สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๕

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๓.๑๕ นาฬิกา)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ช้าไป ๑๕ นาที แต่ก็ต้องขออภัยไหน ๆ ก็ปีใหม่แล้วอย่าว่าเลยนะครับ จริง ๆ ก็มานานแล้ว แต่เมื่อสักครู่ติดพันคุยเรื่องสำคัญหลายอย่าง ติดพันเล็กน้อยก็เลยทำให้ช้าไปนิดหนึ่ง ก็ต้องขออภัยถือว่าปีใหม่ ก็อย่างที่ว่าอย่าว่ากันเลย โอกาสปีใหม่ก็ขออวยพรให้ทุกท่าน มีแต่ความสุขความเจริญ หวังสิ่งใดให้สมความมุ่งมาดปรารถนาทุกประการนะครับ ไม่เสียเวลาเริ่มเลยนะครับ ท่านแรกเชิญท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออภัย ท่านเกียรติ์อุดมครับ ขออภัยที่รับทราบพระบรมราชโองการก่อนนะครับ ด้วยมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๕๕ เชิญท่านสมาชิกลุกขึ้นเพื่อรับฟังพระบรมราชโองการ เชิญท่านเลขาธิการอ่านครับ

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อรับฟังพระบรมราชโองการ)
นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

“พระราชกฤษฎีกา

เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ

พ.ศ. ๒๕๕๕

(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

เป็นปีที่ ๖๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดวันเริ่มประชุมรัฐสภา สมัยประชุม สามัญนิติบัญญัติ ในวันที่ ๒๑ ธันวาคม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒๗ มาตรา ๑๒๘ และมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี”

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ เชิญท่านเกียรติ์อุดมต่อเลยครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ ครับท่านประธาน ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่ได้ให้โอกาสหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหลังจากปิดสมัยประชุมสภานะครับ ท่านประธาน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนลำบากมากเรื่องภัยแล้ง ซึ่งชาวอำเภอศรีธาตุ อำเภอวังสามหมอ เดือดร้อนเรื่องภัยแล้งมาก เพราะน้ำลำปาวได้ขาดแคลนซึ่งไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งขณะนี้ก็ยังลำบาก โดยเฉพาะพี่น้องชาวอำเภอกู่แก้วนะครับท่านประธาน น้ำแห้งไปหมด ไม่ว่าจะเป็นห้วยไผ่จาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนองหาน เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านประธาน ประสานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยหาวิธีการได้เอาน้ำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่มน้ำใช้นะครับท่านประธาน

ประเด็นต่อมาเรื่องภัยหนาวก็เข้ามา หลังจากแล้งก็มีหนาวอีกครับ ท่านประธาน ซึ่งขณะนี้อากาศเย็นมากที่จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งจังหวัด ก็ยังไม่ได้ประกาศเป็นภัยหนาว ก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้ดำเนินการเรื่อง ๑. ภัยแล้งให้หาน้ำไปช่วยพี่น้องประชาชน ๒. เรื่องผ้าห่มกันหนาว ได้ไปช่วยเหลือผู้ยากไร้และคนผู้สูงอายุที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวที่จะเป็นน้ำหนาวไปอีกครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบคุณต่อท่านประธานนะครับในวันแรกซึ่งได้ให้หารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่ก่อนอื่นต้องขอชมเชยแล้วก็ขอบคุณต่อท่าน ผอ. วิทยา วินิจฉัย ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของ สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต ๗ จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งทุกครั้งที่ผมได้หารือไปเกี่ยวกับ เรื่องความเดือดร้อนบ่อบาดาลน้ำไม่ขึ้นบ้าง อุดตันบ้าง น้ำมีกลิ่นเหม็นหรือว่าน้ำไม่ดี อะไรต่าง ๆ ท่านก็ไปแก้ไขให้อย่างทันท่วงทีมาตลอด อันนี้ก็ต้องขอชมเชยและขอบคุณด้วย แล้วก็ฝากไปถึงกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเช่นกันว่าพี่น้องในหมู่ที่ ๑ บ้านนากาหลง ตำบลนาเชิงคีรี อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ตอนนี้เดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องน้ำบาดาลบ่อ หมู่ที่ ๑ บ้านนากาหลง ซึ่งอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่เลย เป็นน้ำที่ขุ่น น้ำขึ้นไม่สะดวก สืบเนื่องมาจากว่า เป็นสภาพบ่อเก่าก็อยากให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลนั้นได้ช่วยไปล้างบ่อให้ใหม่

แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ผมได้มีโอกาสขับรถไปทางภาคใต้ ได้มีโอกาสไปกินก๋วยเตี๋ยวกินอาหารที่ภาคใต้ ไปจังหวัดชุมพร ไปจังหวัดสุราษฎร์ธานีมา พอดีได้มีพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกปาล์มเขาบอกมาว่าตามที่เขาได้เรียกร้องมีการปิดถนน เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าปาล์มราคาตกต่ำขอให้รัฐบาลนั้นไปแก้ไข แต่จนบัดนี้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง กิตติรัตน์ ณ ระนอง รับปากไว้แต่ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรเลยครับ พี่น้องเกษตรกรในภาคใต้เขาได้ฝากบอกมานะครับว่าปาล์มนั้นที่เรียกร้องไปยังไม่ได้ มีการแก้ไขแต่ประการใดเลย ยังไม่ได้มีการพยุงราคาเลย ยางเรียกว่าตกต่ำแล้วก็โรงงานนั้น ไม่ได้ซื้อเลยด้วยซ้ำ ก็ฝากต่อท่านประธานด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอำนวย คลังผา เชิญครับ

นายอำนวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งพี่น้องประชาชนร้องเรียนมาว่าในขณะนี้กระแสไฟฟ้า ราคาแพงมาก ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ลดค่ากระแสไฟ ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยในขณะนี้ซึ่งพี่น้องประชาชนเดือดร้อน

เรื่องที่ ๒ เรื่องเป่าบ่อ ซึ่งขณะนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนในเรื่องน้ำบริโภค และอุปโภคบ่อบาดาล บ่อบาดาลนั้นจะต้องมีการเป่าบ่อ ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทางหน่วยงานไปเป่าบ่อให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งในขณะนี้ เดือดร้อนมาก

เรื่องสุดท้าย เรื่องของเกาะกลาง ซึ่งในขณะนี้ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑ อำเภอพัฒนานิคม ช่วงซอย ๑๒ มีการทำเป็นคลองดาดกลางถนนแทนที่จะทำเป็นคันคู หรือเกาะกลาง ไปทำเป็นดาดคอนกรีตในร่องถนนทำให้ต่อไปน้ำก็จะขังนะครับ ทำให้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ตรงนี้หากทำเป็นเกาะกลางพี่น้องประชาชนจะไปมาได้สะดวก มากกว่าเป็นคลองดาดคอนกรีตนะครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งทางกรมทางหลวง ได้ทบทวนในเรื่องของการทำเป็นคลองดาดในระหว่างถนน ๒ ข้าง อันนี้เป็นเรื่องสุดท้าย ที่จะฝากท่านประธาน

เรื่อง อปพร. ครับ ในขณะนี้รัฐบาลได้ให้เงินเดือน อปพร. เป็นค่าตอบแทน ก็อยากจะขอบคุณทางรัฐบาลผ่านท่านประธานสภานะครับว่าพี่น้องกลุ่ม อปพร. ทั่วประเทศ ฝากขอบคุณท่านรัฐบาลมาว่าที่รัฐบาลได้จัดสรรเงินงบประมาณให้เป็นค่าตอบแทนให้กับ อปพร. ก็ต้องขอบคุณแทนผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรแจ้งถึงรัฐบาลด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านศุภชัย ศรีหล้า เชิญครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน กรณีนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาล ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพวกเราในการทำหน้าที่ในฐานะที่เป็น ตัวแทนของพี่น้องประชาชน กรณีการรับจำนำข้าวก็ดี รับจำนำมันสำปะหลังก็ดี รับจำนำ หอมแดงก็ดี เพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นทำหน้าที่ต่างได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากพี่น้องประชาชน เป็นจำนวนมาก ผมเป็นผู้หนึ่งที่ลุกขึ้นอภิปรายในคราวนั้นและมีพี่น้องส่งข้อมูลเรื่อง การรับจำนำข้าวซึ่งดำเนินการอยู่ในปัจจุบันมาให้เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องจาก จังหวัดพิษณุโลก อำเภอเนินมะปราง อำเภอวังทอง อำเภอพรหมพิราม พี่น้องจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอดอนมดแดง อำเภอเหล่าเสือโก้ก พี่น้องหลายจังหวัดในภาคอีสาน ท่านประธานที่เคารพครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในขณะนี้กรณีรับจำนำข้าว มีอยู่ด้วยกัน ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรก คือความคับข้องใจ มีข้อสงสัยของพี่น้องประชาชนกรณีที่โรงสี หักความชื้น พี่น้องประชาชนสงสัยมากว่าทำไมรัฐบาลไม่ชี้แจงให้เป็นที่ประจักษ์ว่ากรณี หักความชื้นหักอย่างไร มีเกณฑ์อย่างไร พี่น้องเขาจะได้สบายใจ

กรณีที่ ๒ กรณีของหักสิ่งเจือปนหรือหักสิ่งปลอมปนอยู่ในข้าว กรณีนี้ก็เป็น อีกกรณีหนึ่งที่พี่น้องประชาชนคับข้องใจว่ารัฐบาลก็ไม่ได้สร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกัน หรือกรณีข้าวหักซึ่งพี่น้องประชาชนคิดว่ากรณีข้าวหัก ตรงนี้เป็นกรณีที่โรงสี เอาเปรียบพี่น้องเกษตรกร

และสิ่งสุดท้ายที่พี่น้องกังวลใจ ก็คือว่าหลังจากเอาข้าวไปจำนำแล้ววันนี้ ไปทวงถาม ๓ รอบ ๔ รอบ ๕ รอบ เสียเงินค่าน้ำมันไปนับไม่ถ้วนก็ยังไม่ได้รับเงิน จากทางรัฐบาล กรณีอย่างนี้จึงขอให้ทางรัฐบาลเร่งชี้แจงกับพี่น้องประชาชน และที่สำคัญที่สุด พี่น้องประชาชนแจ้งมาบอกว่าถ้าใช้จ่ายเงินถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาเงินจำนวนนี้มาทำประกันรายได้พี่น้องจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีก ๓-๔ เท่า จึงฝากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าพิจารณาเรื่องการรับจำนำข้าว สร้างความเข้าใจให้พี่น้องประชาชนเพิ่มเติมด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย มีเรื่องที่จะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอยู่สัก ๒-๓ เรื่อง

เรื่องแรก เกี่ยวกับเรื่องน้ำประปาที่อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย อำเภอสระใครนี้เป็นอำเภอที่กันดารมากน้ำบาดาลที่เจาะลงไปส่วนใหญ่ถ้าเกิน ๒๐ เมตร จะเป็นน้ำเค็ม ก็ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือการประปาส่วนภูมิภาคได้จัดการเรื่องของ ส่งน้ำประปาไปยังอำเภอสระใคร ซึ่งมีอยู่ ๓ ตำบล คือตำบลสระใคร ตำบลคอกช้าง และตำบลบ้านฝาง ด่วนด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือเป็นเรื่องคาราคาซังมา เป็นปี ๆ มาแล้ว คือเกี่ยวกับเรื่องของสถานีตำรวจก็มีการพูดคุยกันหลายครั้ง หลายคน ที่หารือท่านประธานแล้วก็มีการหยิบยกขึ้นมาอภิปรายในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เรื่องนี้คาราคาซังมานาน ก็อยากจะฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกรมตำรวจ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าใครที่รับผิดชอบเรื่องนี้กรุณารีบไปดำเนินการแก้ปัญหาด่วน ด้วยนะครับชาวบ้านเขาเดือดร้อน เวลาตำรวจจับผู้ร้ายมาก็เอาไปขังไว้ในรถ ไม่มีห้องขัง ต้องไปเช่าอยู่นะครับ เดือดร้อนอยู่หลายสถานที่นะครับ ไม่มีที่ทำการ

เรื่องที่ ๓ เกี่ยวกับเรื่องของถนน เมื่อสักต้น ๆ ปีได้รับทราบว่ามีงบประมาณ ของกรมทางหลวงชนบทได้จัดไปในการปรับผิวจราจรเส้นทางจากตำบลวัดหลวง ทางแยก ภูกระแตเข้าไปที่ตำบลทุ่งหลวง แล้วก็ตำบลสร้างนางขาว งบประมาณนี้ประมาณ ๒๑ ล้านบาท จู่ ๆ งบประมาณนี้หายไป หายไป ไม่ทราบไปไหน ต้องดูว่าทางกรมทางหลวงชนบท ได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า อยากจะฝากผู้เกี่ยวข้องกระทรวงคมนาคมช่วยติดตาม ให้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒-๓ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก อย่างที่ท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกได้ทราบนะคะว่าวันนี้ ปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ของภาคใต้เราก็จะเกิดปัญหาทุกปี โดยเฉพาะในส่วนของ เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม แล้วก็เดือนมกราคม ปีนี้ก็เช่นกันพื้นที่เกือบทุกจังหวัด ในภาคใต้เราก็ประสบปัญหาน้ำท่วม ในจังหวัดพัทลุงเราก็เกิดปัญหานี้นะคะ ก็เลยอยากจะให้ ทางรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแลในพื้นที่ของพี่น้องประชาชนชาวใต้ ด้วยนะคะ ดิฉันก็หวังว่ารัฐบาลชุดนี้คงจะไม่เลือกปฏิบัติ คงจะเข้าไปช่วยเหลือในทุกพื้นที่ อยู่แล้ว

เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของราคายางพาราแล้วก็ราคาปาล์มน้ำมัน เพื่อนสมาชิก ก็ได้หารือผ่านท่านประธานไปแล้วเรื่องราคาปาล์ม ยางพาราตอนนี้ก็ยังเป็นปัญหาของ พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกยางพารานะคะ ตอนนี้ราคายางพาราก็ไม่สูงขึ้นเลย จากที่เรา ได้มีการเปลี่ยนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผ่านไปแล้ว ทางรัฐมนตรี ก็ไม่ได้มีนโยบายในการที่จะช่วยเหลือดูแลพี่น้องผู้ปลูกยางพารา ก็อยากจะเรียกร้องไปยัง รัฐบาลให้ช่วยดูแลพี่น้องผู้ปลูกยางพาราด้วยนะคะ เพราะว่าอีกไม่นานข้างหน้าก็จะเกิด ปัญหาในเรื่องของการประท้วงในการปิดถนน ดิฉันก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น

เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากจะให้ทางรัฐบาลได้เตรียมการรับมือ กับนโยบายประชานิยมที่ท่านได้กำหนดขึ้นก็คือวันที่ ๑ มกราคมที่จะถึง ก็คือเรื่องค่าแรง วันละ ๓๐๐ บาท ดิฉันเชื่อว่าผู้ประกอบการรายย่อย เอสเอ็มอี (SME) แล้วก็ผู้ประกอบการ ที่เขาดำเนินการอยู่ตอนนี้เขาก็คงจะต้องออกมาแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยที่จะให้มี การขึ้นค่าแรง ๓๐๐ บาท เพราะว่าจะทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีก็จะไม่สามารถดำเนินธุรกิจ เขาไปได้ ก็อยากจะฝากทางรัฐบาลให้ช่วยดูแลในเรื่องนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสหรัฐ กุลศรี

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานสัก ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวนา ในตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมาว่าเมื่อต้นเดือน พฤศจิกายนนั้นได้นำข้าวไปจำนำกับสหกรณ์ และสหกรณ์ได้นำข้าวนั้นไปฝากไว้ที่ โรงสีไทยเพิ่มผล ตำบลเขาพระ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีชาวนา จำนวนมากได้เข้าโครงการดังกล่าว แต่ปรากฏว่าในขณะนี้ยังไม่ได้รับใบประทวน จึงฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยตรวจสอบแล้วก็เร่งให้โรงสีดังกล่าว ออกใบประทวนให้กับชาวนาของตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องวัดไม่มีน้ำที่จะใช้ดื่ม มีวัดอยู่ ๒ วัด ท่านประธานครับ มีวัดเขาถ้ำหมี ตำบลหนองมะค่าโมง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี วัดหนองทราย ตำบลหนองราชวัตร อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ปรากฏว่า ไม่มีน้ำดื่ม เนื่องจากว่าบริเวณดังกล่าวนั้นไม่มีบ่อบาดาล จึงฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดำเนินการขุดบ่อบาดาลให้กับวัดทั้งสองดังกล่าวข้างต้นด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องประชาชนฝ่าฝืนกฎจราจร ผมได้รับ การร้องเรียนจากประชาชนการเคหะร่มเกล้าว่าตอนนี้ได้ถนนเส้นใหม่โดยการประสานงาน ของท่าน ส.ส. ดอกเตอร์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ แต่ปรากฏว่าถนนอันนั้นเชื่อมกับถนนกรุงเทพกรีฑา ประชาชนเมื่อออกจากถนนกรุงเทพกรีฑาแล้วปรากฏไม่เลี้ยวซ้ายกลับสวนทางจราจร สวนไปสวนมาทุกครั้ง ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎจราจรและบริเวณดังกล่าวไม่มีไฟฟ้า จึงฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานรับผิดชอบให้ช่วยดำเนินการดูแลเรื่องกฎจราจรและไฟฟ้า ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านธวัชชัย อนามพงษ์

นายธวัชชัย อนามพงษ์ จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ท่านประธานนะครับที่ให้โอกาสผมหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ริมฝั่งทะเล ทั่วประเทศโดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรีของผมก็มีอำเภอท่าใหม่ อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ ถูกน้ำเซาะชายฝั่งเสียหายไปเยอะมาก แล้วก็เคยหารือกับท่านประธานครั้งหนึ่งแล้ว คือชาวบ้านก็จนใจเขาอยู่ริมทะเลเขาก็จน เขามีหลักฐาน แต่ว่าตอนนี้โฉนดของเขาก็ไปอยู่ ในทะเลแล้ว แล้วบ้านของเขาที่เกาะเปริด ที่เกาะแมวเป็นหมู่บ้านแล้วน้ำเซาะเข้ามา เวลาน้ำใหญ่คลื่นซัดเข้ามาเขาเดือดร้อนมากหาที่อยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านประธาน ร้องไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องช่วยลงไปดูริมฝั่งชายทะเลภาคตะวันออกด้วยนะครับ โดยเฉพาะอำเภอแหลมสิงห์นี่นะครับ ตอนนี้หนักมากเลยชาวบ้านผวามาก ก็ขอฝาก ท่านประธานช่วยเมตตาประชาชนยากจนที่อยู่ริมฝั่งทะเลด้วยนะครับ เพราะที่ดิน ของเขาก็หายอยู่ในทะเลไปแล้ว โฉนดก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ขอบคุณท่านประธานนะครับ สวัสดีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือปัญหา ความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องขอให้ประสานงบประมาณโครงการก่อสร้าง ผิวทางเคพซีล (Cape-seal) สายบ้านนาถึงบ้านห้วยไผ่ ระยะทาง ๗,๘๐๐ เมตร และบ้านน้ำพุง ถึงบ้านตาดเสี้ยว ระยะทาง ๑๑,๖๔๗ เมตร ตำบลอิปุ่ม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย สืบเนื่องจากดิฉันได้หนังสือร้องทุกข์จากนางบุญเรียง สุภาษิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอิปุ่ม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ว่าในพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบจะเป็นถนนลูกรังและถนนหินคลุก ที่ก่อสร้างมานานพื้นผิวถนนมีการชำรุดทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อ และในช่วงที่เป็นถนนลาดชัน จะชำรุดเยอะมากทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนไม่สามารถที่จะเข้าออกในช่วงฤดูฝน และในช่วงฤดูหน้าแล้งนี้ก็จะเป็นฝุ่นละอองมาก และทางท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ก็ได้ทำหนังสืออ้างอิงถึงอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการกำหนดแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และแผนปฏิบัติการ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๓ ประกอบกับ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๖ พ.ศ. ๒๕๕๒ พูดถึงการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนในท้องถิ่นของ องค์การบริหารส่วนตำบลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทางนายกองค์การบริหารส่วนตำบลว่า ศักยภาพขององค์การบริหารส่วนตำบลอิปุ่มไม่สามารถที่จะดูแลงบประมาณ มีงบประมาณ ในการที่จะแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนได้ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านประชา ประสพดี ผู้ดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ช่วยแก้ไขผลักดันงบประมาณอุดหนุนในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วย กราบขอบพระคุณยิ่งค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวันและยิ่งมีมากขึ้น

เรื่องแรก นางภัทรนิตย์ ทรัพย์สินชัย เป็นชาวหนองแขมครับ เขียนจดหมาย ร้องเรียนกับผมว่าเรื่องเงินช่วยเหลือน้ำท่วมทุกครัวเรือน ๕,๐๐๐ บาท ตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ นี่คือจดหมายร้องเรียน ปรากฏว่าจนถึงวันนี้ จะขึ้นปีพุทธศักราช ๒๕๕๖ แล้ว ดิฉันยังไม่รับเงินเลย ทั้ง ๆ ที่มีใบรับรองสิทธิ ดิฉันไปติดต่อ ทุกหน่วยงาน แต่คำตอบที่ได้รับคือให้รอก่อน ดิฉันอยากทราบว่าเงินของดิฉันหายไปไหนคะ ท่านประธานครับ ขอร้องเรียนไปยังนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า พี่น้องประชาชนยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือน้ำท่วม ๕,๐๐๐ บาท และถ้าภายในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์คือวันแห่งความรักปีหน้านี้ถ้ายังไม่ได้ ผมก็จะหักเงินเดือนผู้แทนราษฎรของผม ๕,๐๐๐ บาทให้กับพี่น้องประชาชนรายนี้ต่อไป และพี่น้องประชาชนทั่วประเทศท่านใด ที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือน้ำท่วมจากรัฐบาลส่งจดหมายร้องเรียนมาที่ ส.ส. วัชระ เพชรทอง สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๐ ได้

ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ กระผมได้ไปแจ้งความนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ (DSI) ในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ เพราะเขายืนยันว่าเป็นเครื่องมือของฝ่ายรัฐบาล อย่างแน่นอน ขอทราบความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สุดท้ายท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาส่ง ส.ค.ส. มาให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน สวยงามมากครับ แล้วก็มีภาพท่านประธาน มีภาพสภาแห่งใหม่ นี่ครับภาพท่านประธาน ท่านประธานครับ สัปปายะสภาสถาน ความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ส่ง ส.ค.ส. ให้กับสมาชิก และกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมเคยไปแจ้งความที่ สน. ดุสิตว่าท่านประธานสั่งให้ ตำรวจสภาอุ้มผมจนได้รับบาดเจ็บนั้นผมก็กราบเรียนท่านประธานว่าขอถอนแจ้งความ กลางสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะเป็นวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ท่านประธานครับ แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการสร้างสภาแห่งใหม่ มีคนไปแอบอ้างชื่อท่านประธานเรียกรับเงิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จากการสร้างสภาแห่งใหม่ ซึ่งข้อมูลนี้อยู่ที่ท่าน ส.ส. วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อยากกราบเรียน ท่านประธานเพื่อที่จะให้ ป.ป.ช. สตง. เข้ามาเป็นกรรมการในการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ เพื่อความโปร่งใสและสง่างามของท่านประธานด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริงเรื่องรัฐสภา ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรเลยนะครับ แล้วผมก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด ชุดใหญ่ ผมเป็นประธาน และชุดที่ ๒ ชุดปฏิบัติการที่จะหาตัวผู้รับเหมาหรืออะไรต่าง ๆ ก็มี ท่านประธานวุฒิสภาเป็นประธาน แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิ มีปลัดกระทรวงต่าง ๆ เข้ามาร่วม เป็นคณะกรรมการหลากหลายครับ ที่จริงเป็นอำนาจของผม และผมมอบอำนาจตรงนี้ให้ ในรูปของคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นผมคงไม่มีปัญญาไปสั่งข้าราชการผู้ทรงคุณวุฒิระดับ ปลัดกระทรวงหลาย ๆ กระทรวงคงเป็นไปไม่ได้ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณอย่างนี้ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้โปร่งใสแน่นอนครับ แล้วก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์มันก็เรื่องโคมลอย ถ้ามี อะไรก็กรุณาแจ้งมาด้วยนะครับจะได้ดำเนินการตามกฎหมาย แต่จริง ๆ แล้วยังไม่ได้มีอะไร เลยครับ ขั้นตอนยังไม่ได้มีการดำเนินการอะไรทั้งนั้น อยู่ที่คณะกรรมการที่ผมมอบไปแล้ว แล้วก็มีแต่ผู้ทรงคุณวุฒิครับ อย่าห่วงเลยครับ

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับครูและนักเรียนจากโรงเรียนบ้านเขาทราย อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยความยินดียิ่งนะครับ ซึ่งนำโดยท่าน ส.ส. พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ครับ ท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องราคาหมูฟาร์มเล็ก หรือราคาหมูเล้าของชาวบ้านราคาตกต่ำค่ะ สืบเนื่องจากพี่น้องประชาชน ในอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร และพี่น้องทุกอำเภอทั้ง ๑๘ อำเภอในจังหวัดสกลนคร ชอบเลี้ยงหมูเพื่อเป็นการออมเงิน เลี้ยงหมูเป็นอาชีพหลักบ้าง เลี้ยงหมูเป็นอาชีพเสริมบ้าง การซื้อขายหมูตามฟาร์มเล็ก ๆ ผ่านพ่อค้าคนกลาง ท่านประธานที่เคารพคะ ต้องบอกว่าราคานั้นถูกมาก ๆ เลย ในปัจจุบันนี้นั้นราคากิโลกรัมละ ๔๕-๔๙ บาทเท่านั้น แต่ที่เขียงหมูนั้นขายถึง ๑๒๐-๑๕๐ บาท ทำให้คนเลี้ยงหมูเล้า หรือคนเลี้ยงหมูรายย่อย เกษตรกรเลี้ยงหมูรายย่อยหรือฟาร์มย่อยนั้นเดือดร้อนมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงเปิดเทอม โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ถ้าไม่ขายก็อยากได้สตางค์ค่ะท่านประธาน จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลผู้เลี้ยงหมูรายย่อยตามเรือกสวนไร่นา ซึ่งราคาหมูรายย่อยนั้น ไม่เป็นธรรมเป็นอย่างมาก ราคาหมูฟาร์มรายย่อยราคาตก ขอให้กระทรวงพาณิชย์ ยกระดับราคาเพื่อคุณค่าของเกษตรกร

ท่านประธานที่เคารพคะ เรื่องที่ ๒ ผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการและ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องก่อสร้างถนนคอนกรีตในโรงเรียน ดิฉันได้รับการประสานงานจากนายบุญมา ชาประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านหินโงมโนนสร้างไพ นางเกษชรินทร์ ปัญญาคำ ครูโรงเรียนบ้านหินโงมโนนสร้างไพ นายวีระชัย อินทรเกษม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหินโงมโนนสร้างไพ ตำบลธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถึงความเดือดร้อนเรื่องถนนภายในโรงเรียน ซึ่งไม่ได้ใหญ่ยาวอะไรนักหนาค่ะ ท่านประธาน แค่ ๑๖๐ เมตร เป็นเงินประมาณราคามาแค่ ๖๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น แต่เดือดร้อนมาหลายชั่วอายุคนแล้ว อยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการดูแล อย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร เชิญครับ

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ก็ใกล้จะปีใหม่แล้ว ผมก็ได้พูดเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วก็เป็นเรื่อง เกี่ยวกับเงินชดเชยน้ำท่วมในจังหวัดนครสวรรค์ อีกไม่กี่วันก็จะสิ้นปีแล้ว ผมได้มีการประชุม กับคณะกรรมาธิการแล้วก็ทราบว่ามีจำนวนทั้งหมดประมาณ ๑๐,๐๐๐ รายเศษ เป็นยอดเงิน รวมประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งขณะนี้ทาง ปภ. ได้แจ้งว่าไม่มีงบในส่วนนี้แต่จะนำ สรุปเสนอท่านนายกรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติ ครม. ต่อไป ก็กราบเรียนท่านประธานไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าถ้าจะมอบของขวัญให้กับชาวนครสวรรค์ก็ขออนุญาตให้อนุมัติงบในส่วนนี้ด้วย เพราะว่าชาวบ้านรอกันมานานแล้ว แล้วก็จะข้ามเป็นปีที่ ๒ แล้วอยากให้ท่านให้ของขวัญปีใหม่ ให้กับพี่น้องที่ประสบปัญหาน้ำท่วมด้วย

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเขื่อนป้องกันน้ำท่วมบริเวณด้านวัดเขา ในเขตเทศบาลนคร นครสวรรค์ พี่น้องแถวนี้เป็นชุมชนประมาณ ๓-๔ ชุมชน ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมทุกปี ปีที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้อนุมัติงบส่วนหนึ่งไปทำกำแพงกั้นน้ำบริเวณฝั่งด้านเทศบาลนคร แล้วนะครับ แต่ด้านนี้ทราบว่ายังไม่มีงบประมาณยังขาดงบประมาณอยู่นะครับ แต่โครงการมีแล้ว ก็กราบเรียนท่านประธานแจ้งกับท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปประชุม ครม. นอกสถานที่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ อยากให้ท่านพิจารณาเรื่องนี้ เข้าอยู่ในโครงการด้วย ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านละออง ติยะไพรัช

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ดิฉันอยากให้ ท่านประธานผ่านไปทางกระทรวงคมนาคมในเรื่องของปัญหาจราจรของจังหวัดเชียงราย ตอนนี้ค่อนข้างที่จะแออัดแล้วก็มีปัญหา เพราะว่าทางจังหวัดเชียงรายตอนนี้ทั้งด้านเศรษฐกิจ แล้วก็การท่องเที่ยว การศึกษาก็เริ่มที่จะขยายตัว ประกอบกับตอนนี้ทางจังหวัดเชียงราย มีงานมหกรรมดอกไม้บานอาเซียน ซึ่งเป็นมหกรรมที่มีดอกไม้นานาชนิด และนักท่องเที่ยว ก็จะไปเที่ยวชมดูดอกไม้เป็นจำนวนมาก ซึ่งปัญหาเรื่องการจราจรพี่น้องทางจังหวัดเชียงราย ได้มาสอบถามทางผู้แทนราษฎรว่าอนาคตจังหวัดเชียงรายก็จะมีเรื่องการขยายตัวมากขึ้น ทางกระทรวงคมนาคมหรือกรมทางหลวงจะมีแนวทางในเรื่องของถนนหนทางในการแก้ไข ปัญหาจราจรอย่างไรบ้าง เพราะวันนี้ถ้าเราไม่แก้ไขนะคะ อนาคตก็จะเป็นปัญหาที่เราไม่สามารถจะแก้ได้ง่ายนัก แต่วันนี้ถ้าเรามีการวางแผนแล้วก็ทำงานมันจะเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ดิฉันเชื่อว่าจังหวัดเชียงราย จะเป็นจังหวัดที่น่าอยู่และน่าท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นนะคะ

ประการที่ ๒ ในเรื่องของไฟฟ้าแสงสว่างค่ะท่านประธาน ถนนเกือบทุกสาย ที่จังหวัดเชียงรายโดยเฉพาะจากจังหวัดเชียงรายไปถึงอำเภอเชียงแสน จากจังหวัดเชียงราย ไปถึงอำเภอแม่สาย มีเสาไฟฟ้าหมดแต่ไม่มีกระแสไฟฟ้า ซึ่งดิฉันได้ปรึกษาหารือทางสภา หลายครั้งว่าขอให้กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงได้ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้หน่อย แต่ปรากฏว่าก็ยังไม่มีการแก้ไขปัญหา จนถึงวันนี้ก็มีเรื่องของอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากว่ามันมืดมากและโดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูหนาวหมอกลงมาพี่น้องประชาชน ที่สัญจรไปมาจะมองไม่เห็นทาง วันนี้ดิฉันก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปกระทรวงคมนาคม อย่างเร่งด่วนมากที่สุด กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอยู่ ๓ เรื่องนะครับ

เรื่องแรก ขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมชลประทานหรือกรมทรัพยากรน้ำ ได้ขุดลอกคลองแม่ลำพันในบริเวณเขตเทศบาลตำบลเมืองเก่า สภาพคลองตื้นเขินมาก ในขณะนี้น้ำแทบจะไม่มีแล้วเนื่องจากตื้นเขิน โดยเฉพาะบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นเขต โบราณสถานและเป็นอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยมีนักท่องเที่ยวมา คลองนั้นมีความตื้นเขิน และมีวัชพืชมากมาย จึงขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปรับภูมิทัศน์ตรงนั้นด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ ขอให้ก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กคลองแม่ลำพันในหมู่ที่ ๓ ก็ในเขตเทศบาลตำบลเมืองเก่าอีกเช่นเคยนะครับ ก็คือปัญหาการจราจรในช่วงเทศกาล งานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟมีสะพานซึ่งเป็นทางเลี่ยง เนื่องจากมีผู้คนมาเที่ยวชมงานมาก สะพานดังกล่าวทรุดโทรมมาก ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นได้สร้างสะพานคอนกรีต เสริมเหล็กข้ามคลองแม่ลำพันในหมู่ที่ ๓ ตำบลเมืองเก่าด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๓ ขอให้ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำยม ซึ่งเรื่องนี้ผมได้หารือ ต่อท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากบริเวณแม่น้ำยมหลายพื้นที่ที่ได้รับ การร้องเรียนมากที่สุดคือในเขตตำบลปากแคว ตรงบริเวณด้านเหนือของบ้านนายบุญเสริม เชยวัดเกาะ ซึ่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากแควนั่นเองนะครับ เมื่อปีที่ผ่านมา น้ำยมได้กัดเซาะตลิ่งพังเป็นระยะยาวเลยนะครับ และอีกที่หนึ่งคือหมู่ที่ ๔ เป็นหลังบ้าน ของบ้านนายออด หมู่ที่ ๔ ตำบลปากแควเช่นกัน ก็ขอให้สร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชมภู จันทาทอง ครับ

นางชมภู จันทาทอง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องในเขตพื้นที่จังหวัดหนองคาย เขต ๓ ที่ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากเทศบาลเมือง อำเภอท่าบ่อของหมู่ที่ ๑ จังหวัดหนองคาย ขอให้ลอกหนองน้ำซึ่งเป็นสวนสาธารณะของสมเด็จย่า หมู่ที่ ๑ อำเภอท่าบ่อ ตื้นเขินมานาน ตั้งแต่ขุดลอกนั้นไม่ได้ขุดลอกอีกสักทีนะคะ ก็ทำให้พี่น้องในเทศบาลนั้นอยากให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบนั้นได้ไปขุดลอก ถ้าจะคอยงบประมาณของเทศบาลเมืองก็คงจะไม่ได้ลอกค่ะ ท่านประธาน เพราะว่างบประมาณของเทศบาลนั้นก็น้อยนิดในการที่จะมาแก้ไขปัญหา เรื่องนี้นะคะ ความเฉลี่ยในการที่จะขุดลอกพื้นที่ก็ประมาณ ๑๔,๕๐๐ ตารางเมตร ความลึก ประมาณ ๓ เมตรเองค่ะท่านประธาน ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ช่วยอนุมัติงบประมาณในการแก้ไขเรื่องนี้ เร่งด่วนด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ นั้นก็เช่นกันค่ะ เป็นการได้รับความเดือดร้อนในการที่จะให้ก่อสร้าง แก้มลิงเพื่อเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้งของหนองเดิ่น หมู่ที่ ๒ ชุมชนของป่างิ้ว ตำบลท่าบ่อ ของเทศบาลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อเหมือนกันนะคะ ในการพื้นที่ที่จะขุดลอกนั้นก็คือ พื้นที่ประมาณ ๘,๑๐๗ ตารางเมตร ความลึก ๕ เมตรนะคะฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะว่ากระทรวงนี้นั้นเป็นกระทรวง ที่มีความหวังจากพี่น้องชาวเทศบาลที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องการเก็บแก้มลิงเพื่อจะช่วย ในเรื่องเกษตรกรของพี่น้องชาวเทศบาลท่าบ่อแห่งนี้ด้วยนะคะ ก็ฝากท่านประธานค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ นำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่นะคะ หลังจากเกิดเหตุพายุเข้าฝนตกหนัก ทำให้น้ำป่าไหลหลาก เกิดเป็นเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติบริเวณเขตเลือกตั้งของดิฉัน แล้วก็บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้งหมดค่ะ วันนี้ดิฉันจึงอยากจะมาย้ำให้ท่านประธาน นำพาความเดือดร้อนไปยังรัฐบาลให้ทราบอีกครั้งหนึ่งว่าวันนี้โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอขนอม สะพานขาดอีกแล้ว ๒ สะพาน นั่นคือสะพานคลองท่ากลาง สะพานคลองเขาบน หมู่ที่ ๕ ตำบลควนทอง อำเภอขนอมค่ะ แล้วยังมีบริเวณที่คอสะพานขาดอีกหลายที่นะคะ ไม่ว่าจะเป็น บริเวณตำบลสี่ขีดของอำเภอสิชล คอสะพานคลองห้วยน้ำใส แล้วก็คอสะพานทางเข้าบ้านน้ำร้อน หมู่ที่ ๑๑ ตำบลสี่ขีด อำเภอสิชล มีที่บ้านเผียน หมู่ที่ ๕ ต่อเขตหมู่ที่ ๑๐ ตำบลเทพราช อำเภอสิชลค่ะ ท่านประธานคะ ที่ต้องย้ำความเดือดร้อนก็เนื่องจากว่าบริเวณของสะพาน ที่ขาดเราได้ยื่นคำขอตั้งแต่เหตุภัยพิบัติธรรมชาติต้นปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมาแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมา ทางรัฐบาลได้กันเงินส่วนหนึ่งเอาไว้ฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ขอสะพานทั้ง ๒ สะพาน นั่นก็คือสะพานคลองท่ากลาง สะพานคลองเขาบน ของตำบลควนทอง อำเภอขนอมไปแล้ว แต่ว่าไม่ได้รับงบประมาณเพื่อจะไปซ่อมแซม คราวนี้เงินงบประมาณ ที่ซ่อมแซมรอบที่ผ่านมาก็ไม่ได้ค่ะ เหตุการณ์ใหม่ก็เกิดขึ้นอีกแล้วค่ะ ดิฉันก็อยากนำเรียน ความเดือดร้อนว่าที่ผ่านมาทั้งหมดที่ขอไปเกือบ ๑๓ สะพานยังไม่ได้สักสะพาน คราวนี้ ความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีก ก็เลยอยากนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีให้ช่วยไป ดูแลพื้นที่ที่เกิดเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ด้วยนะคะ แม้ว่ายังไม่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ แต่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้เกิดขึ้นแล้ว อยากจะนำเรียนปัญหาตรงนี้ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้หันมาเหลียวแลคนจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านมนพร เจริญศรี

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่จะ หารือต่อท่านประธาน จำนวน ๓ เรื่อง

เรื่องแรก ดิฉันได้รับคำร้องจากนายทองพูน โยลัย ราษฎรตำบลบ้านนาหัวบ่อ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ว่าลูกชายคือนายประกอบ โยลัย ได้ไปทำงานรับจ้าง อยู่ที่เมืองกลันตันประเทศมาเลเซียเป็นระยะเวลาประมาณ ๑ เดือน ปรากฏว่าเมื่อวานซืน เพื่อนที่ไปด้วยกันได้มาแจ้งคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่บ้านนาหัวบ่อว่าลูกชายถูกตำรวจมาเลเซีย ทำร้ายแล้วก็เสียชีวิต ขณะนี้ยังหาศพไม่เจอ ดิฉันจึงได้นำรายละเอียดดังกล่าวเรียนต่อ ท่านประธานให้ประสานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามหาศพลูกชาย หรือว่าขณะนี้ยังมี ชีวิตอยู่หรือไม่ หลังจากดิฉันได้หารือแล้วดิฉันจะขอส่งเอกสารให้ท่านประธานดำเนินเรื่องต่อ นี่คือเรื่องที่ ๑ ค่ะ

เรื่องที่ ๒ เมื่อเช้านี้ดิฉันได้รับการประสานจากนักศึกษาซึ่งเป็นลูกหลาน ชาวจังหวัดนครพนมที่ศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยราชภัฏจังหวัดสกลนครค่ะว่าเมื่อเช้านี้มีตำรวจ สภ. เมืองสกลนคร ได้ตั้งด่านตรวจจับรถจักรยานยนต์ แล้วก็รถยนต์บริเวณสี่แยกดังกล่าว ทำให้รถติดเป็นจำนวนมาก แต่ประการสำคัญอยู่ที่ว่ายังไม่ได้มีการตรวจจับว่าผู้ขับขี่เหล่านั้น ผิดกฎจราจรแต่อย่างใด ก็มีการควักใบสั่งออกมาให้ทุกคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ แล้วก็ รถยนต์เหล่านั้นใบละ ๒๐๐ บาท เป็นประมาณเกือบ ๒๐๐ ใบในช่วงเช้า ดิฉันจึงขอฝาก ท่านประธานได้ประสานงานส่วนที่เกี่ยวข้องได้ติดตามในเรื่องเหล่านี้อย่างเร่งด่วนค่ะ

เรื่องที่ ๓ พี่น้องชาวจังหวัดนครพนมฝากขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาลที่มีโครงการรับจำนำข้าว ปรากฏว่าโครงการรับจำนำข้าว ปีที่ ๒ นี้รัฐบาลได้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเพิ่มตัวแทนเกษตรกรจุดละ ๓ คน ติดตั้งกล้องซีซีทีวี (CCTV) แล้วก็เจ้าหน้าที่ตำรวจจุดละ ๒ นายเข้าไปตรวจสอบ ในเรื่องที่ ๑ ก็คือไม่ให้เกษตรกรสมคบกับพ่อค้าคนกลางก็คือโรงสีโกงเงินรัฐบาล เรื่องที่ ๒ ไม่ให้ข้าราชการสมคบกับโรงสีในการโกงเกษตรกร ซึ่งวิธีการดังกล่าวได้นำความพึงพอใจ ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง ขณะนี้พี่น้องชาวจังหวัดนครพนมได้รับเงินในโครงการรับจำนำข้าว จากที่เดิมเคยใช้รถอีแต๋น ขณะนี้ก็ได้เงินดังกล่าวไปดาวน์ (Down) รถวีโก้ออกมาแล้วค่ะท่าน ประธาน พี่น้องชาวจังหวัดนครพนมก็เลยฝากขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐบาลเป็น อย่างยิ่ง ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านธานีอยู่ไหม ท่านธานี เทือกสุบรรณ ครับ ขอท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ มันเป็น ความเดือดร้อนจริง ๆ ครับท่านประธาน เกี่ยวกับเรื่องของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อำเภอสุไหงโก-ลก อาทิตย์นี้ก็ได้ร้องเรียนกับผมมาหลายราย และเช้านี้ก็ได้โทรศัพท์มาย้ำ อีกครั้งหนึ่ง ผมก็ได้สอบถามไปถึงเจ้าหน้าที่หัวหน้าที่ดินอำเภอสุไหงโก-ลก ก็ปรากฏว่า เป็นข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับในเรื่องของปัญหาเจ้าหน้าที่รังวัดไม่สามารถที่จะออกไป ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างทั่วถึง พี่น้องประชาชนมีความจำเป็นที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ไปสำรวจ รังวัดปรากฏว่าต้องเข้าคิว อย่างเร็วที่สุด ๘-๙ เดือนถึง ๑ ปี เหตุผลก็คือว่าเจ้าหน้าที่ ไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่รังวัดหรือช่างมีแค่คนเดียวเท่านั้น มีหัวหน้าอีกคนหนึ่งก็แค่ ๒ คน ปฏิบัติ ออกไปสำรวจรังวัดไม่เพียงพอ ทีนี้ทางกรมก็ละเลยไม่ส่งเจ้าหน้าที่ไปสมทบหรือว่า ไปสนับสนุน เนื่องจากเหตุผลของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการสั่งการไปบอกว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย ทำให้เจ้าหน้าที่สำรวจรังวัดในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ไปเพิ่ม ก็เป็นปัญหา และอุปสรรคสำหรับพี่น้องประชาชนที่ต้องการใช้บริการจุดนี้ ก็อยากจะนำเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังอธิบดีกรมที่ดินครับว่าถ้าหากว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ที่จะอาสาหรือว่าจะไป ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก หรือว่าพื้นที่ใดของจังหวัดนราธิวาส ก็สมควรที่จะ บรรจุคนในพื้นที่เสีย ไม่อย่างนั้นก็จะคาราคาซัง ปัญหาทั้งหลายมันก็จะหมักหมม จะทำให้ การแก้ปัญหาแล้วก็ความคาดหวังหรือรอคอยของพี่น้องประชาชนในเรื่องของการที่จะมี เอกสารสิทธิก็จะมีปัญหาโดยตลอดไป เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง อธิบดีกรมที่ดินช่วยสนับสนุนส่งเจ้าหน้าที่ไปสมทบเพิ่มในการแก้ปัญหาเรื่องของความขาดแคลน กำลังของเจ้าหน้าที่ในการไปสำรวจรังวัด ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมคิด บาลไธสง

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย เขต ๒ ครับ ขอหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ

เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากนางประมวล บุญสาลี บ้านเลขที่ ๑๘๗ หมู่ที่ ๘ บ้านโนนฤาษี ตำบลกุดบง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ว่าเขาได้ไปจำนำข้าว ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ จำนำข้าวกับ อ.ต.ก. จังหวัดหนองคาย ราคากิโลกรัมละ ๑๓ บาท ขณะนั้น แล้วน้ำหนักถูกหักแล้วรวมเหลืออยู่ ๖,๗๓๕ กิโลกรัม หรือ ๖ ตันกว่านะครับ ในวันที่ ๑ มิถุนายน ได้ใบประทวนจาก อ.ต.ก. เป็นเงิน ๘๘,๑๔๐ บาท จากการตรวจสอบต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ไปสำรวจเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน ปรากฏว่าเขาดู ในเอกสารของเขาแล้วน้ำหนักของเขาหายไป ๘๕๙ กิโลกรัม แต่ในใบจ่ายเงินใบประทวน จ่ายเป็นกิโลกรัมละ ๑๕ บาท หรือ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อตัน อันนี้ก็ทำให้เขาเกิดความสงสัยว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ เพราะว่าตอนไปขายตอนไปจำนำกิโลกรัมละ ๑๓ บาท แล้วน้ำหนัก หายไป ๘๐๐ กว่ากิโลกรัม ในรายการจ่ายจ่ายเป็นกิโลกรัมละ ๑๕ บาท เพราะฉะนั้น เจ้าตัวก็สงสัย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมนะครับผมก็ไม่อยากว่าเจ้าหน้าที่ ก็อยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสอบที่ อ.ต.ก. จังหวัดหนองคายด้วยเกี่ยวกับ การจ่ายเงินของบุคคลนี้เขาก็มาร้องเรียน

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องขอจากโรงเรียนเซิมพิทยาคม ซึ่งโรงเรียนนี้เป็น โรงเรียนมัธยมศึกษามีนักเรียนประมาณ ๑,๐๐๐ คน แล้วก็เป็นที่รับเสด็จของพระมหากษัตริย์ ที่ท่านเสด็จไปพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน โรงเรียนก็ได้เตรียมการในการเตรียมพื้นที่ เพื่อความเรียบร้อย อาคารสถานที่ทั้งทำสวนหย่อมทำอะไรลงทุนจำนวนมาก โรงเรียน ก็ร้องเรียนมายังกระทรวงศึกษาธิการให้ดูแลงบประมาณส่วนนี้ด้วยในการปรับปรุงอาคาร สถานที่ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับพี่น้องประชาชนจากอำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ด้วยความยินดียิ่งครับ เชิญท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานคะ ดิฉันมาลงชื่อเป็นหมายเลข ๑๐ ของพรรคประชาธิปัตย์แล้วก็ถูกข้ามไป ข้ามมาจนกระทั่งที่จริงแล้วต่อจากคุณพิมพ์ภัทราจะเป็นท่าน ส.ส. พุฒิพงษ์ แล้วท่านก็รออยู่ อย่าเพิ่งตัดไปก่อนนะคะ เพราะว่าอย่างไรตรงนี้ก็เป็นคิวดิฉัน แล้วก็ถ้าพูดถึงความผิดพลาด ตรงนี้ดิฉันไม่ทราบว่าเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่หรือของท่านประธาน แต่ก็พบ ความผิดพลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือเมื่อเวลาสภาส่งเรื่องไปว่าเป็นเรื่องที่ตอบกลับไปว่า ท่านดำเนินการอย่างไรไปบ้างจากข้อหารือ ดิฉันพบว่ามีการส่งผิดไปให้ดิฉัน ดิฉันได้รับ ประมาณไม่น้อยกว่า ๕ ครั้ง ล่าสุดของดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ก็ส่งไปให้ดิฉันด้วย ดิฉันก็เลย รับที่จะส่งคืนให้ใครต่อใคร ท่านประธานคะ สำหรับวันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือกับท่านว่า มีโครงการฝากท่านดูนะคะ โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาปิโตรเลียม แหล่งดงมูลที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งบริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด ได้รับอนุมัติจากกรมเชื้อเพลิง ธรรมชาติสำรวจแล้วก็พบแก๊สธรรมชาติบอกว่าสามารถที่จะพัฒนาเพื่อผลิตปิโตรเลียม ต่อไปได้ ก็ได้ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดิฉันติดใจตรงที่ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมว่า ทำไม่ถูกต้องตามกระบวนการ ส่วนใหญ่แล้วให้ข้าราชการเป็นผู้ที่จะมารับฟัง ที่จริงต้องฟัง พี่น้องประชาชนแล้วก็ไปจัดอยู่ในตัวจังหวัดแล้วก็เป็นข้าราชการทั้งหลายซึ่งไม่ถูกต้อง และเห็นว่าจะทำครั้งที่ ๒ อีกจะทำในพื้นที่ต้องมีคำตอบให้กับพี่น้องประชาชนนะคะ ไม่ใช่เขาถามว่าถ้ามีปัญหามันรั่วแล้วจะเยียวยาอย่างไร มีผลอย่างไรไหม ตอบไม่ได้ ไม่ได้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เรียนท่านว่าบอกบริษัทนี้ด้วย บริษัทที่ไปศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ชื่อบริษัท พาโนราม่า คอนซัลแทนส์ จำกัด ขอด้วยนะคะว่าทั้งหลายทั้งปวงที่ศึกษามาไม่ว่า ไออีอี (IEE) อีไอเอ (EIA) อะไรทั้งหลาย ถามว่าขอเอกสารด้วยนะคะ ให้ส่งให้ที่จังหวัด หรือที่สภาก็ได้ดิฉันจะเอาไปศึกษาแล้วก็กรุณาทำให้ถูกต้องถ้าไม่ถูกต้องดิฉันจะไม่ยอม เด็ดขาดเลย ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัชฎาภรณ์ครับ ที่จริงผมมีลัดชื่ออยู่คนเดียวเท่านั้นท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เพราะเหตุท่านยกมือหลายครั้ง ก็แสดงเจตนาเป็นความปรารถนาดีเท่านั้นเพราะเห็นประชาชนในเขตของท่านอยู่ข้างบน ก็เลยลัดคิวให้ท่านพูดก่อนเท่านั้นเอง ไม่มีอะไร เป็นเรื่องของความปรารถนาดีครับ ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ เชิญครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ขอบคุณท่านประธานที่เปิดโอกาสให้หารือ วันนี้ดิฉันเองได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง ๒ ตำบล คือพี่น้องตำบลลุ่มลำชีแล้วก็ตำบลตะโกทอง ตำบลลุ่มลำชี อยู่ที่บ้านห้วยหวายแล้วก็บ้านแผ่นดินทอง และตำบลตะโกทอง อำเภอทรัพย์ใหญ่ อยู่ที่บ้านเขื่อนลั่น เขาร้องเรียนกับดิฉันมาเรื่องเกี่ยวกับระบบน้ำประปา แน่นอนค่ะ ท่านประธานว่า ๓ หมู่บ้านที่ดิฉันกล่าวมานี้เป็นหมู่บ้านที่มีอยู่ดั้งเดิมตั้งแต่นานมาแล้ว แต่ปัจจุบันมีการแยกออกเป็นหลายหมู่บ้านทำให้ปัจจุบันน้ำประปาไม่ไหล บางครั้งไหล ก็ไหลมาเป็นน้ำสีแดงขุ่นมีตะกอน ซึ่งไม่สามารถที่จะใช้อุปโภคบริโภคได้ และที่สำคัญ เมื่อนำไปใช้ในการอาบค่ะ พี่น้องประชาชนบอกดิฉันว่าขึ้นผดขึ้นผื่นทำให้คันแล้วก็มีอาการ ต้องไปพบแพทย์นะคะ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วย ดูแลแก้ไขในเรื่องระบบน้ำประปาของ ๓ หมู่บ้านนี้ ก็คือที่หมู่บ้านห้วยหวาย ตำบลลุ่มลำชี อำเภอบ้านเขว้า แล้วก็บ้านแผ่นดินทอง ตำบลลุ่มลำชี อำเภอบ้านเขว้า และที่บ้านแผ่นดินทอง นี้นะคะท่านประธาน มีโรงเรียนอยู่ด้วยค่ะ การที่โรงเรียนบางครั้งขาดน้ำเขาต้องไปสูบน้ำ จากแม่น้ำชีมาให้เด็กเพื่อจะได้รองรับเด็กที่มีถึง ๓๐๐ คนใช้ในโรงเรียนซึ่งลำบากมาก ก็อยากจะฝากท่านประธานด้วยนะคะ อีกหมู่บ้านหนึ่งคือหมู่บ้านเขื่อนลั่นที่ตำบลตะโกทอง ๓ หมู่บ้านนี้เดือดร้อนค่อนข้างมาก ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือ ปัจจุบันนี้ที่จังหวัดชัยภูมิ ของดิฉันอากาศได้มีการลดลงค่อนข้างเยอะค่ะ ตอนช่วงเช้า ๆ จะมีอาการของอากาศเย็นเข้ามา แต่ว่ามันยังไม่ถึง ๑๔ องศาเซลเซียส ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่ได้ประกาศเป็นเขตประสบภัยหนาว ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย ให้ช่วยดูแลในการจัดเตรียมเครื่องนุ่งห่มหรือว่าผ้าห่มเพื่อรองรับอากาศที่เย็นลง เมื่อมีภัยแล้วจะได้มีพร้อมแจกให้กับพี่น้องในจังหวัดชัยภูมิ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ส.ส. นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ใคร่ขออนุญาตท่านประธานสภาหารือไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ผู้ดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สืบเนื่องจากจังหวัดระยอง โดยท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดระยองได้ขออนุญาตใช้พื้นที่พรุหนองจำรุง หมู่ที่ ๕ ตำบลชากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง จำนวน ๓๐๐ ไร่ เพื่อก่อสร้างพุทธมณฑลจังหวัดระยอง เป็นสถานที่กลาง ในการปฏิบัติศาสนกิจทางสงฆ์ในพุทธศาสนาประจำจังหวัดระยอง และภาคตะวันออก ซึ่งได้ดำเนินการขอใช้พื้นที่ต่อเนื่องมาประมาณ ๓ ปีแล้วแต่ว่าติดขัดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักนโยบายและแผน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะหวงพื้นที่นี้เป็นอย่างมากเลย เนื่องจากว่า ๔ ปีก่อนนั้นทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้มาทำประชาคมพื้นที่ท้องถิ่นเทศบาลสุนทรภู่ แล้วก็ได้ไปขึ้นทะเบียน เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำไว้จำนวนประมาณ ๓,๘๐๐ ไร่ แต่เนื่องจากบึงจำรุง มีจำรุงใหญ่ จำรุงเล็ก เหมือนเลขแปด วงกลมตัวล่างประมาณ ๓,๕๐๐ ไร่ เลข ๘ นะครับ ตัวเล็กประมาณ ๓๐๐ ไร่ รวมเป็น ๓,๘๐๐ ไร่ แล้วพื้นที่ชุ่มน้ำนี้ก็จะมีน้ำที่ล้นไหลลงทะเลไป ในส่วนของ บึงจำรุงเล็กที่เรียกว่าพรุหนองจำรุง ๓๐๐ ไร่นี้ กรมชลประทานเมื่อประมาณ ๓ ปี ที่แล้วได้มาพัฒนาเป็นแก้มลิงจุน้ำจืดได้ประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ คิว หมดสภาพการเป็นพื้นที่ ชุ่มน้ำไปแล้วนะครับ แต่ว่าในการประกาศนั้นได้ครอบคลุมเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ สำนักนโยบาย และแผนนั้นก็ไม่ได้พิจารณาตามข้อมูลข้อเท็จจริงนะครับ ค่อนข้างที่จะกีดกันพื้นที่นี้ ๓ ปีก็ไม่อนุญาต ผมอยากจะเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าขณะนี้สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติกำลังจะชงเรื่องเพื่อขอใช้พื้นที่นี้ให้จังหวัดระยองได้ก่อสร้างพุทธมณฑล เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา ก็อยากจะให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ฟังพื้นที่ด้วยว่าครั้งทำประชาคมได้บอก พื้นที่ว่าหากมีความจำเป็นก็ขออนุญาตใช้พื้นที่ได้ตามขั้นตอนอย่าได้กีดกันการใช้พื้นที่นี้เลย เพื่อความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในจังหวัดระยองและในภาคตะวันออกด้วย ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนิยม วรปัญญา

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี ประเภทบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตามที่ท่านประธานได้กรุณาให้มีการหารือประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุดเลยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจำนวนมากแล้วก็มีหนังสือ แนบมาเสนอท่านประธานขอให้ช่วยสนับสนุน

ข้อ ๑ การขุดลอกแม่น้ำป่าสัก แม่น้ำป่าสักเป็นหัวใจสำคัญจำนวน ๕๐ แห่ง

ข้อ ๒ ขอให้เพาะพันธุ์กล้าไม้แจกราษฎร เพราะกล้าไม้เวลานี้ราษฎรรู้จัก สนใจปลูกต้นไม้ แต่ว่าอยากให้ปลูกเป็นไม้เศรษฐกิจเพื่อเป็นรายได้คุ้มค่าแล้วก็จะเป็น ประโยชน์ต่อแผ่นดิน เพราะไม้เศรษฐกิจนี้ช่วยเรื่องเศรษฐกิจได้มาก

ข้อ ๓ ขอให้เยียวยาฟื้นฟูถนนที่เกิดภัยพิบัติของจังหวัดลพบุรีที่ยัง ไม่ได้ทำการบูรณะปรับปรุงมีทั้งหมด ๗๕ แห่ง

ข้อ ๔ ขอให้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำป่าสักที่เกิดผลกระทบจากการสร้าง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จำนวน ๖ แห่ง ตอนนี้สะพานไม้ก็ผุหมดเพราะว่าน้ำท่วมแล้วสะพานคอนกรีต น้ำก็ท่วมก็ไม่มีการแก้ไขต้องเดินทางอ้อมไปไกลเสียเศรษฐกิจมาก

ข้อ ๕ ขอให้ประกาศเดินสำรวจออกโฉนด เพราะจำนวนที่ยังไม่ได้รับโฉนด มีอีกมาก แล้วคนจนไม่มีโอกาสถ้าไปเดินรังวัดออกเป็นรายแปลง แปลงหนึ่งก็เสีย หลายหมื่นบาทคนจนไม่มีโอกาสเลยครับ

ข้อ ๖ ขอให้การประปาส่วนภูมิภาคสร้างแหล่งประปาขึ้นที่อ่างกุดตาเพชร แล้วก็แจกน้ำไปให้กับอำเภอลำสนธิจำนวน ๖ ตำบล อำเภอชัยบาดาลอีก ๓ ตำบล เพราะอยู่ ในที่สูง

ข้อ ๗ ขอให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรีหลายจุด อันนี้รายละเอียดอยู่ ตามหนังสือทุกเรื่องนี้

ข้อ ๘ ขอให้ส่งเสริมการผลิตกระไฟฟ้าจากพลังน้ำ พลังลม วัชพืช มูลสัตว์ แล้วก็จากก๊าซธรรมชาติ

ข้อ ๙ ขอให้ช่วยแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำมากเวลานี้ ยางพาราด้วยครับ ท่านประธาน รายละเอียดปรากฏตามหนังสือที่ผมกราบเรียนไปนั้นครับ ผมได้ส่งท่านประธานไปแล้ว ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน สัก ๓ เรื่องนะครับ

เรื่องแรก เป็นเรื่องของการร้องขอของคณะครูและคณะกรรมการสถานศึกษา ของโรงเรียนเขื่องใน (เจริญราษฎร์) ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำอำเภอเขื่องใน ระดับประถมศึกษา โรงเรียนนี้ผมจะยื่นกระทู้ถามและหารือมาหลายรอบ และล่าสุดได้มีวิศวกรของ สพฐ. ลงตรวจสอบพื้นที่ ก็ได้ลงความเห็นแล้วครับว่าชำรุดทรุดโทรมแล้วก็มีความจำเป็นที่จะต้อง ก่อสร้างใหม่เป็นอาคาร สปช. ๒/๒๘ ลงหนังสือตรวจเยี่ยมแล้วก็ให้ความเห็นว่าต้องรีบ ก่อสร้างโดยด่วน เพราะฉะนั้นเรื่องแรกขอให้ท่านฝากไปถึงสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ให้เร่งดำเนินการบรรจุแผนงานโครงการ งบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียน สปช. ๒/๒๘ ๓ ชั้น เพื่อโรงเรียนเขื่องใน (เจริญราษฎร์) ลูกหลานของพวกเราด้วยครับ อันดับแรก

เรื่องที่ ๒ เป็นการก่อสร้างสนามกีฬาอำเภอและสนามกีฬาตำบลของ กรมพลศึกษา เรื่องนี้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุบลราชธานีได้ลงสำรวจ ออกแบบพื้นที่ทั้ง ๒ สนามกีฬาแล้วและได้ยื่นต่อเนื่องมา ๒ ปีแล้วครับ แบบแปลน สถานที่ มีพร้อมครับ แต่ว่ายังรอการอนุมัติงบประมาณจากกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งผมทราบว่าหลาย ๆ ครั้งที่กรมพลศึกษาได้จัดสรรสนามกีฬาแต่ละแห่งไม่กระจายตัว เท่าที่ควร เพราะฉะนั้นครับ ๒ แห่งนี้ทั้งสนามกีฬาอำเภอเขื่องใน และสนามกีฬาตำบลขี้เหล็ก อำเภอเมือง ซึ่งสนามกีฬาตรงนี้จะเป็นการก่อสร้างอนุสรณ์สถานเมล็ดข้าวเปลือกยักษ์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้กำลังดำเนินการแล้วครับ รอเมล็ดข้าวเปลือกกำลังจะมาลงก็คงจะ เสร็จสิ้นเพื่อความสมบูรณ์แบบเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยนะครับ

และเรื่องสุดท้าย สั้น ๆ เป็นการลดอุบัติเหตุความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ขอให้ท่านประธานฝากเรื่องจะติดตั้งไฟส่องสว่าง ถนนแจ้งสนิทตรงแยกดงอู่ ผึ้ง อำเภอเมืองตลอดทั้งสายผ่านมาที่ตำบลแจระแม ตำบลหนองขอน ตำบลปะอาว ตรงจุดนี้ครับ มีส่วนราชการเกิดขึ้นมามากมายศาลากลางหลังใหม่ ศาลปกครอง สนามกีฬากลาง ชลประทาน และอื่น ๆ อีกมากมายครับที่จะเกิดขึ้นในเส้นตรงนี้ ฝากท่านประธานไปถึง กรมทางหลวงแผ่นดินเพื่อจะติดตั้งไฟส่องสว่าง แล้วก็ปลูกต้นไม้ ๒ ข้างทางเพื่อความสวยงาม และลดอุบัติเหตุเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่สัญจรไปมาครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอ ๒ ท่านสุดท้าย ท่านลีลาวดี วัชโรบล แล้วตามด้วยท่านประมวลนะครับ

นางสาวลีลาวดี วัชโรบล กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ เขตดุสิต เขตราชเทวี พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันขอหารือถึงเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องนะคะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตดุสิตโดยแจ้งผ่าน มาทางท่าน ส.ส. ขจิตร ชัยนิคม ท่านไปพบเจอโดยบังเอิญนี้นะคะ เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม คือคุณน้อยได้ฝากข้อร้องเรียนผ่านท่าน ส.ส. ขจิตรมานะคะบอกเดือดร้อนเหลือเกิน มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่แถวสี่แยกพิชัย สามแยกพิชัยใกล้ ๆ กับรัฐสภาของเรานี้ค่ะ โดยบอกว่า พี่น้องประชาชนที่อาศัยแล้วก็ประกอบอาชีพอยู่ในบริเวณสามแยกพิชัย สี่แยกพิชัยนั้น มีความเดือดร้อน เนื่องจากว่าลูกค้าไม่สามารถจะจอดรถได้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไปออกใบสั่ง บอกเดิมนี่เคยจอดได้เดี๋ยวนี้จอดไม่ได้ แล้วท่านเจ้าหน้าที่ตำรวจนี่ก็ไปให้เหตุผลกับพี่น้อง ประชาชนบอกว่าที่ไม่ให้จอดนี่เป็นเพราะว่ารถติดนะคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเดินทางมา ไม่สะดวก ประชาชนก็เลยอ้าว อ๋อที่ไม่ได้จอดนี่เป็นเพราะว่า ส.ส. นั่นเองนะคะ จึงอยากจะ ขอฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบอกว่าถ้าจะเป็นไปได้อาจจะจัดเวลาให้ สามารถจอดได้ในบางเวลา อย่างเช่นเวลาที่ไม่ได้เร่งด่วนมากนักเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับผู้ประกอบอาชีพ แล้วก็อยู่บริเวณที่อยู่ริมซอยตรงสี่แยกพิชัย แล้วก็สามแยกพิชัยนะคะ ก็ฝากท่านประธานด้วยค่ะ

อีก ๑ เรื่อง ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนจำนวนมากทีเดียว ที่ทำโครงการเอสเอ็มแอล (SML) ในเขตดุสิตค่ะ ในเขตราชเทวีพบว่าโครงการเอสเอ็มแอล ทำแล้วประสบความสำเร็จอย่างยิ่งได้รับงบประมาณไปก็เกิดการพัฒนาในชุมชน ซอยสมประสงค์นี่ไปซื้อเครื่องดับเพลิง หลังจากซื้อไม่เท่าไรก็เกิดเหตุดับเพลิงก็ใช้เครื่องนี้ ดับได้นะคะเรียกว่าสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนมาก แต่พบว่าในเขตดุสิตค่ะ ทำไปหลายชุมชนหลายสิบชุมชนแต่ว่าไม่ได้รับงบประมาณ พอถามไปก็พบว่าเป็นการออก รหัสชุมชนที่ซ้ำซ้อนกับต่างจังหวัด ดิฉันเฝ้าถามไปเรื่อย ๆ เนื่องจากพี่น้องประชาชนเห็นถึง ความสำคัญของโครงการนี้มากก็ยังไม่ได้รับคำตอบบอกว่าผู้ใหญ่ยังไม่ได้คุยกันก็ไม่ทราบว่า ผู้ใหญ่ขนาดไหน ดิฉันเองได้เข้าไปหาท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีก็สั่งการลงมาแล้วนะคะ ดิฉันก็อยากจะขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ได้โปรดดำเนินการแก้ไขในเรื่องของการออกรหัสชุมชนซ้ำซ้อนและรีบโอน งบประมาณให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุดท้ายครับ ท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ครับ

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นี้ เกิดมาเป็นระยะนานนับปีครับ

สิ่งแรก คือเรื่องราคามะพร้าวตกต่ำ ซึ่งผมก็ได้ยื่นกระทู้ถามสดและเป็นต้นเหตุ จากการที่รัฐบาลอนุมัตินำมะพร้าวต่างประเทศเข้ามา ซึ่งระยะนี้มะพร้าวในประเทศ ก็ลดน้อยลงราคาก็เริ่มขยับขึ้น จาก ๓ บาท ๔ บาท ๕ บาท ๖ บาท ขึ้นมาเป็น ๗ บาท แต่ตอนนี้ ราคาลดลงมาอีกแล้วเหลือ ๖ บาท เพราะฉะนั้นผมอยากเรียกร้องไปถึงรองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นผู้ควบคุม ขอให้ดูแลเรื่องการไม่อนุญาต นำมะพร้าวต่างประเทศเข้ามา คือช่วงนี้เดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนพฤษภาคมปีหน้านี้ เป็นช่วงที่พ่อค้าสามารถนำมะพร้าวต่างประเทศเข้ามาโดยการขออนุญาตจากรัฐบาล เพราะฉะนั้นผมอยากเรียกร้องให้รัฐบาลไม่ให้อนุญาตนำมะพร้าวต่างประเทศเข้ามา เป็นเรื่องแรก

ส่วนเรื่องที่ ๒ อยากเรียกร้องให้รัฐบาลป้องกันดูแลการลักลอบนำมะพร้าว ต่างประเทศเข้ามาเพื่อทำให้ราคามะพร้าวในประเทศตกต่ำ เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลยอมรับ ความผิดพลาดครั้งที่แล้วที่มาตอบกระทู้ถามสดผมในสภา ผมว่าปีนี้รัฐบาลคงเข้มงวด เรื่องมะพร้าวเพื่อให้เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวให้มีการอยู่ดีกินดีขึ้น ซึ่งมีผลกระทบจาก มะพร้าวตายจากศัตรูแมลงมะพร้าว จากราคามะพร้าวตกต่ำ จนเกษตรกรชาวจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นเมืองหลวงมะพร้าวย่ำแย่กันทุกหย่อมหญ้าแล้ว ส่วนเรื่องที่ ๒ คือ เรื่องราคาสับปะรดตกต่ำก็เป็นเมืองหลวงของสับปะรดเหมือนกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพราะฉะนั้นขอให้รัฐบาล โดย ๒ กระทรวงหลักที่ผมกล่าวไปแล้วข้างต้นนี้พร้อมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยขอให้รีบเร่งแก้ไข คณะกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรขอให้ รีบเร่งประชุม ไม่ใช่รับปากว่าอีก ๒ เดือน ๓ เดือนจึงประชุม เพราะฉะนั้นเกษตรกรมีปัญหา สินค้าเกษตรตกต่ำหมด

สุดท้าย เรื่องถนนเพชรเกษม ขอให้กระทรวงคมนาคมพร้อมดูแลถนน และไฟส่องสว่างด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๕ คน
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ มีผู้ลงชื่อประชุม ๔๐๔ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตดำเนินการตามระเบียบวาระ ก่อนที่จะพิจารณาตามระเบียบวาระผมขอปรึกษาที่ประชุม เพื่อนำเรื่องตามระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมเฉพาะกรณี ๒.๑ คำสั่งศาลฎีกา และระเบียบวาระที่ ๒.๒ ระเบียบวาระที่ ๒.๓ แล้วก็ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุมขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งใช้เวลาไม่มากนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่น ผมขออนุญาตดำเนินการตามนี้นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม เป็นเรื่องรับทราบ คำสั่งศาลฎีกา ซึ่งไม่ได้ปรากฏในระเบียบวาระ

ด้วยประธานศาลฎีกาได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และขอให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๓๙ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๖ ดังนี้

๑) จังหวัดชัยภูมิ เขตเลือกตั้งที่ ๑ ขอให้มีการเลือกตั้งใหม่ แทน นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคำสั่งให้รับคำร้องดังกล่าวไว้ เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕

๒) จังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ขอให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และขอให้มี การเลือกตั้งใหม่ แทน นายดิสทัต คำประกอบ โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคำสั่ง ให้รับคำร้องดังกล่าวไว้ เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๕

๓) กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ ๒๘ ขอให้มีการเลือกตั้งใหม่ แทน พันตำรวจเอก สามารถ ม่วงศิริ โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคำสั่งให้รับคำร้องดังกล่าวไว้ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๕

บัดนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้พิจารณาวินิจฉัยทั้ง ๓ คดีดังกล่าวแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องกรณีของนายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๕ กรณีของนายดิสทัต คำประกอบ เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ และกรณีของ พันตำรวจเอก สามารถ ม่วงศิริ เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ จึงทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๓ คน ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ดังนั้นปัจจุบันจึงมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๔๙๖ คน

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒. ประธาน สภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้นำเรื่องขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาคดีอาญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ในระหว่าง สมัยประชุมออกจากระเบียบวาระการประชุม ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๙ วรรคสอง

(ที่ประชุมรับทราบ)

๓. รับทราบ การพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน ๓ เรื่อง ท่านบุญยอดมีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ เมื่อสักครู่ผมยกมือในขณะที่ท่าน กำลังอ่านเรื่องการแจ้งให้ที่ประชุมทราบในเรื่องของการนำเอาระเบียบวาระของการขออนุญาต สภาผู้แทนราษฎร การพิจารณาคดีอาญาสมาชิกก็คือ ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ออกจากระเบียบวาระการประชุม แต่ว่าเท่าที่ผมดูในระเบียบวาระ ผมไม่เคยเห็นว่ามีการบรรจุในระเบียบวาระในวันใด จึงอยากจะขอเรียนถามท่านประธาน และทางฝ่ายเลขาธิการด้วยครับ ขอได้ให้รายละเอียดก่อนครับว่าในการบรรจุเรื่องนี้อยู่ใน ระเบียบวาระในวันที่เท่าไรครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นระเบียบวาระ ที่เราบรรจุไว้ตั้งแต่สมัยที่แล้วเรื่องค้างเดิมครับ ผมขออนุญาตต่อเลยนะครับ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธาน อีกครั้งนะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ถ้าหากว่าเป็นเรื่องที่ค้างมันก็ควรจะต้องปรากฏอยู่ใน ระเบียบวาระการประชุมตลอดมาถูกไหมครับ ท่านประธานจึงจะต้องมาแจ้งต่อที่ประชุมว่า เมื่อผ่านระยะเวลาไปแล้วจึงขอนำออกจากระเบียบวาระ เท่าที่ผมตรวจสอบการประชุม ในระเบียบวาระหลาย ๆ ครั้งก็ปรากฏตามเว็บไซต์ (Web site) ของรัฐสภาเอง ก็ยังมี ระเบียบวาระที่ปรากฏในเว็บไซต์อยู่ตลอดเวลา ไม่เคยมีเรื่องของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไม่เคยมีเรื่องของ ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิบรรจุอยู่ในระเบียบวาระต่าง ๆ เหล่านี้ ผมจึงสงสัยครับ ท่านประธานว่าตกลงบรรจุเข้ามาเป็นระเบียบวาระวันที่อย่างไร เพราะว่าท่านกำลัง จะต้องขอตามข้อบังคับการประชุม คือถ้ามันอยู่ในระเบียบวาระท่านจึงมาพูดในวันนี้อย่างไรครับว่า ผ่านระยะเวลาแล้วท่านจึงนำออกจากระเบียบวาระ ซึ่งก็เป็นอำนาจของท่านตามข้อบังคับ ถูกไหมครับ แต่คำถามมันตามมาครับว่าแล้วเรื่องนี้มันบรรจุเมื่อไรครับ มันอยู่ในระเบียบวาระ มันก็ต้องค้างอยู่สิครับ เรื่องค้างอยู่ก็ต้องค้างอยู่นะครับ เมื่อเดือนที่แล้วเองท่านประธานครับ ไม่ได้ระยะเวลาห่างไกลเลยนะครับ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ก็ควรจะต้องค้างอยู่ไม่ใช่หรือครับ ขอคำอธิบายด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านบุญยอดครับ เป็นเรื่องแจ้งเพื่อทราบเท่านั้นเองนะครับ แล้วการแจ้งเพื่อทราบมีหลายครั้งที่เราสามารถนำ เรื่องที่ไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระมาแจ้งเพื่อทราบ เหมือนอย่างเมื่อสักครู่นี้เรื่องคำสั่งศาล ที่เพิ่งอ่านจบเมื่อสักครู่ก็เป็นเรื่องที่ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระนะครับ คงไม่น่าจะมีปัญหา อะไรกระมังครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เรื่องนี้ มันเป็นเรื่องระเบียบวาระการประชุมนะครับ และการประชุมนั้นก็เป็นการประชุม บางเรื่อง ไม่ได้เป็นอำนาจของประธานอย่างเดียว แต่บางเรื่องเป็นอำนาจของประธานผมเข้าใจครับ เรื่องที่ยังไม่บรรจุท่านต้องมาแจ้งนอกจากที่เคยอยู่ในระเบียบวาระแล้วอันนี้ผมเข้าใจได้ครับ แต่ว่าเรื่องที่ท่านพูดกับสภาเมื่อสักครู่นะครับ คือการนำขอออกจากระเบียบวาระการประชุม ผมจึงอยากจะตรวจทานว่าถ้าอย่างนั้นบรรจุระเบียบวาระกันเมื่อไร สมมุตินะครับ อันนี้ผมคิด ในแง่ลบแง่ร้ายตามประสาของผมนะครับ เช่นท่านประธานอยากจะเอื้อต่อพรรคพวก ด้วยกันเองท่านก็บอกไม่ต้องไปบรรจุมา เดี๋ยวถึงเวลามันเลยเวลาแล้วผมก็เอาออกให้ได้ ก็ไม่ต้องบรรจุระเบียบวาระ อย่างนี้ได้ไหมครับถ้าผมมองโลกในแง่ร้ายอย่างนี้ครับ ดังนั้นครับ ท่านประธาน ถ้ามีจดหมายหรือว่ามีคำขออนุญาตจากทางสำนักงานศาลยุติธรรมมายัง สภาผู้แทนราษฎรท่านก็ต้องบรรจุอยู่ในเรื่องด่วน อันนี้ก็ตามระเบียบข้อบังคับการประชุม ท่านต้องบรรจุอยู่แล้วในเรื่องด่วนทันทีหลังจากที่ได้รับจดหมายมา แต่เมื่อตรวจสอบ ไปที่ระเบียบวาระการประชุมท่านประธานครับ ปรากฏว่าผมไม่เคยเห็นระเบียบวาระนี้ ผมอาจจะผิดพลาดก็ต้องขออภัยถ้าผมผิดพลาด แต่ถ้าหากตรวจสอบกันตามเว็บไซต์ ที่เกิดขึ้นแล้วมันไม่มีจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมได้จดหมายจากวิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ ท่านประธาน ลงวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๕ กรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๕ กรณี ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ มันก็ตรวจสอบตรวจทานกันได้ง่าย ถ้าจะระบุในระเบียบวาระนี้ก็ต้องอยู่หลังวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๕ หรืออยู่หลังวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๕ ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอย่างนี้ครับ เดี๋ยวให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วให้เจ้าหน้าที่ได้ช่วยชี้แจงนะครับ ให้เวลาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงนิดหนึ่ง ผมผ่านไปเลยนะครับ เดี๋ยวค่อยให้เจ้าหน้าที่ช่วยชี้แจงครับ ไปที่

๓. รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน ๓ เรื่อง

๑) ที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ จำนวน ๒ ฉบับ คือ

(๑) ร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ ร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว

(๒) ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (จัดตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร) ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว

๒) ที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๗ (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ได้ลงมติตั้งกรรมาธิการร่วมกันฝ่ายวุฒิสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ มาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

๓) วุฒิสภาได้ลงมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จำนวน ๓ ฉบับ คือ

(๑) ที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ได้ลงมติขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวย ความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... ออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับแต่ วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๕ ตามมาตรา ๑๔๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

(๒) ที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๗ (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ได้ลงมติขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติออกไป เป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน ตามมาตรา ๑๔๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จำนวน ๓ ฉบับ คือ

๑. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

๒. ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

๓. ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ....

(ที่ประชุมรับทราบ )

ท่านเลขาธิการ ได้ข้อมูลหรือยัง ช่วยชี้แจงหน่อย ไม่ติดใจนะครับท่านบุญยอด ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้น ผมต่อไปที่ระเบียบวาระที่ ๓

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม

รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) ครั้งที่ ๑๙ วันพุธที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ครั้งที่ ๒๐ วันพฤหัสบดีที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๕ ครั้งที่ ๒๑ วันพฤหัสบดีที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๕ ครั้งที่ ๒๒ วันพุธที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๕ ครั้งที่ ๒๓ วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจ ดูแล้วก่อนที่จะนำเสนอให้สภารับรอง มีท่านใดจะแก้ไขอะไรหรือเปล่าครับ

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ที่ประชุม ไม่มีความเห็นถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๕ ครั้งดังกล่าวนะครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วครับ

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

การพิจารณาในวาระที่สองนี้จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับมาตรา และให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติ ที่มีการสงวนคำแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้เว้นแต่ที่ประชุม จะมีมติเป็นอย่างอื่น เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. .... ขอกราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ทราบว่า

ด้วยในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญทั่วไป) ในวันพุธที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งกระผมและคณะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยได้เสนอต่อสภา และร่างพระราชบัญญัติกองทุน สงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. .... นายแพทย์ปรีชา มุสิกุล และสมาชิกของ พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้เสนอ และได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา โดยให้ถือเอาร่างพระราชบัญญัติที่กระผมและคณะเป็นหลักในการพิจารณา กำหนดในการ แปรญัตติ ๑๕ วัน

คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมแล้วก็มีมติได้เลือกผมเป็นประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านอภิชาต การิกาญจน์ เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ ท่านวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ท่านวุฒิชัย กิตติธเนศวร เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม คุณประสพ บุษราคัม รองประธาน คณะกรรมาธิการ คนที่สี่ คุณปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า คุณเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หก คุณก่อเกียรติ สิริยะเสถียร เป็นเลขานุการ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว โฆษกคณะกรรมาธิการ คุณยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ และมีคุณบุญเลิศ ไพรินทร์ ที่ปรึกษา และคณะกรรมาธิการ คุณจเร พันธุ์เปรื่อง เป็นกรรมาธิการ และประกอบด้วยกรรมาธิการ ทั้งหมด ๓๑ คน ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. .... ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เสร็จแล้วโดยรายละเอียดจึงกราบเรียนนำเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

อนึ่ง คณะกรรมาธิการได้พิจารณาทบทวนร่างมาตรา ๒๒/๒ เมื่อวันพุธที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๕ มีมติแล้วเห็นชอบให้ตัดความวรรคสองออกทั้งวรรค และมีการแก้ไข เพิ่มเติมถ้อยคำในมาตรา ๑๘/๑ และมาตรา ๒๒

ทั้งนี้ เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความสมบูรณ์ สอดคล้องกับ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คณะกรรมาธิการจึงใคร่ ขอความอนุเคราะห์จากท่านประธานเพื่อได้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ได้แจกเอกสารใบแทรก ที่เกี่ยวกับการแก้ไขที่ผมนำกราบเรียนแล้วต่อที่ประชุม ขออนุญาตครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอคำแปรญัตติในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไว้ทั้งหมด ๑๕ ประเด็น ซึ่งมีประเด็นใหญ่ ๆ สำคัญอยู่เพียง ๒ ประเด็นเท่านั้น แต่อยากจะกราบเรียน กับท่านประธานว่า เมื่อได้เห็นรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้ไปปรับปรุงแก้ไขแล้วก็ได้ผ่าน กระบวนการในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างผมกับคณะกรรมาธิการ และในชั้น ของการพิจารณาก็ได้มีความเห็นร่วมไปในทิศทางเดียวกันก็คือเห็นทิศทางที่จะมุ่งเน้นการทำ กฎหมายฉบับนี้ไปในทิศทางเดียวกันก็คือการให้ผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภานั้นได้รับสวัสดิการ ดูแลอย่างต่อเนื่องในรูปของเงินตอบแทนรายเดือน ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นหลักที่ให้ความเห็นไว้ ทั้งในที่ประชุมคณะกรรมาธิการแล้วก็ในการแปรญัตติของกระผม กราบเรียนท่านประธานว่า ในมาตรา ๑ นั้นในร่างเดิมก็คือเป็นร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิก รัฐสภาซึ่งเป็นการล้อตามระเบียบรัฐสภาเมื่อปี ๒๕๔๓ ที่ใช้คำว่า สงเคราะห์ กับผู้ที่เคยเป็น สมาชิกรัฐสภาก็คือคนที่พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็จะให้มีเงินกองทุนขึ้นมา กองทุนหนึ่งเพื่อให้การสงเคราะห์ แต่การใช้คำว่า สงเคราะห์ นั้นจริง ๆ แล้วผมคิดว่า นอกจากจะเป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมแล้วยังเป็นถ้อยคำที่ไม่ก่อให้เกิดการยกย่องหรือการให้เกียรติ กับบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภามา เพราะฉะนั้นในคำแปรญัตติของผม ซึ่งต้องการให้มีการยกย่องให้เกียรติกับอดีตสมาชิกรัฐสภาก็น่าที่จะใช้คำว่า การส่งเสริม สวัสดิการแก่อดีตสมาชิกรัฐสภา ด้วยเหตุผลก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้แม้ว่าด้านหนึ่งจะเป็น การจัดระบบสวัสดิการสำหรับผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาให้มีความเป็นเอกภาพ ให้มี ความก้าวหน้ามากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งผลสะเทือนจากการที่เราได้มีกฎหมายฉบับนี้ ก็จะเป็นการปลุกสำนึกของสมาชิกรัฐสภาให้มีความตระหนักในบทบาทในเกียรติภูมิของ ตนเองในระหว่างการทำหน้าที่ด้วยว่านับจากนี้ไปสิ่งที่เราเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม เราก็ต้องเคร่งครัด ทำหน้าที่ให้เหมาะสมกับการที่เราจะได้รับการดูแลจากสังคมในรูปของ สวัสดิการ ซึ่งเงินส่วนหนึ่งในการนำมาใช้ในกองทุนนี้ก็มาจากภาษีอากรของประชาชน เพราะฉะนั้นการที่จะรักษาเกียรติของตนเองไว้ การที่จะปกป้องเกียรติของตนเองไว้นั้น เป็นเรื่องที่สมาชิกรัฐสภาจะต้องไม่ละเลย จะต้องเข้มงวดกับตัวเองอยู่ตลอดเวลาและเมื่อพ้น จากหน้าที่ไปแล้วผมยังคิดว่าในอนาคตถ้ากลไกของรัฐสภาเปิดกว้างเพียงพอที่จะรองรับให้ อดีตสมาชิกรัฐสภาได้ทำหน้าที่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของงานของกลไกรัฐสภาก็จะมีความเหมาะสม เพราะนั่นเราจะได้ใช้บุคลากรที่เคยทำหน้าที่ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้กลับมาใช้ ความรู้ความสามารถของเขาในรูปแบบต่าง ๆ ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามเมื่อทาง คณะกรรมาธิการได้เปลี่ยนถ้อยคำในชื่อร่างพระราชบัญญัติจากคำว่า กองทุนสงเคราะห์ ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา มาเป็น กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่าเป็นถ้อยคำ ที่สอดคล้องกับคำที่ผมเคยแปรญัตติไว้ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้จึงเห็นด้วยที่จะให้แปรญัตติ ไปตามนั้น แล้วก็อยากเรียนกับท่านประธานว่าใน ๑๕ ประเด็นที่ผมได้เสนอคำแปรญัตติไว้นั้น เนื่องจากว่าเป็นการเสนอคำแปรญัตติในช่วงเวลาตามที่ระเบียบข้อบังคับของสภาได้กำหนด ไว้ก็คือ ๗ วันหลังจากรับร่างวาระที่หนึ่ง ในช่วงนั้นทางคณะกรรมาธิการก็ยังไม่ได้มีการปรับแก้ อย่างสมบูรณ์และในช่วงที่ผมได้ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการก็ยังไม่ได้แก้ไขเสร็จสิ้น เพราะฉะนั้นถ้อยคำที่ปรากฏอยู่ในรายงาน ของคณะกรรมาธิการที่บอกว่า เมื่อได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการแล้วคณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย ผู้แปรญัตติขอสงวน ความเห็นนั้นในบางประเด็นก็ไม่ตรงกับความเป็นจริงนะครับ ก็เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ เป็นส่วนใหญ่ มีเพียงบางประเด็นเท่านั้นซึ่งผมจะได้ลุกขึ้นอภิปรายเมื่อถึงในจุดนั้นนะครับ ซึ่งมีอยู่เพียง ๒-๓ ประเด็นเท่านั้น ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเลขาธิการต่อเลยครับ เชิญท่านประธาน

นายไพจิต ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ชื่อพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้ยกร่างแล้วก็ลอกเลียนจาก ระเบียบการสงเคราะห์ช่วยเหลือจากเงินกองทุนเดิม ก็มีการพิจารณาว่าเหตุที่ต้องใช้ชื่อในชั้น การพิจารณาต้น ๆ ก็มีข้อทักท้วงเห็นชอบที่จะให้เปลี่ยน เพราะฉะนั้นเวลาในชั้น การพิจารณาเมื่อสภารับหลักการแล้วก็ได้ขอเปลี่ยนคำว่า สงเคราะห์ ออก เพราะว่านัยที่ควร จะได้รับการช่วยเหลือจากอดีตสมาชิกนี่เป็นเกียรติยศชื่อเสียงของคณะบุคคลที่ได้ทำ คุณประโยชน์ต่อบ้านเมือง ควรจะเป็นสิทธิที่ควรได้รับ คงไม่ใช่ผู้ยากไร้ที่จะต้อง สงเคราะห์กัน เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการก็เคารพ ต้องขอบพระคุณท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ที่ได้ให้ข้อคิดสอดคล้องกับการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งโดยนัย การพิจารณาอยู่ ๘-๙ ครั้งก็เป็นการพิจารณาเต็มคณะที่พร้อมเพรียงกัน มีความเห็น ไปในทำนองเดียวกัน อะไรที่ควรปรับก็ได้ปรับ อะไรที่ควรยกให้สอดคล้องให้สมบูรณ์ก็ได้ทำ โดยนัยนี้ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ และขอขอบคุณท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเลขาธิการต่อเลยครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

คำปรารภ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตกลง แก้ชื่อร่างมาตามที่ท่านอภิชาตเสนอ ก็ถือว่าแก้ไขแล้ว ท่านเลขาธิการต่อ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

คำปรารภ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

มาตรา ๑ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตามมาตรา ๑ ครับ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภา พ.ศ. .... เอาตามนี้

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ คณะกรรมาธิการตัดออก มาตรา ๔ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ คือในประเด็นที่ผมขอแปรญัตติแล้วก็สงวนความเห็นไว้เรื่องของคำว่า สงเคราะห์ แล้วผม ก็ขอให้เปลี่ยนเป็น ส่งเสริมสวัสดิการ นั้น เนื่องจากว่าทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ไป พิจารณาเปลี่ยนจากคำว่า สงเคราะห์ มาเป็น เพื่อ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ผมต้องการคือ ส่งเสริมสวัสดิการนั่นละครับ เป็นในทิศทางเดียวกัน เพราะฉะนั้นคำแปรญัตติในประเด็นนี้ ซึ่งปรากฏอยู่หลายแห่งในร่างรายงานฉบับนี้ ก็เป็นที่เข้าใจว่าผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ให้เปลี่ยนคำว่า สงเคราะห์ เป็น เพื่อ ผมก็ไม่ติดใจคำว่าส่งเสริมสวัสดิการ แต่ทีนี้ในมาตรา ๔ มีประเด็นที่ผมคิดว่าเป็นประเด็นหลักการที่เป็นหัวใจที่ผมได้เรียนกับท่านประธานแล้วว่า มีเพียง ๒ ประเด็นเท่านั้น

ประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องการที่ผมอยากให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เมื่อมีผลบังคับใช้แล้วต้องการให้ครอบคลุมกับผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาอย่างทั่วถึง โดยไม่เลือกปฏิบัติ เนื่องจากว่าในมาตรา ๔ เป็นเรื่องของคำนิยาม มีคำนิยามเดียวที่ผม ยังเป็นกังวลอยู่ก็คือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ทั้งในร่างเดิมและร่างที่ผ่านความเห็นชอบ ของคณะกรรมาธิการ ซึ่งไม่มีการแก้ไขเลยบอกว่าหมายความว่าผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น ผมได้ขอเพิ่มเติมเข้าไปว่าผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา หมายความว่าผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือผู้เคยเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประเด็นนี้ผมกราบเรียนกับท่านประธานด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า อาจจะมีการตีความไปในแง่ลบได้ว่าการไปสนับสนุนให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มามีส่วนได้รับผลประโยชน์จากหรือได้รับสิทธิประโยชน์จากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยนั้น เป็นการไม่สนับสนุนประชาธิปไตย ซึ่งไม่ได้มีประเด็นนี้อยู่ในความคิดของกระผม ต้องกราบเรียน กับท่านประธานด้วยความเคารพว่า เราต้องยอมรับว่าในบางช่วงเวลาที่ผ่านมาเรามี สถานการณ์ของบ้านเมืองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และมีกลุ่มบุคคลคณะหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่ สมาชิกรัฐสภา มีหน้าที่ในการออกกฎหมาย มีหน้าที่ในการปรับปรุงกฎหมาย มีหน้าที่ ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งมีบทบาทในการแต่งตั้งถอดถอนบุคคล ตามอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายสูงสุดของประเทศที่กำหนดไว้ในขณะนั้น คนเหล่านั้นก็คือ คนที่ปฏิบัติหน้าที่สมาชิกรัฐสภา และคนเหล่านั้นก็สมควรที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่สมควรที่จะถูกรังเกียจเดียดฉันท์ว่าเขาไม่ใช่อดีตหรือคนที่เคยเป็น สมาชิกรัฐสภา ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเอาเป็นว่า หลังจากที่บ้านเมืองเราเข้าสู่ประชาธิปไตยที่เข้ารูปเข้ารอยขึ้น หลังจากเหตุการณ์วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เราก็มีคณะบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้นมาแล้ว สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อปี ๒๕๑๕-๒๕๑๖ ต่อเนื่องถึงก่อนการเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๑๘ ก็มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานประชาธิปไตย พัฒนามาจากสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ ขึ้นมาเลือกกันเองเหลือ ๒๙๙ คนเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีบทบาทสำคัญ ในการวางรากฐานก็คือวางรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ที่สุดของประเทศฉบับหนึ่ง และเราก็ยึดถือมาว่านั่นก็คือช่วงเวลาที่มีความสำคัญแล้วก็ เปิดโลกใหม่แห่งประชาธิปไตยให้กับประเทศไทย คนเหล่านั้นมีบทบาทสำคัญ และคนเหล่านั้น ก็ยังมีชีวิตอยู่ สมควรที่จะได้รับการดูแลเป็นต้นมา นอกจากนั้นในหลายช่วงเวลาหลังจาก ปี ๒๕๑๖ ปี ๒๕๑๘ ปี ๒๕๒๐-๒๕๒๒ ก็มีคนอีกจำนวนหนึ่งช่วงหนึ่งที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ช่วงปี ๒๕๓๔-๒๕๓๕ ก็มีอีก ๒๐๐ กว่าคน และในช่วงหลัง การรัฐประหารปี ๒๕๔๙ มาจนถึงปี ๒๕๕๑ เราก็มีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้นมาอีก ช่วงเวลาหนึ่งอีกจำนวนหนึ่ง คนเหล่านี้รวมแล้วประมาณ ๑,๕๐๐ คน แต่ไม่ทราบว่า ยังมีชีวิตอยู่จำนวนเท่าไร แต่คนเหล่านั้นก็คือบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ทำหน้าที่เหมือนกับพวกเราที่ทำหน้าที่อยู่ ณ เวลานี้ เพียงแต่ที่มา เพียงแต่อำนาจ ตามกฎหมายสูงสุดของประเทศในเวลานั้นบัญญัติ ไว้แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นผมถึงเห็นว่าเพื่อให้เกิดความครอบคลุมทั่วถึงแล้วก็ไม่เลือกปฏิบัติ โดยดูถึงบทบาทหน้าที่การทำหน้าที่ของคนเหล่านี้ในอดีตมาเป็นตัวกำหนด จึงเห็นว่า ในมาตรา ๔ นี้เราควรที่จะบัญญัติให้ผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภานั้นได้ครอบคลุมไปถึงผู้ที่ เคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วยและคนเหล่านั้นในปัจจุบันนี้จำนวนมาก ก็กลับมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในบางช่วงเวลาแล้วก็เป็นฝ่ายบริหารทำหน้าที่บริหาร บ้านเมืองในบางช่วงเวลาด้วย เพราะฉะนั้นจึงเห็นสมควรว่าควรจะให้กฎหมายฉบับนี้ ครอบคลุมไปถึงบุคคลเหล่านั้นด้วย กราบเรียนท่านประธานมาด้วยความเคารพครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์

นายอภิชาต การิกาญจน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต การิกาญจน์ รองประธานคณะกรรมาธิการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. .... ในมาตรา ๔ ในร่าง ของคณะกรรมาธิการเรากำหนดไว้เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกำหนดไว้ว่าผู้เคยเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น เหตุที่เรากำหนดไว้ ในคน ๒ กลุ่ม ด้วยเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ยกร่างขึ้นมาจากระเบียบรัฐสภา ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาในร่างระเบียบรัฐสภา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๓ เราครอบคลุมเฉพาะคน ๒ กลุ่ม คืออดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้ที่เคยเป็น สมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น แต่ในบางช่วงที่บ้านเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองไม่อยู่ ในสภาวะปกติเรามีสภาพิเศษขึ้นมา ในช่วงที่มีสภาพิเศษขึ้นมากองทุนซึ่งอยู่ในสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในช่วงที่ว่างเว้นไม่มีสภาผู้แทนราษฎรเราจะมีสำนักงาน เลขาธิการวุฒิสภาเข้ามาทำภาระหน้าที่ ในการทำภาระหน้าที่ดังกล่าวผมคิดว่า การผลัดเปลี่ยนของการทำภาระหน้าที่เฉพาะกิจในช่วงเวลาพิเศษดังกล่าวระเบียบของ กองทุนซึ่งอยู่ในการดูแลของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมไปถึง สมาชิกส่วนอื่นนอกจาก ๒ กลุ่ม คือผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้เคยเป็น สมาชิกวุฒิสภามีการปฏิบัติที่นอกกรอบโดยการเปิดโอกาสให้คนบางกลุ่มที่เป็นสมาชิก ของสภาในชุดพิเศษนั้นได้มีการสนับสนุนในการบริจาคเงินเข้าสมทบกองทุนเดือนละ ๕๐๐ บาท ซึ่งกองทุนเหล่านี้เป็นกองทุนที่เกิดจากการสะสมเงินของพวกเราที่เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เป็นสมาชิกวุฒิสภาหักเข้ากองทุนเดือนละ ๕๐๐ บาท เป็นการตกลงใจ ของสมาชิกแต่คนที่จะร่วมสมทบกองทุน เมื่อเห็นว่ามีคนชุดหนึ่ง จำนวน ๒๗ ท่าน จากจำนวน ๒๕๐ ท่าน ที่เป็นสมาชิกของสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้เสนอเข้ากองทุน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาก็เลยได้หักเงินเข้ากองทุนสมาชิกเหล่านั้นไว้แล้วก็ให้ดำเนินการ ในการจัดสวัสดิการไม่ว่าจะเป็น ค่ารักษาพยาบาล ค่าทุพพลภาพ และกรณีที่สมาชิก ถึงแก่กรรม โดยเจตนารมณ์ที่แท้จริงของระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุนมิได้มีเจตนารมณ์ ที่จะครอบคลุมไปถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรายืนยันเลยว่าเดิมครอบคลุมเฉพาะ ๒ กลุ่มเท่านั้น คือผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ในการเริ่มต้นประชุม ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เหมือนกัน การยกจากระเบียบรัฐสภาขึ้นมาเป็นกฎหมาย กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภานี้เราได้พูดคุยกันว่าควรจะครอบคลุมหรือไม่ ก็ยังมีเสียง ที่ออกมาเป็น ๒ แนวทาง คือ ๑. สภาทุกสมัยมีส่วนเกี่ยวข้องในการทำงานเพื่อสังคม เพื่อชาติ เพื่อบ้านเมืองเช่นเดียวกัน อีกส่วนหนึ่งเราบอกว่าจะยึดถือเฉพาะสภาที่มาจาก การเลือกตั้งเป็นสภาในสภาวะปกติ เป็นสภาที่มาจากอำนาจของพี่น้องประชาชน จาก ๒ กระแสที่มีข้อขัดแย้งกันอยู่นี้จนในที่สุดการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนที่จะนำร่าง พ.ร.บ. นี้เข้าสู่สภา คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่จึงมีมติว่า เมื่อยกร่างจากระเบียบรัฐสภา ปี ๒๕๔๓ ขึ้นมาเป็นพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา จึงควรครอบคลุม เฉพาะผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น บทเฉพาะกาล ที่เขียนครอบคลุมไว้บนความไม่ชัดเจนในตอนแรกของการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ จึงเป็นอันว่าสิ้นสุดลง ณ เวลานี้คือครอบคลุมเฉพาะคน ๒ กลุ่มเท่านั้น คณะกรรมการ จึงยืนยันตามร่างเดิมในมาตรา ๔ ว่า คำนิยามของผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาจะเป็นเฉพาะ ผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาตว่าอย่างไร

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงแล้วการอธิบายว่ารากฐานที่มาของพระราชบัญญัติฉบับนี้ มาจากการปรับปรุงระเบียบปี ๒๕๔๓ นั้นก็เป็นเหตุผลที่ฟังได้นะครับ แต่ผมกำลังเรียน กับท่านประธานว่า ไหน ๆ เราจะมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาแล้ว ผมเรียนกับท่านประธาน ตั้งแต่ตอนต้นว่า เราไม่ได้คิดเพียงเฉพาะว่านี่คือการให้สวัสดิการกับคนที่เคยเป็น อดีตสมาชิกรัฐสภาเท่านั้น แต่กฎหมายฉบับนี้ต้องการจะยกเกียรติภูมิของคนที่เคยทำหน้าที่ สมาชิกรัฐสภาให้สูงเด่นขึ้น เงินนี่มันไม่ใช่เรื่องสำคัญมากมาย อาจจะมีความจำเป็นสำหรับ อดีตสมาชิกรัฐสภาที่เดือดร้อนจำเป็น แต่การให้สวัสดิการที่เหมาะสมเป็นการให้เกียรติ กับสมาชิกรัฐสภาที่เคยทำหน้าที่ตรงนี้ ตรงนี้น่าจะเป็นหลักที่มีความสำคัญมากกว่ากัน ประเทศไทยเราไม่เคยให้ความสำคัญกับคนที่เคยเป็นอดีตที่ทำหน้าที่ตำแหน่งสำคัญ ๆ ในบ้านเมืองมาก่อน นายกรัฐมนตรีมาแล้วก็ไป รัฐมนตรีเป็นมาแล้ว บริหารบ้านเมืองแล้ว จบแล้วก็จบกันไม่มีการที่จะดูแล สมาชิกรัฐสภาก็เช่นกัน เมื่อไปเปรียบเทียบกับคนที่เคยเป็น ข้าราชการไม่ว่าระดับสูง ระดับต่ำ เมื่อพ้นจากหน้าที่ไปแล้ว หรือเกษียณอายุไปแล้ว เขาได้รับการดูแลจากรัฐ นั่นก็หมายถึงว่าเป็นการดูแลคนที่เคยทำหน้าที่ให้กับบ้านเมืองมา สมาชิกรัฐสภาก็เช่นกัน ผมมีความคาดหวังว่ากฎหมายฉบับนี้จะช่วยยกระดับสังคมให้เห็น ความสำคัญของคนที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาว่าเขามีประโยชน์ รัฐจึงจ่ายเงินสมทบก้อนหนึ่ง ขึ้นมาเพื่อจะดูแลให้เกียรติ ให้เกียรตินั้นดำรงอยู่ต่อไป และในวันข้างหน้าถ้ารัฐสภาเรา มีกลไกที่เปิดกว้างเพียงพอดึงคนเหล่านั้นมาใช้งานในส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการในชั้นต่าง ๆ เราก็ง่ายที่จะดึงคนเหล่านั้นเข้ามาได้ เพราะเรา ให้เกียรติกับเขาโดยผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมถึงยังไม่ได้คำตอบจาก คณะกรรมาธิการว่าทำไมเราถึงไม่ยกเกียรติของคนที่เคยเป็นอดีตสมาชิกรัฐสภาตั้งแต่ ยุคก่อนหน้านี้ เช่นสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อก่อนมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ ซึ่งคนจำนวน ๒๙๙ คน เหล่านั้นก็ยังมีชีวิตอยู่ทำไมเราไม่ยกเกียรติภูมิของคนเหล่านั้นขึ้นมาเทียบเท่ากับอดีตสมาชิก รัฐสภาที่เคยทำหน้าที่เหมือนกับพวกเรา ๆ นี่คือผมยังไม่ได้รับคำตอบ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ กรรมาธิการ

นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ ขอกราบเรียนว่า ด้วยความเป็นห่วงของคณะกรรมาธิการวิสามัญได้คำนึงถึงคุณงามความดี ภาระหน้าที่ของ ท่านสมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติที่เคยดำเนินการแล้วก็มีภาระหน้าที่ดังกล่าวมา แต่เนื่องจาก ในการยกร่างกฎหมายนี้เองถ้าเราคำนึงถึงเจตนารมณ์ในการยกร่างแล้วก็คงจะต้องเดินตาม เจตนารมณ์ดังกล่าวไว้ ผมกราบเรียนว่าข้อมูลที่ท่านอภิชาตได้อธิบายสักครู่นี้เป็นเจตนารมณ์ โดยแท้ แล้วก็เป็นที่มาที่กรณีของการที่เราจะยกร่างกฎหมายก็ควรจะมีเหตุผลในส่วนของ การที่เราจะให้การรองรับหรือกรณีที่เราจะให้เดินไปตามเจตนารมณ์ดังกล่าว หลักในการยกร่าง ก็คงจะอธิบายได้ในส่วนของการที่เรากำหนดเฉพาะผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับสมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น แต่ก็คงไม่ได้ละเลยในส่วนคุณงามความดีของสมาชิก สนช. กราบเรียนว่าก็เลยมีความจำเป็นว่าจะต้องเขียนคำนิยามออกมาให้ชัดเจนแล้วก็เป็นไปตาม เจตนารมณ์ดังกล่าวครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายแพทย์ชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตที่จะขยายเพิ่มเติมในประเด็น ข้อซักถามของเพื่อนกรรมาธิการที่ได้สงวนคำแปรญัตติเอาไว้ในเรื่องบทนิยามในมาตรา ๔ ท่านประธานครับ กรรมาธิการได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนนะครับว่าคำนิยามในมาตรา ๔ เราควรจะต้องมีความชัดเจนอย่างไร ข้อสรุปสุดท้าย คำนิยามของคำว่าผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา กรรมาธิการเสียงข้างมากทุกคนบนพื้นฐานที่ได้คำนึงถึงทุกมิติแล้วได้มีความเห็นร่วมกันว่า เรายึดรัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับปัจจุบันเป็นหลัก เพราะฉะนั้นความหมายของคำว่า ผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภา ก็ล้อเลียนมาจากตัวบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ตรงนั้นคือสิ่งที่กรรมาธิการ ได้คำนึงถึงเป็นเรื่องแรก ถ้าเราจะเขียนนิยามคำว่า ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ให้ผิดแผกแตกต่าง ไปจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้วก็เกรงว่าจะมีปัญหาในการบังคับใช้ บางกรณีอาจจะตีความว่า ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญไปด้วยซึ่งก็จะเป็นปัญหาในการบังคับใช้ได้เช่นกัน ข้อห่วงใย ตรงนั้นกรรมาธิการพยายามที่จะไปเขียนบทเฉพาะกาลให้ แต่ว่าครั้งสุดท้ายก็มีข้อทักท้วงว่า ไม่เห็นด้วยก็เลยเอาออกจากบทเฉพาะกาลไป ซึ่งบทเฉพาะกาลไม่เกี่ยวกับบทนิยาม บทเฉพาะกาลเป็นบทที่เขียนเพื่อรองรับในสิ่งที่เป็นอยู่เท่านั้นเอง แต่สมาชิกส่วนใหญ่เห็นว่า ไม่ควรจะเขียน สนช. เข้าไปในบทเฉพาะกาลด้วย กรรมาธิการก็เลยมีมติเสียงข้างมาก ให้เอาออกไปในมาตรา ๒๒ วรรคสอง เพราะฉะนั้นในนิยามคำว่า ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เรายึดรัฐธรรมนูญเป็นหลักตามมาตรา ๘๘ ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาตติดใจไหม ท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไข ผมจึงต้องขออนุญาตที่จะได้แสดงความเห็นเล็กน้อย ผมคิดว่าหลักการสำคัญของ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา หัวใจสำคัญก็คือการช่วยเหลือ กันและกัน ผมได้ทราบมาว่ากองทุนนี้เริ่มต้นจัดตั้งขึ้น พ.ศ. ๒๕๔๓ การจัดตั้งครั้งนั้นยังเอื้อ ไปจนถึงสมาชิกทุกคนก่อนหน้านั้นไม่ว่าจะเรียกอย่างไรท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมีกองทุนนั้นในปี ๒๕๔๓ แล้วมาขณะนี้มีพระราชบัญญัติ ถ้าเราทำแล้ว น้อยกว่าในสมัยก่อนผมคิดว่าเราต้องอธิบายตัวเราเองให้ได้ครับว่าทำไมเราปรับปรุง แก้ไขแล้วกลับให้ประโยชน์ หรือให้ความเป็นธรรม หรือให้การช่วยเหลือส่งเสริมสวัสดิการ ที่เกิดขึ้นที่ว่านี้นะครับ กองทุนนี้จะเพื่อผู้ที่เคยเป็นสมาชิก จะเรียกอย่างไรผมคิดว่า เราอย่าไปติดใจเลยครับว่าจะเรียกสภาอะไรนะครับ ก่อนหน้านั้นอาจจะเรียกสภาสนามม้าต่าง ๆ ด้วยซ้ำใช่ไหมครับ หรือจะเท้าความไปจนถึงปี ๒๔๗๕ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าสมัยนั้น จะเรียกสภาอะไรใช่ไหมครับ ถ้าเราเปิดโอกาสให้กับสมาชิกทุกคนที่เคยทำหน้าที่นี้มา ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน เป็นโอกาสของพวกเขานะครับเขาจะใช้หรือไม่ใช้ เราก็ไม่ทราบ ผมคิดว่าท่านคณะกรรมาธิการก็ไม่ติดใจเรื่องจำนวนคนหรือจำนวนเงิน ที่จะเกิดขึ้นที่เป็นภาระตามมา เพราะถึงแม้จะเป็นสมาชิกอาจจะไม่ได้มาขอความช่วยเหลือ จากกองทุนนี้ก็ได้ครับ แต่เราจำเป็นต้องปิดโอกาสให้กับบุคคลต่าง ๆ ซึ่งเคยเป็นสมาชิก ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรก็ตามนะครับ เดี๋ยวต่อไปมันก็จะไปพันกับเรื่องอื่น ๆ อีกท่านประธานครับ เช่นบางสมาชิกเขาจ่ายค่าบำรุงหรือว่าค่าเงินสมทบเข้ากองทุนไว้ให้ ทำไมเราจึงจะต้องตัด คนเหล่านั้นออกไปครับ เราจะอธิบายได้อย่างไร ตอนที่เขาสมัครเป็นสมาชิกหรือว่า เขาเข้ากองทุนนี้นะครับ เขาจ่ายเงินชำระเข้ามาเขาย่อมได้สิทธิได้ผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นครอบคลุมไปด้วย ซึ่งตอนนั้นผมคิดว่าทุกคนก็คงเข้าใจตรงกันว่าเขาจะได้ ไปตลอดชีวิตเขาถูกไหมครับ ไม่มีกฎหมายใดมาตัดรอนสิทธิประโยชน์ที่เขาเคยคิดว่า เขาจะได้ครับ จะอธิบายอย่างไรท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสภาของเรา ต้องใจกว้างครับท่านประธาน ต้องเปิดโอกาสไม่ปิดโอกาสให้กับใคร เขาจะใช้หรือไม่ใช้นั้น เป็นสิ่งที่เขาจะเรียกร้องมาเอง ซึ่งผมก็เชื่อว่าคงจะไม่มากนัก ดังนั้นจึงขออนุญาตเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการครับ ขอให้ทบทวนอีกสักครั้งเถอะครับว่าท่านกำลัง จะปิดโอกาสของคนอื่น ๆ ผมขอให้ท่านใจกว้างขึ้นอีกนิดครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์อภิชาตครับ

