปรากฏว่าระบบน้ําตื้นเขิน พี่น้องประชาชนได้อาศัยสถานีสูบน้ําที่บ้านหนองผือที่ใช้ในการเกษตร บางครั้งในการสูบน้ํา หลังจากที่ภาวะน้ําแห้งขอดลงพี่น้องประชาชนจะต้องไปขอเงินจากในส่วนราชการ ปรากฏว่า สถานีสูบน้ําแห่งนี้ได้ใช้ประโยชน์แต่ไม่เต็มที่ อยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าตามที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่าแหล่งใดก็ตามที่จะเป็นพื้นที่ที่สามารถเก็บกักน้ําได้จะใช้เป็นพื้นที่ ในการขุดแก้มลิง ก็อยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าในส่วนนี้ทางกรมชลประทานได้มีการศึกษา แหล่งน้ําอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของบึงละหานนาที่อําเภอแวงน้อย หรือไม่ว่า สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๔๔/๒ จะเป็นในส่วนของหนองกองแก้วที่อําเภอชนบทและแก่งละว้าที่อําเภอบ้านไผ่ ซึ่งล้วนแล้วแต่ เป็นแหล่งเก็บกักน้ําที่มีขนาดใหญ่และสามารถป้องกันปัญหาภาวะน้ําท่วม หรือปัญหาภาวะน้ํา แล้งได้อย่างเหมาะสมที่สุด เพราะดิฉันมั่นใจว่าในส่วนของกรมชลประทานเองได้มาศึกษา แล้วเขาก็ได้บรรจุไว้ในแผนของกรมชลประทาน แล้วมีการสอบถามไปเขาก็บอกว่าในส่วนของ กรมชลประทานเองได้มีการบรรจุแผนไว้ในปี ๒๕๕๗ แต่ยังไม่มีการจัดสรรงบประมาณ อยากจะ ถามทางรัฐบาลว่าเมื่อมีการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของประชาชน ในส่วนของพื้นที่ที่ไม่มี ปัญหา และในส่วนของการศึกษาเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ก็ไม่มีปัญหาเช่นเดียวกัน ซึ่งถือว่าเป็นบริเวณที่มีความเหมาะสมในการที่จะขุดลอกเป็นแหล่งเก็บกักน้ําเป็นแก้มลิงได้ อยากจะเป็นคําถามข้อที่ ๑ ที่จะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบว่า ทางรัฐบาลเองมีแนวนโยบายจะขุดลอกบึงละหานนาเพื่อใช้เป็นแก้มลิงภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ นี้หรือไม่ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๔๕/๑
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ผมได้รับ มอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาตอบกระทู้ถามในวันนี้ เนื่องจากว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านมีภารกิจกับท่านนายกรัฐมนตรี ไปเรื่องหมอกควันที่จังหวัดเชียงใหม่ ผมต้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากจังหวัดขอนแก่นก็คือท่าน ส.ส. ดวงแข อรรณนพพร ที่ท่านมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ในจังหวัดขอนแก่นเกี่ยวกับเรื่องปัญหาภัยแล้ง แล้วที่ท่านบอกว่าทั้งเรื่องภัยแล้ง และเรื่องอุทกภัยการจะแก้ไปพร้อม ๆ กันได้ก็คือสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยให้นโยบายไว้ ก็คือการขุดแก้มลิง เวลาน้ําท่วมก็ใช้แก้มลิงในการเก็บกักน้ํา เวลาน้ําแล้งก็เอาน้ําจากแก้มลิง ผ่านสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าไปใช้ในการอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร ท่านประธานครับ โครงการพัฒนาแหล่งน้ําในท้องที่ตําบลละหานนา อําเภอแวงน้อย ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เป็นโครงการที่กรมชลประทานได้ทําการศึกษาว่าบึงละหานนาเป็นโครงการพัฒนาแก้มลิงลุ่ม น้ําชีตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ แล้วก็พบว่าบริเวณบึงละหานนาเป็นแหล่งน้ําที่มีศักยภาพในการทําแก้มลิง แล้วก็ได้จัดเข้าแผนพัฒนาแก้มลิงลุ่มน้ําชีตอนบนที่ท้องที่ตําบลละหานนา อําเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น งบประมาณทั้งสิ้น ๓๐๘ ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาในการดําเนินการ ๒ ปีงบประมาณ ก็จะมีกิจกรรมที่สําคัญทั้งหมด ๗ กิจกรรมด้วยกันในวงเงิน ๓๐๘ ล้านบาท กิจกรรมที่ ๑ ก็คือปรับปรุงอาคารระบายน้ําเดิมเพื่อเพิ่มระดับเก็บกักน้ําอีกประมาณ ๑ เมตร จํานวน ๑ แห่ง ๒. เสริมระดับทํานบดินประมาณ ๒-๒ เมตรครึ่ง ความยาว ๑๒.๔ กิโลเมตร ๓. ก่อสร้างอาคารบังคับน้ํา จํานวน ๒ แห่ง ๔. ก่อสร้างคลองระบายน้ํารอบบึง จํานวน ๓ สาย ๕. ขุดลอกในบริเวณแก้มลิง ๖. ก่อสร้างสะพานคอนกรีตข้ามคลองระบายน้ําสายหลัก จํานวน ๔ แห่ง ๗. ก่อสร้างสถานีสูบน้ําไฟฟ้า จํานวน ๑ แห่ง ซึ่งประโยชน์ถ้าจากการก่อสร้างได้เสร็จสิ้น จะได้ประโยชน์มากในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดขอนแก่นได้เรียนกับท่านประธานไว้ ท่านประธานครับ แต่ว่าในงบประมาณ ที่กรมชลประทานได้จัดแผนไว้เขาได้จัดแผนไว้ในงบประมาณปี ๒๕๕๘ ไม่ใช่ปี ๒๕๕๗ แต่ว่า พอผมได้รับทราบปัญหาจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดขอนแก่น ผมก็จะนําเรื่องนี้ไปเรียน สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๔๕/๒ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ท่านกํากับดูแลกรมชลประทานบอกว่าขณะนี้ กําลังอยู่ในการจัดงบประมาณปี ๒๕๕๗ อยู่ในขณะนี้ ผมก็จะทําหนังสือเรียนท่านว่ามีความจําเป็น เร่งด่วนแล้วพี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อนมาก ก็จะทําให้ท่านได้จัดให้ได้ภายในปี ๒๕๕๗ ครับ
เชิญครับ คําถามสุดท้ายมีไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดวงแข อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ท่านได้บอกว่า จะนําเสนอปัญหาของพี่น้องประชาชนในส่วนของพื้นที่อําเภอแวงน้อยได้เข้าสู่การจัดสรร งบประมาณในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ นั่นก็คือความหวังของพี่น้องประชาชนในส่วนของอําเภอแวงน้อย ทั้งอําเภอ ต้องกราบขอบพระคุณท่านอีกครั้งหนึ่งแทนพี่น้องประชาชนที่มีรัฐมนตรีดี ๆ แล้วก็มี คําตอบที่ชัดเจนให้กับพี่น้องประชาชน
สําหรับคําถามข้อที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะขอถามท่านรัฐมนตรีนั่นก็คือ ตามที่ ท่านรัฐมนตรีได้บอกว่าในส่วนของการก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นอีกในส่วนของ ๗ โครงการ มันก็จะมีสถานี สูบน้ําอีกแห่งหนึ่งที่คิดว่าจะต้องเป็นสถานีสูบน้ําอีกแห่งหนึ่งที่จะทําให้พี่น้องประชาชนได้รับ ประโยชน์จากสถานีสูบน้ําแห่งนี้ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๔๖/๑ เพราะสถานีสูบน้ําเดิมที่อยู่ในส่วนของบ้านหนองผือจะได้รับประโยชน์ในส่วนของตําบลละหานนา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นในส่วนของหมู่บ้านบ้านหนองดู่ บ้านหนองดู่พัฒนา บ้านคลองเจริญ แต่ถ้า ได้มีการติดตั้งสถานีสูบน้ําอีกจุดหนึ่ง ณ ที่บ้านโนนทองหลาง ก็จะทําให้พี่น้องประชาชน ในส่วนของอําเภอแวงน้อยทั้งอําเภอ ไม่ว่าจะเป็นตําบลท่าวัด ตําบลทางขวาง ตําบลแวงน้อย หรือในส่วนของตําบลละหานนาอีกส่วนหนึ่งได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ก็เป็นคําถามข้อที่ ๒ ที่อยากจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ารัฐบาลมีโครงการที่จะก่อสร้าง สถานีสูบน้ําด้วยกระแสไฟฟ้าที่บ้านโนนทองหลาง ตําบลละหานนานี้ด้วยหรือไม่ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นที่ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดขอนแก่นท่านมีความเป็นห่วงเป็นใย แล้วท่านก็ได้ติดตามเรื่องนี้ อย่างละเอียดถึงแม้กระทั่งสถานีสูบน้ําที่บ้านโนนทองหลางว่าอยู่ในงบประมาณ ๓๐๘ ล้านบาท ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ํา ด้วยไฟฟ้าก็อยู่ที่บ้านโนนทองหลาง ตําบลละหานนา ก็อยู่ในงบประมาณจํานวน ๓๐๘ ล้านบาท ที่อยู่ในแผนที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานเบื้องต้นไปนะครับ แล้วผมจะได้นําเรื่องโครงการ ดังกล่าวแจ้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อให้ท่านจะได้สั่งการให้ กรมชลประทานรีบดําเนินการในเรื่องนี้ในงบประมาณปี ๒๕๕๗ ซึ่งขณะนี้กําลังดําเนินการ อยู่นะครับ เพียงแต่ว่าผมไม่ได้ดูแลกรมชลประทานโดยตรงไม่อย่างนั้นรับปากได้เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามเรื่องสุดท้าย สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๔๖/๒
๑.๒.๕ กระทู้ถามที่ ๔๒๕ เรื่อง โครงการก่อสร้างถนนและสะพานข้ามลําน้ําปาว เส้นทางจากตําบลศรีธาตุ อําเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี ถึงอําเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ (นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ท่านรัฐมนตรีได้ทําหนังสือแจ้งขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามเรื่องนี้นะครับ ฉะนั้นในเรื่องนี้จะจัดในระเบียบวาระในการถามในสัปดาห์ต่อไปนะครับ ทางรัฐมนตรีแจ้งมา ขอเลื่อนนะครับ จบการพิจารณาเรื่องนี้นะครับ
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณา ต่อจากการประชุมเมื่อวานนี้ คือ เรื่องด่วนที่ ๑๕ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการประชุมภาคี อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ ในประเทศไทย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) โดยเป็นการพิจารณาต่อเนื่อง จากการประชุมเมื่อวานนี้นะครับ แต่เนื่องจากที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว เมื่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแถลงหลักการ และเหตุผลแล้ว สมาชิกก็ได้มีการอภิปรายจนได้เวลาพอสมควรจึงได้ลงมติในวาระที่หนึ่ง รับหลักการแล้ว และให้มีการพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการเต็มสภาตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ เมื่อที่ประชุมได้พิจารณาชื่อร่างและคําปรารภแล้วปรากฏว่าที่ประชุมยังไม่ได้ให้ข้อยุติ จึงได้ส่งเรื่อง ให้คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้พิจารณา และพิจารณา ให้แล้วเสร็จในวันนี้เพื่อจะให้สภาได้พิจารณาต่อไป สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๔๗/๑ โดยพิจารณาต่อจากระเบียบวาระกระทู้ถามทั่วไปนะครับ และขณะนี้คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้พิจารณาปัญหาเรื่องนี้เสร็จแล้วได้ส่งมาที่สภานะครับ ก่อนที่จะดําเนินการพิจารณา ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ เจ้าหน้าที่ได้แจกเอกสาร ให้กับท่านสมาชิกที่คณะกรรมาธิการได้ขอเพิ่มเติมหรือยัง ซึ่งผมได้อนุญาตไปแล้ว เชิญท่านคณะกรรมาธิการ ท่าน ส.ส. เปล่งมณีเข้าประจําที่ครับ ทุกท่านเลยนะครับ จะให้ ท่านประธานท่านเดียวไม่ได้นะครับ ต้องขอบคุณที่ท่านมีความตั้งใจและปรารถนาดีที่ทํา ให้เสร็จตามกําหนดระยะเวลา เชิญท่านกรรมาธิการครับ พร้อมกับเจ้าหน้าที่อีก ๒ ท่านที่ผม อนุญาตตั้งแต่เมื่อวานนี้เข้าประจําที่ เชิญท่านกรรมาธิการทุกท่านนะครับ เจ้าหน้าที่แจกเอกสาร ท่านสมาชิกหรือยัง แจกอยู่นะครับ ด้านหลังได้เอกสารหรือยัง โดยเฉพาะท่านวรชัย เหมะ ท่านขอใช้สิทธิอภิปรายอยู่ให้ท่านดูก่อนนะครับ เผื่อท่านจะไม่ได้อภิปราย ขอเชิญ คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๔๗/๒
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ตามที่เราได้ตกลงกันหลังจากที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้แถลงแล้ว การพิจารณาจะเป็นไปตามข้อ ๑๒๘ ขณะนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการ พร้อมแล้ว ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้วนะครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงต่อที่ประชุมครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ตามที่สภาได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการประชุม ภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ ในประเทศไทย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และเห็นชอบให้มีการพิจารณา โดยคณะกรรมาธิการเต็มสภาตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพิจารณาศึกษาตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๓) โดยกําหนดให้พิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนเสร็จสิ้น การพิจารณากระทู้ถามทั่วไปในวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว มีความเห็นดังต่อไปนี้ ๓ ประการ
ประการที่ ๑ เห็นสมควรให้เพิ่มบทนิยามในมาตรา ๓ ดังนี้
การประชุม หมายความว่า การประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่าง ประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุมครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ ของคณะกรรมการบริหารอนุสัญญาฯ ในประเทศไทยระหว่างวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖
ประการที่ ๒ ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศทุกครั้ง ประเทศไทยควรให้สถานที่จัดการประชุมและผู้เข้าร่วมประชุมได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน เช่นเดียวกับการประชุมในครั้งนี้ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๔๗/๓
๓. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในลักษณะนี้เห็นควรส่งให้คณะกรรมาธิการ สามัญที่เกี่ยวข้องพิจารณา และควรให้มีระยะเวลาในการพิจารณาอย่างเหมาะสม เพื่อให้ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีความถูกต้องสมบูรณ์
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๔๘/๑
ทางรัฐบาล ได้ขอให้ท่านรองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ คือ ท่านไกรรวี ศิริกุล เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงท่านสมาชิก และผมอนุญาตนะครับ เชิญครับ ท่านรองอธิบดี กรมสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อที่จะทบทวนให้เข้าใจเป็นแนวเดียวกัน ขณะนี้เราได้เริ่มแล้ว แต่ผมจะให้ท่านเลขาธิการได้อ่านเริ่มตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภอีกครั้งหนึ่ง เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อนะครับ
“ร่าง
พระราชบัญญัติ
คุ้มครองการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ
ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ ในประเทศไทย
พ.ศ. ....
…………………………….
……………………………..
………………………………
…………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………….
