สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๕

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ แปรญัตติเรื่องการเปลี่ยนคำว่า "สงเคราะห์" เป็น "ส่งเสริมสวัสดิการ" ในร่างรายงาน และยังขอให้เปลี่ยนมาตรา 4 ที่มีประเด็นหลักการที่สำคัญ โดยขอหารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติ โดยเสนอให้ครอบคลุมผู้ที่เคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และไม่เลือกปฏิบัติ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ คือในประเด็นที่ผมขอแปรญัตติแล้วก็สงวนความเห็นไว้เรื่องของคำว่า สงเคราะห์ แล้วผม ก็ขอให้เปลี่ยนเป็น ส่งเสริมสวัสดิการ นั้น เนื่องจากว่าทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ไป พิจารณาเปลี่ยนจากคำว่า สงเคราะห์ มาเป็น เพื่อ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ผมต้องการคือ ส่งเสริมสวัสดิการนั่นละครับ เป็นในทิศทางเดียวกัน เพราะฉะนั้นคำแปรญัตติในประเด็นนี้ ซึ่งปรากฏอยู่หลายแห่งในร่างรายงานฉบับนี้ ก็เป็นที่เข้าใจว่าผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ให้เปลี่ยนคำว่า สงเคราะห์ เป็น เพื่อ ผมก็ไม่ติดใจคำว่าส่งเสริมสวัสดิการ แต่ทีนี้ในมาตรา ๔ มีประเด็นที่ผมคิดว่าเป็นประเด็นหลักการที่เป็นหัวใจที่ผมได้เรียนกับท่านประธานแล้วว่า มีเพียง ๒ ประเด็นเท่านั้น

ประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องการที่ผมอยากให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เมื่อมีผลบังคับใช้แล้วต้องการให้ครอบคลุมกับผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาอย่างทั่วถึง โดยไม่เลือกปฏิบัติ เนื่องจากว่าในมาตรา ๔ เป็นเรื่องของคำนิยาม มีคำนิยามเดียวที่ผม ยังเป็นกังวลอยู่ก็คือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ทั้งในร่างเดิมและร่างที่ผ่านความเห็นชอบ ของคณะกรรมาธิการ ซึ่งไม่มีการแก้ไขเลยบอกว่าหมายความว่าผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น ผมได้ขอเพิ่มเติมเข้าไปว่าผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา หมายความว่าผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือผู้เคยเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประเด็นนี้ผมกราบเรียนกับท่านประธานด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า อาจจะมีการตีความไปในแง่ลบได้ว่าการไปสนับสนุนให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มามีส่วนได้รับผลประโยชน์จากหรือได้รับสิทธิประโยชน์จากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยนั้น เป็นการไม่สนับสนุนประชาธิปไตย ซึ่งไม่ได้มีประเด็นนี้อยู่ในความคิดของกระผม ต้องกราบเรียน กับท่านประธานด้วยความเคารพว่า เราต้องยอมรับว่าในบางช่วงเวลาที่ผ่านมาเรามี สถานการณ์ของบ้านเมืองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และมีกลุ่มบุคคลคณะหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่ สมาชิกรัฐสภา มีหน้าที่ในการออกกฎหมาย มีหน้าที่ในการปรับปรุงกฎหมาย มีหน้าที่ ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งมีบทบาทในการแต่งตั้งถอดถอนบุคคล ตามอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายสูงสุดของประเทศที่กำหนดไว้ในขณะนั้น คนเหล่านั้นก็คือ คนที่ปฏิบัติหน้าที่สมาชิกรัฐสภา และคนเหล่านั้นก็สมควรที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่สมควรที่จะถูกรังเกียจเดียดฉันท์ว่าเขาไม่ใช่อดีตหรือคนที่เคยเป็น สมาชิกรัฐสภา ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเอาเป็นว่า หลังจากที่บ้านเมืองเราเข้าสู่ประชาธิปไตยที่เข้ารูปเข้ารอยขึ้น หลังจากเหตุการณ์วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เราก็มีคณะบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้นมาแล้ว สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อปี ๒๕๑๕-๒๕๑๖ ต่อเนื่องถึงก่อนการเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๑๘ ก็มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานประชาธิปไตย พัฒนามาจากสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ ขึ้นมาเลือกกันเองเหลือ ๒๙๙ คนเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีบทบาทสำคัญ ในการวางรากฐานก็คือวางรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ที่สุดของประเทศฉบับหนึ่ง และเราก็ยึดถือมาว่านั่นก็คือช่วงเวลาที่มีความสำคัญแล้วก็ เปิดโลกใหม่แห่งประชาธิปไตยให้กับประเทศไทย คนเหล่านั้นมีบทบาทสำคัญ และคนเหล่านั้น ก็ยังมีชีวิตอยู่ สมควรที่จะได้รับการดูแลเป็นต้นมา นอกจากนั้นในหลายช่วงเวลาหลังจาก ปี ๒๕๑๖ ปี ๒๕๑๘ ปี ๒๕๒๐-๒๕๒๒ ก็มีคนอีกจำนวนหนึ่งช่วงหนึ่งที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ช่วงปี ๒๕๓๔-๒๕๓๕ ก็มีอีก ๒๐๐ กว่าคน และในช่วงหลัง การรัฐประหารปี ๒๕๔๙ มาจนถึงปี ๒๕๕๑ เราก็มีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้นมาอีก ช่วงเวลาหนึ่งอีกจำนวนหนึ่ง คนเหล่านี้รวมแล้วประมาณ ๑,๕๐๐ คน แต่ไม่ทราบว่า ยังมีชีวิตอยู่จำนวนเท่าไร แต่คนเหล่านั้นก็คือบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ทำหน้าที่เหมือนกับพวกเราที่ทำหน้าที่อยู่ ณ เวลานี้ เพียงแต่ที่มา เพียงแต่อำนาจ ตามกฎหมายสูงสุดของประเทศในเวลานั้นบัญญัติ ไว้แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นผมถึงเห็นว่าเพื่อให้เกิดความครอบคลุมทั่วถึงแล้วก็ไม่เลือกปฏิบัติ โดยดูถึงบทบาทหน้าที่การทำหน้าที่ของคนเหล่านี้ในอดีตมาเป็นตัวกำหนด จึงเห็นว่า ในมาตรา ๔ นี้เราควรที่จะบัญญัติให้ผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภานั้นได้ครอบคลุมไปถึงผู้ที่ เคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วยและคนเหล่านั้นในปัจจุบันนี้จำนวนมาก ก็กลับมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในบางช่วงเวลาแล้วก็เป็นฝ่ายบริหารทำหน้าที่บริหาร บ้านเมืองในบางช่วงเวลาด้วย เพราะฉะนั้นจึงเห็นสมควรว่าควรจะให้กฎหมายฉบับนี้ ครอบคลุมไปถึงบุคคลเหล่านั้นด้วย กราบเรียนท่านประธานมาด้วยความเคารพครับ