กษิต ภิรมย์ แสดงความกังวลเกี่ยวกับการประชุมสหประชาชาติที่พัทยา และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำข้อตกลงกับกาตาร์ในการจัดประชุม และดูแลความปลอดภัยและความคุ้มครอง โดยเฉพาะการให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของสหประชาชาติ ค.ศ. 1946 และป้องกันการละเมิดสิทธิเสรีภาพของคนไทย และการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มี ๓-๔ ประเด็นที่จะขอถามแล้วก็เสนอแนะด้วยนะครับ
ประเด็นแรก ก็คงเหมือนกับท่านวิชาญ ขอเอ่ยนามนะครับ ที่เพิ่งพูด เมื่อสักครู่นี้ คือการประชุมคอปครั้งสุดท้ายมีขึ้นที่ประเทศกาตาร์ ขอเรียนถามท่านรัฐมนตรี แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย และคณะกรรมาธิการว่าทางไซเตสได้มีข้อตกลงกับรัฐบาล กาตาร์ในการจัดประชุมครั้งที่แล้วหรือไม่ ถ้าเผื่อไม่มีทําไมถึงต้องมีกับประเทศไทย เหตุที่ต้อง มีกับประเทศไทยเพราะเหตุการณ์ที่พัทยาใช่หรือไม่ที่การประชุมระหว่างประเทศสามารถ ที่จะล้มเหลวได้โดยการบุกรุกเข้าไปในพื้นที่การประชุม ทําให้นานาชาติ องค์การระหว่างประเทศ เช่นไซเตสซึ่งเป็นเครือข่ายของสหประชาชาตินั้นไม่มีความเชื่อถือแล้วก็ไม่มีความมั่นใจ ในฝีไม้ลายมือของรัฐบาลไทยในการที่จะดูแลความปลอดภัยแล้วก็ความคุ้มครองคุ้มกัน ทั้งหลาย มันอาจจะเป็นการสะท้อนความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจแล้วก็ศักดิ์ศรีของประเทศ นั่นเป็น ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ คือประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยเอกสิทธิ์ แล้วก็ความคุ้มกันของสหประชาชาติ ค.ศ. ๑๙๔๖ เพราะฉะนั้นการประชุมระหว่างประเทศ ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิก การให้เอกสิทธิ์แล้วก็การคุ้มกันนั้นไม่น่าจะเกินอนุสัญญา สหประชาชาติอันนี้ และในการประชุมที่จะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมก็น่าจะรีเฟอร์ (Refer) หรือว่าอ้างไปถึงอนุสัญญานี้ได้ว่าเราก็ให้เท่าที่ปรากฏอยู่ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย การให้เอกสิทธิ์แล้วก็ความคุ้มกัน อันนี้เมื่อมันมีข้อตกลง ๒ ฝ่ายแล้ว แล้วก็จะมีการออก พระราชบัญญัตินี้ก็อยากจะขอกราบเรียนถามไปที่รัฐบาลว่าเรากําลังจะให้เอกสิทธิ์แล้วก็ ความคุ้มกันเกินไปกว่าที่ระบุอยู่ในอนุสัญญาสหประชาชาติ ค.ศ. ๑๙๔๖ หรือไม่ แล้วผมก็ อยากจะโยงไปที่เพื่อน ส.ส. ของผมเหมือนกัน ถ้าเผื่ออย่างนั้นแล้วก็ต้องระบุ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๕๖/๒ ในร่างพระราชบัญญัติอันนี้ว่าเอกสิทธิ์ก็ดี การคุ้มกันก็ดี แจงมาเสียให้หมดเลยครับว่า ให้อะไรบ้าง ถึงแม้ว่าจะอยู่ในข้อตกลงระหว่างท่านทูตธานีกับทางฝ่ายไซเตสแล้วก็ตาม ก็ไม่เสียหลายที่จะมาเขียนเป็นภาษาไทยแล้วก็ใส่ในร่างพระราชบัญญัตินี้ เราจะได้รู้ว่า พันธกรณี ภาระหน้าที่ของเรามีมากน้อยแค่ไหน แล้วเราก็จะให้อธิปไตยของประเทศไทย ณ ที่ประชุมไปกับทางไซเตสมากน้อยแค่ไหน แล้วจะมีนัยในการที่จะละเมิดสิทธิเสรีภาพ ของคนไทยหรือใครก็ตามที่อยากจะประท้วงการประชุม อันนี้จะเข้าไปได้มากน้อยแค่ไหน แล้วก็เกิดการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างฝ่ายรัฐกับทางฝ่ายภาคประชาชน
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือเพื่อนสมาชิกเหมือนกันนะครับ ท่านศุภชัย ขอเอ่ยนามว่า เราแทบจะให้ที่เขาเรียกว่าแบลงค์ เช็ค (Blank Cheque) เช็คขาวว่าให้เขา พูดอะไรก็ได้ในที่ประชุมแล้วเราก็ไม่สามารถจะไปดําเนินการอะไรได้ในเรื่องของคดี เช่นหมิ่นประมาทต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย มันน่าจะมีข้อที่กํากับไว้ หรืออาจจะมีที่เรียกว่า ไซด์ เลตเตอร์ (Side letter) ระหว่างรัฐบาลไทยกับทางฝ่ายไซเตสว่าถ้าเผื่อเขาจะ วิพากษ์วิจารณ์อะไรที่ไม่ต้องเป็นคดีความที่ศาล หรือเราจะให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันกับ สิทธิเสรีภาพของผู้ที่มาเข้าร่วมในการประชุมแล้วจะต้องเกี่ยวกับเนื้อหาของการประชุมคือ เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ป่าแล้วก็การคุ้มครองต่าง ๆ เหล่านี้เท่านั้น จะมาพูดเรื่องอื่น ๆ ที่นอกไปจาก ประเด็นนั้นไม่ได้ ผมเกรงกลัวเหลือเกิน ก็อดคิดไม่ได้ถึงกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเรื่องที่ทางต่างประเทศมีการวิพากษ์วิจารณ์ เดี๋ยวก็จะมี มือดีในนามของอะไรครับ คณะผู้แทนอันทรงเกียรติจากต่างประเทศเข้ามาแล้วก็พูดอะไรที่ มันพาดพิงเกี่ยวกับสถาบันของประเทศไทย เกี่ยวกับอธิปไตยของประเทศไทยต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วเราบอกว่าเขามีเอกสิทธิ์แล้วก็มีความคุ้มกัน อันนั้นไม่ได้ครับ ศักดิ์ศรี ความศักดิ์สิทธิ์ ของสถาบันและความสําคัญของประเทศไทยเป็นเรื่องที่สําคัญ จะช้าจะเร็วอะไรเพราะว่า จะต้องมีการประชุมในเดือนมีนาคม แต่ผมคิดว่าการขจัดความข้องใจต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่อง ที่สําคัญ อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญเพราะว่ามันจะเป็นแบบอย่าง และถ้าเผื่อมันไม่เคยมีข้อตกลง ระหว่างประเทศเจ้าภาพใด ๆ กับองค์การสหประชาชาติ และประเทศไทยจะเป็นประเทศแรก มันดูกระไรอยู่ครับ สผ ๑๔/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๕๗/๑ และความจริงอันนี้ต้องออกมาเสียก่อนว่าทําไมมันถึงได้นําไปสู่ข้อตกลงในนี้ทั้ง ๆ ที่มันไม่เคย มีในประวัติการทูตระหว่างประเทศเลยนะครับ ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน