ชวลิต วิชยสุทธิ์ ยื่นกระทู้ถามรองนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างอาคารที่ทําการสถานีตํารวจทดแทน และหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงวิธีการประมูลสัญญาจ้างงานที่สถานีตํารวจ โดยเรียกร้องให้รับผิดชอบผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีนี้
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมได้ยื่นกระทู้ถามสดต่อท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง เพื่อตรวจสอบการบริหารงบประมาณในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ตามอํานาจหน้าที่ ของฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องโครงการก่อสร้างอาคาร ที่ทําการสถานีตํารวจทดแทน จํานวน ๓๙๖ แห่ง จะเป็นข่าวคราวปรากฏในสื่อมวลชน หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันก็มีการยื่นกระทู้ถามสดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ถึง ๒ ครั้งในระยะเวลาอันไล่เลี่ยกัน วันนี้กระทู้ถามนี้ก็เป็นกระทู้ถามที่ ๒ ที่ต่อเนื่องกันมา แสดงว่าเรื่องนี้อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน อยู่ในความสนใจของสื่อมวลชน ผมจําเป็นจะต้องสอบถามกระทู้ถามสด เพราะกระผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับในสถานการณ์จริง อยู่ ๒ สถานะและไม่เคยปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชน
ในสถานะแรก ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่ากระผมเป็นกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้แสดงความเห็นพร้อมกับเพื่อนกรรมาธิการสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณให้กับ สตช. เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของทางราชการและประชาชน ได้แสดงความเห็นให้ สตช. แยกการประมูลเป็นรายภาค อย่ารวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลาง โดยมีเหตุผล ๒ ประการครับ ท่านประธาน
ประการแรก เพื่อความรวดเร็วของโครงการ เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ และประชาชน
แต่ประการสําคัญเป็นประการที่ ๒ ครับท่านประธาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ผู้ประกอบการรับจ้างทํางานในพื้นที่ในแต่ละจังหวัดได้ดําเนินการ ก็จะเกิดการหมุนเวียน ทางด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ นี่ที่ได้อภิปรายไว้เป็นหลักฐาน
ในสถานะที่ ๒ กระผมเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานขึ้นมาพอดี ท่านประธานเจริญ จรรย์โกมล เป็นประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณในขณะนั้น ท่านเจริญ จรรย์โกมล สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๒๗/๓ ได้ติดตามการบริหารงบประมาณโครงการก่อสร้างสถานีตํารวจ ๓๙๖ แห่งอย่างเข้มข้น โดยในวันพฤหัสบดีที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๓ ท่านได้เชิญผู้แทนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ กระผมขออนุญาตท่านประธานอ่านประเด็นที่ท่านประธานเจริญ ได้ถามผู้แทนสํานักงานตํารวจแห่งชาติดังนี้ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๒๘/๑ วันนั้นประชุมวันพฤหัสบดีที่ ๔ มีนาคม ท่านเจริญได้ถามประเด็นมีอยู่ว่า มี ๒ นายพลตํารวจ มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ และรับกันว่าให้จัดซื้อจัดจ้างกระจายออกไป แต่ปรากฏว่าวันนี้จะ เอามารวมแล้วก็ประมูลที่ส่วนกลาง ตอนเช้าได้ถาม ผอ. รุจิราจากสํานักงบประมาณว่าเป็นเรื่องจริง หรือไม่ เขาบอกว่าจริง ตํารวจรับปากจริง ผู้แทนจาก สตช. ยศพลตํารวจโท ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ได้มาชี้แจงต่อท่านเจริญ จรรย์โกมล ประธานคณะกรรมาธิการขณะนั้นว่าจากการตรวจสอบ เอกสารพอรับไปตรงนั้นก็รีบนําเรียนท่าน ผบ.ตร. ท่านก็ไปดําเนินการขออนุมัติเพื่อจะสร้าง สถานีตํารวจโดยกระจาย ๙ ภาค แล้วก็ทราบว่าได้อนุมัติในหลักการ จากนั้นท่านเจริญ จรรย์โกมล ประธานคณะกรรมาธิการก็ได้สรุปเพื่อบันทึกในรายงานการประชุมไว้เป็นหลักฐาน นี่คือสิ่งที่ปรากฏเป็นข้อเท็จจริงว่าท่านเจริญได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ผม นําข้อเท็จจริงในคณะกรรมาธิการ ทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญและคณะกรรมาธิการสามัญ มานําเรียนต่อที่ประชุมก็เพื่อให้เห็นว่าฝ่ายนิติบัญญัติได้ตรวจสอบและให้คําเสนอแนะ ต่อฝ่ายประจําในการใช้จ่ายงบประมาณ กระผมมั่นใจว่าฝ่ายประจําไม่กล้าบิดพลิ้วต่อคํามั่น ที่ให้ไว้ต่อฝ่ายนิติบัญญัติ การเปลี่ยนแปลงหลักการในวิธีการประมูลเป็นเรื่องผิดปกติที่น่าจะ มีเจตนาพิเศษที่วิญญูชนอาจคาดการณ์ได้ว่าจะนําไปใช้ประโยชน์เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ สิ่งที่ผมอยากจะสอบถามท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า จากการสอบสวนข้อเท็จจริงจนถึงขณะนี้ ประจักษ์พยานเห็นชัดเจน ภาพความเสียหายปรากฏทั่วประเทศจากเหนือจรดใต้ ถามว่าใคร จะต้องรับผิดชอบบ้าง ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจํารับผิดชอบอย่างไร และรับผิดชอบเมื่อไร ขอถามเป็นคําถามแรก