รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
วาระหารือนะครับ เชิญท่านสัมพันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากในกลุ่มเยาวชนว่าเดี๋ยวนี้ศูนย์ออกกำลังกาย หรือว่าสนามกีฬาเพื่อสุขภาพต่าง ๆ นั้นมีมากในแต่ละพื้นที่ แต่ว่าปัญหาที่เกิดคือ กลุ่มเยาวชนนั้นอยากจะได้ไฟฟ้าในการที่จะติดตั้งในสนามกีฬา มีหลายสนามที่อยู่ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ราชการหรือที่สาธารณะ ถ้าเป็นสถานที่ราชการบางทีสถานที่ราชการเขาก็ไม่สามารถ ที่จะมีไฟฟ้าให้ได้เพราะว่างบประมาณค่ากระแสไฟฟ้านั้นก็ไม่เพียงพอ ก็อยากร้องขอไป สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้จัดสรรดูแลในเรื่องการใช้ไฟฟ้าฟรีเกี่ยวกับเรื่องสนามกีฬาหลายแห่ง เพื่อเยาวชนครับ ตัวอย่างเช่นที่หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ก็มีสนามกีฬาไม่ว่าจะเป็นสนามบาสเกตบอล สนามฟุตซอล หรือสนามกีฬาอื่น ๆ แล้วเยาวชนก็ไปเล่นกันเยอะครับ เพื่อเป็นการต่อต้านยาเสพติดแล้วก็เพื่อการที่ให้เยาวชน ในแต่ละตำบลมาเล่นร่วมกันแล้วเกิดความรักสามัคคีในหมู่คณะ ก็ฝากไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้จัดให้มีการใช้กระแสไฟฟ้าสาธารณะตรงนี้ฟรี กับสนามกีฬาต่าง ๆ แล้วก็อย่างที่ผมได้กล่าวมาว่าที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอกงไกรลาศ ตอนนี้มีสนามกีฬาสาธารณะอยู่ ก็อยากจะให้หน่วยงานการไฟฟ้านั้นเข้าไปดูแลให้ครับ ต้องขอบคุณต่อท่านประธานนะครับ
ท่านเกียรติ์อุดมครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ใคร่ขอหารือท่านประธานด้วยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่นะครับ เรื่องถนนได้รับความลำบากมากจากถนนแยกทางหลวงแผ่นดิน จากแยกเทศบาลตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองหานผ่านไปยังอำเภอไชยวาน แล้วก็ถนนตรงนี้ ผ่านตำบลคำเลาะ อำเภอไชยวานไปยังอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เป็นถนนเชื่อมไปถึง บ้านท่าศาลา ถนนตรงนี้จะลำบากมาก ผมเคยหารือกับท่านประธานตั้งแต่สมัยที่แล้วนะครับ ตั้งแต่สมัยท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ยังอยู่ในเขตพื้นที่นั้นก็ยังได้หารือท่าน เพราะว่า เป็นถนนเชื่อมระหว่างจังหวัดกับจังหวัด ถึงแม้ว่าจะเป็นถนนเชื่อมระหว่างอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนครไปยังอำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี ถนนตรงนี้ลำบากมากครับ ท่านประธาน
ประเด็นที่ ๒ เรื่องน้ำบาดาลในโรงเรียน ถึงแม้ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะสั่งการให้หน่วยเจาะบาดาลไปยังโรงเรียนแล้ว แต่ยังไม่พอนะครับ ผมจะยกตัวอย่างโรงเรียนบ้านหัวนกยาง ตำบลหนองหลัก อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี เพราะว่าพี่น้องชาวตำบลหนองหลักนั้นสิ่งที่ต้องการก็คือน้ำ ปัจจัยที่ ๑ ปัจจัยที่ ๒ ก็คือเรื่องถนน ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ช่วยสั่งการให้สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต ๑๐ ช่วยไปเจาะน้ำบาดาลให้กับโรงเรียนบ้านหัวนกยาง ตำบลหนองหลัก อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี ให้ด้วยนะครับ จะขอบคุณครับ
ท่านสุทธิครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒๓ พรรคประชาธิปัตย์ เขตพระโขนง เขตบางนา คือเรื่องมีอยู่ว่าที่โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต ก็ได้มีการขยายโรงเรียนไป ๔ ไร่ เมื่อสมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะเดียวกันก็มีถนนผ่าอยู่ตรงกลาง ขณะนี้ก็ได้ย้ายถนนสาธารณะออกไปสู่ด้านข้าง ก็มาเป็นเวลาปีเศษ ๆ แล้ว ผลปรากฏว่าการไฟฟ้านครหลวงเขตบางกะปิแทนที่จะ ไปย้ายเสาไฟก็ไม่ไปย้ายสักที ทำให้การพัฒนาเกิดปัญหาครับ เวลาเรื่องของภาคเอกชน การไฟฟ้านครหลวงเขตบางกะปิก็ไปแก้ไข ไปปรับปรุง ไปพัฒนา แต่เรื่องของหลวง ของ สพฐ. กลับเป็นปัญหา ก็ต้องรบกวนท่านประธานครับว่าเรื่องนี้ช่วยดำเนินการแก้ไข เยียวยาให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของกรุงเทพมหานคร ขณะนี้เป็นข่าวค่อนข้างที่จะครึกโครม เรื่องมีประชาชนไปแกล้งข้าราชการ สนน. ที่เอาถุงกระสอบทรายไปใส่ในท่อระบายน้ำ อันนั้นคือประเด็นที่ ๑ ครับ พอเสร็จหลังจากนั้นมาก็มีกลุ่มไม่ทราบว่าอ่อนประสบการณ์ หรือเป็นปัญหาอะไรร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย ไปแก้เกี้ยวหรือเปล่าไม่ทราบ บอกว่าไปพบถุงกระสอบทรายในท่อระบายน้ำ ซึ่งอันนั้นก็ต้องเข้าใจว่ามันเกิดจากอะไร ในขณะที่เราจะต้องเอาน้ำออกก็ต้องปิดกั้นน้ำเพื่อไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับมาตรงนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมพื้นที่ต่าง ๆ ก็อยากให้ทำความเข้าใจกันครับท่าน อย่าได้ทำการเมืองหรือแกล้งกันเลยครับ ก็ฝากท่านประธานช่วยตักเตือนช่วยดูแลในเรื่องนี้ ด้วยครับ
ท่านพงศ์พันธ์ครับ ท่านวรชัย เหมะ ครับ ท่านอรรถกร เชิญท่านพงศ์พันธ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอหารือ เรื่องความเดือดร้อนของชาวนา ท่านประธานครับ วันนี้ชาวนาเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ ในการรับจำนำข้าวต่อไป เพราะชาวนาคือกระดูกสันหลังของประเทศ ความทุกข์ยากของชาวนา คือความทุกข์ของแผ่นดิน ชาวนาถูกเอารัดเอาเปรียบมาตลอดทั้งปีทั้งชาติครับ ชาวนาไปซื้อปุ๋ย พ่อค้าคนกลางเป็นผู้กำหนดราคา ชาวนาได้ข้าวเอาไปขายโรงสีพ่อค้าก็เป็นผู้กำหนดราคา ทั้งซื้อทั้งขาย ทั้งซื้อปุ๋ยและขายข้าวถูก พ่อค้าเป็นผู้กำหนดราคาทุกอย่างครับ ทั้งชีวิตครับ ทั้งซื้อทั้งขายคนอื่นกำหนดราคาให้แล้วชาวนาจะมีชีวิตที่ดีได้อย่างไร ชาวนาถูกเอารัดเอาเปรียบ มาชั่วชีวิต ชั่วนาตาปี เพราะฉะนั้นวันนี้ที่สำคัญที่ชาวนายากจนเพราะถูกพ่อค้าเป็นผู้กำหนด ทั้งซื้อทั้งขายขูดรีดชาวนามาตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นชาวนาต้องการให้รัฐบาลนี้เข้าไปแทรกแซง กลไกของการตลาดในการรับซื้อข้าว โดยการที่รัฐบาลต้องรับจำนำเพื่อทำให้ชาวนา ลืมตาอ้าปากได้ รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้พ่อค้าคนกลางมากำหนดราคาเหมือนที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นหนี้สินของชาวนาในวันนี้จะหมดไปแน่นอนถ้ารัฐบาลเป็นตัวกำหนดกลไก ของตลาดในการรับซื้อข้าว ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านเจะอามิงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมีเรื่องขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งวันนี้ยังเกิดความรุนแรงยิ่งขึ้นตลอด แสดงให้เห็น ถึงความล้มเหลวของรัฐบาลในการจัดการในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ในขณะที่มีการระเบิด คนถูกยิง วันศุกร์ทำค้าขายไม่ได้ รัฐบาลยังไม่มีกรอบความคิดอะไรในการดำเนินการแก้ไขปัญหาเลย วันนี้เสมือนรัฐบาลยังไม่ให้ความสนใจ แล้วยังไม่นับ ๑ ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เสียด้วยซ้ำไป ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้สืบเนื่องจากสถานการณ์ที่มีความรุนแรงขึ้น เรียนท่านประธานไปถึงฝ่ายบริหารว่าเฉพาะในวันที่ ๙ ตุลาคมมีการเสียชีวิตถึง ๗ ศพ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้รุนแรงมาก ๆ และเกิดความหวั่นไหว หวั่นวิตก ในขณะที่รัฐบาลไม่มีทิศทางในการแก้ไขปัญหาเลย ท่านประธานครับ และวันนี้จากการหยุดของวันศุกร์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกิดจากการข่มขู่ของฝ่ายตรงข้ามนี่นะครับ ทำให้ผู้คนที่ค้าขายในจังหวัด ในอำเภอจะนะ และอำเภอเทพา จังหวัดสงขลาปิดวันศุกร์ด้วย นอกจาก ๓ จังหวัดแล้วอีก ๒ อำเภอ ของจังหวัดสงขลาก็ปิดด้วย ในขณะที่รัฐบาลไม่มีทิศทางในการแก้ไขที่ชัดเจนเลย เพื่อจะสร้างความมั่นใจ และวันนี้ยังลามไปถึงองค์กรและกลไกของรัฐที่อยู่ในพื้นที่ ไม่กล้าที่จะไปทำงานในวันศุกร์ด้วยซ้ำไป
ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๐ มีคนร้ายอีก ๓ คนขี่รถจักรยานยนต์ เป็นพาหนะนำหัวกระสุน .๓๘ มม. ไปทิ้งที่ร้านค้าที่อำเภอสุไหงโก-ลก และข่มขู่อีกครับว่า หากเปิดร้านค้าขึ้นมาจะไม่รับรองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเขา ถามว่าวันนี้ รัฐบาลยังสุขสบายอยู่ครับ รัฐบาลยังไม่ให้ความสนใจกับการแก้ไขปัญหาเรื่องเหล่านี้เลย ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่าให้ความสนใจกับการแก้ไขปัญหาความเป็นความตาย ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านอรรถกรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้ต้องขอปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาในด้านของการสัญจร ด้านการคมนาคมของพี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งคงจะเป็นเรื่องถนนล้วน ๆ ครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลแล้วก็กระทรวงคมนาคมที่ได้เล็งเห็นถึงปัญหาจราจรที่มี ความติดขัดมากขึ้นทุกวัน ๆ ในจังหวัดฉะเชิงเทราครับ ได้ทำการเข้าแผนปรับปรุงถนนหลายเส้น ในปี ๒๕๕๖ นี้ เริ่มที่เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๔ สายบางปะกง-ฉะเชิงเทรา ขยายถนนเป็น ๘ เลน (Lane) งบประมาณกว่า ๙๕๐ ล้านบาท ในความเห็นผมนั้น ก็อยากจะขอให้กรมทางหลวงออกแบบโอเวอร์ ฟลาย (Over fly) หรือว่าทางต่างระดับเผื่อไว้เลย เพราะว่าในอนาคตอันใกล้นี้จังหวัดฉะเชิงเทรารถติดแน่นอนครับ ยังมีทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๐๔ สายมีนบุรี-ฉะเชิงเทรา ความยาวประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ต้องขอบคุณครับ ที่จะขยายจาก ๔ เลนเป็น ๖ เลน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๑ สายแปลงยาว-ฉะเชิงเทรา ๑๑ กิโลเมตร ขยายจาก ๒ เลนเป็น ๔ เลน นอกจากกรมทางหลวงแล้วยังมีถนน ของกรมทางหลวงชนบทครับ รหัส นย. ๓๐๐๑ ถนนบางน้ำเปรี้ยว-องครักษ์ ขยายเป็น ๔ ช่องทาง รหัส ฉช. ๓๐๐๑ ถนนเทพราช-ลาดกระบัง เป็น ๔ เลนเช่นกันครับ
ท่านประธานครับ จากที่ได้เห็นแล้วว่ารัฐบาลนั้นให้ความสำคัญในเรื่อง ของการคมนาคมถนนหนทางในจังหวัดฉะเชิงเทรา แต่สิ่งที่กระผมอยากจะร้องเรียน เพราะว่ามีพี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทรามาร้องเรียนผ่านทางผมเยอะเหลือเกินครับ ณ วันนี้ ถนนในจังหวัดฉะเชิงเทราไม่ว่าจะเป็นเส้นหลักหรือเส้นรองเป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นคลื่นอย่างมาก ยิ่งปีสองปีที่ผ่านมาน้ำท่วมใหญ่ฝนตกหนักทำให้ถนนเสียหายมากกว่าเดิม เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ยกตัวอย่างในอำเภอบางน้ำเปรี้ยวก็ดีหรือว่าในอำเภอบางคล้า สายบางกระเจ็ด ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อมาก พ่อแม่พี่น้องที่เดินทางสัญจรไปมาประสบอุบัติเหตุบ่อยจริง ๆ ก็เลยอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยรับผิดชอบในการซ่อม หรืออุดถนน อย่างน้อยให้สามารถใช้ถนนได้ในทุกวันนี้ ก่อนที่งบประมาณปี ๒๕๕๖ นั้น รัฐบาลจะนำงบประมาณส่วนใหญ่มาซ่อมสร้างถนนเพิ่มครับ ขอกราบขอบคุณครับ
ท่านสนองครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะนำเรียนเพื่อหารือไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒-๓ เรื่อง ด้วยกัน
ประการแรกครับ ในขณะนี้ปรากฏว่ามีไข้เลือดออกระบาดในพื้นที่ จังหวัดบุรีรัมย์ค่อนข้างที่จะระบาดมากนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ถึงวันที่ ๑๔ สิงหาคม พบผู้ป่วยถึง ๑๓๔ รายนะครับ อยากให้ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้การสนับสนุนสารเคมีเพื่อที่จะปราบยุงลาย และให้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ช่วยกำจัดยุงลายซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกด้วยครับ
ในเรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านของอำเภอลำปลายมาศ เกี่ยวกับเรื่องโครงการเงินเอสเอ็มแอล (SML) ประจำปี ๒๕๕๕ ซึ่งขณะนี้โครงการนั้น ได้ผ่านประชาคมแล้ว แล้วก็ได้ดำเนินการเปิดบัญชีในธนาคารออมสินโดยมีส่วนราชการคือ ตัวแทนของท่านนายอำเภอได้รับรู้รับทราบเป็นพยานแล้ว แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้โอนเงิน เข้าโครงการซึ่งผ่านการประชาคมแต่อย่างใด ขอความกรุณาท่านประธานได้กรุณา ช่วยติดตามเงินโครงการเอสเอ็มแอลให้กับพี่น้องชาวอำเภอลำปลายมาศด้วย
ในเรื่องที่ ๓ เนื่องจากจังหวัดบุรีรัมย์ประสบภาวะฝนแล้งได้รับการร้องเรียน จากประชาชนในตำบลบ้านบัว ในตำบลสะแกโพรงว่าอยากให้กรมชลประทานได้เปิดน้ำ ในคลองส่งน้ำของกรมชลประทานจากอ่างเก็บน้ำลำน้ำมาศถึงอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ซึ่งผ่านตำบลสะแกโพรงแถวบ้านโนนแดง บ้านบุลาวนะครับ รวมไปถึงตำบลบ้านบัวด้วย เพราะว่าขณะนี้ข้าวเมื่อไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงก็กำลังจะตายหมด ขอให้กรมชลประทาน ได้ดำเนินการเปิดน้ำให้ชาวนาได้มีน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าว บรรเทาความเสียหาย ให้กับบรรดาพี่น้องชาวนาด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูง ขอบพระคุณมากครับ
ท่านศิรสิทธิ์ครับ เชิญท่านศิรสิทธิ์เลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ อำเภอปากช่องมีเขาใหญ่ เป็นเมืองใหญ่ ปัญหาใหญ่ ๆ เกิดขึ้นมาก วันนี้ผมขอหยิบยกปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ของอำเภอปากช่อง นั่นก็คือถนนหนทางอีกเส้นหนึ่งที่เป็นปัญหามากสำหรับพี่น้อง ชาวเทศบาลเมืองปากช่อง ถนนเส้นนั้นก็คือถนนที่อยู่ระหว่างตึกร้านอ๋อยออโต้แอร์ และร้านมิตรภาพการสุรา ถนนเส้นนี้สมัยก่อนประชากรน้อยไม่มีปัญหาอะไร แต่ทุกวันนี้ ปัญหาเกิดขึ้นมากมายเนื่องจากว่าประชากรเพิ่มขึ้น ๆ ถนนเส้นนี้คือถนนหมายเลข ๒๒๔๓ อยู่ในความรับผิดชอบของหมวดการทางปากช่องที่ ๓ สำนักทางหลวงที่ ๘ จังหวัดนครราชสีมา กรมทางหลวง ท่านประธานครับ ถนนเส้นนี้เชื่อมต่อไปได้หลายจังหวัด ภาคกลางผ่านบ้านซับพลูเข้าสู่ อำเภอมวกเหล็ก อำเภอวังม่วง ออกสู่จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี ทางภาคเหนือก็ผ่านไปได้ผ่านจังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ และไปภาคเหนือ ภาคอีสานผ่านอำเภอด่านขุนทด อำเภอบำเหน็จณรงค์ เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ เป็นถนนยุทธศาสตร์ประชากรผ่านไปผ่านมาจำนวนหลายพันหลายหมื่น มีรถพ่วง รถบัส ๒ ชั้น วิ่งผ่านเป็นประจำวิ่งสวนทางกันไม่ได้ วันนี้เป็นปัญหาของพี่น้อง ชาวเทศบาลเมืองปากช่องเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ผมจึงนำปัญหาความเดือดร้อนเรื่องนี้ มาหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ให้รีบแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอำเภอปากช่อง ซึ่งพี่น้องชาวอำเภอปากช่องนั้น หวังเหลือเกินครับ รัฐบาลชุดนี้ทำงานได้ดีมีผลงาน หวังว่าคงดูแลพี่น้องชาวอำเภอปากช่อง ขอบคุณครับ
ท่านยุคลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดจันทบุรี ผมขอหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์เดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรีมีดังนี้ครับ
๑. ชาวบ้านขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ในครัวเรือน ต้องการขยายเขตประปา หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๑๔ ตำบลทุ่งเบญจา อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
๒. ติดตามโครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสายเขาวงกต-พวา สายเขาวงกต-สามพี่น้องไปสู่อำเภอแก่งหางแมว และเข้าสู่น้ำตกเขาสิบห้าชั้นซึ่งเป็นหลุมเป็นบ่อ มานานแสนนานแล้ว
๓. ติดตามโครงการก่อสร้างถนนลาดยางสายอนามัยเข้าสู่มหาวิทยาลัยบูรพา ตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
๔. ติดตามซ่อมแซมถนนสายศรีบุญเรืองเชื่อมต่อถนนสายหน้าสวนสุขภาพ หมู่ที่ ๔ ตำบลบ่อพุ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
๕. ติดตามโครงการซ่อมแซมถนนสายแพ่งหน้าผาบน แพ่งหน้าผาล่าง ตำบลเขาแก้ว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
ข้อหารือทั้ง ๕ ข้อที่ผมหารือในวันนี้เพื่อให้ท่านประธานโปรดประสานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์ความเดือดร้อนของพี่น้องต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านดอกเตอร์สุรสาลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือ ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๑ เรื่อง ท่านประธานครับ การซ่อมแซม ถนนลาดยางจากสายเอเชียไปบ้านบางพาน สาย สห. ๒๐๑๖ หรือที่ประชาชนเรียกกันว่า ถนนศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดสิงห์บุรีไปยังบ้านบางพาน ขนาดความกว้าง ๖ เมตร ยาว ๔ กิโลเมตร ใช้งบประมาณในโครงการฟื้นฟู โครงสร้างพื้นฐานที่ประสบอุทกภัย ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕ จำนวน ๑๑,๒๖๐,๐๐๐ บาท ซ่อมแซมเสร็จแล้วเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ อยู่ในความรับผิดชอบของจังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี และห้างหุ้นส่วนจำกัด เยี่ยมบุญชัย 94 วันนี้วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ ระยะเวลาผ่านมา ๓ เดือนกับอีก ๑๑ วัน สภาพของถนนที่ใช้งบประมาณถึงกว่า ๑๑ ล้านบาท เป็นดังภาพ ที่เห็นอยู่ในขณะนี้ พี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวนั้นทนไม่ได้ได้ร้องเรียนผ่านมาที่กระผม ขอให้หาทางดูแลแก้ไข ท่านประธานที่เคารพ กระผมได้หารือเรื่องเดือดร้อนของประชาชน เกี่ยวกับการซ่อมแซมถนนโดยใช้งบประมาณในโครงการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ที่ประสบอุทกภัยประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕ มาแล้วหลายครั้ง จึงอยากจะขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนั้นลงมากำกับดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อหาผู้รับผิดชอบแล้วก็หาวิธีการ ที่จะขจัดความเดือดร้อนของประชาชนให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว ขอบพระคุณครับ
ท่านนคร มาฉิม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต หารือท่านประธานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนนะครับ
เรื่องแรก โรงเรียนบ้านแก่งหว้าแก่งไฮ ตำบลหนองกะท้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก โรงเรียนบ้านแยง ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก แล้วก็โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๓ ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ทั้ง ๓ โรงเรียนขาดอาคารเรียน แล้วก็นักเรียน ครูอาจารย์ ได้รับความเดือดร้อน ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาแก้ไขให้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ อ่างเก็บน้ำฝายน้ำเฟื้อ ตำบลยางโกลน และตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก สร้างมาหลายปีครับท่านประธาน ตอนนี้ตื้นเขิน แล้วก็มีทราย มีตะกอนดินเกือบเต็มอ่าง การกักเก็บน้ำค่อนข้างได้น้อย ก็ขออนุญาต ที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการขุดลอกเพื่อที่จะให้ปริมาณอ่างเก็บน้ำได้มีความจุน้ำแล้วก็ระบบท่อส่งน้ำต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับเกษตรกรหลายตำบล
เรื่องที่ ๓ ศูนย์ขนส่งอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อยู่ในเขต เทศบาลตำบลนครไทย แต่ปรากฏว่ากรมทางหลวงก็บอกว่าอยู่ในเขตเทศบาลไม่สามารถ ที่จะไปติดตั้งไฟส่องสว่างได้ เทศบาลก็บอกว่าไม่มีงบประมาณ จึงขอถือโอกาสนี้กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการไปติดตั้งไฟส่องสว่างเพื่อป้องกันและดูแล ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพ ไฟฟ้าบ้านห้วยดี ตำบลท่าสะแก อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ขอกันมานานและตอนนี้ได้วางระบบสายส่ง แต่ว่ายังไม่มีการวางระบบหม้อแปลงไฟฟ้าก็ทำให้ประชาชนทั้งหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขให้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนมาปรึกษาหารือ สัก ๒-๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากคณะครูและนักเรียนพร้อมประชาชน บ้านหนองห้าง ตำบลหนองขาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมาว่า ในขณะนี้มีน้ำเสียปล่อยทิ้งบริเวณหลังโรงเรียนบ้านหนองห้าง ประชาชนได้รับกลิ่นเหม็น นักเรียนได้รับกลิ่นเหม็น แล้วก็ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากว่าเหม็นมาก จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดำเนินการแก้ไขและติดตาม หาผู้กระทำความผิดให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนทางโทรศัพท์จากประชาชน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับชาวนา ชาวนาเขาไปที่ สหกรณ์การเกษตรเดิมบางนางบวชเพื่อจะไปรับเงินที่จำนำข้าว ปรากฏว่าในขณะนี้ เงินไม่มี ประชาชนจึงร้องเรียนผ่านมายังผมเพื่อจะบอกท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบว่าเหตุไฉนจึงยังไม่มีเงินจ่ายให้กับชาวนาในพื้นที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี จึงฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยเร่งโอนเงินไปให้หน่วยงานดังกล่าวด้วย
เรื่องที่ ๓ เรื่องการจราจร ทุก ๆ วันบริเวณทิศเหนือของพระบรมมหาราชวัง จะมีเส้นทาง ๒ เส้น เข้ามา ๒ เลนออกไป ๒ เลน แต่เนื่องจากในขณะนี้มีผู้มักง่ายจะเป็น รถยนต์และรถจักรยานยนต์ใช้ ๓ เลนในการเข้ากรุงเทพฯ และเข้ามา ๑ เลน เพราะฉะนั้น ทำให้การจราจรดังกล่าวติดขัด จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ช่วยดำเนินการเพื่อให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัยของการจราจรด้วย ขอบคุณครับ
เชิญท่านนริศครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้ช่องทางการหารือ เพื่อสะท้อนปัญหาพี่น้องประชาชนต่อประธาน ๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ เรื่องไฟฟ้าส่องสว่างบนพื้นที่ถนนของทางหลวงแผ่นดิน ซึ่งผม เรียนให้ท่านประธานทราบว่าขณะนี้สถานการณ์มันควรจะเพิ่มจุดแล้วก็ซ่อมแซม ในส่วนที่ชำรุดทรุดโทรม เพราะว่าไฟฟ้าส่องสว่างดังกล่าวเป็นการป้องกันปัญหาโจรกรรมได้ เป็นการป้องกันปัญหาอุบัติเหตุได้ แล้วก็เป็นการป้องกันปัญหาทางสังคมก็คือ ไปเพิ่มจุดไฟฟ้าส่องสว่างตามสนามกีฬาต่าง ๆ ซึ่งเป็นความจำเป็นที่ทั้งเพิ่มจุดแล้วก็ซ่อมแซม ส่วนที่ชำรุดทรุดโทรมอยู่ในขณะนี้นะครับ และสุดท้ายก็เป็นประโยชน์ต่อทัศนียภาพ ความสวยงามของเมือง ของชุมชนด้วย
เรื่องที่ ๒ ถนนของกรมทางหลวงชนบทไปก่อสร้างแล้วค้างเอาไว้คือ ถนนสายบ้านชุมแสง-บ้านควนนางพิมพ์ อำเภอปากพะยูนในจังหวัดพัทลุง แต่เรื่องนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานทำหนังสือไปเพียงแต่กระทรวงมหาดไทยกับกรมทางหลวงชนบท เท่านั้นนะครับ ไม่ต้องทำไปที่จังหวัดเพราะว่าถนนเส้นนี้เกินกำลังจังหวัด เกินกำลังท้องถิ่น และเกินกำลังหน่วยงานในจังหวัด เรียนท่านประธานเพื่อที่จะช่วยกันในระดับกระทรวงมหาดไทย และกรมครับ
เรื่องสุดท้าย เรื่องกรมที่ดินนะครับ กรมที่ดินเป็นกรมใหญ่กรมหนึ่ง ในกระทรวงมหาดไทย แต่ว่าทำงานล่าช้ามาก ผมจึงอยากให้ปรับปรุงเทคโนโลยี ให้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลโดยเฉพาะการประเมินราคาที่ดินนะครับ ไม่จำเป็นจะต้องไปถึง กรมที่ดิน ไม่จำเป็นจะต้องไปถึงสำนักงานที่ดิน เปิดเว็บไซต์ (Web site) ดูน่าจะพอทำได้ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กรมอื่นเขาทำกันไปเยอะแล้วนะครับ แต่ว่ากรมที่ดินผมสงสัยว่าดูการประเมินราคาที่ดินของตัวเองทำไมต้องไปถึงกรมที่ดิน ผมคิดว่าเทคโนโลยีขณะนี้ก้าวหน้าพอที่จะให้กรมที่ดินได้ทำให้พี่น้องประชาชนสามารถ ดูการประเมินราคาที่ดินของตัวเองผ่านเว็บไซต์ได้ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านนิยม วรปัญญา ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ประเภทบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ที่ท่านประธานได้กรุณาให้ปรึกษาและรับฟังความคิดเห็นนี้ได้ประโยชน์มากครับ ผมได้รับ การขอบคุณมาจากชาวบ้านว่าขอบคุณท่านประธาน ให้ท่านประธานได้ดำเนินการให้เวลา มากกว่านี้สักหน่อยต่อไปครับ
ประการที่ ๑ ที่ผมได้รวบรวมไว้ก็มีเรื่องราคามันสำปะหลัง แล้วก็ราคา ข้าวโพด ราคาถั่ว แล้วก็ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ราคาตกต่ำมาก ขอให้ท่านประธาน ช่วยประสานงานไปยังหน่วยงานของทางราชการขอให้ช่วยเหลือด้วยครับ
ประการที่ ๒ อ้อย ก็อยากให้เปิดหีบภายในเดือนพฤศจิกายนครับ เพราะเดือนพฤศจิกายนอ้อยเริ่มจะอัดหีบได้แล้ว ไม่อย่างนั้นหีบไม่หมด ปีที่แล้วก็เหลือเยอะ เมื่อเหลือก็ต้องตัดทิ้งครับ เพราะอ้อยนี่พอปล่อยไว้มันก็ออกดอกบ้างแล้วก็ตายแล้งบ้างนะครับ แล้วก็ขอราคาตันหนึ่งสัก ๑,๒๐๐ บาทในราคาเบื้องต้นนะครับ
ประการที่ ๓ เรื่องฝนแล้งครับท่านประธาน ตอนนี้ข้าวโพด ข้าวเปลือกในนา แล้วก็ข้าวฟ่าง มันสำปะหลัง เริ่มตายแล้ง เพราะว่าในเขตที่ราบสูงของจังหวัดลพบุรีมีอยู่มาก เขตชลประทานมีอยู่นิดเดียวครับ ปกติเขตชลประทานนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร
ประการที่ ๔ ขอให้มีการขุดลอกแม่น้ำป่าสักเพราะตื้นเขินมากครับ
ประการที่ ๕ ก็ขอให้ทำแก้มลิงครับ
ประการที่ ๖ ก็ขอให้แบ่งแยกอำเภอบึงสามพันจากจังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วก็จังหวัดลพบุรี ก็ขอให้แบ่งเอาลุ่มแม่น้ำป่าสักชลสิทธิ์เป็นอีกจังหวัดหนึ่ง อันนี้ได้เสนอเป็น พระราชบัญญัติแล้ว ขอความกรุณาท่านประธานได้ช่วยติดตามให้ด้วยครับ ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ เรื่องยังมีอีกยังไม่จบก็ขอฝากเป็นหนังสือกราบเรียนท่านประธาน ขอบคุณท่านประธานครับ
นายแพทย์สุกิจครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนเรื่องเกี่ยวกับถนนของกรมทางหลวงซึ่งเรียกเป็นทางการว่า ถนนของกรมทางหลวงหมายเลข ๔ เชื่อมระหว่างจังหวัดตรังกับจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีรถสัญจร ในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญก็คือเป็นถนนที่มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยว เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน ซึ่งท่านประธานก็ทราบดีว่าสถานที่ท่องเที่ยว ในฝั่งอันดามันเป็นหาดทราย เป็นทะเล มีผู้ไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว จากต่างประเทศ ทำรายได้ให้กับประเทศชาติปีหนึ่งมหาศาลทีเดียว แต่ปรากฏว่าถนน ซึ่งความยาวประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร ตอนนี้ยังอยู่ในสภาพที่เรียกว่ากระท่อนกระแท่นมาก หมายถึงว่าบางส่วนก็เป็น ๔ เลนไปแล้ว แต่อีกหลายส่วนก็ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง แล้วก็ยังไม่มีโครงการที่จะก่อสร้างก็มีอยู่นะครับ ผมจึงใคร่จะขอความกรุณาจากท่านประธาน ให้ส่งเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคมที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ หลังจากงบประมาณปี ๒๕๕๖ จบสิ้นแล้วก็จะมีส่วนที่เป็นถนน ๒ เลน ในถนนสายนี้จะเหลืออีกประมาณ ๑๕.๕ กิโลเมตร ซึ่งก็ใช้เงินก่อสร้างประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท จึงขอความกรุณาว่าในการตั้งงบประมาณ ปี ๒๕๕๗ ที่จะถึงนี้ขอให้กรมทางหลวง ขอความกรุณาเถอะครับ ถนนนี้จะได้เป็นถนน ที่ทำรายได้ให้กับการท่องเที่ยวอย่างจริงจังเสียที ขอให้ท่านช่วยตั้งงบประมาณที่จะทำ ถนนสายนี้ทั้งสายตลอดสายให้เป็น ๔ เลนให้หมดครบถ้วนในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ด้วย ขอบคุณครับ
ท่านประสิทธิ์
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานเรื่องปากเรื่องท้องของชาวนาไทยทั่วประเทศ นั่นหนีไม่พ้นนโยบายรับจำนำข้าว ของรัฐบาลนี้ที่ทำให้ชาวนาไทยทั่วประเทศลืมตาอ้าปากได้ มีฐานะดีขึ้น แต่ยังไม่วายครับ ท่านประธาน มีโรงสีผู้ส่งออก นักวิชาการ อาจารย์นิด้าบางคนยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยล้มนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลนี้ ท่านประธานครับ เขาว่ากลุ่มนี้
เอาเรื่องเฉพาะความเดือดร้อนของประชาชน
กินข้าวไทยนั่นถือว่าเนรคุณ ท่านประธานสภาที่เคารพ ชาวนาไทยทั่วประเทศให้ผมมาพูดในสภานี้ผ่านท่านประธานสภา ไปยังรัฐบาลเพื่อขอให้รัฐบาลเดินหน้านโยบายรับจำนำข้าวเพื่อคู่กับชาวนาไทยไปตลอดครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมมุติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปัตตานี เขต ๔ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้มีหนังสือ ความเดือดร้อนมาถึงผม กรณีที่ประชาชนได้รับการสนับสนุนเชิญชวน โดยรัฐบาล ให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทางเลือก ซึ่งในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ปรากฏว่า มีรถขนาดเล็ก รถตู้ มาใช้แก๊สเอ็นจีวีเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปัญหาใหญ่และที่เป็น เรื่องของความเดือดร้อนอย่างสาหัสก็คือไม่มีสถานบริการปั๊มแก๊สเอ็นจีวีแม้แต่ปั๊มเดียว ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะประชาชนที่โดยสารก็ต้องได้รับ ความเดือดร้อนต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงกว่าจะได้เติมแก๊ส ซึ่งพื้นที่ที่ใกล้ที่สุดก็คืออำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ถามว่าพี่น้องในจังหวัดนราธิวาสต้องเดินทางมาเติมแก๊สหลายร้อยกิโลเมตร วันนี้ผมถึงอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดสร้าง สถานบริการปั๊มแก๊สเอ็นจีวีให้กับพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจจะไปติดตั้ง ที่จังหวัดปัตตานี เพราะเป็นจุดศูนย์กลางของพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องความเดือดร้อนกรณีไฟฟ้าริมถนนชำรุด บริเวณบ้านโคกกอ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ ตำบลลุโบะยิไร อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ซึ่งไฟฟ้า ได้ดับมาหลายเดือนแล้ว
เรื่องที่ ๓ ก็คือน้ำอุปโภคบริโภค น้ำแดงมากในพื้นที่ตำบลเกาะจัน อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ขอขอบพระคุณมากครับ
ท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย ท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ท่านนิยม เวชกามา ท่านครูมานิตย์ ท่านพิสิษฐ์ ท่านจตุพร เจริญเชื้อ เตรียมตัวด้วยนะครับ เชิญท่านโสภา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน โสภา กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนมีอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานเชื่อไหมว่า ตอนนี้ราคาปาล์มน้ำมันเหลือกิโลกรัมละ ๓ บาท ไม่น่าเชื่อเลย ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการด่วนด้วย
เรื่องที่ ๒ ดิฉันลงพื้นที่ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านเรื่องน้ำท่วม ครั้งที่แล้วยังไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนเลย ดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้รับผิดชอบ ช่วยดำเนินการด่วน ขอบคุณค่ะ
ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญครับ ตัดไป ๑ นาที
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานจริง ๆ ครับ เมื่อกี้ไม่คิดว่าจะถึงไวเพราะว่ามัวแต่ไปคุย เรื่องปัญหาที่ท่านประสิทธิ์ได้หารือเรื่องการรับจำนำข้าวอยู่ ส่วนเรื่องของผมเป็นเรื่อง ของถนนหนทาง คือเขตเลือกตั้งผมมันมีอยู่ ๓ อำเภอ คือ อำเภอศีขรภูมิซึ่งเป็นเขตเดียว กับท่าน จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ แล้วก็อำเภอจอมพระ อำเภอสำโรงทาบ ระหว่างอำเภอสำโรงทาบกับอำเภอศีขรภูมิมันมีถนนของกรมทางหลวงชนบทพันกัน ประมาณ ๔ เส้นทาง ทั้ง ๔ เส้นทางนี้ชำรุดทรุดโทรมมากสร้างมาประมาณเกือบ ๕๐ ปีแล้ว แล้วเมื่อก่อนจาก รพช. ก็มาเป็นกรมทางหลวงชนบทแล้วก็ทำ แต่วันนี้มันลำบากจริง ๆ ในการสัญจรไปมาระหว่างอำเภอสำโรงทาบกับอำเภอศีขรภูมิ เป็นถนนทางหลวงชนบท ที่ผ่านระหว่างตัวบ้าน เช่น จากตำบลหนองไผ่ล้อมที่อำเภอสำโรงทาบมาที่ตำบลตรึม ในอำเภอศีขรภูมิ จากตำบลเสม็จ อำเภอสำโรงทาบมาที่ตำบลคาละแมะในอำเภอศีขรภูมิ หรือจากตำบลหนองไผ่ล้อมมาตำบลนารุ่งในอำเภอศีขรภูมิ ล้วนแล้วแต่ถนนนี่ไปมาไม่ได้ ในการใช้ยานพาหนะนี่ค่อนข้างลำบากมากเป็นหลุมเป็นบ่อ ชาวบ้านก็ได้มาหารือ แล้วผมก็ได้ออกไปดูก็ไปเห็นตามสภาพจริง ๆ มันเป็นปัญหาจริง ๆ ผมก็เลย อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ขอความเมตตาท่าน ให้ช่วยดูแลในส่วนตรงนี้หน่อยได้ปรับปรุงถนนหนทางที่เชื่อมระหว่างอำเภอสำโรงทาบ กับอำเภอศีขรภูมิระหว่างตำบลที่ผมกล่าวมาแล้วเป็น ๓-๔ ตำบลที่ควบคู่กันไปให้สะดวก ในการเดินทาง เพราะว่ามันเป็นย่านการทำธุรกิจด้วยในเรื่องของด้านการเกษตร ในการขนพืชไร่ที่จะนำไปสู่ตลาด ก็เลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน ผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบทได้พิจารณาอย่างน้อย ๆ ให้ได้สัก ๒ เส้นทาง ๓ เส้นทาง ก็ยังดีนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านวิรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมี เรื่องหารือปัญหาความเดือดร้อนของคนจังหวัดสุโขทัย อยากจะเรียกร้องไปยังรัฐบาล ผ่านท่านประธานให้เร่งดำเนินการกำหนดแผนงานในการแก้ไขปัญหาภัยน้ำท่วมและภัยแล้ง ในพื้นที่ของลุ่มน้ำยม ต่อกรณีที่แม่น้ำยมยังไม่มีเขื่อน และการเรียกร้องให้สร้างเขื่อนก็คงจะใช้เวลาอันยาวนาน ในระยะสั้นก็อยากจะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมเจ้าท่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้กำหนด แผนงานในการก่อสร้างหรือโครงสร้างพื้นฐานในการแก้ปัญหาให้กับบริเวณลุ่มน้ำยมทั้งสาย สำหรับจังหวัดสุโขทัยซึ่งเป็นจังหวัดแรกที่จะประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปีในฤดูน้ำหลาก จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานได้ดำเนินการจัดสรรงบประมาณ ในการก่อสร้างประตูระบายน้ำ หรืออาคารบังคับน้ำพร้อมระบบระบายน้ำที่คลองตาแฟง คลองตาย้วน ตำบลทับผึ้ง อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย และที่คลองตาดิน ตำบลวังใหญ่ คลองตาโฉม ตำบลวังทอง คลองหนองโว้ง ตำบลสามเรือน ในเขตอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย และผ่านไปยังกรมทรัพยากรน้ำได้ฟื้นฟูและขุดลอกคลองสระเกษ ที่บ้านวังพิกุล ตำบลนาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งคลองดังกล่าวจะต้องได้รับการฟื้นฟูและได้รับการแก้ไข ในเรื่องการให้มีประตูระบายน้ำเพื่อผันน้ำจากแม่น้ำยมไปสู่พื้นที่เพื่อที่จะไม่ให้น้ำท่วม ขอบพระคุณครับ
ท่านนิรมิตเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอหารือ ผ่านไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องของกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบท ซึ่งวันนี้การสัญจรไปมาเส้นทางลาดยางสาย รอ. ๖๐๕๗ ช่วงบ้านโคกสีไปบ้านหนองบัว เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอหนองพอกกับอำเภอเมยวดีพี่น้องประชาชนสัญจรไปมา ลำบากมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพราะฉะนั้นอยากจะหารือท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้จัดสรรงบประมาณไปดูแลด้วย เพราะว่า การสัญจรเชื่อมระหว่างอำเภอเป็นไปด้วยความไม่สะดวก
เรื่องที่ ๒ ก็คือถนนสาย รอ. ๔๐๒๒ แยกทางหลวง ทล. ๒๒๕๙ บ้านเมยวดี ไปบ้านเหล่าขุมมัน ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก เป็นเส้นทางที่สัญจรไปมา เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แต่การสัญจรไปมาด้วยความลำบาก จึงขอให้ กรมทางหลวงชนบทได้ไปดูแลแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านกันตวรรณครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กันตวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันมีเรื่องปรึกษาท่านประธาน ซึ่งเป็นปัญหาที่ได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพังงา