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการประชุมภาคีอนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุม ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมภาคีอนุสัญญาดังกล่าว ครั้งที่ ๑๖ ในประเทศไทย สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๔๘/๒
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ผมได้อภิปรายไว้เมื่อวานนี้ใน ๒ ประเด็นนะครับ ในเรื่องของชื่อร่างพระราชบัญญัติ ทีนี้เมื่อทางคณะกรรมาธิการสามัญคือคณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปพิจารณาในจุดนี้ไม่ได้มีการแก้ไข ผมก็เห็นด้วย ก็จะไม่ติดใจในเรื่องของชื่อร่างพระราชบัญญัติ
แต่ทีนี้ในประเด็นเรื่องอารัมภบทซึ่งมีว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการประชุมภาคีอนุสัญญา ดังกล่าว ครั้งที่ ๑๖ ในประเทศไทย เดิมผมเห็นว่าจําเป็นต้องระบุให้ชัดเจนว่ามีความจําเป็น เร่งด่วนที่ต้องออกกฎหมายฉบับนี้ แต่เมื่อในส่วนของคณะกรรมาธิการเห็นว่าไม่จําเป็นต้องปรับปรุง ตรงนี้ผมก็เคารพ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ในบทบัญญัติของกฎหมายฉบับนี้ก็คือ มาตรา ๔ ซึ่งเป็นมาตราที่มีความสําคัญที่สุด อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญ ผมเกรงว่ากฎหมายนี้จะถูกตีความว่าขัดกับรัฐธรรมนูญในทีหลัง จึงเห็นควร ให้เพิ่มความในอารัมภบทเข้าไป ความที่จะมีปัญหาในเรื่องของการจํากัดสิทธิเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญนี้ ก็เนื่องจากว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการจัดประชุมตามความตกลงระหว่าง รัฐบาลไทยและสํานักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือสํานักเลขาธิการไซเตส (CITES) นี่นะครับ เป็นการประชุม ตามความตกลงอันนี้ ความตกลงอันนี้เราได้มีการเซ็นลงนามเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ โดยนายธานี ทองภักดี เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจําสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ฝ่ายหนึ่ง กับนายจอห์น สแกนลอน เลขาธิการไซเตสอีกฝ่ายหนึ่ง เนื้อความที่มีความสําคัญทั้งหมดนี้ทั้ง ความตกลงนี้มันไปเป็นส่วนหนึ่งของมาตรา ๔ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๔๙/๑ ก็คือต้องทําตามข้อตกลงนี้ มีบทบัญญัติบางประการในความตกลงนี้ ซึ่งผมคิดว่าจะถูกนํามาใช้ ในการประชุมครั้งนี้ก็คือในข้อ ๘ รัฐบาลไทยต้องจัดหาตํารวจรักษาความปลอดภัยเท่าที่จําเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าการประชุมคอป ๑๖ (COP16) คือประชุมภาคีอนุสัญญา ครั้งที่ ๑๖ นี่นะครับ จะดําเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพในบรรยากาศของความปลอดภัยและความสงบ ปราศจาก การรบกวนใด ๆ ในขณะที่ตํารวจรักษาความปลอดภัยจะอยู่ภายใต้การดูแลและควบคุม โดยตรงของเจ้าหน้าที่อาวุโสที่จัดหาโดยรัฐบาลไทย เจ้าหน้าที่นี้จะทํางานประสานใกล้ชิดกับ เจ้าหน้าที่อาวุโสของสํานักเลขาธิการที่ได้รับมอบหมายและต้องใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี นั่นข้อหนึ่ง
และในข้อ ๖ เรื่องของความรับผิดชอบต่อความเสียหาย ระบุว่ารัฐบาลไทย จะมีสิทธิในการใช้มาตรการใด ๆ ตามสมควรในการป้องกันภัยที่อาจเกิดกับสถานที่ประชุม บุคคล และทรัพย์สินภายในสถานที่จัดประชุมคอป ๑๖ หลังจากหารือกับสํานักเลขาธิการแล้ว ท่านประธานครับ รัฐบาลจะต้องใช้มาตรการที่ไปควบคุมเพื่อให้การประชุมดําเนินไปด้วย ความเรียบร้อย ผมคิดว่าจาก ๒ ข้อในข้อตกลงนี้ และเมื่อมาปรากฏในมาตรา ๔ ซึ่งจะต้อง ทําให้การประชุมสําเร็จไปได้ด้วยความเรียบร้อยนี่นะครับ จําเป็นที่อาจจะต้องมี การปฏิบัติการบางอย่างที่อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๔ ขออนุญาต ท่านประธานได้พิจารณาตามไปพร้อม ๆ กัน ก็คือว่า มาตรา ๓๒ บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพ ในชีวิตและร่างกาย ในวรรคสอง การจับและการคุมขังบุคคล จะกระทํามิได้ เว้นแต่มีคําสั่ง หรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ วรรคสาม การค้นตัวบุคคล หรือการกระทําใดอันกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะกระทํามิได้ เว้นแต่มีเหตุ ตามที่กฎหมายบัญญัติ เหตุนี้มีโอกาสจะเกิดขึ้นในระหว่างการประชุม ในระหว่างที่จะมีผู้มา แสดงความคิดเห็นคัดค้านหรือสนับสนุนและกระทบต่อการประชุมในช่วงวันเวลาดังกล่าว นี่คือสิ่งที่จะกระทบกับสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ในมาตรา ๓๔ บุคคลย่อมมี เสรีภาพในการเดินทางและมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ภายในราชอาณาจักร วรรคสอง การจํากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะจํากัดมิได้ แน่นอนครับท่านประธาน ในระหว่าง การประชุมมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งที่เป็นผู้แทนจากรัฐภาคีอนุสัญญา ทั้งผู้สังเกตการณ์ ทั้งผู้เข้าร่วมต่าง ๆ ประมาณ ๓,๐๐๐ คนนี่ บางพื้นที่อาจจะต้องถูกจํากัดไว้ให้กับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๔๙/๒ ผู้เข้าร่วมประชุม นั่นหมายความว่าสิทธิเสรีภาพในการเข้าออกของคนไทย ซึ่งเป็นสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญนี้จะต้องถูกระงับไว้เป็นการชั่วคราว กราบเรียนกับท่านประธานว่า บทบัญญัติใน ๒ มาตรานี้จะต้องถูกกระทบจากการออกกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้น เพื่อความรอบคอบและไม่ให้เกิดปัญหาทีหลัง และเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุม ผมถึงขอแปรญัตติในส่วนนี้นะครับ ก็คือการเพิ่มความในวรรคสอง ของอารัมภบทไว้ว่า พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิ เสรีภาพของบุคคลตามมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๔ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้ โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงนําเรียนท่านประธานให้มีการเพิ่มเติมปรับแก้เพื่อความสมบูรณ์ของกฎหมายฉบับนี้ ขอบคุณครับ
เชิญกรรมาธิการครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๕๐/๑
ผม ธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สําหรับประเด็น เรื่องของการประชุมครั้งนี้เอกสิทธิ์หรือการคุ้มกันต่าง ๆ นี้จะเฉพาะในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับ การประชุมเท่านั้นก็คือที่บริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แล้วก็การประชุมครั้งนี้ คณะทํางานที่เรามีการแต่งตั้งขึ้นก็จะมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการรักษาความปลอดภัย ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เราจัดตั้งไว้ แล้วก็จะดําเนินการต่าง ๆ ภายในขอบเขตของกฎหมายของเรา ซึ่งถ้าเผื่ออยู่นอกขอบเขตของการประชุมตรงนั้นเราจะ ไม่ถือว่ากฎหมายฉบับนี้เข้ามาครอบคลุม อันนี้เฉพาะอยู่ในห้องประชุมเท่านั้น ขอบคุณครับ
ท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ คําชี้แจงของผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้ตอบคําถามผมนะครับ กฎหมายฉบับนี้ให้อํานาจตามข้อตกลงซึ่งเราไปเซ็นกันไว้เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ให้ตํารวจไทยต้องจัดหาตํารวจรักษาความปลอดภัยเพื่อให้การประชุมเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพในบรรยากาศของความปลอดภัย ความสงบ ปราศจากการรบกวนใด ๆ แค่นี้ ก็รู้แล้วว่าตํารวจจะต้องปฏิบัติการอย่างไรเมื่อเกิดกรณีที่มีการมาหยุดยั้งการประชุมเมื่อมี การก่อให้เกิดความวุ่นวาย และนี่คือการที่จะต้องใช้ปฏิบัติการนั้นไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพ ของการแสดงออก ผมเพียงแต่นําเสนอว่าเพื่อให้เกิดความรอบคอบท่านก็เขียนไว้ เพราะนี่ มันเกี่ยวพันโดยตรง มันยึดโยงกันโดยตรงกับข้อตกลงอันนี้แต่ท่านไม่เขียนไว้ถ้าเกิดมี การตีความในวันข้างหน้าว่ากฎหมายนี้ละเมิดรัฐธรรมนูญ ถ้าหากมีการปฏิบัติการแล้วมี คนอ้างว่าปฏิบัติการตามกฎหมายฉบับนี้ตามข้อตกลงนี้ แต่มันไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญกฎหมายฉบับนี้ก็จะมีผลไปในอีกทางหนึ่ง ผมคิดว่านี่เป็นการ แสวงหาทางออกที่จะเป็นประโยชน์ด้วยซ้ํา ขอบคุณครับท่านประธาน
ดอกเตอร์พีรพันธุ์ครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๕๐/๒
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ผมขอกราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการคุ้มครองการประชุมไซเตส ครั้งที่ ๑๖ และการประชุมที่เกี่ยวข้อง แล้วก็เนื้อหาของ ร่างพระราชบัญญัตินี้ก็คือการอนุวัต ขอใช้คํานี้นะครับ อนุวัตตามความตกลงที่รัฐสภาได้ให้ ความเห็นชอบไปแล้วเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เนื้อหาของการให้เอกสิทธิ์ และความคุ้มกันอยู่ในข้อตกลงหมดแล้ว รายละเอียดอยู่ในนั้นหมดแล้ว ท่านอยากจะรู้ว่า ผู้มาประชุมซึ่งก็ได้แก่บุคคล ๔ ประเภท (๑) (๒) (๓) (๔) ตามมาตรา ๔ จะได้รับ ความคุ้มครองอะไรบ้างอยู่ในนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนไทยที่จะทํามาหากินอยู่ตามปกติ ฉะนั้น กฎหมายนี้ไม่ได้ไปจํากัดสิทธิ ตัดสิทธิของใครเลย ทุกคนที่เป็นคนไทยก็ยังคงมีสิทธิ เสรีภาพ ตามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ อยู่ กฎหมายนี้ไม่ได้ไปตัดสิทธิใครต่อใครเลยครับ ไม่ใช่ครับ แต่เป็นการคุ้มครองเอกสิทธิ์และความคุ้มกันคนอื่นก็คือ (๑) ผู้แทนของรัฐภาคี (๒) ผู้สังเกตการณ์ของสหประชาชาติ ทบวงการชํานัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ (๓) ผู้แทน ของหน่วยงานที่จะเข้ามาประชุม และ (๔) เจ้าหน้าที่ของไซเตส ฉะนั้นการเพิ่มเติม ความขึ้นมาอย่างนี้มันจะทําให้ความหมายผิดไป ผมถึงบอกว่ากฎหมายนี้ไม่ได้ไปตัดสิทธิใคร ไม่ได้มีอะไรที่จะไปจํากัดสิทธิตามที่จะต้องออกไปตามมาตรา ๒๙ ว่ามีบทบัญญัติ บางประการไปจํากัดสิทธิเขา ไม่มีครับ เพียงแต่ว่าคนเหล่านั้นเมื่อจะเข้ามาเราต้องให้ ความคุ้มกันเขา เช่น ในการประชุมอาจจะมีการกล่าวละเมิดกันนะครับ อย่างนี้ก็จะ ไม่ถูกจับกุมคุมขัง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๕๑/๑ โทษเหล่านี้มันเป็นข้อยกเว้นตามความตกลงที่เราให้ไปแล้ว และความตกลงนี้เพื่อจะให้มีผล ไปถึงศาลด้วย ไปถึงคนอื่นด้วย ก็จําเป็นต้องออกเป็นพระราชบัญญัติมาคุ้มครองเท่านั้นเองครับ ผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะมีการเพิ่มเติมความตามที่ท่านสมาชิกได้เสนอขึ้นมาครับ
ท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ คือผมไม่ได้อ่านเฉพาะใน ๕ มาตราที่แจกมาเท่านั้นนะครับ เรื่องนี้ มีความเป็นมาตั้งแต่รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบความตกลงเรื่องนี้ มันยึดโยงกัน มันยึดโยงกับ ความตกลงที่เราไปผูกพัน ไปผูกพันอะไร ไปผูกพันเรื่องของการจัดการประชุม ผูกพันเรื่อง ความคุ้มครองที่มีบทบัญญัติเรื่องเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ซึ่งมันต้องต่อเนื่องยึดโยงกัน นั่นประการหนึ่ง และผมก็ได้พบเห็นปัญหาว่าต้องมีการปฏิบัติการตามข้อตกลงอันนี้และอาจ ไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพ ถามว่าการประชุมครั้งนี้มีเฉพาะคนต่างชาติหรือ คําตอบคือไม่ใช่ การประชุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าคน แม้แต่ในกฎหมายในมาตรานี้ถ้าท่าน อ่านให้ชัดมันก็จะมี (๑) (๒) (๓) (๔) ใน (๔) ก็มีคนไทยอยู่ด้วย มีคนไทยร่วมอยู่ด้วย ซึ่งได้รับ เอกสิทธิ์คุ้มกัน เรื่องเอกสิทธิ์คุ้มกันผมจะพูดในอีกบทหนึ่ง แต่สําหรับการประชุมในการประชุม ของต่างประเทศ การประชุมลักษณะนานาชาติแบบนี้มีผู้เข้าร่วมนอกเหนือจากผู้เข้าร่วม ที่เป็นองค์ประชุม ผู้สังเกตการณ์แล้วก็จะมีคนจากภายนอกที่เข้ามาแสดงความคิดความเห็น มาแสดงปฏิกิริยาต่อต้าน คัดค้านหรือสนับสนุนต่อการประชุมนั่นถ้าหากว่ามีการกระทําใด ๆ ที่ไปกระทบต่อการประชุมแล้วเจ้าหน้าที่ซึ่งต้องรักษาความสงบเรียบร้อยไปสกัดกั้น ไปขัดขวางสิทธิเสรีภาพของคนเหล่านั้นย่อมจะต้องขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมถึงบอกว่าเขียนไว้ มันมีประโยชน์และมันก็จะไม่เกิดปัญหาทีหลัง นี่คือที่มาของทั้งหมดนะครับท่านประธาน ก็แล้วแต่ว่าที่ประชุมใหญ่แห่งนี้จะมีความเห็นว่าควรจะให้กฎหมายนี้มีความสมบูรณ์หรือไม่ เท่านั้นนะครับ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๕๑/๒
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กฎหมายฉบับดังกล่าวมุ่งคุ้มครองเฉพาะสถานที่และบุคคลที่อยู่ในห้องประชุมนะครับ สําหรับการค้นตัวของเจ้าหน้าที่ตํารวจนอกห้องประชุมตรงอื่นทําได้ทุกประการครับ
ท่านอภิชาตติดใจอีกไหมครับ
เรียนท่านประธาน ผมก็ไป ไม่เป็นเหมือนกัน ผมไม่เข้าใจ ท่านลองคิดอย่างนี้นะครับ ในที่ประชุมไซเตส ครั้งที่ ๑๖ ก็คือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อาณาบริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ระหว่างวันที่ ๒-๑๔ เสมือนหนึ่งว่าเรายกอํานาจอธิปไตยนี้ให้กับไซเตสไปแล้ว และมีคนไทยจํานวนหนึ่ง ต้องการเข้าไปในบริเวณนั้นเข้าไม่ได้นั่นก็ขัดกับมาตรา ๓๔ แล้ว ต้องได้รับการยกเว้น แล้วก็เข้าไม่ได้ เพราะตามกฎหมายนี้เรายกให้กับไซเตสไปแล้ว ๒. มีผู้มาแสดงปฏิกิริยารุกล้ํา ยื้อกันไปยื้อกันมาบริเวณหน้าประตูล่วงล้ําเข้าไป ตํารวจต้องเข้าไปปฏิบัติการเพื่อไม่ให้ มีการล่วงล้ําเข้าไปบริเวณที่ประชุมนี่ก็อาจจะไปขัดขวางต่อการแสดงสิทธิเสรีภาพของเขา ผมก็ยังมองไม่เห็นเลยว่ามันจะไม่กระทบกับเรื่องสิทธิเสรีภาพอย่างไร ขอบคุณครับ ท่านประธาน
