อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อภิปรายว่ากฎหมายฉบับนี้มีความเห็นขัดแย้งกัน จึงเสนอให้พิจารณาเป็น ๓ วาระรวดโดยอ้างกรณีในอดีตที่พรรคฝ่ายค้านเคยเดินออกจากการประชุมเมื่อไม่ได้รับสนับสนุนการกู้เงิน พร้อมทั้งหารือเรื่องกฎหมายบำเหน็จบำนาญที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและเสนอให้แก้ไขโดยระบุมาตราที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชี้แจงข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของตัวแทนไทยในอนุสัญญาไซเตส โดยอ้างเอกสารการประชุมว่าไม่ครอบคลุมและไม่คุ้มครองเฉพาะสถานที่อย่างถูกต้อง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ คือสืบ เนื่องจากเมื่อวานที่มีความตั้งใจจะให้เป็น ๓ วาระรวดในการพิจารณานั้นต้องบอกว่า ทําได้ยากเพราะกฎหมายฉบับนี้มีความเห็นที่ขัดแย้งกัน สมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็เคยมีเรื่อง ๓ วาระรวด ๒ ครั้งที่ได้มีการกล่าวอ้างกันไป
เรื่องแรกคือเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการกู้เงินซึ่งในคราวนั้นไม่ได้รับ การสนับสนุนและมีการวอล์ค เอาท์ (Walk out) ออกไป ออกไปจากพรรคฝ่ายค้านเลยมี ความจําเป็นที่จะต้องผ่านในการเป็น ๓ วาระรวด
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเห็นพ้องต้องกันนั่นก็คือ เรื่องของกฎหมายบําเหน็จบํานาญ ซึ่งอันนั้นก็ผ่าน ๓ วาระรวดเพราะไม่มีใครติดใจ แต่กฎหมายฉบับนี้มีคนติดใจเยอะ เพราะฉะนั้นการรวบรัดเป็น ๓ วาระรวดจึงมีปัญหา แบบเมื่อวานนี้ พอมาถึงวันนี้ก็มาสู่ที่เรียกว่าพยายามจะทําให้เร็วที่สุดก็เลยมาดูว่ากฎหมาย ฉบับนี้มีอะไรที่เรียกว่าเป็นข้อน่าโต้แย้ง ผมต้องเรียนกับท่านประธานแบบนี้ครับ ขออนุญาต เอ่ยนาม สิ่งที่ท่าน ส.ส. อภิชาตจากพรรคประชาธิปัตย์พยายามจะบอกว่ามีบทบัญญัติ บางประการในกฎหมายฉบับนี้ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นจะต้องใส่กฎหมาย รัฐธรรมนูญในมาตรานั้น ๆ ลงไปด้วยให้มีความครบถ้วนมีความจําเป็นจริง ๆ เพราะว่า สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๕๔/๒ เอกสิทธิ์และความคุ้มกันในการประชุมไซเตสที่จะมีขึ้นในประเทศไทยเขาจะได้รับเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันจํานวนพอสมควร เอกสิทธิ์และความคุ้มกันของเขาได้มาจากไหน ก็ได้มาจากที่ท่านตัวแทนของประเทศไทยเราก็คือท่านทูตธานี ทองภักดี ท่านไปเซ็นเอาไว้กับ เลขาธิการไซเตสซึ่งจะเป็นข้อตกลงเรื่องเกี่ยวกับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ซึ่งพอไปดูว่า เอกสิทธิ์และความคุ้มกันระหว่างเลขาธิการไซเตสกับตัวแทนประเทศไทยเซ็นด้วยกัน ไปอ้างอิงเอกสิทธิ์และความคุ้มกันจากไหน ก็ไปอ้างอิงเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ตามอนุสัญญาของสหประชาชาติที่ชื่อว่าอนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ของสหประชาชาติ พอไปดูต่อว่ารายการมีอะไรบ้าง ซึ่งการร่างกฎหมายแบบนี้โดยกระทรวง การต่างประเทศผมคิดว่าไม่ครอบคลุม สิ่งที่ท่านควรจะร่างที่มันควรจะเป็นท่านควรจะเขียน อารัมภบทว่าไปกระทบกระเทือนมาตราไหนที่ท่านอภิชาตเสนอ ๒. ตัวรายละเอียดข้างในนั้น จะต้องเอามาให้เห็นว่าเรื่องใดบ้างที่ได้รับการคุ้มครอง ได้รับเอกสิทธิ์ ท่านอ้างแต่เพียง อนุสัญญาอย่างเดียวแล้วไม่บอกว่าเสียประโยชน์อะไรบ้างก็ไม่ควรนะครับ ถ้าท่านประธานได้มี โอกาสและเพื่อนสมาชิกได้ดูมีเอกสารบนโต๊ะหน้าตาแบบนี้นะครับ เล่มสีส้มท่านเปิดไปที่หน้า ๑๐ กับหน้า ๑๑ เล่มนี้นะครับหน้า ๑๐ กับหน้า ๑๑ ครับ เป็นรายการเรื่องของเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันที่บอกว่าคุ้มกันเฉพาะสถานที่ไม่จริงนะครับ ในเอกสารไม่ได้เขียนแบบนั้นเลย
เรื่องที่ ๑ เอกสิทธิ์และความคุ้มกันเขาบอกว่าอย่างนี้ครับ รัฐบาลไทยจะต้อง นําบทบัญญัติของอนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของสหประชาชาติที่ได้มี การรับรองโดยสมัชชาแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๙ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม มันมีอะไรบ้างไส้ในทําไมไม่เขียนเข้ามาในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ครบถ้วน