เรื่องแรก เป็นปัญหาเรื่องโครงการแทรกแซงยางพาราตามนโยบาย ของรัฐบาล ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบลบางทอง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ชาวพี่น้องเกษตรกรบอกว่าได้นำยางไปขายให้กับสหกรณ์ สกย. บางทอง แต่ปัจจุบันนี้ ยังไม่ได้รับเงินเลย ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ ๒ เดือนมาแล้ว และเมื่อได้ไปติดต่อสอบถาม พบว่าทาง สกย. บางทอง ไม่ได้จ่ายเงินให้กับพี่น้องเกษตรกรตั้งแต่วันที่ ๒๘ สิงหาคม จนถึงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นเงินรวมทั้งสิ้น ๓๓ ล้านบาท ปัญหาการแทรกแซงยางพาราของรัฐบาล ปัจจุบันได้นำปัญหาให้กับพี่น้องชาวเกษตรกรอย่างมาก เพราะว่าเขานำยางไปให้กับ สกย. และเมื่อ สกย. ได้ไปส่งต่อให้กับ อสย. ซึ่งทาง อสย. ได้จ้างบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ปัจจุบันนี้ สกย. บางทองก็ไม่ได้รับเงินตัวนี้ก็ไม่สามารถที่จะ นำเงินไปให้กับเกษตรกรได้ เกษตรกรชาวจังหวัดพังงาหลายคนทำอาชีพสวนยางอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเมื่อไม่ได้รับเงิน มา ๒ เดือนนี้ก็ทำให้เกิดปัญหามาก ก็ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะคะ นโยบาย ของท่านมีปัญหา ช่วยกรุณาทบทวนด้วย
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่างของถนนทางหลวงแผ่นดินก็คือ สายบายพาส (Bypass) จากตำบลโคกกลอยไปสู่ตำบลท่าอยู่ ตำบลหล่อยูงของจังหวัดพังงา เส้นนี้เป็นสายหลักจากอำเภอตะกั่วทุ่งสู่จังหวัดภูเก็ต แต่ปรากฏว่าเป็นถนนสายหลัก ๔ เลน แต่ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างข้างทางเลย เกิดอุบัติเหตุรถชนและมีการเสียชีวิตเกิดขึ้น ก็ขอท่านประธานช่วยประสานกับกระทรวงคมนาคมจัดเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างให้กับพี่น้องด้วย
สุดท้าย เป็นเรื่องของถนนทางหลวงชนบทของพี่น้องอำเภอเกาะยาวก็คือ ถนนสายแหลมหัวล้านของตำบลพรุใน ช่วยประสานงบประมาณกรมทางหลวงชนบทด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านพิสิษฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิษฐ์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๖ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในเขตของกระผมดังนี้ครับ ผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านโนนนารี บ้านหนองวิไล เขตเทศบาลตำบลเขมราฐ เกี่ยวกับ การสร้างเขื่อนยางที่ลำห้วยบังโกย สร้างมาแล้ว ๒ ปีกว่าแล้วแต่เก็บกักน้ำไม่ได้เพียงพอ ชาวบ้านบอกว่าคันเขื่อนต่ำเกินไปปริมาตรการจุน้ำไม่ได้จึงไม่ได้เกิดประโยชน์กับพี่น้องเลย จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานลงไปตรวจสอบถึงปัญหาของเขื่อนตัวนี้ด้วย
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านนานกเขียน บ้านนาตาลเหนือ ตำบลขามป้อม อำเภอเขมราฐ เกี่ยวกับเขื่อนที่สร้างอยู่ที่ลำห้วยบังโกย สร้างมานานแล้ว ชำรุดทรุดโทรมไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้เลยครับ จึงอยากฝากท่านประธาน ไปยังกระทรวง กรม กอง ที่มีหน้าที่รับผิดชอบช่วยจัดสรรงบประมาณลงไปช่วยเหลือพี่น้อง ของผมด้วยครับ
เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องบ้านนานางวาน ตำบลม่วงใหญ่ อำเภอโพธิ์ไทร เกี่ยวกับเขื่อนที่สร้างอยู่ลำห้วยขัดไหล่ สร้างมานานถึง ๓๐ ปีแล้ว สภาพเขื่อนชำรุดทรุดโทรมไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้เลย หน่วยงานที่รับผิดชอบ ก็ไม่ได้เอาใจใส่ พี่น้องยื่นหนังสือไปก็ไม่มาตรวจสอบให้ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมชลประทานนะครับ ช่วงนี้ก็เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ความทุกข์ของพี่น้องประชาชน ชาวอีสานไม่ว่าจังหวัดไหนก็เป็นกังวลในการใช้น้ำทำมาหากินในฤดูแล้ง กราบขอบคุณครับ
ท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ครับ ขออภัยท่านนะครับเมื่อกี้มีคนลงนามสกุลมาผิด เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ในช่วงนี้พี่น้องชาวอีสานทำบุญสังฆทาน ทำให้พวกเราที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีโอกาสไปรับฟังรับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่ อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอเหล่าเสือโก้ก อำเภอดอนมดแดง และอำเภอตาลสุม ผมไปร่วม สังฆทานหลายพื้นที่พบปัญหาเดียวกันคือปัญหาเรื่องโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้าน และชุมชนหรือที่พวกเราทราบกันว่าเป็นโครงการเอสเอ็มแอล ท่านประธานที่เคารพครับ หมู่บ้านต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ ๔ อำเภอที่ผมกราบเรียนกับท่านประธานยังไม่ได้รับเงิน ตามโครงการนี้มากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้ามี ๑๕๘ หมู่บ้านเหมือนกับอำเภอม่วงสามสิบ ขณะนี้ได้รับเงินเพียง ๖๐-๗๐ หมู่บ้านเท่านั้นนะครับ อำเภอเหล่าเสือโก้ก อำเภอดอนมดแดง อำเภอตาลสุมก็เช่นเดียวกันพี่น้องประชาชนที่ร้องขอการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล ตามโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนก็คิดว่าถ้าได้รับเงินก็จะเป็นการสนับสนุน ศักยภาพอย่างแท้จริง จึงฝากผมมากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าจะได้รับ หรือไม่ได้รับอย่างไร เพราะปีงบประมาณที่ผ่านมาก็หมดสิ้นปีงบประมาณไปแล้ว แปลว่า ที่ไม่ได้รับปี ๒๕๕๖ หรืองบประมาณปี ๒๕๕๖ จะได้รับหรือไม่ก็ขอให้ทางรัฐบาลได้ชี้แจง ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนด้วย
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ มีพี่น้องประชาชนที่ประสบ ความยากลำบากในการสัญจรไปมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอำเภอดอนมดแดง จากบ้านท่าศิลา ไปบ้านท่าลาดเชื่อมต่อมาบ้านดงบัง ถนนสายนี้อย่างที่ผมเคยกราบเรียนว่ามีอายุการใช้งาน มากกว่า ๓๐ ปี สภาพถนนอยู่ในสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมมาก ถ้าเผื่อว่ากรมทางหลวงชนบท จะจัดสรรงบประมาณไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนก็จะช่วยพี่น้องประชาชนได้ และเช่นเดียวกันถนนจากหน้าที่ว่าการอำเภอเหล่าเสือโก้กไปตำบลแพงใหญ่ ถนนสายนี้ ก็มีพี่น้องประชาชนสัญจรไปมามากเช่นกัน ก็หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากกรมทางหลวงชนบทด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านจตุพร เจริญเชื้อ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จตุพร เจริญเชื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือ ท่านประธานต่อกรณีการคมนาคมขนส่งของพี่น้องประชาชน เส้นที่พี่น้องประชาชนร้องขอมา ตั้งนานแล้วก็คือถนนเส้นจากอำเภอน้ำพองไปยังอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น รหัสของถนนเส้นนี้คือ ๒๐๓๙ แต่เดิมเส้นนี้เป็นถนน ๒ เลน แต่ปรากฏว่าขณะนี้ มันมีความเจริญไปมาก มีโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตั้งขึ้นมาอย่างมากมายในบริเวณเส้นทางนี้ เช่น โรงงานน้ำตาลของจังหวัดขอนแก่นก็ตั้งอยู่บนเส้นทางนี้ โรงงานสุรา โรงงานปุ๋ย โรงงานกระดาษ เส้นทางนี้คนใช้มากมายเหลือเกิน แล้วก็เกิดความคับคั่งมาก โดยเฉลี่ยแล้ว ผมทราบว่าจากข้อมูลมีรถที่คมนาคมขนส่งเส้นทางนี้ประมาณ ๕,๐๐๐ คันต่อวัน เพราะฉะนั้นมันมีความหนาแน่นมาก โดยเฉพาะช่วงในฤดูการเปิดหีบอ้อยในช่วงปลายปี จนถึงช่วงกลางปี รถอ้อยจะมีจำนวนมากมายเหลือเกินแล้วก็จอดตามซ้ายขวา ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอความกรุณาจากท่านประธานได้กรุณาช่วยทำหนังสือถึง กระทรวงคมนาคม ได้แจ้งว่าเส้นทางนี้สมควรที่จะขยายจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจรได้แล้ว กราบขอบพระคุณท่านมากครับ
ท่านจุมพล จุลใส ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ก็เกี่ยวกับปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะราคามะพร้าว ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ราคาก็ยังไม่ดีขึ้นเลยครับ ราคาผลมะพร้าวตกลูกละ ๒-๓ บาท แล้วก็เกี่ยวเนื่อง มาถึงราคาปาล์มด้วยครับ เป็นปัญหาหนักอกสำหรับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์ม จังหวัดชุมพรจากที่ผมลงพื้นที่ เพราะตอนนี้ตกลงมาเหลือกิโลกรัมละ ๓.๒๐ บาท แล้วก็ผมนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าให้ช่วยเหลือดูแล พี่น้องประชาชนด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชน ที่จะไปสนามบินปะทิว จังหวัดชุมพรว่าเส้นทางจากในเขตเทศบาลเมืองไปสนามบินนั้น ป้ายบอกระยะทางมีแต่ว่าน้อย ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเลยร้องเรียนมาที่ผม ผมนำเรียนท่านประธานว่าช่วยฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลด้วย
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวจังหวัดชุมพร หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลทุ่งคา อำเภอเมืองชุมพรเกี่ยวกับเรื่องน้ำประปาไม่ไหล ก็นำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง การประปาส่วนภูมิภาคว่าให้ช่วยดำเนินการแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านวันชัย บุษบา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวันชัย บุษบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย กระผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากกำนันตำบลธาตุว่าแม่น้ำเลยได้กัดเซาะตลิ่ง ทั้งตำบล แล้วก็ตำบลหาดทรายขาว ตำบลปากตมซึ่งเป็นพื้นที่ที่แม่น้ำเลยไหลผ่าน อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมเจ้าท่าได้สำรวจและทำตลิ่งให้กับพี่น้อง ๓ ตำบลด้วย เนื่องจากว่าน้ำได้กัดเซาะที่ดินของชาวบ้านเป็นระยะทางกว่า ๑๐ กิโลเมตร พื้นที่ดินหายไป ประมาณ ๕๐ กว่าไร่ ฝากท่านไปยังกรมเจ้าท่าและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องชาวอำเภอนาด้วงที่โดยสารรถ เส้นทางกรุงเทพฯ-จังหวัดเลย อำเภอนาด้วง เนื่องจากว่ารถโดยสารไม่ได้ไปส่งผู้โดยสาร ถึงจุดหมายปลายทาง วันไหนที่มีผู้โดยสาร ๒ คนหรือ ๓ คนก็จะปล่อยผู้โดยสารลงไว้ ที่ตัวจังหวัดเลย ไม่ไปส่งถึงอำเภอนาด้วงแล้วก็ควักสตางค์ให้คนละ ๕๐ บาทให้เหมารถต่อไปยัง อำเภอนาด้วง ฝากท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดเลย พร้อมทั้ง กระทรวงคมนาคมได้กำชับในเรื่องดังกล่าวด้วย
เรื่องที่ ๓ ถนนสายอำเภอนาด้วงไปถึงอำเภอปากชมระยะทาง ๒๓ กิโลเมตร ตั้งแต่สร้างถนนมาไม่เคยซ่อมบำรุงเลย ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานทางหลวงชนบท จังหวัดเลยให้ช่วยดูแลในเรื่องนี้ให้กับพี่น้องที่สัญจรไปมาด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสุนทรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือ ในวันที่ ๖ และวันที่ ๗ ธันวาคมที่จะถึงนี้ทางจังหวัดชัยภูมิจะได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ทดสอบทางวิชาการของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของหน่วยงานคือสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานจะมีครูบาอาจารย์แล้วก็นักเรียนเดินทางมาที่จังหวัดชัยภูมิเป็นจำนวนมาก แต่ว่าเท่าที่ดิฉันเองได้รับการร้องเรียนจากคณะครูอาจารย์เขาบอกกล่าวกับดิฉันมาว่า ในระยะเวลาช่วงนั้นหน่วยงานคือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต ๑ แล้วก็เขต ๒ เขต ๓ มี ๓ สำนักงานเขตเขายังขาดแคลนในเรื่องครุภัณฑ์เรื่องรถยนต์ ที่จะต้องใช้ในการขนส่งรับอาจารย์ไปเป็นกรรมการตามโรงเรียนต่าง ๆ ก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ช่วยดูแลจัดสรร เรื่องงบประมาณการหารถยนต์ รถตู้ เพื่อให้เขาได้มีใช้ในระหว่างการจัดการแข่งขันด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือมติ ครม. เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสไปประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดชัยภูมิของดิฉันเองก็ได้มีการอนุมัติเรื่องเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างเขื่อนโป่งขุนเพชร แล้วก็เขื่อนยางนาดี ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานก็คือกรมชลประทาน ให้เร่งรัดดำเนินการตามมติ ครม. ด้วยค่ะ เนื่องจากว่า ๒ เขื่อนนี้พี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิ รอคอยมานาน ถ้าหากได้มีการก่อสร้างก็จะทำให้แหล่งน้ำที่ขาดที่กักเก็บน้ำในจังหวัดชัยภูมิ มีที่กักเก็บน้ำ และที่สำคัญปัญหาน้ำท่วมก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานก็คือกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยดูแลด้วยค่ะ
เรื่องสุดท้าย ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองได้รับการบอกกล่าว จากญาติพี่น้องผู้เป็นแรงงานที่มีโอกาสได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล เขาฝาก ดิฉันมากราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านเผดิมชัย สะสมทรัพย์ เนื่องจากว่าตอนนี้เขาไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล เมื่อก่อนครั้งแรกที่ไปต้องเสียค่านายหน้า พูดง่าย ๆ ค่าใช้จ่ายประมาณคนละ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท แต่ปัจจุบันเมื่อท่านเผดิมชัย เข้ามาดูแลกระทรวงแรงงานทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพียง ๗๐,๐๐๐ บาทก็สามารถเดินทางไป ทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้ และ ๗๐,๐๐๐ บาทนี้ก็สามารถขอกู้กับแบงก์ของรัฐได้ด้วยค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธานชมเชยไปยังท่านรัฐมนตรีเผดิมชัยด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านบุญรื่น ศรีธเรศ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของครูอัตราจ้างในจังหวัดกาฬสินธุ์ค่ะ แต่ดิฉันคิดว่า ทั่วประเทศก็คงจะมีปัญหาเช่นเดียวกัน เมื่ออาทิตย์ที่แล้วประมาณ ๓๐๐ คน เขารวมพลังกัน ไปหาผู้แทนราษฎรในเขตพื้นที่ของเขาแล้วก็ขออนุญาตที่จะลงมาที่กรุงเทพมหานคร ดิฉันก็เลย บอกว่าท่านมีตัวแทนของท่านไปทำงานในสภาอยู่ ท่านไม่ต้องเดือดร้อนในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะฝากท่านประธานไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงศึกษาธิการ ครูอัตราจ้าง ครูอาชีวศึกษา สพป. สพม. มีทั้งนั้นนะคะ แต่ครูอาชีวศึกษานี้เป็นจำนวนมากที่สุด เวลาจ้างของเขา ดิฉันดูรายงานที่เขาส่งให้ ๒๐ ปี ๑๗ ปี ๑๕ ปี ๑๔ ปี ๑๒ ปี จ้างติดต่อกัน เขาอยากเป็นข้าราชการค่ะ เพื่อเขาจะมีสิทธิอะไร หลาย ๆ อย่างจากสวัสดิการของรัฐบ้าง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอันนี้มีความจำเป็นเหมือนกัน ครูอัตราจ้างเขาทำงานเก่งมาก สอนเก่ง ทำงานเก่ง ทำกิจกรรมเก่ง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องน่าจะดูแลเขาในส่วนนี้บ้าง งบประมาณในการจ้างบางแห่งก็บอกว่าจ้างด้วยเงิน รายได้ของวิทยาลัย จ้างด้วยเงินงบประมาณแผ่นดิน แต่จ้างด้วยเงินงบประมาณแผ่นดินนี้ มีเอกสิทธิ์มากกว่า จนเขาบ่นว่าทำไมไม่ให้งบประมาณแผ่นดินมาจ้างพวกหนู มาจ้างพวกผม ผมจะได้มีสิทธิเหมือนกับผู้ที่จ้างด้วยเงินงบประมาณแผ่นดิน อันนี้แหละความจำเป็น มันบีบบังคับสถานศึกษาหลาย ๆ อย่าง ดิฉันจึงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย ปริญญาตรีเขาก็ได้นะคะ เขาบอกว่าเขาต้องได้ตามนโยบายของรัฐ อันนี้แหละเขาจึง กระเสือกกระสนที่จะต้องเป็นครูของรัฐ เพราะฉะนั้นเวลาทำงานของเขาถ้าพอที่จะปรับ ให้เขาได้ก็ฝากไปยังรัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ได้โปรดพิจารณาให้เขาด้วย ขอบพระคุณมากค่ะ
คือลำดับจะเป็นอย่างนี้นะครับ เนื่องจากจะถึงเวลากระทู้ถามสดแล้ว ต่อไปจะเป็นท่านเปล่งมณี แล้วก็มาท่านชมภู ท่านพรพิมล ท่านวันเพ็ญ แล้วก็ดอกเตอร์ธีรรัตน์ สุดท้ายนะครับ เชิญท่านเปล่งมณี
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องถนน ๑ เรื่องค่ะ เรื่องขอสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างถนนและซ่อมแซมถนนลาดยาง ถนนคอนกรีต ถนนลูกรัง ในตำบลอิปุ่ม และตำบลวังยาว อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย สืบเนื่องจากดิฉันได้ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนใน ๗ หมู่บ้านของตำบลอิปุ่ม และตำบลวังยาว ๑๓ หมู่บ้านในอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจาก ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และได้รับเรื่องร้องเรียนด้วยวาจา จากพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องถนนในหมู่บ้านของเขา ซึ่งพื้นผิวถนนมีความขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ ไหล่ทางทรุด สร้างความเดือดร้อนในการสัญจรไปมาของเขาเป็นอย่างมาก จนเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมามีพี่น้องประชาชนในตำบลอิปุ่มได้ออกมาปิดถนนดำ เส้นระหว่างหล่มสัก-ด่านซ้าย เพื่อที่จะเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาช่วยเหลือ เพราะว่าเขาไม่สามารถเดินทางเข้าออกในหมู่บ้านได้ อันนี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และถนนใน ๒๐ หมู่บ้านใน ๒ ตำบลนี้เป็นถนนที่รับการถ่ายโอนมา ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบล ไม่สามารถที่จะมีงบประมาณในการดูแลช่วยเหลือเขาได้ หมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านในแต่ละตำบล มีความห่างไกลเป็นพัน ๆ เมตร ซึ่งต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง นี่คือสาเหตุหลัก ที่ดิฉันต้องมากราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กรมทางหลวงชนบท กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ช่วยส่งเจ้าหน้าที่ลงมาสำรวจ และให้การสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้าง ซ่อมแซมถนนใน ๒๐ หมู่บ้านใน ๒ ตำบล ดังกล่าวโดยเร่งด่วน ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านชมภู จันทาทอง ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นำมาหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องหมู่ที่ ๒๕ บ้านพรพระธาตุของตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ได้รับผลกระทบจากการที่มีประตูเปิดปิดน้ำของเขื่อนโขง-ชี-มูลที่จะระบายน้ำช่วงน้ำหลาก ออกไปสู่แม่น้ำโขง ซึ่งดิฉันกับพี่น้องประชาชนนั้นก็ได้ประสานกับทางกรมโยธาธิการ และผังเมือง ช่วงแรกก็ได้รับงบประมาณไปเบื้องต้นแล้วค่ะ แต่ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนซึ่งมีที่ดินน้อยนิดแค่คนละไร่สองไร่ของชาวรากหญ้าในการทำมาหากิน ของเกษตรกรอยู่ที่ริมห้วยหลวงก็ทรุดลงน้ำเกือบหมดแล้วค่ะท่านประธาน ก็ขอท่านประธานผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยผลักดันงบประมาณเพื่อไปแก้ไข ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนของหมู่ที่ ๒๕ บ้านพรพระธาตุ และเชื่อมไปถึงบ้านเมืองคลัง จนถึงหน้าประตูเปิดปิดน้ำของเขื่อนโขง-ชี-มูลด้วยค่ะ
ประเด็นที่ ๒ นั้นก็เช่นกันค่ะ ความเดือดร้อนในการที่จะของบประมาณ ของกรมโยธาธิการและผังเมืองของหมู่ที่ ๑๑ ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เช่นกันค่ะ เบื้องต้นก็ได้รับงบประมาณจากกรมโยธาธิการและผังเมืองไปแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนในการที่ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำโขงที่ดินทรุดลงแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตร ของพี่น้องประชาชนและเป็นชุมชนที่พี่น้องนั้นได้รับความเดือดร้อนทรัพย์สินเป็นอย่างมาก ยังขาดอยู่ประมาณ ๑๕๐ เมตรถึง ๒๐๐ เมตรที่จะทำเขื่อนป้องกันตลิ่งในการแก้ไขปัญหาอย่างนี้ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ช่วยอนุมัติงบประมาณเพื่อไปแก้ไข ให้สิ้นสุดในความเดือดร้อนของหมู่ที่ ๑๑ ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านพรพิมล ธรรมสาร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวพรพิมล ธรรมสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ที่ทำให้พี่น้องประชาชนชาวปทุมธานีมีความสุขกับการเยียวยาเรื่องน้ำท่วมที่ทั่วถึง แล้วก็เรียบร้อย และตอนนี้ก็ทำให้พี่น้องประชาชนคลายกังวลและมีความมั่นใจเรื่องน้ำท่วม เพราะว่าทางรัฐบาลได้วางแผนป้องกันน้ำท่วมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะตัวท่านนายกรัฐมนตรีเอง ท่านได้ลงพื้นที่ไปบัญชาการแล้วก็ตรวจดูความเรียบร้อยอย่างสม่ำเสมอนะคะ แต่ก็มีเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเรื่องการจราจรติดขัดในเขตพื้นที่อำเภอธัญบุรี ตั้งแต่คลองหนึ่งถึงคลองสี่ ถนนสายรังสิต-นครนายก เพราะว่าตอนนี้ ๒ ฝั่งถนนมีบ้านจัดสรร เกิดขึ้นจำนวนมากทำให้ถนนเส้นนี้การจราจรติดขัด แล้วถนนเส้นนี้ก็เป็นถนนสายหลัก เป็นทางผ่านที่จะเข้ากรุงเทพมหานครด้วย โดยเฉพาะเวลาตอนเช้าซึ่งเป็นเวลาเร่งรัด โดยเฉพาะรถที่จะต้องกลับรถก็ทำให้การจราจรติดขัดมาก ดิฉันได้ประสานงานไปยัง กรมทางหลวง ซึ่งทางกรมทางหลวงก็มีแผนที่จะสร้างสะพานยกระดับบนสายทางหลัก เพื่อที่จะให้รถที่วิ่งบนทางหลักวิ่งไปได้ แล้วก็ทำให้รถที่จะกลับได้กลับใต้สะพานได้นะคะ เพื่อที่จะช่วยแบ่งเบาแล้วก็แก้ไขปัญหาการจราจรได้ดีขึ้น แต่ว่าทางกรมทางหลวงก็ยังไม่ได้รับ การสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงคมนาคมค่ะ จึงฝากเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ทางกระทรวงคมนาคมแล้วก็กระทรวงที่เกี่ยวข้องให้ช่วยพิจารณาจัดสรรงบประมาณเข้ามา ดูแลอย่างเร่งด่วนด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่หารือกับท่านประธาน มี ๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องการจัดสวัสดิการสังคมของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ คือจริง ๆ แล้วจังหวัดปทุมธานี อำเภอลำลูกกา ในเขตเลือกตั้งนี้ ก็ดีใจมากที่ท่านได้สนับสนุนสวัสดิการสังคมในส่วนนี้ลงไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็เสียดาย อยู่นิดหนึ่งที่ระดับผู้ปฏิบัติหรือว่าระดับใดก็แล้วแต่การจัดงบประมาณนั้นมันไม่ตรงเป้าหมาย นั่นก็คือคนจนไม่ได้แต่ว่าคนที่ได้นั้นไม่ได้จนจริงครับ เพราะว่าเงินส่วนนี้สำหรับคนจน คนขับรถเก๋ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมแม้กระทั่ง ส.ท. ยังได้รับเงิน ๑,๐๐๐ บาทส่วนนี้ไป ผมฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดูแลในส่วนนี้ด้วย เงินเยียวยาครับ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ก็กำลังเยียวยากันอยู่ ก็คิดว่าน่าจะเรียบร้อย แต่ว่ามีการสวมสิทธิ์ครับท่านประธาน นั่นก็คือคนที่ไม่อยู่อาศัยในบ้าน ไม่ได้อยู่นะครับ เป็นบ้านของตัวเอง มีชื่อในทะเบียนบ้านได้รับเงินเยียวยาไปแต่ว่าเจ้าของบ้านไม่ได้รับครับ มีคนเอาไปสวมสิทธิ์ มีหนังสือร้องเรียน มีหลักฐานชัดเจน ร้องเรียนมาอยู่ในมือ เดี๋ยวจะส่งให้ท่านประธานนะครับ เพราะฉะนั้นการเยียวยาตรงนี้ผมเชื่อว่ามีหลายราย ที่ไม่เรียบร้อย
สุดท้ายนะครับ หนังสือที่ผมขอหารือนะครับท่านประธาน ปัญหา ของประชาชนในสภาแห่งนี้ มีหนังสืออยู่ฉบับหนึ่งผมหารือไปแล้วท่านตอบไปว่าคนที่จะ รับผิดชอบมันไม่ตรงกับส่วนที่ผมหารือ มีหนังสือฉบับหนึ่งผมหารือปัญหาความเดือดร้อน น้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานี แต่หนังสือที่ท่านตอบไปนั้นท่านบอกว่าได้ส่งไปให้ผู้ว่าราชการ กทม. ให้แก้ปัญหาด่วนให้แล้ว มันไม่ตรงครับ เมื่อเช้าผมก็มาถามที่สภาแห่งนี้กับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าถ้ามันไม่ตรงทางผู้ว่าราชการ กทม. ก็จะตอบมาว่าไม่ตรงเอง ท่านต้องแก้ไขนะครับเรื่องนี้เป็นหลักการสำคัญ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ
คืออย่างนี้นะครับ ผมจะขออีกสัก ๓ ท่านแล้วก็จะได้เข้ากระทู้ถามสดเลยนะครับ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็จะมีท่านลีลาวดีกับดอกเตอร์ธีรรัตน์ แล้วก็ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะมีคุณสุพัชรี ๓ ท่านนะครับ ก่อน ๓ ท่านนี้ก็จะเป็นท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เชิญครับ
ขอบพระคุณค่ะ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอหารือท่านเรื่องของอาคารเรียน สำหรับโรงเรียนดงขุยวิทยาคม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ หารือแล้วก็สอบถาม แล้วก็ติดตามเพื่อจะขอให้ช่วยโรงเรียนแห่งนี้ว่าเกิดการขาดแคลนห้องเรียน เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา เด็กเกือบ ๑,๐๐๐ คน ตามเกณฑ์จะต้องมีห้องเรียนให้เขาครบ ขาดแคลนจำนวน ๑๘ ห้องเรียน จะต้องจัดขนาดของอาคารเรียนตามแบบ สปช. ๒/๒๘ โรงเรียนเองขอหางบประมาณ ผ่านทาง สพฐ. มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ยังไม่ได้งบ โรงเรียน ก็มีนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี กิจกรรมของโรงเรียนของเด็ก ๆ สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน เป็นอย่างยิ่ง สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชนเป็นอย่างยิ่ง สามารถสอบเข้าแข่งขันแล้วก็ทำกิจกรรม ระดับต่าง ๆ ได้ตลอด ได้รางวัลมากมาย ทั้งหลายทั้งปวงเกิดจากผู้บริหารของโรงเรียนเอง เฉพาะเลยที่มีวิสัยทัศน์แล้วก็ได้รับความร่วมมือจากชุมชน พ่อค้า พี่น้องประชาชน ในเขตท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ทั้งภาครัฐและเอกชนในการช่วยกันจัดงบประมาณมาจัดกิจกรรม แล้วก็ส่งเสริมให้โรงเรียนแห่งนี้มีชื่อเสียงโดยไม่ได้รับการเหลียวแลจากทางกระทรวงเลย ดิฉันติดตามมา หารือในสภาก็หารือ ขอให้ท่านตอบในราชกิจจานุเบกษาก็ตอบนะคะ ก็อ้างอยู่คำเดียวว่างบประมาณไม่เพียงพอ แต่ดิฉันก็เคยตรวจเจอว่างบประมาณมันมี แต่ว่ามันไม่กระจายเพราะมันไปกระจุก เพราะฉะนั้นก็อยากจะถามว่าถ้าหากว่า ตัวของผู้บริหารโรงเรียนนำเสนอขอโครงการผ่านมาตามขั้นตอนถูกต้องแล้ว แล้วก็ ทางภาคอื่นข้างนอกอย่าง ส.ส. ก็ได้พยายามช่วยกันดู ช่วยกันนำเสนอผ่านไปถึงกระทรวง ให้ได้รับการพิจารณาก็ยังไม่ได้รับการพิจารณา จึงเสนอผ่านท่านประธานมา ณ วันนี้ว่า สมควรซึ่งผู้บริหารจากส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับตรงนี้ ท่านลงไปดูสิว่ารายงานที่มาเป็นตัวหนังสือ แล้วก็จากที่ ส.ส. ได้มาพูดในสภาหลายครั้งหลายหน สำหรับโรงเรียนดงขุยวิทยาคมตรงนี้สมควรที่จะได้รับการสนับสนุนอาคารเรียนหรือไม่ ให้ท่านไปตรวจเอง ขอขอบพระคุณนะคะ
ต่อไปเป็นท่านลีลาวดี ท่านสุพัชรี แล้วก็ดอกเตอร์ธีรรัตน์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ เขตดุสิต เขตราชเทวี พรรคเพื่อไทย ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้ดิฉันได้มีโอกาสหารือ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันได้นำเรื่องที่มีพี่น้องประชาชนร้องมา ในเขตดุสิตจากท่านสวงค์ เหม็นแดง จากตลาดเทเวศร์ใกล้ ๆ นี้เองนะคะ บอกบริเวณ สี่แยกตลาดเทเวศร์ที่ชื่อสะพานเทเวศรนฤมิตรอยู่บริเวณหน้าตลาดเทเวศร์ สะพานแห่งนี้ มีรถสัญจรไปมาอยู่มากมายทีเดียวค่ะ แต่ปรากฏว่ามีหลุมขนาดใหญ่ วันก่อนก็มีมอเตอร์ไซค์ ที่ขับอยู่ในบริเวณนี้ช่วงฝนตกก็เกิดอุบัติเหตุ แล้วก็ทำให้รถที่ขับสัญจรไปมาเกิดอุบัติเหตุขึ้น หลายครั้ง จึงอยากจะขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โปรดได้ส่ง งบประมาณแล้วก็หาหน่วยงานที่มาดูแลแก้ไขปัญหาตรงนี้เร่งด่วนเลยค่ะ เพราะฝนตกทุกวัน แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นก็มีทุกวันค่ะ
อีก ๑ เรื่องนะคะ เป็นเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนมาโดยคุณบุญมี เลี้ยงเลข แจ้งมาบอกว่าปากซอยชุมชนสวนเงินก็ใกล้ ๆ นี่เองในเขตราชเทวี ปรากฏว่าไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง และบริเวณนี้ก็มีป้ายรถประจำทางอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นคนก็จะมาลงรถประจำทางกันที่นี่ทุกวัน จำนวนมากทีเดียว แต่ไม่มีแสงไฟหรือว่าไฟแสงจันทร์ เวลากลางคืนนี่มืดมาก ๆ เลย อยู่ใกล้ ๆ กับสภาของเรานี่นะคะ แล้วก็ ๒-๓ วันก่อนก็มีเหตุฉกชิงวิ่งราว บุคคลที่ต้องใช้ป้าย แห่งนี้ก็ฝากมาถึงคุณบุญมี คุณบุญมีก็เลยเป็นตัวแทนของชุมชนสวนเงินฝากดิฉันมา แล้วก็ขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้โปรดดูแลแก้ไข ในเรื่องนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
คุณสุพัชรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตหารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒-๓ เรื่องด้วยกันนะคะ
เรื่องแรก ตามที่ทางรัฐบาลได้เปิดโครงการการแทรกแซงราคายางพารา ในทุกพื้นที่ก็ประสบปัญหาต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะในจังหวัดพัทลุงประสบปัญหา ในเรื่องของจุดรับซื้อในการแทรกแซงยางพาราค่ะ ก็คือจังหวัดพัทลุงเราไม่มีจุดรับซื้อ ในตัวโครงการแทรกแซงราคายางพาราในตรงนี้ ทางสมาชิกพี่น้องสหกรณ์เขาก็ต้องนำยางแผ่น ไปขายที่จังหวัดตรัง ที่จังหวัดสงขลา แล้วก็ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เลยอยากจะฝากท่านประธาน ให้ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผู้ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยไปเปิดจุดรับซื้อ ยางแผ่นให้กับพี่น้องชาวจังหวัดพัทลุงด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของไฟส่องสว่างไปยังแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุง ก็คือหาดแสนสุขลำปำ ซึ่งหาดแสนสุขลำปำเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีพี่น้องได้ไปท่องเที่ยว มากมายเหลือเกิน ทั้งกลางวัน แล้วก็ช่วงเย็น แล้วก็ตลอดถึงกลางคืน แต่ว่าไฟส่องสว่าง จากถนนราเมศวร์ไปยังหาดแสนสุขลำปำยังไม่เพียงพอ เกิดการโจรกรรมแล้วก็เกิดอุบัติเหตุ อย่างมาก ก็เลยอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ
เรื่องสุดท้าย ตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดพัทลุง ทั้ง ๓ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ แล้วก็ดิฉัน เราได้ร่วมกัน ผลักดันในเรื่องของการก่อสร้างเรือนจำกลางจังหวัดพัทลุง ซึ่งเราก็ได้เห็นว่า มีความจำเป็นมากที่จะให้มีการก่อสร้างแหล่งใหม่ของเรือนจำตรงนี้ขึ้นมา แต่ว่าวันนี้พอมาดู งบประมาณในปี ๒๕๕๖ ก็ไม่มี ก็เลยอยากจะฝากกรมราชทัณฑ์ อยากจะฝากกระทรวงยุติธรรม ให้ช่วยบรรจุงบประมาณในปี ๒๕๕๗ ให้กับจังหวัดพัทลุงของดิฉันด้วยค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญดอกเตอร์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขออนุญาตใช้โอกาสนี้ในการเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ในเขตลาดกระบังซึ่งอยู่ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังจากฝน ที่ตกลงมาด้วยนะคะ เนื่องจากว่าดิฉันเองนั้นได้ลงไปในพื้นที่แล้วดิฉันก็ได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องว่าฝนตกเพียงแค่น้อยนิดแต่ก็ทำให้รถติดแล้วก็น้ำท่วมขังได้ เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่ดิฉันก็ต้องขอขอบคุณหลาย ๆ หน่วยงานนะคะ ดังเช่นสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้นำ กรมราชทัณฑ์ลงมาลอกท่อนะคะ เนื่องจากเมื่อลอกท่อแล้วก็ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นด้วยนะคะ ฉะนั้นก็เป็นผลที่ปรากฏชัดเจนว่าน้ำที่ท่วมขังนั้นเกิดจากการไม่ระบายน้ำและท่อระบายน้ำ ที่อุดตันนะคะ ดิฉันก็ยังเป็นห่วงในส่วนอื่น ๆ ของกรุงเทพมหานครที่ดิฉันได้พูดคุยกับ ท่าน ส.ส. หลาย ๆ ท่านว่ามีปัญหานี้เช่นเดียวกัน ตอนนี้ยังไม่สายเกินไปที่จะระดมกำลังนั้น ลงไปดูในท่อระบายน้ำว่ามีอะไรกีดขวางทางน้ำอยู่หรือเปล่านะคะ และยังมีหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งร่วมมือกันทำงานที่จะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ในส่วนของกองทัพเรือนะคะ โดยท่านเจ้ากรมอู่ทหารเรือ พลเรือโท มานิตย์ สูนนาดำ ขออนุญาตที่จะต้องเอ่ยนาม เพื่อที่จะขอบคุณในความร่วมมือที่ได้นำเรือผลักดันน้ำลงมาในพื้นที่ที่จะทำให้การระบายน้ำนั้น เป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้นนะคะ ขอขอบคุณกระทรวงสาธารณสุขที่ได้นำยากันน้ำกัดเท้า มาช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นการทำงานที่รวดเร็วของรัฐบาล ดิฉันเป็นตัวแทนของพี่น้องในเขตลาดกระบังที่จะต้องมาขอบคุณทุก ๆ หน่วยงาน ที่ลงไปช่วยเหลือนะคะ ซึ่งก็ต้องเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งค่ะขอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โปรดอย่าเล่นเกมการเมืองอย่าเอาน้ำมาเล่นกันเลยนะคะ ซึ่งดิฉันก็เห็นด้วยกับทางฝ่าย ที่จะตั้งกระทู้ถามในเรื่องของอย่าใช้การที่น้ำท่วมกรุงเทพมหานครมาเล่นเกมการเมือง โปรดช่วยกันทำงานด้วยความจริงจังด้วย ขอขอบพระคุณค่ะ
ขณะนี้มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงชื่อแล้ว ๓๒๙ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ผมขอดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ เดี๋ยวนะครับผมแจ้งเสร็จก่อน
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสด
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๒ ส. เรื่อง การบริหารจัดการน้ำ ในกรุงเทพมหานคร (นายธนา ชีรวินิจ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี
คุณหมอมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้าน อย่างไรก็ต้องขอคำยืนยันจากท่านประธานนะครับ เพราะว่าท่านให้เวลา กับการหารือเกินเวลาไปมาก ก็ขอคำยืนยันกับท่านประธานว่าจะต้องมีการถ่ายทอดสด กระทู้ถามสดจนจบทั้ง ๓ กระทู้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทู้ถามสุดท้ายเป็นกระทู้ถาม เกี่ยวกับเรื่องของปาล์มน้ำมันราคาตกต่ำนี่พี่น้องประชาชนรอฟังเรื่องนี้อยู่มากทีเดียวนะครับ ขอคำยืนยันจากท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง
คืออย่างนี้นะครับ ผมจะเตือนทั้งผู้ถามและผู้ตอบฝั่งละ ๑๐ นาที ก็ ๖๐ นาทีก็ครบนะครับ ตามที่เราได้กำหนดถ่ายทอดไว้นะครับ เชิญท่านธนาครับ ถามเลยนะครับ ผมจะไม่เตือน ทั้งผู้ตอบและผู้ถามนะครับ ท่านถามกันเลยนะครับ ๑๐ นาทีนะครับ ภายใน ๓ คำถามของท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่จะถามผมขออนุญาตท่านประธาน ขออนุญาต เอาแสตนด์ (Stand) ขึ้นมาเพื่อประกอบการอภิปรายครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ยื่นกระทู้ถามสดถามท่านนายกรัฐมนตรีถึงนโยบายของรัฐบาลกับการแทรกแซงการทำงาน ในการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร ความจริงเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นข่าวครึกโครม และเป็นที่สับสนของพี่น้องประชาชนเลย ถ้าในวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๖ จะไม่เป็นการครบวาระ ของท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านปัจจุบัน เพราะฉะนั้นประเด็นที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ผมเรียนท่านว่าไม่ว่าจะมีเรื่องของซีซีทีวี (CCTV) ดัมมี่ (Dummy) หรือที่ท่านเรียกว่ากล้องลวงโลก ซึ่งท้ายที่สุดกรรมาธิการก็วินิจฉัยแล้วว่าได้มีการจัดซื้อถูกต้อง แล้วราคาถูกกว่าหน่วยงานอื่น ด้วยซ้ำไปมันจะมีเรื่องอื่น ๆ มากมาย
เดี๋ยวนะครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านกำลังอารัมภบทอยู่นะครับ อดทนฟังหน่อยครับ เพราะว่า เวลาถ่ายทอดเรามีจำกัดนะครับ ถ้าลุกขึ้นประท้วงนี่ คืออย่างนี้ครับ จริงไม่จริงยังไม่ทราบ เพียงแต่ท่านอารัมภบทเรื่องของท่านอยู่ คือให้ฟังให้จบก่อนได้ไหมครับ ให้จบแล้ว ท่านจึงขอใช้สิทธิอะไรก็ว่ากันไปอย่าเพิ่งมาขัดในระหว่างที่การกระทู้ถามได้ไหมครับ คือผมควบคุมอยู่ นั่งก่อนนะครับ ถ้าท่านจะใช้สิทธิอะไรเดี๋ยวให้มันเสร็จสิ้นก่อน เชิญครับ
ท่านประธานครับ ความจริงก็ไม่น่าที่จะมี เหตุการณ์เรื่องถุงทรายอยู่ในท่อระบายน้ำ ถ้าเป็นช่วงเหตุการณ์ปกติไม่มีการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนท่านว่าการที่รัฐบาลโดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงมาเรื่องนี้แล้วสร้างความสับสน ให้เกิดกับพี่น้องประชาชน ผมมองว่าท่านมีนัยอย่างอื่นแอบแฝง เพราะว่าความจริงเรื่องนี้ ท่านสามารถปรึกษาหารือกับกรุงเทพมหานครหรือแม้กระทั่งกรรมการ กบอ. ที่ท่านเป็นประธาน เขาก็ยืนยันในเรื่องหลักการนี้ได้แต่ท่านก็ไม่ฟัง เพราะฉะนั้นผมจึงต้องใช้โอกาสนี้ชี้แจง ให้กับท่านได้รับฟัง เพราะ กทม. ชี้แจงอย่างไรท่านก็ไม่ฟัง
ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือคำให้สัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรีเองครับ ท่านบอกว่าเมื่อประมวลเหตุการณ์พบว่าการวางกระสอบทรายในท่อระบายน้ำไม่มีแผนการ มาตั้งแต่ต้น ประเด็นที่ ๑ นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ท่านตั้งคำถามไปที่กรุงเทพมหานคร ๓ ข้อว่า ๑. นำถุงทราย ไปใส่ในท่อระบายน้ำเป็นการบริหารน้ำแบบใด ผมตอบท่านตรงนี้เลยครับ เป็นการบริหารน้ำ แบบปิดล้อม เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ท่านฟัง ๒. ใครเป็นผู้สั่งการให้นำถุงทรายไปใส่ในท่อระบายน้ำ และเหตุใดจึงทำในช่วงที่มีพายุมาก การสั่งการดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบบริหารราชการ เป็นหน้าที่ของข้าราชการประจำที่มีหน้าที่ในการดูแลป้องกันปัญหาน้ำท่วมและสั่งการกัน ตามปกติซึ่งกระทำกันทุก ๆ ปี และ ๓. กทม. นำถุงทรายไปใส่ในท่อระบายน้ำที่จุดใดบ้าง ขอให้บอกมาทุกจุดจะได้ไปเอาออก เพราะเป็นการขัดคำสั่ง กบอ. ผิดข้อตกลงของ กบอ. กับ กทม. และจะตั้งกรรมการสอบสวนฐานขัดคำสั่งไม่ทำตามนโยบายของ กบอ. ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับ เอกสารที่อยู่ในมือผมเป็นเอกสารส่วนหนึ่งที่กำหนดจุด ของการนำถุงทรายลงไปในโครงการหรือนโยบายปิดล้อมเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม และผมก็จะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีว่าท่านตั้งใจฟังให้ดีเพราะเรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ของแผ่นดิน ของชาติ และของคนกรุงเทพมหานคร ท่านสร้างความไม่สบายใจกับความสับสนให้เกิดขึ้นมามากมาย พอสมควรแล้ว ผมขออนุญาตท่านอย่างนี้ครับ เอกสารที่อยู่ในมือผมเรียกว่าแผนปฏิบัติการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ปี ๒๕๕๕ ได้มีสั่งการของผู้อำนวยการ สำนักการระบายน้ำตั้งแต่วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ถึงแนวทางในการดำเนินการ ป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ในนี้เป็นการรวบรวมทั้งหมดครับว่า หากเกิดน้ำท่วมจะต้องดำเนินการอย่างไร ป้องกันอย่างไร มีแผนฉุกเฉินอย่างไร มีแผนรองรับสำรองอย่างไรอยู่ในนี้หมด และเอกสารฉบับนี้ก็ทำกันตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๕ คือปีนี้ ท่านจะบอกว่ามาทำทีหลังก็คงจะไม่ได้แล้วนะครับ ผมอยากให้ท่านสรุปเพื่อให้ประเด็นสั้นลง ข้อ ๗.๒.๒ กำหนดพื้นที่ปิดล้อม การปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ชุมชนหนาแน่นและครอบคลุมจุดอ่อนน้ำท่วมที่สำคัญได้ใช้ระบบพื้นที่ปิดล้อม ภาษาอังกฤษ เรียกว่าโฟลเดอร์ ซิสเต็ม (Folder system) จำนวน ๑๕ พื้นที่ ๑๖๘.๖ ตารางกิโลเมตร ๑๘ แห่ง ดังนี้ ซึ่งผมได้ขยายให้มาในชาร์ท (Chart) ที่ให้ดูนี้นะครับท่านประธาน ขออนุญาตกล้อง ติดตามมาด้วยนะครับ นี่คือพื้นที่ปิดล้อมที่ กทม. ประกาศทั้งหมด ๑๘ จุดด้วยกัน เป็นพื้นที่ที่อ่อนไหวต่อปัญหาน้ำท่วมที่สุดที่จะกระทบกับตรอก ซอก ซอย และถนน ในการจราจรของกรุงเทพมหานคร ผมจะรวบรัดมาที่ประเด็นของข้อ ๕ พื้นที่ปิดล้อมรามคำแหง พื้นที่ปิดล้อมรามคำแหงก็คือพื้นที่ที่อยู่ในบริเวณถนนศรีนครินทร์ ที่คนของท่านละครับ ในฐานะที่ท่านเป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คนของท่านไปเอาเจ้าหน้าที่ไปเปิดฝาท่อระบายน้ำ และนำถุงทรายที่เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครนำไปใส่ไว้เพราะเป็นจุดในการกำหนดพื้นที่ปิดล้อม นี่ครับท่านประธาน นี่คือแผนผังทั้งหมดของบริเวณพื้นที่ปิดล้อมรามคำแหง ท่านประธานจะเห็น นี่คือบริเวณคลองแสนแสบ นี่คือพื้นที่ทั้งหมด นี่คือถนนพระราม ๙ สิ่งที่ท่านเห็นเป็นวงกลมสีเขียว นี่คือบ่อสูบน้ำซึ่งวางไว้ตามจุดพื้นที่ปิดล้อมรอบพื้นที่รามคำแหงทั้งหมด จุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราว จุดติดตั้งสถานีสูบน้ำ ทำนบประตูระบายน้ำ และนี่ครับ สี่เหลี่ยมสีเลือดหมูนี่ครับจุดอุดกั้นท่อระบายน้ำก็คือจุดที่ กทม. นำถุงทรายไปเพื่อปิดกั้น และปิดล้อมพื้นที่ในกรณีที่เกิดน้ำท่วม จำเป็นอย่างยิ่งที่ กทม. จะต้องบล็อก (Block) พื้นที่ เนื่องจากคลองในกรุงเทพมหานครนั้นไม่ได้มีสถานะในการระบายน้ำอย่างเดียว แต่เป็นคลอง ที่ต้องใช้ในการขนส่งทางเรือ ในทางระบายน้ำทางเรือให้กับพี่น้องประชาชน คนกรุงเทพมหานครหลายหมื่นคนต่อวัน การรักษาระดับน้ำในคลองแสนแสบก็ดี จะเป็นปัญหาอย่างยิ่งในการที่จะดูแลปัญหาน้ำท่วม เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนว่า โดยสภาพปกติน้ำและลำคลองในกรุงเทพมหานครนั้นจะมีลักษณะที่สูงกว่าพื้นที่ถนน และตรอก ซอก ซอยอยู่แล้ว ถ้าไม่ทำการปิดกั้นพื้นที่ก็จะไม่สามารถที่จะดูแลปัญหาน้ำท่วม ในพื้นที่ได้เลย เสมือนหนึ่งสูบน้ำออกแล้วน้ำก็จะวนกลับมา นี่คือลักษณะที่ผมกราบเรียน เพื่อให้ท่านประธานได้เข้าใจ และจุดที่ผมชี้อยู่บริเวณนี้ที่เป็นเส้นประนี่นะครับ เขาเรียกว่า จุดอ่อนน้ำท่วม และจุดอ่อนน้ำท่วมนี่ละครับท่านประธานคือจุดที่มีปัญหาที่ท่านเอาคนของท่าน ไปรื้อกระสอบทราย นี่คือบริเวณร้านอาหารผาแดง มีจุดที่เป็นเส้นสีแดงที่จุดระบายน้ำชำรุด และมีการทรุดตัวของถนน มีเศษวัสดุแล้วก็มีทรายต่าง ๆ มากมาย มีเศษดิน ตะกอนต่าง ๆ มากมาย ถ้าปล่อยทิ้งไว้น้ำก็จะพัดพาเอาเศษวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ นั้น ไหลเข้าไปอุดกั้นทางระบายน้ำได้ และถ้าปล่อยทิ้งไว้จะทำให้บริเวณถนนศรีนครินทร์ชำรุด หรือทรุดตัวลงได้ กทม. จึงได้ดำเนินการปิดกั้นท่อระบายน้ำ ๒ จุดที่อยู่ด้านข้างที่ท่านไปรื้อ นี่ละครับ และท่านดูนะครับรอบพื้นที่ถนนศรีนครินทร์ทั้งหมดจะมีสถานีสูบน้ำบล็อกไว้ ทั้ง ๔ จุดเพื่อปิดกั้นพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่จุดปิดล้อมเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่าส่วนหนึ่งน้ำจะลงที่คลองแสนแสบ และส่วนหนึ่งจะลงที่คลองกะจะ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือพื้นที่ปิดล้อมที่ ๖.๑ บริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ในโอกาสที่ กรุงเทพมหานครมีความพร้อมในการที่จะติดตั้ง
ท่านธนาเมื่อไรท่านจะถาม ท่านจะไป ๘ นาทีแล้ว ผมขอเตือนเดี๋ยวจะหมดเวลาครับ
ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมอภิปรายนี่เป็นข้อมูลทั้งสิ้น ถ้าไม่อธิบาย ก็จะไม่เกิดความเข้าใจ
คืออย่างไรก็ช่างท่านต้องถามภายใน ๑๐ นาทีนะครับ
ผมพยายามรวบรัดอยู่แล้วนะครับ นี่คือจุดปิดล้อมทั่วไปเป็นปกติ ถ้ามีความพร้อมเมื่อไรเขาก็จะติดตั้งท่อระบายน้ำ และมีการก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบ แต่เนื่องจากพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร มีการเปลี่ยนแปลงสภาวะอยู่ตลอดเวลา มีการสร้างตึกต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจุดอ่อนในน้ำท่วมนี่มันจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวการณ์ นี่ครับท่านประธาน อันนี้สำคัญครับ ในกรณีปิดกั้นท่อระบายน้ำเขาจะตีไม้ค้ำยันเพื่อให้ถุงทรายสามารถคงสภาวะ และอยู่ได้ ท่านไปรื้อไม้เอาถุงทรายขึ้นมา ท่านขัดขวางการป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร ท่านทำลายทรัพย์สินของกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการ ถ้าต่อมาพัฒนาดีขึ้น ก็จะเป็นบานประตูแบบแฟลพ เกท (Flap gate) หรือแม้กระทั่งบานประตูแบบเกท วาล์ว (Gate valve) ซึ่งสามารถระบายน้ำหรือเปิดน้ำได้โดยตัวบุคคล นี่คือพื้นที่สูบน้ำ พื้นที่ปิดล้อมต่าง ๆ ที่ผมให้ดู ผมกราบเรียนท่านประธานว่าความจริงท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้เจอกับท่านรัฐมนตรีหลายครั้ง และได้พูดครับว่าเรื่องที่ท่านออกมาแถลงข่าวสร้างความสับสน ให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ทำไมท่านไม่เรียกกรุงเทพมหานครมาชี้แจง หรือแม้กระทั่ง สอบถามความเห็นของคณะกรรมการ กบอ. ที่ท่านเป็นประธานอยู่นะครับ เขารู้กันหมดว่า นี่คือเทคนิคที่ใช้กันทั่วโลก ในต่างจังหวัดในประเทศไทยก็ใช้เทคนิคนี้ ไม่อย่างนั้น จะไม่สามารถป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้เลย ผมจึงเรียนถามท่านว่าแทนที่ท่าน จะเรียกกรุงเทพมหานคร เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสอบถาม ไปปรึกษาหารือ ไปตรวจดู ที่เกิดเหตุด้วยกัน ทำไมท่านเลือกใช้วิธีการที่จะสร้างความสับสนและก่อให้เกิดปัญหา กับกรุงเทพมหานคร นั่นเป็นคำถามแรกครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม ปลอดประสพ สุรัสวดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และประธาน กบอ. ต้องขอบคุณท่านธนานะครับ ที่สนใจเรื่องนี้ ผมก็นึกว่าจะมีคำถามเยอะ แต่ก็ต้องขอบคุณที่ท่านอุตส่าห์อธิบาย ผมอยาก เริ่มต้นอย่างนี้ครับ เริ่มต้นด้วยดีนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีแนะนำว่าเรื่องนี้ต้องพูดคุยกัน ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็แนะนำว่าให้พูดคุยกัน ผมได้เชิญ กทม. ประชุมกับผม พรุ่งนี้บ่ายสองโมง กทม. เขาเป็นกรรมการใน กบอ. อยู่แล้ว เพียงแต่ครั้งนี้ผมบอกไป ชัดเจนว่ารายละเอียดที่อยากจะคุยด้วยมีอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นผมก็หวังว่าการประชุมพรุ่งนี้ จะมีความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ผมไม่ได้ดื้อดึงอะไร ท่านบอกว่าผมสร้างความสับสน ผมไม่ได้สร้างความสับสนหรอกครับ ผมไม่อยากจะพูดว่าใครสร้างความสับสน นอกจาก ท่านจะมาบอกให้ผมพูด มายั่วให้ผมพูดผมก็จะพูด ท่านธีระชนออกมาบอกว่าใครมาแกล้ง กทม. เอาถุงทราย เอาหินไปใส่ในท่อ จากนั้นคุณวสันต์ก็ออกมาบอกว่าใครรู้ว่าถุงทรายอยู่ที่ไหน ก็ให้บอกมา ให้กำหนดจุดจีพีเอส (GPS) จะไปเอาออก จากนั้นท่านอลงกรณ์ก็ถามผมในห้องนี้ว่า ให้ไปช่วยจับทีใครเอาถุงทรายไปใส่ในพื้นที่ กทม. ผมก็ยังบอกท่านบอกว่า เดี๋ยวผมจะไปลอกก่อนนะแล้ววันหลังจะมาจับ ทั้ง ๓ ท่านที่พูดมาแสดงให้รู้ว่าท่านไม่ได้รู้เรื่อง ในการที่ กทม. เอาถุงทรายไปใส่เลยทั้งสิ้น ท่านไม่รู้จริง ๆ ผมก็เชื่อว่าท่านไม่รู้จริง ๆ ไม่รู้เหมือน ๆ กับผมนั่นแหละ ทีนี้เมื่อ กทม. ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเป็นคนวางเอง ผมก็ถามว่าวางตั้งแต่เมื่อไร ทำไมถึงวาง ทำไมถึงพูดไม่ตรงกัน แล้วทีนี้ใครล่ะครับ สร้างความสับสน ผมหรือเปล่าครับ ผมหรือ แหม ผมก็ไม่อยากจะพูด เรียกว่า เพื่อนท่านหรือพวกท่าน ผมหรือใคร เอาเป็นว่าผมไม่ได้สร้างความสับสนก็แล้วกัน แล้วผมจะพยายามสร้างความกระจ่างเพื่อจะให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด พอดีท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมา ผมทำตามคำแนะนำของท่านแล้วนะครับ ผมเชิญแล้วพรุ่งนี้บ่ายสองโมงครับ
ทีนี้ต่อไป กบอ. กับ กทม. หรือรัฐบาล รัฐบาลก็คุยกับ กทม. แล้วก็บอกโอเค (OK) กทม. เรามาตกลงกัน ๓ ข้อนะ
ข้อแรก ท่านเป็นกรรมการใน กบอ. ด้วย ก็ประชุมกันมาทุกครั้งด้วยดี
ข้อ ๒ ก็บอกว่า กทม. คุณอยู่ปลายน้ำ หน้าที่หลักของคุณในทางยุทธศาสตร์ ระบายน้ำนะ ทุกคนเข้าใจ กทม. ก็บอกว่าตรงกัน เพราะ กทม. ก็ไม่อยากจะน้ำท่วม
ข้อต่อไป รัฐบาลบอกโอเค รัฐบาลจะสนับสนุน กทม. ๖ ข้อ
ข้อ ๑ จะไปซ่อมประตูน้ำให้โดยเฉพาะประตูน้ำที่สำคัญ ไม่ใช่ซ่อมอย่างเดียว ย้ายประตูน้ำที่สำคัญด้วย ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพราะไม่อย่างนั้นรักษาเมืองเอกไม่ได้
ข้อ ๒ บอกว่าจะไปยกถนนให้เพื่อป้องกันพื้นที่ ประเดี๋ยวผมจะกลับมาพูด เรื่องป้องกันพื้นที่ เป็นบล็อกใหญ่ ๆ เลย
ข้อ ๓ บอกว่าพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจก็จะทำเขื่อนให้
ข้อ ๔ ให้งบประมาณไปลอกคู คลอง รวมทั้งท่อด้วย
ข้อ ๕ ให้เครื่องสูบน้ำ ให้เครื่องดันน้ำ และ
ข้อสุดท้าย รัฐบาลบอกว่าจะทำระดับชั้นความสูงต่ำของ กทม. ให้ เรียกว่า ไรด้า (RIDA) แล้วก็จะทำโพรไฟล์ (Profile) ของคลองให้ทั้งหมดเลย นั่นคือสิ่งที่ รัฐบาลสนับสนุน กทม. ๖ ข้อ
ถามว่า กบอ. ผมนี่แหละครับต้องมาเกี่ยวข้องเรื่องอะไร ผมต้องมาเกี่ยวข้อง ๕ ข้อครับ
ข้อแรก วิธีที่ กทม. คิดมันไปกระทบต่อภาพรวมของการระบายน้ำ อย่างที่ผม บอกแล้วว่า กทม. มีหน้าที่ระบายน้ำนะ ถามว่าทำไมระบาย ระบายเพื่อตัวเอง แล้วก็ระบายน้ำออก เพื่อช่วยทั้งประเทศ เพราะ กทม. อยู่ปลายน้ำ น้ำทั้งประเทศมันผ่าน กทม. เพราะฉะนั้น เมื่อเรามองเห็นว่าวิธีอย่างนี้มันกระทบก็ต้องพูด
ข้อ ๒ เรามองว่าเรื่องนี้มันกระทบงบประมาณ เพราะให้งบประมาณไป ให้ไปขุดลอกไม่ได้ให้ไปอุด ก็ต้องถามนะครับ ผมให้งบประมาณคุณไปลอกแล้วคุณมาอุด ก็ต้องถามว่ามันอย่างไร
ข้อ ๓ ประชาชนเดือดร้อน เมื่อเช้าผมดูทีวี (TV) เขาก็บอกว่าเขาเดือดร้อน น้ำที่ไหนลดแล้วที่นี่ยังไม่ลดเลย เพราะว่ายังไม่ได้เอาท่อออกไป เกี่ยวข้องเพราะว่าจราจร มีคนร้อง
สุดท้าย ก็คือเกี่ยวข้องในทางวิชาการคือเรื่องโพลเดอร์ (Polder) เมื่อกี้ท่านธนา ก็พูดขึ้นมา ที่จริงผมก็จะไม่พูดเรื่องนี้แล้ว นึกว่าจะเอาไปพูดวันพรุ่งนี้ ผมก็อุตส่าห์ไปค้นมาให้ว่า โพลเดอร์คืออะไร เอฟเอโอ (FAO) บอกว่าโพลเดอร์ก็คือที่ต่ำ ที่เขารีเคลม (Reclaim) เอามาให้ทำเกษตรกรรมหรือเอามาอยู่ วิธีรีเคลมก็ทำเขื่อนโดยรอบ ใช้เวลาเป็นสิบ ๆ ปี แล้วก็ปั๊มออกไป เอนจิเนียริง ดิกชันนารี (Engineering Dictionary) ก็บอกว่าโพลเดอร์คือพื้นที่ปิดล้อมปรับปรุงไม่ให้น้ำท่วมด้วยวิธีการสร้างคันแล้วก็ปั๊มน้ำออกไป เมอร์เรียม เว็บสเตอร์ ดิกชันนารี (Merriam-Webster Dictionary) ก็บอกว่าเป็นพื้นที่ต่ำ ต้องการจะรีเคลมคือเอากลับมาจากพื้นที่น้ำท่วม ปกติจะเป็นพื้นที่ทะเล เอนไซโคลพีเดีย บริทานนิกา (Encyclopedia Britannica) บอกว่าเป็นพื้นที่ต่ำเอามาจากพื้นที่น้ำท่วม วิธีการก็คือสร้างไดรฟ์ (Drive) แล้วก็สร้างระบบเดรนเนจ (Drainage) สุดท้ายวิกิพีเดีย (Wikipedia) ก็พูดเหมือนกัน แล้วบอกด้วยซ้ำไปว่าโพลเดอร์มี ๓ อย่าง อย่างหนึ่งก็คือ การหาพื้นที่เพิ่มเติมอย่างประเทศเนเธอร์แลนด์ อันที่ ๒ ก็คือแยกฟลัดเพลน (Floodplain) ออกจากทะเล อันที่ ๓ คือแยกพื้นที่ชุ่มน้ำออกจากทะเล ถามว่าแล้วมันอย่างไรครับ การที่ผมพูดมันอย่างไร โพลเดอร์แปลเป็นภาษาไทยง่ายที่สุดคือแก้มลิงครับ คือรีเทนชัน แอเรีย (Retention area) ผมถามท่านหน่อยท่านจะเอาระบบโพลเดอร์หรือแก้มลิงมาสร้างกลางกรุง อย่างนั้นหรือเปล่าท่าน ผมถามท่านหน่อยเถอะ นี่คือปัญหาเป็นปัญหาหลักการใหญ่ เราทำพื้นที่แก้มลิง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ท่านแนะนำ ผมถามว่าไปคุยกับชาวบ้านหรือยัง เขายอมหรือยัง เพราะปล่อยน้ำเข้าไปน้ำท่วม สมาคมโลกเย็นโลกร้อนฟ้องเลย แล้วนี่ท่านจะมาทำกลางกรุง ที่อยู่ในพื้นที่ข้างในหรือพื้นที่ข้างนอกสุดแล้วแต่ เขาท่วมมากกว่าท่านคุยกับเขาหรือยัง แล้วถ้าบ้านเขาท่วมใครจะจ่ายสตางค์ล่ะท่าน เพราะฉะนั้นนี่มันเป็นหลักการผมถึงต้องเอามาพูดว่าถ้าเอาเรื่องโพลเดอร์มาอธิบายอย่างนี้ ต้องพูดกันยาวแล้ว เพราะท่านกำลังจะสร้างอ่างเก็บน้ำชั่วคราว ที่รัฐมิสซิสซิปปี เขาทำโพลเดอร์อย่างนี้เหมือนกันกลางเมือง แต่เขาทำในแม่น้ำ เหมือนที่ท่านปราโมทย์ ออกมาพูดว่ากรมชลประทานทำ แต่เป็นการทำโพลเดอร์โดยใช้ลำคลองแล้วก็ปั๊มน้ำเข้าไป ในลำคลอง แล้วก็หาโอกาสระบายออก แต่นี่ไม่ใช่ท่านทำโพลเดอร์กลางกรุงกั้นถนน ให้น้ำท่วมถนน ผมไม่พูดได้อย่างไรมันเป็นเรื่องของหลักการ
ท่านครับ ท่านใช้เวลา ๗ นาทีครึ่งแล้วนะครับ เหลือเวลาตอบสุดท้ายขอความกรุณาด้วย
ข้อแรก ผมไม่ได้เอาเรื่องการเมือง ข้อ ๒ ผมไม่ได้ทำให้สับสน ข้อ ๓ เรื่องโพลเดอร์ต้องถกกันใหญ่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องถกกันให้ถึงที่สุดและเป็นเรื่องวิชาการ ถ้าเป็นเรื่องวิชาการพวกผมคิดผิดผมยอม ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ท่านพูดขณะนี้ ผมมั่นใจตัวเองว่าท่านไม่ถูก ท่านบอกว่าคลองของ กทม. มันสูงกว่าถนนจึงต้องปิด ไม่จริงครับ คลอง กทม. คลองไหนสูงกว่าถนนไปกับผมไหม เลิกงานนี้ไปดูเลย น้ำใน กทม. คลองแสนแสบไม่มี เรือยังเดินไม่ได้เลย แล้วท่านบอกว่าท่านมาปิด เพราะว่าน้ำจากคลองจะเข้าไป ผมว่ามันไม่ใช่นะ ท่านบอกว่าเอากระสอบทรายใส่เข้าไปเพื่อกันไม่ให้ดินและทรายไหลลง ท่านพูดเป็นเล่น ท่านพูดกลับไปหรือเปล่า ท่านเอาใส่สิครับมันจะไหลไปแล้วก็หาไม่เจอ ท่านใส่แล้วมันแตกมันก็ไหลไป ท่านไปทำอย่างนั้นทำไม วิธีทำผมก็เคยพูดทำเป็นบังเกอร์ (Bunker) ข้างนอก วางข้างนอกเป็นชั้น ๆ รื้อเมื่อไรก็ได้ ไม่ใช่ยัดใส่ ๆ เข้าไปอย่างนี้มันไม่ถูกต้อง
ผมว่าพอแล้วนะครับ
ผมตอบแค่นี้ก่อนเผื่อท่านจะถามต่อ
ท่านธนาเหลือเวลาอยู่ ๒๔ วินาที ท่านถามเลยครับ ผมจะคุมเวลา
ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรี ตอบมานี่ ผมก็ยิ่งมั่นใจว่าท่านไม่เข้าใจระบบจัดการน้ำในกรุงเทพมหานครเลย ท่านบอกว่า น้ำในคลองต่ำกว่าในถนน ท่านไปดูให้ดีเถอะครับ มันมีท่อระบายน้ำ มันมีพื้นที่รับน้ำ ที่สามารถรับน้ำจากคลองและลำรางต่าง ๆ เข้ามา แล้วมันเกิดปัญหาน้ำท่วม ท่านไม่เคยไปตรวจดูท่านไม่รู้หรอกครับ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านก็คือว่าทำไมถึงบอกว่า คนไม่ทราบว่ามีทรายอยู่ในท่อระบายน้ำในจุดปิดล้อม เพราะเป็นเรื่องเปราะบาง กทม. ไม่จำเป็นต้องบอกพี่น้องประชาชน เพราะถ้าบอกว่ามีการนำทรายมาไว้พื้นที่ตรงโน้นตรงนี้ เกิดมีน้ำท่วม
คุณธนาเชิญถามเลยนะครับ เพราะหมดเวลาแล้วนะครับ
ก็จะเกิดปัญหาในทางบริหาร ผมเรียนท่านอย่างนี้ว่าในปี ๒๕๒๖ น้ำท่วม ๑๐๐ ลูกบาศก์มิลลิเมตรใช้เวลาระบายน้ำ ๒ เดือน ปี ๒๕๓๘ ลดลงมาเหลือ ๑ อาทิตย์ หลังจากนั้นลดลงมาเรื่อย ๆ ปัจจุบันนี้ ด้วยระบบปิดล้อมของ กทม. ยืนยันว่าน้ำระดับ ๑๐๐ ลูกบาศก์มิลลิเมตรสามารถบริหารจัดการได้ ภายใน ๓ ชั่วโมง ซึ่ง ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่าปริมาณฝนตกมากที่สุด ในกรุงเทพมหานคร แต่รุ่งเช้าน้ำทุกแห่งในพื้นที่แห้งหมด นั่นคือการบริการจัดการน้ำ ที่มีประสิทธิภาพของ กทม. ท่านต้องมาเรียนรู้จาก กทม. แล้วท่านจะได้ไปบริหารจัดการน้ำที่อื่น เขาจะได้ไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นผมถึงถามท่านต่อไปว่าที่ท่านสั่งการว่าจะสั่งให้หน่วยงานอื่น ซึ่ง กทม. ยืนยันว่าเขาไม่รื้อถุงกระสอบทรายแน่นอน เพราะนี่คือระบบป้องกันน้ำของเขา และมีประสิทธิภาพ ท่านยังยืนยันที่จะให้หน่วยงานอื่นเข้าไปดำเนินการเอาถุงกระสอบทราย ออกจากพื้นที่ปิดล้อมทั้งหมดของกรุงเทพมหานครอีกหรือไม่
เชิญครับ เป็นสุดท้ายแล้ว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านบอกว่าผมไม่รู้นะครับ ผมรู้ แล้วก็รู้ไม่แพ้ใครหรอกท่าน ท่านจะไปปิดล้อมอะไรผมจะบอกท่านให้ ต้องรู้ระดับของ กทม. แล้วก็ต้องรู้ระดับในคลอง ผมรับรองว่าท่านไม่รู้หรอก เพราะว่าที่เขาทำเสร็จเขายังไม่ส่งให้ผมเลย ทั้งใช้งบประมาณไทยทั้งญี่ปุ่น ที่เมื่อกี้ผมเล่าให้ท่านฟังแล้วครับคือระบบไรด้ากับระบบโพรไฟล์ นี่คือแผนที่ท่อน้ำของ กทม. ทั้งหมด ในนี้ไม่ได้เขียนระดับหรือโพรไฟล์ของคลองเลย เพราะไม่มี เมื่อไรมีนะครับ ท่านเอาระบบเมื่อกี้มาพูดได้ไม่มีปัญหา ท่านทำทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ เดากันไปเรื่อยเปื่อยตรงนี้สูงตรงนี้ต่ำ เพราะฉะนั้นท่านอย่ามาว่าผมว่าไม่รู้ ไปเรียนรู้อะไร ผมไม่เรียนไม่รู้อะไรทั้งนั้นนะครับ ผมไม่เชื่อท่าน ทีนี้ท่านถามว่าอย่างไรท่าน ท่านมาว่าผม แบบนี้นะครับ ทีนี้ท่านถามผมว่าผมจะเอาอย่างไร
เขาถามท่านว่าเรื่อง
จำได้ครับ จำได้แล้วครับ
ท่านตอบแล้วกันครับ ผมว่าอย่าไปท้าทายกันเลยครับ
พรุ่งนี้บ่ายสองโมงจะประชุมนะครับ เหตุผลไม่ใช่แพ้ชนะไปเอาที่นั่น ถ้าเหตุผลบอกว่าผมผิด ผมก็ผิดก็เลิกไปที่ผมพูด จะให้ขอโทษ ขอโทษได้ไม่เห็นเป็นอะไร ใครจะทำไม่ผิดล่ะ ถ้าเหตุผลผมถูก กทม. ผิดก็ไปรื้อเท่านั้นเอง ถ้าพรุ่งนี้ กทม. ไม่รื้อก็ต้องทำ อะไรกันสักอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นรอวันพรุ่งนี้ไม่มีปัญหาสำหรับผม แล้วก็ไม่เป็นอันตรายสำหรับประเทศ เพราะอย่างไรวันนี้ถึงพรุ่งนี้ฝนก็ยังไม่ตกไม่เป็นอะไร ก็เรียนท่านธนานะครับ ที่จริงผมไม่รู้ผมมีอำนาจเชิญท่านไปหรือเปล่าจะให้ท่านไปนั่งฟัง เป็นกรรมการด้วยก็ได้นะครับ
จบนะครับ ผมว่าหมดแล้วนะครับ คืออย่างนี้ครับท่านธนา ฝั่งละ ๑๐ นาที ท่านก็ใช้เวลาไป ๑๑ นาที ๒๔ วินาที แล้วก็รัฐบาลใช้ไป ๑๐ นาที ๒๑ วินาที ผมว่ายุติได้แล้วนะครับ เพราะว่ามีกระทู้ถามอีก ๒ เรื่องนะครับ คือไม่ได้แล้วครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ต้องรักษากติกานะครับ เพราะว่าคุณหมอสุกิจท่านกำชับผมแล้ว ไม่อนุญาตแล้วครับ เพราะว่าท่านไม่รักษากติกาไว้นะครับคนละ ๑๐ นาที คือกระทู้ถามฝั่งละ ๑๐ นาที แล้วผมก็อนุญาตแล้ว ทีนี้ผมดูแล้วเวลาพอสมควรแล้วผมก็จะไม่ให้แล้ว ผมจะให้กระทู้ถามที่ ๒ แล้วนะครับ เอาครึ่งนาทีนะแล้วก็อย่าไปกระทบกระทั่งใครนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ดีใจ ที่รัฐมนตรีได้ตอบทำให้ความกังวลใจของคนกรุงเทพมหานครและคนไทยนี่เบาบางลง ที่ท่านเชื่อท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรให้ไปปรึกษาหารือกัน ผมกราบเรียนท่าน อย่างนี้ครับ คำถามที่ ๓ ผมตั้งใจจะถามท่านในกรณีที่ท่านยังไม่ฟังใคร แต่วันนี้ท่านฟังคนรอบข้าง ท่านคิดว่าจะหาทางแก้ไขกับ กทม. ผมเลยไม่ถามคำถามนี้ แต่ขออนุญาตเรียนท่านครับว่า วันนี้ กทม. มีระบบจัดการน้ำที่ดี เรามีสถานีวัดน้ำ
พอสมควรแล้วนะครับ
จบแล้วครับท่านประธาน ๑๒๘ แห่ง มากกว่าของกรมอุตุนิยมวิทยาซึ่งมี ๔ แห่ง เพราะฉะนั้นมีเรดาร์ตรวจวัดเมฆ เรามีความรู้ ความชำนาญ
เอาละครับท่านขอครึ่งนาทีแล้วผมให้เกินครึ่งนาทีแล้วนะครับ เชิญนั่งครับ ต่อไปเป็น กระทู้ถามที่ ๒ นะครับ
(นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พาดพิงอย่างไรท่านลองอธิบายสิครับ
ท่านประธานครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกธนา ได้พาดพิงกรณีกล้องวงจรปิด ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ ที่ท่านบอกว่าซื้อถูกไม่มีทุจริตอะไรนี่นะครับ ผมบอกได้เลยครับว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้รายงานต่อสภา และมติกรรมาธิการมีมติส่งต่อ ป.ป.ช. ดำเนินการนะครับ ถ้าไม่มีความผิด ถ้าไม่ทุจริต ไม่รู้จะส่ง ป.ป.ช. ทำไม ท่านพูดความจริงให้หมดครับ ผมขออนุญาตชี้แจงเท่านี้ครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
ไม่เป็นอะไร ท่านก็รายงานส่ง ป.ป.ช. แล้วกัน เชิญกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ เชิญครับท่านธนา
ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมเป็น กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องของการจัดซื้อซีซีทีวี ถ้าปล่อยให้ท่านจิรายุพูดแค่นี้ จะเกิดความสับสนครับท่านประธาน การทำงานของคณะกรรมาธิการทุกคณะของสภานี่ พอเราทำเสร็จไม่ว่าจะมีมูลหรือไม่มีมูลก็จะส่ง ป.ป.ช. ครับ แต่เรื่องนี้ผมยืนยันว่า กทม. ได้มีการจัดซื้อต่ำกว่าราคาที่หน่วยงานอื่น ๆ ซื้อแล้วก็ดำเนินการถูกต้องทุกประการ เพราะฉะนั้นอยากให้บันทึกไว้เพื่อให้เกิดความชัดเจนครับ
ได้ครับ
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๓ ส. เรื่อง การดำเนินการกับอาชญากร ทางเศรษฐกิจการเงิน (นายวรชัย เหมะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รองนายกรัฐมนตรี (ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง)
(นายอลงกรณ์ พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านอลงกรณ์ขอใช้สิทธิใช่ไหมครับ ผมฟังแล้วไม่ได้พาดพิงท่านเสียหายนะครับ รัฐมนตรี เพียงแต่ยกประเด็นว่าท่านเอามาพูดในสภาแล้วท่านก็รับไปดำเนินการก็เท่านั้น ไม่เสียหาย ไม่อนุญาตนะครับ ผมวินิจฉัยแล้วไม่เสียหาย ผมทราบวันนั้นผมก็อยู่ตอนที่ท่านพูด เชิญนั่งลง ไม่เสียหายครับ เชิญท่านวรชัยครับ ผมต้องรักษาเวลาเพราะว่ามีการถ่ายทอดถึงเที่ยงครึ่ง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามสด ถามดอกเตอร์เฉลิม อยู่บำรุง ในเรื่องของอาชญากรทางเศรษฐกิจการเงิน
เดี๋ยวนะครับ คือผมฟังแล้วไม่เสียหาย ท่านก็ต้องฟังประธานสิครับ เพราะผมใช้ดุลยพินิจแล้ว ท่านลุกขึ้นจะใช้สิทธิอะไรท่านอลงกรณ์ครับ
ใช้สิทธิพาดพิงครับท่านประธาน
ก็ผมฟังแล้วมันไม่เสียหายอย่างไรครับ
ท่านฟังผมชี้แจงสิครับ ผมไม่เคย ใช้สิทธิบ่อยครั้งครับท่านประธาน ผมเป็นผู้ใหญ่พอ เพียงแต่ว่าประเด็นอยากกราบเรียน ท่านประธานว่า
คืออย่างนี้ นั่งฟังนี่เข้าใจกันทุกท่านอยู่แล้ว เพียงแต่รัฐมนตรีท่านบอกว่าเอาประเด็นของท่าน ขึ้นมา แล้วก็ท่านนำไปสู่การปฏิบัติก็เท่านั้นเอง ผมฟังไม่เสียหาย
คือท่านประธานไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ โดยตลอด ท่านไม่เข้าใจ
คือผมเป็นห่วงกระทู้ถามสดที่ ๓
ท่านไม่ได้เข้าใจถึงประเด็นนะครับ
ท่านบอกว่าท่านเสียหายอย่างไร ท่านลองอธิบาย เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย
ท่านประธาน ผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออภัยจริง ๆ แต่ว่าผมถูกพาดพิงอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
ท่านเสียหายอย่างไรท่านอธิบายก่อนนะครับ
เพราะฉะนั้นประเด็นก็คือว่า การที่ท่านรัฐมนตรีได้อ้างอิงในส่วนที่กระผมได้ขอให้ท่านในการถามกระทู้ถามคราวที่แล้ว ให้ไปดำเนินการจับกุมผู้ที่เอากระสอบทรายไปอุดท่อ ตรงนั้นข้อเท็จจริงคนละเรื่อง กับที่เกิดขึ้นในกระทู้ถามวันนี้ เพราะฉะนั้นอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่ากระผมเป็น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์แท้ ๆ ไม่ทราบหรืออย่างไรว่ากระสอบนั้นเป็นของใคร เรียนว่ากระสอบ ที่เขตมีนบุรีนั้นไม่ใช่ของ กทม. ครับ กรมทางหลวงชี้แจงมายัง กทม. เมื่อ กทม. ได้สอบถามว่า กระสอบดังกล่าวนั้นมันไปอยู่ในถนนนั้นได้อย่างไร แล้วเป็นกระสอบใหม่ด้วย เหมือนกับว่า มีใครไปอุดไปวางยา นี่คือ กทม. ที่เขาต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นกรณีของถนนศรีนครินทร์ ที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบกระทู้ถามเมื่อสักครู่นั้นชัดเจนว่าอยู่ในแผนการบล็อกน้ำเพื่อสูบน้ำ ของ กทม. ชัดเจน แต่ที่เขตมีนบุรีผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีสับสนว่าเป็นของ กทม. ด้วย ซึ่งไม่ใช่ คนละเรื่องกัน เพราะฉะนั้นสื่อมวลชน แม้แต่ว่าในโซเชียล มีเดีย (Social media) ก็มีการตั้งประเด็นนี้ก็เลยสร้างความสับสนให้เกิดขึ้น ผมเพียงแต่เรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี ทางรัฐบาล แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านว่าเราต้องทำงานร่วมมือกัน ดูแลปัญหาน้ำท่วม
ผมว่าพอสมควรแล้ว ท่านอธิบายพอสมควรแล้วครับ
แต่ว่าแยกแยะตามข้อเท็จจริง อย่าเอาการเมืองมาเล่น เพราะว่าประชาชนเขาก็เบื่อหน่ายเรื่องเหล่านี้ เราต้องดูแลให้ดีที่สุด ร่วมกัน ก็เพียงแต่ว่าประเด็นเรื่องกระสอบทรายที่เขตมีนบุรีไม่ใช่เรื่องของ กทม. ที่เอาไปอุด ไม่ทราบว่าใคร แต่ว่ามันเป็นเรื่องที่บั่นทอนความรู้สึกของประชาชนว่ามีใครไปวางยา มีใครไปกลั่นแกล้งหรือไม่ อันนี้ต้องหาคนที่ไปดำเนินการ ไม่ใช่กรณีกระสอบทรายที่ กทม. เขาใช้ระบบบล็อกน้ำในการสูบน้ำ ก็เพียงเท่านั้นครับท่านประธานครับ
เอานะครับ ผมว่าพอสมควรแล้วนะครับ เชิญกระทู้ถามต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ วันนี้ผมขอถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องคดีอาชญากรทางเศรษฐกิจและการเงิน ท่านประธานที่เคารพ วิกฤติเศรษฐกิจของชาติในปี ๒๕๔๐ ในวันนั้นพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ได้รับผลกระทบ ได้รับความเดือดร้อนจากการเกิดวิกฤติในครั้งนี้ โรงงานอุตสาหกรรมเจ๊ง ล้มละลาย ห้าง ร้านต่าง ๆ ล้มละลาย พี่น้องประชาชนต้องตกงานครับ ลูกหลานที่ ไปเรียนหนังสือต่างประเทศต้องกลับบ้าน ลูกหลานต้องออกจากโรงเรียน และพ่อแม่ ต้องกลับไปอยู่ต่างจังหวัด และวันนั้นสถาบันการเงินขาดสภาพคล่องมีปัญหา และรัฐบาล ต้องเอาเงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปช่วยอุ้มแบงก์เพื่อให้แบงก์มีสภาพคล่องที่เดินไปได้ และในวันนั้นธนาคารแห่งชาติได้มีการตรวจสอบธนาคารและสถาบันการเงินหลายที่ และมีการตรวจสอบพบว่าในวันนั้นธนาคารมหานครได้ปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทแสงสงวนพาณิชย์ ในการทำสีรถยนต์ โดยใช้หลักทรัพย์ไม่พอเพียงกับหลักประกันเงินกู้ครับ ๔,๑๐๐ ล้านบาท มีการตรวจพบว่าผู้บริหารของธนาคารในวันนั้นคือคุณภคินี สุวรรณภักดี เป็นผู้บริหารในวันนั้น ปล่อยเงินกู้โดยไม่ชอบ ไม่มีการวิเคราะห์โครงการว่าโครงการนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ ทำให้ธนาคารมหานครต้องมีอันปิดกิจการไป ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ผู้บริหารล้มบนฟูก แต่ธนาคารเจ๊ง ผลที่สุดธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร้องเรียนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีการสอบสวนเรื่องนี้ และเรื่องนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ยื่นส่งอัยการ มีการส่งฟ้อง ผลที่สุดศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ออกหมายจับตามเลขที่ จ. ๒๔๑๓/๒๕๔๙ ออกหมายจับผู้ต้องหา ๔ คนด้วยกัน คือ คุณภคินี สุวรรณภักดี และผู้ต้องหาร่วมทั้งหมด ๔ คน ๓ คนแรก ได้เข้ามามอบตัวสู้คดี แต่อีก ๑ คนคือคุณภคินี สุวรรณภักดี และวันนี้ผมทราบว่าในวันที่ ๓๐ คดีนี้จะหมดอายุความครับ ผมขอถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ว่าวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการติดตามจับกุมตัวสืบหาว่าผู้ต้องหาอยู่ที่ไหน มีการติดตามจับกุมตัว หรือไม่ครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอตอบคำถาม เพื่อนสมาชิก แต่ก่อนจะตอบขอความกรุณากราบเรียนสมาชิกในสภาและท่านผู้ชมทางบ้าน เดี๋ยวจะแปลกใจว่าทำไมฝ่ายรัฐบาลมาถามกันเอง เพราะเรื่องนี้ฝ่ายค้านโดยพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีวันยื่นกระทู้ถามสดถามแน่นอน เพราะผู้ต้องหาเป็นคุณแม่ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ท่าน ส.ส. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ท่าน ส.ส. อาจจะไม่เกี่ยวข้อง แต่โดยทางการเมืองแล้ว ไม่ถามหรอก รัฐบาลจึงต้องถาม ผมกราบเรียนเรื่องนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ออกหมายจับ ที่ จ. ๒๔๑๓/๒๕๔๙ ท่านทั้งหลายก็ทราบดี หลังการปฏิวัติแล้วศาลถึงออกหมายจับ หลังจากนั้น รัฐบาลมาจากคณะปฏิวัติที่หลายคนชื่นชมชื่นชอบ พรรคการเมืองบางคนชื่นชมชื่นชอบ อำนาจคณะปฏิวัติ พวกผมไม่มีอำนาจ เรามาเป็นรัฐบาลได้ไม่กี่เดือนก็ถูกวิ่งราวเอาอำนาจไป แล้วพรรคอื่นก็มาเป็นแทน ๒ ปี ๘ เดือน ผมมารับงานในรอบ ๑ ปีผมก็ติดตามว่าคดีนี้ไปถึงไหน เพราะพฤติกรรมแห่งคดีมันไม่ไหวครับ หลักทรัพย์ ๔๗ ล้านบาท อนุมัติให้กู้ ๕,๑๐๐ ล้านบาท เบิกไปแล้ว ๔,๑๐๐ ล้านบาท ไม่มีการวิเคราะห์สถานภาพ โรงงานโป๊วสีรถครับ มันเอาไปทำธุรกิจอะไรครับ เอาไปเล่นหุ้นหมด ที่ท่าน ส.ส. ถามว่ามีการดำเนินการอย่างไร ผมเรียนอย่างนี้นะครับ มีผู้ต้องหาทั้งหมด ๔ คน มีคุณภคินี สุวรรณภักดี รองกรรมการผู้จัดการที่ดูแลสายสินเชื่อของธนาคารมหานคร จำกัด และเป็นคณะกรรมการพิจารณาให้สินเชื่อ รายนี้ถูกตั้งข้อหาว่าร่วมกันยักยอกและเป็น ผู้ได้รับมอบอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของบุคคลอื่นหรือที่บุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย เสียประโยชน์ ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของบุคคลอื่น
เดี๋ยวนะครับท่านรองนายกรัฐมนตรี ประท้วงอะไรครับคุณหมอ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีความสงสัยครับว่าอันนี้เป็น กระทู้ถามสด แล้วผู้ยื่นเพิ่งยื่นเมื่อตอน ๐๘.๓๐ นาฬิกาวันนี้ครับ แล้วในหัวข้อที่ยื่นไปก็ไม่มี รายละเอียดอะไรเลย ทำไมท่านรองนายกรัฐมนตรีรู้ก่อนล่ะครับว่ามีการถามเรื่องนี้ ท่านเตรียมชาร์ทมาด้วยครับ เตรียมมาจากบ้าน ผมว่าเขารู้กันมาก่อนแล้ว มันก็ไม่ใช่ กระทู้ถามสดสิครับ อีกอย่างหนึ่งผมเกรงว่ากระทู้ถามนี้จะขัดกับข้อบังคับ ข้อ ๑๔๓ ที่ว่า กระทู้ถามสดต้องไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ผมเชื่อว่าอันนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ฉะนั้นถามเป็นกระทู้ถามสดไม่ได้ครับ
ผมจะได้วินิจฉัยนะครับ
แล้วก็รู้ล่วงหน้าได้อย่างไร ท่านมีญาณวิเศษ อย่างไร
ท่านนั่งลงก่อนครับ คุณหมอครับ การจะรู้หรือไม่รู้เป็นเรื่องของผู้ที่ตอบต้องแสวงหา ข้อเท็จจริงเตรียมพร้อมในการที่จะต้องชี้แจงต่อที่ประชุมสภานี้ ปัญหาว่าที่ท่านบอกว่า เป็นกระทู้ถามสดได้อย่างไร ก็ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีหน้าที่ ในการพิเคราะห์และวิเคราะห์แล้ว ก็ได้บรรจุระเบียบวาระไปแล้ว ปัญหาก็คือว่าจะเป็นกระทู้ถามสด ด้านเศรษฐกิจทางด้านการเงินหรือไม่นี่ เมื่อกี้ผู้ถามเขากำลังถามทางรัฐบาลว่า เมื่อศาลออกหมายจับแล้วมันจะขาดอายุความ คุณจะดำเนินการจับกุมได้เมื่อไร ฟังสักนิดสิครับว่า เขาจะตอบได้เมื่อไร คือผมได้วินิจฉัยแล้วนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้นผมถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับว่าท่านรู้ได้อย่างไรว่าเป็นคำถามเรื่องนี้
คืออย่าเพิ่งถามเลยนะครับ เพราะว่าให้เขากระทู้ถามกันก่อนนะครับ คือท่านประท้วงเมื่อกี้ ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ อดทนหน่อยนะครับ อดทนฟังกันหน่อยนะครับ
ผมจะถามว่าท่านรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะถาม เรื่องนี้
คือผมไม่อยากให้มีการพูดอย่างนี้กันนะครับ ท่านก็มีสิทธิในการแสวงหาในเรื่องการมาตอบ ข้อซักถามในที่ประชุม เชิญนั่งครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีต่อครับ คือเมื่อกี้เขาถามว่า
ท่านประธานที่เคารพ ฝากบอกนายแพทย์ด้วย ผมเป็นตำรวจ เป็นพนักงานสอบสวน ๑๑ ปี และเรื่องนี้ตำรวจ เขาติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ เขาก็เตรียมชาร์ทไว้แล้วว่ามันเชื่อมโยงกับใคร ไม่ใช่ผมทำ ถ้ามาถามเรื่องผ่าตัด เรื่องฉีดยาสิผมไม่ทราบ ผมเขียนสำนวน ๑๑ ปี ผู้ต้องหาหนีอย่างไร ไร้ร่องรอยอย่างไร คนอายุมากหลบหนีอย่างไรถ้าไม่มีการช่วยเหลือ ผมหนีไปประเทศเดนมาร์ก ปีเดียวเกือบตาย นี่หนีจนจะขาดอายุความ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๕ ผมเรียนท่านประธานต่อว่า เรื่องนี้ผู้ต้องหา คุณภคินีกระทำความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓ มาตรา ๓๕๔ ประกอบด้วยมาตรา ๘๓ เป็นตัวการร่วมกัน ผิดพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พระราชบัญญัติบริษัทมหาชน พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ และนายสุเทพ เจริญพรพานิชกุล ซึ่งถือหุ้นใหญ่ห้างหุ้นส่วนแสงสงวนพาณิชย์ ลูกหนี้ผู้กู้เงินทำธุรกิจโรงโป๊วสี เงินเสียหายก็เอาทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเอาไปเคลียร์ (Clear) หนี้ โกง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเข้าใจครับว่าบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ ในคดีอาญา ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด แต่ผู้ต้องหารายนี้หนีอย่างเดียว ตำรวจดำเนินการไหม ดำเนินการ หมายจับสิครับ ศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ ย้อนหลังไปตั้งแต่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๔๐ ไม่เกิน ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๕ นี่มันเงิน ของพี่น้องประชาชนครับ ไม่ได้มีใครอคติต่อใคร ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงต้องมามอบตัวสู้คดี หนีครั้งคราวนิดหน่อยไม่เป็นไรครับ ตำรวจเขาดำเนินการเรียบร้อยแล้ว มีตำหนิรูปพรรณ หมายจับกองทะเบียนประวัติอาชญากรเรียบร้อยหมด และเมื่อไม่นานมานี้ก่อนรัฐบาลผม มันมีมือดีครับไปถอนหมายจับที่กองทะเบียนประวัติ ผมเห็นผมตกใจถามผู้การเศรษฐกิจ ท่านผู้การใครไปถอนหมายจับ บอกไม่มี ยังอยู่ ก็เลยต้องเอาหมายจับมาแสดงนี่ครับ ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งทางตำรวจจะพยายามติดตามจับกุมให้ได้ถึงแม้เหลือเวลาอีกไม่นานนัก แต่ถ้าหลัง ๓๐ ตุลาคม คือ ๒๔.๐๐ นาฬิกาของ ๓๐ ตุลาคม ก็จบเราก็จับไม่ได้ มีคนไปบอกกล่าว อีกครับว่าวันที่ลูกชายแต่งงานผู้ต้องหามาปรากฏในงานผมก็ไม่รู้ว่ามาปรากฏไหม เห็นมีแต่คนใหญ่คนโตไปในงาน ผมไม่เห็นก็พูดไม่ได้แต่มันมีรูป และที่สำคัญที่สุดนะครับ การเชื่อมโยงทั้งหมดนี่ยากต่อการจับกุมจริง ๆ จนปัญญา ตำรวจเขาติดตามจับกุม ใช้โทรศัพท์กันเป็นร้อยเครื่อง แต่ไม่เป็นไรครับ ฟ้าดินมีจริงเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ใครที่เอาทรัพย์สินของบ้านเมืองไปต้องถูกจับกุมตัว เราจะดำเนินการเร่งรีบเร่งรัดครับ ตอบคำถามข้อแรกครับ