นายอภิชาต การิกาญจน์ กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานครับ อภิชาต การิกาญจน์ รองประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ผมขอเรียนว่าเมื่อมีระเบียบรัฐสภาว่าด้วย กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาเมื่อปี ๒๕๔๓ สภาชุดต่าง ๆ ที่เป็นชุดพิเศษ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญจะไม่ได้รับประโยชน์จากส่วนนี้เลยนะครับ จะมีเฉพาะสภาที่มาพิเศษหลังจากปี ๒๕๔๙ ที่ไม่มีสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในขณะนั้น ในยามที่ไม่มีสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จะมาทำหน้าที่แทน เพราะฉะนั้นงานของระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภาอยู่ในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร การไม่ไปดูถึงขอบข่ายภาระของงาน ของกองทุนจึงทำให้เกิดการผิดพลาดคลาดเคลื่อนทำเกินกรอบไป แล้วในจำนวนสมาชิก สนช. ๒๕๐ คน มีผู้ที่สมทบกองทุนนี้เพียง ๒๗ คนเท่านั้น เพราะฉะนั้นก่อนหน้านี้ไม่มีเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาครับ ก่อนหน้านี้ยังเป็นการดูแลเฉพาะคน ๒ กลุ่มเท่านั้น ถ้าพูดว่า การยกระดับจากระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการสงเคราะห์ขึ้นมาเป็นกฎหมายกองทุน เพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาแล้วกรอบเล็กลงผมคิดว่าไม่จริงครับ การยกระดับขึ้นมา ภาระหน้าที่ถ้าดูในมาตราต่อ ๆ ไปแล้วเราจะมากขึ้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยความเข้าใจว่าความเป็น นักการเมืองเรื่องบำเหน็จบำนาญเป็นเรื่องยาก ที่จริงเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารละครับ จะสามารถออกพระราชกฤษฎีกาบำเหน็จบำนาญของนักการเมืองทำได้เลย แต่ผมเชื่อว่า ภายใต้สภาพเช่นนี้ไม่มีใครกล้าที่จะไปโต้เถียงกับสังคมภายใต้ข้อวิพากษ์วิจารณ์ ๑. นักการเมือง ไม่ใช่ระบบราชการที่อยู่มาครบวาระ ๒๕ ปีแล้วจะมีบำเหน็จบำนาญ เราเป็นงานอาสาเข้ามา จากการเลือกตั้ง จากการรองรับของพี่น้องประชาชน มีวาระ ๔ ปี เพราะฉะนั้นความไม่มั่นคง ไม่ต่อเนื่อง จึงไม่สามารถที่จะก้าวไปสู่บำเหน็จบำนาญได้ การมีกองทุนนี้ขึ้นมาในช่วงที่เป็นระเบียบ ก็ยังลักลั่นอยู่ เช่นพวกเราที่เป็นผู้แทนราษฎรเราจ่ายเงินสมทบกองทุนเดือนละ ๕๐๐ บาท เราไม่ได้ใช้ประโยชน์นะครับ แต่คนที่ได้รับอานิสงส์ ได้รับประโยชน์คือผู้ที่ไม่ได้เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น จากปี ๒๕๔๓ มาเราหักสมทบกองทุนเดือนละ ๕๐๐ บาท เราไม่ได้ใช้ กลายเป็นคนที่จ่ายไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่คนได้ใช้ประโยชน์คือคนที่ไม่ได้อยู่ใน ฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือเป็นสมาชิกวุฒิสภา เป็นการช่วยเหลือจริง ๆ เป็นการแสดงความมีน้ำใจจริง ๆ ของพวกเราในสภาทั้ง ๒ สภาที่ดูแลเพื่อนเรา ที่ช่วงเวลาหนึ่งไม่มีโอกาสกลับมาทำภาระหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ช่วงที่เป็นระเบียบ การดูแลไม่เต็มที่ครับ มีค่ารักษาพยาบาลปีหนึ่งไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท มีค่าทุพพลภาพ รายหนึ่งเดือนละ ๖,๐๐๐ บาท ขึ้นอยู่กับทุพพลภาพเฉพาะราย มีการตายรายละ ๒๐,๐๐๐ บาท แต่วันนี้ถ้าหากเรามี พ.ร.บ. กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เรากำหนดเลย ๑. ต้องมีเบี้ยยังชีพรายเดือน ๒. ค่ารักษาพยาบาล ๓. ทุพพลภาพ ๔. ถึงแก่กรรม จะต้องมากกว่า ๒๐,๐๐๐ บาท คนเป็นผู้แทนราษฎรรับใช้ชาติบ้านเมืองมา ควรได้รับการดูแล เมื่อถึงแก่กรรมควรจะมากกว่า ๒๐,๐๐๐ บาท ๔. บุตร ๒ คน ในครอบครัวให้เรียนจนจบปริญญาตรี นี่คือขอบข่ายภาระที่มากขึ้นจากการยกจากระเบียบรัฐสภา ว่าด้วยกองทุนขึ้นมาเป็น พ.ร.บ. กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ที่เรากำลัง ร่วมพิจารณาอยู่ เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความบกพร่องหรือเป็นความผิดพลาด คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยที่เปิดโอกาสให้สมาชิก สนช. จำนวน ๒๗ ท่าน หักเงินสมทบ กองทุนจากจำนวนทั้งหมด ๒๕๐ ท่าน เพราะฉะนั้นถ้าคิดว่าภาระหลักในการดูแลภายใต้ สังคมการเมืองที่เราอยากเห็นว่าการเมืองก้าวไปตามระบอบ มาตามรัฐธรรมนูญ คนที่ควร ได้รับเกียรติ ได้รับการยกย่อง ได้รับการดูแลจากกองทุนของเราน่าจะลงที่ผู้เคยเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่มาตามวาระ มาตามรัฐธรรมนูญ มาตาม กฎหมายหลักของประเทศ ในส่วนของผู้ที่ได้รับใช้ชาติบ้านเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว เราจะ เห็นได้ว่าคนที่มาเป็นสมาชิกสภารูปแบบพิเศษเหล่านั้นจะเป็นผู้ที่เป็นอดีตข้าราชการ เป็นผู้ประกอบการ เป็นนักธุรกิจ ส่วนใหญ่เป็นงานที่ได้รับเกียรติเป็นพิเศษนอกเหนือจาก สถานภาพในสังคมที่อยู่ในสภาพที่ดีอยู่แล้ว การได้รับเกียรติมาเป็นสมาชิกสภาในช่วงเวลา พิเศษผมคิดว่าเขาก็ได้รับเกียรติอยู่พอสมควรแล้วนะครับ ผ่านการคัดเลือกเข้ามา ผ่านการสรรเลือกเข้ามา แต่ผมคิดว่าเกียรติที่เขาได้รับ สิ่งที่เขาได้รับในช่วงเวลาภาวะ วิกฤติของบ้านเมืองที่เขาได้รับอยู่ผมคิดว่าเขาได้รับไปเพียงพอ พอสมฐานะ พอสมเกียรติ อยู่แล้วนะครับ ความเป็นกังวลของพวกเราที่จะให้ครอบคลุมไปถึงคนชุดพิเศษเหล่านั้น ผมคิดว่าสิ่งที่เขาได้รับในช่วงเวลาพิเศษของชีวิต ได้มาเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็เป็นเกียรติเพียงพอแล้ว กองทุนนี้ควรจะเป็นกองทุนที่น่าจะถูกกำหนดเฉพาะคน ๒ กลุ่ม ตามรัฐธรรมนูญมากกว่าครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาตติดใจอีกไหมครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้แสดงความคิดเห็นไว้ก็อยากจะให้บันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ว่าเจตนารมณ์ ต้องการจะให้ครอบคลุมทั่วถึง แต่เมื่อได้รับฟังคำชี้แจงจากคณะกรรมาธิการแล้วก็ไม่ติดใจ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเลขาธิการไม่ต้องโหวต ผ่านเลยครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ มีการแก้ไข หมวด ๑ กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ มาตรา ๖ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวน คำแปรญัตติ มาตรา ๗ มีการแก้ไข มาตรา ๘ มีการแก้ไข หมวด ๒ คณะกรรมการกองทุน สงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านอภิชาต

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๙ นี้เป็นบทที่ว่าด้วยการให้มีคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เพื่อให้ทำหน้าที่ในการวางระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่จะออกมาแล้วก็มีผลต่อการจัดสวัสดิการ ที่เหมาะสม

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิชาตครับ เลขาธิการยังไม่ได้อ่านเลย สักครู่หนึ่งครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ท่านอภิชาต

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๙ นี้ โดยภาพรวมแล้วแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแล้วก็ไม่ตรงกับที่กระผมได้แปรญัตติแต่ว่า ก็เป็นในทิศทางเดียวกัน เพียงแต่ว่ามีข้อท้วงติงที่อยากจะให้คณะกรรมการพิจารณา อย่างรอบคอบก็คือในคำแปรญัตติของผมนี้ องค์ประกอบของคณะกรรมการกองทุน เพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามการแก้ไขของคณะกรรมาธิการก็คือให้มีประธานรัฐสภา เป็นประธานกรรมการ มีรองประธานรัฐสภาเป็นรองประธาน แล้วก็มีประธานคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎรหรือชื่ออื่นตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือชื่ออื่นตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นไปในความหมายเดียวกันกับที่คณะกรรมาธิการไปแก้ไขก็คือบอกให้มี กรรมการโดยตำแหน่ง คือประธานคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการ สภาผู้แทนราษฎร ประธานคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการวุฒิสภา ที่ผมต้องการจะให้ใช้ถ้อยคำในร่างของผมก็คือ หรือชื่ออื่นตามข้อบังคับของแต่ละสภา นี่นะครับ เนื่องจากว่าข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือข้อบังคับการประชุม วุฒิสภานี้ปัจจุบันนี้เราก็ใช้บังคับกันโดยอนุโลม เราไม่ได้ร่างกันโดยสภาชุดนี้ เราร่างกัน ตั้งแต่สมัยสภาชุดที่แล้ว และจริง ๆ แล้วทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ เข้ามาก็ต้องร่างข้อบังคับกันขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้นเมื่อมีข้อบังคับขึ้นมาใหม่ในวันข้างหน้า เราอาจจะไม่มีชื่อคณะกรรมาธิการสามัญที่ชื่อกิจการสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ หรือวุฒิสภา เขาอาจจะมีชื่ออื่นก็ได้ แต่ว่าต้องให้เป็นไปตามข้อบังคับของแต่ละสภา ในแต่ละสมัย ที่มีการเลือกตั้งเข้ามาเพราะร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่คงทนถาวร มากกว่าข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือข้อบังคับวุฒิสภา กระผมก็เลยขอแปรญัตติ ไปเป็นว่าให้มีต่อท้ายคำว่า หรือชื่ออื่นตามข้อบังคับของแต่ละสภาไว้นะครับ ก็กราบเรียน ท่านประธานมาด้วยความเคารพครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อครับ ผมมี ๒ ประเด็น ใหญ่ ๆ ที่จะต้องเรียนถามผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการนะครับ ใน (๓) ของมาตรา ๙ เป็นเรื่องกรรมการโดยตำแหน่ง คำถามคือเรื่องนี้ผมมองว่ามันเป็น เรื่องภายในของสภาครับ จำเป็นไหมครับต้องมีปลัดกระทรวงการคลัง จำเป็นไหมครับ ต้องมีผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกับแค่กองทุนเพื่อที่จะช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิก ซึ่งผมเชื่อว่างานไม่ได้มีปริมาณมากแล้วเงินกองทุนก็ไม่ได้มีปริมาณมากมาย ขออนุญาต ตัดออกได้ไหมครับ เพื่อให้กรรมการชุดนี้เป็นกรรมการที่มีประสิทธิภาพคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ผมคิดว่าปลัดกระทรวงการคลังและผู้อำนวยการสำนักงบประมาณไม่มีความจำเป็นครับ

ส่วนประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของวรรคสุดท้ายครับท่านประธาน ระหว่างอายุ ของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือว่าถูกยุบสภาไป ตรงนี้บอกว่าให้กรรมการจะเหลือ เท่าที่เหลือ ทีนี้มันก็จะมีจำนวนกรรมการที่มาจากสภาอะไรต่าง ๆ กรรมการเหลือผมคิดว่า ไม่ถึงครึ่งแล้วนะครับ ถ้าสภาถูกยุบ กรรมการ (๔) ผมคิดว่าซึ่งมาโดยสภาก็ต้องไม่มีเลย ถูกไหมครับ แล้วประธานสภา รองประธานสภายังดำรงตำแหน่ง ยังคงต้องทำหน้าที่ต่อไป หรือไม่ถ้าสภาไม่อยู่นะครับ ๒ ตำแหน่งแรกก็ไม่มีนะครับ ตำแหน่ง ๓ ก็ไม่มี ผมอยากจะ ถามว่าสุดท้ายของคำว่า เมื่อสภาถูกยุบลงหรือว่าสิ้นสุดลง ตัวกองทุนนี้คณะกรรมการ จะเหลืออย่างไรครับ จะเหลือกี่คน แล้วจะทำหน้าที่ได้อย่างไรครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์

นายอภิชาต การิกาญจน์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อภิชาต การิกาญจน์ รองประธานคณะกรรมาธิการ ต่อข้อคำถามของท่านบุญยอดนะครับว่า ทำไมคณะกรรมการจะต้องมีปลัดกระทรวงการคลังและผู้อำนวยการสำนักงบประมาณด้วย เวลาที่เราเปลี่ยนจากระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุนขึ้นมาเป็น พ.ร.บ. กองทุนเพื่อผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภา เราจำเป็นจะต้องขอการสนับสนุนเงินงบประมาณ คือเดิมเราได้มาจากสมาชิก สมทบเดือนละ ๕๐๐ บาท ๕๐๐ บาท จะไม่พอหรอกครับในการดูแลตามขอบข่ายของ ภาระหน้าที่ที่เพิ่มขึ้นตาม พ.ร.บ. สิ่งหนึ่งที่เป็นที่มาของกองทุนก็คือ ๑. เราจะต้องมี ทุนประเดิมจากรัฐบาลว่าเมื่อ พ.ร.บ. นี้ผ่านสภาแล้วรัฐบาลจะเห็นถึงความจำเป็น ในการให้เกียรติกับนักการเมืองผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ในเรื่องดังกล่าวจะให้ทุนในการประเดิมเป็นกองทุนประเดิมจำนวนเท่าไร นอกจากกองทุน ประเดิมแล้วที่มาของกองทุนอีกส่วนหนึ่งก็คือในการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปี ผมคิดว่า เงินที่เราสนับสนุนเดือนละ ๕๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ไม่พอ จำเป็นต้องได้รับการดูแลจาก คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณในแต่ละปีด้วย เพราะฉะนั้นการมีปลัดกระทรวงการคลัง การมีผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเป็นกรรมการอยู่ จะเป็นส่วนหนึ่งในการประสานงาน ให้กองทุนนี้เป็นกองทุนที่มีสถานะที่เพียงพอในการดูแลสวัสดิการ ในการดูแลผู้ที่เคยเป็น สมาชิกรัฐสภาได้อย่างแท้จริง จึงคิดว่าเป็นความจำเป็นที่ต้องมี ๒ ท่านนี้อยู่นะครับ

ในส่วนของท่านอภิชาต ในเรื่องตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ ๒ ชุด ของสภาผู้แทนราษฎร คือคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการ วิสามัญกิจการวุฒิสภา ผมคิดว่าตำแหน่งนี่ตำแหน่งเดียวกัน จะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็แล้วแต่ ก็ยังคงเป็นบุคคล ๒ คนตามตำแหน่งเหล่านี้ กรรมการคิดว่าไม่เป็นสาระหลักที่จะต้อง คาดการณ์ไปว่าเมื่อเปลี่ยนข้อบังคับในแต่ละสมัยประชุมแล้วจะมีความเปลี่ยนแปลงต่อไปอีก ก็เลยขอยืนยันตามที่คณะกรรมาธิการได้กำหนดไว้ ส่วนกรรมการถ้าหากว่ามีการหมดอายุ ของสภาแล้วเราเชื่อว่าคณะกรรมการที่เหลืออยู่สามารถเพียงพอในการจัดการกองทุน ต่อไปได้ เพราะมันไม่มีการบริหารที่ยุ่งยากซับซ้อนอะไรมากนัก เพียงแต่ควบคุมดูแลให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับสมาชิกของพวกเราที่สมควรจะได้รับการดูแล

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมอสุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขอเรียนถาม คณะกรรมาธิการนิดหนึ่งนะครับ ก็คือมาตรา ๙ (๓) ซึ่งท่านได้เขียนขึ้นมาใหม่บอกว่า กรรมการโดยตำแหน่งได้แก่ ประธานคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการ สภาผู้แทนราษฎร ประธานคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการวุฒิสภา ผมรู้สึกว่า ๒ ตำแหน่งนี้ที่ท่านเขียนมาใหม่ไม่ชัดเจนนะครับ ถ้าเป็นของเดิมที่เขียนว่า ประธาน คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร อย่างนี้มันชัดเจน เพราะว่ามันเป็นตำแหน่ง ที่อยู่ในข้อบังคับอยู่แล้วนะครับ แต่ถ้าเขียนแบบใหม่ของท่านที่บอกว่าเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการสภาผู้แทนราษฎร ผมอยากทราบว่าท่านหมายถึงใคร ซึ่งอาจจะมากกว่าหลายคน อาจจะไม่ใช่ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร คนเดียวอย่างนั้นใช่หรือเปล่าครับ ผมอยากจะขอคำอธิบายตรงส่วนนี้ครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ต้องกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการ ได้ใช้คำว่า ประธานคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้เกิดความชัดเจน ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรก็เป็น คณะกรรมาธิการที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับกิจการสภาผู้แทนราษฎร ส่วนประธานคณะกรรมาธิการ ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการวุฒิสภา ซึ่ง ๒ นัยก็เป็นตำแหน่งที่แต่ละสภาจะได้กำหนด ชื่อตำแหน่งไว้ ของสภาผู้แทนราษฎรก็จะเป็นกิจการสภาผู้แทนราษฎร ของวุฒิสภาก็เป็น กิจการวุฒิสภา ซึ่งถ้าพูดถึงตัวบุคคลของวุฒิสภาก็จะหมายถึงท่านรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่งที่ทำหน้าที่อยู่ ถือว่าเป็นคณะบุคคลที่มีหน้าที่ในการกำกับ ดูแล ประสานงาน สอดส่อง วิถีชีวิตของแต่ละสภาที่กว้างขวางขึ้น มีคณะกรรมาธิการอยู่คณะเดียวที่ทำหน้าที่ทั้ง ๒ สภา อยู่แต่ละคณะ ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านสุกิจ อัถโถปกรณ์ ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้ เกิดความชัดเจนขึ้น นัยที่เขียนไว้ก็คือหมายถึงประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ในสภาผู้แทนราษฎร ประธานคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภาในวุฒิสภา ซึ่งเข้าใจกันอยู่แล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านไปได้นะครับ ถ้าไม่มีติดใจ เชิญมาตราต่อไปท่านเลขาธิการครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๐ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านใด ติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี เชิญมาตราต่อไปครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๑ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอภิชาตเชิญครับ ขอแปรญัตติไว้ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๑๑ นี้ผมติดใจอยู่นิดเดียวนะครับ เนื่องจากว่าผมได้แปรญัตติ ให้ตัด (๕) ออกไปคือเรื่องเป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งความในการบังคับใช้ในมาตรา ๑๑ นี้ นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๑๐ แล้ว กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๙ (๔) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) ใน (๕) บอกว่าเป็นบุคคลล้มละลาย ผมเสนอให้ตัดออก เนื่องจากว่าในกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๙ (๔) ตามร่าง ที่คณะกรรมาธิการได้ปรับปรุงแก้ไขมันรวมถึงผู้ที่เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ ๓ คน และผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาอยู่ ๒ คน เราไม่รู้หรอกครับว่าเพื่อนของเราที่เป็นอดีตสมาชิกรัฐสภาเหล่านั้นได้รับการคัดเลือก จากประธานขึ้นมาให้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของคนที่เป็นอดีตสมาชิกในแต่ละสภาเข้ามา ทำหน้าที่เป็นกรรมการกองทุน และวันดีคืนดีเขาประสบปัญหาทางเศรษฐกิจเป็นบุคคลล้มละลาย เขาก็ต้องถูกออกจากคณะกรรมการไปด้วย ซึ่งผมคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปกีดกัน เขาถึงขนาดนั้นหรอกครับ ก็อยากจะฟังคำชี้แจงจากคณะกรรมาธิการนะครับว่ามีข้อบัญญัติ ตรงนี้ไว้เพื่ออะไร ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคณะกรรมาธิการชี้แจง

นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะ กรรมาธิการ กราบเรียนว่าเนื่องจากองค์ประกอบของคณะกรรมการจะมีในสัดส่วนของผู้เคย เป็นสมาชิกรัฐสภาอยู่ด้วยก็คือ ผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๓ คน และผู้เคย เป็นสมาชิกวุฒิสภา จำนวน ๒ คน ตรงนี้เองก็เลยมีความจำเป็นเนื่องจากเป็นคนที่อยู่ใน วงการที่เป็นคนนอกไปแล้ว ฉะนั้นคุณสมบัติประการหนึ่งในเรื่องของการที่จะเป็นบุคคล ล้มละลายนั้นเองถือว่าเป็นคุณสมบัติที่ควรจะกำหนดไว้ เพราะกรณีของการให้อำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการจะสอดคล้องกับภาระหน้าที่ซึ่งจะมีอำนาจในเรื่องเกี่ยวกับเงินของกองทุน ในเรื่องของการจ่ายเงิน ในเรื่องของการให้สวัสดิการ เมื่อกรณีของการเป็นบุคคลล้มละลาย อาจจะเป็นช่องทางหรืออาจจะมีความไม่เหมาะสมในเรื่องของคุณสมบัติ

ประการที่ ๒ เมื่อได้เปรียบเทียบกับกฎหมายอื่น ๆ ในเรื่องลักษณะการเป็น กรรมการแล้วคุณสมบัติของบุคคลล้มละลายก็ถือว่ามีความสำคัญที่จะไม่ควรกำหนดไว้ ส่วนในประเด็นว่าจะไม่ทราบก็กราบเรียนว่าเนื่องจากถ้าเป็นบุคคลล้มละลายแล้วก็จะต้อง มีคำสั่งของศาลประกาศออกมาก็ถือได้ว่าบุคคลดังกล่าวนี้เองเราเองก็คงจะมีเหตุผลและเป็น ลักษณะเฉพาะ เพราะว่ากรรมการเองก็คงจะมีภาระหน้าที่ที่สำคัญก็เลยถือได้ว่าคุณสมบัติ ดังกล่าวควรจะกำหนดไว้ว่าขาดคุณสมบัติถ้าเป็นบุคคลล้มละลายครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีอะไรนะครับ ผ่านนะครับ เชิญมาตราต่อไปครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๒ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อครับ ผมขออนุญาต เมื่อสักครู่ผมยกมือตอนที่ยังไม่ได้อ่านมาตรา ๑๒ นะครับ มาตรา ๑๑ ที่ติดใจและต้องถาม เพราะมันเป็นประเด็นสำคัญครับ ผมขออนุญาตเท้าความสั้น ๆ นิดเดียวครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะพูด มาตราไหนนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

มาตรา ๑๑ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

มาตรา ๑๑ เป็นเรื่องของกรรมการ ที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๙ (๔) นะครับ มาตรา ๙ (๔) มีผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาด้วย แล้วก็ สภาผู้แทนราษฎรด้วยถูกไหมครับ ซึ่งแน่นอนว่าต้องหมดสภาพไปก่อนแล้ว ท่านดูนะครับว่า มันขัดกันกับในมาตรา ๑๑ (๔) ที่บอกว่า จะพ้นจากตำแหน่งเมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพแห่งสภา ที่ตนเป็นสมาชิก ผมคิดว่า ๒ มาตรานี้ขัดกันอยู่นะครับ กรรมการส่วนหนึ่งมาจากผู้เคยเป็น สมาชิกของทั้ง ส.ส. และ ส.ว. แต่มาตรา ๑๑ นี้บอกว่า จะต้องพ้นจากตำแหน่งเมื่อไม่เป็น สมาชิก และ ๒ กลุ่มนี้จะมาอย่างไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญทางกฤษฎีกาครับ

นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ นะครับ ขอกราบเรียนว่าใน (๔) นี้เองเจตนาก็คือ กรณีของผู้แต่งตั้งในที่นี้จะมีทั้งบุคคลที่เป็นอยู่แล้วก็มีจำนวนมาก ในจำนวนทั้งหมด ๑๓ ท่าน จะมีคนที่เป็นอยู่ก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ๕ คน กับสมาชิกวุฒิสภา จำนวน ๓ คน บุคคลดังกล่าวนี้เองก็จะอยู่ในความหมายของ (๔) ว่าถ้าเกิดเขาสิ้นสุดสมาชิก ก็จะต้องพ้น แต่ในกรณีของคนที่เคยเป็นอยู่แล้วก็คงไม่อาจตีความว่าเขาเป็นสมาชิกอยู่แล้วด้วย ก็คงจะไม่ได้ขัดกัน เพราะว่าความใน (๔) มันไปครอบคลุมกับบุคคลที่เป็นอยู่แล้วก็ผู้เคยเป็น ฉะนั้นแล้วในเจตนารมณ์ (๔) ก็ถือว่าใช้กับคนที่เป็นอยู่ก็คงจะเป็นไปตามนั้นได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้นะครับ ท่านบุญยอด เอาอีกทีสิครับ ท่านถามให้เคลียร์ (Clear) เลย แล้วก็ตอบให้ชัดเจน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ ผมคิดว่าถ้าอย่างนั้นทางคณะกรรมาธิการเขียนให้ชัดได้ไหมครับว่า (๔) หมายถึงกลุ่มไหน และกลุ่มที่เขาต้องเป็นอดีตสมาชิกอยู่แล้วนี่นะครับ เคยเป็นสมาชิกแล้ว ก็จะไม่ถูกบังคับโดยข้อนี้ถูกไหมครับ เขาจะไม่ถูกบังคับโดยข้อนี้ ทีนี้เราก็ต้องเขียน ให้ชัดสิครับ เพราะว่าตรงหัวข้อของมาตรา ๑๑ มันเขียนครบทุกกลุ่มเลย มันเขียนหมายถึงว่า คนที่อยู่ในวงเล็บนี้ทั้งหมดทั้งตะกร้านี้จะต้องออกจากตำแหน่งเมื่อมีเหตุผลดังต่อไปนี้ จะตาย จะลาออก จะหมดสมาชิกภาพใช่ไหมครับ แต่ว่า ๒ กลุ่มที่ว่านี้เขาหมดสมาชิกภาพ แล้วเขาถึงมาได้เป็นนะครับ เขาต้องหมดสมาชิกภาพก่อนจึงจะได้เป็นนะครับ ถ้าเขาเป็นอยู่ ในขณะนั้นเขาก็ไม่ได้เป็นใน ๒ กลุ่มนี้ด้วย เพราะฉะนั้นเขียนให้ชัดดีกว่าไหมครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ตั้งข้อสังเกตใน (๔) ผมกราบเรียนว่าในมาตรา ๑๑ เป็นเรื่องของ การพ้นจากตำแหน่งนะครับ เป็นการพ้นจากตำแหน่ง ไม่ใช่คุณสมบัติการเข้าสู่ตำแหน่ง คือเป็นอยู่แล้ว ได้ถูกรับการแต่งตั้งมาจากมาตรา ๙ แล้วการเข้าสู่ตำแหน่งไปดูที่มาตรา ๙ กรณีกลุ่มที่เข้าใน (๔) ก็คือกลุ่มที่เป็นสมาชิกกับผู้ที่เคยเป็นสมาชิก ๒ กลุ่ม แยกตามสัดส่วน เพราะฉะนั้นคนที่เคยเป็นสมาชิกเขาก็เข้ามาเป็นตำแหน่งของกรรมการตามมาตรา ๙ (๔) นั่นเข้ามาอยู่แล้ว แต่ว่ามาตรา ๑๑ ว่าด้วยเมื่อคุณเป็นแล้วจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย แน่นอนครับ เป็น ไม่เป็น ไม่เคยเป็น เมื่อตายแล้วก็ต้องพ้น แล้ววงเล็บที่ไล่เรียงมา ก็เป็นไปตามลักษณะของแต่ละบุคคลไป คือเขาเป็นอยู่แล้วครับ เขาจะพ้นเมื่อ กรณีถ้าคำว่า พ้นจากสมาชิกในสภาที่เป็นอยู่ก็ใช้กับผู้ที่เป็นสมาชิกเท่านั้น เขียนอย่างนี้ก็ชัดเจนครับ กรรมาธิการยืนยันครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าใจนะครับ เชิญมาตราต่อไปครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๒ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มี ท่านใดติดใจต่อไปครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๓ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอภิชาตเชิญครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้แปรญัตติไว้ในมาตรานี้ก็จริงนะครับ แต่ว่าไม่ได้ติดใจในประเด็นที่แปรญัตติไว้แล้ว เพียงแต่ว่าเมื่อคณะกรรมาธิการไปแก้ไขก็ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนะครับ คือมาตรา ๑๓ เป็นเรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมาธิการไปแก้ไข ผมไม่ติดใจในวงเล็บต่าง ๆ ยกเว้น (๔) ก็คือการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ ตามพระราชบัญญัตินี้ ข้อติดใจสงสัยของผมก็คือว่าอำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหานี้ มันควรจะเป็นอำนาจของคณะกรรมการหรือไม่ เพราะว่าในมาตรา ๕ เราระบุว่า ให้ประธานรัฐสภารักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ แต่เราเอาอำนาจของประธานรัฐสภา ไปให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการตามมาตรา ๑๓ จะถูกต้องสอดคล้องกับการบัญญัติ กฎหมายหรือไม่ และแม้ว่าประธานรัฐสภาจะเป็นประธานของคณะกรรมการกองทุนนี้ก็ตาม แต่อำนาจนั้นมันเป็นอำนาจที่เป็นของประธานรัฐสภา ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา ๕ อยู่แล้ว ก็ขอคำชี้แจงด้วย ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญกรรมาธิการจากกฤษฎีกาครับ

นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการ กราบเรียนว่าใน (๔) อำนาจที่จะเขียนไว้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ แม้นว่าจะมองว่า มาตรา ๔ ซึ่งให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้รักษาการ กราบเรียนว่าโดยหลักกฎหมายสามารถเขียน ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการได้ เนื่องจากเหตุผลว่าคณะกรรมการนี้เองจะประกอบด้วยท่านประธานรัฐสภาแล้วก็กรรมการ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคนที่ร่วมเป็นสมาชิกแล้วก็คนที่เคยเป็นอดีต แล้วก็จะมี จากหน่วยงานปลัดกระทรวงกับสำนักงบประมาณ ก็คือปลัดกระทรวงการคลังกับสำนักงบประมาณ กรณีดังกล่าวเมื่อเทียบเคียงกับภาระหน้าที่ที่จะต้องพิจารณาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของการช่วยเหลือให้สวัสดิการในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ในเรื่องของทุนเลี้ยงชีพ ในเรื่องของการดำเนินการทุพพลภาพหรือถึงแก่กรรม กรณีดังกล่าวจะต้องมีการดำเนินการ แล้วก็จะต้องมีปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วคณะกรรมการนี่ละครับที่ควรจะมี ภาระหน้าที่ดังกล่าวแล้วควรจะได้รับการพิจารณาโดยองค์คณะซึ่งจะเกิดความรอบคอบ คงมิอาจจะไปขัดหรือแย้งกับในส่วนของมาตรารักษาการได้ เมื่อกฎหมายเขียนไว้ให้เป็น อำนาจของคณะกรรมการ ก็ถือว่ากฎหมายนี้ได้สร้างอำนาจของคณะกรรมการขึ้นมาที่จะ สามารถวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นได้แล้วก็มีความเหมาะสม ขอกราบเรียนยืนยันว่า ถูกต้องแล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อครับ มาตรา ๑๓ นี้นะครับ ผมขออนุญาตเติมอีกข้อหนึ่งได้ไหมครับ เพราะท่านมีการแก้ไขนะครับ สิ่งที่อยากเติม คืออย่างนี้ครับท่านประธาน สมาชิกนี่ก็คือพวกเราทุกคน เราส่งเงินเข้ากองทุน แต่เราไม่เคย ได้รับรู้ว่ากองทุนนำเอาเงินไปหารายได้อย่างไร จัดการอย่างไร ให้ใครอย่างไร จึงอยากจะ ขอเติมว่าน่าจะต้องมีการรายงานผลการดำเนินงานหรือว่างบดุลบัญชีมายังสมาชิก ปัจจุบันด้วย คนจะได้รับเมื่อเราเป็นอดีตสมาชิก เราออกไปแล้วเราถึงจะได้รับประโยชน์ ต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ในขณะที่กำลังบริหารกองทุนกันอยู่ทำกันอย่างไรบ้าง แต่ละปีทำอย่างไร มีสักเรื่องหนึ่งให้เราได้รับทราบหน่อยได้ไหมครับ เพื่อที่จะให้ถือว่าเป็นภารกิจของ ตัวคณะกรรมการชุดนี้ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จริง ๆ ท่านไม่ได้ขอแปรญัตติไว้แล้วก็ไม่เพิ่มไว้ เอาว่าท่านขอหารือ เอาอย่างนั้นแล้วกันนะครับ เชิญทางกรรมาธิการจากกฤษฎีกาครับ

นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ กราบเรียนว่า ด้วยความเป็นห่วงประเด็นที่ท่านบุญยอด ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ก็มีการเขียนไว้แล้ว แต่ปรากฏว่าอยู่ในมาตรา ๑๖ ก็จะให้อำนาจในส่วนของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเขาเป็นงานของธุรการแล้วก็จะต้องบริหารงานร่วมมือกับคณะกรรมการ ใน (๔) เขียนว่า รายงานผลการปฏิบัติงานรายงานประจำปีต่อคณะกรรมการ และในส่วนของการดำเนินการ คณะกรรมการก็สามารถนำเรียนต่อสมาชิกในรัฐสภาได้ ก็มีกระบวนการในเรื่องของ การรายงานอยู่แล้วด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าอย่างนั้นผ่านนะครับ เชิญมาตราต่อไปครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๔ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๕ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

หมวด ๓ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอภิชาตติดใจไหมครับ เชิญครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายควบไปถึงมาตรา ๑๖ ด้วยเนื่องจากว่า มีความเกี่ยวเนื่องกัน คือในหมวดที่ ๓ เป็นเรื่องของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในแท้ที่จริงแล้วความในหมวดนี้เป็นเรื่องของหมวดว่าด้วยสำนักงานเลขานุการ เป็นเรื่องที่ว่าด้วยสำนักงานกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ไม่ใช่เป็นเรื่องของสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าการไปบัญญัติเขียนไว้แบบนี้มันทำให้เกิดความสับสนได้ แล้วไปเขียนในมาตรา ๑๖ บอกว่าให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ด้วย ก็เขามีกฎหมายของเขาอยู่แล้ว อำนาจหน้าที่ของเขาก็มีอยู่แล้ว แล้วไปเขียน ซ้ำทำไม กฎหมายฉบับนี้เป็นเรื่องของกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เพราะฉะนั้น การเขียนชื่อหมวดและการเขียนความในมาตรา ๑๖ นี้ต้องเป็นเรื่องของกองทุนเพื่อผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภา ผมเลยแปรญัตติว่าในหมวด ๓ ต้องเป็นหมวดที่ว่าด้วยสำนักงานกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา และในมาตรา ๑๖ ถ้าต้องการที่จะคงความอันนี้ไว้ ผมก็บอกว่ามันต้องเขียนว่า ตามกฎหมายนี้ หรือตามพระราชบัญญัตินี้ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ แบบนี้ก็จะเป็นการทำให้เข้าใจได้ว่าเฉพาะตามกฎหมายนี้นะ สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรถึงจะมีหน้าที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อยู่ ๆ ก็ไปเขียนบอกว่าให้สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ แล้วอำนาจเดิมที่เขามีอยู่ไปทำอย่างไร มันก็ไม่ได้ ก็กราบเรียนท่านประธานว่าอยากให้กรรมาธิการหารือกันแล้วก็ปรับปรุงให้มันเข้ากับ กฎหมายฉบับนี้จะได้ไหมครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านดอกเตอร์อภิชาต

นายอภิชาต การิกาญจน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต การิกาญจน์ รองประธานคณะกรรมาธิการ ในประเด็นนี้มันมี ข้อถกเถียงว่ากองทุนที่เราตั้งขึ้นเราจะให้เป็นนิติบุคคลหรือไม่เป็นนิติบุคคล กรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ก็บอกว่าเราไม่ควรจะเป็นนิติบุคคล ด้วยเหตุว่าเมื่อเป็นนิติบุคคลแล้วเราได้เห็น ว่าหลายกองทุนเมื่อเป็นนิติบุคคลแล้วไปดำเนินการต่าง ๆ นอกกรอบที่ควรจะได้เกิด ประโยชน์กับสมาชิกหาประโยชน์มากขึ้น ก็เลยคิดว่าจะมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ทำภาระหน้าที่ในฐานะเลขานุการของกองทุนเพื่อผู้เคยเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราได้ถกเถียงกันอยู่พอสมควรทีเดียว เมื่อเรามีความเห็นส่วนใหญ่ ว่าไม่ควรจะไปเป็นนิติบุคคลก็เลยมอบภาระเหล่านี้ให้อยู่ในสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร จึงไม่มีสำนักงานเลขาธิการกองทุนที่ตั้งขึ้นใหม่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้นะครับ เชิญท่านอภิชาตครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ความจริง ในมาตรา ๑๖ ร่างเดิมก็เข้าใจเจตนารมณ์อันนี้อยู่แล้วก็คือไม่ต้องการให้ตั้งสำนักงาน ขึ้นมาใหม่ ก็ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั่นละทำหน้าที่อันนั้น แต่ทีนี้ เมื่อคณะกรรมาธิการไปแก้ไขไปตัดข้อความออกก็เลยทำให้กลายเป็นเรื่องของการบัญญัติ อำนาจหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเสียใหม่ ถ้าท่านประธานได้อ่าน ตามร่างเดิม ถ้าสมมุติเอาตามร่างเดิมใน ๒ บรรทัดแรก มาตรา ๑๖ ให้สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติ นั่นก็คือว่าอำนาจเดิมก็ทำไป และให้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกองทุนดังต่อไปนี้ด้วย แค่นั้นก็จบก็กลับไปเป็นร่างเดิม หลังจากนั้นท่านจะแก้ใน (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) ก็แก้ไปผมก็ไม่ได้ติดใจอะไร ผมคิดว่าถ้าเป็น แบบนี้จะก่อให้เกิดความเข้าใจที่ลงตัวมากกว่าไม่ให้เกิดความสับสน ผมไม่รู้ไปแก้ทำไม แล้วในชื่อหมวดก็เหมือนกัน ถ้าหากว่าไม่ติดขัดอะไรผมก็ไม่อยากให้ใช้คำว่าสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นชื่อหมวด เท่านั้นนะครับ ก็อยากจะฟังคำชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการจากกฤษฎีกาเชิญครับ

นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะ กรรมาธิการ กราบเรียนว่าในมาตรา ๑๖ นี้เองก็คงจะเป็นการเขียนกฎหมายที่สามารถเขียนได้ เนื่องจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนี้เองเขียนขึ้นมาตาม พ.ร.บ. อันนี้ก็ถือว่า เป็นเจตนารมณ์ที่จะให้มีภาระหน้าที่หนึ่งนอกเหนือจากกฎหมายอื่นที่สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร จะมีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติอยู่แล้ว ไม่ได้ไปขัดหรือแย้ง หรือไม่ได้ไปตัดสิทธิในส่วนของ พ.ร.บ. อันอื่น ก็มีอำนาจตาม พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการ ของรัฐสภา ซึ่งกำหนดอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไว้ แต่เนื้อหาสาระ ในมาตรา ๑๖ ที่มีความจำเป็นต้องเขียน เนื่องจากสมาชิกรัฐสภานี้เองจะประกอบด้วย ใน ๒ ส่วนก็คือ ทางสภาผู้แทนราษฎร กับทางวุฒิสภา ฉะนั้นแล้วอำนาจหน้าที่หนึ่งที่เราจะ ฝากหน่วยงานไว้เห็นชัดว่าจะต้องมีการกำหนดว่าให้เป็นอำนาจของสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และเนื่องจากกองทุนนี้เองไม่ได้เป็นนิติบุคคล ฉะนั้นแล้วการเขียนเพื่อให้มี ภาระหน้าที่โดยให้สำนักงานซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีการรองรับในภารกิจหนึ่ง ซึ่งภารกิจอันนี้เองจะต้องมีความต่อเนื่องแล้วก็จะต้องมีความคงอยู่ไว้ ฉะนั้นแล้วการกำหนดไว้ อย่างชัดเจนในมาตรา ๑๖ มันจะเป็นหลักประกันได้ แล้วหลักประกันอันนี้เองสำนักงาน ก็จะต้องทำตามมติ แล้วก็ทำตามระเบียบที่คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภาได้กำหนดไว้ ฉะนั้นแล้วแม้ว่าจะตัดอำนาจตามที่กฎหมายกำหนดก็ไม่ได้ แปลความว่าจะไปขัดหรือแย้งกับกฎหมายอำนาจหน้าที่อื่น แต่เลยมีความจำเป็นว่าจะต้องเขียน ในมาตรา ๑๖ ให้มันชัดเจน แล้วก็จะต้องให้คงอยู่ในภาระหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบก็จะเกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น ขอกราบเรียนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๖ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไม่ติดใจแล้ว ท่านอภิปรายไปแล้ว เชิญมาตราต่อไป

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

หมวด ๔ การสงเคราะห์ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ มาตรา ๑๖/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอภิชาตครับ

เชิญ คุณหมอครับ

นายปรีชา มุสิกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปรีชา มุสิกุล กรรมาธิการครับ เรื่องที่ท่านผู้มีเกียรติคือท่านอภิชาตได้มีข้อสงสัยขึ้นมานั้นความจริง กรรมาธิการก็ได้ตระหนักเรื่องนี้พอสมควรแล้วก็ได้เขียนเพิ่มเติมไว้ในมาตรา ๒๒/๑ และ มาตรา ๒๒/๒ ไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นบทเฉพาะกาลครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนั้นก็ผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๗ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติของสงวนคำแปรญัตติ มาตรา ๑๘ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านนะครับ ท่านนิยม

