สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อภิปรายเรื่องชื่อร่างพระราชบัญญัติ และหารือเกี่ยวกับการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ พร้อมเสนอข้อเสนอเพื่อแก้ไขและเพิ่มความในวรรคสองของอารัมภบทเพื่อระบุว่า พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิ เสรีภาพของบุคคล

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ผมได้อภิปรายไว้เมื่อวานนี้ใน ๒ ประเด็นนะครับ ในเรื่องของชื่อร่างพระราชบัญญัติ ทีนี้เมื่อทางคณะกรรมาธิการสามัญคือคณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปพิจารณาในจุดนี้ไม่ได้มีการแก้ไข ผมก็เห็นด้วย ก็จะไม่ติดใจในเรื่องของชื่อร่างพระราชบัญญัติ

แต่ทีนี้ในประเด็นเรื่องอารัมภบทซึ่งมีว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการประชุมภาคีอนุสัญญา ดังกล่าว ครั้งที่ ๑๖ ในประเทศไทย เดิมผมเห็นว่าจําเป็นต้องระบุให้ชัดเจนว่ามีความจําเป็น เร่งด่วนที่ต้องออกกฎหมายฉบับนี้ แต่เมื่อในส่วนของคณะกรรมาธิการเห็นว่าไม่จําเป็นต้องปรับปรุง ตรงนี้ผมก็เคารพ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ในบทบัญญัติของกฎหมายฉบับนี้ก็คือ มาตรา ๔ ซึ่งเป็นมาตราที่มีความสําคัญที่สุด อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญ ผมเกรงว่ากฎหมายนี้จะถูกตีความว่าขัดกับรัฐธรรมนูญในทีหลัง จึงเห็นควร ให้เพิ่มความในอารัมภบทเข้าไป ความที่จะมีปัญหาในเรื่องของการจํากัดสิทธิเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญนี้ ก็เนื่องจากว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการจัดประชุมตามความตกลงระหว่าง รัฐบาลไทยและสํานักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือสํานักเลขาธิการไซเตส (CITES) นี่นะครับ เป็นการประชุม ตามความตกลงอันนี้ ความตกลงอันนี้เราได้มีการเซ็นลงนามเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ โดยนายธานี ทองภักดี เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจําสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ฝ่ายหนึ่ง กับนายจอห์น สแกนลอน เลขาธิการไซเตสอีกฝ่ายหนึ่ง เนื้อความที่มีความสําคัญทั้งหมดนี้ทั้ง ความตกลงนี้มันไปเป็นส่วนหนึ่งของมาตรา ๔ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๔๙/๑ ก็คือต้องทําตามข้อตกลงนี้ มีบทบัญญัติบางประการในความตกลงนี้ ซึ่งผมคิดว่าจะถูกนํามาใช้ ในการประชุมครั้งนี้ก็คือในข้อ ๘ รัฐบาลไทยต้องจัดหาตํารวจรักษาความปลอดภัยเท่าที่จําเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าการประชุมคอป ๑๖ (COP16) คือประชุมภาคีอนุสัญญา ครั้งที่ ๑๖ นี่นะครับ จะดําเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพในบรรยากาศของความปลอดภัยและความสงบ ปราศจาก การรบกวนใด ๆ ในขณะที่ตํารวจรักษาความปลอดภัยจะอยู่ภายใต้การดูแลและควบคุม โดยตรงของเจ้าหน้าที่อาวุโสที่จัดหาโดยรัฐบาลไทย เจ้าหน้าที่นี้จะทํางานประสานใกล้ชิดกับ เจ้าหน้าที่อาวุโสของสํานักเลขาธิการที่ได้รับมอบหมายและต้องใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี นั่นข้อหนึ่ง

และในข้อ ๖ เรื่องของความรับผิดชอบต่อความเสียหาย ระบุว่ารัฐบาลไทย จะมีสิทธิในการใช้มาตรการใด ๆ ตามสมควรในการป้องกันภัยที่อาจเกิดกับสถานที่ประชุม บุคคล และทรัพย์สินภายในสถานที่จัดประชุมคอป ๑๖ หลังจากหารือกับสํานักเลขาธิการแล้ว ท่านประธานครับ รัฐบาลจะต้องใช้มาตรการที่ไปควบคุมเพื่อให้การประชุมดําเนินไปด้วย ความเรียบร้อย ผมคิดว่าจาก ๒ ข้อในข้อตกลงนี้ และเมื่อมาปรากฏในมาตรา ๔ ซึ่งจะต้อง ทําให้การประชุมสําเร็จไปได้ด้วยความเรียบร้อยนี่นะครับ จําเป็นที่อาจจะต้องมี การปฏิบัติการบางอย่างที่อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๔ ขออนุญาต ท่านประธานได้พิจารณาตามไปพร้อม ๆ กัน ก็คือว่า มาตรา ๓๒ บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพ ในชีวิตและร่างกาย ในวรรคสอง การจับและการคุมขังบุคคล จะกระทํามิได้ เว้นแต่มีคําสั่ง หรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ วรรคสาม การค้นตัวบุคคล หรือการกระทําใดอันกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะกระทํามิได้ เว้นแต่มีเหตุ ตามที่กฎหมายบัญญัติ เหตุนี้มีโอกาสจะเกิดขึ้นในระหว่างการประชุม ในระหว่างที่จะมีผู้มา แสดงความคิดเห็นคัดค้านหรือสนับสนุนและกระทบต่อการประชุมในช่วงวันเวลาดังกล่าว นี่คือสิ่งที่จะกระทบกับสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ในมาตรา ๓๔ บุคคลย่อมมี เสรีภาพในการเดินทางและมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ภายในราชอาณาจักร วรรคสอง การจํากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะจํากัดมิได้ แน่นอนครับท่านประธาน ในระหว่าง การประชุมมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งที่เป็นผู้แทนจากรัฐภาคีอนุสัญญา ทั้งผู้สังเกตการณ์ ทั้งผู้เข้าร่วมต่าง ๆ ประมาณ ๓,๐๐๐ คนนี่ บางพื้นที่อาจจะต้องถูกจํากัดไว้ให้กับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๔๙/๒ ผู้เข้าร่วมประชุม นั่นหมายความว่าสิทธิเสรีภาพในการเข้าออกของคนไทย ซึ่งเป็นสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญนี้จะต้องถูกระงับไว้เป็นการชั่วคราว กราบเรียนกับท่านประธานว่า บทบัญญัติใน ๒ มาตรานี้จะต้องถูกกระทบจากการออกกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้น เพื่อความรอบคอบและไม่ให้เกิดปัญหาทีหลัง และเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุม ผมถึงขอแปรญัตติในส่วนนี้นะครับ ก็คือการเพิ่มความในวรรคสอง ของอารัมภบทไว้ว่า พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิ เสรีภาพของบุคคลตามมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๔ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้ โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงนําเรียนท่านประธานให้มีการเพิ่มเติมปรับแก้เพื่อความสมบูรณ์ของกฎหมายฉบับนี้ ขอบคุณครับ