เชิญคำถามที่ ๒ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วรชัย เหมะ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะเป็นเงินฝากของประชาชน การโกงเงินของประชาชนนั้น เป็นเรื่องที่ซ้ำเติมประเทศชาติในวันนั้น และในวันที่ ๓๐ ตุลาคมนี้อายุความของคดีจะขาด ถ้าสมมุติว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถดำเนินการจับกุมคุณภคินี สุวรรณภักดี ผู้ต้องหาได้ ทางเจ้าหน้าที่จะติดตามเอาทรัพย์สินจากทายาทของผู้ต้องหามาคืนให้ผู้ฝากเงินได้หรือไม่ครับ ท่านประธาน
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ผมย้ำ กับท่านประธานไปยังบรรดาสมาชิกและท่านผู้ชมทางบ้านว่าคดีนี้เป็นการเตรียมการทุจริต ยักยอกทรัพย์ซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินไม่ใช่ของธนาคารมหานคร เป็นเงินฝากแล้วเป็น การเตรียมการวางแผนจงใจ โดยไม่วิเคราะห์การกู้ ไม่วิเคราะห์ว่าเบิกแต่ละครั้ง ก็ธุรกิจ เป็นห้องแถวไม่ใหญ่หรอกครับ ห้องโป๊วสีรถก็คือร้านพ่นสีครับกู้ได้ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทางตำรวจจะดำเนินการติดตามจับกุมให้ได้เมื่อหมดอายุความแล้วก็จนปัญญา ส่วนที่ ท่านถามว่าจะไปยึดทรัพย์ของญาติพี่น้อง ลูกหลานเหลนโหลนอะไรอย่างนี้ก็คงไม่ได้ครับ นั่นเป็นคดีแพ่งก็ต้องว่ากันไปอีกส่วนหนึ่ง ตำรวจมีหน้าที่ทางคดีอาญาเท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญคำถามสุดท้ายครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวรชัย เหมะ ท่านประธานครับ คดีนี้มันเป็นคดีอายุความที่ยาวนานหลายปีแล้วครับ ทำไมล่ะครับผู้ต้องหาคนเดียวทำไมยังตามจับไม่ได้ ผมอยากทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปอยู่ ต่างประเทศหรือเปล่า แล้วผมทราบว่ามีการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน กับประเทศไทย หรือว่าไปพำนักอยู่ต่างประเทศครับท่านประธาน แล้วการเดินทางเข้าออกนั้น ต้องใช้พาสปอร์ต (Passport) ครับ และการใช้พาสปอร์ตนั้นจะต้องมีหมายจับตามด่าน ตม. ทุกที่ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากทราบครับว่าพาสปอร์ตที่ใช้นั้นเป็นพาสปอร์ต อย่างไร หรือว่ามีการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าครับท่านประธาน เรื่องนี้มีนัยอย่างไรครับ ทำไมเดินทางเข้าออกใช้พาสปอร์ตของจริงหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่ว่าการเดินทางเข้าออกนั้น ในขณะที่มีหมายจับอยู่ทำไมไม่โดนจับครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ หนังสือเดินทางนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เขาตรวจสอบครั้งสุดท้าย เมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ ไม่พบว่าเดินทางออกนอกประเทศและไม่มีหลักฐานว่า ผ่านด่าน ตม. ทุกด่าน ท้ายสุด สุดท้ายจริง ๆ เขาตรวจสอบพบไปใช้โทรศัพท์แบบเบส (Base) ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เขาตรวจสอบพบว่าติดต่อกับลูกชาย ติดต่อกับญาติ แต่ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน
เดี๋ยวให้ท่านชี้แจงให้เสร็จก่อนได้ไหมครับ มันจะเสร็จทีละท่าน ๆ เชิญท่านประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานประท้วงผู้ตอบกระทู้ถามซึ่งได้ทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคแรก การที่ท่านได้นำชาร์ทขึ้นมานั้น ท่านได้ขออนุญาตท่านประธานในที่ประชุมหรือยัง หรือว่าท่านประธานอนุญาตโดยอัตโนมัติถ้าเป็นฝ่ายรัฐบาล เพราะการจะนำวัตถุใด ๆ มาแสดง ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ท่านผู้ตอบกระทู้ถามต้องขออนุญาตท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคแรกเสียก่อน และท่านในฐานะประธานผู้ดำเนินการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ต้องดำเนินการประชุมตามข้อบังคับ ขอให้ท่านได้โปรดวินิจฉัยและขอให้ผู้ตอบกระทู้ถาม ได้ขออนุญาตท่านประธานก่อน ขอขอบคุณ
ผมเรียนด้วยวาจา แล้วครับ การขออนุญาตไม่จำเป็นต้องเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอไป ท่านไม่เคยรับราชการ ไม่รู้หรอก ขออนุญาตเขาทำได้ ๒ อย่าง
ต่อเลยนะครับท่าน
๑. เป็นลายลักษณ์อักษร ๒. ขออนุญาตด้วยวาจา
ท่านขออนุญาตแล้วครับ เชิญครับ
ทีหลังอย่าประท้วง เสียเวลา
เชิญครับ ผมว่าไม่เสียเวลา เชิญครับ
ลงเขตเลือกตั้งจะแพ้อีก จะบอกให้ ได้มาเป็นเพราะคุณสุวโรชตาย
เดี๋ยวเอาให้จบก่อนแล้วค่อยใช้สิทธิทีหลังได้ไหม ทีละท่าน ๆ เดี๋ยวมันจะไม่ต่อเนื่องกัน คือต้องอดทนนะครับ ท่านไตรรงค์บอกเวลาฟังต้องอดทน คือให้เสร็จทีละท่านก่อน แล้วเดี๋ยวท่านค่อยใช้สิทธิ เพราะท่านอรรถวิชช์รออยู่ เอาทีละท่านก่อน เดี๋ยวให้ท่านตอบ กระทู้ถามนี้จบแล้วเดี๋ยวผมจะให้สิทธิ เดี๋ยวท่านบอกว่าเสียดสีอะไรเดี๋ยวท่านค่อยพูดกัน ให้ท่านตอบก่อน เชิญนั่งลงครับ
ท่านประธานที่เคารพ
เชิญนั่งลงครับ เดี๋ยวผมจะให้สิทธิตอนนั้นครับ ท่านจะประท้วงใช่ไหมครับ
ถูกต้องครับ
เชิญครับ ถ้าประท้วงเชิญครับ
ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ว ผมก็ไม่อยากที่จะประท้วง
ถ้าไม่อยากประท้วงนั่งลงครับ
ประท้วงครับ แต่ว่าจำเป็นต้องประท้วง เนื่องจากว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พูดจาเสียดสี ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ท่านบอกว่าผมลงสมัครถ้าลงเขตก็สอบตกอีก ท่านกล้าลงเขตชนกับผมไหมครับ
เอาว่าเดี๋ยวท่านประท้วงอะไร ส่วนการท้าทายเดี๋ยวไปว่ากันข้างนอก เอาประท้วงดีกว่าครับ
ท่านประธานครับ ขอให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่น่ารักได้โปรดถอนคำพูด เพราะลูกชายท่านลงทุกครั้งก็ตกทุกครั้งครับ ขอขอบคุณ
ผมวินิจฉัยก่อนนะครับ ผมว่าเป็นความเห็นของท่าน ส่วนการที่จะแพ้ชนะเป็นเรื่อง ของประชาชน ฉะนั้นสภานี้ตัดสินใจไม่ได้ เป็นเรื่องของประชาชนที่จะให้ใครเป็นตัวแทนของท่าน เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีต่อครับ
ผมไม่รับคำท้าที่จะลงเขต แข่งกับท่าน ส.ส. วัชระ เพราะผมมีหน้าที่ปราศรัยให้พรรคเพื่อไทยทั่วประเทศ ไม่มีเวลาหาเสียงให้ตัวเอง ก็ต้องลงปาร์ตี้ ลิสต์ (Party list) เพราะรอบหน้าพรรคเพื่อไทย ก็จะเป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ถ้าผมยังสุขภาพดีทางพรรคก็คงให้ผมมีตำแหน่ง เลยไม่มีเวลา ไปเข้าพื้นที่
ขออนุญาตเข้าประเด็นเลยนะครับ
ท่านประธานครับ จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางออกนอกประเทศ มีข้อมูลยืนยันว่านางภคินี มีการเดินทางออกนอกประเทศครั้งสุดท้ายเมื่อ ๑๖ มกราคม ๒๕๔๗ ก่อนออกหมายจับ และเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๗ หลังจากนั้นไม่พบข้อมูลเดินทางออกนอกประเทศ ตามด่านตรวจคนเข้าเมืองอีก ส่วนการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนางภคินีก็ยังไม่แน่ชัด เพราะพบข้อมูลเพียงว่ามีการเปิดใช้เบอร์ ๐๘ ๓๕๗๗ ๑๙๐๘ มีการเปิดใช้ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อีกเบอร์หนึ่ง ๐๘ ๕๖๑๘ ๖๙๘๐ มีผู้ชายรับสายที่บ้านสามแยก ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย และยังมีเบอร์ที่อ้างว่า เป็นของคนขับรถ ขอยืนยันอีกครั้งว่าผู้ต้องหาที่หลบหนียังมีทรัพย์สินเพื่อยึดมาชดเชย ความเสียหายของรัฐหรือไม่นั้น ผมขออนุญาตจากการตรวจสอบทรัพย์สินของนางภคินีพบว่า เหลือทรัพย์สินเพียงเล็กน้อย บัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ ๓ บัญชี บัญชีแรกยอดล่าสุด ปี ๒๕๕๓ ๓๘๒,๐๐๐ บาท บัญชีที่ ๒ ยอดล่าสุดวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ ๒,๒๑๕ บาท บัญชีที่ ๓ ยอดล่าสุด วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ จำนวน ๒,๐๙๗ บาท บัญชีฝาก ธนาคารกสิกรไทย ๒ บัญชี มีทั้งหมด ๘๓๒ บาท เพราะฉะนั้นตำรวจไม่ได้ละเลย ตำรวจเข้มงวดติดตาม แต่เมื่อเราไม่สามารถจับกุมได้ คดีหมดอายุความก็ต้องเคารพกติกา เคารพกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามก่อนจะถึงวันที่ ๓๐ ตุลาคม เวลา ๐๐.๐๐ นาฬิกา โอกาสแจคพอท (Jackpot) อาจจะมีครับท่านประธาน
ท่านอรรถวิชช์ครับ ท่านใช้สิทธิอะไรก่อนครับ
พาดพิงครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ การเมืองมีปาฏิหาริย์อยู่เรื่อยครับ ถามกระทู้ถามเมื่อเช้าท่านเฉลิมเตรียมชาร์ท ได้ทันเรียบร้อย และพอดีปาฏิหาริย์มาที่ผมด้วยเหมือนกันครับ เพราะผมก็เตรียมเอกสาร ตอบท่านเฉลิมเหมือนกัน ท่านประธานครับ ในประเด็นนี้ผมยินดีนะครับ เพราะว่า อยากจะออกมาตอบนานแล้ว แล้วก็ดีว่าได้ออกวันนี้เพราะว่าถ่ายทอดสด ท่านประธาน อย่าเพิ่งให้เวลาหมดนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรณีนี้ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า เป็นกรณีการฟ้องร้องตามกฎหมาย พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ ปี ๒๕๐๕ ใช้มาตรา ๔๖ นว เป็นตัวเชื่อมกับประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายอาญาที่เชื่อม ไปเชื่อมในหมวด ๕ ว่าด้วยหมวดยักยอก ในหมวด ๕ นั้นมีมาตรา ๓๕๒ คือผู้ใดเบียดบังเอาทรัพย์ ของผู้อื่นไปผู้นั้นมีการกระทำความผิดฐานยักยอก ท่านเฉลิมทราบดีครับ มาตรา ๓๕๓ เป็นเรื่องการจัดการทรัพย์สินไม่ได้เป็นการกระทำความผิดฐานยักยอก ในกรณีของคุณแม่ผมนั้น โดนกรณีของมาตรา ๓๕๓ คือการจัดการทรัพย์สิน ท่านประธานที่เคารพ คุณแม่ผม เป็นรองกรรมการผู้จัดการในขณะนั้น เคส (Case) นี้ได้ถูกอนุมัติโดยคณะกรรมการบริหาร ของธนาคารทุกกรณีที่มีการปล่อยไป แต่คุณแม่ผมโชคร้ายประเด็นเดียวครับ บริษัทที่ปล่อยไปนั้น จริง ๆ แล้วไม่ใช่ห้างหุ้นส่วนจำกัดอย่างที่ท่านเฉลิมพูด ท่านพูดไม่หมดครับ ปล่อยให้บริษัทที่ชื่อ บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือบริษัท ที่ถือเป็นโฮลดิ้ง คัมพานี (Holding company) คือทีอาร์แอลซี (TRLC) ปัจจุบันยังขายน้ำยาง เป็นอันดับ ๑ ในภาคใต้อยู่ครับ และในขณะเดียวกันบริษัทนั้นธนาคารมหานครถือหุ้นด้วย แม่ผมโชคร้ายแบงก์ปิดครับ เขาส่งกรรมการบริหารไปนั่งเป็นกรรมการบริหาร บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ด้วยครับ เป็นการปล่อยให้บริษัทลูกของธนาคารครับ พอแบงก์ปิดโดนแจคพอทเลย เป็นแค่รองกรรมการผู้จัดการ เพิ่งมารู้กันวันนี้ว่าบริษัทนั้นเป็นบริษัทมหาชน และคุณแม่ผม เป็นในนามมติบอร์ด (Board) ครับ ท่านเฉลิมครับ ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ ผมขอเรียนอย่างนี้ เราโดนฟ้องร้องในปี ๒๕๔๗ กรรมการบริหาร
(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ฟังผมให้จบสิครับ แล้วคุณจะรู้ข้อเท็จจริงครับ
เดี๋ยวครับ คือจ่าประสิทธิ์ฟังให้จบทีละท่านก่อนครับ
ไม่เป็นไรหรอกครับ วันนี้พูดกันด้วยข้อเท็จจริงครับ และผมดีใจที่ท่านเฉลิมตอบกระทู้ถามนี้ด้วยตนเอง
ผมกำลังให้เขาใช้สิทธิพาดพิงอยู่ครับ ให้จบทีละท่านแล้วค่อยว่ากัน อย่างนั้น มันจะไม่ปะติดปะต่อ เชิญครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ในปี ๒๕๔๗ กรรมการบริหารนั้นควรจะถูกดำเนินคดีครับ เพราะเคสนี้ เป็นการอนุมัติโดยคณะกรรมการบริหารอนุมัติ ไม่ใช่คุณแม่เป็นคนอนุมัติ ผมขีดเส้นใต้ครับ ท่านประธานทราบไหมครับกรรมการบริหารธนาคารมหานครในขณะนั้นในปีที่ฟ้องร้อง มีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีบุญวาสนาได้เป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี คุมด้านเศรษฐกิจ ในปี ๒๕๔๗ ขึ้นต้นชื่อว่า ส ท่านไม่ถูกดำเนินคดีในฐานะกรรมการบริหาร แต่คุณแม่ผมในฐานะรองกรรมการผู้จัดการ แล้วแม่บอกถูกดำเนินคดีครับ จริง ๆ แล้วอัยการสั่งไม่ฟ้องด้วยซ้ำไปครับ แต่มีการวิ่งเต้นกันในชั้นเจ้าพนักงานสอบสวน ตำรวจ จนกระทั่งกลับคำมาเป็นสั่งฟ้องครับ เอาละครับเรื่องนี้ผมเรียนท่านไปแล้วครับ แล้วผมจะบอกท่านนะครับวันนี้เอาให้จบกันไปเลย นี่คือคำให้การจากธนาคารแห่งประเทศไทย ประโยคนี้ครับ ไม่ปรากฏว่ามีเงินที่ได้จากการกู้ของจำเลยที่ ๑ กลับไปยังผู้บริหาร ของธนาคารมหานคร โชคดีเหมือนกันครับการเมืองมีปาฏิหาริย์ผมก็เตรียมมาครับ เรื่องนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องการยักยอกทรัพย์ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ต้องติดตามทรัพย์ที่ได้มาจาก การกระทำความผิดเพราะมันไม่มีครับ แล้วบริษัทนี้ก็ทำการปรับโครงสร้างหนี้เรียบร้อยแล้วด้วย ท่านประธานครับ เรื่องของการขาดอายุความ เช็ก (Check) ให้ดีเถอะครับ คดีนี้เริ่มต้นกรรมแรก ตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ ครับ ถ้าจะว่าไปแล้วจริง ๆ อายุความอาจจะขาดไปแล้วด้วยซ้ำครับ แต่ไม่เป็นอะไรครับ ท่านบอกว่าวันที่ ๓๐ เดือนตุลาคมก็วันที่ ๓๐ เดือนตุลาคมครับ ผมไม่เคยโต้ข่าวเรื่องนี้ แล้วหมายจับก็ยังไม่ถูกเพิกถอนนะครับ ปกติแล้วขั้นตอนตามกฎหมาย ท่านอาจจะไม่ทราบครับ เวลาคนโดนหมายจับต้องมีการร้องขอในการขอเพิกถอน เรื่องนี้ผมไม่ได้กระดิกกระเดี้ยใด ๆ ทั้งสิ้นเลยครับ แต่ผมบอกท่านประธานนะครับ เรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล ผมก็พร้อมตอบและพร้อมสู้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการฟ้องร้องคดีเรื่องการติดตามทรัพย์ ประเด็นสุดท้ายครับ คดีแพ่งได้ถูกฟ้องร้องแล้ว ท่านเฉลิมครับ ฟ้องแล้วครับ แล้วผมชนะคดีแพ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยครับ ถ้าท่านจะอุทธรณ์คดีเศรษฐกิจอื่นท่านไม่อุทธรณ์ไม่เป็นอะไรครับ ท่านจะอุทธรณ์คดีคุณแม่ผม เอาสิครับก็ไปสู้กัน แต่ผมชนะคดีแล้วครับ
เอานะผมว่าท่านได้ชี้แจงพอสมควรแล้ว
ประเด็นสุดท้ายครับ ส่วนเรื่องรูปที่ถ่ายในวันนั้นครับ คุณแม่ผมผ่าตัดสมอง
เดี๋ยวให้เสร็จทีละท่านก่อนได้ไหมครับ คือท่านโต้ตอบไปโต้ตอบมา ผมควบคุมอยู่ ผมฟังอยู่ ท่านต้องอดทนสิครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตให้จบนะครับ
เดี๋ยวให้ท่านประท้วงก่อน ท่านจะประท้วงอะไรครับ เดี๋ยวนะท่านอรรถวิชช์ผมจะให้ ท่านประท้วงก่อน เดี๋ยวนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานอนุญาต ให้ลุกขึ้นมาชี้แจงนี่ ในเมื่อเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือว่าแม่เขาไม่ผิดทำไมไม่มอบตัว ก็แค่นั้นเอง อธิบายอะไรมากมายนักหนาขนาดนี้ท่านประธาน
เอานะ ก็เป็นอย่างนี้นะครับ ก็ผมให้โอกาสท่านอรรถวิชช์แล้วมันก็ยุติไปแล้ว ท่านก็มา ประท้วงในสิ่งที่เป็นดุลยพินิจของผม อดทนอีกสักนิดสิครับ บางทีท่านอาจจะพูดแล้วไม่ถูกใจ อีกฝั่งหนึ่งมันก็ต้องอดทนในสภาแห่งนี้นะครับ ท่านกำลังอธิบายเรื่องข้อเท็จจริง ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างที่ท่านพูดหรือเปล่าประธานไม่รู้ต้องไปว่ากันที่ศาลแต่ต้องให้โอกาส เขาอธิบายสักนิดหนึ่ง อดทนหน่อยสิครับ เชิญอีกสักนิดหนึ่ง
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ครับ เรื่องของการติดตามทรัพย์ผมได้เรียนแล้วว่ามีการฟ้องคดีแพ่ง แล้วผมก็ได้ชนะคดีแพ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าในกรณีนี้แบงก์ชาติ ก็ให้การเป็นการชัดเจนว่าเป็นในกรณีที่ไม่มีเงินกู้ของลูกค้ามาที่ครอบครัวกระผมนะครับ แล้วประการต่อมาสุดท้ายที่ผมได้เรียนเรื่องของรูปภาพที่ท่านเฉลิมได้หยิบยกเมื่อสักครู่ อันนั้นเป็นงานแต่งงานกระผมเองครับ แล้วก็คนที่อยู่ในรูปไม่ใช่รูปคุณแม่ผมนะครับ เป็นรูปแม่ยายผมครับ เพราะฉะนั้นท่านเฉลิมอย่าหาเรื่องให้ผมต้องทะเลาะกับภรรยานะครับ
ขอบคุณมากครับ
ท่านประธานครับ เรื่องนี้ ขออนุญาตบอกนิดเดียวนะครับ
เมื่อท่านอธิบายแล้วก็จบแล้วละครับ ผมว่าเดี๋ยวมันจะไปเรื่องอื่นต่อนะครับ เรื่องที่ ๓ เขารออยู่ พอแล้วพอสมควรแล้วครับ ส่วนข้อเท็จจริงท่านไปว่ากันที่ศาลว่าจะเป็นยักยอกทรัพย์ หรือจัดการตามมาตรา ๓๕๓ หรืออะไรท่านไปว่ากันที่ศาลนะครับ เขาถามประเด็นเดียว คือเรื่องการออกหมายจับจะจับเมื่อไรเท่านั้นเอง
ไม่เป็นอะไรครับ ผมทิ้งท้าย แค่นี้ครับท่านประธาน ผมมาในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้อยู่ในสภา ๒ สมัย ผมพร้อมโดนทุกรูปแบบครับ มาได้เลยครับ แล้วขอให้ติดตามคดีเศรษฐกิจในคดีอื่นด้วยนะครับ อย่าติดตามคดีนี้คดีเดียว แค่นี้ครับท่านประธาน พร้อมเสมอ มาได้ครับ ยืดอกรับครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ ท่านผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมอ่านข้อหานี่ไม่ใช่ผมตั้งข้อหาคุณแม่คุณ พนักงานสอบสวนเขาตั้ง แล้วศาลออกหมายจับ แล้วจะทำอย่างไร คุณไปบอกเหตุเกิดปี ๒๕๓๘ ขาดอายุความแล้ว ก็ศาลท่านบอกว่า ขาดอายุความวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๕ ก็ศาลท่านบอก แล้วคุณไม่ให้ผมเชื่อศาล จะให้เชื่ออะไร คุณก็พูดตะแบงแม่โชคร้าย ถ้าไม่ผิดมามอบตัวสิก็จบกัน ท่านบอกต่อนะครับว่าผิดกฎหมายมาตราใด ก็เขาออกหมายจับ ตามมาตรา ๓๕๓ มาตรา ๓๕๔ ประกอบมาตรา ๘๓ ผิดพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ มาตรา ๓๐๗ มาตรา ๓๑๑ มาตรา ๓๑๓ และมาตรา ๓๑๕ ผิดพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน ๒๕๓๕ มาตรา ๘๕ มาตรา ๙๑ ผิดพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ ๒๕๐๕ มาตรา ๔๖ นว เขาก็เขียนอย่างนี้ทำอย่างไรครับ กระผมไม่ได้กลั่นแกล้งครับ แน่จริงมามอบตัว บริสุทธิ์ ต้องมาแสดงตัว เพราะเดี๋ยวเวลาหมด บอกว่าไม่ทราบขั้นตอนตามกฎหมาย อันนี้ผมไม่ทราบครับ ก็พนักงานสอบสวนออกหมายจับ แล้วศาลออกหมายจับ ถ้าแถไปอย่างนี้เหมือนผมโกหกสภา
ไม่โกหกเลยครับ
แต่ผมไม่ได้โกหกครับ ผมพูดตามเอกสารหลักฐานที่ศาลออกหมายจับ
เอานะครับ เชิญครับ สั้น ๆ นะครับ เดี๋ยวกระทู้ถามที่ ๓ รออยู่
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผมพูดอย่างนี้นะครับ เพราะเนื่องจากว่าท่านมีเอกสิทธิ์ในสภาแห่งนี้ และวันนี้ผมได้พูดกับท่านผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้เรียบร้อย และผมดีใจครับที่ได้มาถาม กระทู้ถามนี้ เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะเวลาท่านพูดข้างนอกผมจะฟ้องแล้วครับ วันนี้ผม เอาคำให้การมาให้ดู ธนาคารแห่งประเทศไทย
คืออย่างนี้ท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานฟังผมให้จบครับ
เดี๋ยวท่านต้องฟังประเด็นก่อนนะครับ ประเด็นที่ท่านพูดผมเข้าใจ คือเมื่อกี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานครับ ท่านอย่าเพิ่งครับ
ถ้าเถียงกันจะไม่จบนะครับ เมื่อกี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องหมายจับ อายุความ เท่านั้นเองไม่มีอะไร ถ้าข้อเท็จจริงถ้าศาลยืนยันว่าออกตามหมายจับนี้ อายุความมันก็เท่านั้น มันไม่เป็นอย่างอื่นหรอกครับ เชิญครับ ถ้าท่านจะไปต่อเรื่องเก่าผมจะไม่อนุญาต เอาเฉพาะประเด็นนี้นะครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผมยืนยันอีกครั้งนะครับ เพราะผมพูดเพื่อให้บันทึกครับ เรื่องนี้ แบงก์ชาติให้การเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าเป็นเรื่องของกรณีการจัดการและไม่มีเงินผ่านมาถึง ครอบครัวกระผมเลย ท่านประธานครับ ผมถึงบอกท่านเฉลิมว่ามันเป็นการดำเนินการ ตามมาตรา ๓๕๓ ไม่ใช่มาตรา ๓๕๒ แล้ว และถ้าเอาผมไปโยงเรื่องเงินภาษีประชาชน แล้วผมโกงเงินภาษีประชาชน พูดอีกผมฟ้องนะครับเพราะเรื่องนี้ไม่จริงแล้ว ให้การมา ข้อเท็จจริงสิ้นสุดในกรณีนี้แล้ว ท่านประธานครับ ใครโกงเงินแผ่นดินขอให้ครอบครัวมัน ฉิบหายครับ ขอบพระคุณครับ
เอานะครับ ผมว่าพอแล้วกระมังครับท่านรองนายกรัฐมนตรี ผมไม่อยากให้ไปพาดพิงกัน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมแนะนำคุณอรรถวิชช์ ถ้าคุณเห็นว่าออกหมายจับไม่ถูกคุณไปฟ้องศาลสิว่าศาลทำผิด ศาลก็ถูกฟ้องได้
ไม่เป็นอะไรครับ เอาเท่านี้ละครับ นั่งเถอะครับ คือไม่ได้เกี่ยวกันเลยครับ ผมจะไปกระทู้ถามที่ ๓ ผมอุตส่าห์ขอขยายเวลาเขาไปอีก ๑๕ นาทีเพื่อให้ท่านอาคมมีโอกาสได้ถ่ายทอดสดออกไป ถ้าท่านประท้วงเสร็จแล้ว ขณะนี้ถ่ายทอดสดจะไปอีก ๑๕ นาทีนะครับ ผมขออนุญาตทาง ช่อง ๑๑ อยู่แล้ว จะไม่ให้เสียเวลาเอาเลยครับท่านอาคม เชิญครับ
๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๑๑๔ ส. เรื่อง ปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำ (นายอาคม เอ่งฉ้วน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี
ท่านอาคมเชิญเลยครับ เดี๋ยวจะไม่ได้ถาม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ กระผมขอตั้งกระทู้ถามสด นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในเรื่องราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำ เข้าใจว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมาตอบแทน ที่ต้องถามนายกรัฐมนตรีมิได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น แต่ปัญหาผลปาล์มน้ำมันราคาตกต่ำเกิดขึ้นมาจากประเทศไทยเวลาบริหารพืชน้ำมัน บริหารโดยคณะกรรมการน้ำมันแห่งชาติ ซึ่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคนออกคำสั่ง โดยนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในรัฐบาลนี้ได้มอบหมายให้คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธาน ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าประเทศไทยปลูกปาล์มน้ำมัน ๕๔ จังหวัด พื้นที่ภาคใต้เกือบทั้งหมด เวลานี้ปลูกในภาคเหนือ ปลูกในภาคอีสาน ภาคตะวันออกโดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรีเรามีผลปาล์มสด ผลปาล์มสดทั้งปีนะครับ ท่านประธานครับ จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรประเมินว่าในปี ๒๕๕๕ ผลปาล์มสด ทั้งประเทศมีไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านตัน ในจำนวน ๑๐ ล้านตัน เราสามารถเอามาสกัดเป็นน้ำมันได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านประธานครับ ผมกำลังจะแสดงให้เห็นว่า เกษตรกรเดือดร้อนอย่างไร ในจำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตันนั้นเราบริโภคภายในประเทศ ทำเป็นน้ำมันแปรรูปสกัดออกมาเป็นน้ำมันขวด ๑,๐๐๐,๐๐๐ ตันน้ำมัน เอาไปทำเป็น ไบโอดีเซล ๕๐๐,๐๐๐ ตัน อีก ๕๐๐,๐๐๐ ตันเราส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศกัมพูชา ประเทศ สปป. ลาว เขมร ประเทศพม่า พวกนี้ครับ เพราะฉะนั้นประเทศไทยจึงถูกบริหาร โดยคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ แต่ที่ราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าตอนที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนนี้เข้ามา บริหารประเทศราคาผลปาล์มน้ำมันสดทั้งทะลายกิโลกรัมละ ๖ บาท นี่ผมไม่ต้องพูดรัฐบาล ที่แล้วนะครับ ผมพูดรัฐบาลนี้ เดือนสิงหาคมปีที่แล้วท่านมา ๖ บาท เมื่อบริหารไป ๆ ราคา น้ำมันปาล์มก็ลดลงมาเรื่อยตามภาวะของมันเหลือ ๕.๕๐ บาท ในตอนราคาผลปาล์มน้ำมันสด เหลือมา ๕.๕๐ บาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ตอบให้ดีนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปเสนอคณะรัฐมนตรี เพราะว่าการนำน้ำมันปาล์มเข้ามาในประเทศนั้นต้องให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปเสนอคณะรัฐมนตรีว่ามีความจำเป็น ต้องนำน้ำมันปาล์มเข้ามาในประเทศ ๔๐,๐๐๐ ตัน ท่านลองคิดดูครับนั่นคือจุดเริ่มต้นของ ความเสียหาย จุดเริ่มต้นของความหายนะของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน คณะรัฐมนตรีก็ไม่แน่ใจ นั่งกันอยู่ใน ครม. บอกว่าเอาอย่างนี้ก็แล้วกันอนุมัติให้ไปก่อน ๑๐,๐๐๐ ตัน แต่อนุมัติภาพรวมไว้ ๔๐,๐๐๐ ตัน วันที่อนุมัติ ๔๐,๐๐๐ ตันและให้นำเข้า ๑๐,๐๐๐ ตัน โดยให้องค์การคลังสินค้าเป็นคนนำเข้า ตั้งแต่วันนั้นน้ำมันปาล์มลดลงทันที ๕๐ สตางค์ เหลือ ๕ บาท ท่านประธานครับ ซ้ำร้ายนะครับ ๑๐,๐๐๐ ตัน ๑๗ พฤษภาคม ยังไม่ทันที่เกษตรกรจะได้ตั้งตัว เดือนสิงหาคมที่ผ่านมานะครับ ๓๐,๐๐๐ ตันที่เหลือ ให้เอาเข้ามาอีก เพราะฉะนั้นวันนี้ ๔๐,๐๐๐ ตันเอาเข้ามาหมดแล้ว ผมกราบเรียน ท่านประธานแต่แรกแล้วว่าเราผลิตน้ำมันปาล์มได้ปีหนึ่ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ของเราเองนะครับ ยังมีเหลือไปขายประเทศเพื่อนบ้าน แต่รัฐบาลนี้จงใจเจตนารังแกพี่น้องเกษตรกรไปอนุมัติ น้ำมันปาล์มจากต่างประเทศเข้ามาถึง ๔๐,๐๐๐ ตัน วันนี้วันที่ผมกำลังพูดอยู่นี้ผลปาล์มน้ำมันสด ทั้งทะลายเหลือกิโลกรัมละ ๓.๒๐ บาท ที่โรงสกัดบางโรงก็ ๓.๕๐ บาท แต่ว่าเกษตรกรต้องขาย ให้กับลานเท หรือเรียกว่าแรมป์ (Ramp) ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ซึ่งได้ประมาณ ๓ บาทถึง ๓.๒๐ บาท ท่านประธานทราบไหมครับ ถ้าเราขายได้ ๕ บาท ปีหนึ่ง ๑๐ ล้านตัน พี่น้องเกษตรกรได้เงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ลดลงไป ๒ บาท เหลือ ๓ บาท พี่น้องเกษตรกรก็จะขายได้ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เงินหายไปจากกระเป๋าเกษตรกรต่อปี ๒,๐๐๐ ล้านบาท เกษตรกร ผู้ปลูกปาล์มน้ำมันมี ๒๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ความยากจน ความทุกข์ยากไปสู่พี่น้องเกษตรกร ผมคิดว่ารัฐบาลถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นคำถามที่ ๑ ผมถามตัวแทนนายกรัฐมนตรีว่าวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้มี การนำน้ำมันปาล์มเข้ามา ๔๐,๐๐๐ ตัน คณะรัฐมนตรีได้ถามหรือไม่ว่าได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติหรือไม่ เพราะการที่จะทำเรื่องอย่างนี้ คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติเขาต้องเห็นชอบ ผมถามท่านรัฐมนตรีว่า วันนั้นคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติเห็นชอบด้วยหรือไม่ คำถามที่ ๑ ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้มาชี้แจงตอบกระทู้ถามเรื่องปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำ ที่สอบถาม โดยท่านอาคม เอ่งฉ้วน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านอาคมเป็นอย่างยิ่งที่ได้ติดตามสถานการณ์ในเรื่องปาล์มน้ำมัน มาโดยตลอดนะครับ ข้อเท็จจริงตามที่ท่านได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ว่าสถานการณ์การผลิตยาง เหล่านี้เป็นอย่างไร ต้องเรียนว่าปัญหาการผลิตปาล์มน้ำมันเป็นอย่างไร ขอเรียนข้อเท็จจริง ว่าในเรื่องของปาล์มน้ำมันนั้นซึ่งคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติหรือ กนป. ก็ได้วางหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ว่าเมื่อไรสภาวะน้ำมันปาล์มจะเกิดการวิกฤติมากน้อยแค่ไหน อย่างไร โดยกำหนดระดับต่าง ๆ เอาไว้ ๓ ระดับ ก็คือ ระดับวิกฤติที่ต่ำกว่า ๑ เท่าของความต้องการ ใช้น้ำมันดิบที่บริโภคภายในประเทศก็คือเดือนละ ๑๓๕,๐๐๐ ตัน ระดับเตือนภัยก็คือ อยู่ที่ ๑.๒๕ เท่าจนถึง ๑.๕ เท่า ก็คือประมาณเดือนละ ๑๖๘,๗๕๐ ตัน ระดับปกติก็คือ ๑ เท่าครึ่งหรือการใช้น้ำมันดิบเดือนละประมาณ ๒๐๒,๕๐๐ ตัน สถานการณ์การใช้น้ำมันปาล์ม ในประเทศของเราก็เป็นที่ทราบอยู่ว่าก็ลดลงตามลำดับ ซึ่งเรามีปริมาณการใช้ต่อเดือน โดยเฉลี่ย ๓๕๐,๐๐๐ ตัน ก็คือนำไปใช้ในเรื่องของการบริโภคประมาณ ๘๖,๐๐๐ ตัน แล้วก็นำไปทำไบโอดีเซลอีกประมาณ ๔,๙๐๐ ตัน ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นปริมาณสต็อก (Stock) ที่คงเหลืออยู่ก็ค่อนข้างที่จะน้อยกว่าในระดับปกติคือ ๒๐๒,๕๐๐ ตัน ก็จึงมีความจำเป็น ต้องนำเข้า ตรงนี้เองก็ได้เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติได้พิจารณาถึง ความจำเป็นที่จะนำเข้า ซึ่งผลการพิจารณาตรงนั้นคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ก็ได้มอบให้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ไปพูดคุยกับเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามมุ่งว่าจะไม่ให้มีผลกระทบต่อเกษตรกร ต่อจากนั้นทางกระทรวงพาณิชย์ ก็ได้ไปประชุมหารือกับเกษตรกรดังกล่าว ซึ่งก็โดยสรุปว่าได้มีการยินยอมให้มีการนำเข้า จึงได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ
เชิญท่านอาคมครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ คำถามที่ผมถาม ท่านรัฐมนตรีไม่ตอบ ผมถามว่าการอนุมัติคณะรัฐมนตรีนั้นต้องได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติเสียก่อน ท่านก็ไม่ได้ตอบท่านก็อ้างตัวเลข ผมอยากจะกราบเรียนเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้รับทราบว่าวันนี้ใครรังแกเขา ผมบอกแต่แรกแล้วว่า ประเทศไทยน้ำมันไม่ได้ล้นตลาด น้ำมันไม่ได้ขาดแคลน ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่สำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตรของท่านเป็นคนยืนยันเอง และวันนี้สต็อก สต็อกนะครับ หมายความว่า ไปตรวจสอบสต็อกได้เลย เกษตรกรยืนยันกับผม สมาคมปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทยยืนยันว่า สต็อกไม่ต่ำกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ณ บัดนี้ เพราะฉะนั้นความขาดแคลนไม่มี ผมขออนุญาต ท่านประธานนิดเดียวว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นเพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าผมเอาความจริงมาพูดในสภา คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติมีมติวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๕ ซึ่งมี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีพี่น้องเกษตรกร จากตัวแทนเกษตรกรมานั่ง แล้วก็มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปนั่งอยู่ใน คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ เพราะว่าผมบอกแล้วว่าประเทศไทยนั้น เขาบริหารน้ำมันโดยต้องใช้คณะกรรมการ และนายกรัฐมนตรีเป็นคนออกคำสั่ง ให้คณะกรรมการนี้พิจารณา เขามีมติว่าไม่เห็นด้วยในการนำน้ำมันปาล์มเข้ามาในประเทศ เพราะเห็นว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาผลปาล์มในประเทศ และปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องราคา มันก็มีสูงมีต่ำ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการไม่เห็นด้วย วันที่ ๑๒ เมษายนไม่เห็นด้วย แต่วันที่ ๑๗ พฤษภาคมห่างกันไม่กี่วันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปเสนอ คณะรัฐมนตรี ผมจึงไม่มีความพอใจว่าทำไมรัฐบาลจึงบริหารประเทศกันอย่างนี้ สำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งไปเองแต่ไม่ฟัง แล้ววันนี้เกิดปัญหาดังที่สมาคมเคยเตือนแล้วว่า ถ้าท่านทำอย่างนี้เกษตรกรจะเดือดร้อน ผมจึงขอถามข้อ ๒ เมื่อความเสียหายเกิดขึ้น วันที่ท่านรัฐมนตรีรับปากเมื่อสักครู่นี้แล้วว่าท่านก็ทราบแล้วว่าวันนี้เดือดร้อน นายกรัฐมนตรี เดินทางไปจังหวัดกระบี่เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๕ พี่น้องเกษตรกรจำนวนมาก มาต้อนรับแล้วก็ยื่นเรื่องว่าขอให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์ม นายกรัฐมนตรีบอกว่าภายใน ๑๕ วันจะดำเนินการให้ วันที่ ๑๕ กันยายนถึงวันนี้ท่านลองคิดดู เดือนกว่าแล้วราคาก็ตกลงไปตามที่สมาคมปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทยได้เสนอรัฐบาลมาแต่ต้น เพราะฉะนั้นอยากจะถามรัฐบาลว่ารัฐบาลได้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรแล้ว เขาขาดทุนจากกิโลกรัมละ ๖ บาทที่เขาเคยขายได้ แต่การกระทำของรัฐบาลเอาน้ำมันปาล์ม เข้ามา ๔๐,๐๐๐ ตันทำให้เขาขายได้วันนี้ ๓ บาทถึง ๓.๒๐ บาท อยากจะถามว่ารัฐบาลจะมี นโยบายแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรซึ่งมีอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ซึ่งปลูกปาล์มน้ำมัน ๔,๐๐๐,๐๐๐ ไร่อย่างไร เป็นคำถามที่ ๒ ครับ
เชิญครับท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อประเด็นคำถามของท่านอาคม เอ่งฉ้วน ในคำถามที่ ๒ นั้นนะครับ ก่อนที่จะตอบคำถามตรงนี้ผมอยากเรียนนิดเดียวว่าวันนี้ เราต้องเข้าใจกันว่าสาเหตุที่ราคาปาล์มน้ำมันลดลงมานั้น กลไกต่าง ๆ สืบเนื่องจากภาวะ ราคาตลาดโลกของน้ำมันพืชทุกชนิดที่ได้ปรับตัวลดลง ไม่ว่าในเรื่องของน้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันพืชทุกชนิดต่าง ๆ สาเหตุที่สืบเนื่องต่อมาซึ่งจะเห็นว่าผลปาล์มที่ออกสู่ตลาด ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายนปีนี้มาออกชุกในช่วงนี้ ปกติปาล์มจะออกชุกอยู่ ๒ ช่วง คือช่วงต้นกับช่วงปลาย แต่ปีนี้จะมาชุกอยู่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน เหมือนกันเลยทั้งในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย แล้วก็ในเดือนกันยายน เดือนตุลาคม ปกติก็จะมีการสั่งซื้อจากประเทศจีนและจากอียู (EU) แต่ปีนี้สภาพภาวะเศรษฐกิจซบเซา ตามที่ท่านทราบอยู่แล้วก็ส่งผลกระทบด้วย แต่ผมคิดว่าอย่างไรก็ตามในช่วงปลายปีนี้ ต่อจากต้นปีคาดว่าสถานการณ์ก็จะดีขึ้น เนื่องจากว่าผลผลิตก็คงออกสู่ตลาดน้อยลง ทั้ง ๓ ประเทศ แล้วก็อยู่ในช่วงหน้าหนาวและเทศกาลนะครับ แล้วก็คิดว่าความจำเป็น ต้องใช้น้ำมันปาล์มก็มีเพิ่มขึ้น นี่อยากจะเรียนเพิ่มเติมตรงนี้อีกนิดเดียวนะครับ วันนี้ผมเข้าใจว่า ราคาที่พี่น้องเกษตรกรได้ซึ่งอยู่ในราคาค่อนข้างที่จะต่ำถ้าเมื่อเทียบกับอดีตที่เราเคยได้ ๖ บาท มานะครับ แต่ผมขอเรียนว่าก่อนจะดูตรงนั้นเราอยากให้หันมาดูต้นทุนนิดหนึ่งครับ วันนี้ต้นทุนในการผลิตปาล์มน้ำมันนั้นที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรทำออกมา ก็เป็นที่ยอมรับกันอยู่อยู่ที่ประมาณ ๓.๐๒ บาท ซึ่งตัวเลขของสมาคมปาล์มน้ำมันและ น้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทยก็อยู่ที่ ๓.๑๘ บาทก็เป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งวันนี้ตอนบ่าย เขาจะประชุมกันแล้วก็ได้จูน (Tune) เข้าหากันว่าสุดท้ายนี่อะไรที่มันเห็นแตกต่างกัน ในเรื่องของต้นทุน
นโยบายของรัฐบาลเองก็มองว่าพี่น้องเกษตรกรทุกสินค้านะครับ ในการผลิต สินค้าเกษตรจะต้องไม่ขาดทุน ซึ่งเราพยายามยึดหลักว่าอาจจะให้พี่น้องเกษตรกร ผลิตในราคาขายได้และในราคาต้นทุนที่บวกประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ ถ้าคิดถึงตรงนี้แล้ววันนี้ถ้าต้นทุนอยู่ที่ ๓.๐๒ บาทนั้นราคาที่พี่น้องเกษตรกรขายได้น่าจะอยู่ที่ ๔.๒๕ บาท นี่คือราคาที่พี่น้องเกษตรกรจะขายได้ แต่วันนี้ก็ยังต่ำกว่าราคาที่เราคาดหวัง เพื่อให้มันจะเป็น เพราะฉะนั้นแนวทางที่คิดว่าจะพูดคุยกันในบ่ายวันนี้ว่าจะเข้ามาดูราคา พี่น้องเกษตรกรเหล่านี้อย่างไร สิ่งแรกที่เราจะต้องทำก็คือทำอย่างไรที่จะหาสต็อกมาเพื่อที่จะเก็บน้ำมันตรงนี้ในส่วนเกินอยู่ เพิ่มมากขึ้น เก็บเอาไว้นะครับ คือคิดว่าน่าจะลดสต็อกตรงนี้สักประมาณ ๒๐,๐๐๐ ตัน โดยประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตัน รัฐอาจจะเอามาเก็บไว้ แล้วอีก ๑๐,๐๐๐ ตันคงจะกระจายไปที่ ปตท. เพราะว่า ปตท. ตอนวิกฤติขาดแคลนน้ำมันเมื่อคราวที่แล้ว เดิม ปตท. ผลิตบี ๕ (B5) ลดลงมาการผลิตเป็นบี ๓.๕ เพราะฉะนั้นทำให้การใช้น้ำมันก็ลดลงมาซึ่ง ปตท. ก็ชัดเจนแล้วว่า จะมีนโยบายผลิตบี ๕ เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นการใช้น้ำมันตรงนี้ก็จะถูกดูดออกไป อันนี้คือส่วนหนึ่ง
