สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๕

ปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา หารือเรื่องร่างกฎหมายที่เพิ่มประเภทเครื่องหมายการค้า เช่น กลิ่น เสียง รส สัมผัส และโฮโลแกรม และชี้แจงว่าการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยไม่จำเป็นต้องส่งกลิ่นหรือเสียงมาให้ดม แต่สามารถพรรณาเพียงอย่างเดียวได้ และเน้นย้ำว่าประเทศไทยได้ทำหนังสือไปถึง กกร. เพื่อวางแผนการประชาสัมพันธ์ และอ้างถึงประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนที่มีการเตรียมการที่จะมีเครื่องหมายกลิ่นและเสียงเช่นกัน

นางปัจฉิมา ธนสันติ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ขออนุญาตกราบเรียนว่าในการที่นำเสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้ ภายใต้กฎหมายฉบับนี้เองมีอยู่ด้วยกัน ๓ ส่วน ส่วนแรก ก็คือการเพิ่ม ประเภทของตัวเครื่องหมายการค้า ส่วนที่ ๒ ก็คือเป็นการลดขั้นตอนการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้า ส่วนที่ ๓ คือเรื่องอัตราค่าธรรมเนียม สำหรับในเรื่องของเครื่องหมาย ที่มีการเพิ่มประเภทขึ้นมาต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าในส่วนของตัวเครื่องหมายการค้า ณ วันนี้ในโลกนี้ได้มีในเรื่องประเภทของเครื่องหมายการค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน กฎหมายไทยมีเพียงเครื่องหมายที่เป็นรูป ที่เป็นคำ ที่เป็นกลุ่มของสี ที่เป็นรูปร่าง รูปทรง แต่ว่า ในโลกนี้เองได้มีเครื่องหมายการค้าเพิ่มขึ้นเป็นเครื่องหมายกลิ่น เครื่องหมายเสียง เครื่องหมายรส เครื่องหมายสัมผัส เครื่องหมายที่เป็นโฮโลแกรม (Hologram) และเครื่องหมายที่เป็น ภาพเคลื่อนไหวได้ กรมได้พิจารณาถึงตรงนี้แล้วว่าสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการค้า ของไทยคือเครื่องหมายกลิ่นและเครื่องหมายเสียง จึงได้มีการนำเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ขึ้นมา ขอเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้เองไม่ได้เป็นการบังคับให้ผู้ประกอบการภาคเอกชน จะต้องมามีการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า แต่เป็นการเปิดโอกาสหรือช่องทาง อีกช่องทางหนึ่งให้แก่ผู้ประกอบการในการที่จะยื่นคำขอหรือว่าใช้เครื่องหมายการค้า เป็นเครื่องมือทางการตลาด โดยที่มีลักษณะของเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะแปลกใหม่ และแตกต่างไปจากเดิม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางในการแข่งขันทางการค้าเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ในประการที่ ๒ กรมมองเห็นถึงว่าการปกป้องคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน ทางปัญญาเป็นเรื่องที่สำคัญ ประเทศไทย ในเมื่อคนในประเทศไทย ผู้ประกอบการค้า ในประเทศไทยยังไม่ได้มีการยื่นขอจดทะเบียน ยังไม่มีการคุ้มครองสิทธิในประเทศ เพราะฉะนั้นการที่จะข้ามประเทศอื่น ๆ ขึ้นไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบนี้ แบบเดียวกันเช่นกลิ่นและเสียงในประเทศอื่นก็ยังทำไม่ได้

อีกประการหนึ่งที่ประกอบในส่วนนี้ก็คือภายใต้กฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๓ ถึงมาตรา ๒๗๕ ได้ให้สิทธิแก่ผู้ที่เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าต่างประเทศที่ได้จดทะเบียน เอาไว้แล้วในต่างประเทศนั่นเอง สามารถจะขอรับความคุ้มครองสิทธิก็คือมาปกป้องสิทธิ ตัวเองในประเทศไทยได้ ยกตัวอย่างเช่น แม้ว่าเครื่องหมายการค้ากลิ่นนี่เองเมืองไทย ยังไม่มีจดทะเบียนแต่เขาจดที่สหรัฐอเมริกา อย่างเช่นเครื่องหมายที่ท่านสักครู่ได้กล่าว เมื่อสักครู่นี้ ต้องเรียนว่านั่นคือส่วนที่จะบอกว่าเขาก็สามารถที่จะมาใช้สิทธิในการที่บังคับ ใช้สิทธิคือฟ้องร้อง ปราบปรามการละเมิดในบ้านเราได้เช่นกัน