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ผมไม่ได้ติดใจเพียงแต่ อยากจะเรียนถามทางคณะกรรมาธิการซึ่งตัดข้อความนี้ออกในมาตรา ๑๗ ผมยกมือก่อน ที่จะอ่านไป คือบังเอิญผมอ่านในมาตรา ๗ ปรากฏว่าท่านตัดออกท่านเขียนไว้แต่เพียงว่า คือร่างเดิมผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภามีสิทธิขอรับเงินสงเคราะห์เกี่ยวกับการถึงแก่กรรม การรักษาพยาบาล ความทุพพลภาพ รวมถึงการศึกษาของบุตร ตลอดจนสวัสดิการอื่น ท่านตัดออกหมดเหลือเพียงแต่ว่ารักษาพยาบาล ผมจึงสงสัยแสดงว่าพวกที่เป็นสมาชิก รัฐสภาเก่ามีสิทธิแค่รับเงินรักษาพยาบาลเท่านั้นหรือครับ เพราะว่าในมาตรา ๑๘ ต่อไป จนถึง /๑ /๒ มันเขียนไว้ถึงว่าเหตุทุพพลภาพก็รับได้ จะเป็นการขัดแย้งกันหรือไม่ อันนี้เรียนถาม เพราะว่าท่านตัดออกหมดเลยเหลือเพียงรักษาพยาบาลอย่างเดียวอย่างอื่นไม่ได้เลย หรืออย่างไรนี่เรียนถามครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านกรรมาธิการจากกฤษฎีกาอธิบายครับ

นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ตัดออกไป ก็นำไปเขียนให้ชัดเจนยิ่งขึ้นและยังคงในหลักการที่ตัดออกไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง การถึงแก่กรรม ทุพพลภาพ การศึกษาบุตร แล้วก็สวัสดิการอื่น ไปแจกแจงในรายละเอียด ซึ่งจะปรากฏอยู่ในมาตรา ๑๘/๑ มาตรา ๑๘/๒ และมาตรา ๑๘/๓ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเนื่องจากการที่จะไปเขียนรวมกันเองก็จะทำให้เกิดกรณีของการไปออกระเบียบที่ คณะกรรมการกำหนดมันจะมีความสับสน แต่ถ้าไปกำหนดแยกย่อยในรายละเอียดและไป กำหนดอยู่ในมาตราเฉพาะของเรื่องนั้น ๆ ระเบียบที่คณะกรรมการออกมานี้มันก็จะเกิด ความชัดเจนแล้วก็จะมีการปรับปรุงอะไรที่มันจะเหมาะสมได้ยิ่งขึ้น ก็ไม่ได้ตัดทอนในเรื่อง ของหลักการที่กำหนดไว้อยู่ในมาตรา ๑๗ แต่อย่างใดครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ ท่านเลขาธิการ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๘/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ มาตรา ๑๘/๒ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ มาตรา ๑๘/๓ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อครับ ผมยกมือ ตอนมาตรา ๑๘/๒ นะครับ เมื่อสักครู่ท่านเลขาธิการได้อ่านเร็วไปนิดหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตดูที่มาตรา ๑๘/๒ ในประเด็นเรื่องบุตรบุญธรรม คือสมาชิกจะขอ ความช่วยเหลือเรื่องของการศึกษาให้กับบุตร ปรากฏว่าไม่รวมบุตรบุญธรรมหรือบุตรที่ยกให้เป็น บุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น ผมเองเป็นคนหนึ่งที่รับบุตรบุญธรรม และผมก็รักเหมือนลูก และผมก็คิดว่าเป็นภาระของผมเหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเราให้สิทธิกับ บุตรบุญธรรมก็เหมือนลูกของเราและผมก็ไม่ได้รับ ท่านก็ให้ได้แค่ ๒ คนด้วยถูกไหมครับ ๒ เท่านั้น ไม่ว่าจะมีลูกกี่คนก็ตามท่านก็ให้ ๒ คน เพื่อเปิดโอกาสผมเองก็เพียงอยากจะ ขอโอกาสกับคณะกรรมาธิการครับ ถ้าหากว่าท่านตัดตรงนี้ออกไปเพื่อให้บุตรบุญธรรม มีโอกาสได้รับทุนการศึกษาการช่วยเหลือทางด้านนี้ เราไม่ทราบนะครับว่าใครเวลาที่ไม่ได้เป็น สมาชิกสภาแล้วจะมีภาระมากน้อยขนาดไหน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าได้ช่วยเหลือไปอีกด้วย ผมคิดว่าจะได้เป็นความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นของพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการอธิบายครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในเรื่องการช่วยเหลือ กรณีบุตรเป็นการช่วยเหลือที่คณะกรรมาธิการได้ตระหนักว่าการมีความจำเป็นที่จะต้อง เลี้ยงดูบุตรที่ยังไม่จบปริญญาตรีในชั้นประถมศึกษาถึงจบปริญญาตรีก็จริง การให้รับ การศึกษาตั้งแต่อนุบาล แต่ว่าโดยสถานะเพื่อไม่ให้เป็นภาระมากเกินกว่าที่ฐานะของกองทุน จะเยียวยาช่วยเหลือ ก็ให้เฉพาะในระดับประถมศึกษาถึงจบปริญญาตรีและเพียง ๒ คน แล้วก็ต้องขอกราบเรียนท่านสมาชิกบุญยอด สุขถิ่นไทย ที่บอกว่าทำไมกฎหมายไม่เปิดไปถึง บุตรบุญธรรม โดยนัยเช่นเดียวกันก็คือสภาพที่เกินกว่านั้นก็จะเป็นภาระของอดีตสมาชิก ที่จะต้องเยียวยาแก้ปัญหาในฐานะที่เป็นผู้รับบุตรบุญธรรม ที่จะต้องการให้เป็นภาระ ของกองทุนก็คือมีความจำเป็นที่มีบุตรโดยสายเลือดโดยการสืบสันดานกันก็มีความจำเป็น ต้องเลี้ยงดู คนที่จะมีฐานะในการรับบุตรบุญธรรมอะไรทั้งหลายก็ชอบที่จะมีจิตใจเมตตา มากยิ่งขึ้นเกินกว่าสถานะที่มีความจำเป็น ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับ เผอิญคณะกรรมาธิการก็ได้พิจารณาว่าให้เป็นภาระของกองทุนเท่าที่มีความจำเป็น ต้องดูแลนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ เมื่อตอนร่างพระราชบัญญัตินี้เข้าสภา ในวาระที่หนึ่ง เนื่องจากผมป่วยก็เลยไม่ได้ร่วมเซ็นชื่อ ไม่ได้ร่วมอภิปรายในวาระที่หนึ่ง ไม่ได้ร่วมเป็นกรรมาธิการ แต่เนื่องจากว่าผมมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องรับทราบกับปัญหากองทุน ก็เลยคิดว่าวันนี้สภาเรากำลังสร้างอานิสงส์ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ยุติธรรมกับสังคม อย่างยิ่งอีกประการหนึ่ง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อปีที่แล้วท่านประธานวุฒิสภา เมื่อต้นปีนี้เองครับ ท่านนิคม ไวยรัชพานิช ในฐานะที่เป็นประธานกองทุนได้เรียกผมในฐานะ เป็นนายกสโมสรรัฐสภา เข้าประชุมร่วมกับคณะกรรมการกองทุน และร่วมกับท่านอดีต ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร คุณศักดา คงเพชร แล้วก็ท่านประธาน คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบัน ท่านไพจิต ศรีวรขาน เล่าถึงสภาพกองทุน ให้ฟังว่าขณะนี้เรามีกองทุนที่เรียกว่ากองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา คือหมายถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก มีสมาชิกทั้งหมดอยู่ ๕,๐๐๐ กว่าคนครับ ขณะนี้จำนวน ๕,๐๐๐ กว่าคน เราเก็บเงินจาก ส.ส. ส.ว. ขณะนี้เรามีทั้งหมด ๔๕๐ คน บวก ๑๕๐ คน คือ ๖๐๐ คน เดือนละ ๕๐๐ บาทต่อคน เดือนหนึ่งเราได้เงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่ในช่วง ผ่านมาเราต้องใช้ค่าใช้จ่ายไปถึงเดือนละกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาททุกเดือน กว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายกองทุนมันเขียนไว้กว้างขวางเหลือเกินจากที่เราเห็นนะครับ แม้กระทั่งค่าทุพพลภาพ ค่าเลี้ยงชีพ แล้วจะมีเงินสงเคราะห์รายเดือน ค่าเลี้ยงดูบุตร อะไรต่ออะไรค่อนข้างที่จะกว้างขวาง ณ ขณะนั้นเงินกองทุนหมดแทบจะล้ม ผมร่วมกับ ท่านประธานวุฒิสภา ท่านไพจิต ศรีวรขาน กับหลาย ๆ คนร่วมกัน ผมหาเงินมาช่วยกองทุน ๒ ครั้ง ครั้งหนึ่งได้เงินมา ๑๐ ล้านบาท และอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ผมส่งเงินเข้าไปอีก ๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาท รวม ๆ แล้วประมาณ ๑๑ ล้านบาท เป็นเหตุที่กองทุนเราอยู่ได้จนถึงวันนี้ โชคดีที่มีร่างพระราชบัญญัติเข้ามาและท่านกรรมาธิการก็กรุณาพิจารณาอย่างเร่งด่วน จนเรากำลังจะผ่านกฎหมายออกมา ถ้าผ่านกฎหมายต่อไปงบประมาณปี ๒๕๕๗ ที่เข้าสภา ก็คงจะตั้งงบประมาณไปช่วยกองทุนได้ ทำให้กองทุนนี้อยู่รอดต่อไป มิฉะนั้นที่ผมนำมา ๑๑ ล้านบาท เดือนสองเดือนนี้ก็คงจะหมดอีกแล้ว และกองทุนก็คงจะล้ม จะเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาก็คือพวกเราส่วนหนึ่งมีอำนาจวาสนาเมื่อพ้นไปแล้ว ก็เลี้ยงตนได้ แต่อีกส่วนหนึ่งก็น่าสงสารเหลือเกิน อย่างที่ท่านคงได้ยินว่าบางท่านถึงแก่กรรม โดยแม้กระทั่งเงินค่าทำศพก็ยังไม่มี แต่ที่ต้องคำนึงอีกอย่างหนึ่งก็คือเมื่อเป็นสิทธิแล้วทุกคน จะใช้สิทธิ เราจะเห็นว่าเบี้ยยังชีพคนชราคนละ ๕๐๐ บาท คนชราอายุเกิน ๖๐ ปี ที่เป็น เศรษฐี มหาเศรษฐีก็มี ที่ลูกหลานผู้อุปการะเป็นเศรษฐีก็มี ฐานะดีก็มี คนเหล่านี้จำนวนมาก ยังขับรถเบนซ์ นั่งรถเบนซ์มารับเงินเดือนละ ๕๐๐ บาท เช่นเดียวกันครับกรณีเช่นนี้ ถ้าท่าน ไม่วางระเบียบให้ดี เขียนกว้างเกินไป ท่านจะเจอว่าทุกคนมาใช้สิทธิ แม้แต่ค่ารักษาพยาบาล มีสิทธิที่จะรับเงินฌาปนกิจทางอื่น แต่ถ้าเห็นว่ามันยุ่งยากกว่า ทางนี้ง่ายกว่าก็เลยมุ่งมาทางนี้ มันจะเป็นภาระกับเราหนักมากเกินไป ในมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ ทั้งหลายที่พิจารณามันมีเหตุมีผลสมควร ผมฝากแต่ว่าเราพิจารณา ในขอบเขตบางอย่างถ้าเราถือว่าเป็นประชาธิปไตยหรือว่าเป็นเสรีภาพมากเกินไป ผมเกรงว่า วันหนึ่งกองทุนมันจะล้มในวันข้างหน้าอีก ผมพูดตั้งแต่ก่อนร่างพระราชบัญญัติกฎหมายนี้ เข้ามาก็มีคนบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์คือผมในฐานะนายกสโมสรร่วมกันทำอันนี้มา ผลักดัน จนช่วยให้กองทุนอยู่ได้ ผมควรจะเข้ามาเป็นผู้เสนอร่าง แต่ผมไม่ได้เสนอร่างด้วย ก็ให้ นายแพทย์ปรีชา มุสิกุล แล้วก็พวกผมหลาย ๆ คนเข้าไปช่วย ได้มีท่านไพจิต ศรีวรขาน ไปช่วยจนกระทั่งถึงวันนี้ ก็ต้องขอขอบพระคุณอย่างยิ่ง ผมเตือนเพียงว่าเมื่อคณะกรรมการ จะไปวางข้อกำหนดระมัดระวังสักนิดหนึ่ง ท่านจะเห็นภาพคนขับรถเบนซ์ต่อคิวกันเป็นแถว ไปรับเงิน ๕๐๐ บาท ค่ายังชีพคนชรา ท้วงติงเข้าเขาบอกว่าเป็นสิทธิของเขา เขาจะเอาไป ทำบุญ เขาจะเอาไปแจก เรื่องอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ระวังกองทุนเรานี้มีสิ่งเช่นนี้เกิดขึ้นแล้ว อยากให้เกิดขึ้นต่อไปข้างหน้า สิ่งที่เกิดขึ้นเดิมมันเป็นระเบียบ แต่ต่อไปนี้ถ้าเป็นกฎหมายแล้ว เราเลี่ยงไม่ได้นะครับ ผมขอบพระคุณท่านประธานครับ และขอบพระคุณท่านกรรมาธิการ ทุกท่านครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านนะครับ ท่านนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมฟังท่านประธาน คณะกรรมาธิการชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ผมยังไม่เคลียร์นะครับ ขอเรียนถามเพื่อความเข้าใจ คืออย่างนี้ในมาตรา ๑๘/๒ ผมเข้าใจแล้วว่าสมาชิกรัฐสภาคือวัตถุประสงค์ของกองทุนที่ตั้งขึ้น เพื่อช่วยเหลืออดีตสมาชิกรัฐสภา เข้าใจชัดเจน เพียงว่าเงินค่ารักษาพยาบาล ค่าการศึกษา บุตรคนที่ ๑ คนที่ ๒ ให้ชัดเจน อันนี้เป็นตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ว่าไปตามนั้น เพียงผมสงสัยว่าในกรณี ส.ส. บางคนไม่มีบุตร เพราะท่านยกไม่ให้บุตรบุญธรรมเลย เขาไป จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม บุตรบุญธรรมก็คือบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เขาก็อยากมีบุตร แต่เผอิญเขาไม่มีบุตร ท่านไม่ให้เขาเลย คนเดียวก็ไม่ให้เขา ผมว่า มันไม่เป็นธรรมเพียงเท่านั้นเองครับ ท่านประธานชี้แจงผม ผมยังไม่เคลียร์ ถ้าในกรณีที่เขา ไม่มีบุตรเลย แต่เขาไปจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เพราะการอยากมีบุตรมันไม่ใช่มีทุกคน แต่ผมไม่ได้พูดเผื่อตัวเองหรอก ผมมันเกินอยู่แล้ว ๔-๕ คน เพียงแต่ว่าในกรณีคนไม่มีบุตร เขาจะได้บุตรบุญธรรมสักคนหนึ่งทำไมไม่ให้เขา ถึงวันหนึ่งอดีตสมาชิกอาจจะไม่ต้องร่ำรวย อาจจะยากจนเลย แต่ยังต้องดูแลลูกอยู่ยังเล็ก ๆ สมมุติ ท่านทำไมไม่ให้เขาครับ ส่วนในกรณี ยกลูกตัวเองให้เป็นบุตรบุญธรรม อันนั้นเป็นเงื่อนไขตามระเบียบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ท่านทำแบบนี้มันไปขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นะครับ ขอบคุณมากครับ ฟังคำชี้แจงนิดหนึ่งครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านได้อธิบายไปแล้ว ท่านจะอธิบายอีกไหม ทางกฤษฎีกาลองอธิบาย

นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาต เรียนตอบท่านนะครับ ในส่วนของในเชิงกฎหมายแล้วเมื่อเป็นการที่จะให้สิทธิฉะนั้นแล้ว บุคคลที่จะได้รับตรงนี้เองก็คงจะต้องมีเหตุผลและก็มีความจำเป็นในกรณีของการให้ การศึกษาบุตรนี่เองก็ได้กำหนดกรอบไว้ให้เฉพาะบุคคลที่เป็นทายาทเท่านั้น ส่วนกรณีของ บุตรบุญธรรมกับบุตรที่ได้รับมาให้เป็นบุตรบุญธรรมนี้เองเมื่อเราได้เทียบเคียงคณะกรรมาธิการ ก็มีการหยิบยกประเด็นขึ้นมา แต่เมื่อได้เทียบเคียงกับกฎหมายในลักษณะที่เป็นใกล้เคียงกันแล้วนี่ ผมกราบเรียนว่าในพระราชกฤษฎีกานี้ว่าด้วยเรื่องของเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร ซึ่งก็จะให้กับบุคคลที่อยู่ในภาคราชการ แล้วก็กราบเรียนว่าในกฎหมายของประกันสังคม ก็อีกเช่นกันซึ่งจะต้องมีการสมทบเงินจากฝ่ายลูกจ้าง นายจ้าง แล้วก็รัฐออกให้อีกส่วนหนึ่ง ก็มีการให้กรณีของการศึกษาบุตรไว้เช่นกัน ในกรณี ๒ กรณีดังกล่าวนี้นะครับกราบเรียนว่า ก็ได้เขียนยกเว้นว่าจะไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมและบุตรที่ได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมดังกล่าว ทีนี้เองก็เลยเป็นความห่วงใยว่าถ้าคณะกรรมาธิการได้กำหนดเปิดมิติในส่วนของร่าง พ.ร.บ. อันนี้ ฉบับแรกแล้ว กระผมเองก็คงจะมีการหยิบยกและในส่วนงานอื่นเขาอาจจะหยิบยกขึ้นมาว่า ในเมื่อร่าง พ.ร.บ. อันนี้นำร่องไปแล้วกรณีของการที่เขียนยกเว้นมันก็จะเกิดกรณีของการยกเว้น กรณีของบุตรบุญธรรมกับกรณีของบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมอีกเช่นกัน ทีนี้เองก็เลยกลัว แล้วก็มีความว่าในความเหมาะสมกับในความเป็นธรรม แล้วก็กรณีของการเทียบเคียง กับกฎหมายอื่นที่กระผมได้กล่าวมาแล้วก็เลยเป็นเหตุผลความจำเป็นว่าไม่ควรจะกำหนด เพื่อกรณีของการที่จะไปรวมไว้ให้นะครับ ก็เลยมีความจำเป็นว่าจะต้องเขียนทั้งนี้ไม่รวมถึง บุตรบุญธรรมแล้วก็บุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรม ในลักษณะของกฎหมายแล้วก็ในความจำเป็น ก็จะตรงกันกับกฎหมายอื่นนะครับ ก็ต้องขอกราบเรียนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๘ ทศ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ หมวด ๕ การบัญชี และการตรวจสอบ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙ มีการแก้ไข บทกำหนดโทษ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๐ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๑ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๒ มีการแก้ไข มาตรา ๒๒/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ มาตรา ๒๒/๑ เชิญท่านอภิชาตครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๒๒/๑ และมาตรา ๒๒/๒ คณะกรรมาธิการได้บัญญัติขึ้นมาใหม่ ซึ่งท่านก็ได้โยงจากคำถามของกระผมในมาตรา ๑๖/๑ ว่าคำตอบอยู่ในมาตรา ๒๒/๑ และ มาตรา ๒๒/๒ เอาเฉพาะมาตรา ๒๒/๑ ก่อน ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการ ไปบัญญัติเพิ่มเติมว่าผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาซึ่งมีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภาตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๔๓ อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุน ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และในมาตรา ๒๒ บอกว่าผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ก่อนวันที่ระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๔๓ ใช้บังคับให้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ความในวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับกับผู้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งทำหน้าที่เป็นสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วย ประเด็นของผมก็คือว่าเราได้ผ่านความเห็นชอบที่มีการถกเถียงกันยาวนานพอสมควรว่า ในมาตรา ๔ นั้นให้บุคคลที่เป็นผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภานั้นให้หมายถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา แต่การมาเขียนบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒/๑ และมาตรา ๒๒/๒ โดยโยง ไปถึงบุคคลที่มีชื่ออื่นที่เรียกว่าทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วยนั้น มันไปขัดกับมาตรา ๔ ที่เราได้ผ่านความเห็นชอบหรือไม่ ก็ขอเรียนถามท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ มาตรา ๒๒ วรรคสอง กรรมาธิการตัดออกไปแล้วใช่ไหม เชิญท่านดอกเตอร์

นายอภิชาต การิกาญจน์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ อภิชาต การิกาญจน์ รองประธานคณะกรรมาธิการนะครับ มาตรา ๒๒ วรรคสอง เราตัดออกเลยครับ อยู่ในใบแทรกที่แจ้งให้กับที่ประชุมนะครับ ตัดออกแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา ๔ ที่กำหนดคำนิยามไว้ คือผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตัดออก แล้วนะครับ เชิญท่านนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วย เพราะในมาตรา ๒๒/๑ มาตรา ๒๒/๒ ความเป็นจริงแล้วมันไม่มีในร่างเดิม ท่านกรรมาธิการใส่เข้ามา ผมยังสงสัยว่าใส่เข้ามาแล้วใส่เข้าเพื่ออะไร เพราะกฎหมายฉบับนี้ ออกโดยสภาผู้แทนราษฎร มีเจตนารมณ์ก็เพื่อสงเคราะห์สมาชิกรัฐสภา ไม่มีเจตนารมณ์ สงเคราะห์สมาชิกสภาโดยวิธีการที่หน่วยงานหรือองค์กรอื่นแต่งตั้งเข้ามา เพราะฉะนั้น ตัดออกถูกต้องครับ ไม่ควรมี จะเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติอะไรก็แล้วแต่ เราจะ ไม่ไปรับรองที่มาไม่ชอบโดยระบอบประชาธิปไตย ตัดออกถูกต้องครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญมาตราต่อไปครับ ท่านอภิชาตมีอะไรเพิ่มเติมอีกไหม

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นที่ต้องสอบถามเพิ่มเติมในการบัญญัติ ๒ มาตรานี้ก็คือว่าสมาชิก ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านกรรมาธิการได้โยงมาจากมาตรา ๑๖/๑ คือเนื่องจากว่าเคยมีสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติเคยจ่ายเงินสนับสนุนเข้ากองทุนอยู่ ๒๗ ท่าน ดังที่กรรมาธิการ ได้ชี้แจง ถามว่าเฉพาะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ๒๗ ท่านที่เคยจ่ายเงินสนับสนุน เข้ากองทุนและได้รับสิทธิตามระเบียบเมื่อปี ๒๕๔๓ นี่จะทำอย่างไร ๒๗ คนนั้นจะได้รับสิทธิ ตามร่างพระราชบัญญัตินี้ตามมาตรา ๒๒/๑ และมาตรา ๒๒/๒ ด้วยหรือไม่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์

นายอภิชาต การิกาญจน์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิชาต การิกาญจน์ รองประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ในกรณีของสมาชิก สนช. ๒๗ ท่านจากจำนวน ๒๕๐ ท่านที่ได้หักเงินสนับสนุนกองทุน คณะกรรมาธิการ หลังจากที่เราตัดวรรคสองของมาตรา ๒๒/๒ ไปแล้ว การเยียวยาจะมอบหมายให้ คณะกรรมการกองทุนที่จะมีขึ้นต่อไปได้คืนในส่วนที่คนดังกล่าวได้รับผลกระทบ ในส่วนของ สมาชิกสภาชุดอื่นก่อนหน้าปี ๒๕๔๙ ซึ่งหลายคนได้รับสวัสดิการไปแล้ว หลายคนถึงแก่กรรม ไปแล้วก็ถือว่าเป็นการอนุเคราะห์ไป เพราะชุดก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นการได้รับประโยชน์ ไปแล้วก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือจากกองทุนของเราให้กับสมาชิกที่ได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นเรื่องของการดำเนินการเพื่อที่จะดูแลชดเชยตามกฎหมายฉบับใหม่ ผมขอเรียนว่าในอดีตนั้นมันไม่ครอบคลุมทั้งหมด ตอนเป็นระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุน ผู้จ่ายเงินเข้ากองทุนจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่ผู้ที่ได้รับประโยชน์คือผู้ที่ไม่ต้องจ่ายเงิน เข้ากองทุน เพราะฉะนั้นเมื่อเป็น พ.ร.บ. ขึ้นมาผู้รับประโยชน์ก็ต้องเป็นผู้จ่ายด้วย การเติม มาตรา ๒๒ เข้าไปครอบคลุมทั้งหมดทั้งผู้ที่ได้รับประโยชน์มาก่อนหน้าจะมีระเบียบรัฐสภา ว่าด้วยกองทุนปี ๒๕๔๓ และผู้ที่อยู่ในสภาปัจจุบัน ระเบียบของกองทุนจะกำหนดว่า เมื่อทุกคนที่เป็นสมาชิกของกองทุนได้ส่งเงินเข้าไปสมทบในกองทุนนี้แล้วจะได้รับการช่วยเหลือ จากกองทุนตามระเบียบ กฎเกณฑ์ตามที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งผมคิดว่าความลักลั่น ที่เกิดขึ้นในอดีตจะเป็นธรรมสมบูรณ์มากขึ้นภายใต้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญมาตราต่อไปท่านเลขาธิการครับ เดี๋ยวนะครับ เชิญคุณหมอครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอถามนะครับ ท่านกรรมาธิการครับ เราไปเก็บเงินเขาโดยอะไรก็ไม่ทราบแต่ค่าเงินตอนนี้ มันถูกลง ท่านจะบอกว่าด้วยความเป็นธรรมจะคิดค่าตามเงินไหม แล้วท่านต้องให้ดอกเบี้ย เขาด้วยนะครับ เพราะว่าไหน ๆ ก็เอาเงินเขามาแล้ว อยากให้อธิบายนิดหนึ่งว่ามันเป็นธรรม อย่างไร ขอบคุณครับ

นายอภิชาต การิกาญจน์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ อภิชาต การิกาญจน์ รองประธานคณะกรรมาธิการ เราคุยกันแล้วในคณะกรรมาธิการจะตอบแทนให้ ตามที่สมควรจะได้รับพร้อมดอกเบี้ยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ติดใจนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๒/๒ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ มาตรา ๒๓ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีติดใจ จบการพิจารณาเรียงตามมาตรานะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีท่านสมาชิกท่านใดจะแก้ไขไหมครับ เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมติดใจการใช้คำของ การให้คำนิยามว่าทำไมใช้คำว่า ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา หมายความว่าผู้เคยเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา ทำไมท่านไม่ใช้คำว่า หรือ คือเป็นอย่างใด อย่างหนึ่งถูกไหมครับ มันควรจะ หรือ ไม่ใช่หรือครับ ให้ท่านคณะกรรมาธิการช่วยพิจารณา ด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญกรรมาธิการจากกฤษฎีกา

นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สุชัย งามจิตต์เอื้อ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เหตุผลที่ใช้คำว่า และ ต้องกราบเรียนว่าเนื่องจากคำนิยามบอกว่าผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา คำว่า สมาชิกรัฐสภา นี้เอง ก็จะหมายถึงทั้ง ๒ ซึ่งก็จะเป็นถ้อยคำของรัฐธรรมนูญว่า รัฐสภาจะประกอบด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรกับสมาชิกวุฒิสภา ทีนี้ก็เลยมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ และ เพราะว่า จะหมายถึงกรณีของการเป็นรัฐสภาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถือว่า การพิจารณาในวาระที่ ๒ จบนะครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. .... หรือไม่ ก่อนจะลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมที่ประชุมกันอยู่อาคาร ๓ อาคาร ๒ เชิญเข้าห้องประชุมก่อนเพื่อลงมติ แห่งร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. .... หรือไม่นะครับ เมื่อท่านเข้ามาแล้วช่วยกรุณาแสดงตนก่อนนะครับ ก่อนจะลงมติว่าจะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยทุกท่านแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๒๙๔ นะครับ

ผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าท่านใดเห็นชอบให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใด ไม่เห็นชอบให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญ ออกเสียงลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ เรียบร้อยไหมครับ ด้านหลังเรียบร้อยนะครับ เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลนะครับ ผลการลงคะแนน เห็นด้วย ๓๗๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบนะครับ

ต่อไปคณะกรรมาธิการได้มีข้อสังเกต ผมจะขอถามมติว่าท่านจะเห็นด้วยกับ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ท่านใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ ทุกท่านแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๓๕๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๕ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ

ผมต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านครับ

ต่อไปจะเป็นการพิจารณาร่าง ท่านปรีชาพลมีอะไรครับ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น กระผมขอเสนอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมครับ ตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ ๔๖ (๒) ประกอบกับข้อ ๒๑ โดยขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระ เรื่องด่วนซึ่งมีการบรรจุในระเบียบวาระการประชุม ตามลำดับดังนี้นะครับ

เรื่องแรก ก็คือเรื่องด่วนที่ ๑๗ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามด้วยเรื่องด่วนที่ ๑๘ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... โดยทั้ง ๒ เรื่องนี้สืบเนื่องจะเป็นเรื่องที่มีความเร่งด่วน แล้วทางกระทรวงยุติธรรมเองมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กฎหมาย ๒ ฉบับนี้เพื่อเป็น เครื่องมือในการเข้าร่วมประชุมอนุกรรมการแฟตเอฟ (FATF) ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนมกราคม ๒๕๕๖ ที่จะถึงนี้ แล้วก็กฎหมาย ๒ ฉบับนี้ก็ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว แต่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในชั้นของวุฒิสภา จึงจะต้องนำกลับมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้พิจารณาอีกครั้ง หากมีการแก้ไขเพิ่มเติมอย่างไร ก็อาจจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการ ร่วมกัน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งทั้ง ๒ เรื่องก็จะเลื่อนขึ้นมาเพื่อพิจารณา เป็นเรื่องแรกในการประชุมสภาในวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๕ หลังจากเสร็จสิ้น กระทู้ถามทั่วไป หลังจากนั้นผมเองขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑๒ เรื่องด่วนที่ ๑๓ เรื่องด่วนที่ ๑๔ และเรื่องด่วนที่ ๑๕ กล่าวคือเรื่องด่วนที่ ๑๒ คือพิจารณากรณีวุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ตามด้วยเรื่องด่วนที่ ๑๓ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. การประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรื่องด่วนที่ ๑๔ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และเรื่องด่วนที่ ๑๕ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยทั้ง ๔ เรื่องนี้ขอเลื่อนให้ไปต่อจากเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบ ให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ลำดับที่ ๖ นั่นก็คือเรื่องร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กำหนดหลักเกณฑ์การจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมเกี่ยวกับการอสังหาริมทรัพย์ในเรื่องไถ่ถอนและมรดก ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์นะคะ ดิฉันได้เรียน ตั้งแต่สมัยประชุมครั้งที่แล้วแล้วว่า ถ้ารัฐบาลเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมานี่นะคะ ดิฉันจะท้วง ทุกครั้งว่าทำไมถึงไม่เลื่อนฉบับข้อเสนอโดยประชาชนขึ้นมานะคะ เป็นเรื่องด่วนที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๕ เรื่องด่วนที่ ๖ เรื่องด่วนที่ ๗ แล้วตอนนี้ก็มีร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. .... เข้ามาด้วย ดิฉันก็เสนอว่าให้เลื่อนขึ้นมาต่อจาก ที่ทางวิปรัฐบาลเสนอเมื่อสักครู่นี้ค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ได้ไหมครับ เดี๋ยวผมจะถามประเด็นของท่านปรีชาพลก่อน แล้วจะมาถามของ อาจารย์รัชฎาภรณ์นะครับ ถ้าท่านใดไม่ขัดข้องในประเด็นที่ท่านปรีชาพลขอเลื่อนนะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้มีการเลื่อน ทีนี้เมื่ออาจารย์รัชฎาภรณ์เสนอขอเลื่อน ขอผู้รับรองก่อนครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

เดี๋ยวของท่านต่อจากอะไรนะครับ เสนอใหม่สิครับ ท่านสมาชิกยังนั่งถามกันอยู่ต่อจากอะไร

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ดิฉันเสนอต่อจากที่ท่าน ส.ส. ปรีชาพลเสนอ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเรื่องอะไรก่อนครับ แล้วก็ต่อจากอะไรครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ก็เอาเรื่องด่วนต่อจากที่วุฒิสภา พิจารณาเสร็จแล้ว เรื่องด่วนที่ ๑๒ เรื่องด่วนที่ ๑๓ เรื่องด่วนที่ ๑๔ เรื่องด่วนที่ ๑๕ ที่เสนอไป เมื่อสักครู่นี้ค่ะ แล้วก็เสนอให้ต่อด้วยเรื่องด่วนที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๕ เรื่องด่วนที่ ๖ แล้วก็ เรื่องด่วนที่ ๗

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตกลงท่านขอเอาเรื่องด่วน เรื่องที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๕ เรื่องด่วนที่ ๖ เรื่องด่วนที่ ๗ ถูกต้องไหมครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ใช่ค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แล้วมาต่อจากเรื่องที่ด่วนที่ ๑๕ ถูกต้องนะครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

เรื่องที่ ๑๕ ใช่ค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะเป็นเรื่องด่วนที่ ๓ คือร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็เรื่องที่ ๕ จะเป็นเรื่องร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการ สาธารณสุข พ.ศ. .... เรื่องที่ ๖ จะเป็นร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจาก ระบบบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... และเรื่องที่ ๗ จะเป็นร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม ถูกต้องนะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหม เชิญท่านปรีชาพล

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น กราบเรียนท่านประธาน ไปถึงเพื่อนสมาชิกซึ่งผมเองก็ให้ความเคารพแล้วก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านในเรื่องของ การเลื่อนระเบียบวาระแล้วท่านก็ได้แจ้งถึงความจำนงของท่าน ซึ่งจริง ๆ แล้วทางวิปรัฐบาลเอง ก็ให้ความสำคัญในเรื่องของกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชนทุกฉบับ แต่ยังติดขัดอยู่ ตรงที่ว่าในเรื่องของกฎหมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การ บริหารส่วนตำบลซึ่งเป็นเรื่องด่วนที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๕ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหาย จากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... เรื่องด่วนที่ ๖ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ได้รับ ผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... และเรื่องด่วนที่ ๗ ร่างพระราชบัญญัติ ประกันสังคม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... สืบเนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ให้ความเห็น ในเรื่องนี้มาผมจึงเห็นว่าเรื่องนี้ยังไม่ควรจะต้องเลื่อนขึ้นมาก่อนเพื่อให้การพิจารณา มีความถี่ถ้วนและรอบคอบจึงเห็นค้านกับทางท่านสมาชิกคือท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากจะเสนอกับท่านสมาชิกฝ่ายรัฐบาลที่เสนอว่าให้เลื่อน อย่างนี้ คือผมเห็นด้วยที่ท่านเลื่อนความสำคัญเรื่องของการฟอกเงินและการสนับสนุน เรื่องก่อการร้ายทางด้านการเงิน ทีนี้พวกเราก็อย่าไปคิดว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ๒ ฉบับแรก ที่ท่านเสนอมาก็จำเป็น แต่ก็บอกว่าเป็นกฎหมายที่เอาใจฝรั่งต่างชาติเหมือนกันเพราะเป็น มาตรฐานเขา ในขณะเดียวกันหันมาว่าที่พวกผมเสนอนี้คนไทยได้ประโยชน์หมดทั้งประเทศ แล้วก็ไม่อยากจะให้ใช้เหตุว่าถ้าเราจะทำให้ประชาชนคนไทยแล้วเราต้องมานั่งคอยข้าราชการ ที่เขายังไม่เสนอความเห็นขึ้นมา วาระเป็นของสภาครับ ท่านประธานครับ แล้วผมก็เชื่อว่า สภานี้คงไม่ได้อยู่ใต้อาณัติของข้าราชการ ถ้าเผื่อเขายังไม่อยากทำหรือเห็นว่าไม่สำคัญ เขาไม่ทำ สภาตัดสินใจเองได้ครับ ฉะนั้นผมขอต่อรองว่าเมื่อท่านทำให้ต่างชาติแล้วขอให้ทำ ๓ ฉบับ ให้คนไทยเถอะครับแล้วเดินหน้าไป ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านสมาชิกท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ สำหรับความเห็นที่ท่านได้นำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ สาเหตุที่ผมเลื่อนเรื่องด่วนที่ ๑๒ เรื่องด่วนที่ ๑๓ เรื่องด่วน ๑๔ และเรื่องด่วนที่ ๑๕ ขึ้นมาก่อน ก็เพราะว่าทั้ง ๔ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว แล้วก็คิดว่า หากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้นำเข้าสู่การพิจารณาซึ่งก็คิดว่าอาจจะไม่มีปัญหาอะไรมากมายนัก ก็คงจะได้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

ในส่วนของเรื่องที่ท่านบอกถึงไม่ว่าจะเป็นเรื่องด่วนที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๕ เรื่องด่วนที่ ๖ เรื่องด่วนที่ ๗ นั้น กระผมเองก็ขออนุญาตรับไปประสานแล้วก็เร่งติดตาม เรื่องนี้ให้เพื่ออย่างที่ผมนำเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ก็คือว่าการพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎรนั้นคงจะต้องได้รับข้อมูลที่รอบด้าน แล้วก็จะประสานท่านรัฐมนตรีชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะที่เป็นคณะรัฐมนตรีแล้วก็เป็นผู้ที่ประสานงานสภาผู้แทนราษฎรกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะดำเนินการเร่งรัดในเรื่องของการหาข้อมูลเรื่องนี้เพื่อที่จะนำเอา ร่างกฎหมายสำคัญต่าง ๆ ที่เสนอโดยภาคประชาชนเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร อย่างเร่งด่วนครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ท่านรับไปจะประสานงานให้