กรรมาธิการเชิญครับ
ขออนุญาตที่ประชุมนะคะ ในส่วนของประเด็นเรื่อง การจํากัดสิทธิเสรีภาพ เนื่องจากในกรณีกฎหมายฉบับนี้เป็นการให้ความคุ้มครองและเราก็ให้ เอกสิทธิ์และความคุ้มกันกับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๕๒/๑ บุคคลที่เข้าร่วมประชุมรวมถึงสถานที่ สําหรับกรณีที่มีข้อกําหนดต่าง ๆ ที่ให้มีเจ้าหน้าที่ อารักขาตรงนี้ การที่เจ้าหน้าที่อารักขาจะใช้อํานาจหน้าที่ได้แค่ไหน เพียงใดขึ้นอยู่กับ กฎหมายเฉพาะในแต่ละฉบับต่าง ๆ อยู่เหมือนกัน อย่างเช่นเรากําหนดให้สถานที่นี้เป็น สถานที่ที่จํากัด เป็นสถานที่เรียกว่าจากสถานที่สาธารณะก็เป็นสถานที่ที่จํากัดการเข้านะคะ เพราะฉะนั้นแล้วในส่วนของถ้ามีบุคคลที่ไม่มีสิทธิที่จะเข้าก็จําเป็นที่จะต้องมีการใช้ ตามกฎหมายฉบับอื่นค่ะ อย่างเช่นประมวลกฎหมายอาญา เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ เป็นการให้บทบัญญัติหรือให้อํานาจกับเจ้าหน้าที่เฉพาะในเรื่องของการจํากัดเสรีภาพในชีวิต และร่างกาย เนื่องจากการที่ตํารวจจะดําเนินการใด ๆ ก็จะต้องเป็นไปตามกฎหมายเฉพาะ ที่ให้อํานาจเจ้าหน้าที่ตํารวจอีกฉบับหนึ่งค่ะ
เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในประเด็นเรื่องของการจํากัดสิทธิเสรีภาพในการเดินทางไปไหนมาไหน ท่านประธานก็คงทราบนะครับว่าในการประชุมระหว่างประเทศ และมีผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งเป็นบุคคลที่เป็นตัวแทนของรัฐภาคี ซึ่งเป็นบุคคลวีไอพี (VIP) มาร่วมประชุม หลายพื้นที่ จะต้องมีการจํากัดนะครับ เช่นเอาง่าย ๆ ว่าบริเวณหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าในวันนั้นจะไม่มีการปิดถนน ไม่มีการจํากัดว่าทางเท้าบริเวณ หน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ห้ามเดินผ่าน เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมประชุม แค่นี้มันก็ไปกระทบเรื่องเสรีภาพในการเดินทาง ในการสัญจรตามมาตรา ๓๔ แล้ว ผมไม่แน่ใจว่าเราพูดเรื่องเดียวกันหรือเปล่า เข้าใจในมิติเดียวกันหรือเปล่านะครับ แต่ถ้าท่าน ยืนยันว่าสิ่งที่ผมยกมาทั้งหมดมันจะไม่เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ ๒-๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ ไม่มีใคร ได้รับผลกระทบอันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๔ ในช่วงเวลานั้น ผมก็ไม่มีปัญหา ไม่ใส่ก็ได้ แต่ใครรับประกันล่ะครับ
เชิญท่านนริศครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๕๒/๒
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม นริศ ขํานุรักษ์ คือกฎหมายฉบับนี้คุ้มครองเฉพาะสถานที่ห้องประชุม นอกห้องประชุม ไม่ได้คุ้มครองตามกฎหมายนี้ การมาของผู้เข้าประชุมก็ไม่ได้คุ้มครอง และคุ้มครองเฉพาะ คนที่ได้ลงทะเบียนที่รัฐภาคีอนุญาตแล้วก็ได้มีการตรวจสอบรายชื่อแล้วเท่านั้นนะครับ คุ้มครองบุคคลเฉพาะที่ได้ลงทะเบียนมาประชุมโดยรัฐภาคีเป็นผู้อนุมัติ กับคุ้มครองเฉพาะ ห้องประชุมเท่านั้น นอกห้องประชุมใช้กฎหมายอื่นไม่ได้คุ้มครองตามกฎหมายฉบับนี้ครับ
ท่านศุภชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร ผมเองขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ เพราะเมื่อวาน ผมได้อภิปรายไปครั้งหนึ่งนะครับ ประเด็นของผมอาจจะสอดคล้องกับสิ่งที่ท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม คือท่านอภิชาตได้อภิปรายไป แต่ผมกลับมองลึกไปกว่านั้นก็คือว่า ผมว่าถ้าจะมีเรื่องของการละเมิดสิทธิของผู้อื่นซึ่งเป็นสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ผมกลับมองว่าถ้าข้อตกลงที่เราได้ไปทําไว้กับไซเตสเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ในหัวข้อ เรื่องเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในข้อ ๒ ข้อ ๓ ซึ่งเป็นเรื่องของการได้รับความคุ้มกัน จากกระบวนการทางกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับถ้อยคําด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษร และกระทําการทั้งปวงของผู้สังเกตการณ์เหล่านั้นที่เกี่ยวกับการเข้าร่วมประชุม ผมกลับมองว่า สิ่งนี้มันก็เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล โดยเฉพาะเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรม สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กมลทิพย์ ๕๓/๑ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้นะครับ ผมจะไม่พูดจนถึงขนาดอย่างที่ท่านอภิชาตได้อภิปรายไปก็คือว่า จริง ๆ แล้วในเขตปริมณฑลของสถานที่ประชุมมันก็เกี่ยวเนื่อง ผมเองมีประสบการณ์ ในการประชุมที่พัทยา ตรงนั้นมันก็เห็นความก้ํากึ่งของมันในการประชุมอาเซียนคราวนั้น เพราะฉะนั้นผมว่าถ้าไม่เป็นการยากลําบากในคําปรารภนี้จะเติมเพิ่มไปเพื่อเป็นการป้องกัน ไม่ให้มันมีผลกระทบว่าไปละเมิดต่อสิทธิของใครก็น่าจะทําได้ ผมว่าวันนี้ถ้าใครในที่ประชุมนั้น มีลิสท์ (List) รายชื่อว่าอภิปรายพูดจาว่ากล่าวแล้วไม่ต้องถูกดําเนินคดี ผมว่าก็ย่อมจะเป็น การละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่ควรที่จะได้รับการดูแลในเรื่องของกระบวนการ ยุติธรรม เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมอยากจะขอว่าถ้าเป็นไปได้ก็เติมให้มันครบถ้วนก็ไม่เห็น เสียหายอะไรนี่ครับ เราจะได้ดําเนินการให้เรื่องนี้ได้แล้วเสร็จไปตามที่เราตกลงกันไว้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านพีรพันธุ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุ สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ผมย้ําอีกทีครับท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการคุ้มครองผู้เข้าประชุม ซึ่งจะได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ตามความตกลงที่รัฐสภาได้อนุมัติไปแล้ว ไม่เกี่ยวกับท่านที่ไม่ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ไม่เกี่ยว ฉะนั้นท่านที่ไม่มีเอกสิทธิ์เข้าไปในที่ประชุมถ้าได้รับอนุญาตให้เข้าไปแล้วไปกล่าว หมิ่นประมาทใครเข้าท่านก็ไม่ได้รับการคุ้มครองครับ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่ากฎหมายนี้ มันไม่ได้ไปจํากัดสิทธิอะไรตามที่จะต้องอ้างรัฐธรรมนูญเลย ก็เหมือนกับคนที่ไม่ใช่สมาชิก จะเข้ามาที่รัฐสภาเขาบอกให้ไปแลกบัตร ไม่มีบัตรเขาไม่ให้เข้า ก็เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ปกติที่จะต้องเขียนบอกว่าผู้เข้าประชุมที่มีเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ๔ กลุ่มนี้ได้รับเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันแล้วตามความตกลงที่รัฐสภาได้ให้ไปแล้ว แต่ความตกลงนี้มันจะมีผล เนื่องจากเป็นการยกเว้นกฎหมาย จึงต้องออกกฎหมายนี้ไปรองรับอีกทีหนึ่งเท่านั้นเองครับ ไม่มีเนื้อหาไปมากกว่านี้ ฉะนั้นคนอื่นที่ไม่ใช่ ๔ กลุ่มนี้เข้าประชุมได้ไหม ถ้าที่ประชุมอนุญาต ก็เข้าได้ ได้รับเอกสิทธิ์ไหม ไม่ได้ ถ้าไปทําผิดกฎหมายเข้ามีความคุ้มกันไหม ไม่มี เท่านั้นเอง ไม่ได้เกี่ยวกับคนอื่นเลยครับ ผมว่ามันไม่เกี่ยว เพราะว่ากฎหมายนี้ไปจํากัดสิทธิอะไรที่จะต้อง อ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ ครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กมลทิพย์ ๕๓/๒
ท่านศุภชัยแล้วกลับมาท่านอรรถวิชช์ก็แล้วกันนะครับจะได้ต่อเนื่อง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนามคือท่านพีรพันธุ์ได้บอกว่าเป็นเรื่องเฉพาะ ๔ กลุ่มบุคคลเท่านั้นที่ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ซึ่งผมสนับสนุนความคิดของท่านครับ แต่ประเด็นอย่างนี้ครับ ความคุ้มกันนั้นแปลว่าอะไร ความคุ้มกันนั้นแปลว่าถ้ามีการพูดจา หมิ่นประมาทใครเขาก็ได้รับความคุ้มกันไม่ต้องถูกดําเนินคดีใช่หรือเปล่า ถ้าอย่างนั้นแล้ว ก็แปลว่าผู้ที่ได้รับความเสียหายก็ย่อมได้รับผลกระทบจากการที่ตัวเองซึ่งควรจะต้องได้รับ การคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญในเรื่องสิทธิในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมก็จะไม่ได้รับ เพราะมันมีบุคคลอีกคนหนึ่ง ซึ่งผมขออนุญาตที่จะยกตัวอย่างว่ามีใครที่เข้ามาประชุม ในไซเตสรอบนี้มีการอภิปรายพูดจาในที่ประชุมและเป็นการหมิ่นประมาทคนไทยคนหนึ่ง คนไทยคนนั้นย่อมที่จะมีสิทธิในการปกป้องตัวเองในการที่จะดําเนินคดีกับบุคคลเหล่านั้น ที่พูดหรือบุคคลคนนั้น ๆ แต่ผลก็คือแจ้งความดําเนินคดีไม่ได้ เพราะบุคคลที่มาประชุมได้รับ ความคุ้มกัน นั่นคือสิ่งที่ผมมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิในกระบวนการยุติธรรม เป็นการผิด มาตรา ๒๙ เรื่องสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ผมยืนยันว่า มันจําเป็นที่จะต้องระบุให้ชัดว่าเป็นการละเมิดสิทธิของคน มันมีละเมิดสิทธิในเชิงทั้งบวก ทั้งลบละครับ แต่กรณีนี้มีคนคนหนึ่งได้รับสิทธิพิเศษเพราะได้เข้ามาประชุม ในนี้เขียนไว้ชัด จริง ๆ แล้วอยากจะขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมว่าความเป็นจริงท่านบอกว่ากฎหมายฉบับนี้มันมี อยู่แค่ ๕ มาตรา จริง ๆ ไม่ใช่หรอกครับ เพราะมันแถมข้อตกลงมาทั้งพวงใหญ่ ๆ เลย เรื่องนั้นทั้งหมดอยู่ในนี้แล้ว สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๕๔/๑ จริง ๆ ก็คือคนที่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มกัน ท่านแลนดิง (Landing) ลงสนามบินสุวรรณภูมิปุ๊บ ท่านได้รับเอกสิทธิ์มาแล้ว เงินท่านนํามาเท่าไรก็ไม่ต้องบอก ศุลกากรก็ไม่ต้องแจ้งว่าท่านเอา สินค้าอะไรเข้ามาบ้าง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รวมถึงว่าคุณไม่มีวีซ่าคุณก็ต้องเข้าได้เลย สิ่งต่าง ๆ คือเอกสิทธิ์และคุ้มกัน เพราะฉะนั้นตรงนั้นเป็นเรื่องความพิเศษที่คุณได้รับไม่เป็นอะไร แต่เฉพาะที่ผมอภิปรายก็คือว่าวันหนึ่งคุณกําลังจะกระทําความผิดทางกฎหมายอาญาบ้านเรา ในสถานที่นั้นก็บอกว่าไม่ผิด แต่คนที่มีกระจายเสียงออกมาข้างนอกยกตัวอย่างว่ามีใครสักคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการร้านค้าสัตว์อยู่ที่ตลาดนัดจตุจักรอาจจะโดนหมิ่นประมาท คนนั้นไปทํา อะไรไม่ได้เลย นี่คือสิ่งที่ผมกําลังจะเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ ขอบพระคุณครับ
ท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ คือสืบ เนื่องจากเมื่อวานที่มีความตั้งใจจะให้เป็น ๓ วาระรวดในการพิจารณานั้นต้องบอกว่า ทําได้ยากเพราะกฎหมายฉบับนี้มีความเห็นที่ขัดแย้งกัน สมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็เคยมีเรื่อง ๓ วาระรวด ๒ ครั้งที่ได้มีการกล่าวอ้างกันไป
เรื่องแรกคือเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการกู้เงินซึ่งในคราวนั้นไม่ได้รับ การสนับสนุนและมีการวอล์ค เอาท์ (Walk out) ออกไป ออกไปจากพรรคฝ่ายค้านเลยมี ความจําเป็นที่จะต้องผ่านในการเป็น ๓ วาระรวด
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเห็นพ้องต้องกันนั่นก็คือ เรื่องของกฎหมายบําเหน็จบํานาญ ซึ่งอันนั้นก็ผ่าน ๓ วาระรวดเพราะไม่มีใครติดใจ แต่กฎหมายฉบับนี้มีคนติดใจเยอะ เพราะฉะนั้นการรวบรัดเป็น ๓ วาระรวดจึงมีปัญหา แบบเมื่อวานนี้ พอมาถึงวันนี้ก็มาสู่ที่เรียกว่าพยายามจะทําให้เร็วที่สุดก็เลยมาดูว่ากฎหมาย ฉบับนี้มีอะไรที่เรียกว่าเป็นข้อน่าโต้แย้ง ผมต้องเรียนกับท่านประธานแบบนี้ครับ ขออนุญาต เอ่ยนาม สิ่งที่ท่าน ส.ส. อภิชาตจากพรรคประชาธิปัตย์พยายามจะบอกว่ามีบทบัญญัติ บางประการในกฎหมายฉบับนี้ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นจะต้องใส่กฎหมาย รัฐธรรมนูญในมาตรานั้น ๆ ลงไปด้วยให้มีความครบถ้วนมีความจําเป็นจริง ๆ เพราะว่า สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๕๔/๒ เอกสิทธิ์และความคุ้มกันในการประชุมไซเตสที่จะมีขึ้นในประเทศไทยเขาจะได้รับเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันจํานวนพอสมควร เอกสิทธิ์และความคุ้มกันของเขาได้มาจากไหน ก็ได้มาจากที่ท่านตัวแทนของประเทศไทยเราก็คือท่านทูตธานี ทองภักดี ท่านไปเซ็นเอาไว้กับ เลขาธิการไซเตสซึ่งจะเป็นข้อตกลงเรื่องเกี่ยวกับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ซึ่งพอไปดูว่า เอกสิทธิ์และความคุ้มกันระหว่างเลขาธิการไซเตสกับตัวแทนประเทศไทยเซ็นด้วยกัน ไปอ้างอิงเอกสิทธิ์และความคุ้มกันจากไหน ก็ไปอ้างอิงเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ตามอนุสัญญาของสหประชาชาติที่ชื่อว่าอนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ของสหประชาชาติ พอไปดูต่อว่ารายการมีอะไรบ้าง ซึ่งการร่างกฎหมายแบบนี้โดยกระทรวง การต่างประเทศผมคิดว่าไม่ครอบคลุม สิ่งที่ท่านควรจะร่างที่มันควรจะเป็นท่านควรจะเขียน อารัมภบทว่าไปกระทบกระเทือนมาตราไหนที่ท่านอภิชาตเสนอ ๒. ตัวรายละเอียดข้างในนั้น จะต้องเอามาให้เห็นว่าเรื่องใดบ้างที่ได้รับการคุ้มครอง ได้รับเอกสิทธิ์ ท่านอ้างแต่เพียง อนุสัญญาอย่างเดียวแล้วไม่บอกว่าเสียประโยชน์อะไรบ้างก็ไม่ควรนะครับ ถ้าท่านประธานได้มี โอกาสและเพื่อนสมาชิกได้ดูมีเอกสารบนโต๊ะหน้าตาแบบนี้นะครับ เล่มสีส้มท่านเปิดไปที่หน้า ๑๐ กับหน้า ๑๑ เล่มนี้นะครับหน้า ๑๐ กับหน้า ๑๑ ครับ เป็นรายการเรื่องของเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันที่บอกว่าคุ้มกันเฉพาะสถานที่ไม่จริงนะครับ ในเอกสารไม่ได้เขียนแบบนั้นเลย
เรื่องที่ ๑ เอกสิทธิ์และความคุ้มกันเขาบอกว่าอย่างนี้ครับ รัฐบาลไทยจะต้อง นําบทบัญญัติของอนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของสหประชาชาติที่ได้มี การรับรองโดยสมัชชาแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๙ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม มันมีอะไรบ้างไส้ในทําไมไม่เขียนเข้ามาในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ครบถ้วน