ในอีกส่วนหนึ่งขออนุญาตกราบเรียนว่า ในภายใต้ตัวกฎหมายเครื่องหมายการค้า นี่เองที่ถามว่าทำไมถึง ๙๐ วันที่ท่าน ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนาม คือท่าน ส.ส. วิชาญ ได้พูดสักครู่นี้ เหตุที่กรมเสนอว่าเป็น ๙๐ วันเพราะกรมมีความพร้อมที่จะดำเนินการ ดิฉันยืนยันอย่างนี้ในที่การประชุมของคณะกรรมาธิการด้วยว่ากรมมีความพร้อม เพราะเรื่องนี้ เราไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ เรามีการศึกษากันมา เตรียมเรื่องกันมา ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ เราทำตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ จนถึงปัจจุบันมาโดยลำดับ แต่ในเมื่อขณะที่ได้มีการประชุมกันได้มีการสอบถามไปยัง ผู้ประกอบการก็คือไปที่สภาหอการค้า สภาหอการค้าตอบมาว่าขณะนั้นเองได้มีการส่งจดหมาย ไปถึง ๒ แห่ง คือสภาหอการค้ากับสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าตอบมาว่ายังไม่พร้อม ที่จะให้มี เห็นว่าเรื่องกลิ่นเป็นเรื่องใหม่ แล้วยังบอกอีกด้วยซ้ำว่ายังไม่พร้อมในส่วนตรงนี้ น่าจะชะลอเอาไว้ก่อน ใช้คำนี้ด้วยซ้ำไป ในส่วนของสภาอุตสาหกรรมได้ตอบมาว่า สภาอุตสาหกรรมพร้อมที่จะให้มีเครื่องหมายกลิ่นได้ไม่ขัดข้องใด ๆ ตามกฎหมายที่เสนอไป เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เองเมื่อมีความเห็นที่แตกต่างกัน ๒ ฝ่าย กรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็เลยเข้าไปชี้แจงให้กับ กกร. ฟัง หลังจากนั้น กกร. ก็ได้เข้ามาประชุมร่วมกัน แล้วก็ได้บอกว่า ในส่วนนี้เอง ในส่วนของ กกร. อยากจะขอให้ในเรื่องของเครื่องหมายกลิ่นนี่เองเรียกว่า ยังมีความไม่พร้อมขอใช้เวลา ๒ ปี นี่คือในส่วนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาขออนุญาต กราบเรียนว่านี่คือในขั้นตอนของการที่ปฏิบัติกันในที่ประชุมในส่วนของคณะกรรมาธิการ ที่ได้มีการดำเนินการ

ในประการสุดท้าย ดิฉันอยากจะเรียนว่าการจดทะเบียนเครื่องหมายกลิ่น ไม่ว่าประเทศไหนใช้วิธีพรรณาทั้งสิ้น ไม่มีใครต้องส่งกลิ่นมาให้ดม เพราะกลิ่นมันอยู่ไป กลิ่นมันก็หาย ไม่มีใครเก็บกลิ่นเอาไว้ ดิฉันก็เลยถามผู้เชี่ยวชาญฝรั่งว่าทำไมถึงเป็นแค่นี้ บอกว่า ทั่วโลกใช้แนวเดียวกัน มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก คือใช้คำบรรยายทั้งสิ้น ดิฉันกราบเรียนท่าน หลังจากที่ได้มีการประชุมในเดือนตุลาคมแล้วผลของการประชุมออกมาแล้วไม่ได้มีการโหวตกัน แต่ว่าเราได้มีการคุยกันแล้วก็ผลออกมา ในส่วนนี้เองขออนุญาตเรียนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ได้ทำหนังสือไปถึง กกร. ว่าเราจะมาร่วมกันวางแผนในการประชาสัมพันธ์อย่างใด ถ้านับจากเดือนตุลาคมมาถึงปัจจุบัน ดิฉันก็เรียกว่าเกือบ ๓ เดือนแล้ว กกร. เพิ่งตอบเรามาว่า เราจะคุยกันในวันที่ ๗ มกราคมเพื่อวางแผนของการประชาสัมพันธ์ ในอาเซียนเองประเทศ ที่จดทะเบียนในเรื่องของเครื่องหมายการค้ากลิ่นและเสียงเริ่มที่สิงคโปร์ ดิฉันเป็นประธาน คณะทำงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียน ขออนุญาตเรียนว่ามาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ก็มีการเตรียมการที่จะมีเครื่องหมายกลิ่นและเสียงเช่นกัน ดิฉันเรียนตรงนี้แล้วกันว่านี่คือในส่วนของดิฉันขอนำเรียนในฐานะเป็นเรื่องข้อเท็จจริง ขออนุญาตค่ะ ขอกราบเรียนชี้แจงเนื่องจากว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ถูกกระทบหลายด้าน ขอบพระคุณค่ะ