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานคะ ที่จริงดิฉันเห็นด้วยกับทางฝ่ายรัฐบาลที่จะเอาเรื่องด่วนที่ ๑๒ ก็คือเรื่องว่าด้วยการเข้าชื่อ เสนอกฎหมาย แล้วก็เรื่องด่วนที่ ๑๒ เรื่องด่วนที่ ๑๓ เรื่องด่วนที่ ๑๔ เรื่องด่วนที่ ๑๕ เข้ามา เพราะว่าประชาชนก็รอมานานแล้วเรื่องด่วนที่ ๑๔ กับเรื่องด่วนที่ ๑๕ ดิฉันก็ไม่ได้ขัดข้อง เพียงแต่ว่าก็เสนอให้เอาเรื่องด่วนที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๕ เรื่องด่วนที่ ๖ เรื่องด่วนที่ ๗ ที่จริง จะขอเรื่องด่วนที่ ๙ ด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าเรื่องด่วนที่ ๙ ยังไม่เห็นว่าฉบับที่ประชาชนเสนอเข้ามานี้อยู่ตรงไหน อาจจะรอ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ดิฉันว่าทางฝ่ายรัฐบาลดิฉันได้รับคำตอบอย่างนี้เป็นปีแล้ว แล้วท่านประธานเองก็เคยเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาพูดคุยว่าจะเป็นไปได้อย่างไร แล้วคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ก็เคยเชิญมาแล้วก็รับปากกันเป็นแถวจนกระทั่งป่านนี้ยังไม่มีอะไร อย่างเรื่องด่วนที่ ๓ สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล ดิฉันก็ได้กราบเรียนแล้วว่ากระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือยืนยันมาที่สภาแล้วก็ส่งไปที่รัฐบาลว่าเขาไม่ขัดข้องแล้วตอนนี้ขัดข้องอะไร ดิฉันทราบว่ามี ส.ส. บางท่านเท่านั้นละที่ขัดข้องแล้วพยายามมาคุยกับดิฉันว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าจะให้ที่มาของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลที่มา ๒ คน ให้เป็นหญิง ๑ คน ชาย ๑ คน เป็นได้หรือไม่ได้ก็เอาเข้ามาสิคะ ในเมื่อกระทรวงมหาดไทยเขาไม่ได้ขัดข้องอยู่แล้ว แล้วพอเรื่องด่วนที่ ๕ เรื่องด่วนที่ ๖ ที่จริงแล้วรัฐมนตรีชี้แจงดิฉันอยู่หลายครั้งทั้งในที่ประชุม คณะกรรมาธิการและข้างนอกก็ตามว่ากำลังปรับปรุงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการ ซึ่งเป็นปีแล้วควรจะเสร็จแล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นแสดงว่าประสิทธิภาพของการร่างกฎหมายของ กระทรวงต่าง ๆ ใช้ไม่ได้เลยต้องไปปรับปรุงใหม่ แล้วยิ่งกฎหมายประกันสังคม ดิฉันพบท่าน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือไม่ว่าจะเป็นปลัดกระทรวงก็บอกว่าจะเสร็จแล้ว แล้วบางท่าน ก็บอกว่าอยู่ที่กฤษฎีกา แล้วถ้าอยู่ที่กฤษฎีกา ๕-๖ เดือน วิปรัฐบาลต้องกรุณาตามให้หน่อย ไม่อย่างนั้นภาคประชาชนเขารอนาน ดิฉันว่าท่านเลื่อนขึ้นมาเลยค่ะท่านวิปรัฐบาล เลื่อนขึ้นมาเลยแล้วท่านก็ประสานกับทางกระทรวงว่าให้รีบดำเนินการ ถ้าไม่อย่างนั้น เขาก็ทิ้งแช่อย่างนี้จะต้องรอรัฐบาลหน้าอีกหรือเปล่า ประชาชนเขารอนะคะ เขาทวงถาม ทุกครั้ง ดิฉันทวงถามให้แล้วก็จำได้ว่าไม่น้อยกว่า ๕ ครั้งแล้ว แล้วท่านประธานเองก็เชิญ ทุกหน่วยงานมาอยู่แล้วเพราะฉะนั้นมันไม่ควรจะล่าช้า อยากจะให้ท่านเร่งรัดเข้าไปเลย เขามีอยู่หมดแล้วละร่างพวกนี้เพราะรัฐบาลที่แล้วมีหมดแล้ว เพียงแต่ถ้าจะไปปรับปรุง ดิฉันว่าปรับปรุงเป็นปีเขาไม่เรียกว่าปรับปรุง เพราะฉะนั้นก็เรียนท่านประธาน เลื่อนขึ้นมาก่อนเถอะค่ะ แล้วก็บอกเขาว่ามันเข้ามาจ่อแล้วเขาต้องรีบทำมา ดิฉันเสนอ ให้เลื่อนเข้ามา ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่นี้ทางวิปรัฐบาลเขาบอกว่าจะขอไปประสานให้แล้วท่านจะให้ เลื่อนเลยใช่ไหม ถูกต้องไหมครับ เชิญครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ดิฉันว่าเลื่อน ขึ้นมาเลยแล้วมันไม่เร็วนักหรอก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

เพราะว่าเลื่อนเข้ามาตั้ง ๗ ฉบับ เพราะฉะนั้นฉบับที่ ๘ ฉบับที่ ๙ ฉบับที่ ๑๐ ต่อท้ายไม่เร็วนัก แต่มันต้องบอกว่าหน่วยงาน ของรัฐต้องทำมาให้ทันในช่วงนี้เพราะว่าเขาทำมานานแล้ว ที่มันนานเพราะเขาไม่ได้ทำ ถ้าทำแป๊บเดียวร่างกฎหมายมันไม่ยากหรอกเขามีเดิมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นกรุณาเลื่อนขึ้นมาเถอะ ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตกลง เลื่อนไหมครับ ถ้าไม่เลื่อนผมจะขอมติ เดี๋ยวนะครับ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น จากที่ท่านสมาชิกอาจารย์รัชฎาภรณ์ได้พูดถึงเรื่องด่วนที่ ๓ เรื่องของร่างสภาตำบลแล้วก็องค์การบริหารส่วนตำบล ขณะนี้เท่าที่ทราบกระทรวงมหาดไทย เป็นนโยบายในเรื่องของการจะปรับจากหน่วยงานปกครองท้องถิ่นจาก อบต. ขึ้นไปเทศบาล ซึ่งขณะนี้ผมคิดว่าเพื่อให้ได้รับข้อมูลกันครบถ้วนผมคิดว่าเรื่องนี้ยังไม่สมควรที่จะเลื่อนขึ้นมา ณ ตอนนี้ ส่วนเรื่องด่วนที่ ๕ เรื่องด่วนที่ ๖ และเรื่องด่วนที่ ๗ ทราบข้อมูลมาเบื้องต้นว่า ขณะนี้มีเรื่องของข้อขัดแย้งแล้วก็ยังไม่ได้มีข้อยุติในระหว่างกลุ่มผู้ที่มีความขัดแย้งกัน เรื่องนี้ ผมขออนุญาตรับไปที่จะประสานงานแล้วก็เร่งรัดในเรื่องนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดี๋ยวคุณหมอชลน่านมา ก็คงจะได้นำความเป็นห่วงความกังวลของท่านไปเพื่อประสานงานเพื่อการทำงานของสภาแห่งนี้ ให้เรียบร้อยที่สุด ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอภิชาตมีอะไรไหมครับ เดี๋ยวท่านอภิชาตก่อนครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ไหน ๆ ทางฝ่ายรัฐบาลก็รับที่จะไปดำเนินการติดตามร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอโดยภาคประชาชนแล้ว มีร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งที่เสนอโดยภาคประชาชนแล้วก็ค้าง อยู่ในการพิจารณาของฝ่ายธุรการของสภาก็คือร่างพระราชบัญญัติกองทุน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเฉพาะที่นี้ก่อนได้ไหมเดี๋ยวเรื่องมันจะสับสนครับ เฉพาะท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

ผมฝากไว้นิดเดียวครับ ท่านประธาน คือเนื่องจากว่าสภาได้บรรจุระเบียบวาระเรื่องด่วน เรื่องร่างพระราชบัญญัติ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. .... ไว้ แล้วก็ได้บรรจุระเบียบเรื่องที่เสนอใหม่ คือร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่เสนอโดยคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ และคณะ และผู้เสนอโดยคุณผุสดี ตามไท และคณะ คือ ๓ ฉบับนี้มารออยู่แล้ว แต่ภาคประชาชนเขาเสนอก่อน ๓ ฉบับนี้แล้ว แต่เป็นความล่าช้าของสภา ความล่าช้า อยู่ตรงไหนครับ คือตรวจสอบรายชื่อ ซึ่งเวลาผ่านไป ๓-๔ เดือนแล้วยังไม่เสร็จสิ้น ถ้ากระบวนการเป็นเช่นนี้ร่างกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชนต้องใช้เวลาเป็นปีเลยนะครับ กว่าที่จะได้รับการพิจารณาของสภา ก็ฝากท่านประธานและรัฐบาลไปพิจารณาด้วย ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยว อาจารย์ครับ คือขอชี้แจงเพื่อนสมาชิกอย่างนี้นะครับ ร่างกฎหมายที่ประชาชนเสนอมา ทางฝ่ายสภาเราเมื่อรับแล้วจะรีบส่งไปเพื่อที่ตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงก่อนนะครับ แต่ในขณะนี้ท่านประธานให้นโยบายว่าจะใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งจะของบประมาณ ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๗ ว่าน่าจะตรวจสอบรายชื่อเวลาประชาชนเสนอเข้ามา ตรวจสอบ ความถูกต้องแท้จริงได้เป็น ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ ชื่อไม่น่าจะเกิน ๕ วัน ซึ่งขณะนี้กำลังคิด แล้วก็ออกแบบ แล้วก็กำลังของบประมาณ ปี ๒๕๕๗ อยู่ ฉะนั้นเวลาเข้าสู่คณะกรรมาธิการ ต้องขอความร่วมมือท่านอย่าเพิ่งไปตัดของสภาของเรา เมื่อท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ประสงค์ ที่จะบรรจุนะครับ ผมก็ต้องถามมติที่ประชุม เชิญครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานคะ รัฐบาลนี้เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ยืนยันกฎหมายของประชาชน ซึ่งประชาชน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านประสงค์ว่าจะขอเลื่อนใช่ไหมครับ ผมจะได้ขอมติที่ประชุมเลย

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ก่อนที่จะขอมติขออนุญาตดิฉัน ได้ชี้แจงได้พูดถึงหน่อย เพราะว่าเมื่อกี้นี้ทางฝ่ายรัฐบาลบอกว่า ฉบับที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๓ เป็นเพราะว่ากระทรวงมหาดไทยเขาจะปรับ อบต. ขึ้นเป็นเทศบาลทั้งหมด ซึ่งก็ยังไม่แน่ ถ้าภาคประชาชนเขาเสนอเข้ามาตั้งนานท่านทำไปก่อนสิคะ มันอาจจะใช้ได้แค่ไม่กี่เดือน ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลย อย่างนี้ไม่ใช่เหตุผล หรือท่านบอกว่าร่างฉบับที่ ๕ ลำดับที่ ๕ ลำดับที่ ๖ ยังมีความขัดแย้งกัน นี่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ท่านจะไม่เอาเข้าสภา แม้กระทั่งอ้างที่มันไม่มีความขัดแย้ง เข้ามาอยู่ในคณะกรรมาธิการก็ยังขัดแย้งและมีการแก้ไข เพราะฉะนั้นเขาคุยกันมานานแล้ว ท่านจะรอให้เขาตกผลึกซึ่งคนที่เป็นกลุ่มผลประโยชน์คนละกลุ่มนี่เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น ก็เอาเขาเข้ามาเลยเพราะเขามีข้อเสนอทั้ง ๒ ฉบับ มีของทั้ง ๒ ฝ่ายอยู่แล้ว ถ้าเขาเข้ามาคุย ในคณะกรรมาธิการก็ให้มันโหวตกันในคณะกรรมาธิการนี่ละ ไม่อย่างนั้นก็ไม่จบนะคะ แม้กระทั่งร่างที่ ๗ ก็เหมือนกัน ที่จริงแล้วฉบับที่ ๗ เป็นฉบับที่ค่อนข้างจะไปได้มากนะคะ แล้วทางกระทรวงก็ยืนยันกับดิฉันว่าไม่มีปัญหา แล้วเขาก็บอกว่าร่างมาแล้ว และจะได้ ตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุมเสียด้วยซ้ำไป ดิฉันก็เลยขอเรียนว่าขอความกรุณาให้ฝ่ายรัฐบาล พิจารณาแล้วก็ใส่เข้าไปเถอะค่ะ แล้วท่านจะได้ไปเร่ง ถ้ามันยังไม่ได้บรรจุแล้วท่านไปเร่ง หน่วยงานนะคะ เขาไม่มีกำหนดหรอกค่ะ แต่ถ้าท่านบรรจุเลื่อนขึ้นมาแล้วท่านไปบอก ให้เขารีบส่งมา เพราะเขามีร่างทั้งหมดแล้ว ขาดอยู่ที่กระบวนการแล้วไม่ได้ทำอะไร แช่ไว้เฉย ๆ เวลาเขาปัดฝุ่นแล้วก็ส่งเข้ามานี้มันจะได้เร็ว แล้วก็ท่านบอกได้ว่ามันเข้ามาแล้ว ขอความกรุณาค่ะ ท่านหารือกันสักหน่อยแล้วก็ดำเนินการตามนี้เถอะค่ะ อย่าโหวตเลย เรื่องอย่างนี้มันไม่ควรจะโหวต

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เขากรุณาแล้วครับ คือไม่เลื่อนครับ ผมจะขอมติที่ประชุมนะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ผมจะ ถามมติที่ประชุมอย่างนี้นะครับว่า ท่านเห็นด้วยกับการที่ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ขอเลื่อน เรื่องด่วนที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๕ เรื่องด่วนที่ ๖ เรื่องด่วนที่ ๗ มาต่อเรื่องด่วนที่ ๑๕ ที่มีการเลื่อน เมื่อสักครู่นี้นะครับ คือเรื่องพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ๔ ฉบับนะครับ ถ้าท่านใดเห็นควรให้เลื่อนให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่สมควรให้เลื่อนให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ท่านใดเห็นด้วยกับให้มีการเลื่อนเรื่องด่วนที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๕ เรื่องด่วนที่ ๖ เรื่องด่วนที่ ๗ ของอาจารย์รัชฎาภรณ์ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยในการให้เลื่อนให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ เชิญท่านณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร กรณีนี้มติของที่ประชุมคือเลื่อนนี่หมายถึงเลื่อน ทั้งหมดใช่ไหมครับ รวมทั้งที่ฝ่ายรัฐบาลเสนอเลื่อนด้วยและรวมของทั้งฝ่ายค้านด้วยหรือจะ ไม่เลื่อนทั้งหมด มติคืออะไรอย่างไรครับ ถ้าไม่เลื่อนก็คือไม่เลื่อนทั้งหมดสิครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับในประเด็นของท่านปรีชาพล ได้ถามมติที่ประชุมไปแล้ว เมื่อถามไปแล้ว จึงมีการขอเลื่อนต่อจากท่านปรีชาพลครับ ทีนี้ประเด็นเหลืออยู่ประเด็นเดียวก็คือ ของอาจารย์รัชฎาภรณ์ ว่า ๔ เรื่องนี้จะมาต่อ ผมจึงถามว่าถ้าท่านใดเห็นควรให้เลื่อน ในประเด็นของอาจารย์รัชฎาภรณ์ เรื่องด่วนที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๕ เรื่องด่วนที่ ๖ เรื่องด่วนที่ ๗ ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าหากว่าที่ประชุมเห็นด้วยให้เลื่อนจะต้องมาต่อในเรื่องที่ ๑๕ อยู่แล้ว อันนี้เข้าใจกันเมื่อสักครู่นี้ได้ซักซ้อมกันแล้ว ท่านใดเห็นควรให้เลื่อน ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรไม่เลื่อนให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เข้าใจนะครับ อย่างนั้นขอเชิญลงคะแนนได้ครับ มีท่านใดยังไม่ออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ ท่านออกเสียงลงคะแนนก่อนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยให้เลื่อน ๑๐๒ เสียง ไม่เห็นควรให้เลื่อน ๒๗๒ เสียง งดออกเสียง ๓ เสียง ก็ถือว่าที่ประชุม ไม่ให้เลื่อนนะครับ

ฉะนั้นผมจะพิจารณาเรื่องที่ ๒ ต่อ คือร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุ แห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

ด้วยคณะกรรมาธิการร่วมกันได้เสนอรายงานการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร จะต้องพิจารณาและลงมติว่าจะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ต่างเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะได้ดำเนินการต่อไปนะครับ แต่ถ้า สภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบก็ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไว้ก่อนนะครับ ท่านประธาน เรียบร้อยนะครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการได้แถลงให้ที่ประชุมได้ทราบครับ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ขอกราบเรียนต่อท่านประธานดังนี้นะคะ

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๑๔ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญทั่วไป) เมื่อวันพุธที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ และที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้ลงมติตั้งบุคคลสภาละ ๑๑ คน ประกอบเป็น คณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... นั้น

บัดนี้คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว จึงขอกราบเรียนมาเพื่อได้โปรดนำเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกจะอภิปรายออกความเห็นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีผมจะขอมติจากที่ประชุม

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อที่จะลงมตินะครับว่าจะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบนะครับ ก่อนจะลงมติผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับก่อนผมจะถามมติว่า จะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาเสร็จแล้ว หรือไม่นะครับ ช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนด้วยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เจ้าหน้าที่ ส่งผลครับ ๓๐๑ ท่าน

ผมจะถามมติว่าท่านใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการ ร่วมได้พิจารณาเสร็จแล้ว ถ้าท่านเห็นชอบให้กดปุ่มเห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่มงดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ลงมีไหมครับ ปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ที่ประชุมเห็นชอบ ๓๖๗ ท่าน กับร่างที่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่วมกัน ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน เชิญท่านวิรัตน์ครับ เครื่องเสียใช่ไหมครับ ท่านจะลงคะแนนว่าอย่างไรครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ ๓๒๘ เห็นชอบ นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

บันทึก ไว้นะครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

เครื่องเสียครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ คณะกรรมาธิการครับ ที่ได้เสียสละเวลาในการพิจารณานะครับ

ต่อไปเป็นเรื่องที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

ต่อไป จะเป็นการพิจารณาในวาระที่สอง จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ และเรียงตามมาตรา ลำดับ และให้ท่านสมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำ หรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติหรือคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้นะครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สอง เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงต่อที่ประชุมครับ

นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตนำเสนอ รายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุมดังนี้ ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติรับหลักการแห่งราชพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา กำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น บัดนี้คณะกรรมการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เสร็จแล้ว ปรากฏผลตามรายงานของคณะกรรมาธิการตามที่ได้เสนอมาโดยร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีการแก้ไข มีข้อสังเกต และไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอแปรญัตติ จึงเรียนมา เพื่อที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเลขาธิการได้อ่านพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่างครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ มีการแก้ไข

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวคุณหมอสุกิจก่อนนะครับ คุณหมอสุกิจเชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ คือผมก็มีความสงสัยง่าย ๆ แค่นั้นเองละครับว่าเรื่องของกลิ่นทำไมต้องใช้เวลา ๒ ปี หมายถึงว่าในอีก ๒ ปีข้างหน้า เราจะมีเครื่องมือใหม่มาวัดกลิ่น มาชี้เฉพาะกับกลิ่นอะไรอย่างนั้นหรือ คืออยากจะถามว่า ตัวเลข ๒ ปีนี้มันมาจากไหนแค่นั้นเองละครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสมาชิกครับ

นายจตุพร เจริญเชื้อ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จตุพร เจริญเชื้อ จากจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ผมก็มีความสงสัยเหมือนกันว่าที่เพิ่มมา ในมาตรา ๒ บทบัญญัติที่บอกว่า เว้นแต่บทนิยามคำว่า เครื่องหมายเฉพาะในส่วน ที่เกี่ยวกับกลิ่นให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ผมอยากจะทราบว่าที่กรรมาธิการได้เพิ่มเติมขึ้นมามีส่วนสำคัญอย่างไร แล้วก็ มีเหตุผลอย่างไร ขอบพระคุณท่านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวราภรณ์จะถามไหมครับ เชิญครับ

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครสวรรค์ สำหรับร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในมาตรา ๒ ที่ได้มีการแก้ไข ที่ระบุไว้ชัดเจนว่าเว้นแต่บทนิยามคำว่า เครื่องหมายเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกลิ่นให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งในประเด็นนี้ดิฉันไม่เห็นด้วย และดิฉันเห็นว่าควรจะต้อง กลับไปใช้ร่างเดิมที่กำหนดว่า พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ดิฉันมีเหตุผลค่ะท่านประธาน ประเด็นแรกเลย ดิฉันเห็นว่าจะเกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ที่เป็นคนไทย เพราะดิฉันเห็นว่าภูมิปัญญาของคนไทยเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ถ้าหากว่าพระราชบัญญัติเกี่ยวกับกลิ่นอันนี้ให้ชะลอไปอีก ๒ ปี ดิฉันคิดว่าล่าช้าเกินไป เพราะอย่าลืมนะคะว่าในปี ๒๕๕๘ ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ดิฉันเห็นว่าการที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ นับจาก ช่วงเวลานี้เป็นต้นไปดิฉันถือว่าเป็นสาระสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ ของคนไทยมีโอกาสในการจดคุ้มครองสิทธิซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนไทย และดิฉันมองว่า อย่างจังหวัดนครสวรรค์ของดิฉันมีขนมเปี๊ยะโมจิเป็นที่ขึ้นชื่อ ในอนาคตถ้าไม่จดคุ้มครองสิทธิไว้ เช่นโมจินครสวรรค์กลิ่นกุหลาบหรือกลิ่นผลไม้ไทย ๆ ดิฉันคิดว่าจะทำให้คนต่างชาติ ซึ่งมีความเฉลียวฉลาดมากกว่าจะมาจดคุ้มครองสิทธิหรือจดทะเบียนอันนี้เลย และในสาระสำคัญ ที่กระทรวงพาณิชย์และกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ให้มีการจดนี้ก็ไม่ได้เป็นการลิดรอนสิทธิ ของบุคคลใด เพราะจริง ๆ แล้วก็ถือว่าเป็นการคุ้มครองสิทธิซึ่งสามารถจะกระทำหรือไม่ กระทำก็ได้แล้วแต่ผู้ประกอบการรายนั้น ๆ นะคะ

ประเด็นที่ ๒ ดิฉันเห็นว่าในกรณีประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างเช่นบางประเทศ ก็ได้มีการจดทะเบียนเกี่ยวกับการจดเครื่องหมายการค้า อย่างเช่น ประเทศพัฒนาแล้ว มีประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ก็ได้มีการจดเครื่องหมาย การค้าเกี่ยวกับกลิ่นและเสียง ถึงแม้จะยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก แต่ดิฉันเห็นว่าเขาได้ เริ่มต้นไปแล้ว ประเทศไทยก็ไม่น่าจะน้อยหน้า เราอย่ารอให้ประเทศอื่น ๆ เขานำหน้า ไปก่อนแล้วเราค่อยเดินตามหลัง จะกลายเป็นว่าเรากลับถูกประเทศอื่นมาจดสิทธิอันนั้น ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนไทยแทนนะคะ

ประเด็นที่ ๓ ดิฉันคิดว่าผู้ประกอบการคนไทยเป็นผู้ที่มีความคิด และเป็นผู้ที่ สามารถปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ ดิฉันคิดว่าในส่วนนี้กรมทรัพย์สินทางปัญญา สามารถที่จะช่วยเป็นพี่เลี้ยงแล้วก็สามารถที่จะให้ข้อมูลหรือความรู้ต่าง ๆ ให้กับผู้ประกอบการ คนไทย อย่าลืมนะคะว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ มี ๑๐ ประเทศก็จริง ถ้ามีพลัส ๓ (Plus 3) ประกอบไปด้วยประเทศจีน ประเทศเกาหลี หรือประเทศญี่ปุ่น ประชากรจากเดิมเลยประเทศไทยค้าขายอยู่แค่ ๖๕ ล้านคน พอเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผู้ประกอบการที่สามารถบริโภคสินค้าหรือมีการเคลื่อนไหวงานบริการหรือแรงงานต่าง ๆ จะทะลุไปถึงเกือบ ๖๐๐ ล้านคน ถ้าเป็นพลัส+๓ (Plus+3) อย่างที่ดิฉันกล่าวถึงก็จะมากถึงเป็น ๑,๐๐๐ กว่าล้านคน ถ้าเป็นพลัส+๖ (Plus+6) ที่จะมีประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ แล้วก็ประเทศอินเดียเข้ามาจะมีประชากรเคลื่อนไหวให้ผู้ประกอบการสร้างโอกาสถึง ๓,๓๐๐ ล้านคน ถ้าประเทศไทยยังมัวที่จะรอให้เขาทำก่อนแล้วเราค่อยทำดิฉันกลัวว่าจะเสียโอกาส อย่างน้อย ขอเป็นข้อเสนอแนะให้กรมทรัพย์สินทางปัญญานะคะว่าท่านต้องไปให้ความรู้ ท่านต้องเป็น พี่เลี้ยง ท่านจะต้องเป็นผู้ที่ให้ผู้ประกอบการคนไทยได้มีโอกาสก่อนประเทศเพื่อนบ้าน เขามาฉกฉวยโอกาสอันนี้ไป แล้วในส่วนนี้จากที่ดิฉันพูดมาดิฉันก็ขอให้เพื่อนสมาชิกขอให้มี การลงมติเพื่อขอให้โหวตกลับไปใช้ร่างเดิมให้มีผลบังคับใช้ ๙๐ วันนับจากวันที่ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการตอบครับ ท่านนิติภูมิ นวรัตน์

ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นิติภูมิ นวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ คือผมเองก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเมื่อสักครู่นี้นะครับ คือผมเองอยากจะกลับไปใช้ร่างเดิม ในฐานะที่เป็น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ ได้ไหมครับ เดี๋ยวให้กรรมาธิการตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกก่อน ท่านเห็นด้วยเดี๋ยวท่าน ค่อยว่าได้ไหมครับ เอาที่เสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการที่เห็นด้วยให้ท่านตอบก่อน เดี๋ยวจะต้องโหวตนะครับ เดี๋ยวท่านค่อยอภิปราย เชิญ

ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ กรรมาธิการ

ครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร ต้องขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ให้ ข้อซักถามซึ่งติดใจในเรื่องของระยะเวลา สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น เราได้ พิจารณากันเป็นระยะเวลา ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่าใช้เวลาเกือบ ๑ ปี ประมาณ ๙ เดือนเศษในการพิจารณา แล้วเช่นเดียวกันในมาตรา ๒ เราใช้เวลาในการพิจารณากัน ถึง ๕ เดือนในการที่จะทำให้เสร็จสิ้น ลงมติกันได้ว่าจะเอากันแบบไหน ขออนุญาตเรียน ข้อมูลเบื้องต้นนะครับท่านประธาน ในการพิจารณาเราก็พยายามจะพิจารณาให้เกิด ความรอบคอบกับทุกฝ่าย ให้ทุกฝ่ายนั้นมีความพร้อม เราได้เชิญคณะ กกร. สภามา ในการพิจารณาร่วมด้วยในการให้ข้อมูลซึ่งภาคเอกชนเป็นผู้ประกอบการว่ามีความพร้อม มากน้อยขนาดไหนในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ปรากฏว่าทาง กกร. ได้พิจารณาและเห็นว่า ควรจะขอระยะเวลาในการเตรียมการประมาณ ๒ ปี คณะกรรมาธิการเราก็ได้พิจารณาแล้วก็เห็นว่าระยะเวลา ๒ ปีนั้นก็น่าจะมากไปเช่นเดียวกัน แล้วก็ได้มีสมาชิกในคณะกรรมาธิการได้ให้ข้อซักถามในการพิจารณาร่วม บางท่านก็เห็นว่า ควรจะใช้ระยะเวลา ๙๐ วัน และบางท่านก็บอกว่าขอเวลาสัก ๒ ปี ท้ายที่สุดกรรมาธิการ ก็ได้ตัดสินใจในการลงมติว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ ๒ ปี สาเหตุเนื่องจากว่าเรื่องดังกล่าวนั้น กกร. ได้ขอระยะเวลาดังกล่าวดังที่กราบเรียนท่านประธาน แต่อย่างไรก็ตามแต่ คณะกรรมาธิการก็ได้พิจารณาเพิ่มเติมว่าเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะหยุดยั้งแล้วก็ดำเนินการโดยพลการนั้นคงมิได้ ในฐานะเป็นกรรมาธิการ ในฐานะที่เป็น ตัวแทนของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ได้ให้เกียรติในการที่จะนำเรื่องดังกล่าวนั้นเข้าสู่ การพิจารณา ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกทั้งหลายก็มีโอกาสในการที่พิจารณาร่วม ในการตัดสินใจในครั้งนี้ ส่วนผมเองในฐานะที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการได้พิจารณา เรื่องดังกล่าว ก็เห็นว่าตามที่เพื่อนสมาชิกทั้งหลายได้กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นเหตุผลในระยะ ๙๐ วันน่าจะสมควรดังนี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ตามร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขแล้วบอก ๒ ปี แล้วท่านบอกว่าเห็นด้วย ท่านเอาอย่างไรครับ ท่านจะเอายืนตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไขหรือจะกลับสู่ร่างเดิม

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ขออนุญาตครับท่านประธาน กลับสู่ร่างเดิมนะครับคือ ๙๐ วันนะครับท่านประธาน ร่างเดิมคือ ๙๐ วัน ไม่ได้ ๒ ปีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนั้น ที่คณะกรรมาธิการแก้ไขนี้ก็ขอเปลี่ยนแปลงกลับสู่ร่างเดิม

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ครับ ถ้าสมาชิกเห็นด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเกียรติครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการครับ ในเรื่องกลิ่นและเสียงเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย แน่นอนครับไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ สำหรับบางประเทศ แต่ถ้าดูสมาชิกขององค์การการค้าโลกแล้วก็ยังถือว่ายังมีสมาชิกองค์การ การค้าโลกเพียงไม่กี่ประเทศที่มีการเริ่มให้มีการจดเรื่องกลิ่นและเสียง เรื่องนี้เราก็มีความเป็น กังวลอย่างมาก แล้วก็พยายามพิจารณาอย่างถี่ถ้วนโดยให้มีการรับฟังความเห็นจาก ภาคเอกชนเอง ซึ่งเป็นผู้ที่จะได้ทั้งผลประโยชน์และผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมาย ฉบับนี้ โดยให้มีการจดทะเบียนเรื่องกลิ่นและเสียงเพิ่มเติมขึ้นเมื่อเทียบกับกฎหมายฉบับก่อน พวกเราเองก็พยายามติดตามดูว่าในประเทศต่าง ๆ ที่มีการจดทะเบียนเรื่องกลิ่นและเสียง มันมีปัญหาบ้างหรือไม่ และมีการดำเนินการด้วยความละเอียดถี่ถ้วนอย่างไรบ้าง ในส่วนของ เสียงนั้นเองก็ต้องเรียนท่านประธานว่าข้อเป็นห่วงมักจะมีน้อยกว่าในเรื่องกลิ่น เพราะว่า ในเรื่องเสียงมันมีเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่สามารถเข้ามาช่วยในการที่จะให้การขึ้นทะเบียนของ บริษัทที่มีความประสงค์สามารถมีเกณฑ์วัดที่ค่อนข้างจะมีความชัดเจน ในเรื่องเสียงเอง จริง ๆ ตอนแรกภาคเอกชนก็มีความเป็นห่วง แต่พอมีการได้พูดคุยกันชี้แจงกันเขาก็คลาย ความกังวลไปพอสมควร แล้วในที่สุดเรื่องเสียงก็ไม่เป็นประเด็นอีกต่อไป

ส่วนของเรื่องกลิ่นเราก็ตั้งคำถามกันว่ากระบวนการในการขึ้นทะเบียน เป็นเครื่องหมายการค้านั้น จริง ๆ ในทางปฏิบัติทำอย่างไร มีเทคโนโลยีมารองรับหรือไม่ ก็ฟังความชัดเจนว่าวัตถุประสงค์ของกรมเองตอนนี้ก็จะใช้วิธีการเขียนคำบรรยาย ในการเขียนคำบรรยายนั่นเองก็เป็นการที่สร้างความเป็นกังวลอย่างมากเลยกับภาคเอกชนว่า พอเขียนเป็นคำบรรยายแล้วจะมีความชัดเจนและมีการปกป้องสิทธิของเขาได้มากน้อย หรือไม่ แล้วก็จะมีการขึ้นทะเบียนซ้ำซ้อนกันได้หรือไม่และมีการท้วงติงในสิทธินั้น ๆ ได้หรือไม่ พวกเราเองก็พยายามไปติดตามดูว่าในประเทศอื่นทำอย่างไรบ้าง โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะใช้วิธี เขียนคำบรรยาย คำพรรณนาเหมือนกัน ทีนี้พอกระบวนการในการขึ้นทะเบียนเป็นลักษณะนี้ ภาคเอกชนเองก็ยังมีความเป็นกังวลอย่างมาก ตอนแรกเองท่าทีของเขาก็คือบอกว่า อย่าขอให้ตัดเรื่องกลิ่นออกไปเสียก่อน เพราะความไม่ชัดเจน ทำไมเขาถึงกังวลครับ ก็เรียนเพื่อนสมาชิก เรียนท่านประธานด้วยนะครับว่ามันมีคดีความในสหภาพยุโรปที่เกิดขึ้น จากการที่เขามีกฎหมายรองรับเรื่องกลิ่นและมีการไปขอจดทะเบียน แต่มีการพูดง่าย ๆ ว่า จะมีการร้องเรียนกันไปถึงชั้นศาล แล้วในที่สุดศาลเองเนื่องจากความไม่ชัดเจนของ การจดทะเบียนก็ไม่อนุญาตให้มีการจดทะเบียนในครั้งนั้น ซึ่งก็หลังจากที่มีคำพิพากษา ของศาลในครั้งนั้นก็เป็นเหตุให้หลายประเทศในสหภาพยุโรปที่มีกฎหมายฉบับนี้ ไม่มีการขึ้นทะเบียนอีกเลยเพราะความไม่ชัดเจน ทีนี้ข้อเป็นห่วงของเราในฐานะกรรมาธิการ คืออะไรครับ ถ้าเราเองภาคเอกชนไทยยังไม่มีความพร้อม ยังไม่มีความเข้าใจเพียงพอ ทางกรมเองยังไม่สามารถเตรียมความพร้อมได้ทันในบางกรณีทั้งบุคลากร งบประมาณ เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ แล้ว และถ้ามีการเปิดให้รับจดทะเบียนแล้วทางฝ่ายบริษัท ในต่างประเทศหันมาขึ้นทะเบียนก่อนก็อาจจะเป็นอุปสรรคต่อบริษัทไทยในการที่จะไป ขึ้นทะเบียน อันนั้นเป็นประเด็นข้อที่เป็นห่วงอย่างมากของบริษัทต่าง ๆ จากภาคเอกชน ซึ่งเรามีการพูดคุยกันยาวนานมากเรื่องนี้ท่านประธานครับ เพราะเราต้องการทำให้มันมี ความละเอียดถี่ถ้วน แล้วก็เป็นที่ยอมรับของผู้ที่จะได้ประโยชน์ และอาจจะได้รับผลกระทบ จากกฎหมายฉบับนี้ แล้วเราก็มองว่าถ้าเกิดให้มีเวลา ๒ ปี ก็จะเป็นเวลาเพียงพอที่จะให้ ทางกรมเองกับภาคเอกชนเองสามารถเตรียมความพร้อมโดยพูดง่าย ๆ เอกชนส่วนใหญ่ ยังไม่เข้าใจว่าจะใช้สิทธิตรงนี้ได้อย่างไร หรือปกป้องสิทธิตัวเองจากการจดทะเบียนตรงนี้ ได้อย่างไร ถ้าเป็นอย่างนั้นถามว่าประเทศไทยจะสายเกินไปไหม เมื่อสักครู่สมาชิกท่านหนึ่ง บอกว่าถ้าเรารอ ๒ ปีเราจะเสียประโยชน์ ไม่เสียครับ เพราะว่าต่างชาติก็ขึ้นไม่ได้ครับ ถ้ากฎหมายเรายังไม่บังคับใช้ แต่จะเสียก็เมื่อต่างชาติสามารถขึ้นได้ก่อนคนไทย ทีนี้เรามี ๒ ปีเพื่อรอให้ภาคเอกชนไทยสามารถเตรียมความพร้อมควบคู่ไปกับการดำเนิน กิจกรรมของกรมเพื่อสร้างความเข้าใจในกฎหมายฉบับนี้ให้กับภาคเอกชน ก็เป็นข้อยุติ ที่จริง ๆ แล้วในกรรมาธิการเองมีเสียงเป็นเอกฉันท์ไม่มีใครสงวน ก็แปลกใจนิดหนึ่งว่าทำไม กรรมาธิการสามารถบอกว่าอยากกลับไปร่างเดิมได้ เพราะว่ากรรมาธิการพิจารณาร่วมกัน แล้วก็เป็นเอกฉันท์นะครับ ไม่มีใครสงวนความเห็น ท่านประธานครับ ก็อยากจะชี้แจงว่า ในส่วนที่ท่านเป็นกังวล พวกเราเป็นกังวลทุกเรื่องครับ แล้วก็มีการพูดคุยอย่างถี่ถ้วนมาก แล้วก็เป็นข้อยุติที่เอกชนเองก็รับได้ในส่วนของกลิ่น ส่วนของเสียงเราก็พร้อมที่จะสามารถ ให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ได้ทันที กราบเรียนท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการ ที่ขอเพิ่มเติมแล้วก็กลับไปสู่ร่างเดิมอย่างนั้นก็เป็นไปอย่างที่ท่านสมาชิกได้ซักถามนะครับ ผมก็จะได้ผ่านมาตรา ๒ ไป เชิญท่านนิติภูมิ นวรัตน์

ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นิติภูมิ นวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย คือผมกังวลใจอย่างว่าถ้าแม้นว่ามีผู้ประกอบการชาวต่างชาติไปจดทะเบียนเรื่องของกลิ่น ในนอกราชอาณาจักรอันนั้นก็มีผลคุ้มครองแบบในประเทศไทยเหมือนกัน แต่ในขณะที่ แบบประเทศไทยของเราเราไม่มีกฎหมายแบบฉบับนี้ อันนั้นหมายความว่าคนของเราจะเสียเปรียบ คือตามกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๓ อันนี้ก็เกี่ยวกับเรื่องผู้ใดปลอมเครื่องหมายการค้าผู้อื่น ถ้าเป็นมาตรา ๒๗๔ อันนี้ก็เกี่ยวกับเรื่องผู้ใดเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น แล้วก็มาตรา ๒๗๕ อันนี้ก็ผู้ใดนำเข้ามาในราชอาณาจักร หรือว่าจำหน่าย หรือว่าเสนอ จำหน่ายซึ่งสินค้าอันเป็นสินค้าซึ่งมีชื่อ รูปรอยประดิษฐ์ หรือข้อความใด ๆ ดังบัญญัติไว้ใน มาตรา ๒๗๒ (๑) คือผมอยากจะเรียนว่าผู้ประกอบการคนไทยเสียเปรียบ ถ้าแม้ว่า มีการไปจดทะเบียนภายในประเทศอื่น แต่ว่าในขณะคนของเราไม่มีกฎหมายอย่างนี้ รองรับไว้ ดังนั้นผมจึงอยากจะกลับไปสู่ร่างเดิม และผมอยากจะเรียนนะครับว่าผมเห็นด้วย กับท่านผู้ทรงเกียรติท่าน ส.ส. วราภรณ์ ก็คือว่าเรากำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อย่างสมบูรณ์ แล้วมันมีสมาชิกมากมายหลายประเทศ ๑๐ ประเทศ แล้วในอนาคต ก็กำลังจะเป็นอาเซียน+๓ ต่อไปก็กำลังจะเป็นอาเซียน+๖ อันนั้นหมายความว่าจะมี ผู้คนมากมายหลายประเทศ เฉพาะอาเซียน+๓ ก็ ๒,๐๖๘ ล้านคน เฉพาะอาเซียน+๖ มัน ๓,๒๐๐ กว่าล้านคน ผมอยากจะเรียนว่าเราต้องเป็นประเทศที่มีบทบาทนำ วันนี้ หลายคนก็มักจะอ้างบอกว่าในกลุ่มประเทศอาเซียนนั้นมีกี่ประเทศที่มีจดทะเบียนลักษณะ เรื่องของเสียงไว้ ผมอยากจะเรียนว่าตอนนี้ก็มีแบบสิงคโปร์ และนอกจากนั้นเมื่อสักครู่ ท่านพูดถึงเรื่องว่าองค์การแบบการค้าโลกนี่นะครับ ทั้งหมด ๑๕๗ ประเทศ ในตอนนี้ ๓๔ ประเทศได้ให้ความคุ้มครองในเรื่องของกลิ่นเอาไว้แล้ว และพูดถึงเรื่องความคุ้มครอง ทางด้านเสียงก็มีมากมายหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศออสเตรเลีย ประเทศฮ่องกง ประเทศนิวซีแลนด์ สหภาพยุโรปตอนนี้ก็ซัดเข้าไป ๒๗ ประเทศแล้ว อย่างสหรัฐอเมริกา อย่างสหราชอาณาจักร อย่างอาร์เจนตินา แล้วก็รวมทั้งประเทศสิงคโปร์ที่ผมเรียนไปด้วย ดังนั้นผมอยากจะเรียนว่าเราต้องเพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ ๆ ให้กับบรรดาผู้ประกอบการ แบบชาวไทย ดังนั้นผมในฐานะที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญแบบเสียงข้างน้อย ผมอยากจะ กลับไปยังร่างเดิมตอนที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรกที่บอกว่าพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงไปแล้วว่าขอกลับใช้ร่างเดิม ก็ ๙๐ วันนะครับ ฉะนั้นในมาตรา ๒ ก็เป็นไปอย่างที่ผมได้สรุปให้นะครับ เดี๋ยวผมจะได้ไปมาตรา ๓ ท่านเกียรติมีอะไรไหมครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ผมติดใจ นิดเดียวครับ ในเมื่อร่างของคณะกรรมาธิการเป็นเอกฉันท์ไม่มีใครสงวนความเห็น เห็นด้วย กับร่างที่ยื่นเข้ามาที่สภาอยู่ดี ๆ มาเปลี่ยนใจกันตรงนี้หรือครับ ไม่ใช่มติของกรรมาธิการครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านปรึกษากัน ได้ไหม มันก็เคยเกิดขึ้นบ่อย ๆ เหมือนกันมาปรับกันบนบัลลังก์