เรื่องที่ ๒ ผู้สังเกตการณ์ได้รับการคุ้มกันจากกระบวนการทางกฎหมาย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้ถ้อยคําด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษร แปลว่าอะไรครับ แปลว่าประชุมกันได้รับเอกสิทธิ์ ได้รับเอกสิทธิ์หมายความว่าอย่างไร เหมือนวันนี้ที่เรา ประชุมกันในสภาผู้แทนราษฎรวันนี้เวลาตําหนิซึ่งกันและกันทุกคนมีเอกสิทธิ์หมดฟ้องกัน ไม่ได้เพราะเป็นเอกสิทธิ์ตามกฎหมาย เหมือนกันละครับเจ้าหน้าที่ที่เขามาประชุมเขาก็มี เอกสิทธิ์เหมือนการที่จะพูดพาดพิงใครก็ได้ เขามีเอกสิทธิ์แล้วจะบอกว่าเฉพาะแต่เรื่อง สถานที่ได้อย่างไร สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๕๔/๓
เรื่องที่ ๓ ในการเข้ามาต้องได้รับการตรวจลงตราหรืออนุญาตให้เข้าเมือง ตามจําเป็นโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมอย่างรวดเร็วที่สุด ขีดเส้นใต้คําว่า ที่สุด เท่าที่จะทําได้ เห็นไหมครับ
เรื่องที่ ๔ ความคุ้มกันจากกระบวนการทางกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับการให้ถ้อยคํา วาจา หรือลายลักษณ์อักษร และการกระทําทั้งปวงที่ตนได้กระทํา ในตําแหน่งหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประชุม สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๕๕/๑
เรื่องที่ ๕ เอกสาร เครื่องมือ วัสดุที่จําเป็นสําหรับการประชุม ตลอดจน เอกสารและเครื่องมือติดตามตัวที่นําติดตัวมากับผู้แทนของสื่อมวลชนที่มาร่วมประชุม ได้รับการอนุญาตให้นําเข้าและออกจากประเทศไทยโดยปราศจากข้อจํากัด และอากรในการ นําเข้าหรือส่งออก
เรื่องที่ ๖ เรื่องเงินแล้วครับ การนําเงินส่วนที่เหลือที่นําเข้ามาและไม่ได้ใช้จ่าย ในการประชุมให้นําออกประเทศไทยได้โดยปราศจากข้อจํากัด
เรื่องที่ ๗ เป็นเรื่องของเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในเรื่องการอํานวยความสะดวก ตามความจําเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างอิสระในการประชุม และการประชุมที่เกี่ยวข้อง แปลว่าอะไรครับ แปลว่าระหว่างทางจากโรงแรมไปที่ประชุมได้รับเอกสิทธิ์ในการคุ้มครอง ไหมครับ ผู้แทนแต่ละคนจําเป็นต้องมีรถตํารวจนําไหมครับ
เรื่องที่ ๘ อันนี้สําคัญครับ เขาให้เสมือนว่าสถานที่อาณาบริเวณนั้นเป็นของ สหประชาชาติ ประชุมตรงไหนนี่เขาถือว่าไม่ได้เป็นดินแดนประเทศไทยแล้วนะครับ เป็นสหประชาชาติครับตรงนั้น แล้วกฎเกณฑ์ที่ต้องใช้คืออะไรครับ ก็คือกฎของสหประชาชาติ ฉะนั้นผมถึงบอกท่านประธานว่าในเล่มนี้ของเราเองท่านพิมพ์แจก หน้า ๑๐ กับหน้า ๑๑ ก็บอกว่าสิทธิและความคุ้มกันคืออะไรบ้าง และมันไม่ได้มีเฉพาะแต่เรื่องสถานที่ครับ มันมีเรื่องของสิทธิเรื่องอื่นเข้าไปด้วย เพราะฉะนั้นถ้าจะร่างนี่ขอโทษทีนะครับ กระทรวงการต่างประเทศกรุณาร่างด้วยความรอบคอบ และที่ท่านอภิชาตนั้นได้เสนอว่า บทบัญญัติบางอันขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตามปกติแล้วเราร่างกฎหมายนี่อะไรที่เป็นการขัด ต่อเสรีภาพจะทําได้ก็ต่อเมื่อมีบทบัญญัติกฎหมายครับ แล้วก็ต้องมีมาตรานั้น ๆ ระบุเอาไว้ด้วย ในอารัมภบทก็ควรจะทําให้ถูกต้อง และสิ่งที่สําคัญไส้ในที่ได้รับสิทธิในการที่ได้รับอิมมูนิตี (Immunity) คราวนี้ เอกสิทธิ์คราวนี้ขอประทานโทษนะครับ ช่วยกรุณาใส่ว่ามีรายการ อะไรบ้าง เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายอนุวัตการครับ ท่านจะไปอ้างอิงอนุสัญญาที่เซ็นกัน ระหว่างท่านทูตธานีกับเลขาธิการของไซเตสเขานี่มันไม่พอนะครับ ถ้าท่านใส่หมดผมคิดว่า ทุกคนเข้าใจเราจะได้รู้ว่าเสียสิทธิได้สิทธิอะไรบ้าง แล้วจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปในการประชุม และขอชื่นชมนะครับทางคณะกรรมาธิการท่านก็พูดดีนะครับ ท่านให้ความเห็นว่าเที่ยวหน้า ก็ควรจะทําอีกในกรณีของการประชุมที่ได้รับเอกสิทธิ์ก็ควรจะมาทําแบบนี้แล้วควรจะเป็นไป สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๕๕/๒ ด้วยความรวดเร็ว ก็เห็นด้วยแต่ต้องใส่ให้ชัด วันนี้เราใส่ไม่ชัดเลยครับ ถึงเป็นข้อถกเถียงว่า ทําไมเมื่อวานนี้ไม่สมควรที่จะผ่าน ๓ วาระครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ท่านวิชาญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกเองก็คงกังวลในเรื่องของการที่จะไปทําข้อตกลงอะไรแล้วพวกเราเอง จะต้องมาผ่านร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเพื่อบังคับใช้ให้กับผู้ที่มีสิทธิในการเข้าประชุม ผมก็ขออนุญาตนะครับ จะได้จบครับ เรียนถามท่านประธานคณะกรรมาธิการ ในส่วนนี้ เป็นการประชุม ครั้งที่ ๑๖ ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทย สอบถามท่านว่าที่ผ่านมา ๑๕ ครั้ง ข้อตกลงในลักษณะอย่างนี้ในแต่ละประเทศที่เขาทํากัน เขามีการประชุมไปแล้วเขามี การล้อเลียนหรือลอกเลียนแบบมาเป็นแบบฟอร์มหรือเปล่า แล้วก็ที่ใช้กันอยู่นี้เรามีไป เพิ่มเติมอะไรหรือเปล่า ที่ท่านทูตไปพูดไปคุยกับเลขาธิการของคณะองค์กรดังกล่าวถ้าไม่มี แสดงว่ามันเป็นแบบฟอร์มซึ่งเขาใช้กันมา และในแต่ละประเทศเคยมีประเทศไหนไหมครับ ที่มีการประชุมแล้วเกิดปัญหาขึ้น ถ้ามียกตัวอย่างเพื่อนสมาชิกจะได้หายกังวล เพราะผม เข้าใจว่าข้อตกลงดังกล่าวนั้นเป็นข้อตกลงซึ่งเป็นแบบฟอร์ม (Form) ทั่ว ๆ ไป ถ้ามันเป็น ทั่ว ๆ ไปแล้วพวกเราก็คงไม่ต้องกังวล แต่อาจจะมีในลักษณะของข้อเป็นห่วงเป็นใยก็บันทึก เป็นข้อสังเกตไว้ในที่ประชุม เผื่อต่อไปถ้าเกิดมีการจัดอีกในประเทศไทยหรือต่างประเทศ สมาชิกที่ไปเป็นองค์ประกอบในการประชุมก็จะได้บอกกล่าวว่าประเทศไทย โดยเฉพาะ สมาชิกแห่งสภานี้มีความวิตกกังวลในเรื่องต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะผมเข้าใจว่าสิ่งที่ เพื่อนสมาชิกได้อ่านนั้นก็เป็นข้อตกลงซึ่งทําให้กับนานาประเทศที่มีการประชุมกัน สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๕๖/๑ โดยเฉพาะประเทศไทยนั้นก็อยู่ในกลุ่มสมาชิก ถ้าไปทําผิดแผกแตกต่างจากที่เคยทํามา ใน ๑๕ ครั้งคงไม่ได้ แต่ถ้าเหมือนกันผมคิดว่าก็คงไม่น่าวิตกกังวล เราอย่าให้ผิดแผกแตกต่าง จากประเทศอื่นเลยครับ ขอบคุณครับ
ท่านกษิต ภิรมย์
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มี ๓-๔ ประเด็นที่จะขอถามแล้วก็เสนอแนะด้วยนะครับ
ประเด็นแรก ก็คงเหมือนกับท่านวิชาญ ขอเอ่ยนามนะครับ ที่เพิ่งพูด เมื่อสักครู่นี้ คือการประชุมคอปครั้งสุดท้ายมีขึ้นที่ประเทศกาตาร์ ขอเรียนถามท่านรัฐมนตรี แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย และคณะกรรมาธิการว่าทางไซเตสได้มีข้อตกลงกับรัฐบาล กาตาร์ในการจัดประชุมครั้งที่แล้วหรือไม่ ถ้าเผื่อไม่มีทําไมถึงต้องมีกับประเทศไทย เหตุที่ต้อง มีกับประเทศไทยเพราะเหตุการณ์ที่พัทยาใช่หรือไม่ที่การประชุมระหว่างประเทศสามารถ ที่จะล้มเหลวได้โดยการบุกรุกเข้าไปในพื้นที่การประชุม ทําให้นานาชาติ องค์การระหว่างประเทศ เช่นไซเตสซึ่งเป็นเครือข่ายของสหประชาชาตินั้นไม่มีความเชื่อถือแล้วก็ไม่มีความมั่นใจ ในฝีไม้ลายมือของรัฐบาลไทยในการที่จะดูแลความปลอดภัยแล้วก็ความคุ้มครองคุ้มกัน ทั้งหลาย มันอาจจะเป็นการสะท้อนความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจแล้วก็ศักดิ์ศรีของประเทศ นั่นเป็น ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ คือประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยเอกสิทธิ์ แล้วก็ความคุ้มกันของสหประชาชาติ ค.ศ. ๑๙๔๖ เพราะฉะนั้นการประชุมระหว่างประเทศ ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิก การให้เอกสิทธิ์แล้วก็การคุ้มกันนั้นไม่น่าจะเกินอนุสัญญา สหประชาชาติอันนี้ และในการประชุมที่จะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมก็น่าจะรีเฟอร์ (Refer) หรือว่าอ้างไปถึงอนุสัญญานี้ได้ว่าเราก็ให้เท่าที่ปรากฏอยู่ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย การให้เอกสิทธิ์แล้วก็ความคุ้มกัน อันนี้เมื่อมันมีข้อตกลง ๒ ฝ่ายแล้ว แล้วก็จะมีการออก พระราชบัญญัตินี้ก็อยากจะขอกราบเรียนถามไปที่รัฐบาลว่าเรากําลังจะให้เอกสิทธิ์แล้วก็ ความคุ้มกันเกินไปกว่าที่ระบุอยู่ในอนุสัญญาสหประชาชาติ ค.ศ. ๑๙๔๖ หรือไม่ แล้วผมก็ อยากจะโยงไปที่เพื่อน ส.ส. ของผมเหมือนกัน ถ้าเผื่ออย่างนั้นแล้วก็ต้องระบุ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๕๖/๒ ในร่างพระราชบัญญัติอันนี้ว่าเอกสิทธิ์ก็ดี การคุ้มกันก็ดี แจงมาเสียให้หมดเลยครับว่า ให้อะไรบ้าง ถึงแม้ว่าจะอยู่ในข้อตกลงระหว่างท่านทูตธานีกับทางฝ่ายไซเตสแล้วก็ตาม ก็ไม่เสียหลายที่จะมาเขียนเป็นภาษาไทยแล้วก็ใส่ในร่างพระราชบัญญัตินี้ เราจะได้รู้ว่า พันธกรณี ภาระหน้าที่ของเรามีมากน้อยแค่ไหน แล้วเราก็จะให้อธิปไตยของประเทศไทย ณ ที่ประชุมไปกับทางไซเตสมากน้อยแค่ไหน แล้วจะมีนัยในการที่จะละเมิดสิทธิเสรีภาพ ของคนไทยหรือใครก็ตามที่อยากจะประท้วงการประชุม อันนี้จะเข้าไปได้มากน้อยแค่ไหน แล้วก็เกิดการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างฝ่ายรัฐกับทางฝ่ายภาคประชาชน
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือเพื่อนสมาชิกเหมือนกันนะครับ ท่านศุภชัย ขอเอ่ยนามว่า เราแทบจะให้ที่เขาเรียกว่าแบลงค์ เช็ค (Blank Cheque) เช็คขาวว่าให้เขา พูดอะไรก็ได้ในที่ประชุมแล้วเราก็ไม่สามารถจะไปดําเนินการอะไรได้ในเรื่องของคดี เช่นหมิ่นประมาทต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย มันน่าจะมีข้อที่กํากับไว้ หรืออาจจะมีที่เรียกว่า ไซด์ เลตเตอร์ (Side letter) ระหว่างรัฐบาลไทยกับทางฝ่ายไซเตสว่าถ้าเผื่อเขาจะ วิพากษ์วิจารณ์อะไรที่ไม่ต้องเป็นคดีความที่ศาล หรือเราจะให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันกับ สิทธิเสรีภาพของผู้ที่มาเข้าร่วมในการประชุมแล้วจะต้องเกี่ยวกับเนื้อหาของการประชุมคือ เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ป่าแล้วก็การคุ้มครองต่าง ๆ เหล่านี้เท่านั้น จะมาพูดเรื่องอื่น ๆ ที่นอกไปจาก ประเด็นนั้นไม่ได้ ผมเกรงกลัวเหลือเกิน ก็อดคิดไม่ได้ถึงกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเรื่องที่ทางต่างประเทศมีการวิพากษ์วิจารณ์ เดี๋ยวก็จะมี มือดีในนามของอะไรครับ คณะผู้แทนอันทรงเกียรติจากต่างประเทศเข้ามาแล้วก็พูดอะไรที่ มันพาดพิงเกี่ยวกับสถาบันของประเทศไทย เกี่ยวกับอธิปไตยของประเทศไทยต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วเราบอกว่าเขามีเอกสิทธิ์แล้วก็มีความคุ้มกัน อันนั้นไม่ได้ครับ ศักดิ์ศรี ความศักดิ์สิทธิ์ ของสถาบันและความสําคัญของประเทศไทยเป็นเรื่องที่สําคัญ จะช้าจะเร็วอะไรเพราะว่า จะต้องมีการประชุมในเดือนมีนาคม แต่ผมคิดว่าการขจัดความข้องใจต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่อง ที่สําคัญ อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญเพราะว่ามันจะเป็นแบบอย่าง และถ้าเผื่อมันไม่เคยมีข้อตกลง ระหว่างประเทศเจ้าภาพใด ๆ กับองค์การสหประชาชาติ และประเทศไทยจะเป็นประเทศแรก มันดูกระไรอยู่ครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๕๗/๑ และความจริงอันนี้ต้องออกมาเสียก่อนว่าทําไมมันถึงได้นําไปสู่ข้อตกลงในนี้ทั้ง ๆ ที่มันไม่เคย มีในประวัติการทูตระหว่างประเทศเลยนะครับ ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน
ท่านนริศครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผมขออนุญาตตอบข้อซักถามของเพื่อนสมาชิกบางประการนะครับ การ ประชุมไซเตสครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๑๖ แล้วก็ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งที่ ๑๓ ซึ่งครั้งที่ ๑๓ นั้นก็ออกพระราชบัญญัติเช่นเดียวกัน ชื่อพระราชบัญญัติคุ้มครองการประชุม ภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๓ ในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้เนื้อหาใจความเหมือนกัน เกือบทุกประการนะครับ มีการเพิ่มมาตรา ๔ (๔) เพิ่มให้มี และเจ้าหน้าที่ที่รัฐบาลไทยจัดหาให้ สํานักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์ที่มาปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการประชุมได้รับการคุ้มครอง เพิ่มเฉพาะเจ้าหน้าที่ ฝ่ายไทยเข้าไปนะครับ นอกนั้นกฎหมายที่ออกในการประชุมครั้งที่ ๑๓ กับกฎหมาย ที่จะใช้บังคับในการประชุมครั้งที่ ๑๖ เหมือนกันทุกประการนะครับ สําหรับการประชุม ทั้ง ๑๕ ครั้งที่ผ่านมาไม่มีเหตุที่ฟ้องร้องใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ กับการประชุมครั้งที่ ๑๕ ที่ประเทศกาตาร์ก็ได้ใช้ข้อตกลงเฉกเช่นเดียวกับข้อตกลงที่ประเทศไทยทํากับไซเตสในวันนี้ครับ