แล้วก็อีกส่วนหนึ่งหมายความอย่างที่ผมเรียนเมื่อสักครู่ ปลายเดือน ผลผลิตก็จะเริ่มลดลง ก็อาจจะส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น ซึ่งเรามีความตั้งใจที่จะทำ และคิดว่าทำอย่างไรในเดือนตุลาคมนี้ก็จะพยุงให้ได้ ๔ บาท ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และเดือนธันวาคมก็จะพยายามทำให้ไปสู่เป้าหมายที่คิดว่าน่าจะเป็นถึง ๕ บาทหรือ ๖ บาท ตามที่พี่น้องเกษตรกรได้รับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ได้ให้แนวทางคิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเขาจะประชุมปรึกษาหารือกัน แต่อย่างไรก็ตามที่ผมกราบเรียนตั้งแต่ต้นว่าการบริหาร พืชปาล์มน้ำมันนั้นเป็นการบริหารโดยคณะกรรมการอย่างที่ท่านผู้มีเกียรติ ท่านอาคม ซึ่งเป็นอดีตเจ้านายเก่าผม ก็ได้กล่าวขึ้นมาเมื่อสักครู่นะครับ ในเรื่องนี้เรามีคณะกรรมการ นโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็จะนำไปสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการในเรื่องนี้นะครับ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในโอกาสต่อไป ผมยืนยันนะครับ ผมอยู่ข้างเกษตรกรตลอดเวลาที่จะทำ แต่ในขณะเดียวกันผมอยากเรียนว่าเหรียญมี ๒ ด้านเสมอ เราก็ต้องคำนึงถึงผู้บริโภคด้วย วันนี้ที่รัฐบาลพยายามตรึงราคาน้ำมันที่สำหรับใช้บริโภคอยู่ที่ ๔๒ บาท ถ้าอยู่ที่ ๔๒ บาทนั้น ราคาน้ำมันปาล์มต่าง ๆ ก็จะปรับเปลี่ยน ถ้าเราขึ้นไป ๖ บาท ถ้าเราสะท้อนกลับมาที่ราคาน้ำมันบริโภค น้ำมันบริโภคก็อาจจะสูงกว่าปัจจุบันอยู่ถึงประมาณ ๑๑-๑๒ บาท นี่ก็คือเป็นกลไกตามปกติ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าเราก็ต้องไปดูทั้งหมดให้มันครบวงจรอีกครั้งหนึ่งว่าจะดูแลอย่างไร ขอบคุณครับ
เชิญคำถามสุดท้าย ท่านอาคมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน ก่อนจะถามคำถามสุดท้าย ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีที่มาเป็นตัวแทน นายกรัฐมนตรีว่าสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขาประเมินต้นทุนของเกษตรกรในภาวะที่ ปุ๋ยกระสอบละ ๑,๐๐๐ บาท บางสูตรก็ ๑,๑๐๐ บาท ต้นทุนของเกษตรกรอยู่ที่กิโลกรัมละ ๓.๗๘ บาท ใกล้เคียงกับที่ท่านรัฐมนตรีพูดเมื่อสักครู่ ในกรณีที่ปาล์มได้ ๒.๕ ตันต่อไร่ ต้องมีต้นทุนขนาดนั้น เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องทราบว่าขณะนี้เกษตรกรขายขาดทุน ทีนี้ท่านรัฐมนตรีบอกว่าท่านจะไปดำเนินการเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้ปรับราคาขึ้นอย่างน้อย ๆ ๔ บาท ผมคิดว่ามันอยู่ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าในขณะที่สินค้าราคาแพง น้ำมันราคาแพง สมาคมปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทยเขาเสนอให้รัฐบาลเข้าไปดำเนินการอย่างนี้ครับคือไปซื้อ น้ำมันที่ ๒๐๐,๐๐๐ ตันที่เหลืออยู่ในขณะนี้ เพราะว่ารัฐบาลไปนำเข้ามา ๔๐,๐๐๐ ตัน ทำให้น้ำมันของประเทศไทยเองมันเหลือ มันเกินปริมาณ แล้วเมื่อกี้ท่านก็ยืนยันว่าท่านไม่ได้ ดูแลเกษตรกรเลย กลัวแต่ว่าธุรกิจปลายน้ำ ธุรกิจที่ทำน้ำมันปาล์มขวดขายเขาจะกำไรน้อยเกินไป เพราะว่าถ้าซื้อมาจากเกษตรกรกิโลกรัมละ ๕ บาท พวกนี้ต้นทุนก็จะสูงขึ้น จึงทำให้ เกษตรกรดูเสมือนว่ารัฐบาลไปรังแก ผมจึงอยากจะถามว่าที่ท่านอ้างเศรษฐกิจโลก ผมก็ฟังจนเบื่อแล้วครับ ยางราคาไม่แพง กิโลกรัมละไม่ถึง ๑๒๐ บาท ท่านก็บอกว่า เศรษฐกิจโลก วันนี้ท่านเอากับเขาด้วยอีกคนหนึ่งบอกว่าน้ำมันที่ราคามันถูกลงเพราะว่า เศรษฐกิจโลกไม่ดี คนบริโภคน้ำมันน้อยก็เลยทำให้ปาล์มไทยมันน้อยลงไปด้วย แต่ว่า ประเทศมาเลเซียเขาปลูกปาล์ม ๑๐ กว่าล้านตัน รัฐบาลนี้ไปเห็นใจพี่น้องเกษตรกร ประเทศมาเลเซีย ไปนำน้ำมันปาล์มเขาเข้ามา ๔๐,๐๐๐ ตัน ในขณะที่เกษตรกรไทย ปลูกปาล์มได้เหลือ ต้องเอาไปขายให้ประเทศเพื่อนบ้าน ท่านลองคิดดูครับ แล้วยังรังแกเขาอีก รัฐบาลไปออกกฎระเบียบ เซอร์ชาร์จ (Surcharge) ถ้าผู้สกัดภายในประเทศส่งน้ำมันปาล์ม ไปขายต่างประเทศ เก็บเขากิโลกรัมละ ๑๐ บาท อย่างนี้เขาจะเอาไปขายได้อย่างไรครับ สมมุติเขาขายกิโลกรัมละ ๓๒ บาท ถูกรัฐบาลเก็บกิโลกรัมละ ๑๐ บาท มันก็เหลือ ๒๒ บาท มันยิ่งกดดันหนักเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องทางภาคเหนือ พี่น้องทางภาคอีสานเมื่อฟังผมแล้วต้องระวัง เพราะของท่านไม่มีโรงสกัด พี่น้องทางภาคใต้ เลือดตาแทบกระเด็นขนาดมีโรงสกัดอยู่ใกล้บ้าน ท่านที่ปลูกปาล์มในภาคเหนือ ท่านที่ปลูกปาล์ม ในภาคอีสาน ท่านคิดดูสิครับรัฐบาลรังแกพี่น้องผู้ปลูกปาล์มในภาคใต้ ในภาคตะวันออก และไม่กี่วันก็จะถึงพี่น้องทางภาคเหนือและทางภาคอีสาน ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อครับ
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ตอนสุดท้ายผมจับประเด็นไม่ได้นะครับ ขอโทษที คิดว่าท่านคงฝากประเด็นผมมาเท่านั้นเองว่าประเด็นเหล่านี้เป็นอย่างไร ผมยังยืนยันว่าผมในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมมอง ตัวเกษตรกรเป็นตัวตั้งในการดำเนินการ ในส่วนที่รัฐบาลดำเนินการที่ผ่านมา ผมคิดว่า มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา เมื่อช่วงเวลานั้นมันมีความจำเป็นจะต้องทำ ในลักษณะเช่นนั้น แต่ช่วงเวลานี้ก็ต้องหาทางแก้กันไปอย่างไร ผมคิดว่าหลังจากที่เราได้ พยายามปรับกันส่วนหนึ่งมาเป็นไบโอดีเซลแล้วคงจะมีประโยชน์ ประกอบกับสถานการณ์ ต่าง ๆ ก็มีแนวโน้มดีขึ้นตามที่ผมได้กราบเรียนมาทั้งหมดแล้วนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ในระหว่างการจัดทำแผนพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ปี ๒๕๕๖ ถึงปี ๒๕๖๐ โดยเน้นทั้งการใช้ภายในประเทศ การบริโภคโดยตรงแล้วก็เพื่อทดแทน พลังงาน ก็จะได้มีการกำหนดในการแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันในระยะยาวนะครับ แล้วก็อยากจะพิจารณาในเรื่องราคาน้ำมันเข้ามาบริโภคให้เหมาะสมในโอกาสต่อไป สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณท่านอาคม เอ่งฉ้วน อีกครั้งหนึ่งที่ท่านได้ติดตามในเรื่องเหล่านี้ รัฐบาลยืนยันว่ามีความตั้งใจและดูแลพี่น้องเกษตรกรให้เป็นไปตามแนวทางที่เราตั้งใจไว้ ขอบคุณครับ
จบกระทู้ถามสดนะครับ
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๐๗ เรื่อง ความคืบหน้าโครงการขยายไหล่ทาง ถนนสายริมทะเลสาบสงขลา (นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
วันนี้เนื่องจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่กำกับดูแลเรื่องนี้ ติดราชการไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ตอบข้อซักถาม เชิญท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ครับ เจ้าหน้าที่ เชิญท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ท่านมาหรือยัง นั่งก่อนก็ได้ท่านสุพัชรี
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามของดิฉันซึ่งเป็นความจำเป็นแล้วก็เป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดพัทลุง ในเรื่องของการขยายไหล่ทางถนนริมทะเลสาบสงขลา แล้วก็จะขอความกรุณาท่าน ดิฉันคิดว่ากระทู้ถามทั่วไปทุกกระทู้ก็มีความจำเป็น ขอให้ ขยายเวลาถ่ายทอดสดของกระทู้ถามทั่วไปด้วย
คือท่านสุพัชรีครับ ขณะนี้เราก็ถ่ายทอดสดอยู่นะครับ ๓ ช่องของเรา ช่องซี-แบนด์ (C-Band) แล้วก็เคยู-แบนด์ (KU-Band) ของเรามีช่อง ๑๓๕ ช่อง ๑๖ และช่อง ๑๙ อยู่ เชิญครับ
ดิฉันหมายถึงช่อง ๑๑ ของเอ็นบีที (NBT) ค่ะท่านประธาน แต่ไม่เป็นไรค่ะท่านประธาน ดิฉันขออนุญาตเข้าในเนื้อหาของ กระทู้ถามเลย ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ไว้ในสมัยประชุมที่แล้วด้วยเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ในตอนนั้นท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่าน พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ท่านก็ได้มาตอบกระทู้ถามในครั้งนั้น แล้วก็ได้รับคำตอบที่เป็นที่น่าพอใจมาก แล้วก็ทางพี่น้องจังหวัดพัทลุงเขาก็รอความหวัง ในการที่จะมีการก่อสร้างในปี ๒๕๕๖ ซึ่งในปีงบประมาณนี้ แต่พอมาถึงการถามกระทู้ถาม ในครั้งนี้ดิฉันก็รู้สึกเสียใจ แล้วก็เสียความรู้สึกแทนพี่น้องประชาชนมากว่าวันนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการของกระทรวงคมนาคมติดภารกิจ แล้วก็มอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีท่านวรวัจน์มาตอบกระทู้ถามแทนนะคะ ดิฉันไม่ได้รังเกียจท่าน แต่ถ้าท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบเองจะได้คำตอบที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นค่ะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตได้ถามในเรื่องของความคืบหน้าของการขยายไหล่ทาง ถนนสายริมทะเลสาบสงขลาในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ดิฉันขออนุญาตแสดงภาพในการที่เราได้ มีการออกแบบถนนเส้นนี้ไว้แล้ว ในการออกแบบในครั้งนี้ก็ได้มีการออกแบบไว้เพื่อที่จะให้ มีความสอดคล้องกับวัฒนธรรมประเพณีของจังหวัดพัทลุง แล้วก็เป็นลักษณะเด่นของจังหวัดพัทลุง ไม่ว่าจะเป็นนกน้ำ ไม่ว่าจะเป็นหนังตะลุง แล้วก็ที่สำคัญถนนเส้นนี้เป็นระยะทาง ๘๐ กิโลเมตร แล้วก็ผ่านพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง ๖ อำเภอด้วยกัน ประกอบด้วย ๗ ตำบล ๒ เทศบาลตำบล แล้วก็ ๑ เทศบาลเมือง เส้นนี้เราได้ออกแบบไว้มีความสวยงามมาก มีจุดพักรถไว้สำหรับชมวิว ให้นักท่องเที่ยวได้มาชมวิวกัน แล้วที่สำคัญก็คือมีร้านค้าสินค้าโอทอป (OTOP) ให้พี่น้อง ได้มาขายสินค้าโอทอปกัน วันนี้ดิฉันต้องขออนุญาตท่านประธานเปิดแผ่นการอภิปราย ตอบกระทู้ถามของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอีกครั้งหนึ่งว่าท่านได้ตอบ อย่างไรไว้ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้ฟังด้วย ขออนุญาต ท่านประธานค่ะ ขออนุญาตห้องโสตเปิดได้เลยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
“…………… : ที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นี้ ให้แล้วเสร็จ ภายในปีงบประมาณปี ๒๕๖๐ โดยเสนอขอตั้งงบประมาณประจำปี ๒๕๕๕ ดำเนินการ ช่วงแรกระยะ ๒๖ กิโลเมตรครึ่ง ใช้งบประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท เนื่องจากกรมทางหลวงชนบท ได้รับกรอบวงเงินสำหรับจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ ไม่ครบถ้วนตามที่เสนอขอ คือ ๔๙,๐๐๐ ล้านบาท ตัดเหลือ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมาตัดน้ำท่วมอีกเหลือ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท โครงการดังกล่าวไม่ได้รับบรรจุไว้ในงบประมาณ ก็เป็นอันว่าในปี ๒๕๕๕ คงจะไม่ได้มีการสร้าง ก็เป็นที่น่าเสียดาย จากข้อเท็จจริงและข้อจำกัดในด้านงบประมาณ ดังที่เรียนและชี้แจงแล้วก็คิดว่าจะนำมาบรรจุงบประมาณในปีต่อไป ก็คงจะต้องคิดว่า เป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องส่งเสริมงบประมาณให้แก่จังหวัดพัทลุงต่อไปครับท่านประธาน”
“............... : ท่านบอกว่าจะพยายามเอาเข้าปี ๒๕๕๖”
“…………… : ท่านรัฐมนตรีว่างบประมาณปี ๒๕๕๖ ขอเป็นอันดับต้น ๆ ของจังหวัดพัทลุงที่จะดำเนินการในเรื่องของโครงการถนนริมทะเลสาบสงขลา ใช้งบประมาณเดิมก็ได้แค่ ๒๖ กิโลเมตร ๔๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะทำในปี ๒๕๕๖ ก็คงจะไม่มี คำถามอะไร แต่ว่าอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ยืนยันอีกครั้งหนึ่งค่ะ ขอบคุณค่ะ”
“............... : เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม”
สงสัยทางโสตก็ลืมนะคะว่าพอดิฉัน ถามอย่างนั้นแล้วนี่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการก็ยังยืนยันรับปากไว้อีกครั้งหนึ่งนะคะ ส่วนท่านรองประธาน ณ ตอนนั้นก็จะเป็นท่านรองประธานเจริญ ท่านก็ยังยืนยันว่าจะให้ ในงบประมาณปี ๒๕๕๖ ซึ่งดิฉันขออนุญาตถามคำถามเลยว่าเมื่อดิฉันได้เข้าไปดูใน งบประมาณปี ๒๕๕๖ ครั้งนี้แล้ว ดิฉันไม่เห็นค่ะ ไม่พบไม่เจอโครงการขยายไหล่ทางของถนน เลียบริมทะเลสาบสงขลาเลย ดิฉันก็รู้สึกเสียใจมากว่าวันนี้ทำไมรัฐบาล ทางกระทรวงคมนาคม ได้รับปากไว้ว่าจะใส่งบประมาณตัวนี้ให้กับพี่น้องประชาชน รัฐมนตรีก็ยังบอกว่ามีความจำเป็น ที่จะดูแลพี่น้องในจังหวัดพัทลุงด้วย แต่วันนี้ไม่มีในโครงการในงบประมาณปี ๒๕๕๖ ขออนุญาต ถามท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะมีวิธีการดำเนินการกับโครงการนี้ อย่างไรคะ
ท่านถามถูกแล้ววันนี้ท่านคุมสำนักงบประมาณ เขาถึงให้ทางคนคุมสำนักงบประมาณ มาตอบท่าน เชิญท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี วันนี้ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ กุลดิลก ท่านติดภารกิจ แล้วก็มอบหมายให้ผมซึ่งจริง ๆ ก็อย่างที่ท่านประธานพูด ดูแลสำนักงบประมาณอยู่ มาตอบท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ท่าน ส.ส. จังหวัดพัทลุง ซึ่งท่านได้ ติดตามถนนสายริมทะเลสาบสงขลามาหลายครั้ง เป็นความตั้งใจของท่านซึ่งก็ต้องชื่นชมไว้ ในที่นี้ด้วย ท่านพยายามที่จะให้โครงการนี้เกิดความสำเร็จ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นโครงการที่ เลียบทะเลสาบสงขลา เชื่อมโยงตั้งแต่จังหวัดพัทลุงโยงมาถึงจังหวัดสงขลา ระยะทางทั้งหมด ๘๔ กิโลเมตร งบประมาณทั้งหมด ๑,๒๔๐ ล้านบาท ทั้งหมดได้แบ่งเป็น ๘ ช่วง ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ พยายามบรรจุให้ได้ทั้งในงบประมาณปี ๒๕๕๕ และปี ๒๕๕๖ จริง ๆ ต้องขออนุญาตเรียน ท่าน ส.ส. อย่างนี้ งบประมาณของกรมทางหลวงชนบทที่จัดสรรให้สำหรับจังหวัดพัทลุง ในสมัยปี ๒๕๕๔ เมื่อท่านเป็นรัฐบาล ได้เพียง ๑๑๘ ล้านบาท พอเราเป็นรัฐบาล เราจัดเพิ่มให้ขึ้นเป็น ๑๘๘ ล้านบาทในปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๕ จัดขึ้นเป็น ๑๘๘ ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ ๗๐ ล้านบาท พอมาปี ๒๕๕๖ ท่านชัจจ์จัดให้อีก จัดเพิ่มขึ้นไปเป็น ๒๔๗ ล้านบาท แต่บังเอิญผมเข้าใจว่าการจัดลำดับความสำคัญของในพื้นที่ ท่านจัดลำดับ ความสำคัญเอาถนนสายอื่นก่อน แล้วก็เลยทำให้ถนนสายนี้หายไป เพราะฉะนั้นถ้าท่านยืนยันว่า ถนนสายนี้มีความจำเป็นมากกว่าถนนสายอื่น เดี๋ยวพอตอนจัดลำดับความสำคัญในพื้นที่ ซึ่งผมคิดว่าในปี ๒๕๕๗ นี่งบประมาณในส่วนของจังหวัดพัทลุงนี่ผมได้จัดให้เพิ่ม จัดเพิ่มได้แน่นอน แต่ว่าการจัดลำดับความสำคัญ ถ้าท่านยังยืนยันว่าท่านจะเอาถนนสายนี้ เราจะเอาถนนสายนี้ขึ้นเป็นลำดับต้นให้ท่าน แต่ว่าวงเงินในส่วนของจังหวัดก็คงจะได้มากขึ้นด้วย เราจะดำเนินการให้ ขอบคุณครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ถนนสายนี้ก็มีความจำเป็นเพราะว่าเป็นการดำเนินการขนส่งสินค้าทางการเกษตรให้กับ พี่น้องเกษตรกร เพราะว่าจังหวัดพัทลุงเราก็มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ ดิฉันก็ยังยืนยันว่า ถนนเส้นนี้มีความจำเป็นมาก แล้วก็ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นสิ่งที่ดีที่ท่านรัฐมนตรีรับปาก ว่าจะพิจารณาให้ในปี ๒๕๕๗ แต่ดิฉันคิดว่าอาจจะมีความล่าช้าไปสำหรับในการรองรับ นักท่องเที่ยวจากทั้งในประเทศแล้วก็ต่างประเทศเพื่อที่จะรองรับการเข้าสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN) ในอีก ๓ ปีข้างหน้า ดิฉันคิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการ ที่มีความสำคัญ ทางจังหวัดพัทลุงเราในการประชุมที่จะถึงนี้ก็คือการประชุม ครม. สัญจรที่จะมีขึ้นในวันที่ ๒๑-๒๒ ตุลาคมนี้ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดพัทลุงเราก็ได้เสนอตัวโครงการตัวนี้ไปยัง ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่จะถึงนี้ด้วย ดิฉันก็ยังอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลเรื่องงบประมาณในครั้งนี้อยู่ช่วยจัดสรรให้ เป็นการเริ่มต้นก็ได้ เริ่มต้นไม่ต้องถึงจำนวน ๑,๒๐๐ ล้านบาทก็ได้ เพราะว่าเป็นงบผูกพัน ๕ ปีอยู่แล้ว ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทาง ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไม่เหลือบ่ากว่าแรงอยู่แล้วที่จะดูแลจัดสรรงบตัวนี้ และผ่านในมติคณะรัฐมนตรีที่จะถึงนี้ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
เดี๋ยวนะครับท่านฝากไว้ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนะครับ ในส่วนของการประชุม ครม. สัญจรในภาคใต้ครั้งนี้ผมจะกำชับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ให้ดูในรายโครงการนี้เป็นพิเศษ เราจะพยายามดูแลการจัดสรรงบประมาณให้ อันนี้จะขอรับไปประสานงานให้นะครับ แล้วก็ในช่วงระยะอื่นต่อไปก็จะไปดูว่าในปีต่อไป จะดูแลการทำถนนเหล่านี้ขึ้นเป็นลำดับต้น ๆ เพื่อให้จังหวัดทางภาคใต้ได้รับการพัฒนา ซึ่งต้องเรียนว่าความตั้งใจของรัฐบาลเราต้องการที่จะพัฒนาในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในเขตของภาคใต้เป็นเรื่องที่เราคิดว่าคงต้องมีการยกระดับ การพัฒนาขึ้นมาทั้งระบบ ซึ่งเท่าที่ดูแล้วยังมีโอกาสและแนวโน้มในการพัฒนาอีกจำนวนมาก แต่ว่าในระยะก่อน ๆ มาอาจจะถูกปล่อยปละละเลยไป เพราะฉะนั้นวันนี้เองทางรัฐบาล จะลงไปดูรูปแบบของการพัฒนาอย่างเป็นระบบ เพราะไม่ใช่แค่เพียงแต่ถนนอย่างเดียว แต่จะไปดูรูปแบบของการท่องเที่ยว การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การยกเกี่ยวกับเรื่อง ของทางด้านศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ อยู่ในเขตภาคใต้ให้เป็นธีม (Theme) ของการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ในส่วนนี้ก็จะพยายามลงไปดูแล และพัฒนาขึ้น ในส่วนของถนนสายนี้ก็คิดว่าจะพยายามดูแลเพื่อให้ทางภาคใต้ แล้วก็ถนนริมทะเลสาบสงขลาได้รับการพัฒนาเป็นจุดดึงดูดที่สำคัญของประเทศไทยต่อไป ขอบคุณครับ
ต่อไปเป็นกระทู้ถาม จบแล้วนะครับ ฝากหรือครับ
ขออนุญาตค่ะท่านประธาน ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ตอบกระทู้ถามได้อย่างน่าฟังมาก แต่ดิฉันต้องขอว่า วันนี้ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้ประสานมายังทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๓ ท่าน แล้วก็มีบัญชีรายชื่ออีก ๒ ท่านที่จะร่วมกันผลักดันให้ถนนเส้นนี้ให้เกิดขึ้นมากับ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพัทลุงให้ได้ ดิฉันหวังว่าทางการประชุมคณะรัฐมนตรีที่จะถึงนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงท่านก็ได้ทำโครงการนี้ แล้วก็เตรียมพรีเซนท์ (Present) ไว้กับ ทางท่านนายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งนะคะ ขอกราบขอบพระคุณมากค่ะ
จบกระทู้ถามทั่วไปที่ ๑ นะครับ
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๓๒๗ เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าการก่อสร้าง พิพิธภัณฑ์อารยธรรม ๕,๐๐๐ ปี อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
เชิญถามครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ บ้านดิฉันไม่มีทะเลค่ะ มีแต่ความแล้ง แต่ในพื้นที่แห้งแล้งที่ลึกลงไป
แล้งอย่างไรฝนเพิ่งตกไม่ใช่หรือครับ
ค่ะ ในใต้พื้นพิภพนั้นมีอารยธรรม ๕,๐๐๐ ปี แต่ว่าต้องบอกว่าเรื่องเก่า คือการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์อารยธรรม ๕,๐๐๐ ปี ก่อนประวัติศาสตร์ บ้านดอนธงชัย ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ดิฉันเคยกระทู้ถาม ในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะนั้นนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งท่านก็สนับสนุนอยากให้มีพิพิธภัณฑ์เพื่อการอนุรักษ์สมบัติของบรรพชนที่เป็นอารยธรรม โดยเฉพาะในอำเภอสว่างแดนดิน แล้วก็โดยเฉพาะลงไปที่วัดชัยมงคล บ้านดอนธงชัย ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ท่านประธานผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านสุกุมล คุณปลื้ม ต้องบอกว่าใต้พื้นพิภพของเรานั้น มีภาชนะเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นโบราณวัตถุ เครื่องสำริด กล้องยาสูบ ลูกกลิ้งดินเผา หินแต่ง ผิวหม้อ ขวานเหล็ก กำไลมือ สิ่งที่เป็นโบราณวัตถุที่กล่าวมาอยู่ในอำเภอสว่างแดนดินทั้งหมด มีทั้งหมด ๒๖ หมู่บ้านเลยทีเดียวค่ะ ถ้าเป็นประเทศอื่น ๆ มีจุดเชื่อมโยงเยอะขนาดนี้นั้น จะเป็นแหล่งที่สามารถที่จะศึกษาอารยธรรมโบราณก่อนประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี เลยทีเดียว และที่เหลือให้สืบค้นในขณะนี้ก็คงจะประมาณสัก ๑๐ หมู่บ้าน โดยเฉพาะวัดชัยมงคล บ้านดอนธงชัย ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครนี้มีพื้นที่ บริเวณที่เป็นที่วัด ๙ ไร่ ทีนี้ในปี ๒๕๓๗ พันตรี สีห์พนม วิชิตวรสาร ส.ส. ในสมัยนั้น อันนี้ผ่านมา ๑๘ ปีแล้วนะคะ ได้แจ้งกรมศิลปากร กรมศิลปากรได้มาขุดค้นในปี ๒๕๓๘-๒๕๔๐ ทำให้ทราบว่ากว่า ๕,๐๐๐ ปีมาแล้วบ้านดอนธงชัยมีมนุษย์อาศัยอยู่เป็นชุมชนเลยค่ะ ๒๐๐ กว่าชีวิตที่สืบค้นได้ และในหลุมฝังศพที่ขุดค้นได้ คือกรมศิลปากรไปขุดดูแล้ว ๒๐ กว่าหลุม ขุดค้นลงไปที่ในหลุมฝังศพ ๑๗ หลุม สมบูรณ์มาก เป็นยุคเดียวกับบ้านเชียงหรืออ่อน ๆ มาหน่อยก็ไม่กี่ปี ท่านประธานคะ น่าเสียดายมาก ๆ เลย แล้วเมื่อกรมศิลปากรขุดค้นได้แล้ว ก็ฝังกลบไว้ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าใครจะเป็น ส.ส. ในอำเภอสว่างแดนดินก็เอาเข้ามาใน สภาผู้แทนราษฎรทุกครั้ง ท่านประธานที่เคารพ ก็ยังไม่ได้ก่อสร้างอะไรเลย เสียดายไหมคะ เสียดายสมบัติของชาติมาก ๆ เลย แล้วทีนี้พี่น้องประชาชนอำเภอสว่างแดนดินนั้น ได้รับคำตอบทุกครั้งจากกรมศิลปากรว่าไม่มีงบประมาณ ดังนั้นแล้วคำว่าไม่มีงบประมาณ ในที่นี้คงจะพอกระมังคะ คงจะพอกับความต้องการของพี่น้องประชาชนแล้วละค่ะ เพราะว่า ๑๘ ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ดิฉันถามไปที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านสุกุมล คุณปลื้ม ว่ากระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายก่อสร้างพิพิธภัณฑ์มรดกโลกบ้านดอนธงชัย ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครหรือไม่ ถ้ามี จะดำเนินการ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ได้หรือไม่ และจะก่อสร้างเมื่อใด เพราะว่าสมบัติของชาติ และเป็นสมบัติของมวลมนุษยชาติ ขอทราบรายละเอียดค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติดังนี้นะคะ แหล่งโบราณคดีวัดชัยมงคล บ้านดอนธงชัย ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่ง ของแหล่งมรดกโลกบ้านเชียง เนื่องจากพบอยู่ในขอบเขตของที่ราบแอ่งสกลนคร ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ปรากฏอารยธรรมบ้านเชียงแพร่หลายอยู่อย่างหนาแน่น ครอบคลุมจังหวัดสกลนคร และจังหวัดอุดรธานี สำหรับปี ๒๕๔๐ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมมีแผนที่จะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง แสดงโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีบริเวณวัดชัยมงคล บ้านดอนธงชัย ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ซึ่งเบื้องต้นเคยจัดทำแผนแม่บท ดำเนินการโดยใช้งบประมาณในการดำเนินการทั้งสิ้น ๒๗๐,๒๐๐,๐๐๐ บาท มีระยะเวลา ดำเนินการ ๕ ปี แต่เนื่องจากไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว กรมศิลปากรจึงได้ กลบหลุมขุดค้นทางโบราณคดีไว้ สำหรับในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ กรมศิลปากรมีโครงการ ที่จะปรับแผนแม่บทในการดำเนินการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดี วัฒนธรรมบ้านเชียง วัดชัยมงคล บ้านดอนธงชัย ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในพื้นที่ และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยจะต้องมีการระดมความคิดจากทุกภาคส่วน ของจังหวัดสกลนคร เพื่อนำมาสรุปเป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานและจัดทำแผนแม่บท ขึ้นใหม่ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานต่อไป โดยมีกำหนดระยะเวลาในการปรับปรุง แผนแม่บทดังกล่าวดังนี้ เราจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทในเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๕ นี้ จะมีการจัดประชุมเสวนาจากทุกภาคส่วนของจังหวัดสกลนครช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๖ สรุปกรอบและแนวทางการดำเนินการปรับแผนแม่บท ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๖ จัดพิมพ์แผนแม่บทรูปแบบอาคารก่อสร้าง ช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๖ หลังจากนั้นจะนำเสนอขอความเห็นชอบกับ คณะรัฐมนตรีและเสนอขอตั้งงบประมาณในการก่อสร้างอาคารช่วงระยะเวลาขอตั้งงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ และจะเริ่มการก่อสร้างอาคารในช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๘ ถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๖๒ สำหรับงบประมาณและระยะเวลาในการดำเนินงานจะทราบรายละเอียด อีกครั้งหนึ่งหลังจากมีการปรับปรุงแผนแม่บทแล้วเสร็จ แล้วจะนำเสนอของบประมาณ ต่อรัฐบาลในปีงบประมาณ ๒๕๕๘
เชิญคำถามสุดท้ายครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้ยินท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรมตอบในครั้งนี้ แล้วก็มีแผนแม่บทออกมาชัดเจน ท่านประธานที่เคารพคะ ต้องบอกว่าดีใจแทนพี่น้องประชาชน และดีใจแทนแผ่นดินเกิดของบรรพชนที่อยู่ใต้พื้นพิภพ มากว่า ๕,๐๐๐ ปีนั้นจะได้ให้ชาวโลกยลโฉม เราไม่ได้มาจากเทือกเขาอัลไตหรอกค่ะ เราไม่ได้ถูกขับมาหรอกค่ะ เราเป็นวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ เราน่าจะเป็นมนุษย์โบราณ ที่มีมันสมองดีเลิศในทวีปเอเชียด้วยซ้ำไป ขอภาพจากห้องโสตเลยนะคะ
ห้องโสตส่งภาพหน่อยครับ
ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี ลายที่เห็นอยู่นี้ หม้อไหลายบ้านเชียงโดยเฉพาะลายเขียนสีเก่าแก่ที่สุดในโลก ๗,๐๐๐ ปีเลยทีเดียว แล้วที่ดิฉันหวงแหนมาก พี่น้องประชาชนชาวอำเภอสว่างแดนดินหวงแหนมาก เพราะว่าเป็นมรดก และหวงแหนที่สุดก็คือถ้ามากปีไปมากกว่านี้ใบไหนที่สมบูรณ์ ที่เห็นอยู่ในภาพหลักล้านค่ะ แล้วก็หลาย ๆ ล้าน แล้วพี่น้องประชาชนเขาไม่เข้าใจหรอกว่า มันเป็นสิ่งที่สามารถจะสื่ออะไรได้บ้าง เพราะเขาทราบแต่ว่าถ้ามีคนมาซื้อเขาก็ต้องขุดขาย ตามท้องไร่ท้องนาเต็มไปหมด เฉพาะอำเภอสว่างแดนดินมีทั้งหมด ๒๖ หมู่บ้าน แต่ทีนี้เอาแบคโฮ (Backhoe) ไปขุดกันนี่เหลือไม่กี่หมู่บ้านหรอกค่ะ แต่ที่หมู่บ้านที่สมบูรณ์อีกหมู่บ้านหนึ่งนั่นก็คือบ้านโคกคอน ตำบลโคกสี อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ห่างจากวัดชัยมงคลไปประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ท่านประธานที่เคารพคะ สิ่งหนึ่งที่น่าศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง มีพระพุทธรูปที่เป็น ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว เกิดรุ่น ๆ เดียวกับ พระธาตุพนมที่อยู่อำเภอสว่างแดนดินเป็นเหมือนเมืองลับแลที่ไม่มีใครรู้จัก เป็นพระพุทธรูป ปางใหญ่มากนี่ก็อยู่ในอำเภอสว่างแดนดินเช่นเดียวกัน ทำไมดิฉันจะต้องถามบ่อย ๆ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ที่ประเทศจีน มีทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้า ม้าศึก ๗,๔๐๐ ชิ้น มีอายุแค่ ๒,๐๐๐ ปี เขานี่โด่งดังไปทั่วโลกรอง ๆ จากกำแพงเมืองจีนเลย ถ้าขุดทั้งอำเภอสว่างแดนดิน วัดไหน หมู่บ้านไหนที่มีอยู่ ถนนสายไหนที่เป็นตลอดและอยู่ใกล้ ๆ วัด เยอะมากค่ะท่านประธาน แล้วก็แต่ก่อนนี้ไปโรงเรียน แต่ก่อนเสาไฟฟ้าเขาทำด้วยไม้ใช่ไหมคะ เป็นเสาไม้สูง ๆ พอรัฐบาลในสมัยนั้นเปลี่ยนเป็นเสาปูน ทีนี้เขาไปขุดเปลี่ยนเสาค่ะท่านประธาน ตามถนนหนทางเยอะมาก ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีเยอะมากขณะนั้น แต่บัดนี้ มันเป็นอดีตไปแล้ว อย่าให้สิ่งที่มีอยู่ ๙ ไร่นั้นเป็นความทรงจำ เพราะสามารถที่จะสืบค้นได้ว่า เราไม่ได้มาจากเทือกเขาอัลไต บรรพชนที่สมองดีอันดับ ๑ ของเอเชียหรืออาจจะเป็นมนุษย์ พันธุ์พิเศษก็คือประเทศไทยอยู่ที่นี่ เราจะต้องสืบค้นให้ได้ถึงขนาดนั้น ดิฉันดีใจค่ะ ที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าท่านจะปรับปรุงแผนแม่บทในเดือนธันวาคม ๒๕๕๕ นี้ แต่ดิฉัน อยากทราบว่าจะเริ่มก่อสร้างพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งได้เมื่อไร แล้วท่านสามารถที่จะสร้าง เป็นจุดเชื่อมโยงไปสถานที่ต่าง ๆ ในจังหวัดสกลนคร รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงและบ้านโคกคอน ตำบลโคกสี อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ก็มีอารยธรรมบ้านเชียงนี้โดยสมบูรณ์เหมือนกัน ใกล้ ๆ กัน จึงอยากทราบว่าท่านจะเชื่อมโยงให้ได้ไหมคะ เพราะว่าภาคอีสานนั้น นอกจากทำนา ๑ หน้าฤดูฝนแล้วก็มีแต่แล้ง ถ้ามีสิ่งเหล่านี้เข้ามาจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาด้วย ขอคำตอบด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สำหรับประเด็นที่ท่านสมาชิก ท่านอนุรักษ์ บุญศล ได้สอบถามเรื่องของกำหนดการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ตรงนี้ เรามีแผนที่จะกำหนดการก่อสร้างในช่วงของปีงบประมาณปี ๒๕๕๘ แล้วก็จะใช้เวลาทั้งหมด ๕ ปีด้วยกัน ก็จะแล้วเสร็จช่วงปี ๒๕๖๒ สำหรับแผนการเชื่อมโยงพื้นที่ที่มีแหล่งอารยธรรม แล้วก็มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ทางกระทรวงวัฒนธรรมเองเราก็มีแผนที่จะเชื่อมโยง เนื่องจาก ในปีที่ผ่านมาตามนโยบายของรัฐบาลเป็นนโยบายที่จะส่งเสริมในเรื่องของการท่องเที่ยว สำหรับแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราให้ความสำคัญ เพราะฉะนั้นตาม นโยบายที่เราได้วางไว้เราจะจัดแบ่งเป็นแหล่งอารยธรรม แบ่งเป็นแหล่งตามภูมิภาค ต่าง ๆ และพร้อมที่จะทำเส้นทางที่จะเชื่อมโยง โดยปีที่ผ่านมาเราได้ทำแผน ๘๔ เส้นทาง ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ก็จะได้นำแหล่งท่องเที่ยวแล้วก็แหล่งอารยธรรมต่าง ๆ ที่สำคัญ บรรจุไปในแผนด้วย เพื่อที่จะเชื่อมต่อกับในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะนำไปเผยแพร่ให้กับผู้ที่สนใจที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็น นักท่องเที่ยวทั้งภายในแล้วก็ต่างประเทศด้วย ขอบคุณค่ะ
ต่อไปเป็นกระทู้ถามทั่วไปที่ ๓
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๓๕๕ เรื่อง มาตรการดูแลพระภิกษุสงฆ์ (นางสาวลีลาวดี วัชโรบล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ เขตดุสิต เขตราชเทวี พรรคเพื่อไทย ดิฉันต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสดิฉัน ได้ตั้งกระทู้ถามถามท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ได้กรุณามาตอบในเรื่อง มาตรการการดูแลพระภิกษุสงฆ์ในวันนี้นะคะ ต้องเรียนอย่างนี้ พระพุทธศาสนานั้นถือได้ว่า เป็นที่ยอมรับว่ามีความสำคัญต่อประเทศไทยแล้วก็ปวงชนชาวไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันเราจะถือได้ว่าพระพุทธศาสนานั้นเป็นรากฐานของวัฒนธรรมก็ว่าได้ เป็นที่มาของยิ้มสยามหรือรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม วัดหรือศาสนสถาน เราถือว่าเป็นที่จัดประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนมาอย่างยาวนาน พระสงฆ์ทำหน้าที่ เหมือนกับจิตแพทย์ค่ะ นำธรรมโอสถในการดูแลรักษาปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าปัจจุบันนั้นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ทำให้พี่น้องประชาชน ที่นับถือพระพุทธศาสนานั้นต้องเรียกได้ว่าเข้าวัดน้อยลง จากประเด็นปัญหานี้เองต้องบอกว่า ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของภัยพระพุทธศาสนามากมายทีเดียว เราพบอย่างนี้ว่าข้อมูล จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ถึงปี ๒๕๕๑ เราพบว่าจำนวนประชากรนั้นมีอัตราในการเพิ่มขึ้นถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน หรือถ้าคิดเป็น เปอร์เซ็นต์ก็คือสูงขึ้น ๘.๙๖ เปอร์เซ็นต์ค่ะ แต่จำนวนพระภิกษุสงฆ์นั้นลดลงถึง ๑๕,๓๐๓ รูป หรือถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ลดลง ๖.๗ เปอร์เซ็นต์ จำนวนวัดร้างค่ะท่านประธาน จำนวนวัดร้างพบว่ามีถึง ๕,๙๖๘ วัด นี่เป็นตัวเลขที่ได้จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือถ้าเราจะเทียบอัตราแล้วก็พบว่ามีจำนวนวัดร้างเกิดขึ้นปีละ ๙๗ วัดทีเดียวค่ะ เกือบ ๑๐๐ วัดค่ะ เรายังพบอีกว่ามีการพยายามของหลาย ๆ ส่วน อาจจะเป็นกรณีพิพาท ซึ่งคณะสงฆ์เองฝากดิฉันมาบอกว่าคณะสงฆ์เองมีความตั้งใจที่อยากจะพัฒนาวัดให้เป็นวัด ที่มีพระภิกษุจำพรรษาเพื่อแก้ไขปัญหาวัดร้าง แต่ก็พบว่ามีปัญหามากมายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน กรณีพิพาทในเรื่องของการรุกล้ำที่ซึ่งก็มีอยู่มากมาย อย่างเช่น วัดโพธิ์ทะเลใต้ จังหวัดสิงห์บุรี วัดดอนสวรรค์ จังหวัดสกลนคร วัดเลียบ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ก็ถูกนำเสนอผ่านคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ปีนี้เป็นปีพุทธชยันตี เป็นปีที่เราเฉลิมฉลองการตรัสรู้ธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ครบรอบ ๒,๖๐๐ ปี ดิฉันในฐานะชาวพุทธคนหนึ่งดิฉันจึงอยากจะขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรี ผ่านไปถึงรัฐบาลว่าขอทราบว่ารัฐบาลนั้นมีนโยบายในการปรับปรุงแล้วก็ดูแลวัดร้าง เพื่อพัฒนาให้เป็นวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วย ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องขอบคุณ ท่านลีลาวดี วัชโรบล ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร เขต ๕ เขตดุสิต เขตราชเทวี ซึ่งท่านได้มีความสนใจ เอาใจใส่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะ เรื่องสำคัญของประเทศไทยคือเรื่องของศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นสิ่งที่วันนี้เองเราคนพุทธด้วยกัน ต้องช่วยกันในการธำรงรักษาสืบสานศาสนาให้ยาวนานครับ เราพบว่าวันนี้เองความเข้าใจ ทางด้านศาสนาบางครั้งเข้ามากลมกลืนอยู่ในชีวิตประจำวัน บางท่านก็นำเอาพระพุทธรูป ไปไว้ในที่อันไม่สมควรนะครับ อาจจะมีทั้งร้านอาหาร ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศนำไปไว้ บางจุดเมื่อแต่แรกเริ่มคิดก็คิดว่านำไปตกแต่งเพื่อเคารพบูชา แต่พอนาน ๆ เข้าการจัดวางตำแหน่ง อาจจะไปอยู่ตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งวันนี้เองพวกเราคนพุทธต้องช่วยกันสอดส่องดูแล แล้วก็ตักเตือน ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าทางด้านกฎหมายนี่นะครับ เรามีกฎหมายที่ว่าด้วยการดูหมิ่นหรือว่าไม่เคารพต่อสิ่งที่เราเคารพบูชาเป็นกฎหมายอาญา ซึ่งตรงนี้เองก็จะให้ทางกรมการศาสนาได้เร่งที่จะเผยแพร่ว่าการกระทำดังกล่าวนั้น เป็นการกระทำผิดกฎหมายแล้วก็ไม่สมควรจะกระทำ เพราะบางครั้งเราปล่อยปละละเลยกัน เป็นจำนวนมาก ส่วนเรื่องคำถามของท่านลีลาวดี วัชโรบล เกี่ยวกับเรื่องวัดร้าง เป็น ๑ เรื่อง ที่เราเห็นว่าวันนี้มีวัดจำนวนมากที่ไม่มีพระภิกษุจำพรรษาอยู่ ทางรัฐบาลเองพยายามที่จะ แก้ไขปัญหา ซึ่งวัดเหล่านั้นเองวันนี้ก็มีปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อาจจะโดยฆราวาสเข้าไปใช้ประโยชน์อยู่ ซึ่งวันนี้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้ดูแลตามกฎหมายก็พยายามเข้าไปแก้ไขที่จะดูแลแก้ไขให้หมดไป ในขณะที่ ท่านนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ท่านเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเกี่ยวกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ท่านก็ได้พัฒนาระบบการดูแลมากขึ้น โดยวันนี้ได้ใช้ ระบบไอที (IT) เข้ามาเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของที่ดินของวัดต่าง ๆ ว่าวัดนั้นใครเป็นเจ้าของบ้าง อยู่ตรงไหนบ้าง แล้วสถานะเป็นอย่างไร ดูแลจัดเก็บในเรื่องของโฉนด ในเรื่องของพระภิกษุ ที่จำพรรษาอยู่ในแต่ละวัดเป็นอย่างไร ซึ่งในอดีตไม่เคยมี เราก็พยายามเริ่มที่จะ วางระบบนี้ขึ้นในรัฐบาลนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือข้อมูลพื้นฐานที่ทำให้เราสามารถเข้าไป แก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืนแล้วก็วางกรอบ วางระบบเข้าไปแก้ไข ซึ่งรัฐบาลตั้งใจที่จะเข้าไป แก้ไขปัญหา ซึ่งถ้าหากว่าปัญหาของการครอบครองใช้พื้นที่ของวัดร้างเป็นไปโดยทางฆราวาส หรือผู้ที่เข้าไปใช้ประโยชน์ที่ดินบางทีก็เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราก็จะไปพูดคุยกับเขาว่า สามารถที่จะแก้ไขในการครอบครองหรือว่าการใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ ซึ่งถ้าหากว่าสามารถ ดำเนินการได้เราก็จะมีการผลักดันและมีการที่จะดำเนินการให้มีพระภิกษุไปจำพรรษาอยู่ ซึ่งก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งของการสืบสานศาสนาให้ยั่งยืนต่อไป ก็เรียนว่าทางรัฐบาลตั้งใจที่จะ ดำเนินการในส่วนนี้ แล้วก็ถ้าหากว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีข้อมูลประการใด แล้วก็อาจจะใช้ในส่วนของทั้งคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม หรือว่าประสานงานตรงมายังทางรัฐบาล โดยประสานงานตรงไปกับท่านนิวัฒน์ธำรง ก็จะสามารถดำเนินการได้ หรือถ้าหากว่าจะให้ทางผมเองในฐานะของรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีช่วยเข้าไปประสานงานแก้ไขให้ก็ยินดีเสมอนะครับ ขอให้เราช่วยกันเพื่อที่จะธำรงศาสนาของเราให้ยั่งยืนต่อไปครับ