นายเกียรติ สิทธีอมร กรรมาธิการ

แต่เป็นการเกิดขึ้นที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรม เลยนะครับ ในเมื่อการรายงานเขียนชัดเจนว่ามติเป็นเอกฉันท์ที่แก้อย่างนี้มาแก้กันตรงนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้ท่านปรึกษากันก่อนได้ไหมครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร กรรมาธิการ

ก็ปรึกษากันมา ๙ เดือนแล้วครับ และมีมติเป็นเอกฉันท์ครับ ท่านประธานครับ ผมก็ไม่เข้าใจครับ ถ้าหลักอย่างนี้เกิดขึ้นในสภา สภาจะมีความหมายหรือครับ กรรมาธิการมีความหมายหรือครับ ไม่มีใครสงวนความเห็นเลย ท่านประธานดูรายงานสิครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใช่ครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร กรรมาธิการ

มากลับลำกันกลางสภาตรงนี้ครับ และที่ท่านรับปากไว้กับภาคเอกชนที่มาคุยกับกรรมาธิการละครับ ท่านจะไปอธิบายเขา อย่างไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประธานคณะกรรมาธิการเอาอย่างไรครับ เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร กรรมาธิการ

ผมไม่เห็นด้วยเด็ดขาดเลยครับ พฤติกรรมของกรรมาธิการเช่นนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้สภา ตัดสินใจเลยดีไหมครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร กรรมาธิการ

ก็เป็นวิธีหนึ่งครับ แต่กรรมาธิการเอง อยู่ดี ๆ มาชี้แจงกับสภาว่ามีความเห็นเป็นอื่นที่แตกต่างไปจากรายงานของกรรมาธิการ เหมาะสมหรือครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ที่จริง เรานั่งอยู่ตรงนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันเพราะว่ากรรมาธิการชี้แจงนะครับ ผมก็ให้กรรมาธิการ ชี้แจง

นายเกียรติ สิทธีอมร กรรมาธิการ

ผมก็เรียนชี้แจงท่านประธาน ท่านประธานมีเอกสารอยู่ตรงหน้าครับ ในเอกสารไม่มีกรรมาธิการท่านใดสงวนความเห็น นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ผมจะให้สภานี้ได้ชี้ขาดไปเลยนะครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร กรรมาธิการ

จะชี้ขาดอย่างไรครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ต้อง ลงมติเพราะท่านสมาชิกท่านถามว่าท่านไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ผมก็ต้องถามมติ

นายเกียรติ สิทธีอมร กรรมาธิการ

แต่ท่าทีของกรรมาธิการในลักษณะ ที่เปลี่ยนท่าทีไปจากรายงานที่ตัวเองลงนามมันควรแล้วหรืออย่างไรครับท่านประธาน คุยกันมา ๙ เดือนครับ ได้ข้อยุติอย่างหนึ่ง วันเข้าสภาไปพูดอีกอย่างหนึ่งท่านประธานครับ ลองคิดดูสิครับว่าความน่าเชื่อถือของสภาและกรรมาธิการมันจะเป็นอย่างไรครับ ในที่ประชุม มีบันทึกทุกครั้งครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไรเดี๋ยวผม

นายเกียรติ สิทธีอมร กรรมาธิการ

ท่านประธานจะเดินไปอย่างนี้ ผมคิดว่าไม่น่าจะถูกต้องนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ท่านเกียรติครับ เวลาท่านสมาชิกท่านถามในประเด็นที่คณะกรรมาธิการขอเพิ่มเติม ท่านมีสิทธิตามข้อบังคับ เพราะมีการแก้ไข ท่านก็ใช้สิทธิในการถาม ผมก็ให้สิทธิของ คณะกรรมาธิการในการชี้แจงนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าท่านได้ประชุมกันหรือเปล่า เพราะท่าน ไม่เคยมาบอก ท่านบอกแต่เพียงว่าแถลงเมื่อสักครู่นี้บอกว่าที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ ไม่มีท่านผู้ใดขอแปรญัตติไว้ ต่อมาก็พอตอบเสร็จท่านก็บอกว่ากลับไปสู่ร่างเดิม ทีนี้ถ้าท่าน ยังขัดแย้ง ผมก็เลยบอกว่าให้ลองคุยปรึกษากันดูสิในส่วนกรรมาธิการ ถ้าท่านไม่ปรึกษา ผมก็ต้องขอมติจากที่ประชุมเพราะท่านสมาชิกไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ

นายเกียรติ สิทธีอมร กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ มันมี ๒ ประเด็นที่ท่านประธานพูดขึ้นมานะครับ ประเด็นแรกการขอความเห็นของสมาชิก ในสภานี่ผมไม่ติดใจเลยครับ และสมาชิกจะลงคะแนนอย่างไรผมก็ไม่ติดใจ แต่การที่ กรรมาธิการเองซึ่งไม่ได้สงวนความเห็นเลยแม้แต่นิดเดียว มติเป็นเอกฉันท์ มาถึงมากล่าว ชี้นำว่าตัวเองไม่เห็นด้วยนั้นนี่ ผมคิดว่าเป็นพฤติกรรมไม่น่าจะถูกต้องนะครับท่านประธาน ในส่วนของกรรมาธิการเองนะครับ แล้วท่านไปพูดชี้นำไม่ถูกครับ เพราะมันขัดแย้งกับ รายงานที่ท่านเองเป็นผู้ลงนามเพื่อมาชี้แจงกันในสภานี่ครับ ถ้ามติของสภาจะวนไปกลับใช้ มาตราร่างเดิมผมไม่ติดใจครับ แต่ไม่ใช่เพราะเป็นการชี้นำของกรรมาธิการซึ่งไม่ได้สงวน ความเห็นเลยในรายงานที่อยู่ตรงหน้าสภา ต่อหน้าท่านประธานและต่อหน้าสมาชิกทุกท่าน ผมก็เพิ่งได้ยินวันนี้ครับ ประชุมกันมา ๙ เดือนเพิ่งได้ยินวันนี้ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไรครับ ท่านสามารถครับเชิญ

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทยครับ ก็เพื่อให้ได้ข้อยุติ และให้เป็นไปตามข้อบังคับนะครับ

ประการแรก เนื่องจากมาตรา ๒ กรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีการแก้ไข โดยเพิ่มเติมถ้อยคำมานะครับ ฉะนั้นมีท่านสมาชิกท่านไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ฉะนั้นเพื่อให้เดินหน้าต่อไปให้ถูกต้องตามข้อบังคับนี่นะครับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ท่านก็ต้องยืนตามนี้ ถ้าท่านไม่มีการประชุมเพื่อจะ เปลี่ยนแปลง ท่านต้องยืนตามร่างที่ท่านเสนอมา เมื่อท่านสมาชิกไม่เห็นด้วยกับร่างของ กรรมาธิการ ก็มีทางเดียวก็ต้องโหวตลงมติว่าที่ประชุมสภาห้องนี้เราจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ เพราะว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่กรรมาธิการท่านใดท่านหนึ่ง จะลุกขึ้นมาบอกไม่เป็นไปตามที่ท่านได้แก้มา เพราะว่าเสียงข้างมากยืนยันมาอย่างนี้นะครับ ฉะนั้นเพื่อให้ถูกต้องตามข้อบังคับ ท่านประธานก็ถามกรรมาธิการเสียงข้างมากว่า ท่านจะยืนยันตามนี้ไหม ถ้าท่านยืนยันก็ต้องโหวตกันในห้องประชุมนี้ครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อสักครู่นี้ผมกำลังจะถามอยู่ เพราะว่าอยากจะให้โอกาสเขาคุยกันก่อนนะครับ เพราะมันเป็น เรื่องภายในของคณะกรรมาธิการ ถ้าหากว่าอย่างที่ท่านเกียรติพูดนี่นะครับ ถ้าไม่ตกลง ผมก็ต้องขอมติ เพราะว่าท่านสมาชิกไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ ฉะนั้นทางกรรมาธิการ จะประชุมปรึกษากันก่อนไหมครับ ท่านณรงค์ครับ ท่านณรงค์เป็นกรรมาธิการด้วยหรือเปล่า

นายณรงค์ ดูดิง กรรมาธิการ

ใช่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายณรงค์ ดูดิง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ผมเช่นเดียวกับ ท่านกรรมาธิการสักครู่คืออาจารย์เกียรติ สิทธีอมร นะครับ กรณีนี้เราพิจารณากันยาวนาน เนื่องจากว่าเป็นกฎหมายที่ไม่มีความพร้อมของภาคเอกชน กกร. ก็มีหนังสือคัดค้านมา ในที่สุดก็ลงมติกันว่าอยู่ที่ ๒ เดือน เนื่องจากว่าเป็นกฎหมายที่มีผลกระทบต่อนักธุรกิจ มากมาย แต่ว่าเมื่อลงมติกันแล้วว่าคณะกรรมาธิการนี้ลงมติวันนั้นไม่มีใครคัดค้านเลยตามนี้ แต่ผมก็แปลกใจนะครับวันนี้ทำไมกรรมาธิการที่อยู่ข้างบนกลับลำตามสมาชิกที่อยู่ข้างล่าง ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ วันนี้ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการที่ท่านประธานกำลัง พิจารณาขณะนี้นั้นเป็นการกระทำที่กำลังทำผิดข้อบังคับ เนื่องจากว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้มี การสงวนคำแปรญัตติใด ๆ เลยไม่ได้มีสงวนเลยท่านดูในรายงานได้เลย แต่วันนี้ยังเอามา อภิปรายในลักษณะที่คัดค้านกับมติของคณะกรรมาธิการนั้น ผมคิดว่ากำลังทำผิดข้อบังคับ ท่านประธานจะต้องพิจารณาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านประธานท่านจะเอาอย่างไรครับ

นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย ประธานคณะกรรมาธิการ เนื่องจากว่า ข้อเท็จจริงเราก็ได้หารือกันมาเป็นเวลานานอย่างที่หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว เมื่อเราได้ เสนอร่างมีการแก้ไขมาตรา ๒ ไปอย่างนี้แล้วกระผมก็ขอยืนตามนี้ ส่วนสภาผู้แทนราษฎร จะเห็นเป็นอย่างไรนั้นก็ให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้พิจารณา ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนั้น ผมขอมติจากที่ประชุมเลยนะครับ เชิญท่านจุติครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลกครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมอยากให้เรื่องจบแต่ว่าจะให้จบดีสำหรับประเทศนะครับท่านประธาน ประเด็นก็คือว่า วันนี้กฎหมายฉบับนี้ผมไม่อยากให้ท่านประธานรีบรวบรัดโหวตว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย อยากจะให้ฟังเพราะว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นเครื่องส่งเสริมหรือพันธนาการความสามารถ ในการแข่งขันของเอกชนในเวทีต่างประเทศ ฉะนั้นผมบอกว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ที่พวกผม เป็นบุคคลที่ ๓ ไม่ทราบว่าท่านคุยอะไรกันมาปัญหาอุปสรรคมีอะไรแล้วถึงเวลามาวันนี้ เพียงแต่มาบอกว่าเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับทั้ง ๒ บุคคล จริง ๆ แล้วผมคิดว่าน่าจะมี มากกว่านั้น ถ้าเผื่อท่านจะกรุณาให้โหวตเป็นสิทธิท่านประธานอยู่แล้วแต่ผมอยากจะ ฟังเหตุฟังผล

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ได้ไหมครับเดี๋ยวเราฟังข้อคิดเห็นของท่านสมาชิกเขาตอบแล้วค่อยโหวตกันดีไหมครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

ดีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เปิดให้พูดกัน สักระยะหนึ่งก่อนเอาอย่างนั้นนะครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

ผมเสนอท่านประธานอย่างนี้ว่า ๑. ถ้าเผื่อ เขาฟังท่านประธานคณะกรรมาธิการยืนยันแล้วว่าตามร่างของคณะกรรมาธิการ แต่ผม อยากฟังเหตุผลของคนที่เปลี่ยนแปลงว่าถ้าเผื่อเปลี่ยนแปลงแล้วจะทำให้ประเทศแข่งขัน ได้มากขึ้นหรือน้อยลงนั่นประเด็นที่ ๑ อันที่ ๒ ก็คือว่าคนไทยทั้งประเทศจะได้อะไร จากการเปลี่ยนแปลงจากร่างของคณะกรรมาธิการอันนี้ อันที่ ๓ ถ้าไม่สำเร็จถามประธาน คณะกรรมาธิการว่าไปคุยกันนอกรอบได้ไหม ถ้าไม่นอกรอบแล้วค่อยกลับมาให้พวกผมโหวต ผมอยากให้เป็นอย่างนั้นครับ แล้วถ้าไม่ตกลงเอาชวเลขมาเปิดเลยว่าเป็นอย่างไรกัน ทั้งหมดนี้ทำเพื่อผลประโยชน์และความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวที ต่างประเทศ เรื่องนี้สำคัญนะครับท่านประธานธุรกิจที่จะกระทบเป็นแสนล้านบาท ล้านล้านบาท ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับเรื่องนี้เพื่อนสมาชิกเองมีความเห็นที่แตกต่างกันก็เป็นเรื่องปกติ แต่กรรมาธิการนำเสนอเรื่องนี้เข้ามาเหมือนกับว่ามีความเห็นตรงกันแต่ท้ายที่สุด ท่านประธานเอง ท่านกรรมาธิการบางท่านก็มีความเห็นต่างกัน แสดงว่าข้อมูลที่ท่านพิจารณา ในเบื้องต้นท่านยังไม่ได้ตกผลึกหรือเปล่าหรือยังไม่มีความชัดเจนหรือเปล่า ผมเรียนว่าเรื่องนี้ มีความจำเป็นเพราะว่าผมฟังดูแล้วหลายคนก็พยายามบอกว่าเรื่องการจดสิทธิบัตรเป็นเรื่อง สำคัญเพราะเราถูกลอกเลียนแบบไปเยอะมาก ช้าก็อาจจะมีการจดลิขสิทธิ์ในเรื่องต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้นเร็วไปท่านบอกว่าจะไม่ทันเครื่องไม้เครื่องมือในเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงผู้ประกอบการ ผมสงสัยครับท่านประธาน คำว่า ผู้ประกอบการ รายไหนกลุ่มไหน ที่เขาบอกว่าไม่ทัน ยังไม่พร้อม หรือเจ้าหน้าที่ที่เปิดจดแล้วบอกว่าไม่มีความพร้อม เพราะเรื่องนี้เคยถามแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญต่างประเทศเขามีแล้วของเราตามเขา ทุกครั้งเพราะประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาถ้าพูดจริง ๆ ก็คือด้อยพัฒนา แต่เรา ใช้ชื่อว่ากำลังพัฒนา เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นจากประเทศที่เขาศิวิไลซ์ (Civilize) กว่าเราเขาก็จะมีการป้องกันสิทธิประโยชน์ของเขา และการจดสิทธิประโยชน์ หรือสิทธิบัตรต่าง ๆ รัฐเองก็พยายามส่งเสริม แต่ท้ายที่สุดคนที่จะไปดำเนินการเหล่านี้ก็คือ ภาครัฐกับเอกชนต้องคุยกัน แต่วันนี้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวในมาตรา ๒ ผมถามเป็นคำถาม ทำไมร่างเดิม ๙๐ วัน เจ้าหน้าที่ช่วยตอบด้วยนะครับเพราะว่าคนที่ ยกร่างผ่านกฤษฎีกาผ่านส่วนต่าง ๆ กว่าจะมาเป็นร่างพระราชบัญญัติผ่านในส่วนของ ครม. เขาใส่มา ๙๐ วัน แต่อยู่ ๆ กรรมาธิการชุดนี้ท่านประธานเอง ท่านกรรมาธิการผมไม่สนใจ ใครหรอกครับ วันนี้บางคนอาจจะลืมไปช่วงนั้นฟังแล้วเบลอ (Blur) เลยไม่ได้สงวนครับ หรือบางท่านเองอาจจะออกไปนอกห้องประชุมก็เลยบอกว่าเปลี่ยนแปลงไปตามที่มีการเสนอ มาว่าเอา ๒ ปี ถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็ทบทวนกันได้ในกรรมาธิการ แต่ถ้ากรรมาธิการยังยืนยัน ว่าสิ่งที่มีนัยในเรื่องดังกล่าวแล้วมีข้อสรุปออกไปว่า ๒ ปี พวกท่านเองก็ต้องเป็นเอกฉันท์ครับ ไม่ใช่พออีกคนหนึ่งพูดในส่วนของด้านล่างบอกว่าที่พูดไปอาจจะผิดข้อบังคับ จริง ๆ แล้ว ข้อบังคับมันใช้ในเรื่องของการประชุมในส่วนของกรรมาธิการที่รับมอบไปแต่นี่สภาใหญ่ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกครับถ้าท่านจะมีแนวความคิดที่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นมาท่านพูดได้ครับ เสนอได้ ตอบได้ เพิ่มเติมได้ ถึงแม้ไม่ได้สงวนแต่บางทีท่านอาจจะตะขิดตะขวงใจบอกว่า ไม่เอาละ ๒ ปีนี้ขอไปอยู่ร่างเดิม อันนี้อาจจะพูดไม่ได้หรือพูดไม่ชัดลงไปได้ แต่พูดในลักษณะ ว่ามีความเห็นที่ได้รับมาเพิ่มเติม อาทิเช่น กรณีที่ผมถามว่า ๙๐ วัน มันมาจากไหนตั้งแต่แรก ทำไมไม่ ๑๘๐ วัน แล้วทำไมต้องเป็น ๙๐ วัน แล้วกรรมาธิการทำไมคิดอย่างไรตั้ง ๒ ปี ในเมื่อของเราจะเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมกับอาเซียนอยู่แล้วในปี ๒๕๕๘ ตรงนี้อยู่ใน กลุ่มประชาคมอาเซียนผมถามว่าในขณะนี้ของเราในอาเซียนหรือในเอเชียมีกี่ประเทศที่เขา มีการจดสิทธิบัตรอย่างนี้บ้างเกี่ยวข้องกับเรื่องกลิ่นมีไหม เรื่องเสียงท่านบอกว่าไม่ติดใจ ถามว่ามันมีประเทศไหนบ้างขณะนี้ที่กำลังจดสิทธิบัตร ประเทศสิงคโปร์มีไหม ช่วยตอบด้วย ท่านได้สอบถามหรือเปล่า ถ้าท่านไขข้อปริศนาว่า ๙๐ วันที่ได้มีอยู่ในร่างเดิมนี้แล้วทำไม เป็น ๒ ปี กรรมาธิการทำไมไม่มีการสงวนไว้เลยเพราะมีทั้งกฤษฎีกา มีทั้งข้าราชการประจำ มีการท้วงติงหรือเปล่าถึงออกมาอย่างนี้หรือเกรงใจใคร ท่านตอบเลยครับเกรงใจใคร หรือเปล่า มีในส่วนของที่เมื่อสักครู่นี้ผมฟังกรรมาธิการบางท่านอ้างถึงกลุ่มผู้ประกอบการ แค่กลุ่มผู้ประกอบการหรือตัวแทนท่านฟังได้หมดหรือเปล่า บางคน บางกลุ่มตรงนั้นอาจจะยัง ไม่มีความพร้อมแต่คนอื่นเขาพร้อมท่านไปถามเขาแค่รายเดียว ๒ ราย ก็เอาไปเป็น ข้อทึกทักหรือเปล่า ก่อนที่จะไปสู่การลงมติ ท่านประธานครับ ช่วยให้กรรมาธิการตอบ ข้อซักถามของเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ก่อนเถอะครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตอย่างนี้ได้ไหมคะ คือจริง ๆ ในกระบวนการพิจารณา กฎหมายนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญแต่ละชุดนั้นมีหน้าที่ที่สำคัญมากเลยทำหน้าที่แทนพวกเรา ที่นั่งอยู่ในสภาใช้เวลานาน ๗ เดือน ๘ เดือน ๙ เดือน เพื่อจะเสาะแสวงหาคำตอบเหล่านี้ เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิก ส.ส. วิชาญท่านได้พูดถึงและคิดว่ามีอีกหลายคนที่มีคำถาม ขออนุญาตอย่างนี้ได้ไหมคะ จริง ๆ กรรมาธิการที่นั่งอยู่บนนี้ก็มีเพียง ๙ ท่าน จาก ๓๐ ท่าน ทั้งหมดจะให้ปรึกษาหารือกันตรงนี้ดิฉันคิดว่าไม่มีความเป็นธรรมเท่าไรนัก ดิฉันขออนุญาต ท่านประธานอย่างนี้ได้ไหมคะ หลังจากรับฟังตรงนี้ในบางส่วนก็ขอให้ท่านกรรมาธิการ ถอนกลับไปพิจารณาใหม่ดีไหมคะเพื่อให้รอบคอบ เพราะว่าการออกกฎหมายแต่ละฉบับนั้น น่าจะต้องมีความเป็นธรรมและปฏิบัติใช้ได้จริงเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ดิฉันคิดว่า เราคงจะไม่ได้มีเรื่องของทิฐิ ไม่ได้มีอะไรแต่ประการใด ถูกต้องกรรมาธิการบางท่าน อาจจะหลงละเลยไปไม่ได้มีเวลามาพิจารณา แต่วันนี้ต้องทำแล้วค่ะ เพราะว่าเพื่อนสมาชิก ที่นั่งอยู่ด้านล่างที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการเห็นไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานเพื่อจะพิจารณาให้ท่านถอนกลับไปช่วยพิจารณาและตกผลึกให้ชัดเจนขึ้น แล้วช่วยตอบคำถามให้พวกเรา ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวราภรณ์

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในประเด็นนี้ดิฉันต้องขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านกรรมาธิการวิสามัญที่นั่งอยู่ บนบัลลังก์นะคะว่าดิฉันได้อภิปรายไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขในมาตรา ๒ โดยไม่ได้มีใครชี้นำดิฉัน และบนบัลลังก์ก็ไม่ได้มีใครชี้นำดิฉัน ดิฉันอ่านจากมาตรา ๒ และคิดด้วยตัวดิฉันเองว่า ทำไมเราต้องรอให้พ้น ๒ ปีหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในเมื่อภูมิปัญญา ของคนไทยมีศักยภาพ ดิฉันอาจจะยกตัวอย่างให้ท่านมองเห็นภาพตามนะคะว่าผ้าไหมไทย มีคุณค่าต่างประเทศเป็นที่ยอมรับ ถือว่าเป็นศักดิ์ศรีของคนไทย ถ้าในอนาคตหรือในปัจจุบันนี้ ผ้าไหมไทยสามารถผลิตเป็นสินค้า เช่น เครื่องนุ่งห่ม กระเป๋าถือ หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ แล้วมีกลิ่นหอมของดอกไม้หรือกลิ่นของผลไม้ ท่านคิดว่าในส่วนนี้เราควรจะจดคุ้มครองสิทธิ สินค้าตัวนั้นหรือไม่ ในขณะที่ประเทศบ้านใกล้เคียงเราถ้าเกิดเขามองเห็นก่อนไวกว่าเรา แล้วเขามาจดสิทธินั้น ดิฉันถามนิดหนึ่งค่ะว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญารับผิดชอบได้ไหม เพราะที่ผ่านมามีหลาย ๆ เรื่องที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาติดขัดในเรื่องข้อกฎหมาย และไม่สามารถทำอะไรได้ทันเวลา ช้ากว่าเขา ดิฉันถามนิดหนึ่งค่ะ ความเสียหายเกิดอยู่ กับคนไทยหรือว่าเกิดอยู่กับใคร แล้วดิฉันมั่นใจว่าผู้ประกอบการคนไทยมีศักยภาพ มีความสามารถ กฎหมายหลาย ๆ ฉบับที่ออกมาแล้วใช้ระยะเวลาในการปรับตัวไม่นาน ในประเด็นสุดท้ายอย่างที่ดิฉันเรียนไปที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาว่า ท่านต้องให้ความรู้ ท่านจะต้องเป็นผู้ที่สนับสนุน ท่านต้องเป็นพี่เลี้ยง นั่นคือหัวใจสำคัญ เป็นหน้าที่ของ กระทรวงพาณิชย์ต้องดำเนินการ และดิฉันคิดว่าแม้กระทั่งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเราจะโตไปอีกไม่ว่าจะองค์การการค้าโลกหรืออะไรก็ตาม แต่ศักดิ์ศรีความเป็นภูมิปัญญา ของคนไทยไม่ใช่แค่เรื่องนี้นะคะ ท่านอย่าลืมแพทย์แผนไทย สมุนไพรไทย อีกหลาย ๆ เรื่อง ที่เราควรจด และดิฉันก็ยืนยันว่าถ้าตกลงกันไม่ได้ดิฉันก็ขอให้มีการลงมติในวันนี้ เหตุผลค่ะ ถ้าช้าไปกว่านี้หรือถอนเรื่องออกไปใช้เวลาอีกยาวนาน ดิฉันคิดว่าขอให้สมาชิกในที่ประชุม ได้ร่วมกันตัดสินใจเพราะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของประเทศเราอีกเรื่องหนึ่ง ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณัฏฐ์

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ที่จริงกรณีเรื่องของการจด เครื่องหมายการค้านี้ผมได้อภิปรายไว้ก่อนหน้านี้แล้วนะครับ ทีนี้กรณีที่ฟังจาก ท่านกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกแล้วเรียนในที่ประชุมอย่างนี้ครับว่า กรณีของการจด เครื่องหมายการค้าที่มีประเด็นเพิ่มขึ้นมาในเรื่องของเสียงและกลิ่น กรณีดังกล่าวผมเคยได้ อภิปรายไว้ในเรื่องกรณีของเสียงว่าสามารถพิสูจน์ได้อย่างไร แต่กรณีของกลิ่นนั้นเป็นสิ่งที่ พิสูจน์กันค่อนข้างยาก แล้วประเด็นที่ผมเข้าใจว่าเป็นที่ถกเถียงกันแล้วทำไมถึงต้องยืดระยะ ออกไปเป็น ๒ ปีนั้น ประเด็นเนื้อหาสาระสำคัญคงไม่ใช่เรื่องของการพิสูจน์เพียงอย่างเดียว แต่ว่ามีเรื่องของการที่จะหาเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ที่จะมาจดเครื่องหมายการค้า ซึ่งก็เป็นประเด็นสำคัญเช่นเดียวกัน ในกรณีอย่างเมื่อสักครู่ที่เพื่อนสมาชิกได้ยกตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมไทย หรือแม้ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อย่างที่ผมเคยได้ยกตัวอย่าง เรื่องของข้าวหอมมะลิไว้ก็ตามแต่ กรณีแบบนี้ในต่างประเทศเขาได้มีการพิสูจน์กลิ่นแล้วก็มี การจดจำลักษณะเฉพาะของกลิ่นไว้อย่างชัดเจน เช่นกรณีของลูกเทนนิสยี่ห้อดันลอป อย่างนี้เป็นต้น หรือกรณีของกลิ่นผลิตภัณฑ์ที่เป็นลาเวนเดอร์จากทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ในประเทศญี่ปุ่น ในกรณีดังกล่าวอย่างนี้มีการระบุไว้อย่างชัดเจนถึงคุณลักษณะพิเศษ เฉพาะตัวของกลิ่นนั้น ๆ แต่กรณีของการที่มาจดเครื่องหมายการค้าสิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดก็คือเรื่องของความพร้อม ของกระบวนการในการดำเนินการซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแม้ว่าจะไม่มีเรื่อง กรณีของเสียงหรือกลิ่น แม้ว่าจะเป็นกรณีลักษณะของสัญลักษณ์ รูปภาพ ลายลักษณ์อักษร หรือเครื่องหมายใด ๆ ที่เป็นลักษณะของการเขียนหรือภาพวาดในอดีตที่ผ่านมาจนถึง ปัจจุบันนี้เจ้าหน้าที่ผู้รับจดเครื่องหมายการค้าจดลิขสิทธิ์หรือว่าจดสิทธิบัตรต่าง ๆ ก็ยังมี ประเด็นปัญหาที่ถกเถียงกันอยู่มากในประเทศไทย ซึ่งผมเองก็เคยได้อภิปรายไว้เช่นกรณีของ ตราเครื่องหมายสโมสรฟุตบอลในการที่อภิปรายไว้ในวาระแรกแล้ว เพราะฉะนั้นกรณีอย่างนี้ ผมเข้าใจว่าประเด็นที่ท่านกรรมาธิการผมไม่แน่ใจว่าในห้องประชุมได้ถกกันในประเด็นนี้ หรือไม่ แต่ว่าประเด็นที่ผมต้องเรียนกับท่านประธานและที่ประชุมก็คือผมเชื่อว่าถ้าเรา ไม่พร้อมในเรื่องของการรองรับกระบวนการในการทำงานแม้ว่าจะมีการผ่านกฎหมายฉบับนี้ และประกาศใช้ภายใน ๙๐ วัน ท้ายที่สุดมันจะเป็นกรณีของความเสียหายมากกว่า การได้เปรียบหรือได้ประโยชน์ในทางการค้า

ส่วนกรณีของการที่เพื่อนสมาชิกเป็นห่วงหรือกังวลในกรณีที่จะมีประเทศอื่น บริษัทอื่น ๆ องค์กรเอกชนอื่น ๆ ได้มาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของสินค้าไทยกรณีนี้ คิดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องต้องกังวลครับ เพราะว่าตามกฎหมายเดิมที่ใช้อยู่นั้นเขาเปิดให้มี โอกาสในการค้านในเรื่องของการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใน ๙๐ วันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นกระบวนการที่หลาย ๆ คนกังวลว่าการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนแล้วจะทำให้ เราเสียเปรียบนั้นจริง ๆ ไม่ใช่นะครับ ยิ่งมีการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนแล้วมีกระบวนการ ในการสื่อสารกันมากขึ้นจะทำให้เราสามารถตรวจสอบกระบวนการในการจดเครื่องหมาย การค้าระหว่างประเทศหรือข้ามประเทศแล้วเดิมเราไม่ทราบ แต่เมื่อมีการเปิดเขตการค้า เสรีอาเซียนมันเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นที่เราจะสามารถตรวจสอบหรือพิสูจน์ทราบกรณีที่มี การจดเครื่องหมายการค้าซ้ำซ้อนหรือเป็นผลิตภัณฑ์ของเราที่เราเป็นที่กังวลอยู่ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่ากรณีอย่างนี้ต้องเรียนท่านประธานสภาและเพื่อนสมาชิกครับว่าถ้าเราเร่งรีบ จนเกินไปท้ายที่สุด ๒-๓ ประเด็นปัญหาที่ผมต้องเรียนก็คือ

๑. เราไม่สามารถหาคุณลักษณะเฉพาะพิเศษที่เป็นสินค้านั้น ๆ มาจดได้ เพราะว่าถ้ากรณีอย่างที่ผมเรียนในประเด็นนี้ถ้าท่านไปหาสินค้ามาจดแล้วปรากฏว่า ไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นกลิ่นเฉพาะตัวได้ในท้ายที่สุดท่านไม่สามารถจดเครื่องหมาย การค้าสินค้าชนิดนั้นได้เราก็จะขาดความสามารถหรือขาดความได้เปรียบในการแข่งขัน

๒. ประเด็นของเจ้าหน้าที่ที่เขารับจดเครื่องหมายการค้าวันนี้ถ้ายังไม่มี ความพร้อมในการพิสูจน์สิ่งเหล่านี้หรือแม้แต่ยังไม่พร้อม ยังไม่มีความเข้าใจในกรณีของ การรับจด หรือกรณีพิสูจน์สิ่งที่ได้จดมาแล้วเพราะฉะนั้นวันนี้ผมเชื่อว่าถ้าไปถามเจ้าหน้าที่ ที่เขารับจดเครื่องหมายการค้า อย่างที่ผมยกตัวอย่างไว้ ๒ ตัวอย่าง เรื่องของกลิ่น ของลูกเทนนิส ดันลอป หรือกลิ่นของผลิตภัณฑ์ลาเวนเดอร์มาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการจดไปแล้ว หรือแม้แต่ผมยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งคือแม้แต่ประเด็นของเสียงที่ท่านบอกว่า ท่านไม่ติดใจเสียงของรถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อฮาเลย์ เดวิดสัน ผมเชื่อว่าวันนี้เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ จดเรื่องเครื่องหมายการค้าก็ไม่มีความชำนาญ ไม่มีความเข้าใจในเรื่องเสียงแบบนี้ก็ดี เพียงแต่ว่ากรณีของเสียงมันมีเครื่องอัดเสียงซึ่งสามารถมาพิสูจน์ได้ทั้งความถี่ ความทุ้ม ความแหลมของเสียงได้ แต่กรณีของกลิ่นมันไม่มีอะไรที่สามารถมาพิสูจน์ทราบได้ในตอนนี้ เพราะฉะนั้น ๑. ในเรื่องความพร้อมของตัวผู้ประกอบการเองที่จะนำกลิ่นเฉพาะตัวมาจด กับ ๒. ความพร้อมของเจ้าหน้าที่ที่จะรับรองหรือว่าทำความเข้าใจกับเรื่องเหล่านี้ได้ดี ถ้าเราเร่งรีบจนเกินไปประกาศใช้ ๙๐ วัน หลังจากที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ท้ายที่สุดสิ่งที่เราคิดว่ากำลังจะได้เปรียบและโอกาสที่เรากำลังจะก้าวไปสู่ความเป็น ประชาคมอาเซียนและคิดว่าจะทำให้เกิดความไม่ทันในการแข่งขัน ท้ายที่สุดจะกลายเป็นว่า เราเร่งจนเราเองเสียเปรียบในประเด็นดังกล่าวเรียนให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ได้ทราบ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเกียรติก่อนและท่านนิติภูมิ ท่านอธิบดี

