สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๕

วิทยา แก้วภราดัย เสนอความเห็นว่าองค์กรอิสระทั้งสองที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้มี คือ อัยการ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาล และไม่ควรให้สภาลงมติให้กลับไปทำรายงานใหม่หรือไม่พอใจ แต่ควรให้ความเคารพต่อหน้าที่ขององค์กรเหล่านี้

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็พยายามฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกมาโดยตลอดนะครับ แล้วก็คิดว่าทั้งหมด มันเป็นเรื่องหลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เรารู้ครับว่าอำนาจอธิปไตย เราพยายามแบ่งงานกันทำ เรามีรัฐสภา เรามีรัฐบาล และเรามีศาลทั้งสามเป็นหลัก ของระบอบประชาธิปไตยที่เราบอกว่าแบ่งแยกอำนาจกันปฏิบัติ ทีนี้มาถึงวันหนึ่ง ที่คนในสังคมรู้สึกครับว่าระบบรัฐสภาที่มันคานอำนาจรัฐบาลฝ่ายบริหาร จริง ๆ มันเป็นแค่ ละครทางการเมืองเพราะคนที่เป็นรัฐบาลเขากุมเสียงข้างมาก สภาเพียงแค่ว่าติติงกันไป อภิปรายไม่ไว้วางใจกันไป ไม่เคยมีสภาที่ไหนหรอกครับ ตั้งแต่ตั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศไทยมาที่สภาจะไปล้มรัฐบาล เพราะคนที่เป็น รัฐบาลกุมเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นการตรวจสอบรัฐบาลจริง ๆ ไม่มีประสิทธิภาพจริง ๆ จากองค์กรรัฐสภา เราก็คิดประดิษฐ์ครับ แล้วก็ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เริ่มต้นคิดประดิษฐ์ เราคิดประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาจากประชาชน จากประสบการณ์ทางระบอบประชาธิปไตย เราสร้างองค์กรอิสระขึ้นมา องค์กรอิสระไม่ใช่รัฐอิสระ องค์กรอิสระเหล่านี้เขาจะทำหน้าที่ เป็นคนตรวจทานการใช้อำนาจรัฐที่ไม่ชอบธรรม องค์กรอิสระเหล่านี้เกิดขึ้นมา และสุดท้าย เราก็มีองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามฉบับใหม่นี้มีอยู่ ๒ องค์กร มีอัยการกับคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะฉะนั้นความเป็นอิสระขององค์กรเหล่านี้เราเป็นรูปแบบ เราสร้างกลไกขึ้นมาตรวจสอบการคานอำนาจของผู้ใช้อำนาจคือฝ่ายบริหาร คราวนี้เมื่อองค์กร เหล่านี้ไปปฏิบัติหน้าที่ เขาเป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ เมื่อเขาไปปฏิบัติหน้าที่เราก็บอกว่า เขาปฏิบัติเสร็จ สิ้นปีมารายงานต่อสภาสิ แต่เมื่อเขามารายงานต่อสภาถ้าสภาบอกว่า คุณทำรายงานไม่ได้เรื่อง ไปทำมาใหม่ ทำอย่างนี้ผมไม่ชอบ ผมเข้าใจว่าไม่ใช่องค์กรอื่นครับ คุณกำลังฟังรายงานจากหน่วยงานของรัฐบาล ถ้าจะเป็นหน่วยงานรัฐบาล ผมไม่แปลกใจ ไม่พอใจสภานี้จะสั่งกลับไปให้ทำใหม่ แต่วันนี้เราฟังรายงานขององค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็จะมีรายงานเช่นนี้จากองค์กรอิสระเข้ามาในสภาอีก แต่ถ้าสภาเกิดไม่พอใจ แล้วก็มีมติ ของสภาบอกว่ากลับไปทำใหม่ ถามว่าเราสร้างองค์กรอิสระมาทำไม สร้างองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ มาทำไม สร้างมาเพื่อให้สภาสั่งต่อไปอย่างนั้นหรือครับ วันนี้ผมเรียนกับคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ พวกผมก็เหนื่อยครับ ถ้าท่านจะถอนพวกผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร พวกผมก็เหนื่อยครับ เวลาทะเลาะกับฝ่ายโน้นทุกทีผมต้องอุ้มพวกท่านทุกที แล้วผมก็เป็น ฝ่ายส่วนน้อยในประเทศนี้ วันนี้ก็บอกว่าศาล ๒ มาตรฐาน จะล้มศาล จะเลือกประธานศาล จะแก้รัฐธรรมนูญ จะล้มองค์กรอิสระทั้งหมด แล้วคนที่ทะเลาะกับพวกผมล่ะครับ ทะเลาะกันอยู่ ถ้าท่านจะถอนผมก็คิดว่ามันเรื่องของท่าน แต่ผมคิดว่าหลักการของการมีที่มาขององค์กรเหล่านี้ มันไม่ใช่องค์กรถูกสร้างมาให้สภาไล่ต้อน และไม่ใช่องค์กรที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้รัฐบาล บังคับข่มเหงครับ เป็นประติมากรรมของระบอบประชาธิปไตยที่เราพัฒนามา แล้ววันหนึ่ง เราไม่เชื่อมั่นว่าองค์กรรัฐสภาจะควบคุมรัฐบาลได้ องค์กรของท่านถูกสร้างขึ้นมาครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าสภาจะก้าวล่วงถึงขั้นลงมติว่ารายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สภานี้ไม่พอใจ เขียนไม่ถูกใจกลับไปเขียนมาใหม่หรือเอากลับไปที่อื่น ผมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ แก้เฉพาะหมวดนี้เสียก่อนดีกว่า ไม่ต้องไปแก้ทั้งฉบับหรอก เพราะคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติถูกสร้างมาเป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ เราไปก้าวล่วงเขาไม่ได้ครับ ถ้าก้าวล่วงก็ไม่จำเป็นต้องมีองค์กรนี้ อาจจะเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สังกัดกระทรวงมหาดไทย รายงานสภาปีละครั้ง พวกผมก็ข่มเหงไป รัฐมนตรีก็ข่มเหงมา แล้วก็รายงานตลก ๆ กัน ซึ่งเคยเกิดมาในยุคก่อน ๆ วันนี้พัฒนาการของระบอบประชาธิปไตย เราพาก้าวมาถึงการคานอำนาจของฝ่ายบริหาร แล้วอย่าบอกว่าเป็นรัฐอิสระ ท่านไม่ใช่รัฐอิสระ ไม่มีรัฐอิสระ เป็นระบบควบคุมการคานอำนาจกันเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นความเห็นผม ท่านบรรจุมาให้เรารับทราบรายงานถูกต้องตามกระบวนการรัฐธรรมนูญครับ แต่ท่านจะมีมติว่ากลับไปทำรายงานใหม่ คราวนี้ผมว่าท่านจะขัดรัฐธรรมนูญแล้วครับ ท่านจะทำผิดรัฐธรรมนูญแล้วครับ แล้วก็คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมเรียนอาจารย์ด้วยนะครับ ถ้าอาจารย์ถอนเมื่อไรก็ไม่ต้องมีองค์กรอย่างนี้ก็ได้ ก็นั่งให้เขา ข่มขู่ต่อไป พวกผมก็เหนื่อยที่จะอุ้มแล้วครับ