ท่านดอกเตอร์ลีลาวดีครับ
ได้ฟังอย่างนี้แล้ว ดิฉัน เป็นตัวแทนของชาวพุทธนะคะ แล้วก็คาดว่าวันนี้เองก็คงจะมีคณะสงฆ์หลายรูปทีเดียว แล้วก็หลายแห่งทีเดียวที่คงจะยิ้มออกแล้วก็เบาใจที่ท่านรัฐมนตรีแล้วก็รัฐบาลเอาจริงเอาจัง แล้วก็เป็นห่วงเป็นใยด้วยความจริงใจ อีก ๑ คำถามนะคะท่านประธาน ดิฉันอยากจะฝากไป ก็คือกรณีที่มีการนำเสนอภาพข่าวต่าง ๆ ผ่านสื่อมวลชน ดิฉันเองในฐานะที่เป็นเลขานุการ คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนที่เป็นชาวพุทธที่รักในพระพุทธศาสนาเข้ามาหลายต่อหลายครั้งทีเดียว ผ่านมาในคณะกรรมาธิการ ฝากประเด็นดังนี้ บอกว่าในความเป็นจริงนี้ในการนำเสนอภาพข่าวต่าง ๆ ซึ่งก็มีทั้งเรื่องจริงบ้าง เรื่องที่ยังไม่ได้ข้อยุติบ้าง เราพบว่ามีการนำเสนอภาพบุคคลที่อาศัย ช่องทางทางพระพุทธศาสนาเช่นมาห่มเหลืองแต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นพระหรอกค่ะ เพราะว่าทำผิดศีลหรือว่าประกอบสิ่งที่ไม่ควรอยู่มากมาย แต่ทางนิเทศศาสตร์เขาบอกว่า การนำเสนอภาพลบ ๆ แล้วทำเสนอบ่อย ๆ หลาย ๆ ครั้งก็จะมีผลต่อเนื่องถึงความศรัทธาของคน ในวงกว้างที่ได้รับชมภาพข่าวตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ซึ่งภาพข่าวเหล่านี้เมื่อถูกนำเสนอบ่อย ๆ จะมีผลกระทบต่อศรัทธาของพระพุทธศาสนา ที่ดิฉันเรียนอย่างนี้เพราะว่าดิฉันทราบมาว่า ในวงการพระพุทธศาสนาเองภาพดี ๆ มีมากมายทีเดียวนะคะ พระสงฆ์ วัดวาอารามต่าง ๆ ที่ล้วนทำสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมมีมากแต่ไม่ได้ถูกนำเสนอในภาพข่าว เพราะฉะนั้นก็ไม่มีภาพ ที่จะมาคัดค้านหรือว่าเป็นอำนาจในการที่จะทำให้พี่น้องประชาชนที่บริโภคข่าวอยู่ที่บ้าน ได้เห็น ได้ทราบ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะฝากไปนะคะว่าเราจะมีมาตรการทำอย่างไรได้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้เรากำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เรากำลังที่จะรับมือกับการไหลบ่า ของวัฒนธรรม เพราะฉะนั้นผลกระทบที่อาจจะทำให้เกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชนทั้งชาวพุทธ แล้วก็ชาวไทย ต่าง ๆ ที่จะมีต่อพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ดิฉันได้รับการร้องเรียนในเรื่องของ การนำเอารูปสักการะก็คือพระพุทธรูปไปใช้เป็นเครื่องประดับตามสถานที่อันไม่เหมาะไม่ควร หรือที่อโคจร อย่างเช่น ผับ บาร์ ดิฉันขออนุญาตนำเสนอภาพแต่ไม่อยากให้ซูม (Zoom) เข้ามา เพราะว่าไม่อยากให้ใครคนไหนเห็นภาพเหล่านี้เลย แต่ว่าเป็นเรื่องที่ร้องเรียนผ่านมา อย่างเช่นร้านเหล้าแห่งหนึ่งใกล้ ๆ แห่งนี้ก็ใช้พระพุทธรูปเป็นของตกแต่งในร้านเหล้า มีชาวฝรั่ง ๒ คนนี้ถือขวดเครื่องดื่มมึนเมาอยู่ด้วย หรือการเต้นยั่วยวนของโคโยตี้ (Coyote) กับภาพที่มีพระพุทธรูปอยู่ หรือบางที่ก็ใช้เป็นเครื่องประดับอยู่ในโรงแรมหรูทีเดียว ดิฉันไม่ได้อยากนำเสนอภาพให้ใครเห็นเพราะไม่อยากให้มีภาพจำเหล่านี้ค่ะ สะเทือนใจ ต่อผู้ที่รักในพระรัตนตรัยเป็นอย่างยิ่ง ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย จะมีโอกาสเป็นไปได้ไหมว่า ถ้าเราเห็นแล้วไม่นิ่งเฉยเพราะมันจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ แล้วก็เหตุการณ์อย่างนี้ ถ้าเราเฉยก็แสดงว่า อ๋อ ชาวพุทธคงยอมรับได้ ภาพอย่างนี้ก็จะแพร่หลาย ซึ่งสร้างความหดหู่ แล้วก็สร้างความลำบากใจให้กับชาวพุทธผู้รักพระพุทธศาสนา ซึ่งก็มีเรื่องร้องเรียน ผ่านทางคณะกรรมาธิการมาก็ผ่านไปทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเองดิฉันก็ทราบดีว่าเป็นองค์กรที่มีจำนวนบุคลากรไม่มากนัก ดิฉันจึงอยากขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าจะมีโอกาสเป็นไปได้ไหมว่า ถ้าทางรัฐบาลจัดโรดโชว์ (Roadshow) อยู่บ่อย ๆ นอกเหนือจากให้วัฒนธรรมไทย อาหาร ท่องเที่ยวแล้ว นำพระพุทธศาสนาโรดโชว์ไปด้วยเลยจะได้มีโอกาสทำให้เด็ก เยาวชน ในอาเซียนเองได้เรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิต อาหาร การแต่งกาย แล้วก็รวมไปถึง เรื่องของศาสนาด้วย จะได้ทำให้บุคคลต่าง ๆ นั้นรู้จักพระพุทธศาสนามากขึ้น แล้วก็มีทีท่า ที่ถูกต้อง ให้เกียรติต่อพระภิกษุ สามเณร ศาสนสถาน วัดวาอารามต่าง ๆ จะได้ไม่เกิด ข้อผิดพลาด อย่างเช่น การฆ่าพระภิกษุสงฆ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างที่เราเห็นกัน หรือการเข้าวัดก็จะได้แต่งตัวให้เหมาะสม สุภาพ ไม่เว้าหน้าเว้าหลัง หรือแม้กระทั่ง การถ่ายรูปกับพระพุทธรูปจะไปขี่คอพระ ไปหอมแก้มพระอย่างนี้ค่ะ อันนี้ดิฉันเห็นว่า ไม่เหมาะไม่ควร ดังนั้นดิฉันจึงขออนุญาตฝากคำถามผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยว่า ดิฉันอยากจะทราบว่ามีแนวทางในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อเอาผิดบุคคลต่าง ๆ ที่คิดร้าย ทำลายพระภิกษุสงฆ์ หรือพระพุทธรูป วัดวาอาราม โบสถ์ เจดีย์ รูปเคารพของพระสงฆ์ ครูบาอาจารย์ ท่านมีหลักปฏิบัติอย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ
เชิญท่านวรวัจน์ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องขออนุญาตเรียน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านท่านประธาน แล้วก็เรียนไปยังเพื่อนสื่อมวลชน แล้วก็พี่น้องคนไทยทั้งประเทศครับ วันนี้เรามีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๖ ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ แก่วัตถุหรือสถาน อันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่ สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ วันนี้กฎหมายในการบังคับมีอยู่แล้ว แต่ว่าเราอาจจะไม่ได้ใช้การบังคับไว้อย่างเข้มงวด ซึ่งต่อไปทางรัฐบาลเองก็จะกำชับไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบ หรือถ้าหากว่าท่านพบการกระทำผิดก็สามารถแจ้งไปทาง รัฐบาล เราก็จะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องเรียนว่าวันนี้ กฎหมายเราครอบคลุมเฉพาะในเรื่องของวัตถุหรือสถาน การประชุม พิธีกรรม หรือการแต่งกาย ที่ไม่เหมาะสมเท่านั้นเอง แต่ยังไม่ครอบคลุมไปถึงเรื่องของพระศาสดา ศาสนธรรม หรือศาสนบุคคล ซึ่งตรงนี้เองเป็นจุดที่ไม่มีกฎหมายใด ๆ ไปดำเนินการได้ ตอนนี้ทางรัฐบาล พยายามที่จะยกร่างพระราชบัญญัติอุปถัมภ์และคุ้มครองพุทธศาสนาขึ้นมา ซึ่งจะได้ขอรับ การสนับสนุนจากทางสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ซึ่งกฎหมายนี้จะทำให้เรามีบทบาท ที่กว้างขวางขึ้นและสามารถแก้ไขปัญหาได้ครบทุกด้าน ไม่ว่าทางด้านวัตถุ ทางด้านพิธีกรรม จนไปถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของพระศาสนา ของศาสนธรรมต่าง ๆ เราก็สามารถแก้ไขได้ด้วยก็จะดำเนินการต่อไปนะครับ ก็จะรับเรื่องจากท่าน ส.ส. ลีลาวดี เข้าไปดำเนินการแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ ก็ต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ ที่ท่านได้กรุณาสอดส่องดูแลเพื่อที่จะช่วยกันรักษาศาสนาพุทธให้ธำรงสืบยาวนานต่อไปครับ แล้วก็ต้องนำเรียนว่าวันนี้เองในฐานะที่พวกเราเป็นคนพุทธ การนำเสนอข้อมูลข่าวสารใด ๆ ที่อาจจะเกิดภาพลบต่อทางศาสนาก็ตามในการที่เราดูแล้วว่าอาจจะไม่เหมาะสมนะครับ เราอาจจะต้องละเว้นดำเนินการในการเผยแพร่ภาพดังกล่าวเหล่านั้น เพราะว่าศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติไทยมายาวนาน มีคนไทยเคารพนับถืออยู่เป็นจำนวนมากนะครับ ถ้าเราดำเนินการไปโดยที่เราคิดว่าทำไปแล้วได้สีสันหวือหวาตอนที่เราอยากจะเสนอ แต่ว่าอีกภาพหนึ่งคือเราเกิดภาพลบ แต่ผมคิดว่าในฐานะคนไทยเราคงจะละเว้น แล้วก็ใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจว่าสิ่งใดเราควรจะเผยแพร่ สิ่งใดที่เราจะดำเนินการ จริง ๆ ผมทราบว่าท่านลีลาวดีมีภาพจำนวนมากอยู่ในครอบครองที่อยู่ในขั้นตอน ของทางกรรมาธิการเห็นแล้วนะครับ แต่ว่าท่านก็สงวนไว้ รักษาไว้นะครับ ที่ไม่ให้เผยแพร่ ในทางสื่อนะครับ เพราะว่าบางเรื่องนี่นะครับถึงแม้เป็นเรื่องจริงแต่ว่าพอเผยแพร่ ทำให้ความรู้สึกนี่เสียไป ซึ่งบางทีคนเหล่านั้นอาจจะเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นเอง ที่อยู่ในพุทธศาสนานะครับ แล้วบางท่านเองบางส่วนเองก็มิได้เป็นพระภิกษุสงฆ์ด้วยซ้ำไป หรือบางทีประชาชนบางส่วนเองก็ไม่เข้าใจ แต่พอเราไปเผยแพร่แล้วนี่ก็ทำให้ความเข้าใจ ของคนต่าง ๆ เกิดความเคารพศรัทธาต่อศาสนาพุทธแตกต่างไปก็อาจจะเกิดปัญหา ก็ฝากทุกท่านด้วยนะครับที่เราจะช่วยกันธำรงรักษาพระพุทธศาสนาอันเป็นที่เคารพสักการะ ของเราให้สืบยาวนานต่อไปด้วยพวกเราทุกคนด้วยตัวเอง ขอบคุณครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๑ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๕๒ ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๒.๒ รับทราบรายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ประจำปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ โดยพิจารณาต่อจากการประชุมคราวที่แล้วนะครับ
ขอเชิญท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าประจำที่ด้วยครับ ท่านอมรา ท่านปริญญา ท่านวิสา ท่านวีรวิทย์ ท่านโสภณธีณ์ เชิญครับ เดี๋ยวให้ขึ้นมาทั้งหมดก่อน กำลังเดินทางมา รอสักครู่นะครับ ท่านขจิตรให้มาครบก่อนดีกว่า รอสักครู่ อยู่ในระหว่างเดินทาง เชิญท่านรังสิมาหารือเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม การประชุมเมื่อคราวที่แล้วก็ได้ตกลงกันแล้วนะคะว่าได้รับทราบ แต่ว่าทางรัฐบาลเองได้ขอนับองค์ประชุม แล้วก็เชิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาชี้แจงอีกเพื่อให้ได้ดังที่ตัวเองอยากได้ ดิฉันไม่เห็นด้วยเลย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ได้ชี้แจงแล้วนะคะ คุณหมอนิรันดร์ถ้าดิฉันจำไม่ผิดนะคะได้ชี้แจงแล้วว่ามันไปเปลี่ยนแปลง ตามที่ทางผู้ที่ประสงค์จะให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการมันทำไม่ได้แล้วมันก็ได้ผ่านไปแล้ว แล้วท่านก็เชิญให้ทางคณะกรรมการมาชี้แจงอีก มันเป็นการรับทราบนะคะ อย่างนี้ไม่ถูกใจ อะไรก็ต้องให้เขากลับไปทำใหม่แล้วก็ทำใหม่ให้ตัวเองพอใจแล้วถึงจะผ่านใช่ไหมคะ อย่างนี้วันนี้ถ้าเกิดไม่พอใจก็คราวหน้าเรียกเขามาอีกหรือคะ ดิฉันคิดว่าอย่างนี้มันไม่เป็นธรรม กับหน่วยงานที่จะต้องมาชี้แจง แล้วเมื่อถ้าซีกรัฐบาลนับองค์ประชุมเมื่อคราวที่แล้ว ต่อไปนี้ต้องนับองค์ประชุมทุกครั้งนะคะเพื่อให้ครบองค์ประชุม ท่านจะเอาอย่างนั้นไหมคะ
คราวที่แล้วผมไม่ได้ทำหน้าที่ ทราบว่ามีการปิดประชุมไปก่อน มีคนขอนับองค์ประชุม แล้วก็ปิดประชุมไป เพราะผมไม่อยู่นะครับ ท่านรังสิมาเชิญครับ
ท่านประธานคะ ต่อเนื่องนิดหนึ่ง ท่านไม่ได้อยู่ในที่ประชุมแต่ท่านก็รู้ใช่ไหมคะ ท่านรู้อยู่เต็มอกอยู่แล้วว่าอะไรมันเกิดขึ้น จริง ๆ ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ลุกขึ้นชี้แจงแล้ว แล้วก็กำลังจะปิดประชุม แต่พอเสร็จแล้วอยู่ ๆ มานับองค์ประชุม ปกติฝ่ายค้านจะต้องเป็นคนนับองค์ประชุมนะคะ เพราะวันนั้นทั้งซีกรัฐบาล ซีกฝ่ายค้านมีไม่ถึง ๒๐ คนเลยในสภา ๕๐๐ คน แต่ถ้าเมื่อมันทำอย่างนี้ มาตรฐานสภามันอยู่ที่ไหนอยากจะทราบ เมื่อไม่พอใจตัวเองก็จะต้องให้มาชี้แจงเรื่อย ๆ ชี้แจงเรื่อย ๆ วันนี้ไม่ผ่านไม่ตามที่ตัวเองต้องการกลับมาใหม่อีก ท่านประธานก็รู้อยู่หรือไม่รู้ นี่ไม่ใช่ขู่ท่านประธาน คือมันเป็นสไตล์ (Style) ดิฉันอยู่แล้วแต่ดิฉันคิดว่ามันไม่เป็นมาตรฐาน ของสภาเรา อย่างคราวที่แล้วมันน่าจะจบไปแล้ว เอาวาระอื่น ๆ ขึ้นมา แต่ก็เอากลับมา เหมือนเดิมอีกแล้ววันนี้ก็เป็นอย่างนี้อีกเหมือนเดิม ท่านไม่เชื่อคอยดู พนันกันก็ได้
ท่านขจิตรครับ ก็ต้องฟังทั้ง ๒ ฝ่าย ต้องให้บาลานซ์ (Balance)
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ ผมเป็นคนท้วงติงว่าจากการฟัง การอภิปรายแล้วก็จากการดูเนื้อหาแล้ว ผมมีความเห็นว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ควรจะถอนรายงานนี้ออกไป ผมไม่ได้หมายความว่าจะต้องไปทำให้ถูกใจผม แต่ผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง เรื่องที่เสนอมาให้ทราบในความหมายของผมไม่ได้หมายความว่า เสนออะไรมาก็ทราบไปหมด การเสนอมาให้ทราบก็คือผมเป็นสมาชิก ผมไม่ใช่ตรายาง เพราะฉะนั้นเมื่อรายงานมันมีหลายแห่งที่มีความบกพร่อง หลายแห่งเอาข้อสรุปที่ยังไม่มีสรุป เป็นความเห็นก็เอามาลง เพราะฉะนั้นผมคงไม่ต้องอภิปรายในรายละเอียดมาก เพราะได้อภิปรายแล้วหลายคนอภิปรายแล้ว วันนั้นผมในฐานะสมาชิกสภาแห่งนี้ ผมก็เลยมีความเห็นว่าในฐานะที่เรารับทราบ ผมได้บอกแล้วว่าวิธีการเมื่อเราเห็นว่ารายงานนี้ มันบกพร่อง ผิดพลาด ผมก็เลยเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถอนเรื่องออกไปในวันนั้น ไม่ได้มีเจตนาว่าจะต้องเอาไปเขียนให้เหมือนให้ถูกใจผม ผมมีเหตุผลอย่างนี้ ทีนี้วันนี้ผมอยากจะเสนอว่าผมไม่อยากอภิปรายเพราะอภิปราย มันก็เหมือนเดิม ความเห็นเดิม ด้วยความเห็นที่อภิปรายในครั้งที่แล้วหลายท่าน ผมก็มีความเห็นว่ารายงานนี้ไม่ควรจะถูกเผยแพร่หรือเอาไปไว้ในห้องสมุดโดยการตีตราว่า รัฐสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้รับรองแล้ว หรือได้รับทราบแล้ว ผมมีกรณีที่ปฏิบัติ ตามกฎหมายอยู่ที่คณะกรรมการการอุดมศึกษา คณะกรรมการการอุดมศึกษา สภามหาวิทยาลัย แต่ละมหาวิทยาลัยเขามีสิทธิในการทำหลักสูตรของเขาเอง แต่เวลาเขาเสนอกฎหมายเขาจะเขียนว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามีหน้าที่รับทราบ ท่านทราบไหมครับ เวลาทำหลักสูตรไม่ดี ไม่ถูกต้อง หรือไม่ควรอนุมัติ คณะกรรมการการอุดมศึกษาเขาบอกเขายังไม่รับทราบ เขาส่งเรื่องคืนไป ผมคิดว่าสภาแห่งนี้มาตรฐานของสภาไม่ใช่ว่าใครเสนอรายงานอะไรมา ก็รับกันไปหมด อย่างไรก็ต้องผ่านอยู่แล้ว ไม่ใช่ครับ เมื่อมีปัญหานี่สภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องมีความคิด สภานี้เมื่อมีปัญหาผมเสนอเลยว่า ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือว่าให้ที่ประชุมแห่งนี้คืนรายงานฉบับนี้ไป โดยมอบให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนไปดู ก่อนที่จะนำเข้ามาสู่สภาอีกครั้งหนึ่งครับ ขอผู้รับรองด้วย
ท่านสาธิตก่อนครับที่ยกมือก่อน เดี๋ยวผมอนุญาตท่านครับ เดี๋ยวให้ท่านสาธิตก่อน เชิญท่านสาธิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องกับประเด็นที่ท่านรังสิมา ได้หารือท่านประธานนะครับ ซึ่งผมอยากจะให้ท่านประธานได้วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐาน คือโดยปกติเวลารับทราบรายงานของแต่ละหน่วยงานนี่นะครับก็เป็นเรื่องของหน่วยงาน กระบวนการของมันก็หน่วยงานได้ชี้แจงกับสมาชิกแล้ว หลังจากนั้นท่านประธานก็จะเปิดโอกาส ให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย เพื่อนสมาชิกแต่ละท่านก็มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นที่ตรงกัน ต่างกันเป็นเรื่องปกติ ผมจำได้ว่าอาทิตย์ที่แล้วเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง แล้วก็หน่วยงานคือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ลุกขึ้นชี้แจงแล้ว กระบวนการ ก็น่าจะจบแค่นั้นเพราะว่าอันนี้มันไม่ใช่ญัตติมันเป็นการรับทราบรายงาน ส่วนประเด็น ที่เพื่อนสมาชิกติดใจว่าเนื้อหาของหน่วยงานนั้นที่ทำรายงานมา ผมคิดว่าเป็นสิทธิ ของแต่ละหน่วยงานว่าหน่วยงานเขาต้องรับผิดชอบเองอยู่แล้วว่าสิ่งที่เขาได้ไปศึกษา ไปทำงานมาตลอดระยะเวลา ๑ ปี ความผิดถูกมันก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานนั้น ๆ ถ้าเขาทำผิด คนไปอ่านหนังสือฉบับนั้นหน่วยงานนั้นก็เสียชื่อเสียง หรือถ้าทำดีคนเห็นด้วยก็เป็นเรื่องของ พี่น้องประชาชนที่เขาไปตัดสิน แต่ว่าสิทธิของสมาชิกในสภาแห่งนี้ก็มีสิทธิในการอภิปราย แสดงความคิดเห็น การเสนอขอให้ถอนออกไปก็เป็นความคิดเห็นหนึ่งครับ แต่ว่ามันไม่ใช่สิทธิหรือไม่ใช่อำนาจที่จะทำได้ ประเด็นของผมก็คือว่ากระบวนการ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมันจบไปแล้วครับ ที่ผมสงสัยก็คือว่าทำไมเหตุผลใดท่านประธาน จึงหยิบยกวาระเพื่อทราบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมเข้าใจว่ากระบวนการทั้งหมดได้ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องเนื้อหานั้นชัดเจนอยู่แล้ว เราไม่มีสิทธิไปเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร ขอให้ประธานวินิจฉัยด้วยครับ
เชิญท่านวิชาญนะครับ เดี๋ยวสลับข้าง เดี๋ยวมาท่านสุทัศน์ ท่านวรชัยไม่ต้องอภิปราย ท่านอภิปรายมาแล้ว คราวที่แล้วท่านมีชื่ออยู่ในนี้แล้ว
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร สัปดาห์ที่แล้วผมเองเป็นคนหนึ่งที่มีความตั้งใจอยากจะอภิปราย แต่ก็ส่วนหนึ่งพอฟังเพื่อนสมาชิก แล้วก็มานั่งอ่านดูในรายละเอียด จากรายงานที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ได้นำเสนอในรายงานที่ทุกคนได้รับไปนี่มันเป็นรายงานซึ่งเขียนคล้าย ๆ แบบว่าคำเล่า ซึ่งไม่มีการอ้างอิงในส่วนต่าง ๆ ที่น่าจะเป็นบทสรุปได้มากกว่านี้ ผมจำได้ว่าตัวท่านประธานเอง ที่มานำเสนอเรื่องนี้ ครั้งที่แล้วในสมัยประชุมของสภาชุดที่แล้วผมเองก็เป็นคนหนึ่ง ที่อภิปรายถึงเหตุการณ์การสลายการชุมนุม แต่ท่านประธานเองก็บอกว่าผมอาจจะพูดไปในลักษณะของคำอภิปรายซึ่งบอกชัดลงไป ในเหตุการณ์แล้วก็เรื่องต่าง ๆ ที่เขียนลงไป แต่ท้ายที่สุดก็ทราบมาว่าท่านประธานเองไม่ได้ เป็นคนสรุปเรื่องในคณะชุดนี้แต่เป็นชุดเก่า เพราะฉะนั้นเราก็มีความเห็นว่าถ้าชุดเก่าที่พ้น ในเรื่องของ
ท่านสาธิตจะประท้วงหรือครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านวิชาญเนื่องจากว่าประเด็นที่เรากำลังหารือ ก็คือประเด็นกระบวนการพิจารณาของสภาแห่งนี้ แต่ว่าท่านวิชาญจะอภิปรายถึงเนื้อหา ผมว่าหมดสิทธิไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าท่านวิชาญจะใช้สิทธิในการอภิปราย ประเด็น ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับว่าวันนี้เราจะพิจารณาหน่วยงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มารับทราบรายงานหรือไม่ อย่างไร ประเด็นนี้คือประเด็นที่ท่านรังสิมายกขึ้นหารือ และผมก็ได้หารือประเด็นนี้ต่อเนื่องมา ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยครับ
วันนั้นยังไม่ได้ปิด ที่ท่านเจริญต่อ ผมก็มาอ่านต่อยังไม่ปิด ก็ฟังความคิดเห็นทั้ง ๒ ฝ่าย เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที เชิญท่านวิชาญครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านสาธิตเองก็เป็นพรรคพวกกัน จริง ๆ แล้วผมไม่ได้ประสงค์อยากอภิปราย แต่อยากเสนอ ข้อคิดเห็นว่าความขัดแย้งกันเองในส่วนของสภาเองคงไม่มีใครอยากที่จะเอาตัวเองเป็นตัวตั้ง หรือในมุมมองความคิด แต่ต้องพูดถึงเรื่องความเป็นจริงในเหตุการณ์ที่มีการสรุปเรื่องต่อสภา เท่านั้นเองครับ ทีนี้ในเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเป็นไปได้เราไม่ได้ไปแทรกแซงการทำงาน ของคณะท่าน ในส่วนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่ต้องถามว่าในเรื่องของ การนำเสนอเรื่องดังกล่าวครบถ้วนสมบูรณ์หรือเปล่า ถ้าไม่ครบถ้วนสมบูรณ์คนอ่าน มีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ แล้วคนอ่านบางคนอยู่ในเหตุการณ์ ท่านถามผมหรือเปล่าครับ ท่านก็ไม่ทราบ ถ้าผมอภิปรายว่าผมเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ ผมจะตอบแทนได้มากกว่า ในเนื้อหาที่ท่านไปเที่ยวถามเขาอีกด้วยซ้ำ แต่นี่มันเป็นไปไม่ได้ครับ เมื่อมันเป็นไปไม่ได้ เพราะท่านไม่สามารถถามได้ทุกคน แต่ท่านกำลังที่จะนำสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านมาปะติดปะต่อ แล้วก็ไม่ทราบว่าเอามาจากไหน และอ้างอิงจากใคร แล้วท่านบอกว่ามาเสนอต่อสภา แล้วทุกครั้งสภาเองก็เหมือนกับตรายางที่ท่านขจิตร ขออนุญาตเอ่ยนาม บอกว่าให้ทราบ ๆ แล้วผ่าน ๆ ไป มันไม่ได้ครับ เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบต่อประวัติศาสตร์ ต่อบุคคล และประชาชนที่เสียหาย ต่อการกระทำที่ชอบหรือไม่ชอบ มันวัดไม่ได้จากรายงานฉบับนี้ครับ ท่านจะมาด่วนสรุปอย่างนี้ไม่ได้ เพราะเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าผ่านไปแล้วมันอาจจะถูกนำไป อ้างอิงในส่วนของการตัดสินที่กำลังดำเนินคดีอยู่กับผู้กระทำความผิดต่อพี่น้องประชาชน ในการสลายการชุมนุม เพราะฉะนั้นเอกสารฉบับนี้นอกจากเป็นเอกสารที่จะมาอ้างอิงในสภา แล้วเพื่อขอผ่านอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องเป็นเอกสารซึ่งสามารถที่จะไปศึกษาให้กับเยาวชน รุ่นหลังว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดำเนินการถูกต้อง ตามหลักการและแบบแผนในตัวของคณะกรรมการของท่านเองครับ ไม่อย่างนั้นท่านเอง กระทำอย่างนี้ ผมเองคนหนึ่งเมื่อกี้ได้ยกมือในส่วนของการให้คำรับรองต่อญัตติที่ท่านขจิตร ได้เสนอว่าให้นำเรื่องนี้ออกไปก่อน แล้วก็นำไปสู่การเสนอเข้ามาใหม่โดยผ่านคณะกรรมาธิการ ของสภาเพื่อดูให้รอบคอบก่อน ซึ่งคณะกรรมการชุดนั้นก็ประกอบไปด้วยหลายส่วนในสภาแห่งนี้ ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายต่าง ๆ แต่จะทำงานให้มีความรู้สึกที่ดี แล้วก็ไม่ใช่รวบรัดเสียจนบอกว่า เราเอาอะไรเสนอเข้ามาแล้วเราเองต้องรับรองครับ ผมขออนุญาตครับท่านประธาน ผมอยากจะให้ท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองที่เป็นผู้นำเรื่องนี้ เข้ามาได้พิจารณา ไม่ต้องให้ทางสภาได้ใช้มติที่จะนำเรื่องนี้ออกไป เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกทางฝ่ายค้าน ก็จะบอกว่าเสียงมากลากไป แต่จริง ๆ ไม่ใช่เสียงมากหรอกครับ การพิจารณาของสภาแห่งนี้ ทุกคนมีสิทธิที่จะเสนอในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูก และเพื่อนสมาชิกเองก็มีสิทธิที่จะลงมติ ในสิ่งที่คิดว่าชอบ แต่รายงานฉบับนี้ผมดูอย่างไรก็ไม่ผ่าน เพราะครั้งที่แล้วผมก็เป็นคนหนึ่ง ที่อภิปรายแล้วขอให้นำออกไป ขอบพระคุณอย่างยิ่งครับ
เชิญท่านสุทัศน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสุทัศน์ เงินหมื่น พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ กระผมคิดว่าประเด็นที่กำลังปรึกษากันอยู่นี้ ท่านประธานพึงต้องใช้ความรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ ขององค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญคือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถ้าท่านประธาน กรุณาเปิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ จะระบุอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ไว้อย่างชัดเจน แล้วข้ามไปยัง (๘) เขียนไว้ว่าจัดทำรายงานประจำปีเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ภายในประเทศและเสนอต่อรัฐสภา รายงานประจำปีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เสนอนี้ ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ใน (๘) คือเสนอรายงานการประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ต่อรัฐสภา อำนาจหน้าที่มีเท่านี้ครับ คือศึกษามาแล้วก็นำมาเสนอ เสนอแล้วท่านจะเห็นอย่างไรเป็นสิทธิของท่าน ท่านสมาชิกสภาจะเห็นอย่างไรเป็นสิทธิของท่าน ไม่มีอำนาจที่จะให้ประธานกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติถอนออกไป ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ไม่มีอำนาจ จะถอนออกไปเพราะท่านเสนอมาแล้ว หากเห็นว่าข้อความใดหรือเรื่องอะไรไม่เป็นที่พอใจ ผมเชื่อว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คงจะรับไปพิจารณาในการเสนอในคราวต่อไป แต่ไม่ใช่คราวนี้ คราวนี้ภาระหน้าที่จบไปแล้ว เมื่อจบไปแล้วก็คือจบเลย เราก็คือรับการเสนอ ส่วนใครจะรับทราบไม่รับทราบก็เป็นเรื่องของท่าน ผมจึงมีความเห็นเพิ่มเติมว่าภาระหน้าที่ ของท่านจบตั้งแต่เสนอแล้ว ส่วนเราวิพากษ์วิจารณ์กันแล้วก็ปิดประชุมคราวที่แล้วนั้น ก็เป็นเรื่องของเราวิพากษ์วิจารณ์กัน ถึงแม้ว่าจะมีการเลื่อนมาก็ถือว่าการเสนอจบสิ้น ลงไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าหากมีการเสนอญัตติให้ท่านถอน กระผมคิดว่าญัตติใดก็ตาม ที่จะเสนอรับมาพิจารณานั้นจะต้องเป็นญัตติที่มีกฎหมายรองรับ ไม่มีกฎหมายใดรองรับให้ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถอนเลย ถ้าท่านถอนท่านก็ผิดเพราะไม่มี กฎหมายรองรับให้ท่านถอน ผมจึงเห็นว่าวันนี้เราได้รับทราบแล้ว ถ้ามีข้อสังเกตประการใด ที่ท่านเห็นว่าน่าจะรับไปพิจารณาปรับปรุงก็เป็นเรื่องการเสนอคราวต่อไปไม่ใช่คราวนี้ กระผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะต้องมีการให้มีญัตติขอให้ถอน และกระผมก็เห็นว่าการเสนอวันนี้ สมบูรณ์แล้วครับท่านประธาน
ท่านพิเชษฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี่จำเป็นจะต้องมีจิตสาธารณะ มีจิตอาสา ต้องไม่เป็นเครื่องมือของใคร แล้วที่สำคัญที่สุดต้องไม่ดูถูกประชาชน และไม่ดูถูก สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ไม่ใช่เป็นสภาที่ขอไปที หรือจะเป็นตรายาง ที่จะประทับรับรองการกระทำใด ๆ ที่ไม่ยุติธรรม ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสมควร ที่จะส่งเรื่องนี้ให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนไปพิจารณา แล้วค่อยกลับมาให้สภารับทราบอีกครั้งหนึ่ง ผมขอเสนอให้ท่านประธานได้ดำเนินการ ตามญัตติที่ท่านขจิตร ชัยนิคม ได้เสนอไว้ครับท่านประธาน
ท่านนริศยกมือไว้ก่อน
ท่านประธานที่เคารพ ผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมยกมือไว้แต่ต้นเพื่ออภิปราย ในเนื้อหาครับ แต่ว่าข้อโต้แย้งกันต้องได้ข้อยุติก่อนครับ ความเห็นผมคิดว่าผมไม่เห็นด้วย ที่จะให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถอนเรื่องนี้ไป การอภิปรายจะจบสิ้นแล้วหรือยัง ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าถ้าการอภิปรายยังไม่จบสิ้นตามความเห็นท่านประธานก็ต้องอภิปราย ในเนื้อหากันต่อไป แต่ว่าให้ถอนออกไปผมไม่เห็นด้วยเพราะว่าวาระนี้เราจะรับทราบในเนื้อหา ที่ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เสนอนี่เราจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยก็อภิปรายไป เพื่อนสมาชิกก็มีอิสระในการอภิปราย แต่ว่าเราไม่เคยมีหน่วยงานใดเข้ามารายงานผลงาน ผลการปฏิบัติงานประจำปีแล้วต้องถอนเรื่องไปทำใหม่ ไม่เคยมีนะครับ ผมคิดว่าเอาแนวนี้ แนวที่เราปฏิบัติกันมา เมื่อทางหน่วยงานมารายงานผลงานแล้วเราก็อภิปรายกันไป รับทราบผลงาน เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยต่อรายงานนั้นก็อภิปรายบันทึกเอาไว้ในสภานะครับ ผมยกมือเพื่ออภิปรายในเนื้อหา แต่ว่าขอให้ท่านประธานได้ยุติเรื่องว่าจะถอนหรือไม่ถอนก่อน แต่ความเห็นส่วนตัวไม่เห็นควรที่จะถอนเรื่องออกไปนะครับ
ท่านเจะอามิงยกมือ เอาอย่างนี้ครับสับข้างครับ เชิญคุณหมอเชิดชัย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ที่สภาต้องอภิปรายต่อนี่มันเป็นไปตามมาตรา ๑๒๖ นะครับ เพราะว่า ถึงองค์กรนี้มาเสนอต่อรัฐสภา แต่ในการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งถึงเป็นองค์ประชุม เพราะฉะนั้นเราทำนี่ถูกต้องแล้ว ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็อย่าเพิ่งไปน้อยใจนะครับ เพราะว่ามันเป็นอย่างนั้น จริง ๆ ท่านประธานครับ ผมขอพูดนิดหนึ่งว่าเคยมีหน่วยงานผมจำได้ว่าเมื่อข้อมูลที่ส่งมา มันคลาดเคลื่อนเขาก็ขอถอนกลับไปก็มี เป็นความเห็นที่ถึงไม่มีกฎหมายบัญญัติ แต่ก็เป็นสิทธิ ที่กรรมการหรือองค์กรนั้นขอถอนนะครับ แล้วผมขอพูดอีกนิดหนึ่ง ท่านอาจจะไปแก้นิดหนึ่งว่า ความเห็นต่าง ๆ ที่ออกมานี่มันเป็นเชิงอะไรก็ว่าไป แล้วก็เอาไปอ้างอิงไม่ได้ หรือข้อความ ที่มันมีปัญหาเกี่ยวกับทางการเมืองที่ผมได้อภิปรายไปคราวที่แล้วว่าต้องใจเย็น ๆ ต้องใจกว้าง ๆ ท่านประธานครับ อีกอันหนึ่งนะครับ ฝากท่านประธานไปถึงคุณหมอนิรันดร์ ที่ไปอ้าง พ.ร.บ. ต่าง ๆ ผมว่าจะอภิปรายอยู่ อันนี้เป็นการตรวจสอบชนิดหนึ่งครับ รายงาน เพราะว่าตรวจสอบแล้วท่านไม่ฟัง ตอนงบประมาณเราจะตัดครับ เพราะไม่รู้จะมีวิธีไหนไปควบคุม มีควบคุมได้อย่างเดียวในฐานะเป็น ส.ส. ก็คือดูงบประมาณ ท่านจะมีโครงการอะไรต่าง ๆ นี่ เห็นว่าไม่ได้เรื่องก็ตัด แต่ก็คงให้เงินเดือนหรือให้พอทำงานได้ อันนี้เป็นการตรวจสอบ เป็นบาลานซ์กันแค่นั้นเองนะครับ ผมคิดว่าก็ต้องให้ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พิจารณาครับ มีหน่วยงานถอนก็มีครับ ขอบคุณครับ
ท่านเจือ ราชสีห์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ว่าท่านประธานต้องทำหน้าที่วินิจฉัย เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการทำงานของสภาแล้วละคราวนี้นะครับ ผมคิดว่าเราไม่มีเหตุผลอื่น นอกจากว่าท่านประธานต้องวินิจฉัย เรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ที่จะให้ถอนออกไปนี่จะให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถอนไปเพื่ออะไร ถอนไปเพื่อแก้รายงาน ให้แก้ตรงไหน เพราะว่ามันมีประเด็นหลายประเด็นมาก ๆ เพราะว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วเราก็ได้เสนอความเห็นไปมากมาย ความเห็นของพวกเรา สภาบันทึกเอาไว้แล้ว แล้วเราก็ไม่มีสิทธิให้ท่านไปแก้ เพราะท่านก็ทำงานของท่าน ไปเต็มที่อยู่แล้ว ไปแก้ประเด็นไหนลองเรียนกับที่ประชุม แล้วพวกเรายอมไหมที่จะ ไปแก้ประเด็นไหน ท่านก็เสนอเหมือนเดิมขึ้นมาอีกแล้วมันจะได้อะไร ผมต้องเรียน กับท่านประธานว่าท่านประธานต้องวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้นะครับ ท่านครับ ผมเองเป็นผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ตอนนี้ ๔ สมัยแล้วไม่เคยเห็นรายงาน ขององค์กรอื่นตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กลับไปแก้แล้วถอนไม่มีหรอกครับ ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานวินิจฉัย ขอบคุณครับ
เมื่อกี้ผมฟังท่านขจิตรไม่ได้ให้ถอนใช่ไหม เพียงแต่ให้ส่งอย่างนั้นใช่ไหม ไม่ได้ถอนนะครับ เพราะว่าเรื่องถอนไม่มี เชิญท่านเสนอใหม่ ผมฟังไม่ชัดเจนที่เขียนจดหมายมานี่อีกเรื่องหนึ่ง
ท่านประธาน ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เมื่อท่านถามหากฎหมาย ผมก็จะให้กฎหมายท่าน แล้วก็ลองอ่านดูสิว่ามาตรา ๓๑ เขาให้ท่านรายงานต่อรัฐสภา ที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่รัฐสภา ทีนี้ท่านต้องถอนโดยข้อกฎหมาย หรือว่าใครว่าที่ประชุมนี้เป็นที่ประชุมรัฐสภา ผมให้เกียรตินะ ท่านมาพิจารณาโดยอนุโลม ท่านเสนอเข้ามานี่ผมพยายามให้เกียรติบอกว่า เสนอไปให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนได้ดูรายละเอียด ตามที่ข้อท้วงติง การรับทราบนี่มันไม่ใช่รับทราบโดยไม่มีจิตวิญญาณ โดยไม่มีวิจารณญาณ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องมีขั้นตอนนี้ เพราะฉะนั้นถ้าจะเอาเคร่งครัดนี่ต้องถอนอย่างเดียว แล้วเสนอต่อรัฐสภา นี่ไม่ใช่ที่ประชุมรัฐสภา ต้องถอนอย่างเดียวครับ ถ้าจะเอาตามที่ผม อนุโลมก็ได้คือส่งให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน แต่ถ้าบอกถามหากฎหมายนี่ผมให้ไปอ่านกฎหมาย เขาให้เสนอต่อรัฐสภา กฎหมาย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เขาไม่ได้บอกว่าเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา อ่านตัวหนังสือสิ เอากฎหมายก็เอาได้ครับ แต่ผมอนุโลมที่ท่านเสนอเข้ามาแล้วก็เท่านั้นเอง รายงานนี้ต้องออกไป ส่วนจะไปอย่างไรถ้าไม่ตามข้อเสนอผมก็ต้องไปรัฐสภาละครับ ประชุมร่วมกันของรัฐสภา กฎหมายมีเท่านั้น ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ท่านขจิตรไม่ได้ยื่นญัตติให้ถอนใช่ไหม ผมฟังว่าไม่ได้ยื่นญัตติให้ถอนใช่ไหมครับ ท่านต้องชัดเจน เมื่อกี้ท่านบอกขอญัตติ
คือผมประนีประนอมโดยเสนอว่าให้สภานี้ ส่งเรื่องให้กับคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนของสภาผู้แทนราษฎร รับไปพิจารณาครับ
สรุปแล้วไม่ได้ถอนใช่ไหมครับ ท่านไม่ได้เสนอให้ถอนนี่ เพียงแต่ให้ส่งต่อ สภาก็รับทราบไป อย่างนั้นใช่ไหมครับ คือต้องชัดเจนก่อนครับ
คือขั้นตอนรับทราบยังไม่จบครับ ให้ส่งคณะกรรมาธิการสามัญ แต่ทีนี้ผมเสนอโดยผมอนุโลม แต่ถ้าไม่ยอมผมนี่ผมจะเสนอโดย กฎหมาย มาตรานี้ท่านเสนอต่อรัฐสภา ที่นี่ไม่ใช่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่องค์ประกอบ ของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาตรา ๓๑ ที่ท่านอ้างมา
ท่านเจะอามิงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้สอดคล้องกับความคิดของเพื่อนสมาชิกท่านสุทัศน์ที่ได้เสนอต่อสภาว่าการจะเสนอ การทำรายงานของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อมีการเสนอ ต่อสภาแล้วถือว่าเป็นที่ชอบแล้ว และในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ยังมีการพิจารณาองค์กรอิสระต่าง ๆ ก็เป็นในรูปแบบการอนุโลมของการประชุมมาตลอด ผมยังถือว่าการอนุโลมของ การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่ชอบจากการพิจารณาของสมาชิกและของสภาแห่งนี้ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตท่านประธานว่าการรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วันนี้ถือว่าเป็นการรายงานที่ถูกต้องและชอบ ที่สำคัญคือได้ผ่านความเห็นชอบของ สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกท่านขจิตรนิดหนึ่งว่า ในกรณีที่ท่านได้เสนอต่อสภาได้พูดถึงว่าการเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้น ต้องเสนอต่อรัฐสภา แต่ในทางปฏิบัติของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรการพิจารณา ขององค์กรอิสระนั้นเป็นการอนุโลม เรามีการประชุมลักษณะอย่างนี้มาตลอดครับ ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานผ่านไปถึงท่านขจิตรว่าในการประชุ ม ของสภาผู้แทนราษฎรโดยเฉพาะขององค์กรอิสระนั้นอยากจะให้เป็นในรูปแบบที่เรา ได้เคยพิจารณาในสภา เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาขององค์กรอื่นซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ต่อไปในข้างหน้าด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านขจิตรเมื่อกี้ท่านเสนอเป็นญัตติใช่ไหม ผมต้องถามท่านก่อน ท่านเสนอเป็นญัตติ และมีผู้รับรองหรือเปล่า
ใช่ครับ เสนอเป็นญัตติแล้วมีผู้รับรองไปแล้ว ถ้าจะเอาโดยอนุโลมก็ต้องรับมติผม ถ้าไม่เอาโดยอนุโลมนี่ผมไม่อนุโลม ต้องเสนอรัฐสภา สภาแห่งนี้ไม่มีสิทธิที่จะไปลงมติให้ผิดจากกฎหมาย กฎหมายบอกว่ารัฐสภาต้องรัฐสภา แต่ว่าถ้าอนุโลมนี่ผมเสนอเอาไปให้คณะกรรมาธิการสามัญของสภาดู ผมยังไม่ได้ผ่านวาระนี้ ถือว่ายังไม่รับทราบ เพราะว่าถ้ารับทราบแล้วเขาจะไปดำเนินการต่อไป เอกสารนี้ก็จะถูกเผยแพร่ โดยมีตราของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้แทนรัฐสภาโดยอนุโลม ท่านจะอนุโลมโดยอะไรล่ะครับ ถ้าผมคัดค้านว่านี่มันไม่ถูกกฎหมาย ท่านต้องทำตามกฎหมายเท่านั้น ท่านจะใช้เสียงอะไรมาอนุโลม หรือจะใช้เสียงส่วนใหญ่ของสภานี้อนุโลมแล้วทำให้กฎหมายไม่เป็นกฎหมายได้หรือครับ เพราะฉะนั้นผมอนุโลมต่อท่านที่สุดแล้วว่าส่งให้คณะกรรมาธิการสามัญของสภานี้ได้พิจารณา อีกครั้งหนึ่ง แล้วคณะกรรมาธิการสามัญก็จะคุยกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า จะปรับปรุงอย่างไร ว่าจะทำอย่างไร ไม่ได้คิดว่าจะเอาตามใจหรอกครับ แต่ว่าเหตุผล อภิปรายกันมามากแล้วหลายท่าน ผมขอยืนยันท่านประธานว่าผมเสนอเป็นญัตติ แล้วก็รับรองไปแล้วครับ
ท่านเลขาธิการเมื่อกี้รับรองถูกต้องไหม เดี๋ยวครับผมถามทีละประเด็น ยังไม่รับรองนะท่าน มีผู้รับรองหรือเปล่าล่ะ ทีละประเด็นครับ
ก็เสนอแล้วยกมือแล้วนี่ครับ เสนอใหม่ก็ได้ ถ้าท่านจะให้ ตอนผมเสนอที่ประชุมก็ยกมือรับรองแล้วนี่ครับ
เชิญ เอาทีละท่านครับ เดี๋ยวผมให้โอกาสทุกท่านละครับ เชิญครับ ใครจะเสนอญัตติก็เชิญ ต้องมีผู้รับรองนะครับ
ท่านประธาน ผม ขจิตร ชัยนิคม จากกรณีนี้ เมื่อมีปัญหาในการพิจารณาผมขอเสนอให้มีการส่งรายงานนี้ไปให้คณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ขอผู้รับรองครับ
