ประเสริฐ บุญชัยสุข หารือเรื่องราคาอ้อยและน้ำตาล และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการช่วยเหลือชาวไร่อ้อย
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญชัยสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้มาตอบกระทู้ถามสดของท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่าน ที่ได้ห่วงใยเกษตรกรชาวไร่อ้อย ผมอยากจะขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า อ้อยและน้ําตาล สผ ๖/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๑๗/๒ จะมีกฎหมายพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาล ได้กําหนดโครงสร้างของคณะกรรมการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการที่จะพิจารณาราคาอ้อยขั้นต้น ราคาอ้อยขั้นสุดท้ายซึ่งคณะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาล ปี ๒๕๒๗ จะมี ๕ คณะด้วยกัน นั่นก็คือคณะกรรมการอ้อย คณะกรรมการน้ําตาลทราย คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทราย และคณะกรรมการบริหารเงินกองทุน ราคาอ้อยขั้นต้นก็จะผ่านการพิจารณาของ คณะกรรมการบริหาร ซึ่งจะมีองค์ประกอบที่จะนําไปคํานวณเป็นราคาอ้อยขั้นต้น เขาก็จะดูที่ ประมาณการผลผลิตอ้อยของฤดูการผลิตนั้น ดูค่าความหวานเฉลี่ยของอ้อย ดูปริมาณ การที่เป็นผลผลิตน้ําตาล ประมาณการราคาส่งออกอ้อย อัตราการแลกเปลี่ยนต่อเงินสกุล ดอลลาร์ แล้วก็ราคากากน้ําตาลเฉลี่ย องค์ประกอบเหล่านี้จะได้รับการพิจารณา จากคณะกรรมการบริหาร สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๑๘/๑ ซึ่งคณะกรรมการบริหารก็จะมีชาวไร่อ้อย ๕ ท่าน จะมีจากโรงงาน ๔ ท่าน ส่วนราชการ ๓ คน แล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิ ๑ คน การพิจารณาก็จะพิจารณากันโดยใช้องค์ประกอบที่ผมได้ กราบเรียนไป ผลการพิจารณาในเบื้องต้นก็ได้ราคาอ้อยขั้นต้นที่เหมาะสม ซึ่งเป็นราคา ประมาณการจากราคาที่คาดการณ์เอาไว้ก็อยู่ที่ ๙๕๐ บาท เมื่อได้ราคานี้เสร็จแล้วก็จะบอก แจ้งไปยังสมาคมชาวไร่อ้อยซึ่งเป็นตัวแทนของชาวไร่อ้อย บอกไปยังสมาคมโรงงาน แล้วก็ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ได้รับทราบ และในขณะเดียวกันก็จะได้มีการประชุมแล้วก็ทํา ประชาพิจารณ์ คนที่เห็นด้วยก็มาให้ความเห็น คนที่ไม่เห็นด้วยก็คัดค้านได้นะครับ ผลการประชุม ของคณะกรรมการ ๓ ฝ่ายก็ได้ข้อยุติว่าราคาที่เหมาะสมก็จะอยู่ที่ ๙๕๐ บาทต่อตันอ้อย ณ ระดับความหวานที่ ๑๐ ซี.ซี.เอส. นะครับ ซึ่งราคานี้ได้คิดในการที่มีปัจจัยความเสี่ยง หลายด้านที่แตกต่างจากฤดูการผลิตปีที่ผ่านมา นั่นก็คือการแข็งค่าของเงินบาท ราคา แนวโน้มน้ําตาลตลาดโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบจากภัยแล้งที่เกิดขึ้นทําให้ปริมาณ อ้อยที่คาดว่าจะได้รับลดลง แล้วก็ผลผลิตน้ําตาลทรายก็ลดลงไปด้วย เมื่อได้ราคาที่ ๙๕๐ บาทต่อตันอ้อย ก็ได้นําเสนอต่อคณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทรายให้รับทราบ พิจารณาทบทวนกันอีกครั้งหนึ่ง คณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทรายก็จะมีตัวแทนจาก ชาวไร่อ้อย ๙ คน ตัวแทนจากโรงงาน ๗ คน ส่วนราชการ ๕ คนนะครับ เมื่อหลาย ๆ ฝ่าย พิจารณาแล้วว่าเป็นราคาที่เหมาะสมก็ได้นําเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อเสนอไปแล้วก็มี หนังสือสอบถามความเห็นไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลาย ๆ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง สํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สํานักงบประมาณ ก็ได้สอบถามหมดนะครับ ทุกส่วน ก็ได้มีหนังสือแสดงความเห็นว่าราคาที่เสนอไป ๙๕๐ บาทต่อตันอ้อย ณ ระดับความหวานที่ ๑๐ ซี.