ท่านอภิชาตติดใจอยู่หรือครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ หมายความว่าจะไม่มีการแก้ไขใช่ไหมครับ คือผมไม่รู้จะถามใครว่าจะไม่มี การแก้ไขใช่ไหมครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้ลุกขึ้นอภิปรายแสดงให้เห็นแล้วว่า บทบัญญัติตามกฎหมายนี้ไม่ใช่มีเพียง ๔ มาตรา หรือเฉพาะมาตรา ๔ แล้วอีก ๔ อนุมาตรา เท่านั้น แต่มันยึดโยงถึงข้อความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับไซเตส ซึ่งมีเนื้อหาสาระที่ ครอบคลุมกว้างขวางไม่ได้จํากัดอยู่เฉพาะในห้องประชุมหรือบริเวณประชุมด้วยซ้ํา สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๕๗/๒ เมื่อกฎหมายนี้มีผลไปบังคับโดยทั่วไปแบบนั้นย่อมไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพอย่างแน่นอน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะสรุปในที่นี้ให้ท่านประธานเห็นนะครับ ตามข้อตกลง นี่นะครับ การจัดประชุมและข้อปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ก็จะเห็นว่าแม้กระทั่งการจัดอํานวย ความสะดวกในบริเวณสนามบินเพื่อให้กับกลุ่มที่มาร่วมประชุม แค่นี้ก็เป็นการกีดกัน เรื่องการเดินทาง เรื่องการไปมาหาสู่ในบริเวณที่สาธารณะแล้ว และการกระทําของเจ้าหน้าที่ ที่จะปฏิบัติงานในการรักษาความปลอดภัย ในการรักษาความสงบเรียบร้อยต่าง ๆ ก็มี ความจําเป็นที่จะต้องใช้อํานาจหน้าที่ที่ไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพในทุกบริเวณละครับ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ประชุม ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่พัก เหล่านี้อาจไป กระทบกับสิทธิเสรีภาพตามมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๔ ของรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าถ้าเรา เข้าใจตรงนี้ร่วมกัน เข้าใจว่ากฎหมายนี้มีส่วนยึดโยงกับความตกลงที่เราไปให้ไว้กับไซเตส เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ แล้ว ก็มีความจําเป็นครับที่จะต้องเขียนในอารัมภบทในเรื่อง ของการจํากัดสิทธิเสรีภาพนี้ไว้ กราบขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านวิชาญ
ท่านประธานสภาที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน เมื่อสักครู่เป็นคําถามที่ผมได้ถามและเพื่อนสมาชิกเองก็มีความกังวลว่า สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๕๘/๑ มีเหตุที่จะต้องร่างกฎหมายฉบับนี้ผิดแผกแตกต่างไปจาก ๑๕ ครั้งที่มีการประชุมหรือเปล่า ท่านประธานก็ได้ชี้แจงแล้วว่าไม่มี แล้วก็ครั้งที่ ๑๓ ประชุมที่ประเทศไทย ชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นเพื่อนสมาชิกเองที่กังวลคงจะต้องหายความกังวลเพราะไม่มีอะไรผิดแผก แตกต่างจากที่เป็นมา แล้วเราเองก็คงจะไปเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม เป็นเพียงแต่การที่จะใช้ ความคิดเพิ่มเติมลงไปในเรื่องการแก้ไขคงลําบาก แต่ผมว่าความกังวลนี้ก็ฝากไว้ครับ บันทึก ไว้ในสภา ถ้าเกิดจะมีการประชุมต่อไปในอนาคตครั้งที่ ๑๗ ก็บอกว่ามีความกังวลจากสภาแห่งนี้ ประเทศไหนที่เขาจัดเราก็เอาความกังวลฝากคนที่จะไปประชุมได้ครับ ฉะนั้นผมเห็นว่าคําตอบ ที่เพื่อนสมาชิกกังวลทางท่านประธานคณะกรรมาธิการสามัญก็ได้ตอบทั้งหมดแล้ว ฉะนั้น ไม่ให้เสียเวลาผมว่ามันจะวน ก็ขอให้ท่านประธานสรุปแล้วก็ถ้าจะมีมติอะไรก็ให้ใช้สภาแห่งนี้ เป็นการพิจารณาไปเลยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญกรรมาธิการครับ
ขออนุญาตนะคะ ดิฉัน นุชนาถ เกษมพิบูลย์ไชย จากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อยากจะขออนุญาตให้เหตุผลเพิ่มเติมสําหรับบทจํากัดสิทธิ ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่ให้ เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน เพราะฉะนั้นเป็นกฎหมายที่ให้สิทธิ แต่ในกรณีที่มาตรา ๒๙ ของรัฐธรรมนูญให้กําหนดบทจํากัดสิทธินั้นจะเป็นเฉพาะกฎหมายที่เรามีบทจํากัดสิทธิและเสรีภาพ สําหรับกรณีนี้ที่บอกว่าเป็นการให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ก็คือว่าเราจะกําหนดให้เอกสิทธิ์ และความคุ้มกันกับทั้งสถานที่แล้วก็บุคคล แต่ผลของการจํากัดสิทธินั้นเจ้าหน้าที่ ต่าง ๆ จะมีอํานาจอย่างไรจะเป็นไปตามกฎหมายแต่ละฉบับนั้นเอง อย่างเช่นเรากําหนดให้ สถานที่นี้ตอนนี้เป็นสถานที่ส่วนบุคคล ผู้ที่เข้ามาอาจจะต้องผิดประมวลกฎหมายอาญา ตรงนั้นในประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ละฉบับจะมีบทจํากัดสิทธิเสรีภาพ ของมันเองอยู่แล้วนะคะ สําหรับกฎหมายฉบับนี้เป็นเพียงการให้สิทธิและความคุ้มกันเท่านั้นเอง แต่การจะใช้อํานาจหน้าที่อย่างไร จะเป็นไปตามกฎหมายอื่น ๆ ในแต่ละฉบับที่เกี่ยวข้องค่ะ
ท่านอรรถวิชช์ครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๕๘/๒
ท่านประธานที่เคารพ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ผมก็ได้ขึ้นอภิปรายไปแล้วว่าบทบัญญัติตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่จะเป็น การให้ความคุ้มกันในการประชุมไซเตสที่จะมีขึ้นในประเทศนั้นมีบทบัญญัติที่เป็นลักษณะ ของการจํากัดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งจะต้องมีการระบุตัวเลขบางมาตรา ซึ่งท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านได้ระบุมาตรา ๓๒มาตรา ๓๔ แต่แท้จริงแล้วมีอีก ๑ มาตรา คือมาตรา ๓๖ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๖ เขาบอกอย่างนี้ครับ
มาตรา ๓๖ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบด้วยกฎหมาย
การตรวจ การกัก หรือการเปิดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน รวมทั้ง การกระทําด้วยประการอื่นใดเพื่อให้ล่วงรู้ถึงข้อความในสิ่งสื่อสารทั้งหลายที่บุคคลมีติดต่อ ถึงกัน จะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษา ความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ทีนี้อย่างนี้ครับ ในการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่มาประชุม แน่นอนอยู่แล้วในการประชุมหลายครั้งก็มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์ โดยใช้เครื่องตัดสัญญาณ เพื่อความปลอดภัยเพื่อสําหรับการคอนโทรล (Control) เรื่องระเบิดระยะไกลนะครับ รปภ. ก็ทําอยู่แล้ว ทีนี้มันก็จะมีมาตรา ๓๖ นี้เกี่ยวข้องด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเกิดจะมีการร่าง และระบุเลขมาตราอย่างที่ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้กล่าว ผมขอให้เพิ่มมาตรา ๓๖ เข้าไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานเอาอย่างไรครับ
ขออนุญาตนะคะ สําหรับประเด็นที่ว่าการเพิ่ม บทจํากัดสิทธิได้หรือไม่นั้น อย่างที่ดิฉันได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่ว่า ในส่วนกรณีของ บทบัญญัติมองว่าเป็นเรื่องของการให้สิทธิ แต่ว่าการที่จะเพิ่มบทจํากัดสิทธิเข้าไปได้หรือไม่ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๕๙/๑ การที่จะเพิ่มเข้าไปก็อยู่ที่ว่าถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นว่ามีบทบัญญัติที่จํากัดสิทธิและต้องการที่จะเพิ่ม การเพิ่มเข้าไปก็ไม่ได้ทําให้กฎหมายเสียไป ก็แล้วแต่เสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมค่ะ
เชิญท่านประธานครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ หลังจากรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกแล้วในความเห็นส่วนที่ เป็นความเห็นของคณะกรรมาธิการก็เห็นด้วยตามที่ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ขอเติมคือ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติ ให้กระทําได้ตามบทบัญญัติของกฎหมายนะครับ
เชิญท่านเลขาธิการต่อเลยครับ ท่านอรรถวิชช์มีอะไร
ท่านประธานด้วยความเคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ผมขอมาตรา ๓๖ ไปด้วยไม่ทราบว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการมีความเห็น อย่างไร เพราะว่าบริเวณดังกล่าวอาจจะต้องมีการตัดสัญญาณโทรศัพท์ด้วยครับ
เชิญกฤษฎีกาตอบครับ
พอดีกําลังดูอยู่นะคะ จะมีเรื่องของการตัดสัญญาณ ด้วยใช่ไหมคะ เนื่องจากกรณีการเพิ่มถ้าเรามองว่าจะกระทบในเรื่องใดบ้าง เราสามารถเพิ่ม เข้าไปได้หมด ทั้งนี้ก็ลองดูจากความตกลงที่เกี่ยวข้อง ในกรณีนี้ถ้ามีการจํากัดเสรีภาพในเรื่อง ของการสื่อสารมีการตัดสัญญาณต่าง ๆ ได้ตรงนี้ก็คงจะเพิ่มเข้าไปเพื่อความครบถ้วน ถ้าจะเพิ่มเข้าไปค่ะ
เชิญท่านนริศครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๕๙/๒
ท่านประธานครับ มาตรา ๓๖ เพิ่มเติมลงไปได้ครับ
ท่านศุภชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ มาตรา ๔๐ ด้วยนะครับ
ท่านนริศ ถูกต้องไหมครับ
เติมได้ครับ มาตรา ๔๐ ก็เติมได้ครับ บุคคลมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม
ท่านเลขาธิการเชิญต่อเลยครับ
ถ้อยคําที่กรรมาธิการสงวนความเห็น พระราชบัญญัตินี้ มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้ตามบทบัญญัติของกฎหมาย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพเพื่อนสมาชิกท่านศุภชัย ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ คือเนื่องจากว่าในมาตรา ๔๐ รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติว่าให้มีการบัญญัติกฎหมายเพื่อไป จํากัดสิทธิเสรีภาพตามมาตรานี้ แต่ว่ามาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ รัฐธรรมนูญกําหนด ไว้ว่าสามารถบัญญัติกฎหมายไปจํากัดสิทธิใน ๓ มาตราดังกล่าวได้ จึงเรียนมา เพื่อความรอบคอบครับ
เชิญท่านศุภชัยครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๕๙/๓
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร ฟังแล้วผมสะดุ้งเลย เพราะกลายเป็นว่าทางประเทศไทยเรานี้ไปเซ็นสัญญา กับนานาชาติยินยอมให้ใครเข้ามาในประเทศไทยแล้วก็สามารถด่าใครได้ฟรี ๆ โดยไม่ผิดกฎหมาย นี่คือข้อตกลงที่เราไปทํากับไซเตสเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เพราะฉะนั้นอยู่ ๆ แล้วนี่ ก็แล้วแต่ที่ประชุมจะเอาอย่างไร แต่ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วผมว่าเป็นเรื่องที่น่าวิตกเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติว่า สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๖๐/๑ ใครก็ตามจะถูกจํากัดสิทธิในเรื่องพรรณอย่างนี้ได้ แต่ว่าเรากลับไปทําสัญญาระหว่างประเทศ ยินยอมให้ความคุ้มกันให้ใครก็ตามที่มาพูดในที่ประชุมที่เราให้เอกสิทธิ์ให้ความคุ้มกัน และเป็นการกระทําที่กล่าววาจาอาจจะเป็นการหมิ่นประมาทคนอื่น แล้วก็ไม่ถือว่าเป็นการกระทํา ที่ผิดกฎหมายได้รับความคุ้มกันนี่ ผมว่าที่ประชุมต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้ดีนะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านกษิตครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กษิต ภิรมย์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดังที่ผมได้กล่าวไว้แล้วก็เพื่อจะช่วยพวกเราและที่ คุณศุภชัยได้พูด คือจะเรียนถามทางกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แล้วก็ทางกฤษฎีกาว่าเราสามารถที่จะมีคล้าย ๆ กับเอกสารเคียงข้าง ที่เรียกว่าไซด์ เลตเตอร์กับไซเตสได้ ว่าสิทธิเสรีภาพในการที่จะวิพากษ์วิจารณ์ในที่ประชุม ที่จะได้รับเอกสิทธิ์แล้วก็การคุ้มกันนั้นจะต้องเกี่ยวกับสาระเนื้อหาของการประชุม อะไรที่พูด นอกไปกว่านั้นที่ท่านศุภชัยเพื่อนสมาชิกของผมเป็นห่วงนั้นเขาทําไม่ได้ เขาก็ต้องเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมของเรา และผมขอย้ํานะครับว่าต่างชาติมีความคลุมเครือเกี่ยวกับ โครงสร้างทางการเมืองของเรา บทบาทของทหาร มาตรา ๑๑๒ ต่าง ๆ เหล่านี้ เดี๋ยวมันไป โยงใยกันมาแล้วเขาก็สนุกในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เราให้แบลงค์ เช็คให้เช็คขาวกับเขา ไม่ได้หรอกครับ อันนี้มันจะต้องควบคุมด้วย ต้องรับทราบสถานะของประเทศไทย ในสายตาของประชาคมโลก ณ วันนี้ แล้วก็อย่าลืมว่าเมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้เองทูตสหภาพยุโรป แล้วก็บรรดาทูตของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ๒๐ กว่าประเทศ ๒๐ กว่าสถานทูตได้มา คล้าย ๆ กับประท้วง ที่เขาเรียกว่าเดมาร์ช (Demarche) ที่กระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวกับคดีหมิ่นประมาทตามมาตรา ๑๑๒ อันนี้ต้องระมัดระวังนะครับ แล้วเราไม่ควรที่จะ เปิดประตูกว้างจนให้เขาพูดจาอะไรก็ได้ในที่ประชุม ไม่ใช่ครับ แล้วเขาไม่พึงจะกระทํา แล้วเราก็ไว้ใจเขาไม่ได้เพราะเราไม่รู้ว่าใครไปใครมาบ้างในที่ประชุมต่าง ๆ เหล่านั้น ขอบคุณครับ
ท่านศุภชัยครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๖๐/๒
ท่านประธานครับ เพื่อให้การประชุม ที่จะเกิดขึ้นสามารถบรรลุไปได้ด้วยดี ข้อท้วงติงของท่านสมาชิกท่านอภิชาตท้วงติงมา ผมก็ไม่มีปัญหา ผมเพียงแต่อยากจะขอให้ได้มีการบันทึกในที่ประชุมในเรื่องของการอภิปราย ของผมว่าจากการที่ผมได้ดูมาตรา ๒๙ ของรัฐธรรมนูญ ผมได้พบว่าความตกลงระหว่าง รัฐบาลไทยและสํานักเลขาธิการไซเตส เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ผมเห็นว่าการที่ไป ลงนามรับรองในเรื่องเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเกี่ยวกับเรื่องการดําเนินการกระบวนการ ทางกฎหมายซึ่งอยู่ในข้อ ๒ ของเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ผมอยากจะให้บันทึกว่า ผมเกรงว่า เรื่องนี้เป็นการดําเนินการที่ผิดรัฐธรรมนูญอยู่ ก็ขออนุญาตบันทึกไว้ตรงนี้ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านเลขาธิการต่อ
ความที่กรรมาธิการสงวนความเห็นนะครับ พระราชบัญญัตินี้ มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติของกฎหมาย
ท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ข้อสรุปเมื่อสักครู่ มาตรา ๔๐ ตัดออกถูกไหมครับ ฝ่ายเลขานุการคงอาจจะยังไม่ทันต่อการประชุมนะครับ ตัดมาตรา ๔๐ ออกไปนะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านเลขาธิการเมื่อสักครู่ตัดหรือยัง เชิญท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ มาตรา ๔๐ ตัดออกนะครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๖๐/๓
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติ คุ้มครองการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ ในประเทศไทย พ.ศ. ....”