เชิญท่านสาธิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมเกรงว่ามันจะมีปัญหา เรื่องการวินิจฉัยข้อกฎหมายกันสับสนในสภาแห่งนี้ ประเด็นถ้าผมจำไม่ผิดความเข้าใจของท่านขจิตร ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม คือท่านพูดถึงมาตรา ๒๕๗ นั่นเป็นอำนาจหน้าที่ที่เขาบอกว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ตรวจสอบและรายงาน การกระทำหรือการละเลยการกระทำ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือไม่เป็นไปตาม พันธกรณีระหว่างประเทศ คือกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่า มันมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ให้เสนอมาตรการการแก้ไขที่เหมาะสมให้รายงานต่อรัฐสภา อีกข้อหนึ่งก็คืออำนาจหน้าที่เสนอ ใน (๕) เสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุง กฎหมาย และกฎ ต่อรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรี เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน อันนี้มันเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ ส่วนการรายงานมันอยู่คนละข้อ คนละเรื่องกัน เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องวินิจฉัยให้ดี ความเข้าใจต้องทำให้เข้าใจและให้ตรงกันครับ การรับทราบรายงานผลปฏิบัติงานของหน่วยงาน ต้องเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ อันนี้เป็นเพียงอำนาจหน้าที่ที่เขาจะเสนอข้อคิดเห็น และถ้ามันไปเข้าในองค์ประกอบตามอำนาจเขาเขาก็ทำได้ ยกตัวอย่างเช่นมาตรา ๒๕๗ (๒) เขาบอกว่าเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีเห็นชอบตามที่มีผู้มาร้องเรียนว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นี่ก็เป็นอีกช่องหนึ่ง หมายความว่าถ้ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่ามีผู้มาร้องเรียน แล้วกฎหมายนั้นมันขัดกับรัฐธรรมนูญ ช่องทางนี้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็มีอำนาจหน้าที่ ที่จะเสนอเรื่องไปได้ แต่การรับทราบรายงานของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นคนละเรื่องกันนะครับ ผมก็เรียนกับท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วยว่าถ้าท่านขจิตร เสนอญัตติไม่ว่าจะถอนหรือจะส่งผ่านไปยังคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ผมก็ไม่เคยเห็นนะครับในสภาผู้แทนราษฎร ผมก็อยู่สภาผู้แทนราษฎรมานานมาก เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องเข้มงวดแล้วก็ต้องวินิจฉัยด้วยความชัดเจนของข้อกฎหมาย อย่าเล่นการเมืองเลย ท่านประธานที่เคารพ กทม. ประเทศเสียหายเยอะ เราใช้เวลา ไปเล่นการเมืองเยอะ ไม่ได้แก้ไขปัญหา กล้องซีซีทีวีลวงโลก
เอาเรื่องนี้ดีกว่าครับท่านสาธิต ไม่ต้องเอาเรื่อง กทม. เอาเรื่องนี้ก่อนครับ ผมก็ฟังทั้ง ๒ ฝ่าย
อันนี้ละครับ ตรงกันเลยครับ เรื่องนี้ ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ก็ได้ครับ สมมุติเดี๋ยวศาลรัฐธรรมนูญเข้ามารายงานต่อสภาแห่งนี้ แล้วผมเห็นตรงกับท่านขจิตรว่าเอาละผมเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญรายงานไม่ถูกต้อง ผมขอเสนอญัตติ ให้ถอนบ้าง มันไม่ใช่เรื่องของเสียงส่วนใหญ่ มันไม่ใช่เรื่องของเสียงข้างมาก มันเป็นประเด็นว่า การรับทราบรายงานเป็นการใช้สิทธิในการอภิปรายในแต่ละเรื่องในองค์กรนั้น ๆ ที่มารายงานต่อสภาแห่งนี้ ใครเห็นด้วย ใครไม่เห็นด้วย ก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ผมนับถือท่านประธานมากนะครับในการทำหน้าที่ผมเรียนหลายครั้ง เพราะฉะนั้น ต้องสร้างบรรทัดฐานให้ถูกต้อง อย่าเอาการเมืองมาครอบการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ขอบพระคุณครับ
ท่านประเสริฐครับ ผมฟังทุกท่านครับ ผมให้โอกาสทุกท่าน ใจเย็น ๆ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตได้เอ่ยนามท่านสาธิตเมื่อกี้นี้นะครับ ท่านอ้างถึง มาตรา ๒๕๗ แต่ท่านอ่านไม่หมด มาตรา ๒๕๗ (๘) หน้าที่ของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดทำรายงานประจำปีเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ และเสนอต่อรัฐสภา มาตรานี้ได้ระบุการเสนอรายงานต่อรัฐสภาอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ท่านขจิตร ชัยนิคม พูดนั้นถูกต้องแล้ว แล้วท่านยังได้เสนอทางออกให้เอาคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนได้เข้าไปดูรายงานฉบับนี้อีกทางหนึ่ง ผมขอสนับสนุนแนวคิดของท่านขจิตร ชัยนิคม แล้วก็เห็นว่าทางออกที่ท่านได้เสนอ เป็นการประนีประนอมแล้ว หรือว่าจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ ก็คือให้รายงาน ต่อรัฐสภาก็ได้เหมือนกันครับ
ท่านนิพิฏฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปถึงท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าไม่ว่ามติของ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะออกมาอย่างไรก็ตาม ก็ขอให้ท่านได้กรุณาหนักแน่นว่า ท่านต้องไม่ถอนรายงานฉบับนี้ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ที่ผมต้องย้ำว่า ไม่ว่ามติของสภานี้จะออกมาอย่างไรก็ตาม เพื่อกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึง ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าผมคิดว่าสิ่งที่เรากำลังจะลงมติต่อไปนี้ครับ เรากำลังจะลงมติในสิ่งที่ผิดต่อกฎหมาย เรากำลังจะใช้เสียงข้างมากทำในสิ่งที่ผิดต่อกฎหมาย สมมุติว่าในอนาคตข้างหน้า สมมุติสำนักงานศาลยุติธรรมเขาส่งรายงานเข้ามา แล้วเราบอกว่า รายงานของสำนักงานศาลยุติธรรมเขาไม่ถูกต้อง ขอให้ส่งไปยังคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อตรวจสอบและแก้ไข ความเป็นอิสระขององค์กรอิสระนั้น จะหายไป ถึงแม้ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะไม่ใช่องค์กรอิสระ แต่ท่านคือ องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ หัวใจใหญ่ของการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็คือความเป็นอิสระ สมมุติว่าสภาได้ลงมติโดยผิดกฎหมาย ผมย้ำครับว่าเรากำลังจะทำผิดกฎหมาย ส่งไปยังคณะกรรมาธิการสามัญ แล้วคณะกรรมาธิการสามัญคณะไหนก็ตามบอกว่า รายงานของท่านนั้นบกพร่องอยู่ขอให้แก้ไข ท่านจะแก้หรือครับ ถ้าท่านแก้ไข ความเป็นอิสระ ของท่านอยู่ที่ไหนครับ ถ้าท่านถอนหรือท่านแก้ไขรายงานของท่านซึ่งผ่านการกลั่นกรองมาแล้ว ยุบหน่วยงานของท่านเลยครับ แก้รัฐธรรมนูญเลยครับไม่จำเป็นต้องมีครับ หัวใจของท่าน คือความเป็นอิสระครับ เมื่อไรก็ตามที่ท่านไม่มีความเป็นอิสระการทำงานของท่านไม่มีประสิทธิภาพ บ้านเมืองที่มันมีปัญหาอยู่ทุกวันนี้เพราะเราเข้าใจผิดเรื่องของการถ่วงดุลแล้วก็การแทรกแซง ผมพูดในสภามาหลายครั้งครับว่าการถ่วงดุลกับการแทรกแซงนั้นมันอยู่ใกล้ชิดติดกันครับ ไปทางนี้ก็เป็นการแทรกแซง ไปทางนี้ก็เป็นการถ่วงดุล มันต้องอยู่ตรงกลาง วันนี้สภาผู้แทนราษฎร กำลังจะแทรกแซงหน่วยงานของท่านครับ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ในสภาแห่งนี้มันสะท้อนปัญหาของประเทศครับ ประเทศมีปัญหาอย่างไร สภาแห่งนี้ ก็มีปัญหาอย่างนั้นละครับ ความถูกต้องความถูกใจครับ วันนี้รายงานของท่านผมคิดว่า มีความถูกต้องอยู่ มีความเป็นธรรมอยู่แต่มันไม่ถูกใจสมาชิกบางคนซึ่งมีส่วนได้รับผลกระทบ จากรายงานของท่านซึ่งมันช่วยไม่ได้ แต่ว่าถ้าท่านจะแก้เพื่อเอาใจสมาชิกส่วนหนึ่งซึ่งได้รับ ผลกระทบ หรือพรรคการเมืองหรือรัฐบาลซึ่งได้รับผลกระทบ ไม่ต้องมีคณะกรรมการชุดนี้ หรอกครับ ผมกำลังเรียนท่านประธานว่าถ้าท่านประธานจะขอมติแล้วส่งไปยังคณะกรรมาธิการสามัญ ท่านทำได้ไหม ผมคิดว่าท่านประธานทำไม่ได้เลยครับ เราทำได้เพียงรับทราบหรือไม่รับทราบ เท่านั้นเอง เราไม่เห็นด้วยเราก็ท้วงติงว่าสิ่งนี้เราไม่เห็นด้วย แต่เราไปแก้รายงานของท่านไม่ได้ ท่านประธานต้องดูให้สุดยอดปลายทางของเรื่องนี้ครับว่าปลายทางเรื่องนี้ที่เรากำลังทำอยู่นี้ มันจะไปถึงจุดไหน ถ้าเราส่งไปยังคณะกรรมาธิการสามัญแล้วปลายทางของผู้ที่เสนอก็คือ ไปแก้ไขรายงานนี้มันทำไม่ได้หรอกครับ มันทำไม่ได้เลยครับ เพราะฉะนั้นเราจะมีมติว่า ส่งไปยังคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อแก้ไขปรับปรุงรายงานมันทำไม่ได้ครับ แล้วรัฐสภาแห่งนี้ กำลังแทรกแซงหน่วยงานคือองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ เรากำลังแทรกแซง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นการกระทำที่น่าบัดสีเป็นอย่างยิ่งครับ เป็นการกระทำที่น่ารังเกียจเป็นอย่างยิ่ง ผมเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งนะครับ
มีผู้ประท้วงครับ ท่านนิพิฏฐ์กรุณาสักครู่ครับ เชิญท่านขจิตร
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม ขอประท้วงว่าการอภิปรายของท่านผู้มีเกียรติได้ทำลายผม เพราะผมเป็นคนเสนอ ให้ถอนครับ คำพูด ๒ คำเมื่อกี้นี้ ท่านประธานต้องให้ถอน เพราะอะไรครับ ผมอธิบายแล้วว่าตามกฎหมาย ต้องรายงานรัฐสภา ไปอ่านรัฐธรรมนูญก็รัฐสภา ไปอ่านกฎหมายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาตรา ๓๑ ก็รัฐสภา ท่านถามหากฎหมายอะไรอีกล่ะครับ
ท่านประท้วงเฉพาะคำที่ประท้วง ท่านอภิปรายไม่ได้ ประท้วงพอแล้วครับ เดี๋ยวผมจะคุยกับ ท่านนิพิฏฐ์
ถ้าผมเคร่งครัดก็ถอนออกไปรายงานต่อรัฐสภา ที่ผมอนุโลมผมกำลังอธิบายคนที่ไม่เข้าใจ แต่ต้องถอนคำพูดที่กล่าวร้ายผม ผมเป็นคนเสนอ ๒ ประโยคสุดท้ายต้องถอนครับ
ท่านนิพิฏฐ์ถอนนะครับ แล้วก็อภิปรายต่อได้ครับท่าน ๒ คำเมื่อกี้ก็ไม่ควร ท่านเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผมว่าถอนเถอะ
ประโยคไหนครับ อะไรนะครับ ผมคิดว่า เอาให้ผมพูดใหม่นะครับ มติที่จะเสนอให้ส่งรายงานนี้ไปยังคณะกรรมาธิการสามัญนั้น น่าจะเป็นมติที่ไม่ถูกต้องครับ ผมแก้เป็นอย่างนั้นนะครับ ผมเรียนท่านประธานครับว่าเรื่องนี้ ต้องดูให้สุดปลายทางของเรื่องนี้ครับ ท่านขจิตรกำลังสับสนหรือเปล่าครับ ผมถามท่านประธานฝากถึงท่านขจิตรเลย ท่านบอกว่าเรื่องนี้ต้องส่งรายงาน ต้องรายงานต่อรัฐสภา แล้วท่านบอกว่าเรากำลังทำผิดกฎหมาย ตรงนี้เป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่รัฐสภา ท่านท้วงติงอย่างนั้น แต่ข้อเสนอของท่านท่านบอกว่าให้ส่งไปยังคณะกรรมาธิการสามัญ มันอะไรกันล่ะครับ มันไม่ใช่เหตุผลอย่างนั้นเลย ถ้าเรื่องนี้มันผิดตรงที่ไม่เสนอต่อรัฐสภา ถอนอย่างเดียวครับ ทำอย่างอื่นไม่ได้ ส่งไปที่ไหนก็ไม่ได้ แต่ผมเรียนท่านประธานว่า เราทำอย่างนี้มาแล้วไม่ผิดรัฐธรรมนูญเลยครับ ทำอย่างนี้มาตลอด ไปดูสิครับว่ารัฐสภา จะประชุมร่วมกันในกรณีใดบ้าง เขาเขียนไว้ครับ ในรัฐธรรมนูญไม่ได้บอกไว้เลยว่า ให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่มีครับ รัฐสภาแห่งนี้ก็คือสภาผู้แทนราษฎรแล้วหลังจากนั้นก็ส่งไปที่วุฒิสภาก็ครบองค์ประกอบ ของกฎหมายครับ เมื่อท่านบอกว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสภาทำผิด โดยส่งมาที่สภาผู้แทนราษฎร ไม่ส่งไปรัฐสภา แล้วท่านบอกว่าส่งไปที่คณะกรรมาธิการสามัญ ของสภา ยิ่งผิดหนักเข้าไปอีกครับ ยิ่งทำไม่ได้เลยครับ ผมเลยบอกว่าท่านสับสนหรือเปล่า ท่านเสนอให้ทำสิ่งที่มันกำลังทำผิดกฎหมายขึ้นไปอีกหรือเปล่าครับ ผมเรียนท่านประธาน ๒ ประเด็น ประเด็นแรก เรียนท่านประธานถึงประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่ว่ามติของสภาแห่งนี้จะออกมาอย่างไรก็ตาม ท่านต้องยืนยันถึงความเป็นอิสระของท่าน ท่านถอนไม่ได้เลยครับ ถ้าถอนนะครับผมไม่นับถือท่านเลย ถอนไม่ได้ครับ ประการต่อไป เป็นอำนาจของท่านประธานแล้วครับ สภาแห่งนี้ไม่สามารถมีมติเพื่อส่งรายงานนี้ไปยัง คณะกรรมาธิการสามัญได้เลยครับ เพราะฉะนั้นอย่าลงมติในสิ่งที่ผิดกฎหมายเลยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านไพจิต ศรีวรขาน ครับ ทีละท่าน ผมมีรายชื่ออยู่แล้วครับเรียกตามรายชื่อที่ยกไว้ ก่อนหลังครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านขจิตร ชัยนิคม ได้เสนอเป็นญัตติ ในระหว่างการพิจารณารายงานสถานการณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒ ฉบับ เพื่อที่จะให้ทำหน้าที่ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ส่งรายงานมาแล้วที่เสนอต่อสภาที่จะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ ชอบที่สภาจะดำเนินการ จะพิจารณาต่อไปโดยรอบคอบก็แปลว่าเพื่อให้เกิดความถูกต้องและยุติธรรม แต่ท่านขจิตร ได้เสนอเป็นญัตติแล้ว มีผู้รับรองถูกต้อง เพื่อให้คณะกรรมาธิการสามัญสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแทนที่ประชุมใหญ่ ซึ่งในบางครั้งก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาขึ้นพิจารณารับทราบรายงานนี้ อย่างใด หรือไม่ เมื่อเป็นญัตติ ซึ่งขณะเดียวกันทางฝ่ายค้านก็ยังเห็นว่าควรพิจารณาโดยสภา แล้วก็จบไปเลย ซึ่งความเห็น ๒ ทางนี้แตกต่างกัน ควรที่จะต้องมีข้อยุติ ไม่ใช่ให้ท่านถอน แต่ว่าเป็นข้อเสนอของสภาว่ามีความเห็นอย่างไร ถ้าความเห็นที่จะต้องส่งให้คณะกรรมาธิการสามัญ สภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนได้ไปดู รายงานนี้ก่อนเพื่อให้เกิดความรอบคอบแล้วก็ส่งเข้ามาสภาเพื่อให้สภาได้รับทราบ นั่นก็เป็น วิธีการที่น่าที่จะต้องทำ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าโดยข้อบังคับก็ได้เปิดช่องนี้ โดยธรรมเนียมการปฏิบัติก็ได้ทำอยู่แล้วเพื่อให้เกิดความรอบคอบ ผมขอให้ท่านประธาน ได้เสนอให้สภาได้ลงมติเพื่อที่จะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป หรือจะให้พิจารณาต่อหรือให้จบเลย ตามที่อีกฝ่ายมีความเห็นก็สุดแท้แต่ความเห็นของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ท่านวินัย สมพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมใคร่ขอแสดงความเห็นด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เข้าข้างใด ออกข้างใด หากผิดพลาดไปก็เป็นเพราะภูมิปัญญาผมมีจำกัดอยู่เพียงเท่านี้ แต่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ในการที่จะแก้ปัญหา กระผมไม่ทราบว่าความผิดพลาด ความพลั้งเผลอคราวนี้มันมาจาก ต้นทางหรือไม่ ถ้าดูมาตรา ๒๕๗ (๘) ของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ จะเห็นว่าถ้าเป็น รายงานการประเมินสถานการณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฟังให้ดีนะครับ การประเมินสถานการณ์คือเอสติเมท อะเพรเซิล (Estimate appraisal) ภาษาอังกฤษ การประเมิน ถ้ารายงานการประเมินสถานการณ์แน่นอนครับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะต้องเสนอต่อรัฐสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ (๘) จะอนุโลมเป็นอย่างอื่นมิได้ เพราะเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ บางท่านอาจจะเสนอว่าอนุโลม ผมกราบเรียนว่าถ้าบัญญัติไว้ ชัดเจนในรัฐธรรมนูญจะอนุโลมให้ผิดไปจากพระราชบัญญัติที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้นั้น กระผมคิดว่าทำไม่ได้
ส่วนรายงานอีกเรื่องหนึ่งก็คือรายงานผลการปฏิบัติครับ แอคชัน รีพอร์ต (Action report) ถ้าเป็นรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อย่างเช่นที่ปรากฏในระเบียบที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมทราบ ข้อ ๒.๑ อย่างนี้ รายงานเพื่อทราบ ผลการปฏิบัติเพื่อทราบ อย่างนี้รายงานสภาผู้แทนราษฎรครั้งหนึ่งเพื่อทราบ แล้วไปรายงาน วุฒิสภาอีกครั้งหนึ่งเพื่อทราบ อย่างนี้กระผมคิดว่าไม่ผิด และเมื่อคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติรายงาน ไม่ว่า ๒.๑ คือรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีหรือรายงาน การประมวลสถานการณ์ เมื่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรายงานแล้ว เป็นหน้าที่ ของสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาจะแสดงความเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ทักท้วง วิพากษ์วิจารณ์ ได้เต็มที่ไม่ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ในฐานะของกลุ่มปัญญาชน กลุ่มอิสระ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นก็มีสิทธิที่จะยืนหยัดยืนยันการรายงานของท่านคือไม่แก้ ถ้าท่านแก้ แปลว่าราคาเสียครับคราวหน้าก็จะเสียไปด้วย เพราะฉะนั้นกระผมกราบเรียนว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๔ ตุลาคม คือสัปดาห์ที่แล้วนี้กระผมเองก็มีความรู้สึกตะขิดตะขวงใจว่า เป็นความผิดพลาดของประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ ที่บรรจุเรื่องนี้เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรให้รายงานเฉพาะ ส.ส. สภาผู้แทนราษฎร แทนที่จะ เอาวาระข้อ ๒.๒ ไปรายงานต่อรัฐสภา เพราะฉะนั้นความผิดพลาด ความพลั้งเผลอนี่ เป็นไปได้ไหมครับว่าผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นทางคือประธานหรือรองประธานที่รับผิดชอบ การบรรจุวาระนี้ให้กับสภาผู้แทนราษฎร กระผมมีความเห็นอย่างนี้ครับ ถ้าแม้ว่าต้นทางผิดคือ ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุเรื่องผิด ตัวประธาน รองประธาน นั่นละครับจะต้องเป็นผู้ถอนเรื่องนี้ออกไปทำเสียให้ถูกครับ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ
ท่านวินัยครับ เรื่องนี้คำว่าเสนอต่อรัฐสภา การพิจารณาก็ต้องทำภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ วิธีปฏิบัติก็คือเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรที่จะมาบรรจุต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ให้พิจารณาต่อไป อันนี้ยึดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ ไม่ใช่ความผิดของคนใดคนหนึ่ง เป็นวิธีที่ปฏิบัติตลอดมา เชิญท่านครูมานิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมอาวุโสไม่มากในสภาแห่งนี้ แต่ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ครับ เรื่องนี้ตั้งแต่วันที่เข้าสภามาผมก็ได้ลุกขึ้นอภิปรายอยู่ ผมถามเรื่องประเด็นแรกเลย ผมถามหาคนเป็นกลางในวันนี้ ผมถามหาคนที่เป็นกลาง แล้วคนที่ เป็นกรรมการ ถ้าจำได้ผมลุกขึ้นอภิปรายคนแรกเลยครับ ทีนี้บังเอิญรายงานฉบับนี้เมื่อเข้ามา พอไปอ่านดูแล้วมันทำให้อีกฝ่ายคลางแคลงใจ มันคลางแคลงใจ ที่ผมเท้าความไปหาว่าประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปยื่นกระเช้าดอกไม้ให้ ตั้งแต่วันนั้นมานี่มันทำให้เขาไม่สบายใจ เอาละเรื่องนี้ผมตัด ถ้าพูดมากเขาเรียกว่า ไปต่อความยาวสาวความยืด ผมไม่คุย แต่วันนี้ไม่ได้พูดว่าใครผิดหรือใครถูกในสภาแห่งนี้ เพราะสภาแห่งนี้มันเป็นสภาเหตุและผล ผมไม่เห็นด้วยกับความถูกใจ แต่ผมอยากเห็น ความถูกต้องอย่างยึดกฎหมายและระเบียบ ในสภาแห่งนี้เราใช้มาตรฐานของการประชุมอยู่ ๒ เล่ม คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๕๐ กับข้อบังคับ แล้วก็มีระเบียบหรือ พ.ร.บ. ขององค์กรนั้น ๆ ท่านประธานได้กรุณาไปเปิดหน้า ๑๗๘ สิครับของรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๕๒ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เขียนไว้ชัดเจนเป็นคำสั่งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ ๔๑/๒๕๕๒ ผมจะอ่าน คร่าว ๆ เพื่อให้การดำเนินการรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๕๒ ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นไปตามภารกิจที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕ (๗) ให้การประเมินผลและจัดทำรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจำปีเสนอต่อรัฐสภา นอกนั้นก็แต่งตั้งกรรมการขึ้นมาแล้วก็ลงนามโดย ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตรงนี้ผมคิดว่า ชัดเจนแล้ว ใช้คำว่ารัฐสภา แต่ถ้าจะอะลุ่มอล่วยกันเป็นวิธีการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสวยหรู ของกระบวนการรัฐสภาซึ่งเป็นกระบวนการเหตุและผล ไม่ได้มาเล่นการเมืองหรอกครับ มันต้องเอาความจริงมาตรงนี้แล้วประธานก็สบายใจด้วย ยืนยันตามระเบียบข้อบังคับ แล้ว พ.ร.บ. ขององค์กรนั้น ๆ ผมคิดว่าทางออกอันที่ ๑ เป็นไปได้ อันที่ ๒ เมื่อท่านขจิตร ได้นำเสนอแล้วเพื่อที่จะนำไปสู่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ของสภาแห่งนี้ เพื่อที่จะมาถกเถียงหารายละเอียดกัน เอาความถูกต้อง ผมอยากให้มันเดินให้ถูกต้อง บ้านนี้เมืองนี้ถ้ามันเดินถูกต้องแล้วมันเดินได้ ผมฝากตั้งแต่วันแรกว่าช่วยหาคนกลางให้หน่อย วันนี้มันหาคนกลางได้น้อยบ้านเมืองมันจึงเดินไม่ได้ ก็เลยอยากให้ท่านประธานยึดระเบียบ ยึดรัฐธรรมนูญ และยึดคำสั่งรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๕๒ ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ลงนามโดยท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ แล้วแต่ประธานจะพิจารณาครับ ขอบคุณครับ
ท่านพุทธิพงษ์ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านประธานอาจจะมีความจำเป็น ที่จะต้องใช้แนวทางในการพิจารณาที่รอบคอบสักเล็กน้อย ผมขออนุญาตเสนอแนวความคิดครับ ผมยังยืนยันครับว่าการรายงานผลการปฏิบัติงานที่ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รายงานมานั้น โดยตัวองค์กรของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นเป็นองค์กรอิสระ ผมยังอยากจะฝากท่านประธานว่าถ้ารัฐสภาแห่งนี้หรือสภาแห่งนี้จะใช้เสียงข้างมากในการจะโหวต โดยการรับรองจากสมาชิกท่านใดก็ตามในสิ่งที่หน่วยงานตามรัฐธรรมนูญได้รายงานเข้ามา เขาก็ทำหน้าที่ของเขาโดยถูกต้องและชอบธรรม ส่วนจะถูกใจหรือจะไม่ถูกใจผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราก็ต้องเก็บไว้ในอกในใจ ท่านแสดงความคิดเห็นแล้วก็ให้เหตุผล ในความคิดที่อาจจะแตกต่างบ้างผมคิดว่าเป็นสิ่งที่รับได้ แต่การที่จะดำเนินการส่งต่อไป ให้คณะกรรมาธิการสามัญของรัฐสภาก็ดีหรือจะบอกให้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไปแก้ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อาจจะเป็นเรื่องที่อันตรายและเป็นเรื่องที่อาจจะทำให้ เกิดความเสียหายกับองค์กรอิสระ ฉะนั้นผมเป็นอีกคนหนึ่งที่อาจจะต้องเรียนท่านประธานว่า ยังมีองค์กรอิสระอีกหลายองค์กรที่จะต้องเข้ามารายงานในเรื่องนี้ ถ้าวันนี้เรามีการรับรอง ตามสมาชิกฝั่งรัฐบาลเพื่อให้มีการแก้ไขหรือเลื่อนออกไปหรือส่งไปยังคณะกรรมการสามัญ ของรัฐสภาพิจารณานี่ ผมคิดว่าเป็นการก้าวก่ายกับการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระในองค์กรนี้ และในอนาคตอีกต่อไป ฉะนั้นผมอยากเรียนท่านประธานว่าการตัดสินใจของท่านประธาน ในครั้งนี้ผมคิดว่าต้องใช้ความรอบคอบพิจารณาแนวทางในอนาคต ซึ่งอย่างที่ท่านสมาชิกได้ยกตัวอย่างไปแล้วว่าในเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญต่อไปนี้ผมเชื่อครับว่า ไม่มีใครที่จะถูกใจทุกคน เพราะมีหลายเรื่องที่แตะไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ไม่อย่างนั้น ก็จะเดินต่อไปไม่ได้นะครับ ผมอยากจะฝากท่านประธานว่าเรื่องนี้คงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แล้วผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งครับที่จะนำส่งไปยังคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ของรัฐสภาต่อไป ขอบคุณครับ
นายแพทย์เหวงครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เรื่องแรก ต้องกราบเรียนท่านประธานเสียก่อนว่าประเทศไทยต้องมีระบบหรือระบอบการปกครอง อันเดียวนะครับ ดังนั้นที่กล่าวอ้างถึงอิสระ ๆ ทั้งหลาย ต้องกราบเรียนท่านประธาน ให้ชัดก่อนครับ ท่านสมาชิกที่เคารพ เราต้องไม่มีรัฐอิสระซ้อนทับรัฐประเทศไทยนี้อีกชั้นหนึ่ง ดังนั้นองค์กรอิสระจึงไม่ใช่รัฐอิสระที่ซ้อนทับรัฐประเทศไทย เอาให้ชัดตรงนี้ก่อนนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานให้สมาชิกทุกท่านทำเรื่องนี้ให้ชัดเสียก่อน ดังนั้น องค์กรอิสระทั้งหลายจึงไม่ใช่รัฐอิสระในรัฐประเทศไทย เอาให้ชัดก่อนนะครับ ไม่อย่างนั้น เรื่องอื่นก็สับสนอลหม่านไปทั้งหมด เมื่อไม่ใช่รัฐอิสระก็มีความจำเป็นต้องปฏิบัติไปตาม รัฐธรรมนูญ ข้อที่ ๑ ครับ ข้อที่ ๒ ต้องยอมรับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ซึ่งต้องกราบเรียนอีกว่า ๒ เรื่องนี้หลักการสำคัญอยู่ตรงไหน
กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าในระหว่างการเลือกตั้ง ๒ ครั้ง นี่ความเห็นส่วนตัวผม ท่านประธานอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้ สมมุติว่า การบริหารราชการแผ่นดินเที่ยวนี้เป็นไปอย่างราบรื่นแล้วก็สามารถมีการเลือกตั้งต่อไป ในอีก ๔ ปีข้างหน้า เราก็จะมีการเลือกตั้งในวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ระหว่างกลางนี่ อำนาจอธิปไตยสถิตอยู่ตรงไหนครับ อำนาจอธิปไตยสถิตอยู่ที่รัฐสภาครับ เพราะฉะนั้นองค์กรอิสระอะไรทั้งหลายทั้งปวงตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องขึ้นต่อรัฐสภา อย่างไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ ท่านโต้แย้งผมในเรื่องนี้ก่อนนะครับ ก่อนที่ท่านจะไปพูด เรื่องอื่น เมื่อเป็นอย่างนี้ผมอยากจะถามท่านครับ คือท่านประธานกรุณาชี้ทางออกแล้ว คือผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมเองไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ผมเคารพนะครับ เพราะผมเป็นคนมีขื่อมีแป บ้านเมืองต้องมีขื่อมีแป ถึงผมจะ ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้แต่ผมก็เคารพ นี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง แล้วที่เราค้นพบ โดยรัฐสภาของเราว่าคนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างโดยมีข้อบกพร่อง คุณเขียนไว้ ได้อย่างไรครับว่าต้องเสนอต่อรัฐสภา แล้วเขียนไว้อย่างนี้ คุณเขียนไว้อย่างนี้ เพราะหากว่า ถ้าเราเถรตรงจริง ๆ ตามที่สมาชิกเรียกร้อง ผมก็อยากจะเรียกร้องอย่างนั้นเช่นกันครับ ถ้าเถรตรงจริง ๆ ต้องเสนอต่อรัฐสภาครับ และในคำกล่าวอ้างของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านก็กล่าวอ้างว่าต้องเสนอต่อรัฐสภา แต่ท่านประธาน ได้กรุณาชี้ทางออกเพื่อไม่ให้เกิดการแตกหักหรือทำให้เกิดปัญหาขึ้น ท่านก็บอกว่า สามารถเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรได้ ทีนี้ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ สภาแห่งนี้ไม่ใช่สภาต้นไม้ สภาแห่งนี้ไม่ใช่สภาเสาไฟฟ้านะครับ คุณเขียนอะไรมา อ่านอะไรให้ฟัง สุดท้ายก็ผ่านเลยไปโดยที่ต้นไม้หรือเสาไฟฟ้าไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งที่คุณเขียนมาได้ สภาแห่งนี้มีหัวจิตหัวใจ มีวิญญาณ แล้วเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ แล้วเป็นตัวแทนของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นคำรายงานใด ๆ ก็ตามที่ไม่สอดคล้องหรือไม่สมบูรณ์ หรือเอียงข้าง ไม่ได้สนับสนุน ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สภาแห่งนี้มีสิทธิในการที่จะ ท้วงติงได้ครับ แต่เมื่อท้วงติงเสร็จแล้วจะทำอย่างไรต่อไป สภาแห่งนี้ก็ให้ข้อเสนอแนะ ที่น่าจะสร้างสรรค์นะครับ ในความเห็นส่วนตัวของผมก็คือว่าในขณะนี้เกือบ ๆ จะถึงทางตัน แต่ยังไม่ถึงทางตัน เดชะบุญที่ท่านขจิตร ชัยนิคม เสนอว่าเป็นไปได้ไหมที่เราจะเสนอเรื่องนี้ ไปที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนของสภาเรานี่แหละ หรือท่านไม่เคารพครับ หรือท่านไม่เคารพตัวเอง ก็สุดแท้แต่ท่านจะวินิจฉัยนะครับว่า ท่านปฏิเสธคณะกรรมาธิการชุดนี้ หากท่านปฏิเสธคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็แปลว่า ท่านปฏิเสธคณะกรรมาธิการทุกชุด นั่นแปลว่าท่านปฏิเสธตัวท่านเอง แปลว่าท่านไม่เคารพ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นผมอยากจะกราบเรียน ให้ท่านประธานเดินหน้าต่อเถอะครับ ไม่มีอะไรผิดครับ ในความเห็นส่วนตัวผม ๑. องค์กรอิสระ ไม่ใช่รัฐอิสระต้องปฏิบัติไปตามรัฐธรรมนูญ ๒. สภาแห่งนี้เป็นที่สถิตของอำนาจสูงสุดของ ประชาชนในระหว่างการเลือกตั้ง ๒ ครั้ง ๓. รัฐธรรมนูญเขียนทำให้ตีความหรือขัดแย้งอยู่ในตัว เพราะว่าถ้าไปดูมาตรา ๑๐๐ ไม่ได้ระบุว่าให้พิจารณาเรื่องนี้นะครับ แต่ว่าในมาตรา ๒๕๗ ปรากฏว่าระบุว่าให้พิจารณา มันขัดแย้งอยู่ในตัวครับ แล้วเราขณะนี้ก็ไม่สามารถจะแก้ปัญหานี้ได้ ดังนั้นผมอยากจะสรุปการอภิปรายสั้น ๆ เท่านั้นเองก็คือว่าที่ท่านประธานกรุณาชี้แนะ รวมทั้งที่คุณขจิตร ชัยนิคม กรุณาเสนอทางออก ไม่ได้ปิดกั้นทางที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะไปปกป้องรายงานของตัวเองในคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว ท่านสามารถที่จะไปปกป้อง และอีกอย่างหนึ่งก็คือผมต้องกราบเรียนท่านประธานกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านกรุณายอมรับเถอะครับเพราะผมถามตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ผมไม่ก้าวล่วงมากนักนะครับ ในนี้ท่านพูดถึง นายณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง บ้างไหมครับ ไม่มีครับ และในนี้ท่านพูดถึงพันธมิตร ๔-๕ รายที่ถูกเอ็ม ๗๙ (M79) เสียชีวิตในทำเนียบรัฐบาล หรือเปล่า ท่านก็ไม่ได้กล่าวถึงนะครับ
ไม่ได้ให้อภิปรายนะครับ คุณหมออภิปรายซ้ำไม่ได้นะครับ ให้แสดงความคิดเห็นว่าจะเสนอ หรือไม่เสนอแค่นั้นเอง
สรุปนะครับท่านประธาน สรุปว่า ผมอยากจะสนับสนุนที่ท่านประธานชี้แนะและสนับสนุนที่ท่านขจิตร ชัยนิคม ได้นำเสนอไว้ ขอบคุณมากครับ
ท่านวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเล่มนี้และเล่มนี้ ซึ่งเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครัฐบาลได้กล่าวโจมตีต่าง ๆ นานา ท่านประธานครับ ทนไม่ได้ใช่ไหมครับที่รายงานฉบับนี้ตีพิมพ์ภาพคนเสื้อแดงกำลังรุมทำร้ายและตีรถ ท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านประธานครับ ผมมีเหตุผลกราบเรียนท่านประธานว่า การที่เพื่อนสมาชิก
ท่านวัชระครับ เมื่อกี้ถ้าได้ฟังผมได้ทักท้วงท่านหมอเหวงคือไม่ให้อภิปรายซ้ำ เพียงแต่ว่า เห็นด้วยจะให้ส่ง ไม่ให้ส่งแค่นั้นเอง
ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่าง นิดเดียวเท่านั้นเองครับคือเขาทนไม่ได้ว่าความจริงมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ต้องการ ให้แก้ไขความจริง มีที่ไหนในโลกครับ การเสนอญัตติดังกล่าวนั้นผมถามท่านประธานว่า เป็นไปตามข้อบังคับข้อใด และสามารถทำได้หรือไม่ ปีที่แล้วทำอย่างไร ปีก่อนโน้นทำอย่างไร ๑๐ ปีที่แล้วทำอย่างไร ก็มาเสนอให้รับทราบในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้แล้วนำเสนอต่อ วุฒิสภาต่อไป ก็ครบเป็นรัฐสภา ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นโดยวิธีการปฏิบัติการรับทราบ รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ผ่านมาจึงรับทราบผ่านทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาตามลำดับ การที่เสนอญัตติดังกล่าวเปรียบเสมือนกับเสนอญัตติบังคับให้ ส.ส. มีเขาและมีหางสีแดงแกว่งไปแกว่งมา
ท่านวัชระเอาว่าเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แต่ว่าอภิปรายไม่ได้ เหมือนที่ผมทักท้วงท่านหมอเหวง ให้ผมยึดถือมาตรฐานด้วยครับว่าอภิปรายไม่ได้
ด้วยความเคารพครับท่านประธาน และการที่มีเพื่อนสมาชิกเสนอ
ท่านวรชัย ผมได้ทักท้วงแล้วครับ ผมได้ตักเตือน ท่านนั่งลงเถอะครับ ท่านวัชระเพื่อให้ อภิปรายต่อไปได้ขอความกรุณา
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้ว่า ท่านวรชัย เหมะ เลยนะครับ ฉะนั้นเมื่อไม่ได้ว่า
เพื่อให้การอภิปรายไปได้ผมอนุญาตให้ท่านอภิปรายต่อ ท่านก็ถอนเพื่อความสงบสุข
เพราะท่านประธานเป็นธรรม ผมถอนทันที ถอนแล้วครับ ถอนที่บอกว่ามีเขาแล้วก็มีหางสีแดงแกว่งไปแก่วงมา ขอถอนครับ ท่านประธาน เพราะการเสนอญัตติมันต้องเสนอญัตติที่เป็นไปได้ครับและต้องเคยปฏิบัติ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และการที่เพื่อนสมาชิกพรรครัฐบาลบางท่านข่มขู่ว่าจะตัดงบประมาณ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในปีงบประมาณต่อไป ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่ากระทำในฐานะ เป็น ส.ส. รัฐบาล เพราะควรที่จะสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในการทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนของคนทั้งประเทศ ท่านประธานครับ โดยทั้งรัฐธรรมนูญ ทั้งข้อบังคับ ผมเห็นว่าไม่มีรัฐธรรมนูญและข้อบังคับมาตราใด ข้อใดที่ให้อำนาจท่านประธาน ที่จะโหวตในญัตติที่ท่านขจิตร ชัยนิคม ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ได้เสนอขึ้นมา เพราะไม่เคยปฏิบัติมาก่อนในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และกราบเรียนท่านประธานว่าเราควรจะเคารพการทำงานของแต่ละองค์กรแม้ว่าความจริง ที่ปรากฏอาจจะไม่ถูกใจท่านทั้งหมด แต่ขอความกรุณาท่านได้โปรดยอมรับความจริง ไม่ใช่ว่า หากคนที่อยู่เมืองนอกไม่พอใจแล้วต้องแก้ไขทั้งหมด อย่างนี้ไม่ได้ครับท่านประธาน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าการเสนอญัตติใด ๆ ท่านประธานก็ควรที่จะพินิจพิจารณา และใช้ดุลยพินิจอย่างเที่ยงธรรมและดูวิธีการปฏิบัติที่ผ่านมาของสภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภา ขอขอบคุณครับ
คุณหมอเชิดชัยครับ ท่านที่ได้แสดงความคิดเห็นแล้วไม่ต้องต่อแล้วครับ เอาท่านใหม่ ผมให้มีโอกาสพูดทุกท่านครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษรครับ อันนี้ยิ่งย้ำอีกทีหนึ่งว่า ควรจะต้องรีบแก้ไขนะครับ ท่านประธานครับ ท่านเริ่มจากมาตรา ๒๕๗ (๘) ว่าให้รายงาน ต่อรัฐสภา ท่านลองไปดูมาตรา ๘๘ รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
รัฐสภาจะประชุมร่วมกันหรือแยกกัน ย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญนี้
แล้วท่านเลขาต่าง ๆ ที่ไปให้ท่านประธานอ่านนั่นละครับ ใช้มาตรา ๑๓๖ คือ การประชุมร่วมกันมีอะไรบ้าง ซึ่งท่านประธานก็บอก ผมจะยกตัวอย่างที่รัฐธรรมนูญนี้ เขาเขียนว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญคือมาตรา ๑๗๐ ทุกหน่วยงานต้องรายงานการเงิน เมื่อสิ้นปีงบประมาณให้คณะรัฐมนตรีทราบแล้วให้คณะรัฐมนตรีรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป เขียนแยกนะครับ ไม่ใช่รวมนะครับ แล้วก็อันนี้ที่ผมบอกว่าเขาถอน เพราะว่ามีดีเฟคท์ (Defect) แล้วไม่สมบูรณ์ ทางรัฐบาลก็ถอนไปครับ รัฐบาลก็ถือว่า เป็นหน่วยงานอำนาจหนึ่งนะครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ถือว่า เป็นองค์กรอิสระ แต่ไม่ใช่รัฐพิเศษนะครับ อย่างที่คุณหมอเหวงอภิปราย ขออนุญาตเอ่ยนาม ผมพูดในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศครับ ภาษีอากร ที่เป็นงบประมาณถ้าเห็นว่าหน่วยงานนั้นทำตามอำเภอใจ เป็นรัฐอิสระก็ชอบที่จะต้อง พิจารณางบประมาณครับ ไม่ใช่มีไบอัส (Bias) หรือไม่ชอบ ท่านอาจารย์อมราผมก็ไม่รู้จัก แต่ผมก็มองในแง่บวกตลอดว่าคนเรามีบางครั้งเป็นอย่างไรได้มันแล้วแต่ ท่านประธานครับ ขนาดรัฐบาลยังยอมถอนเลย คนเรานี่ทำผิดต้องยอมรับนะครับ แล้วผิดนี่ไม่ใช่ไปฆ่าคน ผิดแค่เป็นตัวหนังสือแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นผมเสนอนะครับ ด้วยความเคารพท่านกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะครับ มันเป็นเรื่องของท่านจะถอนหรือไม่ถอน ท่านมีสิทธิที่จะถอน เพราะว่าไม่มีกฎหมายห้าม อันที่ ๑ ถ้าท่านไม่ถอนก็ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่ท่านขจิตรเสนอ เพราะว่ารัฐธรรมนูญนี้มันควรจะแก้แล้วเพราะว่ามันพันกันไปพันกันมาอย่างนี้ ทำให้มีการโต้แย้ง ตีความมากมาย ในเมื่อท่านประธานจะหาทางออก หรือจะไม่ยอมรับ หรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าจะทำอนุโลมก็ควรที่จะทำตามข้อบังคับ ขอบคุณครับ