นายเกียรติ สิทธีอมร กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ พอดี เมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ส. วราภรณ์ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่าน ได้มีความรู้สึกว่าความเห็นของกรรมาธิการยังไม่เป็นเอกฉันท์ก็เลยทำให้สภาแห่งนี้สับสน ผมก็ต้องเรียนนะครับว่าผมก็เข้าเกือบทุกนัดที่มีการประชุม ท่านก็ทราบดีว่าผมเป็นคนที่ ถ้ามีไม่ติดอะไรจริง ๆ นี่เข้าประชุมนะครับ แล้วก็ต้องเรียนท่านประธานครับว่าในที่ประชุม ก็ไม่มีใครสงวนความเห็นนะครับ จากรายงานที่ปรากฏตรงหน้าของท่านนะครับ แล้วถามว่า จากวันนั้นที่ประชุมนัดสุดท้ายจนถึงวันนี้ที่เสนอรายงานฉบับนี้เข้าสภานี่มีการฟังความเห็น เพิ่มเติมอีกหรือไม่ ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นประเด็นของท่าน ส.ส. วิชาญ มีนชัยนันท์ ที่ท่าน กล่าวขึ้นมาท่านพูดถูกหมดเลยครับ แต่ผมก็ต้องเรียนท่านประธานครับว่าไม่ได้มีการฟัง ความเห็นอะไร และได้รับข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเลยจากวันที่มีการประชุมนัดสุดท้ายและสรุป รายงานฉบับนี้ ผมเองรู้สึกแปลกใจมากที่มีท่านกรรมาธิการ ๒ ท่านที่พูดถึงว่าท่านไม่ได้เห็นด้วย กับรายงานของท่านเอง ซึ่งท่านก็นั่งในที่ประชุมนะครับ ตรงนี้เป็นเหตุที่ทำให้เกิดความสับสน กับเพื่อนสมาชิกในห้องประชุมแห่งนี้ตอนนี้ ผมคิดว่าหน้าที่ของกรรมาธิการมีหน้าที่ชี้แจงว่า เราไปศึกษามาแล้วมันมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ทำไมเราถึงเสนอร่างมาที่สภาในลักษณะเช่นนี้ ถ้าเราไม่สามารถชี้แจงข้อดีข้อเสียได้เพียงแต่พูดความเห็นผมว่าเราไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะ กรรมาธิการในการที่จะนำเสนอสภาอย่างถี่ถ้วน ถูกต้อง ครบถ้วนทุกประเด็น ผมอยากกราบเรียน อย่างนี้ครับว่าประเด็นของ ๒ ปีของเรื่องกลิ่นเราถกกันเป็นเวลา ๕ เดือน แล้วใน ๕ เดือนนี้ เราก็มีผู้แสดงความเป็นห่วง เมื่อสักครู่บางท่านถามว่าเราฟังความเห็นเฉพาะบางกลุ่ม หรือเปล่า กลุ่มเล็ก ๆ หรือเปล่า กลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากการที่ให้มีการขึ้นทะเบียนล่าช้า ไปหรือเปล่า ก็ต้องเรียนท่านประธานครับ ตัวแทนภาคเอกชนที่มีน้ำหนักที่สุดในประเทศไทย ณ วันนี้ ก็คือ กกร. คณะกรรมการร่วมของภาคเอกชน ซึ่งประกอบด้วยสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย แล้วก็สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก็เป็นเสียงสะท้อนที่รัฐบาลเองก็รับฟัง ทุกฝ่ายเวลาตั้งกรรมการในการพิจารณากฎหมาย เศรษฐกิจใด ๆ ก็ฟังเสียง กกร. เป็นหลักเพราะเขาจะรู้ดีเพราะเขาทำธุรกิจทุกวัน จะมีผลเสียผลดีอย่างไรตกอยู่กับเขาทั้งสิ้น แล้วเขาแสดงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน อย่างเป็นเอกฉันท์ ทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แสดงความเป็นห่วงอย่างเป็นเอกฉันท์ แล้วในที่สุดได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันกับกรรมาธิการ บอกว่า ๒ ปีนี้เขาปรับตัวได้ทัน ทีนี้คำถามมีต่อไปว่าถ้าวันนี้ที่ท่าน ส.ส. บางท่านเสนอว่า ให้มีผลบังคับใช้เลยมีโทษอย่างไร มีความเสี่ยงอย่างไร ทำไมเอกชนถึงเป็นห่วงก็ต้องเรียน ท่านประธานครับ กฎหมายเศรษฐกิจหลายฉบับถ้าท่านไปติดตามดูในอดีตจนถึงปัจจุบันเลย ความเสียเปรียบมีอยู่ตรงที่ว่ากฎหมายมีความก้าวหน้าไปแล้ว แต่เอกชนไทยไม่สามารถ ที่จะใช้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนั้นได้อย่างทันที ตัวอย่างที่สำคัญเรื่องหนึ่งเลยนะครับ ก็คือกรอบความตกลงเศรษฐกิจอาฟตา (AFTA) ของอาเซียนเองนี่ครับ ท่านประธาน ทราบไหมว่านับจากวันแรกที่มีการลดกำแพงภาษีมามีผู้ไปใช้สิทธิกี่เปอร์เซ็นต์จากภาคเอกชน ในช่วงปีแรก ๆ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๓-๔ ปีต่อมาถึงจะเป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ประเทศอื่น ใช้สิทธิครับ ในการส่งสินค้าเข้ามาประเทศไทยมากกว่านี่ละครับคือความเสียเปรียบครับ นี่คืออันตรายครับ และเอกชนก็เรียนรู้บทเรียนนี้ด้วยความเจ็บปวดครับว่าถ้าเราทำไป ให้กฎหมายมีผลบังคับใช้เลย ในขณะที่เอกชนส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมก็จะเป็นโทษอย่างมหันต์ เพราะว่าอะไรครับ ในกรณีของการที่มาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในเรื่องกลิ่นที่เอกชน ยังไม่มีความเข้าใจว่าเขาควรจะจดหรือไม่ หรือควรจะจดในลักษณะใด ควรจะเขียน คำบรรยายอย่างไรถึงจะเป็นการปกป้องคุ้มครองธุรกิจของเขาหรือเครื่องหมายการค้า ของเขา ถ้าวันนี้เราให้มีการจดเลยผลที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ เอกชนไทยที่ยังไม่พร้อม ก็จะยังไม่ได้ไปดำเนินการจดทะเบียน หรือมีการขึ้นทะเบียนโดยมีการเขียนคำบรรยาย ที่หละหลวม แล้วผมเชื่อได้เลยว่าส่วนใหญ่จะไม่ไปจดทะเบียน ณ วันนี้ถ้ามีผลบังคับใช้เลย เพราะเขาเองกลุ่มใหญ่ ๆ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อมยังไม่รับรู้เลยว่า จะมีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้และแก้อย่างไร ถ้าเป็นเช่นนั้นบริษัทต่างประเทศที่มีความรู้ในเรื่องนี้และมีความชำนาญมาก และค้าขาย กับประเทศไทยอยู่แล้ววิ่งเข้าไปจดก่อนเกิดอะไรขึ้นครับ กีดกันผู้ประกอบการไทยทันที พวกเราที่นั่งอยู่ในกรรมาธิการทุกคนเป็นห่วงครับ และผมเชื่อว่า ส.ส. ทุกคนที่อยู่ในสภา แห่งนี้เป็นห่วงผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยทุกคน ผมไม่เชื่อเลยว่าจะมี ส.ส. คนไหน ไปห่วงผู้ประกอบการต่างชาติมากกว่าของคนไทย อันนี้ผมคิดว่าตรงกันครับ แต่ความเข้าใจ ของโทษและประโยชน์ที่จะได้จากการให้มีผลบังคับใช้ในขณะที่เอกชนยังไม่มีความพร้อมนั้น อันนี้คือความแตกต่าง ผมก็อยากจะย้ำกับท่านประธานครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราพิจารณา กันแค่วันสองวัน ๕ เดือนครับ เรื่องเสียง เรื่องกลิ่น แล้วเรื่องกลิ่นเองเป็นเรื่องที่คุยกันตั้งแต่ วันแรกจนถึงวันสุดท้าย แล้วในที่สุดเราก็มีข้อยุติอย่างที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้กราบเรียนท่านประธานสภาไปแล้วนะครับ เพื่อไม่ให้มีความสับสนในการทำงานของ กรรมาธิการผมคิดว่าก็เป็นการที่เหมาะสมว่ากรรมาธิการ ๒ ท่าน ที่ลุกขึ้นพูดว่าไม่เห็นด้วย กับร่างที่ตัวเองเสนอเข้ามาควรจะถอนออกไปเสียก่อน ถอนคำพูดตรงนั้นออกไปเสียก่อน เพราะท่านประธานคณะกรรมาธิการเองก็ยืนยันแล้วว่าเป็นไปตามเอกสาร แล้วทุกคน ก็ไม่ได้มีการสงวนความเห็นใด ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงเอกสารฉบับนี้ ผมคิดว่านี่คือขั้นตอนแรก ที่จะทำให้สมาชิกสภาเองไม่สับสนต่อท่าทีของกรรมาธิการนะครับ ถ้ากรรมาธิการเอง ยังมีความเป็นห่วง ยังไม่คิดว่าร่างที่เสนอเข้ามายังไม่สบายใจ ถอนนะครับ ผมยินดีกลับไป ประชุมอีกครับ จะ ๗ วัน ๑๕ วัน ๑ เดือน ๒ เดือน ผมก็ยินดีกลับไปประชุม ถามว่าวันนี้ เรามีเวลาไหมถ้าจะต้องรออีก ๑๕ วัน ๓๐ วัน ๙๐ วัน ยังมีครับ แต่ทำแล้วต้องถี่ถ้วน ทำแล้วต้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีหน้าที่พิจารณากฎหมายฉบับนี้ต้องสบายใจ ในท่าทีของกรรมาธิการด้วย พอกรรมาธิการแสดงท่าทีขัดแย้งรายงานของตัวเองมันสร้าง ความสับสนให้กับสมาชิกอย่างมาก และผมยังย้ำกับท่านประธานว่าเป็นหน้าที่ของ กรรมาธิการทุกคนที่จะชี้แจงว่าทำไมกรรมาธิการเลือกที่จะเสนอร่างปรับปรุงแก้ไขฉบับนี้ เข้ามาที่สภา มันดีอย่างไร มันมีโทษอย่างไร และมีการต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร ผมได้มีการสอบถามโดยกรรมาธิการกับภาคเอกชนตอนที่หารือกันว่าภาคเอกชนเอง จะต้องใช้เวลาในการปรับตัวในการทำความเข้าใจมากน้อยเท่าไร ตอนแรกมีการเสนอถึง ๓ ปี ๕ ปีก็มี ในที่สุดมายุติกันที่ ๒ ปี โดยความเห็นชอบของกรมที่นั่งพิจารณาอยู่ด้วย ท่านอธิบดีก็นั่งอยู่เป็นกรรมาธิการท่านหนึ่ง ก็ได้ข้อยุติร่วมกันว่า ๒ ปีนั้นเป็นระยะเวลา ที่เหมาะสมจะสามารถมีเวลาเพียงพอ มีบุคลากรเพียงพอที่จะไปให้ความรู้ความเข้าใจ กับภาคเอกชนได้ทั่วถึงมากเพียงพอ ที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบอันเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจ ในภาพรวมและบริษัทเอกชนบางราย ท่านประธาน ผมคิดว่าถ้าในบรรยากาศเราเริ่มต้นกัน อย่างนี้นะครับ เดินต่อไปผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านไม่สบายใจ หรอกครับว่าเกิดอะไรขึ้นในที่ประชุมกรรมาธิการ ซึ่งผมเองก็ยืนยันกับท่านประธานและย้ำ กับท่านประธานว่าจนถึงนัดสุดท้ายครับ ไม่มีความเห็นเป็นอื่น เป็นเอกฉันท์ตามเอกสาร ฉบับนี้ครับ แต่พอเราเริ่มพิจารณามาด้วยบรรยากาศอย่างนี้ ผมคิดว่าทางที่ดีที่สุดถอนถอย กลับไปดีกว่าไหมครับ ให้กรรมาธิการทุกคนได้มีโอกาสพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณ ครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิติภูมิ

ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นิติภูมิ นวรัตน์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า โลกเราทุกวันนี้มันมีความแปรเปลี่ยนไปไวมาก แล้วมันก็มีแนวโน้มของโลกออกมาใหม่ ๆ ค่อนข้างไว แล้วแนวโน้มมากอย่างหนึ่งที่มาไวมากก็คือกระแสของเรื่องเครื่องหมายการค้านี้ เราอาจจะเป็นประเทศที่โชคดีหรือว่าโชคร้ายไม่ทราบครับที่ว่าบังเอิญอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสัตว์ของเรามันมีค่อนข้างสูงมากจริง ๆ ดังนั้น ถ้าเรากระดิกพลิกตัวช้า ผมมีความคิดว่าบริษัทมากมายหลายประเทศที่อยู่ห่างไกล ที่ความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสัตว์ของเขาที่มีน้อยกว่าเรามากนี่เขาอาจจะ มาใช้ประโยชน์กับสิ่งที่มีอยู่ในประเทศของเราได้ และนอกจากนั้นผมก็เห็นด้วยกับท่าน และกรรมาธิการวิสามัญท่านผู้มีเกียรติ ท่านเกียรติ สิทธีอมร ที่เกี่ยวกับเรื่องของอาฟตา ในห้วงแบบช่วงที่ผ่านมานี่นะครับ เรามีเรื่องภาษีเป็น ๐ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๖ แต่ตอนนั้น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของสินค้าที่อยู่ในตลาดได้มีภาษีเป็น ๐ แต่ว่ามีผู้ประกอบการไทย ใช้ประโยชน์น้อย ส่วนมากจะเป็นบริษัทใหญ่ ๆ ส่วนมากจะเป็นบริษัทต่างประเทศ เพราะแม้แต่ พ.ศ. ๒๕๕๓ ถึงแม้ว่าในตอนนั้นสินค้าที่อยู่ในตลาดทั้งหมดทั่วไปจะมีภาษี เป็น ๐ เกือบจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นสินค้าอ่อนไหวกับสินค้าอ่อนไหวสูง แต่บรรดา ผู้ประกอบการก็ยังมาใช้น้อยมากก็เพราะเป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์ ผมคิดว่า เท่าที่ฟังจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาในเรื่องของกลิ่น เรื่องเสียงอะไรต่าง ๆ นานาเหล่านี้ ท่านก็ให้คำมั่นสัญญาว่าแม้นว่ากฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านไปแล้ว ท่านจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ พี่น้องประชนคนไทย ให้ผู้ประกอบการได้มีความตระหนักและเท่าเทียมกัน ขอขอบพระคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอธิบดีครับ

นางปัจฉิมา ธนสันติ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ขออนุญาตกราบเรียนว่าในการที่นำเสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้ ภายใต้กฎหมายฉบับนี้เองมีอยู่ด้วยกัน ๓ ส่วน ส่วนแรก ก็คือการเพิ่ม ประเภทของตัวเครื่องหมายการค้า ส่วนที่ ๒ ก็คือเป็นการลดขั้นตอนการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้า ส่วนที่ ๓ คือเรื่องอัตราค่าธรรมเนียม สำหรับในเรื่องของเครื่องหมาย ที่มีการเพิ่มประเภทขึ้นมาต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าในส่วนของตัวเครื่องหมายการค้า ณ วันนี้ในโลกนี้ได้มีในเรื่องประเภทของเครื่องหมายการค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน กฎหมายไทยมีเพียงเครื่องหมายที่เป็นรูป ที่เป็นคำ ที่เป็นกลุ่มของสี ที่เป็นรูปร่าง รูปทรง แต่ว่า ในโลกนี้เองได้มีเครื่องหมายการค้าเพิ่มขึ้นเป็นเครื่องหมายกลิ่น เครื่องหมายเสียง เครื่องหมายรส เครื่องหมายสัมผัส เครื่องหมายที่เป็นโฮโลแกรม (Hologram) และเครื่องหมายที่เป็น ภาพเคลื่อนไหวได้ กรมได้พิจารณาถึงตรงนี้แล้วว่าสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการค้า ของไทยคือเครื่องหมายกลิ่นและเครื่องหมายเสียง จึงได้มีการนำเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ขึ้นมา ขอเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้เองไม่ได้เป็นการบังคับให้ผู้ประกอบการภาคเอกชน จะต้องมามีการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า แต่เป็นการเปิดโอกาสหรือช่องทาง อีกช่องทางหนึ่งให้แก่ผู้ประกอบการในการที่จะยื่นคำขอหรือว่าใช้เครื่องหมายการค้า เป็นเครื่องมือทางการตลาด โดยที่มีลักษณะของเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะแปลกใหม่ และแตกต่างไปจากเดิม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางในการแข่งขันทางการค้าเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ในประการที่ ๒ กรมมองเห็นถึงว่าการปกป้องคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน ทางปัญญาเป็นเรื่องที่สำคัญ ประเทศไทย ในเมื่อคนในประเทศไทย ผู้ประกอบการค้า ในประเทศไทยยังไม่ได้มีการยื่นขอจดทะเบียน ยังไม่มีการคุ้มครองสิทธิในประเทศ เพราะฉะนั้นการที่จะข้ามประเทศอื่น ๆ ขึ้นไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบนี้ แบบเดียวกันเช่นกลิ่นและเสียงในประเทศอื่นก็ยังทำไม่ได้

อีกประการหนึ่งที่ประกอบในส่วนนี้ก็คือภายใต้กฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๓ ถึงมาตรา ๒๗๕ ได้ให้สิทธิแก่ผู้ที่เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าต่างประเทศที่ได้จดทะเบียน เอาไว้แล้วในต่างประเทศนั่นเอง สามารถจะขอรับความคุ้มครองสิทธิก็คือมาปกป้องสิทธิ ตัวเองในประเทศไทยได้ ยกตัวอย่างเช่น แม้ว่าเครื่องหมายการค้ากลิ่นนี่เองเมืองไทย ยังไม่มีจดทะเบียนแต่เขาจดที่สหรัฐอเมริกา อย่างเช่นเครื่องหมายที่ท่านสักครู่ได้กล่าว เมื่อสักครู่นี้ ต้องเรียนว่านั่นคือส่วนที่จะบอกว่าเขาก็สามารถที่จะมาใช้สิทธิในการที่บังคับ ใช้สิทธิคือฟ้องร้อง ปราบปรามการละเมิดในบ้านเราได้เช่นกัน

ในอีกส่วนหนึ่งขออนุญาตกราบเรียนว่า ในภายใต้ตัวกฎหมายเครื่องหมายการค้า นี่เองที่ถามว่าทำไมถึง ๙๐ วันที่ท่าน ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนาม คือท่าน ส.ส. วิชาญ ได้พูดสักครู่นี้ เหตุที่กรมเสนอว่าเป็น ๙๐ วันเพราะกรมมีความพร้อมที่จะดำเนินการ ดิฉันยืนยันอย่างนี้ในที่การประชุมของคณะกรรมาธิการด้วยว่ากรมมีความพร้อม เพราะเรื่องนี้ เราไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ เรามีการศึกษากันมา เตรียมเรื่องกันมา ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ เราทำตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ จนถึงปัจจุบันมาโดยลำดับ แต่ในเมื่อขณะที่ได้มีการประชุมกันได้มีการสอบถามไปยัง ผู้ประกอบการก็คือไปที่สภาหอการค้า สภาหอการค้าตอบมาว่าขณะนั้นเองได้มีการส่งจดหมาย ไปถึง ๒ แห่ง คือสภาหอการค้ากับสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าตอบมาว่ายังไม่พร้อม ที่จะให้มี เห็นว่าเรื่องกลิ่นเป็นเรื่องใหม่ แล้วยังบอกอีกด้วยซ้ำว่ายังไม่พร้อมในส่วนตรงนี้ น่าจะชะลอเอาไว้ก่อน ใช้คำนี้ด้วยซ้ำไป ในส่วนของสภาอุตสาหกรรมได้ตอบมาว่า สภาอุตสาหกรรมพร้อมที่จะให้มีเครื่องหมายกลิ่นได้ไม่ขัดข้องใด ๆ ตามกฎหมายที่เสนอไป เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เองเมื่อมีความเห็นที่แตกต่างกัน ๒ ฝ่าย กรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็เลยเข้าไปชี้แจงให้กับ กกร. ฟัง หลังจากนั้น กกร. ก็ได้เข้ามาประชุมร่วมกัน แล้วก็ได้บอกว่า ในส่วนนี้เอง ในส่วนของ กกร. อยากจะขอให้ในเรื่องของเครื่องหมายกลิ่นนี่เองเรียกว่า ยังมีความไม่พร้อมขอใช้เวลา ๒ ปี นี่คือในส่วนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาขออนุญาต กราบเรียนว่านี่คือในขั้นตอนของการที่ปฏิบัติกันในที่ประชุมในส่วนของคณะกรรมาธิการ ที่ได้มีการดำเนินการ

ในประการสุดท้าย ดิฉันอยากจะเรียนว่าการจดทะเบียนเครื่องหมายกลิ่น ไม่ว่าประเทศไหนใช้วิธีพรรณาทั้งสิ้น ไม่มีใครต้องส่งกลิ่นมาให้ดม เพราะกลิ่นมันอยู่ไป กลิ่นมันก็หาย ไม่มีใครเก็บกลิ่นเอาไว้ ดิฉันก็เลยถามผู้เชี่ยวชาญฝรั่งว่าทำไมถึงเป็นแค่นี้ บอกว่า ทั่วโลกใช้แนวเดียวกัน มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก คือใช้คำบรรยายทั้งสิ้น ดิฉันกราบเรียนท่าน หลังจากที่ได้มีการประชุมในเดือนตุลาคมแล้วผลของการประชุมออกมาแล้วไม่ได้มีการโหวตกัน แต่ว่าเราได้มีการคุยกันแล้วก็ผลออกมา ในส่วนนี้เองขออนุญาตเรียนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ได้ทำหนังสือไปถึง กกร. ว่าเราจะมาร่วมกันวางแผนในการประชาสัมพันธ์อย่างใด ถ้านับจากเดือนตุลาคมมาถึงปัจจุบัน ดิฉันก็เรียกว่าเกือบ ๓ เดือนแล้ว กกร. เพิ่งตอบเรามาว่า เราจะคุยกันในวันที่ ๗ มกราคมเพื่อวางแผนของการประชาสัมพันธ์ ในอาเซียนเองประเทศ ที่จดทะเบียนในเรื่องของเครื่องหมายการค้ากลิ่นและเสียงเริ่มที่สิงคโปร์ ดิฉันเป็นประธาน คณะทำงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียน ขออนุญาตเรียนว่ามาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ก็มีการเตรียมการที่จะมีเครื่องหมายกลิ่นและเสียงเช่นกัน ดิฉันเรียนตรงนี้แล้วกันว่านี่คือในส่วนของดิฉันขอนำเรียนในฐานะเป็นเรื่องข้อเท็จจริง ขออนุญาตค่ะ ขอกราบเรียนชี้แจงเนื่องจากว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ถูกกระทบหลายด้าน ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเจือ ก่อนครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิก ของสภาแห่งนี้นะครับ ผมเองได้เฝ้านั่งฟังการอธิบายของคณะกรรมาธิการแล้วก็ได้ฟัง ท่านอธิบดีได้อธิบายเมื่อสักครู่ ผมเองยังเห็นด้วยว่าเมื่อคณะกรรมาธิการยังไม่สามารถที่จะ ตกลงกันได้ ผมก็ยังอยากให้กฎหมายฉบับนี้ถอนกลับไปก่อน เหตุผลเพราะเมื่อสักครู่นี้ ที่ท่านอธิบดีชี้แจงเห็นได้ชัดเลยว่าในภาคเอกชนเขาไม่พร้อม พวกเราในสภานี้เราออกกฎหมาย เพื่อให้ไปบังคับให้กับพี่น้องประชาชนหลายครั้ง แล้วเมื่อภาคเอกชนไม่พร้อม มันจะกลายเป็น ความอ่อนแอของภาคเอกชนมากกว่าจะเป็นความเข้มแข็ง แล้วหลายครั้งที่ผมเห็นและมีบทเรียน มาทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เหมือนกันพวกเราบอกว่าเราจะแข่งกับประชาคมอาเซียนแล้วเป็นเรื่องที่สำคัญ คราวที่จะไปเซ็นเอฟทีเอ (FTA) กับต่างประเทศหลาย ๆ เรื่อง ผมอยู่ในสภานี้มา ๔ สมัยแล้ว ผมจำได้วันนั้นบอกว่าจะไปเซ็นเอฟทีเอกับจีน หอมแดง หลายอาชีพของเราเลิกล้มอาชีพเลย เพราะความไม่พร้อมครับ ตรงนี้ผมอยากจะเรียกร้องไปยังรัฐบาลด้วยซ้ำ ท่านอธิบดีต้องทำงาน หนักกว่านี้ครับ ภาคเอกชนเขายังไม่เข้าใจในสิ่งที่เราจะออกกฎหมาย ท่านต้องอธิบาย ท่านเรียนเมื่อสักครู่ว่าท่านจะประชาสัมพันธ์ แต่ผมคิดว่าภาคเอกชนยังไม่เข้าใจ เราอยากจะทันสมัย ในบางเรื่องมาก แต่ว่าในขณะเดียวกัน ในความเป็นจริงของประเทศเราคนในประเทศเรายังไม่พร้อมในหลาย ๆ เรื่อง ประชาคม อาเซียนที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้ามันมีหลายเรื่องมากที่รัฐบาลยังไม่ได้จริงจัง ยังไม่ได้สนใจ ผมอยากจะถือโอกาสตรงนี้เรียนกับสภาของเราว่าหลายเรื่องรัฐบาลต้องเตรียมพร้อม ประชาคมอาเซียนในวันข้างหน้าบอกว่าต้องออกมาแข่งขันทางด้านเสรี เรื่องอาชีพหลาย ๆ อาชีพของพวกเรายังไม่พร้อม รัฐบาลไม่ได้ให้คำแนะนำกับทางพี่น้องประชาชนผมก็เลย ถือโอกาสตรงนี้ครับว่า เมื่อภาคประชาชนยังไม่พร้อมเราควรที่จะทำให้ภาคประชาชนพร้อม เสียก่อน ทำไมเราไม่ให้เวลาเขาแค่ ๒ ปี เราไม่ได้เสียหายอะไรเลย ท่านอธิบดีท่านน่าจะทำ ความเข้าใจกับทางภาคเอกชน แล้วเราก็ถอนกฎหมายฉบับนี้ไปก่อนอย่าไปบังคับเขาเลย เรามีแต่โทษมากกว่ามีประโยชน์ ประชาคมอาเซียนที่ผมเรียนเมื่อสักครู่หลายเรื่องยังเรียน ท่านประธานไปถึงรัฐบาลด้วย อาชีพหลายอาชีพอาจจะหมดไปจากประเทศไทยด้วยซ้ำ ผมอยู่ภาคใต้นะครับท่านประธาน การแข่งขันกับต่างประเทศหลายอาชีพ สวนปาล์มภาคใต้ ที่กำลังจะมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ถ้าแข่งขันกับประชาคมอาเซียนที่จะเปิดขึ้น เราแข่งกับ ประเทศอินโดนีเซียไม่ได้ ประเทศมาเลเซียไม่ได้ นั่นคือข้อเท็จจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น แล้ว ณ วันนี้เราอย่าออกกฎหมายไปบังคับภาคเอกชนเลย ผมขอร้องให้ท่านประธาน ถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไปก่อน ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญประธานครับ

นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการ กระผมขอกราบเรียน ท่านประธานว่าเราได้ร่วมพิจารณากันมาเป็นเวลาหลายเดือนต่างฝ่ายต่างก็มีข้อคิดเห็น เสนอแนะในสิ่งที่ดี ๆ กันทั้งนั้น ถึงแม้ว่าวันนี้จะมีท่านใดท่านหนึ่งที่ได้เสนอให้ถอนออกไปก่อน เพื่อที่จะไปถกให้มันตกผลึกกันก่อนนั้น กระผมในฐานะซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการนั้น ผมเชื่อว่าเราใช้เวลากันมาโดยตลอดสำหรับเรื่องมาตรา ๒ นี้ ดังนั้นเพื่อเป็นประโยชน์ แล้วก็จะได้ใช้ผมเห็นว่า

ประเด็นที่ ๑ กระผมขอเสนอไม่มีการถอนร่างนี้ออกไป และผมก็ขอยืนตาม ร่างที่คณะกรรมาธิการนี้เสนอ ส่วนมติของที่ประชุมในสภาแห่งนี้จะเห็นด้วยหรือไม่นั้นเป็น มติของที่ประชุม ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สัก ๒ ท่านนะครับ ท่านนิยมและท่านวิชาญ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้คือร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าคือการจดสิทธิบัตรนี่ละครับ ท่านประธาน ผมไม่ได้มองลักษณะอย่างอื่น ท่านคณะกรรมาธิการท่านจะเห็นเป็นอย่างไร ก็เรื่องของท่าน ผมเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสภานี้เห็นว่ากฎหมายนี้ถึงเวลาต้องออกใช้ แต่ผมก็ยังสงสัยอยู่เพียงแต่ว่า ๒ ปีใส่เข้ามาทำไมเท่านั้นเอง ท่านจะว่าพร้อม ไม่พร้อมก็ตาม ท่านก็บอกว่าองค์กรภาคเอกชนบอกว่าเขาไม่พร้อม ไม่เห็นด้วย แต่ท่านก็ไม่ได้บอกว่า องค์กรไหนที่ไม่เห็นด้วยชัดเจน เมื่อสักครู่ผมนั่งฟังอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาชี้แจง บอกว่า ๒ องค์กรที่มาชี้แจงนี่คือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย ทางอธิบดีก็บอกค่อนข้างชัดเจนว่าที่ไม่พร้อมก็คือสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย แต่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยพร้อม แล้วก็มีจดไปแล้ว ๒ ประเทศ คือประเทศสิงคโปร์กับประเทศอินโดนีเซีย ผมฟังค่อนข้างชัดเจน ผมตั้งใจฟังทุกท่านที่ชี้แจงมา เพียงแต่ว่าผมไปมองลักษณะว่าการจดสิทธิบัตรยิ่งเร็ว ๙๐ วันเดิมทีเดียวผมยังติงว่า ช้าด้วยซ้ำไป เป็นขั้นตอนที่ช้า ผมเป็นข้าราชการกระทรวงพาณิชย์เก่าครับ ไม่ใช่ไม่รู้เรื่องนะครับ ผมก็รู้ เพียงแต่ว่าพี่น้องประชาชนเคยท้วงติงว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา ทำไมจดสิทธิบัตรให้เขาช้า หลายคนเสนอเข้ามาผ่านขั้นตอน ๙๐ วัน กว่านั้นอีกจริง ๆ แล้ว สิทธิบัตรอันนี้จริง ๆ หลายประชาชนพี่น้องบ้านผม โดยเฉพาะผ้าครามที่มีชื่อของจังหวัดสกลนคร วันนี้ก็ยังไม่ได้จดสิทธิบัตร หลายเรื่องเอาไปทำกระเป๋าอะไรที่เป็นราคาไม่แพง แต่พี่น้องประชาชน ก็มีอาชีพที่เขาขายได้ เพราะฉะนั้นทำไมต้อง ๒ ปีด้วยผมถาม เพราะกลิ่นที่ว่านี้ไม่มีใคร ทำได้หรอกครับผมรู้อยู่ มันก็เขียนบรรยายว่ากลิ่นโน้นกลิ่นนี้ หลายประเทศจดครับ ในยุโรปผมมีข้อมูลอยู่ ไม่ใช่ไม่จด อย่าคิดว่าทำไม่ได้ประเทศไทยทำไม่ได้ ทำไมจะทำไม่ได้ ถ้าจะทำ ผมฟังอธิบดีชี้แจงผมก็นั่งฟังนานอยู่แล้วว่าทำไมอธิบดีไม่ลุกขึ้นมาชี้แจง ในเมื่อหลายคนก็บอกว่านี่ละมันไม่พร้อม ไม่พร้อม ผมจึงฟังอธิบดีพูดเมื่อกี้นี้ว่าอาจจะเป็น ส่วนหนึ่งของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เขาบอกไม่พร้อม แต่สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทยยังพร้อม แล้วทำไมไม่ถามกลุ่มอื่น ท่านจะบอก ๕ เดือน ๑๐ เดือนก็แล้วแต่ แต่ท่านมาพูดวันนี้กรรมาธิการท่านพูดสวนทางกันอยู่ประจำผมไม่สนใจจุดนั้นนะ แต่ว่า ผมนี้เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน โหวตเลยครับถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการก็ว่าไป ถ้าไม่เห็นด้วย ก็เอามาใช้ ๙๐ วันช้าไปครับจดสิทธิบัตร ผมนี่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนอยู่ในกระทรวงพาณิชย์ ผมก็ข้าราชการเก่าครับ ก็เห็นว่ามันช้าอยู่ ผมติงกรมทรัพย์สินทางปัญญาตลอด เพราะไม่มีบุคลากร ในพื้นที่ต้องใช้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพราะฉะนั้นที่ยื่นเข้ามาไปติดค้างอยู่พาณิชย์ บางอันเป็นเดือนเพื่อเสนอเข้ามาให้ มาค้างอยู่กรมทรัพย์สินทางปัญญาอีกตั้งหลายวัน อีก ๒-๓ เดือนก็มี เพราะฉะนั้นสิทธิอันนี้ประชาชนเสียหาย วันนี้ประเทศไทยจะเข้าสู่อาเซียน ประชาคมอาเซียน เออีซี (AEC) ทำไมไม่คิดให้ยาวกว่านั้นท่านยังมาถอยหลังเข้าคลอง พร้อมไม่พร้อมอยู่ ท่านไปเถียงแทนเขาทำไมภาคเอกชน เถียงแทนทำไมผมถาม ปล่อยนักธุรกิจเขาทำ ใครพร้อมก็มาว่าไปใครไม่พร้อมก็ไม่ต้องทำ ผมดูแล้วกรมทรัพย์สินทางปัญญา บอกว่าวันนี้พร้อมแล้วผมฟังอธิบดีพูด ไม่พร้อมได้อย่างไรท่านช้าไปอยู่ ๙๐ วันช้าไปครับ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิชาญครับสั้น ๆ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ไม่ช้าแล้วครับ เพราะท่านอธิบดีตอบไปแล้วคำถามก็จบนะครับ แล้วก็ไม่ต้องไปสนใจครับ ผมเสนอญัตติครับ ขอให้กลับไปสู่ร่างเดิมครับ ขอผู้รับรองด้วยในมาตรา ๒ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ ผมจำเป็นต้องขอมติตามที่ยื่นญัตตินะครับ เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้อง เข้าห้องประชุมครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

สมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณากลับเข้าห้องประชุม จะขอมติจากที่ประชุมครับ ท่านที่อยู่ นอกห้องประชุมกรุณากลับเข้าห้องประชุมเพื่อขอมติจากที่ประชุมนะครับ กรุณา กดบัตรแสดงตน ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลคะแนนนะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๗๖ ท่านนะครับ

ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการแก้ไข โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการในการแก้ไขกลับไปใช้ร่างเดิม โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เรียบร้อยกรุณาลงคะแนนเสียงครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มลงคะแนน)

ยังมี ท่านใดไม่ได้ลงคะแนน ไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ เรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนน ส่งผลด้วยนะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๓๖ ท่าน เห็นด้วยให้มีการแก้ไข ๖๙ ท่าน ไม่เห็นด้วยในการแก้ไขคือกลับไปใช้ร่างเดิม ๒๖๖ ท่าน งดออกเสียง ๑ ครับ เป็นอันว่า ที่ประชุมไม่เห็นด้วยในการแก้ไขนะครับ

ท่านเลขาธิการเชิญมาตราอื่น

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘ มีการแก้ไข มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๔ มีการแก้ไข มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๓๙ ไม่มีการแก้ไข อัตราค่าธรรมเนียม ไม่มีการแก้ไข

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้วนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุป อีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคำหรือไม่

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ถ้าไม่มี ถือว่าจบการพิจารณาวาระที่สอง ต่อไปจะถามมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัตินี้ในวาระที่สามหรือไม่ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนน

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ลงคะแนนเชิญใช้สิทธิครับ เรียบร้อย ปิดการลงคะแนน ส่งผลด้วยครับ จำนวน ผู้เข้าประชุม ๓๓๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๖ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัตินี้ ๓๑๑ ท่าน

ต่อไปจะถามที่ประชุมจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ยังมีท่านใดไม่ได้ใช้สิทธิบ้างครับ เรียบร้อยแล้วส่งผลคะแนนด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๒๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุม เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ

ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ

ต่อไปเป็นร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้ว

ขอเชิญคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขึ้นประจำที่ด้วยครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

การพิจารณาในวาระที่สองนี้จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับมาตรา และให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำ หรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติ ที่มีการสงวนคำแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้เว้นแต่ที่ประชุม จะมีมติเป็นอย่างอื่น พร้อมแล้วเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๑ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ได้รับมอบหมายจากท่าน พลเอก วัฒนา สรรพานิช ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอนำเสนอ ผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วยความเคารพ ดังมีรายละเอียดดังนี้นะครับ

ตามที่สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญทั่วไป) เมื่อวันพุธที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๕ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณากำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน ขอกราบเรียนว่า คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมพิจารณารวมทั้งสิ้น ๓ ครั้ง โดยได้รับข้อมูลโดยรวมของ ระบบการศึกษาของกระทรวงกลาโหม

เหตุผลและความจำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จากผู้แทนของ กระทรวงกลาโหม รวมทั้งข้อมูลจากส่วนราชการต่าง ๆ ที่คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้มา ชี้แจง แสดงความคิดเห็น ตลอดจนคณะกรรมาธิการได้รับฟังความคิดเห็นจากกรรมาธิการ ทุกท่านที่ได้ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ซึ่งรายละเอียดปรากฏตามรายงาน ของคณะกรรมาธิการ

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรดให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาพิจารณาต่อไปครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ และมาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบการพิจารณาเรียงตามมาตราแล้ว ต่อไปจะพิจารณาทั้งร่างอีกครั้งหนึ่งครับตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ จะมีสมาชิกท่านใดขอแก้ไขถ้อยคำหรือไม่

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สอง

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวาระที่สามหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมอีกครั้งครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณากลับเข้าห้องประชุมอีกครั้งนะครับ เพื่อจะขอมติ จากที่ประชุมครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยแล้ว ส่งผลคะแนนให้ผมด้วย ผู้เข้าประชุม ๒๗๕ ท่าน

ต่อไปเชิญใช้สิทธิในการลงคะแนนเสียงนะครับ ผู้ใดเห็นชอบกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ยังมี ท่านใดไม่ได้ใช้สิทธิบ้างครับ เชิญลงคะแนนนะครับ เรียบร้อยแล้วนะครับ ถ้าเรียบร้อย ส่งผลคะแนนให้ผมด้วยนะครับ ผู้เข้าประชุม ๓๒๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มี เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ๓๑๗ เสียง

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ เชิญใช้สิทธิลงคะแนนนะครับ ยังมีท่านใดไม่ได้ใช้สิทธิบ้างครับ ถ้าเรียบร้อยส่งผลคะแนน ด้วยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีผู้เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๓๑๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ

ขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการครับ

ต่อไปเป็นร่างพระราชบัญญัติเหรียญพิทักษ์เสรีชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการขึ้นประจำที่ด้วยครับ ขอเชิญครับ เชิญกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเหรียญพิทักษ์เสรีชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เชิญประจำที่ครับ มีเท่านี้หรือครับ ท่านเลขาธิการตามนี้ เชิญกรรมาธิการขึ้นประจำหน้าที่ด้วยครับ ท่านกรรมาธิการที่อยู่ข้างล่างเชิญขึ้นทำหน้าที่ ด้วยครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
พลเอก กสิณ ทองโกมล ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน กระผม พลเอก กสิณ ทองโกมล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเหรียญพิทักษ์เสรีชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สภาผู้แทนราษฎร ขอกราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อโปรดทราบ ดังนี้ ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญทั่วไป) เมื่อวันพุธที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติเหรียญพิทักษ์เสรีชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น คณะหนึ่งเพื่อพิจารณากำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น ขอกราบเรียนว่าเนื่องจากปัจจุบันได้มีพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติป้องกัน การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พุทธศักราช ๒๔๙๕ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ เป็นต้นมา เป็นผลทำให้ไม่สามารถขอพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชนได้อีกต่อไป สมควรแก้ไข เพิ่มเติมวัตถุประสงค์ในการขอพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน เพื่อให้ครอบคลุมถึง ผู้ที่ทางราชการมีคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การปฏิบัติการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ ในต่างประเทศ หรือปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ อันเป็นการสนับสนุนการรักษาความมั่นคง ของประเทศ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลของบุคคลดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นนั้นได้มีการประชุม พิจารณารวมทั้งสิ้น ๔ ครั้ง ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นจากกรรมาธิการทุกท่านที่ให้ข้อมูล อันเป็นประโยชน์ ซึ่งรายละเอียดปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการ บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมา เพื่อได้โปรดนำเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการครับ

นายธงชัย ดุลยสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติเหรียญพิทักษ์เสรีชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบการพิจารณา เรียงตามลำดับมาตราแล้วนะครับ ต่อไปพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคำหรือไม่

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สอง ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับ ร่างพระราชบัญญัติทั้งฉบับในวาระที่สามหรือไม่ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม กลับเข้าห้องประชุมจะขอมติจากที่ประชุมครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ ท่านที่มาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลคะแนนด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๗๙ ท่านนะครับ

ผมจะขอให้ท่านสมาชิกใช้สิทธิในการออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบกับ กรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิกรุณาเสียบบัตรและใช้สิทธิแสดงตนด้วยนะครับ ถ้าเรียบร้อยส่งผลเลยนะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๒๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นชอบกับคณะกรรมาธิการตามนี้ ขอบคุณคณะกรรมาธิการครับ

ท่านสมาชิกครับ วันนี้พอสมควรแล้วครับ ผมขอปิดการประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๕๖ นาฬิกา