เรื่องที่ ๒ ผู้สังเกตการณ์ได้รับการคุ้มกันจากกระบวนการทางกฎหมาย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้ถ้อยคําด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษร แปลว่าอะไรครับ แปลว่าประชุมกันได้รับเอกสิทธิ์ ได้รับเอกสิทธิ์หมายความว่าอย่างไร เหมือนวันนี้ที่เรา ประชุมกันในสภาผู้แทนราษฎรวันนี้เวลาตําหนิซึ่งกันและกันทุกคนมีเอกสิทธิ์หมดฟ้องกัน ไม่ได้เพราะเป็นเอกสิทธิ์ตามกฎหมาย เหมือนกันละครับเจ้าหน้าที่ที่เขามาประชุมเขาก็มี เอกสิทธิ์เหมือนการที่จะพูดพาดพิงใครก็ได้ เขามีเอกสิทธิ์แล้วจะบอกว่าเฉพาะแต่เรื่อง สถานที่ได้อย่างไร สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๕๔/๓
เรื่องที่ ๓ ในการเข้ามาต้องได้รับการตรวจลงตราหรืออนุญาตให้เข้าเมือง ตามจําเป็นโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมอย่างรวดเร็วที่สุด ขีดเส้นใต้คําว่า ที่สุด เท่าที่จะทําได้ เห็นไหมครับ
เรื่องที่ ๔ ความคุ้มกันจากกระบวนการทางกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับการให้ถ้อยคํา วาจา หรือลายลักษณ์อักษร และการกระทําทั้งปวงที่ตนได้กระทํา ในตําแหน่งหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประชุม สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๕๕/๑
เรื่องที่ ๕ เอกสาร เครื่องมือ วัสดุที่จําเป็นสําหรับการประชุม ตลอดจน เอกสารและเครื่องมือติดตามตัวที่นําติดตัวมากับผู้แทนของสื่อมวลชนที่มาร่วมประชุม ได้รับการอนุญาตให้นําเข้าและออกจากประเทศไทยโดยปราศจากข้อจํากัด และอากรในการ นําเข้าหรือส่งออก
เรื่องที่ ๖ เรื่องเงินแล้วครับ การนําเงินส่วนที่เหลือที่นําเข้ามาและไม่ได้ใช้จ่าย ในการประชุมให้นําออกประเทศไทยได้โดยปราศจากข้อจํากัด
เรื่องที่ ๗ เป็นเรื่องของเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในเรื่องการอํานวยความสะดวก ตามความจําเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างอิสระในการประชุม และการประชุมที่เกี่ยวข้อง แปลว่าอะไรครับ แปลว่าระหว่างทางจากโรงแรมไปที่ประชุมได้รับเอกสิทธิ์ในการคุ้มครอง ไหมครับ ผู้แทนแต่ละคนจําเป็นต้องมีรถตํารวจนําไหมครับ
เรื่องที่ ๘ อันนี้สําคัญครับ เขาให้เสมือนว่าสถานที่อาณาบริเวณนั้นเป็นของ สหประชาชาติ ประชุมตรงไหนนี่เขาถือว่าไม่ได้เป็นดินแดนประเทศไทยแล้วนะครับ เป็นสหประชาชาติครับตรงนั้น แล้วกฎเกณฑ์ที่ต้องใช้คืออะไรครับ ก็คือกฎของสหประชาชาติ ฉะนั้นผมถึงบอกท่านประธานว่าในเล่มนี้ของเราเองท่านพิมพ์แจก หน้า ๑๐ กับหน้า ๑๑ ก็บอกว่าสิทธิและความคุ้มกันคืออะไรบ้าง และมันไม่ได้มีเฉพาะแต่เรื่องสถานที่ครับ มันมีเรื่องของสิทธิเรื่องอื่นเข้าไปด้วย เพราะฉะนั้นถ้าจะร่างนี่ขอโทษทีนะครับ กระทรวงการต่างประเทศกรุณาร่างด้วยความรอบคอบ และที่ท่านอภิชาตนั้นได้เสนอว่า บทบัญญัติบางอันขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตามปกติแล้วเราร่างกฎหมายนี่อะไรที่เป็นการขัด ต่อเสรีภาพจะทําได้ก็ต่อเมื่อมีบทบัญญัติกฎหมายครับ แล้วก็ต้องมีมาตรานั้น ๆ ระบุเอาไว้ด้วย ในอารัมภบทก็ควรจะทําให้ถูกต้อง และสิ่งที่สําคัญไส้ในที่ได้รับสิทธิในการที่ได้รับอิมมูนิตี (Immunity) คราวนี้ เอกสิทธิ์คราวนี้ขอประทานโทษนะครับ ช่วยกรุณาใส่ว่ามีรายการ อะไรบ้าง เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายอนุวัตการครับ ท่านจะไปอ้างอิงอนุสัญญาที่เซ็นกัน ระหว่างท่านทูตธานีกับเลขาธิการของไซเตสเขานี่มันไม่พอนะครับ ถ้าท่านใส่หมดผมคิดว่า ทุกคนเข้าใจเราจะได้รู้ว่าเสียสิทธิได้สิทธิอะไรบ้าง แล้วจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปในการประชุม และขอชื่นชมนะครับทางคณะกรรมาธิการท่านก็พูดดีนะครับ ท่านให้ความเห็นว่าเที่ยวหน้า ก็ควรจะทําอีกในกรณีของการประชุมที่ได้รับเอกสิทธิ์ก็ควรจะมาทําแบบนี้แล้วควรจะเป็นไป สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๕๕/๒ ด้วยความรวดเร็ว ก็เห็นด้วยแต่ต้องใส่ให้ชัด วันนี้เราใส่ไม่ชัดเลยครับ ถึงเป็นข้อถกเถียงว่า ทําไมเมื่อวานนี้ไม่สมควรที่จะผ่าน ๓ วาระครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