คุณอรรถพรครับ ที่ยกมือผมให้พูดให้แสดงความคิดเห็นเต็มที่ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ แสดงความไม่เห็นด้วยกับการใช้ดุลยพินิจ ของท่านประธานที่จะพิจารณารับญัตติที่ท่านขจิตร ชัยนิคม ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้นำเสนอขึ้นมา ผมเชื่อว่ากระบวนการรับทราบรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ดำเนินไปอย่างถูกครรลอง ถูกประเพณีปฏิบัติ เหมือนที่เราได้ยึดถือปฏิบัติมาตลอดเวลา ของสภาชุดนี้ ชุดที่แล้ว หรือชุดก่อนหน้านั้น เรารับทราบรายงานขององค์กรต่าง ๆ เป็นสิบเป็นร้อยองค์กร ไม่เคยมีองค์กรใดที่เกิดปัญหาเช่นนี้ จนทำให้กระผมเกิดความรู้สึกว่า ทุกครั้งที่มีการอภิปรายเกี่ยวเนื่องไปถึงเปลวไฟที่สี่แยกราชประสงค์มีปัญหาทุกครั้งครับ ผมไม่เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านที่บอกว่าเราไม่มีคนกลางในสังคมนี้ เรามีครับ เรามีคนกลางและคนส่วนใหญ่ของประเทศก็ยึดถือคนกลางมาโดยตลอด แล้วก็เป็นเสาหลัก ที่ทำให้บ้านเมืองเดินหน้ามาได้ที่เรียกว่ากระบวนการยุติธรรม สิ่งที่เราไม่มีและเป็นปัญหา ก็คือเราไม่ยอมรับความจริงหรือคำพิพากษาตัดสินจากคนกลางเหล่านั้นเมื่อไม่ถูกใจ หรือไม่สมประโยชน์ของเรา ผมขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปราย บอกว่าสภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่ตรายางที่จะมาประทับรับรองความถูกต้อง ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เราไม่ใช่เป็นตรายาง วาระการรับทราบรายงาน ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นเพียงการรับทราบรับรู้ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความเห็นและบันทึกเหตุการณ์ไว้เช่นนี้ เรามีสิทธิเห็นต่าง และสภาแห่งนี้ก็จะบันทึกความเห็นต่างของเรา เห็นพ้องของเราไว้อีก ๑๐๐ ปี อีก ๑,๐๐๐ ปี ไม่ได้เป็นตรายางแต่ประการใด แต่สิ่งที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กราบเรียนไปยังท่านขจิตร ชัยนิคม และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่าทำเรื่องเหล่านี้เลยครับ ท่านประธาน อย่ารับญัตติของท่านขจิตรเลยครับ ขอประทานโทษ ท่าน ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลอย่าเดินหน้า ให้เป็นญัตติเลยครับ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่าถอนเรื่องรายงานนี้ ออกจากวาระการประชุมเป็นอันขาด เพราะถ้า ๓ สิ่งนี้เกิดขึ้นมันจะเกิดวิถีทางครรลอง ปฏิบัติอันหนึ่งซึ่งเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ มันจะเกิดสิ่งซึ่งเรียกกันว่าประวัติศาสตร์ของเสียงข้างมากครับ ความจริงของเสียงข้างมาก ซึ่งอันตรายครับ วันนี้ท่านอาจจะมีความรู้สึกว่าบางสิ่งบางประการไม่ต้องตรงใจ ขัดต่อมุมมอง ขัดต่ออคติ ขัดต่อความคิดเห็น ขัดต่อประสบการณ์ทางตรงที่ท่านได้รับ อย่าให้มีการแก้ไข ท่านมีสิทธิคิดได้ แต่ท่านคิดดูสิครับว่าถ้าวันพรุ่งนี้พวกเราเป็นเสียงข้างมากในสภาแห่งนี้ขึ้นมา ถ้าเราเห็นว่ารายงานชุดนี้ยังเขียนไม่หมดเลย ยังมีความจริงอีกตั้งเยอะแยะที่ยังไม่ได้เขียน เช่นความจริงว่าก่อนปี ๒๕๕๑ มันมีทุนสามานย์ที่มันขายสัมปทานของชาติให้ต่างชาติ โดยไม่เสียภาษี ขายชาติโดยชอบด้วยกฎหมายทำไมไม่เขียน ทำไมไม่เขียนว่าทุนสามานย์ ก่อนปี ๒๕๕๑ ที่มันเป็นต้นเหตุของวิกฤตการณ์ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ มันทำลายองค์กรอิสระ มันทำลายเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ อย่างย่อยยับยับเยินจนเป็นที่มาของวิธีการ ของปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๑ ทำไมไม่เขียน อย่างนั้นเสียงข้างมากในสภานี้พวกผมนี่ละครับ ก็มีมติบีบให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถอนเรื่องไปเขียนอย่างที่ผมต้องการ เอาหรือครับอย่างนั้น สภามันจะอยู่อย่างไรล่ะครับ ผมจึงเชื่อว่าเรากำลังจะทำกันอยู่ ณ ขณะนี้มันจะเป็นวิถีปฏิบัติซึ่งจะเป็นบรรทัดฐาน และเป็นปัญหาหรือไม่ใช่ปัญหาของสภา ต่อไปในอนาคต เราต้องคิดกันมากในเรื่องเหล่านี้ เราอย่าเอาเพียงความถูกใจชั่วครั้งชั่วคราว หรือประสบการณ์ความเจ็บปวดชั่วครั้งชั่วคราวมาทำลายครรลองซึ่งเป็นความดีงาม ของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอย่างเด็ดขาด ผมกราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรในเบื้องสุดท้ายว่าวันนี้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ วันนี้ผมผูกเนคไท (Necktie) สีแดงครับ พวกท่านก็เช่นเดียวกันผมเชื่อว่าเราค่อนข้างจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เจ็บปวดกับวิกฤตการณ์ของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นมาก่อนปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ เรื่อยมาถึง ปี ๒๕๕๕ ความแตกแยกความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเราสู้รบกันครับ แต่มันต้องมีอยู่บ้างบางขณะ ที่เรานอนนึกว่าพรุ่งนี้มันจะหันหน้าเข้าหากันได้บ้างไหม วันพรุ่งนี้ประเทศนี้มันจะเดิน ไปข้างหน้าฝ่าสายลมสู่อรุณรุ่งแห่งอนาคตเหมือนบ้านอื่นเมืองอื่นเขาได้ไหม ผมเชื่อพวกเรา ๕๐๐ คนในสภาแห่งนี้มันต้องมีวินาทีหนึ่งละครับที่คิดอย่างนี้บ้าง ถ้าไม่คิดอย่างนี้ ไม่ใช่คนไทยหรอก ต้องคิดครับ นั่นคือการหันหน้าเข้าหากัน แต่การหันหน้าเข้าหากัน มันจะเกิดขึ้นอย่างไร ถ้าการหันหน้าเข้าหากันซึ่งมันเป็นการปรองดองอย่างแท้จริง ไม่ใช่ การล้างความผิดให้กับใครคนใดคนหนึ่ง หัวใจมันต้องยอมรับความปรองดองและปัญหา ของชาติที่จะก้าวเดินต่อไป และถ้าไม่เริ่มต้นจากการยอมรับความจริง เคารพต่อความจริง มาหาสมุฏฐานแห่งเรื่องที่มันเกิดขึ้น เหมือนเป็นมะเร็งร้ายถ้าไม่ยอมรับว่าเราเป็นโรคอะไร เกิดจากอะไร ไวรัสตัวไหน แบคทีเรียตัวไหน รักษาโรคได้อย่างไรล่ะครับ ฉะนั้นพื้นฐาน แห่งความปรองดองที่จะก้าวไปสู่กระบวนการทางกฎหมายทางนิรโทษกรรม หรือการแก้ไข รัฐธรรมนูญ หรืออะไรก็ตามแต่ที่ทำให้เราจับมือหันหน้าเข้าหากันมันต้องเริ่มต้นจากการยอมรับ ความจริงและเคารพต่อความจริง และเอาความเป็นจริงนั้นมาเป็นพื้นฐาน
ท่านอรรถพรครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับคุณหมอเชิดชัย
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อ ๖๑ ที่ท่านผู้อภิปรายกำลังดุเดือด ขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธานต้องการให้พูดในประเด็นว่าจะทำอย่างไรต่อในเรื่องนี้ ไม่ไปถึง ขั้นปรองดองอะไรหรอกครับ ผมขอให้ท่านประธานทำตามข้อ ๘ ขอบคุณครับ
ท่านอรรถพรครับ เมื่อกี้ก็เตือนหมอเหวงกับท่านวัชระ แล้วก็พูดว่าจะให้ส่งต่อไม่ส่งต่อ แค่นั้นเอง ไม่อภิปรายซ้ำนะครับ เชิญครับ
ขอบคุณคุณหมอ ผมได้รับเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับการประท้วงจากคุณหมอครับ ผมก็รุนแรงไปบ้างแต่ว่าเนื้อหาผมเชื่อท่านประธาน เห็นด้วยกับผมครับ ฉะนั้นในเบื้องสุดท้ายผมก็ขอฝากไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วันนี้ใจแข็งนะครับ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ท่านเข้าใจครับ ธรรมชาติมันอย่างนี้ครับ อดทนนิดครับ แต่อย่าถอนนะครับ ถ้าถอนมันไม่ใช่ความสูญเสียอิสรภาพของท่าน พวกผมก็สูญเสียอิสรภาพของการทำหน้าที่ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเช่นเดียวกัน ขอกราบขอบพระคุณครับ
คืออย่างนี้ครับท่านอรรถพร เมื่อกี้ท่านก็บอกประธานอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ผมทำได้ ตามข้อบังคับเท่านั้นนะครับ คือเมื่อมีความเห็นต่างทั้ง ๒ ที่ ผมไม่มีอำนาจอะไรเลย ผมก็ยึดข้อบังคับ ก็ฟังความเห็นทั้ง ๒ ฝ่าย แต่สุดท้ายประธานทำได้เฉพาะลงมติ ผมไม่มีอำนาจ ด้านอื่นเลย ตามข้อบังคับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมประท้วงท่านประธาน ในข้อ ๘ แล้วก็ข้อ ๖๑ ประเด็นก็คือว่าข้อ ๖๑ ก็คือการอภิปรายที่ซ้ำซาก วกวน ไม่อยู่ในประเด็น ๒. คือการกำกับการทำหน้าที่ของท่านประธานเพื่อรักษาความสงบในสภา ผมเข้าใจว่า ท่านประธานได้วินิจฉัยสิ่งที่เป็นกระบวนการไว้แล้วในมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นคำนิยามที่บอกว่าการประชุมร่วมกันของรัฐสภา การดำเนินการนี้เป็นไปตามมาตรา ๑๓๖ สอดคล้องกับความเห็นของท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ว่าการรับทราบรายงานของหน่วยงาน ก็เป็นไปตามปกติที่ใช้คำว่ารัฐสภา ไม่ได้หมายความว่าการประชุมร่วมกันของรัฐสภา นั่นก็คือว่า หน่วยงานก็ได้มารายงานให้ทราบในสภาผู้แทนราษฎร ในขณะเดียวกันเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ในประเด็นนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกว่ามันเป็นความไม่ชอบ คือต้องให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณา ซึ่งประเด็นนี้มีความชัดเจนอยู่เองแล้วที่ท่านประธานได้อ้างถึงมาตรา ๑๓๖ เพราะฉะนั้น ถ้าท่านประธานได้เปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกได้พูดต่อไป ๑. จะเป็นการเสียเวลาของสภาแห่งนี้ และหน่วยงานที่มารายงานเขาก็มีภาระหน้าที่ ๒. ก็คือว่าจะเป็นการอภิปรายที่เหมือนเดิม ซ้ำซาก แล้วก็อยู่ในประเด็นที่ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วโดยข้อบังคับทั้ง ๒ ข้อ แล้วก็สิ่งที่ท่านประธานได้วินิจฉัยตามมาตรา ๑๓๖ ผมคิดว่าครบถ้วนสมบูรณ์ ขอให้ท่านประธานได้ปิดการอภิปรายและดำเนินการไปตามขั้นตอนที่ท่านประธานได้วินิจฉัย แค่นั้นก็จะเป็นการสมบูรณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาแห่งนี้ครับ
ขอฟังท่านวิทยา เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็พยายามฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกมาโดยตลอดนะครับ แล้วก็คิดว่าทั้งหมด มันเป็นเรื่องหลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เรารู้ครับว่าอำนาจอธิปไตย เราพยายามแบ่งงานกันทำ เรามีรัฐสภา เรามีรัฐบาล และเรามีศาลทั้งสามเป็นหลัก ของระบอบประชาธิปไตยที่เราบอกว่าแบ่งแยกอำนาจกันปฏิบัติ ทีนี้มาถึงวันหนึ่ง ที่คนในสังคมรู้สึกครับว่าระบบรัฐสภาที่มันคานอำนาจรัฐบาลฝ่ายบริหาร จริง ๆ มันเป็นแค่ ละครทางการเมืองเพราะคนที่เป็นรัฐบาลเขากุมเสียงข้างมาก สภาเพียงแค่ว่าติติงกันไป อภิปรายไม่ไว้วางใจกันไป ไม่เคยมีสภาที่ไหนหรอกครับ ตั้งแต่ตั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศไทยมาที่สภาจะไปล้มรัฐบาล เพราะคนที่เป็น รัฐบาลกุมเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นการตรวจสอบรัฐบาลจริง ๆ ไม่มีประสิทธิภาพจริง ๆ จากองค์กรรัฐสภา เราก็คิดประดิษฐ์ครับ แล้วก็ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เริ่มต้นคิดประดิษฐ์ เราคิดประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาจากประชาชน จากประสบการณ์ทางระบอบประชาธิปไตย เราสร้างองค์กรอิสระขึ้นมา องค์กรอิสระไม่ใช่รัฐอิสระ องค์กรอิสระเหล่านี้เขาจะทำหน้าที่ เป็นคนตรวจทานการใช้อำนาจรัฐที่ไม่ชอบธรรม องค์กรอิสระเหล่านี้เกิดขึ้นมา และสุดท้าย เราก็มีองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามฉบับใหม่นี้มีอยู่ ๒ องค์กร มีอัยการกับคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะฉะนั้นความเป็นอิสระขององค์กรเหล่านี้เราเป็นรูปแบบ เราสร้างกลไกขึ้นมาตรวจสอบการคานอำนาจของผู้ใช้อำนาจคือฝ่ายบริหาร คราวนี้เมื่อองค์กร เหล่านี้ไปปฏิบัติหน้าที่ เขาเป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ เมื่อเขาไปปฏิบัติหน้าที่เราก็บอกว่า เขาปฏิบัติเสร็จ สิ้นปีมารายงานต่อสภาสิ แต่เมื่อเขามารายงานต่อสภาถ้าสภาบอกว่า คุณทำรายงานไม่ได้เรื่อง ไปทำมาใหม่ ทำอย่างนี้ผมไม่ชอบ ผมเข้าใจว่าไม่ใช่องค์กรอื่นครับ คุณกำลังฟังรายงานจากหน่วยงานของรัฐบาล ถ้าจะเป็นหน่วยงานรัฐบาล ผมไม่แปลกใจ ไม่พอใจสภานี้จะสั่งกลับไปให้ทำใหม่ แต่วันนี้เราฟังรายงานขององค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็จะมีรายงานเช่นนี้จากองค์กรอิสระเข้ามาในสภาอีก แต่ถ้าสภาเกิดไม่พอใจ แล้วก็มีมติ ของสภาบอกว่ากลับไปทำใหม่ ถามว่าเราสร้างองค์กรอิสระมาทำไม สร้างองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ มาทำไม สร้างมาเพื่อให้สภาสั่งต่อไปอย่างนั้นหรือครับ วันนี้ผมเรียนกับคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ พวกผมก็เหนื่อยครับ ถ้าท่านจะถอนพวกผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร พวกผมก็เหนื่อยครับ เวลาทะเลาะกับฝ่ายโน้นทุกทีผมต้องอุ้มพวกท่านทุกที แล้วผมก็เป็น ฝ่ายส่วนน้อยในประเทศนี้ วันนี้ก็บอกว่าศาล ๒ มาตรฐาน จะล้มศาล จะเลือกประธานศาล จะแก้รัฐธรรมนูญ จะล้มองค์กรอิสระทั้งหมด แล้วคนที่ทะเลาะกับพวกผมล่ะครับ ทะเลาะกันอยู่ ถ้าท่านจะถอนผมก็คิดว่ามันเรื่องของท่าน แต่ผมคิดว่าหลักการของการมีที่มาขององค์กรเหล่านี้ มันไม่ใช่องค์กรถูกสร้างมาให้สภาไล่ต้อน และไม่ใช่องค์กรที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้รัฐบาล บังคับข่มเหงครับ เป็นประติมากรรมของระบอบประชาธิปไตยที่เราพัฒนามา แล้ววันหนึ่ง เราไม่เชื่อมั่นว่าองค์กรรัฐสภาจะควบคุมรัฐบาลได้ องค์กรของท่านถูกสร้างขึ้นมาครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าสภาจะก้าวล่วงถึงขั้นลงมติว่ารายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สภานี้ไม่พอใจ เขียนไม่ถูกใจกลับไปเขียนมาใหม่หรือเอากลับไปที่อื่น ผมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ แก้เฉพาะหมวดนี้เสียก่อนดีกว่า ไม่ต้องไปแก้ทั้งฉบับหรอก เพราะคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติถูกสร้างมาเป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ เราไปก้าวล่วงเขาไม่ได้ครับ ถ้าก้าวล่วงก็ไม่จำเป็นต้องมีองค์กรนี้ อาจจะเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สังกัดกระทรวงมหาดไทย รายงานสภาปีละครั้ง พวกผมก็ข่มเหงไป รัฐมนตรีก็ข่มเหงมา แล้วก็รายงานตลก ๆ กัน ซึ่งเคยเกิดมาในยุคก่อน ๆ วันนี้พัฒนาการของระบอบประชาธิปไตย เราพาก้าวมาถึงการคานอำนาจของฝ่ายบริหาร แล้วอย่าบอกว่าเป็นรัฐอิสระ ท่านไม่ใช่รัฐอิสระ ไม่มีรัฐอิสระ เป็นระบบควบคุมการคานอำนาจกันเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นความเห็นผม ท่านบรรจุมาให้เรารับทราบรายงานถูกต้องตามกระบวนการรัฐธรรมนูญครับ แต่ท่านจะมีมติว่ากลับไปทำรายงานใหม่ คราวนี้ผมว่าท่านจะขัดรัฐธรรมนูญแล้วครับ ท่านจะทำผิดรัฐธรรมนูญแล้วครับ แล้วก็คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมเรียนอาจารย์ด้วยนะครับ ถ้าอาจารย์ถอนเมื่อไรก็ไม่ต้องมีองค์กรอย่างนี้ก็ได้ ก็นั่งให้เขา ข่มขู่ต่อไป พวกผมก็เหนื่อยที่จะอุ้มแล้วครับ
ท่านขจิตรจะถอนไหมครับ ไม่ถอนใช่ไหมครับ ผมจะถามท่าน ไม่ถามท่านอื่นหรอกครับ เหมือนท่านสาธิตว่าละครับ ถามท่านว่าจะถอนไหม
ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานแล้วว่า ผมเสนอส่งไปให้คณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนของสภาผู้แทนราษฎรรับไปพิจารณา ผมเสนอโดยอนุโลมเท่านั้น
ตกลงท่านไม่ถอน
ไม่ถอนครับ ถ้าผมจะเคร่งครัดก็ต้องถอน อย่างเดียว
ท่านไม่ถอน ผมก็ทำอย่างอื่นไม่ได้ ผมก็ต้องลงมติเท่านั้นเอง ผมไม่มีอำนาจอย่างอื่น
ท่านประธานครับ เพราะว่า ๓ คนพูดว่า ผิดกฎหมาย ผมอ้างแล้วบอกว่ารายงานนี้มันต้องรัฐสภา
ท่านไม่ต้องพูดแล้วครับ ผมลงมติแล้ว ไม่มีทางด้านอื่นแล้ว ท่านนิพนธ์คนเดียวนะครับ ท่านอื่นได้พูดไปแล้ว ผมไม่มีอำนาจด้านอื่นเลย ผมทำอะไรไม่ได้เลย ท่านนิพนธ์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพความเห็นทุกท่านและด้วยความเคารพท่านประธาน ท่านประธานต้องตั้งสติให้ดีว่าญัตตินี้ทำได้หรือไม่ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญมีหน้าที่มารายงานให้รัฐสภา คือสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเพื่อรับทราบรายงาน ข้อเท็จจริงของรายงานทั้งหมดนี้ผมคิดว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านต้องรู้ข้อเท็จจริงและยืนหยัด ถ้าข้อเท็จจริง ไม่ถูกต้อง ผมคิดว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้สภานี้ไม่มีสิทธิที่จะไปลงมติส่งให้คณะกรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งซึ่งมีฐานะ น้อยกว่ารัฐสภา ทำไม่ได้นะครับ ถ้าท่านทำนี่จะผิด ประธานต้องคิดให้ดี ตั้งหลักให้ดี แล้วพวกผมไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยในญัตติอันนี้อย่างเด็ดขาด ผมยืนยันว่าทำไม่ได้ที่จะส่งไปให้ คณะกรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งซึ่งมีฐานะต่ำกว่ารัฐสภา แล้วรัฐธรรมนูญกำหนดให้ รายงานรัฐสภาเท่านั้น อันนี้นะครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะขืนทำอย่างนี้มีลงมติ พวกผมวอล์กเอาท์ (Walkout) ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย แล้วญัตติอันนี้จะเป็นตราบาป ของรัฐสภา ของสภาผู้แทนราษฎร
ท่านนิพนธ์ครับ ผมไม่มีอำนาจด้านอื่นเลยครับนอกจากต้องลงมติ ไม่มีครับ ตามข้อบังคับ ผมไปยกเลิกอะไรไม่ได้เลย ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมขอเชิญเข้าห้องประชุมครับ เชิญผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมทราบว่ามีการเสนอญัตติจากท่านสมาชิก แต่ว่าขณะนี้สิ่งที่ต้องมีความชัดเจนก็คือ สถานะของรายงานฉบับนี้ ซึ่งตามกฎหมายคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็เสนอมา ตามอำนาจหน้าที่ของตนเพื่อให้สภารับทราบ เพราะท่านประธานได้บรรจุไว้เป็นเรื่องเพื่อทราบ หากท่านสมาชิกเห็นว่ามีประเด็นในรายงานที่คณะกรรมาธิการจะเป็นคณะหนึ่งคณะใด หรืออยากจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อที่จะมาพิจารณารายงาน และมีข้อสังเกตอะไรเสนอต่อสภาก็เป็นสิทธิของท่านสมาชิก แต่คงไม่สามารถที่จะเสนอญัตติ ที่จะมากระทบกับสถานะของรายงานที่ได้มีการนำเสนอมาให้สภารับทราบได้ ฉะนั้น ผมต้องการความชัดเจนว่าที่ท่านประธานกำลังจะขอมตินี่ญัตติคืออะไร ถ้าเราบอกว่า วันนี้เรารับทราบรายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ทำหน้าที่แล้ว สภาก็ทำหน้าที่แล้ว สมาชิกอยากจะเสนอญัตติว่าให้ส่งรายงานฉบับนี้ไปให้คณะกรรมาธิการ คณะใดคณะหนึ่งไปพิจารณาตั้งข้อสังเกต ทำได้ครับ แต่ถ้าจะเสนอญัตติแล้วบอกมีผลให้สภา ไม่รับทราบรายงานฉบับนี้ไม่ได้ หรือจะเสนอญัตติแล้วบอกว่าให้กรรมการถอนไปก็ไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิของท่านกรรมการว่าท่านจะถอนหรือไม่ถอนครับ ผมกราบเรียนหารือ ท่านประธานครับ
ฟังแล้วเหมือนอย่างที่ท่านขจิตรเสนอมา เหมือนที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้พูดก็ถูกต้องแล้วครับว่ารับทราบและส่งต่อให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้พิจารณาก็แค่นั้นเองครับ ไม่เห็นมีอะไร ใช่ไหมท่านขจิตร ก็แบบนี้ใช่ไหมที่เสนอมา ผมถามท่านขจิตรครับ ท่านอื่นนั่งลงก่อนครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สรุปในที่ประชุมนี้กำลังพิจารณารายงานนี้โดยอนุโลม เพราะตามกฎหมายรัฐธรรมนูญระบุ ให้รายงานต่อรัฐสภา กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาตรา ๓๑ (๕) ท่านก็ต้องรายงานต่อรัฐสภา แต่เมื่อสภานี้รับมาแล้วก็คือรับมาโดยอนุโลม เมื่อรายงาน มีสิ่งต่าง ๆ ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ใช้สิทธิแสดงความเห็นมามากแล้ว ผมก็มีความเห็นว่า ผมเสนอว่าให้ส่งไปให้คณะกรรมาธิการสามัญดำเนินการ คณะกรรมาธิการสามัญที่จะดำเนินการ ก็คือคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อที่จะให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ไปตอบรายละเอียด ซึ่งก็ชอบโดยสภาใหญ่ก็ให้คณะกรรมาธิการสามัญได้ มันไม่มีกฎหมายอะไรห้ามหรอกครับ แล้วมันไม่มีอะไรห้ามด้วย เวลาสภานี้พิจารณาอะไรก็ตาม เมื่อมีปัญหาก็ตัดสินโดยสภา ผมยืนยันครับวาระนี้ในขณะที่พิจารณาถ้าท่านจะดำเนินการ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายโดยเคร่งครัด ท่านถอนไปครับ แต่ท่านไม่ถอน คือท่านถอนนี่ ถอนตามกฎหมาย ใครพูดถามหากฎหมายนั่นไปอ่านครับผมบอกแล้วอย่างไร มาตรา ๑๕๗ (๘) กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (๕) ก็เขียน ก็ไปอ่านสิว่าเขาต้อง รายงานต่อรัฐสภา เมื่ออภิปรายมาแล้วผมก็บอกว่าถ้าอนุโลมมาก็อนุโลมไป ในระหว่างพิจารณา ยังไม่ได้ผ่านวาระนี้ ผมเสนอให้ที่ประชุมมีมติส่งให้คณะกรรมาธิการสามัญของสภา ก็เรียนท่านประธานยืนยันอย่างนี้ครับ
เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าท่านประธานต้องมีความชัดเจนนะครับ ประการแรก ถ้าหากว่าเพื่อนสมาชิกบอกว่า คณะกรรมการไม่ควรมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต้องไปเสนอต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งผมเห็นว่าไม่น่าจะใช่เพราะว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภานี่ ประชุมกันเพื่อการนี้ แต่ถ้าท่านสมาชิกมีความเห็นอย่างนั้นก็เป็นความผิดของท่านประธาน ที่บรรจุเข้ามา ไม่ใช่ความผิดของคณะกรรมการ ท่านประธานก็ต้องวินิจฉัยก่อนว่าท่านประธานนี่ บรรจุมาถูกต้องหรือเปล่า ถ้าท่านประธานบรรจุมาถูกต้องก็ถามต่อไปว่าวันนี้มีเพื่อนสมาชิก อยากให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถอน ท่านจะถอนหรือไม่ ถ้าท่านถอนเรื่องก็จบ ก็ถอนแล้วก็จะไปทำอะไรผมไม่ทราบนะครับแล้วก็เสนอเข้ามาใหม่ แต่ถ้าท่านไม่ถอนนี่ ผมก็ยืนยันว่าสภาก็รับทราบ เมื่อสภารับทราบแล้วท่านขจิตรอยากจะเสนอญัตติส่งรายงาน ที่สภารับทราบไปให้คณะกรรมาธิการพิจารณา หรือจะเชิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไปชี้แจงรายละเอียดก็เป็นสิทธิที่ทำได้นะครับ แต่ว่าท่านประธานต้องวินิจฉัยก่อนว่า ๑. รายงานลักษณะอย่างนี้เสนอมาบรรจุระเบียบวาระมาให้สภาผู้แทนราษฎรรับทราบนี่ ถูกต้องหรือไม่ ๒. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะถอนหรือไม่ ถ้า ๒ ส่วนตรงนี้ ชัดเจนแล้วเราก็รับทราบ ส่วนท่านสมาชิกจะเสนอญัตติก็เป็นสิทธิของท่านจะเสนอญัตติ ให้คณะกรรมาธิการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปครับ
ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อกี้ผมก็ได้วินิจฉัยครับว่าเสนอต่อรัฐสภานั่นก็คือ การพิจารณาภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ วิธีปฏิบัติก็คือเสนอต่อสภาจะนำบรรจุ ระเบียบวาระการประชุมเพื่อให้รับทราบ สภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภาต่อไป รับทราบแค่นั้นเอง ตามมาตรา ๑๓๖ ครับ ข้อนี้ถูกต้องนะครับ ตรงกันนะครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ประเด็นข้อหารือของท่านสมาชิกและข้อเสนอ ของท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรประกอบกับข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกต่อกรณี วาระรับทราบรายงานประจำปีของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กระผมต้องกราบเรียน ท่านประธานในสิ่งที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอเป็นวิธีการปฏิบัติ ที่เรากระทำกันมาตลอดก็เป็นไปตามนั้น คำว่ารายงานเพื่อทราบตรงนี้กระบวนการการรายงาน ก็เพื่อให้สภาทราบ เพราะภายใต้การรับทราบของสมาชิกถ้ากรณีสมาชิกมีข้อสงสัย ในเนื้อหาสาระที่มีความจำเป็นที่ต้องสืบค้นหรือจะต้องดำเนินการในรายละเอียดใด ๆ ต่อไปก็เป็นสิทธิของสมาชิกที่จะเสนอ ส่วนกระบวนการว่าสภาจะอนุญาตให้ทำอย่างไร ก็เป็นมติสภา ประเด็นการบรรจุรายงานเข้าสู่สภาก็เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แล้วก็กฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวเนื่อง กฎหมายคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติระบุว่า ให้ส่งสภา ตามกฎหมายก็ส่งสภา จริงอยู่ครับรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใช้คำว่ารายงาน ต่อรัฐสภา แต่การประชุมของรัฐสภาจะประชุมร่วมกันหรือแยกกันก็ได้ตามรัฐธรรมนูญ ก็เขียนไว้ครับ ถ้าประชุมร่วมกันก็เขียนไว้ในมาตรา ๑๓๖ ก็เป็นไปตามนั้น เพราะฉะนั้น รายงานที่ส่งมาไม่ได้เป็นไปตามมาตรา ๑๓๖ ครับ ก็เป็นไปตามบทรัฐธรรมนูญอื่นว่า จะประชุมร่วมกันหรือแยกกันก็ได้ นอกเหนือจากมาตรา ๑๓๖ ก็ประชุมแยกกัน ซึ่งเหมือนกฎหมายเราก็ประชุมแยกกัน กฎหมายก็รัฐสภาพิจารณาครับ ก็ประชุมแยกกัน เป็นไปตามระบบ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานในเรื่องที่ท่านประธาน บรรจุในระเบียบวาระการรับทราบของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ถูกครับในประเด็นนั้น
ประเด็นที่ ๒ กรณีเพื่อนสมาชิกเสนอว่าเขามีข้อสงสัยในตัวรายงานว่าข้อมูล ข้อเท็จจริงที่รายงานมา เมื่อเขารับรู้รับทราบแล้วมันจำเป็นต้องไปสืบค้นตรวจค้นต่อไป หรือไม่ อย่างไร ตรงนี้ก็เป็นสิทธิครับ ถ้าเสนอให้คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา ไปพิจารณาศึกษาในประเด็นที่เป็นข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของเพื่อนสมาชิกที่มีข้อสงสัยอยู่ ย่อมกระทำได้ ก็เพียงแต่สภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบเท่านั้นก็ส่งให้คณะกรรมาธิการสามัญ ประจำสภาไปดูในประเด็นนั้น ๆ ไปก็กลับมาตอบสภา เมื่อมาตอบสภาข้อมูลข้อชัดเจน ที่มันแจ่มชัดถ้าสมาชิกไม่ติดใจก็ถือว่ารับทราบ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับ ในวาระรับทราบไม่ควรจะต้องลงมติใด ๆ เลย มีสมาชิกเพียงท่านหนึ่งท่านใดเท่านั้นเอง ถ้าสงสัยในตัวรายงานก็เป็นข้อสงสัย ถ้าร้องขอนะครับสมาชิกที่เหลืออยู่ทั้งหมดไม่สามารถ พิสูจน์ได้ว่าข้อสงสัยข้อนั้นจริงหรือไม่จริง เพราะฉะนั้นข้อเสนอของเขาก็ควรจะต้องพิสูจน์ มันไม่มีเหตุต้องไปเป็นการลงมติใด ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าเรื่องนี้สมาชิก ส่วนใหญ่ติดใจในเนื้อหาสาระบางประเด็นบางประการซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติเรา ที่จะทำให้ประจักษ์ชัดแจ้งขึ้นมา เราก็มีกลไกของสภารองรับอยู่เราก็ส่งไปครับ เราไม่ต้องใช้ เวทีนี้ในการที่จะมาถกกันในประเด็นนั้น ผมสนับสนุนข้อเสนอของเพื่อน ๆ สมาชิก ท่านขจิตร ชัยนิคม สนับสนุนความเห็นของท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่าเรื่องนี้ ถ้าสภามีมติเห็นว่าในชั้นนี้ถ้าท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะไม่ถอนรายงาน ไปปรับปรุงก็ส่งให้คณะกรรมาธิการสามัญไปก็แค่นั้น ผมก็เชื่อว่าทุกอย่างก็เดินไปด้วยดี ไม่จำเป็นต้องลงมติใด ๆ ครับ ผมเชื่อว่าไม่น่าจะมีสมาชิกที่ไม่เห็นด้วยว่าถ้ามีข้อสงสัย จะส่งคณะกรรมาธิการสามัญได้หรือไม่ ผมเชื่อว่าสมาชิกสนับสนุนอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานใช้ข้อ ๘๐ ครับ ถามสมาชิกว่ามีใครเห็นเป็นอื่นไหมที่จะส่ง คณะกรรมาธิการสามัญ ผมก็คิดว่าน่าจะไปดำเนินการได้เรื่องนี้ก็จบไปเราจะได้เข้าสู่เรื่องอื่น กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ผมฟังก็ตรงกับท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ที่นี่ไม่มีการลงมติว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย เพียงแต่รับทราบธรรมดา เสร็จแล้วมีคนติดใจสงสัยก็ส่งให้คณะกรรมาธิการ ไปพิจารณาก็อีกเรื่องหนึ่ง ต่อจากท่านที่ท่านได้พูดไว้เมื่อกี้ผมว่าฟังแล้วเข้าใจตามนั้นนะครับ ทั้ง ๒ ฝ่าย ถือว่าตรงกันนะครับท่าน เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านอภิสิทธิ์ดีกว่าครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็สรุปว่าท่านประธานเห็นว่าสภาได้รับทราบใช่ไหมครับ ส่วนท่านสมาชิกท่านจะเสนอญัตติใดก็เป็นสิทธิของท่านที่จะเสนอแล้วก็สภาพิจารณา แต่ต้องถือว่าคณะกรรมการสิทธิและมนุษยชนแห่งชาติได้รายงานแล้วก็สภาได้รับทราบแล้ว
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ประเด็นที่ท่านประธานจะลงมติ กระผมขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานว่าขั้นตอนกระบวนการของการพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องรับทราบ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมารายงานแล้วก็เสมือนทราบ แต่ว่ามีสมาชิกบางท่าน ติดใจเนื้อหาสาระ เพราะฉะนั้นขั้นตอนต่อไปเขาเสนอให้ส่งคณะกรรมาธิการ ท่านเพียงแต่ ถามครับ มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหม ตามข้อ ๘๐ ก็แค่นั้นครับ ไม่ต้องลงมติใด ๆ เลยครับ ยกเว้นว่ามีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นค่อยมาลงมติกัน กราบขอบคุณท่านประธานครับ
เมื่อกี้ท่านขจิตรท่านเสนอญัตติว่าให้ส่ง เขาเสนอให้ส่งต่อคณะกรรมาธิการ แต่ว่าเรื่อง รับทราบก็รับทราบ แต่ว่าท่านขจิตรเสนอว่ายังติดใจก็ส่งคณะกรรมาธิการก็แค่นั้นเองครับ เดี๋ยวฟังทีละท่านครับ ผมเข้าใจเป็นประเด็นเดียวกัน ก็ถูกต้องแล้ว ทางคุณหมอชลน่าน กับท่านอภิสิทธิ์ก็พูดตรงกันนี่ครับ เดี๋ยวฟังท่านขจิตรก่อนครับ
ท่านประธาน ผมเป็นคนเสนอญัตตินะครับ แล้วผมถือว่าใครตีความก็ตีความตามกฎหมายตามตัวหนังสือ ไม่ต้องมีอาจารย์ใหญ่มาก มติที่ผมเสนออยู่ในระหว่างประชุมในระหว่างพิจารณาอยู่นี่ ผมก็เสนอส่งไปให้ คณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรคือคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ต้องลงมติครับ เป็นประเด็นที่ผมเสนอเป็นญัตติ ต้องลงมติว่าที่ประชุมนี้ เห็นด้วยกับผมหรือไม่เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยเสนอญัตติอื่นก็ได้ครับ ผมยืนยัน ขอบคุณครับ
ท่านศุภชัยครับ ฟังหลาย ๆ พรรคครับ เดี๋ยวท่านได้พูดครับท่านใจเย็น ๆ ครับ ใจเย็น ๆ ท่านนิพนธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทย ผมเข้าใจว่าวันนี้มันมีเรื่อง ๒ เรื่องทับซ้อนกันอยู่ไหมครับ เรื่องแรก ก็คือเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมารายงานให้สภาทราบ กับอีกเรื่องหนึ่งก็คือท่านสมาชิกได้เสนอญัตติ เพราะฉะนั้นผมว่าท่านประธานต้องแยกส่วน ส่วนแรก ก็คือมีบุคคลที่กำลังมาพูดกับเราอยู่นี่ท่านยังไม่สะเด็ด คำว่าสะเด็ดก็คือสะเด็ดน้ำ คือให้ทำเรื่องนี้ให้มันแล้วเสร็จไป ๑ เรื่องก่อน หลังจากนั้นในสภาจะรับเรื่องนี้ จะส่งต่อก็ค่อยขอ เพราะฉะนั้นผมว่ามันคนละเรื่องกัน ผมว่าสิ่งที่ท่านคณะกรรมการกำลังเสนอเรานี่ ผมว่าท่านประธานทำให้มันแล้วเสร็จเสียก่อน หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องที่จะว่ากันลำดับต่อไป ขอบพระคุณครับ
คือท่านศุภชัยครับ ก็การรับทราบมันไม่มีการลงมติ ถ้ารับทราบก็ฟังเฉย ๆ ก็ฟังรับทราบ เห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็รับฟังเท่านั้นเองครับ ท่านชาดาครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา เรียนท่านประธาน อย่างนี้นะครับ คืออย่างที่ท่านศุภชัยพูดถูกแล้วครับ เอาให้สะเด็ดน้ำก่อน รับทราบแล้ว หลังจากสภารับทราบแล้วว่าเป็นการรับทราบเขา แล้วจะดำเนินการต่อไปก็เป็นไปตามที่ ท่านประธานว่า หรือว่าท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่า หรือจะเอาอย่างท่านขจิตรว่า ก็ตามแต่ ให้มันจบไปก่อนเรื่องหนึ่ง เพราะว่าเราต้องรับทราบรายงานแล้วเราจะดำเนินการ ต่อไปอย่างไรก็ว่าไปอีกทีหนึ่ง ถ้าไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็วุ่นวายอย่างนี้ครับ แล้วผมเรียน ท่านประธานที่เคารพนิดหนึ่งว่าต่อไปจะเป็นบรรทัดฐานครับ มันจะเป็นบรรทัดฐานครับ อีกหลายเรื่องที่มีการรายงานตามรัฐธรรมนูญในองค์กรอิสระต่าง ๆ ถ้าเกิดมีการส่งไปให้ คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรจะคณะใดก็ตาม มันจะเป็นบรรทัดฐาน ผมฝากท่านไว้ด้วย ให้คิดตรงนี้นิดหนึ่งครับ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ
ก็ตรงกันอยู่แล้วนี่ครับท่าน ก็เดินตามมติของท่านขจิตรนะครับ ท่านมีอีกครับ ผมก็ฟัง ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ตรงกันนี่ครับท่านสาธิต ไม่ตรงกันอะไรอีกครับ
เรื่องกระบวนการนิดหนึ่งครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ คือผมเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วยกับท่านชาดานะครับ เพราะว่ากระบวนการรับทราบนี่มันไม่ต้องลงมตินะครับ
ผมทราบแล้วครับ การรับทราบไม่ลงมติ แต่วันนี้เรื่องของญัตติคนละเรื่องกันครับ
ใช่ครับ ความเห็นท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรนี่จบแล้วผ่านวาระนี้แล้ว
ก็ผมฟังแล้วอย่างไรครับ
ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็เดินทางกลับ กระบวนการรับทราบก็จบแล้วครับ
ก็นี่เป็นเรื่องของการยื่นญัตติครับ ไม่เกี่ยวกัน
หลังจากผ่านวาระนี้ก็เป็นเรื่องของสมาชิก จะดำเนินการอย่างไรก็เป็นเรื่องของสมาชิกครับท่านประธาน
ก็เรื่องนี้ครับ
ถูกต้องครับ
ผมพูดถึงเรื่องนี้ถูกต้องแล้วนี่ครับ
อย่างนั้นถูกต้องแล้วครับ ถือว่ารับทราบแล้ว ขอบพระคุณครับ
ก็ไม่เกี่ยวกันครับ ก็เสนอญัตติไป ส่งเรื่องไปก็ส่งไปครับ ไม่อยู่เขาก็ไม่เกี่ยวกับเราเราก็ส่งเรื่อง ไปให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณา ท่านครูมานิตย์ว่าอย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ผมคงไม่ประท้วงครับ แต่ท่านประธาน ฟังผมสักนิดหนึ่ง ให้เกียรติกันหน่อย บรรยากาศในสภาเมื่อกี้กำลังชุลมุนอยู่อย่าให้ผมต้อง พูดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลยครับ แต่ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งใช้ให้คนที่นั่งอยู่บนเวทีนี้ออกไป อย่าประท้วง เขาเลยครับ ถ้าเอาคนเป็นนักเลงอย่างครูมานิตย์ครูบ้านนอกนี่จะเห็นกัน ทำให้เสมือนว่า บอกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่ารับทราบแล้ว แต่ผมไม่ติดใจว่าใครจะถูกจะผิด แต่ไม่เคยเห็น ผมเป็นผู้แทนอาวุโสก็คงจะไม่น้อยกระมังครับ ก็รุ่นที่เขาโอ้อวดกันละครับ เข้ามาปี ๒๕๔๔ ท่านประธานไม่ได้เชิญเลยนะครับให้ออกไป อยู่ ๆ ก็ออกไปหรือมันเสร็จแล้ว มันก็จะมีผลไปถึงเรื่องอื่นอีกต่อไป ไม่ใช่ว่าใครเสนออะไรมาเราต้องเอาหมด วันนี้มันเป็น ครั้งแรกของสภาแห่งนี้ของปีนี้ในการรับทราบขององค์กรอิสระ ผมไม่ได้ว่าใครนะครับ แต่จะพูดว่าถ้าใครเสนออะไรมาเราต้องทราบหมดใช่ไหม แล้วเราก็ต้องดูที่มาที่ไป ของแต่ละคณะ เราต้องทราบ เราต้องเอาหมดใช่ไหม ผมก็ไม่ติดใจอีกละครับ แต่ว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมอภิปรายวันนี้ เป็นรอบที่ ๒ ว่าเป็นคนถือกระเช้าดอกไม้ไปใช่ไหมท่านประธาน แล้ววันนี้มาทำพฤติกรรม อย่างนี้ มันไม่ใช่ มันต้องได้รับเกียรติจากท่านประธานเชิญสิครับถึงจะรับทราบ ตอนนี้ในสภา มันยังไม่เสร็จ หรือท่านประธานว่าอย่างไร ผมติงแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน ถ้าเป็นลักษณะอย่างนี้มันเสมือนว่ายังไม่รับทราบ มันยังไม่เสร็จครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ท่านสุนัยครับ ฟังท่านอื่นบ้าง
ผมย้ำแล้วนะ ท่านประธานอีกนิดเดียว ผมย้ำว่ายังไม่เสร็จเรื่องนี้ ถือว่าสภาแห่งนี้ยังไม่รับทราบเพราะท่านประธานยังไม่เชิญว่า เชิญครับเรียบร้อยหมดแล้วครับ โดยสมบูรณ์ครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ผมคิดว่าเรื่องคงจะจบด้วยดีแล้วก็คือความเห็นของ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็คุณหมอชลน่าน และทุกฝ่ายตรงกันหมดแล้วว่า ถ้าไม่มีใครเห็นเป็นอย่างอื่นนั้นส่งไปให้คณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการสามัญ ก็คือภาคจำลองของสภา และวันนี้ท่านประธานก็วินิจฉัยชัดเจนแล้วถ้าไม่มีใครเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ส่งก็เท่านั้น ไม่ต้องมีมติ เพียงแต่ผมเองก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกับเพื่อน ส.ส. ว่า ทำไมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี่ท่านถึงเดินออกไปจากสภาเฉย ๆ พร้อมกับเสียงส่วนใหญ่ของเพื่อนพรรคฝ่ายค้านเดินไปพร้อม ๆ กันเสมือนหนึ่งวอล์กเอาท์ พร้อม ๆ กัน ซึ่งไม่เหมาะ ถ้าท่านยังอยู่ก็ขอให้ขึ้นมานะครับ แล้วท่านประธานก็ดำเนินการ ตามครรลองไปว่าเมื่อไม่มีใครคัดค้านก็ส่งไป แต่ถ้ามีใครคัดค้านก็โหวตไป อย่างนี้ดีไหมครับ
ไม่มีใครคัดค้านก็ต้องส่งไป
ส่งเลยครับ
ไม่มีคนเสนอเป็นอย่างอื่นครับ ถือว่าจบแล้วครับ ต้องส่งไปตามนั้นตามที่ตกลงกันครับ
เห็นด้วยครับ อยากจะสนับสนุน ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ตามที่ได้ตกลงกันนะครับ ก็ไม่มีใครเสนอเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าต้องส่งไป ไม่มีใครคัดค้านก็จบ ตามนั้นแล้วครับ ท่านขจิตรไม่ต้องพูดแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องส่งไป ไม่มีคัดค้าน ไม่มีคนขอมติเป็นอย่างอื่นนะครับ ไม่มีเสนอญัตติมาแย้งก็ถือว่าส่งไปตามนั้น ตามที่ข้อตกลง ระหว่างผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกับคุณหมอชลน่านก็พูดชัดเจนแล้วครับ ถูกต้องแล้วนี่ครับ คนอื่นผมจะเชิญลงไม่เชิญลงมันก็อีกเรื่องหนึ่ง ก็แล้วแต่ท่านทั้งหลาย ไม่เกี่ยวกัน เชิญนั่งครับ พอแล้วครับ วันนี้ผมว่าพอสมควรแล้ว ปิดการประชุมครับ