ซี.เอส. เป็นราคาที่เหมาะสมนะครับ ผมได้นําเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ตอนนั้นยังไม่ทราบว่าท่านจะยื่นกระทู้ถามนะครับ แต่ว่าพอมีความเห็นจาก สศช. ว่าราคาที่ นําเสนอไปไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริงที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้ปลูกนะครับ ก็ได้มีการหารือกันอีก ครั้งหนึ่งจนกระทั่ง สศช. ก็เห็นว่าราคาที่คิดคํานวณจากองค์ประกอบต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทรายเป็นราคาที่เหมาะสมนะครับ จึงได้นํามาขอรับ ความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และในวันนั้นก็มีการพูดถึง สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๑๘/๒ ราคาต้นทุนการผลิตอ้อยที่แท้จริงเป็นไปตามที่ท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ท่านได้บอกว่าอยู่ที่ ๑,๑๙๖ บาท ซึ่งต่างจากราคาอ้อยขั้นต้นมาก และคณะรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ไปพิจารณาในการที่จะหาเงินเพิ่มค่าอ้อยให้กับเกษตรกร ซึ่งผมอยากจะขอกราบเรียน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่าเงินเพิ่มค่าอ้อยจะได้รับการพิจารณาให้กับพี่น้องชาวไร่อ้อย ทุกปี บางปีเพิ่มมากเพิ่มน้อยก็อยู่ที่ข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นองค์ประกอบในการนํามาคํานวณ ราคานะครับ และทางท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐมนตรีก็ได้กําชับให้กระทรวงอุตสาหกรรม ได้นําไปพิจารณาหาราคาเงินเพิ่มค่าอ้อยต่อตันให้เร็วที่สุดนะครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๑๙/๑ ซึ่งก็คิดว่าน่าจะไม่เกิน ๒-๓ สัปดาห์ วันนี้เราได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อที่จะพิจารณา หาแนวทางเงินเพิ่มค่าอ้อยขึ้นมา ก็จะมีท่านเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการอ้อย และน้ําตาลทรายเป็นประธาน มีตัวแทนจากชาวไร่อ้อย ๓ คน มีตัวแทนจากโรงงานน้ําตาล ๓ คน ซึ่งก็จะได้รีบเร่งให้พิจารณาโดยด่วน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้บรรเทาความเดือดร้อนของ พี่น้องเกษตรกร ส่วนตัวผมก็ได้รับคําร้องขอจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่าน ที่อยู่ในเขตการปลูกอ้อย แล้วนอกจากนั้นก็จะมีสมาคมชาวไร่อ้อยทุกภาคจะมาพบแล้วก็พูดคุย กัน เราก็นําข้อเท็จจริงทั้งหลายมาคุยกัน หลาย ๆ ท่านเข้าใจว่าขณะนี้รัฐบาลก็ดี คณะรัฐมนตรีเองก็ดี แล้วก็เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นห่วงนะครับ ก็พยายามใน การที่จะหาเงินเพิ่มค่าอ้อยให้กับชาวไร่อ้อย ส่วนราคาเงินเพิ่มที่ชาวไร่อ้อยต้องการก็คือ ๒๕๐ บาทต่อตันอ้อย แต่คณะกรรมการจะพิจารณาเป็นราคาที่เท่าไรที่เหมาะสมก็ต้องรอฟัง คณะกรรมการผู้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แต่ผมก็ได้ย้ํานะครับว่าให้ประมาณการราคาอ้อย ขั้นสุดท้าย ลองประมาณการดูแล้ว เพื่อที่จะได้นํามาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการที่จะ พิจารณาเงินเพิ่มค่าอ้อยให้กับชาวไร่อ้อยเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม ที่คุ้มทุนการผลิต แล้วชาวไร่ อ้อยสามารถที่จะประกอบอาชีพปลูกอ้อยได้อย่างมั่นคง แล้วในขณะเดียวกันก็ต้องดู เสถียรภาพทางด้านราคาอ้อยและน้ําตาลนะครับ แล้วในขณะเดียวกันก็จะได้สร้างขีด ความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้ จึงขอกราบเรียนท่านผู้ถามกระทู้ในเบื้องต้นไว้ ก่อนครับ ขอบคุณครับ