เกียรติ สิทธีอมร หารือเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับกลิ่นและเสียง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมของภาคเอกชนและกรมในการจัดทำข้อมูลและกระบวนการขึ้นทะเบียนให้ชัดเจนและเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อป้องกันความไม่ชัดเจนที่อาจทำให้ภาคเอกชนไทยไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อม 2 ปีก่อนที่จะทำให้ประเทศไทยสายเกินไปในการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการครับ ในเรื่องกลิ่นและเสียงเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย แน่นอนครับไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ สำหรับบางประเทศ แต่ถ้าดูสมาชิกขององค์การการค้าโลกแล้วก็ยังถือว่ายังมีสมาชิกองค์การ การค้าโลกเพียงไม่กี่ประเทศที่มีการเริ่มให้มีการจดเรื่องกลิ่นและเสียง เรื่องนี้เราก็มีความเป็น กังวลอย่างมาก แล้วก็พยายามพิจารณาอย่างถี่ถ้วนโดยให้มีการรับฟังความเห็นจาก ภาคเอกชนเอง ซึ่งเป็นผู้ที่จะได้ทั้งผลประโยชน์และผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมาย ฉบับนี้ โดยให้มีการจดทะเบียนเรื่องกลิ่นและเสียงเพิ่มเติมขึ้นเมื่อเทียบกับกฎหมายฉบับก่อน พวกเราเองก็พยายามติดตามดูว่าในประเทศต่าง ๆ ที่มีการจดทะเบียนเรื่องกลิ่นและเสียง มันมีปัญหาบ้างหรือไม่ และมีการดำเนินการด้วยความละเอียดถี่ถ้วนอย่างไรบ้าง ในส่วนของ เสียงนั้นเองก็ต้องเรียนท่านประธานว่าข้อเป็นห่วงมักจะมีน้อยกว่าในเรื่องกลิ่น เพราะว่า ในเรื่องเสียงมันมีเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่สามารถเข้ามาช่วยในการที่จะให้การขึ้นทะเบียนของ บริษัทที่มีความประสงค์สามารถมีเกณฑ์วัดที่ค่อนข้างจะมีความชัดเจน ในเรื่องเสียงเอง จริง ๆ ตอนแรกภาคเอกชนก็มีความเป็นห่วง แต่พอมีการได้พูดคุยกันชี้แจงกันเขาก็คลาย ความกังวลไปพอสมควร แล้วในที่สุดเรื่องเสียงก็ไม่เป็นประเด็นอีกต่อไป
ส่วนของเรื่องกลิ่นเราก็ตั้งคำถามกันว่ากระบวนการในการขึ้นทะเบียน เป็นเครื่องหมายการค้านั้น จริง ๆ ในทางปฏิบัติทำอย่างไร มีเทคโนโลยีมารองรับหรือไม่ ก็ฟังความชัดเจนว่าวัตถุประสงค์ของกรมเองตอนนี้ก็จะใช้วิธีการเขียนคำบรรยาย ในการเขียนคำบรรยายนั่นเองก็เป็นการที่สร้างความเป็นกังวลอย่างมากเลยกับภาคเอกชนว่า พอเขียนเป็นคำบรรยายแล้วจะมีความชัดเจนและมีการปกป้องสิทธิของเขาได้มากน้อย หรือไม่ แล้วก็จะมีการขึ้นทะเบียนซ้ำซ้อนกันได้หรือไม่และมีการท้วงติงในสิทธินั้น ๆ ได้หรือไม่ พวกเราเองก็พยายามไปติดตามดูว่าในประเทศอื่นทำอย่างไรบ้าง โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะใช้วิธี เขียนคำบรรยาย คำพรรณนาเหมือนกัน ทีนี้พอกระบวนการในการขึ้นทะเบียนเป็นลักษณะนี้ ภาคเอกชนเองก็ยังมีความเป็นกังวลอย่างมาก ตอนแรกเองท่าทีของเขาก็คือบอกว่า อย่าขอให้ตัดเรื่องกลิ่นออกไปเสียก่อน เพราะความไม่ชัดเจน ทำไมเขาถึงกังวลครับ ก็เรียนเพื่อนสมาชิก เรียนท่านประธานด้วยนะครับว่ามันมีคดีความในสหภาพยุโรปที่เกิดขึ้น จากการที่เขามีกฎหมายรองรับเรื่องกลิ่นและมีการไปขอจดทะเบียน แต่มีการพูดง่าย ๆ ว่า จะมีการร้องเรียนกันไปถึงชั้นศาล แล้วในที่สุดศาลเองเนื่องจากความไม่ชัดเจนของ การจดทะเบียนก็ไม่อนุญาตให้มีการจดทะเบียนในครั้งนั้น ซึ่งก็หลังจากที่มีคำพิพากษา ของศาลในครั้งนั้นก็เป็นเหตุให้หลายประเทศในสหภาพยุโรปที่มีกฎหมายฉบับนี้ ไม่มีการขึ้นทะเบียนอีกเลยเพราะความไม่ชัดเจน ทีนี้ข้อเป็นห่วงของเราในฐานะกรรมาธิการ คืออะไรครับ ถ้าเราเองภาคเอกชนไทยยังไม่มีความพร้อม ยังไม่มีความเข้าใจเพียงพอ ทางกรมเองยังไม่สามารถเตรียมความพร้อมได้ทันในบางกรณีทั้งบุคลากร งบประมาณ เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ แล้ว และถ้ามีการเปิดให้รับจดทะเบียนแล้วทางฝ่ายบริษัท ในต่างประเทศหันมาขึ้นทะเบียนก่อนก็อาจจะเป็นอุปสรรคต่อบริษัทไทยในการที่จะไป ขึ้นทะเบียน อันนั้นเป็นประเด็นข้อที่เป็นห่วงอย่างมากของบริษัทต่าง ๆ จากภาคเอกชน ซึ่งเรามีการพูดคุยกันยาวนานมากเรื่องนี้ท่านประธานครับ เพราะเราต้องการทำให้มันมี ความละเอียดถี่ถ้วน แล้วก็เป็นที่ยอมรับของผู้ที่จะได้ประโยชน์ และอาจจะได้รับผลกระทบ จากกฎหมายฉบับนี้ แล้วเราก็มองว่าถ้าเกิดให้มีเวลา ๒ ปี ก็จะเป็นเวลาเพียงพอที่จะให้ ทางกรมเองกับภาคเอกชนเองสามารถเตรียมความพร้อมโดยพูดง่าย ๆ เอกชนส่วนใหญ่ ยังไม่เข้าใจว่าจะใช้สิทธิตรงนี้ได้อย่างไร หรือปกป้องสิทธิตัวเองจากการจดทะเบียนตรงนี้ ได้อย่างไร ถ้าเป็นอย่างนั้นถามว่าประเทศไทยจะสายเกินไปไหม เมื่อสักครู่สมาชิกท่านหนึ่ง บอกว่าถ้าเรารอ ๒ ปีเราจะเสียประโยชน์ ไม่เสียครับ เพราะว่าต่างชาติก็ขึ้นไม่ได้ครับ ถ้ากฎหมายเรายังไม่บังคับใช้ แต่จะเสียก็เมื่อต่างชาติสามารถขึ้นได้ก่อนคนไทย ทีนี้เรามี ๒ ปีเพื่อรอให้ภาคเอกชนไทยสามารถเตรียมความพร้อมควบคู่ไปกับการดำเนิน กิจกรรมของกรมเพื่อสร้างความเข้าใจในกฎหมายฉบับนี้ให้กับภาคเอกชน ก็เป็นข้อยุติ ที่จริง ๆ แล้วในกรรมาธิการเองมีเสียงเป็นเอกฉันท์ไม่มีใครสงวน ก็แปลกใจนิดหนึ่งว่าทำไม กรรมาธิการสามารถบอกว่าอยากกลับไปร่างเดิมได้ เพราะว่ากรรมาธิการพิจารณาร่วมกัน แล้วก็เป็นเอกฉันท์นะครับ ไม่มีใครสงวนความเห็น ท่านประธานครับ ก็อยากจะชี้แจงว่า ในส่วนที่ท่านเป็นกังวล พวกเราเป็นกังวลทุกเรื่องครับ แล้วก็มีการพูดคุยอย่างถี่ถ้วนมาก แล้วก็เป็นข้อยุติที่เอกชนเองก็รับได้ในส่วนของกลิ่น ส่วนของเสียงเราก็พร้อมที่จะสามารถ ให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ได้ทันที กราบเรียนท่านประธานครับ