ท่านประสิทธิ์อะไรครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๖๑/๑
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ฟังผู้อภิปรายก็อภิปรายมาหลายท่านแล้วผมว่าเสียบบัตรรอนานแล้ว กดออดลงมติเลยครับ
เขาเรียง มาตราอยู่ยังไม่จบนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อเลยครับ
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผ่านครับ
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “อนุสัญญา” หมายความว่า อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งทําขึ้น เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มีความเห็นครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการนะครับ การประชุมคณะกรรมาธิการ ที่ได้รับมอบหมายไปให้เพิ่มเติมนิยามคําว่า การประชุม เพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้น การประชุม หมายความว่า การประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุม ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ ของคณะกรรมการบริหาร อนุสัญญาในประเทศไทยระหว่างวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ ขอเพิ่มเติมครับ
เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๖๑/๒ คือเนื่องจากว่ามันเป็นการประชุมแบบนี้ครับท่านประธาน เพราะใช้องค์ประชุมเต็มห้อง เวลาผมอยู่ในห้องคณะกรรมาธิการเล็กผมก็ทุกมาตราเหมือนกัน แล้วหลายคนที่ขึ้นมาในนี้ เคยเป็นกรรมาธิการร่วมกันเราก็ทํางานกันอย่างนี้ ขอให้ท่านมีความเข้าใจนะครับ ผมเรียนปรึกษา ท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการนะครับ คืออย่างนี้ครับ เที่ยวนี้มันมีการประชุม ภาคีอนุสัญญา ก็คือตัวประชุมภาคีอนุสัญญาคือครั้งที่ ๑๖ แล้วก็มีการประชุมคณะกรรมการ บริหารอนุสัญญาไซเตสก็คือครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ โดยทั้ง ๓ อันนี้อยู่ในระหว่าง การประชุมวันที่ ๒ มีนาคม ถึงวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ อันนี้เราเข้าใจตรงกัน แต่ทีนี้ เมื่อวานนี้ผมเจอหลายคนรวมถึงผมเองด้วยก็มีคําถามเนื่องจากว่าการเชื่อมประโยคนิดเดียวนะครับ หลังจากคําว่า ครั้งที่ ๑๖ และ ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ไหมครับ และการประชุมคณะกรรมการ บริหารอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ ครับ มันจะเป็นการเรียงประโยคที่สอดรับกันกับประโยคในวรรคแรก ก็คือพูดถึงการประชุมของใครก่อนแล้วก็มาด้วยครั้งที่ ถ้าเขียนแบบนี้อ่านแล้วมันจะมีความเข้าใจ มากกว่า เพราะจากร่างที่ท่านเขียนมาท่านไปเขียนติดกันเลย ครั้งที่ ๑๖ ครั้งที่ ๖๓ ครั้งที่ ๖๔ ซึ่งความจริงแล้วเป็นการประชุมของต่างองค์ประชุมกัน ก็นําเรียนนะครับว่า ถ้าเกิดท่านสามารถจะแก้เล็กน้อยได้ก็ขอบพระคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และอาจารย์ผู้สอน และต้อนรับคณะนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยมะนาว อําเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นําโดยท่านโสภา กาญจนะ ท่านประธานเชิญเลยครับ
ทางกรรมาธิการไม่ขัดข้อง ที่จะแก้ไขตามท่านอรรถวิชช์นะครับ
ท่านเลขาธิการดําเนินการต่อ เดี๋ยวรอถ้อยคํานิดหนึ่งนะครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๖๒/๑
ถ้อยคําที่ที่ประชุมกรรมาธิการเต็มสภาเพิ่มคําว่า “การประชุม” หมายความว่า การประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ การประชุมครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔
ท่านประธานครับ ไม่ตรงนะครับ
เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ เอาชัด ๆ เลยครับ
ท่านประธานครับ อย่างนี้ครับ ท่านเลขาธิการใจเย็น ๆ ครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ครับ ข้อความคืออย่างนี้ครับ การประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้า ระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุม คณะกรรมการบริหารอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ ในประเทศไทย ต่อไปเลยครับ เท่านี้ครับ
เชิญท่านเลขาธิการอ่านอีกครั้งหนึ่ง
“การประชุม” หมายความว่า การประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วย การค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุม คณะกรรมการบริหารอนุสัญญาระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ ในประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
ท่านบุญยอดครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๖๓/๑
ขออนุญาตท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สะกดผิดนิดเดียวนะครับ ตกลงว่าท่านจะเอา พ.ศ. ๒๕๕๖ ไหม ข้างบน ตอนนี้ไม่มีคําว่า พ.ศ. และประโยคสุดท้ายท่านเห็นไหมครับ พ.ศ. มันเกินมา ฝ่ายเลขานุการดูอีก นิดนะครับ ตกลงว่า ๒ จุดนะครับ พ.ศ. ๒๕๕๖ ท่านจะเอาไหม หรือว่า ๒๕๕๖ เลย ส่วน ประเด็นหลังก็คือตัดทิ้ง ถูกแล้วครับ
อ่านซ้ํา อีกครั้งท่านเลขาธิการ
ท่านประธานนิดเดียวครับ อรรถวิชช์ครับ ท่านเลขาธิการครับ ท่านเลขาธิการตกหล่นคําว่า พ.ศ. เท่านั้นเองครับ ท่านเห็นไหมครับ
ตกหล่น คําว่า พ.ศ. ท่านเติมไปสิ อ่านอีกรอบก็ได้ครับ
“การประชุม” หมายความว่า การประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วย การค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุม คณะกรรมการบริหารอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ ในประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
เชิญท่านเลขาธิการต่อเลย
มาตรา ๔ เพื่อให้การคุ้มครองการประชุมภาคีอนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดเดียวครับ
ท่านอภิชาตมีอะไรครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๖๓/๒
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนเข้าสู่มาตรา ๔ นะครับ ในมาตรา ๓ ผมคิดว่ายังมีบทบัญญัติ ที่จะต้องนิยามไว้อีก ๑ นิยามนะครับ เนื่องจากว่าในมาตรา ๔ เราระบุเรื่องสถานที่ จัดการประชุมกับบุคคลไว้ ในเนื้อความของมาตรา ๔ นี้เขียนว่า ให้สถานที่จัดการประชุม และบุคคลต่อไปนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ บอกแต่บุคคล แต่ไม่บอกสถานที่ประชุม เพราะฉะนั้น ก็เลยจะเกิดปัญหา ตีความว่าสถานที่จัดการประชุมนั้นอยู่ที่ไหนนะครับ เพราะฉะนั้น ผมถึงขอเสนอให้เขียนไว้ในมาตรา ๓ เป็นคํานิยามว่า สถานที่จัดการประชุม หมายความว่า ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ความเรื่องนี้ไม่ได้หยิบขึ้นมาลอย ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของบันทึกแนบท้ายความตกลงของรัฐบาลไทยกับสํานักงานเลขาธิการไซเตส เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พูดถึงกําหนดการการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ หรือไซเตส คอป ๑๖ และการประชุมเกี่ยวข้องว่าจัดที่ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร และในสภาพความเป็นจริงก็คือจะใช้ศูนย์ประชุมแห่งนี้ ซึ่งได้มีการเตรียม ความพร้อมแล้วในวันที่ ๒-๑๔ เพราะฉะนั้นเพื่อให้กฎหมายนี้มีความครบถ้วนก็ต้องเขียนว่า สถานที่จัดการประชุมหมายถึงอย่างที่ผมได้นําเรียนแปรญัตติไว้ ถ้าหากว่าไม่ใส่นิยามไว้ ก็ต้องไปแก้ในมาตรา ๔ เพราะในมาตรา ๔ ไม่ได้เขียนว่าสถานที่จัดการประชุมอยู่ที่ไหนครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานคณะกรรมาธิการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในประเด็นดังกล่าวทางกรรมาธิการก็ได้พิจารณากันโดยรอบคอบนะครับ แล้วก็คิดว่าหากระบุไว้ในคํานิยามในมาตรา ๓ อาจจะเกิดปัญหาเหตุที่อาจไม่คาดคิดได้ เช่นกรณีไฟไหม้สถานที่ประชุมศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งอาจจะมีปัญหาที่เรา ไม่คาดคิดได้ จึงไม่นิยามเอาไว้อย่างนี้นะครับท่านประธาน นี่คือเหตุผลที่ทางกรรมาธิการ ได้สรุปเอาไว้ครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๖๓/๓
เชิญครับ ท่านอภิชาต
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมเข้าใจดีนะครับว่าอาจจะมีเหตุจําเป็นที่จะมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ประชุม แต่เนื่องจากว่าการประชุมครั้งนี้เรายังผูกพันกับการให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่ค่อนข้าง ละเอียดอ่อน และจําเป็นต้องระบุสถานที่ไว้ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กมลทิพย์ ๖๔/๑ ถ้าไม่ระบุไว้จะเกิดปัญหาว่าการที่ให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันนั้นให้เอกสิทธิ์คุ้มกัน ณ บริเวณใด ที่ใด กราบเรียนกับท่านประธานว่าการประชุมครั้งนี้ สถานที่การประชุมครั้งนี้เสมือนหนึ่ง เรายกอํานาจอธิปไตยให้กับสํานักเลขาธิการไซเตสไปบริหารจัดการ อันนี้ความสําคัญ อยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ระบุไว้เราก็ไม่รู้ว่าจะยกอํานาจอธิปไตยเหนือดินแดนไทย ให้กับไซเตสบริเวณไหน ถามว่าถ้าเกิดว่ากรณีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์มีปัญหา ผมก็คิดว่าเขียนไว้ในคํานิยามก็ได้ว่าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร หรือสถานที่อื่นที่อาจจะอะไรก็ว่าไป ซึ่งผมคิดว่ากฤษฎีกาก็มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้นะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กฎหมายคงไม่ต้องเขียนรายละเอียดถึงขนาดนั้นหรอกครับ เพราะว่า ตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงนั้นผมคิดว่าน่าจะครอบคลุมสมบูรณ์แล้วครับ เพราะว่าในกฎหมายนี้คงไม่ต้องไปกําหนดรายละเอียดถึงขนาดสถานที่ประชุมนะครับ ถ้าเกิดปัญหาสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นมาจะต้องย้ายที่ประชุม แล้วในกรณีพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทางผู้รักษาการสามารถออกข้อกําหนดได้อยู่แล้ว ผมว่าไม่จําเป็นหรอกครับ มันเป็น รายละเอียดปลีกย่อยจนเกินไป ในลักษณะของกฎหมายไม่เคยมีเขียนลักษณะนี้ ขอบคุณครับ
พอรับได้ นะครับท่านอภิชาต เอาตามนี้นะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่มีปัญหาครับท่านประธาน รับได้ แต่อีกสักครู่เมื่อเข้าสู่มาตรา ๔ จําเป็นต้องตัดข้อความบางอย่างในมาตรา ๔ ออกไป เพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่พวกเรา ในที่ประชุมนี้เห็นร่วมกันว่าไม่ต้องกําหนดสถานที่ประชุม และต้องรับผิดชอบด้วยว่าเอกสิทธิ์ และการคุ้มกันนั้นนับจากนี้ไปเราไม่รู้สถานที่นะครับ อันนี้ต้องเป็นความรับผิดชอบ ของสภาแห่งนี้ร่วมกัน สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กมลทิพย์ ๖๔/๒
เชิญท่านเลขาธิการต่อเลยครับ
มาตรา ๔ เพื่อให้การคุ้มครองการประชุมภาคีอนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุม ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ ของคณะกรรมการบริหารอนุสัญญาในประเทศไทยบรรลุตาม ความมุ่งประสงค์ ให้สถานที่จัดการประชุมและบุคคลดังต่อไปนี้ที่เข้าร่วมและปฏิบัติหน้าที่ ในการประชุมดังกล่าวได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในความตกลงระหว่าง รัฐบาลไทยกับสํานักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ เรื่องการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุมครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ ของคณะกรรมการบริหารอนุสัญญา ซึ่งทําขึ้นเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
(๑) ผู้แทนของรัฐภาคีอนุสัญญาที่ได้รับแต่งตั้งโดยถูกต้อง
(๒) ผู้สังเกตการณ์ขององค์การสหประชาชาติ ทบวงการชํานัญพิเศษ แห่งสหประชาชาติ และทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ รวมไปถึงผู้แทนของรัฐอื่นใด ที่มิได้เป็นภาคีอนุสัญญาที่เข้าร่วมประชุมในฐานะผู้สังเกตการณ์
(๓) ผู้แทนของหน่วยงานหรือองค์กรที่มีคุณสมบัติเชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้าน การคุ้มครอง การอนุรักษ์ หรือการจัดการเกี่ยวกับสัตว์ป่าหรือพืชป่าตามประเภทที่กําหนดไว้ ในข้อ ๑๑ วรรคเจ็ด ของอนุสัญญา ที่เข้าร่วมประชุมในฐานะเป็นผู้สังเกตการณ์
(๔) เจ้าหน้าที่ของสํานักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ และเจ้าหน้าที่ที่รัฐบาลไทยจัดหาให้สํานักเลขาธิการ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ที่มาปฏิบัติหน้าที่ เกี่ยวกับการประชุม สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๖๕/๑
เชิญท่านประธานครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ทางคณะกรรมาธิการขอแก้ไขก่อนนะครับ ในมาตรา ๔ เพื่อให้ไปสอดคล้อง กับตอนที่แก้ไขมาตรา ๓ เพื่อให้การคุ้มครองการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้า ระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุม คณะกรรมการบริหารอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ ในประเทศไทย แล้วอีกข้อความหนึ่งก็คือท้ายของ มาตรา ๔ เรื่องการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุมคณะกรรมการบริหารอนุสัญญาว่าด้วย การค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ ในประเทศไทย แก้ไข ๒ จุดครับ
ท่านวินัย ก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมใคร่ขออภิปรายกราบเรียนถามต่อท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ และ/หรือ ท่านรัฐมนตรีดังต่อไปนี้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรเสียกระผมก็ให้การสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะความจริงเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมาผมได้ไปประชุมที่ต่างประเทศที่ประเทศอินโดนีเซีย ให้การสนับสนุนการประชุมเรื่องนี้ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งผมได้ไปพูดแทนรัฐบาล แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แม้กระทั่งในประเทศไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้เดือนสองเดือนที่ผ่านมากลุ่มมูลนิธิฟรีแลนด์ ฟาวน์เดชัน มาจัดประชุมโหมโรง ในประเทศไทยเกี่ยวกับไซเตส กระผมก็ได้ไปประชุมแทนท่านรัฐมนตรีแล้วก็ผู้แทนรัฐบาลไทย ให้การสนับสนุน ถึงแม้ว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านจะได้อภิปรายแสดงถึง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๖๕/๒ ความห่วงใยว่าในการประชุมไซเตสในประเทศไทยนี้ รัฐบาลไทยจะได้ให้ความคุ้มกัน ได้ให้เอกสิทธิ์แก่ผู้ที่เข้ามาประชุมหรือว่าฝ่ายเลขาธิการของสหประชาชาติไซเตสมากน้อย เท่าไร จะกระทบกระเทือนกับกฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศไทยหรือไม่ แม้จะยัง คลางแคลงใจอยู่เราก็คงจะปิดกั้นเราคงจะหยุดไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ได้ผ่านรัฐธรรมนูญ ตามนัยมาตรา ๑๙๐ ไปแล้วคือรัฐสภาให้ความเห็นชอบในการที่จัดให้มีการประชุมไซเตส การประชุมไซเตสที่กําลังจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ใช้เวลานานมากเกือบ ๒ สัปดาห์ แล้วก็จะมี ประเทศต่าง ๆ มาประชุมเกือบ ๆ ๒๐๐ ประเทศ จะมีผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศต่าง ๆ จากเอ็นจีโอ (NGO) จากองค์กรอิสระต่าง ๆ ทั่วโลกมากมาย เข้าใจว่าคนจะมาประชุม ก็ร่วม ๆ เกือบ ๆ ๒,๐๐๐ คน ท่านประธานที่เคารพครับ มีประเด็นหนึ่งที่เรายังไม่ได้แตะ กันเลย ยังไม่ได้พูดถึงกันเลย การประชุมไซเตสที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกภาคีอยู่ครั้งนี้ ก็คงจะไม่ใช่เป็นครั้งสุดท้ายในประเทศไทย เพราะประเทศไทยนั้นเป็นศูนย์กลางของการค้า สัตว์ป่าและพืชพันธุ์ที่ค่อนข้างหายาก แล้วก็เป็นข่าวที่ค่อนข้างฉาวโฉ่ไปทั่วโลก เพราะฉะนั้น ทั่วโลกองค์การสหประชาชาติก็คงจะอาศัยประเทศไทยเป็นเวที เพราะมันเป็นจุดศูนย์กลาง ที่คนสนใจเรื่องการทําลายสัตว์ป่าและพืชพันธุ์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ให้หมดไปเร็วขึ้น สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๖๖/๑ กระผมอยากจะขอกราบเรียนถามว่าการประชุมครั้งนี้ต้องใช้ระยะเวลานานแล้วก็ผู้ร่วมประชุมมาก และตามข้อตกลงที่ทางฝ่ายไทยได้ไปลงนามกับเลขาธิการไซเตส ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ลงนามไปแล้วนี่มันมีพันธะผูกพันเกี่ยวกับข้อปฏิบัติทางด้านการเงินอยู่มากมายเหลือเกินครับ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมครั้งนี้จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายมากมายมหาศาล ผมพูดอย่างนั้นนะครับ แต่ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่รู้ว่ากี่ร้อยล้านบาท อาจจะ ๒๐๐ ล้านบาท ๑๕๐ ล้านบาท ผมไม่ทราบ อย่างน้อยที่สุดที่กระผมกราบเรียนถามก็เพราะด้วยหวังว่าการประชุมอย่างนี้ คงจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายสําหรับประเทศไทย อย่างน้อยที่สุดถ้าเราจะจัดการประชุมอย่างนี้ สุ่มเสี่ยงต่อการผิดรัฐธรรมนูญในเรื่องการคุ้มกัน ในเรื่องการคุ้มครองคนต่างชาติ แล้วอย่างน้อย ก็ขอให้เรารู้ว่าการประชุมอย่างนี้เรามีค่าใช้จ่ายมากน้อยเท่าใด เราควรจะเปรียบเทียบกับ ผลได้ผลเสียให้ถี่ถ้วนก่อนที่รัฐบาลไทย ก่อนที่ฝ่ายไทยจะไปลงนามกับเลขาธิการไซเตสในครั้งหน้า ซึ่งไม่ทราบว่าอีกกี่ปีจะเกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายที่กระผมได้กราบเรียนนี้มีมากมายจริง ๆ ท่านครับ ท่านลองอ่านดูในความตกลงระหว่างไทยกับสํานักเลขาธิการของไซเตสมีหยุมหยิมนะครับ ผมยกตัวอย่างเพียงว่าเราฝ่ายไทยจะต้องจัดค่าใช้จ่ายสําหรับตั้งสํานักงานเป็นที่ประสานงาน มีคนที่เก่งภาษาอังกฤษรู้เรื่องอย่างดีเป็นตัวประสาน ค่าจัดสถานที่ ค่าสิ่งอํานวยความสะดวก ระหว่างประชุมก็ต้องมีการจัดแปลเป็น ๓ ภาษาเป็นอย่างน้อย ต้องจัดสิ่งอํานวยความสะดวก มีวิทยุ มีโทรทัศน์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง จัดให้มีการขนย้ายเครื่องมืออุปกรณ์จากกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเครื่องมือของสํานักเลขาธิการไซเตสนี้ไม่ว่ามาหรือกลับ ค่าใช้จ่ายการขนย้ายประเทศไทยต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น
เอามาตรา ๔ ก่อนนะครับ
อันนี้ก็เป็นมาตรา ๔ ครับ นี่เป็น มาตรา ๔ ซึ่งเขียนไว้ในเรื่องการคุ้มครองครับ อยู่ในมาตรา ๔ ท่านครับ ผมไม่ได้ออก อยู่ใน มาตรา ๔ วรรคแรก ผมยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายสารพัด ค่าพาหนะ ค่าสนามบิน ค่าเจ้าหน้าที่ ค่าขนย้ายกระเป๋า สารพัดอย่าง นอกจากนี้ก่อนประชุม ๗๕ วันต้องมัดจําเขา ๒๔๖,๔๔๑ เหรียญ เขียนไว้ชัดเจน และเมื่อประชุมเสร็จค่าใช้จ่ายจริงเท่าไร ภายใน ๑๘๐ วันเขาจะส่งบิล (Bill) มาเก็บจากรัฐบาลไทย นี่เป็นเพียงตัวอย่างนะครับ ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่าเราต้อง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๖๖/๒ รับผิดชอบค่าใช้จ่าย คําถามผมกราบเรียนถามไปที่ท่านกรรมาธิการ หรือท่านรัฐมนตรีก็คือว่า ค่าใช้จ่ายในการจัดการประชุมครั้งนี้ทั้งหมดที่ฝ่ายประเทศไทยรับผิดชอบเป็นเงินประมาณ เท่าไร อย่างน้อยเป็นตัวเลขสําหรับครั้งหน้า อีก ๕ ปี ๑๐ ปี หรือเมื่อไรก็แล้วแต่ที่สภา จะต้องพิจารณาว่าเราจะรับเป็นเจ้าภาพจัดประชุมครั้งนี้อย่างนี้อีกหรือไม่ จะได้เป็นข้อมูล ในการที่จะใช้ประกอบการพิจารณา กระผมขอกราบเรียนถามมาด้วยความเคารพอย่างสูง ครับท่านประธาน
ท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๔ ๒ ประเด็นสั้น ๆ ครับ
ประเด็นแรก ในการแก้ไขคําให้สอดคล้อง ซึ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้เสนอถ้อยคําแล้ว เรียนปรึกษาท่านนะครับ เนื่องจากว่ามาตรา ๓ นี้ท่านมีการกําหนด นิยามคําว่า การประชุม เอาไว้แล้วครับ เพราะฉะนั้นในการเอ่ยถึงอีกครั้งในช่วงมาตรา ๔ นี้ ท่านใช้เพียงแต่คําสั้น ๆ ว่า การประชุม ก็สามารถที่จะทําให้ถ้อยคํานั้นมีความชัดเจนอยู่แล้ว เพราะปกติเมื่อกําหนดนิยามต้องใช้ครับ ฉะนั้นอันนี้ก็สุดแล้วแต่ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
ประการต่อมา จําเป็นที่จะต้องพูดเพื่อให้บันทึกนะครับ ผมไม่เห็นด้วย กับการร่างกฎหมายลักษณะแบบนี้ของกระทรวงการต่างประเทศในมาตรา ๔ เพราะเนื่องจากว่า ในการที่จะให้สิทธิพิเศษความคุ้มกันต่าง ๆ นี้นะครับ ซึ่งมีการลงนามกันโดยท่านทูตธานี เป็นการลงนามระหว่างทูตของประเทศไทยกับทางเลขาธิการไซเตส เขาก็จะไปอ้างถึง สิทธิประโยชน์ความคุ้มกันต่าง ๆ ของสหประชาชาติ ซึ่งในเล่มนี้ก็จะบอกว่าความคุ้มกัน ของสหประชาชาติอ้างเฉพาะ เขียนเฉพาะแต่ว่าไซเตสไปอ้างของยูเอ็น (UN) แต่ไม่ได้บอกว่า ยูเอ็นไส้ในมีอะไรบ้าง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๖๗/๑ คราวนี้วิธีการในกฎหมายลักษณะแบบนี้ที่มีการจํากัดสิทธิของประชาชน ถ้าเป็นไปได้ในคราวหน้า คราวนี้ด้วยความเห็นใจรัฐบาลจริง ๆ ว่ามีความจําเป็นเร่งด่วนที่จะต้องออกนะครับ พูดตรง ๆ เพราะการประชุมมันใกล้แล้ว ถ้าเที่ยวหน้ากรุณาทําให้ละเอียดใส่ให้ครบ เรื่องใดบ้าง ที่อยู่ในข้อตกลงของสหประชาชาติที่จะอ้างถึงกรุณานํามาใส่ในนี้ครับ เพราะไม่อย่างนั้น อ้างกันเป็นทอด ๆ ไปเราไม่รู้เลยว่าตกลงแล้วเราอนุวัตการเรื่องใดบ้าง อย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านบุญยอด แล้วก็ไปท่านศุภชัย ท่านวัชระ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ มาตรา ๔ คําว่า การประชุม ได้นิยามแล้ว ผมตัดอย่างนี้ให้กระชับเลยนะครับ เพื่อให้การคุ้มครอง การประชุมบรรลุตามความมุ่งประสงค์ ข้ามมาเลย บรรลุตามความมุ่งประสงค์ให้สถานที่ จัดการประชุมและบุคคลดังต่อไปนี้เข้าร่วมและปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมดังกล่าว ได้รับเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับสํานักเลขาธิการอนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ แล้วตัดต่อไปเลยนะครับ กลับมาอีกครั้งหนึ่งก็คือ ซึ่งทําขึ้นเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ครับ เพราะฉะนั้นคําว่า การประชุม มันครอบคลุมไว้แล้ว ผมตัดก็คือ ภาคีอนุสัญญา ในบรรทัดที่ ๑ จนถึงคําว่า ในประเทศไทย และกลับมาที่ ๓ บรรทัดท้ายก่อนหน้า (๑) ตัดคําว่า เรื่องการประชุมภาคี จนถึงคําว่า บริหารอนุสัญญา อันนั้นตัดทิ้งครับ
ท่านประธานครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ไม่ขัดข้องที่จะตัดนะครับ เพราะว่า ถ้อยคําความหมายไม่เปลี่ยนแปลงครับ
ท่านศุภชัยครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๖๗/๒
ท่านประธานครับ ศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะถามท่านกรรมาธิการว่าท่านให้เอกสิทธิ์ และความคุ้มกัน หมายถึงให้ทั้งสถานที่ประชุมและบุคคลใช่ไหมครับ ตัวสถานที่ประชุม ได้รับอะไรที่เป็นเอกสิทธิ์หรืออะไรที่เป็นความคุ้มกัน ที่ผมถามตรงนี้ก็คือความจริงแล้ว สถานที่ประชุมน่าจะได้รับเฉพาะความคุ้มกันเท่านั้นหรือเปล่า ที่ถามท่านก็คือเอกสิทธิ์ กับความคุ้มกันต้องถามกฤษฎีกาครับว่ามันมีความแยกกันอย่างไร ผมเข้าใจว่าบุคคล คือผู้เข้ามาประชุมจะได้รับทั้งเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน แต่เฉพาะสถานที่ประชุมนี่ได้ทั้งคู่หรือเปล่า เพราะที่ท่านร่างมาในมาตรา ๔ บอกว่าให้สถานที่จัดการประชุมและบุคคลต่อไปนี้ที่เข้าร่วม และปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมดังกล่าวได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน นั่นแปลว่าเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันให้ทั้งสถานที่ประชุมและตัวบุคคลคือผู้เข้าร่วมประชุม เพราะฉะนั้นท่านช่วย ชี้แจงให้ผมได้ความกระจ่าง ด้วยความโง่เขลาเบาปัญญาให้กระจ่างขึ้นมาหน่อยเถอะครับ
๒. ก็คือผมขอถามต่อเลยครับว่าการใช้ถ้อยคําตรงนี้เมื่อสักครู่ขออนุญาต ท่านบุญยอดท่านก็ผ่านไปแต่ผมสะดุดอยู่พอท่านอ่าน ก็คือใช้ข้อความว่า บรรลุตามความมุ่งประสงค์ ความมุ่งประสงค์นี่มันเป็นความ หรือมันเป็นการ หรืออะไร ความประสงค์กับความมุ่งหมาย หรือเอา ๒ คํามารวมเป็นความมุ่งประสงค์ พอมุ่งประสงค์แล้วเอาความใส่ข้างหน้าหรือเปล่า ควรจะใช้ถ้อยคําอย่างไรดีครับ ความประสงค์ก็ความประสงค์ไหมครับ หรือตามความมุ่งหมาย ก็ความมุ่งหมาย อันนี้ผมว่าเหมือนกับเป็นคําที่พูดแล้วพูดจาไพเราะแต่ผมว่าถ้าบัญญัติไว้ ในคํากฎหมาย ผมพยายามเปิดพจนานุกรมก็ยังไม่พบคําว่า ความมุ่งประสงค์ มันไม่มีเลย ท่านเอามุ่งหมายกับความประสงค์มารวมกันเป็นหนึ่งเดียว รวมเป็นความมุ่งประสงค์ ซึ่งผมว่า มันไม่ใช่ถ้อยคําทางกฎหมายครับ เพราะฉะนั้นฝากท่านด้วย
เรื่องสุดท้ายก็คืออย่างที่ท่านอรรถวิชช์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้อภิปราย ไปแล้ว จริง ๆ แล้วถ้าคราวต่อไปก็คงฝากเหมือนกันก็คือว่าอ่านข้อความตรงนี้แล้ว ในมาตรา ๔ สรุปว่าไม่ทราบเลยว่าท่านมีความตกลงเรื่องอะไรกัน พอไปอ่านเรื่องความตกลงก็พบว่า ท่านก็ไปอ้างเรื่องอนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของสหประชาชาติที่ได้มีการรับรอง โดยสมัชชาแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๙ เพราะฉะนั้นก็คงต้องฝาก สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๖๗/๓ ครับว่ามาตรา ๔ นี้อ่านแล้วไม่ได้ความเลยครับว่าความหมายมันมีว่าอย่างไร เพราะฉะนั้น ก็ขอความกรุณาผมฝาก ๒ เรื่อง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๖๘/๑
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของเอกสิทธิ์และความคุ้มกันควรเขียนแยกได้ไหมครับ ระหว่างสถานที่ประชุมกับผู้เข้าร่วมประชุม
เรื่องที่ ๒ ก็คือความมุ่งประสงค์ ถ้าท่านคิดว่ามันเป็นภาษาไทยที่ไม่ถูกต้อง ก็อยากจะขอให้แก้ให้มันถูกต้องครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านอภิชาต
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๔ เมื่อมีการปรับแก้ดังที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กรุณาทบทวนแล้วผมคิดว่าก็น่าจะมีความกระชับ แต่อยากเรียนท่านประธานว่าวงเล็บคําว่า (CITES) ไม่มีความจําเป็นที่จะต้องวงเล็บเลยนะครับ เพราะ ๑. เป็นภาษาอังกฤษ ๒. ไม่มีนัยต่อกฎหมายฉบับนี้เลยเราอ้างทุกคําเป็นภาษาไทย ภาคีอนุสัญญาว่าด้วยอะไรต่าง ๆ ในทุกที่ที่วางไว้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นภาษาอังกฤษวงเล็บ คําว่า (CITES) ควรจะตัดออก
ประการที่ ๒ เมื่อสักครู่นี้ผมได้พูดถึงสถานที่จัดการประชุม แล้วก็ยอมว่า ไม่เขียนไว้ในมาตรา ๓ ก็ด้วยความเคารพเพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ แต่อยากเรียนกับ ท่านประธานว่าในมาตรา ๔ นี้ความเขาต้องการบอกว่าบุคคลและสถานที่จะได้รับ การคุ้มครองตามอนุสัญญาเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของสหประชาชาติ นี่คือสรุปความสั้น ๆ อนุสัญญาเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของสหประชาชาตินั้นถูกระบุไว้ในความตกลงระหว่าง รัฐบาลไทยกับไซเตสเรียบร้อยแล้ว ถามว่าในอนุสัญญานั้นจะคุ้มครองอะไรในการประชุม ครั้งนี้ครับ จะมีการคุ้มครองใน ๘ ประเด็นใหญ่ ๆ ๗ ประเด็นเป็นเรื่องของตัวบุคคล อีก ๑ ประเด็นเป็นการคุ้มครองสถานที่การประชุม มาดูเฉพาะการคุ้มครองสถานที่ การประชุมว่าเขาคุ้มครองอะไร เขาคุ้มครองว่า เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาว่าด้วย เอกสิทธิ์และความคุ้มกันของสหประชาชาติ สถานที่และอาณาบริเวณสําหรับการประชุม คอป ๑๖ ที่ระบุไว้ในวรรคสองของข้อ ๔ จะถือเปรียบเสมือนเป็นสถานที่และอาณาบริเวณ ของสหประชาชาติ นี่ผมถึงบอกว่าสถานที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ต่อไปนี้จะเป็น สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๖๘/๒ สถานที่และอาณาบริเวณของสหประชาชาติตามมาตรา ๒ ข้อ ๓ แห่งอนุสัญญาเมื่อปี ๒๔๘๙ การเข้าถึงสถานที่และอาณาบริเวณจะต้องอยู่ภายใต้อํานาจและการควบคุมของ สํานักเลขาธิการ นี่คือยกอํานาจอธิปไตยเหนือดินแดนของการประชุมให้กับสํานักเลขาธิการ ไซเตสเรียบร้อย เว้นแต่เป็นการดําเนินการในกรณีฉุกเฉิน หมายถึงว่ามีเหตุการณ์วุ่นวาย นั่นละตํารวจไทยถึงจะเข้าไปได้ สถานที่และอาณาบริเวณเหล่านั้นจะไม่ถูกละเมิดในช่วง ระหว่างการประชุมและการประชุมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงช่วงเวลา สถานที่ และอาณาบริเวณ เหล่านั้นอยู่ระหว่างการใช้สอยของสํานักเลขาธิการไซเตส นอกเหนือจากวันที่ ๒-๑๔ มีนาคมด้วย นี่คือความสําคัญที่ผมถึงอยากกราบเรียนกับท่านประธานว่าถ้าเราไม่ระบุสถานที่การประชุม แล้วคนไทยจะเสียสิทธิ คือไม่รู้ว่าอํานาจอธิปไตยที่เรายกให้กับสํานักเลขาธิการไซเตสนั้น มันอยู่ตรงไหนในแผ่นดินนี้ แต่เมื่อผ่านไปแล้วกระผมก็ไม่ขอไปรื้อฟื้น แต่อยากให้บันทึก ให้ที่ประชุมนี้ได้เข้าใจไว้ ขอบคุณครับ
ท่านวัชระครับ เดี๋ยวจะได้ตอบทีเดียวเลย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนคําแปรญัตติของท่าน ส.ส. บุญยอด สุขถิ่นไทย ซึ่งได้แปรญัตติไปแล้ว และท่านประธานก็ดําเนินการด้วยความเป็นธรรมมองตาก็รู้ใจ ผมขออภิปรายเพียงเท่านี้ ขอขอบคุณ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๖๙/๑
เชิญท่านกฤษฎีกาครับ
ขออนุญาตที่ประชุมนะคะ สําหรับประเด็นแรก ในเรื่องของการใช้ถ้อยคําบรรลุผลตามความมุ่งประสงค์ ตรงนี้จะเป็นการแปลมาจาก คําภาษาอังกฤษว่า เพอร์โพส (Purpose) ซึ่งในกฎหมายคุ้มครองการดําเนินงานของ องค์การระหว่างประเทศในทุกฉบับก็จะใช้ถ้อยคํานี้ แล้วกฎหมายฉบับนี้ก็เป็นกฎหมาย ที่เรามีหลักการเดียวกับกฎหมายคุ้มครองการประชุมในครั้งที่ ๑๓ เราก็ได้ใช้ถ้อยคําเดียวกัน แล้วก็เป็นการแปลมาจากถ้อยคําภาษาอังกฤษว่าเพอร์โพส ตรงนี้ตัวร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็ได้เดินตามกฎหมายฉบับอื่น ๆ
สําหรับกรณีของสถานที่จัดการประชุม ถ้าจะให้พิจารณาจากตัวความตกลงแล้ว ก็จะเห็นได้ว่ามันอยู่ในหมวดเรื่องของเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในหน้า ๑๑ ข้อ ๘ ก็จะกําหนดไว้ว่า ให้สถานที่แล้วก็อาณาบริเวณตรงนี้ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามอนุสัญญาสหประชาชาติ ซึ่งกรณีของอนุสัญญาฉบับดังกล่าวนี้เองเราเคยมีพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงาน ของสหประชาชาติและทบวงการชํานัญพิเศษในประเทศไทย ซึ่งรายละเอียดของอนุสัญญา เรื่องสหประชาชาติในฉบับดังกล่าวจะอยู่ในพระราชบัญญัติปี ๒๕๐๔ การให้ความคุ้มกัน สถานที่จัดการประชุมนั้น ถ้าดูจากมาตรา ๔ จะเห็นได้ว่าเรากําหนดไว้ว่าให้เป็นไปตามที่ระบุ ในความตกลง แต่ในความตกลงนี้เองจะมีการแนบรายละเอียดของข้อกําหนดการประชุมไว้ด้วย ซึ่งเป็นรายละเอียดของสถานที่ที่เราจะให้ความคุ้มกันแล้วก็จะกําหนดอยู่ในสารบัญหน้า ๑๕ ก็จะมีกําหนดไว้ว่า พื้นที่และอุปกรณ์ที่จัดเตรียมโดยประเทศเจ้าภาพ ตรงนี้ก็จะมีห้องประชุม มีพื้นที่และห้องอื่น ๆ แล้วก็มีสํานักงาน ซึ่งตรงนี้ก็จะมีการกําหนดสถานที่ไว้ว่าสถานที่ใด ที่ใช้ในการจัดการประชุม
สําหรับกรณีเรื่องของความคุ้มกันอย่างที่เรียนไปเมื่อสักครู่ ในกรณีของ สถานที่ก็คงเป็นเรื่องที่เราให้ความคุ้มกัน กําหนดให้สถานที่นั้นเป็นสถานที่ที่จํากัดบุคคลใด จะเข้าไปไม่ได้โดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๖๙/๒
ในส่วนของมาตรา ๔ เมื่อสักครู่ในเรื่องการใช้บทนิยามคําว่า การประชุม ในส่วนตอนท้ายของมาตรา ๔ ซึ่งมีการกําหนด ขออนุญาตนะคะ มาตรา ๔ บรรทัดที่ ๔ ในเรื่องของได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในความตกลง ตรงนี้เนื่องจากว่า ความตอนท้ายนี้จะเป็นชื่อของความตกลง ก็จะเป็นความตกลงระหว่างรัฐบาลไทย กับสํานักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยที่ชื่อความตกลงจะมี (CITES) ไว้ด้วย ตรงนี้จึงได้ระบุไว้ให้เป็นไปตามชื่อ ของความตกลงที่ถูกต้องนะคะ
นอกจากนี้ในส่วนของชื่อเรื่อง เนื่องจากความตกลงอาจจะมีในหลายเรื่อง เพราะฉะนั้นในส่วนเรื่องการประชุมตรงนี้ก็ขอให้คงในจุดนี้ไว้เท่านั้น ก็จะเป็นเรื่อง การประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุมคณะกรรมการบริหารอนุสัญญา ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ เพื่อให้เป็นไปตามชื่อความตกลง
เชิญท่านกรรมาธิการ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขออนุญาตเสริมในเรื่องของสถานที่จัดประชุมนะครับ เนื่องจาก สถานที่จัดประชุมนี้ในความตกลงได้กําหนดไว้กว้าง ๆ ก็คือการประชุมคอป ๑๖ จัดขึ้นที่ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๒-๑๔ มีนาคม แล้วก็คําตกลงในการประชุมนี้ รัฐบาลไทยจะต้องจัดหาสถานที่ให้ ซึ่งตรงนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรามีคณะกรรมการในการคัดเลือกแล้วก็แจ้งให้กับสํานักเลขาธิการไซเตสเป็นทางการว่า ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก็จะมาผูกพันตรงนี้ครับ
ท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๖๙/๓ เมื่อสักครู่นี้ผมได้เสนอให้ถ้อยคํามีการสอดรับ เนื่องจากมีการกําหนดนิยามแล้วก็ให้บีบลงมา ก็เห็นสอดรับนะครับ เพราะว่าในส่วนท่อนแรกของมาตรา ๔ เป็นการประชุมนี้เราย่อได้ แต่ท่อนหลังเป็นชื่อเรื่องไม่ควรย่ออยู่แล้วครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๗๐/๑
อีกประการหนึ่งที่ผมได้อภิปรายและทิ้งข้อสังเกตเอาไว้ เมื่อสักครู่นี้กฤษฎีกา ตอบแล้วไม่ค่อยสบายใจนักแต่ว่าต้องพูดนิดหนึ่งนะครับ คือถ้าท่านมีการอ้างอิง เนื่องจาก ที่ผมได้พยายามจะบอกว่าความคุ้มกันต่าง ๆ เมื่อไปอ้างความคุ้มกันที่เซ็นระหว่างทูตไทยกับ เลขาธิการไซเตส เขาก็ไปอ้างความคุ้มกันที่เป็นไปตามกฎสหประชาชาติที่ตกลงกันเอาไว้ แต่ท่านบอกผมว่าตรงสหประชาชาติมีการออกกฎหมายเป็นพระราชบัญญัติเพื่อสอดรับ เรียบร้อยแล้ว วันหลังเวลาท่านร่างหรือเวลาท่านไปตกลงกับฝรั่งต่างประเทศเขาท่านก็ต้อง อ้างถึงพระราชบัญญัติของเราให้เป็นไปในการสอดรับ และเวลาท่านออกกฎหมายอนุวัตการ ท่านก็อ้าง พ.ร.บ. สิครับมันจะได้กระชับและสั้นได้ แต่ถ้าท่านไปอ้างในข้อตกลงแล้วอ้างกัน หลายชิ่งไปไกล ๆ แล้วไม่ใส่รายละเอียดอย่างนี้คนอ่านเขาไม่เข้าใจครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านเลขาธิการเชิญเลยครับ
มาตรา ๔ เพื่อให้การคุ้มครองการประชุมบรรลุตามความมุ่งประสงค์ ให้สถานที่จัดการประชุมและบุคคลดังต่อไปนี้ที่เข้าร่วมและปฏิบัติหน้าที่ในการประชุม ดังกล่าว ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในความตกลงระหว่างรัฐบาลไทย กับสํานักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เรื่องการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุมคณะกรรมการบริหาร อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ ซึ่งทําขึ้นเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖
ท่านอภิชาตครับ
เพื่อความรอบคอบครับ ท่านประธาน ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ความตกลงเป็นชื่ออย่างนี้นะครับ ความตกลงระหว่างรัฐบาลไทย และสํานักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๗๐/๒ ที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เกี่ยวกับการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ครั้งที่ ๑๖ และการประชุมคณะกรรมการ บริหารครั้งที่ ๖๓ และ ๖๔ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย วันที่ ๒-๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ นี่คือชื่อของความตกลงครับ ที่มาก็คือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ถูกต้องไหม เชิญท่านเลขาธิการ
มาตรา ๔ เพื่อให้การคุ้มครองการประชุมบรรลุตามความมุ่งประสงค์ ให้สถานที่จัดการประชุมและบุคคลดังต่อไปนี้ที่เข้าร่วมและปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมดังกล่าว สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๗๑/๑ ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับสํานักเลขาธิการ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เกี่ยวกับการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุมคณะกรรมการบริหารอนุสัญญาว่าด้วยการค้า ระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ ซึ่งทําขึ้น เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖
กราบเรียนท่านประธานครับ ขอ อนุญาตนิดหนึ่ง ไม่ใช่ครับ ชื่อมันอยู่ในนี้ ท่านประธานลอกไปได้เลยครับ ความตกลงระหว่าง รัฐบาลไทยกับสํานักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืช ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เกี่ยวกับการประชุมสมัยสามัญภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่าง ประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ครั้งที่ ๑๖ และการประชุม คณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย วันที่ ๒-๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ ถ้าจะใส่ว่า ซึ่งทํากันเมื่อวันที่ ๑ ก็แล้วแต่ หรือจะไม่ใส่ก็แล้วแต่ แต่ว่า ชื่อมันเป็นอย่างนี้ครับ แล้วผมก็ยังสับสนอยู่ด้วยว่าชื่อนี่มันชื่อ คณะกรรมการบริหาร หรือว่า คณะกรรมาธิการบริหาร มีเอกสาร ๒ ฉบับที่ไม่ตรงกัน
ได้ไหม ท่านเลขาธิการ เจอหรือยังครับ อ่านอีกรอบ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ คืออย่างนี้ครับ ผมเข้าใจว่า ท่านอภิชาตพยายามที่จะเอาตัวแปลอันนี้หน้า ๖ ขึ้นมาแล้วก็บอกว่าเป็นข้อตกลงที่เซ็น คราวนี้ประเด็นอย่างนี้ครับ อ้ายฉบับแปลนี้มันเป็นฉบับแปลไม่เป็นทางการเพื่อประกอบ การพิจารณา ถูกไหมครับ ทีนี้ถ้อยคํามันก็ไม่จําเป็นที่จะต้องล้อตามนี้เป๊ะหรอกครับ ถ้าเกิดว่า มันมีความไม่เข้าใจนะครับ ทีนี้ต้องถามว่าทางคณะกรรมาธิการเห็นอย่างไร ท่านตัดสินใจ เถอะครับ เพราะว่าอันนี้เป็นคําแปลอย่างไม่เป็นทางการครับ ขอบพระคุณครับ
กฤษฎีกา ตอบครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๗๑/๒
ขออนุญาตนะคะ ชื่อความตกลงนี้เนื่องจากว่าในฉบับที่แปลนี้ จะเป็นฉบับที่แปลจากกระทรวงการต่างประเทศ แต่พอมาพิจารณาแล้วความตกลง โดยปกติก็คือระหว่างใครกับใคร เพราะฉะนั้นจึงได้ใช้คําว่า ระหว่างรัฐบาลไทยกับสํานักเลขาธิการ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงได้แปลเป็นคําว่า กับ สําหรับกรณีรีการ์ดดิง (Regarding) ก็สามารถที่จะ แปลได้ทั้ง เรื่อง หรือว่า เกี่ยวกับ ตรงนี้ก็สามารถที่จะแก้ไขได้นะคะ สําหรับความตอนท้าย ที่ว่าจะกําหนดไว้หรือไม่ว่าจัดที่ใด ตรงนี้เนื่องจากเห็นว่าไม่ใช่สาระสําคัญของชื่อความตกลง เพราะชื่อความตกลงเป็นเรื่องของการประชุมครั้งที่เท่าไร และครั้งที่เท่าไร ดังนั้นจึงได้ระบุ แล้วก็จบเพียงแค่ว่าการประชุมครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ สําหรับคําว่า ซึ่งทําขึ้นเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์นั้น เป็นวันที่มีการลงนามในความตกลงฉบับนี้ เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งจําเป็นที่จะต้อง กําหนดไว้ว่าเป็นความตกลงที่มีการทําขึ้นเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ก็ขอกราบเรียน ข้อมูลเพิ่มเติมเท่านี้ค่ะ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๗๒/๑
ท่านอรรถวิชช์แล้วเดี๋ยวท่านเชิดชัย ทีละคนครับ
อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคประชาธิปัตย์ นิดเดียวละครับ อันไหนเป็นคําแปลทางการที่เป็นชื่อของเขาก็อันนั้นละครับ ท่านประธาน ง่ายที่สุดครับ
คุณหมอเชิดชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ นี่ละที่ผมพูดหลายทีคือการดูกฎหมายต้องดูทั้งฉบับ ความจริงถ้าอ่านใหม่ ทั้งหมดมันคอมพลีท (Complete) หมดเลยนะครับ คือเรียบร้อย เพราะฉะนั้นการที่ไปเพิ่ม นิยามก็เลยเกิดปัญหา ผมอยากให้ท่านดูในเหตุผลนะครับ ท่านตัวแทนกฤษฎีกานะครับ ท่านทางกระทรวงการต่างประเทศนะครับ ท่านใส่มาในเหตุผล ท่านฟังนะครับ เพราะท่าน ไปอะไรก็ไม่รู้ผมรําคาญนะครับ คือมันเป็นการจัดประชุมธรรมดาแค่นั้นเอง ผมจัดประชุม ของสมาคมหมอผ่าหัวใจแล้วก็มีคนต่างชาติมาเยอะแยะ ๒,๐๐๐ กว่าคนก็เหมือนกัน ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลยครับ เพราะฉะนั้นเหตุผลมันตรงไปตรงมาครับ ผมอยากให้ท่านใช้ เวิร์ดดิง (Wording) ในเหตุผลนะครับท่านกฤษฎีกา อันนั้นละถูกต้องเลยนะครับ มีเหตุผล และประกอบกับหลักการ อันนี้เป็นสิ่งที่ถูก แต่พอท่านไปเขียนในร่างพระราชบัญญัติเข้าไป แล้วมันไม่ตรงกับเหตุผลที่ท่านเขียนมาก็แก้ไปตรงนั้นมันก็จบแล้วครับท่านประธาน ไม่ต้องไปเรื่องมาก ขอบคุณครับ
เชิญท่านเลขาธิการอ่าน
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดเดียว ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ คือผมเสนอให้ตัดคําว่า (CITES) ออกไป แต่ทางกฤษฎีกาชี้แจงว่า (CITES) ตัดไม่ได้ เพราะว่า มันเป็นชื่อความตกลง พอบอกว่าเป็นชื่อความตกลงผมก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นก็เอาชื่อความตกลง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๗๒/๒ ให้ถูกต้อง ตกลงจะเอาอะไรครับ คือถ้าจะไม่เอาชื่อความตกลงอย่างเป็นทางการ เอาตาม ที่เข้าใจ ก็เอาตามที่เข้าใจก็ไม่ต้องใส่คําว่า (CITES) คําในเหตุผลก็ไม่ต้องใส่คําว่า (CITES) เลย เพราะมันเป็นภาษาอังกฤษ แต่ถ้า (CITES) นี้จําเป็นต้องดํารงอยู่เพราะว่ามันเป็นชื่อ ความตกลงก็ต้องเขียนความตกลงให้ชัด เหตุที่ต้องเขียนความตกลงให้ชัดเพราะว่า มันไปผูกพันว่าในความตกลงนี้มันมีการคุ้มกันโดยอนุสัญญาเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ของสหประชาชาติในบางเรื่องอยู่ มันไม่ใช่ทุกเรื่องนะครับ ในบางเรื่อง ใน ๘ หมวด อย่างที่ผมเรียนท่านประธานว่า ๗ หมวดเป็นเรื่องบุคคล ๑ หมวดเป็นเรื่องของสถานที่ ความผูกพันนี้มันเป็นลําดับมา ไม่ใช่อยู่ ๆ แล้วก็อ่านกฎหมายไม่รู้ ดูกฎหมายไม่เป็น ไม่ใช่หรอกครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านเลขาธิการแก้แล้วใช่ไหม อ่านตามนั้นเลยครับ
มาตรา ๔ เพื่อให้การคุ้มครองการประชุมบรรลุตาม ความมุ่งประสงค์ ให้สถานที่จัดการประชุมและบุคคลดังต่อไปนี้ที่เข้าร่วมและปฏิบัติหน้าที่ ในการประชุมดังกล่าว ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในความตกลงระหว่าง รัฐบาลไทยและสํานักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธ์ (CITES) เกี่ยวกับการประชุมสมัยสามัญภาคีอนุสัญญาว่าด้วย การค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ครั้งที่ ๑๖ และการประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ ซึ่งทําขึ้นเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖
เลขาธิการต่อเลยครับ
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
จบการพิจารณา เรียงมาตรานะครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๗๒/๓
ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ จะมีสมาชิกท่านใดแก้ไขหรือไม่ครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๗๓/๑
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มี ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สอง ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมจะเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สามหรือไม่ครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เข้าห้องประชุมครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมกลับเข้าห้องประชุมนะครับ ขอมตินะครับ ท่านที่เข้ามาแล้วกรุณานั่ง แล้วก็เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ เชิญครับ เสียบบัตรแสดงตนตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยแล้ว ส่งผลคะแนนครับ ๒๖๘ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๗๓/๒
ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมครับ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ยังมี ท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนไหมครับ เรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ ผู้เข้าประชุม ๒๙๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นะครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๗๓/๓
ต่อไปตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพ อาหารสัตว์ พ.ศ. .... แทนตําแหน่งที่ว่างลง
ด้วยหนังสือจากประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. .... แจ้งว่าขอให้ตั้งคณะคณะกรรมาธิการแทนตําแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ได้ลาออกจากตําแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันว่าพ้นจาก กรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๙๙ (๓) ตําแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ขอเสนอตั้ง นายอนันต์ ศรีพันธุ์ แทนตําแหน่งที่ว่างครับ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เป็นอันว่านายอนันต์ ศรีพันธุ์ ได้เป็นกรรมาธิการนะครับ ท่านสมาชิกครับ วันนี้พอสมควรครับ ปิดการประชุมครับ